SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
Hamilton มั่นใจ Ferrari

Hamilton มั่นใจ Ferrari จะสามารถลดช่องว่างกับ Mercedes ได้หลังจบศึกที่เมลเบิร์น ชี้รถ SF-26 มีศักยภาพพอที่จะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์โลกในปี 2026

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Jorge Martin คิดว่าการแข่ง 4 สนามแรกแค่น้ำจิ้ม

Jorge Martin คิดว่าการแข่ง 4 สนามแรกแค่น้ำจิ้ม Jorge Martin นักแข่งแชมป์โลกสมัยล่าสุดที่ย้ายไปเข้าร่วมทีมโรงงานค่าย Aprilia Racing โดยปัจจุบันเจ้าตัวนั้นอยู่ช่วงระหว่างพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ หลังจากที่เขาได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่ทดสอบได้เพียง 13 รอบเท่านั้น อาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงของ ‘มาร์ติเนเตอร์’ ทำให้เจ้าตัวต้องเข้ารับการผ่าตัด และพลาดการสอบอย่างเป็นทางการในรอบสุดท้ายที่สนามจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ก็เหมือนได้อย่างเสียอย่าง ขณะที่ทีมเมทของมาร์ตินอย่าง ‘Marco Bezzecchi’ สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมได้รอบ FP4 ด้วยเวลาต่อรอบดีสุดที่ 1:29.060 นาที จบด้วยอันดับ 1 ของตาราง โดยผู้จัดการทีมของ Aprilia อย่าง Paolo Bonora เผยว่า หลังจากที่ฆอร์เก้ มาร์ตินได้รับบาดเจ็บที่สนามเซปัง ทำให้ทางทีมต้องมีการปรับแผนการซ้อมใหม่ทั้งหมด แต่ก็โชคดีที่เบซเซคคี่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และนักทดสอบก็ยังเค้นประสิทธิภาพเพื่อปรับแต่งบางอย่างเพื่อให้เข้ากับสไตล์การขี่ของมาร์ตินได้อีกด้วย  “หลังจากที่ Jorge ได้รับบาดเจ็บที่เซปัง เราต้องปรับแผนใหม่ทั้งหมด เรามีหลายอย่างที่ต้องทดสอบ และโชคดีที่เราสามารถทำงานทั้งหมดเสร็จสิ้นตามแผน เราผ่านรายการทดสอบที่ยาวนานของเราได้สำเร็จ” “Marco ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถกำหนดเซ็ตอัพพื้นฐาน ทั้งในส่วนของอิเล็กทรอนิกส์และแชสซีได้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ การมี Lorenzo Savadori (นักบิดทดสอบของ Aprilia) มาช่วย ยังทำให้เราสามารถปรับแต่งทุกอย่างให้กับ Jorge ได้อีกด้วย” “ตอนนี้เรากำลังรอ Jorge กลับมา เพราะจำเป็นที่เขาจะต้องได้รับเซ็ตอัพพื้นฐานที่เราค้นพบในช่วงฤดูหนาว เราหวังว่าในสนามแรก เขาจะสามารถปรับตัวและสร้างความมั่นใจกับตัวรถได้อย่างรวดเร็ว” “ขณะนี้ แผนการฟื้นตัวทางการแพทย์ของเขาอยู่ภายใต้การควบคุมทั้งหมด อาการของเขาดีขึ้นทุกวัน และเราตั้งตารอที่จะได้เขากลับมาร่วมทีมโดยเร็วที่สุด” และผู้จัดการทีมของ Aprilia เองก็ยอมรับว่าการที่พลาดการทดสอบไปหลายร้อยรอบสนามนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเอากลับมาได้ง่าย ๆ ดังนั้นทางทีมจะยึดถือว่าการแข่งในนัดเปิดสนามทั้ง 4 สนาม (สนามประเทศไทย, สนามอาร์เจนติน่า, สนามประเทศสหรัฐอเมริกา และสนามประเทศการ์ตาร์) จะถือว่าเป็นสนามสำหรับทดสอบของแชมป์โลกคนล่าสุด “พูดตามตรง เรามองว่าสี่สนามแรกที่แข่งนอกยุโรปเป็นเหมือนการทดสอบสำหรับ Jorge เพราะเขาพลาดโอกาสทดสอบที่เซปังและบุรีรัมย์” “ใน MotoGP เมื่อนักแข่งเปลี่ยนจากรถคันหนึ่งไปสู่อีกคันหนึ่ง พวกเขาต้องใช้เวลาในการสร้างความมั่นใจ มันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเขา” “เราสังเกตเห็นว่า Marco สามารถปรับตัวเข้ากับรถได้อย่างรวดเร็วที่บุรีรัมย์ ซึ่งทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้นว่าเราจะสามารถส่งมอบรถที่ดีให้กับ Jorge ได้” การแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2025 จะเริ่มเปิดฉากการแข่งขันอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 นี้ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Aprilia Racing รับ พัฒนา RS-GP เพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ

Aprilia Racing รับ พัฒนา RS-GP เพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ Aprilia Racing ทีมดังจากการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมกำลังมุ่งพัฒนาตัวแข่งของทางค่ายอย่าง Aprilia RS-GP อีกทั้งทางด้านของผู้จัดการทีมอย่าง Paolo Bonora (เปาโล โบนอร่า) ก็ยังแสดงถึงความพึงพอใจของกับความก้าวหน้าในการพัฒนาตัวแข่งของทางค่าย การทดสอบหลังการแข่งขันที่สนามอารากอนประเทศสเปน ผู้จัดการทีมของทางค่ายก็แสดงความพึงพอใจไม่น้อย โดยระบุว่าการพัฒนาในด้านแอโรไดนามิกและอิเล็กทรอนิกส์ชุดใหม่ มีแนวโน้มจะถูกนำมาใช้ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งทีมดังสัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้ไม่สามารถต่อยอดจากชัยชนะสุดเซอร์ไพรส์ที่สนามซิลเวอร์สโตนในรายการ British MotoGP ได้ในสนามล่าสุดที่อารากอน หลังจากที่มาร์โก เบซเซ็คกีล้มในรอบควอลิฟาย ทำให้ต้องออกสตาร์ตจากกริดที่ 21 และจบการแข่งขันทั้งสองเรซในอันดับที่ 8 แม้จะคว้าชัยชนะที่ซิลเวอร์สโตนได้ แต่ฤดูกาลนี้ก็ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ Aprilia ซึ่งก่อนเปิดฤดูกาล 2025 เคยถูกคาดหมายว่าจะเป็นทีมลุ้นแชมป์จากการได้ตัวเบซเซ็คกี และแชมป์โลกคนล่าสุด ฆอร์เก้ มาร์ติน มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เมื่อมาร์ตินต้องพักแบบไม่มีกำหนดจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ความหวังทั้งหมดตกไปอยู่ที่ผลงานของเบซเซคคีแต่เพียงผู้เดียวอย่างไร้ข้อกังขา อีกทั้งตอนนี้ทางค่ายยังพัฒนาตัวรถเพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ เพื่อให้นักแข่งเจ้าของหมายเลข 72 รายนี้รีดผลงานออกมาให้ดีมากที่สุด “อย่างที่เห็นกันว่าหลังจบเรซ สภาพแทร็กมักจะดี เราจึงมุ่งเน้นที่การไทม์แอทแทคของมาร์โกเป็นหลักและ เราลงมือปรับปรุงหลายอย่าง โดยเฉพาะในด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อควบคุมช่วงออกตัวจากโค้งให้ดีขึ้น รักษาเสถียรภาพของรถ และให้สามารถควบคุมได้มากขึ้น” นอกจากเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว Aprilia ยังได้นำแฟริ่งหน้าชุดใหม่มาใช้ในการทดสอบ ซึ่งโบนอร่าเผยว่าอาจได้เห็นใช้จริงในการแข่งขันอีกไม่กี่สนามข้างหน้า “เรายังได้ทดสอบบางอย่างที่เกี่ยวกับแอโรไดนามิก มันให้ผลลัพธ์ที่ดี นั่นคือความเห็นแรก [แต่] เรายังต้องนำไปให้กับนักแข่งทุกคนได้ลอง เพื่อเก็บความคิดเห็นจากแต่ละคน ตอนนี้ดูแล้วมีแนวโน้มที่ดี และน่าจะได้เห็นมันถูกใช้งานในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี้” “และในส่วนของสิ่งที่เราต้องปรับปรุง นั้นไม่ใช่แค่ในรอบควอลิฟาย แต่รวมถึงแอโรไดนามิกของตัวรถตลอดทั้งเรซ และในช่วงไทม์แอทแทคด้วย เรายังต้องจัดการเรื่องยางใหม่ให้ลงตัวสำหรับมาร์โก” “เราปรับได้บ้างแล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะฟีดแบ็กในช่วงเบรกของเขาออกมาดี แต่เรายังต้องทำงานต่อในช่วงออกจากโค้ง ดังนั้นถ้าเราต้องการดึงศักยภาพสูงสุดจากพรสวรรค์ของเขาออกมาให้ได้ เราต้องพัฒนาช่วงเร่งออกจากโค้งให้ดียิ่งขึ้น” เหล่านักแข่งทีมอาพริเลียจะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
Superdrive_เปิดตัว Volvo EX60 พลิกโฉมยานยนต์ไฟฟ้า

วันที่ 21 มกราคม 2026 จะถูกจารึกว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อ Volvo Cars ยักษ์ใหญ่จากสแกนดิเนเวีย ได้ทำการเปิดตัว Volvo EX60 เอสยูวีไฟฟ้าขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยรถรุ่นนี้ไม่เพียงแต่จะมาแทนที่ XC60 อันเป็นตำนาน

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
LEGEND 250 TWIN 3 GPX ซุ่มเงียบ เปิดตัวพร้อมจำหน่าย 8.85 หมื่น

GPX ซุ่มเงียบ เปิดตัวโฉมใหม่ NEW LEGEND 250 TWIN 3 ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น! ก่อนเปิดจำหน่ายในไทย ในคอลเลคชั่นสุดพิเศษ สู่แรงบันดาลใจในการเดินทาง กับ 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ BLACK NIGHT เฉดสีดำ , WHITE EVEREST เฉดสีขาว และ GREEN FOREST เฉดสีเขียว ที่มาพร้อมวงล้อแบบซี่ลวด ให้เหล่าไบค์เกอร์ได้สัมผัสกับอารมณ์ความคลาสสิกอย่างเต็มสูบ พร้อมออกเดินทางไปกับโฉมใหม่! ที่จะกลับมาปลุกไฟในตัวคุณให้ออกเดินทางครั้งใหม่ ไปสร้างตำนานร่วมกันอีกครั้ง กับ NEW LEGEND 250TWIN III  สมกับคอนเซปต์ “ THE LEGEND FOREVER ” ที่พร้อมพาคุณออกไปค้นหาประสบการณ์การเดินทางครั้งใหม่ ร่วมสร้างตำนานบทใหม่ ที่จะเป็นความยิ่งใหญ่ในความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตของคุณตลอดไป ด้วยความแข็งแกร่ง ทนทาน ที่พร้อมให้คุณได้ปลดปล่อยอิสระแห่งการเดินทางไปกับรถคู่ใจ และปลดล็อกความท้าทายใหม่ๆ สู่เส้นทางที่ไปได้ไกลกว่าที่เคย! ถือเป็นบทพิสูจน์ของรถในรหัสตำนาน ‘LEGEND’ ตระกูลรถคลาสสิกจากแบรนด์ GPX  ที่เดินทางก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 นับตั้งแต่ถือกำเนิดครั้งแรกในปี 2015 กับเส้นทางแห่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลากหลายรุ่น จนได้รับการยอมรับจากเหล่า ไบค์เกอร์สายคลาสสิกทั้งในประเทศ และต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสตอบรับรถตระกูล LEGEND ในญี่ปุ่น จนทำให้รุ่นล่าสุด กับ NEW LEGEND 250TWIN III  โฉมใหม่! ได้บินลัดฟ้า ไปเปิดตัวให้ได้ยลโฉมกันครั้งแรก ณ เมืองปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่น ในงาน Tokyo Motorcycle Show 2022 กันไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีกันอีกเช่นเคย ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการและเปิดจำหน่ายในประเทศไทยให้ได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ววันนี้! NEW LEGEND 250TWIN III  โฉมใหม่! กับคอลเลคชั่นสุดพิเศษ สู่แรงบันดาลใจในการเดินทาง กับ 3 เฉดสีใหม่  ได้แก่… BLACK NIGHT เฉดสีดำ  (ล้ำลึกด้วยส่วนผสมของ Glass Flakes ที่ให้ประกายสีแดง)  สีดำมาดเข้ม ดูดุดัน แต่แฝงด้วยเสน่ห์น่าค้นหาจากประกายสีแดงที่สะท้อนในตัวเสมือนการเดินทางที่ได้ดื่มด่ำกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับในยามค่ำคืน WHITE EVEREST เฉดสีขาว  (ล้ำลึกด้วยส่วนผสมของ Glass Flakes ที่ให้ประกายสีเงิน)  สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะที่ปกคลุมอยู่บนเทือกเขา สะท้อนแสงแดดยามเช้าให้เห็นเป็นประกาย สื่อถึงจุดหมายแห่งความท้าทาย  ที่รอให้เราได้ไปเยือนสักครั้งในชีวิต GREEN FOREST เฉดสีเขียว (ล้ำลึกด้วยส่วนผสมของ Glass Flakes ที่ให้ประกายสีเงิน)  สีเขียว อันน่าค้นหา เสมือนการเดินทางท่ามกลางป่าและธรรมชาติที่สวยงามตอบรับอิสระแห่งการเดินทาง สู่เส้นทางใหม่ ที่จะเป็นตำนานของคุณตลอดไป NEW LEGEND 250TWIN III  โฉมใหม่!  โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดคลาสสิก กับการแมทซ์คู่สีที่ตัดกันของสีทองและโครเมียม เสริมให้ลุคใหม่นี้ เข้าถึงอารมณ์ความคลาสสิกแบบสุดขั้ว แถมยังเพิ่มความเก๋าแบบฉบับดั้งเดิมความคลาสสิกด้วยวงล้อแบบซี่ลวดดีไซน์สีโครเมียม คุณภาพระดับสากลจากแบรนด์ UNION  พร้อมเสริมทัพด้วยฟังก์ชั่นแน่นๆเต็มลำ ที่พร้อมพาคุณออกเดินทางไปค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ด้วยขุมกำลังขนาด 234 ซีซี แบบ 2  สูบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด GPX-Fi (แบรนด์ Delphi อเมริกา) พร้อมให้คุณออกเดินทางสร้างตำนานครั้งใหม่ได้อย่างเป็นอิสระ และส่งพลังการขับเคลื่อนด้วยโซ่คุณภาพ จากแบรนด์โซ่ชั้นนำ RK ที่ขนาด 520 แบบมี O-Ring ช่วยให้มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าโซ่แบบธรรมดาถึง 2 เท่า นอกจากนี้ ยังดีไซน์บอดี้ตัวรถมาให้ตอบโจทย์ในการเดินทาง ด้วยท่านั่งที่สะดวกสบาย ง่ายทุกการคอนโทรลด้วยแฮนด์บาร์ในองศาที่รับกับช่วงแขน จะเดินทางไกลก็ไม่หวั่นเพราะมาพร้อมเบาะนั่งขนาดกว้างสัมผัสนุ่มสบาย ให้คุณเพลิดเพลินไปกับการเดินทางได้อย่างเต็มที่ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับการเดินทาง ก็คือเรื่องช่วงล่าง ซึ่ง NEW LEGEND 250TWIN III  โฉมใหม่นี้ ก็จัดเต็มของติดรถมาให้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับ Upside Down ดีไซน์กระบอกโช้กสีทอง พร้อม โช้กอัพหลังคู่ คุณภาพระดับสากลจากแบรนด์ YSS ในรุ่น G-Series โช้กแก๊ส แบบเเยกห้องระหว่างน้ำมันเเละเเก๊ส แฝงดีไซน์ความเท่ระดับตำนาน ด้วยการออกแบบตัวสปริงโช้กสีโครเมียมตัดกับ Sub Tank สีทอง

7 June 2022
Z650RS 50th ANNIVERSARY

Z650RS 50th ANNIVERSARY มีอะไรต่างจากตัวธรรมดา เมื่องาน BMF 2022 ที่เพิ่งผ่านไปไม่นานนี้ทาง Kawasaki ประเทศไทยได้ทำการเปิดตัวโมเดลพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีการครบรอบของรถตระกูล Z ด้วยโมเดลพิเศษอย่าง Kawasaki Z650RS 50th ANNIVERSARY สำหรับโมเดลพิเศษนี้ได้มีการนำสีสุดโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ Z1 อย่างสีไฟร์บอล Fireball มาใช้กับโมเดลนี้นั่นเอง เป็นการแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของ Z1 ได้ส่งต่อและถ่ายทอดไปยังอนาคตให้ทุกคนได้มองเห็น เส้นสายที่โค้งได้รูปสวยงามกับสีสันแบบเงาที่ดูลุ่มลึก เป็นอะไรที่เหมาะอย่างยิ่งกับการเฉลิมฉลองครบรอบห้าสิบปีของประวัติศาสตร์รถในตระกูล Z โดยจุดเด่นของโมเดลนี้ก็มีดังนี้ สีพิเศษน้ำตาล Candy Diamond Brown พร้อมเฟรมที่ทำสีดำเงา ล้ออลูมิเนียมก้านเล็กคล้ายซี่ลวดสีทอง โลโก้พิเศษฉลองครบรอบห้าสิบปีด้านบนถังน้ำมัน หนังหุ้มเบาะผิวสัมผัสพิเศษพร้อมเย็บด้วยด้ายสีที่คอนทราสต์กับตัวรถ ส่วนอื่น ๆ ที่ยังคงเดิมก็คือท่านั่งสบาย ๆ เวลาขับขี่รถที่ใช้ขุมพลังขนาด 649 ซีซีแบบสองสูบเรียซึ่งวางบนเฟรมถักน้ำหนักเบา ช่วงล่างด้านหลังแบบโช้คเดี่ยววางนอนพร้อมกระเดื่อง เรือนไมล์ทรงกลมคู่สุดคลาสสิคพร้อมหน้าจอ LCD ที่ใช้งานได้หลากหลาย ไฟหน้ากลมพร้อมระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดแบบ LED สุดท้ายนี้เปิดราคาจำหน่ายที่ 344,600 บาท แพงกว่าโมเดลปกติเล็กน้อย (ตัวปกติขาย 319,400 บาท) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

4 June 2022
เปิดตัว CFR450R 2023

เปิดตัว CRF450R 2023 รุ่นพิเศษฉลองครบ 50 ปีให้กับโมโตครอสคันแรกของทาง Honda เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีให้กับรถโมโตครอสคันแรกของทางค่ายปีกนก Honda จึงได้ทำการเปิดตัว CRF450R 2023 ซึ่งมีแรงบิดมากขึ้น มีระบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นตัวสุดของสายโมโตครอสของค่ายปีกนกเมื่อเทียบกับ CRF450L แต่ก็ต้องแลกกับเรื่องจดทะเบียนขี่ถนนไม่ได้ ซึ่งคันนี้เหมาะกับพวกเดนตายสายฝุ่นเท่านั้นจริง ๆ ครับ ทางค่ายเคลมมาว่าเครื่องยนต์นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการที่มีแรงบิดมากขึ้นที่ความเร็วรอบต่ำ โดยมีแรงบิดมากขึ้น 11 เปอร์เซ็นต์ที่ช่วงรอบประมาณ 5,000 รอบ หรือคิดเป็นประมาณ 5 นิวตันเมตร ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่จะสนุกกับคันเร่งที่ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้ไม่ต้องเชนเกียร์ลงต่ำ ๆ มาก ๆ เวลาเข้าโค้ง อย่างไรก็ดีมันส่งผลให้มีแรงม้าน้อยลงเล็กน้อย สำหรับโมเดลพิเศษฉลองครบรอบ 50 ปีโมโตครอสคันแรกของทางค่ายปีกนกซึ่งก็คือเจ้า CR250M Elsinore ซึ่งเป็นคันแรกที่เป็นรถผลิตขึ้นมาให้พร้อมใช้ในการแข่งขัน โดยโมเดลพิเศษจะมาพร้อมเบาะนั่งสีน้ำเงิน แฟริ่งสีขาวด้านหน้าและด้านข้างสำหรับแปะเบอร์แข่ง ลวดลายกราฟิกใหม่บริเวณกาบข้างแผงหม้อน้ำ และทำสีทองที่แฮนด์บาร์และล้อ แผงคอสีเทา พร้อมโลโก้ปีกของทางค่ายที่บังโคลนหน้าเติมเต็มความสวยงาม สุดท้ายสนนราคานั้นจะแพงกว่าตัวปกติอยู่ประมาณ 300 เหรียญ เป็น 9,899 เหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยก็จะอยู่ที่ราว ๆ 340,000 บาทครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

2 June 2022
Energica Experia

Energica Experia ทัวริ่งไฟฟ้าวิ่งได้ 420 โล เปิดตัวแล้ว ล่าสุดค่ายรถไฟฟ้าสัญชาติอิตาลีก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Energica Experia มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในสไตล์แอดเวนเจอร์ทัวริ่งที่เน้นทางดำเป็นหลักในช่วงการแข่งขัน MotoGP ที่ Mugello ประเทศอิตาลีเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับเจ้าทัวริ่งไฟฟ้าคันนี้ถือว่ามีอะไรที่น่าสนใจมากมายเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ใหม่หมด ซึ่งตัวแบตเตอรี่ให้กำลังไฟมากถึง 22.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมอเตอร์ไฟฟ้าเองก็รีดกำลังได้สูงสุดเทียบเท่า 101 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดสูงถึง 115.24 นิวตันเมตร (แรงบิด 900 นิวตันเมตรที่ล้อ) ซึ่งใช้ขับเคลื่อนรถที่หนักมากถึง 260 กก.ให้สามารถทำท็อปสปีดได้มากถึง 180 กม./ชม. สามารถเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม.ได้ภายใน 3.5 วินาที และเคลมมาว่าสามารถวิ่งได้ไกลมากถึง 420 กม.เลยทีเดียว โดยสามารถวิ่งแบบไม่ต้องสนใจเรื่องความเร็วได้มากถึง 246 กม. สำหรับเรื่องการชาร์จนั้นตัวรถมีการชาร์จ 3 ระดับ โดยสามารถชาร์จแบบฟาสต์ชาร์จได้ 80% ภายใน 40 นาทีที่การชาร์จระดับ 3 DC และทางค่ายยังเคลมมาว่าเป็นรถคันแรกที่ให้การชาร์จมาถึง 3 ระดับมาเป็นพื้นฐานเลย เรียกได้ว่าเร็วเลยทีเดียว ในส่วนของช่วงล่างที่ให้มานั้นก็ไม่ใช่ขี้ไก่ แต่จัดเต็มมาในระดับนึงเลยทีเดียว ด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 มม.จาก Sachs ปรับแต่งได้ ซึ่งโช้คหลังเดี่ยวก็มาจาก Sachs เช่นเดียวกัน ขณะที่ระบบเบรกจัดการด้วย Brembo โดยด้านหน้าเป็นดิสก์คู่ 330 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 ลูกสูบและด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยว ปิดท้ายด้วยล้อขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลังรัดด้วยยาง Pirelli Scorpion Trail II ที่เหมาะกับการขี่ถนนเดินทางไกลออกทริปอย่างยิ่ง สำหรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็มีมาให้หลากหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบครูซคอนโทรล ระบบเบรก ABS จาก Bosch 9.3MP ECU และระบบแทร็คชันคอนโทรลที่ทำงานร่วมกับตัวประมวลผลแรงเฉื่อย มีโปรไฟล์ผู้ขับขี่ให้เซ็ตถึง 7 โปรไฟล์แบ่งเป็น 4 พรีเซ็ต และอีก 3 ชุดโปรไฟล์ที่ปรับแต่งเองได้ โหมดการขับขี่อีก 4 โหมด ได้แก่ Eco, Urban, Rain และ Sport เท่านั้นยังไม่หมดยังมีแม็ปการรีเจเนอเรทีฟเบรกกิ้งอีก 4 รูปแบบ ซึ่งตรงนี้จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้ามาลดความเร็ว และเปลี่ยนแปลงพลังงานเชิงกลที่จะสูญเสียไปขณะเบรกให้กลับมาช่วยชาร์จไฟเข้าระบบ ได้แก่ High, Medium, Low และ Off ปิดท้ายด้วยระบบเดินหน้าและถอยหลังความเร็วต่ำเพื่อใช้เวลาจอดรถ สำหรับสนนราคานั้นยังไม่ระบุแต่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้ว แต่ราคาคงไม่ถูกแน่นอน ด้วยเทคโนโลยีและขนาดของแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าตอนนี้ รวมไปถึงภาษีนำเข้าต่าง ๆ แต่ก็เป็นสัญญาณอันดีที่รถไฟฟ้าจะสามารถมีระยะทำการได้ไกลมากขึ้น ชาร์จได้เร็วขึ้น และใกล้จะมาทดแทนมอเตอร์ไซค์แบบเดิม ๆ ได้ในอนาคตไม่ไกลนี้อย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

31 May 2022
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Zontes 368E โซฟาซิ่ง เทคโนโลยีแน่น

Zontes 368E บิ๊กสกูตเตอร์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ที่ 368 ซีซี พร้อมฟังก์ชัน และเทคโนโลยีที่ให้มาแบบจัดเต็ม เหมาะกับไบค์เกอร์ที่ชอบความสะดวกสบาย

30 September 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
 Roof Boxxer 2 หล่อ เท่ ไม่เหมือนใคร

 Roof Boxxer 2 หล่อ เท่ ไม่เหมือนใคร มีข่าวดีสำหรับชาวไบค์เกอร์อีกครั้ง เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปี ของ Roof Helmet แบรนด์หมวกกันน็อกสุดเอกลักษณ์จากสัญชาติฝรั่งเศส มาพร้อมกับการเปิดตัวหมวกกันน็อกรุ่นใหม่แบบเปิดคางได้อย่าง Roof Boxxer 2 เอาใจเหล่าไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบในความแหวกแนวและมีสไตล์เอกที่เป็นลักษณ์เฉพาะ  สำหรับหมวกรุ่น Boxxer 2 นั้น เป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นจาก Boxxer รุ่นแรก และยังถูกออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์ ผสมผสานระหว่างความเป็นเรโทรและโมเดิร์นเข้าด้วยกัน รวมถึงการเสริมด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบัน และให้ได้ตรงตามมาตรฐาน ECE R22.06  โดยชิ้นส่วนประกอบที่เป็นไฟเบอร์กลาส มีน้ำหนักเบา แข็งแรงและทนทานต่อการใช้งาน และมีระบบ FleXLocker ใหม่ ซึ่งจะล็อกแถบคางให้อยู่ในตำแหน่งเปิด โดยตัวหมวกมีน้ำหนักเพียง 1.6 กก. เท่านั้น และที่น่าสนใจก็คือ หมวกรุ่นนี้ผ่านมาตรฐาน ECE 22.06 โดยมีน้ำหนักเบาเหมือนรุ่นก่อน ๆ อีกด้วย  สำหรับภายในหมวก มีผ้าซับในที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ที่ถอดออกได้และล้างทำความสะอาดได้ รวมถึงฟองน้ำด้านในออกแบบมาให้สวมใส่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยฝาครอบพร้อมนวมปรับความหนาได้ และยังมีแผ่นรองแก้มให้เลือกจากแบรนด์อีกด้วย ฝาปิดมีชิลด์หน้าป้องกันรอยขีดข่วนแบบใสพร้อมแผ่นกันฝ้า แถมยังรองรับการติดตั้งหูฟังบลูทูธเพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานของผู้ขับขี่อีกด้วยครับ สีดำ สีเทา สีแดง โดยหมวก Boxxer 2 เปิดจำหน่ายถึง 3 สี ได้แก่ สีดำ สีเทาและสีแดง รวมถึงตัวเลือกลายกราฟิกต่างๆ  โดยเปิดราคาอยู่ที่ 536 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว ๆ 1.9 หมื่นบาท โดยสามารถติดต่อสั่งจองผ่านทางเว็บไซด์ https://www.roof.fr/en/content/10-products Roof Helmet หรือผ่านทางเพจเฟสบุ๊ก ROOF International Officiel หากมีหมวกรุ่นไหนที่น่าสนใจอีกหล่ะก็ จะรีบมาอัปเดตให้ทราบกันอีกครั้ง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Moto Guzzi V7 Stone Corsa

Moto Guzzi V7 Stone Corsa ตัวเป็นคลาสสิกไบค์แต่ใจมันเป็นสปอร์ต เปิดเผยโฉมหน้าโมเดลใหม่อีกครั้งสำหรับแบรนด์รถสัญชาติอิตาเลียนที่มีอายุอานามกว่า 70 ปี กับ Moto Guzzi V7 Stone Corsa ซึ่งยังคงเอกลักษณ์และความโดดเด่นไม่เหมือนใครไว้ได้เป็นอย่างดี แต่ครั้งนี้ถูกตีความใหม่เพิ่มความเป็นสปอร์ตเข้าไปในโมเดลที่สุดแสนจะคลาสสิกระดับตำนาน ในแบบที่น่าจะถูกใจชาว Guzzisti ทั่วโลก เจ้าสโตนคอร์ซ่าคันนี้ขับเน้นความเป็นสปอร์ตออกมาด้วยเส้นสายที่ลื่นไหลจากแฟริ่งด้านหน้ามายันเบาะนั่งแบบตอนเดียวที่ดูเหมือนสำหรับนั่งคนเดียวแต่จริง ๆ แล้วนั่งได้สองคน ให้ผู้ที่มองเห็นได้สัมผัสถึงกลิ่นอายความเป็นสปอร์ต แรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านออกมาจากขุมพลังที่เป็นเอกลักษณ์ ความลุ่มหลงที่แฝงอยู่ภายในจิตวิญญาณกลับมาอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2019 กับรายการแข่ง Moto Guzzi Fast Endurance การแข่งขันที่ให้โอกาสนักบิดมากหน้าหลายตาได้มาแข่งขันกันในสนาม ได้สนุกไปกับรถวีเซเว่นที่ตัวเองเป็นเจ้าของ เผยให้เห็นถึงความซิ่งที่มีซุกซ่อนอยู่ในแบบที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึง นอกจากนี้แล้วตัวรถยังมาในเฉดสีแบบทูโทนสื่อถึงยุคทองของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ สีเทาเมทัลลิกมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นด้วยแถบสีแดงดุดันที่ถอดยาวตามขวางตลอดตัวรถตั้งแต่แฟริ่งด้านหน้า พาดยาวมายังถังน้ำมันด้านล่างและแผงแฟริ่งด้านข้าง   ตัวรถยังปรับมาใช้กระจกแบบปลายแฮนด์ที่ทำให้ดูปราดเปรียวและคล่องตัวมากขึ้น ฝาถังน้ำมันอลูมิเนียม CNC อะโนไดซ์สีดำ และเพื่อให้เข้ากันกับลุคแบบมินิมัลของโมเดลนี้ซึ่งเป็นจุดเด่นตามแบบฉบับของวีเซเว่นมาโดยตลอด ส่วนของโช้คหน้าก็มาแบบเปลือย ๆ ไม่มีปลอกยางกันฝุ่น แต่ไปมีเพลทบนแผงคอด้านบนเพื่อบ่งบอกความเป็นโมเดลพิเศษแทน ส่วนเรื่องของสเปกนั้นไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป โดยยังคงเป็นเครื่องสองสูบวีวางขวางบล็อกเดิมที่มีขนาด 853 ซีซี ให้กำลังแรงม้า 65 แรงม้าที่ 6,800 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 73 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบ ระบบเกียร์ 6 สปีด ใช้เชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 21 ลิตร มีระบบกันสะเทือนที่เรียบง่าย ด้านหน้าเป็นโช้คเทเลสโคปิกขนาด 40 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คคู่ปรับพรีโหลดได้ที่ทำงานร่วมกันกับสวิงอาร์มคู่ มีระบบเบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก Brembo 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 260 ม.ม. กับคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ พร้อมระบบเบรก ABS ล้อจะเป็นล้ออัลลอยน้ำหนักเบา มาพร้อมกับยางขนาด 100/90-18” และ 150/70-17” หน้าหลังตามลำดับ ขณะที่เทคโนโลยีนั้นไม่ได้มีอะไรมากนัก มีระบบไฟ LED และไฟ DRL เต็มระบบ หน้าจอดิจิทัล LCD ธรรมดาแต่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ส่วนเรื่องของการจำหน่ายนั้นยังไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขราคา แต่ราคาก็น่าจะแพงกว่าโมเดลปกติอยู่เล็กน้อย หากประเมินจากราคาโมเดลที่จำหน่ายในไทยอยู่ที่ 649,000 บาท โมเดลนี้ก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 6 แสนปลาย ๆ ครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BRUTALE 1000 RR ASSEN

 BRUTALE 1000 RR ASSEN ฉลองชัยชนะ 35 ครั้งที่สนามแอสเซ็น MV Agusta ยังคงทำให้เราต้องเอ่ยปากชมทุกครั้งที่ทางเปิดตัวโมเดลใหม่เสมอ แม้ว่าโมเดลใหม่ที่ว่าจะเป็นโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดก็ตาม ซึ่งในใจเราก็อยากจะให้มีโมเดลใหม่ ๆ ที่ใหม่จริง ๆ ไม่ใช่นำของเก่ามาเพิ่มมูลค่าแบบนี้ แต่ก็ช่างเหอะ เพราะเจ้า Brutale 1000 RR Assen มันสวยสดงดงามจนเราให้อภัยได้ครับ หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ แต่ MV Agusta คือค่ายรถอิตาลีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดกับสนามแข่งที่มีชื่อเดียวกับโมเดลพิเศษโมเดลนี้ ซึ่งเป็นที่มาของการสร้างโมเดลพิเศษนี้นี่เอง ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะทั้ง 35 ครั้งที่สนามสัญชาติดัตช์แห่งนี้ หากจะว่ากันจริง ๆ แล้วก็เกินกว่าครึ่งศตวรรษไปแล้วที่ทางค่ายเคยได้รับชัยที่สนามแอสเซนแห่งนี้ คือต้องย้อนไปถึงปี 1976 โดยผลงานของ Giacomo Agostini ที่เป็นตำนานในคลาส 350 ซีซี แต่สนามระดับตำนานแห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการและถูกเลือกให้ใช้แข่งขันในรายการะดับโลกมาตลอด ซึ่งโมเดลพิเศษนี้ก็เป็นส่วนนึงของการเฉลิมฉลองให้กับสนามระดับตำนานแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งความพิเศษอย่างนึงของโมเดลนี้คือการผลิตขึ้นด้วยมือในอิตาลีและจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น สำหรับรายละเอียดเชิงเทคนิคนั้นตัวรถจะมีพื้นฐานมาจากโมเดลสแตนดาร์ดที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย วึ่งรวมไปถึงชุดเกียร์บ็อกซ์ไฟฟ้าที่การันตีความรวดเร็วและความนุ่มนวลในการเข้าเกียร์ เครื่องยนต์เองก็ให้สมรรถนะสูง โดยเป็น เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงขนาด 998 ซีซีที่ให้กำลังแรงม้าได้มากถึง 208 แรงม้าที่ 13,000 รอบ และแรงบิดที่ 116.5 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ คิดเป็นอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักมากถึง 1.1 แรงม้าต่อกิโลกรัม ซึ่งทำได้แบบนี้เป็นเพราะน้ำหนักตัวรถนั้นเหลือเพียง 183 กิโลกรัมเท่านั้น ทีนี้มาพูดถึงความพิเศษกันบ้าง ตัวรถจะมาในเฉดสีน้ำเงิน เงิน และทอง ให้ความหรูหราแต่ก็สื่อถึงความสปอร์ตไปพร้อม ๆ กัน ทั้งยังเหมาะกับการขับเน้นจุดเด่นของรถอีกด้วย วัสดุที่เลือกใช้ในโมเดลนี้พิเศษมาก ๆ เริ่มกันที่ล้อคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาจาก Rotobox ที่มีก้านบางมาก ๆ ทั้งยังใช้คาร์บอนไฟเบอร์ในชิ้นส่วนต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น ฮีทชิลด์บริเวณคอท่อทั้งสองข้าง ขายึดไฟหน้า และยึดชิ้นส่วนแฟริ่งบริเวณถังน้ำมัน บางส่วนของเฟรม เพลทด้านข้างอลูมิเนียม และสวิงอาร์มเดี่ยวอลูมิเนียมที่โดดเด่นออกมาจากเฟรมด้วยสีเงินของมัน ขณะที่เฟรมถักเป็นสีเข้มดุดัน เบาะหนังอัลคันทาร่าสีน้ำเงิน ปิดท้ายด้วยถังน้ำมันปัดเงาแบบสีทูโทนน้ำเงินและเงิน รถแต่ละคันยังมาพร้อมชุดสเปเชียลพาร์ทคิทที่เพิ่มกำลังเครื่องยนต์และความพิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งยังช่วยลดน้ำหนักจากตัวรถเดิมที่ปกติก็เบาอยู่แล้วได้อีกต่อ โดยเจ้าชุดพิเศษที่ว่านี้ได้แก่ ท่อไทเทเนียมจาก Arrow พร้อมชุดควบคุมที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อให้แรงม้าเต็มพิกัด ชุดก้านเบรกก้านคลัตช์ CNC สีดำ ครอบเบาะคนซ้อนคาร์บอนไฟเบอร์ ฝาถังน้ำมันอลูมิเนียม ตลอดไปจนถึงผ้าคลุมรถและใบเซอร์ฯแจ้งว่าคันนี้เป็นของแทร่ แฮร่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!