SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

BYD เปิดตัว Fang Cheng Bao Ti3 และ Ti7 พร้อมเทคโนโลยี Flash Charging ชาร์จ 5 นาทีวิ่งได้ 400 กม. ใช้แบตเตอรี่ Blade Gen 2 รุ่นล่าสุด เช็กสเปกที่นี่

Aston Martin Honda Battery กลายเป็นปัญหาใหญ่หลังทีมประกาศแบตสำรองหมดที่เมลเบิร์น เสี่ยงทำ Alonso และ Stroll โดนปรับกริต

เจาะลึกเหตุการณ์ Niki Lauda ไฟไหม้ปี 1976 จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้วงการ F1 และรถยนต์ทั่วไปต้องปฏิวัติระบบความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด

เจาะลึก 5 เทคโนโลยีจากสนามแข่ง F1 ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในรถที่คุณขับทุกวัน ตั้งแต่ระบบไฮบริดไปจนถึงวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เช็กเลย!

ลูอิส แฮมิลตัน มั่นใจ Ferrari ปี 2026 แข็งแกร่งที่สุด! เผยสัมผัส Winning Mentality ในทีมม้าลำพองหลังกดเวลาเร็วสุดที่บาร์เซโลนา

New Ducati Formula 73 2026 รถมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่คืนชีพตำนานแชมป์โลกยุค 70 ด้วยเครื่องยนต์ L-Twin และระบบช่วงล่าง Ohlins

GPX DX1 2026 รถจักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์รุ่นล่าสุดจาก GPX เช็กสเปกเครื่องยนต์ 150 ซีซี 4 วาล์ว ฟีเจอร์ใหม่ และราคาเปิดตัวที่นี่

SuperBikeMag Trackday R3 2025 กับรุ่น KTM 390 Series เดินทางกันมาถึงสนามสุดท้าย พร้อมบทสรุปเจ้าของแชมป์ประจำสนาม และประจำปี

Honda EClutch 2026 จัดเต็มชุดใหญ่ถึง 5 รุ่น ให้นักขับขี่มือใหม่สามารถร่วมสัมผัสโมเดลได้ทุกเซกเมนต์ทั้งรถ 750 และ 500 รุ่นคลาสซีซี

Ducati Hypermotard V2 2026 All New รถไฮเปอร์โมตาร์โฉมใหม่ พร้อมเครื่องยนต์ Ducati New V2 ไล่เบาทั้งคัน คงสมรรถนะซูเปอร์โมโตเต็มเปี่ยม

คันไหนแรงกว่า ผมอาจจะไม่รู้แน่ชัด แต่ลองไปดูกันครับว่าตัวเลขสเปกของ Ducati Panigale V4 R เทียบกับ BMW S 1000 RR 2020 นั้นเป็นอย่างไรบ้างกันก่อนดีกว่าครับ

