SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Royal Enfield Himalayan 450 อีกหนึ่งโมเดลรถที่พร้อมผจญภัยในสภาพถนน มาพร้อมการขับขี่ที่นุ่มสบาย พร้อมลุยในทุกสภาพถนน

Zontes 368G 2025 สกูตเตอร์แอดเวนเจอร์ ที่มีภาพหลุดออกมาแล้วสำหรับการทดสอบวิ่งที่ประเทศไทย คาดการณ์อาจมีการเปิดตัวปลายปีนี้

CFMoto 800NK เน็กเก็ดแดนมังกรดีไซน์ดุ หลาย ๆ คนน่าจะได้เห็นกันไปแล้วสำหรับโมเดลนี้ CFMoto 800NK ซึ่งเปิดตัวกันไปแล้วที่ประเทศจีน แต่ตอนนี้มาบุกตลาดยุโรปแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วยังมันเป็นรถคอนเซ็ปต์ภายใต้ชื่อว่า NK-C22 อยู่เลย มาตอนนี้ก็กลายเป็นรถพร้อมขายถึงทางยุโรปแล้ว แต่บ้านเรานั้นยังคงต้องลุ้นกันไปยาว ๆ สำหรับดีไซน์เจ้าคันนี้มาในรูปแบบเน็กเก็ดไบค์ที่ดูดุดัน โดดเด่นด้วยไฟหน้าดีไซน์แบบหัวลูกศร ท้ายสั้น และเส้นสายเฉียบคมทั่วทั้งคันรถ และไม่เพียงแต่หน้าตาที่มีดี ตัวรถยังคำนึงถึงเรื่องของความสบายในการขับขี่หรือในเรื่องการยศาสตร์ แน่นอนว่าตัวรถออกแบบให้มีท่านั่งหลังตรง และยังให้เบาะนั่งที่ความสูงเหมาะสมที่ 795 ม.ม. ซึ่งทางค่ายเคลมมาว่าขับขี่ได้มั่นใจทุกความสูง มาที่เรื่องของเครื่องยนต์กันบ้าง โมเดลนี้ใช้เครื่องยนต์สองสูบเรียง 799 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำวางบนเฟรมแบบท่อโลหะโครโมลี่ ทางค่ายเคลมกำลังแรงม้ามาที่ 95 แรงม้า และดุดันด้วยแรงบิด 79 นิวตันเมตร แต่มีน้ำหนักตัวรถเพียง 186 กก.เท่านั้น ส่วนช่วงล่างนั้นถือว่าค่อนข้างให้มาดี ด้านหน้ามีโช้คหัวกลับ KYB ขนาด 43 ม.ม. ที่ปรับแต่งได้เต็มระบบ ด้านหลังก็จะให้มาเป็นโช้คเดี่ยวจาก KYB ที่ปรับแต่งได้เต็มระบบอีกเช่นกัน ขณะที่ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม.ร่วมกับคาลิเปอร์เบรกเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบจากทาง J.Juan ด้านหลังเองก็จะเป็นดิสก์เดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก J.Juan เช่นกัน พร้อมกับระบบเบรก ABS จาก Bosch ปิดท้ายด้วยล้อที่ให้มาเป็นจะเป็นล้ออลูมิเนียมขนาด 17 นิ้วพร้อมยางขนาด 120/60 ZR17 และ 180/55 ZR17 ต่อกันในเรื่องของเทคโนโลยีต่าง ๆ ตัวรถนั้นมีระบบสลิปเปอร์คลัตช์ ครูซคอนโทรล และโหมดการขับขี่ 3 โหมดได้แก่ Sport, Street และ Rain ส่วนในรุ่น Advance ก็จะมีกันสะบัด ควิกชิฟเตอร์พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่พร้อมระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะเพิ่มเข้ามา สุดท้ายเรื่องการจำหน่ายนั้นวางจำหน่ายในยุโรปเริ่มต้นที่ 7,390 ยูโรหรือราว ๆ 284,000 บาท ส่วนบ้านเราก็อย่างที่บอกไปครับว่าลุ้นกันยากหน่อยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW CE 02 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสายสตรีทที่โคตรคูล BMW CE 02 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสายสตรีทที่โคตรคูลเป็นโมเดลใหม่ล่าสุดของทางค่ายใบพัดสีฟ้าหลังจากที่ทางค่ายเคยเปิดตัว CE 04 ไปเมื่อราว 2 ปีก่อน สำหรับโมเดลนี้บอกเลยว่าโดดเด่นและแตกต่าง ไม่เหมือนใครด้วยแนวคิดและตัวตนที่บอกว่ารถของตัวเองนั้นไม่ใช่ทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแต่เป็นนักปาร์กัวร์สายไฟฟ้า งงใช่มั้ยล่ะ ใช่สิผมก็งง แต่ช่างเหอะเราไปดูการออกแบบและสเปกส่วนอื่น ๆ กันดีกว่า ดีไซน์ของรถบอกเลยว่าล้ำมาก ๆ ขณะเดียวกันก็ให้ความเท่ในแบบที่ทุกคนที่เห็นต่างต้องชอบใจ และก็คงเอาไว้ซึ่งดีเอ็นเอที่ถ่ายทอดมาอย่างรุ่นพี่ CE 04 อีกด้วย ตัวรถออกแบบมาให้มีความคล่องตัว แม่นยำ ทนทานและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่มีอะไรที่ออกแบบมาแล้วเกินเลย เทอะทะ ไร้ซิ่งชิ้นส่วนที่ไม่มีความจำเป็น ตัวรถเลือกใช้สีดำเป็นหลักในหลาย ๆ ชิ้นส่วนไม่ว่าจะเป็นเฟรม ล้อ บังโคลนหน้าจนถึงแฟริ่งแผงคอด้านบน เลือกใช้สีเทาเมทัลลิกแบบด้านสำหรับฝาครอบมอเตอร์เพื่อสร้างคอนทราสต์และลูกเล่นระหว่างสีแบบด้านและสีแบบเงา อีกทั้งยังมีโมเดลเวอร์ชัน Highline ที่มีการขับเน้นสีสันให้เหมาะสมกับเจ้าของรถที่ชอบเข้าสังคมและชอบความมีสีสัน โดยโมเดลนี้จะอโนไดซ์โช้คให้เป็นสีทองโดดเด่น และเล่นลายกราฟิกแบบเทปด้วยสีเขียวตัดกับตัวรถเพิ่มเติม มาถึงส่วนที่หลาย ๆ คนใส่ใจกันมาก ๆ ก็คือมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบขับเคลื่อนของตัวรถ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบสอดคล้องกับกฎหมายเรื่องใบขับขี่ของทางยุโรป ซึ่งแบบแรกคือมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนสายพาน โดยมีกำลังที่ 11 กิโลวัตต์หรือ 15 แรงม้า สำหรับใบขับขี่ A1ของนักบิดอายุ 16 ปีขึ้นไป และเวอร์ชันจำกัดสำหรับใบขับขี่แบบ AM หรือนักบิดที่อายุน้อยกว่านั้น โดยจะจำกัดไว้ที่ 4 กิโลวัตต์หรือ 4 แรงม้า ซึ่งทำความเร็วได้สูงสุด 45 กม./ชม. ทั้งนี้ก็แล้วแต่กฎหมายของแต่ละประเทศอีกที อย่างไรก็ดีสำหรับรุ่นปกติสมรรถนะเต็มกำลังนั้นเคลมท็อปสปีดมาถึง 95 กม./ชม. และเคลมระยะการใช้งานมาได้มากถึง 90 กิโลเมตร (WMTC) และยังมีโหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Flow และ Surf ซึ่งโหมดแรกจะเหมาะการขับขี่แบบไหล ๆ ไปตามถนนในชานเมือง ส่วนโหมดที่ 2 สำหรับการขับขี่ที่ต้องการความลื่นไหลซึ่งก็คือการซอกแซกไปในเมืองที่รถหนาแน่น ส่วนต่อมาที่หลาย ๆ คนสนใจอีกไม่แพ้กันก็คือแบตเตอรี่และการชาร์จ ซึ่งใช้แบตเตอรีขนาด 3.92 กิโลวัตต์ชั่วโมง ตัวรถจะมาพร้อมที่ชาร์จแบบภายนอกที่จ่ายไฟได้ 0.9 กิโลวัตต์โดยสามารถเสียบกับปลั๊กไฟบ้านได้เลย เรียกว่าสะดวกสบาย แต่ก็สามารถเลือกจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อตัวชาร์จแบบควิกชาร์จที่จ่ายไฟได้ 1.5 กิโลวัตต์เพื่อให้ชาร์จได้เร็วยิ่งขึ้น ขณะที่ในส่วนของช่วงล่างนั้นตัวรถเลือกใช้เฟรมแบบดับเบิลลูปทำจากเหล็กกล้า มีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก และด้านหลังมีสวิงอาร์มเดี่ยวที่ยีดเข้ากับโช้คเดี่ยว ส่วนล้อเป็นล้ออัลลอยน้ำหนักเบาในแบบของล้อดิสก์พร้อมดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังและระบบเบรก ABS ที่ด้านหน้า โดยที่ตัวรถน้ำหนักเบาเพียง 132 กก. และมีเบาะนั่งต่ำเพียง 750 ม.ม. จึงตอบโจทย์นักขี่ได้หลากหลายเรียกว่าทุกเพศและเกือบจะทุกวัยเลยทีเดียว ต่อกันในเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานตัวรถมาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัยสมกับเป็นค่ายใบพัดสีฟ้า ตัวรถมีหน้าเรือนไมล์สี TFT ขนาด 3.5 นิ้ว แจ้งข้อมูลต่าง ๆ ครบครัน ซึ่งรวมไปถึงสถานะแบตเตอรี่อีกด้วย มีช่องจ่ายไฟแบบ USB-C จ่ายไฟให้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นได้แรงขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชีน BMW Motorrad ได้ ช่วยให้ใช้ฟังก์ชันเสริมอย่างการบันทึกเส้นทางการเดินทางได้ด้วย และยังมีระบบช่วยถอยหลังอีกด้วย ส่วนเรื่องของความปลอดภัยนอกจากระบบเบรก ABS ที่กล่าวถึงไปแล้วตัวรถยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพของรถโดยอัตโนมัติและระบบควบคุมเสถียรภาพให้กลับเป็นปกติอีกด้วย สุดท้ายนี้ตัวรถเปิดราคาเริ่มต้นที่ 8,500 ยูโรคิดเป็นเงินตรง ๆ เลยก็ราว ๆ 328,000 บาท แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับรุ่นพี่ CE 04 ที่เปิดราคาไทยแล้วล่ะก็ สนนราคาก็น่าจะกระโดดไปที่ 569,000 บาทเลยทีเดียว (ราคานี้เป็นเพียงราคาคาดการณ์เท่านั้น) ซึ่งน่าจะทำให้รถคันนี้เป็นโมเดลที่อาจจะไม่คุ้มในการทำตลาดบ้านเราเท่าไหร่ อาจจะทำให้ไม่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา หรืออาจจะเข้ามาจำนวนน้อย งานนี้ใครเงินเหลือล่ะก็จัดเลย เท่ไม่หยอกแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vespa Disney Mickey Mouse Edition ฉลองร้อยปีดิสนีย์ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อแบรนด์ระดับไอคอนิกสองแบรนด์จับมือกันสร้างสรรค์ผลงาน แน่นอนว่ามันก็ต้องเป็นอะไรที่หลาย ๆ คนต้องร้องว้าวอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบในแบรนด์ดังกล่าว และล่าสุดก็คือ Vespa Disney Mickey Mouse Edition ผลงานการรังสรรค์ร่วมกันระหว่างเวสป้าและดิสนีย์นั่นเอง การมาร่วมมือกันครั้งนี้เป็นอะไรที่พิเศษสุด ๆ เนื่องจากเป็นโปรเจ็กต์ Disney 100 ซึ่งเวสป้าเองก็ได้ร่วมเฉลิมฉลองการครบรอบ 100 ปีของทางดิสนีย์ด้วยการส่งอิดิชันพิเศษออกมาในสไตล์ของมิกกี้เมาส์ ตัวการ์ตูนสุดไอคอนิกที่โด่งดังและเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลาย เป็นอมตะไร้ซึ่งกาลเวลา ตัวรถมาในโทนสีดำแดงแบบทูโทนเป็นเมนหลักซึ่งเป็นสีมาจากเจ้าหนูมิกกี้เมาส์ ตัวกระจกมองข้างทรงกลมสีดำเปรียบเสมือนหูของเจ้ามิกกี้ ตัดด้วยสีเหลืองที่บังโคลนหน้าและขอบล้อแม็กที่เป็นสีของรองเท้า โดดเด่นด้วยสีสันภายนอกที่สะดุดตาแล้วยังมีลวดลายกราฟิกมิกกี้เมาส์ที่ตัวเฟรมด้านหน้าและด้านข้างทั้งสองด้าน ตัวเบาะมีการปั๊มจมเป็นลายเซ็นส์ของมิกกี้เมาส์เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมสติกเกอร์เจ้าหนูหูกลมบริเวณช่องเซอร์วิส โดยอิดิชันพิเศษนี้จะมีมาในรุ่น Primavera 50 ซีซี 125 ซีซี และ 150 ซีซี ส่วนในเรื่องของสนนราคาและจำนวนที่ผลิตนั้นยังไม่เปิดเผย แต่คาดว่าจะมีจำนวนไม่มากและราคาค่อนข้างแรง อย่างไรก็ดีผมเชื่อว่ามันจะต้องมีมาจำหน่ายในไทยบ้างล่ะ ไม่มากก็น้อย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Lorenzo จากทีม Repsol Honda ออกมาชี้แจงถึงข่าวลือเรื่องการติดต่อกับทาง Ducati หลังจากขับให้กับทีมของ Honda ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น และยังบอกอีกว่าเริ่มสับสนในอาชีพนักแข่ง แชมป์โลก MotoGP สามสมัย Jorge Lorenzo ได้ฤกษ์กลับมาในการแข่งขันอีกครั้งใน British MotoGP ที่สนาม Silverstone ซึ่งจะเป็นการกลับมาครั้งแรกตั้งแต่ที่เขาพลาดท่าและล้มลงที่ Assen โดยทาง Jorge Lorenzo ได้ออกมายืนยันแล้วว่าเขาจะยังคงอยู่กับทางทีม Repsol Honda ต่อไปส่วนเรื่องข่าวลือที่เขาติดต่อกับทีม Pramac Ducati นั้นทาง Jorge Lorenzo ก็ได้บอกปัดคำถามนี้กับทางสื่อมวลชนโดยการบอกว่าไปไกลถึงไหนแล้วและยอมรับว่าสับสนกับชีวิตและเส้นทางอาชีพนักแข่งของตัวเอง โดย Lorenzo พูดว่า “ผมเป็นมนุษย์คนนึง และได้เผชิญหน้ากับการล้มครั้งใหญ่ถึงสองครั้งโดยเฉพาะที่ Assen ซึ่งเป็นผลกระทบจากการล้มก่อนหน้านี้ที่ Barcelona” “ผมไม่เคยเจ็บหลังมาก่อนเลยและผมเริ่มจะมีความสับสนเกี่ยวกับชีวิตและอาชีพของผม” “มันเป็นเรื่องที่ปกติและธรรมดามากแต่หลังจากที่ผมรู้สึกดีขึ้นความสับสนนั้นก็เริ่มหายไป” เพื่อนๆ มีความเห็นอย่างไรกันบ้างครับเกี่ยวกับข่าวลือและสิ่งที่ Lorenzo พูดในครั้งนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

คิงคอง ก้อง สมเกียรติ สู้ไม่ถอยแม้ลุยซิลเวอร์สโตนครั้งแรก ประเดิมที่ 19 รอบซ้อม FP1 นักบิดไทยหนึ่งเดียวในโมโต 2 กับปีแรกของการแข่งขันในรายการนี้ หลังจากที่เจ้าตัวเดินตาม Road map ภายใต้โครงการ “เรซทูเดอะดรีม” ของ เอ.พี.ฮอนด้า ขึ้นสู่เวทีระดับโลกได้สำเร็จ ก้อง สมเกียรติก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถเก็บแต้มจากการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องใน 2 สนามที่ผ่านมา ล่าสุดกับการแข่งขันสนามที่ 12 ที่ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ เจ้าก้องลงสัมผัสพื้นแทร็คที่นี่ครั้งแรก ในการทดสอบรอบ Free Practice1 ยอดดาวรุ่งหมายเลข 35 สังกัด IDEMITSU Honda Team Asia จบการทดสอบในอันดับที่ 19 ด้วยเวลา 02.06.947 ตามหลังผู้ทำเวลาที่ดีที่สุดอยู่ 1.17 วินาที ซึ่งต่อไปก้องจะมีโปรแกรมในการควอลิฟายเพื่อหาอันดับการออกสตาร์ทในวันที่ 24 สิงหาคม 2562 เวลา 21.05 น. และจะลงแข่งขันนัดชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 เวลา 20.30 น. ตามเวลาในไทย ติดตาม และเป็นกำลังใจเชียร์ คิงคองก้อง สมเกียรติ จันทรา ได้ทางการถ่ายทอดสดช่อง FOX SPORT และ PPTV 36HD พร้อมอัพเดทข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่เฟซบุ๊ค www.facebook.com/aphondaracingthailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ #WhatStopsYou #Racetothedream #มุ่งสู่เส้นชัยอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #APhonda #APhondaracingthailand #MotoGP #Moto2 #somkiat #IDEMITSUHondaTeamAsia