SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ราคาน้ำมัน โควิด สรุปราคาขายปลีกน้ำมันทุกประเภทในไทยย้อนหลังช่วงวิกฤต COVID-19 เมื่อแก๊สโซฮอล์ 95 ราคาไม่ถึง 19 บาท

Nissan Skyline ยังคงเป็นรถยนต์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกปี วิเคราะห์ทั้งด้านวิศวกรรม ป๊อปคัลเจอร์ และมูลค่าในการสะสมที่พุ่งสูงไม่หยุด

ฮอนด้า ประเทศไทย ประกาศแคมเปญเรียกคืน Honda City 1.0 Turbo รุ่นปี 2021-2025 เข้ารับการเปลี่ยนชุดหม้อน้ำใหม่ที่ปรับปรุงคุณภาพแล้ว ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

Nissan Sylphy 2026 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในจีน อัปเกรดดีไซน์ใหม่พรีเมียม ขุมพลัง 1.6L 135 แรงม้า พร้อมราคาเริ่มต้นสุดเร้าใจ 4.28 แสนบาท

เจาะลึกเครื่องยนต์ใหม่ Isuzu 2.2 Ddi MAXFORCE พละกำลัง 163 แรงม้า พร้อมกิจกรรม ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE 2026 ทั่วประเทศไทย
Forza 750 (เดิม) vs Forza 750 (แต่ง) by Showpow Shop มันต่างกันแค่ไหน?
ดูใน YouTube

สมเกียรติ จันทรา WorldSBK 2026 พร้อมลุยศึก สนาม 3 ที่แอสเซ่น เนเธอร์แลนด์ จับคู่โจนาธาน เรีย มั่นใจแทร็กโปรดช่วยยกระดับผลงาน

Alex Marquez ย้ายไป KTM 2027 เตรียมอำลา Gresini Racing มุ่งหน้าสู่ยุคใหม่เครื่องยนต์ 850cc พร้อมเป้าหมายคว้าแชมป์ร่วมกับค่ายออสเตรีย

มอเตอร์ไซค์ไม่มีที่ยืน เจาะลึกดราม่าสะท้อนสังคม เสียงสะท้อนความเหลื่อมล้ำจราจรไทย การจำกัดสิทธิ และความปลอดภัยที่ถูกละเลย

ทำไมมอเตอร์ไซค์ชอบเข้าทางหลัก? สรุปสาเหตุที่แท้จริง พร้อมอัปเดตโทษปรับตามกฎหมายจราจรล่าสุดปี 2568 และแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน

Toyota C-HR 2026 กลับมาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า 100% มอเตอร์คู่ 338 แรงม้า ดีไซน์สุดล้ำ สรุปสเปกและราคาเปิดตัวเบื้องต้นสำหรับแฟนๆ C-HR

รีวิว Yamaha NMAX 155 2020 พร้อมแนวทางการแต่งซิ่ง หลังจากไปเปิดตัวที่ประเทศอินโดนีเซียเสียตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และปล่อยให้สาวกยามาฮ่าเฝ้ารอคอยว่าจะเข้าประเทศไทยมาเมื่อไหร่ จนกระทั่งล่วงเลยมานานหลายเดือน กระทั่งในที่สุดทางค่ายก็กระซิบมาว่ามีทดสอบรอบสื่อนะ แน่นอนว่าเราย่อมไม่พลาดโอกาสดีๆ ในคราวนี้ รีวิว Yamaha NMAX 155 2020 คราวนี้จะมาแปลกๆ หน่อย ไม่ใช่แค่รีวิวและทดสอบธรรมดาๆ แต่จะมาพร้อมการแนวทางการแต่งซิ่งด้วย เราลองมาติดตามกันดูครับ รูปลักษณ์พรีเมี่ยม เจ้า NMAX 155 2020 นี้มีรูปทรงที่เพรียวบางมากขึ้น เมื่อเทียบกับโมเดลเก่า ระบบไฟหน้าและไฟท้ายเป็น LED ทั้งหมด (เว้นไฟเลี้ยว) โดยไฟหน้านั้นได้รับการออกแบบใหม่ แยกเป็นสองชั้น พร้อมมีเดย์ไทม์รันนิงไลท์ (ไฟเดย์ไลท์แบบที่นิยมเรียกกัน) อยู่ภายใน ไฟเลี้ยวเป็นแบบบิลต์อินเนียนไปกับแฟริ่ง ไฟท้ายก็ออกแบบใหม่เช่นกัน โดยในโคมจะไฟเลี้ยวอยู่ด้วยเลย เรือนไมล์เองก็เป็นดีไซน์ใหม่ เป็นหน้าจอแบบดิจิตอล แสดงผลข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงการทำงานของระบบต่างๆ ได้ครบถ้วน มองเห็นได้ชัดเจนแม้เวลาแสงจ้า รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการแสดงผลผ่านสวิตช์ที่แฮนด์ด้านซ้ายได้อย่างง่ายได้ ตัวงานประกอบแฟริ่งชุดสีนั้น เก็บงานได้แนบเนียน สวยงาม ตัวรถมีสันให้เลือกมากถึง 4 เฉดสีแบบสีด้านด้วยกัน น่าจะถูกใจหลายๆ คน ขุมพลัง Bluecore เครื่องยนต์ที่ใช้นั้นยังคงเป็นเครื่องยนต์บลูคอร์ขนาด 155 ซีซีสูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ แต่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ มีกำลังอัดมากขึ้นจากการปรับเปลี่ยนหัวลูกสูบแบบฟอร์จให้นูนขึ้น ทำให้มีกำลังแรงเพิ่มขึ้น แม้จะไม่มากแต่ก็แรงขึ้นจริง กระบอกสูบเคลือบไดอะซิลพร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบเต็มระบบ ช่วยระบายความร้อนได้ดี ฝาสูบเองก็ออกแบบใหม่ พร้อมท่อไอดีแบบคอคอดเร่งความเร็วส่วนผสมไอดีเข้าห้องเผาไหม้ได้เร็วยิ่งขึ้น ห้องอากาศก่อนจะเข้าเครื่องยนต์นั้นมีการออกแบบใหม่ให้มีปริมาตรความจุมากขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ ทำให้สามารถเติมอากาศเข้าไปผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงฝั่งไอดีได้ดียิ่งขึ้น มีการออกแบบให้ตัวท่อแคทฯ มาอยู่ตรงข้างหม้อน้ำด้านนอกท่อไอเสีย ซึ่งช่วยลดมลพิษได้ดียิ่งขึ้น (งานนี้สายซิ่งชอบโมดิฟายตัดแคทฯ ออกก็ซิ่งได้เลย) ระบบส่งกำลังแบบสายพานมีการออกแบบชุดชามขับด้านในใหม่ ให้มีองศาชันมากขึ้น เพื่อให้สายพานขึ้นได้สูงกว่าเดิม ทำให้ได้ความเร็วปลายเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ตัวรถยังมีมอเตอร์เจเนอเรเตอร์แบบใหม่ซึ่งมาใช้ทำงานร่วมกับระบบ Stop and Start System ที่จะทำงานเวลารถหยุดนิ่ง (เช่นตอนติดไฟแดง) เครื่องยนต์จะดับเพื่อประหยัดน้ำมัน และเมื่อบิดคันเร่งก็พร้อมจะออกตัวได้ในทันที แรงขึ้นจริง จากการทดสอบขับขี่ พบว่าเครื่องยนต์ให้กำลังต้นได้ดีกว่าเดิม เพราะได้กำลังอัดเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่จะมีแรงบิดเพิ่มมากขึ้นจากการจุดระเบิด พร้อมกับระบบวาล์วแปรผัน VVA ที่จะช่วยเพิ่มการทำงานของวาล์วในช่วงรอบเครื่องยนต์สูง จะช่วยจ่ายส่วนผสมน้ำมันและอากาศ ได้มากขึ้น ทำให้เครื่องยนต์ได้แรงบิดในทุกย่านรอบ ทำให้ขับขี่ได้สนุกมากยิ่งขึ้น ความรู้สึกตอน VVA ทำงานรู้สึกได้ถึงรอบเครื่องที่มาไวขึ้น ความเร็วมาเร็วขึ้น ช่วงความเร็วที่ 50-70 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็นช่วงที่ผมรู้สึกสนุกกับมัน ได้ฟีลลิ่งสปอร์ตดีครับ การสลาลม รู้สึกได้ว่าเครื่องยนต์ส่งกำลังในช่วงนี้ดีเป็นพิเศษ มันจะช่วยให้เร่งแซงได้ดี หรือจะเติมคันเร่งในการเข้าโค้งก็เป็นเรื่องง่าย พร้อมจะเสริมความคล่องตัวในการเลี้ยวได้เป็นอย่างดี ควบคุมมั่นใจ ตัวรถมีการปรับเปลี่ยนช่วงล่างมาใหม่ ตั้งแต่เฟรมของรถที่เปลี่ยนมาใช้เป็นแบบอันเดอร์โบน ที่มีการเสริมเพิ่มความแข็งแรงและมั่นคงกว่าเดิม และแชสซีใหม่ก็ให้ระยะเทรลที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้รถมีความเสถียรมากขึ้น ในส่วนของระบบกันสะเทือนนั้น โช้คหน้ามีการปรับเปลี่ยนความยาวของสปริงให้สั้นลงและเพิ่มค่าความแข็งของสปริงให้มีค่าที่แข็งมากขึ้น ให้ฟีลลิ่งที่มั่นใจมากขึ้น ทั้งในย่านความเร็วต่ำ และย่านความเร็วสูงและช่วยเพิ่มการยึดเกาะและรับโหลดน้ำหนักได้มากขึ้น ถือว่าทางยามาฮ่าทำได้ออกมาเป็นอย่างดี ถูกใจแน่นอน ส่วนโช้คหลังก็ทำงานได้ดีไม่แพ้โช้คหน้า ทำให้ขับขี่ได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น จากการทดลองขับขี่ การเข้าโค้งกับช่วงล่างใหม่ที่ให้มาให้ฟีลลิ่งดีกว่าตัวเก่าเยอะพอสมควร เพราะเป็นโช้คที่พัฒนามาจากตัวเก่า เพิ่มค่าความแข็งของสปริง โดยใช้สปริงที่สั้นกว่าของเดิม อีกทั้งตัวรถยังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง จากการมีถังน้ำมันที่อยู่ตรงกลางตัวรถและมีขนาดความจุมากขึ้น ทำให้รถมั่นคงมากขึ้น ขับขี่มั่นใจ ขี่ได้สนุกขึ้น และไปได้ไกลขึ้น ในส่วนของระบบเบรกนั้นให้มาเป็นดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลังพร้อมระบบเบรก ABS ยังถือว่าให้ของที่คุ้มค่าและยังคงคำนึงถึงระบบความปลอดภัยระดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ เราจะพูดถึงฟีลลิ่งในการเบรกนั้นชัดเจนมากๆ การกำเบรกหนักๆ จากความเร็ว 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง รู้สึกว่าเสถียรและนิ่ง มีอาการที่ก้านเบรกเล็กน้อยเท่านั้น เรียกว่าทำได้ดีมากจริงๆ อันนึงที่รู้สึกได้อาจจะเกี่ยวกับการเปลี่ยนสปริงไส้โช้คหน้าให้มีค่าความแข็งที่มากขึ้น จึงช่วยซับแรงเฉื่อยจากการเบรกก่อนที่จะส่งลงล้อและยางได้เป็นอย่างดี การกำเบรกหน้าและหลังพร้อมกัน ก็ให้ระยะการเบรกที่มั่นใจและสั้นลงมาก พร้อมกับการทำงานของ ABS ที่มีความเสถียรกว่าตัวเก่าพอสมควร ท่านั่งขับขี่ ท่านั่งยังคงเหมือนเดิม สามารถที่จะวางเท้าได้ทั้งสองแบบ วางแบบยืดขาไปข้างหน้าหรือจะนั่งท่าปกติก็ได้ ตามความถนัดการขับขี่ การจับแฮนด์บาร์บังคับเลี้ยวยังกว้างเท่าเดิมโดยวัดจากปลายแฮนด์ซ้ายไปขวา บังคับเลี้ยวได้อย่างคล่องตัว ในการขับขี่ในสนามผมยังคงใช้ท่าขับปกติไม่ได้โหนไม่ได้โยกตัวอะไรมากมายแต่อย่างใดใช้เพียงน้ำหนักจากมือกดปลายแฮนด์ในการบังคับเลี้ยว ก็สามารถทำได้ดี รู้สึกสบายๆ ไม่ได้ฝืนร่างกายมากมาย ถือว่า การจับแฮนด์ ท่านั่ง การวางเท้า ทำได้ดี เหมาะสำหรับการขับขี่ที่คล่องตัวทุกสภาวะถนน เบาะเป็นแบบชิ้นเดียว แต่ดีไซน์เป็นสองระดับพร้อมที่จับคนซ้อนดีไซน์ใหม่จับกระชับเข้ากับด้านท้ายรถ ช่วยให้คนซ้อนนั่งได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น นอกจากที่กล่าวๆ มาแล้ว ตัว NMAX 155 2020 ยังมีฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสบายๆ ตามแบบของสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมอีกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นกุญแจแบบสมาร์ทคีย์ หรือคีย์เลส ที่มีมาให้จากโรงงาน ถ้าสังเกตจะเหมือนกับรุ่นใหญ่อย่าง Xmax และรุ่นยอดนิยมอย่าง Grand Filano Hybrid

รีวิว Yamaha XSR700 โดดเด่นเรื่องสไตล์ ไม่อายใครเรื่องความแรง เมื่อพูดถึงมอเตอร์ไบค์ในสไตล์ที่เรียกว่าโมเดิร์นคลาสสิคไบค์นั้น คุณพอจะนึกออกใช้มั้ยครับว่ามันคือรถที่มีสไตล์แบบคลาสสิค แต่มีการผสมผสานเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือโมเดิร์นใส่เข้าไปช่วยในหลายๆ จุด เช่น ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย หรือจะเป็นความทนทาน เป็นต้น ซึ่งหลายๆ ค่ายก็จะมีแนวทางของตัวเองแตกต่างกันออกไป และบางครั้งก็อาจจะทำให้เราสับสนได้บ้าง แต่สำหรับครั้งนี้แล้วเราได้ทำการ รีวิว Yamaha XSR700 สปอร์ตเฮริเทจไบค์มาทดสอบและรีวิวกัน แม้ว่าทางค่ายส้อมเสียงจะไม่ได้ใช้คำเปรยเรียกชื่อรถตัวเองว่าเป็นโมเดิร์นคลาสสิค ถึงจะเข้าข่ายว่าเป็นก็เถอะ ซึ่งทางค่ายใช้คำว่าสปอร์ตเฮริเทจเพื่อสื่อถึงความคลาสสิคที่สืบทอดต่อๆ กันมาเป็นมรดกตกทอด และเพิ่มคำว่าสปอร์ตเข้ามาเพื่อให้เห็นและสัมผัสได้ว่ารถของพวกเขานั้นเด่นเรื่องสมรรถนะในแบบสปอร์ตอีกด้วย โดดเด่น Yamaha XSR700 นั้นมีดีไซน์ที่เรียกว่าโดดเด่น มีองค์ประกอบหลายๆ ส่วนที่มีความคลาสสิค ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากมอเตอร์ไบค์ยุคแรกๆ ของยามาฮ่าอย่าง XS แต่ก็แอบแฝงไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นสมัยใหม่ อาทิเช่น ไฟหน้า ไฟท้าย และเรือนไมล์เดี่ยว ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้มาในแบบทรงกลมคลาสสิค แต่ใส่เทคโนโลยีแบบสมัยใหม่เข้าไป ไฟหน้ามีไฟหรี่เป็นวงแหวนด้านในดูสวยงามลงตัว และไฟท้าย LED ให้ทัศนวิสัยที่ดี เพิ่มความปลอดภัย ส่วนเรือนไมล์เป็นแบบดิจิตอล แสดงผลข้อมูลต่างๆ ได้ชัดเจนแม้ยามแสงจ้า ถังน้ำมันทรงยาวรีเว้ารับต้นขา มีการเล่นเส้ยสายและน็อตด้านบน พร้อมโลโก้ตระกูล XSR ด้านบนดูเรโทรไม่เบา เบาะหนังพิเศษแบบ 2 เนื้อ ส่วนของคนขี่เป็นแบบหนังเรียบ ส่วนของคนซ้อนเป็นแบบหนังกลับและเก็บรายละเอียดที่ปลายเบาะเป็นโลโก้ของรุ่น ล้อแม็กแบบ 10 ก้านเล็กเข้าคู่กันกับจานเบรกแบบหยักและโช้คเทเลสโคปิกตามแบบของรถคลาสสิคได้เป็นอย่างดี นอกจากดีไซน์ตามแบบคลาสสิคแล้วยังแอบดุดันด้วยการออกแบบให้เผยเส้นสายของตัวรถ เครื่องยนต์และและเฟรมของตัวรถอย่างชัดเจน ให้ภาพลักษณ์ที่ดูเท่และดุดัน ดุดัน ขุมพลังของเจ้า XSR700 นั้นเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกับของ MT-07 หรือก็คือเครื่อง CP2 (ครอสเพลนทู) เป็นเครื่องแบบ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเด่นเรื่องพละกำลัง โดยเฉพาะในช่วงต้นที่มากเป็นพิเศษ แต่ด้วยการออกแบบแคร้งชาฟต์แบบองศาการจุดระเบิดที่ 270 องศา ทำให้เครื่องยนต์นั้นมีกำลังให้เรียกใช้มากขึ้นในทุกๆ ช่วง ทุกๆ ย่านความเร็วรอบ เราเอาไปทดสอบบนไดโน่ก็เห็นได้ว่าตัวเลขแรงม้ากว่าครึ่งก็มาตั้งแต่ช่วงแรกๆ จริงๆ และแรงม้าสูงสุดที่เราทดสอบได้ก็คือที่ประมาณ 66 แรงม้า และจากการทดสอบขับขี่บนท้องจริงๆ ก็เป็นเช่นนั้น ตอบสนองได้รวดเร็วโดยเฉพาะช่วงตีนต้น เรียกใช้พละกำลังได้เร็ว แทบทุกย่านความเร็วรอบ เรียกว่าดุดัน แต่ก็ไม่ถึงกับกระโชกโฮกฮากรุนแรงจนควบคุมได้ยาก ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ดุดัน มีความมันและความดิบแอบซ่อนอยู่ ง่ายและสบาย ช่วงล่างของรถแม้ว่าจะไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษเลิศหรู โช้คหน้ายังเป็นเทเลสโคปิกขนาดแกน 41 มม. ระยะยุบ 130 มม. โช้คหลังเดี่ยวพร้อมกระเดื่อง ระยะยุบ 130 มม.เท่ากันนั้น กลับให้ความนุ่มสบายกว่าที่คิด เมื่อเข้าคู่กับเบาะนั่งที่หนาและนุ่มสบาย ช่วยซับแรงกระแทกต่างๆ ได้ดี นุ่มนวลผิดคาด ถึงเครื่องยนต์จะแอบดุไปหน่อยก็ตาม ตัวรถนั้นใช้แฮนด์บาร์กลางๆ ซึ่งทำให้ได้ท่านั่งหลังตรง อีกทั้งตัวรถก็มีน้ำหนักค่อนข้างเบา จึงขับขี่และควบคุมรถได้ง่ายยิ่งขึ้น นั่งได้สบาย ไม่ปวดหลัง ขับขี่ทางไกลได้ไม่เป็นปัญหามากนัก อาจจะติดเรื่องที่เป็นรถไม่มีแฟริ่งหรือชิลด์หน้า ทำให้อาจจะเจอลมปะทะมากไปหน่อย แต่หากขับขี่ใช้งานในเมืองทั่วไปนั้นไม่มีปัญหา สามารถซอกแซกไปได้ไม่ยากเย็น เบาะนั่งไม่สูงมาก แต่คนตัวเล็กหน่อยอาจจะต้องเขย่งปลายเท้าได้ ตัวยางของโมเดลที่นำมาทดสอบนั้นจะต่างออกไปนิดหน่อยเพราะมีการเปลี่ยนยางมาแล้วจากเดิมที่เป็น Pirelli Phantom Sportcomp ที่เป็นยางที่ทีลายดอกยางในแบบของคลาสสิค แต่ก็มีสมรรถนะและโปรไฟล์ค่อนไปทางสปอร์ต แต่รถทดสอบนั้นถูกเปลี่ยนมาเป็น Pirelli Angel GTII ที่เป็นยางสไตล์สปอร์ตทัวริ่ง ก็ให้การยึดเกาะที่ดีทั้งทางตรงและโค้ง อาจจะทำให้ฟีลแตกต่างไปบ้าง แต่อาจจะไม่ถึงกับมากนัก ดังนั้นแนะนำให้ไปลองขี่ตัวเดโม่ที่ศูนย์อีกทีเพื่อความแน่ใจก็ได้นะครับ ระบบเบรกนั้นจัดเต็มดิสก์หน้าคู่แบบหยักดูสวยงามลงตัว ดิสก์หลังเดี่ยว แน่นอนว่ามีระบบเบรก ABS ช่วยให้มั่นใจในเรื่องการเบรกว่าจะเบรกได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เบรกได้มั่นใจแม้ว่าพละกำลังของรถจะมีค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน สรุป โดยสรุปแล้วสำหรับ Yamaha XSR700 ก็ถือเป็นโมเดิร์นคลาสสิคไบค์ที่เรียกว่าไม่ได้มีดีแค่เรื่องหน้าตาอย่างเดียว ความแรงก็ถือว่าไม่แพ้ใครในคลาสเดียวกัน เป็นรถที่มีสไตล์เป็นของตัวเองค่อนข้างชัดเจน ไม่ได้มีความคลาสสิคจัดๆ ให้กลิ่นอายของความคลาสสิคแต่ก็แอบซ่อนความดุดัน ความเข้ม และความสปอร์ตเอาไว้พอสมควร เหมาะกับนักบิดที่มีสไตล์ ไม่เกี่ยงเรื่องวัย แต่คิดว่าน่าจะถูกใจวัยรุ่น ด้วยความแรงของมัน แต่ก็ต้องระวังสำหรับมือใหม่ ก็เพราะความแรงนี่ล่ะครับ ส่วนในเรื่องของความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับราคา 339,000 บาทแล้ว ถือว่าคุ้มค่า กับรถพิกัดนี้กับอ็อพชั่นประมาณนี้ และรถยังใช้งานได้ไม่จำกัดแค่ในเมือง ขี่เดินทางไกลก็ทำได้ แม้จะไม่สะดวกสบายเท่าสายตรงแบบทัวริ่ง แต่สบายกว่าสปอร์ตจ๋าๆ แน่นอนครับ สเปก เครื่องยนต์ CP2 แบบ 2 สูบเรียง 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ

Honda Forza 750 2025 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในฝั่งประเทศยุโรป ปรับปรุงใหม่ทั้งดีไซน์ภายในและภายนอก รวมไปถึงไฟหน้าดีไซน์ใหม่

2025 Ducati Scrambler 2 รุ่นใหม่ ดุ เข้ม สปอร์ต อิตาลี เผยโฉมออกมาแล้วอย่างเป็นทางการกับ Ducati Scrambler โมเดลปี 2025 ที่ออกมาพร้อมกันถึงสองรุ่น ได้แก่ โมเดลรหัส Icon dark และ Full Throttle ซึ่งทั้งสองโมเดลที่เปิดพร้อมกันมานี้มีการใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดเท่ากันคือ 803 ซีซี ซึ่งได้รับการปรับแต่งอย่างสมบูรณ์เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานไอเสีย Euro 5+ แต่ก็สามารถสร้างความสนุกเร้าใจได้ตลอดการเดินทาง โดยทั้งสองรุ่นที่ปล่อยออกมาจะแตกต่างกันก็เพียงกราฟิก และรายละเอียดบางอย่างเท่านั้น Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ ดีไซน์การออกแบบของ Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ มาแบบเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ด้วยกราฟิกสีดำที่ดูสะอาดตา พร้อมถังน้ำมันทรงหยดน้ำสุดคลาสสิก และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มากับรถคันนี้ทุกอย่างเป็นสีดำ ไม่ว่าจะเป็นแผงด้านข้าง ล้อ เฟรม ฝาครอบคลัตช์ และฝาครอบสายพานแคม ที่ถังน้ำมันมีโลโก้ Ducati คลาสสิกที่ถูกสลักอยู่ในปีก Ducati พร้อมด้วยไฟหน้า LED ทันสมัย แฮนด์บาร์ทรงคลาสสิก และหน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 4.3 นิ้วที่เติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับ ICON DARK ยิ่งไปกว่านั้นโมเดลนี้ยังรองรับการติดตั้ง ควิกชิฟเตอร์ (ชุดแต่งเพิ่มเติม) อีกด้วย ล้อแม็กสีดำ เพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ ไฟท้ายดีไซน์สปอร์ต เพลทโลโก้ข้างถังน้ำมัน เบาะแต่ง กับลวดลายสุดเท่ Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ ดีไซน์การออกแบบของ Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ ตัวรถมาในสีดำเช่นกัน พร้อมอุปกรณ์ไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มรูปแบบ ระบบท่อไอเสียจาก Termignoni และระบบเกียร์แบบ Quickshifter ขึ้น-ลง แฮนด์บาร์ที่ต่ำลงเพื่อท่าทางการขับขี่ที่สปอร์ตยิ่งขึ้นโลโก้บนถังน้ำมันแสดงคำว่า Scrambler Ducati ด้วยตัวอักษรที่ทันสมัยและโดดเด่น เบาะนั่งถูกออกแบบมาให้มีความสอดคล้องตามหลักสรีรศาสตร์มากขึ้น พร้อมหมายเลข 62 ขนาดใหญ่ถูกสลักไว้บนแผงด้านข้าง เพื่อเป็นการระลึกถึงถึงปี 1962 ที่เป็นปีของ Scrambler Ducati ถือกำเนิดขึ้น ล้อแม็กสีทองสวย โดดเด่น #62 เพื่อระลึกถึง Ducati Scrambler รุ่นแรกในปี 1962 ระบบเกียร์แบบ Quickshifter หน้าจอ TFT ขนาด 4.3” 2025 Ducati Scrambler สเปคและรายละเอียดอื่น ๆ Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ เครื่องยนต์ Desmodromic แบบ L-twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ Desmodromic แบบ L-twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 803 ซีซี 803 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 88 x 86 มม. 88 x 86 มม. อัตราส่วนการอัด 11.1:1 11.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด 6 สปีด พร้อมระบบ Ducati Quick Shift ระบบจ่ายเชื้อเพลิง

Panigale V2 2024 สีใหม่ มาดเข้ม ยิ่งกว่าเดิม ล่าสุดทางค่าย Ducati ได้ประกาศเปิดตัวโมเดล Panigale V2 เวอร์ชัน 2024 กับลุคใหม่ มาในชุดสีเทาด้านรอบคัน ตัดด้วยสีแดงประจำค่ายทั้งในส่วนแฟริ่ง ถังน้ำมัน และล้อให้ดูหล่อเข้มมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงยึด DNA ความสปอร์ตและเทคโนโลยีมากมาย ที่พร้อมตอบสนองเพอร์ฟอร์มานซ์การขับขี่อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการออกแบบที่ดูเรียบง่าย และเพิ่มเส้นลายกราฟิกอักษรโลโก้ V2 สีดำเงา ตัดกับสีเทาด้านบนตัวแฟริ่ง เสริมลายธงอิตาลีประดับไว้ด้านข้างที่ชวนให้หวนรำลึกบ้านเกิด รวมไปถึงโช้คอัพหน้า คอท่อ และล้อที่อัปสีใหม่ให้แมตช์กับตัวรถมากยิ่งขึ้น ด้านเครื่องยนต์ยังคงเป็น Superquadro L-Twin 2 สูบ ขนาด 955 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว ให้แรงม้าสูงสุด 155 แรงม้าที่ 10,750 รอบ แรงบิด 104 นิวตันเมตรที่ 9,000 รอบ พร้อมควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง ซึ่งถือว่ายังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในส่วนนี้ สำหรับระบบช่วงล่าง โช้คหน้าเป็นแบบหัวกลับจาก Showa BPF ขนาด 43 มม. และโช้คเดี่ยวจาก Sachs สามารถเซ็ทค่าได้เต็มระบบเพื่อตอบสนองการขับขี่บนท้องถนนหรือซิ่งบนแทร็กก็ย่อมทำได้ มาพร้อมระบบเบรกกับดิสก์เบรกเซมิโฟลทติ้งคู่ด้านหน้าขนาด 320 มม. ปั๊ม Brembo M4.32 4 พอท ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 มม. 2 พอท และล้ออัลลอยสีใหม่ขนาด 17 นิ้วเท่ากันหน้า-หลัง แถมใส่ยาง Pirelli Diablo Rosso IV Corsa ขนาด 120/70 และ 180/60 มาให้อีกด้วยครับ และแน่นอนกับระบบเทคโนโลยีที่อัดแน่น ในระดับรถแข่งขันในสนาม ทั้งระบบตรวจจับเวลาต่อรอบ GPS Lap Timer, Riding Mode (Rider, Track/route, weather) พร้อมระบบเซฟตี้เสริมความปลอดภัยทั้ง Cornering ABS จาก Bosch แทร็กชันคอนโทรล ระบบป้องกันล้อยก และเอ็นจิ้นเบรก ยังรวมไปถึงเทคโนโลยีทั่วไป อาทิระบบไฟ LED หน้าจอ TFT สีขนาด 4.3 นิ้ว แถมมากับฟังก์ชัน Ducati Multimedia System เชื่อมต่อข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน สามารถรับสายโทรศัพท์ ฟังก์เพลง ส่งข้อความผ่านทางบลูทูธได้ ปัจจุบันโมเดลนี้จัดจำหน่ายอยู่ที่ 799,000 บาท แต่สีใหม่น่าจะราคาเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเหมาะสมกับสเปคที่มีมาให้ แต่ก็คงต้องลุ้นหล่ะครับว่าจะมาช่วงไหน และก็ลุ้นอีกรอบว่าสายหล่อคันนี้ จะตอบโจทย์เหล่าไบค์เกอร์บ้านเราได้มากน้อยเพียงใด เพราะคู่แข่งในคลาสนี้มีหลายรายเลยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปก Vespa GTV300 HPE 2023 สปอร์ต ย้อนยุค ต้องรุ่นนี้ Vespa GTV300 HPE 2023 เปิดตัวครั้งแรกในเอเชีย กับโมเดลในตระกูล GTS ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถเวสป้ารุ่นบุกเบิก มาพร้อมจุดเด่นกับไฟตะเกียงทรงกลมที่บังโคลนหน้า แฮนด์เดิลบาร์ใหม่ ผสมผสานกับรูปลักษณ์การออกแบบที่มีความสปอร์ตเต็มขั้น และเทคโนโลยีการใช้งานที่ตอบเทรนด์ในยุคปัจจุบัน เหมาะกับคนที่หลงใหลในความคลาสสิก ราคาแนะนำ 232,900 บาท ดีไซน์สวย ตัวเฟรมรอบคัน ไฟตะเกียงทรงกลม สไตล์รถย้อนยุค กุญแจ Smart Keyless ปุ่มปรับโหมดและล็อกรถ หน้าจอดิจิทัล LCD ทรงกลม รองรับฟังก์ชัน Vespa MIA เชื่อมต่อข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน โช้คแขนเดี่ยว ทำงานสองทิศทาง ระบบเบรก ABS-ASR ช่องเก็บของอเนกประสงค์ พร้อมช่องชาร์จ USB Type A ด้านใน ช่องระบายอากาศ พร้อมโลโก้แบรนด์บนตัวเฟรม เบาะปาดเว้า เย็บตะเข็บสีส้ม สเปก Vespa GTV300 HPE 2023 ราคา และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยของเหลว ปริมาตรกระบอกสูบ 278 ซีซี แรงม้า (เคลม) 23.8 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 26 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 75.0 x 63.0 มม. อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ PFI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 120/70 แบบไม่ใช้ยางใน ล้อ 12 นิ้ว ยางหลัง 130/70 แบบไม่ใช้ยางใน ล้อ 12 นิ้ว ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแขนเดี่ยว ทำงานสองทิศทาง ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพสปริงคู่ ปรับได้ 4 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. กว้าง X ยาว X สูง 775 x 1,975 x NA มม. ระยะฐานล้อ 1,375 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ NA ความจุถังน้ำมัน 8.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจออนาล็อก LCD ระบบเบรก ABS ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ระบบ ASR หรือ Anti Slip Regulation กุญแจ Smart Keyless ช่องเสียบ USB Type A แอพพลิเคชัน Vespa MIA เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน สีสันที่มีจำหน่าย Vespa GTV300 HPE 2023 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปก VESPA 946 10 ANNIVERSARIO 20 คันในไทย 1,000 คันทั่วโลก..!! Vespa 946 10th Anniversario โมเดลระดับมาสเตอร์พีชจากอิตาลี เพื่อฉลองครบรอบหนึ่งทศวรรษของเวสป้า และเป็นคอลเลกชันแรกจากซีรี่ย์ปีนกษัตร มาพร้อมลวดลายปีกระต่าย ที่สลักซีเรียลนัมเบอร์เพียง 1,000 คัน และนำเข้ามาจำหน่ายในไทยเพียง 20 คันเท่านั้น จึงกลายเป็นไอเท็มสำคัญสำหรับนักสะสมตัวจริง ราคาแนะนำ 649,000 บาท ลวดลายปีกระต่าย ด้านท้ายดีไซน์เก๋ เอกลักษณ์เฉพาะ หน้าจอดิจิทัล ซีเรียลนัมเบอร์ ระบบเบรก ASR ป้องกันการลื่นไถลล้อหลัง ล้อลวดลายพิเศษ สเปก VESPA 946 10 ANNIVERSARIO ราคา และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 155 ซีซี แรงม้า (เคลม) 12.2 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 12 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 3 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 120/70 แบบไม่ใช้ยางใน ล้อ 12 นิ้ว ยางหลัง 130/70 แบบไม่ใช้ยางใน ล้อ 12 นิ้ว ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแขนเดี่ยว ทำงานสองทิศทาง ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพสปริงคู่ ปรับได้ 4 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 200 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. กว้าง X ยาว X สูง 730 x 1,965 x NA มม. ระยะฐานล้อ 1,405 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 805 มม. น้ำหนักรถ 153 กก. ความจุถังน้ำมัน 8 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 95 เทคโนโลยี ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอ ดิจิทัล LCD ระบบเบรก ASR ป้องกันการลื่นไถลล้อหลัง สีสันที่มีจำหน่าย Vespa 946 10th Anniversario อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Francesco Bagnaia หลังจบการทดสอบ Sepang Test 2026 กับประเด็นร้อนเรื่องสัญญาใหม่ ย้ำชัดเป้าหมายคือทีมโรงงานเท่านั้น ท่ามกลางกระแสย้ายค่ายปี 2027

Toprak Razgatlioglu MotoGP ยอมรับหมดแรงจูงใจและโกรธจัด หลังเจอปัญหาความเร็วรถในการทดสอบที่เซปัง

Alex Rins นักแข่งจากทีมโรงงานยามาฮ่ารับโกรธมาร์ก มาร์เกซที่มีส่วนทำให้เจ้าตัวต้องไปรั้งท้ายแถวจากเหตุชนกันตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขันสปรินท์

KTM 850 MotoGP Engine เครื่องยนต์ใหม่สำหรับการแข่งขันกฎใหม่ในปี 2027 โดย KTM เป็นค่ายแรก พิท ไบเรอร์ยัน พร้อมสู้ให้ถึงที่สุด

Franco Morbidelli นักแข่งเจ้าของหมายเลข 21 จากทีม VR46 ในการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยว่าตอนนี้เจ้าตัวยังไม่ตัดสินตัวแข่งที่จะใช้ในฤดูกาล 2026