SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
เกียร์ธรรมดาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

อัปเดตล่าสุด Subaru จดสิทธิบัตรระบบเกียร์ธรรมดาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและแป้นคลัตช์จริงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าปี 2569 สลับโหมด Manual-Auto ได้

  • All Posts
  • MOTOGP
ผมนี่ขึ้นเลย! Alex Rins โวยมาร์เกซชนร่วงท้ายแถว

Alex Rins นักแข่งจากทีมโรงงานยามาฮ่ารับโกรธมาร์ก มาร์เกซที่มีส่วนทำให้เจ้าตัวต้องไปรั้งท้ายแถวจากเหตุชนกันตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขันสปรินท์

5 October 2025
  • All Posts
  • MOTOGP
Pecco Ducati GP25 เหมือนได้ของดี แต่ฟีลลิ่ง “ยังไม่ใช่”

Pecco Ducati GP25 เหมือนได้ของดี แต่ฟีลลิ่ง “ยังไม่ใช่” ถ้าไม่พูดถึงก็คงเป็นไปไม่ได้..และยิ่งเป็นถึงแชมป์โลก 2 ซ้อนในรายการโมโตจีพีสำหรับ Pecco Bagnaia จากทีมโรงงานดูคาติ ที่ดูเหมือนฟอร์มเริ่มดร็อบลงจนผิดสังเกตนับตั้งแต่การจบอันดับ 3 ในแข่งขันที่สนามบุรีรัมย์ จนกระทั่งบินลัดฟ้าข้ามทวีปมาแก้ตัวในสนาม ArgentinaGP แต่สุดท้ายจบอันดับที่ 4 ไปอย่างน่าเสียดาย หรือจะเป็นที่ตัวแข่อย่าง Pecco Ducati GP25 Ducati GP25 กับ “ความรู้สึกที่หายไป” “ความรู้สึกที่หายไป” อาจไม่ใช่ชื่อเพลงใหม่ แต่เป็นบทสัมภาษณ์ที่เจ้าตัวได้เผยออกมาสำหรับตัวแข่ง Ducati desmosedici GP(24.9) ซึ่งเป็นตัวแข่งเวอร์ชันล่าสุดและมีเพียง เป้กโก้ มาร์คและดีเจีย เท่านั้นที่ได้ใช้เวอร์ชันนี้ แต่ทว่าผลงานกลับออกมาอย่างไม่เป็นไปตามคาด โดยเฉพาะการไล่บี้ตามหลัง มาร์ค มาร์เกซ ห่างถึง 5.53 วินาที ทั้งที่เป็นตัวแข่งเวอร์ชันเดียวกัน แถมยังโดน “เดอะ บราเทอร์” คนน้องอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ แซงขึ้นนำด้วยตัวแข่งปี 24 มันช่างเป็นอะไรที่ทำให้เจ้าตัวนั้นรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งกับตัวแข่งในเวอร์ชันนี้  “ผมไม่แฮปปี้เลย..มีปัญหาตลอดทั้งอาทิตย์ สุดท้ายมาจบอันดับ 4 ทั้ง ๆ ที่่ความเร็วไม่ได้ต่างจากสองคันแรก ซึ่งในตอนแข่ง…ผมรู้สึกว่าความเร็วยิ่งตกเรื่อย ๆ และค่อนข้างเสียเวลาไปกับการโดน โยฮัน ซาร์โก้ และแฟรงกี้ไล่บี้อยู่ข้างหลัง กระทั่งแฟรงกี้สามารถแซงขึ้นนำไปแบบไม่เกรงใจยางซอร์ฟเลย”  “ผมต้องปรับตัวใหม่ เพื่อหาฟีลลิ่งในแบบเดียวกันเหมืิอนปีที่แล้ว..ซึ่งมันยังขาดในส่วนนี้อยู่ อันดับ 4 ไม่ใช่ของผม อันดับ 3 ก็ไม่ใช่ ผมกำลังทำงานอย่างหนักและเป้าหมายสูงสุดก็คือการกลับไปอยู่ในจุดที่มันควรจะเป็น” “ฟีลลิ่งมันหายไปจริง ๆ นะ ถึงรถมันจะเร็วก็เถอะ แต่มันไม่ใช่ตัวเองเลย มันไม่ได้ขี่ง่ายเหมือนปีที่ผ่านแล้ว และทุกครั้งที่ผมลงสนาม ผมพยายามทำแบบปีที่แล้ว แต่มันก็พลาด ดังนั้น..ก็ต้องพัฒนากันต่อไป”  หากให้กล่าวสรุป..ก็เหมือนคนที่ได้แฟนใหม่แสนเพอร์เฟค หน้าตาสละสวย แต่ก็ไม่รู้ใจเหมือนคนเก่าหล่ะครับ ยังไงก็เอาใจช่วยให้ฟอร์มเจ้าตัวนั้นกลับมาในเร็ววัน เพราะการที่ได้เห็นหมายเลข 63 ไล่บี้กับ 93 หรือบดทั้งพี่ทั้งน้อง มันคงเป็นอะไรที่สนุกและมันส์กว่าการเห็นพี่น้องขี่กินลมชมวิวบนแถวหน้าจริงไหมหล่ะครับ สำหรับการแข่งขันในสนามถัดไปกับ Americas GP จะจัดขึ้นในวันที่ 28-30 มีนาคม ห้ามพลาดกันนะจ๊ะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Pirelli Argentina ทำลายสถิติ ครั้งแรก ทิ้งห่าง 2 วิ

2025 Pirelli Argentina ทำลายสถิติ ครั้งแรก ทิ้งห่าง 2 วิ นับเป็นปีที่ 2 แล้ว สำหรับการเข้าร่วมสู่การเป็นซัพพลายเออร์หลักในรายการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 ของยางระดับโลกสัญชาติอิตาลีอย่าง Pirelli รวมถึงกดสถิติเรคคอร์ดมาแล้วมามายแทบทุกสนาม แต่หนึ่งในรูทแม็ปที่ยังไม่เคยได้สัมผัสในการแข่งขันอย่าง 2025 Pirelli Argentina ซึ่งครั้งนี้กลับกลายเป็นโจทย์สมการที่ท้าทายอย่างยิ่งต่อพีเรลลี ยังรวมไปถึงทีมเทคนิคอลและตัวนักบิดเองก็เช่นกัน สถิติใหม่ เกิดขึ้นอีกครั้ง ด้วยสภาพอากาศที่คาดการณ์ว่าจะต้องร้อนตับแตกเหมือนบ้านเราอย่างแน่นอน แต่กลับกันอุณภูมิที่สนามกลับเย็นกว่าที่คาดซึ่งอยู่ราว ๆ 18-20 องศา ส่วนอุณภูมิผิวแทร็กอยู่ที่ราว ๆ 30 องศาเท่านั้น ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ค่อนข้างเหมาะสมและมาพร้อมกับชัยชนะทั้ง 2 รุ่นพร้อมสถิติครั้งใหม่โดยทิ้งห่างจากผลเวลาดีที่สุดครั้งก่อน ๆ เกือบ 2 วินาที (เทียบกับปี 2023 ที่ยาง Dunlop เป็นสปอนเซอร์) โดย Manuel Gonzalez (Kalex) หนึ่งเดียวที่สามารถสร้างสถิติดีที่สุดในการควอลิฟายเวลาได้เร็วกว่า 1.41 นาที (อยู่ที่ 1’40.870 นาที นอกนั้น 1.41 นาทีขึ้น) ทำลายสถิติปี 2023 ที่ทำโดย Alonso Lopez  ไว้ที่ 1’42.472 ซึ่งเร็วกว่า 1.6 วินาที โดยใช้ยาง Pirelli ประเภทซอร์ฟ (หน้า SC1 หลัง SC0) แต่ถึงอย่างไรเจ้าตัวก็จบอันดับการแข่งขันด้วยรองชนะเลิศอันดับ 1 ซึ่งพลาดตำแหน่งให้กับ Jake Dixon ไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนรุ่น Moto3 ผู้ที่ทำเวลาต่อรอบดีสุดก็คือ Matteo Bertelle (KTM) ผู้ออกสตาร์ทกริดแรกด้วยสถิติผลเวลาดีที่สุด (ควอลิฟาย) ที่ 1’46.034 นาที ทำลายสถิติที่ดีที่สุดของสนามซึ่งถูกเรคคอร์ดไว้เมื่อปี 2022 โดย Sergio Garcia เคยทำเวลาไว้ที่ 1’48.429 นาที ซึ่งเร็วกว่า 2 วินาที ด้วยยางหน้าพีเรลลี SC2 มิเดียม และยางหลังซอร์ฟ SC1 อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะทำผลเวลาการซ้อมดีสุด แต่ทว่าการแข่งขันจริงจะต้องอาศัยชั้นเชิงและความได้เปรียบ โดยเจ้าตัวจบอันดับที่ 4 ในการแข่งขันและอันดับโพเดี้ยมตกเป็นของ Angel Piqueras  “จนถึงตอนนี้ เราสามารถกล่าวได้ว่าเราพอใจกับประสิทธิภาพของยางของเราในสนามนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่านี่เป็นการแข่งขันครั้งแรกของเราในสนามนี้ และเราไม่มีข้อมูลอ้างอิงมาก่อน มีหลายเหตุผลที่ทำให้เราสามารถกล่าวอย่างมั่นใจได้ดังนี้ ประการแรก ในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน เราสามารถทำลายสถิติเวลาต่อรอบตลอดกาล (all-time lap records) ได้สำเร็จ โดยมีพัฒนาการที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับยางประเภทอื่น – เรากำลังพูดถึงการทำเวลาเร็วขึ้นถึง 1.6 วินาทีใน Moto2 และมากถึง 2.4 วินาทีใน Moto3 ประการที่สอง ควรกล่าวถึงว่า นักแข่งหลายคนสามารถทำเวลาได้ต่ำกว่าสถิติสนามเดิมในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน ตั้งแต่การฝึกซ้อมในช่วงบ่ายของวันศุกร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่านักแข่งสามารถปรับตัวเข้ากับยางของเราได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำรอบได้เร็วตั้งแต่เริ่มต้น ประการสุดท้าย ต้องเน้นย้ำว่า การพัฒนาสถิติเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากนักแข่งเพียงคนเดียว แต่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นกับนักแข่งเกือบทุกคนในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน เพราะแทบทุกคนสามารถทำเวลาได้ต่ำกว่าสถิติเดิม นอกจากนี้ นักแข่งบางคนได้ทดสอบการวิ่งระยะยาว (long runs) และยางก็แสดงให้เห็นถึงอัตราการสึกหรอที่อยู่ในระดับที่ดี” ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกในฐานะซัพพลายเออร์รายใหม่ แต่ทว่าผลงานที่ออกมาถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะนักบิดหลาย ๆ คนที่ทุ่มเทกำลังอย่างเต็มความสามารถ นอกจากจะทำลายสถิติเดิมแทบจะทุกคนแล้ว เรายังได้ได้ข้อมูลอันมีค่าเพื่อนำมาพัฒนาประสิทธิภาพของยางสำหรับการแข่งขันในครั้งต่อ ๆ ไป  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph 2025 Moto2 Engine เกียร์ใหม่ ไร้ว่าว

Triumph 2025 Moto2 Engine เกียร์ใหม่ ไร้ว่าว Triumph 2025 Moto2 Engine หนึ่งในซัพพลายเออร์รายหลักของการแข่งขันรุ่น Moto2 ได้มีอัปเดตสำหรับปรับปรุงสมรรถนะครั้งใหม่ในเรื่องของเครื่องยนต์ โดยปีนี้ไทรอัมพ์ได้ผลิตชุดกระปุกเกียร์ใหม่สำหรับการแข่งขันและถูกติดตั้งบนตัวแข่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระบบชุดเกียร์ใหม่สำหรับแข่งขัน หัวใจหลักในการพัฒนาระบบชุดเกียร์ครั้งนี้ก็คือ การสลับตำแหน่งเกียร์โดยตำแหน่งของเกียร์ว่าง (N) จะถูกย้ายไปไว้บนสุดของชุดเกียร์และถูกล็อกเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้นักแข่งเปลี่ยนเกียร์ว่างในระหว่างการแข่งขัน มาพร้อมกับดรัมเปลี่ยนเกียร์ที่ได้รับการออกแบบร่องทางเดินเกียร์ใหม่เพื่อรองรับลำดับเกียร์แบบใหม่ ระบบนี้ถูกกลึงขึ้นด้วยเทคนิค Billet Machining เพื่อให้มีความแม่นยำสูงสุด ทั้งในเรื่องของน้ำหนัก แรงเฉื่อย และรูปทรงทางวิศวกรรมที่เหมาะสม และด้วยการดีไซน์ดังกล่าว เกียร์ว่าง (N) จะสามารถเข้าหรือใช้งานผ่านมือเท่านั้น และยังใช้ได้ในเฉพาะโซนพิทเลนกับกริตสตาร์ทเท่านั้นอีกด้วย โดยชุดเกียร์จะถูกติดตั้งไว้บริเวณเสื้อเพลาข้อเหวี่ยงในบล็อกเครื่องยนต์ปีนี้อีกด้วย “ไทรอัมพ์ ทำลายสถิติในโมโตทูมาโดยตลอดนับตั้งแต่การเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน ดังนั้นการที่พวกเขายังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก การอัปเดตระบบชุดเกียร์ใหม่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทรอัมพ์ต่อโมโตทู และแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่โมโตจีพีมอบให้ เพื่อเป็นห้องทดลองสำหรับพันธมิตรได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาทดสอบในการแข่งขันจริง เรามั่นใจว่านักแข่งจะต้องชื่นชอบการอัปเดตนี้ และจะช่วยให้การแข่งขันสนุกยิ่งขึ้น” Carlos Ezpeleta ประธานฝ่ายกีฬา ดอร์น่า สปอร์ต กล่าว มีแนวโน้ม..ต่อยอดสู่โปรดักท์ชัน สำหรับระบบชุดเกียร์ดังกล่าวนั้นถูกติดตั้งไว้ให้ใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลแข่งขันขึ้นที่ จ.บุรีรัมย์ ที่ผ่านมา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ในการแข่งขันกับรถแข่งทุกรุ่น สิ่ง ๆ นี้จะช่วยให้นักแข่งสามารถก้าวไปสู่ระดับพรีเมียร์คลาสได้อย่างไม่ยากเย็นเหมือนกับที่ เปโดร อคอสต้า และ ไอ โอกุระ ที่สามารถทำผลงานได้ดีตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นรุกกี้ (เครื่องยนต์แข่งขันถูกพัฒนาต่อยอดมาจากเจ้า Street Triple 765 RS ตัวแรงของทางค่าย)  ว่าแต่เปิดตัวมาขนาดนี้ ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจและน่าทำคอนเทนต์มาก ๆ แล้วถ้ามันถูกติดตั้งในรุ่นโปรดักท์ชันจะเกิดอะไรขึ้น ? หรือไทรอัมพ์จะมีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบเกียร์ใหม่รวมถึงระบบคลัตช์กันนะ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้…ก็ล้วนที่จะเป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • MOTOGP
Ducati Lenovo เผย ดึงมาร์กเข้าทีม คือความสบายใจ

Ducati Lenovo เผย ดึงมาร์กเข้าทีม คือความสบายใจ Ducati Lenovo Team ทีมโรงงานยักษ์ใหญ่ในการแข่งขันรายการ MotoGP จากดูคาติ ได้ออกมาเผยว่าการดึงมาร์ก มาร์เกซ นักบิดเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ที่ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า เจ้าตัวได้ย้ายเข้าร่วมทีมโรงงานของ ‘ดูคาติ’ จับคู่กับทีมเมทเจ้าของแชมป์โลกสองสมัยอย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ‘เป็นความสบายใจ’ ที่ได้ตัวเขามาร่วมเป็นทีม แม้จะต้องเสีย ฆอร์เก้ มาร์ติน ที่ย้ายไปร่วมทีมโรงงานของ Aprilia อิเนีย บาสเตียนินี่ ที่ย้ายไปร่วมทีม KTM Tech3 แต่ทางทีมก็คาดหวังว่ามาร์กจะนำความสำเร็จมาให้กับทีมโรงงานในอนาคต มาร์กลงทดสอบ ‘ตัวขี่คันใหม่’ เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยได้ทำการทดสอบคู่หูคันใหม่เป็นที่เรียบร้อย ในบาร์เซโลน่าเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมาร์กได้บอกกับ เมาโร กราสซิลลี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของดูคาติ ว่าเขาชื่นชอบรถคันนี้ โดยผลการวิ่งทดสอบของมาร์กกับรถคันใหม่ เจ้าตัวสามารถทำเวลาเร็วได้เป็นอันดับที่ 4 อยู่ที่ 01:39.4540 นาที ตามหลังทีมเมทคนใหม่ที่จบในอันดับสามด้วยเวลา 01:39.3980 นาที กราสซิลลี ถึงมาร์เกซ ผู้อำนวยการกีฬาของดูคาติได้ออกมาเผยความรู้สึกถึง มาร์ก มาร์เกซ ที่จะเข้ามาขี่ทีมโรงงาน “ผมไม่ใช่ช่างเทคนิค แต่เป้าหมายของวันนั้นคือการรับฟังความรู้สึกแรกของเขา “เมื่อเขาเข้ามาในพิต สิ่งแรกที่เขาพูดคือ: ‘ผมชอบรถคันนี้’ สำหรับผม นั่นคือความโล่งใจ” “ตั้งแต่แรกเราได้ทำงานเพื่อให้เขาอยู่ในทีม ผ่านการเจรจากับผู้จัดการของเขา เพื่อให้สามารถตกลงในหลายๆ เรื่อง เช่น สปอนเซอร์ “การได้เห็นผลลัพธ์จากการทำงานที่เริ่มต้นเมื่อหลายเดือนก่อนเป็นความรู้สึกที่พิเศษ การได้เห็นเขาในสนามแข่งและได้เห็นเขาในพิตของเราคือความรู้สึกที่งดงาม” คู่หูคู่ใหม่ พร้อมนำความสำเร็จสู่ทีมโรงงาน มาร์ก มาร์เกซ จะจับคู่กับเป้กโก้ บัญญาย่า ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า แน่นอนว่าทั้งคู่ต่างมีกดีกรี พร้อมความทะเยอทะยานในการคว้าแชมป์โลก ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ทีมโรงงานต้องเผชิญกับความกดดันเพิ่มเติมในการคุมทั้งสองคน แต่เมื่อทั้งคู่ได้พบกันก็ต่างแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างราบรื่น  “ผมเห็นพวกเขาคุยกัน ผมเห็นว่าพวกเขาแบ่งปันความรู้สึกต่อกัน และพวกเขามีความรู้สึกเหมือนกันเกี่ยวกับรถแข่ง”  “พวกเขาเป็นมืออาชีพทั้งคู่ แม้มันจะแปลกที่ต้องพูดว่าเรารู้อยู่แล้ว แต่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องการ เราต้องการให้นักแข่งทั้งสองคนช่วยกันพัฒนารถแข่งและทำให้ทีมมีความเป็นหนึ่งเดียว “จากนั้น การได้เห็นพวกเขาคุยกันในวันแรก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราจะมองข้ามได้ แต่การเห็นพวกเขาคุยกัน แบ่งปันความคิดเห็น และมีความคิดเกี่ยวกับรถแข่งที่ตรงกันในแบบที่ชัดเจน ถือเป็นการยืนยันแรกของงานที่เรากำลังเริ่มต้นทำ “เมื่อคนสำคัญที่สุดสองคนในทีม ซึ่งก็คือนักแข่ง มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เรากำลังมองหา ผมมั่นใจว่า แม้จะไม่ง่ายเสมอไป แต่มันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีในปีหน้า” โปรแกรมการทดสอบ Pre-Season MotoGP2025 ในสนามถัดไปจะทำการทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 เชคดาวน์เทส เซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fabio Quartararo กับการพัฒนารถแข่ง MotoGP ในการทดสอบที่บาร์เซโลนา

Fabio Quartararo กับการพัฒนารถแข่ง MotoGP ในการทดสอบที่บาร์เซโลนา Fabio Quartararo นักแข่งทีมยามาฮ่า ได้สรุปผลการทดสอบ MotoGP ที่สนามบาร์เซโลนา โดยกล่าวถึงการพัฒนาของทีมในด้านต่างๆ แม้ว่าจะยังไม่สามารถไล่ตามนักแข่งแนวหน้าได้ แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีสำหรับฤดูกาล 2024 ตัวแข่งคันใหม่ประสิทธิภาพดีขึ้น กวาร์ตาราโรเผยว่า รถใหม่จากค่ายมาพร้อมกับแชสซีรุ่นใหม่ที่นำมาทดสอบ ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพได้ดี โดยเฉพาะในจังหวะเข้าโค้งจากทางตรงไปยังการเอียงเต็มที่ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่เด่นชัดที่สุด แต่ยังต้องหาวิธีพัฒนาช่วงออกจากโค้งเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้น “เราได้พบแนวทางที่ช่วยพัฒนาในจังหวะเข้าโค้งแล้ว ตอนนี้เราต้องมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาจังหวะออกจากโค้งต่อไป”  โดยในการทดสอบครั้งนี้ ยามาฮ่ายังได้ทดลองใช้เครื่องยนต์ใหม่ รวมถึงแฟริ่งด้านบน และสวิงอาร์มใหม่ แม้ว่าเป้าหมายจะไม่ได้เน้นที่การเพิ่มสมรรถนะในทันที แต่เพื่อดูว่าชิ้นส่วนเหล่านี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้หรือไม่ “เป้าหมายหลักของเราคือการประเมินว่าชิ้นส่วนใหม่ ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเดิมหรือไม่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในมาเลเซีย” นักบิดชาวฝั่งเศสกล่าวเสริม นักแข่งที่ขี่ให้กับ Yamaha ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกที่ยามาฮ่ามีนักแข่ง MotoGP สี่คนในสนาม โดยมีแจ็ค มิลเลอร์และมิเกล โอลิเวร่า เปิดตัวในทีม Prima Pramac Racing และ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ ที่จับคู่กับ อเล็กซ์ รินส์ มากับทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ซึ่งกวาร์ตาราโรมองว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก “การมีนักแข่งจากผู้ผลิตที่ต่างกัน รวมถึงวิศวกรจากทีมอื่นๆ ช่วยให้เราได้รับข้อมูลที่หลากหลาย และผมคิดว่าเราก้าวหน้าไปหลายขั้นตอนในการทดสอบวันนี้” เขากล่าว แม้จะยังต้องใช้เวลาเพื่อปรับปรุงในหลายจุด แต่กวาร์ตาราโรย้ำว่าการทดสอบครั้งนี้ให้ข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ทีมสามารถวางแผนพัฒนารถแข่งสำหรับฤดูกาลใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของยามาฮ่าในการกลับมาแข่งขันกับทีมชั้นนำของ MotoGP และแฟนๆ ของกวาร์ตาราโรคงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อเพื่อเห็นความก้าวหน้าในสนามต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ ลั่น พร้อมลุย MotoGP ฤดูกาลหน้า

ก้อง สมเกียรติ ลั่น พร้อมลุย MotoGP ฤดูกาลหน้า ก้อง สมเกียรติ นักบิดสัญชาติไทยคนแรกที่จะได้ก้าวขึ้นไปสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP กับทีม LCR Honda ในฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง นักบิดสัญชาติไทยคนแรกใน MotoGP หลังจากที่แข่งขันในระดับ Moto2 มาเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี โดยผลงานที่ดีที่สุดของก้องในการแข่งขัน Moto2 คือการปิดฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 ในฤดูกาล 2023 ซึ่งในฤดูกาลหน้าจะเข้าร่วมแข่ง MotoGP ในนามทีม ‘LCR Honda’ ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ของ ทาคาอากิ นาคากามิ ที่จะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นนักทดสอบในทีม HRC และจะจับคู่กับทีมเมทสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง ‘โยฮันน์ ซาร์โก’ “ใช่ครับ ผมรู้สึกดีใจมาก แน่นอนเลย นักแข่งไทยคนแรกใน MotoGP และยังได้ [แข่งในบ้านเกิด] เป็นสนามแรกใน MotoGP ฤดูกาลหน้า ผมดีใจมากจริง ๆ ครอบครัวผมก็ดีใจมาก เด็ก ๆ นักแข่งในประเทศไทย รวมถึง Honda Thailand ก็ดีใจที่ผมได้ก้าวขึ้นสู่ MotoGP” ฤดูกาลแรกกับภารกิจสุดท้าทาย ก้องจะเป็นหนึ่งในนักบิดสามคนหน้าใหม่ที่ขึ้นมาจาก Moto2 ในฤดูกาลหน้าร่วมกับ เฟอร์มิน อัลเดเกร์ (ขึ้นมาขี่กับทีม Grensini Racing) และ ไอ โอกุระ แชมป์คนล่าสุดในรายการ Moto2 (ขึ้นมาขี่กับทีม Trackhouse Aprilia) ซึ่งถ้าเทียบกันกับทั้งสามคน ดูเหมือนว่าก้องน่าจะต้องเจอโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายในฤดูกาลแรกไม่น้อย ม่ เนื่องจากเขาจะขี่ Honda RC213V ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่มีสมรรถนะน้อยกว่าตัวแข่งของทีมอื่น ๆ ในกริดการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมา แม้สถานการณ์จะไม่ง่าย แต่นักแข่งชาวชลบุรียังคงหวังว่าเขาจะสามารถเก็บคะแนนได้ในฤดูกาลแรกของ MotoGP หรืออาจจะสามารถจบในอันดับท็อป 10 ได้ “ใช่ครับ แน่นอนว่ามันยาก เพราะเราเห็นได้ชัดว่า Honda เจอปัญหาค่อนข้างเยอะในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่ถ้าผมได้ลงแข่ง บางทีผมอาจช่วยอะไรบางอย่างให้ทีมได้ และบางที เราอาจจะพัฒนาขึ้นมาได้บ้าง”  “ปีหน้าจะเป็นการแข่งขันในปีแรกของผม [รายการ MotoGP] และเป้าหมายแรกของผมคือการเก็บแต้ม ถ้าทำได้ ผมอยากได้อันดับประมาณท็อป 10 หรืออาจจะดีกว่านั้น หรืออย่างน้อยก็ได้แต้มบ้าง ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดและทำเต็มที่ มันไม่ง่ายเลยเพราะใน MotoGP มีนักแข่งที่เร็วมาก ๆ หลายคน และการแข่งขันค่อนข้างดุเดือด” Honda RC213V คู่หูคันใหม่   นักบิดสัญชาติไทยรายนี้จะได้ขี่รถ RCV เป็นครั้งแรกในการทดสอบหลังจบฤดูกาลที่บาร์เซโลน่า ซึ่งจะเป็นการปรับตัวของก้องจากรถ Moto2 ไปสู่รถ MotoGP เมื่อพูดถึงการเตรียมตัวจาก Moto2 สู่ MotoGP สมเกียรติระบุว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่เขาต้องเรียนรู้ นอกจากนี้ เขายังมุ่งเน้นที่จะปรับตัวเพื่อให้สามารถไปกับรถระดับ MotoGP ได้ดีขึ้น “Moto2 ไป MotoGP มีความแตกต่างกันมาก เป็นคนละคลาส ความเร็วใน MotoGP มากกว่ามาก ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ซับซ้อนกว่าเยอะ ตอนที่ผมทดสอบ ผมต้องฝึกให้มาก และพยายามวิ่งให้เร็วที่สุด เพราะการแข่งขันสนามแรกก็จะเริ่มที่บุรีรัมย์ในประเทศไทย ผมจะพยายามวิ่งให้เร็ว และทำให้ดีที่สุด”  “และสภาพจิตใจของผมตอนนี้ก็ดีมาก ผมพยายามทำทุกอย่างให้ชัดเจน การเริ่มต้นสิ่งใหม่ในฤดูกาลหน้าถือเป็นเรื่องใหญ่ ๆ แต่ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด” การแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาล 2025 ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพเปิดการแข่งขันสนามแรก ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568-2 มีนาคม 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2024 MotoGP World Championship ศึกสุดท้าย ตัดสินแชมป์โลก

2024 MotoGP World Championship ศึกสุดท้าย ตัดสินแชมป์โลก เมื่อการเดินทางมาถึงสนามสุดท้าย ศึกชิงแชมป์โลก 2024 MotoGP World Championship สังเวียนแห่งการตัดสินแชมป์ ที่บาร์เซโลน่า สนามคาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ระหว่างสองนักบิดคะแนนหัวแถวอย่าง Jorge Martin (Pramac Racing) และ Pecco Bagnaia (Lennovo Ducati Factory) พร้อมปิดฉากตัดสินสนามสุดท้ายด้วยคะแนนห่างกันเพียง 24 คะแนนเท่านั้น หลังจากไล่บด ผลัดคว้าแชมป์มาหลายต่อหลายสนาม ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างไปทางนักแข่งทีมรองเสียมากกว่า ด้วยคะแนนรวม 485 คะแนน นำห่างแชมป์โลก 2 สมัยที่ 24 คะแนน (คะแนนรวม 461 คะแนน) กับ 2 เรซการแข่งขันที่เหลือ (สปรินเรซและเมนเรซ) รวม 32 คะแนน ซึ่งหมายความว่า ทั้งคู่มีสิทธิ์สามารถเป็นแชมป์โลกฤดูกาล 2024 นั่นเอง โดยความกดดันตกมาที่นักบิดแชมป์โลก 2 สมัยอย่างบัญญาญ่า ที่จะต้องทำผลเวลาควอลิฟายอยู่อันดับหัวแถว และไม่พลาดการแข่งขันทั้งสองเรซ (ไม่เจ็บ ไม่ล้ม ไม่รถพัง) ประกอบกับจะต้องทำคะแนนไล่ตามมาร์ตินในสปรินเรซไม่ให้ห่างเกิน 25 คะแนน หากทำผลงานในรอบสปรินเรซได้ดี เก็บคะแนนทิ้งห่างก็จะลดความกดดันในการแข่งขันเมนเรซและมีสิทธิ์ในการคว้าแชมป์มากยิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกัน ด้วยบุญเก่าที่สะสมมาจากสนามก่อน มาร์ติน มีเปอร์เซ็นต์ในการคว้าแชมป์มากกว่า ด้วยเงื่อนไข ต้องมีคะแนนนำห่างเปกโก้มากกว่า 25 คะแนน ถ้าหากมาร์ตินมีคะแนนนำห่างในรอบสปรินเรซมากกว่า 3 คะแนนหรือหนึ่งอันดับ ก็ถือว่าเป็นการปิดฉากไปโดยปริยายนั่นเอง แต่ทว่าย่อมมีความกดดันตามมาอยู่บ้างไม่น้อยทีเดียว ถ้าหากมาร์ติน ไม่เจ็บ ไม่ล้ม และรถไม่พังในระหว่างการแข่งขันไปซะก่อน เปกโก้ คว้ากริดแรก มาร์ตินสตาร์ทแถว 2 ด้วยผลเวลาการควอลิฟายค่อนข้างเป็นใจให้กับอดีตแชมป์โลก โดยทำเวลาดีสุด 1’38.641 คว้ากริดสตาร์ทหัวแถว (อันดับหนึ่ง เปกโก้ บัญญาญ่า, อเล็กซ์ เอสปากาโร่และ มาร์ค มาร์เกซ) ส่วนมาร์ตินอยู่ในกริดสตาร์ทที่ 4 (แถว 2) ด้วยผลเวลาควอลิฟาย 1’38.849 ตามหลังด้วย ฟรานโก้ โมบิเดลลี และเปรโดร อคอสต้า โดยอันดับกริดสตาร์ททั้งหมดสามารถแบ่งได้ตามนี้ ศึกสปรินเรซ เรซแรกแห่งความท้าทาย @motogp Pecco won a TENSE and CRUCIAL #TissotSprint as #TheRematch rolls on to Sunday! ⚔️🥇 We look back at the key moments from today’s 13-lap race 🔥 #SolidarityGP 🏁 #MotoGP #Motorsports #Motorcycle #Motor #SportsOnTikTok ♬ original sound – MotoGP™ แน่นอนว่ามีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ ทั้งสองรอบการแข่งขัน โดยสปรินเรซหลังจากไฟแดงดับลง เปกโก้ เปิดโฮลช็อตบิดนำคู่แข่งออกไปได้ในโค้งแรก ตามมาด้วยมาร์ติน ที่พยายามไล่บี้และปิดท้ายสามอันดับแรกกับคู่หูทีมเมท Ducati Factory อย่าง เอเนีย บาสเตียนนินี โดยการแข่งขันเริ่มดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง เปกโก้ เริ่มทิ้งห่างคู่แข่งออกมาเรื่อย ๆ ในขณะบาสเตียนินีพยายามไล่จี้มาร์ตินตลอดในรอบสปรินเรซ จนกระทั่งสามารถแซงมาร์ตินขึ้นมาเป็นอันดับสองได้ในที่สุด (หากใครดูในการแข่งขันในรอบนี้ อาจคิดได้ว่าเอเนีย บาสเตียนินี พยายามป้องกันไม่ให้มาร์ตินคว้าแชมป์โลก หรือพยายามทำคะแนนสะสมขึ้นมาเป็นอันดับ 3 แทนมาร์ค มาร์เกซหรือไม่ ?) สรุปผลการแข่งขันสปรินเรซ  1.เปกโก้ บัญญาญ่า (+12 คะแนน รวม 473 คะแนน) 2.เอเนีย บาสเตียนินี (+9 คะแนน รวม 377 คะแนน) 3.ฮอร์เก้ มาร์ติน (+7 คะแนน รวม

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Sam Sunderland แบรนด์แอมคนใหม่ของ ไทรอัมพ์

Sam Sunderland แบรนด์แอมคนใหม่ของ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เข้าจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ Sam Sunderland อดีตแชมเปี้ยน Dakar Rally 2 สมัย ก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่กับแบรนด์ระดับตำนานอย่าง ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิลส์ สานต่อความหลงใหลในโลกแห่งความเร็วและความท้าทายด้วยบทบาท แบรนด์แอมบาสเดอร์ อย่างเป็นทางการ เปลี่ยนสนามแข่งเป็นเส้นทางแห่งอนาคต จากนักแข่งผู้พิชิตแรลลี่สุดคฤโหด สู่ผู้บุกเบิกเส้นทางใหม่ให้กับรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ แซม ผู้ครองตำแหน่งแชมป์ดาการ์ แรลลี่สองสมัย และ FIM World Rally Raid จะนำประสบการณ์อันโชกโชน มาสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักบิดทั่วโลก ร่วมพัฒนาโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ในตลาด รถจักรยานยนต์แอดแวนเจอร์และออฟโร้ด “การร่วมงานกับไทรอัมพ์ในครั้งนี้ เป็นการเดินทางครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ผมรอคอยที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมอังกฤษในการสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่” แซม กล่าว Paul Stroud ประธานเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ของไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ กล่าวถึงเส้นทางของแบรนด์ที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มแอดเวนเจอร์และออฟโร้ด “ตลอดห้าปีที่ผ่านมา Triumph ได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง กับโมเดลอันโดดเด่นอย่าง Tiger และ Scrambler และในวันนี้ เรากำลังก้าวสู่ยุคใหม่ ด้วยความร่วมมือจากแชมป์ Dakar อย่างแซม ซันเดอร์แลนด์” ไม่เพียงแต่ไทรอัมพ์จะบุกตลาดแอดแวนเจอร์ พวกเขายังมุ่งหน้าเข้าสู่โลกของ โมโตครอสและเอนดูโร่อย่างเต็มตัว เปิดตัวโมเดลใหม่ที่ท้าทายทุกขีดจำกัดของการขับขี่ ทั้งโมเดล TF 250-X และ TF 450-RC Edition ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทรอัมพ์ในวงการออฟโร้ด รวมถึงโมเดลใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ ภายใต้การนำของ Paul Edmondson ผู้จัดการทีมและอดีตแชมป์โลกระดับตำนาน ไทรอัมพ์ กับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่บนเวทีโลก Triumph Factory Racing คว้าชัยชนะในรายการ AMA Supercross เตรียมพร้อมลงแข่ง World Supersport Championship 2025 ทะยานสู่การแข่งขัน SuperMotocross และ MXGP/MX2 อย่างเต็มรูปแบบในปี 2025 แชมป์โลก Jonny Walker นำ Triumph คว้าโพเดียมใน SuperEnduro World Championship เป็นครั้งแรก โดยการแต่งตั้ง แซม ซันเดอร์แลนด์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Triumph Motorcycles ไม่ใช่เพียงการร่วมมือกันของนักแข่งและแบรนด์ แต่เป็นการรวมพลังของสองไอคอนแห่งวงการมอเตอร์ไซค์ ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของรถจักรยานยนต์แอดแวนเจอร์และออฟโรดไปข้างหน้า ที่สำคัญ ไทรอัมพ์ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ นวัตกรรมที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง กับโมเดลยอดนิยม เช่น Tiger 900 และ Tiger 1200 ที่ได้รับการอัปเดตใหม่ เพื่อให้การขับขี่เต็มไปด้วยสมรรถนะและความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ของไทรอัมพ์ดูได้ที่ www.triumphmotorcycles.co.th   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Retrokit for Vespa มอเตอร์ไฟฟ้าของเวสปิสตี้ที่เบื่อน้ำมัน

Retrokit for Vespa มอเตอร์ไฟฟ้าของเวสปิสตี้ที่เบื่อน้ำมัน Retrokit for Vespa ขุมพลังงานไฟฟ้าสำหรับรถจักรยานยนต์เวสป้า ด้วยเทรนด์ในยุคปัจจุบันแน่นอนว่าในชั่วโมงนี้ คงหนีไม่พ้นไลฟ์สไตล์ ‘แบบรักษ์โลก’ ผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น วงการรถสองล้อเองก็มีสกูตเตอร์ไฟฟ้าออกมาให้ได้ใช้งานกัน สำหรับไบค์เกอร์บางท่านที่อยากร่วมรักษ์โลกแต่ไม่มีเงินซื้อให้จะทำยังไงดี ? เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปสำหรับเหล่า ‘เวสปิสตี้’ ที่มีใจจะรักษ์โลก เพราะ Retrokit บริษัทจากอิตาลี เปิดตัวชุดแปลงไฟฟ้าแบบครบวงจรที่ช่วยให้ผู้ขับขี่โบกมือลาน้ำมันเบนซิน และหันมาใช้ไฟฟ้าล้วน ๆ สำหรับเวสป้าคลาสสิกของคุณได้ในเวลาเพียงสี่ชั่วโมงเท่านั้น   โดยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าของ Retrokit จะประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และชุดควบคุม ที่สามารถติดตั้งเข้ากับรถเวสป้าได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการดัดแปลงตัวรถมากนัก และเมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ชาร์จไฟให้เรียบร้อย ก็สามารถใช้เวสป้าที่เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ทันที ชุดนี้ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลังขนาด 7,000 วัตต์และแบตเตอรี่ลิเธียมแบบถอดได้ขนาด 2.35 kW.h ซึ่งเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์เชื้อเพลิงเดิม โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างเฟรมแต่อย่างใด พูดอย่างง่าย ๆ ก็คือเหมือนกับการให้ “หัวใจ” ใหม่แก่เวสป้า แต่ยังคงระบบล้อหลัง และเบรกแบบเดิมเอาไว้ เพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่ไม่เปลี่ยนแปลงไป  อีกทั้งชุด Retrokit ยังมาพร้อมอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ระบบไฟ LED, ระบบควบคุมคันเร่ง, ตัวควบคุมอัจฉริยะ ทำให้การปรับแต่งนี้ไม่ใช่แค่การ “ปรับเปลี่ยนรูปแบบของระบบกำลัง” เท่านั้น แต่ยังเป็นการอัปเกรดประสบการณ์การขับขี่อีกด้วย ระยะเวลาการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่นี้ใช้เวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมงเท่านั้น มอเตอร์ไฟฟ้าของ Retokit มีให้เลือกทั้งหมด 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 50 ซีซี และขนาด 125 ซีซี โดยเวอร์ชันขนาด 50 ซีซี จำกัดความเร็วอยู่ที่ 45 กิโลเมตร/ชั่วโมง เหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง และใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปใกล้ ๆ บ้าน ในส่วนของเวอร์ชันขนาด 125 ซีซี สามารถทำความเร็วสูงสุดถึง 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ความเร็วสูงมอเตอร์ทั้งสองรุ่นสามารถสร้างแรงบิดได้ 28 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่มือใหม่ และมือเก๋าสามารถควบคุมได้ง่ายระบบประหยัดพลังงานอัจฉริยะ วิ่งได้ไกลถึง 82 กิโลเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าของ Retrokit มีโหมดขับขี่ในตัว 3 โหมด ได้แก่ Eco, Drive และ Sport โหมด Eco มีระยะทางวิ่งไกลที่สุด โดยสามารถเดินทางได้ 82 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบกู้คืนพลังงานจลน์ ที่สามารถชาร์จพลังงานเมื่อลงเขาหรือเบรก ช่วยเพิ่มความทนทาน และทำให้เวสป้าประหยัดพลังงานมากขึ้น อีกทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมาพร้อมกับหน้าจอเรือนไมล์แบบใหม่ ที่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ทำให้การเช็คข้อมูลต่าง ๆ อาทิ ความเร็วของรถ ระดับแบตเตอรี่ อายุแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ และแม้แต่เปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ทันที ก็สามารถทำได้เพียงแค่ปลายนิ้วเท่านั้น และรูปแบบของหน้าจอเรือนไมล์ยังมีตัวเลือกจอแสดงผลแบบดิจิทัลถึง 3 แบบ ได้แก่ ทรงกลม, วงรี และสี่เหลี่ยม ที่สามารถทดแทนแผงหน้าปัดเดิมของรถ Vespa รุ่นต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ในส่วนขอราคาวางจำหน่าย และการจัดส่งระหว่างประเทศชุด Retrokit มีราคาอยู่ที่ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 119,000 บาท ไหนใครเบื่อน้ำมัน ลองเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าดูหน่อยไหม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli SCORPION MX32 MID SOFT ยางแชมป์โลก

Pirelli SCORPION MX32 MID SOFT ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Pirelli บริษัทเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยางยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลี

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Sam Sunderland แบรนด์แอมคนใหม่ของ ไทรอัมพ์

Sam Sunderland แบรนด์แอมคนใหม่ของ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เข้าจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ Sam Sunderland อดีตแชมเปี้ยน Dakar Rally 2 สมัย ก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่กับแบรนด์ระดับตำนานอย่าง ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิลส์ สานต่อความหลงใหลในโลกแห่งความเร็วและความท้าทายด้วยบทบาท แบรนด์แอมบาสเดอร์ อย่างเป็นทางการ เปลี่ยนสนามแข่งเป็นเส้นทางแห่งอนาคต จากนักแข่งผู้พิชิตแรลลี่สุดคฤโหด สู่ผู้บุกเบิกเส้นทางใหม่ให้กับรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ แซม ผู้ครองตำแหน่งแชมป์ดาการ์ แรลลี่สองสมัย และ FIM World Rally Raid จะนำประสบการณ์อันโชกโชน มาสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักบิดทั่วโลก ร่วมพัฒนาโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ในตลาด รถจักรยานยนต์แอดแวนเจอร์และออฟโร้ด “การร่วมงานกับไทรอัมพ์ในครั้งนี้ เป็นการเดินทางครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ผมรอคอยที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมอังกฤษในการสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่” แซม กล่าว Paul Stroud ประธานเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ของไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ กล่าวถึงเส้นทางของแบรนด์ที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มแอดเวนเจอร์และออฟโร้ด “ตลอดห้าปีที่ผ่านมา Triumph ได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง กับโมเดลอันโดดเด่นอย่าง Tiger และ Scrambler และในวันนี้ เรากำลังก้าวสู่ยุคใหม่ ด้วยความร่วมมือจากแชมป์ Dakar อย่างแซม ซันเดอร์แลนด์” ไม่เพียงแต่ไทรอัมพ์จะบุกตลาดแอดแวนเจอร์ พวกเขายังมุ่งหน้าเข้าสู่โลกของ โมโตครอสและเอนดูโร่อย่างเต็มตัว เปิดตัวโมเดลใหม่ที่ท้าทายทุกขีดจำกัดของการขับขี่ ทั้งโมเดล TF 250-X และ TF 450-RC Edition ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทรอัมพ์ในวงการออฟโร้ด รวมถึงโมเดลใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ ภายใต้การนำของ Paul Edmondson ผู้จัดการทีมและอดีตแชมป์โลกระดับตำนาน ไทรอัมพ์ กับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่บนเวทีโลก Triumph Factory Racing คว้าชัยชนะในรายการ AMA Supercross เตรียมพร้อมลงแข่ง World Supersport Championship 2025 ทะยานสู่การแข่งขัน SuperMotocross และ MXGP/MX2 อย่างเต็มรูปแบบในปี 2025 แชมป์โลก Jonny Walker นำ Triumph คว้าโพเดียมใน SuperEnduro World Championship เป็นครั้งแรก โดยการแต่งตั้ง แซม ซันเดอร์แลนด์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Triumph Motorcycles ไม่ใช่เพียงการร่วมมือกันของนักแข่งและแบรนด์ แต่เป็นการรวมพลังของสองไอคอนแห่งวงการมอเตอร์ไซค์ ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของรถจักรยานยนต์แอดแวนเจอร์และออฟโรดไปข้างหน้า ที่สำคัญ ไทรอัมพ์ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ นวัตกรรมที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง กับโมเดลยอดนิยม เช่น Tiger 900 และ Tiger 1200 ที่ได้รับการอัปเดตใหม่ เพื่อให้การขับขี่เต็มไปด้วยสมรรถนะและความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ของไทรอัมพ์ดูได้ที่ www.triumphmotorcycles.co.th   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

19 February 2025
Retrokit for Vespa มอเตอร์ไฟฟ้าของเวสปิสตี้ที่เบื่อน้ำมัน

Retrokit for Vespa มอเตอร์ไฟฟ้าของเวสปิสตี้ที่เบื่อน้ำมัน Retrokit for Vespa ขุมพลังงานไฟฟ้าสำหรับรถจักรยานยนต์เวสป้า ด้วยเทรนด์ในยุคปัจจุบันแน่นอนว่าในชั่วโมงนี้ คงหนีไม่พ้นไลฟ์สไตล์ ‘แบบรักษ์โลก’ ผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันก็หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น วงการรถสองล้อเองก็มีสกูตเตอร์ไฟฟ้าออกมาให้ได้ใช้งานกัน สำหรับไบค์เกอร์บางท่านที่อยากร่วมรักษ์โลกแต่ไม่มีเงินซื้อให้จะทำยังไงดี ? เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปสำหรับเหล่า ‘เวสปิสตี้’ ที่มีใจจะรักษ์โลก เพราะ Retrokit บริษัทจากอิตาลี เปิดตัวชุดแปลงไฟฟ้าแบบครบวงจรที่ช่วยให้ผู้ขับขี่โบกมือลาน้ำมันเบนซิน และหันมาใช้ไฟฟ้าล้วน ๆ สำหรับเวสป้าคลาสสิกของคุณได้ในเวลาเพียงสี่ชั่วโมงเท่านั้น   โดยชุดมอเตอร์ไฟฟ้าของ Retrokit จะประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และชุดควบคุม ที่สามารถติดตั้งเข้ากับรถเวสป้าได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการดัดแปลงตัวรถมากนัก และเมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ชาร์จไฟให้เรียบร้อย ก็สามารถใช้เวสป้าที่เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ทันที ชุดนี้ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหลังขนาด 7,000 วัตต์และแบตเตอรี่ลิเธียมแบบถอดได้ขนาด 2.35 kW.h ซึ่งเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์เชื้อเพลิงเดิม โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างเฟรมแต่อย่างใด พูดอย่างง่าย ๆ ก็คือเหมือนกับการให้ “หัวใจ” ใหม่แก่เวสป้า แต่ยังคงระบบล้อหลัง และเบรกแบบเดิมเอาไว้ เพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่ไม่เปลี่ยนแปลงไป  อีกทั้งชุด Retrokit ยังมาพร้อมอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ระบบไฟ LED, ระบบควบคุมคันเร่ง, ตัวควบคุมอัจฉริยะ ทำให้การปรับแต่งนี้ไม่ใช่แค่การ “ปรับเปลี่ยนรูปแบบของระบบกำลัง” เท่านั้น แต่ยังเป็นการอัปเกรดประสบการณ์การขับขี่อีกด้วย ระยะเวลาการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่นี้ใช้เวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมงเท่านั้น มอเตอร์ไฟฟ้าของ Retokit มีให้เลือกทั้งหมด 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 50 ซีซี และขนาด 125 ซีซี โดยเวอร์ชันขนาด 50 ซีซี จำกัดความเร็วอยู่ที่ 45 กิโลเมตร/ชั่วโมง เหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง และใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปใกล้ ๆ บ้าน ในส่วนของเวอร์ชันขนาด 125 ซีซี สามารถทำความเร็วสูงสุดถึง 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ความเร็วสูงมอเตอร์ทั้งสองรุ่นสามารถสร้างแรงบิดได้ 28 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่มือใหม่ และมือเก๋าสามารถควบคุมได้ง่ายระบบประหยัดพลังงานอัจฉริยะ วิ่งได้ไกลถึง 82 กิโลเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าของ Retrokit มีโหมดขับขี่ในตัว 3 โหมด ได้แก่ Eco, Drive และ Sport โหมด Eco มีระยะทางวิ่งไกลที่สุด โดยสามารถเดินทางได้ 82 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบกู้คืนพลังงานจลน์ ที่สามารถชาร์จพลังงานเมื่อลงเขาหรือเบรก ช่วยเพิ่มความทนทาน และทำให้เวสป้าประหยัดพลังงานมากขึ้น อีกทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมาพร้อมกับหน้าจอเรือนไมล์แบบใหม่ ที่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ทำให้การเช็คข้อมูลต่าง ๆ อาทิ ความเร็วของรถ ระดับแบตเตอรี่ อายุแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ และแม้แต่เปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ทันที ก็สามารถทำได้เพียงแค่ปลายนิ้วเท่านั้น และรูปแบบของหน้าจอเรือนไมล์ยังมีตัวเลือกจอแสดงผลแบบดิจิทัลถึง 3 แบบ ได้แก่ ทรงกลม, วงรี และสี่เหลี่ยม ที่สามารถทดแทนแผงหน้าปัดเดิมของรถ Vespa รุ่นต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ในส่วนขอราคาวางจำหน่าย และการจัดส่งระหว่างประเทศชุด Retrokit มีราคาอยู่ที่ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 119,000 บาท ไหนใครเบื่อน้ำมัน ลองเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าดูหน่อยไหม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

18 February 2025
Pirelli SCORPION MX32 MID SOFT ยางแชมป์โลก

Pirelli SCORPION MX32 MID SOFT ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Pirelli บริษัทเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยางยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลี

18 February 2025
BMW S1000RR 2025 ฉลามขาวโฉมใหม่ จากค่ายใบพัดสีฟ้า

BMW S1000RR 2025 เผยโฉมอย่างเป็นทางการกับฉลามขาวจากค่ายใบพัดสีฟ้า มีการปรับปรุงดีไซน์ด้านหน้าให้มีความดุดัน พร้อมสร้างความเร้าใจให้ผู้ขับขี่

18 February 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Kymco Winglet เสริมปีก “ไฟฟ้า” ตอบโจทย์คนเหม็นควัน

Kymco Winglet เสริมปีก “ไฟฟ้า” ตอบโจทย์คนเหม็นควัน ความก้าวหน้าของระบบแอโรไดนามิกเริ่มเป็นที่ประจักษ์สายตาแก่ชาวสองล้อทั่วโลก รวมไปถึงยังเป็นเทคโนโลยียุคใหม่ที่ควรมีโดยเฉพาะในรถคลาสซูเปอร์ไบค์เป็นอย่างยิ่ง และไม่ใช่เพื่อเสริมความเร็วเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มันยังมีประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัยต่อตัวผู้ขับขี่และยังสวยงามอีกด้วย ซึ่งในช่วงหลัง ๆ มานี้ แอโรไดนามิก กลายเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ และด้วยเหตุนี้ ทางผู้ผลิตค่ายรถสัญชาติไต้หวันอย่าง Kymco Winglet ก็ให้ความสนใจในด้านนี้อย่างจริงจัง บวกกับกำลังพัฒนาปีกหน้าหรือวิงก์เล็ตแบบ ‘ปรับได้’ เพื่อความชัดเจนและไม่โกหกแก่เหล่าแฟน ๆ ชาวสองล้อ เรามีภาพ Patent จดสิทธิบัตรสำหรับระบบแอโร่ไดนามิกตัวใหม่มาให้ชม พร้อมแบบร่างของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่าง Super Nex สายสปอร์ตที่การันตีได้ว่ารุ่นเจนเนอเรชันถัดไปที่จะเปิดตัวออกมา น่าสนใจอย่างแน่นอน นี่คือวิงก์เล็ตแอคทีฟ โดยติดตั้งอยู่บริเวณหน้าตัวรถเหมือนพวกรถสปอร์ตหรืิอซูเปอร์ไบค์อย่างที่เห็นกัน แต่ในกรณีของ Kymco ชิ้นส่วนวิงก์เล็ตเหล่านี้จะถูกใช้งานเฉพาะเมื่อจำเป็น โดยถูกควบคุมด้วยชุดควบคุมการทำงาน มีเซ็นเซอร์ตำแหน่งคันเร่ง เซ็นเซอร์ความเร็วที่ล้อ ซึ่งทั้งหมดเชื่อมต่อผ่าน ECU ด้วยระบบไฟฟ้า และปรับมุมของปีกให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ ณ ขณะนั้น มีแนวโน้มว่าจะใช้กับ 2 รุ่นนี้ โดนมีความเป็นไปได้สูงว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกใช้กับ รถสมรรถนะสูงหรือเน้นความสปอร์ตเป็นพิเศษ และมีแนวโน้มที่จะเป็น 2 รุ่นนี้ก็คือ Kymco SuperNEX มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต้นแบบที่มีสมรรถนะสูง และมีดีไซน์แบบรถสปอร์ตเต็มพิกัด อีกทั้งโมเดลดังกล่าวยังเหมาะสมกับระบบแอโรไดนามิกที่เน้นการควบคุมช่วงเร่งหนัก ๆ ส่วนอีกรุ่นก็คือ Kymco RevoNEX อีกหนึ่งโปรเจ็กต์รถไฟฟ้าที่เน้นสมรรถนะ บวกกับดีไซน์ล้ำ และมีโอกาสเป็นแพลตฟอร์มสำหรับทดลองเทคใหม่อาทิ แกน IMU ระบบปีกวิงก์เล็ตเป็นต้น หรือเรียกง่าย ๆ มีคุณสมบัติพร้อมติดตั้งนั่นเองแหล่ะครับ อาจจะเป็นอีกออปชันหนึ่งที่น่าสนใจก็เป็นไปได้  ข้อดีและข้อเสียของระบบนี้ หากมีขึ้นจริง..!! ก็ย่อมมีฟีดแบคกลับมาทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับข้อดีนั้นมีมากมายอย่างเช่น ลดอาการล้อหน้าลอย สร้างแรงดาวน์ฟอร์จ และสามารถปรับองศาของปีกได้ตามสถานการณ์โดยไม่ต้องจอด ซึ่งมันเหมาะสมกับรถไฟฟ้าที่มีแรงบิดสูงเลยทีเดียว ซึ่งไม่มีข้อเสียเลยนอกจากต้นทุนที่คุณจะต้องจ่ายมากขึ้นซึ่งหลัก ๆ ที่น่าห่วงก็น่าจะเป็นในเรื่องของการเซอร์วิสนั่นเองครับ สรุปก็คือ การมาของระบบแอโรไดนามิกที่คิมโค่เล็งพัฒนาขึ้น ก็เพื่อความสปอร์ต ความมันส์และความปลอดภัยของผู้ขับขี่นั่นเอง น้อยนักที่จะเห็นรถโมเดลไฟฟ้าติดปีกออกมาซิ่งกันให้เห็น อย่างไรก็ตามยังไม่มีการประการออกมาแต่อย่างใด รถก็เช่นกันยังอยู่ในคอนเซ็ปต์ของโมเดลต้นแบบอยู่ คาดว่าน่าจะเปิดตัวออกมาพร้อมกัน รถใหม่ ปีกใหม่ ระบบใหม่ ถูกใจวัยรุ่นเหม็นน้ำมันแล้วหล่ะทีนี้ ! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เชื่อพี่ ! ย้ายเถอะน้อง เควิน ชวานซ์ แนะ เปโดร อคอสต้าออกจาก KTM

เชื่อพี่ ! ย้ายเถอะน้อง เควิน ชวานซ์ แนะ เปโดร อคอสต้า ออกจาก KTM เปโดร อคอสต้า นักบิดดาวรุ่งจากทีมโรงงาน KTM ถูกตำนานแชมป์โลกในรุ่น 500 ซีซีอย่าง เควิน ชวานซ์ แนะนำให้ย้ายทีมหนีออกจากค่ายผู้ผลิตสัญชาติออสเตรียหากมีโอกาส เพราะการไปอยู่ในทีมที่มีสภาพแวดล้อมที่มีทิศทางการลุ้นแชมป์ จะส่งผลดีกับเจ้าตัว ปัจจุบันเปโดร อคอสต้าขึ้นมาสู่ทีมโรงงานของ KTM เป็นปีแรก โดยเจ้าตัวย้ายมาจากทีมรองของทางค่ายอย่าง  Red Bull GASGAS Tech3 โดยอคอสต้าเซ็นสัญญาระยะยาวกับ KTM แต่ผลงานที่ไม่สู้ดีนักในช่วงต้นฤดูกาล 2025 รวมถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนของทีมหลังเผชิญวิกฤตการเงินเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้เกิดกระแสข่าวว่า นักบิดวัย 20 ปีรายนี้อาจตัดสินใจแยกทางกับ KTM หลังจบฤดูกาล ‘Baby Shark’ ตกเป็นข่าวลือเชื่อมโยงกับหลายทีม อาทิ VR46 Ducati, Honda และ Pramac Yamaha แม้ว่าอคอสต้าจะยังคงแสดงจุดยืนสนับสนุน KTM อย่างชัดเจนในที่สาธารณะ แต่อย่างไรก็ตาม เควิน ชวานซ์ แชมป์โลก 500 ซีซี ปี 1993 เชื่อว่า หากมีโอกาสได้ย้ายไปขี่รถที่มีศักยภาพลุ้นแชมป์ อคอสต้าก็ควรรีบคว้าไว้ “เมื่อปีที่แล้วเขามีโอกาสลุ้นคว้าชัยในหลายสนามขณะที่อยู่แถวหน้า แต่ก็ยังไม่สามารถปิดจ็อบได้ เขายังไม่สามารถรักษาตำแหน่งหน้าสุดไว้จนถึงเส้นชัยได้” ชวานซ์กล่าวผ่านช่องทางถ่ายทอดสด MotoGP ในรายการกรังด์ปรีซ์ที่อเมริกา “ผมคิดว่าเปโดรมีเส้นทางอาชีพที่ยอดเยี่ยมรออยู่ข้างหน้า เขาควรใช้เวลาศึกษาและเรียนรู้สิ่งที่ทำได้บนรถ KTM และถ้ามีโอกาสได้ขี่รถที่อยู่แถวหน้าของกริด ผมว่าด้วยวัยของเขาในตอนนี้ เขาควรรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที” “ในฐานะคนที่ไม่เคยกล้าพอจะย้ายทีม ผมอยากแนะนำว่า ตอนนี้แหละคือเวลาที่ควรทำแบบนั้น” “ผมเองก็เคยพยายามอยู่สองสามครั้งนะ เคยลองจะไปขี่ Yamaha หนหนึ่ง เคยลองจะไป Honda หนหนึ่ง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จสักที” “ผมคิดว่า ในเมื่อเปโดรยังอายุน้อยมาก และถึงแม้ KTM จะเป็นทีมที่ให้โอกาสเขามาจนถึงจุดนี้ แต่ถ้าเขารู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่เขาต้องการ ถ้าสัญญาใกล้หมด และมีโอกาสที่จะย้ายไปอยู่กับทีมที่กำลังอยู่แถวหน้าของกริด ผมว่าเขาควรรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีให้เสมอไปหรอกนะ” สำหรับผลงานของ KTM ตอนนี้ ทีมรั้งอันดับ 3 ในตารางคะแนนประเภทผู้ผลิต แต่ก็มีคะแนนนำหน้า Aprilia เพียงแต้มเดียว และยังไม่สามารถจบการแข่งขันได้ดีกว่าอันดับที่ 7 ในฤดูกาล 2025 ด้านอคอสต้าเอง ปัจจุบันอยู่อันดับ 13 ของตารางนักแข่ง มีอยู่ 16 คะแนน และจะลงแข่งสนามที่สี่ของฤดูกาลที่ประเทศกาตาร์ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • รีวิวและทดสอบ
ทดสอบ Yamaha MT-15 เด่น ดุ ดัน

อ่านบททดสอบของ Yamaha MT-15 เน็กเก็ตไบค์น้องเล็กที่ดุดันกว่า เร้าใจกว่า พร้อมแรงกว่าที่ผ่านมาจากค่าย Yamaha กับเรา SuperBike

24 June 2019
รีวิว ALL NEW CBR150R 2019 ปีกแห่งการเริ่มต้น!!

First Ride อีกครั้งกับการทดสอบรถสปอร์ตในคลาส 150 ซีซี ครั้งนี้ เรามาทดสอบ All new Honda CBR150R  2019 ตัวใหม่ล่าสุดจากทางค่ายปีกนก ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปไม่นานนี้เอง ในครั้งนี้ เราขี่กันแบบ Trip and Test ทดสอบไปด้วยท่องเที่ยวแบบทริปไปในตัว ถือว่าโอเคเลย ไม่ต้องซีเรียสที่จะขับช้าหรือไม่เร็วจนเกินไป จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่เขาใหญ่ ระยะทางโดยรวมไป-กลับของการทดสอบนี้เฉลี่ย 200 กว่ากิโลเมตร ถ้านับจากเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร โดยเราเริ่มจาก กทม – เขาใหญ่ โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มที่จะสลับกันขับ โดยมี พี่ฟิลม์ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ Brand Ambassador A.P.Honda อดีตนักแข่ง MOTO 2 ที่จะเป็นคนนำขบวนAll new CBR150R 2019 ในครั้งนี้อีกด้วย เริ่มออกเดินทางจากศูนย์ขับขี่ปลอดภัยกรุงเทพ สุขาภิบาล3 ที่นี้ใครๆก็รู้จักเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของใครหลายๆคน เส้นทางเดินทางผ่านถนนรามคำแหง สุวินทวงศ์ เส้นทางไม่ค่อยจะคุ้นหน้าคุ้นตาเท่าไร เพราะปกติแล้วเราจะเดินทางเส้นหลัก วิภาวดี สระบุรี เขาใหญ่ แต่ด้วยเหตุผลที่พวกเราจะตามรอยโฆษณาโปรดักส์ตัวซิ่งคันนี้ต้องไปทางนี้ นั้นก็คืออุโมงค์ทับลาน เป็นโลเคชั่นสำคัญที่เราจะได้เห็นสถานทีจริง ที่ถ่ายทำโฆษณาอีกด้วย เข้าเรื่องรีวิวกันหน่อย มาพูดถึงตัวภายนอกกันบ้าง – มาดูชุดแฟริ่งไฟหน้ากันก่อนเลย  Full LED ทรงสวย ดุดัน เหมาะสมลงตัวอย่างยิ่งในสายพันธ์ CBR ไม่แพ้รุ่นพี่แม้แต่น้อย ให้ความสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน มองเห็นได้ชัดเจน – เรือนไมล์แบบ Full LCD Digital ล้ำสมัยที่มาพร้อมกับมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ อุณหภูมิความร้อน ไฟบอกเกียร์(โคตรชอบ) เพราะสำคัญส่วนหนึ่งเลยไม่ต้องไปหาใส่เพิ่ม Trip A B พร้อมกับคำนวนอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย ทำให้เรารู้ว่าต่อ 1 ลิตรวิ่งได้กี่กิโลเมตร – ถังน้ำมันขนาดใหญ่ ที่มีความจุขนาด 12 ลิตร สามารถเดินทางได้ไกลขึ้น รวมไปถึงรูปร่างของตัวถังน้ำมันมีความเรียว ทำให้ท่านั่งกระชับมากขึ้น สมแล้วสำหรับความเป็นรถสปอร์ต ท่านั่งและการขับขี่ – เบาะนั่งแบบ 2 ชิ้น หรือที่เราเข้าใจว่า 2 ตอน ให้ท่านั่งใหม่ดูสปอร์ตมากขึ้น ตามหลักแอโรไดนามิค ส่วนตัวที่ลองขับขี่ระยะทาง 50-60 กิโลเมตร หมอบบ้างตามสถานการณ์ก้มหัว ก็คอนโทรลรถได้คล่องตัวดีลมไม่ปะทะมากเท่าไร แต่สำหรับคนตัวเล็กหน่อยจะดีกว่านี้  บิดไม่พักก็เมื้อก้นเท่าไรนัก เบาะสบายๆนุ่มๆไม่ล้าเท่าไรครับผม ต่อด้วยช่วงล่างกันบ้างที่ได้ใส่ให้มากับรถคันนี้ – ในส่วนของโช้คหน้า สามารถที่จะปรับ Preload ได้หรือถ้าจะให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นก็คือ ปรับความแข็งอ่อนของสปริงได้ 5 มิลลิเมตร – ส่วนของโช้คหลังนั้น ได้ออกแบบโดยในมีตัว Pro-link จะเรียกให้เข้าใจได้ง่าย นั้นก็คือ กระเดืองโช้ค ที่จะทำหน้าที่ชดเชยแรงกระทำระหว่างตัวโช้คกับสวิงอาร์ม ทำให้ขับขี่ได้นุ่มนวมกว่าตัวเก่ามากหลายๆ เพราะทำให้ระยะยืดยุบตัวโช้คเพิ่มมากขึ้นทำให้ขับขี่ได้นุ่มนวมมากขึ้นอีกด้วย พร้อมกับสามารถปรับ Pre load ได้อีก 5 ระดับ โคตรคุ้ม ระบบเบรค + ล้อ – ล้อหน้า – หลัง มีขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ 5 ก้าน ลักษณะคล้ายตัว Y ทำให้ได้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น รวมไปถึงระบบเบรคแบบดิสเบรคแบบคลื่น มีรอยยักตามจานดิส หน้า-หลัง ทำให้มีความสวยงาม ที่มาพร้อมกับตัว Sensor ABS และยังทำงานได้ดีอีกด้วย ส่วนตัวผมเองได้ทดลองใช้ ABS บนเส้นทางช่วงขึ้นเขาใหญ่ ที่ทำให้ต้องเบรคแบบกระทันหัน รู้สึกถึงความสเถียรดีจริง.. เทคโนโลยีขึ้นเฟรมรถแบบใหม่ – โครงสร้างเฟรมตัวรถคันนี้ถูกออกแบบใหม่กเวยระบบ CAE (Computer Aided Engineering) ที่ดีไซน์ออกมาเป็นเฟรมถัก ที่วัสดุเป็นเหล็กกล้าแข็งแรง และมีน้ำหนักเบา บาลานซ์ได้ดีตลอดทั้งคัน มาพูดถึงภายในหัวใจหลักสำคัญก็คือ “เครื่องยนต์” เครื่องยนต์ 1 สูบ ขนาดความจุ 150 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบเกียร์ที่มีถึง 6

13 June 2019

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
สเปก Yamaha Aerox 155 2024 ลุคใหม่ เร้าใจไปอีกขั้น

สเปก Yamaha Aerox 155 2024 ลุคใหม่ เร้าใจไปอีกขั้น Yamaha Aerox 155 2024 ออโตเมติกสกู๊ตเตอร์ทรงสปอร์ตกับการกลับมาครั้งใหม่ ด้วยสีสันที่ดุดันมากกว่าเดิม พร้อมความเร้าใจด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์พิกัด 155 ซีซี 4 วาล์ว ระบบวาล์วแปรผัน VVA ที่ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเต็มพิกัด  รุ่น ABS ราคา 83,900 บาท รุ่น Standard ราคา 72,900 บาท ​ ระบบไฟส่องสว่าง Full LED กล่องใต้เบาะความจุ 25 ลิตร สมาร์ทคีย์ (เฉพาะรุ่น ABS) รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลรถผ่านสมาร์ทโฟนด้วย Y-Connect ช่องชาร์จไฟด้านหน้า ระบบป้องกันล้อล้อค ABS (เฉพาะรุ่น ABS) สเปก Yamaha Aerox 155 2024 ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ บลูคอร์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 155 ซีซี แรงม้า (เคลม) 15.4 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 13.9 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 85.0 x 58.7 มม. อัตราส่วนการอัด 11.6 : 1 ระบบเกียร์ ออโต้ ระบบจุดระเบิด T.C.I. ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ  ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้ง ชนิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์อัตโนมัติ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 110/80-14 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/70-14 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ (รุ่น Standard) โช้คสปริงคู่พร้อมซับแทงค์ (รุ่น ABS) เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 700 x 1,980 x 1,150 มม. ระยะฐานล้อ 1,350 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 145 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 125 กก. ความจุถังน้ำมัน 5.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 95, 91, E20  เทคโนโลยี ระบบส่องสว่าง LED ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS)  หน้าจอดิจิทัล LCD  รองรับ Y-Connect เชื่อมต่อข้อมูลรถผ่านสมาร์ทโฟน กุญแจสมาร์ทคีย์ (เฉพาะรุ่น ABS)  ช่องชาร์จไฟสำรอง  ระบบวาล์วแปรผัน VVA สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น ABS (ราคา 83,900) รุ่น Standard (ราคา 72,900 บาท) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

7 May 2024
สเปก Tiger 900 Rally Pro ราคา ข้อมูลและรายละเอียด

สเปก Tiger 900 Rally Pro ราคา ข้อมูลและรายละเอียด Triumph Tiger 900 Rally Pro แอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลาง มาพร้อมสเปกระดับชั้นนำของคลาส และดึง DNA สายพันธุ์มาจากตัวแข่งของตระกูล Tiger ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับทางค่ายด้วยชัยชนะในการแข่งขันแรลลีนานาชาติ ที่ให้สมรรถนะการขับขี่อันยอดเยี่ยมแก่เหล่านักผจญภัยอย่างแท้จริง ราคา 659,000 บาท ​ แฟริ่งออกแบบมาใหม่ โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น หน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อบลูทูธผ่านแอปพลิเคชัน My Triumph ระบบไฟ LED รอบคัน การ์ดแฮนด์ติดตั้งมาให้จากโรงงาน เครื่องยนต์สามสูบเรียง 12 วาล์ว ขนาด 888 ซีซี ถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร ท่อไอเสียแสตนเลสแบบ 3 ออก 1 ช่วงล่างใช้โช้คอัพจาก Showa ปรับพรีโหลดได้ คาลิเปอร์เบรก Brembo 4 ลูกสูบ สเปก Tiger 900 Rally Pro ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Euro5+) ปริมาตรกระบอกสูบ 888 ซีซี แรงม้า (เคลม) 108 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 90 นิวตันเมตรที่ 6,850 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 78.0 x 61.9 มม. อัตราส่วนการอัด 13.0 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกันพร้อมระบบช่วยผ่อนแรง ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 90/90 ล้อซี่ลวดวงเหล็กขนาด 21 นิ้ว ยางหลัง 150/70-17 ล้อซี่ลวดวงเหล็กขนาด 17 นิ้ว  ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม. ระยะยุบ 240 มม. ปรับพรีโหลดได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Showa ระยะยุบ 230 มม. ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. พร้อมคาลิเปอร์เรเดียลเม้าท์ Brembo Stylema ขนาด 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 255 มม. พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 935 x NA x 1,452-1,502 มม. ระยะฐานล้อ 1,551 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 860-880 มม. (ปรับได้) น้ำหนักรถ 228 กก. ความจุถังน้ำมัน 20 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบครูซคอนโทรล  คันเร่งไฟฟ้า หน้าจอสี TFT 7 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อบลูทูธผ่านแอปพลิเคชัน My Triumph  ระบบไฟส่องสว่าง LED  ระบบอุ่นมือและอุ่นเบาะ โหมดการขับขี่ 6 โหมด (Road, Rain,

23 April 2024
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
PCX160 2023 สีใหม่ พร้อมรุ่นพิเศษ

PCX160 2023 สีใหม่ พร้อมรุ่นพิเศษ Midnight Race Edition เรียกว่าเอาใจวัยรุ่นอย่างไม่หยุดพักเลยทีเดียว กับค่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ปล่อยโมเดล New PCX160 2023 พร้อมกับอัปเดตสีใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่น Standard, รุ่น ABS และรุ่นพิเศษลิมิเต็ดอิดิชันอย่าง New Pcx160 Midnight Race Edition มาให้ชม ได้เลือกกันแบบจุใจทีเดียว  สำหรับโมเดลล่าสุด เมื่อเทียบกับรุ่นเจ็นก่อน ๆ ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก นอกจากชุดสีแฟริ่งและสีล้อที่ให้มาใหม่ พร้อมเสริมลุคสปอร์ตพรีเมียม ด้วยเพลทโลโก้ PCX สี Copper และเบาะสี Two Tone ในสไตล์เท่ ไม่ซ้ำใคร (รุ่น ABS)  พร้อมกันนนี้ โมเดลลิมิเต็ดอิดิชัน มาพร้อมลวดลายใหม่ เร้าใจยิ่งขึ้น ในสี Blue-Black (น้ำเงินดำ) สะท้อนความสปอร์ต มาดเท่ สุขุมอย่างเต็มระดับ ที่จะพาคุณโลดแล่นบนท้องถนนในยามค่ำคืน เอาหล่ะ เกริ่นมามากพอแล้ว  เดี๋ยวไปดูรายละเอียดว่าเจ้า PCX160 มีความพิเศษอย่างไรบ้าง  และแน่นอน เจ้าโมเดลรุ่นนี้ กลับมาพร้อมขุมพลังใหม่ล่าสุดอย่าง eSP+ 4 วาล์ว พร้อมระบบ Piston Oiljet หรือระบบฉีดน้ำมันเครื่องใต้ลูกสูบ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพ พร้อมส่งกำลังอัดได้อย่างต่อเนื่อง สมูท ลื่นไหล ควบคู่ความประหยัดแบบเต็มขั้น    สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 157 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด PGM-FI แบบซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ให้กำลังการอัด 12 : 1  โดยมีแรงม้าสูงสุดที่ 15.8 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 15 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ กับน้ำหนักตัวรถที่ 131 กก. เรียกได้ว่าเครื่องแรงและเบาด้วยในพิกัดนี้  เสริมระบบกันสะเทือนด้วยโช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คหลังยูนิตสวิง ดิสก์เบรกหน้าที่แถมมากับระบบ CBS และ ดรัมเบรกหลัง รุ่น (Standard) และดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS (รุ่น ABS) พร้อมกับทำงานร่วมกับล้อแม็กหน้า 14 นิ้ว ล้อหลัง 13 นิ้ว และยางขนาด 110/70 และ 130/70    ต่อกันที่ฟีเจอร์ไฮไลท์ของโมเดลนี้กันบ้างในพิกัดนี้ พอส่องรอบคันก็ถือว่าทางค่ายให้มาเยอะเลยทีเดียว ทั้ง เบาะชิ้นเดียวดีไซน์ 2 ระดับ พื้นเก็บของใต้เบาะขนาดความจุ 30 ลิตร เรือนไมล์ดิจิทัล แสดงผลครบทุกฟังก์ชัน เช่น มาตรวัดความเร็ว นาฬิกา ความจุน้ำมัน เลขไมล์ และระบบ HSTC (ระบบป้องกันล้อหน้ายก) ช่วยในเรื่องของการทรงตัวรถและป้องกันไถลในเวลาขับขี่อีกด้วย อีกทั้งระบบส่องสว่างตัวรถเป็น LED รอบคัน ด้วยไฟหน้าดีไซน์เฉียบคม และไฟท้าย LED 3 มิติ สวย ล้ำสมัย พร้อมไฟเลี้ยวและระบบไฟฉุกเฉิน รวมถึงช่องเสียบ USB Type-C และ กุญแจรีโมทอัจฉริยะ ควบคุมการทำงานที่สั่งง่าย เพียงบิดสวิตช์ ยังรวมไปถึง กิมมิกเล็ก ๆ กับไฟสวิตซ์ที่ออกแบบให้น่าดู น่าสนใจมากยิ่งขึ้น   สำหรับ PCX160 2023 มีจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่รุ่น Standard (WW160P TH) มีจำหน่าย 3  สีคือ สีดำ สีขาว-ดำ และ สีน้ำเงิน-ดำ เปิดราคาแนะนำที่ 87,400 บาท  รุ่น Standard ราคา 87,400 บาท รุ่น ABS (WW160AP TH) มีจำหน่าย 2

VESPA GTS SERIES ซีรี่ย์สกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด จากค่ายอิตาลี

VESPA GTS SERIES ซีรี่ย์สกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด จากค่ายอิตาลี  “เวสป้า” เปิดตัวพรีเมียมสกู๊ตเตอร์เจนเนอร์เรชันล่าสุดจากตระกูลจีทีเอส ดีกรีสกู๊ตเตอร์ตัวท็อประดับมาสเตอร์พีช กับ VESPA GTS SERIES นำเสนอภาพจำครั้งใหม่ที่โดดเด่นกว่าเดิม ทั้งตัวตน สไตล์ และคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานเข้ากับเครื่องยนต์ทรงสมรรถนะเอกสิทธิ์เฉพาะสกู๊ตเตอร์จากกลุ่มพิอาจิโอ พร้อมทลายขีดจำกัดของการขับขี่รูปแบบเดิม ๆ สู่อิสระแห่งการขับขี่ครั้งใหม่อย่างมีสไตล์  สำหรับโมเดลซีรี่ย์ล่าสุด ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ UNSTOPPABLE GREATNESS ที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่ กับสกู๊ตเตอร์ตระกูลจีทีเอส (GTS) พร้อมสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ และไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ซึ่งโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่คลาสสิก และความยูนีคอันเป็นสไตล์ระดับตำนานผ่านมิติตัวรถ นอกจากนี้ เวสป้ายังให้ความสำคัญกับการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ สร้างความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ในทุกสรีระ  ทั้งดีไซน์ตัวรถให้มีขนาดใหญ่โอบรับกับผู้ใช้งาน เบาะนั่งแบบใหม่ที่เสริมท่วงท่าของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น รวมถึง ระยะของที่วางเท้ากับพื้นถนนที่ทำให้การขึ้น-ลง หรือควบคุมรถขณะหยุดนิ่งเป็นเรื่องง่าย พร้อมรับรองการขับขี่ระยะทางไกลอย่างมีประสิทธิภาพ  GTS Super Sport 150 I-GET ABS มาพร้อมขุมกำลังทรงสมรรถนะ กับเครื่องยนต์ 150 I-GET ABS สูบเดียว และ 300 HPE (High Performance Engine) เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากพิอาจิโอ ซึ่งช่วยส่งกำลังอย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และช่วยลดการเกิดมลพิษอีกด้วย   นอกจากนี้ โครงสร้างด้านในยังคงมาตรฐานการผลิตด้วยโครงเหล็กทั้งคัน นอกเหนือจากการเป็นวัสดุที่ยั่งยืนแล้ว ยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% ในเรื่องความคงทน แข็งแรง ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ได้อย่างไร้ที่ติ ด้านความความปลอดภัย ยังคงรูปแบบเลย์เอาท์แขนเดี่ยวแบบเดิม เปลี่ยนกันสะเทือนด้านหน้าใหม่ทั้งหมด ช่วยให้รถมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในระหว่างที่ผู้ขับขี่ทำความเร็ว จะช่วยเสริมความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้คล่องแคล่ว ตอบสนองการบังคับทิศทางได้อย่างใจ เพื่อทำให้ทุกการเดินทางคล่องตัวมากที่สุด  แถมมาให้กับระบบไร้กุญแจ (Keyless system) ทำให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้อง ไขกุญแจเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ เปิดเบาะที่นั่ง หรือล็อคคอรถแบบเดิมอีกต่อไป เพียงแค่ผู้ขับขี่นำรีโมทคอนโทรลใส่ไว้ในกระเป๋า  โดย VESPA GTS SERIES โฉมใหม่นี้ คือการสะท้อนตัวตน และดื่มด่ำในคุณค่าของความสง่างาม ความดึงดูดใจ ความสดใหม่ และอิสระ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้สกู๊ตเตอร์ในซีรี่ส์นี้มีให้เลือกถึง 3 รุ่นด้วยกัน ซึ่งแต่ละรุ่นก็ต่างสะท้อนจิตวิญญาณเฉพาะตัว และไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน  โดยในซีรี่ส์นี้แบ่งออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่ VESPA GTS SUPERSPORT 150 I-GET ABS สกู๊ตเตอร์มาดเท่ ตอบโจทย์ผู้หลงใหลสไตล์สปอร์ต VESPA GTS 300 HPE รุ่นคลาสสิก ที่มอบความเรียบง่ายแต่หรูหรา และ VESPA GTS SUPER TECH 300 HPE อัดแน่นด้วยสมรรถนะ และเทคโนโลยีสุดล้ำ     รุ่น GTS SUPER SPORT 150  I-GET ABS สีเขียว Green Olive และสีดำ Black Opaco ราคา 166,900 บาท รุ่น GTS SUPER SPORT 150  I-GET ABS สีขาว White Innocenza ราคา 165,900 บาท GTS SUPER SPORT 150  I-GET ABS ที่ยกระดับการดีไซน์ไปอีกขั้น ให้คุณสัมผัสกับลุคสปอร์ตสุดโดดเด่นในทุกมิติ โฉบเฉี่ยวไปกับกราฟิกลายใหม่ และการตกแต่งด้วยสีดำรอบคันที่ผสานเข้ากับดีไซน์ของเบาะนั่งทรงสปอร์ตได้อย่างลงตัว และมาพร้อมความสะดวกสบายกว่าที่เคยด้วยระบบ Keyless System โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว White Innocenza ราคา 165,900 บาท , สีดำ Black Opaco และสีเขียว Green Olive ราคา 166,900 บาท รุ่น GTS 300 HPE สีเบจ Beige Sabbia และสีเขียวมิ้นท์ Green

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
ผู้บริหารยืนยัน ปีนี้มาแน่!! All-New Mitsubishi Pajero 2026 แต่เข้าไทยเมื่อไหร่นั้นอีกเรื่องนะ 

Mitsubishi Pajero 2026 ยืนยันเปิดตัวปีหน้า ใช้ไทยเป็นฐานผลิต พัฒนาบนแชสซีส์ Triton พร้อมขุมพลังเทอร์โบคู่และ PHEV อ่านรายละเอียดที่นี่

23 January 2026
Superdrive Ford ยึดพื้นที่ระยอง ซื้อโรงงาน Suzuki

Ford ประเทศไทย ประกาศเข้าซื้อโรงงาน Suzuki เดิมที่ จ.ระยอง อย่างเป็นทางการ ควบรวมพื้นที่กว่า 400 ไร่ ติดโรงงาน FTM หวังขยายกำลังการผลิตและรองรับรถรุ่นใหม่ ตอกย้ำไทยเป็นฮับยานยนต์โลก

22 January 2026

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
Ducati Monster 2024 ที่มาพร้อมกับสีใหม่ล่าสุด

Ducati Monster 2024 ที่มาพร้อมกับสีใหม่ล่าสุด ล่าสุดทางค่ายอสูรตัวร้ายอย่าง Ducati ก็ได้เอาใจเหล่า ๆ สาวกสายสปอร์ตกันแบบต่อเนื่อง เปิดตัวโมเดล Ducati Monster 2024 เน็กเก็ดไบค์สายสปอร์ตที่มากับชุดสีใหม่ (สีขาว Iceberg) ลายเดิม เพิ่มเติมคือความเรียบแต่ซ่อนเขี้ยวแห่งความสปอร์ตเท่ ๆ ไว้ในตัวอีกด้วย  สำหรับสีใหม่ที่ถูกเปิดตัวออกมายังแบ่งเป็นอีก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Standard (Monster) และรุ่น Monster+ ที่มาพร้อมกับเบาะสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ประจำค่าย เสริมกิมมิกเล็ก ๆ ด้วยล้ออัลลอยสีดำรุ่นเดิม แฝงความสปอร์ตด้วยลายสีแดงที่สลักชื่อ Monster แบบเท่ ๆ ไม่ซ้ำใคร อีกทั้งยังเพิ่มความเป็นรถเน็กเก็ดไบค์สายสนามแข่งมากยิ่งขึ้นในกับรุ่น Monster + ด้วยชิลด์ขนาดเล็กด้านหน้า พร้อมกับครอบเบาะท้ายติดรถมาให้อีกด้วย ส่วนที่เหลือยังคงเป็นสเปคเดิมตามรุ่น มีให้ใช้กันได้ทั้งในสนามแข่ง และขับขี่บนท้องถนนกันแบบเหลือ ๆ ครับ มาพูดถึงสเปกโมเดลรุ่นนี้กันหน่อย กับขุมพลังเครื่องยนต์ Testastretta 11° 2 สูบวี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมกระบอกสูบขนาด 937 ซีซี ให้พละกำลังแรงม้าที่ 111 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 93 นิวตันเมตร มาพร้อมกับควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานไอเสีย Euro5  มาต่อที่ระบบช่วงล่าง กับโช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม. และโช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ สามารถปรับพรีโหลดได้ ซึ่งช่วยในเรื่องของการซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมกับระบบเบรก กับดิสก์เบรกคู่หน้าขนาด 320 มม. ปั๊มเบรกโมโนบล็อกจาก Brembo M4.32 ขนาด 4 ลูกสูบ และดิส์กเบรกเดี่ยวด้านหลังขนาด 245 มม. พร้อมปั๊มเบรก 2 ลูกสูบ จาก Brembo เช่นเดียวกัน เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว และรัดด้วยยางคุณภาพพร้อมใช้งานอย่าง Pirelli Diablo Rosso III ขนาด 120/70 และ 180/55 เสริมการคอนโทรลตัวรถให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ด้วยระบบความปลอดภัย ทั้งระบบเบรกแบบ Cornering  ABS แทร็คชั่นคอนโทรลกันล้อหลังสะบัด และระบบป้องกันล้อลอยตัว ยังรวมไปถึงระบบที่ช่วยในการออกตัวอย่าง โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Sport, Touring, Urban) ให้สามารถใช้ได้ตามใจชอบ พร้อมกันนี้ยังอำนวยความสะดวกในการขับขี่ ด้วยระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว แสดงผลฟังก์ชันครบครันและ ช่องเสียบ USB ให้ได้ใช้อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลอสูรสีขาวแห่งค่ายแดง ส่วนตัวมองว่าสีนี้ดูเรียบเนียน สะอาดตาขึ้น แต่ก็ไม่ทิ้งลายความสปอร์ต ดุดัน ที่พร้อมจะดวลความเร็วบนแทร็กในสนามแข่งและขี่เท่ ๆ บนท้องถนน สำหรับโมเดลสีใหม่รุ่นนี้ เปิดในราคาเดิมที่  449,000 บาท หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ตัวแทนจำหน่าย คูคาติ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูข้อมูลออนไลน์ได้ที่ https://www.ducati.com/th/th/home ไว้โอกาสหน้าถ้ามีรถรุ่นไหนอัปเดตใหม่ ๆ จาก Ducati เราจะมาอัปเดตให้รับชมกันในโอกาสต่อไปครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

24 May 2023
CBR1000RR-R แต่ง จัดเต็ม By TK Racing 

CBR1000RR-R แต่ง จัดเต็ม By TK Racing  สวัสดีครับ พบปะแฟน ๆ SuperBike กันอีกเช่นเคย ผม “ตึก”TK RACING ครับ ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัว แล้วมีร้านแต่งรถ TK Racing อีกด้วยครับ  มีบิ๊กไบค์รุ่นไหนที่พี่ตึกขับกันมาแล้วบ้าง  ที่ขับมาแล้วมีเยอะเลยครับ ทั้งสายแข่ง และใช้ขับขี่บนท้องถนนอย่าง  KTM Supermoto, Kawasaki DTracker, Yamaha YZF-R1, BMW R1250GS Trophy, Ducati Panigale V4 เป็นต้น สำหรับโมเดลรุ่นนี้ มีของแต่งอะไรบ้างครับ หน้าจอ L2M พร้อมกล่อง GPS ประกับสวิตช์ Jet Prime ปั๊มเบรก Brembo ท่อ Termignoni SBK ฟูลไทเทเนียม สำหรับของแต่งถ้าอธิบายตอนนี้ก็ยาวเลยนะ ขอบอกแบบคร่าว ๆ ละกัน ไว้เจาะรายละเอียดทีหลัง สำหรับทริปเปิ้ล R คันนี้ ชิ้นหลัก ๆ ก็จะมีจอ L2M ล้อ Marchesini ทำสีใหม่ ปั๊มเบรก Brembo โช้คอัพ Ohlins พาร์ทคาร์บอน ประกับสวิตช์ Jet Prime ท่อ Termignoni SBK ฟูลไทเทเนียม และยางสลิก Pirelli Diablo SuperBike SC1 ครับ ส่วนลวดลายแฟริ่งสนาม ได้จัดแต่งเองในลวดลายรถแข่งพร้อมกับ #13 ลัคกี้นัมเบอร์ประจำตัว สำหรับของแต่งที่ชื่นชอบที่สุด เอาจริง ๆ ก็ชอบทุกส่วนเลยครับ ด้วยส่วนตัวเป็นคนชอบแต่งรถเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าชิ้นส่วนไหนสามารถปรับแต่งได้ ผมก็พยายามปรับเปลี่ยนให้ได้รูปแบบของตัวเองครับ ถ้าอยากให้พิเศษจริง ๆ ก็คงเป็นล้อ Marchesini จากเดิมรุ่นนี้ไม่มีสีแดง เราก็เลยซื้อแล้วเอามาทำสีใหม่ ให้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ TK Racing แล้วก็จานเบรค TK รุ่นลิมิเต็ดฝั่งซ้ายสีแดงและฝั่งขวาสีน้ำเงินครับ   ถ้ารวมมูลค่าของแต่งที่ทำไปในรุ่นนี้ ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ แล้วในอนาคตมีแพลนแต่งอะไรเพิ่มเติมหรือไม่  ถ้ารวมมูลค่าของแต่งรถทั้งหมดคันนี้อยู่ประมาณ 5 – 6 แสนบาทได้ครับ ส่วนเรื่องแพลน การตกแต่งเพิ่มเติมในอนาคตก็อาจจะมีเพิ่มนะ แต่ตอนนี้ขอลองไปขับขี่ก่อนแล้วกัน ถ้าขี่ไปเดี๋ยวก็คงรู้ว่าควรแต่งอะไรเพิ่ม (ฮา ๆ) สรุปก็คือมีอาจจะแต่งเพิ่ม แต่ก็ไม่มากแล้ว สำหรับเครื่องยนต์ได้ทำการจูน รีแม๊ป อย่างเดียว นอกนั้นไม่ได้ทำอะไรเพิ่ม โดยเบื้องต้นขอลองไปขี่ในสนามแข่งก่อนครับ  สำหรับคนที่จะแต่ง บิ๊กไบค์ตามสไตล์พี่ตึก พอมีอะไรแนะนำเพิ่มเติมหรือไม่ ก็..อยากให้แต่งรถตามสไตล์ที่เราชอบแล้วกัน จะแต่งอะไรก็แต่ง ถ้าไม่เดือนร้อนเงินในกระเป๋าเนอะ ผมคิดว่าเราแต่งอะไรเราก็ชอบหมดแหละ ถ้าให้แนะนำ ก็อาจเป็นเรื่องของเฉดสี ลวดลายตัวรถ ว่าทำสีไหนที่มันคุมโทน มองดูแล้วลงตัว แบบนั้นดีกว่า ก็ถามกันเข้ามาได้ ยินดีแนะนำครับ สำหรับช่องทางการติดต่อ สามารถติดตามได้ทางเพจเฟสบุ๊ค หรือ อินสตาแกรมได้ที่ TKracing Sbk หากมีอะไรก็ทักเข้ามาสอบถามได้ครับ  ในอนาคตจะได้เห็นคันใหม่ของพี่ตึกหรือเปล่าครับ ในอนาคตจะมีรถคันใหม่ต่อไปหรือไม่ ก็คงตามสถานการณ์ครับ ปรับเปลี่ยนและอัปเดตไปเรื่อย ๆ จริง ๆ แล้ว ก็อยากให้โฟกัสในรุ่นนี้กันก่อน พึ่งทำมาแบบสด ๆ ใหม่ ๆ และเปิดตัวที่นี่เป็นที่แรกอีกด้วย สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเจ้า CBR1000RR-R แต่ง สปอร์ตตัวแข่ง ตัวแรงรุ่นนี้ ในเพจ SuperBikeThailand แล้วก็ฝากกิจกรรม SuperBike Trackday ในวันที่ 10-11 มิถุนายน 2566 นี้ ส่วนตัวก็จะไปร่วมแข่งด้วย ยังไงก็ติดตามและขอให้มาร่วมงานกันเยอะ ๆ สุดท้ายนี้ก็อยากฝากเรื่องความปลอดภัยเนอะ ขับขี่หน้าร้อนก็กินน้ำเยอะจอดพักบ่อย ๆ แล้วเดี๋ยวเจอกันครับผม  รายการของแต่ง CBR1000RR-R​ แฟริ่งสนาม ออกแบบโดย TK RACING ชิลด์หน้า WRS โช้คหน้าหัวกลับ และโช้คไฟฟ้าพร้อมซับแทงค์ Ohlins ปั๊มเบรก Brembo แบบเรเดียลเม้าท์

23 May 2023
2023 CBR250RR SP สปอร์ตเรซซิ่ง โฉมใหม่ล่าสุด

2023 CBR250RR SP สปอร์ตเรซซิ่ง โฉมใหม่ล่าสุด ไทยฮอนด้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถสปอร์ตอีกครั้ง เปิดตัว 2023 CBR250RR SP ใหม่ รถสปอร์ตตระกูล RR (Racing Replica) ที่มาพร้อมลวดลาย Tri-Color แบบใหม่ของ ฮอนด้า เรซซิ่ง และล้อสีทอง ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรถแข่งระดับโลกสู่ท้องถนน อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อประสบการณ์ในการขับขี่แบบเรซซิ่งสปอร์ตขนานแท้ พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ ฮอนด้า วิง เซ็นเตอร์ และ ฮอนด้า บิ๊กวิง ตั้งแต่ 24 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป สำหรับโมเดล New CBR250RR SP ใหม่ มาพร้อมคอนเซปต์ “เร่งทะยานสู่โลกความแรง – The Rush To The Race” ซึ่งถ่ายทอด DNA จาก CBR Fireblade ซูเปอร์ไบค์ระดับเรือธงของฮอนด้า ด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวแบบ Tri-Color ลายใหม่ที่ตัดกับตัวรถสีแดงอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยกราฟิก RR ที่สะท้อนความเป็นเรซซิ่งสปอร์ตตัวจริง  และยังมาพร้อมกับระบบไฟ LED รอบคัน พร้อมไฟสูงดีไซน์ใหม่ เพิ่มความมั่นใจให้ทุกการขับขี่ ติดตั้งโช้คอัพคู่หน้าแบบหัวกลับแบรนด์ Showa ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม ให้การขับขี่นุ่มนวล ยึดเกาะถนนได้ดีทุกการเข้าโค้ง และล้ออัลลอยอะลูมิเนียมสีทองใหม่ น้ำหนักเบา อีกทั้ง ยังแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ขนาด 250 ซีซี 4 วาล์ว ที่ได้รับการปรับจูนใหม่ให้ทรงพลังมากขึ้น พร้อมเทคโนโลยีที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง RC213V ตั้งแต่ระบบส่งกำลังเทคโนโลยีระดับท็อปคลาสด้วยควิกชิฟเตอร์ ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเปลี่ยนเกียร์ แอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ลดอาการท้ายสะบัด ไปจนถึงระบบคันเร่งไฟฟ้า ทำงานประสานกับเซ็นเซอร์ APS ตรวจจัดแรงบิดคันเร่ง และนอกจากนี้ยังรองรับทุกการเดินทางด้วยโหมดการขับขี่ปรับได้ 3 รูปแบบ (Comfort , Sport และ Sport+) โดยรุ่นนี้วางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 269,000 บาท พร้อมให้สัมผัสดีเอ็นเอความเร้าใจได้แล้วที่ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th, www.hondabigbike.com เฟซบุ๊ค : fb.com/hondamotorcyclethailand เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : fb.com/hondabigbike #NewHondaCBR250RRSP #CBR250RRSP#HondaCBR250RRSP #WhatStopsYou #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

22 May 2023