รีวิว Suzuki Katana การกลับมาอีกครั้งของตำนาน Suzuki Katana นั้นหลายๆ คนที่มีอายุกันสักหน่อยน่าจะพอรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อนี้กันมาบ้าง บางคนอาจจะแค่คุ้นๆ แต่บางคนที่ความจำดีหน่อยก็อาจจะจำโฉมหน้าในอดีตของมันได้ ซึ่งในตอนนี้เจ้า Katana ที่เคยเป็นตำนานในอดีตได้กลับมาอีกครั้งในรูปโฉมใหม่ แต่ก็ยังให้กลิ่นอายและเอกลักษณ์การออกแบบที่เฉียบคมแบบในอดีตไว้ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ ก่อนที่เราจะเข้ารีวิวกัน ผมจะพาท่านไปทราบถึงประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ของ Katana ไอ้เข้ที่มีดีไซน์โดดเด่นกว่าใครๆ ในยุคสมัยเดียวกันให้อ่านกันคร่าวๆ นะครับ ตำนาน ประวัติของ Katana นั้นจริงๆ ต้องย้อนกลับไปไกลถึงยุคสมัยที่ซามูไรกำลังรุ่งเรือง ถุ้ย นั่นมันดาบไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ จริงๆ ต้องย้อนไปไกลถึงช่วงปี 1979 กันเลยทีเดียวครับ เดิมที Katana ไม่ได้ใช้ชื่อนี้มาก่อนนะครับ จะใช้ชื่อเป็นรหัสว่า GSX1100S ซึ่งกว่าจะมาเป็น GSX1100S ก็ใช้เวลาและการทุ่มเทไปกับการออกแบบมากมาย ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ในช่องปลายทศวรรษ 1970 Suzuki นั้นต้องการที่จะทำให้โมเดลใหม่ของตัวเองนั่นโดดเด่นและแตกต่างไปจากค่ายอื่นๆ จนมีการก่อตั้งทีม Target Design ที่รวมเอานักออกแบบชาวเยอรมันหลายคนไว้ด้วยกัน มาออกแบบโมเดลใหม่ ซึ่งทางทีม Target Design ก็ออกแบบโมเดลใหม่หลายโมเดลด้วยกัน เริ่มที่ ED-1 รถต้นแบบที่มีพื้นฐานเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ 650 ซีซี ที่มีความเป็นสปอร์ตอยู่มาก ซึ่งทาง Suzuki ญี่ปุ่นก็เห็นดีเห็นงาม แต่ก็ยังไม่พอ ยังมีการออกแบบเพิ่มเติมเป็นเจ้า ED-2 ที่มีพื้นฐานมาจาก GSX1100 ซึ่งต่อมาก็กลายเป็น GSX1100S ในภายหลัง ซึ่งไอ้ขั้นตอนการออกแบบ พัฒนาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลายๆ ครั้ง มันไปเหมือนกับขั้นตอนที่สำคัญอย่างมากของการสร้างดาบคาตานะหรือดาบซามูไรที่เรารู้จักมักคุ้นกันดีพอดี ซึ่งก็คือขั้นตอนการตีทบของการตีดาบ ซึ่งใช้เวลาตีดาบนานและทบซ้ำหลายครั้งจนได้ดาบที่มีความแข็งแรงและคมกว่าดาบประเภทอื่นๆ ที่คนทั่วโลกต่างยอมรับ แต่โมเดลที่ได้รับการผลิตขายจริงๆ และประสบความสำเร็จหลังจากนั้นก็มีรถในพิกัด 650 และ 550 ที่ได้รับความนิยมมากๆ และชื่อ Katana ก็ยิ่งเป็นที่จดจำมากขึ้นจาก Katana 750SE ที่มีไฟหน้าแบบป็อปอัพ ซึ่งดูล้ำสมัยกว่าใคร จนได้รับความนิยม ไม่พอยังมีสมรรถนะที่เหนือกว่าคู่แข่งจากค่ายอื่นๆ อีกด้วย การันตีความเป็นตำนานได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามชื่อ Katana ก็ค่อยๆ หายหลังจากปี 2006 กระทั่งมาปี 2019 Suzuki ก็นำตำนานนี้กลับมาเขียนใหม่ให้โลดแล่นอีกครั้ง Suzuki Katana 2020 Katana คันใหม่ล่าสุดคันนี้มีพื้นฐานมาจาก GSX-S1000F และใช้เครื่องยนต์ของ GSX-R1000 K5 โดยหันกลับไปใช้ดีไซน์แบบดั้งเดิมของโมเดล Katana ในปี 1981 เพื่อเป็นการให้เกียรติและยกย่องทีมออกแบบ หล่อเท่ ไร้กาลเวลา Katana คันใหม่นี้มีดีไซน์มีเส้นสายที่เฉียบคมตามแบบของดาบคาตานะมากขึ้น มีการผสมผสานเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับดีไซน์ในแบบดั้งเดิมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตัวรถยังให้กลิ่นอายในแบบของรถต้นฉบับคันดั้งเดิม แต่ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกว่าตัวรถนั้นสวยงาม โฉบเฉี่ยว ไม่ตกยุค เป็นดีไซน์ที่ไร้ซึ่งกาลเวลา เป็นเหมือนงานศิลปะที่ไบค์เกอร์สามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก โดยด้านหน้าเห็นแว้บเดียวก็รับรู้ได้ว่ามันคือ Katana มีเอกลักษณ์ คงกลิ่นอายของตำนานไว้ มีดีไซน์ในหลายๆ ส่วนตามแบบสมัยใหม่ แต่ก็ผสานลงไปในตัวรถได้อย่างลงตัว ด้านหน้าในส่วนของไฟหน้าใช้ LED ซ้อนกันเป็นสองชั้นดีไซน์ให้เป็นทรงเหลี่ยมให้กลิ่นอายคลาสสิคแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นจุดเด่นและเอกลักษณ์เลย ถัดเข้ามาก็ใช้เรือนไมล์แบบดิจิตอลสวยงาม บอกข้อมูลครบถ้วน พร้อมสัญลักษณ์โลโก้ดาบคาตานะไขว้กับตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่าดาบ เล่นเดียวกับเพลทตรงกลางแฮนด์บาร์ที่ทำมาได้สวยงามมีสไตล์ และโดยเฉพาะในส่วนท้ายที่ใช้บังโคลนแบบกันดีดติดกับสวิงอาร์มและเป็นที่ติดตั้งป้ายทะเบียนและไฟเลี้ยว ทำให้ในส่วนของไฟท้ายรถดูโดดเด่น ท่อไอเสียทรงสั้นยกปลายก็มีขนาดกะทัดรัด ดูเข้ากับตัวรถไม่เคอะเขิน สมรรถนะ นอกจากสเน่ห์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครของเจ้าตำนานบทใหม่คันนี้แล้ว สมรรถนะก็เป็นอีกจุดนึงที่มองข้ามไปไม่ได้ มันใช้ขุมกำลัง 4 สูบ 999 ซีซีของ GSX-R1000 K5 หรือเรียกสั้นๆ ติดปากว่า K5 ทุกคนต่างก็รับรู้และยอมรับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ให้สมรรถนะดีและทนทาน เป็นอีกตำนานของ Suzuki ที่เคยช่วยให้ค่ายจอมพลังค่ายนี้คว้าแชมป์หลายรายการมาแล้ว ตัวเครื่องนี้มีจุดเด่นที่ให้การตอบสนองต่อคันเร่งที่ฉับไว แต่ก็มีความนุ่มนวล ไม่กระโชกโฮกฮาก ดีไซน์ช่วงชักที่ยาวของเครื่องยนต์บล็อกนี้นั้นให้กำลังแรงม้าและแรงบิดที่ดีตั้งแต่ในรอบต่ำถึงรอบกลาง เหมาะกับการขับขี่บนท้องถนน แต่ก็ไม่ละทิ้งความเร็วในช่วงปลาย เฟรมที่ทางค่ายเลือกใช้เป็นเฟรมอะลูมิเนียมอัลลอยแบบทวินสปาร์น้ำหนักเบา ซึ่งเด่นเรื่องความแม่นยำในการควบคุมรถ และความแข็งแรงทนทาน ช่วยเพิ่มความเสถียรให้ในการขับขี่ ช่วงล่างที่ให้มาด้านหน้ามีการปรับแต่งได้เต็มระบบ ด้านหลังแม้จะปรับแต่งได้ไม่ครบทุกค่า แต่ก็เพียงพอที่จะปรับเซ็ตให้เข้ากับน้ำหนักของผู้ขับและสไตล์การขับขี่ของเจ้าของได้ดี ซึ่งก็จะช่วยเพิ่มการยึดเกาะและฟีลลิ่งการตอบสนองเวลาขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ระบบเบรกที่ให้มาด้านหน้าจัดเต็มด้วยคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo ด้านหลังจาก Nissin พร้อมระบบ ABS จาก Bosch ซึ่งก็เพียงพอที่จะหยุดพละกำลังของเจ้าเข้คันใหม่นี้ ทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้นครับ ในส่วนของฟีลลิ่งการขับขี่นั้น เป็นรถที่มีกำลังดี ช่วยให้เร่งแซงได้ดี อีกทั้งยังขับขี่ได้ง่ายและสบายด้วยการที่เป็นรถสไตล์ฮาล์ฟแฟริ่งหรือกึ่งเน็กเก็ต มีแฮนด์บาร์ที่กว้างและสูงขึ้นมา เบาะนั่งเพรียวกระชับ ให้ท่านั่งหลังตรงซึ่งช่วยให้ขับขี่ทางไกลหรือระยะเวลานานๆ ได้เมื่อยล้าแบบรถสปอร์ต แต่ก็เป็นรถที่ดีให้ความคล่องตัวบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี

2025 Suzuki V-Strom 650 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับรถจักรยานยนต์สายแอดเวนเจอร์ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ Suzuki DR-Big อย่าง 2025 Suzuki V-Strom 650 ที่ขนมาทั้ง V-Strom 650, 650XT และ 650XT Adventure โดยรุ่นนี้มีความโดดเด่นในการดีไซน์ สะดุดตาทุกมุมมอง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น สามารถขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะขับขี่เดินทางไปท่องเที่ยว หรือขับไปทำงาน ก็ตอบโจทย์เหล่าไบค์เกอร์สายลุยอย่างลงตัว โดยเจ้า Suzuki V-Strom 650 มาพร้อมกับเครื่องยนต์สองสูบ V-twin 90 องศา มีปริมาตรกระบอกสูบอยู่ที่ 645 ซีซี พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยมีพละกำลัง 66.2 แรงม้าที่ 8,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 62 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ/นาที ที่สำคัญในทุกรุ่นย่อยให้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพหน้าแบบเทเลสโกปิก ระบบเบรกด้านหน้าเป็นแบบ ดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์เบรก 2 พอตขนาด 310 มม.มาพร้อมระบบ ABS ระบบกันสะเทือนด้านหลัง จะให้มาเป็นโช้คอัพเดี่ยวแบบ Link Type, Oil Damped พร้อมคอยล์สปริง ปรับระดับได้ และระบบเบรกด้านหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์เบรก 1 พอตขนาด 260 มม. มาพร้อมระบบ ABS ในส่วนของเทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย ทางซูซูกิไม่ได้ให้เพียงแค่ระบบความปลอดภัย ABS ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรคกระทันหัน แต่ยังก็ยังมี Suzuki’s Advanced Traction Control System หรือระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และยังมีระบบ LOW RPM ASSIST ช่วยเร่งรอบเครื่องยนต์ขณะรถออกตัว ซึ่งเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ให้มา ก็เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น หน้าจอกลางของรุ่นนี้มีความผสมความเป็นอนาล็อก และดิจิตอลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์แบบอนาล็อก ในส่วนของตำแหน่งบอกความเร็ว ตำแหน่งเกียร์ และโหมดการเลือกระบบ Traction control จะเป็นแบบดิจิตอล และด้านข้างมีช่องจ่ายไฟแบบ DC Outlet เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ไปอีกขั้นด้วยช่องจ่ายไฟสำรองขนาด 12 โวลต์รองรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ Suzuki V-Strom 650 มาในโทนสี Glass Sparkle Black เช่นเดียวกับตัว V-Strom 650 Adventure แต่จะมาเป็นล้อแม็กขนาดล้อขอบ 19 นิ้วพร้อมยางแบบ Tubeless ขนาด 110/80 และล้อหลังขอบ 17 นิ้วพร้อมยางแบบ Tubeless ขนาด 150/70 โดยในรุ่นเริ่มต้นนี้จะไม่มีแฮนด์การ์ด และฝาครอบเครื่องยนต์ด้านล่าง ราคารุ่นย่อย Suzuki V-Strom 650 มีราคาอยู่ที่ $9,299 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 314,000 บาท Suzuki V-Strom 650XT มาในโทนสี Pearl Vigor Blue / Pearl Brilliant White บนขอบล้ออลูมิเนียมอโนไดซ์สีน้ำเงินบนล้อแบบซี่ล้อขอบ 19 นิ้วขนาด 110/80 รัดด้วยยางแบบ Tubeless และล้อหลังขอบ 17 นิ้วขนาด 150/70 รัดด้วยยางแบบ Tubeless แต่ในรุ่นนี้จะมีเพิ่มในส่วนของแฮนด์การ์ด และฝาครอบเครื่องยนต์ด้านล่างเพื่อป้องกันการกระแทก ราคารุ่นย่อย Suzuki V-Strom 650XT มีราคาอยู่ที่ $9,799 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 331,000 บาท Suzuki V-Strom 650XT Adventure มาพร้อมโทนสี Glass Sparkle Black มาพร้อมวงล้ออะลูมิเนียมชุบอโนไดซ์สีทองบนล้อแบบซี่ลวด ขอบ 19 นิ้วขนาด

