
MV Agusta LXP Orioli สายลุยตัวท็อปจากค่ายรถสวย
ไม่มีอะไรจะดีกว่าการได้ออกไปเดินทาง ไปผจญภัยและแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างอิสระเสรีแบบไม่มีอะไรมาจำกัดขัดขวาง และยิ่งได้ไปแบบหรูหราเหนือระดับแล้วล่ะก็มันยิ่งสุดไปอีกขั้น และแนวคิดนี้นี่เองทำให้เจ้า MV Agusta LXP Orioli ได้ถือกำเนิดขึ้นมา
ดีไซน์

ขุมพลัง
เจ้าสายลุยคันนี้จะใช้เครื่องยนต์ใหม่ซึ่งเป็นเครื่อง 3 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 931 ซีซี พัฒนาขึ้นในเมือง Varese 100% ซึ่งมุ่งเน้นจะให้มีพละกำลังแรงและมีความคล่องตัว รองรับการขับขี่ที่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งเครื่องใหม่นี้เบาเพียง 57 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับค่ายอื่นที่พิกัดเดียวกันถือว่าเบากว่า 10% เลยทีเดียว โดยตัวสแตนดาร์ดนั้นจะให้กำลังแรงม้ามากถึง 124 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 102 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบเท่านั้น โดยเคลมมาว่ามีแรงบิดมากถึง 85% ในรอบต่ำเพียง 3,000 รอบเท่านั้น สามารถท็อปสปีดที่ 230 กม./ชม.
ช่วงล่าง
ตัวรถดีไซน์เฟรมให้มีความหนาบางในแต่ละจุดไม่เท่ากันเพื่อให้ตัวเฟรมมีน้ำหนักเบา โดยทียังมีความแข็งแรงทนทานอยู่แม้จะซ้อนสองหรือจะลุยออฟโร้ด เบาะนั่งสามารถปรับระดับความสูงได้สองระดับคือ 850 และ 870 ตามะสดวก และแน่นอนว่าการันตีความสบายและความทนทานแม้ว่าจะขี่ทางไกลหรือสมบุกสมบันแค่ไหนก็ตาม
![]() |
![]() |
ระบบกันสะเทือนหน้าจาก Sachs ปรับแต่งได้เต็มระบบทั้งคอมเพรสชัน รีบาวด์และพรีโหลด ขณะที่ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวจาก Sachs ร่วมกับกระเดื่องแบบโปรเกรสซีฟลิงก์แน่นอนว่าปรับแต่งได้เช่นกัน ขณะที่ระบเบรกจะเป็น Brembo ทั้งระบบ ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema โมโนบล็อก เรเดียลเมาท์แบบ 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ ปิดท้ายด้วยเรื่องของล้อและยางจะมีขนาด 21 นิ้วและ 18 นิ้วตามลำดับพร้อมยางแบบกึ่งถนนถึงทางฝุ่นหรือออลเทอเรนนั่นเอง โดยล้อที่ให้มาจะเป็นล้อซี่ลวดแบบไม่ใช้ยางใน Takasago Excel
เทคโนโลยี
หัวใจหลักของรถสมัยนี้คงจะหนีไม่พ้นระบบประมวลผลแรงเฉื่อยแบบ 6 แกน หรือ IMU ที่ช่วยป้องข้อมูลให้กับ ECU เพื่อให้รถอยู่สภาวะใดก่อนจะสั่งการระบบอื่น ๆ ที่ช่วยในเรื่องการขับขี่ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบแทร็คชันคอนโทรล 5 โหมด เปิดปิดได้ ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก 2 ระดับ ระบบเบรกแบบ Cornering ABS ระบบป้องกันการลอยตัวของล้อหลัง ตัวรถมีระบบคันเร่งไฟฟ้าพร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Urban, Touring, Off-road และ Custom ที่สามารถปรับแต่งเองได้ และควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง
นอกจากเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ดีและปลอดภัยแล้วยังมีเรื่องของความสะดวกสบายอย่างครูซคอนโทรล ระบบกุญแจแบบคีย์เลส หน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว ปรับความสว่างได้ สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ผ่านระบบบลูทูธและ Wi-Fi ระบบกันขโมยแบบระบุพิกัดดาวเทียม ช่องจ่ายไฟแบบ USB-C และ USB-A ระบบไฟ LED เต็มระบบ และระบบไฟแบ็กไลท์สำหรับประกับสวิตช์ควบคุมที่แฮนด์บาร์
อุปกรณ์เสริมจากโรงงาน
โมเดลนี้ยังต้องพูดเรื่องอุปกรณ์เสริมที่มีมาให้ด้วย เพราะว่าตัวรถมาพร้อมกับแครชบาร์ การ์ดเครื่องอลูมิเนียม และไฟเสริม ซึ่งเหมาะกับการขับขี่ทั้งในชีวิตประจำวันและแบบออฟโร้ด อีกทั้งยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ความลุยความดุดัน ตลอดไปจนถึงท่อไอเสียไทเทเนียมจาก Termignoni ที่เบากว่าท่อเดิมถึง 4 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีชุดบ็อกซ์พิเศษที่รวมเอาใบรับรองความเป็นของแท้และผ้าคลุมรถอีกด้วย
การจำหน่าย
สำหรับราคานั้นยังไม่มีการระบุออกมา แต่ตัวรถเป็นโมเดลพิเศษพร้อมอ็อปชันที่ค่อนข้างครบครัน จึงมีการคาดการณ์กันว่าราคาน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 30,000 ยูโรหรือราว ๆ 1.16 ล้านบาท แต่ถ้ามีคนนำเข้ามาไทยได้คงไม่ได้ราคานี้อย่างแน่นอน เอาเป็นว่าชม ๆ กันไปครับ ดูแนวทางกันว่ารถแอดเวนเจอร์ยุคใหม่ ๆ เดี๋ยวนี้ไม่ใช่มีแต่รถสมบุกสมบันอย่างเดียว หรูหราหล่อเหลาก็มีให้เป็นทางเลือกไม่ใช่น้อยเช่นกัน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวมอเตอร์ไซค์Bilmola บุกแดนมังกรในงาน CIMA Motor 2026 ตอกย้ำความยิ่งใหญ่แบรนด์ไทยในเวทีโลก
ข่าวมอเตอร์ไซค์CYCLONE บุกงาน CIMA Motor 2026 ยก 3 รถเรือธงรุ่นใหม่ครองเวทีจัดแสดง
ข่าวมอเตอร์ไซค์ชมช็อตออกตัวสุดว้าว! Xiaomi SU7 Ultra ซีดานไฟฟ้า พุ่งทะยานทิ้งคู่แข่งกระจุย
ข่าวมอเตอร์ไซค์ยายตัวตึง ขี่รถเร่งมรดกซิ่งกลางถนนบางแค ตำรวจจ่อแจ้ง 3 ข้อหา คนสนิทเผยความจริง
BMWBMW M ร่วมฉลอง ครบรอบ 100 ปี ตำนาน สนาม Nürburgring
ข่าวมอเตอร์ไซค์Ninja H2 2027 เผยโฉมสุดยอด ไฮเปอร์สปอร์ต จากค่ายยักษ์เขียว
Yamaha Newsกฤตภัทร เขื่อนคำ “ไอเดีย” นำถ้วย แชมป์เอเชีย 2026 ขอบคุณผู้บริหาร ไทยยามาฮ่ามอเตอร์
Honda NewsHonda CRF250R และ CRF250RX เปิดตัว รุ่นปี 2027 เติมความดุดันด้วย สีเอ็กซ์ตรีมเรด