SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
Luca Marini แรงต่อเนื่อง! ทะลุ Q2 โมโตจีพี ออสเตรเลีย “ก้อง-สมเกียรติ” ลุยเต็มที่ซ้อมวันแรก

Luca Marini นักแข่งจากทีมโรงงานฮอนด้ารีดฟอร์มเก่งต่อเนื่อง โดยสามารถทำเวลาในรอบ FP ทะลุ Q2 ได้สำเร็จในศึกออสเตรเลียนกรังด์ปรีซ์

17 October 2025
  • All Posts
  • MOTOGP
เชื่อพี่ ! ย้ายเถอะน้อง เควิน ชวานซ์ แนะ เปโดร อคอสต้าออกจาก KTM

เชื่อพี่ ! ย้ายเถอะน้อง เควิน ชวานซ์ แนะ เปโดร อคอสต้า ออกจาก KTM เปโดร อคอสต้า นักบิดดาวรุ่งจากทีมโรงงาน KTM ถูกตำนานแชมป์โลกในรุ่น 500 ซีซีอย่าง เควิน ชวานซ์ แนะนำให้ย้ายทีมหนีออกจากค่ายผู้ผลิตสัญชาติออสเตรียหากมีโอกาส เพราะการไปอยู่ในทีมที่มีสภาพแวดล้อมที่มีทิศทางการลุ้นแชมป์ จะส่งผลดีกับเจ้าตัว ปัจจุบันเปโดร อคอสต้าขึ้นมาสู่ทีมโรงงานของ KTM เป็นปีแรก โดยเจ้าตัวย้ายมาจากทีมรองของทางค่ายอย่าง  Red Bull GASGAS Tech3 โดยอคอสต้าเซ็นสัญญาระยะยาวกับ KTM แต่ผลงานที่ไม่สู้ดีนักในช่วงต้นฤดูกาล 2025 รวมถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนของทีมหลังเผชิญวิกฤตการเงินเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้เกิดกระแสข่าวว่า นักบิดวัย 20 ปีรายนี้อาจตัดสินใจแยกทางกับ KTM หลังจบฤดูกาล ‘Baby Shark’ ตกเป็นข่าวลือเชื่อมโยงกับหลายทีม อาทิ VR46 Ducati, Honda และ Pramac Yamaha แม้ว่าอคอสต้าจะยังคงแสดงจุดยืนสนับสนุน KTM อย่างชัดเจนในที่สาธารณะ แต่อย่างไรก็ตาม เควิน ชวานซ์ แชมป์โลก 500 ซีซี ปี 1993 เชื่อว่า หากมีโอกาสได้ย้ายไปขี่รถที่มีศักยภาพลุ้นแชมป์ อคอสต้าก็ควรรีบคว้าไว้ “เมื่อปีที่แล้วเขามีโอกาสลุ้นคว้าชัยในหลายสนามขณะที่อยู่แถวหน้า แต่ก็ยังไม่สามารถปิดจ็อบได้ เขายังไม่สามารถรักษาตำแหน่งหน้าสุดไว้จนถึงเส้นชัยได้” ชวานซ์กล่าวผ่านช่องทางถ่ายทอดสด MotoGP ในรายการกรังด์ปรีซ์ที่อเมริกา “ผมคิดว่าเปโดรมีเส้นทางอาชีพที่ยอดเยี่ยมรออยู่ข้างหน้า เขาควรใช้เวลาศึกษาและเรียนรู้สิ่งที่ทำได้บนรถ KTM และถ้ามีโอกาสได้ขี่รถที่อยู่แถวหน้าของกริด ผมว่าด้วยวัยของเขาในตอนนี้ เขาควรรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที” “ในฐานะคนที่ไม่เคยกล้าพอจะย้ายทีม ผมอยากแนะนำว่า ตอนนี้แหละคือเวลาที่ควรทำแบบนั้น” “ผมเองก็เคยพยายามอยู่สองสามครั้งนะ เคยลองจะไปขี่ Yamaha หนหนึ่ง เคยลองจะไป Honda หนหนึ่ง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จสักที” “ผมคิดว่า ในเมื่อเปโดรยังอายุน้อยมาก และถึงแม้ KTM จะเป็นทีมที่ให้โอกาสเขามาจนถึงจุดนี้ แต่ถ้าเขารู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่เขาต้องการ ถ้าสัญญาใกล้หมด และมีโอกาสที่จะย้ายไปอยู่กับทีมที่กำลังอยู่แถวหน้าของกริด ผมว่าเขาควรรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีให้เสมอไปหรอกนะ” สำหรับผลงานของ KTM ตอนนี้ ทีมรั้งอันดับ 3 ในตารางคะแนนประเภทผู้ผลิต แต่ก็มีคะแนนนำหน้า Aprilia เพียงแต้มเดียว และยังไม่สามารถจบการแข่งขันได้ดีกว่าอันดับที่ 7 ในฤดูกาล 2025 ด้านอคอสต้าเอง ปัจจุบันอยู่อันดับ 13 ของตารางนักแข่ง มีอยู่ 16 คะแนน และจะลงแข่งสนามที่สี่ของฤดูกาลที่ประเทศกาตาร์ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Le Mans ต่อสัญญา 5 ปีดึง MotoGP แข่งสนามแดนน้ำหอม

Le Mans ต่อสัญญา 5 ปีดึง MotoGP แข่งสนามแดนน้ำหอม Le Mans หนึ่งในสนามแข่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของนักแข่งรายการ MotoGP และแน่นอนว่าสนามนี้จะถูกบรรจุในโปรแกรมการแข่งขัน MotoGP ไปอย่างน้อยอีก 5 ปีจนถึงปี 2031  หลังจากที่สนามบาเลนเซียประเทศสเปนได้ทำการประกาศการต่อสัญญาใหม่ในการแข่งขัน MotoGP ไปจนถึงปี 2031 ล่าสุดสนามจากแดนน้ำหอมแห่งนี้ก็ไม่รอช้าด้วยการเซ็นสัญญากับ Dorna ออกไปอีก 5cha ปี โดยก่อนหน้านี้สนามแห่งนี้กำลังจะหมดสัญญาในปี 2026  แต่หลังการจรดน้ำหมึกต่อสัญญาจะทำให้สนามแห่งนี้ยังคงอยู่ในรายการ MotoGP ต่อไป เลอม็องส์เป็นสนามหลักในปฏิทิน MotoGP มาหลายปี และเคยสร้างการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา เลอม็องส์เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2000 และในปี 2023 ก็ทำลายสถิติผู้ชมด้วยจำนวน 278,805 คน ก่อนจะทำลายสถิตินั้นอีกครั้งในปี 2024 ด้วยยอดผู้ชมรวมสุดสัปดาห์ถึง 297,000 คน  Carmelo Ezpeleta ซีอีโอของ Dorna ออกมาเผยถึงความรู้สึกของการที่ MotoGP ได้ต่อสัญญากับสนามเลอม็องก์แห่งนี้ “ฝรั่งเศสมีประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตที่น่าทึ่งอยู่แล้ว และเราภูมิใจที่การแข่งขัน French Grand Prix ของเราได้มีส่วนในการเติมเต็มสิ่งนั้น พร้อมกับดึงดูดคลื่นแฟน ๆ รุ่นใหม่จำนวนมหาศาลทั้งต่อการแข่งขัน ต่อพื้นที่ และต่อกีฬานี้โดยรวม เราคือกิจกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส และผู้ชมในสนามก็สะท้อนให้เห็นถึงฐานแฟนที่หลากหลายและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นภาพที่เราอยากเห็นเกิดขึ้นทั่วโลก ในขณะที่กีฬานี้ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว” “ฝรั่งเศสเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรา และการได้ร่วมงานกับ PHA Claude Michy ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมเกินจะขอได้อีกแล้ว” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

‘สายตาหลอกไม่ได้’ Davide Tardozzi รับ สายตาเป้กโก้สื่อถึงความมุ่งมั่น

‘สายตาหลอกไม่ได้’ Davide Tardozzi รับสายตาเป้กโก้สื่อถึงความมุ่งมั่น Davide Tardozzi ผู้จัดการทีมโรงงาน Ducati Lenovo Team ออกมาเผยว่าเจ้าตัวรู้สึกดีใจ และชื่นชมเจ้าของแชมป์โลกสองสมัยอย่าง ‘ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า’ ที่มีสายตาแสดงถึงความมุ่งมั่น และพร้อมกลับมาช่วงชิงแชมป์โลก MotoGP อีกครั้ง หลังจบการแข่งขันในสนามที่สามของฤดูกาลในศึก MotoGP ซึ่งจัดขึ้นที่สนาม COTA ผู้จัดการทีมโรงงาน Ducati อย่างดาร์วิเด้ ทาร์โดซซี่ออกมาเปิดเผยว่าตัวเขานั้นทราบดีตั้งแต่ก่อนลงแข่งว่าเป้กโก้จะสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะสายตาของเขามันแสดงถึงความมุ่งมั่นออกมาทั้งหมด หลังจากจบการแข่งขันสปรินท์เรซช่วงวันเสาร์ด้วยอันดับที่สามรองจากสองพี่น้องตระกูลมาร์เกซ และในการเรซหลักเป้กโก้ก็กลับมาเอาชนะได้อีกครั้ง หลังจากที่นักบิดเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยพลาดท่าล้ม และขี่ไม่จบการแข่งขัน ส่งผลให้การสร้างสถิติชนะรวดทั้งสามสนามแรกต้องสิ้นสุดลง โดยชัยชนะของเป้กโก้ครั้งนี้นับว่าเป็นการคว้าชัยชนะที่นับตั้งแต่รอบสุดท้ายที่สนามบาร์เซโลน่าเมื่อปีที่แล้ว เพราะการแข่งขันในสองสนามแรกของฤดูกาลเป้กโก้โดนสองพี่น้องตระกูลมาร์เกซเอาชนะได้ทั้งหมด  แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดในอันดับที่ 6 แต่ทาร์โดซซี่เผยว่าเขาไม่เคยสงสัยในศักยภาพของบันญาญ่าเลย หลังจากเห็นฟอร์มของเขาในการแข่งขันสปรินต์ “เรารู้ทันทีว่าเขาจะทำได้ดีมากในวันนี้ หลังจากผลการแข่งขัน [สปรินต์] ผมคิดว่าเราสามารถอ่านแววตาของเปคโก้ได้ และเมื่อแววตานั้นเปล่งประกาย เราก็รู้เลยว่าเขาจะเร็วแน่นอน”  โดยในการแข่งขันสองสนามก่อนหน้านี้ บัญญาย่าประสบปัญหาในการเบรก และการเข้าโค้ง ก่อนจะมาถึงที่ COTA แต่ทาร์โดซซี่ยืนยันว่าไม่ได้มีการปรับจูนทางเทคนิคครั้งใหญ่แต่อย่างใด หนึ่งสนาม สองอารมณ์ ขณะที่ดูคาติฉลองชัยชนะของบัญญาย่า แต่อีกฟากเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง มาร์ก มาร์เกซกลับต้องเสียใจกับโอกาสที่หลุดมือไป หลังจากพลาดล้มขณะนำอยู่ในรอบที่ 9 “มันเป็นความรู้สึกที่หลากหลาย ร้องไห้ข้างหนึ่ง ยิ้มอีกข้างหนึ่ง ผมเพิ่งคุยกับมาร์ค เขารู้สึกเสียใจกับทีมมาก เขาทำพลาด แต่มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง พวกเราดีใจมาก ๆ ๆ กับเปคโก้ ที่กลับมาหาความเร็วของตัวเองเจออีกครั้ง ไปโดฮาด้วยความมั่นใจ เพื่อคว้าหนึ่ง-สองครั้งแรกของฤดูกาลกันเถอะ” ตารางคะแนนสะสมปัจจุบัน ฟรานเชสโก้ บัญญาย่าอยู่ในอันดับ 3 ของคะแนนสะสมแชมป์โลก โดยตามหลังอเล็กซ์ มาร์เกซ 12 แต้ม และตามหลังมาร์ก มาร์เกซ 11 แต้ม โดยการแข่งขันในสนามที่สี่ของฤดูกาลเป้กโก้ และมาร์ก จะลงแข่งขันที่สนามลูเซล อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศกาตาร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Francesco Bagnaia กับ คำพูด Jorge Lorenzo ที่ว่า “ถูกต้อง”

การขับเคี่ยวในโลกของความเร็วระดับสูงสุดอย่าง MotoGP ไม่เคยปรานีใคร แม้แต่ผู้ที่เคยเถลิงบัลลังก์แชมป์โลกมาแล้วก็ตาม ล่าสุด Francesco “Pecco” Bagnaia ยอดนักบิดชาวอิตาเลียนได้ออกมาเปิดใจถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากเกี่ยวกับ อนาคตของ Francesco Bagnaia ใน MotoGP โดยเจ้าตัวยอมรับว่าการเจรจาสัญญาฉบับใหม่สำหรับฤดูกาล 2027 อาจไม่ราบรื่นอย่างที่คิด ผลจากฟอร์มการเล่นที่ลุ่มๆ ดอนๆ ในปีที่ผ่านมา จนต้องยกประโยคเด็ดของตำนานอย่าง Jorge Lorenzo ขึ้นมาตอกย้ำความจริงที่เจ็บปวด ยอมรับความจริงอันโหดร้ายในตลาดนักแข่ง Bagnaia ยอมรับว่าฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมาคือฝันร้ายในฐานะนักบิดทีมโรงงาน Ducati เมื่อเขาต้องดิ้นรนอย่างหนักกับตัวรถ GP25 จนทำได้เพียงอันดับที่ 5 ในตารางคะแนนสะสม สวนทางกับเพื่อนร่วมทีมใหม่อย่าง Marc Marquez ที่คว้าแชมป์โลกไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี สถานการณ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อ สถานการณ์สัญญา Pecco Bagnaia ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเขาได้อ้างถึงคำพูดของ Jorge Lorenzo ที่ว่า “ในโลกของการแข่งขัน คุณจะถูกจดจำเพียงแค่ผลงานในเรซล่าสุดที่คุณทำเท่านั้น” ซึ่ง Pecco ยืนยันว่ามันเป็นสิ่งที่ “ถูกต้อง” และหลีกเลี่ยงไม่ได้ สงครามชิงเก้าอี้และข่าวลือการย้ายทีม เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเครื่องยนต์ 850 ซีซี ในปี 2027 กระแสข่าวลือในพิทเลนเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการที่ชื่อของดาวรุ่งมหัศจรรย์อย่าง Pedro Acosta ถูกโยงเข้ากับทีมโรงงาน Ducati อย่างหนัก เพื่อเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของ Bagnaia หากเขายังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ในต้นฤดูกาล 2026 นี้ สิ่งนี้ทำให้ ตลาดนักแข่ง MotoGP 2027 เริ่มระอุตั้งแต่นกนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า Aprilia คู่แข่งคนสำคัญกำลังจับตามองสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะดึงตัวแชมป์โลกชาวอิตาเลียนไปร่วมทัพหากเขาตัดสินใจอำลาค่ายสีแดง สัญญาณบวกจากการทดสอบที่ Sepang แม้จะมีความกดดันมหาศาล แต่ในการทดสอบ Sepang Test ล่าสุดที่เพิ่งผ่านพ้นไป Bagnaia ดูจะมีความสุขมากขึ้นกับรถ GP26 รุ่นปรับปรุงใหม่ โดยเฉพาะในการทำ Sprint Simulation ที่เขาสามารถทำความเร็วได้ดีกว่า Marc Marquez และตามหลัง Alex Marquez เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ฟอร์มการเล่นที่กระเตื้องขึ้นนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการกอบกู้ อนาคตของ Francesco Bagnaia ใน MotoGP ให้กลับมาอยู่ในทิศทางที่ควรจะเป็นอีกครั้ง โดยเจ้าตัวกล่าวว่า “เรายังคงมีการพูดคุยกันอยู่ แต่มันชัดเจนว่าฤดูกาลที่แย่แบบปีที่แล้วสามารถทำให้คุณไปอยู่ในจุดที่เสียเปรียบในการเจรจาได้” บทสรุปของแชมป์โลกที่ต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่ ท้ายที่สุดแล้วบทพิสูจน์ของ Pecco จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในรายการเปิดสนามที่ประเทศไทยช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ หากเขาสามารถกลับมาคว้าชัยชนะและแสดงความสม่ำเสมอได้เหมือนช่วงปี 2023-2024 กระแส ข่าวลือ Pedro Acosta ย้ายไป Ducati ก็อาจจะซาลงไป แต่ถ้าผลงานยังคงวนเวียนอยู่กลางตาราง เราอาจได้เห็นการโยกย้ายทีมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ MotoGP เพราะในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วใบนี้ พื้นที่สำหรับคนล้มเหลวนั้นแทบจะไม่มีเหลืออยู่เลย ไม่ว่าคุณจะมีดีกรีเป็นแชมป์โลกกี่สมัยก็ตาม

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ก้อง" สมเกียรติ แขนหัก

อัปเดตอาการบาดเจ็บ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ล้มรุนแรงที่สนามเซปังฯ ประเทศมาเลเซีย ยืนยันแขนหัก ต้องลุ้นหนักเปิดฤดูกาล MotoGP 2026 จะหายทันหรือไม่

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 QJ Motor SRK800 เน็คเก็ตไซส์กลาง พร้อมทำตลาดในยุโรป

2025 QJ Motor SRK800 เน็คเก็ตไซส์กลาง พร้อมทำตลาดในยุโรป 2025 QJ Motor SRK800 อีกหนึ่งโมเดลใหม่จากค่าย QJ Motor แบรนด์รถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ที่ได้ปล่อยโมเดลรถจักรยานยนต์สไตล์เน็คเก็ตไบค์ออกจำหน่ายอีกครั้งในเฉพาะตลาดประเทศยุโรปมาพร้อมกับใบอนุญาติ A2 เพื่อให้มือใหม่สามารถขับขี่รถในรุ่นนี้ได้อีกด้วย การออกแบบดีไซน์ของตัวรถมาพร้อมเส้นสายที่เฉียบคม และดุดัน สะท้อนถึงความเป็นสปอร์ต ที่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งที่ตัวรถมอบให้ สิ่งน่าสนใจของตัวรถ เครื่องยนต์สี่สูบเรียงพร้อมระบบ Quickshifter คาลิเปอร์เบรก Brembo ทั้งด้านหน้า-หลัง หน้าจอสีแบบ TFT ระบบไฟแบบ LED รอบคัน   สเปค และรายละเอียดของตัวรถ เครื่องยนต์ สี่สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 778 ซีซี ระบบวาล์ว DOHC 16 วาล์ว แรงม้า (เคลม) 95 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 75 นิวตันเมตร ที่ 8,500 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ / ช่วงชัก 67 x 55.2 มม. อัตราส่วนการอัด N/A ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด N/A ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ระบบกันสะเทือนด้านหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับจาก Marzocchi สามารถปรับตั้งค่าได้ ระบบกันสะเทือนด้านล่าง โช้คอัพเดี่ยวจากแบรนด์ Marzocchi ยางหน้า 120/70-17 รัดด้วยยาง Pirelli Angle GT ยางหลัง 180/55-17 รัดด้วยยาง Pirelli Angle GT ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo ขนาด 320 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo ขนาด 260 มม. กว้าง x ยาว x สูง 770 x 2,085 x 1,150 มม. ระยะฐานล้อ 1,450 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 มม. ความสูงเบาะ 815 มม. น้ำหนักรถ 207 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 17.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี ระบบ Traction Control  Cruise Control Quickshifter แบบสองทาง ระบบเบรก ABS หน้าจอสีแบบ TFT โหมดการขับขี่ 2 โหมด ธรรมดา และสปอร์ต   สีสันที่วางจำหน่าย สีแดง   ในส่วนของราคาวางจำหน่ายนั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดการณ์ราคาน่าจะอยู่ช่วงราว ๆ 5,500 – 7,000 ยูโร เพื่อไม่ให้ราคาไปทับกับรุ่นพี่ในค่ายอย่าง QJMotor SRK900 ที่วางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้ และมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 8,999 ยูโร และถ้าสาวกในไทยคาดหวังว่าจะได้ขี่โมเดลนี้ในไทยหรือไม่นั้นก็อาจจะยังก่อน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

6 March 2025
ดิ จิอันนานโตนิโอ ภูมิใจขี่ GP24 เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลก

ดิ จิอันนานโตนิโอ ภูมิใจขี่ GP24 เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลก ดิ จิอันนานโตนิโอ เจ้าของหมายเลข 49 จากทีม VR46 Racing Team ที่หากจากอาการบาดเจ็บที่ไหปลาร้า แล้วลงทำศึก ThaiGP พร้อมคู่ใจคันใหม่อย่าง Ducati GP24 ที่เจ้าตัวออกมายอมรับว่าการที่ได้ขับขี่ในเครื่องยนต์เจนใหม่ มันแตกต่างจาก GP23 โดยสิ้นเชิง  หลังจากที่ ‘ดิเจีย’ ได้รับอาการบาดเจ็บทำให้เจ้าตัวพลาดการทดสอบพรีซีซันเกือบทั้งหมด โดยนักแข่งเจ้าของหมายเลข 49 รายนี้บาดเจ็บตั้งแต่การทดสอบวันแรกที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ทำให้เจ้าตัวพลาดการทดสอบทั้งที่สนามเซปัง และการทดสอบในรอบบุรีรัมย์ เทสต์  แม้จะกลับมาได้จากอาการบาดเจ็บแต่เจ้าตัวก็เหมือนจะยังดูไม่สามารถกับตัวแข่งคันใหม่ได้มากนัก เพราะในการแข่งขันรอบ Sprint Race สนามแรกของฤดูกาล ในการแข่งขัน ThaiGP25 เขาก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับความร้อนจากตัวรถ และอากาศที่สนามช้างเล่นงานนักแข่งในประเทศไทยอย่างหนัก “ผมถูกเผาที่มือ ขา คอ โดนเผาไปหมดเลย—ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน” “ภูมิใจในทีม ภูมิใจในตัวเอง และภูมิใจในทีมงานที่บ้าน เราสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมา” “การแข่งใน MotoGP โดยที่แทบไม่รู้จักรถเลย ไม่ได้ทดสอบอะไรเลยกับ GP24 และไม่มีโอกาสฝึกซ้อมเพราะอาการบาดเจ็บ—สภาพร่างกายช่วงบนของผมแทบเป็นศูนย์ ผมไม่ได้วิดพื้นมา 6 เดือน ตั้งแต่บาดเจ็บครั้งแรกที่ออสเตรียเมื่อปีที่แล้ว” “จากนั้นผมต้องมาแข่งที่นี่ในสภาพแบบนี้—อากาศร้อนเหมือนนรก ไฟแทบลุกบนแทร็กเลย! ดังนั้นเราพูดได้เลยว่าเราทำงานได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ ศักยภาพของเราคือการทำเวลาให้เร็วได้ แม้ว่าผมจะสตาร์ทไกลจากกลุ่มนำก็ตาม แม้แต่ช่วงเช้าวันนี้ก็ยังทำเวลาได้ไม่เลวเลย” GP23 และ GP24 มันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้ว่า ดิ จานนานโตนิโอ จะยังไม่ได้ทดสอบตัวแข่งคันใหม่ของค่ายอย่าง GP24 อย่างเต็มรูปแบบ แต่การได้ลองใช้แข่งในการแข่งขันรอบ Sprint Race ในการแข่งขันสนามไทยจีพี ก็ทำให้เขานั้นทึ่งในประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับ GP23 ของปีที่แล้ว  “มันดีขึ้นมาก มันดีขึ้นมากจริง ๆ”  “ปีที่แล้ว ผมคุยกับเพื่อนร่วมทีมบางคน พวกเขาก็บอกว่า GP23 มันก็แทบจะเหมือนกับ GP24 เลย แต่เปลี่ยนแค่บางอย่างเล็กน้อยเท่านั้น” “แต่เมื่อผมลองมาใช้ GP24 แข่งขัน มันเหมือนอยู่คนละโลกเลย มันเร็วขึ้นมาก อีกทั้งพละกำลังยังมากเหลือล้นสุด ๆ และการเข้าโค้งมันก็ยังทำได้ดีขึ้นมากอีกด้วย”  นักบิดสัญชาติอิตาลี เจ้าของหมายเบข 49 รายนี้จะลงแข่งขันในสนามที่สองของฤดูกาล 2025 ที่สนาม Termas de Río Hondo ประเทศอาร์เจนติน่า ในช่วงระหว่างวันที่ 14-16 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 March 2025
Gigi Dall’Igna เผย “WSBK เมื่อปีที่แล้ว มันก็ BMW Cup นี่”

Gigi Dall’Igna เผย “WSBK เมื่อปีที่แล้ว มันก็ BMW Cup นี่” หลังจากมีข่าวแซะค่ายดูคาติแบบแสบสุดทรวง (สำหรับผลการแข่งขัน WSBK สนามแรก..นึกว่า  Ducati cup) จากแชมป์โลกอย่างโทปรัคที่ออกมาเผยภายหลังการแข่งขัน ทันทีทันใดนั้น แม่ทัพฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของดูคาติอย่าง Gigi Dall’Igna ก็ได้ออกมาตอบกลับอย่างสุภาพว่า “”WSBK เมื่อปีที่แล้ว มันก็ BMW Cup นี่”  โดยจุดต้นตอของเรื่องราวความดราม่านั้นเกิดขึ้นมาจากการแข่งขัน WSBK สนามแรกที่ฟิลิป ไอซ์แลนด์ แต่ BMW ดั้น…พ่ายแพ้ให้กับ Ducati แถมไม่จบการแข่งขัน (รถมีปัญหา) เรียกได้ว่าขบวนดูคาติ นำขบวนหัวแถวของการแข่งขันตั้งแต่รอบซ้อมไปจนถึงแข่งขัน (มีรอบเรซ 1 รอบเดียวที่พี่แกได้ที่ 2) บวกกับผลกระทบจากการห้ามใช้แชสซีเมื่อปีที่แล้ว (ไม่ใช่แชสซีเวอร์ชันใช้งานบนถนน) เพราะจุด ๆ นี้..จึงเป็นฉนวนต้นต่อของเรื่องราวดราม่าทั้งปวงนั่นเอง ซึ่งล่าสุดทางสำนักข่าวชื่อดังอย่าง GPOne.com ได้เผยบทสัมภาษณ์จีจี้ กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า  “ก่อนอื่น ผมมีความเคารพอย่างมากต่อโทปรัค เพราะเขามีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมเมื่อปีที่ผ่านมา เขาชนะการแข่งขันถึง 13 สนามติดต่อกัน และความจริงก็คือ เมื่อปีที่แล้วมันเป็นเหมือน BMW Cup เพราะเขาครองแชมป์ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เช่นเดียวกับทุกครั้งในการแข่งรถ ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ผมไม่คิดว่านี่จะเป็น Ducati Cup” Gigi กล่าว และนี่มันพึ่งจะเริ่มต้นฤดูกาลเท่านั้น การแข่งขันยังมีหลายสนามอย่างไรก็ต้องรอวัดกันอีกที ไม่แน่..การแข่งขัน WSBK ในฤดูกาลนี้อาจะเป็น Ducati Cup อย่างที่เขาว่าจริง ๆ ก็ได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 March 2025
2025 Panigale V2S เปิดราคาแล้ว กับสปอร์ต V2 พร้อมรายละเอียด

2025 Panigale V2S เปิดราคา กับสปอร์ต V2 พร้อมรายละเอียด 2025 Panigale V2S ซูเปอร์สปอร์ตไบค์จากค่ายปีศาจ มาพร้อมรหัสโฉมใหม่ในพิกัด 890 ซีซี ออกแบบเครื่องยนต์ V2 บล็อกใหม่ น้ำหนักเบามากขึ้น รวมถึงชิ้นส่วนได้รับการออกแบบใหม่ทั้งสวิงอาร์มและของแต่งอื่น ๆ จากแบรนด์ชั้นนำ นี่คือรถบิ๊กไบค์ที่ตอบโจทย์ความแรงมากที่สุดอีกรุ่นหนึ่งที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ ราคาแนะนำ รุ่น Panigale V2S ราคา 799,000 บาท รุ่น Panigale V2   ราคา 719,000 บาท   ดีไซน์ทรงสปอร์ต ระบบเบรก Brembo รอบคัน ท่อคู่ ลุคสปอร์ต เครื่องยนต์ V2 บล็อกใหม่ ขนาด 890 ซีซี หน้าจอสี TFT พร้อมโหมดฟังก์ชันการขับขี่มากมาย โช้คหน้า USD Ohlins NIX30 ขนาดแกน 43 มม. โช้คเดี่ยว Ohlins พร้อมซัปแทงค์ ยางสายฟ้า Pirelli Diablo Rosso IV หน้า-หลัง 2025 Panigale V2S สเปค ราคาและรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ V2 90 องศา ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Euro5+) ปริมาตรกระบอกสูบ 890 ซีซี แรงม้า (เคลม) 120 แรงม้าที่ 10,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 93.3 นิวตันเมตรที่ 8,250 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 96 x 61.5 มม. อัตราส่วนการอัด 13.1 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย ชุดโซ่-สเตอร์ ขนาดยางและล้อหน้า 120/70 ZR17 แบบไม่ใช้ยางใน ขนาดยางและล้อหลัง 190/55 ZR17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Ohlins NIX30 แกน 43 มม. ปรับแต่งได้เต็มระบบ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Ohlins ซับแทงค์ ปรับแต่งได้เต็มระบบ เบรกหน้า ดับเบิ้ลดิสก์เบรก ขนาด 320 มม.คาลิเปอร์ Brembo โมโนบล็อก M50 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 มม.คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,465 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 125 มม. ความสูงเบาะ 837 มม. น้ำหนักรถ 176 กก ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบ Cornering ABS  ระบบแทร็คชันคอนโทรล Power Modes Riding Modes  ระบบป้องกันล้อหน้าลอย  ระบบเอ็นจิ้นเบรก ควิกชิฟเตอร์  คันเร่งไฟฟ้า ระบบช่วยออกตัว  ระบบตรวจไทม์แล็ป หน้าจอสี TFT  ระบบไฟส่องสว่าง LED 

5 March 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
สรรพาสามิตประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร หวังหนุนรายได้เข้ารัฐบาล

สรรพาสามิตประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร หวังหนุนรายได้เข้ารัฐบาล สรรพาสามิตประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมาทางเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ กฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 42) พ.ศ. 2568 โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (7 พฤษภาคม 2568) เป็นต้นไป  พร้อมระบุเหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลง สมควรเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประเภทน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล เพื่อให้รัฐมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น อันเป็นการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศและเสถียรภาพทางการคลังของรัฐ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ดร.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงกรณีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมาว่า “เป็นการช่วยให้สถานการณ์การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตดีขึ้น เนื่องจากการจัดเก็บภาษีรถยนต์ตามมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ทำให้รายได้ยังต่ำกว่าเป้าหมายค่อนข้างมาก โดยการปรับขึ้นภาษีน้ำมันสูงสุดลิตรละ 1 บาท จะช่วยให้กรมจัดเก็บรายได้เพิ่มเดือนละ 2,900 ล้านบาท” ทั้งนี้ การปรับขึ้นภาษีน้ำมันไม่มีผลกระทบต่อราคาน้ำมันขายปลีก เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้กระทรวงพลังงาน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเพื่อปรับลดเงินนำส่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อไม่ให้การปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันมีผลกระทบต่อราคาขายปลีก อัตราการขึ้นภาษีราคาน้ำมันที่ประกาศใหม่ ประเภทน้ำมัน อัตราภาษีเดิม อัตราภาษีใหม่ ส่วนต่าง น้ำมันเบนซิน 95 6.50 บาท/ลิตร 7.50 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 1 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E10) 5.85 บาท/ลิตร 6.75 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.90 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 (E10) 5.85 บาท/ลิตร 6.75 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.90 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E20) 5.20 บาท/ลิตร 6.00 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.80 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E85) 0.975 บาท/ลิตร 1.125 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.15 บาท น้ำมันดีเซล 5.99 บาท/ลิตร 6.92 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.93 บาท แม้ทางรัฐบาลจะยืนยันว่าไม่กระทบประชาชนแน่นอนสำหรับการขึ้นภาษีในครั้งนี้ สาวก SuperBike Thailand คิดเห็นกันอย่างไรก็มาพูดคุยกันได้นะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

The Rohorn Racer รถสองล้อ เหยียดขาซิ่งจากปี 80

The Rohorn Racer รถสองล้อ เหยียดขาซิ่งจากปี 80 ใช่หรือไม่ใช่..ก็คงแล้วแต่จะคิด แต่นี่คือรถคัสตอมคันแรกคันเดียวในโลกที่สร้างขึ้นจากยุคปี 80 อย่าง The Rohorn Racer ของชายที่มีชื่อว่า Robert Horn เขาไม่ใช่วิศวกร เขาไม่ใช่ซีอีโอค่ายรถใด ๆ ทั้งสิ้น โรเบิร์ตก็แค่ชายธรรมดาบ้าน ๆ คนหนึ่งที่เอาเครื่องยนต์ฮาลี่ย์ถอดมาประกอบบนโต๊ะ แล้วก็สร้างรถแนว Recumbent Bike หรือรถจักรยานนอนขี่อย่าง Rohorn Racer และก็ทำมาออกได้ดีทีเดียว แรงบันดาลใจเกิดจากความ ‘น่าเบื่อ’ ด้วยอิทธิพลในวัยเด็กของโรเบิร์ตที่เขาเกิดในยุค 60 ซึ่งเป็นยุคสมัยแห่งความก้าวหน้าในเรื่องของยานอวกาศ บวกกับความน่าเบื่อของรถมอเตอร์ไซค์ฝนยุคนั้นที่ผลิตขายซึ่งมีจุดเปลี่ยนเพียงกราฟิกด้านนอก และปรับแรงม้าเพิ่มเติมเล็กน้อยจากการลดไซส์ก้านและบ่าวาล์วเท่านั้นเพื่อที่จะขายภาพลักษณ์ (ยุคของคาเฟ่เรเซอร์) โรเบิร์ตจึงมองว่าอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ในช่วงนั้นส่วนใหญ่ค่อนข้างขาดแรงบันดาลใจและความกระตือรือร้นใส่ใจกับสิ่งนี้ โรเบิร์ต จึงได้ประยุกต์คัสตอมรถสองล้อรุ่นใหม่ที่ไม่เหมือนใครในแบบลักษณะคล้ายคลึงกับเครื่องบิน จริง ๆ ตอนนั้น..แกก็อยากสร้างเครื่องบินแต่ไม่งบ จึงทำรถสองล้อนี่แหล่ะ..และยัดระบบแอโรไดนามิกเจ๋งๆ ใส่เข้าไป รวมถึงตัวแชสซีโครงรถนั้นออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยยึดแบบตัวอย่างจากหนังสือแคตตาล็อกที่ชื่อว่า Aircraft Spruce & Specialty ซึ่งโรเบิร์ตไม่ได้มีความรู้ในการสร้างรถสองล้อเลยแม้แต่น้อย จุดเด่นของเจ้า RoHorn Racer ประกอบไปด้วย  โครงสร้างแบบ Recubent (รถทรงเอนหลังขี่) ออกแบบเชื่อมใหม่ทั้งหมด ใช้พวงมาลัยสองล้อ สามารถเลี้ยวได้ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง  ช่วงล่างออกแบบใหม่ ไม่ได้โช้คทั่วไป  มีทั้งในเวอร์ชันของเครื่องยนต์สันดาปและเครื่องยนต์ไฟฟ้า สำหรับเครื่องยนต์มีหลายรุ่นบล็อกด้วยกันที่นำมาใช้ในโมเดลรุ่นนี้ ทั้งรุ่น Sportster 883 (1988) แบบ V-Twin ในรุ่นแรก, FXRS-SP Big Twin สำหรับแข่งขัน (ถูกยกเลิกใช้งานเพราะเครื่องยนต์ใหญ่เกินไป), Heinzmann Electric Hub Motors 2 ชุด สำหรับเวอร์ชันไฟฟ้า, Kawasaki EX500 และเครื่องยนต์ 2 จังหวะขนาด 23 ซีซี หรือไซส์เล็กนั่นเอง  ด้วยการออกแบบทั้งหมด ทำให้เจ้าโมเดลรุ่นนี้ดูไม่เหมือนใครแถมยังน่าขี่ โดยเฉพาะออกทริปทีเดียว แต่เห็นลักษณะจากระบบกันสะเทือนดูแล้วหลังคงระบมอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดีรุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่ค่อยมีที่ไหนและไม่มีที่ไหนคิดจะมีเช่นกัน หรือแฟน ๆ จะลองคัสตอมดูบ้างไหมหล่ะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Volonaut Airbike ยานบินสองล้อ ของจริงหรือ..ตัดต่อ?

Volonaut Airbike ยานบินสองล้อ ของจริงหรือ..ตัดต่อ? ใครมันจะไปคิดไปฝันว่าซักวันนึงมันจะมียานพาหนะสองล้อที่สามารถบินได้เหมือนในภาพยนต์ Star Wars ในชีวิตจริงกันหล่ะครับ หรือนี่…เรามาถึงในยุคของอนาคตแล้วหรือไม่? ยังไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ ๆ ผู้ผลิตอย่าง Volonaut Airbike ได้ทำการเผยแพร่คลิปวิดีโอการสาธิตขับขี่เจ้ามอเตอร์ไซค์บินได้ หรือ Hover Bike รุ่นใหม่ล่าสุดที่สามารถล่อนไปในอากาศได้อย่างอิสระ นี่ไม่ใช่เพียงภาพเหตุการณ์ในหนังที่คุณได้ชมเท่านั้น นี่คือรถซูเปอร์ไบค์ในฉบับเวอร์ชัน “บินได้” ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไอพ่นแบบโดยสารคนเดียวที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 200 กม/ชม. ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ควบคุมการบิน ช่วยให้สามารถลอยตัวได้อัตโนมัติและควบคุมได้ง่ายแม้ผู้ขับขี่มือใหม่ ประกอบกับขาตั้งด้านล่างที่สามารถรองรับการยกตัวและลงจอดได้อย่างนุ่มนวล ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยทีมงานชุดเดียวกับที่เคยสร้างโดรนบินในรุ่นของ Jetson One มาแล้วนั่นเอง และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับความโดดเด่นในลักษณะแตกต่างกันออกไปด้วยดีไซน์แบบเปลือย เปิดโล่งเสมือนมอเตอร์ไซค์ส่วนตัว อีกทั้งยังมอบทัศนีภาพการมองเห็นแบบ 360 องศา ส่วนในเรื่องของโครงสร้างตัวรถรุ่นนี้ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูง ให้คุณสมบัติความแข็งแรง ทนทานและน้ำหนักเบา เบากว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปถึง 7 เท่า  และด้วยขนาดที่คล่องตัวกว่าโดรนบินทั่วไป จึงทำให้ยานบินลำนี้สามารถเดินทางในที่แคบ ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยโปรเจ็กต์นี้เพิ่งถูกเปิดเผยหลังจากอยู่ในช่วงพัฒนาแบบ “ลับสุดยอด” โดย Tomasz Patan นักประดิษฐ์และผู้ประกอบการชาวโปแลนด์ คงมีความคืบหน้ามาอัปเดตให้เราชมเรื่อย ๆ ของจริงหรือ..ตัดต่อ? อย่างไรก็ตาม ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด จึงทำให้เกิดกระแสการคาดเดาต่าง ๆ นานาว่า ในคลิปที่เผยแพร่ออกมาเป็นการทดสอบจริงหรือเป็นเพียงการตัดต่อเท่านั้น เพราะอย่างไรเทคโนโลยีการตัดต่อแนวนี้ก็สามารถทำได้ง่ายเช่นกัน ประเด็นนี้จึงยังคงถกเถียงออกเป็นสองฝั่ง โดยมีข้อมูลโต้เถียงจากแหล่งข่าวนี้ คลิ๊กที่นี่ แต่แน่นอนการมีอะไรที่แปลกใหม่เกิดขึ้นคงเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ชมอย่างเรา ๆ ใช่หรือไม่ ? หากใครต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม สามารถรับชมได้ทางเว็บไซค์โดยตรง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • รีวิวและทดสอบ
All New Honda CBR150R ใหม่หมดจนอดใจไม่ไหว

Test Ride ALL New Honda CBR150R (2019) แล้วก็เป็นคิวของรถยอดนิยม ดีกรีระดับขึ้นหิ้งของค่ายปีกนกอย่าง CBR150R รถสปอร์ตที่เป็นที่นิยมมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่อดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และในครั้งนี้ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ในแบบที่เรียกว่าใหม่หมดจดทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียวครับ กลายเป็น All New Honda CBR150R (2019) ที่หล่อเหลาและเต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะจริงๆ ครับ โฉบเฉี่ยว เนื่องจากเป็นโมเดลแบบใหม่หมดจดทั้งคันจึงมีส่วนที่เปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของรูปโฉม เรียกว่าเปลี่ยนไปแบบผิดหูผิดตาเลยล่ะครับ หน้าตานี่ถอดแบบพี่ใหญ่ตัวพันอย่าง CBR1000RR มาเลย สำหรับ Honda CBR150R โมเดลนี้ก็จะโดดเด่นด้านหน้าด้วยไฟหน้าใหม่ แบบไฟคู่ LED ดุดันแบบพญาอินทรี ให้อารมณ์สปอร์ตสายพันธุ์ CBR ส่องสว่างทั้งยังมีเดย์ไลท์อยู่ด้านบนอีกด้วย เรือนไมล์ใหม่เป็นแบบ Full LCD ดิจิตอล อ่านค่าง่ายแม้แสงแดดจ้า ใช้งานสะดวก แสดงผลข้อมูลครบถ้วน รวมไปถึงระยะทางทริป A และ B และยังมีเลขบอกเกียร์อีกด้วย ถัดเข้ามาจากด้านหน้าก็จะเห็นถังน้ำมันขนาดใหญ่ 12 ลิตร ดีไซน์สปอร์ตให้เว้ารับกับสรีระของผู้ขับขี่ ช่วยให้ควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น มาที่ส่วนของเบาะนั่งก็จะเป็นเบาะแบบแยกชิ้นพร้อมที่จับสำหรับคนซ้อน ด้านล่างลงไปเป็นที่อยู่ของท่อไอเสียทรงสปอร์ตเชิดขึ้นพร้อมตัวกันความร้อนลายเคฟลาร์ และปิดท้ายด้วยไฟท้าย LED พร้อมระบบไฟฉุกเฉินที่จะทำงานเวลาเราเบรกกะทันหันจนระบบเบรก ABS ทำงานครับ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยเสริมความปลอดภัยที่มีกันในรถพี่ใหญ่ เช่น Honda Goldwing ช่วยเตือนให้คันหลังได้ระมัดระวังว่าข้างหน้าอาจจะมีอันตราย ซึ่งจัดว่าจัดมาแจ่มครับ นอกจากเรื่องหน้าตารูปโฉมใหม่แล้ว Honda ยังจัดชุดลายกราฟฟิกมาให้ทีเดียว 4 ชุดสีด้วยกัน โดยมีลายปกติ 2 ชุดสี ได้แก่ สีดำ และสีน้ำเงิน-ดำ และลายพิเศษอย่างลายกราฟฟิก AP Honda Racing Thailand (ABS) ลายพิเศษเฉพาะของไทยโดยเฉพาะซึ่งมาในชุดสีแดง-ดำ และลาย Repsol ในชุดสีส้ม-ขาวที่คุ้นเคย อันเป็นลายสปอนเซอร์ทีมแข่ง MotoGP และได้รับความนิยมจนเป็นลายคู่บุญของ Honda ไปซะแล้ว จุดพิเศษอีกจุดสำหรับลาย AP Honda Racing Thailand คือ ล้อแม็กหน้าหลังคนละสีกัน แม้จะดูแปลกตา บางคนอาจจะมองว่ามันขัดๆ แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าลงตัวเข้ากันกับสีสันของตัวรถ   เร้าใจ แน่นอนว่าโมเดลใหม่หมดจดทั้งคันแบบ CBR150R ที่เราทดสอบวันนี้ก็ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเครื่องยนต์หรือขุมพลังด้วยเช่นกัน โดยจะเป็นเครื่องยนต์บล็อกใหม่ขนาด 150 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเกียร์ 6 สปีด ให้สุ้มเสียงที่เร้าใจในแบบของสปอร์ตไบค์ จากการทดสอบบนไดโนจริงๆ นั้นพบว่ามีแรงม้าถึง 15.02 แรงม้า ส่วนท็อปสปีดบนไดโนนั้นได้ที่ราวๆ 134 กม./ชม. ซึ่งถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวสำหรับพิกัดนี้ อัตราเร่งค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับรถในขนาด 150 ซีซีเท่าๆ กัน และประหยัดน้ำมัน ซึ่งผมว่ามันสำคัญที่สุดเลย   เอาอยู่ ช่วงล่างของ CBR150R ใหม่นี้เองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน ตั้งแต่โช้คหน้า ที่ถึงแม้ว่าจะมีแอบเสียดายนิดหน่อยตรงที่โช้คยังเป็นแบบเทเลสโคปิกอยู่ครับ อย่างไรก็ดี มันมีความดีงามตรงที่โช้คหน้านั้นสามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ เพื่อให้เหมาะกับการขับขี่ของเราโดยเฉพาะ ส่วนโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับเช่นกัน สอดคล้องกันกับโช้คหน้า ทั้งนี้ก็เพื่อการขับขี่ที่ดีครับ เฟรมของรถเองก็ออกแบบใหม่ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ CAE (Computer Aided Engineering) ดีไซน์ใหม่ให้เป็นเฟรมกลมแบบถัก ทำจากเหล็กกล้าแข็งแรงและเบา ทนทาน รองรับแรงบิดได้ดี สร้างสมดุลได้ตลอดคัน ส่วนระบบเบรคนั้นดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลังขนาดใหญ่แบบจานหยัก (*เฉพาะรุ่น ABS) โดยตัวรถนั้นจะมีทั้งรุ่นที่มี ABS และไม่มี ABS ให้เลือก ซึ่งเราเอามาทดสอบทั้งสองรุ่นเลย ระบบเบรก ABS นั้นหยุดได้มั่นใจ แม้ขับขี่ในช่วงความเร็วสูง ฟันธง จากการทดลองหวดบนท้องถนนจริงๆ ทั้งในเมืองและออกมานอกเมือง พบว่าเป็นรถที่ขี่ง่าย เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งที่ดี มีกำลัง ทำความเร็วได้ ระบบเบรกให้ความรู้สึกนุ่มนวล จากการทดลองขับขี่บนท้องถนน คิดว่าค่อนข้างจะสั่งได้ ปลอดภัยมากๆ กำเบรกสุดๆ ระยะเบรกนี่สั้นมากๆ เทียบกับหลายๆ ตัวที่ใกล้เคียงกัน ระยะเบรกจะค่อนข้างมาก และล้อไม่ล็อกแน่นอน แฮนด์แบบจับโช้คของมันออกแบบมาได้ค่อนข้างดี คือให้ท่านั่งขับขี่ในสไตล์สปอร์ต แต่ไม่ต้องก้มลงไปมากนัก ทำให้ขับขี่ได้ฟีลลิ่งแบบของสปอร์ตแต่ไม่ปวดเมื่อยเท่ากับสปอร์ตไบค์จ๋าๆ ที่แฮนด์จะบังคับให้เราหมอบหนักๆ แบบเรซซิ่ง จึงเหมาะกับการใช้งานในทุกๆ

24 July 2019
รีวิว Aprilia RSV4 1100 Factory ทดสอบเทพเจ้าสามตาปี 2019

ครั้งนี้เรามาทดสอบเทพเจ้า 3 ตา นั้นก็คือ Aprilia RSV4 1100 Factory ไม่ต้องแปลกใจ โมเดลนี้เป็นโมเดลใหม่ล่าสุดจากทางค่าย Aprilia นั้นเองที่มีการพัฒนาเครื่องยนต์ ให้มีแรงม้ามากขึ้น ความจุซีซีมากขึ้น รวมไปถึงแฟริ่งตัวรถที่มีปีกเพิ่มขึ้นมา โดยถอดแบบและพัฒนามาจากรถ Prototype ในรายการแข่ง MOTOGP อย่างเจ้า Aprilia RS-GP  อีกด้วย รูปทรง น้ำหนัก โฉมงามติดปีก การออกแบบที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง Aprilia ในรายการ MotoGP ที่ทำให้รู้สึกถึงจิตวิญญาณของความสปอร์ตพร้อมที่จะหวดเร่งลอยอยู่เสมอ มาพูดถึงด้านหน้ากันก่อนเลย พัฒนาล้ำสมัยไปทุกปี ปีนี้ปรับเปลี่ยนหน้าตาจากเดิมไปไม่มากเท่าไรแต่ที่สังเกตได้คือ เจ้า Aprilia RSV4 1100 Factory คันนี้มีปีก (winglet) ขนาดค่อนข้างใหญ่แต่น้ำหนักเบาเพราะเป็นวัสดุ คาร์บอนไฟเบอร์ ที่ติดมาช่วยดักอากาศตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ทำให้ตัวรถนิ่งขึ้นเวลาทำความเร็วสูงๆ มีชิ้นส่วนแฟริ่งรอบตัวรถเกือบจะ 100% เป็นพาร์ทคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้น้ำหนักตัวรถรวมของเหลวอยู่ที่ 199 กิโลกรัม ถังน้ำมันสามารถบรรจุเชื้อเพลิงได้ 18.5 ลิตร โครงสร้างตัวรถและสวิงอาร์มเป็นอลูมิเนียมเกรดพิเศษอย่างดีที่มีความแข็งแรงและเบาขึ้น ทางด้านท้ายคนขับถูกออกแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่เหมือนกับมี สปอยเลอร์อยู่ด้านหลังเรียวสวยงาม ยังคงโชว์ความดิบสีและลวดลายของตัวรถคุมโทนด้วยสีดำ(คาร์บอน) ตัดกับสีทองที่อยู่ในส่วนของตัวแกนโช้ค Ohlins และล้อ Forged Aluminium ที่ถูกไดร์สีให้ออกมาคล้ายกับสีน้ำตาลไหม้ ตัดด้วยโลโก้ Aprilia RSV4 1100 Factory ที่เป็นสีแดง ทำให้รู้สึกถึงความดุดัน สปอร์ต เรซซิ่งเป็นอย่างมาก หน้าจอเรือนไมล์ แบบ Full Digital LCD หน้าจอแสดงผลขนาด 4.3 นิ้วชนิด TFT สามารถปรับแสดงพื้นหลังได้ให้เหมาะสมกับการขับขี่ อัตโนมัติ (กลางวัน/กลางคืน) จอเรือนไมล์จะแสดงผลการเตือนต่างๆ ที่มีในรถคันนี้ และจะปรับเปลี่ยนได้ตามการปรับเปลี่ยนตัวโหมดการขับขี่อีกด้วย โดยโหมดที่เปลี่ยนนั้นคือโหมด Race ที่จะเป็นหน้าจอแสดงรอบ lap และการจับเวลาต่อรอบ พร้อมทั้งสามารถเลือกเวลาต่อรอบที่ดีที่สุดได้อีกด้วย พัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ เครื่องยนต์แบบ V4 65 องศา ลูกสูบแบบใหม่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 81 มิลลิเมตรพร้อมกับออกแบบหัวลูกสูบแบบใหม่ เพื่อให้ได้อัตราส่วนกำลังอัด เท่ากับ 13.6 : 1 ทำให้เครื่องยนต์ที่มีความจุเพิ่มมากขึ้นและมีความจุรวมขนาด 1078 ซีซี 4 จังหวะ  มีกำลังแรงม้าอยู่ที่ 217 แรงม้าที่ 13200 รอบ/นาที สร้างแรงบิดมหาศาลอยู่ที่ 122 นิวตันเมตร ที่ 11000 รอบ/นาที ระบบเกียร์ 6 สปีด มีการปรับอัตราการทดเกียร์ 5 และ 6 ใหม่ให้สามารถลากได้ยาวขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินที่มีจำนวนหัวฉีด 2 หัวต่อ 1 สูบ และยังใช้มอเตอร์ควบคุมลิ้นเร่งโดยสั่งการจากคันเร่งไฟฟ้าทำให้เสถียรมากขึ้นในการเปิดคันเร่ง พร้อมทั้งยังมี Map ECU ใหม่ Magneti Marelli 7SM ที่ทำให้รอบเครื่องยนต์สามารถที่จะทำรอบเครื่องสูงสุดได้ที่ 13800 รอบ/นาที พัฒนาปั๊มฉีดน้ำมันเครื่องเพื่อหล่อลื่นเครื่องยนต์เพิ่มเพื่อที่จะรองรับรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น และทั้งหมดทั้งมวลจะถูกระบายไอเสียออกด้วยท่อฟูลไทเทเนี่ยมของ Akrapovic ที่ผลิตมาให้เฉพาะ Aprilia Racing เท่านั้น ถือว่าถูกวิจัยและพัฒนามาคู่บุญกับเจ้าคันนี้อย่างแท้จริง Riding Mode จากข้อมือสู่เครื่องยนต์ต้องผ่านคันเร่งไฟฟ้า (Ride by wire) ที่ถูกพัฒนาปรับเปลี่ยนจากคันเร่งสายเป็นแบบไฟฟ้าเพื่อที่จะตอบสนองการสั่งการอย่างมีประสิทธิภาพตามสภาพถนนหรือสภาพสนามแข่ง โดยจะสั่งการผ่าน ECU ที่มีซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์สามารถปรับ Mode การขับขี่ทั้งหมด 3 โหมด คือ Track, Sport และ Race โดยในการขับขี่ในครั้งนี้ ได้ลองปรับเพียงแค่ Track คิดว่าคือโหมดความแรงระดับกลาง ส่วน Sport จะเปรียบเสมือน การขับขี่บนท้องถนน และ Race ที่เปรียบเสมือนการแข่งขันแบบเต็มข้อมีเท่าไร ใส่มาให้หมด   ระบบ APRC นั้นก็คือ (Aprilia Performance Ride Control) ระบบนี้ถ้าถูกตั้งค่าอย่างถูกต้องและใช้ร่วมกับการเลือกโหมดการขับขี่ก็สมบูรณ์แบบมากขึ้นเพราะทางทีมงานพัฒนาได้ยัดทุกอย่างที่มีเข้าไปให้ใช้อย่างละเอียดอีกด้วย ตารางแนะนำการปรับตั้งค่าระบบ APRC MAP ATC AWC ABS

11 July 2019

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
สเปก Zontes 350E ข้อมูล ราคาและรายละเอียด

สเปก Zontes 350E ข้อมูล ราคาและรายละเอียด Zontes 350E บิ๊กสกู๊ตเตอร์สายสปอร์ต มาพร้อมกับความโฉบเฉี่ยวในคอนเซ็ปต์ Luxury Style ดีไซน์โดดเด่นรอบคัน และสมรรถนะแรงเต็มพิกัด พ่วงด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากมาย ครบครันรอบด้าน ราคาแนะนำที่ 159,000 บาท   ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่สามารถเก็บหมวกกันน็อกไซส์เต็มใบขนาด XXL ได้ 2 ใบ โช้คใต้เบาะ เพิ่มความสะดวกสบายไม่ต้องค้ำ พักเท้าผู้ซ้อนแบบกดเปิด ใช้งานง่าย ท่อไอเสียอลูมิเนียมทั้งใบใส่ครอบท่อกันความร้อน ช่องเก็บของด้านหน้า 2 ช่องขนาดใหญ่ สามารถใส่ขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตรหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้ พอร์ตชาร์จ USB ไทป์ A และ C อย่างละหนึ่งจุดบริเวณเก๊ะด้านซ้าย สเปก Zontes 350E ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 349 ซีซี แรงม้า (เคลม) 36 แรงม้าที่ 7,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 38 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 77 x 75.9 มม. อัตราส่วนการอัด 11.8 : 1 ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด ECU ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด BOSCH EFI ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งอัตโนมัติแบบแรงเหวี่ยง ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 120/80-15 M/C 56S แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/70-14 M/C 68S แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิกขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ ปรับได้ 5 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 268 มม. คาลิเปอร์เรเดียลเม้าท์ 2 ลูกสูบ J.Juan สเปน (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 265 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 795 x 2,025 x 1,395 มม. ระยะฐานล้อ 1,565 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 155 มม. ความสูงเบาะ 770 มม. น้ำหนักรถ 198 กก. ความจุถังน้ำมัน 16 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS Dual Channal ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบล็อกคอรถอัตโนมัติ  โหมดการขับขี่ Sport / Eco ระบบไฟส่องสว่าง Full LED ช่องเสียบ USB 3 จุด (Type A 2 จุด และType C 1 จุด) จอสี TFT (เชื่อมต่อ Bluetooth และแอปพลิเคชัน Zontes Intelligence & Carbit Ride)  สมาร์ทคีย์ 3.0 (IP67) ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า

2 July 2024
ไม่ลือ เพราะมาจริง Royal Enfield Guerrilla 450

ไม่ใช่ข่าวลืออีกต่อไป Royal Enfield Guerrilla 450 คลาสสิกสแครมเบลอร์ มาไทยแน่ๆ คำถามแค่ เมื่อไหร่?   สำหรับหลายๆคนที่ติดตามข่าวสาร  Royal Enfield ในโลกออนไลน์ ก็คงได้เห็นผ่านๆตามาบ้างกับ รูปหลุดของ Guerrilla 450 มอเตอร์ไซค์สแครมเบลอร์ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค ลุคผู้ดีอังกฤษผลิตโดยผู้ดีอินเดีย คาดการณ์สเปค จากตัวเลขที่ระบุในชื่อว่า 450 น่าจะเป็นบล็อกเครื่อง Sherpa สูบเดี่ยวลูกโตจาก New Himalayan 450 ขนาดความจุเครื่อง 452 ซีซี 40 แรงม้า แต่อาจจะปรับแต่งโหมดเครื่องยนต์ให้ต่างออกไป ในข่าวลือวงในจากสื่ออินเดียลงไว้ว่า Guerrilla 450 จะเป็นรุ่นที่ราคา “เข้าถึงง่ายที่สุด”  และในข่าวยังคาดการณ์ว่าราคาเปิดตัวไม่น่าเกิน 2.3 lakh ถ้าเทียบกับราคา Himalayan 450 ที่ลงราคาที่อินเดีย ไว้ 2.8 lakh กับข่าวราคาในไทย ที่อยู่ราวๆ 220,000 คาดว่ารุ่น Guerrilla 450 ราคาน่าจะอยู่ที่ 190,000 โดยประมาณ หมายความว่าระบบต่างๆอาจจะถูกตอนลงบ้าง จากราคาที่ถูกกว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดทางให้ Royal Enfield ได้เจอกับกลุ่มนักขับขี่หน้าใหม่ได้กว้างมากขึ้น ถ้ามาราคานี้จริงตลาด มอเตอร์ไซค์ คลาสกลาง สำหรับผู้เริ่มต้นมีการแย่งชิงต่อสู้กันมากขึ้น เป็นผลดีต่อผู้ขับขี่หน้าใหม่ ที่จะได้เลือกมอเตอร์ไซค์ ได้หลากหลายสไตล์โดยที่ไม่เจ็บกระเป๋า ส่วนมอเตอร์ไซค์ในสไตล์นี้ ก็มี Honda CL500, Triumph Scrambler 400x และทั้ง 2 ก็อยู่ในพิกัดราคาเดียวกัน   คลิปรีวิวเท่ๆ โดย Guy Martin นักแข่ง Isle of Man TT ในตำนาน จุดเด่นเท่าที่พอเดาๆได้จากรูปหลุดคือ – ถังสไตล์ใหม่ – โช๊คหน้าเทเลสโคปิค – ไฟหน้า/ท้าย LED – หน้าไมล์ทรงกลม (คล้าย Himalayan) – ล้อหน้าขนาด 18″ หลัง 17″ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ Superbikemag Thailland ได้รับเชิญเป็น 1 ในสื่อไทย ที่ได้เข้าร่วมทดสอบ Guerrilla 450 ที่ประเทษสเปน รีวิวขี่จริงแล้วเป็นไงจะมาเหลาให้อ่าน….ตอนนี้ก็รอไปก่อนเด้ออ้าย    

1 July 2024
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
New Grom 2023 สเปค ราคา สปอร์ตมินิไบค์นรุ่นล่าสุด

New Grom 2023 สเปค ราคา สปอร์ตมินิไบค์นรุ่นล่าสุด       New Honda Grom 2023 สปอร์ตมินิไบค์ สายจี๊ด มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ HYPE UP YOUR RIDE “รออะไร…ถ้าใจมันเร้า” กับเครื่องยนต์ eSP 125 ซีซี พร้อมระบบไฟ LED เต็มระบบ ให้คุณสนุกกับการขับขี่แบบเต็มประสิทธิภาพ รุ่น ABS ราคาแนะนำที่ 77,900 บาท รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 66,900 บาท ​ ระบบไฟส่องสว่าง Full LED หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล ท่อสลิปออนด์ ออกแบบใหม่ ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) New Grom 2023 สเปค รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ eSP สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 123.9 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 50.0 x 63.1 อัตราส่วนการอัด 10.0 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด ระบบควบคุมการจุดระเบิดล่วงหน้าด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-12 51L แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-12 56L แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวพร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรก (ABS เฉพาะรุ่น ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรก กว้าง X ยาว X สูง 726 x 1,758 x 1,017 มม. ระยะฐานล้อ 1,198 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 178 มม. ความสูงเบาะ 761 มม. น้ำหนักรถ 101 กก. ความจุถังน้ำมัน 6 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี เรือนไมล์ดิจิทัล   ระบบไฟ Full LED ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น)   สีสันที่มีจำหน่าย NEW GROM 2023 รุ่น ABS NEW GROM 2023 รุ่น Standard   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Speed Twin 900 โมเดิร์นคลาสสิกไบค์ แดนเมืองผู้ดี

Triumph Speed Twin 900 โมเดิร์นคลาสสิกไบค์ แดนเมืองผู้ดี หลังจากเปิดตัวไปได้ซักพักแล้ว สำหรับโมเดลสุดฮ็อตจากค่ายเมืองผู้ดี อย่าง Triumph Speed Twin 900 โดยครั้งนี้ ทาง SuperBike Thailand ขออนุญาติหยิบโมเดลมาโชว์ ตามคำเรียกร้องแฟน ๆ สาวกรถ 2 ล้อคลาสสิก เดี๋ยวเราจะพามาชมกันว่า โมเดลนี้จะมีดีเทลอะไรที่น่าสนใจกันบ้างครับ  โดยโมเดลสุดพิเศษรุ่นนี้ ได้รับการดีไซน์ ที่คงความเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์รถโมเดิร์นคลาสสิก โดยยึด DNA ต้นแบบอย่าง Triumph Bonneville รุ่นแรกเมื่อปี 1959 โดยนำมาปรับปรุง ปรับเปลี่ยน และพัฒนาใหม่ให้เข้ากับรถในยุคปัจจุบัน ในสไตล์การแต่งคัสตอมแบบท้ายเปลือย รวมทั้งฟีเจอร์ใหม่ที่มากับตัวรถ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น  ไฟทรงกลม ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 310 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Breambo 4 ลูกสูบ (ABS)   โครงสร้างเบาะโฟมหนาขึ้น ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบใหม่ โช้คหลังปรับพรีโหลดได้ รวมทั้ง ยังถูกยกระดับการออกแบบ โดยมีส่วนเสริมแต่งในการดีไซน์ใหม่ ๆ มากมาย ทั้งล้อหล่อขึ้นรูป ตกแต่งรายละเอียดด้วยลายกลึงบนซี่ล้อ ขาจับไฟหน้าอลูมิเนียมปัดเงา คิ้วเรือนปีกผีเสื้อแบบใหม่ และเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ที่ใช้โครงสร้างโฟมหนาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 10 มม. ยังรวมไปถึง ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบเฉียง บ่งบอกถึงกลิ่นอายของสไตล์รถคลาสสิกเท่ ๆ แบบผู้ดีเลยครับ ในขณะที่ขุมพลังเครื่องยนต์เป็นแบบสูบคู่ Bonneville ขนาด 900 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว กับระบบเกียร์แบบ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 65 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 80 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบ ซึ่งสามารถส่งกำลังแรงบิดได้อย่างนุ่มนวล และทันใจตั้งแต่ช่วงรอบต่ำจนถึงรอบกลาง ๆ ส่วนรอบปลายคงไม่ต้องพูดถึง   อีกทั้งเครื่องยนต์ยังผ่านการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน Euro 5 ด้วยการปล่อยไอเสียที่น้อยลงและสะอาดมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และคลัตช์ระบบผ่อนแรงที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก สำหรับช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือนในรุ่นนี้ จะใช้โช้คอัพหน้าแบบคาร์ทริดจ์ ขนาด 41 มม.แถมมากับยางหุ้มโช้ค และโช้คอัพสตรัทสปริงคู่ด้านหลัง สามารถปรับพรีโหลดได้ พร้อมระเบรก กับดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลอยตัวขนาด 310 มม. คาลิเปอร์ Brembo แบบ 4 ลูกสูบ และดิสก์เบรกหลังขนาด 255 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียวจาก Nissin แถมมากับระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ต่อมาที่ล้อหน้า-หลังขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้ว และยางหน้า 110/90 และยางหลัง 150/70  โดยน้ำหนักตัวรถทางโรงงานเคลมมาให้ที่ 217 กก. และถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร  นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ สปีด ทวิน 900 ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน เพื่อเสริมความสามารถในการขับขี่ และมิติการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น ทั้งโหมดการขับขี่ 2 โหมด ( Road, Rain) ระบบคันเร่งไฟฟ้า ช่วยให้การควบคุมรถสเถียรภาพมากยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง ระบบป้องกันการโจรกรรมซึ่งซ่อนอยู่ภายในกุญแจ รวมทั้งไฟท้าย LED และช่องชาร์จไฟ USB ใต้เบาะที่นั่ง ที่ให้มาในรุ่นนี้อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลคลาสสิกเมืองผู้ดี จริง ๆ เลยครับ ทั้งการออกแบบ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และเทคโนโลยีที่ให้มาแบบเต็มพิกัด มีให้ใช้แบบเหลือเฟือ สำหรับราคารุ่นนี้ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 407,000 บาท และรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (Chrome Edition) ราคาเปิดตัวที่  422,000 บาท โดยสามารถติดต่อขอดูรถตัวจริงได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับขี่ได้ที่ https://www.triumphmotorcycles.co.th/  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS โมเดลพิมพ์นิยม ของคนไทย

สเปค GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS โมเดลพิมพ์นิยม ของคนไทย     Vespa GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS โมเดลใหม่จากทางค่ายเวสป้า ดีไซน์เหนือระดับกับลุคสปอร์ตสุดโดดเด่นในทุกมิติ โฉบเฉี่ยวไปกับลายกราฟิกใหม่ กับเครื่องยนต์สูบเดียว 155.1 ซีซี พร้อมที่จะพาคุณโลดแล่นไปพร้อมกับความอิสระครั้งใหม่ ราคาแนะนำที่ 165,900 บาท สีขาว (White Innocenza) ราคาแนะนำที่ 166,900 บาท สีดำ (Black Opaco) และสีเขียว (Green Olive) ​ กุญแจอัจฉริยะ (Smart Keyless) ระบบไฟส่องสว่าง LED เรือนไมล์อนาล็อก พร้อมจอแสดงผลดิจิทัล ระบบเบรก ABS เบาะดีไซน์แบบใหม่ สเปค GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ i-Get สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 155.1 ซีซี แรงม้า (เคลม) 15.6 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 15 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 120/70-12 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-12 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพไฮดรอลิกแบบแขนเดี่ยวทำงาน สองทิศทาง ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพคู่ ปรับระดับการรองรับน้ำหนักได้ 4 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรก ขนาด 220 มม.(ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรก ขนาด 220 มม. (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 795 x 1,980 x NA ระยะฐานล้อ 1,380 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 800 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 6.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบกุญแจอัจฉริยะ (Smart Keyless) ระบบส่องสว่าง Full LED หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล  ระบบเบรก ABS ระบบสตาร์ท – สต็อป   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น GTS SUPER SPORT 150  I-GET ABS สีเขียว Green Olive และสีดำ Black Opaco ราคา 166,900 บาท รุ่น GTS SUPER SPORT 150  I-GET ABS สีขาว White Innocenza ราคา 165,900 บาท   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
Toyota ต้องง้ออเมริกา! ขนกระบะยักษ์ Toyota Tundra จากเท็กซัสไปขายญี่ปุ่น

ถึงกับ งง กันหมด นี้เป็นการตลาดหรือเอาใจโดนัลด์ ทรัมป์ ในด้านของภาษี ที่มีการส่งรถจากอเมริกา Toyota Tundra ไปขายที่ญี่ปุ่น

26 December 2025

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
KTM Thailand ร่วมระเบิดความมันส์ ใน SuperBikeMag Trackday 2023

KTM Thailand ร่วมระเบิดความมันส์ ใน SuperBikeMag Trackday 2023 KTM Thailand จัดเซอร์ไพรส์เอาใจสาวกค่ายรถสีส้ม ร่วมสัมผัสประสบการณ์บนสนามแข่ง กับการแข่งขัน ใน SuperBikeMag.com Trackday & Trophy 2023 วันที่ 10-11 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ สนามพีระเซอร์กิต พัทยา  สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อมอบความสนุกให้กับนักบิดสายเลือดสีส้ม ตรงคอนเซปท์ Ready To Race โดยพาลูกค้ามาลองฝึกการขับขี่ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำ วิธีการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย รวมไปถึงจัดรุ่นแข่งเฉพาะสายเคทีเอ็ม ในรุ่น KTM Trophy ได้ปลดล็อกลิมิต หวดความเร็วแบบเอ็กซ์คลูซีฟตลอดทั้ง 2 วัน   ยังรวมไปถึงเอาใจสายลุย กับการแข่งขันในรุ่นไฮไลท์อย่าง SuperMoto พร้อมกับการโชว์ลีลาสุดเร้าใจ ทั้ง ยกล้อ ลุยดิน กระโดดโหนเนิน เรียกได้ว่าฝุ่นตลบอบอวลทั้งสนาม สร้างสีสันการแข่งให้สนุกเพิ่มยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ ทาง KTM ยังให้บริการเซอร์วิสรถบิ๊กไบค์ และบริการตรวจเช็คสภาพรถ จากช่างชำนาญการจากเคทีเอ็ม ก่อนลงไปขับขี่มันส์ ๆ บนแทร็ก พร้อมกันนี้ยังจัดทัพ ขนสินค้า เข้ามาจัดจำหน่ายภายในงานนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าเซอร์วิส จัดเต็มสุด ๆ เดี๋ยวพาไปรับชมบรรยากาศภายในงานกันครับ  บรรยากาศคึกคัก รถแข่ง…แต่งเต็มพิกัด KTM RC390 ไฮไลท์สายสปอร์ตตัวแรง ​บูธแสดงรถ พร้อมให้บริการคำแนะนำเรื่องรถ จากทีมงาน KTM ​พร้อมตรวจเช็คสภาพ  ก่อนลงไปขับขี่ในแทร็กมันส์ ๆ เปิดแลนเวย์เฉพาะรุ่นกับ KTM Trophy บรรยากาศการแข่งขัน และการรับรางวัลบนโพเดียม  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

14 June 2023
รีวิว Vespa GTS Super Sport 150 i-Get ABS 2023 อัปเกรดความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

รีวิว Vespa GTS Super Sport 150 i-Get ABS 2023 อัปเกรดความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น พบกับการรีวิวกันอีกเช่นเคย และครั้งนี้ทาง SuperBike Thailand มารีวิวและทดสอบ Vespa GTS Super Sport 150 i-Get ABS เวสป้ารุ่นใหม่ล่าสุดเวอร์ชัน 2023 เดี๋ยวมาดูกัน ว่ารุ่นนี้มีสมรรถนะ เครื่องยนต์ ช่วงล่างและเทคโนโลยี กับการทดสอบแบบจัดเต็มทั้งวัน จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามชมกันครับ รุ่นน้องเล็กแต่ใช้เฟรมใหญ่สุด สำหรับโมเดลรุ่นนี้ ถือว่าเป็นโมเดลน้องเล็กสุดในตระกูล GTS รุ่นปี 2023 นั่นเองครับ มากับเฟรมไซซ์ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นเฟรมเดียวกับโมเดลรุ่นพี่ในตระกูล GTS จากทางค่ายอีกด้วย โดยโมเดลเวสป้ารุ่นนี้ ไม่ได้มีดีแค่ภายนอกอย่างเดียว ยังมีสมรรถนะแบบสปอร์ต และฟีเจอร์การใช้งาน ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ให้อีกด้วย ดีไซน์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น ในด้านรูปลักษณ์การดีไซน์ Vespa GTS Super Sport i-Get ABS แน่นอนว่ารุ่นนี้ นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นโมเดลที่มีเอกลักษณ์ความคลาสสิกเฉพาะตัวดั้งเดิมอยู่แล้ว ยังมีการออกแบบให้ความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น  ดีไซน์ใหม่รอบคันสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ Tie แบบใหม่ ลายคาร์บอน บังโคลนดีไซน์ใหม่ เสริมความหล่อมากยิ่งขึ้น เรือนไมล์แบบผสม LCD และอนาล็อก ล้อแม็กดีไซน์ใหม่ ขนาด 12 นิ้ว โดยปรับเปลี่ยนดีไซน์มาใหม่ในหลาย ๆ จุดด้วยกัน ทั้งไฟหน้าทรงกลม ไฟท้ายและไฟเลี้ยวดีไซน์มาใหม่ พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ บังโคลนและล้อแม็กแต่งใหม่ ตัวเรือนไมล์ กระจกข้าง ที่พักเท้า ช่องลม มือจับคนซ้อน รวมไปถึง ตัวเบาะดีไซน์แบบ 2 ระดับ เย็บตะเข็บได้สวยงาม อีกทั้ง ยังมีการตกแต่งเส้นสายลายกราฟิกสีดำตัดกับสีส้มที่บังโคลนหน้าและเฟรมด้านท้าย เฟรมด้านข้าง พร้อมลายกราฟิกใหม่ ช่องลมดีไซน์ใหม่ สวยหรู ยางกันลื่น พร้อมลวดลายโลโก้ Vespa ช่องดักลมด้านหน้า ยังรวมไปถึงฟีเจอร์การใช้งานที่มีมาให้ ทั้งช่องเก็บของอเนกประสงค์พร้อมตะขอแขวนอเนกประสงค์ด้านหน้า และช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ สามารถเก็บอุปกรณ์ กระเป๋า กล้องถ่ายรูป เอกสาร สัมภาระต่าง ๆ ได้ทั้งหมด ถังน้ำมันใต้เบาะ 6.5 ลิตร ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ประกับสวิตช์ฝั่งซ้ายโครเมียม กับสวิตช์ไฟสูง ไฟต่ำ สวิตช์คอนโทรลเซ็ตติ้งระบบในตัวรถ ไฟเลี้ยว และปุ้มสัญญาณแตร ประกับสวิตช์ฝั่งขวาโครเมียม กับฟังก์ชัน ล็อกเบาะไฟฟ้า ระบบสตาร์ท & สต็อป ระบบ Anti Slip Regulation พร้อมสตาร์ทไฟฟ้า มาดูในส่วนประกับแฮนด์ตัวรถที่ชุบโครเมียมสวย ๆ โดยฝั่งประกับทางซ้ายจะพบกับสวิตช์ไฟเลี้ยว สวิตช์ไฟสูง ไฟต่ำ ปุ่มแตร สวิตช์คอนโทรลเซ็ตติ้งฟังก์ชันต่าง ๆ ส่วนทางด้านประกับฝั่งขวา จะมีปุ่มปลดล็อกเบาะ สวิตช์เปิด-ปิด ระบบสตาร์ท & สต็อป ปุ่ม ASR หรือ Anti Slip Regulation ทำหน้าเสมือนโหมดแทร็กชั่นคอนโทรล และปุ่มสตาร์ทมือ  เครื่องยนต์ i-Get 155 ซีซี พร้อมประหยัดน้ำมันด้วยระบบ สตาร์ท & สต็อป หม้อน้ำด้านข้าง ช่วยระบายความร้อนเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ i-Get 4 จังหวะ 4 วาล์ว ขนาด 155 ซีซี ในขุมพลังของของโมเดลรุ่นนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ i-Get สูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ขนาด 155.1 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ซัพพอร์ตในเรื่องการเดินทางไกลพร้อมระบบส่งกำลังแบบสายพาน CVT มาพร้อมกับความจุถังน้ำมันขนาด 6.5 ลิตร โดยให้กำลังแรง 11.5 กิโลวัตต์ หรือ 15.4 แรงม้าที่  8,250 รอบ และแรงบิด 15

8 June 2023
Nightster 2023 ราคา สเปค ครูเซอร์สุดจิ๊กโก๋ จากค่ายอินทรี

Nightster 2023 ราคา สเปค ครูเซอร์สุดจิ๊กโก๋ จากค่ายอินทรี     Nightster 2023 สปอร์ตครูเซอร์ สายจิ๊กโก๋จากค่ายอินทรีย์ มากับเครื่องยนต์ Revolution Max 975 V-Twin ขนาด 975 ซีซี พร้อมที่จะพาออกไปลุยในสไตล์เท่ ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ราคาแนะนำ สี Redline Red 662,000 บาท สี Vivid Black 658,000 บาท   ระบบไฟ LED รอบคัน เรือนไมล์อนาล็อก และจอดิจิทัล LCD ระบบเบรก ABS โช้คหลังคู่สปริงแบบเปลือย ปรับพรีโหลดได้ Nightster 2023 ราคา ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ Revolution(R) Max 975T แบบ V Twin ระบายความร้อนด้วยของเหลว ปริมาตรกระบอกสูบ 975 ซีซี แรงม้า (เคลม) 90 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 95 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 97.0 x 66.0 มม. อัตราส่วนการอัด 12.0 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ระบบช่องฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์แบบต่อเนื่อง (ESPFI) ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/90 ขนาด 19 นิ้ว ยางหลัง 150/80 ขนาด 16 นิ้ว ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิกที่มีวาล์วแบบ Dual Bending ของ SHOWA™ ขนาด 41 มม. ทริปเปิลแคลมป์ ชุดตะเกียบอะลูมิเนียม ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) จานเบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง จานเบรกแบบตัน พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบลอยแบบเดี่ยว กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,545 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 110 มม. ความสูงเบาะ 705 มม. น้ำหนักรถ 221 กก. ความจุถังน้ำมัน 11.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS ระบบควบคุมการยึดเกาะ TCS ระบบ DRAG-TORQUE SLIP CONTROL (DSCS)   สีสันที่มีจำหน่าย สี Redline Red สี Vivid Black อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 May 2023