
พร้อมที่จะพาเหล่าดูคาทิสต้าได้สัมผัสสมรรถนะขีดสุดกับซูเปอร์เน็กเก็ดของทางค่ายอย่าง Ducati Streetfighter V4 2025 ซูเปอร์ไบค์รุ่นเรือธงที่เปิดตัวล่าสุดมาพร้อมกับการปรับปรุงครั้งสำคัญ โดยดึงเทคโนโลยีความแรงมาจากตัวแข่งในการแข่งขัน และนี่คือ 5 ปัจจัยทำไมต้องซื้อเจ้าสตรีทไฟเตอร์รุ่นนี้…เพราะอะไรกัน ?
1.เครื่องยนต์ Desmosedici Stradale V4 ปรับใหม่

ปัจจัยแรกกับสิ่งที่สำคัญที่สุดคงเป็นในเรื่องของเครื่องยนต์ที่ปรับปรุงกลไกครั้งใหม่ ซึ่งหากเทียบกับเจ็นปี 2024 บล็อกใหม่รุ่นนี้มีอัตราส่วนน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนถึง 1 กก. รวมถึงโปรไฟล์แคมชาร์ฟถูกออกแบบใหม่ เพิ่มระยะการลิฟไอดี (+0.75 มม.) และไอเสีย (+0.45 มม.) อีกทั้งยังมีระบบวาล์วแปรผันรองรับสำหรับการเร่งรอบสูงโดยเพิ่มระยะกริปสำหรับการอัดน้ำมันและอากาศยาวขึ้น 25 มม. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในห้องเผาไหม้ ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้นถึง 6 แรงม้า

ภายใต้พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันกับ Panigale V4 ซูเปอร์ไบค์ที่ร้อนแรงที่สุดกับเครื่องยนต์ Desmosedici Stradale V4 ขนาด 1,103 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว มีอัตราส่วนกำลังอัด 14:1 พ่วงมาพร้อมระบบหัวฉีดไฟฟ้า ระบบเกียร์บ็อกซ์ 6 สปีดแบบเดียวกันกับ Superleggera V4 พร้อม Ducati Quick Shift up/down 2.0 ระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ มาพร้อมกับความจุถังน้ำมันขนาด 16 ลิตรและผ่านมาตรฐาน Euro5+ เป็นที่เรียบร้อย โดยเคลมตัวเลขสเปคแรงม้าสูงสุดแบ่งเป็นเวอร์ชันต่าง ๆ ต่อไปนี้
สเปคยุโรป : กำลัง 214 แรงม้าที่ 13,500 รอบ แรงบิด 127 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบ
สเปคอเมริกา : กำลัง 205 แรงม้าที่ 12,650 รอบ แรงบิด 119.7 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบ
สเปคตัวแต่ง (ใส่ท่อ Akrapovic) : กำลัง 226 แรงม้าที่ 13,750 รอบ แรงบิด 127 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบ
2.New Design น้ำหนักเบาลง

![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ต่อด้วยการดีไซน์ที่ยังคงออกแบบให้มีความเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมเหมือนรุ่นก่อน ๆ แต่จะมีบางชิ้นส่วนสำคัญที่ปรับเปลี่ยนใหม่กับปีกวิงก์เล็ตด้านหน้าแบบคู่รวมเข้ากับชุดแฟริ่งโดยออกแบบสัดส่วนให้สอดรับกับหลักอากาศพลศาสตร์ และยังสามารถสร้างแรงดาวน์ฟอร์จเพื่อการควบคุมที่แม่นยำในขณะใช้ความเร็วสูง และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือการใช้สวิงอาร์มคู่แทนโปรอาร์มรุ่นเดิมซึ่งเทียบกันสวิงอาร์มตัวใหม่มีน้ำหนักเบากว่า 3.27 กก. ประกอบกับเฟรมอลูมิเนียมอัลลอยน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อน 950 กรัม
3.ปรับ Ergonomics ใหม่ นั่งสบาย เร้าใจมากขึ้น

นอกจากนี้ในเรื่องของ Ergonomics ยังคงปรับใหม่เช่นเดียวกัน ทั้งกริปเท็กเจอร์บริเวณข้างถังออกแบบรองรับหัวเข่าของผู้ขับขี่ในกรณีที่เกิดการเบรก พักเท้าและแฮนด์เดิ้ลบาร์ปรับจุดเข้าหาผู้ขับขี่ช่วยเพิ่มระยะเทโค้ง อีกทั้งยังนั่งสะดวกสบายด้วยตัวเบาะชิ้นใหม่กว้างและยาวขึ้น ถือเป็นการปรับเปลี่ยนในลักษณะเดียวกันกับเจ้า Panigale V4 2025 มาแล้วนั่นเอง
4.ช่วงล่าง ระดับแข่งขัน

สอดรับความร้อนแรงด้วยระบบสัมผัสกับพื้นถนนอย่างช่วงล่างที่มาพร้อมเทคโนโลยีสำหรับรุ่นนี้ ให้ระบบกันสะเทือนที่เป็นโช้คอัพหน้า USD รุ่น Showa BPF ขนาดแกน 43 มม.ปรับแต่งได้เต็มระบบทั้งพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ ส่วนโช้คอัพหลังใช้ของ Sachs ปรับแต่งได้เต็มระบบเช่นกัน (ขณะที่รุ่น V4S ให้โช้ค Ohlins NIX 25/30 S-EC 3.0 ขนาดแกน 43 มม. ปรับแต่งเต็มระบบด้วยระบบ โช้คหลัง Ohlins TTX 36 S-EC 3.0 ปรับได้ระบบไฟฟ้าทั้งหน้า-หลังตามโหมดการขับขี่)
![]() |
![]() |
| Brembo Hypure เรเดียลเม้าท์ | ล้อฟอร์จ 5 ก้าน |
ในขณะที่ระบบเบรกใช้เป็นจานเบรกเซมิโฟลทติ้งแบบคู่ขนาด 330 มม.ประกบด้วยคาลิเปอร์ Brembo โมโนบล็อกตัวใหม่ล่าสุดในรุ่น Hypure ขนาด 4 ลูกสูบ จานหลังขนาด 245 มม. พ่วงคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ โดยระบบเบรกมาพร้อมกับเทคโนโลยี Race eCBS. หรือระบบ Cornering ABS กระจายแรงเบรกอัจฉริยะสำหรับสนามแข่ง (ใช้แรงเบรกล้อหลังพร้อมกันกับล้อหน้าที่ถูกใช้งาน ควบคุมผ่านตัวเซ็นเซอร์) สวมด้วยล้อฟอร์จ 5 ก้าน และรัดด้วยยางสเปคแข่งขันอย่าง Pirelli Diablo Rosso IV Corsa ขนาด 120/70-ZR17, 200/60-ZR17 ตามลำดับ โดยเคลมน้ำหนักสำหรับรุ่น V4 มีน้ำหนักรวม 191 กก. และรุ่น V4S มีน้ำหนักอยู่ที่ 189 กก. ซึ่งเบากว่ารุ่นก่อน 4 กก.
5.เทคโนโลยีเต็มขั้น

อัดแน่นด้วยระบบเทคโนโลยีรองรับการขับขี่มากมายผ่าน IMU ของระบบ Ducati Vehicle Observer ซึ่งควบคุมและตรวจจับการคำนวณด้วยเซ็นเซอร์กว่า 70 จุดรอบคัน โดยควบคุมทั้งระบบแทร็คชันคอนโทรล (ปรับได้ 8 ระดับ) ระบบ Race eCBS (ปรับได้ 5 ระดับ) ระบบช่วยออกตัว, เอ็นจิ้นเบรก, ระบบป้องกันล้อหน้าลอย มี Riding Mode การขับขี่ประกอบไปด้วย Race, Sport, Road และ Wet รวมถึงพาวเวอร์โหมด 4 ระดับ ตอบสนองได้ดั่งใจผ่านคันเร่งไฟฟ้า อีกทั้งยังรองรับความสะดวกสบายต่อผู้ขับขี่ทั้งหน้าจอสี TFT ขนาด 6.9 นิ้ว พร้อมดิสก์เพลย์หน้าจอแบบสปอร์ต และระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคันตามลำดับ
มาไทยแน่นอน!! ไม่ต้องคาดเดา มาตาม ๆ รุ่นโฉมสปอร์ตซึ่งเดี๋ยวจะทยอยเปิดตัวตามลำดับแต่ยังไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ว่าจะเป็นช่วงไหน และคาดราคาอาจไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก..ยังไงก็มาลุ้นกัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวมอเตอร์ไซค์Bilmola บุกแดนมังกรในงาน CIMA Motor 2026 ตอกย้ำความยิ่งใหญ่แบรนด์ไทยในเวทีโลก
ข่าวมอเตอร์ไซค์CYCLONE บุกงาน CIMA Motor 2026 ยก 3 รถเรือธงรุ่นใหม่ครองเวทีจัดแสดง
ข่าวมอเตอร์ไซค์ชมช็อตออกตัวสุดว้าว! Xiaomi SU7 Ultra ซีดานไฟฟ้า พุ่งทะยานทิ้งคู่แข่งกระจุย
ข่าวมอเตอร์ไซค์ยายตัวตึง ขี่รถเร่งมรดกซิ่งกลางถนนบางแค ตำรวจจ่อแจ้ง 3 ข้อหา คนสนิทเผยความจริง
BMWBMW M ร่วมฉลอง ครบรอบ 100 ปี ตำนาน สนาม Nürburgring
ข่าวมอเตอร์ไซค์Ninja H2 2027 เผยโฉมสุดยอด ไฮเปอร์สปอร์ต จากค่ายยักษ์เขียว
Yamaha Newsกฤตภัทร เขื่อนคำ “ไอเดีย” นำถ้วย แชมป์เอเชีย 2026 ขอบคุณผู้บริหาร ไทยยามาฮ่ามอเตอร์
Honda NewsHonda CRF250R และ CRF250RX เปิดตัว รุ่นปี 2027 เติมความดุดันด้วย สีเอ็กซ์ตรีมเรด