
ด่านตรวจจราจร 2569 ความปลอดภัยประชาชน หรือธุรกิจรายได้จากค่าปรับ?
ด่านตรวจจราจร 2569 ในยุคตัดแต้มใบขับขี่ ความโปร่งใสมีจริงไหม หรือเป็นเพียงกลไกการสร้างรายได้ที่ประชาชนต้องแบกรับ
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ด่านตรวจจราจร 2569 ในยุคตัดแต้มใบขับขี่ ความโปร่งใสมีจริงไหม หรือเป็นเพียงกลไกการสร้างรายได้ที่ประชาชนต้องแบกรับ

โจอัน เมียร์ แซะตลาดนักแข่ง MotoGP ปีล่าสุด รีบเซ็นสัญญาตั้งแต่ต้นปีระวังเสียใจ เตือนเพื่อนร่วมอาชีพดูฟอร์มรถให้ดีก่อนตัดสินใจย้ายทีม

เจาะลึก Italjet Dragster 459 Twin SmartShift เปิดตัวในไทย 2 สูบ 48 แรงม้า พร้อมเกียร์ปุ่มกดและช่วงล่าง ISAS สกู๊ตเตอร์ที่แรงที่สุดในปี 2569

ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า ยอมรับรถแข่ง GP26 ยังมีปัญหายางหน้าในช่วงท้ายของการซ้อม Sprint ที่เซปังฯ เสียเวลาไปกว่า 1 วินาที เตรียมแก้มือสนามสุดท้ายที่บุรีรัมย์

เจาะลึก Avatr 06T รถ Wagon ไฟฟ้าทรงสปอร์ต พร้อม Lidar เจนใหม่จาก Huawei ตรวจจับไกล 250 เมตร และขุมพลัง 600 แรงม้า สวยล้ำเหนือระดับ

วิเคราะห์เหตุสลดไรเดอร์สาวหลบกองดินจนรถล้มถูก 6 ล้อทับเสียชีวิต สะท้อนปัญหา ความปลอดภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ และมาตรฐานถนนไทยที่มักง่าย

Mitsubishi eK X T Premium รถ K-Car ขุมพลังเทอร์โบไฮบริด อัดแน่นเทคโนโลยี MI-PILOT และดีไซน์สุดแสบที่คุณต้องลอง

YECVT Yamaha 2026 เทคโนโลยีชามไฟฟ้าจากยามาฮ่า เจาะลึกฟีเจอร์ Y-Shift ความทนทาน และค่าเซอวิสที่คนใช้ NMAX ต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

Honda BR-V 2026 เวอร์ชั่นเม็กซิโก รถ SUV 7 ที่นั่งอเนกประสงค์ พร้อมวิเคราะห์ความคุ้มค่าของระบบความปลอดภัยและเครื่องยนต์ i-VTEC

เกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์หรูบนทางพิเศษบูรพาวิถี ขาออก ก่อนถึงทางลงบางแก้ว เพลิงลุกไหม้อย่างหนักเสียหายทั้งคัน เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้แล้ว ไร้คนเจ็บ

1915 Cyclone V-Twin วินเทจไบค์ ราคาเบา ๆ 1.3 ล้านดอลลาร์ 1915 Cyclone V-Twin รถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน สายสะสมรถเก่าไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ บทความในคอลัมน์นี้ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย เมื่อ Mecum auctions บริษัทประมูลชื่อดังจากประเทศอเมริกาได้จัดการประมูลรถจักรยานยนต์ประจำปีที่ลาสเวกัส ซึ่งก็มีรถจักรยานยนต์ต่าง ๆ ที่ถูกนำมาประมูล ซึ่งราคาที่สามารปิดได้กันไปในแต่ละคันก็ประทับใจได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่มีเพียงคันเดียวเท่านั้นที่สามารถปิดราคาการประมูลได้มากกว่าหนึ่งล้านดอลลาร์ และเป็นรถจักรยานยนต์คันแรกประวัติศาสตร์ที่สามารถทำได้ โดยรถที่ได้กล่าวถึงเมื่อข้างต้นคือรถจักรยานยนต์ Cyclone V-Twin รถจักรยานยนต์ที่มีอายุกว่า 115 ปีผ่านการบูรณะใหม่หมดจดแทบทุกจุด แล้วนำมาประมูลในงานรถจักรยานยนต์ที่ลาสเวกัส เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งปิดราคาไปกว่า 1.3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีเพียง 14 คันบนโลก และปัจจุบันเท่าที่หาได้มีเพียง 3 คันเท่านั้น ดูผิวเผินอาจจะเป็นรถจักรยานยนต์เก่า ๆ คันนึงแต่ถ้าอยู่ในสายตาของนักสะสมนี่แหละทองคำแท่งชัด ๆ ประวัติของรถจักรยานยนต์ Cyclone Cyclone V-Twin เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตโดย Joerns Motor Manufacturing Company แบรนด์รถจักรยานยนต์ระดับตำนานของสหรัฐอเมริกา โดยแบรนด์นี้ก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีจุดเด่นคือเครื่องยนต์ V-Twin แบบ Overhead Valve (OHV) ที่ล้ำหน้ากว่าเครื่องยนต์แบบ Flathead หรือประเภทของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มี วาล์วอยู่ด้านข้าง (Side-Valve Engine) ที่นิยมใช้กันอย่างมากในยุคนั้น ซึ่งมีราคาวางจำหน่ายในตอนนั้นเพียง 350 ดอลลาร์สหรัฐ (เมื่อประมาณ 100 กว่าปีที่แล้ว) แต่เป็นที่น่าเสียดายเพราะอายุของแบรนด์นี้สิริรวมเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น โดยทางค่ายดำเนินกิจการระหว่างปี 1912 – 1917 ซึ่งสาเหตุที่ปิดตัวของค่ายรถแบรนด์นี้ถูกปิดตัวลงด้วยปัญหาทางการเงิน รายละเอียดเครื่องยนต์ สเปคเครื่องยนต์ของ Cyclone V-Twin ลำนี้มีขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 61 ลูกบาศก์นิ้ว หรือประมาณ 996 ซีซี แบบ Overhead Valve ระบายความร้อนด้วยอากาศ สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้อยู่ที่ 45 แรงม้า ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่แทบไม่เคยมีมาก่อนสำหรับในยุคนั้น และสามารถทำความเร็วได้สูงที่สุดถึง 100 ไมล์ หรือ 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีไซน์ตัวถังของรถจักรยานยนต์คันนี้มีการออกแบบที่เรียบง่ายที่มีลักษณะเพรียวบาง ที่มีเพียงบังโคลน และถังน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบกันสะเทือนหน้ามาเป็นแบบ leaf spring fork พร้อมล้อแบบซี่ลวดเหล็กทั้งด้านหน้า และด้านหลังระบบความปลอดภัยของรถคันนี้ช่วยเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ที่มาพร้อมกับเบรกหลังแบบดรัมเบรก single-leading shoe ขนาด 5 นิ้ว และที่สำคัญ ‘ไม่มีเบรกหน้า’ อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบจ่ายน้ำมันแบบคาบูเรเตอร์, เกียร์แบบสปีดเดียว พร้อมระบบคลัตซ์แบบใช้เท้าที่มาคู่กับระบบสตาร์ทเท้า และเบาะหนังแบบมีสปริงที่มีดีไซน์แบบจักรยานที่ช่วยเติมเต็มเอกลักษณ์ความคลาสสิกของตัวรถ ซึ่งเจ้ารถคันนี้ก็ถูกประมูล และปิดการประมูลไปเป็นที่เรียบร้อย โดยราคาประมูลของ Cyclone V-Twin คันนี้ปิดอยู่ที่ 1,320,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยอยู่ที่ 44,721,600 บาท (สี่สิบสี่ล้านเจ็ดแสนสองหมื่นหนึ่งพันหกร้อยบาทถ้วน) แน่นอนว่าผู้ที่ปิดประมูลไปคงมีวลีในดวงใจที่ว่า ‘ถูกใจไม่มีอะไรแพง’ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Honda DAX125 แสบซ่าส์ สไตล์หมาล่าเนื้อ ตัวแสบ จอมซ่าส์ กับไลฟ์สไตล์แบบนอกกรอบ 2025 Honda DAX125 ที่เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศทางฝั่งยุโรป ที่ยังคงดีไซน์ตั้งแต่ปี 1969 ไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะปรับปรุงในส่วนของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ด้านแชสซี เครื่องยนต์ และการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ตัวรถยังคงเอกลักษณ์เดิมเฟรมแบบ T-Bone ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งดีไซน์ตัวรถมีลักษณ์คล้ายกับสุนัขสายพันธุ์ดัชชุน ที่มีลำตัวยาว แต่ขาสั้นกระทัดรัด ที่จะดึงดูดทุกสายตาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มองเห็น ด้านข้างรถมีเพลท ST125 พร้อมสุนัขสายพันธุ์ดัชชุน พร้อมเบาะนั่งทรงยาวที่ขี่คนเดียวก็เร้าใจ หรือซ้อนท้ายก็สามารถนั่งได้อย่างสบาย ๆ เครื่องยนต์ และช่วงล่างเหมือนเดิม เครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศพละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 9.2 แรงม้าที่ 7,000 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 10.8 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยโซ่พร้อมระบบเกียร์วนแบบ 4 สปีด (หากนึกไม่ออกก็เกียร์ Honda Wave นั่นแหละ) เครื่องยนต์มีการพัฒนาการปล่อยไอเสีย เผื่อให้ผ่านมาตรฐาน EURO 5+ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดไฟฟ้าอัจฉริยะ PGM-FI เอกสิทธิ์เทคโนโลยีเฉพาะจากทางฮอนด้า มาพร้อมถังน้ำมันขนาดนั้น 3.8 ลิตร สามารถวิ่งความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบกันสะเทือนด้านล่างให้มาแบบไม่น่าเกลียด โดยระบบกันสะเทือนด้านหน้ามาพร้อมโช้คอัพหัวกลับขนาดแกน 31 มม. โดยมีระยะยุบอยู่ที่ 100 มม. และด้านหลังมาพร้อมกับโช้คอัพแบบสปริงคู่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม โดยด้านหลังจะขนาบด้วยท่อไอเสียแบบยกสูงพร้อมแผ่นกันความร้อน ที่ติดตั้งลงไปบนตัวรถแล้วก็เพิ่มความหล่อ และมีสไตล์อย่างทวีคูณ ในส่วนของระบบเบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาในรูปแบบของดิสก์เบรกเดี่ยวโดยด้านหน้ามีขนาด 220 มม.มาคู่กันกับระบบ ABS พร้อมล้อขนาด 120/70-12 M/C และด้านหลังมีขนาด 190 มม. ระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ยังคงติดตั้งมาให้ตามสมัยนิยมในศตวรรษที่ 21 อาทิ ระบบไฟแบบ LED และหน้าจอเรือนไมล์ทรงกลมที่บอกข้อมูลการขับขี่ครบ สีสันที่เปิดตัวใหม่ สีดำ เปิดตัวในต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ในส่วนของการวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ไม่ต้องคาดการณ์เพราะยังไงทางฮอนด้าก็นำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างแน่นอน โดยราคาวางจำหน่ายอาจจะอยู่ที่ราว ๆ 84,900 บาท (ราคานี้แหละ เพราะโฉมปัจจุบันที่วางจำหน่ายในประเทศไทยก็ราคานี้) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Buell Hammerhead 1190 ฉลามหัวค้อน เครื่องยนต์ V-Twin พามาชมซูเปอร์ไบค์อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจจากค่ายผู้ผลิตในอเมริกา Buell Motorcycle อย่าง 2025 Buell Hammerhead 1190 ตัวซิ่งสูบวีพิกัด 1,190 ซีซี พร้อมจำหน่ายกับราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 20,995 ดอลล่าร์หรือราว ๆ 7.15 แสนบาท ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ เครื่องยนต์พื้นฐาน Haley ด้วยความน่าสนใจในเรื่องของดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ กับสปอร์ตฟูลแฟริ่งเครื่องยนต์วีทวิน 72 องศา ออกแบบด้านข้างและถังน้ำมันดูเสมือนคลีปฉลามขนาดใหญ่ ให้กำลังแรงม้ามากถึง 185 แรงม้าที่ 10,600 รอบ และแรงบิด 137.8 นิวตันเมตรที่ 8,200 รอบ ใช้ระบบหัวฉีดแบบพอร์ตคู่ ระบบเกียร์ 6 สปีด และแน่นอนว่าเสียงท่อนั้นกระเส้าเร้าใจอย่างแน่นอน @buellmotorcycles Buell American Motorcycles, assembled by hand right here at our factory in Grand Rapids, MI, USA 🇺🇸🏁 Each bike is crafted with precision with craftsmanship and long-term reliability our top priority. All production models feature the Buell 1190cc V-Twin engine, fully liquid cooled with 185 HP & 102 FT-LBS of torque, while weighing under 420 lbs on full carbon fiber body work. Buell Hammerhead 1190 & 1190SX models are in production and available to order now at www.buellmotorcycle.com #Buell #BuellMotorcycles #BuellHammerhead #Buell1190sx #BuellSuperCruiser #BuellSuperTouring #GrandRapids #Michigan #PureMichigan #USA #AmericanBuilt #Handbuilt #Vtwin #carbonfiber ♬ BOUNCE – THIRST @calgarycyclecity1 All Buell Hammerhead 1190 and 1190SX’s come completely carbon fiber from the factory!🖤 Would you buy one? #buell #motorcycles #sportbikes #carbonfiber #bikelife #motorcyclesoftiktok #bikeshop #calgarycyclecity ♬ original sound – calgary cycle city รวมถึงจุดเด่นอื่น ๆ ถ้าหากเราลองสังเกตดู รุ่นนี้ให้จานดิสก์หน้าขนาดมหึมามาขนาด 386 มม.พร้อมกับคาลิเปอร์ 8 ลูกสูบ ส่วนดิสก์หลังเป็นขนาด 220 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ ล้อหน้าดีไซน์แบบก้านคู่ ส่วนล้อหลังดีไซน์เป็นรูปดาวซึ่งล่อขึ้นจากวัสดุอลูมิเนียม ส่วนโช้คให้มาเป็นรุ่น Showa BPF หน้าอัปไซส์ดาวน์และโช้คเดี่ยวด้านหลัง โดยมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 190 กก.

ก้อง สมเกียรติรับ ต้องพัฒนาการขี่ให้มากกว่านี้ ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดจากทีม LCR Honda ได้ออกมาเผยว่าเขานั้นต้องพัฒนา และเรียนรู้ในการขับขี่เจ้า RC213V ให้มากกว่านี้ เพราะการขับขี่ในระดับ MotoGP นั้นแตกต่างกับตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง เพราะมันมีความแตกต่างกันอยู่หลายจุด “พวกเรามีเวลาสามวันสำหรับการทดสอบในรอบ Shakedown Test แต่ผมนั้นได้มีโอกาสลงซ้อมแค่สองวันเท่านั้น และรถของผมที่ใช้ซ้อมเป็นรถใหม่ทั้งหมดเมื่อเทียบกับการซ้อมที่บาร์เซโลน่า เนื่องจากทีมของผมอยากให้ผมได้เริ่มทดสอบกับรถปี 2025 และเปรียบเทียบว่ามันแตกต่างกับรถปี 2024 อย่างไรบ้าง” ในการทดสอบวันแรกในรอบ Shakedown Test ก้อง สมเกียรติก็ได้ทำการเช็ครายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถ เรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ รวมไปถึงการทดลองในการใช้ตัวช่วยต่าง ๆ โดยเจ้าตัวยังบอกอีกว่าสิ่งที่ยากที่สุดตอนนี้คือการควบคุมความเร็ว และการคำนวนในจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะมันมีความแตกต่างจากตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง “ในการทดสอบวันแรกที่ผมได้พบกับรถใหม่ ผมก็เริ่มจากการตรวจเช็ครายละเอียดต่าง ๆ และพยายามเรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ” “ผมพยายามใช้ตัวช่วยของรถในจุดที่จำเป็น เพราะเมื่อผมเทียบกับทาคา (ทาคาอากิ นาคากามิ) เมื่อปีที่แล้ว ยังมีบางจุดที่ผมช้ากว่าเขาในการใช้ตัวช่วยที่ล้อหลัง แต่ผมคิดว่าตอนนี้พวกเรากำลังก้าวไปในทิศทางที่ดีขึ้น” “สำหรับผมตอนนี้ สิ่งที่ยากที่สุดคือการใช้ความเร็ว รวมไปถึงจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้เบรกคาร์บอน ทำให้จุดเบรกของผมแตกต่างจาก Moto2 และความเร็วในการเข้าโค้งนั้นก็แตกต่างจากตอนที่ขี่ Moto2 ด้วย” เวลาที่ทำได้ดีที่สุดต่อรอบของ ก้อง สมเกียรติ ใน Shakedown Test2025 การซ้อมวันที่ 2 2:01.028 การซ้อมวันที่ 3 2:00.550 ก้องจะลงทดสอบ RC213V อย่างเป็นทางการอีกครั้งในการทดสอบรอบ Sepang Test ที่ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะแข่งขันในโฮมเรซเป็นสนามแรกระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

1915 Cyclone V-Twin วินเทจไบค์ ราคาเบา ๆ 1.3 ล้านดอลลาร์ 1915 Cyclone V-Twin รถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน สายสะสมรถเก่าไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ บทความในคอลัมน์นี้ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย เมื่อ Mecum auctions บริษัทประมูลชื่อดังจากประเทศอเมริกาได้จัดการประมูลรถจักรยานยนต์ประจำปีที่ลาสเวกัส ซึ่งก็มีรถจักรยานยนต์ต่าง ๆ ที่ถูกนำมาประมูล ซึ่งราคาที่สามารปิดได้กันไปในแต่ละคันก็ประทับใจได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่มีเพียงคันเดียวเท่านั้นที่สามารถปิดราคาการประมูลได้มากกว่าหนึ่งล้านดอลลาร์ และเป็นรถจักรยานยนต์คันแรกประวัติศาสตร์ที่สามารถทำได้ โดยรถที่ได้กล่าวถึงเมื่อข้างต้นคือรถจักรยานยนต์ Cyclone V-Twin รถจักรยานยนต์ที่มีอายุกว่า 115 ปีผ่านการบูรณะใหม่หมดจดแทบทุกจุด แล้วนำมาประมูลในงานรถจักรยานยนต์ที่ลาสเวกัส เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งปิดราคาไปกว่า 1.3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีเพียง 14 คันบนโลก และปัจจุบันเท่าที่หาได้มีเพียง 3 คันเท่านั้น ดูผิวเผินอาจจะเป็นรถจักรยานยนต์เก่า ๆ คันนึงแต่ถ้าอยู่ในสายตาของนักสะสมนี่แหละทองคำแท่งชัด ๆ ประวัติของรถจักรยานยนต์ Cyclone Cyclone V-Twin เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตโดย Joerns Motor Manufacturing Company แบรนด์รถจักรยานยนต์ระดับตำนานของสหรัฐอเมริกา โดยแบรนด์นี้ก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยมีจุดเด่นคือเครื่องยนต์ V-Twin แบบ Overhead Valve (OHV) ที่ล้ำหน้ากว่าเครื่องยนต์แบบ Flathead หรือประเภทของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มี วาล์วอยู่ด้านข้าง (Side-Valve Engine) ที่นิยมใช้กันอย่างมากในยุคนั้น ซึ่งมีราคาวางจำหน่ายในตอนนั้นเพียง 350 ดอลลาร์สหรัฐ (เมื่อประมาณ 100 กว่าปีที่แล้ว) แต่เป็นที่น่าเสียดายเพราะอายุของแบรนด์นี้สิริรวมเพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น โดยทางค่ายดำเนินกิจการระหว่างปี 1912 – 1917 ซึ่งสาเหตุที่ปิดตัวของค่ายรถแบรนด์นี้ถูกปิดตัวลงด้วยปัญหาทางการเงิน รายละเอียดเครื่องยนต์ สเปคเครื่องยนต์ของ Cyclone V-Twin ลำนี้มีขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 61 ลูกบาศก์นิ้ว หรือประมาณ 996 ซีซี แบบ Overhead Valve ระบายความร้อนด้วยอากาศ สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้อยู่ที่ 45 แรงม้า ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่แทบไม่เคยมีมาก่อนสำหรับในยุคนั้น และสามารถทำความเร็วได้สูงที่สุดถึง 100 ไมล์ หรือ 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีไซน์ตัวถังของรถจักรยานยนต์คันนี้มีการออกแบบที่เรียบง่ายที่มีลักษณะเพรียวบาง ที่มีเพียงบังโคลน และถังน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบกันสะเทือนหน้ามาเป็นแบบ leaf spring fork พร้อมล้อแบบซี่ลวดเหล็กทั้งด้านหน้า และด้านหลังระบบความปลอดภัยของรถคันนี้ช่วยเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ที่มาพร้อมกับเบรกหลังแบบดรัมเบรก single-leading shoe ขนาด 5 นิ้ว และที่สำคัญ ‘ไม่มีเบรกหน้า’ อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบจ่ายน้ำมันแบบคาบูเรเตอร์, เกียร์แบบสปีดเดียว พร้อมระบบคลัตซ์แบบใช้เท้าที่มาคู่กับระบบสตาร์ทเท้า และเบาะหนังแบบมีสปริงที่มีดีไซน์แบบจักรยานที่ช่วยเติมเต็มเอกลักษณ์ความคลาสสิกของตัวรถ ซึ่งเจ้ารถคันนี้ก็ถูกประมูล และปิดการประมูลไปเป็นที่เรียบร้อย โดยราคาประมูลของ Cyclone V-Twin คันนี้ปิดอยู่ที่ 1,320,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยอยู่ที่ 44,721,600 บาท (สี่สิบสี่ล้านเจ็ดแสนสองหมื่นหนึ่งพันหกร้อยบาทถ้วน) แน่นอนว่าผู้ที่ปิดประมูลไปคงมีวลีในดวงใจที่ว่า ‘ถูกใจไม่มีอะไรแพง’ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Honda DAX125 แสบซ่าส์ สไตล์หมาล่าเนื้อ ตัวแสบ จอมซ่าส์ กับไลฟ์สไตล์แบบนอกกรอบ 2025 Honda DAX125 ที่เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศทางฝั่งยุโรป ที่ยังคงดีไซน์ตั้งแต่ปี 1969 ไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะปรับปรุงในส่วนของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ ด้านแชสซี เครื่องยนต์ และการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ตัวรถยังคงเอกลักษณ์เดิมเฟรมแบบ T-Bone ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งดีไซน์ตัวรถมีลักษณ์คล้ายกับสุนัขสายพันธุ์ดัชชุน ที่มีลำตัวยาว แต่ขาสั้นกระทัดรัด ที่จะดึงดูดทุกสายตาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มองเห็น ด้านข้างรถมีเพลท ST125 พร้อมสุนัขสายพันธุ์ดัชชุน พร้อมเบาะนั่งทรงยาวที่ขี่คนเดียวก็เร้าใจ หรือซ้อนท้ายก็สามารถนั่งได้อย่างสบาย ๆ เครื่องยนต์ และช่วงล่างเหมือนเดิม เครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศพละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 9.2 แรงม้าที่ 7,000 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 10.8 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยโซ่พร้อมระบบเกียร์วนแบบ 4 สปีด (หากนึกไม่ออกก็เกียร์ Honda Wave นั่นแหละ) เครื่องยนต์มีการพัฒนาการปล่อยไอเสีย เผื่อให้ผ่านมาตรฐาน EURO 5+ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดไฟฟ้าอัจฉริยะ PGM-FI เอกสิทธิ์เทคโนโลยีเฉพาะจากทางฮอนด้า มาพร้อมถังน้ำมันขนาดนั้น 3.8 ลิตร สามารถวิ่งความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบกันสะเทือนด้านล่างให้มาแบบไม่น่าเกลียด โดยระบบกันสะเทือนด้านหน้ามาพร้อมโช้คอัพหัวกลับขนาดแกน 31 มม. โดยมีระยะยุบอยู่ที่ 100 มม. และด้านหลังมาพร้อมกับโช้คอัพแบบสปริงคู่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม โดยด้านหลังจะขนาบด้วยท่อไอเสียแบบยกสูงพร้อมแผ่นกันความร้อน ที่ติดตั้งลงไปบนตัวรถแล้วก็เพิ่มความหล่อ และมีสไตล์อย่างทวีคูณ ในส่วนของระบบเบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาในรูปแบบของดิสก์เบรกเดี่ยวโดยด้านหน้ามีขนาด 220 มม.มาคู่กันกับระบบ ABS พร้อมล้อขนาด 120/70-12 M/C และด้านหลังมีขนาด 190 มม. ระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ยังคงติดตั้งมาให้ตามสมัยนิยมในศตวรรษที่ 21 อาทิ ระบบไฟแบบ LED และหน้าจอเรือนไมล์ทรงกลมที่บอกข้อมูลการขับขี่ครบ สีสันที่เปิดตัวใหม่ สีดำ เปิดตัวในต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ในส่วนของการวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ไม่ต้องคาดการณ์เพราะยังไงทางฮอนด้าก็นำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างแน่นอน โดยราคาวางจำหน่ายอาจจะอยู่ที่ราว ๆ 84,900 บาท (ราคานี้แหละ เพราะโฉมปัจจุบันที่วางจำหน่ายในประเทศไทยก็ราคานี้) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Buell Hammerhead 1190 ฉลามหัวค้อน เครื่องยนต์ V-Twin พามาชมซูเปอร์ไบค์อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจจากค่ายผู้ผลิตในอเมริกา Buell Motorcycle อย่าง 2025 Buell Hammerhead 1190 ตัวซิ่งสูบวีพิกัด 1,190 ซีซี พร้อมจำหน่ายกับราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 20,995 ดอลล่าร์หรือราว ๆ 7.15 แสนบาท ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ เครื่องยนต์พื้นฐาน Haley ด้วยความน่าสนใจในเรื่องของดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ กับสปอร์ตฟูลแฟริ่งเครื่องยนต์วีทวิน 72 องศา ออกแบบด้านข้างและถังน้ำมันดูเสมือนคลีปฉลามขนาดใหญ่ ให้กำลังแรงม้ามากถึง 185 แรงม้าที่ 10,600 รอบ และแรงบิด 137.8 นิวตันเมตรที่ 8,200 รอบ ใช้ระบบหัวฉีดแบบพอร์ตคู่ ระบบเกียร์ 6 สปีด และแน่นอนว่าเสียงท่อนั้นกระเส้าเร้าใจอย่างแน่นอน @buellmotorcycles Buell American Motorcycles, assembled by hand right here at our factory in Grand Rapids, MI, USA 🇺🇸🏁 Each bike is crafted with precision with craftsmanship and long-term reliability our top priority. All production models feature the Buell 1190cc V-Twin engine, fully liquid cooled with 185 HP & 102 FT-LBS of torque, while weighing under 420 lbs on full carbon fiber body work. Buell Hammerhead 1190 & 1190SX models are in production and available to order now at www.buellmotorcycle.com #Buell #BuellMotorcycles #BuellHammerhead #Buell1190sx #BuellSuperCruiser #BuellSuperTouring #GrandRapids #Michigan #PureMichigan #USA #AmericanBuilt #Handbuilt #Vtwin #carbonfiber ♬ BOUNCE – THIRST @calgarycyclecity1 All Buell Hammerhead 1190 and 1190SX’s come completely carbon fiber from the factory!🖤 Would you buy one? #buell #motorcycles #sportbikes #carbonfiber #bikelife #motorcyclesoftiktok #bikeshop #calgarycyclecity ♬ original sound – calgary cycle city รวมถึงจุดเด่นอื่น ๆ ถ้าหากเราลองสังเกตดู รุ่นนี้ให้จานดิสก์หน้าขนาดมหึมามาขนาด 386 มม.พร้อมกับคาลิเปอร์ 8 ลูกสูบ ส่วนดิสก์หลังเป็นขนาด 220 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ ล้อหน้าดีไซน์แบบก้านคู่ ส่วนล้อหลังดีไซน์เป็นรูปดาวซึ่งล่อขึ้นจากวัสดุอลูมิเนียม ส่วนโช้คให้มาเป็นรุ่น Showa BPF หน้าอัปไซส์ดาวน์และโช้คเดี่ยวด้านหลัง โดยมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 190 กก.

ก้อง สมเกียรติรับ ต้องพัฒนาการขี่ให้มากกว่านี้ ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดจากทีม LCR Honda ได้ออกมาเผยว่าเขานั้นต้องพัฒนา และเรียนรู้ในการขับขี่เจ้า RC213V ให้มากกว่านี้ เพราะการขับขี่ในระดับ MotoGP นั้นแตกต่างกับตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง เพราะมันมีความแตกต่างกันอยู่หลายจุด “พวกเรามีเวลาสามวันสำหรับการทดสอบในรอบ Shakedown Test แต่ผมนั้นได้มีโอกาสลงซ้อมแค่สองวันเท่านั้น และรถของผมที่ใช้ซ้อมเป็นรถใหม่ทั้งหมดเมื่อเทียบกับการซ้อมที่บาร์เซโลน่า เนื่องจากทีมของผมอยากให้ผมได้เริ่มทดสอบกับรถปี 2025 และเปรียบเทียบว่ามันแตกต่างกับรถปี 2024 อย่างไรบ้าง” ในการทดสอบวันแรกในรอบ Shakedown Test ก้อง สมเกียรติก็ได้ทำการเช็ครายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถ เรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ รวมไปถึงการทดลองในการใช้ตัวช่วยต่าง ๆ โดยเจ้าตัวยังบอกอีกว่าสิ่งที่ยากที่สุดตอนนี้คือการควบคุมความเร็ว และการคำนวนในจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะมันมีความแตกต่างจากตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง “ในการทดสอบวันแรกที่ผมได้พบกับรถใหม่ ผมก็เริ่มจากการตรวจเช็ครายละเอียดต่าง ๆ และพยายามเรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ” “ผมพยายามใช้ตัวช่วยของรถในจุดที่จำเป็น เพราะเมื่อผมเทียบกับทาคา (ทาคาอากิ นาคากามิ) เมื่อปีที่แล้ว ยังมีบางจุดที่ผมช้ากว่าเขาในการใช้ตัวช่วยที่ล้อหลัง แต่ผมคิดว่าตอนนี้พวกเรากำลังก้าวไปในทิศทางที่ดีขึ้น” “สำหรับผมตอนนี้ สิ่งที่ยากที่สุดคือการใช้ความเร็ว รวมไปถึงจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้เบรกคาร์บอน ทำให้จุดเบรกของผมแตกต่างจาก Moto2 และความเร็วในการเข้าโค้งนั้นก็แตกต่างจากตอนที่ขี่ Moto2 ด้วย” เวลาที่ทำได้ดีที่สุดต่อรอบของ ก้อง สมเกียรติ ใน Shakedown Test2025 การซ้อมวันที่ 2 2:01.028 การซ้อมวันที่ 3 2:00.550 ก้องจะลงทดสอบ RC213V อย่างเป็นทางการอีกครั้งในการทดสอบรอบ Sepang Test ที่ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะแข่งขันในโฮมเรซเป็นสนามแรกระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Dorna Sport ลงดาบมาร์ติน เหตุเตรียมชิ่งต้นสังกัด Dorna Sport ผู้ถือลิขสิทธิ์การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (หรือรู้จักกันในนามของ MotoGP) แต่เพียงผู้เดียว ออกมาสั่งลงดาบแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ว่านักบิดรายนี้จะไม่สามารถย้ายไปร่วมแข่งขันให้กับทีมอื่นได้ หากยังไม่มีการเคลียร์สัญญากับทาง Aprilia Racing ให้เรียบร้อยเสียก่อน ดูเหมือนว่าฝันของฆอร์เก้ มาร์ติน กับการย้ายเข้าไปร่วมแข่งขันภายใต้ต้นสังกัดอื่นอาจจะไม่ได้เรียบง่ายเหมือนที่วาดฝันไว้เสียแล้ว เมื่อ Carmelo Ezpeleta (คาร์เมโล เอซเปเลต้า) ซีอีโอของทาง Dorna Sport ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า ‘มาร์ติเนเตอร์’ จะไม่สามารถย้ายไปร่วมแข่งขันให้กับทีมอื่นได้ หากยังไม่เคลียร์สัญญากับต้นสังกัดเดิมก่อน ทางด้านผู้จัดการส่วนตัวของฆอร์เก้ มาร์ตินอย่าง Albert Valera (อัลเบิร์ต วาเลร่า) ได้ออกมาเปิดเผยว่าฆอร์เก้ มาร์ติน ‘หมดสัญญาสำหรับ Aprilia ในปีหน้าแล้ว’ ‘ตอนนี้เขาเปิดกว้างอย่างสมบูรณ์ อิสระ และเราจะรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต’ หนึ่งในบทสัมภาษณ์ของผู้จัดการส่วนตัวของฆอร์เก้ มาร์ตินกล่าวกับสื่อ MotoGP.com อีกทั้งยังเผยอีกว่ามาร์ตินนั้นมีเงื่อนไขในการยกเลิกสัญญา และตอนนี้นักแข่งคนดังกล่าวก็มีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิ์ดังกล่าวแล้ว ‘เขามีเงื่อนไขในสัญญา และเขามีสิทธิ์ที่จะใช้มัน ซึ่งเขาก็ได้ใช้แล้ว’ ฆอร์เก้ มาร์ตินพลาดการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ไปแล้ว 9 สนามจาก 10 สนาม เนื่องจากอาการบาดเจ็บหลายครั้ง โดยมาร์ตินเชื่อว่าอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวสามารถนำมาเป็นหนึ่งเหตุผลที่สามารถใช้ฉีกสัญญาของเจ้าตัวกับทีม Aprilia ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของ Aprilia ระบุเกี่ยวกับสัญญาว่าสัญญาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย ‘สัญญาระหว่าง Aprilia Racing กับฮอร์เก มาร์ติน ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ และจะต้องได้รับการเคารพจากทั้งสองฝ่ายจนถึงวันหมดอายุ (สิ้นสุดปี 2026)’ ซึ่งซีอีโอของทางดอร์นาสปอร์ตก็ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sport Italia ว่าตัวเขาเองก็ไม่รอช้า อยากจะออกมากล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยการยกเลิกสัญญาควรเป็นการตกลงกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจ เพื่อความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย ‘ถ้าทั้งสองฝ่ายมีความตั้งใจและต้องการยุติสัญญา ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังยืนยันว่าสัญญายังคงมีผลบังคับใช้ ผู้พิพากษาที่ระบุไว้ในสัญญาจะต้องเป็นผู้ตัดสินว่าใครถูก’ ‘ทาง Dorna จะไม่อนุญาตให้ใครเข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้: ไม่ว่าจะต้องมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อยุติสัญญา หรือให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน’ แน่นอนว่าหลังจากที่ซีอีโอของทางดอร์น่าออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซีอีโอของค่าย Aprilia อย่าง Massimo Rivola (มัสซิโม่ ริโวล่า) ก็ออกมาสนับสนุนคำพูดของทางดอร์น่าพร้อมให้เหตุผลประกอบว่าตอนนี้มาร์ตินยังเป็นนักแข่งของทางค่าย และจะไม่สามารถย้ายไปไหนได้ ‘จุดยืนของเรายังเหมือนเดิม นักแข่งยังอยู่ภายใต้สัญญากับเรา และอย่างที่คาร์เมโลพูดไว้ ถ้านักแข่งยังมีสัญญากับ Aprilia… ก็ไม่ได้เป็นอิสระ และไม่สามารถย้ายไปไหนได้’ ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามสำหรับฆอร์เก้ มาร์ตินว่าจะสามารถกลับมาลงสนามให้กับต้นสังกัดปัจจุบันได้ในการแข่งขันสนามใด แต่จากการคาดการณ์อาจจะเป็นไปได้ที่จะสามารถมาลงสนามในการแข่งขันที่ประเทศ Grand Prix of Czechia สาธารณรัฐเช็กในช่วงระหว่างวันที่ 18-20 กรกฎาคม หรือหลังพักเบรกฤดูกาลกับการแข่งขัน Grand Prix of Austria ประเทศออสเตรีย ในช่วงระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคมนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ นักบิดสัญชาติไทยจากทีม LCR Honda ยอมรับกำลังมุ่งพัฒนาการขับขี่เพื่อทีมฮอนด้า ตอนนี้กำลังเร่งพัฒนาตามอเล็กซ์ เอสปากาโร่

Douglas Motorcycle นำเจ้าคุณปู่อายุกว่า 100 ปีมาประมูล Douglas Motorcycle แบรนด์รถจักรยานยนต์จากประเทศอังกฤษ โดยทางแบรนด์มีอายุแค่เพียง 50 ปีเท่านั้น (ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1907 จนถึงปี 1957) มีฐานการผลิตอยู่ที่ Kingswood เมือง Bristol โดยเป็นเจ้าของโดยตระกูล Douglas และเป็นที่รู้จักโดยเฉพาะจากรถจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์ 2 สูบวางในแนวนอน ซึ่งในปี 2025 นี้หนึ่งในโมเดลของค่ายดักลาสอย่าง Douglas 2 ¾ จากปี 1922 เป็นรถที่เคยใช้งานในช่วงยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เตรียมนำออกมาสู่การประมูลในช่วงเดือนพฤษภาคม 2025 นี้ ซึ่งความพิเศษของรถคันนี้คือการเปลี่ยนแปลงขุมพลังจากรถเครื่องที่ใช้น้ำมันเปลี่ยนมาเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแทน ซึ่งเป็นการดัดแปลงตั้งแต่ปี 1942 หรือเมื่อ 83 ปีที่แล้ว โดยรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าคันนี้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาเนื่องจากการขาดแคลนน้ำมันอย่างมากในช่วงครามโลกสงครามโลกครั้งที่สอง โดยรถจักรยานยนต์คันนี้ถือว่าเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคันแรก ๆ ที่ได้รับการจดทะเบียนในสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถ ในเริ่มแรกรถจักรยานยนต์คันนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แบบทวินสูบนอนตามแนวนอน (horizontally-opposed twin-cylinder) แต่ได้ถูกปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าเมื่อปี 1942 โดยเป็นการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 6 โวลต์จำนวน 3 ลูก ซึ่งความเร็วสูงสุดคันนี้ที่ทำได้คือ 18 ไมล์หรือ 28.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง โดยแบตเตอรี่ทั้งสามลูกติดตั้งอยู่ภายในเฟรมแบบคานเรียบ (beam frame) ที่มีแผงปิดเรียบง่าย และให้ระดับสมรรถนะสามแบบคล้ายกับโหมดการขับขี่ในรถจักรยานยนต์ที่คุ้นเคยกันในปัจจุบัน โดยเริ่มจากการใช้แบตเตอรี่เพียงลูกเดียวที่ 6 โวลต์ จากนั้นเพิ่มเป็น 12 โวลต์ และโหมดสุดท้ายคือใช้ทั้งสามลูกพร้อมกันที่ 18 โวลต์ เพื่อได้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีมากยิ่งขึ้น ภาพอื่น ๆ ของตัวรถ ในด้านของรายละเอียดอื่น ๆ ของรถคันนี้ยังถือว่าจัดอยู่ในสภาพเดิมเป็นส่วนใหญ่ แต่ชิ้นส่วนบางอย่างของระบบขับเคลื่อน เช่น เฟืองหลังอาจจะมีการได้รับการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และสำหรับท่านใดที่สนใจ รถจักรยานยนต์คันนี้จะถูกนำมาประมูลสู่สาธารณชนในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ ในงาน Iconic Spring Shuttleworth Sale ที่ Shuttleworth, Old Warden Park, Bedfordshire ประเทศอังกฤษ หรือสามารถเข้าไปรับชมภาพในมุมอื่น ๆ ของตัวรถได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Panigale V4 Tricolore Italia 163 คันทั่วโลก คันนี้ 5.3 ล้าน มีเจ้าของแล้ว สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยการเปิดตัวซูเปอร์ไบค์รุ่นพิเศษ 2025 Panigale V4 Tricolore Italia ซึ่งเป็นมากกว่ารถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง เพราะมันคือสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของแบรนด์อิตาลีบนเวทีระดับโลก โดยผลิตเพียง 163 คันทั่วโลก และเพื่อเป็นเกียรติแก่ 163 โพเดียม ที่ Ducati สามารถกวาดชัยชนะมาได้ในปี 2023 ทั้งจากการแข่งขันทั้งใน MotoGP และ WorldSBK ดีไซน์: สะท้อนจิตวิญญาณความเป็นอิตาเลียนพร้อมชุดสีไตรคัลเลอร์ Panigale V4 Tricolore Italia โดดเด่นด้วยชุดแฟริ่งลวดลาย ธงชาติอิตาลี (Tricolore) ซึ่งพัฒนามาจากรถแข่ง Desmosedici GP23 และ Panigale V4 R ของทีมโรงงาน ทั้งใน MotoGP และ WorldSBK โดยผสมผสานความงามในแบบ “Racing DNA” และความภาคภูมิใจในชาติอิตาลี ลายกราฟิก Mugello ที่ใส่ในสีของรถแข่ง MotoGP 2024 เบาะนั่งพิเศษปักคำว่า “Campioni del Mondo” พร้อมปีแห่งชัยชนะ โลโก้ “Ducati Corse” พิเศษบนถังน้ำมัน แผงคอบนแกะสลักหมายเลขประจำคัน (Limited Number) เครื่องยนต์และเทคโนโลยี: สมรรถนะระดับแชมป์โลก รถรุ่นนี้ใช้พื้นฐานจาก Panigale V4 S MY25 ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V4 Desmosedici Stradale 1,103 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังทะลุ 215 แรงม้า ที่ 13,000 รอบ/นาที โช้คหน้า Öhlins NPX-30 ขนาด 43 มม. ปรับได้เต็มที่พร้อมการเคลือบ TiN ระบบปรับการบีบอัดและการคืนตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ โช้คหลัง Öhlins TTX36 (SV) S-EC 3.0 ที่ปรับได้เต็มที่ ระบบปรับการหน่วงการบีบอัดและการคืนตัวด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ล้อฟอร์จอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา มาพร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP-V4 ระบบเบรกหน้า Brembo Stylema R กันสะบัด Öhlins ความพิเศษแบบ “คันเดียวในไทย” พร้อมกันนี้ เราได้รับข้อมูลภายในมาว่า ในจำนวนทั้ง 163 คันทั่วโลก Ducati ประเทศไทยได้รับโควตาเพียง 1 คันเท่านั้น ทำให้ Panigale V4 Tricolore Italia กลายเป็นสุดยอดของหายากสำหรับนักสะสมและแฟน Ducati ตัวจริง ด้วยราคาประมาณ 5.3 ล้านบาท พร้อมทะเบียนแท้ เอาหล่ะ..ไม่ลุ้นกันใครจะได้ไป!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bonneville Bobber TFC พรีเมียม โครตแรร์เพียง 750 ในโลก จัดว่าเป็นไฮไลท์ของการเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงานมอเตอร์โชว์ 2025 สำหรับรถครูเซอร์รุ่นตำนานจากค่ายผู้ดีอังกฤษอย่าง Triumph Bonneville Bobber TFC ลิมิเต็ดอิดิชันสุดพิเศษเพียง 750 คันในโลก พร้อมเปิดให้จองภายในงานกับราคาเพียง 789,000 บาท ถูกสาวกสายคัสตอมอย่างแน่นอน เพื่อที่จะสืบทอดมรดกจาก Triumph Factory Custom แสดงถึงความเป็นบ็อบเบอร์คัสตอมอย่างแท้จริง โมเดลรุ่นดังกล่าวมาพร้อมกับลักษณะที่โดดเด่นด้วยลวดลายสุดพรีเมียม ออกแบบสีทูโทนที่จัดทำขึ้นพิเศษ เน้นลวดลายสีทองวาดด้วยมือ ซึ่งช่วยยกระดับความงามของรุ่นนี้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร เอาหล่ะพรรณนามานาน ง่าย ๆ ก็คือ สีดำคาดทองนั่นแหล่ะครับ แต่มันสวยจริง ๆ สำหรับใครที่เป็นเอฟซีสาย Bonneville หรือรถครูเซอร์ คาดว่าน่าจะชอบรุ่นนี้ อย่างที่ตาเห็น..รถครูเซอร์กับความงดงามมักเป็นของอะไรที่คู่กันเหมือนคู่รักหนุุ่มสาว และรุ่นนี้ออกแบบถือว่าตอบโจทย์ตรงประเด็นทุกความต้องการ แถมใส่ใจในรายละเอียดด้วยการออกแบบส่วนประกอบอาทิ ตัวถังคาร์บอนเคลือบเงา พาร์ทชุบผิวสีทอง ใส่ท่อ Akrapovic ทรงใหม่ตรงรุ่น เบาะหนังลายนูนประทับตราไทรอัมพ์ ถังน้ำมันมีลายเซ็นศิลปิน ล้อซี่ คาร์ลิเปอร์ Brembo โช้คอโนไดซ์สีทอง โช้คเดี่ยวสีดำรุ่น Ohlins พร้อมเพลทรันนัมเบอร์พิเศษเพียง 750 คันเท่านั้น มาพร้อมเครื่องยนต์สูบคู่ขนาด 1,200 ซีซี สามารถให้กำลังสูงสุดได้ที่ช่วงรอบต่ำ มีแรงม้าสูงสุดที่ 78 แรงม้าที่ 6,000 รอบ แรงบิด 106 นิวตันเมตรที่ 3,750 เพื่อการตอบสนองที่เหลือเฟือและเร้าใจ นอกจากนี้ยังมีคันเร่งไฟฟ้า มีโหมดการขับขี่สามารถคัสตอมได้ 3 แบบทั้ง Road,Rain และโหมด Sport ใหม่ เพื่อตอบสนองคันเร่งได้ในทันที โดยรุ่น TFC นี้ได้รับการปรับจูนให้พร้อมตอบสนองทุกการเคลื่อนไหวและอารมณ์ของผู้ขับขี่ เครื่องยนต์ยังคงร้อนแรง เป็นเสน่ห์เอกลักษณ์ตามฉบับรถค่ายผู้ดีจากอังกฤษ เสริมด้วยระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเพื่อการควบคุมที่ง่ายดายขึ้น ทั้งระบบควบคุมการยึดเกาะถนนหรือแทร็คชันคอนโทรลช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยและหน้าจออนาล็อกผสมแอลซีดี ไฟท้ายมัลติฟังก์ชันติดตั้งมาให้ รวมถึงระบบอื่น ๆ ที่กล่าวไปข้างต้น ให้มันดูมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม นี่คือครูเซอร์ที่น่าสะสมอีกหนึ่งรุ่นหรือจะเอาไปขี่หล่อ ๆ ก็แมทกับไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมกันนี้ทางบูธไทนอัมพ์ยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับโปรโมชันรถ หากใครที่กำลังสนใจรถ Bonneville รุ่นนี้ก็ลองไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานได้ที่บูธภายในงาน หรือติดต่อศูนย์ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิลส์ทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านบททดสอบของ Yamaha MT-15 เน็กเก็ตไบค์น้องเล็กที่ดุดันกว่า เร้าใจกว่า พร้อมแรงกว่าที่ผ่านมาจากค่าย Yamaha กับเรา SuperBike

First Ride อีกครั้งกับการทดสอบรถสปอร์ตในคลาส 150 ซีซี ครั้งนี้ เรามาทดสอบ All new Honda CBR150R 2019 ตัวใหม่ล่าสุดจากทางค่ายปีกนก ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปไม่นานนี้เอง ในครั้งนี้ เราขี่กันแบบ Trip and Test ทดสอบไปด้วยท่องเที่ยวแบบทริปไปในตัว ถือว่าโอเคเลย ไม่ต้องซีเรียสที่จะขับช้าหรือไม่เร็วจนเกินไป จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่เขาใหญ่ ระยะทางโดยรวมไป-กลับของการทดสอบนี้เฉลี่ย 200 กว่ากิโลเมตร ถ้านับจากเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร โดยเราเริ่มจาก กทม – เขาใหญ่ โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มที่จะสลับกันขับ โดยมี พี่ฟิลม์ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ Brand Ambassador A.P.Honda อดีตนักแข่ง MOTO 2 ที่จะเป็นคนนำขบวนAll new CBR150R 2019 ในครั้งนี้อีกด้วย เริ่มออกเดินทางจากศูนย์ขับขี่ปลอดภัยกรุงเทพ สุขาภิบาล3 ที่นี้ใครๆก็รู้จักเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของใครหลายๆคน เส้นทางเดินทางผ่านถนนรามคำแหง สุวินทวงศ์ เส้นทางไม่ค่อยจะคุ้นหน้าคุ้นตาเท่าไร เพราะปกติแล้วเราจะเดินทางเส้นหลัก วิภาวดี สระบุรี เขาใหญ่ แต่ด้วยเหตุผลที่พวกเราจะตามรอยโฆษณาโปรดักส์ตัวซิ่งคันนี้ต้องไปทางนี้ นั้นก็คืออุโมงค์ทับลาน เป็นโลเคชั่นสำคัญที่เราจะได้เห็นสถานทีจริง ที่ถ่ายทำโฆษณาอีกด้วย เข้าเรื่องรีวิวกันหน่อย มาพูดถึงตัวภายนอกกันบ้าง – มาดูชุดแฟริ่งไฟหน้ากันก่อนเลย Full LED ทรงสวย ดุดัน เหมาะสมลงตัวอย่างยิ่งในสายพันธ์ CBR ไม่แพ้รุ่นพี่แม้แต่น้อย ให้ความสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน มองเห็นได้ชัดเจน – เรือนไมล์แบบ Full LCD Digital ล้ำสมัยที่มาพร้อมกับมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์ อุณหภูมิความร้อน ไฟบอกเกียร์(โคตรชอบ) เพราะสำคัญส่วนหนึ่งเลยไม่ต้องไปหาใส่เพิ่ม Trip A B พร้อมกับคำนวนอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย ทำให้เรารู้ว่าต่อ 1 ลิตรวิ่งได้กี่กิโลเมตร – ถังน้ำมันขนาดใหญ่ ที่มีความจุขนาด 12 ลิตร สามารถเดินทางได้ไกลขึ้น รวมไปถึงรูปร่างของตัวถังน้ำมันมีความเรียว ทำให้ท่านั่งกระชับมากขึ้น สมแล้วสำหรับความเป็นรถสปอร์ต ท่านั่งและการขับขี่ – เบาะนั่งแบบ 2 ชิ้น หรือที่เราเข้าใจว่า 2 ตอน ให้ท่านั่งใหม่ดูสปอร์ตมากขึ้น ตามหลักแอโรไดนามิค ส่วนตัวที่ลองขับขี่ระยะทาง 50-60 กิโลเมตร หมอบบ้างตามสถานการณ์ก้มหัว ก็คอนโทรลรถได้คล่องตัวดีลมไม่ปะทะมากเท่าไร แต่สำหรับคนตัวเล็กหน่อยจะดีกว่านี้ บิดไม่พักก็เมื้อก้นเท่าไรนัก เบาะสบายๆนุ่มๆไม่ล้าเท่าไรครับผม ต่อด้วยช่วงล่างกันบ้างที่ได้ใส่ให้มากับรถคันนี้ – ในส่วนของโช้คหน้า สามารถที่จะปรับ Preload ได้หรือถ้าจะให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นก็คือ ปรับความแข็งอ่อนของสปริงได้ 5 มิลลิเมตร – ส่วนของโช้คหลังนั้น ได้ออกแบบโดยในมีตัว Pro-link จะเรียกให้เข้าใจได้ง่าย นั้นก็คือ กระเดืองโช้ค ที่จะทำหน้าที่ชดเชยแรงกระทำระหว่างตัวโช้คกับสวิงอาร์ม ทำให้ขับขี่ได้นุ่มนวมกว่าตัวเก่ามากหลายๆ เพราะทำให้ระยะยืดยุบตัวโช้คเพิ่มมากขึ้นทำให้ขับขี่ได้นุ่มนวมมากขึ้นอีกด้วย พร้อมกับสามารถปรับ Pre load ได้อีก 5 ระดับ โคตรคุ้ม ระบบเบรค + ล้อ – ล้อหน้า – หลัง มีขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ 5 ก้าน ลักษณะคล้ายตัว Y ทำให้ได้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น รวมไปถึงระบบเบรคแบบดิสเบรคแบบคลื่น มีรอยยักตามจานดิส หน้า-หลัง ทำให้มีความสวยงาม ที่มาพร้อมกับตัว Sensor ABS และยังทำงานได้ดีอีกด้วย ส่วนตัวผมเองได้ทดลองใช้ ABS บนเส้นทางช่วงขึ้นเขาใหญ่ ที่ทำให้ต้องเบรคแบบกระทันหัน รู้สึกถึงความสเถียรดีจริง.. เทคโนโลยีขึ้นเฟรมรถแบบใหม่ – โครงสร้างเฟรมตัวรถคันนี้ถูกออกแบบใหม่กเวยระบบ CAE (Computer Aided Engineering) ที่ดีไซน์ออกมาเป็นเฟรมถัก ที่วัสดุเป็นเหล็กกล้าแข็งแรง และมีน้ำหนักเบา บาลานซ์ได้ดีตลอดทั้งคัน มาพูดถึงภายในหัวใจหลักสำคัญก็คือ “เครื่องยนต์” เครื่องยนต์ 1 สูบ ขนาดความจุ 150 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบเกียร์ที่มีถึง 6

สเปก Tiger 900 GT Pro ราคา และรายละเอียด Triumph Tiger 900 GT Pro เสือสาวทรงผู้ดีจากตระกูล Tiger กับรูปลักษณ์โฉมใหม่ และสเปกในระดับตัวท็อป พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่มากมาย เรียกได้ว่าเป็นแอดเวนเจอร์ทัวริ่งที่ทรงพลังอันดับต้น ๆ ในพิกัดไซส์กลางเลยก็ว่าได้ ราคา 639,000 บาท แฟริ่งออกแบบใหม่ สปอร์ตและโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ระบบส่องสว่างเป็น LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อบลูทูธผ่านแอปพลิเคชัน My Triumph มือจับคนซ้อนขนาดใหญ่ รองรับการติดกล่องท้าย การ์ดแฮนด์ติดตั้งมาให้จากโรงงาน ท่อไอเสียแสตนเลสแบบ 3 ออก 1 ถังน้ำมันขนาดความจุ 20 ลิตร เบาะ 2 ชิ้นสามารถปรับความสูงตัวเบาะได้ โช้คเดี่ยว Marzocchi ปรับพรีโหลดแบบไฟฟ้า คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว ล้อและยางหลังขนาด 150/70-17 โช้คหน้าหัวกลับ Marzocchi ปรับพรีโหลดได้ คาลิเปอร์เรเดียลเม้าท์ Brembo Stylema 4 ลูกสูบ ล้อและยางหน้าขนาด 100/90-19 สเปก Tiger 900 GT Pro ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Euro5+) ปริมาตรกระบอกสูบ 888 ซีซี แรงม้า (เคลม) 108 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 90 นิวตันเมตรที่ 6,850 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 78.0 x 61.9 มม. อัตราส่วนการอัด 13.0 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกันพร้อมระบบช่วยผ่อนแรง ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 110/90-19 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 150/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Marzoochi ขนาด 45 มม. ระยะยุบ 180 มม. ปรับพรีโหลดได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Marzoochi ระนะยุบ 170 มม. ปรับพรีโหลดแบบไฟฟ้าได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. พร้อมคาลิเปอร์เรเดียลเม้าท์ Brembo Stylema ขนาด 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 255 มม. พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 930 x NA x 1,410-1,460 มม. ระยะฐานล้อ 1,556 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 820-840 มม. (ปรับได้) น้ำหนักรถ 222 กก. ความจุถังน้ำมัน 20 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบครูซคอนโทรล คันเร่งไฟฟ้า หน้าจอสี TFT 7 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อบลูทูธผ่านแอปพลิเคชัน My Triumph ระบบไฟส่องสว่าง LED ระบบอุ่นมือและอุ่นเบาะ

สเปก TMAX 2024 ราคา และรายละเอียด TMAX Tech MAX 2024 ที่สุดของความ MAX กับสปอร์ตสกู๊ตเตอร์ระดับท็อปคลาส มาพร้อมรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่และสมรรถะที่เหนือขั้น พร้อมเติมเต็มออดีนาลีนแห่งความสปอร์ต สมกับเป็นตัวท็อปของสายสกู๊ตเตอร์ที่ใคร ๆ ต่างยอมรับ รุ่น TMAX 560 ราคา 539,000 บาท รุ่น Tech MAX ราคา 569,000 บาท ระบบไฟ LED ดีไซน์สปอร์ต ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า(รุ่น Tech MAX) หน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง Garmin Navigation ปุ่มคอนโทรลผ่านประกับฝั่งซ้าย พร้อมระบบอุ่นมือ (รุ่น Tech MAX) กุญแจสมาร์ทคีย์ เบาะขนาดใหญ่ พร้อมระบบอุ่นเบาะ (รุ่น Tech MAX) เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ U-Box ขนาดใหญ่ เก็บหมวกกันน็อกหรือสัมภาระได้ ด้านหน้าโช้คหัวกลับ ล้อสปินฟอร์จ 15 นิ้ว ยางขนาดไซส์ 120/70 ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ล้อสปินฟอร์จ 15 นิ้ว ยางขนาดไซส์ 160/60 สเปก TMAX Tech MAX 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 562 ซีซี แรงม้า (เคลม) 47 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 55.7 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 70.0 x 73.0 มม. อัตราส่วนการอัด 10.9 : 1 ระบบเกียร์ อัตโนมัติ ระบบจุดระเบิด T.C.I. ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาแบบวีเบลต์ ยางหน้า 120/70-15 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 160/60-15 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม ระนะยุบ 117 มม. เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 267 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 282 มม. กว้าง X ยาว X สูง 780 x 2,195 x 1,415 มม. ระยะฐานล้อ 1,575 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 135 มม. ความสูงเบาะ 800 มม. น้ำหนักรถ 220 กก. ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบแทร็คชันคอนโทรล (รุ่น Tech MAX) ระบบครูซคอนโทรล (รุ่น Tech MAX) ระบบเบรก ABS คันเร่งไฟฟ้า หน้าจอสี TFT 7 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับสมาร์ทโฟน ผ่านบลูทูธ แอพพลิเคชัน Yamaha

VESPA GTS SERIES ซีรี่ย์สกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด จากค่ายอิตาลี “เวสป้า” เปิดตัวพรีเมียมสกู๊ตเตอร์เจนเนอร์เรชันล่าสุดจากตระกูลจีทีเอส ดีกรีสกู๊ตเตอร์ตัวท็อประดับมาสเตอร์พีช กับ VESPA GTS SERIES นำเสนอภาพจำครั้งใหม่ที่โดดเด่นกว่าเดิม ทั้งตัวตน สไตล์ และคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานเข้ากับเครื่องยนต์ทรงสมรรถนะเอกสิทธิ์เฉพาะสกู๊ตเตอร์จากกลุ่มพิอาจิโอ พร้อมทลายขีดจำกัดของการขับขี่รูปแบบเดิม ๆ สู่อิสระแห่งการขับขี่ครั้งใหม่อย่างมีสไตล์ สำหรับโมเดลซีรี่ย์ล่าสุด ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ UNSTOPPABLE GREATNESS ที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่ กับสกู๊ตเตอร์ตระกูลจีทีเอส (GTS) พร้อมสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ และไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ซึ่งโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่คลาสสิก และความยูนีคอันเป็นสไตล์ระดับตำนานผ่านมิติตัวรถ นอกจากนี้ เวสป้ายังให้ความสำคัญกับการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ สร้างความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ในทุกสรีระ ทั้งดีไซน์ตัวรถให้มีขนาดใหญ่โอบรับกับผู้ใช้งาน เบาะนั่งแบบใหม่ที่เสริมท่วงท่าของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารให้ผ่อนคลายยิ่งขึ้น รวมถึง ระยะของที่วางเท้ากับพื้นถนนที่ทำให้การขึ้น-ลง หรือควบคุมรถขณะหยุดนิ่งเป็นเรื่องง่าย พร้อมรับรองการขับขี่ระยะทางไกลอย่างมีประสิทธิภาพ GTS Super Sport 150 I-GET ABS มาพร้อมขุมกำลังทรงสมรรถนะ กับเครื่องยนต์ 150 I-GET ABS สูบเดียว และ 300 HPE (High Performance Engine) เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากพิอาจิโอ ซึ่งช่วยส่งกำลังอย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และช่วยลดการเกิดมลพิษอีกด้วย นอกจากนี้ โครงสร้างด้านในยังคงมาตรฐานการผลิตด้วยโครงเหล็กทั้งคัน นอกเหนือจากการเป็นวัสดุที่ยั่งยืนแล้ว ยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% ในเรื่องความคงทน แข็งแรง ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ได้อย่างไร้ที่ติ ด้านความความปลอดภัย ยังคงรูปแบบเลย์เอาท์แขนเดี่ยวแบบเดิม เปลี่ยนกันสะเทือนด้านหน้าใหม่ทั้งหมด ช่วยให้รถมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในระหว่างที่ผู้ขับขี่ทำความเร็ว จะช่วยเสริมความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้คล่องแคล่ว ตอบสนองการบังคับทิศทางได้อย่างใจ เพื่อทำให้ทุกการเดินทางคล่องตัวมากที่สุด แถมมาให้กับระบบไร้กุญแจ (Keyless system) ทำให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้อง ไขกุญแจเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ เปิดเบาะที่นั่ง หรือล็อคคอรถแบบเดิมอีกต่อไป เพียงแค่ผู้ขับขี่นำรีโมทคอนโทรลใส่ไว้ในกระเป๋า โดย VESPA GTS SERIES โฉมใหม่นี้ คือการสะท้อนตัวตน และดื่มด่ำในคุณค่าของความสง่างาม ความดึงดูดใจ ความสดใหม่ และอิสระ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้สกู๊ตเตอร์ในซีรี่ส์นี้มีให้เลือกถึง 3 รุ่นด้วยกัน ซึ่งแต่ละรุ่นก็ต่างสะท้อนจิตวิญญาณเฉพาะตัว และไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน โดยในซีรี่ส์นี้แบ่งออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่ VESPA GTS SUPERSPORT 150 I-GET ABS สกู๊ตเตอร์มาดเท่ ตอบโจทย์ผู้หลงใหลสไตล์สปอร์ต VESPA GTS 300 HPE รุ่นคลาสสิก ที่มอบความเรียบง่ายแต่หรูหรา และ VESPA GTS SUPER TECH 300 HPE อัดแน่นด้วยสมรรถนะ และเทคโนโลยีสุดล้ำ รุ่น GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS สีเขียว Green Olive และสีดำ Black Opaco ราคา 166,900 บาท รุ่น GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS สีขาว White Innocenza ราคา 165,900 บาท GTS SUPER SPORT 150 I-GET ABS ที่ยกระดับการดีไซน์ไปอีกขั้น ให้คุณสัมผัสกับลุคสปอร์ตสุดโดดเด่นในทุกมิติ โฉบเฉี่ยวไปกับกราฟิกลายใหม่ และการตกแต่งด้วยสีดำรอบคันที่ผสานเข้ากับดีไซน์ของเบาะนั่งทรงสปอร์ตได้อย่างลงตัว และมาพร้อมความสะดวกสบายกว่าที่เคยด้วยระบบ Keyless System โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว White Innocenza ราคา 165,900 บาท , สีดำ Black Opaco และสีเขียว Green Olive ราคา 166,900 บาท รุ่น GTS 300 HPE สีเบจ Beige Sabbia และสีเขียวมิ้นท์ Green

Scoopy Minions กับลวดลายสุดพิเศษ เพียง 6,000 คัน ในราคา 5.5 หมื่นบาท ไทยฮอนด้าเอาใจกระแสตอบรับที่ล้นหลาม หลังเปิดตัวรถรุ่น Limited Edition ไปหมาด ๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมากับ Scoopy Minions Limited Edition โมเดลใหม่ล่าสุด ที่พร้อมวางจำหน่ายให้ทุกท่านได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ เพียง 6,000 คัน พร้อมหมวกกันน็อกดีไซน์สุดพิเศษ ด้วยราคาแนะนำที่ 55,000 บาทเท่านั้น ปลดปล่อยความสนุก ความน่ารัก ไปกับรุ่นลิมิเต็ด อิดิชันกับดีไซน์ที่มาในคอนเซปต์ Finding the Iconians โชว์ความเป็นตัวป่วนผ่านตัวการ์ตูน “มินเนียน” คาแรคเตอร์จอมกวนชวนจั๊กจี้ชื่อดังระดับโลก ที่จะลากออกไปสนุกซ่า พาไปป่วนเมืองแบบฉบับ Iconians ทั้งนี้ ตัวรถยังถ่ายทอดความป่วนปนความน่ารัก ด้วยลวดลายที่สะดุดตา พร้อมให้ฟีลลิ่งสนุกทุกการขับขี่ พร้อม Soft Emblem ชื่อรุ่น Scoopy สีฟ้าสดใส และนอกจากนี้ โมเดลรุ่นี้นี้ยังมาพร้อมกับหมวกกันน็อกดีไซน์พิเศษ สีดำคาดเหลือง ลายดวงตามินเนี่ยน โดดเด่นทุกครั้งที่สวมใส่ มิกซ์กับตัวรถได้ลงตัวสุด ๆ นอกจากลวดลายที่สะดุดตาแล้ว ยังมาพร้อมกับ ไฟหน้า LED ที่เป็น ICONIC เฉพาะ พร้อมการเชื่อมต่อได้ไม่มีสะดุดกับ USB Socket ช่องชาร์จไฟสำรอง Type A และ Helmet In U-Box ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ พร้อมถังน้ำมันขนาด 4.2 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใหม่ eSP New Generation หัวฉีด PGM-FI ให้ขับขี่สนุกยิ่งกว่าที่เคย ออกไปซ่า มันส์ป่วนเมืองได้แล้ววันนี้ กับสกูปี้ มินเนียนรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (สีดำ-เทา) รุ่น Prestige ล้อแม็ก พร้อม Minions Helmet หมวกกันน็อกดีไซน์พิเศษสีดำคาดเหลืองลายดวงตามินเนี่ยนด้วยราคาแนะนำที่ 55,500 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟสบุ๊ครถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KLX230SM 2023 สเปค ราคา ซูเปอร์โมโตตัวจี๊ด เอาใจสายทางเรียบ KLX230SM 2023 โมเดลซูเปอร์โมโตค่ายเขียวกับโฉมสีดำตัดกับสายลายกราฟิกสีทองสวยงาม พร้อมเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 233 ซีซีที่ถูกติดตั้งบนเฟรมทรงเลขาคณิตขนาดกระทัดรัด ให้น้ำหนักเบา ควบคุมง่าย ถูกใจสายบิดทางเรียบอย่างแน่นอน ราคาแนะนำ รุ่นธรรมดา 156,600 บาท รุ่น ABS 165,600 บาท ไฟ LED ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน พร้อมระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) เรือนไมล์ดิจิทัล LCD โช้คอัพหน้าหัวกลับจาก Showa สเปค KLX230 SM ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 233 ซีซี แรงม้า (เคลม) 19 แรงม้าที่ 7,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 19 นิวตันเมตรที่ 6,100 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 x 66.0 มม. อัตราส่วนการอัด 9.4 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ดิจิทัล ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 110/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ยางหลัง 120/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 37 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ Semi-floating ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 สูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 สูบ กว้าง X ยาว X สูง 940 x 2,050 x 1,145 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,375 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 230 มม. ความสูงเบาะ 845 มม น้ำหนักรถ 138 กก. ความจุถังน้ำมัน 7.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E10 เทคโนโลยี ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) เรือนไมล์ดิจิทัล LCD สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น KLX230SM 2023 สี EBONY (รุ่นธรรมดาและ ABS) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อัปเดตล่าสุดจากฝั่งอเมริกาเหนือ! มาสด้าประกาศรายละเอียด SUV ตัวจบสายพรีเมียม Mazda CX-70 2026 พร้อมอัดออปชันมาตรฐานให้แน่นกว่าเดิม

2026 Toyota Land Cruiser FJ เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดมีการยืนยันแผนการทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวในช่วงต้นปี 2569

สเปค CBR250RR SP 2025 สปอร์ตเรซซิ่ง จากค่ายปีกนก CBR 250RR SP 2025 รถสปอร์ตพิกัด 250 ซีซี มาพร้อมการดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโมเดลรถแข่งระดับโลก พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 วาล์ว พร้อมเทคโนโลยีที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง RC213V ให้ประสบการณ์ขับขี่สนุก ตอบสนองแรงบิดได้อย่างมั่นใจ ราคาแนะนำ 249,000 บาท เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 250 ซีซี พรร้อมเทคโนโลยีใหม่ถอดจากรถแข่ง RC213V โครงสร้างเฟรมถัก ออกแบบด้วยเทคโนโลยี CAE ระบบแอสซิสสลิปเปอร์คลัตช์ ควิกชิฟเตอร์ โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Comfort, Sport, Sport+) ระบบคันเร่งไฟฟ้า หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล Full LCD สวิงอาร์มอลูมิเนียม น้ำหนักเบา แข็งแรง โช้คอัพหลังขนาดใหญ่แบบโปรลิงค์ ปรับได้ 5 ระดับ โช้คหัวกลับจาก Showa พร้อมล้ออัลลอยอลูมิเนียม ท่อไอเสียแบบคู่ ระบบเบรก ABS สเปค CBR250RR SP 2025 รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 249 ซีซี แรงม้า (เคลม) 41 แรงม้าที่ 13,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 25 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 62.0 x 41.4 อัตราส่วนการอัด 12.1 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fully Digital Transistorised ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ปรับได้ 5 ระดับ พร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว (ABS) พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว (ABS) พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 724 x 2,060 x 1,098 มม. ระยะฐานล้อ 1,398 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 145 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 168 กก. ความจุถังน้ำมัน 14.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 เทคโนโลยี ระบบคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Comfort, Sport, Sport+) หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ระบบเบรก ABS ควิกชิฟเตอร์ ระบบแอสซิสแอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น CBR250RR SP 2022-2023 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX DRONE 2023 กับ 5 สีใหม่ล่าสุด อีกหนึ่งโมเดลที่เปิดตัวออกมาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้รถโมเดลค่ายหลักกันเลย กับ GPX DRONE 2023 สกู๊ตเตอร์พรีเมียม ดีไซน์สปอร์ต จากค่าย GPX กับ 5 สีสันพิเศษในคอลเลคชันใหม่ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ FREEDOM TO DESIGN ที่จะมาเพิ่มสีสัน ดีกรีความมันส์ เร้าใจ มากยิ่งขึ้นแถมยังได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์อัน โดดเด่น ดุดัน จนทำให้ GPX DRONE 150 กลายมาเป็นโมเดลเรือธงของค่ายกันเลยทีเดียว อีกทั้งในโมเดลนี้ยังมีความพิเศษ โดยถูกพัฒนาร่วมกับ SYM แบรนด์รถที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีความเชี่ยวชาญในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ มาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี การันตีด้วยเครือข่ายจัดจำหน่ายกว่า 90 ประเทศทั่วโลก เครื่องยนต์พิกัด 150 ซีซี 4 จังหวะ 4 วาล์ว มั่นใจเทคโนโลยีเครื่องยนต์จาก SYM ระบบไฟ Full LED รอบคัน ดีไซน์สปอร์ต ล้ำสมัย เบาะชิ้นเดียวดีไซน์ 2 ระดับ พื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะ นอกจากนี้ยังมาพร้อมขุมพลังที่พัฒนาจาก SYM ในพิกัด 150 ซีซี เทคโนโลยีหัวฉีด 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มั่นใจด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์จาก SYM เพิ่มสมรรถนะการทำงานได้อย่างเข้มข้น รวมถึงฟังก์ชันต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งระบบส่องสว่างแบบ Full LED ที่มีไฟหน้าถึง 10 ดวง ส่องสว่าง คมชัด ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมติดตั้งไฟฉุกเฉิน ส่วนทางด้านไฟท้ายออกแบบมาฉียบคมแฝงความ สปอร์ตด้วยโคมไฟสีสโมค เพิ่มความพรีเมียม และโดดเด่นไม่เหมือนใคร ต่อกันที่เรือนไมล์แบบดิจิทัล LCD ที่สามารถปรับตั้งค่านาฬิกา หรือ เซ็ททริปการเดินทางได้ และเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการเดินทางกับเบาะนั่งขนาดกว้าง สัมผัสหนานุ่มในดีไซน์สปอร์ต มาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะ ที่สามารถเก็บหมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ ทางด้านพื้นที่วางเท้าสำหรับผู้ขับขี่นั้น ออกแบบมาให้สามารถปรับการวางเท้า ได้หลายองศา เพิ่มความสบายของท่านั่งได้มากยิ่งขึ้น ดิสก์เบรกหน้า 260 มม. ดิสก์เบรกหลัง 220 มม. พร้อมระบบ CBS โช้คหลังสปริงคู่ ปรับพรีโหลดได้ 3 ระดับ ช่องเสียบ USB ขนาด 2 แอมป์ สมาร์ทคีย์เลส ระบบช่วงล่างเบรกมั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้าขนาด 260 มม. และ ดิสก์เบรกหลังขนาด 220 มม. ที่มาพร้อมกับระบบ CBS ช่วยในการกระจายแรงเบรก โช้คหลังสปริงคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ 3 ระดับ นอกจากนี้ ยังมีช่องเสียบ USB ขนาด 2 แอมป์มาให้ สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย ล่าสุด กับโฉมใหม่ของ New DRONE 150 (2023) กับ 5 สีสันสุดพิเศษ ได้แก่ สี DEEP WINE (ดำ-เทา) , HYPER SILVER (เทา-ดำ), MASTER GREEN (เขียว-เทา) , ENERGETIC RED (แดง-เทา) และ LIGHTNING BLUE (น้ำเงิน-ดำ) และมีให้เลือกด้วยกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Standard (ระบบกุญแจปกติ) สีน้ำเงินดำ Lightning Blue เปิดราคาที่ 77,500 บาท รุ่น Keyless (ระบบกุญแจรีโมท พร้อมติดตั้งสัญญาณกันขโมย) สีเขียวเทา Master Green และ สีแดงเทา Energertic

สเปค Click 160 สปอร์ตเอที พันธุ์ใหม่ ดีไซน์เท่ New Honda Click 160 รถสปอร์ตออโตเมติก รุ่นล่าสุดกับการปรับดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ที่มาพร้อมคอนเซปต์ “นำหน้า…อย่างจ่าฝูง”เครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว พร้อมเทคโนโลยี Piston Oil Jet หรือหัวฉีดใต้ลูกสูบ ช่วยให้เครื่องยนต์ลื่นไหลได้มากยิ่งขึ้น ตอบสนองการใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ รุ่น ABS ราคาแนะนำที่ 69,900 บาท รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 63,500 บาท เครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว พร้อม Piston Oil Jet เรือนไมล์ดิจิทัล LCD ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ระบบไฟ LED ชุดเฟรมใหม่ น้ำหนักเบาขึ้น ช่องชาร์จไฟ USB กุญแจรีโมทอัจฉริยะ New Honda Click 160 สเปค รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 156.93 ซีซี แรงม้า (เคลม) 15.4 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 13.8 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 60.0 x 55.5 อัตราส่วนการอัด 12.0 : 1 ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด Full Transistorized ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งอัตโนมัติแบบแรงเหวี่ยง ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 100/80-14M/C 48P แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 120/70-14M/C 61P แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวพร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. กว้าง X ยาว X สูง 695 x 1,929 x 1,088 มม. ระยะฐานล้อ 1,277 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 138 มม. ความสูงเบาะ 778 มม. น้ำหนักรถ 118 กก. ความจุถังน้ำมัน 5.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) ระบบไฟ Full LED ช่องเสียบ USB Type A แผงหน้าปัดดิจิทัล กุญแจรีโมทอัจฉริยะ / สมาร์ทคีย์ สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Standard รุ่น ABS อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก