SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Yamaha เปิดตัวลายรถ MotoGP 2026 พร้อมเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ V4 ครั้งแรก เพื่อแก้จุดอ่อนเรื่องความเร็ว ทวงคืนแชมป์โลกจาก Ducati

มาร์ค มาร์เกซ ต่อสัญญา Ducati 2028 เจาะลึกข่าวใหญ่ MotoGP วิเคราะห์เบื้องหลังการตัดสินใจและผลกระทบต่อยุคใหม่ 850 ซีซี

ทีมฮอนด้า ตั้งเป้าปรับปรุงไลน์อัปการแข่งขัน MotoGP ภายในอนาคตโดยตอนนี้มีเพียงลูก้า มารินี่ที่ได้ไปต่อในปี 2026 ส่วนอีกสามคนยังเป็นคำถามต่อไป

Pedro Acosta โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังคว้าโพเดี้ยมสองเรซการแข่งขัน บาสเตียเก็บที่ 3 สปรินเรซ ส่วนบินเดอร์ขี่เก็บแต้มใน เช็กจีพี

สนามในการแข่งขันระดับภูมิภาคอาเซียนก็มีอยู่หลายสนามที่รองรับการแข่งขันกีฬาสายมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในนามของ MotoGP

ผิดกฎจราจรตักเตือนก่อนปรับ เริ่มใช้แล้วปี 2569 เช็กเงื่อนไขการออกใบเตือนออนไลน์และวิธีตรวจสอบประวัติที่นี่ พบผิดซ้ำปรับทันที

รถมอเตอร์ไซค์จีนยุคใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ V4 ระบบ AI อัจฉริยะ และการเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าที่กำลังเขย่าบัลลังก์ค่ายญี่ปุ่น

Kawasaki Z650S 2026 เปิดตัวพร้อมการปรับโฉมหน้าตา มิติสรีรให้ดูสปอร์ตแต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเน็กเก็ด กับเครื่องยนต์ 2 สูบ และฟีเจอร์อื่น ๆ

รีวิว Royal Enfield Classic 650 โมเดลคลาสสิกสองสูบ เปิดตัวครั้งแรกในไทยไปพร้อมกับการทดสอบขับขี่ที่เขาใหญ่ พร้อมรายละเอียดที่น่าสนใจ คลิ๊ก!

Ducati Streetfighter V2S 2025 เปิดตัวอีกรุ่นให้เลือก สำหรับใครคิดว่า V4S มันแรงเกินไป รุ่นนี้พร้อมเปิดตัวให้จองแล้ว พร้อมรายละเอียด..คลิ๊ก

การทดสอบในครั้งนี้กับการ รีวิว Honda CB300R สปอร์ตคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ และช่วงล่างที่ทำให้ตอนทดสอบต้องบอกเลยว่าเหลือเฟือ ที่สุดสำหรับสปอร์ตคาเฟ่ในคลาส 300 ซีซี หลายๆ คนอาจจะงงและสงสัยว่า Neo Sport Cafe นั้นคืออะไร มันก็คือการผสมผสานแนวคิดและสไตล์ของรถในแบบคาเฟ่ที่มีลักษณะโดดเด่นในแบบคลาสสิคเข้ากับสปอร์ตไบค์ที่มุ่งเน้นไปในเรื่องของสมรรถนะและความทันสมัย จนออกมาเป็นรถในตระกูล Neo Sport Café นั้นเอง.. มาส่องโฉม กันก่อน ดีไซน์โดดเด่นเป็นสง่ารูปร่างดี สมส่วนด้วยไฟหน้าทรงกลมแบบ LED ตามดีไซน์ Japan craft ดูดี เป็นศรีแกผู้ขับขี่ มาพร้อมแฮนก์บาร์ยกกระชับขับง่ายตามสไตล์คาเฟ่ เรือนไมล์แบบ LCD ดิจิตอลดูล้ำสมัยที่จะแสดงผลทั้งหมดทั้งมวลของรถคันนี้ เช่น ความเร็วขับขี่ รอบเครื่องยนต์ ปริมาณน้ำมัน การวัดระยะทางแบบทริป และสถานะไฟเลี้ยว ไฟสูง เวลา อุณหภูมิเครื่องยนต์ รวมไปถึงสถานะการเปลี่ยนเกียร์ Shift Light เอาจริงๆก็เกือบจะครบถ้วน ขาดแค่ไฟบอกเกียร์เพียงอย่างเดียว มาต่อที่โช้คหน้า ที่เป็นจุดเด่นสง่าสีทอง แบรนด์ดังอย่าง SHOWA ที่เป็นแบบ UPside-down ขนาด 41 มม. และ โช้คหลังเดี่ยวที่สามารถปรับพรีโหลดได้ 7 ระดับ เฟรมถักที่ทำให้ดูเพียวร่างบางเบาแข็งแรง ดูทันสมัยสวยงาม ระบบเบรค ดิสเบรคหน้า-หลัง ABS คาลิปเปอร์ Nissin แบบเรเดี้ยนเมาส์ที่ถอดแบบมาจากเทคโนโลยี SuperBike อย่าง CBR1000RR ที่ทำให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นพร้อมกับให้จานดิสเบรค Floating ขนาดใหญ่แบบ WaveDisk ที่ดีไซน์เป็นคลื่นรอบวงของตัวจานเบรค และเบรคหลังที่เป็นของ Nissin เช่นกัน และอย่างแน่นอนที่ Honda ยัดมาให้เสมอนั้นก็คือระบบเบรค ABS และ G sensor จากโรงงานมั่นใจหายห่วง ขนาดของล้อแม็ก 5 ก้านคู่(Y)ที่ให้มาทางด้านหน้ามีขนาด 17 นิ้วที่รัดด้วยยางขนาด 110/70 และขนาดล้อด้านหลัง 17 นิ้วให้ขนาดยางมาที่ 150/60 ที่มีขนาดหน้ายางกว้าง ใหญ่ ดูสมส่วน และทำให้การขับขี่คันนี้ รู้สึก นุ่มนวล มั่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ขุมพลัง 1 สูบ 286 ซีซี เครื่องยนต์สูบเดียว มีความจุปริมาตรกระบอกสูบที่ 286 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ หัวฉีด DOCH (แคมคู่) ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 76.0 X 63.0 อัตราส่วนกำลังอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ แบบ 6 สปีด คลัทซ์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ฟิวลิ่งการขับขี่ รีวิว Honda CB300R 2019 ในการขับขี่ในครั้งนี้ได้ทดสอบการขับขี่กันภายในเมืองย่าน พระราม9-เรียบทางด่วน รามอินทรา ได้ฟิวของการซอกแซกภายในเมือง ทำได้ดีเลยทีเดียว เนื่องจากตัวรถมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นอื่นๆในคลาส ที่มีน้ำหนักเพียง 143 กิโลกรัมรวมของเหลวที่มีน้ำมันในถังถึง 10 ลิตร (เต็มถัง) สามารถที่จะพลิกรถทั้งซ้ายและขวาง่ายมากๆ ด้วยขนาดยางหลังที่มีขนาดใหญ่ ทำให้การเลี้ยวโค้งสามารถทำได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น ท่านั่งการขับขี่ ด้วยตัวรถที่เป็นทรงแฮนด์บาร์ทำให้ท่านั่งนั้นเรียบง่าย สบายๆอย่างเห็นได้ชัดไม่ต้องก้มคอม งอหลังให้ปวดเมื้อยระหว่างขาสามารถที่จะหนีบตัวถังน้ำมันได้อย่างดี กระชับหน้าขามั่นใจทั้งการเบรคและเปิดคันเร่งรวมไปถึงเบาะนั่งที่ไม่สูงมาก ทำให้ควบคลุมรถได้อย่างคล่องตัว ในการขับขี่ครั้งนี้ทางเราจะให้ความสนใจเป็นพิเศษสำหรับการทดสอบช่วงล่างเพราะถือว่าเป็นจุดเด่น ของรถคันนี้สำหรับช่วงล่างด้านหน้าแบบ UPside-down ของ Showa ที่ถูกติดตั้งมาจากโรงงานที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 41 มม. และโช้คหลังที่เป็นแบบเดี่ยว สามารถปรับพรีโหลดได้ ถือว่าเป็นช่วงล่าง ที่ดีที่สุดในคลาสตอนนี้ ซับแรงกระแทรกได้เป็นอย่างดี แม้กระทั้งการเบรคหนักๆแบบฉุกเฉิน หรืออาจจะมีคนซ้อนเดินทางในชีวิตประจำวัน ก็ทำงานได้เป็นอย่างดี เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่บนถนนเมืองไทย สำหรับตัวเครื่องยนต์ต้องบอกก่อนเลยว่า แม้จะเป็นเครื่องยนต์ 1 สูบในแบบเดียวที่ใช้ใน CBR300R ได้ให้กำลังเครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้ดีมากในช่วงรอบต้น และกลาง ตามสไตล์เครื่องยนต์สูบเดียว บิดติดมือ บิดคันเร่งตอบสนองได้เป็นอย่างดีเร่งแซงได้ดั่งใจ เสียงท่อไอเสียที่เครื่องยนต์ ขนาด 286 ซีซี ถือว่าทำได้ดีเร้าใจ ปลอดภัยคุณตำรวจ ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีกำลังเพียงพอต่อการใช้งานในเมือง หรืออาจจะมีการออกทริปเอาสังคมสองล้อกันบ้างก็ สบายๆ ไร้กังวลอย่างแน่นอน ฟันธง สปอร์ตคาเฟ่ CB300R 2019

ได้มีโอกาส รีวิว New Honda Forza 300 กันเสียทีหลังจากที่เราห่างหายกันไปนานกับการรีวิวรถสายพานช่วงนี้ก็ได้บิดได้จับกันบ่อยมากขึ้น สำหรับตลาดบิ๊กสกู๊ตเตอร์ขนาดกลางที่เป็น ขนาดความจุซีซียอดฮิตที่กำลังมาแรงกันเลยทีเดียว แต่ในครั้งนี้จะพิเศษกว่าคือ คันนี้มีชุดแต่ง H2C ติดมาด้วยก็ได้มีโอกาสรีวิวให้ชมกัน รวมไปถึงแนวทางการแต่งอีกด้วย สำหรับการ รีวิว New Honda Forza 300 คันนี้เป็นเฉดสีที่เพิ่งจะเปิดตัวไปไม่นานมานี้เองโดยคันนี้เป็น 1 ในสีที่เพิ่งเปิดตัวมาใหม่ไม่นานมานี้เอง โดยสีที่มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว-น้ำเงิน, สีดำด้าน, สีแดง-เทาและสีน้ำเงิน-เทา มาๆมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เดียวเรามาดููว่าคันนี้มีอะไรกันบ้าง รูปทรงภายนอก หน้าตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ประโยคนี้ใช้ได้เสมอกับการเลือกอะไรสักอย่างหนึ่งต้องดูที่ หน้าตากันก่อน สำหรับคันนี้ เป็น ไฟหน้าแบบ LED สว่างเด่นชัดเจนทั้งกลางวันกลางคืน รวมไปถึงชิวหน้าไฟฟ้าที่สามารถปรับ สูง-ต่ำได้ ขณะขับขี่ได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงการดีไซน์ไฟเลี้ยวบิ้วอินอยู่หลังกระจกข้าง ออกแนวสปอร์ตสุดๆ แฮนด์บาร์ดีไซน์แบบทูโทน สองสี มุมมองชัดเจน ดูล้ำสมัย พร้อมกับด้านล่างแฮนด์บาร์ที่มี ที่บิดกุญแจ Keyless พร้อมกับสวิตช์ เปิด-ปิด เบาะนั่ง และ ฝาถังน้ำมัน แค่เพียงพกกุญแจติดตัวไว้ง่ายๆ ก็สามารถที่จะขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย เรือนไมล์แบบผสมผสานระหว่าง ดิจิทัลและเข็ม ที่จะบอกค่าต่างที่เกิดขึ้น ทั้งรอบเครื่อง ความเร็ว ไฟสถานะเครื่องยนต์ ไฟเลี้ยว ค่าอุณหภูมิความร้อนเครื่องยนต์ ระดับน้ำมันที่เหลือในถัง รวมไปถึงค่าเฉลี่ยต่างๆเช่น ทริปการเดินทาง ค่าเฉลี่ยน้ำมันต่อลิตร มาต่อกันที่ปะกับทางด้านซ้าย ที่ดูปุ่มกดจะเยอะเป็นพิเศษ แต่สำหรับผมแล้วมันรู้สึกว่าคันนี้มีอะไรพิเศษกว่าคันอื่นๆที่เคยขับมา INFO A,B ที่จะเป็นตัวกดเปลี่ยนข้อมูลค่าต่างๆบนหน้าจอดิจิทัล ไฟต่ำ ไฟสูง ส่วนที่เป็นลูกศร ขึ้นลงนั้นคือการปรับระดับชิวหน้าไฟฟ้า ถัดขึ้นไปด้านบนนั้นก็คือปุ่มกด เปิด-ปิด ระบบ HSTC ที่ขาดไม่ได้มาตราฐานของรถทุกคัน นั้นก็คือแตร และไฟเลี้ยว ทางด้านขวา มีปุ่มเปิดปิด สวิตซ์ off-Run เครื่อยนต์พร้อมกับระบบสัญญาณไฟกระพริบ และ ปุ่มกดสตาร์ทเครื่องยนต์ ถังน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิล ขนาด 11.5 ลิตร ที่มีฝาเปิดปิด 2 ชั้นจะถูกสั่งจากเบ้ากุญแจ keyless แล้วถึงกดเปิดได้ ฝาด้านในเป็นแบบเกลียว สะดวกสบายไม่ต้องลงจากรถขณะเติมน้ำมันรวมไปถึงการช่วยบาลานซ์น้ำหนักมวลรวมให้อยู่ช่วงกลางลำตัวรถอีกด้วย เบาะนั่งขับขี่ขนาดใหญ่ถูกออกแบบดีไซน์แบบตอนเดียว 2 ระดับ สำหรับผู้ขับขี่และคนซ้อนท้าย นุ่ม เนียน เดินทางทั้งใกล้และไกลสบายๆ ที่มาพร้อมกับมือจัดสีดำด้านสำหรับคนซ้อนจับโดยสาร ช่องเก็บของด้านหน้าที่มีขนาดใหญ่ ทรงสูง ที่สามารถใส่ขวดน้ำขนาด 15 บาทได้ ถือว่าใหญ่และลึกพอสมควรเลย ที่มาพร้อมกับช่องจ่ายกระแสไฟขนาด 12V สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นขนาดขับขี่ ทั้งการต่อ GPS หรือชาร์ตแบตโทรศัพท์ ล้อหน้าที่มีขนาด 15 นิ้ว ลายล้อแม็กแบบ 6 ก้านคู่สีดำ ยางขนาด 120/70-15 ระบบดิสเบรคเดี่ยวมีขนาด 256 มม.มาพร้อมกับคาลิปเปอร์เบรค Nissin ที่มีของแต่ง H2C ที่ออกแบบมาเป็นการ์ดป้องกันตัวคาลิปเปอร์ใช้งานได้จริง กระบอกโช้คหน้าแบบ Telescopic ที่มีขนาดแกน 33 มม ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ สนุกกับการเดินทาง ล้อหลังมีขนาด 14 นิ้วมาพร้อมกับยางขนาด 140/70-14 ลายล้อแม็กแบบ 6 ก้านคู่สีดำเหมือนกับล้อหน้า มาพร้อมกับระบบเบรคแบบดิสเบรคขนาด 240 มม. ทำงานพร้อมกับระบบ ABS ทั้งล้อหน้า และ ล้อหลัง เพิ่มสมรรถนะในการเบรคมากยิ่งขึ้น โช้คหลังเป็นแบบ สตรัทปรับเกลัยวคู่ทั้งซ้ายและขวา สามารถที่จะปรับความแข็งอ่อนได้ 7 ระดับ ทางด้านซ้ายของตัวรถจะมีแคร้งชุดขับเคลื่อนสายพานมาพร้อมของแต่ง H2C อีกด้วย ไฟท้ายแบบ LED สว่างชัดเจน ดีไซน์ล้ำสมัยดูหรูหราตามแบบฉบับฮอนด้า คันนี้มาพร้อมกับ แร็คท้ายสีแดงที่เป็นของแต่ง H2C ที่ถูกดีไซน์ด้วยวัสดุแข็งแรง ทนทาน สามารถเอาไว้ใส่กล่องท้าย สำหรับใส่สิ่งของสัมภาระเดินทางไกลๆ ได้อีกด้วย มาดูเครื่องยนต์เจ้า Forza กันบ้าง สำหรับบิ๊กสกู๊ตเตอร์คันนี้ ยังมีขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1 สูบ ระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด PGM Fi 4 จังหวะ 279 ซีซี ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่

2024 Honda Forza 750 สเปก รายละเอียด คาดเข้าไทยปีนี้ 2024 Honda Forza 750 บิ๊กสกูตเตอร์ระดับเรือธงมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 750 ซีซี 2 สูบเรียง ควบคู่มาด้วยระบบขับเคลื่อนอย่าง DCT หรือ Dual Clutch Transmission ลิขสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถจักรยานยนต์จากค่ายฮอนด้า และไม่เพียงแค่เครื่องยนต์ หรือระบบส่งกำลังที่มีความน่าสนใจ แต่ระบบต่าง ๆ ของเจ้าคันนี้ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ราคา : รออัปเดตอีกครั้ง ดิสก์เบรกคู่ขนาด 310มม. พร้อมกับคาลิปเปอร์เบรก 4 พอตที่มาพร้อมกับระบบ ABS หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว แสดงผลชัดเจนแสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบถ้วน พร้อมระบบทัชสกรีน Dual Clutch Transmission หรือ DCTระบบส่งกำลังเอกสิทธิ์เฉพาะฮอนด้า สมาร์ทคีย์ 2024 Honda Forza 750 สเปก และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 745 ซีซี แรงม้า (เคลม) 57.8 แรงม้าที่ 6,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 8 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 77.0 x 80 มม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ DCT 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตซ์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 ยาง Tubeless ยางหลัง 160/60-15 ยาง Tubeless ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพหัวกลับขนาดแกน 41 มม. ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มแบบโปรลิ้ง พร้อมโช้คอัพเดี่ยว ระยะยุบ 120 มม. เบรกหน้า ดิสเบรกคู่ ขนาด 310 มม. พร้อมปั้มเบรค 4 พอต เบรกหลัง ดิสเบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม. พร้อมปั้มเบรค 2 พอต กว้าง X ยาว X สูง 790 x 2,200 x 1,485 มม. ระยะฐานล้อ 1,580 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 135 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 235 กก. ความจุถังน้ำมัน 13.2 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS กุญแจสมาร์ทคีย์ หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบทัชสกรีน แอปพลิเคชัน Honda Road Sync ระบบไฟส่องสว่าง Full LED รอบคัน ช่องเสียบ USB-C ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า คันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Standard, Sport, Rain) สีสันต่าง

จากถนน สู่ทะเลทราย คนบ้าขี่ซู ของแทร่! รถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ฮายาบูสะ เป็นอีกหนึ่งโมเดลอีกที่ขึ้นแท่นรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน กับสมญานาม มอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลกในช่วงเวลาหนึ่ง เพราะซูซูกิ ฮายาบูสะ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1340 ซีซี พร้อมกับพละกำลัง 190 แรงม้า โดยปกติแล้วฮายาบูซะจะโลดแล่นอยู่บนสนามแข่ง หรือไม่ก็ท้องถนน แต่จะเป็นอะไรไหมถ้าอยากให้ตำนานคันนี้เปลี่ยนจากซิ่งในสนามกลายร่างเป็น Hayabusa Off Road เพื่อมาลุยทะเลทรายดูบ้าง เจ้าของยูทูบช่อง Matt Spears ได้จัดการทำสิ่งที่น้อยคนจะทำ หรือแม้แต่ผู้ที่ชื่นชอบในการขับขี่ออฟโรดก็ไม่คิดที่จะทำ นั่นคือการนำ ซูซูกิ ฮายาบูสะ มาจัดการเปลี่ยนร่างเป็น Hayabusa Off Road เกือบทั้งคัน โช้คอัพหน้า-หลัง สวิงอาร์ม ล้อ และยางเอ็นดูโร่ เหลือไว้เพียงแฟริ่ง และเครื่องยนต์ที่ยังคงความเป็นฮายาบูสะเอาไว้ แล้วทำการเปิดคันเร่งซิ่งบนทะเลทราย โดยเขาไม่ได้นำฮายาบูสะมาซิ่งเพียงแค่คันเดียว แต่ยังมีมอเตอร์ไซค์วิบากไฟฟ้ารุ่น STARK VARG 80 แรงม้า มาร่วมจอยความมันส์ ซึ่งเจ้าฮายาบูสะก็สามารถซิ่งได้อย่างไร้ปัญหา เพราะไม่มีอะไรที่ฮายาบูสะทำไม่ได้ และเขาก็ไม่ได้นำมาซิ่งแค่บนทะเลทราย แต่ Matt Spears ก็ยังเคยนำเจ้าฮายาบูสะไปจัดการเปลี่ยนล้อออก แล้วทำการแปลงเกือบยกคัน เหลือไว้เพียงแฟริ่งกับเครื่องยนต์ แล้วติดตั้งตัว CMX Snow bike เพื่อทำการเปลี่ยน ‘พญาเหยี่ยว’ ให้กลายเป็นสโนว์โมบิลมาแล้วอีกด้วย ไม่เพียงแค่ ซูซูกิ ฮายาบูสะ ที่ Matt Spears นำไปบุกตะลุยในทุกพื้นที่ เพราะเขายังเคยนำเจ้าฮอนด้า Goldwing ไปขี่ลุยทราย ขึ้นเขามาแล้ว เรียกว่าใช้รถได้อย่างสมบุกสมบัน หลังจากที่คลิปวิดีโอซิ่งลุยทะเลทรายได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคอมเมนต์ต่าง ๆ มากมาย อาทิ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฮายาบูสะยังแซงเจ้าสองคันนั้นได้, ฮายาบูสะบ้าไปแล้ว, ฮายาบูสะยังคงเป็นมอเตอร์ไซค์แนวผจญภัยที่น่าตื่นเต้นที่สุด ฯลฯ หลวงปู่เค็มยังลุยไฟ แล้วทำไม HAYABUSA จะลงทรายไม่ได้ล่ะ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค KLX300R ตัวแข่งสายลุยรุ่นพี่ จากแก๊งค์เขียว Kawasaki KLX300R รถแข่งระดับพี่ใหญ่สายลุยจากตระกูล KLX กับขุมพลัง 292 ซีซี มาพร้อมกับแชสซีที่แข็งแรง ทนทาน ออกแบบสำหรับการควบคุมที่เบาและคล่องตัว ตอบสนองผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบรถแข่งขันสายลุย ราคาแะนำ 240,500 บาท เครื่องยนต์สูบเดียว 292 ซีซีจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดให้การตอบสนองรวดเร็ว ระบบกันสะเทือน พร้อมรองรับซับแรงกระแทกในเส้นทางฝุ่น แฮนด์บาร์ปรับระดับได้ตามฉบับรถในตระกูล KLX แชสซีพื้นฐานรถแข่งเอนดูโร่ สำหรับการขับขี่ผจญภัยเอ็นดูโร่ สเปค KLX300R รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 292 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 78.0 x 61.2 มม. อัตราส่วนการอัด 11.1 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Digital ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Fuel injection ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 80/100-21 ล้อซี่ลวด ยางหลัง 100/100-18 ล้อซี่ลวด ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Uni Track ปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวโฟลทติ้ง ขนาด 270 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม.พร้อมคาลิเปอร์ ลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,120 x 825 x 1,250 มม. ระยะฐานล้อ 1,435 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 305 มม. ความสูงเบาะ 925 มม. น้ำหนักรถ 128 กก. ความจุถังน้ำมัน 7.9 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี NA สีสันที่มีจำหน่าย LIME Green (2020) LIME Green (2021) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati SuperSport 950S ม้าสีหมอก พันธุ์สปอร์ต จากอิตาลี เผยโฉมกันเป็นที่เรียบร้อย กับโมเดลลวดลายสีใหม่ สายพันธุ์สปอร์ต ในรุ่น Ducati SuperSport 950S มาพร้อมลายกราฟิกใหม่ เร้าใจยิ่งขึ้น และออปชั่นต่าง ๆ ในตัวรถอีกมากมาย เชื่อได้เลยว่า เหล่าแฟน ๆ สายรถสปอร์ตจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์ที่ให้ความสปอร์ตเต็มขั้น โดยเริ่มจากตัวแฟริ่ง ออกแบบรูปทรงให้มีความปราดเปรียว และสอดรับหลักอากาศพลศาสตร์ ให้คาแรคเตอร์ที่แข็งแกร่ง ดุดัน แบบเดียวกันกับเจ้า Ducati Panigale V4 พร้อมไฟหน้าและไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ บิ้วอินท์เข้าไปในตัวแฟริ่งดูเฉียบคมมากยิ่งขึ้น พร้อมแรมแอร์ด้านข้างที่พร้อมรับอากาศสู่การเผาไหม้ในเครื่องยนต์อีกด้วย บวกกับแฟริ่งด้านข้างจะมีช่องระบายอากาศแบบคู่ ผสมกับลายกราฟิกแนวตรงเฉียงลงไปด้านหน้า ได้อย่างสวยงาม อีกทั้ง ยังมีชิลด์หน้าออกแบบมาให้มีขนาดกระทัดรัด สามารถบังลมและใช้งานได้อย่างดีเสริมด้วยหน้าจอสี TFT 4.3 นิ้วพร้อมถังน้ำมันขนาด 16 ลิตร เบาะนั่งเดี่ยวผู้ขับขี่แบบเดี่ยว เพิ่มความสะดวกสบายในการนั่ง รวมไปถึงท่อไอเสียแบบปลายท่อคู่ ให้ความเท่ไปอีกขั้น ในด้านของขุมพลังสำหรับโมเดลนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ L-Twin 2 สูบ 937 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 110 แรงม้าที่ 9,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 93 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ พร้อมควิกชิฟเตอร์ 2 ทางกับระบบเกียร์ 6 สปีด และระบบแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ อีกทั้งเครื่องยนต์ยังได้รับการรับรอง Euro 5 ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย สำหรับระบบช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือน กับโช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม. ส่วนโช้คหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มแขนเดี่ยว โดยจะเป็นโช้คอัพจาก Ohlins ทั้งคู่ พร้อมระบบเบรกกับเบรกหน้าดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. เป็นจานเบรกโฟลทติ้ง พร้อมคาลิเปอร์ Brembo แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ และเบรกหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางหน้า-หลังขนาด 120/70 และ 180/55 จากแบรนด์คุณภาพอย่าง Pirelli Diablo Rosso III โดยน้ำหนักตัวรถรวมอยู่ที่ 210 กก. ในเรื่องของเทคโนโลยี เริ่มจากระบบ IMU 6 แกน ระบบ Cornering ABS ช่วยเบรกทั้งทางตรงและทางโค้งระบบแทร็คชั่นคอนโทรล ระบบกันล้อหน้าลอย โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Sport, Touring, Urban) ระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ระบบควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง และแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วย Ducati Multimedia System ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธได้ สามารถรับสายโทรศัพท์ ดูข้อความ และเล่นเพลงโดยใช้ปุ่มควบคุมตรงแฮนด์ได้เลยอีกด้วย ทั้งความ สปอร์ต สวยงามและดุดัน เหมาะกับเป็นม้าสีหมอกตัวแรงของค่ายนี้จริง ๆ อย่างไรก็ดี เราก็ยังไม่ทราบว่าโมเดลจะเข้ามาไทยเมื่อไหร่ คงต้องอดใจรอกันไปก่อน ไว้คราวหน้าถ้ามีอัปเดตอะไรเพิ่มเติม เดี๋ยวแอดมินจะรีบมาแจ้งให้ทราบนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX Legend250 Twin lll อัปเกรดใหม่ ดีไซน์เต็ม 10 ถ้าเป็นงานศิลปะ ผมเชื่อเลยว่าโมเดลนี้ต้องได้คะแนนไปเต็ม ๆ อย่างแน่นอน กับ GPX Legend250 Twin lll เน็กเก็ดไบค์สไตล์เรโทรรุ่นเรือธงประจำค่ายอย่าง GPX ที่เปิดตัวมาให้แฟน ๆ ได้จับจองกันเป็นที่เรียบร้อย กับตัวรถที่อัปเกรดใหม่ในหลายจุด แล้วมาดูกันว่า จะมีอะไรบ้างที่อัปเกรดมาเพิ่ม แล้วทำไมถึงต้องให้คะแนนเต็มกับรถพิกัด สเปคนี้ สไตล์ที่โดดเด่น ยกระดับตำนานความคลาสสิกไปอีกขั้น ด้วยสไตล์ตัวรถที่โดดเด่น สู่เส้นทางของตำนานที่พร้อมตะลุยไปทุกเส้นทาง มาพร้อมกับการดีไซน์เอกลักษณ์ด้วยไฟทรงกลมรอบคัน เรือนไมล์ทรงกลมพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์และถังน้ำมันทรงหยดน้ำสไตล์เรโทร บวกกับเครื่องยนต์และเสื้อลมพร้อมแผงออยคูลเลอร์ ที่เพิ่มความคลาสสิกไปอีกขั้น นอกจากเฉดสีที่มาใหม่แล้ว สิ่งที่อัปเกรดเพิ่มเติมขึ้นมาจากรุ่นก่อน ที่โดดเด่นเลยก็คือ ล้อซี่ลวดที่ให้มานั่นเอง พร้อมกับกระบอกโช้คอัพหน้า คาลิเปอร์เบรก หน้า-หลัง สีทอง บังโคลนหน้า-หลังอลูมิเนียมสีเงิน และโช้คอัพหลังพร้อมซับแทงค์สีใหม่ โดยภาพรวมลูกเล่นในรุ่น Twin III จะมีสีสันเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน พร้อมกันนี้ ด้านหน้าตัวรถติดตุ๊กตาแฮนด์ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น ด้วยโลโก้สัญลักษณ์ตัว L รวมไปถึง ท่อไอเสียคลาสสิกทรงเมกาโฟน เสริมความเท่ด้วยปลายท่อรีเวทเป็นสี Anodize Silver อีกด้วย เครื่องยนต์ 2 สูบ พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีด GPX-Fi สำหรับพละกำลังเครื่องยนต์ในโมเดลนี้ จะเป็น 2 สูบขนาด 243 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ บวกกับออยคูลเลอร์ พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีด GPX-Fi ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด และโซ่คุณภาพจาก RK พร้อมเคลมแรงบิดมาให้สูงสุดถึง 15 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที และความจุถังน้ำมันที่ให้มาขนาด 14.5 ลิตร ที่ให้การขับขี่ที่สนุกอย่างแน่นอน ช่วงล่างโดดเด่น นุ่มนวล เหนือระดับ ถือว่าโดดเด่นเลยในรุ่นนี้ กับระบบช่วงล่างที่ทางโรงงานจัดมาให้ เริ่มด้วยโช้คอัพหน้าหัวกลับ โช้คคู่ด้านหลัง พร้อมซับแทงค์ แบรนด์คุณภาพระดับสากลจาก YSS G-Series สามารถปรับระยะพรีโหลดได้ โดยปรับแบบเกลียวหรือที่เรียกว่า ระบบ Threaded Spring Preload รองรับการใช้งานของผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สำหรับระบบเบรก ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 276 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว ส่วนล้อจะเป็นล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว หน้า-หลัง และยางขนาด 110/90 และ 130/90 ตามลำดับ ซึ่งดูรวม ๆ แล้ว ให้มาเยอะเลยในพิกัดนี้ ซับแรงกระแทกและการเบรกได้อย่างดีเยี่ยม รถดีไซน์ย้อนยุค แต่เทคโนโลยีล้ำสมัย ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ตัวรถจะเป็นทรงแนวคลาสสิก แต่เทคโนโลยีใหม่ก็ยังล้ำสมัยอีกด้วย ทั้งระบบส่องสว่าง Full LED รอบคัน เรือนไมล์ทรงกลมดิจิทัล LCD ที่ออกแบบมาให้มีสีสันที่คมชัด แสดงผลข้อมูลครบครันทั้งมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ มาตรวัดความเร็ว นาฬิกา มาตรวัดระยะทาง มาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟบอกตำแหน่งเกียร์ เป็นต้น สำหรับคะแนนรวมทั้งรูปลักษณ์ดีไซน์ การอัปเกรดวัสดุและสีสันที่เพิ่มมาใหม่ เครื่องยนต์ 2 สูบ 234 ซีซี ถังน้ำมันขนาด 14.5 ลิตรที่รองรับการขับขี่ในระยะทางไกล ระบบช่วงล่างทั้งโช้คอัพจากแบรนด์คุณภาพระดับโลกจาก YSS ดิสก์เบรกคู่หน้า คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ และที่สำคัญเลย ล้อซี่ลวด ซึ่งสวยมาก ๆ บอกเลยครับว่าเอาไปเต็ม 10 พร้อมกับราคาที่ 88,500 บาท ซึ่งมองว่าคุ้มมาก ๆ สำหรับสเปค พิกัดนี้ และสีที่จำหน่ายประกอบไปด้วย 3 สี ได้แก่ สีขาว (White Everest) สีเขียว (Green Forest) สีดำ (Black Night) หากเพื่อน ๆ ท่านใดสนใจก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ ตัวแทนจำหน่าย GPX กว่า 300 สาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ

Toyota Prius PHEV รุ่นใหม่ล่าสุดจากญี่ปุ่น ขุมพลัง 223 แรงม้า วิ่งไฟฟ้าล้วน 83 กม. พร้อมตารางราคาเริ่มต้นเพียง 7.8 แสนบาท

All-New MG ZS Hybrid+ 2026 ขุมพลังไฮบริดใหม่ 196 แรงม้า แรงบิด 465 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมัน 20 กม./ลิตร พร้อมระบบ MG Pilot ล่าสุด เตรียมบุกตลาดไทยปีนี้

ซุง สตาวิน เดินหน้าแก้ เซฟวันโกบางนารถติด เพิ่มจุดจอดสำรอง Ample Tower 17.00-23.00 น. ประทับตราจอดฟรี หวังลดผลกระทบจราจรบางนา-ตราด

BYD Song Pro DM-i รุ่นปี 2026 เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด ประหยัดน้ำมันสุดขีด 3.2 ลิตร/100 กม. วิ่งไกล 1,508 กม. ราคาเริ่มต้นจีนเพียง 4.5 แสนบาท

เจาะสเปกและราคา Mercedes-Benz CLE 300 Night Edition รุ่นประกอบไทย (CKD) ราคา 3,990,000 บาท มาพร้อมชุดแต่งดำดุและเทคโนโลยี Digital Key ล่าสุด