SuperBikeMag.Com ข่าวรถยนต์ รีวิวรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

2026 Nissan Roox ฟีเจอร์ล้นจนรถใหญ่มีหนาว!

2026 Nissan Roox ฟีเจอร์ล้นจนรถใหญ่มีหนาว! 2026 Nissan Roox (นิสสัน รูคส์) ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ขนาดเล็กหรือ K-Car ในประเทศญี่ปุ่น ด้วยการอัปเดตฟีเจอร์และดีไซน์ใหม่ล่าสุดบนหน้าเว็บไซต์ทางการ โดยชูจุดเด่นด้านการใช้งานที่ครอบคลุม ทั้งความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัยที่สุดในรถระดับเดียวกัน ดีไซน์ภายนอก: ความหรูหราที่มาพร้อมความโฉบเฉี่ยว ในรุ่นล่าสุดนี้ Nissan ได้ปรับปรุงกระจังหน้าใหม่ในรุ่น Highway STAR ด้วยดีไซน์ V-motion สีโครเมียมรมดำที่ดูดุดันและทันสมัยมากขึ้น ส่วนรุ่นมาตรฐานยังคงเน้นความเรียบง่ายแต่ดูดี (Standard series) พร้อมไฟหน้าแบบ LED ที่ให้ความสว่างชัดเจนและการออกแบบตัวถังทรงสูงที่ช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีเยี่ยม พื้นที่ภายใน: กว้างขวางและอเนกประสงค์ หัวใจสำคัญของ Nissan Roox คือการออกแบบภายในที่เรียกว่า “Super Height Wagon” ซึ่งให้พื้นที่เหนือศีรษะที่โปร่งสบาย และพื้นที่วางขาที่กว้างขวางเกินตัว: เบาะนั่งด้านหลัง: สามารถสไลด์เดินหน้า-ถอยหลังได้ถึง 320 มม. ช่วยให้การปรับเปลี่ยนพื้นที่เก็บสัมภาระทำได้ง่าย ประตูสไลด์ไฟฟ้าอัจฉริยะ: สามารถเปิด-ปิดได้เพียงแค่สอดเท้าเข้าไปใต้ท้องรถ (Hands-free sensor) สะดวกสบายแม้ในวันที่ต้องถือของเต็มมือ วัสดุภายใน: เน้นความพรีเมียมและการจัดวางช่องเก็บของจุกจิกทั่วทั้งคัน ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ เทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก แม้จะเป็นรถขนาดเล็ก แต่ Nissan จัดเต็มเรื่องเทคโนโลยีความปลอดภัย: ProPILOT: ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติบนทางหลวงที่ช่วยควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง และเบรก เพื่อลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ Intelligent Emergency Braking: ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ SOS Call: ระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ขุมพลังและการประหยัดน้ำมัน 2026 Nissan Roox ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 660 ซีซี ที่มีให้เลือกทั้งแบบธรรมดาและแบบเทอร์โบ โดยเสริมประสิทธิภาพด้วยระบบ Smart Simple Hybrid ซึ่งช่วยเก็บประจุไฟฟ้าในขณะชะลอตัวเพื่อนำมาช่วยขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าในช่วงออกตัว ทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานกฎหมายญี่ปุ่น แม้ว่า Nissan Roox จะเป็นโมเดลที่เน้นจำหน่ายในญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่เทคโนโลยีและแนวคิดการออกแบบหลายอย่างถือเป็นแม่แบบสำคัญให้กับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของ Nissan ทั่วโลกรวมถึงในไทยด้วย อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

มอเตอร์ไซค์ห้ามวิ่งเส้นในวิภาวดี? เปิดเหตุผลกฎหมายและความปลอดภัยปี 2569

ไขข้อสงสัย มอเตอร์ไซค์ห้ามวิ่งเส้นในวิภาวดี ผิดกฎหมายข้อไหน? สรุปเหตุผลด้านความปลอดภัย อัตราโทษปรับล่าสุด และทำไมปี 2569 ถึงเข้มกว่าเดิม

สถิติอุบัติเหตุปีใหม่ 2569 ผ่านสามวันดับพุ่ง 145 ราย กทม. เสียชีวิตสูงสุด

สถิติอุบัติเหตุปีใหม่ 2569 สะสม 3 วันแรก เสียชีวิต 145 ราย บาดเจ็บ 769 คน กทม. ครองแชมป์ดับสะสมสูงสุด ขับเร็วและเมาคือสาเหตุหลัก

2026 Nissan Roox ฟีเจอร์ล้นจนรถใหญ่มีหนาว!

2026 Nissan Roox ฟีเจอร์ล้นจนรถใหญ่มีหนาว! 2026 Nissan Roox (นิสสัน รูคส์) ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ขนาดเล็กหรือ K-Car ในประเทศญี่ปุ่น ด้วยการอัปเดตฟีเจอร์และดีไซน์ใหม่ล่าสุดบนหน้าเว็บไซต์ทางการ โดยชูจุดเด่นด้านการใช้งานที่ครอบคลุม ทั้งความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัยที่สุดในรถระดับเดียวกัน ดีไซน์ภายนอก: ความหรูหราที่มาพร้อมความโฉบเฉี่ยว ในรุ่นล่าสุดนี้ Nissan ได้ปรับปรุงกระจังหน้าใหม่ในรุ่น Highway STAR ด้วยดีไซน์ V-motion สีโครเมียมรมดำที่ดูดุดันและทันสมัยมากขึ้น ส่วนรุ่นมาตรฐานยังคงเน้นความเรียบง่ายแต่ดูดี (Standard series) พร้อมไฟหน้าแบบ LED ที่ให้ความสว่างชัดเจนและการออกแบบตัวถังทรงสูงที่ช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีเยี่ยม พื้นที่ภายใน: กว้างขวางและอเนกประสงค์ หัวใจสำคัญของ Nissan Roox คือการออกแบบภายในที่เรียกว่า “Super Height Wagon” ซึ่งให้พื้นที่เหนือศีรษะที่โปร่งสบาย และพื้นที่วางขาที่กว้างขวางเกินตัว: เบาะนั่งด้านหลัง: สามารถสไลด์เดินหน้า-ถอยหลังได้ถึง 320 มม. ช่วยให้การปรับเปลี่ยนพื้นที่เก็บสัมภาระทำได้ง่าย ประตูสไลด์ไฟฟ้าอัจฉริยะ: สามารถเปิด-ปิดได้เพียงแค่สอดเท้าเข้าไปใต้ท้องรถ (Hands-free sensor) สะดวกสบายแม้ในวันที่ต้องถือของเต็มมือ วัสดุภายใน: เน้นความพรีเมียมและการจัดวางช่องเก็บของจุกจิกทั่วทั้งคัน ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ เทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก แม้จะเป็นรถขนาดเล็ก แต่ Nissan จัดเต็มเรื่องเทคโนโลยีความปลอดภัย: ProPILOT: ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติบนทางหลวงที่ช่วยควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง และเบรก เพื่อลดความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ Intelligent Emergency Braking: ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ SOS Call: ระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ขุมพลังและการประหยัดน้ำมัน 2026 Nissan Roox ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 660 ซีซี ที่มีให้เลือกทั้งแบบธรรมดาและแบบเทอร์โบ โดยเสริมประสิทธิภาพด้วยระบบ Smart Simple Hybrid ซึ่งช่วยเก็บประจุไฟฟ้าในขณะชะลอตัวเพื่อนำมาช่วยขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าในช่วงออกตัว ทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานกฎหมายญี่ปุ่น แม้ว่า Nissan Roox จะเป็นโมเดลที่เน้นจำหน่ายในญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่เทคโนโลยีและแนวคิดการออกแบบหลายอย่างถือเป็นแม่แบบสำคัญให้กับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของ Nissan ทั่วโลกรวมถึงในไทยด้วย อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

มอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
foodpanda Thailand ประกาศปิดกิจการ ไรเดอร์ไม่ได้ไปต่อ 

foodpanda Thailand ประกาศปิดกิจการ ไรเดอร์ไม่ได้ไปต่อ  เป็นข่าวด่วน ข่าวสั้น และเป็นข่าวที่น่าใจหาย สำหรับสายกินที่ชื่นชอบการสั่งอาหารมาทานเป็นชีวิตจิตใจ ล่าสุดหนึ่งในผู้ให้บริการเดลิเวอรี่รายใหญ่ หัวใจสีชมพูอย่าง foodpanda Thailand ประกาศยุติการประกอบกิจการฟู้ดแพนด้า แพลตฟอร์มจัดส่งอาหารและสินค้าในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคมเป็นต้นไป  โดยระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ขับเคลื่อนธุรกิจร่วมจัดส่งความสุข ผ่านทุกๆ ออเดอร์ให้แก่ลูกค้าทุกท่านในประเทศไทย เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับใช้ลูกค้าที่รักยิ่งของเรา และได้รับการสนับสนุนที่ดีมาโดยตลอดจากร้านค้า พารท์เนอร์ และไรเดอร์ทุกท่าน ที่ร่วมเป็นผู้ขับเคลื่อนความสำเร็จที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพตลาดในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของฟู้ดแพนด้าอีกต่อไป เรามีความเสียใจอย่างยิ่งที่การเดินทางของเราต้องสิ้นสุดลง และเราขอขอบพระคุณลูกค้าทุกๆ ท่านที่เชื่อมั่นในฟู้ดแพนด้าเสมอมา นับว่าเป็นข่าวที่ค่อนข้างใจหาย สำหรับการบริหารที่ขาดทุนต่อเนื่องถึง 5 ปีรวมมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ก็น่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยุติกิจการในครั้งนี้ สำหรับสาวกที่ใช้บริการฟู้ดแพนด้าเป็นประจำ ถึงว่า..ช่วงหลัง ๆ มานี้ ไม่ค่อยได้เห็นฟู้ดแพนด้าวิ่งในบ้านเรา ข่าวนี้น่าจะเป็นเหตุผลที่ชัดเจนที่สุด อย่างว่าในเรื่องของการแข่งขัน การบริการและความถูกใจของลูกค้าก็ต้องมาเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้วหล่ะครับ ยิ่งแบรนด์ไหนมีโปรโมชันดี ๆ ส่วนลดเยอะ ๆ ผู้คนน่าจะใช้บริการมากยิ่งขึ้น และดูเหมือนว่าทาง Lineman จะมีความสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการสีชมพูนี้ แต่ก็ไม่ได้มีรายละเอียดความคืบหน้าเผยออกมาหรือว่าตกลงกันไม่ได้ซะยังไงอย่างนั้น เลยปิดกิจการไปซะเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

23 April 2025
Franco Morbidelli รับ ตอนนี้คือช่วงเวลาเค้นฟอร์มเก่งให้ทีม VR46

Franco Morbidelli รับ ตอนนี้คือช่วงเวลาเค้นฟอร์มเก่งให้ทีม VR46 Franco Morbidelli นักแข่งเจ้าของหมายเลข 21 จากทีม VR46 Racing Team ทีมภายใต้การดูแลของ ‘พ่อหมอ’ วาเลนติโน่ รอสซี่ ออกมายอมรับว่าช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาสำคัญในการเค้นฟอร์มเพื่อไล่ล่าโพเดียม ก่อนที่เหล่านักแข่งที่ใช้ GP25 จะสามารถปรับตัวกับรถได้ดีมากยิ่งขึ้น  ‘แฟรงกี้’ กับการแข่งขัน MotoGP 2025 เจ้าตัวได้ใช้ตัวแข่ง GP24 ที่เป็นสเปคลดทอนจากตัวแข่งทีมโรงงานที่มาร์ก มาร์เกซ, ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และทีมเมทของเจ้าตัวอย่าง ฟาบิโอ ดิ จินันอันโตนิโอ ใช้ในการแข่งขันฤดูกาลนี้ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าช่องว่างระหว่างตัวเขากับตำแหน่งหัวตารางที่ใกล้กันตอนนี้ อาจอยู่ได้ไม่นาน และตัวเขาเองก็มีความตั้งใจในการใช้ประโยชน์ในช่วงต้นฤดูกาลนี้ในการเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด จริงที่หลังผ่านการแข่งขันไปทั้งสิ้น 4 สนามนักแข่งจากทีมแซทเทิลไลท์ของทีม Ducati ที่โดดเด่นที่สุดน่าจะหนีไม่พ้นน้องชายของแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘อเล็กซ์ มาร์เกซ’ จากทีม BK8 Gresini Racing MotoGP ที่สร้างผลงานเด่นขึ้นโพเดียมได้ 3 สนามจาก 4 สนามที่ทำการแข่งขันสะสมคะแนนรวมในตำแหน่งแชมป์โลกได้ถึง 106 คะแนนห่างจากมาร์ก มาร์เกซที่อยู่ในอันดับหนึ่งเพียงแค่ 17 คะแนนเท่านั้น   แต่อีกหนึ่งคนที่มาเป็นม้ามืดก็คงจะหนีไม่พ้นนักแข่งเจ้าของหมายเลข 21 รายนี้ ซึ่งหลังผ่านการแข่งขันไป 4 สนามสามารถเก็บคะแนนได้ทุกสนาม และได้ขึ้นโพเดียมได้สองสนาม (สนามประเทศอาร์เจนติน่า และสนามประเทศกาตาร์) สนามแข่งขัน อันดับที่ทำได้ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศไทย อันดับที่ 4 (+13 คะแนน) เทอมาส เด ริโอ ฮอนโด ประเทศอาร์เจนติน่า อันดับที่ 3 (+16 คะแนน) เซอร์กิต ออฟ เดอะ อเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับที่ 4 (+13 คะแนน) ลูเซล อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ อันดับที่ 3 (+16 คะแนน)   ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเมื่อผ่านการแข่งขันไปหลาย ๆ สนามมายิ่งขึ้นนักบิดที่ได้ใช้ตัวแข่งสเปคโรงงานอาจจะได้รับการอัปเกรดในด้านต่าง ๆ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ช่องว่างระหว่างรถทีมโรงงานกับ GP24 จะมีความแตกต่างกันมากยิ่งขึ้น “แน่นอนว่า… เราควรใช้ประโยชน์จากช่องว่างเล็กน้อยที่มีอยู่ระหว่างรถของเรากับรถโรงงานในตอนนี้” มอร์บิเดลลี่กล่าวที่กาตาร์ “ช่วงเวลานี้ของปีถือเป็นโอกาสที่เราควรใช้เพื่อสร้างผลงานที่ดียิ่งขึ้น” ซึ่งจุดพัฒนาใหญ่ครั้งต่อไปหลาย ๆ ทีมมุ่งโฟกัสไปช่วงหลังการแข่งขัน Spanish Grand Prix ที่เฆเรซในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ อีกทั้งโมบิเดลียังมุ่งมั่นในการตั้งตารอการแข่งขันที่สนามเฆเรซอีกครั้งหลังจากที่ในการแข่งขันปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์ฝนตก และทำให้โมบิเดลีพลาดล้มในเรซหลัก “ผมตั้งตารอที่จะไปเฆเรซ หลังจากสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมในกาตาร์ที่ได้ขึ้นโพเดียมอันดับสามสองเรซ” มอร์บิเดลลี่กล่าว “ปีที่แล้ว สนามนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งแรกที่ผมเริ่มขี่ได้เร็ว ผมเข้าใกล้โพเดียมมากในสปรินต์ และแม้ว่าในเรซหลักจะล้มไป แต่ตอนนั้นผมกำลังเร่งแซงอย่างเร็วเลย” Franco Morbidelli และทีม VR46 Racing Team จะลงแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

23 April 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
BMW เผยสิทธิบัตรใหม่ 2025 ระบบไอเสียปรับทิศทาง เข้าโค้งง่ายขึ้น!

BMW เผยสิทธิบัตรใหม่ 2025 ระบบไอเสียปรับทิศทาง เข้าโค้งง่ายขึ้น! เรื่องราวความเป็นไปได้ที่ BMW Motorrad จะเข้าร่วมการแข่งขันโมโตจีพีนั้นเริ่มเป็นจริงมากยิ่งขึ้น โดยสังเกตจากข่าวการขยายการลงทุนในภาคธุรกิจ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ประกอบกับกระแสการแข่งขันรถโปรดักท์ชันที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันอย่างในรายการ WorldSBK ล่าสุดทางบีเอ็มดับเบิ้ลยู โมโตราดได้สานต่อความสำเร็จด้วยผลิตภันฑ์ชิ้นใหม่ที่คิดค้นพัฒนาขึ้น หวังเพิ่มสมรรถนะตัวแข่งสำหรับการแข่งขันอย่างเทคโนโลยีสิทธิบัตรตัวใหม่อย่าง ระบบไอเสียแบบปรับทิศทางได้ (ฺBMW Corner-Assist Exhaust) แล้วระบบนี้มันสำคัญอย่างไร ? สำหรับระบบไอเสียแบบปรับทิศทางได้ เป็นหนึ่งแนวคิดในโปรเจ็กต์พัฒนาตัวแข่งที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยระบบดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าโค้งที่แม่นยำ โดยใช้ไอเสียเป็นพลังงานขับเคลื่อนผ่านวาล์วซึ่งควบคุมการสั่งงานด้วยแอคชูเตอร์ไฟฟ้า สามารถปล่อยไอเสียในทิศทางที่ต้องการได้ โดยแนวคิดหลักของระบบนี้คือ การใช้แรงดันของไอเสียเป็นแรงดันเพื่อช่วยสร้างแรงกดให้กับตัวรถ ช่วยให้รถเข้าโค้งได้ดีขึ้น โดยสิทธิบัตรดังกล่าวยังคงเปิดเผยด้วยภาพร่างคร่าว ๆ ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดได้ทั้งหมด แต่ก็พอมีข้อมูลทำให้พอทราบได้คร่าว ๆ อาทิ ระบบไอเสียจะถูกติดตั้งอยู่ภายในแฟริ่งส่วนล่างของตัวรถ  ท่อไอเสียหลัก จะถูกเชื่อมเข้ากับท่อส่งไอเสีย (Transfer Duct) ที่นำไอเสียเข้าสู่ห้องควบคุมไอเสีย (Barrel-Shaped Chamber)  ภายในห้องควบคุมนี้ มีวาล์ว (แบบหมุน) และช่องไอเสีย 2 ช่อง ระบบวาล์วตัวนี้สามารถหมุนได้ตามสั่งการเพื่อกำหนดทิศทางที่ไอเสียจะถูกปล่อยออก พร้อมออกแบบการทำงานของระบบวาล์ว  เมื่อเลี้ยวขวา : วาล์วจะหมุนเพื่อปล่อยไอเสียออกทางซ้าย ช่วยผลักรถเข้าโค้ง เมื่อเลี้ยวซ้าย : วาล์วจะหมุนเพื่อปล่อยไอเสียออกทางขวา ช่วยผลักรถเข้าโค้ง แต่เมื่อขับขี่ทางตรงปกติ ไอเสียจะออกท้ายท่อตามเดิมเหมือนรถทั่วไป  โดยระบบนี้ถูกควบคุมด้วยเซนเซอร์ IMU (Interial Measurement Unit) สามารถวัดระดับการเอียงของตัวรถ และสั่งให้วาล์วหมุนอัตโนมัติตามมุมรถของรถมอเตอร์ไซค์  ซึ่งข้อดีของระบบดังกล่าว จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าโค้งได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น สร้างกริปการยึดเกาะถนนเพิ่มมากยิ่งขึ้น และไม่ต้องใช้ชิ้นส่วนแอโรไดนามิกเพิ่มเติม อีกทั้งยังอาจจะช่วยลดแรงต้านอากาศได้อีกด้วย  BMW จะนำระบบนี้ใช้จริงหรือไม่ ? ยังไม่มีข้อแน่ชัดว่าทางค่ายใบพัดสีฟ้าจะนำไปใช้ในทิศทางใด แต่อีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าการพัฒนานี้อาจนำไปสู่การแข่งขันในระดับสูงสุดในวงการสองล้ออย่างรายการโมโตจีพีในปี 2027 บวกกับเทคโนโลยีอื่น ๆ อาทิ แชสซีตัวใหม่ที่ใช้ในการแข่งขัน WorldSBK (ซึ่งตอนนี้ถูกแบน) ชุดแอโร่ไร้ปีกที่พึ่งเปิดตัวไม่นานมานี้  รวมถึงคร่าวลือที่ว่าทางบีเอ็มดับเบิ้ลยูกำลังเทคข้อมูลตัวแข่งจากซูซูกิ หรือแม้กระทั่งข่าวยักษ์ใหญ่ล่าสุดที่กำลังจะฮวบกิจการของ KTM ซึ่งในจุด ๆ นี้ อาจบ่งบอกเป็นนัยยะเบา ๆ ว่าบีเอ็มดับเบิ้ลยู พร้อมที่จะลงแข่งในรายการระดับโลกแล้ว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

All NEW KTM 390 DUKE 2025 พร้อมจำหน่ายในไทยแล้ว

พร้อมให้สาวกชาวไทยได้ซิ่งกันแล้ว All NEW KTM 390 DUKE เน็คเก็ตไบค์ไซส์กลาง มาพร้อมกับออกแบบดีไซน์ที่มีความดุดัน โฉบเฉี่ยว อีกทั้งยังเป็นรถที่มีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน เน้นความคล่องตัวสูง แต่ยังคงความแข็งแกร่ง เพื่อรองรับการขับขี่แบบสปอร์ต และสมรรถนะที่เร้าใจเมื่อได้ขับขี่บนท้องถนน ที่สำคัญหากเทียบในตลาดพิกัดไม่เกิน 400 ต้องขอบอกเลยว่าคันนี้ล้ำสุด การออกแบบดีไซน์ที่ใส่แฟริ่งดูเต็มมากยิ่งขึ้น โมเดลใหม่ โมเดล 2023   การออกแบบดีไซน์ของโมเดล KTM 390 DUKE ใหม่นี้ที่ดูผิวเผินลักษณะของตัวรถก็มีขนาดเท่าเดิม แต่สิ่งใหม่ที่โดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดได้แก่ ดีไซน์ไฟหน้ารูปแบบใหม่ที่เพิ่มความเฉียบคม ขนาบข้างด้วยไฟ Daytime Running Light แบบเส้นทั้งสองฝั่งเพื่อเพิ่มความเป็นสปอร์ต อีกทั้งโมเดลปี 2024 ใช้เฟรม Chromium-molybdenum แบบใหม่ ที่ปรับปรุงความแข็งแรงและน้ำหนักเบา ถังน้ำมันที่ออกแบบดีไซน์ใหม่ พร้อมแฟริ่งที่ออกแบบให้ช่วยระบายความร้อน และลดแรงต้านลมเพื่อให้การขับขี่ที่ดีมากยิ่งขึ้น และความสูงของเบาะลดลงเหลือเพียง 800 มม. จากเดิม 830 มม.ในปี 2023 เครื่องยนต์ใหม่ ความจุมากกว่าเดิมถึง 26 ซีซี เครื่องยนต์เทคโนโลยี LC4c สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาดเครื่องยนต์ 399 ซีซี ซึ่งเครื่องยนต์เจนใหม่นี้มีซีซีมากขึ้นถึง 26 ซีซี ที่มีน้ำหนักเบากว่า และแรงกว่าเดิม พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 45 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 39 นิวตันเมตร อีกทั้งยังผ่านมาตรฐานไอเสีย EURO5+ มาพร้อมเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Quickshifter และ Assist & slipper clutch หากเทียบกับ MT-03 แล้วต้องบอกให้ผู้อ่านเข้าใจเลยว่าคันนี้แรงกว่า ทอร์คหนักกว่าด้วย ระบบกันสะเทือนล่างพร้อมซิ่ง   ระบบกันสะเทือนของตัวรถที่ทางค่ายติดตั้งมาให้เรียกได้ว่าใส่มาแบบจัดเต็ม โดยโช้คอัพทั้งด้านหน้า และด้านหลังจากแบรนด์ WP Suspension ด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 ม.ม. WP Apex ที่สามารถปรับรีบาวด์และคอมเพรสชันได้ 5 ระดับ ขณะที่ด้านหลังเองก็เป็นโช้คเดี่ยว WP Apex ที่สามารถปรับรีบาวด์ และพรีโหลดได้  ในส่วนของระยะยุบทั้งด้านหน้า และด้านหลังเท่ากันที่ 150 มม. ส่วนระบบเบรกนั้นจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 มม.คู่กับคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์แบบ 4 ลูกสูบ ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกขนาด 240 มม.กับคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดียว ซึ่งในโฉมเก่าปี 2023 จานเบรกหลังขนาดเพียงแค่ 230 มม. เท่านั้น เพิ่มเติมเทคโนโลยีจัดเต็ม โมเดลที่กำลังจะจำหน่ายในไทยนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ต่าง ๆ เริ่มด้วยโหมดการขับขี่ 3 โหมดได้แก่ Rain, Street และ Track เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งการขับขี่ตามสภาพถนน ได้ตามความต้องการ บริเวณด้านหน้าของผู้ขับขี่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ TFT ขนาด 5 นิ้วที่ออกแบบใหม่ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และไฮไลท์สำคัญในโมเดลใหม่นี้เพิ่มระบบ Launch Control ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการออกตัวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ALL NEW KTM 390 DUKE 2025 สีสันที่วางจำหน่าย Electronic Orange Atlantic Blue   ราคาเดิมรุ่นเก่าแพงกว่า โฉมใหม่นี้ถูกกว่า ! พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วอย่างเป็นทางการกับราคาที่ถูกลงกว่าโฉมก่อนหน้า โดยโฉมก่อนหน้าวางจำหน่ายที่ 219,800 บาท แต่ในโฉมปัจจุบันที่กำลังจะเข้าไทยนี้มีราคาอยู่ที่ 199,000 บาท เท่านั้น !! หากสนใจอยากครอบครองเน็คเก็ตไบค์คันนี้ก็สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการ KTM ใกล้บ้านท่าน หรือคลิ๊กที่นี่ได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ข่าวลือระดับชาติ !! BMW จ้องฮุบ KTM สั่งปิดโรงงานและปลดพนักงานทั้งหมดใน Austria

ข่าวลือระดับชาติ !! BMW จ้องฮุบ KTM สั่งปิดโรงงานและปลดพนักงานทั้งหมดใน Austria นี่คือปัญหาระกับชาติของออสเตรียเลยก็ว่าได้ หลังมีข่าวลือช็อกโลก สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างธุรกิจของ พรีเมียร์ โมบิลิตี้ กรุ๊ป (KTM AG) โดยล่าสุด หนึ่งในผู้ซื้อรายใหญ่ที่สนใจร่วมลงทุนอย่าง BMW Motorrad เตรียมแผนที่จะเข้ามาเป็นนักลงทุนและดำเนินธุรกิจแบรนด์ KTM ต่อไป แต่..จะไม่มีการดำเนินงานในออสเตรียอีกต่อไป ซึ่งหมายความว่าพนักงานจำนวน 4,500 คนของ KTM ในออสเตรีย จะถูกปลดออกภายในสิ้นปีนี้ โดยแผนดังกล่าวยังระบุในรายงานอีกด้วยว่า กระบวนการผลิตทั้งหมดจะถูกโยกย้ายสู่ฐานการผลิตใหม่ที่อินเดีย (อาจเป็นโรงงาน Bajaj เพราะเดิมผลิตเครื่องยนต์ให้กับทาง KTM อยู่แล้ว ซึ่งอาจมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต) รวมถึงซัพพลายเออร์รายเดิมของ KTM จะถูกตัดขาดทั้งหมดซึ่งอาจส่งผลกระทบครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจรายย่อยทั้งหมดในออสเตรีย ส่วนฝ่ายวิจัยและพัฒนาโปรดักท์จะถูกโยกย้ายไปที่สำนักงานใหญ่ ในเมืองมิวนิคประเทศเยอรมัน หากดีลครั้งนี้สมบูรณ์ จะเกิดอะไรขึ้น ? ถ้าหาก BMW สามารถเทคโอเวอร์กิจการของ KTM ได้สำเร็จ ข้อดีก็คือ แบรนด์ KTM ยังคงดำเนินกิจการต่อไปทั้งภาคการผลิต ซัพพลายการผลิตในฝั่งเอเชียที่จะเข้าถึงง่ายขึ้น ผู้ซื้อไม่กระทบไม่แน่นอน รวมทั้งการตลาดและกิจกรรม การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต และการจ้างงานใหม่และเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนข้อเสียคือ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ผลกระทบหนักสุดอันดับแรกก็คือ พนักงานเก่าทั้งหมดตกงาน ซัพพลายเออร์ รวมถึงตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่นในออสเตรียได้รับผลกระทบเต็ม ๆ เมือง Mattighofen อาจจะกลายเป็นซากอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การประชุมเจ้าหนี้ครั้งนี้อาจได้บทสรุปครั้งใหม่และเป็นเอกฉันทร์ BMW จะสามารถเทคโอเวอร์ KTM ได้หรือไม่ หรือ KTM จะยอมกอบกู้ศักดิ์ศรีด้วยตัวเอง รักษาธุรกิจฐานรากบ้านเกิดได้หรือเปล่า หรือจะได้ผู้บริหารรายใหม่ที่สามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบได้ในอนาคต รอลุ้นกัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • รีวิวและทดสอบ
ทดสอบ Yamaha MT-15 เด่น ดุ ดัน

อ่านบททดสอบของ Yamaha MT-15 เน็กเก็ตไบค์น้องเล็กที่ดุดันกว่า เร้าใจกว่า พร้อมแรงกว่าที่ผ่านมาจากค่าย Yamaha กับเรา SuperBike

24 June 2019
รีวิว ALL NEW CBR150R 2019 ปีกแห่งการเริ่มต้น!!

First Ride อีกครั้งกับการทดสอบรถสปอร์ตในคลาส 150 ซีซี ครั้งนี้ เรามาทดสอบ All new Honda CBR150R  2019 ตัวใหม่ล่าสุดจากทางค่ายปีกนก ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปไม่นานนี้เอง ในครั้งนี้ เราขี่กันแบบ Trip and Test ทดสอบไปด้วยท่องเที่ยวแบบทริปไปในตัว ถือว่าโอเคเลย ไม่ต้องซีเรียสที่จะขับช้าหรือไม่เร็วจนเกินไป จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่เขาใหญ่ ระยะทางโดยรวมไป-กลับของการทดสอบนี้เฉลี่ย 200 กว่ากิโลเมตร ถ้านับจากเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร โดยเราเริ่มจาก กทม – เขาใหญ่ โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มที่จะสลับกันขับ โดยมี พี่ฟิลม์ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ Brand Ambassador A.P.Honda อดีตนักแข่ง MOTO 2 ที่จะเป็นคนนำขบวนAll new CBR150R 2019 ในครั้งนี้อีกด้วย เริ่มออกเดินทางจากศูนย์ขับขี่ปลอดภัยกรุงเทพ สุขาภิบาล3 ที่นี้ใครๆก็รู้จักเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของใครหลายๆคน เส้นทางเดินทางผ่านถนนรามคำแหง สุวินทวงศ์ เส้นทางไม่ค่อยจะคุ้นหน้าคุ้นตาเท่าไร เพราะปกติแล้วเราจะเดินทางเส้นหลัก วิภาวดี สระบุรี เขาใหญ่ แต่ด้วยเหตุผลที่พวกเราจะตามรอยโฆษณาโปรดักส์ตัวซิ่งคันนี้ต้องไปทางนี้ นั้นก็คืออุโมงค์ทับลาน เป็นโลเคชั่นสำคัญที่เราจะได้เห็นสถานทีจริง ที่ถ่ายทำโฆษณาอีกด้วย เข้าเรื่องรีวิวกันหน่อย มาพูดถึงตัวภายนอกกันบ้าง – มาดูชุดแฟริ่งไฟหน้ากันก่อนเลย  Full LED ทรงสวย ดุดัน เหมาะสมลงตัวอย่างยิ่งในสายพันธ์ CBR ไม่แพ้รุ่นพี่แม้แต่น้อย ให้ความสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน มองเห็นได้ชัดเจน – เรือนไมล์แบบ Full LCD Digital ล้ำสมัยที่มาพร้อมกับมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ อุณหภูมิความร้อน ไฟบอกเกียร์(โคตรชอบ) เพราะสำคัญส่วนหนึ่งเลยไม่ต้องไปหาใส่เพิ่ม Trip A B พร้อมกับคำนวนอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย ทำให้เรารู้ว่าต่อ 1 ลิตรวิ่งได้กี่กิโลเมตร – ถังน้ำมันขนาดใหญ่ ที่มีความจุขนาด 12 ลิตร สามารถเดินทางได้ไกลขึ้น รวมไปถึงรูปร่างของตัวถังน้ำมันมีความเรียว ทำให้ท่านั่งกระชับมากขึ้น สมแล้วสำหรับความเป็นรถสปอร์ต ท่านั่งและการขับขี่ – เบาะนั่งแบบ 2 ชิ้น หรือที่เราเข้าใจว่า 2 ตอน ให้ท่านั่งใหม่ดูสปอร์ตมากขึ้น ตามหลักแอโรไดนามิค ส่วนตัวที่ลองขับขี่ระยะทาง 50-60 กิโลเมตร หมอบบ้างตามสถานการณ์ก้มหัว ก็คอนโทรลรถได้คล่องตัวดีลมไม่ปะทะมากเท่าไร แต่สำหรับคนตัวเล็กหน่อยจะดีกว่านี้  บิดไม่พักก็เมื้อก้นเท่าไรนัก เบาะสบายๆนุ่มๆไม่ล้าเท่าไรครับผม ต่อด้วยช่วงล่างกันบ้างที่ได้ใส่ให้มากับรถคันนี้ – ในส่วนของโช้คหน้า สามารถที่จะปรับ Preload ได้หรือถ้าจะให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นก็คือ ปรับความแข็งอ่อนของสปริงได้ 5 มิลลิเมตร – ส่วนของโช้คหลังนั้น ได้ออกแบบโดยในมีตัว Pro-link จะเรียกให้เข้าใจได้ง่าย นั้นก็คือ กระเดืองโช้ค ที่จะทำหน้าที่ชดเชยแรงกระทำระหว่างตัวโช้คกับสวิงอาร์ม ทำให้ขับขี่ได้นุ่มนวมกว่าตัวเก่ามากหลายๆ เพราะทำให้ระยะยืดยุบตัวโช้คเพิ่มมากขึ้นทำให้ขับขี่ได้นุ่มนวมมากขึ้นอีกด้วย พร้อมกับสามารถปรับ Pre load ได้อีก 5 ระดับ โคตรคุ้ม ระบบเบรค + ล้อ – ล้อหน้า – หลัง มีขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ 5 ก้าน ลักษณะคล้ายตัว Y ทำให้ได้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น รวมไปถึงระบบเบรคแบบดิสเบรคแบบคลื่น มีรอยยักตามจานดิส หน้า-หลัง ทำให้มีความสวยงาม ที่มาพร้อมกับตัว Sensor ABS และยังทำงานได้ดีอีกด้วย ส่วนตัวผมเองได้ทดลองใช้ ABS บนเส้นทางช่วงขึ้นเขาใหญ่ ที่ทำให้ต้องเบรคแบบกระทันหัน รู้สึกถึงความสเถียรดีจริง.. เทคโนโลยีขึ้นเฟรมรถแบบใหม่ – โครงสร้างเฟรมตัวรถคันนี้ถูกออกแบบใหม่กเวยระบบ CAE (Computer Aided Engineering) ที่ดีไซน์ออกมาเป็นเฟรมถัก ที่วัสดุเป็นเหล็กกล้าแข็งแรง และมีน้ำหนักเบา บาลานซ์ได้ดีตลอดทั้งคัน มาพูดถึงภายในหัวใจหลักสำคัญก็คือ “เครื่องยนต์” เครื่องยนต์ 1 สูบ ขนาดความจุ 150 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบเกียร์ที่มีถึง 6

13 June 2019

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Triumph Daytona 660 2024 สเปค ราคา และรายละเอียดต่าง ๆ

Triumph Daytona 660 2024 สเปค ราคา และรายละเอียดต่าง ๆ Triumph Daytona 660 2024 สปอร์ตไบค์ไซส์กลางที่ห่างหายจากท้องตลาดไปนาน มาวันนี้ได้ฤกษ์เปิดตัวพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ใหม่หมดทั้งคัน แต่ยังคงสืบทอด DNA ของเดย์โทน่าไว้ได้เป็นอย่างดี ราคา 327,300 บาท  สเปค, สเป็ก     Triumph Daytona 660 2024 สเปค ราคา และรายละเอียดต่าง ๆ เครื่องยนต์ สามสูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 660 ซีซี แรงม้า (เคลม) 95 แรงม้าที่ 11,250 รอบ แรงบิด (เคลม) 69 นิวตันเมตร 8,250 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 74.04 X 51.1 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 12.05:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกันพร้อมแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ X-Ring ล้อหน้า อลูมิเนียม 5 ก้านขนาด 17 X 3.5 นิ้ว ล้อหลัง อลูมิเนียม 5 ก้านขนาด 17 X 3.5 นิ้ว ยางหน้า 120/70 ZR17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55 ZR17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. ระยะยุบ 110 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Showa RSU ปรับพรีโหลดได้ ระยะยุบ 130 ม.ม. เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดียว ยาว X กว้าง X สูง 2,083.8 X 736 X 1,145.2 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,425.6 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 810 ม.ม. น้ำหนักรถ 201 กิโลกรัม (น้ำมันในถัง 90%) ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS ระบบไฟ LED เต็มระบบ ระบบคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 3 โหมด เรือนไมล์สี TFT เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานฟังก์ชันนำทางแบบเทิร์นบายเทิร์นได้ ควิกชิฟเตอร์แบบสองทาง   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

9 January 2024
สเปค Dragster 300 2024 สกู๊ตเตอร์สายพันธุ์สปอร์ต จากอิตาลี

taljet Dragster 300 สปอร์ตสกู๊ตเตอร์พิกัด 300 ซีซี แบรนด์ดังจากอิตาลี ที่มาพร้อมดีไซน์โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงช่วงล่างที่มีการออกแบบที่โดดเด่น โดยเฉพาะระบบกันสะเทือนหน้าที่ไม่เหมือนใคร ถูกใจสายซิ่งแน่นอน กับราคาแนะนำ รุ่น Standard Color ราคา 269,000 บาท และ รุ่น Malossi Color ราคา 289,000 บาท ​ หน้าจอสี TFT แสดงผลฟังก์ชันครบครัน ไฟท้าย LED ดีไซน์สปอร์ต ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโมเดล SuperBike ระบบกันสะเทือนหน้ากับ ซิงเกิ้ลอาร์ม ทำงานควบคู่กับระบบการบังคับเลี้ยวแบบอิสระ หรือ I.S.S. เครื่องยนต์ DOHC ขนาด 278 ซีซี ผ่านมาตรฐาน EURO 5 สเปค Dragster 300 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ สูบเดียว 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 278 ซีซี แรงม้า (เคลม) 23.8 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 26 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 75.0 x 63.0 มม. อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด Fuel Injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 120/70-12 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/60-13 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเดี่ยว ปรับค่าสปริงได้ และซิงเกิ้ลอาร์มทำงานคู่กับระบบ I.S.S ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับค่าสปริงได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกขนาด 240 มม. คาลิเปอร์เบรก Brembo เบรกหลัง ดิส์กเบรกขนาด 175 มม. คาลิเปอร์เบรก Brembo กว้าง X ยาว X สูง 750 x 1,870 x NA มม. ระยะฐานล้อ 1,345 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 770 มม. น้ำหนักรถ 128 กก. ความจุถังน้ำมัน 11 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS หน้าจอสี TFT ระบบไฟ LED รอบคัน ระบบบังคับเลี้ยวอิสระหรือ I.S.S. (Independent Steering System) สีสันที่มีจำหน่าย MALOSSI COLOR BLACK/RED COLOR FLUORESCENT COLOR WHITE/RED COLOR อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

6 January 2024
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Yamaha SR400 สเปค ราคา คลาสสิกไบค์จากค่ายส้อมเสียง

Yamaha SR400 ราคา สเปค เรโทรไบค์พิกัด 400 ซีซี     Yamaha SR400 รถโมเดลคลาสาสิกจากค่ายยามาฮ่า มาพร้อมกับการดีไซน์ย้อนยุค เอกลักษณ์ด้วยไฟทรงกลม เรือนไมล์อนาล็อก ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ เสริมขุมพลังแบบสูบเดียวขนาด 399 ซีซี ที่ตอบโจทย์การขับขี่อย่างมีสไตล์ ราคาแนะนำ 285,000 บาท ​ ไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ ท่อชุปโครเมี่ยม เครื่องยนต์คลาสสิกสูบเดียวลูกโต ขนาด 399 ซีซี เรือนไมล์อนาล็อก Yamaha SR400 สเปค ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 399 ซีซี แรงม้า (เคลม) 23.2 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 27.4 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 87.0 x 67.2 มม. อัตราส่วนการอัด 8.5 : 1 ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทเท้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 90/100-18 ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน ยางหลัง 110/90-18 ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 298 มม. เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 750 x 2,085 x 1,095 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 785 มม. น้ำหนักรถ 174 กก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Yamaha SR400     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R15 Connected 2023  สีใหม่ ดุดัน สปอร์ตทุกองศา

R15 Connected 2023 สีใหม่ ดุดัน สปอร์ตทุกองศา  บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด สร้างปรากฎการณ์ความเร้าใจครั้งใหม่ เร่งไปให้ถึงขีดสุดกับ R15 Connected 2023 กับสีใหม่ Aggressive Gray สีเทา เท่ ดุดัน สปอร์ตในทุกองศามาพร้อมกับ แอโรไดนามิกเอกลักษณ์เฉพาะจากตระกูล R-Series     สำหรับ New R15 Connected มาพร้อมกับขุมกำลัง 155 ซีซี พร้อมระบบ VVA ระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ ที่พร้อมตอบสนองทุกการบิดคันเร่งด้วยเกียร์สปอร์ต 6 สปีด พร้อมระบบ แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตซ์ช่วยลดแรงกระชากล้อหลังขณะลดเกียร์ ให้อารมณ์การขับขี่เร้าใจแบบเดียวกับซูเปอร์สปอร์ตรุ่นใหญ่ รวมถึง ระบบกันสะเทือนหน้าด้วยโช้คหัวกลับ ดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ควบคุมการเข้าโค้งอย่างมั่นใจ นอกจากนี้ โมเดลปี 2023 ยังโดดเด่นล้ำสมัยด้วย ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ Twin-Eyes พร้อมไฟ Mono Focus LED ทรงสปอร์ตดุดัน สว่างชัดทุกการขับขี่ โดยมาพร้อมกับดีไซน์แฟริ่งใหม่ เอกลักษณ์ R-Series ช่วยเพิ่มท็อปสปีด มาพร้อมกับสีใหม่ อีกทั้งยังล้ำสมัยยิ่งขึ้นด้วย Y-Connect แอปพลิเคชันเชื่อมต่อชีวิตสมาร์ทสุดล้ำ รับรู้ข้อมูลรถ และการขับขี่ของคุณได้บนมือถืออย่างง่ายดาย สำหรับโมเดลรุ่นนี้ มาพร้อมกับสีสันสุดเร้าใจมีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ สีเทา Aggressive Gray, สีน้ำเงิน Icon Blue และ สีดำ Tech Black โดยพร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 118,000 บาท นอกจากนี้ยามาฮ่ายังได้เตรียม อุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มความโดดเด่นเฉพาะตัวยิ่งขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ชุดกันล้ม แผ่นเรซิ่นกันฝาถังน้ำมัน สติ๊กเกอร์กันรอยถังน้ำมันลายคาร์บอน ชุดมือเบรก-มือคลัตซ์สีดำ/ทอง หากใครที่สนใจสามารถชมได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263- 9999 สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่ www.yamaha-motor.co.th Facebook : Yamaha Society Thailand Instagram : @YamahaSocietyThailand YouTube : Yamaha Society Thailand Line OA : @yamahasociety อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Solar Proud 125 ราคา สเปค แฟมิลี่ไบค์คลาสสิก 

Solar Proud 125 ราคา สเปค แฟมิลี่ไบค์คลาสสิก     Solar Proud 125 แฟมิลี่ไบค์รุ่นใหม่จากค่าย Solar ในพิกัด 125 ซีซี. พร้อมการดีไซน์แบบคลาสสิก เรียบหรู ดูดีอย่างลงตัว ในคอนเซ็ปต์ PAVE YOUR OWN WAY ใช้ชีวิตให้ PROUD ในแบบคุณ ราคาแนะนำ 42,900 บาท ​ เรือนไมล์ดิจิทัล LCD แสดงผลฟังก์ชันครบครัน พร้อมลูกเล่นกับสีหน้าจอในเวลาเปลี่ยนเกียร์ ระบบไฟส่องสว่าง Full LED ช่องเก็บของอเนกประสงค์   โช้คน้ำมัน ฝั่งประกับซ้าย เบาะชิ้นเดียวตอนยาว ที่แขวนหมวกด้านข้าง Solar Proud 125 ราคา สเปค และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 123.7 ซีซี แรงม้า (เคลม) 8.16 แรงม้าที่ 8,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 8.8 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 54 x 54 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 8.4 : 1 ระบบเกียร์ ธรรมดา แบบ 4 เกียร์วน ระบบจุดระเบิด CDI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง คาบูเรเตอร์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือและสตาร์ทเท้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 60/90-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 70/90-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คคู่ เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรก เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 785 X 1,930 X 1,220 ม.ม. ระยะฐานล้อ NA ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ NA น้ำหนักรถ 93 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 3.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E10 เทคโนโลยี ไฟหน้า LED เรือนไมล์ดิจิตอล   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Solar Proud 125   อ่านบทความรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ รีวิว Solar Proud 125 แฟมิลี่ไบค์ เรียบหรู ดูดีอย่างลงตัว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
PCX160 2023 สีใหม่ พร้อมรุ่นพิเศษ

PCX160 2023 สีใหม่ พร้อมรุ่นพิเศษ Midnight Race Edition เรียกว่าเอาใจวัยรุ่นอย่างไม่หยุดพักเลยทีเดียว กับค่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ปล่อยโมเดล New PCX160 2023 พร้อมกับอัปเดตสีใหม่ล่าสุด ทั้งรุ่น Standard, รุ่น ABS และรุ่นพิเศษลิมิเต็ดอิดิชันอย่าง New Pcx160 Midnight Race Edition มาให้ชม ได้เลือกกันแบบจุใจทีเดียว  สำหรับโมเดลล่าสุด เมื่อเทียบกับรุ่นเจ็นก่อน ๆ ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก นอกจากชุดสีแฟริ่งและสีล้อที่ให้มาใหม่ พร้อมเสริมลุคสปอร์ตพรีเมียม ด้วยเพลทโลโก้ PCX สี Copper และเบาะสี Two Tone ในสไตล์เท่ ไม่ซ้ำใคร (รุ่น ABS)  พร้อมกันนนี้ โมเดลลิมิเต็ดอิดิชัน มาพร้อมลวดลายใหม่ เร้าใจยิ่งขึ้น ในสี Blue-Black (น้ำเงินดำ) สะท้อนความสปอร์ต มาดเท่ สุขุมอย่างเต็มระดับ ที่จะพาคุณโลดแล่นบนท้องถนนในยามค่ำคืน เอาหล่ะ เกริ่นมามากพอแล้ว  เดี๋ยวไปดูรายละเอียดว่าเจ้า PCX160 มีความพิเศษอย่างไรบ้าง  และแน่นอน เจ้าโมเดลรุ่นนี้ กลับมาพร้อมขุมพลังใหม่ล่าสุดอย่าง eSP+ 4 วาล์ว พร้อมระบบ Piston Oiljet หรือระบบฉีดน้ำมันเครื่องใต้ลูกสูบ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพ พร้อมส่งกำลังอัดได้อย่างต่อเนื่อง สมูท ลื่นไหล ควบคู่ความประหยัดแบบเต็มขั้น    สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 157 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด PGM-FI แบบซิงเกิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ให้กำลังการอัด 12 : 1  โดยมีแรงม้าสูงสุดที่ 15.8 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 15 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ กับน้ำหนักตัวรถที่ 131 กก. เรียกได้ว่าเครื่องแรงและเบาด้วยในพิกัดนี้  เสริมระบบกันสะเทือนด้วยโช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คหลังยูนิตสวิง ดิสก์เบรกหน้าที่แถมมากับระบบ CBS และ ดรัมเบรกหลัง รุ่น (Standard) และดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS (รุ่น ABS) พร้อมกับทำงานร่วมกับล้อแม็กหน้า 14 นิ้ว ล้อหลัง 13 นิ้ว และยางขนาด 110/70 และ 130/70    ต่อกันที่ฟีเจอร์ไฮไลท์ของโมเดลนี้กันบ้างในพิกัดนี้ พอส่องรอบคันก็ถือว่าทางค่ายให้มาเยอะเลยทีเดียว ทั้ง เบาะชิ้นเดียวดีไซน์ 2 ระดับ พื้นเก็บของใต้เบาะขนาดความจุ 30 ลิตร เรือนไมล์ดิจิทัล แสดงผลครบทุกฟังก์ชัน เช่น มาตรวัดความเร็ว นาฬิกา ความจุน้ำมัน เลขไมล์ และระบบ HSTC (ระบบป้องกันล้อหน้ายก) ช่วยในเรื่องของการทรงตัวรถและป้องกันไถลในเวลาขับขี่อีกด้วย อีกทั้งระบบส่องสว่างตัวรถเป็น LED รอบคัน ด้วยไฟหน้าดีไซน์เฉียบคม และไฟท้าย LED 3 มิติ สวย ล้ำสมัย พร้อมไฟเลี้ยวและระบบไฟฉุกเฉิน รวมถึงช่องเสียบ USB Type-C และ กุญแจรีโมทอัจฉริยะ ควบคุมการทำงานที่สั่งง่าย เพียงบิดสวิตช์ ยังรวมไปถึง กิมมิกเล็ก ๆ กับไฟสวิตซ์ที่ออกแบบให้น่าดู น่าสนใจมากยิ่งขึ้น   สำหรับ PCX160 2023 มีจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่รุ่น Standard (WW160P TH) มีจำหน่าย 3  สีคือ สีดำ สีขาว-ดำ และ สีน้ำเงิน-ดำ เปิดราคาแนะนำที่ 87,400 บาท  รุ่น Standard ราคา 87,400 บาท รุ่น ABS (WW160AP TH) มีจำหน่าย 2

28 April 2023
VESPA GTS SERIES ซีรี่ย์สกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด จากค่ายอิตาลี

VESPA GTS SERIES ซีรี่ย์สกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด จากค่ายอิตาลี  “เวสป้า” เปิดตัวพรีเมียมสกู๊ตเตอร์เจนเนอร์เรชันล่าสุดจากตระกูลจีทีเอส ดีกรีสกู๊ตเตอร์ตัวท็อประดับมาสเตอร์พีช กับ VESPA GTS SERIES นำเสนอภาพจำครั้งใหม่ที่โดดเด่นกว่าเดิม ทั้งตัวตน สไตล์ และคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานเข้ากับเครื่องยนต์ทรงสมรรถนะเอกสิทธิ์เฉพาะสกู๊ตเตอร์จากกลุ่มพิอาจิโอ พร้อมทลายขีดจำกัดของการขับขี่รูปแบบเดิม ๆ สู่อิสระแห่งการขับขี่ครั้งใหม่อย่างมีสไตล์  สำหรับโมเดลซีรี่ย์ล่าสุด ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ UNSTOPPABLE GREATNESS ที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่ กับสกู๊ตเตอร์ตระกูลจีทีเอส (GTS) พร้อมสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ และไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ซึ่งโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่คลาสสิก และความยูนีคอันเป็นสไตล์ระดับตำนานผ่านมิติตัวรถ นอกจากนี้ เวสป้ายังให้ความสำคัญกับการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ สร้างความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ในทุกสรีระ  ทั้งดีไซน์ตัวรถให้มีขนาดใหญ่โอบรับกับผู้ใช้งาน เบาะนั่งแบบใหม่ที่เสริมท่วงท่าของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น รวมถึง ระยะของที่วางเท้ากับพื้นถนนที่ทำให้การขึ้น-ลง หรือควบคุมรถขณะหยุดนิ่งเป็นเรื่องง่าย พร้อมรับรองการขับขี่ระยะทางไกลอย่างมีประสิทธิภาพ  GTS Super Sport 150 I-GET ABS มาพร้อมขุมกำลังทรงสมรรถนะ กับเครื่องยนต์ 150 I-GET ABS สูบเดียว และ 300 HPE (High Performance Engine) เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากพิอาจิโอ ซึ่งช่วยส่งกำลังอย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และช่วยลดการเกิดมลพิษอีกด้วย   นอกจากนี้ โครงสร้างด้านในยังคงมาตรฐานการผลิตด้วยโครงเหล็กทั้งคัน นอกเหนือจากการเป็นวัสดุที่ยั่งยืนแล้ว ยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% ในเรื่องความคงทน แข็งแรง ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ได้อย่างไร้ที่ติ ด้านความความปลอดภัย ยังคงรูปแบบเลย์เอาท์แขนเดี่ยวแบบเดิม เปลี่ยนกันสะเทือนด้านหน้าใหม่ทั้งหมด ช่วยให้รถมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในระหว่างที่ผู้ขับขี่ทำความเร็ว จะช่วยเสริมความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้คล่องแคล่ว ตอบสนองการบังคับทิศทางได้อย่างใจ เพื่อทำให้ทุกการเดินทางคล่องตัวมากที่สุด  แถมมาให้กับระบบไร้กุญแจ (Keyless system) ทำให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้อง ไขกุญแจเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ เปิดเบาะที่นั่ง หรือล็อคคอรถแบบเดิมอีกต่อไป เพียงแค่ผู้ขับขี่นำรีโมทคอนโทรลใส่ไว้ในกระเป๋า  โดย VESPA GTS SERIES โฉมใหม่นี้ คือการสะท้อนตัวตน และดื่มด่ำในคุณค่าของความสง่างาม ความดึงดูดใจ ความสดใหม่ และอิสระ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้สกู๊ตเตอร์ในซีรี่ส์นี้มีให้เลือกถึง 3 รุ่นด้วยกัน ซึ่งแต่ละรุ่นก็ต่างสะท้อนจิตวิญญาณเฉพาะตัว และไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน  โดยในซีรี่ส์นี้แบ่งออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่ VESPA GTS SUPERSPORT 150 I-GET ABS สกู๊ตเตอร์มาดเท่ ตอบโจทย์ผู้หลงใหลสไตล์สปอร์ต VESPA GTS 300 HPE รุ่นคลาสสิก ที่มอบความเรียบง่ายแต่หรูหรา และ VESPA GTS SUPER TECH 300 HPE อัดแน่นด้วยสมรรถนะ และเทคโนโลยีสุดล้ำ     รุ่น GTS SUPER SPORT 150  I-GET ABS สีเขียว Green Olive และสีดำ Black Opaco ราคา 166,900 บาท รุ่น GTS SUPER SPORT 150  I-GET ABS สีขาว White Innocenza ราคา 165,900 บาท GTS SUPER SPORT 150  I-GET ABS ที่ยกระดับการดีไซน์ไปอีกขั้น ให้คุณสัมผัสกับลุคสปอร์ตสุดโดดเด่นในทุกมิติ โฉบเฉี่ยวไปกับกราฟิกลายใหม่ และการตกแต่งด้วยสีดำรอบคันที่ผสานเข้ากับดีไซน์ของเบาะนั่งทรงสปอร์ตได้อย่างลงตัว และมาพร้อมความสะดวกสบายกว่าที่เคยด้วยระบบ Keyless System โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว White Innocenza ราคา 165,900 บาท , สีดำ Black Opaco และสีเขียว Green Olive ราคา 166,900 บาท รุ่น GTS 300 HPE สีเบจ Beige Sabbia และสีเขียวมิ้นท์ Green

28 April 2023
Scoopy Minions Limited Edition กับลายสุดพิเศษเพียง 6,000 คัน !!

Scoopy Minions กับลวดลายสุดพิเศษ เพียง 6,000 คัน ในราคา 5.5 หมื่นบาท ไทยฮอนด้าเอาใจกระแสตอบรับที่ล้นหลาม หลังเปิดตัวรถรุ่น Limited Edition ไปหมาด ๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมากับ Scoopy Minions Limited Edition โมเดลใหม่ล่าสุด ที่พร้อมวางจำหน่ายให้ทุกท่านได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ เพียง 6,000 คัน พร้อมหมวกกันน็อกดีไซน์สุดพิเศษ ด้วยราคาแนะนำที่ 55,000 บาทเท่านั้น ปลดปล่อยความสนุก ความน่ารัก ไปกับรุ่นลิมิเต็ด อิดิชันกับดีไซน์ที่มาในคอนเซปต์ Finding the Iconians โชว์ความเป็นตัวป่วนผ่านตัวการ์ตูน “มินเนียน” คาแรคเตอร์จอมกวนชวนจั๊กจี้ชื่อดังระดับโลก ที่จะลากออกไปสนุกซ่า พาไปป่วนเมืองแบบฉบับ Iconians  ทั้งนี้ ตัวรถยังถ่ายทอดความป่วนปนความน่ารัก ด้วยลวดลายที่สะดุดตา พร้อมให้ฟีลลิ่งสนุกทุกการขับขี่ พร้อม Soft Emblem ชื่อรุ่น Scoopy สีฟ้าสดใส และนอกจากนี้ โมเดลรุ่นี้นี้ยังมาพร้อมกับหมวกกันน็อกดีไซน์พิเศษ สีดำคาดเหลือง ลายดวงตามินเนี่ยน โดดเด่นทุกครั้งที่สวมใส่ มิกซ์กับตัวรถได้ลงตัวสุด ๆ  นอกจากลวดลายที่สะดุดตาแล้ว ยังมาพร้อมกับ ไฟหน้า LED ที่เป็น ICONIC เฉพาะ พร้อมการเชื่อมต่อได้ไม่มีสะดุดกับ USB Socket ช่องชาร์จไฟสำรอง Type A และ Helmet In U-Box ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ พร้อมถังน้ำมันขนาด 4.2 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใหม่ eSP New Generation หัวฉีด PGM-FI ให้ขับขี่สนุกยิ่งกว่าที่เคย ออกไปซ่า มันส์ป่วนเมืองได้แล้ววันนี้ กับสกูปี้ มินเนียนรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (สีดำ-เทา) รุ่น Prestige ล้อแม็ก พร้อม Minions Helmet หมวกกันน็อกดีไซน์พิเศษสีดำคาดเหลืองลายดวงตามินเนี่ยนด้วยราคาแนะนำที่ 55,500 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟสบุ๊ครถจักรยานยนต์ฮอนด้า  :  fb.com/hondamotorcyclethailand  อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

27 April 2023