
การเปิดม่านฤดูกาล MotoGP 2026 เริ่มต้นขึ้นด้วยความร้อนแรงจากการเปิดตัวรถแข่ง Aprilia RS-GP26 ณ สำนักงานใหญ่ของ Sky Italy เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ท่ามกลางแสงไฟที่ตกกระทบลงบนลาย “The Lion” สีสันดุดัน ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดไม่ใช่เพียงความสวยงามของตัวรถ แต่คือศักยภาพของนักบิดเลือดอิตาเลียนอย่าง มาร์โก เบซเซคคี่ (Marco Bezzecchi) ที่ถูกยกให้เป็น “ก้างขวางคอ” ชิ้นสำคัญที่สุดของ มาร์ค มาร์เกซ (Marc Marquez) ในภารกิจป้องกันแชมป์โลก
ทำไมต้องเป็นเบซเซคคี่?
หากพิจารณาจากตารางคะแนนสะสมในปี 2025 มาร์ค มาร์เกซ อาจดูเหมือนไร้เทียมทาน แต่ลึกลงไปในรายละเอียดช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลจะพบความจริงที่น่าตกใจ มัสซิโม ริโวลา (Massimo Rivola) CEO ของ Aprilia Racing ชี้ให้เห็นว่า เบซเซคคี่คือนักบิดที่ทำผลงานได้คงเส้นคงวาและเก็บคะแนนได้มากที่สุดในช่วง 8 สนามสุดท้าย (แม้จะมีการถกเถียงว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาร์เกซพลาดการแข่งขันจากอาการบาดเจ็บใน 4 สนามสุดท้าย)
ริโวลาระบุชัดเจนว่า “มาร์โกมีความสามารถในการรีดสมรรถนะของรถออกมาได้เกินขีดจำกัด โดยเฉพาะในสนามที่ต้องการการควบคุมสูงอย่างฟิลลิป ไอส์แลนด์ ซึ่งเขาแสดงให้เห็นว่าสามารถต่อสู้กับ Ducati ได้อย่างสูสี” ความมั่นใจนี้เองที่ส่งผลให้ Aprilia กล้าเดิมพันว่าเบซเซคคี่คือคนที่จะมาเปลี่ยนประวัติศาสตร์ในปี 2026
RS-GP26 การปฏิวัติทางเทคนิคเพื่อสยบ Ducati
หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เบซเซคคี่ไปถึงฝั่งฝันคือรถแข่งรุ่นใหม่ล่าสุด Aprilia RS-GP26 จากรายงานของ Visordown ระบุว่ารถรุ่นนี้มีการปรับปรุงขนานใหญ่ใน 3 ส่วนหลัก:
-
Aerodynamics (อากาศพลศาสตร์): การออกแบบรูปทรงใหม่ที่ช่วยเพิ่ม Downforce ในขณะเอียงรถทำมุมแคบ ช่วยให้เบซเซคคี่สามารถเข้าโค้งได้รวดเร็วกว่าเดิม
-
Chassis (เฟรมรถ): มีการใช้วัสดุใหม่ที่ให้ความยืดหยุ่นและการตอบสนองที่ดีขึ้น ลดอาการสะบัด (Chatter) ที่เคยเป็นปัญหาในรุ่นก่อน
-
Electronics (ระบบไฟฟ้า): ซอฟต์แวร์ใหม่ที่ช่วยจัดการแรงบิดของมอเตอร์ได้แม่นยำขึ้น ลดการสึกหรอของยางในช่วงท้ายเกม
เบซเซคคี่ให้สัมภาษณ์หลังการทดสอบว่า “รถใหม่ให้ความรู้สึกดุดันและมั่นใจมากขึ้น ผมจบปี 2025 ด้วยอันดับ 3 ซึ่งมันคือแรงผลักดันชั้นดีที่จะทำให้ผมก้าวไปสู่เป้าหมายที่สูงกว่าเดิมในปีนี้”
จิตวิทยาการแข่งขัน Bezzecchi vs Marquez
นักวิเคราะห์จาก Paddock GP และ Crash.net มองว่าปี 2026 จะเป็นการดวลกันที่เข้มข้นในเชิงจิตวิทยา มาร์ค มาร์เกซ มักใช้สไตล์การกดดันคู่แข่งอย่างหนักหน่วง แต่เบซเซคคี่มีข้อได้เปรียบคือ “ความเป็นนักสู้ที่ไม่เกรงกลัวรัศมีรุ่นใหญ่”
ความสัมพันธ์ภายในทีม Aprilia ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย โดยมี ฮอร์เก มาร์ติน (Jorge Martin) มาเป็นเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ ซึ่งทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้การแชร์ข้อมูลเพื่อพัฒนารถเป็นไปอย่างราบรื่น แตกต่างจากฝั่ง Ducati ที่มาร์เกซอาจต้องเผชิญกับแรงกดดันภายในทีมโรงงานร่วมกับ ฟรานเชสโก บันยาญ่า
ความท้าทายที่เหลืออยู่
อย่างไรก็ตาม ภารกิจโค่นมาร์เกซไม่ใช่เรื่องง่าย อุปสรรคสำคัญของเบซเซคคี่คือความสม่ำเสมอในสนามที่รถ Aprilia ไม่ถนัด เช่น สนามที่มีความร้อนสูงหรือสนามที่ต้องการเบรกหนักๆ (Stop-and-Go) ซึ่งเป็นจุดแข็งของ Ducati มาโดยตลอด
“เราต้องยอมรับว่ามาร์คคืออัจฉริยะ” เบซเซคคี่กล่าว “แต่ด้วยทีมงานและรถที่เรามีในปีนี้ ผมไม่ได้มองว่าเขาเหนือกว่าเราจนเอื้อมไม่ถึง เราจะสู้กับเขาในสนามแข่งขันแบบ Fair-and-Square”
บทสรุป
ปี 2026 จะเป็นปีที่พิสูจน์ว่า มาร์โก เบซเซคคี่ คือของจริงหรือไม่ ด้วยความพร้อมของทีมงาน Aprilia ที่ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ของโลกในแง่เทคโนโลยี และสภาพจิตใจที่กระหายชัยชนะของ “เบซ” ทำให้การดวลกันระหว่างเขากับ มาร์ค มาร์เกซ จะกลายเป็นไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์ MotoGP ยุคใหม่ หากเขาสามารถดึงฟอร์มในช่วงท้ายปี 2025 มาใช้ได้ตลอดทั้งปี บัลลังก์แชมป์โลกในปี 2026 อาจมีการเปลี่ยนมือสู่ชาวอิตาเลียนคนนี้ก็เป็นได้
อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่


