SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Kawasaki คว้าดับเบิ้ลแชมป์ ในศึก OR BRIC SUPERBIKE สนาม 3 มาถึงสนามที่ 3 กันแล้วกับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย หรือ OR BRIC Superbike Championship 2020 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยสนามนี้ Kawasaki ทำผลงานได้ดีเรียกเสียงเชียร์ได้เป็นอย่างมาก ด้วยการคว้าดับเบิ้ลแชมป์จาก 2 รุ่นการแข่งขัน โดยแชมป์แรกของทาง Kawasaki มาจากเกมการแข่งขันในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี โดยเป็นฝีมือของ บอย จิรายุ สายยนต์ จาก Kawasaki Ronin Racing Team ที่บิดเข้าเส้นเป็นคันแรกด้วยเวลา 12 นาที 39.765 วินาที เฉือนชนะอันดับ 2 อย่าง เต้ย รัฐพงษ์ บุญเลิศ จาก Yamaha KYB IRC D.I.D. MN8 น้ำบาน โก๋ท่ามะกา เพียงแค่ 0.265 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ภณณัฏฐ์ นิลภา จาก NDL Moritec Kawaii Racing Team ตามหลังแชมป์ 20.925 วินาที ส่วนแชมป์ที่สองได้มาจากเกมการแข่งขันรุ่นใหญ่สุด จากฝีไม้ลายมือของ ติ๊งโน๊ต ฐิติพงศ์ วโรกร แชมป์ BRIC Superbike 3 สมัย จาก Kawasaki Thailand Racing Team กลับมาคว้าชัยชนะได้เป็นครั้งแรกของปีในศึก OR BRIC Superbike สนาม 3 และช่วยให้ Kawasaki คว้าดับเบิ้ลแชมป์ หลังไล่บี้คู่แข่งจนสามารถเอาชนะ แสตมป์ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก Yamaha Powerspeed 123VIP Racing Team โดยเป็นการเฉือนเอาชนะแสตมป์ไปเพียง 0.798 วินาที ขณะที่อันดับ 3 เป็นของอนุภาพที่เข้าเส้นตามหลังแชมป์ 4.897 วินาที หลังจากจบการแข่งขันฝ่ายหลังมีคะแนนนำขยับขึ้นรั้งจ่าฝูง จนทำให้ต้องไปตัดสินแชมป์ประจำปีกันถึงสนามสุดท้ายในเดือนตุลาคม โดยสแตมป์มีทั้งสิ้น 61 คะแนน นำนครินทร์เพื่อนร่วมทีมเพียง 5 คะแนนเท่านั้น และติ๊งโน้ตขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 ตามจ่าฝูงอยู่ 19 คะแนน ในอันดับ 4 เป็นของชัยวิชิตซึ่งตามหลังอยู่ 22 คะแนน ส่วนอนุภาพรั้งอันดับ 5 ตามหลังอยู่ถึง 34 คะแนน เรียกได้ว่า หากเข้าเงื่อนไขของแต่ละคน แชมป์จะตกเป็นของใครก็ได้ใน 4 อันดับแรกของตารางคะแนนรวม ซึ่งสำหรับการที่ติ๊งโน้ตจะได้แชมป์ก็จะต้องชนะ หรือได้อันดับ 2 และคู่แข่งจะต้องจบแบบไม่มีคะแนนหรือไม่จบการแข่งขัน ซึ่งถือว่ายากมากทีเดียวครับ อย่างไรก็ดีแฟนๆ ค่ายเขียวอย่าลืมร่วมกันเป็นกำลังใจให้กับนักแข่ง Kawasaki ลุยศึก OR BRIC SUPERBIKE สนามสุดท้าย ในช่วงวันที่ 17-18 ตุลาคมนี้ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ได้อันดับดีๆ กันนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toni Bou พา Honda คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซในศึกไทรอัลชิงแชมป์โลกที่ Leon Toni Bou นักแข่งมอเตอร์ไซค์ผาดโผนหรือไทรอัลใต้สังกัด Repsol honda คว้าชัยชนะครั้งที่ 3 ในฤดูกาลนี้พร้อมสะสมคะแนนนำห่างออกไปอีกด้วยการคว้าชัยชนะแบบ 2 เรซติดต่อกัน ด้าน Takahisa Fujinami คว้าอันดับที่ 8 และ 9 จากการแข่งขันทั้ง 2เรซ การแข่งขันรายการ TrialGP World Championship หรือการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ผาดโผนชิงแชมป์โลก 2020 ในรอบ Pobladura de las Regueras, León ประเทศสเปน ซึ่งจัดการแข่งขันขึ้นทั้งหมด 2 เรซต่อกัน ซึ่งชัยชนะตกเป็นของ Toni Bou แชมป์โลกคนล่าสุดทั้ง 2 เรซ การแข่งขันในฤดูกาลนี้ผ่านไปแล้วทั้งหมด 4 เรซ โดยชัยชนะตกเป็นของเขาและทีม Repsol Honda Team ถึง 3 เรซ และอันดับที่ 3 อีก 1 เรซ ทำให้ในปีนี้เขายังไม่พลาดตกจากโพเดียมเลยแม้แต่ครั้งเดียว และรั้งตำแหน่งผู้นำในตารางคะแนนรวม ส่วน Takahira Fujinami เพื่อนร่วมทีมสามารถจบทั้งสองเรซได้ในอันดับ 8 และอันดับ 9 ในตอนที่กำลังแข่งทั้งสองเรซที่ Leon นั้น Bou ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บแบบเต็มร้อย แต่เขาก็ยังสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ในการแข่งขันได้สำเร็จและคว้าคะแนนนำทิ้งห่างออกไป ทางด้าน Fujinami กลับต้องพบกับช่วงสุดสัปดาห์ที่ยากเย็น และพลาดโอกาสที่จะคว้าอันดับดีๆ ในการแข่งขันไป เขาจบที่อันดับ 8 และ 9 จากการแข่งขันทั้ง 2 เรซ สรุปตอนนี้ Bou นำห่าง 75 คะแนน ขณะที่ Fujinami มีคะแนน 35 คะแนนอยู่ที่อันดับ 8 และการแข่งขันสนามถัดไปจะแข่งที่ Andorra ในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้หรือ 19 – 20 ก.ย. 2020 สาวกฮอนด้ามาช่วยกันเชียร์ให้ Toni Bou พา Honda คว้าแชมป์โลกในฤดูกาลนี้เพิ่มอีกดีกว่าครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki Thailand Racing Team ตัดสินใจใส่ Pirelli หวังครองแชมป์ 4 สมัยติด นับเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าจับตาไม่น้อยสำหรับวงการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย หลังจากที่ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง Kawasaki Thailand Racing Team ลงขับขี่ในงาน BRIC Trackday ช่วงวันที่ 4 – 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา (น่าจะเพื่อใช้โอกาสนี้เป็นการซ้อมก่อนการแข่งขันจริงจะเปิดฤดูกาล) โดยมีภาพออกมาจากช่างภาพที่แปลกตาออกไป เพราะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและเห็นได้ชัดจุดนึง นั่นคือยางที่ทางทีมเลือกใช้ โดยมีการเปลี่ยนจากยางเดิมอย่าง Dunlop ที่ใช้มาอย่างต่อเนื่องหลายปีมาเป็น Pirelli ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงต้องเปลี่ยนยาง เพราะยางนั้นมีผลต่อการแข่งขันอย่างมาก จากผลงานการแข่งขันที่ผ่านๆ มาของทางทีม โดยเฉพาะหัวหอกหมายเลข 1 ของทาง Kawasaki อย่าง ติ๊งโน๊ต ฐิติพงศ์ วโรกร แชมป์ประเทศไทย 3 สมัยติดต่อกัน และก็ใช้ยาง Dunlop มาโดยตลอด ก็ถือว่าทำผลงานได้ดีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะมีหลายจุดที่เหมือนจะเป็นต้นเหตุของการเลือกใช้ยาง Pirelli ในฤดูกาล 2020 นี้ โดยก่อนหน้าที่ติ๊งโน๊ตจะมาเลือกใช้ยาง Pirelli ก็มีแหล่งข่าวระบุว่า ทางทีมคาวาซากิฯ ได้มาทดสอบยางสลิคของทาง Bridgestone กันที่สนามไทยแลนด์เซอร์กิต ในวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งช่วงนั้นก็ลือกันว่า Bridgestone จะเดินหน้ารุกตลาดโดยการซัพพอร์ตทีมยักษ์เขียว แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันเป็นวันที่ 13 มิถุนายน กลับกลายเป็นว่าทางทีมกลับมาทดสอบยาง Pirelli ไซส์ใหม่แบบเดียวกับที่ใช้ในการแข่ง WorldSBK (ซึ่งเป็นยางตัวเดียวกับที่ทาง ชิพ นครินทร์ใช้ทำสถิติเวลาดีที่สุด ที่สนามช้างฯ และซุป อนุชา ทำไว้ที่สนามไทยแลนด์เซอร์กิต ในการแข่งขันฤดูกาล 2019) ที่สนามไทยแลนด์เซอร์กิตอีกครั้ง ดูเหมือนว่าทางทีมน่าจะไม่พอใจกับเวลาที่ได้จากยาง Bridgestone หรืออาจจะอยากลองทางเลือกอีกตัวให้แน่ใจหรือเปล่า? ทางเราก็ไม่อาจทราบเหตุผลที่แท้จริงได้ แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันเป็นวันที่ 13 มิถุนายน กลับกลายเป็นว่าทางทีมกลับมาทดสอบยาง