Z E-1 2024 เน็กเก็ดไฟฟ้าจากค่ายเขียว จ่อขายที่อังกฤษเดือนหน้า

Z E-1 2024 เน็กเก็ดไฟฟ้าจากค่ายเขียว จ่อขายที่อังกฤษเดือนหน้า

Z E-1 2024 - Kawasaki

Kawasaki Z E-1 2024 รถไฟฟ้าสไตล์เน็กเก็ดไบค์เปิดตัวพร้อมจ่อขายเดือนหน้าที่อังกฤษพร้อมกับแฝดคนละฝาที่เป็นสายสปอร์ตแต่แชร์อะไรหลาย ๆ อย่างร่วมกันอย่าง Ninja E-1 พร้อม ๆ กับตัวเลขต่าง ๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่น่าสนใจและน่าใช้งานไม่น้อยเลยทีเดียว

Z E-1 2024 - Kawasaki

เรื่องของดีไซน์นั้นแทบจะไม่ต่าง Z125 ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์เครื่องสันดาปคันเดิมของทางค่ายเลยหากมองเผิน ๆ แต่หากสังเกตดี ๆ จะรับรู้ได้จากการที่มันไม่มีท่อไอเสีย และแอบใส่ฟังก์ชันอย่างช่องใส่ของขนาด 5 ลิตร (หนักสุดไม่เกิน 3 กก.) บริเวณที่เดิมทีจะเป็นถังน้ำมันด้านหน้า

Z E-1 2024 - Kawasaki

ขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบบรัชเลส 5 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 6.8 แรงม้า แต่ให้กำลังสูงสุดได้ที่ 9 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับแรงม้า 12 แรงม้า ประมาณรถขนาด 125 ซีซี  ขณะที่แรงบิดจะมากถึง 40.5 นิวตันเมตรที่ 0-1,600 รอบแบบเดียวกับเจ้านินจาไฟฟ้าเลย

ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 30 แอมป์ชั่วโมง 2 ก้อนคู่ที่สามารถถอดออกและต่อกันแบบขนานได้ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ ซึ่งให้ความสะดวกและเหมาะกับการใช้งานกับมอเตอร์ไซค์

ทางค่ายเคลมระยะการใช้งานอยู่ที่ 72 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WMTC คลาส 1 ซึ่งหากใช้งานจริง ๆ ก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 62 กม.จากการคำนวณ และแบตเตอรี่แต่ละก้อนหนัก 11.5 กิโลกรัมและใช้เวลาชาร์จเต็ม 3 ชั่วโมง 42 นาที แต่ถ้าชาร์จจาก 20 – 85% จะใช้เวลาแค่เพียง 1 ชั่วโมง 36 นาทีเท่านั้น ฟัง ๆ ดูอาจจะคิดว่ารถน่าจะหนักแน่เลย แต่จริง ๆ แล้วรถเบาเพียง 135 กิโลกรัมเท่านั้น

ตัวรถมีแชสซีเป็นเฟรมถัก ด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อและยางจะเป็น 100/80-17” และ 130/70-17” ตามลำดับ

ต่อกันเรื่องเทคโนโลยีตัวรถจะมีหน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ มีโหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Road และ Eco โดยโหมด Road จะอยู่ที่ 85 กม./ชม. ขณะที่โหมด Eco จะอยู่ที่ 62 กม./ชม. หากเทียบแล้วจะน้อยกว่าฝั่งนินจาไฟฟ้าเล็กน้อย แต่เดี๋ยวก่อนยังมีฟังก์ชัน e-boost ที่จะช่วยความแรงโดยจะใช้ได้ประมาณ 15 วินาที เมื่อเปิดใช้จะสามารถเร่งได้แรงขึ้น รวมถึงท็อปสปีดมากขึ้นไปเป็น 99 กม./ชม.ในโหมด Road และ 72 กม./ชม. ในโหมด Eco

ยังมีโหมด Walk ที่จะช่วยจอดรถได้ง่ายขึ้น หากเปิดใช้แล้วเปิดคันเร่งรถจะค่อย ๆ ขยับไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ ขณะที่ปิดคันเร่งก็จะถอยหลังได้ด้วย รวมไปถึงยังมีระบบรีเจ็นเนอเรทีฟที่เวลาผู้ขับขี่ปิดคันเร่ง พลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วลงจะชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ ช่วยเพิ่มระยะทางการใช้งานได้มากขึ้น

ถือว่ามาได้ครบเครื่องทีเดียวครับ แต่เรื่องของราคานั้นยังไม่มีการระบุ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายจริง ๆ เดือนตุลาคมนี้ครับ แต่ก็บอกได้เลยว่าราคาน่าจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ

อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

- Advertisement -
Benz SuperBike
Benz SuperBikehttps://www.superbikemag.com/
ธรรมรัตน์ แซ่ลี้ นักเขียน นักแปล ที่จับพลัดจับผลูได้กลายมาเป็นนักเขียนให้กับทาง SuperBike Thailand มาตั้งแต่ปีแรก ๆ ที่ยังเป็นนิตยสาร จนกระทั่งกลายเป็นสื่อออนไลน์เต็มรูปแบบ

Related Articles