SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าตอนนี้ในตลาดรถจักรยานยนต์ของประเทศไทย และวงการ ข่าวมอไซค์ ก็เต็มไปด้วยรถกลุ่มประเภทสกู๊ตเตอร์ จะไซส์เล็กตั้งแต่ 110 ซีซี หรือ ไซส์ใหญ่ขนาด 1,800 ซีซี ก็มีครอบคลุมทั้งตลาด และในบทความนี้ ผมโกคาร์ท SuperBike ได้ทดสอบขับขี่โมเดล Honda Lead 2026 รถสกู๊ตเตอร์ที่เป็นขวัญใจวัยรุ่นไทยหลายคน 

และในโฉมปัจจุบันก็มาพร้อมกับระบบความปลอดภัย ABS ที่นับเป็นครั้งแรกของโมเดลนี้ หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับระบบ CBS หรือ Combi-Break System เทคโนโลยีการกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้ากับล้อหลัง เพื่อให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โมเดลโฉมใหม่นี้มีอะไรน่าสนใจ ในบทความนี้จะพาไปชมครับ

 

เครื่องยนต์ไซส์มาตรฐาน แรงเต็มพิกัด

โมเดล Honda Lead 2026 ยังคงมาพร้อมกับเครื่องยนต์เทคโนโลยี eSP+ 4 วาล์ว ขนาดเครื่องยนต์ 124.77 หรือ 125 ซีซีนั่นแหละ ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัตโนมัติแบบ V-MATIC จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดพร้อมการการันตีประหยัดน้ำมันที่สูงถึง 52.6 กม./ลิตร 

เมื่อได้ทดสอบขี่แล้วนั้น ในด้านของ ‘สเปครถเดิม ๆ’ ก็สามารถใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่มีข้อสงสัย ในช่วงของการออกตัวก็ไม่อืดอาดจนน่าเกลียด สามารถทำได้ดีในกลุ่มรถประเภทเดียวกัน (มีความรู้สึกว่าอาจจะแพ้เจ้า Giorno+ ไปหน่อย) แต่ต้องขอบอกแบบนี้ว่า หากผู้ขับขี่เป็นคนรูปร่างใหญ่ ก็อาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยในการทำความเร็ว หรือเร่งแซง 

Honda Lead 2026

ตัวรถเข้าใจง่ายอีกทั้งในด้านของการดูแลบำรุงรักษาก็หายห่วง เพียงแค่เช็คระยะตามรอบ และหมั่นตรวจสอบน้ำมันเครื่อง, เฟืองท้าย รถคันนี้ และเครื่องนี้ก็จะอยู่กับผู้ขับขี่ไปได้อีกหลายปี แต่ถ้าหากผู้ขับขี่ชอบความแรง เร้าใจ ขับขี่สนุก อยากเปลี่ยนจากรถแม่บ้านเป็นปีศาจก็สามารถทำได้อย่างง่าย ๆ ในวงการ ข่าวมอไซค์ ต่างเชียร์โมเดลนี้ เพราะพื้นฐานของตัวรถคันนี้ถือว่า ‘พร้อมอัปเกรด’ เพราะเป็นเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกับ Honda PCX 160

Honda Lead 2026

อีกทั้งน้ำหนักตัวรถคันนี้หนักเพียง 114 กิโลเท่านั้น ซึ่งเบากว่าทั้ง PCX และ Forza เป็นอย่างมากทำให้เครื่องยนต์เดิมของโมเดลนี้ สามารถอัปเกรดความแรงได้อย่างง่ายดายโดยการยกชุดบนได้แก่ เสื้อสูบ,ลูกสูบ,ฝาสูบ และอะไหล่อื่น ๆ บางส่วนมาใส่ได้เลย และสูตรสำเร็จที่มักเป็นตัวจบของกลุ่มวัยรุ่นไทยก็คงหนีไม่พ้น ‘ลูก 60 มม. หรือใช้สูตรชักเดิม / ชักยาว ตรงนี้ก็น่าจะเป็นสูตรของแต่ละสำนัก หรือถ้าทำเครื่องยังไม่เพียงพอก็ไปในส่วนของ ชามแต่ง/เม็ดน้ำหนัก , แคมชาร์ป/เรือนลิ้นเร่ง และท่อไอเสีย

Honda Lead 2026

ช่วงล่างพอใช้ อยากขี่สนุกต้องอัปเกรด

ช่วงล่างที่ถูกติดตั้งมาให้ก็คุ้มค่าในกลุ่มของรถประเภทนี้ ที่ด้านหน้าเป็นโช๊คอัปแบบเทเลสโคปิก และด้านหลังเป็นโช๊คอัปเดี่ยว จากโรงงาน คุณภาพก็เพียงพอต่อการใช้งาน ไม่ได้โดดเด่นจนน่าสนใจ หรือแย่จนต้องตำหนิ สำหรับใครที่อยากได้ช่วงล่างหนึบ ๆ เกาะโค้งทุกองศาก็อาจจะต้องอัปเกรดเพิ่มเติม เพื่อเสริมประสิทธิภาพ 

เพิ่มรุ่น ABS ปลอดภัยกว่าเดิม

ใครที่ติดตามโมเดลนี้มาอย่างยาวนานก็จะทราบดีว่าโดยปกติแล้วนั้น จะมีแค่รุ่นของ CBS ที่เป็นระบบ Combi-Brake System หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นเทคโนโลยีการกระจายแรงเบรก จากล้อหนังไปยังล้อหลัง เพื่อให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 

และในโฉมนี้มาพร้อมกับระบบ ABS (Anti-Lock Braking System) ซึ่งด้านหน้าจะเป็นระบบดิสก์เบรกพร้อมระบบ ABS ในส่วนของด้านหลังมารูปแบบของดรัมเบรกตามปกติ ให้ความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น และทำให้ผู้ขับขี่มีความสนุกกับการขับขี่

Honda Lead 2026 Honda Lead 2026

อเนกประสงค์ มาพร้อมฟีเจอร์จำเป็นครบครัน 

แน่นอนว่าเกิดมาเป็นรถแม่บ้านเรื่องของความอเนกประสงค์ รีวิวมอไซค์ ต้องยกเป็นอันดับ 1 ในโมเดลนี้มาพร้อมกับช่องใต้เบาะขนาดใหญ่ถึง 37 ลิตร สามารถเก็บหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบ ได้ถึง 2 ใบ หรือจะใส่สัมภาระจิปาถะสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านก็สามารถทำได้อย่างจุใจ

Honda Lead 2026

ไม่เพียงแค่นั้น ยังอำนวยความสะดวกสบายด้วยช่องชาร์จ USB Type-C บริเวณช่องเก็บของด้านหน้า และช่องเติมน้ำมันด้านหน้าโดยไม่ต้องลงจากรถ

ในส่วนนี้จะเป็นการคอมเมนต์เกี่ยวกับภาพรวมของตัวรถโมเดล Honda Lead 2026 ที่โกคาร์ท SuperBike ได้มีโอกาสลองนำมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน ขี่แบบ Daily Use ในกรุงเทพมหานคร ฝ่ารถติดทุกองศา โดยทุกความเห็นนั้นไม่มีเจตนาลบใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ที่เกิดจากการขับขี่เพียงเท่านั้น 

Honda Lead 2026

ท่านั่งขับขี่

รถคันนี้เป็นรถสกู๊ตเตอร์ไซส์เล็ก เน้นความกระทัดรัดและคล่องตัว หากผู้ขับขี่มีรูปร่างปกติ ไม่เจ้าเนื้อจนเกินไปก็จะนั่งสบาย และสามารถไปกับรถได้อย่างดีเยี่ยม ตัวเบาะรองรับการนั่งแบบเต็มก้น ส่วนถ้าใครที่มีรูปร่างเป็นหนุ่มเจ้าเนื้อก็อาจจะนั่งไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าที่ควร 

เครื่องยนต์ 

‘ไม่คาดหวัง ไม่ผิดหวัง’ แน่นอนว่าน้อง ‘จิ้งหรีด’ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เพียงแค่ 125 ซีซี อาจจะไม่เร็ว แรงได้ดั่งใจเท่าที่ควร แต่หากใช้งานในชีวิตประจำวันก็เพียงพอต่อการใช้งาน อีกทั้งรถคันนี้ยังประหยัดน้ำมัน เรียกได้ว่าเติมหนึ่งถังใช้ได้ยาว ๆ เหมาะกับสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างไม่มีข้อสงสัย 

ช่วงล่าง 

แฟคทอรี่เซ็ตติ้งเหมาะสมกับคลาสตัวรถ เพราะรถสกู๊ตเตอร์ในกลุ่ม 125 ซีซี ก็จะให้ช่วงล่างมาประมาณนี้แหละ หากอย่างคมกริบ กรุณาอัปเกรด

ระบบเบรก 

ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรก ด้านหลังมาในรูปแบบของดรัมเบรก แต่ปกติโมเดลนี้จะมีแค่ระบบ CBS เท่านั้น แต่โฉมล่าสุดที่วางจำหน่ายมาพร้อมกับระบบ ABS (สักที) เบรกดี ปลอดภัย ยอดเยี่ยม

สีสันที่วางจำหน่าย 

Honda Lead 2026 โฉมปัจจุบันนี้มาพร้อมกับสองรุ่นย่อย โดยรุ่น CBS (Combi-Brake System) มีวางจำหน่ายทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีขาว-ดำ และ สีดำ มีราคาแนะนำวางจำหน่ายอยู่ที่ 62,000 บาท

สีขาว-ดำ
สีดำ

และในรุ่นย่อยของ ABS มีวางจำหน่ายทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีเทา และ สีดำ มีราคาแนะนำวางจำหน่ายอยู่ที่ 67,000 บาท 

สีดำ
สีเทา

ถือเป็นรถอีกหนึ่งโมเดลที่ตอบโจทย์คนที่ใช้ชีวิตประจำวันในเมืองที่มีการจราจรแออัด ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่ และเครื่องยนต์ไม่เล็กจนเกินไป เพียงพอต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา หรือวัยทำงาน รวมไปถึงพ่อบ้านแม่บ้านก็เป็นรถที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และสำหรับไรเดอร์ หรือสายโมดิฟายก็สามารถทำแรงได้อย่างไม่มีข้อสงสัย โดยโมเดล Honda Lead 2026 วางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศไทย หากสนใจสามารถไปที่ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า หรือศูนย์บริการ Honda Wing ทุกสาขาทั่วประเทศ

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

Honda Lead 2026 มินิมอลขั้นสุด โฉมใหม่ใส่ ABS ให้แล้ว!

ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าตอนนี้ในตลาดรถจักรยานยนต์ของประเทศไทย และวงการ ข่าวมอไซค์ ก็เต็มไปด้วยรถกลุ่มประเภทสกู๊ตเตอร์ จะไซส์เล็กตั้งแต่ 110 ซีซี หรือ ไซส์ใหญ่ขนาด 1,800 ซีซี ก็มีครอบคลุมทั้งตลาด และในบทความนี้ ผมโกคาร์ท SuperBike ได้ทดสอบขับขี่โมเดล Honda Lead 2026 รถสกู๊ตเตอร์ที่เป็นขวัญใจวัยรุ่นไทยหลายคน 

และในโฉมปัจจุบันก็มาพร้อมกับระบบความปลอดภัย ABS ที่นับเป็นครั้งแรกของโมเดลนี้ หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับระบบ CBS หรือ Combi-Break System เทคโนโลยีการกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้ากับล้อหลัง เพื่อให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โมเดลโฉมใหม่นี้มีอะไรน่าสนใจ ในบทความนี้จะพาไปชมครับ

 

เครื่องยนต์ไซส์มาตรฐาน แรงเต็มพิกัด

โมเดล Honda Lead 2026 ยังคงมาพร้อมกับเครื่องยนต์เทคโนโลยี eSP+ 4 วาล์ว ขนาดเครื่องยนต์ 124.77 หรือ 125 ซีซีนั่นแหละ ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัตโนมัติแบบ V-MATIC จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดพร้อมการการันตีประหยัดน้ำมันที่สูงถึง 52.6 กม./ลิตร 

เมื่อได้ทดสอบขี่แล้วนั้น ในด้านของ ‘สเปครถเดิม ๆ’ ก็สามารถใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่มีข้อสงสัย ในช่วงของการออกตัวก็ไม่อืดอาดจนน่าเกลียด สามารถทำได้ดีในกลุ่มรถประเภทเดียวกัน (มีความรู้สึกว่าอาจจะแพ้เจ้า Giorno+ ไปหน่อย) แต่ต้องขอบอกแบบนี้ว่า หากผู้ขับขี่เป็นคนรูปร่างใหญ่ ก็อาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยในการทำความเร็ว หรือเร่งแซง 

Honda Lead 2026

ตัวรถเข้าใจง่ายอีกทั้งในด้านของการดูแลบำรุงรักษาก็หายห่วง เพียงแค่เช็คระยะตามรอบ และหมั่นตรวจสอบน้ำมันเครื่อง, เฟืองท้าย รถคันนี้ และเครื่องนี้ก็จะอยู่กับผู้ขับขี่ไปได้อีกหลายปี แต่ถ้าหากผู้ขับขี่ชอบความแรง เร้าใจ ขับขี่สนุก อยากเปลี่ยนจากรถแม่บ้านเป็นปีศาจก็สามารถทำได้อย่างง่าย ๆ ในวงการ ข่าวมอไซค์ ต่างเชียร์โมเดลนี้ เพราะพื้นฐานของตัวรถคันนี้ถือว่า ‘พร้อมอัปเกรด’ เพราะเป็นเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกับ Honda PCX 160

Honda Lead 2026

อีกทั้งน้ำหนักตัวรถคันนี้หนักเพียง 114 กิโลเท่านั้น ซึ่งเบากว่าทั้ง PCX และ Forza เป็นอย่างมากทำให้เครื่องยนต์เดิมของโมเดลนี้ สามารถอัปเกรดความแรงได้อย่างง่ายดายโดยการยกชุดบนได้แก่ เสื้อสูบ,ลูกสูบ,ฝาสูบ และอะไหล่อื่น ๆ บางส่วนมาใส่ได้เลย และสูตรสำเร็จที่มักเป็นตัวจบของกลุ่มวัยรุ่นไทยก็คงหนีไม่พ้น ‘ลูก 60 มม. หรือใช้สูตรชักเดิม / ชักยาว ตรงนี้ก็น่าจะเป็นสูตรของแต่ละสำนัก หรือถ้าทำเครื่องยังไม่เพียงพอก็ไปในส่วนของ ชามแต่ง/เม็ดน้ำหนัก , แคมชาร์ป/เรือนลิ้นเร่ง และท่อไอเสีย

Honda Lead 2026

ช่วงล่างพอใช้ อยากขี่สนุกต้องอัปเกรด

ช่วงล่างที่ถูกติดตั้งมาให้ก็คุ้มค่าในกลุ่มของรถประเภทนี้ ที่ด้านหน้าเป็นโช๊คอัปแบบเทเลสโคปิก และด้านหลังเป็นโช๊คอัปเดี่ยว จากโรงงาน คุณภาพก็เพียงพอต่อการใช้งาน ไม่ได้โดดเด่นจนน่าสนใจ หรือแย่จนต้องตำหนิ สำหรับใครที่อยากได้ช่วงล่างหนึบ ๆ เกาะโค้งทุกองศาก็อาจจะต้องอัปเกรดเพิ่มเติม เพื่อเสริมประสิทธิภาพ 

เพิ่มรุ่น ABS ปลอดภัยกว่าเดิม

ใครที่ติดตามโมเดลนี้มาอย่างยาวนานก็จะทราบดีว่าโดยปกติแล้วนั้น จะมีแค่รุ่นของ CBS ที่เป็นระบบ Combi-Brake System หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นเทคโนโลยีการกระจายแรงเบรก จากล้อหนังไปยังล้อหลัง เพื่อให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 

และในโฉมนี้มาพร้อมกับระบบ ABS (Anti-Lock Braking System) ซึ่งด้านหน้าจะเป็นระบบดิสก์เบรกพร้อมระบบ ABS ในส่วนของด้านหลังมารูปแบบของดรัมเบรกตามปกติ ให้ความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น และทำให้ผู้ขับขี่มีความสนุกกับการขับขี่

Honda Lead 2026 Honda Lead 2026

อเนกประสงค์ มาพร้อมฟีเจอร์จำเป็นครบครัน 

แน่นอนว่าเกิดมาเป็นรถแม่บ้านเรื่องของความอเนกประสงค์ รีวิวมอไซค์ ต้องยกเป็นอันดับ 1 ในโมเดลนี้มาพร้อมกับช่องใต้เบาะขนาดใหญ่ถึง 37 ลิตร สามารถเก็บหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบ ได้ถึง 2 ใบ หรือจะใส่สัมภาระจิปาถะสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านก็สามารถทำได้อย่างจุใจ

Honda Lead 2026

ไม่เพียงแค่นั้น ยังอำนวยความสะดวกสบายด้วยช่องชาร์จ USB Type-C บริเวณช่องเก็บของด้านหน้า และช่องเติมน้ำมันด้านหน้าโดยไม่ต้องลงจากรถ

ในส่วนนี้จะเป็นการคอมเมนต์เกี่ยวกับภาพรวมของตัวรถโมเดล Honda Lead 2026 ที่โกคาร์ท SuperBike ได้มีโอกาสลองนำมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน ขี่แบบ Daily Use ในกรุงเทพมหานคร ฝ่ารถติดทุกองศา โดยทุกความเห็นนั้นไม่มีเจตนาลบใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ที่เกิดจากการขับขี่เพียงเท่านั้น 

Honda Lead 2026

ท่านั่งขับขี่

รถคันนี้เป็นรถสกู๊ตเตอร์ไซส์เล็ก เน้นความกระทัดรัดและคล่องตัว หากผู้ขับขี่มีรูปร่างปกติ ไม่เจ้าเนื้อจนเกินไปก็จะนั่งสบาย และสามารถไปกับรถได้อย่างดีเยี่ยม ตัวเบาะรองรับการนั่งแบบเต็มก้น ส่วนถ้าใครที่มีรูปร่างเป็นหนุ่มเจ้าเนื้อก็อาจจะนั่งไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าที่ควร 

เครื่องยนต์ 

‘ไม่คาดหวัง ไม่ผิดหวัง’ แน่นอนว่าน้อง ‘จิ้งหรีด’ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เพียงแค่ 125 ซีซี อาจจะไม่เร็ว แรงได้ดั่งใจเท่าที่ควร แต่หากใช้งานในชีวิตประจำวันก็เพียงพอต่อการใช้งาน อีกทั้งรถคันนี้ยังประหยัดน้ำมัน เรียกได้ว่าเติมหนึ่งถังใช้ได้ยาว ๆ เหมาะกับสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างไม่มีข้อสงสัย 

ช่วงล่าง 

แฟคทอรี่เซ็ตติ้งเหมาะสมกับคลาสตัวรถ เพราะรถสกู๊ตเตอร์ในกลุ่ม 125 ซีซี ก็จะให้ช่วงล่างมาประมาณนี้แหละ หากอย่างคมกริบ กรุณาอัปเกรด

ระบบเบรก 

ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรก ด้านหลังมาในรูปแบบของดรัมเบรก แต่ปกติโมเดลนี้จะมีแค่ระบบ CBS เท่านั้น แต่โฉมล่าสุดที่วางจำหน่ายมาพร้อมกับระบบ ABS (สักที) เบรกดี ปลอดภัย ยอดเยี่ยม

สีสันที่วางจำหน่าย 

Honda Lead 2026 โฉมปัจจุบันนี้มาพร้อมกับสองรุ่นย่อย โดยรุ่น CBS (Combi-Brake System) มีวางจำหน่ายทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีขาว-ดำ และ สีดำ มีราคาแนะนำวางจำหน่ายอยู่ที่ 62,000 บาท

สีขาว-ดำ
สีดำ

และในรุ่นย่อยของ ABS มีวางจำหน่ายทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีเทา และ สีดำ มีราคาแนะนำวางจำหน่ายอยู่ที่ 67,000 บาท 

สีดำ
สีเทา

ถือเป็นรถอีกหนึ่งโมเดลที่ตอบโจทย์คนที่ใช้ชีวิตประจำวันในเมืองที่มีการจราจรแออัด ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่ และเครื่องยนต์ไม่เล็กจนเกินไป เพียงพอต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา หรือวัยทำงาน รวมไปถึงพ่อบ้านแม่บ้านก็เป็นรถที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และสำหรับไรเดอร์ หรือสายโมดิฟายก็สามารถทำแรงได้อย่างไม่มีข้อสงสัย โดยโมเดล Honda Lead 2026 วางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศไทย หากสนใจสามารถไปที่ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า หรือศูนย์บริการ Honda Wing ทุกสาขาทั่วประเทศ

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

รถยนต์ไฟฟ้า

หมวดหมู่ข่าวรถยนต์

หมวดหมู่ข่าวมอเตอร์ไซค์