SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

MotoGP2027 มาร์กเผย จะเป็นฤดูกาลที่สร้างความแตกต่าง MotoGP2027 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขันรายการ MotoGP โดย ‘เด็กระเบิด’ มาร์ก มาร์เกซ นักบิดจากทีมโรงงาน Ducati ได้ออกมาเผยว่าการปรับเปลี่ยนกฎในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2027 จะช่วยสร้างความแตกต่างมากยิ่งขึ้น เพราะมองว่าการแข่งขันถ้ายิ่งมีปัจจัยทางเทคนิคมากเท่าไหร่ นักแข่งก็จะต้องพึ่งพาวิศวกรมากยิ่งขึ้นเท่านั้น หลังจากที่มีการประกาศปรับกฎในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2027 ที่จะมีการลดขนาดของเครื่องยนต์จาก 1,000 ซีซี เหลือเพียงแค่ 850 ซีซีเท่านั้น อีกทั้งยังมีการแบนในส่วนของตัวช่วยในการปรับความสูงของตังรถขณะขับขี่ และการตัดเรื่องของแอโรไดนามิกส์ออก โดยเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยให้ความเห็นว่าถึงแม้จะมีการปรับ แต่ทางค่ายผู้ผลิตก็จะต้องมีวิธีการในการรับมือเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน “จริงที่จะมีกฎใหม่ในการแข่งขันปี 2027 โดยมีการลดแอโรไดนามิกส์ การแบนอุปกรณ์ปรับความสูงขณะขับขี่ และลดความจุเครื่องยนต์ลงเหลือเพียงแค่ 850 ซีซี แต่ผมก็คิดว่ารถจักรยานยนต์ก็จะยังคงมีความเร็วเท่าเดิม” “เพราะผมก็ไม่รู้ว่าทางผู้ผลิตจะทำอย่างไร แต่ท้ายที่สุด พวกเขาก็จะมีวิธีการทำให้รถแข่งกลับมามีความเร็วได้เท่าเดิม” อย่างไรก็ตามนักบิดสัญชาติสเปนรายนี้ก็ยังคงมีความเชื่ออีกว่าการลดแอโรไดนามิกส์จะช่วยให้การแซงสามารถทำได้ง่ายขึ้น และการที่เลิกใช้อุปกรณ์ปรับความสูง เช่น อุปกรณ์โฮลช็อตสำหรับออกตัว จะช่วยให้การควบคุมรถกลับมาอยู่ในมือของนักแข่งมากยิ่งขึ้น “การใช้แอโรไดนามิกส์น้อยลง ส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการเร่งแซง ที่สามารถทำให้เร่งแซงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และตัวนักแข่งเองจะสามารถสร้างความแตกต่างได้มากยิ่งขึ้น” “และในเรื่องของอุปกรณ์ปรับความสูงขณะขับขี่ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ผมคิดว่ายิ่งรถมีอุปกรณ์ทางเทคนิคน้อยลงเท่าไร นักแข่งก็ยิ่งสร้างความแตกต่างได้มากขึ้น และยิ่งมีปัจจัยทางเทคนิคมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งต้องพึ่งพาวิศวกรมากขึ้นเท่านั้น” อุปกรณ์ Holeshot คืออะไร คืออุปกรณ์ที่ช่วยปรับสมดุลรถเวลาออกตัวในการแข่งขัน MotoGP ช่วยลดปัญหาล้อหน้ายก (Wheelie) และเพิ่มการยึดเกาะของล้อหลัง ช่วยให้รถสามารถออกตัวได้ดีขึ้น โดยเทคโนโลยีนี้ใช้แล้วจะสามารถควบคุมรถได้ง่ายกว่าเดิม มาร์ก มาร์เกซ และ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า ทีมเมทใหม่ของเจ้าตัวภายใต้ทีม Ducati Lenovo จะลงทำการทดสอบรถใหม่ที่รอบทดสอบ Sepang Test ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนจะมาที่ทดสอบที่ประเทศไทยในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Italjet Gresini Moto2 รุ่นรอง..พร้อมซิ่ง เปิดตัวแล้ว เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับความร่วมมือกันครั้งใหญ่ของ Italjet และ Gresini ที่จัดตั้งทีม 2025 Italjet Gresini Moto2 ขึ้นในฤดูกาลปี 2025 นี้ ซึ่ง Italjet แบรนด์รถจักรยานยนต์เก่าแก่จากเมืองโบโลญญา ที่มีชื่อเสียงในระดับโลกตั้งแต่ปี 1959 โดดเด่นในด้านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม การออกแบบ และเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของ Gresini Racing อย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ฤดูกาลนี้เป็นต้นไป Albert Arenas #75 Darryn Binder #15 โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันสร้างทีมนี้ โดยมี Albert Arenas #75 และ Darryn Binder #15 พร้อมลงสนามด้วยเป้าหมายในการแข่งขันเพื่ออยู่กลุ่มแนวหน้าของ Moto2 อย่างที่เคยประสบความสำเร็จในปี 2024 มาแล้ว LUCA GRESINI – ผู้จัดการทีม Italjet Gresini Moto2 ได้กล่าวไว้ว่า “ปีนี้เรามีนักแข่งที่มีประสบการณ์มากมาย… Arenas จะลงแข่งขัน Moto2 เป็นฤดูกาลที่ห้า และ Binder ก็มีประสบการณ์หนึ่งปีใน MotoGP (2022) เช่นกัน เรารู้ว่าศักยภาพของ Albert ที่ยังต้องรอการค้นหาอยู่ และปี 2025 จะเป็นปีที่สมบูรณ์แบบสำหรับสิ่งนั้น Darryn เป็นนักแข่งที่มีความสามารถอย่างแน่นอน และเราคิดว่าเขาสามารถก้าวไปอีกขั้นใน Gresini ได้ เราพร้อมที่จะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของหนังสือ Gresini Moto2 โดยมี Italjet เป็นผู้สนับสนุนหลักเพื่อผลงานที่ดีขึ้นของทีม” MASSIMO TARTARINI – ซีอีโอและประธาน Italjet (กลาง) “การเปิดตัวทีม Italjet Gresini Moto2 เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับเรา และเป็นหนทางที่จะทุ่มเทอย่างเต็มที่ในเวทีการแข่งขันระดับโลก ความหลงใหลในกีฬามอเตอร์สปอร์ตและแรงผลักดันอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นแรงบันดาลใจให้การเดินทางของเรามาโดยตลอด ความร่วมมืออันแข็งแกร่งที่เชื่อมโยงเรากับทีม Gresini รวมถึงความรู้สึกผูกพันกับดินแดน Motor Valley แห่งอิตาลี ทำให้การเข้าร่วมการแข่งขัน Moto2 World Championship ของเรามีความหมายยิ่งขึ้น” คุณ Massimo กล่าว ถึงแม้ Italjet จะเป็นผู้สนับสนุนหลักของ Moto2 แต่ในส่วนของ MotoGP นั้นก็ยังเป็นผู้สนับสนุนในด้าน Technical Sponsor เช่นเดิม อยากรู้จักแบรนด์ Italjet หรือดูโมเดลเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่ อ่านรีวิว Italjet Dragster 300 คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มันสุดมาก ! Martinator เผยความรู้สึกถึงรถ RS-GP Martinator หรือ Jorge Martin แชมป์ MotoGP คนล่าสุดที่ได้เปิดตัวในฐานะนักแข่งอย่างเป็นทางการของทีมโรงงาน Aprilia Racing เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยการเปิดตัวครั้งนี้ได้เปิดตัวพร้อมกับทีมเมทคนใหม่อย่าง ‘มาร์โก้ เบซเซคคี’ ที่ย้ายมาจากทีม VR46 โดย ‘มาร์ติเนเตอร์’ ได้ออกมาเผยความรู้สึกของเจ้าตัวกับรถแข่ง RS-GP ที่เจ้าตัวได้ลองทำการขี่ทดสอบแล้วในการทดสอบที่สนามบาร์เซโลน่า “ตอนที่ผมขึ้นขี่รถครั้งแรก ผมยอมรับว่าผมไม่รู้จะคาดหวังอะไรแต่ผมก็เปิดใจกับรถคันนี้ไปก่อน แต่เมื่อได้ลองขี่ความรู้สึกของรถคันนี้ที่มอบให้ผม ผมรู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งมาก ผมคิดว่านี่คือรถที่ดีที่สุดที่ผมเคยขี่มา มันมีความรู้สึกสุดยอดจริง ๆ” “ในการขับขี่ช่วงแรกผมขี่ค่อนข้างช้า อาจจะเป็นเพราะยังไม่ชิน แต่หลังจากนั้นผมก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้นมาได้บ้าง และหลังจากการทดสอบผมก็เริ่มมองเห็นถึงปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ที่เกิดกับตัวผมมันอาจจะไม่ใช่สำหรับปัญหาของเอสปากาโร่ หรือบีญาเลส แต่ผมรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวในช่วงแรกมันยังไม่มั่นคงเท่ารถ Ducati แต่เรา และทีมช่างก็เริ่มปรับเปลี่ยนบางอย่างจนทุกอย่างเริ่มมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น” อีกทั้งทีมโรงงาน Aprilia ยังให้สองนักแข่งใหม่อย่างฆอร์เก้ มาร์ติน และมาร์โก เบซเซคคี่ ได้ทำการทดลองขี่รถในโมเดลปี 2024 รวมถึงรถโมเดลต้นแบบในปี 2025 ด้วย “พวกเรา (มาร์ติน และเบซเซคคี่) ได้ทดลองขี่รถต้นแบบที่จะใช้ในโมเดล 2025 ซึ่งผมว่ามันดีมาก เช่น ชุดแฟริ่งใหม่และการเปลี่ยนแปลงในตัวรถโดยรวม มันเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับปี 2024 ในเรื่องของแรงยึดเกาะ (traction) ผมยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่ผมต้องปรับตัวเข้ากับรถ มากกว่าที่จะเป็นปัญหาของตัวรถเอง” โดยหลังจากที่ได้ทำการลงทดสอบตัวสำหรับใช้แข่งในโมเดล 2025 เจ้าของแชมป์โลกคนล่าสุดยังออกมายอมรับว่า ตัวเขานั้นยังต้องปรับเปลี่ยนสไตล์การขับขี่ของเขา เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของรถ RS-GP “ผมรู้สึกว่ารถแข่งนั้นดีมากและมีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่ผมต้องใช้เวลาในการเข้าใจว่าจะต้องเร่งตรงไหน เก็บเวลาได้จากจุดใด หรือควรขี่ช้าลงตรงจุดไหน ในการทดสอบที่บาร์เซโลนา ผมขี่เหมือนยังใช้ Ducati อยู่ ผมต้องเปลี่ยนสไตล์การขี่ของผมเยอะมาก” “ผมคิดว่ารถคันนี้ดีมากจริง ๆ ผมแค่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่เท่านั้นเอง ผมคิดว่าเราสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยม” ฆอร์เก้ มาร์ติน จะลงทดสอบตัวแข่งอีกครั้งในการทดสอบรอบเซปัง เทส ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2568 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia Racing 2025 เปิดตัวทีมแข่ง พร้อม 2 นักบิดแชมป์โลก เมื่อทีมอิสระอย่าง Trackhouse Racing เปิดตัวไปเมื่อไม่นานนี้ ก็ถึงคราวฤกษ์งานยามดีของฝั่งโรงงานแห่งเทพสามตา Aprilia Factory 2025 ก็พร้อมที่จะแสดงอิทธิฤทธิ์เขย่าสังเวียนโมโตจีพีด้วยการเปิดตัวไลน์อัพทีมแข่ง 2025 พร้อม 2 นักบิดดีกรีระดับหัวตารางอย่าง Marco Bezzecchi และแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง Jorge Martin ซึ่งทั้งคู่นั้นต่างล้วนเป็นไลน์อัพหน้าใหม่ให้กับค่ายสามตาทั้งสิ้น Jorge Martin 89 – 1 jorge Martin แชมป์โลกคนปัจจุบันที่พึ่งคว้าโพเดี้ยมแห่งปีให้กับ Pramac Racing ด้วยตัวแข่งอย่าง Ducati GP 24 ซึ่งปีนี้เจ้าตัวก็พร้อมที่จะสถาปนาการเป็นแชมป์ด้วยการรันหมายเลขนำโชค No.”1″ เป็นหมายเลขประจำของเจ้าตัวในการแข่งขันฤดูกาลนี้อีกด้วย พร้อมผลงานการแข่งขัน MotoGP กับแชมป์โลก 1 สมัย แชมป์อันดับหนึ่ง 8 สนาม รางวัลโพเดี้ยม 32 โพเดี้ยม และ 20 โพล Marco Bezzecchi 72 Marco Bezzecchi ศิษย์คนรองพ่อหมอ วาเลนติโน่ รอซซี่ ที่ปีนี้ เจ้าตัวได้ย้ายฝั่งจากทีม VR46 ซึ่งเป็นทีมสังกัดของพ่อหมอเอง ย้ายมาขี่ให้กับทีมอาพริเลีย พร้อมการันตีผลงานด้วยชัยชนะโพเดี้ยมมากมายในการแข่งขัน แชมป์อันดับหนึ่ง 3 สนาม กับ 9 โพเดี้ยมและ 4 โพล และที่สำคัญก็คือรถแข่งอย่าง Aprilia RS-GP 2025 เวอร์ชันใหม่ ดูมีลวดลายที่สะท้อนถึงความเป็นเรปพลิก้าอย่างเต็มตัว แต่อย่างไรในเรื่องของชุดสียังคงยึดตามฉบับของค่าย ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปมากนักเมื่อเทียบกับตัวแข่งเมื่อปีที่ผ่านมา โดยการมาของสองนักบิดระดับแถวหน้า ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงการวางหมากที่แม่นยำของค่ายเสมือนมีดวงตาที่สาม ไม่ว่าจะเป็นบิดทีมโรงงานหรือทีมอิสระ แถมนักแข่งส่วนใหญ่ก็เคยคว้าโพเดี้ยมการแข่งขันมาแล้วทั้งสิ้น ก็เป็นที่น่าลุ้นและน่าจับตามองเลยไม่น้อยสำหรับอาพริเลียปีนี้ เขามาจริง ๆ ต้องรอชมรอบเทสก่อนแข่งขันที่มาเลเซียว่าเจ้า จีพีคันนี้จะรีดประสิทธิภาพสูงสุดแก่ความต้องการของนักแข่งหรือไม่ แล้วแชมป์โลกอย่างมาร์ตินจะรักษาศักดิ์ศรีของบัลลังก์ปีนี้ได้หรือเปล่า มาลุ้นและเชียร์เป็นกำลังใจให้กันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia เผย “ยังไม่สน” ร่วมแข่ง WSBK ตอนนี้พรี่จะขอโลดแล่นโมโตจีพีเพียงรายเดียว ไม่เหลียวสาวใด หรือว่าทีมงานฝ่ายแข่งขันไม่พอหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่ใจ สำหรับ Missimo Rivola ซีอีโอแห่ง Aprilia เผย ได้ออกมาเผยว่าทางค่ายนั้น “ยังไม่สนใจ” ที่จะเข้าร่วมศึกรถโปรดัทก์ชันอย่าง WorldSBK หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จกับชัยชนะในปี 2010 ปี 2012 ด้วยนักแข่งตำนานอย่าง Max Biaggi และในปี 2014 กับ Sylvain Guintoli แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องซีเรียสที่ทางแบรนด์นั้นถอนตัวจากการแข่งขันมาตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด เพื่อมาพัฒนาทีมแข่งในสังเวียนโมโตจีพี จวบจนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งหลังจากถอนตัวจาก WSBK ทางทีมนั้นสามารถทำผลงานชัยชนะครั้งแรกในรุ่นพรีเมียร์คลาสในปี 2022 อีกสองครั้งในปี 2023 รวมถึงปัจจุบันที่ทางค่ายได้นักแข่งแชมป์โลกคนปัจจุบันอย่างฮอร์เก้ มาร์ติน เข้ามาเสริมทัพ ก็สื่อเห็นแล้วว่าทางทีมจริงจังและพร้อมที่จะคว้าแชมป์โลกแล้ว โดยในอนาคตของ WSBK ยังคงไม่แน่ชัด แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎของโมโตจีพีในปี 2027 ซึ่งอาจนำไปสู่การเคลื่อนไหวที่คล้ายคลึงกัน เพื่อไม่ให้รถโปรดักท์ชันนั้นดูเร็วกว่ารถโปรโตไทป์ในกรังปรีซ์ อาพริเลีย ไม่เห็นว่ากฎระเบียบทางเทคนิคในปัจจุบันของ WSBK จะเหมาะสมกับการเข้าร่วม และ Rivola ก็เชื่อว่าซีรี่ย์ดังกล่าวจะต้องนำกฎของ SuperStock มาใช้เพื่อควบคุมต้นทุนใช้จ่ายสำหรับอนาคต “อนาคตเดียวที่ผมนึกออกสำหรับซี่รี่ย์นี้ก็คือกฎระเบียบในรุ่น SuperStock ควรมีกฎบังคับแค่ถอดไฟเลี้ยวและกระจกข้างออกแล้วก็แข่งขันตามนั้น นี่แหล่ะ..สิ่งที่ผู้ผลิตอยากได้และเชื่อว่าส่งทีมเข้าร่วมแน่นอน มันจะช่วยโปรโมทให้พวกเขาขายรถได้ และ..จำเป็นต้องกำหนดงบเพดานต้นทุน เพราะการให้รถราคา 45,000 ยูโร มาแข่งกับรถราคา 25,000 ยูโร มันไร้สาระ!!” “ตอนนี้ยังไม่สนใจหรอกครับ WSBK มันคงดูเป็นคลาส B สำหรับโมโตจีพี แต่ถ้าหากมีการปรับกฎให้เหมาะสม เราคงยินดีมากที่จะเข้าร่วม” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Davide Brivio เผย ตื่นเต้นที่จะได้เห็น Trackhouse Racing 2025 Davide Brivio (ดาวิเด บริวิโอ) ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของทีม Trackhouse Racing 2025 ได้ออกมาเผยว่าตัวเขานั้นตื่นเต้นกับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง เพราะทางทีมของเขานั้นมี ‘ส่วนผสมที่ดี’ ซึ่งหมายถึงการจับคู่กันของสองนักแข่งอย่าง ราอูล เฟอร์นันเดซ และ ไอ โอกุระ อีกทั้ง ทั้งคู่ยังจะได้ใช้รถ RS–GP สเปคเดียวกันกับทีมโรงงานตั้งแต่เปิดฤดูกาลใหม่ “ตอนนี้ที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูกาล 2025 มีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นกับพวกเรามากมาย โมเดลรถของปี 2025 มันดูทำให้พวกเรามีความหวังขึ้นอย่างมาก อีกทั้งผู้อำนวยการด้านเทคนิคคนใหม่ของ Aprilia อย่างฟาเบียโน สเตอร์ลากินี ที่กำลังจะนำสิ่งใหม่ ๆ และแนวทางการทำทีมใหม่มาให้เรา ผมตื่นเต้นมาก ๆ ว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหนกับรถปี 2025” สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของ ราอูล เฟอร์นันเดซ ผลงานการแข่งของ ราอูล เฟอร์นันเดซ ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลที่ทำได้ดีที่สุดคือการจบในอันดับที่ 16 ของตารางแชมป์โลก สามารถสะสมได้เพียง 66 คะแนนเท่านั้น ตามหลังทีมเมทอย่างมิเกล โอลิเวร่า ที่จบในอันดับที่ 15 สะสมคะแนนได้ 75 คะแนน โดยอันดับที่จบที่ดีที่สุดในการแข่งขันคือการจบในอันดับที่ 8 ที่สนาม TT Circuit Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยบริวิโอ ได้ออกมาเผยว่า ราอูลได้ทำการวางแผนการฝึกซ้อมใหม่ และได้พูดคุยกับนักแข่งรายนี้แล้วถึงวิธีการแก้ปัญหา เพื่อที่จะสามารถให้เจ้าตัวเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง “เขามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม การจบอันดับที่ 8 ที่สนาม TT Circuit Assen ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขาในฤดูกาลที่แล้ว และในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง เขา (ราอูล เฟอร์นันเดซ) ได้เปลี่ยนวิธีการฝึกซ้อมใหม่ ซึ่งมันเป็นหนทางที่เขาสามารถรู้ตัวเองได้ว่าต้องมีจุดไหนที่ต้องปรับปรุงอีกบ้าง” “ในเรื่องของต้นเหตุของความผิดพลาดเมื่อปีที่แล้ว พวกเราได้หาหนทางถึงสิ่งที่ทำแล้ว จะสามารถทำให้ขี่ดีขึ้น ผมมีความหวังว่าได้จะได้เห็น ราอูล เฟอร์นันเดซ ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง” ไอ โอกุระ นักแข่งพรสวรรค์สูง การแข่งขันฤดูกาล 2025 ของทีมจะได้นักบิดดีกรีแชมป์รายการ Moto2 คนล่าสุดอย่าง ‘ไอ โอกุระ’ นักบิดสัญชาติญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทีม โดยผู้จัดการทีมของ Trackhouse ได้ออกมาเผยว่าเจ้าตัวรู้สึกดีใจ และมีความยินดีที่จะได้ร่วมงานกับนักบิดสัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ เพราะเขามองว่านักแข่งคนนี้เป็นคนที่มีพรสวรรค์สูง ประกอบกับทัศนคติที่ยอดเยี่ยม “ทางเรา (Trackhouse) ได้ตัดสินใจเลือกนักแข่งหน้าใหม่เข้ามาร่วมทีม และส่วนตัวผมก็คิดว่าไอ โอกุระ เป็นนักแข่งที่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม โดยเขาแสดงสิ่งนี้ให้พวกเราได้เห็นเมื่อการแข่งขันฤดูกาลก่อน ด้วยการคว้าแชมป์รายการ Moto2” “เราตื่นเต้นมาก ๆ ที่จะได้เขามาเข้าร่วมกับทีม ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาเป็นนักแข่งที่มีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ทุ่มเทกับการแข่งขัน ผมรู้สึกยินดีอย่างมากที่จะได้ร่วมสร้างประสบการณ์การแข่งระดับ MotoGP ไปกับเขา” โปรแกรมลงซ้อมรอบถัดไปของทีม Trackhouse Racing ไอ โอกุระที่เป็นหน้าใหม่ของการแข่งขัน MotoGP จะได้ลงซ้อมก่อนในรอบเชคดาวน์ เทส (Shakedown Test) ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 ก่อนที่จะลงซ้อมพร้อมกับทีมเมทอย่าง ราอูล เฟอร์นันเดซ ในรอบการซ้อมเซปัง เทส (Sepang Test) ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2025 โดยการซ้อมทั้งสองรอบจะมีขึ้นที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Trackhouse Racing เปิดตัวแข่ง พร้อมลายใหม่ ประเดิมศักราช 2025 ของฝั่งโมโตจีพีด้วยการเปิดตัวทีมแข่งอิสระจากฝั่งอเมริกาอย่าง 2025 Trackhouse Racing Aprilia กับสองนักบิด Raul Fernandez #25 และแชมป์โลก Moto 2 คนล่าสุด Ai ogura #79 และม้าศึกตัวแข่งอย่าง Aprilia RS-GP ตัวแข่ง-ชุดแข่งลายใหม่ มาพร้อมภาพลักษณ์แบบใหม่ ด้วยลวดลายตัวแข่งที่ใช้เฉดสีฟ้าตัดกับเหลือง เสริมลายเส้นสีดำตัดกับตัวรถประทับตราโลโก้ทีม “TrackHouse” ที่แฟริ่งด้านข้าง รวมถึงอีกสิ่งหนึ่งเพิ่มเข้ามาใหม่ในปีนี้ก็คือ สปอนเซอร์อย่าง Gulfoil ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนทีมแข่งในฤดูกาลนี้ โดยโฉมตัวแข่ง RS-GP ยังคงเป็นเวอร์ชันปี 23 เช่นเคย ซึ่งแน่นอนว่าชุดแข่งก็ปรับใหม่ไปตาม ๆ กัน โดดเด่นด้วยสีฟ้าแบบทึบและสีเหลืองให้ความเป็นมินิมอล แอบมีความวินเทจในแบบนักแข่งสมัยก่อน ๆ เล็กน้อย ส่วนตัวคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง ? อาจถูกใจหลายคน หรือไม่ถูกใจ ลองคอมเม้นต์มาได้.. นับว่าเป็นปีที่ 2 แล้วที่ทางทีมได้ดำเนินการแข่งขันสองล้ออย่างจริงจัง ภายใต้การกุมทีมของผู้กุนซือที่มีผลงานพาทีมคว้าแชมป์โลกมาแล้วอย่าง Davide Brivio และดูเหมือนจะมีการเติบโตและได้รับความนิยมในแวดวงสองล้อมากขึ้นเรื่อย ๆ “นี่ก็เป็นอีกช่วงที่สำคัญ และเป็นปีที่ 2 แล้วในฐานะทีมอิสระ โดยปีแรกนั้นเป็นปีแห่งการเรียนรู้ และเราพยายามใช้ทุกอย่างที่เรามีมาปรับและพัฒนาในปีนี้ ซึ่งมีสิ่งต่าง ๆ มากมายที่กำลังจะเกิดขึ้น..แน่นอนครับ เรื่องของการออกแบบดีไซน์ตัวแข่งยังคงให้ภาพลักษณ์ความเป็นแทร็กเฮาส์ ซึ่งเราได้ร่วมมือกับกัลฟ์ที่จะใส่ส่วนผสมให้ตัวแข่งรุ่นนี้ให้มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด” บริวิโอ กล่าว อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การมาของนักบิดแชมป์โลก Moto2 จากฝั่งเอเชียอย่างโอกุระ จะปรับตัวเข้ากับตัวแข่งและสามารถทำผลงานได้มากน้อยแค่ไหน รอชมการเทสที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในวันที่ 5 – 7 ก.พ. 68 หรือชมการแข่งขันสนามแรก ThaiGP 2025 วันที่ 28 ก.พ. – 2 มี.ค. 68 ที่สนามช้าง บุรีรัมย์ อย่างไรแฟน ๆ สามารถเข้ามาเชียร์และมาชมกันได้ แล้วพบกัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aleix Espargaro เชื่อ มาร์ตินไปได้สวยกับ Aprilia Aleix Espargaro อดีตนักแข่งทีม Aprilia ที่ในปัจจุบันได้ประกาศเลิกแข่งขันอย่างเป็นทางการ แล้วไปเป็น Test-Rider ให้กับทีม HRC Honda โดยเทสไรเดอร์รายนี้ได้ออกมาเผยว่าแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ จะสามารถไปได้ด้วยกับต้นสังกัดใหม่ มั่นใจมาร์ตินอนาคตสดใส ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลก MotoGP คนล่าสุดที่ได้ย้ายต้นสังกัดใหม่จาก Prima Pramac สู่ทีมโรงงานของ Aprilia เหมือนได้รับแรงกดดันเบา ๆ จากอดีตนักแข่งทีมโรงงาน Aprilia อย่าง อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่ ว่ามาร์ตินจะสามารถประสบความสำเร็จได้ แม้มาร์ตินจะยืนยันแล้วว่าเขาจะไม่ป้องกันตำแหน่งในปี 2025 ในปีแรกกับรถ RS-GP “ผมเชื่อเสมอว่าเราสามารถต่อสู้เพื่อแชมป์โลกกับ Aprilia ได้ และผมพูดสิ่งนี้ด้วยความจริงใจที่สุด เพราะตัวผมเองก็ไม่มีพรสวรรค์แม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับนักแข่งที่ต่อสู้เพื่อแชมป์ แต่ผมก็สามารถชนะการแข่งขันกับรถคันนี้ได้ ผมทำตำแหน่งโพลและสร้างสถิติในหลายสนาม” “ผมไม่ได้บอกว่าฆอร์เก้จะทำได้ในปีนี้ แต่เขาจะสามารถแสดงความสามารถของเขาได้อย่างแน่นอน” เปโดร อคอสต้า คือคู่แข่งคนสำคัญ ไม่เพียงแค่ปลุกใจมาร์ตินเท่านั้น แต่เอสปากาโร่เองก็ยังเตือนอีกว่า เปโดร อคอสต้า จะเป็นหนึ่งในนักแข่งที่มีความน่ากลัวอยู่ไม่น้อย แม้ว่านักแข่งจากทีมโรงงานของ Ducati จะยังเหนือกว่านักแข่งคนอื่น ๆ อยู่เล็กน้อย “ทีมเก่าของผมกำลังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ KTM ก็ได้เปรียบจากดาวรุ่งที่น่าเหลือเชื่ออย่างเปโดร ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ แม้ว่ารถ Desmosedici จาก Ducati จะยังคงเหนือกว่ารถคันอื่น ๆ อยู่ก็ตาม” ฆอร์เก้ มาร์ติน และมาร์โก เบซเซคคี สองนักบิดจากทีมโรงงานของ Aprilia จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคมนี้ สาวกของ ‘มาร์ติเนเตอร์’ รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คนนี้มันมีของ ! คาร์เคดี้เผย อัลเดเกร์ พร้อมลุย MotoGP หลังจากที่สำเร็จภารกิจในการพาแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ กลับมาขึ้นโพเดียมอีกครั้งในรอบ ในฤดูกาลนี้ทางทีม Gresini Racing ได้นักบิดคนใหม่ที่ถูกโปรโมตมากจากการแข่งขัน Moto2 อย่าง ‘เฟอร์มิน อัลเดเกร์’ กดเวลาดีสุดในกลุ่มหน้าใหม่ ในรอบซ้อมที่ประเทศสเปนเหล่า Rookie หน้าใหม่ไม่ว่าจะเป็น ไอ โอกุระจากทีม Trackhouse Aprilia, สมเกียรติ จันทรา จากทีม LCR Honda และอัลเดเกร์ จากทีม Gresini Racing แต่ดูผิวเผินจากการซ้อมในยกแรกของทั้งสามคนในการแข่งขัน MotoGP ทางฝั่งของนักบิดชาวสเปนจะสามารถทำเวลาได้ดีกว่าใครเพื่อน โดยสามารถจบเวลาต่อรอบอยู่ที่ 01:40.56 ถัดมาเป็น ไอ โอกุระที่ 01:40.94 และก้องที่สามารถจบเวลาได้ดีที่สุดอยู่ที่ 01:41.29 ซึ่งการทำเวลาได้ดีที่สุดในกลุ่มหน้าใหม่ ทางหัวหน้าช่างอย่าง ‘แฟรงกี้ คาร์เคดี้’ ก็เพียงพอใจ และเข้าใจว่าการขยับขึ้นมาจาก Moto2 สู่ MotoGP ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและการขาดยางหน้าแบบนิ่ม หลังจากที่รอบชิงชนะเลิศของฤดูกาลเปลี่ยนสถานที่จัดงานจากบาเลนเซียมาเป็นบาร์เซโลนาในนาทีสุดท้าย “เรามีเหตุการณ์ล้มเล็กน้อย แต่โชคดีที่มันไม่แย่กว่านี้ในสภาพที่ยากลำบากแบบนี้” คาร์เคดี้กล่าว “มือใหม่ทุกคนได้สัมผัสกับกรวดในบางจุด ซึ่งผมก็ไม่แปลกใจเลย แต่ถึงอย่างนั้นการทดสอบนี้ก็ยังเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก หลังจากรอบที่สองหรือสาม เขาบอกว่าเขาเริ่มคุ้นเคยกับความเร็วได้แล้ว แต่เมื่อเราดูข้อมูล เบรกเป็นจุดที่ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกมาก” แม้จะมีเรื่องประทับใจ แต่มีบางจุดต้องปรับปรุง แม้จะสามารถกดเวลาได้ดีที่สุดในกลุ่มหน้าใหม่ แต่ก็ยังมีบางจุดที่ต้องปรับปรุงอยู่บ้างเพื่อการขับขี่ในขณะแข่งขัน สามารถรีดประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม “สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากคือ เรานั่งคุยกันเกี่ยวกับเรื่อง [การเบรก] และเมื่อเขาออกไปครั้งถัดไป เขาก็ทำได้ใกล้เคียงกับนักแข่งระดับท็อปมากขึ้นทันที จริง ๆ แล้วมันค่อนข้างน่ากลัว เพราะเราคิดว่า ‘บางทีเราอาจกดดันเขามากเกินไป!’” “แต่หนึ่งสิ่งที่ต้องปรับปรุง คือคุณต้องจำไว้ว่าตำแหน่งการนั่งของนักแข่งบนรถ และการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากใน MotoGP และสำหรับนักแข่งหน้าใหม่ มันแทบจะเป็นการคาดเดาในการทดสอบครั้งแรก คุณต้องพิจารณาตำแหน่งของนักแข่งคนอื่น ๆ แล้วเราก็วางเขาไว้ในจุดกลาง ๆ แต่ยังมีงานที่ต้องทำเพิ่มเติมในช่วงฤดูหนาวนี้” เป้าหมายคือโพเดียม แน่นอนว่าเป็นหน้าใหม่ขึ้นมาในการแข่งขันระดับสูงสุดครั้งแรก ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องตั้งเป้าหมายอะไรบางอย่าง เพื่อให้มีแรงจูงใจในการแข่งขันแต่ละสนามคาร์เคดี้ก็ได้ออกมาเผยว่าเป้าหมายของ อัลเดอร์เกร์คือโพเดียม “ผมเคยพูดเสมอกับนักแข่งคนก่อน ๆ และมันจะเหมือนกันกับเฟอร์มิน – สำหรับผม มันเป็นเรื่องของการพัฒนาในทิศทางที่ก้าวหน้าเสมอ ดังนั้นถึงแม้ว่าคุณจะจบอันดับที่ 20 ในสนามแรก (การสอบที่บาร์เซโลน่า) ถ้าหลังจากนั้นทุกสนามดีขึ้นเรื่อย ๆ คุณก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายแล้ว และในปีถัดไปคุณก็พร้อม” “ถ้าคุณมีฤดูกาลที่ขึ้น ๆ ลง ๆ… มันอาจจะยอดเยี่ยมที่ได้ขึ้นโพเดียมในสนามที่ 5 หรือ 6 แต่ถ้าหลังจากนั้นคุณจบอันดับที่ 20 มันก็ไม่ได้ผลดีนัก” “ความกดดันจะมีแค่เมื่อคุณจบการแข่งขันแรกบนโพเดียม เพราะหลังจากนั้นการพัฒนาให้ดีขึ้นตลอดทั้งปีจะเป็นเรื่องที่ยาก! ผมคาดหวังว่าในปีนี้เราจะมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยไม่ใช่ในลักษณะที่ว่า ‘นี่เป็นสนามที่ดี’ หรือ ‘นี่เป็นสนามที่ไม่ดี’ แต่มันจะเป็นแนวโน้มที่ก้าวหน้า” “ผมคิดว่าเฟอร์มินจะสร้างความประทับใจให้กับผู้คนมากมายในปีนี้” อัลเดเกร์ จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะนักแข่งทีม Gresini Racing ร่วมกับ อเล็กซ์ มาร์เกซในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคมนี้ และจะลงซ้อมในเซปัง เทส (Sepang Test) ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และต่อด้วยการสอบที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

พี่คนนี้ขี่เร็วมาก ! มาร์กกดเวลาซ้อมดีสุดด้วย Panigale V2 2025 เหมือนจะเตรียมร่างกายให้พร้อมแข่งขันอยู่เสมอสำหรับรายของ ‘เด็กระเบิด’ มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีมโรงงานของ Ducati โดยการซ้อมในครั้งนี้ทำการซ้อมที่สนาม Aspra Circuit เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน โดยเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ได้เลือกใช้ Panigale V2 2025 ในการฝึกซ้อม ซึ่งการที่เจ้าตัวเลือกใช้รถสปอร์ตโปรดักชั่นในการซ้อมครั้งนี้ ไม่เพียงแค่แสดงถึงความยืดหยุ่นของมาร์เกซในการปรับตัวให้เข้ากับรถที่หลากหลาย แต่ยังสะท้อนถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ Panigale V2 ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักแข่งระดับโลกได้ สเปคเครื่องยนต์ โดยสเปคเครื่องยนต์ของ Panigale V2 โมเดลใหม่ล่าสุดที่มาร์กใช้ขี่ซ้อมในครั้งนี้คาดว่าจะเป็นเครื่องยนต์สเปคเดียวกันกับที่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป มีพละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 155 แรงม้าที่ 10,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 104 นิวตันเมตร ที่ 9,000 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ เกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Ducati Quick Shift (DQS) ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่น สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องยนต์นี้ได้ที่นี่ มาร์กชื่นชอบพร้อมกดเวลาแจ่ม โดยหลังจากที่เสร็จสิ้นจาก Section ของการซ้อมมาร์เกซได้ทำการโทรหา ‘คลาวดิโอ โดเมนิกาลี’ CEO ของทางดูคาติพร้อมกับเล่าความรู้สึกของ V2 ในโมเดลใหม่ พร้อมกับการทำเวลาต่อได้เร็วสุดที่ 1 นาที 12.2 วินาที “สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือผมได้รับสายจากมาร์คเมื่อสิ้นสุดวัน เขาบอกผมว่าไม่เพียงแต่เขาชื่นชอบการควบคุมรถที่คล่องตัว ท่าทางการขี่ที่สบายอย่างมาก และการส่งกำลังที่ “เหมือนพลังไฟฟ้า” เท่านั้น แต่เขายังทำเวลาต่อรอบได้ 1 นาที 12.2 วินาที! ทีมของผมแจ้งว่ามันเทียบเท่ากับสถิติเวลาต่อรอบที่ไม่เป็นทางการของรุ่นซูเปอร์สปอร์ต!” และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในการซ้อมครั้งนี้คือการที่มาร์เกซนำรถสเปคปกติ หรือเวอร์ชั่นที่ใช้สำหรับขี่บนถนนลงซ้อมในครั้งนี้ ซึ่งมีอุปกรณ์สำหรับการใช้งานจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟท้าย หรือแม้แต่ขาตั้งข้างที่ยังคงอยู่แบบครบครัน “มาร์กยังได้ขี่ V2 [รุ่นก่อนปี 2024] ในรูปแบบที่ปรับแต่งเต็มสำหรับการแข่ง และสามารถทำเวลาต่อรอบได้เท่ากัน [กับรุ่นปี 2025] อย่างไรก็ตาม V2 รุ่นปี 2025 ที่เขาขี่นั้นเป็นเวอร์ชันสำหรับถนนอย่างเต็มตัว ซึ่งติดตั้งท่อไอเสียที่มีตัวกรองไอเสียตามกฎหมาย พร้อมไฟหน้า ไฟท้าย และขาตั้งข้างสำหรับใช้งานจริงบนท้องถนน!” โดยมาร์กจะลงซ้อมอย่างเป็นทางการอีกครั้งกับทีมโรงงาน Ducati ในการซ้อมที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในช่วงระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และต่อด้วยการสอบที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Jorge Martin คาด เป็กโก้ และ มาร์ค มีโอกาสลุ้นแชมป์มากสุด ช่างเป็นนักบิดถ่อมตนเสียจริง สำหรับ 2025 Jorge Martin แชมป์โลกโมโตจีพี 2024 ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ AS TV และคาดการณ์ว่า ในฤดูกาล 2025 ทีม Ducati Factory ยังคงครองเต็งหนึ่ง โดยมีนักแข่งอย่าง ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า และ มาร์ค มาร์เกซ สองนักบิดทีมเมท หรือ ดูโอ้ ออฟ ไฮไลท์ ที่มีสิทธิ์โอกาสในการคว้าแชมป์สูงสุด ถึงแม้ว่าทีม ดูคาติ เลือกมาร์คแทนเขา แต่มาร์ตินยังคงรู้สึกขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้รับจากทีม และรู้สึกโล่งใจเพราะคว้าแชมป์โลกมาแล้ว (คว้าแชมป์ด้วยตัวแข่ง GP24 ให้กับทีม Pramac) จึงทำให้ตอนนี้ไม่ค่อยรู้สึกกังวลว่าจะต้องเลิกแข่งโดยไม่มีแชมป์ติดตัว ตนประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “ผมเห็นว่า Ducati ยังคงเหนือกว่าคู่แข่งอื่น ๆ และทีมที่ได้ทั้งนักแข่งดีกรีแชมป์โลกอย่าง เป้กโก้ ที่เป็นตัวเต็ง และ มาร์ก ที่มีฝีมือใกล้เคียงกันมาก ยังไงก็หาทีมอื่นเทียบได้ยาก” “ผมเคยกังวลว่า ถ้าผมเลิกแข่งโดยไม่ได้แชมป์โลก มันเหมือนกับว่าผมยังไม่ได้ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จ ผมคงรู้สึกแย่..แต่ตอนนี้ผมทำได้แล้ว” จากคำยอมรับของ ฮอร์เก้ มาร์ติน ดูเหมือนว่าปีจะไม่ได้มุ่งเป้าคว้าแชมป์โลกเหมือนเช่นเคย แต่มุ่งเน้นไปที่การทดสอบและพัฒนาตัวแข่ง Aprilia RS-GP ให้กับทีมอาพริเลียในฤดูกาลนี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับตัวเต็งสายโหดอย่าง Ducati GP25 ก็ตาม สุดท้ายแล้ว อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ การแข่งขันโมโตจีพีมันเป็นเรื่องของยุคสมัย มีบางช่วงที่เป็นยุคของยามาฮ่า บางช่วงก็เป็นยุคของฮอนด้า และปัจจุบันก็เป็นยุคของดูคาติ ก็ไม่แน่ว่ายุคต่อไปอาจจะเป็นปีทองของค่ายใหม่ก็เป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM ยืนยัน ลุยตามแผน ล่าแชมป์โมโตจีพี 2025 ถึงแม้จะมีข่าวดราม่าประโคมมากมายสำหรับพรีเมียร์ โมบิลิตี้ หรือทางเคทีเอ็มที่มีประกาศการปรับปรุงโครงสร้างภายในไปเมื่อปลายปี 2024 ที่ผ่านมา และแน่นอน KTM ยืนยัน ว่าแผนยังคงเดินหน้าต่อเนื่องตามที่ซีอีโออย่าง Sfefan Pierer ได้กล่าวไว้ อ่านที่นี่ ซึ่งล่าสุดทางค่ายนั้นเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการแข่งขันโมโตจีพีฤดูกาล 2025 โดยแหล่งข่าวจาก Speedweek ได้เผยแพร่ข้อมูลการยืนยันจาก Wolfgang Felber หัวหน้าฝ่ายเทคนิคอลของทางเคทีเอ็ม ซึ่งเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่าโปรเจ็กต์การแข่งขันโมโตจีพียังคงดำเนินการไปตามแผนทุกอย่างที่วางไว้ “ในส่วนของการเตรียมความพร้อม ทุกอย่างคงดำเนินไปตามปกติ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้พยายามลดขั้นตอนเพื่อเน้นพัฒนารถแข่งอย่างเต็มกำลัง เช่นเดียวกันในปี 2025 เราจะเริ่มพัฒนารถแข่งในอาทิตย์หน้าก่อนนำส่งไปเทสที่เซปัง มาเลเซียในช่วงสิ้นเดือน” พร้อมกับข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ค่ายส้ม โดยมีรายงานการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก ว่ายังไม่มีแผนการถอดถอนออกจากการแข่งขันโมโตจีพีในฤดูกาล 2026 ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวอื่น ๆ แต่อย่างใด ถือเป็นการสยบข่าวดราม่าต่าง ๆ และความไขข้อข้องใจจากแฟน ๆ ทั่วโลก โดยการแข่งขันโมโตจีพีฤดูกาล 2025 จะเริ่มแข่งขันสนามแรกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ที่ จ. บุรีรัมย์ แฟน ๆ ค่ายส้มเตรียมลุ้นและรอชมเจ้า RC16 เวอร์ชันพัฒนาโลดแล่นในสนามกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Carmelo Ezpeleta เผยดีล Liberty Media ช่วยยกระดับ MotoGP Carmelo Ezpeleta CEO ของทาง Dorna Sports ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการควบกิจการของ F1 และ MotoGP หลังจากที่ในช่วงเมื่อปีที่แล้วมีข่าวออกมาอย่างเป็นทางการว่า Liberty Media เจ้าของการแข่งขันรายการ Formula 1 ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนเมษายน 2024 ว่าทางบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นประมาณ 86% ของ Dorna Sport ที่เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกหรือ MotoGP ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 4.2 พันล้านยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 165,000 ล้านบาท ในช่วงเดือนธันวาคมปี 2024 การเข้าซื้อกิจการ MotoGP ของ Liberty Media ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนสิ้นดังกล่าว ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2025 เนื่องจากคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้เริ่มการตรวจสอบในระยะที่ 2 (Phase II Investigation) ของการถือลิขสิทธิ์ โดยดีลนี้ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังถูกพิจารณาเพราะคณะกรรมาธิการยุโรปกังวลว่าการซื้อกิจการครั้งนี้อาจทำให้ราคาการรับชมในตลาดขนาดเล็กสูงขึ้น และเมื่อ Liberty Media ซึ่งเป็นเจ้าของ Formula One อยู่แล้ว อาจทำให้เกิดการผูกขาดระหว่างการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสองล้อ และสี่ล้อ “ธุรกรรมนี้สร้างความกังวลในด้านการแข่งขันในตลาดที่แคบกว่าในระดับประเทศสำหรับการให้สิทธิ์ออกอากาศเนื้อหามอเตอร์สปอร์ตในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ซึ่ง Formula One เป็นผู้นำในตลาดที่ชัดเจนในทุกประเทศในยุโรป และ MotoGP มักเป็นคู่แข่งเดียวเท่านั้น” แถลงการณ์จากคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนที่แล้วกล่าว โดยคณะกรรมาธิการมีเวลาถึงวันที่ 14 พฤษภาคมในการตัดสินใจว่าจะอนุมัติการเข้าซื้อกิจการนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม CEO ของทาง Dorna Sports อย่าง Carmelo Ezpeleta (คาร์เมโล เอซเปเลตา) เชื่อว่าดีลนี้จะผ่านการอนุมัติ และเจ้าตัวยังคงตื่นเต้นกับโอกาสที่การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลกรายการนี้จะถูกดูแลโดยบริษัทสัญชาติอเมริกา “เราคาดว่าการเข้าซื้อกิจการนี้จะได้รับการอนุมัติจากสหภาพยุโรป และเรารู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสในการทำงานร่วมกับ Liberty Media ในระหว่างนี้ เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินกลยุทธ์ของเราในการยกระดับกีฬานี้ไปอีกขั้น และเติบโตในอัตราที่น่าประทับใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานแฟนคลับทั่วโลกที่มีอยู่กว่า 500 ล้านคน” “ในปี 2024 เรามีจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันมากกว่า 3 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และมี 6 สนามที่สร้างสถิติใหม่สำหรับอีเวนต์ของพวกเขา French GP ของเราทำลายสถิติผู้เข้าชมสูงสุดตลอดกาล เมื่อมองไปข้างหน้า เราไม่ต้องการเพียงแค่สิ่งเดิม ๆ แต่เราต้องการสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น และเราภูมิใจที่กลยุทธ์ของเราเริ่มส่งผลสำเร็จแล้ว เราหวังว่าแฟน ๆ จะตื่นเต้นเช่นเดียวกับเราสำหรับอนาคตและฤดูกาลใหม่ที่น่าตื่นเต้นซึ่งใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว” ดีลมูลค่ามหาศาลนี้จะลงเอยอย่างไรก็ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามต่อไป แฟน ๆ การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตหากไม่อยากพลาดเรื่องนี้ กดติดตาม SuperBike Thailand ไว้เลย จะมาอัพเดทให้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Turbocharger vs Supercharger ทำไมถึงไม่มีในรถแข่ง MotoGP ? ขั้นตอนแรกเรามารู้จักกับเจ้า Turbocharger vs Supercharger กันก่อน.. Turbocharger และ Supercharger เป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มกำลังแรงม้าให้เครื่องยนต์ด้วยการบีบอัดอากาศที่เข้าสู่ห้องเผาไหม้ (Forced Induction) แต่ทั้งสองสิ่งเหล่านี้มีข้อดี ข้อเสีย และการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้ Turbocharger vs Supercharger: ความแตกต่างและการทำงาน ลักษณะ Turbocharger Supercharger การตอบสนอง มี Turbo Lag (ล่าช้าเล็กน้อย) ไม่มี Lag ตอบสนองทันที แรงม้าที่ใช้ ใช้แรงดันจากไอเสีย ใช้กำลังขับจากเครื่องยนต์ (สายพาน) กำลังที่เพิ่ม กำลังเครื่องเพิ่มที่รอบเครื่องสูง เพิ่มขึ้นทันที ข้อดี ใช้แรงดันจากไอเสียทำให้ประหยัดแรงม้า เพิ่มประสิทธิภาพการเผาใหม้เชื้อเพลิง ให้กำลังเครื่องที่ต่อเนื่องและทันทีเมื่อเร่งเครื่องยนต์ ข้อเสีย มี Turbo Lag ซึ่งเกิดจากความล่าช้าก่อนที่เทอร์โบจะหมุนได้เร็วพอที่ ต้องพึ่งระบบระบายความร้อนหรือขยายให้ใหญ่ขึ้น เพราะเทอร์โบทำงานในอุณหภูมิสูงจากไอเสีย ใช้กำลังจากเครื่องยนต์โดยตรง ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องยนต์อาจจะลดลง การติดตั้งซับซ้อน เพิ่มการสึกหรอของเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพและการใช้งาน เหมาะสำหรับการใช้งานที่เน้นแรงม้าในรอบเครื่องยนต์สูง เหมาะสำหรับการใช้งานที่เน้นความตอบสนองทันที การใช้ Forced Induction ในประวัติศาสตร์การแข่งมอเตอร์ไซค์ ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ในยุคก่อนสงครามโลก ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ระบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์ได้รับความนิยมในสนามแข่ง ตัวอย่างเช่น: BMW Type 255 Kompressor: มอเตอร์ไซค์ที่ใช้ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในยุคนั้น ด้วยน้ำหนักเบาและสมรรถนะที่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง Gilera 500cc Supercharged: อีกหนึ่งตัวอย่างที่โดดเด่นในยุคเดียวกัน เทอร์โบชาร์จเจอร์ในช่วงปี 1970-1980 ในช่วงปลายปี 1970 และ 1980 มีการทดลองใช้เทอร์โบในมอเตอร์ไซค์สำหรับถนนและการแข่ง ตัวอย่างเช่น: Suzuki XN85: มอเตอร์ไซค์โปรดักท์ชันที่ใช้เทอร์โบ ซึ่งบางครั้งถูกดัดแปลงเพื่อใช้ในสนามแข่ง Honda CX500 Turbo: แม้จะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เน้นถนน แต่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทอร์โบในการเพิ่มกำลัง ระบบ Forced Induction ในปัจจุบัน ในยุคปัจจุบัน มอเตอร์ไซค์ซีรี่ย์ Kawasaki H2 และ H2R ที่ใช้ซูเปอร์ชาร์จเจอร์เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการกลับมาใช้ Forced Induction แต่รถเหล่านี้ไม่ได้รับการออกแบบสำหรับ MotoGP หรือ WorldSBK เนื่องจากเน้นสมรรถนะในลักษณะไฮเปอร์ไบค์มากกว่า ซึ่งทั้ง Turbocharger – Supercharger โดยรวม ก็มีข้อดีมากกว่า ข้อเสีย แต่ทำไมรถแข่งแนว Circuit หรือ Superbike รวมถึง MotoGP กลับไม่มี MotoGP และ WorldSBK 1. ข้อกำหนดทางกฎระเบียบ ใน MotoGP การใช้ระบบเทอร์โบถูกห้ามโดยกฎระเบียบ เนื่องจากเน้นการพัฒนาทักษะนักแข่งและสมดุลการออกแบบตัวรถ สำหรับ WorldSBK ซึ่งอิงจากรถโปรดักชัน การนำเทอร์โบมาใช้ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการ Homologation ซึ่งซับซ้อนและไม่สอดคล้องกับโมเดลรถปัจจุบัน 2. การควบคุมแรงม้าและ “Turbo Lag” เทอร์โบเพิ่มแรงม้าให้เครื่องยนต์โดยการอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ แต่เทอร์โบต้องการเวลาในการหมุนให้ถึงความเร็วสูงสุด จึงเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Turbo Lag” Turbo Lag คือความล่าช้าของการตอบสนองของเครื่องยนต์ขณะรอให้เทอร์โบเพิ่มแรงดันอากาศ ส่งผลให้การส่งแรงม้าไม่ต่อเนื่องและยากต่อการควบคุม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการการตอบสนองฉับไว เช่น การออกจากโค้งในสนามแข่ง Turbo Lag คืออะไร และทำงานอย่างไร? เทอร์โบทำงานโดยใช้ก๊าซไอเสียจากเครื่องยนต์ไปหมุนใบพัดในเทอร์โบชาร์จเจอร์ ซึ่งจะดึงอากาศเข้าไปอัดในห้องเผาไหม้เพื่อเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ขับขี่เปิดคันเร่ง ก๊าซไอเสียที่ส่งไปยังเทอร์โบอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ใบพัดหมุนด้วยความเร็วสูงสุดในทันที ทำให้การเพิ่มพลังเกิดความล่าช้า นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Turbo Lag ดูๆแล้วระบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์ลดข้อเสียนี้ได้บางส่วนเพราะขับเคลื่อนด้วยสายพานจากเครื่องยนต์และสามารถเพิ่มแรงม้าได้ตังแต่รอบต่ำ แต่ด้วยอุปกรณ์ที่เพิ่มมากขึ้น ตามด้วยน้ำหนัก ทำให้การเลี้ยวทำได้ยาก 3. การจัดการความร้อนและน้ำหนัก ระบบเทอร์โบเพิ่มความร้อนอย่างมากและต้องการระบบระบายความร้อนที่ซับซ้อน เช่น อินเตอร์คูลเลอร์และหม้อน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเพิ่มน้ำหนักและลดความคล่องตัวของรถ 4. ต้นทุนและความซับซ้อน การพัฒนาและบำรุงรักษาเครื่องยนต์เทอร์โบมีค่าใช้จ่ายสูง ส่งผลกระทบต่อทีมแข่งในแง่ของงบประมาณ ในการแข่งขันจริง แรงม้าที่เพิ่มขึ้นเฉียบพลัน จากการทำงานของเทอร์โบ หรือ ซูเปอร์ชาร์จเจอร์ จะสร้างความอันตรายให้กับผู้ขับขี่ ขณะที่เร่งตอนออกโค้ง เพราะกำลังแรงม้าที่ออกมารุนแรงทันที บนพื้นที่ยึดเกาะของยางที่เล็กเท่าเหรียญสิบบาท อาจไม่เพียงพอ และส่งผลให้เสียกการควมคุม ซึ่งถ้าจะมีจริง ก็ต้องมีระบบอิเล็กโทรนิค กล่องควบคุมต่างๆ

Jack Miller เผย “ผมยังไม่ยอมแพ้กับ MotoGP” Jack Miller นักบิดสัญชาติออสเตรเลียจากทีม Prima Pramac Yamaha ได้ออกมาเผยกับสื่อว่าตอนนี้ตนนั้นกำลังทุ่มเทอย่างหนัก เพื่อให้กลับมามีความสามารถในแย่งแชมป์ในรายการ MotoGP @yamahamotogp_official We’re not here to play games 👊 #MonsterYamaha | #MotoGP | #BarcelonaTest ♬ original sound – YamahaMotoGP “ช่วงท้ายฤดูกาลก่อน ผมไม่มีอะไรเลย โทรศัพท์ก็ไม่ดัง แต่แล้วก็ได้สายโทรมาจากทีม Prima Pramac Yamaha ที่ต้องการให้ผมไปร่วมทีมกับ ‘มิเกล โอลิเวียร่า’ เขาบอกว่าต้องการสร้างโปรเจกต์ใหม่โดยได้รับการสนับสนุนรถจากโรงงานของ Yamaha” “ผมพยายามอย่างหนักที่จะได้แข่งขันใน MotoGP ต่อไปในอีกหลาย ๆ ฤดูกาล แต่ก็อย่างที่ทุกคนเห็น สถานการณ์ของผมกับทีมเก่า (Red Bull KTM Factory Racing) มันดูไม่ค่อยสู้ดีนัก ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีอย่างมากที่ได้รับโอกาสจาก Pramac Yamaha และผมมีแรงกระตุ้นอย่างมาก พร้อมที่จะคว้าโอกาสนั้น และพยายามทำให้โอกาสที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่” “ผมรู้สึกว่ายังมีอะไรอีกมากมายที่ผมสามารถมอบให้ได้ในวงการนี้ ผมยังไม่ได้แสดงศักยภาพที่เต็มที่ของตัวเอง โดยโอกาสที่ได้รับนี้เหมือนเป็นการรีเซ็ตตัวเอง และผมจะพยายามให้เต็มที่อีกครั้ง” และเมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่จะได้มาขับ Yamaha เจ้าตัวก็เผยออกมาอย่างหมดเปลือก ว่ารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้ขี่รถเวอร์ชั่นล่าสุดของ Yamaha เพราะค่ายรถนี้เป็นรถที่ใครหลายคนใฝ่ฝันที่อยากจะขี่ อีกทั้งยังเป็นรถที่พามือใหม่ขึ้นโพเดียมมาได้หลายครั้ง “รถคันนี้มีประวัติศาสตร์ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม แต่ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาพวกเขาอาจจะประสบปัญหาบางอย่าง แต่เมื่อผมเริ่มต้นในการแข่ง MotoGP นั่นคือรถที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะขี่ แม้แต่มือใหม่ก็สามารถขึ้นโพเดียมกับรถค่ายนี้ได้ไม่ว่าจะเป็น โยฮันน์ ซาร์โก, ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ และฟรานโก้ มอร์บิเดลลี” มิลเลอร์จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นการในฐานะนักแข่งของทีม Prima Pramac Yamaha ในการเปิดตัวพร้อมกันกับทีมโรงงาน Monster Energy Yamaha MotoGP ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 31 มกราคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Joan Mir สุดปลื้ม เซ็นสัญญาแบรนด์แอมฯ Kabuto ลุยโมโตจีพี 2025 Joan Mir สุดปลื้ม !! แบรนด์ Kabuto หมวกกันน็อกตำนานจากแดนปลาดิบ ประกาศเซ็นสัญญาการเป็นสปอนเซอร์หมวกกันน็อก ล่าแชมป์โมโตจีพี 2025 แทนที่นักบิดคนเก่าอย่าง อเล็กซ์ เอสปากาโร่ นักบิดจาก Aprilia Racing Team ที่พึ่งประกาศผันตัวไปเป็นเทสไรเดอร์เมื่อไม่นานมานี้ โดยโจอัน เมียร์ จะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับแบรนด์หมวกกันน็อกตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป ผลงานที่ผ่านมา สำหรับโจอัน เมียร์ ก็ถือว่าเป็นนักบิดดาวรุ่งที่น่าจับตามอง นับตั้งแต่การก้าวเข้าสู่การแข่งขันครั้งแรกใน Moto3 เมื่อปี 2016 รุ่น Moto 2 ในปี 2018 สู่การก้าวกระโดดขึ้นมาสู่ชั้นพรีเมียร์คลาสในปี 2019 ให้กับทีม Suzuki ECSTAR และสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในปี 2020 ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น กระทั่งหลังจบฤดูกาล 2022 เจ้าตัวต้องจำใจอำลาทีมซูซูกิ (ไม่ไปต่อ) มาเป็นนักบิดให้กับทีมฮอนด้าเรปโซลตั้งแต่ปี 2023 จนถึงปัจจุบัน “ผมรู้สึกแฮปปี้มากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Kabuto และเป็นตัวแทนของแบรนด์ระดับตำนานนี้ สำหรับปีต่อไปใน MotoGP หวังว่างานที่เรากำลังทำอยู่จะได้รับผลตอบแทนในเร็ว ๆ นี้ และจะสามารถบรรลุผลสำเร็จในสิ่งที่สมควรได้รับ” ต้องขอแสดงคววามยินดีแก้เจ้าตัวอีกครั้ง สำหรับแบรนด์แอมฯ คนใหม่อย่างเป็นทางการ เราอาจจะได้เห็นหมวกกันน็อกลายใหม่ของเจ้าตัวในเร็ว ๆ นี้ ลุ้นแล้วซิว่าจะเป็นเจ้า F-17 ในเวอร์ชันไหน หรือเป็นรุ่นอะไรมาติดตามชมกัน.. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Gigi Dall’Igna กุนซือคนสำคัญของทีม Ducati Gigi Dall’Igna (จีจี้ ดัลลิลญา) ผู้จัดการทีมของ Ducati ในการแข่งขัน MotoGP อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่มีส่วนสำคัญในการพา Ducati ครองแชมป์ในการแข่งขัน MotoGP ถึงสามสมัยซ้อน และในการแข่งขันปี 2024 นักแข่ง 4 อันดับแรกของตารางคะแนนก็ล้วนใช้รถแข่งจากทาง Ducati ทั้งหมด ซึ่งการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในเร็ว ๆ นี้ เมื่อถามถึงเต็งแชมป์ว่าจะออกไปที่รถค่ายไหน แต่คำตอบก็ล้วนไปในทิศทางเดียวกันนั่นคือ ‘Ducati’ เพราะหลาย ๆ คนอาจะคิดว่าการที่มาร์ก มาร์เกซ ย้ายจากทีม Gresini มาอยู่กับทีมโรงงาน ยิ่งทำให้ Ducati มีความชัดเจนในการเป็นเต็งแชมป์มากยิ่งขึ้น แต่สำหรับมาร์ก มาร์เกซเองเจ้าตัวมองว่าการที่ทีมเป็นเต็งแชมป์นั้นไม่ใช่เพราะตน แต่เป็นผู้จัดการทีมอย่าง ‘จีจี้ ดัลลิลญา’ ที่มีวิสัยทัศน์ในการวางแผนที่ดี และมีความทะเยอทะยานเป็นอย่างมาก “สำหรับผม จุดเปลี่ยนสำคัญของดูคาติ คือการเข้ามาของ จีจี้ ดัลลิลญา เขาเป็นผู้จัดการทีมที่มีความคิดแบบนักแข่งแทบจะ 100% เมื่อทีมลงแข่งขันแล้วไม่สามารถชนะได้ เขาเองก็จะโกรธ เพราะเขามีความทะเยอทะยานอย่างมาก” “ถ้าเขา (จีจี้ ดัลลิลญา) มีอายุน้อยกว่านี้สัก 20-30 ปี และอยู่ในบทบาทนักแข่ง เขาคงจะเป็นหนึ่งในนักแข่งที่คุณจะมองข้ามเขาไม่ได้ในสนามแข่ง” Álvaro Bautista เจ้าของแชมป์การแข่งขันรายการ World Superbike สองสมัย ก็ได้ออกมากล่าวแม่ทัพของ Ducati “วิศวกรที่ดีมักจะรับฟังเสียงจากนักแข่ง เขาไม่เพียงแค่ดูข้อมูล แต่ยังตีความของข้อมูลควบคู่ไปกับความคิดเห็นของนักแข่งที่มีต่อรถ ไม่เพียงแค่นั้นเขายังเปลี่ยนภาพจำของ Ducati จากตัวแข่งที่สามารถขับขี่ได้ยาก และไม่มีใครอยากขี่ สู่การพัฒนามาเป็นรถที่นักแข่งหลายคนฝันที่จะขี่” ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ทาง Ducati จะต้องมีการเผชิญกับความท้าทายใหม่ด้วยจำนวนรถบนกริดในการแข่งขัน MotoGP ที่ลดลงจาก 8 คันเหลือเพียง 6 คันเท่านั้น และลดจำนวนรถสเปคโรงงานจาก 4 เหลือ 3 คัน (มาร์ก มาร์เกซ, เป้กโก้ บัญญาย่า, และฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ จากทีม VR46) เท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์โก เบซเซคคี่ เผย รู้สึกโชคดีเมื่อได้เคียงข้างมาร์ติน มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดจากทีม Aprilia Racing ได้ออกมาเผยว่าตนนั้นพร้อมแล้วที่จะลงแข่งให้กับทีมโรงงานของ Aprilia และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ‘รู้สึกโชคดี’ ที่จะร่วมเป็นทีมเมทกับแชมป์โลกคนล่าสุดอย่างฆอร์เก้ มาร์ติน บัญญาย่าทำได้ดี แต่มาร์ตินคู่ควรกับแชมป์มากกว่า อดีตนักแข่งทีม VR46 รายนี้เตรียมย้ายเข้าไปแข่งทีมโรงงานเป็นครั้งแรกในอาชีพกับ Aprilia โดยเบซเซคคี่จะเข้ามาเป็นทีมเมทร่วมกับ ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งเขาเองชื่นชมทั้ง บัญญาย่า และ มาร์ติน ที่สามารถเค้นฟอร์มเก่ง ขับเคี่ยวแย่งแชมป์ในฤดูกาล 2024 ได้อย่างสูสี แต่ก็ยอมรับว่าทีมเมทคนใหม่ของเจ้าตัวคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์มากกว่า “มาร์ตินทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว (2024) เขามีความสม่ำเสมอ เร็ว และมีเทคนิคความสามารถในตลอดการแข่งขัน เขาอาจจะไม่ชนะเท่าบัญญาย่า แต่สุดท้ายแล้วมาร์ตินก็สามารถคว้าแชมป์ได้ เพราะการคว้าแชมป์ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วเพียงอย่างเดียว” และยังเผยว่าตนนั้นโชคดีที่ได้เป็นทีมเมทกับฆอร์เก้ มาร์ติน เพราะเจ้าตัวมองว่าการได้ร่วมทีมด้วยกันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ และได้เก็บเกี่ยวข้อมูลที่สำคัญจากนักบิดที่เป็นแชมป์ประจำรายการคนล่าสุด “การได้ร่วมทีมฆอร์เก้ถือเป็นโชคดีครั้งใหญ่ เพราะเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นนี่จะถือเป็นโอกาสเรียนรู้ และเป็นโอกาสที่จะได้รับข้อมูลสำคัญจากนักบิดที่เก่งที่สุดในโลก” 2024 ฤดูกาลที่ไม่ค่อยน่าจดจำ เบซเซคคี่ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 อาจจะดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากเจ้าตัวนั้นเจออุปสรรคต่าง ๆ มาตลอดฤดูกาลกับรถ GP23 โดยความสำเร็จที่ทำได้กับทีม VR46 ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 สามารถทำได้หนึ่งโพเดียมด้วยการจบอันดับที่ 3 ในการแข่งขันสนามที่ 4 ของฤดูกาล อีกทั้งยังจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 12 สะสมได้ 153 คะแนน ตามหลังเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ อยู่ที่ 12 คะแนน “มันเป็นฤดูกาลที่ยากมาก ผมไม่คิดว่าผมจะต้องเจอความยากลำบากขนาดนี้ ตั้งแต่การทดสอบตัวรถครั้งแรก ผมก็รู้สึกไม่ค่อยดีกับตัวรถแล้ว” “ผมมั่นใจว่าผมเติบโตขึ้นมากในปีนี้ ทั้งชีวิตส่วนตัว และชีวิตนักแข่ง เพราะตลอดฤดูกาลที่ผ่านผมไม่เคยรู้สึกดีบนตัวรถเลย ต้องปรับตัวอยู่ตลอด และแน่นอนว่าผมคาดหวังเรื่องผลงานมากกว่านี้ และผมก็อยากทำให้ได้ดีมากกว่านี้” การลงทดสอบตัวแข่งในสนามถัดไปจะลงทดสอบกันที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดยจะแบ่งเป็นรอบ Shakedown Test ที่ให้เฉพาะนักแข่งที่เข้ามาแข่งขันในฤดูกาล 2025 ครั้งแรกลงทดสอบ และTest Riders ของทีม โดยจะทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 และการทดสอบ Sepang Test จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปักหมุดให้พร้อม !! ปฎิทินเปิดตัวทีม MotoGP 2025 มาแล้ว เข้าสู่ปี 2568 ของการเตรียมพร้อมเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันโมโตจีพี 2025 อย่างเป็นทางการ สำหรับแฟน ๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอลุ้นกับ 2025 MotoGP Presentation ว่าจะมาเมื่อไหร่ ซึ่งล่าสุด..ทางผู้จัดการแข่งขันอย่างดอร์น่า สปอร์ต ได้เผยตารางเปิดตัวทีมใหม่เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งแต่ละทีมมีกำหนดการเปิดตัวทีมแข่งพร้อมไลน์อัพนักบิดดังนี้ 2025 MotoGP Presentation TrackHouse Racing MotoGP (วันที่ 14 มกราคม 2568) Raul Fernandez #25 Ai Ogura #79 Aprilia Racing (วันที่ 16 มกราคม 2568) Jorge Martin #89 Marco Bezzecchi #72 Gresini Racing MotoGP (วันที่ 18 มกราคม 2568) Alex Marquez #73 Fermin Aldeguer #54 Ducati Factory Team (วันที่ 20 มกราคม 2568) Marc Marquez #93 Francesco Bagnaia #63 Red bull KTM Factory Racing / Tech 3 (วันที่ 30 มกราคม 2568) Brad Binder # 33 (Red bull KTM Factory Racing) Pedro Acosta #37 (Red bull KTM Factory Racing) Enea Bastianini #23 (Red Bull KTM Tech3) Maverick Viñales #12 (Red Bull KTM Tech3) Monster Energy Yamaha MotoGP / Prima Pramac (วันที่ 31 มกราคม 2568) Fabio Quartararo #20 (Monster Energy Yamaha MotoGP) Alex Rins #42 (Monster Energy Yamaha MotoGP) Jack Miller #43 (Prima Pramac Yamaha) Miguel Oliveira #88 (Prima Pramac Yamaha) LCR Honda (วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568) Johann Zarco #25 ก้อง สมเกียรติ จันทรา #35 Pertamina Enduro VR46 Racing Team (TBC) Franco Morbidelli #21 Fabio Di Giannantonio #49 Repsol Honda Team (TBC) Luca Marini #10 Joan Mir #36 (อัปเดตล่าสุด

Lewis Hamilton เปิดโต๊ะเจรจาร่วมลงทุน KTM Lewis Hamilton แชมป์โลกในการแข่งขันฟอร์มูลล่าวัน 7 สมัย เดินหน้าอย่างจริงจังกับ KTM ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์สัญชาติออสเตรีย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมแข่งขันใน MotoGP ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการออกมายืนยันว่า พิท ไบเรอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM ได้ออกมาเผยกับ Speedweek ว่ามีการเข้าพูดคุยอย่างเป็นรูปธรรมกับทีมบริงานของแฮมิลตันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “ผมบอกได้แค่ว่า เราได้มีการพูดคุยที่น่าสนใจมากกับฝ่ายจัดการของเขา มันไม่ใช่ความลับเลยที่ลูอิส แฮมิลตันสนใจใน MotoGP และกำลังพิจารณาเกี่ยวกับทีมของตัวเอง และในที่นี้ก็มีการพูดคุยอย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน” และอย่างไรก็ตามหากแฮมิลตันจะเข้ามาลงทุนกับ KTM จะมีสิ่งหนึ่งที่ไบเรอร์ยืนยันแล้วนั่นคือสปอนเซอร์ที่แฮมิลตันจะพาเข้าทีม จะต้องไม่เป็นคู่แข่งกับสปอนเซอร์ของทีม KTM โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลัง “ใครก็ตามที่ต้องการทำงานร่วมกับเราย่อมรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด – Red Bull และ KTM แยกออกจากกันไม่ได้ เรื่องนี้ยังไม่เคยเป็นประเด็นในการเจรจาจนถึงตอนนี้ เพราะต้องไม่ลืมว่า นักลงทุนนั้นแตกต่างจากสปอนเซอร์” “เราทำงานกับผู้สนับสนุนของเราในลักษณะหุ้นส่วนที่แข็งแกร่ง เมื่อคุณมีพันธมิตรที่ร่วมโต๊ะและให้เงินสำหรับโครงการที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ พวกเขาก็เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เรื่องดังกล่าวนั้นก็ควรเป็นเรื่องที่ดี” “เมื่อพันธมิตรที่แข็งแกร่งนั่งร่วมโต๊ะกันและช่วยคิดหาแนวทางแก้ปัญหาที่ดี ก็จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นบวก ดังนั้นมันชัดเจนว่าคนเหล่านี้จะมีสิทธิ์มีเสียงในบางเรื่อง” และในปัจจุบัน เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน ได้ลงทุนในทีมกีฬากับ เดนเวอร์ บรองโกส์ ทีมอเมริกันฟุตบอล NFL และก่อตั้ง Team X44 ในการแข่งขัน Extreme E และในส่วนของการข้ามฟากมาเป็นเจ้าของทีมใน MotoGP จะออกมาเป็นทีมใดนั้น คงยังเป็นเครื่องหมายคำถามต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Max Verstappen เผย “ผมคือแฟนตัวยง MotoGP” Max Verstappen แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน Formula 1 ได้ออกมาเผยว่าตัวเขาเป็นแฟนคลับในการแข่งขัน MotoGP อีกทั้งยังได้เผยว่าใครเป็นนักแข่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัว การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่าง MotoGP ยังคงดึงดูดสายตาจากนักแข่ง F1 อยู่ไม่น้อยเมื่อ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น นักแข่งแชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 4 สมัย ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเผยในงานของ Red Bull ที่ศูนย์ Hanger 7 ในเมืองซาลซ์บูร์ก โดยผ่านรายการทางเว็บไซต์ของ Servus TV ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งสองแชมป์สะท้อนถึงฤดูกาล 2024 ของพวกเขา และแสดงมุมมองเกี่ยวกับแง่มุมที่แตกต่างของมอเตอร์สปอร์ต ในระหว่างรายการ แม็กซ์ เปิดเผยว่าเขาเป็นแฟนตัวยงของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งถึงขั้นที่ต้องนำ iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดการรับชม แม้ว่าจะตัวจะมีแข่งก็ตาม “ผมเป็นแฟนในการแข่งขัน MotoGP และผมเองพยายามดูทุกการแข่งขัน ผมถึงขั้นพก iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดเลย” มาร์กคือนักบิดที่ดีที่สุดในกริด สำหรับเวอร์สแท็พเพ่น เขามองว่ามาร์เกซที่เป็นอดีตร่วมแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Redbull ว่าเป็น “นักบิดที่ดีที่สุดในกริด” โดยได้กล่าวว่า “มาร์ก มาร์เกซ เป็นแชมป์ MotoGP ถึง 6 สมัย แม้ว่าจะเขาอาจจะต้องปรับตัวกับทีมใหม่ (Ducati Lenovo) แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะสามารถทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเดิม” การพบกันของสองแชมป์ชื่อดังนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนร่วมกันของ Red Bull แม้ว่ามาร์เกซจะย้ายไปทีมโรงงาน Ducati ซึ่งมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับ Monster Energy ซึ่งทำให้ความร่วมมือของเขากับ Red Bull จะสิ้นสุดลงและไม่เพียงแค่นั้นเจ้าตัวยังออกมาเผยอีกว่าตัวเขามีความสนใจจะที่จะลองขี่รถ MotoGP แต่ก็ยอมรับว่าทางทีม F1 ของเขาอาจจะยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่กับแนวคิดนี้ เพราะทีมไม่ต้องการให้เจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บ “ผมอยากลองมาก แต่ผมคิดว่ามันจะสมเหตุสมผลกว่าถ้าเริ่มจาก Moto2 หรือ Moto3 ก่อนที่จะลอง MotoGP ผมอยากทำจริงๆ แต่ผมเข้าใจความกังวลของทีมผม ตอนนี้ผมคงต้องพอใจกับการชมในฐานะผู้ชมไปก่อน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Aleix Espargaro จากนักบิด MotoGP สู่ Pro-Tour 2025 Aleix Espargaro จาก MotoGP สู่ Pro-Tour อดีตนักบิด MotoGP ทีมชาติอาพริเลีย เตรียมเข้าร่วมทีมปั่นจักรยาน Lidl-Trek ในปีหน้า หลังเพิ่งประกาศเลิกแข่งมอเตอร์ไซค์เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งอเล็กซ์ เคยคว้าชัยชนะใน MotoGP ได้ 3 ครั้งตลอดอาชีพ 15 ปีบนรถจักรยานยนต์ @aleixespargaro Hello @Lidl-Trek family 💙❤️💛 . Muy feliz de formar parte de este proyecto en este mundo que tanto me mola!! Let’s go buddies 🚀. #aleixespargaro #deportesentiktok #ciclismo #41 #lidltrek #procycling ♬ Get Ready – Steve Aoki Vocal Radio Edit – 2 Unlimited นักบิดวัย 35 ปีจะเริ่มสัญญากับ Lidl-Trek ตั้งแต่ต้นปี โดยเขาจะเข้าร่วมทีมในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์สำหรับการแข่งขันจักรยานระดับ “Prestigious” ซึ่งยังไม่ได้ระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน นอกจากหน้าที่ในทีม Lidl-Trek แล้ว เขายังรับตำแหน่งใหม่ในฐานะนักทดสอบให้กับโครงการ MotoGP ของ HRC อีกด้วย ซึ่งเขาเริ่มต้นบทบาทนี้ในการทดสอบอย่างเป็นทางการที่บาร์เซโลนาเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจบการแข่งขัน Solidarity Grand Prix ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล MotoGP “ผมตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมครอบครัว Lidl-Trek ซึ่งเป็นบ้านของนักปั่นจักรยานที่ดีที่สุดในโลกบางคน” เอสปาร์กาโรกล่าว “หลังจากที่ผมบาดเจ็บที่หลังจนต้องเลิกวิ่ง ผมจึงหันมาปั่นจักรยานเพื่อการฟื้นฟูและการฝึกซ้อม “เมื่อเวลาผ่านไป มันกลายเป็นมากกว่าการเตรียมตัว แต่มันกลายเป็นความหลงใหลของผม “การใช้ชีวิตในอันดอร์รา ทำให้ผมได้สร้างมิตรภาพกับนักปั่นมืออาชีพหลายคน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมฝึกซ้อมในระดับที่สูงขึ้น” เพื่อนร่วมทีมใหม่ของเขาประกอบด้วยผู้ชนะ Giro d’Italia อย่าง เทา จีโอเกแกน ฮาร์ต, นักปั่นชาวเบลเยียม ทิม เดอแคลร์ค และแชมป์โลกประเภทถนนปี 2019 แมดส์ พีเดอร์เซน “การทำงานร่วมกับ อเล็กซ์ จะเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากสำหรับเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักปั่นรุ่นใหม่ของเรา” ลูกา เกอร์ซิเลนา ผู้จัดการทั่วไปของ Lidl-Trek กล่าว “เรารู้ว่าเขาเป็นนักปั่นที่แข็งแกร่งและมีความหลงใหล แต่เขายังนำประสบการณ์และมุมมองที่แตกต่างมาสู่ทีมได้ เขาสามารถช่วยให้นักกีฬารุ่นใหม่ของเราเข้าใจและรับมือกับความกดดันที่มาพร้อมกับการแข่งขันในระดับสูงสุด” การแข่งขันใหญ่รายการแรกของฤดูกาลปั่นจักรยานปี 2025 คือ Tour Down Under ในออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ 21-26 มกราคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก