SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

โทปรัค ราซกัตลิโอกลู MotoGP 2026 ยอมรับตามตรง ปีแรกอาจยังไม่เห็นโพเดี้ยม ลั่นขอเวลาปรับตัวและเรียนรู้สนาม ก่อนท้าชิงแชมป์ปี 2027

เจาะลึกกลยุทธ์ Aprilia 2026 พัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ละเอียดถึง 0.0001g และแอโรไดนามิกรุ่นใหม่ หวังส่ง Jorge Martin คว้าแชมป์ MotoGP

มาเวอริค บีญาเลส รับยังมูฟออนเรื่อง Ducati ไม่ได้ ค่ายรถที่ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้นำของการแข่งขัน MotoGP อยู่ในชั่วโมงนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น ‘บ้านใหญ่’ จากประเทศอิตาลีอย่าง ‘Ducati’ ที่สามารถพัฒนาตัวแข่งของค่ายแล้วก้าวขึ้นมาสู่หัวแถวได้อย่างภาคภูมิใจ พัฒนาจน มาเวอริค บีญาเลส เผยว่าการปฏิเสธข้อเสนอจาก Ducati คือความผิดพลาดสูงสุดของเจ้าตัว ‘ท็อปกัน’ กับเส้นทางการแข่งขัน MotoGP ของเขานั้นก็เกือบที่จะเป็นนั่งเดินทางแบบเดียวกับแจ็ค มิลเลอร์ ซึ่งนับตั้งแต่ที่ตัวเขานั้นเปิดตัวในการแข่งขันระดับพรีเมียร์คลาสเมื่อปี 2015 มาเวอริค บีญาเลสได้เริ่มต้นกับการลงแข่งขันด้วยรถ Suzuki ระหว่างปี 2015-2016 ภายใต้ทีม Suzuki Ecstar โดยในปี 2015 ยังสามารถคว้ารางวัล Rookie of the Year ได้ด้วย ก่อนที่ในปี 2017 จะย้ายมาอยู่กับทีมโรงงานของค่ายยามาฮ่า อย่าง ‘Movistar Yamaha MotoGP’ ซึ่งมาแทนที่ของฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ ที่ย้ายไปร่วมทีม Ducati ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถสร้างความน่าสนใจด้วยการคว้าชัยชนะการแข่งขันเมนเรซตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลที่ประเทศกาตาร์ ก่อนที่จะเก็บชัยได้อีกสองสนาม ได้แก่ที่ประเทศอาเจนติน่า และฝรั่งเศส แต่แล้วในฤดูกาลดังกล่าวเจ้าตัวก็จบได้เพียงอันดับที่ 3 เท่านั้น แม้ว่าจะสร้างผลงานได้กับยามาฮ่าแต่อย่างไรก็ตามในปี 2021 ตัวเขาก็มีปัญหากับทีมยามาฮ่า ปัญหาดังกล่าวจบลงด้วยการออกจากทีมกะทันหันช่วงกลางฤดูกาล 2021 ก่อนที่จะย้ายเข้าร่วมทีมโรงงานของ Aprilia ในช่วงปีเดียวกัน และในปี 2024 บีญาเลสก็สามารถคว้าชัยชนะได้ในการแข่งขันที่สนามประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ KTM Tech3 ในปี 2025 บีญาเลสเกือบจะลงแข่งขัน ‘ครบทุกค่าย’ ในการแข่งขันศึก MotoGP ขาดเพียงสองแบรนด์อย่าง Honda และ Ducati ซึ่งทางด้านของ Ducati หากย้อนกลับไปในปี 2018 ค่ายบ้านใหญ่อิตาลีค่ายนี้ให้ความสนใจในตัวของบีญาเลส แต่เจ้าตัวปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวแล้วตัดสินใจอยู่กับทีมยามาฮ่าต่อ แม้เวลาเรื่องดังกล่าวจะผ่านมาระยะเวลากว่า 7 ปี เจ้าตัวก็ออกมายอมรับรู้สึกเสียดาย “ใช่ครับ และนั่นคือสิ่งที่ผมเสียใจที่สุดในอาชีพนักแข่งของผมเลย ในปี 2018 ผมได้รับข้อเสนอให้เข้าร่วมทีมโรงงาน Ducati ในปี 2019 และ 2020 เป็นเพื่อนร่วมทีมกับโดวิซิโอโซ่” “พวกเขาโน้มน้าวผมได้เลยนะ ตอนนั้นผมมั่นใจมากว่าจะไป Ducati แต่กลุ่มคนที่ผมทำงานด้วยตอนนั้นกลับโน้มน้าวให้ผมอยู่กับ Yamaha ต่อ และลองคว้าแชมป์ที่นั่นให้ได้ แน่นอนครับ มันเป็นความผิดพลาดโดยสิ้นเชิง ผิดพลาดอย่างมหันต์เลย” ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันในปี 2025 บีญาเลสกำลังลงแข่งให้กับทีม Tech3 KTM และพยายามปรับตัวเข้ากับเจ้า RC16 รถแข่งคันใหม่ที่ต้องควบคุม เขาเคยคว้าโพเดียมในสนามกาตาร์ได้แล้วด้วย แต่สุดท้ายโดนโทษเรื่องแรงดันยางจนหล่นไปจบอันดับที่ 14 บีญาเลสจะลงแข่งขันในการแข่งขันสนาม 11 ของฤดูกาลในรายการ Liqui Moly Grand Prix of Germany ที่สนามซัคเซนริง ประเทศเยอรมนี ในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคมนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha V4 เครื่องยนต์ใหม่จากค่าย Yamaha ที่ตอนนี้อยู่ในช่วงระหว่างทดสอบ ซึ่งการนำเครื่องยนต์ดังกล่าวลงซ้อมที่เบอร์โนเป็นไปได้ผ่านฉลุย

ฮอนด้า ตอนนี้กำลังมุ่งพัฒนาตัวแข่งของทางค่ายอย่าง RC213V ซึ่งอเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่รับ หลังปี 2027 การกลับมาของฮอนด้าคราวนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

อัปเดตอาการบาดเจ็บ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ล้มรุนแรงที่สนามเซปังฯ ประเทศมาเลเซีย ยืนยันแขนหัก ต้องลุ้นหนักเปิดฤดูกาล MotoGP 2026 จะหายทันหรือไม่

กรมการขนส่งทางบกเผยตัวเลขสถิติ ยอดจดทะเบียนมอเตอร์ไซค์ ประจำปี 2568 (ค.ศ. 2025) ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยยังคงคึกคักด้วยยอดรวมกว่า 1.73 ล้านคัน โดย "Honda" ยังคงเป็นแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลที่สุด

OrangeCat Racing พร้อมส่งตัวแข่ง EV สู้กับเหล่าเครื่องยนต์รถสันดาปในการแข่งขัน MotoAmerica Super Hooligan ในฤดูกาล 2026

Yamaha WR250F 2026 มาพร้อมกับการปรับปรุงครั้งสำคัญที่หยิบยื่นแกนเทคโนโลยีจาก YZ250F ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสเส้นทางโมโตครอสได้อย่างเต็มรูปแบบ

Kawasaki KLX230SM 2026 รถโมตาร์ดพร้อมระบบ ABS Dual Channel วงล้อ 17 นิ้ว สวมยางเรียบ อัปเกรดสีใหม่ 2 เฉดสี จำหน่ายในญี่ปุ่นเรียบร้อย

ในตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่บิ๊กสกูตเกอร์กำลังมีกระแสมาแรงที่สุด ทาง SuperBikemag.com จึงได้ขอใช้โอกาสนี้ในการ รีวิว เจ้า BMW C400X หลังจากที่เปิดตัวไปได้ไม่นาน และในครั้งนี้เราจะมาทดสอบการขับขี่ในเมืองกรุงที่สุดแสนจะศิวิไลซ์ พร้อมกับสภาพรถติดที่เกิดขึ้นในทุกๆ วันและคนในเมืองกรุงเองก็ต้องจำใจยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น และหาทางเลือกต่างๆ ในการเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างคล่องตัว ในครั้งนี้ เราเอา BMW C400X มาใช้ในชีวิตจริงเดินทางในถนนที่รถติดสุดๆ นั้นก็คือ ถนนสาธร – วงเวียนใหญ่ – พระราม3 เพื่อที่จะทดสอบได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีกั๊กอย่างแน่นอน!! รูปทรง หน้าตา สำหรับรูปร่างของเจ้า บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซี400 เอ๊กซ์ นั้น เรียกได้ว่าเป็นรถที่ถูกออกแบบมาให้ดูโดดเด่นสะดุดตาไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะไฟหน้า ที่มีลักษณะคล้ายกับรุ่นพี่อย่าง BMW GS 1250 โดยไฟหน้าเป็นแบบ Full LED (Auto) สว่างมาก ถ้ากดไฟสูงจะสว่างยิ่งกว่าเดิมอีกเท่านึง ทำให้เป็นจุดเด่นได้ อย่างชัดเจนเวลาขับขี่บนท้องถนนทั้งกลางวันและกลางคืน ด้านหน้ามีชิวบังลมขนาดใหญ่ ที่ไม่สูงจนรำคาญสายตา ไฟเลี้ยวขนาดใหญ่เช่นกันอยู่ทางด้านซ้ายและขวาของแฟริ่งด้านหน้า ส่วนเรือนไมล์เป็นจอแบบอัจริยะ TFT ขนาดใหญ่สามารถที่จะปรับแสงสว่างอัตโนมัติ ประมวลผลค่าต่างๆ ภายในตัวรถได้ทั้งหมด บวกกับเสริมความหรูหราด้วยโลโก้ค่ายใบพัดสีฟ้า ที่ดู เด่น และ มีระดับ ทางด้านคอนโซลหน้ามีปุ่มกดสตาร์ทแบบ ไม่ใช้กุญแจ เพียงแค่ติดกุญแจอัจฉริยะมาในกระเป๋าภายในระยะ 1 เมตร ก็สามารถสตาร์ทรถได้ทันที มาต่อกันที่เบาะนั่ง มีการดีไซน์ให้เป็น สองระดับ สีทูโทน นุ่มๆ นั่งสบาย การันตี คนซ้อนชอบเพราะว่ามันนุ่มมาก ทางด้านข้างหลังซ้ายจะเป็นในส่วนของแคร้องชุดขับเคลื่อนสายพานและกรองอากาศ มีดีไซน์ที่ล้ำสมัยออกแบบเป็นสีทูโทนยืนมองแล้วดูเข้ากันกับเบาะได้อย่าง ลงตัว ส่วนด้านหลังขวาจะเป็นท่อไอเสีย สแตนเลส ขนาดใหญ่ดูสมบุกสมบันเข้ากับตัวรถ พูดถึงในส่วนของช่องเก็บของอเนกประสงค์ ใต้เบาะ สามารถใส่หมวกได้ 2 ใบขณะจอด และ ขนาดครึ่งใบในขณะขับขี่ เพราะ ขณะจอดหยุดนิ่งสามารถที่จะยืดที่เก็บลงมาให้ลึกขึ้นถึงจะใส่ได้ และ ต้องดึงส่วนที่ยืดออกมาขึ้น เพื่อที่จะขับขี่ออกตัว ไม่งั้นระบบจะฟ้องขึ้นที่หน้าจอแสดงผลไม่ให้ขับขี่ (มันจะขูดกับยาง) ส่วนสุดท้ายนั้นก็คือไฟท้าย เอาตามตรงเลย เหมือนรุ่นพี่เลย ถ้ามองรวมๆแล้วผมรู้สึกว่า ดูดีไปเสียอีก ที่ถอดแบบเทคโนโลยีไฟหน้าจากรุ่นใหญ่ ลงมาใส่ในสกูตเกอร์ระดับพรีเมี่ยมคลาส ทำให้โดดเด่น มีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ขนาด 1 สูบ 350 ซีซี 34 แรงม้าที่ 7,500 รอบ/นาที แรงบิด 35 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ/นาที สามารถทำ Top speed ได้ถึง 149 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในระยะเวลาไม่นาน ฟิลลิ่งเครื่องยนต์ตัวนี้ถูกออกแบบให้เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง เพราะอัตราการเร่งเครื่องจะโดดเด่นมากในรอบต้น-กลาง ในขณะที่เราเดินคันเร่งคงที่ในขณะที่รอบเครื่องลอยตัวอยู่ที่ 5500-6500 รอบ แล้วบิดส่งต่อรถจะพุ่งเป็นพิเศษ สามารถที่จะเร่งแซง ได้แบบนุ่มนวล เปิดคันเร่งได้ดั่งใจเลยละครับ ที่สำคัญคือ ยิ่งบิดออกตัวเร็ว ส่งผลทำให้คล่องตัว ขี่ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม ส่งกำลังขับผ่านชุดขับเคลื่อนสายพานออโต้ CVT รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ BMW ใส่มาให้อย่าง ASC (ระบบควบคุมเสถียรภาพแบบอัตโนมัติ) ทำให้สะดวกสบาย โดดเด่น สะดุดตา ผู้ที่ร่วมทางด้วยกัน…เพราะผมลองมาแล้ว ช่วงล่าง เบรค ล้อ ยาง มาพูดถึงสิ่งที่โดดเด่นไม่เหมือนค่ายอื่นๆ นั้นก็คือ ชุดช่วงล่างด้านหน้า ให้ดิสเบรคคู่มี ABS ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 265 มม. จับด้วยปั้มเบรคแบบเรเดี้ยนเมาส์ BYBRE 4 ลูกสูบ ล้ออลูมิเนียมขนาด 15 นิ้ว ที่รัดยางขนาด 120/70 R15 Pirelli Angle Scooter ตัวท๊อปจากทางค่ายที่มาพร้อมกับโช้คหน้า Telescopic ที่มีแกนโช้คขนาด 35 มม. มาต่อกันที่ช่วงล่างด้านหลัง กับระบบเบรคที่ให้มาแบบดิสเบรกมี ABS ที่มีขนาดจานใหญ่เท่ากับจานเบรกหน้า จับด้วยคาลิปเปอร์เบรก 1 ลูกสูบ ล้ออลูมิเนียมขนาด 14 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 150/70 R14 ที่ใส่ยาง Pirelli Angel Scooter มาให้เช่นกัน ระบบกันสะเทือนล้อหลัง เป็นแบบคอยล์สปริง

Test Ride ALL New Honda CBR150R (2019) แล้วก็เป็นคิวของรถยอดนิยม ดีกรีระดับขึ้นหิ้งของค่ายปีกนกอย่าง CBR150R รถสปอร์ตที่เป็นที่นิยมมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่อดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และในครั้งนี้ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ในแบบที่เรียกว่าใหม่หมดจดทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียวครับ กลายเป็น All New Honda CBR150R (2019) ที่หล่อเหลาและเต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะจริงๆ ครับ โฉบเฉี่ยว เนื่องจากเป็นโมเดลแบบใหม่หมดจดทั้งคันจึงมีส่วนที่เปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของรูปโฉม เรียกว่าเปลี่ยนไปแบบผิดหูผิดตาเลยล่ะครับ หน้าตานี่ถอดแบบพี่ใหญ่ตัวพันอย่าง CBR1000RR มาเลย สำหรับ Honda CBR150R โมเดลนี้ก็จะโดดเด่นด้านหน้าด้วยไฟหน้าใหม่ แบบไฟคู่ LED ดุดันแบบพญาอินทรี ให้อารมณ์สปอร์ตสายพันธุ์ CBR ส่องสว่างทั้งยังมีเดย์ไลท์อยู่ด้านบนอีกด้วย เรือนไมล์ใหม่เป็นแบบ Full LCD ดิจิตอล อ่านค่าง่ายแม้แสงแดดจ้า ใช้งานสะดวก แสดงผลข้อมูลครบถ้วน รวมไปถึงระยะทางทริป A และ B และยังมีเลขบอกเกียร์อีกด้วย ถัดเข้ามาจากด้านหน้าก็จะเห็นถังน้ำมันขนาดใหญ่ 12 ลิตร ดีไซน์สปอร์ตให้เว้ารับกับสรีระของผู้ขับขี่ ช่วยให้ควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น มาที่ส่วนของเบาะนั่งก็จะเป็นเบาะแบบแยกชิ้นพร้อมที่จับสำหรับคนซ้อน ด้านล่างลงไปเป็นที่อยู่ของท่อไอเสียทรงสปอร์ตเชิดขึ้นพร้อมตัวกันความร้อนลายเคฟลาร์ และปิดท้ายด้วยไฟท้าย LED พร้อมระบบไฟฉุกเฉินที่จะทำงานเวลาเราเบรกกะทันหันจนระบบเบรก ABS ทำงานครับ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยเสริมความปลอดภัยที่มีกันในรถพี่ใหญ่ เช่น Honda Goldwing ช่วยเตือนให้คันหลังได้ระมัดระวังว่าข้างหน้าอาจจะมีอันตราย ซึ่งจัดว่าจัดมาแจ่มครับ นอกจากเรื่องหน้าตารูปโฉมใหม่แล้ว Honda ยังจัดชุดลายกราฟฟิกมาให้ทีเดียว 4 ชุดสีด้วยกัน โดยมีลายปกติ 2 ชุดสี ได้แก่ สีดำ และสีน้ำเงิน-ดำ และลายพิเศษอย่างลายกราฟฟิก AP Honda Racing Thailand (ABS) ลายพิเศษเฉพาะของไทยโดยเฉพาะซึ่งมาในชุดสีแดง-ดำ และลาย Repsol ในชุดสีส้ม-ขาวที่คุ้นเคย อันเป็นลายสปอนเซอร์ทีมแข่ง MotoGP และได้รับความนิยมจนเป็นลายคู่บุญของ Honda ไปซะแล้ว จุดพิเศษอีกจุดสำหรับลาย AP Honda Racing Thailand คือ ล้อแม็กหน้าหลังคนละสีกัน แม้จะดูแปลกตา บางคนอาจจะมองว่ามันขัดๆ แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าลงตัวเข้ากันกับสีสันของตัวรถ เร้าใจ แน่นอนว่าโมเดลใหม่หมดจดทั้งคันแบบ CBR150R ที่เราทดสอบวันนี้ก็ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเครื่องยนต์หรือขุมพลังด้วยเช่นกัน โดยจะเป็นเครื่องยนต์บล็อกใหม่ขนาด 150 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเกียร์ 6 สปีด ให้สุ้มเสียงที่เร้าใจในแบบของสปอร์ตไบค์ จากการทดสอบบนไดโนจริงๆ นั้นพบว่ามีแรงม้าถึง 15.02 แรงม้า ส่วนท็อปสปีดบนไดโนนั้นได้ที่ราวๆ 134 กม./ชม. ซึ่งถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวสำหรับพิกัดนี้ อัตราเร่งค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับรถในขนาด 150 ซีซีเท่าๆ กัน และประหยัดน้ำมัน ซึ่งผมว่ามันสำคัญที่สุดเลย เอาอยู่ ช่วงล่างของ CBR150R ใหม่นี้เองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน ตั้งแต่โช้คหน้า ที่ถึงแม้ว่าจะมีแอบเสียดายนิดหน่อยตรงที่โช้คยังเป็นแบบเทเลสโคปิกอยู่ครับ อย่างไรก็ดี มันมีความดีงามตรงที่โช้คหน้านั้นสามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ เพื่อให้เหมาะกับการขับขี่ของเราโดยเฉพาะ ส่วนโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับเช่นกัน สอดคล้องกันกับโช้คหน้า ทั้งนี้ก็เพื่อการขับขี่ที่ดีครับ เฟรมของรถเองก็ออกแบบใหม่ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ CAE (Computer Aided Engineering) ดีไซน์ใหม่ให้เป็นเฟรมกลมแบบถัก ทำจากเหล็กกล้าแข็งแรงและเบา ทนทาน รองรับแรงบิดได้ดี สร้างสมดุลได้ตลอดคัน ส่วนระบบเบรคนั้นดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลังขนาดใหญ่แบบจานหยัก (*เฉพาะรุ่น ABS) โดยตัวรถนั้นจะมีทั้งรุ่นที่มี ABS และไม่มี ABS ให้เลือก ซึ่งเราเอามาทดสอบทั้งสองรุ่นเลย ระบบเบรก ABS นั้นหยุดได้มั่นใจ แม้ขับขี่ในช่วงความเร็วสูง ฟันธง จากการทดลองหวดบนท้องถนนจริงๆ ทั้งในเมืองและออกมานอกเมือง พบว่าเป็นรถที่ขี่ง่าย เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งที่ดี มีกำลัง ทำความเร็วได้ ระบบเบรกให้ความรู้สึกนุ่มนวล จากการทดลองขับขี่บนท้องถนน คิดว่าค่อนข้างจะสั่งได้ ปลอดภัยมากๆ กำเบรกสุดๆ ระยะเบรกนี่สั้นมากๆ เทียบกับหลายๆ ตัวที่ใกล้เคียงกัน ระยะเบรกจะค่อนข้างมาก และล้อไม่ล็อกแน่นอน แฮนด์แบบจับโช้คของมันออกแบบมาได้ค่อนข้างดี คือให้ท่านั่งขับขี่ในสไตล์สปอร์ต แต่ไม่ต้องก้มลงไปมากนัก ทำให้ขับขี่ได้ฟีลลิ่งแบบของสปอร์ตแต่ไม่ปวดเมื่อยเท่ากับสปอร์ตไบค์จ๋าๆ ที่แฮนด์จะบังคับให้เราหมอบหนักๆ แบบเรซซิ่ง จึงเหมาะกับการใช้งานในทุกๆ


สเปค Zontes 350D ข้อมูล ราคาและรายละเอียด Zontes 350D บิ๊กสกูตเตอร์อีกหนึ่งรุ่น ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “แรงสุดในคลาส” ด้วยดีไซน์ที่ให้ความคล่องตัว และสมรรถนะแรงเต็มพิกัด พ่วงด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากมาย เหมาะกับการขับขี่ใช้งานในเมืองเป็นพิเศษ โดยราคาแนะนำอยู่ที่ 149,000 บาท เบาะชิ้นเดียว 2 ระดับ ดีไซน์ทรงสปอร์ต ใต้เบาะเก็บหมวก Full Face ได้เต็มใบ จอสี TFT สมาร์ทคีย์ 3.0 (IP67) โช้คหน้าเทเลสโคปิก จานเบรกขนาด 268 มม. คาลิเปอร์เรเดียลเม้าท์ J.Juan จากสเปน 2 ลูกสูบ ล้อและยางขนาด 120/70-15 โช้คสปริงคู่ด้านหลัง ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ จานเบรกขนาด 265 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว ล้อและยางขนาด 140/70-14 ถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร ระบบไฟ LED ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า สเปค Zontes 350D ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 349 ซีซี แรงม้า (เคลม) 36 แรงม้าที่ 7,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 38 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 70 x 74.9 มม. อัตราส่วนการอัด 11.8 : 1 ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด ECU ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด BOSCH EFI ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งอัตโนมัติแบบแรงเหวี่ยง ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 120/80-15 M/C 56S แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/70-14 M/C 68S แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิกขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ ปรับได้ 5 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 268 มม. คาลิเปอร์เรเดียลเม้าท์ 2 ลูกสูบ J.Juan สเปน (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 265 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 780 x 2,025 x 1,400 มม. ระยะฐานล้อ 1,405 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 190 กก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS Dual Channal ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบล็อกคอรถอัตโนมัติ โหมดการขับขี่ Sport / Eco ระบบไฟส่องสว่าง Full LED ช่องเสียบ USB 2 จุด (Type A 1 จุด Type C 1 จุด) จอสี

สเปค Click 160 สปอร์ตเอที พันธุ์ใหม่ ดีไซน์เท่ New Honda Click 160 รถสปอร์ตออโตเมติก รุ่นล่าสุดกับการปรับดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ที่มาพร้อมคอนเซปต์ “นำหน้า…อย่างจ่าฝูง”เครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว พร้อมเทคโนโลยี Piston Oil Jet หรือหัวฉีดใต้ลูกสูบ ช่วยให้เครื่องยนต์ลื่นไหลได้มากยิ่งขึ้น ตอบสนองการใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ รุ่น ABS ราคาแนะนำที่ 69,900 บาท รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 63,500 บาท เครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว พร้อม Piston Oil Jet เรือนไมล์ดิจิทัล LCD ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ระบบไฟ LED ชุดเฟรมใหม่ น้ำหนักเบาขึ้น ช่องชาร์จไฟ USB กุญแจรีโมทอัจฉริยะ New Honda Click 160 สเปค รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 156.93 ซีซี แรงม้า (เคลม) 15.4 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 13.8 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 60.0 x 55.5 อัตราส่วนการอัด 12.0 : 1 ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด Full Transistorized ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งอัตโนมัติแบบแรงเหวี่ยง ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 100/80-14M/C 48P แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 120/70-14M/C 61P แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวพร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. กว้าง X ยาว X สูง 695 x 1,929 x 1,088 มม. ระยะฐานล้อ 1,277 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 138 มม. ความสูงเบาะ 778 มม. น้ำหนักรถ 118 กก. ความจุถังน้ำมัน 5.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) ระบบไฟ Full LED ช่องเสียบ USB Type A แผงหน้าปัดดิจิทัล กุญแจรีโมทอัจฉริยะ / สมาร์ทคีย์ สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Standard รุ่น ABS อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค New Honda CT125 เทรลไบค์ สายลุย สุดฮิต New Honda CT125 รถจักรยานยนต์แนวใหม่ สไตล์เทรล กับเครื่องยนต์ 125 ซีซี โดดเด่นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และระบบช่วงล่างที่แน่น พร้อมแบกประสบการณ์ที่พาคุณลุยไปในทุกเส้นทาง ราคาแนะนำที่ 88,900 บาท เรือนไมล์ทรงกลม LED แร็คท้ายขนาดใหญ่ เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125 ซีซี พร้อมระบบหัวฉีด PGM-FI แรงบิดสูงเต็มสมรรถนะ โช้คหลัง ปรับพรีโหลดได้ถึง 5 ระดับ สเปค New Honda CT125 รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 124 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 50.0 x 63.1 อัตราส่วนการอัด 10.0 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์วน 4 ระดับ ระบบจุดระเบิด ทรานซิสเตอร์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 80/90-17 ล้อซี่ลวด ยางหลัง 80/90-17 ล้อซี่ลวด ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสตรัทสปริง สามารถปรับฟรีโหลดได้ 5 ระดับ พร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรก (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรก กว้าง X ยาว X สูง 805 x 1,961 x 1,085 มม. ระยะฐานล้อ 1,258 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 165 มม. ความสูงเบาะ 800 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 5.4 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี เรือนไมล์ทรงกลมดิจิทัล LCD ระบบไฟ Full LED ระบบเบรก ABS สีสันที่มีจำหน่าย New Honda CT125 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Grom 2023 สเปค ราคา สปอร์ตมินิไบค์นรุ่นล่าสุด New Honda Grom 2023 สปอร์ตมินิไบค์ สายจี๊ด มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ HYPE UP YOUR RIDE “รออะไร…ถ้าใจมันเร้า” กับเครื่องยนต์ eSP 125 ซีซี พร้อมระบบไฟ LED เต็มระบบ ให้คุณสนุกกับการขับขี่แบบเต็มประสิทธิภาพ รุ่น ABS ราคาแนะนำที่ 77,900 บาท รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 66,900 บาท ระบบไฟส่องสว่าง Full LED หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล ท่อสลิปออนด์ ออกแบบใหม่ ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) New Grom 2023 สเปค รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ eSP สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 123.9 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 50.0 x 63.1 อัตราส่วนการอัด 10.0 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด ระบบควบคุมการจุดระเบิดล่วงหน้าด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-12 51L แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-12 56L แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวพร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรก (ABS เฉพาะรุ่น ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรก กว้าง X ยาว X สูง 726 x 1,758 x 1,017 มม. ระยะฐานล้อ 1,198 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 178 มม. ความสูงเบาะ 761 มม. น้ำหนักรถ 101 กก. ความจุถังน้ำมัน 6 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี เรือนไมล์ดิจิทัล ระบบไฟ Full LED ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) สีสันที่มีจำหน่าย NEW GROM 2023 รุ่น ABS NEW GROM 2023 รุ่น Standard อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สรุปประเด็นร้อน Changan Deepal ท่อน้ำยาแอร์แตก ศูนย์แจ้งต้องเปลี่ยนพร้อมแบตเตอรี่ลูกใหญ่ ค่าใช้จ่ายกว่า 6 แสนบาท วิเคราะห์สาเหตุและทางออกสำหรับผู้ใช้ EV

Nissan Kicks e-POWER 2026 โฉมใหม่จากบราซิล (Kait) เตรียมเปิดตัวในไทย มีนาคมนี้ พร้อมคาดการณ์ราคาและออปชั่นใหม่ล่าสุด

BYD Megawatt Charger 2 ตู้ชาร์จด่วนแรงที่สุด 1,500 kW ชาร์จเพียง 5 นาทีวิ่งไกล 400 กม. พร้อมเทคโนโลยีสายชาร์จ Liquid-cooled น้ำหนักเบา

วิเคราะห์ความน่าใช้ของ Hyundai IONIQ 5 N ในปี 2569 คุ้มไหมที่จะซื้อตอนนี้? พร้อมอัปเดตฟีเจอร์ใหม่และราคาล่าสุดในไทย

Suzuki Jimny Nomade 2026 รุ่น 5 ประตู รถทรงลุงที่วัยรุ่นตามหา อัปเกรดระบบความปลอดภัย ADAS และจอ 9 นิ้ว พร้อมตารางราคาล่าสุดจากญี่ปุ่น