หากกำลังกำเงินอยู่ในงบประมาณ 3 แสนบาทต้นๆ และกำลังมองหาเน็กเก็ตไบค์คลาสกลางจากค่ายปีกนก แน่นอนว่าตัวเลือกในใจจะต้องหนีไม่พ้น Honda CB750 Hornet สายซิ่งดีไซน์โฉบเฉี่ยว และ New Honda CB650R สายหล่อสไตล์ Neo Sports Café
แม้ทั้งสองคันจะอยู่ในพิกัดและช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่คาแรกเตอร์และจุดเด่นนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มาเจาะลึกกันในแต่ละด้านเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า CB750 Hornet vs New CB650R คันไหนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่มากที่สุด
1. จุดตัดสินใจด้านราคา (Price Comparison)
ในเรื่องของราคานั้นถือว่าสูสีกันมาก โดยมีรายละเอียดดังนี้
-
Honda CB750 Hornet: ราคาแนะนำ 319,000 บาท
-
New Honda CB650R: รุ่น Standard ราคา 312,100 บาท / รุ่น E-Clutch ราคา 332,100 บาท
จุดตัดสินใจ:
ราคาของทั้งสองรุ่นแทบจะขี่คอกันมา หากนำรุ่นท็อปมาเทียบ จะต้องจ่ายเพิ่มอีกราวๆ หมื่นนิดๆ เพื่อแลกกับเทคโนโลยีคลัตช์ไฟฟ้า E-Clutch ของ CB650R แต่หากมีงบจำกัดที่ 320,000 บาท ตัว CB750 Hornet จะให้ความคุ้มค่าในแง่ของขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า
![]() |
![]() |
2. จุดตัดสินใจด้านการขับขี่ (Riding Experience)
ฟีลลิ่งการขับขี่คือจุดที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนที่สุดของรถทั้งสองคัน
-
สมรรถนะ CB750 Hornet (2 สูบเรียง 755cc / 90.5 แรงม้า): โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์แบบ 2 สูบที่ให้แรงบิด (Torque) มาไวและดุดันตั้งแต่รอบต่ำถึงกลาง ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 190 กิโลกรัม ทำให้พลิกรถเข้าโค้งได้ไวและมุดในเมืองได้อย่างคล่องตัว
-
สมรรถนะ New CB650R (4 สูบเรียง 649cc / 94 แรงม้า): เอกลักษณ์ที่หาไม่ได้แล้วในคลาสนี้คือ “เสียงหวานๆ” ของเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง การจ่ายกำลังมีความนุ่มนวลและไหลลื่นในช่วงรอบปลาย (High-rev) แต่ด้วยน้ำหนักตัวรถที่มากกว่า 200 กิโลกรัม ทำให้ความคล่องตัวอาจจะไม่ฉับไวเท่า Hornet
จุดตัดสินใจ:
เลือก Hornet หากชอบความเบา พลิกโค้งไว ทอร์คหนัก แต่ถ้าหลงใหลในเสียงท่อ 4 สูบ และชอบการขี่แบบสมูทๆ ให้ไปทาง CB650R
3. จุดตัดสินใจด้านเทคโนโลยี (Technology & Features)
การใส่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือผู้ขับขี่ของทั้งสองรุ่นนี้ เดินไปคนละเส้นทางอย่างชัดเจน
-
CB750 Hornet (จัดเต็มซอฟต์แวร์): มาพร้อมหน้าจอ TFT 5 นิ้ว มีโหมดการขับขี่ (Riding Modes) ให้เลือกถึง 4 โหมด ซึ่งในโหมด User สามารถปรับตั้งค่า Traction Control (HSTC), Engine Brake และ Wheelie Control ได้ตามใจชอบ
-
New CB650R (นวัตกรรมฮาร์ดแวร์): จุดขายหลักคือเทคโนโลยี Honda E-Clutch ที่ทำให้ไม่ต้องกำคลัตช์ตั้งแต่ออกตัว งัดเกียร์ขึ้น-ลง ไปจนถึงจอดหยุดนิ่ง ช่วยลดความเมื่อยล้าเวลาขี่ฝ่ารถติดได้อย่างมหาศาล
จุดตัดสินใจ:
ชอบปรับแต่งค่าอิเล็กทรอนิกส์รีดสมรรถนะให้สุดต้องเลือก Hornet แต่ถ้าเน้นความสบายขั้นสุด ขี่ในเมืองรถติดๆ ระบบ E-Clutch ของ CB650R คือคำตอบ
4. สรุปตารางเปรียบเทียบ CB750 Hornet vs CB650R แบบหมัดต่อหมัด
| ข้อมูลจำเพาะ | Honda CB750 Hornet | New Honda CB650R (E-Clutch) |
| ประเภทเครื่องยนต์ | 2 สูบเรียง 755cc | 4 สูบเรียง 649cc |
| คาแรกเตอร์/เสียง | ดุดัน ทอร์คหนัก เสียงทุ้มแน่น | นุ่มนวล รอบปลายไหล เสียงหวาน |
| น้ำหนักตัวรถ | 190 กิโลกรัม (ได้เปรียบเรื่องความเบา) | 211 กิโลกรัม (น้ำหนักเยอะกว่า) |
| จุดเด่นด้านเทคโนโลยี | Riding Modes ปรับตั้งค่าได้ละเอียด | ระบบ E-Clutch เปลี่ยนเกียร์ไม่ต้องกำคลัตช์ |
| สไตล์การออกแบบ | สปอร์ตเน็กเก็ต โฉบเฉี่ยว ดุดัน | Neo Sports Café คลาสสิก ไฟกลม |
| ราคาโดยประมาณ | 319,000 บาท | 332,100 บาท |
บทสรุปฟันธง: เลือกรุ่นไหนดี?
-
เลือก CB750 Hornet หากเป็น “สายสปอร์ตเน้น Performance” ชอบรถที่ให้แรงบิดจัดจ้าน น้ำหนักเบาคุมง่าย และต้องการฟังก์ชันอิเล็กทรอนิกส์ครบๆ
-
เลือก New CB650R E-Clutch หากเป็น “สายหล่อเน้นขี่สบาย” ที่เสพติดความสมูทและเสียงของเครื่องยนต์ 4 สูบ ชอบดีไซน์ไฟกลม และต้องการนวัตกรรมที่ช่วยให้การขับขี่ในเมืองไม่เมื่อยมือ
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com



























