SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Zontes 150X สเปค จาะลึกสกู๊ตเตอร์ที่มาพร้อมเฟรมอลูมิเนียมหล่อชิ้นเดียวรุ่นแรกในคลาส 150cc น้ำหนักเบาเพียง 108 กก. พร้อมแรงม้า 17.7 ตัว

Alex Marquez นักแข่งจากทีม Gresini Racing ที่เตรียมลงทดสอบตัวแข่ง GP26 โดยเจ้าตัวเผยว่าทดสอบครั้งนี้ก็เพื่อฟอร์มตัวเองล้วน ๆ

V4 Yamaha ยังคงต้องเพิ่มเติมอีกบางอย่าง คำกล่าวอ้างจากเทสต์ไรเดอร์อย่างออกุสโต้ เฟอร์นันเดซหลังจบการแข่งขันที่สนามเซปังฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมา

ฮอนด้าพร้อมทุ่ม 400 ล้านดึง เปโดร อคอสต้า เข้าร่วมทีม มีข่าวหลุดออกมาอย่างไม่พักสำหรับนักบิดดาวรุ่งจากค่ายผู้ผลิตสัญชาติออสเตรียเจ้าของฉายา ‘Baby Shark’ เปโดร อคอสต้า หนึ่งในนักแข่งดาวรุ่งคนสำคัญของทีม KTM ที่ตอนนี้ถูกเชื่อมโยงกับทางค่ายผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Honda ที่เตรียมทุ่มเงินถึงแปดหลักในการกระชากนักบิดสัญชาติสเปนวัย 20 ปีรายนี้มาร่วมทัพ ทีมผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นอดีตต้นสังกัดของแชมป์โลก 8 สมัยมองว่าอคอสต้ามีความสามารถมากพอในการจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทีมยุคใหม่ และคาดว่าจะสามารถพาทีมฮอนด้ากลับสู่ความยิ่งใหญ่ในการแข่งขัน MotoGP ได้อีกครั้ง ตามรายงานของ Speedweek เว็บไซต์ข่าวกีฬาสัญชาติเยอรมันออกมาเผยว่าฮอนด้าพร้อมยื่นข้อเสนอสุดอลังการด้วยมูลค่าสูงถึง 30 ล้านยูโร ซึ่งจากรายงานไม่ได้ระบุระยะเวลาของสัญญาไว้อย่างชัดเจน แต่ถ้าหากข้อเสนอสัญญาเซ็นกันที่ 3 ปี เท่ากับว่านักบิดเจ้าของหมายเลข 37 รายนี้จะได้รับค่าตัวอยู่ที่ 10 ล้านยูโรต่อฤดูกาล ซึ่งจะส่งผลให้เจ้าตัวขยับขึ้นมาเป็นนักบิดที่มีรายได้ 10 ล้านยูโรต่อฤดูกาล แต่เป็นรองฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ จากทีมโรงงาน Yamaha ที่มีรายได้สูงที่สุดอยู่ที่ปีละ 12 ล้านยูโร แต่ถึงอย่างไรก็ตามฮอนด้าก็ไม่ใช่ผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับเปโดร อคอสต้า แต่เรื่องของ ‘ความสามารถในการจ่าย’ ทางผู้ผลิตรายนี้ก็ถือว่าเป็นทีมที่กระเป๋าหนักอยู่อันดับต้น ๆ และถึงแม้ว่าตัวแข่งของทีมอย่าง RC213V อาจจะยังไม่ได้มีความน่าอิจฉามากนัก แต่เมื่อเข้าสู่การแข่งขันฤดูกาล 2025 ฮอนด้าก็มีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดมากขึ้น หลังผ่านการแข่งขันไปสี่สนามตารางคะแนนของผู้ผลิตฮอนด้ารั้งอันดับที่สองของตารางคะแนนตามหลังดูคาติเพียงรายเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทางฮอนด้าก็มีความเชื่อว่าตัวแข่งอย่าง RC213V อาจกลับมาแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในปี 2027 เมื่อมีการเปลี่ยนกฎเกี่ยวกับเรื่องของเทคนิคตัวรถ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันนักบิดเจ้าของหมายเลข 37 รายนี้ถือว่าประสบปัญหาในการแข่งขันปีนี้กับรถ KTM อยู่พอสมควร การที่ตัวรถไม่สามารถก้าวขึ้นไปต่อสู้กับทีมชั้นนำได้อีกทั้งยังมีปัญหาเกี่ยวกับอาการรถสั่นเข้ามาร่วมด้วย แม้จะมีปัญหาดังกล่าวแต่อคอสต้าเองก็ยังยืนยันจะอยู่เคียงข้างกับทีมผู้ผลิตที่ให้โอกาสเขาก้าวขึ้นสู่ MotoGP แต่ทาง KTM เองก็รู้ดีถึงปัญหาตรงนี้ พร้อมทั้งการเผชิญแรงกดดันในการที่จะต้องพัฒนารถแข่งที่สามารถพาให้พวกเขาคว้าชัยชนะให้ได้ เพื่อไม่ให้เสียหนึ่งในนักบิดดาวรุ่งระดับแนวหน้าของวงการไปจากทีม ซึ่งคู่แข่งของทางฮอนด้าในการดึงตัวเปโดร อคอสต้าเข้ามาร่วมทีมก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นค่ายรถที่ยืนอยู่ในอันดับที่หนึ่งของตารางคะแนนอยู่ตอนนี้อย่าง ‘คูคาติ’ ซึ่งอคอสต้าอาจถูกล่อลวงด้วยข้อเสนอที่อาจจะได้ใช้รถสเปคเทียบเท่าทีมโรงงานในการแข่งขัน ที่ดูคาติมีเอี่ยวในการดึงตัวก็ไม่ใช่เหตุผลอื่นใดแต่เป็นเพราะ วาเลนติโน่ รอสซี่ หัวเรือของทีม VR46 เพิ่งแสดงความชื่นชมในตัวอคอสต้าระหว่างการแข่งขัน MotoGP ที่ประเทศกาตาร์ ถึงอย่างไรก็ตามแต่ KTM ก็ยังคงมั่นใจ โดยพวกเขาได้จับอคอสต้าเซ็นสัญญาระยะยาว ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการรั้งตัวเขาไว้ บอสของ KTM อย่าง พิต เบียร์เรอร์ ก็ได้ออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า อคอสต้ายังคงมีสัญญากับทีม แม้จะมีความสนใจจากทีมคู่แข่งมากมาย อคอสต้าจะยังคงอยู่กับผู้ผลิตสัญชาติออสเตรียต่อไป หรือกระโดดออกไปหาความท้าทายกับผู้ผลิตรายอื่นตอนนี้ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม โดยการแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลจะไปแข่งขันกันที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปนในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทาร์โดซซี่ ยัน มาร์ก มาร์เกซ จะเป็นตัวอันตรายของ MotoGP ไปอีกหลายปี มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งเจ้าของหมายเลข 93 ในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งในฤดูกาล 2025 ก็เป็นขวบปีแรกที่เจ้าตัวได้ย้ายเข้าไปสู่ทีมโรงงานของ Ducati Lenovo Team อีกทั้งยังสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงสมฐานะของการเป็นเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย และ ‘ตัวเต็ง’ แชมป์ในฤดูกาลปัจจุบันจนกระทั่งที่ว่าบอสของดูคาติอย่าง ดาวิเด้ ทาร์โดซซี่เชื่อว่า มาร์เกซเวอร์ชันนี้คือเวอร์ชันที่ดีที่สุด “มาร์ก มาร์เกซ จะเป็นตัวอันตรายของโมโตจีพีไปอีกสี่ห้าปี” ประโยคดังกล่าวออกมาจากผู้จัดการทีมของ Ducati Lenovo Team อย่าง ดาวิเด้ ทาร์โดซซี่ที่ออกอาการภาคภูมิใจนักแข่งคนใหม่ของทีมอยู่ไม่น้อย เพราะเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้เริ่มต้นภารกิจล่าแชมป์โลกปี 2025 กับทีมโรงงานดูคาติอย่างร้อนแรง โดยคว้าชัยชนะในทุกการแข่งขันสปรินต์ทั้ง 4 สนาม และชนะถึง 3 จาก 4 เรซหลักที่เปิดฤดูกาล ชัยชนะในรายการกาตาร์ กรังด์ปรีซ์ ทำให้เขาขึ้นเป็นผู้นำคะแนนสะสม โดยมีคะแนนนำ อเล็กซ์ มาร์เกซ จากทีม Gresini อยู่ 17 แต้ม ขณะที่ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า เพื่อนร่วมทีมโรงงานตามอยู่ 26 แต้มหลังจบ 4 สนาม อีกทั้งทาร์โดซซี่ยังออกมาเผยอีกว่า ตอนนี้โรงรถของดูคาติมีทั้ง “ราชาและเจ้าชาย” แห่งโมโตจีพี “มาร์คทำเวลา 1 นาที 52.5 วินาที และ 1 นาที 52.6 วินาที ก่อนจบการแข่งขันเพียง 4-5 รอบ มันแสดงให้เห็นว่าใครคือราชาตัวจริง ในความเห็นของผม แบรนด์ของเรามีทั้งราชาและเจ้าชายในโมโตจีพี เพราะเรามีแชมป์โลก 11 สมัยอยู่ในพิตเดียวกัน” “มันเป็นไปได้ที่มาร์เกซจะชนะทุกรายการที่เหลือในปี 2025 แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเป็คโก้จะคว้าชัยชนะได้ในบางสนาม โดยเฉพาะเพราะมาร์เกซในตอนนี้มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และเข้าใจแล้วว่า บางครั้งการจบอันดับสองก็ไม่เป็นไร หากมันเสี่ยงเกินไป” “เขารู้ดีว่าเขาต้องคว้าแชมป์โลกให้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการไปถึงเป้าหมายนั้นให้ได้ แล้วหลังจากนั้นเขาจะทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ” “มาร์คในวันนี้ดีกว่าเดิมมาก และผมเชื่อว่าเขาจะยังเป็นตัวอันตรายได้อีกสี่ถึงห้าปีข้างหน้า” “อย่างไรก็ตาม เรารู้ว่าเราสามารถพึ่งพานักแข่งชั้นยอดได้สองคน และเราก็รู้สึกพอใจมากกับเรื่องนี้” เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้ และฟรานเชสโก้ บัญญาย่าจะลงแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลที่ประเทศสเปน ในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

โยฮันน์ ซาร์โก้ งัดฟอร์มเจ๋งให้ฮอนด้าในศึก QatarGP25 โยฮันน์ ซาร์โก้ นักบิดสายเลือดจากแดนน้ำหอมโชว์ฟอร์มร้อน คว้าอันดับสี่ในการแข่งขัน QatarGP ในช่วงวันที่ 11-13 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นผลงานในการแข่งขันเมนเรซดีที่สุดของค่ายฮอนด้านับตั้งแต่มาร์ก มาร์เกซขึ้นโพเดียมอันดับที่สามในศึกการแข่งขัน Motul Grand Prix of Japan ปี 2023 โดยนี่ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของซาร์โก้ นับตั้งแต่เข้าร่วมทีม LCR และยังเป็นผลงานการแข่งขันที่ดีที่สุดของฮอนด้าตั้งแต่ มาร์ค มาร์เกซ ขึ้นโพเดียมในศึกกรังด์ปรีซ์ญี่ปุ่นปี 2023 โดยซาร์โก้ออกสตาร์ตจากกริดที่ 7 และทำการออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับในรอบสปรินต์เมื่อวันเสาร์ ก่อนจะยืนระยะในกลุ่มหน้าตลอดการแข่งขัน ในรอบที่ 12 ถึง 19 ซาร์โก้สามารถแซงหน้าแฟรงโก้ มอร์บิเดลลี่ ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่ลุ้นโพเดียม ก่อนที่นักบิด VR46 จะสวนคืนในช่วงสามรอบสุดท้าย “การได้สู้เพื่อโพเดียม และมีเพซรวมถึงความรู้สึกแบบนี้บนรถ มันสุดยอดจริง ๆ ผมมีความสุขมาก เพราะผมสามารถรักษาเพซที่ดีเยี่ยมไว้ได้ และการที่ผมมี ‘โพเดียมเพซ’ แบบนี้ มันเยี่ยมมาก ผมแข่งก็เพราะสิ่งนี้แหละ ผมรักมัน!” สลิปสตรีมเป็นประโยชน์ในศึก QatarGP อย่างที่ทราบกันดีเกี่ยวกับปัญหาของ RC213V จากค่ายฮอนด้าเกี่ยวกับความเร็วปลาย และอัตราเร่งที่เป็นรอง “ผมรู้ว่าถ้าผมสามารถเกาะอยู่หลังกลุ่มผู้นำตรงโค้งสุดท้ายได้ แล้วใช้สลิปสตรีม ผมจะเซฟเวลาได้ราว ๆ สองในสิบวินาทีต่อรอบ” เขาอธิบาย “แต่ถ้าวิ่งคนเดียว ผมอาจจะเสียเวลานิดหน่อย ดังนั้นสลิปสตรีมจึงช่วยได้มากจริง ๆ” “แต่ถึงไม่มีมัน เราก็พัฒนาขึ้นอยู่ดี ตอนนี้รถคันนี้กลายเป็นของผมแล้ว – ผมรู้วิธีควบคุมมัน และสามารถปรับสไตล์การขี่ให้เข้ากับมันได้ดีขึ้นในแต่ละสนาม” “ช่วงที่ยากที่สุดของการแข่งขันคือตอนที่พยายามจะตามเป็กโก้ให้ทัน แต่ก็ไม่สามารถทิ้งระยะห่างจากคนข้างหลังได้” เขากล่าว “ตอนที่มอร์บิเดลลี่แซงผมอีกครั้ง ผมก็เห็นว่าอัลเดเกร์ก็ตามมาแล้วเหมือนกัน ผมเลยพยายามทำเต็มที่เพื่ออยู่ใกล้ที่สุด ผมสามารถรักษาอันดับ 5 ไว้ได้ – และจากโทษที่เกิดขึ้น เราก็ขยับเป็นอันดับ 4” “เรามีอาการสั่นนิดหน่อย แต่ก็อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ผมสามารถปรับการขี่ของตัวเองเพื่อรับมือกับปัญหา มันดีมากที่ได้ยืนยันว่า ความเร็วของเรากำลังมา และทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม” เมื่อ MotoGP กำลังจะกลับไปแข่งขันที่ยุโรปในสนามเฆเรซ ซาร์โก้ก็ยังมองโลกในแง่ดีว่า “เรากำลังก้าวหน้าอย่างมั่นคง และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” นักแข่งเจ้าของหมายเลข 5 รายนี้ และทีมฮอนด้าจะลงแข่งในสนามที่ห้าของฤดูกาลที่ประเทศสเปนในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Diogo Moreira รุกกี้ป้ายแดง LCR Honda ในการทดสอบ Sepang Test 2026 เทียบสถิติ "ก้อง สมเกียรติ" พร้อมอัปเดตความพร้อมก่อนศึก MotoGP 2026

รีวิว Yamaha XMAX Tech MAX 2026 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ตัวท็อป อัปเกรดชิลด์ไฟฟ้าและโช้ค Ohlins เช็กราคาและสเปกล่าสุดปี 2569 ที่นี่

เจาะต้นตอปัญหา BYD รออะไหล่นานเกือบ 4 เดือน ทำไมคลังอะไหล่ล้านชิ้นถึงไม่พอ? พร้อมเช็กสิทธิ์รถทดแทนระหว่างซ่อมล่าสุดที่นี่

จาะลึกแผนการตลาดล่าสุดของ Geely, Chery และ BYD กับการเร่งผลิต Solid-State Battery แบตเตอรี่รถไฟฟ้าแห่งอนาคต เตรียมลงถนนจริงปี 2027 พร้อมมาตรฐานใหม่จากรัฐบาลจีน

Triumph 2025 Moto2 Engine เกียร์ใหม่ ไร้ว่าว Triumph 2025 Moto2 Engine หนึ่งในซัพพลายเออร์รายหลักของการแข่งขันรุ่น Moto2 ได้มีอัปเดตสำหรับปรับปรุงสมรรถนะครั้งใหม่ในเรื่องของเครื่องยนต์ โดยปีนี้ไทรอัมพ์ได้ผลิตชุดกระปุกเกียร์ใหม่สำหรับการแข่งขันและถูกติดตั้งบนตัวแข่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระบบชุดเกียร์ใหม่สำหรับแข่งขัน หัวใจหลักในการพัฒนาระบบชุดเกียร์ครั้งนี้ก็คือ การสลับตำแหน่งเกียร์โดยตำแหน่งของเกียร์ว่าง (N) จะถูกย้ายไปไว้บนสุดของชุดเกียร์และถูกล็อกเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้นักแข่งเปลี่ยนเกียร์ว่างในระหว่างการแข่งขัน มาพร้อมกับดรัมเปลี่ยนเกียร์ที่ได้รับการออกแบบร่องทางเดินเกียร์ใหม่เพื่อรองรับลำดับเกียร์แบบใหม่ ระบบนี้ถูกกลึงขึ้นด้วยเทคนิค Billet Machining เพื่อให้มีความแม่นยำสูงสุด ทั้งในเรื่องของน้ำหนัก แรงเฉื่อย และรูปทรงทางวิศวกรรมที่เหมาะสม และด้วยการดีไซน์ดังกล่าว เกียร์ว่าง (N) จะสามารถเข้าหรือใช้งานผ่านมือเท่านั้น และยังใช้ได้ในเฉพาะโซนพิทเลนกับกริตสตาร์ทเท่านั้นอีกด้วย โดยชุดเกียร์จะถูกติดตั้งไว้บริเวณเสื้อเพลาข้อเหวี่ยงในบล็อกเครื่องยนต์ปีนี้อีกด้วย “ไทรอัมพ์ ทำลายสถิติในโมโตทูมาโดยตลอดนับตั้งแต่การเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน ดังนั้นการที่พวกเขายังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก การอัปเดตระบบชุดเกียร์ใหม่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทรอัมพ์ต่อโมโตทู และแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่โมโตจีพีมอบให้ เพื่อเป็นห้องทดลองสำหรับพันธมิตรได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาทดสอบในการแข่งขันจริง เรามั่นใจว่านักแข่งจะต้องชื่นชอบการอัปเดตนี้ และจะช่วยให้การแข่งขันสนุกยิ่งขึ้น” Carlos Ezpeleta ประธานฝ่ายกีฬา ดอร์น่า สปอร์ต กล่าว มีแนวโน้ม..ต่อยอดสู่โปรดักท์ชัน สำหรับระบบชุดเกียร์ดังกล่าวนั้นถูกติดตั้งไว้ให้ใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลแข่งขันขึ้นที่ จ.บุรีรัมย์ ที่ผ่านมา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ในการแข่งขันกับรถแข่งทุกรุ่น สิ่ง ๆ นี้จะช่วยให้นักแข่งสามารถก้าวไปสู่ระดับพรีเมียร์คลาสได้อย่างไม่ยากเย็นเหมือนกับที่ เปโดร อคอสต้า และ ไอ โอกุระ ที่สามารถทำผลงานได้ดีตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นรุกกี้ (เครื่องยนต์แข่งขันถูกพัฒนาต่อยอดมาจากเจ้า Street Triple 765 RS ตัวแรงของทางค่าย) ว่าแต่เปิดตัวมาขนาดนี้ ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจและน่าทำคอนเทนต์มาก ๆ แล้วถ้ามันถูกติดตั้งในรุ่นโปรดักท์ชันจะเกิดอะไรขึ้น ? หรือไทรอัมพ์จะมีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบเกียร์ใหม่รวมถึงระบบคลัตช์กันนะ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้…ก็ล้วนที่จะเป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Miguel Oliveira ชูยาง Pirelli อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าชัยชนะ Miguel Oliveira หนึ่งในนักบิดจากทีม Yamaha Pramac ได้ออกมาเผยถึงการปรับตัวเซ็ตติ้งครั้งสำคัญ ซึ่งมีหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจก็คือเรื่องของซัพพลายเออร์ยาง โดยโอลิเวร่ามองว่าการปรับเปลี่ยนรุ่นของยางจากมิชลินไป Pirelli อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงเทคนิคครั้งสำคัญที่สุด มากกว่าการเปลี่ยนแปลงในจุดอื่น ๆ โดยเจ้าตัวมองว่าสิ่งที่สามารถรีเซ็ตความสมดุลที่มีในตอนนี้ก็คือการเปลี่ยนซัพพลายเออร์ยาง มันเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำให้ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ได้ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนยางจะเป็นตัวแปรหลักในการปรับสมดุลในการแข่งขันและอาจทำให้ทุกทีมมีแสตทตัวเลข (Stat) ที่ใกล้เคียงกันนั่นเอง การเปลี่ยนยาง Pirelli จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญ แต่ทว่ามันจะมีประโยชน์กับรถค่ายไหน มันก็เปลี่ยนอีกเรื่อง แต่บางเชื่อว่าโอกาสนี้จะช่วยให้แบรนด์ญี่ปุ่นสามารถไล่ทันดูคาติที่ตอนนี้กำลังครองความเป็นผู้นำอยู่นั่นเอง หรือไม่ดูคาติก็อาจจะก้าวไปอีกขั้น นอกจากนี้เจ้าตัวยังกล่าวอีกว่า ดูคาติ..อาจได้เปรียบจากประสบการณ์ในเวที เวิร์ล ซูเปอร์ไบค์ (Worldsbk) ซึ่งอาจช่วยให้พวกเขาปรับตัวได้เร็วขึ้น แต่มันก็ไม่เสมอไป และตนหวังว่าแผนจะมีแผนการทดสอบอย่างน้อยในปี 2026 เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับยางใหม่และดูผลลัพธ์ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร โดย Pirelli จะเข้ามาเป็นซัพพลายเออร์หลักในการจัดหายางแข่งขันในรุ่น MotoGP ตั้งแต่ ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป รวมถึงรุ่นการแข่งขันอื่น ๆ อย่าง Moto2 Moto3 ยังรวมไปถึงการแข่งขันศึกโปรดักท์ชันอย่าง WorldSBK และอื่น ๆ อีกมากมาย การก้าวมาของยางพีเรลลีอาจเป็นกุญแจสำคัญที่อาจทำให้ตัวแข่งสามารถข้ามขีดจำกัดของความเร็ว ก็อาจจะเป็นอย่างที่โอลิเวร่าพูดมาจริง ๆ ก็ได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Speed Triple RR Supercharged ปีศาจ 400 แรงม้า พร้อมขาย!! มีใครให้บ้ากว่านี้ไหม ? กับโปรเจ็กต์สุดเพี้ยนของมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่ปกติรถทุกรุ่นมันจะต้องออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่พอดีในพิกัดอยู่แล้ว แต่การมาของเจ้า Speed Triple RR Supercharged พร้อมเทคโนโลยีซูเปอร์ชาร์จ 400 แรงม้าในครั้งนี้ อาจทำให้สาวกมอเตอร์ไซค์หลายคนเกิดการตั้งคำถามว่า “เอ็งจะผลิตมาเพื่ออะไร” ซึ่งมันไม่ควรจะมีเลยด้วยซ้ำ ด้วยไอเดียที่อยากจะสร้างรถมอเตอร์ไซค์ให้มีสมรรถนะแบบไร้ขีดจำกัด ของสำนักแต่งชื่อดังจากอังกฤษอย่าง Thornton Hundred Motorcycle ได้เผยไว้ว่า “อยากมีรถมอเตอร์ไซค์ที่สามารถวิ่งได้เร็วกว่าเครื่องบิน อารมณ์ความเร็วระดับที่นักบินยังต้องกลัว” จึงเป็นที่มาของเจ้าปีศาจสัญชาติอังกฤษ ซึ่งเดิม ๆ มันก็แรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กับเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง 1,160 ซีซี มีมีกำลัง 177 แรงม้า แต่นี่นำกลับมาโมดิฟายใหม่ยัดม้าเพิ่มเป็น 400 ตัว โอ้ว..แม่เจ้า จากส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ทางสำนักได้ออกแบบพร้อมติดตั้งมาไว้ในรุ่นนี้ ประกอบไปด้วย ซูเปอร์ชาร์จ Rotrex C30, สวิงอาร์มอลูมิเนียม Billet CNC ชิ้นใหม่ยาวกว่าเดิม 180 มม. ถังเมทานอล 5 ลิตร ซึ่งส่วนแค่นั้นยังไม่พอต่อด้วยส่วนประกอบด้านนอกอย่าง ชุดแฟริ่งคาร์บอนไล่เบารอบคัน ปีกวิงก์เล็ตแบบแอคทีฟและล้อคาร์บอนน้ำหนักเบาพิเศษติดตั้งมาให้ไว้ในรุ่นนี้ ถึงแม้จะมีความป่าเถื่อนสุด ๆ แต่ทว่าโปรโตไทป์รุ่นนี้ มันสามารถขี่บนท้องถนนได้แถมไม่ผิดกฎหมาย ถ้าขับขี่แบบทั่วไปความเร็วไม่เกินกฎหมายกำหนดไว้อ่านะ แต่ถ้าบิดเร็ว ๆ ก็ย่อมทำได้ (ที่ไหนซักที่แหล่ะ) แต่ไม่รับประกันนะว่าความเร็วในระดับนี้คอจะหักมั้ย ? รวมถึงมันจะมีใครบ้าที่อยากได้มอเตอร์ไซค์เหล่านี้กันหล่ะ…ถ้าไม่นับ Guy Martin ที่ชื่นชอบการพิชิตสถิติระดับโลก ก็คงจะเป็นสายฮาร์ดคอที่คลั่งไคล้ในความเร็วเป็นพิเศษแน่ ๆ พร้อมกับข่าวดีว่าทางสำนักแต่งนั้นสามารถเนรมิตพร้อมขายในราคา 55,000 ปอนด์ หรือเกือบราว ๆ 2.4 ล้านบาท ถ้าหากถามว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่ ก็ลองคิดเอา รถมอเตอร์ไซค์ 400 ซูเปอร์ชาร์จแรงม้า ผ่านการปรับจูนด้วยระบบวิศวกรรมขั้นสูง พร้อมของแต่งหายาก ยังรวมไปถึงสามารถเอาไปขิงทางตรงกับใครก็ได้ถ้าใจคุณหนักแน่นพอ และด้วยเหตุผลดังกล่าวคาดว่าน่าจะมีคนที่สนใจอยู่ไม่น้อย กับความบ้าบอ แปลกใหม่ เพราะมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับตรรกะ แต่มันเกี่ยวกับ..แพทชัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ai Ogura พร้อมเผชิญ ความท้าทายครั้งใหม่ ใน ArgentinaGP 2025 หลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยการจบอันดับที่ 5 ของการแข่งขัน ThaiGP ในสนามแรก เป็นแค่รองหัวแถวอย่างสองพี่น้องมาร์เกซ เปกโก้ บัญญาญ่า และฟรานโก้ มอร์บิเดลลี เท่านั้น สำหรับว่าที่รุกกี้ออฟเดอะเยียร์จากแดนปลาดิบอย่างไอ โอกุระ ได้ออกมาเผยว่า Ai Ogura พร้อมเผชิญ สำหรับสนามแข่งขันใน Argentine Grand Prix ที่ประเทศอาเจนติน่านั้น เป็นสนามที่ตน ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่ก็อยากลองพิสูจน์ฝีมือและมั่นใจว่าจะสามารถทำอันดับได้ดีในสุดสัปดาห์นี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่น่าจับตามอง หลังคว้าแชมป์โลก Moto2 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับการเดบิวต์ในรายการระดับใหญ่ให้กับทีมอิสระอย่าง TrackHouse Racing ภายใต้ตัวแข่งจากค่ายสามตาอิตาลี Aprilia RS-GP โดย ไอ โอกุระ สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในการแข่งขันโมโตจีพีสนามแรก ที่จ.บุรีรัมย์ ด้วยการจบอันดับ 4 รอบสปรินเรซ และอันดับที่ 5 ในรอบแข่งขัน ซึ่งสามารถนำ 1 อันดับจากทีมโรงงานร่วมค่ายอย่าง มาร์โก เบซเซคกี ไปได้ในสนามแรก @trackhousemotogp Feels like déjá vu… Ai, you’re a wizard 🪄 #ThaiGP #AO79 ♬ original sound – Trackhouse MotoGP สำหรับในสนามแห่งนี้ก็ถือว่าค่อนข้างกดดันสำหรับเจ้าตัว หลังทำผลงานดีสุดในหมู่ตัวแข่งสามตา (ไม่นับมาร์ติน มาร์ตินเจ็บอยู่) ซึ่ง โอกุระนั้นเคยคว้าโพเดี้ยมในสนามนี้มาแล้วสำหรับรุ่น Moto2 เมื่อฤดูกาล 2022 ที่ผ่านมา แล้วก็เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เจ้าตัวสามารถทำได้ บวกกับไม่มีรอบซ้อมก่อนแข่งขันเหมือนที่สนามบุรีรัมย์ (Winter Test) อาจทำให้ทำงานลำบากมากยิ่งขึ้น “ผมแฮปปี้กับผลงานที่ไทยนะแต่สำหรับสนาม Termas de Rio Hondo แห่งนี้ นี่ไม่ใช่สนามที่ผมชอบมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามในฐานรุกกี้ผมพร้อมเผชิญทุกอย่าง” “เราจะดูผลงานการซ้อมครั้งนี้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ดี เป้าหมายของผมก็คงเหมือนเดิมคือทำให้ดีที่สุดในทุกครั้งที่ลงสนาม” โดยการแข่งขัน Argentina Grand Prix จะกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสามารถติดตามชมกันได้ แต่ก็อาจจะดึกไปหน่อยสำหรับบ้านเรา (แข่งตี 1) เอาหล่ะ..ใครใจสู้ก็ได้ดูแน่นอน แต่แอดคงนอนแน่ ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bonneville T100 2026 โมเดลคลาสสิกต้นแบบแห่งตระกูล Bonneville พร้อมอัปเกรดเรื่อเทคโนโลยีกับเครื่องยนต์สองสูบขนาด 900 ซีซี พร้อมรายละเอียด

Kawasaki Z650S 2026 เปิดตัวพร้อมการปรับโฉมหน้าตา มิติสรีรให้ดูสปอร์ตแต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเน็กเก็ด กับเครื่องยนต์ 2 สูบ และฟีเจอร์อื่น ๆ

โคตรมันส์!! คลาสใหญ่สุดของรายการ ‘FUCHS Silkolene Superbike 1,000CC’ แม้จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่ความสนุกความเร้าใจของกิจกรรมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 สนามแรกของฤดูกาล ยังคงอยู่ในดวงจิตดวงใจของเหล่านักซิ่งอยู่ ซึ่งก็ได้ทำการประเดิมการแข่งขันกันที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรีเช่นเคย และแน่นอนว่ารุ่นไฮไลท์ของการแข่งขันอย่าง SuperBike 1000CC ในการแข่งขันฤดูกาลนี้ก็มีสปอนเซอร์รุ่นแข่งอีกด้วย ! แน่นอนว่าความดุเดือด เร้าใจของรุ่นการแข่งขัน ‘ตัวพัน’ ของรายการมันร้อนแรงเกินกว่าจะอดใจไหว ซึ่งในการแข่งขันฤดูกาล 2025 นี้ ในรุ่นของตัวพันซีซีก็ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลก ประสิทธิภาพสูงจากสนามแข่งระดับโลกที่ได้รับการผลิต-วิจัย และพัฒนาในเยอรมนี สำหรับรถจักรยานยนต์แบบ 100% อย่าง ‘FUCHS Silkolene’ และที่สำคัญคือแบรนด์น้ำมันเครื่องเจ้านี้จะมาเป็นสปอนเซอร์ให้กับรุ่นพันซีซีถึงสามสนามอีกด้วย ! ยกขบวนสินค้าน้ำมันเครื่องระดับโลกมาไว้ในงาน แน่นอนว่าแบรนด์น้ำมันเครื่องจากประเทศเยอรมนีค่ายนี้ไม่ได้เข้ามาเพียงแค่สนับสนุนรุ่นแข่งขันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังยกขบวนสินค้าต่าง ๆ ของทางแบรนด์ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องเกรดต่าง ๆ ของทางค่าย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าของรถเล็ก รถใหญ่ เกียร์แมนนวล หรือเกียร์ออโต้ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ก็มาร่วมจำหน่ายภายในงานให้เหล่าไบค์เกอร์มาเลือกสรรกัน เพราะการแข่งขันนี้มี ‘โพเดียม’ เป็นเดิมพัน อันดับ หมายเลข นักแข่ง สังกัดทีม 1 67 ไมค์ เวลเลอร์ Buvado Racing 2 994 จาตุรนต์ เลิศมุธากร Updej Racing Team 3 919 นพพร สุทธิกาปลูก ID Helmet CP2 Racing Team 4 51 อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช REPSOL R-SERIES TEAM 5 8 วัชรพงศ์ ไชยเสริม Zipper & Raceline By.40 Garage 6 69 ณัฐกร อิ่มใจสุข Orchid Palm Homes Hua Hin iD Helmet CP2 Racing Team 7 720 ณัฐวัฒน์ วาริชชูชัยตระกูล CHERPOND โดยผลการแข่งขันในรุ่นใหญ่สุดของรายการในคลาส ‘พันซีซี’ อันดับที่ 1 ได้แก่ ไมค์ เวลเลอร์ จากทีม Buvado Racing ที่ควบคู่ใจอย่าง Honda CBR1000RR-R สามารถประเดิมคว้าแชมป์ในการแข่งขันสนามแรกไปครองได้สำเร็จ ทางด้านของ ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช ก็ได้มาเข้าร่วมการแข่งขันในรุ่นพันซีซีเช่นเดียวกัน ควบ YZF-R1 และสามารถคว้าโพเดียมอันดับ 4 ไปครองได้สำเร็จ โดยผู้ที่ทำเวลาต่อรอบดีที่สุดของการแข่งขันในรุ่นนี้ตกเป็นของนักบิดหมายเลข 994 คุณจาตุรนต์ เลิศมุธากร จากทีม Updej Racing Team โดยกดเวลาอยู่ที่ 1:06.763 นาที ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 129.413 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และแน่นอนว่าน้ำมันเครื่องจากประเทศเยอรมนีค่ายนี้ก็ยังเป็นแบรนด์น้ำมันเครื่องที่นักแข่งในรายการ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 ได้เลือกใช้จริง ๆ ซึ่งคุณศุภลาภ แสงจริง นักแข่งหมายเลข 161 ในรุ่น Scooter 300-350cc OPEN จากทีม N Bike Pro Shop Chonburi ก็ได้ออกมายืนยันว่าน้ำมันเครื่องของทางแบรนด์จะใช้งานหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ ไม่มีปัญหา “รถแข่งทุกคันเราใช้น้ำมันเครื่อง FUCHS Silkolene ทุกลำ รถโมดิฟาย และเอาไปซัดแช่คันเร่งในสนามอย่างหนัก เอาอยู่สบาย ๆ จ้า ขอบคุณสปอนเซอร์น้ำมันเครื่องดีๆให้เราใช้ทำผลงานดีๆ FUCHS Silkolene ” อ่านต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) สำหรับการแข่งขันในรุ่นพันซีซี ‘FUCHS Silkolene Superbike 1,000CC’ จะยังคงความสนุกเร้าใจกันอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันสนามที่สองของฤดูกาล

Aprilia Racing สู่ขอดาวเด่น Moto2 แทนที่ “มาร์ติน” Aprilia Racing ต้นสังกัดปัจจุบันของแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘มาร์ติเนเตอร์’ ฆอร์เก้ มาร์ติน ออกมาให้ความสนใจดาวรุ่งสัญชาติอังกฤษหนึ่งคน ขึ้นมาเป็นตัวแข่งของทีมโรงงาน ซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะให้มาแทนที่ของฆอร์เก้ มาร์ติน ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาฆอร์เก้ มาร์ติน ได้ออกมาโพสต์ผ่านในช่องทาง Instagram ส่วนตัวของเขาเกี่ยวกับการตัดสินใจในการ ‘บอกลา’ ทีมโรงงานของค่ายเทพสามตา โดยมีเนื้อหาในความดังนี้ “สวัสดีทุกคน, ผมอยากจะแชร์คำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ของผมกับ Aprilia ให้กับแฟน ๆ สื่อมวลชน และทุกคนที่ติดตามเส้นทางอาชีพของผม ผมไม่เคยละเมิดสัญญาแต่อย่างใด เมื่อตอนที่เราเซ็นสัญญากัน ผมได้ตกลงกับ Aprilia ว่า หากเงื่อนไขบางประการไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ผมขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องอนาคตของผมในปี 2026 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ผมตัดสินใจยอมรับข้อเสนอในสัญญาฉบับนั้น ตอนที่ผมตัดสินใจเปลี่ยนทีมผู้ผลิตเมื่อปีที่แล้ว หนึ่งในข้อกำหนดของผมก็คือ การมีโอกาสทดสอบรถแข่งในสถานการณ์จริง และเข้าใจทีมงานรวมถึงวิธีการทำงานของพวกเขา เพื่อให้ผมรู้สึกมั่นใจที่จะเซ็นสัญญา 2 ปีแทนที่จะเป็นเพียงปีเดียว เราจึงใส่เงื่อนไขข้อนี้ไว้ในสัญญาด้วย เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจตามวันที่กำหนดไว้ในสัญญา ผมจึงตัดสินใจใช้สิทธิ์ในการยุติสัญญาของผมสำหรับฤดูกาล 2026 ผมดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความเคารพ ชัดเจน และมีเจตนาเพียงอย่างเดียว คือการควบคุมอนาคตของตัวเองในฐานะนักกีฬาอาชีพ น่าเสียดายที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุล้ม แม้ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วจะไม่ได้กระทบกับข้อตกลงที่เราได้ตกลงกันไว้ แต่ก็ส่งผลต่อช่วงเวลานี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมเปิดรับการพูดคุยกับทาง Aprilia มาโดยตลอด เพื่อขยายระยะเวลานี้ออกไปจนถึงการแข่งขันกรังด์ปรีซ์จำนวนหนึ่ง หลังจากที่ผมกลับมาลงแข่งอีกครั้ง เป้าหมายคือให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสให้กันและกันอีกครั้ง และรู้สึกมั่นใจก่อนที่จะตัดสินใจสำหรับฤดูกาล 2026 ผมซื่อสัตย์กับ Aprilia มาโดยตลอด ผมให้คุณค่ากับตัวรถ ทีมงาน และความทุ่มเทของทุกคนที่มีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้ สิ่งเดียวที่ผมขอคือให้ความตั้งใจและจิตวิญญาณของข้อตกลงที่เคยตกลงกันไว้กับ Aprilia ได้รับการเคารพ ไม่มีความขัดแย้งหรือการตำหนิใด ๆ ผมแค่ต้องการมองไปข้างหน้าอย่างชัดเจน หลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบากและบาดเจ็บอย่างรุนแรง และยังคงมุ่งมั่นที่จะทุ่มเททุกสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งในและนอกสนาม ขอบคุณทุกคนสำหรับความเข้าใจและความเคารพ ฆอร์เก้ มาร์ติน” โดยฆอร์เก้ มาร์ติน กับทีมโรงงานของค่ายเทพสามตานี้อาจจะยังดูไม่ค่อยมีความเข้ากันเท่าที่ควร โดยย้อนกลับไปในช่วงทดสอบที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย มาร์ตินเองก็ประสบอุบัติเหตุหนัก หลังจากนั้นไม่นาน ในช่วงก่อนเปิดการแข่งขันฤดูกาล 2025 มาร์ตินก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกครั้ง และเมื่อได้โอกาสกลับเข้ามาลงสนามในการแข่งขัน Qatar Airways Grand Prix of Qatar 2025 เจ้าตัวก็ไม่สามารถแข่งขันได้จบ เพราะเกิดอุบัติเหตุล้มหลังจากวิ่งได้เพียง 13 รอบเท่านั้น โดยการประสบอุบัติเหตุของเจ้าตัว ทำให้ไม่สามารถกลับเข้ามาแข่งขันได้อาจเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจในการบอกลาทีม แน่นอนว่าการออกมาบอกลาที่ ‘ชัดขนาดนี้’ ของฆอร์เก้ มาร์ติน ก็เป็นเรื่องที่ทางอะพริเลียไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ แต่หากค่ายก็เหมือนว่าจะมีแผนรับมือรอไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป้าหมายที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนักบิดสัญชาติอังกฤษในการแข่งขัน Moto2 อย่าง ‘Jake Dixon’ (เจค ดิกสัน) จากทีม Elf Marc VDS Racing ตามรายงานของ Motosprint ปัจจุบันดิกสันอยู่ในอันดับที่ 3 สะสมได้ 82 คะแนน แม้จะมีความสนใจมากน้อยแค่ไหน แต่เส้นทางของดิกสันในการเข้าสู่ทีมโรงงานของ Aprilia ยังเต็มไปด้วยความซับซ้อน และขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เป็นหลัก หากเก้าอี้ที่จำเป็นต้องว่าง คงเป็นเครื่องหมายตัวใหญ่ของทางทีม ตำแหน่งนักแข่งของทีมจะลงเอยอย่างไรนั้น ก็คงจะต้องหาผู้ที่คู่ควรต่อไป อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 งานซิ่งสุดขีด..ของเหล่าสายเลือดผู้ดี นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญและไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เลย สำหรับการพาแฟน ๆ และเหล่าสาวกมอเตอร์ไซค์สายเลือดแดนผู้ดีอังกฤษมาร่วมกิจกรรมแทร็กเดย์ใน Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 กับหนึ่งค่ายผู้ผลิตขวัญใจแฟน ๆ ทั่วประเทศอย่างไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ขนทัพเหล่านักบิดมากมายทั้งคนไทยและต่างชาติ มาร่วมจอยส์ความสนุกในกิจกรรมครั้งนี้ที่สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา เปิดพิทพร้อมบริการเซอร์วิส..เต็มระบบ ยกระดับของงานไปอีกขั้นกับการสนับสนุนของผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์แบรนด์ดังจากยุโรปอย่าง Triumph มาเปิดพื้นที่เพื่อรองรับบริการลูกค้าไทรอัมพ์ทุกท่าน รวมถึงทีมช่างเซอร์วิสรองรับซัพพอร์ตสำหรับเซ็ตติ้งตัวรถเพื่อลงในแทร็กเต็มระบบตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งกิจกรรมภายในแบ่งออกเป็นช่วงแทร็กเดย์และโทรฟี่ เพื่อให้สัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่ในแทร็กสำหรับลูกค้ามือใหม่ อีกทั้งยังได้เปิดประสบการณ์ในสนามกับรุ่นแข่งขันเฉพาะที่ทางไทรอัมพ์จัดให้อย่าง Triumph Triple Engine Trophy 660 – 1,200 cc. เสียงสูบเอกลักษณ์จากอังกฤษ อย่างที่กล่าวมาคือมันไม่ง่ายเลยที่จะได้เห็นฝูงแตนสายพันธุ์อังกฤษ บวกกับโมเดลสามสูบเสียงเอกลักษณ์หลายคัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้า Daytona 660, Street Triple 765, Speed Triple 1200RR หรือแม้กระทั่งเจ้า Speed Twin คลาสสิกสุดเท่ (โมเดลขวัญใจแอด) มาร่วมโชว์หล่อกันภายในงานนี้อีกด้วย ให้ซิ่งกันสนุกตลอดทั้ง 3 วัน ให้ได้ซิ่งกันสนุกตลอดทั้ง 3 วัน พร้อมเปิดรอบคัดเวลาสำหรับการควอลิฟายเพื่อจัดลำกับกริดสตาร์ทในการแข่งขันของวันอาทิตย์ ให้นักบิดได้จัดไลน์ขับขี่ในสนามแข่งรวมถึงเปิดลิมิตตัวแข่งในรูทขับขี่ที่รับรองความปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด นับได้ว่ามาสนามครั้งนี้..คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม อิงค์ อัศวานันท์ ร่วมโผล่เซอร์ไพรส์งานนี้ เรียกเสียงกรี๊ดฮือฮา..โดยเฉพาะสาววาย และพร้อมชวนโดนตกกับความน่ารัก สำหรับดารานักแสดงที่ขี่มอเตอร์ไซค์ได้นิดหน่อยอย่าง อิงค์ อัศวานันท์ ที่แอบโผล่มาร่วมเซอร์ไพรส์ในงานแทร็กเดย์ครั้งนี้ ไปพร้อมกับเจ้า Daytona 660 แถมกดเวลาต่อรอบดีสุดที่ 1:06 นาที ซึ่งเร็วกว่า Best Lap ในรุ่น 1,000 cc. เลยหล่ะครับ นอกจากจะหล่อแล้ว..แถมขี่รถได้นิดหน่อยจริง ๆ ผลการแข่งขัน Triumph Triple Engine Trophy 660 – 1,200 cc. อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 Graham Kinght 92 Street Triple 765 2 กษิดิศ ไตรรัตนมงคล 710 Street Triple 765 3 Nigel Curtis 30 Street Triple 765 4 ธรรมวุฒิ ปรีชาธรรมรัช 777 Street Triple 765 5 Tath Siribodhi 660 Daytona 660 โดยอันดับผลการแข่งขัน ผู้ที่ชนะเลิศได้แก่ Graham Kinght ที่สามารถคว้าโพเดี้ยมประจำสนามครั้งนี้ไปได้ พร้อมเวลา Best lap ต่อรอบแข่งขันในเวลาที่ 1.11.898 นาที ขอแสดงความยินดีด้วยอีกครั้ง บูธสินค้าจากไทรอัมพ์..มากมาย นอกจากนี้ยังเปิดบูธสินค้าบริการภายในงาน กับ แอสเซสเซอรีไอเท็ม เสื้อผ้า หมวก รองเท้าและชุดขับขี่จากแบรนด์ Triumph มากมายมาให้เลือกแถมส่วนลดพิเศษเฉพาะภายในงานนี้อีกด้วย สำหรับใครที่ใฝ่ฝันอยากจะลงแทร็กไปพร้อมกับโมเดลสายเลือดผู้ดีแล้วหล่ะก็..ลองติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทางแบรนด์ได้สำหรับโอกาสครั้งต่อไป โดย SuperBikeMag Trackday สนามหน้าจะจัดขึ้นวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2568 ห้ามพลาดสำหรับการติดตาม..แล้วเจอกัน สามารถรับชมอัลบั้มภาพกิจกรรม คลิ๊กที่นี่ อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Test Ride ALL New Honda CBR150R (2019) แล้วก็เป็นคิวของรถยอดนิยม ดีกรีระดับขึ้นหิ้งของค่ายปีกนกอย่าง CBR150R รถสปอร์ตที่เป็นที่นิยมมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่อดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และในครั้งนี้ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ในแบบที่เรียกว่าใหม่หมดจดทุกกระเบียดนิ้วเลยทีเดียวครับ กลายเป็น All New Honda CBR150R (2019) ที่หล่อเหลาและเต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะจริงๆ ครับ โฉบเฉี่ยว เนื่องจากเป็นโมเดลแบบใหม่หมดจดทั้งคันจึงมีส่วนที่เปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของรูปโฉม เรียกว่าเปลี่ยนไปแบบผิดหูผิดตาเลยล่ะครับ หน้าตานี่ถอดแบบพี่ใหญ่ตัวพันอย่าง CBR1000RR มาเลย สำหรับ Honda CBR150R โมเดลนี้ก็จะโดดเด่นด้านหน้าด้วยไฟหน้าใหม่ แบบไฟคู่ LED ดุดันแบบพญาอินทรี ให้อารมณ์สปอร์ตสายพันธุ์ CBR ส่องสว่างทั้งยังมีเดย์ไลท์อยู่ด้านบนอีกด้วย เรือนไมล์ใหม่เป็นแบบ Full LCD ดิจิตอล อ่านค่าง่ายแม้แสงแดดจ้า ใช้งานสะดวก แสดงผลข้อมูลครบถ้วน รวมไปถึงระยะทางทริป A และ B และยังมีเลขบอกเกียร์อีกด้วย ถัดเข้ามาจากด้านหน้าก็จะเห็นถังน้ำมันขนาดใหญ่ 12 ลิตร ดีไซน์สปอร์ตให้เว้ารับกับสรีระของผู้ขับขี่ ช่วยให้ควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น มาที่ส่วนของเบาะนั่งก็จะเป็นเบาะแบบแยกชิ้นพร้อมที่จับสำหรับคนซ้อน ด้านล่างลงไปเป็นที่อยู่ของท่อไอเสียทรงสปอร์ตเชิดขึ้นพร้อมตัวกันความร้อนลายเคฟลาร์ และปิดท้ายด้วยไฟท้าย LED พร้อมระบบไฟฉุกเฉินที่จะทำงานเวลาเราเบรกกะทันหันจนระบบเบรก ABS ทำงานครับ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยเสริมความปลอดภัยที่มีกันในรถพี่ใหญ่ เช่น Honda Goldwing ช่วยเตือนให้คันหลังได้ระมัดระวังว่าข้างหน้าอาจจะมีอันตราย ซึ่งจัดว่าจัดมาแจ่มครับ นอกจากเรื่องหน้าตารูปโฉมใหม่แล้ว Honda ยังจัดชุดลายกราฟฟิกมาให้ทีเดียว 4 ชุดสีด้วยกัน โดยมีลายปกติ 2 ชุดสี ได้แก่ สีดำ และสีน้ำเงิน-ดำ และลายพิเศษอย่างลายกราฟฟิก AP Honda Racing Thailand (ABS) ลายพิเศษเฉพาะของไทยโดยเฉพาะซึ่งมาในชุดสีแดง-ดำ และลาย Repsol ในชุดสีส้ม-ขาวที่คุ้นเคย อันเป็นลายสปอนเซอร์ทีมแข่ง MotoGP และได้รับความนิยมจนเป็นลายคู่บุญของ Honda ไปซะแล้ว จุดพิเศษอีกจุดสำหรับลาย AP Honda Racing Thailand คือ ล้อแม็กหน้าหลังคนละสีกัน แม้จะดูแปลกตา บางคนอาจจะมองว่ามันขัดๆ แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าลงตัวเข้ากันกับสีสันของตัวรถ เร้าใจ แน่นอนว่าโมเดลใหม่หมดจดทั้งคันแบบ CBR150R ที่เราทดสอบวันนี้ก็ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเครื่องยนต์หรือขุมพลังด้วยเช่นกัน โดยจะเป็นเครื่องยนต์บล็อกใหม่ขนาด 150 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเกียร์ 6 สปีด ให้สุ้มเสียงที่เร้าใจในแบบของสปอร์ตไบค์ จากการทดสอบบนไดโนจริงๆ นั้นพบว่ามีแรงม้าถึง 15.02 แรงม้า ส่วนท็อปสปีดบนไดโนนั้นได้ที่ราวๆ 134 กม./ชม. ซึ่งถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวสำหรับพิกัดนี้ อัตราเร่งค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับรถในขนาด 150 ซีซีเท่าๆ กัน และประหยัดน้ำมัน ซึ่งผมว่ามันสำคัญที่สุดเลย เอาอยู่ ช่วงล่างของ CBR150R ใหม่นี้เองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน ตั้งแต่โช้คหน้า ที่ถึงแม้ว่าจะมีแอบเสียดายนิดหน่อยตรงที่โช้คยังเป็นแบบเทเลสโคปิกอยู่ครับ อย่างไรก็ดี มันมีความดีงามตรงที่โช้คหน้านั้นสามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ เพื่อให้เหมาะกับการขับขี่ของเราโดยเฉพาะ ส่วนโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับเช่นกัน สอดคล้องกันกับโช้คหน้า ทั้งนี้ก็เพื่อการขับขี่ที่ดีครับ เฟรมของรถเองก็ออกแบบใหม่ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ CAE (Computer Aided Engineering) ดีไซน์ใหม่ให้เป็นเฟรมกลมแบบถัก ทำจากเหล็กกล้าแข็งแรงและเบา ทนทาน รองรับแรงบิดได้ดี สร้างสมดุลได้ตลอดคัน ส่วนระบบเบรคนั้นดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลังขนาดใหญ่แบบจานหยัก (*เฉพาะรุ่น ABS) โดยตัวรถนั้นจะมีทั้งรุ่นที่มี ABS และไม่มี ABS ให้เลือก ซึ่งเราเอามาทดสอบทั้งสองรุ่นเลย ระบบเบรก ABS นั้นหยุดได้มั่นใจ แม้ขับขี่ในช่วงความเร็วสูง ฟันธง จากการทดลองหวดบนท้องถนนจริงๆ ทั้งในเมืองและออกมานอกเมือง พบว่าเป็นรถที่ขี่ง่าย เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งที่ดี มีกำลัง ทำความเร็วได้ ระบบเบรกให้ความรู้สึกนุ่มนวล จากการทดลองขับขี่บนท้องถนน คิดว่าค่อนข้างจะสั่งได้ ปลอดภัยมากๆ กำเบรกสุดๆ ระยะเบรกนี่สั้นมากๆ เทียบกับหลายๆ ตัวที่ใกล้เคียงกัน ระยะเบรกจะค่อนข้างมาก และล้อไม่ล็อกแน่นอน แฮนด์แบบจับโช้คของมันออกแบบมาได้ค่อนข้างดี คือให้ท่านั่งขับขี่ในสไตล์สปอร์ต แต่ไม่ต้องก้มลงไปมากนัก ทำให้ขับขี่ได้ฟีลลิ่งแบบของสปอร์ตแต่ไม่ปวดเมื่อยเท่ากับสปอร์ตไบค์จ๋าๆ ที่แฮนด์จะบังคับให้เราหมอบหนักๆ แบบเรซซิ่ง จึงเหมาะกับการใช้งานในทุกๆ

ครั้งนี้เรามาทดสอบเทพเจ้า 3 ตา นั้นก็คือ Aprilia RSV4 1100 Factory ไม่ต้องแปลกใจ โมเดลนี้เป็นโมเดลใหม่ล่าสุดจากทางค่าย Aprilia นั้นเองที่มีการพัฒนาเครื่องยนต์ ให้มีแรงม้ามากขึ้น ความจุซีซีมากขึ้น รวมไปถึงแฟริ่งตัวรถที่มีปีกเพิ่มขึ้นมา โดยถอดแบบและพัฒนามาจากรถ Prototype ในรายการแข่ง MOTOGP อย่างเจ้า Aprilia RS-GP อีกด้วย รูปทรง น้ำหนัก โฉมงามติดปีก การออกแบบที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง Aprilia ในรายการ MotoGP ที่ทำให้รู้สึกถึงจิตวิญญาณของความสปอร์ตพร้อมที่จะหวดเร่งลอยอยู่เสมอ มาพูดถึงด้านหน้ากันก่อนเลย พัฒนาล้ำสมัยไปทุกปี ปีนี้ปรับเปลี่ยนหน้าตาจากเดิมไปไม่มากเท่าไรแต่ที่สังเกตได้คือ เจ้า Aprilia RSV4 1100 Factory คันนี้มีปีก (winglet) ขนาดค่อนข้างใหญ่แต่น้ำหนักเบาเพราะเป็นวัสดุ คาร์บอนไฟเบอร์ ที่ติดมาช่วยดักอากาศตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ทำให้ตัวรถนิ่งขึ้นเวลาทำความเร็วสูงๆ มีชิ้นส่วนแฟริ่งรอบตัวรถเกือบจะ 100% เป็นพาร์ทคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้น้ำหนักตัวรถรวมของเหลวอยู่ที่ 199 กิโลกรัม ถังน้ำมันสามารถบรรจุเชื้อเพลิงได้ 18.5 ลิตร โครงสร้างตัวรถและสวิงอาร์มเป็นอลูมิเนียมเกรดพิเศษอย่างดีที่มีความแข็งแรงและเบาขึ้น ทางด้านท้ายคนขับถูกออกแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่เหมือนกับมี สปอยเลอร์อยู่ด้านหลังเรียวสวยงาม ยังคงโชว์ความดิบสีและลวดลายของตัวรถคุมโทนด้วยสีดำ(คาร์บอน) ตัดกับสีทองที่อยู่ในส่วนของตัวแกนโช้ค Ohlins และล้อ Forged Aluminium ที่ถูกไดร์สีให้ออกมาคล้ายกับสีน้ำตาลไหม้ ตัดด้วยโลโก้ Aprilia RSV4 1100 Factory ที่เป็นสีแดง ทำให้รู้สึกถึงความดุดัน สปอร์ต เรซซิ่งเป็นอย่างมาก หน้าจอเรือนไมล์ แบบ Full Digital LCD หน้าจอแสดงผลขนาด 4.3 นิ้วชนิด TFT สามารถปรับแสดงพื้นหลังได้ให้เหมาะสมกับการขับขี่ อัตโนมัติ (กลางวัน/กลางคืน) จอเรือนไมล์จะแสดงผลการเตือนต่างๆ ที่มีในรถคันนี้ และจะปรับเปลี่ยนได้ตามการปรับเปลี่ยนตัวโหมดการขับขี่อีกด้วย โดยโหมดที่เปลี่ยนนั้นคือโหมด Race ที่จะเป็นหน้าจอแสดงรอบ lap และการจับเวลาต่อรอบ พร้อมทั้งสามารถเลือกเวลาต่อรอบที่ดีที่สุดได้อีกด้วย พัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ เครื่องยนต์แบบ V4 65 องศา ลูกสูบแบบใหม่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 81 มิลลิเมตรพร้อมกับออกแบบหัวลูกสูบแบบใหม่ เพื่อให้ได้อัตราส่วนกำลังอัด เท่ากับ 13.6 : 1 ทำให้เครื่องยนต์ที่มีความจุเพิ่มมากขึ้นและมีความจุรวมขนาด 1078 ซีซี 4 จังหวะ มีกำลังแรงม้าอยู่ที่ 217 แรงม้าที่ 13200 รอบ/นาที สร้างแรงบิดมหาศาลอยู่ที่ 122 นิวตันเมตร ที่ 11000 รอบ/นาที ระบบเกียร์ 6 สปีด มีการปรับอัตราการทดเกียร์ 5 และ 6 ใหม่ให้สามารถลากได้ยาวขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาระบบการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินที่มีจำนวนหัวฉีด 2 หัวต่อ 1 สูบ และยังใช้มอเตอร์ควบคุมลิ้นเร่งโดยสั่งการจากคันเร่งไฟฟ้าทำให้เสถียรมากขึ้นในการเปิดคันเร่ง พร้อมทั้งยังมี Map ECU ใหม่ Magneti Marelli 7SM ที่ทำให้รอบเครื่องยนต์สามารถที่จะทำรอบเครื่องสูงสุดได้ที่ 13800 รอบ/นาที พัฒนาปั๊มฉีดน้ำมันเครื่องเพื่อหล่อลื่นเครื่องยนต์เพิ่มเพื่อที่จะรองรับรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น และทั้งหมดทั้งมวลจะถูกระบายไอเสียออกด้วยท่อฟูลไทเทเนี่ยมของ Akrapovic ที่ผลิตมาให้เฉพาะ Aprilia Racing เท่านั้น ถือว่าถูกวิจัยและพัฒนามาคู่บุญกับเจ้าคันนี้อย่างแท้จริง Riding Mode จากข้อมือสู่เครื่องยนต์ต้องผ่านคันเร่งไฟฟ้า (Ride by wire) ที่ถูกพัฒนาปรับเปลี่ยนจากคันเร่งสายเป็นแบบไฟฟ้าเพื่อที่จะตอบสนองการสั่งการอย่างมีประสิทธิภาพตามสภาพถนนหรือสภาพสนามแข่ง โดยจะสั่งการผ่าน ECU ที่มีซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์สามารถปรับ Mode การขับขี่ทั้งหมด 3 โหมด คือ Track, Sport และ Race โดยในการขับขี่ในครั้งนี้ ได้ลองปรับเพียงแค่ Track คิดว่าคือโหมดความแรงระดับกลาง ส่วน Sport จะเปรียบเสมือน การขับขี่บนท้องถนน และ Race ที่เปรียบเสมือนการแข่งขันแบบเต็มข้อมีเท่าไร ใส่มาให้หมด ระบบ APRC นั้นก็คือ (Aprilia Performance Ride Control) ระบบนี้ถ้าถูกตั้งค่าอย่างถูกต้องและใช้ร่วมกับการเลือกโหมดการขับขี่ก็สมบูรณ์แบบมากขึ้นเพราะทางทีมงานพัฒนาได้ยัดทุกอย่างที่มีเข้าไปให้ใช้อย่างละเอียดอีกด้วย ตารางแนะนำการปรับตั้งค่าระบบ APRC MAP ATC AWC ABS

สเปก Zontes 350E ข้อมูล ราคาและรายละเอียด Zontes 350E บิ๊กสกู๊ตเตอร์สายสปอร์ต มาพร้อมกับความโฉบเฉี่ยวในคอนเซ็ปต์ Luxury Style ดีไซน์โดดเด่นรอบคัน และสมรรถนะแรงเต็มพิกัด พ่วงด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากมาย ครบครันรอบด้าน ราคาแนะนำที่ 159,000 บาท ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่สามารถเก็บหมวกกันน็อกไซส์เต็มใบขนาด XXL ได้ 2 ใบ โช้คใต้เบาะ เพิ่มความสะดวกสบายไม่ต้องค้ำ พักเท้าผู้ซ้อนแบบกดเปิด ใช้งานง่าย ท่อไอเสียอลูมิเนียมทั้งใบใส่ครอบท่อกันความร้อน ช่องเก็บของด้านหน้า 2 ช่องขนาดใหญ่ สามารถใส่ขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตรหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้ พอร์ตชาร์จ USB ไทป์ A และ C อย่างละหนึ่งจุดบริเวณเก๊ะด้านซ้าย สเปก Zontes 350E ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 349 ซีซี แรงม้า (เคลม) 36 แรงม้าที่ 7,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 38 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 77 x 75.9 มม. อัตราส่วนการอัด 11.8 : 1 ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด ECU ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด BOSCH EFI ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งอัตโนมัติแบบแรงเหวี่ยง ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 120/80-15 M/C 56S แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/70-14 M/C 68S แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิกขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ ปรับได้ 5 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 268 มม. คาลิเปอร์เรเดียลเม้าท์ 2 ลูกสูบ J.Juan สเปน (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 265 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 795 x 2,025 x 1,395 มม. ระยะฐานล้อ 1,565 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 155 มม. ความสูงเบาะ 770 มม. น้ำหนักรถ 198 กก. ความจุถังน้ำมัน 16 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS Dual Channal ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบล็อกคอรถอัตโนมัติ โหมดการขับขี่ Sport / Eco ระบบไฟส่องสว่าง Full LED ช่องเสียบ USB 3 จุด (Type A 2 จุด และType C 1 จุด) จอสี TFT (เชื่อมต่อ Bluetooth และแอปพลิเคชัน Zontes Intelligence & Carbit Ride) สมาร์ทคีย์ 3.0 (IP67) ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า

ไม่ใช่ข่าวลืออีกต่อไป Royal Enfield Guerrilla 450 คลาสสิกสแครมเบลอร์ มาไทยแน่ๆ คำถามแค่ เมื่อไหร่? สำหรับหลายๆคนที่ติดตามข่าวสาร Royal Enfield ในโลกออนไลน์ ก็คงได้เห็นผ่านๆตามาบ้างกับ รูปหลุดของ Guerrilla 450 มอเตอร์ไซค์สแครมเบลอร์ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค ลุคผู้ดีอังกฤษผลิตโดยผู้ดีอินเดีย คาดการณ์สเปค จากตัวเลขที่ระบุในชื่อว่า 450 น่าจะเป็นบล็อกเครื่อง Sherpa สูบเดี่ยวลูกโตจาก New Himalayan 450 ขนาดความจุเครื่อง 452 ซีซี 40 แรงม้า แต่อาจจะปรับแต่งโหมดเครื่องยนต์ให้ต่างออกไป ในข่าวลือวงในจากสื่ออินเดียลงไว้ว่า Guerrilla 450 จะเป็นรุ่นที่ราคา “เข้าถึงง่ายที่สุด” และในข่าวยังคาดการณ์ว่าราคาเปิดตัวไม่น่าเกิน 2.3 lakh ถ้าเทียบกับราคา Himalayan 450 ที่ลงราคาที่อินเดีย ไว้ 2.8 lakh กับข่าวราคาในไทย ที่อยู่ราวๆ 220,000 คาดว่ารุ่น Guerrilla 450 ราคาน่าจะอยู่ที่ 190,000 โดยประมาณ หมายความว่าระบบต่างๆอาจจะถูกตอนลงบ้าง จากราคาที่ถูกกว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดทางให้ Royal Enfield ได้เจอกับกลุ่มนักขับขี่หน้าใหม่ได้กว้างมากขึ้น ถ้ามาราคานี้จริงตลาด มอเตอร์ไซค์ คลาสกลาง สำหรับผู้เริ่มต้นมีการแย่งชิงต่อสู้กันมากขึ้น เป็นผลดีต่อผู้ขับขี่หน้าใหม่ ที่จะได้เลือกมอเตอร์ไซค์ ได้หลากหลายสไตล์โดยที่ไม่เจ็บกระเป๋า ส่วนมอเตอร์ไซค์ในสไตล์นี้ ก็มี Honda CL500, Triumph Scrambler 400x และทั้ง 2 ก็อยู่ในพิกัดราคาเดียวกัน คลิปรีวิวเท่ๆ โดย Guy Martin นักแข่ง Isle of Man TT ในตำนาน จุดเด่นเท่าที่พอเดาๆได้จากรูปหลุดคือ – ถังสไตล์ใหม่ – โช๊คหน้าเทเลสโคปิค – ไฟหน้า/ท้าย LED – หน้าไมล์ทรงกลม (คล้าย Himalayan) – ล้อหน้าขนาด 18″ หลัง 17″ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ Superbikemag Thailland ได้รับเชิญเป็น 1 ในสื่อไทย ที่ได้เข้าร่วมทดสอบ Guerrilla 450 ที่ประเทษสเปน รีวิวขี่จริงแล้วเป็นไงจะมาเหลาให้อ่าน….ตอนนี้ก็รอไปก่อนเด้ออ้าย

New Grom 2023 สเปค ราคา สปอร์ตมินิไบค์นรุ่นล่าสุด New Honda Grom 2023 สปอร์ตมินิไบค์ สายจี๊ด มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ HYPE UP YOUR RIDE “รออะไร…ถ้าใจมันเร้า” กับเครื่องยนต์ eSP 125 ซีซี พร้อมระบบไฟ LED เต็มระบบ ให้คุณสนุกกับการขับขี่แบบเต็มประสิทธิภาพ รุ่น ABS ราคาแนะนำที่ 77,900 บาท รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 66,900 บาท ระบบไฟส่องสว่าง Full LED หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล ท่อสลิปออนด์ ออกแบบใหม่ ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) New Grom 2023 สเปค รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ eSP สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 123.9 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว 2 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 50.0 x 63.1 อัตราส่วนการอัด 10.0 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด ระบบควบคุมการจุดระเบิดล่วงหน้าด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-12 51L แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-12 56L แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวพร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรก (ABS เฉพาะรุ่น ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรก กว้าง X ยาว X สูง 726 x 1,758 x 1,017 มม. ระยะฐานล้อ 1,198 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 178 มม. ความสูงเบาะ 761 มม. น้ำหนักรถ 101 กก. ความจุถังน้ำมัน 6 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี เรือนไมล์ดิจิทัล ระบบไฟ Full LED ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) สีสันที่มีจำหน่าย NEW GROM 2023 รุ่น ABS NEW GROM 2023 รุ่น Standard อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Speed Twin 900 โมเดิร์นคลาสสิกไบค์ แดนเมืองผู้ดี หลังจากเปิดตัวไปได้ซักพักแล้ว สำหรับโมเดลสุดฮ็อตจากค่ายเมืองผู้ดี อย่าง Triumph Speed Twin 900 โดยครั้งนี้ ทาง SuperBike Thailand ขออนุญาติหยิบโมเดลมาโชว์ ตามคำเรียกร้องแฟน ๆ สาวกรถ 2 ล้อคลาสสิก เดี๋ยวเราจะพามาชมกันว่า โมเดลนี้จะมีดีเทลอะไรที่น่าสนใจกันบ้างครับ โดยโมเดลสุดพิเศษรุ่นนี้ ได้รับการดีไซน์ ที่คงความเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์รถโมเดิร์นคลาสสิก โดยยึด DNA ต้นแบบอย่าง Triumph Bonneville รุ่นแรกเมื่อปี 1959 โดยนำมาปรับปรุง ปรับเปลี่ยน และพัฒนาใหม่ให้เข้ากับรถในยุคปัจจุบัน ในสไตล์การแต่งคัสตอมแบบท้ายเปลือย รวมทั้งฟีเจอร์ใหม่ที่มากับตัวรถ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ไฟทรงกลม ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 310 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Breambo 4 ลูกสูบ (ABS) โครงสร้างเบาะโฟมหนาขึ้น ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบใหม่ โช้คหลังปรับพรีโหลดได้ รวมทั้ง ยังถูกยกระดับการออกแบบ โดยมีส่วนเสริมแต่งในการดีไซน์ใหม่ ๆ มากมาย ทั้งล้อหล่อขึ้นรูป ตกแต่งรายละเอียดด้วยลายกลึงบนซี่ล้อ ขาจับไฟหน้าอลูมิเนียมปัดเงา คิ้วเรือนปีกผีเสื้อแบบใหม่ และเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ที่ใช้โครงสร้างโฟมหนาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 10 มม. ยังรวมไปถึง ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบเฉียง บ่งบอกถึงกลิ่นอายของสไตล์รถคลาสสิกเท่ ๆ แบบผู้ดีเลยครับ ในขณะที่ขุมพลังเครื่องยนต์เป็นแบบสูบคู่ Bonneville ขนาด 900 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว กับระบบเกียร์แบบ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 65 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 80 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบ ซึ่งสามารถส่งกำลังแรงบิดได้อย่างนุ่มนวล และทันใจตั้งแต่ช่วงรอบต่ำจนถึงรอบกลาง ๆ ส่วนรอบปลายคงไม่ต้องพูดถึง อีกทั้งเครื่องยนต์ยังผ่านการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน Euro 5 ด้วยการปล่อยไอเสียที่น้อยลงและสะอาดมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และคลัตช์ระบบผ่อนแรงที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก สำหรับช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือนในรุ่นนี้ จะใช้โช้คอัพหน้าแบบคาร์ทริดจ์ ขนาด 41 มม.แถมมากับยางหุ้มโช้ค และโช้คอัพสตรัทสปริงคู่ด้านหลัง สามารถปรับพรีโหลดได้ พร้อมระเบรก กับดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลอยตัวขนาด 310 มม. คาลิเปอร์ Brembo แบบ 4 ลูกสูบ และดิสก์เบรกหลังขนาด 255 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียวจาก Nissin แถมมากับระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ต่อมาที่ล้อหน้า-หลังขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้ว และยางหน้า 110/90 และยางหลัง 150/70 โดยน้ำหนักตัวรถทางโรงงานเคลมมาให้ที่ 217 กก. และถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ สปีด ทวิน 900 ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน เพื่อเสริมความสามารถในการขับขี่ และมิติการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น ทั้งโหมดการขับขี่ 2 โหมด ( Road, Rain) ระบบคันเร่งไฟฟ้า ช่วยให้การควบคุมรถสเถียรภาพมากยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง ระบบป้องกันการโจรกรรมซึ่งซ่อนอยู่ภายในกุญแจ รวมทั้งไฟท้าย LED และช่องชาร์จไฟ USB ใต้เบาะที่นั่ง ที่ให้มาในรุ่นนี้อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลคลาสสิกเมืองผู้ดี จริง ๆ เลยครับ ทั้งการออกแบบ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และเทคโนโลยีที่ให้มาแบบเต็มพิกัด มีให้ใช้แบบเหลือเฟือ สำหรับราคารุ่นนี้ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 407,000 บาท และรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (Chrome Edition) ราคาเปิดตัวที่ 422,000 บาท โดยสามารถติดต่อขอดูรถตัวจริงได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับขี่ได้ที่ https://www.triumphmotorcycles.co.th/ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS โมเดลพิมพ์นิยม ของคนไทย Vespa GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS โมเดลใหม่จากทางค่ายเวสป้า ดีไซน์เหนือระดับกับลุคสปอร์ตสุดโดดเด่นในทุกมิติ โฉบเฉี่ยวไปกับลายกราฟิกใหม่ กับเครื่องยนต์สูบเดียว 155.1 ซีซี พร้อมที่จะพาคุณโลดแล่นไปพร้อมกับความอิสระครั้งใหม่ ราคาแนะนำที่ 165,900 บาท สีขาว (White Innocenza) ราคาแนะนำที่ 166,900 บาท สีดำ (Black Opaco) และสีเขียว (Green Olive) กุญแจอัจฉริยะ (Smart Keyless) ระบบไฟส่องสว่าง LED เรือนไมล์อนาล็อก พร้อมจอแสดงผลดิจิทัล ระบบเบรก ABS เบาะดีไซน์แบบใหม่ สเปค GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ i-Get สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 155.1 ซีซี แรงม้า (เคลม) 15.6 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 15 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 120/70-12 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-12 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพไฮดรอลิกแบบแขนเดี่ยวทำงาน สองทิศทาง ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพคู่ ปรับระดับการรองรับน้ำหนักได้ 4 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรก ขนาด 220 มม.(ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรก ขนาด 220 มม. (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 795 x 1,980 x NA ระยะฐานล้อ 1,380 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 800 มม. น้ำหนักรถ 150 กก. ความจุถังน้ำมัน 6.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบกุญแจอัจฉริยะ (Smart Keyless) ระบบส่องสว่าง Full LED หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล ระบบเบรก ABS ระบบสตาร์ท – สต็อป สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS สีเขียว Green Olive และสีดำ Black Opaco ราคา 166,900 บาท รุ่น GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS สีขาว White Innocenza ราคา 165,900 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda

รถเก๋งเบียดรถเมล์ กลางถนนเพราะพยายามเปลี่ยนเลนกะทันหัน เจาะลึกข้อกฎหมายจราจร ใครเป็นฝ่ายผิด? พร้อมจุดอับสายตาที่คนขับรถเล็กต้องระวัง

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกแชร์ว่อนในโลกออนไลน์ทันที เมื่อมีเพจจำหน่ายรถมือสองประกาศขายรถยนต์จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ ด้วยกลยุทธ์การตั้งราคาที่สะดุดตาอย่างยิ่ง

Toyota Yaris Hatchback 2026 ราค ล่าสุด 1 ม.ค. 2569 เช็กตารางเปรียบเทียบราคา Yaris 2025 vs 2026 และออปชั่นที่เพิ่มเข้ามาได้ที่นี่

ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 เริ่มใช้ 1 ม.ค. 69 รถ EV ลดเหลือ 2% ขณะที่รถสันดาปและรถหรูภาษีพุ่งสูงถึง 50% เช็กตารางภาษีใหม่ทุกประเภทที่นี่

เกิดเหตุ Range Rover ไฟไหม้ขณะขับขึ้นดอยผาหมี อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย วอดทั้งคันไร้เจ็บ เตือนนักท่องเที่ยวเช็กสภาพรถก่อนขึ้นเขา

KTM Thailand ร่วมระเบิดความมันส์ ใน SuperBikeMag Trackday 2023 KTM Thailand จัดเซอร์ไพรส์เอาใจสาวกค่ายรถสีส้ม ร่วมสัมผัสประสบการณ์บนสนามแข่ง กับการแข่งขัน ใน SuperBikeMag.com Trackday & Trophy 2023 วันที่ 10-11 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ สนามพีระเซอร์กิต พัทยา สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อมอบความสนุกให้กับนักบิดสายเลือดสีส้ม ตรงคอนเซปท์ Ready To Race โดยพาลูกค้ามาลองฝึกการขับขี่ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำ วิธีการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย รวมไปถึงจัดรุ่นแข่งเฉพาะสายเคทีเอ็ม ในรุ่น KTM Trophy ได้ปลดล็อกลิมิต หวดความเร็วแบบเอ็กซ์คลูซีฟตลอดทั้ง 2 วัน ยังรวมไปถึงเอาใจสายลุย กับการแข่งขันในรุ่นไฮไลท์อย่าง SuperMoto พร้อมกับการโชว์ลีลาสุดเร้าใจ ทั้ง ยกล้อ ลุยดิน กระโดดโหนเนิน เรียกได้ว่าฝุ่นตลบอบอวลทั้งสนาม สร้างสีสันการแข่งให้สนุกเพิ่มยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทาง KTM ยังให้บริการเซอร์วิสรถบิ๊กไบค์ และบริการตรวจเช็คสภาพรถ จากช่างชำนาญการจากเคทีเอ็ม ก่อนลงไปขับขี่มันส์ ๆ บนแทร็ก พร้อมกันนี้ยังจัดทัพ ขนสินค้า เข้ามาจัดจำหน่ายภายในงานนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าเซอร์วิส จัดเต็มสุด ๆ เดี๋ยวพาไปรับชมบรรยากาศภายในงานกันครับ บรรยากาศคึกคัก รถแข่ง…แต่งเต็มพิกัด KTM RC390 ไฮไลท์สายสปอร์ตตัวแรง บูธแสดงรถ พร้อมให้บริการคำแนะนำเรื่องรถ จากทีมงาน KTM พร้อมตรวจเช็คสภาพ ก่อนลงไปขับขี่ในแทร็กมันส์ ๆ เปิดแลนเวย์เฉพาะรุ่นกับ KTM Trophy บรรยากาศการแข่งขัน และการรับรางวัลบนโพเดียม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รีวิว Vespa GTS Super Sport 150 i-Get ABS 2023 อัปเกรดความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น พบกับการรีวิวกันอีกเช่นเคย และครั้งนี้ทาง SuperBike Thailand มารีวิวและทดสอบ Vespa GTS Super Sport 150 i-Get ABS เวสป้ารุ่นใหม่ล่าสุดเวอร์ชัน 2023 เดี๋ยวมาดูกัน ว่ารุ่นนี้มีสมรรถนะ เครื่องยนต์ ช่วงล่างและเทคโนโลยี กับการทดสอบแบบจัดเต็มทั้งวัน จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปติดตามชมกันครับ รุ่นน้องเล็กแต่ใช้เฟรมใหญ่สุด สำหรับโมเดลรุ่นนี้ ถือว่าเป็นโมเดลน้องเล็กสุดในตระกูล GTS รุ่นปี 2023 นั่นเองครับ มากับเฟรมไซซ์ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นเฟรมเดียวกับโมเดลรุ่นพี่ในตระกูล GTS จากทางค่ายอีกด้วย โดยโมเดลเวสป้ารุ่นนี้ ไม่ได้มีดีแค่ภายนอกอย่างเดียว ยังมีสมรรถนะแบบสปอร์ต และฟีเจอร์การใช้งาน ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ให้อีกด้วย ดีไซน์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น ในด้านรูปลักษณ์การดีไซน์ Vespa GTS Super Sport i-Get ABS แน่นอนว่ารุ่นนี้ นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นโมเดลที่มีเอกลักษณ์ความคลาสสิกเฉพาะตัวดั้งเดิมอยู่แล้ว ยังมีการออกแบบให้ความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ดีไซน์ใหม่รอบคันสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ Tie แบบใหม่ ลายคาร์บอน บังโคลนดีไซน์ใหม่ เสริมความหล่อมากยิ่งขึ้น เรือนไมล์แบบผสม LCD และอนาล็อก ล้อแม็กดีไซน์ใหม่ ขนาด 12 นิ้ว โดยปรับเปลี่ยนดีไซน์มาใหม่ในหลาย ๆ จุดด้วยกัน ทั้งไฟหน้าทรงกลม ไฟท้ายและไฟเลี้ยวดีไซน์มาใหม่ พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ บังโคลนและล้อแม็กแต่งใหม่ ตัวเรือนไมล์ กระจกข้าง ที่พักเท้า ช่องลม มือจับคนซ้อน รวมไปถึง ตัวเบาะดีไซน์แบบ 2 ระดับ เย็บตะเข็บได้สวยงาม อีกทั้ง ยังมีการตกแต่งเส้นสายลายกราฟิกสีดำตัดกับสีส้มที่บังโคลนหน้าและเฟรมด้านท้าย เฟรมด้านข้าง พร้อมลายกราฟิกใหม่ ช่องลมดีไซน์ใหม่ สวยหรู ยางกันลื่น พร้อมลวดลายโลโก้ Vespa ช่องดักลมด้านหน้า ยังรวมไปถึงฟีเจอร์การใช้งานที่มีมาให้ ทั้งช่องเก็บของอเนกประสงค์พร้อมตะขอแขวนอเนกประสงค์ด้านหน้า และช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ สามารถเก็บอุปกรณ์ กระเป๋า กล้องถ่ายรูป เอกสาร สัมภาระต่าง ๆ ได้ทั้งหมด ถังน้ำมันใต้เบาะ 6.5 ลิตร ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ประกับสวิตช์ฝั่งซ้ายโครเมียม กับสวิตช์ไฟสูง ไฟต่ำ สวิตช์คอนโทรลเซ็ตติ้งระบบในตัวรถ ไฟเลี้ยว และปุ้มสัญญาณแตร ประกับสวิตช์ฝั่งขวาโครเมียม กับฟังก์ชัน ล็อกเบาะไฟฟ้า ระบบสตาร์ท & สต็อป ระบบ Anti Slip Regulation พร้อมสตาร์ทไฟฟ้า มาดูในส่วนประกับแฮนด์ตัวรถที่ชุบโครเมียมสวย ๆ โดยฝั่งประกับทางซ้ายจะพบกับสวิตช์ไฟเลี้ยว สวิตช์ไฟสูง ไฟต่ำ ปุ่มแตร สวิตช์คอนโทรลเซ็ตติ้งฟังก์ชันต่าง ๆ ส่วนทางด้านประกับฝั่งขวา จะมีปุ่มปลดล็อกเบาะ สวิตช์เปิด-ปิด ระบบสตาร์ท & สต็อป ปุ่ม ASR หรือ Anti Slip Regulation ทำหน้าเสมือนโหมดแทร็กชั่นคอนโทรล และปุ่มสตาร์ทมือ เครื่องยนต์ i-Get 155 ซีซี พร้อมประหยัดน้ำมันด้วยระบบ สตาร์ท & สต็อป หม้อน้ำด้านข้าง ช่วยระบายความร้อนเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ i-Get 4 จังหวะ 4 วาล์ว ขนาด 155 ซีซี ในขุมพลังของของโมเดลรุ่นนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ i-Get สูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ขนาด 155.1 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ซัพพอร์ตในเรื่องการเดินทางไกลพร้อมระบบส่งกำลังแบบสายพาน CVT มาพร้อมกับความจุถังน้ำมันขนาด 6.5 ลิตร โดยให้กำลังแรง 11.5 กิโลวัตต์ หรือ 15.4 แรงม้าที่ 8,250 รอบ และแรงบิด 15

Nightster 2023 ราคา สเปค ครูเซอร์สุดจิ๊กโก๋ จากค่ายอินทรี Nightster 2023 สปอร์ตครูเซอร์ สายจิ๊กโก๋จากค่ายอินทรีย์ มากับเครื่องยนต์ Revolution Max 975 V-Twin ขนาด 975 ซีซี พร้อมที่จะพาออกไปลุยในสไตล์เท่ ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ราคาแนะนำ สี Redline Red 662,000 บาท สี Vivid Black 658,000 บาท ระบบไฟ LED รอบคัน เรือนไมล์อนาล็อก และจอดิจิทัล LCD ระบบเบรก ABS โช้คหลังคู่สปริงแบบเปลือย ปรับพรีโหลดได้ Nightster 2023 ราคา ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ Revolution(R) Max 975T แบบ V Twin ระบายความร้อนด้วยของเหลว ปริมาตรกระบอกสูบ 975 ซีซี แรงม้า (เคลม) 90 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 95 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 97.0 x 66.0 มม. อัตราส่วนการอัด 12.0 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ระบบช่องฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์แบบต่อเนื่อง (ESPFI) ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/90 ขนาด 19 นิ้ว ยางหลัง 150/80 ขนาด 16 นิ้ว ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิกที่มีวาล์วแบบ Dual Bending ของ SHOWA™ ขนาด 41 มม. ทริปเปิลแคลมป์ ชุดตะเกียบอะลูมิเนียม ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) จานเบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง จานเบรกแบบตัน พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบลอยแบบเดี่ยว กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,545 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 110 มม. ความสูงเบาะ 705 มม. น้ำหนักรถ 221 กก. ความจุถังน้ำมัน 11.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS ระบบควบคุมการยึดเกาะ TCS ระบบ DRAG-TORQUE SLIP CONTROL (DSCS) สีสันที่มีจำหน่าย สี Redline Red สี Vivid Black อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก