SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    • ZXMOTO
    • CFMOTO
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZXMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
เปโดร อคอสต้า รับ ไม่อยากวาดฝันตัวเองกับ ‘Ducati’

เปโดร อคอสต้า รับ ไม่อยากวาดฝันตัวเองกับ ‘Ducati’ เปโดร อคอสต้า นักบิดดาวรุ่งจากทีมโรงงาน ‘ไร้ส้ม’ Red bull KTM Factory Racing ในศึกการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่าง MotoGP ที่ออกมาเผยว่าเจ้าตัวนั้นไม่อยากที่จะจินตนาการ และวาดฝันว่าตัวเองอยู่บนตัวแข่ง Desmosedici ของค่าย Ducati  เจ้าของแชมป์โลก Moto2 หนึ่งสมัย ที่ในช่วงหลังมานี้มีกระแสข่าวลือเรื่องการย้ายทีมออกมาอย่างหนาหู ซึ่งอาจเป็นเหตุต่อเนื่องมาจากที่ต้นสังกัดของเจ้าตัวมีข่าวปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน ซึ่งถ้าให้พูดถึงความเก่งกาจ หรือความเป็นสุดยอดในกลุ่มผู้นำของแบรนด์ Ducati ก็ต้องขอย้อนไปในการแข่งขันฤดูกาล 2024 ค่ายรถสัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้สามารถเก็บชัยชนะในรอบเรซได้ ‘เกือบ’ จะทุกสนามที่ลงทำการแข่งขัน ซึ่งพลาดท่าให้กับทีม Aprilia ไปในการแข่งขันสนามที่ 3 ของฤดูกาลเพียงเท่านั้น ขณะที่ในปี 2025 หลังผ่านไป 8 สนาม พวกเขาโดนโค่นแชมป์ไปแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ที่ ฝรั่งเศส (โยฮันน์ ซาร์โก้ ชนะด้วย Honda) และ อังกฤษ (มาร์โก เบซเซคคี คว้าชัยให้กับ Aprilia) อย่างไรก็ตาม แม้จะพลาดบางสนาม แต่ Ducati ก็ยังคว้าชัยได้ถึง 6 จาก 8 สนามแรกของปี และยังคงรักษาสถิติชนะ 100% ในการแข่งขัน Sprint Race ถัดมาทางด้านของต้นสังกัดอย่าง Red bull KTM Factory Racing อาจจะยังไม่เข้าใกล้กับตำแหน่งโพเดียมมากนัก ซึ่งผลงานที่ทีมสามารถทำได้ดีที่สุดของปีนี้เกิดขึ้นที่สนามอารากอนในช่วงวันที่ 6-8 มิถุนายนที่ผ่านมา ‘เบบี้ชาร์ค’ สามารถทำผลงานได้ดีที่สุดด้วยการจบอันดับที่ 4 แน่นอนว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปโดร อคอสต้า ก็ถูกสื่อเชื่อมโยงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการไปขี่ให้กับค่าย Ducati “ผมไม่อยากจินตนาการครับ” เมื่อมีกระแสย้ายค่าย ก็พ่วงมาถึงเรื่องของสไตล์การขับขี่ซึ่ง RC16 ของ KTM กับ Desmosedici GP ของ Ducati ก็มีสไตล์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน และการขับขี่ของ ‘เบบี้ชาร์ค’ ที่มีสไตล์การขับขี่ที่ดุดัน มีลูกเล่นในการขับขี่ จะสามารถปรับตัวกับ Ducati ได้หรือไม่หากต้องย้ายจริง “ผมไม่รู้เหมือนกันครับ” “ผมเชื่อว่ามนุษย์ต้องเป็นเหมือนน้ำ — ไม่ว่าจะเทใส่ภาชนะแบบไหน น้ำก็จะเปลี่ยนรูปร่างให้เข้ากับสิ่งนั้นได้” หากมีการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง จุดหมายปลายทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ VR46 Racing Team ซึ่งตอนนี้ฟาบิโอ ดิ จินันอันโตนิโอ มีสัญญาโรงงานอยู่ถึงสิ้นปี 2026 แต่ทางด้านของฟรานโก้ โมบิเดลี มีสัญญาอยู่จนถึงสิ้นปี 2025 นี้เท่านั้น อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

18 June 2025
Aprilia Racing รับ พัฒนา RS-GP เพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ

Aprilia Racing รับ พัฒนา RS-GP เพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ Aprilia Racing ทีมดังจากการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมกำลังมุ่งพัฒนาตัวแข่งของทางค่ายอย่าง Aprilia RS-GP อีกทั้งทางด้านของผู้จัดการทีมอย่าง Paolo Bonora (เปาโล โบนอร่า) ก็ยังแสดงถึงความพึงพอใจของกับความก้าวหน้าในการพัฒนาตัวแข่งของทางค่าย การทดสอบหลังการแข่งขันที่สนามอารากอนประเทศสเปน ผู้จัดการทีมของทางค่ายก็แสดงความพึงพอใจไม่น้อย โดยระบุว่าการพัฒนาในด้านแอโรไดนามิกและอิเล็กทรอนิกส์ชุดใหม่ มีแนวโน้มจะถูกนำมาใช้ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งทีมดังสัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้ไม่สามารถต่อยอดจากชัยชนะสุดเซอร์ไพรส์ที่สนามซิลเวอร์สโตนในรายการ British MotoGP ได้ในสนามล่าสุดที่อารากอน หลังจากที่มาร์โก เบซเซ็คกีล้มในรอบควอลิฟาย ทำให้ต้องออกสตาร์ตจากกริดที่ 21 และจบการแข่งขันทั้งสองเรซในอันดับที่ 8 แม้จะคว้าชัยชนะที่ซิลเวอร์สโตนได้ แต่ฤดูกาลนี้ก็ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ Aprilia ซึ่งก่อนเปิดฤดูกาล 2025 เคยถูกคาดหมายว่าจะเป็นทีมลุ้นแชมป์จากการได้ตัวเบซเซ็คกี และแชมป์โลกคนล่าสุด ฆอร์เก้ มาร์ติน มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เมื่อมาร์ตินต้องพักแบบไม่มีกำหนดจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ความหวังทั้งหมดตกไปอยู่ที่ผลงานของเบซเซคคีแต่เพียงผู้เดียวอย่างไร้ข้อกังขา อีกทั้งตอนนี้ทางค่ายยังพัฒนาตัวรถเพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ เพื่อให้นักแข่งเจ้าของหมายเลข 72 รายนี้รีดผลงานออกมาให้ดีมากที่สุด “อย่างที่เห็นกันว่าหลังจบเรซ สภาพแทร็กมักจะดี เราจึงมุ่งเน้นที่การไทม์แอทแทคของมาร์โกเป็นหลักและ เราลงมือปรับปรุงหลายอย่าง โดยเฉพาะในด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อควบคุมช่วงออกตัวจากโค้งให้ดีขึ้น รักษาเสถียรภาพของรถ และให้สามารถควบคุมได้มากขึ้น” นอกจากเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว Aprilia ยังได้นำแฟริ่งหน้าชุดใหม่มาใช้ในการทดสอบ ซึ่งโบนอร่าเผยว่าอาจได้เห็นใช้จริงในการแข่งขันอีกไม่กี่สนามข้างหน้า “เรายังได้ทดสอบบางอย่างที่เกี่ยวกับแอโรไดนามิก มันให้ผลลัพธ์ที่ดี นั่นคือความเห็นแรก [แต่] เรายังต้องนำไปให้กับนักแข่งทุกคนได้ลอง เพื่อเก็บความคิดเห็นจากแต่ละคน ตอนนี้ดูแล้วมีแนวโน้มที่ดี และน่าจะได้เห็นมันถูกใช้งานในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี้” “และในส่วนของสิ่งที่เราต้องปรับปรุง นั้นไม่ใช่แค่ในรอบควอลิฟาย แต่รวมถึงแอโรไดนามิกของตัวรถตลอดทั้งเรซ และในช่วงไทม์แอทแทคด้วย เรายังต้องจัดการเรื่องยางใหม่ให้ลงตัวสำหรับมาร์โก” “เราปรับได้บ้างแล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะฟีดแบ็กในช่วงเบรกของเขาออกมาดี แต่เรายังต้องทำงานต่อในช่วงออกจากโค้ง ดังนั้นถ้าเราต้องการดึงศักยภาพสูงสุดจากพรสวรรค์ของเขาออกมาให้ได้ เราต้องพัฒนาช่วงเร่งออกจากโค้งให้ดียิ่งขึ้น” เหล่านักแข่งทีมอาพริเลียจะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

16 June 2025
  • All Posts
  • MOTOGP
ดู MotoGP แต่ละครั้ง ต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง ?

ดู MotoGP กับ 5 สิ่งที่คนมีตังค์เขาจ่ายกัน  ! การ ดู MotoGP เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต โดยค่าใช้จ่ายในการเข้าชมแต่ละสนามจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สถานที่จัดการแข่งขัน ประเภทของบัตรที่เลือก และสิ่งที่ต้องการของแต่ละคน ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดค่าใช้จ่ายโดยประมาณที่จะช่วยให้คุณวางแผนการเข้าชม MotoGP ได้ง่ายขึ้น เเละนี่คือ 5 สิ่งที่ต้องจ่ายมีอะไรบ้างไปดู.. 1. ราคาบัตรเข้าชม ราคาบัตรเข้าชม MotoGP มีหลายประเภทตามความต้องการของผู้เข้าชม ดังนี้: บัตรทั่วไป (General Admission): สำหรับผู้ที่ต้องการชมการแข่งขันแต่ไม่ต้องการที่นั่งเฉพาะเจาะจง ราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 1,500 – 3,500 บาท ซึ่งราคาจะแตกต่างกันไปตามสนามและระยะเวลาที่เข้าชม บัตรที่นั่งเฉพาะ (Grandstand Ticket): บัตรนี้จะให้คุณได้ที่นั่งเฉพาะเพื่อมุมมองที่ดีขึ้น รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในระหว่างการเข้าชมการแข่งขัน โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4,500 – 9,000 บาท หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสนามและตำแหน่งของที่นั่ง บัตร VIP / Hospitality Packages: หากคุณต้องการประสบการณ์ที่เหนือระดับ บัตร VIP จะมอบสิทธิพิเศษ เช่น การเข้าถึงและใกล้ชิดนักแข่งมากยิ่งขึ้น การเข้าถึงโซน VIP อาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมที่พักอาศัยตลอดทั้งการแข่งขัน รวมไปถึงส่วนลดสินค้าและการบริการของแต่ละค่ายที่มอบให้กับลูกค้าอีกด้วย ซึ่งบัตรประเภทนี้มีราคาที่ค่อนข้างสูง โดยเริ่มต้นที่ประมาณ 15,000 – 80,000 บาท หรือมากกว่า โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดค่าตั๋วเเต่ละสนามได้ที่นี่ : https://tickets.motogp.com 2.ค่าเดินทาง   ค่าเดินทางระหว่างประเทศ: หากคุณต้องเดินทางไปยังประเทศที่จัดการแข่งขัน ราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 30,000 บาทต่อคน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและระยะทางของการเดินทาง *สำหรับคนที่ยังไม่มีพาสสปอร์ตและวีซ่าเดินทางต่างประเทศ ต้องบวกเพิ่มไปอีก 5,000-10,000 แล้วแต่ประเทศ สำหรับการทำวีซ่าเพื่อขอเข้าในประเทศนั้น ๆ* ค่าเดินทางภายในประเทศ: การเดินทางจากสนามบินไปยังสนามแข่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าเช่ารถ ค่ารถแท็กซี่ หรือค่าบริการรถสาธารณะ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 5,000 บาท ถ้าหากคุณเจอรถบริการดี ๆ คุณอาจจะจ่ายในราคาถูก หรือถ้าคุณเจอประเภทรถโดยสารบวกเพิ่มพิเศษแล้วหล่ะ..ไม่รู้ด้วยนะค้าบ 3.ค่าที่พัก โรงแรมระดับกลางหรือที่พักมาตรฐาน: ราคาค่าที่พักในช่วงการแข่งขันอาจสูงขึ้น โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 5,000 บาทต่อคืน การเข้าพักตลอดช่วงการแข่งขัน (3-4 คืน) จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,500 – 20,000 บาท หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งและประเภทของที่พัก 4.ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารและเครื่องดื่มจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 2,000 บาทต่อวันต่อคน ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารและสถานที่ที่คุณเลือกทาน 5.ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ  ค่าเดินทางในสนามแข่ง: หากคุณต้องการที่จอดรถหรือการเข้าถึงพื้นที่พิเศษ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 2,000 บาท ของที่ระลึกและสินค้าทีม/นักแข่ง: หากต้องการซื้อของที่ระลึกหรือสินค้าเกี่ยวกับทีม/นักแข่ง คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 1,000 – 5,000 บาท หรือมากกว่านั้น ค่าใช้จ่ายโดยรวม เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว ค่าใช้จ่ายในการเข้าชม MotoGP ในแต่ละสนามโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 100,000 บาทขึ้นไปต่อคน ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตรเข้าชม ค่าเดินทาง การเข้าพัก และการใช้จ่ายในสถานที่แข่ง รวมถึงรายการอื่น ๆ  ระดับอนุบาล เน้นชมอย่างเดียว ราคาก็อยู่ที่ราว ๆ 20,000 บาทขึ้นไป  ระดับมัธยม ชม ช็อป เที่ยว ราคาอาจตกอยู่ที่ราว ๆ 40,000 บาทขึ้นไป  ระดับแฟนพันธุ์แท้ ชม ช็อป เที่ยว พร้อมทำกิจกรรมสุดพิเศษกับร่วมนักแข่งหรือทางค่ายรถ รวมไปถึงการบริการต่าง ๆ จากทางผู้จัดเป็นอย่างดี ราคาอาจตกอยู่ที่ราว ๆ 50,000 บาทขึ้นไป ระดับศุลต่าน กระทบไหล่นักแข่ง เดินร่วมกับคนดังระดับโลกประดุจญาติมิตร ถ่ายเซลฟี่กับนักแข่งเสมือนพี่น้องร่วมค่าย พร้อมบริการสุดพิเศษที่เรียกได้ว่าครั้งเดียวไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ราคาอาจตกราว ๆ 100,000 บาทขึ้นไป

2025 MotoGP Calendar ประกาศแล้ว ปักหมุดวันให้พร้อม

ตารางแข่ง MotoGP 2025 ประกาศแล้ว ปักหมุดวันให้พร้อม คลอดออกมาแล้ว สำหรับกำหนดการและตารางการแข่งขัน 2025 MotoGP Calendar เต็มฤดูกาลทั้ง 22 สนาม พร้อมเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ที่ทางผู้จัดอย่างดอร์นา สปอร์ต ให้ประเทศไทยบ้านเราเป็นเจ้าภาพเปิดฤดูกาลการแข่งขันสนามแรก ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ไลน์อัพนักบิด MotoGP 2025 และนี่ก็คือไลน์อัพนักบิด MotoGP 2025 ประกาศออกมาเป็นทางการแล้ว สำหรับใครที่เชียร์นักแข่งคนไหน ก็อย่าลืมวางแผนการเดินทางให้ดี และอย่าลืมจองบัตรด้วยนะ..!! ปี 2025 นี้รับประกันความมันส์แน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม

มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม Pedro Acosta กล่าวกับสื่อไม่มีใครพร้อมที่จะพา KTM คว้าแชมป์ MotoGP ได้มากไปกว่า “บุคคลพิเศษ” อย่าง Aki Ajo ที่ได้รับตำแหน่งเข้ามาคุมทัพใน MotoGP ฤดูกาลหน้า หลังจากที่มีการคาดเดาออกไปต่าง ๆ นานา ว่าผู้จัดการทีมคนถัดไปของ KTM คือใคร เพราะมีข่าวออกมาก่อนการแข่งขันที่อินโดนีเซียนกรังด์ปรีซ์ Francesco Guidotti จะก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024 และก็มีการประกาศออกมาอย่างเป็นการทางการว่าคนที่จะมารับหน้าที่แทนก็คือ Aki Ajo  Aki Ajo ประสบความสำเร็จกับ KTM ในปี 2012 เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์โลก Moto3™ ครั้งแรกกับ KTM RC4 ทีม Red Bull KTM Ajo ได้แชมป์อีกสองรายการในรุ่นนี้ (ในปี 2016 กับ Brad Binder และปี 2021 กับ Pedro Acosta) อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับการพัฒนาความสามารถของนักแข่งจาก Red Bull MotoGP Rookies Cup ในการแข่งขัน Moto3 ของ Ajo ที่ช่วยให้ผลักดันนักแข่งก้าวขึ้นสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP หลังจากที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่า Aki Ajo จะเข้ามารับหน้าที่คุมทัพ Red Bull KTM Factory Racing MotoGP สำหรับปี 2025 เปโดร อาคอสต้าได้พูดถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาร่วมงานกับกุนซือคนนี้อีกครั้ง  “ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ยินข่าวดีข่าวนี้ ผมคิดว่าไม่มีใครในแพดด็อกนี้ที่เตรียมพร้อมเพื่อเป้าหมายในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ MotoGP อีกทั้งเขายังเป็นคนที่เคยช่วยเหลือผมเยอะมากในอดีต และผมชอบความตรงไปตรงมาของเขามาก และผมคิดว่าเราจะเป็นคู่หูที่ดีต่อกัน” สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของ MotoGP จะแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 12.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
เลิกลือ ! Pedro Acosta ยังอยู่กับ KTM ต่อไป

เลิกลือ ! Pedro Acosta ยังอยู่กับ KTM ต่อไป Pedro Acosta นักแข่งดาวรุ่งคนสำคัญของทีมโรงงาน KTM ในการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2025 นี้ที่จู่ ๆ เจ้าตัวก็มีข่าวลือออกมาอย่างหนาหูว่า เจ้าของแชมป์โลก Moto2 ปี 2023 รายนี้เตรียมย้ายออกจากอ้อมอกผู้ผลิตสัญชาติออสเตรีย หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM อย่าง พิต ไบเรอร์ ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมผู้ผลิตมีหน้าที่ในการรักษา ‘Baby Shark’ รายนี้ให้อยู่กับทีมต่อไปแม้จะมีข่าวลือในการย้ายออกจากทีมออกมาก็ตาม  สืบเนื่องมาจากปัญหาหนี้สินของ KTM ที่มีรวมกันกว่า 2 พันล้านยูโร ถึงแม้ว่าตอนนี้เหมือนจะมีแสงสว่างที่มากขึ้นสำหรับอนาคตของเขา หลังจากการสรุปแผนการปรับโครงสร้างที่ได้รับการอนุมัติจากเจ้าหนี้เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ผลงานในช่วงแรกของการแข่งขันฤดูกาล 2025 อาจจะยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ตารางคะแนนสะสมประจำฤดูกาล 2025 (หลังผ่านไป 2 สนาม) อันดับ นักแข่ง สังกัดทีม คะแนนสะสม 1 มาร์ก มาร์เกซ Ducati Lenovo Team 74 2 อเล็กซ์ มาร์เกซ BK8 Gresini Racing MotoGP 58 3 ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า Ducati Lenovo Team 43 4 ฟรานโก้ โมบิเดลี VR46 Racing Team 37 5 โยฮันน์ ซาร์โก้ Castrol Honda LCR 25 6 ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ VR46 Racing Team 22 7 แบรนด์ บินเดอร์ Redbull KTM Factory Racing 19 8 ไอ โอกุระ TrackHouse MotoGP Team 17 9 มาร์โก้ เบซเซคคี่ Aprilia Racing 14 10 เปโดร อคอสต้า Redbull KTM Factory Racing 13   ตารางคะแนนผู้ผลิตประจำฤดูกาล 2025 (หลังผ่านไป 2 สนาม) อันดับ ทีมผู้ผลิต คะแนน 1 Ducati 74 2 Honda 26 3 Aprilia 22 4 KTM 22 5 Yamaha 13   หลังจากผ่านการแข่งขันไปสองสนามตอนนี้ผลงานของทีม KTM อยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนนทีมผู้ผลิตซึ่งเหนือกว่าค่าย Yamaha เพียงทีมเดียวเท่านั้น โดยนักแข่งที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของทีมคือแบรนด์ บินเดอร์ ที่อยู่อันดับ 7 บนตารางคะแนนสะสมของนักแข่ง  ซึ่งฟอร์มของ RC16 ที่ไม่ค่อยสู้ดีนักในตอนนี้อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้มีกระแสข่าวลือกลับมาอีกครั้งว่า เปโดร อคอสต้า ดาวรุ่งคนสำคัญของทีมอาจย้ายออกหลังจากจบฤดูกาล ซึ่งมีข่าวเชื่อมโยงกับทีมของพ่อหมออย่าง ‘VR46 Ducati’ แต่ถึงอย่างไรก็ตามผู้จัดการส่วนตัวของเปโดรอย่าง อัลเบิร์ต วาเลรา ก็ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว โดยเขายืนยันว่านักบิดในสังกัดของเขายังมีสัญญากับทีม KTM ไปจนถึงสิ้นปี 2026 และพิท ไบเรอร์เองก็ยอมรับว่าในการแข่งขันฤดูกาล 2025 นี้ KTM ก็ยังไม่สามารถทำผลงานได้ตามเป้า แต่ตัวเขาก็มั่นใจว่าทีมจะมีผลงานที่ดีขึ้นจนทำให้อคอสต้าพอใจ  ‘แน่นอนว่าเราไม่พอใจกับการเริ่มต้นฤดูกาลแบบนี้เลย ผลการแข่งขันมันชัดเจนอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเราจะมีพัฒนาการที่เห็นได้ชัดก็ตาม ในแง่ของความเร็ว เราทำเวลาต่อรอบได้เร็วขึ้นถึงหนึ่งวินาทีจากที่เคยทำไว้ในรายการอาร์เจนตินา GP ครั้งก่อนผลการควอลิฟาย Q2 ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีเพซที่ดี แต่เรายังไม่สามารถรักษาความเร็วนี้ไว้ได้ตลอดการแข่งขัน’ ‘ตอนนี้เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางแก้ไข เราต้องการส่งทีมทดสอบลงไปวิ่งที่เฆเรซเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อทดสอบที่ไม่ได้อยู่ในแผนเดิมด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดายที่เราได้รับแจ้งยกเลิก เพราะสนามยังไม่พร้อมใช้งานหลังจากเกิดน้ำท่วมครั้งล่าสุด

Pirelli ส่งทัพยางใหม่ ลุยทดสอบใน Portuguese WorldSBK

Pirelli ส่งทัพยางใหม่ ลุยทดสอบใน Portuguese WorldSBK Pirelli ส่งทัพยางใหม่ บุกทดสอบสนามแข่งขันที่ปอร์ติเมาด้วยยาง SC0 รุ่นใหม่ในรหัส D0640 และยางโปรโตไทป์ 2 รุ่น แบ่งเป็นยางหลังซอฟต์ E0125 และยางฝน E0158 พร้อมจัดเต็มและตั้งเป้าสถิติใหม่ในการแข่งขันครั้งนี้  ยางหลัง SC0 รุ่นใหม่ นับตั้งแต่การแข่งขันที่โปรตุเกสเป็นต้นไป Pirelli จะใช้ยางสเปค D0640 เป็น SC0 รุ่นมาตรฐานสำหรับการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ซึ่งยางรุ่นนี้เคยเปิดตัวและทดสอบมาเมื่อปีก่อนที่สนาม Aragon และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากนักแข่งในหลายรายการ และด้วยฟีดแบคที่น่าพอใจ พีเรลลีจึงตัดสินใจยกระดับเจ้า D0640 ให้เป็นคอมปาวด์มาตรฐานสำหรับการแข่งขัน และนักแข่งทั่วไปจะสามารถหาซื้อยางรุ่นนี้ตามท้องตลาดได้ในเร็ว ๆ นี้ ตามแนวทางของพีเรลลีที่นำประสบการณ์จากสนามแข่งและปรับปรุงผลิตภัณฑ์เพื่อส่งมอบให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ อีกหนึ่งรุ่นโปรโตไทป์ กับ E0125 นอกจากยางซอร์ฟตัวใหม่แล้ว นักแข่ง WorldSBK หลาย ๆ คนยังได้ลองยางซอร์ฟรุ่นอื่นอย่าง E0125 ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในสนามแห่งนี้ โดยยางรุ่นนี้ใช้เนื้อยางเดียวกันกับ SC0 แต่มีโครงสร้างภายในที่แตกต่าง เพื่อเพิ่มความมั่นคงและให้สมรรถนะคงที่ตลอดระยะทางของการแข่งขัน มีสเปคให้เลือก สำหรับยาง Wet หากกรณีฝนตก นักแข่งจะสามารถเลือกใช้ยางหน้าได้ถึง 2 สเปคก็คือยางรหัส SCR1และยางโปรโตไทป์รุ่นใหม่ E0158 กับการออกแบบโครงสร้างใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสกับพื้นถนน และยังเสริมความมั่นคงในการขับขี่ทางเปียกมากยิ่งขึ้น ในแต่ละรุ่น จะได้ยางอะไรบ้าง ? สำหรับนักแข่ง WorldSBK จะมียางให้เลือกหลายแบบ ทั้งยางหน้า SC1 มิเดียมและยาง SC2 ฮาร์ท ส่วนยางหลังจะมีถึง 4 ตัวเลือกประกอบไปด้วย SCX ซุปเปอร์ซอร์ฟ SC0 (2 รุ่น ทั้งรุ่นมาตรฐานและตัวพัฒนา E0125) และ SC1 สำหรับคลาส WorldSSP จะให้ยางหน้าแบบเดียวกันกับ WorldSBK และจับคู่กับยาง SC0 หรือ SC1 ที่ด้านหลัง ส่วนคลาส WorldSSP จะใช้ SC1 ด้านหน้าและ SC2 ด้านหลัง ส่วนการแข่งขัน R3 bLU cRU World Cup จะใช้ยาง SC1 ทั้งหน้า-หลังตลอดทั้งฤดูกาล สนามปอร์ติเมา คือจุดรวมของการพัฒนาโซลูชันใหม่สำหรับอนาคต สำหรับสนามปอร์ติเมา เป็นสนามที่ไม่โหดจนเกินไปแต่ก็มีจุดที่ท้าทายหลายจุด จึงทำให้เหมาะกับการทดสอบนวัตกรรมใหม่ ๆ ตามหลักแนวทางของพีเรลลีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นเราจึงตัดสินยกระดับเจ้า D0640 เป็นยาง SC0 รุ่นมาตรฐานหลังจากที่ได้สร้างความประทับใจให้กับนักแข่งมากมายที่ Aragon รวมถึงสนามแข่งขันที่ Jerez และ Portimao เมื่อช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา และยังใช้ในการแข่งขัน Moto2 ที่ Misano ทดสอบก่อนฤดูกาลที่ Jerez เพราะฉะนั้นการยกระดับจึงเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล เพราะมันให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่ารุ่นก่อน นอกจากนี้ เรายังได้เปิดตัวยาง E0125 พร้อมโครงสร้างภายในแตกต่างแต่ใช้เนื้อยางเดียวกัน เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความสม่ำเสมอในการแข่งขัน ด้วยผิวแทร็็กที่ค่อนข้างขรุขระ เราจึงเลือกใช้ SCX แทน SCQ สำหรับรอบฝึกซ้อม รอบควอลิฟายและรอบซุปเปอร์โพล แค่นั้นยังไม่พอ หากเกิดกรณีฝนตก นักแข่งยังสามารถเลือกสเปคยางหน้า E0158 จับคู่กับ SCR1 มาตรฐานได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
New Nmax 2023 กับสีใหม่ พร้อมรับประกัน 5 ปี 

New Nmax 2023 กับสีใหม่ พร้อมรับประกัน 5 ปี  อีกหนึ่งโมเดลจากค่ายยามาฮ่า ที่เปิดตัวเมื่องานมอเตอร์โชว์ 2023 ที่ผ่านมา กับรถสกู๊ตเตอร์ออโตเมติกอย่าง New Nmax 2023 ที่มาพร้อมกับสีใหม่ (สีน้ำเงิน Dull Blue) เอาใจสาวกออโต้ตระกูล Max Series ซึ่งไหน ๆ สีใหม่ได้เปิดตัวมาแล้ว แอดมินขอพาไปทำความรู้จักกับโมเดลนี้กันซักนิดนึงครับ    Nmax 2023 สกู๊ตเตอร์ออโตเมติกสปอร์ตพรีเมียม พร้อมการดีไซน์ที่ให้ความสปอร์ต เท่ ดุดัน ตามต้นฉบับรถตระกูล Max Series เริ่มด้วยระบบส่องสว่างรอบคัน Full LED ทั้งหมด ไฟหน้าแยกเป็นสองชั้น พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ รวมถึงไฟเลี้ยวบิลต์อินอยู่ในตัวแฟริ่ง และไฟท้ายออกแบบออกมาได้สวยงาม ลงตัวสุด ๆ  หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD สัญลักษณ์ Y-Connect ถัดต่อมาจะเป็นในส่วนของหน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ดีไซน์ทรงสปอร์ต ที่แสดงผลฟังก์ชัน ข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างครบครัน รวมไปถึงสวิตช์เปลี่ยนโหมดที่แฮนด์ ถัดลงมาจะเป็นในส่วนของสวิตช์กดสตาร์ทเครื่องยนต์ และช่องเสียบ USB และช่องของด้านหน้า  ในส่วนของคอนโทรลกลางนั้น มีที่พักเท้าขนาดกว้าง ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตำแหน่งการวางเท้าได้สบาย ๆ พร้อมกับเบาะดีไซน์ออกแบบมาชิ้นเดียวขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถนั่งได้สบายทั้งผู้ขับขี่และคนซ้อน พร้อมช่องเก็บใต้เบาะขนาดใหญ่ ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้  ด้านขุมพลังเครื่องยนต์รุ่นนี้ เป็นเครื่องยนต์บลูคอร์ 1 สูบ 155 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ตอบสนองทุกแรงบิดทั้งรอบต่ำและรอบสูง ทันใจทั้งออกตัว เร่งแซงขึ้นเนินและเข้าโค้ง พร้อมถังน้ำมันขนาด 7.1 ลิตร  พร้อมกับระบบช่วงล่าง โช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คหลังยูนิตสวิง ระบบเบรกกับดิสก์เบรก หน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS ล้อแม็ก 13 นิ้ว ยางหน้า 110/70 ยางหลัง 130/70  สำหรับเทคโนโลยีในโมเดลนี้ มองรวม ๆ แล้วถือว่าเยอะเลยทีเดียว เริ่มด้วยระบบไฟส่องสว่าง Full LED รอบคัน หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Stop & Start System พร้อมระบบ SMART MOTOR GENERATOR ช่วยให้สตาร์ทเครื่องยนต์ได้เร็วยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS ช่องชาร์จไฟ USB และแอปพลิเคชัน Y-Connect เชื่อมต่อข้อมูลรถจักรยานยนต์ผ่านสมาร์ทโฟน เสริมความสะดวกสบายในการขับขี่ได้อีกด้วย  สำหรับรุ่นนี้เปิดราคาแนะนำอยู่ที่ 95,000 บาทพร้อมรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ถือว่าคุ้มค่าสุด ๆ กับสมรรถนะเครื่องยนต์ ช่วงล่างและฟีเจอร์ของโมเดลรุ่นนี้ หากใครที่สนใจ สามารถรับชมคันจริงได้ที่ศูนย์บริการ ยามาฮ่า สแควร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

19 April 2023
Yamaha SR400 สเปค ราคา คลาสสิกไบค์จากค่ายส้อมเสียง

Yamaha SR400 ราคา สเปค เรโทรไบค์พิกัด 400 ซีซี     Yamaha SR400 รถโมเดลคลาสาสิกจากค่ายยามาฮ่า มาพร้อมกับการดีไซน์ย้อนยุค เอกลักษณ์ด้วยไฟทรงกลม เรือนไมล์อนาล็อก ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ เสริมขุมพลังแบบสูบเดียวขนาด 399 ซีซี ที่ตอบโจทย์การขับขี่อย่างมีสไตล์ ราคาแนะนำ 285,000 บาท ​ ไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ ท่อชุปโครเมี่ยม เครื่องยนต์คลาสสิกสูบเดียวลูกโต ขนาด 399 ซีซี เรือนไมล์อนาล็อก Yamaha SR400 สเปค ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 399 ซีซี แรงม้า (เคลม) 23.2 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 27.4 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 87.0 x 67.2 มม. อัตราส่วนการอัด 8.5 : 1 ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทเท้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 90/100-18 ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน ยางหลัง 110/90-18 ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 298 มม. เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 750 x 2,085 x 1,095 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 785 มม. น้ำหนักรถ 174 กก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Yamaha SR400     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

19 April 2023
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Yamaha GT125 2020

Yamaha GT125 2020 Yamaha GT125 2020 สีสันใหม่ เร้าใจยิ่งขึ้น กับออโตเมติกหัวฉีด 125 ซีซี สไตล์สปอร์ต ออกตัวได้แรง ขี่สนุกด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ พร้อมเทคโนโลยี Stop & Start System ช่วยให้ประหยัดยิ่งขึ้น แต่ยังบิดสนุกเร้าใจเช่นเคย ราคาแนะนำ 47,100 บาท รายละเอียดทางเทคนิคของ Yamaha GT125 2020 เครื่องยนต์ รูปแบบ สูบเดียว 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาดความจุ 125 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 52.4 มม. ระยะชัก 57.9 มม. ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้าและสตาร์ทเท้า ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบคลัทช์ คลัทช์แห้งชนิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางอัตโนมัติ แชสซี เฟรม อันเดอร์โบน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง ยูนิตสวิง ยางหน้า 80/80R-14M/C 43P ยางหลัง 100/70R-14M/C 51P ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว ระบบเบรกหลัง ดรัมเบรก ระยะห่างจากตัวรถถึงพื้น 155 มม. ความสูงเบาะ 760 มม. ความจุถังน้ำมัน 4.2 ลิตร น้ำหนัก 98 กก. (รวมของเหลว) สนใจติดต่อ บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด โทร 02-263-9999 สนใจติดต่อ โทร 02-263-9999 ดูบทความเกี่ยวกับ Yamaha คลิกที่นี่ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ทางแฟนเพจคลิก

Yamaha Exciter 150 2020 สเปกและราคา

Yamaha Exciter 150 2020 Yamaha Exciter 150 2020 ดีไซน์ใหม่ ดุดัน ขั้นสุดแห่งความเร้าใจ สปอร์ตโมเป็ด พิกัด 150 ซีซี ออกตัวได้เร็ว เร่งแซงได้ดี คล่องตัวด้วยเฟรมใหม่ น้ำหนักเบา ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร่์ สมดุลดี เร้าใจในทุกย่านความเร็ว ราคาแนะนำ 64,000 บาท รายละเอียดทางเทคนิคของ Yamaha Exciter 150 2020 เครื่องยนต์ รูปแบบ สูบเดียว 4 จังหวะระบาความร้อนด้วยน้ำ ขนาดความจุ 150ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 57.0 มม. ระยะชัก 58.7 มม. ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้าและสตาร์ทเท้า ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบคลัทช์ คลัทช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน แชสซี เฟรม แบ็คโบน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์ม ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ระยะห่างจากตัวรถถึงพื้น 155 มม. ความสูงเบาะ 795 มม. ความจุถังน้ำมัน 4.2 ลิตร น้ำหนัก 119 กก. (รวมของเหลว) สนใจติดต่อ บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด โทร 02-263-9999 สนใจติดต่อ โทร 02-263-9999 ดูบทความเกี่ยวกับ Yamaha คลิกที่นี่ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ทางแฟนเพจคลิก

New Suzuki Smash Fi 2020

New Suzuki Smash Fi 2020 ลุคใหม่ คมเข้มโดนตา ปราดเปรียวโดนใจ รถจักรยานยนต์ครอบครัวสุดประหยัด สมรรถนะเกินราคา New Suzuki Smash Fi 2020 ลุคใหม่ ด้วยการดีไซน์ที่คมเข้มกว่าเดิม โฉบเฉี่ยวด้วยรูปทรงที่ดูปราดเปรียวในทุกความเคลื่อนไหว ให้ความรู้สึกถึงความสมาร์ทในทุกการขับขี่ พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น – ความโดดเด่นตั้งแต่ด้านหน้า เสริมความคมด้วยช่องลมด้านหน้าและด้านข้างโทนดำ ปรับลุคใหม่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ลงตัวทุกมุมมอง – ชุดเรือนไมล์ดีไซน์ใหม่ขนาดใหญ่มองเต็มตา พร้อมรายละเอียดในทุกความเคลื่อนไหวของการขับขี่ – เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส (เฉพาะรุ่น ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อแม็ก, ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด และดรัม เบรกสตาร์ท มือล้อซี่ลวด) – ปลอดภัยทุกครั้งที่จอดรถด้วยระบบกุญแจนิรภัย 2 ชั้น (เฉพาะรุ่น ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อแม็ก, ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด และดรัมเบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด) – เติมเต็มทุกความต้องการ ด้วยกล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ใส่หมวกกันน็อคขนาดครึ่งใบได้สบาย – สั่งหยุดในทุกความเคลื่อนไหวด้วยระบบดิสก์เบรกหน้า (เฉพาะรุ่น ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อแม็ก และ ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด) – ด้านท้ายลงตัวด้วยชุดบาร์ท้าย กลมกลืนไปกับชุดไฟท้าย ที่มีความเพรียวบาง ครบเซ็ทด้วยฟีเจอร์การใช้งาน เต็มกำลังด้วยเครื่องยนต์ขนาด 112.8 ซีซี แบบหัวฉีด พร้อมเทคโนโลยี LEaP Technology (เอกสิทธิ์เฉพาะ ซูซูกิ) ที่มีการออกแบบชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ให้มีน้ำหนักเบา ทำให้ลดแรงเสียงทานของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ อีกทั้งมีการวางตำแหน่งหัวฉีดให้ใกล้กับห้องเผาไหม้มากที่สุด ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองในทุกอัตราเร่ง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งตอบโจทย์การใช้งานได้ครบทุกรูปแบบทั้งในด้านความทนทาน และความประหยัดเป็นเยี่ยม New ซูซูกิ สแมช Fi คุ้มค่าเกินราคา พร้อมมี 4 รุ่นให้เลือกไม่ว่าจะเป็น ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อแม็ก ราคา 44,500 บาท ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด ราคา 42,200 บาท ดรัมเบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด ราคา 40,300 บาท  ดรัมเบรก สตาร์ทเท้า ล้อซี่ลวด ราคา 38,300 บาท ซูซูกิ คมเข้มด้วย 4 สี 4 สไตล์ สีน้ำเงิน-เทา, สีแดง, สีดำ-แดง และสีดำ-เหลือง New ซูซูกิ สแมช Fi พร้อมแล้วที่จะสมาร์ทไปกับคุณ สนใจสามารถสอบถามได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ทั่วประเทศ หรือติดต่อได้ที่ Suzuki Call Center 02-533-1170 และเข้าไปดูความเคลื่อนไหวได้ที่ www.thaisuzuki.co.th รวมทั้งเพจรถจักรยานยนต์ซูซูกิ fb.com/SUZUKI Society #ThaiSuzukiMotor #SuzukiNewSmash115Fi อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ไว้อาลัย