SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Indonesian GP 2024 กับ 10 อันดับเวลาดี๊ดีในรอบการแข่งขัน

Indonesian GP 2024 กับ 10 อันดับเวลาดี๊ดีในรอบการแข่งขัน หลังจากที่จบการแข่งขัน Indonesian GP 2024 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้เราจะมาสรุป 10 อันดับรถที่ทำเวลาดีที่สุด และมาดูไฮไลท์ใน 17 โค้งนี้ ใครเร็วสุดและใครล้ม ที่สนามเปอร์ตามิน่า มันดาลิกา เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย  10 อันดับเวลาดีที่สุดในรอบการแข่งขัน สนามเปอร์ตามิน่า มันดาลิกา เซอร์กิต อันดับ นักแข่ง ทีม เวลาดีที่สุด Topspeed 1 Enea BASTIANINI Ducati Lenovo Team 1:30.539 318.5 Km/H 2 Francesco BAGNAIA Ducati Lenovo Team 1:30.542 319.5 Km/H 3 Pedro ACOSTA Red Bull GASGAS Tech3 1:30.697 319.5 Km/H 4 Franco MORBIDELLI Prima Pramac Racing 1:30.697 316.7 Km/H 5 Jorge MARTIN Prima Pramac Racing 1:30.729 318.5 Km/H 6 Franco MORBIDELLI Prima Pramac Racing 1:30.790 316.7 Km/H 7 Marc MARQUEZ Gresini Racing MotoGP 1:30.809 314.8 Km/H 8 Fabio QUARTARARO Monster Energy Yamaha MotoGP T 1:30.816 309.4 Km/H 9 Maverick VIÑALES Aprilia Racing 1:30.940 313.9 Km/H 10 Johann ZARCO CASTROL Honda LCR 1:31.020 313 Km/H ไฮไลท์ใน IndonesianGP 2024 กลิ้ง ตั้งแต่โค้งแรก สนามเปอร์ตามิน่า มันดาลิกา เซอร์กิต ถือเป็นสนามที่ท้าทายสำหรับนักแข่งเลยไม่น้อย เพราะสภาพไลน์แทร็คที่มีโค้งที่เยอะมากและที่สำคัญ โค้งส่วนใหญ่ใช้ความเร็วสูงเลยที่เดียว ทำให้หลาย ๆ ครั้งนักแข่งมีหลุดไลน์ออกโค้งไปบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และในรอบการแข่งขัน ก็ทำให้ล้มกันยกแผงถึง 4 คันด้วยกันในโค้ง 3 ของรอบแรกของการแข่งขัน ที่เรียกว่า เหงื่อยังไม่ทันออก ต้องกลับเข้าพิทซะแล้ว และ 1 ในตัวเต็งของบรรดานักบิดทั้งหมดอย่าง Enea BASTIANINI ก็ล้มในโค้ง 1 รอบ 21 ของการแข่งขัน รถส่ายมาเป็นงูเลย น่าเสียดายจัง อุส่าอยู่ในดันอับ 3 แล้ว ส่วน Marc MARQUEZ ไม่ได้ล้มครับ แต่ไฟเครื่องโชว์ครับ โชว์ ทั้งคันเลย TT ถือว่าสนามนี้ไม่ได้ขับขี่กันได้ง่าย ๆ โค้งเยอะ แต่ละโค้งก็ใช้ความเร็วสูงมาก และที่สำคัญเบรกกันหนักสุด ๆ อีกด้วย ในช่วงก่อนโค้ง 17 และก่อนเข้าโค้ง 1 ถือว่าเบรกกันจนหลังลอยเลยครับพี่น้อง  ผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็น 3 อันดับแรกได้แก่ 1.Jorge MARTIN 2. Pedro ACOSTA 3. Francesco BAGNAIA และสัปดาห์นี้ มีการแข่งขันที่ Motul Grand Prix of

1 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
NMAX Connected 2023

NMAX Connected 2023 เปิดตัวแล้ว พร้อมเฉดสีใหม่ 3 เฉดสี ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เดินหน้าเต็มแม็กซ์! ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกตัวจริงของเมืองไทย ส่ง Yamaha NMAX Connected 2023 สกู๊ตเตอร์ออโตเมติกพรีเมียม 155 ซีซี พร้อมเฉดสีใหม่เอาใจวัยแม็กซ์ 3 เฉดสีด้วยกัน โดยยังคงเหนือระดับด้วยดีไซน์พรีเมียมสปอร์ต สีสันเร้าใจสไตล์ MAX Series ผสานสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจด้วย VVA และ ABS Dual Channel เพียงหนึ่งเดียวในคลาส เหนือชั้นไปอีกขั้นด้วย Y-Connect และ Traction Control ในรุ่น NMAX Connected เพื่อความสมบูรณ์แบบของชีวิตเต็มแม็กซ์ และคุ้มค่ากว่าด้วยการรับประกันมากกว่าถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร* เอ็นแม็กซ์ล้ำสุดแม็กซ์ด้วยเทคโนโลยี Max Technology เชื่อมต่อชีวิตสมาร์ทขึ้นอีกขั้น ด้วย Y-Connect Application (เฉพาะรุ่น NMAX Connected) แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อข้อมูลรถผ่าน CCU ช่วยให้สามารถรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ และการขับขี่ของรถ ได้บนมือถืออย่างง่ายดาย ด้วยโหมดต่าง ๆ 9 ฟังก์ชันในการใช้งานอย่างครบครัน Meter Indicator – แจ้งเตือนการติดต่อเข้ามือถือบนหน้าจอเรือนไมล์ Maintenance Recommend – แจ้งเตือนการบำรุงรักษา Malfunction Notification – แจ้งเตือนเมื่อเครื่องยนต์เกิดปัญหา Fuel Consumption – แสดงข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง Revs Dashboard – แสดงมาตรวัดสมรรถนะขณะขับขี่ Parking Location – แสดงตำแหน่งจอดรถล่าสุด Ranking – แสดงอันดับในการขับขี่ Riding Log – บันทึกประวัติการขับขี่ Contact Form – ช่องทางการติดต่อกับยามาฮ่า ยังคงให้ความสุดเร้าในการขับขี่ด้วย MAX POWER แรงเต็มกำลัง เพื่อกำลังอัดสูงสุด ด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี 4 วาล์ว ระบบออโตเมติกหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมลูกสูบฟอร์จ แข็งแกร่ง ทนทาน อีกทั้งยังให้อัตราเร่งดี บิดติดมือ ด้วยการติดตั้งระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA ที่ให้การตอบสนองดี ทุกแรงบิดทั้งรอบต่ำและสูง ทันใจทั้งออกตัวและเร่งแซง เปี่ยมด้วยสมรรถนะแบบ Max Performance ด้วยการติดตั้งระบบดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS Dual Channel ให้ความมั่นใจในความปลอดภัยได้มากกว่าด้วยการควบคุมแรงดันเบรกอัตโนมัติ ป้องกันล้อล็อกทั้ง 2 ล้อ โดยมาพร้อมระบบแทร็คชันคอนโทรล (เฉพาะรุ่น NMAX Connected) ซึ่งช่วยป้องกันล้อลื่นไถล มั่นใจกว่า ด้วยการปรับสมดุลความเร็วล้อหน้า-หลังให้สัมพันธ์กันทุกสถานการณ์การขับขี่ และให้ความประหยัดเต็มแม็กซ์ด้วยระบบ ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Stop & Start System ที่มาพร้อม Smart Motor Generator ซึ่งเครื่องยนต์จะหยุดทำงาน เมื่อรถหยุดในการจราจรติดขัดเกิน 5 วินาที หรือกรณีเบรกจนรถหยุด ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น และยังเท่เต็มแม็กซ์ Max Styling ด้วยไฟหน้า-ไฟท้าย FULL LED พร้อมสัญญาณไฟฉุกเฉิน ดีไซน์ดีเอ็นเอตระกูล MAX Series สว่างชัดเจน พร้อมให้ความสมาร์ทเต็มแม็กซ์ด้วย Max Function ด้วย Digital Meter สไตล์สปอร์ต ครบทุกฟังก์ชัน พร้อมสวิตช์เปลี่ยนโหมดที่แฮนด์, กุญแจรีโมท Smart Key System ที่ทำหน้าที่สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ ปลดล็อกแฮนด์รถ ปลดล็อกเบาะ ปลดล็อกฝาถังน้ำมัน และสัญญาณตอบรับ Answer Back ถังน้ำมันขนาด 7.1 ลิตร พร้อมที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้ และช่องชาร์จแบตมือถือพร้อมช่องเก็บของด้านหน้า ที่สำคัญคือมาพร้อมกับสีสันใหม่! เร้าใจสไตล์ MAX Series

Z E-1 2024 - Kawasaki

Z E-1 2024 เน็กเก็ดไฟฟ้าจากค่ายเขียว จ่อขายที่อังกฤษเดือนหน้า Kawasaki Z E-1 2024 รถไฟฟ้าสไตล์เน็กเก็ดไบค์เปิดตัวพร้อมจ่อขายเดือนหน้าที่อังกฤษพร้อมกับแฝดคนละฝาที่เป็นสายสปอร์ตแต่แชร์อะไรหลาย ๆ อย่างร่วมกันอย่าง Ninja E-1 พร้อม ๆ กับตัวเลขต่าง ๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่น่าสนใจและน่าใช้งานไม่น้อยเลยทีเดียว เรื่องของดีไซน์นั้นแทบจะไม่ต่าง Z125 ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์เครื่องสันดาปคันเดิมของทางค่ายเลยหากมองเผิน ๆ แต่หากสังเกตดี ๆ จะรับรู้ได้จากการที่มันไม่มีท่อไอเสีย และแอบใส่ฟังก์ชันอย่างช่องใส่ของขนาด 5 ลิตร (หนักสุดไม่เกิน 3 กก.) บริเวณที่เดิมทีจะเป็นถังน้ำมันด้านหน้า ขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบบรัชเลส 5 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 6.8 แรงม้า แต่ให้กำลังสูงสุดได้ที่ 9 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับแรงม้า 12 แรงม้า ประมาณรถขนาด 125 ซีซี  ขณะที่แรงบิดจะมากถึง 40.5 นิวตันเมตรที่ 0-1,600 รอบแบบเดียวกับเจ้านินจาไฟฟ้าเลย ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 30 แอมป์ชั่วโมง 2 ก้อนคู่ที่สามารถถอดออกและต่อกันแบบขนานได้ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ ซึ่งให้ความสะดวกและเหมาะกับการใช้งานกับมอเตอร์ไซค์ ทางค่ายเคลมระยะการใช้งานอยู่ที่ 72 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WMTC คลาส 1 ซึ่งหากใช้งานจริง ๆ ก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 62 กม.จากการคำนวณ และแบตเตอรี่แต่ละก้อนหนัก 11.5 กิโลกรัมและใช้เวลาชาร์จเต็ม 3 ชั่วโมง 42 นาที แต่ถ้าชาร์จจาก 20 – 85% จะใช้เวลาแค่เพียง 1 ชั่วโมง 36 นาทีเท่านั้น ฟัง ๆ ดูอาจจะคิดว่ารถน่าจะหนักแน่เลย แต่จริง ๆ แล้วรถเบาเพียง 135 กิโลกรัมเท่านั้น ตัวรถมีแชสซีเป็นเฟรมถัก ด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อและยางจะเป็น 100/80-17” และ 130/70-17” ตามลำดับ ต่อกันเรื่องเทคโนโลยีตัวรถจะมีหน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ มีโหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Road และ Eco โดยโหมด Road จะอยู่ที่ 85 กม./ชม. ขณะที่โหมด Eco จะอยู่ที่ 62 กม./ชม. หากเทียบแล้วจะน้อยกว่าฝั่งนินจาไฟฟ้าเล็กน้อย แต่เดี๋ยวก่อนยังมีฟังก์ชัน e-boost ที่จะช่วยความแรงโดยจะใช้ได้ประมาณ 15 วินาที เมื่อเปิดใช้จะสามารถเร่งได้แรงขึ้น รวมถึงท็อปสปีดมากขึ้นไปเป็น 99 กม./ชม.ในโหมด Road และ 72 กม./ชม. ในโหมด Eco ยังมีโหมด Walk ที่จะช่วยจอดรถได้ง่ายขึ้น หากเปิดใช้แล้วเปิดคันเร่งรถจะค่อย ๆ ขยับไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ ขณะที่ปิดคันเร่งก็จะถอยหลังได้ด้วย รวมไปถึงยังมีระบบรีเจ็นเนอเรทีฟที่เวลาผู้ขับขี่ปิดคันเร่ง พลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วลงจะชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ ช่วยเพิ่มระยะทางการใช้งานได้มากขึ้น ถือว่ามาได้ครบเครื่องทีเดียวครับ แต่เรื่องของราคานั้นยังไม่มีการระบุ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายจริง ๆ เดือนตุลาคมนี้ครับ แต่ก็บอกได้เลยว่าราคาน่าจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ninja E-1 2024

Ninja E-1 2024 รถไฟฟ้าจากค่ายเขียว จ่อขายที่อังกฤษแล้ว เรียกว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ก็ต้องเชื่อครับงานนี้บอกเลยว่างานเร็วงานไวจริง ๆ สำหรับค่ายญี่ปุ่นค่ายเขียว Kawasaki ที่เปิดตัว Ninja E-1 หรือเจ้านินจาไฟฟ้าพร้อมจ่อคิวขายที่อังกฤษเดือนหน้า เรื่องของดีไซน์นั้นแทบจะไม่ต่างจากนินจา สปอร์ตไบค์เครื่องสันดาปคันเดิมของทางค่ายเลยหากมองเผิน ๆ แต่หากสังเกตดี ๆ จะรับรู้ได้จากการที่มันไม่มีท่อไอเสีย ขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบบรัชเลส 5 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 6.8 แรงม้า แต่ให้กำลังสูงสุดได้ที่ 9 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับแรงม้า 12 แรงม้า ประมาณรถขนาด 125 ซีซี  ขณะที่แรงบิดจะมากถึง 40.5 นิวตันเมตรที่ 0-1,600 รอบ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 30 แอมป์ชั่วโมง 2 ก้อนคู่ที่สามารถถอดออกและต่อกันแบบขนานได้ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ ซึ่งให้ความสะดวกและเหมาะกับการใช้งานกับมอเตอร์ไซค์ ทางค่ายเคลมระยะการใช้งานอยู่ที่ 72 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WMTC คลาส 1 ซึ่งหากใช้งานจริง ๆ ก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 62 กม.จากการคำนวณ และแบตเตอรี่แต่ละก้อนหนัก 11.5 กิโลกรัมและใช้เวลาชาร์จเต็ม 3 ชั่วโมง 42 นาที แต่ถ้าชาร์จจาก 20 – 85% จะใช้เวลาแค่เพียง 1 ชั่วโมง 36 นาทีเท่านั้น ฟัง ๆ ดูอาจจะคิดว่ารถน่าจะหนักแน่เลย แต่จริง ๆ แล้วรถเบาเพียง 140 กิโลกรัมเท่านั้น ตัวรถมีแชสซีเป็นเฟรมถัก ด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อและยางจะเป็น 100/80-17” และ 130/70-17” ตามลำดับ ต่อกันเรื่องเทคโนโลยีตัวรถจะมีหน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ มีโหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Road และ Eco โดยโหมด Road จะอยู่ที่ 88 กม./ชม. ขณะที่โหมด Eco จะอยู่ที่ 64 กม./ชม.แต่เดี๋ยวก่อนยังฟังก์ชัน e-boost ที่จะช่วยความแรงโดยจะใช้ได้ประมาณ 15 วินาที เมื่อเปิดใช้จะสามารถเร่งได้แรงขึ้น รวมถึงท็อปสปีดมากขึ้นไปเป็น 99 กม./ชม.ในโหมด Road และ 72 กม./ชม. ในโหมด Eco ยังมีโหมด Walk ที่จะช่วยจอดรถได้ง่ายขึ้น หากเปิดใช้แล้วเปิดคันเร่งรถจะค่อย ๆ ขยับไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ ขณะที่ปิดคันเร่งก็จะถอยหลังได้ด้วย รวมไปถึงยังมีระบบรีเจ็นเนอเรทีฟที่เวลาผู้ขับขี่ปิดคันเร่ง พลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วลงจะชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ ช่วยเพิ่มระยะทางการใช้งานได้มากขึ้น   ถือว่ามาได้ครบเครื่องทีเดียวครับ สำหรับ Ninja E-1 2024 แต่เรื่องของราคานั้นยังไม่มีการระบุ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายจริง ๆ เดือนตุลาคมนี้ครับ แต่ก็บอกได้เลยว่าราคาน่าจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!