Pirelli ไซส์ใหม่แบบเดียวกับที่ใช้ในการแข่ง WorldSBK (ซึ่งเป็นยางตัวเดียวกับที่ทาง ชิพ นครินทร์ใช้ทำสถิติเวลาดีที่สุด ที่สนามช้างฯ และซุป อนุชา ทำไว้ที่สนามไทยแลนด์เซอร์กิต ในการแข่งขันฤดูกาล 2019) ที่สนามไทยแลนด์เซอร์กิตอีกครั้ง ดูเหมือนว่าทางทีมน่าจะไม่พอใจกับเวลาที่ได้จากยาง Bridgestone หรืออาจจะอยากลองทางเลือกอีกตัวให้แน่ใจหรือเปล่า? ทางเราก็ไม่อาจทราบเหตุผลที่แท้จริงได้ จุดสังเกตแรก คือ การแข่งขัน PTT BRIC Superbike สนามสุดท้ายของปี 2019 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในการแข่งขันรุ่น SB1 หรือซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี ที่ถึงแม้ว่าติ๊งโน๊ตจะคว้าแชมป์ไปแล้วจากคะแนนสะสม แต่ในสนามนี้ติ๊งโน๊ตกลับเข้าเส้นเป็นอันดับ 3 โดยมีเวลาตามหลังผู้ชนะในสนามนั้นมากถึง 6.890 วินาที ซึ่งในจุดนี้หากมองผ่านๆ อาจจะมองได้ทั้งสองแบบว่า ผ่อนเพื่อถนอมตัวเพราะคว้าแชมป์ไปแล้ว หรือหากมองในมุมมองของแชมป์ที่ต้องรักษาเกียรติ ก็ต้องแข่งให้เต็มที่ แต่ในความเป็นจริงแล้วสนามสุดท้ายของปี 2019 นั้น กลับเป็นสนามที่ติ๊งโน๊ตทำเวลาได้เร็วที่สุดของปี 2019 โดยทำเวลได้ที่ 1:36.139 แสดงว่าน่าจะไม่ได้ผ่อนหรือออมมืออะไร แต่จัดไปสุดๆ แล้ว แต่กลับเข้าที่ 3 แสดงว่ามันก็มีปัญหาอะไรบางอย่าง และที่น่าสังเกตคือ อันดับ 1 และ 2 ของสนามสุดท้ายล้วนแล้วแต่ใช้ยาง Pirelli ซึ่งก็คือบรรดานักแข่งของ Yamaha Riders’ Club Racing Team และ Yamaha Powerspeed Racing Team จุดสังเกตที่สอง หากเราลงไปดูในเวลาแล็ปแต่ล่ะแล็ปของนักแข่งแต่ละคน ยกตัวอย่าง ในสนามสุดท้าย ติ๊งโน๊ต ทำเวลาแล็ปดีที่สุดที่ 1:36.139 แต่ติ๊งโน๊ตก็ไม่เคยได้ตัวเลข 1:35 เลยแม้แต่แล็ปเดียว ขณะที่นักแข่งจากทางสังกัด Yamaha ที่ใช้ Pirelli ทำเวลาแล็ปดีที่สุด 1:35 นิดๆ ทุกคน จุดสังเกตที่สาม เมื่อเราวิเคราะห์ให้ลึกลงไปอีก ไปดูกันที่สถิติเวลาเร็วที่สุดของสนามต่างๆ ในประเทศไทยที่เป็นของนักแข่งไทยนั้น เป็นผลงานของนักแข่งคนอื่นๆ ไม่ใช่ติ๊งโน๊ต แต่ถ้าหากถามว่าแล้วทำไมติ๊งโน๊ตถึงยังได้แชมป์ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนที่ขี่เร็วที่สุด ก็ต้องบอกว่าติ๊งโน๊ตขี่ทำเวลาได้คงเส้นคงวา เสมอต้นเสมอปลายกว่า หรือที่

“OR” จับมือ “สนามช้างฯ” นำร่องศึกมอเตอร์สปอร์ตรายการใหญ่ของไทยหลังรัฐปลดล็อกกีฬา ประเดิมศึก OR BRIC Superbike 2020 ศึกชิงจ้าวความเร็วสองล้อชิงแชมป์ประเทศไทย ออกสตาร์ทสนามแรก 1-2 ส.ค.นี้ ที่ จ.บุรีรัมย์ พร้อมเข้มมาตรการสุขอนามัยป้องกัน Covid-19 ตั้งแต่ประตูทางเข้าสนาม ดำเนินการจัดการแข่งขันในระบบปิด โดยไม่อนุญาตให้มีผู้ชมการแข่งขัน ตามนโยบายรัฐ สร้างมาตรฐานการจัดแข่งขันรูปแบบใหม่ New Normal ลดความเสี่ยง สร้างความปลอดภัยมากขึ้น เน้นถ่ายทอดสดผ่านทีวีและสตรีมมิ่งออนไลน์ ประเดิมศึก : นายชุมพล สุรพิทยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ประธานร่วมกับ นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย “โออาร์ บีอาร์ไอซี ซุเปอร์ไบค์ ประจำปี 2563” ภายใต้คอนเซปต์ Debut of Thai Hero ซึ่งนับเป็นรายการแข่งขันระดับสูงสุดของประเทศไทย ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ประเดิมสนามแรก 1-2 ส.ค.นี้ มอเตอร์สปอร์ตไทยคึกคัก!! ศึก OR BRIC Superbike 2020 ประเดิมแข่งระบบปิด เข้มมาตรการป้องกัน Covid-19 สร้างมาตรฐานแข่งขันวิถีใหม่ New Normal บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จำกัด หรือ BRIC ผู้บริหารสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ จับมือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ร่วมแถลงข่าวการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย “โออาร์ บีอาร์ไอซี ซุเปอร์ไบค์ ประจำปี 2563” ภายใต้คอนเซปต์ Debut of Thai Hero ซึ่งนับเป็นรายการแข่งขันระดับสูงสุดของประเทศไทย ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ การแถลงข่าวครั้งนี้มี นายชุมพล สุรพิทยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ประธานร่วมกับ นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน รองผู้อำนวยการโครงการกีฬาไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง นายอารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด นายกาจ จานทอง ผู้ช่วยผู้จัดการฯ บริษัท เอเปอร์เฟกต์ ไรด์ จำกัด และนักบิดชั้นนำเข้าร่วมงานแถลงข่าว อาทิ ฐิติพงศ์ วโรกร นักแข่งจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ฯลฯ นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เปิดเผยว่า นับเป็นปีที่ 6 สำหรับการจัดการแข่งขันรายการนี้โดยศึก “โออาร์ บีอาร์ไอซี ซุเปอร์ไบค์ 2020 ” ชื่อเดิมคือ “PTT BRIC Superbike Championship” ปีที่ผ่านๆมานับเป็นรายการแข่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เวทีดวลความเร็วที่รวมสุดยอดนักบิดไทยกว่า 200 คน ด้วยเงินรางวัลสูงที่สุดในประเทศ แข่งขัน 4 สนามตลอดทั้งปี ในสนามเดียวกับโมโตจีพี แชมป์ประจำปีจะได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดลุยศึกเอเชีย โรด เรซซิ่ง 2021 ต่อไป “การจัดการแข่งขันปีนี้เป็นระบบปิด ไม่อนุญาตให้มีผู้ชมการแข่งขัน สร้างมาตรฐานแข่งขันรูปแบบใหม่ New Normal ตามนโยบายภาครัฐ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยทำการถ่ายทอดสดผ่านทีวีและสื่อออนไลน์ พร้อมอัดแน่นมาตรการสุขอนามัยป้องกัน Covid-19 สำหรับผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน ลดความเสี่ยง สร้างความปลอดภัยมากขึ้น โดยตั้งจุดคัดกรองตั้งแต่ทางเข้าสนาม, ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น ไทยชนะ จุดบริการแอลกอฮอล์เจลล้างมือ, เว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ในพื้นที่ส่วนกลาง โดยทำสัญลักษณ์ให้ผู้ร่วมกิจกรรมทราบ, นักแข่ง ทีมแข่ง และผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน ต้องสวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า หรือ Face shield ตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม จัดเตรียมชุดป้องกันการติดเชื้อ (PPE) ให้พนักงานสวมใส่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุกวันระหว่างมีการจัดการแข่งขัน จัดทำป้ายประกาศให้ความรู้ มีการแยกถังขยะติดเชื้อออกจากถังขยะประเภทอื่น

Locatelli คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซที่ Mugello ในศึก CIV นักแข่งหน้าใหม่เลือดอิตาเลียนคว้าชัย 2 เรซรวดที่ Mugello ในการแข่งขันครั้งแรกในช่วงสุดสัปดาห์นับตั้งแต่การแข่งที่ Philip Island หลังจากหยุดแข่งไปเป็นระยะเวลานานอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากโรคติดต่อร้ายแรงอย่าง COVID-19 นี่เป็นการแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ครั้งแรกนับตั้งแต่แข่งขันรอบ Yamaha Finance Australian Round จบไป Andrea Locatelli (BARDAHL Evan Bros. WorldSSP Team) ได้คว้าชัยในแบบดับเบิ้ลเรซ ในฐานะที่เป็นนักแข่งไวลด์การ์ดในนัดเปิดฤดูกาลศึก CIV (Italian National Championship) โดย เขาสามารถคว้าตำแหน่งโพลด้วยการทำเวลาดีกว่าคู่แข่งของเขาเพียง 1.4 วินาทีก่อนที่จะสามารถคว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซไปได้ ชัยชนะครั้งแรกของเขานั้นทิ้งห่างคู่แข่งเกือบๆ 20 วินาที โดยเขาได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล และนำห่างคู่แข่งแบบเป็นทุ่งจนกระทั่งจบการแข่งขันเรซแรกในการแข่งขัน WorldSSP ด้วย Yamaha YZF-R6 ของเขา ทว่าเนื่องจากเขาลงแข่งด้วยรถสเปก WorldSSP ก็เลยไม่สามารถเก็บคะแนนในการแข่งขันรายการ CIV championship ได้ รวมถึงยังไม่สามารถฉลองชัยชนะบนโพเดียมได้อีกด้วย (เพราะไม่นับคะแนนใดๆ ) เขากล่าวว่า “ผมดีใจมากกับผลงานในวันนี้ เนื่องจากเราพยายามที่จะเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก่อนที่การแข่งขันของเราจะเริ่มต้นอีกครั้ง การได้มีโอกาสแข่งขันเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ และนอกเหนือไปจากผลลัพธ์แล้ว เรายังสามารถที่จะเข้าใจได้ในสิ่งที่เรากำลังให้ความสนใจมากๆ ในตอนนี้ รถนั้นทำงานได้ดีตลอดการแข่งขัน และทำให้ผมพอใจมากๆ การแข่งขันถัดไปผมก็จะยิ่งมั่นใจมากยิ่งขึ้นไปอีก และผมต้องขอบคุณทีมงานสำหรับผลงานที่ดีที่เราทำได้ในวันนี้จริงๆ” การแข่งขันเรซที่ 2 เป็นเหมือนหนังฉายซ้ำ เขานำห่างอันดับที่ 2 เกือบๆ 20 วินาที ซึ่งชัยชนะนั้นทำให้ Audrea นั้นอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงมากๆ สำหรับการจะกลับมาเริ่มต้นการแข่งขัน WorldSSP อีกครั้งในอีกไม่นานนี้! เขากล่าวว่า “เทียบกับเมื่อวาน เราถือว่าก้าวไปอีกขั้น เพราะผลงานอันยอดเยี่ยมจากทางทีมที่ทำงานกันจนกระทั่งดึกดื่น บาลานซ์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ดีมากๆ มันเป็นช่วงเวลาสุดสัปดาห์ที่มีประโยชน์มากจริงๆ สำหรับเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับความเป็นไปได้ที่จะลงแข่งอีกครั้งในการแข่งขันจริงๆ โดยไม่คำนึงถึงผลของการแข่งขัน ผมอยากจะขอบคุณ FMI ที่เชิญให้เราเข้าร่วมการแข่งขันในรอบเปิดฤดูกาลรายการ CIV และแน่นอนว่าผมอยากที่ขอบคุณทีมงานอีกครั้งสำหรับการสนับสนุน” เรียกว่านักแข่งหน้าใหม่ในศึก WorldSSP ผู้นี้ได้ใช้รายการระดับประเทศในบ้านเกิดของเขาเพื่อเป็นเวทีฝึกซ้อมก่อนจะกลับมาแข่งขันในศึก WorldSSP อีกครั้ง งานนี้หัวแถวหน้าใหม่ผู้นี้จะโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงแค่ไหนติดตามกันต่อไปครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ชม CBR1000RR-R Fireblade SP เวอร์ชั่นรถแข่ง BSB ล่าสุด Honda Racing UK ได้ทำการเผยโฉมรถแข่ง BSB หรือ British Superbike Championship ออกมาแล้ว โดยรถแข่งจะมีต้นแบบมาจาก Honda CBR1000RR-R Fireblade SP โดยชุดสีที่ใช้ในรถแข่งจะเลือกใช้รถสีดำมุก Pearl Black มาติดตั้งของแต่งเสริมสมรรถนะและทำการปรับจูนภายในเพื่อใช้ในการแข่งขัน โดยตัวรถจะมีไฮไลต์เด่นๆ ที่ระบบกันสะเทือนจาก Ohlins ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกทั้งหมดจาก Nissin ท่อ Akrapovic การ์ดแคร้ง GB Racing ล้อ OZ และยางสลิก Pirelli เป็นต้น งานนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ชมโฉมรถแข่งที่มีพื้นฐานเป็นรถโปรดักชั่น ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางการแต่งรถของสายซิ่งกันได้เป็นอย่างดีครับผม นอกจากนี้ใครสนใจการแข่งขันรายการ BSB อาจจะหาชมได้ยากสักหน่อย แต่เอาเป็นว่ารายการนี้จะกลับมาแข่งแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไปครับ แม้จะไม่ใช่รายการระดับนานาชาติ แต่ก็เป็นรายการที่มีนักแข่งมากฝีมือหลายๆ คนลงแข่งเช่นกันครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki ต่อสัญญา Rea แชมป์โลก 5 สมัยอีกครั้ง ฟังดูก็ไม่น่าจะแปลกใจเท่าไหร่สำหรับข่าวของ Kawasaki ต่อสัญญา กับ Jonathan Rea ไปอีก เพื่อให้เขาได้ลงแข่งขันให้กับทีมคาวาซากิในซึก WorldSBK ต่อไป ข่าวนี้ก็เป็นไปตามคาดหมายของหลายๆ คน เนื่องจากว่า Rea นั้นหยุดไม่อยู่จริงๆ นับตั้งแต่ที่เขาเข้าร่วมกับ Kawasaki Racing Team (KRT) ในปี 2015 ซึ่งนำพาแชมป์โลก WorldSBK 5 สมัยติดต่อกัน เขาคือนักแข่งมากพรสวรรค์มากที่สุดคนนึงในโลก เขาคือชายที่สามารถสยบแพ็ดด็อกรถแข่งที่มีพื้นฐานมาจากรถโปรดักชันได้อยู่หมัด และ KRT ก็ปรับปรุง Ninja ZX-10RR ให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธของนักแข่งได้เป็นอย่างดี ส่วนผสมอันลงตัวนี้ทำให้เขายากต่อการพ่ายแพ้ แม้ว่าเราจะได้เห็นความพยายามและความล้มเหลวของค่ายอื่นๆ ทั้ง Ducati, Yamaha, และ BMW ในการพยายามที่จะเอาชนะการแข่งขันและคว้าแชมป์ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ “ผมดีใจมากๆ ที่ได้เซ็นสัญญาใหม่กับทาง Kawasaki และ KRT” Jonathan Rea กล่าว “สิ่งที่พวกเราทำสำเร็จร่วมกันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากๆ ความสำเร็จของพวกเรานั้นเกิดขึ้นโดยทีมที่สุดยอดและแน่นอนว่ามีพื้นฐานมาจาก Ninja ZX-10RR ของพวกเรา ผมจะพยายามทำงานหนักต่อไป ร่วมกับทีมของผม วิศวกรที่ KHI เพื่อให้อยู่ในสถานะที่ดีที่สุดในทุกๆ เรซ” “ช่วงเวลานี้ที่ห่างเหินจากการแข่งขันได้ทำให้ผมเริ่มมีไฟที่อยากจะเอาชนะไปเรื่อยๆ และพัฒนาทักษะผมให้ดีขึ้น และรถของพวกเรา การแข่งขันนั้นไม่เคยหยุดอยู่กับที่และนักแข่งทุกคนรวมถึงค่ายรถทุกค่ายนั้นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราเองก็ต้องทำแบบเดียวกัน” “และตอนนี้เราสามารถโฟกัสไปยังการแข่งขัน WorldSBK 2020 ที่กำลังจะเริ่มแข่งอีกครั้งอย่างเต็มที่ ผมอยากที่จะขอบคุณคาวาซากิ ทีมงานและสปอนเซอร์ทั้งหมดของผมสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีมากๆ ครับ” ปีนี้ Jonathan Rea จะคว้าแชมป์ได้อีกครั้งหรือไม่ เขาจะทำสถิติใหม่อีกมั้ย แฟนๆ ค่ายเขียวติดตามเป็นกำลังใจกันได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSBK ฤดูกาล 2020 เตรียมกลับมาแข่งอีกครั้ง การแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2020 กำลังจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งหลังจากได้รับการยืนยันว่าจะเริ่มต้นแข่งกันตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป หลังจากที่มีการพูดคุยกันระหว่างรัฐบาลของหลายๆ ประเทศ สมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ สนามแข่งต่างๆ เจ้าหน้าที่แพ็ดด็อก และทาง Dorna ผู้จัดการแข่งขัน WorldSBK ปฏิทินการแข่งขันฤดูกาล 2020 ก็ได้รับการยืนยันแล้วบางส่วน โดยการแข่งขันที่เคยสตาร์ทไปแล้ว 1 สนามที่ Philips Island จะได้กลับมาเริ่มการแข่งขันสนามที่ 2 ที่ สนาม Circuito de Jerez – Angel Nieto ที่ประเทศสเปนในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม โดยการแข่งขันที่ได้รับการยืนยันวันเวลาและสนามที่จะจัดแข่งแล้วในตอนนี้จะมีด้วยกัน 6 สนามด้วยกันได้แก่ Circuito de Jerez สเปน วันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม Autodromo Internacional do Algarve โปรตุเกส วันที่ 7 – 9 สิงหาคม MotorLand Aragon สเปน วันที่ 28 – 30 สิงหาคม MotorLand Aragon สเปน วันที่ 4 – 6 กันยายน (เพิ่มเข้ามาเพราะเหตุผลทางความพร้อมและให้จำนวนสนามใกล้เคียงเดิม) Catalan สเปน วันที่ 18 – 20 กันยายน Magny-Cours ฝรั่งเศส วันที่ 2 – 4 ตุลาคม นอกจากนี้ยังมีสนามที่ยังไม่ได้รับคอนเฟิร์มอีก 2 สนามได้แก่ Circuito San Juan Villicum อาร์เจนตินา และสนาม Misano World Circuit “Marco Simoncelli” อิตาลี ที่ยังใช้เวลาตามเดิมแต่ยังไม่คอนเฟิร์มในตอนนี้ และอีก 3 สนามที่ถูกเลื่อนมาและยังไม่สามารถกำหนดวันที่จะแข่งขันได้ในตอนนี้ได้แก่ Donington Park อังกฤษ, TT Circuit Assen เนเธอร์แลนด์และ Losail International Circuit กาตาร์ อย่างไรก็ดีหากมีความคืบหน้าหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ เราจะรีบแจ้งแฟนๆ ที่ติดตามการแข่งขัน WorldSBK และติดตาม SuperBike นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Rally Official Team ประกาศไลน์อัพใหม่พร้อมลุยศึกครอสคันทรี ล่าสุด Monster Energy Yamaha Rally Official Team ได้ออกมาประกาศถึงไลน์อัพนักแข่งใหม่สำหรับสู้ศึก FIM Cross-Country Rallies World Championship 2020 โดยทีมได้ Andrew Short และ Ross Branch มาร่วมทำศึกในฤดูกาลนี้ หลังจากที่ทั้งคู่ทำผลงานในศึก Dakar Rally ปีนี้ได้น่าประทับใจ และมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นนักแข่งคนสำคัญของทีมได้ Andrew Short คือนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์ออฟโร้ดที่มีฝีมือและประสบความสำเร็จมากคนนึง เขามีประสบการณ์มากจากการลงแข่งขันซูเปอร์ครอสและโมโตครอสในอเมริกา เคยยืนโพเดียมมากถึง 40 ครั้ง และยังเคยเป็นหนึ่งในทีมที่ชนะการแข่งขัน Motocross of Nations ปี 2010 ที่จัดขึ้นที่อเมริกาอีกด้วย แล้วก็ถึงเวลาพักการแข่งขันซูเปอร์ครอสและโมโตครอสมาตลอด 16 ปีของเขาแล้ว ตอนนี้นักแข่งจากเท็กซัสคนนี้ได้ย้ายมาลงแข่งขันครอสคันทรีแรลลี่แล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2017 จากนั้นในปี 2018 เขาก็ลงแข่งดาการ์แรลลี่เป็นครั้งแรก Andrew สามารถแข่งดาการ์จนจบทั้ง 3 ครั้ง โดยตำแหน่งที่ดีที่สุดคือ อันดับที่ 2 ในสเตจ Silk Way Rally ปี 2019 และอันดับ 1 ในสเตจ Rally du Maroc 2019 ทางด้านของ Ross Branch ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในการแข่งขัน Dakar Rally 2020 เขาสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพเส้นทางของซาอุดิอาระเบียที่ยากจะคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว นักแข่งวัย 33 ปีจากบอตสวานาผู้นี้สามารถที่จะเอาชนะสเตจที่ 2 ในรายการนี้ได้ และยังสามารถติดท็อป 10 ในแต่ละสเตจได้ถึง 4 ครั้ง ทั้งๆ ที่เขามีอาการบาดเจ็บตลอดการแข่งขัน เขาลงแข่งดาการ์แรลลี่ครั้งแรกในปี 2019 และ Ross ก็สามารถจบการแข่งขันนี้ได้ในอันดับที่ 13 ในรุ่นของมอเตอร์ไซค์ และครองตำแหน่งมือใหม่ที่สามารถจบการแข่งขันได้อันดับดีที่สุดในปีนั้น นอกจากนี้เขายังจบอันดับ 2 ในสเตจ Merzouga Rally และอันดับ 8 ในสเตจ Rally du Maroc ปี 2019 Short และ Branch นั้นจริงๆ แล้วเคยพร้อมที่จะเปิดตัวกับทีม Monster Energy Yamaha Rally Official Team ในศึก Abu Dhabi Desert Challenge แต่กลับเจอพิษของ Covid-19 ทำให้การแข่งขันในรอบเปิดฤดูกาลมีอันต้องเลื่อนไป ดังนั้นเลยมีเป้าหมายใหม่เป็นการแข่งขัน Rally Kazakhstan ที่จะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 24 – 29 พฤษภาคมแทน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Lorenzo จะกลับมาลงแข่งในศึก CatalanGP ด้วยไวลด์การ์ด แชมป์โลก 5 สมัยจะกลับมาสู่สังเวียน MotoGP อีกครั้งหลังจากที่เขาประกาศรีไทร์ที่ Valencia เมื่อปีที่แล้ว ล่าสุด Monster Energy Yamaha MotoGP ได้ยืนยันว่าเทสต์ไรเดอร์ในสังกัดอย่าง Jorge Lorenzo จะลงแข่งขันด้วยไวลด์การ์ดที่ Catalan Grand Prix ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2020 นี้ แชมป์โลก 5 สมัยผู้นี้ได้เคยประกาศว่าเขาได้กลายเป็นเทสต์ไรเดอร์ให้กับโรงงานในเมืองอิวาตะ (ยามาฮ่า) ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 และได้จบการทดสอบ 2 วันที่เซปังรวมถึงการทดสอบอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้ว หลังจากประสบความสำเร็จในการทดสอบอย่างสวยงาม ทางทีมก็ตัดสินใจจะพานักแข่งหมายเลข 99 ผู้นี้กลับไปควบ YZR-M1 ลงแข่งในช่วงสุดสัปดาห์ ในสนามบ้านเกิดของนักแข่งชาวสเปนผู้นี้ที่เมืองบาร์เซโลนาในช่วงวันที่ 5 – 7 มิถุนายน ด้าน Lorenzo กล่าวว่า “หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่หลายสัปดาห์ กระทั่งเมื่อวานผมก็ตัดสินได้ว่าผมจะลงแข่งในศึก Catalan GP ตอนนี้ผมตั้งตาคอยที่จะลงแข่งและผมหวังว่าผมจะได้เห็นพวกคุณรอผมอยู่ที่นั่น” นอกจากนี้แล้ว Lorenzo จะยังคงทำหน้าที่ทดสอบรถของเขาตลอดทั้งปีเพื่อให้ Yamaha ประสบความสำเร็จ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki Racing Team เผยโฉมทีมแข่ง WSBK 2020 แล้ว Kawasaki Racing Team ได้ทำการเผยโฉมให้เห็นถึงรถแข่งสำหรับสู้ศึก FIM Superbike World Championship แล้วที่เมือง Barcelona ประเทศสเปนแล้ว ซึ่งก็เป็นเหมือนธรรมเนียมอย่างนึงของทีมแข่งที่จะทำการเปิดตัวทีมแข่งกันก่อนที่จะเริ่มลงสนาม โดยจะเริ่มลงสนามกันที่ Phillip Island ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ แน่นอนว่าปีนี้ Kawasaki Racing Team หรือ KRT จะยังคงมีหัวหอกคนสำคัญที่เป็นนักทำลายสถิติด้วยการคว้าแชมป์ 5 สมัยติดต่อกันอย่าง Jonathan Rea #1 เป็นนักแข่งของทีม และอีกคนก็จะเป็นนักแข่งใหม่ภายใต้สังกัด KRT แต่ไม่ได้เป็นมือใหม่ใน เขาก็คือ Alex Lowes #22 อดีตแชมป์ British Superbike Championship ซึ่งก็มีฝีไม้ลายมือไม่น้อย โดยทั้งสองคนจะควบ Kawasaki Ninja ZX-10RR สเป็กล่าสุดของทางค่าย โดยตัวรถในปีนี้โดดเด่นด้วยเส้นสายกราฟิกสีทองที่เพิ่มเข้ามาในตัวรถ โดยเฉพาะตรงโลโก้ ZX-10RR ที่แฟริ่งด้านข้าง ทำให้รถดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าชุดแข่งของทั้งสองคนเองก็มาในสไตล์เดียวกัน มีเส้นสายสีทองแบบเดียวกัน เข้าคู่กันอย่างลงตัว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คิงคองก้อง สมเกียรติ จันทรา จาก เอ.พี.ฮอนด้า ยอดนักบิดดาวรุ่งหนึ่งเดียวของไทยในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ รุ่น Moto2 หลังบินลัดฟ้าสู่แดนกระทิงดุ ร่วมสมทบกับต้นสังกัดทีมแข่ง Idemitsu Honda Team Asia เพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมและทดสอบรถแข่งสำหรับการแข่งขันฤดูกาล 2020 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด ดาวรุ่งไทยจากโครงการ “Race To The Dream” เจ้าของหมายเลข 35 เริ่มวอร์มอัพร่างกายด้วยการซ้อมขับขี่รถวิบากพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม เตรียมความพร้อมก่อนเข้าโปรแกรมการทดสอบออฟฟิเชียล รอบวินเทอร์เทสต์ ในรุ่น Moto2 ซึ่งจะมีขึ้นที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์นี้ โดยแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของ “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา พร้อมส่งกำลังใจเชียร์นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกโมโตจีพี รุ่นโมโตทู ตลอดฤดูกาล 2020 ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak Razgatlioglu ในปีนี้ย้ายค่ายจาก Kawasaki มาควบ Yamaha YZF-R1 ให้กับทางทีม Pata Yamaha WorldSBK Official Team แทนที่ Alex Lowes ที่ย้ายไปอยู่กับค่ายเขียวแทน และดูเหมือนว่า Yamaha จะตัดสินใจได้ดีกับเจ้าหนูไฟแรงคนนี้ เพราะล่าสุดเจ้าหนูจากแดนไก่งวงก็โชว์ผลงานโดดเด่นทำเวลาดีที่สุดในการทดสอบวันที่ 2 ล่าสุดหลังการทดสอบในรายการ WorldSBK วันสุดท้ายที่ Portimao จบลง เราก็ได้เห็นสถิติเวลาต่างๆ ของนักแข่งหลายๆ คน พลัดกันขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ ในการทดสอบ แม้ว่าการทดสอบจะไม่มีผลคะแนนอะไรกับการแข่งขัน แต่ก็เป็นแนวโน้มที่น่าสนใจทีเดียว ระหว่างการทดสอบเกิดเหตุจนมีธงแดงขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่มีอะไรหยุดเจ้าหนู Toprak จากการทำเวลาดีที่สุดในการทดสอบวันที่ 2 ที่โปรตุเกสได้เลยล่ะครับ โดยเวลาที่ดีที่สุดจากการทดสอบในครั้งนี้เขาทำไว้ที่ 1’40.804 ซึ่งเฉือนเวลาของ Scott Redding ที่ควบ Ducati Panigale V4 R ทำผลงานทดสอบวันแรกได้อันดับ 1 ไปเพียงแค่ 0.079 วินาทีเท่านั้น นับว่าสูสีกันมากเลยทีเดียวครับ และนั่นแสดงให้เห็นไดว่า Toprak ปรับตัวกับรถคันใหม่ของเขาได้รวดเร็วมากทีเดียว และปีนี้การแข่งขันก็น่าจะสนุกมากขึ้นเป็นแน่ เพราะปีที่แล้วผลงานของ Toprak ที่ควบ Kawasaki เองก็คว้าอันดับที่ 5 ของฤดูกาลที่แล้วมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะนักแข่ง WorldSBK หลายๆ คน มีประสบการณ์การแข่งขันเยอะกว่ามากๆ สถิติเวลาทดสอบ WorldSBK ที่ Portimão อย่างไม่เป็นทางการ 1.) Toprak Razgatlioglu (PATA YAMAHA WORLDSBK OFFICIAL TEAM) 1’40.804 2.) Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati) +0.079 3.) Loris Baz (Ten Kate Racing Yamaha) +0.190 4.) Michael van der Mark (PATA YAMAHA WORLDSBK OFFICIAL TEAM) +0.622 5.) Chaz Davies (ARUBA.IT Racing – Ducati) +0.795 6.) Leon Haslam (HRC Team) +0.851 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR1000RR-R รถแข่งคันใหม่ของ Honda เริ่มแผลงฤทธิ์ CBR1000RR-R ที่ถูกดัดแปลงปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นรถแข่ง WorldSBK ของทีม HRC Team ซึ่งครั้งนี้ได้ Leon Haslam เป็นคนควบม้าศึกคันใหม่ และทำการเทสต์รถใหม่ที่สนาม Circuito de Jerez – Angel Nieto ซึ่งทาง WorldSBK จัดให้ ผลออกมาเรียกว่าน่าตกใจมากทีเดียว โดยในปี 2020 นี้ HRC Team มี Leon Haslam และ Alvaro Bautista มาเป็นขุนศึกในการทำการแข่งขันและการทดสอบวันแรกที่ Jerez ก็เป็น Leon Haslam ที่สามารถควบ CBR1000RR-R คันใหม่นี้ทำสถิติเวลาได้เร็วที่สุด แม้ว่าสภาพอากาศจะไม่เอื้ออำนวยจากการมีฝนตกลงมาอย่างหนักจนกระทั่งมีการตีธงแดงถึงสี่ครั้งและการล้มอีกหลายครั้งก็ตาม งานนี้ทีม HRC พยายามทำทุกอย่างอย่างเต็มที่กลับการปรากฏครั้งแรกของเจ้า Honda CBR1000RR-R ในสภาพของรถแข่ง WorldSBK ที่มาในชุดแฟริ่งสีดำ ที่ยังไม่ได้ลงสีสันลวดลายกราฟฟิกต่างๆ ของทางสปอนเซอร์ โดยทาง Leon Haslam สามารถทำผลงานบนตารางเวลาได้เป็นอันดับ 1 ขณะเดียวกัน Alvaro Bautista กลับพลาดท่าล้มไปในโค้งที่ 6 ตั้งแต่ในช่วงเช้า ทั้งนี้ Haslam ทำเวลาได้ดีกว่า Michael van der Mark จาก Pata Yamaha อยู่ 0.031 วินาที และ Bautista นั้นพยายามกลับมาขี่อีกครั้งในช่วงบ่ายและทำเวลาได้ดีที่สุดอยู่ในลำดับที่ 9 ของตารางเวลา 6 อันดับเวลาที่ดีที่สุดจากการทดสอบวันแรกที่ Jerez 1.) Leon Haslam (HRC Team) 1’52.149 2.) Michael van der Mark (PATA YAMAHA WORLDSBK OFFICIAL TEAM) +0.031 3.) Garrett Gerloff (GRT Yamaha WorldSBK Junior Team) +0.064 4.) Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati) +0.359 5.) Loris Baz (Ten Kate Racing Yamaha) +0.511 6.) Tom Sykes (BMW Motorrad WorldSBK Team) +0.948 งานนี้ก็ต้องลุ้นกันต่อไป โดยเฉพาะสาวก Honda ที่คราวนี้เป็นรถใหม่สุดแรงสุดเจ๋งด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ส่วนไบค์เกอร์บ้านเรา อดใจอีกหน่อยครับ มันต้องเข้ามาขายไทยแน่นอน ขายไตเอ้ยเก็บเงินรอไว้ได้เลย อิอิ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สนามช้าง หรือสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ คือสนามแข่งขันมาตรฐานระดับโลก และแน่นอนอย่างที่พาดหัวไปคือ เป็นสนามที่มีสถิติจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกหรือ MotoGP มากที่สุดในปี 2019 จากทั้งหมด 19 สนามทั่วโลก ตัวเลข 2,863,113 คือจำนวนของคนที่เข้ามาชมการแข่งขัน MotoGP ทั้งหมด 19 สนามที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก แต่เป็นการแข่งขันรอบ ThaiGP ที่ทำสถิติคนเข้าชมเยอะที่สุดตลอดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังจากที่บุรีรัมย์ได้เริ่มเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน MotoGP ครั้งแรกในปี 2018 และได้จัดแข่งขันอีกครั้งในปี 2019 และสามารถดึงดูดแฟนๆ ที่คลั้งไคล้ในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับโลกมาได้กว่า 226,655 ชีวิต ที่เข้ามาเป็นหนึ่งในสักขีพยานการคว้าแชมป์โลกครั้งที่ 8 ของ Marc Marquez (Repsol Honda Team) มากกว่าสถิติเดิมที่เคยทำไว้ได้ที่ 222,535 คนในปี 2018 สนามช้าง ยังแซงหน้าสถิติของสนาม Le Mans ที่ทำเอาไว้ที่ 206,323 คนในปีนี้ ซึ่งลดลงจากปีก่อน 294 คน ด้านสนาม Sachsenring ก็สามารถทำสถิติทะลุ 2 แสนคนได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 ที่ 201,162 คนในศึก German GP ในปีนี้ ในแง่ของผู้เข้าชมการแข่งขัน 3 วันที่ทะลุหลัก 1 แสนคน 3 อันดับแรกได้แก่ ที่ ASsen ที่ทำได้ 105,000 คน และคนเหล่านั้นได้กลายเป็นสักขีพยานในการได้เห็น Maverick Viñales (Monster Energy Yamaha MotoGP) คว้าชัยในฤดูกาล 2019 เป็นครั้งแรก ในขณะที่สนาม Le Mans (104,020) และที่ Sepang (103,850) ที่ทำตัวเลขสูงสุดตามมาเป็นอันดับ 1 และ 2 และในปีหน้าเราก็คาดหวังว่าสนามที่ฟินแลนด์ที่จะเป็นเจ้าภาพเป็นลำดับที่ 11 ของฤดูกาล 2020 จะสามารถทำสถิติคนเข้าชมได้สูงมากแค่ไหน 5 อันดับรอบการแข่งขันที่มีคนเข้าชมสูงสุดในปี 2019 PTT Thailand Grand Prix – 226,655 Shark Helmets Grand Prix de France – 206,323 HJC Helmets Motorrad Grand Prix Deutschland – 201,162 myWorld Motorrad Grand Prix von Österreich – 197,315 Monster Energy Grand Prix Ceske republiky – 186,793 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Iannone ถูกแบน ห้ามแข่งชั่วคราวเพราะโด๊ป หลังจากที่ทาง Fédération Internationale de Motocyclisme (FIM) หรือสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศแจงว่า Andrea Iannone นักแข่งอิตาเลียนถูกระงับห้ามลงแข่งชั่วคราว FIM ชี้แจงว่า Andrea Iannone ถูกแบนไม่ให้ลงแข่งชั่วคราวอ้างอิงจาก ข้อบังคับ 7.9.1 ของ 2019 FIM Anti-doping Code (CAD) ซึ่งเกี่ยวกับการใช้สารต้องห้าม การตัดสินใจที่จะแบน Andrea Iannone ชั่วคราวนี้ได้รับคำสั่งมาจากผลรายงานของ WADA หรือ องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ที่ได้รับการรับรองจากห้องแล็บ Kreischa b. Dresden ในเยอรมัน ระบุตรวจพบสารต้องห้ามภายใต้หมวดที่ 1.1.a) Exogenous Anabolic Androgenic Steroids (AAS) เป็นสเตอรอยด์สร้างกล้ามเนื้อที่ให้ลักษณะชายจากภายนอกร่างกาย ซึ่งอยู่ในรายชื่อสารต้องห้ามของปี 2019 ในตัวอย่างปัสสาวะที่เก็บได้จากเขา ในตอนทดสอบแบบไม่เก็บคะแนนที่ทาง FIM จัดให้ ตอนแข่ง FIM Grand Prix World Championship ที่เซปัง ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2019 อย่างไรก็ตาม Andrea Iannone มีสิทธิ์ที่จะขอเข้าร่วมดูการวิเคราะห์ตรวจสอบหาสารต้องห้ามของเขา การระงับชั่วคราวของ Andrea Iannone จะมีผลตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2019 โดยเขาจะถูกกันออกจากการเข้าร่วมในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทุกรายการ รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ จนกว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติม และตามข้อบังคับ 7.9.3.2 CAD เขาอาจจะร้องขอให้ยกเลิกการระงับของเขาได้ นอกจากนี้ภายใต้การร่วมมือกันระหว่าง World Anti-Doping Code และ FIM Anti-Doping Code ทาง FIM จะยังไม่สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ในขณะนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Canepa ช่วยให้ YART Yamaha EWC Official Team กลับมามีสิทธิ์ลุ้นแชมป์มากขึ้นอีกครั้งหลังจากคว้าชัยชนะในการแข่งขัน Endurance World Championship 2019/2020 สนามที่ 2 ที่ Sepang หรือรายการ 8 Hours of Sepang 2019 ที่มีฝนเทลงมาตลอดได้อย่างน่าทึ่ง ด้านทีม Yamaha Sepang Racing Team ที่กำลังขึ้นนำในรีสตาร์ทเรซในช่วงแรกนั้นกลับโชคร้าย หลังจากที่ Mike Di Meglio มาชนท้าย Yamaha YZF-R1 ของ Michael van der Mark ในโค้งสุดท้ายของสนาม ทำให้ทั้งคู่ล้ม หลังจากที่เสียเวลากว่า 10 นาทีในการทำการซ่อมรถ ทีมก็กลับออกจากพิทมาสู้กันต่อ จนกระทั่งสามารถจบการแข่งขันแบบมีแต้ม ด้วยอันดับ 7 นับว่าเป็นการต่อสู้ที่น่าประทับใจมากๆ การแข่งขันในศึกดวลรถอึดคนอึด 8 Hours of Sepang นั้นชวนให้นึกถึงการแข่งขันนัดเปิดฤดูกาลที่ Bol d’Or เพราะการแข่งขันถูกเลื่อนให้ช้าออกไปนานเกินกว่า 1 ชม.จากผลของฝนตกหนักและน้ำขังในสนาม Sepang International Circuit และในที่สุดการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้นแบบที่นักแข่งต้องออกสตาร์ทตามหลังรถเซฟตี้คาร์ แต่ก็เริ่มต้นไปได้เพียงแค่ 9 แล็ปแล้วการแข่งขันก็ต้องถูกบังคับให้หยุดลงเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้ายลงจนเจ้าหน้าที่ดูแลการแข่งขันต้องยกธงแดงและระงับการแข่งไว้ก่อน ท้ายที่สุดสภาพอากาศก็ดีขึ้นมากพอที่จะรีสตาร์ทเรซอีกครั้งโดยที่ยังมีเวลาให้แข่งขันกันอีก 3 ชม. และเป็น Michael Van der Mark และ di Meglio ที่เคยวิ่งอยู่แถวหน้าในช่วงต้น กระทั่งเกิดเหตุนักแข่งแดนน้ำหอมในโค้งสุดท้ายรวบเอานักแข่ง Yamaha ไป โดย di Meglio ยังคงสามารถแข่งต่อได้ แต่ van der Mark กลับล้มไฮไซด์และถูกบังคับให้ต้องกลับเข้าพิทเพื่อซ่อมรถ เสียเวลาไปกว่า 10 นาที ขณะนั้นเอง Niccolò Canepa ที่กำลังหาทางแซงคืนหลังจากมีปัญหาเรื่องระบบไฟของรถ ทำเอาทีม YART Yamaha ตกไปอยู่อันดับที่ 26 ในแล็ปเปิดการแข่งขัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่การยึดเกาะยังดีอยู่แม้จะเจอกับแทร็กที่เปียกและไม่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยแทบจะตลอดทั้งช่วงที่เขาขับในผลัดแรกจากปัญหาทางเทคนิค แต่นักแข่งอิตาเลียนผู้นี้กลับสามารถไต่อันดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนมาอยู่แถวหน้าของเรซแบบที่ไม่ย่อท้อ เขาขึ้นเป็นผู้นำเรซหลังจากเข้าพิทครั้งแรกไป แต่ก็ถูกเอาคืนไปหลังจากนั้นไม่นาน กระทั่งเกิดอุบัติเหตุครั้งที่สอง ทำให้ YART Yamaha สบช่องขึ้นนำพร้อมกับทิ้งห่างนักแข่งจากทีมอื่น หลังจากเข้าพิทครั้งที่สองและครั้งสุดท้าย มีเวลาการแข่งขันเหลืออีกเพียง 30 นาที YART Yamaha ก็เลือกที่จะให้ Canepa ไปหวดรถอีกเป็นผลัดที่ 3 แทนที่จะส่งเพื่อนร่วมทีมอีกคนไป จากการที่เห็นสถานการณ์ในการแข่งขันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการตัดสินใจนี้ก็ได้รับการพิสูจน์ในภายหลังแล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เนื่องจาก Canepa ได้กลายเป็นพยานในอุบัติเหตุหลายครั้งในแล็ปสุดท้ายของเขา ตอนที่คู่แข่งของเขาที่สดกว่าจากการพัก เกมไปเพราะพื้นผิวของแทร็กที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ หลังจากการแข่งขัน 3 ชม. กับสภาพอากาศที่อันตราย Canepa ที่ไม่ทำอะไรพลาดเลยแม้แต่จุดเดียวก็สามารถเข้าเส้นและคว้าชัยชนะแรกของฤดูกาลนี้มาให้กับทีม YART Yamaha จนได้ ชัยชนะนี้ทำให้ YART Yamaha รั้งอยู่อันดับ 4 ของตารางคะแนนรวม ด้วยคะแนน 43 คะแนน ตามหัวตารางอยู่ 36 คะแนน การแข่งขันครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนของทีม Yamaha Sepang Racing พวกเขาเสียเวลาไปมากจากอุบัติเหตุในช่วงแรก ความเร็วและความสม่ำเสมอของ van der Mark ช่วยกู้อันดับมาได้หลายอันดับในช่วงผลัดที่ 2 ของเขาบนรถ Yamaha R1 เบอร์ 21 ซึ่งเขาส่งไม้ต่อให้กับ Franco Morbidelli ในช่วงที่เข้าพิทครั้งสุดท้าย นักแข่ง MotoGP ผู้ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันที่ไม่ติดอยู่ในอันดับ 15 คนแรก แต่กลับทำให้คนดูต้องลุ้นระทึกกับการโชว์ผลงานการขับขี่ที่น่าทึ่ง เนื่องจากเขาทวงอันดับคืนเรื่อยๆ จนกระทั่งมาจบที่อันดับ 7 ได้อย่างเหลือเชื่อ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Dynavolt คือบริษัทผลิตแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนบริษัทนึง และเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีม Intact GP ซึ่งเป็นทีมแข่งใน Moto2 ตั้งแต่ปี 2013 ทว่าในปี 2020 กับการแข่งขัน FIM Supersport World Championship ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องของปริมาณและคุณภาพ ไม่ใช่แค่เพียงในแง่ของนักแข่งที่มาลงช่วงชิงชัยกันด้วยรถระดับกลางหรือมิดเดิ้ลเวท แต่ยังรวมไปถึงภาคส่วนต่างๆ ที่เข้ามาร่วมมาจอยกันในแพ็ดด็อกของการแข่งขัน และประกาศครั้งสำคัญของการแข่งขัน WorldSSP ในฤดูกาลหน้า ก็มาจากฝั่งทีม PTR Honda ซึ่งตอนนี้ได้ทำการเซ็นสัญญากับไตเติ้ลพาร์ทเนอร์รายใหม่ซึ่งก็คือ ไดน่าโว่ล เทค นั่นเอง ซึ่งนี่จะเป็นครั้งแรกของทาง ไดน่าโว่ล ที่ได้ก้าวเข้ามาในแพ็ดด็อกของ WorldSBK หลังจากเซ็นสัญญาในครั้งนี้ และจากการเซ็นสัญญาครั้งนี้ทีม PTR Honda ก็จะถูกรีแบรนด์เปลี่ยนชื่อใหม่กลายเป็น Dynavolt Honda ในฤดูกาลหน้า หรือ 2020 ซึ่งทางทีมได้ประกาศตัวนักแข่งประจำทีมของฤดูกาลหน้าไปแล้ว ซึ่งก็ได้แก่ Hikari Okubo และ Patrick Hobelsberger Simon Buckmaster ผู้จัดการทีมพูดถึงข้อตกลงไว้ว่า “ผมอยากที่จะบอกว่าผมตื่นเต้นมากแค่ไหนที่ได้เริ่มต้นเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกันกับทาง ไดน่าโว่ล เทค และเราเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 2020 รวมไปถึงหลายๆ ปีข้างหน้าอีกด้วย ผมอยากที่จะขอบคุณ Leonard Chen และ ไดน่าโว่ล เทค ที่ให้โอกาสกับพวกเรา และเราหวังว่าเราจะได้ร่วมประสบความสำเร็จร่วมกัน ผมอยากที่จะ James Nay แห่ง Devil Evolution Exhausts (ท่อ Devil Evolution) ที่ช่วยให้เรื่องเกิดขึ้น” Leonard Chen ประธานของ ไดน่าโว่ล เทค กล่าวว่า “มันเป็นความยินดีอย่างยิ่งที่เราได้ขยายการสนับสนุนการแข่งขันของเรามาจาก WorldSBK ด้วย เราเชื่อว่าด้วยความร่วมมือครั้งใหม่นี้จะทำให้ผู้คนรู้จักแบรนด์ ไดน่าโว่ล เทค มากขึ้น มันจะเป็นแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดที่คุณสามารถใช้มันได้ในธุรกิจรถพาวเวอร์สปอร์ต! เราหวังว่าเราจะได้ร่วมมือกันเป็นอย่างดีและยาวนานกับทาง Simon และผมยังหวังอีกว่าเราจะประสบความสำเร็จไปด้วยกัน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก
Razgatlioglu นักแข่งหนุ่มฟอร์มร้อนแรง แม้ว่าเขาจะย้ายมาซบกับ Yamaha แต่เราก็ยังเชื่อมั่นในตัวเขา งานนี้เราลองไปพูดคุยจาก Phil Marron กันว่าเขาเจ๋งแค่ไหน
Husqvarna กลับมาแข่ง Moto3 นับเป็นข่าวที่น่าจับตามองอย่างมากเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็นภายใต้สังกัดทีมอิสระหรือทีม Satellite ก็ตาม แต่การที่มีแบรนด์รถที่หลากหลายมากขึ้นจะทำให้การแข่งขันมีสีสันมากขึ้นอย่างแน่นอน ล่าสุดทาง Husqvarna ก็ได้ออกมาประกาศว่า Husqvarna จะสนับสนุนทีมอิสระอย่างทีม Max Racing ในการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างศึก FIM World Championship Moto3 หรือ Moto3 ที่เราคุ้นเคย ซึ่งทีม Max Racing นั้นมีเจ้าของทีมก็คือลุงแม็กซ์ หรือ Max Biaggi ที่เรารู้จักกันดีในฐานะอดีตแชมป์โลกหลายรายการ และเคยชนะในการแข่งขันระดับ GP ถึง 42 ครั้งนั่นเอง โดยจะมีผู้จัดการทีมเป็นอดีตนักแข่งชาวเยอรมันผู้มากประสบการณ์อย่าง Peter Öttl มาดูแลทีม และจะมีนักแข่งในสังกัดทีม Max Racing 2 คน ได้แก่ Romano Fenati และ Alonso Lopez โดยใช้รถ Husqvarna FR250 GP ลงแข่งขัน การแข่งขันในคลาส Moto3 เป็นคลาสที่มาแทนการแข่งขันรุ่น 125 ซีซีตั้งแต่ปี 2012 และกำหนดไว้ว่ารถที่ลงแข่งจะต้องเป็นรถสูบเดียวขนาด 250 ซีซี 4 จังหวะ ต่อมาในปี 2014 Husqvarna Motorcycles สามารถจบการแข่งขัน Moto3 ในฤดูกาลนั้นด้วยตำแหน่งบนโพเดียม แล้วจึงถอยออกมาจากการแข่งขันเมื่อจบฤดูกาล 2015 และปี 2020 นี้ Husqvarna ที่มีปูมหลังด้านการแข่งขันมายาวนานก็กำลังจะกลับมาแข่งขันในศึก Moto3 อีกครั้ง เพื่อเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าพร้อมที่จะขยายตัวในตลาดรถขี่ถนนมากขึ้นแล้ว Romano Fenati นักแข่งมีประสบการณ์จบการแข่งขัน Moto3 ในปี 2017 ในตำแหน่งรองแชมป์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักแข่งที่มีฝีมือเพียงพอที่จะทำให้ฤดูกาลต่อไปเป็นฤดูกาลที่ดีได้ ในระหว่างที่ Fenati ลงแข่ง Moto3 เขาสามารถคว้าชัยมาได้ทั้งหมด 11 ครั้ง 24 โพเดียมและ 4 ตำแหน่งโพล ด้าน Alonso Lopez เพิ่งจะอายุได้ 17 ปีและก็กระตือรือร้นกับการแข่งขัน Moto3 โดยปี 2020 จะเป็นปีที่ 3 ของนักแข่งหนุ่มชาวสเปนผู้นี้แล้ว นับตั้งแต่เขาเริ่มลงแข่งในคลาสนี้เมื่อปี 2018 เขาสามารถคว้าลำดับที่ 3 ในรอบ Thai Grand Prix มาได้ ซึ่งแสดงได้ว่าเขามีศักยภาพพอที่จะชิงตำแหน่งหัวแถวมาได้ Husqvarna กลับมาแข่ง Moto3 ครั้งนี้คงเป็นอะไรที่ดีไม่น้อยเลยสำหรับสาวกไบค์เกอร์ทั้งของทางค่าย Husqvarna และสาวกนักบิดที่ชอบชมการแข่งขัน เพราะคงมีอะไรสนุกๆ ให้ดูอีกเยอะเลยละครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สถิติต่างๆ ในศึก WorldSBK 2019 คือประเด็นหลักที่เราจะโฟกัสกันในสกู๊ปนี้ครับ โดยข้อมูลตัวเลขต่างๆ ก็มีความน่าสนใจมากน้อยต่างกันไป แต่ก็ทาง WorldSBK ก็รวบรวมมาให้แบบว่าจัดเต็มแบบเนิร์ดๆ แต่คนไม่เนิร์ดก็อ่านเพลินๆ พอให้ได้รู้เป็นความรู้ที่รู้ก็ได้ ไม่ต้องรู้ก็ได้ แต่รู้ไว้หรืออ่านสนุกๆ ก็ไม่ผิดอะไรใช่มั้ยล่ะครับพี่น้อง WorldSBK ในปีนี้เองก็เป็นปีที่หน้าหนังสือประวัติศาสตร์การแข่งขันมีการเขียนขึ้นใหม่อยู่หลายต่อหลายครั้ง จากการที่สถิติต่างๆ ถูกทำลายลง ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะครั้งแรกของนักแข่ง การปะทะกันที่โค้งสุดท้าย กระทั่งแต้มทิ้งห่างมากที่สุดในประวัติศาสตร์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้การแข่งขัน WorldSBK ในฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่น่าจดจำมากที่สุดอีกฤดูกาลนึง และยังเป็นสถิติตัวเลขที่น่าสนใจอีกด้วย และอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ศึก World Superbike 2020 ก็กำลังจะระเบิดขึ้นอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะไปจดจ่อกับฤดูกาลหน้า ขอพาย้อนหลังไปดูตัวเลขสถิติต่างๆ กันก่อนดีกว่าครับผม 2777 – ตัวเลขนี้คือ ระยะทาง 2,777 กม.ที่ Jonathan Rea ขี่แข่งไปในปี 2019 เป็นตัวเลขที่มากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ ของนักแข่ง WorldSBK สถิติดีที่สุดเดิมเป็นของลุง Biaggi เคยทำไว้ในปี 2009 ซึ่งเคยแข่งเป็นระยะทางกว่า 2,718 กม.กับรถ Aprilia ของเขาในฤดูกาลที่เขาคัมแบ็กกลับมาอีกครั้ง 800 – WorldSBK แข่งครบ 800 เรซ ตอนที่แข่งขันในรอบ French Round ที่สนาม Circuit de Nevers Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศส การแข่งขันเรซนั้นกลายเป็นหนึ่งในเรซที่ดีที่สุดของฤดูกาลนี้อีกด้วย และในที่สุดเมื่อจบฤดูกาล รายการนี้ก็แข่งไปทั้งหมด 808 เรซแล้ว ช่างยาวนานและก็เลขสวยดีใช่มั้ยล่ะครับ 663 – การคัมแบ็กหรือการพลิกกลับมาอันน่าทึ่งของ Jonathan Rea ด้วยการคว้าตำแหน่ง Tissot Superpole Race ก่อนที่จะทำนักแข่งจากเมือง Ulster ขี่พายุทะลุฟ้าทำคะแนน 663 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่โอกาสที่จะทำ 700 คะแนนนั้นคงต้องไปลุ้นกันต่อในปี 2020 400 – ในการแข่งขันที่รอบ Acerbis Portuguese Round ที่โปรตุเกส การแข่งขัน WorldSBK ก็ได้ดำเนินการแข่งขันมาครบ 400 สนามพอดี ซึ่งเป็นการแข่งขันในช่วงท้ายๆ ฤดูกาลแล้ว จึงเป็นรอบที่ความเข้มข้นของการแข่งขันพุ่งสูงในทุกคลาสที่จัดการแข่งขันอีกด้วย 350 – คือตัวเลขที่ Ducati สามารถคว้าชัยชนะเรซที่ 350 มาได้ที่ Aragon ในการแข่งขันเรซที่ 2 ด้วยฝีมือนักแข่งระดับพระกาฬอย่าง Alvaro Bautista และเมื่อจบฤดูกาล Bautista และ Chaz Davies เพื่อนร่วมทีมของเขาก็ช่วยกันนำพาค่ายรถจากเมือง Bologna คว้าชัยในรายการนี้ไปได้ทั้งหมด 358 ครั้งด้วยกัน 250 – เมื่อฤดูกาล 2019 เริ่มต้นขึ้นไปได้สักระยะและชัยชนะช่วงแรกตกเป็นของ Bautista ไม่นานนัก Jonathan Rea ก็สามารถเริ่มกลับมาคว้าชัยได้ เขาก็สามารถคว้าชัยชนะในกับสหราชอาณาจักรเป็นครั้งที่ 250 ในศึกนี้หลังจากที่เขาคว้าตำแหน่งชัยในเรซซูเปอร์โพลที่ Laguna Seca ได้ และเมื่อจบฤดูกาลเขาก็สามารถพาสหราชอาณาจักรคว้าชัยไปได้ทั้งหมด 259 ครั้ง 146 – Markus Reiterberger ได้กลายเป็นนักแข่งคนที่ 146 ที่ได้ออกสตาร์ทจากแถวหน้าของ WorldSBK โดยเป็นกริดที่ 2 ที่สนาม TT Circuit Assen และการสตาร์ทในแถวแรกครั้งนี้เป็นครั้งเดียวของเขาในศึกนี้ และเป็นครั้งที่สองของ BMW ที่ Assen อย่างไรก็ตามการออกตัวครั้งนี้ถือเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขาในการแข่งขันเลยทีเดียวล่ะครับ 50 – ในระหว่างการแข่งขันที่ Laguna Seca นักแข่งชาวอังกฤษได้ทำสถิติเหมาโพเดียมทั้ง 3 ลำดับได้เป็นครั้งที่ 50 กลายเป็นประเทศแรกที่สามารถทำสถิตินี้ได้ โดยสถิติเหมาโพเดียมด้วยนักแข่งจากชาติเดียวกันนี้ อังกฤษสามารถทำได้ครั้งแรกในการแข่งขันที่ Oschersleben ในเรซที่ 2 เมื่อปี 2003 48 – ในการแข่งขัน 48 เรซล่าสุด Jonathan Rea ทำคะแนนได้ในทุกเรซ และทุกเรซเขาจะรั้งอยู่ใน 5 อันดับแรกเสมอ นี่เป็นสถิติใหม่ตลอดกาลของ

Jonathan Rea ได้คว้าชัยไปเป็นครั้งที่ 16 สำหรับการแข่งขัน WSBK ฤดูกาลปี 2019 ที่ Qatar และหลังจากนี้เขาจะแข่งกับคู่แข่งอย่าง Alvaro Bautista เพื่อท้าชิงตำแหน่งนักบิดที่ได้รับชัยชนะมากที่สุด นักบิดแห่งทีม Kawasaki ยังคงทำคะแนนเหนือคนอื่นๆ ในช่วงครึ่งหลังของ การแข่งขัน WSBK ฤดูกาลปี 2019 นี้ ส่วนทาง Alvaro Bautista นั้นก็ยังคงทำคะแนนตามมาติดๆ ด้วยอันดับที่สอง และในตอนนี้นั้นทาง Jonathan Rea เองก็มีคะแนนเก็บอยู่ด้วยกันถึง 663 คะแนน ส่วนทางด้าน Alvaro Bautista เองนั้นก็มีคะแนนเป็นอันดับสองที่ 498 คะแนน ตามมาด้วย Alex Lowes ที่มีคะแนน สะสมเป็นอันดับ 3 ที่ 341 คะแนน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี่ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี่

นักแข่งชาวไอร์แลนด์อย่าง Jonathan Rea แห่งทีม Kawasaki Racing Team หรือ KRT ได้คว้าแชมป์ WSBK 5 สมัยซ้อนหลังจากคว้าชัยชนะไปใน Race 2 ที่สนาม Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้การคว้าแชมป์ WSBK สมัยที่ 5 ของ Jonathan Rea ในครั้งนี้นั้นถือได้ว่าเป็นการสร้างสถิติใหม่ในรายการ WSBK เลยก็ว่าได้ครับ โดยเขานั้นสามารถคว้าแชมป์ในรายการ WSBK ด้วยจำนวนครั้งที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการนี้เลยก็ว่าได้ และยังสามารถแซงหน้า Carl Fogarty อดีตแชมป์ WSBK 4 สมัยแห่ง Ducati ได้อีกด้วย โดยในการแข่งทั้งหมด 273 สนามของเขาตั้งแต่แข่งมานั้น Rea สามารถคว้าโพเดี่ยมไปได้ 161 โพเดี่ยม 22 โพล และชนะมาได้ถึง 82 ครั้งกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับค่ายยักษ์เขียว Kawasaki จริงๆ เนื่องจากเป็นครั้งแรกเลยที่ทีมโรงงานสามารถคว้าชัยชนะไปได้ 5 สมัยติดต่อกันแบนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

อุดมการณ์ “ถ้าคุณรักในการขับขี่รถมอเตอร์ไซต์ของคุณ สัมผัสถึงลมที่ผัดผ่านไปตามแฟริ่ง(ตัวรถ) และมองดูโลกผ่านกระจกหมวกกันน็อค เราเข้าใจ เรารู้สึกเช่นเดียวกันตั้งแต่เสียงเครื่องคํารามในครั้งแรก” #be a racer ทีมแข่งรถมอเตอร์ไซค์อาพริเลีย ทีมอาพริเลียเป็นหนึ่งในทีมแข่งรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับชัยชนะมากมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งรถ มอเตอร์ไซค์ ทีมอาพริเลียชนะการแข่งขันระดับโลกถึง54รายการ ตั้งแต่เริ่มมีการแข่งขัน อาพริเลียได้รับชัยชนะ ในการแข่งขันตั้งแต่ปี 1992 จนถึงปัจจุบันซึ่งประสบความสําเร็จ ถึง28ครั้ง และตั้งแต่ปี 2015ผู้ผลิตจากโนอาเล(Noale) ได้เข้าร่วมกับพิอาจิโอกรุ๊ปในปี 2005 รายชื่อรางวัลที่สิงห์นักบิดอาพริเลียคว้ามาได้มีดังนี้ – 38 รายการจากการแข่งขันมอเตอร์ไซค์กรังด์ปรีซ์ (20ครั้งในการแข่งขันรายการ 125ซี ซี และ 18 ครั้ง ในการแข่งขันรายการ 250 ซีซี) – 7 รายการจากเวิร์ลซูเปอร์ไบค์ (Rider and Manufacturer ในปี 2010, Rider and Manufacturer ใน ปี 2012, Manufacturer ในปี 2013 และ Rider and Manufacturer ในปี 2014) – 9 รายการจากการแข่งขัน Off-Road Disciplines (7 รายการจากมอเตอร์ไซค์วิบาก (Supermoto) และ 2 รายการจากแข่งขันเทรล (Trial) และการแข่งขันจักรยานยนต์ ทางไกล ทีมอาพริเลีย ชนะในรายการการแข่งขันมอเตอร์ไซค์กรังด์ปรีซ์ ถึง294 ครั้งและชนะ 52 ครั้งในการแข่งรายการ ซูเปอร์ไบค์ (ขึ้นแท่นรับรางวัลถึง121ครั้ง) เรื่องราวชัยชนะของอาพริเลียนั้นได้ รวมไปถึงชัยชนะปีที่แล้ว ที่ลงแข่งด้วยมอเตอร์ไซค์รุ่น RSV4-RFซึ่งขับขี่โดยโดซาวาโดรี่ (Savadori)ในรายการแข่งขันซูเปอร์สตอร์ก1000ชิงถ้วย รางวัลจากสมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (Superstock1000FIMCup) เหนื่อสิ่งอื่นใด ทีมนักบิดอาพริเลีย ถือได้ว่าเป็นตัวแทนในการแสดงออกถึงต้นกําเนิดของทีมดังคําจํากัดความว่า “อาพริเลียเป็นเบ้าหลอมของทักษะและความสามารถที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ ”พิสูจน์ด้วยนักแข่งทุกคนที่ได้สร้างชื่อให้กับประวัติศาสตร์การแข่งรถมอเตอร์ไซค์ในไม่ กี่ทศวรรษที่ ผ่านมาด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่ผลิตโดยโนอาเล และนอกเหนือจากชัยชนะที่น่าจดจํา คือเหล่าบรรดานักแข่งมากมายทั้ง แม็กบิแอ๊คจิ (MaxBiaggi) ผู้ที่ชนะรายการระดับโลกถึง 3 ครั้ง ในการแข่งระดับ 250 ซีซี ให้กับ ทีมอาพริเลีย ในปี 1994 ถึง 1996 ,โลลิส คาปิ ลอสซี่ (Loris Capirossi) ชนะรายการระดับโลก รุ่น 250 ซีซี ให้กับ อาพริเลีย ในปี 1998, วาเลนติ โน รอสซี่(Valentino Rossi) ชนะรายการระดับโลกรุ่น 125 ซีซี ในปี 1997 และรุ่น 250 ซีซี ในปี 1999, ฆอร์ เก โรเลนโซ (Jorge Lorenzo) ชนะรายการระดับโลก รุ่น 250 ซีซี ในปี 2006 และปี 2007, เคซี1 สโตเนอร์ (Casey Stoner) ชนะที่ 2 ในรุ่น 250 ซีซี ในปี 2005 และที่ไม่ได้กล่าวถึงคือ มานูเอลพ๊อกจาลี่ (Manuel Poggiali), มาโก้ ซิมอนเซลี่ (Marco Simoncelli), อัลวาโร บัลทิสต้า (Alvaro Bautista) และ คาซุโตะ ซาคาตะ (Kazuto Sakata) เกรซินี เรซซิ่ง (Gresini Racing) บริหารงานโดยฟาอุสโต เกรซินี แชมป์โลกคลาส 125 ซีซี 2 สมัย เกรซินี เรซซิ่งโลดแล่นอยู่ในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์รถจักรยานยนต์ตั้งแต่ปี 1997 เถลิงความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มากมาย นอกเหนือจากการคว้าแชมป์ 4 รายการโดย ไดจิโระ คาโตะ (250