SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Yamaha เปิดตัวลายรถ MotoGP 2026 พร้อมเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ V4 ครั้งแรก เพื่อแก้จุดอ่อนเรื่องความเร็ว ทวงคืนแชมป์โลกจาก Ducati

มาร์ค มาร์เกซ ต่อสัญญา Ducati 2028 เจาะลึกข่าวใหญ่ MotoGP วิเคราะห์เบื้องหลังการตัดสินใจและผลกระทบต่อยุคใหม่ 850 ซีซี

ทีมฮอนด้า ตั้งเป้าปรับปรุงไลน์อัปการแข่งขัน MotoGP ภายในอนาคตโดยตอนนี้มีเพียงลูก้า มารินี่ที่ได้ไปต่อในปี 2026 ส่วนอีกสามคนยังเป็นคำถามต่อไป

Pedro Acosta โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังคว้าโพเดี้ยมสองเรซการแข่งขัน บาสเตียเก็บที่ 3 สปรินเรซ ส่วนบินเดอร์ขี่เก็บแต้มใน เช็กจีพี

สนามในการแข่งขันระดับภูมิภาคอาเซียนก็มีอยู่หลายสนามที่รองรับการแข่งขันกีฬาสายมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในนามของ MotoGP

Wuling Aishang A100C รถไฟฟ้าขนาดเล็ก 4 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดจากจีน ดีไซน์หน้าบึ้งสุดกวน วิ่งไกล 220 กม. เริ่มต้นเพียง 1.7 แสนบาท

เตือนภัยสาวพัทยา! เดลินิวส์แฉพฤติกรรม "โรคจิตซิ่ง PCX" ตระเวนไล่จับหน้าอก-บีบก้นสาวทั่วจอมเทียนและเขาพระตำหนัก วอนตำรวจเร่งลากคอ

Ducati Streetfighter V4S ไฮเปอร์เน็ดเก็ด 214 แรงม้า จากดูคาติ พร้อมชุดแอโรวิงก์เล็ต สวิงอาร์มคู่ และสเปค พร้อมบทรีวิวทดสอบ คลิ๊กที่นี่

Ducati Multistrada V4S 2025 ยานทัวริ่ง พร้อมฟังก์ชันไฮเทค Ducati Multistrada V4S 2025 ตัวจบของสายเดินทางสำหรับสุดยอดทัวริ่งไบค์จากดูคาติ ที่ให้ความคอมฟอร์จสะดวกสบายตลอดการขับขี่ด้วยช่วงล่างกึ่งแอ็คทีฟที่ให้ความสมูท รีแล็กซ์ในทุกองศาของการขับขี่ แถมเติมเต็มออดีนาลีนความสปอร์ตด้วยการออกแบบให้ตรงตามหลักแอโรไดนามิก ผ่านขุมพลัง V4 Granturismo ให้พละกำลังสูงสุด 170 แรงม้า พร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยให้เพลิดเพลินไปกับการขับขี่ได้บนทุกเส้นทางได้เต็มพิกัด ราคาแนะนำ รุ่น V4S ราคา 1,299,000 บาท รุ่น V4 ราคา 1,099,000 บาท ดีไซน์สปอร์ต ดุดัน แอโรไดนามิก จอสี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว เครื่องยนต์ Granturismo V4 90 องศา ขนาด 1,158 ซีซี ช่วงล่างไฟฟ้า คาลิเปอร์ Brembo พร้อมยาง Pirelli Scorpion Trail II สเปค Ducati Multistrada V4S 2025 ราคาและรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ Granturismo V4 90 องศา ระบายความร้อนด้วยของเหลว ปริมาตรกระบอกสูบ 1,158 ซีซี แรงม้า (เคลม) 170 แรงม้าที่ 10,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 124 นิวตันเมตรที่ 9,000 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อลูกสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83 x 53.5 มม. อัตราส่วนการอัด 14 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ขนาดยางและล้อหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยาง Pirelli Scorpion Trail II ขนาดยางและล้อหลัง 170/60-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยาง Pirelli Scorpion Trail II ระบบกันสะเทือนหน้า รุ่น V4S – โช้คหัวกลับขนาดแกน 50 มม. ปรับไฟฟ้าเต็มระบบ และยังสามารถปรับได้แบบปรับกึ่งอัติโนมัติด้วยระบบเซ็นเซอร์ที่พร้อมตอบสนองตามสภาพท้องถนน รุ่น V2 – โช้คหัวกลับ ปรับคอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ ระบบกันสะเทือนหลัง รุ่น V4S – โช้คเดี่ยวปรับไฟฟ้าเต็มระบบ / ระบบเซมิแอ็คทีฟและปรับอัติโนมัติระหว่าง 10 – 50 กม./ชม. รุ่น V2 – โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ผ่านปุ่มรีโหมด เบรกหน้า รุ่น V4S – ดิสก์เบรกคู่ขนาด 330 มม. คาลิเปอร์โมโนบล็อกเรเดียลเม้าท์ 4 ลูกสูบจาก Brembo Stylema รุ่น V4 – ดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ Brembo โมโนบล็อก 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวจากขนาด 280 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบจาก Brembo กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,566 มม. ระยะห่างจากพื้นตัวรถ NA ความสูงเบาะ 840 มม. – 860 มม.

