


แคร้งสายพาน (CVT) ของรถออโตเมติกมีช่องระบายอากาศเพื่อระบายความร้อน หากน้ำท่วมสูงถึงแคร้ง น้ำจะไหลเข้าไปทำให้สายพานลื่นและรถสูญเสียกำลังขับเคลื่อนทันที
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถสกู๊ตเตอร์หรือรถเกียร์อัตโนมัติ (A.T.) เป็นประจำ การขับรถฝ่าน้ำท่วมขังถือเป็นฝันร้ายที่เลวร้ายกว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป ผู้ที่ติดตามอ่าน ข่าวมอไซค์ คงทราบดีว่าจุดอ่อนสำคัญของรถประเภทนี้ไม่ได้อยู่ที่ความสูงของรถเท่านั้น แต่อยู่ที่กลไกของ “ชุดขับเคลื่อนสายพาน (CVT)” ที่อยู่บริเวณแคร้งฝั่งซ้ายของตัวรถ
ระบบ CVT จำเป็นต้องมีช่องลมเข้า-ออกเพื่อระบายความร้อนจากการเสียดสีของสายพานและชาม เมื่อคุณนำ มอเตอร์ไซค์สายพาน ไปขับฝ่าน้ำที่ท่วมสูงเกินระดับแกนล้อหลัง น้ำโคลนจะทะลักเข้าไปทางช่องระบายอากาศเหล่านี้ เมื่อสายพานยางและมู่เล่ย์เหล็กเปียกน้ำ มันจะสูญเสียแรงเสียดทาน (Friction) ไปอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้เกิดอาการ “สายพานลื่น” อาการที่พบบ่อยคือ ผู้ขับขี่บิดคันเร่งจนรอบเครื่องยนต์ดังสนั่น แต่ล้อหลังกลับไม่หมุน และรถหยุดนิ่งอยู่กลางน้ำ หากฝืนบิดต่อไปด้วยความเร็วรอบสูงจัด อาจทำให้สายพานขาดกระจุย หรือชามหน้าพังเสียหายได้
ตารางเปรียบเทียบอาการผิดปกติเมื่อน้ำเข้าชุดขับเคลื่อน:
| อาการที่แสดงออก | สาเหตุของปัญหาภายในชุดข้าง |
| รอบเครื่องขึ้น แต่รถไม่วิ่ง (สายพานลื่น) | น้ำและโคลนเคลือบผิวสัมผัสระหว่างสายพานและชามหน้า/หลัง |
| ออกตัวแล้วรถกระตุก สั่นสะท้านแรง | สิ่งสกปรกจับตัวที่ผ้าคลัตช์และกะลาคลัตช์หลัง ทำให้หน้าสัมผัสไม่เรียบ |
| มีเสียงหอนดังมาจากล้อหลังเมื่อขี่เร็ว | น้ำทะลักเข้าห้องเฟืองท้าย ทำให้ลูกปืนเสื่อมและเฟืองขบกันผิดปกติ |
ต้องรีบถ่ายน้ำที่ค้างในแคร้งสายพานออกทันที ตรวจเช็กสีของน้ำมันเครื่องและน้ำมันเฟืองท้าย หากพบว่าสีขุ่นคล้ายชาเย็นต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเพื่อป้องกันเฟืองรูดและเครื่องพัง
หากคุณสามารถประคองรถลุยน้ำรอดกลับมาถึงบ้านได้ หรือจำเป็นต้องจอดแช่น้ำเป็นเวลานาน การจอดทิ้งไว้เฉยๆ เพื่อให้รถแห้งเองไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง ผู้เชี่ยวชาญด้าน รีวิวมอไซค์ แนะนำว่าความชื้นที่สะสมอยู่ภายในจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที โดยมีจุดที่ต้องเช็กอย่างเร่งด่วน 3 จุดหลัก ดังนี้
การดูแลเอาใจใส่และยอมเสียเวลาตรวจเช็กจุดเหล่านี้ จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของคุณจากหลักหมื่นให้เหลือเพียงค่าแรงหลักร้อยได้
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
เมื่อนำรถขึ้นที่แห้งได้แล้ว ให้หาจุดระบายน้ำ (รถสกู๊ตเตอร์บางรุ่นจะมีจุกยางใสใต้แคร้งสำหรับถ่ายน้ำทิ้ง) หรือถ้าไม่มี ต้องให้ช่างเปิดฝาแคร้งออกทั้งหมดเพื่อฉีดล้างทำความสะอาด เป่าลมให้แห้ง และอัดจาระบีลูกปืนใหม่
ตรวจสอบได้จากการดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู หรือคลายน็อตเช็กน้ำมันเฟืองท้าย หากพบว่าน้ำมันเปลี่ยนจากสีใสปกติกลายเป็น “สีขุ่นคล้ายชาเย็นหรือนมข้น” แสดงว่ามีน้ำผสมอยู่ ต้องรีบถ่ายทิ้งและฟลัชชิงใหม่ทันที
เพราะชุดเกียร์ออโตเมติก (CVT) จะมีช่องระบายอากาศที่แคร้งเครื่องด้านซ้าย หากน้ำท่วมสูงถึงช่องนี้ น้ำจะไหลเข้าไปเกาะสายพานและชามหน้า-หลัง ทำให้สูญเสียแรงเสียดทาน เกิดอาการสายพานลื่นและรถไม่สามารถวิ่งต่อไปได้
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวมอเตอร์ไซค์ Hondaไขข้อสงสัย! X-ADV 750 ลุยน้ำท่วม ได้ไหม พร้อมเทคนิคเซฟเกียร์ DCT ไม่ให้พังกลางน้ำ
Honda Newsไวรัลสนั่นโซเชียล! ทำไม Honda CT125 ถึงกลายเป็นรถสะเทินน้ำสะเทินบกฝ่าน้ำท่วมได้สบาย?
ข่าวมอเตอร์ไซค์ป้ายยาแรง! รีวิวผู้ใช้จริง Honda CT125 ขี่ลุยฝน 1 ปีเต็ม พร้อมทริกเซฟเครื่องยนต์ขั้นเทพ
ข่าวรถ Audiทุบสถิติโลก! Audi EV วิ่งทะลุ 831 ไมล์ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง จารึกชื่อลง Guinness Record
ทิปเทคนิคคู่มือหน้าฝน ข้อควรระวังนำ มอเตอร์ไซค์ลุยน้ำ ท่วมขังอย่างไรไม่ให้รถพัง
ข่าวด่วนทำอย่างไรเมื่อรถ EV ไฟไหม้? คู่มือฉุกเฉิน! เจาะลึกวิธีรับมือและเอาตัวรอด
ทิปเทคนิครถคันแรก หรือ เครื่องยนต์สันดาป แบบไหนคุ้มค่าและตอบโจทย์ชีวิตมากกว่ากัน?
ข่าวด่วนความจริงเรื่อง ยางปีเก่า