
Lamborghini เปิดตัว Temerario Tettonero หลังคาดำ Nero Noctis จับคู่ตัวถัง 5 สี ห้องโดยสารเฉพาะรุ่น และเครื่องยนต์ V8 ไฮบริด 920 CV

Lamborghini ผู้ผลิตซูเปอร์คาร์จากอิตาลี เปิดตัว Temerario Tettonero รุ่นพิเศษอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2026 โดยนำซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo Plug-in Hybrid มาตกแต่งด้วยแนวคิดสีตัวถังแบบทูโทน (Two-Tone) เน้นหลังคาสีดำ Nero Noctis ตัดกับตัวถัง 5 สีพิเศษ พร้อมยกระดับรายละเอียดตกแต่งภายในห้องโดยสารให้แตกต่างจากรุ่นมาตรฐาน
ผลงานนี้พัฒนาโดย Lamborghini Centro Stile ซึ่งเป็นแผนกออกแบบภายในบริษัท ภายใต้แนวคิด Capsule Collection ที่เน้นความพิเศษด้านสี วัสดุ และรายละเอียดเฉพาะตัว โดยนำแรงบันดาลใจจาก Urus SE Tettonero ซึ่งเปิดตัวในงาน Milan Design Week 2026 มาต่อยอดสู่ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลางอย่าง Temerario
แม้การเปิดตัวครั้งนี้จะไม่ได้มีการเพิ่มแรงม้าหรือปรับปรุงระบบส่งกำลัง แต่ก็ยังคงความดุดันของเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Twin-Turbo ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 920 CV หรือประมาณ 907 แรงม้าแบบ hp
ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่ความเร็วเพิ่มขึ้นกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่อยู่ที่ Lamborghini จะทำให้รถซึ่งมีรูปลักษณ์โดดเด่นอยู่แล้ว กลายเป็นซูเปอร์คาร์ที่พิเศษขึ้นสำหรับนักสะสมได้อย่างไร

Temerario Tettonero คือซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่เน้นการออกแบบสีตัวถังแบบทูโทนและรายละเอียดตกแต่งเฉพาะรุ่น โดยยังคงระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะพื้นฐานของ Lamborghini Temerario รุ่นปกติ
คำว่า Tettonero เป็นภาษาอิตาลีที่มีความหมายตรงตัวว่า “หลังคาดำ” ซึ่งอธิบายแนวคิดการออกแบบรุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน
Lamborghini เลือกใช้หลังคาสีดำ Nero Noctis ร่วมกับสีตัวถังที่มีความสดใส เพื่อสร้างความแตกต่างทางสายตา โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านบนและด้านข้าง
Stephan Winkelmann ประธานและซีอีโอของ Automobili Lamborghini อธิบายแนวคิดของรุ่นนี้ว่าเป็นการตีความ Temerario ในรูปแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยอาศัยความแตกต่างของสี วัสดุ และรายละเอียดการออกแบบเพื่อเพิ่มบุคลิกสปอร์ตให้ตัวรถ
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ของ Lamborghini ที่ให้ความสำคัญกับการปรับแต่งเฉพาะบุคคล เพราะสำหรับลูกค้าซูเปอร์คาร์ ความพิเศษไม่ได้วัดจากตัวเลขแรงม้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความแตกต่างจากรถคันอื่นด้วย
อย่างไรก็ตาม Lamborghini ยังไม่ได้ประกาศจำนวนการผลิตทั้งหมดของ Tettonero อย่างชัดเจน แม้จะใช้คำว่า Limited Edition สำหรับโครงการนี้ จึงไม่ควรระบุจำนวนผลิตหรือหมายเลขลำดับโดยไม่มีหลักฐานยืนยัน

Lamborghini ยืนยันสีตัวถังสำหรับ Temerario Tettonero จำนวน 5 สี โดยทุกสีจับคู่กับหลังคา Nero Noctis สีดำ เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบบทูโทนที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นพิเศษ
6ภาพ Lamborghini Temerario Tettonero รุ่นพิเศษ ซึ่งนำเสนอแนวคิดสีตัวถังตัดกับหลังคาสีดำ
| สีตัวถัง | ลักษณะสี |
|---|---|
| Giallo Inti | เหลือง |
| Arancio Xanto | ส้ม |
| Blu Cepheus | ฟ้า |
| Verde Scandal | เขียว |
| Viola Pasifae | ม่วง |
| หลังคาทุกรุ่น | Nero Noctis สีดำ |
สีเหลือง Giallo Inti ถูกเลือกเป็นสีหลักในการนำเสนอรถรุ่นนี้ โดยเน้นความแตกต่างระหว่างตัวถังสีสดกับหลังคาสีดำอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มรายละเอียดตกแต่ง Nero Noctis บนฝากระโปรงหน้าและกันชน เพื่อเน้นเส้นสายของตัวรถให้เด่นขึ้นอีกระดับ
หลังคาสีดำช่วยสร้างความแตกต่างระหว่างส่วนบนและส่วนล่างของตัวรถ ทำให้เส้นหลังคาและสัดส่วนของซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลางดูโดดเด่นมากขึ้น
จุดสำคัญของการออกแบบไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะหลังคา เพราะ Lamborghini ยังขยายแนวคิดสีดำไปยังรายละเอียดภายนอกหลายตำแหน่ง ได้แก่
การใช้สีดำบริเวณชิ้นส่วนเหล่านี้ช่วยเชื่อมภาพรวมของตัวรถให้เป็นทิศทางเดียวกัน และยังทำให้สีหลักของตัวถังมีความโดดเด่นยิ่งขึ้น
นับเป็นการเพิ่มความพิเศษด้วยงานออกแบบ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปลักษณ์หลักของ Temerario ใหม่ทั้งหมด

ห้องโดยสารของ Temerario Tettonero ได้รับการตกแต่งด้วยโทน Nero Ade สีดำ ร่วมกับตะเข็บ Grigio Octans และเพิ่มรายละเอียดเฉพาะรุ่นหลายตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับงานออกแบบทูโทนภายนอก
Lamborghini เลือกใช้ลวดลาย Q-citura รูปหกเหลี่ยมบนเบาะนั่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบการออกแบบที่สื่อถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์




รายละเอียดห้องโดยสาร Temerario Tettonero เน้นโทนดำและตะเข็บตกแต่งเฉพาะรุ่น
รายละเอียดหลักประกอบด้วย
| อุปกรณ์ตกแต่ง | รายละเอียด |
|---|---|
| สีภายในหลัก | Nero Ade |
| สีตะเข็บมาตรฐานในชุดตกแต่ง | Grigio Octans |
| รูปแบบเบาะ | Q-citura ลายหกเหลี่ยม |
| พนักพิงศีรษะ | โลโก้ Lamborghini แบบปัก |
| แผงประตู | ตัวอักษร Tettonero |
| ผนังห้องโดยสารด้านหลัง | ลายปักตัวรถแบบทูโทน |
| แผ่นตกแต่งฝั่งคนขับ | Matt Carbon Dedication Plaque |
| การตกแต่งเพิ่มเติม | เลือกสีตะเข็บให้สัมพันธ์กับสีตัวถังได้ |
หนึ่งในรายละเอียดที่น่าสนใจคือการปักภาพเส้นสายท้ายรถ Temerario แบบทูโทนบนผนังห้องโดยสารด้านหลัง พร้อมเลือกสีตะเข็บให้ตรงกับสีตัวถังภายนอกได้
นอกจากนี้ แผ่น Matt Carbon ยังใช้ระบุเอกลักษณ์ของรถในโครงการ Limited Edition ทำให้ห้องโดยสารไม่ได้แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานเพียงแค่เปลี่ยนสีเบาะ
งานตกแต่งเหล่านี้เหมาะกับแนวคิดการสะสมซูเปอร์คาร์ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเฉพาะตัว เพราะเจ้าของรถสามารถสัมผัสความแตกต่างได้ทุกครั้งที่เข้ามานั่งภายในห้องโดยสาร

Temerario Tettonero ยังคงเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังรวม 920 CV เท่ากับ Temerario รุ่นมาตรฐาน โดยไม่มีการประกาศเพิ่มสมรรถนะของระบบขับเคลื่อน
Temerario ใช้เครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว
ระบบขับเคลื่อนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ High Performance Electrified Vehicle หรือ HPEV ของ Lamborghini ที่นำเทคโนโลยีไฮบริดมาเพิ่มสมรรถนะของซูเปอร์คาร์
เครื่องยนต์ V8 สามารถทำงานที่รอบสูงได้ถึง 10,000 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญของเครื่องยนต์รุ่นนี้
มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวติดตั้งบริเวณเพลาหน้า ขณะที่อีกหนึ่งตัวทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนด้านหลัง ช่วยเสริมการตอบสนองและการส่งกำลังของตัวรถ
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประเภท | Plug-in Hybrid Supercar |
| เครื่องยนต์ | V8 Twin-Turbo |
| ความจุ | 3,995.2 ซีซี |
| มอเตอร์ไฟฟ้า | 3 ตัว |
| กำลังเครื่องยนต์สันดาป | 800 CV |
| กำลังรวมทั้งระบบ | 920 CV (ประมาณ 907 hp) |
| แรงบิดเครื่องยนต์สันดาป | 730 นิวตันเมตร |
| รอบเครื่องยนต์สูงสุด | 10,000 รอบ/นาที |
| เกียร์ | 8 สปีด Dual-Clutch |
| อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. | 2.7 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด | 343 กม./ชม. |
| โครงสร้าง | อะลูมิเนียม |
ตัวเลขอัตราเร่งและความเร็วสูงสุดข้างต้นเป็นข้อมูลจาก Temerario รุ่นมาตรฐานที่ Lamborghini ประกาศไว้ ไม่ใช่ผลทดสอบแยกเฉพาะรถ Tettonero แต่เนื่องจากบริษัทระบุว่าชุดขับเคลื่อนไม่เปลี่ยนแปลง จึงสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงพื้นฐานได้
Temerario Tettonero เป็นซูเปอร์คาร์ Plug-in Hybrid หรือ PHEV ซึ่งใช้ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ล้วน
ระบบไฮบริดของ Temerario ออกแบบมาให้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเพิ่มการตอบสนองและสมรรถนะ โดยยังคงประสบการณ์เครื่องยนต์ V8 ที่เป็นเอกลักษณ์ของซูเปอร์คาร์
แม้รถจะสามารถใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในบางสถานการณ์ได้ แต่แนวคิดหลักไม่ได้มุ่งแข่งขันเรื่องระยะทางไฟฟ้าล้วนแบบรถ EV สำหรับใช้งานประจำวัน
Temerario ใช้แบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับระบบ Plug-in Hybrid และรองรับการชาร์จผ่านไฟฟ้าภายนอก แต่ข่าวการเปิดตัว Tettonero ไม่ได้ระบุว่ามีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ระบบชาร์จ หรืออัตราการชาร์จจากรุ่นมาตรฐาน
สำหรับรายละเอียดหัวชาร์จ กำลังไฟ AC และระยะเวลาชาร์จของรถที่ส่งมอบในแต่ละประเทศ ควรตรวจสอบเอกสารจำหน่ายประจำตลาดก่อนเผยแพร่ตัวเลข
การเปิดตัว Tettonero ครั้งนี้จึงควรได้รับการมองว่าเป็นการเพิ่มทางเลือกด้านดีไซน์มากกว่าการอัปเกรดเทคโนโลยีไฮบริด
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ชุดสีทูโทนและการตกแต่งภายในเฉพาะรุ่น ขณะที่เครื่องยนต์ ระบบไฮบริด และสมรรถนะโดยรวมยังคงอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน
| รายการ | Temerario ปกติ | Temerario Tettonero |
|---|---|---|
| เครื่องยนต์ | V8 Twin-Turbo Hybrid | V8 Twin-Turbo Hybrid |
| กำลังรวม | 920 CV | 920 CV |
| สีภายนอก | ตัวเลือกสีตามรายการปกติและ Ad Personam | ชุด 5 สีคู่หลังคาดำ |
| หลังคา Nero Noctis | ขึ้นอยู่กับการตกแต่ง | เอกลักษณ์หลัก |
| ภายใน | ทางเลือกตกแต่งตามแค็ตตาล็อก | ชุดตกแต่ง Nero Ade เฉพาะรุ่น |
| ตัวอักษร Tettonero | ไม่มี | มี |
| แผ่น Matt Carbon เฉพาะรุ่น | ไม่มี | มี |
| แนวทางการทำตลาด | รุ่นปกติ | Limited Capsule Collection |
จุดนี้ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการทำตลาดรถหรู เพราะผู้ผลิตสามารถเพิ่มความแตกต่างของรถได้โดยไม่ต้องลงทุนพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่
ในมุมของผู้ซื้อที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่และสมรรถนะสูงสุด Temerario รุ่นมาตรฐานก็ยังให้ขุมพลังระดับเดียวกัน
แต่สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความพิเศษด้านดีไซน์และรายละเอียดภายใน รุ่น Tettonero อาจตอบโจทย์มากกว่า
Lamborghini เริ่มนำแนวคิด Tettonero มาใช้กับ Urus SE ในงาน Milan Design Week 2026 ก่อนขยายแนวคิดเดียวกันมายัง Temerario เพื่อสร้างความต่อเนื่องของงานออกแบบเฉพาะรุ่น
การนำแนวคิดนี้มาใช้กับรถต่างประเภทกันถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เพราะ Urus SE เป็นรถ SUV สมรรถนะสูง ขณะที่ Temerario เป็นซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลาง
ทั้งสองรุ่นมีบุคลิกแตกต่างกัน แต่สามารถเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านแนวคิดหลังคาดำและสีตัวถังที่ตัดกันอย่างชัดเจน
การออกแบบของ Lamborghini มักให้ความสำคัญกับรูปทรงเรขาคณิต โดยเฉพาะลวดลายหกเหลี่ยมซึ่งปรากฏอยู่หลายตำแหน่ง ตั้งแต่ไฟส่องสว่างไปจนถึงรายละเอียดภายในห้องโดยสาร
Tettonero จึงใช้ประโยชน์จากเอกลักษณ์ดังกล่าวเพื่อทำให้การออกแบบทูโทนไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนสีรถธรรมดา แต่กลายเป็นแนวทางตกแต่งที่มีเรื่องราวและเอกลักษณ์ชัดเจน


ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2026 Lamborghini ยังไม่ได้ประกาศราคาจำหน่ายของ Temerario Tettonero อย่างเป็นทางการในข้อมูลข่าวล่าสุด รวมถึงยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับการจัดสรรรถหรือกำหนดส่งมอบในประเทศไทย
| ข้อมูลการจำหน่าย | สถานะ |
|---|---|
| วันประกาศเปิดตัว | 29 ตุลาคม 2026 |
| ประเภท | Limited Capsule Collection |
| จำนวนผลิต | ยังไม่ประกาศจำนวนแน่นอน |
| ราคาในยุโรป | ยังไม่มีข้อมูลยืนยันในประกาศ |
| ราคาไทย | ยังไม่ประกาศ |
| การจัดสรรรถสำหรับไทย | ยังไม่ยืนยัน |
| รูปแบบนำเข้า | ยังไม่ประกาศเฉพาะรุ่น |
| กำหนดส่งมอบ | รอข้อมูลเพิ่มเติม |
แม้ Lamborghini จะมีเครือข่ายจำหน่ายในประเทศไทย แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า Temerario Tettonero จะถูกจัดสรรเข้ามากี่คัน หรือจะมีราคาสูงกว่ารุ่นมาตรฐานมากเพียงใด
ดังนั้นไม่ควรนำราคาของ Temerario รุ่นปกติมาใช้เป็นราคายืนยันของรุ่นพิเศษ
ผู้ที่สนใจสามารถติดตามการอัปเดตผ่านหมวด ข่าวรถยนต์ และข้อมูล ราคาและสเปครถยนต์ ของ SuperBikeMag เพื่อประกอบการเปรียบเทียบเมื่อมีการประกาศข้อมูลในประเทศไทย
Temerario Tettonero อยู่ในตลาดซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงที่ให้ความสำคัญทั้งเทคโนโลยีเครื่องยนต์และความพิเศษด้านดีไซน์ โดยมีรถอย่าง Ferrari 296 GTB และ McLaren Artura เป็นตัวเลือกที่นำมาเปรียบเทียบแนวคิดของระบบไฮบริดได้
| รุ่น | ระบบขับเคลื่อน | กำลังรวมโดยประมาณ |
|---|---|---|
| Lamborghini Temerario | V8 Twin-Turbo PHEV | 920 CV |
| Ferrari 296 GTB | V6 Twin-Turbo PHEV | 830 CV |
| McLaren Artura | V6 Twin-Turbo Hybrid | 700 PS |
ตัวเลขในตารางใช้สเปกของรถแต่ละรุ่นในช่วงเปิดตัวที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ได้หมายถึงการจัดอันดับสมรรถนะของรุ่นปี 2026 ทั้งหมด ซึ่งอาจมีรุ่นย่อยและการปรับปรุงแตกต่างกัน
สิ่งที่ทำให้ Lamborghini แตกต่างคือการใช้เครื่องยนต์ V8 ที่สามารถทำรอบสูงมาก พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว และบุคลิกการออกแบบที่เน้นความดุดัน
สำหรับ Tettonero จุดขายเพิ่มเติมคือความเป็นเอกลักษณ์ของงานตกแต่ง ซึ่งอาจมีความสำคัญต่อผู้ซื้อรถระดับนี้พอ ๆ กับการเปรียบเทียบตัวเลขสมรรถนะ

Temerario Tettonero เป็นตัวอย่างของซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่ไม่ได้มุ่งเพิ่มสมรรถนะ แต่เลือกเพิ่มความโดดเด่นผ่านชุดสีตัวถังทูโทน หลังคาดำ Nero Noctis และรายละเอียดห้องโดยสารเฉพาะรุ่น
ขุมพลังยังคงเป็น V8 Twin-Turbo Plug-in Hybrid กำลังรวม 920 CV พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 2.7 วินาที ตามสเปกของ Temerario รุ่นมาตรฐาน
ความพิเศษของรถอยู่ที่การออกแบบจาก Centro Stile Lamborghini ซึ่งช่วยให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกด้านรูปลักษณ์และรายละเอียดงานตกแต่งที่แตกต่างจากรถรุ่นปกติ
แน่นอนว่าหากมองเฉพาะความแรง รุ่นนี้ไม่ได้เพิ่มตัวเลขจากเดิมแม้แต่แรงม้าเดียว แต่สำหรับซูเปอร์คาร์ระดับ Lamborghini บางครั้งการจอดรถแล้วมีคนหันมามอง อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เจ้าของรถต้องการมากกว่าการเพิ่มอัตราเร่งอีกเพียงเล็กน้อย
ทั้งนี้ ความคุ้มค่าในเชิงราคายังต้องรอประกาศการจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะหากมีการจัดสรรรถเข้ามาในประเทศไทย
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
เป็นซูเปอร์คาร์ Lamborghini Temerario รุ่นพิเศษแบบ Capsule Collection ที่เน้นตัวถังทูโทน หลังคาดำ Nero Noctis และการตกแต่งภายในเฉพาะรุ่น เปิดตัววันที่ 29 ตุลาคม 2026
ใช้เครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo 4.0 ลิตร ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว กำลังรวม 920 CV หรือประมาณ 907 hp เท่ากับ Temerario รุ่นมาตรฐาน
มี 5 สี ได้แก่ Giallo Inti, Arancio Xanto, Blu Cepheus, Verde Scandal และ Viola Pasifae โดยทุกสีจับคู่กับหลังคา Nero Noctis สีดำ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวรถ ToyotaToyota Crown Signia GT-S Concept แปลงร่างสปอร์ตแวกอน โหลดเตี้ยเกือบ 13 ซม. เตรียมโชว์ SEMA 2026
ข่าวรถ NissanNissan Sentra Spec-V Concept เทอร์โบ 300 whp เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เตรียมโชว์ SEMA 2026
Honda NewsHonda Passport Baja Spec 1,300 แรงม้า เตรียมลุย Trophy Truck และ Baja 500 ปี 2027
Honda NewsHonda Accord 2028 ลุ้นพลิกโฉมใหม่ ดีไซน์ Liftback พร้อมไฮบริดเจเนอเรชันใหม่
ข่าว น้ำมันราคาน้ำมัน 29 ตุลาคม 2569 ลดอีก! ดีเซลลง 1 บาท โซฮอล์ 91–95 ลด 50 สตางค์ เช็กทุกชนิด
ข่าวรถยนต์Corvette C9 ต้องแรงกว่า C8 แต่ GM ไม่อยากขายแพงเท่า Ferrari
ข่าวรถ Aston MartinAston Martin Valhalla Spider เปิดตัวไฮบริด V8 1,079 PS เปิดหลังคาทำความเร็ว 350 กม./ชม.
ข่าวรถ AudiCEO Audi ขึ้นเวที Trump สหภาพ Volkswagen วิจารณ์หนัก ปมโรงงานใหม่ 4 พันล้านดอลลาร์