SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda ล่าสุด 2026

  • All Posts
  • Honda News
สเปค CB1000 Hornet เจาะเครื่องใน เจ้าแตนยักษ์ พันธุ์ดุ มีอะไรบ้าง

สเปค CB1000 Hornet เจาะเครื่องใน เจ้าแตนยักษ์ พันธุ์ดุ มีอะไรบ้าง CB1000 Hornet สปอร์ตเน็กเก็ตไบค์รุ่นเรือธงพี่ใหญ่ในตระกูล Hornet มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวด้วยเส้นลายแฟริ่ง และปรับโฉมหน้าใหม่ ดุดัน มากขึ้น ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 4 สูบเรียง พร้อมระบบเทคโนโลยีรองรับการขับขี่ทั้งในสนามแข่งและท้องถนน ราคาแนะนำ (รออัปเดตอีกครั้ง) ​ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี ไฟหน้าออกแบบใหม่ ดุดันมากขึ้น เบาะนั่งแบบ 2 ชิ้น ทรงสปอร์ต รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ขนาดล้อและยางหลัง 180/55-17 ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 256 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว ขนาดล้อและยางหน้า 120/70-17 ดับเบิลดิสก์เบรกขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรกเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ สเปค CB1000 Hornet ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี แรงม้า (เคลม) 147.1 แรงม้า แรงบิด (เคลม) 100 นิวตันเมตร ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 75 x 56.5 มม. อัตราส่วนการอัด 11.6 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คแบบหัวกลับขนาด ขนาด 41 มม. รุ่น Showa ระยะยุบ 120 มม. ปรับแต่งเต็มระบบ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปร์ลิงค์ ปรับรีบาวด์ เบรกหน้า (เบรค) ดับเบิลดิสก์ขนาด 310 มม.คาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียนเมาท์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 256 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,120 x 789 x 1,090 มม. ระยะฐานล้อ 1,458 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 820 มม. น้ำหนักรถ 201 กก. ความจุถังน้ำมัน NA ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบคันเร่งไฟฟ้า  ระบบแทร็คชันคอนโทรล HSTC หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Road, Rain, Sport) แอปพลิเคชัน Honda RodeSync เชื่อมต่อข้อมูลตัวรถผ่านสมาร์ทโฟน ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS แยกล้อหน้าล้อหลัง ควิกชิฟเตอร์ แอสซิสแอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ สีสันที่มีจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค CB650R 2024
อัปเกรดใหม่ ใส่จอสี และ E-Clutch

สเปค CB650R 2024
อัปเกรดใหม่ ใส่จอสี และ E-Clutch CB650R 2024 E-Clutch เน็กเก็ตไบต์ขุมพลัง 4 สูบเรียง 650 ซีซี มาพร้อมอัปเกรดใหม่ กับฟังก์ชันระบบ E-Clutch เพิ่มลูกเล่นกับการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัตช์ และหน้าจอสี TFT มาพร้อมกับ Honda RoadSync เชื่อมต่อข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน เพิ่มประสบการณ์การขับขี่แบบไร้ขีดจำกัด ราคาแนะนำที่ 312,100 บาท รุ่น E-Clutch ยังไม่เปิดราคา ​ ติดตั้งระบบ E-Clucth ใหม่ล่าสุดจากทางค่าย ลวดลายสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ระบบไฟ LED รอบคัน เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 650 ซีซี หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว มือใหม่ก็ขับได้ สเปค CB650R 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 649 ซีซี แรงม้า (เคลม) 94 แรงม้าที่ 12,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 63 นิวตันเมตรที่ 9,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 x 46 มม. อัตราส่วนการอัด 11.6 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 180/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คแบบหัวกลับขนาด 41 มม. รุ่น Showa SFF-BP ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ปรับพรีโหลดได้ 10 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เรเดียนเมาท์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,130 x 780 x 1,075 มม. ระยะฐานล้อ 1,450 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 205.8 กก. ความจุถังน้ำมัน 15.4 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบแทร็คชันคอนโทรล หน้าจอสี TFT  แอปพลิเคชัน Honda RodeSync เชื่อมต่อข้อมูลตัวรถผ่านสมาร์ทโฟน ระบบไฟเตือนฉุกเฉินเมื่อเบรกกระทันหัน ESS ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล ระบบป้องกันล้อหน้าลอย แอสซิสแอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ช่องเสียบ USB Type C สีสันที่มีจำหน่าย   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR150R 2024 อัปสีใหม่ สปอร์ตเต็มขั้น

CBR150R 2024 อัปสีใหม่ สปอร์ตเต็มขั้น หลังโหมกระหน่ำกับโมเดลใหม่ในงาน EICMA 2023 ที่อิตาลีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาดูค่ายปีกนกฝั่งบ้านเรากันบ้าง โดยล่าสุดเปิดตัว New Honda CBR150R โมเดลสายสปอร์ตตระกูล CBR Series กับ 2 สีใหม่ “สีแดงกรังด์ปรีซ์เรด (GRAND PRIX RED)” และ “สีดำ (DOMINATOR MATTE BLACK)” ซึ่งมาพร้อมคอนเซปต์ “For the Real Racing Spirit แรงเท่าที่ใจอยากแรง” พร้อมอัปลุคความสปอร์ตให้โดดเด่นกว่าเดิมด้วยลายเส้นกราฟิกและล้ออัลลอยสีทองใหม่ สะท้อนความเป็น Sport Aggressive ได้อย่างลงตัว สำหรับสีแดงกรังด์ปรีซ์เรด (GRAND PRIX RED) มาพร้อมกราฟิกไตรคัลเลอร์ ที่ถ่ายทอดมาจากดีไซน์ของตัวแข่งฮอนด้าในศึก World Superbike และ สีดำ (DOMINATOR MATTE BLACK) ที่ให้ความดุดันกว่าเดิม ลงตัวกับไฟหน้า LED 2 ชั้น แบบ Double-Layered ทั้งหน้าและหลัง มาพร้อมกับ Position Light คู่บน และไฟเลี้ยว LED เฉียบคมด้วยเส้นสายบนตัวรถที่บ่งบอกความเป็นสปอร์ตขั้นสุด รวมทั้ง ยังถ่ายทอด DNA ความเป็นรถซูเปอร์สปอร์ตมาได้อย่างสมบูรณ์แบบจากสนามแข่งด้วยเครื่องยนต์ ขนาด 150 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ส่งกำลังความแรงด้วยชุดเกียร์ 6 สปีด มาพร้อมระบบ Assist Slipper Clutch ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลังขณะเปลี่ยน ขับขี่สนุกด้วยท่านั่งในแบบ “Super Sport Riding Position” ที่โอบรับสรีระผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ กระชับ และคล่องตัว ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสอารมณ์ของความเป็นรถซูเปอร์สปอร์ตตัวจริง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบกันสะเทือน ด้วยการใช้โช้คหน้าแบบหัวกลับ จากแบรนด์ SHOWA ดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรกแบบ ABS เสริมด้วยระบบไฟฉุกเฉิน ESS แสดงสัญญาณไฟกะพริบเมื่อใช้เบรกอย่างกะทันหัน สีแดงกรังด์ปรีซ์เรด (GRAND PRIX RED) สีดำ (DOMINATOR MATTE BLACK) โดย Honda CBR150R พร้อมวางจำหน่ายรุ่น ABS 2 สีใหม่ “สีแดงกรังด์ปรีซ์เรด (GRAND PRIX RED)” และ “สีดำ (DOMINATOR MATTE BLACK)” ราคาแนะนำ 99,900 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค CB500 Hornet 2024 หล่อ คม คล่องตัว

สเปค CB500 Hornet 2024 หล่อ คม คล่องตัว CB500 Hornet 2024 สตรีทไบค์ไบค์ไซส์กลางพิกัด 500 ซีซี ที่ปรับเปลี่ยนใหม่จาก CB500F กับโฉมที่ถอดรหัส DNA มาจากรุ่นพี่อย่าง CB1000 Hornet และ CB750 Hornet พร้อมกับสมรรถนะที่ให้การขับขี่สนุก คล่องตัว เหมาะสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน Hornet 500 ราคาแนะนำ 217,700 บาท ​ อัปโฉมใหม่ หล่อยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงพิกัด 500 ซีซี โช้คหน้า USD Showa SFF-BP ขนาด 41 มม. ดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหลังขนาด 240 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ล้อ 17 นิ้วและยางขนาด 120/70 สเปค CB500 Hornet 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 471 ซีซี แรงม้า (เคลม) 47 แรงม้าที่ 8,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 x 66.8 มม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 160/60-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คแบบหัวกลับขนาด ขนาด 41 มม. รุ่น Showa SFF-BP ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปร์ลิงค์ ปรับค่าสปริงได้ 5 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 296 มม. คาลิเปอร์ Nissin 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,080 x 800 x 1,060 มม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 145 มม. ความสูงเบาะ 785 มม. น้ำหนักรถ 188 กก. ความจุถังน้ำมัน 17.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี แอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ระบบแทร็คชันคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว แอปพลิเคชัน Honda RodeSync เชื่อมต่อข้อมูลตัวรถผ่านสมาร์ทโฟน ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล ควิกชิฟเตอร์ สีสันที่มีจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค Honda NX500 2024 ทัวร์ริ่งไบค์ไซส์กลาง หน้าจอใหม่ TFT

สเปค Honda NX500 2024 ทัวร์ริ่งไบค์ไซส์กลาง หน้าจอใหม่ TFT Honda NX500 2024 แอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลางจากค่ายปีกนก มาพร้อมขุมพลัง 2 สูบ พิกัด 500 ซีซี ที่ปรับใหม่ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้ามาอำนวยความสะดวกในการขับขี่ได้สนุกมากยิ่งขึ้น ราคาแนะนำ 227,900 บาท ​ หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ไฟหน้า LED ดีไซน์สวยงาม ปลายท่อคู่ ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 296 มม. คาลิเปอร์เบรก 2 ลูกสูบ ไฟท้าย LED เครื่องยนต์ 2 สูบ ขนาด 471 ซีซี สเปค Honda NX500 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 471 ซีซี แรงม้า (เคลม) 47 แรงม้าที่ 8,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 x 66.8 มม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 110/80 -19 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 160/60-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คแบบหัวกลับขนาด ขนาด 41 มม. รุ่น Showa SFF-BP ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปร์ลิงค์ ปรับค่าสปริงได้ 5 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 296 มม. คาลิเปอร์ Nissin 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,165 x 830 x 1,415 มม. ระยะฐานล้อ 1,445 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 108 มม. ความสูงเบาะ 830 มม. น้ำหนักรถ 196 กก. ความจุถังน้ำมัน 17.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี แอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ ระบบแทร็คชันคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว แอปพลิเคชัน Honda RodeSync เชื่อมต่อข้อมูลตัวรถผ่านสมาร์ทโฟน ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล ระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกระทันหัน ESS สีสันที่มีจำหน่าย   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CB650R 2024

Honda CB650R 2024 ปรับโฉม เสริมเข้ม เติมจอสี Honda CB650R 2024 เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ได้รับการปรับโฉมใหม่และเพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่รับปีหน้าฟ้าอมร พร้อมเพิ่มทางเลือกพิเศษเพื่อมือใหม่จะได้มีโอกาสขี่รถมีคลัตช์ได้สะดวกขึ้น ซึ่งหลัก ๆ ของโมเดลใหม่นี้จะเป็นเรื่องของดีไซน์และหน้าจอสีที่ได้รับการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมเข้ามา ส่วนเครื่องยนต์นั้นจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปครับ ดีไซน์ ยังคงมาในสไตล์นีโอสปอร์ตคาเฟ่เช่นเดิม แต่มีการปรับให้มีความโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้นตั้งแต่หัวจรดท้าย ด้านหน้าเด่นด้วยไฟหน้าใหม่ที่แน่นอนว่าเป็น LED เต็มระบบแล้ว ครอบหม้อน้ำ เบาะคนนั่งและคนซ้อนปรับรูปทรงใหม่ และมีช่องจ่ายไฟใต้เบาะแบบ USB-C  ส่วนท้ายรถและไฟท้ายที่มีการปรับใหม่ ให้ดูลงตัวรับกันดีมากยิ่งขึ้น ส่วนบริเวณค็อกพิทก็จะมีหน้าจอเรือนไมล์ใหม่เป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วที่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ผ่านแอพพลิเคชัน Honda RoadSync ที่ช่วยให้ใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานของโทรศัพท์ได้สะดวก และแน่นอนว่ามีสวิตช์ควบคุมแบบ 4 ทิศทางที่มาพร้อมไฟแบ็กไลท์ที่ช่วยให้ใช้งานง่ายและสะดวกแม้ว่าจะต้องใช้งานตอนกลางคืนก็ตาม เรียกว่าเป็นการอัปเดตตาม ๆ กันมาแบบเดียวกันกับ CBR650R ที่เป็นเสมือนแฝดคนละฝานั่นเอง เครื่องยนต์และช่วงล่าง ในส่วนของเครื่องยนต์และช่วงล่าง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรนะครับ เครื่องยนต์ยังเป็นเครื่อง 4 สูบเรียง 649 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมพละกำลังมาที่ 93.87 แรงม้าที่ 12,000 รอบและแรงบิด 63 นิวตันเมตรที่ 9,500 รอบ มีขนาดถังน้ำมัน 15.4 ลิตร ช่วงล่างจะมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ Showa SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้ 10 ระดับ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ 310 ม.ม.กับคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว 240 ม.ม.มีคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดี่ยว ส่วนล้ออลูมิเนียมมีขนาดล้อและยางเป็น 120/70-ZR17 และ 180/55-ZR17 หน้าหลังตามลำดับ ส่วนระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงก็จะมีระบบ HSTC หรือแทร็คชันคอนโทรล ระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนแนล และระบบไฟกระพริบฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน ESS และพิเศษสำหรับรุ่น E-Clutch ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีใหม่จากทาง Honda ที่ช่วยให้คุณเข้าเกียร์ได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์อีกเลย ไม่ว่าจะตอนไหน ซึ่งต่างจากควิกชิฟเตอร์ที่ยังต้องใช้คลัตช์ในการออกตัวและหยุดรถ ซึ่งเป็นออปชันที่เหมาะกับมือใหม่มาก ๆ ส่วนมือเก๋าจะไม่ใช้ระบบนี้ก็สามารถกำคลัตช์ตามปกติได้เลย หรือจะใช้คลัตช์เพื่อการขับขี่แบบดุดันก็ทำได้เช่นกันครับ แต่ก็ต้องและมาด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอีก 2 กิโลกรัมด้วยนะ สุดท้ายนี้โมเดลนี้ผลิตในไทย แน่นอนว่ามีขายไทยแน่นอน กำเงินรอได้เลย ถือว่าเป็นบิ๊กไบค์ไซส์กลางสำหรับไบค์เกอร์ที่เน้นความหล่อเท่ที่คุ้มค่าแน่นอนครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Honda CBR650R 2024

Honda CBR650R 2024 ปรับโฉมใหม่ ใส่จอสีล้ำทันสมัยสำหรับเจ้าสปอร์ต 4 สูบเรียงไซส์กลางอย่าง Honda CBR650R 2024 ที่เปิดตัวในงาน Eicma 2023 ที่อิตาลีเองก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน โดยหลัก ๆ จะเป็นเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกและหน้าจอสี ส่วนอื่น ๆ จะไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่ถ้าหากคุณเป็นมือใหม่ล่ะก็โมเดลนี้เขามีอ็อปชันเสริมพิเศษให้ด้วยนะ ถ้าสนใจ เอาล่ะถึงตรงนี้แล้วมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ไปตะลุยอ่านกันได้เลยครับ ดีไซน์ สำหรับโมเดลนี้มีการปรับเปลี่ยนในส่วนของไฟหน้า LED คู่ดีไซน์ใหม่ แฟริ่งด้านบนและด้านล่างปรับใหม่ให้ดูมีความปราดเปรียว ถัดเข้ามาที่ค็อกพิทจะมีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน Honda RoadSync เพื่อใช้งานระบบนำทางและฟังก์ชันอื่น ๆ ของสมาร์ทโฟนได้ ถัดมาที่แฮนด์ด้านซ้ายมีสวิตช์เกียร์ควบคุมใหม่ที่ใช้งานได้ง่ายแถมยังมีไฟแบ็กไลท์ให้ใช้งานได้สะดวกแม้ยามค่ำคืนอีกด้วย นอกจากนี้ก็จะมีเบาะคนขี่และคนซ้อนปรับทรงใหม่ให้เข้ากับท้ายใหม่ได้อย่างลงตัวมากขึ้น โดยที่ความสูงไม่ได้เพิ่ม และแอบใส่ช่องจ่ายไฟ USB-C มาให้ใต้เบาะด้วย ถือว่าเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ เครื่องยนต์และช่วงล่าง ในส่วนของเครื่องยนต์และช่วงล่าง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ดังนั้นจะขอบอกคร่าว ๆ นะครับ เครื่องยนต์ยังเป็นเครื่อง 4 สูบเรียง 649 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 93.87 แรงม้าที่ 12,000 รอบและแรงบิด 63 นิวตันเมตรที่ 9,500 รอบ มีขนาดถังน้ำมัน 15.4 ลิตร ช่วงล่างจะมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ Showa SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้ 10 ระดับ ส่วนระบบเบรกจะเป็น ดิสก์เบรกหน้าคู่ 310 ม.ม.กับคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว 240 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดี่ยว มีล้อแบบอลูมิเนียม และมีขนาดล้อและยางเป็น 120/70-ZR17 และ 180/55-ZR17 หน้าหลังตามลำดับ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงก็จะมีระบบ HSTC ที่คล้ายกับแทร็คชันคอนโทรล ระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนแนล และระบบไฟกระพริบฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน ESS และพิเศษสำหรับรุ่น E-Clutch ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีใหม่จากทาง Honda ที่ช่วยให้คุณเข้าเกียร์ได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์อีกเลย ไม่ว่าจะตอนไหน ซึ่งต่างจากควิกชิฟเตอร์ที่ยังต้องใช้คลัตช์ในการออกตัวและหยุดรถ ซึ่งเป็นออปชันที่เหมาะกับมือใหม่มาก ๆ ส่วนมือเก๋าจะไม่ใช้ระบบนี้ก็สามารถกำคลัตช์ตามปกติได้เลย หรือจะใช้คลัตช์เพื่อการขับขี่แบบดุดันก็ทำได้เช่นกันครับ สุดท้ายนี้โมเดลนี้ผลิตในไทย แน่นอนว่าขายไทยแน่นอน กำเงินรอได้เลย ถือว่าเป็นสปอร์ตไบค์ไซส์กลางที่แจ่มแมวมาก ๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

สเปค CBR1000RR-R SP 2024 อัปเกรดใหม่ สมรรถนะเต็มพิกัด

สเปค CBR1000RR-R SP 2024 อัปเกรดใหม่ สมรรถนะเต็มพิกัด CBR1000RR-R SP 2024 ซูเปอร์ไบค์รุ่นเรือธงพิกัด 1000 ซีซี มาพร้อมกับการปรับปรุงขนานใหญ่ ใหม่รอบคัน โดยได้รับการถ่ายทอด DNA จากรถแข่ง MotoGP อย่าง RC213V ดึงสมรรถนะออกมาได้แบบไร้ขีดจำกัด ราคาแนะนำ (รออัปเดตอีกครั้ง) ​ ไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ วิงก์เลตดีไซน์ใหม่ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงพิกัด 1,000 ซีซี พละกำลังแรงม้า 214.56 ตัว แรงบิด 113 นิวตันเมตร โช้คหน้า Ohlins TTX36 S-EC3.0 USD ปรับพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชัน หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ท่อ Akrapovic ไทเทเนียม ดีไซน์ใหม่ น้ำหนักเบา ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 330 มม.ปั๊มเบรก Brembo Stylema ขนาด 4 ลูกสูบ กันรอยถังคาร์บอน ดีไซน์ใหม่ ดุดัน ยิ่งกว่าเดิม สเปค CBR1000RR-R SP 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999.9 ซีซี แรงม้า (เคลม) 214.56 แรงม้าที่ 14,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 113 นิวตันเมตรที่ 12,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 81 x 48.5 มม. อัตราส่วนการอัด 13.6 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน (ยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3) ยางหลัง 200/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน (ยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3) ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คแบบหัวกลับขนาด 43 มม. รุ่น Ohlins TTX36 S-EC3.0 ปรับพรีโหลด รีบาวด์ และคอมเพรสชัน พร้อมระยะยุบ 125 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปร์ลิงค์ รุ่น S-EX3.0 ปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ ระยะยุบ 143 มม. เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 330 มม. คาลิเปอร์เบรกเรเดียนเมาท์ Brembo Stylema ขนาด 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิเปอร์เบรก Brembo 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง 2,100 X 745 X 1,140 มม. ระยะฐานล้อ 1,455 มม ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 102 มม. ความสูงเบาะ 830 มม.

Honda CBR1000RR-R SP 2024

CBR1000RR-R SP 2024 ปรับขนานใหญ่ ใส่ไข่ในทุกรายละเอียด หากไม่ตั้งใจสังเกตให้ดี ๆ เราอาจจะมองไม่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเจ้า Honda CBR1000RR-R SP 2024 โมเดลใหม่ล่าสุดพิกัดเรือธงของทางค่ายปีกนกที่เปิดตัวในงาน Eicma 2023 แต่รู้หรือไม่ว่าทางค่ายได้ปรับปรุงมันขนานใหญ่ในหลาย ๆ จุด ให้มันกลายเป็นรถที่ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เดิมเสียอีก แต่จะปรับปรุงอะไรบ้างนั้น ต้องไปดูกันในรายละเอียดที่ผมจะเหลาให้ฟังครับ ดีไซน์ ดีไซน์ตัวรถโดยรวมแล้วยังคงไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก ยังให้ความสปอร์ตเรซซิ่งไม่เปลี่ยน แต่จริง ๆ แล้วมีการปรับเปลี่ยนให้มีแอโรไดนามิกที่ดียิ่งขึ้นไปอีก มีการปรับเปลี่ยนแฟริ่งส่วนกลาง ปรับรูปทรงของปีกวิงก์เล็ตและปรับให้ยื่นไปด้านหน้ามากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง ยืนแฟริ่งส่วนล่างให้ยื่นไปใกล้ล้อหลังมากขึ้นช่วยให้การยึดเกาะที่ล้อหลังดีขึ้นอีกด้วย ทั้งยังปรับทรงของถังน้ำมันให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยอีก 0.4 ลิตรเป็น 16.5 ลิตร โดยทรงใหม่นี้ช่วยเพิ่มกริพที่เข่า ช่วยให้คอนโทรลรถได้ดีขึ้นอีกด้วย เครื่องยนต์ ในส่วนของขุมพลังก็มีการปรับเปลี่ยนภายในเช่นกัน โดยเครื่องยนต์ยังเป็นเครื่อง 1000 ซีซี 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้กำลังแรงม้าที่ 214.56 แรงม้าที่ 14,000 รอบ และแรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตรที่ 12,000 รอบ ซึ่งถึงแม้ว่าตัวเลขพละกำลังและแรงบิดสูงสุดจะยังไม่เปลี่ยนแปลงแต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างในเครื่องยนต์เพื่อให้ขับขี่ได้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น โดยมีการปรับปรุงระบบคันเร่งไฟฟ้าใหม่ ใส่มอเตอร์ 2 ตัวเข้ามาควบคุมการเปิดปิดลิ้นปีกผีเสื้อ เพื่อให้ควบคุมกำลัง อัตราเร่งและเอ็นจิ้นเบรกได้นุ่มนวลมากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนอัตราส่วนการอัดให้มากขึ้น จาก 13.0:1 เป็น 13.6:1 ปรับปรุงการทำงานของวาล์วใหม่ ปรับปรุงหมุดเพลาข้อเหวี่ยงทำให้มีมวลเฉื่อยน้อยลง 450 กรัม ก้านสูบไทเทเนียมฟอร์จ TI-64A ที่ทางค่ายพัฒนาขึ้นเอง มีน้ำหนักเบาลงกว่าของเดิม 50% มีการใช้น็อตโลหะผสมโครเมียมโมลิบดีนัมวานาเดียมที่ทางค่ายพัฒนาขึ้นเองอีกเช่นกัน ช่วยให้เบาลงได้อีกเล็กน้อย ทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ใหม่ให้สั้นลง ช่วยให้การเร่งออกจากโค้งทำได้ดีขึ้น ทั้งยังมีการป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์ด้วยการเพิ่มระบบควบคุมเข้ามาใหม่ ช่วยปรับให้เรดไลน์เฉพาะตอนสตาร์ทเครื่องใหม่ให้เหลือเพียง 8,000  รอบ และเมื่ออุณหภูมิของน้ำยาคูลแลนท์ถึงจุดที่เหมาะสมเรดไลน์จึงจะเขยิบขึ้นไปเกิน 14,000 รอบตามปกติ รวมไปถึงรายละเอียดยิบย่อยอีกมากเพื่อเพิ่มความทนทานของเครื่องยนต์ ปิดท้ายด้วยการใช้ปลายท่อ Akrapovic ไทเทเนียมน้ำหนักเบาที่ดีไซน์มาใหม่มีขนาดปริมาตรภายในใหญ่ขึ้น 1 ลิตร เสียงเบาลง 5 เดซิเบลเมื่อเทียบกับตัวเก่า แต่เสียงก็จะดังไล่ขึ้นไปตามรอบเครื่องยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้น เรียกว่ายังไม่ทิ้งความเร้าใจของสายซิ่งไปนั่นเอง ช่วงล่าง มีการปรับเฟรมอลูมิเนียมใหม่โดยปรับให้มีความแข็งแรงมากขึ้น และเพิ่มความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวและการตอบสนองต่อการยึดเกาะ ทั้งยังรีดน้ำหนักให้เบาลงมาได้อีก 960 กรัม จากการปรับเปลี่ยนเฟรม มีการใช้น็อตแขวนเครื่องที่สั้นลงช่วยรีดน้ำหนักได้อีก 140 กรัม แต่ยังคงความแข็งแรงไว้ได้ ตลอดไปจนถึงการปรับในเรื่องมิติตัวรถต่าง ๆ เพื่อให้การควบคุมทำได้ดีและคล่องตัวมากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนท่านั่งใหม่ด้วยการยกแฮนด์ให้สูงขึ้น แต่ทำให้พักเท้าต่ำลงเพื่อมีอิสระในการขยับท่วงท่า ทำให้ควบคุมรถได้ดีขึ้น โช้คเองก็ได้รับการอัปเกรด กลายเป็นรถโปรดักชันรุ่นแรกของโลกที่ใช้โช้คหน้า Öhlins 43mm S-EC3.0 (SV) NPX แบบหัวกลับ และโช้คหลัง TTX36 S-EC3.0 ที่เป็นโช้คไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นมาเป็นเจเนอเรชันที่ 3 แล้ว เพื่อให้การยึดเกาะและการตอบสนองดีที่สุดพร้อมซิ่ง ระบบเบรกเองก็อัปเกรดให้เป็นตัวสุดของสายซิ่งในรถโปรดักชัน โดยจะได้คาลิเปอร์เบรกหน้า Brembo Stylema R เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบจับกับจานขนาด 330 ม.ม. หนา 5ม.ม. ร่วมกับปั๊มบน Brembo  ส่วนด้านหลังเองก็จะใช้คาลิเปอร์เบรก Brembo แบบเดียวกับที่ใช้ใน RC213V-S ตัวแรงตัวแพงที่สุดของทางค่ายนั่นเองครับ ปิดท้ายด้วยล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียมแบบ 5 ก้านขนาด 17 นิ้ว เข้าคู่กันกับยาง 120/70-ZR17 และ 200/55-ZR17 ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์แน่นอนว่ามีการอัปเกรดเพิ่มตามตัวรถเช่นกัน อาทิเช่น ระบบ HSTC 9 ระดับที่ปรับมาใหม่ให้สอดคล้องกับกำลังและอัตราทดที่เปลี่ยนไป โหมดการขับขี่ 3 โหมดที่ปรับปรุงมาใหม่เช่นกัน และสามารถปรับเปลี่ยนพละกำลัง เอ็นจิ้นเบรก การลอยตัวของล้อได้หลายระดับ แน่นอนว่าพวกนี้อาศัยข้อมูลจาก IMU หรือหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยจาก Bosch แบบ 6 แกน ยังมีโหมดออกตัวหรือ Start Mode ที่คล้าย ๆ กับ ระบบช่วยออกตัวของค่ายอื่นที่มีภาษาอังกฤษว่า Launch Control ซึ่งของทางฮอนด้าจะปรับล็อกรอบได้ 4 ระดับ คือ 6,000 7,000 8,000 และ 9,000 รอบ ควิกชิฟเตอร์ใหม่ที่ปรับการทำงานได้

Honda CB500 Hornet โฉมใหม่ ดุดัน ทันสมัย

Honda CB500 Hornet โฉมใหม่ ดุดัน ทันสมัย และนี่คือเน็กเก็ดไบค์ในตระกูล 500 Series คันใหม่โมเดล 2024 Honda CB500 Hornet หรือชื่อเดิมก็คือ CB500F นั่นเอง ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2013 หรือ 10 ปีที่แล้วนู่นเลย แน่นอนว่าระหว่างทางก็พัฒนาปรับปรุงมาเรื่อย ๆ และครั้งนี้ก็เป็นการปรับโฉมครั้งสำคัญ เพื่อสู้ศึกเน็กเก็ดไบค์ที่ดุเดือดมากขึ้นในทุก ๆ วันนั่นเองครับ ดีไซน์ สำหรับโมเดลนี้จะมีรูปโฉมที่ปรับตามพี่ใหญ่ในชื่อเดียวกันอย่าง CB750 Hornet นั่นเอง โดยเป็นการปรับภาพลักษณ์ให้ดูโฉบเฉี่ยวดุดันและทันสมัยมากยิ่งขึ้น ช่วงตัวรถด้านหน้าจะดูบึกบึนด้วยถังน้ำมันทรงดุบวกกับท่อดักลมด้านข้างที่มาพร้อมโลดก้ประจำตระกูลแตนซิ่ง แต่ช่วงท้ายรถจะดูปราดเปรียวให้ความรู้สึกคล่องตัว ไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ทัศนวิสัยดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันไฟท้ายเองก็ดูเพรียวรับกับสไตล์ใหม่ของมันได้อย่างลงตัว ถัดเข้ามาด้านในเป็นจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านแอพพลิเคชัน Honda RoadSync ได้สะดวก ถือเป็นจุดเด่นใหม่อย่างนึงของโมเดลนี้เลย แถมยังมีไฟแบ็กไลท์ที่สวิตช์เกียร์ใหม่ที่ใช้งานง่ายขึ้นอีกด้วยนะ เครื่องยนต์ ขุมพลังยังคงเป็นเครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 471 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ 4 วาล์วต่อสูบ เคลมแรงม้ามาที่ 46.93 แรงม้าที่ 8,600 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ โดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 17.1 ลิตร มีการปรับปรุงการจ่ายน้ำมันของหัวฉีดไฟฟ้าใหม่ทำให้อัตราการเร่งที่รอบต่ำและการกระจายตัวของแรงม้าในทุกย่านความเร็วรอบที่ดีขึ้น และที่สำคัญคือมีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ช่วยเพิ่มความสบายในการกำคลัตช์และความปลอดภัยอีกด้วย ช่วงล่าง ช่วงล่างถือว่าให้มาดี ไม่ว่าจะเป็นโช้คหน้าหัวกลับจาก Showa แบบ SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่องปรับพรีโหลดได้  5 ระดับ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 296 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดียว ปิดท้ายด้วยขนาดยางและล้อเป็น 120/70 ZR17 และ 160/60 ZR17 หน้าหลังตามลำดับ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากหน้าจอสี TFT ที่กล่าวถึงไปแล้วตัวรถยังมีระบบ HSTC ช่วยเสริมความปลอดภัยเพิ่มการยึดเกาะกับถนน ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล ระบบไฟเตือนฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหันหรือ ESS โดยย่อ ๆ สั้น ๆ แล้วก็ถือว่าเป็นมีการปรับปรุงดีไซน์ให้ดูดีขึ้น ใส่เทคโนโลยีสมัยใหม่ลงมามากขึ้น ทำให้มันกลายเป็นเน็กเก็ดไบค์ที่มีลูกเล่นล้ำ ๆ ในราคาที่ผมคาดว่าน่าจับต้องได้ไม่ยากนัก งานนี้ไบค์เกอร์น่าจะชอบมากขึ้นกว่าโมเดลก่อน ๆ แน่แท้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

สเปค CBR500R 2024 อัปเกรดใหม่ แรงกว่าเดิม 

สเปค CBR500R 2024 อัปเกรดใหม่ แรงกว่าเดิม  CBR500R 2024 สปอร์ตไบค์ ขุมพลัง 2 สูบ พร้อมกับการปรับใหม่ทั้ง รูปลักษณ์ดีไซน์ เครื่องยนต์ หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ช่วงล่างใหม่และระบบ Road RoadSync เพิ่มประสบการณ์การขับขี่บนท้องถนนให้สนุกมากยิ่งขึ้น ราคาแนะนำ 222,800 บาท ​ หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ด้านหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมระบบไฟ LED รอบคัน โช้คอัพจาก Showa ดิสก์เบรกคู่ พร้อมระบบเบรก ABS ดีไซน์เอกลักษณ์ตามฉบับโมเดลของค่าย สเปค CBR500R 2024 ราคา ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 471 ซีซี แรงม้า (เคลม) 47 แรงม้าที่ 8,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 x 66.8 มม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 160/60-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คแบบหัวกลับ เส้นผ่าศูนย์กลาง 41 มม. รุ่น Showa SFF-BP ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์เบรก 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 240 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,080 x 755 x 1,145 มม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 102 มม. ความสูงเบาะ 785 มม. น้ำหนักรถ 191 กก. ความจุถังน้ำมัน 17.1 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบ Cornering ABS  แอปพลิเคชัน Road RoadSync เชื่อมต่อข้อมูลรถผ่านสมาร์ทโฟน ระบบแทร็คชันคอนโทรล (HSTC)  แอสซิสแอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ สีสันที่มีจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda NX500 แอดเวนเจอร์ไซส์กลาง

Honda NX500 แอดเวนเจอร์ไซส์กลาง ปรับปรุงใหม่ ไฉไลกว่า และนี่คืออีก 1 โมเดลจากทั้งหมด 7 โมเดลที่เปิดตัวในงาน EICMA 2024 ที่อิตาลี สำหรับเจ้า Honda NX500 หรือจริง ๆ แล้วก็คือ CB500X แอดเวนเจอร์ไบค์จาก 500 series ที่เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2013 มาวันนี้กลับมาใหม่พร้อมการอัปเกรดและปรุงแต่งหน้าตาให้หล่อเหลาเคล้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าที่ผ่าน ๆ มา รูปโฉม ดีไซน์ภายนอกดูเฉียบคมยิ่งขึ้นภายใต้แนวคิดการออกแบบ Daily Crossover ที่สื่อถึงการเป็นรถลูกผสมที่ใช้งานได้ในทุก ๆ วัน ไม่จำเป็นจะต้องรอให้ถึงวันหยุดหรือวันออกทริป ตัวรถเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ที่มีความกระชับกะทัดรัดกว่าเดิม เบาะนั่งมีความเพรียวบางง่ายต่อการขยับตัวปรับท่วงท่ารวมถึงทำให้ขาถึงพื้นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ให้การกระจายแสงที่กว้างกว่าเดิม ทัศนวิสัยดีกว่าเดิมในทุกขณะการขับขี่ จะเข้าโค้ง จะมืดค่ำ ไม่เป็นปัญหา ด้านท้ายเองก็มี LED ใหม่ที่แมตช์กันอย่างลงตัว แน่นอนว่าไฟเลี้ยวก็เป็น LED เต็มระบบ ถัดมาด้านในมีจอสี TFT แบบรุ่นพี่อย่าง XL750 Transalp ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและใช้งานผ่านแอพลิเคชัน Honda RoadSync ได้อีกด้วย ยังเพิ่มความพรีเมียมแบบคาดไม่ถึงด้วยการให้สวิตช์ควบคุมแบบ 4 ทิศทางพร้อมแบ็กไลท์ในตัวที่แฮนด์บาร์ด้านซ้าย ช่วยให้ใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านหน้าจอสีได้สะดวกยิ่งขึ้น มีแฮนด์บาร์สีเทาแบบสอบปลายช่วยให้ดูลงตัว เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 471 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 วาล์วต่อสูบ เคลมแรงม้ามาที่ 46.93 แรงม้าที่ 8,600 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ โดยมีอัตราการเร่งที่รอบต่ำและการกระจายตัวของแรงม้าในทุกย่านความเร็วรอบที่ดีขึ้นจากกาปรับปรุงการจ่ายน้ำมันของหัวฉีดไฟฟ้าใหม่ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 17.5 ลิตร ที่เมื่อคำนวณกับอัตราการสิ้นเปลือง 27.8 กม./ลิตรแล้วจะใช้งานได้กว่า 480 กม./ถัง เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์มาเสริมความปลอดภัยและความสบายขณะขับขี่อีกด้วย แชสซี ช่วงล่างของรถด้านหน้าจะมีโช้คหัวกลับจาก Showa SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. และโช้คหลังเดี่ยวจาก Showa เช่นกัน โดยมีการปรับปรุงค่าสปริงเรทและแดมปิ้งเสียใหม่ให้ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น ระบบเบรกก็จะยังเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 296 ม.ม. คาลิเปอร์ Nissin แบบแอ็กเซียลเมาท์ 2 ลูกสูบ ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรกแบบสูบเดียว แต่ทีเด็ดคือล้ออลูมิเนียมใหม่น้ำหนักเบา เป็นล้อ 5 ก้านใหม่น้ำหนักเบากว่าเดิมรวมกันหน้าหลัง 1.5 กิโลกรัม โดยมีขนาดล้อและยางหน้าหลังตามลำดับดังนี้ 110/80 R19 และ 160/60 R17 ระบบอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากหน้าจอสีที่พูดถึงไปแล้วตัวรถยังมีระบบ HSTC หรือแทร็คชันคอนโทรลเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล ระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกะทันหัน ESS เรียกว่าให้มาพอประมาณกำลังดีกับระดับราคา สุดท้ายนี้เรื่องการจำหน่าย วัยรุ่นไทยเก็บเงินซื้อได้เลยมาแน่นอน แต่ราคาน่าจะปรับตัวขึ้นอีกเล็กน้อยเมื่อเทียบกับราคา 224,900 บาท ด้วยอ็อปชันที่ดีขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง ก็ต้องบอกว่ายังไงก็ยังเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลางระดับเริ่มต้นที่คุ้มค่ามาก ๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Honda CB1000 Hornet

Honda CB1000 Hornet แตนยักษ์ตัวพัน ดุดันสุดขีด เปิดตัวแล้วกับโมเดลใหม่ล่าสุด Honda CB1000 Hornet โดยไปเปิดกันที่ Eicma 2024 ที่อิตาลีกันเลย และตอนนี้เจ้าแตนยักษ์คันนี้ก็กลายเป็นเน็กเก็ดไบค์พิกัดเรือธงคันล่าสุดของทางค่ายปีกนกกันไปเลย ดีไซน์มาในแบบไฟหน้าคู่ LED โปรเจ็กเตอร์  พร้อมเส้นสายที่ปราดเปรียวดุดันเฉียบคม ใครเห็นเป็นต้องเหลียวมอง ตัวรถมีถังน้ำมันตามสไตล์ของฮอร์เน็ต ตัวเฟรมทำสีดำทั้งเมนเฟรมและซับเฟรมดูดุดันเอาเรื่อง ถือว่าสวยงามลงตัวในแบบของเน็กเก็ดที่ดี ตัวรถใช้ขุมพลังสี่สูบเรียงจาก CBR1000RR 2017 ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 147.51 แรงม้า และแรงบิดกว่า 100 นิวตันเมตร ใช้ท่อไอเสียแบบ 4-2-1 พร้อมแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ แชสซี วางบนเฟรมทวินสปาร์ใหม่ที่ให้ความลื่นไหลในโค้งและความนิ่งเสถียรที่ดีด้วยช่วงล่างด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ Showa SFF-BP ปรับแต่งได้ทั้งคอมเพรสชันและรีบาวด์ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว Showa พร้อมกระเดื่องซับแรง ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวคาลิเปอร์เบรก Nissin เช่นกัน ส่วนล้อและยางจะเป็นขนาด 120/70 ZR17 และ 180/55 ZR17 ตามลำดับ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้มาก็ทันสมัย และให้มาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นคันเร่งไฟฟ้าที่ช่วยให้มีโหมดการขับขี่ 3 โหมด หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและใช้งานร่วมกันกับ Honda RoadSync ได้ ระบบ HSTC หรือแทร็คชันคอนโทรล สุดท้ายนี้โมเดลนี้ก็น่าจะนำมาจำหน่ายในไทย แต่ราคาน่าจะไม่แรงมาก เพราะสเป็กไม่ได้จัดเต็มแบบค่ายรถจากฝากฝั่งยุโรป งานนี้ใครชื่นชอบรถเน็กเก็ดที่น่าจะเป็นมิตรกับผู้ขับขี่ น่าจะตอบโจทย์เลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

เปิดตัว New Honda Scoopy ลายใหม่

เปิดตัว New Honda Scoopy ลายใหม่ 9 สไตล์โดนใจวัยรุ่น ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว New Honda Scoopy ลายใหม่ 9 สไตล์ พร้อมลวดลายกราฟิกที่ดีไซน์มาเพื่อสะท้อนไลฟ์สไตล์วัยรุ่นยุคใหม่ การเปิดตัวครั้งนี้ ฮอนด้าดึง พีพี-กฤษฏ์  และ ทรีแมนดาวน์ มาคอลแลบกันเป็นครั้งแรกในเพลง ‘ฝนตกเป็น Fire’ โดยนำท่อนฮิตติดหูจากเพลง Fire Boy ของพีพี และ ฝนตกไหม ของทรีแมนดาวน์ มาทำเป็นเพลงใหม่ที่ถ่ายทอดความเป็น Iconic ของทั้งสองศิลปิน และความเป็น Iconic ของสกู๊ปปี้โมเดลใหม่นี้ โมเดลใหม่นี้จะมาพร้อมกับคอนเซปต์ ‘ALWAYS ICONIC สุด ให้สุดทาง’ ด้วย 9 เฉดสีใหม่จากทั้งหมด 3 สไตล์ไม่ว่าจะเป็น รุ่น Club 12 ที่โดดเด่นด้วยลวดลายกราฟิกแฟชั่นสุดเท่ และล้อแม็ก 12 นิ้ว มาพร้อม Honda Smart Key ที่สามารถสตาร์ตรถได้โดยไม่ต้องไขกุญแจ มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ แดง-ขาว, น้ำเงิน-ขาว, ขาว-ชมพู และ ดำ-ขาว ราคาแนะนำที่ 54,400 บาท รุ่น Prestige เรียบหรูมีสไตล์ มาพร้อมกับล้อแม็ก 12 นิ้ว มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ แดง เทา และดำ ราคาเริ่มต้นที่ 52,900 บาท   รุ่น Urban สไตล์ Retro Classic มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ น้ำตาล-ขาว และ ดำ-ขาว ราคาเริ่มต้น 49,900 บาท โดยแต่ละสไตล์ต่างโดดเด่นด้วย Modern Ring LED Headlight ดีไซน์สุดไอคอนิกและ เรือนไมล์แบบมัลติมิเตอร์สไตล์ใหม่แสดงผลครบครัน พร้อมด้วยเครื่องยนต์ eSP เจเนอเรชันใหม่ 110 ซีซี และหัวฉีด PGM-FI ขับสนุกประหยัดน้ำมันขั้นสุด และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นช่องชาร์จไฟสำรอง USB Type A และช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ฮอนด้าพร้อมวางจำหน่ายโมเดลนี้แล้วทุกศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ และสามารถรับชม New Honda Scoopy ลวดลายใหม่ผ่านทางมิวสิกวิดีโอเพลง ‘ฝนตกเป็น Fire’ ได้พร้อมกันผ่านทางออนไลน์แพลตฟอร์มทุกช่องทาง   สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอได้ที่ https://bit.ly/Musicvideo_NewHondaScoopy_AlwaysIconic อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Honda ADV350 2024

Honda ADV350 2024 ปรับสีสันใหม่ เสริมความเข้ม เน้นพรีเมียม ถึงเวลาอัปเดตใหม่แล้วสำหรับ Honda ADV350 2024 สกู๊ตเตอร์สไตล์ SUV จากฮอนด้า ซึ่งการอัปเดตครั้งนี้เป็นของทางฝั่งยุโรป และมีเพียงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของสีสันภายนอกเท่านั้น ไม่ได้มีการปรับปรุงอะไรในส่วนอื่น แต่ทีนี้ปรับอะไรบ้าง เราไปดูกันครับ อย่างแรกเลยคือตัวรถจะมาพร้อมเฉดสีใหม่ทั้งหมด 4 สีด้วยกัน ได้แก่ สีดำเมทัลลิกด้าน Matt Coal Black Metallic สีเทามุก Pearl Falcon Gray   สีขาวด้าน Matt Pearl Cool White   สีน้ำเงินด้าน Matt Pearl Pacific Blue นอกจากเฉดสีใหม่ที่น่าจะถูกใจไบเกอร์ที่ชอบความหรูหราพรีเมียมแล้ว ตัวรถแอบเพิ่มความดุดันด้วยชิ้นส่วนสีดำเงาเข้าไปในหลายจุดด้วยกัน (ของเดิมจะเป็นสีเดียวกับตัวรถ) อาทิ ตรงกลางระหว่างไฟหน้า บังโคลนหน้า แฟริ่งกาบข้างด้านล่างพักเท้า แฟริ่งข้างกลางตัวรถ และมือจับคนซ้อน ส่วนสเปกอื่น ๆ คร่าว ๆ มีดังนี้ เครื่องยนต์ eSP+ สูบเดียว 4 วาล์ว ขนาด 330 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 28.83 แรงม้าที่ 7,500 รอบ แรงบิด 31.5 นิวตันเมตรรอบ 5,250 รอบ ถังน้ำมัน 11.7 ลิตร ช่วงล่างด้านหน้ามาพร้อมโช้คหัวกลับขนาด 37 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คคู่พร้อมซับแทงค์ ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีล้อแบบไม่ต้องใช้ยางในขนาด 15 นิ้วและ 14 นิ้วตามลำดับ ขนาดยางเป็น 120/70-15 และ 140/70-14 ตามลำดับ ในส่วนของความปลอดภัยตัวรถมาพร้อมระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล และระบบไฟกะพริบฉุกเฉิน ESS อีกด้วยครับ สุดท้ายนี้การจำหน่ายในประเทศไทยแน่นอนว่าขายไทยแน่ครับ แต่สีสันอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ครับ ส่วนราคาคาดว่าน่าจะมีการปรับขึ้นเล็กน้อย แต่อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้แน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Goldwing กับระบบชิลด์ปรับไฟฟ้าอัจฉริยะ น่าสนใจแค่ไหน

Goldwing กับระบบชิลด์ปรับไฟฟ้าอัจฉริยะ น่าสนใจแค่ไหน ล่าสุดมีรูปหลุดเผยพิมพ์เขียวจดสิทธิบัตรจากค่ายปีกนก เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะเตรียมนำใช้ในรถทัวริ่งไบค์รุ่นเรือธงอย่าง Honda GoldWing ในเจนเนอเรชันใหม่ กับชิลด์หน้าที่ปรับด้วยระบบไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ ทำงานร่วมระบบเซ็นเซอร์ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายระเอียดเพิ่มเติมอีกว่า ตัวระบบดังกล่าวไม่เพียงแค่สร้างขึ้นมาเพื่อการความสะดวกสบายในการขับขี่เท่านั้น แต่ยังติดตั้งระบบสั่งการด้วยเสียงเพื่อสั่งการในระบบฟังก์ชันอื่น ๆ ของตัวรถอีกด้วย  โดยระบบชิลด์หน้าปรับไฟฟ้านั้น ถือว่าไมได้เป็นเทคโนโลยีที่น่าแปลกตาซักเท่าไหร่ เพราะระบบเคยเปิดตัวมาแล้วเมื่อปี 2018 และถูกนำมาใช้งานกับเจ้าโกลด์วิงในโฉมปัจจุบันนั่นเอง ด้วยหลักการทำงานของมันก็คือ ปรับระดับสูงต่ำตามการใช้งานของผู้ขับขี่ และจะปรับระดับลงมาสุดต่อเมื่อดับเครื่องยนต์  ซึ่งแน่นอนว่า ระบบรุ่นใหม่ในใบจดสิทธิบัตร ย่อมฉลาดกว่าแน่นอนเพราะมีตัวเซ็นเซอร์ที่เข้ามาช่วยทำงาน ร่วมกับฟังก์ชันอื่น ๆ ในตัวรถ ทั้งไมค์โครโฟน ชุดกล้อง ผ่านการประมวลผลผ่านกล่อง ECU จึงทำให้ตัวกระจกชิลด์ไฟฟ้าสามารถปรับได้แบบอัติโนมัติและแม่นยำ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเร็วและสภาพอากาศอีกด้วย รวมถึงระบบสั่งการจากไมค์โครโฟน ที่ใช้เพื่อตรวจสอบเสียงรบกวนจากลม และไม่เพียงเพราะเสียงรบกวนเท่านั้น มันยังรบกวนระบบจดจําเสียงด้วย และเมื่อใช้ความเร็วที่เพิ่มขึ้น และเสียงลมเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ชุดควบคุมจะสั่งการให้กระจกชิลด์เลื่อนขึ้น ตามโหมดการปรับที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าเพื่อลดเสียงลมและการสั่นไหวนั่นเอง และแน่นอนว่านี่อาจทำให้เกิดปัญหาได้ หากตัวชิลด์อยู่ในตำแหน่งที่ขอบกระจกนั้น บดบังสายตาของผู้ขับขี่ ดังนั้นทางค่ายจึงได้เพิ่มองค์ประกอบพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น โดยติดตั้งชุดกล้องคู่ซึ่งอยู่ด้านบนของกระจก จะหมุนมายังตัวของผู้ขับขี่และป้อนภาพไปส่งไปยังกล่อง ECU เพื่อประมวลผล จดจำตำแหน่งและความสูงของของผู้ขับขี่ และจะระบบตัวกระจกให้อัตโนมัตินั่นเอง และให้แน่ใจว่าจะหยุดเฉพาะเมื่ออยู่สูงหรือต่ำกว่าเส้นขอบตาของผู้ขับขี่เท่านั้น ตัวกล่องยังมีฐานข้อมูลการตั้งค่าของผู้ขับขี่ เพราะฉะนั้น ผู้ขับขี่จึงสามารถเลือกจัดลำดับความสำคัญในการมองเห็นหรือการป้องกันลมได้ รายละเอียดของชิลด์ไฟฟ้าปรับอัตโนมัติของ Honda เมื่อความเร็วและเสียงลมเพิ่มขึ้น ECU สามารถบอกให้หน้าจอเพิ่มขึ้นลดการสั่นและเสียงรบกวน แผนที่ตั้งโปรแกรมสำหรับตำแหน่งหน้าจอรวม อยู่ในระบบช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจัดลำดับความสำคัญของการมองเห็นหรือการลดเสียงรบกวนได้ด้วยการกดปุ่ม หน้าจอไฟฟ้าเปลี่ยนความสูงและมุมเพื่อต่อสู้กับการสั่นสะเทือนและเสียงของลม กล้องที่ติดตั้งอยู่ด้านบนของกระจกปีกจะบันทึกความสูงของดวงตาของผู้ขับขี่และใช้มันเพื่อคำนวณการมองเห็นและบอกคอมพิวเตอร์ว่าอย่าหยุดหน้าจอเพื่อให้ขอบของหน้าจออยู่ในสายตา ไมโครโฟนบนหมวกกันน็อคของผู้ขับขี่จะรับเสียงและเสียงจากลมและส่งข้อมูลไปยัง ECU ควบคุมกระจกหน้า และนี่ก็คือเทคโนโลยีใหม่ ที่ทางฮอนด้าได้คิดค้นขึ้นมา เพื่อนำมาพัฒนาในโมเดลใหม่ซึ่งอาจจะเป็นรุ่นโกลด์วิงเจ็นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวขึ้น หรือไม่ก็อาจจะเป็นทัวริ่งรุ่นอื่น ๆ ก็เป็นได้ แต่โดยรวมมองว่า ระบบดังกล่างเป็นระบบที่ค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ ให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สามารถเพลิดเพลินกับการขับขี่โดยไม่ต้องผะวงอะไรมากนัก และแน่นอนว่าหากมีการติดตั้งใช้งานจริง ราคาก็น่าจะอัปตามขึ้นไปด้วยอย่างแน่นอนครับ สเปค ราคา Honda Gold Wing 2023 ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 6 สูบแนวนอน ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,833 ซีซี แรงม้า (เคลม) 126.4 แรงม้าที่ 5,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 170 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 73.0 x 73.0 มม. อัตราส่วนการอัด 10.5 : 1 ระบบเกียร์ ชุดเกียร์อัจฉริยะ DCT 7 สปีดและวอร์กกิ้งโหมด ระบบจุดระเบิด Full Transistorized ignition ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ Automatic clutch wet multiplate type ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 130/70-18 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 200/55-16 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า ดับเบิ้ลวิชโบน ปรับแต่งเต็มระบบ จาก Showa ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปร์ลิงค์ ปรับแต่งได้เต็มระบบจาก Showa เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 316 มม. (ABS) คาลิเปอร์ 3 ลูกสูบ เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 905 x 2,615 x 1,430 มม. ระยะฐานล้อ 1,695 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 745 มม. น้ำหนักรถ 367 กก. ความจุถังน้ำมัน 21 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบไฟ LED รอบคัน

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

รีวิวมอเตอร์ไซค์

หมวดหมู่