SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตล่าสุด Changan เตรียมติดตั้งแบตเตอรี่โซลิดสเตต Golden Bell ในรถยนต์ไฟฟ้าไตรมาส 3 ปี 2569 ชูจุดเด่นวิ่งไกล 1,500 กม. และความปลอดภัยสูงขึ้น 70%

BYD Denza B8 ANCAP คว้ามาตรฐานความปลอดภัย 5 ดาวจากการทดสอบ โชว์ความแข็งแกร่งในการปกป้องผู้โดยสารเด็กและระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ

Mitsubishi Triton 2026 จากญี่ปุ่น สรุปสเปกเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน 7 โหมด และราคาจำหน่ายล่าสุด กระบะที่สายลุยห้ามพลาด

Nissan Clipper Truck 2026 รถกระบะเล็ก ปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมติดตั้งระบบเบรกอัตโนมัติเป็นมาตรฐานทุกรุ่น เริ่มต้น 2.6 แสนบาท

All-New Toyota 4Runner โฉมใหม่ ขุมพลังเบนซิน 2.4 เทอร์โบ ไฮบริด 326 แรงม้า สรุปสเปกและราคาจากอเมริกาที่สายลุยต้องกดไลค์
Forza 750 (เดิม) vs Forza 750 (แต่ง) by Showpow Shop มันต่างกันแค่ไหน?
ดูใน YouTube

New Honda Giorno+ โฉมล่าสุด มาพร้อม 7 เฉดสีใหม่ สไตล์ Modern Classic เครื่องยนต์ eSP+ 125 ซีซี ราคาเริ่มต้น 63,700 บาท

Wuling Aishang A100C รถไฟฟ้าขนาดเล็ก 4 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดจากจีน ดีไซน์หน้าบึ้งสุดกวน วิ่งไกล 220 กม. เริ่มต้นเพียง 1.7 แสนบาท

Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 งานซิ่งสุดขีด..ของเหล่าสายเลือดผู้ดี นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญและไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เลย สำหรับการพาแฟน ๆ และเหล่าสาวกมอเตอร์ไซค์สายเลือดแดนผู้ดีอังกฤษมาร่วมกิจกรรมแทร็กเดย์ใน Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 กับหนึ่งค่ายผู้ผลิตขวัญใจแฟน ๆ ทั่วประเทศอย่างไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ขนทัพเหล่านักบิดมากมายทั้งคนไทยและต่างชาติ มาร่วมจอยส์ความสนุกในกิจกรรมครั้งนี้ที่สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา เปิดพิทพร้อมบริการเซอร์วิส..เต็มระบบ ยกระดับของงานไปอีกขั้นกับการสนับสนุนของผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์แบรนด์ดังจากยุโรปอย่าง Triumph มาเปิดพื้นที่เพื่อรองรับบริการลูกค้าไทรอัมพ์ทุกท่าน รวมถึงทีมช่างเซอร์วิสรองรับซัพพอร์ตสำหรับเซ็ตติ้งตัวรถเพื่อลงในแทร็กเต็มระบบตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งกิจกรรมภายในแบ่งออกเป็นช่วงแทร็กเดย์และโทรฟี่ เพื่อให้สัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่ในแทร็กสำหรับลูกค้ามือใหม่ อีกทั้งยังได้เปิดประสบการณ์ในสนามกับรุ่นแข่งขันเฉพาะที่ทางไทรอัมพ์จัดให้อย่าง Triumph Triple Engine Trophy 660 – 1,200 cc. เสียงสูบเอกลักษณ์จากอังกฤษ อย่างที่กล่าวมาคือมันไม่ง่ายเลยที่จะได้เห็นฝูงแตนสายพันธุ์อังกฤษ บวกกับโมเดลสามสูบเสียงเอกลักษณ์หลายคัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้า Daytona 660, Street Triple 765, Speed Triple 1200RR หรือแม้กระทั่งเจ้า Speed Twin คลาสสิกสุดเท่ (โมเดลขวัญใจแอด) มาร่วมโชว์หล่อกันภายในงานนี้อีกด้วย ให้ซิ่งกันสนุกตลอดทั้ง 3 วัน ให้ได้ซิ่งกันสนุกตลอดทั้ง 3 วัน พร้อมเปิดรอบคัดเวลาสำหรับการควอลิฟายเพื่อจัดลำกับกริดสตาร์ทในการแข่งขันของวันอาทิตย์ ให้นักบิดได้จัดไลน์ขับขี่ในสนามแข่งรวมถึงเปิดลิมิตตัวแข่งในรูทขับขี่ที่รับรองความปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด นับได้ว่ามาสนามครั้งนี้..คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม อิงค์ อัศวานันท์ ร่วมโผล่เซอร์ไพรส์งานนี้ เรียกเสียงกรี๊ดฮือฮา..โดยเฉพาะสาววาย และพร้อมชวนโดนตกกับความน่ารัก สำหรับดารานักแสดงที่ขี่มอเตอร์ไซค์ได้นิดหน่อยอย่าง อิงค์ อัศวานันท์ ที่แอบโผล่มาร่วมเซอร์ไพรส์ในงานแทร็กเดย์ครั้งนี้ ไปพร้อมกับเจ้า Daytona 660 แถมกดเวลาต่อรอบดีสุดที่ 1:06 นาที ซึ่งเร็วกว่า Best Lap ในรุ่น 1,000 cc. เลยหล่ะครับ นอกจากจะหล่อแล้ว..แถมขี่รถได้นิดหน่อยจริง ๆ ผลการแข่งขัน Triumph Triple Engine Trophy 660 – 1,200 cc. อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 Graham Kinght 92 Street Triple 765 2 กษิดิศ ไตรรัตนมงคล 710 Street Triple 765 3 Nigel Curtis 30 Street Triple 765 4 ธรรมวุฒิ ปรีชาธรรมรัช 777 Street Triple 765 5 Tath Siribodhi 660 Daytona 660 โดยอันดับผลการแข่งขัน ผู้ที่ชนะเลิศได้แก่ Graham Kinght ที่สามารถคว้าโพเดี้ยมประจำสนามครั้งนี้ไปได้ พร้อมเวลา Best lap ต่อรอบแข่งขันในเวลาที่ 1.11.898 นาที ขอแสดงความยินดีด้วยอีกครั้ง บูธสินค้าจากไทรอัมพ์..มากมาย นอกจากนี้ยังเปิดบูธสินค้าบริการภายในงาน กับ แอสเซสเซอรีไอเท็ม เสื้อผ้า หมวก รองเท้าและชุดขับขี่จากแบรนด์ Triumph มากมายมาให้เลือกแถมส่วนลดพิเศษเฉพาะภายในงานนี้อีกด้วย สำหรับใครที่ใฝ่ฝันอยากจะลงแทร็กไปพร้อมกับโมเดลสายเลือดผู้ดีแล้วหล่ะก็..ลองติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทางแบรนด์ได้สำหรับโอกาสครั้งต่อไป โดย SuperBikeMag Trackday สนามหน้าจะจัดขึ้นวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2568 ห้ามพลาดสำหรับการติดตาม..แล้วเจอกัน สามารถรับชมอัลบั้มภาพกิจกรรม คลิ๊กที่นี่ อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Italjet SuperBike Trackday 2025 ศึกแข่งแดรกสเตอร์ “ครั้งแรก” ในไทย? เป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ กับค่ายผู้ผลิตรถแดรกสเตอร์สัญชาติอิตาลีอย่าง Italjet ได้เชิญชวนสาวกแฟน ๆ ชาวแดรกสเตอร์ทั่วประเทศ มาร่วมกิจกรรมความมันส์กันภายใน Italjet SuperBike Trackday 2025 สนามแรกที่พีระ เซอร์กิต จ.ชลบุรี แม้ว่าพึ่งมาทำตลาดในไทยได้ไม่นานถ้าเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ แต่ทว่ากระแสความฮิตนิยมกลับเพิ่มทวีคูณด้วยความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครในตัวโมเดล จึงทำให้เป็นที่น่าจดจำได้ง่ายเพียงเห็นแวบเดียวก็พาชวนตกหลงใหลในความเป็นรถอิตาลีซะทีเดียว ประกอบกับสตอรี่เรื่องราวที่ไม่เหมือนใคร ถ้าหากให้พูดก็คือ..มันคือรถใช้สำหรับในแทร็กและก็ได้มาใช้ในแทร็กที่พีระจริง ๆ จัดใหญ่ให้ลูกค้า..มากถึง 4 พิท โดยงานครั้งนี้ทาง Italjet เองก็ใจปล้ำเป็นพิเศษ ด้วยการพาลูกค้าอิตัลเจ็ทมาร่วมกิจกิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ตลอดทั้ง 3 วัน พร้อมเปิดพิทบริการลูกค้ามากถึง 4 พิท อัดแน่นด้วยเจ้า Dragster 300 ราว ๆ เกือบ 30 คัน อิ่มคุ้ม..กับกิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ตลอด 3 วัน โดยภายในกิจกรรม ประกอบไปด้วยการพาเหล่าสายบิดไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือเก๋า มาเปิดประสบการณ์การขับขี่ในแทร็กซึ่งสนามพีระเซอร์กิตก็นับว่าเป็นสนามแข่งเบอร์ต้นในประเทศไทย โดยช่วงการซ้อมในรอบแทร็กเดย์จะแบ่งเป็น 2 วันก็คือเที่ยงวันศุกร์จนถึงเย็นและเช้าวันเสาร์ (ครึ่งวัน) ก่อนสู่รอบโทรฟี่ ในการควอลิฟายเพื่อจัดลำดับกริดสตาร์ทในการแข่งขันของวันอาทิตย์ และสุดพิเศษไปกว่านั้นก็คือการเปิดรุ่นแข่งขันเฉพาะรุ่น Italjet Dragster 300 ซึ่งเราจะได้เห็นการแข่งขันรถแดรกสเตอร์ “ครั้งแรก” ในประเทศไทยตลอดทั้ง 7 รอบ โดยเวลาผู้ที่สามารถทำเวลาดีที่สุดในการแข่งขันและสามารถคว้าแชมป์ประจำสนาม 1 ได้แก่ คุณ สรวิศ ปุณณหิตานนท์ กับ Best Lap Record เวลาที่ 1.29.888 นาที และต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ที่สามารถคว้าโพเดี้ยมไปได้ในครั้งนี้ อันดับผลการแข่งขัน อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 สรวิศ ปุณณหิตานนท์ 302 Italjet Dragster 300 2 พันธุ์เทพ สอนประสม 304 Italjet Dragster 300 3 เกียรติศักดิ์ สานนอก 301 Italjet Dragster 300 4 Chen Po Yu 22 Italjet Dragster 300 5 วิทยา สิริปฐมจันทร์ 300 Italjet Dragster 300 พร้อมบูธสินค้าของแต่งจากอิตาลี นอกเหนือในเรื่องของการแข่งขันแล้ว ทางแบรนด์ยังขนสินค้ามากมายมาบริการภายในบูธ อาทิ ชุดชาม Malossi ผ้าเบรก Brembo กรอง BMC กันสะบัดแต่ง ชุดหางปลา,น็อต Bonamici Racing และปลอกแฮนด์ Domino ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นบูธรวมสินค้าของแต่งนำเข้าจากอิตาลีทั้งลำทีเดียว แถมโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษมากมายอีกด้วย สนาม2..เจอกัน ภายใต้กิจกรรมสุดพิเศษในครั้งนี้ที่ทาง Italjet มอบให้กับสาวกลูกค้าทุกท่านได้มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่มีที่ไหนมาก่อน สำหรับกิจกรรมของคนวัยมันส์กับ SuperBikeMag Trackday ในสนามที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 8 – 10 สิงหาคมนี้ ที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา หากใครที่ไม่ได้มาสนามนี้…สนามหน้า ห้ามพลาด!! ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางเพจ Italjet Dragster Thailand รับชมอัลบั้มภาพเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่ อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM ไม่ถอน MotoGP ถ้าในบัญชีมีพอ KTM ค่ายรถจักรยานยนต์ชื่อดังจากประเทศออสเตรีย ออกมายืนยันว่าทางค่ายพร้อมไปต่อในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตอย่าง MotoGP การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกต่อไป แม้สถานการณ์ของทางค่ายจะมีบางอย่างที่ต้องคำนึงถึง Gottfried Neumeister (ก็อตต์ฟรีด นอยไมสเตอร์) CEO คนปัจจุบันของ KTM AG และ PIERER Mobility AG ได้ออกมาตั้งความหวังไว้กับผู้จัดรายใหม่ที่มีแนวโน้มจะเข้ามาดูแลการแข่งขัน MotoGP อย่าง Liberty Media อีกทั้งยังยืนยันอีกว่าบริษัทจะเข้าร่วมการแข่งขัน MotoGP ไปจนจบฤดูกาล 2026 อย่างแน่นอน พร้อมรับว่า ‘สิ่งที่จะเกิดหลังจากปี 2026’ จะยังคงเป็นเรื่องที่ยังไม่แน่นอน หลังจากที่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติออสเตรียนี้ก็ได้ประกาศว่าทางแบรนด์ได้รับความช่วยเหลือจาก Bajaj Auto ค่ายรถจักรยานยนต์จากประเทศอินเดีย โดย Bajaj ได้จัดหาเงินทุนจำนวน 800 ล้านยูโร (ประมาณ 30,000 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้ หลังจากที่ประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง ซึ่ง CEO ของทาง KTM ก็ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอนาคตในวงการมอเตอร์สปอร์ตของทางแบรนด์ผู้ผลิต พร้อมยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการเข้าร่วมแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2026 “เรามีสัญญาที่มีอยู่แล้ว และเราจะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด” “ตอนนี้ผมยังไม่สามารถพูดได้เกี่ยวกับทุกรุ่นและทุกประเภทการแข่งขันของทุกแบรนด์ แต่ขอให้ชัดเจนไว้หนึ่งอย่าง: เราจะยังคงอยู่กับวงการมอเตอร์สปอร์ต” “โดยส่วนตัวแล้ว ผมเป็นแฟนตัวยงของ MotoGP และเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเมื่อ Liberty Media เข้ามาเป็นผู้จัดการแข่งขันรายใหม่” แม้ว่าขณะนี้การเข้าซื้อกิจการ Dorna Sports โดย Liberty Media จะยังต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของสหภาพยุโรป แต่หลายฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแข่งขันเองก็หวังว่าดีลนี้จะช่วยยกระดับการตลาดของการแข่งขัน MotoGP ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ใครต่อหลายคนตั้งคำถามว่ายุคใหม่ของการแข่งขัน MotoGP ในปี 2027 ทางค่ายจะยังคงส่งทีมเข้าแข่งขันอยู่หรือไม่ เพราะในฤดูกาลดังกล่าวเป็นปีของการเปลี่ยนแปลงกฎครั้งใหญ่ หลัก ๆ จะเป็นการลดขนาดเครื่องยนต์ลงเหลือเพียง 850 ซีซีเท่านั้น และช่วยลดเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการช่วยเหลือเหล่านักแข่ง เมื่อคำถามดังกล่าวได้ถูกถามออกไป ซีอีโอของทางค่ายเองก็ไม่รอช้าพร้อมตอบคำถามดังกล่าวทันที “ถ้าเราสามารถรับภาระค่าใช้จ่ายไหว” “เรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตอนนี้ เป็นสิ่งที่เราต้องประเมินอย่างรอบคอบ หาก Liberty Media เข้ามาจริง เราก็คาดหวังได้ว่าการแข่งขัน MotoGP จะมีความสนใจเพิ่มขึ้น” “Liberty น่าจะพยายามจัดการแข่งขันให้มากขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดเดี่ยวที่สำคัญที่สุดของเรา ดังนั้นเราจะไม่ตัดสินใจถอนตัวจาก MotoGP อย่างง่าย ๆ แน่นอน และทุกอย่างต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ อีกทั้งยังมีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง เช่น แนวคิดใหม่ของการแข่งขันจะเป็นอย่างไร? ค่าใช้จ่ายจะเท่าไร? จะมีการกำหนดงบประมาณสูงสุดหรือไม่?” และในขณะเดียวกัน Pit Beirer (พิท ไบเรอร์) หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM ก็ให้สัมภาษณ์กับ Dorna ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในช่วงระหว่างการแข่งขัน British Grand Prix โดยกล่าวว่า ทีมอิสระของทางค่ายอย่าง Tech3 ก็ยังไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนผู้ผลิต แม้จะมีข่าวความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของทีมแข่งก็ตาม “แผนของเราตอนนี้ชัดเจนมากว่า มุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงให้กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ และวางรากฐานสำหรับอนาคตจากจุดนี้” “ดังนั้น ตอนนี้ไม่มีแผนใด ๆ ที่จะลดเหลือแค่สองคัน และในแง่ของสัญญาก็เช่นกัน เรามีนักบิด 4 คนภายใต้สัญญา และเราก็มีข้อตกลงที่ยังดำเนินอยู่กับพาร์ทเนอร์คนสำคัญอย่าง Tech3 อีกหนึ่งปี” “ผมขอยืนยันว่า ไม่ว่าอนาคตของ MotoGP จะเป็นอย่างไร แม้ยุคใหม่จะเริ่มต้นในปี 2027 แต่เราต้องการทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ และโฟกัสกับการแข่งขันอย่างจริงจัง ทั้งทีมโรงงาน และ Tech 3 จะเป็นแผนที่ต้องพัฒนากันต่อไปในการแข่งขันฤดูกาลหน้า” สามารถอ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค CBR250RR SP 2025 สปอร์ตเรซซิ่ง จากค่ายปีกนก CBR 250RR SP 2025 รถสปอร์ตพิกัด 250 ซีซี มาพร้อมการดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโมเดลรถแข่งระดับโลก พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 วาล์ว พร้อมเทคโนโลยีที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง RC213V ให้ประสบการณ์ขับขี่สนุก ตอบสนองแรงบิดได้อย่างมั่นใจ ราคาแนะนำ 249,000 บาท เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 250 ซีซี พรร้อมเทคโนโลยีใหม่ถอดจากรถแข่ง RC213V โครงสร้างเฟรมถัก ออกแบบด้วยเทคโนโลยี CAE ระบบแอสซิสสลิปเปอร์คลัตช์ ควิกชิฟเตอร์ โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Comfort, Sport, Sport+) ระบบคันเร่งไฟฟ้า หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล Full LCD สวิงอาร์มอลูมิเนียม น้ำหนักเบา แข็งแรง โช้คอัพหลังขนาดใหญ่แบบโปรลิงค์ ปรับได้ 5 ระดับ โช้คหัวกลับจาก Showa พร้อมล้ออัลลอยอลูมิเนียม ท่อไอเสียแบบคู่ ระบบเบรก ABS สเปค CBR250RR SP 2025 รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 249 ซีซี แรงม้า (เคลม) 41 แรงม้าที่ 13,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 25 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 62.0 x 41.4 อัตราส่วนการอัด 12.1 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fully Digital Transistorised ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ยางหน้า 110/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ปรับได้ 5 ระดับ พร้อมสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว (ABS) พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว (ABS) พร้อมคาลิเปอร์ลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 724 x 2,060 x 1,098 มม. ระยะฐานล้อ 1,398 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 145 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 168 กก. ความจุถังน้ำมัน 14.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 เทคโนโลยี ระบบคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Comfort, Sport, Sport+) หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ระบบเบรก ABS ควิกชิฟเตอร์ ระบบแอสซิสแอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น CBR250RR SP 2022-2023 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX DRONE 2023 กับ 5 สีใหม่ล่าสุด อีกหนึ่งโมเดลที่เปิดตัวออกมาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้รถโมเดลค่ายหลักกันเลย กับ GPX DRONE 2023 สกู๊ตเตอร์พรีเมียม ดีไซน์สปอร์ต จากค่าย GPX กับ 5 สีสันพิเศษในคอลเลคชันใหม่ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ FREEDOM TO DESIGN ที่จะมาเพิ่มสีสัน ดีกรีความมันส์ เร้าใจ มากยิ่งขึ้นแถมยังได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์อัน โดดเด่น ดุดัน จนทำให้ GPX DRONE 150 กลายมาเป็นโมเดลเรือธงของค่ายกันเลยทีเดียว อีกทั้งในโมเดลนี้ยังมีความพิเศษ โดยถูกพัฒนาร่วมกับ SYM แบรนด์รถที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีความเชี่ยวชาญในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ มาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี การันตีด้วยเครือข่ายจัดจำหน่ายกว่า 90 ประเทศทั่วโลก เครื่องยนต์พิกัด 150 ซีซี 4 จังหวะ 4 วาล์ว มั่นใจเทคโนโลยีเครื่องยนต์จาก SYM ระบบไฟ Full LED รอบคัน ดีไซน์สปอร์ต ล้ำสมัย เบาะชิ้นเดียวดีไซน์ 2 ระดับ พื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะ นอกจากนี้ยังมาพร้อมขุมพลังที่พัฒนาจาก SYM ในพิกัด 150 ซีซี เทคโนโลยีหัวฉีด 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มั่นใจด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์จาก SYM เพิ่มสมรรถนะการทำงานได้อย่างเข้มข้น รวมถึงฟังก์ชันต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งระบบส่องสว่างแบบ Full LED ที่มีไฟหน้าถึง 10 ดวง ส่องสว่าง คมชัด ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมติดตั้งไฟฉุกเฉิน ส่วนทางด้านไฟท้ายออกแบบมาฉียบคมแฝงความ สปอร์ตด้วยโคมไฟสีสโมค เพิ่มความพรีเมียม และโดดเด่นไม่เหมือนใคร ต่อกันที่เรือนไมล์แบบดิจิทัล LCD ที่สามารถปรับตั้งค่านาฬิกา หรือ เซ็ททริปการเดินทางได้ และเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการเดินทางกับเบาะนั่งขนาดกว้าง สัมผัสหนานุ่มในดีไซน์สปอร์ต มาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะ ที่สามารถเก็บหมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ ทางด้านพื้นที่วางเท้าสำหรับผู้ขับขี่นั้น ออกแบบมาให้สามารถปรับการวางเท้า ได้หลายองศา เพิ่มความสบายของท่านั่งได้มากยิ่งขึ้น ดิสก์เบรกหน้า 260 มม. ดิสก์เบรกหลัง 220 มม. พร้อมระบบ CBS โช้คหลังสปริงคู่ ปรับพรีโหลดได้ 3 ระดับ ช่องเสียบ USB ขนาด 2 แอมป์ สมาร์ทคีย์เลส ระบบช่วงล่างเบรกมั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้าขนาด 260 มม. และ ดิสก์เบรกหลังขนาด 220 มม. ที่มาพร้อมกับระบบ CBS ช่วยในการกระจายแรงเบรก โช้คหลังสปริงคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ 3 ระดับ นอกจากนี้ ยังมีช่องเสียบ USB ขนาด 2 แอมป์มาให้ สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย ล่าสุด กับโฉมใหม่ของ New DRONE 150 (2023) กับ 5 สีสันสุดพิเศษ ได้แก่ สี DEEP WINE (ดำ-เทา) , HYPER SILVER (เทา-ดำ), MASTER GREEN (เขียว-เทา) , ENERGETIC RED (แดง-เทา) และ LIGHTNING BLUE (น้ำเงิน-ดำ) และมีให้เลือกด้วยกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น Standard (ระบบกุญแจปกติ) สีน้ำเงินดำ Lightning Blue เปิดราคาที่ 77,500 บาท รุ่น Keyless (ระบบกุญแจรีโมท พร้อมติดตั้งสัญญาณกันขโมย) สีเขียวเทา Master Green และ สีแดงเทา Energertic

Honda Forza 350 สเปกและราคา All New Honda Forza 350 พรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์ที่มาพร้อมกับที่สุดของพลังขับเคลื่อนใหม่พร้อมความหรูหราที่ลงตัว ฟังก์ชั่นอัจฉริยะ และรูปลักษณ์หรูหราสไตล์สปอร์ต ราคาแนะนำที่ 173,500 บาท Honda Forza 350 สเปกและราคา เครื่องยนต์ ESP+ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 329.6 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 77.0 X 70.7 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 10.5:1 ระบบเกียร์ อัตโนมัติ ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งอัตโนมัติแบบแรงเหวี่ยง ยางหน้า 120/70-15″ M/C 56P แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/70-14″ M/C 62P แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้ค ระบบกันสะเทือนหลัง โช้ค เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว และระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว และระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 2,147 X 754 X 1,362 มม. ระยะฐานล้อ 1,510 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 147 มม. ความสูงเบาะ 780 น้ำหนักรถ 185 กก. ความจุถังน้ำมัน 11.7 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ เบนซิน 91(E10), เบนซิน 95, E20 อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki Ninja ZX-25R SE 2020 สเปกและราคา Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 สปอร์ตไบค์ 4 สูบเรียงไซส์เล็กจากค่ายเขียว นอกจากรอบจัดจ้าน สุ้มเสียงเร้าใจ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีต่างๆ แบบจัดเต็ม พร้อมของแต่งเพิ่มเติมพิเศษ ราคา 269,000 บาท Kawasaki Ninja ZX-25R SE 2020 สเปกและราคา เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 249.8 ซีซี แรงม้า (เคลม) 51 แรงม้า ที่ 15,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 22.9 นิวตันเมตร ที่ 14,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 50.0 X 31.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11.5:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกันพร้อมแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ยางหน้า 110/70-R17″ M/C (54H) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 150/60-R17″ M/C (66H) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ SFF-BP ขนาด 37 ม.ม. ปรับแต่งค่าได้ ระยะยุบ 120 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบ Gas Charged พร้อมกระเดื่อง ปรับพรีโหลดได้ ระยะยุบ 116 ม.ม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบกึ่งลอยตัว 310 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบเดียลเมาท์ 4 พ็อต และระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก 1 พ็อต และระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 1,980 X 750 X 1,100 มม. ระยะฐานล้อ 1,380 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 125 มม. ความสูงเบาะ 785 น้ำหนักรถ 184 กก. ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 SE KRT Edition Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 SE KRT Edition Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 SE Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 SE อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 สเปกและราคา Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 สปอร์ตไบค์ 4 สูบเรียงไซส์เล็กจากค่ายเขียว นอกจากรอบจัดจ้าน สุ้มเสียงเร้าใจ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีต่างๆ แบบจัดเต็ม ราคา บาท (ยังไม่เปิดราคาในไทย) Kawasaki Ninja ZX-25R 2020 สเปกและราคา เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 249.8 ซีซี แรงม้า (เคลม) 51 แรงม้า ที่ 15,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 22.9 นิวตันเมตร ที่ 14,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 50.0 X 31.8 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 11.5:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกันพร้อมแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ยางหน้า 110/70-R17″ M/C (54H) แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 150/60-R17″ M/C (66H) แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ SFF-BP ขนาด 37 ม.ม. ปรับแต่งค่าได้ ระยะยุบ 120 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบ Gas Charged พร้อมกระเดื่อง ปรับพรีโหลดได้ ระยะยุบ 116 ม.ม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบกึ่งลอยตัว 310 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบเดียลเมาท์ 4 พ็อต เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก 1 พ็อต ยาว X กว้าง X สูง 1,980 X 750 X 1,100 มม. ระยะฐานล้อ 1,380 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 125 มม. ความสูงเบาะ 785 น้ำหนักรถ 180 กก. ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia RSV4 X-GP เปิดตัวสุดยอดรถ ซูเปอร์ไบค์ จากค่าย Aprilia รุ่นพิเศษที่มาพร้อมสเปคใกล้เคียงตัวแข่ง MotoGP มากที่สุดในราคา 3.3 ล้าน มีอะไร

Fermin Aldeguer vs Pedro Acosta ศึกระหว่าง 2 ดาวรุ่งพุ่งแรงจากสัญชาติสเปน ที่กำลังเป็นที่จับตามองจากแฟน ๆ ทั่วโลก และเหมือนจะปะทุขึ้นเรื่อย ๆ

Max Verstappen เผย “ผมคือแฟนตัวยง MotoGP” Max Verstappen แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน Formula 1 ได้ออกมาเผยว่าตัวเขาเป็นแฟนคลับในการแข่งขัน MotoGP อีกทั้งยังได้เผยว่าใครเป็นนักแข่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัว การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่าง MotoGP ยังคงดึงดูดสายตาจากนักแข่ง F1 อยู่ไม่น้อยเมื่อ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น นักแข่งแชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 4 สมัย ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเผยในงานของ Red Bull ที่ศูนย์ Hanger 7 ในเมืองซาลซ์บูร์ก โดยผ่านรายการทางเว็บไซต์ของ Servus TV ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งสองแชมป์สะท้อนถึงฤดูกาล 2024 ของพวกเขา และแสดงมุมมองเกี่ยวกับแง่มุมที่แตกต่างของมอเตอร์สปอร์ต ในระหว่างรายการ แม็กซ์ เปิดเผยว่าเขาเป็นแฟนตัวยงของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งถึงขั้นที่ต้องนำ iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดการรับชม แม้ว่าจะตัวจะมีแข่งก็ตาม “ผมเป็นแฟนในการแข่งขัน MotoGP และผมเองพยายามดูทุกการแข่งขัน ผมถึงขั้นพก iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดเลย” มาร์กคือนักบิดที่ดีที่สุดในกริด สำหรับเวอร์สแท็พเพ่น เขามองว่ามาร์เกซที่เป็นอดีตร่วมแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Redbull ว่าเป็น “นักบิดที่ดีที่สุดในกริด” โดยได้กล่าวว่า “มาร์ก มาร์เกซ เป็นแชมป์ MotoGP ถึง 6 สมัย แม้ว่าจะเขาอาจจะต้องปรับตัวกับทีมใหม่ (Ducati Lenovo) แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะสามารถทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเดิม” การพบกันของสองแชมป์ชื่อดังนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนร่วมกันของ Red Bull แม้ว่ามาร์เกซจะย้ายไปทีมโรงงาน Ducati ซึ่งมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับ Monster Energy ซึ่งทำให้ความร่วมมือของเขากับ Red Bull จะสิ้นสุดลงและไม่เพียงแค่นั้นเจ้าตัวยังออกมาเผยอีกว่าตัวเขามีความสนใจจะที่จะลองขี่รถ MotoGP แต่ก็ยอมรับว่าทางทีม F1 ของเขาอาจจะยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่กับแนวคิดนี้ เพราะทีมไม่ต้องการให้เจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บ “ผมอยากลองมาก แต่ผมคิดว่ามันจะสมเหตุสมผลกว่าถ้าเริ่มจาก Moto2 หรือ Moto3 ก่อนที่จะลอง MotoGP ผมอยากทำจริงๆ แต่ผมเข้าใจความกังวลของทีมผม ตอนนี้ผมคงต้องพอใจกับการชมในฐานะผู้ชมไปก่อน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Aleix Espargaro จากนักบิด MotoGP สู่ Pro-Tour 2025 Aleix Espargaro จาก MotoGP สู่ Pro-Tour อดีตนักบิด MotoGP ทีมชาติอาพริเลีย เตรียมเข้าร่วมทีมปั่นจักรยาน Lidl-Trek ในปีหน้า หลังเพิ่งประกาศเลิกแข่งมอเตอร์ไซค์เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งอเล็กซ์ เคยคว้าชัยชนะใน MotoGP ได้ 3 ครั้งตลอดอาชีพ 15 ปีบนรถจักรยานยนต์ @aleixespargaro Hello @Lidl-Trek family 💙❤️💛 . Muy feliz de formar parte de este proyecto en este mundo que tanto me mola!! Let’s go buddies 🚀. #aleixespargaro #deportesentiktok #ciclismo #41 #lidltrek #procycling ♬ Get Ready – Steve Aoki Vocal Radio Edit – 2 Unlimited นักบิดวัย 35 ปีจะเริ่มสัญญากับ Lidl-Trek ตั้งแต่ต้นปี โดยเขาจะเข้าร่วมทีมในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์สำหรับการแข่งขันจักรยานระดับ “Prestigious” ซึ่งยังไม่ได้ระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน นอกจากหน้าที่ในทีม Lidl-Trek แล้ว เขายังรับตำแหน่งใหม่ในฐานะนักทดสอบให้กับโครงการ MotoGP ของ HRC อีกด้วย ซึ่งเขาเริ่มต้นบทบาทนี้ในการทดสอบอย่างเป็นทางการที่บาร์เซโลนาเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจบการแข่งขัน Solidarity Grand Prix ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล MotoGP “ผมตื่นเต้นที่ได้เข้าร่วมครอบครัว Lidl-Trek ซึ่งเป็นบ้านของนักปั่นจักรยานที่ดีที่สุดในโลกบางคน” เอสปาร์กาโรกล่าว “หลังจากที่ผมบาดเจ็บที่หลังจนต้องเลิกวิ่ง ผมจึงหันมาปั่นจักรยานเพื่อการฟื้นฟูและการฝึกซ้อม “เมื่อเวลาผ่านไป มันกลายเป็นมากกว่าการเตรียมตัว แต่มันกลายเป็นความหลงใหลของผม “การใช้ชีวิตในอันดอร์รา ทำให้ผมได้สร้างมิตรภาพกับนักปั่นมืออาชีพหลายคน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมฝึกซ้อมในระดับที่สูงขึ้น” เพื่อนร่วมทีมใหม่ของเขาประกอบด้วยผู้ชนะ Giro d’Italia อย่าง เทา จีโอเกแกน ฮาร์ต, นักปั่นชาวเบลเยียม ทิม เดอแคลร์ค และแชมป์โลกประเภทถนนปี 2019 แมดส์ พีเดอร์เซน “การทำงานร่วมกับ อเล็กซ์ จะเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากสำหรับเรา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักปั่นรุ่นใหม่ของเรา” ลูกา เกอร์ซิเลนา ผู้จัดการทั่วไปของ Lidl-Trek กล่าว “เรารู้ว่าเขาเป็นนักปั่นที่แข็งแกร่งและมีความหลงใหล แต่เขายังนำประสบการณ์และมุมมองที่แตกต่างมาสู่ทีมได้ เขาสามารถช่วยให้นักกีฬารุ่นใหม่ของเราเข้าใจและรับมือกับความกดดันที่มาพร้อมกับการแข่งขันในระดับสูงสุด” การแข่งขันใหญ่รายการแรกของฤดูกาลปั่นจักรยานปี 2025 คือ Tour Down Under ในออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ 21-26 มกราคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin เผยสามนักบิดมีส่วนทำให้แกร่งขึ้น Jorge Martin แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาเผยถึงสามนักแข่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เจ้าตัวแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถเค้นฟอร์มเก่ง แล้วทะยานไปสู่ตำแหน่งแชมป์ MotoGP ฤดูกาล 2024 ‘มาร์ติเนเตอร์’ ได้ออกมาให้เครดิตแก่นักแข่งสามคนที่เป็นคู่แข่งในศึกชิงแชมป์ MotoGP ในฤดูกาลที่ผ่านมาที่ทำให้เจ้าตัว ‘เป็นนักแข่งที่แกร่งขึ้น’ ระหว่างเส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์โลกปี 2024 ซึ่งการคว้าแชมป์ในหนนี้ เป็นการได้แชมป์ในการแข่งขันคลาสสูงสุดครั้งแรกของเจ้าตัวโดยอดีตนักแข่งทีม Pramac สามารถคว้าแชมป์ได้เหนือคู่แข่งด้วยคะแนนนำ 10 แต้ม 5 อันดับแรกของการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2024 อันดับ นักแข่ง ทีม คะแนน 1 Jorge Martín Prima Pramac Racing 508 คะแนน 2 Francesco Bagnaia Ducati Lenovo Team 498 คะแนน 3 Marc Márquez Gresini Racing MotoGP 392 คะแนน 4 Enea Bastianini Ducati Lenovo Team 386 คะแนน 5 Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 217 คะแนน เป้กโก้ บัญญาย่า, มาร์ก มาร์เกซ และ อิเนีย บาสเตียนินี่ สามนักแข่งที่มาร์ตินออกมาเผยว่า เป็นส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์รายการ MotoGP เป็นหนแรกของเจ้าตัว “เป้กโก้, มาร์ก และอิเนีย ทั้งสามคนทำให้ผมเป็นนักแข่งที่เก่งขึ้น พวกเราทำให้ผมต้องทุ่มเททุกอย่างที่มี เมื่อไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ก็จะมีอีกคนที่ผมต้องเอาชนะให้ได้ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นอยู่ตลอด “มันเป็นตำแหน่งแชมป์ที่สามารถคว้าชัยมาได้อย่างยากลำบาก เราสามารถสร้างสถิติเก็บคะแนนเป็นประวัติศาสตร์ (สามารถคว้าแชมป์ด้วยคะแนน 508 คะแนน) ซึ่งผมสามารถบอกได้เลยว่าความเข้มข้นของการแข่งขันนั้นสูงมาก การที่ผมสามารถเอาชนะพวกเขาได้เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก” การแข่งขันในฤดูกาลหน้า แชมป์โลกคนปัจจุบันได้ย้ายต้นสังกัดไปอยู่กับ Aprilia Racing ในการป้องกันแชมป์ในปี 2025 ซึ่งการเปิดตัวทีมแข่งในฤดูกาล 2025 อย่างเป็นทางการของทีม Aprilia Racing จะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคม 2025 ซึ่งคาดการณ์ว่านักแข่งชาวสเปนรายนี้อาจเปลี่ยนหมายเลขจาก #89 เป็นหมายเลข #1 พร้อมเปิดตัวทีมเมทอย่าง มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดชาวอิตาเลียน ที่ย้ายมาจากทีม VR46 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก