SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
สงกรานต์ 2569

ราคาน้ำมันสงกรานต์ 2569 สรุปตารางราคาขายปลีก ดีเซลพุ่ง 50.54 บาท แฉปมน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร และเหตุผลที่คนไทยไม่อยากเดินทางกลับภูมิลำเนาปีนี้

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
เอาจริงไหม !? ‘โทปรัค’ ลุย MotoGP กับ Honda สิทธิ์ไวลด์การ์ด

โทปรัค ราซกัตลิโอกลู เจ้าของแชมป์ WSBK 2 สมัยมีข่าวลือว่าเจ้าตัวเตรียมกระโดดร่วมแข่งขัน MotoGP กับทีมฮอนด้าภายใต้สิทธิ์ไวลด์การ์ด

2 April 2025
Fabio Di Giannantonio สารภาพเปลี่ยนรถเพราะทำตาม ‘มาร์ก มาร์เกซ’

Fabio Di Giannantonio สารภาพเปลี่ยนรถเพราะทำตาม ‘มาร์ก มาร์เกซ’ Fabio Di Giannantonio นักแข่งจากทีม VR46 ออกมาเผยถึงเหตุการณ์วิ่งสี่คูณร้อยเมตรชายในการแข่งขันสนามที่สามของฤดูกาลในช่วงวันที่ 28 มีนาคม – 30 มีนาคมที่ผ่านมา ว่าเหตุผลของการกระทำดังกล่าวของเจ้าตัวนั้นไม่มีอะไรเลย นอกจากการทำตามมาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีมโรงงาน Ducati จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่สนาม Circuit of the Americas เมื่อมาร์ค มาร์เกซ ซึ่งได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล พุ่งออกจากกริดก่อนรอบวอร์มอัพเพื่อไปเปลี่ยนเป็นรถที่เซ็ตสำหรับพื้นแห้ง และ เหตุการณ์นี้ทำให้นักบิดคนอื่น ๆ รวมถึงผู้ที่อยู่แถวหน้า ต่างพากันเปลี่ยนรถตาม จนทำให้การออกสตาร์ทต้องล่าช้าออกไปด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ‘ดิกเจีย’ ซึ่งควอลิฟายมาเป็นอันดับสอง ก็เปลี่ยนรถเช่นเดียวกัน แต่เขายอมรับว่าทีมของเขาพยายามห้ามไว้ และที่เขาออกจากกริดไปก็เพียงเพราะเห็นมาร์เกซทำ ไม่ใช่เพราะคิดว่าถึงเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนยางแล้ว “พูดตรงๆ ตอนนั้นผมไม่มีไอเดียอะไรในหัวเลย ผมแค่พูดว่า ‘ทำตามที่มาร์คทำก็แล้วกัน’ เพราะในสถานการณ์แบบนี้ เขามักจะเฉียบคมเสมอ พอเห็นเขาวิ่งออกไป ผมก็รีบกระโดดลงจากรถ ช่างเทคนิคพยายามหยุดผม แต่ผมบอกว่า ‘ไม่ได้ ผมต้องไป’” “แต่พูดตามตรงนะ มันไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลย ผมแค่ทำตามเขาเท่านั้นเอง ถ้าผมได้สตาร์ทจากแถวหน้า แล้วคนที่ได้โพลดันวิ่งออกไป ผมก็คิดว่าผมต้องตามไปเหมือนกัน ผมต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันกับเขา” การกลับมาขึ้นโพเดียมอีกครั้งของ ‘ดิกเจีย’ ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ กลับมาขึ้นโพเดียมได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปีในรายการ Americas GP 2025 หลังพา Ducati ทีม VR46 เข้าป้ายในอันดับที่สาม และการขึ้นโพเดียมในครั้งนี้ถือเป็นโพเดียม อย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขานับตั้งแต่คว้าชัยในรายการ Qatar GP ปี 2023 และเป็นการกลับไปเยือนโพเดียมครั้งแรกนับตั้งแต่รายการ Valencia GP ในปีเดียวกัน แม้ในครั้งนั้นเขาจะถูกปรับตำแหน่งลงมาเป็นอันดับสี่เนื่องจากแรงดันยางไม่เป็นไปตามข้อกำหนด แม้จะได้ประโยชน์จากการที่มาร์ก มาร์เกซล้มขณะนำการแข่งขันที่ COTA ดิ เจียนนันโตนิโอก็ยอมรับว่าแขนซ้ายของเขา “เหนื่อยล้าสุด ๆ” หลังผ่านไปเพียง 7 รอบสนาม “พูดง่าย ๆ คือหลังจากรอบที่เจ็ด ผมมองไปที่ป้ายพิทเพื่อดูว่ายังเหลืออีกกี่รอบ แล้วมันบอกว่าเหลืออีก 11 รอบ ตอนนั้นผมแบบ ‘โอ้โห งานเข้าแล้ว’ เพราะแขนซ้ายของผมล้าไปหมดแล้วจริง ๆ ผมเลยเริ่มเปลี่ยนวิธีขี่ใหม่หมดเลย พยายามใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกายแทน และพูดตามตรง ตอนนี้ผมเหนื่อยมาก” “จากนั้นผมก็พยายามประคองตัวให้รอดจนถึง 5 รอบสุดท้าย แล้วผมเห็นว่าผมทำเวลาพอ ๆ กับอเล็กซ์ มาร์เกซได้ และยางของผมก็ยังไม่แย่เท่าไร ผมเลยลองเร่งตามเขา พยายามไล่ แต่ก็ยังห่างเกินไป รอบสุดท้ายผมเสียอาการเล็กน้อยตรงท้ายรถ ก็เลยบอกตัวเองว่า ‘โอเค แค่นี้ก็พอแล้ว จบการแข่งขันให้ดี แล้วก็ยกล้อฉลองหน่อยเถอะ’” โดยนักบิดเจ้าของหมายเลข 49 รายนี้ยังออกมาเผยอีกว่าตัวเขา และทีมมีความสุขอย่างมากในการได้กลับมายืนบนโพเดียมอีกครั้ง ซึ่งตัวเขามองว่าการที่ทีมได้กลับมายืนโพเดียม มันคือตำแหน่งที่ควรจะเป็น  “ผมมีความสุขมาก เราทุ่มเทกันหนักมาก ฤดูหนาวที่ผ่านมามันยาวนานเกินไปสำหรับเรา มีอาการบาดเจ็บมากมาย และใช้เวลาอยู่กับนักกายภาพบำบัดเยอะมาก การได้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เราควรจะอยู่ตั้งแต่แรกมันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม” “ผมขอบคุณทีมของผมจากใจจริง พวกเขาอยู่ข้างผมเสมอ เชื่อมั่นในตัวผมเสมอ และนั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม “เรารู้ว่าการมาแข่งที่นี่จะยากในแง่สภาพร่างกาย ผมเลยฝึกหนักมากระหว่างที่อยู่ในอเมริกาอาทิตย์นี้ และนั่นทำให้ผมดีใจมาก เพราะเราพัฒนา เราอยู่ตรงนั้น เรารักษาโมเมนตัมไว้ได้ “ผมภูมิใจในทีม ภูมิใจในตัวเอง และภูมิใจในผลงานของเรา โพเดียมนี้อาจจะมาจากความผิดพลาดของมาร์คก็จริง แต่ผมว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน” ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ จะกลับมาลงสนามทำการแข่งขันในสนามที่สี่ของฤดูกาลที่สนาม ลูเซล อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศกาตาร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

1 April 2025
  • All Posts
  • MOTOGP
Prima Pramac Racing ย้ายค่าย เปลี่ยนใช้ Yamaha

Prima Pramac Racing ย้ายค่าย เปลี่ยนใช้ Yamaha ข่าวด่วนจากฝากฝั่ง MotoGP สื่ออิตาลีเผย Prima Pramac Racing ย้ายค่าย เปลี่ยนใช้ Yamaha แทน ดูเหมือนว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอน ความคลุมเครือในการแข่งขัน MotoGP จะคลายลงไปอีกเรื่อง เมื่อมีรายงานว่า Pramac ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้รถแข่งจากค่ายไหน ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วก็เป็นค่ายส้อมเสียง Yamaha นั่นเอง ข้อมูลนี้มาจากทาง Sky Sport Italia ซึ่งมีข้อมูลว่าโครงการและเงื่อนไขนี้เป็นทางค่ายรถจากเมืองอิวาตะนั้นไปนำเสนอและโน้มน้าวกับทางทีมของ Paolo Campinoti ให้ตัดสินใจแยกทางกับ Duicati หลังจากร่วมมือกันมานานกว่า 2 ทศวรรษ การตัดสินใจครั้งนี้เหลือเพียงการประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น ซึ่งอนาคตของทาง Pramac จะส่งผลต่อตลาดซื้อขายนักแข่งอย่างมาก เนื่องจากจะทำให้การแข่งขัน MotoGP นั้นมีรถแข่งของ Ducati น้อยลงไป 2 คัน และมีรถแข่งจาก Yamaha เพิ่มเข้ามา 2 คันแทน ตอนนี้ทาง Franco Morbidelli ที่สังกัดทีมนี้อาจจะต้องมองหาทีมอื่น แม้ว่าเขาจะเริ่มได้รับความไว้วางในกับทางทีมแล้วก็ตาม ซึ่งเขาเองเคยเจอกับปัญหากับทาง Yamaha YZR-M1 มาแล้วในช่วงปี 2021 ถึง 2023 ขณะที่ทางฝั่งของ Fermín Aldeguer จะเหลือโอกาสความเป็นไปได้น้อยลง เหลือเพียง 4 ที่นั่งเท่านั้นคือ Gresini หรือไม่ก็ VR46 ซึ่งทาง Morbidelli เองก็อาจจะย้ายไป VR46 อีกด้วย และอนาคตก็ยังไม่รู้ว่าทาง Ducati เองจะสนับสนุนรถแข่งตัวล่าสุดให้กับทีมใด เพราะปีนี้มีเพียงทีม Pramac เท่านั้นที่ได้รถปี 2024 ถ้าคอนเฟิร์มตามนี้แล้ว Yamaha จะกลับมามีทีมอิสระอีกครั้งหลังจากที่มีเพียงแต่ทีมโรงงานอย่างเดียวมา 2 ปี และตอนนี้ Alex Rins ก็น่าจะอยู่เป็นทีมเมทกับทาง Fabio Quartararo ต่อไป ที่สำคัญคือการมีรถ M1 ในการแข่งขันเพิ่มอีก 2 คัน จะช่วยให้การพัฒนารถนั้นเป็นไปได้รวดเร็วมากขึ้นจากเรื่องของกฎสัมปทานนั่นเอง อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoGP อาจจะเปลี่ยนแบรนด์ยาง

MotoGP อาจจะเปลี่ยนแบรนด์ยาง สำนักข่าวมอเตอร์สปอร์ต Moto Sprint ของอิตาลี่ ได้ปล่อยข่าวลือวงใน ถึงการปรากฏตัวแบบได้นัดหมายของผู้บริหารระดับสูงหาตัวจับยาก 4 ฝ่าย ของ Pirelli มารวมตัวกันที่สนาม Mugello เพื่อดูงาน MotoGP เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ณ ปัจจุบัน Pirelli เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ของยางที่ใช้ในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก อย่าง F1, WorldSBK มาเป็นเวลาอย่างยาวนาน และได้เริ่มก้าวเข้าวงการ MotoGP ในต้นปีที่ผ่านมา การพบปะครั้งนี้ นำทีมโดย Giorgio Barbier ผู้บริหารแผนกยางสำหรับแข่งขันมอเตอร์ไซค์ ได้พาผู้บริหารท่านอื่นๆ เข้าชมความสำเร็จของการใช้ยาง Pirelli ที่ได้ใช้เป็นยางในการแข่งขันล่าสุดที่ได้เซ็นสัญญา คือ Moto 2 และ Moto 3 เป็นไปได้ว่าอาจะมีการเซ็นสัญญาใหม่ในรุ่น MotoGP ด้วยเหตุที่ว่าสัญญาผู้สนับสนุนรายการ MotoGP ปัจจุบันของ “มิชลิน” จะหมดลงในปี 2569 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้า และ Pirelli สามารถเข้าเสียบแทนได้ในปี 2570 ส่วนข่าวจะจริงหรือไม่ เวลาเท่านั้นคือผู้กำหนด

ซื้อบัตร ThaiGP 2024 ยังไงให้ถูกที่สุด

ซื้อบัตร ThaiGP 2024 ยังไงให้ถูกที่สุด แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตหลาย ๆ คนที่ติดตามการแข่งขัน MotoGP ในบ้านเรามาโดยตลอดน่าจะรู้กันดีว่าบัตร MotoGP นั้นหมดไวมาก ๆ และที่สำคัญราคาเต็มก็เอาเรื่องเลยทีเดียว ดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกวิธี ซื้อบัตร ThaiGP 2024 ยังไงให้ถูกที่สุด ให้คุณเตรียมตัวเตรียมพร้อมก่อนที่จะไปซื้อบัตรให้ทันกันในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ เวลา 14.00 น. สถิติเดิมของการขายบัตรแบบหมดเกลี้ยงเมื่อปีที่แล้วคือ 2.29 นาที และมาปีนี้ก็น่าจะหมดไวยิ่งกว่านี้ สำหรับการแข่งขัน MotoGP ที่ไทยเราจะเป็นเจ้าภาพรือว่า ThaiGP 2024 นั้นจะจัดขึ้นวันที่ 25 – 27 ตุลาคมนี้ ในชื่อเต็ม ๆ ว่า PT Grand Prix of Thailand ได้เคาะราคาจำหน่าย บัตรเข้าชม แบบ 3 วันแล้ว โดยจะมีแบ่งออกเป็น 4 ประเภท 4 ราคาด้วยกัน ได้แก่   1.แกรนด์ สแตนด์  5,000 บาท (เห็นทุกโค้งทั่วสนาม) ราคาหลังหักส่วนลดสูงสุด 25 % เหลือเพียง 3,750 บาท 2.ไซด์สแตนด์ 2,000 บาท (ราคาสบายกระเป๋า) หักส่วนลดสูงสุด 25 % เหลือเพียง 1,500 บาท 3.ไรเดอร์ สแตนด์  สำหรับกองเชียร์นักแข่ง 3 คน ได้แก่ มาร์เกซ สแตนด์, กวาร์ตาราโร สแตนด์, จันทรา สแตนด์ สำหรับแฟน ก้อง-สมเกียรติ จันทรา ราคา 3,000 บาท หลังหักส่วนลดสูงสุดเหลือเพียง 2,250 บาท พร้อมของที่ระลึก ลิขสิทธิ์แท้จากนักแข่งที่ชื่นชอบ 4.แบรนด์ สแตนด์ (Brand Stand) ในปีนี้พิเศษสุด มีสแตนด์สำหรับกองเชียร์จากค่ายรถจักรยานยนต์ชั้นน้ำพร้อมรับของรางวัลจากผู้สนับสนุน และรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลจากผู้สนับสนุนมากมายได้แก่ ฮอนด้า สแตนด์, ยามาฮ่า สแตนด์ ราคา 2,000 บาท ราคาหลังหักส่วนลดสูงสุด 25 % เหลือเพียง 1,500 บาท  ส่วน “ดูคาติ สแตนด์“ รับส่วนลดสูงสุด 20% จากราคา 2,000 บาท  เหลือเพียง 1,600 บาท สำหรับบางคนอาจจะมองว่าแพง แต่จริง ๆ แล้วบัตรในไทยจัดว่าถูกและคุ้มค่าที่สุดในโลกแล้ว เนื่องจากทุกภาคส่วนจัดเต็มมหกรรมความบันเทิงทั้งในและนอกสนาม คอนเสิร์ต มวย ช้อป ชิม วิธีการซื้อให้ถูกที่สุดคือ 1.รับส่วนลดทันที 25% เพียงคุณเป็นสมาชิก PT Max Card Plus เพียงแค่แสดงบัตรก็ใช้สิทธิ์นี้ได้ทันที หรือรับส่วนลด 20% เมื่อแสดงบัตร PT Max Card Prestige หรือ บัตร PT Max Card 2.รับส่วนลด 20% เมื่อคุณเป็นสมาชิก Chang International Circuit Friend Club 3.รับส่วนลด 20% เพียงโชว์กุญแจรถจักรยานยนต์ Honda 4.รับส่วนลด 20% เพียงโชว์กุญแจรถจักรยานยนต์ YAMAHA รับส่วนลด 20% สำหรับแสตนด์ Ducati เพียงโชว์กุญแจรถจักรยานยนต์ DUCATI ใช้เป็นส่วนลด 20% หมายเหตุ สงวนสิทธิ์เลือกใช้ส่วนลดได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีข่าวดีสำหรับยามาฮ่า สแตนด์ ซื้อบัตรทุกที่นั่ง ลุ้นรับ รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า R15M Connected-ABS รุ่นปี 2024

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
Subaru ทำไมต้องสูบนอน

ทำไม Subaru ถึงใช้เครื่องยนต์สูบนอน (Boxer) มาตลอด? บทความนี้จะพาไปดูข้อดีเรื่องจุดศูนย์ถ่วง การทรงตัว และเหตุผลที่ค่ายรถอื่นไม่ทำตาม

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • All Posts
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Energica มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอิตาลีล้มละลาย

Energica มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอิตาลีล้มละลาย Energica Motor Company SpA ผู้ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ควบคุมโดยกองทุนอเมริกัน Ideanomics Inc. โดยร้อยละ 75 ในที่ประชุมของบริษัทประกาศว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมาได้มีมติให้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายตามกฎหมายตามมาตรา 121 ต่อไป”  ทางบริษัทได้แถลงการณ์เพิ่มเติม “ตอนนี้ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง แม้จะมีความพยายามจากฝ่ายบริหารในการค้นหานักลงทุนใหม่อย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาการดำเนินธุรกิจในลักษณะที่ดีที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของเจ้าหนี้ แต่ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ทางเลือกอื่น ๆ เหล่านี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก ทำให้บริษัทไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ซึ่งจะทำให้สามารถชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” แม้จะมีแถลงการณ์ของผู้ก่อตั้งบริษัท ที่มีท่าทีเชิงบวกต่อการเข้าซื้อบริษัทของ Ideanomics โดยระบุว่า ” การไหลเข้าของเงินสดช่วยให้บริษัท มีเสรีภาพและความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดการการเงินและการเติบโตขององค์กร”  แต่การเติบโตที่ “ลดลง” ของตลาดรถมอเตอร์ไซค์ EV ก็ส่งผลกระทบต่อการลงทุนอื่น ๆ ของบริษัทเอกชน รวมถึงความจำเป็นในการค้นหาการลงทุนจากภายนอกเพิ่มเติม ก็ทำให้บริษัทประสบปัญหา ถึงแม้ว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ในส่วนของฟังก์ชันการใช้งาน รูปทรงดีไซน์การออกแบบ และความเงียบในการใช้งานต่าง ๆ จะสามารถทำออกมาได้ดี แต่ผู้ผลิตรายนี้ และผู้ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าอื่นๆ ก็มีการต่อสู้ที่ยากลำบาก  เพราะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้มีราคาแพง เมื่อเปรียบเทียบกับจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน อีกทั้งยังมีปัญหาด้านเทคโนโลยี ความจุของแบตเตอรี่ที่วิ่งได้น้อยกว่าระยะเวลาที่ชาร์จต่อหนึ่งครั้ง จึงทำให้ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอด รวมไปถึงปัญหาชาร์จต่าง ๆ  ดังนั้นจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักขี่มอเตอร์ไซค์ทั่วไป รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติอิตาลีรายนี้ถือเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในด้านเทคโนโลยีจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในตลาดอเมริกาอย่างมาก รวมถึงการได้รับสิทธิในการผลิตรถแข่ง ในรายการแข่ง MotoE ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งการแข่งขันในปี 2019 ซึ่งทางบริษัทได้พัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ชื่อว่า Ego Corsa ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งโดยเฉพาะ Energica Ego Corsa คือรถจักรยานยนต์แข่งไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุด (ในช่วงเวลานั้น) ที่พัฒนาสำหรับการแข่งขัน FIM Enel MotoE World Cup ในช่วงระหว่างปี 2019-2022 โดยยานยนต์ไฟฟ้าขั้นนี้มีพื้นฐานร่วมกับ Ego รุ่นที่ใช้บนถนนทั่วไป แต่มีการปรับจูน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นด้านการแข่งขัน ทำให้จักรยานยนต์นี้เป็นผลงานชิ้นเอกที่ได้รับการยกย่องจากนักแข่ง MotoE และสื่อมวลชนในเรื่องพลัง และความสามารถในการขับขี่ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลายประการในตลาด EV และการแข่งขันที่สูง ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาในที่สุด แม้ว่าในตลาดของรถยนต์จะยังไม่มีปัญหาด้านการทำตลาด อีกทั้งยังมีแบรนด์ใหม่ ๆ คลอดออกมาอย่างมากมาย แต่กลับกันในด้านของมอเตอร์ไซค์ยังไม่สามารถทำตลาดได้เท่าที่ควร และยังมีปัญหาจุกจิกอย่างมากมาย ทำให้ผู้ผลิตเริ่มบางรายเริ่มล้มเลิกแผนการไปตาม ๆ กัน ต้องกันต่อไปอนาคตว่าแบรนด์เจ้าตลาดจะเทคแอคชั่นกับเทคโนโลยีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามากน้อยแค่ไหน Energica กับผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ Model : Experia Model : Eva Ribelle Model : Ego Model : EsseEsse9   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

17 October 2024
Norden 901 Expedition 2025 ตัวสุดสายลุย จากแดนไวกิ้ง

Norden 901 Expedition MY25 ตัวสุดสายลุย จากแดนไวกิ้ง Husqvarna แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์จากสัญชาติสวีเดน เดินหน้าต่อยอดรหัสสายพันธุ์ 901 กับโมเดลเซ็กเมนต์สายลุยอย่าง Norden 901 Expedition 2025 ตัวเต็งจากแดนไวกิ้งในเวอร์ชัน 2025 พร้อมออปชันเสริมใหม่เต็มลำ ทั้งฟีเจอร์ ช่วงล่างและสมรรถนะ เพิ่มขีดความสามารถกับประสบการณ์ในเส้นทางฝุ่นให้ผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มระดับ โดยความน่าสนใจนั้นมีหลายจุดด้วยกันอย่างจุดแรกก็คือ ชุดสีและตัวถังที่ถูกปรับปรุงมาใหม่ ดูมีลูกเล่น และมีสีสันมากยิ่งขึ้น ลายกราฟิกออกแบบใหม่ดูสดขึ้นกว่าแต่ก่อน พร้อมภาพลักษณ์ความเป็นตัวแข่งของทางค่ายดี ๆ นี่เอง และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับชุดอุปกรณ์สำหรับเดินทางทั้งชุดกระเป๋าด้านข้างสามารถบรรทุกสัมภาระได้มากถึง 36 ลิตร สำหรับดีไซน์ในส่วนอื่น ๆ ยังคงยึดความเป็นเอกลักษณ์โมเดลสายลุยสไตล์เรโทรฉบับค่าย กับไฟหน้าทรงกลมพร้อมชิลด์ขนาดใหญ่สไตล์ทัวริ่งที่คอนโซนหน้า ถังน้ำมันขนาดใหญ่ เบาะ ท่อ อกล่าง การ์ดแฮนด์และกระจกข้าง Norden 901 Expedition 2025 มีระบบ Cornering Traction Control (MTC) ทั้งยังให้ผู้ขับขี่ได้เปิดประสบการณ์การขับขี่ทางฝุ่นอย่างเต็มพิกัด กับระบบ Cornering Traction Control ปรับปรุงใหม่สามารถปรับค่าได้ถึง 10 ระดับ เรียกได้ว่ามือใหม่หัดลุย สามารถดริฟต์ล้อหลังหล่อ ๆ หน้ามอนิเตอร์ได้เลยทีเดียว ยังรวมไปถึงฟีเจอร์ใช้งานทั้ง USB-C หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านแอพลิเคชัน Ride Husqvarna Motorcycle สามารถใช้ระบบนำทาง (Turn by Turn) แบบเรียลไทม์ รวมถึงการโทรออก รับสายและฟังเพลงได้เช่นกัน  พร้อมโหมดการขับขี่ (Street, Rain, Off-Road และ Explorer) มีให้เลือกใช้งานและตอบสนองความแรงบิดที่แม่นยำด้วยคันเร่งไฟฟ้า พาวเวอร์สลิปเปอร์คลัตช์ และยังเพิ่มความสะดวกสบายอีกขั้นให้กับผู้ขับขี่ด้วยฮีตกริปและอุ่นเบาะ ช่วงล่างใหม่ WP XPLOR Suspension และออกแบบช่วงล่างมาพิเศษ ด้วยระบบกันสะเทือนจาก WP XPLOR โช้คหน้า USD ขนาด 48 มม. โช้คเดี่ยวด้านหลัง พร้อมระยะยุบเท่ากันที่ 240 มม. ปรับแต่งได้เต็มระบบไม่ว่าจะเป็นพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชัน จับคู่กับจานดิสก์เบรกคู่ด้านหน้าขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ 4 พอต จานดิสก์เบรกหลัง 260 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ พร้อมเทคโนโลยีห้ามล้อ Cornering ABS จาก Bosch ล้อซี่ลวด 21 -18 นิ้วและยางทูปเลส Pirelli Scorpion Rally STR เครื่องยนต์ยังคงเป็น 2 สูบขนาด 889 ซีซี ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า และแรงบิด 100 นิวตันเมตร ถังน้ำมัน 22 ลิตร ที่เคลมระยะทางได้มากถึง 400 กม. และยังผ่านค่ามาตรฐานไอเสีย EURO5+ อีกด้วย ถือว่าเป็นเวอร์ชันที่น่าสนใจสำหรับสายลุยเลยก็ว่าได้ สวยไม่แพ้ KTM เลยทีเดียวและราคาคงไม่ทิ้งห่างมากนักจากโฉมก่อน ๆ อย่างไรต้องรอชมราคากันอีกครั้ง และอาจมีโอกาสเข้ามาขาในไทยก็เป็นไปได้ แต่เปอร์เซ็นต์คงน้อยกว่ารุ่นแสตนดาร์ดหล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

17 October 2024
2025 Kawasaki Z650 โฉมใหม่ เปลี่ยนแค่สี

2025 Kawasaki Z650 โฉมใหม่ เปลี่ยนแค่สี 2025 Kawasaki Z650 เป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์เน็กเก็ดไบค์ (Naked Bike) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา หรืออาจคงคุ้นเคยชื่อของ ER-6N ก่อนที่จะเปลื่ยนมาเป็น Z650 ในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียว สมรรถนะอันยอดเยี่ยม และการควบคุมที่ง่าย ทำให้ Z650 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทั้งนักขี่มือใหม่และนักขี่ที่มีประสบการณ์ 2025 Kawasaki Z650 สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 649 ซีซี แรงม้า (เคลม) 68 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิด (เคลม) 64 นิวตันเมตร ที่ 6,700 รอบ/นาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83.0 x 60.0 มม. อัตราส่วนการอัด 10.8:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด (Fuel Injection) ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า  ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 ZR17 ยางหลัง 160/60 ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Horizontal Back-link ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง 765 x2,055×1,065 มม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 188 กก. (รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT 4.3 นิ้ว ระบบไฟ LED รอบคัน ระบบ ABS (Anti-lock Braking System) ระบบ Traction Control (KTRC) โหมดการขับขี่ (Riding Modes) แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ โหมดประหยัดน้ำมัน (Eco Riding Indicator) สีสันที่วางจำหน่าย Metallic Spark Black / Green Metallic Spark Black / Red Metallic Matte Dark Gray / Metallic Spark Black   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

17 October 2024
R41.05 UN-ECE กฎใหม่ ท่อเงียบ เรื่องก็เงียบ ..!!

R41.05 UN-ECE กฎใหม่ ท่อเงียบ เรื่องก็เงียบ ..!! เริ่มเข้มงวดมากขึ้นทุกที แต่ก็เพื่อผลประโยชน์โดยรวมสำหรับผู้ร่วมใช้งานบนท้องถนน โดยล่าสุดทางสหภาพยุโรปเริ่มมีการบังคับใช้กฎหมาย R41.05 UN-ECE ในเรื่องการจำกัดเสียงรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะเริ่มอย่างเป็นทางการในปี 2025  ซึ่งหมายความว่ารถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ไม่ว่าค่ายไหนก็ตาม จะต้องผ่านการ QC ในเรื่องค่าเสียงที่ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการสร้างภาระและความเดือดร้อนให้กับผู้คนโดยรอบโดยเฉพาะพื้นที่บริเวณในเมืองหรือแม้กระทั่งตามชุมชนต่าง ๆ โดยกฎใหม่นี้จะบังคับใช้ในปี 2025 และจะมีการปรับปรุงการทดสอบให้เข้มงวดขึ้น โดยวัดเสียงที่ความเร็วเครื่องยนต์และรอบเกียร์ ซึ่งจะเริ่มวัดการทำงานของเครื่องยนต์ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของความเร็วสูงสุดในแต่ละรอบเกียร์นั้น ๆ และในช่วงความเร็ว 10-100 กม./ชม.  นอกจากนี้ ผลการทดสอบจะได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากภายนอก เพื่อลดช่องว่างในการอ้างอิงตัวเลขของทางผู้ผลิตอีกด้วย  หากมีการใช้กฎหมายดังกล่าว อาจส่งผลกระทบถึงผู้ผลิตเพียงบางรายเท่านั้น (รายใหญ่ที่ขายรถบิ๊กไบค์) แถมยังเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในทางอ้อมอีกด้วย และคาดว่าตลาดรถไฟฟ้าน่าจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในตลาดยุโรปอย่างแน่นอน สำหรับผู้บริโภคอย่างไบค์เกอร์เรา ๆ อาจต้องกุมขมับกันเลยทีเดียว หรือว่าเซอร์กิตอาจจะเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับสายซิ่งซะแล้ว ต้องรอติดตามฟีดแบคจากไบค์เกอร์หนุ่มตาน้ำข้าวแล้วหล่ะครับ แต่ที่แน่ ๆ ทางดีลเลอร์จำหน่ายอะไหล่ท่อแต่งรถมอเตอร์ไซค์ทางฝั่งยุโรปโดนกระทบร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน ซึ่งอยู่ยากละทีนี้..  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

16 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Toprak Razgatlioglu ร่วมจอย MotoGP ก็ดีนะ แต่ !?

Toprak Razgatlioglu ร่วมจอย MotoGP ก็ดีนะ แต่ !? Toprak Razgatlioglu นักแข่งสัญชาติตุรกีจากค่าย ROKIT BMW MOTORRAD WORLDSBK TEAM ยอดทีมจากศึกการแข่งขัน WSBK ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ช่องทางสื่อออนไลน์อย่างเป็นทางการของ MotoGP ก็ได้ออกมาโพสต์เปิดตัวอย่างเป็นทางการของนักแข่งรายนี้ที่จะมาร่วมแข่งขันในฤดูกาล 2026 ซึ่งโทปรัคจะเข้ามาร่วมแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาล 2026 ภายใต้ทีม Prima Pramac Yamaha ซึ่งการขยับเข้ามาแข่งในรายการนี้ยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของนักบิดสัญชาติตุรกีอีกด้วย โดยโทปรัคสร้างประวัติศาสตร์ในการเป็นนักแข่งชาวตุรกีคนแรกที่แข่งขันในรายการ MotoGP  แน่นอนว่าการขยับเข้ามาแข่งขันในการแข่งขันรายการ MotoGP เปรียบเป็นการเติมเต็มความฝันให้กับเจ้าตัว แต่ทางด้านของอดีตแชมป์ MotoGP 3 สมัยอย่าง ‘ฆอร์เก้ ลอเรนโซ’ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านช่องทาง Instagram ของเจ้าตัวว่าการย้ายมาแข่งให้ทีมรองของยามาฮ่าก็ดีนะ แต่ไปทีมอื่นจะดีกว่านี้หรือไม่ ซึ่งมีเนื้อหาในความดังนี้ “ว้าว! นี่คือข่าวที่สุดยอดสำหรับแฟน ๆ โมโตจีพีทุกคน มันคือสิ่งที่เราเฝ้ารออ่านกัน” “แม้ว่าผมจะคิดว่าสไตล์การขี่ของเขาน่าจะเข้ากับดูคาติหรือแม้แต่ฮอนด้ามากกว่า แต่ผมก็มั่นใจว่า ด้วยความอดทนและเวลา ท็อปรัคจะประสบความสำเร็จในโมโตจีพีได้เช่นกัน ความสามารถและทักษะการเบรกของเขานั้นปฏิเสธไม่ได้เลย” “ขอแสดงความยินดีกับท็อปรัค, ทีมพรามัค และยามาฮ่าสำหรับดีลครั้งนี้” การย้ายมาร่วมแข่งขัน MotoGP ของโทปรัคจะช่วยให้ทีม Prima Pramac ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของรายการอีกหรือไม่ หลังจากที่ทีมเคยคว้าแชมป์ MotoGP ในปี 2024 ร่วมกับฆอร์เก้ มาร์ติน จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ต้องติดตามกันต่อไป อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

13 June 2025
7 ประเด็นน่าสนใจ ทำไมต้องเลือก Italjet Dragster ซิ่งในงานแทร็กเดย์?

7 ประเด็นน่าสนใจ ทำไมต้องเลือก Dragster ซิ่งในงานแทร็กเดย์? เราอาจปฎิเสธไม่ได้ว่าในยุคนี้ งานแทร็กเดย์นั้นกลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตของชาวสองล้อยุคใหม่ไปซะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสายที่ขี่รถบิ๊กไบค์ รถสปอร์ตไบค์ หรือแม้แต่สายสกูตเตอร์ ก็ล้วนอยากปล่อยของกันในสนามแข่งขันที่ปลอดภัยและควบคุมได้ แต่ถ้าหากจะพูดถึง “รถออโต้ที่เกิดมาเพื่อสนาม” ก็คงนึกชื่อไปในทางเดียวกันก็คือเจ้า Italjet Dragster นั่นเอง แต่เดี๋ยวก่อน..ทำไมเจ้าแดร็กสเตอร์ มีดีอะไรถึงได้ดังขึ้นชื่อขนาดนี้ เรามาดูคำตอบในแบบ 7 ข้อสงสัยยอดฮิตที่จะทำให้เอฟซีเข้าใจว่า ทำไม Italjet Dragster จึงเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่คลั่งความมันส์ในสนามกันครับ 1.Italjet Dragster ไม่ใช่รถสกูตเตอร์ธรรมดา ถ้าหากจะเรียกว่ารถสกูตเตอร์..คุณอาจจะโดนซีเล็งโดยไม่รู้ตัว เพราะเจ้ารุ่นนี้เป็นรถที่ถูกออกแบบมาให้มีเค้าโครงและระบบช่วงล่างแบบเดียวกันกับรถสปอร์ต และให้ฟีลลิ่งที่คล้ายคลึงกันแทบจะทั้งหมดแต่ต่างกันในเรื่องของระบบขับเคลื่อนที่เป็นสายพาน ประกอบกับตัวบอดี้และส่วนต่าง ๆ ก็คือเป็นรถออโต้แต่เป็นออโต้ที่ถูกออกแบบไม่เหมือนใคร ด้วยองค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ที่น่าสนใจมีดังต่อไปนี้ ดีไซน์ ‘แปลก’ จากคอนเซ็ปต์ความล้ำสมัย งานอิตาลีทั้งคัน เฟรมถัก แลดูผ่าน ๆ เหมือน Bimota ย่อส่วน  โช้คหน้าอยู่ที่แกนกลางลำตัว ส่วนโช้คหลังจะอยู่บริเวณด้านหลัง มีสวิงอาร์มหน้า รายละเอียดชิ้นส่วนต่าง ๆ พรีเมียมทุกจุด แม้แต่ยางยังให้เป็นยาง Pirelli สัญชาติอิตาลี เครื่องยนต์พื้นฐาน Vespa GTS 300 วางบล็อกเครื่องไว้ด้านหลัง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่แค่ ‘ดูเท่’ แต่ใช้งานได้จริงทีเดียวครับ 2.รถพิกัด 300 ซีซี มันจะมันส์หรอ ? หากคนที่ลงแข่งขันรุ่นเล็ก 125 ซีซี 150 ซีซี หรือ Scooter Open 200 cc อาจไม่มีปัญหาในส่วนนี้ แต่ถ้าใครมือตึง ๆ ชอบขี่บิ๊กสกูตเตอร์คลาส 300 – 350 ซีซี แล้วมองว่า Dragster กำลังเครื่องมันจะพอหรือไม่ ? ขอตอบเลยว่าเพียงพออย่างแน่นอน และอาจสนุกมากกว่าเพราะได้เปรียบในช่วงทางโค้งซะด้วย เพราะในเรื่องจุดเด่นช่วงล่างและฟีลลิ่งการสัมผัสที่ให้ความสปอร์ตพิกัดและแตกต่างกว่ารถสกูตเตอร์ทั่วไปนั่นเองครับ 3.ขี่ในเมืองก็แรงอยู่แล้ว และลงสนาม..มันต่างกันยังไง? ต่างอย่างแน่นอน !! ในแทร็กคือพื้นที่ให้คุณแสดงศักยภาพได้อย่างอิสระ ไม่ต้องกลัวรถติด ไม่ต้องห่วงถนนลื่น (ถ้าฝนไม่ตก) บิดให้เต็มที่ เอาให้กระหน่ำ และที่สำคัญคุณจะได้ลองสัมผัส การเข้าโค้งด้วยความเร็ว เบรกลึก และเดินคันเร่งเต็มแรง ได้ในแบบรถบนถนนทั่วไปไม่สามารถทำได้ 4.ขี่ยากไหม? ด้วยผลลัพธ์ความเป็นสปอร์ตในการขับขี่ อาจเป็นเหตุเนื่องมาจากการออกแบบตัวโมเดลที่ไม่เหมือนใคร ช่วงแรกผู้ขับขี่อาจรู้สึกแปลกมือ เพราะการแฮนด์เดอริ่งบังคับของรถรุ่นนี้จะไม่เหมือนกับรถสกูตเตอร์ทั่วไปที่สามารถบังคับเลี้ยวได้ง่ายกว่า แต่ถ้าคุณใช้สกิลการขับขี่เรซซิ่งผสมผสานเข้าไปละก็.. มันจะกลายเป็นรถที่พาคุณไปในเส้นไลน์ที่ต้องการได้ดี การเข้าโค้งที่นิ่ง คม โดยไม่ต้องฝืนตัวเองเลยแม้แต่น้อย 5.ถ้าลงแทร็ก..จะต้องแต่งเพิ่มหรือไม่ ?  ขอตอบเลยว่า..ไม่จำเป็น เพราะว่ารถแดร็กสเตอร์นั้นเกิดมาเพื่อสนามอยู่แล้ว ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโช้ค เบรก หรือโครงสร้างใด ๆ เลย แต่ถ้าอยากแรงขึ้นสามารถไล่สเต็ปเครื่องได้ หรือเสริมอุปกรณ์รองรับเพอร์ฟอร์มานซ์และความปลอดภัยในสนาม อาทิ ยาง Pirelli Rosso Scooter กันล้ม (ติดเพิ่มก็ดี) หรือท่อแต่ง เพื่ออยากได้เสียงเร้า ๆ หรืออัตราเร่งที่ดีขึ้น เอาตามความต้องการของผู้ขับขี่นั่นแหล่ะครับ แต่ถ้าเอารถเดิม ๆ ไปลงขี่สนาม มันก็พร้อมซิ่งอยู่แล้ว 6.ครั้งแรกของมือใหม่..จะเกร็งไหม ? สำหรับใครที่เป็นชาวแดร็กสเตอร์มือใหม่ที่พึ่งถอยรถและยังไม่เคยมาขี่ในแทร็ก ไม่ต้องกังวัลไปว่าจะเป็นก้างขวางไลน์รถคันอื่นในสนามหรือไม่ ที่งาน SuperBikeMag Trackday ก็พร้อมต้อนรับนักบิดหน้าใหม่ และให้คำแนะนำการขับขี่ในสนามอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยและสร้างการรับรู้การขี่ในแทร็กผ่านสัญญาณธงต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเปิดรุ่นรองรับการแข่งขันเฉพาะรุ่นรถออโตเมติก และรุ่น Dragster โดยเฉพาะ อีกทั้งการแข่งขันรถแดร็กสเตอร์จัดขึ้นในงานนี้เป็นงานแรกนับตั้งแต่เข้ามาขายในไทย เพราะฉะนั้นจึงวางใจได้ และปฏิเสธไม่ได้ว่ารถแดรกสเตอร์คือรถที่ “คนมอง” มากที่สุดในสนาม เพราะมันแตกต่างอย่างมีสไตล์ ดีไซน์ไม่เหมือนใครและเสียงเครื่องก็ดุดันในแบบของมันเอง 7.ถ้าอยากเริ่ม ต้องเริ่มยังไง ?  เตรียมรถให้พร้อมและตรวจเช็คสภาพของเหลว ยาง เบรก อุปกรณ์ขับขี่ ไรดิ้งเกียร์ และที่สำคัญ เตรียมใจให้สนุกเพราะงานแทร็กเดย์คือสนามที่คุณจะได้รู้จักรถตัวเอง และพัฒนาทักษะการขับขี่แบบปลอดภัยและมีสไตล์ รวมไปถึงได้แข่งขันสำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทายเพื่อล่าโพเดี้ยมในสนามนั้น ๆ  สำหรับสนามที่ 2 จะจัดขึ้นในวันที่ 8-10 สิงหาคม 2568 ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่าน ช่องทางเว็บไซค์ https://www.superbikemag.com/trackday/ ได้โดยตรง หรือผ่านทางตัวแทน Italjet Thailand เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการร่วมลงกิจกรรมสนุก ๆ ในครั้งนี้

12 June 2025
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
GP24 มันมีของ ! Marc Marquez กดเวลาดีสุดซ้อมบุรีรัมย์ 2025 วันแรก

GP24 มันมีของ ! Marc Marquez กดเวลาดีสุดซ้อมบุรีรัมย์ เทสต์ 2025 วันแรก เปิดฉากอย่างเป็นทางการ กับการซ้อมในรอบ บุรีรัมย์ เทสต์ 2025 เรียกได้ว่าเข้มข้น ดุเดือด สมกับเป็นการซ้อมรอบสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขันในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยนักแข่งเจ้าของหมายเลข 73 จากทีม Gresini Racing อย่าง Alex Marquez ที่ควงตัวขี่ Ducati Desmosedici GP24 สามารถกดเวลาได้ดีสุดในการซ้อมวันแรกที่ 1:29.184 นาที  ทางด้านของอันดับที่สองตกเป็นของ ‘มาร์เกซผู้น้อง’ Alex Marquez นักบิดจากทีม Gresini Racing ที่งัดฟอร์มเก่ง สามารถทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดที่ 1:29.649 และอันดับที่สามได้แก่ Franco Morbidelli นักแข่งจากทีม VR46 Racing Team ที่สามารถกดเวลาต่อรอบดีสุดอยู่ที่ 1:29.683 นาที ทางด้านของฮีโร่ชาวไทย อย่าง ‘ก้อง-สมเกียรติ’ ที่ได้ควบ RC213V ลงซ้อมในการซ้อมรอบ Buriram Test สามารถทำเวลาต่อรอบได้ที่สุดอยู่ที่ 1:31.208 รั้งอันดับที่ 20 ของตาราง ตารางเวลาหลังจบการทดสอบวันแรก ชื่อนักแข่ง สังกัด เวลาที่สามารถทำได้ (นาที) Marc Marquez Ducati Lenovo Team 1:29.184 Alex Marquez Gresini Racing 1:29.649 Franco Morbidelli VR46 Racing Team 1:29.683 Marco Bezzecchi Aprilia Racing 1:29.794 Pedro Acosta Redbull KTM Factory Racing 1:29.904 Luca Marini Honda HRC Castrol 1:29.928 Johann Zarco LCR Honda 1:29.961 Pecco Bagnaia Ducati Lenovo Team 1:30.028 Brad Binder Redbull KTM Factory Racing 1:30.041 Jack Miller Prima Pramac Yamaha 1:30.047 Joan Mir Honda HRC Castrol 1:30.067 Alex Rins Monster Energy Yamaha MotoGP 1:30.206 Fabio Quartararo Monster Energy Yamaha MotoGP 1:30.233 Fermin Aldeguer Gresini Racing 1:30.373 Ai Ogura Trackhouse Racing MotoGP 1:30.453 Enea Bastianini KTM Tech3 1:30.461 Miguel Oliveira Prima Pramac Yamaha 1:30.738 Maverick Vinales KTM Tech3 1:30.827 Raul Fernandez Trackhouse Racing MotoGP 1:30.975 Somkiat Chantra LCR Honda 1:31.208   รอบซ้อมอย่างเป็นทางการของบุรีรัมย์ เทสจะลงซ้อมอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป โดยการซ้อมในรอบนี้จะไม่มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ หากไม่อยากพลาดข่าวสารก็ติดตาม SuperBike Thailand

2025 Yamaha XMAX หั่นราคาหมื่นห้า หรือจะเจนสุดท้ายก่อนบายเธอ?

2025 Yamaha XMAX หั่นราคาหมื่นห้า หรือจะเจนสุดท้ายก่อนบายเธอ? 2025 Yamaha XMAX โฉมใหม่ล่าสุดเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในงานเปิดตัวของ Yamaha NMAX เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยการเปิดตัวใหม่ในหนนี้มีการปรับในเรื่องของสีสันที่วางจำหน่าย รวมไปถึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยในบางจุด แต่ไฮไลท์เด่นของการเปิดตัวครั้งนี้ คือการหั่นราคาวางจำหน่ายลงถึง 15,000 บาท โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ 300 ซีซี และช่วงล่าง แน่นอนว่าของคู่กันกับชายกลางในตระกูล MAX-Series ก็คงหนีไม่พ้นขุมพลังเครื่องยนต์เทคโนโลยี Blue Core สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 292 ซีซี พละกำลังสูงสุด 28 แรงม้าที่ 7,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 29 นิวตันเมตรที่ 5,750 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์ CVT ผ่านมาตรฐานค่าไอเสีย EURO5 จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด พร้อมจุน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 13 ลิตร ระบบช่วงล่างของ Yamaha XMAX ในโฉมนี้ก็ยังคงเหมือนกับในโฉมก่อนหน้า โดยระบบกันสะเทือนหน้าเป็นโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก และด้านหลังเป็นโช้คอัพคู่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม โดยระบบความปลอดภัยทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาพร้อมกับดิสก์เบรกเดี่ยว พ่วงมาด้วยระบบความปลอดภัย ABS แบบ Dual Channel เพื่อการเบรกที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีระบบ Traction Control เพื่อป้องกันล้อล็อค จุดเด่นไฮไลท์ ช่องจ่ายไฟแบบ USB Type-C เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพ Y-Connect ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ ใต้เบาะขนาดความจุ 13 ลิตร หน้าจอแบบ 2 ชั้นพร้อมระบบนำทาง Garmin โช้คอัพปรับใหม่ ซับแรงดีมากขึ้น   สีสันที่วางจำหน่าย Silver Gray (สีเทา) Hyper Red (สีแดง) Smoky Gray (สีเทา) Dark Gray (สีดำ-เทา) Midnight Black (สีดำ)   โดยราคาวางจำหน่ายของโมเดลใหม่นี้สำหรับชายกลางตระกูล MAX-Series มีการเปิดราคาวางจำหน่ายใหม่อยู่ที่ 176,100 บาท (มีการลดราคาวางจำหน่ายลงถึง 15,000 จากราคาวางจำหน่ายเดิมอยู่ที่ 191,100 บาท) พร้อมการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร สาวกชาว X ถ้าหาจังหวะช้อน นี่แหละถูกต้องที่สุดแล้ว  อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Buriram Test ครั้งสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขัน MotoGP25

2025 Buriram Test ครั้งสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขัน MotoGP25 2025 Buriram Test การทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มการแข่งขันฤดูกาล 2025 อย่างเป็นทางการในช่วงปลายกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งการทดสอบครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับทีม และนักแข่ง MotoGP ในการทดสอบรถแข่งก่อนที่การแข่งขันสนามแรกของฤดูกาลกำลังจะเริ่มขึ้น หลากหลายค่ายเองก็มีเรื่องต่าง ๆ ให้คิด และพิจารณาต่าง ๆ ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง ‘Ducati’ ที่ตอนนี้กำลังคิดว่าจะใช้เครื่องยนต์ปี 2024 หรือ 2025 สำหรับการลงแข่งฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าเครื่องยนต์ของทาง Ducati เองก็มีพละกำลัง และเทคโนโลยีที่ค่ายอื่นยากที่จะตามทัน อีกทั้งยังการันตีความสำเร็จมากมายในการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมา และมีข่าวจากวงในมาว่าตอนนี้เครื่องยนต์ของโมเดล GP25 ยังขาดอะไรบางอย่าง ซึ่งอาจจะหมายถึงความไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ก็เป็นได้ ทางด้านของค่ายรถ Yamaha เองนั้นก็สามารถสร้างความประหลาดใจได้ในการทดสอบในรอบเซปัง เทสที่ผ่านมา นักบิดเจ้าของหมายเลข 20 อย่าง ‘แฟ้บ’ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ สามารถกดเวลาได้ติดอันดับ Top 3 ตลอดการซ้อมในวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนมองว่ามีความเป็นไปได้ที่ทีมจากค่ายส้อมเสียงนี้จะมาเป็นม้ามืดของฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ วันที่ลงทำการซ้อม เวลาที่สามารถทำได้ดีที่สุด รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 1 01:57.5550 นาที (อันดับที่ 1) รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 2 01:57.3240 นาที (อันดับที่ 2) รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 3 01:56.7240 นาที (อันดับที่ 3)   ทางฝั่งของทีม Aprilia จะไม่มีแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ร่วมลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้าย ทีม VR46 จะไม่มี ‘ดิเจีย’ ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ และ Trackhouse Racing จะไม่มี ราอูล เฟอร์นันเดซ ซึ่งทั้งสามคนที่ได้กล่าวไปนั้นได้รับอาการบาดเจ็บจากการซ้อมในรอบเซปัง เทสที่ผ่านมา ตารางเวลาการทดสอบรอบ Buriram Test วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 10.00 – 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 10.00 – 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)   โดยการซ้อมในรอบนี้จะไม่มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ หากแฟน ๆ ถ้าไม่อยากพลาดข่าวสารก็ติดตาม SuperBike Thailand ไว้ได้เลยจะรายงานให้ทราบในทุกเหตุการณ์แน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
CB750 Hornet สเปค เน็กเก็ดไบค์พันธุ์ใหม่จากค่ายปีกนก

CB750 Hornet สเปค เน็กเก็ดไบค์รุ่นใหม่ จากค่ายปีกนก มาพร้อมดีไซน์เท่ เร้าใจ ขับขี่สนุกคล่องตัว ด้วยเครื่องยนต์ 755 ซีซี แรงเต็มอารมณ์สปอร์ต

31 March 2023
Kawasaki Eliminator สเปค ราคาและข้อมูล

Kawasaki Eliminator สเปค ราคาและข้อมูล      Kawasaki Eliminator รถครูเซอร์รุ่นใหม่ขนาด 400 ซีซี ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันกับ Ninja 400 และเฟรมโครงตาข่ายที่มีน้ำหนักเบา พร้อมกับการออกแบบให้ความโมเดิร์นและคอมแพค ดูดีอย่างลงตัว ราคาแนะนำ 224,900 บาท  สเปค, สเป็ก ​ หน้าจอดิจิทัล LCD เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกับ Ninja 400   เบาะ 2 ชิ้น ระบบไฟ LED      สเปค Kawasaki Eliminator ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 399 ซีซี แรงม้า (เคลม) 48 แรงม้าที่ 10,000 รอบ แรงบิด (เคลม) 37 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 70.0 x 51.8 มม. อัตราส่วนการอัด 11.6 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Digital ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Fuel injection ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 130/70-18M/C 63H ยางหลัง 150/80-16M/C 71H ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 310 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม. กว้าง X ยาว X สูง 785 x 2,250 x 1,100 มม. ระยะฐานล้อ 1,520 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 150 มม. ความสูงเบาะ 735 มม. น้ำหนักรถ 176 กก. ความจุถังน้ำมัน 13 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ E10, E20 เทคโนโลยี หน้าจอดิจิทัล LCD ระบบไฟ LED รอบคัน   สีสันที่มีจำหน่าย  รุ่น Kawasaki Eliminator   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 March 2023
  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
Yamaha MT-10 SP SuperNaked ถอดสเปค R1M มาใส่แน่นทุกจุด

สำหรับคันนี้ Yamaha MT-10 SP ที่จอดโชว์อยู่ในงาน Eicma 2019 ถือว่าเป็น SuperNaked อีก 1 คันที่ได้รับความสนใจไม่ใช่น้อย เพราะว่ามีของแต่งสเปค R1M ทั้งโช้ค และท่อ ที่ถูกแต่งเสริม เติมหล่อ มาจากโรงงานเต็มๆ คันนี้เป็นสี Icon Performance ที่ตัวถังน้ำมันเป็นสีอลูมิเนียม ขัดเงาตัดกับสีน้ำเงิน มาพร้อมกับล้อ 5 ก้านสีน้ำเงิน และโช้คหน้าสีทอง Ohlins ที่จะมีทองตัดทำให้ดู สปอร์ต มายิ่งขึ้น การออกแบบเป็นโทนเดียวกับ Yamaha R1M มาพร้อมกับหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มีชิวขนาดเล็กติดมาดูดุลงตัว ในส่วนของเรือนไมล์ เป็นแบบ TFT มีความคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน ฟังก์ชั่น และลูกเล่นสวยงาม ชุดแฮนด์บาร์ถูกเสริมหล่อด้วยชุดปะกับของ Yamaha R1M พร้อมกับมือเบรค และมือคลัทช์ที่เปลี่ยนจากเดิมเป็นของ Lightech มาดูที่เครื่องยนต์ 4 สูบ Crossplane ขนาดความจุ 998 ซีซี ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางยามาฮ่า ให้กำลังแรงม้าที่ 158 แรงม้าที่ 11,500 รอบ/นาที แรงบิดอยู่ที่ 111 นิวตันเมตร ที่ 9,000 รอบ/นาที มาพร้อมกับเกียร์ 6 สปีด สามารถใส่เกียร์ได้เลย ไม่ต้องกำคลัทช์เพราะมี Quick shifter ช่วงล่างเอาของ Yamaha R1M มาใส่เลยก็ว่าได้ สำหรับโช้คหน้าไฟฟ้า Ohlins แบบ up-side down เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 43 มิลลิเมตร และโช้คหลังกึ่งไฟฟ้า Ohlins แบบ Subtank ที่ยึดอยู่ระหว่างเฟรมกับสวิงอาร์มแบบอลูมิเมียน น้ำหนักเบา ระบบเบรคหน้าแบบดับเบิ้ลดิส floating ขนาด 320 มิลลิเมตร พร้อมกับคาลิปเปอร์เบรคแบบเรเดี้ยนเมาส์ 4 พอร์ท ขนาดของวงล้อแม็กหน้า 17 นิ้ว ที่ให้มากับยางสปอร์ตขนาด 120/70 ZR เบรคหลังเป็นแบบดิสเบรคขนาด 220 มิลลิเมตรจับด้วยคาลิปเปอร์ 1 พอร์ทของ Nissin ขนาดของวงล้อแม็กด้านหลังมีขนาด 17 นิ้ว ให้ยางสปอร์ตติดมาขนาด 190/55 ZR เสริมหล่อด้วยท่อ Akrapovic ที่เลเซอร์ MT-10 มาให้ด้วยเลยจากโรงงาน สำหรับ Yamaha MT-10 SP คันนี้บรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 17 ลิตร มีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 212 กิโลกรัม ต้องบอกว่าคันนี้คือ SuperNaked อีก 1 คันที่น่าสนใจเลยละครับ ทั้งหล่อ แรง ราศีจับแน่นอนถ้าได้มาครอบครอง สำหรับคันนี้ถูกเสนอค่าตัวที่ประเทศอิตาลีเป็นเงิน ยูโร ที่ 16,499 ยูโร ถ้าคิดเป็นเงินแล้วจะอยู่ที่ 5 แสน (ไม่รวมภาษี) ถือว่าเป็นราคาที่สามารถจับต้องได้เลยละครับ สำหรับรถ SuperNaked สเปคเทพแบบนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้   

Yamaha Aerox 4 สเปคจิ๋วแต่แจ๋ว..มาไทยมีร้อง!!

อ่านไม่ผิด นี้คือ Yamaha Aerox 4 มินิสกู๊ตเตอร์จากยามาฮ่า คันนี้ถูกจอดโชว์ที่งาน Eicma 2019 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ที่ได้รับความสนใจไม่น้อย ไม่แพ้รถบิ๊กไม่แพ้บิ๊กสกู๊ตเตอร์เลยทีเดียว สำหรับคันจิ๋วนี้ เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 50 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 3 วาล์ว แคมเดี่ยว ให้กำลังเครื่องยนต์ที่ 4.9 แรงม้าที่ 7,250 รอบ/นาที และให้แรงบิดที่ 3.3 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที เครื่องยนต์ตัวนี้ผ่านมาตรฐาน Euro 4 และขับเคลื่อนด้วยสายพาน ระบบช่วงล่างแบบเทเลสโคปิด (ตะเกียบคู่) และด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวคอล์ยสปริง ระบบเบรคแบบดิสเบรค หน้า-หลัง ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางจานดิสที่ 190 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์เบรค JOG แบบ 1 พอร์ททั้งหน้าและหลัง มั่นใจได้ ยางหน้าที่ให้ขนาด 120/70-13 ยางหลัง 130/60-13 เป็นยางแบบ Tubless ที่มีขนาดเหมาะสมกับตัวล้อแม็กลาย 5 ก้าน พอดิบพอดี สมส่วนทั้งคัน พร้อมกับถังน้ำมันขนาด 6 ลิตร น้ำหนักรวมทั้งหมด 97 กิโลกรัม ตัวเรือนไมล์แบบกลมดูทันสมัย มาพร้อมกับปั๊มมือเบรคซ้าย-ขวา ทำให้รู้สึกว่าชุดแฮนด์ด้านบนมีความสมดุลองค์ประกอบเต็มไม่แพ้บิ๊กสกู๊ตเตอร์เลยละครับ ไฟท้ายดีไซน์ได้สวยงามมีความคล้ายคลึงกับ ไฟท้าย Tmax Iron max ที่มีรูปร่างคล้ายกับเพชรเจียรไน แบบ 8 เหลี่ยม ดุเป็นเอกลักษณ์ในรุ่น Yamaha Aerox 4 สำหรับเบาะคนซ้อนที่ออกแบบให้ดูสปอร์ต แบบ 2 ชิ้นแบ่งคนขับกับคนซ้อน ทำให้ดูเพียวบางร่างเล็กกันเข้าไปอีก สำหรับใครที่สนใจ และรอเข้าไทย ขออนุญาตตอบว่า โมเดลนี้ไม่สามารถเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยได้ เพราะด้วยองค์ประกอบทางด้านเครื่องยนต์ ที่ไม่สามารถจดทะเบียน จึงส่งผลให้ไม่สามารถจำหน่ายได้ในประเทศไทย สำหรับผมแล้วขอให้การดีไซน์และออฟชั่นโมเดลตัวนี้มาอยู่ใน Aerox 155 บ้านเราก็ดีใจสุดๆแล้วละครับ ส่วนราคาคันนี้ที่ขายยุโรปอยู่ 2,990 ยูโร หรือเป็นราคาเงินบาทประมาณ 98,000 บาท และมีจำหน่าย 2 สี Mattle Grey และ Yamaha Blue   อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้  

Honda Collection Hall อยากรู้ประวัติฮอนด้าต้องมาที่นี้

Honda Collection Hall คือพิพิธภัณฑ์รวบรวมเอารถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ตลอดไปจนถึงสิ่งของต่างๆ ที่ช่วยเรียงร้อยเรื่องราวประวัติศาสตร์ของฮอนด้าเอาไว้เข้าด้วยกัน มีตั้งแต่รถในช่วงสมัยยุคเริ่มต้นมาจนถึงยุคปัจจุบัน มีทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงประวัติศาสตร์การแข่งขันรายการต่างๆ ถูกรวมเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งผู้ที่เข้าชมจะสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่ Honda มุ่งหวังจะเล่าให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาความเป็นมาของ Honda ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สำหรับในครั้งนี้ทางเรา SuperBikemag.com ได้รับเกียรติร่วมทริป Japan Passion year2 กับทางฮอนด้า      ที่ให้เราได้ร่วมเก็บภาพเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ได้มาประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับตามหา Passion ไปด้วยกัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ใกล้กับสนามแข่ง Twin Ring Motegi ที่ปัจจุบันยังคงเอาไว้ใช้แข่งขันกี่ฬาการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ MotoGP ในวันนั้นเราจึงได้มีโอกาสชมทั้งพิพิธภัณฑ์ และMotoGP เลยทีเดียว แค่คนจะเยอะหน่อยเท่านั้นเอง Honda Collection Hall จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้นจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ไว้ให้เดินดูได้อย่างสะดวก ชัดเจน และน่าสนใจมากๆเลยครับ ถือว่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่เข้ามาเลยก็ว่าได้ เพราะในนี้ คือความฝันของใครหลายๆคน ที่ทุกคนอยากสะสม และครอบครองรถที่อยู่ในนี้ตามยุคตามสมัยของตนเอง เข้าประตูมาเจอก่อนเลยคันแรก Honda RC143 ปี 1960 คันนี้เป็นรถแข่งคันแรกของทางฮอนด้า เครื่องยนต์ 125 ซีซี 22 แรงม้า ที่ลงแข่งในรายการ WGP ปัจจุบันถ้าเทียบเท่ารายการนี้ก็ MotoGP นั้นเอง คันนี้มีอายุรวมๆเกือบ 60 ปี ใครที่ชื่นชอบ 2 ล้อเป็นพิเศษผมแนะนำให้ขึ้นมาที่ชั้น 2 อย่างโดยด่วนเพราะว่าเป็นชั้นที่จัดแสดงโชว์รถที่สะสมโมเดลหายากรุ่นแรก ปีลึก สภาพดี หาชมได้ยากที่สุดแล้ว บางรุ่นผมเองก็ยังไม่เคยเห็น (เกิดไม่ทัน) แต่ก็พอที่จะได้ยินมาบ้าง ทาง APHonda เราเองก็เอามาโชว์บางเป็นงานๆ คงจะทำเรื่องกันยกใหญ่ ถ้าจะเอาออกมานอกประเทศล่าสุด ก็คันด้านบนละครับ (RC143) ที่เอามาจอดโชว์ในงาน ThaiGP เรามาดูต่อในชั้น 2 กันว่ามีอะไรโชว์บ้าง เริ่มที่คันนี้เป็น Honda CB1100R ปี 1981 เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง 105 แรงม้าที่ 9000 รอบ/นาที น้ำหนักคันนี้อยู่ที่ 235 กิโลกรัม ถ้าเทียบกับรถรุ่นใหม่ๆตอนนี้ก็ถือว่าหนักพอสมควร แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุด คันนี้คือต้นแบบของหลายๆรุ่นในปัจจุบัน คันนี้ใหม่ขึ้นมาอีกหน่อย สำหรับ Honda CB1100R ปี 1983 เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง 120 แรงม้า ที่ 9000 รอบ/นาที น้ำหนักคันนี้อยู่ที่ 233 กิโลกรัม ในส่วนของมุมนี้จะมีแต่ CB ล้วนๆเลย ใครที่ชื่นชอบ จะหยุดอยู่ที่มุมนี้นานเป็นพิเศษ เดินมาต่อกันอีก 1 มุมสำหรับขาสะสมเลยก็ว่าได้ สำหรับคนไทยบางคน สายสะสมจริงๆอาจจะมีจอดประดับหิ้งไว้ที่บ้านแบบเงียบๆก็เป็นได้ มีทั้ง Honda DAX, Honda Gorila,Honda MOTRA ถัดไปอีก 1 มุมสำหรับ Honda Super Cup ที่ถูกจัดเก็บไว้มีสภาพที่สมบูรณ์ ต้องบอกเลยว่าทุกรุ่น ทุกโมเดลที่จอดอยู่สมบูรณ์ 100% Honda Dream CL72 Scrambler ปี1962 มอเตอร์ไซค์ตระกูล CL Scrambler คันแรกของฮอนด้า โดยมอเตอร์ไซค์คันนี้จะถูกส่งออกไปขายในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว ในรูปเล็กอาจจะมีการบ่งบอกได้ว่า ถูกนำไปใส่ในสงคราม (เป็นเพียงการคาดเดา) เดินมาต่อกันอีกมุม ที่เป็นมุมที่ได้รับความสนใจเลยทีเดียวสำหรับชายหนุ่มที่ชื่นชอบและรักในความเร็วแรงของรถฮอนด้า สำหรับมุม Racing เป็นโมเดลที่ถูกจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ อาทิเช่น NSR20 คันเล็ก และคันใหญ่ อย่าง NSR250R ที่ตอนนี้มูลค่าคงไม่ต้องพูดถึง ในไทยเรายังเห็นอยู่บ้าง แต่ก็คงจะไม่ปล่อยต่อมือกันง่ายๆอย่างแน่นอน เยอะจริงๆสำหรับมุมนี้ ที่ได้รับความสนใจ ส่วนตัวผมเองจะหยุดดูและเสียเวลากับเจ้า Honda NR750 เป็นพิเศษ ด้วยเอกลักษณ์ต่างๆที่ค่อนข้างจะดูเด่นกว่าชาวบ้าน ทั้งเครื่องยนต์สูบวีที่มีลูกสูบ

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
Honda CRF1100L AFRICA TWIN ADVENTURE SPORTS

Honda CRF1100L AFRICA TWIN ADVENTURE SPORTS (DCT) (2020) สเปกและราคา   เหนือสุดทุกเส้นทางกับ Honda CRF1100L AFRICA TWIN Adventure Sports ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงใหม่ ขนาด 1100 ซีซี ราคา 699,000 บาท       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิคของ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1084 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ แบบ SOHC ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 92.0 X 81.4 มม. อัตราส่วนการอัด 10.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ DCT ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/90-21M/C 54H แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 150/70R18M/C 70H แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม.ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 230 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มและโช้คเดี่ยว Showa ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 220 มม. เบรคหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรก 4 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรคหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 256 มม. พร้อมระบบเบรก ABS และปิดเฉพาะล้อหลังได้ ยาว X กว้าง X สูง 2,310X 960 X 1,520 มม. ระยะฐานล้อ 1,560 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 248 กก. ความจุถังน้ำมัน 24.8 ลิตร   อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

21 May 2020
Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT)

Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT) (2020) สเปกและราคา Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT) (2020) ที่สุดแห่งความภูมิใจครั้งใหม่กับ Honda CRF1100L AFRICA TWIN ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงใหม่ ขนาด 1100 ซีซี ราคา 559,000       สเปกหรือรายละเอียดทางเทคนิค เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1084 ซีซี ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ แบบ SOHC ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 92.0 X 81.4 มม. อัตราส่วนการอัด 10.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ยางหน้า 90/90-21M/C 54H ยางหลัง 150/70R18M/C 70H ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม.ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 230 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มและโช้คเดี่ยว Showa ปรับพรีโหลดและแดมปิ้งได้ ระยะยุบ 220 มม. เบรคหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบคลื่น ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรก 4 พ็อต พร้อมระบบเบรก ABS เบรคหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 256 มม. พร้อมระบบเบรก ABS และปิดเฉพาะล้อหลังได้ ยาว X กว้าง X สูง 2,310X 960 X 1,355 มม. ระยะฐานล้อ 1,560 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 226 กก. ความจุถังน้ำมัน 18.8 ลิตร   สีอื่นๆ ที่ให้เลือก อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

21 May 2020
เปิดตัว Vespa Racing Sixties ย้อนเวลากลับยุค 60S

ย้อนเวลากลับสู่ยุค 60s ช่วงเวลารุ่งเรืองอันเป็นตำนานของการแข่งรถเรซซิ่ง กับ“Vespa Racing Sixties” โมเดลที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่งแห่งยุค 60s สู่ดีไซน์สปอร์ตสุดคลาสสิกที่พร้อมให้คุณสัมผัสแล้ววันนี้ จากตำนานการแข่งขันในยุค 60s ส่งต่อแรงบันดาลใจสู่งานดีไซน์ “เวสป้า เรซซิ่ง ซิกส์ตี้”  กับ 2 รุ่นพิเศษ ทั้ง “เวสป้า สปริ้นท์ 150 ไอ-เก็ต เอบีเอส เรซซิ่ง ซิกส์ตี้” (Vespa Sprint 150 i-Get ABS Racing Sixties) และ เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์ 300 เอชพีอี เรซซิ่ง ซิกส์ตี้ (Vespa GTS Super 300 HPE Racing Sixties) ด้วยคาแรคเตอร์สปอร์ตที่ยังคงกลิ่นอายคลาสสิกเอาไว้ ผ่านลวดลายกราฟิกบนตัวรถทั้ง 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น ลายกราฟิกสีเหลืองและทองบนรถสีเขียวเมทัลลิก (สี กรีน เรซซิ่ง ซิกส์ตี้) และลายกราฟิกสีแดงและทองบนรถสีขาว (สี ไวท์ เรซซิ่ง ซิกส์ตี้) เติมเต็มลุคสปอร์ตกับดีไซน์ที่พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยชุดแต่งสีดำด้านรอบคันที่ กรอบไฟหน้า – ไฟหลัง กระจกมองหลัง คิ้วตัวถังหน้ารถ ฝาครอบท่อไอเสีย ที่พักเท้า และที่จับสำหรับผู้โดยสารรวมถึงเบาะนั่งที่ยังได้รับการออกแบบให้มีความสปอร์ต แต่แฝงลูกเล่นความคลาสสิกด้วยการเลือกใช้วัสดุหนังกลับนูบัคโดดเด่นด้วยล้อแม็กสีทองเมทัลลิก บ่งบอกกลิ่นอายความเป็นรถสปอร์ตคลาสสิกได้เป็นอย่างดี และยังเป็นครั้งแรกของเวสป้าที่ทำล้อแม็กให้เป็นสีทองอีกด้วย Vespa Sprint 150 i-Get ABS Racing Sixtie พร้อมตอบโจทย์ผู้ที่ชอบออกไปสนุกกับการใช้ชีวิตในเมือง และต้องการการขับขี่ที่คล่องตัว มาพร้อมกับ เครื่องยนต์ i-Get (ไอ-เก็ต) 150 ซีซี สูบเดี่ยว 4 จังหวะ 3 วาล์ว ที่ช่วยประหยัดน้ำมันและลดเสียงของเครื่องยนต์ ระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Injection) ความจุ 154.8 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 9.5 กิโลวัตต์ ที่ 8,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดที่ 12.5 นม. ที่ 6,750 รอบ/นาที สูงที่สุด เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ขนาดเดียวกัน ระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมระบายอากาศแบบหมุนวน ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT โช๊คอัพหน้าไฮดรอลิคแบบแขนเดี่ยวทำงานสองทิศทางและโช๊คอัพหลังแบบไฮดรอลิคเดี่ยว ปรับระดับการ รองรับน้ำหนักได้ 4 ระดับ มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยดิสก์เบรกหน้า ABS และ ดรัมเบรกหลัง สำหรับ Vespa GTS Super 300 HPE Racing Sixties พร้อมตอบสนองทุกการใช้ชีวิตทั้งในเมืองและนอกเมือง ด้วยเครื่องยนต์ HPE ใหม่ ที่พัฒนาให้มีสมรรถนะและประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ขับขี่สนุก นุ่มนวล และประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วย เครื่องยนต์ Piaggio HPE (High Performance Engine) ขนาด 300 ซีซี แบบลูกสูบเดี่ยว (Single-Cylinder) 4 จังหวะ ระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Injection) ความจุ3 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 17 กิโลวัตต์ ที่ 8,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 25.5 นม. ที่ 5,500 รอบ/นาที ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ CVT พร้อม Torque Server โช๊คอัพหน้าไฮดรอลิคแบบแขนเดี่ยว ทำงานสองทิศทาง และ โช๊คอัพหลังแบบไฮดรอลิคคู่ ปรับระดับการรองรับได้ 4 ระดับ ระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนเนล พร้อมเบรกหน้าและเบรกหลังแบบดิสก์เบรก พร้อมระบบควบคุมแบบไฮดรอลิค ABS ระบบป้องกันการลื่นไถล ASR (Anti-Slip Regulation)

19 May 2020