SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Joan Mir สุดปลื้ม เซ็นสัญญาแบรนด์แอมฯ Kabuto ลุยโมโตจีพี 2025 Joan Mir สุดปลื้ม !! แบรนด์ Kabuto หมวกกันน็อกตำนานจากแดนปลาดิบ ประกาศเซ็นสัญญาการเป็นสปอนเซอร์หมวกกันน็อก ล่าแชมป์โมโตจีพี 2025 แทนที่นักบิดคนเก่าอย่าง อเล็กซ์ เอสปากาโร่ นักบิดจาก Aprilia Racing Team ที่พึ่งประกาศผันตัวไปเป็นเทสไรเดอร์เมื่อไม่นานมานี้ โดยโจอัน เมียร์ จะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับแบรนด์หมวกกันน็อกตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป ผลงานที่ผ่านมา สำหรับโจอัน เมียร์ ก็ถือว่าเป็นนักบิดดาวรุ่งที่น่าจับตามอง นับตั้งแต่การก้าวเข้าสู่การแข่งขันครั้งแรกใน Moto3 เมื่อปี 2016 รุ่น Moto 2 ในปี 2018 สู่การก้าวกระโดดขึ้นมาสู่ชั้นพรีเมียร์คลาสในปี 2019 ให้กับทีม Suzuki ECSTAR และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในปี 2020 ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น กระทั่งหลังจบฤดูกาล 2022 เจ้าตัวต้องจำใจอำลาทีมซูซูกิ (ไม่ไปต่อ) มาเป็นนักบิดให้กับทีมฮอนด้าเรปโซลตั้งแต่ปี 2023 จนถึงปัจจุบัน “ผมรู้สึกแฮปปี้มากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Kabuto และเป็นตัวแทนของแบรนด์ระดับตำนานนี้ สำหรับปีต่อไปใน MotoGP หวังว่างานที่เรากำลังทำอยู่จะได้รับผลตอบแทนในเร็ว ๆ นี้ และจะสามารถบรรลุผลสำเร็จในสิ่งที่สมควรได้รับ” ต้องขอแสดงคววามยินดีแก้เจ้าตัวอีกครั้ง สำหรับแบรนด์แอมฯ คนใหม่อย่างเป็นทางการ เราอาจจะได้เห็นหมวกกันน็อกลายใหม่ของเจ้าตัวในเร็ว ๆ นี้ ลุ้นแล้วซิว่าจะเป็นเจ้า F-17 ในเวอร์ชันไหน หรือเป็นรุ่นอะไรมาติดตามชมกัน.. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Gigi Dall’Igna กุนซือคนสำคัญของทีม Ducati Gigi Dall’Igna (จีจี้ ดัลลิลญา) ผู้จัดการทีมของ Ducati ในการแข่งขัน MotoGP อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่มีส่วนสำคัญในการพา Ducati ครองแชมป์ในการแข่งขัน MotoGP ถึงสามสมัยซ้อน และในการแข่งขันปี 2024 นักแข่ง 4 อันดับแรกของตารางคะแนนก็ล้วนใช้รถแข่งจากทาง Ducati ทั้งหมด ซึ่งการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในเร็ว ๆ นี้ เมื่อถามถึงเต็งแชมป์ว่าจะออกไปที่รถค่ายไหน แต่คำตอบก็ล้วนไปในทิศทางเดียวกันนั่นคือ ‘Ducati’ เพราะหลาย ๆ คนอาจะคิดว่าการที่มาร์ก มาร์เกซ ย้ายจากทีม Gresini มาอยู่กับทีมโรงงาน ยิ่งทำให้ Ducati มีความชัดเจนในการเป็นเต็งแชมป์มากยิ่งขึ้น แต่สำหรับมาร์ก มาร์เกซเองเจ้าตัวมองว่าการที่ทีมเป็นเต็งแชมป์นั้นไม่ใช่เพราะตน แต่เป็นผู้จัดการทีมอย่าง ‘จีจี้ ดัลลิลญา’ ที่มีวิสัยทัศน์ในการวางแผนที่ดี และมีความทะเยอทะยานเป็นอย่างมาก “สำหรับผม จุดเปลี่ยนสำคัญของดูคาติ คือการเข้ามาของ จีจี้ ดัลลิลญา เขาเป็นผู้จัดการทีมที่มีความคิดแบบนักแข่งแทบจะ 100% เมื่อทีมลงแข่งขันแล้วไม่สามารถชนะได้ เขาเองก็จะโกรธ เพราะเขามีความทะเยอทะยานอย่างมาก” “ถ้าเขา (จีจี้ ดัลลิลญา) มีอายุน้อยกว่านี้สัก 20-30 ปี และอยู่ในบทบาทนักแข่ง เขาคงจะเป็นหนึ่งในนักแข่งที่คุณจะมองข้ามเขาไม่ได้ในสนามแข่ง” Álvaro Bautista เจ้าของแชมป์การแข่งขันรายการ World Superbike สองสมัย ก็ได้ออกมากล่าวแม่ทัพของ Ducati “วิศวกรที่ดีมักจะรับฟังเสียงจากนักแข่ง เขาไม่เพียงแค่ดูข้อมูล แต่ยังตีความของข้อมูลควบคู่ไปกับความคิดเห็นของนักแข่งที่มีต่อรถ ไม่เพียงแค่นั้นเขายังเปลี่ยนภาพจำของ Ducati จากตัวแข่งที่สามารถขับขี่ได้ยาก และไม่มีใครอยากขี่ สู่การพัฒนามาเป็นรถที่นักแข่งหลายคนฝันที่จะขี่” ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ทาง Ducati จะต้องมีการเผชิญกับความท้าทายใหม่ด้วยจำนวนรถบนกริดในการแข่งขัน MotoGP ที่ลดลงจาก 8 คันเหลือเพียง 6 คันเท่านั้น และลดจำนวนรถสเปคโรงงานจาก 4 เหลือ 3 คัน (มาร์ก มาร์เกซ, เป้กโก้ บัญญาย่า, และฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ จากทีม VR46) เท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์โก เบซเซคคี่ เผย รู้สึกโชคดีเมื่อได้เคียงข้างมาร์ติน มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดจากทีม Aprilia Racing ได้ออกมาเผยว่าตนนั้นพร้อมแล้วที่จะลงแข่งให้กับทีมโรงงานของ Aprilia และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ‘รู้สึกโชคดี’ ที่จะร่วมเป็นทีมเมทกับแชมป์โลกคนล่าสุดอย่างฆอร์เก้ มาร์ติน บัญญาย่าทำได้ดี แต่มาร์ตินคู่ควรกับแชมป์มากกว่า อดีตนักแข่งทีม VR46 รายนี้เตรียมย้ายเข้าไปแข่งทีมโรงงานเป็นครั้งแรกในอาชีพกับ Aprilia โดยเบซเซคคี่จะเข้ามาเป็นทีมเมทร่วมกับ ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งเขาเองชื่นชมทั้ง บัญญาย่า และ มาร์ติน ที่สามารถเค้นฟอร์มเก่ง ขับเคี่ยวแย่งแชมป์ในฤดูกาล 2024 ได้อย่างสูสี แต่ก็ยอมรับว่าทีมเมทคนใหม่ของเจ้าตัวคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์มากกว่า “มาร์ตินทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว (2024) เขามีความสม่ำเสมอ เร็ว และมีเทคนิคความสามารถในตลอดการแข่งขัน เขาอาจจะไม่ชนะเท่าบัญญาย่า แต่สุดท้ายแล้วมาร์ตินก็สามารถคว้าแชมป์ได้ เพราะการคว้าแชมป์ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วเพียงอย่างเดียว” และยังเผยว่าตนนั้นโชคดีที่ได้เป็นทีมเมทกับฆอร์เก้ มาร์ติน เพราะเจ้าตัวมองว่าการได้ร่วมทีมด้วยกันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ และได้เก็บเกี่ยวข้อมูลที่สำคัญจากนักบิดที่เป็นแชมป์ประจำรายการคนล่าสุด “การได้ร่วมทีมฆอร์เก้ถือเป็นโชคดีครั้งใหญ่ เพราะเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นนี่จะถือเป็นโอกาสเรียนรู้ และเป็นโอกาสที่จะได้รับข้อมูลสำคัญจากนักบิดที่เก่งที่สุดในโลก” 2024 ฤดูกาลที่ไม่ค่อยน่าจดจำ เบซเซคคี่ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 อาจจะดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากเจ้าตัวนั้นเจออุปสรรคต่าง ๆ มาตลอดฤดูกาลกับรถ GP23 โดยความสำเร็จที่ทำได้กับทีม VR46 ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 สามารถทำได้หนึ่งโพเดียมด้วยการจบอันดับที่ 3 ในการแข่งขันสนามที่ 4 ของฤดูกาล อีกทั้งยังจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 12 สะสมได้ 153 คะแนน ตามหลังเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ อยู่ที่ 12 คะแนน “มันเป็นฤดูกาลที่ยากมาก ผมไม่คิดว่าผมจะต้องเจอความยากลำบากขนาดนี้ ตั้งแต่การทดสอบตัวรถครั้งแรก ผมก็รู้สึกไม่ค่อยดีกับตัวรถแล้ว” “ผมมั่นใจว่าผมเติบโตขึ้นมากในปีนี้ ทั้งชีวิตส่วนตัว และชีวิตนักแข่ง เพราะตลอดฤดูกาลที่ผ่านผมไม่เคยรู้สึกดีบนตัวรถเลย ต้องปรับตัวอยู่ตลอด และแน่นอนว่าผมคาดหวังเรื่องผลงานมากกว่านี้ และผมก็อยากทำให้ได้ดีมากกว่านี้” การลงทดสอบตัวแข่งในสนามถัดไปจะลงทดสอบกันที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดยจะแบ่งเป็นรอบ Shakedown Test ที่ให้เฉพาะนักแข่งที่เข้ามาแข่งขันในฤดูกาล 2025 ครั้งแรกลงทดสอบ และTest Riders ของทีม โดยจะทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 และการทดสอบ Sepang Test จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปักหมุดให้พร้อม !! ปฎิทินเปิดตัวทีม MotoGP 2025 มาแล้ว เข้าสู่ปี 2568 ของการเตรียมพร้อมเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันโมโตจีพี 2025 อย่างเป็นทางการ สำหรับแฟน ๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอลุ้นกับ 2025 MotoGP Presentation ว่าจะมาเมื่อไหร่ ซึ่งล่าสุด..ทางผู้จัดการแข่งขันอย่างดอร์น่า สปอร์ต ได้เผยตารางเปิดตัวทีมใหม่เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งแต่ละทีมมีกำหนดการเปิดตัวทีมแข่งพร้อมไลน์อัพนักบิดดังนี้ 2025 MotoGP Presentation TrackHouse Racing MotoGP (วันที่ 14 มกราคม 2568) Raul Fernandez #25 Ai Ogura #79 Aprilia Racing (วันที่ 16 มกราคม 2568) Jorge Martin #89 Marco Bezzecchi #72 Gresini Racing MotoGP (วันที่ 18 มกราคม 2568) Alex Marquez #73 Fermin Aldeguer #54 Ducati Factory Team (วันที่ 20 มกราคม 2568) Marc Marquez #93 Francesco Bagnaia #63 Red bull KTM Factory Racing / Tech 3 (วันที่ 30 มกราคม 2568) Brad Binder # 33 (Red bull KTM Factory Racing) Pedro Acosta #37 (Red bull KTM Factory Racing) Enea Bastianini #23 (Red Bull KTM Tech3) Maverick Viñales #12 (Red Bull KTM Tech3) Monster Energy Yamaha MotoGP / Prima Pramac (วันที่ 31 มกราคม 2568) Fabio Quartararo #20 (Monster Energy Yamaha MotoGP) Alex Rins #42 (Monster Energy Yamaha MotoGP) Jack Miller #43 (Prima Pramac Yamaha) Miguel Oliveira #88 (Prima Pramac Yamaha) LCR Honda (วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568) Johann Zarco #25 ก้อง สมเกียรติ จันทรา #35 Pertamina Enduro VR46 Racing Team (TBC) Franco Morbidelli #21 Fabio Di Giannantonio #49 Repsol Honda Team (TBC) Luca Marini #10 Joan Mir #36 (อัปเดตล่าสุด

Lewis Hamilton เปิดโต๊ะเจรจาร่วมลงทุน KTM Lewis Hamilton แชมป์โลกในการแข่งขันฟอร์มูลล่าวัน 7 สมัย เดินหน้าอย่างจริงจังกับ KTM ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์สัญชาติออสเตรีย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมแข่งขันใน MotoGP ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการออกมายืนยันว่า พิท ไบเรอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM ได้ออกมาเผยกับ Speedweek ว่ามีการเข้าพูดคุยอย่างเป็นรูปธรรมกับทีมบริงานของแฮมิลตันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “ผมบอกได้แค่ว่า เราได้มีการพูดคุยที่น่าสนใจมากกับฝ่ายจัดการของเขา มันไม่ใช่ความลับเลยที่ลูอิส แฮมิลตันสนใจใน MotoGP และกำลังพิจารณาเกี่ยวกับทีมของตัวเอง และในที่นี้ก็มีการพูดคุยอย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน” และอย่างไรก็ตามหากแฮมิลตันจะเข้ามาลงทุนกับ KTM จะมีสิ่งหนึ่งที่ไบเรอร์ยืนยันแล้วนั่นคือสปอนเซอร์ที่แฮมิลตันจะพาเข้าทีม จะต้องไม่เป็นคู่แข่งกับสปอนเซอร์ของทีม KTM โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลัง “ใครก็ตามที่ต้องการทำงานร่วมกับเราย่อมรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด – Red Bull และ KTM แยกออกจากกันไม่ได้ เรื่องนี้ยังไม่เคยเป็นประเด็นในการเจรจาจนถึงตอนนี้ เพราะต้องไม่ลืมว่า นักลงทุนนั้นแตกต่างจากสปอนเซอร์” “เราทำงานกับผู้สนับสนุนของเราในลักษณะหุ้นส่วนที่แข็งแกร่ง เมื่อคุณมีพันธมิตรที่ร่วมโต๊ะและให้เงินสำหรับโครงการที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ พวกเขาก็เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เรื่องดังกล่าวนั้นก็ควรเป็นเรื่องที่ดี” “เมื่อพันธมิตรที่แข็งแกร่งนั่งร่วมโต๊ะกันและช่วยคิดหาแนวทางแก้ปัญหาที่ดี ก็จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นบวก ดังนั้นมันชัดเจนว่าคนเหล่านี้จะมีสิทธิ์มีเสียงในบางเรื่อง” และในปัจจุบัน เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน ได้ลงทุนในทีมกีฬากับ เดนเวอร์ บรองโกส์ ทีมอเมริกันฟุตบอล NFL และก่อตั้ง Team X44 ในการแข่งขัน Extreme E และในส่วนของการข้ามฟากมาเป็นเจ้าของทีมใน MotoGP จะออกมาเป็นทีมใดนั้น คงยังเป็นเครื่องหมายคำถามต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Max Verstappen เผย “ผมคือแฟนตัวยง MotoGP” Max Verstappen แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน Formula 1 ได้ออกมาเผยว่าตัวเขาเป็นแฟนคลับในการแข่งขัน MotoGP อีกทั้งยังได้เผยว่าใครเป็นนักแข่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัว การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่าง MotoGP ยังคงดึงดูดสายตาจากนักแข่ง F1 อยู่ไม่น้อยเมื่อ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น นักแข่งแชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 4 สมัย ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเผยในงานของ Red Bull ที่ศูนย์ Hanger 7 ในเมืองซาลซ์บูร์ก โดยผ่านรายการทางเว็บไซต์ของ Servus TV ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งสองแชมป์สะท้อนถึงฤดูกาล 2024 ของพวกเขา และแสดงมุมมองเกี่ยวกับแง่มุมที่แตกต่างของมอเตอร์สปอร์ต ในระหว่างรายการ แม็กซ์ เปิดเผยว่าเขาเป็นแฟนตัวยงของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งถึงขั้นที่ต้องนำ iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดการรับชม แม้ว่าจะตัวจะมีแข่งก็ตาม “ผมเป็นแฟนในการแข่งขัน MotoGP และผมเองพยายามดูทุกการแข่งขัน ผมถึงขั้นพก iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดเลย” มาร์กคือนักบิดที่ดีที่สุดในกริด สำหรับเวอร์สแท็พเพ่น เขามองว่ามาร์เกซที่เป็นอดีตร่วมแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Redbull ว่าเป็น “นักบิดที่ดีที่สุดในกริด” โดยได้กล่าวว่า “มาร์ก มาร์เกซ เป็นแชมป์ MotoGP ถึง 6 สมัย แม้ว่าจะเขาอาจจะต้องปรับตัวกับทีมใหม่ (Ducati Lenovo) แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะสามารถทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเดิม” การพบกันของสองแชมป์ชื่อดังนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนร่วมกันของ Red Bull แม้ว่ามาร์เกซจะย้ายไปทีมโรงงาน Ducati ซึ่งมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับ Monster Energy ซึ่งทำให้ความร่วมมือของเขากับ Red Bull จะสิ้นสุดลงและไม่เพียงแค่นั้นเจ้าตัวยังออกมาเผยอีกว่าตัวเขามีความสนใจจะที่จะลองขี่รถ MotoGP แต่ก็ยอมรับว่าทางทีม F1 ของเขาอาจจะยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่กับแนวคิดนี้ เพราะทีมไม่ต้องการให้เจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บ “ผมอยากลองมาก แต่ผมคิดว่ามันจะสมเหตุสมผลกว่าถ้าเริ่มจาก Moto2 หรือ Moto3 ก่อนที่จะลอง MotoGP ผมอยากทำจริงๆ แต่ผมเข้าใจความกังวลของทีมผม ตอนนี้ผมคงต้องพอใจกับการชมในฐานะผู้ชมไปก่อน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Aleix Espargaro จากนักบิด MotoGP สู่ Pro-Tour 2025 Aleix Espargaro จาก MotoGP สู่ Pro-Tour อดีตนักบิด MotoGP ทีมชาติอาพริเลีย เตรียมเข้าร่วมทีมปั่นจักรยาน Lidl-Trek ในปีหน้า หลังเพิ่งประกาศเลิกแข่งมอเตอร์ไซค์เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งอเล็กซ์ เคยคว้าชัยชนะใน MotoGP ได้ 3 ครั้งตลอดอาชีพ 15 ปีบนรถจักรยานยนต์ @aleixespargaro Hello @Lidl-Trek family 💙❤️💛 . Muy feliz de formar parte de este proyecto en este mundo que tanto me mola!! Let’s go buddies 🚀. #aleixespargaro #deportesentiktok #ciclismo #41 #lidltrek #procycling ♬ Get Ready – Steve Aoki Vocal Radio Edit – 2 Unlimited นักบิดวัย 35 ปีจะเริ่มสัญญากับ Lidl-Trek ตั้งแต่ต้นปี โดยเขาจะเข้าร่วมทีมในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์สำหรับการแข่งขันจักรยานระดับ “Prestigious” ซึ่งยังไม่ได้ระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน นอกจากหน้าที่ในทีม Lidl-Trek แล้ว เขายังรับตำแหน่งใหม่ในฐานะนักทดสอบให้กับโครงการ MotoGP ของ HRC อีกด้วย ซึ่งเขาเริ่มต้นบทบาทนี้ในการทดสอบอย่างเป็นทางการที่บาร์เซโลนาเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจบการแข่งขัน Solidarity Grand Prix ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล MotoGP “ผมตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมครอบครัว Lidl-Trek ซึ่งเป็นบ้านของนักปั่นจักรยานที่ดีที่สุดในโลกบางคน” เอสปาร์กาโรกล่าว “หลังจากที่ผมบาดเจ็บที่หลังจนต้องเลิกวิ่ง ผมจึงหันมาปั่นจักรยานเพื่อการฟื้นฟูและการฝึกซ้อม “เมื่อเวลาผ่านไป มันกลายเป็นมากกว่าการเตรียมตัว แต่มันกลายเป็นความหลงใหลของผม “การใช้ชีวิตในอันดอร์รา ทำให้ผมได้สร้างมิตรภาพกับนักปั่นมืออาชีพหลายคน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมฝึกซ้อมในระดับที่สูงขึ้น” เพื่อนร่วมทีมใหม่ของเขาประกอบด้วยผู้ชนะ Giro d’Italia อย่าง เทา จีโอเกแกน ฮาร์ต, นักปั่นชาวเบลเยียม ทิม เดอแคลร์ค และแชมป์โลกประเภทถนนปี 2019 แมดส์ พีเดอร์เซน “การทำงานร่วมกับ อเล็กซ์ จะเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากสำหรับเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักปั่นรุ่นใหม่ของเรา” ลูกา เกอร์ซิเลนา ผู้จัดการทั่วไปของ Lidl-Trek กล่าว “เรารู้ว่าเขาเป็นนักปั่นที่แข็งแกร่งและมีความหลงใหล แต่เขายังนำประสบการณ์และมุมมองที่แตกต่างมาสู่ทีมได้ เขาสามารถช่วยให้นักกีฬารุ่นใหม่ของเราเข้าใจและรับมือกับความกดดันที่มาพร้อมกับการแข่งขันในระดับสูงสุด” การแข่งขันใหญ่รายการแรกของฤดูกาลปั่นจักรยานปี 2025 คือ Tour Down Under ในออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ 21-26 มกราคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin เผยสามนักบิดมีส่วนทำให้แกร่งขึ้น Jorge Martin แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาเผยถึงสามนักแข่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เจ้าตัวแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถเค้นฟอร์มเก่ง แล้วทะยานไปสู่ตำแหน่งแชมป์ MotoGP ฤดูกาล 2024 ‘มาร์ติเนเตอร์’ ได้ออกมาให้เครดิตแก่นักแข่งสามคนที่เป็นคู่แข่งในศึกชิงแชมป์ MotoGP ในฤดูกาลที่ผ่านมาที่ทำให้เจ้าตัว ‘เป็นนักแข่งที่แกร่งขึ้น’ ระหว่างเส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์โลกปี 2024 ซึ่งการคว้าแชมป์ในหนนี้ เป็นการได้แชมป์ในการแข่งขันคลาสสูงสุดครั้งแรกของเจ้าตัวโดยอดีตนักแข่งทีม Pramac สามารถคว้าแชมป์ได้เหนือคู่แข่งด้วยคะแนนนำ 10 แต้ม 5 อันดับแรกของการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2024 อันดับ นักแข่ง ทีม คะแนน 1 Jorge Martín Prima Pramac Racing 508 คะแนน 2 Francesco Bagnaia Ducati Lenovo Team 498 คะแนน 3 Marc Márquez Gresini Racing MotoGP 392 คะแนน 4 Enea Bastianini Ducati Lenovo Team 386 คะแนน 5 Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 217 คะแนน เป้กโก้ บัญญาย่า, มาร์ก มาร์เกซ และ อิเนีย บาสเตียนินี่ สามนักแข่งที่มาร์ตินออกมาเผยว่า เป็นส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์รายการ MotoGP เป็นหนแรกของเจ้าตัว “เป้กโก้, มาร์ก และอิเนีย ทั้งสามคนทำให้ผมเป็นนักแข่งที่เก่งขึ้น พวกเราทำให้ผมต้องทุ่มเททุกอย่างที่มี เมื่อไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ก็จะมีอีกคนที่ผมต้องเอาชนะให้ได้ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นอยู่ตลอด “มันเป็นตำแหน่งแชมป์ที่สามารถคว้าชัยมาได้อย่างยากลำบาก เราสามารถสร้างสถิติเก็บคะแนนเป็นประวัติศาสตร์ (สามารถคว้าแชมป์ด้วยคะแนน 508 คะแนน) ซึ่งผมสามารถบอกได้เลยว่าความเข้มข้นของการแข่งขันนั้นสูงมาก การที่ผมสามารถเอาชนะพวกเขาได้เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก” การแข่งขันในฤดูกาลหน้า แชมป์โลกคนปัจจุบันได้ย้ายต้นสังกัดไปอยู่กับ Aprilia Racing ในการป้องกันแชมป์ในปี 2025 ซึ่งการเปิดตัวทีมแข่งในฤดูกาล 2025 อย่างเป็นทางการของทีม Aprilia Racing จะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคม 2025 ซึ่งคาดการณ์ว่านักแข่งชาวสเปนรายนี้อาจเปลี่ยนหมายเลขจาก #89 เป็นหมายเลข #1 พร้อมเปิดตัวทีมเมทอย่าง มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดชาวอิตาเลียน ที่ย้ายมาจากทีม VR46 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM MOTOGP 2024 กับสถิติ ท็อปสปีดสูงสุดในประวัติการณ์ อีกนิดก็ตามเครื่องบินทันแล้ว!! กับไฮไลท์สุดเด็ดประจำปีแห่งวงการโมโตจีพีด้วยสถิติ “ท็อปสปีด” สูงสุดของการแข่งขัน ถูกบันทึกไว้ในสนามแข่งที่ Mugello อิตาลี ด้วยตัวแข่งค่ายส้มอย่าง KTM MOTOGP 2024 ซึ่งผู้ที่พิชิตความเร็วสูงสุดที่เคยทำไว้ก็คือ แบรด บินเดอร์ พร้อมอานม้าตัวแข่งอย่าง KTM RC16 กับสถิติความเร็วสูงสุดที่ถูกบันทึกไว้ที่ 366.1 กม./ชม. เมื่อปีที่ผ่านมา หลังจากประทับตราบนบันลังก์มาได้ซักระยะ ต่อมาในปี 2024 กลับมีผู้สามารถทำสถิติเทียบชั้นด้วยความเร็วสูงสุดที่เท่ากันที่ 366.1 กม./ชม. อย่าง Pol Espargaro นักบิดไวด์การ์ดที่มาโชว์ความเก๋าในสนามแข่งที่มูเจลโล เช่นเดียวกัน และแน่นอนว่าสถิติสูงสุดเหล่านั้น มีเพียงเจ้า RC16 ที่สามารถทะยานไปถึงจุดสูงสุดได้ สถิติความเร็วสูงสุดใน MotoGP ความเร็วที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่เป็นผลลัพธ์ของความทุ่มเท การพัฒนาโครงสร้างวิศวกรรม นวัตกรรมและความมุ่งมั่นของทีมและนักแข่ง นี่คือตารางการทำลายสถิติความเร็วล่าสุดที่ถูกบันทึกได้มาให้ชมกัน อันดับ นักแข่ง สนาม/เวลา ความเร็ว (กม./ชม.) 1 Brad Binder Tissot Sprint, Mugello, 2023 366.1 =1 Pol Espargaro PR, Mugello, 2024 366.1 2 Enea Bastianini Tissot Sprint, Mugello, 2023 364.8 =2 Pedro Acosta Q2, Mugello, 2024 364.8 =2 Alex Marquez Tissot Sprint, Mugello, 2024 364.8 =2 Marco Bezzecchi Tissot Sprint, Mugello, 2024 364.8 3 Brad Binder Race, Mugello 2024 364.8 =3 Jorge Martin Race, Mugello, 2022 363.6 =3 Maverick Viñales Tissot Sprint, Mugello, 2023 363.6 =3 Fabio Di Giannantonio Race, Mugello, 2023 363.6 =3 Pol Espargaro FP1, Mugello, 2024 363.6 =3 Joan Mir Warm Up, Mugello, 2024 363.6 =3 Jack Miller Race, Mugello, 2024 363.6 หากใครสงสัยว่าทำไมต้องเป็นสนามมูเจลโล ประเทศอิตาลี ต้องขอเรียนอย่างนี้ว่าสนามดังกล่าวนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องของความเร็วทางตรงและการออกแบบที่เน้นให้รถแข่งสามารถปลดศักยภาพได้เต็มที่ จึงไม่แปลกที่สถิติความเร็วสูงสุดจะถูกบันทึกไว้ในสนามแห่งนี้ สำหรับสถิติดังกล่าว ไม่ใช่เพียงเป็นการวัดฝีมือนักแข่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาระบบวิศวกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่นำมาใช้ทดสอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนที่ได้รับการออกแบบโดยผ่านกระบวนการทดสอบและบันทึกข้อมูลมานับไม่ถ้วน ชิ้นส่วนติดตั้งมาใหม่เสริมแอโรไดนามิกเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมดีขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในตอนนี้ สถิติปัจจุบันยังตกเป็นของค่ายส้มและยังไม่มีใครมาทำลายได้ อย่างไรต้องรอดูการแข่งขันฤดูกาล 2025 จะมีใครมาทำลายได้หรือไม่ หรืออาจจะเป็น ก้อง สมเกียรติ กันนะ ! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Gigi Dall’Igna พันธมิตรสำคัญสำหรับนักแข่ง Ducati Gigi Dall’Igna (จิจี้ ดัลลิญญ่า) ผู้จัดการทีมของ Ducati ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จต่าง ๆ ของทีมในช่วงหลังมานี้ ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการสร้าง Ducati รูปแบบใหม่ให้กลายเป็นทีมที่มีโอกาสขึ้นโพเดียม และชนะการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะกลายร่างแบรนด์นี้ให้กลายเป็นทีมที่ทรงพลังที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ในการแข่งขัน MotoGP Ducati สามารถคว้าแชมป์ได้ติดต่อกันสามฤดูกาลที่ผ่านมา และในปี 2024 ยังครองความเป็นผู้นำอย่างเหนือชั้นด้วยการชนะ 19 จาก 20 การแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ซึ่งอเล็กซ์ มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Gresini Racing ได้ออกมาให้เหตุผลว่าทำไม ‘จีจี้’ ถึงเป็นพันธมิตรที่สำคัญสำหรับนักแข่ง “เขา (จีจี้) ใส่ใจในทุกเรื่อง อีกทั้งยังมอบความมั่นใจอย่างมากให้กับเรา เขาเป็นผู้สนับสนุนที่ตรงไปตรงมาเป็นอย่างมากสำหรับนักแข่ง อีกทั้งยังเป็นผู้ช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าปัญหาจะเล็กแค่ไหน เขาก็ใส่ใจ และพร้อมให้การช่วยเหลือ “พวกเขาไม่ได้มาบอกว่าคุณต้องทำอะไร แต่เขาจะคอยให้ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าใจว่าเทคนิคอะไรบ้างที่จะสามารถใช้แล้วได้ผล จากนั้นก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละคน และทีมหัวหน้าช่างของพวกเขาที่จะต้องตัดสินใจในแนวทางของตัวเอง” จำนวนรถในกริดที่ลดลง ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า จำนวนรถ Ducati ในกริดจะมีจำนวนลดลงจาก 8 คันเหลือ 6 คันเท่านั้น หลังจากที่ทาง Pramac ย้ายค่ายไปใช้รถจากทางค่าย Yamaha ในปีหน้า โดยจำนวนรถในกริดที่ลดลง จีจี้มองว่าไม่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับ Ducati แต่สิ่งที่ท้าทายกว่าคือไลน์อัพนักบิดจากทีมคู่แข่ง ซึ่งจะมี GP25 แบบเดียวกับทีมโรงงาน 3 คันเท่านั้นสำหรับ ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า และมาร์ก มาร์เกซ สองหนุ่มทางจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo Team และ ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ จากทีม VR46 และ GP24 จำนวน 3 คัน สำหรับสองนักบิดอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ และ เฟอร์มิน อัลเดเกร์ จากทีม Gresini และ ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี จากทีม VR46 Ducati Lenovo Team จะลงสนามทำการทดสอบรถที่ใช้ในการแข่งขันฤดูกาลหน้าอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Ducati Lenovo Team ในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาพูดถึงทีมเก่าของเขาอย่าง “Gresini Racing” ที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกถึงอารมณ์ความหลงไหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง และเปรียบบรรยากาศภายในทีมเหมือนกับตอนที่ตนแข่งขันอยู่ใน Moto2 บรรยากาศในทีมแสนอบอุ่น “ที่นี่มีบรรยากาศสบาย ๆ อีกทั้งยังมีความเป็นกันเองอย่างมาก ทุกอย่างมันชวนให้ผมนึกถึงตอนแข่งขันอยู่ที่ Moto2 ที่ผมสามารถพูดคุยกับหัวหน้าทีมได้โดยตรง เช่น ผมสามารถเข้าไปพูดคุยกับนาเดีย ปาโดวานี่ (เจ้าของทีม Gresini Racing) และบอกเธอว่าผมมีความคิดกับบางเรื่องแบบนี้ เธอก็มักจะ ‘โอเค เราทำแบบนั้นได้’ และเธอไม่ปิดกั้นความคิดผม” “การอยู่ในทีมแซทเทิลไลท์ (ทีม Gresini Racing) มันทำให้ผมรู้สึกถึงความหลงใหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ผมขี่ให้กับทีม Honda ผมมีเพื่อน และทีมงานที่ดีมากอยู่ที่นั่น แต่แล้วความจริงคือ การที่เราขี่อยู่ทีมโรงงานทุกอย่างในนั้นจะดูจริงจังไปหมด” คว้าชัยโพเดียมอีกครั้งในรอบ 1,043 วัน ในช่วงที่เป็นนักบิดให้กับทีมรองอย่าง Gresini Racing เจ้าตัวสามารถเก็บชัยชนะอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Grandpix ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะครั้งแรกของเจ้าตัวนับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งสามารถเก็บชัยชนะได้ 3 สนาม ในฤดูกาลที่ผ่านมา ได้แก่ สนามอารากอนประเทศสเปน, สนามมิซาโน่ ประเทศอิตาลี และสนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งความสำเร็จทั้งสามครั้งดังกล่าวเป็นความสำเร็จสำคัญที่ช่วยฟื้นความมั่นใจของเจ้าตัวหลังจากที่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับทีม Honda ในช่วงท้าย โดยนักบิดสายเลือดกระทิงดุรายนี้จะกลับมาวาดลวดลายบนสนามอีกครั้งในรอบซ้อม ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 แฟน ๆ ของ MM93 รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc Marquez & Red Bull ยืนยัน! แยกทางแล้ว ข่าวล่าสุดสำหรับแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง Marc Marquez ได้ยืนยันว่าเขาจะไม่รับการสนับสนุนจาก Red Bull หลังจากที่เขาย้ายไปร่วมทีมโรงงาน Ducati MotoGP จากความสัมพันธ์อันดีที่มีให้กันมาอย่างยาวนาน โดยตลอดเส้นทางการแข่ง MotoGP ของมาร์เกวซเขาเป็นหนึ่งในนักแข่งที่อยู่ภายใต้สปอนเซอร์ของ Red Bull มาโดยตลอด สัญลักษณ์โลโก้อันสง่าของแบรนด์ดังยังคงปรากฏบนหมวกกันน็อกของเขาไม่ว่าจะเป็นทีม Honda ที่มาร์กสามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึง 8 สมัย หรือแม้กระทั่งการย้ายจากบ้านเก่ามายัง Gresini Racing ในปี 2024 จนกระทั่งข่าวการย้ายเข้าสู่ทีมโรงงานของ Ducati ของเจ้าตัว อีกทั้งทางทีมโรงงาน Ducati ยังมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับแบรนด์คู่แข่งอย่าง Monster Energy ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักให้กับทีมดูคาติมาอย่างเนิ่นนานเช่นกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักสำคัญที่ทำให้ทางแบรนด์ต้องจำใจถอดถอนสปอนเซอร์ออกไปอย่างน่าเสียดาย และเพื่อเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือที่มาข้อมูลได้มากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดภายในงาน Hanger 7 เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อและยืนยันว่า ในฤดูกาลปี 2025 เขาจะไม่มีโลโก้ของ Red bull เคียงคู่อีกต่อไปแล้ว “นี่จะเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายของเราในตอนนี้” Marquez กล่าวถึงการเยือน Hangar 7 “Ducati มีสปอนเซอร์รายอื่น ดังนั้นเราจึงไม่สามารถร่วมงานกันได้อีก เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อ Red Bull ผมจะไม่รับสปอนเซอร์ส่วนตัว (ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มชูกำลัง) อีกต่อไป” “ผมอยากขอบคุณครอบครัว Red Bull และหวังว่าเราจะยังคงเป็นเพื่อนกันต่อไป” บทบาทของ มาร์ก กับ Monster Energy จะเป็นอย่างไร ขณะที่เจ้าตัวประกาศยึดมั่นในอุดมการณ์ แต่อย่างไรบทบาทของมาร์ก กับ Monster Energy ก็ยังไม่มีความแน่ชัด ถึงแม้ว่าทางทีมจะได้รับการสนับสนุนจากมอนสเตอร์ เอ็นเนอร์จี้ ก็ตามแต่ อย่างไรก็ดีก็ยังไม่มีความแน่ชัดอีกด้วยว่าทางสปอนเซอร์จะร่วมเซ็นสปอนเซอร์ให้กับเจ้าตัวหรือไม่ ซึ่งมีเคสในอดีต นักแข่งบางคนที่ขี่ให้กับทีมที่มีสปอนเซอร์จากแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังมักจะไม่ได้รับสปอนเซอร์ส่วนตัวในฐานะนักแข่ง อย่างไรก็ตาม การร่วมงานกับ Monster Energy ของ Marquez ในฐานะนักแข่ง Ducati อาจเกิดขึ้นในรูปแบบของความร่วมมือผ่านทีมโดยตรงก็เป็นไปได้ อย่างไรก็ดี เจ้าตัวคงไม่สนใจหรือขัดสนในเรื่องสปอนเซอร์มากเท่าไหร่นัก ดูจากการย้ายทีมเข้ามาขี่ให้กับเกรซซินี ดูคาติ ร่วมกับน้องชายในฤดูกาล 2024 ก็นับเป็นบทพิสูจน์แล้วว่า มาร์ก ยังคงมีความกระหายในการคว้าแชมป์โลกให้กับตัวเองอีกครั้ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Trackhouse Racing 2025 ร่วมดีล Gulf Oil ลุยโมโตจีพี 2025 ข่าวการเข้าร่วมหรือถอดถอนสปอนเซอร์ทีมแข่งในโมโตจีพียังคงเผยแพร่ออกมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ ซึ่งแฟน ๆ สาวกหลาย ๆ คนยังคงเห็นรถแข่งของทีมในดวงใจยังใช้สปอนเซอร์เจ้าเดิมหรือปรับเปลี่ยนใหม่มากมายหลายเจ้าก็เป็นไปตามวัฎจักรของวงการแข่งขัน ก็ขึ้นอยู่ว่าทีมแข่งนั้น ๆ มีแววที่จะสร้างผลงานอันโดดเด่นออกมาให้ชมมากน้อยแค่ไหน และหนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่ใครกับทีมเซทเทอร์ไลท์ที่พึ่งคว้าตัวแชมป์โลกโมโตทูคนล่าสุดมาร่วมแข่งขันในฤดูกาล 2025 อย่าง TrackHouse Racing ก็มีข่าวการดีลร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกันกับสปอนเซอร์ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องยักษ์ใหญ่อย่าง Gulf Oil International เรียบร้อยแล้ว โดย Gulf Oil International ได้กลายมาเป็นพันธมิตรรายใหม่ของทีม Trackhouse Racing โดยความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมสัญชาติมะกัน ซึ่งจะเริ่มอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2025 จากการคอลแลปครั้งนี้ ส่งผลให้รถแข่งเวอร์ชันใหม่อย่าง Aprilia RS-GP25 มีสัญลักษณ์โลโก้สีฟ้า-ส้ม เพิ่มในบริเวณแฟริ่งด้านข้างใหญ่ ๆ รวมถึงชุดแข่งของนักบิดทั้งสองคนได้เแก่ Raul Fernandez และ Ai Ogura นักบิดชาวญี่ปุ่นผู้เป็นแชมป์โลก Moto2 โดยการปรากฏของโลโก้นี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของทีมในสายตาแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก Gulf Oil กับประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต สำหรับ Gulf Oil ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เคยมีประวัติศาสตร์ยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะช่วงปี 1960 กับโลโก้แบรนด์บนตัวรถแข่งระดับตำนานอย่าง Ford GT40 และ Porsche 917 ซึ่งเป็นที่จดจำของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกในยุคก่อน ๆ โดยโลโก้ของ Gulf กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตจดจำได้ทันที และถือเป็นหนึ่งในโลโก้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในวงการเลยไม่น้อย ซึ่งการที่ Gulf เลือกจะขยายความร่วมมือเข้าสู่ MotoGP ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะขยายตลาดในอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ MotoGP มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นตลาดทำเลสำคัญของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์และการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่นิยมมากที่สุดในโลก Justin Marks เจ้าของทีม Trackhouse Racing กล่าวว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Gulf เป็นพันธมิตรรายใหญ่ โลโก้อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gulf ได้ปรากฏบนโครงการมอเตอร์สปอร์ตที่น่าจดจำมากมาย และการที่โลโก้นี้จะอยู่บนรถ Aprilia RS-GP25 ของเราถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง” Mike Jones ซีอีโอของ Gulf Oil International UK Limited ได้แสดงความตื่นเต้นกับความร่วมมือนี้เช่นกัน โดยระบุว่า “Gulf มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในมอเตอร์สปอร์ต และเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับทีมแข่งรถจักรยานยนต์ที่มีความทะเยอทะยานและมีพลังอย่าง Trackhouse Racing เรามีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการให้ความสำคัญกับแฟน ๆ และนำพวกเขาเข้าใกล้การแข่งขันมากยิ่งขึ้น” การร่วมมือกับ Trackhouse Racing จะช่วยให้ Gulf ขยายแบรนด์ของตนในประเทศต่าง ๆ ที่ MotoGP จัดการแข่งขัน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของโมโตจีพี ทั้งยังเป็นตลาดที่มีกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์จำนวนมาก โดยกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ Gulf มีโอกาสขยายการรับรู้แบรนด์ไปยังผู้บริโภคในภูมิภาคดังกล่าวได้มากขึ้น สำหรับฤดูกาล MotoGP 2025 จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเปิดตัวรถแข่ง Aprilia RS-GP25 ที่จะมาพร้อมกับโลโก้สีฟ้า-ส้มของ Gulf บนตัวรถและชุดแข่งของนักบิด Raul Fernandez และ Ai Ogura ซึ่งคาดว่าจะทำให้แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกตื่นเต้นและเฝ้ารอชมการแข่งขันครั้งนี้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha V4 2025 (อาจ) มาทดสอบแน่ต้นปีหน้า Yamaha V4 2025 เครื่องยนต์ใหม่ที่ทางค่ายส้อมเสียงจะนำมาใช้ในการแข่งขัน MotoGP อาจเปิดตัวลงทดสอบ Sepang Shakedown ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ยามาฮ่ายังคงเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งในปัจจุบันยังคงหลงใหลในมนต์เสน่ห์กลิ่นอายของเครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียง (Inline-Four) โดยแนวคิดเครื่องยนต์ V4 ตัวใหม่ของแบรนด์ญี่ปุ่นนี้แม้ว่าจะมีความคืบหน้าโปรเจคอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีรายละเอียดในบางอย่างที่ยังคงต้องปรับแก้จึงทำให้ไม่สามารถเปิดตัวได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การทดสอบที่จัดขึ้นโดย KTM ที่สนามเฆเรซ (Jerez) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่าเครื่องยนต์ V4 ใหม่ของยามาฮ่าอาจจะเปิดตัวในช่วงเดียวกัน อย่างไรก็ตาม อเล็กซ์ รินส์ (Alex Rins) นักบิดจากทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ซึ่งยืนยันว่าแผนในการเปิดตัวเครื่องยนต์ดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ก็ยอมรับในพอดแคสต์ “Por Orejas” ของ Motorsport Network ว่าเครื่องยนต์ยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดตัวในช่วงนั้น อาจเปิดตัวเครื่องใหม่ที่สนามมาเลเซีย ซึ่งก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าในการทดสอบ Shakedown ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพราะทางยามาฮ่าไม่มีแผนที่จะทำการทดสอบเพิ่มเติมใด ๆ อีกแล้วในปี 2024 ซึ่งทำให้เกิดการคาดการณ์มากขึ้นว่าการเปิดตัวเครื่องยนต์ V4 ที่เซปัง (Sepang) อาจเกิดขึ้นจริง ตามรายงานของ Autosport เดิมทีมีแผนให้อันเดรีย โดวิซิโอโซ (Andrea Dovizioso) เป็นผู้ทดลองใช้เครื่องยนต์ V4 ใหม่นี้เป็นครั้งแรก แต่เมื่อการทดสอบถูกยกเลิก การทดสอบครั้งล่าสุดที่กำลังจะมาถึงน่าจะตกเป็นของนักทดสอบคนใหม่อย่าง ออกุสโต้ เฟอร์นันเดซ (Augusto Fernandez) แทน สี่สูบเรียงอาจไปต่อไม่ไหว แม้ว่าฟาบิโอ กวาร์ตาราโร (Fabio Quartararo) และยามาฮ่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ที่ไม่ใช่ Ducati ซึ่งสามารถคว้าแชมป์ MotoGP ได้ในปี 2021 แต่ความสามารถในการแข่งขันของยามาฮ่ากลับลดลงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2022 จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ยามาฮ่าเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญ คือการตั้งค่าเครื่องยนต์ โดยในขณะที่ Ducati, Aprilia และ KTM ต่างใช้เครื่องยนต์แบบ V4 ซึ่งมีผลงานดีกว่า Yamaha อยู่หลายเท่าตัว ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้ยามาฮ่าตัดสินใจปรับเปลี่ยนทีมงานโดยมีการดึงวิศวกร และช่างเทคนิคจำนวนมากเข้ามาเสริมทีม ซึ่งบางส่วนย้ายมาจากดูคาติ นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังได้จ้างที่ปรึกษาด้านเครื่องยนต์จาก Formula 1 คือ ลูก้า มาร์มอรินี (Luca Marmorini) ซึ่งเคยทำงานกับ Aprilia เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ ในช่วงแรกมีการคาดการณ์ว่าเครื่องยนต์ V4 ใหม่ของยามาฮ่าจะเปิดตัวในสนามแข่งช่วงกลางฤดูกาล 2025 แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยกระบวนการพัฒนาเครื่องยนต์ที่รวดเร็วขึ้น ทำให้ระยะเวลาดังกล่าวถูกย่นลง อาจใช้ V4 ลงแข่งขันในปี 2027 เครื่องยนต์ V4 ใหม่จากค่ายส้อมเสียงมีความเป็นไปได้ที่จะถูกนำมาใช้แข่งขันอย่างเป็นทางการ ในการแข่ง MotoGP ฤดูกาล 2027 ที่ในฤดูกาลดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนกฎใหม่ที่ต้องลดขนาดเครื่องยนต์ลงเหลือเพียง 850 ซีซี “ในความคิดเห็นของเรา คิดว่าเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงยังมีศักยภาพอีกมากมายที่ต้องพัฒนา และปรับปรุง แต่ในเมื่อคู่แข่งทั้งหมดของเราตอนนี้ใช้เครื่องยนต์ V4 และเราได้มองถึงกฎกติกาของการแข่งขันรายการ MotoGP ในปี 2027 เราจึงเริ่มพัฒนาเครื่องยนต์ V4” “ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ในปี 2027 มันก็ยังอีกไกลสำหรับเรา เราจึงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ V4 ตั้งแต่ตอนนี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เห็นเครื่องยนต์นี้ลงแข่งขันเมื่อไหร่ แต่สำหรับการทดสอบในสนามคงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมแล้ว” – ลิน จาร์วิส เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการที่ Yamaha ถึงเวลาพัฒนาเครื่องยนต์ V4 การทดสอบ Shakedown Test ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย จะเริ่มทำการทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 (นักแข่งฟูลซีชั่นที่ไม่ได้ขับในฤดูกาล 2025 เป็นปีแรกจะไม่สามารถลงทดสอบได้) และการทดสอบอย่างเป็นทางการจะอยู่ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

Johann Zarco นักแข่งอายุมากที่สุดใน MotoGP 2025 Johann Zarco นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสจากทีม LCR Honda ที่ในการแข่งขันฤดูกาลหน้าเจ้าตัวจะได้รับตำแหน่งนักแข่งที่มีอายุมากที่สุดในการแข่งขันด้วยวัย 34 ปี แทนที่ของ Aleix Espargaro ที่ได้ประกาศยุติบทบาทนักแข่งไปหลังจบฤดูกาล 2024 ซาร์โก้กับผลงานที่ยอดเยี่ยมของเจ้าตัวด้วยชัยชนะในกรังด์ปรีซ์ 17 ครั้งในทุกรุ่น และแชมป์โลก Moto2 จำนวน 2 สมัย ซาร์โกจึงถือเป็นหนึ่งในนักแข่งชาวฝรั่งเศสที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันกรังด์ปรีซ์ เต็มไปด้วยประสบการณ์ “มันเป็นความจริงที่ว่าผมจะเป็นนักแข่งที่อายุมากที่สุด ผมคิดว่าคนถัดไปก็น่าจะเป็น มาร์ก และความรู้สึกแบบนี้กับนักแข่งหน้าใหม่ ที่พวกเขาส่วนใหญ่อายุประมาณ 20 หรือ 22 ปี สำหรับผมแล้ว มันเหมือนเป็นแรงจูงใจพิเศษที่ทำให้ผมพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อให้รู้สึกสดชื่นและพร้อมสู้กับพวกเขา แต่อย่างไรก็ตาม ผมรู้ดีว่าประสบการณ์ของผมสามารถชดเชยหลายๆ อย่างได้” ซาร์โก้ได้ออกมาเผยถึงความรู้สึกที่เจ้าตัวนั้นเป็นนักแข่งที่มีอายุมากที่สุดในการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในฤดูกาลหน้า เส้นทาง MotoGP ซาร์โก้เริ่มเข้าแข่งขันในรายการ MotoGP ในปี 2017 กับทีม Monster Yamaha Tech3 ซึ่งเป็นทีมแซทเทิลไลท์ของยามาฮ่า โดยในการแข่งขันฤดูกาลดังกล่าว เจ้าตัวสามารถคว้ารางวัล “Rookie of the Year” และทำได้ถึง 3 โพเดียม (ขึ้นโพเดียมในอันดับ 2 ที่ฝรั่งเศสและมาเลเซีย และอันดับ 3 ที่บาเลนเซีย) ก่อนที่จะย้ายไปสู่ทีม Red Bull KTM Factory Racing ในปี 2019, Avintia Esponsorama Racing ในปี 2020, Pramac Racing ในปี 2021 และทีม LCR Honda ในปัจจุบัน ความสำเร็จของโยฮัน ซาร์โก นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขัน MotoGP ครั้งแรกในปี 2023 ที่ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะย้ายจากทีม Pramac ไปยังทีม LCR แต่ผลงานของเขาในการแข่ง MotoGP 2024 อาจจะดูไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่ เพราะด้วยเรื่องของสมรรถนะของรถ Honda RC213V ที่อาจจะยังมีความเป็นรองกับคู่แข่งอย่าง Ducati “จากปี 2017 ถึง 2023 มันใช้เวลานานมาก พวกเราคิดว่าชัยชนะอาจจะไม่มีวันมาถึง ดังนั้นเมื่อผมชนะการแข่งขัน เราก็พูดได้ว่ามันเหมือนกับการปลดปล่อยความกดดันที่สะสมมานาน” โดยซาร์โก จะยังคงเป็นนักบิดให้กับทีม LCR Honda Team เป็นฤดูกาลที่สองในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 โดยมีเพื่อนร่วมทีมคนใหม่อย่าง ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดสัญชาติไทยคนแรกที่ได้เลื่อนขึ้นมาสู่คลาสพรีเมียร์ในการแข่งขันรายการ MotoGP ลำดับอายุนักแข่ง MotoGP 2025 ชื่อนักแข่ง ทีม อายุ Johann Zarco LCR Honda 34 ปี Marc Marquez Ducati Lenovo Team 31 ปี Franco Morbidelli Pertamina Enduro VR46 Racing Team 30 ปี Miguel Oliveira Prima Pramac Yamaha 29 ปี Maverick Viñales Red Bull KTM Tech3 29 ปี Jack Miller Prima Pramac Yamaha 29 ปี Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 29 ปี Alex Rins Monster Energy Yamaha MotoGP™ 29 ปี

Jack Miller เผยผิดหวังกับตัวเองตอนขี่ KTM Jack Miller นักบิดจากทีม Prima Pramac ที่เจ้าตัวนั้นได้ออกมาพูดถึงช่วงเวลาที่ไม่ค่อยสู้ดีนักในขณะที่ยังเป็นนักบิดให้กับทีม Red Bull KTM Factory Racing ซึ่งผลงานในฤดูกาลที่สองของนักบิดสัญชาติออสเตรเลียกับทีมโรงงานค่ายส้ม มิลเลอร์สามารถจบได้ที่อันดับ 14 เท่านั้น และยังมีผลงานที่เป็นรองเพื่อนร่วมทีมอย่าง แบรด บินเดอร์ รวมถึง เปโดร อคอสต้า นักบิดหน้าใหม่จากทีม Red Bull GASGAS Tech3 ที่ในฤดูกาลหน้าได้ย้ายไปขับให้กับทีมโรงงานของ KTM เป็นที่เรียบร้อย ผลงานไม่ค่อยดีกับ KTM มิลเลอร์ออกมายอมรับว่าเขามีผลงานที่ไม่ค่อยดีนักกับทีมโรงงาน โดยผลงานที่ดีที่สุดของมิลเลอร์กับ KTM คือการคว้าโพเดียม 2 ครั้ง ซึ่งทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในรายการ สแปนิช กรังด์ปรีซ์ 2023 ที่เขาจบอันดับที่ 3 ทั้งในรอบ Sprint Race และรอบกรังด์ปรีซ์ “ผมรู้สึกผิดหวังแทนทุกคน มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเราทุกคนคาดหวัง ผมเข้าร่วมทีมนี้ด้วยสถิติ 25 โพเดียม และเคยต่อสู้เพื่อแชมป์ในปีสุดท้ายของผมกับ Ducati แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นไปตามที่ผมวาดฝันเอาไว้” มิลเลอร์กล่าว ขณะที่เขาได้สะท้อนถึงช่วงเวลาของเขากับ KTM สองปัจจัยที่ยังไม่ค่อยเข้าที่ มิลเลอร์เผยว่าในฤดูกาลที่สองของเขากับทีม KTM เขามีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีนักกับรถแข่งอย่าง RC16 โดยมิลเลอร์ได้ออกมาเผยว่าสองปัจจัยหลักที่มองว่าเป็นปัญหาสำหรับเจ้าตัวได้แก่ ยางหลังรุ่นใหม่จากทาง Michelin และการพัฒนาแชสซีตัวรถที่ยังไม่ดีพอ “พูดตามตรง ปีนี้เป็นปีที่ลำบาก ไม่สามารถปฏิเสธความจริงข้อนั้นได้เลย เรามีปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับยางรุ่นใหม่อย่างชัดเจน และแน่นอนว่า การที่เรายังคงใช้แชสซีตัวเดิมเหมือนที่ใช้ในมิสซาโน่เมื่อปีที่แล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไร นี่แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับ” Jerez สนามในความทรงจำ การแข่งขันที่สนาม Jerez ในฤดูกาล 2023 เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขากับทีมโรงงาน KTM เมื่อมิลเลอร์ถูกถามเกี่ยวกับความทรงจำที่ดีที่สุดของเขากับค่ายจากออสเตรเลีย “ใช่ ผมคิดว่าอย่างนั้น” “แน่นอนว่า อันดับ 5 ที่บุรีรัมย์ในการแข่งขันปี 2024 ก็มีความสำคัญมากเช่นกัน มันดีที่ได้กลับมาต่อสู้เพื่อโพเดียมอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นในสภาพสนามเปียก แต่เราก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่แท้จริง และนั่นสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดสองปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยยอมแพ้แม้แต่วินาทีเดียว แม้กระทั่งตอนที่ต้องล้มกลิ้งลงพื้นแทบจะทุก ๆ สุดสัปดาห์ ผมก็ยังคงพยายามอย่างเต็มที่” “น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถทำได้ตามความคาดหวังในช่วงสองปีที่ผ่านมา นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกผิดหวัง” มิลเลอร์กล่าวปิดท้าย โดยการแข่งขันนัดเปิดสนามของรายการ MotoGP จะทำการแข่งขันที่ประเทศไทยในรายการ ‘PT Grand Prix of Thailand 2025’ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 และจะเริ่มเปิดขายบัตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มกราคม 2568 ไปรับชมฟอร์มแจ่ม ๆ ของมิลเลอร์ได้ติดขอบสนาม แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoGP 2026 ยืนยันแข่งขันสนามบราซิล MotoGP 2026 ยืนยันกลับไปแข่งขันที่สนามประเทศบราซิล โดยเป็นการกลับไปแข่งขันในสนามที่ประเทศนี้อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2004 จัดแข่งขันที่บราซิล การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบนี้จะกลับมาจัดการแข่งขันที่บราซิลในปี 2026 ด้วยข้อตกลงใหม่ที่ลงนามระหว่างผู้ถือสิทธิ์ MotoGP อย่าง Dorna ร่วมกับรัฐบาลรัฐโกยาส (Goias) และบริษัท Brasil Motorsport รัฐโกยาส ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันตกตอนกลางของบราซิล โดยเมืองหลวงของรัฐนี้คือเมืองโกยาเนีย (Goiania) จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการใหม่ในบราซิลตั้งแต่ปี 2026 โดยมีสัญญาระยะเวลา 5 ปี ที่จะทำให้การแข่งขันดำเนินไปจนถึงอย่างน้อยปี 2030 “พวกเรารอคอยอย่างยิ่งที่จะได้กลับไปที่บราซิล เรามีฐานแฟนคลับที่ดี และทราบดีว่าพวกเขาตื่นเต้นกับข่าวนี้ เช่นเดียวกับพวกเราที่กระตือรือร้นที่จะกลับไปแข่งให้พวกเขาได้ชมอีกครั้ง ข้อตกลงใหม่นี้ยังเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการขยายตลาดในพื้นที่สำคัญสำหรับกีฬาของเราและผู้ผลิตของเรา” “บราซิลเป็นผู้เล่นระดับโลก และเป็นสถานที่ที่เราเชื่อมาโดยตลอดว่าสมควรมีพื้นที่ในปฏิทินการแข่งขันของเรา การได้ร่วมงานกับรัฐบาลรัฐโกยาสและบริษัท Brasil Motorsport ซึ่งมีผลงานที่น่าประทับใจและเป็นที่ยอมรับ ถือเป็นโอกาสที่เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เข้าร่วม” คาร์เมโล เอซเปเลตา (Carmelo Ezpeleta) CEO ของ Dorna Sports กล่าวถึงการที่จะได้ไปจัดการแข่งขันที่ประเทศบราซิล “การกลับมาของ MotoGP สู่โกยาสถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำหรับพวกเรา โกยาเนีย (Goiania) จะเป็นบ้านของ MotoGP ในบราซิลในช่วง 5 ปีข้างหน้า เรากำลังทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าโครงสร้างพื้นฐานและบริการต่างๆ จะมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับนักแข่ง ทีมงาน และแฟน ๆ ทุกคน” – โรนัลโด ไคอาโด (Ronaldo Caiado) ผู้ว่าการรัฐโกยาส กล่าวถึงการที่ MotoGP มาจัดการแข่งที่ประเทศบราซิล กลับมาจัดแข่งขันอีกครั้งนับตั้งแต่ 2004 การแข่งขันรายการนี้เคยมีการจัดการแข่งขันในประเทศบราซิลมาแล้วหลายครั้งในอดีต โดยเริ่มต้นในปี 1987 ที่สนาม Autódromo Internacional de Goiânia และต่อมาในปี 1992 ที่สนาม Interlagos จากนั้นระหว่างปี 1995 ถึง 2004 การแข่งขันจัดขึ้นที่สนาม Grande Prêmio do Rio de Janeiro de Motovelocidade ในเมืองริโอ เดอ จาเนโร และนับตั้งแต่ปี 2004 บราซิลก็ไม่ได้เข้าร่วมเป็นสนามจัดการแข่งขันอีก จนกระทั่งในปี 2019 มีการประกาศว่าสนาม Rio Motorpark ในเมืองริโอ เดอ จาเนโร จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP ตั้งแต่ปี 2022 ถึง 2026 แต่เนื่องจากความล่าช้าในการก่อสร้างและปัญหาอื่น ๆ ทำให้แผนดังกล่าวไม่เป็นไปตามกำหนดการเดิม โปรแกรมการแข่งขันฤดูกาล 2025 การแข่งขัน MotoGP 2025 ประเทศไทยได้รับเกียรติในการเป็นสนามเปิดการแข่งขัน โดยจะเริ่มแข่งขันสนามแรกรายการ ‘PT Grand Prix of Thailand 2025’ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 และจะเริ่มเปิดขายบัตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มกราคม 2568 แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Francesco Bagnaia เผยสิ่งที่ควรปรับใน MotoGP ฤดูกาลหน้า Francesco Bagnaia นักบิดสัญชาติอิตาลีจากทีม Ducati Lenovo Team ได้ออกมาพูดถึงจุดที่ตนผิดพลาดจนทำให้พลาดในการป้องกันแชมป์โลกสมัยล่าสุดไปอย่างน่าเสียดาย พลาดบ่อย จนพลาดแชมป์ แม้ว่าในฤดูกาล 2024 เจ้าตัวจะสามารถฝ่าธงหมากรุกคว้าอันดับหนึ่งได้ถึง 10 สนาม แต่เปกโก้ ได้ชี้ถึงจุดสำคัญที่เขาจำเป็นต้องปรับปรุงในการแข่งขันฤดูกาลหน้าเพื่อทวงตำแหน่งแชมป์ MotoGP คืน โดยการแข่งขันฤดูกาลที่แล้วเปกโก้ไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ และเสียแชมป์ให้กับ ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ จากทีม Prima Pramac Racing ไปในที่สุด ซึ่งเปกโก้ก็ทราบดีว่าเจ้าตัวนั้นผิดพลาดตรงไหน และต้องการจะแก้ไขเรื่องเหล่านี้ในการแข่งขันฤดูกาลหน้า “ในบางสถานการณ์ ผมมักจะพยายามคว้าชัยชนะเสมอ อย่างที่เห็นในสนามมาเลเซีย มิซาโน และซิลเวอร์สโตน ซึ่งผมล้มเพราะไม่พอใจที่จะจบในตำแหน่งรอง” แชมป์โลกสองสมัยได้กล่าว “มันไม่ใช่ธรรมชาติของผมที่จะพอใจกับอะไรแบบนั้น ผมมักจะพยายามไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะผมเชื่อแบบนั้นเสมอ” “แต่บางครั้งการยอมถอยสักนิดก็สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ และในปีนี้ แค่พลาดน้อยลงอีกนิดก็อาจเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์สุดท้ายได้ แต่คุณก็ต้องเจ็บปวดและล้มลงบ้าง เพื่อให้ได้บทเรียนสำคัญ” เสียใจเมื่อเห็น Verstappen รักษาแชมป์ F1 ได้ Max Verstappen นักแข่ง F1 จากทีม Red Bull Racing ที่สามารถป้องกันแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 4 ของเจ้าตัว ซึ่งเปกโก้ออกมายอมรับว่าเขาติดตามนักแข่ง F1 รายนี้ และคิดว่าจะสามารถป้องกันแชมป์แบบเขาได้ “ผมแค่คิดว่าผมเองก็สามารถเป็นแชมป์โลก 4 สมัยได้เหมือนกัน และนั่นทำให้ผมหวนกลับมารู้สึกถึงความพ่ายแพ้อีกครั้ง” “การล้มหรือการเผชิญกับความโชคร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าไม่ได้ช่วยเราเลย แต่ในบางสถานการณ์ การพ่ายแพ้ถือเป็นบทเรียน และเรารู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีก ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่ยากที่สุดคือช่วงที่ผมเห็น Verstappen คว้าแชมป์โลก เพราะมันเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ของเขา” “ผมมีความสุขมากกับทีมของผมและ Ducati โดยรวม การพ่ายแพ้ในบางสถานการณ์ก็ช่วยให้เราได้รับประโยชน์ในแง่อื่นๆ เช่น หากผมคว้าแชมป์ได้ คุณจะไม่ได้เห็นสปิริตแห่งความเป็นนักกีฬาที่ Ducati แสดงให้เห็นมาตลอด ซึ่งเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” “ไม่ว่าจะดีหรือร้าย คุณก็ควรพยายามมองหาสิ่งดีๆ เสมอ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Lenovo เผย ดึงมาร์กเข้าทีม คือความสบายใจ Ducati Lenovo Team ทีมโรงงานยักษ์ใหญ่ในการแข่งขันรายการ MotoGP จากดูคาติ ได้ออกมาเผยว่าการดึงมาร์ก มาร์เกซ นักบิดเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ที่ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า เจ้าตัวได้ย้ายเข้าร่วมทีมโรงงานของ ‘ดูคาติ’ จับคู่กับทีมเมทเจ้าของแชมป์โลกสองสมัยอย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ‘เป็นความสบายใจ’ ที่ได้ตัวเขามาร่วมเป็นทีม แม้จะต้องเสีย ฆอร์เก้ มาร์ติน ที่ย้ายไปร่วมทีมโรงงานของ Aprilia อิเนีย บาสเตียนินี่ ที่ย้ายไปร่วมทีม KTM Tech3 แต่ทางทีมก็คาดหวังว่ามาร์กจะนำความสำเร็จมาให้กับทีมโรงงานในอนาคต มาร์กลงทดสอบ ‘ตัวขี่คันใหม่’ เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยได้ทำการทดสอบคู่หูคันใหม่เป็นที่เรียบร้อย ในบาร์เซโลน่าเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมาร์กได้บอกกับ เมาโร กราสซิลลี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของดูคาติ ว่าเขาชื่นชอบรถคันนี้ โดยผลการวิ่งทดสอบของมาร์กกับรถคันใหม่ เจ้าตัวสามารถทำเวลาเร็วได้เป็นอันดับที่ 4 อยู่ที่ 01:39.4540 นาที ตามหลังทีมเมทคนใหม่ที่จบในอันดับสามด้วยเวลา 01:39.3980 นาที กราสซิลลี ถึงมาร์เกซ ผู้อำนวยการกีฬาของดูคาติได้ออกมาเผยความรู้สึกถึง มาร์ก มาร์เกซ ที่จะเข้ามาขี่ทีมโรงงาน “ผมไม่ใช่ช่างเทคนิค แต่เป้าหมายของวันนั้นคือการรับฟังความรู้สึกแรกของเขา “เมื่อเขาเข้ามาในพิต สิ่งแรกที่เขาพูดคือ: ‘ผมชอบรถคันนี้’ สำหรับผม นั่นคือความโล่งใจ” “ตั้งแต่แรกเราได้ทำงานเพื่อให้เขาอยู่ในทีม ผ่านการเจรจากับผู้จัดการของเขา เพื่อให้สามารถตกลงในหลายๆ เรื่อง เช่น สปอนเซอร์ “การได้เห็นผลลัพธ์จากการทำงานที่เริ่มต้นเมื่อหลายเดือนก่อนเป็นความรู้สึกที่พิเศษ การได้เห็นเขาในสนามแข่งและได้เห็นเขาในพิตของเราคือความรู้สึกที่งดงาม” คู่หูคู่ใหม่ พร้อมนำความสำเร็จสู่ทีมโรงงาน มาร์ก มาร์เกซ จะจับคู่กับเป้กโก้ บัญญาย่า ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า แน่นอนว่าทั้งคู่ต่างมีกดีกรี พร้อมความทะเยอทะยานในการคว้าแชมป์โลก ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ทีมโรงงานต้องเผชิญกับความกดดันเพิ่มเติมในการคุมทั้งสองคน แต่เมื่อทั้งคู่ได้พบกันก็ต่างแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างราบรื่น “ผมเห็นพวกเขาคุยกัน ผมเห็นว่าพวกเขาแบ่งปันความรู้สึกต่อกัน และพวกเขามีความรู้สึกเหมือนกันเกี่ยวกับรถแข่ง” “พวกเขาเป็นมืออาชีพทั้งคู่ แม้มันจะแปลกที่ต้องพูดว่าเรารู้อยู่แล้ว แต่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องการ เราต้องการให้นักแข่งทั้งสองคนช่วยกันพัฒนารถแข่งและทำให้ทีมมีความเป็นหนึ่งเดียว “จากนั้น การได้เห็นพวกเขาคุยกันในวันแรก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราจะมองข้ามได้ แต่การเห็นพวกเขาคุยกัน แบ่งปันความคิดเห็น และมีความคิดเกี่ยวกับรถแข่งที่ตรงกันในแบบที่ชัดเจน ถือเป็นการยืนยันแรกของงานที่เรากำลังเริ่มต้นทำ “เมื่อคนสำคัญที่สุดสองคนในทีม ซึ่งก็คือนักแข่ง มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เรากำลังมองหา ผมมั่นใจว่า แม้จะไม่ง่ายเสมอไป แต่มันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีในปีหน้า” โปรแกรมการทดสอบ Pre-Season MotoGP2025 ในสนามถัดไปจะทำการทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 เชคดาวน์เทส เซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fabio Quartararo กับการพัฒนารถแข่ง MotoGP ในการทดสอบที่บาร์เซโลนา Fabio Quartararo นักแข่งทีมยามาฮ่า ได้สรุปผลการทดสอบ MotoGP ที่สนามบาร์เซโลนา โดยกล่าวถึงการพัฒนาของทีมในด้านต่างๆ แม้ว่าจะยังไม่สามารถไล่ตามนักแข่งแนวหน้าได้ แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีสำหรับฤดูกาล 2024 ตัวแข่งคันใหม่ประสิทธิภาพดีขึ้น กวาร์ตาราโรเผยว่า รถใหม่จากค่ายมาพร้อมกับแชสซีรุ่นใหม่ที่นำมาทดสอบ ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพได้ดี โดยเฉพาะในจังหวะเข้าโค้งจากทางตรงไปยังการเอียงเต็มที่ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่เด่นชัดที่สุด แต่ยังต้องหาวิธีพัฒนาช่วงออกจากโค้งเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้น “เราได้พบแนวทางที่ช่วยพัฒนาในจังหวะเข้าโค้งแล้ว ตอนนี้เราต้องมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาจังหวะออกจากโค้งต่อไป” โดยในการทดสอบครั้งนี้ ยามาฮ่ายังได้ทดลองใช้เครื่องยนต์ใหม่ รวมถึงแฟริ่งด้านบน และสวิงอาร์มใหม่ แม้ว่าเป้าหมายจะไม่ได้เน้นที่การเพิ่มสมรรถนะในทันที แต่เพื่อดูว่าชิ้นส่วนเหล่านี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้หรือไม่ “เป้าหมายหลักของเราคือการประเมินว่าชิ้นส่วนใหม่ ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเดิมหรือไม่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในมาเลเซีย” นักบิดชาวฝั่งเศสกล่าวเสริม นักแข่งที่ขี่ให้กับ Yamaha ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกที่ยามาฮ่ามีนักแข่ง MotoGP สี่คนในสนาม โดยมีแจ็ค มิลเลอร์และมิเกล โอลิเวร่า เปิดตัวในทีม Prima Pramac Racing และ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ ที่จับคู่กับ อเล็กซ์ รินส์ มากับทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ซึ่งกวาร์ตาราโรมองว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก “การมีนักแข่งจากผู้ผลิตที่ต่างกัน รวมถึงวิศวกรจากทีมอื่นๆ ช่วยให้เราได้รับข้อมูลที่หลากหลาย และผมคิดว่าเราก้าวหน้าไปหลายขั้นตอนในการทดสอบวันนี้” เขากล่าว แม้จะยังต้องใช้เวลาเพื่อปรับปรุงในหลายจุด แต่กวาร์ตาราโรย้ำว่าการทดสอบครั้งนี้ให้ข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ทีมสามารถวางแผนพัฒนารถแข่งสำหรับฤดูกาลใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของยามาฮ่าในการกลับมาแข่งขันกับทีมชั้นนำของ MotoGP และแฟนๆ ของกวาร์ตาราโรคงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อเพื่อเห็นความก้าวหน้าในสนามต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ ลั่น พร้อมลุย MotoGP ฤดูกาลหน้า ก้อง สมเกียรติ นักบิดสัญชาติไทยคนแรกที่จะได้ก้าวขึ้นไปสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP กับทีม LCR Honda ในฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง นักบิดสัญชาติไทยคนแรกใน MotoGP หลังจากที่แข่งขันในระดับ Moto2 มาเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี โดยผลงานที่ดีที่สุดของก้องในการแข่งขัน Moto2 คือการปิดฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 ในฤดูกาล 2023 ซึ่งในฤดูกาลหน้าจะเข้าร่วมแข่ง MotoGP ในนามทีม ‘LCR Honda’ ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ของ ทาคาอากิ นาคากามิ ที่จะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นนักทดสอบในทีม HRC และจะจับคู่กับทีมเมทสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง ‘โยฮันน์ ซาร์โก’ “ใช่ครับ ผมรู้สึกดีใจมาก แน่นอนเลย นักแข่งไทยคนแรกใน MotoGP และยังได้ [แข่งในบ้านเกิด] เป็นสนามแรกใน MotoGP ฤดูกาลหน้า ผมดีใจมากจริง ๆ ครอบครัวผมก็ดีใจมาก เด็ก ๆ นักแข่งในประเทศไทย รวมถึง Honda Thailand ก็ดีใจที่ผมได้ก้าวขึ้นสู่ MotoGP” ฤดูกาลแรกกับภารกิจสุดท้าทาย ก้องจะเป็นหนึ่งในนักบิดสามคนหน้าใหม่ที่ขึ้นมาจาก Moto2 ในฤดูกาลหน้าร่วมกับ เฟอร์มิน อัลเดเกร์ (ขึ้นมาขี่กับทีม Grensini Racing) และ ไอ โอกุระ แชมป์คนล่าสุดในรายการ Moto2 (ขึ้นมาขี่กับทีม Trackhouse Aprilia) ซึ่งถ้าเทียบกันกับทั้งสามคน ดูเหมือนว่าก้องน่าจะต้องเจอโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายในฤดูกาลแรกไม่น้อย ม่ เนื่องจากเขาจะขี่ Honda RC213V ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่มีสมรรถนะน้อยกว่าตัวแข่งของทีมอื่น ๆ ในกริดการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมา แม้สถานการณ์จะไม่ง่าย แต่นักแข่งชาวชลบุรียังคงหวังว่าเขาจะสามารถเก็บคะแนนได้ในฤดูกาลแรกของ MotoGP หรืออาจจะสามารถจบในอันดับท็อป 10 ได้ “ใช่ครับ แน่นอนว่ามันยาก เพราะเราเห็นได้ชัดว่า Honda เจอปัญหาค่อนข้างเยอะในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่ถ้าผมได้ลงแข่ง บางทีผมอาจช่วยอะไรบางอย่างให้ทีมได้ และบางที เราอาจจะพัฒนาขึ้นมาได้บ้าง” “ปีหน้าจะเป็นการแข่งขันในปีแรกของผม [รายการ MotoGP] และเป้าหมายแรกของผมคือการเก็บแต้ม ถ้าทำได้ ผมอยากได้อันดับประมาณท็อป 10 หรืออาจจะดีกว่านั้น หรืออย่างน้อยก็ได้แต้มบ้าง ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดและทำเต็มที่ มันไม่ง่ายเลยเพราะใน MotoGP มีนักแข่งที่เร็วมาก ๆ หลายคน และการแข่งขันค่อนข้างดุเดือด” Honda RC213V คู่หูคันใหม่ นักบิดสัญชาติไทยรายนี้จะได้ขี่รถ RCV เป็นครั้งแรกในการทดสอบหลังจบฤดูกาลที่บาร์เซโลน่า ซึ่งจะเป็นการปรับตัวของก้องจากรถ Moto2 ไปสู่รถ MotoGP เมื่อพูดถึงการเตรียมตัวจาก Moto2 สู่ MotoGP สมเกียรติระบุว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่เขาต้องเรียนรู้ นอกจากนี้ เขายังมุ่งเน้นที่จะปรับตัวเพื่อให้สามารถไปกับรถระดับ MotoGP ได้ดีขึ้น “Moto2 ไป MotoGP มีความแตกต่างกันมาก เป็นคนละคลาส ความเร็วใน MotoGP มากกว่ามาก ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ซับซ้อนกว่าเยอะ ตอนที่ผมทดสอบ ผมต้องฝึกให้มาก และพยายามวิ่งให้เร็วที่สุด เพราะการแข่งขันสนามแรกก็จะเริ่มที่บุรีรัมย์ในประเทศไทย ผมจะพยายามวิ่งให้เร็ว และทำให้ดีที่สุด” “และสภาพจิตใจของผมตอนนี้ก็ดีมาก ผมพยายามทำทุกอย่างให้ชัดเจน การเริ่มต้นสิ่งใหม่ในฤดูกาลหน้าถือเป็นเรื่องใหญ่ ๆ แต่ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด” การแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาล 2025 ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพเปิดการแข่งขันสนามแรก ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568-2 มีนาคม 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2024 MotoGP World Championship ศึกสุดท้าย ตัดสินแชมป์โลก เมื่อการเดินทางมาถึงสนามสุดท้าย ศึกชิงแชมป์โลก 2024 MotoGP World Championship สังเวียนแห่งการตัดสินแชมป์ ที่บาร์เซโลน่า สนามคาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ระหว่างสองนักบิดคะแนนหัวแถวอย่าง Jorge Martin (Pramac Racing) และ Pecco Bagnaia (Lennovo Ducati Factory) พร้อมปิดฉากตัดสินสนามสุดท้ายด้วยคะแนนห่างกันเพียง 24 คะแนนเท่านั้น หลังจากไล่บด ผลัดคว้าแชมป์มาหลายต่อหลายสนาม ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างไปทางนักแข่งทีมรองเสียมากกว่า ด้วยคะแนนรวม 485 คะแนน นำห่างแชมป์โลก 2 สมัยที่ 24 คะแนน (คะแนนรวม 461 คะแนน) กับ 2 เรซการแข่งขันที่เหลือ (สปรินเรซและเมนเรซ) รวม 32 คะแนน ซึ่งหมายความว่า ทั้งคู่มีสิทธิ์สามารถเป็นแชมป์โลกฤดูกาล 2024 นั่นเอง โดยความกดดันตกมาที่นักบิดแชมป์โลก 2 สมัยอย่างบัญญาญ่า ที่จะต้องทำผลเวลาควอลิฟายอยู่อันดับหัวแถว และไม่พลาดการแข่งขันทั้งสองเรซ (ไม่เจ็บ ไม่ล้ม ไม่รถพัง) ประกอบกับจะต้องทำคะแนนไล่ตามมาร์ตินในสปรินเรซไม่ให้ห่างเกิน 25 คะแนน หากทำผลงานในรอบสปรินเรซได้ดี เก็บคะแนนทิ้งห่างก็จะลดความกดดันในการแข่งขันเมนเรซและมีสิทธิ์ในการคว้าแชมป์มากยิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกัน ด้วยบุญเก่าที่สะสมมาจากสนามก่อน มาร์ติน มีเปอร์เซ็นต์ในการคว้าแชมป์มากกว่า ด้วยเงื่อนไข ต้องมีคะแนนนำห่างเปกโก้มากกว่า 25 คะแนน ถ้าหากมาร์ตินมีคะแนนนำห่างในรอบสปรินเรซมากกว่า 3 คะแนนหรือหนึ่งอันดับ ก็ถือว่าเป็นการปิดฉากไปโดยปริยายนั่นเอง แต่ทว่าย่อมมีความกดดันตามมาอยู่บ้างไม่น้อยทีเดียว ถ้าหากมาร์ติน ไม่เจ็บ ไม่ล้ม และรถไม่พังในระหว่างการแข่งขันไปซะก่อน เปกโก้ คว้ากริดแรก มาร์ตินสตาร์ทแถว 2 ด้วยผลเวลาการควอลิฟายค่อนข้างเป็นใจให้กับอดีตแชมป์โลก โดยทำเวลาดีสุด 1’38.641 คว้ากริดสตาร์ทหัวแถว (อันดับหนึ่ง เปกโก้ บัญญาญ่า, อเล็กซ์ เอสปากาโร่และ มาร์ค มาร์เกซ) ส่วนมาร์ตินอยู่ในกริดสตาร์ทที่ 4 (แถว 2) ด้วยผลเวลาควอลิฟาย 1’38.849 ตามหลังด้วย ฟรานโก้ โมบิเดลลี และเปรโดร อคอสต้า โดยอันดับกริดสตาร์ททั้งหมดสามารถแบ่งได้ตามนี้ ศึกสปรินเรซ เรซแรกแห่งความท้าทาย @motogp Pecco won a TENSE and CRUCIAL #TissotSprint as #TheRematch rolls on to Sunday! ⚔️🥇 We look back at the key moments from today’s 13-lap race 🔥 #SolidarityGP 🏁 #MotoGP #Motorsports #Motorcycle #Motor #SportsOnTikTok ♬ original sound – MotoGP™ แน่นอนว่ามีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ ทั้งสองรอบการแข่งขัน โดยสปรินเรซหลังจากไฟแดงดับลง เปกโก้ เปิดโฮลช็อตบิดนำคู่แข่งออกไปได้ในโค้งแรก ตามมาด้วยมาร์ติน ที่พยายามไล่บี้และปิดท้ายสามอันดับแรกกับคู่หูทีมเมท Ducati Factory อย่าง เอเนีย บาสเตียนนินี โดยการแข่งขันเริ่มดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง เปกโก้ เริ่มทิ้งห่างคู่แข่งออกมาเรื่อย ๆ ในขณะบาสเตียนินีพยายามไล่จี้มาร์ตินตลอดในรอบสปรินเรซ จนกระทั่งสามารถแซงมาร์ตินขึ้นมาเป็นอันดับสองได้ในที่สุด (หากใครดูในการแข่งขันในรอบนี้ อาจคิดได้ว่าเอเนีย บาสเตียนินี พยายามป้องกันไม่ให้มาร์ตินคว้าแชมป์โลก หรือพยายามทำคะแนนสะสมขึ้นมาเป็นอันดับ 3 แทนมาร์ค มาร์เกซหรือไม่ ?) สรุปผลการแข่งขันสปรินเรซ 1.เปกโก้ บัญญาญ่า (+12 คะแนน รวม 473 คะแนน) 2.เอเนีย บาสเตียนินี (+9 คะแนน รวม 377 คะแนน) 3.ฮอร์เก้ มาร์ติน (+7 คะแนน รวม