SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Superveloce 2021 ปรับใหม่แรงไม่ตกพร้อมอัดเทคโนโลยีใหม่เพิ่ม นีโอคาเฟ่เรซเซอร์สุดจี๊ดจากค่ายรถจากเมืองพิซซ่าก็เป็นอีก 1 โมเดลที่ได้รับการอัปเดตในปี 2021 เพื่อที่จะให้ผ่านมาตรฐานไอเสียอันเข้มงวดในยุโรปหรือ Euro5 พร้อมกันนี้ยังได้ออกโมเดลใหม่รหัส S เป็นตัวท็อปเพิ่มความพรีเมียมให้มากยิ่งขึ้น เป็นเรื่องที่น่าดีใจที่ Euro5 ไม่ส่งผลกับเจ้า MV Agusta Superveloce 2021 เพราะกำลังเครื่องยนต์ต่างๆ ยังคงไม่ลดน้อยถอยลงแต่อย่างใด เพราะทางค่ายมีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์หลายจุดด้วยกัน เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงขนาด 800 ซีซีของมันยังคงรีดแรงม้าออกมาได้มากถึง 144 แรงม้าเช่นเดิม ส่วนตัวเลขแรงบิดนั้นอยู่ที่ 88 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับพิกัดนี้ เพื่อที่จะให้ผ่านมาตรฐานใหม่ได้ทางค่ายก็เลยจัดการเคลือบก้านวาล์วใหม่ด้วยเทคโนโลยี Diamond Like Carbon ลดแรงเสียดทาน และยังป้องกันการสึกหรอได้ดี มีการใช้บ่าวาล์วไทเทเนียม และออกแบบระบบไอเสียใหม่หมด รวมไปถึงปลายท่อแบบตัดเฉียงก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงแล้วเราสังเกตได้ เท่านั้นยังไม่พอยังมีหัวฉีดใหม่ขนาดใหญ่และจ่ายน้ำมันด้วยความแรงที่มากขึ้น ปรับกล่อง ECU ให้รองรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และยังใช้ระบบออยล์คูลเลอร์ใหม่ที่ช่วยให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้นอีก 5% อีกด้วย ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องยนต์ที่มีการอัปเดตปรับเปลี่ยน ยังมีการปรับในหลายๆ ส่วน อาทิ เฟรมเพลตที่ออกแบบใหม่ช่วยให้ทนต่อการบิดตัวมากยิ่งขึ้น ช่วงล่างเองก็ดีขึ้นจากการปรับเปลี่ยนค่าใหม่ของโช้คหน้ามาจากโรงงานเลย ในส่วนของคลัตช์ก็มีการใช้เรือนคลัตช์ที่แข็งแรงขึ้น มีการอัปเกรดซอฟต์แวร์ของควิกชิฟเตอร์ เพื่อให้การเข้าเกียร์ทำได้นุ่มนวล เงียบ และแม่นยำมากขึ้น ยังไม่หมดเท่านั้น ตัวรถยังมีการเพิ่มระบบ IMU เข้ามา ซึ่งนั่นหมายความว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ก็จะอัปเกรดตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น แทร็คชันคอนโทรล ระบบป้องกันการลอยตัวของล้อ และระบบช่วยออกตัว ส่วนระบบเบรกแบบ Cornering ABS นั้นจะเป็นของจากทาง Continental หน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 5 นิ้วเองก็ได้รับการอัปเกรดให้สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ และใช้งานแบบหน้าจอเสมือนได้ผ่านแอพลิเคชัน MV Ride App ปิดท้ายด้วยโมเดล S ก็จะมีสิ่งที่แตกต่างออกไปคือ สีพิเศษ เป็นสีขาวมุกตัดด้วยสีทองเพิ่มความหรูหราขั้นสุด มีการใช้ล้อซี่แบบไม่ต้องใส่ยางในจากทาง Kineo และมีเบาะหนังอัลคันทาราสีน้ำตาล อีกทั้งยังมีเรซซิ่งคิทที่จะเพิ่มในส่วนของตูดหมดหรือครอบเบาะท้าย ท่อ Arrow แบบเรซซิ่งและ ECU อัปเดตใหม่ สนนราคาของโมเดลสแตนดาร์ดนั้นเริ่มต้นที่ 20,700 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 780,000 บาท ส่วนโมเดล S นั้นเริ่มต้นที่ 23,600 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 880,000 บาท มาจำหน่ายในไทยคงแตะหลักล้านเป็นแน่ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 1290 SUPER DUKE RR ขีดสุดของซูเปอร์เน็กเก็ด ค่ายสีส้มขวัญใจวัยรุ่นออสเตรีย เปิดตัวโมเดลที่จะทำให้หน้าประวัติศาสตร์เน็กเก็ดไบค์เปลี่ยนไปอีกครั้ง กับ KTM 1290 Super Duke RR ซูเปอร์เน็กเก็ดโมเดลระดับขั้นสุด พร้อมจำนวนขายแบบลิมิเต็ดอิดิชันเพียง 500 คันเท่านั้น มีอะไรโดดเด่นยังไงบ้าง ไปตำกันทีละด้านได้เลย ถือเป็นโมเดลแรกเลยสำหรับเคทีเอ็มกับโค้ดเนม RR ซึ่งถือว่าเป็นขั้นสุดของทางค่าย เป็นโมเดลระดับเรือธงพร้อมการผลิตแบบจำนวนจำกัด และพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Pure Performance หรือว่าว่าวกันซื่อๆ ง่ายๆ ว่า สมรรถนะแบบเน้นๆ โมเดลพิเศษระดับเรือธงนี้จะผลิตขึ้นเพียง 500 คันเท่านั้นและสามารถสั่งพรีออเดอร์ทางออนไลน์เท่านั้น สิ่งที่ทำให้โมเดลนี้น่าสนใจมากๆ คือตัวเลขสเปกชีตที่อยู่ในระดับน่าตื่นตาตื่นใจ ขุมพลัง 2 สูบวีขนาด 1,301 ซีซี แรง 180 ม้า หนัก 180 กก. 140 นิวตันเมตร เท่ากับว่าม้า 1 ตัวแบกน้ำหนัก 1 กก. เท่านั้น แถมทอร์คยังมหาศาลอีกด้วย วงเล็บไว้ว่าเครื่องผ่าน Euro5 แล้วด้วยนะครับ สิ่งที่เปลี่ยนไปในโมเดลนี้เมื่อเทียบกับโมเดลสแตนดาร์ดก่อนคือ เบากว่าเดิม 9 กก. แต่ตัวรถยังคงแข็งแรง มีความคล่องตัว และให้ความนิ่งที่ความเร็วสูงๆ ได้ดีกว่า โดยล้อนั้นเบาลงกว่าเดิม ทำให้มีน้ำหนักใต้สปริงน้อยลงกว่าเดิมถึง 1.5 กก. ซึ่งส่งผลต่อดีต่อการขับขี่อย่างมาก และสิ่งที่เด่นมากที่สุดคือระบบกันสะเทือนขั้นสุดจาก WP โดยด้านหน้าจะมาพร้อมโช้คหน้าหัวกลับ WP APEX PRO 7548, กันสะบัด WP APEX PRO 7117 และโช้คหลัง WP APEX PRO 7746 ซึ่งทั้งหมดสามารถปรับค่าต่างๆ ได้หมด และมีการทำพิเศษเพื่อโมเดลนี้โดยเฉพาะ สิ่งสำคัญที่ทำให้น้ำหนักของโมเดลนี้เบาลงอย่างมากคือการใช้คาร์บอนไฟเบอร์จำนวนมาก โดยซับเฟรมเองก็ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ และการนี้เองทำให้ดีไซเนอร์สามารถออกแบบท้ายใหม่รับกับไฟท้าย LED แบบใหม่ได้ นอกจากนี้ตัวรถยังมีระบบอะแด็พทีฟเบรกไลท์อีกด้วย ซึ่งเจ้าระบบนี้จะทำงานด้วยการกระพริบไฟเบรกถี่ๆ เวลาเบรกกะทันหันเพื่อช่วยเตือนคนที่ขับตามมาด้านหลังได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนในจุดที่ไม่น่าเชื่ออย่างองศาการเปิดคันเร่ง ให้มาไว้ขึ้นอีก 7 องศาเมื่อเทียบกับโมเดลปกติ ช่วยให้คุณบิดคันเร่งสั่งเครื่องยนต์ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ส่งแรงได้ทันใจ ทั้งยังลดภาระที่ข้อมือได้อีกด้วย และเพื่อให้สามารถขับขี่ในสนามได้สมกับรหัสพิเศษนี้แบบเต็มขั้น ตัวรถก็เลยมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เอื้อกับการขับขี่ในสนาม ไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ในสนาม Track Mode และโหมด Perfomance ที่ปรับปรุงใหม่ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ปรับค่าการทำงานของระบบอื่นๆ ได้เกือบจะไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็น ระบบป้องกันการสลิปที่ล้อหลัง การตอบสนองคันเร่ง ระบบช่วยออกตัว และระบบแทร็คชันคอนโทรล ปิดท้ายอสูรร้ายพันธ์ุโหดด้วยท่อสลิปออนจากแบรนด์ Akrapovic ทำจากไทเทเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อทำให้มันดุดันและสวยงามมากยิ่งขึ้น ต้องบอกว่าโมเดลนี้คือขีดสุดของเน็กเก็ดในค.ศ.นี้จริงๆ ครับ ไม่ว่าจะในด้านไหนๆ ก็ตาม สนนราคานั้นก็ร้อนแรงน่าดูอยู่ที่ 21,499 ปอนด์หรือราวๆ 930,000 บาท หากมาจำหน่ายในไทยแล้ว สนนราคาคงทะลุล้านบาทไปจนถึงล้านกลางๆ เป็นแน่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮอนด้า ผู้นำแห่งวงการรถจักรยานยนต์ไทย เผยโฉม New Wave125i 2021 หรือที่ใครหลายคนรู้จักในฉายา เวฟปลาวาฬ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “ให้คำว่าผู้นำ เป็น…ได้มากกว่าที่เคย” โดดเด่นด้วยสีเทาใหม่ Metallic Matte Gray สุดโฉบเฉี่ยว พร้อมเอมเบลมเรียบหรู เส้นสายตัวรถได้รับการออกแบบให้มีความปราดเปรียว สง่างาม ทันสมัยทุกมุมมอง มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่คุ้มค่า New Wave125i 2021 มาพร้อมระบบไฟหน้า LED Headlight หรูหรา เฉียบคม ส่องสว่างทันทีเมื่อสตาร์ท เรือนวัดความเร็ว Premium Amber Meter ดีไซน์เรียบหรู ให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ครบครันชัดเจน มั่นใจด้วยระบบกุญแจนิรภัย มาพร้อมม่านปิดช่องกุญแจ ให้ความสะดวก ปลอดภัย ใช้งานง่าย เพียงกดกุญแจก็เปิดกล่องใต้เบาะได้ทันที ส่วนพื้นที่ใต้เบาะใช้งานได้อย่างเอนกประสงค์ ด้วยขนาดไซส์ XL ความจุถึง 17 ลิตร พร้อมถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5.4 ลิตร นิว เวฟ125ไอ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่รวดเร็วทันใจ ด้วยเครื่องยนต์ 125 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI ให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่า โดยมีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 71.4 กม./ลิตร ผ่านการทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์ และมั่นใจทุกครั้งที่ขับขี่ด้วยดิสก์เบรกหน้า ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่ายเจ้า เวฟปลาวาฬ Wave125i 2021 สีเทาใหม่ Metallic Matte Gray พร้อมกับอีก 3 เฉดสีเดิมที่เพิ่มความโดดเด่นด้วยสีสันแบบสปอร์ตทูโทน ในรุ่นล้อแม็ก ได้แก่ สีน้ำเงิน-แดง, สีดำ-แดง และสีขาวแดง ราคาแนะนำ 56,000 บาท และในรุ่นล้อซี่ลวด สีดำ, สีแดง-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 53,800 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ นิวฮอนด้าเวฟ 125 ไอ ได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CFMoto 650 NK SP 2021 ปรับช่วงล่าง เสริมเทคโนโลยี การันตีขี่ดีขึ้นชัวร์ แบรนด์จีนดีไซน์เฉียบอย่างซีเอฟโมโต ล่าสุดก็ได้แอบเปิดโมเดลใหม่ที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งก็คือเจ้า CFMoto 650 NK SP 2021 เน็กเก็ดไบค์สองสูบพิกัด 650 ซีซี ที่จัดว่าน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิมพอสมควรกับการปรับปรุงรับปี 2021 ในครั้งนี้ การปรับปรุงและอัปเดตในครั้งนี้นั้นหลักๆ ดูเหมือนว่าจะพุ่งเป้าไปที่คนที่มีกำลังซื้อมากขึ้น โดยจะมีการเปลี่ยนโช้คใหม่ไปใช้ของ KYB และยางเองก็มาใช้ Pirelli Angel ST ซึ่งก็จะช่วยให้การขับขี่ การยึดเกาะดีขึ้น ส่วนล้อนั้นมีดีไซน์ใหม่เข้ากับรถมากขึ้น แต่ก็ส่งผลแต่เรื่องความสวยงามเท่านั้น นอกจากเรื่องของช่วงล่างแล้ว ยังมีการติดตั้งระบบสลิปเปอร์คลัตช์ตัวใหม่เข้าไป ในส่วนของเครื่องยนต์ก็มีการใช้หัวฉีดใหม่จาก Bosch เพื่อให้ผ่านมาตรฐาน Euro5 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าโมเดลนี้น่าจะขายในประเทศอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะในยุโรป โดยตอนนี้เคลมแรงม้ามาที่ 56.4 แรงม้า ขณะที่ตัวรถนั้นมีน้ำหนักรถเปล่า 193 กก. นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนในส่วนแสดงผล มาใช้หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ตามเทรนด์ของมอเตอร์ไซค์สมัยใหม่ที่ต่างก็เริ่มหันมาใช้หน้าจอแสดงผลแบบนี้กันมาก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Burgman 400 2021 ปรับใหม่ทั้งภายนอกภายใน กระแสของแม็กซี่สกู๊ตเตอร์นี่มาแรงอย่างต่อเนื่องจริงๆ ครับ หลายๆ ค่ายต่างทยอยปรับปรุงหรือออกโมเดลใหม่เพื่อตีตลาดสกู๊ตเตอร์ โดยเฉพาะในกลุ่มไม่เกิน 400 ซีซี ถือว่ามีตัวเลือกหลากหลายมากมายจริงๆ เพราะมันตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี ขี่ง่าย สบายต่อการเดินทาง และคราวนี้เป็นคิวของ Suzuki กันบ้างที่มีการปรับปรุงเจ้า Burgman 400 2021 ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ในส่วนของภายนอกนั้นมีใหม่ก็ในส่วนของสีสันใหม่ ซึ่งจะเป็นสีด้านใหม่ มีสีเทา สีดำ และสีเงิน และทั้งหมดมาพร้อมกับล้อสีน้ำเงินใหม่เท่านั้น ส่วนภายในนั้นแน่นอนว่าส่วนใหญ่โมเดลที่ปรับปรุงใหม่นั้นมีผลมาจากการบังคับใช้มาตรฐาน Euro5 ของรถที่จะจำหน่ายในยุโรปซึ่งเจ้าเบิร์กแมนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย โดยคราวนี้มีการปรับปรุงในส่วนเครื่องยนต์ มีการติดตั้งระบบหัวเทียนคู่เข้าไป เปลี่ยนหัวฉีดใหม่ ช่วยให้การเผาไหม้ได้ประสิทธิภาพและสะอาดมากขึ้น ทั้งยังปรับไทมิ่งการจุดระเบิดและการเปิดปิดวาล์วใหม่เพื่อให้สตาร์ทได้ง่ายขึ้น เดินเบาได้สมู้ทขึ้น รวมไปถึงส่งกำลังได้ดีขึ้น มีแรงบิดที่ดีขึ้นในช่วงรอบต่ำถึงกลาง และยังช่วยให้ผ่าน Euro5 อีกด้วย โดยตอนนี้เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 399 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำให้แรงม้าที่ 29.2 แรงม้าที่ 6,300 รอบและแรงบิดที่ 35.2 นิวตันเมตรที่ 4,900 รอบ ในส่วนของฟีเจอร์ต่างๆ นั้น มีแทร็คชันคอนโทรลที่ปรับปรุงใหม่ที่ทำงานได้อย่างแนบเนียนมากขึ้น ระบบเบรก ABS มีการปรับปรุงดีไซน์ใหม่มีขนาดเล็กและเบากว่าเดิม และทำงานได้ดียิ่งขึ้น มีระบบ Easy Start หรือระบบช่วยสตาร์ทเพียงกดปุ่มครั้งเดียว เรือนไมล์เองก็มีการอัปเดต โดยยังคงเดิมเรื่องดีไซน์แต่แสดงผลข้อมูลได้มากขึ้น อาทิ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในขณะนั้น เป็นต้น ฟังก์ชันอื่นๆ ในแบบของสกู๊ตเตอร์ก็มีอยู่แน่นๆ เช่นเคยไม่ได้เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ขนาด 42 ลิตร เก็บหมวกกันน็อกได้เต็มใบ 1 ใบ และแบบครึ่งใบอีก 1 ใบ ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์สำหรับชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ก็ยังคงมี (น่าจะเป็น USB เลยจะดีไม่น้อย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ชมโฉมหน้า CBR1000RR-R FIREBLADE รถแข่ง WorldSBK ประจำปี 2021 ก่อนที่จะเริ่มทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกของปีที่ Montmeló ประเทศสเปน ทาง Team HRC ก็ได้ทำการเปิดเผยโฉม CBR1000RR-R FIREBLADE รถแข่ง WorldSBK ประจำปี 2021 ของสองนักแข่ง Alvaro Bautista และ Leon Haslam ให้ได้ชมกัน โดยปีนี้ก็ถือเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกันแล้วที่ทางทีมโรงงานเข้ามาทำทีมลงแข่งในรายการนี้ โดยการเปิดตัวครั้งนี้เป็นไปในรูปแบบของเวอร์ชวลพรีเซนเทชันจากทาง Team HRC เผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ของทาง HRC ซึ่งถ่ายทำกันในโรงรถของทีม เผยให้เห็นโฉมหน้า 2021 CBR1000RR-R FIREBLADE คันงาม นอกจากนี้ผู้ชมจะได้ฟังคอมเมนต์และความคาดหวังของสมาชิกคนสำคัญในทีม ในฐานะที่พวกเขาได้เตรียมพร้อมที่จะสู้ศึกในการแข่งขันระดับโลกด้วยรถโปรดักชันอีกด้วย เท็ตซึฮิโระ คุวาตะ ผู้อำนวยการ HRC และผู้จัดการทั่วไปแผนกการจัดการแข่งขันจากยังได้ส่งข้อความบอกให้เห็นถึงว่าการแข่งขันนั้นสำคัญกับทาง Honda มากขนาดไหน ทางค่ายได้พยายามอย่างหนักและต่อเนื่องเพื่อที่จะพัฒนารถให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน โดยเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยมีแนวคิดว่าเจ้าไฟร์เบลดคันนี้คือรถที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งขันและวาดลวดลายในสนาม ทางคุวาตะเองยังได้กล่าวอีกว่าการพัฒนาทั้งในส่วนของรถและการจัดการบริหารทีมนั้นเสร็จสิ้นตั้งแต่ในช่วงฤดูหนาวแล้ว และเขาก็ได้มอบหมายงานต่อให้กับผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง Leon Camier แล้วอีกด้วย การผันตัวจากนักแข่งมาเป็นผู้จัดการทีมนั้นถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักแข่งชาวอังกฤษผู้นี้ เขาเป็นคนที่กระตือรือร้นและมีส่วนให้โปรเจกต์การพัฒนารถของทางวิศวกรจาก HRC นั้นสำเร็จได้ด้วยดีและยังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งๆ ที่มีอุปสรรคอย่างปัญหาเรื่องโรคระบาด Covid-19 เข้ามาเพิ่มเติม ด้านของสองนักแข่งต่างก็ยินดีที่มี Camier อดีตนักแข่งที่เคยแข่ง SBK มาเหมือนกันกับ Leon Haslam มาร่วมงาน หลังจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงในช่วงฤดูหนาวที่มีทั้งขี่มินิไบค์ยันขี่เอ็นดูรานซ์จบลง Haslam ก็พร้อมที่จะกลับมาขี่ม้าศึกของเขาอีกครั้ง พร้อมยังบอกอีกว่าเขาสามารถขึ้นไปยืนแถวหน้า ด้วยประสบการณ์และการเติบโตจากปีที่แล้วได้อย่างแน่นอน ทางด้าน Alvaro Bautista เองก็ได้แชร์ความรู้สึกในช่วงที่เขาฝึกซ้อมช่วงฤดูหนาวให้ฟังด้วยอีกว่า เขาฝึกมาทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อที่จะอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ความประทับใจแรกของเขาได้จากการที่รถดีขึ้นด้วยฝีมือของวิศวกร ฟีลลิ่งเองก็ดี และเป้าหมายของเขาในตอนนี้ก็คือทุ่มสุดตัวและพยายามที่จะคว้าชัยมาให้จงได้ งานนี้แฟนๆ Honda ก็เตรียมตัวชมผลงานการซ้อมอย่างเป็นทางการได้เลย แล้วการแข่งขันก็จะเบิดศึกกันในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Keeway GT270 สปอร์ตสกู๊ตเตอร์ เปิดราคาเร้าใจท้าชนเจ้าตลาด เริ่มต้น 119,900 ถือเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของแบรนด์คีเวย์ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลยทีเดียว กับการเปิดตัว Keeway GT270 ที่ถือเป็นสกู๊ตเตอร์หรือจักรยานยนต์ออโตเมติกรุ่นแรกของทางค่าย พร้อมกันนี้ยังกล้าการันตีรับประกันเครื่องยนต์นานถึง 5 ปี หรือ 50,000 กม.และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงอีก 1 ปีเต็ม GT270 นั้นออกแบบภายใต้แนวคิด More than City Scooter หรือแปลง่ายๆ ว่าเป็นได้มากกว่าสกู๊ตเตอร์สำหรับใช้งานในเมืองทั่วๆ ไป โดยจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างสมรรถนะและดีไซน์ และยังมีฟังก์ชันการทำงานที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ให้คุณไปได้ไกลว่าที่คิด รูปลักษณ์จะออกมาในแบบของสปอร์ต มีความโฉบเฉี่ยวทันสมัย มาพร้อมฟังก์ชันสมัยใหม่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย อาทิ สมาร์ทคีย์ แผงหน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัลแบบ LCD ระบบไฟ Full LED ทั้งหมดพร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์ และช่องจ่ายไฟแบบ USB ใช้ชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ได้สะดวก ขุมพลังนั้นจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวแบบ 4 วาล์ว ขนาด 278 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดไฟฟ้า ให้แรงม้า 21.4 แรงม้าที่ 7,250 รอบ แรงบิด23 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ส่วนของช่วงล่างด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังจะเป็นโช้คคู่ OKD แบบซับแทงค์ไนโตรเจน ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ดิสก์เบรกหน้าขนาด 240 ม.ม. และดิสก์หลังขนาด 220 ม.ม. พร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อนั้นจะเป็นขนาด 13 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมยาง IRC 110/70-13 และ 130/70-13 ทั้งนี้จะมีจำหน่าย 2 เวอร์ชันด้วยกันได้แก่ Standard มีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีขาว และสีดำด้าน จำหน่ายในราคา 119,900 บาท Extreme เป็นรุ่นตกแต่งพิเศษ จำหน่ายในชุดสีน้ำเงิน มาพร้อมโช้คหลัง Ohlins แครชบาร์ การ์ดไฟหน้าและแผ่นรองเท้าสแตนเลส จำหน่ายในราคา 134,900 บาท รวมภาพรุ่น Extreme ด้านล่าง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

C 400 X & C 400 GT ปรับใหม่รับ 2021 แรงไม่ตก แถมปลอดภัยมากขึ้น ปัจจุบันกระแสของรถแม็กซี่สกู๊ตเตอร์นั้นเรียกได้ว่าสุดๆ ทั้งในบ้านเราและในยุโรป ซึ่งก็เป็นเพราะจุดเด่นของรถประเภทนี้ที่มีทั้งเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย อีกทั้งยังสามารถที่จะใช้เดินทางไกลๆ ได้อีกด้วย แถมยังมีท่านั่งที่สบาย ขับขี่ได้ไม่ยาก และสุดท้ายขี่ในเมืองใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และเมื่อไม่นานมานี้ Yamaha เองก็เพิ่งจะจัดโมเดลพิเศษฉลอง 20 ปี ของเจ้าแม็กซี่สกู๊ตเตอร์สุดแรงของทางค่ายอย่าง TMAX 560 ไป แน่นอนว่าตลาดนี้ใครๆ ก็อยากมีส่วนร่วม ครานี้จึงเป็นทีของ BMW ที่จะต้องมากอบกู้สถานการณ์บ้าง โดยทาง BMW Motorrad ได้ทำการปรับปรุง C 400 GT และ C 400 X ที่แรกเริ่มเปิดตัวในปี 2018 ซึ่งทั้ง 2 โมเดลนี้ก็จะมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป โดยเจ้ารหัส X จะเป็นสกู๊ตเตอร์ที่เหมาะกับการใช้งานแถบชานเมือง ลุยได้เล็กๆ มีสไตล์ที่ได้ต้นแบบมาจากรถในตระกูล GS ส่วนรหัส GT ก็จะเป็นสกู๊ตเตอร์ที่มีสไตล์เน้นไปทางด้านทัวริ่งมากกว่า มีเส้นสายเหมาะกับการขับขี่ทางไกล รวมไปถึงลูกเล่นพรีเมียมมากมาย โดยการอัพเดตรับปี 2021 นี้จะมีรายละเอียดเด่นๆ ไม่มากนัก โดยจะมีการปรับปรุงในเรื่องของระบบคันเร่งไฟฟ้าเพื่อให้ทำงานกับเครื่องสูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 350 ซีซี มีการปรับปรุงระบบควบคุมเครื่องยนต์ใหม่ ทำให้ยังสามารถรักษาแรงม้าไว้ได้ที่ 34 แรงม้า ขณะเดียวกันก็ออกแบบระบบไอเสียใหม่เพื่อให้สามารถผ่าน Euro5 ได้ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงในส่วนของระบบเกียร์ CVT ใหม่เล็กน้อย มีการใส่สปริงคลัตช์ใหม่เข้าไป ซึ่งทางค่ายระบุว่าจะช่วยให้ส่งกำลังได้สมู้ทมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในตอนที่ต้องใช้ความเร็วต่ำ เช่น ตอนซอกแซกในถนนที่รถติดมากๆ หรือขับขี่ในเมือง สุดท้ายเลยคือระบบควบคุมเสถียรภาพรถโดยอัตโนมัติหรือ ASC ก็จะทำงานได้รวดเร็วขึ้น เข้ามาเพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้นเวลาที่ต้องเจอกับสภาพเส้นทางที่มีการยึดเกาะน้อยๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CFMoto 250SR Racing Version โมเดลใหม่พร้อมซิ่งในสนาม ระยะหลังๆ มานี้แฟนๆ ชาวสองล้อน่าจะพอรับรู้ได้ว่าสปอร์ตไบค์ขนาดเล็กน้ำหนักเบานั้นค่อนข้างจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในทางเอเชีย ไม่เพียงแต่มันจะสะดวกต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงยังเหมาะที่จะไปขับขี่ในสนามได้เมื่อปรับเซ็ตให้เหมาะสม รถเหล่านี้มักจะมาพร้อมเครื่องสูบเดียวหรือเครื่องสองสูบ และมักจะมีมิติตัวรถใกล้เคียงกับโมเดลที่เป็นลูกพี่ลูกน้องในค่ายเดียวกัน แต่จะขับขี่ได้ง่าย เป็นมิตรกับมือใหม่ และเพื่อการนี้เองค่ายรถจีนอย่าง CFMoto จึงได้เปิดตัว 250SR Racing Version ซึ่งจะเป็นสปอร์ตไบค์ฟูลแฟริ่ง พร้อมแฮนด์จับโช้ค รวมไปถึงช่วงล่างที่เหมาะกับการขับขี่ในสนาม โดยพื้นฐานของโมเดลใหม่นี้จะมาพร้อมเครื่องยนต์สูบเดียว 249 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้าที่ 27 แรงม้า เหมาะกับนักบิดหน้าใหม่ รวมถึงนักบิดที่ประสบการณ์มาระดับนึงและพร้อมที่จะไปขับขี่ในแทร็ก นอกจากนี้ยังมีหน้าจอสี TFT ระบบเบรก ABS และโหมดการขับขี่แบบ Eco และ Sport สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชั่นพร้อมซิ่งสนามนี้ก็จะได้แก่ ลวดลายกราฟิกใหม่ สวยงามให้อารมณ์เรซซิ่งมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีช่วงล่างใหม่จาก KYB ที่ปรับเซ็ตให้แข็งขึ้นเหมาะกับการขับขี่ในสนามมากขึ้น คันเร่ง ระบบเบรก และท่านั่งขับขี่ยังมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้เหมาะกับการขับขี่แบบดุดันสไตล์เรซซิ่งมากขึ้น ส่วนเมืองไทยจะเข้ามาใหม่นั้น ก็ต้องลุ้นกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Zontes 350GK สแครมเบลอร์สไตล์เรโทรเตรียมเปิดตัววางขายเร็วๆ นี้ ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม แต่คุณก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่ารถมอเตอร์ไซค์จากจีนนั้นส่งผลต่อรถระดับเริ่มต้นในวงการสองล้ออย่างมาก โดยเฉพาะในอเมริกาและยุโรปที่มักจะมองว่ามอเตอร์ไซค์คือของเล่นอย่างนึง ไม่ใช่ของจำเป็นในชีวิต ดังนั้นเรื่องคุณภาพนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจมากนัก และหลายๆ คนก็มักจะอุดหนุนรถที่มาจากจีนเหล่านี้ และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นค่ายรถสัญชาติจีนนั้นพัฒนารถของพวกเขาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด และเริ่มมีบทบทสำคัญในตลาดโลกมากขึ้น เช่น CFMoto และ Zontes ที่เริ่มแพร่หลายในหลายๆ ทวีป ทั้งยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผลมาจากราคาของมัน รวมไปถึงคุณภาพและฟีเจอร์ต่างๆ และล่าสุดทาง Zontes ก็ ได้เปิดตัว 350GK ที่คาดว่าจะขายในจีนก่อน ซึ่งมันดูเป็นรถที่มีสไตล์เฉียบคมดูล้ำสมัยตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่แต่เดิมมักจะมีรถที่เหมือนมาจากยุคอนาคต ตัวรถจะมาในแบบของสแครมเบลอร์ โดยมีดีไซน์ในสไตล์เรโทร แต่ยังคงมีเส้นสายเฉียบคมอยู่พอสมควร โดยตัวรถจะใช้เครื่องยนต์แบบสูบเดียวขนาด 350 ซีซี ซึ่งน่าจะเป็นระบบวาล์วแบบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ และอาจจะมีแรงม้าได้มากถึง 43.5 แรงม้าเลยทีเดียว ทางค่ายยังอ้างว่าแม้ว่าจะใช้เครื่องสูบเดียว แต่รถก็จะขับขี่ได้นุ่มนวลด้วยเคาน์เตอร์บาลานเซอร์ที่ช่วยลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ได้มากถึง 20% ฟีเจอร์อื่นๆ อาทิ ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 17 ลิตร หน้าจอ TFT สี ระบบไฟ LED ระบบสลิปเปอร์คลัตช์ ระบบเบรก ABS และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ เป็นต้น ซึ่งถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ อย่างไรก็ดีตอนนี้ราคานั้นก็ยังไม่ระบุ แต่เชื่อว่าจะพร้อมจำหน่ายในหลายๆ ทวีปในเดือนหน้าครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว Kawasaki KLR650 2022 เปิดตัวในไทยพร้อมวางขาย เริ่มต้น 268,500 บาทเท่านั้น เรียกว่าเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์พอสมควรเลยทีเดียวกับการเปิดตัว Kawasaki KLR650 2022 จากทาง คาวาซากิ ประเทศไทย เพราะแต่ก่อนนั้นไม่เคยมีวางจำหน่ายในประเทศไทยมาก่อนเลยครับ แม้ว่าจะมีการผลิตในประเทศไทยเพื่อส่งออกจำหน่ายในต่างประเทศมานานมากแล้วก็ตามครับ สำหรับโมเดลนี้ถือว่าเป็น All New นะครับ เป็นเจเนอเรชันที่ 3 ของ KLR650 แล้ว จุดที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นการเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์แบบหัวฉีดเป็นครั้งแรก ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 652 ซีซีนี้ที่ทั้งประหยัดกว่าเดิมและทนทานกว่าเดิม รวมถึงยังสามารถสตาร์ทได้ง่ายขึ้นแม้ว่าจะอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลหรือพื้นที่ๆ อากาศหนาวอีกด้วย ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ทุกพื้นที่จริงๆ นอกจากหัวฉีดแล้ว ยังมีการปรับเปลี่ยนโปรไฟล์ของแคมชาฟต์เพื่อปรับการจ่ายไอเดียและไอเสียใหม่ ช่วยให้ได้แรงบิดและกำลังในรอบกลางมากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนวัสดุและรูปทรงของตัวประคองโซ่เพื่อเพิ่มความทนทานอีกด้วย มีการปรับดีไซน์ของถังน้ำมันให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกลายเป็น 23 ลิตร ช่วยให้เดินทางได้ไกลมากขึ้น มีเรือนไมล์ดิจิตอลที่มาพร้อมเกจแสดงระดับน้ำมันแล้ว แชสซีเองก็มีการปรับปรุงให้มีการสั่นสะเทือนน้อยลงอีกด้วย ปรับเปลี่ยนชุดคลัตช์และเกียร์เพื่อให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้ดีขึ้น มีตัวเจเนอเรเตอร์ที่ทนทานมากขึ้นเพื่อจ่ายไฟให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่จะติดตั้งเพิ่มเข้ามาได้ดียิ่งขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานที่ไบเกอร์กลุ่มนี้มักจะติดตั้งไฟเสริมอยู่แล้ว ซับเฟรมมีการเพิ่มความทนทานเข้าไป ปรับให้มีสวิงอาร์มยาวขึ้นเล็กน้อยและจุดหมุนของสวิงอาร์มมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้ลุยไปได้มากขึ้นนั่นเอง นอกจากการปรับปรุงในส่วนต่างๆ ที่มีผลต่อการขับขี่และสมรรถนะของรถแล้ว ทางคาวาซากิยังได้คำนึงเรื่องของหน้าตารูปลักษณ์ด้วยเช่นกัน โดยตอนนี้ไฟหน้าเป็นแบบ LED แล้ว และยังมีลวดลายกราฟิกและสีสันใหม่สวยงามมากขึ้นอีกด้วย ในส่วนของความปลอดภัยเองก็ได้รับการอัปเกรด โดยมีดิสก์เบรกหน้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้เบรกได้ดีขึ้น มีระบบเบรก ABS อีกด้วยครับ โดยประเทศไทยจะมีจำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่นได้แก่ รุ่นสแตนดาร์ด จำหน่ายในราคา 268,500 บาท และรุ่น Adventure ที่จะเพิ่มในส่วนของกล่องสัมภาระ และไฟสปอตไลท์เสริมเข้ามา จะจำหน่ายในราคา 299,000 บาทเท่านั้น งานนี้ใครเป็นไบเกอร์สายลุย สายผจญภัย ชื่นชอบการเดินทางไกล ไม่ควรพลาดโมเดลนี้อย่างยิ่งครับ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเรื่องราคา ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี รวมถึงการบำรุงรักษาที่ทำได้ง่ายไม่ซับซ้อนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki เปิด 3 โมเดลใหม่ ใน Motor Show 2021 พร้อมโปรจัดเต็มทุกโมเดล ซูซูกิ เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ในงาน Motor Show 2021 ที่นับว่าเป็นงานจัดแสดงยานยนต์ระดับอาเซียน โดยในปีนี้ ซูซูกิ นำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่มีเทคโนโลยีอันล้ำสมัยตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค พร้อมเติมเต็มความสุขทุกการขับขี่ในทุกๆ การเดินทาง “ซูซูกิ” ปีนี้ มาในแนวคิด Suzuki’s Japanese DNA แสดงออกถึงความท้าทายไม่มีที่สิ้นสุด ปลดปล่อยจินตนาการอย่างอิสระ และโลกที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมแสดงตัวตนและเอกลักษณ์ที่แตกต่าง ซึ่งทางซูซูกิได้ตกแต่งบูธ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์สไตล์ญี่ปุ่น อย่างเรียบง่าย เร้าใจ สไตล์สปอร์ต ซึ่งในครั้งนี้ ซูซูกิ ยกขบวนทัพสองล้อมาอวดโฉม แบบเต็มพื้นที่จัดแสดงให้ท่านเลือกชมกันอย่างจุใจ ตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ทุกการใช้งาน โดยจะมีการแบ่งกลุ่มรถเป็น 6 โซน ด้วยกัน ได้แก่ โซน Legendary Models โมเดลระดับตำนาน อาทิ GSX1300R Hayabusa และ Katana โซน Super Sport Models โมเดลซูเปอร์สปอร์ต อาทิ GSX-R1000 และ GSX-R1000R ซึ่งสปอร์ตไบค์ที่ถูกถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยตรงมาจาก MotoGP โซน Adventure Tourer Models โมเดลทัวริงแอดเวนเจอร์ อาทิ V-Strom 1050XT และ V-Strom 650XT ที่ได้รับรางวัล Bike of The Year 2021 ในรุ่น Best Touring Middle Weight โซน Street Sport Models โมเดลสปอร์ตพร้อมซิ่งถนน GSX-S1000, GSX-S1000F, GSX-S750 และ SV650X โซน Luxury Models โมเดลสุดพรีเมียมหรูหรา อาทิ Burgman 400 ABS และ Boulevard โซน Convenience Models โมเดลรถใช้งานในชีวิตประจำวัน อาทิ VanVan 200, GSX-R150 และ GSX-S150 พิเศษมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่แห่งชัยชนะในฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าสนามอย่างซูซูกิ ได้นำรถของแชมป์โลกปีล่าสุดอย่าง GSX-RR ที่ใช้ในการแข่งขัน MotoGP รถคู่ใจ โจน เมียร์ Team Suzuki Ecstar มาให้ได้ยลโฉมอย่างใกล้ชิดอีกด้วยครับ และพลาดไม่ได้กับไฮไลท์ของงานนี้คือ Suzuki เปิด 3 โมเดลใหม่ ซึ่งได้แก่ All New Gixxer SF สปอร์ตไบค์ที่ถอดรหัสมาจากรถแข่งในสนามรุ่นใหม่ล่าสุด ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ ขับได้สนุกทั้งในสนามแข่งและคล่องตัวในชีวิตประจำวัน ทั้งยังมีดีไซน์โดดเด่น สวยงาม และถ่ายทอด DNA มาจากซูเปอร์ไบค์ของซูซูกิ ถัดมาคือสองเจ้าของรางวัล Bike of The Year 2021 อย่าง New V-Strom 650XT กับสีสันใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นรถในสไตล์ทัวริงแอดเวนเจอร์ตอกย้ำความเป็น “เจ้าแห่งการผจญภัยที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม และสุดท้ายกับ Suzuki New GSX-S750 นักล่าสายพันธุ์สปอร์ต ปีล่าสุดกับสีใหม่ มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานครั้งนี้ นอกจากนี้ยังพิเศษสุดๆ กับโมเดลที่แฟนๆ คนรักซูรอคอยกับ Suzuki New GSX1300R Hayabusa Gen.3 ที่ทาง ซูซูกิ จัดเตรียม Special Hayabusa Corner เอาไว้ให้ทุกท่านที่สนใจสามารถลงทะเบียนแจ้งความสนใจ ได้ที่ Special Hayabusa Corner ภายในงานนี้เท่านั้น ซึ่ง New GSX1300R Hayabusa Gen.3 5 คันแรกของประเทศไทยจะมาให้ทุกท่านได้ยลโฉมตัวจริงในไตรมาสที่ 3

Honda Rebel 1100 2021 ครูเซอร์ไบค์ไซส์บิ๊กเปิดตัวด้วยราคา 399,000 บาท Honda Rebel 1100 2021 ครูเซอร์ไบค์รุ่นใหญ่พิกัดใหม่จากทางฮอนด้าเปิดตัวแล้วในงาน Motor Show 2021 โดดเด่นด้วยสไตล์สุดคลาสสิคและเครื่องยนต์สองสูบขนาดใหญ่ 1100 ซีซีบล็อกเดียวกันกับ Africa Twin และเทคโนโลยีทันสมัย โดยดีไซน์นั้นมาในรูปโฉมของครูเซอร์ไบค์ มีจุดเด่นที่มีมิติตัวรถที่พัฒนามาอย่างดี ชิ้นส่วนที่เลือกมาเป็นอย่างดี ทำให้อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ดีที่สุดในพิกัดนี้ ดังนั้นมันจึงไม่ได้มีดีแค่ทางตรง แต่ยังขับขี่ได้อย่างคล่องตัวและเร่งแซงได้ดั่งใจอีกด้วย เครื่องยนต์เป็นแบบ 2 สูบเรียงขนาด 1084 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ แต่มีการปรับจูนใหม่ ให้มีกำลังและสุ้มเสียงที่ดีในช่วงความเร็วรอบต่ำๆ โดยที่ในรอบสูงๆ ก็ยังสามารถขับขี่ได้นุ่มนวล เหมาะกับสไตล์ของตัวรถ และสำหรับโมเดล DCT ก็แน่นอนว่าจะช่วยให้ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์อีกต่อไป ให้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น หรือจะสามารถเปลี่ยนเกียร์เองแบบแมนวลเพื่อความสนุกเร้าใจก็ทำได้เช่นกัน ด้านแชสซีนั้นออกแบบมาเป็นอย่างดี ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้เสถียรเวลาขับขี่ทางตรง แต่ยังช่วยให้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เบาะนั่งเองก็ไม่สูงเลย เครื่องยนต์ก็มีขนาดไม่ใหญ่มาก ช่วยให้สามารถเข้าโค้งได้มากถึง 35 องศา มากกว่าครูเซอร์ไบค์ทั่วๆ ไปมากเลยทีเดียว โช้คหน้าเป็นโช้คเทเลสโคปิกขนาด 43 ม.ม. ปรับพรีโหลดได้ ด้านหลังเป็นโช้คหลังคู่พร้อมซับแทงค์จาก Showa ปรับพรีโหลได้เช่นกัน ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทำงานร่วมกับคาลิเปอร์เบรกโมโนบล็อกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังก็เป็นดิสก์เบรกเดี่ยวเช่นกัน พร้อมระบบเบรก ABS ในส่วนของเทคโนโลยีแน่นอนว่าก็จัดเต็ม มีโหมดการขับขี่ 3 โหมดให้เลือกตั้งแต่ Standard, Sport และ Rain เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย อีกทั้งยังมีระบบ HSTC หรือแทร็คชั่นคอนโทรล ซึ่งทำงานร่วมกันกับระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก และระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ ซึ่งทั้งหมดนี้ยิ่งช่วยให้การขับขี่นั้นง่ายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงระบบครูซคอนโทรลที่ช่วยให้การเดินทางไกลเหป็นเรื่องง่ายขึ้น ทั้งนี้ Honda Rebel 1100 นั้นจะวางจำหน่ายทั้งหมด 2 โมเดลคือโมเดลเกียร์ธรรมดา และเกียร์ DCT และมีให้เลือก 2 สีได้แก่ สีดำเมทัลลิก และสีแดงบอร์โดเมทัลลิกหรือสีแดงไวน์ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki Gixxer SF 250 2021 สปอร์ตไบค์สูบเดียว แต่เฟี้ยวด้วยเทคโนโลยี Suzuki Gixxer SF 250 2021 ออกแบบภายใต้แนวคิด “Lifestyle Sport Bike” ที่ดูทันสมัยสไตล์ยุโรป โดยยังต้องสามารถตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งการใช้ชีวิตในเมือง หรือการใช้ในการท่องเที่ยวได้ทุกที่ มีลูกเล่นที่หลากหลาย พร้อมด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่การันตีและถ่ายทอด DNA จากซูเปอร์ไบค์ของของทางค่าย เรียกว่าเป็นโมเดลที่ทำให้ทุกการใช้ชีวิตของคุณเป็นเรื่องง่าย แต่ยังคงความเป็นสปอร์ตไบค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนกลายเป็นนิยามความสปอร์ตใหม่ ในแบบของคุณ “Your Track Redefined” มันมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 249.1 ซีซี แบบ SOHC สมรรถนะสูงพร้อมความทนทาน ด้วยการออกแบบและพัฒนา เพื่อตอบสนองในทุกอัตราเร่ง โดยเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์นี้ยังให้อัตราเร่งที่ละเอียดแม่นยำ ส่งผลให้ทุกครั้งที่เปิดคันเร่งจะได้ความรู้สึกที่ทะยานอย่างเร้าใจและทรงพลัง มีการใช้เทคโนโลยีจากรถแข่งระดับโลก MotoGP และเทคโนโลยี SOCS (Suzuki Oil Cooling System) ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมัน ที่ ซูซูกิ คิดค้นและใช้เป็นเจ้าแรก ที่ส่งถ่ายน้ำมันเครื่องไปยังออยคูลเลอร์และวนกลับมาหล่อเย็นบริเวณด้านบนของเสื้อสูบ เพื่อลดความร้อนจากการจุดระเบิด อีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบา ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถให้สมรรถนะสูงสุดได้นานอย่างที่ใจต้องการ อัตราเร่งเร้าใจในทุกรอบความเร็ว อีกทั้งยังมีขนาดกะทัดรัด ประหยัดน้ำมัน ทนทาน และดูแลรักษาง่าย ระบบหัวฉีดอัจฉริยะ ที่สามารถสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างแม่นยำ และเป็นละอองฝอย ทำให้ทุกการจุดระเบิดเผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ในทุกอัตราเร่งตอบสนองได้อย่างติดมือ โดยทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ทั้ง 6 จุด ได้แก่ ⦁ O2 Sensor (ออกซิเจนเซ็นเซอร์) ⦁ Intake Air Pressure Sensor (เซ็นเซอร์แรงดันอากาศเข้า) ⦁ Intake Air Temperature Sensor (เซ็นเซอร์อุณหภูมิอากาศเข้า) ⦁ Throttle Position Sensor (เซ็นเซอร์วาล์ว) ⦁ Engine Temperature Sensor (เซ็นเซอร์อุณหภูมิเครื่องยนต์) ⦁ Crankshaft Sensor (เซ็นเซอร์เพลาข้อเหวี่ยง) ซึ่งเซ็นเซอร์ทั้ง 6 จุดนี้จะประมวลผล และส่งข้อมูลไปยังกล่องสมองกล ECM โดยทำงานประสานกันได้อย่างกลมกลืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด มีระบบเกียร์แบบ 6 สปีด ส่งกำลังการขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่น เปิดประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ ได้อย่างไม่มีสะดุดในทุกย่านความเร็ว สปอร์ตเต็มพิกัด ด้วยแฮนด์แบบจับโช้ค ให้ในทุกท่วงท่าให้การขับขี่สปอร์ตเร้าอารมณ์ในทุกการเคลื่อนไหวในแบบรถสนามแข่ง โช้คหน้าได้รับการปรับการตั้งค่าให้เหมาะสมกับแฮนด์แบบจับโช้ค เพิ่มลุคสปอร์ตเต็มพิกัดด้วยล้อแม็กอะลูมิเนียม 10 ก้านแบบปัดเงา ถ่ายทอด DNA โดยตรงจากซูเปอร์ไบค์ตระกูล GSX ซีรีย ปลอดภัยด้วยดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่ขนาด 300 มม. สไตล์สปอร์ตไบค์ตัวจริง พร้อมคาลิเปอร์จาก BYBRE By Brembo อุปกรณ์และระบบเบรกระดับเวิล์ดคลาส ที่ได้รับการการันตีจากทั่วโลกถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม พร้อมดิสก์เบรกหลัง และระบบเบรก ABS (Anti-lock Brake System) ทั้งหน้าและหลัง สามารถควบคุมแรงเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยอัตโนมัติ มาตรวัดดิจิทัลแบบ Full LCD แสดงผลครบทุกฟังก์ชั่น อ่านง่ายชัดเจน ทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ไฟหน้าแบบ LED มาพร้อมไฟท้ายรูปทรงปราดเปรียวแบบ LED ถูกออกแบบให้มีความกระทัดรัด แต่ เท่ สปอร์ต สว่างชัดเจนในทุกมุมมอง ระบบสตาร์ทอัจฉริยะแบบ Push Start สตาร์ทง่ายเพียงสัมผัส ทำให้ทุกการขับขี่ของคุณง่ายขึ้น มอเตอร์สตาร์ทจะทำงานโดยอัตโนมัติจนกว่าเครื่องยนต์จะสตาร์ทติดและโดยไม่จำเป็นต้องกดสวิตช์สตาร์ทค้าง ตอกย้ำความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยเบาะคนนั่งซ้อนท้ายและจับด้านหลังแบบแยกชิ้นที่ออกแบบให้เพรียวบาง ทั้งผู้ขับขี่และซ้อนท้าย ท่อไอเสียดีไซน์ใหม่แบบท่อคู่ บังโคลนแบบกันดีด เพื่อความสปอร์ตเร้าใจโดยเฉพาะ ทั้งนี้จะจำหน่ายในราคา 128,800 บาท โดยจะมีให้เลือก 2 เฉดสีด้วยกันได้แก่ สีน้ำเงิน และสีดำ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda X-ADV 750 2021 สกู๊ตเตอร์พร้อมลุยปรับใหม่หมด เปิดไทย 425,000 บาท กลับมาอีกครั้งอย่างยอดเยี่ยมกับสกู๊ตเตอร์สายลุยรุ่นใหญ่ โมเดลที่เคยพลิกโฉมวงการมอเตอร์ไซค์ทั้งโลก ด้วยการเป็น SUV ในโลกสองล้อ หรือการเป็นสกู๊ตเตอร์เอนกประสงค์ขั้นสุดที่ไปได้ทั้งทางดำและทางฝุ่นกับ Honda X-ADV 750 2021 โดยครั้งนี้กลับมาใหม่พร้อมราคาไทยที่ 425,000 บาท ในงาน Motor Show ด้านรูปโฉมนั้นมีการปรับเปลี่ยนไฟหน้าใหม่ มีไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ดีไซน์ใหม่ ,uโคมไฟหน้า LED แบบคู่ แฟริ่งเองก็ดีไซน์ใหม่ให้มีเส้นสายดุดันเฉียบคมมากขึ้น ในส่วนของชิลด์บังลมหน้าก็มีการพัฒนาให้สามารถป้องกันลมและสภาพอากาศได้ดีขึ้นด้วย ทั้งยังปรับได้ 5 ระดับด้วยมือไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ เพิ่ม เครื่องยนต์ใหม่ที่ผ่าน Euro5 ของ X-ADV กลับแรงขึ้น 4.02 แรงม้า แทนที่จะแรงตกลงเพราะต้องคุมเรื่องไอเสีย อีกทั้งยังมีเรดไลน์เพิ่มขึ้นอีก 600 รอบ (กลายเป็น 7000 รอบ) โดยทางค่ายเคลมแรงม้ามาที่ 57.80 แรงม้าที่รอบต่ำ 6,750 รอบ และแรงบิดที่ 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ แถมเครื่องยนต์ใหม่ยังเบาลง 1.4 กก.อีกด้วยจากการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการปรับอัตราทดในสามเกียร์แรกใหม่ให้ทำอัตราเร่งได้ดีขึ้น ส่วนเกียร์สี่นั้นทดให้สูงขึ้น แต่ในช่วง 5 – 6 นั้นปรับให้ใช้ความเร็วยืนพื้นได้ดีและประหยัดน้ำมัน นอกจากระบบ DCT หรือระบบดูอัลคลัตช์ทรานสมิชชันแล้วที่ช่วยให้ขับขี่ได้สนุกและง่ายแล้ว ยังมีอีกระบบอื่นๆ อีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ถึง 5 โหมด ได้แก่ Standard, Sport, Rain, Gravel และ User มีระบบ Honda Selectable Torque Control หรือแทร็คชั่นคอนโทรลที่ปรับได้อีก 3 ระดับและปิดเปิดได้ ยังมีระบบสมาร์ทคีย์ และระบบไฟ ESS หรือ Emergency Stop Signal ที่จะกระพริบขณะเบรกกะทันหันอีกด้วย พร้อมยกเลิกอัตโนมัติ นอกจากนี้ไฟเลี้ยวเองก็มีระบบยกเลิกอัตโนมัติจากการวัดความเร็วของล้อหน้าและล้อหลังอีกด้วยครับ ตัวรถยังมีหน้าจอเรือนไมล์สีพิเศษขนาด 5 นิ้วที่สามารถสั่งงานผ่านระบบ Honda Smartphone Voice Control ช่วยให้สั่งงานด้วยเสียงเพื่อใช้งานสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ใต้เบาะจะมีช่องจ่ายไฟแบบ USB แทนที่ช่องจ่ายไฟแบบ 12V แบบที่นิยมใช้กันในรถยนต์ ส่วนขนาดความจุของเบาะก็มีการเพิ่มความจุอีก 1 ลิตรเป็น 22 ลิตร สามารถใส่หมวกเต็มใบได้ 1 ใบ ด้านในยังมีไฟ LED สำหรับช่วยเพิ่มความสะดวกในการหาของใต้เบาะอีกด้วยครับ มีการปรับตำแหน่งของเบรกมือจากเดิมที่ด้านขวาล่างของแฟริ่งย้ายมาอยู่ที่แฮนด์บาร์ด้านขวา ทำให้สามารถใช้ช่องใส่ถุงมือด้านหน้าได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ขาตั้งรถติดตั้งเซ็นเซอร์วัดมุมเอียงช่วยให้สามารถจอดรถบนทางชันได้โดยไม่ต้องกลัวรถจะไหลล้มลง ฮอนด้าใช้เฟรมแบบท่อเหล็กไดมอนด์เฟรมที่ออกแบบใหม่ ช่วยให้น้ำหนักเบากว่าเดิมโดยที่ความแข็งแรงยังคงอยู่ และยังสามารถเพิ่มความจุของช่องเก็บของได้มากขึ้น โดยสามารถลดน้ำหนักไปได้ 1 กก. มีการปรับเปลี่ยนมิติของมุมเรคและระยะเทรลใหม่ให้ตัวรถสามารถซอกแซกในเส้นทางที่มีการจราจรหน้าแน่นได้ดีขึ้น โช้คหน้าหัวกลับขนาด 41 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ส่วนล้อเป็นล้อซี่ หน้า 17 นิ้ว หลัง 15 นิ้วตามลำดับ ระบบเบรกดิสก์หน้าเบรกคู่ขนาด 296 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 พ็อต ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยว และแน่นอนว่ามาพร้อมระบบเบรก ABS โดยในปี 2021 นี้มี 3 สีให้เลือกคือสีแดง Grand Prix Red, สีดำ Graphite Black , และสีเทา Pearl Mud Grey อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pan America 1250 2021 สายลุยของวัยรุ่นเมกา เปิดไทยเริ่มต้น 899,000 เปิดตัวแล้ววันนี้แบบสดร้อนๆ กับแอดเวนเจอร์ไบค์สัญชาติอเมริกันกับ Harley-Davidson Pan America 1250 2021 โดยเปิดตัวเริ่มต้นที่ราคาเบาๆ เพียง 899,000 บาทเท่านั้น สำหรับรุ่น Special จะจำหน่ายในราคา 952,000 บาท Pan America นั้นใช้ขุมพลัง V-Twin รุ่นใหม่อย่าง Revolution® Max 1250 ขนาด 1,252 ซีซี ซึ่งออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ในหลายย่านความเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นรถมอเตอร์ไซค์คันแรกของวงการที่มีระบบ Adaptive Ride Height หรือระบบกันสะเทือนแบบใหม่ ที่จะช่วยปรับระดับความสูงของตัวรถอัตโนมัติ ปรับตัวรถให้อยู่ในระดับต่ำเมื่อหยุดรถ และปรับระดับให้สูงพอดีในขณะขับขี่เมื่อรถเริ่มออกตัว รถมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งคันนี้ยังมีไฮไลท์อื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ล้อซี่ลวดแบบไร้ยางใน ตัวแทนแห่งความทนทานและสะท้อนถึงเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อเสริมสมรรถนะให้แก่ตัวรถโดยการลดน้ำหนักของยางในออกไป ตัวยังมีเฉดสีให้เลือกอย่างหลากหลายเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อาทิเช่น สีดำ Vivid Black และสีเทา River Rock Gray ส่วนรุ่น Pan America 1250 Special จะมีเฉดสีให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีดำ Vivid Black, สีเทาเมทัลลิก Gauntlet Gray Metallic, สีเขียว Deadwood Green และสีทูโทนส้มขาวมุก Baja Orange/Stone Washed White Pearl โดยทุกสีนั้นจะมาพร้อมกับลวดลายโลโก้ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ที่ถูกออกแบบไว้บนตัวถังรถ สุดท้ายนี้ยังมีข้อเสนอสุดพิเศษจากฮาร์ลีย์-เดวิดสันในงาน Bangkok International Motor Show 2021 ลูกค้าที่ทำรายการซื้อรถมอเตอร์ไซค์ในงาน Bangkok International Motor Show จะได้รับบัตรสมนาคุณมูลค่า 5,000 บาทเพื่อใช้สำหรับสินค้าเครื่องแต่งกายของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังสามารถร่วมกิจกรรมเพื่อลุ้นรับบัตรสมนาคุณมูลค่า 3,000 บาท จำนวน 3 รางวัล (1 คนต่อ 1 รางวัล) สำหรับใช้ซื้อสินค้าเครื่องแต่งกายของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน โดยสามารถร่วมสนุกได้ง่ายๆ เพียงถ่ายภาพ Pan America Photo Journey ในบูธของฮาร์ลีย์-เดวิดสัน แล้วโพสต์ลงเฟสบุ๊คหรืออินสตาแกรม พร้อมบอกความรู้สึกและเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Pan America และติดแฮชแท็ก #HDatBIMS และ #PanAmerica *ข้อตกลงและเงื่อนไขเป็นไปตามบริษัท ทั้งนี้งาน Bangkok International Motor Show 2021 มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ถึง 4 เมษายน 2564 ที่ IMPACT Exhibition Centre สามารถเยี่ยมชมและค้นพบการผจญภัยรูปแบบใหม่กับเราได้ที่บูธฮาร์ลีย์-เดวิดสัน หมายเลข M3 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki Service Factory ศูนย์บริการมาตรฐานโรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ รวมถึงให้ความช่วยเหลือ และให้คำแนะนำในการแก้ปัญหางานซ่อมต่างๆที่อาจมีความยากซับซ้อนกับช่างบริการของผู้แทนจำหน่ายคาวาซากิทั่วประเทศ และเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ Kawasaki Certified Recondition Motorcycle (รถจักรยานยนต์มือ2) และธุรกิจจักรยาน พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นใจงานบริการหลังการขายแก่ลูกค้าคาวาซากิ นายกฤษณะ ภาคีแพทย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย กล่าวว่า “Kawasaki Service Factory ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มีเป้าหมายชัดเจนเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ รวมถึงให้ความช่วยเหลือ และให้คำแนะนำในการแก้ปัญหางานซ่อมต่างๆที่อาจมีความยากซับซ้อนกับช่างบริการของผู้แทนจำหน่ายคาวาซากิทั่วประเทศ การบริการถือเป็นกุญแจสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาวกับลูกค้า ทางคาวาซากิจึงได้ทำการเปิดศูนย์บริการมาตรฐานโรงงาน เพื่อมุ่งยกระดับประสบการณ์และสร้างความประทับใจต่อแบรนด์คาวาซากิด้วยบริการที่ดี เน้นการพัฒนาด้านการบริการที่ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เพื่อสร้างความสะดวกสบายและความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าคาวาซากิทุกคน โดยเน้นเป็นศูนย์ทักษะการเรียนรู้ ที่มีความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากร และเครื่องมืออันทันสมัย เพื่อช่วยวิเคราะห์แก้ไขปัญหาต่างๆให้กับช่างบริการของผู้แทนจำหน่ายที่ติดต่อสอบถามเข้ามายังศูนย์ฯ นอกเหนือจากงานบริการแล้ว คาวาซากิ เซอร์วิส แฟคทอรี่ ยังเปิดจำหน่ายอะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่ง และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของ Kawasaki โดยสามารถสั่งซื้อสินค้าได้เช่นกัน” คาวาซากิ เซอร์วิส แฟคทอรี่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พร้อมเปิดให้บริการเบื้องต้น ด้วยงานบริการดังต่อไปนี้ 1. งานซ่อมทั่วไป (General Service) 2. งานเช็คระยะ (เฉพาะรุ่นที่อยู่นอกระยะรับประกัน) 3. งานรับประกันคุณภาพ (Warranty Service) หมายเหตุ: ส่วนงานเช็คระยะ งานซ่อมอุบัติเหตุ และงานผ่าเครื่อง สามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายคาวาซากิใกล้บ้านท่าน ค้นหาได้ที่ http://www.kawasaki.co.th/dealer ทั้งนี้ คาวาซากิ เซอร์วิส แฟคทอรี่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ยินดีที่จะดูแลลูกค้า พร้อมมอบความประทับใจและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์คาวาซากิ โดยสามารถสอบถามข้อมูลบริการเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-018-4999 ต่อ 2112 เวลาทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30 – 17.15 น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ แผนที่ผ่าน Google Maps https://www.google.com/maps/dir//13.742342,%20100.596921 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

All New Honda Monkey 2021 มังกี้กับเครื่องใหม่ 5 เกียร์ เปิดตัวแล้ววันนี้สดๆ ร้อนๆ กันที่ Cub House ศรีนครินทร์ กับโมเดลใหม่ที่น่าหลงใหลอย่าง All New Honda Monkey 2021 ที่พัฒนามาเพื่อถ่ายทอดความหมายที่แท้จริงของการใช้ชีวิต เพื่อการขับขี่ต้องเติมเต็มด้วยรสนิยมและความสุข เจ้ามังกี้คันใหม่นี้ยกระดับความซนและความสนุกด้วยแนวคิด Not only for riding มังกี้ไม่ได้มีไว้ แค่ให้ขี่ โดยจะมีการเพิ่มความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยกราฟิกใหม่ คาดแถบสีแบบเมทัลลิกบนถังน้ำมันเหล็ก พร้อมด้วยการเคลือบสีแบบ 3 ชั้น ให้ทั้งความเท่ ด้วยสีสันที่สดใสและล้อแม็กสีดำใหม่ ที่เด็ดคือการใช้ขุมพลังใหม่ขนาด 125 ซีซีแบบสูบเดียว พร้อมด้วยระบบเกียร์ 5 สปีด ช่วยให้ขับเคลื่อนได้สนุกต่อเนื่อง ตัวรถจะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีดำ Bold Black สีแดง Blazing Red และสีเหลือง Juicy Yellow โดยเปิดราคาแนะนำที่ 99,700 บาท โดยผู้ที่สนใจสามารถจับจองโมเดลใหม่ได้ที่ Cub House ทั้ง 14 สาขาทั่วประเทศ พร้อมสัมผัสคันจริงได้ที่งาน Motorshow 2021 ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายนนี้ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

All New Honda C125 2021 สานต่อตำนานความเก๋า ความคราฟท์ในตัวคุณ เป็นอีก 1 โมเดลที่เปิดตัวแล้ววันนี้สดๆ ร้อนๆ กันที่ Cub House ศรีนครินทร์ สำหรับโมเดลระดับตำนานอย่าง All New Honda C125 2021 ที่จะมาสานต่อตำนานความเก๋า ความออริจินัลของรถในตระกูล CUB Series โดยเจ้า ซี125 คันนี้พัฒนาขึ้นใต้แนวคิด Craft your story สะท้อนความคราฟท์ในตัวคุณ โดยจะเด่นด้วยดีไซน์และวัสดุที่มีความพรีเมียม เพิ่มความคราฟท์โดดเด่นด้วยสีดำด้านใหม่ Gentle Black ทั้งยังเติมเต็มความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคู่แบบดับเบิลซีท นอกจากนี้ยังมาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่สูบเดียวขนาด 125 ซีซี ระบบเกียร์วน 4 สปีด ตอบรับไลฟ์สไตล์ความคราฟท์ในแบบที่เป็นตัวเอง โดยเปิดตัววางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 3 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงิน Original Blue สีเทา Essence Gray และสีดำ Gentle Black ด้วยราคาแนะนำที่ 89,600 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถจับจองโมเดลใหม่ได้ที่ Cub House ทั้ง 14 สาขาทั่วประเทศ พร้อมสัมผัสคันจริงได้ที่งาน Motorshow 2021 ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายนนี้ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CT125 สีใหม่ สีเขียว Safari Green เอาใจสายแคมปิ้ง ในงานเปิดตัวโมเดลใหม่ที่ Cub House ศรีนครินทร์ ที่ได้ทำการเปิดตัวโมเดลระดับตำนานอย่าง Monkey และ C125 ก็ยังได้ทำการเปิดตัว Honda CT125 สีใหม่ แม้ว่าจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของรายละเอียดทางเทคนิค แต่สีเขียว Safari Green นี้ก็ตอกย้ำไลฟ์สไตล์สายลุย ปลุกจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยให้กับผู้หลงใหลการแคมปิ้ง ซึ่งแฟนๆ ก็น่าจะชื่นชอบสีเขียวใหม่นี้อย่างแน่นอน โดยจะวางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 84,900 บาท ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถจับจองโมเดลใหม่ได้ที่ Cub House ทั้ง 14 สาขาทั่วประเทศ พร้อมสัมผัสคันจริงได้ที่งาน Motorshow 2021 ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 4 เมษายนนี้ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R1 ตัวแข่ง WorldSBK แอบทำแฟริ่งด้านหน้าใหม่ในช่วงการทดสอบที่ Misano การแข่งขัน WorldSBK นั้นใกล้จะเริ่มต้นเข้าไปทุกทีแล้วครับ และแน่นอนว่าก่อนจะเริ่มต้นฤดูกาลก็จะต้องมีการทดสอบรถแข่งคันใหม่ของแต่ละค่ายก่อนเสมอ โดยในครั้งนี้จะเป็นการทดสอบที่สนาม Misano World Circuit “Marco Simoncelli” ซึ่งคราวนี้เราพามาชมรถ Yamaha R1 ตัวแข่งของทางค่ายส้อมเสียงกันบ้างว่าแอบใส่อะไรใหม่ๆ ในรถแข่งของพวกเขาบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็นความลับ เราก็ได้แต่แอบส่องจากภายนอกกันก็เท่านั้นครับ จากภาพที่รวบรวมมาก็จะเผยให้เห็นถึงเจ้าตัวแรงจากยามาฮ่านั้นมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของแฟริ่งด้านหน้าใหม่เล็กน้อย โดยคุณจะเห็นได้ว่ามีช่องแอร์อินเทคใหม่ ที่น่าจะออกแบบมาให้สามารถรับอากาศเข้าระบบได้เร็วและมากขึ้นนั่นเอง แฟนๆ ก็คงต้องมาดูกันว่าฤดูกาลนี้ยามาฮ่าจะสามารถแย่งแชมป์โลกมาจากค่ายเขียวได้หรือไม่กันครับ อ่านบทความ Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marquez กำลังจะคัมแบค หลังโผล่ซ้อมที่บาร์เซโลนา ล่าสุด Marc Marquez กำลังจะคัมแบค หลังจากนักแข่งชาวสเปนผู้นี้ได้ลงสนามขี่รถโปรดักชันตัวพันสุดแรงของ Honda อย่าง RC213V-S ที่เป็นเหมือนร่างจำแลงมาจากรถแข่ง MotoGP โดยไปซ้อมกันที่สนา ม Circuit de Catalunya ในเมือง Montmelo นับเป็นครั้งแรกเลยที่เจ้าหนูได้กลับมาขี่รถขนาดใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ต้องถอนตัวไปจากการแข่งขันในรอบ Andalusian ที่ Jerez ซึ่งในตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงเร่งรีบฟื้นฟูตัวเองให้หายดีเพื่อกลับไปแข่งขันอีก โดยเจ้าหนูมดแดงได้ลงซ้อมกับ Honda RC213V-S ที่ผ่านการปรับแต่งให้พร้อมลงสนามแล้ว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรถที่ใกล้เคียงกับรถแข่ง MotoGP หรือ RC213V มากที่สุดแล้ว เป็นเสมือนสัญญาณอันดีว่า Marc มีอาการหลังผ่าตัดดีขึ้นมาก จนใกล้จะหายดี และพร้อมจะกลับมาลงสนามอีกครั้งแล้ว งานนี้แฟนๆ เจ้าหนูน่าจะดีใจที่ขวัญใจของตัวเองกำลังจะกลับมาแข่งแล้ว ส่วนจะคัมแบคได้เมื่อไหร่ จะมีโอกาสแย่งแชมป์มาจาก Joan Mir ได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไปครับผม อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Brough Superior Lawrence สวยงาม คลาสสิค พร้อมน้ำหนักสุดเบา มอเตอร์ไซค์สุดคลาสสิคโมเดลใหม่นี้มาพร้อมกับลูกเล่นสุดพรีเมียมน้ำหนักเบาอย่างชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน เฟรมไทเทเนียม และอาร์มหน้าอลูมิเนียม ล่าสุดค่ายรถสัญชาติอังกฤษที่ได้ฉายาว่า Rolls-Royce แห่งวงการมอเตอร์ไซค์ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่เพื่ออุทิศแก่ผู้ให้กำเนิดแบรนด์ โดยโมเดลนี้มีชื่อว่า Brough Superior Lawrence ซึ่งเป็นโมเดลพิเศษที่ผสมผสานเข้ากับวัสดุน้ำหนักเบาพิเศษ เส้นสายที่เพรียวบางและความพิถีพิถัน ทั้งยังเพิ่มเติมรายละเอียดอื่นๆ เองได้อีกด้วย ขุมพลังของมันเป็นเครื่องวีทวิน 88 องศาขนาด 997 ซีซี ระบบวาล์วแบบ 4 วาล์วต่อสูบ ให้แรงม้าไม่มากมายนักที่ 102 แรงม้าและแรงบิดที่ 64 ฟุตปอนด์ที่ 7,300 รอบ แต่เครื่องยนต์นี้ก็ถือเป็นจุดเด่นของค่ายนี้เลยก็ว่าได้ครับผม มันมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากค่ายอื่นๆ ชัดเจน ในส่วนของเฟรมนั้นทำมาจากไทเทเนียมทั้งหมด กระทั่งซับเฟรมเองก็เช่นกัน ส่วนด้านหน้านั้นมีอาร์มหน้าแบบ Fior ซึ่งทำมาจากอลูมิเนียมทั้งก้อนผ่านเครื่อง CNC มา เชื่อมต่อเข้ากับเฟรมด้วยโช้คเดี่ยววางกลางที่สามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ส่วนด้านท้ายเป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมพร้อมกับโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้เช่นกัน สิ่งนึงที่แยกโมเดลนี้ออกจากรุ่นอื่นๆ ของทางค่ายคือสไตล์ที่คลาสสิคและตัวรถที่ยังคงดูเก๋า ขณะที่โมเดลอื่นๆ มักจะพยายามทำให้มีสไตล์ดั้งเดิมแต่ในรูปลักษณ์แบบสมัยใหม่ แม้ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ไม่น่าจะเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา แต่ก็มีความงามและความน่าสนใจไม่น้อย เพื่อนๆ มีความเห็นว่าอย่างไร แชร์กันได้นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Random พาชมโรงงาน หมวกกันน็อคไทย มาตรฐานโลก ล่าสุด บริษัท เอส.วาย.เค.ออโต้พาร์ท อิมพอร์ต-เอ็กซ์พอร์ต จำกัด เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหมวกกันน็อคแบรนด์ไทยหลากหลายแบรนด์ อาทิ INDEX, ID, Random, Snell, Proto และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย ก็ได้ออกมาเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนไทยได้เยี่ยมชมโรงงานและแล็บทดสอบหมวกกันน็อคสุดทันสมัย เพื่อยืนยันและการันตีว่าหมวกกันน็อคทุกใบจากที่ได้คุณภาพและมีมาตรฐาน ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2531 ซึ่งนับถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 33 ปีแล้ว โดยทางบริษัทมีปรัชญามุ่งมั่นว่าจะผลิตหมวกกันน็อคที่ได้คุณภาพมาตรฐานในราคาที่คนไทยจับต้องได้ และทางบริษัทยังได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ทั้งคุณภาพ มาตรฐาน สวยงามและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ทางบริษัทนั้นนอกจากจะผลิตหมวกกันน็อคเพื่อจำหน่ายในประเทศแล้ว ยังได้มีการผลิตเพื่อการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลกอีกด้วย โดยมีเทคโนโลยีรวมถึงการทดสอบที่ทันสมัยช่วยให้สามารถผลิตหมวกได้ตรงตามมาตรฐานทั้ง มอก. (TIS), ยุโรป (ECE) และอเมริกา (DOT) เป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนของห้องทดสอบหมวกกันน็อคของทางบริษัท ยังได้มีการจดทะเบียนในนามบริษัท เดลต้า อัพซิลอน แล็บโบลาทอรี่ จำกัด ซึ่งได้รับประกาศลงในพระราชกิจจานุเบรกษา รับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการทดลอง ตามมาตรฐานเลขที่ มอก.17025-2561 (ISO/IEC 17025 : 2017) ซึ่งทำให้สามารถทดสอบและออกการรับรองผลิตภัณฑ์ได้เทียบเท่ากับสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ สมอ. และในปี 2020 ที่ผ่านมาทางบริษัทได้มีการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า แรนดอม อย่างต่อเนื่อง โดยมีหมวกรุ่นต่างๆ ทยอยออกสู่ท้องตลาด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้หมวกกันน็อครุ่นใหม่ที่ต้องการหมวกที่มีคุณภาพมาตรฐาน รวมไปถึงรูปทรงที่สวยงาม สีสันสดใส ในราคาที่จับต้องได้ โดยรุ่นแรกที่ได้ออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดได้แก่ CZ-R ต่อมารุ่นที่ 2 คือ Air Force 1 ทั้งนี้ในโอกาสที่บริษัทได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 33 ในวันที่ 11 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา จึงได้ถือโอกาสเปิดตัวหมวกกันน็อครุ่นใหม่ ซึ่งก็นับเป็นรุ่นที่ 3 ของทางแบรนด์แล้ว โดยมีชื่อรุ่นว่า Demon ที่ได้รับมาตรฐานทั้ง มอก.และ DOT ของอเมริกา โดยในการผลิตหมวกรุ่นนี้ได้มีการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก ให้มีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์รูปแบบชีวิตสมัยใหม่ เช่น ออกแบบให้มีช่องสำหรับใส่หูฟังบลูทูธ มีแว่นกันแดดด้านใน และมีผ้ากันล้มเข้าด้านหลังต้นคอของหมวก เป็นต้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก