คดีกักตุนน้ำมัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ภายใต้การนำของ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ยกระดับการสืบสวน DSI สอบคดีกักตุนน้ำมัน 2569 เป็นคดีพิเศษที่ 59/2569 หลังจากพบหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงขบวนการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มบริษัทเรือขนส่งน้ำมันรายใหญ่ที่อาจมีส่วนรู้เห็นในการทำให้ “น้ำมันหายไปจากระบบ” กว่า 60 ล้านลิตร
เปิดพิรุธ “น้ำมันล่องหน” กลางทะเลสุราษฎร์ธานี
จุดเริ่มต้นของคดีนี้มาจากรายงานความผิดปกติของคลังน้ำมันของบริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพบว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มียอดจำหน่ายน้ำมันออกจากคลังตามปกติที่ 2.1 ล้านลิตร แต่ทว่าเมื่อเข้าสู่เดือนมีนาคมซึ่งเป็นช่วงที่น้ำมันเริ่มขาดแคลน ยอดจำหน่ายกลับลดลงเหลือเพียง 400,000 ลิตรอย่างน่าสงสัย
จากการตรวจสอบเชิงลึกด้วยระบบดาวเทียมและการติดตามเรือขนส่งน้ำมัน (AIS) พบว่ามีเรือขนส่งน้ำมันจำนวน 12 ลำ จากบริษัทเจ้าของเรือทั้งหมด 8 แห่ง มีพฤติกรรมการขับเคี่ยวแบบ “ประวิงเวลา” ลอยลำอยู่นอกเขตท่าเรือนานผิดปกติ ส่งผลให้น้ำมันปริมาณมหาศาลประมาณ 57-60 ล้านลิตร ไม่ถูกส่งเข้าสู่ระบบการจำหน่ายตามกำหนดเวลา ซึ่งเข้าข่ายการกักตุนสินค้าควบคุมตามกฎหมาย
รายชื่อ 8 บริษัทเรือที่ถูกเรียกสอบปากคำ
พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหนังสือเรียกกรรมการผู้จัดการของบริษัทเรือทั้ง 8 แห่ง เข้าให้ปากคำในฐานะพยานระหว่างวันที่ 21-23 เมษายน 2569 โดยมีรายงานว่าบริษัทที่เข้าข่ายการตรวจสอบมีดังนี้:
-
บริษัท บิ๊กซี จำกัด (Big Sea Co., Ltd.) โดยเฉพาะเรือ Big Sea 101 และ 105
-
บริษัท สตาร์ นาวี จำกัด (Star Navee)
-
บริษัท สยามนาวี จำกัด (Siam Navy)
-
บริษัท เอ็น.พี.เอส. (N.P.S.) (รวมถึงบริษัทเรืออื่นๆ อีก 4 แห่งที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยง)
ในการสอบสวนครั้งนี้ DSI จะเน้นไปที่การตรวจสอบใบกำกับการขนส่งน้ำมัน (Delivery Order) และแผนการเดินเรือ เพื่อวิเคราะห์ว่ามีการสั่งการให้นักขับเรือประวิงเวลาเพื่อรอจังหวะปรับราคาน้ำมันขึ้นหรือไม่ ซึ่งในเชิง วิศวกรรมยานยนต์ และการขนส่ง พฤติกรรมเช่นนี้ถือว่าผิดวิสัยการดำเนินธุรกิจปกติ
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและมาตรการป้องกัน
สถานการณ์ DSI สอบคดีกักตุนน้ำมัน 2569 ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาเรื่อง ระบบจัดการพลังงาน และความมั่นคงทางเชื้อเพลิงยังเป็นช่องโหว่ที่กลุ่มผู้แสวงหาผลประโยชน์อาศัยช่องว่างในการทำกำไร การกักตุนน้ำมันไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายพาณิชย์ แต่ทว่ายังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงภาคการขนส่งและต้นทุน พลังงานสะอาด ในอนาคต
อธิบดี DSI ยังเปิดเผยอีกว่าเตรียมขยายผลตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง และตรวจสอบกลุ่มผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบจำหน่ายน้ำมันเถื่อนและการกักตุนสินค้า ซึ่งเป็นการนำ นวัตกรรมยานยนต์ ด้านการตรวจสอบมาใช้ร่วมกับหน่วยงาน ความปลอดภัยบนแทร็ก และท้องถนนอย่างเต็มรูปแบบ
บทสรุป: การทวงคืนความยุติธรรมด้านพลังงาน
คดีกักตุนน้ำมัน บทสรุปของคดีกักตุนน้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตรนี้ จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการจัดการกับกลุ่มอิทธิพลที่เอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงวิกฤต หากพบการกระทำผิดจริง ผู้เกี่ยวข้องอาจได้รับโทษหนักทั้งจำคุกและปรับ รวมถึงการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน ซึ่งถือเป็นมาตรการสูงสุดในการรักษาความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคที่ต้องการ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์สันดาปที่มีต้นทุนน้ำมันที่ยุติธรรม
หากคุณไม่อยากพลาดทุกความเคลื่อนไหวในโลกความเร็ว พร้อมบทวิเคราะห์ที่เข้าใจง่ายทั้ง ข่าวรถยนต์, ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า, รีวิวรถยนต์, รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า, ข่าวมอเตอร์ไซค์ และ รีวิวมอไซค์ สามารถกดติดตามและร่วมพูดคุยกับเราต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive เราพร้อมเสิร์ฟคอนเทนต์คุณภาพให้คุณทุกวัน

