SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ผลสำรวจปี 2569 ชี้ชาวแคนาดา 15% เล็งซื้อรถ EV จีนเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลหั่นภาษีเหลือ 6.1% ทลายกำแพงภาษี 100% เดิมเพื่อเน้นความคุ้มค่า

เจาะลึกตำนาน AE86 ปี 2569 กับข่าวดี Toyota ผลิตฝาสูบ 4A-GE เบิกใหม่ พร้อมอัปเดตราคาตลาดและนวัตกรรม AE86 BEV ที่คนรักรถต้องรู้

Nissan Kait 2026 SUV รุ่นใหม่จากนิสสันที่เพิ่งเปิดตัว มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.6L เกียร์ CVT และระบบความปลอดภัย ADAS แบบจัดเต็ม

Audi สร้างประวัติศาสตร์เปิดตัว Audi R26 รถแข่ง Formula 1 คันแรกอย่างเป็นทางการ เตรียมสู้ศึกฤดูกาล 2026 ด้วยขุมพลัง V6 Hybrid 1,000 แรงม้า พร้อมนักขับ Nico Hülkenberg และ Gabriel Bortoleto

วันที่ 21 มกราคม 2026 จะถูกจารึกว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อ Volvo Cars ยักษ์ใหญ่จากสแกนดิเนเวีย ได้ทำการเปิดตัว Volvo EX60 เอสยูวีไฟฟ้าขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยรถรุ่นนี้ไม่เพียงแต่จะมาแทนที่ XC60 อันเป็นตำนาน
ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน!
ดูใน YouTube

เสาไฟฟ้าปักกลางถนนที่บางเสาธง สมุทรปราการ แซะแรงประเด็นขยายถนนแต่ไม่ย้ายเสาไฟ ใครรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุ? ล่าสุดการไฟฟ้าฯ เข้าจัดการแล้ว

New Honda SCOOPY 2026 เปิดตัวในไทย 9 สีใหม่ 3 สไตล์ เช็กสเปกเครื่องยนต์ eSP ฟีเจอร์ USB Type-C และตารางราคาแนะนำครบทุกรุ่นย่อยที่นี่

Arm Pump คืออะไร ? อุปสรรคของนักกีฬามอเตอร์สปอร์ต Arm Pump หรือภาวะกล้ามเนื้อแขนตึงจากความดันในช่องกล้ามเนื้อ หรือชื่อทางการแพทย์ของภาวะนี้คือ Chronic Exertional Compartment Syndrome (CECS) คือปัญหาที่พบบ่อยในนักกีฬาที่ใช้กำลังแขนต่อเนื่อง เช่น นักแข่งมอเตอร์ไซค์ นักจักรยาน และนักปีนเขา ส่งผลให้เกิดอาการปวด บวม ตึง และสูญเสียแรงบีบมือชั่วคราว อาการนี้อาจกระทบต่อสมรรถนะการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ซึ่งอาการคือการปวดของกล้ามเนื้อปลายแขน ที่เกิดการบวมตึงจากการใช้งานหนักมากจนเกินไป จนทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก และก่อให้เกิดอาการบวม ชา และควบคุมมือได้ยาก สาเหตุของการเกิดอาการ ภาวะอาการของอาร์มปั๊มจะเป็นอาการปวดปลายแขนอย่างมากหลังจากออกแรง และอาการดังกล่าวจะหายไปได้เองจากการพักจากการออกแรงเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยอาการทั่วไปปลายแขนจะรู้สึกแข็งและตึงในช่วงที่มีอาการปวด อาจมีอาการชาบริเวณมือ หรือกล้ามเนื้อปลายแขนซึ่งเกิดอาการเกร็ง อ่อนแรง หรือควบคุมการเคลื่อนไหวได้ไม่ดี ภาวะนี้มักเกิดจากการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และใช้แรงมาก ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อปลายแขนบวมและกดทับเส้นเลือดและเส้นประสาทภายในช่องกล้ามเนื้อ การกดทับนี้ทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลง และนำไปสู่อาการที่สัมพันธ์กับอาร์มปั๊มซึ่งสัมพันธ์กับสาเหตุต่าง ๆ ได้ดังนี้ • กล้ามเนื้อล้า อันเนื่องมาจากการใช้งานกล้ามเนื้อปลายแขนหนักหรือบ่อยเกินไป อาจทำให้เกิดความล้า บวม และเพิ่มความดันภายในช่องกล้ามเนื้อ • ท่าทางหรือเทคนิคที่ไม่เหมาะสม การวางท่าทางของร่างกายไม่ถูกต้องขณะขี่มอเตอร์ไซค์หรือปั่นจักรยาน อาจทำให้กล้ามเนื้อถูกใช้งานผิดรูปแบบและเกิดแรงกดทับ • แรงบีบมากเกินไป การจับสิ่งของแน่นเกินไป เช่น แฮนด์รถ หรือกริปสำหรับปีนผา อาจเร่งให้เกิดกล้ามเนื้อล้าและการกดทับ • ภาวะขาดน้ำ การดื่มน้ำน้อยหรือร่างกายขาดน้ำอาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็งง่าย และทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความดันในช่องกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น Arm Pump ขัั้นตอน และวิธีการรักษา การรักษาอาการอาร์มปั๊มนั้นมีอยู่สองวิธี คือการรักษาโดยวิธีการที่ไม่ต้องผ่าตัด และการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด • การรักษาอาการอาร์มปั๊มโดยไม่ต้องผ่าตัด การพักและการฟื้นตัว: การหยุดพักและให้กล้ามเนื้อได้พักผ่อนสามารถช่วยบรรเทาอาการและป้องกันการบาดเจ็บเพิ่มเติมได้ การยืดกล้ามเนื้อและการออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง การยืดกล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสามารถช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความทนทานของกล้ามเนื้อ ลดความเสี่ยงในการเกิดอาการอาร์มปั๊มได้ เทคนิคและสรีรศาสตร์ที่เหมาะสม การจัดท่าทางร่างกายและการใช้เทคนิคที่ถูกต้องระหว่างการทำกิจกรรมสามารถช่วยลดความตึงเครียดในกล้ามเนื้อแขนได้ การดูแลเรื่องน้ำ และโภชนาการ การรักษาความชุ่มชื้นในร่างกายอย่างเพียงพอและการรับประทานอาหารที่สมดุลสามารถสนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อและป้องกันการเป็นตะคริวได้ การสวมอุปกรณ์บีบรัดกล้ามเนื้อ การสวมปลอกแขนหรือผ้าพันแขนแบบบีบรัดระหว่างการทำกิจกรรมสามารถช่วยลดอาการบวมและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อแขนได้ • การรักษาอาการอาร์มปั๊มโดยวิธีการผ่าตัด อาการอาร์มปั๊มสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเพื่อคลายพังผืด (เยื่อหุ้มเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของกล้ามเนื้อ) โดยทั่วไปจะทำภายใต้การดมยาสลบ ซึ่งการผ่าตัดนี้อาจเป็นการผ่าแยกพังผืดหรือการตัดพังผืดออก ความท้าทายอยู่ที่การวินิจฉัยโรค แต่ผลลัพธ์ของการรักษานั้นถือว่าประสบความสำเร็จในผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ประมาณ 80-90%) วิธีการป้องกัน และหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการ วิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการอาร์มปั๊ม สำหรับนักกีฬา โดยเฉพาะนักแข่งมอเตอร์ไซค์หรือผู้ที่ใช้แขนอย่างต่อเนื่อง จะมีวิธีป้องกันเบื้องต้น ดังนี้ ฝึกกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี ควรมีการฝึกกล้ามเนื้อเพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรง และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อปลายแขน อาจจะเป็นการเวทเทรนนิ่งด้วยน้ำเบา แต่ทำซ้ำหลายครั้งเพื่อเป็นการเพิ่มความทนทานให้กับกล้ามเนื้อ 2. ยืดกล้ามเนื้อก่อน – หลังแข่งขัน ก่อนลงทำการแข่งขัน หรือก่อนลงทำการซ้อมควรมีการยืดกล้ามเนื้อปลายแขน ข้อมือ เพื่อเป็นการช่วยลดแรงตึงในกล้ามเนื้อ และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด 3. รักษาระดับน้ำในร่างกาย และการดูแลโภชนาการ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลัง หรือทำการแข่งขัน และอาจจะมีการรับประทานอาหารที่ช่วยลดการอักเสบเช่น โอเมก้า-3, แมกนีเซียม และวิตามินบี 4. ปรับตำแหน่งการขับขี่ให้เหมาะสม เพื่อให้การลงซ้อม หรือการทำการแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่น ควรมีการปรับค่า หรือเซ็ตอัพตำแหน่งท่านั่งการขับขี่ให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ขับขี่ ปรับตำแหน่งแฮนด์, เบรก และคลัตซ์ให้เหมาะสม อาจจะมีการใช้เทคนิคขับขี่ที่เน้นการผ่อนแรง ไม่เกร็งแขนตลอดเวลา แม้อาการอาร์มปั๊มจะดูเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป แต่หากละเลยอาจส่งผลร้ายต่อสมรรถนะและเส้นทางอาชีพของนักกีฬา การรู้เท่าทัน ป้องกัน และดูแลอย่างถูกวิธี คือกุญแจสำคัญสู่ความปลอดภัยและความยั่งยืนในการแข่งขัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เทียบชั้น! ใครคือ นักแข่ง MotoGP ที่เก่งที่สุด คือใคร? ใครคือผู้ที่เก่งที่สุดตลอดกาลในเวิร์ลกรังปรีซ์ นี่อาจจะเป็นบทความคอนเทนต์ที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจมากที่สุดว่าจะมีนักแข่งในดวงใจติดรายชื่อในนี้หรือไม่ เราไม่อาจสรุปโดยไม่มีมูลความจริงจนกระทั่งมีข้อมูลข่าวต้นฉบับจากเว็บไซค์โมโตจีพีโดยตรง ซึ่งครั้งนี้เราจะมาเทียบชั้นให้ดูกันว่า นักแข่ง MotoGP ที่เก่งที่สุด คือใครกันแน่..!! โดยในลิสต์รายชื่อคงมีบิ๊กเนมในใจหลาย ๆ คนไม่ว่าจะเป็น Giacamo