Honda CBR650R 2026 ซูเปอร์สปอร์ตสี่สูบเรียงพื้นฐาน 650 ซีซี ปรับไมเนอร์เชนจ์บางจุดให้ทันสมัย พร้อมรุ่นฟังก์ชัน E-Clutch มีมาให้เลือกชมแล้ว

ได้มีโอกาส รีวิว New Honda Forza 300 กันเสียทีหลังจากที่เราห่างหายกันไปนานกับการรีวิวรถสายพานช่วงนี้ก็ได้บิดได้จับกันบ่อยมากขึ้น สำหรับตลาดบิ๊กสกู๊ตเตอร์ขนาดกลางที่เป็น ขนาดความจุซีซียอดฮิตที่กำลังมาแรงกันเลยทีเดียว แต่ในครั้งนี้จะพิเศษกว่าคือ คันนี้มีชุดแต่ง H2C ติดมาด้วยก็ได้มีโอกาสรีวิวให้ชมกัน รวมไปถึงแนวทางการแต่งอีกด้วย สำหรับการ รีวิว New Honda Forza 300 คันนี้เป็นเฉดสีที่เพิ่งจะเปิดตัวไปไม่นานมานี้เองโดยคันนี้เป็น 1 ในสีที่เพิ่งเปิดตัวมาใหม่ไม่นานมานี้เอง โดยสีที่มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว-น้ำเงิน, สีดำด้าน, สีแดง-เทาและสีน้ำเงิน-เทา มาๆมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เดียวเรามาดููว่าคันนี้มีอะไรกันบ้าง รูปทรงภายนอก หน้าตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ประโยคนี้ใช้ได้เสมอกับการเลือกอะไรสักอย่างหนึ่งต้องดูที่ หน้าตากันก่อน สำหรับคันนี้ เป็น ไฟหน้าแบบ LED สว่างเด่นชัดเจนทั้งกลางวันกลางคืน รวมไปถึงชิวหน้าไฟฟ้าที่สามารถปรับ สูง-ต่ำได้ ขณะขับขี่ได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงการดีไซน์ไฟเลี้ยวบิ้วอินอยู่หลังกระจกข้าง ออกแนวสปอร์ตสุดๆ แฮนด์บาร์ดีไซน์แบบทูโทน สองสี มุมมองชัดเจน ดูล้ำสมัย พร้อมกับด้านล่างแฮนด์บาร์ที่มี ที่บิดกุญแจ Keyless พร้อมกับสวิตช์ เปิด-ปิด เบาะนั่ง และ ฝาถังน้ำมัน แค่เพียงพกกุญแจติดตัวไว้ง่ายๆ ก็สามารถที่จะขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย เรือนไมล์แบบผสมผสานระหว่าง ดิจิทัลและเข็ม ที่จะบอกค่าต่างที่เกิดขึ้น ทั้งรอบเครื่อง ความเร็ว ไฟสถานะเครื่องยนต์ ไฟเลี้ยว ค่าอุณหภูมิความร้อนเครื่องยนต์ ระดับน้ำมันที่เหลือในถัง รวมไปถึงค่าเฉลี่ยต่างๆเช่น ทริปการเดินทาง ค่าเฉลี่ยน้ำมันต่อลิตร มาต่อกันที่ปะกับทางด้านซ้าย ที่ดูปุ่มกดจะเยอะเป็นพิเศษ แต่สำหรับผมแล้วมันรู้สึกว่าคันนี้มีอะไรพิเศษกว่าคันอื่นๆที่เคยขับมา INFO A,B ที่จะเป็นตัวกดเปลี่ยนข้อมูลค่าต่างๆบนหน้าจอดิจิทัล ไฟต่ำ ไฟสูง ส่วนที่เป็นลูกศร ขึ้นลงนั้นคือการปรับระดับชิวหน้าไฟฟ้า ถัดขึ้นไปด้านบนนั้นก็คือปุ่มกด เปิด-ปิด ระบบ HSTC ที่ขาดไม่ได้มาตราฐานของรถทุกคัน นั้นก็คือแตร และไฟเลี้ยว ทางด้านขวา มีปุ่มเปิดปิด สวิตซ์ off-Run เครื่อยนต์พร้อมกับระบบสัญญาณไฟกระพริบ และ ปุ่มกดสตาร์ทเครื่องยนต์ ถังน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซิล ขนาด 11.5 ลิตร ที่มีฝาเปิดปิด 2 ชั้นจะถูกสั่งจากเบ้ากุญแจ keyless แล้วถึงกดเปิดได้ ฝาด้านในเป็นแบบเกลียว สะดวกสบายไม่ต้องลงจากรถขณะเติมน้ำมันรวมไปถึงการช่วยบาลานซ์น้ำหนักมวลรวมให้อยู่ช่วงกลางลำตัวรถอีกด้วย เบาะนั่งขับขี่ขนาดใหญ่ถูกออกแบบดีไซน์แบบตอนเดียว 2 ระดับ สำหรับผู้ขับขี่และคนซ้อนท้าย นุ่ม เนียน เดินทางทั้งใกล้และไกลสบายๆ ที่มาพร้อมกับมือจัดสีดำด้านสำหรับคนซ้อนจับโดยสาร ช่องเก็บของด้านหน้าที่มีขนาดใหญ่ ทรงสูง ที่สามารถใส่ขวดน้ำขนาด 15 บาทได้ ถือว่าใหญ่และลึกพอสมควรเลย ที่มาพร้อมกับช่องจ่ายกระแสไฟขนาด 12V สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นขนาดขับขี่ ทั้งการต่อ GPS หรือชาร์ตแบตโทรศัพท์ ล้อหน้าที่มีขนาด 15 นิ้ว ลายล้อแม็กแบบ 6 ก้านคู่สีดำ ยางขนาด 120/70-15 ระบบดิสเบรคเดี่ยวมีขนาด 256 มม.มาพร้อมกับคาลิปเปอร์เบรค Nissin ที่มีของแต่ง H2C ที่ออกแบบมาเป็นการ์ดป้องกันตัวคาลิปเปอร์ใช้งานได้จริง กระบอกโช้คหน้าแบบ Telescopic ที่มีขนาดแกน 33 มม ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ สนุกกับการเดินทาง ล้อหลังมีขนาด 14 นิ้วมาพร้อมกับยางขนาด 140/70-14 ลายล้อแม็กแบบ 6 ก้านคู่สีดำเหมือนกับล้อหน้า มาพร้อมกับระบบเบรคแบบดิสเบรคขนาด 240 มม. ทำงานพร้อมกับระบบ ABS ทั้งล้อหน้า และ ล้อหลัง เพิ่มสมรรถนะในการเบรคมากยิ่งขึ้น โช้คหลังเป็นแบบ สตรัทปรับเกลัยวคู่ทั้งซ้ายและขวา สามารถที่จะปรับความแข็งอ่อนได้ 7 ระดับ ทางด้านซ้ายของตัวรถจะมีแคร้งชุดขับเคลื่อนสายพานมาพร้อมของแต่ง H2C อีกด้วย ไฟท้ายแบบ LED สว่างชัดเจน ดีไซน์ล้ำสมัยดูหรูหราตามแบบฉบับฮอนด้า คันนี้มาพร้อมกับ แร็คท้ายสีแดงที่เป็นของแต่ง H2C ที่ถูกดีไซน์ด้วยวัสดุแข็งแรง ทนทาน สามารถเอาไว้ใส่กล่องท้าย สำหรับใส่สิ่งของสัมภาระเดินทางไกลๆ ได้อีกด้วย มาดูเครื่องยนต์เจ้า Forza กันบ้าง สำหรับบิ๊กสกู๊ตเตอร์คันนี้ ยังมีขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1 สูบ ระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีด PGM Fi 4 จังหวะ 279 ซีซี ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่

หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก CBR650F เป็น New Honda CBR650R เมื่อปีที่ผ่านมาสำหรับสปอร์ตไบค์ขนาด 650 ซีซี ที่สมบูรณ์ที่สุดในตอนนี้ และนี่ก็เป็นอีก 1 โมเดลที่ขายดีอีกด้วย ทางเราได้ทดสอบแบบจัดเต็มกันไปแล้ว ครั้งนี้ก็เลยถือโอกาสเข้าร่วมทดสอบอีกครั้งนึง โดยในการทดสอบครั้งนี้บินลัดฟ้าไปถึงเชียงใหม่ เพราะเราจะเดินทางไปแม่ฮ่องสอนกัน ไป ไป ไป!! ในการทดสอบครั้งนี้ได้มีโอกาสขับขี่ร่วมทริปกับพี่ชายสุดหล่อ พี่ฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักแข่งโมโต 2 ที่จะร่วมทริปทดสอบในครั้งนี้ด้วย พร้อมกับพี่ๆสื่อมวลชนทั้งหลาย โดยในครั้งนี้จะมีรถ CBR Series ทั้งหมด 2 รุ่นนั้นก็คือ Honda CBR500R และ New Honda CBR650R รวมๆ กว่า 15 คัน ที่จะเดินทางไปที่ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะทางรวมเกือบ 200 กิโลเมตรและมีโค้งให้เราได้ขี่กันเต็มที่อีก 700 กว่าโค้ง ก็นับว่าเป็นการทดสอบรถแบบทริปเชิงท่องเที่ยวไปในตัว โดยรถที่ผมได้เลือกขับนั้นเป็นตัว CBR650R สีแดงแรงฤทธิ์กันเลยละครับ โดยในครั้งนี้เรามาเริ่มกันที่ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า เชียงใหม่ โดยมีทางทีมงานฮอนด้าได้จัดเตรียมรถไว้ให้อย่างเรียบร้อย รวมไปถึงเปลี่ยนชุดและบรีฟกันนิดหน่อยใช้เวลาไม่นาน อากาศค่อนข้างดีเหมาะสำหรับการขับขี่เล่นโค้งบนถนนลาดยางลมเย็นๆปะทะหน้า เพลิดเพลินเร้าใจ ตลอดทั้งเส้นทาง มาดูเจ้าคันนี้กันก่อนดีกว่า มีอะไรดี? คันนี้ที่สวยสะดุดตาเป็นพิเศษเพราะสีที่เลือกเป็นสีประจำค่าย โดดเด่น เป็นที่ต้องตาต้องใจของคนเมืองเชียงใหม่ตลอดเส้นทาง มีเอกลักษณ์ไฟหน้าคู่แบบ LED ดีไซน์สปอร์ตสว่างชัดเจน โช้คหน้าแบบ Up-side down 41 มม. ขนาดใหญ่ซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี มาพร้อมกับระบบเบรค Nissin แบบเรเดี้ยนเมาส์ 4 สูบปลอดภัยหายห่วง อีกอย่างเลยที่ถูกใจผู้ขับขี่อย่างแน่นอน นั้นก็คือ แผงหน้าปัดเรือนไมล์แบบ Full LCD พร้อมบอกตำแหน่งเกียร์ อีกจุดเด่นที่ทุกคนต้องรู้ก็คือ เครื่องยนต์ แรงขึ้น 5% ปรับจูนเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมดให้มีกำลังแรงอัดเพิ่มมากขึ้น โดยเครื่องยนต์มีขนาด 649 ซีซี DOCH 16 วาล์ว กำลังอัดสูงขึ้นเป็น 11.6 : 1 ออกแบบลูกสูบใหม่รองรับกำลังอัดที่เพิ่มขึ้น และเปลี่ยนใช้หัวเทียนแบบอิริเดียม ทำให้มีแรงม้าที่มากขึ้น ทำให้มีแรงม้า 94 แรงม้า และ แรงบิดที่ 64 นิวตันเมตร พร้อมกับระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัทช์ใหม่ช่วยป้องกันอาการล้อหลังสไลค์จากการเชนเกียร์ลงอย่างเร็ว และยังสามารถเข้าเกียร์ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย การขับขี่ครั้งนี้ เชียงใหม่ – อ.ปาย แม่ฮ่องสอน ในการเดินทางเริ่มจาก ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า เชียงใหม่ ไปจนถึง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮองสอนโดยมีระยะทางรวมโดยประมาณ 135 กิโลเมตร และใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมงกว่าๆ น้ำมันถังเดียว สบ๊าย สบาย โดยความคิดเห็นส่วนตัว รู้สึกได้ว่าขี่น้อยมาก ถ้าใช้เวลา 1 วัน แต่พอดูใน Google map (พิกัด) แล้วละก็เส้นทางมันช่างคดเคี้ยว เลี้ยวเยอะเหลือเกิน น่าสนุก ตื่นเต้น เร้าใจอย่างแน่นอน ที่จะขึ้นไปเล่นโค้ง เทโค้ง ให้เต็มที่ไปเลย ฟิวลิ่งการขี่ขึ้นปายในครั้งนี้ เครื่องยนต์มีความเนียนการตัวก่อนเยอะพอสมควร ด้วยความที่เครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้น ทำให้การเดินคันเร่งในโค้งและการเติมคันเร่งขึ้นเนินอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา ทำให้ตัวรถเองนั้นค่อนข้างที่จะขี่ง่ายเลยทีเดียว ช่วงล่างที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็นโช้คหัวกลับขนาด 41 มม. และมีความหนืดของตัวน้ำมันที่ค่อนข้างจะดี ทำให้พับโค้ง ติดๆกันทั้งโค้งซ้าย โค้งขวาไม่มีอาการแต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะ พี่ฟิล์ม และ พี่กาน เป็นคนนำไลน์เข้าโค้งได้ดีด้วย แต่ก็มีการใช้เบรคกะทันหันบาง เนื่องจากมีการเดินของสัตว์ข้างทางตลอดเวลา เช่น โค กระบือ ของชาวบ้าน รวมไปถึง กับระเบิด ไม่ต้องตกใจ ทีว่านี้คือ อุจาระ ที่อยู่บนถนนเป็นระยะๆ เป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ทำให้สามารถทดสอบระบบเบรคและโช้คอัพได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งนึงที่เห็นผลและรับรู้ได้อย่างรวดเร็วก็คือ เทคโนโลยี Emergency Stop Signal ที่เป็นสัญญาณไฟฉุกเฉินกระพริบเมื่อเบรคกะทันหัน เป็นเทคโนโลยีที่อยู่บนรถระดับพรีเมี่ยม อย่าง GoldWing ทำให้มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ทั้งแก่ตัวเองและผู้ใช้ร่วมทาง ในระหว่างทางมีฝนตกหนักทางทีมจึงลงความเห็นว่าให้พักกันหน่อย เพื่อความปลอดภัยของทีมเรา ไม่ใช่ว่ารถไม่ดี เราแค่รู้ว่ามันไม่ปลอกภัยจึงหยุด แล้วรอฝนเบาจึงไปต่อ เราเดินทางมาถึงครึ่งทางแวะเที่ยวที่ จุดชมวิวดอยกิ่วลม

วินเทจซุปเปอร์ไบค์ : Suzuki GP 50 Racer สองสูบเครื่อง 50 cc เสียงหวาน ควันท่วมทุ่ง โพรเจกต์สร้างมอเตอร์ไซค์เพื่อการแข่งขัน ของ Suzuki ที่เริ่มสร้างขึ้นในช่วงยุค 1960 ซึ่งเป็นการแข่งขันในคลาส 50-250cc ซึ่งจุดมุ่งหมายของ Suzuki ในเวลานั้นคือล้มช้าง Honda ในรายการ Isle of Mann TT ให้ได้ Suzuki ได้ใช้เวลาพัฒนาเกือบ 5 ปี ถึงได้ลืมตาอ้าปากสร้างซื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักในฝั่งยุโรป และ 1 นั้นก็คือ GP 50 หรือ รหัส KR67 ตัวแรงไซส์เล็กที่เกิดมาเพื่อเอาแชมป์ กับเครื่อง Square Engine โคตรโกง 2 จังหว่ะ 2 สูบ รอบเครื่อง 17,000+ แรงม้า 17.5 ตัว พิกัดน้ำหนัก 1 คนอุ้ม 58 กก. เครื่องยนต์ 2 จังหว่ะ 2 สูบ, ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 32.5x 30มม. อัตราส่วนการอัด 8.8:1 แรงม้า 17,5 @ 17,250 ระบบเกียร์ 14 สปีด ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Carburettor : Mikuni 22mm ระบบสตาร์ท แม่เหล็ก ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้ง หลายแผ่น ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโกปิค ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์ม โช๊คคู่ เบรคหน้า ดรัม เบรคหลัง ดรัม ยางหน้า 2.00 x 18 ยางหลัง 2.25 x 18 น้ำหนัก 58 กก. เท่าที่ขุดข้อมูลมา น่าจะเหลือไม่กี่คันในโลกที่สามารถวิ่งได้ ถ้าได้เห็นตัวเป็น นับว่าเป็นบุญตายิ่งนัก ส่วนใครที่ไม่เคยเห็น ก็นี่เลย ไปหาคลิปมาจนเจอเสียงก็แสบแก้วหู รอบสูงสะใจ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX DZ3 2024 สเปค ราคาและรายละเอียด New GPX DZ3 2024 สปอร์ตออโตเมติกพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับความโฉบเฉี่ยว และเฉียบคมด้วยเส้นสายลายกราฟิก รวมทั้งบล็อกเครื่องยนต์ใหม่อย่าง GPX Hyper-i ที่ให้สมรรถนะแรงเต็มพิกัด รวมถึงฟีเจอร์สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่มีมาให้ครบครันในราคาที่โดนใจ รุ่น Sport เปิดราคาแนะนำ 105,800 บาท (ราคาพิเศษ 99,8000 บาท ถึง 30 ก.ย.67) รุ่น Standard เปิดราคาแนะนำ 100,800 บาท (ราคาพิเศษ 94,800 บาท ถึง 30 ก.ย.67 ไฟหน้าดีไซน์สปอร์ตแบบ LED เก๊ะด้านหน้า 2 ช่องพร้อมใช้งาน กุญแจ IP67 กันน้ำได้ หน้าจอ Reverse Digital LCD ขนาดใหญ่ จุใจ ช่องเสียบ USB Type C แบบใหม่ เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ต ช่องเก็บของใต้เบาะ (1 Helmets) ถังน้ำมันด้านหน้าขนาด 10.3 ลิตร โช้ค YSS พร้อมซับแทงค์ตรงรุ่น (เฉพาะรุ่น DZ3) สมาร์ทคีย์เลท ทันสมัย ใช้งานง่าย GPX DZ3 2024 สเปค และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 278.2 ซีซี แรงม้า (เคลม) 24.1 แรงม้าที่ 8,250 รอบ แรงบิด (เคลม) 24.5 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งอัตโนมัติแบบแรงเหวี่ยง ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/70-14 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-13 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ (รุ่น Sport ได้โช้คสปริงคู่พร้อมซับแทงค์จาก YSS) เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกขนาด 250 มม. (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 220 มม. (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 733 x 7,977 x 1,160 มม. ระยะฐานล้อ 1,385 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 780 มม. น้ำหนักรถ 161 กก. ความจุถังน้ำมัน 10.3 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS Dual Channel ระบบไฟ Full LED รอบคัน ช่องเสียบ USB Type C หน้าจอ Reverse LCD Meter กุญแจรีโมทอัจฉริยะ / สมาร์ทคีย์ ระบบแทร็คชันคอนโทรล สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Sport สีขาว สีแดง

GPX Legend250 Twin lll อัปเกรดใหม่ ดีไซน์เต็ม 10 ถ้าเป็นงานศิลปะ ผมเชื่อเลยว่าโมเดลนี้ต้องได้คะแนนไปเต็ม ๆ อย่างแน่นอน กับ GPX Legend250 Twin lll เน็กเก็ดไบค์สไตล์เรโทรรุ่นเรือธงประจำค่ายอย่าง GPX ที่เปิดตัวมาให้แฟน ๆ ได้จับจองกันเป็นที่เรียบร้อย กับตัวรถที่อัปเกรดใหม่ในหลายจุด แล้วมาดูกันว่า จะมีอะไรบ้างที่อัปเกรดมาเพิ่ม แล้วทำไมถึงต้องให้คะแนนเต็มกับรถพิกัด สเปคนี้ สไตล์ที่โดดเด่น ยกระดับตำนานความคลาสสิกไปอีกขั้น ด้วยสไตล์ตัวรถที่โดดเด่น สู่เส้นทางของตำนานที่พร้อมตะลุยไปทุกเส้นทาง มาพร้อมกับการดีไซน์เอกลักษณ์ด้วยไฟทรงกลมรอบคัน เรือนไมล์ทรงกลมพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์และถังน้ำมันทรงหยดน้ำสไตล์เรโทร บวกกับเครื่องยนต์และเสื้อลมพร้อมแผงออยคูลเลอร์ ที่เพิ่มความคลาสสิกไปอีกขั้น นอกจากเฉดสีที่มาใหม่แล้ว สิ่งที่อัปเกรดเพิ่มเติมขึ้นมาจากรุ่นก่อน ที่โดดเด่นเลยก็คือ ล้อซี่ลวดที่ให้มานั่นเอง พร้อมกับกระบอกโช้คอัพหน้า คาลิเปอร์เบรก หน้า-หลัง สีทอง บังโคลนหน้า-หลังอลูมิเนียมสีเงิน และโช้คอัพหลังพร้อมซับแทงค์สีใหม่ โดยภาพรวมลูกเล่นในรุ่น Twin III จะมีสีสันเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน พร้อมกันนี้ ด้านหน้าตัวรถติดตุ๊กตาแฮนด์ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น ด้วยโลโก้สัญลักษณ์ตัว L รวมไปถึง ท่อไอเสียคลาสสิกทรงเมกาโฟน เสริมความเท่ด้วยปลายท่อรีเวทเป็นสี Anodize Silver อีกด้วย เครื่องยนต์ 2 สูบ พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีด GPX-Fi สำหรับพละกำลังเครื่องยนต์ในโมเดลนี้ จะเป็น 2 สูบขนาด 243 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ บวกกับออยคูลเลอร์ พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีด GPX-Fi ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด และโซ่คุณภาพจาก RK พร้อมเคลมแรงบิดมาให้สูงสุดถึง 15 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที และความจุถังน้ำมันที่ให้มาขนาด 14.5 ลิตร ที่ให้การขับขี่ที่สนุกอย่างแน่นอน ช่วงล่างโดดเด่น นุ่มนวล เหนือระดับ ถือว่าโดดเด่นเลยในรุ่นนี้ กับระบบช่วงล่างที่ทางโรงงานจัดมาให้ เริ่มด้วยโช้คอัพหน้าหัวกลับ โช้คคู่ด้านหลัง พร้อมซับแทงค์ แบรนด์คุณภาพระดับสากลจาก YSS G-Series สามารถปรับระยะพรีโหลดได้ โดยปรับแบบเกลียวหรือที่เรียกว่า ระบบ Threaded Spring Preload รองรับการใช้งานของผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สำหรับระบบเบรก ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 276 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว ส่วนล้อจะเป็นล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว หน้า-หลัง และยางขนาด 110/90 และ 130/90 ตามลำดับ ซึ่งดูรวม ๆ แล้ว ให้มาเยอะเลยในพิกัดนี้ ซับแรงกระแทกและการเบรกได้อย่างดีเยี่ยม รถดีไซน์ย้อนยุค แต่เทคโนโลยีล้ำสมัย ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ตัวรถจะเป็นทรงแนวคลาสสิก แต่เทคโนโลยีใหม่ก็ยังล้ำสมัยอีกด้วย ทั้งระบบส่องสว่าง Full LED รอบคัน เรือนไมล์ทรงกลมดิจิทัล LCD ที่ออกแบบมาให้มีสีสันที่คมชัด แสดงผลข้อมูลครบครันทั้งมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ มาตรวัดความเร็ว นาฬิกา มาตรวัดระยะทาง มาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟบอกตำแหน่งเกียร์ เป็นต้น สำหรับคะแนนรวมทั้งรูปลักษณ์ดีไซน์ การอัปเกรดวัสดุและสีสันที่เพิ่มมาใหม่ เครื่องยนต์ 2 สูบ 234 ซีซี ถังน้ำมันขนาด 14.5 ลิตรที่รองรับการขับขี่ในระยะทางไกล ระบบช่วงล่างทั้งโช้คอัพจากแบรนด์คุณภาพระดับโลกจาก YSS ดิสก์เบรกคู่หน้า คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ และที่สำคัญเลย ล้อซี่ลวด ซึ่งสวยมาก ๆ บอกเลยครับว่าเอาไปเต็ม 10 พร้อมกับราคาที่ 88,500 บาท ซึ่งมองว่าคุ้มมาก ๆ สำหรับสเปค พิกัดนี้ และสีที่จำหน่ายประกอบไปด้วย 3 สี ได้แก่ สีขาว (White Everest) สีเขียว (Green Forest) สีดำ (Black Night) หากเพื่อน ๆ ท่านใดสนใจก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ ตัวแทนจำหน่าย GPX กว่า 300 สาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ

Demon GR200R Dacorsa2 ปีศาจสายสปอร์ต สีสันใหม่ อีกหนึ่งโมเดลจากทางค่าย GPX Thailand ที่อยากจะนำมาอวดโฉมกันอีกรุ่น กับโมเดลสปอร์ตพันธุ์ปีศาจ 200 ซีซี อย่าง Demon GR200R Dacorsa2 ที่มาพร้อมกับ 3 เฉดสีในคอลเลคชันใหม่ และการดีไซน์รูปลักษณ์ที่สปอร์ต โดดเด่นสะดุดตา เดี๋ยวไปดูว่ามีอะไรบ้าง สำหรับโมเดลรุ่นนี้มีการออกแบบที่บอกเลยว่าจัดจ้าน ตั้งแต่โครงสร้างตัวรถแบบเฟรมถัก แฟริ่งทรงสปอร์ตถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยลดแรงต้านอากาศให้การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ชิลด์หน้าสีสโมคออกแบบมาได้อย่างลงตัว ไฟหน้า LED ดีไซน์มีความเฉียบคม บิวอิ้นท์รวมกับแฟริ่ง ส่วนตัวถังน้ำมันออกแบบมาได้สวยงาม ปาดเว้านิดหน่อยให้สามารถนั่งหนีบเข่าและขับขี่ในท่าหมอบ ตามสไตล์รถสปอร์ตได้อย่างกระชับอีกด้วย มาต่อที่ขุมพลังเครื่องยนต์รุ่นนี้ จะเป็นสูบเดียว 199 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเทคโนโลยีหัวฉีด GPX-Fi (จากแบรนด์ Delphi อเมริกา) กับระบบเกียร์แบบ 6 สปีด ให้กำลังแรงบิดสูงถึง 17.5 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ให้พละกำลังเร็วที่ตอบโจทย์สาวกสายสปอร์ต พร้อมที่จะเติมเต็มความมันส์กับความเร็วที่เร้าใจบนนท้องถนนได้อย่างแน่นอน สำหรับช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือน โช้คหน้าหัวกลับสีทอง และโช้คหลังเดี่ยว แบรนด์คุณภาพจาก YSS ทำงานร่วมกับกระเดื่องซับแรง สามารถปรับพรีโหลดได้ถึง 7 ระดับ และระบบเบรกเป็นดิสก์เบรก ด้านหน้าขนาด 276 มม. ดิสก์เบรกหลัง 220 มม. พร้อมล้อหน้า-หลังขนาด 100/80-17 และ 140/70/17 แบบไม่ใช้ยางใน ด้านเทคโนโลยี จะพบกับระบบส่องสว่าง LED รอบคัน และหน้าจอดิจิทัล LCD พร้อมมาตรวัด บอกข้อมูลอย่างครบครัน พร้อมด้วยฟังก์ชัน เซ็ทติ้งแบบ Soft touch Technology ที่เพียงแค่แตะหรือสัมผัส เบา ๆ ที่ข้อความ ADJ (Adjust) และ MODE ด้านล่างของหน้าจอก็สามารถตั้งนาฬิกา หรือเซ็ททริปการเดินทางได้ ทั้งหมดนี้บอกเลยว่าถูกใจสาวกสายสปอร์ตอย่างแน่นอน ทั้งเครื่องยนต์ ช่วงล่างและการดีไซน์ สำหรับสีที่จัดจำหน่ายมีทั้งหมดด้วยกัน 3 สีได้แก่ สีเทา (RACING GREY) สีดำ (DAYTONA BLACK) และสีน้ำเงิน (DA CORSA BLUE) โดยเปิดราคาที่ 89,500 บาท พร้อมรับประกันเครื่องยนต์ถึง 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร สามารถชมตัวจริงหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่าย GPX ทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค CBR250RR SP 2025 สปอร์ตเรซซิ่ง จากค่ายปีกนก CBR 250RR SP 2025 รถสปอร์ตพิกัด 250 ซีซี มาพร้อมการดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโมเดลรถแข่งระดับโลก พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 วาล์ว พร้อมเทคโนโลยีที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง RC213V ให้ประสบการณ์ขับขี่สนุก ตอบสนองแรงบิดได้อย่างมั่นใจ ราคาแนะนำ 249,000 บาท เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 250 ซีซี พรร้อมเทคโนโลยีใหม่ถอดจากรถแข่ง RC213V โครงสร้างเฟรมถัก ออกแบบด้วยเทคโนโลยี CAE ระบบแอสซิสสลิปเปอร์คลัตช์ ควิกชิฟเตอร์ โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Comfort, Sport, Sport+) ระบบคันเร่งไฟฟ้า หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล Full LCD สวิงอาร์มอลูมิเนียม น้ำหนักเบา แข็งแรง โช้คอัพหลังขนาดใหญ่แบบโปรลิงค์ ปรับได้ 5 ระดับ โช้คหัวกลับจาก Showa พร้อมล้ออัลลอยอลูมิเนียม ท่อไอเสียแบบคู่ ระบบเบรก ABS สเปค CBR250RR SP 2025 รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 249 ซีซี แรงม้า (เคลม) 41 แรงม้าที่ 13,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 25 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 62.0 x 41.4 อัตราส่วนการอัด 12.1 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fully Digital Transistorised ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ปรับได้ 5 ระดับ พร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว (ABS) พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว (ABS) พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 724 x 2,060 x 1,098 มม. ระยะฐานล้อ 1,398 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 145 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 168 กก. ความจุถังน้ำมัน 14.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 เทคโนโลยี ระบบคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Comfort, Sport, Sport+) หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ระบบเบรก ABS ควิกชิฟเตอร์ ระบบแอสซิสแอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น CBR250RR SP 2022-2023 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toyota Prius PHEV รุ่นใหม่ล่าสุดจากญี่ปุ่น ขุมพลัง 223 แรงม้า วิ่งไฟฟ้าล้วน 83 กม. พร้อมตารางราคาเริ่มต้นเพียง 7.8 แสนบาท

All-New MG ZS Hybrid+ 2026 ขุมพลังไฮบริดใหม่ 196 แรงม้า แรงบิด 465 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมัน 20 กม./ลิตร พร้อมระบบ MG Pilot ล่าสุด เตรียมบุกตลาดไทยปีนี้

ซุง สตาวิน เดินหน้าแก้ เซฟวันโกบางนารถติด เพิ่มจุดจอดสำรอง Ample Tower 17.00-23.00 น. ประทับตราจอดฟรี หวังลดผลกระทบจราจรบางนา-ตราด

BYD Song Pro DM-i รุ่นปี 2026 เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด ประหยัดน้ำมันสุดขีด 3.2 ลิตร/100 กม. วิ่งไกล 1,508 กม. ราคาเริ่มต้นจีนเพียง 4.5 แสนบาท

เจาะสเปกและราคา Mercedes-Benz CLE 300 Night Edition รุ่นประกอบไทย (CKD) ราคา 3,990,000 บาท มาพร้อมชุดแต่งดำดุและเทคโนโลยี Digital Key ล่าสุด