Vespa Elettrica Monaco Edition สำนักแต่งรถชื่อดังจากประเทศเยอรมนีอย่าง Mansory ที่ผลิตชุดแต่งระดับไฮเอนด์ออกมาใส่กับรถยนต์แบรนด์ดังมากมาย อาทิ Rolls-Royce Cullinan, Lamborghini Urus, Mercedes-AMG G-Class และ Bentley Bentayga โดยครั้งนี้สำนักแต่งรถชื่อดังได้นำรถจักยานยนต์เวสป้าที่เป็นโมเดลไฟฟ้าอย่าง Vespa Elettrica มาทำการปรับปรุงใหม่เป็น vespa elettrica Monaco Edition ซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 99 คันทั่วโลกเท่านั้น โดยแนวคิดของ Mansory ที่นำ Vespa Elettrica มาใส่ชุดแต่ง มาจากแนวคิดที่ต้องการนำเสนอสกู๊ตเตอร์ที่เน้นความคล่องตัว มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และให้อารมณ์มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่ก็แฝงไปด้วยความทันสมัย ซึ่ง Mansory เท่านั้นที่จะมอบให้ได้ เพื่อรถคันนี้ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น Mansory จึงได้นำมาตกแต่งด้วยสีประจำชาติของโมนาโก ทำให้มีสีแดงและสีขาวที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว นอกจากนี้ รถเวสป้าคันนี้ยังใส่วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์อีกมากมาย รวมถึงบังโคลนและแผงข้าง และสุดท้ายคือเบาะหนังเย็บไขว้พร้อมกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ มากมายที่มีโลโก้ Mansory เพื่อเพิ่มความพรีเมียม และในส่วนของเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนต์เดิมจากทางเวสป้า มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 5 แรงม้า 200 นิวตันเมตร ที่ติดตั้งไว้ด้านหลัง ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 70 กม./ชม. (45 ไมล์ต่อชั่วโมง) โหมดการขับขี่แบบ Eco และ Power สามารถเดินทางได้ไกลถึง 100 กม. (62 ไมล์) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 4.2 kWh สามารถชาร์จเต็มได้ภายใน 4 ชั่วโมงโดยใช้ปลั๊กไฟขนาด 220V แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการออกมาสำหรับเวสป้าในรุ่นพิเศษนี้ แต่ราคาของเจ้า Vespa Elettrica ในเวอร์ชันปกติ อยู่ที่ 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 271,196 บาท และเมื่อรวมกับชุดแต่งของทาง Mansory ราคาอาจจะโดดไปที่ 9,500 ดอลล่าสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 322,064.25 บาท Vespa Elettrica Vespa Elettrica Mansory สำหรับชาวเวสปิสตี้ที่ชื่นชอบในการแต่งเจ้าเวสป้า แล้วอยากให้ดูมีความพรีเมียม ติดแกลมหน่อย ๆ ให้ชุดแต่งของ Mansory เป็นอีกหนึ่งทางเลือก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Monster 2024 ที่มาพร้อมกับสีใหม่ล่าสุด ล่าสุดทางค่ายอสูรตัวร้ายอย่าง Ducati ก็ได้เอาใจเหล่า ๆ สาวกสายสปอร์ตกันแบบต่อเนื่อง เปิดตัวโมเดล Ducati Monster 2024 เน็กเก็ดไบค์สายสปอร์ตที่มากับชุดสีใหม่ (สีขาว Iceberg) ลายเดิม เพิ่มเติมคือความเรียบแต่ซ่อนเขี้ยวแห่งความสปอร์ตเท่ ๆ ไว้ในตัวอีกด้วย สำหรับสีใหม่ที่ถูกเปิดตัวออกมายังแบ่งเป็นอีก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Standard (Monster) และรุ่น Monster+ ที่มาพร้อมกับเบาะสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์ประจำค่าย เสริมกิมมิกเล็ก ๆ ด้วยล้ออัลลอยสีดำรุ่นเดิม แฝงความสปอร์ตด้วยลายสีแดงที่สลักชื่อ Monster แบบเท่ ๆ ไม่ซ้ำใคร อีกทั้งยังเพิ่มความเป็นรถเน็กเก็ดไบค์สายสนามแข่งมากยิ่งขึ้นในกับรุ่น Monster + ด้วยชิลด์ขนาดเล็กด้านหน้า พร้อมกับครอบเบาะท้ายติดรถมาให้อีกด้วย ส่วนที่เหลือยังคงเป็นสเปคเดิมตามรุ่น มีให้ใช้กันได้ทั้งในสนามแข่ง และขับขี่บนท้องถนนกันแบบเหลือ ๆ ครับ มาพูดถึงสเปกโมเดลรุ่นนี้กันหน่อย กับขุมพลังเครื่องยนต์ Testastretta 11° 2 สูบวี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมกระบอกสูบขนาด 937 ซีซี ให้พละกำลังแรงม้าที่ 111 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 93 นิวตันเมตร มาพร้อมกับควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐานไอเสีย Euro5 มาต่อที่ระบบช่วงล่าง กับโช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม. และโช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ สามารถปรับพรีโหลดได้ ซึ่งช่วยในเรื่องของการซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมกับระบบเบรก กับดิสก์เบรกคู่หน้าขนาด 320 มม. ปั๊มเบรกโมโนบล็อกจาก Brembo M4.32 ขนาด 4 ลูกสูบ และดิส์กเบรกเดี่ยวด้านหลังขนาด 245 มม. พร้อมปั๊มเบรก 2 ลูกสูบ จาก Brembo เช่นเดียวกัน เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว และรัดด้วยยางคุณภาพพร้อมใช้งานอย่าง Pirelli Diablo Rosso III ขนาด 120/70 และ 180/55 เสริมการคอนโทรลตัวรถให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ด้วยระบบความปลอดภัย ทั้งระบบเบรกแบบ Cornering ABS แทร็คชั่นคอนโทรลกันล้อหลังสะบัด และระบบป้องกันล้อลอยตัว ยังรวมไปถึงระบบที่ช่วยในการออกตัวอย่าง โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Sport, Touring, Urban) ให้สามารถใช้ได้ตามใจชอบ พร้อมกันนี้ยังอำนวยความสะดวกในการขับขี่ ด้วยระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว แสดงผลฟังก์ชันครบครันและ ช่องเสียบ USB ให้ได้ใช้อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลอสูรสีขาวแห่งค่ายแดง ส่วนตัวมองว่าสีนี้ดูเรียบเนียน สะอาดตาขึ้น แต่ก็ไม่ทิ้งลายความสปอร์ต ดุดัน ที่พร้อมจะดวลความเร็วบนแทร็กในสนามแข่งและขี่เท่ ๆ บนท้องถนน สำหรับโมเดลสีใหม่รุ่นนี้ เปิดในราคาเดิมที่ 449,000 บาท หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ตัวแทนจำหน่าย คูคาติ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูข้อมูลออนไลน์ได้ที่ https://www.ducati.com/th/th/home ไว้โอกาสหน้าถ้ามีรถรุ่นไหนอัปเดตใหม่ ๆ จาก Ducati เราจะมาอัปเดตให้รับชมกันในโอกาสต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR1000RR-R แต่ง จัดเต็ม By TK Racing สวัสดีครับ พบปะแฟน ๆ SuperBike กันอีกเช่นเคย ผม “ตึก”TK RACING ครับ ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัว แล้วมีร้านแต่งรถ TK Racing อีกด้วยครับ มีบิ๊กไบค์รุ่นไหนที่พี่ตึกขับกันมาแล้วบ้าง ที่ขับมาแล้วมีเยอะเลยครับ ทั้งสายแข่ง และใช้ขับขี่บนท้องถนนอย่าง KTM Supermoto, Kawasaki DTracker, Yamaha YZF-R1, BMW R1250GS Trophy, Ducati Panigale V4 เป็นต้น สำหรับโมเดลรุ่นนี้ มีของแต่งอะไรบ้างครับ หน้าจอ L2M พร้อมกล่อง GPS ประกับสวิตช์ Jet Prime ปั๊มเบรก Brembo ท่อ Termignoni SBK ฟูลไทเทเนียม สำหรับของแต่งถ้าอธิบายตอนนี้ก็ยาวเลยนะ ขอบอกแบบคร่าว ๆ ละกัน ไว้เจาะรายละเอียดทีหลัง สำหรับทริปเปิ้ล R คันนี้ ชิ้นหลัก ๆ ก็จะมีจอ L2M ล้อ Marchesini ทำสีใหม่ ปั๊มเบรก Brembo โช้คอัพ Ohlins พาร์ทคาร์บอน ประกับสวิตช์ Jet Prime ท่อ Termignoni SBK ฟูลไทเทเนียม และยางสลิก Pirelli Diablo SuperBike SC1 ครับ ส่วนลวดลายแฟริ่งสนาม ได้จัดแต่งเองในลวดลายรถแข่งพร้อมกับ #13 ลัคกี้นัมเบอร์ประจำตัว สำหรับของแต่งที่ชื่นชอบที่สุด เอาจริง ๆ ก็ชอบทุกส่วนเลยครับ ด้วยส่วนตัวเป็นคนชอบแต่งรถเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าชิ้นส่วนไหนสามารถปรับแต่งได้ ผมก็พยายามปรับเปลี่ยนให้ได้รูปแบบของตัวเองครับ ถ้าอยากให้พิเศษจริง ๆ ก็คงเป็นล้อ Marchesini จากเดิมรุ่นนี้ไม่มีสีแดง เราก็เลยซื้อแล้วเอามาทำสีใหม่ ให้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของ TK Racing แล้วก็จานเบรค TK รุ่นลิมิเต็ดฝั่งซ้ายสีแดงและฝั่งขวาสีน้ำเงินครับ ถ้ารวมมูลค่าของแต่งที่ทำไปในรุ่นนี้ ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ แล้วในอนาคตมีแพลนแต่งอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้ารวมมูลค่าของแต่งรถทั้งหมดคันนี้อยู่ประมาณ 5 – 6 แสนบาทได้ครับ ส่วนเรื่องแพลน การตกแต่งเพิ่มเติมในอนาคตก็อาจจะมีเพิ่มนะ แต่ตอนนี้ขอลองไปขับขี่ก่อนแล้วกัน ถ้าขี่ไปเดี๋ยวก็คงรู้ว่าควรแต่งอะไรเพิ่ม (ฮา ๆ) สรุปก็คือมีอาจจะแต่งเพิ่ม แต่ก็ไม่มากแล้ว สำหรับเครื่องยนต์ได้ทำการจูน รีแม๊ป อย่างเดียว นอกนั้นไม่ได้ทำอะไรเพิ่ม โดยเบื้องต้นขอลองไปขี่ในสนามแข่งก่อนครับ สำหรับคนที่จะแต่ง บิ๊กไบค์ตามสไตล์พี่ตึก พอมีอะไรแนะนำเพิ่มเติมหรือไม่ ก็..อยากให้แต่งรถตามสไตล์ที่เราชอบแล้วกัน จะแต่งอะไรก็แต่ง ถ้าไม่เดือนร้อนเงินในกระเป๋าเนอะ ผมคิดว่าเราแต่งอะไรเราก็ชอบหมดแหละ ถ้าให้แนะนำ ก็อาจเป็นเรื่องของเฉดสี ลวดลายตัวรถ ว่าทำสีไหนที่มันคุมโทน มองดูแล้วลงตัว แบบนั้นดีกว่า ก็ถามกันเข้ามาได้ ยินดีแนะนำครับ สำหรับช่องทางการติดต่อ สามารถติดตามได้ทางเพจเฟสบุ๊ค หรือ อินสตาแกรมได้ที่ TKracing Sbk หากมีอะไรก็ทักเข้ามาสอบถามได้ครับ ในอนาคตจะได้เห็นคันใหม่ของพี่ตึกหรือเปล่าครับ ในอนาคตจะมีรถคันใหม่ต่อไปหรือไม่ ก็คงตามสถานการณ์ครับ ปรับเปลี่ยนและอัปเดตไปเรื่อย ๆ จริง ๆ แล้ว ก็อยากให้โฟกัสในรุ่นนี้กันก่อน พึ่งทำมาแบบสด ๆ ใหม่ ๆ และเปิดตัวที่นี่เป็นที่แรกอีกด้วย สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเจ้า CBR1000RR-R แต่ง สปอร์ตตัวแข่ง ตัวแรงรุ่นนี้ ในเพจ SuperBikeThailand แล้วก็ฝากกิจกรรม SuperBike Trackday ในวันที่ 10-11 มิถุนายน 2566 นี้ ส่วนตัวก็จะไปร่วมแข่งด้วย ยังไงก็ติดตามและขอให้มาร่วมงานกันเยอะ ๆ สุดท้ายนี้ก็อยากฝากเรื่องความปลอดภัยเนอะ ขับขี่หน้าร้อนก็กินน้ำเยอะจอดพักบ่อย ๆ แล้วเดี๋ยวเจอกันครับผม รายการของแต่ง CBR1000RR-R แฟริ่งสนาม ออกแบบโดย TK RACING ชิลด์หน้า WRS โช้คหน้าหัวกลับ และโช้คไฟฟ้าพร้อมซับแทงค์ Ohlins ปั๊มเบรก Brembo แบบเรเดียลเม้าท์

2023 CBR250RR SP สปอร์ตเรซซิ่ง โฉมใหม่ล่าสุด ไทยฮอนด้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถสปอร์ตอีกครั้ง เปิดตัว 2023 CBR250RR SP ใหม่ รถสปอร์ตตระกูล RR (Racing Replica) ที่มาพร้อมลวดลาย Tri-Color แบบใหม่ของ ฮอนด้า เรซซิ่ง และล้อสีทอง ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรถแข่งระดับโลกสู่ท้องถนน อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อประสบการณ์ในการขับขี่แบบเรซซิ่งสปอร์ตขนานแท้ พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ ฮอนด้า วิง เซ็นเตอร์ และ ฮอนด้า บิ๊กวิง ตั้งแต่ 24 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป สำหรับโมเดล New CBR250RR SP ใหม่ มาพร้อมคอนเซปต์ “เร่งทะยานสู่โลกความแรง – The Rush To The Race” ซึ่งถ่ายทอด DNA จาก CBR Fireblade ซูเปอร์ไบค์ระดับเรือธงของฮอนด้า ด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวแบบ Tri-Color ลายใหม่ที่ตัดกับตัวรถสีแดงอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยกราฟิก RR ที่สะท้อนความเป็นเรซซิ่งสปอร์ตตัวจริง และยังมาพร้อมกับระบบไฟ LED รอบคัน พร้อมไฟสูงดีไซน์ใหม่ เพิ่มความมั่นใจให้ทุกการขับขี่ ติดตั้งโช้คอัพคู่หน้าแบบหัวกลับแบรนด์ Showa ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม ให้การขับขี่นุ่มนวล ยึดเกาะถนนได้ดีทุกการเข้าโค้ง และล้ออัลลอยอะลูมิเนียมสีทองใหม่ น้ำหนักเบา อีกทั้ง ยังแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ขนาด 250 ซีซี 4 วาล์ว ที่ได้รับการปรับจูนใหม่ให้ทรงพลังมากขึ้น พร้อมเทคโนโลยีที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง RC213V ตั้งแต่ระบบส่งกำลังเทคโนโลยีระดับท็อปคลาสด้วยควิกชิฟเตอร์ ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเปลี่ยนเกียร์ แอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ลดอาการท้ายสะบัด ไปจนถึงระบบคันเร่งไฟฟ้า ทำงานประสานกับเซ็นเซอร์ APS ตรวจจัดแรงบิดคันเร่ง และนอกจากนี้ยังรองรับทุกการเดินทางด้วยโหมดการขับขี่ปรับได้ 3 รูปแบบ (Comfort , Sport และ Sport+) โดยรุ่นนี้วางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 269,000 บาท พร้อมให้สัมผัสดีเอ็นเอความเร้าใจได้แล้วที่ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th, www.hondabigbike.com เฟซบุ๊ค : fb.com/hondamotorcyclethailand เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : fb.com/hondabigbike #NewHondaCBR250RRSP #CBR250RRSP#HondaCBR250RRSP #WhatStopsYou #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rossi เริ่มเปิดเกมรุกส่งแรงกดดันถึง Ducati จี้ขอความชัดเจนเรื่องนักแข่งปี 2027 ท่ามกลางกระแสข่าวการเปลี่ยนกฎใหม่และย้ายค่ายของทีม VR46

Francesco Bagnaia ยอดนักบิด Ducati ให้สัมภาษณ์หลังจบการทดสอบรถแข่งรุ่นใหม่ 2026 เผยความรู้สึกมั่นใจในสมรรถนะ พร้อมสู้ศึกทวงบัลลังก์ MotoGP

Yamaha V4 MotoGP สิ้นสุดตำนานเครื่องสูบเรียงยามาฮ่ายอมทิ้งจิตวิญญาณมุ่งพัฒนาเครื่องยนต์ V4 ลุยการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2026

Harley-Davidson เตรียมลงบู๊ศึก MotoGP ในฤดูกาล 2026 ภายใต้รุ่น Bagger World Cup โดยใช้โมเดล Harley-Davidson Grand American Touring ในการแข่ง

V4 ใกล้คลอด ยามาฮ่าแย้มเครื่องยนต์ใหม่ที่จะใช้สู้ศึกในการแข่งขัน MotoGP โดยรับว่าช่วงนี้อยู่ระหว่างพัฒนาในขั้นสุดท้าย