Agostini, Mick Doohan, Valentino Rossi และ Marc Marquez ซึ่งแต่ละคนนั้นเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้วมากกว่า 5 สมัยทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินแชมป์นั้นว่าใครคือยอดนักบิดโมโตจีพี อาจไม่ได้ตัดสินด้วยจำนวนแชมป์เพียงอย่างเดียว เพราะเรื่องเหล่านี้มักเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกของแฟน ๆ จำนวนมาก ทุกคนต่างมีตัวเลือกในใจว่าใครคือที่สุดตลอดกาล ต่อให้เถียงกันทั้งวันทั้งคืน…ก็ไม่มีวันจบ นอกจากนี้ยังมีนักบิดคนอื่น ๆ ที่มีฝีมือมากมาย โดยแฟน ๆ สามารถเข้าไปชมได้ในหมวด MotoGP Legends ซึ่งมีข้อมูลโปรไฟล์นักแข่งแต่ละคนไว้แบบละเอียดกันทีเดียว เช่นเดียวกัน ยังมีข้อมูลรายละเอียดสำหรับนักแข่งอื่น ๆ ที่มากมาย อาทิ Casey Stoner, Jorge Lorenzo, Kevin Schwantz, Wayne Rainey, Freddie Spencer, Kenny Roberts, Barry Sheene, Geoff Duke และ John Surtees ยังมีอีกนะ หากพิจารณาจากตัวชี้วัดความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในสนามแข่งขัน สามารถเปรียบผลงานของนักแข่งแต่ละคนได้จากสถิติต่อไปนี้ จำนวนแชมป์โลกในรุ่น MotoGP จำนวนชัยชนะในแต่ละสนาม จำนวนการขึ้นโพเดี้ยมในแต่ละสนาม จำนวนแชมป์โลกทั้งหมดในทุกคลาสการแข่งขัน จำนวนชัยชนะทั้งหมดในทุกคลาสการแข่งขัน จำนวนโพเดี้ยมทั้งหมดในทุกคลาสการแข่งขัน เมื่อรวมเกณฑ์เหล่านี้เข้าด้วยกันจะช่วยสร้างภาพรวมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และสามารถประเมินได้ว่าใครคือนักแข่ง “ที่ดีที่สุด” แม้การตัดสินในหัวข้อนี้จะยังคงเป็นเรื่องถกเถียงและเต็มไปด้วยความเห็นต่างและอารมณ์ของแฟน ๆ ทั่วโลก นอกเหนือจากการพิจารณาความสำเร็จของนักแข่งที่คว้าแชมป์มากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันกรังปรีซ์ในแง่ของสถิติที่จับต้องได้แล้ว เรายังอาจต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ อาทิ ช่วงเวลาที่นักแข่งแต่ละคนได้ครองความยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จในช่วงนั้น Giacomo Agostini : เจ้าของสถิติแชมป์โลกที่ไม่มีใครเทียบได้ Giacomo Agostini ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักแข่งที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ และสร้างยุคสมัยของเขาตลอดระยะเวลามากที่สุดถึง 14 ฤดูกาล เป็นช่วงเวลาที่ Agostini นั้นได้ครองบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ในช่วงปี 60 – 70 นั่นเอง นอกจากนี้เขาเป็นนักแข่งที่แทบจะ “ไม่เคยพลาดล้ม” และสามารถคว้าชัยชนะในกรังปรีซ์ได้อย่างน่าทึ่งถึง 122 ครั้ง พร้อมกับคว้าแชมป์โลกมาแล้วทั้งหมด 15 สมัยแบ่งเป็น 8 สมัยในรุ่นใหญ่อย่าง 500 ซีซี และ 7 สมัยในรุ่น 350 ซีซี Stat ผลงานการคว้าแชมป์โลกของ Agostini Premier class world titles 8 Premier class Grand Prix victories 68 Premier class podiums 88 Total world titles in all classes 15 Total Grand Prix victories in all classes 122 Total podiums in all classes 159 Mick Doohan : ตำนานแชมป์โลกแห่งยุค 90 นักแข่งตำนานจากสัญชาติออสเตรเลียที่สามารถคว้าแชมป์โลกในรุ่น 500 ซีซีให้กับค่ายฮอนด้า ติดต่อกันถึง 5 สมัย (ในปี 1994 ถึง 1998) ซึ่งมิกซ์ ดูฮานนั้นเริ่มต้นเส้นทางอาชีพของเขาในสนามแข่ง ซูเปอร์ไบค์ โดยคว้าชัยชนะในรายการ WorldSBK ได้ 3 สนามในปี 1998 ก่อนจะก้าวสู่การแข่งขันระดับกรังปรีซ์ในปี 1989 ร่วมกับนักแข่งตำนานอย่าง Wayne Gardner และชัยชนะครั้งแรกในศึกกรังปรีซ์หรือรายการโมโตจีพี เกิดขึ้นในสนามฮังการีในปี 1990 และชิงชัยมาเรื่อยๆ

Toprak to Honda 2026 มีข่าวแว่ว ๆ มาเรื่อย เจ้าตัวจะย้ายซบฮอนด้าจริงหรือไม่ คำตอบนี้อาจยังไม่มีส่วนแน่ชัดเจน ต้องฟังคำตอบจากคนใกล้ตัว

GPX DRONE 2023 กับ 5 สีใหม่ล่าสุด อีกหนึ่งโมเดลที่เปิดตัวออกมาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้รถโมเดลค่ายหลักกันเลย กับ GPX DRONE 2023 สกู๊ตเตอร์พรีเมียม ดีไซน์สปอร์ต จากค่าย GPX กับ 5 สีสันพิเศษในคอลเลคชันใหม่ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ FREEDOM TO DESIGN ที่จะมาเพิ่มสีสัน ดีกรีความมันส์ เร้าใจ มากยิ่งขึ้นแถมยังได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์อัน โดดเด่น ดุดัน จนทำให้ GPX DRONE 150 กลายมาเป็นโมเดลเรือธงของค่ายกันเลยทีเดียว อีกทั้งในโมเดลนี้ยังมีความพิเศษ โดยถูกพัฒนาร่วมกับ SYM แบรนด์รถที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีความเชี่ยวชาญในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ มาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี การันตีด้วยเครือข่ายจัดจำหน่ายกว่า 90 ประเทศทั่วโลก เครื่องยนต์พิกัด 150 ซีซี 4 จังหวะ 4 วาล์ว มั่นใจเทคโนโลยีเครื่องยนต์จาก SYM ระบบไฟ Full LED รอบคัน ดีไซน์สปอร์ต ล้ำสมัย เบาะชิ้นเดียวดีไซน์ 2 ระดับ พื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะ นอกจากนี้ยังมาพร้อมขุมพลังที่พัฒนาจาก SYM ในพิกัด 150 ซีซี เทคโนโลยีหัวฉีด 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มั่นใจด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์จาก SYM เพิ่มสมรรถนะการทำงานได้อย่างเข้มข้น รวมถึงฟังก์ชันต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งระบบส่องสว่างแบบ Full LED ที่มีไฟหน้าถึง 10 ดวง ส่องสว่าง คมชัด ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมติดตั้งไฟฉุกเฉิน ส่วนทางด้านไฟท้ายออกแบบมาฉียบคมแฝงความ สปอร์ตด้วยโคมไฟสีสโมค เพิ่มความพรีเมียม และโดดเด่นไม่เหมือนใคร ต่อกันที่เรือนไมล์แบบดิจิทัล LCD ที่สามารถปรับตั้งค่านาฬิกา หรือ เซ็ททริปการเดินทางได้ และเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการเดินทางกับเบาะนั่งขนาดกว้าง สัมผัสหนานุ่มในดีไซน์สปอร์ต มาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะ ที่สามารถเก็บหมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ ทางด้านพื้นที่วางเท้าสำหรับผู้ขับขี่นั้น ออกแบบมาให้สามารถปรับการวางเท้า ได้หลายองศา เพิ่มความสบายของท่านั่งได้มากยิ่งขึ้น ดิสก์เบรกหน้า 260 มม. ดิสก์เบรกหลัง 220 มม. พร้อมระบบ CBS โช้คหลังสปริงคู่ ปรับพรีโหลดได้ 3 ระดับ ช่องเสียบ USB ขนาด 2 แอมป์ สมาร์ทคีย์เลส ระบบช่วงล่างเบรกมั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้าขนาด 260 มม. และ ดิสก์เบรกหลังขนาด 220 มม. ที่มาพร้อมกับระบบ CBS ช่วยในการกระจายแรงเบรก โช้คหลังสปริงคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ 3 ระดับ นอกจากนี้ ยังมีช่องเสียบ USB ขนาด 2 แอมป์มาให้ สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย ล่าสุด กับโฉมใหม่ของ New DRONE 150 (2023) กับ 5 สีสันสุดพิเศษ ได้แก่ สี DEEP WINE (ดำ-เทา) , HYPER SILVER (เทา-ดำ), MASTER GREEN (เขียว-เทา) , ENERGETIC RED (แดง-เทา) และ LIGHTNING BLUE (น้ำเงิน-ดำ) และมีให้เลือกด้วยกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Standard (ระบบกุญแจปกติ) สีน้ำเงินดำ Lightning Blue เปิดราคาที่ 77,500 บาท รุ่น Keyless (ระบบกุญแจรีโมท พร้อมติดตั้งสัญญาณกันขโมย) สีเขียวเทา Master Green และ สีแดงเทา Energertic

สเปค Click 160 สปอร์ตเอที พันธุ์ใหม่ ดีไซน์เท่ New Honda Click 160 รถสปอร์ตออโตเมติก รุ่นล่าสุดกับการปรับดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ที่มาพร้อมคอนเซปต์ “นำหน้า…อย่างจ่าฝูง”เครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว พร้อมเทคโนโลยี Piston Oil Jet หรือหัวฉีดใต้ลูกสูบ ช่วยให้เครื่องยนต์ลื่นไหลได้มากยิ่งขึ้น ตอบสนองการใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ รุ่น ABS ราคาแนะนำที่ 69,900 บาท รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 63,500 บาท เครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว พร้อม Piston Oil Jet เรือนไมล์ดิจิทัล LCD ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ระบบไฟ LED ชุดเฟรมใหม่ น้ำหนักเบาขึ้น ช่องชาร์จไฟ USB กุญแจรีโมทอัจฉริยะ New Honda Click 160 สเปค รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 156.93 ซีซี แรงม้า (เคลม) 15.4 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 13.8 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 60.0 x 55.5 อัตราส่วนการอัด 12.0 : 1 ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด Full Transistorized ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งอัตโนมัติแบบแรงเหวี่ยง ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 100/80-14M/C 48P แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 120/70-14M/C 61P แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวพร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. กว้าง X ยาว X สูง 695 x 1,929 x 1,088 มม. ระยะฐานล้อ 1,277 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 138 มม. ความสูงเบาะ 778 มม. น้ำหนักรถ 118 กก. ความจุถังน้ำมัน 5.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) ระบบไฟ Full LED ช่องเสียบ USB Type A แผงหน้าปัดดิจิทัล กุญแจรีโมทอัจฉริยะ / สมาร์ทคีย์ สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Standard รุ่น ABS อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki Ninja ZX-25R SE 2020 สเปกและราคา Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 สปอร์ตไบค์ 4 สูบเรียงไซส์เล็กจากค่ายเขียว นอกจากรอบจัดจ้าน สุ้มเสียงเร้าใจ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีต่างๆ แบบจัดเต็ม พร้อมของแต่งเพิ่มเติมพิเศษ ราคา 269,000 บาท Kawasaki Ninja ZX-25R SE 2020 สเปกและราคา เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 249.8 ซีซี แรงม้า (เคลม) 51 แรงม้า ที่ 15,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 22.9 นิวตันเมตร ที่ 14,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 50.0 X 31.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11.5:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกันพร้อมแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ยางหน้า 110/70-R17″ M/C (54H) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 150/60-R17″ M/C (66H) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ SFF-BP ขนาด 37 ม.ม. ปรับแต่งค่าได้ ระยะยุบ 120 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบ Gas Charged พร้อมกระเดื่อง ปรับพรีโหลดได้ ระยะยุบ 116 ม.ม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบกึ่งลอยตัว 310 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบเดียลเมาท์ 4 พ็อต และระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก 1 พ็อต และระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 1,980 X 750 X 1,100 มม. ระยะฐานล้อ 1,380 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 125 มม. ความสูงเบาะ 785 น้ำหนักรถ 184 กก. ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 SE KRT Edition Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 SE KRT Edition Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 SE Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 SE อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 สเปกและราคา Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 สปอร์ตไบค์ 4 สูบเรียงไซส์เล็กจากค่ายเขียว นอกจากรอบจัดจ้าน สุ้มเสียงเร้าใจ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีต่างๆ แบบจัดเต็ม ราคา บาท (ยังไม่เปิดราคาในไทย) Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 สเปกและราคา เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 249.8 ซีซี แรงม้า (เคลม) 51 แรงม้า ที่ 15,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 22.9 นิวตันเมตร ที่ 14,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 50.0 X 31.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11.5:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกันพร้อมแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ยางหน้า 110/70-R17″ M/C (54H) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 150/60-R17″ M/C (66H) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ SFF-BP ขนาด 37 ม.ม. ปรับแต่งค่าได้ ระยะยุบ 120 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบ Gas Charged พร้อมกระเดื่อง ปรับพรีโหลดได้ ระยะยุบ 116 ม.ม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบกึ่งลอยตัว 310 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบเดียลเมาท์ 4 พ็อต เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก 1 พ็อต ยาว X กว้าง X สูง 1,980 X 750 X 1,100 มม. ระยะฐานล้อ 1,380 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 125 มม. ความสูงเบาะ 785 น้ำหนักรถ 180 กก. ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bajaj Pulsar RS 200 สเปกและราคา Bajaj Pulsar RS 200 สปอร์ตไบค์สุดเฉี่ยวพิกัด 200 ซีซี เด่นด่วยเครื่องยนต์ DTS-i แบบทริปเปิลสปาร์ก ให้พละกำลังที่ดี พร้อมจะพาคุณไปบนท้องถนนทั้งทางตรงและทางโค้งได้อย่างง่ายดาย ราคา 89,800 บาท (ราคาพิเศษช่วงแนะนำ) Bajaj Pulsar RS 200 สเปกและราคา เครื่องยนต์ สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 199.5 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก NA อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 100/80-R17″ แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 130/70-R17″ แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว 300 ม.ม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 230 ม.ม. ยาว X กว้าง X สูง 2,145 X 480 X 1,200 มม. ระยะฐานล้อ 1,352 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 157 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 165 กก. ความจุถังน้ำมัน 13 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoGP2026 สำหรับทีมแซทเทิลไลท์ของยามาฮ่าลงตัวแล้ว แจ็ค มิลเลอร์ จับมือ โทปรัค ราซกัตลิโอกลู สู้ศึกในรายการ MotoGP ปีหน้าที่กำลังจะมาถึง

MotoGP รถจักรยานยนต์สุดล้ำสมัยแต่ไม่มีปุ่มสำหรับการสตาร์ท ในคอลัมน์นี้ SuperBike Thailand จะพาผู้อ่านทุกท่านไปดูกันว่าเจ้ารถนี่สตาร์ทยังไง

มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Ducati Lenovo Team ในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาพูดถึงทีมเก่าของเขาอย่าง “Gresini Racing” ที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกถึงอารมณ์ความหลงไหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง และเปรียบบรรยากาศภายในทีมเหมือนกับตอนที่ตนแข่งขันอยู่ใน Moto2 บรรยากาศในทีมแสนอบอุ่น “ที่นี่มีบรรยากาศสบาย ๆ อีกทั้งยังมีความเป็นกันเองอย่างมาก ทุกอย่างมันชวนให้ผมนึกถึงตอนแข่งขันอยู่ที่ Moto2 ที่ผมสามารถพูดคุยกับหัวหน้าทีมได้โดยตรง เช่น ผมสามารถเข้าไปพูดคุยกับนาเดีย ปาโดวานี่ (เจ้าของทีม Gresini Racing) และบอกเธอว่าผมมีความคิดกับบางเรื่องแบบนี้ เธอก็มักจะ ‘โอเค เราทำแบบนั้นได้’ และเธอไม่ปิดกั้นความคิดผม” “การอยู่ในทีมแซทเทิลไลท์ (ทีม Gresini Racing) มันทำให้ผมรู้สึกถึงความหลงใหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ผมขี่ให้กับทีม Honda ผมมีเพื่อน และทีมงานที่ดีมากอยู่ที่นั่น แต่แล้วความจริงคือ การที่เราขี่อยู่ทีมโรงงานทุกอย่างในนั้นจะดูจริงจังไปหมด” คว้าชัยโพเดียมอีกครั้งในรอบ 1,043 วัน ในช่วงที่เป็นนักบิดให้กับทีมรองอย่าง Gresini Racing เจ้าตัวสามารถเก็บชัยชนะอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Grandpix ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะครั้งแรกของเจ้าตัวนับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งสามารถเก็บชัยชนะได้ 3 สนาม ในฤดูกาลที่ผ่านมา ได้แก่ สนามอารากอนประเทศสเปน, สนามมิซาโน่ ประเทศอิตาลี และสนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งความสำเร็จทั้งสามครั้งดังกล่าวเป็นความสำเร็จสำคัญที่ช่วยฟื้นความมั่นใจของเจ้าตัวหลังจากที่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับทีม Honda ในช่วงท้าย โดยนักบิดสายเลือดกระทิงดุรายนี้จะกลับมาวาดลวดลายบนสนามอีกครั้งในรอบซ้อม ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 แฟน ๆ ของ MM93 รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc Marquez & Red Bull ยืนยัน! แยกทางแล้ว ข่าวล่าสุดสำหรับแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง Marc Marquez ได้ยืนยันว่าเขาจะไม่รับการสนับสนุนจาก Red Bull หลังจากที่เขาย้ายไปร่วมทีมโรงงาน Ducati MotoGP จากความสัมพันธ์อันดีที่มีให้กันมาอย่างยาวนาน โดยตลอดเส้นทางการแข่ง MotoGP ของมาร์เกวซเขาเป็นหนึ่งในนักแข่งที่อยู่ภายใต้สปอนเซอร์ของ Red Bull มาโดยตลอด สัญลักษณ์โลโก้อันสง่าของแบรนด์ดังยังคงปรากฏบนหมวกกันน็อกของเขาไม่ว่าจะเป็นทีม Honda ที่มาร์กสามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึง 8 สมัย หรือแม้กระทั่งการย้ายจากบ้านเก่ามายัง Gresini Racing ในปี 2024 จนกระทั่งข่าวการย้ายเข้าสู่ทีมโรงงานของ Ducati ของเจ้าตัว อีกทั้งทางทีมโรงงาน Ducati ยังมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับแบรนด์คู่แข่งอย่าง Monster Energy ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักให้กับทีมดูคาติมาอย่างเนิ่นนานเช่นกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักสำคัญที่ทำให้ทางแบรนด์ต้องจำใจถอดถอนสปอนเซอร์ออกไปอย่างน่าเสียดาย และเพื่อเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือที่มาข้อมูลได้มากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดภายในงาน Hanger 7 เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อและยืนยันว่า ในฤดูกาลปี 2025 เขาจะไม่มีโลโก้ของ Red bull เคียงคู่อีกต่อไปแล้ว “นี่จะเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายของเราในตอนนี้” Marquez กล่าวถึงการเยือน Hangar 7 “Ducati มีสปอนเซอร์รายอื่น ดังนั้นเราจึงไม่สามารถร่วมงานกันได้อีก เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อ Red Bull ผมจะไม่รับสปอนเซอร์ส่วนตัว (ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มชูกำลัง) อีกต่อไป” “ผมอยากขอบคุณครอบครัว Red Bull และหวังว่าเราจะยังคงเป็นเพื่อนกันต่อไป” บทบาทของ มาร์ก กับ Monster Energy จะเป็นอย่างไร ขณะที่เจ้าตัวประกาศยึดมั่นในอุดมการณ์ แต่อย่างไรบทบาทของมาร์ก กับ Monster Energy ก็ยังไม่มีความแน่ชัด ถึงแม้ว่าทางทีมจะได้รับการสนับสนุนจากมอนสเตอร์ เอ็นเนอร์จี้ ก็ตามแต่ อย่างไรก็ดีก็ยังไม่มีความแน่ชัดอีกด้วยว่าทางสปอนเซอร์จะร่วมเซ็นสปอนเซอร์ให้กับเจ้าตัวหรือไม่ ซึ่งมีเคสในอดีต นักแข่งบางคนที่ขี่ให้กับทีมที่มีสปอนเซอร์จากแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังมักจะไม่ได้รับสปอนเซอร์ส่วนตัวในฐานะนักแข่ง อย่างไรก็ตาม การร่วมงานกับ Monster Energy ของ Marquez ในฐานะนักแข่ง Ducati อาจเกิดขึ้นในรูปแบบของความร่วมมือผ่านทีมโดยตรงก็เป็นไปได้ อย่างไรก็ดี เจ้าตัวคงไม่สนใจหรือขัดสนในเรื่องสปอนเซอร์มากเท่าไหร่นัก ดูจากการย้ายทีมเข้ามาขี่ให้กับเกรซซินี ดูคาติ ร่วมกับน้องชายในฤดูกาล 2024 ก็นับเป็นบทพิสูจน์แล้วว่า มาร์ก ยังคงมีความกระหายในการคว้าแชมป์โลกให้กับตัวเองอีกครั้ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Trackhouse Racing 2025 ร่วมดีล Gulf Oil ลุยโมโตจีพี 2025 ข่าวการเข้าร่วมหรือถอดถอนสปอนเซอร์ทีมแข่งในโมโตจีพียังคงเผยแพร่ออกมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ ซึ่งแฟน ๆ สาวกหลาย ๆ คนยังคงเห็นรถแข่งของทีมในดวงใจยังใช้สปอนเซอร์เจ้าเดิมหรือปรับเปลี่ยนใหม่มากมายหลายเจ้าก็เป็นไปตามวัฎจักรของวงการแข่งขัน ก็ขึ้นอยู่ว่าทีมแข่งนั้น ๆ มีแววที่จะสร้างผลงานอันโดดเด่นออกมาให้ชมมากน้อยแค่ไหน และหนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่ใครกับทีมเซทเทอร์ไลท์ที่พึ่งคว้าตัวแชมป์โลกโมโตทูคนล่าสุดมาร่วมแข่งขันในฤดูกาล 2025 อย่าง TrackHouse Racing ก็มีข่าวการดีลร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกันกับสปอนเซอร์ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องยักษ์ใหญ่อย่าง Gulf Oil International เรียบร้อยแล้ว โดย Gulf Oil International ได้กลายมาเป็นพันธมิตรรายใหม่ของทีม Trackhouse Racing โดยความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมสัญชาติมะกัน ซึ่งจะเริ่มอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2025 จากการคอลแลปครั้งนี้ ส่งผลให้รถแข่งเวอร์ชันใหม่อย่าง Aprilia RS-GP25 มีสัญลักษณ์โลโก้สีฟ้า-ส้ม เพิ่มในบริเวณแฟริ่งด้านข้างใหญ่ ๆ รวมถึงชุดแข่งของนักบิดทั้งสองคนได้เแก่ Raul Fernandez และ Ai Ogura นักบิดชาวญี่ปุ่นผู้เป็นแชมป์โลก Moto2 โดยการปรากฏของโลโก้นี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของทีมในสายตาแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก Gulf Oil กับประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต สำหรับ Gulf Oil ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เคยมีประวัติศาสตร์ยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะช่วงปี 1960 กับโลโก้แบรนด์บนตัวรถแข่งระดับตำนานอย่าง Ford GT40 และ Porsche 917 ซึ่งเป็นที่จดจำของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกในยุคก่อน ๆ โดยโลโก้ของ Gulf กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตจดจำได้ทันที และถือเป็นหนึ่งในโลโก้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในวงการเลยไม่น้อย ซึ่งการที่ Gulf เลือกจะขยายความร่วมมือเข้าสู่ MotoGP ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะขยายตลาดในอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ MotoGP มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นตลาดทำเลสำคัญของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์และการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่นิยมมากที่สุดในโลก Justin Marks เจ้าของทีม Trackhouse Racing กล่าวว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Gulf เป็นพันธมิตรรายใหญ่ โลโก้อันเป็นเอกลักษณ์ของ Gulf ได้ปรากฏบนโครงการมอเตอร์สปอร์ตที่น่าจดจำมากมาย และการที่โลโก้นี้จะอยู่บนรถ Aprilia RS-GP25 ของเราถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง” Mike Jones ซีอีโอของ Gulf Oil International UK Limited ได้แสดงความตื่นเต้นกับความร่วมมือนี้เช่นกัน โดยระบุว่า “Gulf มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในมอเตอร์สปอร์ต และเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับทีมแข่งรถจักรยานยนต์ที่มีความทะเยอทะยานและมีพลังอย่าง Trackhouse Racing เรามีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการให้ความสำคัญกับแฟน ๆ และนำพวกเขาเข้าใกล้การแข่งขันมากยิ่งขึ้น” การร่วมมือกับ Trackhouse Racing จะช่วยให้ Gulf ขยายแบรนด์ของตนในประเทศต่าง ๆ ที่ MotoGP จัดการแข่งขัน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของโมโตจีพี ทั้งยังเป็นตลาดที่มีกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์จำนวนมาก โดยกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ Gulf มีโอกาสขยายการรับรู้แบรนด์ไปยังผู้บริโภคในภูมิภาคดังกล่าวได้มากขึ้น สำหรับฤดูกาล MotoGP 2025 จึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเปิดตัวรถแข่ง Aprilia RS-GP25 ที่จะมาพร้อมกับโลโก้สีฟ้า-ส้มของ Gulf บนตัวรถและชุดแข่งของนักบิด Raul Fernandez และ Ai Ogura ซึ่งคาดว่าจะทำให้แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกตื่นเต้นและเฝ้ารอชมการแข่งขันครั้งนี้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก