SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Aprilia เผย “ยังไม่สน” ร่วมแข่ง WSBK

Aprilia เผย “ยังไม่สน” ร่วมแข่ง WSBK ตอนนี้พรี่จะขอโลดแล่นโมโตจีพีเพียงรายเดียว ไม่เหลียวสาวใด หรือว่าทีมงานฝ่ายแข่งขันไม่พอหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่ใจ สำหรับ Missimo Rivola ซีอีโอแห่ง Aprilia เผย ได้ออกมาเผยว่าทางค่ายนั้น “ยังไม่สนใจ” ที่จะเข้าร่วมศึกรถโปรดัทก์ชันอย่าง WorldSBK  หลังจากที่เคยประสบความสำเร็จกับชัยชนะในปี 2010 ปี 2012 ด้วยนักแข่งตำนานอย่าง Max Biaggi และในปี 2014 กับ Sylvain Guintoli แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องซีเรียสที่ทางแบรนด์นั้นถอนตัวจากการแข่งขันมาตั้งแต่ช่วงก่อนโควิด เพื่อมาพัฒนาทีมแข่งในสังเวียนโมโตจีพี จวบจนมาถึงปัจจุบัน  ซึ่งหลังจากถอนตัวจาก WSBK ทางทีมนั้นสามารถทำผลงานชัยชนะครั้งแรกในรุ่นพรีเมียร์คลาสในปี 2022 อีกสองครั้งในปี 2023 รวมถึงปัจจุบันที่ทางค่ายได้นักแข่งแชมป์โลกคนปัจจุบันอย่างฮอร์เก้ มาร์ติน เข้ามาเสริมทัพ ก็สื่อเห็นแล้วว่าทางทีมจริงจังและพร้อมที่จะคว้าแชมป์โลกแล้ว โดยในอนาคตของ WSBK ยังคงไม่แน่ชัด แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎของโมโตจีพีในปี 2027 ซึ่งอาจนำไปสู่การเคลื่อนไหวที่คล้ายคลึงกัน เพื่อไม่ให้รถโปรดักท์ชันนั้นดูเร็วกว่ารถโปรโตไทป์ในกรังปรีซ์ อาพริเลีย ไม่เห็นว่ากฎระเบียบทางเทคนิคในปัจจุบันของ WSBK จะเหมาะสมกับการเข้าร่วม และ Rivola ก็เชื่อว่าซีรี่ย์ดังกล่าวจะต้องนำกฎของ SuperStock มาใช้เพื่อควบคุมต้นทุนใช้จ่ายสำหรับอนาคต “อนาคตเดียวที่ผมนึกออกสำหรับซี่รี่ย์นี้ก็คือกฎระเบียบในรุ่น SuperStock ควรมีกฎบังคับแค่ถอดไฟเลี้ยวและกระจกข้างออกแล้วก็แข่งขันตามนั้น นี่แหล่ะ..สิ่งที่ผู้ผลิตอยากได้และเชื่อว่าส่งทีมเข้าร่วมแน่นอน มันจะช่วยโปรโมทให้พวกเขาขายรถได้ และ..จำเป็นต้องกำหนดงบเพดานต้นทุน เพราะการให้รถราคา 45,000 ยูโร มาแข่งกับรถราคา 25,000 ยูโร มันไร้สาระ!!”  “ตอนนี้ยังไม่สนใจหรอกครับ WSBK มันคงดูเป็นคลาส B สำหรับโมโตจีพี แต่ถ้าหากมีการปรับกฎให้เหมาะสม เราคงยินดีมากที่จะเข้าร่วม” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ai Ogura พร้อมเผชิญ ความท้าทายครั้งใหม่ ใน ArgentinaGP 2025

Ai Ogura พร้อมเผชิญ ความท้าทายครั้งใหม่ ใน ArgentinaGP 2025 หลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยการจบอันดับที่ 5 ของการแข่งขัน ThaiGP ในสนามแรก เป็นแค่รองหัวแถวอย่างสองพี่น้องมาร์เกซ เปกโก้ บัญญาญ่า และฟรานโก้ มอร์บิเดลลี เท่านั้น สำหรับว่าที่รุกกี้ออฟเดอะเยียร์จากแดนปลาดิบอย่างไอ โอกุระ ได้ออกมาเผยว่า Ai Ogura พร้อมเผชิญ สำหรับสนามแข่งขันใน Argentine Grand Prix ที่ประเทศอาเจนติน่านั้น เป็นสนามที่ตน ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่ก็อยากลองพิสูจน์ฝีมือและมั่นใจว่าจะสามารถทำอันดับได้ดีในสุดสัปดาห์นี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่น่าจับตามอง หลังคว้าแชมป์โลก Moto2 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับการเดบิวต์ในรายการระดับใหญ่ให้กับทีมอิสระอย่าง TrackHouse Racing ภายใต้ตัวแข่งจากค่ายสามตาอิตาลี Aprilia RS-GP โดย ไอ โอกุระ สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในการแข่งขันโมโตจีพีสนามแรก ที่จ.บุรีรัมย์ ด้วยการจบอันดับ 4 รอบสปรินเรซ และอันดับที่ 5 ในรอบแข่งขัน ซึ่งสามารถนำ 1 อันดับจากทีมโรงงานร่วมค่ายอย่าง มาร์โก เบซเซคกี ไปได้ในสนามแรก @trackhousemotogp Feels like déjá vu… Ai, you’re a wizard 🪄 #ThaiGP #AO79 ♬ original sound – Trackhouse MotoGP สำหรับในสนามแห่งนี้ก็ถือว่าค่อนข้างกดดันสำหรับเจ้าตัว หลังทำผลงานดีสุดในหมู่ตัวแข่งสามตา (ไม่นับมาร์ติน มาร์ตินเจ็บอยู่) ซึ่ง โอกุระนั้นเคยคว้าโพเดี้ยมในสนามนี้มาแล้วสำหรับรุ่น Moto2 เมื่อฤดูกาล 2022 ที่ผ่านมา แล้วก็เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เจ้าตัวสามารถทำได้ บวกกับไม่มีรอบซ้อมก่อนแข่งขันเหมือนที่สนามบุรีรัมย์ (Winter Test) อาจทำให้ทำงานลำบากมากยิ่งขึ้น “ผมแฮปปี้กับผลงานที่ไทยนะแต่สำหรับสนาม Termas de Rio Hondo แห่งนี้ นี่ไม่ใช่สนามที่ผมชอบมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามในฐานรุกกี้ผมพร้อมเผชิญทุกอย่าง” “เราจะดูผลงานการซ้อมครั้งนี้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ดี เป้าหมายของผมก็คงเหมือนเดิมคือทำให้ดีที่สุดในทุกครั้งที่ลงสนาม” โดยการแข่งขัน Argentina Grand Prix จะกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสามารถติดตามชมกันได้ แต่ก็อาจจะดึกไปหน่อยสำหรับบ้านเรา (แข่งตี 1) เอาหล่ะ..ใครใจสู้ก็ได้ดูแน่นอน แต่แอดคงนอนแน่ ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ninja ZX-10RR ลายพิเศษ

Ninja ZX-10RR ลายพิเศษ ของทีมโรงงาน เท่แค่ไหนไปชม Ninja ZX-10RR ลายพิเศษ ไม่ใช่รถขายจริง แต่ให้นักแข่งแข่งโชว์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปีการก่อตั้งบริษัท Kawasaki และเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทาง Kawasaki โดยมีการนำโลโก้ River Mark มาใช้รวมไปถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของทางบริษัทที่จะมุ่งเน้นในธุรกิจมอเตอร์ไซค์มากยิ่งขึ้นในอนาคต  ในโอกาสนี้ทาง Kawasaki Racing Team เลยเตรียมรถแข่ง Ninja ZX-10RR ลายพิเศษดังกล่าวให้กับทาง Jonathan Rea และ Alex Lowes ใช้ลงแข่งในศึก WSBK ที่อาร์เจนตินา ลืมเรื่องการใช้ชุดสีรถจากทางสปอนเซอร์ของทางทีมทั้งหมดไปก่อน แล้วทางค่ายยักษ์เขียวก็เปิดโอกาสให้นักแข่งทั้งคู่เลือกชุดสีรถในตำนานของทางค่ายในอดีตมา จากนั้นก็มีการใช้ดีไซน์ดังกล่าวถ่ายทอดมายังรถแข่งคันปัจจุบันของพวกเขาพร้อม ๆ กับโลโก้ River Mark ที่คุณจะเห็นได้ในเจ้า H2 ของทางค่าย  นอกจากลวดลายพิเศษบนตัวรถแล้ว นักแข่งทั้งสองยังใส่ชุดแข่งและแว่นกัดแดดในสไตล์ย้อนยุคที่ทางสปอนเซอร์เตรียมไว้ให้อีกด้วย เพื่อให้ดูเข้ากันอย่างลงตัวที่สุด สำหรับการเลือกของ Jonathan นั้นไม่ยากอะไร โดยเขาเลือกรถต้นแบบเป็น ZXR750-H ตำนานจากต้นยุค 90 มาใช้ โดยตัวรถจะมาในชุดสีขาว น้ำเงินและเขียว  ส่วนทางด้านของ Alex นั้นเป็นอะไรเรียบ ๆ ง่าย ๆ ในการที่จะแปลงมาใส่ในรถสมัยใหม่ โดยเขาเลือกรถในตำนานที่เป็นตัวเปลี่ยนเกมการแข่งขันของโลกสองล้ออย่างเจ้า  GPz900R ที่เปิดตัวในอเมริกาในปี 1984 และเป็นรถคันแรกที่ใช้ชื่อนินจา  125 ปีที่ผ่านมาที่ Kawasaki ได้ออกเดินทางผจญภัยในโลกแห่งธุรกิจ ทางค่ายก็ได้พยายามพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลกด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นเต้นและผลงานทางวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยมซึ่งช่วยนำพาความสุขและสร้างความรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาโดยตลอด  และในตอนนี้ทางบริษัทก็ได้ตั้งใจที่จะทุ่มเทในเรื่องของมอเตอร์ไซค์เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยตั้งบริษัท Kawasaki Motor Ltd ขึ้นมา โดยบริษัทใหม่นี้จะใช้โลโก้ River Mark เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงคุณภาพพร้อมกับแท็กไลน์ใหม่ว่า “Let the Good Times Roll”   ว่าแต่คุณล่ะครับชอบเจ้านินจาลายพิเศษคันไหน? อนาคตอาจจะมาเป็นเฉดสีพิเศษขายจริงก็เป็นได้ ลองส่องลองเลือกดูกันก่อนก็ได้นะครับ ส่วนตัวผมว่าน่าจะมีมาจำหน่ายแน่ ๆ แต่ถ้าไม่มาจริง ๆ อาจจะนำไปเป็นไอเดียในการแต่งรถของตัวเองก็ได้นะครับ ว่ามั้ยครับสาวกค่ายเขียว! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

20 October 2021
Pirelli คว้าแชมป์โมโตครอสโลกครั้งที่ 75

Pirelli คว้าแชมป์โมโตครอสโลกครั้งที่ 75 ในศึก MXGP ที่สเปน ล่าสุดชัยชนะของ Jeffrey Herlings ในศึก MXGP ก็ช่วยยืนยันความเป็นผู้นำของเขาในการแข่งขันรายการนี้ ด้าน Maxime Renaux ชนะในศึก MX2 และยืนหยัดเป็นหัวแถวของตารางคะแนนรวม ทำให้เมื่อคำนวณแล้วการที่ Maxime คว้าชัยใน MX2 สนามนี้ ยังผลให้ Pirelli คว้าแชมป์โมโตครอสโลกครั้งที่ 75 อีกด้วย การแข่งขันรอบ Spanish Grandprix ระเบิดศึกขึ้นที่สนาม Arroyomolinos ประเทศสเปนเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2021 ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันสนามที่ 13 ของการแข่งขันโมโตครอสชิงแชมป์โลกหรือ FIM Motocross World Championship  สนามแห่งนี้เป็นสนามที่ยากและต้องใช้ยางที่เหมาะสมรวมถึงทักษะที่ยอดเยี่ยมของนักแข่ง ลักษณะพื้นแทร็กเป็นดินแข็งปานกลาง นักแข่งที่เลือกใช้ยางพีเรลลี่สามารถเลือกใช้ยาง SCORPION MX32 Mid Soft ทั้งในส่วนของยางหน้าและยางหลัง ซึ่งเหมาะสมกับสภาพสนามนี้มากที่สุด เมื่อบวกรวมเข้ากับยางมูสแบบแข็งปานกลางก็ช่วยให้นักแข่งหลายคนจากทุกคลาสที่เลือกใช้ประสบความสำเร็จ ในการแข่งขันรุ่นใหญ่อย่าง MXGP เป็น Jeffrey Herlings ที่สามารถคว้าชัยชนะและรักษาตำแหน่งผู้นำบนตารางคะแนนรวมไว้ได้ โดยมี Jorge Prado จบเป็นอันดับ 2 นำหน้า Tim Gajser และมี Antonio Cairoli คว้าลำดับที่ 5  ส่วนในรุ่นรองอย่าง MX2 เป็นฝ่าย Maxime Renaux ที่ชนะและรักษาตำแหน่งผู้นำตารางคะแนนไว้ได้ โดยมี Tom Vialle และ Jed Beaton คว้าที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ ช่วยให้แบรนด์ยางอิตาลีตัวพียาวเฟื้อยนี้เหมาหมดยกโพเดียมในพิกัดนี้ นอกจากนี้ยังมี Mattia Guadagnini, Rene Hofer, Jago Geerts, Ruben Fernandez และ Thibault Benistant ที่จบอันดับที่ 4 ไล่ไปจนถึงอันดับ 8 อีกด้วย  แม้การแข่งขันจะยังเหลืออีกถึง 5 สนาม แต่จากการคำนวณแล้วถือว่า Pirelli คว้าแชมป์โมโตครอสโลกครั้งที่ 75 แล้ว ผลการแข่งขัน (นักแข่งที่ใช้ Pirelli จะเป็นตัวพิมพ์หนา): MXGP race 1 FEBVRE Romain (ฝรั่งเศส) PRADO Jorge (สเปน) HERLINGS Jeffrey (เนเธอร์แลนด์) GAJSER Tim (สโลเวเนีย) SEEWER Jeremy (สวิตเซอร์แลนด์) MXGP race 2 HERLINGS Jeffrey (เนเธอร์แลนด์) GAJSER Tim (สโลเวเนีย) PRADO Jorge (สเปน) CAIROLI Antonio (อิตาลี) JONASS Pauls (ลัตเวีย) MX2 race 1 VIALLE Tom (ฝรั่งเศส) RENAUX Maxime (ฝรั่งเศส) GUADAGNINI Mattia (อิตาลี) BEATON Jed (ออสเตรเลีย) HOFER Rene (ออสเตรีย) MX2 race 2 RENAUX Maxime (ฝรั่งเศส) GEERTS Jago (เบลเยี่ยม) VIALLE Tom (ฝรั่งเศส) BEATON Jed (ออสเตรเลีย) FERNANDEZ Ruben (สเปน) อันดับในสนามนี้: MXGP HERLINGS Jeffrey (เนเธอร์แลนด์) PRADO Jorge

20 October 2021
Classic 500 Tribute Black Limited Edition

Classic 500 Tribute Black Limited Edition พร้อมขายไทยแล้ว ล่าสุดวันนี้รอยัล เอนฟิลด์ ผู้นำระดับโลกในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง ประกาศเปิดตัว พร้อมวางจำหน่าย Classic 500 Tribute Black Limited Edition ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ  โดยโมเดลนี้คือหนึ่งในรถจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์ UCE 500 ซีซี สูบเดียวแบบช่วงชักยาวรุ่นสุดท้าย ซึ่งถูกผลิตแบบตามสั่งอย่างเดียวและจำนวนจำกัด โดยมีเพลตหมายเลขซีเรียลแต่ละคันไม่ซ้ำกัน ทั้งนี้ในไทยมีวางจำหน่ายเพียง 30 คันเท่านั้น เดิมทีเมื่อปีค.ศ. 2008 รอยัล เอนฟิลด์เปิดตัวรถในตระกูลนี้เป็นครั้งแรก และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมารถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ UCE 500 ซีซี เป็นเครื่องสูบเดียวอันโดดเด่นของแบรนด์และเป็นส่วนสำคัญต่อความสำเร็จทั่วโลกของทางค่าย ถึงแม้รอยัล เอนฟิลด์จะประกาศยุติการขายปลีกรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์บล็อกนี้ในประเทศอินเดียไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2020 แล้ว แต่รถจักรยานยนต์เหล่านี้ก็ยังคงมีวางจำหน่ายอยู่ที่ต่างประเทศ สำหรับโมเดลพิเศษนี้จะมีลายเส้นแถบบางวาดมือที่โดดเด่นเหมือนกับรถที่ออกมาจากโรงงานรอยัล เอนฟิลด์ที่เขตฐิรูโวตติยูร์ ในปีค.ศ. 2009 เช่นเคย แต่ครั้งนี้คือครั้งแรกที่มีสีแบบทูโทนบนถังน้ำมันที่มีบังโคลนสีดำเงาและสีดำด้าน เฉดสีดำล้วนและเฉดสีคู่อันเป็นเอกลักษณ์นี้ช่วยเพิ่มสัมผัสที่ไม่เหมือนใครให้กับความสวยงามเหนือกาลเวลาของตัวรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ตรา End of Builds Special Edition ยังเสริมให้ตัวรถจักรยานยนต์ดูเหมาะสำหรับนักสะสมมากยิ่งขึ้น ความคลาสสิค ความมีสเน่ห์ ความเหนือกาลเวลา และโครงสร้างที่โดดเด่น ทั้งหมดนี้มีอยู่ในรถจักรยานยนต์สุดคลาสสิกโมเดลพิเศษนี้ที่มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทยทั้งหมด 30 คัน จะวางจำหน่ายราคาคันละ 205,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ไม่แพงเลยสำหรับรถที่มีความพิเศษแบบนี้ สำหรับนักสะสมและแฟนพันธ์ุแท้ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

15 October 2021
Pirelli เผยเน้นยางให้สองรุ่นใหญ่

Pirelli เผยเน้นยางให้สองรุ่นใหญ่ รับสนาม San Juan Villicum แสนโหด สุดสัปดาห์นี้การแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์โปรดักชันระดับโลกหรือ WorldSBK จะไปแข่งขันกันที่สนาม San Juan Villicum Circuit ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งก็จะเป็นสนามรองสุดท้ายของการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ในปี 2021 นี้   และเพื่อรับมือกับสนามแห่งนี้ทางค่ายยาง Pirelli เผยเน้นยางให้สองรุ่นใหญ่ รับสนาม San Juan Villicum แสนโหด เพื่อให้นักแข่งทุกคนแข่งขันได้อย่างสุดฝีมือที่สุดนั่นเอง การแข่งขัน WorldSBK ในปีนี้ถือว่าเป็นฤดูกาลที่คาดไม่ถึงและตื่นเต้นมากที่สุด และตอนนี้มันใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว โดย Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) จะลงแข่งในสนามนี้โดยมีคะแนนนำ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) อยู่ 24 คะแนน และอันดับ 3 อย่าง Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ก็มีแต้มตามเพียง 54 คะแนนเท่านั้น จึงเท่ากับว่าการแข่งขันในสนามแห่งนี้มีความสำคัญกับการชิงแชมป์ในฤดูกาลนี้อย่างมาก สนาม San Juan Villicum มีผู้ออกแบบ Leonardo Stella ดีไซเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์และเริ่มเปิดใช้ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วซึ่งก็เป็นการแข่งขัน WorldSBK นั่นเอง ตัวแทร็กนั้นมีความยาว 4.276 กม. มีโค้งทั้งหมด 17 โค้ง เป็นโค้งขวา 7 โค้งและโค้งซ้าย 10 โค้ง พร้อมกับความกว้าง 16 เมตร และวิ่งแบบทวนเข็มนาฬิกา  สนามนี้เป็นสนามที่ทำความเร็วได้สูงมาก โดยนักแข่ง WorldSBK สามารถทำความเร็วได้ทะลุ 300 กม./ชม.ได้ไม่ยาก และเวลาแล็ปต่ำกว่า 1 นาที 40 วินาที โดยเฉพาะช่วงทางตรงหน้าเส้นชัยที่ยาวมากกว่า 1 กม. และช่วงทางตรงระหว่างโค้ง 7 และโค้ง 8 ซึ่งเป็นทางตรงที่ยาวที่สุดของสนามนี้  นอกจากทางตรงที่ยาวเป็นพิเศษแล้วสนามแห่งนี้ยังตั้งอยู่ที่ตีนเทือกเขาแอนดีสที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 650 เมตร ซึ่งทำให้สนามแห่งนี้มีความแปรผันของอุณหภูมิสูงมาก กล่าวคืออุณหภูมิในช่วงเช้าและช่วงบ่ายจะแตกต่างกันมาก ซ้ำร้ายการที่สนามสร้างในเขตทะเลทราย ทำให้ในช่วงเช้าของวันศุกร์ผิวแทร็กมักจะเต็มไปด้วยฝุ่นทรายสกปรกที่ถูกลมพัดมา ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลร้ายต่อยางมาก เรียกว่าโหดร้ายเลยล่ะครับ   สูตรยางสำหรับรุ่น WorldSBK และ WorldSSP:  เพื่อที่จะรับมือกับปัญหาดังกล่าวพีเรลลี่ได้ทำการเตรียมยางไปมากถึง 2,574 เส้น เพื่อที่จะรับมือกับทุกสภาพอากาศไม่ว่าจะแห้งหรือเปียกของสนามแห่งนี้  สำหรับรุ่นใหญ่อย่าง WorldSBK จะมียางสลิกให้เลือก โดยเป็นยางหน้า 2 สูตรและยางหลัง 2 สูตร ด้านหน้าจะเป็นสูตรมาตรฐานอย่าง SC1 และ SC2 ส่วนยางหลังนั้นจะเน้นไปที่ยางที่นุ่มหน่อยก็จะเป็นสูตรมาตรฐาน SCX และ SC0 นอกจาก 4 สูตรมาตรฐานแล้วจะยังมียางสำหรับควอลิฟายซึ่งเป็นตัวยาง Y0449 สูตรกำลังพัฒนาที่ประสบความสำเร็จอย่างดีที่ Aragon และช่วยให้ทำสถิติเวลาสนามใหม่ได้อีกหลายสนาม  สำหรับนักแข่ง WorldSSP ทางพีเรลลี่ได้เตรียมยางไว้หลากหลายเช่นกัน โดยยางหน้าก็จะมียางสูตรมาตรฐาน SC1 และ SC2 ขณะที่ยางหลังจะเป็นยางสูตรมาตรฐาน SCX และ SC0 และ SC1  นอกจากนี้กรณีอากาศเลวร้าย ทางค่ายยางอิตาลีก็จะยังมียางแบบกึ่งและยางฝนไว้ให้นักแข่งทั้ง 2 รุ่นอีกด้วย   สถิติการแข่งขันของ Pirelli กับสนาม San Juan เมื่อปี 2019 จำนวนยางทั้งหมดที่เตรียมไปใช้ในการแข่งขัน: 2,373 เส้น จำนวนสูตรยาง (รวมยางสำหรับทุกสภาพอากาศ) สำหรับรุ่น WorldSBK ยางหน้า 4 สูตรและยางหลัง

14 October 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ข้าวกล้อง จักรีภัทร ประเดิมคว้าท็อป 16 จูเนียร์จีพี สนามแรก ประเทศอิตาลี 

ข้าวกล้อง จักรีภัทร เจ้าของหมายเลขรถแข่ง 20 จากสังกัด ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 23 ในเรซแรก สร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยม ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาคว้าอันดับ 16 เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่ มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มาร์โก ซิมอนเซลลี ประเทศอิตาลี ส่วนเรซที่ 2 มีขึ้นในช่วงค่ำของวันเดียวกัน นักบิดดาวรุ่งชาวไทยยังคงได้ออกตัวจากตำแหน่งเดิม และพยายามไล่ขึ้นมา แต่ต้องออกจากการแข่งขันตั้งแต่รอบแรกไปอย่างน่าเสียดาย สำหรับ ศึก เอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2024 สนามต่อไป จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 พฤษภาคมนี้ ที่ เซอร์กิโต เดอ เอสโตริล ประเทศโปรตุเกส แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตชาวไทย ส่งกำลังใจเชียร์ พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวนักบิดฮอนด้าทุกคน ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ : Race to The Dream   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

22 April 2024
เติ้ล วรพรต ระเบิดฟอร์ม! คว้าท็อป 5 เรซแรก R3 bLu cRU แอสเซ่น

เติ้ล วรพรต ทองดอนเหมือน ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทย จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม เค้นฟอร์มเก่ง ไล่แซงจากกริดที่ 10 ทะยานคว้าท็อป 5 ในศึก “ดาวรุ่งเวิลด์คัพ” รายการ FIM Yamaha R3 bLu cRU World Cup 2024 สนาม 2 เรซแรกที่ ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา เกมเรซแรกในวันเสาร์ต้องแข่งขันท่ามกลางสภาพแทร็ก “กึ่งแห้งกึ่งเปียก” สร้างความสับสนอย่างมากให้กับนักบิดทุกคน และถือเป็นงานสุดท้าทายอย่างมากสำหรับ “เติ้ล” วรพรต ทองดอนเหมือน ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยหมายเลข 54 จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ซึ่งลงบิดที่ แอสเซ่น เป็นครั้งแรกในชีวิต การแข่งขันดวลกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม “เติ้ล” วรพรต ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 9 อย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยๆ ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาถึงท็อป 5 ได้ในช่วงกลางเรซ สร้างโอกาสลุ้นโพเดียมอย่างเต็มตัวในเรซนี้ ทว่า “ธงแดง” ในรอบที่ 6 กลับทำให้เรซต้องหยุดลงและยึดผลการแข่งขันในรอบก่อนหน้า โดยผลปรากฏว่า “เติ้ล” วรพรต คว้าอันดับ 5 ไปครองได้อย่างสุดมัน ภายใต้การแข่งขันที่ยากสุดๆ ด้วยเวลาตามหลัง ผู้ชนะ อย่าง มาร์ค วิช ดาวรุ่งชาวสแปนิชเพียง 0.814 วินาทีเท่านั้น   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

22 April 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ducati SuperSport 950S ม้าสีหมอก พันธุ์สปอร์ต จากอิตาลี

Ducati SuperSport 950S ม้าสีหมอก พันธุ์สปอร์ต จากอิตาลี  เผยโฉมกันเป็นที่เรียบร้อย กับโมเดลลวดลายสีใหม่ สายพันธุ์สปอร์ต ในรุ่น Ducati SuperSport 950S มาพร้อมลายกราฟิกใหม่ เร้าใจยิ่งขึ้น และออปชั่นต่าง ๆ ในตัวรถอีกมากมาย เชื่อได้เลยว่า เหล่าแฟน ๆ สายรถสปอร์ตจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน  ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์ที่ให้ความสปอร์ตเต็มขั้น โดยเริ่มจากตัวแฟริ่ง ออกแบบรูปทรงให้มีความปราดเปรียว และสอดรับหลักอากาศพลศาสตร์ ให้คาแรคเตอร์ที่แข็งแกร่ง ดุดัน แบบเดียวกันกับเจ้า Ducati Panigale V4 พร้อมไฟหน้าและไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ บิ้วอินท์เข้าไปในตัวแฟริ่งดูเฉียบคมมากยิ่งขึ้น พร้อมแรมแอร์ด้านข้างที่พร้อมรับอากาศสู่การเผาไหม้ในเครื่องยนต์อีกด้วย บวกกับแฟริ่งด้านข้างจะมีช่องระบายอากาศแบบคู่ ผสมกับลายกราฟิกแนวตรงเฉียงลงไปด้านหน้า ได้อย่างสวยงาม อีกทั้ง ยังมีชิลด์หน้าออกแบบมาให้มีขนาดกระทัดรัด สามารถบังลมและใช้งานได้อย่างดีเสริมด้วยหน้าจอสี TFT 4.3 นิ้วพร้อมถังน้ำมันขนาด 16 ลิตร เบาะนั่งเดี่ยวผู้ขับขี่แบบเดี่ยว เพิ่มความสะดวกสบายในการนั่ง รวมไปถึงท่อไอเสียแบบปลายท่อคู่ ให้ความเท่ไปอีกขั้น  ในด้านของขุมพลังสำหรับโมเดลนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ L-Twin 2 สูบ 937 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 110 แรงม้าที่ 9,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 93 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ พร้อมควิกชิฟเตอร์ 2 ทางกับระบบเกียร์ 6 สปีด และระบบแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ อีกทั้งเครื่องยนต์ยังได้รับการรับรอง Euro 5 ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย สำหรับระบบช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือน กับโช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม. ส่วนโช้คหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มแขนเดี่ยว โดยจะเป็นโช้คอัพจาก Ohlins ทั้งคู่ พร้อมระบบเบรกกับเบรกหน้าดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. เป็นจานเบรกโฟลทติ้ง พร้อมคาลิเปอร์ Brembo แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ และเบรกหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางหน้า-หลังขนาด 120/70 และ 180/55 จากแบรนด์คุณภาพอย่าง Pirelli Diablo Rosso III โดยน้ำหนักตัวรถรวมอยู่ที่ 210 กก. ในเรื่องของเทคโนโลยี เริ่มจากระบบ IMU 6 แกน ระบบ Cornering ABS ช่วยเบรกทั้งทางตรงและทางโค้งระบบแทร็คชั่นคอนโทรล ระบบกันล้อหน้าลอย โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Sport, Touring, Urban) ระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ระบบควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง และแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วย Ducati Multimedia System ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธได้ สามารถรับสายโทรศัพท์ ดูข้อความ และเล่นเพลงโดยใช้ปุ่มควบคุมตรงแฮนด์ได้เลยอีกด้วย  ทั้งความ สปอร์ต สวยงามและดุดัน เหมาะกับเป็นม้าสีหมอกตัวแรงของค่ายนี้จริง ๆ อย่างไรก็ดี เราก็ยังไม่ทราบว่าโมเดลจะเข้ามาไทยเมื่อไหร่ คงต้องอดใจรอกันไปก่อน ไว้คราวหน้าถ้ามีอัปเดตอะไรเพิ่มเติม เดี๋ยวแอดมินจะรีบมาแจ้งให้ทราบนะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R18 Roctane 2023

R18 Roctane ลูกผสมครูเซอร์และแบ็กเกอร์สุดเท่จาก BMW เรียกว่าแตกไลน์ไม่หยุดจริง ๆ กับเครื่องยนต์บิ๊กบ็อกเซอร์ พี่ใหญ่สุดจาก BMW ซึ่งล่าสุดก็เป็นเจ้า BMW R18 Roctane ซึ่งนับเป็นโมเดลที่ 5 แล้วที่ใช้เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ขนาด 1800 ซีซี โดยเป็นรถในสไตล์ครูเซอร์ไบค์ผสมผสานเข้ากับแบ็กเกอร์ด้วยการมีเคสด้านข้าง ข้างละ 27 ลิตร สำหรับขนสัมภาระใช้เดินทางไกล ดีไซน์ของโมเดลนี้ยืมมาจากเจ้า R5 โมเดลยอดนิยมในอดีตที่ดิบเถื่อน ไม่มีเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ใด ๆ และโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์กับดีไซน์แบบคลาสสิก แต่สำหรับโมเดลนี้ได้ผสานเทคโนโลยีในยุคใหม่นี้เข้าไปอย่างกลมกลืนเพื่อให้ได้ประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น เมื่อบวกรวมกับตัวรถที่มีเส้นสายเนียนเรียบกลมกลืนก็ยิ่งกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวยิ่งนัก มาที่เรื่องขุมพลังกันบ้างก็เรียกได้ว่าไม่ต้องสาธยายกันเยอะ แน่นอนว่าเป็นเครื่องบิ๊กบ็อกเซอร์ 2 สูบนอน 1802 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศที่ไม่เพียงโดดเด่นในเรื่องของพละกำลัง แต่ยังมีดีไซน์และสุ้มเสียงที่เป็นเอกลักษณ์โดนใจหลาย ๆ คน ให้กำลังแรงบิดสูงถึง 150 นิวตันเมตรในรอบต่ำเพียง 2,000 – 4,000 รอบ ส่วนแรงม้าจะอยู่ที่ 91 แรงม้าที่ 4,750 รอบ อีกทั้งยังทำเครื่องยนต์สีดำแมตช์กับท่อไอเสียแบบสีดาร์กโครมอีกด้วย ช่วงล่างโดดเด่นด้วยเฟรมท่อโลหะแบบดับเบิ้ลลูปและสวิงอาร์มพร้อมระบบส่งกำลังด้วยเพลาแบบเปิด ที่เด่นในด้านความสวยงามแบบคลาสสิก ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นเทเลสโคปิก ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยววางกลาง ส่วนล้อก็จะเป็นหน้า 21 นิ้วหลัง 18 นิ้ว รัดด้วยยาง 120/70 และ 180/55 ตามลำดับ สำหรับเรื่องของเทคโนโลยีตัวรถก็จะมีโหมดการขับขี่ 3 โหมด Rain, Roll และ Rock ระบบควบคุมสเถียรภาพอัตโนมัติ ระบบควบคุมแรงฉุดของเครื่องยนต์ เป็นต้น โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจสำหรับสายเดินทางไกลที่เน้นสไตล์และความชิลล์เป็นหลัก แต่ก็ต้องมาดูกันว่าจะแย่งฐานลูกค้ามาจากรถมะกันได้มากน้อยแค่ไหนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R12 nineT 2023

R12 nineT คลาสสิกถึงแก่น ให้คุณแต่งในแบบของคุณเอง มาแล้วกับโมเดิร์นคลาสสิกไบค์คันล่าสุดจากค่ายใบพัดสีฟ้า BMW R12 nineT ที่เรียกได้ว่าเป็นโมเดลร่วมฉลองครบรอบ 100 ปีของ BMW Motorrad และยังเป็นผู้สืบทอดความสำเร็จจากเจ้า R nineT ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อสิบปีก่อนตอนที่ฉลอง 90 ปีของ BMW Motorrad พอดิบพอดี เรียกว่าเหมาะเจาะลงตัวจริง ๆ สำหรับโมเดลใหม่นี้ยังคงเป็นคลาสสิกโรดสเตอร์ที่มาในแนวคิดเปิดกว้างพร้อมที่จะให้เจ้าของได้คัสตอมรถ ให้มันกลายเป็นรถในสไตล์ของตัวเองได้แบบแทบจะไร้ขีดจำกัด และยังคงมาพร้อมกับเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ขนาด 1200 ซีซี ทว่าครั้งนี้มาพร้อมแอร์บ็อกซ์และระบบไอเสียที่ออกแบบมาใหม่เพื่อส่งมอบอารมณ์การขับขี่ในแบบคลาสสิกที่หลาย ๆ คนต้องการ ส่วนตัวเลข 12 ที่หลายคนน่าจะสงสัยของโมเดลนี้สื่อถึงขนาดความจุของเครื่องยนต์นั่นเอง ซึ่งก็เหมือนกับหลาย ๆ โมเดลของทางค่าย เช่น R18 เป็นต้น โดยจุดเด่นของโมเดลนี้คือการออกแบบที่เน้นถึงความเพียวหรือความบริสุทธิ์ที่ทำให้ตัวโมเดลนี้ง่ายต่อการนำไปต่อยอด ดัดแปลง เติมแต่ง คัสตอมได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นถังน้ำมัน เบาะ และส่วนท้ายของรถ ซึ่งเป็นสไตล์ในแบบดั้งเดิมของ R90 ในช่วงยุค 70 นั่นเอง อีกทั้งยังมีการใส่ใจในรายละเอียดต่าง ๆ อีกด้วย เช่น บังโคลนหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้า LED ที่ตัวโคมทำสีดำล้อมรอบดวงไฟไว้ เรือนไมล์ทรงกลมคู่ตามแบบฉบับดั้งเดิม ส่วนทางด้านไฟท้ายก็เป็นไฟ LED ที่ฝังไว้ในตัวเบาะ ทำให้ดูสวยงามลงตัวยิ่งขึ้น และทางค่ายได้เตรียมอุปกรณ์เสริมสำหรับตกแต่งคัสตอมไว้อีกมากมาย ไฮไลท์ของโมเดล R12 nineT: – คลาสสิกและเรียบง่าย – ใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ – เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 1200 ซีซี – มุ่งเน้นให้เจ้าของรถคัสตอม – สเปซเฟรมแบบชิ้นเดียวพร้อมมีเฟรมท้ายยึดติดด้วยน็อต – ล้อแบบคลาสสิก โช้คหน้าหัวกลับและระบบพาราลีฟเวอร์ที่ด้านท้าย – ท่อไอเสียด้านซ้ายแบบปลายคู่ทรงกรวย – คาลิเปอร์เบรกหน้าโมโนบล็อกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ พร้อมสายเบรกถัก – ของแต่งคุณภาพสูงแท้ ๆ จากทางค่าย   งานนี้ใครชอบความคลาสสิก ชอบการคัสตอม โมเดลนี้ถือว่าน่าสนใจเลยล่ะครับ อย่างไรก็ดีสาวกชาวไทยคงต้องรอกันไปก่อนนะครับสำหรับโมเดลใหม่ล่าสุด สุดพิเศษคันนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!