SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตข่าวมอเตอร์ไซค์ล่าสุด 2026 รุ่นใหม่ ราคา รีวิวครบทุกสไตล์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ARCH KRGT-1 Akrapovic ครุยเซอร์ ใส่ท่อซิ่ง

ARCH KRGT-1 Akrapovic ครุยเซอร์ ใส่ท่อซิ่ง คอลแล็ปครั้งใหญ่!! โดย Akrapovič ผู้ผลิตท่อมอเตอร์ไซค์ระดับโลกจากสโลวีเนีย และ ARCH Motorcycle แบรนด์มอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกันของพ่อหนุ่ม “จอร์น วิค” กับโปรเจ็กต์ชิ้นใหม่ในการร่วมพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ พร้อมยัดชุดของแต่งตรงรุ่นกับ ARCH KRGT-1 Akrapovic ครูเซอร์ไบค์พร้อมบูสระบบไอเสียทรงซิ่งเรียบร้อยแล้ว    ARCH KRGT-1  มอเตอร์ไซค์รุ่นแรกที่ได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Akrapovič และ ARCH Motorcycle คือ ARCH KRGT-1 ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์ Performance Cruiser ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V-Twin อันทรงพลัง โดยจะใช้ระบบไอเสียจาก Akrapovič  ซึ่งเป็นระบบไอเสียไทเทเนียมน้ำหนักเบา ที่มาพร้อม หม้อพักทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ โดยจะมีให้เลือกในหลากหลายวัสดุของปลอกหม้อพัก รวมถึง เวอร์ชันคาร์บอนไฟเบอร์ ทุกรุ่นจะได้รับการตกแต่งด้วยปลายท่อคาร์บอนไฟเบอร์แบบ แฮนด์เมดคุณภาพสูง นอกจากนี้ ระบบไอเสียนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อเน้น สมรรถนะสูงสุด และให้เสียงเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่เน้นในการพัฒนา Gard Hollinger ผู้ร่วมก่อตั้ง ARCH Motorcycle กล่าวว่า: “เรารู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับบริษัทระดับโลกอย่าง Akrapovič ซึ่งนำทั้งความเชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์คุณภาพไร้ที่ติมาสู่ ARCH การทำงานร่วมกับทีมของพวกเขาถือเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม เราได้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความหลงใหลที่แฝงอยู่ในทุกขั้นตอนขององค์กร Akrapovič ซึ่งทำให้เรารู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน เราตื่นเต้นกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง และเฝ้ารอดูว่าสิ่งที่เราจะสร้างร่วมกันต่อไปจะเป็นอย่างไร” “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ARCH Motorcycle จะนำระบบไอเสียของเรามาใช้กับมอเตอร์ไซค์แบบสั่งทำพิเศษของพวกเขา ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของธุรกิจ แต่มันคือเรื่องราวของสองบริษัทที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและมีประวัติแห่งนวัตกรรมที่น่าทึ่ง เราทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ขับขี่” Davorin Dobočnik ซีอีโอของ Akrapovič กล่าว สำหรับ ARCH KRGT-1 นี่จะเป็น รุ่นแรกที่เกิดจากความร่วมมือของทั้งสองบริษัท โดยคาดว่าโปรเจ็กต์ดังกล่าวจะมีการผลิตและเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้  และในอนาคตจะมี ทั้งมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ ที่พัฒนาต่อยอดจากความร่วมมือนี้ออกมาอีกแน่นอน แฟน ๆ รอติดตามกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda RVF750 V&M RC45 ตำนานตัวแชมป์ เคาะราคาแล้ว

Honda RVF750 V&M RC45 ตำนานตัวแชมป์ เคาะราคาแล้ว เชื่อเลยว่าใครที่เข้ามาอ่านคอนเทนต์นี้แล้ว คุณจะต้องหลงใหลในเสน่ห์ของมันอย่างแน่นอน นี่คือรถแข่งแรร์ไบค์ในยุคตำนานรุ่นปี 90 โปรดักท์ชันไบค์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากค่ายญี่ปุ่นในชื่อของ Honda RVF750 V&M RC45 ในเวอร์ชันของรถแข่งแชมป์เปี้ยนในรายการเวิร์ล ซูเปอร์ไบค์ ยังรวมไปถึงรายการ Isle of Man TT และ North West 200 โดยเคาะราคาออกมาแล้วสำหรับแฟนพันธุ์แท้กระเป๋าหนักกับราคาที่ 64,999 ปอนด์หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ เกือบ 3 ล้านบาท ด้วยความที่เป็นรุ่นยอดฮิตมากที่สุดในปี 1995 – 1997 และยังเป็นอาวุธที่ทันสมัยมากสุดในช่วงยุคนั้น แถมยังเป็นตัวแข่งที่ใช้เทคโนโลยีระบบหัวฉีด PGM-Fi มาแทนคาร์บูเรเตอร์ (เทคโนโลยีพื้นฐานมาจากเจ้า Honda NR750) กล่องECU รวมถึงระบบจุดระเบิดซึ่งนับว่าเป็นระบบที่แปลกใหม่และทันสมัยมากที่สุดในยุคนั้น โดยคันนี้มาพร้อมกับลวดลายสุดพิเศษที่ผ่านการคัดสรรการตกแต่งโดย V&M Racing ก็ถือเป็นทีมแข่งตัวเต็งหนึ่งทีมที่ใครก็รู้จัก จัดให้แบบพิเศษกับลายไฟสุดร้อนแรงเป็นเอกลักษณ์ของรถแข่งฮอนด้า พร้อมกับการดีไซน์โดยถอดรหัส  DNA ของตำนานตัวแข่งอย่างเจ้า VFR750R RC30 ทั้งบล็อกเครื่องยนต์ V4 ขนาด 750 ซีซี และระบบช่วงล่างโปรอาร์ม นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวมาสิ่งที่คุณจะได้เพิ่มเติมเลยก็คือของแต่งต่าง ๆ ทั้งสติกเกอร์ลายตัวแข่ง คาลิเปอร์ Brembo โช้คอัป K-Tech สายถักแต่งและล้อ Dymag สีเหลือง (สวยมว๊ากก)  กับเรื่องราวประวัติศาสตร์อันทรงเกียรติของความสำเร็จในการแข่งขันมาแล้วมากมาย โดยรุ่นนี้เคาะราคาแล้วราว ๆ 3 ล้านบาท ก็ไม่เท่าไหร่สำหรับสายกระเป๋าหนัก แน่นอนว่าถ้าคุณได้มันไป ใคร ๆ จะต้องอิจฉาอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Panigale V4 25 เตรียมลง “แข่งอึด” ครั้งแรก

Ducati Panigale V4 25 เตรียมลง “แข่งอึด” ครั้งแรก รอแล้ว รอเล่า..ว่าจะลงสนามแข่งเมื่อไหร่ สำหรับเจ้า Ducati Panigale V4 25 ปีศาจอาร์มคู่ V4 หลังชวดในสนามแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2025 ไปอย่างน่าเสียดาย (ยังไม่มีรุ่นในเวอร์ชัน V4R) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางค่ายได้ยืนยันแล้วว่าเจ้าดูคาติรุ่นล่าสุด จะถูกส่งแข่งขัน โชว์ความอึดในรายการ Endurance World Championship (EWC) 2025 ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวในสนามแข่งครั้งแรกของซูเปอร์ไบค์รุ่นนี้ โดยดูคาติจะส่ง Panigale V4 เวอร์ชันปีล่าสุดทำการลงศึกกับสังกัดทีม Aviobike WRS โดยมีนักแข่งฝีมือดีอย่าง Luca Bernardi อดีตนักแข่งจาก World SuperBike ร่วมด้วย Akito Haga ถึงแม้ว่าทีม Aviobike WRS จะเป็นทีมหลักในรายการแข่งขันเวิร์ล เอ็นดูรานซ์ มาหลายปี แต่ทีมนี้จะเป็นทีมแรกที่ได้ใช้ พานิกาเล่ V4 เวอร์ชันปีล่าสุดในการแข่งขัน ทำเอาทีมอื่น ๆ อิจฉาตาร้อนกันเลยทีเดียว ด้วยสมรรถนะอันร้อนแรงที่ได้รับปรับปรุงมาใหม่ กับเครื่องยนต์ Desmosedici Stradale V4 ขนาด 1,103 ซีซี พร้อมการปรับปรุงระบบวาล์ว ทำให้มีแรงม้ามากถึง 216 แรงม้า และแรงบิดขนาด 121 นิวตันเมตร บวกกับชุดแอโรไดนามิกชิ้นใหม่ ดีไซน์ใหม่รอบคัน รวมถึงช่วงล่างตัวเทพกับสวิงอาร์มคู่ที่ทางค่ายการันตีขี่เร็วกว่าตัวเก่าถึง 1 วินาทีโดยนักทดสอบจากดูคาติ ส่วนระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ติดตั้งมามากมายแต่สำหรับการแข่งขันคงมีตัดทอนให้ใช้ในบางส่วน แต่ก็ได้เปรียบอยู่ดีหล่ะครับ ถ้านักขี่ไม่กากเกินไปซะก่อน  เตรียมลงสู่สนามครั้งแรกที่ Le Mans ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 19 เมษายนนี้ “พวกเราจะเป็นทีมแรก และเป็นทีมเดียวที่ใช้เจ้า Panigale V4 รุ่นใหม่ ในการแข่งขัน EWC นี่คือสุดยอดเทคโนโลยีจากโรงงาน Borgo Panigale รวมทั้งยังเป็นความท้าทายครั้งใหม่ที่สอดคล้องกับแนวคิด “Made in Italy, สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นสามแนวคิดหลักของ WRS และผมแทบจะรอไม่ไหวแล้ว อยากอยู่ในสนามแข่งท่ามกลางผู้ชมมากมาย และผมมั่นใจว่า ด้วยรถที่มีสมรรถนะสูง บวกกับนักแข่งที่มีพรสวรรค์และทีมที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เราจะสามารถขึ้นนำได้ตั้งแต่ต้น”  Nicolas Zavoli CEO ของ WRS กล่าว  นับว่าเป็นข่าวดี สำหรับแฟน ๆ ดูคาติ และเหมือนจะเห็นข่าวแว่ว ๆ ว่าฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า นักบิดจากโมโตจีพีสนใจที่จะเข้ามาแข่งขันในรายการนี้อีกด้วย ซึ่ง..จริงไม่จริงเราไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ เอ็นดูรานซ์ในปีนี้สนุกเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph 2025 Moto2 Engine เกียร์ใหม่ ไร้ว่าว

Triumph 2025 Moto2 Engine เกียร์ใหม่ ไร้ว่าว Triumph 2025 Moto2 Engine หนึ่งในซัพพลายเออร์รายหลักของการแข่งขันรุ่น Moto2 ได้มีอัปเดตสำหรับปรับปรุงสมรรถนะครั้งใหม่ในเรื่องของเครื่องยนต์ โดยปีนี้ไทรอัมพ์ได้ผลิตชุดกระปุกเกียร์ใหม่สำหรับการแข่งขันและถูกติดตั้งบนตัวแข่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระบบชุดเกียร์ใหม่สำหรับแข่งขัน หัวใจหลักในการพัฒนาระบบชุดเกียร์ครั้งนี้ก็คือ การสลับตำแหน่งเกียร์โดยตำแหน่งของเกียร์ว่าง (N) จะถูกย้ายไปไว้บนสุดของชุดเกียร์และถูกล็อกเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้นักแข่งเปลี่ยนเกียร์ว่างในระหว่างการแข่งขัน มาพร้อมกับดรัมเปลี่ยนเกียร์ที่ได้รับการออกแบบร่องทางเดินเกียร์ใหม่เพื่อรองรับลำดับเกียร์แบบใหม่ ระบบนี้ถูกกลึงขึ้นด้วยเทคนิค Billet Machining เพื่อให้มีความแม่นยำสูงสุด ทั้งในเรื่องของน้ำหนัก แรงเฉื่อย และรูปทรงทางวิศวกรรมที่เหมาะสม และด้วยการดีไซน์ดังกล่าว เกียร์ว่าง (N) จะสามารถเข้าหรือใช้งานผ่านมือเท่านั้น และยังใช้ได้ในเฉพาะโซนพิทเลนกับกริตสตาร์ทเท่านั้นอีกด้วย โดยชุดเกียร์จะถูกติดตั้งไว้บริเวณเสื้อเพลาข้อเหวี่ยงในบล็อกเครื่องยนต์ปีนี้อีกด้วย “ไทรอัมพ์ ทำลายสถิติในโมโตทูมาโดยตลอดนับตั้งแต่การเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน ดังนั้นการที่พวกเขายังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก การอัปเดตระบบชุดเกียร์ใหม่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทรอัมพ์ต่อโมโตทู และแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่โมโตจีพีมอบให้ เพื่อเป็นห้องทดลองสำหรับพันธมิตรได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาทดสอบในการแข่งขันจริง เรามั่นใจว่านักแข่งจะต้องชื่นชอบการอัปเดตนี้ และจะช่วยให้การแข่งขันสนุกยิ่งขึ้น” Carlos Ezpeleta ประธานฝ่ายกีฬา ดอร์น่า สปอร์ต กล่าว มีแนวโน้ม..ต่อยอดสู่โปรดักท์ชัน สำหรับระบบชุดเกียร์ดังกล่าวนั้นถูกติดตั้งไว้ให้ใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลแข่งขันขึ้นที่ จ.บุรีรัมย์ ที่ผ่านมา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ในการแข่งขันกับรถแข่งทุกรุ่น สิ่ง ๆ นี้จะช่วยให้นักแข่งสามารถก้าวไปสู่ระดับพรีเมียร์คลาสได้อย่างไม่ยากเย็นเหมือนกับที่ เปโดร อคอสต้า และ ไอ โอกุระ ที่สามารถทำผลงานได้ดีตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นรุกกี้ (เครื่องยนต์แข่งขันถูกพัฒนาต่อยอดมาจากเจ้า Street Triple 765 RS ตัวแรงของทางค่าย)  ว่าแต่เปิดตัวมาขนาดนี้ ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจและน่าทำคอนเทนต์มาก ๆ แล้วถ้ามันถูกติดตั้งในรุ่นโปรดักท์ชันจะเกิดอะไรขึ้น ? หรือไทรอัมพ์จะมีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบเกียร์ใหม่รวมถึงระบบคลัตช์กันนะ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้…ก็ล้วนที่จะเป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Miguel Oliveira ชูยาง Pirelli อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าชัยชนะ

Miguel Oliveira ชูยาง Pirelli อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าชัยชนะ Miguel Oliveira หนึ่งในนักบิดจากทีม Yamaha Pramac ได้ออกมาเผยถึงการปรับตัวเซ็ตติ้งครั้งสำคัญ ซึ่งมีหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจก็คือเรื่องของซัพพลายเออร์ยาง โดยโอลิเวร่ามองว่าการปรับเปลี่ยนรุ่นของยางจากมิชลินไป Pirelli อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงเทคนิคครั้งสำคัญที่สุด มากกว่าการเปลี่ยนแปลงในจุดอื่น ๆ โดยเจ้าตัวมองว่าสิ่งที่สามารถรีเซ็ตความสมดุลที่มีในตอนนี้ก็คือการเปลี่ยนซัพพลายเออร์ยาง มันเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำให้ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ได้ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนยางจะเป็นตัวแปรหลักในการปรับสมดุลในการแข่งขันและอาจทำให้ทุกทีมมีแสตทตัวเลข (Stat) ที่ใกล้เคียงกันนั่นเอง การเปลี่ยนยาง Pirelli จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญ แต่ทว่ามันจะมีประโยชน์กับรถค่ายไหน มันก็เปลี่ยนอีกเรื่อง แต่บางเชื่อว่าโอกาสนี้จะช่วยให้แบรนด์ญี่ปุ่นสามารถไล่ทันดูคาติที่ตอนนี้กำลังครองความเป็นผู้นำอยู่นั่นเอง หรือไม่ดูคาติก็อาจจะก้าวไปอีกขั้น นอกจากนี้เจ้าตัวยังกล่าวอีกว่า ดูคาติ..อาจได้เปรียบจากประสบการณ์ในเวที เวิร์ล ซูเปอร์ไบค์ (Worldsbk) ซึ่งอาจช่วยให้พวกเขาปรับตัวได้เร็วขึ้น แต่มันก็ไม่เสมอไป และตนหวังว่าแผนจะมีแผนการทดสอบอย่างน้อยในปี 2026 เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับยางใหม่และดูผลลัพธ์ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร โดย Pirelli จะเข้ามาเป็นซัพพลายเออร์หลักในการจัดหายางแข่งขันในรุ่น MotoGP ตั้งแต่ ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป รวมถึงรุ่นการแข่งขันอื่น ๆ อย่าง Moto2 Moto3 ยังรวมไปถึงการแข่งขันศึกโปรดักท์ชันอย่าง WorldSBK และอื่น ๆ อีกมากมาย การก้าวมาของยางพีเรลลีอาจเป็นกุญแจสำคัญที่อาจทำให้ตัวแข่งสามารถข้ามขีดจำกัดของความเร็ว ก็อาจจะเป็นอย่างที่โอลิเวร่าพูดมาจริง ๆ ก็ได้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Speed Triple RR Supercharged ปีศาจ 400 แรงม้า พร้อมขาย!!

Speed Triple RR Supercharged ปีศาจ 400 แรงม้า พร้อมขาย!! มีใครให้บ้ากว่านี้ไหม ? กับโปรเจ็กต์สุดเพี้ยนของมอเตอร์ไซค์คัสตอมที่ปกติรถทุกรุ่นมันจะต้องออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่พอดีในพิกัดอยู่แล้ว แต่การมาของเจ้า Speed Triple RR Supercharged พร้อมเทคโนโลยีซูเปอร์ชาร์จ 400 แรงม้าในครั้งนี้ อาจทำให้สาวกมอเตอร์ไซค์หลายคนเกิดการตั้งคำถามว่า “เอ็งจะผลิตมาเพื่ออะไร” ซึ่งมันไม่ควรจะมีเลยด้วยซ้ำ ด้วยไอเดียที่อยากจะสร้างรถมอเตอร์ไซค์ให้มีสมรรถนะแบบไร้ขีดจำกัด ของสำนักแต่งชื่อดังจากอังกฤษอย่าง Thornton Hundred Motorcycle ได้เผยไว้ว่า “อยากมีรถมอเตอร์ไซค์ที่สามารถวิ่งได้เร็วกว่าเครื่องบิน อารมณ์ความเร็วระดับที่นักบินยังต้องกลัว” จึงเป็นที่มาของเจ้าปีศาจสัญชาติอังกฤษ ซึ่งเดิม ๆ มันก็แรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กับเครื่องยนต์ 3 สูบเรียง 1,160 ซีซี มีมีกำลัง 177 แรงม้า แต่นี่นำกลับมาโมดิฟายใหม่ยัดม้าเพิ่มเป็น 400 ตัว โอ้ว..แม่เจ้า จากส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ทางสำนักได้ออกแบบพร้อมติดตั้งมาไว้ในรุ่นนี้ ประกอบไปด้วย ซูเปอร์ชาร์จ Rotrex C30, สวิงอาร์มอลูมิเนียม Billet CNC ชิ้นใหม่ยาวกว่าเดิม 180 มม. ถังเมทานอล 5 ลิตร ซึ่งส่วนแค่นั้นยังไม่พอต่อด้วยส่วนประกอบด้านนอกอย่าง ชุดแฟริ่งคาร์บอนไล่เบารอบคัน ปีกวิงก์เล็ตแบบแอคทีฟและล้อคาร์บอนน้ำหนักเบาพิเศษติดตั้งมาให้ไว้ในรุ่นนี้ ถึงแม้จะมีความป่าเถื่อนสุด ๆ แต่ทว่าโปรโตไทป์รุ่นนี้ มันสามารถขี่บนท้องถนนได้แถมไม่ผิดกฎหมาย ถ้าขับขี่แบบทั่วไปความเร็วไม่เกินกฎหมายกำหนดไว้อ่านะ แต่ถ้าบิดเร็ว ๆ ก็ย่อมทำได้ (ที่ไหนซักที่แหล่ะ) แต่ไม่รับประกันนะว่าความเร็วในระดับนี้คอจะหักมั้ย ? รวมถึงมันจะมีใครบ้าที่อยากได้มอเตอร์ไซค์เหล่านี้กันหล่ะ…ถ้าไม่นับ Guy Martin ที่ชื่นชอบการพิชิตสถิติระดับโลก ก็คงจะเป็นสายฮาร์ดคอที่คลั่งไคล้ในความเร็วเป็นพิเศษแน่ ๆ พร้อมกับข่าวดีว่าทางสำนักแต่งนั้นสามารถเนรมิตพร้อมขายในราคา 55,000 ปอนด์ หรือเกือบราว ๆ 2.4 ล้านบาท ถ้าหากถามว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่ ก็ลองคิดเอา รถมอเตอร์ไซค์ 400 ซูเปอร์ชาร์จแรงม้า ผ่านการปรับจูนด้วยระบบวิศวกรรมขั้นสูง พร้อมของแต่งหายาก ยังรวมไปถึงสามารถเอาไปขิงทางตรงกับใครก็ได้ถ้าใจคุณหนักแน่นพอ และด้วยเหตุผลดังกล่าวคาดว่าน่าจะมีคนที่สนใจอยู่ไม่น้อย กับความบ้าบอ แปลกใหม่ เพราะมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับตรรกะ แต่มันเกี่ยวกับ..แพทชัน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ai Ogura พร้อมเผชิญ ความท้าทายครั้งใหม่ ใน ArgentinaGP 2025

Ai Ogura พร้อมเผชิญ ความท้าทายครั้งใหม่ ใน ArgentinaGP 2025 หลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยการจบอันดับที่ 5 ของการแข่งขัน ThaiGP ในสนามแรก เป็นแค่รองหัวแถวอย่างสองพี่น้องมาร์เกซ เปกโก้ บัญญาญ่า และฟรานโก้ มอร์บิเดลลี เท่านั้น สำหรับว่าที่รุกกี้ออฟเดอะเยียร์จากแดนปลาดิบอย่างไอ โอกุระ ได้ออกมาเผยว่า Ai Ogura พร้อมเผชิญ สำหรับสนามแข่งขันใน Argentine Grand Prix ที่ประเทศอาเจนติน่านั้น เป็นสนามที่ตน ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่ก็อยากลองพิสูจน์ฝีมือและมั่นใจว่าจะสามารถทำอันดับได้ดีในสุดสัปดาห์นี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่น่าจับตามอง หลังคว้าแชมป์โลก Moto2 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับการเดบิวต์ในรายการระดับใหญ่ให้กับทีมอิสระอย่าง TrackHouse Racing ภายใต้ตัวแข่งจากค่ายสามตาอิตาลี Aprilia RS-GP โดย ไอ โอกุระ สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในการแข่งขันโมโตจีพีสนามแรก ที่จ.บุรีรัมย์ ด้วยการจบอันดับ 4 รอบสปรินเรซ และอันดับที่ 5 ในรอบแข่งขัน ซึ่งสามารถนำ 1 อันดับจากทีมโรงงานร่วมค่ายอย่าง มาร์โก เบซเซคกี ไปได้ในสนามแรก @trackhousemotogp Feels like déjá vu… Ai, you’re a wizard 🪄 #ThaiGP #AO79 ♬ original sound – Trackhouse MotoGP สำหรับในสนามแห่งนี้ก็ถือว่าค่อนข้างกดดันสำหรับเจ้าตัว หลังทำผลงานดีสุดในหมู่ตัวแข่งสามตา (ไม่นับมาร์ติน มาร์ตินเจ็บอยู่) ซึ่ง โอกุระนั้นเคยคว้าโพเดี้ยมในสนามนี้มาแล้วสำหรับรุ่น Moto2 เมื่อฤดูกาล 2022 ที่ผ่านมา แล้วก็เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เจ้าตัวสามารถทำได้ บวกกับไม่มีรอบซ้อมก่อนแข่งขันเหมือนที่สนามบุรีรัมย์ (Winter Test) อาจทำให้ทำงานลำบากมากยิ่งขึ้น “ผมแฮปปี้กับผลงานที่ไทยนะแต่สำหรับสนาม Termas de Rio Hondo แห่งนี้ นี่ไม่ใช่สนามที่ผมชอบมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามในฐานรุกกี้ผมพร้อมเผชิญทุกอย่าง” “เราจะดูผลงานการซ้อมครั้งนี้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ดี เป้าหมายของผมก็คงเหมือนเดิมคือทำให้ดีที่สุดในทุกครั้งที่ลงสนาม” โดยการแข่งขัน Argentina Grand Prix จะกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสามารถติดตามชมกันได้ แต่ก็อาจจะดึกไปหน่อยสำหรับบ้านเรา (แข่งตี 1) เอาหล่ะ..ใครใจสู้ก็ได้ดูแน่นอน แต่แอดคงนอนแน่ ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW 1300 Boxer 2025 เล็งปล่อยเพิ่ม 3 รุ่น ในปีหน้า

BMW 1300 Boxer 2025 เล็งปล่อยเพิ่ม 3 รุ่น ในปีหน้า  หลังจากประสบความสำเร็จกับการเปิดตัวเจ้าราชันแอดเวนเจอร์ทัวริ่งอย่าง BMW R1300 GS ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ทางค่ายใบพัดสีฟ้าก็พร้อมที่จะส่งมอบสมรรถนะของ BMW 1300 Boxer 2025 อันเร้าใจของเครื่องยนต์บ็อกเซอร์สูบนอน โดยเตรียมบรรจุในรุ่นอื่น ๆ เพิ่มเติมพร้อมวางแพลนเปิดตัวในปี 2026  จากข้อมูลแหล่งข่าวจากอย่าง SoyMotero ได้อ้างอิงถึงเอกสารรับรองที่ยื่น EPA โดนระบุว่า BMW เตรียมเปิดตัวโมเดล 3 รุ่นซึ่งประกอบไปด้วยเจ้า R1300 R, R 1300 RS และ R 1300 RT (3 หนุ่มนุ่งบ็อกเซอร์) ภายในปี 2026 โดยทุกรุ่นจะมาพร้อมเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ขนาด 1,300 ซีซี ที่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวและอากาศ  สำหรับโฮโลโมเกรชันหรือการรับรองมาตรฐานของโมเดลดังกล่าวอาจจะเป็นแบบเดียวกันกับรุ่นโฉมก่อน R1300 GS และรุ่น GSA (สเปคเครื่องยนต์ แรงม้า แรงบิด บล็อกเดียวกัน) แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ตัวเลข แรงม้าและแรงบิดต่างกันตามสไตล์คาแรคเตอร์ของแต่รุ่น ซึ่งขณะนี้ข้อมูลต่าง ๆ ยังไม่มีความชัดเจนและแน่นอน คงต้องรอดูวันใกล้ ๆ เปิดตัว หรือมีข่าวหลุดออกมานั่นหล่ะครับ  อย่างไรก็ตาม 3 รุ่นที่คาดว่าจะถูกเปิดตัวมาใหม่ ทางค่ายได้วางสไตล์ คาแรคเตอร์สำหรับการใช้งานไว้ดังนี้  R 1300 R จะเป็นโมเดลโรดสเตอร์ที่เน้นความคล่องตัว เหมาะกับการขับขี่ใช้งานทั่วไป  R 1300 RS จะเน้นความสมดุลระหว่างความสปอร์ตและความสะดวกสบาย  R 1300 RT รุ่นนี้จะถูกปรับให้ดูมีเป็นสปอร์ตทัวเรอร์สำหรับสายทัวริ่งเดินทางไกล  ในข้อมูลยังเผยอีกด้วยว่าทั้ง 3 รุ่นดังกล่าว จะถูกติดตั้งมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติหรือระบบไร้คลัตช์ตัวใหม่จากทางค่าย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่อีกด้วย อย่างไรก็ดีรอชมอีกครั้งแต่คาดว่ามาแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli Podium Cap 2025 หมวกสุดพิเศษ 3 สี 3 สไตล์

Pirelli Podium Cap 2025 หมวกแก๊บพีเรลลีที่มาพร้อมลวดลายแห่งชัยชนะในการแข่งขัน และเฉดสีใหม่ออกแบบใหม่ในราคา 75 ยูโร หรือ 2 พันปลายๆ เท่านั้น

ไทย ต่อสัญญา MotoGP 2027 พร้อมเจรจาแล้ว

ไทย ต่อสัญญา MotoGP 2027 พร้อมเจรจาแล้ว ทนกระแสดราม่าไม่ไหว..!! ล่าสุด ไทย ต่อสัญญา MotoGP 2027 กำลังเตรียมการเจรจาภายใน 1-2 เดือนนี้ แนะดึงเอกชนร่วมลงทุน หลังมีกระแสดราม่าฮือฮามากมายกับการไม่ต่อสัญญาแข่งขันโมโตจีพีในปี 2027 เนื่องด้วยความสงสัยในตัวเลขที่มาข้อมูลและรายได้โดยรวมของการจัดงานแข่งขัน จนนำไปสู่การตั้งคำถามของหน่วยงานภาครัฐ จึงทำให้ยังไม่มีการสรุปข้อมูลที่ชัดเจน  กระทั่งล่าสุดมีข่าวสำหรับการเตรียมเข้าเจรจาการต่อสัญญา MotoGP อีกครั้ง โดยคุณสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า เรื่องตัวเลขมีความชัดเจนว่าภาครัฐให้การสนับสนุนมากขึ้นทุกปี โดยเรื่องของกีฬาแบ่งเป็นสองอย่างคือ 1.กีฬาเพื่อความเป็นเลิศก็คือเด็กและเยาวชนที่เป็นนักกีฬาทีมชาติ 2.กีฬาอาชีพ เช่น มอเตอร์สปอร์ตหรือกีฬาประเภทใดก็แล้วแต่ที่ทำอาชีพ ดังนั้น หากภาครัฐคิดจะช่วยในการตั้งไข่กิจกรรมต่าง ๆ ได้ และร่วมงานกับภาคเอกชน  “เรื่องของโมโตจีพีตลอด 7 ปีที่ผ่านมาที่ประเทศไทยได้จัดการแข่งขัน โดยภาพรวมแล้ว..คนไทยได้ประโยชน์ แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการขณะนี้คือการเจรจากับดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ MotoGP :ซึ่งเขาก็รอให้เราเจรจาและกำลังจะเริ่มในเร็ว ๆ นี้ โดยเรามีความต้องการที่จะต่อสัญญาอีก 5 ปี เหมือนครั้งที่แล้ว และจะมีสิทธิประโยชน์หรือเอื้อประโยชน์ให้กับภาพรวมได้หรือไม่ในฐานะที่ภาครัฐให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ต้องประสานงานกับภาคเอกชนในการลงทุนเพื่อลดภาระของภาครัฐให้เบาลงไป  ทุกอย่างต้องเจรจาทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราเป็นลูกค้าเดิมและทำสัญญากับดอร์น่า สปอร์ต มาโดยตลอด ซึ่งหากเราจะต่อสัญญา ทุกครั้งต้องมีการพูดคุยเพราะหากไม่พูดคุยก็อาจทำให้ประเทศเสียผลประโยชน์ เช่น เรื่องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ การลดค่าลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะจากเดิมที่ขึ้นปีละ 5% ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องผ่านการพูดคุยในช่วงต่อสัญญา และยืนยันว่า การจัดอีเว้นต์แบบนี้ ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศได้อย่างแท้จริง” คุณสรวงศ์ กล่าว หากมีการต่อสัญญาขึ้นจริง แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตอย่างเรา ๆ อาจคงได้เห็นการแข่งขันสองระดับโลก พร้อมตัวแข่งขันในเวอร์ชันใหม่ ยังรวมไปถึงผู้สนับสนุนการแข่งขันหรือสปอนเซอร์รายใหม่ที่เพิ่มขึ้น และคาดว่าอนาคตการแข่งขันในเส้นทางนี้ สามารถสร้างความสนใจและปูเส้นทางสำหรับสายอาชีพในแวดวงมอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะน้อง ๆ เยาวชนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างแน่นอน ยังไงก็ต้องรอลุ้น จัดเถ๊อะ..!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

White Motorcycle จับมือ Pininfarina พัฒนารถจักรยานยนต์ไฮบริด

White Motorcycle จับมือ Pininfarina พัฒนารถจักรยานยนต์ไฮบริด White Motorcycle แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษที่มีความเชี่ยวชาญในด้านของการพัฒนามอเตอร์ไซค์ประสิทธิภาพสูง และการออกแบบดีไซน์ล้ำ ๆ พร้อมจับมือกับแบรนด์ Pininfarina (อ่านว่าพินินฟารินา) สำนักออกแบบยานยนต์สัญชาติอิตาลีที่มีอายุแบรนด์กว่า 95 ปี ซึ่งในครั้งนี้ทั้งสองค่ายจับมือกันรวบรวมเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ที่ล้ำหน้าของ WMC เข้ากับความเชี่ยวชาญระดับโลกของ Pininfarina ในด้านการออกแบบยานยนต์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะและประสิทธิภาพของรถจักรยานยนต์สองล้อ ซึ่งการจับมือถามว่าทำไมต้องเป็นค่ายยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลีแบรนด์นี้ ก็เพราะ Pininfarina สำนักแต่งยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลีที่มีผลงานการออกแบบดีไซน์ และตกแต่งรถยนต์หรูหลากหลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์รารี่ มาเซราติ คาดิแอค หรือแม้แต่จากัวร์ สำนักแต่งนี้ก็จัดการออกแบบดีไซน์มาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Robert White ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ White ต้องการให้สำนักแต่งค่ายนี้มาร่วมในการพัฒนาแนวคิดด้านอากาศพลศาสตร์ เพราะความเชียวชาญที่พินินฟารินามี อาจพลิกโฉมการออกแบบรถจักรยานยนต์อย่างสิ้นเชิง ด้วยการนำอากาศพลศาสตร์มาเป็นหัวใจสำคัญ การขับเคลื่อนสองล้อในอนาคตจะไปกับลมได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการจับมือกันของทั้งสองค่าย CEO ของทาง WMC ก็เผยว่ารู้สึกยินดี และต้องการผลิตรถจักรยานยนต์ที่มีการยกระดับในส่วนของการออกแบบดีไซน์ อย่างน้อยตอนนี้ก็สำเร็จในด้านของการออกแบบแล้ว “เป็นความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Pininfarina ในการสร้างสรรค์แนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการนำท่ออากาศที่จดสิทธิบัตรของเรามาผสานเข้ากับการออกแบบมอเตอร์ไซค์ใหม่ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดขนาดกะทัดรัดแบบอัดอากาศ ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นพิเศษที่เราสามารถทำให้ท่ออากาศนี้กลายเป็นทั้งโครงสร้างสำคัญและองค์ประกอบด้านสไตล์ในการออกแบบมอเตอร์ไซค์ทั้งแบบมีแฟริ่งและแบบเน็กเก็ดได้สำเร็จ” “แนวคิดของท่ออากาศนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ว่าจะใช้แหล่งพลังงานแบบใดก็ตาม แต่ความร่วมมือในครั้งนี้ได้ยกระดับแนวคิดไปอีกขั้น โดยแสดงให้เห็นว่าท่ออากาศสามารถช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ได้จริง ในขณะเดียวกันก็สามารถเป็นองค์ประกอบด้านความสวยงามสำหรับมอเตอร์ไซค์ในอนาคตได้อีกด้วย” ตอนนี้ยังเป็นแค่เพียงคอนเซปต์เท่านั้น ยังไม่มีการผลิตในส่วนของชิ้นงานจริงออกมา ส่วนของจริงผลิตออกมาแล้วจะเป็นอย่างไรนั้น ก็คงต้องติดตามกันต่อไปสำหรับการพัฒนารถจักรยานยนต์ที่ล้ำสมัยในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นการออกแบบล้ำ ๆ ของยานพาหนะสองล้อวิ่งอยู่เต็มท้องถนน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki GSX-R 850R 2025 สปอร์ตคนบ้าโฉมใหม่ กำลังจะมา?

Suzuki GSX-R 850R 2025 สปอร์ตคนบ้าโฉมใหม่ กำลังจะมา? หลังจากมีข่าวแว่ว ๆ ว่าทางค่ายคนบ้ากำลังให้ความสนใจในการคัมแบคลงสู่สังเวียนโมโตจีพีอีกครั้งในฤดูกาล 2027 ซึ่งเราได้เขียนไว้ในบทความนี้  ซึ่ง..หนึ่งประเด็นในนั้นที่ใคร ๆ ต่างให้ความสนใจก็คือ ตัวแข่งสายพันธุ์คนบ้าที่จะใช้แข่งขันมันจะเป็นรุ่นอะไร ซึ่ง ซึ่งข่าวการคัมแบ็คของซูซูกิ มั๊นน..ก็มาพร้อมกับข่าวที่ว่าทางค่ายนั้นกำลังจะเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่อย่าง Suzuki GSX-R 850R 2025 แบบพอดิบ..พอดี ด้วยบทสัมภาษณ์ครั้งล่าสุดของคุณ Toshihiro Suzuki ประธานของซูซูกิได้เปรยข้อมูลสำคัญสำหรับ GSX-R จะกลับมา ซึ่งไม่ใช่เอารุ่นเดิมมาทำใหม่ แต่เป็นเวอร์ชันพัฒนาใหม่ทั้งหมดมาพร้อมกับความพิเศษเพิ่มมากขึ้น หากใครที่ติดตามข่าวสารจากงาน Eicma ที่ผ่านมาก็คงจะทราบข่าวกันใช่มั้ยหล่ะครับ โดยข้อมูลเพิ่มเติมจากทางแบรนด์คงไม่ได้เอ่ยมาทั้งหมด แต่ก็มีหลุดมาคร่าว ๆ มาบ้าง โดยสปอร์ตไบค์รุ่นดังกล่าวจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์พิกัด 850 ซีซี ที่ออกแบบมาให้ความสมดุลทั้ง พละกำลัง ความเสถียรและการควบคุม และข้อมูลสุดท้ายที่เผยออกมาก็คือรถรุ่นนี้มีแนวโน้มว่าจะถูกใช้ทั้งในสนามแข่งและท้องถนน  โดยการพัฒนาโมเดลรุ่นดังกล่าว จะไม่ได้เป็นเพียงแค่การตอบสนองต่อกฎใหม่ในการแข่งขันโมโตจีพีเท่านั้น แต่ยังเป็นการกลับมาทวงบัลลังก์ในตลาดซูเปอร์สปอร์ตอีกครั้ง ซึ่งจากการคาดการณ์ โมเดลดังกล่าวจะเผยโฉมครั้งแรกภายในงาน Eicma 2025 ปลายปีนี้ หากมาจริงคงเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ไวรอลอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin ผ่าตัดผ่านฉลุย รอกำหนดคืนสนาม

Jorge Martin ผ่าตัดผ่านฉลุย รอกำหนดคืนสนาม Jorge Martin เจ้าของแชมป์โลกสมัยล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาเผยถึงการรักษาอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวว่าการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุถึงสองครั้งในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน  อย่างที่ทราบกันดีว่า ‘มาร์ติเนเตอร์’ เกิดอุบัติเหตุใหญ่ในการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในช่วงรอบการซ้อมเซปัง เทสต์ ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับเจ้าตัวในครั้งนั้นได้แก่ กระดูกเรเดียสบริเวณข้อมือซ้ายไปยังศอกแตกหลายจุด และกระดูกส้นเท้าแตกข้างเดียวกัน ทำให้เขาพลาดการซ้อมทั้งที่เซปัง และบุรีรัมย์ เทสต์ จนกระทั่งใกล้เปิดฉากการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล 2025 นักบิดเจ้าของหมายเลข 89 รายนี้ก็ประสบอุบัติเหตุอีกครั้งในระหว่างการฝึกซ้อมที่ประเทศสเปนส่งผลให้กระดูกเท้าซ้ายหัก และกระดูกมือซ้ายหักสามตำแหน่ง ซึ่งการรักษาก็เป็นไปได้ด้วยดี และตอนนี้เขาก็อยู่ระหว่างพักฟื้นตัว โดยในงานเปิดตัวโมเดลใหม่จากค่าย Aprilia อย่าง Aprilia Tuono 457 ที่ Milan Motoplex Centre ซึ่งนอกจากจะมาพบปะแฟน ๆ และแจกลายเซ็นต์แล้วนั้น เจ้าตัวยังออกมาเผยว่าอดใจไม่ไหวแล้ว ที่จะได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง  “ตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว ผมขอบคุณสำหรับทุก ๆ กำลังใจ ผมรอไม่ไหวแล้วที่จะได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง” “ผมกำลังทำงานอย่างหนัก มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ผมพยายามจะกลับมาให้เร็วที่สุด เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าผมจะกลับมาเมื่อไหร่ แต่ผมจะพยายามให้เร็วที่สุด ผมหวังว่าจะได้เจอทุกคนเร็ว ๆ นี้” โดยกำหนดการกลับมาแข่งขันในฐานะของนักแข่งทีมโรงงาน Aprilia จะยังไม่มีกำหนดออกมา ซึ่งการแข่งขันสนามที่สองของฤดูกาล Termas de Río Hondo ประเทศอาร์เจนตินาในช่วงวันที่ 14-16 มีนาคมนี้มาร์ตินจะคงพลาดการแข่งขันเป็นที่แน่นอนแล้ว ในส่วนของสนามที่ 3 ของฤดูกาลนั้นก็ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามว่าเจ้าตัวจะพร้อมแล้วหรือไม่ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki MotoGP 2027 หรือคนบ้าจะคัมแบ็ค ? 

Suzuki MotoGP 2027 หรือคนบ้าจะคัมแบ็ค ?  Suzuki MotoGP 2027 คนบ้าเตรียมคัมแบ็ค..จริงหรือไม่? คำตอบอาจยังไม่แน่ชัด แต่จากข้อมูลของสื่อสำนักต่างประเทศที่กำลังให้ความสนใจในประเด็นการกลับมา “ครั้งใหม่” ของค่ายคนบ้าที่จะหวนคืนสู่วงการเรซซิ่งระดับโลกอีกครั้งในฤดูกาล 2027  จากการถอนตัวออกจากการแข่งขันในปี 2022 ทั้ง ๆ ที่กำลังอยู่บนจุดสูงสุดด้วยตำแหน่งแชมป์โลกของ Joan Mir และชัยชนะของ Alex Rins คู่หูที่กำลังร้อนแรงในช่วงนั้น แต่กลับต้องถูกดับฝันไปอย่างน่าเสียดาย และแบรนด์นี้เองก็ได้เงียบหายจากวงการโมโตจีพีตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา  สัญญาณคัมแบ็คอีกครั้งของค่ายคนบ้า หรือ Suzuki จะกลับมา? จากรายงานอื่น ๆ ของแหล่งข่าวได้อ้างอิงไว้ว่า ทางซูซูกิพร้อมลงทุนในวงการมอเตอร์สปอร์ตอีกครั้ง โดยประเดิมเริ่มจากรายการ Suzuka 8 Hours ในปี 2024 ที่ผ่านมา การแข่งขัน BSB (Bennetts British Superbike), รายการ Daytona 200 เปิดตัวทีมแข่งใหม่ในทางฝั่งซูเปอร์ครอส ซึ่งอาจจะเป็นก้าวสำคัญของการกลับมาในโมโตจีพีอีกครั้งก็เป็นไปได้ กฎใหม่ในโมโตจีพีในปี 2027 อาจเป็นกุญแจสำคัญ การเปลี่ยนแปลงกฎแข่งขันในปี 2027 อาจเป็นกุญแจสำคัญและเป็นโอกาสทองของซูซูกิที่จะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการลดสเปคซีซีและขนาดของเครื่องยนต์ การปรับเชื้อเพลิงครั้งใหม่เพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการเปลี่ยนซัพพลายเออร์ที่จะมียาง Pirelli เข้ามาสนับสนุนการแข่งขันเพียงรายเดียวเป็นต้นไป โดยแหล่งข่าวยังบอกอีกด้วยว่าตัวแข่งอย่าง GSX-R จะถูกพัฒนาให้เข้ากับกฎใหม่ของการแข่งขัน แม้ว่ายังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม  อย่างไรก็ตามหนึ่งในคำประกาศในแผนเป้าหมายการดำเนินงานของผู้บริหารคนใหม่อย่าง โอชิฮิโระ ซูซูกิ ได้กล่าวไว้ว่า ทางค่ายนั้นพร้อมที่จะหวนคืนสู่สังเวียนอีกครั้ง และมุ่งมั่นเพื่อชัยชนะ ก็อาจเป็นนัยยะสำคัญของการกลับมาในครั้งนี้ก็เป็นไปได้  อย่างที่ทราบกันสำหรับค่ายซูซูกิก็นับเป็นอีกหนึ่งทัพใหญ่ที่มีสาวกแฟน ๆ มากมายทั่วโลกไม่แพ้ค่ายญี่ปุ่นเจ้าอื่นทีเดียว แถมยังสร้างตำนานในการคว้าชัยชนะรวมถึงแชมป์โลกมาแล้วมากมาย กับนักบิดระดับตำนานทั้ง Barry Sheene, Marco Lucchinelli, Kevin Schwantz, Kenny Roberts หรือแม้กระทั่งนักบิดในยุคปัจจุบันที่เคยร่วมงานกับซูซูกิ และยังคงโลดแล่นในการแข่งขันไม่ว่าจะเป็น Joan Mir, Alex Rins, Maverick Viñales , Aleix Espargaró และ Andrea Iannone หากกลับมาจริง ๆ คงคาดการณ์ได้ว่าสาวกแฟน ๆ คงให้การต้อนรับอย่างล้นหลามทีเดียว ตำนานบทใหม่จะถือกำเนิดอีกครั้งหรือไม่นะ…มาลุ้นกัน!! อ้างอิงข่าวสารจาก Paddock GP.com อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Honda CBR250RR เปิดสีใหม่ วางจำหน่ายเฉพาะญี่ปุ่น

2025 Honda CBR250RR เปิดสีใหม่ วางจำหน่ายเฉพาะญี่ปุ่น 2025 Honda CBR250RR สปอร์ตเรซซิ่งโฉมใหม่ล่าสุดจากค่ายฮอนด้า ที่ยังคงการออกแบบดีไซน์โฉมเดียวกับปี 2024 แต่จะแตกต่างกันตรงที่โฉมใหม่ปี 2025 นี้มาพร้อมกับกราฟิกสีสันใหม่ และขุมพลังเครื่องยนต์ที่พร้อมมอบประสบการณ์ขับขี่อันแสนเร้าใจในทุกการเดินทาง การออกแบบดีไซน์ ดีไซน์ของโฉมโมเดล 2025 นี้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วยจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถที่ขยับไปด้านหน้า ตำแหน่งของไฟส่องสว่างยังคงความเป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกเฉียบคม และมีความล้ำสมัย พื้นผิวตัวถังถูกออกแบบมาโดยเน้นพื้นผิวที่มีความเรียบ และในด้านของฟังก์ชันเทคโนโลยีด้านอากาศพลศาสตร์ เช่น แฟริ่งกลางที่มีครีบตรงช่องระบายอากาศ และแฟริ่งเบาะที่มีช่องดักอากาศ ช่วยลดแรงต้านลมขณะขับขี่ และมอบการป้องกันลมในดักอากาศ ช่วยลดแรงต้านลมขณะขับขี่ โดยไฮไลท์เด่นของโฉมปี 2025 นี้คือสี Honda Glare White หรือสีขาวมุก ซึ่งเป็นโทนสีที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก CBR250RR ที่เปิดตัวในปี 1994 สะท้อนถึงความเร้าใจ พร้อมกระตุ้นจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ต สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สองสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 249 ซีซี ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ แรงม้า (เคลม) 41 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 25 นิวตันเมตรที่ 10,750 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ / ช่วงชัก 62 x 41.3 มม. อัตราส่วนการอัด 12.5 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ระบบกันสะเทือนด้านหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนด้านหลัง โช้คอัพเดี่ยวทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ยางหน้า 110/70-R17 M/C ยางหลัง 140/70-R17 M/C ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Nissin ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Nissin กว้าง x ยาว x สูง 725 x 2,065 x 1,110 มม. ระยะฐานล้อ 1,390 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 148 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 168 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน N/A ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ Comfort, Sport และ Sport+ ระบบป้องกันการลื่นไถล Honda HSTC ระบบเบรก ABS Quick Shifter  ระบบ Assist & Slipper มาให้จากโรงงาน ระบบไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ (Emergency Stop Signal)   สีสันที่วางจำหน่าย Honda GrandPrix Red Honda Glare White Honda Matte Bullet Silver   และในส่วนของราคาวางจำหน่ายจะแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับสีสัน สี Matte Bullet Silver วางจำหน่ายที่ราคา 902,000 เยน หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 205,800 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และในรุ่นสี Glare White และ GrandPrix Red วางจำหน่ายที่ราคา 940,500 เยน หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 214,600 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  หากตั้งข้อสงสัยว่าจะเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยหรือไม่นั้น มีความเป็นไปได้สูงที่แฟน ๆ

Showa Nissin Fork ช่วงล่างตัวใหม่ แต่นี่คือฝันร้ายของช่าง!! 

Showa Nissin Fork ช่วงล่างตัวใหม่ แต่นี่คือฝันร้ายของช่าง!!  นื่คือฝันร้ายของช่างชัด ๆ !! ถ้าหากจะต้องเซอร์วิสเปลี่ยนผ้าเบรกซึ่งปกติใช้เวลาไม่เกินครึ่งชม. แต่นี่อาจจะต้องใช้เวลาถึงครึ่งวันเพื่อถอดชิ้นส่วนออกมาแทบทั้งดุ้น มันเพราะอะไรหน่ะหรอ? ดูเหมือนจะมีนวัตกรรมตัวใหม่ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบช่วงล่างชิ้นใหม่ที่เปิดตัวไปช่วงเดือนมกราคมอย่าง Showa และ Nissin ที่ได้คิดค้นและผลิตระบบโช้คและระบบเบรกเข้าด้วยกันเป็น “ชิ้นเดียว” อย่าง Showa Nissin Fork ที่ดูเหมือนจะมาจากฝันของวิศวกรหลายๆ คนและอาจกลายเป็นฝันร้ายของช่างไม่น้อยทีเดียว ภาพที่เห็นมันก็ดูสวยงามนะ..แล้วก็ดูเหมือนว่ามันยังไม่มีชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการ แต่ลักษณะการออกแบบที่โดดเด่นเป็นพิเศษก็คือ การผสมผสานเทคโนโลยีของระบบช่วงล่างเข้าด้วยกัน โช้คอัพกับคาลิเปอร์เบรกถูกเชื่อมต่อ กลึงให้เป็นวัสดุชิ้นเดียวกัน ซึ่งจุดเด่นที่เคลมไว้ก็คือ แข็งแรงมากขึ้น ระบายความร้อนได้ดีขึ้นและน้ำหนักเบาลงมากถึง 200 กรัม เมื่อเทียบกับคาลิเปอร์แบบทั่วไป จริง ๆ แล้ว มันอาจจะไม่ได้ดีขนาดนั้น ปั้มเอ็กซ์เซลเม้าท์ ปั้มเรเดียลเม้าท์ แข็งแรงขึ้น เบาขึ้น ระบายความร้อนได้ดีขึ้นก็จริง แต่มันก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น เพราะโดยปกติแล้วมอเตอร์ไซค์ทั่วไปจะใช้คาลิเปอร์ 2 ชนิดก็คือ เอ็กซ์เซลเม้าท์และเรเดียลเม้าท์ ถ้าหากรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปเอ็กซ์เซลเม้าท์จะใช้งานได้ง่ายกว่า ส่วนเรเดียลเม้าท์จะเหมาะกับรถบิ๊กไบค์ซีซีสูง ๆ โดยทั้งสองจะเป็นระบบแบบโมดูลาร์ (ประกอบ) ซึ่งสามารถเซอร์วิสได้ง่ายโดยไม่ต้องรื้อโช้คทั้งชุด โดยการมาของเทคโนโลยีระบบช่วงล่างชุดใหม่ อาจจะเป็นผลดีสำหรับคนที่ชื่นชอบสายแต่ง ก็เพราะมันใหม่ไง..ของมันต้องมีอะไรประมาณนี้ แต่ลองจินตนาการดูว่า ถ้ารถของคุณผ้าเบรกเริ่มหมดแล้วต้องไปเปลี่ยน จากงานเปลี่ยนที่ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที แต่นี้อาจจะต้องกินเวลาถึงครึ่งวัน ช่างจะต้องรื้อทุกอย่างเพื่อเพื่อที่จะเปลี่ยนผ้าเบรก แถมถ้าหาคาลิเปอร์เกิดมีปัญหาก็อาจจะต้องเปลี่ยนขาโช้คทั้งชุด แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายคงบานตะทัย แล้วยิ่งเจอช่างใจดีๆ ในเคสแบบนี้ เขาอาจจะแจกกล้วยให้กินเป็นไปได้ ออกแบบได้..เกินเบอร์มาก การออกแบบนี้เกินเบอร์มาก ซึ่งเหมือนกับการต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ทั้งคันเพราะแค่กรองน้ำมันอุดตัน และสำหรับคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์สายทัวริ่ง ท่องเที่ยว การออกแบบนี้ม่เพียงแต่ไม่สะดวก แต่มันดูไร้สาระไปเลย อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติต่าง ๆ ของระบบช่วงล่างรุ่นนี้ยังคงมีประโยชน์ในเรื่องของการแข่งขันในสนาม แต่ถ้าหากนำมาใช้งานจริงบนท้องถนนทั่วไป มันดูสวยงามก็จริงแต่ขอบายดีกว่าครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Honda BigBike เซอร์ไพรส์เปิดโมเดล 750 Series !?

2025 Honda BigBike เซอร์ไพรส์เปิดโมเดล 750 Series !? 2025 Honda BigBike แคมเปญจากทางไทยฮอนด้า ซึ่งเมื่อวันที่อังคารที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ทางเฟซบุ๊ก แฟนเพจของ Honda Bigbike ได้โพสต์ภาพถึงการเปิดตัวในรุ่นของ ‘750 Series’ ที่จะทำการเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ในประเทศไทย ซึ่งจากโพสต์ดังกล่าวก็ทำให้หลายคนต่างออกมาทำนายกันว่า ‘แล้ว 750 ที่ว่ามันจะเป็นโมเดลอะไรกัน ?’ ซึ่งในบทความนี้ก็จะ ‘ยกตัวอย่าง’ โมเดลที่คาดว่าจะมีความเป็นไปได้ในการเปิดตัวหนนี้ว่าจะมีโมเดลไหนบ้าง อาจจะมีความเป็นไปได้ทั้งรถสปอร์ต และโมเดลสกู๊ตเตอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แล้วมันจะเป็นโมเดลไหนได้บ้างล่ะ ? โดยจะขอเริ่มที่เครื่องยนต์ในกลุ่มที่ใช้เกียร์แบบ Dual Clutch Transmission (DCT) ก่อน ซึ่งเจ้าเกียร์ที่ว่านี้หากเป็นรถคลาส 750 Series จะอยู่ในโมเดลของ Honda Forza 750, Honda X-ADV750 และ Honda NC750X โดยมีรายละเอียดเครื่องยนต์ดังนี้  มาพร้อมเครื่องยนต์สองสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 745 ซีซี พละกำลัง 57.7 แรงม้าที่ 6,750 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ Dual Clutch Transmission (DCT) ส่งกำลังสุดท้ายไปยังล้อหลังด้วยระบบโซ่ พร้อมจ่ายน้ำมันระบบหัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FI ลิขสิทธิ์เฉพาะจากทางฮอนด้า Honda Forza 750 เมื่อพูดถึงรถจักรยานยนต์ของค่ายฮอนด้า ในซีรีย์ 750 ซีซี ชื่อที่โผล่มาเป็นอันดับแรก ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นพรีเมียมสกู๊ตเตอร์คันนี้ ที่จ่อเปิดตัวในไทยมาอย่างนานแสนนาน โฉบไปโฉบมาจนหลายคนอาจจะคิดว่า ไม่น่าจะทำตลาดในประเทศไทยแล้วสำหรับโมเดลนี้  ซึ่งรุ่นน้องของตระกูลนี้อย่าง Honda Forza 350 ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยก็เรียกได้ว่าขายดีอย่างเทน้ำเทท่า ทุกคน ทุกช่วงวัย และในหลาย ๆ บ้านก็เลือกซื้อเจ้าฟอร์ซ่าคันนี้ไปเป็นรถประจำบ้าน ด้วยเอกลักษณ์ที่ใต้เบาะความจุเยอะ ดีไซน์ล้ำสมัย อีกทั้งยังมาพร้อมเครื่องยนต์ที่ไปได้ในทุกเส้นทาง จึงมีความเป็นไปได้เมื่อจะเปิดตัว 750 ซีรีย์ ก็อาจจะนำโมเดลนี้เข้ามาทำตลาด อ่านรายละเอียดสเปคของตัวรถแบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่ (คลิ๊ก) Honda XADV750 อีกหนึ่งโมเดลที่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้กับโมเดล XADV750 เพราะโมเดลนี้มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งก็เป็นโมเดลที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ก็ที่จะปรับโฉมที่สองในปี 2021 และโฉมที่ 3 ในปี 2024 ซึ่งการปรับปรุงรอบล่าสุดก็มีการปรับในเรื่องของดีไซน์ และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ซึ่งก็ถือว่า ‘เข้าข่าย’ ที่ถึงเวลาอันสมควรในการปรับโฉมอีกครั้ง ที่ในการเปิดตัวทางฝั่งยุโรปก็มีการปรับในเรื่องของไฟหน้าใหม่ ระบบเกียร์ DCT ที่พัฒนาใหม่ และที่สำคัญยังมาพร้อมหน้าสีแบบ TFT ที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ และที่สำคัญพร้อมลุยทุกเส้นทาง อ่านรายละเอียดสเปคของตัวรถแบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่ (คลิ๊ก) Honda NC750X ถัดมาจากรุ่นสกู๊ตเตอร์ก็เป็นรถจักรยานยนต์แนวสปอร์ตทัวร์ริ่ง ที่โฉมใหม่ที่วางจำหน่ายในต่างประเทศนั้นมีการปรับในเรื่องของหน้าตาใหม่ ไฟหน้าดูมีความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในส่วนของเบรกหน้ายังมาพร้อมกับดิสก์เบรกคู่ มาพร้อมหน้าจอแบบ TFT ขนาด 5 นิ้วที่รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และระบบนำทางแบบ Turn by turn ที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ ซึ่งโฉมที่วางขายอยู่ในประเทศไทยตอนนี้ อ้างอิงจากเว็บไซต์ของ Honda Bigbike ก็เป็นโมเดลที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2022 แล้ว นับนิ้วดี ๆ ก็มีระยะเวลาร่วม ๆ 4 ปีพอดิบพอดี ถึงเวลาสู่การเปลี่ยนแปลงโมเดล  อ่านรายละเอียดสเปคของตัวรถแบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่ (คลิ๊ก) ถัดมากับกลุ่มที่ไม่ใช่รถจักรยานยนต์ที่ใช้เกียร์ DCT กันบ้าง ซึ่งผู้ที่เข้าข่ายในข้อนี้ก็จะมี CB750 Hornet และ XL750 Transalp Honda CB750 Hornet เน็กเก็ตไบค์คันนี้ ก็ตกเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่แฟน ๆ ลุ้นให้มีการเปิดตัวใหม่สำหรับการวางจำหน่ายในประเทศไทย เพราะในประเทศไทยก็เป็นโมเดลที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2023 แล้ว ซึ่งโฉมใหม่ที่เปิดตัว และวางจำหน่ายทางฝั่งยุโรปก็มาพร้อมดีไซน์ไฟหน้าใหม่ เน้นเส้นสายให้มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

ทำไมถึงไม่ใช้บนรถสองล้อ ถึงไม่ใช้ Seamless Gearbox

ทำไมถึงไม่ใช้บนรถสองล้อ ถึงไม่ใช้ Seamless Gearbox Seamless Gearbox หรือระบบเกียร์แบบไร้รอยต่อ สุดยอดเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมในโมโตจีพีและการแข่งขันระดับสูง มีคุณสมบัติเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วและราบรื่น ลดการสูญเสียแรงบิดเครื่องยนต์ อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ในขณะเร่งความเร็ว อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีดังกล่าว “ยังคง” ไม่ถูกนำมาใช้งานในเวอร์ชันบนท้องถนน แล้วเจ้าระบบนี้มันคืออะไร ทำไมถึงไม่ทำโปรดักท์มาขาย เพราะอะไรกันหล่ะ ?  ซีมเลส เกียร์บ็อกซ์ ถูกทดสอบครั้งแรกเมื่อไหร่? จุดเริ่มต้นเจ้าระบบเกียร์แบบไร้รอยต่ออย่างที่เรารู้กัน มันมีมาตั้งนานแล้วหล่ะ..ตั้งแต่สมัยเคซี่ย์ สโตนเนอร์ ทดสอบครั้งแรกกับเจ้า RC212V ในปี 2011 ตามด้วยดูคาติในฤดูกาลเดียวกัน และยามาฮ่าในปี 2013 ที่มิซาโน่ ซึ่งตอนนั้นมันเจ๋งมาก ๆ เจ้าระบบนี้ช่วยพัฒนาและขับเคลื่อนศักยภาพตัวแข่งมาไกลไม่น้อยทีเดียว ซึ่งเจ้าระบบดังกล่าวมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าเกียร์ธรรมดา มีเทคโนโลยีพิเศษที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วขึ้นผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ อาทิ ระบบ Overlapping Gear Engagement : ระบบนี้ช่วยให้เฟืองเกียร์ทำงานซ้อนทับกันในชั่วขณะหนึ่งในระหว่างเปลี่ยนเกียร์ ก่อนที่เกียร์เดิมจะปลดออกไป ซึ่งแตกต่างจากชุดเกียร์ทั่วไปที่ต้องปลดเฟืองเกียร์แผ่นเก่าออกก่อนแล้วจึงเข้าเกียร์ใหม่ ซึ่งมันจะช่วยไม่ให้เครื่องยนต์สูญเสียกำลังในจุดนี้ ไม่ต้องผ่อนคันเร่งเพื่อรอชาร์จรอบใหม่ให้เสียเวลา คุณสมบัติ Sequential Gearbox ปกติ ซิมเลส เกียร์บ็อกซ์ (Overlapping Gear Engagement) การเปลี่ยนเกียร์ ต้องปลดเกียร์เก่าก่อนเข้าเกียร์ใหม่ เกียร์ใหม่ทำงานซ้อนกับเกียร์เก่า Torque Interruption มีช่วงสูญเสียแรงบิด ไม่มี หรือมีน้อยมาก ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์ ช้ากว่า เนื่องจากต้องปลดล็อกเกียร์เดิมก่อน เร็วขึ้น เพราะไม่มีช่วงสูญเสียแรงบิด ความราบรื่น อาจมีแรงกระชากหรือสะดุดเล็กน้อย ไม่มีแรงกระชาก เปลี่ยนเกียร์ได้ต่อเนื่อง กลไก Multi-Dog Engagement : เป็นกลไกสำคัญที่ใช้ในระบบเกียร์ชุดนี้ โดยออกแบบมาให้เกียร์หลายตัวสามารถมีจุดล็อก (Dogs) หลายตำแหน่ง ทำให้สามารถเข้าเกียร์ได้เร็วขึ้นและราบรื่นกว่าระบบเกียร์ทั่วไป คุณสมบัติ Dog Engagement ทั่วไป Multi-Dog Engagement จุดล็อก (Dogs) ต่อเกียร์ 2-3 จุด 5-6 จุด หรือมากกว่า ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์ ช้ากว่า เนื่องจากมีจุดล็อกน้อย เร็วขึ้นเพราะมีหลายตำแหน่งให้จับเฟืองได้ทันที Torque Interruption มีการสะดุดเล็กน้อย แทบไม่มี Torque Interruption ความราบรื่นของเกียร์ อาจมีแรงกระชากขณะเปลี่ยนเกียร์ เปลี่ยนเกียร์ได้ราบรื่นและต่อเนื่องกว่า ระบบ Quick Shift และ Auto-Blipper : ในการแข่งขันโมโตจีพี ระบบซิมเลสมักทำงานร่วมกับ Quickshifter (+) และ Auto-Blipper (-) เพื่อการเชนเกียร์ที่รวดเร็วขึ้นทั้งอัป-ดาวน์ อีกทั้งยังลดแรงกระชากจากการทำงานของเอ็นจิ้นเบรก และช่วยให้รถคงความเสถียรขณะเปลี่ยนเกียร์ เหตุผลที่เจ้าชุดเกียร์ซิมเลส ถึงยังไม่ถูกใช้งานในรถเวอร์ชันถนน ? ต้นทุนผลิตสูง : ซิมเลสเกียร์บ็อกซ์ มีโครงสร้างที่ซับซ้อน ใช้วัสดุเกรดคุณภาพสูงในการผลิตรวมถึงกระบวนการผลิตต้องแม่นยำเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่มาของราคาต้นทุนที่ต้องจ่ายมากกว่าชาวบ้านเขา ความซับซ้อนในการบำรุงรักษา : ซิมเลสเกียร์บ็อกซ์ต้องการการดูแลและการบำรุงรักษาต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลไกภายในที่มีความละเอียดอ่อน เราอาจเห็นภาพง่าย ๆ อย่างการแข่งขันโมโตจีพี ชิ้นส่วนกลไกต่าง ๆ ล้วนได้รับการดูแลจากทีมเทคนิคอย่างใกล้ชิด แต่สำหรับผู้ใช้งานบนท้องถนนทั่วไป การบำรุงรักษาอาจยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ความทนทานและอายุการใช้งาน : ระบบเกียร์ดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในระยะยาว อาจมีอัตราการสึกหรอที่สูงกว่าและซ่อมแซมเปลี่ยนอะไหล่บ่อยกว่า ไม่จำเป็นสำหรับการใช้งานบนถนน : การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีอาจไม่มีผลกระทบมากนัก อีกทั้งบนท้องถนนนั้นมีกฎหมายควบคุมจึงไม่จำเป็นต้องไปขี่ซิ่งให้โดนใบสั่งเลย แต่รถบิ๊กไบค์รุ่นต่าง ๆ ในปัจจุบันนั้นมีเทคโนโลยี ควิกชิฟเตอร์ เข้ามาทดแทน แค่นั้นก็เพียงพอใช้งานแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลหลัก ๆ ว่าทำไมระบบซิมเลส เกียร์บ็อกซ์ จึงไม่ถูกนำมาใช้งานบนท้องถนน มันมีข้อดีเยอะแยะมากมายก็จริง แต่ทว่าในเรื่องของความซับซ้อน การบำรุงรักษา ความคุ้มค่าในการใช้งาน อีกทั้งในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนก็เป็นส่วนสำคัญ นี่จึงเป็นสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เจ้าระบบนี้ไม่เหมาะกับการใช้งานบนถนนทั่วไปนั่นเอง ซึ่งเอาจริง ๆ แค่ควิกชิฟเตอร์ และแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ หรือแม้กระทั่งชุดเกียร์ออโต้ในรถสกูตเตอร์ก็เพียงพอแล้วสำหรับรถใช้งาน…จริงหรือไม่ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Harley-Davidson CVO Road Glide RR แบ๊คเกอร์ตัวจบ ลิมิเต็ด 131 คัน

2025 Harley-Davidson CVO Road Glide RR แบ็กเกอร์ตัวจบ ลิมิเต็ด 131 คัน 2025 Harley-Davidson CVO Road Glide RR รถจักรยานยนต์สไตล์ทัวร์ริ่งของ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ที่มาพร้อมกระเป๋าสัมภาระด้านข้างที่เป็นจุดเด่นของรถประเภทนี้ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่มาพร้อมพละกำลังที่เอาอยู่ในทุกการเดินทาง ด้วยสมรรถนะสูงสุดที่รถคันนี้มอบให้ทำให้รถคันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกน่าสนใจสำหรับการเดินทางไกล โดยโมเดลนี้มีการเพิ่มความพิเศษด้วยการมีจำนวนจำกัดเพียง 131 คันเท่านั้น เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง ขุมพลังเครื่องยนต์คันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ ‘Screamin’ Eagle V-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 131 ลูกบาศ์กนิ้ว ประมาณ 2,146 ซีซีที่สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 153 แรงม้าที่ 5,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 203 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดไฟฟ้า พร้อมถังน้ำมันขนาด 22.7 ลิตร และระบายไอเสียด้วยท่อไทเทเนียมจากแบรนด์ Akrapovic ที่ออกแบบมาเพื่อฮาร์ลีย์โดยเฉพาะ ในด้านของระบบช่วงล่าง ด้านหน้าเป็นโช้คอัพ Öhlins FGR 253 โช้คอัพที่ถูกออกแบบมาเพื่อรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงโดยเฉพาะ สามารถปรับตั้งค่าต่าง ๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ ด้านหลังเป็นโช้คอัพคู่พร้อมซับแทงค์ที่สามารถปรับการตั้งค่าได้ผ่านรีโมท สามารถปรับแต่งได้อย่างเต็มรูปแบบให้เข้ากับสไตล์การขับขี่ได้ โดยได้รับการปรับจูนมาแล้วอย่างแม่นยำโดย Öhlins และ Screamin’ Eagle เพื่อตอบสนองความต้องการของนักขี่ Bagger สายสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ มาพร้อมคาลิเปอร์เบรกสี่ลูกสูบ GP4-RX จาก Brembo ผลิตขึ้นมาด้วยเทคโนโลยี CNC จับคู่กับจานเบรก Brembo T-Drive ขนาด 320 มม. พร้อมมอบพลังการเบรกในระดับเดียวกับ MotoGP ติดตั้งอยู่บนล้ออลูมิเนียมแบบ 7 ก้านรัดด้วยยางขนาด 130/60-B19 M/C และระบบเบรกหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์แบบสี่ลูกสูบจาก Brembo พร้อมจานเบรกขนาด 300 มม. ระบบความปลอดภัยอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับตัวรถ Anti-lock Brake System (ABS) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Electronic Linked Braking (ELB) ระบบกระจายน้ำหนักเบรกไปที่ล้อหน้า และล้อหลังพร้อมกัน Traction Control System (TCS) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Drag-Torque Slip Control System (DSCS) ระบบป้องกันล้อสไลด์ Vehicle Hold Control (VHC) ระบบช่วยให้รถหยุดนิ่งเมื่อจอดบนเนิน หรือทางลาดชัน Tire Pressure Monitoring System (TPMS) ระบบตรวจสอบความดันลมยาง Cornering Enhanced Anti-lock Brake System (C-ABS) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกขณะเข้าโค้ง Cornering Enhanced Electronic Linked Braking (C-ELB) ระบบช่วยกระจายแรงเบรกเมื่ออยู่ในโค้ง Cornering Enhanced Traction Control System (C-TCS) ระบบช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะขณะเข้าโค้ง Cornering Drag-Torque Slip Control System (C-DSCS) ระบบควบคุมการลื่นไถลเมื่อลดความเร็วกระทันหัน   อินโฟเทนเมนต์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ในด้านของอินโฟเทนเมนต์ก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของฮาร์ลีย์เช่นเดิม หน้าจอกลางขนาดเรือนไมล์ขนาด 12.3 นิ้วรันด้วยระบบปฏิบัติการ Skyline OS ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานไม่ต่างกับรถยนต์ รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ผ่านระบบ Apple CarPlay ในแฟริ่งด้านหน้ามามาพร้อมระบบเสียงจาก Rockford Fosgate Stage III ซึ่งมีลำโพงขนาด 6.5 นิ้ว 3 ทิศทาง 2 ตัวที่แฟริ่งด้านหน้า โดยแต่ละตัวจะให้กำลังขับ 250 วัตต์ RMS โดยมีแอมป์ขับขนาด 500 วัตต์ RMS จากทาง Rockford Fosgate เช่นกัน เรียกได้ว่าระบบเสียงกระหึ่ม

Honda Koraidon Project แปลงร่างโปเกม่อน สู่รถต้นแบบ

Honda Koraidon Project แปลงร่างโปเกม่อน สู่รถต้นแบบ จากตัวละครในโลกของเกมสู่นวัตกรรมใหม่กับโมเดลต้นแบบที่สามารถใช้งานได้จริง กับโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่ของการคอลแลปร่วมระหว่างสองค่ายผู้ผลิตอย่าง ฮอนด้า โกลบอล ประเทศญี่ปุ่น และ The Pokémon Company ร่วมกันสรรสร้างผลงานชิ้นใหม่ภายใต้โปรเจ็กต์ Honda Koraidon Project “โคไรดอน” จากโลกแห่งเกม Pokémon Scarlet   สำหรับ ไคโรดอน คือยานพาหนะคู่ใจของผู้เล่นในเกม Pokémon Scarlet ซึ่งเป็นสัตว์ปีกประเภทมังกรที่สามารถพาผู้เล่นเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในโลกของเกมได้ ซึ่งเจ้าตัวนี้นั้นสามารถเคลื่อนไหวได้หลากหลายรูปแบบและพัฒนาตามเลเวลของผู้เล่น ซึ่งประกอบไปด้วย เดิน – วิ่ง – ว่ายน้ำ และบิน โดยความเป็นมาของโครงการดังกล่าวนับเป็นสานต่อโปรเจ็กต์ที่เคยทำไว้เพื่อส่งมอบความฝันแก่น้อง ๆ เยาวชนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “ความทุ่มเทของผู้ใหญ่ทำให้ความฝันของเด็กเป็นจริง” ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดโปรเจ็กต์นี้ขึ้นมา โดยมีแนวคิดที่ว่าฮอนด้าสามารถสร้างโคไรดอนที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง สำหรับโครงการดังกล่าวจะถูกสร้างขึ้นโดยใช้วิศวกรราว ๆ 40คน ที่คัดเลือกพิเศษจากฝ่ายธุรกิจรถจักรยานยนต์และผลิตภัณฑ์ ยังรวมไปถึงฝ่าย Innovative Research Excellence ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจในโปรเจ็กต์นี้  ภายใต้สโลแกน “ความทุ่มเทของฮอนด้า ทำให้ความฝันของเด็กเป็นจริง” ทีมพัฒนาจึงได้นำ ปรัชญาการออกแบบและเทคโนโลยีการจำลองที่ฮอนด้าได้สั่งสมมาใช้ นอกจากนี้ เทคโนโลยีการทรงตัวอัตโนมัติขั้นสูงของ Innovative Research Excellence จะถูกนำมาใช้กับโมเดลนี้ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดความเป็นโคไรดอน จากโลกของเกมให้ออกมาในรูปแบบที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านการขับเคลื่อนของฮอนด้าได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด อย่างไรก็ตามคอนเซ็ปต์ดังกล่าวจะถูกเผยโฉมครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 7 มีนาคมนี้เป็นต้นไป ใครที่เป็นสาวกโปรเกมอนแล้วหล่ะก็ คงได้เห็นโฉมคันจริงในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 QJ Motor SRK800 เน็คเก็ตไซส์กลาง พร้อมทำตลาดในยุโรป

2025 QJ Motor SRK800 เน็คเก็ตไซส์กลาง พร้อมทำตลาดในยุโรป 2025 QJ Motor SRK800 อีกหนึ่งโมเดลใหม่จากค่าย QJ Motor แบรนด์รถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ที่ได้ปล่อยโมเดลรถจักรยานยนต์สไตล์เน็คเก็ตไบค์ออกจำหน่ายอีกครั้งในเฉพาะตลาดประเทศยุโรปมาพร้อมกับใบอนุญาติ A2 เพื่อให้มือใหม่สามารถขับขี่รถในรุ่นนี้ได้อีกด้วย การออกแบบดีไซน์ของตัวรถมาพร้อมเส้นสายที่เฉียบคม และดุดัน สะท้อนถึงความเป็นสปอร์ต ที่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งที่ตัวรถมอบให้ สิ่งน่าสนใจของตัวรถ เครื่องยนต์สี่สูบเรียงพร้อมระบบ Quickshifter คาลิเปอร์เบรก Brembo ทั้งด้านหน้า-หลัง หน้าจอสีแบบ TFT ระบบไฟแบบ LED รอบคัน   สเปค และรายละเอียดของตัวรถ เครื่องยนต์ สี่สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 778 ซีซี ระบบวาล์ว DOHC 16 วาล์ว แรงม้า (เคลม) 95 แรงม้าที่ 10,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 75 นิวตันเมตร ที่ 8,500 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ / ช่วงชัก 67 x 55.2 มม. อัตราส่วนการอัด N/A ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด N/A ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ระบบกันสะเทือนด้านหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับจาก Marzocchi สามารถปรับตั้งค่าได้ ระบบกันสะเทือนด้านล่าง โช้คอัพเดี่ยวจากแบรนด์ Marzocchi ยางหน้า 120/70-17 รัดด้วยยาง Pirelli Angle GT ยางหลัง 180/55-17 รัดด้วยยาง Pirelli Angle GT ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo ขนาด 320 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo ขนาด 260 มม. กว้าง x ยาว x สูง 770 x 2,085 x 1,150 มม. ระยะฐานล้อ 1,450 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 มม. ความสูงเบาะ 815 มม. น้ำหนักรถ 207 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 17.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี ระบบ Traction Control  Cruise Control Quickshifter แบบสองทาง ระบบเบรก ABS หน้าจอสีแบบ TFT โหมดการขับขี่ 2 โหมด ธรรมดา และสปอร์ต   สีสันที่วางจำหน่าย สีแดง   ในส่วนของราคาวางจำหน่ายนั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดการณ์ราคาน่าจะอยู่ช่วงราว ๆ 5,500 – 7,000 ยูโร เพื่อไม่ให้ราคาไปทับกับรุ่นพี่ในค่ายอย่าง QJMotor SRK900 ที่วางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้ และมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 8,999 ยูโร และถ้าสาวกในไทยคาดหวังว่าจะได้ขี่โมเดลนี้ในไทยหรือไม่นั้นก็อาจจะยังก่อน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก