Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

นโยบาย ค้างใบสั่งไม่ได้ป้ายภาษี คืออะไร และเริ่มบังคับใช้เมื่อไหร่?

มาตรการใหม่ที่เกิดจากการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก โดยผู้ที่ค้างชำระค่าปรับจราจรตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป จะสามารถเสียภาษีรถยนต์ได้ แต่จะไม่ได้รับป้ายภาษีตัวจริงจนกว่าจะเคลียร์ค่าปรับครบถ้วน

ถือเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่ของภาครัฐที่ทำเอาผู้ใช้รถใช้ถนนหลายคนถึงกับสะดุ้ง ล่าสุดมีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กรมการขนส่งทางบก งานนี้ได้รับเกียรติจากผู้หลักผู้ใหญ่หลายฝ่าย ทั้งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงตัวแทนจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบฐานข้อมูลหลังบ้านจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

ประเด็นสำคัญที่ผู้ติดตาม ข่าวรถยนต์ และ ข่าวมอไซค์ ต้องขีดเส้นใต้ไว้เลยคือ มาตรการ ค้างใบสั่งไม่ได้ป้ายภาษี จะเริ่มดีเดย์บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ใครที่เคยมีพฤติกรรมขับรถเร็ว ฝ่าไฟแดง หรือจอดในที่ห้ามจอด แล้วปล่อยให้ใบสั่งส่งมาเสียบไว้ที่ก้านปัดน้ำฝนหรือกองท่วมตู้จดหมายที่บ้านโดยไม่สนใจไยดี ต่อจากนี้ไป คุณจะไม่สามารถเพิกเฉยได้อีก เพราะเมื่อถึงกำหนดเวลาที่คุณต้องนำรถไปต่อภาษีประจำปี (ต่อทะเบียน) ที่กรมการขนส่งทางบก นายทะเบียนจะรับเงินค่าภาษีของคุณไว้ แต่จะ “งดการออกป้ายวงกลมตัวจริง” ให้จนกว่าคุณจะชำระค่าปรับที่ค้างอยู่จนครบทุกบาททุกสตางค์

ข้อมูลใบสั่งจะถูกส่งไปที่กรมการขนส่งทางบกตอนไหน มีผลย้อนหลังหรือไม่?

กฎหมายนี้ไม่มีผลย้อนหลัง โดยจะเริ่มนับเฉพาะใบสั่งจราจรที่ออกหลังวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เท่านั้น และข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบขนส่งหลังจากเลยกำหนดชำระแล้วประมาณ 60-90 วัน

ขอขอบคุณภาพจาก : ไทยรัฐ

หลายคนอาจจะกำลังเหงื่อตก รีบไปคุ้ยหาใบสั่งเก่าๆ เมื่อปีที่แล้วมาดู แต่ขอให้เบาใจได้นิดหนึ่ง เพราะทางหน่วยงานได้ระบุชัดเจนว่า การเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งค้างชำระนี้ “ไม่มีผลย้อนหลัง” หมายความว่าจะบังคับใช้เฉพาะใบสั่งที่ออกให้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไปเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องตามแนวคำพิพากษาศาลปกครองและเป็นไปตามหลักนิติธรรม เพื่อให้ประชาชนมีเวลาปรับตัวและรับทราบข้อมูลอย่างโปร่งใส

กระบวนการตามกฎหมายจะเริ่มขึ้นเมื่อคุณได้รับใบสั่ง หากไม่มีการชำระเงินตามกำหนดเวลา เจ้าหน้าที่จะส่ง “หนังสือแจ้งเตือน” ไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของคุณ หากยังเพิกเฉยไม่ชำระตามหนังสือแจ้งเตือนอีกเป็นระยะเวลาประมาณ 60-90 วัน นับจากวันออกใบสั่ง ข้อมูลการกระทำผิดและการค้างชำระดังกล่าวจะถูกอัปเดตและวิ่งตรงเข้าสู่ฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกโดยอัตโนมัติ ซึ่งคาดว่าในช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2569 ประชาชนที่ไปต่อภาษีที่ขนส่งจะเริ่มเห็นข้อมูลการค้างชำระใบสั่งโชว์หราอยู่ในระบบของนายทะเบียนอย่างแน่นอน

สรุปขั้นตอนการทำงานของระบบเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจร

ตารางนี้จะช่วยให้เห็นไทม์ไลน์ตั้งแต่การกระทำความผิด ไปจนถึงขั้นตอนที่ส่งผลกระทบต่อการรับป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี

ขั้นตอน (Steps)ระยะเวลาดำเนินการ (Timeline)ผลลัพธ์ที่ตามมา (Consequences)
1. ได้รับใบสั่งจราจรทันทีที่กระทำผิด (หลัง 1 ส.ค. 69)ต้องชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนดในใบสั่ง
2. ออกหนังสือแจ้งเตือนหลังพ้นกำหนดชำระใบสั่งใบแรกมีหนังสือทางการส่งไปเตือนที่บ้านให้ชำระ
3. ส่งข้อมูลให้ขนส่งฯ60 – 90 วัน นับจากวันออกใบสั่งข้อมูลถูกล็อกเข้าฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก
4. ระงับการออกป้ายภาษีเมื่อไปต่อภาษีประจำปีที่ขนส่งจ่ายภาษีได้ แต่จะไม่ได้ป้ายตัวจริงจนกว่าจะจ่ายค่าปรับ

ทำไมถึงต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการระงับป้ายภาษีประจำปี?

เป้าหมายหลักคือการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน สร้างวินัยจราจร และขับเคลื่อนตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565-2570 เพื่อลดอัตราผู้เสียชีวิตให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 1 แสนคนตามมาตรฐานสากล

แม้หลายคนจะมองว่ามาตรการนี้ดูเข้มงวดเกินไปหรือไม่ แต่หากกางสถิติอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยดู จะพบว่ากราฟความสูญเสียยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี ปัจจัยหลักปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามาจาก “การขาดวินัยจราจร” ของผู้ขับขี่บางกลุ่ม ที่ผ่านมา มีประชาชนค้างชำระใบสั่งจราจรสะสมรวมกันหลายสิบล้านใบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายเดิมอาจยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะทำให้คนเกรงกลัว


ขอขอบคุณภาพจาก : smile insure

การนำระบบ ค้างใบสั่งไม่ได้ป้ายภาษี กลับมาใช้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง จึงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนของรัฐบาล ซึ่งทางภาครัฐหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กลไกการตัดวงจรผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรนี้ จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่บนท้องถนนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ใช้รถในประเทศรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ

หากไม่ได้ป้ายภาษีตัวจริง จะส่งผลกระทบอะไรต่อผู้ขับขี่บ้างในชีวิตประจำวัน?

การนำรถที่ไม่มีป้ายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) มาใช้งานบนท้องถนน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายจราจร ซึ่งอาจถูกเจ้าพนักงานเรียกตรวจและมีโทษปรับเพิ่มเติมได้

ประเด็นนี้ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน การที่คุณไปต่อทะเบียนและจ่ายเงินค่าภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว สถานะรถของคุณคือ “เสียภาษีแล้ว” คุณจะไม่โดนข้อหาขาดต่อภาษี แต่ปัญหาจะไปตกอยู่ที่ “การไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษี” เพราะตามกฎหมายจราจร ผู้ขับขี่จะต้องนำป้ายวงกลมไปติดแสดงไว้ในจุดที่เห็นได้ชัดเจนบริเวณกระจกหน้ารถ (หรือจุดที่กำหนดสำหรับมอเตอร์ไซค์)

หากคุณขับรถที่มีแต่ใบเสร็จรับเงินแต่ไม่มีป้ายวงกลมแปะอยู่ เมื่อไปเจอด่านตรวจของตำรวจจราจร คุณอาจถูกเรียกตรวจและถูกตั้งข้อหาขับรถโดยไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษีประจำปี ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดถึง 2,000 บาท เรียกได้ว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย การจ่ายค่าปรับให้จบๆ ไปตั้งแต่แรกจึงเป็นทางออกที่ดีและสบายใจที่สุด

ช่องทางการตรวจสอบและชำระค่าปรับจราจร เพื่อแก้ปัญหา ค้างใบสั่งไม่ได้ป้ายภาษี

สามารถตรวจสอบและชำระใบสั่งค้างชำระได้สะดวกผ่านเว็บไซต์ e-Ticket ของตำรวจ, เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย, แอปฯ Krungthai NEXT หรือชำระแบบเบ็ดเสร็จที่เคาน์เตอร์ขนส่งขณะต่อภาษี

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกสูงสุดและไม่ให้การต่อภาษีของประชาชนต้องสะดุด ภาครัฐได้พัฒนาระบบนิเวศน์ทางดิจิทัลให้รองรับการตรวจสอบและชำระเงินได้อย่างหลากหลายช่องทาง ดังนี้

  • ชำระที่กรมการขนส่งทางบก: หากคุณไปต่อภาษีแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าโดนระงับป้าย คุณสามารถชำระค่าปรับจราจรที่ค้างอยู่ทั้งหมดกับนายทะเบียนของขนส่งได้เลยทันทีแบบ One-Stop Service จ่ายจบรับป้ายภาษีตัวจริงกลับบ้านได้ทันที
  • ตรวจสอบล่วงหน้าทางออนไลน์: เข้าไปที่เว็บไซต์ e-Ticket ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ptm.police.go.th) เพื่อเช็กข้อมูลใบสั่งของตัวเอง
  • ชำระผ่านระบบธนาคาร: สามารถนำบาร์โค้ดในใบสั่งไปชำระได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตู้ ATM หรือสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ได้อย่างสะดวกสบาย

สุดท้ายนี้ การเคารพกฎจราจรไม่ได้ทำไปเพื่อหลีกเลี่ยงใบสั่ง หรือเพื่อให้ได้ป้ายภาษีเพียงเท่านั้น แต่มันคือการแสดงความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมทางและชีวิตของตัวคุณเอง มาตรการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยจัดระเบียบสังคมบนท้องถนนให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Q: กฎหมายค้างชำระใบสั่งจราจรแล้วไม่ได้ป้ายภาษี เริ่มบังคับใช้เมื่อไหร่?

A: มาตรการนี้จะเริ่มบังคับใช้กับใบสั่งจราจรที่ออกให้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และไม่มีผลย้อนหลังกับใบสั่งก่อนหน้านั้น

Q: หากค้างค่าปรับจราจร จะยังสามารถต่อภาษีประจำปีได้หรือไม่?

A: ยังสามารถชำระเงินค่าภาษีประจำปีได้ตามปกติ แต่ผู้ขับขี่จะได้รับเพียงใบเสร็จรับเงิน และจะไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) ฉบับจริง จนกว่าจะชำระค่าปรับครบถ้วน

Q: สามารถจ่ายค่าปรับจราจรที่ค้างอยู่ตอนไปต่อภาษีได้เลยหรือไม่?

Peak SuperBikeMag

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ค้างใบสั่งไม่ได้ป้ายภาษี ดีเดย์ 1 ส.ค. 2569 กฎหมายใหม่ขาซิ่งต้องรีบเคลียร์

นโยบาย ค้างใบสั่งไม่ได้ป้ายภาษี คืออะไร และเริ่มบังคับใช้เมื่อไหร่?

มาตรการใหม่ที่เกิดจากการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก โดยผู้ที่ค้างชำระค่าปรับจราจรตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป จะสามารถเสียภาษีรถยนต์ได้ แต่จะไม่ได้รับป้ายภาษีตัวจริงจนกว่าจะเคลียร์ค่าปรับครบถ้วน

ถือเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่ของภาครัฐที่ทำเอาผู้ใช้รถใช้ถนนหลายคนถึงกับสะดุ้ง ล่าสุดมีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กรมการขนส่งทางบก งานนี้ได้รับเกียรติจากผู้หลักผู้ใหญ่หลายฝ่าย ทั้งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงตัวแทนจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบฐานข้อมูลหลังบ้านจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

ประเด็นสำคัญที่ผู้ติดตาม ข่าวรถยนต์ และ ข่าวมอไซค์ ต้องขีดเส้นใต้ไว้เลยคือ มาตรการ ค้างใบสั่งไม่ได้ป้ายภาษี จะเริ่มดีเดย์บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ใครที่เคยมีพฤติกรรมขับรถเร็ว ฝ่าไฟแดง หรือจอดในที่ห้ามจอด แล้วปล่อยให้ใบสั่งส่งมาเสียบไว้ที่ก้านปัดน้ำฝนหรือกองท่วมตู้จดหมายที่บ้านโดยไม่สนใจไยดี ต่อจากนี้ไป คุณจะไม่สามารถเพิกเฉยได้อีก เพราะเมื่อถึงกำหนดเวลาที่คุณต้องนำรถไปต่อภาษีประจำปี (ต่อทะเบียน) ที่กรมการขนส่งทางบก นายทะเบียนจะรับเงินค่าภาษีของคุณไว้ แต่จะ “งดการออกป้ายวงกลมตัวจริง” ให้จนกว่าคุณจะชำระค่าปรับที่ค้างอยู่จนครบทุกบาททุกสตางค์

ข้อมูลใบสั่งจะถูกส่งไปที่กรมการขนส่งทางบกตอนไหน มีผลย้อนหลังหรือไม่?

กฎหมายนี้ไม่มีผลย้อนหลัง โดยจะเริ่มนับเฉพาะใบสั่งจราจรที่ออกหลังวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เท่านั้น และข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบขนส่งหลังจากเลยกำหนดชำระแล้วประมาณ 60-90 วัน

ขอขอบคุณภาพจาก : ไทยรัฐ

หลายคนอาจจะกำลังเหงื่อตก รีบไปคุ้ยหาใบสั่งเก่าๆ เมื่อปีที่แล้วมาดู แต่ขอให้เบาใจได้นิดหนึ่ง เพราะทางหน่วยงานได้ระบุชัดเจนว่า การเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งค้างชำระนี้ “ไม่มีผลย้อนหลัง” หมายความว่าจะบังคับใช้เฉพาะใบสั่งที่ออกให้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไปเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องตามแนวคำพิพากษาศาลปกครองและเป็นไปตามหลักนิติธรรม เพื่อให้ประชาชนมีเวลาปรับตัวและรับทราบข้อมูลอย่างโปร่งใส

กระบวนการตามกฎหมายจะเริ่มขึ้นเมื่อคุณได้รับใบสั่ง หากไม่มีการชำระเงินตามกำหนดเวลา เจ้าหน้าที่จะส่ง “หนังสือแจ้งเตือน” ไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของคุณ หากยังเพิกเฉยไม่ชำระตามหนังสือแจ้งเตือนอีกเป็นระยะเวลาประมาณ 60-90 วัน นับจากวันออกใบสั่ง ข้อมูลการกระทำผิดและการค้างชำระดังกล่าวจะถูกอัปเดตและวิ่งตรงเข้าสู่ฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกโดยอัตโนมัติ ซึ่งคาดว่าในช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2569 ประชาชนที่ไปต่อภาษีที่ขนส่งจะเริ่มเห็นข้อมูลการค้างชำระใบสั่งโชว์หราอยู่ในระบบของนายทะเบียนอย่างแน่นอน

สรุปขั้นตอนการทำงานของระบบเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจร

ตารางนี้จะช่วยให้เห็นไทม์ไลน์ตั้งแต่การกระทำความผิด ไปจนถึงขั้นตอนที่ส่งผลกระทบต่อการรับป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปี

ขั้นตอน (Steps)ระยะเวลาดำเนินการ (Timeline)ผลลัพธ์ที่ตามมา (Consequences)
1. ได้รับใบสั่งจราจรทันทีที่กระทำผิด (หลัง 1 ส.ค. 69)ต้องชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนดในใบสั่ง
2. ออกหนังสือแจ้งเตือนหลังพ้นกำหนดชำระใบสั่งใบแรกมีหนังสือทางการส่งไปเตือนที่บ้านให้ชำระ
3. ส่งข้อมูลให้ขนส่งฯ60 – 90 วัน นับจากวันออกใบสั่งข้อมูลถูกล็อกเข้าฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก
4. ระงับการออกป้ายภาษีเมื่อไปต่อภาษีประจำปีที่ขนส่งจ่ายภาษีได้ แต่จะไม่ได้ป้ายตัวจริงจนกว่าจะจ่ายค่าปรับ

ทำไมถึงต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการระงับป้ายภาษีประจำปี?

เป้าหมายหลักคือการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน สร้างวินัยจราจร และขับเคลื่อนตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565-2570 เพื่อลดอัตราผู้เสียชีวิตให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 1 แสนคนตามมาตรฐานสากล

แม้หลายคนจะมองว่ามาตรการนี้ดูเข้มงวดเกินไปหรือไม่ แต่หากกางสถิติอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยดู จะพบว่ากราฟความสูญเสียยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี ปัจจัยหลักปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามาจาก “การขาดวินัยจราจร” ของผู้ขับขี่บางกลุ่ม ที่ผ่านมา มีประชาชนค้างชำระใบสั่งจราจรสะสมรวมกันหลายสิบล้านใบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายเดิมอาจยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะทำให้คนเกรงกลัว


ขอขอบคุณภาพจาก : smile insure

การนำระบบ ค้างใบสั่งไม่ได้ป้ายภาษี กลับมาใช้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง จึงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนของรัฐบาล ซึ่งทางภาครัฐหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กลไกการตัดวงจรผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรนี้ จะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่บนท้องถนนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ใช้รถในประเทศรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ

หากไม่ได้ป้ายภาษีตัวจริง จะส่งผลกระทบอะไรต่อผู้ขับขี่บ้างในชีวิตประจำวัน?

การนำรถที่ไม่มีป้ายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) มาใช้งานบนท้องถนน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายจราจร ซึ่งอาจถูกเจ้าพนักงานเรียกตรวจและมีโทษปรับเพิ่มเติมได้

ประเด็นนี้ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน การที่คุณไปต่อทะเบียนและจ่ายเงินค่าภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว สถานะรถของคุณคือ “เสียภาษีแล้ว” คุณจะไม่โดนข้อหาขาดต่อภาษี แต่ปัญหาจะไปตกอยู่ที่ “การไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษี” เพราะตามกฎหมายจราจร ผู้ขับขี่จะต้องนำป้ายวงกลมไปติดแสดงไว้ในจุดที่เห็นได้ชัดเจนบริเวณกระจกหน้ารถ (หรือจุดที่กำหนดสำหรับมอเตอร์ไซค์)

หากคุณขับรถที่มีแต่ใบเสร็จรับเงินแต่ไม่มีป้ายวงกลมแปะอยู่ เมื่อไปเจอด่านตรวจของตำรวจจราจร คุณอาจถูกเรียกตรวจและถูกตั้งข้อหาขับรถโดยไม่แสดงเครื่องหมายเสียภาษีประจำปี ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดถึง 2,000 บาท เรียกได้ว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย การจ่ายค่าปรับให้จบๆ ไปตั้งแต่แรกจึงเป็นทางออกที่ดีและสบายใจที่สุด

ช่องทางการตรวจสอบและชำระค่าปรับจราจร เพื่อแก้ปัญหา ค้างใบสั่งไม่ได้ป้ายภาษี

สามารถตรวจสอบและชำระใบสั่งค้างชำระได้สะดวกผ่านเว็บไซต์ e-Ticket ของตำรวจ, เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย, แอปฯ Krungthai NEXT หรือชำระแบบเบ็ดเสร็จที่เคาน์เตอร์ขนส่งขณะต่อภาษี

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกสูงสุดและไม่ให้การต่อภาษีของประชาชนต้องสะดุด ภาครัฐได้พัฒนาระบบนิเวศน์ทางดิจิทัลให้รองรับการตรวจสอบและชำระเงินได้อย่างหลากหลายช่องทาง ดังนี้

  • ชำระที่กรมการขนส่งทางบก: หากคุณไปต่อภาษีแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าโดนระงับป้าย คุณสามารถชำระค่าปรับจราจรที่ค้างอยู่ทั้งหมดกับนายทะเบียนของขนส่งได้เลยทันทีแบบ One-Stop Service จ่ายจบรับป้ายภาษีตัวจริงกลับบ้านได้ทันที
  • ตรวจสอบล่วงหน้าทางออนไลน์: เข้าไปที่เว็บไซต์ e-Ticket ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ptm.police.go.th) เพื่อเช็กข้อมูลใบสั่งของตัวเอง
  • ชำระผ่านระบบธนาคาร: สามารถนำบาร์โค้ดในใบสั่งไปชำระได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตู้ ATM หรือสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ได้อย่างสะดวกสบาย

สุดท้ายนี้ การเคารพกฎจราจรไม่ได้ทำไปเพื่อหลีกเลี่ยงใบสั่ง หรือเพื่อให้ได้ป้ายภาษีเพียงเท่านั้น แต่มันคือการแสดงความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมทางและชีวิตของตัวคุณเอง มาตรการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยจัดระเบียบสังคมบนท้องถนนให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Q: กฎหมายค้างชำระใบสั่งจราจรแล้วไม่ได้ป้ายภาษี เริ่มบังคับใช้เมื่อไหร่?

A: มาตรการนี้จะเริ่มบังคับใช้กับใบสั่งจราจรที่ออกให้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป และไม่มีผลย้อนหลังกับใบสั่งก่อนหน้านั้น

Q: หากค้างค่าปรับจราจร จะยังสามารถต่อภาษีประจำปีได้หรือไม่?

A: ยังสามารถชำระเงินค่าภาษีประจำปีได้ตามปกติ แต่ผู้ขับขี่จะได้รับเพียงใบเสร็จรับเงิน และจะไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) ฉบับจริง จนกว่าจะชำระค่าปรับครบถ้วน

Q: สามารถจ่ายค่าปรับจราจรที่ค้างอยู่ตอนไปต่อภาษีได้เลยหรือไม่?

Peak SuperBikeMag

[email protected]