Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

New Honda Civic

เปรียบเทียบราคา Honda Civic และการปรับรุ่นย่อย

ในอัปเดตล่าสุดนี้ ทาง Honda ได้มีการขยับราคาในรุ่นบนขึ้นเล็กน้อย เพื่อแลกกับเทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามา และมีการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่เพื่อเป็นทางเลือกเริ่มต้น

  • e:HEV EL (รุ่นเริ่มต้น): ราคา 949,000 บาท (รุ่นย่อยใหม่ที่เพิ่มเข้ามา)

  • e:HEV EL+: ราคา 1,109,000 บาท (ปรับราคาเพิ่มขึ้น 10,000 บาท จากเดิม 1,099,000 บาท)

  • e:HEV RS S+ Shift: ราคา 1,259,000 บาท (ปรับราคาเพิ่มขึ้น 20,000 บาท จากเดิม 1,239,000 บาท)

2. ตารางผ่อน-ดาวน์ Honda Civic e:HEV (MY2026-2)

สำหรับใครที่กำลังวางแผนคำนวณงบประมาณ นี่คือตารางผ่อน-ดาวน์โดยประมาณ สำหรับทั้ง 3 รุ่นย่อย (คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.0% – 2.5% ต่อปี อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันของสถาบันการเงิน)

รุ่นรถยนต์ / ราคา เงินดาวน์ ยอดดาวน์ 48 งวด (4 ปี) 60 งวด (5 ปี) 72 งวด (6 ปี) 84 งวด (7 ปี)
e:HEV EL (949,000 บาท) 15% 142,350 18,485 15,124 12,883 11,283
25% 237,250 16,014 13,048 11,071 9,659
e:HEV EL+ (1,109,000 บาท) 15% 166,350 21,602 17,674 15,055 13,184
25% 277,250 18,714 15,248 12,938 11,288
e:HEV RS S+ Shift (1,259,000 บาท) 15% 188,850 24,524 20,065 17,092 14,967
25% 314,750 21,245 17,311 14,688 12,814

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นการคำนวณเบื้องต้นเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเท่านั้น อัตราค่างวดจริงอาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของไฟแนนซ์และโปรโมชันในแต่ละเดือน

การเปลี่ยนแปลงด้านสีของตัวรถ

สำหรับรุ่นท็อปสุดอย่าง e:HEV RS ทางฮอนด้าได้เพิ่มทางเลือกสีตัวถังภายนอกใหม่เข้ามา 2 สี เพื่อเสริมความสปอร์ตพรีเมียมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้แก่:

  • สีแดงมุก (Blazing Red Pearl)

  • สีเทามุก (Urban Gray Pearl)

    (สีพื้นฐานอื่นๆ อย่าง ขาวมุก, ดำมุก, และเทาเมทิเออรอยด์ ยังคงมีให้เลือกตามปกติ)

New Honda Civic

ออปชันที่มีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงจากรุ่นเดิม

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการถอดฮาร์ดแวร์ยุคเก่าออก และใส่เทคโนโลยีเรดาร์ที่ทันสมัยและปลอดภัยกว่าเข้ามาแทนที่

  • ถอดระบบ Honda LaneWatch ออก: ยกเลิกการใช้กล้องมองภาพจุดอับสายตาที่กระจกฝั่งซ้าย (ซึ่งมีจุดอ่อนคือภาพมักจะไม่ชัดในเวลากลางคืนหรือตอนฝนตก)

  • เพิ่มระบบ BSI (Blind Spot Information): เปลี่ยนมาใช้สัญญาณเรดาร์เตือนจุดอับสายตา “ทั้งฝั่งซ้ายและขวา” ซึ่งแสดงเตือนที่กระจกมองข้าง ใช้งานได้จริงและปลอดภัยกว่ามาก

  • เพิ่มระบบ CTM (Cross Traffic Monitor): ระบบใช้เรดาร์สแกนและส่งเสียงเตือนเมื่อมีรถขับผ่านด้านหลังขณะกำลังถอยออกจากช่องจอด

  • เพิ่มระบบ S+ Shift และ ASC: ไฮไลต์เด็ดที่มีเฉพาะในรุ่น RS เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ต

New Honda Civic New Honda Civic
New Honda Civic New Honda Civic

เจาะลึกฟีลลิ่งการขับขี่: ระบบ S+ Shift vs เกียร์ e-CVT แบบเดิม

หลายคนสงสัยว่าระบบ S+ Shift ที่เพิ่มเข้ามานั้น แตกต่างจากฟีลลิ่งของเกียร์ e-CVT เดิมๆ อย่างไร? คำตอบคือ “ต่างกันอย่างสิ้นเชิง” แม้ว่าทางกายภาพตัวรถจะยังคงใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนผ่านชุดเกียร์อัตราทดคงที่ (e-CVT) เหมือนเดิม แต่การทำงานของ S+ Shift คือการใช้ “ซอฟต์แวร์จำลอง” ฟีลลิ่งของรถเกียร์อัตโนมัติแบบมีฟันเฟือง (Stepped Transmission) ได้อย่างแนบเนียน

ฟีลลิ่งดั้งเดิมของเกียร์ e-CVT (นุ่มนวลแต่ไร้อารมณ์สปอร์ต)

  • การเร่งความเร็ว: ราบเรียบ ไร้รอยต่อ ความเร็วไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนรถไฟฟ้า (EV)

  • เสียงเครื่องยนต์ (Drone Effect): เมื่อคิกดาวน์ (Kick down) เพื่อเร่งแซง เครื่องยนต์จะเร่งรอบขึ้นไปค้างอยู่ในระดับสูง (เสียงดังอื้อตายตัว) เพื่อปั่นไฟให้ทัน เสียงนี้มักจะไม่สอดคล้องกับความเร็วรถ ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกตื้อและขาดอารมณ์สปอร์ต

ฟีลลิ่งใหม่จากระบบ S+ Shift (ปลุกวิญญาณสปอร์ตด้วยซอฟต์แวร์)

  • จังหวะกระชากเปลี่ยนเกียร์ (Stepped Shift): ทันทีที่กระแทกคันเร่งหนักๆ ในโหมด Sport รอบเครื่องยนต์จะกวาดขึ้นไปสูง และแทนที่จะค้างยาว ระบบจะสั่งตัดรอบเครื่องยนต์ลงชั่วขณะ (Drop RPM) แล้วกวาดขึ้นใหม่ซ้ำๆ ทำให้เกิดอาการ “ดึง-ตัด-ดึง” คล้ายกับการสับเกียร์

  • เสียงสังเคราะห์ (Active Sound Control – ASC): ตัวรถจะปล่อยเสียงเครื่องยนต์สังเคราะห์ออกทางลำโพงในห้องโดยสาร สอดคล้องกับจังหวะตวัดขึ้นและตัดลงของรอบเครื่องยนต์แบบเป๊ะๆ

  • Engine Brake ที่ชัดเจน: เวลาถอนคันเร่งก่อนเข้าโค้ง ระบบจะจำลองการเชนจ์เกียร์ลง (Downshift) ทำให้เกิดแรงหน่วงที่ชัดเจนขึ้น ช่วยให้คุมรถเข้าโค้งได้มั่นใจกว่าเดิม

New Honda Civic

ตารางเปรียบเทียบฟีลลิ่งแบบหมัดต่อหมัด

สถานการณ์ เกียร์ e-CVT ดั้งเดิม (รุ่นเก่า / รุ่น EL+) ระบบ S+ Shift (เฉพาะรุ่น RS ใหม่)
การเร่งแซง ราบเรียบ เนียนๆ ไม่มีรอยต่อ จำลองสับเกียร์ มีจังหวะดึงหลังติดเบาะ
เสียงเครื่องยนต์ เสียงค้างยาวในรอบสูง (ดังแบบตื้อๆ) เสียงสังเคราะห์กระหึ่ม สอดคล้องจังหวะเกียร์
ถอนคันเร่งเข้าโค้ง รถค่อนข้างไหล ต้องใช้เบรกช่วยเยอะ จำลองการเชนจ์เกียร์ลง (หน่วงความเร็วได้ดี)

บทสรุป ควรซื้อ Honda Civic รุ่นใหม่ หรือเอารุ่นเดิมที่บางศูนย์ยังมีอยู่ดี?

จุดตัดสินใจหลักอยู่ที่ “ส่วนลดของรุ่นเดิม” และ “ไลฟ์สไตล์การขับขี่”

เหตุผลที่ควรเลือก “รุ่นใหม่ (MY2026-2)”

หากเช็กโปรโมชันแล้วพบว่าส่วนลดของรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ไม่ได้ต่างกันมากนัก รุ่นใหม่คือทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าอย่างแน่นอน การจ่ายเงินเพิ่มเพียง 10,000 – 20,000 บาท แลกกับระบบเรดาร์ BSI และ CTM ถือว่าคุ้มค่าเงินทุกบาทเพราะปลอดภัยกว่า LaneWatch ของเดิมมาก และหากเล็งรุ่นท็อป RS การได้ระบบ S+ Shift จะเปลี่ยนประสบการณ์การขับรถไฮบริดของคุณให้สนุกและเร้าใจขึ้นแบบคนละเรื่อง

เหตุผลที่ควรเลือก “รุ่นเดิม (ค้างสต๊อก)”

รุ่นเดิมจะน่าสนใจ ก็ต่อเมื่อศูนย์บริการยอมให้ส่วนลดเงินสดเพื่อล้างสต๊อกในระดับ 80,000 – 100,000 บาทขึ้นไป หากมีสไตล์การขับรถแบบชิลๆ เน้นขับในเมือง ใช้งานทั่วไป ไม่ได้ขับซิ่งจนต้องการอารมณ์เกียร์กระชากแบบ S+ Shift และไม่ได้ซีเรียสว่าต้องมีเรดาร์เตือนจุดอับสายตา การกวาดส่วนลดหลักแสนไปเป็นค่าน้ำมัน หรือนำไปซื้อประกันชั้น 1 ถือเป็นการเซฟเงินในกระเป๋าที่สมเหตุสมผลที่สุด

Peak SuperBikeMag

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda Civic e:HEV รุ่นเดิม vs S+ Shift เลือกรุ่นไหนดี?

New Honda Civic

เปรียบเทียบราคา Honda Civic และการปรับรุ่นย่อย

ในอัปเดตล่าสุดนี้ ทาง Honda ได้มีการขยับราคาในรุ่นบนขึ้นเล็กน้อย เพื่อแลกกับเทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามา และมีการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่เพื่อเป็นทางเลือกเริ่มต้น

  • e:HEV EL (รุ่นเริ่มต้น): ราคา 949,000 บาท (รุ่นย่อยใหม่ที่เพิ่มเข้ามา)

  • e:HEV EL+: ราคา 1,109,000 บาท (ปรับราคาเพิ่มขึ้น 10,000 บาท จากเดิม 1,099,000 บาท)

  • e:HEV RS S+ Shift: ราคา 1,259,000 บาท (ปรับราคาเพิ่มขึ้น 20,000 บาท จากเดิม 1,239,000 บาท)

2. ตารางผ่อน-ดาวน์ Honda Civic e:HEV (MY2026-2)

สำหรับใครที่กำลังวางแผนคำนวณงบประมาณ นี่คือตารางผ่อน-ดาวน์โดยประมาณ สำหรับทั้ง 3 รุ่นย่อย (คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.0% – 2.5% ต่อปี อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชันของสถาบันการเงิน)

รุ่นรถยนต์ / ราคา เงินดาวน์ ยอดดาวน์ 48 งวด (4 ปี) 60 งวด (5 ปี) 72 งวด (6 ปี) 84 งวด (7 ปี)
e:HEV EL (949,000 บาท) 15% 142,350 18,485 15,124 12,883 11,283
25% 237,250 16,014 13,048 11,071 9,659
e:HEV EL+ (1,109,000 บาท) 15% 166,350 21,602 17,674 15,055 13,184
25% 277,250 18,714 15,248 12,938 11,288
e:HEV RS S+ Shift (1,259,000 บาท) 15% 188,850 24,524 20,065 17,092 14,967
25% 314,750 21,245 17,311 14,688 12,814

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นการคำนวณเบื้องต้นเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเท่านั้น อัตราค่างวดจริงอาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของไฟแนนซ์และโปรโมชันในแต่ละเดือน

การเปลี่ยนแปลงด้านสีของตัวรถ

สำหรับรุ่นท็อปสุดอย่าง e:HEV RS ทางฮอนด้าได้เพิ่มทางเลือกสีตัวถังภายนอกใหม่เข้ามา 2 สี เพื่อเสริมความสปอร์ตพรีเมียมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ได้แก่:

  • สีแดงมุก (Blazing Red Pearl)

  • สีเทามุก (Urban Gray Pearl)

    (สีพื้นฐานอื่นๆ อย่าง ขาวมุก, ดำมุก, และเทาเมทิเออรอยด์ ยังคงมีให้เลือกตามปกติ)

New Honda Civic

ออปชันที่มีการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงจากรุ่นเดิม

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการถอดฮาร์ดแวร์ยุคเก่าออก และใส่เทคโนโลยีเรดาร์ที่ทันสมัยและปลอดภัยกว่าเข้ามาแทนที่

  • ถอดระบบ Honda LaneWatch ออก: ยกเลิกการใช้กล้องมองภาพจุดอับสายตาที่กระจกฝั่งซ้าย (ซึ่งมีจุดอ่อนคือภาพมักจะไม่ชัดในเวลากลางคืนหรือตอนฝนตก)

  • เพิ่มระบบ BSI (Blind Spot Information): เปลี่ยนมาใช้สัญญาณเรดาร์เตือนจุดอับสายตา “ทั้งฝั่งซ้ายและขวา” ซึ่งแสดงเตือนที่กระจกมองข้าง ใช้งานได้จริงและปลอดภัยกว่ามาก

  • เพิ่มระบบ CTM (Cross Traffic Monitor): ระบบใช้เรดาร์สแกนและส่งเสียงเตือนเมื่อมีรถขับผ่านด้านหลังขณะกำลังถอยออกจากช่องจอด

  • เพิ่มระบบ S+ Shift และ ASC: ไฮไลต์เด็ดที่มีเฉพาะในรุ่น RS เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ต

New Honda Civic New Honda Civic
New Honda Civic New Honda Civic

เจาะลึกฟีลลิ่งการขับขี่: ระบบ S+ Shift vs เกียร์ e-CVT แบบเดิม

หลายคนสงสัยว่าระบบ S+ Shift ที่เพิ่มเข้ามานั้น แตกต่างจากฟีลลิ่งของเกียร์ e-CVT เดิมๆ อย่างไร? คำตอบคือ “ต่างกันอย่างสิ้นเชิง” แม้ว่าทางกายภาพตัวรถจะยังคงใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนผ่านชุดเกียร์อัตราทดคงที่ (e-CVT) เหมือนเดิม แต่การทำงานของ S+ Shift คือการใช้ “ซอฟต์แวร์จำลอง” ฟีลลิ่งของรถเกียร์อัตโนมัติแบบมีฟันเฟือง (Stepped Transmission) ได้อย่างแนบเนียน

ฟีลลิ่งดั้งเดิมของเกียร์ e-CVT (นุ่มนวลแต่ไร้อารมณ์สปอร์ต)

  • การเร่งความเร็ว: ราบเรียบ ไร้รอยต่อ ความเร็วไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนรถไฟฟ้า (EV)

  • เสียงเครื่องยนต์ (Drone Effect): เมื่อคิกดาวน์ (Kick down) เพื่อเร่งแซง เครื่องยนต์จะเร่งรอบขึ้นไปค้างอยู่ในระดับสูง (เสียงดังอื้อตายตัว) เพื่อปั่นไฟให้ทัน เสียงนี้มักจะไม่สอดคล้องกับความเร็วรถ ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกตื้อและขาดอารมณ์สปอร์ต

ฟีลลิ่งใหม่จากระบบ S+ Shift (ปลุกวิญญาณสปอร์ตด้วยซอฟต์แวร์)

  • จังหวะกระชากเปลี่ยนเกียร์ (Stepped Shift): ทันทีที่กระแทกคันเร่งหนักๆ ในโหมด Sport รอบเครื่องยนต์จะกวาดขึ้นไปสูง และแทนที่จะค้างยาว ระบบจะสั่งตัดรอบเครื่องยนต์ลงชั่วขณะ (Drop RPM) แล้วกวาดขึ้นใหม่ซ้ำๆ ทำให้เกิดอาการ “ดึง-ตัด-ดึง” คล้ายกับการสับเกียร์

  • เสียงสังเคราะห์ (Active Sound Control – ASC): ตัวรถจะปล่อยเสียงเครื่องยนต์สังเคราะห์ออกทางลำโพงในห้องโดยสาร สอดคล้องกับจังหวะตวัดขึ้นและตัดลงของรอบเครื่องยนต์แบบเป๊ะๆ

  • Engine Brake ที่ชัดเจน: เวลาถอนคันเร่งก่อนเข้าโค้ง ระบบจะจำลองการเชนจ์เกียร์ลง (Downshift) ทำให้เกิดแรงหน่วงที่ชัดเจนขึ้น ช่วยให้คุมรถเข้าโค้งได้มั่นใจกว่าเดิม

New Honda Civic

ตารางเปรียบเทียบฟีลลิ่งแบบหมัดต่อหมัด

สถานการณ์ เกียร์ e-CVT ดั้งเดิม (รุ่นเก่า / รุ่น EL+) ระบบ S+ Shift (เฉพาะรุ่น RS ใหม่)
การเร่งแซง ราบเรียบ เนียนๆ ไม่มีรอยต่อ จำลองสับเกียร์ มีจังหวะดึงหลังติดเบาะ
เสียงเครื่องยนต์ เสียงค้างยาวในรอบสูง (ดังแบบตื้อๆ) เสียงสังเคราะห์กระหึ่ม สอดคล้องจังหวะเกียร์
ถอนคันเร่งเข้าโค้ง รถค่อนข้างไหล ต้องใช้เบรกช่วยเยอะ จำลองการเชนจ์เกียร์ลง (หน่วงความเร็วได้ดี)

บทสรุป ควรซื้อ Honda Civic รุ่นใหม่ หรือเอารุ่นเดิมที่บางศูนย์ยังมีอยู่ดี?

จุดตัดสินใจหลักอยู่ที่ “ส่วนลดของรุ่นเดิม” และ “ไลฟ์สไตล์การขับขี่”

เหตุผลที่ควรเลือก “รุ่นใหม่ (MY2026-2)”

หากเช็กโปรโมชันแล้วพบว่าส่วนลดของรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ไม่ได้ต่างกันมากนัก รุ่นใหม่คือทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าอย่างแน่นอน การจ่ายเงินเพิ่มเพียง 10,000 – 20,000 บาท แลกกับระบบเรดาร์ BSI และ CTM ถือว่าคุ้มค่าเงินทุกบาทเพราะปลอดภัยกว่า LaneWatch ของเดิมมาก และหากเล็งรุ่นท็อป RS การได้ระบบ S+ Shift จะเปลี่ยนประสบการณ์การขับรถไฮบริดของคุณให้สนุกและเร้าใจขึ้นแบบคนละเรื่อง

เหตุผลที่ควรเลือก “รุ่นเดิม (ค้างสต๊อก)”

รุ่นเดิมจะน่าสนใจ ก็ต่อเมื่อศูนย์บริการยอมให้ส่วนลดเงินสดเพื่อล้างสต๊อกในระดับ 80,000 – 100,000 บาทขึ้นไป หากมีสไตล์การขับรถแบบชิลๆ เน้นขับในเมือง ใช้งานทั่วไป ไม่ได้ขับซิ่งจนต้องการอารมณ์เกียร์กระชากแบบ S+ Shift และไม่ได้ซีเรียสว่าต้องมีเรดาร์เตือนจุดอับสายตา การกวาดส่วนลดหลักแสนไปเป็นค่าน้ำมัน หรือนำไปซื้อประกันชั้น 1 ถือเป็นการเซฟเงินในกระเป๋าที่สมเหตุสมผลที่สุด

Peak SuperBikeMag

[email protected]