SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
Miguel Oliveira ชูยาง Pirelli อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าชัยชนะ

Miguel Oliveira ชูยาง Pirelli อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าชัยชนะ Miguel Oliveira หนึ่งในนักบิดจากทีม Yamaha Pramac ได้ออกมาเผยถึงการปรับตัวเซ็ตติ้งครั้งสำคัญ ซึ่งมีหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจก็คือเรื่องของซัพพลายเออร์ยาง โดยโอลิเวร่ามองว่าการปรับเปลี่ยนรุ่นของยางจากมิชลินไป Pirelli อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงเทคนิคครั้งสำคัญที่สุด มากกว่าการเปลี่ยนแปลงในจุดอื่น ๆ โดยเจ้าตัวมองว่าสิ่งที่สามารถรีเซ็ตความสมดุลที่มีในตอนนี้ก็คือการเปลี่ยนซัพพลายเออร์ยาง มันเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำให้ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ได้ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนยางจะเป็นตัวแปรหลักในการปรับสมดุลในการแข่งขันและอาจทำให้ทุกทีมมีแสตทตัวเลข (Stat) ที่ใกล้เคียงกันนั่นเอง การเปลี่ยนยาง Pirelli จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญ แต่ทว่ามันจะมีประโยชน์กับรถค่ายไหน มันก็เปลี่ยนอีกเรื่อง แต่บางเชื่อว่าโอกาสนี้จะช่วยให้แบรนด์ญี่ปุ่นสามารถไล่ทันดูคาติที่ตอนนี้กำลังครองความเป็นผู้นำอยู่นั่นเอง หรือไม่ดูคาติก็อาจจะก้าวไปอีกขั้น นอกจากนี้เจ้าตัวยังกล่าวอีกว่า ดูคาติ..อาจได้เปรียบจากประสบการณ์ในเวที เวิร์ล ซูเปอร์ไบค์ (Worldsbk) ซึ่งอาจช่วยให้พวกเขาปรับตัวได้เร็วขึ้น แต่มันก็ไม่เสมอไป และตนหวังว่าแผนจะมีแผนการทดสอบอย่างน้อยในปี 2026 เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับยางใหม่และดูผลลัพธ์ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร โดย Pirelli จะเข้ามาเป็นซัพพลายเออร์หลักในการจัดหายางแข่งขันในรุ่น MotoGP ตั้งแต่ ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป รวมถึงรุ่นการแข่งขันอื่น ๆ อย่าง Moto2 Moto3 ยังรวมไปถึงการแข่งขันศึกโปรดักท์ชันอย่าง WorldSBK และอื่น ๆ อีกมากมาย การก้าวมาของยางพีเรลลีอาจเป็นกุญแจสำคัญที่อาจทำให้ตัวแข่งสามารถข้ามขีดจำกัดของความเร็ว ก็อาจจะเป็นอย่างที่โอลิเวร่าพูดมาจริง ๆ ก็ได้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

15 March 2025
Ai Ogura พร้อมเผชิญ ความท้าทายครั้งใหม่ ใน ArgentinaGP 2025

Ai Ogura พร้อมเผชิญ ความท้าทายครั้งใหม่ ใน ArgentinaGP 2025 หลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยการจบอันดับที่ 5 ของการแข่งขัน ThaiGP ในสนามแรก เป็นแค่รองหัวแถวอย่างสองพี่น้องมาร์เกซ เปกโก้ บัญญาญ่า และฟรานโก้ มอร์บิเดลลี เท่านั้น สำหรับว่าที่รุกกี้ออฟเดอะเยียร์จากแดนปลาดิบอย่างไอ โอกุระ ได้ออกมาเผยว่า Ai Ogura พร้อมเผชิญ สำหรับสนามแข่งขันใน Argentine Grand Prix ที่ประเทศอาเจนติน่านั้น เป็นสนามที่ตน ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่ก็อยากลองพิสูจน์ฝีมือและมั่นใจว่าจะสามารถทำอันดับได้ดีในสุดสัปดาห์นี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่น่าจับตามอง หลังคว้าแชมป์โลก Moto2 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับการเดบิวต์ในรายการระดับใหญ่ให้กับทีมอิสระอย่าง TrackHouse Racing ภายใต้ตัวแข่งจากค่ายสามตาอิตาลี Aprilia RS-GP โดย ไอ โอกุระ สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในการแข่งขันโมโตจีพีสนามแรก ที่จ.บุรีรัมย์ ด้วยการจบอันดับ 4 รอบสปรินเรซ และอันดับที่ 5 ในรอบแข่งขัน ซึ่งสามารถนำ 1 อันดับจากทีมโรงงานร่วมค่ายอย่าง มาร์โก เบซเซคกี ไปได้ในสนามแรก @trackhousemotogp Feels like déjá vu… Ai, you’re a wizard 🪄 #ThaiGP #AO79 ♬ original sound – Trackhouse MotoGP สำหรับในสนามแห่งนี้ก็ถือว่าค่อนข้างกดดันสำหรับเจ้าตัว หลังทำผลงานดีสุดในหมู่ตัวแข่งสามตา (ไม่นับมาร์ติน มาร์ตินเจ็บอยู่) ซึ่ง โอกุระนั้นเคยคว้าโพเดี้ยมในสนามนี้มาแล้วสำหรับรุ่น Moto2 เมื่อฤดูกาล 2022 ที่ผ่านมา แล้วก็เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เจ้าตัวสามารถทำได้ บวกกับไม่มีรอบซ้อมก่อนแข่งขันเหมือนที่สนามบุรีรัมย์ (Winter Test) อาจทำให้ทำงานลำบากมากยิ่งขึ้น “ผมแฮปปี้กับผลงานที่ไทยนะแต่สำหรับสนาม Termas de Rio Hondo แห่งนี้ นี่ไม่ใช่สนามที่ผมชอบมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามในฐานรุกกี้ผมพร้อมเผชิญทุกอย่าง” “เราจะดูผลงานการซ้อมครั้งนี้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ดี เป้าหมายของผมก็คงเหมือนเดิมคือทำให้ดีที่สุดในทุกครั้งที่ลงสนาม” โดยการแข่งขัน Argentina Grand Prix จะกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสามารถติดตามชมกันได้ แต่ก็อาจจะดึกไปหน่อยสำหรับบ้านเรา (แข่งตี 1) เอาหล่ะ..ใครใจสู้ก็ได้ดูแน่นอน แต่แอดคงนอนแน่ ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

14 March 2025
  • All Posts
  • MOTOGP
ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ยกระดับรถแข่ง เพิ่มความมั่นใจ

ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ยกระดับรถแข่ง เพิ่มความมั่นใจ  ด้าน ก๊องส์ ธัชกร ลุยล่าแต้ม โมโตทรี ก้อง สมเกียรติ ลุยโมโตทู เลอ มองส์ 2024 ในศึก โมโตจีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 5 ในสุดสัปดาห์นี้ ที่ฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นสนามที่นักบิดไทยอย่าง สมเกียรติ จันทรา สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอ รวมถึงเคยคว้าโพเดียมในคลาส โมโตทู มาครองได้ในปี 2022 โดยนักบิดขวัญใจชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 กล่าวว่า “ผมตั้งตารอคอยการแข่งขันที่ เลอ มองส์ ในสุดสัปดาห์นี้ หลังจากที่เรามีผลการทดสอบที่ดีใน เฆเรซ มีทิศทางบวกเกี่ยวกับรถแข่ง เราทำงานกันอย่างหนักในการปรับปรุงประสิทธิภาพ รวมถึงใส่ใจฟีลลิ่งของผมว่ารู้สึกอย่างไรกับการพัฒนานี้ ผมหวังว่ามันจะได้ผลลัพธ์ที่ดีและผมตั้งเป้าหมายที่จะทำให้ทุกคนที่สนับสนุนมีความสุข” สมเกียรติ ทิ้งท้าย ขณะที่ “ก๊องส์” ธัชกร นักบิดดาวรุ่งชาวไทยเจ้าของหมายเลข 5 ในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ กล่าวว่า “ตอนนี้ผมมีฟีลลิ่งที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องกับรถแข่ง หลังผ่านสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมใน เฆเรซ เราขยับเข้าหานักบิดในกลุ่มกลางได้มากขึ้น ซึ่งเรามีการทดสอบหลังจากนั้น 1 วัน และตอนนี้ก็ตั้งตารอที่จะได้ลงสนามอีกครั้งที่ เลอ มองส์ หวังว่าจะสามารถลดช่องว่างจากนักบิดคนอื่นเข้าไปได้อีก เพื่อลุ้นแต้มแรกใน โมโตทรี ผมจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถครับ” ทั้งนี้ ศึก เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์ จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคมนี้ ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ตในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคมนี้ และดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคมนี้ เริ่มต้นในรุ่น โมโตทรี 16.00 น. ต่อด้วย โมโตทู 17.15 น. และปิดท้ายด้วย โมโตจีพี 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTVHD36 และ True Vision SPOTV แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม :www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 ปรับอะไรบ้าง ไปดู

เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 ปรับอะไรบ้าง ไปดู แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตหลาย ๆ คนน่าจะได้รับรู้ข่าวสารเรื่องการปรับเปลี่ยนกติกาทางเทคนิคเกี่ยวกับรถแข่งในรายการ MotoGP กันไปแล้ว มาวันนี้เราจะไป เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 กันครับว่ามีอะไรบ้าง – เครื่องยนต์ในคลาส MotoGP จะถูกลดขนาดความจุลงเหลือเพียง 850 ซีซี โดยขนาดกระบอกสูบจะลดจาก 81 ม.ม.เหลือเพียง 75 ม.ม. โดยจะต้องเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบและ 4 จังหวะเช่นเดิม – ค่ายผู้ผลิตที่ลงแข่งในปี 2026 จะเริ่มต้นฤดูกาล 2027 ในแรงค์ B ซึ่งแรงค์ดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยนอีกในช่วงกลางฤดูกาล 2027 โดยอิงจากผลงานในช่วงแรกของฤดูกาล 2027 เพียงอย่างเดียว ผลงานก่อนหน้านี้ไม่นับ และแรงค์ปกติจะกลับมาใช้อีกครั้งหลังจากจบฤดูกาล 2027 ส่วนค่ายรถใดที่ไม่ได้ทำการแข่งขันในปี 2026 แต่เริ่มแข่งในปี 2027 จะนับเป็นแรงค์ D และจะมีการปรับเปลี่ยนแรงค์อีกครั้งแบบเดียวกันนี้ – จำนวนเครื่องยนต์สำหรับนักแข่งที่เซ็นสัญญายาวจะถูกลดเหลือเพียง 6 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาลในกรณีที่การแข่งมีทั้งหมด 20 สนาม และเป็น 7 เครื่องในกรณีมีการแข่งทั้งหมด 21 – 22 สนาม – ค่ายรถที่อยู่ในแรงค์ D จะมีสิทธิ์พิเศษ ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องยนต์ได้มากขึ้น 2 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาล ต่อนักแข่ง 1 คน – ทุกทีมจะสามารถเข้าถึงข้อมูล GPS ของนักแข่งทุกคนได้เมื่อจบเซสชันแต่ละเซสชัน – ในพิกัด MotoGP จะถูกปรับลดเรื่องจำนวนอัตราทดเกียร์ได้ไม่เกิน 16 ชุดจากเดิม 24 ชุด (อัตราทดเกียร์ทั้งหมด 6 เกียร์ ใช้ชุดเฟืองเกียร์ทั้งหมด 6 ชุด ดังนั้นจะต้องเลือกใช้ชุดอัตราทดเกียร์อย่างชาญฉลาดและให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกับทุก ๆ สนาม เพราะถูกจำกัดจำนวน) บวกกับเฟืองเพลาขับได้อีก 4 ชุดต่อ 1 ฤดูกาล – น้ำหนักรถขั้นต่ำจากเดิมจะต้องไม่เบาไปกว่า 157 กิโลกรัมจะกลายเป็น ไม่เบาไปกว่า 153 กิโลกรัมแทน – ไม่อนุญาตเรื่องอุปกรณ์ปรับความสูงของตัวรถอีกต่อไป (Ride Height Device) รวมถึงอุปกรณ์ช่วยออกตัวที่จะทำงานตอนเริ่มการแข่งขันด้วย (Holeshot Device) – มีการลดความจุของถังน้ำมันลงเหลือ 20 ลิตรสำหรับการแข่งขันปกติ และเติมน้ำมันได้แค่ 11 ลิตรสำหรับการแข่งสปรินต์เรซ   – จำกัดเรื่องความกว้างของแฟริ่งแอโรด้านหน้าหรือวิงเล็ตด้านหน้าเหลือ 550 ม.ม.จากเดิม 600 ม.ม. หรือแคบลง 5 ซม.นั่นเอง จำกัดเรื่องความสูงของด้านท้ายรถเหลือ 1,150 ม.ม.จากเดิม 1,250 ม.ม.หรือท้ายรถเตี้ยลง 10 ซม. จำกัดเรื่องส่วนที่ยื่นออกไปด้านหน้าสุด (จมูกแฟริ่งหน้า) ให้สั้นลง 50 ม.ม. นอกจากนี้ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับแอโรไดนามิกส์ที่อยู่ด้านหลังนักแข่ง หรือวิงก์เล็ตที่ด้านท้าย จะต้องยื่นขอรับรองว่าเป็นชิ้นส่วนนึงของแอโรบอดี้ก่อน และจะอนุญาตให้มีการอัปเดตได้เพียงแค่ 1 ครั้งต่อฤดูกาลเท่านั้น – น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้จะต้องเป็นน้ำมันที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล หรือก็คือต้องใช้น้ำมันแบบยั่งยืนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขุดเจาะแล้วมากลั่นแบบที่เราใช้กันปกติในทุกวันนี้นั้นเอง อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิว หรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ โดยผู้สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องชี้แจงรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับ TWG1 ที่เป็นผู้รับผิดชอบและชี้แจงกับตัวแทนของทาง Dorna และทีมงานที่เกี่ยวข้องด้วย ก็เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ จุด โดยเฉพาะเรื่องของตัวรถ ซึ่งทางดอร์น่าเองระบุว่าเพื่อความปลอดภัย ความสนุกสนาน ความตื่นเต้นเร้าใจจากการที่การแข่งขันจะแซงกันได้ง่ายขึ้น สูสีกันมากขึ้น ใกล้เคียงกับรถทั่วไปมากขึ้น และนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับเปลี่ยนแปลงวงการเลยทีเดียว ซึ่งอนาคตก็อาจจะส่งผลต่อรถบ้าน ๆ หรือรถโปรดักชันด้วยอย่างแน่นอนทีเดียวครับ ซึ่งก็คงอีกหลายปีทีเดียว หรืออนาคตอาจจะเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าแทนไปเลยก็ได้ ถ้าเทคโนโลยีแบตเตอรี่มันพัฒนาได้เร็วจนสามารถทำระยะทางได้ไกล ชาร์จได้เร็ว โดยที่แบตเตอรี่ไม่ได้มีขนาดใหญ่จนเกินไป จุดนั้นโลกก็จะเปลี่ยนอีกแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ คว้า Top 10 โมโตทู สนาม 4 เฆเรซ

ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครการ “Race to the dream” คว้าท็อปเท็นในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2024 สนาม 4 รายการ สแปนิช กรังด์ปรีซ์ เก็บเพิ่ม 6 แต้มจากเรซสุดหินที่ เซอร์กิโต เด เฆเรซ ประเทศสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะนักบิดรุ่นน้องชาวไทยอย่าง “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ปรับตัวยอดเยี่ยมบิดคว้าอันดับ 24 ในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ นักบิดไทยเจ้าของรถแข่งหมายเลข 35 เริ่มจากกริดที่ 12 และออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 10 อย่างรวดเร็ว ทว่าจากความผิดพลาดเล็กน้อยในรอบแรก ทำให้ร่วงลงไปถึงอันดับ 18 แต่บิดสู้ไล่ทำอันดับคว้าท็อปเท็นได้สำเร็จ ด้วยเวลา 35 นาที 56.009 วินาที เก็บ 6 แต้มจากเรซสุดหิน รั้งอันดับ 14 บนตารางแชมเปี้ยนชิพหลังผ่าน 4 สนามแรก ด้าน “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี นักบิดดาวรุ่งชาวไทยเจ้าของหมายเลข 5 จาก ฮอนด้า ทีม เอเชีย เดินหน้าปรับตัวกับการแข่งขันใน โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ได้อย่างต่อเนื่อง บิดคว้าอันดับ 24 ด้วยเวลา 34 นาที 16.570 วินาที ทั้งนี้ สองนักบิดไทยอย่าง ก้อง สมเกียรติ และ “ก๊องส์-ธัชกร” มีคิวดวลความเร็วในศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ สนามต่อไป ระหว่างวันที่ 10-12 พฤษภาคมนี้ ที่ เลอมองส์ เซอร์กิต ประเทศฝรั่งเศส ในรายการ เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์ แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม :www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
เครื่องยนต์ L15 JDM รหัสลับครองเมือง! ทำไมครองใจสาวก JDM

เครื่องยนต์ L15 JDM เจาะลึกตำนานรหัสเครื่องยนต์ ทำไมถึงครองใจวัยรุ่นไทย สรุปประวัติศาสตร์ เทคโนโลยี และแนวทางการโมดิฟายครบจบในที่เดียว

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Vespa S 125 i-Get 2024 เซอร์วิสง่าย ไม่เจ็บกระเป๋า

 Vespa S 125 i-Get 2024 เซอร์วิสง่าย ไม่เจ็บกระเป๋า ถ้าหากใครมองว่ารถเวสป้านั้น ดูหรู ดูแพง อันนั้นก็เป็นความจริงส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเมื่อเทียบกับแบรนด์รอยัลลิตี้ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และที่สำคัญ สไตล์ของตัวรถโดดเด่นพิเศษ แถมยังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ทั่วโลกมานานนับศตวรรษ คุณคงปฏิเสธส่วนนี้ไม่ได้จริงๆ สำหรับรถ “เวสป้า” มันเป็นอะไรที่มากกว่าแค่รถธรรมดาทั่วไปเสียอีก มันมีสตอรี่ มันมีเรื่องราวที่น่าชวนหลงใหลให้ชาวเวสปีสตี้ได้มาร่วมสัมผัสกับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ที่แสดงถึงความเป็นตัวตนแบบไร้ขีดจำกัด ซึ่งเวสป้านั้น มีวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาอย่างเนิ่นนานแล้ว นับตั้งแต่ในยุคปี 60 ของชาวม็อด (วัยรุ่นอังกฤษในยุคก่อน ที่มักจะทำกิจกรรมร่วมกันหรือพบปะสังสรรค์ในช่วงสุดสัปดาห์) กลุ่มวัยรุ่นแนวคิดสุดโต่ง ที่ออกมาแสดงถึงความเป็นแฟชันนิสเข้ากับยุคสมัยในสไตล์ ร็อค แอนด์ โรล ในช่วงยุคเวลาของวงดนตรีชื่อดังตลอดกาลอย่าง เอลวิส พรีสลีย์ เกิดเป็นกลุ่มก้อนของกระแสแฟชันต่าง ๆ มากมายมานับไม่ถ้วน  และยังถ่ายทอดความของงดงามแต่ละยุคสมัยจนมาถึงปัจจุบัน ผ่านตัวโมเดลเวสป้ามานับหลายต่อหลายรุ่น แต่ก็ยังไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ของความคลาสสิกที่ให้กลิ่นอายของความสวยงามแบบรถอิตาลี ด้วยชุดสีของตัวรถเวสป้าได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีของตึกราบ้านช่องในเมืองทัสคานี เปรียบเสมือนหญิงสาวรูปงามจากอิตาลี ถ่ายทอดผ่านสู่โฉมโมเดลเวสป้าในทุก ๆ รุ่นหรือแม้กระทั่งเจ้าโมเดลรุ่นใหม่คันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ให้รถเวสป้า เป็นโมเดลคันแรกของคุณ ให้รถเวสป้าเป็นโมเดลคันโปรดของคุณ กับ S 125 i-Get 2024 รุ่นโฉมใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมด้วยชุดสีสไตล์ลอฟ์ทโทนกับ Grey Materia และ White Innocenza สองสีสองสไตล์มาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมในราคาสุดพิเศษเพียง 105,900 บาทเท่านั้น พร้อมรับชุด Welcome Kit ฟรี ไฟหน้าหกเหลี่ยม เรือนไมล์อนาล็อก ดิจิทัล บอดี้เหล็กรอบคัน โช้คหน้าแขนเดี่ยว พร้อมสปริงโช้คสีแดงดูทันสมัย มาพร้อมความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยตัวบอดี้ที่เป็นเหล็กทั้งคัน โลโก้ Vespa ประดับตามรอบคัน ผสมกับลวดลายกราฟิกออกแบบให้มีความหรูหราและทันสมัย ไฟหน้าทรงหกเหลี่ยม เน็กไทป์พร้อมบังแตร เรือนไมล์อนาล็อกผสมดิจิทัล และที่สำคัญโช้คแขนเดี่ยวพร้อมสปริงสีแดงผสมกับลวดลายของตัวล้อดูลงตัวและกลมกลืน ทั้งยังสะดวกสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกติดตั้งมาให้ด้วย พอร์ตชาร์จไฟ USB Type A พร้อมช่องเก็บด้านหน้า ที่แขวนของอเนกประสงค์หน้า-หลัง ติดตั้งมาให้ใช้งาน และกล่องยูบ็อกซ์ที่สามารถใส่หมวกกันน็อกได้ครึ่งใบ พอร์ตชาร์จไฟ USB Type A ที่แขวนของเอนกประสงค์ กล่องยูบ็อกซ์ใต้เบาะ สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้ครึ่งใบ มุดสบาย ใช้งานคล่องตัว ด้วยมิติตัวรถออกแบบมาในลักษณะให้ความคล่องตัวเป็นพิเศษ จึงไม่เป็นอุปสรรคปัญหาสำหรับการขับขี่ใช้งานในเมือง แถมยังขับง่าย เครื่องยนต์ให้ความสมูทด้วยพิกัด 125 ซีซี มีอัตราเร่งที่นุ่มนวล ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองแล้ว ขี่ออกทริปก็ยังสนุกได้เช่นเดียวกัน เซอร์วิสง่าย ไม่เจ็บกระเป๋า ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงการบริการเซอร์วิสเจ้าเวสป้า S125 i-GET 2024 คันนี้ ว่าจะต้องเซอร์วิสอะไรบ้างในแต่ละครั้งและควรเซอร์วิสระยะที่เท่าไหร่ และตอนนี้เราอยู่ที่ร้าน Showpow สาขาอ่อนนุช กับศูนย์บริการเซอร์วิสรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น และยังมีอะไหล่แท้ รวมถึงสินค้าเกรดพรีเมียมให้เลือกอีกหลายอย่าง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ค่าดูแลรักษา Vespa ไม่ได้แพงกว่าค่ายญี่ปุ่นในตลาดเลย แถมยังสามารถเข้าร้านประจำใกล้บ้านได้อีกด้วย แต่..!! จะขอแนะนำว่า ต้องเป็นร้านที่เคยทำ Vespa เป็นประจำ เพราะต้องใช้ความชำนาญของช่างด้วยส่วนนึง แต่ ถ้าเอาชัวร์ก็เข้าศูนย์ เวสป้า จะดีกว่า ควรตรวจเช็คอะไรบ้าง รายการ ระยะเซอร์วิส (กม.) น้ำมันเครื่อง / ไส้กรองน้ำมัน 5,000 / 10,000 กม. แบตเตอรี่ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี ไส้กรองอากาศ 10,000 กม. หรือ 1 ปี สายพาน ตรวจสภาพทุก ๆ 10,000 กม. น้ำมันเฟืองท้าย 10,000 กม. หัวเทียน 10,000 กม. หลอดไฟ เมื่อเปิดไม่ติดหรือหลอดขาด ผ้าเบรก ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และครั้งนี้เราก็ได้ทำการฟูลเซอร์วิสรถเวสป้าคันนี้ ซึ่งอะไหล่แต่ละอย่างที่นำมาเปลี่ยนก็เป็นของแต่งซิ่งจากทางร้านทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเฟืองท้าย Silkolene BS แบตเตอรี่ กรองน้ำมันและผ้าเบรกหน้า-หลัง Ferado กับราคาค่าใช้จ่ายในการเซอร์วิสระยะ 10,000 กม. ราว ๆ ไม่ถึง 6

11 October 2024
KTM New TFT Display จอใหม่ ใหญ่เท่า iPad

KTM New TFT Display จอใหม่ ใหญ่เท่า iPad KTM New TFT Display เทคโนโลยีใหม่จากค่าย KTM พร้อมสวิตช์ควบคุมที่แฮนด์บาร์แบบใหม่ และหน่วยการเชื่อมต่อใหม่ ซึ่งจะช่วยยกระดับ HMI (Human-Machine Interface) หรือ อุปกรณ์แสดงผลที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่ไปสู่ความสามารถในการใช้งานที่เหนือชั้น ซึ่งคาดว่าจะทยอยนำมาใช้ในรุ่นล่าง ๆ ในอนาคต KTM New TFT Display มีด้วยกันสองรูปแบบ ได้แก่ รุ่น V80 ขนาดหน้าจอ 8.0 นิ้ว เป็นหน้าจอในรูปแบบแนวตั้ง และรุ่น H88 ที่มีขนาดหน้าจอ 8.8 นิ้ว เป็นจอในรูปแบบแนวนอน ซึ่งหน้าจอของทั้งสองรุ่นมีความละเอียดเท่ากันอยู่ที่ 1280×720 พิกเซล และสามารถทัชสกรีนได้ พร้อมกับเทคโนโลยีจอแบบ Bonded ที่มีเทคโนโลยีการเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ป้องกันรอยนิ้วมือ และป้องกันแสงจ้า ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจนจากทุกมุมมอง และฟังก์ชันทัชสกรีนที่พัฒนาขึ้นใหม่ สามารถใช้งานได้ทั้งแม้กระทั่งสวมถุงมือ โดยสามารถแสดงสีได้ถึง 256,000 สี ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนเกือบ 4 เท่า ทำให้คงรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบในทุกสภาพแสง หน้าจอสามารถปรับแต่งได้เองตามความถนัดของผู้ขับขี่ พร้อมตัวเลือกการจัดหน้าจอ 5 รูปแบบ มีตัวเลือกหน้าจอที่ตั้งไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกใช้ฟังก์ชันหลักได้ตามต้องการ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ การนำทางด้วยแผนที่ รายการโปรด หรือการเล่นเพลง รวมทั้งยังมีโหมดที่แสดงข้อมูลพื้นฐานเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ สวิตช์ควบคุมต่าง ๆ ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยตอนนี้มีปุ่มสำหรับเลือกโหมดการขับขี่ A/M (อัตโนมัติ/แมนนวล) สำหรับรุ่นที่ติดตั้งระบบ AMT จอยสติ๊ก 5 ทิศทางพร้อมปุ่มย้อนกลับ ปุ่มควบคุมระบบครูซคอนโทรล สวิตช์ไฟ และปุ่มสตาร์ท และปุ่มแพดเดิ้ลชิฟต์แบบใหม่ที่สามารถปรับแต่งได้สำหรับรุ่นที่ไม่มีระบบ AMT ไม่ว่าจะเป็นการตั้ง การเปิด/ปิดการอุ่นมือจับ การอุ่นเบาะนั่ง และไฟตัดหมอก ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถ และปุ่มทั้งหมดนี้ยังมีไฟส่องสว่าง และการออกแบบกราฟิกที่วางในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายในทุกสภาพการขับขี่ ระบบนำทางด้วยแผนที่ออฟไลน์ที่ถูกติดตั้งมาในจอใหม่นี้ ทำให้สามารถใช้งานนำทางแบบเรียลไทม์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนเส้นทางในการขับขี่จากจุด A ไปยังจุด B หรือไปตามจุดหมายที่ต้องการได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น  ระบบ CCU3.0 ที่มาพร้อมกับจอที่ถูกพัฒนาใหม่จะทำให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทำได้อย่างราบรื่นทุกครั้งที่มีการสตาร์ทรถ ง่ายชนิดที่ว่าถ้าผู้ขับขี่ฟังเพลงค้างไว้บนมือถือ แล้วมาสตาร์ทรถเพลงนั้นจะเด้งมาที่หน้าจอกลาง และสามารถเล่นเพลงต่อได้ทันที อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อทั้งหมดจากโทรศัพท์ได้ การมาของเทคโนโลยีหน้าจอใหม่นี้จะทำให้การอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบของมอเตอร์ไซค์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในช่วงแรกการอัปเดตซอฟต์แวร์ทั้งหมดจะต้องดำเนินการผ่านตัวแทนจำหน่ายของ KTM ก่อน แต่ในอนาคตสามารถอัปเดตผ่านระบบ Over-the-Air (OTA) ได้โดยตรงไปยังมอเตอร์ไซค์ คุณสมบัติเด่น ระบบปฏิบัติการ Android Automotive รองรับการสตรีมแอปพลิเคชันจากสมาร์ทโฟนไปยังแผงหน้าปัด รองรับการอัปเดตระบบ Over-the-Air ในอนาคต หน่วยความจำของระบบขนาด 32 GB มาพร้อม RAM ขนาด 3 GB รองรับ IoT (Internet of Things) eSim ระบบ GPS Bluetooth Wi-Fi ฟังก์ชันการควบคุมระดับเสียงของอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ   แผงหน้าปัดที่พัฒนาใหม่นี้ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นไปได้ในมอเตอร์ไซค์ แต่ยังเปิดประตูสู่ยุคของเทคโนโลยีแบบเต็มรูปแบบ เมื่อจับคู่กับ DNA “READY TO RACE” ของ KTM จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ชาญฉลาดให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น  KTM TFT ที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมดนี้จะถูกนำไปใช้กับรถรุ่นเรือธงในปี 2025 โดยคาดว่าจะมาในรุ่น 2025 KTM 1390 SUPER ADVENTURE S EVO ที่จะเปิดตัวใหม่นี้ ซึ่งคาดว่าจะทยอยนำมาใช้ในรุ่นล่าง ๆ ในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

11 October 2024
2025 Yamaha YZF R7 อัพสเปค เพิ่มสีใหม่

2025 Yamaha YZF R7 อัพสเปค เพิ่มสีใหม่ 2025 Yamaha YZF R7 อีกหนึ่งโมเดลที่เปิดตัวใหม่เช่นเดียวกับน้องใหม่ในตระกูล R-Series อย่าง R9 เท่านั้น แน่นอนว่าคันนี้เองก็มีดีกรีร้อนแรงไม่แพ้รุ่นพี่ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ซูเปอร์สปอร์ตไซส์กลาง พิกัด 700CC (CP2) มาพร้อมสีสันใหม่ เปิดราคาโมเดลใหม่ที่ 9,199 ดอลลาร์เหรียญสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 309,000 บาท เครื่องยนต์สองสูบจี๊ดจ๊าดถึงใจ ขุมพลัง CP2 พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 689 ซีซี DOHC มอบพลังและสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ตื่นเต้นเร้าใจและแท้จริงในแบบ Supersport เพลาข้อเหวี่ยง 270 องศา ช่วยให้มีแรงบิดที่ต่อเนื่องเพื่อการเร่งที่เร้าใจ และลดการสั่นสะเทือน ช่วงล่างปรับใหม่ มั่นใจทุกโค้ง ระบบกันสะเทือนหน้ามาพร้อมกับโช้คอัพแบบหัวกลับขนาด 41 มม. ที่มีการปรับอัตราสปริง และการหน่วงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมในขณะเข้าโค้ง ระบบช่วงล่างด้านหลังมาแบบระบบโช้คเดี่ยว Monocross สามารถปรับพรีโหลดสปริง และให้ความสมดุลที่ดีเยี่ยมระหว่างขับขี่ โดยช่วงออกแบบมาให้สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองไปจนถึงการขี่ในสนามแข่ง ในส่วนของระบบเบรกแน่นอนว่าเป็นระบบเบรก OEM จากโรงงานที่มีประสิทธิภาพการเบรกไม่แพ้ค่ายดัง ระบบ Assist slipper clutch สามารถช่วยลดแรงกดที่ก้านคลัตช์ขณะเปลี่ยนเกียร์ ช่วยให้เชนจ์เกียร์ไว ไม่กระชาก ให้ความรู้สึกที่ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ให้ประสบการณ์การขับขี่แบบ Supersport ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมีระบบ Quick Shift System (QSS) ที่ทำให้การเข้าเกียร์ไหลลื่นมากยิ่งขึ้นโดยที่ไม่ต้องกำคลัตซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ให้มากับ YZF-R7 2025 Yamaha YZF R7 สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ CP2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73.4 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 68.6 มม. อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อม Assist Slipper clutch ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 ZR17 ยางหลัง 180/55 ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพหัวกลับ ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ ขนาดแกน 43 มม. ระยะยุบ 130 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คหลังเดี่ยว ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ ร่วมกับสวิงอาร์ม ระยะยุบ 130 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก OEM จากโรงงาน เบรกหลัง ดิสก์เบรกหลังเดี่ยวขนาด 245 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 1 พอต กว้าง X ยาว X สูง 706 x 2,070 x 1,160 มม. ระยะฐานล้อ 1,394 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 134 มม. ความสูงเบาะ 835 มม. น้ำหนักรถ 187.7 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 12.8 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้

10 October 2024
Yamaha PW50 2025 ปลุกความเป็นไบค์เกอร์ให้ลูกคุณ

Yamaha PW50 2025 ปลุกความเป็นไบค์เกอร์ให้ลูกคุณ Yamaha PW50 มอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในตลาดมอเตอร์ไซค์เด็ก และในปี 2025 นี้ Yamaha ยังคงรักษาความเป็นมาตรฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ระดับเริ่มต้น โดย PW50 รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีประสบการณ์แรกกับมอเตอร์ไซค์ในรูปแบบที่ปลอดภัย เรียบง่าย และสนุกสนาน ดีไซน์เหมาะกับวัยจิ๋ว จุดเด่นสำคัญ คือการออกแบบที่เรียบง่าย และเหมาะสมกับเด็ก ด้วยที่นั่งที่มีความสูงเพียง 18.7 นิ้ว ทำให้เด็ก ๆ สามารถนั่ง และวางเท้าทั้งสองข้างถึงพื้นได้อย่างมั่นคง ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่ที่เป็นเด็กเล็ก กราฟิก และดีไซน์ของตัวรถได้รับแรงบันดาลใจจากทีม Yamaha Racing ซึ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงความเป็นมือโปร “มือโปร” ให้กับผู้ขับขี่รุ่นจิ๋ว แม้ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์สำหรับเด็ก แต่ก็ยังคงรักษาความรู้สึกของความเป็นนักแข่งมอเตอร์ไซค์ที่จริงจัง เช่นเดียวกับรุ่นพี่ใหญ่ในตระกูล Yamaha Off-Road  เครื่องยนต์สองจังหวะสำหรับเด็ก PW50 2025 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 49 ซีซี แบบ 2 จังหวะ เครื่องยนต์นี้มีการออกแบบให้ขับเคลื่อนได้อย่างนุ่มนวล และควบคุมได้ง่าย ทำให้เด็ก ๆ สามารถเริ่มต้นเรียนรู้การขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการบังคับที่ซับซ้อน เครื่องยนต์ขนาดเล็กนี้ไม่เพียงแต่มีพละกำลังเพียงพอสำหรับการขับขี่แบบเบา ๆ บนทางดินหรือเส้นทางวิบาก แต่ยังทำให้ผู้ที่ขับขี่เป็นครั้งแรกสามารถขับขี่ได้ง่าย เพราะสามารถให้แรงบิดที่เหมาะสม โดยไม่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกหวาดกลัว เครื่องยนต์ที่ปรับจูนมาอย่างดี ทำให้ PW50 สามารถขับได้อย่างสนุกและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็กที่ต้องการประสบการณ์แรกกับการขับขี่มอเตอร์ไซค์  ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ PW50 เป็นที่นิยม คือระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ “twist-and-go” ซึ่งผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเกียร์ เพียงแค่บิดคันเร่งรถจะเคลื่อนที่ไปได้ในทันที ระบบนี้ช่วยลดความซับซ้อนในการขับขี่ และทำให้เด็กสามารถมีสมาธิในการเรียนรู้การควบคุมตัวรถได้มากขึ้น การออกแบบนี้เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการให้ความรู้สึกของการควบคุมมอเตอร์ไซค์ที่แท้จริงกับการลดความซับซ้อนในการใช้งาน ทำให้ผู้ขับขี่รุ่นเล็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและสนุกสนาน ความปลอดภัยและการบำรุงรักษาที่ง่าย ความปลอดภัยเป็นหัวใจหลักของ Yamaha PW50 ระบบขับเคลื่อนด้วยเพลาขับที่มาพร้อมการปิดครอบอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการบำรุงรักษา และยังเพิ่มความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่เด็กเมื่อเทียบกับระบบโซ่ที่อาจมีความเสี่ยงในบางสถานการณ์ นอกจากนี้ PW50 ยังมาพร้อมกับระบบเบรกแบบดรัมทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่ให้การหยุดรถอย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยน้ำหนักตัวรถเพียง 40 กิโลกรัมนิด ๆ ทำให้เด็ก ๆ สามารถควบคุมรถได้ง่าย ไม่รู้สึกว่ารถหนัก หรือขับขี่ยากเกินไปบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ​ ระบบกันสะเทือนและการขับขี่ที่นุ่มนวล สำหรับการขับขี่บนทางวิบากหรือทางที่ไม่เรียบ PW50 ได้รับการติดตั้งระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ telescopic fork ขนาด 26 มม. พร้อมระยะยุบ 2.4 นิ้ว และระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบสวิงอาร์มพร้อมระยะยุบ 2.0 นิ้ว แม้ว่าระบบกันสะเทือนจะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่ แต่ก็เพียงพอที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลให้กับเด็กๆ โดยที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าการขับขี่นั้นแข็งกระด้าง​ ความจุถังน้ำมัน ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 2 ลิตร ออกแบบมาสำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้น ๆ มากกว่าการเดินทางระยะไกล แต่เพียงพอสำหรับการใช้งานในสวนหลังบ้านหรือพื้นที่ฝึกซ้อมเล็กๆ ด้วยเครื่องยนต์สองจังหวะที่ประหยัดน้ำมัน ผู้ปกครองสามารถมั่นใจได้ว่าการเติมน้ำมันจะไม่บ่อยเกินไป และยังคงสามารถสนุกกับการขับขี่ได้เป็นเวลานานต่อการเติมครั้งเดียว ราคาที่เป็นมิตร สำหรับมอเตอร์ไซค์จิ๋วคันนี้ตั้งราคาจำหน่ายที่ประมาณ 1,849 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 62,015 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับมอเตอร์ไซค์เด็กที่มีประสิทธิภาพ และความทนทานระดับนี้ เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการให้ลูกหลานเริ่มต้นในการทดลองขี่รถมอเตอร์ไซค์ ด้วยการออกแบบที่ทนทาน และระบบการขับขี่ที่เรียบง่ายทำให้ PW50 เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเรียนรู้ในระยะยาว สรุป Yamaha PW50 2025 ยังคงรักษามาตรฐานการเป็นมอเตอร์ไซค์สำหรับเด็กที่ยอดเยี่ยม ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงความปลอดภัย ความง่ายในการใช้งาน และการบำรุงรักษาที่ต่ำ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งแรกที่สนุกและปลอดภัยให้กับลูก ๆ ได้อย่างเเน่นอน  Yamaha PW50 2025 สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 49 ซีซี แรงม้า N/A แรงบิด N/A ระบบวาล์ว ลิ้นปีกผีเสื้อ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 40 x 39.2 มม. อัตราส่วนการอัด 6.0 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์อัตโนมัติแบบ Centrifugal ระบบจุดระเบิด CDI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง คาร์บูเรเตอร์ VM12 ยางหน้า 2.50 – 10 4PR ยางหลัง 2.50 – 10

10 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
BMW CONCEPT RR ต้นแบบ S1000RR เจนต่อไป?

BMW CONCEPT RR ต้นแบบ S1000RR เจนต่อไป? BMW Concept RR ซูเปอร์ไบค์เจนเนอเรชั่นใหม่ของค่ายใบพัดสีฟ้า BMW Motorad แบรนด์รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ชื่อดังจากประเทศเยอรมนี ซึ่งทางค่ายปักธงให้กับโมเดลนี้ว่าจะเป็น ‘ยุคใหม่แห่งความเร็ว’ โดยมาพร้อมกับสโลแกน “Chasing the speed of light” ซึ่งตอนนี้ยังคงเป็นเพียงแค่คอนเซปต์ไบค์เท่านั้น ดีไซน์การออกแบบ เริ่มด้วยเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ของรถจักรยานยนต์ประเภทคอนเซปต์ไบค์คันนี้ มีการออกแบบหน้าตาใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงการขยายช่องแรมแอร์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น อีกทั้งยังมีการเน้นไปที่ส่วนของแอร์โร่ไดนามิกส์ เพื่อให้การไหล โดยพื้นฐานของรถจักรยานยนต์คันนี้มาจากทางเรือธงสายสปอร์ตร่วมค่ายอย่าง BMW S1000RR แต่มีการอัปเกรดในพาร์ทของชิ้นส่วนที่ใช้ให้มีคุณภาพสูงผสานกับเทคโนโลยีการผลิตที่มีความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น เป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน แม้กระทั่งสวิงอาร์มก็ยังใช้วัสดุที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ “โฉบเฉี่ยว เรียบง่าย และได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง”  จากวลีในด้านบน ซึ่งถ่ายทอดความตั้งใจของ Matthias Kottman (มัทเธียส ค็อตต์มันน์) หัวหน้าของทีมของออกแบบจาก BMW Motorrad Design ว่าต้องการให้คอนเซปต์ไบค์คันนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ด้านเทคโนโลยี การผสานอย่างลงตัวระหว่างดีไซน์กับสมรรถนะ และแนวคิดที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันอย่างไม่เกรงใจ เครื่องยนต์ และเทคโนโลยี แม้จะเป็นคอนเซปต์ไบค์ แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าขุมพลังของว่าที่เรือธงคันต่อไปนี้อาจจะมีการหยิบนำเครื่องยนต์ที่ใช้ในการแข่งขัน WSBK พร้อมเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวชูโรง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำของรถจักรยานยนต์ในกลุ่มนี้ การออกแบบดีไซน์คือองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยยกระดับซูเปอร์ไบค์คันนี้ให้มีความโดดเด่นกว่าคู่แข่งค่ายอื่น ๆ ในเรื่องของขุมพลังมีความเป็นไปได้ที่จะใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกับการยกเครื่องยนต์จากการแข่งขันใน WSBK ก็จะเป็นเครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียง DOHC ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลังสูงสูดของรถคันนี้ที่สามารถทำได้อยู่ที่ 212 แรงม้าที่ 14,500 รอบต่อนาที  แต่เทคโนโลยีทางผู้ผลิตก็ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ไม่แพ้กัน จึงเป็นการผสมผสาน และสร้างสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างเทคโนโลยี และดีไซน์ เพื่อให้รถคันนี้เป็นซูเปอร์ไบค์ที่พร้อมสำหรับสนามแข่ง และท้องถนน ภาพรอบคันของรถคอนเซปต์ไบค์คันนี้   ถึงแม้ดีไซน์จะออกมาเท่ โฉบเฉี่ยวเร้าใจมากขนาดไหน อีกทั้งยังมีคันจริง ๆ ที่วิ่งบนถนนแล้ว แต่รถคันนี้ก็ยังคงเป็นเพียงแค่คอนเซปต์ไบค์เพียงเท่านั้น ในเรื่องของการจัดจำหน่ายหรือวางขายก็อาจจะต้องรออย่างเป็นทางการจาก BMW Motorad ต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

27 May 2025
ยาง Michelin เข้าซัพพอร์ต WSBK แทน Pirelli ในปี 2027

ด่วน! ยาง Michelin เข้าซัพพอร์ต WSBK แทน Pirelli ในปี 2027 ข่าวด๊วนด่วน..แบบด่วนจี๋ มีวงในออกมาคอนเฟิร์มว่าแบรนด์ยางจากฝรั่งเศสอย่าง ยาง Michelin เตรียมซัพพอร์ต WSBK แทน Pirelli ในปี 2027 พร้อมรอประกาศอย่างเป็นทางการจากออฟฟิเชียลในช่วงแข่งขัน Misano Round ที่อิตาลีหรือช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ ยาง ‘อ้วน’ เตรียมลุย WSBK โดยสำนักข่าว MotoSprint ได้รายงานถึงความคืบหน้าสำหรับดีลลับระหว่าง ดอร์น่ากับมิชลินในการแข่งขันที่สนามเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส พร้อมผลข้อบรรลุร่วมกัน โดย มิชลินจะเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันรถโปรดักท์ชัน WSBK แทน Pirelli ตั้งแต่ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป อย่างที่ทราบกันดีว่า ยางมิชลินนั้นได้หมดสัญญาการเป็นซัพพลายเออร์หลักของรุ่นแข่งขันโมโตจีพีหลังจบฤดูกาล 2026 และจะเป็น Pirelli ที่เข้ามาซัพพอร์ตแทนหรือเป็นผู้สนับสนุนหลัก ‘ครั้งแรก’ โดยเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2027 ไปจนถึงปี 2031 รวมระยะสัญญาทั้งหมด 5 ปี เท่ากับว่ายาง Pirelli ซัพพอร์ตครอบคลุมในทุกรุ่นของการแข่งขันจากทางฝั่งโปรโตไทป์ทั้ง Moto2, Moto3, MotoGP และ MotoE มิชลิน กับความท้าทายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง สำหรับการเข้าสู่วงการรถโปรดักท์ชันสำหรับยางมิชลินก็นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายไม่น้อย จากเดิมที่มุ่งโฟกัสพัฒนายางโปรโตไทป์เป็นหลักและจะต้องปรับเปลี่ยนมาใช้ยางโปรดักท์ชันในการแข่งขัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทางมิชลินอาจจะต้องลงทุน R&D ยางสเปคใหม่นำใช้แข่งขันนั่นเอง Pirelli มีประสบการณ์ ‘ทุนเดิม’ อยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ยาง Pirelli นั้นกลับมีประสบการณ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งการทดสอบและการทำลายสถิติในการแข่งขัน Moto2 (ตัวแข่งสเปคใกล้เคียงตัวแข่ง MotoGP ในปี 2027 และอาจใช้ยางสเปคเดียวกัน) รวมถึงรายการ WorldSBK ชนิดที่เรียกได้ว่าทุบสถิติมาแล้วทุกสนาม เพราะฉะนั้น ยางโปรดักท์ชันจากแบรนด์อิตาลีจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับรุ่นแข่งในอนาคตอย่างแน่นอน ไม่อาจคาดการณ์ได้เลยว่าในปี 2027 ประวัติศาสตร์จะเกิดอีกครั้งสำหรับ WorldSBK พร้อมยางมิชลินที่จะร่วมสร้างประสบการณ์และนวัตกรรมเพื่อยกระดับการแข่งขัน ในขณะที่ยาง Pirelli ก็พร้อมที่จะสร้างบทบาทครั้งสำคัญและเป็นครั้งแรกในวงการโมโตจีพี เรียกได้ว่าสลับขั้วเพื่อหาความท้าทายครั้งใหม่เพื่อที่จะยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตให้สูงขึ้นไปอีกเท่าตัว  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

21 May 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 Kawasaki หวนคืนวิบาก 2 จังหวะจริงจัง หรือจริงโจ้?

2025 Kawasaki หวนคืนวิบาก 2 จังหวะจริงจัง หรือจริงโจ้? 2025 Kawasaki กับการปล่อยทีเซอร์เสียงเครื่องยนต์สุดเร้าใจ ชวนให้ใครต่อหลายคนคิดถึงวันวานของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ โดยวิดีโอดังกล่าวได้ปล่อยออกมาก่อนเริ่มการแข่งขันรอบที่สามของศึก AMA Supercross ประจำฤดูกาล 2025 คาวาซากิได้สร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าสาวกไม่น้อย ด้วยการประกาศโดยส่งสัญญาณถึงการนำมอเตอร์ไซค์วิบากสองจังหวะกลับมาอยู่ในไลน์อัปการผลิตของทางค่าย แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดออกมา แต่ในวิดีโอก็มีเสียงออกมาอย่างชัดเจนว่า ‘นี่มันเสียงรถสองจังหวะชัด ๆ’ จากวิดีโอดังกล่าวที่ค่าย ‘ยักษ์เขียว’ ได้ทำการตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องจากแฟน ๆ ที่ต้องการให้คาวาซากิผลิตมอเตอร์ไซค์สองจังหวะรุ่นใหม่ ทางคาวาซากิได้กล่าวสั้น ๆ ว่า “เราได้ยินพวกคุณแล้ว” พร้อมเสียงเครื่องยนต์สูบเดียวแบบสองจังหวะที่ถูกเร่งขึ้นมาให้ได้ยินอย่างชัดเจน เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมหรือรายละเอียดอื่นใดถูกเปิดเผย สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็มีเพียงการคาดเดาเท่านั้น ซึ่งครั้งสุดท้ายที่คาวาซากิผลิตมอเตอร์ไซค์วิบากสองจังหวะออกมาวางจำหน่ายต้องย้อนไปถึงปี 2006 กับรุ่น KX125 และ KDX200 และในปี 2007 กับรุ่น KX250 KAWASAKI KX125 ปี 2006  KAWASAKI KDX200  ปี 2006  KAWASAKI KX250  ปี 2007   แม้ว่าปัจจุบัน Kawasaki Team Green จะยังคงผลิตมอเตอร์ไซค์สองจังหวะสำหรับเยาวชน เช่น KX65, KX85 และ KX112 แต่เรามองว่าการประกาศล่าสุดนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการกลับมาของมอเตอร์ไซค์วิบากสองจังหวะขนาดเต็มของคาวาซากิ KAWASAKI KX65 KAWASAKI KX85 KAWASAKI KX112   แต่หนึ่งคำถามสำคัญจากใจของเหล่าสาวกยักษ์เขียวคือ คือ เครื่องยนต์สองจังหวะที่ว่านี้จะมีกี่รุ่น และจะถูกออกแบบมาสำหรับการแข่งขันประเภทใด ? แม้ว่าคาวาซากิจะเปิดตัว KX สองจังหวะ สำหรับการขับขี่สไตล์โมโตครอสเพียงหนึ่งรุ่นก่อน ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 250 ซีซี แต่เหล่าสาวกก็คาดหวังว่าผู้ผลิตจากญี่ปุ่นรายนี้จะพัฒนารถสองจังหวะต่อไป  โดยในตลาดปัจจุบันมีแบรนด์ที่ทำรถ 2 จังหวะออกมาวางจำหน่ายอย่าง Yamaha, KTM, Husqvarna และ GASGAS ที่ผลิตรถแข่งทั้งโมโตครอส และเอ็นดูโรสองจังหวะ ซึ่งก็อาจจะมีความเป็นไปได้แน่นอนว่าคาวาซากิก็ต้องการส่วนแบ่งจากตลาดนี้ ในอนาคตก็อาจจะมีความเป็นไปได้ทีเราอาจได้เห็น KDX200 รุ่นปี 2026 ก็เป็นได้ เหล่าสาวกของค่ายยักษ์เขียวก็ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าจะทาง Kawasaki จะผลิตเครื่องสองจังหวะออกมาวางจำหน่ายหรือไม่ ตอนนี้ก็อาจจะทำได้แค่เพียงคิดว่าค่ายยักษ์เขียวจะไม่ขายฝันน้าาาา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เชื่อหรือไม่ ว่านี่คือ..BMW R 1200 GS ?

เชื่อหรือไม่ ว่านี่คือ..BMW R 1200 GS ? ในนิยามของการ “คัสตอม” ก็คือการทำสิ่ง ๆ หนึ่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลง หรือทำในสิ่งที่มันไม่เคยเกิด ให้มันเกิด เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม หรือถ้าหากจะเรียกว่าสิ่งเหล่านั้นเกิดจากการประดิษฐ์คิดค้นจากความรู้ ความสามารถ และจินตนาการอันล้ำลึกก็อาจจะใช่ เช่นกัน สำหรับการคัสตอมที่เราเห็นในโลกสองล้อนั้นมีมาตั้งแต่รถมอเตอร์ไซค์ในยุคบุกเบิก เช่นเดียวกันกับภาพโมเดลที่อยู่ข้างหน้านี้ สตรีทแทร็กเกอร์หรือแสครมเบลอร์ไบค์ยางหนามที่เราคุ้นกัน แต่ใครมันจะไปรู้หล่ะ ว่าเจ้านี้มัน BMW R1200 GS แอดเวนเจอร์สุดโหดของทางค่ายเลยนะเห้ย ด้วยความคิดที่จะสร้างสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ ให้มันเป็นไปได้ จากสำนักคัสตอมในอังกฤษอย่าง Original Cafe Racer Co. ได้ทำการดัดแปลงโฉมแอดเวนเจอร์ R 1200 GS ให้เป็นโมเดลคัสตอมสุดหล่อ พร้อมใส่ยางหนามมาให้ชมแบบเต็มตาแล้ว เริ่มที่แปลงบอดี้ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่การหล่อตัวเฟรม โดยเฉพาะเฟรมด้านท้ายยึดด้วยไฟ LED ทั้งไฟท้ายและไฟเลี้ยวเข้าด้วยกัน เบาะหนังสีดำดีไซน์ใหม่ในแบบเรโทร ติดถังน้ำมันของรุ่น R Nine T พร้อมประดับเพลทเงินโลโก้ไว้บริเวณข้างถัง และอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจก็คือมุมค็อกพิทจับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่แฮนด์บาร์ กระจกข้าง สวมไฟหน้าและเพิ่มไฟตัดหมอก ส่วนหน้าปัดเรือนไมล์ยังใช้คงแบบเดิม ช่วงล่างมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย อาทิโช้คหน้า กรอง บังโคลน เดินท่อใหม่ ปลายท่อ SC Project นอกนั้นเดิม เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ขนาด 1,170 ซีซี ให้กำลัง 100 แรงม้า แรงบิด 156 นิวตันเมตร  “เป็นผลงานคัสตอมที่น่าสนใจ และน้อยนักที่ได้เห็นการเอาโมเดลแอดเวนเจอร์มาทำเป็นคาเฟ่ เรเซอร์ ซึ่งปกติเราจะเห็นสำนักเอาไปแปลงเป็นสปอร์ตบ้าง อะไรบ้างต่าง ๆ นานา แต่นี่ทำให้เราเห็นถึงความแตกต่างคาแรคเตอร์โมเดลกับดีไซน์ตัวรถ หวังว่าจะกลมกลืนเข้าด้วยกัน แต่ก็ไม่รู้นะ..ทำสแครมเบลอร์มาครั้งนี้ เอาไปลง Flat track น่าจะมันส์ โช้คดีดทีมีตัวปลิว (ฮ่าๆ) ต้องยอมใจเขาจริง ๆ ทำขึ้นมาซะได้ สำหรับโมเดลคัสตอมแปลก ๆ รุ่นต่อไปจะเป็นรุ่นอะไร เดี๋ยวหามาให้ชม” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
CB750 Hornet สเปค เน็กเก็ดไบค์พันธุ์ใหม่จากค่ายปีกนก

CB750 Hornet สเปค เน็กเก็ดไบค์รุ่นใหม่ จากค่ายปีกนก มาพร้อมดีไซน์เท่ เร้าใจ ขับขี่สนุกคล่องตัว ด้วยเครื่องยนต์ 755 ซีซี แรงเต็มอารมณ์สปอร์ต

31 March 2023
Kawasaki Eliminator สเปค ราคาและข้อมูล

Kawasaki Eliminator สเปค ราคาและข้อมูล      Kawasaki Eliminator รถครูเซอร์รุ่นใหม่ขนาด 400 ซีซี ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันกับ Ninja 400 และเฟรมโครงตาข่ายที่มีน้ำหนักเบา พร้อมกับการออกแบบให้ความโมเดิร์นและคอมแพค ดูดีอย่างลงตัว ราคาแนะนำ 224,900 บาท  สเปค, สเป็ก ​ หน้าจอดิจิทัล LCD เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกับ Ninja 400   เบาะ 2 ชิ้น ระบบไฟ LED      สเปค Kawasaki Eliminator ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 399 ซีซี แรงม้า (เคลม) 48 แรงม้าที่ 10,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 37 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 70.0 x 51.8 มม. อัตราส่วนการอัด 11.6 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Digital ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Fuel injection ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 130/70-18M/C 63H ยางหลัง 150/80-16M/C 71H ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 310 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม. กว้าง X ยาว X สูง 785 x 2,250 x 1,100 มม. ระยะฐานล้อ 1,520 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 มม. ความสูงเบาะ 735 มม. น้ำหนักรถ 176 กก. ความจุถังน้ำมัน 13 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ E10, E20 เทคโนโลยี หน้าจอดิจิทัล LCD ระบบไฟ LED รอบคัน   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Kawasaki Eliminator   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 March 2023
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Yamaha MT-10 SP SuperNaked ถอดสเปค R1M มาใส่แน่นทุกจุด

สำหรับคันนี้ Yamaha MT-10 SP ที่จอดโชว์อยู่ในงาน Eicma 2019 ถือว่าเป็น SuperNaked อีก 1 คันที่ได้รับความสนใจไม่ใช่น้อย เพราะว่ามีของแต่งสเปค R1M ทั้งโช้ค และท่อ ที่ถูกแต่งเสริม เติมหล่อ มาจากโรงงานเต็มๆ คันนี้เป็นสี Icon Performance ที่ตัวถังน้ำมันเป็นสีอลูมิเนียม ขัดเงาตัดกับสีน้ำเงิน มาพร้อมกับล้อ 5 ก้านสีน้ำเงิน และโช้คหน้าสีทอง Ohlins ที่จะมีทองตัดทำให้ดู สปอร์ต มายิ่งขึ้น การออกแบบเป็นโทนเดียวกับ Yamaha R1M มาพร้อมกับหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มีชิวขนาดเล็กติดมาดูดุลงตัว ในส่วนของเรือนไมล์ เป็นแบบ TFT มีความคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน ฟังก์ชั่น และลูกเล่นสวยงาม ชุดแฮนด์บาร์ถูกเสริมหล่อด้วยชุดปะกับของ Yamaha R1M พร้อมกับมือเบรค และมือคลัทช์ที่เปลี่ยนจากเดิมเป็นของ Lightech มาดูที่เครื่องยนต์ 4 สูบ Crossplane ขนาดความจุ 998 ซีซี ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางยามาฮ่า ให้กำลังแรงม้าที่ 158 แรงม้าที่ 11,500 รอบ/นาที แรงบิดอยู่ที่ 111 นิวตันเมตร ที่ 9,000 รอบ/นาที มาพร้อมกับเกียร์ 6 สปีด สามารถใส่เกียร์ได้เลย ไม่ต้องกำคลัทช์เพราะมี Quick shifter ช่วงล่างเอาของ Yamaha R1M มาใส่เลยก็ว่าได้ สำหรับโช้คหน้าไฟฟ้า Ohlins แบบ up-side down เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 43 มิลลิเมตร และโช้คหลังกึ่งไฟฟ้า Ohlins แบบ Subtank ที่ยึดอยู่ระหว่างเฟรมกับสวิงอาร์มแบบอลูมิเมียน น้ำหนักเบา ระบบเบรคหน้าแบบดับเบิ้ลดิส floating ขนาด 320 มิลลิเมตร พร้อมกับคาลิปเปอร์เบรคแบบเรเดี้ยนเมาส์ 4 พอร์ท ขนาดของวงล้อแม็กหน้า 17 นิ้ว ที่ให้มากับยางสปอร์ตขนาด 120/70 ZR เบรคหลังเป็นแบบดิสเบรคขนาด 220 มิลลิเมตรจับด้วยคาลิปเปอร์ 1 พอร์ทของ Nissin ขนาดของวงล้อแม็กด้านหลังมีขนาด 17 นิ้ว ให้ยางสปอร์ตติดมาขนาด 190/55 ZR เสริมหล่อด้วยท่อ Akrapovic ที่เลเซอร์ MT-10 มาให้ด้วยเลยจากโรงงาน สำหรับ Yamaha MT-10 SP คันนี้บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 17 ลิตร มีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 212 กิโลกรัม ต้องบอกว่าคันนี้คือ SuperNaked อีก 1 คันที่น่าสนใจเลยละครับ ทั้งหล่อ แรง ราศีจับแน่นอนถ้าได้มาครอบครอง สำหรับคันนี้ถูกเสนอค่าตัวที่ประเทศอิตาลีเป็นเงิน ยูโร ที่ 16,499 ยูโร ถ้าคิดเป็นเงินแล้วจะอยู่ที่ 5 แสน (ไม่รวมภาษี) ถือว่าเป็นราคาที่สามารถจับต้องได้เลยละครับ สำหรับรถ SuperNaked สเปคเทพแบบนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้   

Yamaha Aerox 4 สเปคจิ๋วแต่แจ๋ว..มาไทยมีร้อง!!

อ่านไม่ผิด นี้คือ Yamaha Aerox 4 มินิสกู๊ตเตอร์จากยามาฮ่า คันนี้ถูกจอดโชว์ที่งาน Eicma 2019 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ที่ได้รับความสนใจไม่น้อย ไม่แพ้รถบิ๊กไม่แพ้บิ๊กสกู๊ตเตอร์เลยทีเดียว สำหรับคันจิ๋วนี้ เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 50 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 3 วาล์ว แคมเดี่ยว ให้กำลังเครื่องยนต์ที่ 4.9 แรงม้าที่ 7,250 รอบ/นาที และให้แรงบิดที่ 3.3 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที เครื่องยนต์ตัวนี้ผ่านมาตรฐาน Euro 4 และขับเคลื่อนด้วยสายพาน ระบบช่วงล่างแบบเทเลสโคปิด (ตะเกียบคู่) และด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวคอล์ยสปริง ระบบเบรคแบบดิสเบรค หน้า-หลัง ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางจานดิสที่ 190 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์เบรค JOG แบบ 1 พอร์ททั้งหน้าและหลัง มั่นใจได้ ยางหน้าที่ให้ขนาด 120/70-13 ยางหลัง 130/60-13 เป็นยางแบบ Tubless ที่มีขนาดเหมาะสมกับตัวล้อแม็กลาย 5 ก้าน พอดิบพอดี สมส่วนทั้งคัน พร้อมกับถังน้ำมันขนาด 6 ลิตร น้ำหนักรวมทั้งหมด 97 กิโลกรัม ตัวเรือนไมล์แบบกลมดูทันสมัย มาพร้อมกับปั๊มมือเบรคซ้าย-ขวา ทำให้รู้สึกว่าชุดแฮนด์ด้านบนมีความสมดุลองค์ประกอบเต็มไม่แพ้บิ๊กสกู๊ตเตอร์เลยละครับ ไฟท้ายดีไซน์ได้สวยงามมีความคล้ายคลึงกับ ไฟท้าย Tmax Iron max ที่มีรูปร่างคล้ายกับเพชรเจียรไน แบบ 8 เหลี่ยม ดุเป็นเอกลักษณ์ในรุ่น Yamaha Aerox 4 สำหรับเบาะคนซ้อนที่ออกแบบให้ดูสปอร์ต แบบ 2 ชิ้นแบ่งคนขับกับคนซ้อน ทำให้ดูเพียวบางร่างเล็กกันเข้าไปอีก สำหรับใครที่สนใจ และรอเข้าไทย ขออนุญาตตอบว่า โมเดลนี้ไม่สามารถเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยได้ เพราะด้วยองค์ประกอบทางด้านเครื่องยนต์ ที่ไม่สามารถจดทะเบียน จึงส่งผลให้ไม่สามารถจำหน่ายได้ในประเทศไทย สำหรับผมแล้วขอให้การดีไซน์และออฟชั่นโมเดลตัวนี้มาอยู่ใน Aerox 155 บ้านเราก็ดีใจสุดๆแล้วละครับ ส่วนราคาคันนี้ที่ขายยุโรปอยู่ 2,990 ยูโร หรือเป็นราคาเงินบาทประมาณ 98,000 บาท และมีจำหน่าย 2 สี Mattle Grey และ Yamaha Blue   อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้  

Honda Collection Hall อยากรู้ประวัติฮอนด้าต้องมาที่นี้

Honda Collection Hall คือพิพิธภัณฑ์รวบรวมเอารถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ตลอดไปจนถึงสิ่งของต่างๆ ที่ช่วยเรียงร้อยเรื่องราวประวัติศาสตร์ของฮอนด้าเอาไว้เข้าด้วยกัน มีตั้งแต่รถในช่วงสมัยยุคเริ่มต้นมาจนถึงยุคปัจจุบัน มีทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงประวัติศาสตร์การแข่งขันรายการต่างๆ ถูกรวมเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งผู้ที่เข้าชมจะสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่ Honda มุ่งหวังจะเล่าให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาความเป็นมาของ Honda ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สำหรับในครั้งนี้ทางเรา SuperBikemag.com ได้รับเกียรติร่วมทริป Japan Passion year2 กับทางฮอนด้า      ที่ให้เราได้ร่วมเก็บภาพเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ได้มาประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับตามหา Passion ไปด้วยกัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ใกล้กับสนามแข่ง Twin Ring Motegi ที่ปัจจุบันยังคงเอาไว้ใช้แข่งขันกี่ฬาการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ MotoGP ในวันนั้นเราจึงได้มีโอกาสชมทั้งพิพิธภัณฑ์ และMotoGP เลยทีเดียว แค่คนจะเยอะหน่อยเท่านั้นเอง Honda Collection Hall จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้นจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ไว้ให้เดินดูได้อย่างสะดวก ชัดเจน และน่าสนใจมากๆเลยครับ ถือว่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่เข้ามาเลยก็ว่าได้ เพราะในนี้ คือความฝันของใครหลายๆคน ที่ทุกคนอยากสะสม และครอบครองรถที่อยู่ในนี้ตามยุคตามสมัยของตนเอง เข้าประตูมาเจอก่อนเลยคันแรก Honda RC143 ปี 1960 คันนี้เป็นรถแข่งคันแรกของทางฮอนด้า เครื่องยนต์ 125 ซีซี 22 แรงม้า ที่ลงแข่งในรายการ WGP ปัจจุบันถ้าเทียบเท่ารายการนี้ก็ MotoGP นั้นเอง คันนี้มีอายุรวมๆเกือบ 60 ปี ใครที่ชื่นชอบ 2 ล้อเป็นพิเศษผมแนะนำให้ขึ้นมาที่ชั้น 2 อย่างโดยด่วนเพราะว่าเป็นชั้นที่จัดแสดงโชว์รถที่สะสมโมเดลหายากรุ่นแรก ปีลึก สภาพดี หาชมได้ยากที่สุดแล้ว บางรุ่นผมเองก็ยังไม่เคยเห็น (เกิดไม่ทัน) แต่ก็พอที่จะได้ยินมาบ้าง ทาง APHonda เราเองก็เอามาโชว์บางเป็นงานๆ คงจะทำเรื่องกันยกใหญ่ ถ้าจะเอาออกมานอกประเทศล่าสุด ก็คันด้านบนละครับ (RC143) ที่เอามาจอดโชว์ในงาน ThaiGP เรามาดูต่อในชั้น 2 กันว่ามีอะไรโชว์บ้าง เริ่มที่คันนี้เป็น Honda CB1100R ปี 1981 เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง 105 แรงม้าที่ 9000 รอบ/นาที น้ำหนักคันนี้อยู่ที่ 235 กิโลกรัม ถ้าเทียบกับรถรุ่นใหม่ๆตอนนี้ก็ถือว่าหนักพอสมควร แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุด คันนี้คือต้นแบบของหลายๆรุ่นในปัจจุบัน คันนี้ใหม่ขึ้นมาอีกหน่อย สำหรับ Honda CB1100R ปี 1983 เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง 120 แรงม้า ที่ 9000 รอบ/นาที น้ำหนักคันนี้อยู่ที่ 233 กิโลกรัม ในส่วนของมุมนี้จะมีแต่ CB ล้วนๆเลย ใครที่ชื่นชอบ จะหยุดอยู่ที่มุมนี้นานเป็นพิเศษ เดินมาต่อกันอีก 1 มุมสำหรับขาสะสมเลยก็ว่าได้ สำหรับคนไทยบางคน สายสะสมจริงๆอาจจะมีจอดประดับหิ้งไว้ที่บ้านแบบเงียบๆก็เป็นได้ มีทั้ง Honda DAX, Honda Gorila,Honda MOTRA ถัดไปอีก 1 มุมสำหรับ Honda Super Cup ที่ถูกจัดเก็บไว้มีสภาพที่สมบูรณ์ ต้องบอกเลยว่าทุกรุ่น ทุกโมเดลที่จอดอยู่สมบูรณ์ 100% Honda Dream CL72 Scrambler ปี1962 มอเตอร์ไซค์ตระกูล CL Scrambler คันแรกของฮอนด้า โดยมอเตอร์ไซค์คันนี้จะถูกส่งออกไปขายในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว ในรูปเล็กอาจจะมีการบ่งบอกได้ว่า ถูกนำไปใส่ในสงคราม (เป็นเพียงการคาดเดา) เดินมาต่อกันอีกมุม ที่เป็นมุมที่ได้รับความสนใจเลยทีเดียวสำหรับชายหนุ่มที่ชื่นชอบและรักในความเร็วแรงของรถฮอนด้า สำหรับมุม Racing เป็นโมเดลที่ถูกจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ อาทิเช่น NSR20 คันเล็ก และคันใหญ่ อย่าง NSR250R ที่ตอนนี้มูลค่าคงไม่ต้องพูดถึง ในไทยเรายังเห็นอยู่บ้าง แต่ก็คงจะไม่ปล่อยต่อมือกันง่ายๆอย่างแน่นอน เยอะจริงๆสำหรับมุมนี้ ที่ได้รับความสนใจ ส่วนตัวผมเองจะหยุดดูและเสียเวลากับเจ้า Honda NR750 เป็นพิเศษ ด้วยเอกลักษณ์ต่างๆที่ค่อนข้างจะดูเด่นกว่าชาวบ้าน ทั้งเครื่องยนต์สูบวีที่มีลูกสูบ

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
Honda Freed e:HEV 2025 มินิแวนที่คนไทยถามหา

อัปเดตล่าสุด Honda Freed e:HEV 2025 ดีกรีแชมป์รถยอดเยี่ยมญี่ปุ่น เจาะลึกขุมพลังไฮบริด 25 กม./ลิตร และวิเคราะห์โอกาสเปิดตัวในไทยปี 2568-2569

30 December 2025
SUV ตัวจบสายพรีเมียม Mazda CX-70 2026

อัปเดตล่าสุดจากฝั่งอเมริกาเหนือ! มาสด้าประกาศรายละเอียด SUV ตัวจบสายพรีเมียม Mazda CX-70 2026 พร้อมอัดออปชันมาตรฐานให้แน่นกว่าเดิม

29 December 2025

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
Honda CRF1100L AFRICA TWIN ADVENTURE SPORTS

Honda CRF1100L AFRICA TWIN ADVENTURE SPORTS (DCT) (2020) สเปกและราคา   เหนือสุดทุกเส้นทางกับ Honda CRF1100L AFRICA TWIN Adventure Sports ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงใหม่ ขนาด 1100 ซีซี ราคา 699,000 บาท       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1084 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ แบบ SOHC ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 92.0 X 81.4 มม. อัตราส่วนการอัด 10.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ DCT ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/90-21M/C 54H แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 150/70R18M/C 70H แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม.ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 230 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มและโช้คเดี่ยว Showa ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 220 มม. เบรคหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรก 4 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรคหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 256 มม. พร้อมระบบเบรก ABS และปิดเฉพาะล้อหลังได้ ยาว X กว้าง X สูง 2,310X 960 X 1,520 มม. ระยะฐานล้อ 1,560 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 248 กก. ความจุถังน้ำมัน 24.8 ลิตร   อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

21 May 2020
Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT)

Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT) (2020) สเปกและราคา Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT) (2020) ที่สุดแห่งความภูมิใจครั้งใหม่กับ Honda CRF1100L AFRICA TWIN ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงใหม่ ขนาด 1100 ซีซี ราคา 559,000       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิค เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1084 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ แบบ SOHC ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 92.0 X 81.4 มม. อัตราส่วนการอัด 10.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/90-21M/C 54H ยางหลัง 150/70R18M/C 70H ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม.ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 230 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มและโช้คเดี่ยว Showa ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 220 มม. เบรคหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรก 4 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรคหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 256 มม. พร้อมระบบเบรก ABS และปิดเฉพาะล้อหลังได้ ยาว X กว้าง X สูง 2,310X 960 X 1,355 มม. ระยะฐานล้อ 1,560 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 226 กก. ความจุถังน้ำมัน 18.8 ลิตร   สีอื่นๆ ที่ให้เลือก อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

21 May 2020
เปิดตัว Vespa Racing Sixties ย้อนเวลากลับยุค 60S

ย้อนเวลากลับสู่ยุค 60s ช่วงเวลารุ่งเรืองอันเป็นตำนานของการแข่งรถเรซซิ่ง กับ“Vespa Racing Sixties” โมเดลที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่งแห่งยุค 60s สู่ดีไซน์สปอร์ตสุดคลาสสิกที่พร้อมให้คุณสัมผัสแล้ววันนี้ จากตำนานการแข่งขันในยุค 60s ส่งต่อแรงบันดาลใจสู่งานดีไซน์ “เวสป้า เรซซิ่ง ซิกส์ตี้”  กับ 2 รุ่นพิเศษ ทั้ง “เวสป้า สปริ้นท์ 150 ไอ-เก็ต เอบีเอส เรซซิ่ง ซิกส์ตี้” (Vespa Sprint 150 i-Get ABS Racing Sixties) และ เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ 300 เอชพีอี เรซซิ่ง ซิกส์ตี้ (Vespa GTS Super 300 HPE Racing Sixties) ด้วยคาแรคเตอร์สปอร์ตที่ยังคงกลิ่นอายคลาสสิกเอาไว้ ผ่านลวดลายกราฟิกบนตัวรถทั้ง 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น ลายกราฟิกสีเหลืองและทองบนรถสีเขียวเมทัลลิก (สี กรีน เรซซิ่ง ซิกส์ตี้) และลายกราฟิกสีแดงและทองบนรถสีขาว (สี ไวท์ เรซซิ่ง ซิกส์ตี้) เติมเต็มลุคสปอร์ตกับดีไซน์ที่พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยชุดแต่งสีดำด้านรอบคันที่ กรอบไฟหน้า – ไฟหลัง กระจกมองหลัง คิ้วตัวถังหน้ารถ ฝาครอบท่อไอเสีย ที่พักเท้า และที่จับสำหรับผู้โดยสารรวมถึงเบาะนั่งที่ยังได้รับการออกแบบให้มีความสปอร์ต แต่แฝงลูกเล่นความคลาสสิกด้วยการเลือกใช้วัสดุหนังกลับนูบัคโดดเด่นด้วยล้อแม็กสีทองเมทัลลิก บ่งบอกกลิ่นอายความเป็นรถสปอร์ตคลาสสิกได้เป็นอย่างดี และยังเป็นครั้งแรกของเวสป้าที่ทำล้อแม็กให้เป็นสีทองอีกด้วย Vespa Sprint 150 i-Get ABS Racing Sixtie พร้อมตอบโจทย์ผู้ที่ชอบออกไปสนุกกับการใช้ชีวิตในเมือง และต้องการการขับขี่ที่คล่องตัว มาพร้อมกับ เครื่องยนต์ i-Get (ไอ-เก็ต) 150 ซีซี สูบเดี่ยว 4 จังหวะ 3 วาล์ว ที่ช่วยประหยัดน้ำมันและลดเสียงของเครื่องยนต์ ระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Injection) ความจุ 154.8 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 9.5 กิโลวัตต์ ที่ 8,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดที่ 12.5 นม. ที่ 6,750 รอบ/นาที สูงที่สุด เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ขนาดเดียวกัน ระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมระบายอากาศแบบหมุนวน ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT โช๊คอัพหน้าไฮดรอลิคแบบแขนเดี่ยวทำงานสองทิศทางและโช๊คอัพหลังแบบไฮดรอลิคเดี่ยว ปรับระดับการ รองรับน้ำหนักได้ 4 ระดับ มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยดิสก์เบรกหน้า ABS และ ดรัมเบรกหลัง สำหรับ Vespa GTS Super 300 HPE Racing Sixties พร้อมตอบสนองทุกการใช้ชีวิตทั้งในเมืองและนอกเมือง ด้วยเครื่องยนต์ HPE ใหม่ ที่พัฒนาให้มีสมรรถนะและประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ขับขี่สนุก นุ่มนวล และประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วย เครื่องยนต์ Piaggio HPE (High Performance Engine) ขนาด 300 ซีซี แบบลูกสูบเดี่ยว (Single-Cylinder) 4 จังหวะ ระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Injection) ความจุ3 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 17 กิโลวัตต์ ที่ 8,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 25.5 นม. ที่ 5,500 รอบ/นาที ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT พร้อม Torque Server โช๊คอัพหน้าไฮดรอลิคแบบแขนเดี่ยว ทำงานสองทิศทาง และ โช๊คอัพหลังแบบไฮดรอลิคคู่ ปรับระดับการรองรับได้ 4 ระดับ ระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนเนล พร้อมเบรกหน้าและเบรกหลังแบบดิสก์เบรก พร้อมระบบควบคุมแบบไฮดรอลิค ABS ระบบป้องกันการลื่นไถล ASR (Anti-Slip Regulation)

19 May 2020