ข่าวด่วน
Peak SuperBikeMag Peak SuperBikeMag

Geely Thailand ไทม์ไลน์ความสับสน รื้อโครงสร้างและการแยกแบรนด์

เจาะเบื้องลึกสถานการณ์ฝุ่นตลบใน Geely Thailand หลังบริษัทแม่รื้อโครงสร้างดึงแบรนด์หรูคืน บีบผู้บริหาร "ณรงค์ - อเล็ก เปา" ลาออก กระทบความเชื่อมั่นผู้ซื้อแค่ไหน?

ในหน้า ข่าวยานยนต์ ปีนี้ คงไม่มีค่ายไหนที่มีความเคลื่อนไหวภายในที่ “ฉุกละหุก” และฝุ่นตลบไปกว่า แบรนด์จีลี่ อีกแล้วครับ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงต้นปี เมื่อบริษัทแม่จากจีนตัดสินใจเข้ามาแทรกแซงและเปลี่ยนเกมการตลาดในไทย ด้วยการดึงแบรนด์ระดับพรีเมียมอย่าง Zeekr และแบรนด์รถกระบะอย่าง Riddara กลับไปบริหารจัดการด้วยตัวเอง (Direct Management)

Geely Thailand

การตัดสินใจครั้งนี้ ทำให้ พันธมิตรธนบุรี หรือ กลุ่มธนบุรี ที่แต่เดิมถูกวางตัวให้ดูแลภาพรวม ต้องเหลือสิทธิ์ในการดูแลเพียงแบรนด์กระแสหลักอย่าง Geely เท่านั้น ตามมาด้วยการสั่งเปลี่ยนชื่อนิติบุคคลจาก Zeekr Thailand มาเป็น จีลี่ ประเทศไทย ซึ่งเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกถึงความโกลาหลในการจัดระเบียบโครงสร้างองค์กรใน ตลาดรถ EV

ณรงค์ สีตลายน และ อเล็ก เปา โบกมือลา ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้?

การรื้อโครงสร้างนำมาซึ่งอาฟเตอร์ช็อกขนาดใหญ่ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ผู้บริหารฝั่งไทย ระดับตำนานอย่าง คุณณรงค์ สีตลายน ได้ประกาศลาออกจาก เครือธนบุรี (ฝั่งดูแล Geely) อย่างกะทันหัน ทั้งที่เพิ่งจรดปากกาเซ็นสัญญาร่วมงานไปได้เพียง 3 ปีเท่านั้น และล่าสุด สดๆ ร้อนๆ วันนี้ อเล็ก เปา (Alex Bao) ซึ่งเป็น หัวเรือใหญ่จีน ก็ได้ประกาศลาออกจาก บริษัท Geely ตามไปอีกคน

การทับซ้อนของอำนาจ (Overlapping Authority): เมื่อบริษัทแม่เข้ามาตั้งบริษัทลูกเอง ทำให้ขอบเขตการทำงานระหว่าง แม่ทัพฝั่งไทย และ ผู้บริหารชาวจีน ทับซ้อนกัน การขาดเอกภาพในการตัดสินใจทำให้ผู้บริหารระดับท็อปทำงานต่อได้ยาก

นโยบายพลิกไปมา: การสูญเสียสิทธิ์ในการขายรถรุ่นเรือธง (Zeekr/Riddara) ทำให้ดีลเลอร์และผู้บริหารท้องถิ่นเสียเปรียบและต้องกลับมาวางกลยุทธ์ใหม่ทั้งหมด ท่ามกลาง สมรภูมิ EV ที่แข่งขันกันดุเดือดเลือดพล่าน

ผลกระทบและสถานการณ์ปัจจุบัน ฝุ่นตลบทั้ง ตลาดยานยนต์พลังงานใหม่

สถานการณ์ปัจจุบันของ ค่ายรถ Geely เรียกได้ว่าอยู่ในสภาวะ “สูญญากาศชั่วคราว” ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “ความเชื่อมั่นของดีลเลอร์” ที่ลงทุนสร้างโชว์รูมไปแล้ว รวมถึงแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อาจต้องถูกเลื่อนหรือชะลอออกไปจนกว่าจะได้ แม่ทัพจีลี่ คนใหม่เข้ามาจัดระเบียบองค์กร

กระแสสังคมและความน่าเป็นห่วง ซื้อตอนนี้ จะโดนลอยแพไหม?

Geely Thailand

ในมุมมองของผู้บริโภค เมื่อเกิด ข่าวเศรษฐกิจยานยนต์ ที่ผู้บริหารระดับ ซีอีโอฝั่งจีน และไทยลาออกพร้อมกัน กระแสสังคมย่อมพุ่งเป้าไปที่ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ลูกค้าหลายคนเริ่มตั้งคำถามในโลกออนไลน์ว่า “ซื้อรถค่ายนี้ไป อนาคตใครจะดูแลบริการหลังการขาย?” ความน่าเป็นห่วงคือ หาก Geely ไม่รีบออกแถลงการณ์เพื่อสร้างความมั่นใจ แผนการกวาดยอดขายใน รถ EV ค่ายจีน ในไทยอาจสะดุดจนโดนคู่แข่งทิ้งห่าง

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ Culture Clash ระหว่าง ตัวแทนจำหน่าย ตำนาน กับ สตาร์ตอัปจีน

สิ่งที่หลายคนจับตามองใน ความเคลื่อนไหวค่ายรถ ครั้งนี้ คือ “ความขัดแย้งทางวัฒนธรรมองค์กร” (Culture Clash) ดีลเลอร์รายใหญ่ อย่างธนบุรีพานิช มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการประกอบและขายรถหรูจากยุโรปที่มีโครงสร้างการทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไปและมั่นคง

เมื่อต้องมาทำงานกับสไตล์ “China Speed” ของค่ายรถจีน ที่พร้อมเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ โครงสร้างราคา และเป้าหมายแทบจะทุกๆ ไตรมาส ความไม่เข้ากันของสไตล์การทำงานจึงนำมาซึ่งการแตกหักและต้องแยกทางกันในที่สุด

บทสรุป และความคิดเห็นจากทีมงาน SuperDrive

ทีมงาน SuperDrive มองว่าวิกฤตของ Geely Thailand ในครั้งนี้ เป็น “กรณีศึกษา” ที่คลาสสิกมากสำหรับการเข้ามาทำตลาดของ รถไฟฟ้าจีน ในไทยครับ การเปลี่ยนชื่อบริษัทไปมา การแยกรุ่นรถให้บริษัทแม่ทำเอง และการบีบให้ อดีตผู้บริหาร คนสำคัญต้องลาออก ล้วนส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นแบบ 100%

แม้ผลิตภัณฑ์ระดับโลกของ Geely จะได้รับการยอมรับว่ามีเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม (เป็นเจ้าของ Volvo และ Lotus) แต่ในตลาดรถยนต์ “ความเชื่อมั่นในแบรนด์” สำคัญพอๆ กับสมรรถนะรถครับ ตอนนี้บริษัทแม่ต้องรีบหา นักบริหารมืออาชีพ เข้ามาสานต่อ และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างเร่งด่วน ก่อนที่สภาวะ “ฝุ่นตลบ” นี้จะกลายเป็น “พายุ” ที่พัดลูกค้าไปหาค่ายคู่แข่งจนหมด

Q: ทำไมผู้บริหารอย่าง ณรงค์ สีตลายนและ อเล็ก เปา ถึงลาออก?

A: เกิดจากการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างฉุกละหุกของบริษัทแม่ ที่ดึงแบรนด์หลักกลับไปบริหารเอง เปลี่ยนชื่อบริษัท และเกิดปัญหาการทับซ้อนทางอำนาจและนโยบายที่เปลี่ยนไปมา ทำให้ผู้บริหารทำงานต่อได้ยาก

Q: กลุ่มธนบุรี ยังคงขายรถแบรนด์ Zeekr และ Riddara อยู่หรือไม่?

A: ไม่ครับ ปัจจุบันบริษัทแม่จากจีนเข้ามารับช่วงต่อในการบริหารแบรนด์ Zeekr และ Riddara โดยตรง ส่วนธนบุรีจะดูแลเฉพาะแบรนด์ Geely Thailand เท่านั้น

Q: วิกฤตินี้จะทำให้ แบรนด์จีลี่ ทิ้งตลาดไทยหรือไม่?

A: ไม่ทิ้งแน่นอนครับ การปรับโครงสร้างนี้เป็นความพยายามในการจัดระเบียบเพื่อบุก ตลาดรถ EV อย่างจริงจังมากขึ้น เพียงแต่ในช่วงรอยต่อนี้อาจจะเกิดความสับสนและส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้บริโภคชั่วคราว

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวกฎหมายจราจรฝนตกถนนลื่นทำพิษ! ซูเปอร์คาร์ McLaren 650S ราคา 20 ล้าน โดนเสยท้ายพังยับแถว ม.กรุงเทพข่าวรถ ToyotaToyota ยืนยันผลิต Hilux ไฮโดรเจน ปี 2028 ชูเติมไว 5 นาที ลากจูงโหด 2.5 ตัน ชนะกระบะ EV!ข่าวกฎหมายจราจรเตือนภัยอู่แต่งรถ! ทำไฟข้ามคืนยันตี 2 เจอลูกค้า “สแกนทิพย์” ซิ่งหนี ล่าสุดร้านแจ้งความแล้วข่าวรถ Nissanเจาะลึกสเปก All-New Nissan Kicks 2026 แดนปลาดิบ อัปเกรดขุมพลัง e-POWER และ e-4ORCEข่าวกฎหมายจราจรไรเดอร์ เอะใจพิศดาร ส่งยานวดแต่ค่าส่งแพงลิ่ว เปิดตรวจเจอยาบ้าพาแจ้งตำรวจข่าวรถ BYDDENZA Z9GT ชาร์จ 10–97% ใน 9 นาทีจริงหรือ? เช็กความพร้อมตู้ชาร์จในไทยข่าวด่วนEV ป้ายแดงใช้งาน 2 วัน ล้อแม็กแตก! สคบ. ไกล่เกลี่ยจบ แต่ข้อสงสัยทางวิศวกรรมเพิ่งเริ่มต้นข่าวด่วนภาษี EV 3 Tier เปลี่ยนโฉมอาเซียน ดันไทยเป็น ฐานการผลิต EV จีนเต็มตัว