
รถ EV หรือรถสันดาปจมน้ำมากกว่ากัน? เทียบภาพข่าวกับจำนวนรถจริง พร้อมวิเคราะห์ว่าทำไมตัวเลขที่เห็นอาจไม่ได้แปลว่าใครแพ้น้ำกว่า

คำถามว่า EV หรือรถเครื่องยนต์สันดาปเสียหายจากน้ำท่วมมากกว่ากัน กลายเป็นประเด็นทุกครั้งที่ภาพถนนซึ่งเต็มไปด้วยรถจมน้ำถูกแชร์ออกไป แต่ถ้าจะหาคำตอบจากภาพข่าวอย่างเดียว ต้องระวัง เพราะ “เห็นมากกว่า” ไม่ได้เท่ากับ “มีความเสี่ยงสูงกว่า”

จากข้อมูลสาธารณะของเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยเฉพาะน้ำท่วมหาดใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 พบความเสียหายของรถยนต์จำนวนมากจริง แต่ยังไม่มีฐานข้อมูลทางการที่แจกแจงรถเสียหายทั้งหมดออกมาเป็น BEV กับรถเครื่องยนต์สันดาปอย่างครบถ้วน

ปัจจุบันยังไม่มีสถิติทางการระดับประเทศที่ระบุได้ว่า รถเสียหายจากน้ำท่วมเป็น BEV กี่เปอร์เซ็นต์ และรถสันดาปกี่เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นตัวเลขที่นับจากภาพข่าวเพียงอย่างเดียวไม่ควรถูกใช้เป็นอัตราความเสี่ยงจริง

ข้อมูลกรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ระบุว่า รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คนมี 12,442,198 คัน ในจำนวนนี้เป็น BEV 239,444 คัน หรือประมาณ 1.92%
| ประเภท | จำนวน | สัดส่วน |
|---|---|---|
| BEV | 239,444 คัน | 1.92% |
| รถสันดาปโดยตรง | มากกว่า 11.5 ล้านคัน | ประมาณ 92.9% |
| HEV/PHEV และระบบอื่น | ประมาณ 6 แสนคัน | ราว 5% |
ดังนั้น หากมีรถ 100 คันอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมพร้อมกัน การเห็นรถน้ำมันเสียหายมากกว่าจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะฐานจำนวนรถเดิมไม่ได้เริ่มต้นที่ 50:50
ภาพข่าวน้ำท่วมแสดงรถเก๋ง กระบะ SUV และรถเพื่อการพาณิชย์จำนวนมาก แต่หลายคันไม่สามารถจำแนกระบบขับเคลื่อนได้อย่างแม่นยำจากภาพเพียงอย่างเดียว
การนับข้อมูลจากสื่อควรแบ่งเป็นรถที่ระบุได้แน่นอนว่าเป็น BEV รถที่ระบุได้แน่นอนว่าเป็นสันดาป และกลุ่ม Unknown การนำรถที่ไม่ทราบระบบขับเคลื่อนไปเหมารวมกับสันดาปจะทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อน
นี่เป็นประเด็นสำคัญของ ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า เพราะข้อมูลเชิงสถิติที่ดีต้องแยกระหว่างสิ่งที่ “มองเห็น” กับสิ่งที่ “พิสูจน์ได้”

ข้อมูลจากภาคประกันภัยชี้ว่าความเสียหายอยู่ในระดับหลายหมื่นคัน แต่ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่ได้แบ่งยอดทั้งหมดตามระบบขับเคลื่อน
สมาคมประกันวินาศภัยไทยประเมินว่ารถจากมหาอุทกภัยภาคใต้อาจเสียหายประมาณ 30,000 คัน ขณะที่วิริยะประกันภัยรายงานรถเสียหายจากน้ำท่วมในภาคใต้ประมาณ 4,300 คัน และอยู่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ประมาณ 3,800 คัน
| ข้อมูล | จำนวน |
|---|---|
| ประเมินรถเสียหายอุทกภัยภาคใต้ | ประมาณ 30,000 คัน |
| เคลมของวิริยะประกันภัย | ประมาณ 4,300 คัน |
| เฉพาะเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ | ประมาณ 3,800 คัน |
| ยอดแยก BEV / ICE | ยังไม่มีข้อมูลครบถ้วน |
เหตุผลหลักมีแนวโน้มมาจากจำนวนรถที่มีโอกาสสัมผัสเหตุการณ์ มากกว่าจะพิสูจน์ว่าระบบขับเคลื่อนแบบใดแพ้น้ำกว่า
สำหรับข้อจำกัดของ EV เมื่อลุยน้ำ สามารถอ่านต่อในบทความ รถ EV ลุยน้ำท่วมได้จริงหรือไม่
ทั้ง EV และรถสันดาปสามารถเสียหายหนักจนถึงระดับ Total Loss ได้ แต่จุดที่ต้องตรวจสอบต่างกัน
| ระบบขับเคลื่อน | จุดที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|
| ICE | เครื่องยนต์ ระบบไอดี น้ำมันเครื่อง เกียร์ ECU สายไฟ ห้องโดยสาร |
| BEV | แบตเตอรี่แรงดันสูง อินเวอร์เตอร์ มอเตอร์ ระบบ High Voltage สายไฟ ห้องโดยสาร |
| ทั้งสองประเภท | ECU เซนเซอร์ ระบบความปลอดภัย เบาะ ฉนวน ระบบปรับอากาศ และการกัดกร่อน |
รถหนึ่งคันไม่ได้มีแค่เครื่องยนต์หรือแบตเตอรี่ พอแช่น้ำถึงคอนโซล เซนเซอร์ กล่องควบคุมและชุดสายไฟก็อาจเสียหายตามกัน ต่อให้ต้นกำลังยังรอด ค่าซ่อมส่วนอื่นก็อาจสูงจนไม่คุ้มซ่อม
ถ้าถามจำนวนคันที่เราเห็นจากข่าว คำตอบมีแนวโน้มว่าเป็นรถเครื่องยนต์สันดาป แต่ถ้าถามว่า “รถแบบไหนมีอัตราเสียหายสูงกว่าเมื่อเทียบกับจำนวนรถที่มีอยู่” ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอให้ฟันธง
รถสันดาปที่เห็นมากกว่าในภาพข่าวสามารถอธิบายได้จากฐานจำนวนรถที่มากกว่าอย่างชัดเจน ไม่ใช่หลักฐานตรงว่ารถสันดาปทนน้ำน้อยกว่า EV ในทางกลับกัน การเห็น EV เสียหายน้อยกว่าก็ไม่ได้แปลว่า EV กันน้ำได้ทุกกรณี
ดังนั้น หากต้องการคำนวณ Damage Rate ของ รถ EV จมน้ำ เทียบ ICE อย่างยุติธรรม ต้องมีทั้งจำนวนรถแต่ละขุมพลังในพื้นที่ จำนวนรถเสียหายแยกตามขุมพลัง และระดับความรุนแรงของความเสียหาย
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
ปัจจัยหลักมาจากปริมาณรถสะสมในตลาด รถสันดาปมีจำนวนผู้ใช้งานและยอดจดทะเบียนสะสมมากกว่ารถ EV หลายเท่าตัว จึงมีโอกาสทางสถิติที่จะติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมมากกว่า
รถยนต์ไฟฟ้าสามารถลุยน้ำท่วมขังระยะสั้นได้ดีกว่าเนื่องจากแบตเตอรี่มีมาตรฐาน IP67 ป้องกันน้ำเข้า ส่วนรถสันดาปมีความเสี่ยงสูงที่น้ำจะเข้าทางท่อไอดีและทำให้เครื่องยนต์ดับ
อัตรา Loss Ratio ของประกันภัยรถ EV โดยเฉลี่ยสูงถึง 80-90% เนื่องจากมูลค่าแบตเตอรี่ไม่ได้ลดลงตามค่าเสื่อมราคารถยนต์ ทำให้มีโอกาสถูกประเมินเป็นความเสียหายสิ้นเชิงได้ง่ายกว่ารถสันดาป
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรถยนต์ซูซูกิ เคียงข้างไทย! แคมเปญ SUZUKI V CARE ชูส่วนลดรถใหม่สูงสุด 110,000 บาท
ข่าวรถ ToyotaToyota bZ3X วิ่งทดสอบไทย ลุ้นเปิดตัวปี 2027
ข่าวรถ GEELYGeely Battleship 700 พกขุมพลัง 1,113 แรงม้า ลุยน้ำลึก 800 มม. เตรียมเปิดตัว 10 ต.ค. นี้
ข่าวรถ BMW2027 BMW 3 Series ดุดันขั้นสุดด้วยรุ่น M350 xDrive ขุมพลัง 6 สูบ 437 แรงม้า
ข่าวรถ Luxeedเปิดตัว Luxeed RX รถ EV ใหม่ ดีไซน์ระดับเฟอร์รารี่ 586 แรงม้า วิ่งไกล 852 กม.
ข่าวรถ iCAURเปิดตัว iCAUR V27 REEV รถ EV ทรงกล่อง 9.99 แสน
Honda Newsเปิดสเปก Honda Odyssey รุ่นปรับโฉมในจีน บอกลารุ่นจอดำ เพิ่มออปชันหรูสู้ศึก MPV
ข่าวด่วนเจ้าของ Suzuki Swift ลุยน้ำท่วม เปิดใจคลิปไวรัล มิดฝากระโปรง