
กลายเป็นดาวเด่นที่เรียกเสียงแฟลชจากสื่อมวลชนได้อย่างล้นหลาม สำหรับบูธของค่ายปีกนกในงานมหกรรมยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ หรือ Big Motor Sale 2026 เมื่อ Honda ได้ทำการเผยโฉม CB1000 GT รถสปอร์ตทัวริ่ง (Sport Touring) ระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ซึ่งใครที่ติดตาม ข่าวมอเตอร์ไซค์ ฝั่งยุโรปมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว คงจะตั้งตารอคอยการมาเยือนของสปอร์ตทัวริ่งคันนี้ในแผ่นดินไทยอย่างใจจดใจจ่อ

การนำ CB1000 GT เข้ามาทำตลาดในครั้งนี้ ถือเป็นการเติมเต็มช่องว่างของรถสายเดินทางพิกัด 1,000 ซีซี ที่เน้นสมรรถนะความสปอร์ตขั้นสุดยอด ผสานกับความสะดวกสบายสำหรับการขับขี่ทางไกล วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกสเปก เทคโนโลยี และความน่าสนใจของบิ๊กไบค์คันนี้ ว่าทำไมมันถึงถูกขนานนามว่าเป็น “ทัวริ่งตัวจบ” ของสายเดินทาง
แนวคิดและการออกแบบของ CB1000 GT มีความน่าสนใจอย่างไร?
การออกแบบของรถรุ่นนี้เน้นหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูงผสานกับเส้นสายที่ดุดันเฉียบคม พร้อมแฟริ่งขนาดใหญ่ที่ช่วยบังลมได้อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทางไกล โดยมีพื้นฐานมาจากรุ่น CB1000 Hornet
ทีมวิศวกรของ Honda พัฒนา CB1000 GT ขึ้นมาภายใต้แนวคิด “High Performance Tourer” คือต้องเป็นรถที่ขี่ได้เร็วกว่า เดินทางได้ไกลกว่า และสบายกว่า ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า LED แบบโปรเจกเตอร์คู่ที่ให้ความรู้สึกล้ำสมัย ชิลด์บังลมหน้าผลิตจากวัสดุชีวภาพ Durabio ที่ทนทานต่อรอยขีดข่วน สามารถปรับความสูงได้ถึง 5 ระดับด้วยมือเดียว (ระยะปรับรวม 81 มม.)



- ขอขอบคุณภาพจาก : Honda.UK
ในด้านของสรีรศาสตร์ (Ergonomics) รถถูกจัดระเบียบท่านั่งมาให้หลังตรง แขนกางออกกำลังดี เบาะนั่งแบบสองตอนแยกผู้ขี่และผู้ซ้อนมีความหนานุ่มเป็นพิเศษ นั่งได้เต็มก้น และที่ขาดไม่ได้สำหรับสายทัวริ่งคือ กระเป๋าสัมภาระด้านข้าง (Panniers) ที่ออกแบบมาให้กลมกลืนกับตัวรถและถูกติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานเลย โดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม
ขุมพลังเครื่องยนต์ของ CB1000 GT แรงทะลุมิติแค่ไหน?
รถคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 1,000 ซีซี ที่ได้รับการถ่ายทอด DNA มาจากซูเปอร์ไบค์รหัส CBR1000RR Fireblade ให้กำลังสูงสุดถึง 150 แรงม้า พร้อมระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองเฉียบคม
หัวใจสำคัญที่ทำให้ CB1000 GT โดดเด่นกว่ารถทัวริ่งทั่วไปคือ “เครื่องยนต์” ขุมพลังบล็อกนี้เป็นแบบ 4 สูบเรียง DOHC ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ รีดพละกำลังสูงสุดออกมาได้ถึง 150 แรงม้า (110.1 kW) ที่ 11,000 รอบ/นาที และให้แรงบิดมหาศาล 102 นิวตันเมตร ที่ 8,750 รอบ/นาที ทำงานคู่กับเกียร์ 6 สปีดและระบบ Quick Shifter แบบ 2 ทาง (อัป-ดาวน์)

- ขอขอบคุณภาพจาก : Honda.UK
การควบคุมพละกำลังระดับนี้ถูกจัดการด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า (Throttle-by-Wire) ที่ผู้ขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 โหมดหลัก (Sport, Standard, Rain, Tour) และอีก 1 โหมด User สำหรับปรับตั้งค่าความดุดันของเครื่องยนต์ (Engine Power), แรงเบรกเครื่องยนต์ (Engine Brake) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (HSTC) ได้อย่างอิสระตามความถนัด
สรุปข้อมูลเชิงเทคนิคและสเปกพื้นฐานของรถ
เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบสเปกสำหรับใครที่ชอบอ่าน รีวิวมอไซค์ เราได้รวบรวมข้อมูลตัวเลขที่สำคัญมาไว้ในรูปแบบตารางดังนี้
| ข้อมูลทางเทคนิค | รายละเอียดสเปกตัวรถ |
| ประเภทเครื่องยนต์ | 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ |
| พละกำลัง / แรงบิดสูงสุด | 150 แรงม้า (110.1 kW) / 102 นิวตันเมตร |
| ระบบกันสะเทือนหน้า | โช้คอัพหัวกลับ ปรับด้วยไฟฟ้า Showa EERA |
| ระบบกันสะเทือนหลัง | โช้คอัพเดี่ยว ปรับด้วยไฟฟ้า Showa EERA |
| ระบบเบรก (หน้า) | ดิสก์เบรกคู่ 310 มม. คาลิเปอร์เรเดียลเมาท์ Nissin 4 พอร์ต + Cornering ABS |
| ความสูงเบาะนั่ง | 825 มิลลิเมตร |
| น้ำหนักตัวรถ (Kerb Weight) | 229 กิโลกรัม (ไม่รวมกระเป๋าข้าง) |
| ความจุถังน้ำมัน | 21 ลิตร |

- ขอขอบคุณภาพจาก : Honda.UK
เทคโนโลยีช่วงล่างและระบบความปลอดภัย มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?
จุดเด่นที่สุดคือระบบช่วงล่างไฟฟ้า Showa EERA ที่สามารถปรับความหนืดและการยุบตัวได้แบบเรียลไทม์ ทำงานควบคู่กับเซนเซอร์แกน IMU 6 ทิศทาง และระบบเบรก Cornering ABS เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในทุกโค้ง
การจะหวดรถระดับ 150 แรงม้าเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ช่วงล่างต้องนิ่งสนิท จึงจัดเต็มด้วยโช้คอัพหน้า-หลังระบบไฟฟ้า Showa Electronically Equipped Ride Adjustment (Showa EERA) ระบบนี้จะอ่านข้อมูลจากความเร็ว สภาพพื้นผิวถนน และการเบรก เพื่อปรับตั้งค่าความหนืด (Damping) ให้เหมาะสมที่สุดภายในเสี้ยววินาที ทำให้ผู้ขี่รู้สึกหนึบแน่นเวลาเข้าโค้ง แต่ยังคงความนุ่มนวลเวลาวิ่งผ่านรอยต่อถนน
ด้านความปลอดภัยก็ให้มาล้นคันด้วยเซนเซอร์วัดแรงเฉื่อย IMU 6 แกน ที่คอยสั่งการระบบ Cornering ABS ให้กระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุลแม้ในขณะที่รถกำลังเอียงตัวอยู่ในโค้ง นอกจากนี้ยังมีระบบ Cruise Control, ปลอกแฮนด์อุ่นมือ (Heated Grips), กุญแจ Honda Smart Key และหน้าจอ TFT สีขนาด 5 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชัน Honda RoadSync ครบจบในคันเดียว
โอกาสในการทำตลาดและคาดการณ์ราคาในไทยเป็นอย่างไร?
คาดการณ์ว่าราคาจำหน่ายในประเทศไทยจะเปิดตัวอยู่ในช่วงประมาณ 500,000 ปลายๆ ซึ่งถือเป็นราคาที่สามารถต่อกรกับสปอร์ตทัวริ่งจากค่ายยุโรปและค่ายคู่แข่งร่วมชาติได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ


ขอขอบคุณภาพจาก : Honda.UK
การมาเยือนของ CB1000 GT ในงาน Big Motor Sale 2026 นับเป็นการส่งสัญญาณท้าชนตลาดทัวริ่งพิกัดลิตรอย่างดุเดือด สำหรับใครที่กำลังมองหารถมอเตอร์ไซค์ที่มอบฟีลลิงการกระชากคันเร่งสไตล์ซูเปอร์ไบค์ แต่ไม่ต้องการก้มหมอบจนปวดหลัง รถคันนี้คือคำตอบที่ใช่ที่สุด การผสมผสานระหว่างสมรรถนะดิบเถื่อนและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันชาญฉลาด จะทำให้ทุกทริปการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความเร้าใจ
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปสัมผัสคันจริง ลองคร่อม และสอบถามโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ที่บูธ Honda ภายในงาน Big Motor Sale 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ได้เลยครับ!
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
A: เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
A: มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 1,000 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110.1 kW)
A: ใช้ระบบโช้คอัพไฟฟ้า Showa EERA ที่สามารถปรับความหนืดและการตอบสนองได้อัตโนมัติตามโหมดการขับขี่และสภาพถนน




















