SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าว MotoGP อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Aleix Espargaro เชื่อ มาร์ตินไปได้สวยกับ Aprilia

Aleix Espargaro เชื่อ มาร์ตินไปได้สวยกับ Aprilia Aleix Espargaro อดีตนักแข่งทีม Aprilia ที่ในปัจจุบันได้ประกาศเลิกแข่งขันอย่างเป็นทางการ แล้วไปเป็น Test-Rider ให้กับทีม HRC Honda โดยเทสไรเดอร์รายนี้ได้ออกมาเผยว่าแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ จะสามารถไปได้ด้วยกับต้นสังกัดใหม่ มั่นใจมาร์ตินอนาคตสดใส ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลก MotoGP คนล่าสุดที่ได้ย้ายต้นสังกัดใหม่จาก Prima Pramac สู่ทีมโรงงานของ Aprilia เหมือนได้รับแรงกดดันเบา ๆ จากอดีตนักแข่งทีมโรงงาน Aprilia อย่าง อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่ ว่ามาร์ตินจะสามารถประสบความสำเร็จได้ แม้มาร์ตินจะยืนยันแล้วว่าเขาจะไม่ป้องกันตำแหน่งในปี 2025 ในปีแรกกับรถ RS-GP “ผมเชื่อเสมอว่าเราสามารถต่อสู้เพื่อแชมป์โลกกับ Aprilia ได้ และผมพูดสิ่งนี้ด้วยความจริงใจที่สุด เพราะตัวผมเองก็ไม่มีพรสวรรค์แม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับนักแข่งที่ต่อสู้เพื่อแชมป์ แต่ผมก็สามารถชนะการแข่งขันกับรถคันนี้ได้ ผมทำตำแหน่งโพลและสร้างสถิติในหลายสนาม” “ผมไม่ได้บอกว่าฆอร์เก้จะทำได้ในปีนี้ แต่เขาจะสามารถแสดงความสามารถของเขาได้อย่างแน่นอน” เปโดร อคอสต้า คือคู่แข่งคนสำคัญ ไม่เพียงแค่ปลุกใจมาร์ตินเท่านั้น แต่เอสปากาโร่เองก็ยังเตือนอีกว่า เปโดร อคอสต้า จะเป็นหนึ่งในนักแข่งที่มีความน่ากลัวอยู่ไม่น้อย แม้ว่านักแข่งจากทีมโรงงานของ Ducati จะยังเหนือกว่านักแข่งคนอื่น ๆ อยู่เล็กน้อย  “ทีมเก่าของผมกำลังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ KTM ก็ได้เปรียบจากดาวรุ่งที่น่าเหลือเชื่ออย่างเปโดร ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ แม้ว่ารถ Desmosedici จาก Ducati จะยังคงเหนือกว่ารถคันอื่น ๆ อยู่ก็ตาม” ฆอร์เก้ มาร์ติน และมาร์โก เบซเซคคี สองนักบิดจากทีมโรงงานของ Aprilia จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคมนี้ สาวกของ ‘มาร์ติเนเตอร์’ รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คนนี้มันมีของ ! คาร์เคดี้เผย อัลเดเกร์ พร้อมลุย MotoGP

คนนี้มันมีของ ! คาร์เคดี้เผย อัลเดเกร์ พร้อมลุย MotoGP หลังจากที่สำเร็จภารกิจในการพาแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ กลับมาขึ้นโพเดียมอีกครั้งในรอบ ในฤดูกาลนี้ทางทีม Gresini Racing ได้นักบิดคนใหม่ที่ถูกโปรโมตมากจากการแข่งขัน Moto2 อย่าง ‘เฟอร์มิน อัลเดเกร์’ กดเวลาดีสุดในกลุ่มหน้าใหม่ ในรอบซ้อมที่ประเทศสเปนเหล่า Rookie หน้าใหม่ไม่ว่าจะเป็น ไอ โอกุระจากทีม Trackhouse Aprilia, สมเกียรติ จันทรา จากทีม LCR Honda และอัลเดเกร์ จากทีม Gresini Racing แต่ดูผิวเผินจากการซ้อมในยกแรกของทั้งสามคนในการแข่งขัน MotoGP ทางฝั่งของนักบิดชาวสเปนจะสามารถทำเวลาได้ดีกว่าใครเพื่อน โดยสามารถจบเวลาต่อรอบอยู่ที่ 01:40.56 ถัดมาเป็น ไอ โอกุระที่ 01:40.94 และก้องที่สามารถจบเวลาได้ดีที่สุดอยู่ที่ 01:41.29 ซึ่งการทำเวลาได้ดีที่สุดในกลุ่มหน้าใหม่ ทางหัวหน้าช่างอย่าง ‘แฟรงกี้ คาร์เคดี้’ ก็เพียงพอใจ และเข้าใจว่าการขยับขึ้นมาจาก Moto2 สู่ MotoGP ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและการขาดยางหน้าแบบนิ่ม หลังจากที่รอบชิงชนะเลิศของฤดูกาลเปลี่ยนสถานที่จัดงานจากบาเลนเซียมาเป็นบาร์เซโลนาในนาทีสุดท้าย “เรามีเหตุการณ์ล้มเล็กน้อย แต่โชคดีที่มันไม่แย่กว่านี้ในสภาพที่ยากลำบากแบบนี้” คาร์เคดี้กล่าว “มือใหม่ทุกคนได้สัมผัสกับกรวดในบางจุด ซึ่งผมก็ไม่แปลกใจเลย แต่ถึงอย่างนั้นการทดสอบนี้ก็ยังเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก หลังจากรอบที่สองหรือสาม เขาบอกว่าเขาเริ่มคุ้นเคยกับความเร็วได้แล้ว แต่เมื่อเราดูข้อมูล เบรกเป็นจุดที่ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกมาก” แม้จะมีเรื่องประทับใจ แต่มีบางจุดต้องปรับปรุง แม้จะสามารถกดเวลาได้ดีที่สุดในกลุ่มหน้าใหม่ แต่ก็ยังมีบางจุดที่ต้องปรับปรุงอยู่บ้างเพื่อการขับขี่ในขณะแข่งขัน สามารถรีดประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม  “สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากคือ เรานั่งคุยกันเกี่ยวกับเรื่อง [การเบรก] และเมื่อเขาออกไปครั้งถัดไป เขาก็ทำได้ใกล้เคียงกับนักแข่งระดับท็อปมากขึ้นทันที จริง ๆ แล้วมันค่อนข้างน่ากลัว เพราะเราคิดว่า ‘บางทีเราอาจกดดันเขามากเกินไป!’” “แต่หนึ่งสิ่งที่ต้องปรับปรุง คือคุณต้องจำไว้ว่าตำแหน่งการนั่งของนักแข่งบนรถ และการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากใน MotoGP และสำหรับนักแข่งหน้าใหม่ มันแทบจะเป็นการคาดเดาในการทดสอบครั้งแรก คุณต้องพิจารณาตำแหน่งของนักแข่งคนอื่น ๆ แล้วเราก็วางเขาไว้ในจุดกลาง ๆ แต่ยังมีงานที่ต้องทำเพิ่มเติมในช่วงฤดูหนาวนี้” เป้าหมายคือโพเดียม แน่นอนว่าเป็นหน้าใหม่ขึ้นมาในการแข่งขันระดับสูงสุดครั้งแรก ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องตั้งเป้าหมายอะไรบางอย่าง เพื่อให้มีแรงจูงใจในการแข่งขันแต่ละสนามคาร์เคดี้ก็ได้ออกมาเผยว่าเป้าหมายของ อัลเดอร์เกร์คือโพเดียม  “ผมเคยพูดเสมอกับนักแข่งคนก่อน ๆ และมันจะเหมือนกันกับเฟอร์มิน – สำหรับผม มันเป็นเรื่องของการพัฒนาในทิศทางที่ก้าวหน้าเสมอ ดังนั้นถึงแม้ว่าคุณจะจบอันดับที่ 20 ในสนามแรก (การสอบที่บาร์เซโลน่า) ถ้าหลังจากนั้นทุกสนามดีขึ้นเรื่อย ๆ คุณก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายแล้ว และในปีถัดไปคุณก็พร้อม” “ถ้าคุณมีฤดูกาลที่ขึ้น ๆ ลง ๆ… มันอาจจะยอดเยี่ยมที่ได้ขึ้นโพเดียมในสนามที่ 5 หรือ 6 แต่ถ้าหลังจากนั้นคุณจบอันดับที่ 20 มันก็ไม่ได้ผลดีนัก” “ความกดดันจะมีแค่เมื่อคุณจบการแข่งขันแรกบนโพเดียม เพราะหลังจากนั้นการพัฒนาให้ดีขึ้นตลอดทั้งปีจะเป็นเรื่องที่ยาก! ผมคาดหวังว่าในปีนี้เราจะมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยไม่ใช่ในลักษณะที่ว่า ‘นี่เป็นสนามที่ดี’ หรือ ‘นี่เป็นสนามที่ไม่ดี’ แต่มันจะเป็นแนวโน้มที่ก้าวหน้า” “ผมคิดว่าเฟอร์มินจะสร้างความประทับใจให้กับผู้คนมากมายในปีนี้” อัลเดเกร์ จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะนักแข่งทีม Gresini Racing ร่วมกับ อเล็กซ์ มาร์เกซในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคมนี้ และจะลงซ้อมในเซปัง เทส (Sepang Test) ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และต่อด้วยการสอบที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

พี่คนนี้ขี่เร็วมาก ! มาร์กกดเวลาซ้อมดีสุดด้วย Panigale V2 2025

พี่คนนี้ขี่เร็วมาก ! มาร์กกดเวลาซ้อมดีสุดด้วย Panigale V2 2025 เหมือนจะเตรียมร่างกายให้พร้อมแข่งขันอยู่เสมอสำหรับรายของ ‘เด็กระเบิด’ มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีมโรงงานของ Ducati โดยการซ้อมในครั้งนี้ทำการซ้อมที่สนาม Aspra Circuit เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน โดยเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ได้เลือกใช้ Panigale V2 2025 ในการฝึกซ้อม ซึ่งการที่เจ้าตัวเลือกใช้รถสปอร์ตโปรดักชั่นในการซ้อมครั้งนี้ ไม่เพียงแค่แสดงถึงความยืดหยุ่นของมาร์เกซในการปรับตัวให้เข้ากับรถที่หลากหลาย แต่ยังสะท้อนถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ Panigale V2 ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักแข่งระดับโลกได้ สเปคเครื่องยนต์ โดยสเปคเครื่องยนต์ของ Panigale V2 โมเดลใหม่ล่าสุดที่มาร์กใช้ขี่ซ้อมในครั้งนี้คาดว่าจะเป็นเครื่องยนต์สเปคเดียวกันกับที่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป มีพละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 155 แรงม้าที่ 10,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 104 นิวตันเมตร ที่ 9,000 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ เกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Ducati Quick Shift (DQS) ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่น สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องยนต์นี้ได้ที่นี่ มาร์กชื่นชอบพร้อมกดเวลาแจ่ม โดยหลังจากที่เสร็จสิ้นจาก Section ของการซ้อมมาร์เกซได้ทำการโทรหา ‘คลาวดิโอ โดเมนิกาลี’ CEO ของทางดูคาติพร้อมกับเล่าความรู้สึกของ V2 ในโมเดลใหม่ พร้อมกับการทำเวลาต่อได้เร็วสุดที่ 1 นาที 12.2 วินาที “สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือผมได้รับสายจากมาร์คเมื่อสิ้นสุดวัน เขาบอกผมว่าไม่เพียงแต่เขาชื่นชอบการควบคุมรถที่คล่องตัว ท่าทางการขี่ที่สบายอย่างมาก และการส่งกำลังที่ “เหมือนพลังไฟฟ้า” เท่านั้น แต่เขายังทำเวลาต่อรอบได้ 1 นาที 12.2 วินาที! ทีมของผมแจ้งว่ามันเทียบเท่ากับสถิติเวลาต่อรอบที่ไม่เป็นทางการของรุ่นซูเปอร์สปอร์ต!” และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในการซ้อมครั้งนี้คือการที่มาร์เกซนำรถสเปคปกติ หรือเวอร์ชั่นที่ใช้สำหรับขี่บนถนนลงซ้อมในครั้งนี้ ซึ่งมีอุปกรณ์สำหรับการใช้งานจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟท้าย หรือแม้แต่ขาตั้งข้างที่ยังคงอยู่แบบครบครัน  “มาร์กยังได้ขี่  V2 [รุ่นก่อนปี 2024] ในรูปแบบที่ปรับแต่งเต็มสำหรับการแข่ง และสามารถทำเวลาต่อรอบได้เท่ากัน [กับรุ่นปี 2025] อย่างไรก็ตาม V2 รุ่นปี 2025 ที่เขาขี่นั้นเป็นเวอร์ชันสำหรับถนนอย่างเต็มตัว ซึ่งติดตั้งท่อไอเสียที่มีตัวกรองไอเสียตามกฎหมาย พร้อมไฟหน้า ไฟท้าย และขาตั้งข้างสำหรับใช้งานจริงบนท้องถนน!” โดยมาร์กจะลงซ้อมอย่างเป็นทางการอีกครั้งกับทีมโรงงาน Ducati ในการซ้อมที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในช่วงระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และต่อด้วยการสอบที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Jorge Martin คาด เป็กโก้ และ มาร์ค มีโอกาสลุ้นแชมป์มากสุด

2025 Jorge Martin คาด เป็กโก้ และ มาร์ค มีโอกาสลุ้นแชมป์มากสุด ช่างเป็นนักบิดถ่อมตนเสียจริง สำหรับ 2025 Jorge Martin แชมป์โลกโมโตจีพี 2024 ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ AS TV และคาดการณ์ว่า ในฤดูกาล 2025 ทีม Ducati Factory ยังคงครองเต็งหนึ่ง โดยมีนักแข่งอย่าง ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า และ มาร์ค มาร์เกซ สองนักบิดทีมเมท หรือ ดูโอ้ ออฟ ไฮไลท์ ที่มีสิทธิ์โอกาสในการคว้าแชมป์สูงสุด  ถึงแม้ว่าทีม ดูคาติ เลือกมาร์คแทนเขา แต่มาร์ตินยังคงรู้สึกขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้รับจากทีม และรู้สึกโล่งใจเพราะคว้าแชมป์โลกมาแล้ว (คว้าแชมป์ด้วยตัวแข่ง GP24 ให้กับทีม Pramac) จึงทำให้ตอนนี้ไม่ค่อยรู้สึกกังวลว่าจะต้องเลิกแข่งโดยไม่มีแชมป์ติดตัว ตนประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  “ผมเห็นว่า Ducati ยังคงเหนือกว่าคู่แข่งอื่น ๆ และทีมที่ได้ทั้งนักแข่งดีกรีแชมป์โลกอย่าง เป้กโก้ ที่เป็นตัวเต็ง และ มาร์ก ที่มีฝีมือใกล้เคียงกันมาก ยังไงก็หาทีมอื่นเทียบได้ยาก” “ผมเคยกังวลว่า ถ้าผมเลิกแข่งโดยไม่ได้แชมป์โลก มันเหมือนกับว่าผมยังไม่ได้ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จ ผมคงรู้สึกแย่..แต่ตอนนี้ผมทำได้แล้ว” จากคำยอมรับของ ฮอร์เก้ มาร์ติน ดูเหมือนว่าปีจะไม่ได้มุ่งเป้าคว้าแชมป์โลกเหมือนเช่นเคย แต่มุ่งเน้นไปที่การทดสอบและพัฒนาตัวแข่ง Aprilia RS-GP ให้กับทีมอาพริเลียในฤดูกาลนี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับตัวเต็งสายโหดอย่าง Ducati GP25 ก็ตาม   สุดท้ายแล้ว อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ การแข่งขันโมโตจีพีมันเป็นเรื่องของยุคสมัย มีบางช่วงที่เป็นยุคของยามาฮ่า บางช่วงก็เป็นยุคของฮอนด้า และปัจจุบันก็เป็นยุคของดูคาติ ก็ไม่แน่ว่ายุคต่อไปอาจจะเป็นปีทองของค่ายใหม่ก็เป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM ยืนยัน ลุยตามแผน ล่าแชมป์โมโตจีพี 2025

KTM ยืนยัน ลุยตามแผน ล่าแชมป์โมโตจีพี 2025 ถึงแม้จะมีข่าวดราม่าประโคมมากมายสำหรับพรีเมียร์ โมบิลิตี้ หรือทางเคทีเอ็มที่มีประกาศการปรับปรุงโครงสร้างภายในไปเมื่อปลายปี 2024 ที่ผ่านมา และแน่นอน KTM ยืนยัน ว่าแผนยังคงเดินหน้าต่อเนื่องตามที่ซีอีโออย่าง Sfefan Pierer ได้กล่าวไว้ อ่านที่นี่  ซึ่งล่าสุดทางค่ายนั้นเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการแข่งขันโมโตจีพีฤดูกาล 2025  โดยแหล่งข่าวจาก Speedweek ได้เผยแพร่ข้อมูลการยืนยันจาก Wolfgang Felber หัวหน้าฝ่ายเทคนิคอลของทางเคทีเอ็ม ซึ่งเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่าโปรเจ็กต์การแข่งขันโมโตจีพียังคงดำเนินการไปตามแผนทุกอย่างที่วางไว้ “ในส่วนของการเตรียมความพร้อม ทุกอย่างคงดำเนินไปตามปกติ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้พยายามลดขั้นตอนเพื่อเน้นพัฒนารถแข่งอย่างเต็มกำลัง เช่นเดียวกันในปี 2025 เราจะเริ่มพัฒนารถแข่งในอาทิตย์หน้าก่อนนำส่งไปเทสที่เซปัง มาเลเซียในช่วงสิ้นเดือน” พร้อมกับข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ค่ายส้ม โดยมีรายงานการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก ว่ายังไม่มีแผนการถอดถอนออกจากการแข่งขันโมโตจีพีในฤดูกาล 2026 ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวอื่น ๆ แต่อย่างใด ถือเป็นการสยบข่าวดราม่าต่าง ๆ และความไขข้อข้องใจจากแฟน ๆ ทั่วโลก โดยการแข่งขันโมโตจีพีฤดูกาล 2025 จะเริ่มแข่งขันสนามแรกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ –  2 มีนาคม 2568 ที่ จ. บุรีรัมย์ แฟน ๆ ค่ายส้มเตรียมลุ้นและรอชมเจ้า RC16 เวอร์ชันพัฒนาโลดแล่นในสนามกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Carmelo Ezpeleta เผยดีล Liberty Media ช่วยยกระดับ MotoGP

Carmelo Ezpeleta เผยดีล Liberty Media ช่วยยกระดับ MotoGP Carmelo Ezpeleta CEO ของทาง Dorna Sports ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการควบกิจการของ F1 และ MotoGP หลังจากที่ในช่วงเมื่อปีที่แล้วมีข่าวออกมาอย่างเป็นทางการว่า Liberty Media เจ้าของการแข่งขันรายการ Formula 1 ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนเมษายน 2024 ว่าทางบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นประมาณ 86% ของ Dorna Sport ที่เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกหรือ MotoGP ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 4.2 พันล้านยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 165,000 ล้านบาท  ในช่วงเดือนธันวาคมปี 2024 การเข้าซื้อกิจการ MotoGP ของ Liberty Media ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนสิ้นดังกล่าว ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2025 เนื่องจากคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้เริ่มการตรวจสอบในระยะที่ 2 (Phase II Investigation) ของการถือลิขสิทธิ์ โดยดีลนี้ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังถูกพิจารณาเพราะคณะกรรมาธิการยุโรปกังวลว่าการซื้อกิจการครั้งนี้อาจทำให้ราคาการรับชมในตลาดขนาดเล็กสูงขึ้น และเมื่อ Liberty Media ซึ่งเป็นเจ้าของ Formula One อยู่แล้ว อาจทำให้เกิดการผูกขาดระหว่างการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสองล้อ และสี่ล้อ “ธุรกรรมนี้สร้างความกังวลในด้านการแข่งขันในตลาดที่แคบกว่าในระดับประเทศสำหรับการให้สิทธิ์ออกอากาศเนื้อหามอเตอร์สปอร์ตในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ซึ่ง Formula One เป็นผู้นำในตลาดที่ชัดเจนในทุกประเทศในยุโรป และ MotoGP มักเป็นคู่แข่งเดียวเท่านั้น” แถลงการณ์จากคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนที่แล้วกล่าว โดยคณะกรรมาธิการมีเวลาถึงวันที่ 14 พฤษภาคมในการตัดสินใจว่าจะอนุมัติการเข้าซื้อกิจการนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม CEO ของทาง Dorna Sports อย่าง Carmelo Ezpeleta (คาร์เมโล เอซเปเลตา) เชื่อว่าดีลนี้จะผ่านการอนุมัติ และเจ้าตัวยังคงตื่นเต้นกับโอกาสที่การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลกรายการนี้จะถูกดูแลโดยบริษัทสัญชาติอเมริกา  “เราคาดว่าการเข้าซื้อกิจการนี้จะได้รับการอนุมัติจากสหภาพยุโรป และเรารู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสในการทำงานร่วมกับ Liberty Media ในระหว่างนี้ เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินกลยุทธ์ของเราในการยกระดับกีฬานี้ไปอีกขั้น และเติบโตในอัตราที่น่าประทับใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานแฟนคลับทั่วโลกที่มีอยู่กว่า 500 ล้านคน”  “ในปี 2024 เรามีจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันมากกว่า 3 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และมี 6 สนามที่สร้างสถิติใหม่สำหรับอีเวนต์ของพวกเขา French GP ของเราทำลายสถิติผู้เข้าชมสูงสุดตลอดกาล เมื่อมองไปข้างหน้า เราไม่ต้องการเพียงแค่สิ่งเดิม ๆ แต่เราต้องการสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น และเราภูมิใจที่กลยุทธ์ของเราเริ่มส่งผลสำเร็จแล้ว เราหวังว่าแฟน ๆ จะตื่นเต้นเช่นเดียวกับเราสำหรับอนาคตและฤดูกาลใหม่ที่น่าตื่นเต้นซึ่งใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว” ดีลมูลค่ามหาศาลนี้จะลงเอยอย่างไรก็ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามต่อไป แฟน ๆ การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตหากไม่อยากพลาดเรื่องนี้ กดติดตาม SuperBike Thailand ไว้เลย จะมาอัพเดทให้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Turbocharger vs Supercharger ทำไมถึงไม่มีในรถแข่ง MotoGP ?

Turbocharger vs Supercharger ทำไมถึงไม่มีในรถแข่ง MotoGP ? ขั้นตอนแรกเรามารู้จักกับเจ้า Turbocharger vs Supercharger กันก่อน.. Turbocharger และ Supercharger เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มกำลังแรงม้าให้เครื่องยนต์ด้วยการบีบอัดอากาศที่เข้าสู่ห้องเผาไหม้ (Forced Induction) แต่ทั้งสองสิ่งเหล่านี้มีข้อดี ข้อเสีย และการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ Turbocharger vs Supercharger: ความแตกต่างและการทำงาน ลักษณะ Turbocharger Supercharger การตอบสนอง มี Turbo Lag (ล่าช้าเล็กน้อย) ไม่มี Lag ตอบสนองทันที แรงม้าที่ใช้ ใช้แรงดันจากไอเสีย  ใช้กำลังขับจากเครื่องยนต์ (สายพาน) กำลังที่เพิ่ม กำลังเครื่องเพิ่มที่รอบเครื่องสูง เพิ่มขึ้นทันที ข้อดี ใช้แรงดันจากไอเสียทำให้ประหยัดแรงม้า เพิ่มประสิทธิภาพการเผาใหม้เชื้อเพลิง ให้กำลังเครื่องที่ต่อเนื่องและทันทีเมื่อเร่งเครื่องยนต์ ข้อเสีย มี Turbo Lag ซึ่งเกิดจากความล่าช้าก่อนที่เทอร์โบจะหมุนได้เร็วพอที่ ต้องพึ่งระบบระบายความร้อนหรือขยายให้ใหญ่ขึ้น เพราะเทอร์โบทำงานในอุณหภูมิสูงจากไอเสีย ใช้กำลังจากเครื่องยนต์โดยตรง ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องยนต์อาจจะลดลง การติดตั้งซับซ้อน เพิ่มการสึกหรอของเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพและการใช้งาน เหมาะสำหรับการใช้งานที่เน้นแรงม้าในรอบเครื่องยนต์สูง เหมาะสำหรับการใช้งานที่เน้นความตอบสนองทันที การใช้ Forced Induction ในประวัติศาสตร์การแข่งมอเตอร์ไซค์ ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ในยุคก่อนสงครามโลก ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ระบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์ได้รับความนิยมในสนามแข่ง ตัวอย่างเช่น: BMW Type 255 Kompressor: มอเตอร์ไซค์ที่ใช้ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในยุคนั้น ด้วยน้ำหนักเบาและสมรรถนะที่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง Gilera 500cc Supercharged: อีกหนึ่งตัวอย่างที่โดดเด่นในยุคเดียวกัน เทอร์โบชาร์จเจอร์ในช่วงปี 1970-1980 ในช่วงปลายปี 1970 และ 1980 มีการทดลองใช้เทอร์โบในมอเตอร์ไซค์สำหรับถนนและการแข่ง ตัวอย่างเช่น: Suzuki XN85: มอเตอร์ไซค์โปรดักท์ชันที่ใช้เทอร์โบ ซึ่งบางครั้งถูกดัดแปลงเพื่อใช้ในสนามแข่ง Honda CX500 Turbo: แม้จะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เน้นถนน แต่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทอร์โบในการเพิ่มกำลัง ระบบ Forced Induction ในปัจจุบัน ในยุคปัจจุบัน มอเตอร์ไซค์ซีรี่ย์ Kawasaki H2 และ H2R ที่ใช้ซูเปอร์ชาร์จเจอร์เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการกลับมาใช้ Forced Induction แต่รถเหล่านี้ไม่ได้รับการออกแบบสำหรับ MotoGP หรือ WorldSBK เนื่องจากเน้นสมรรถนะในลักษณะไฮเปอร์ไบค์มากกว่า ซึ่งทั้ง Turbocharger –  Supercharger โดยรวม ก็มีข้อดีมากกว่า ข้อเสีย แต่ทำไมรถแข่งแนว Circuit หรือ Superbike รวมถึง MotoGP กลับไม่มี MotoGP และ WorldSBK 1. ข้อกำหนดทางกฎระเบียบ ใน MotoGP การใช้ระบบเทอร์โบถูกห้ามโดยกฎระเบียบ เนื่องจากเน้นการพัฒนาทักษะนักแข่งและสมดุลการออกแบบตัวรถ สำหรับ WorldSBK ซึ่งอิงจากรถโปรดักชัน การนำเทอร์โบมาใช้ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการ Homologation ซึ่งซับซ้อนและไม่สอดคล้องกับโมเดลรถปัจจุบัน 2. การควบคุมแรงม้าและ “Turbo Lag” เทอร์โบเพิ่มแรงม้าให้เครื่องยนต์โดยการอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ แต่เทอร์โบต้องการเวลาในการหมุนให้ถึงความเร็วสูงสุด จึงเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Turbo Lag” Turbo Lag คือความล่าช้าของการตอบสนองของเครื่องยนต์ขณะรอให้เทอร์โบเพิ่มแรงดันอากาศ ส่งผลให้การส่งแรงม้าไม่ต่อเนื่องและยากต่อการควบคุม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการการตอบสนองฉับไว เช่น การออกจากโค้งในสนามแข่ง Turbo Lag คืออะไร และทำงานอย่างไร? เทอร์โบทำงานโดยใช้ก๊าซไอเสียจากเครื่องยนต์ไปหมุนใบพัดในเทอร์โบชาร์จเจอร์ ซึ่งจะดึงอากาศเข้าไปอัดในห้องเผาไหม้เพื่อเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ขับขี่เปิดคันเร่ง ก๊าซไอเสียที่ส่งไปยังเทอร์โบอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ใบพัดหมุนด้วยความเร็วสูงสุดในทันที ทำให้การเพิ่มพลังเกิดความล่าช้า นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Turbo Lag ดูๆแล้วระบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์ลดข้อเสียนี้ได้บางส่วนเพราะขับเคลื่อนด้วยสายพานจากเครื่องยนต์และสามารถเพิ่มแรงม้าได้ตังแต่รอบต่ำ แต่ด้วยอุปกรณ์ที่เพิ่มมากขึ้น ตามด้วยน้ำหนัก ทำให้การเลี้ยวทำได้ยาก   3. การจัดการความร้อนและน้ำหนัก ระบบเทอร์โบเพิ่มความร้อนอย่างมากและต้องการระบบระบายความร้อนที่ซับซ้อน เช่น อินเตอร์คูลเลอร์และหม้อน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเพิ่มน้ำหนักและลดความคล่องตัวของรถ 4. ต้นทุนและความซับซ้อน การพัฒนาและบำรุงรักษาเครื่องยนต์เทอร์โบมีค่าใช้จ่ายสูง ส่งผลกระทบต่อทีมแข่งในแง่ของงบประมาณ ในการแข่งขันจริง แรงม้าที่เพิ่มขึ้นเฉียบพลัน จากการทำงานของเทอร์โบ หรือ ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ จะสร้างความอันตรายให้กับผู้ขับขี่ ขณะที่เร่งตอนออกโค้ง เพราะกำลังแรงม้าที่ออกมารุนแรงทันที บนพื้นที่ยึดเกาะของยางที่เล็กเท่าเหรียญสิบบาท อาจไม่เพียงพอ และส่งผลให้เสียกการควมคุม ซึ่งถ้าจะมีจริง ก็ต้องมีระบบอิเล็กโทรนิค กล่องควบคุมต่างๆ

Jack Miller เผย “ผมยังไม่ยอมแพ้กับ MotoGP”

Jack Miller เผย “ผมยังไม่ยอมแพ้กับ MotoGP” Jack Miller นักบิดสัญชาติออสเตรเลียจากทีม Prima Pramac Yamaha ได้ออกมาเผยกับสื่อว่าตอนนี้ตนนั้นกำลังทุ่มเทอย่างหนัก เพื่อให้กลับมามีความสามารถในแย่งแชมป์ในรายการ MotoGP  @yamahamotogp_official We’re not here to play games 👊 #MonsterYamaha | #MotoGP | #BarcelonaTest ♬ original sound – YamahaMotoGP “ช่วงท้ายฤดูกาลก่อน ผมไม่มีอะไรเลย โทรศัพท์ก็ไม่ดัง แต่แล้วก็ได้สายโทรมาจากทีม Prima Pramac Yamaha ที่ต้องการให้ผมไปร่วมทีมกับ ‘มิเกล โอลิเวียร่า’  เขาบอกว่าต้องการสร้างโปรเจกต์ใหม่โดยได้รับการสนับสนุนรถจากโรงงานของ Yamaha”  “ผมพยายามอย่างหนักที่จะได้แข่งขันใน MotoGP ต่อไปในอีกหลาย ๆ ฤดูกาล แต่ก็อย่างที่ทุกคนเห็น สถานการณ์ของผมกับทีมเก่า (Red Bull KTM Factory Racing) มันดูไม่ค่อยสู้ดีนัก ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีอย่างมากที่ได้รับโอกาสจาก Pramac Yamaha และผมมีแรงกระตุ้นอย่างมาก พร้อมที่จะคว้าโอกาสนั้น และพยายามทำให้โอกาสที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่” “ผมรู้สึกว่ายังมีอะไรอีกมากมายที่ผมสามารถมอบให้ได้ในวงการนี้ ผมยังไม่ได้แสดงศักยภาพที่เต็มที่ของตัวเอง โดยโอกาสที่ได้รับนี้เหมือนเป็นการรีเซ็ตตัวเอง และผมจะพยายามให้เต็มที่อีกครั้ง”  และเมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่จะได้มาขับ Yamaha เจ้าตัวก็เผยออกมาอย่างหมดเปลือก ว่ารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้ขี่รถเวอร์ชั่นล่าสุดของ Yamaha เพราะค่ายรถนี้เป็นรถที่ใครหลายคนใฝ่ฝันที่อยากจะขี่ อีกทั้งยังเป็นรถที่พามือใหม่ขึ้นโพเดียมมาได้หลายครั้ง “รถคันนี้มีประวัติศาสตร์ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม แต่ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาพวกเขาอาจจะประสบปัญหาบางอย่าง แต่เมื่อผมเริ่มต้นในการแข่ง MotoGP นั่นคือรถที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะขี่ แม้แต่มือใหม่ก็สามารถขึ้นโพเดียมกับรถค่ายนี้ได้ไม่ว่าจะเป็น โยฮันน์ ซาร์โก, ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ และฟรานโก้ มอร์บิเดลลี” มิลเลอร์จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นการในฐานะนักแข่งของทีม Prima Pramac Yamaha ในการเปิดตัวพร้อมกันกับทีมโรงงาน Monster Energy Yamaha MotoGP ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 31 มกราคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Joan Mir สุดปลื้ม เซ็นสัญญาแบรนด์แอมฯ Kabuto ลุยโมโตจีพี 2025

Joan Mir สุดปลื้ม เซ็นสัญญาแบรนด์แอมฯ Kabuto ลุยโมโตจีพี 2025 Joan Mir สุดปลื้ม !! แบรนด์ Kabuto หมวกกันน็อกตำนานจากแดนปลาดิบ ประกาศเซ็นสัญญาการเป็นสปอนเซอร์หมวกกันน็อก ล่าแชมป์โมโตจีพี 2025 แทนที่นักบิดคนเก่าอย่าง อเล็กซ์ เอสปากาโร่ นักบิดจาก Aprilia Racing Team ที่พึ่งประกาศผันตัวไปเป็นเทสไรเดอร์เมื่อไม่นานมานี้ โดยโจอัน เมียร์ จะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับแบรนด์หมวกกันน็อกตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป ผลงานที่ผ่านมา สำหรับโจอัน เมียร์ ก็ถือว่าเป็นนักบิดดาวรุ่งที่น่าจับตามอง นับตั้งแต่การก้าวเข้าสู่การแข่งขันครั้งแรกใน Moto3 เมื่อปี 2016 รุ่น Moto 2 ในปี 2018 สู่การก้าวกระโดดขึ้นมาสู่ชั้นพรีเมียร์คลาสในปี 2019 ให้กับทีม Suzuki ECSTAR และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในปี 2020 ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น กระทั่งหลังจบฤดูกาล 2022 เจ้าตัวต้องจำใจอำลาทีมซูซูกิ (ไม่ไปต่อ) มาเป็นนักบิดให้กับทีมฮอนด้าเรปโซลตั้งแต่ปี 2023 จนถึงปัจจุบัน “ผมรู้สึกแฮปปี้มากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Kabuto และเป็นตัวแทนของแบรนด์ระดับตำนานนี้ สำหรับปีต่อไปใน MotoGP หวังว่างานที่เรากำลังทำอยู่จะได้รับผลตอบแทนในเร็ว ๆ นี้ และจะสามารถบรรลุผลสำเร็จในสิ่งที่สมควรได้รับ” ต้องขอแสดงคววามยินดีแก้เจ้าตัวอีกครั้ง สำหรับแบรนด์แอมฯ คนใหม่อย่างเป็นทางการ เราอาจจะได้เห็นหมวกกันน็อกลายใหม่ของเจ้าตัวในเร็ว ๆ นี้ ลุ้นแล้วซิว่าจะเป็นเจ้า F-17 ในเวอร์ชันไหน หรือเป็นรุ่นอะไรมาติดตามชมกัน.. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Gigi Dall’Igna กุนซือคนสำคัญของทีม Ducati

Gigi Dall’Igna กุนซือคนสำคัญของทีม Ducati Gigi Dall’Igna (จีจี้ ดัลลิลญา) ผู้จัดการทีมของ Ducati ในการแข่งขัน MotoGP อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่มีส่วนสำคัญในการพา Ducati ครองแชมป์ในการแข่งขัน MotoGP ถึงสามสมัยซ้อน และในการแข่งขันปี 2024 นักแข่ง 4 อันดับแรกของตารางคะแนนก็ล้วนใช้รถแข่งจากทาง Ducati ทั้งหมด  ซึ่งการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในเร็ว ๆ นี้ เมื่อถามถึงเต็งแชมป์ว่าจะออกไปที่รถค่ายไหน แต่คำตอบก็ล้วนไปในทิศทางเดียวกันนั่นคือ ‘Ducati’ เพราะหลาย ๆ คนอาจะคิดว่าการที่มาร์ก มาร์เกซ ย้ายจากทีม Gresini มาอยู่กับทีมโรงงาน ยิ่งทำให้ Ducati มีความชัดเจนในการเป็นเต็งแชมป์มากยิ่งขึ้น แต่สำหรับมาร์ก มาร์เกซเองเจ้าตัวมองว่าการที่ทีมเป็นเต็งแชมป์นั้นไม่ใช่เพราะตน แต่เป็นผู้จัดการทีมอย่าง ‘จีจี้ ดัลลิลญา’ ที่มีวิสัยทัศน์ในการวางแผนที่ดี และมีความทะเยอทะยานเป็นอย่างมาก  “สำหรับผม จุดเปลี่ยนสำคัญของดูคาติ คือการเข้ามาของ จีจี้ ดัลลิลญา เขาเป็นผู้จัดการทีมที่มีความคิดแบบนักแข่งแทบจะ 100% เมื่อทีมลงแข่งขันแล้วไม่สามารถชนะได้ เขาเองก็จะโกรธ เพราะเขามีความทะเยอทะยานอย่างมาก” “ถ้าเขา (จีจี้ ดัลลิลญา) มีอายุน้อยกว่านี้สัก 20-30 ปี และอยู่ในบทบาทนักแข่ง เขาคงจะเป็นหนึ่งในนักแข่งที่คุณจะมองข้ามเขาไม่ได้ในสนามแข่ง” Álvaro Bautista เจ้าของแชมป์การแข่งขันรายการ World Superbike สองสมัย ก็ได้ออกมากล่าวแม่ทัพของ Ducati  “วิศวกรที่ดีมักจะรับฟังเสียงจากนักแข่ง เขาไม่เพียงแค่ดูข้อมูล แต่ยังตีความของข้อมูลควบคู่ไปกับความคิดเห็นของนักแข่งที่มีต่อรถ ไม่เพียงแค่นั้นเขายังเปลี่ยนภาพจำของ Ducati จากตัวแข่งที่สามารถขับขี่ได้ยาก และไม่มีใครอยากขี่ สู่การพัฒนามาเป็นรถที่นักแข่งหลายคนฝันที่จะขี่” ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ทาง Ducati จะต้องมีการเผชิญกับความท้าทายใหม่ด้วยจำนวนรถบนกริดในการแข่งขัน MotoGP ที่ลดลงจาก 8 คันเหลือเพียง 6 คันเท่านั้น และลดจำนวนรถสเปคโรงงานจาก 4 เหลือ 3 คัน (มาร์ก มาร์เกซ, เป้กโก้ บัญญาย่า, และฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ จากทีม VR46) เท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์โก เบซเซคคี่ เผย รู้สึกโชคดีเมื่อได้เคียงข้างมาร์ติน

มาร์โก เบซเซคคี่ เผย รู้สึกโชคดีเมื่อได้เคียงข้างมาร์ติน มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดจากทีม Aprilia Racing ได้ออกมาเผยว่าตนนั้นพร้อมแล้วที่จะลงแข่งให้กับทีมโรงงานของ Aprilia และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ‘รู้สึกโชคดี’ ที่จะร่วมเป็นทีมเมทกับแชมป์โลกคนล่าสุดอย่างฆอร์เก้ มาร์ติน บัญญาย่าทำได้ดี แต่มาร์ตินคู่ควรกับแชมป์มากกว่า อดีตนักแข่งทีม VR46 รายนี้เตรียมย้ายเข้าไปแข่งทีมโรงงานเป็นครั้งแรกในอาชีพกับ Aprilia โดยเบซเซคคี่จะเข้ามาเป็นทีมเมทร่วมกับ ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งเขาเองชื่นชมทั้ง บัญญาย่า และ มาร์ติน ที่สามารถเค้นฟอร์มเก่ง ขับเคี่ยวแย่งแชมป์ในฤดูกาล 2024 ได้อย่างสูสี แต่ก็ยอมรับว่าทีมเมทคนใหม่ของเจ้าตัวคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์มากกว่า  “มาร์ตินทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว (2024) เขามีความสม่ำเสมอ เร็ว และมีเทคนิคความสามารถในตลอดการแข่งขัน เขาอาจจะไม่ชนะเท่าบัญญาย่า แต่สุดท้ายแล้วมาร์ตินก็สามารถคว้าแชมป์ได้ เพราะการคว้าแชมป์ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วเพียงอย่างเดียว” และยังเผยว่าตนนั้นโชคดีที่ได้เป็นทีมเมทกับฆอร์เก้ มาร์ติน เพราะเจ้าตัวมองว่าการได้ร่วมทีมด้วยกันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ และได้เก็บเกี่ยวข้อมูลที่สำคัญจากนักบิดที่เป็นแชมป์ประจำรายการคนล่าสุด  “การได้ร่วมทีมฆอร์เก้ถือเป็นโชคดีครั้งใหญ่ เพราะเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นนี่จะถือเป็นโอกาสเรียนรู้ และเป็นโอกาสที่จะได้รับข้อมูลสำคัญจากนักบิดที่เก่งที่สุดในโลก” 2024 ฤดูกาลที่ไม่ค่อยน่าจดจำ เบซเซคคี่ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 อาจจะดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากเจ้าตัวนั้นเจออุปสรรคต่าง ๆ มาตลอดฤดูกาลกับรถ GP23 โดยความสำเร็จที่ทำได้กับทีม VR46 ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 สามารถทำได้หนึ่งโพเดียมด้วยการจบอันดับที่ 3 ในการแข่งขันสนามที่ 4 ของฤดูกาล  อีกทั้งยังจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 12 สะสมได้ 153 คะแนน ตามหลังเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ อยู่ที่ 12 คะแนน  “มันเป็นฤดูกาลที่ยากมาก ผมไม่คิดว่าผมจะต้องเจอความยากลำบากขนาดนี้ ตั้งแต่การทดสอบตัวรถครั้งแรก ผมก็รู้สึกไม่ค่อยดีกับตัวรถแล้ว” “ผมมั่นใจว่าผมเติบโตขึ้นมากในปีนี้ ทั้งชีวิตส่วนตัว และชีวิตนักแข่ง เพราะตลอดฤดูกาลที่ผ่านผมไม่เคยรู้สึกดีบนตัวรถเลย ต้องปรับตัวอยู่ตลอด และแน่นอนว่าผมคาดหวังเรื่องผลงานมากกว่านี้ และผมก็อยากทำให้ได้ดีมากกว่านี้” การลงทดสอบตัวแข่งในสนามถัดไปจะลงทดสอบกันที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดยจะแบ่งเป็นรอบ Shakedown Test ที่ให้เฉพาะนักแข่งที่เข้ามาแข่งขันในฤดูกาล 2025 ครั้งแรกลงทดสอบ และTest Riders ของทีม โดยจะทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 และการทดสอบ Sepang Test จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 MotoGP Presentation ปฎิทินเปิดตัวทีมแข่ง มาแล้ว

ปักหมุดให้พร้อม !! ปฎิทินเปิดตัวทีม MotoGP 2025 มาแล้ว เข้าสู่ปี 2568 ของการเตรียมพร้อมเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันโมโตจีพี 2025 อย่างเป็นทางการ สำหรับแฟน ๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอลุ้นกับ 2025 MotoGP Presentation ว่าจะมาเมื่อไหร่ ซึ่งล่าสุด..ทางผู้จัดการแข่งขันอย่างดอร์น่า สปอร์ต ได้เผยตารางเปิดตัวทีมใหม่เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งแต่ละทีมมีกำหนดการเปิดตัวทีมแข่งพร้อมไลน์อัพนักบิดดังนี้ 2025 MotoGP Presentation TrackHouse Racing MotoGP (วันที่ 14 มกราคม 2568) Raul Fernandez #25 Ai Ogura #79   Aprilia Racing (วันที่ 16 มกราคม 2568) Jorge Martin #89 Marco Bezzecchi #72   Gresini Racing MotoGP (วันที่ 18 มกราคม 2568) Alex Marquez #73 Fermin Aldeguer #54 Ducati Factory Team (วันที่ 20 มกราคม 2568) Marc Marquez #93 Francesco Bagnaia #63   Red bull KTM Factory Racing / Tech 3 (วันที่ 30 มกราคม 2568) Brad Binder # 33 (Red bull KTM Factory Racing) Pedro Acosta #37 (Red bull KTM Factory Racing) Enea Bastianini #23 (Red Bull KTM Tech3) Maverick Viñales #12 (Red Bull KTM Tech3)   Monster Energy Yamaha MotoGP / Prima Pramac (วันที่ 31 มกราคม 2568) Fabio Quartararo #20 (Monster Energy Yamaha MotoGP) Alex Rins #42 (Monster Energy Yamaha MotoGP) Jack Miller #43 (Prima Pramac Yamaha) Miguel Oliveira #88 (Prima Pramac Yamaha)   LCR Honda (วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568) Johann Zarco #25 ก้อง สมเกียรติ จันทรา #35   Pertamina Enduro VR46 Racing Team (TBC) Franco Morbidelli #21 Fabio Di Giannantonio #49   Repsol Honda Team (TBC) Luca Marini #10 Joan Mir #36 (อัปเดตล่าสุด

Lewis Hamilton เปิดโต๊ะเจรจาร่วมลงทุน KTM

Lewis Hamilton เปิดโต๊ะเจรจาร่วมลงทุน KTM Lewis Hamilton แชมป์โลกในการแข่งขันฟอร์มูลล่าวัน 7 สมัย เดินหน้าอย่างจริงจังกับ KTM ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์สัญชาติออสเตรีย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมแข่งขันใน MotoGP ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการออกมายืนยันว่า พิท ไบเรอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM ได้ออกมาเผยกับ Speedweek ว่ามีการเข้าพูดคุยอย่างเป็นรูปธรรมกับทีมบริงานของแฮมิลตันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   “ผมบอกได้แค่ว่า เราได้มีการพูดคุยที่น่าสนใจมากกับฝ่ายจัดการของเขา มันไม่ใช่ความลับเลยที่ลูอิส แฮมิลตันสนใจใน MotoGP และกำลังพิจารณาเกี่ยวกับทีมของตัวเอง และในที่นี้ก็มีการพูดคุยอย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน” และอย่างไรก็ตามหากแฮมิลตันจะเข้ามาลงทุนกับ KTM จะมีสิ่งหนึ่งที่ไบเรอร์ยืนยันแล้วนั่นคือสปอนเซอร์ที่แฮมิลตันจะพาเข้าทีม จะต้องไม่เป็นคู่แข่งกับสปอนเซอร์ของทีม KTM โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลัง “ใครก็ตามที่ต้องการทำงานร่วมกับเราย่อมรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด – Red Bull และ KTM แยกออกจากกันไม่ได้ เรื่องนี้ยังไม่เคยเป็นประเด็นในการเจรจาจนถึงตอนนี้ เพราะต้องไม่ลืมว่า นักลงทุนนั้นแตกต่างจากสปอนเซอร์” “เราทำงานกับผู้สนับสนุนของเราในลักษณะหุ้นส่วนที่แข็งแกร่ง เมื่อคุณมีพันธมิตรที่ร่วมโต๊ะและให้เงินสำหรับโครงการที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ พวกเขาก็เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เรื่องดังกล่าวนั้นก็ควรเป็นเรื่องที่ดี” “เมื่อพันธมิตรที่แข็งแกร่งนั่งร่วมโต๊ะกันและช่วยคิดหาแนวทางแก้ปัญหาที่ดี ก็จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นบวก ดังนั้นมันชัดเจนว่าคนเหล่านี้จะมีสิทธิ์มีเสียงในบางเรื่อง” และในปัจจุบัน เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน ได้ลงทุนในทีมกีฬากับ เดนเวอร์ บรองโกส์ ทีมอเมริกันฟุตบอล NFL และก่อตั้ง Team X44 ในการแข่งขัน Extreme E และในส่วนของการข้ามฟากมาเป็นเจ้าของทีมใน MotoGP จะออกมาเป็นทีมใดนั้น คงยังเป็นเครื่องหมายคำถามต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Max Verstappen เผย “ผมคือแฟนตัวยง MotoGP”

Max Verstappen เผย “ผมคือแฟนตัวยง MotoGP” Max Verstappen แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน Formula 1 ได้ออกมาเผยว่าตัวเขาเป็นแฟนคลับในการแข่งขัน MotoGP อีกทั้งยังได้เผยว่าใครเป็นนักแข่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัว การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่าง MotoGP ยังคงดึงดูดสายตาจากนักแข่ง F1 อยู่ไม่น้อยเมื่อ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น นักแข่งแชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 4 สมัย ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเผยในงานของ Red Bull ที่ศูนย์ Hanger 7 ในเมืองซาลซ์บูร์ก โดยผ่านรายการทางเว็บไซต์ของ Servus TV ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งสองแชมป์สะท้อนถึงฤดูกาล 2024 ของพวกเขา และแสดงมุมมองเกี่ยวกับแง่มุมที่แตกต่างของมอเตอร์สปอร์ต  ในระหว่างรายการ แม็กซ์ เปิดเผยว่าเขาเป็นแฟนตัวยงของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งถึงขั้นที่ต้องนำ iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดการรับชม แม้ว่าจะตัวจะมีแข่งก็ตาม “ผมเป็นแฟนในการแข่งขัน MotoGP และผมเองพยายามดูทุกการแข่งขัน ผมถึงขั้นพก iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดเลย” มาร์กคือนักบิดที่ดีที่สุดในกริด  สำหรับเวอร์สแท็พเพ่น เขามองว่ามาร์เกซที่เป็นอดีตร่วมแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Redbull ว่าเป็น “นักบิดที่ดีที่สุดในกริด” โดยได้กล่าวว่า “มาร์ก มาร์เกซ เป็นแชมป์ MotoGP ถึง 6 สมัย แม้ว่าจะเขาอาจจะต้องปรับตัวกับทีมใหม่ (Ducati Lenovo) แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะสามารถทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเดิม”  การพบกันของสองแชมป์ชื่อดังนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนร่วมกันของ Red Bull แม้ว่ามาร์เกซจะย้ายไปทีมโรงงาน Ducati ซึ่งมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับ Monster Energy ซึ่งทำให้ความร่วมมือของเขากับ Red Bull จะสิ้นสุดลงและไม่เพียงแค่นั้นเจ้าตัวยังออกมาเผยอีกว่าตัวเขามีความสนใจจะที่จะลองขี่รถ MotoGP แต่ก็ยอมรับว่าทางทีม F1 ของเขาอาจจะยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่กับแนวคิดนี้ เพราะทีมไม่ต้องการให้เจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บ  “ผมอยากลองมาก แต่ผมคิดว่ามันจะสมเหตุสมผลกว่าถ้าเริ่มจาก Moto2 หรือ Moto3 ก่อนที่จะลอง MotoGP ผมอยากทำจริงๆ แต่ผมเข้าใจความกังวลของทีมผม ตอนนี้ผมคงต้องพอใจกับการชมในฐานะผู้ชมไปก่อน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Aleix Espargaro จากนักบิด MotoGP สู่ Pro-Tour

2025 Aleix Espargaro จากนักบิด MotoGP สู่ Pro-Tour 2025 Aleix Espargaro จาก MotoGP สู่ Pro-Tour อดีตนักบิด MotoGP ทีมชาติอาพริเลีย เตรียมเข้าร่วมทีมปั่นจักรยาน Lidl-Trek ในปีหน้า หลังเพิ่งประกาศเลิกแข่งมอเตอร์ไซค์เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งอเล็กซ์ เคยคว้าชัยชนะใน MotoGP ได้ 3 ครั้งตลอดอาชีพ 15 ปีบนรถจักรยานยนต์ @aleixespargaro Hello @Lidl-Trek family 💙❤️💛 . Muy feliz de formar parte de este proyecto en este mundo que tanto me mola!! Let’s go buddies 🚀. #aleixespargaro #deportesentiktok #ciclismo #41 #lidltrek #procycling ♬ Get Ready – Steve Aoki Vocal Radio Edit – 2 Unlimited นักบิดวัย 35 ปีจะเริ่มสัญญากับ Lidl-Trek ตั้งแต่ต้นปี โดยเขาจะเข้าร่วมทีมในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์สำหรับการแข่งขันจักรยานระดับ “Prestigious” ซึ่งยังไม่ได้ระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน นอกจากหน้าที่ในทีม Lidl-Trek แล้ว เขายังรับตำแหน่งใหม่ในฐานะนักทดสอบให้กับโครงการ MotoGP ของ HRC อีกด้วย ซึ่งเขาเริ่มต้นบทบาทนี้ในการทดสอบอย่างเป็นทางการที่บาร์เซโลนาเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจบการแข่งขัน Solidarity Grand Prix ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล MotoGP “ผมตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมครอบครัว Lidl-Trek ซึ่งเป็นบ้านของนักปั่นจักรยานที่ดีที่สุดในโลกบางคน” เอสปาร์กาโรกล่าว “หลังจากที่ผมบาดเจ็บที่หลังจนต้องเลิกวิ่ง ผมจึงหันมาปั่นจักรยานเพื่อการฟื้นฟูและการฝึกซ้อม “เมื่อเวลาผ่านไป มันกลายเป็นมากกว่าการเตรียมตัว แต่มันกลายเป็นความหลงใหลของผม “การใช้ชีวิตในอันดอร์รา ทำให้ผมได้สร้างมิตรภาพกับนักปั่นมืออาชีพหลายคน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมฝึกซ้อมในระดับที่สูงขึ้น” เพื่อนร่วมทีมใหม่ของเขาประกอบด้วยผู้ชนะ Giro d’Italia อย่าง เทา จีโอเกแกน ฮาร์ต, นักปั่นชาวเบลเยียม ทิม เดอแคลร์ค และแชมป์โลกประเภทถนนปี 2019 แมดส์ พีเดอร์เซน “การทำงานร่วมกับ อเล็กซ์ จะเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากสำหรับเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักปั่นรุ่นใหม่ของเรา” ลูกา เกอร์ซิเลนา ผู้จัดการทั่วไปของ Lidl-Trek กล่าว “เรารู้ว่าเขาเป็นนักปั่นที่แข็งแกร่งและมีความหลงใหล แต่เขายังนำประสบการณ์และมุมมองที่แตกต่างมาสู่ทีมได้ เขาสามารถช่วยให้นักกีฬารุ่นใหม่ของเราเข้าใจและรับมือกับความกดดันที่มาพร้อมกับการแข่งขันในระดับสูงสุด” การแข่งขันใหญ่รายการแรกของฤดูกาลปั่นจักรยานปี 2025 คือ Tour Down Under ในออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ 21-26 มกราคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin เผยสามนักบิดมีส่วนทำให้แกร่งขึ้น

Jorge Martin เผยสามนักบิดมีส่วนทำให้แกร่งขึ้น Jorge Martin แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาเผยถึงสามนักแข่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เจ้าตัวแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถเค้นฟอร์มเก่ง แล้วทะยานไปสู่ตำแหน่งแชมป์ MotoGP ฤดูกาล 2024 ‘มาร์ติเนเตอร์’ ได้ออกมาให้เครดิตแก่นักแข่งสามคนที่เป็นคู่แข่งในศึกชิงแชมป์ MotoGP ในฤดูกาลที่ผ่านมาที่ทำให้เจ้าตัว ‘เป็นนักแข่งที่แกร่งขึ้น’ ระหว่างเส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์โลกปี 2024 ซึ่งการคว้าแชมป์ในหนนี้ เป็นการได้แชมป์ในการแข่งขันคลาสสูงสุดครั้งแรกของเจ้าตัวโดยอดีตนักแข่งทีม Pramac สามารถคว้าแชมป์ได้เหนือคู่แข่งด้วยคะแนนนำ 10 แต้ม  5 อันดับแรกของการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2024 อันดับ นักแข่ง ทีม คะแนน 1 Jorge Martín Prima Pramac Racing 508 คะแนน 2 Francesco Bagnaia Ducati Lenovo Team 498 คะแนน 3 Marc Márquez Gresini Racing MotoGP 392 คะแนน 4 Enea Bastianini Ducati Lenovo Team 386 คะแนน 5 Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 217 คะแนน   เป้กโก้ บัญญาย่า, มาร์ก มาร์เกซ และ อิเนีย บาสเตียนินี่ สามนักแข่งที่มาร์ตินออกมาเผยว่า เป็นส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์รายการ MotoGP เป็นหนแรกของเจ้าตัว “เป้กโก้, มาร์ก และอิเนีย ทั้งสามคนทำให้ผมเป็นนักแข่งที่เก่งขึ้น พวกเราทำให้ผมต้องทุ่มเททุกอย่างที่มี เมื่อไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ก็จะมีอีกคนที่ผมต้องเอาชนะให้ได้ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นอยู่ตลอด “มันเป็นตำแหน่งแชมป์ที่สามารถคว้าชัยมาได้อย่างยากลำบาก เราสามารถสร้างสถิติเก็บคะแนนเป็นประวัติศาสตร์ (สามารถคว้าแชมป์ด้วยคะแนน 508 คะแนน) ซึ่งผมสามารถบอกได้เลยว่าความเข้มข้นของการแข่งขันนั้นสูงมาก การที่ผมสามารถเอาชนะพวกเขาได้เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก” การแข่งขันในฤดูกาลหน้า แชมป์โลกคนปัจจุบันได้ย้ายต้นสังกัดไปอยู่กับ Aprilia Racing ในการป้องกันแชมป์ในปี 2025 ซึ่งการเปิดตัวทีมแข่งในฤดูกาล 2025 อย่างเป็นทางการของทีม Aprilia Racing จะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคม 2025 ซึ่งคาดการณ์ว่านักแข่งชาวสเปนรายนี้อาจเปลี่ยนหมายเลขจาก #89 เป็นหมายเลข #1 พร้อมเปิดตัวทีมเมทอย่าง มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดชาวอิตาเลียน ที่ย้ายมาจากทีม VR46 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM MOTOGP 2024 กับสถิติท็อปสปีดสูงสุดในประวัติการณ์

KTM MOTOGP 2024 กับสถิติ ท็อปสปีดสูงสุดในประวัติการณ์ อีกนิดก็ตามเครื่องบินทันแล้ว!! กับไฮไลท์สุดเด็ดประจำปีแห่งวงการโมโตจีพีด้วยสถิติ “ท็อปสปีด” สูงสุดของการแข่งขัน ถูกบันทึกไว้ในสนามแข่งที่ Mugello อิตาลี ด้วยตัวแข่งค่ายส้มอย่าง KTM MOTOGP 2024 ซึ่งผู้ที่พิชิตความเร็วสูงสุดที่เคยทำไว้ก็คือ แบรด บินเดอร์ พร้อมอานม้าตัวแข่งอย่าง KTM RC16 กับสถิติความเร็วสูงสุดที่ถูกบันทึกไว้ที่ 366.1 กม./ชม. เมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากประทับตราบนบันลังก์มาได้ซักระยะ ต่อมาในปี 2024 กลับมีผู้สามารถทำสถิติเทียบชั้นด้วยความเร็วสูงสุดที่เท่ากันที่ 366.1 กม./ชม. อย่าง Pol Espargaro นักบิดไวด์การ์ดที่มาโชว์ความเก๋าในสนามแข่งที่มูเจลโล เช่นเดียวกัน และแน่นอนว่าสถิติสูงสุดเหล่านั้น มีเพียงเจ้า RC16 ที่สามารถทะยานไปถึงจุดสูงสุดได้ สถิติความเร็วสูงสุดใน MotoGP ความเร็วที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่เป็นผลลัพธ์ของความทุ่มเท การพัฒนาโครงสร้างวิศวกรรม นวัตกรรมและความมุ่งมั่นของทีมและนักแข่ง นี่คือตารางการทำลายสถิติความเร็วล่าสุดที่ถูกบันทึกได้มาให้ชมกัน อันดับ นักแข่ง สนาม/เวลา ความเร็ว (กม./ชม.) 1 Brad Binder Tissot Sprint, Mugello, 2023 366.1 =1 Pol Espargaro PR, Mugello, 2024 366.1 2 Enea Bastianini  Tissot Sprint, Mugello, 2023 364.8 =2 Pedro Acosta  Q2, Mugello, 2024 364.8 =2 Alex Marquez Tissot Sprint, Mugello, 2024 364.8 =2 Marco Bezzecchi  Tissot Sprint, Mugello, 2024 364.8 3 Brad Binder Race, Mugello 2024 364.8 =3 Jorge Martin  Race, Mugello, 2022 363.6 =3 Maverick Viñales  Tissot Sprint, Mugello, 2023 363.6 =3 Fabio Di Giannantonio Race, Mugello, 2023 363.6 =3 Pol Espargaro FP1, Mugello, 2024 363.6 =3 Joan Mir Warm Up, Mugello, 2024 363.6 =3 Jack Miller Race, Mugello, 2024 363.6 หากใครสงสัยว่าทำไมต้องเป็นสนามมูเจลโล ประเทศอิตาลี ต้องขอเรียนอย่างนี้ว่าสนามดังกล่าวนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องของความเร็วทางตรงและการออกแบบที่เน้นให้รถแข่งสามารถปลดศักยภาพได้เต็มที่ จึงไม่แปลกที่สถิติความเร็วสูงสุดจะถูกบันทึกไว้ในสนามแห่งนี้ สำหรับสถิติดังกล่าว ไม่ใช่เพียงเป็นการวัดฝีมือนักแข่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาระบบวิศวกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่นำมาใช้ทดสอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนที่ได้รับการออกแบบโดยผ่านกระบวนการทดสอบและบันทึกข้อมูลมานับไม่ถ้วน ชิ้นส่วนติดตั้งมาใหม่เสริมแอโรไดนามิกเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมดีขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในตอนนี้ สถิติปัจจุบันยังตกเป็นของค่ายส้มและยังไม่มีใครมาทำลายได้ อย่างไรต้องรอดูการแข่งขันฤดูกาล 2025 จะมีใครมาทำลายได้หรือไม่ หรืออาจจะเป็น ก้อง สมเกียรติ กันนะ ! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Gigi Dall’Igna พันธมิตรสำคัญสำหรับนักแข่ง Ducati

Gigi Dall’Igna พันธมิตรสำคัญสำหรับนักแข่ง Ducati Gigi Dall’Igna (จิจี้ ดัลลิญญ่า) ผู้จัดการทีมของ Ducati ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จต่าง ๆ ของทีมในช่วงหลังมานี้ ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการสร้าง Ducati รูปแบบใหม่ให้กลายเป็นทีมที่มีโอกาสขึ้นโพเดียม และชนะการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะกลายร่างแบรนด์นี้ให้กลายเป็นทีมที่ทรงพลังที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ในการแข่งขัน MotoGP Ducati สามารถคว้าแชมป์ได้ติดต่อกันสามฤดูกาลที่ผ่านมา และในปี 2024 ยังครองความเป็นผู้นำอย่างเหนือชั้นด้วยการชนะ 19 จาก 20 การแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ซึ่งอเล็กซ์ มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Gresini Racing ได้ออกมาให้เหตุผลว่าทำไม ‘จีจี้’ ถึงเป็นพันธมิตรที่สำคัญสำหรับนักแข่ง “เขา (จีจี้) ใส่ใจในทุกเรื่อง อีกทั้งยังมอบความมั่นใจอย่างมากให้กับเรา เขาเป็นผู้สนับสนุนที่ตรงไปตรงมาเป็นอย่างมากสำหรับนักแข่ง อีกทั้งยังเป็นผู้ช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าปัญหาจะเล็กแค่ไหน เขาก็ใส่ใจ และพร้อมให้การช่วยเหลือ “พวกเขาไม่ได้มาบอกว่าคุณต้องทำอะไร แต่เขาจะคอยให้ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าใจว่าเทคนิคอะไรบ้างที่จะสามารถใช้แล้วได้ผล จากนั้นก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละคน และทีมหัวหน้าช่างของพวกเขาที่จะต้องตัดสินใจในแนวทางของตัวเอง” จำนวนรถในกริดที่ลดลง ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า จำนวนรถ Ducati ในกริดจะมีจำนวนลดลงจาก 8 คันเหลือ 6 คันเท่านั้น หลังจากที่ทาง Pramac ย้ายค่ายไปใช้รถจากทางค่าย Yamaha ในปีหน้า โดยจำนวนรถในกริดที่ลดลง จีจี้มองว่าไม่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับ Ducati แต่สิ่งที่ท้าทายกว่าคือไลน์อัพนักบิดจากทีมคู่แข่ง ซึ่งจะมี GP25 แบบเดียวกับทีมโรงงาน 3 คันเท่านั้นสำหรับ ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า และมาร์ก มาร์เกซ สองหนุ่มทางจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo Team และ ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ จากทีม VR46 และ GP24 จำนวน 3 คัน สำหรับสองนักบิดอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ และ เฟอร์มิน อัลเดเกร์ จากทีม Gresini และ ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี จากทีม VR46  Ducati Lenovo Team จะลงสนามทำการทดสอบรถที่ใช้ในการแข่งขันฤดูกาลหน้าอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง

มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Ducati Lenovo Team ในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาพูดถึงทีมเก่าของเขาอย่าง “Gresini Racing” ที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกถึงอารมณ์ความหลงไหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง และเปรียบบรรยากาศภายในทีมเหมือนกับตอนที่ตนแข่งขันอยู่ใน Moto2 บรรยากาศในทีมแสนอบอุ่น “ที่นี่มีบรรยากาศสบาย ๆ อีกทั้งยังมีความเป็นกันเองอย่างมาก ทุกอย่างมันชวนให้ผมนึกถึงตอนแข่งขันอยู่ที่ Moto2 ที่ผมสามารถพูดคุยกับหัวหน้าทีมได้โดยตรง เช่น ผมสามารถเข้าไปพูดคุยกับนาเดีย ปาโดวานี่ (เจ้าของทีม Gresini Racing) และบอกเธอว่าผมมีความคิดกับบางเรื่องแบบนี้ เธอก็มักจะ ‘โอเค เราทำแบบนั้นได้’ และเธอไม่ปิดกั้นความคิดผม”  “การอยู่ในทีมแซทเทิลไลท์ (ทีม Gresini Racing) มันทำให้ผมรู้สึกถึงความหลงใหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ผมขี่ให้กับทีม Honda ผมมีเพื่อน และทีมงานที่ดีมากอยู่ที่นั่น แต่แล้วความจริงคือ การที่เราขี่อยู่ทีมโรงงานทุกอย่างในนั้นจะดูจริงจังไปหมด” คว้าชัยโพเดียมอีกครั้งในรอบ 1,043 วัน ในช่วงที่เป็นนักบิดให้กับทีมรองอย่าง Gresini Racing เจ้าตัวสามารถเก็บชัยชนะอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Grandpix ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะครั้งแรกของเจ้าตัวนับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งสามารถเก็บชัยชนะได้ 3 สนาม ในฤดูกาลที่ผ่านมา ได้แก่ สนามอารากอนประเทศสเปน, สนามมิซาโน่ ประเทศอิตาลี และสนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งความสำเร็จทั้งสามครั้งดังกล่าวเป็นความสำเร็จสำคัญที่ช่วยฟื้นความมั่นใจของเจ้าตัวหลังจากที่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับทีม Honda ในช่วงท้าย โดยนักบิดสายเลือดกระทิงดุรายนี้จะกลับมาวาดลวดลายบนสนามอีกครั้งในรอบซ้อม ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 แฟน ๆ ของ MM93 รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc Marquez & Red Bull ยืนยัน! แยกทางแล้ว

Marc Marquez & Red Bull ยืนยัน! แยกทางแล้ว ข่าวล่าสุดสำหรับแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง Marc Marquez ได้ยืนยันว่าเขาจะไม่รับการสนับสนุนจาก Red Bull หลังจากที่เขาย้ายไปร่วมทีมโรงงาน Ducati MotoGP จากความสัมพันธ์อันดีที่มีให้กันมาอย่างยาวนาน โดยตลอดเส้นทางการแข่ง MotoGP ของมาร์เกวซเขาเป็นหนึ่งในนักแข่งที่อยู่ภายใต้สปอนเซอร์ของ Red Bull มาโดยตลอด สัญลักษณ์โลโก้อันสง่าของแบรนด์ดังยังคงปรากฏบนหมวกกันน็อกของเขาไม่ว่าจะเป็นทีม Honda ที่มาร์กสามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึง 8 สมัย หรือแม้กระทั่งการย้ายจากบ้านเก่ามายัง Gresini Racing ในปี 2024 จนกระทั่งข่าวการย้ายเข้าสู่ทีมโรงงานของ Ducati ของเจ้าตัว อีกทั้งทางทีมโรงงาน Ducati ยังมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับแบรนด์คู่แข่งอย่าง Monster Energy ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักให้กับทีมดูคาติมาอย่างเนิ่นนานเช่นกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักสำคัญที่ทำให้ทางแบรนด์ต้องจำใจถอดถอนสปอนเซอร์ออกไปอย่างน่าเสียดาย  และเพื่อเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือที่มาข้อมูลได้มากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดภายในงาน Hanger 7 เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อและยืนยันว่า ในฤดูกาลปี 2025 เขาจะไม่มีโลโก้ของ Red bull เคียงคู่อีกต่อไปแล้ว “นี่จะเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายของเราในตอนนี้”  Marquez กล่าวถึงการเยือน Hangar 7 “Ducati มีสปอนเซอร์รายอื่น ดังนั้นเราจึงไม่สามารถร่วมงานกันได้อีก เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อ Red Bull ผมจะไม่รับสปอนเซอร์ส่วนตัว (ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มชูกำลัง) อีกต่อไป” “ผมอยากขอบคุณครอบครัว Red Bull และหวังว่าเราจะยังคงเป็นเพื่อนกันต่อไป” บทบาทของ มาร์ก กับ Monster Energy จะเป็นอย่างไร ขณะที่เจ้าตัวประกาศยึดมั่นในอุดมการณ์ แต่อย่างไรบทบาทของมาร์ก กับ Monster Energy ก็ยังไม่มีความแน่ชัด ถึงแม้ว่าทางทีมจะได้รับการสนับสนุนจากมอนสเตอร์ เอ็นเนอร์จี้ ก็ตามแต่ อย่างไรก็ดีก็ยังไม่มีความแน่ชัดอีกด้วยว่าทางสปอนเซอร์จะร่วมเซ็นสปอนเซอร์ให้กับเจ้าตัวหรือไม่  ซึ่งมีเคสในอดีต นักแข่งบางคนที่ขี่ให้กับทีมที่มีสปอนเซอร์จากแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังมักจะไม่ได้รับสปอนเซอร์ส่วนตัวในฐานะนักแข่ง อย่างไรก็ตาม การร่วมงานกับ Monster Energy ของ Marquez ในฐานะนักแข่ง Ducati อาจเกิดขึ้นในรูปแบบของความร่วมมือผ่านทีมโดยตรงก็เป็นไปได้ อย่างไรก็ดี เจ้าตัวคงไม่สนใจหรือขัดสนในเรื่องสปอนเซอร์มากเท่าไหร่นัก ดูจากการย้ายทีมเข้ามาขี่ให้กับเกรซซินี ดูคาติ ร่วมกับน้องชายในฤดูกาล 2024 ก็นับเป็นบทพิสูจน์แล้วว่า มาร์ก ยังคงมีความกระหายในการคว้าแชมป์โลกให้กับตัวเองอีกครั้ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Trackhouse Racing 2025 ร่วมดีล Gulf Oil ลุยโมโตจีพี 2025

Trackhouse Racing 2025 ร่วมดีล Gulf Oil ลุยโมโตจีพี 2025 ข่าวการเข้าร่วมหรือถอดถอนสปอนเซอร์ทีมแข่งในโมโตจีพียังคงเผยแพร่ออกมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ ซึ่งแฟน ๆ สาวกหลาย ๆ คนยังคงเห็นรถแข่งของทีมในดวงใจยังใช้สปอนเซอร์เจ้าเดิมหรือปรับเปลี่ยนใหม่มากมายหลายเจ้าก็เป็นไปตามวัฎจักรของวงการแข่งขัน ก็ขึ้นอยู่ว่าทีมแข่งนั้น ๆ มีแววที่จะสร้างผลงานอันโดดเด่นออกมาให้ชมมากน้อยแค่ไหน และหนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่ใครกับทีมเซทเทอร์ไลท์ที่พึ่งคว้าตัวแชมป์โลกโมโตทูคนล่าสุดมาร่วมแข่งขันในฤดูกาล 2025 อย่าง TrackHouse Racing ก็มีข่าวการดีลร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกันกับสปอนเซอร์ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องยักษ์ใหญ่อย่าง Gulf Oil International เรียบร้อยแล้ว โดย Gulf Oil International ได้กลายมาเป็นพันธมิตรรายใหม่ของทีม Trackhouse Racing โดยความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมสัญชาติมะกัน ซึ่งจะเริ่มอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2025  จากการคอลแลปครั้งนี้ ส่งผลให้รถแข่งเวอร์ชันใหม่อย่าง Aprilia RS-GP25 มีสัญลักษณ์โลโก้สีฟ้า-ส้ม เพิ่มในบริเวณแฟริ่งด้านข้างใหญ่ ๆ รวมถึงชุดแข่งของนักบิดทั้งสองคนได้เแก่ Raul Fernandez และ Ai Ogura นักบิดชาวญี่ปุ่นผู้เป็นแชมป์โลก Moto2 โดยการปรากฏของโลโก้นี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของทีมในสายตาแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก Gulf Oil กับประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต สำหรับ Gulf Oil ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เคยมีประวัติศาสตร์ยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะช่วงปี 1960 กับโลโก้แบรนด์บนตัวรถแข่งระดับตำนานอย่าง Ford GT40 และ Porsche 917 ซึ่งเป็นที่จดจำของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกในยุคก่อน ๆ โดยโลโก้ของ Gulf กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตจดจำได้ทันที และถือเป็นหนึ่งในโลโก้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในวงการเลยไม่น้อย ซึ่งการที่ Gulf เลือกจะขยายความร่วมมือเข้าสู่ MotoGP ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะขยายตลาดในอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ MotoGP มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นตลาดทำเลสำคัญของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์และการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่นิยมมากที่สุดในโลก Justin Marks เจ้าของทีม Trackhouse Racing กล่าวว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Gulf เป็นพันธมิตรรายใหญ่ โลโก้อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gulf ได้ปรากฏบนโครงการมอเตอร์สปอร์ตที่น่าจดจำมากมาย และการที่โลโก้นี้จะอยู่บนรถ Aprilia RS-GP25 ของเราถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง” Mike Jones ซีอีโอของ Gulf Oil International UK Limited ได้แสดงความตื่นเต้นกับความร่วมมือนี้เช่นกัน โดยระบุว่า “Gulf มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในมอเตอร์สปอร์ต และเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับทีมแข่งรถจักรยานยนต์ที่มีความทะเยอทะยานและมีพลังอย่าง Trackhouse Racing เรามีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการให้ความสำคัญกับแฟน ๆ และนำพวกเขาเข้าใกล้การแข่งขันมากยิ่งขึ้น” การร่วมมือกับ Trackhouse Racing จะช่วยให้ Gulf ขยายแบรนด์ของตนในประเทศต่าง ๆ ที่ MotoGP จัดการแข่งขัน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของโมโตจีพี ทั้งยังเป็นตลาดที่มีกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์จำนวนมาก โดยกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ Gulf มีโอกาสขยายการรับรู้แบรนด์ไปยังผู้บริโภคในภูมิภาคดังกล่าวได้มากขึ้น สำหรับฤดูกาล MotoGP 2025 จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเปิดตัวรถแข่ง Aprilia RS-GP25 ที่จะมาพร้อมกับโลโก้สีฟ้า-ส้มของ Gulf บนตัวรถและชุดแข่งของนักบิด Raul Fernandez และ Ai Ogura ซึ่งคาดว่าจะทำให้แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกตื่นเต้นและเฝ้ารอชมการแข่งขันครั้งนี้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha V4 2025 (อาจ) มาทดสอบแน่ต้นปีหน้า

Yamaha V4 2025 (อาจ) มาทดสอบแน่ต้นปีหน้า Yamaha V4 2025 เครื่องยนต์ใหม่ที่ทางค่ายส้อมเสียงจะนำมาใช้ในการแข่งขัน MotoGP อาจเปิดตัวลงทดสอบ Sepang Shakedown ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ยามาฮ่ายังคงเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งในปัจจุบันยังคงหลงใหลในมนต์เสน่ห์กลิ่นอายของเครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียง (Inline-Four) โดยแนวคิดเครื่องยนต์ V4 ตัวใหม่ของแบรนด์ญี่ปุ่นนี้แม้ว่าจะมีความคืบหน้าโปรเจคอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีรายละเอียดในบางอย่างที่ยังคงต้องปรับแก้จึงทำให้ไม่สามารถเปิดตัวได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การทดสอบที่จัดขึ้นโดย KTM ที่สนามเฆเรซ (Jerez) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่าเครื่องยนต์ V4 ใหม่ของยามาฮ่าอาจจะเปิดตัวในช่วงเดียวกัน อย่างไรก็ตาม อเล็กซ์ รินส์ (Alex Rins) นักบิดจากทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ซึ่งยืนยันว่าแผนในการเปิดตัวเครื่องยนต์ดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ก็ยอมรับในพอดแคสต์ “Por Orejas” ของ Motorsport Network ว่าเครื่องยนต์ยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดตัวในช่วงนั้น อาจเปิดตัวเครื่องใหม่ที่สนามมาเลเซีย ซึ่งก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าในการทดสอบ Shakedown ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพราะทางยามาฮ่าไม่มีแผนที่จะทำการทดสอบเพิ่มเติมใด ๆ อีกแล้วในปี 2024 ซึ่งทำให้เกิดการคาดการณ์มากขึ้นว่าการเปิดตัวเครื่องยนต์ V4 ที่เซปัง (Sepang) อาจเกิดขึ้นจริง ตามรายงานของ Autosport เดิมทีมีแผนให้อันเดรีย โดวิซิโอโซ (Andrea Dovizioso) เป็นผู้ทดลองใช้เครื่องยนต์ V4 ใหม่นี้เป็นครั้งแรก แต่เมื่อการทดสอบถูกยกเลิก การทดสอบครั้งล่าสุดที่กำลังจะมาถึงน่าจะตกเป็นของนักทดสอบคนใหม่อย่าง ออกุสโต้ เฟอร์นันเดซ (Augusto Fernandez) แทน สี่สูบเรียงอาจไปต่อไม่ไหว แม้ว่าฟาบิโอ กวาร์ตาราโร (Fabio Quartararo) และยามาฮ่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ที่ไม่ใช่ Ducati ซึ่งสามารถคว้าแชมป์ MotoGP ได้ในปี 2021 แต่ความสามารถในการแข่งขันของยามาฮ่ากลับลดลงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2022 จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ยามาฮ่าเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญ คือการตั้งค่าเครื่องยนต์ โดยในขณะที่ Ducati, Aprilia และ KTM ต่างใช้เครื่องยนต์แบบ V4 ซึ่งมีผลงานดีกว่า Yamaha อยู่หลายเท่าตัว ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้ยามาฮ่าตัดสินใจปรับเปลี่ยนทีมงานโดยมีการดึงวิศวกร และช่างเทคนิคจำนวนมากเข้ามาเสริมทีม ซึ่งบางส่วนย้ายมาจากดูคาติ นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังได้จ้างที่ปรึกษาด้านเครื่องยนต์จาก Formula 1 คือ ลูก้า มาร์มอรินี (Luca Marmorini) ซึ่งเคยทำงานกับ Aprilia เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ ในช่วงแรกมีการคาดการณ์ว่าเครื่องยนต์ V4 ใหม่ของยามาฮ่าจะเปิดตัวในสนามแข่งช่วงกลางฤดูกาล 2025 แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยกระบวนการพัฒนาเครื่องยนต์ที่รวดเร็วขึ้น ทำให้ระยะเวลาดังกล่าวถูกย่นลง อาจใช้ V4 ลงแข่งขันในปี 2027 เครื่องยนต์ V4 ใหม่จากค่ายส้อมเสียงมีความเป็นไปได้ที่จะถูกนำมาใช้แข่งขันอย่างเป็นทางการ ในการแข่ง MotoGP ฤดูกาล 2027 ที่ในฤดูกาลดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนกฎใหม่ที่ต้องลดขนาดเครื่องยนต์ลงเหลือเพียง 850 ซีซี “ในความคิดเห็นของเรา คิดว่าเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงยังมีศักยภาพอีกมากมายที่ต้องพัฒนา และปรับปรุง แต่ในเมื่อคู่แข่งทั้งหมดของเราตอนนี้ใช้เครื่องยนต์ V4 และเราได้มองถึงกฎกติกาของการแข่งขันรายการ MotoGP ในปี 2027 เราจึงเริ่มพัฒนาเครื่องยนต์ V4” “ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ในปี 2027 มันก็ยังอีกไกลสำหรับเรา เราจึงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ V4 ตั้งแต่ตอนนี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เห็นเครื่องยนต์นี้ลงแข่งขันเมื่อไหร่ แต่สำหรับการทดสอบในสนามคงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมแล้ว”  – ลิน จาร์วิส เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการที่ Yamaha ถึงเวลาพัฒนาเครื่องยนต์ V4 การทดสอบ Shakedown Test ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย จะเริ่มทำการทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 (นักแข่งฟูลซีชั่นที่ไม่ได้ขับในฤดูกาล 2025 เป็นปีแรกจะไม่สามารถลงทดสอบได้) และการทดสอบอย่างเป็นทางการจะอยู่ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

รีวิวมอเตอร์ไซค์

หมวดหมู่