หากกล่าวถึงรถจักรยานยนต์ประเภทออโตเมติกพรีเมียม (Premium Automatic) ในพิกัดไม่เกิน 160 ซีซี ในประเทศไทย ชื่อของตระกูล Honda PCX160 ย่อมยืนหนึ่งในฐานะเจ้าตลาดที่มียอดจดทะเบียนสูงเป็นอันดับต้นๆ ทว่าท่ามกลางความนิยมอันท่วมท้นของรุ่นเครื่องยนต์สแตนดาร์ดและรุ่น ABS กลับมีโมเดลรหัสพิเศษคันหนึ่งที่ทาง ไทยฮอนด้า (Thai Honda) ตั้งใจส่งลงมาปฏิวัติวงการด้วยเทคโนโลยีสองขุมพลัง นั่นคือ Honda PCX160 e:HEV (ระบบขับเคลื่อนไฮบริด) แต่เมื่อเวลาผ่านไป โมเดลนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในรถที่ “เงียบเหงา” ที่สุดในโชว์รูม และไม่สามารถสร้างยอดขายให้ปังได้ตามที่คาดหวัง
อะไรคือข้อจำกัดทางวิศวกรรม พฤติกรรมศาสตร์ของผู้บริโภคชาวไทย และมาตรการทางการตลาดที่ส่งผลให้ PCX160 e:HEV กลายเป็นแรร์ไอเทมสายจอด? บทความนี้จะพาทุกท่านไปชำแหละโครงสร้างสเปกของรถรุ่นนี้อย่างละเอียด
![]() |
![]() |
1. กลไกการทำงานของระบบไฮบริดที่ “ไม่ตอบโจทย์” ขาซิ่งชาวไทย
ตามข้อมูลข้อมูลสเปกอย่างเป็นทางการจากค่ายปีกนก PCX160 e:HEV ใช้ระบบขับเคลื่อนร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในบล็อกยอดฮิต eSP+ ขนาด 156.93 ซีซี 4 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด PGM-FI ทำงานควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Assist) ที่ได้รับกระแสไฟมาจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion Battery)
ทว่าข้อจำกัดทางวิศวกรรมของระบบไฮบริดในรถจักรยานยนต์รุ่นนี้คือ มันเป็นระบบ Parallel Hybrid สเปกเบื้องต้น โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยจ่ายแรงบิดเสริม (Torque Assist) ร่วมกับเครื่องยนต์ เฉพาะในช่วงที่ผู้ขับขี่บิดคันเร่งออกตัว หรือจังหวะเร่งแซงเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ประมาณ 4 วินาทีเท่านั้น หลังจากที่ความเร็วตัวรถลอยตัวแล้ว ระบบจะตัดกลับมาใช้กำลังจากน้ำมันเชื้อเพลิงเพียวๆ 100%
ข่าวมอไซค์ และกลุ่มผู้ใช้งานจริงระบุว่า ฟีลลิ่งอัตราเร่งที่ได้เพิ่มขึ้นมาในช่วง 4 วินาทีนั้น ไม่ได้สร้างความต่างพุ่งกระฉูดในระดับที่ “ว้าว” เมื่อเทียบกับรุ่นน้ำมันล้วนที่มีน้ำหนักตัวถังเบากว่า ส่งผลให้วัยรุ่นสายปั้นรถหรือสายซิ่งหลังถนนมองว่าการทำงานของระบบไฟฟ้ายังไม่ดุดันสะใจพอ
2. สูญเสียพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ (U-Box) หัวใจสำคัญของรถใช้งาน
หนึ่งในเหตุผลหลักที่ผู้บริโภคเลือกซื้อรถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ขนาดพรีเมียมคือ ความอเนกประสงค์ในการบรรจุสิ่งของใต้เบาะนั่ง ทว่าในรุ่น PCX160 e:HEV สถาปัตยกรรมการจัดวางแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีขนาดใหญ่และต้องการระบบป้องกันความปลอดภัยขั้นสูง ทำให้วิศวกรจำเป็นต้องแชร์พื้นที่ติดตั้งไว้บริเวณช่วงท้ายของกล่องเก็บสัมภาระใต้เบาะ การสูญเสียพื้นที่เก็บของไปถึง 6 ลิตร ทำให้ช่องเก็บของใต้เบาะของรถรุ่นนี้ลดทอนประสิทธิภาพลงอย่างมาก ไม่สามารถใส่หมวกกันน็อกเต็มใบขนาดใหญ่ร่วมกับสัมภาระอื่นๆ ได้เหมือนรุ่นปกติ ซึ่งจุดนี้กลายเป็นข้อตำหนิหลักใน รีวิวมอไซค์ แทบทุกสำนัก เพราะเป็นการทำลายจุดขายด้านอรรถประโยชน์ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน
3. ความกังวลใจของผู้บริโภคต่ออายุการใช้งานระบบไฟฟ้า
แม้ว่าเทคโนโลยีระบบไฮบริดและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะมีความปลอดภัยและได้รับการพัฒนามาอย่างยาวนานในอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่สำหรับตลาด รถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ไฮบริดรุ่นพรีเมียม ในไทย ผู้ซื้อมักจะตั้งคำถามถึง “ค่าบำรุงรักษาและการเสื่อมสภาพในระยะยาว”
พฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่กังวลว่า หากพ้นระยะเวลารับประกันของทางค่ายไปแล้ว ค่าตัวของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรวมถึงกล่องควบคุมกระแสไฟอัจฉริยะ (Power Control Unit) จะมีราคาที่สูงเกินกว่าจะรับได้ นอกจากนี้ ยานยนต์สองล้อสองขุมพลัง คันนี้ยังเพิ่มความซับซ้อนในระบบไฟรอบคัน ทำให้ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ทั่วไปนอกศูนย์บริการไม่สามารถซ่อมแซมหรือรีแมพกล่องไฟได้ง่ายเหมือนรุ่นน้ำมันดั้งเดิม ส่งผลให้มูลค่าราคาขายต่อในตลาดมือสองร่วงลงเร็วกว่าปกติ
![]() |
![]() |
4. ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติเชิงเทคนิคและราคาจำหน่ายภายในตระกูล PCX160
| รายละเอียดฟีเจอร์สเปก | Honda PCX160 (รุ่น Standard / ABS) | Honda PCX160 e:HEV (รุ่นไฮบริด) |
| ขุมพลังขับเคลื่อนหลัก | เครื่องยนต์ eSP+ 156.93 ซีซี น้ำมันล้วน | เครื่องยนต์ eSP+ 156.93 ซีซี + มอเตอร์ไฟฟ้าพ่วง |
| แรงบิดสูงสุด (Torque) | 15 นิวตันเมตร @ 6,500 รอบ/นาที | 15 นิวตันเมตร + แรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราว |
| ความจุกล่องเก็บของใต้เบาะ | 30 ลิตร (ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้) | ลดลงเหลือ 24 ลิตร (เนื่องจากพื้นที่ติดแบตเตอรี่) |
| น้ำหนักรวมของตัวรถ | 131 – 132 กิโลกรัม | 136 กิโลกรัม (น้ำหนักเพิ่มขึ้นจากแบตเตอรี่และระบบไฟ) |
| โหมดการขับขี่ (Riding Mode) | ไม่มีโหมดปรับตั้งค่ากำลัง | มีโหมดการขับขี่ให้เลือก (D Mode / S Mode) |
| ระบบความปลอดภัยหลัก | Combi Brake / ABS หน้า พร้อมระบบ HSTC | มีระบบ ABS หน้า พร้อมระบบ HSTC และดิสก์เบรกคู่ |
5. การตั้งราคาและตำแหน่งทางการตลาดที่ทับซ้อนกันเอง
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้คือกลไกด้านราคา ณ วันเปิดตัวถูกตั้งราคาแนะนำเอาไว้สูงกว่ารุ่น Standard และขยับเข้าไปใกล้เคียงกับรุ่นท็อปที่มีระบบเบรก ABS แบบเต็มสูบ
ผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่เมื่อต้องตัดสินใจจ่ายเงินในระดับเฉียดแสนบาท มักจะเลือกความคุ้มค่าที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ เช่น ระบบความปลอดภัย ABS หน้า-หลัง, ดิสก์เบรกคู่ หรือการเลือกประหยัดเงินแล้วไปซื้อรุ่นสแตนดาร์ดน้ำมันล้วนเพื่อนำเงินส่วนต่างไปตกแต่งอัปเกรดอะไหล่ภายนอก (เช่น ใส่โช๊คแก๊ส 100A, ปั๊มเบรกแต่ง) การจ่ายเงินแพงขึ้นเพื่อแลกกับป้ายเพลทคำว่า e:HEV สีฟ้า และโหมดการขับขี่ D/S Mode จึงเป็นทางเลือกที่ไม่ดึงดูดใจมากพอ
![]() |
![]() |
บทสรุป นวัตกรรมที่มากรุยทาง… แต่ยังไม่ถึงเวลาของเมืองไทย
Honda PCX160 e:HEV ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมชั้นยอดทางวิศวกรรมจากฮอนด้าที่พยายามสร้างมาตรฐานใหม่ในเรื่องการลดมลพิษและเพิ่มความสมบูรณ์แบบในการเดินทาง ทว่าตัวรถกลับต้องเผชิญกับกำแพงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่เน้นเรื่องความแรงติดมือในระยะยาว, ความจุของช่องสัมภาระใต้เบาะ และความเรียบง่ายในการบำรุงรักษา อย่างไรก็ดี เทคโนโลยี e:HEV ใน PCX รุ่นนี้ ได้ทำหน้าที่สำคัญในการเป็นผู้บุกเบิกและกรุยทางระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ก่อนที่อุตสาหกรรมสองล้อจะก้าวเข้าสู่ยุค EV 100% ในอนาคตอันใกล้





























