SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    • ZXMOTO
    • CFMOTO
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZXMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Piaggio MP3 310 สามล้อ แม่บ้านอิตาลี

Piaggio MP3 310 สามล้อ แม่บ้านอิตาลี 2025 Piaggio MP3 310 สกูตเตอร์สามล้อรุ่นใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากรุ่นพี่อย่าง MP3 400 และ MP3 530 สไตล์ตัวรถที่โดดเด่น แฟริ่งด้านหน้ารถได้รับการออกแบบใหม่ โดยมีขนาดที่กว้างขึ้น มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED เต็มระบบ ตรงกลางแผงหน้ามีช่องดักอากาศขนาดเล็กที่ดูสปอร์ต พร้อมกับกระจังหน้าแบบรังผึ้งสามมิติ พร้อมสปอยเลอร์แนวตั้งซึ่งเป็นผลจากการค้นคว้า ด้านอากาศพลศาสตร์อย่างพิถีพิถัน ร่วมกับแผ่นบังลมด้านข้างใหม่ ให้ความเสถียรมากขึ้น ชิลด์บังลมได้รับการออกแบบใหม่ ที่มีขนาดใหญ่และสามารถกันลมได้เป็นอย่างดี ส่วนหน้ามีความสปอร์ตและดุดัน ไปจนถึงบังโคลนที่มีองค์ประกอบสีเดียวกับตัวรถในรุ่น Sport ล้อที่มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่แบบก้านแยก 5 ก้าน ให้ความรู้สึกเหมือนรถสปอร์ตหรู ส่วนหน้าที่ดูเด่นสะดุดตานั้นตัดกับท้ายรถที่ดูเพรียวลม ซึ่งออกแบบอย่างลงตัวด้วยแถบจับด้านท้าย สำหรับผู้โดยสารที่สะดวกสบาย และจบด้วยไฟส่องสว่าง Full LED รอบคัน เบาะนั่งที่มีระดับสองชั้นได้รับการออกแบบใหม่ นั่งสบาย และมีรูปทรงที่ช่วยให้เท้าผู้ขับขี่สามารถสัมผัสกับพื้นได้ง่ายและปลอดภัย พร้อมตำแหน่งของผู้โดยสารได้รับการออกแบบให้มีความสบายขึ้น โดยมีแผ่นพักเท้าพับได้ที่ใช้งานง่าย ซึ่งเมื่อพับเก็บแล้วจะผสานเข้ากับแฟริ่งของตัวรถอย่างลงตัว ช่องเก็บของใต้เบาะมีพื้นที่กว้างขวาง สามารถใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้หนึ่งใบ หรือหมวกแบบครึ่งใบสองใบ รวมถึงสิ่งของอื่น ๆ  เครื่องยนต์ใหม่ ใหญ่ขึ้น แถมรักษ์โลก เครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดในตระกูล HPE (High Performance Engine) ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน Euro 5+ เมีความจุกระบอกสูบเพิ่มขึ้น จากเดิม 278 ซีซี เป็น 310 ซีซี รวมถึงมีคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การขับขี่ ไม่เพียงแค่ด้านสมรรถนะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสะดวกสบายในการขับขี่และความคล่องตัว ทั้งหมดนี้ยังช่วยให้รถประหยัดน้ำมันขึ้นอีกด้วย โดยอยู่ที่ 32.2 กม./ลิตร โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้ เป็นเครืองยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ให้พละกำลังเเรงม้าสูงสุดที่ 26.4 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 27.3 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุดก็เพิ่มขึ้น จากการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ โดยจากเดิมที่เคยทำความเร็วได้ 120 กม./ชม. เพิ่มเป็น 129 กม./ชม ช่วงล่างปรับใหม่ อัพเกรดความปลอดภัยเต็มขั้น   ระบบเบรกมาพร้อมระบบ ABS ป้องกันล้อล็อกที่ผสานกับระบบควบคุมการลื่นไถล ASR (Acceleration Slip Regulation) ระบบ ASR (ซึ่ง Piaggio เป็นผู้ริเริ่มนำมาใช้ในสกู๊ตเตอร์) สามารถปิดการใช้งานได้ง่าย และช่วยรับประกันความปลอดภัยโดยป้องกันไม่ให้ล้อหลังลื่นไถลบนพื้นผิวที่อันตราย เช่น แอสฟัลต์เปียก ระบบ ABS แบบสามช่อง ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Continental ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเชิงป้องกัน โดยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกเมื่อเบรกและให้การควบคุมรถที่สมบูรณ์ตลอดเวลา Piaggio MP3 ติดตั้งระบบเบรกแบบดิสก์ทั้งสามล้อ โดยมีขนาดดิสก์ 258 มม. ที่ล้อหน้า และ 240 มม. ที่ล้อหลัง ความปลอดภัยที่มากขึ้นและการขับขี่ที่ราบรื่นขึ้นยังมาจากล้อหน้าขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 13 นิ้ว ส่วนล้อหลังขนาด 14 นิ้ว ระบบล็อคช่วงล่างด้านหน้า ซึ่งเป็นจุดเด่นของสกู๊ตเตอร์สามล้อสัญชาติอิตาลีรุ่นนี้ ช่วยเปลี่ยนสมดุลแบบไดนามิกเป็นสมดุลแบบสแตติก เมื่อสตาร์ทรถแล้ว มันจะรักษาสมดุลอยู่บนล้อทั้งสามโดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง (แม้ว่าจะติดตั้งมาให้) เมื่อต้องการกลับสู่การทำงานปกติ เพียงแค่เร่งความเร็วหรือใช้ปุ่มกดเฉพาะ นั่นหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องวางเท้าลงพื้น และสามารถจอดได้ทุกที่อย่างง่ายดาย เทคโนโลยีจัดเต็มพร้อมอำนวยความสะดวก มาพร้อมกับ หน้าจอ LCD ขนาด 5 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัล มาตรวัดรอบที่อยู่ตรงกลาง พร้อมกับตัวบอกระยะทางรวม และระยะทางทริป อุณหภูมิอากาศ นาฬิกาดิจิทัล ตัวบอกระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และตัวบอกอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น   ซึ่งสามารถเลือกดูได้โดยใช้ปุ่ม MODE บนแผงควบคุมด้านขวา เช่น ความเร็วสูงสุด ความเร็วเฉลี่ย การใช้เชื้อเพลิงแบบทันที การใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ย ระยะทางแบตเตอรี่ และระดับการชาร์จ ส่วนไฟเตือนจะแสดงการทำงานต่าง ๆ เช่น “ตรวจสอบการฉีดเชื้อเพลิง” น้ำมันสำรอง ความดันน้ำมัน การทำงานของ ABS และระบบป้องกันการโจรกรรม การควบคุมบนแฮนด์และแผงหน้าปัดได้รับการจัดตำแหน่งใหม่ให้ใช้งานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

11 October 2024
BMW C400 GT & C400 X 2025 รถพรีเมียม ปรับใหม่ ผ่าน Euro5+

BMW C400 GT & C400 X 2025 ปรับใหม่ ผ่าน Euro5+ BMW Motorrad เปิดโฉมพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ขนาดกลางสองรุ่น อย่าง BMW C400 GT & C400 X 2025 โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่เน้นความคล่องตัวเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง ส่วน BMW C400 GT ซึ่งเป็นเวอร์ชัน Gran Turismo เหมาะสำหรับการออกทริป เดินทางไกล โดดเด่นด้วยความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้น โดย ทาง BMW Motorrad ได้มีการปรับปรุงใหม่ นอกจากด้านเทคนิคแล้ว ยังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ สีสันใหม่ และอุปกรณ์เสริมใหม่ให้ด้วย BMW C400 X ออกแบบใหม่ พร้อมรุ่นย่อย นอกจากรุ่นพื้นฐาน Blackstorm metallic ที่มาพร้อมเบาะสีดำ/เทา ล้อสีดำ และคาลิปเปอร์เบรกด้านหน้าสีดำแล้ว BMW C 400 X ยังมีรุ่น “Rugged” ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่ออกแบบด้านหน้าให้ดูโฉบเฉี่ยวและมีความสปอร์ตมากขึ้น  มาพร้อมสีตัวถัง Kalamata metallic matt ซึ่งให้ความรู้สึกตื่นเต้นและมีความสปอร์ต ล้อสีแดง แถบสีแดง และยางลายออฟโรด เสริมความดุดัน ผสมผสานกับคาลิปเปอร์เบรกสีทองด้านหน้า มีกระจกบังลมสีเข้ม เบาะนั่งสีแดง-ดำ แผ่นเหยียบสแตนเลส และการ์ดกันมือที่เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเติมเต็มลุคที่แข็งแกร่ง สำหรับแผ่นเหยียบ รวมถึงตุ้มปลายแฮนด์แบบอโนไดซ์ BMW C400 GT ปรับปรุงใหม่ ถูกใจสายเดินทาง BMW C 400 GT ได้รับการปรับปรุงให้เข้าถึงการขับขี่ง่ายขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและปรับปรุงสรีรศาสตร์ในการขับขี่ นอกจากรุ่นพื้นฐาน Blackstorm metallic ที่มาพร้อมเบาะสีดำ ล้อสีดำ และคาลิปเปอร์เบรกสีดำด้านหน้าแล้ว BMW C 400 GT ยังมีรุ่นใหม่ “Exclusive” ให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริม BMW C 400 GT มาพร้อมสีตัวถัง Diamondwhite metallic ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหรา ล้อสีทอง แถบสีทอง และเบาะนั่งสีดำที่ปักโลโก้เข้ากับสีล้อ ผสมผสานกับคาลิปเปอร์เบรกสีทองด้านหน้าและกระจกบังลมที่มีสีเข้มเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีไฟส่องพื้นพร้อมการฉายโลโก้ BMW และแผ่นเหยียบสแตนเลส ซึ่งช่วยเสริมให้ตัวรถดูสมบูรณ์แบบมากขึ้น BMW C 400 X และ BMW C 400 GT ใหม่ มีพื้นที่เก็บของใต้เบาะมากขึ้น ทำให้สามารถเก็บสัมภาระได้มากขึ้น โดย BMW C 400 X มีพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้น 3 ลิตร ส่วน BMW C 400 GT รวมกับช่องเก็บของด้านหน้าเพิ่มขึ้นถึง 12 ลิตร นอกจากนี้ BMW C400 GT ยังมาพร้อมชิลด์บังลมด้านหน้าที่ปรับได้ด้วยมือเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และสามารถติดตั้งแร็คสำหรับบรรทุกสัมภาระเป็นอุปกรณ์เสริมได้ ด้วยพื้นที่เก็บของ 43.5 ลิตร กล่องท้ายรถใหม่ไม่เพียงแต่มีปริมาตรมากขึ้น 13.5 ลิตรเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน แต่ยังรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ 10 กิโลกรัม จากเดิม 5 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีระบบไฟส่องสว่างภายใน และพอร์ตชาร์จ USB เป็นฟังก์ชันเสริม ติดมาให้พร้อมกับเเร็คท้ายจากโรงงาน เครื่องยนต์ ทรงพลัง พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ยังคงเป็นเครื่องยนต์หนึ่งสูบแบบเดิมขนาด 350 cc โดยมีกำลัง 34 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 35 นิวตันเมตร ที่ 5,750 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังแบบเกียร์ CVT แบบเเปรผันต่อเนื่องเเละสวิงอาร์มพาวเวอร์เซ็ตที่มีความแข็งแรงต่อแรงบิดสูง พร้อมรับรองมาตรฐาน Euro5+ รุ่นล่าสุด ทำให้ BMW C 400 X และ BMW C 400 GT

11 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Triumph-Scrambler-1200-2024

Triumph Scrambler 1200 2024 เผยโฉมแล้ว เปิดตัวแล้วกับโมเดลใหม่จากค่ายรถเมืองผู้ดีอย่าง Triumph Scrambler 1200 2024 ครั้งนี้มี 2 รุ่นย่อยด้วยกัน คือ Scrambler 1200 XE (อัปเดตใหม่) และ Scrambler 1200 X (รุ่นใหม่) ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน เจ้า XE จะตอบโจทย์การใช้งานแบบออฟโร้ด ขณะที่ X จะเหมาะกับการขับขี่บนถนนทางดำเป็นหลัก แต่ก็สามารถลุยได้ระดับนึง (มาแทนรุ่น XC) ทั้ง 2 โมเดลจะมาในดีไซน์สแครมเบลอร์แบบดั้งเดิมเด่นด้วยท่อไอเสียปลายคู่แบบยกสูงผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และมีพื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันคือเครื่อง High Power 2 สูบเรียงขนาด 1200 ซีซี ให้สมรรถนะสูงทั้งแรงม้าและแรงบิด และจะไปแตกต่างกันในเรื่องช่วงล่างเป็นหลัก และรายละเอียดปลีกย่อยอีกจำนวนนึง โดยเจ้าขุมพลังบอนเนวิลล์ไฮพาวเวอร์เครื่องนี้มีการปรับจูนให้เหมาะกับการขับขี่ในแบบของสแครมเบลอร์คือเน้นแรงบิดสูง ปรับเปลี่ยนคอท่อไอเสียให้ดีขึ้น ทำให้แรงบิดสูงในรอบที่กว้างขึ้น โดยให้กำลังสูงถึง 90 แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาทีและแรงบิดสูงถึง 110 นิวตันเมตรที่ 4,250 รอบ รุ่น X สำหรับรหัส X นั้นจะเน้นเข้าถึงได้ง่ายขึ้นทั้งในเรื่องของราคาและความสูงของตัวรถ ดีไซน์เฉพาะตัวสังเกตได้จากบังโคลนแบบทำสี และจะมีจำหน่าย 2 สีด้วยกันคือสีแดง Carnival Red สีดำ Sapphire Black และตัวรถจะมีเบาะนั่งที่ต่ำกว่าตัว XE โดยจะมีความสูงเบาะที่ 820 ม.ม.   ช่วงล่างของรถแม้ว่าจะมีในส่วนของแชสซีและเฟรมที่เป็นแบบท่อเหล็กกล้าที่คล้ายกัน แต่ก็จะมีส่วนที่แตกต่างออกไปเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับลักษณะการขับขี่ใช้งาน โดยโมเดล X จะออกแบบมามุ่งเน้นการขับขี่แบบออนโร้ดเป็นหลัก โดยจะมีโช้คจาก Marzocchi เต็มระบบ ด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับจาก และโช้คหลังคู่แบบซับแทงค์ สามารถปรับพรีโหลดได้ ระยะยุบ 170 ม.ม. ระบบเบรกก็จะเป็นของทาง Nissin ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ 310 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรกแบบแอกเซียลเมาท์จากทาง Nissin ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยว 255 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก Nissin เช่นกัน ส่วนล้ออลูมิเนียมแบบซี่ลวดสเตนเลสจะมีขนาด 21 นิ้วและ 18 นิ้วตามลำดับ ยางจะเป็นยางแบบ All Terrain ที่ใช้งานได้ทั้งทางดำและทางฝุ่น ขณะที่เทคโนโลยีนั้นก็ให้มาใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟแบบ LED เต็ม ระบบ ระบบเบรก Optimised Cornering ABS ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ ระบบ Optimised Cornering Traction Control ที่สามารถเปิด – ปิดได้ ปรับปรุงใหม่มาแล้วเช่นกัน ซึ่งทั้งสองจะทำงานร่วมกันกับหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อย IMU และจะมีโหมดการขับขี่ 5 โหมด Sport, Road, Rain, Off-Road และ Rider Configurable หน้าจอผสมแบบมัลติฟังก์ชันแบบ LCD และจอแสดงผลสี TFT รวมอยู่ในเรือนไมล์ทรงกลมคลาสสิก ซึ่ง 2 อย่างหลังนี้จะไม่เหมือนกับทาง XE รุ่น XE สำหรับเจ้าโมเดล XE จะสังเกตได้ชัดเจนว่าจะมีบังโคลหน้าอลูมิเนียมแบบปัดเงา และมีสีให้เลือก 3 เฉดสี ได้แก่ สีดำเทา Phantom Black & Storm Grey สีส้มดำ Baja Orange & Phantom Black และสีดำ Sapphire Black ตัวรถยังมีเบาะนั่งที่สูงกว่า เพื่อให้ตัวรถมีระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถที่มากกว่า ให้เหมาะสมกับการขับขี่แบบออฟโร้ด แต่พื้นฐานเครื่องยนต์จะเหมือนกันอย่างที่กล่าวไปแล้ว ส่วนช่วงล่างนั้นก็จะมีการอัปเกรดให้ดีขึ้น และเกรดสูงกว่าเมื่อเทียบกับโมเดล X อย่างโช้คก็จะเป็นของ Marzocchi เช่นกันเพียงแต่จะสามารถปรับพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชันได้เต็มระบบ และมีระยะยุบที่มากกว่าเป็น 250 ม.ม. ระบบเบรกเองก็มีระดับที่สูงกว่า โดยจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 320 ม.ม.กับคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 255

Bautista ฟาดเรียบ

Bautista ฟาดเรียบ ศึก WSBK 2023 ที่โปรตุเกส เป็นอีก 1 สนามที่ Bautista ฟาดเรียบ อีกครั้ง สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Autódromo Internacional do Algarve ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นสนามรองสนามสุดท้ายแล้ว แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้แชมป์โลกสักทีเพราะคะแนนยังไม่ขาดกันต้องไปลุ้นแชมป์กันถึงสนามสุดท้าย ควอลิฟาย สำหรับการควอลิฟายหาตำแหน่งออกสตาร์ทในเรซที่ 1 นั้น Kawasaki เข้าวินมาสองคนได้แก่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่คว้าตำแหน่งโพล ด้วยเวลา 1’39.620 เกือบจะทำลายสถิติที่เขาเองทำเอาไว้ปีที่แล้ว ขณะที่ทีมเมท Alex Lowes เข้ามาเป็นอันดับ 2 และเข้าเส้นอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ซึ่งต้องออกสตาร์ทลำดับสุดท้ายเนื่องจากโดนโทษจากสนาม Aragon ทำให้ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทแถวแรกแทนแถวที่สอง และ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ออกสตาร์ทเป็นคนแรกจากกริดสตาร์ทแถวที่สอง ส่วนเรื่องยางนั้นนักแข่งทุกคนเลือกยางหลังเป็น SCX สูตรมาตรฐาน ซึ่งทางพีเรลลี่เลือกมาใช้สำหรับการแข่งในสนามนี้เป็นยางสำหรับควอลิฟายและซูเปอร์โพลเรซ แทนที่ SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งแถวหน้าทั้ง 2 แถวต่างเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐาน  เรซที่ 1 การแข่งขันในเรซแรกนั้นนักแข่งทุกคนเลือกยางหลังเป็นยาง SC0 สูตรมาตรฐาน ซึ่งนุ่มกว่าอีก 2 สูตรที่มีให้เลือก ส่วนยางหน้านั้นเกือบทุกคนเลือกใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน เว้นแต่ Scott Redding และ Michael Van Der Mark (PETRONAS MIE Racing Honda Team) รวมไปถึยง Hafizh Syahrin (PETRONAS MIE Racing Honda Team) ซึ่งพอใจที่จะเลือกยาง SC2 ที่แข็งกว่า  การแข่งขันเริ่มต้นไปจนถึงช่วงกลางเรซ การแข่งขันก็กลายเป็นศึกสามเศร้าระหว่างโพลแมนอย่าง Rea Rea, Ragatlioğlu และ Bautista จากนั้นก็กลายเป็นนักแข่งจากค่ายแดงที่สามารถขึ้นนำและมีเพียงนักแข่งหนุ่มจากตุรกีที่สามารถเกาะติดไปได้ ขณะที่ Rea ตกไปอยู่อันดับ 3 ที่ทิ้งช่องว่างห่างออกไปเกือบ 4 วินาทีจากสองคนที่นำ  กระทั่งแล็ปสุดท้ายก็เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์โลกที่สามารถยืดระยะกับนักแข่งยามาฮ่าเพิ่มขึ้นได้ และเข้าเส้นไปแบบอีซี่ ๆ แน่นอนว่าอันดับ 2 ตกเป็นของ Razgatlioğlu และอันดับ 3 เป็น Rea แต่ผลออกมาแบบนี้ทำให้คะแนนยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ Bautista เป็นแชมป์โลกต่อไป ซูเปอร์โพลเรซ เรื่องการเลือกยางนั้นแทบจะเป็นเอกฉันทร์ นักแข่งแทบทุกคนเลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรมาตรฐานและยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐาน มีเพียงคนเดียวคือ Bradley Ray (Yamaha Motoxracing WorldSBK Team) ที่ตัดสินใจเลือกยาง SC0 C0927 สูตรกำลังพัฒนาในส่วนของยางหน้า    การแข่งเรซนี้โพลแมน Jonathan Rea ร่วงไปอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นไม่กี่เมตรเพื่อนร่วมทีม Alex Lowes ก็ตามไปติด ๆ กลายเป็น Toprak Razgatlioğlu ขึ้นนำ แต่พอมาถึงช่วงท้ายอีก 3 แล็ปจะจบเรซ  Álvaro Bautista ย่นระยะห่างจนเหลือแค่เพียง 0.3 วินาที Razgatlioğlu เองก็ป้องกันการจู่โจมรุกไล่จากนักแข่งสเปนไว้ได้กระทั่งโค้งสุดท้ายในแล็ปสุดท้าย Bautista ออกจากโค้งได้เร็วกว่า ชิงเข้าเส้นแย่งชัยชนะไปจาก Razgatlioğlu ไปได้ก่อน ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ Andrea Locatelli นักแข่งยามาฮ่าอีก 1 คนแทน

X-ADV 750 2024 โฉมใหม่กำลังจะมา ?

 X-ADV 750 2024 โฉมใหม่กำลังจะมา ? หลังจากที่เปิดตัวบิ๊กสกู๊ตเตอร์ X-ADV 750 โฉมปี 2024 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุดมีรูปหลุดพิมพ์เขียวจดสิทธิบัตรใหม่สำหรับรุ่นอัปเดตที่กำลังเกิดขึ้น เกี่ยวกับรายละเอียดของโมเดลอัปเกรดรุ่นนี้ จากการสังเกตุล่าสุดเหมือนจะมีการอัปเดตใหม่เพิ่มเติม ไหนขอลองไปสำรวจก่อน ว่ามีอะไรบ้าง สำหรับจุดแรกที่มีการปรับใหม่นั่นก็คือคอนโทรลหน้า พร้อมตำแหน่งของแผงไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ปรับขยับลงมาจากเดิม ทั้งไฟสูง ไฟต่ำ ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ รวมถึงเพิ่มไฟ Conering light เข้ามาช่วยส่องสว่างในเวลาขับขี่ในเวลาเข้าโค้ง ดูโดดเด่นเพิ่มมากขึ้นในสไตล์รถสกู๊ตเตอร์แอดเวนเจอร์ ในจุดต่อมาจะเป็นในส่วนของท่อไอเสียที่ปรับมาใหม่ ด้วยการเดินคอท่อยาวขึ้น ยกสูงยิ่งขึ้นและออกแบบปลายท่อขนานกับเบาะคนซ้อน ซึ่งดูคล้ายกับโมเดลแสครมเบลอร์ในรุ่น CL500 ซึ่งจะช่วยปรับทิศทางของการปล่อยไอเสียไปทางด้านหลัง แถมยังเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ทางฝุ่น สามารถลุยดิน ลุยน้ำ ได้สนุกมากยิ่งขึ้น ส่วนในด้านขุมพลังยังคงไม่อัปเดตอะไรเพิ่ม กับเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 270 องศา ขนาด 745 ซีซี ผ่านมาตรฐาน Euro5 มาพร้อมกำลังแรงม้าที่ 58.6 และแรงบิดที่ 67.8 นิวตันเมตร เสริมด้วย 5 โหมดการขับขี่ ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม ในด้านฟีเจอร์ยังคงไม่มีอะไรอัปเพิ่ม ซึ่งเดิม ๆ อัดมาให้แน่นอยู่แล้วสำหรับโฉมใหม่ดังกล่าว โดยคาดการณ์ว่าจะมีการผลิตขึ้นในปีหน้า ยังไงก็มารอลุ้นกันว่าโฉมจริงรุ่นอัปเดตหน้าตาจะเป็นอย่างไร แต่แอดเชื่อว่าจะต้องถูกใจสาวกค่ายปีกนกอย่างแน่นอน  อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • MOTOGP
Marc Márquez สลักชื่อแชมป์คนแรกในศึก ThaiGP

Marc Márquez นัดบิดไฟแรงสังกัดทีม Repsol Honda คว้าแชมป์คนแรกในศึก ThaiGP ไปได้สำเร็จ หลังจากขับเคี่ยวกันอย่างเมามันส์กับ Dovizioso จนโค้งสุดท้าย เก็บแชมป์ MotoGP สนามที่ 15 ไปได้สำเร็จ โดยในช่วงแรกนั้นมีการสลับตำแหน่งกันอยู่หลายครั้ง โดยมีจังหวะพลาดอยู่หลายครั้ง ทำให้ Valentino Rossi และ Andrea Dovizioso แซงขึ้นไป แต่นักบิดเลือดสเปนก็ยังคงรักษาตำแหน่งอันดับที่สามไว้อย่างเหนียวแน่น ทางด้าน Dani Pedrosa พลาดล้มไปในการแข่งขันรอบที่ 18 ทำให้ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย ส่วน Maverick Viñales และ Valentino Rossi จบการแข่งขันในอันดับที่ 3 และ 4 ตามลำดับ ติดตามข่าวผ่าน Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้

7 October 2018
“Mick Doohan” ชมสนามช้างฯ มาตรฐานดีเยี่ยม ยก “Marc Márquez” ลุ้นแชมป์คนแรก ThaiGP

Mick Doohan ตำนานนักบิดแชมป์โลก โมโตจีพี 5 สมัย ปรากฏตัวพูดคุยกับสื่อมวลชนระหว่างเยี่ยมชมการแข่งขัน โมโตจีพี ครั้งแรกในเมืองไทย ชมสนามแข่งขันได้มาตรฐานไม่แพ้สนามที่ยุโรป ขณะเดียวกันยังเชื่อมั่นว่า มาร์ค มาร์เกซ นักบิดรุ่นน้องของ เรปโซล ฮอนด้า มีลุ้นสลักชื่อเป็นแชมป์คนแรกของสนามแห่งนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 มิค ดูฮาน ตำนานนักบิดชาวออสเตรเลีย เจ้าของแชมป์โลก โมโตจีพี 5 สมัย เดินทางมายัง เอ.พี.ฮอนด้า พาวิลเลียน เพื่อพบปะกับสื่อมวลชนหลังเดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อร่วมชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ณ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยมี มร.โยอิจิ มิซึทานิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด คุณอารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด และคุณสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ให้การต้อนรับ โดยงานนี้ ตำนานแห่งวงการจักรยานยนต์ที่ขับขี่ให้กับ ฮอนด้า ในรายการระดับโลกมาตั้งแต่ปี 1989-1999 เปิดใจถึงการเดินทางมาเยี่ยมชมการแข่งขัน โมโตจีพี ครั้งแรกในเมืองไทย โดยกล่าวว่าจากที่ตนเองได้เดินชมรอบสนามและบริเวณการจัดการภายนอก พบว่าสนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต มีมาตรฐานที่ดีไม่แพ้รายการที่ยุโรป ตำนานนักบิดวัย 53 ปี เผยว่า “จากประสบการณ์ที่ลงแข่งขันระดับอาชีพ และคลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานานกว่า 20 ปี เดินทางไปสัมผัสสนามมาหลายประเทศ สนามช้างฯ ถึงจะจัดการแข่งขันเป็นครั้งแรกแต่ก็ถือว่ามีมาตรฐานที่ดี แม้ตัวโครงสร้างหลายๆส่วนจะถูกสร้างขึ้นมาแบบชั่วคราวแต่ปีต่อไปอาจพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมได้ ส่วนตัวสนาม ผมดูจากเวลาของนักแข่งแต่ละคนในวันแรก พบว่านักบิดกลุ่มแถวหน้าทำเวลาในระดับใกล้เคียงกัน ถือเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าสนามนี้มีมาตรฐานที่ดี และน่าจะทำให้การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ สนุกตื่นเต้นทีเดียว” ส่วนการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคมนี้ มิค ดูฮาน เผยยากที่จะฟันธงว่าใครจะเป็นแชมป์เพราะมีหลายทีมที่ทำผลงานได้ดี แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่า มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 4 สมัย รุ่นน้องสังกัด เรปโซล ฮอนด้า มีลุ้นเป็นผู้ชนะ “หลายทีมทำผลงานได้ดีมากในวันซ้อม แต่จากที่ผมสังเกตเห็น มาร์ค มาร์เกซ มักสร้างเซอร์ไพรส์ให้ผู้ชมได้เสมอในวันชิงชนะเลิศ เป็นคนที่ไม่สามารถตัดชื่อออกจากการลุ้นแชมป์นัดชิงชนะเลิศได้ ดังนั้นขอให้รอดูกัน” โดยงานแถลงข่าวในครั้งนี้ Mick Doohan ยังได้แจกลายเซ็นให้แก่แฟนๆผู้ที่เข้าร่วมงาน พร้อมทั้งถ่ายภาพร่วมกันในบรรยากาศที่เป็นกันเองอีกด้วย

6 October 2018

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ไว้อาลัย