การประกาศปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติหรือ ค่าไฟขึ้น กลายเป็นประเด็นที่คนใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้ปรับเพิ่มอัตราค่า Ft จากเดิมที่ 0.0972 บาทต่อหน่วย ในงวดต้นปี (ม.ค. – เม.ย.) ขึ้นมาอยู่ที่ 0.1623 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นการปรับขึ้นตามต้นทุนราคาเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าในตลาดโลก
วิเคราะห์ตัวเลข: ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นกระทบกระเป๋าเงินแค่ไหน?
แม้ว่าการปรับขึ้นจาก 9.72 สตางค์ เป็น 16.23 สตางค์ จะดูเป็นการขยับขึ้นกว่า 60% เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนค่า Ft แต่ทว่าเมื่อนำมาคำนวณรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ประมาณ 3.7 – 4 บาทต่อหน่วยแล้ว ผลกระทบในภาพรวมจะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 1.5 – 2% เท่านั้น สำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นการชาร์จที่บ้านเป็นหลักผ่าน มิเตอร์ TOU (Time of Use) ในช่วง Off-Peak ราคาค่าไฟต่อหน่วยจะขยับจากประมาณ 2.6 – 2.7 บาท เป็น 2.7 – 2.8 บาทโดยประมาณ (รวม VAT 7% แล้ว)
ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนการชาร์จ EV งวดใหม่
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ค่า Ft งวด พ.ค. – ส.ค. 2569 ส่งผลกระทบต่อ ต้นทุนชาร์จ EV มากน้อยเพียงใด เราขอยกตัวอย่างการใช้งานจริงดังนี้:
กรณีที่ 1: ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (แบตเตอรี่ 60 kWh)
-
งวดเดิม (Ft 0.0972): จ่ายค่า Ft รวม 5.83 บาท
-
งวดใหม่ (Ft 0.1623): จ่ายค่า Ft รวม 9.74 บาท
-
ส่วนต่าง: จ่ายเพิ่มขึ้นเพียง 3.91 บาทต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง
กรณีที่ 2: การใช้งานรายเดือน (วิ่งเฉลี่ย 2,000 กม./เดือน)
-
สมมติรถมีอัตราสิ้นเปลือง 7 กม./หน่วย เท่ากับต้องใช้ไฟประมาณ 285.7 หน่วยต่อเดือน
-
ส่วนต่างรวม: 285.7 หน่วย x 0.0651 บาท (ส่วนต่าง Ft) = 18.60 บาทต่อเดือน
จะเห็นได้ว่าในเชิง วิศวกรรมยานยนต์ และความคุ้มค่าด้านเศรษฐศาสตร์ การปรับขึ้นของค่า Ft ในรอบนี้แทบไม่ส่งผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถ EV อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับ ราคาน้ำมันวันนี้ ที่อาจขยับขึ้นหลักบาทต่อลิตรในเวลาเพียงข้ามคืน
แนวโน้มค่าไฟฟ้าและคำแนะนำสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของ ค่า Ft งวด พ.ค. – ส.ค. 2569 และงวดต่อๆ ไปยังคงมีความไม่แน่นอนตามสถานการณ์ พลังงานสะอาด และการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการ ประหยัดพลังงาน และลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด คือการตรวจสอบพฤติกรรมการชาร์จไฟให้เน้นในช่วงเวลา Off-Peak (หลัง 4 ทุ่ม ถึง 9 โมงเช้า) และการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟในระยะยาว ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ที่มาแรงควบคู่กับความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าในไทย
บทสรุป: EV ยังคงเป็นทางเลือกที่ประหยัดที่สุด
บทสรุปของเรื่องนี้คือ แม้ ค่าไฟขึ้น จะมีการปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาพลังงาน แต่ต้นทุนการเดินทางต่อกิโลเมตรของรถยนต์ไฟฟ้ายังคงอยู่ที่ประมาณ 0.5 – 0.8 บาท ซึ่งต่ำกว่ารถยนต์สันดาปภายในที่มักจะมีต้นทุนอยู่ที่ 2.5 – 4 บาทต่อกิโลเมตร ผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ EV จึงไม่ต้องกังวลกับการปรับขึ้นค่า Ft ในรอบนี้มากจนเกินไป
หากคุณไม่อยากพลาดทุกความเคลื่อนไหวในโลกความเร็ว พร้อมบทวิเคราะห์ที่เข้าใจง่ายทั้ง ข่าวรถยนต์, ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า, รีวิวรถยนต์, รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า, ข่าวมอเตอร์ไซค์ และ รีวิวมอไซค์ สามารถกดติดตามและร่วมพูดคุยกับเราต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive เราพร้อมเสิร์ฟคอนเทนต์คุณภาพให้คุณทุกวัน

