SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda ล่าสุด 2026

  • All Posts
  • Honda News
New Honda GOLDWING 2024 สุดยอดทัวริ่งปรับสีสันใหม่อีกครั้ง

New Honda GOLDWING 2024 สุดยอดทัวริ่งปรับสีสันใหม่อีกครั้ง ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดตัว New Honda GOLDWING 2024 เฉดสีทูโทนใหม่ ได้แก่ “สีขาว-ดำ Pearl Glare White Graphite Black” และ “สีเทา-ดำ Heavy Gray Metallic & Graphite Black” ผสานความเรียบหรู และความดุดันอย่างลงตัว เสริมความสง่างามของรถทัวริ่งระดับท็อปคลาสให้ก้าวไปอีกขั้น สำหรับเจ้าโกลว์วิงค์สีใหม่รุ่นนี้ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Beyond Your Masterpiece ให้ปลายทาง เหนือทุกจินตนาการ” โดดเด่นด้วยดีไซน์ตามแบบฉบับของความเรียบหรู เสริมความที่สุดของพรีเมียมด้วยสีสันทูโทนใหม่ ควบคู่กับเส้นสายลายกราฟิกที่สะท้อนความโฉบเฉี่ยวสง่างามแบบสปอร์ตทัวร์ริ่ง ออกแบบพิถีพิถันรอบคันเบาะนั่งให้องศารองรับสรีระ รวมถึงพื้นที่ช่องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ และ Top Box ขนาด 61 ลิตร สามารถใส่หมวกกันน็อกแบบ Full Face ถึง 2 ใบสะดวกในการจัดเก็บ ตอบโจทย์สำหรับการเดินทางระยะไกล นอกจากนี้ยังเหนือระดับกับเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยด้วยหน้าจอสี TFT ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว แสดงข้อมูลสำคัญของรถได้อย่างครบถ้วน สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Bluetooth® รองรับทั้งระบบ Android Auto และ Apple CarPlay™ พร้อมลำโพง 45 วัตต์ เสียงดังคมชัด และยังแรงด้วยขุมพลังด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ขนาด 1,800 ซีซี SOHC 24 วาล์ว มาพร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 แบบ คือ Tour, Sport, Econ และ Rain ขับเคลื่อนด้วยชุดเกียร์อัจฉริยะ DCT ปรับความเร็วได้ 7 สปีด เอกสิทธิ์เฉพาะของฮอนด้า พร้อมระบบควบคุมความเร็วต่ำพิเศษ หรือ “Walking” แถมยังมาพร้อมกับระบบคันเร่งไฟฟ้า ที่ทำงานร่วมกับระบบควบคุมแรงบิด Honda Selectable Torque Control (HSTC) ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างแม่นยำและนุ่มนวล เสริมความปลอดภัยอีกขั้นด้วยระบบถุงลมนิรภัย Airbag System ที่มาพร้อมกับเซนเซอร์ช่วยตรวจจับเมื่อเกิดแรงปะทะ หรืออุบัติเหตุ เพิ่มความมั่นใจขึ้นอีกขั้นในทุกการเดินทาง ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือจินตนาการ สีเทา-ดำ (Heavy Gray Metallic & Graphite Black) สีขาว-ดำ (Pearl Glare White Graphite Black) ฮอนด้าบิ๊กไบค์ พร้อมวางจำหน่าย New Honda GOLDWING 2 สีใหม่ ได้แก่ สีขาว-ดำ Pearl Glare White Graphite Black และ สีเทา-ดำ Heavy Gray Metallic & Graphite Black ราคาแนะนำ 1,355,000 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR1000RR-R SP Carbon Edition อสูรกายติดปีกเพียง 300 คันในโลก

CBR1000RR-R SP Carbon Edition อสูรกายติดปีกเพียง 300 คันในโลก อีกหนึ่งโมเดลพิเศษที่น่าสนใจนำมาให้ชม กับอสูรกายรุ่นเรือธงจากค่ายปีกนกอย่างเจ้า CBR1000RR-R SP Carbon Edition อิดิชันพิเศษที่ถูกผลิตจำกัดเพียง 300 คันในโลก และได้เผยโฉมตัวจริงครั้งแรกในงาน Eicma 2023 ที่เมืองมิลานที่ผ่านมา ด้วยความพิเศษของมันที่เป็นจุดสนใจของผู้คนภายในงาน และทำให้เหล่าสาวกซูเปอร์ไบค์ต้องถึงกับร้องว้าว ด้วยแฟริ่งของตัวโมเดลที่ใช้เป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เกือบทั้งรอบคัน ทั้งบริเวณบังโคลนหน้า วิงก์เล็ต อกล่าง แฟริ่งข้าง ครอบถังน้ำมัน ครอบท้าย ผสมกับชุดสีตัวรถเป็นสีเนื้อเดียวกัน เพิ่มสไตล์ความดุดันมากยิ่งขึ้น  และเสริมไฮป์ด้วยซีเรียลนัมเบอร์บริเวณฝาผิดแอร์บ็อกซ์ ที่ถูกผลิตขึ้นมาเพียง 300 คันในโลก รวมทั้งของแต่งพิเศษไม่ว่าจะเป็น ท่อไทเทเนียม  Akrapovic ฟูลซิสเต็มส์ที่มีน้ำหนักเบา โช้คหน้า Öhlins S-EC3.0 (SV) NPX แกนสีทอง ด้านหลังเป็นโช้ค Öhlins TTX36 พร้อมซับแทงค์  ต่อด้วยปั๊มบนและกระปุกน้ำมันเบรก Brembo ปั๊มหน้า Brembo Stylema R เรเดียลเม้าท์ 4 ลูกสูบ ดิสก์เบรกคู่โฟลทติ้ง ปักหมุดสีทอง ส่วนปั๊มเป็น Brembo โลโก้ขาว 2 ลูกสูบ โดยเจ้า Carbon Edition รุ่นนี้ให้น้ำหนักที่เบากว่ารุ่นมาตรฐาน 1 กก.   ในส่วนอื่น ๆ ยังคงใช้เบสเดียวกันกับรุ่นมาตรฐานโฉมปี 2024 โดยดูรายละเอียดตัวรถเพิ่มเติมได้ คลิกที่นี่ สำหรับใครที่สนใจดูสเปค CBR1000RR-R SP 2024 เพิ่มเติมได้ คลิกที่นี่ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

C125 2024 เปิดตำนานรุ่นเก๋า เวอร์ชันใหม่

C125 2024 เปิดตำนานรุ่นเก๋า เวอร์ชันใหม่ เปิดตำนานความเก๋าอีกครั้ง กับ Honda C125 2024 รถจักรยานยนต์คลาสสิกอมตะ จาก CUB House by Honda  ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ ทางค่ายพร้อมเอาใจเหล่าสาวกรถคลาสสิก ด้วยเฉดสีใหม่กับ “สีน้ำเงิน-ขาว Prestige Classy Blue”  สำหรับเจ้าคลาสสิกไบค์รุ่นนี้ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Craft Your Classy Life” ถ่ายทอดความพรีเมียม หรูหรา และความคลาสสิกผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมผสานเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่  นอกจากนี้ ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์สุดหรูด้วยสวัสดุชุปโครเมียมโครเมียม เบาะคู่สีแดง เมคอินท์ด้วยวัสดุระดับพรีเมียม พร้อมรูปทรงในสไตล์เรโทรคลาสสิกตามแบบ Honda Super Cub ในปี 1958 ด้วยเส้นสาย S-Shape ตั้งแต่แฮนด์จรดไปยังล้อหลัง ระบบไฟส่องสว่าง Full LED ดีไซน์ทรงกลม รวมถึงหน้าจอดิจิทัล LCD และระบบสมาร์ทคีย์เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานไปอีกขั้น อีกทั้ง ยังมาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบโจทย์ ด้วยเครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ ขนาด 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมระบบหัวฉีด PGM-Fi ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์วน 4 สปีด ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย รวมถึงช่วงล่างกับโช้คหน้าเทเลสโคปิด ด้านหลังเป็นโช้คคู่ ระบบเบรกดิสก์เบรกด้านหน้า และดรัมเบรกด้านหลัง ใช้ล้อและยางขนาด 70-90-17, 80-90-17 แบบไม่ใช้ยางใน สีน้ำเงิน-ขาว Prestige Classy Blue สีเทา-ขาว Essence Gray สีดำ Matt Gentle Black สำหรับโมเดลรุ่นนี้ พร้อมเปิดจำหน่ายแล้วสำหรับ “สีน้ำเงิน-ขาว Prestige Classy Blue” พร้อมกับอีก 2 เฉดสี ได้แก่ “สีเทา-ขาว Essence Gray” และ “สีดำ Matt Gentle Black” กับ ราคาแนะนำที่ 89,600 บาท ที่ CUB House Flagship ทุกสาขาทั่วประเทศ และที่ CUB House Corner ในศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง ปีที่ 26 เวทีแห่งการโชว์ศักยภาพของเด็กไทย

ฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง ปีที่ 26 เวทีแห่งการโชว์ศักยภาพของเด็กไทย นับเป็นอีกปีที่สนุกสนานกันอีกเช่นเคย กับกิจกรรม Honda Eco Mileage Challenge หรือ ฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง ปีที่ 26 /2566 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ กับการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดรถประดิษฐ์ไอเดียแนวคิดที่ประหยัดเชื้อเพลิงมากที่สุด ภายใต้โจทย์ “น้ำมัน 1 ลิตร จะสามารถวิ่งได้ไกลแค่ไหน”  โดยกิจกรรมนี้มีเป้าความหมายเพื่อให้ทุกคนได้สนุกสนานไปกับการประดิษฐ์ คิดค้น ทดสอบ และทดลอง รวมถึงร่วมกันแก้ไขปัญหากับอุปสรรคที่เกิดขึ้น และที่สำคัญความเป็นทีมเวิร์คในการทำงานร่วมกัน ความสามัคคีในทีม เพื่อให้ประสบผลสำเร็จและบรรลุเป้าหมายไปได้ สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเหล่านักเรียน นักศึกษาทั้งอาชีวะ อุดมศึกษา รวมไปถึงประชาชนทั่วไป เข้ามาร่วมแข่งขันมากกว่า 300 ทีมจากทั่วทุกมุม ทั่วประเทศ มาร่วมประชันไอเดีย สร้างสรรค์รถประดิษฐ์ที่ใช้เครื่องยนต์กลไก ใช้พลังงานเชื้อเพลิงน้อยที่สุด โดยคำนึงถึงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งการแข่งขันจะถูกแบ่งเป็น 2 รุ่นได้แก่ 1.รุ่นรถประดิษฐ์  รถประดิษฐ์ หรือ รถที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง โดยกำหนดให้ใช้เครื่องยนต์รุ่น Wave 110i ที่มีปริมาตรกระบอกสูบขนาด 115 ซีซี และติดตั้งเครื่องยนต์ระบบหัวฉีด PGM-Fi ซึ่งการแข่งขันประเภทนี้ ถูกแบ่งย่อยออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ระดับอาชีวศึกษา ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป  2.รุ่นรถตลาด รถตลาด หรือ รถจักรยานยนต์ทั่วไป โดยนำมาดัดแปลงเพียงบางส่วน และกำหนดเฉพาะรุ่นรถเพียง 4 รุ่น ประกอบไปด้วย Honda Wave110i, Honda Dream, Honda SuperCup (กำหนดปริมาตรกระบอกสูบ 108 -115 ซีซี) และ Honda Wave125i (กำหนดปริมาตรกระบอกสูบ 124 – 130 ซีซี)  และผู้เข้าแข่งขันในแต่ละทีม จะต้องมีสมาชิก 5 คน ได้แก่ ผู้จัดการทีม ผู้ขับขี่ ช่างเครื่อง และธุรการ มาร่วมกันพัฒนาเทคนิคและกลยุทธ์ที่จะทำให้รถวิ่งได้ไกลที่สุด ในสนามแข่งตามจำนวนรอบที่กำหนด ด้วยความเร็วเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 30 กม./ชม. โดยทีมที่วิ่งด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงน้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะ (กำหนดให้ใช้น้ำมัน E20 ในทุกประเภทการแข่งขัน) และแน่นอนว่าการแข่งขันในครั้งนี้ เรียกว่าใส่สุดกันทุกทีมแบบไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากสมรรถนะเครื่องยนต์ที่มีการประดิษฐ์ดัดแปลงไปแล้ว ยังต้องอาศัยทักษะและความสามารถของผู้ขับขี่อีกด้วย ที่จะต้องพิชิตสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนระอุบนแทร็กเลยทีเดียว  เพราะฉะนั้น การเตรียมความพร้อมของผู้ขับขี่นั้น ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่จะสามารถทำให้ทีมชนะการแข่งขันครั้งนี้ไปได้  กิจกรรมประกวดรถประดิษฐ์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำหรับการประกวดรถประดิษฐ์ ซึ่งคะแนนการตัดสินครั้งนี้ จะใช้เกณฑ์ความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงาม และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ซึ่งครั้งนี้มีรถประกวดเข้าร่วมหลากหลายสิบคันเลยทีเดียว และแต่ละคันออกแบบมาจัดหนัก จัดเต็ม จนกรรมการถือกับต้องหนักอกหนักใจ ให้คะแนนกันลำบากเลยทีเดียว แต่ในที่สุด ก็ได้รถที่ชนะเลิศและรับถ้วยรางวัลไปครองเป็นที่เรียบร้อย ขอแสดงความยินกับรางวัลในครั้งนี้ สรุปผลการแข่งขัน ประเภทรถประดิษฐ์ ระดับอาชีวศึกษา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม NMVC 2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทศบาลนครปฐม ด้วยค่าสถิติประหยัดน้ำมัน 1,012.640 กม./ลิตร ใช้ความเร็วเฉลี่ย 35.587 กม./ชม. พร้อมคว้าถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี (คว้ารางวัลชนะเลิศของประเทศไทย) สำหรับรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก และรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคปากช่อง  ประเภทรถประดิษฐ์ ระดับอุดมศึกษา รางวัลชนะเลิศได้แก่ ทีมตะโกราย 2 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา ด้วยค่าสถิติประหยัดน้ำมัน  975.803 กม./ลิตร ใช้ความเร็วเฉลี่ย 32.548 กม./ชม. (คว้ารางวัลรองชนะเลิศของประเทศไทย) สำหรับรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมตะโกราย 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก ประเภทรถประดิษฐ์ ระดับประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศได้แก่ ร้านซ้งบริการ จ.นครปฐม กับค่าสถิติประหยัดน้ำมัน 790.795 กม./ลิตร ใช้ความเร็วเฉลี่ย 31.766 กม./ชม.

Tosha ควบ Honda คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจแรก

Tosha ควบ Honda คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจแรก Tosha ควบ Honda คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจแรก สร้างผลงานกระหึ่มเปิดประเดิมศึกสุดโหดหินแห่งท้องทะเลทรายได้อย่างสวยหรู “โทชาร์ ชาร์เรนา” (Tosha Schareina) จากทีม Monster Energy Honda Team ควบรถแข่ง Honda CRF450 Rally หมายเลข 68 คว้าชัยแข่งจัดอันดับเปิดสนาม จากการแข่งขันสุดหฤโหด ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนระอุของภูมิประเทศทะเลทราย ที่ อัลลูลา (Alula) ประเทศซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา ชัยในครั้งนี้ถือชัยชนะแรกของเจ้าตัว ขณะที่ “เอเดียน ฟาน เบเวอเรน” (Adrien Van Beveren) และ “พาโบล ควินตานินญ่า” (Pablo Quintanilla) ทีมเมท สามารถควบรถแข่ง Honda CRF450 Rally จบในอันดับที่ 4 และ 7 ตามลำดับ ทั้งนี้การแข่งขันรายการนี้จะแข่งกันทั้งสิ้น 12 สเตจ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุของทะเลทรายในประเทศซาอุดิอาระเบีย รวมระยะทางกว่า 7,891 กิโลเมตร สามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้า ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : Race to The Dream อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Wave125i 2024 อัปลุคใหม่ แรง ทนทาน ประหยัดขั้นสุด

Wave125i 2024 อัปลุคใหม่ แรง ทนทาน ประหยัดขั้นสุด เปิดประเดิมปี 2024 สำหรับค่ายปีกนกอย่าง ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ทำการเปิดตัว Wave125i 2024 รถจักรยานยนต์ระดับท็อปคลาสที่มาพร้อมสีสันทูโทนแบบใหม่ ให้ความพรีเมียมยิ่งกว่าเดิม ทั้งยังตอบโจทย์ทุกการเดินทางด้วยสมรรถนะจากเครื่องยนต์ Honda Smart Engine ที่ให้ทั้งความประหยัด ความแรง และความทนทาน New Honda Wave125i มาพร้อมคอนเซปต์ “ผู้นำที่ทุกคนเชื่อมั่น” สะท้อนความเป็นผู้นำด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสีสันใหม่เฉดทูโทน ผสานความเรียบหรู ลงตัวกับชุดไฟหน้า Full LED Headlight และไฟท้ายดีไซน์ X-Clusive LED Tailight แผงหน้าปัดเรือนไมล์แบบ LCD Multi Meter เรียบหรูมีมิติ ออกแบบแยกส่วน บอกข้อมูลการขับขี่ครบครัน อีกทั้งเพิ่มความสะดวกสบายให้การขับขี่ด้วยช่องเก็บของอเนกประสงค์ด้านหน้า และช่องเก็บของใต้เบาะขนาดความจุ 17 ลิตร สามารถใส่หมวกกันน็อกได้แบบเต็มใบ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบกันสะเทือนหน้าหลัง รองรับน้ำหนักตัวรถและซับแรงสะเทือนได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยัง ประหยัด แรงและทนทาน ด้วยเครื่องยนต์ Honda Smart Engine 125 ซีซี มาพร้อมระบบหัวฉีด PGM-FI แรงล้ำหน้าด้วยการปรับระยะชักลูกสูบ และมอบอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 71.4กม./ลิตร เสริมด้วยระบบ Piston Oil Jet ช่วยระบายความร้อนดียิ่งขึ้น ลดการสึกหรอ ทนทานยืดอายุการใช้งาน ทั้งยังติดตั้งระบบปรับตั้งความตึงโซ่อัตโนมัติแบบ Hydraulic ส่งกำลังต่อเนื่องทุกรอบความเร็ว ลดการสะบัดและเสียงของเครื่องยนต์ได้อีกด้วย สำหรับการวางจำหน่ายมีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นสตาร์ทมือ ล้อแม็ก มีให้เลือก 4 เฉดสีใหม่ สีแดง (MAT RED), สีขาว-น้ำเงิน (WHITE BLUE), สีดำ-แดง (BLACK RED) และสีเทา (GREY) ในราคาแนะนำ 57,400 บาท และรุ่นสตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด มีให้เลือก 2 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีแดง-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ ในราคาแนะนำ 55,200 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Giorno แต่ง กับโปรเจกต์เรียบง่ายแบบ “ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะ”

สกู๊ตเตอร์แต่งอีกคัน เป็นรถ Giorno แต่ง ดูเนียนตาเน้นความเรียบง่าย มีอะไรซ้อนอยู่ในคันนี้มากมาย แต่ยังคงคอนเซปความคลีนแบบ ขาวจั๋ว น่าเจี๋ยะ

XADV 2024 ไทยฮอนด้าเปิด 3 สีใหม่ SUV Bike สายพันธุ์แกร่ง

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว SUV Bike ระดับท็อป New Honda XADV 2024 3 สีใหม่ ‘สีดำ Mat Ballistic Black Metallic’ ‘สีเทา Iridium Gray Metallic’ และ ‘สีแดง Grand Prix Red’ มาพร้อมคอนเซปต์ ‘Let Your Instinct Lead The Way’ เพิ่มลวดลายกราฟิกใหม่ เท่ เฉียบคมยิ่งขึ้น แรงเต็มกำลังด้วยเครื่องยนต์ 745 ซีซี อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อประสบการณ์ขับขี่ที่ไม่สิ้นสุด  New Honda X-ADV บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่ได้รับการออกแบบให้มีการใช้งานที่หลากหลายในสไตล์ ดูอัล- เพอร์โพสตอบโจทย์การใช้งานทั้งขับขี่ในเมือง หรือผจญภัย เด่นด้วยชุดแฟริ่งสีใหม่ กราฟิกใหม่สะดุดตา โฉบเฉี่ยวด้วยไฟ LED รอบคัน และไฟ Daytime Running Light (DRL) ให้การส่องสว่างมองเห็นชัดเจน พร้อมกระจกบังลมหน้าปรับได้ 5 ระดับ หน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อกับระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน Honda RoadSync สะดวกสบายทุกการเดินทางด้วยพื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 22 ลิตร เก็บหมวกกันน็อคเต็มใบได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลด้วยช่องเสียบสายชาร์จ USB New Honda X-ADV แรงด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 2 สูบเรียง 745 ซีซี 8 วาล์ว SOHC พร้อมระบบส่งกำลังแบบ DCT (Dual Clutch Transmission) เกียร์ 6 สปีด ตอบสนองได้ดั่งใจด้วยคันเร่งไฟฟ้า (Throttle by Wire) พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 5 โหมดให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่ต้องการตั้งแต่โหมด Standard, Sport, Rain, Gravel และ User โหมดที่ผู้ขับขี่สามารถปรับการตั้งค่าต่างๆ ได้ด้วยตนเอง มอบความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบเบรก ABS หน้า-หลัง และระบบป้องกันรถเสียการทรงตัว HSTC (Honda Selectable Torque Control) ไทยฮอนด้าพร้อมวางจำหน่าย New Honda XADV 2024 ทั้ง 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ ‘สีดำ Mat Ballistic Black Metallic’ ราคาแนะนำ 425,000 บาท ‘สีเทา Iridium Gray Metallic’ และ ‘สีแดง Grand Prix Red’ ราคาแนะนำ 430,000 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/ เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH/

Honda Fury Chopper 2024 จิ๊กโก๋พันธุ์ดิบ ขุมพลัง V-TWIN

Honda Fury Chopper 2024 จิ๊กโก๋พันธุ์ดิบ ขุมพลัง V-TWIN มาส่องรถสายจิ๊กโก๋จากฮอนด้าฝั่งยุโรปกันบ้าง ล่าสุดมีการเผยโฉมสุดเท่กับ Honda Fury Chopper 2024 ช็อปเปอร์ทรงพลังที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V-Twin กับโฉมปี 2024 มีการปรับสีเฟรมเป็นสีดำ เพิ่มความเท่ ดุดัน และมาพร้อมเฉดสี Adventure Green ที่ดูโดดเด่น เป็นเฉดเดียวกันกับเจ้า Gold Wing และ Rebel1100 โฉมล่าสุดอีกด้วย รวมถึงจุดเด่นเอกลักษณ์ของโมเดลรุ่นนี้ ด้วยมิติตัวรถทรงยาว โครงสร้างเป็นเฟรมแบบเปลคู่ มาพร้อมกับถังน้ำมันหยดน้ำ ท่อไอเสียแบบปลายคู่ ชุบโครเมียมดูสวยงามรวมไปถึงตัวเครื่อง เบาะทรงต่ำแบบชิ้นเดียว และสวิงอาร์มอลูมิเนียม ดูดิบ ๆ ในสไตล์จิ๊กโก๋ ส่วนขุมพลังใช้เป็นเครื่องยนต์ V-Twin 4 จังหวะ ขนาด 1,312 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเพลาลูกเบี้ยวออกแบบพิเศษ ส่วนระบบวาล์วเป็น 3 วาล์วต่อสูบ อีกทั้งยังใช้ระบบหัวฉีด PGM-Fi ระบบขับเคลื่อนด้วยชุดเกียร์ 5 สปีด ระบบส่งกำลังไปยังล้อหลังด้วยเพลา และถังน้ำมันขนาด 12.8 ลิตร  ต่อด้วยระบบกันสะเทือน โช้คหน้าเทเลสโคปิกขนาดแกน 45 มม. ที่ให้ระยะยุบ 130 มม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว สามารถปรับรีบาวด์และปรับค่าพรีโหลด 5 ระดับ โดนให้ระยะยุบที่ 89 มม. ส่วนระบบเบรก ด้านหน้าเป็นดิส์กเบรกเดี่ยวขนาด 336 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ ต่อด้วยดิสก์เบรกด้านหลังขนาด 296 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว พร้อมระบบเบรก ABS Dual Channel ขนาดล้อและยาง 90/90-21 และ 200/50-18 ตามลำดับ สำหรับราคาจัดจำหน่ายเปิดตัวที่ 11,499 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว ๆ เกือบ 4 แสนบาท หากเข้าไทยราคาคงเขยิบเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย ถือว่าตอบโจทย์สำหรับผู้ที่หลงใหลในความคลาสสิกแบบจิ๊กโก๋ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V-Twin ให้เสียงอันทรงพลังอยู่ในรุ่นนี้แล้ว โดยรุ่นนี้เปิดจำหน่ายในตลาดอเมริกา ส่วนเรื่องการจำหน่ายในไทยคงเป็นเรื่องที่ยากและเหนื่อยพอสมควร เพราะเจ้าตลาดคงไม่พ้นค่ายรถอินทรีย์และค่ายใบพัดสีฟ้าแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Giorno+ เสิร์ฟความสนุกสุดมันส์ใน The New High Experience จ.ระยอง

New Giorno+ เสิร์ฟความสนุกสุดมันส์ใน The New High Experience จ.ระยอง สร้างสีสันและความมันส์แบบต่อเนื่องกับกิจกรรม The New High Experience ที่ครั้งนี้ ได้ยกความนิวไฮป์มาเยือนโซนฝั่งตะวันออกไปกับ Honda Giorno+ พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมาเสิร์ฟชาวระยองกันถึงที่  สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ถูกแบ่งเป็นสองเซกชัน โดยช่วงกลางวันเป็นในส่วนของรีวิวขับขี่ ไปกับเจ้าออโน่พลัส โมเดิร์นคลาสสิกที่มาพร้อมกับรูปทรงสวยงามแบบมีคลาส โดยวิ่งลัดเลาะตามโซนชายหาดเพื่อไปยังจุดเช็คอินแรกที่ หาดสวนสน จอดถ่ายรูปคู่แบล็กกราวด์กับทะเลสีคราม ต่อด้วยแวะถ่ายรูปที่คาเฟ่ U Cup Coffee Speedbar Special Variety – Maptaphut ก่อนร่วมกิจกรรมมันส์ครั้งใหญ่ที่ลานกิจกรรม หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล จ.ระยอง   สวยงาม ตามฉบับโมเดิร์นคลาสสิก หลังจากการขับขี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แอดมินก็ต้องขอรีวิวการใช้งานคร่าว ๆ สำหรับการขับขี่ในครั้งนี้ ใช้ระยะทางกว่า 40 กม. ซึ่งอย่างแรกเลยกับรูปลักษณ์การดีไซน์ แน่นอนว่าโมเดลรุ่นนี้มาแบบฉบับโมเดิร์นคลาสสิก กับความเรียบหรูด้วยชุดสีที่ติดมาพร้อมกับเพลทโลโก้ทั้งบริเวณแฟริ่งด้านหน้าและด้านข้าง วาดลวดลายความคลาสสิกด้วยไฟหน้าทรงกลม บวกกับไฟเลี้ยวบิลต์อินเข้าด้านใน ดูมีสีสันที่ผสมผสานระหว่างโมเดิร์นคลาสสิกและความน่ารัก น่าซื้อมาใช้งานเลยทีเดียว นอกจากนี้ โมเดลรุ่นนี้ยังมีฟังก์ที่รองรับการใช้งานไม่ว่าจะเป็น ช่องเก็บของด้านหน้า พร้อมสายเสียบ USB-A ไว้ชาร์จอุปกรณ์ เรือนไมล์ดิจิทัล แสดงผลฟังก์ชันครบครัน กุญแจรีโมทอัจฉริยะที่สามารถคอนโทรลได้ทั้งระบุตำแหน่งรถ สัญญาณกันขโมย และเปิด-ปิดสัญญาณรีโมท เบาะขนาดกว้างนั่งสบาย ที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ เก็บสัมภาระได้แบบจุก ๆ รวมไปถึงหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ถังน้ำมันด้านหน้าแบบเปิด-ปิดง่ายแบบไม่ต้องเปิดเติมที่หลังเบาะขนาด 5.4 ลิตร เครื่องยนต์ eSP+ รองรับทุกการใช้งาน ในส่วนพละพลังที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางค่ายด้วยเครื่องยนต์ eSP+ กับสูบเดียว 4 วาล์ว พิกัด 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบหัวฉีด PGM-Fi และระบบขับเคลื่อนแบบสายพาน CVT โดยเคลมแรงม้าที่ 10.73 แรงม้าที่ 8,500 รอบ ซึ่งเพียงพอต่อการขับขี่ใช้งานในพิกัดนี้ และการขับขี่ในครั้งนี้ ต้องบอกว่าถูกใจและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีของ Piston Oil Jet หรือหัวฉีดน้ำมันเครื่องใต้ลูกสูบ ที่ช่วยหล่อลื่นและระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์นั้นทนทานต่อการใช้งานนั่นเอง ซึ่งระหว่างขับขี่บอกเลยว่าบิดยาว ๆ รวมถึงใช้ความเร็วที่ 70-90 กม./ชม. และจัดท็อปสปีดได้ที่ 110 กม./ชม ในช่วงทางตรงยาว  พร้อมช่วงล่าง เริ่มด้วยระบบกันสะเทือนกับโช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คหลังแบบยูนิตสวิงที่รองรับซับแรงกระแทกได้ดี ระบบเบรกกับดิสก์เบรกด้านหน้าขนาด 220 มม. ด้านหลังเป็นดรัมเบรกที่เพียงพอต่อการใช้งาน ขนาดล้อและยาง 100/90-12 และ 110/90-12 แบบไม่ใช้ยางใน โดยตัวรถเคลมน้ำหนักมาที่ 118 กก. โดยรวมถือว่าใช้งานง่าย คล่องตัว บวกกับสีสันน่ารัก ๆ ที่มีจำหน่ายถึง 7 สีโดยมีทั้งในรุ่น ABS และ CBS กับราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 61,900 บาท เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย หรือสายแต่งบอกเลยว่าคุ้มค่ากับพิกัดนี้  ระเบิดความมันส์กับ The New High Experience ต่อด้วยกิจกรรมความมันส์กับ The New High Experience ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลระยอง ที่พร้อมพาชาวระยองมาสัมผัสกับรถโมเดิร์นคลาสสิก พร้อมรถแต่งจากหลากหลายสำนัก บูธของแต่ง H2C อาทิ หมวกกันน็อก คอลเลกชันใหม่ บูธโมเดลถ่ายรูปคู่กับรถในสไตล์ความเป็นนิวไฮป์ของจีโอโน่พลัส รวมถึงให้ทดลองขับขี่รถ Honda Giorno+ ภายในงาน พร้อมเปิดบริการสำหรับลูกค้าที่สนใจจองรถ พร้อมรับของแถมมากมาย และพิเศษด้วยมินิคอนเสิร์ตจากวง Jetset’er มาเสิร์ฟความสนุกให้กับชาวระยองในครั้งนี้อีกด้วย  ก็จบไปแล้วสำหรับกิจกรรม The New High Experience ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทาง บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ที่ได้เชิญชวนมานร่วมกิจกรรมสนุก ๆ แบบนี้ สำหรับครั้งต่อไปจะเป็นกิจกรรมความมันส์จากไทยฮอนด้าอีกหล่ะก็ อย่าลืมติดตามข่าวสารการอัปเดตจาก SuperBike Thailand ได้เลย  สำหรับใครที่สนใจโมเดลรุ่นนี้ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand IG :

รีวิว CBR650R 2024

รีวิว CBR650R 2024 ปรับเครื่องใหม่ ดีไซน์ซูเปอร์สปอร์ต วันนี้เราก็ได้มีโอกาสทดสอบโมเดลที่ไบค์เกอร์หลายคนจับตามอง ตั้งแต่เปิดตัวที่งาน EICMA 2023 เมืองมิลาน นั่นคือการ รีวิว CBR650R 2024 ที่มีการปรับเปลี่ยนทั้งในส่วนของดีไซน์ และเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตามโมเดลที่ทาง SuperBike Thailand ได้ทดสอบยังเป็นตัว STD ยังไม่ใช่ตัว E-Clutch นะครับ ก็ขอให้แฟน ๆ อดใจรอกันอีกหน่อย ยังไงก็ต้องได้ทดสอบรีวิวกันแน่นอนครับ ก่อนจะเข้าเรื่องหลัก ผมขอพูดถึงประวัติของโมเดลนี้กันสักหน่อย สำหรับโมเดล 4 สูบเรียง 650 ซีซี รหัสนี้เดิมทีนั้นมีมานานแล้ว โดยโมเดลแรกที่ถูกนำออกมาจำหน่ายทางท้องตลาด เริ่มขายเมื่อปี 2014 – 2017 ในชื่อรุ่น CBR650F ไปจนถึงปี 2019 ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็น CBR650R ตามความสปอร์ตที่มีมากยิ่งขึ้น และในปีนี้โมเดล 2024 ก็มีดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวมากขึ้น เทคโนโลยีเองก็ทันสมัย เครื่องยนต์ปรับจูนใหม่ ช่วงล่างก็ถือว่าระดับเยี่ยม ทำให้รุ่นนี้ดูเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าแต่ก่อนเยอะเลย และยังจะมีรุ่นพิเศษที่จะมาพร้อมเทคโนโลยี E-Clutch เพิ่มเข้ามา เพื่อให้มือใหม่สามารถขับขี่ได้ง่ายอีกด้วยครับ รูปลักษณ์ซูเปอร์สปอร์ต กลับมารอบนี้ดูหล่อขึ้นเป็นกองเลย แฟริ่งด้านหน้าดีไซน์มาใหม่ ไฟหน้าคู่มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ยิ่งถ้ามองด้านหน้าตรง ๆ ก็จะยิ่งเหมือนกับ CBR1000RR เข้าไปกันใหญ่ ตรงนี้ละที่บอกว่า ดีไซน์มีความเป็นซูเปอร์สปอร์ตมากขึ้น โมเดลนี้ยังมีหน้าจอแบบสี TFT ขนาด 5 นิ้วติดตั้งมาให้อีกด้วย ทำให้บอกสถานะฟังก์ชั่นการทำงานของตัวรถได้ชัดเจน สำหรับภายนอกที่ปรับมาให้ ส่วนตัวรู้สึกว่าตัวรถมีความแน่นมากขึ้น ดูแล้วมั่นคง สปอร์ต เมื่อรวมกับโทนสีประจำของทางค่ายยิ่งทำให้ดูสปอร์ตขึ้นอีกเยอะเลย เครื่องยนต์ปรับมาใหม่ เครื่องยนต์ตัวนี้เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 16 วาล์ว มีพิกัดอยู่ในคลาส 650 ซีซี จัดเป็นรถบิ๊กไบค์ขนาดกลางที่เป็นมิตรกับผู้ขับขี่ แต่ไม่ใช่ว่าไม่แรงนะ มันมีความแรงที่ควบคุมได้ อีกทั้งยังตรงกับความนิยมของชาวไทย โดยในเจ็นฯ นี้มีการปรับเปลี่ยนองศาเพลาลูกเบี้ยวฝั่งไอดีมาใหม่ ทำให้วาล์วเปิดนานขึ้น ส่งผลให้ตัวรถมีกำลังแรงและขี่ได้สนุกมากขึ้น ทั้งยังมีการปรับแมปปิ้งระบบจ่ายน้ำมันมาใหม่ ทำให้ตัวรถสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด พร้อมมีระบบแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์มาให้ช่วยทำให้การขับขี่สมู้ทนุ่มนวลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ช่วงล่าง พร้อมจากโรงงาน พูดถึงระบบเบรกก่อนเลย ของที่ให้มาเป็นแบบดับเบิ้ลดิสก์แบบโฟลทติ้ง คาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเม้าส์ ส่วนด้านหลังก็เป็นดิสก์เบรกเช่นกัน ถัดมาในส่วนของโช้คอัพหน้าเป็นแบบ Upside Down จาก Showa SFF-BP ขนาด 41 มิลลิเมตร โช้คอัพหลังเดี่ยวขนาดแกน 14 มิลลิเมตร สามารถปรับค่าพรีโหลดได้ 10 ระดับ และส่วนสุดท้ายนั้นก็คือตัวล้ออลูมิเนียมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหน้าหลัง 17 นิ้ว มาพร้อมยางหน้าขนาด 120/70-17 และยางหลังขนาด 180/55-17 ตามลำดับ เทคโนโลยีมีให้พร้อม ที่โดดเด่นเลยก็คือระบบ HSTC หรือ Honda Selectable Torque Control เรียกกันแบบที่คุ้นเคยก็แทร็คชันคอนโทรลที่มาเสริมความปลอดภัยขณะขับขี่ให้มากขึ้น เพื่อที่จะรักษาสมดุลของตัวรถ เพิ่มการยึดเกาะของตัวล้อและยาง ทำให้ผ่านอุปสรรคไปได้อย่างปลอดภัย ยังมีในส่วนของระบบเบรกนั้นก็คือ ABS อิสระหน้า-หลัง ที่จะมาช่วยลดระยะการเบรกให้สั้นและเบรกได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น   ยังมีระบบ Honda Roadsync เชื่อมต่อรถเข้ากับสมาร์ทโฟน พร้อมกับการแสดงผลบนหน้าจอ TFT เพิ่มความสะดวกสบาย จะโทรเข้า รับสาย ฟังเพลง ก็ทำได้สะดวกปลอดภัยและยังมีพอร์ต USB Type-C ติดตั้งมาให้ใช้ชาร์จสมาร์ทโฟนที่เป็นเหมือนอวัยวะที่ 33 ของคนเรายุคนี้อีกด้วย ฟีลลิ่งลงสนามเป็นไงบ้าง.. จริง ๆ แล้วการรีวิวทดสอบโมเดลนี้เป็นรอบทดสอบวันเดียวกันกับเจ้า CBR500R 2024 เลย แต่จะมีการแบ่งการทดสอบเป็นช่วงเช้ากับช่วงบ่าย เพื่อที่จะได้จับฟีลลิ่งในสนามได้ชัดเจน ซึ่งการจัดการทดสอบที่สนามแก่งกระจานเซอร์กิต ที่ถือว่าเป็นสนามที่ขี่สนุก ด้วยโค้งที่ต่อเนื่อง มีขึ้นเนินลงเนินแบบไฮสปีด ทำให้เราสามารถที่จะจับฟีลลิ่งรถได้อย่างชัดเจน ทั้งช่วงล่าง กำลังเครื่องยนต์ ระบบเบรก ไปจนถึงท่านั่งการขับขี่อีกด้วย ท่านั่งและการขับขี่ ท่านั่งยังมีการออกแบบสำหรับการขับขี่ใช้งานทั่วไป ไม่ได้ออกแบบมาเป็นเรซซิ่งจ๋า ๆ ยังคงขี่ง่าย หลังไม่ได้ก้มลงมาเยอะเลย อันนี้ถือว่าตอบโจทย์เลย แต่วันนี้เรามาทดสอบในสนาม ยังไงก็ต้องหมอบหาแอโรไดนามิกและขับขี่แบบเรซซิ่งกันหน่อย ถ้าจะหมอบก็ทำได้สบาย ๆ ช่วงตัวผู้ขับขี่ท่อนบนทำได้ดี ช่วงท่อนล่างเอวลงไป ยังต้องปรับเล็กน้อย

รีวิว New CBR500R 2024

รีวิว New CBR500R 2024 อัพดีกรีสปอร์ต น่าขี่ยิ่งกว่าเดิม!! ครั้งนี้เราได้มีโอกาส รีวิว New CBR500R 2024 โมเดลใหม่ล่าสุดที่วางจำหน่ายในบ้านเรา ถึงแม้จะเป็นโมเดลที่มีอยู่แล้ว แต่กลับมารอบนี้ถือว่า Honda ทำการบ้านเรื่องรูปลักษณ์มาได้เป็นอย่างดี มีความหล่อเหลากว่าเดิมหลายเท่าตัว สำหรับครั้งนี้เรามาทดสอบความสปอร์ตกันถึงที่สนามแข่งรถแก่งกระจาน เซอร์กิต จ.เพชรบุรี เอาให้รู้กันไปเลยว่าคันนี้มีอะไรดี คันนี้มีประวัติ   เล่าให้ฟังกันก่อนเลย เดิมที CBR500R รหัสนี้ มีมาตั้งแต่ปี 2013 ก็เรียกได้ว่ามีความเป็นมายาวนานนับ 10 ปีที่มีจำหน่ายในศูนย์ Honda Bigwing  รูปลักษณ์ หน้าตาก็ถูกเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาตามสมัย ทั้งวัสดุ ลวดลาย เส้นสาย ก็ถูกเปลี่ยนไป รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ถูกใส่เพิ่มเติมเข้าไปหรือปรับปรุงแก้ไข ล้วนแล้วแต่ทำให้ตัวรถตอบสนองผู้ขับขี่ได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทดสอบแบบสายฟ้าแลบ เปิดตัววันแรกในงาน Motor Expo 2023 วันรุ่งขึ้นผมก็ต้องแพ็คเรซซิ่งสูทเข้ากระเป๋าดิ่งตรงเข้าสนามแข่งแก่งกะจานเซอร์กิตเลย เพื่อที่จะให้พร้อมทดสอบในงาน Honda Bigbike Triple Thrills ที่รวบรวมโมเดลใหม่ทุกรุ่นที่เปิดตัวพร้อมราคาในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปเพื่อที่จะให้สื่อมวลชนในประเทศไทยเข้าร่วมทดสอบอย่างเป็นทางการที่แรกในโลกก่อนใคร เรียกได้ว่า Thai Honda จัดให้แบบไม่มีเสียชื่ออยู่แล้ว แฟริ่งใหม่ทั้งคัน ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หล่อขึ้นเป็นกอง เพราะมีการดีไซน์ปรับเปลี่ยนแฟริ่งใหม่ โดยเฉพาะด้านหน้าที่มีการเปลี่ยนแฟริ่งเป็นไฟหน้าคู่พร้อมกับดีไซน์ดับเบิ้ลแฟริ่งให้มี Air duct หรือท่อดักลมไอดีมาให้พร้อมกับปีกหรือวิงก์เล็ต ซึ่งใช้งานได้จริง เพิ่มความนิ่งในความเร็วสูง ๆ ได้ดี  และมีดีไซน์ลวดลายรอบคันให้มีเส้นสายความสปอร์ตมากขึ้นกว่าเดิม นี่ละถึงเป็นสาเหตุว่าทำไมทุก ๆ คนถึงพูดเป็นเสียงเดียวกันหลังจากที่ได้เห็นคันนี้ว่า หล่อขึ้นเป็นกอง เครื่องยนต์พื้นฐาน 2 สูบ ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง พิกัด 471 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 47 แรงม้า และ แรงบิด 43 นิวตันเมตร ชุดเกียร์ 6 สปีด มีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ เพิ่มความสมบูรณ์แบบในการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีส่วนที่พัฒนามาให้นั้นคือ กล่อง ECU ที่มีปรับจูนแม็ปปิ้งมาให้ใหม่ เพื่อให้ตอบสนองผู้ขับขี่ได้ดีขึ้น ช่วงล่าง แอบซิ่งได้ โช้คอัพหน้าเป็นแบบหัวกลับ Showa SFF-BP มาพร้อมขนาดแกน 41 ม.ม. โช้คหลังเดี่ยวพร้อมกระเดื่องทดแรง Pro-link สามารถปรับค่าแข็งอ่อนของสปริงได้ 5 ระดับ ในส่วนของระบบเบรกก็จัดมาให้เต็มระบบ ด้านหน้าเป็นแบบดับเบิ้ลดิสก์เบรก ด้านหลังก็เป็นดิสก์เบรกเดี่ยว สำหรับตัวล้อและยางเส้นผ่าศูนย์กลาง 17 นิ้วให้โปรไฟล์ยางแบบใช้งานขับขี่บนท้องถนนทั่ว ๆ ไปมาให้ เทคโนโลยี เริ่มจากเทคโนโลยีความปลอดภัยกันก่อนเลย อย่าง HSTC หรือ ที่เราเข้าใจกันแบบง่าย ๆ นั้นก็คือระบบแทร็กชั่นคอนโทรล ป้องกันการล้อฟรี หรือการสูญเสียการยึดเกาะนั่นเอง ช่วยรักษาสมดุลของตัวรถ ทำให้เพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นที่สำคัญถ้าอยากมันส์ ก็สามารถเปิดปิดได้ด้วย ยังมีระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนลซึ่งเป็นของที่สำคัญและขาดไปไม่ได้เลยเวลาขับขี่บนท้องถนน และระบบ ESS ช่วยกระพริบไฟฉุกเฉินเวลาเบรกกะทันหันช่วยแจ้งเตือนคันข้างหลัง ในส่วนของความสะดวกสบายนั้นนอกจากหน้าจอเรือนไมล์ที่ให้มาแบบ TFT จอสี ขนาด 5 นิ้ว ที่บอกสถานะทุกอย่างของตัวรถไว้อยู่แล้ว ยังมีในส่วนของ Honda Roadsync ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนติดรถมาให้จากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการโทรออกรับสาย ระบบนำทาง ฟังเพลง ส่งข้อความ พยากรณ์อากาศ ผู้ขับขี่สามารถใช้งานเลือกฟังก์ชั่นต่าง ๆ ได้ผ่าน ปุ่มควบคุม 4 ทิศทางใหม่ รองรับทั้งระบบแอนดรอยด์ และ iOS ฟีลลิ่งการขับขี่ในสนาม มุมมองแรกเลยจากตัวผมเอง ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรก เพราะครั้งแรกก็ว้าวกว่านี้กับการเปิดตัวที่งาน EICMA 2023 สะกดสายตาคนทั้งโลกแล้ว สำหรับการกลับมาของ CBR500R 2024 แต่ก็รู้สึกว้าวกับดีไซน์นี้อยู่ดี เพราะว่าสัมผัสได้ถึงความบึกขึ้น มีวิงเล็ตเหมือนกับรุ่นพี่ระดับซูเปอร์ไบค์ อย่าง CBR1000RR-R ถือว่าได้ฟีลสปอร์ตที่ชัดเจนมากขึ้นอีกขั้น ท่านั่งการขับขี่ สำหรับการขับขี่ในสไตล์เรซซิ่ง CBR500R ให้อารมณ์ท่านั่งกึ่งสปอร์ต ไม่ได้ก้มตัวจนมากเกินไป สืบเนื่องมาจากแฮนด์จับโช้คมีการยกขึ้นมาสูงกว่าระดับแผงคอนิดหน่อยและตำแหน่งการวางเท้าที่ไม่ชันเข่ามากเท่าไร โดยรวมท่านั่งการขับขี่จะตอบโจทย์ให้สำหรับการใช้งานในเมือง แต่คราวนี้เอามาขี่ในสนามก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ สามารถขับขี่ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะแบนโค้ง หรือหมอบทางตรง ก็ไม่ได้ติดปัญหาอะไรเท่าไรนัก เครื่องยนต์ปรับมาใหม่ เครื่องยนต์ 2

Honda Grom 2024 สตรีทไบค์ตัวจี๊ด ปรับใหม่รอบคัน เริ่มต้น 6.69 หมื่น

Honda Grom 2024 สตรีทไบค์ตัวจี๊ด ปรับใหม่รอบคัน เริ่มต้น 6.69 หมื่น ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว “New Honda Grom 2024” รถมินิไบค์ดีไซน์สปอร์ตที่ปรับโฉมใหม่ อัปลุคความเป็นสตรีทไบค์ให้เท่ยิ่งกว่าเดิม มาพร้อมเครื่องยนต์ 125 ซีซี เกียร์ 5 สปีด แรงบิดดี ขับขี่สนุก รวดเร็วทันใจ ฟังก์ชันล้ำสมัยครบครัน พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ สำหรับโมเดลรุ่นนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Freedom Awaits รออะไร..ถ้าใจมันอยาก” ปรับโฉมใหม่ทั้งคันด้วยชุดแฟริ่งใหม่รอบคัน รวมถึงติดตั้งแฟริ่งด้านล่างเป็นครั้งแรก เพิ่มลุคสปอร์ตเต็มขั้น และลงตัวกับลวดลายกราฟิกใหม่ ยกระดับความโฉบเฉี่ยวสู่อีกระดับ พร้อมด้วยท่อไอเสียแบบสลิปออนด์ ติดตั้งฟังก์ชันระดับบิ๊กไบค์ด้วยชุดไฟหน้า Full LED Headlight ดีไซน์สปอร์ต แผงหน้าปัดเรือนไมล์ดิจิทัล Full LCD Panel (Gear Indicator & Shift Light) แสดงตำแหน่งเกียร์ และข้อมูลครบถ้วน นอกจากนี้ ยังบิดสนุกเร้าใจด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ขนาด 125 ซีซี ใช้ระบบหัวฉีด PGM-FI ส่งกำลังด้วยระบบคลัตช์มือที่ประสานความแรงกับชุดเกียร์ 5 สปีด ให้สมรรถนะสูงสุดในคลาส ควบคุมง่าย คล่องตัว โช้คหน้าแบบหัวกลับดูดซับแรงกระแทกได้อย่างไร้กังวล ล้อแม็กซ์ดีไซน์ใหม่พร้อมยางหน้ากว้างสไตล์รถบิ๊กไบค์ เสริมความปลอดภัยด้วยระบบดิสก์เบรกหน้า-หลัง และระบบเบรกแบบ ABS ที่มาพร้อม G-Sensor ป้องกันอาการท้ายปัดหรือท้ายยกเมื่อเบรกกะทันหัน รุ่น ABS with G-Sensor สีเทา-ดำ ราคาแนะนำ 77,900 บาท รุ่น Standard สีแดง-ดำ ราคาแนะนำ 69,900 บาท รุ่น Standard สีน้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 69,900 บาท พร้อมกันนี้ ไทยฮอนด้าพร้อมวางจำหน่ายแล้วด้วยกัน ทั้งหมด 2 รุ่น 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ รุ่น ABS with G-Sensor สีเทา-ดำ ราคาแนะนำ 77,900 บาท และรุ่น Standard มีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีแดง-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 69,900 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New ADV350 สีใหม่ 2024 พร้อมขายที่ไทยแล้วตอนนี้..!!

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว New ADV350 สีใหม่ 2024 มาพร้อมคอนเซปต์ ‘EXPLORE YOUR EXTRAORDINARY ออกไปท้าทาย ให้มากกว่าที่เคย’ เพิ่มความเข้ม เท่ ดุดันยิ่งขึ้นด้วยโทนสีที่ปรับเฉดใหม่ ถึง 3 เฉดสี ได้แก่ ‘สีเทา-ดำ MISTY GREY’ ‘สีดำ NIGHTFALL BLACK’ และ ‘สีแดง-ดำ RED TWILIGHT’ เสริมความเป็น Premium SUV Bike มากกว่าเดิม มาพร้อมกับเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 330 ซีซี 4 วาล์ว และเทคโนโลยีล้ำหน้าครบครันแบบฉบับ SUV Bike ที่ขับขี่ สนุกเร้าใจ รองรับการใช้งานทั้งในเมืองหรือทางไกลแบบทัวริ่ง New Honda ADV350 ได้รับการออกแบบให้มีความเท่ ในสไตล์ Premium SUV Bike เสริมความโดดเด่นด้วยโทนสีใหม่ที่เข้ม และดุดันมากขึ้น สะดุดตาด้วยชุด Emblem สีเงินใหม่พร้อมกับเทเปอร์แฮนด์บาร์ที่ปรับเป็นสีดำพร้อมการ์ดแฮนด์เสริมความแข็งแรง โฉบเฉี่ยวด้วยชุดไฟรอบคันแบบ LED พร้อมลุยด้วยโช้กหน้าแบบหัวกลับ และโช้กหลังติดตั้งซับแทงค์คู่จาก SHOWA วินด์สกรีนปรับความสูงได้ถึง 4 ระดับ ไม่หวั่นทุกเส้นทางด้วยระยะ Ground Clearance ที่สูงถึง 155 มิลลิเมตร สะดวกสบายทุกการเดินทางด้วยพื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 48 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ถึง 2 ใบ รวมถึงช่องเก็บของด้านหน้า มาพร้อมเทคโนโลยีที่เหนือชั้นด้วยหน้าปัดเรือนไมล์แบบ Full LCD แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน รวมถึงช่องชาร์จไฟ USB Type C และรีโมตอัจฉริยะ Honda Smart Key สตาร์ตเครื่องยนต์โดยไม่ต้องใช้กุญแจ สามารถระบุตำแหน่งพร้อมป้องกันการขโมย รองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล  New Honda ADV350 มาพร้อมเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 330 ซีซี 4 วาล์ว ส่งกำลังการขับขี่ที่ต่อเนื่องในทุกสภาพถนน อัตราเร่งติดมือไม่ว่าจะเป็นการออกตัวหรือเร่งแซง รวมถึงระบบป้องกันรถเสียการทรงตัว HSTC (Honda Selectable Torque Control) มอบความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้นด้วยระบบเบรก ABS หน้า-หลัง อีกทั้งล้ออะลูมิเนียม X-Shaped แบบ 6 ก้าน น้ำหนักเบาสามารถไปได้ทั้งทางเรียบและทางลุยสไตล์ Dual-Purpose  ไทยฮอนด้าพร้อมวางจำหน่าย New ADV350 สีใหม่ 2024 รุ่น Standard Type ทั้ง 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีเทา-ดำ MISTY GREY’ ‘สีดำ NIGHTFALL BLACK’ และ ‘สีแดง-ดำ RED TWILIGHT’ ราคาแนะนำ 186,400 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda BigBike จัดใหญ่ ส่งท้ายความสนุกใน SuperBikeMag Trackday 2023 R.3

Honda BigBike จัดใหญ่ ส่งท้ายความสนุกใน SuperBikeMag Trackday 2023 R.3 Honda BigBike สานต่อความสนุกให้กับเหล่านักบิดฝั่งค่ายปีกนก ร่วมกิจกรรมเพิ่มทักษะการขับขี่ในแทร็กเดย์ พร้อมกับขับขี่แข่งขันรอบควอลิฟายและแข่งขันจริงเพื่อสะสมคะแนนรอบโทรฟี่ ใน SuperBikeMag.com Trackday & Trophy 2023 POWERED by PIRELLI the Superbike Tyres ณ สนาม พีระ อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต จ.ชลบุรี ซึ่งตลอดทั้งกิจกรรมจะถูกแบ่งเป็นช่วงของรอบแทร็กเดย์และโทรฟี่ โดยในรอบของแทร็กเดย์ แบ่งเป็นรอบการซ้อมขับขี่ตามกรุ๊ป A,B และ C เพื่อทำความคุ้นชินในแทร็กของสนาม ผ่านโค้งตามจุดต่าง ๆ ทั้งหมด 13 โค้ง รวมระยะทาง 2,410 เมตรต่อรอบ ต่อด้วยรอบ (Warm up) เตรียมความพร้อมก่อนจับเวลาในรอบควอลิฟาย เพื่อจับเวลาที่ดีที่สุด สู่รอบการแข่งขันในช่วงโทรฟี่ แบ่งคลาสรุ่นต่าง ๆ ตามจำนวนซีซี ให้เหล่านักบิดสวมวิญญาณนักแข่ง หวดความเร็วในแทร็กได้อย่างสนุกสนาน โดยครั้งนี้ ฮอนด้า บิ๊กไบค์ พร้อมบริการด้วยการจองพิทเพื่อรองรับลูกค้าถึง 4 พิท พร้อมทีมช่างชำนาญการจากโรงงาน มาดูแลเซอร์วิส ปรับเซ็ตรถบิ๊กไบค์ให้เหมาะสมกับผู้ขับขี่ รวมถึงให้คำปรึกษาและแนะนำทักษะการขับขี่ให้กับนักบิดมือใหม่ที่ไม่เคยขี่ในสนามแข่ง ได้ลิ้มรสชาติของการขับขี่ในแทร็ก เพื่อรีดสมรรถนะตัวรถ และเพิ่มทักษะการขับขี่ได้อย่างเต็มพิกัด ครั้งแรก..!! กับการนำโฉม CBR- Series 2024 ร่วมแทร็กเดย์ในครั้งนี้ และแน่นอนกับความพิเศษ ด้วยทางค่ายจัดเซอร์ไพร์สชุดใหญ่กับการนำซี่รี่ย์ตัวแข่งอย่าง CBR-Series รุ่นปี 2024 ที่พึ่งเปิดตัวในงาน Motor Expo 2023 ไปหมาด ๆ อย่าง CBR500R และ CBR650R นำมาให้สื่อและลูกค้าฮอนด้าได้ลองขับขี่ที่สนามพีระฯ เซอร์กิตอีกด้วย  ต่อความมันส์ต่อเนื่องกับรุ่น Honda Cup นอกจากรุ่นแข่งสแตนดาร์ดที่ทางผู้จัดได้เตรียมให้แล้ว ทางค่ายปีกนกยังทำการเพิ่มรุ่นแข่งเฉพาะ ให้กับสาวกฮอนด้า และมีการเก็บคะแนนเพื่อชิงรางวัลประจำปี ซึ่งนอกจากจะได้รางวัลของแต่ละสนามไปแล้ว ยังมีรางวัลเพิ่มเติมจากสปอนเซอร์หรือผู้สนับสนุนใจดีภายในงานนี้ มอบให้แก่เหล่านักบิดที่สามารถขึ้นโพเดียม 5 อันดับแรกในสนามนั้น และรางวัลแห่งปีสำหรับนักบิดฮอนด้าที่มีคะแนนสะสมมากสุดทั้ง 3 สนามไปครองอีกด้วย ทั้งนี้ก็ขอขอบคุณทางฮอนด้า บิ๊กไบค์ ที่ได้ร่วมสร้างกิจกรรมนี้ให้เกิดขึ้น รวมถึงสร้างมิตรภาพ ความสัมพันธ์ที่ดีแก่เหล่าสาวกฮอนด้าบิ๊กไบค์ทั้งมือเก่า มือใหม่ ได้กล้าลอง กล้าเรียนรู้ กล้าลุยในสนามแข่งอย่างมั่นใจ ไปพร้อมกับโมเดลตัวแรงจากทางค่ายอีกด้วย  สำหรับกิจกรรมแทร็กเดย์ในครั้งต่อไปจะเป็นสนามไหน วันที่เท่าไหร่ ก็ต้องรอติดตามข่าวสารจากเพจ SuperBike Thailand หรือทางเพจ PirelliMoto กันได้เลย ทั้งนี้ก็ขอต้อนรับนักบิดหน้าใหม่ หัวใจเรซซิ่ง มาร่วมจอยส์ความสนุกในกิจกรรมครั้งต่อไปกันเยอะ ๆ นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda เปิดตัวบิ๊กไบค์ 5 โมเดลใหม่ ใน Motor Expo 2023

Honda เปิดตัวบิ๊กไบค์ 5 โมเดลใหม่ ใน Motor Expo 2023 จัดเต็มจัดหนักอีกแล้วสำหรับ Thai Honda เปิดตัวบิ๊กไบค์ 5 โมเดลใหม่ในงาน Motor Expo 2023 เหมือนส่งตรงรถมาจากงาน Eicma ประเทศอิตาลี พร้อมกันนี้ยังเผยราคาสุดเร้าใจพร้อมโปรโมชันโมเดลอื่น ๆ อีกมากมาย All New CBR650R 2024 สปอร์ตไบค์ 4 สูบเรียงพิกัด 650 ซีซี มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่อัปเดตใหม่ พร้อมเพิ่มฟังก์ชันหน้าจอสี TFT 5 นิ้ว และสมรรถนะที่ตอบโจทย์การขับขี่ใช้งานบนท้องถนนและในสนามแข่ง นอกจากนี้ยังมีรุ่น E-Clutch ให้เลือกใช้งานอีกด้วย โดยรุ่นสแตนดาร์ดเปิดราคาแนะนำที่ 327,300 บาทเท่านั้น สำหรับรุ่น E-Clutch ยังไม่เปิดราคา All New CB650R 2024 สปอร์ตนีโอคาเฟ่ 4 สูบเรียงพิกัด 650 ซีซี ที่ปรับโฉมใหม่เพิ่มความดุดันน่าใช้งาน เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และออกเดินทาง และรุ่นนี้ยังมีรุ่น E-Clutch ให้เลือกใช้งานอีกด้วย โดยรุ่นสแตนดาร์ดเปิดราคาแนะนำที่ 312,100 บาทเท่านั้น สำหรับรุ่น E-Clutch ยังไม่เปิดราคา New CBR500R 2024 สปอร์ตไบค์ 2 สูบพิกัด 500 ซีซี สำหรับนักซิ่งบิ๊กไบค์พิกัดเริ่มต้นที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะที่ดี สมู้ทเป็นมิตร ปรับดีไซน์ใหม่ เพิ่มหน้าจอสี TFT 5 นิ้วพร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ เปิดราคาแนะนำที่ 222,800 บาทเท่านั้น New Hornet 500 2024 เดิมก็คือ CB500F เน็กเก็ดไบค์สุดเท่คราวนี้ใช้ดีเอ็นเอสายเลือดแตนซิ่งจากพี่ใหญ่ CB750 Hornet มาในสไตล์โฉบเฉี่ยมยิ่งขึ้น เพิ่มหน้าจอสี TFT 5 นิ้วพร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ เปิดราคาแนะนำสุดเร้าใจที่ 217,700 บาทเท่านั้น New NX500 2024 หรือเดิมก็คือ CB500X แอดเวนเจอร์ไบค์รุ่นยอดนิยมของไบเกอร์ชาวไทย ที่ปรับโฉมใหม่ให้มีความละม้ายคล้ายรุ่นพี่อย่าง Translap และมีภาพลักษณ์สมบุกสมบันมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มหน้าจอสี TFT 5 นิ้วพร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ โดยเปิดราคาแนะนำสุดคุ้มที่ 227,900 บาทเท่านั้น นอกจาก Honda เปิดตัวบิ๊กไบค์ 5 โมเดลใหม่ ไทยฮอนด้ายังได้ยกทัพรถฮอนด้าบิ๊กไบค์รุ่นอื่นๆ มาให้ผู้สนใจได้เป็นเจ้าของแบบครบครันทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ เช่นเดียวกับ Iconic Models จาก CUB House ที่มาพร้อมชุดแต่งพิเศษจากค่ายดังไม่ว่าจะเป็น Kitaco, GCraft, Streamtails มาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และในครั้งนี้ฮอนด้ายังได้นำเรือ Jonny Boats ติดตั้งเครื่องยนต์ Honda Marine มาวางจำหน่ายร่วมกับแบรนด์ CUB House เป็นครั้งแรก พิเศษโปรโมชันสำหรับ 50 ลำแรก ราคาพิเศษเพียง 74,900 บาท (จากราคาปกติ 79,900 บาท) พร้อมรับ Gift Set ประกอบไปด้วยเสื้อ Honda Marine, Handle Bar และกระเป๋ากันน้ำ พร้อมรับแพ็กเกจ Exclusive Trip ล่องเรือ Jonny Boats 2 วัน 1 คืน สัมผัสรถรุ่นใหม่ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสำหรับงานมอเตอร์เอ็กซ์โปได้ที่ บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

CB150R 2024 สีใหม่ ลายใหม่ จัดจ้าน

CB150R 2024 สีใหม่ ลายใหม่ จัดจ้าน ไทยฮอนด้า เอาใจเหล่าแฟน ๆ สายสปอร์ตคลาสสิก กับการเปิดตัว New CB150R 2024 มาพร้อมสีใหม่ ลายใหม่ สปอร์ต ดุดันขึ้นกว่าเดิม ในคอนเซ็บต์ “Soul of the Street เท่สุด สุดถนน” กับ สีดำ-เทา (Asteroid Black Metallic) และ สีขาว-แดง (Pearl Horizon White) โดยรุ่นนี้ถือเป็นอีกหนึ่งในโมเดลที่ตอบโจทย์ต่อการใช้งาน หรือขับขี่หล่อ ๆ บนท้องถนน พร้อมความพิเศษด้วยลวดลายแบบใหม่บนถังน้ำมัน ดูโฉบเฉี่ยว จัดจ้าน ไฟทรงกลมสุดเท่เป็นเอกลักษณ์ และเฟรมถักสีแดงสะดุดตา บนตัวถังที่แสดงถึงความแรงฤทธิ์ของโมเดลพิกัดนี้อีกด้วย และยังมาพร้อมกับความแรงด้วยขุมพลังขนาด 150 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-Fi แบบดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ระบบส่งกำลังแบบเกียร์ 6 สปีด และถังน้ำมันที่ติดตั้งมาให้ขนาด 8.5 ลิตร อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยโช้คหน้า USD สีทองจาก Showa ขนาดแกน 41 มม.ที่ช่วยซับแรงกระแทกและให้การขับขี่ที่สมูท ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวที่ติดตั้งมาให้ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มที่ทำจากเหล็กมวลเบา ให้ความแข็งแรง น้ำหนักเบา รวมถึงระบบเบรกกับดิสก์เบรก ด้านหน้าขนาด 295 มม. ปั๊มเบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกขนาด 220 มม. โดยตัวรถมีขนาดล้อท่ากันที่ 17 นิ้ว และยางขนาด 110/70 และ 150/60 ตามลำดับ มาพร้อมเทคโนโลยี ที่มีทั้ง หน้าจอเรือไมล์ Full Digital LCD ระบบไฟส่องสว่าง LED ระบบเบรก ABS ที่ติดตั้งมาให้อีกด้วย กับราคาแนะนำที่ 113,300 บาท โดยสามารถรับชมคันจริงได้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค CBR650R 2024 โฉมใหม่ล่าสุด หล่อขึ้นกว่าเดิม

สเปค CBR650R 2024 โฉมใหม่ล่าสุด หล่อขึ้นกว่าเดิม CBR650R 2024 สปอร์ตไบค์พิกัด 4 สูบเรียงขนาด 650 ซีซี มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่อัปเดตใหม่ พร้อมเพิ่มฟังก์ชันหน้าจอสี TFT 5 นิ้ว และสมรรถนะที่ตอบโจทย์การขับขี่ใช้งานบนท้องถนนและในสนามแข่ง นอกจากนี้ยังมีรุ่นสำหรับ E-Clutch ให้เลือกใช้งานอีกด้วย ราคาแนะนำที่ 327,300 บาท รุ่น E-Clutch ยังไม่เปิดราคาจำหน่าย ​ ช่วงหน้าปรับใหม่ สปอร์ต คมขึ้น ไฟท้าย LED ดีไซน์ล้ำสมัย ล้อ 17 นิ้วยางหลัง 180/55 ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. ปั๊มเบรกลูกสูบเดียว ล้อหน้า 17 นิ้ว ยางหน้า 120/70 ดิสก์เบรกคู่หน้าขนาด 310 มม. ปั๊มเบรก 4 ลูกสูบ โช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ปรับพรีโหลดได้ 10 ระดับ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 649 ซีซี หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว เบาะดีไซน์ 2 ระดับ ทรงสปอร์ต ส่องเสปค CBR650R 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 649 ซีซี แรงม้า (เคลม) 94 แรงม้าที่ 12,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 63 นิวตันเมตรที่ 9,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 X 46 มม. อัตราส่วนการอัด 11.6 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คแบบหัวกลับรุ่น Showa ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ปรับพรีโหลดได้ 10 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เรเดียนเมาท์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,120 x 750 x 1,145 มม. ระยะฐานล้อ 1,450 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 211 กก. ความจุถังน้ำมัน 15.4 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบแทร็คชันคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว แอปพลิเคชัน Honda RoadSync เชื่อมต่อข้อมูลรถผ่านสมาร์ทโฟน ระบบไฟส่องสว่าง LED แอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ระบบ E-Clutch (รุ่น E-Clutch) ช่องเสียบ

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

รีวิวมอเตอร์ไซค์

หมวดหมู่