Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • Moto2
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวแข่งขัน
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    • ZXMOTO
    • CFMOTO
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    • ข่าวรถ GEELY
    •   Back
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZXMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Trident Triple Tribute

Trident Triple Tribute เปิดราคาไทย 319,000 บาท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้เปิดตัว Trident Triple Tribute โมเดลพิเศษสุดโดดเด่น เพื่อเฉลิมฉลองให้กับเครื่องยนต์สามสูบระดับตำนานของไทรอัมพ์ และจะวางจำหน่ายเพียง 1 ปีเท่านั้น โมเดลพิเศษนี้มาในรูปแบบลายกราฟิกอันโดดเด่น ในสไตล์เรซซิ่ง เน้นการใช้สีขาว น้ำเงิน และแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ และสะดุดตาหมายเลข ’67’ อันโดดเด่น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยประดับอยู่บนรถจักรยานยนต์ไทรเดนท์ ‘Slippery Sam’ อันโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นคันเดียวที่ชนะการแข่งขัน TT ถึง 5 ครั้งเป็นระยะเวลา 5 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 1971 ถึง 1975 ตัวรถยังมีชิลด์หน้าและแผงใต้ท้องรถที่สีเข้าชุดกัน นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์โลโก้ไทรอัมพ์ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย และการติดโลโก้บนฝาปิดช่องเติมน้ำมันเชื้อเพลิง แคลมป์แฮนด์และแผงหน้าปัด รวมถึงตราสัญลักษณ์ Trident อะลูมิเนียมฝังพร้อมการตกแต่งรายละเอียด ฝาครอบหม้อน้ำสีเดียวกับตัวรถ ปลอกแฮนด์และการ์ดพักเท้าแบบอะลูมิเนียม ตัวป้องกันโช้คสีเดียวกับตัวรถ แฮนด์รถอะลูมิเนียมทรงเรียว และกระจกทรงหยดน้ำ พร้อมล้ออะลูมิเนียมหล่อแบบห้าก้านสีดำ น้ำหนักเบา ช่วยเติมเต็มลุคที่สะดุดตา เครื่องยนต์สามสูบเรียง 660 ซีซี ให้ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของแรงบิดรอบต่ำ ช่วงกลาง และพละกำลังสูงสุด อีกทั้งเสียงเครื่องยนต์สามจังหวะที่ทุ้มลึกโดดเด่นมาจากท่อขนาดเล็กและมินิมอล พร้อมด้วยปลายท่อสเตนเลสสตีลระดับพรีเมียม และยังเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 81 แรงม้า ที่ 10,250 รอบ พร้อมการส่งผ่านราบรื่น รวมถึงให้แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบ มีระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมอัตราทดเกียร์ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่เป็นเรื่องง่ายและสนุกสนาน ทั้งยังมีควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ช่วยให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ และมีระบบ Autoblipper เมื่อเปลี่ยนเกียร์ลง เพื่อความรวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น ช่วงล่างมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ Showa สีดำที่ให้ระยะยุบตัวของล้อหน้า 120 มม. และโช้คหลัง RSU แบบโมโนช็อคของ Showa รองรับการปรับตั้งค่าพรีโหลด ซึ่งมีระยะยุบตัวของล้อหลังที่ 133.5 มม. ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นคาลิเปอร์เบรก Nissin สองลูกสูบพร้อมดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 มม. ด้านหลังเป็นคาลิเปอร์เบรก Nissin กับดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนล้อจะเป็นล้ออะลูมิเนียมหล่อน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้วกับยางขนาด 120/70 R17 และ 180/55 R17 ตัวรถยังมีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อบลูทูธมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมต่อ My Triumph Connectivity โดยสามารถใช้งานระบบนำทางแบบ Turn-by-turn เชื่อมต่อการใช้โทรศัพท์และฟังเพลง เป็นการยกระดับเทคโนโลยีระดับสูงสำหรับผู้ขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น Trident 660 มีไฟ LED ระบบ ABS โหมดการขี่ Road และ Rain ระบบแทร็คชันคอนโทรล แบบเปิดปิดได้ และคันเร่งไฟฟ้า เพื่อการตอบสนองของคันเร่งที่คมชัดและแม่นยำ รวมถึงหน้าจอสี TFT เพื่อเพิ่มความปลอดภัย มีการติดตั้งระบบป้องกันการโจรกรรมเครื่องยนต์ไว้ในกุญแจ ทั้งนี้ Trident Triple Tribute รุ่นพิเศษ วางจำหน่ายในราคา 319,000 บาท พิเศษ! รับข้อเสนอทางการเงิน 10,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 8 – 31 กรกฎาคม 2567 โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ 12 แห่งทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

9 July 2024
Vespa Primavera Batik สวยแปลกตาด้วยสไตล์จากผ้าบาติก

Vespa Primavera Batik สวยแปลกตาด้วยสไตล์จากผ้าบาติก Vespa Primavera Batik เป็นเวสป้าอิดิชันพิเศษที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างสองวัฒนธรรมแตกต่างและห่างกันไกล กลายเป็นโมเดลที่พิเศษและสวยงามแปลกตาไม่เหมือนใคร รูปลักษณ์อันสวยงามไร้ซึ่งกาลเวลาของ เวสป้า Primavera ได้ถูกนำไปผสมผสานเข้ากับลวดลายและธีมของผ้าบาติก เทคนิคการย้อมผ้าและขึ้นลวดลายผ้าของทางอินโดนีเซียที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและทรงคุณค่าจนได้รับรางวัลมรดกโลกทางด้านภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากทาง UNESCO จนกลายเป็นโมเดลพิเศษนี้ขึ้นมา โดยตัวรถจะเลือกใช้สีเขียว Batik Green เป็นสีพื้น พร้อมตกแต่งด้วยลวดลายจากผ้าบาติกมากถึง 7 แพทเทิร์น ซึ่งเป็นลวดลายที่สื่อถึงความหมายอันเป็นมงคล ได้แก่ ความรุ่งเรืองและต้นกำเนิดของชีวิต พละกำลังและอายุที่ยืนยาว ความเคารพที่มีต่อบรรพบุรุษ สเน่ห์และแรงดึงดูด ความเป็นผู้นำและภูมิปัญญา ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับค่านิยมของทางเวสป้า และเกี่ยวพันลึกซึ้งไปถึงแนวคิดแบบพหุวัฒนธรรม โดยการตกแต่งลวดลายบาติกบนตัวรถเวสป้สนั้นใช้เทคนิคที่เรียกว่า Water Transfer Technology หรือการพิมพ์แบบถ่ายโอนน้ำ หรือแบบฟิล์มลอยน้ำที่ไบเกอร์อย่าง ๆ เราน่าจะรู้จักกันดี โดยมีการตกแต่งในหลายจุด เริ่มต้นกันที่ เนกไทด้านหน้า ฝาช่องเก็บของด้านหน้า บริเวณด้านข้างฟุตบอร์ด และตัวถังด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้สีเบาะหนังสีน้ำตาลอ่อนเย็บด้วยด้ายสีเขียวให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติและสีสันจากชายหาดในวันที่ท้องฟ้าสดใสเป็นใจ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ จะยังคงเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเครื่องยนต์จะเป็นเครื่อง i-Get สูบเดียว 4 จังหวะ 3 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาด 155 ซีซี 12 แรงม้าที่ 7,000 รอบ และ แรงบิด 12.7 นิวตันเมตรที่ 5,750 รอบ และมีถังน้ำมันขนาด 8 ลิตร ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบแขนเดี่ยวทำงานสองทิศทาง ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้ 4 ระดับ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวและดรัมเบรกที่ด้านหลัง พร้อมระบบเบรก ABS ที่ด้านหน้า ส่วนล้อจะเป็นล้อแบบไม่ต้องใช้ยางใน และมียางขนาด 110/70 – 12” และ 120/70 – 12” หน้าหลังตามลำดับ สุดท้ายเรื่องของการจำหน่ายนั้นยังไม่มีการกำหนดราคาแต่อย่างใด แต่คาดว่าคงไม่น่าจะแพงไปกว่าโมเดลปกติมากนัก ทั้งนี้ในไทยเราจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 134,400 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

8 July 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Lambretta-X300-SR

Lambretta X300 SR รหัสใหม่พร้อมสีสันใหม่ในคอนเซ็ปต์ “Colors of Time” มาวันนี้แลมเบรตต้าจะพาย้อนเวลาไปเสพความคลาสสิกของตำนานอีกครั้ง กับคอลเลคชั่นใหม่ Lambretta X300 SR รหัสโมเดลใหม่ที่จะพาย้อนเวลากลับไปสู่ความคลาสสิกแบบฉบับ Super Retro จากแรงบันดาลใจของโมเดลในตำนานอย่าง DL/GP ในปี 1969 ถูกนำมาถ่ายทอด DNA ผ่านลวดลายในอดีตกับเอกลักษณ์ Side Panel Stripes ที่มาพร้อมกับสีสันใหม่ ในคอนเซ็ปต์ ‘Colors of Time’ เพราะเชื่อว่าทุกคนล้วนมีสีสันที่มีความหมายในชีวิต เช่นเดียวกับสาวกแลมเบรตติสต้า ที่หลงใหลในความคลาสสิก พร้อมมีภาพความทรงจำดีๆ กับรถคู่ใจในสีสันที่แตกต่างกันไปในห้วงเวลาเหล่านั้น และอยากให้อยู่คู่ความทรงจำไปตลอด โดยยังคงมาพร้อมกับพรีเซ็นเตอร์หนุ่ม ‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ ที่รู้กันดีว่า นอกจากจะเป็นนักสะสมรถวินเทจแล้ว ก็ยังเป็นสาวกแลมเบรตติสต้าตัวจริง ที่สะสมแลมเบรตต้าทั้งรุ่นวินเทจและรุ่นปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่ามารอบนี้พร้อมเล่นใหญ่ ให้ทุกคนได้ยลโฉม กับการบุกบิลบอร์ดทั่วกรุงฯ เผยโฉมความพิเศษในรอบนี้ ด้วยลุคใหม่ของหนุ่มมาริโอ้ ที่เติมเต็มสีสันและอารมณ์ความคลาสสิก ให้แมทช์ลุคกับคอลเลคชั่นใหม่ สมกับคอนเซปต์ Colors of Time ได้อย่างลงตัว สำหรับโมเดลนี้ไม่ใช่แค่เป็นรถสกู๊ตเตอร์ แต่เป็นตัวแทนแห่งความทรงจำดี ๆ และจะเป็นอีกหนึ่งตำนานสกู๊ตเตอร์ที่ยิ่งนานไปมูลค่าทางใจยิ่งเพิ่มขึ้น สาวกตัวจริงจึงไม่ควรพลาดที่จะมีไว้ครอบครอง!  เพราะนอกจากดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้วยังมาพร้อมสีสันความคลาสสิก ซึ่งเป็นโทนสียอดนิยมในช่วงรอยต่อของยุค 60s และยุค 70s เป็นยุคร่วมสมัยแนว Pop Culture สะท้อนความสดใสของวัยรุ่นในยุคนั้น ที่พร้อมขับเคลื่อนสังคมสู่โลกใหม่ในช่วงยุคหลังสงครามโลก โดยความคลาสสิกจะถูกถ่ายทอดผ่าน 3 สีสันยอดนิยมในยุคนั้น ได้แก่ – YELLOW MUSTARD (Hi-Gloss) – WHITE LATTE (Hi-Gloss) – RED AMARO (Hi-Gloss)   พร้อมกันนี้ยังไม่ทิ้งจุดเด่นอันเป็นอัตลักษณ์ของดีไซน์ คือ Side Panel Stripes ลายคลาสสิก DNA ที่อยู่ในโมเดลระดับตำนาน พร้อมการใส่กิมมิคขอบคิ้วสีดำรอบคันตัดกับสีบอดี้รถทั้ง 3 สี ที่อยู่ร่วมกับฟังก์ชันดีไซน์ร่วมสมัยอาทิ ไฟหน้า และไฟท้ายในระบบ FULL LED กับโคมไฟหน้ารูปทรงหกเหลี่ยม อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นยอดฮิตของทางค่าย โดยออกแบบมาให้แฝงโลโก้ไว้ภายใน บ่งบอกตัวตนไว้ได้อย่างชัดเจน และส่วนของไฟท้ายที่บึกบึนดูแข็งแกร่งแตกต่างไม่ซ้ำใคร ให้ความพรีเมียมเหนือระดับ กับดีไซน์ในรูปทรงคริสตัล 7 แท่ง ที่เพิ่มเลเยอร์ในการซ้อนโคมด้านนอกอีกชั้น มาพร้อมกับระบบ IFS (Integrate-Function Signals) ที่ออกแบบให้ทั้ง ไฟเลี้ยว/ไฟฉุกเฉิน/ไฟเบรก รวมอยู่ภายใต้โคมไฟท้ายเดียวกัน อีกทั้งยังเติมความหรูหราด้วยการปักโลโก้ของทางค่ายด้วยด้ายสีแดงในส่วนท้ายบนเบาะหนังสีดำดีไซน์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งาน ตอบสนองการขับขี่อย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ LSP (Lambretta Super Performance) ขนาด 275 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ มาพร้อมระบบสมาร์ทคีย์ที่เพียงแค่พกพาสมาร์ทคีย์เอาไว้ใกล้ตัวรถ ก็สามารถบิดสตาร์ทได้ทันที พร้อมการออกแบบท่านั่งขับขี่สกู๊ตเตอร์แบบคลาสสิกตัวตั้งหลังตรง ในตำแหน่งการวางเท้าถึงพื้นไม่สูงจนเกินไป ด้วยการออกแบบโครงสร้างตัวรถแบบ Low & Long  ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์มาตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถควบคุมบาลานซ์ของตัวรถได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการออกแบบระบบช่วงล่าง ในชุดกันสะเทือนหน้า ที่เรียกได้ว่าเป็น “The state of the art of front suspension design” ด้วยการถอดดีไซน์โช้คหน้าแบบ Double Arm-Link เอกลักษณ์จากรุ่นตำนานมาไว้ในโมเดลนี้กับการพัฒนาสมรรถนะให้ดีขึ้น ให้มีความสมูท เพื่อการขับขี่ที่นิ่งมากยิ่งขึ้น พร้อมความปลอดภัยที่ให้มากกว่า ด้วยดิสก์เบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ทำงานพร้อมกับระบบเบรกแบบ Dual-channel ABS ทั้งหมดที่ว่ามานี้ มาพร้อมกับราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่ 156,900 บาท พิเศษ! *ข้อเสนอดาวน์เริ่มต้น 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 2,242 บาท/เดือน หรือดอกเบี้ยต่ำสุด 4.5% ต่อปี (*เฉพาะจัดไฟแนนซ์กับกรุงศรีออโต้) ซึ่งพร้อมให้สัมผัสกับความคลาสสิกนี้ด้วยตัวเองได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://lambretta.co.th ที่สำคัญ! ชาวแลมเบรตติสต้า เตรียมพบกันในงาน The Scooter Fest กับความมันส์ที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี  สามารถติดตามอัพเดทได้ที่  https://www.facebook.com/lambretta.th

Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุ

Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุ เมื่อปีที่แล้วยามาฮ่ามอเตอร์ได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านความปลอดภัยที่มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Jin-Ki Kanno x Jin-Ki Anzen ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างโลกที่ไร้ซึ่งอุบัติเหตุร่วมกันกับลูกค้าของตัวเอง ซึ่งกล่าวได้ว่า Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุนั่นเอง สำหรับการที่จะมุ่งหน้าไปตามวิสัยทัศน์ที่ทางยามาฮ่าได้วางแผนเอาไว้นั้นอาศัยหลักการสำคัญ 3 ประการด้วยกัน ประการแรกคือเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมการรับรู้ของผู้ขับขี่ การตัดสินใจ การขับขี่ และการลดความเสียหาย ประการที่ 2 คือทักษะซึ่งทางยามาฮ่าจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะการขับขี่ของผู้ใช้รถ และประการที่ 3 การเชื่อมโยง ซึ่งใช้ระบบคลาวด์เพื่อคอยให้คำแนะนำต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย ซึ่งจะมีเทคโนโลยีนึงที่เป็นส่วนสำคัญของหลักการประการแรก ซึ่งก็คือเจ้าระบบ Advanced Motorcycle Stabilization Assist System (AMSAS) หรือแปลเป็นไทยได้ว่าระบบช่วยเสริมเสถียรภาพของมอเตอร์ไซค์ขั้นสูง ช่วยเหลือผู้ขับขี่ตอนเริ่มต้นและที่ความเร็วต่ำ อุบัติเหตุที่มีมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้องนั้นมีสาเหตุหลักเกี่ยวข้องกับการรับรู้ผิดพลาดคลาดเคลื่อน (10%) การตัดสินใจผิดพลาด (17%) และการขับขี่ที่ผิดพลาด (17%) ซุ้งสาเหตุเหล่านี้เป็นส่วนที่เกิดขึ้นจากผู้ขับขี่ ข้อมูลยังระบุอีกว่าเกือบ ๆ 70% ของอุบัติเหตุที่มีมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้องมักจะเกิดขึ้นภายใน 2 วินาทีหลังจากมีปัจจัยที่เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ และจากการวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทางค่ายจึงได้พัฒนาระบบที่จะมาช่วยเหลือผู้ขับขี่ 4 ด้านด้วยกัน คือ ช่วยพยากรณ์อันตรายล่วงหน้า ป้องกันความเสียหายด้วยการขับขี่แบบระมัดระวัง ช่วยขับขี่หลบหลีก และลดทอนความเสียหาย เจ้าระบบ AMSAS ซึ่งทางยามาฮ่าพัฒนาขึ้นมานั้นจะช่วยรักษาเสถียรภาพของรถที่ความเร็วต่ำด้วยการควบคุมแรงขับเคลื่อนและแรงบังคับเลี้ยว “มันเป็นฟังก์ชั่นที่โดดเด่นมากที่สุด ซึ่งระบบนี้สามารถนำมาใช้กับรถทั่วไปได้ง่ายเนื่องจากไม่ต้องทำอะไรกับเฟรมรถ โดยระบบต้นแบบนั้นติดตั้งอยู่ในรถ YZF-R25 โดยมีการติดตั้งระบบหน่วยประมวลผลแบบ 6 แกนควบคู่ไปกับอุปกรณ์ควบคุมการขับขี่และบังคับเลี้ยว AMSAS คือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่จะมาช่วยรถเวลาออกตัวหรือเวลาขับขี่ที่ความเร็วต่ำที่มักจะไม่ค่อยมีความเสถียร โดยจะช่วยเพิ่มความเสถียรในช่วงนี้ เวลาที่รถกำลังจะออกตัวและเวลาจะหยุดตัวขับเคลื่อนที่ติดตั้งที่ล้อหน้าจะทำงานเพื่อเพิ่มเสถียรภาพทันทีจากจุดนั้นจนถึงความเร็วประมาณ 5 กม./ชม. ส่วนตัวบังคับเลี้ยวที่ติดที่แฮนด์บาร์ก็จะเข้ามาควบคุมบังคับแฮนด์ ทำให้รถคันนี้สามารถเคลื่อนที่ในระดับความเร็วแบบเท่าคนเดินนี้ได้โดยไม่ล้ม โดยไม่เกี่ยงว่าผู้ขับขี่จะมีทักษะมากน้อยแค่ไหน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Speed Twin 900 โมเดิร์นคลาสสิกไบค์ แดนเมืองผู้ดี

Triumph Speed Twin 900 โมเดิร์นคลาสสิกไบค์ แดนเมืองผู้ดี หลังจากเปิดตัวไปได้ซักพักแล้ว สำหรับโมเดลสุดฮ็อตจากค่ายเมืองผู้ดี อย่าง Triumph Speed Twin 900 โดยครั้งนี้ ทาง SuperBike Thailand ขออนุญาติหยิบโมเดลมาโชว์ ตามคำเรียกร้องแฟน ๆ สาวกรถ 2 ล้อคลาสสิก เดี๋ยวเราจะพามาชมกันว่า โมเดลนี้จะมีดีเทลอะไรที่น่าสนใจกันบ้างครับ  โดยโมเดลสุดพิเศษรุ่นนี้ ได้รับการดีไซน์ ที่คงความเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์รถโมเดิร์นคลาสสิก โดยยึด DNA ต้นแบบอย่าง Triumph Bonneville รุ่นแรกเมื่อปี 1959 โดยนำมาปรับปรุง ปรับเปลี่ยน และพัฒนาใหม่ให้เข้ากับรถในยุคปัจจุบัน ในสไตล์การแต่งคัสตอมแบบท้ายเปลือย รวมทั้งฟีเจอร์ใหม่ที่มากับตัวรถ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น  ไฟทรงกลม ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 310 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Breambo 4 ลูกสูบ (ABS)   โครงสร้างเบาะโฟมหนาขึ้น ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบใหม่ โช้คหลังปรับพรีโหลดได้ รวมทั้ง ยังถูกยกระดับการออกแบบ โดยมีส่วนเสริมแต่งในการดีไซน์ใหม่ ๆ มากมาย ทั้งล้อหล่อขึ้นรูป ตกแต่งรายละเอียดด้วยลายกลึงบนซี่ล้อ ขาจับไฟหน้าอลูมิเนียมปัดเงา คิ้วเรือนปีกผีเสื้อแบบใหม่ และเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ที่ใช้โครงสร้างโฟมหนาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 10 มม. ยังรวมไปถึง ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบเฉียง บ่งบอกถึงกลิ่นอายของสไตล์รถคลาสสิกเท่ ๆ แบบผู้ดีเลยครับ ในขณะที่ขุมพลังเครื่องยนต์เป็นแบบสูบคู่ Bonneville ขนาด 900 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว กับระบบเกียร์แบบ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 65 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 80 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบ ซึ่งสามารถส่งกำลังแรงบิดได้อย่างนุ่มนวล และทันใจตั้งแต่ช่วงรอบต่ำจนถึงรอบกลาง ๆ ส่วนรอบปลายคงไม่ต้องพูดถึง   อีกทั้งเครื่องยนต์ยังผ่านการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน Euro 5 ด้วยการปล่อยไอเสียที่น้อยลงและสะอาดมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และคลัตช์ระบบผ่อนแรงที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก สำหรับช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือนในรุ่นนี้ จะใช้โช้คอัพหน้าแบบคาร์ทริดจ์ ขนาด 41 มม.แถมมากับยางหุ้มโช้ค และโช้คอัพสตรัทสปริงคู่ด้านหลัง สามารถปรับพรีโหลดได้ พร้อมระเบรก กับดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลอยตัวขนาด 310 มม. คาลิเปอร์ Brembo แบบ 4 ลูกสูบ และดิสก์เบรกหลังขนาด 255 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียวจาก Nissin แถมมากับระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ต่อมาที่ล้อหน้า-หลังขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้ว และยางหน้า 110/90 และยางหลัง 150/70  โดยน้ำหนักตัวรถทางโรงงานเคลมมาให้ที่ 217 กก. และถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร  นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ สปีด ทวิน 900 ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน เพื่อเสริมความสามารถในการขับขี่ และมิติการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น ทั้งโหมดการขับขี่ 2 โหมด ( Road, Rain) ระบบคันเร่งไฟฟ้า ช่วยให้การควบคุมรถสเถียรภาพมากยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง ระบบป้องกันการโจรกรรมซึ่งซ่อนอยู่ภายในกุญแจ รวมทั้งไฟท้าย LED และช่องชาร์จไฟ USB ใต้เบาะที่นั่ง ที่ให้มาในรุ่นนี้อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลคลาสสิกเมืองผู้ดี จริง ๆ เลยครับ ทั้งการออกแบบ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และเทคโนโลยีที่ให้มาแบบเต็มพิกัด มีให้ใช้แบบเหลือเฟือ สำหรับราคารุ่นนี้ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 407,000 บาท และรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (Chrome Edition) ราคาเปิดตัวที่  422,000 บาท โดยสามารถติดต่อขอดูรถตัวจริงได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับขี่ได้ที่ https://www.triumphmotorcycles.co.th/  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
เด็กระเบิด Marc Marquez โชว์เทพคว้าแชมป์ 10 สมัยบนสนาม Sachsenring

เด็กระเบิด Marc Marquez จาก Repsol Honda ที่ได้ฉายา King of the Ring โชว์เทพด้วยการคว้าแชมป์สมัยที่ 10 ในศึก MotoGP บนสนาม Sachsenring ประเทศเยอรมันแบบขาดลอย แถมนอกจากเด็กระเบิดคนนี้จะโชว์เทพแล้วยังได้โชว์เหนือด้วยการขี่รถ Honda คู่ใจพร้อมกอดอกก่อนที่จะถึงเส้นชัยไปแบบชิวๆ โดยมี Maverick Viñales และ Cal Crutchlow ตามมาทีหลัง อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

8 July 2019
นักบิด MotoGP ใส่สูทร่วมฉลอง 70 ปี รายการ MOTO GP

เป็นไปได้ยากที่จะเห็นแบบนี้ ย้อนไปเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนปี 1949 นั้นเป็นวันแรกที่มีการจัดการแข่งขัน MotoGP ขึ่นก็ถือว่าวันนี้เป็นวันดีที่ ครบรอบ 70 ปีของรายการแข่งขัน และก่อนที่การแข่งขัน MotoGP กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า เหล่านักบิด MotoGP ได้ร่วมกันใส่สูทสุดเฟี้ยวและถ่ายภาพกันบนสนามแข่ง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ให้รายการ MOTOGP เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ของรายการอีกด้วย นานๆจะได้เห็นภาพแบบนี้..หล่อไม่เบา อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

14 June 2019

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ไว้อาลัย