SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

รถกระบะไฟฟ้า สำหรับงานบรรทุกหนักเปรียบเทียบต้นทุนพลังงาน ระยะทางวิ่งจริงเมื่อแบกน้ำหนัก และความทนทานของแบตเตอรี่ในระยะยาว

Jorge Martin แชมป์โลกปี 2024 เปิดใจถึงความยากลำบากกับ Aprilia พร้อมย้ำชัดหากยังใช้รถ Ducati สามารถไล่บี้กับ Marc Marquez ได้อย่างสูสีแน่นอน

Valentino Rossi เปิดใจยอมรับ Pedro Acosta คือนักบิดในฝันที่อยากดึงตัวมาร่วมทีม VR46 Racing Team คาดสามารถรีดฟอร์มเก่งได้แน่นอน

KTM ไม่ถอน MotoGP ถ้าในบัญชีมีพอ KTM ค่ายรถจักรยานยนต์ชื่อดังจากประเทศออสเตรีย ออกมายืนยันว่าทางค่ายพร้อมไปต่อในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตอย่าง MotoGP การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกต่อไป แม้สถานการณ์ของทางค่ายจะมีบางอย่างที่ต้องคำนึงถึง Gottfried Neumeister (ก็อตต์ฟรีด นอยไมสเตอร์) CEO คนปัจจุบันของ KTM AG และ PIERER Mobility AG ได้ออกมาตั้งความหวังไว้กับผู้จัดรายใหม่ที่มีแนวโน้มจะเข้ามาดูแลการแข่งขัน MotoGP อย่าง Liberty Media อีกทั้งยังยืนยันอีกว่าบริษัทจะเข้าร่วมการแข่งขัน MotoGP ไปจนจบฤดูกาล 2026 อย่างแน่นอน พร้อมรับว่า ‘สิ่งที่จะเกิดหลังจากปี 2026’ จะยังคงเป็นเรื่องที่ยังไม่แน่นอน หลังจากที่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติออสเตรียนี้ก็ได้ประกาศว่าทางแบรนด์ได้รับความช่วยเหลือจาก Bajaj Auto ค่ายรถจักรยานยนต์จากประเทศอินเดีย โดย Bajaj ได้จัดหาเงินทุนจำนวน 800 ล้านยูโร (ประมาณ 30,000 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ หลังจากที่ประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง ซึ่ง CEO ของทาง KTM ก็ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอนาคตในวงการมอเตอร์สปอร์ตของทางแบรนด์ผู้ผลิต พร้อมยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการเข้าร่วมแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2026 “เรามีสัญญาที่มีอยู่แล้ว และเราจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด” “ตอนนี้ผมยังไม่สามารถพูดได้เกี่ยวกับทุกรุ่นและทุกประเภทการแข่งขันของทุกแบรนด์ แต่ขอให้ชัดเจนไว้หนึ่งอย่าง: เราจะยังคงอยู่กับวงการมอเตอร์สปอร์ต” “โดยส่วนตัวแล้ว ผมเป็นแฟนตัวยงของ MotoGP และเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเมื่อ Liberty Media เข้ามาเป็นผู้จัดการแข่งขันรายใหม่” แม้ว่าขณะนี้การเข้าซื้อกิจการ Dorna Sports โดย Liberty Media จะยังต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของสหภาพยุโรป แต่หลายฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแข่งขันเองก็หวังว่าดีลนี้จะช่วยยกระดับการตลาดของการแข่งขัน MotoGP ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ใครต่อหลายคนตั้งคำถามว่ายุคใหม่ของการแข่งขัน MotoGP ในปี 2027 ทางค่ายจะยังคงส่งทีมเข้าแข่งขันอยู่หรือไม่ เพราะในฤดูกาลดังกล่าวเป็นปีของการเปลี่ยนแปลงกฎครั้งใหญ่ หลัก ๆ จะเป็นการลดขนาดเครื่องยนต์ลงเหลือเพียง 850 ซีซีเท่านั้น และช่วยลดเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการช่วยเหลือเหล่านักแข่ง เมื่อคำถามดังกล่าวได้ถูกถามออกไป ซีอีโอของทางค่ายเองก็ไม่รอช้าพร้อมตอบคำถามดังกล่าวทันที “ถ้าเราสามารถรับภาระค่าใช้จ่ายไหว” “เรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตอนนี้ เป็นสิ่งที่เราต้องประเมินอย่างรอบคอบ หาก Liberty Media เข้ามาจริง เราก็คาดหวังได้ว่าการแข่งขัน MotoGP จะมีความสนใจเพิ่มขึ้น” “Liberty น่าจะพยายามจัดการแข่งขันให้มากขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดเดี่ยวที่สำคัญที่สุดของเรา ดังนั้นเราจะไม่ตัดสินใจถอนตัวจาก MotoGP อย่างง่าย ๆ แน่นอน และทุกอย่างต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ อีกทั้งยังมีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง เช่น แนวคิดใหม่ของการแข่งขันจะเป็นอย่างไร? ค่าใช้จ่ายจะเท่าไร? จะมีการกำหนดงบประมาณสูงสุดหรือไม่?” และในขณะเดียวกัน Pit Beirer (พิท ไบเรอร์) หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM ก็ให้สัมภาษณ์กับ Dorna ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในช่วงระหว่างการแข่งขัน British Grand Prix โดยกล่าวว่า ทีมอิสระของทางค่ายอย่าง Tech3 ก็ยังไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนผู้ผลิต แม้จะมีข่าวความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของทีมแข่งก็ตาม “แผนของเราตอนนี้ชัดเจนมากว่า มุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงให้กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ และวางรากฐานสำหรับอนาคตจากจุดนี้” “ดังนั้น ตอนนี้ไม่มีแผนใด ๆ ที่จะลดเหลือแค่สองคัน และในแง่ของสัญญาก็เช่นกัน เรามีนักบิด 4 คนภายใต้สัญญา และเราก็มีข้อตกลงที่ยังดำเนินอยู่กับพาร์ทเนอร์คนสำคัญอย่าง Tech3 อีกหนึ่งปี” “ผมขอยืนยันว่า ไม่ว่าอนาคตของ MotoGP จะเป็นอย่างไร แม้ยุคใหม่จะเริ่มต้นในปี 2027 แต่เราต้องการทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ และโฟกัสกับการแข่งขันอย่างจริงจัง ทั้งทีมโรงงาน และ Tech 3 จะเป็นแผนที่ต้องพัฒนากันต่อไปในการแข่งขันฤดูกาลหน้า” สามารถอ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์ก มาร์เกซบอก แข่งสปรินท์ง่ายเหมือนกินหมู ! มาร์ก มาร์เกซ ยอดนักบิดจากทีมโรงงานดูคาติอย่าง Ducati Lenovo Team ออกมาเผยว่าในการแข่งขันฤดูกาลนี้ของเจ้าตัวนั้นสามารถรีดฟอร์มเก่งการแข่งขันในรอบสปรินท์เรซออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยนักบิดเจ้าของหมายเลข 93 รายนี้สามารถเก็บชัยชนะในการแข่งขันช่วงวันเสาร์ได้ถึง 6 สนามติดต่อกัน (การแข่งขัน 6 สนามแรกของฤดูกาล 2025) หากย้อนกลับไปในการแข่งขันฤดูกาล 2024 ขณะที่มาร์กยังอยู่กับต้นสังกัดเดิมอย่าง Gresini Racing หรือในชื่อปัจจุบันคือ BK8 Gresini Racing MotoGP เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันสปรินท์เรซได้เพียงสนามเดียว โดยเกิดขึ้นที่สนาม อารากอน ประเทศสเปน และสามารถคว้าชัยในการแข่งขันเรซหลักได้สนาม ได้แก่ สนามอารากอน ประเทศสเปน, สนามมิซาโน่ ประเทศอิตาลี และการแข่งขันที่สนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดปฏิทินการแข่งขันปี 2025 ในฐานะนักบิดของทีมโรงงานดูคาติ มาร์เกซสร้างเปิดฉากพร้อมสร้างผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในการแข่งขันสปรินท์เรซด้วยการคว้าชัย 6 สนามติดต่อกัน และการแข่งขันในเรซหลักสามารถเก็บชัยไปแล้วถึง 3 สนาม เจ้าของหมายเลข 93 ในฤดูกาล 2025 สองสนามเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของตัวเขาเองในสนามที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ส่วนการแข่งขันที่เลอมังส์ โยฮัน ซาร์โก จากทีมแซทเทิลไลท์ของฮอนด้าใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาด และรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถทิ้งห่างนักบิดสัญชาติสเปนรายนี้ได้อย่างสบาย “ตอนนี้ ผมนี่แหละ มิสเตอร์วันเสาร์ แต่ผมอยากเป็นมิสเตอร์วันอาทิตย์แล้วพลาดบางเสาร์บ้างมากกว่า!” “จริง ๆ แล้วช่วงพรีซีซั่น ผมโฟกัสอย่างหนักกับวันเสาร์ เพราะมันคือจุดอ่อนของผมเมื่อปีที่แล้ว ทั้งเรื่องรอบควอลิฟาย และการแข่งสปรินต์ ซึ่งปีนี้ดูเหมือนจะกลับกันเลย ตอนนี้เราต้องหาสมดุลให้เจอ” โดยจ่าฝูงตารางคะแนนสะสมแชมป์โลกอย่าง มาร์ก มาร์เกซ จะลงทำการแข่งขันในสนามที่ 7 ของฤดูกาลที่สนามซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ ในช่วงระหว่างวันที่ 23 พฤษภาคม – 25 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Prima Pramac ทีมแซทเทิลไลท์ของค่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าออกมารับว่าตอนนี้ทางทีมสนใจที่จะตามจีบ เอเนีย บาสเตียนินี่ เข้ามาร่วมทัพ

สนามใหม่ MotoGP Adelaide 2027 กับประเด็นความปลอดภัยที่ถูกตั้งคำถาม ความท้าทายบนถนนหลวง หรือความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่าสำหรับนักแข่ง?

การรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยและทั่วโลกสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อฤดูกาลแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกประจำปีได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยในปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล

Nissan Kicks e-POWER 2026 โฉมใหม่จากบราซิล (Kait) เตรียมเปิดตัวในไทย มีนาคมนี้ พร้อมคาดการณ์ราคาและออปชั่นใหม่ล่าสุด

MG4 Electric 2026 (Minorchange) เตรียมเปิดตัวในไทย มีนาคม 2569 นี้ เจาะลึกภายในดีไซน์ใหม่ หน้าจอ 12.8 นิ้ว พร้อมจุดเด่นขับเคลื่อนล้อหลังที่ขับสนุกที่สุดในคลาส

‘สายตาหลอกไม่ได้’ Davide Tardozzi รับสายตาเป้กโก้สื่อถึงความมุ่งมั่น Davide Tardozzi ผู้จัดการทีมโรงงาน Ducati Lenovo Team ออกมาเผยว่าเจ้าตัวรู้สึกดีใจ และชื่นชมเจ้าของแชมป์โลกสองสมัยอย่าง ‘ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า’ ที่มีสายตาแสดงถึงความมุ่งมั่น และพร้อมกลับมาช่วงชิงแชมป์โลก MotoGP อีกครั้ง หลังจบการแข่งขันในสนามที่สามของฤดูกาลในศึก MotoGP ซึ่งจัดขึ้นที่สนาม COTA ผู้จัดการทีมโรงงาน Ducati อย่างดาร์วิเด้ ทาร์โดซซี่ออกมาเปิดเผยว่าตัวเขานั้นทราบดีตั้งแต่ก่อนลงแข่งว่าเป้กโก้จะสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะสายตาของเขามันแสดงถึงความมุ่งมั่นออกมาทั้งหมด หลังจากจบการแข่งขันสปรินท์เรซช่วงวันเสาร์ด้วยอันดับที่สามรองจากสองพี่น้องตระกูลมาร์เกซ และในการเรซหลักเป้กโก้ก็กลับมาเอาชนะได้อีกครั้ง หลังจากที่นักบิดเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยพลาดท่าล้ม และขี่ไม่จบการแข่งขัน ส่งผลให้การสร้างสถิติชนะรวดทั้งสามสนามแรกต้องสิ้นสุดลง โดยชัยชนะของเป้กโก้ครั้งนี้นับว่าเป็นการคว้าชัยชนะที่นับตั้งแต่รอบสุดท้ายที่สนามบาร์เซโลน่าเมื่อปีที่แล้ว เพราะการแข่งขันในสองสนามแรกของฤดูกาลเป้กโก้โดนสองพี่น้องตระกูลมาร์เกซเอาชนะได้ทั้งหมด แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดในอันดับที่ 6 แต่ทาร์โดซซี่เผยว่าเขาไม่เคยสงสัยในศักยภาพของบันญาญ่าเลย หลังจากเห็นฟอร์มของเขาในการแข่งขันสปรินต์ “เรารู้ทันทีว่าเขาจะทำได้ดีมากในวันนี้ หลังจากผลการแข่งขัน [สปรินต์] ผมคิดว่าเราสามารถอ่านแววตาของเปคโก้ได้ และเมื่อแววตานั้นเปล่งประกาย เราก็รู้เลยว่าเขาจะเร็วแน่นอน” โดยในการแข่งขันสองสนามก่อนหน้านี้ บัญญาย่าประสบปัญหาในการเบรก และการเข้าโค้ง ก่อนจะมาถึงที่ COTA แต่ทาร์โดซซี่ยืนยันว่าไม่ได้มีการปรับจูนทางเทคนิคครั้งใหญ่แต่อย่างใด หนึ่งสนาม สองอารมณ์ ขณะที่ดูคาติฉลองชัยชนะของบัญญาย่า แต่อีกฟากเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง มาร์ก มาร์เกซกลับต้องเสียใจกับโอกาสที่หลุดมือไป หลังจากพลาดล้มขณะนำอยู่ในรอบที่ 9 “มันเป็นความรู้สึกที่หลากหลาย ร้องไห้ข้างหนึ่ง ยิ้มอีกข้างหนึ่ง ผมเพิ่งคุยกับมาร์ค เขารู้สึกเสียใจกับทีมมาก เขาทำพลาด แต่มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง พวกเราดีใจมาก ๆ ๆ กับเปคโก้ ที่กลับมาหาความเร็วของตัวเองเจออีกครั้ง ไปโดฮาด้วยความมั่นใจ เพื่อคว้าหนึ่ง-สองครั้งแรกของฤดูกาลกันเถอะ” ตารางคะแนนสะสมปัจจุบัน ฟรานเชสโก้ บัญญาย่าอยู่ในอันดับ 3 ของคะแนนสะสมแชมป์โลก โดยตามหลังอเล็กซ์ มาร์เกซ 12 แต้ม และตามหลังมาร์ก มาร์เกซ 11 แต้ม โดยการแข่งขันในสนามที่สี่ของฤดูกาลเป้กโก้ และมาร์ก จะลงแข่งขันที่สนามลูเซล อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศกาตาร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bimota KB998 2025 รถซูเปอร์ไบค์อิตาลี เครื่องคาวา เปิดให้จองแล้วในยุโรป สำหรับใครที่เป็นสาวกแฟน ๆ ค่ายนี้ ติดตามให้ดีเผื่อมาขายในไทย

โทปรัค ราซกัตลิโอกลู เจ้าของแชมป์ WSBK 2 สมัยมีข่าวลือว่าเจ้าตัวเตรียมกระโดดร่วมแข่งขัน MotoGP กับทีมฮอนด้าภายใต้สิทธิ์ไวลด์การ์ด

ทดสอบขับขี่เจ้า 2025 Ducati Streetfighter V4S โดยโจทย์การขี่ทดสอบครั้งนี้คือ ล้างแค้นตัวเองที่ขี่ Streetfighter V4 2024

Brembo Racing ระบบเบรกจากสัญชาติอิตาลี โดยผู้แทนนำเข้าในไทยอย่าง Maverix Group ก็พร้อมที่จะบุกตลาดสองล้อเต็มสูบกับโปรดักท์ใหม่ให้เลือกมากมาย

Street Triple 765RX รถ 3 สูบโมโตทูรุ่นเติมของ อัปเกรดสมรรถนะใหม่โดยเฉพาะระบบช่วงล่าง ให้พละกำลัง 128.2 แรงม้า เหมาะสำหรับซิ่งสนามมากที่สุด

สนามในการแข่งขันระดับภูมิภาคอาเซียนก็มีอยู่หลายสนามที่รองรับการแข่งขันกีฬาสายมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในนามของ MotoGP

สิ้นสุดการแข่งขันในสนามที่ 11 ของฤดูกาลซึ่งทำการแข่งขันกันในรายการ Liqui Moly Grand Prix of Germany 2025 ที่สนามซัคเซนริง ประเทศเยอรมนี

Panigale V4S BikeSafe รถตำรวจติดไซเรน ถ้าทำไม่ถึงก็อย่าทะลึ่งหนี!! นี่อาจเป็นรถตำรวจที่ซิ่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับเจ้า Panigale V4S BikeSafe ซูเปอร์ไบค์สายพันธุ์อิตาลีรุ่นเรือธง 216 แรงม้า พร้อมลวดลายกราฟิกสไตล์รถตำรวจ หรือคันนี้จะถูกสร้างมาเพื่อไล่ล่าโจรผู้ร้ายกันนะ ? เอ๊ะ..เดี๋ยวก่อน นี่มันไม่ใช่ Ducati ในบ้านเรา เอ๊ะ..แต่เดี๋ยวก่อน นี่มันไม่ใช่รถตำรวจไทยอย่างที่เห็น อันนี้เป็นของฝั่งในสหราชอาณาจักรจากการสนับสนุนของค่ายดูคาติในโครงการ BikeSafe เพื่อนำไปใช้ในการฝึกอบรมการขับขี่สองล้อ รวมถึงกิจกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน และกิจกรรมแทร็คเดย์ต่าง ๆ ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่นเอง โครงการ BikeSafe คืออะไร สำหรับ BikeSafe เป็นโครงการฝึกอบรมระดับประเทศในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีตำรวจมอเตอร์ไซค์ระดับแอดวานซ์เป็นผู้ให้การฝึกอบรมแก่ผู้ขับขี่หลังจากสอบผ่านใบขับขี่แล้ว โดยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา Ducati ได้มอบรถให้กับโครงการหลายคัน อาทิ Panigale V4 รุ่นดั้งเดิมในปี 2018 ตามด้วย Panigale V2 รุ่น V-twin และรุ่น SuperSport และครั้งนี้เองเป็นรุ่น Panigale V4 พร้อมรหัส S โหมด และสิ่งที่พิเศษสำหรับคันนี้ก็คือการตกแต่งหรือรายละเอียดทั้งหมด ล้วนเป็นงานแฮนดเมทจากต้นสังกัด ซึ่งภายในนอกนั้นมีลวดลายที่มีสีสันสดใส ผสมลายกราฟิกสีเหลืองและน้ำเงิน ประทับลงลวดลายตัวแข่งชุดสีดั้งเดิมของดูคาติ ดูเหมืิอนจะเป็นรถสีสันสดใส แต่ถ้าลองคร่อมสิ คนละเรื่องงง Simon Blatchly OBE หัวหน้าฝ่ายประสานงานระดับชาติของสภาหัวหน้าตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมพาร์ทเนอร์กับทาง Ducati โดยมีเป้าหมายร่วมกันที่จะช่วยพัมนาและผลักดันในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งเจ้า Panigale V4S คันนี้ก็คือตัวแทนที่จะเข้ามาเสริมในเรื่องของความเซฟตี้บนท้องถนนให้ดียิ่งขึ้น ประกอบในเรื่องของตัวรถ Ducati จะช่วยให้เราสามารถสื่อสารกับผู้ขับขี่ที่เป็นสาวกดูคาทิสต้าในเรื่องสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยและการฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และความร่วมมือในครั้งนี้ จะส่งผลลัพธ์ที่ดีซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุและช่วยเหลือชีวิตผู้คนได้จริง” ถ้าหากเป็นรถของตำรวจไทย จะเกิดอะไรขึ้น ? หากให้นึกมโนภาพดู หากรถตำรวจไทยเป็น Panigale รุ่นนี้แล้วหล่ะก็ คงเป็นนักล่าเด็กแว้นสายซิ่งอีกหนึ่งรุ่นนอกจากเจ้า FZ-1,NT1100, CB1300Pและ GS1300 รับประกันไม่มีใครกล้าขับหนีอย่างแน่นอนหล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ในตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่บิ๊กสกูตเกอร์กำลังมีกระแสมาแรงที่สุด ทาง SuperBikemag.com จึงได้ขอใช้โอกาสนี้ในการ รีวิว เจ้า BMW C400X หลังจากที่เปิดตัวไปได้ไม่นาน และในครั้งนี้เราจะมาทดสอบการขับขี่ในเมืองกรุงที่สุดแสนจะศิวิไลซ์ พร้อมกับสภาพรถติดที่เกิดขึ้นในทุกๆ วันและคนในเมืองกรุงเองก็ต้องจำใจยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น และหาทางเลือกต่างๆ ในการเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างคล่องตัว ในครั้งนี้ เราเอา BMW C400X มาใช้ในชีวิตจริงเดินทางในถนนที่รถติดสุดๆ นั้นก็คือ ถนนสาธร – วงเวียนใหญ่ – พระราม3 เพื่อที่จะทดสอบได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีกั๊กอย่างแน่นอน!! รูปทรง หน้าตา สำหรับรูปร่างของเจ้า บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซี400 เอ๊กซ์ นั้น เรียกได้ว่าเป็นรถที่ถูกออกแบบมาให้ดูโดดเด่นสะดุดตาไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะไฟหน้า ที่มีลักษณะคล้ายกับรุ่นพี่อย่าง BMW GS 1250 โดยไฟหน้าเป็นแบบ Full LED (Auto) สว่างมาก ถ้ากดไฟสูงจะสว่างยิ่งกว่าเดิมอีกเท่านึง ทำให้เป็นจุดเด่นได้ อย่างชัดเจนเวลาขับขี่บนท้องถนนทั้งกลางวันและกลางคืน ด้านหน้ามีชิวบังลมขนาดใหญ่ ที่ไม่สูงจนรำคาญสายตา ไฟเลี้ยวขนาดใหญ่เช่นกันอยู่ทางด้านซ้ายและขวาของแฟริ่งด้านหน้า ส่วนเรือนไมล์เป็นจอแบบอัจริยะ TFT ขนาดใหญ่สามารถที่จะปรับแสงสว่างอัตโนมัติ ประมวลผลค่าต่างๆ ภายในตัวรถได้ทั้งหมด บวกกับเสริมความหรูหราด้วยโลโก้ค่ายใบพัดสีฟ้า ที่ดู เด่น และ มีระดับ ทางด้านคอนโซลหน้ามีปุ่มกดสตาร์ทแบบ ไม่ใช้กุญแจ เพียงแค่ติดกุญแจอัจฉริยะมาในกระเป๋าภายในระยะ 1 เมตร ก็สามารถสตาร์ทรถได้ทันที มาต่อกันที่เบาะนั่ง มีการดีไซน์ให้เป็น สองระดับ สีทูโทน นุ่มๆ นั่งสบาย การันตี คนซ้อนชอบเพราะว่ามันนุ่มมาก ทางด้านข้างหลังซ้ายจะเป็นในส่วนของแคร้องชุดขับเคลื่อนสายพานและกรองอากาศ มีดีไซน์ที่ล้ำสมัยออกแบบเป็นสีทูโทนยืนมองแล้วดูเข้ากันกับเบาะได้อย่าง ลงตัว ส่วนด้านหลังขวาจะเป็นท่อไอเสีย สแตนเลส ขนาดใหญ่ดูสมบุกสมบันเข้ากับตัวรถ พูดถึงในส่วนของช่องเก็บของอเนกประสงค์ ใต้เบาะ สามารถใส่หมวกได้ 2 ใบขณะจอด และ ขนาดครึ่งใบในขณะขับขี่ เพราะ ขณะจอดหยุดนิ่งสามารถที่จะยืดที่เก็บลงมาให้ลึกขึ้นถึงจะใส่ได้ และ ต้องดึงส่วนที่ยืดออกมาขึ้น เพื่อที่จะขับขี่ออกตัว ไม่งั้นระบบจะฟ้องขึ้นที่หน้าจอแสดงผลไม่ให้ขับขี่ (มันจะขูดกับยาง) ส่วนสุดท้ายนั้นก็คือไฟท้าย เอาตามตรงเลย เหมือนรุ่นพี่เลย ถ้ามองรวมๆแล้วผมรู้สึกว่า ดูดีไปเสียอีก ที่ถอดแบบเทคโนโลยีไฟหน้าจากรุ่นใหญ่ ลงมาใส่ในสกูตเกอร์ระดับพรีเมี่ยมคลาส ทำให้โดดเด่น มีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ขนาด 1 สูบ 350 ซีซี 34 แรงม้าที่ 7,500 รอบ/นาที แรงบิด 35 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ/นาที สามารถทำ Top speed ได้ถึง 149 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในระยะเวลาไม่นาน ฟิลลิ่งเครื่องยนต์ตัวนี้ถูกออกแบบให้เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง เพราะอัตราการเร่งเครื่องจะโดดเด่นมากในรอบต้น-กลาง ในขณะที่เราเดินคันเร่งคงที่ในขณะที่รอบเครื่องลอยตัวอยู่ที่ 5500-6500 รอบ แล้วบิดส่งต่อรถจะพุ่งเป็นพิเศษ สามารถที่จะเร่งแซง ได้แบบนุ่มนวล เปิดคันเร่งได้ดั่งใจเลยละครับ ที่สำคัญคือ ยิ่งบิดออกตัวเร็ว ส่งผลทำให้คล่องตัว ขี่ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม ส่งกำลังขับผ่านชุดขับเคลื่อนสายพานออโต้ CVT รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ BMW ใส่มาให้อย่าง ASC (ระบบควบคุมเสถียรภาพแบบอัตโนมัติ) ทำให้สะดวกสบาย โดดเด่น สะดุดตา ผู้ที่ร่วมทางด้วยกัน…เพราะผมลองมาแล้ว ช่วงล่าง เบรค ล้อ ยาง มาพูดถึงสิ่งที่โดดเด่นไม่เหมือนค่ายอื่นๆ นั้นก็คือ ชุดช่วงล่างด้านหน้า ให้ดิสเบรคคู่มี ABS ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 265 มม. จับด้วยปั้มเบรคแบบเรเดี้ยนเมาส์ BYBRE 4 ลูกสูบ ล้ออลูมิเนียมขนาด 15 นิ้ว ที่รัดยางขนาด 120/70 R15 Pirelli Angle Scooter ตัวท๊อปจากทางค่ายที่มาพร้อมกับโช้คหน้า Telescopic ที่มีแกนโช้คขนาด 35 มม. มาต่อกันที่ช่วงล่างด้านหลัง กับระบบเบรคที่ให้มาแบบดิสเบรกมี ABS ที่มีขนาดจานใหญ่เท่ากับจานเบรกหน้า จับด้วยคาลิปเปอร์เบรก 1 ลูกสูบ ล้ออลูมิเนียมขนาด 14 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 150/70 R14 ที่ใส่ยาง Pirelli Angel Scooter มาให้เช่นกัน ระบบกันสะเทือนล้อหลัง เป็นแบบคอยล์สปริง

Test Ride ALL New Honda CBR150R (2019) แล้วก็เป็นคิวของรถยอดนิยม ดีกรีระดับขึ้นหิ้งของค่ายปีกนกอย่าง CBR150R รถสปอร์ตที่เป็นที่นิยมมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่อดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และในครั้งนี้ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ในแบบที่เรียกว่าใหม่หมดจดทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียวครับ กลายเป็น All New Honda CBR150R (2019) ที่หล่อเหลาและเต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะจริงๆ ครับ โฉบเฉี่ยว เนื่องจากเป็นโมเดลแบบใหม่หมดจดทั้งคันจึงมีส่วนที่เปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของรูปโฉม เรียกว่าเปลี่ยนไปแบบผิดหูผิดตาเลยล่ะครับ หน้าตานี่ถอดแบบพี่ใหญ่ตัวพันอย่าง CBR1000RR มาเลย สำหรับ Honda CBR150R โมเดลนี้ก็จะโดดเด่นด้านหน้าด้วยไฟหน้าใหม่ แบบไฟคู่ LED ดุดันแบบพญาอินทรี ให้อารมณ์สปอร์ตสายพันธุ์ CBR ส่องสว่างทั้งยังมีเดย์ไลท์อยู่ด้านบนอีกด้วย เรือนไมล์ใหม่เป็นแบบ Full LCD ดิจิตอล อ่านค่าง่ายแม้แสงแดดจ้า ใช้งานสะดวก แสดงผลข้อมูลครบถ้วน รวมไปถึงระยะทางทริป A และ B และยังมีเลขบอกเกียร์อีกด้วย ถัดเข้ามาจากด้านหน้าก็จะเห็นถังน้ำมันขนาดใหญ่ 12 ลิตร ดีไซน์สปอร์ตให้เว้ารับกับสรีระของผู้ขับขี่ ช่วยให้ควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น มาที่ส่วนของเบาะนั่งก็จะเป็นเบาะแบบแยกชิ้นพร้อมที่จับสำหรับคนซ้อน ด้านล่างลงไปเป็นที่อยู่ของท่อไอเสียทรงสปอร์ตเชิดขึ้นพร้อมตัวกันความร้อนลายเคฟลาร์ และปิดท้ายด้วยไฟท้าย LED พร้อมระบบไฟฉุกเฉินที่จะทำงานเวลาเราเบรกกะทันหันจนระบบเบรก ABS ทำงานครับ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยเสริมความปลอดภัยที่มีกันในรถพี่ใหญ่ เช่น Honda Goldwing ช่วยเตือนให้คันหลังได้ระมัดระวังว่าข้างหน้าอาจจะมีอันตราย ซึ่งจัดว่าจัดมาแจ่มครับ นอกจากเรื่องหน้าตารูปโฉมใหม่แล้ว Honda ยังจัดชุดลายกราฟฟิกมาให้ทีเดียว 4 ชุดสีด้วยกัน โดยมีลายปกติ 2 ชุดสี ได้แก่ สีดำ และสีน้ำเงิน-ดำ และลายพิเศษอย่างลายกราฟฟิก AP Honda Racing Thailand (ABS) ลายพิเศษเฉพาะของไทยโดยเฉพาะซึ่งมาในชุดสีแดง-ดำ และลาย Repsol ในชุดสีส้ม-ขาวที่คุ้นเคย อันเป็นลายสปอนเซอร์ทีมแข่ง MotoGP และได้รับความนิยมจนเป็นลายคู่บุญของ Honda ไปซะแล้ว จุดพิเศษอีกจุดสำหรับลาย AP Honda Racing Thailand คือ ล้อแม็กหน้าหลังคนละสีกัน แม้จะดูแปลกตา บางคนอาจจะมองว่ามันขัดๆ แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าลงตัวเข้ากันกับสีสันของตัวรถ เร้าใจ แน่นอนว่าโมเดลใหม่หมดจดทั้งคันแบบ CBR150R ที่เราทดสอบวันนี้ก็ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเครื่องยนต์หรือขุมพลังด้วยเช่นกัน โดยจะเป็นเครื่องยนต์บล็อกใหม่ขนาด 150 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเกียร์ 6 สปีด ให้สุ้มเสียงที่เร้าใจในแบบของสปอร์ตไบค์ จากการทดสอบบนไดโนจริงๆ นั้นพบว่ามีแรงม้าถึง 15.02 แรงม้า ส่วนท็อปสปีดบนไดโนนั้นได้ที่ราวๆ 134 กม./ชม. ซึ่งถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวสำหรับพิกัดนี้ อัตราเร่งค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับรถในขนาด 150 ซีซีเท่าๆ กัน และประหยัดน้ำมัน ซึ่งผมว่ามันสำคัญที่สุดเลย เอาอยู่ ช่วงล่างของ CBR150R ใหม่นี้เองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน ตั้งแต่โช้คหน้า ที่ถึงแม้ว่าจะมีแอบเสียดายนิดหน่อยตรงที่โช้คยังเป็นแบบเทเลสโคปิกอยู่ครับ อย่างไรก็ดี มันมีความดีงามตรงที่โช้คหน้านั้นสามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ เพื่อให้เหมาะกับการขับขี่ของเราโดยเฉพาะ ส่วนโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับเช่นกัน สอดคล้องกันกับโช้คหน้า ทั้งนี้ก็เพื่อการขับขี่ที่ดีครับ เฟรมของรถเองก็ออกแบบใหม่ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ CAE (Computer Aided Engineering) ดีไซน์ใหม่ให้เป็นเฟรมกลมแบบถัก ทำจากเหล็กกล้าแข็งแรงและเบา ทนทาน รองรับแรงบิดได้ดี สร้างสมดุลได้ตลอดคัน ส่วนระบบเบรคนั้นดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลังขนาดใหญ่แบบจานหยัก (*เฉพาะรุ่น ABS) โดยตัวรถนั้นจะมีทั้งรุ่นที่มี ABS และไม่มี ABS ให้เลือก ซึ่งเราเอามาทดสอบทั้งสองรุ่นเลย ระบบเบรก ABS นั้นหยุดได้มั่นใจ แม้ขับขี่ในช่วงความเร็วสูง ฟันธง จากการทดลองหวดบนท้องถนนจริงๆ ทั้งในเมืองและออกมานอกเมือง พบว่าเป็นรถที่ขี่ง่าย เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งที่ดี มีกำลัง ทำความเร็วได้ ระบบเบรกให้ความรู้สึกนุ่มนวล จากการทดลองขับขี่บนท้องถนน คิดว่าค่อนข้างจะสั่งได้ ปลอดภัยมากๆ กำเบรกสุดๆ ระยะเบรกนี่สั้นมากๆ เทียบกับหลายๆ ตัวที่ใกล้เคียงกัน ระยะเบรกจะค่อนข้างมาก และล้อไม่ล็อกแน่นอน แฮนด์แบบจับโช้คของมันออกแบบมาได้ค่อนข้างดี คือให้ท่านั่งขับขี่ในสไตล์สปอร์ต แต่ไม่ต้องก้มลงไปมากนัก ทำให้ขับขี่ได้ฟีลลิ่งแบบของสปอร์ตแต่ไม่ปวดเมื่อยเท่ากับสปอร์ตไบค์จ๋าๆ ที่แฮนด์จะบังคับให้เราหมอบหนักๆ แบบเรซซิ่ง จึงเหมาะกับการใช้งานในทุกๆ

สเปก Zontes 350E ข้อมูล ราคาและรายละเอียด Zontes 350E บิ๊กสกู๊ตเตอร์สายสปอร์ต มาพร้อมกับความโฉบเฉี่ยวในคอนเซ็ปต์ Luxury Style ดีไซน์โดดเด่นรอบคัน และสมรรถนะแรงเต็มพิกัด พ่วงด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากมาย ครบครันรอบด้าน ราคาแนะนำที่ 159,000 บาท ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่สามารถเก็บหมวกกันน็อกไซส์เต็มใบขนาด XXL ได้ 2 ใบ โช้คใต้เบาะ เพิ่มความสะดวกสบายไม่ต้องค้ำ พักเท้าผู้ซ้อนแบบกดเปิด ใช้งานง่าย ท่อไอเสียอลูมิเนียมทั้งใบใส่ครอบท่อกันความร้อน ช่องเก็บของด้านหน้า 2 ช่องขนาดใหญ่ สามารถใส่ขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตรหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้ พอร์ตชาร์จ USB ไทป์ A และ C อย่างละหนึ่งจุดบริเวณเก๊ะด้านซ้าย สเปก Zontes 350E ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 349 ซีซี แรงม้า (เคลม) 36 แรงม้าที่ 7,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 38 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 77 x 75.9 มม. อัตราส่วนการอัด 11.8 : 1 ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด ECU ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด BOSCH EFI ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งอัตโนมัติแบบแรงเหวี่ยง ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 120/80-15 M/C 56S แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/70-14 M/C 68S แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิกขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ ปรับได้ 5 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 268 มม. คาลิเปอร์เรเดียลเม้าท์ 2 ลูกสูบ J.Juan สเปน (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 265 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 795 x 2,025 x 1,395 มม. ระยะฐานล้อ 1,565 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 155 มม. ความสูงเบาะ 770 มม. น้ำหนักรถ 198 กก. ความจุถังน้ำมัน 16 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS Dual Channal ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบล็อกคอรถอัตโนมัติ โหมดการขับขี่ Sport / Eco ระบบไฟส่องสว่าง Full LED ช่องเสียบ USB 3 จุด (Type A 2 จุด และType C 1 จุด) จอสี TFT (เชื่อมต่อ Bluetooth และแอปพลิเคชัน Zontes Intelligence & Carbit Ride) สมาร์ทคีย์ 3.0 (IP67) ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า

ไม่ใช่ข่าวลืออีกต่อไป Royal Enfield Guerrilla 450 คลาสสิกสแครมเบลอร์ มาไทยแน่ๆ คำถามแค่ เมื่อไหร่? สำหรับหลายๆคนที่ติดตามข่าวสาร Royal Enfield ในโลกออนไลน์ ก็คงได้เห็นผ่านๆตามาบ้างกับ รูปหลุดของ Guerrilla 450 มอเตอร์ไซค์สแครมเบลอร์ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค ลุคผู้ดีอังกฤษผลิตโดยผู้ดีอินเดีย คาดการณ์สเปค จากตัวเลขที่ระบุในชื่อว่า 450 น่าจะเป็นบล็อกเครื่อง Sherpa สูบเดี่ยวลูกโตจาก New Himalayan 450 ขนาดความจุเครื่อง 452 ซีซี 40 แรงม้า แต่อาจจะปรับแต่งโหมดเครื่องยนต์ให้ต่างออกไป ในข่าวลือวงในจากสื่ออินเดียลงไว้ว่า Guerrilla 450 จะเป็นรุ่นที่ราคา “เข้าถึงง่ายที่สุด” และในข่าวยังคาดการณ์ว่าราคาเปิดตัวไม่น่าเกิน 2.3 lakh ถ้าเทียบกับราคา Himalayan 450 ที่ลงราคาที่อินเดีย ไว้ 2.8 lakh กับข่าวราคาในไทย ที่อยู่ราวๆ 220,000 คาดว่ารุ่น Guerrilla 450 ราคาน่าจะอยู่ที่ 190,000 โดยประมาณ หมายความว่าระบบต่างๆอาจจะถูกตอนลงบ้าง จากราคาที่ถูกกว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดทางให้ Royal Enfield ได้เจอกับกลุ่มนักขับขี่หน้าใหม่ได้กว้างมากขึ้น ถ้ามาราคานี้จริงตลาด มอเตอร์ไซค์ คลาสกลาง สำหรับผู้เริ่มต้นมีการแย่งชิงต่อสู้กันมากขึ้น เป็นผลดีต่อผู้ขับขี่หน้าใหม่ ที่จะได้เลือกมอเตอร์ไซค์ ได้หลากหลายสไตล์โดยที่ไม่เจ็บกระเป๋า ส่วนมอเตอร์ไซค์ในสไตล์นี้ ก็มี Honda CL500, Triumph Scrambler 400x และทั้ง 2 ก็อยู่ในพิกัดราคาเดียวกัน คลิปรีวิวเท่ๆ โดย Guy Martin นักแข่ง Isle of Man TT ในตำนาน จุดเด่นเท่าที่พอเดาๆได้จากรูปหลุดคือ – ถังสไตล์ใหม่ – โช๊คหน้าเทเลสโคปิค – ไฟหน้า/ท้าย LED – หน้าไมล์ทรงกลม (คล้าย Himalayan) – ล้อหน้าขนาด 18″ หลัง 17″ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ Superbikemag Thailland ได้รับเชิญเป็น 1 ในสื่อไทย ที่ได้เข้าร่วมทดสอบ Guerrilla 450 ที่ประเทษสเปน รีวิวขี่จริงแล้วเป็นไงจะมาเหลาให้อ่าน….ตอนนี้ก็รอไปก่อนเด้ออ้าย

New Grom 2023 สเปค ราคา สปอร์ตมินิไบค์นรุ่นล่าสุด New Honda Grom 2023 สปอร์ตมินิไบค์ สายจี๊ด มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ HYPE UP YOUR RIDE “รออะไร…ถ้าใจมันเร้า” กับเครื่องยนต์ eSP 125 ซีซี พร้อมระบบไฟ LED เต็มระบบ ให้คุณสนุกกับการขับขี่แบบเต็มประสิทธิภาพ รุ่น ABS ราคาแนะนำที่ 77,900 บาท รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 66,900 บาท ระบบไฟส่องสว่าง Full LED หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล ท่อสลิปออนด์ ออกแบบใหม่ ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) New Grom 2023 สเปค รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ eSP สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 123.9 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 50.0 x 63.1 อัตราส่วนการอัด 10.0 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด ระบบควบคุมการจุดระเบิดล่วงหน้าด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-12 51L แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-12 56L แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวพร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรก (ABS เฉพาะรุ่น ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรก กว้าง X ยาว X สูง 726 x 1,758 x 1,017 มม. ระยะฐานล้อ 1,198 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 178 มม. ความสูงเบาะ 761 มม. น้ำหนักรถ 101 กก. ความจุถังน้ำมัน 6 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี เรือนไมล์ดิจิทัล ระบบไฟ Full LED ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) สีสันที่มีจำหน่าย NEW GROM 2023 รุ่น ABS NEW GROM 2023 รุ่น Standard อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Speed Twin 900 โมเดิร์นคลาสสิกไบค์ แดนเมืองผู้ดี หลังจากเปิดตัวไปได้ซักพักแล้ว สำหรับโมเดลสุดฮ็อตจากค่ายเมืองผู้ดี อย่าง Triumph Speed Twin 900 โดยครั้งนี้ ทาง SuperBike Thailand ขออนุญาติหยิบโมเดลมาโชว์ ตามคำเรียกร้องแฟน ๆ สาวกรถ 2 ล้อคลาสสิก เดี๋ยวเราจะพามาชมกันว่า โมเดลนี้จะมีดีเทลอะไรที่น่าสนใจกันบ้างครับ โดยโมเดลสุดพิเศษรุ่นนี้ ได้รับการดีไซน์ ที่คงความเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์รถโมเดิร์นคลาสสิก โดยยึด DNA ต้นแบบอย่าง Triumph Bonneville รุ่นแรกเมื่อปี 1959 โดยนำมาปรับปรุง ปรับเปลี่ยน และพัฒนาใหม่ให้เข้ากับรถในยุคปัจจุบัน ในสไตล์การแต่งคัสตอมแบบท้ายเปลือย รวมทั้งฟีเจอร์ใหม่ที่มากับตัวรถ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ไฟทรงกลม ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 310 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Breambo 4 ลูกสูบ (ABS) โครงสร้างเบาะโฟมหนาขึ้น ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบใหม่ โช้คหลังปรับพรีโหลดได้ รวมทั้ง ยังถูกยกระดับการออกแบบ โดยมีส่วนเสริมแต่งในการดีไซน์ใหม่ ๆ มากมาย ทั้งล้อหล่อขึ้นรูป ตกแต่งรายละเอียดด้วยลายกลึงบนซี่ล้อ ขาจับไฟหน้าอลูมิเนียมปัดเงา คิ้วเรือนปีกผีเสื้อแบบใหม่ และเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ที่ใช้โครงสร้างโฟมหนาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 10 มม. ยังรวมไปถึง ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบเฉียง บ่งบอกถึงกลิ่นอายของสไตล์รถคลาสสิกเท่ ๆ แบบผู้ดีเลยครับ ในขณะที่ขุมพลังเครื่องยนต์เป็นแบบสูบคู่ Bonneville ขนาด 900 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว กับระบบเกียร์แบบ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 65 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 80 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบ ซึ่งสามารถส่งกำลังแรงบิดได้อย่างนุ่มนวล และทันใจตั้งแต่ช่วงรอบต่ำจนถึงรอบกลาง ๆ ส่วนรอบปลายคงไม่ต้องพูดถึง อีกทั้งเครื่องยนต์ยังผ่านการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน Euro 5 ด้วยการปล่อยไอเสียที่น้อยลงและสะอาดมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และคลัตช์ระบบผ่อนแรงที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก สำหรับช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือนในรุ่นนี้ จะใช้โช้คอัพหน้าแบบคาร์ทริดจ์ ขนาด 41 มม.แถมมากับยางหุ้มโช้ค และโช้คอัพสตรัทสปริงคู่ด้านหลัง สามารถปรับพรีโหลดได้ พร้อมระเบรก กับดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลอยตัวขนาด 310 มม. คาลิเปอร์ Brembo แบบ 4 ลูกสูบ และดิสก์เบรกหลังขนาด 255 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียวจาก Nissin แถมมากับระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ต่อมาที่ล้อหน้า-หลังขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้ว และยางหน้า 110/90 และยางหลัง 150/70 โดยน้ำหนักตัวรถทางโรงงานเคลมมาให้ที่ 217 กก. และถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ สปีด ทวิน 900 ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน เพื่อเสริมความสามารถในการขับขี่ และมิติการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น ทั้งโหมดการขับขี่ 2 โหมด ( Road, Rain) ระบบคันเร่งไฟฟ้า ช่วยให้การควบคุมรถสเถียรภาพมากยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง ระบบป้องกันการโจรกรรมซึ่งซ่อนอยู่ภายในกุญแจ รวมทั้งไฟท้าย LED และช่องชาร์จไฟ USB ใต้เบาะที่นั่ง ที่ให้มาในรุ่นนี้อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลคลาสสิกเมืองผู้ดี จริง ๆ เลยครับ ทั้งการออกแบบ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และเทคโนโลยีที่ให้มาแบบเต็มพิกัด มีให้ใช้แบบเหลือเฟือ สำหรับราคารุ่นนี้ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 407,000 บาท และรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (Chrome Edition) ราคาเปิดตัวที่ 422,000 บาท โดยสามารถติดต่อขอดูรถตัวจริงได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับขี่ได้ที่ https://www.triumphmotorcycles.co.th/ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS โมเดลพิมพ์นิยม ของคนไทย Vespa GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS โมเดลใหม่จากทางค่ายเวสป้า ดีไซน์เหนือระดับกับลุคสปอร์ตสุดโดดเด่นในทุกมิติ โฉบเฉี่ยวไปกับลายกราฟิกใหม่ กับเครื่องยนต์สูบเดียว 155.1 ซีซี พร้อมที่จะพาคุณโลดแล่นไปพร้อมกับความอิสระครั้งใหม่ ราคาแนะนำที่ 165,900 บาท สีขาว (White Innocenza) ราคาแนะนำที่ 166,900 บาท สีดำ (Black Opaco) และสีเขียว (Green Olive) กุญแจอัจฉริยะ (Smart Keyless) ระบบไฟส่องสว่าง LED เรือนไมล์อนาล็อก พร้อมจอแสดงผลดิจิทัล ระบบเบรก ABS เบาะดีไซน์แบบใหม่ สเปค GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ i-Get สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 155.1 ซีซี แรงม้า (เคลม) 15.6 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 15 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 120/70-12 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-12 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพไฮดรอลิกแบบแขนเดี่ยวทำงาน สองทิศทาง ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพคู่ ปรับระดับการรองรับน้ำหนักได้ 4 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรก ขนาด 220 มม.(ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรก ขนาด 220 มม. (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 795 x 1,980 x NA ระยะฐานล้อ 1,380 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 800 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 6.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบกุญแจอัจฉริยะ (Smart Keyless) ระบบส่องสว่าง Full LED หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล ระบบเบรก ABS ระบบสตาร์ท – สต็อป สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS สีเขียว Green Olive และสีดำ Black Opaco ราคา 166,900 บาท รุ่น GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS สีขาว White Innocenza ราคา 165,900 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda

Honda City ลดราคาโหด 85,000 บาท เทียบชัด Toyota Yaris ATIV ปรับราคาขึ้น รุ่นไหนคุ้มกว่า เช็กด่วนก่อนหมดโปรเมษายนนี้

BYD SEAL 5 DM-i คว้าเครื่องหมาย MiT การันตีผลิตในไทยอย่างเป็นทางการ เช็กสเปกไฮบริดวิ่งไกล 1,100 กม. พร้อมราคาล่าสุดปี 2569 ที่นี่

ราคา Toyota Corolla CROSS 2026 (MY2026) ทุกรุ่นย่อย วิเคราะห์เหตุผลทำไมตัดรุ่นเบนซินทิ้ง พร้อมตารางเปรียบเทียบราคาก่อน-หลังปรับ

ในโลกธุรกิจ การยอมรับความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกับแบรนด์รถสปอร์ตระดับโลกอย่าง Porsche (ปอร์เช่) แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา วงการยานยนต์ต้องสั่นสะเทือนเมื่อ Oliver Blume หัวเรือใหญ่ของ Volkswagen Group ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือก

ราคาใหม่ BYD ปี 2569 ปรับลดราคาครั้งใหญ่ทุบสถิติ เช็กราคาใหม่ SEAL 5 DM-i, SEALION 6 และรุ่นอื่นๆ พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มที่คุณห้ามพลาด

KTM Thailand ร่วมระเบิดความมันส์ ใน SuperBikeMag Trackday 2023 KTM Thailand จัดเซอร์ไพรส์เอาใจสาวกค่ายรถสีส้ม ร่วมสัมผัสประสบการณ์บนสนามแข่ง กับการแข่งขัน ใน SuperBikeMag.com Trackday & Trophy 2023 วันที่ 10-11 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ สนามพีระเซอร์กิต พัทยา สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อมอบความสนุกให้กับนักบิดสายเลือดสีส้ม ตรงคอนเซปท์ Ready To Race โดยพาลูกค้ามาลองฝึกการขับขี่ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำ วิธีการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย รวมไปถึงจัดรุ่นแข่งเฉพาะสายเคทีเอ็ม ในรุ่น KTM Trophy ได้ปลดล็อกลิมิต หวดความเร็วแบบเอ็กซ์คลูซีฟตลอดทั้ง 2 วัน ยังรวมไปถึงเอาใจสายลุย กับการแข่งขันในรุ่นไฮไลท์อย่าง SuperMoto พร้อมกับการโชว์ลีลาสุดเร้าใจ ทั้ง ยกล้อ ลุยดิน กระโดดโหนเนิน เรียกได้ว่าฝุ่นตลบอบอวลทั้งสนาม สร้างสีสันการแข่งให้สนุกเพิ่มยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทาง KTM ยังให้บริการเซอร์วิสรถบิ๊กไบค์ และบริการตรวจเช็คสภาพรถ จากช่างชำนาญการจากเคทีเอ็ม ก่อนลงไปขับขี่มันส์ ๆ บนแทร็ก พร้อมกันนี้ยังจัดทัพ ขนสินค้า เข้ามาจัดจำหน่ายภายในงานนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าเซอร์วิส จัดเต็มสุด ๆ เดี๋ยวพาไปรับชมบรรยากาศภายในงานกันครับ บรรยากาศคึกคัก รถแข่ง…แต่งเต็มพิกัด KTM RC390 ไฮไลท์สายสปอร์ตตัวแรง บูธแสดงรถ พร้อมให้บริการคำแนะนำเรื่องรถ จากทีมงาน KTM พร้อมตรวจเช็คสภาพ ก่อนลงไปขับขี่ในแทร็กมันส์ ๆ เปิดแลนเวย์เฉพาะรุ่นกับ KTM Trophy บรรยากาศการแข่งขัน และการรับรางวัลบนโพเดียม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รีวิว Vespa GTS Super Sport 150 i-Get ABS 2023 อัปเกรดความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น พบกับการรีวิวกันอีกเช่นเคย และครั้งนี้ทาง SuperBike Thailand มารีวิวและทดสอบ Vespa GTS Super Sport 150 i-Get ABS เวสป้ารุ่นใหม่ล่าสุดเวอร์ชัน 2023 เดี๋ยวมาดูกัน ว่ารุ่นนี้มีสมรรถนะ เครื่องยนต์ ช่วงล่างและเทคโนโลยี กับการทดสอบแบบจัดเต็มทั้งวัน จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามชมกันครับ รุ่นน้องเล็กแต่ใช้เฟรมใหญ่สุด สำหรับโมเดลรุ่นนี้ ถือว่าเป็นโมเดลน้องเล็กสุดในตระกูล GTS รุ่นปี 2023 นั่นเองครับ มากับเฟรมไซซ์ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นเฟรมเดียวกับโมเดลรุ่นพี่ในตระกูล GTS จากทางค่ายอีกด้วย โดยโมเดลเวสป้ารุ่นนี้ ไม่ได้มีดีแค่ภายนอกอย่างเดียว ยังมีสมรรถนะแบบสปอร์ต และฟีเจอร์การใช้งาน ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ให้อีกด้วย ดีไซน์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น ในด้านรูปลักษณ์การดีไซน์ Vespa GTS Super Sport i-Get ABS แน่นอนว่ารุ่นนี้ นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นโมเดลที่มีเอกลักษณ์ความคลาสสิกเฉพาะตัวดั้งเดิมอยู่แล้ว ยังมีการออกแบบให้ความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ดีไซน์ใหม่รอบคันสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ Tie แบบใหม่ ลายคาร์บอน บังโคลนดีไซน์ใหม่ เสริมความหล่อมากยิ่งขึ้น เรือนไมล์แบบผสม LCD และอนาล็อก ล้อแม็กดีไซน์ใหม่ ขนาด 12 นิ้ว โดยปรับเปลี่ยนดีไซน์มาใหม่ในหลาย ๆ จุดด้วยกัน ทั้งไฟหน้าทรงกลม ไฟท้ายและไฟเลี้ยวดีไซน์มาใหม่ พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ บังโคลนและล้อแม็กแต่งใหม่ ตัวเรือนไมล์ กระจกข้าง ที่พักเท้า ช่องลม มือจับคนซ้อน รวมไปถึง ตัวเบาะดีไซน์แบบ 2 ระดับ เย็บตะเข็บได้สวยงาม อีกทั้ง ยังมีการตกแต่งเส้นสายลายกราฟิกสีดำตัดกับสีส้มที่บังโคลนหน้าและเฟรมด้านท้าย เฟรมด้านข้าง พร้อมลายกราฟิกใหม่ ช่องลมดีไซน์ใหม่ สวยหรู ยางกันลื่น พร้อมลวดลายโลโก้ Vespa ช่องดักลมด้านหน้า ยังรวมไปถึงฟีเจอร์การใช้งานที่มีมาให้ ทั้งช่องเก็บของอเนกประสงค์พร้อมตะขอแขวนอเนกประสงค์ด้านหน้า และช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ สามารถเก็บอุปกรณ์ กระเป๋า กล้องถ่ายรูป เอกสาร สัมภาระต่าง ๆ ได้ทั้งหมด ถังน้ำมันใต้เบาะ 6.5 ลิตร ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ประกับสวิตช์ฝั่งซ้ายโครเมียม กับสวิตช์ไฟสูง ไฟต่ำ สวิตช์คอนโทรลเซ็ตติ้งระบบในตัวรถ ไฟเลี้ยว และปุ้มสัญญาณแตร ประกับสวิตช์ฝั่งขวาโครเมียม กับฟังก์ชัน ล็อกเบาะไฟฟ้า ระบบสตาร์ท & สต็อป ระบบ Anti Slip Regulation พร้อมสตาร์ทไฟฟ้า มาดูในส่วนประกับแฮนด์ตัวรถที่ชุบโครเมียมสวย ๆ โดยฝั่งประกับทางซ้ายจะพบกับสวิตช์ไฟเลี้ยว สวิตช์ไฟสูง ไฟต่ำ ปุ่มแตร สวิตช์คอนโทรลเซ็ตติ้งฟังก์ชันต่าง ๆ ส่วนทางด้านประกับฝั่งขวา จะมีปุ่มปลดล็อกเบาะ สวิตช์เปิด-ปิด ระบบสตาร์ท & สต็อป ปุ่ม ASR หรือ Anti Slip Regulation ทำหน้าเสมือนโหมดแทร็กชั่นคอนโทรล และปุ่มสตาร์ทมือ เครื่องยนต์ i-Get 155 ซีซี พร้อมประหยัดน้ำมันด้วยระบบ สตาร์ท & สต็อป หม้อน้ำด้านข้าง ช่วยระบายความร้อนเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ i-Get 4 จังหวะ 4 วาล์ว ขนาด 155 ซีซี ในขุมพลังของของโมเดลรุ่นนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ i-Get สูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ขนาด 155.1 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ซัพพอร์ตในเรื่องการเดินทางไกลพร้อมระบบส่งกำลังแบบสายพาน CVT มาพร้อมกับความจุถังน้ำมันขนาด 6.5 ลิตร โดยให้กำลังแรง 11.5 กิโลวัตต์ หรือ 15.4 แรงม้าที่ 8,250 รอบ และแรงบิด 15

Nightster 2023 ราคา สเปค ครูเซอร์สุดจิ๊กโก๋ จากค่ายอินทรี Nightster 2023 สปอร์ตครูเซอร์ สายจิ๊กโก๋จากค่ายอินทรีย์ มากับเครื่องยนต์ Revolution Max 975 V-Twin ขนาด 975 ซีซี พร้อมที่จะพาออกไปลุยในสไตล์เท่ ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ราคาแนะนำ สี Redline Red 662,000 บาท สี Vivid Black 658,000 บาท ระบบไฟ LED รอบคัน เรือนไมล์อนาล็อก และจอดิจิทัล LCD ระบบเบรก ABS โช้คหลังคู่สปริงแบบเปลือย ปรับพรีโหลดได้ Nightster 2023 ราคา ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ Revolution(R) Max 975T แบบ V Twin ระบายความร้อนด้วยของเหลว ปริมาตรกระบอกสูบ 975 ซีซี แรงม้า (เคลม) 90 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 95 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 97.0 x 66.0 มม. อัตราส่วนการอัด 12.0 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ระบบช่องฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์แบบต่อเนื่อง (ESPFI) ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/90 ขนาด 19 นิ้ว ยางหลัง 150/80 ขนาด 16 นิ้ว ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิกที่มีวาล์วแบบ Dual Bending ของ SHOWA™ ขนาด 41 มม. ทริปเปิลแคลมป์ ชุดตะเกียบอะลูมิเนียม ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) จานเบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง จานเบรกแบบตัน พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบลอยแบบเดี่ยว กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,545 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 110 มม. ความสูงเบาะ 705 มม. น้ำหนักรถ 221 กก. ความจุถังน้ำมัน 11.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS ระบบควบคุมการยึดเกาะ TCS ระบบ DRAG-TORQUE SLIP CONTROL (DSCS) สีสันที่มีจำหน่าย สี Redline Red สี Vivid Black อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก