ผลประกอบการ Nissan Q1 FY2026 พลิกกำไร 17,917 ล้านบาท พร้อมเจาะลึกบทบาท Dongfeng ในจีน

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ประกาศรายงาน ผลประกอบการ Nissan อย่างเป็นทางการสำหรับไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 (1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2026) โดยผลงานออกมาเป็นที่น่าพอใจด้วยการพลิกกลับมาทำกำไรจากการดำเนินงานเป็นบวก ขานรับผลสำเร็จจากการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ “Re: Nissan” อย่างมีวินัย
ในไตรมาสนี้ นิสสัน ทำยอดขายรถยนต์ทั่วโลกรวม 701,000 คัน สร้างรายได้สุทธิรวม (Consolidated Net Revenue) อยู่ที่ 681,766 ล้านบาท (2.964 ตราล้านเยน / เพิ่มขึ้น 59,179 ล้านบาท) และมีกำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 874 ล้านบาท (3,800 ล้านเยน)
สรุปตัวเลขทางการเงิน Q1 FY2026
ปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันให้ผลประกอบการกลับมาเป็นบวก มาจากการลดต้นทุนตัวรถและกระบวนการผลิต ประสิทธิภาพการขายที่สูงขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนเอื้ออำนวย รวมถึงมาตรการประหยัดงบผันแปรตามแผน Re: Nissan ที่ทำได้เพิ่มอีก 13,800 ล้านบาท (60,000 ล้านเยน)
| รายการทางการเงิน | FY2025 Q1 (ล้านบาท) | FY2026 Q1 (ล้านบาท) | ผลต่าง Variance (ล้านบาท) |
| รายได้สุทธิ (Revenue) | 622,587 | 681,766 | +59,179 (+9.5%) |
| กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) | -18,193 | 17,917 | +36,110 |
| อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) | -2.9% | 2.6% | +5.5% points |
| กำไรปกติ (Ordinary Profit) | -25,116 | 11,293 | +36,409 |
| กำไรสุทธิ (Net Income) | -26,634 | 874 | +27,508 |
(คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง 100 เยน = 23 บาท)
วิเคราะห์ประเด็น Dongfeng: มีส่วนช่วยทำกำไรให้ นิสสัน หรือไม่?
หนึ่งในคำถามสำคัญจากนักวิเคราะห์ในแวดวง ข่าวยานยนต์ คือ บทบาทของ Dongfeng (บริษัทร่วมทุน Dongfeng-Nissan) ว่าส่งผลต่อตัวเลขกำไรที่สดใสในไตรมาสนี้อย่างไร?
เมื่อพิจารณาจากรายงานทางการเงิน จะพบว่า Dongfeng ไม่ได้เป็นตัวสร้างกำไรจากการดำเนินงานหลักใน Q1 ด้วยเหตุผล 2 ประการ:
- โครงสร้างทางบัญชี (Equity Accounting Method): นิสสัน บันทึกผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมทุน Dongfeng ในจีนด้วยวิธีส่วนได้เสียมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งตามมาตรฐานบัญชีนี้ งบรายได้ (Revenue) และกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) ของ นิสสัน จะไม่รวมตัวเลขของ Dongfeng-Nissan เข้ามาคำนวณ (จะไปส่งผลเฉพาะบรรทัดกำไรสุทธิ หรือ Net Income เท่านั้น)
- สภาวะการแข่งขันในจีน: ตลาดรถยนต์ในประเทศจีนยังคงเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่ท้าทายและการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง ส่งผลให้นิสสันต้องปรับลดเป้าหมายปริมาณยอดขายรวมทั่วโลกลงจาก 3.3 ล้านคัน เหลือ 3.15 ล้านคัน
สำหรับกลยุทธ์ของ Dongfeng-Nissan ในปัจจุบัน คือการเร่งปรับสมดุลธุรกิจ (Rebalance & Revamp) ผ่านการบริหารจัดการสต็อกอย่างเข้มงวด พร้อมเร่งเครื่องไลน์อัปรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เช่น N6, N7, NX8 และ Frontier Pro เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตระลอกใหม่ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
สหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น ตลาดหลักสร้างแรงขับเคลื่อน
ในขณะที่ตลาดจีนอยู่ในช่วงปรับทัพ [ผลประกอบการ Nissan] ในภูมิภาคอื่นกลับเติบโตได้อย่างโดดเด่น:
- สหรัฐอเมริกา: นิสสัน ตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์ “Built in the U.S. for the U.S.” ทำสถิตียอดขายปลีกเติบโตเมื่อเทียบปีต่อปีติดต่อกันนานถึง 16 เดือน โดยยอดขายไตรมาสแรกในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 10%
- ประเทศญี่ปุ่น: ตัวเลขยอดสั่งซื้อสะสมของรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง All-New Nissan Kicks พุ่งแตะ 11,000 คัน และ All-New Nissan Elgrand สูงถึง 8,000 คัน สะท้อนถึงการฟื้นตัวของความต้องการผู้บริโภคในประเทศอย่างชัดเจน
ยืนยันเป้ากำไรจากการดำเนินงานทั้งปี 4.6 หมื่นล้านบาท
แม้นิสสันจะปรับลดเป้าหมายยอดขายทั่วโลกลงเหลือ 3.15 ล้านคันจากผลกระทบในจีน แต่ด้วยประสิทธิภาพในการลดต้นทุนภายใต้แผน Re: Nissan ที่วัดผลได้จริง บริษัทจึงยังคง ยืนยันเป้าหมายกำไรจากการดำเนินงานรวมทั้งปีงบประมาณ 2026 ไว้ที่ 46,000 ล้านบาท (200,000 ล้านเยน)
CEO Espinosa สรุปปิดท้ายว่า “ทิศทางของนิสสันมีความชัดเจน เรากำลังจัดการกับความท้าทาย เร่งสร้างแรงขับเคลื่อนในจุดที่มีโอกาส และดำเนินแผน Re: Nissan ด้วยความวินัยเพื่อสร้างนิสสันที่แข็งแกร่งและยั่งยืนยิ่งขึ้น”
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
FAQ
นิสสัน มีกำไรจากการดำเนินงานกลับมาเป็นบวกที่ 17,917 ล้านบาท (77,900 ล้านเยน) และมีรายได้สุทธิรวม 681,766 ล้านบาท (2.964 ตราล้านเยน)
ไม่ได้รวมในกำไรจากการดำเนินงานหลัก เนื่องจาก นิสสัน บันทึกบัญชีด้วยวิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) ซึ่งไม่นำผลการดำเนินงานของ Dongfeng-Nissan มารวมใน Revenue และ Operating Profit
เน้นการเร่งเปิดตัวรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เช่น N6, N7, NX8 และ Frontier Pro พร้อมจัดการสต็อกอย่างรัดกุม เพื่อสร้างฐานการเติบโตระลอกใหม่ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป























