SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
Alex Marquez รับตั๋ววิ่ง Long Lap สนามหน้า

Alex Marquez รับตั๋ววิ่ง Long Lap สนามหน้า Alex Marquez น่าจะเหมือนกับเจอฝันร้ายในการแข่งขันสนามที่ 16 รายการ 2024 MotoGP ที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเมื่อนักแข่งจากทีม Gresini Racing พลาดท่าปะทะกับโจอัน เมียร์ จากทีม Honda HRC ในโค้งที่ 12 ซึ่งทำให้ทั้งคู่ต้องออกจากการแข่งขันในสนามนี้ ในการให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขัน อเล็กซ์ มาร์เกซได้ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองว่า : “ผมทำผิดพลาดที่โค้ง 11 ซึ่งทำให้ผมออกนอกไลน์เล็กน้อย ในขณะที่พยายามกลับสู่ตำแหน่ง (ช่วงโค้งที่ 12) ผมได้ปะทะกับโจอัน เมียร์ ซึ่งทำให้ผมล้มลง และทำให้รถของผมติดไปที่ท้ายรถของเขา จนทำให้เขาไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้ ผมต้องขอโทษเขาที่ทำให้เขาออกจากการแข่งขัน” หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางคณะกรรมการได้ทำการทบทวนเหตุการณ์ พร้อมระบุว่า อเล็กซ์ มาร์เกซ ขับขี่ด้วยความประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ และได้ทำการสั่งลงโทษ อเล็ก มาร์เกซ ด้วยการวิ่ง Long Lap ในสนามถัดไปที่ Australian MotoGP ที่กำลังจะมาถึง  โดยคณะกรรมการได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับบทลงโทษดังนี้ : “ตามแนวทางการลงโทษที่ได้มอบให้กับทีม การกระทำนี้ถูกจัดว่าเป็นเหตุการณ์แบบ MGP-CC4 คือการทำให้เกิดอุบัติเหตุ การปะทะกับนักแข่งคนอื่น โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักแข่งหมายเลข #36 (โจอัน เมียร์) ที่โค้ง 12 ที่ส่งผลให้นักแข่งคนนั้นเกิดอุบัติเหตุตามมา และเนื่องจากเป็นการกระทำความผิดครั้งแรกในฤดูกาลนี้ บทลงโทษที่เหมาะสมในกรณีนี้คือการ Long lap penalty ในสนามถัดไป” โดยการแข่งขันสนามถัดไป จะทำการแข่งขันที่สนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00น. (ตามเวลาประเทศไทย)   อันดับตารางคะแนนหลังจบการแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ตำแหน่ง นักแข่ง ทีม แต้ม คะแนนห่างจากอันดับ 1 1 = Jorge Martin Pramac Ducati (GP24) 392 – 2 = Francesco Bagnaia Ducati Lenovo (GP24) 382 (-10) 3 = Enea Bastianini Ducati Lenovo (GP24) 313 (-79) 4 = Marc Marquez Gresini Ducati (GP23) 311 (-81) 5 ขยับขึ้น 1 อันดับ Brad Binder Red Bull KTM (RC16) 183 (-209) 6 ขยับลง 1 อันดับ Pedro Acosta Red Bull GASGAS Tech3 (RC16) 181 (-211) 7 = Maverick Viñales Aprilia Racing (RS-GP24) 163 (-229) 8 ขยับขึ้น 3 อันดับ Franco Morbidelli Pramac Ducati (GP24) 136 (-256) 9 ขยับขึ้น 1 อันดับ Marco Bezzecchi VR46 Ducati (GP23) 134 (-258) 10 ขยับลง 1 อันดับ Fabio di Giannantonio VR46 Ducati (GP23) 134 (-258) 11 ขยับลง 3 อันดับ

มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม

มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม Pedro Acosta กล่าวกับสื่อไม่มีใครพร้อมที่จะพา KTM คว้าแชมป์ MotoGP ได้มากไปกว่า “บุคคลพิเศษ” อย่าง Aki Ajo ที่ได้รับตำแหน่งเข้ามาคุมทัพใน MotoGP ฤดูกาลหน้า หลังจากที่มีการคาดเดาออกไปต่าง ๆ นานา ว่าผู้จัดการทีมคนถัดไปของ KTM คือใคร เพราะมีข่าวออกมาก่อนการแข่งขันที่อินโดนีเซียนกรังด์ปรีซ์ Francesco Guidotti จะก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024 และก็มีการประกาศออกมาอย่างเป็นการทางการว่าคนที่จะมารับหน้าที่แทนก็คือ Aki Ajo  Aki Ajo ประสบความสำเร็จกับ KTM ในปี 2012 เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์โลก Moto3™ ครั้งแรกกับ KTM RC4 ทีม Red Bull KTM Ajo ได้แชมป์อีกสองรายการในรุ่นนี้ (ในปี 2016 กับ Brad Binder และปี 2021 กับ Pedro Acosta) อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับการพัฒนาความสามารถของนักแข่งจาก Red Bull MotoGP Rookies Cup ในการแข่งขัน Moto3 ของ Ajo ที่ช่วยให้ผลักดันนักแข่งก้าวขึ้นสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP หลังจากที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่า Aki Ajo จะเข้ามารับหน้าที่คุมทัพ Red Bull KTM Factory Racing MotoGP สำหรับปี 2025 เปโดร อาคอสต้าได้พูดถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาร่วมงานกับกุนซือคนนี้อีกครั้ง  “ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ยินข่าวดีข่าวนี้ ผมคิดว่าไม่มีใครในแพดด็อกนี้ที่เตรียมพร้อมเพื่อเป้าหมายในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ MotoGP อีกทั้งเขายังเป็นคนที่เคยช่วยเหลือผมเยอะมากในอดีต และผมชอบความตรงไปตรงมาของเขามาก และผมคิดว่าเราจะเป็นคู่หูที่ดีต่อกัน” สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของ MotoGP จะแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 12.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Enea Bastianini กับจังหวะดราม่า ใน Emilia-Romagna GP

Enea Bastianini กับจังหวะดราม่า ใน Emilia-Romagna GP การแข่งขัน Emilia-Romagna GP มอบดราม่าให้เราแบบเต็มเปี่ยม โดย Enea Bastianini (ทีม Ducati Lenovo) คว้าชัยชนะอย่างยอดเยี่ยมหลังจากแซงผู้นำคะแนนสะสม Jorge Martin (ทีม Prima Pramac Racing) ในช่วงท้าย ขณะที่ Pecco Bagnaia (ทีม Ducati Lenovo) พลาดล้มในการแข่งขัน GP ครั้งที่ 100 ของเขา จึงทำให้วันอาทิตย์ที่ผ่านมากลายเป็นหนึ่งในวันที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการแข่งขันในปี 2024 และนี่คือประเด็นสำคัญจากสนามที่ 14! การโจมตีเพื่อคว้าชัยชนะในช่วงท้ายของ Bastianini ต่อ Jorge Martin ได้สร้างความเห็นที่แตกแยกในพิต บางคนมองว่าจังหวะการเเซงเเบบนี้เกินขอบเขต ขณะที่บางคนเชื่อว่ามันเป็นแค่การแข่งปกติ ! ซึ่งก็มีคอมเมนต์ต่าง ๆ มากมายของนักแข่งต่อเหตุการณ์เเซงสุดดราม่านี้ Jorge Martin: “แน่นอนว่าตอนนี้ผมคิดว่าเราชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับแนวคิดของฝ่ายจัดการแข่งขันในอนาคต ดังนั้นผมคิดว่าครั้งหน้าถ้าผมต้องทำแบบเดิม ก็น่าจะไม่มีผลกระทบอะไร ผมหวังไว้แบบนั้นนะ” “แม้แต่ Marc Marquez ยังบอกว่าเขาคิดว่าน่าจะต้องลดตำแหน่ง Bastianini หนึ่งตำแหน่ง!” @motogp A bit of controversy around Bestia’s winning overtake 😬 Which is your point of view? Too agressive or just a bold last lap move? 👀 #EmiliaRomagnaGP 🏁 #MotoGP #Motorsport #Motorcycle #Racing #SportsOnTikTok ♬ Tonight – Felix Tena Enea Bastianini: “ผมเห็นว่ามีโอกาสเดียวที่จะเเซงเขาในรอบสุดท้ายที่โค้ง 4 เขาพยายามปิดไลน์ ผมเกือบจะเกินลิมิตเล็กน้อยที่ล้อหน้า แต่สุดท้ายผมก็ปิดไลน์ในโค้งและคว้าชัยชนะมาได้” Marc Marquez (Gresini Racing MotoGP™): “Enea ไม่สามารถควบคุมรถให้อยู่ในสนามได้ ดังนั้นสำหรับผมควรจะลดตำแหน่งหนึ่ง แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันเป็นผู้ตัดสินใจ” Francesco Bagnaia: “ผมคิดว่ามันเป็นการแซงแบบการแข่งขัน ไม่มีอะไรต่างจากที่ Jorge เคยทำในอดีตเลย เขาเคยทำแบบนี้กับผมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทั้งที่กาตาร์และอินเดียเขาก็ทำแบบเดียวกัน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ” Luca Marini (Repsol Honda Team) : “ถ้าคุณดันนักแข่งอีกคนออกนอกสนาม แล้วตัวเองก็หลุดโค้งไปด้วย – ถือว่าไม่สามารถทำแบบนั้นได้ “หาก Martin ทำแบบเดียวกันที่อินโดนีเซีย ผมคาดหวังว่าควรจะได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน – ไม่ว่าจะเป็น Martin, Pecco, ผม หรือใครก็ตาม ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติเหมือนกันแค่นี้ครับ” Miguel Oliveira (Trackhouse Racing): “กฎชัดเจนแล้ว เมื่อคุณอยู่ในการแข่งขันระหว่างนักแข่งคืนอื่น และคุณหลุดไปที่พื้นที่สีเขียว คุณต้องยอมเสียตำแหน่ง ความจริงที่ว่าเขาไม่ได้หลุดไปที่สีเขียว เพราะตรงนั้นไม่ได้ทาสีเขียว แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าโค้งได้ มันเป็นการแซงรอบสุดท้าย ทุกคนสู้กันอย่างสุดความสามารถ และมันยากมากที่จะทำการแซงใน MotoGP ดังนั้นคุณต้องใช้ทุกโอกาสที่มี” “ถ้ามันเป็นการแซงเพื่อชัยชนะ ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่มันขึ้นอยู่กับคณะกรรมการตัดสิน กฎชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่ถูกลงโทษเพราะไม่ได้แตะพื้นที่สีเขียว แต่เป็นสีน้ำเงินหรืออะไรก็ตาม ถ้าคุณแซงในโค้งอื่นและแตะพื้นที่สีเขียว คุณต้องยอมเสียตำแหน่ง ดังนั้นเขารู้ดีว่าจะต้องแซงตรงไหน!” Jack Miller: “มันเป็นเหตุการณ์การแข่งขัน การต่อสู้ในรอบสุดท้าย ถ้าคุณอยากดู Zarco หรือผมในรอบสุดท้ายที่โค้ง 14 หรือ Di Giannantonio หรือ Mir ที่โค้ง 14… นั่นคือการแข่ง มันเกิดขึ้นทั่วทั้งสนาม มันเป็นรอบสุดท้ายของการแข่งขัน” Aleix Espargaro (Aprilia Racing): “ผมไม่มีคำจะพูดจริง ๆ เพราะนักแข่งคนหนึ่งชนกับอีกคน และทั้งสองคนก็ออกนอกสนาม”  เเละทั้งหมดนี้ก็เป็นความคิดเห็นของเหล่านักเเข่งที่มีต่อจังหวะการเเซงระหว่าง Enea Bastianini

ยาง Pirelli ทุบสถิติ Fastest Lap ใน Moto2 และ Moto3 ที่อารากอน

ยาง Pirelli ทุบสถิติ Fastest Lap ใน Moto2 และ Moto3 ที่อารากอน นับตั้งแต่ยาง Pirelli ได้เข้ามามีบทบาทในการเป็นผู้ร่วมสนับสนุนหลักของการแข่งขันชิงแชมป์ความเร็วทางเรียบระดับโลก ในรายการโมโตจีพีรุ่น Moto2 และ Moto 3 ย่อมสร้างความแปลกใจและความเชื่อมั่นให้กับเหล่านักบิดมากมาย ด้วยผลเวลาที่ทำลายสถิติเดิมจากทุกสนามที่ผ่านมา รวมถึงสนามล่าสุดอย่าง AragonGP ที่ประเทศสเปนอีกด้วย กดสถิติด้วยยางสูตรมาตรฐานในรุ่น MOTO 2  สำหรับการแข่งขันรุ่น Moto 2 ด้วยชัยชนะของ Jake Dixon (CFMoto inde Aspar Team/CFMoto) พร้อมที่จะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งอีกด้วยการกดเวลาเร็วสุดในรอบการแข่งขัน โดยใช้ยางซอฟท์ Pirelli สูตรมาตรฐาน หน้า SC1 หลัง SC0 กดเวลาเร็วสุด 1’52.597 นาที นับเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพของยางแข่งที่สามารถหาซื้อได้ ขณะเดียวกันนักแข่งส่วนใหญ่ยังคงใช้ยางซอฟท์ หน้า SC1 และยางหลัง SC0 แต่สำหรับ Alonso Lopez (Sync SpeedUp/Boscoscuro) เท่านั้นที่เลือกใช้ยางหน้า SC2 มิเดียม พร้อมยางหลัง SC0 สูตรกำลังพัฒนาอย่าง D0532 พร้อมกันกับนักแข่งอื่น ๆ เช่น Diogo Moreira (Italtrans Racing Team/Kalex), Albert Arenas (QJMOTOR Gresini Moto2™/Kalex), Xavier Artigas (KLINT Forward Factory Team/Forward), Dennis Foggia (Italtrans Racing Team/Kalex) และ Sergio Garcia (MT Helmets – MSI/Boscoscuro) ยางโปรโตไทป์ ซิ่วชัยใน MOTO 3 สำหรับในรุ่น Moto 3 เลือกใช้กับยางโปรโตไทป์อย่าง C1096 เป็นตัวเลือกสำหรับการแข่งขันเมนเรซ ทั้งผู้ชนะอันดับหนึ่งบนโพเดี้ยมอย่าง Jose Antonio Rueda (Red Bull KTM Ajo/KTM) กับการทำเวลาดีที่สุดที่ 2’01.193 นาทีในรอบแข่งขัน ตามมาด้วยอันดับสองอย่าง Colin Veijer (Liqui Moly Husqvarna Intact GP/Husqvarna) ที่เลือกใช้ยางมิเดียม SC2 พร้อมทั้งอันดับ 3 Luca Lunetta (SIC58 Squadra Corse/Honda) กับยางหน้าสูตรมาตรฐาน SC1 และยางหลังโปรโตไทป์ C1096  และด้วยสภาพอากาศฝนตกหนักตลอดทั้งคืนในช่วงก่อนแข่งขัน จึงทำให้นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยางมิเดียม SC2 แต่ทว่าระยะทางยาว เรื่องความทนทานของยางโปรโตไทป์อย่าง C1096 ซึ่งมีคุณสมบัติโครงสร้างแบบแข็ง และย่อมสูญเสียเนื้อยางน้อยกว่า จึงส่งผลให้ผู้เลือกใช้ยางดังกล่าวอย่าง Rueda สามารถพิชิตชัย แถมยังทำลายสถิติเวลาที่ดีที่สุดของสนามแห่งนี้ไปได้อีกด้วย  นับเป็นการทำลายสถิติแบบออลอะราวด์ แถมยังเป็นการเทสไปในตัวเพื่อให้ได้ค่าตัวเลขแม่นยำที่สุด มาพัฒนาสู่ยางใช้งานบนท้องถนนที่หาซื้อได้ในท้องตลาด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprakเก็บชัยชนะรวด3raceที่Donington!

Toprakกดhat-trickที่Donington!😱 อะไรก็หยุดเขาไม่ได้แล้ว ยิ่งขี่ยิ่งมั่นใจ สำหรับ’El Turco’ โทปรัค ราซกาตติโอกลู และทีม ROKit BMW Motorrad WorldSBK Team เก็บชัยชนะ Race2 แบบทิ้งห่าง8วินาที กวาดคะแนนสะสมทั้ง3เรซ แบบPerfect Weekend เก็บคะแนนสะสมเต็มเม็ดเต็มหน่วย นำห่าง41คะแนน ฟอร์มสดที่สุดแล้วสำหรับปีนี้ ตามมาด้วย นิโคโล บูลเลก้า แห่งทีม Aruba.it Racing-Ducati) ก็ขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยังไม่พอที่จะเข้าใกล้ อดีตแชมป์โลกได้ และโพเดี้ยมอันดับที่3 ตกเป็นของ เจ้าถิ่น อเล็กซ์ โลวว์ จากทีมยักษ์เขียว Kawasaki Racing Team World SBK แฝดซ่าของแซม ทำให้แฟนๆเจ้าถิ่นได้เฮกันถ้วนหน้า ส่วนอัลวาโร่ เบาติสต้า แชมป์เก่า เป็นสัปดาห์ที่ อะไรๆติดๆขัดๆไปนิด ขนาดในรอบsighting laps เกิดลื่น ล้มไถล แฮนด์เบี้ยว ปีกก็หัก ก่อนกลับมาที่จุดสตาร์ท ทีมเซอร์วิสต้องทำการซ่อมและเปลี่ยนชิ้นส่วนอย่างรวดเร็ว แสดงศักยภาพระดับโลก ทำงานแข่งกับเวลา จนทันเวลาออกสตาร์ท และก็ยังขี่ได้อย่างเยี่ยมยอด เข้าเส้นอันดับที่5 ไว้ลายแชมป์เก่า ท่ามกลางความน่าหงุดหงิด ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นสุดสัปดาห์ที่สนุกมากๆ สำหรับสนามที่อังกฤษ น่าเสียดายนิดหน่อยที่ตกเย็นอังกฤษจะไปไม่ถึงดวงดาวกับแชมป์ยุโรป ไม่งั้นคงคึกคักกันทั่วประเทศ แต่ไม่เป็นน่ะ มาชมมาเชียร์กันต่อ ทั้ง racing และ Football. สรุปคะแนนสะสมและผลการแข่งขันกัน เจอกันสนามต่อไป ที่สาธารณรัฐ เชค สุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ และเป็นวันหยุดยาวอีกด้วย !😘

Pirelli ส่งยางซ้อมให้นักแข่ง Moto2/3 ใช้

Pirelli ส่งยางซ้อมให้นักแข่ง Moto2 Moto3 ใช้ ข่าวล่าสุด จาก Pirelli โดย Giorgio Barbier เป็นผู้ตัดสินใจฟันธงส่งยางซ้อมเป็นตัวเลือกให้นักแข่งทั้งในรุ่น Moto2™ และ Moto3™ ใช้ในการแข่งขันเป็นครั้งแรก บนสนาม Sachsenring (ซัคเซนริง) ที่เยอรมันในสุดสัปดาห์นี้ เหตุผลในการเลือกยาง จาก บทสัมภาษณ์ ของ Giorgio Barbier “ซัคเซนริงเป็นสนามแข่งที่เรามีความรู้เพียงเล็กน้อย เพราะเราไม่เคยแข่งที่นั่น หมายถึงความรู้ในรุ่น Moto2™ และ Moto3™ รวมถึงการแข่งขันชิงแชมป์ระดับนานาชาติอื่นๆ เราไม่มีข้อมูลที่หนักแน่นพอเพื่อใช้เป็นมาตรฐาน เราเพียงแต่มีข้อมูลคอมเม้นท์จากนักแข่งที่เคยลงแข่งในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งบอกเราว่าสนามนี้เป็นสนามที่มีความต้องการยางเป็นพิเศษเนื่องจากรูปแบบของสนาม โดยมีโค้งซ้ายความเร็วสูงจำนวนมาก พื้นสนามที่หยาบทำให้การยึดเกาะต่ำ และมักมีสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน นั่นเป็นเหตุผลที่เราตัดสินใจขยายการจัดสรรยาง โดยเสริมด้วยคอมปาวด์ยางที่ทนการสึกหรอมากขึ้น” จากข้อความข่าววงใน คอมปาวด์ยางที่เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม คือยาง Hard รหัสยาง SC3 หรือที่รู้จักในนาม “ยางซ้อม” จากเหตุผลที่พอสรุปจากบทสัมภาษณ์คือ สนามหยาบ เลยเอาติดไปเผื่อไว้ก่อน ในสนามซัคเซนริงปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่เราจะอาจจะได้เห็น คอมปาวด์ SC3 ลงแข่งขันจากทั้งสองรุ่น และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นยางโปรโตไทป์ตัวใหม่ SC3 C0196 ในยางหลังของรุ่น Moto3 แถมในรุ่น Moto2 จะมียางหลัง SC0 D0532 ที่เป็นโปรโตไทป์เช่นกัน ยางจาก Pirelli SC3 ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นแค่ตัวเลือกไม่ได้บังคับ เราจะได้เห็นผลทดสอบในเร็วๆ นี้ว่า Free Practice จะมีทีมไหนทดลองเอายางตัวนี้มาเล่น แต่ถ้าเอาชัวร์ ก็มียางสเปคเดิมจากสนามที่แล้วให้เลือกอยู่แล้ว แน่นอนว่าเกมการแข่งขันจะต้องมีลุ้นมากกว่าเดิม เพราะปัจจัยยางไม่เหมือนสนามที่แล้ว ส่วนเรื่องสถิติ Pirelli จะทุบยาง Dunlop ได้รึเปล่า ต้องมาดูกันอีกที

Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี

Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี ยืนยันนอนยันคอนเฟิร์มแล้วกับเจ้า Marc Marquez ย้ายซบทีมโรงงาน Ducati แล้วพร้อมสัญญา 2 ปี หลังก่อนหน้านี้มีข่าวการย้ายตัวของ Enea Bastiannini ไปยัง Redbull KTM Factory Racing นั่นทำให้ที่นั่งข้าง ๆ Francesco Bagnaia ว่างลง และตอนนี้ทาง Ducati ได้ออกมาประกาศยืนยันแล้วว่าแชมป์โลก 8 สมัย ผู้ใช้หมายเลข 93 และได้กลายเป็นทีมเมทของแชมป์โลก MotoGP 2 สมัยคนล่าสุดในตอนนี้แล้ว พร้อมกับระบุว่าจะลงแข่งในปี 2025 – 2026 อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Repsol ยุติการสนับสนุนทีมแข่ง Honda MotoGP

Repsol ยุติการสนับสนุนทีมแข่ง Honda MotoGP หลังจบปี 2024 บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่สัญชาติสเปนอย่าง Repsol ยุติการสนับสนุนทีมแข่ง Honda ในการแข่งขัน MotoGP หลังจากจบฤดูกาล 2024 กลายเป็นการจบความร่วมมือกันสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตที่ยาวนานและโดดเด่นที่สุดครั้งนึงในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว หากจะย้อนประวัติศาสต์กันไปแล้วล่ะก็ Repsol นั้นกลายเป็นมาเป็นชุดสีนึงของ Honda ตั้งแต่ Honda NSR500 ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกในระดับสูงสุดมาตั้งแต่ปี 1995 โดยมี Mick Doohan และ Alex Criville เป็นคนควบให้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วที่ความสัมพันธ์ของสองแบรนด์นั้นต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ความร่วมมือกันของคู่ก่อให้เกิดแชมป์โลกทั้งหมด 15 สมัย ชัยชนะในเรซแข่งขันมากถึง 183 เรซ และอีก 455 โพเดียม อย่างไรก็ตามหลังจากที่ Marc Marquez แยกทางออกไปหลังจบฤดูกาล 2023 บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ก็เริ่มการกระชับสัญญาเพื่อลดค่าใช้จ่ายทางการเงิน และนั่นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงกับชุดสีของ RC213V รถแข่งในปี 2024 ที่มี Luca Marini และ Joan Mir เป็นนักแข่งให้ ซึ่งสังเกตได้ว่าโลโก้ของ Honda นั้นใหญ่กว่าของ Repsol กว่าปีที่ผ่าน ๆ มา การเคลื่อนไหวในครั้งนี้น่าจะเกิดขึ้นเพราะการจากไปของแชมป์โลก 8 สมัย ที่เคยอยู่ร่วมกันมานานกว่า 12 ปี ไปยัง Gresini Ducati และเมื่อเขาออกไป Honda ยังเสียการสนับสนุนจากทาง Red Bull ไปด้วย ขณะนี้ทางค่ายรถเองก็น่าจะมีข้อเสนอจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับผู้สนับสนุนในปี 2025 แต่ทาง Repsol เองต้องการที่จะโฟกัสในเรื่องของการโปรโมตน้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกแทน ซึ่งทางเรปโซลเองเชื่อว่าจะยังสามารถเชื่อมโยงภาพลักษณ์ของตัวเองเข้ากับการแข่ง MotoGP ในอนาคตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่จะได้เป็นผู้สนับสนุนเรื่องน้ำมันทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืนกว่า เรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกใหม่นั้นเป็นกติกาใหม่ที่ถูกบังคับใช้ขึ้นในปีนี้ โดยจะต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกที่ไม่ได้มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล 40% และในปี 2027 ตัวเลขนี้จะกลายเป็น 100% หรือจะไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกต่อไปนั่นเอง งานนี้ก็ต้องดูกันต่อไปล่ะครับว่า Honda จะมีสปอนเซอร์รายใหญ่เป็นใคร และจะส่งผลต่อรูปลักษณ์ของรถแข่งในฤดูกาลหน้าอย่างไรบ้าง และแน่นอนว่าคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ก็อาจจะได้รุ่นรถสปอร์ตในลวดลายทีมแข่ง MotoGP ใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่ Repsol บ้าง โดยเฉพาะคนที่อาจจะไม่ชอบสีส้ม อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 ปรับอะไรบ้าง ไปดู

เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 ปรับอะไรบ้าง ไปดู แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตหลาย ๆ คนน่าจะได้รับรู้ข่าวสารเรื่องการปรับเปลี่ยนกติกาทางเทคนิคเกี่ยวกับรถแข่งในรายการ MotoGP กันไปแล้ว มาวันนี้เราจะไป เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 กันครับว่ามีอะไรบ้าง – เครื่องยนต์ในคลาส MotoGP จะถูกลดขนาดความจุลงเหลือเพียง 850 ซีซี โดยขนาดกระบอกสูบจะลดจาก 81 ม.ม.เหลือเพียง 75 ม.ม. โดยจะต้องเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบและ 4 จังหวะเช่นเดิม – ค่ายผู้ผลิตที่ลงแข่งในปี 2026 จะเริ่มต้นฤดูกาล 2027 ในแรงค์ B ซึ่งแรงค์ดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยนอีกในช่วงกลางฤดูกาล 2027 โดยอิงจากผลงานในช่วงแรกของฤดูกาล 2027 เพียงอย่างเดียว ผลงานก่อนหน้านี้ไม่นับ และแรงค์ปกติจะกลับมาใช้อีกครั้งหลังจากจบฤดูกาล 2027 ส่วนค่ายรถใดที่ไม่ได้ทำการแข่งขันในปี 2026 แต่เริ่มแข่งในปี 2027 จะนับเป็นแรงค์ D และจะมีการปรับเปลี่ยนแรงค์อีกครั้งแบบเดียวกันนี้ – จำนวนเครื่องยนต์สำหรับนักแข่งที่เซ็นสัญญายาวจะถูกลดเหลือเพียง 6 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาลในกรณีที่การแข่งมีทั้งหมด 20 สนาม และเป็น 7 เครื่องในกรณีมีการแข่งทั้งหมด 21 – 22 สนาม – ค่ายรถที่อยู่ในแรงค์ D จะมีสิทธิ์พิเศษ ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องยนต์ได้มากขึ้น 2 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาล ต่อนักแข่ง 1 คน – ทุกทีมจะสามารถเข้าถึงข้อมูล GPS ของนักแข่งทุกคนได้เมื่อจบเซสชันแต่ละเซสชัน – ในพิกัด MotoGP จะถูกปรับลดเรื่องจำนวนอัตราทดเกียร์ได้ไม่เกิน 16 ชุดจากเดิม 24 ชุด (อัตราทดเกียร์ทั้งหมด 6 เกียร์ ใช้ชุดเฟืองเกียร์ทั้งหมด 6 ชุด ดังนั้นจะต้องเลือกใช้ชุดอัตราทดเกียร์อย่างชาญฉลาดและให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกับทุก ๆ สนาม เพราะถูกจำกัดจำนวน) บวกกับเฟืองเพลาขับได้อีก 4 ชุดต่อ 1 ฤดูกาล – น้ำหนักรถขั้นต่ำจากเดิมจะต้องไม่เบาไปกว่า 157 กิโลกรัมจะกลายเป็น ไม่เบาไปกว่า 153 กิโลกรัมแทน – ไม่อนุญาตเรื่องอุปกรณ์ปรับความสูงของตัวรถอีกต่อไป (Ride Height Device) รวมถึงอุปกรณ์ช่วยออกตัวที่จะทำงานตอนเริ่มการแข่งขันด้วย (Holeshot Device) – มีการลดความจุของถังน้ำมันลงเหลือ 20 ลิตรสำหรับการแข่งขันปกติ และเติมน้ำมันได้แค่ 11 ลิตรสำหรับการแข่งสปรินต์เรซ   – จำกัดเรื่องความกว้างของแฟริ่งแอโรด้านหน้าหรือวิงเล็ตด้านหน้าเหลือ 550 ม.ม.จากเดิม 600 ม.ม. หรือแคบลง 5 ซม.นั่นเอง จำกัดเรื่องความสูงของด้านท้ายรถเหลือ 1,150 ม.ม.จากเดิม 1,250 ม.ม.หรือท้ายรถเตี้ยลง 10 ซม. จำกัดเรื่องส่วนที่ยื่นออกไปด้านหน้าสุด (จมูกแฟริ่งหน้า) ให้สั้นลง 50 ม.ม. นอกจากนี้ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับแอโรไดนามิกส์ที่อยู่ด้านหลังนักแข่ง หรือวิงก์เล็ตที่ด้านท้าย จะต้องยื่นขอรับรองว่าเป็นชิ้นส่วนนึงของแอโรบอดี้ก่อน และจะอนุญาตให้มีการอัปเดตได้เพียงแค่ 1 ครั้งต่อฤดูกาลเท่านั้น – น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้จะต้องเป็นน้ำมันที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล หรือก็คือต้องใช้น้ำมันแบบยั่งยืนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขุดเจาะแล้วมากลั่นแบบที่เราใช้กันปกติในทุกวันนี้นั้นเอง อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิว หรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ โดยผู้สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องชี้แจงรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับ TWG1 ที่เป็นผู้รับผิดชอบและชี้แจงกับตัวแทนของทาง Dorna และทีมงานที่เกี่ยวข้องด้วย ก็เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ จุด โดยเฉพาะเรื่องของตัวรถ ซึ่งทางดอร์น่าเองระบุว่าเพื่อความปลอดภัย ความสนุกสนาน ความตื่นเต้นเร้าใจจากการที่การแข่งขันจะแซงกันได้ง่ายขึ้น สูสีกันมากขึ้น ใกล้เคียงกับรถทั่วไปมากขึ้น และนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับเปลี่ยนแปลงวงการเลยทีเดียว ซึ่งอนาคตก็อาจจะส่งผลต่อรถบ้าน ๆ หรือรถโปรดักชันด้วยอย่างแน่นอนทีเดียวครับ ซึ่งก็คงอีกหลายปีทีเดียว หรืออนาคตอาจจะเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าแทนไปเลยก็ได้ ถ้าเทคโนโลยีแบตเตอรี่มันพัฒนาได้เร็วจนสามารถทำระยะทางได้ไกล ชาร์จได้เร็ว โดยที่แบตเตอรี่ไม่ได้มีขนาดใหญ่จนเกินไป จุดนั้นโลกก็จะเปลี่ยนอีกแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pol Tarres ควบ Tenere 700 คว้าแชมป์ Morocco Desert Challenge

Pol Tarres ควบ Tenere 700 คว้าแชมป์ Morocco Desert Challenge เรียกว่าเป็นบทพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของสายลุยไซส์กลางจากค่ายส้อมเสียงได้เป็นอย่างดีหลังจากที่ Pol Tarres ควบ Tenere 700 คว้าแชมป์ Morocco Desert Challenge 2024 การแข่งขันแรลลี่ที่แม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างดาการ์แรลลี่ แต่ก็เป็นรายการแรลลี่ระดับนานาชาติที่มีความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันรุ่นย่อยหลายประเภททั้งรถยนต์ บั๊กกี้ รถบรรทุก ไปจนถึงมอเตอร์ไซค์ สำหรับการแข่งขัน Morocco Desert Challenge 2024 นั้นแข่งขันแบบครอสคันทรีกันทั้งหมด 8 วัน 8 สเตจด้วยกัน โดยจะทำการแข่งขันกันเป็นระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร จากชายฝั่งมหาสมุทรด้านแอตแลนติกของทะเลทรายโมร็อกโกไปจบที่อีกชายฝั่งด้านนึงบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เฉลี่ยวันละกว่า 375 กิโลเมตรท่ามกลางทะเลทรายโมร็อกโกที่เรียกว่าโหดหินไม่เบา และด้วยเหตุนี้เองการแข่งขันครั้งนี้จึงจัดว่าเป็นสนามทดสอบความทนทาน ความแรง และความแข็งแกร่งของทั้งรถทั้งคนได้อย่างดี และแน่นอนว่าอย่างที่เกริ่นไว้ว่า Pol Tarres นักแข่งสัญชาติอันดอร์รา ที่ขับขี่ Yamaha Tenere 700 ในเวอร์ชัน World Raid ที่มาพร้อมกับชุดแต่ง GYTR ของทางค่าย ภายใต้สังกัด Tenere Yamaha Rally Team เอาชนะไปได้ 6 สเตจจากทั้งหมด 8 สเตจ และกลายเป็นคนแรกที่ใช้รถแอดเวนเจอร์ไบค์ 2 สูบที่เอาชนะรายการนี้ไปได้ พร้อมกับสถิติเวลารวมนำห่างจากอันดับ 2 ไปกว่า 2 ชั่วโมง เรียกได้ว่าอึดทั้งคนทั้งรถจริง ๆ สำหรับใครที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโร้ดทางไกลแบบนี้ Yamaha Tenere 700 ถือว่าเป็นโมเดลที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Liberty Media เทคกิจการของ Dorna เจ้าของสิทธิ์ MotoGP

Liberty Media เทคกิจการของ Dorna เจ้าของสิทธิ์ MotoGP เป็นข่าวใหญ่ระดับสะเทือนวงการสองล้อกันเลยทีเดียวของดีลธุรกิจที่มีมูลค่าสูงถึง 4.2 พันล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 165,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นดีลธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการที่ Liberty Media เทคกิจการของ Dorna เจ้าของสิทธิ์ทางการค้าและการถ่ายทอดวิดีโอการแข่งขัน MotoGP นั่นเอง แล้ว Liberty Media คือใคร ทำธุรกิจอะไร สำหรับคนที่ยังไม่ทราบ ลิเบอร์ตี้มีเดียคือเจ้าของสิทธิ์ Formula 1 นั่นเอง เรียกว่าอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตเช่นเดียวกัน เพียงแต่จำนวนล้อไม่เท่ากันและรูปแบบการแข่งขันก็แตกต่างกันอยู่พอสมควร รวมถึงยังประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสื่อ การสื่อสาร และธุรกิจบันเทิงอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งทางลิเบอร์ตี้เองก็มาซื้อหุ้นของทาง Dorna ไปมากถึงราว ๆ 86% ใช้เงินไปกว่า 3.5 พันล้านยูโร หรือราว ๆ 138,000 ล้านบาท โดยทางดอร์น่าเองยังถือหุ้นไว้เอง 14% ผ่านข้อตกลงใหม่ซึ่งทาง Dorna Sports S.L., ที่ถือสิทธิ์ทางการค้าและการถ่ายทอด MotoGP อยู่จะยังคงทำดำเนินธุรกิจอยู่อย่างอิสระเช่นเดิม เพียงแต่เป็นส่วนนึงของทางกลุ่มธุรกิจลิเบอร์ตี้มีเดียเท่านั้น ทั้งนี้การแข่งขันอื่น ๆ ที่ทางดอร์น่าดูแลเองก็จะตกอยู่ภายใต้ลิเบอร์ตี้มีเดียด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Moto2, Moto3, WorldSBK, MotoE, Junior GP, Asia Talent Cup, British Talent Cup, Northern Talent Cup, MiniGP และ MotoGP Rookies Cup นอกจากนี้ทาง Carmelo Ezpeleta ซีอีโอของทางดอร์น่าที่รั้งตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 1994 เองก็จะยังคงอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปเช่นเดิม และทำธุรกิจต่อไปร่วมกับทีมบริหารของเขา และเบสก็จะยังคงอยู่ที่เมืองมาดริดเช่นเดิมไม่เปลี่ยนไป ซึ่งทาง Greg Maffei ประธานของฝั่งลิเบอร์ตี้มีเดียก็ออกมากล่าวในทำนองว่ารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ขยายเครือข่ายธุรกิจการถ่ายทอดสดกีฬาเพิ่มมากขึ้นจากดีลในครั้งนี้ ซึ่งเขามองว่ารายการการแข่งขันนี้มีฐานแฟน ๆ ที่ติดตามที่ดีและเหนียวแน่น มีการแข่งขันที่ตื่นเต้นเร้าใจ และมีเงินไหลเวียนมาก มีศักยภาพในการทำเงินนั่นเอง และเขาเองก็ตั้งใจจะมาพัฒนาและเพิ่มยอดผู้ชมหรือแฟน ๆ MotoGP ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ทางซีอีโอของทางดอร์น่าเองก็มองว่านี่คือมุดหมายสำคัญของการแข่งขันรายการนี้ ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญ ซึ่งทางลิเบอร์ตี้มีเดียนั้นชำนาญงานทางด้านนี้ และจะช่วยเพิ่มฐานคนดูให้มากขึ้นได้อย่างแน่นอน สุดท้ายดีลนี้จะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายปี 2024 เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการและขั้นตอนตามกฎหมายจำนวนมาก แต่เมื่ออ่านมาถึงตอนนี้แล้ว หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าแล้วมันจะมีผลอะไรต่อรายการแข่งขันรายการโปรดของพวกเขาหรือไม่ ผมบอกเลยว่าต้องมีอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรยืนยัน แต่สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เรื่องค่าตั๋วนั้นจะต้องแพงขึ้น เนื่องจากเรื่องของการลงทุนทำธุรกิจ และอาจจะมีผลดีเรื่องคุณภาพการถ่ายทอดสด หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการถ่ายทอดสดก็เป็นได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki ตั้งเป้าพิเศษ แข่งคนอึดรถโหด แบบรักษ์โลก

Suzuki ตั้งเป้าพิเศษ แข่งคนอึดรถโหด แบบรักษ์โลก ล่าสุดทางค่ายคนบ้า Suzuki ตั้งเป้าพิเศษ เข้าแข่งขัน Suzuka 8 Hours Endurance Race 2024 รายการแข่งคนอึดรถโหด ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนาม Suzuki ในวันที่ 19 – 21 กรกฎาคม แบบรักษ์โลกด้วยการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแบบยั่งยืนและชิ้นส่วนแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามเทรนด์รักษ์โลกในยุคปัจจุบัน สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงแบบยั่งยืนที่ซูซูกิจะใช้นั้นจะเป็นน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมน้ำมันจากชีวภาพ 40% ซึ่งทาง FIM หรือสมาพันธ์มอเตอร์ไซค์นานาชาติรับรอง อย่างไรก็ดีน้ำมันเชื้อเพลิงตัวนี้ยังไม่ใช่น้ำมันที่ทาง EWC รับรองอย่างเป็นทางการ ดังนั้นทางซูซูกิจึงจะเข้าร่วมแข่งขันในคลาสทดลองพิเศษ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อทดลองโดยเฉพาะ นอกจากเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงแบบยั่งยืนแล้ว ยังมีเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อเทรนด์ความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ท่อไอเสีย ยาง น้ำมันเครื่อง แฟริ่ง และเบรก ซึ่งทางสปอนเซอร์ของทางทีมจะเป็นผู้จัดเตรียมให้เพื่อทำตามชาเลนจ์และทำตามเป้าหมายในครั้งนี้ โดยทีมแข่งทีมนี้จะมีชื่อทีมว่า “Team SUZUKI CN CHALLENGE” และจะมีทีมงานจากทางซูซูกิดูแลร่วมกับทาง Yoshimura Japan เองมาร่วมงานพัฒนาด้วย ตลอดไปจนถึงพาร์ทเนอร์อื่น ๆ ที่หวังจะบรรลุเป้าหมายอันท้าทายนี้ร่วมกัน สำหรับเป้าหมายของการเข้าร่วมในครั้งนี้คือการเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีทางสมรรถนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ซึ่งเปรียบได้กับสภาพการใช้งานหนัก ซึ่งจะได้ข้อมูลที่มีคุณค่ามาก ๆ จากการแข่งขัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อหลาย ๆ ฝ่ายในอนาคตนั่นเอง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
  • All Posts
  • MOTOGP
รูปแบบการแข่ง MotoGP 2026

บอส Trackhouse จี้ MotoGP รื้อระบบ! แยกควอลิฟาย Sprint – Main Race ตามรอย F1 ดาวิเด บริวิโอ (Davide Brivio) ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์ของ Trackhouse MotoGP ออกมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ (Weekend Format) โดยเสนอให้เดินตามรอยความสำเร็จของ Formula 1 เพื่อยกระดับความยุติธรรมและความเร้าใจให้กับการแข่งขัน นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา MotoGP ได้ใช้ระบบควอลิฟายแบบ Q1 และ Q2 ที่ตัดสินจากผลการซ้อม แต่การปรับเปลี่ยนกติกาในช่วงหลัง โดยเฉพาะการเพิ่มการแข่งขัน Sprint Race เข้ามา ทำให้ความสำคัญของ “บ่ายวันศุกร์” พุ่งสูงจนเกินไป ซึ่งบริวิโอมองว่านี่คือจุดอ่อนที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด ปัญหาของ “วันศุกร์มหาโหด” ใน MotoGP ภายใต้กติกาปัจจุบัน นักแข่งที่ทำเวลาไม่ได้อยู่ใน 10 อันดับแรกในช่วง Practice บ่ายวันศุกร์ จะถูกส่งไปคัดเลือกใน Q1 ทันที ซึ่งหมายความว่าหากเกิดอุบัติเหตุ รถเสีย หรือสภาพอากาศไม่เป็นใจในวันศุกร์เพียงวันเดียว โอกาสที่จะได้ตำแหน่งสตาร์ทแถวหน้าทั้งในรอบ Sprint และ Main Race แทบจะหมดไป Davide Brivio ให้สัมภาษณ์กับ GPOne ว่า “มันเป็นความเห็นส่วนตัวนะ แต่ผมไม่ชอบเลยที่บ่ายวันศุกร์ต้องมากำหนดชะตากรรมของทั้งสุดสัปดาห์แบบนี้ ถ้ามีอะไรผิดพลาดแค่นิดเดียว ทุกอย่างที่เตรียมมาคือจบสิ้น” ข้อเสนอโมเดล F1: แยกควอลิฟายเพื่อความแฟร์ สิ่งที่บอสใหญ่ Davide Brivio Trackhouse ต้องการเห็นคือการนำรูปแบบ Sprint Weekend ของ F1 มาใช้ คือการมีเซสชันควอลิฟายแยกกันชัดเจน วันศุกร์: ให้เป็นการควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ทใน Sprint Race วันเสาร์: ให้มีการควอลิฟายแยกออกมาอีกหนึ่งเซสชัน เพื่อตัดสินกริดสตาร์ทสำหรับ Grand Prix วันอาทิตย์ “การทำแบบนี้จะทำให้เรามีกริดสตาร์ทสองแบบที่ต่างกัน และสุดสัปดาห์ของนักแข่งจะไม่ถูกทำลายเพียงเพราะวันศุกร์ที่ไม่เป็นใจ นอกจากนี้มันยังสร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆ ได้ติดตามผลลัพธ์ที่หลากหลายขึ้นด้วย” บริวิโอกล่าวเสริม การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงเสียงสะท้อนจากคนในพาร์ด็อกที่เริ่มรู้สึกว่า MotoGP ในยุคปัจจุบันเน้นความกดดันมากกว่าการชิงไหวชิงพริบในสนาม ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าทาง Dorna Sports จะรับข้อเสนอนี้ไปพิจารณาสำหรับการปรับปรุงกติกาในปีต่อๆ ไปหรือไม่

Alex Rins 2026

อเล็กซ์ รินส์ เปิดใจทำไมถึงปฏิเสธทีม Gresini Ducati ในปี 2022 ก่อนตัดสินใจย้ายไป Honda จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ MotoGP

Marc Marquez riding style 2026

Jorge Lorenzo ทึ่ง Marc Marquez ร่าง Ducati ปี 2026 ปรับสไตล์การขี่ใหม่จนเนียนกริบเหมือนตนเอง เลิกสายบวกเน้นความแม่นยำและการคำนวณที่เหนือชั้น

โทปราค ยอมรับสไตล์ WorldSBK ขี่ใน MotoGP ไม่รุ่ง “บูเลก้า” อาจจะขี่ได้ดีกว่าตน

โทปราค ราซกัตลิโอกลู เปิดใจหลังเทสต์ MotoGP ที่เซปัง ยอมรับสไตล์การขี่แบบตัว V ใช้ไม่ได้ผล ทำเวลาตามหลัง 1.9 วินาที พร้อมยกบูเลก้าขี่สมูทกว่า

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
2025 WorldSBK bimota ม้ามืดจากอิตาลี เปิดตัวแล้ว

2025 WorldSBK bimota ม้ามืดจากอิตาลี เปิดตัวแล้ว 2025 WorldSBK bimota เผยโฉมแล้วสำหรับทีมแข่งขันน้องเก่าหน้าใหม่ ค่ายผู้ผลิตในอิตาลีพร้อมหวนลงศึกสังเวียนอีกครั้งในฤดูกาล 2025 พร้อมสองนักแข่งที่คุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง Alex lowes และ Axel Bassani รวมถึงตัวแข่งลวดลายใหม่ในโฉมสีขาว แดงและดำ ตัดแต้มน้ำเงินเล็กน้อย พร้อมเหล่าสปอนเซอร์ไม่ว่าจะเป็น Motul, Showa และ Square Bricks Offices ในรุ่นของ Bimota KB998  โดยรุ่นดังกล่าวเป็นการคอลแลปร่วมกันระหว่างแบรนด์อิตาลีกับค่ายรถคาวาซากิ ซึ่งบิโมต้ากับค่ายเขียวนั้นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันมาอย่างเนิ่นนาน นอกจากโฉมตัวแข่งแล้ว โฉมโมเดลที่มีขายยังคอลแลปร่วม เปิดตัวมาขายหลากหลายรุ่นเช่นกัน โดยเจ้า Bimota KB998 มาพร้อมพื้นฐานเครื่องยนต์ Kawasaki ZX-10R กับหัวใจสี่สูบเรียง ซึ่งเป็นเครื่องระดับตำนานที่พาทีมคว้าแชมป์โลกมาแล้วมากมาย   ซึ่งล่าสุดยังได้สร้างผลงานอย่างเฉิดฉายด้วยผลเวลาซ้อมดีสุดกับท็อป 3 ตลอดรอบการเทสทั้งในสนามเฆเรซและปอร์ติเมาที่ผ่านมาอีกด้วย  Alex Lowes กล่าวว่า “ก่อนอื่นเลย ผมชอบสีของรถปี 2025 มาก! ผมตื่นเต้นมากที่ได้เห็นว่า Bimota และ Kawasaki จะทำอะไรได้บ้างในปีนี้ ทีมงานทุกคนทุ่มเทอย่างมากเพื่อให้โครงการนี้เริ่มต้นขึ้น ผมซาบซึ้งมาก ผมรู้สึกดีตั้งแต่ได้ลองขี่รอบแรก เป้าหมายของผมคือสานต่อจากปี 2024 และคว้าผลการแข่งขันที่ดีที่สุดให้ได้” Axel Bassani เผยว่า “วันนี้เรานำเสนอรถแข่งใหม่ ทีมแข่งใหม่ และทุกอย่างใหม่หมด มันพิเศษมากเพราะเราจัดงานที่ บ้านเกิดของผม” “นี่เป็นการผจญภัยครั้งใหม่สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Kawasaki, Bimota และพวกเราในฐานะนักแข่ง สีของรถแข่งปีนี้เป็นแนว Old School แต่ก็มีความร่วมสมัย ผมคิดว่าทุกคนจะชอบลวดลายนี้มาก..ผมหวังว่าเราจะสามารถ แสดงศักยภาพของทีมและสู้เพื่ออยู่แถวหน้าของการแข่งขัน เราต้องการสร้างการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม เก็บผลลัพธ์ที่ดี และสนุกไปกับมัน!” การเปิดตัว Bimota KB998 Rimini และทีม Bimota by Kawasaki Racing Team (BbKRT) ถือเป็น ก้าวสำคัญของ Bimota ในการกลับเข้าสู่เวที WorldSBK ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Kawasaki ทีมแข่งตั้งเป้าหมาย ขึ้นโพเดียม และหวังว่าจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับ Bimota ในโลกของซูเปอร์ไบค์ระดับโลก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

YAMAHA WSBK 2025 เปิดตัวทีมแข่ง ลุยศึกโปรดักท์ชัน 2025

YAMAHA WSBK 2025 เปิดตัวทีมแข่ง ลุยศึกโปรดักท์ชัน 2025 เมื่อฤดูกาลแข่งขัน WorldSBK 2025 ใกล้จะเริ่มต้นขึ้น ทีมต่าง ๆ ก็พร้อมทยอยเปิดตัวทีมออกมาให้สาธารณชนได้เห็นกันแล้ว ล่าสุดฝั่งค่ายรถเลือดสีน้ำเงินอย่าง Yamaha ได้เผยโฉมลวดลายใหม่สำหรับทีม Pata Maxus Yamaha และ GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team พร้อมที่จะดวลศึกโปรดักท์ชันการแข่งขันสำหรับฤดูกาลนี้ พร้อมไลน์อัพนักบิดฝั่งเลือดน้ำเงินนำโดย Jonathan Rea และ Andrea Locatelli (Pata Maxus Yamaha) และพ่อหนุ่มรูปงามอย่าง Remy Gardner และ Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) โดยการกลับมาในครั้งนี้ อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ยังคงเอกลักษณ์ด้วยพื้นเฉดสีฟ้า พร้อมการเพิ่มแถบสีโทนอ่อนบริเวณแฟริ่งด้านหน้าของรถ Yamaha R1 และแน่นอนชุดนักแข่งด้วยเช่นกัน  Andrea Dosoli ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป กล่าวว่า “ปี 2025 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Yamaha ในการฉลองครบรอบ 10 ปีนับตั้งแต่การมาครั้งแรกในปี 2016 พร้อมกับการเป็นพันธมิตรกับ Pata Snack มาเป็นเวลา 10 ปีเช่นกัน แม้ว่าผลลัพธ์ในปี 2024 จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ความทุ่มเทและความร่วมมือจากวิศวกร ทีมงาน YME นักแข่ง และทีมแข่งของเรายังคงเหนียวแน่นตลอดมา”  “ในช่วงฤดูหนาว ทุกคนได้ทำงานอย่างหนักเพื่อยกระดับสำหรับฤดูกาล 2025 และความก้าวหน้าจากการทดสอบในฤดูหนาวก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราในการเตรียมพร้อมสำหรับปีนี้ การแข่งขันใน WorldSBK มีความเข้มข้นและระดับสูงมาก เราจึงตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสการแข่งขันที่ดุเดือดและตื่นเต้นอีกครั้งในปีนี้” Niccolo Canepa ผู้จัดการด้าน Road Racing ของ Yamaha Motor Europe กล่าวว่า “เป็นสถิติที่น่าประทับใจที่เรามีนักแข่งแชมป์โลกถึง 5 คนที่ใช้รถ R1 ในการแข่งขันความสำเร็จของ Jonathan Rea เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วในฐานะนักแข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ว่าปีที่แล้วเขาจะเผชิญความท้าทาย แต่ความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่มีใครเทียบได้ และประสบการณ์ 1 ปีของเขากับ R1 จะมีบทบาทสำคัญในฤดูกาลนี้ สำหรับ Andrea Locatelli กำลังเข้าสู่ฤดูกาลที่ 5 หลังจากแสดงศักยภาพที่โดดเด่น เราเชื่อมั่นว่าเขาจะต่อยอดความสำเร็จของเขาต่อไป” “ความต่อเนื่องถือเป็นสิ่งสำคัญในการแข่งขัน โดย Remy Gardner และ Dominique Aegerter ยังคงอยู่กับทีมต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ 3 ทีมของเรามีความพร้อมที่ดี ทั้งสองคนแสดงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เรายังรู้สึกตื่นเต้นกับการที่ Yamaha Motoxracing Team ขยายทีมมาใช้รถ 2 คันในฤดูกาล 2025 โดยมี Tito Rabat แชมป์ Moto2 ปี 2014 และ Bahattin Sofuoglu นักแข่งชาวตุรกีผู้มากความสามารถ ทีมของเราทุกคนได้ทำงานอย่างเต็มที่ และเรารอคอยที่จะเริ่มต้นฤดูกาล 2025 ที่น่าตื่นเต้นนี้” เปิดประเดิมทีมแข่งเป็นที่เรียบร้อย สำหรับค่ายส้อมเสียง พร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่และพร้อมพิสูจน์ฝีมือในฤดูกาล 2025 นี้ ต้องมาลุ้นกันว่าทางทีมนั้นจัดเต็มขนาดไหนต้องมาชมการแข่งขันสนามแรกที่ ฟิลิป ไอซ์แลนด์ วันที่ 23-25 ก.พ. 68 นี้ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • WSBK
Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon

Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon จบไปแล้วกับการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Motorland Aragon ที่ประเทศสเปน การแข่งขันสุดมันทีทำเอา Bautista ตรงเหนื่อยนัก แต่ก็คุ้มค่ากับความพยายาม คว้าชัยไปได้ 2 เรซ แม้ว่า Bautista ล้มในเรซแรก แต่ก็สามารถกอบกู้ชัยชนะและคะแนนจากการแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซ และเรซที่ 2 มาได้ Race1 ตำแหน่งการออกสตาร์ทในเรซแรกหลังควอลิฟายนั้นมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลครั้งที่ 2 ของเขาในฤดูกาลนี้ ด้วยเวลา 1’47.973 ที่กลายเป็นสถิติใหม่ของสนามนี้อีกด้วย ตามมาด้วย Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ที่ช้ากว่า 0.4 วินาที และ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ออกสตาร์ทจากกริดที่ 3 ส่วนการเลือกยางนั้น อุณหภูมิแทร็กอยู่ที่ประมาณ 25 องศา นักแข่งทุกคนต่างเลือกยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนามาเป็นอย่างหลัง ขณะที่ยางหน้าส่วนใหญ่แล้วจะเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐาน ส่วนในการแข่งขันเรซที่ 1 นั้นพื้นแทร็กมีอุณหภูมิที่ราว ๆ 35 องศา นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหน้า SC1 สูตรมตรฐาน และยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยาง SCX สูตรมาตรฐาน แต่มีคนที่เลือกเดิมพันกับยางที่ต่างออกไป Rea เลือกที่จะใช้ยาง SCX B0800 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา หลังจากเริ่มแข่งไปได้ไม่นานนัก Bautista ก็ล้มไปในแล็ปที่ 6 แต่ยังกลับเข้ามาแข่งต่อได้ การแข่งกลายเป็นศึกสามเศร้าระหว่าง Razgatlioğlu, Rea และ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) และกลายเป็นฝ่ายหลังที่ขึ้นนำได้ในแล็ปที่ 15 จากทั้งหมด 18 แล็ป กระทั่งเข้าเส้นได้ก่อน โดยที่สองและที่สามตกเป็นของ Razgatlioğlu และ Rea ตามลำดับ และ Bautista ต้องออกจากการแข่งขันไปหลังจากล้มอีกเป็นครั้งที่สองในแล็ปสุดท้าย กลายเป็นนักแข่งตุรกีที่ได้ที่สองทำให้มีแต้มและช่วยลดระยะห่างระหว่างแชมป์โลกกับตัวเองเหลือเพียง 37 คะแนนหลังจากจบการแข่งในเรซแรก Superpole Race ในการแข่งขันรอบซูเปอร์โพลเรซ นักแข่งเกือบทุกคนเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐานสำหรับยางหน้า มีเพียงคนเดียวที่ใช้ยาง SC0 C0927 สูตรกำลังพัฒนา คือ Bradley Ray (Yamaha Motoxracing WorldSBK Team) ส่วนยางหลังนั้นนักแข่งเลือกใช้ยางต่าง ๆ กันออกไปหลายสูตร โดยนักแข่งที่จบเรซนี้ด้วยโพเดียมต่างใช้ยางไม่ซ้ำกันเลย  Álvaro Bautista ชนะด้วยยาง SCX สูตรมาตรฐาน Jonathan Rea จบอันดับ 2 ด้วยยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนา และ Toprak Razgatlioğlu เข้าอันดับที่ 2 ด้วยยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนา Race2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยาง SCX สูตรมาตรฐานยังเป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับยางหลัง มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่เลือกใช้ยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนานั่นคือนักแข่งจากทาง Kawasaki อย่าง Jonathan Rea และ Florian Marino และนักแข่งจาก Ducati อย่าง Phillip Oettl และ Danilo Petrucci ขณะที่ยางหน้านั้นยาง SC1 สูตรมาตรฐานเป็นสูตรที่ทุกคนต่างเลือกใช้ เรซนี้เป็น Álvaro Bautista กระหายชัยชนะและอยากจะล้างมือที่พลาดโอกาสไปในเรซแรก และพึ่งจะชนะในซูเปอร์โพลเรซมา และในที่สุดเขาก็สามารถทำได้ในเรซที่ 2 ด้วย ส่วนอันดับ 2

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้ง 2 ทีมแล้ว ล่าสุด ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง หรือไลน์อัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้งสองทีมแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการสู้ศึกได้ดีขึ้นรวมไปถึงช่วยให้โปรเจ็กต์โดยรวมดีขึ้นอีกด้วย โดยทีมแรกจะเป็น Bonovo action BMW Racing Team ซึ่งจะมีนักแข่งมากทักษะและประสบการณ์อย่าง Scott Redding นักแข่งชาวอังกฤษที่แข่งให้กับทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2022 และจะแข่งต่อไปเคียงคู่กับ Garrett Gerloff นักแข่งชาวอเมริกา ขณะที่อีกทีมอย่าง ROKit BMW Motorrad WorldSBK จะมีนักแข่งที่เพิ่งเซ็นสัญญากับเราใหม่ ๆ อย่าง Toprak Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกี และ Michael van der Mark นักแข่งชาวดัตช์ ที่แข่งให้กับทางทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2021 เป็นทีมเมต ซึ่งทั้งสองทีมจะได้รับการซัพพอร์ตอะไหล่และซัพพอร์ตทางเทคนิคจากทาง BMW Motorrad Motorsport เท่ากัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับโอกาสในการแข่งขันที่เท่าเทียมกันทุกคน ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เก็บ 2 ชัย

Toprak เก็บ 2 ชัย ที่ฝรั่งเศส คว้าแต้มสำคัญเพื่อต่อสิทธิ์ลุ้นแชมป์ การแข่งขัน WorldSBK 2023 สนามที่ 9 ที่ Nevers Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศสจบไปแล้ว โดย Toprak เก็บ 2 ชัย ในเรซแรกและในรอบซูเปอร์โพลเรซ ทำให้สามารถลดระยะห่างคะแนนกับแชมป์คนปัจจุบันอย่าง Alvaro Bautista เหลือเพียง 57 คะแนนแล้ว ที่สนามนี้เขาพลาดโพเดี้ยมในเรซแรกไป แต่ยังกลับมาคว้าชัยในเรซที่ 2 ได้อย่างไม่น่าเชื่อ Race 1 การแข่งขันในเรซแรกนั้นดีเลย์ออกไปเล็กน้อยและถูกปรับลดแล็ปให้เหลือเพียง 20 แล็ปจากปัญหาทางเทคนิค นักแข่งส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะออกสตาร์ทด้วยยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐานและยางหลัง SCX สูตรมาตรฐาน ซึ่งในแถวหน้านั้นมีเพียงนักแข่งจาก Yamaha อย่าง Gardner และ Baldassarri และจาก Honda อย่าง Lecuona และ Soomer ที่เลือกยางหน้า SC0 ยังมี Michael Ruben Rinaldi and Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) ที่เลือกยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 ในยางหลัง การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นโดยที่ Bautista อยู่หัวแถวได้ไม่นาน แล้วหลังจากนั้นกลายเป็นการดวลกันระหว่าง Rinaldi กับ Razgatlioğlu กระทั่งในแล็ปที่ 15 เป็นฝั่งหนุ่มตุรกีที่สามารถขึ้นนำได้และรักษาตำแหน่งไว้ได้จนจบการแข่งขัน โดยที่ Rinaldi และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ Superpole Race   นักแข่งทุกคนเลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรนุ่มพิเศษสูตรกำลังพัฒนาอย่าง SCQ C0004 มาใช้เป็นยางหลังเหมือนกับตอนที่ควอลิฟายก่อนที่จะแข่งเรซแรก ส่วนยางหน้าส่วนใหญ่ก็จะเลือกที่จะใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน มีเพียง Lecuona, Soomer, Ray และ Konig ที่ใช้ยางหน้าเป็น SC0 การแข่งในรอบนี้เกิดเหตุขึ้นในแล็ปที่ 5 เนื่องจาก Álvaro Bautista และ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) กระทบกันเองจนฝ่ายหลังออกจากการแข่งไป ผลประโยชน์เลยไปตกกับ Toprak ที่ขึ้นนำเดี่ยวจนจบเข้าเส้น และมี Bautista และ Rea เข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ Race 2 การแข่งขันในเรซนี้ นักแข่งยังคงไว้ใจเลือกยางหลัง SCX เช่นเดิม ส่วนยางหน้าก็ SC1 สูตรมาตรฐานก็เป็นหลักเช่นเรซแรก เริ่มไปได้ 5 แล็ปก็มีธงแดงสะบัดขึ้นเนื่องจากอุบัติเหตุที่โค้ง 5 โดยมีผู้ประสบเหตุ 2 คน คือ Dominique Aegerter (Yamaha) และ Scott Redding (BMW) และเมื่อการแข่งเริ่มต้นใหม่อีกครั้งการแข่งขันก็เหลือเพียง 17 แล็ปเท่านั้น และ Lecuona (Honda) ก็หันไปเปลี่ยนยางหน้ามาใช้ SC1 แทน ส่วน Bautista ออกตัวได้เร็วและแรง จนจบการแข่งขันด้วยการคว้าชัย ส่วนโพเดียมที่เหลือเป็นการแย่งกันระหว่าง Razgatlioğlu และ Rea โดยผลที่ออกมาคือ Razgatlioğlu เข้าเส้นได้ก่อน Toprak เก็บ 2 ชัย ที่ฝรั่งเศส ทำให้ยังมีรักษาระยะห่างของแต้มตารางคะแนนรวมกับแชมป์โลกไว้ได้ สนามหน้าสนามที่ 10 จะไปต่อกันที่สนาม Aragon ประเทศสเปนในช่วงวันที่ 22 – 24 กันยายนนี้ ติดตามชมตามเชียร์นักแข่งคนโปรดกันต่อได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

Bautista เตรียมกลับไปลุย MotoGP

Bautista เตรียมกลับไปลุย MotoGP ที่เซปังด้วยไวลด์การ์ด สุดสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายนนี้เราจะได้เห็นบทบาทที่แตกต่างออกไปของแชมป์โลก WorldSBK ชาวสเปนอย่าง Bautista เตรียมกลับไปลุย MotoGP กลับทางทีม Aruba.it Racing ที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย ก่อนจะกลับไปปิดฉากสนามสุดท้ายกับศึก Superbike World Championship ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่บ้านเกิดอย่าง Jerez ประเทศสเปน สำหรับทางค่ายแดงนั้นครั้งนี้จะเป็นไวลด์การ์ดครั้งที่ 3 แล้วสำหรับฤดูกาลนี้หลังจากที่ส่ง Michele Pirro เข้าร่วมในศึกโมโตจีพีที่ Mugello และจะไปลุยต่อที่ Misano ประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทาง Ducati และทาง Aruba.it โดยการลงแข่ง MotoGP ทั้ง 3 ครั้งทางค่ายก็ทำรถให้เป็นลวดลายแบบเดียวกันกับ Panigale V4R ของทีม Aruba.it Racing ที่ใช้แข่งในศึก WorldSBK หากคุณตามข่าววงการคุณจะรู้ว่าก่อนหน้านี้พ่อหนุ่มแดนกระทิงดุได้ลองมาทดสอบ Desmosedici GP ไปเมื่อไม่นานมานี้ และได้ผลตอบรับที่ดีและจะกลับมาลงแข่งโมโตจีพีอีกครั้งหลังจากหายหน้าหายตาไปจากเวทีนี้ตั้งแต่ปี 2018 Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati #1) ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมดีใจมาก ๆ ที่จะได้แข่ง MotoGP ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดที่เซปัง ที่นั่นเป็นแทร็กที่ผมชอบมากและผมก็ดีใจที่จะได้กลับไปด้วย เนื่องจากตอนนั้นไม่มีแข่ง WorldSBK พอดี ตอนที่ไปลองขี่ Desmosedici GP เองก็ได้ผลตอบรับที่ดี ฟีลลิ่งดีมากและผมก็สนุกกับมันด้วย ผมอยากจะขอบคุณดูคาติและ Aruba.it จริง ๆ เพราะถ้าไม่มีพวกเขา มันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะมีโอกาสแบบนี้ ขณะเดียวกันผมก็อยากจะบอกว่าการแข่งโมโตจีพีเรซนี้เปรียบเสมือนโบนัสสำหรับผม และไม่ใช่ได้สลักสำคัญอะไร เพราะผมควรจะต้องโฟกัสกับการแข่ง WorldSBK มากกว่า ซึ่งคือสิ่งเดียวที่สำคัญในตอนนี้ ผมต้องโฟกัสช่วงท้ายของฤดูกาลนี้ให้ดีซึ่งต้องจัดการให้ดี เพราะมันมีการแข่งขันหลายเรซในช่วงเวลาสั้น ๆ ฟีลลิ่งที่ได้จาก Panigale V4R ก็ดีอยู่แล้ว และผมหวังว่าผมจะลุยต่อไปในรายการนี้ จากนั้นเมื่อจบฤดูกาลเราจะคิดเกี่ยวกับการไปที่มาเลเซียและไปสนุกกัน ตอนนี้ผมมีช่วงวันหยุดสั้น ๆ และผมจะกลับไปลุยต่อที่ Magny-Cours” ก็เรียกว่ายังคงไม่ย้ายไปแข่ง MotoGP เต็มตัวเลยแน่ ๆ นะครับสำหรับพ่อหนุ่มสเปนแชมป์โลก WorldSBK คนปัจจุบันคนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli เผย ความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

Pirelli เผย ความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก หลังจากเหตุการณ์อันน่าตระหนกตกใจในศึก WorldSBK ที่ Autodrom Most ประเทศเช็ค ซึ่งก็คือเหตุการณ์ที่ Toprak Razgatlioglu ที่กำลังนำอยู่ในเรซที่ 2 กลับต้องออกจากการแข่งขันไปด้วยปัญหาของยาง ขณะที่กำลังออกจากโค้ง 2 ระหว่างดวลเดือดกับ Alvaro Bautista และล่าสุดทางด้านแบรนด์ยาง Pirelli เผยความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ด้านนักแข่งตุรกีเผยกับทางยามาฮ่าเรซซิ่งว่า “ผมก็แค่พยายามทำให้เต็มที่ แต่ผมโชคร้ายมาก ๆ ผมไม่ได้โกรธทางพีเรลลี่นะ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมยางนี้ถึงเป็นแบบนี้ ผมตกใจมากและมันก็ประหลาดมาก ๆ ด้วย เราแข่งกันมาตั้งหลายเรซแล้ว และผมก็มองหาอนาคตและสู้ต่อไป” นอกจากนี้ยังเผยต่อกับทางสื่อเพิ่มเติมว่า “มันเป็นเรซที่แปลกมาก ๆ ยางหลังผมระเบิด ผมตกใจเพราะผมหันไปมองด้านหลังแล้วผมเห็นยาง มันแปลกมาก ๆ สำหรับผม มันเป็นครั้งแรกเลยในชีวิตผม ผมโอเคนะ ในช่วงหกแล็ปสุดท้ายผมเริ่มที่จะขี่ได้นิ่งขึ้น และผมก็เห็นช่องว่างว่ามันใหญ่ขึ้น มันเป็นเรซที่ดีสำหรับผมและผมก็สนุกกับมัน และผมเองก็คิดว่าแฟน ๆ ทุกคนก็น่าจะสนุกไปกับเรซนี้ด้วย” ด้าน Giorgio Barbier ผู้จัดการฝ่ายแข่งขันของทาง Pirelli ได้ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ “จากการตรวจสอบการแข่งขัน WorldSBK ในเรซ 2 ด้วยยางหลัง C0567 ยางสูตรใหม่ เราพบว่ามียางที่บวมพองแบบนี้ 3 เคสด้วยกัน คือยางของ Jonathan Rea, Remy Gardner และ Razgatlioglu ซึ่งในกรณีของสองคนแรกนั้นการบวมพองของยางนั้นเล็กมาก ๆ และไมส่งผลใด ๆ กับสมรรถนะของยางและผลการแข่งขัน ขณะที่เคสของทาง Toprak นั้นยางนั้นบวมพองมีมากกว่าและจากการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากเซ็นเซอร์นั้นพบว่ายางแบนลงอย่างรวดเร็ว” ทั้งนี้ยังมีการตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นกับยางอยู่และได้ออกมาย้ำว่าจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด แม้ว่านักแข่งยามาฮ่าจะขี่ด้วยความเร็วสูงขนาดไหนก็ตาม และยางของนักแข่งคนอื่นจะไม่มีอาการผิดปกติ แต่เหตุการณ์แบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ดังนั้นเราจะทำการวิเคราะห์เชิงลึกกับอย่างทั้งหมด 3 เคสเพื่อหาสาเหตุต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea-แรงไม่กลัวฝน

Rea แรงไม่กลัวฝน วัดดวงใส่ยางกึ่งฝ่าฝนคว้าชัยเรซแรกที่ Most เข้าสู่การแข่งขันสนามที่ 8 ของฤดูกาลกันแล้วกับการแข่งขันในศึก WorldSBK 2023 การแข่งขันมอรถมอเตอร์ไซค์โปรดักชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยในครั้งนี้ไปแข่งขันกันที่สนาม Autodrom Most ประเทศเช็ก สนามที่มีเลย์เอาต์อันโหดหินเอาเรื่อง กับการแข่งขันในเรซแรกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากสภาพอากาศ และเป็น Rea แรงไม่กลัวฝน ที่วัดดวงใส่ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ฝ่าฝนคว้าชัยในเรซแรกไปครอง แม้จะไม่ได้ออกตัวจากโพลโพซิชันก็ตาม ควอลิฟาย เช้าวันเสาร์ ช่วงเวลาของการควอลิฟาย ตำแหน่งโพลตกเป็นของ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ซึ่งนับเป็นโพลที่ 4 ของเขาในฤดูกาลนี้ ครั้งที่ 12 ของเขาในรายการ และครั้งที่ 50 สำหรับยามาฮ่าในศึกนี้ ด้วยการเลือกใช้ยางหลัง SC0 กดเวลาควอลิฟาย ก่อนจะทำลายสถิติเวลาของสนามแห่งนี้ด้วยเวลา 1’30.801 ทำลายสถิติเวลาเดิมที่ Jonathan Rea เป็นคนทำเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว ส่วนอันดับ 2 บนกริดสตาร์ทตกเป็นของ Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) และอันดับ 3 เป็น Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) เรซ 1 การแข่งขันเรซแรกกลายเป็นการแข่งแบบเว็ตเรซ เนื่องจากมีสายฝนตกลงมาอย่างหนักก่อนที่เรซที่ 300 ของรายการจะระเบิดศึกขึ้นจากนั้นก็ค่อย ๆ ซาลง การเลือกยางนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำการบ้านกันอย่างหนัก โดยมีนักแข่งหลายคนเลือกที่จะใช้ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ขณะที่บางส่วนเลือกใช้ยางฝน ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดชี้ชะตาของนักแข่งทั้งหลาย นักแข่งที่เลือกยางกึ่งนั้นล้วนได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งนี้เป็นเพราะสายฝนหยุดสนิทในระหว่างการแข่งขัน และแทร็กก็เริ่มแห้งอย่างรวดเร็วซึ่งยางกึ่งตอบโจทย์มากกว่ายางฝน ซึ่งคนที่ใช้ยางฝนนั้นถูกบังคับกลาย ๆ ว่าจะต้องเข้าไปเปลี่ยนยางและเสียเวลาอันมีค่าหลายวินาที และเป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 5 ใช้โอกาสนี้คว้าชัยมาได้เป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้ โดยเข้าเส้นก่อนโพลแมนอย่างToprak Razgatlioğlu และ Danilo Petrucci เข้าเส้นเป็นอันดับ 3 แม้ว่าจะออกจากกริดที่สองก็ตาม โดยนักแข่งบนโพเดียมทั้งหมดล้วนใช้ยางแบบกึ่งทั้งนั้น การแข่งขันยังสนามนี้ยังไม่จบ ติดตามการแข่งขันและสรุปผลตารางคะแนนรวมได้ในวันถัดไปที่ SuperBikeMag.com เช่นเดิมครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก