SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
BMW M เกียร์ธรรมดา

บอสใหญ่ BMW M เผยเกียร์ธรรมดาเริ่มไม่สมเหตุสมผลในเชิงวิศวกรรม เตรียมปิดตำนานเกียร์กระปุกในรถสมรรถนะสูง ชี้ซัพพลายเออร์เมินผลิตต่อ

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Rookie 2025 อาจตกเป็นของดาวรุ่งแดนกระทิงดุ ?

Rookie 2025 อาจตกเป็นของดาวรุ่งแดนกระทิงดุ ? Rookie 2025 หรือ Rookie of the year 2025 รางวัลสำหรับนักแข่งที่ขึ้นมาขับขี่ในการแข่งขันระดับสูงสุดเป็นฤดูกาลแรก แล้วสามารถทำผลงานได้ออกมาอย่างยอดเยี่ยม หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นรางวัลสำหรับมือใหม่ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ก็จะมีดาวรุ่งหน้าใหม่ขยับจาก Moto2 ขึ้นมาขับขี่ใน MotoGP ถึงสามคนได้แก่ ไอ โอกูระ, เฟอร์มิน อัลเดเกร์ และสมเกียรติ จันทรา  ซึ่งสามชื่อที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้น ดูผิวเผินเหมือนว่านักบิดสัญชาติญี่ปุ่นจะดูมีความหวือหวามาเป็นอันดับต้น ๆ อาจเป็นเพราะว่าเจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์รายการ Moto2 ได้ในหนล่าสุด และการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งสามก็ต่างได้ขึ้นไปกับต้นสังกัดต่าง ๆ ดังนี้ นักแข่ง สังกัดทีม รถที่ใช้แข่งขัน ไอ โอกูระ Trackhouse Racing  Aprilia RS-GP25 เฟอร์มิน อัลเดเกร์ Gresini Racing Ducati Desmosedici GP25 สมเกียรติ จันทรา LCR Honda RC213V   พอได้ทราบถึง ‘รถแข่งที่ใช้ทำการแข่งขัน’ ของทั้งสามคน เหมือนว่าด้านของนักบิดดาวรุ่งจากแดนกระทิงดุ ‘เฟอร์มิน อัลเดเกร์’ จะดูมีความน่าสนใจมากกว่าสองคนที่เหลือ เพราะศักยภาพของ Ducati Desmosedici หลาย ๆ คนที่ติดตามการแข่งขัน MotoGP ก็น่าจะทราบกันดีกว่ารถจากค่ายนี้มันไม่ธรรมดา การรันตีผลงานในฤดูกาล 2024 ที่สามารถคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขันทั้งหมด 20 สนาม อีกทั้งยังคว้าแชมป์ทีม และแชมป์ผู้ผลิตด้วยคะแนนที่สูงลิ่ว  และรถของ ‘ท่านก้อง’ ดูเหมือนว่าจะเสียเปรียบที่สุดในตาราง เพราะ RC213V จากค่ายปีกนกถูกยกให้เป็นรถที่ต้องพัฒนาอีกมาก และตามหลังคู่แข่งอยู่หลายช่วงตัว ตางคะแนนทีม และตารางคะแนนผู้ผลิตก็เป็นทางฮอนด้าที่เหมาอันดับสุดท้ายในตารางคะแนนไปทั้งคู่ ผลงานการทดสอบที่บาร์เซโลนา หลังจากปิดฤดูกาล 2024 ในการแข่งขัน Moto2 เป็นทางด้านของไอ โอกูระที่สามารถคว้าแชมป์โลก Moto2 ได้ด้วยคะแนน 274 คะแนน ทิ้งห่างเฟอร์มิน อัลเดเกร์ที่จบในอันดับที่ 5 ของตารางคะแนน ซึ่งทั้งคู่มีคะแนนห่างกันถึง 92 คะแนน และในรายของสมเกียรติ จันทรา จบในอันดับที่ 12 เก็บคะแนนได้ 104 คะแนน  โดยหลังจากปิดฤดูกาลนักแข่งหน้าใหม่ทั้งสามคนก็ได้ทำการลงทดสอบรถใหม่กับต้นสังกัดใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสามก็ล้มเทกระจาดทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะการขยับมาขับขี่ในรถที่มีซีซีสูงขึ้นก็ย่อมมีการควบคุมที่ยากลำบากมากกว่า ต้องใช้ทักษะ และเรียนรู้กับตัวรถจึงจะสามารถรีดประสิทธิภาพของรถได้ออกมามากที่สุด  ผลเวลาที่ทำได้ของทั้งสามคนในการทดสอบที่สนามบาร์เซโลน่า เฟอร์มิน อัลเดเกร์ สามารถทำเวลาได้ดีที่สุด รองมาเป็นไอ โอกูระ และสมเกียรติ จันทรา จบในอันดับสุดท้าย นักแข่ง เวลาต่อรอบเร็วที่สุด เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 01:40.56 ไอ โอกูระ 01:40.94 สมเกียรติ จันทรา 01:41.29   แฟรงกี้ คาร์เคดี้ จากมาร์ก สู่ เฟอร์มิน สำหรับเฟอร์มิน อัลเดเกร์ ไม่เพียงแค่ Ducati ที่จะมาเป็นตัวแปรของตัวในการสรรค์สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม แต่ ‘หัวหน้าทีมช่าง’ ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน เฟอร์มินเข้าร่วมแข่งขันภายใต้ทีม Gresini Racing ที่มี ‘แฟรงกี้ คาร์เคดี้’ เป็นหัวเรือของแผนกทีมช่าง ซึ่งแฟรงกี้เองก็เคยทำงานร่วมกับแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ จึงมีความน่าสนใจว่าหัวทีมช่างรายนี้อาจแบ่งปันเทคนิคบางสิ่งบางอย่างให้กับดาวรุ่งหน้าใหม่รายนี้ก็เป็นได้ ไอ โอกูระ กับการปรับตัวในการแข่งขัน MotoGP ความสม่ำเสมอของไอ โอกูระเป็นจุดแข็งของเจ้าตัวที่ทำให้เขาสามารถคว้าแชมป์ Moto2 ฤดูกาลล่าสุดได้ แต่เจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่าเขาก็ยังต้องปรับตัวกับการแข่งขัน MotoGP แม้ว่าจะทำงานภายใต้การควบคุมของ ‘ดาวิเด บริวิโอ’ ผู้จัดการทีม Trackhouse Racing ที่เคยมีประสบการณ์ในการปั่นนักแข่ง MotoGP มากมายไม่ว่าจะเป็น โจอัน เมียร์, อเล็กซ์ รินส์ และมาเวอริค บีญาเลส 

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Le Mans ต่อสัญญา 5 ปีดึง MotoGP แข่งสนามแดนน้ำหอม

Le Mans ต่อสัญญา 5 ปีดึง MotoGP แข่งสนามแดนน้ำหอม Le Mans หนึ่งในสนามแข่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของนักแข่งรายการ MotoGP และแน่นอนว่าสนามนี้จะถูกบรรจุในโปรแกรมการแข่งขัน MotoGP ไปอย่างน้อยอีก 5 ปีจนถึงปี 2031  หลังจากที่สนามบาเลนเซียประเทศสเปนได้ทำการประกาศการต่อสัญญาใหม่ในการแข่งขัน MotoGP ไปจนถึงปี 2031 ล่าสุดสนามจากแดนน้ำหอมแห่งนี้ก็ไม่รอช้าด้วยการเซ็นสัญญากับ Dorna ออกไปอีก 5cha ปี โดยก่อนหน้านี้สนามแห่งนี้กำลังจะหมดสัญญาในปี 2026  แต่หลังการจรดน้ำหมึกต่อสัญญาจะทำให้สนามแห่งนี้ยังคงอยู่ในรายการ MotoGP ต่อไป เลอม็องส์เป็นสนามหลักในปฏิทิน MotoGP มาหลายปี และเคยสร้างการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา เลอม็องส์เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2000 และในปี 2023 ก็ทำลายสถิติผู้ชมด้วยจำนวน 278,805 คน ก่อนจะทำลายสถิตินั้นอีกครั้งในปี 2024 ด้วยยอดผู้ชมรวมสุดสัปดาห์ถึง 297,000 คน  Carmelo Ezpeleta ซีอีโอของ Dorna ออกมาเผยถึงความรู้สึกของการที่ MotoGP ได้ต่อสัญญากับสนามเลอม็องก์แห่งนี้ “ฝรั่งเศสมีประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตที่น่าทึ่งอยู่แล้ว และเราภูมิใจที่การแข่งขัน French Grand Prix ของเราได้มีส่วนในการเติมเต็มสิ่งนั้น พร้อมกับดึงดูดคลื่นแฟน ๆ รุ่นใหม่จำนวนมหาศาลทั้งต่อการแข่งขัน ต่อพื้นที่ และต่อกีฬานี้โดยรวม เราคือกิจกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส และผู้ชมในสนามก็สะท้อนให้เห็นถึงฐานแฟนที่หลากหลายและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นภาพที่เราอยากเห็นเกิดขึ้นทั่วโลก ในขณะที่กีฬานี้ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว” “ฝรั่งเศสเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรา และการได้ร่วมงานกับ PHA Claude Michy ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมเกินจะขอได้อีกแล้ว” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Aprilia SR GT

Aprilia SR GT แอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์จากค่ายสามตา Aprilia SR GT ก็เป็นโมเดลใหม่ล่าสุดโมเดลนึงจากทางค่ายรถสามตา ที่เปิดตัวในงาน EICMA 2021 ที่จัดขึ้นไปช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และที่สำคัญเจ้าโมเดลใหม่นี้ก็ดันเป็นโมเดลแอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์คันแรกของทางค่ายอีกด้วย เรียกว่ากระแสตอนนี้มาทางนี้ก็ว่าได้ หลาย ๆ ค่ายต่างก็เริ่มหันมาทำรถในสไตล์นี้กันหลายค่ายแล้วด้วยเช่นกัน เจ้า SR GT ทางค่ายเรียกมันว่าเออร์บันแอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์ ที่มีการออกแบบโดยใช้แนวคิดเติมความสนุกเข้าไปในการขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการเดินทางไกลและการผจญภัยไปในเส้นทางใหม่ ๆ อีกด้วย โดยมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโลกของเอ็นดูโร ที่ทำให้มันเป็นเพื่อนคู่ใจไปในทุก ๆ สถานการณ์ ตัวรถมีตำแหน่งท่านั่งในแบบที่แอ็กทีฟคือพร้อมจะให้คนขับขี่ลุกขึ้นยืนควบคุมรถที่ใช้แฮนด์บาร์แบบกว้างได้สะดวก โดยจะมีฟุตบอร์ดแบบ 2 ตอน คือวางยืดขาไปด้านหน้าได้เพื่อความสบาย และวางแบบท่านั่งปกติเพื่อการควบคุมถ่ายน้ำหนักที่ดี มีระบบกันสะเทือนจาก Showaทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิกขนาด 33 ม.ม. และด้านหลังเป็นโช้คคู่ที่สามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ โดยที่มีระยะยุบมากเป็นพิเศษ และตัวรถเองก็มีระยะห่างจากตัวรถถึงพื้นมากเพื่อให้สามารถข้ามผ่านอุปสรรคได้ง่าย แน่นอนว่าตัวยางเป็นก็เป็นยางแบบออลเทอร์เรนที่ให้ขับขี่ได้ในหลาย ๆ สภาพพื้นผิว ไล่ไปตั้งแต่ถนนดำ หินคอบเบิลสโตน หรือทางฝุ่น ส่วนล้อจะมีขนาด 14 และ 13 นิ้วตามลำดับ ซึ่งก็มีขนาดล้อที่เล็กต่างจากคู่แข่ง โดยทางค่ายเคลมว่าจะมีความคล่องตัวสูง ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวแบบคลื่น ขนาด 260 ม.ม. ขณะที่ด้านหลังจะเป็น 220 ม.ม. (ถ้าเป็นรุ่น 125 ซีซีจะมีขนาดดิสก์เบรกเป็น 200 ม.ม.แทน) ขณะเดียวกันแม้จะช่วงล่างแบบลุย ๆ แต่ดีไซน์ตัวรถก็ยังมีกลิ่นอายในแบบของสปอร์ตตามแบบฉบับของทางค่าย โดยสังเกตเอกลักษณ์เด่นไฟหน้าแบบ 3 โคม ซึ่งภายในก็มีไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ในตัว และแน่นอนว่าเป็นแบบ LED หมดแล้ว ถัดขึ้นมาก็จะมีชิลด์หน้าที่กว้างใหญ่ช่วยกันลมได้ดี ส่วนหน้าจอเรือนไมล์เป็นหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล LCD ซึ่งสามารถเพิ่มอ็อปชันเสริมให้สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ จุดเด่นอีกจุดก็จะเป็นด้านท้ายของรถที่มีดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งในตัวไฟท้ายที่เป็นไฟเลี้ยวในตัวเอง และบังโคลนท้ายแบบกันดีดที่ใช้จุดนี้เป็นที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนไปในตัว มาถึงส่วนของขุมพลังกันบ้าง ทางค่ายจะเลือกใช้เครื่องยนต์ที่มา จากทาง Vespa ที่เป็นเครือเดียวกัน ซึ่งก็คือเครื่อง i-get ซึ่งจะมีให้เลือก 2 พิกัดขุมพลังกัน คือ 125 ซีซีในรุ่น SR GT 125 และ 175 ซีซีใน SR GT 200 ที่มาพร้อมระบบสตาร์ทแอนด์สต็อป โดยรุ่น 125 ซีซีจะมีแรงม้าที่ 14.75 แรงม้าที่ 8,750 รอบและแรงบิดที่ 12 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ส่วนรุ่น 175 ซีซีจะมีแรงม้าที่ 17.43 แรงม้าที่ 8,500 รอบแรละแรงบิดที่ 16.5 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ซึ่งทางค่ายเคลมว่าจะให้กำลังที่นุ่มนวลแต่ขณะเดียวกันก็เพียงพอที่จะขับขี่ผ่านข้ามอุปสรรค์ได้ไม่ยากเย็น รวมถึงประหยัดน้ำมัน โดยให้สามารถทำได้มากถึง 40 กม./ลิตรในรุ่น 125 และ 38.5 กม./ลิตรในรุ่น 200 ทำให้ถังน้ำมันขนาด 9 ลิตร ที่ให้มาสามารถขับขี่เดินทางได้ไกลถึง 350 กม.เลยทีเดียว นอกจากนี้ตัวรถยังมีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกอย่างช่องเก็บของด้านหน้าซึ่งเหมาะกับการใส่ถุงมือและสมาร์ทโฟน โดยมีช่องจ่ายไฟแบบ USB ให้ด้วย ช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 25 ลิตร แม้จะไม่ได้ใหญ่มากอะไรแต่ก็เพียงพอที่จะใส่หมวกเต็มใบได้ 1 ใบ เลย   สุดท้ายนี้จะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสีด้วยกัน ได้แก่ สีดำ Aprilia Black สีเทา Street Grey และสีน้ำเงิน Infinity Blue โดยทุกสีจะมาพร้อมแฟริ่งด้านใต้ฟุตบอร์ดพักเท้า และมือจับคนซ้อนในเฉดสีเทาเงิน ล้อสีดำ เบาะนั่งสีเดินด้ายสีเทา   ขณะที่รุ่น Sport จะมีนำเฉดสีของสปอร์ตไบค์มาใช้ โดยจะในสีเหลือง Street Gold สีเทา Iridium Grey และสีแดง Red Raceway ซึ่งจะแตกต่างจากโมเดลพื้นฐาน ด้วยการมีลายกราฟิกเพิ่มเติมที่แฟริ่งชิ้นข้างเป็นตัว a ขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือชื่อแบรนด์ และมีคำว่า Aprilia ที่ด้านล่างอีกด้วย

27 December 2021
เจาะจุดเด่น Honda ADV 350 2022

เจาะจุดเด่น Honda ADV 350 2022 มาไทยแล้วลองอ่าน รีวิวคันนี้ดู คลิกเรียกได้ว่าเป็นรถที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจและจับตามองกันมาก ๆ สำหรับเจ้าเอสยูวีไบค์ขุมพลังเดียวกับ Forza 350 วันนี้เราก็เลยจะพาทุกท่านไป เจาะจุดเด่น Honda ADV 350 2022 กันครับ แน่นอนว่าเจ้า ADV 350 มีพื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันกับ Forza 350 ซึ่งใช้เครื่องยนต์ eSP+ เช่นเดียวกัน แต่จะมีอะไรที่น่าสนใจในโมเดลใหม่นี้กันบ้าง ผมจะเหลาออกมาเป็นข้อ ๆ ให้เองครับ ชิลด์บังลมหน้าปรับความสูงได้ 2 ระดับ ปรับเตี้ยให้สามารถใช้งานในเมืองได้ดี ปรับสูงก็ช่วยให้ตัดลมลดแรงปะทะได้มากเวลาเดินทางไกล ออกนอกเมือง เรียกว่าคล่องตัวทุกการขับขี่ เพียงแต่ไม่ได้เป็นระบบปรับไฟฟ้าเท่านั้นเอง 2. การ์ดแฮนด์ติดรถมาด้วยเลย ก็เรียกว่าเป็นฟังก์ชันสำหรับรถลุย ๆ น่ะครับ ช่วยกันลม ป้องกันเศษหินหรือเศษอะไรกระเด็นขึ้นมาเวลาเราลุยทางที่สมบุกสมบันได้นั่นเอง 3. ช่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้เบาะ มีขนาดความจุมากถึง 48 ลิตร สามารถใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้ 2 ใบได้ 4. ช่องจ่ายไฟ USB Type C อยู่ในช่องเก็บถุงมือด้านหน้า ช่วยให้ชาร์จไฟสมาร์ทโฟนได้เร็วมากยิ่งขึ้น โดยช่องเก็บของนี้ยังล็อกได้อีกด้วย 5. เบาะนั่งต่ำ โดยสูงเพียง 795 ม.ม. แม้ว่าตัวรถจะให้ระยะความสูงจากตัวรถถึงพื้นมากถึง 145 ม.ม. ซึ่งมากกว่า Forza 350 ถึง 10 ม.ม. 6. ระบบสมาร์ทคีย์ สามารถล็อกรถ เปิดฝาถังน้ำมัน เปิดเบาะ ได้สะดวกเพียงปลายนิ้ว พร้อมระบบอานเซอร์แบ็ก กระพริบไฟช่วยหารถจากลานจอดได้ง่ายขึ้น ซึ่งเรียกว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของรถสมัยนี้ไปแล้วก็ว่าได้ 7. หน้าจอแสดงผลแบบ LCD เต็มระบบ พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง Honda Smartphone Voice Control สามารถเชื่อมต่อกับหูฟังบลูทูธเพื่อใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ อย่างรับสาย โทรออก และอื่น ๆ ได้ ผ่านสวิตช์ควบคุมที่แฮนด์บาร์ด้านซ้าย ซึ่งฟังก์ชันนี้เริ่มจะเป็นเหมือนฟังก์ชันบังคับสำหรับรถสมัยใหม่อีกเช่นกัน 8. โช้คหน้าหัวกลับ มีขนาด 37 ม.ม. ให้การตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น ขณะที่ Forza เป็นโช้คเทเลสโคปิกธรรมดา และมีขนาดเล็กกว่า 9. โช้คหลังพร้อมซับแทงก์ ใช้สปริงแบบโปรเกรสซีฟเรท เหมาะกับการขับขี่ได้หลากหลายพื้นผิวถนน ก็อัปเกรดมาอีกขั้นเมื่อเทียบกับทาง Forza 10.ยางแบบกึ่งให้คุณลุยได้หลากเส้นทาง พร้อมล้ออลูมิเนียมแบบ 6 ก้านน้ำหนักเบา เหมาะกับถนนในเมืองไทยหลาย ๆ เส้นที่เต็มไปด้วยอุปสรรคที่แม้แต่ในเมืองหลวงยังน่าปวดหัว 11. เครื่องยนต์ eSP+ ระบายความร้อนด้วยน้ำ 330 ซีซี เครื่องเดียวกับ Forza 350 12. เคลมแรงม้า 28.96 แรงม้าที่ 7,500 รอบ 13. เคลมแรงบิด 31.9 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบ 14. ระบบแทร็คชันคอนโทรลหรือ Honda Selectable Torque Control ปรับได้ 2 ระดับ และสามารถเปิดปิดได้ เพิ่มความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น 15. ระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกะทันหันหรือ Emergency Stop Signal อีกฟังก์ชั่นเพิ่มความปลอดภัยเมื่อเบรกกะทันหัน ช่วยส่งสัญญาณเตือนให้คนขับรถตามมาระวังตัวได้ทัน 16. ระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนแนล ช่วยให้เบรกได้ปลอดภัยและมั่นใจได้มากขึ้น 17. มีจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สีเงิน Spangle Silver Metallic สีเทา Mat Carbonium Gray Metallic และสีแดง Mat Carnelian Red Metallic   และนี่คือหลากหลายจุดเด่นที่เราคัดมาให้ทุกท่านได้รับรู้กันแบบเข้าใจง่าย ย่อยง่าย และหากจะให้ทางเราคาดเดาราคาก็บอกเลยว่าจะต้องมาราคาแพงกว่า Forza 350

24 December 2021
Ducati V21L

Ducati V21L รถแข่ง MotoE ของทางค่ายเริ่มลงสนามจริงแล้ว   เป็นอะไรที่น่าเซอร์ไพรส์ไม่น้อยลยทีเดียวสำหรับดูคาติกับโปรเจ็กต์ Ducati MotoE ซึ่งเรียกได้ว่ามาไกลเกินความคาดหมาย จากการที่เจ้า V21L รถแข่งไฟฟ้ารุ่นโปรโตไทป์เริ่มออกมาทดสอบในสนาม Misano World Circuit แล้ว โดยเจ้ารถแข่งคันนี้มีกำหนดการจะเข้าร่วมแข่งขันใน MotoE World Cup ครั้งแรกในปี 2023 นี้ และทางดูคาติเองก็ได้ประกาศว่ามีความตั้งใจที่จะเทคโอเวอร์รายการการแข่งขันรายการนี้อีกด้วย สำหรับดีไซน์ของรถไฟฟ้ารุ่นโปรโตไทป์คันนี้อาจจะดูไม่เหมือนรถซูเปอร์ไบค์ที่ทางดูคาติเป็นพาร์ทเนอร์อยู่สักเท่าไหร่ แต่มันก็มีสวิงอาร์มคู่พร้อมกระเดื่องและโช้คแบบโปรเกรสซีฟที่มีต้นแบบมาจากพาร์ทเนอร์ของทางค่าย ตัวรถนั้นยังเต็มไปด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อรีดน้ำหนักตัวรถ ในส่วนของท้ายรถเองก็เป็นชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ที่ไม่ต้องมีซับเฟรมมาช่วยรับน้ำหนัก ซึ่งน่าจะทำได้จากการที่มันเป็นรถแข่งและขับขี่ใช้งานคนเดียว และยังมีดีไซน์เหมือนกับภาพร่างที่เราน่าจะเคยได้เห็นผ่าน ๆ ตากันมาบ้าง   หากสังเกตดี ๆ จะเห็นออยล์คูลเลอร์ขนาดเล็กที่ด้านล่างของด้านหน้าตัวรถและมีสิ่งที่ดูคล้าย ๆ กับแผงหม้อน้ำอยู่ด้านบน ซึ่งคาดว่าตัวมอเตอร์ไฟฟ้าน่าจะต้องการการระบายความร้อนที่ดีมาก ๆ หรือไม่สิ่งที่ดูคล้าย ๆ กับแผงหม้อน้ำนั้นอาจจะเป็นส่วนนึงของตำแหน่งที่ติดตั้งจัดวางแบตเตอรี่ก็เป็นได้ ช่วงล่างที่สังเกตเห็นได้ชัด ๆ ก็คือระบบกันสะเทือนจาก Ohlins ระบบเบรก Brembo และล้อ Marchesini ส่วนที่เห็นคือ Michelle Pirro ทดสอบรถพร้อมกับยางฝน เนื่องมาจากว่าตัวแทร็กนั้นมีทั้งส่วนที่แห้งและเปียกในตอนนั้น Roberto Canè หัวหน้าแผนกยานยนต์ไฟฟ้าของดูคาติกล่าวว่า: “เรากำลังได้สัมผัสกับช่วงเวลาที่พิเศษมาก ๆ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะเป็นจริง และนี่มันไม่ใช่ความฝัน รถไฟฟ้าคันแรกจากดูคาติในสนามแข่งเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อ ไม่เพียงแค่ความโดดเด่นของมัน แต่ยังรวมไปถึงภาระหน้าที่อีกด้วย ความท้าทายทั้งในด้านของสมรรถนะและระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ และด้วยเหตุผลเหล่านี้ทุกคนในทีมต้องทุ่มเทให้กับการทำงานโปรเจ็กต์นี้อย่างมาก และผลลัพธ์ในวันนี้จากการทุ่มเทในช่วงไม่กี่เดือนให้หลังมานี้ก็คุ้มค่ามาก ๆ  แต่เรายังไม่เสร็จสิ้นแค่นี้ จริง ๆ แล้ว เรารู้ว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่ในตอนนี้เราได้วางรากฐานที่สำคัญไว้เรียบร้อยแล้ว” Michele Pirro นักทดสอบรถ กล่าวว่า “การทดสอบรถต้นแบบ MotoE ในสนามนั้นเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ เพราะว่ามันเป็นมาร์คจุดเริ่มต้นของบทบาทที่สำคัญบนหน้าประวัติศาสตร์ของดูคาติ ตัวรถนั้นเบาและมีบาลานซ์ที่ดี ยิ่งไปกว่านั้นการเปิดคันเร่งในช่วงแรกและการออกแบบการยศาสตร์นั้นก็คล้ายคลึงกับรถแข่ง MotoGP มาก ๆ เลยล่ะครับ เพียงแต่ว่ามันเงียบ แล้วนี่ก็คือการทดสอบเราก็เลยจำกัดพละกำลังของรถไว้ที่ 70% เท่านั้น ผมคิดว่าผมกำลังขี่รถของตัวเองอยู่ซะอีกนะเนี่ย” เจ้า V21L คันนี้ถือว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจมากโมเดลนึงเลยล่ะครับ และเราเองก็อยากจะเห็นว่าจะสามารถเทียบเคียงกับ Energica Ego Corsa ที่จะถูกแทนที่ในอนาคตอันใกล้นี้ได้มั้ย เรียกได้ว่าอนาคตเราจะได้สัมผัสมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเจ๋ง ๆ อย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

21 December 2021
Honda CBR1000RR-R Fireblade 2022

Honda CBR1000RR-R Fireblade 2022 นอกจากสีแล้วมีอะไรใหม่? สำหรับ Honda CBR1000RR-R Fireblade 2022 โมเดลใหม่นี้แม้จากภายนอกจะดูเหมือนเดิม ๆ ไม่แตกต่างไปจากเดิมนอกไปจากสีสันใหม่ แต่จริง ๆ แล้วมีการปรับปรุงอยู่หลายขนานเลยทีเดียว แต่หลัก ๆ จะเป็นการปรับปรุงภายในหลาย ๆ จุดด้วยกัน เพื่อให้ซูเปอร์ไบค์เรือธงคันนี้ขี่ได้สนุกและดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นยังคงเป็นเครื่อง 4 สูบเรียงขนาด 999 ซีซีเช่นเดิม โดยเคลมแรงม้ามาที่ 214.56 แรงม้าที่ 14,500 รอบเท่าเดิม แต่แรงบิดลดลงเล็กน้อย โดยลดลงมา 1 หน่วย จากเดิม 113 นิวตันเมตร เหลือ 112 นิวตันเมตรที่ 12,500 รอบ แต่กลับมีแรงบิดให้ใช้งานในย่านกลางมากขึ้น โดยจุดแรกที่เปลี่ยนไปและสามารถสังเกตได้จากภายนอกคือ สเตอร์หลังมีขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิม 40 ฟันกลายเป็น 43 ฟัน เพื่อให้มีอัตราเร่งที่ดีขึ้นตลอดทุกเกียร์ในช่วงย่านความเร็วรอบกลาง ๆ แต่ก็ยังสามารถให้กำลังแรงที่ดีได้แม้ในรอบสูง ๆ และเพื่อให้สามารถให้กำลังแรงได้เช่นเดิม มีการปรับปรุงภายในเครื่องยนต์อีกหลายจุดด้วยกัน แอร์บ็อกซ์และกรวยไอดีได้ปรับทรงใหม่ให้อากาศไหลได้คล่องตัวมากขึ้น พอร์ตไอดีเองก็ถูกปรับเพื่อให้เพิ่มความเร็วในการไหลของอากาศ ขณะที่ฝั่งไอเสียเองก็ไหลไปยังตัวคาตาไลซ์ได้ยิ่งขึ้นเช่นกัน ในส่วนอื่น ๆ ของเครื่องยนต์ยังคงเดิม ยังเป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดกะทัดรัด เป็นเครื่องที่ช่วงชักสั้น โดยมีมิติระยะชักและขนาดกระบอกสูบแบบเดียวกับ RC213V มีการใช้เทคโนโลยีลดแรงเสียทานภายในเครื่องยนต์แบบเดียวกับ RC213V-S ปิดท้ายด้วยท่อไอเสียแบบ 4-2-1 และจบปลายท่อด้วยปลายจาก Akrapovič ระบบคันเร่งไฟฟ้าก็มีการปรับโหลดของสปริงให้น้อยลง เพื่อให้คันเร่งนั้นเนียนขึ้นและตอบสนองได้ดีขึ้นเวลาเปิดคันเร่ง ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้เป็นการรับฟังฟี้ดแบ็กจากทางนักแข่งจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งรวมไปถึงทีมแข่ง HRC WorldSBK อีกด้วย ระบบแทร็คชันคอนโทรล หรือ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ก็ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น โดยผู้ขับขี่จะสามารถรับรู้ได้ถึงพละกำลัง การยึดเกาะและการตอบสนองต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้นและให้ตอบสนองกับอัตราทดที่ปรับเปลี่ยนมาใหม่อีกด้วย ระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ก็ยังคงมีอยู่ครบถ้วน อาทิ โหมดการขับขี่ 3 โหมด และสามารถได้อย่างอิสระ ทั้งพละกำลัง เอ็นจิ้นเบรก การลอยตัวของล้อ และแทร็คชันคอนโทรล และโหมดช่วยออกตัวที่ช่วยล็อกรอบเวลาออกตัวในสนามแข่ง และสำหรับโมเดลมาตรฐานที่ใช้คาลิเปอร์เบรกหน้าจาก Nissin นั้นมีการเลือกใช้วัสดุและทำผิวสัมผัสของลูกสูบเบรกใหม่ ช่วยให้เบรกได้ดียิ่งขึ้นและมีความสม่ำเสมอในการเบรกมากยิ่งขึ้น ตัวเฟรมแบบไดมอนด์เฟรมที่ทำจากอลูมิเนียมยังคงเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง มีการใช้ส่วนท้ายของเครื่องยนต์เป็นจุดยึดโช้คหลังด้านบนขณะที่สวิงอาร์มที่มีต้นแบบมาจากรถแข่ง RC213V-S ก็ยังคงเดิม ตัวรถมีการปรับแต่งให้มีบาลานซ์ระหว่างความแข็งแรง การกระจายน้ำหนัก และองศาการบังคับเลี้ยวให้ออกมาลงตัวมากที่สุด เพื่อให้สอดคล้องกับพละกำลังที่ถ่ายทอดออกมาจากเครื่องยนต์ และให้ได้ฟีลลิ่งการยึดเกาะที่ด้านหน้าและด้านหลังเป็นอย่างดี ตัวรถมีระบบประมวลผลแรงเฉื่อยหรือ IMU ที่ช่วยให้ ECU รู้ว่าตัวรถอยู่ในสถานะใด และช่วยป้อนข้อมูลที่เหมาะสมให้กับระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รวมไปถึงระบบกันสะบัดไฟฟ้า Honda Electronic Steering Damper (HESD) ของฮอนด้าอีกด้วย สำหรับตัวพื้นฐานนั้นจะมีระบบกันสะเทือนเองก็ยังคงเดิม ยังเป็นของ Showa รุ่น Big Piston Fork (BPF) ขนาด 43 ม.ม.  และมีโช้คหลัง Showa Balance Free Rear Cushion Lite (BFRC-L)  ขณะที่ระบบเบรก ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่กับคาลิเปอร์เบรก Nissin อย่างที่บอกไปแล้วว่าได้รับปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้เบรกได้ดีขึ้นจากการที่สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น ระบบเบรก ABS เองก็สามารถปรับแต่งหรือปิดได้ ในกรณีที่ต้องการจะขับขี่ใช้งานในสนามแข่ง ในส่วนของบอดี้เวิร์คหรือแฟริ่งนั้นก็ยังคงเดิม ที่ออกแบบโดยใช้ความรู้จาก RC213V รถแข่ง MotoGP มาปรับใช้กับเจ้าดาบเพลิงคันนี้ให้ตรงตามหลักแอโรไดนามิก และแน่นอนว่ามวิงก์เล็ตที่ช่วยเพิ่มแรงกดและเพิ่มความสเถียรขณะเบรกหนัก ๆ ตัวรถมีหน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมสวิตช์ควบคุมแบบ 4 ทิศทางที่แฮนด์ด้านซ้าย และมีระบบสมาร์ทคีย์เพื่อความสะดวกสบาย ขณะที่รุ่น SP ก็จะมีการอัปเกรดในส่วนของช่วงล่าง ทั้งระบบเบรกและระบบกันสะเทือน โดยระบบเบรกจะเปลี่ยนไปใช้ของ Brembo และโช้คก็จะอัปเกรดไปเป็นโช้คปรับไฟฟ้าของ Ohlins และมีการติดตั้งควิกชิฟเตอร์ให้อีกด้วย สุดท้ายนี้สำหรับ CBR1000RR-R Fireblade จะวางจำหน่ายในเฉดสีแดง Grand Prix Red ที่ปรับปรุงใหม่โดยตอนนี้มีพื้นที่สีขาวขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าเพื่อเป็นพื้นที่รองรับการติดหมายเลขรถเวลาแข่งนั่นเอง สำหรับรุ่น SP จะมีให้เลือก 2 เฉดสีคือสีแดง Grand Prix

17 December 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
SuperBikeMag TrackDay 2024 สนาม 2 ยอดชมทะลุ 1,500 คน

SuperBikeMag TrackDay 2024 สนาม 2 ยอดทะลุ 1,500 คน จบความสนุกท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟน ๆ กับสุดยอดความมันส์แห่งปีใน SuperBikeMag TrackDay 2024 สนาม 2 POWER BY PIRELLI THE SUPERBIKE TYRES ศึกสองล้อชิงแชมป์ทางเรียบในสนามที่ 2 เมื่ออาทิตย์ที่ 14 – 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ สนามพีระ เซอร์กิต จ.ชลบุรี  สำหรับงานครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดจากสนามแรกที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่เรียกได้ว่า เดือดทะลุแทร็ก!! แต่อย่างไรก็ยังได้กระแสการตอบรับจากแฟน ๆ ชาวสองล้อแบบล้นหลาม ด้วยจำนวนผู้เข้าชมร่วมงานทั้งหมดกว่า 1,500 พันคน รวมถึงนักบิดที่ใช้รถแข่งเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 420 คัน  และยกระดับความมันส์เพื่อส่งมอบความสนุกแบบต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้เหล่านักบิดจากทุกมุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะมือเก่าหรือมือใหม่ที่ชื่นชอบความเร็ว ได้มาฝึกสกิลการขับขี่ในสนามแข่ง เสริมสร้างความมั่นใจ สร้างความคุ้นเคยและประสบการณ์สุดล้ำค่าที่หาที่ไหนไม่ได้ บนพื้นฐานความปลอดภัยที่ทางผู้จัดได้เตรียมรองรับโดยเฉพาะ  นอกเหนือจากกิจกรรมแทร็กเดย์ที่ให้ผู้ขับขี่ได้ขัดเกลาฝีมือกันไปแล้ว ยังมีเรซการแข่งขันในรอบ Trophy ชิงแชมป์โพเดี้ยมประจำสนามกันแบบสนุก ๆ ให้ชมกันอีกด้วย โดยเป็นการแข่งขันในทั้งหมด 7 รอบสนาม ให้นักบิดได้อวดฝีไม้ลายมือแบบเต็มพิกัด โดยแบ่งเป็นรุ่นการแข่งขันตั้งแต่ MiniBike 150 cc. – SuperBike 1000 cc. ซึ่งรวมทั้งหมด 17 รุ่นเลยทีเดียว พร้อมชิงถ้วยและของรางวัลต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีค่ายรถมาร่วมกิจกรรมพร้อมจัดอีเว้นต์สุดพิเศษอย่าง Yamaha Riders’club และ Honda Bigbike พาลูกค้ามาร่วมหวดซิ่งกันภายในงานนี้อีกด้วย  และสำคัญที่ขาดไปไม่ได้คือ ผู้สนับสนุนใจดีในหลายภาคส่วนที่ช่วยกันสร้างงานนี้เกิดขึ้นและประสบผลสำเร็จอย่างลุล่วงทั้ง Pirelli คอยมาช่วยบริการเปลี่ยนยางภายในงาน  รวมถึงบูธสปอนเซอร์อีกหลายเจ้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าไรดิ้งเกียร์อย่าง ID Helmet, Zues Helmet, Bilmola และ Real Helmet อุปกรณ์และของตกแต่ง Ohlins, D.I.D, Zipper Biker, YSS, Liqui Moly, BRD, Jomthai, Scootigan, พรมซิ่ง, WISE, Andreani by Sina Moto,  Silkolene, Air Supply, BS Battery และ Ferodo Racing ที่มาจัดโปรโมชันพิเศษสุด ๆ ในงานนี้ แถมยังร่วมแจกรางวัลให้แก่เหล่านักบิดที่สามารถคว้าโพเดี้ยมไปได้ในรายการนี้ นอกจากสปอนเซอร์ที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้แล้ว ยังมีบูทอาหารและเครื่องดื่มบริการรองรับผู้ชมในงานด้วยเมนูอร่อย ๆ จาก CAFE Showpow และฟู้ดทรัคส์เคบับจาก กะบับว่า By สะโบมั้ย มาบริการกันภายในงานนี้กันอีกด้วย  นอกจากจะได้ของรางวัลติดมือกลับไปแล้ว ยังมีกิจกรรมลักกี้ดรอว์หรือสุ่มแจกของรางวัลมากมาย สำหรับใครที่สนใจอยากลงสมัครขี่แทร็กเดย์ หรืออยากลงแข่งขันก็สามารถติดตามข่าวสารการเปิดรับสมัครได้ที่ทางเพจ SuperBikeMag TrackDay หรือ https://www.superbikemag.com/trackday/ กันได้เลย และสนามต่อไปจะเป็นการแข่งขันชิงแชมป์ครั้งใหญ่ในรอบไฟนอลแห่งปี ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 22-24 พ.ย. 67 ณ สนามพีระ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.ชลบุรี และกล้ารับประกันว่ารอบนี้มาเยอะแน่นอน สนุกแน่  สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือสมัครคลิกเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

21 June 2024
ไม่รับคำขอโทษ ตาล รัชฎา ลุยฟ้อง บีม ศรัณยู หลังถูกดาราดังไลฟ์สดหมิ่นประมาท

ไม่รับคำขอโทษ ตาล รัชฎา ลุยฟ้อง บีม ศรัณยู หลังถูกดาราดังไลฟ์สดหมิ่นประมาท เป็นความคืบหน้าในกรณีดราม่า หลังตาล รัชฎา นาคเจริญศรี ในฐานะผู้จัดโครงการ “ลิตเติ้ลแว้น บีว้าว ไรเดอร์” ซึ่งเป็นโครงการที่จะเปลี่ยนมุมมอง ปรับทัศนคติเด็กแว้นทั่วประเทศสู่การเป็นนักขับอาชีพบนสนามแข่งขันจริง ได้รวบรวมหลักฐานข้อความหมิ่นประมาทของทางบีม ศรัณยู มาเพื่อดำเนินการเตรียมยื่นฟ้องคดีต่อศาล หลังถูกดาราดังกล่าวไลฟ์สดกล่าวหาทำให้ตนและพาดพิงถึงกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เสียหาย จึงต้องการจะออกมาปกป้องชื่อเสียงของตนเอง ส่วนกรณีถามว่ามีการมาขอโทษจะรับคำขอโทษไหม? และจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกไหม? คงตอบว่าไม่รับคำขอโทษ ส่วนคดีความกรณีก่อนหน้านี้ที่ถูก บีม ศรัณยู แจ้งความเรื่องค้างจ่ายค่าตัวที่คงเหลือ 50% จำนวน 150,000 บาท และค่าเดินทางไปทำงาน จำนวน 35,000 บาท รวมทั้งสิ้น จำนวน 185,000 บาท ได้มอบหมายให้ทนายเป็นคนดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครบทุกบาท ในวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สถานีตำรวจนครบาลบางพลัด ก็ถือได้ว่าจบคดีในส่วนตรงนี้ไปแล้ว แต่เรื่องของการหมิ่นประมาทจากการไลฟ์สดก็จะเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ ทางทีมทนายความจะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด เพราะต้องการปกป้องสิทธิ์ของคุณตาล หากมีความคืบหน้าเรื่องคดีความจะแจ้งให้ทราบต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

21 June 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Pirelli เซ็นสัญญา ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3

Pirelli เซ็นสัญญา 3 ปี ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3 ข้อตกลงใหม่ยืนยันคอนเฟิร์มแล้วหลัง Pirelli เซ็นสัญญา ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3กับทาง Dorna Sports แล้ว งานนี้เราก็จะได้เห็นยางอิตาเลียนระดับตำนานแบรนด์นี้ไปเข้าร่วมแพ็ดด็อกของรายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง MotoGP ตั้งแต่ปี 2024 ถึงปี 2026 พีเรลลี่จะได้กลายเป็นผู้สนับสนุนยางรายการ Moto2 และ Moto3 อย่างเป็นทางการเพียงหนึ่งเดียว โดยสัญญาสามปีนี้ได้รับการสรุปแล้ว และเราจะได้เห็นยางอิตาเลียนแบรนด์นี้ได้กลายเป็นส่วนนึงในการแข่งขันในรุ่นเล็กและรุ่นกลางในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ทั้งนี้ Pirelli เองได้เป็นผู้สนับสนุนยางรายเดียวของการแข่งขันทุกคลาสในศึก MOTUL FIM Superbike World Championship และตอนนี้ได้ขยายไปยังรายการแข่งขันสองล้ออื่น ๆ ซึ่ง Moto2 และ Moto3 ซึ่งเป็นคลาสที่คอยป้อนนักแข่งส่งสู่เวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ซึ่งทางพีเรลลี่จะซัพพอร์ตยางสลิก DIABLO™ Superbike ทั้ง 2 คลาส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาสำคัญของทาง Pirelli ที่ว่า ‘We sell what we race, we race what we sell’ ซึ่งหมายความว่า “เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย” และด้วยสัญญาในครั้งนี้จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการพัฒนาของทางพีเรลลี่ทั้งในแง่ของการเติบโตทางการค้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี ซึ่งแพ็ดด็อกของ MotoGP เปรียบเสมือนแล็ปทดลองทางการแข่งขันที่ดีที่สุดของโลกสองล้อ และยังส่งเสริมผลักดันในเรื่องของนวัตกรรมด้านความปลอดภัย สมรรถนะและความยั่งยืนที่จะถ่ายทอดต่อไปยังลูกค้าตัวจริงบนท้องถนน ข้อตกลงนี้ยังรวมไปถึงรายการอื่น ๆ ที่มุ่งหน้าสู่การแข่งขัน MotoGP ซึ่งจะทำให้พีเรลลี่กลายเป็นผู้สนับสนุนยางเพียงรายเดียวให้กับทุกคลาส ไม่ว่าจะเป็นรายการ Finetwork FIM JuniorGP World Championship รายการ Idemitsu Asia Talent Cup รายการ Northern Talent Cup และ Red Bull MotoGP Rookies Cup รวมไปถึง FIM MiniGP World Series ซึ่งเป็นรายการสร้างนักแข่งหน้าใหม่อายุน้อยป้อนสู่รายการระดับสูงสุดอย่าง MotoGP หรือรายการแข่งขันอื่น ๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ดีรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับประเภทยางที่จะใช้ยังไม่เปิดเผย Aldo Nicotera รองประธานอาวุโสและหัวหน้าแผนกมอเตอร์ไซค์และจักรยานของ Pirelli กล่าวว่า “เรายินดีที่ Dorna เลือกเราเป็นซัพพลายเออร์ยาง Moto2 และ Moto3 สำหรับ 3 ฤดูกาลถัดไป นี่จะเป็นการยืนยันถึงพลังของเราในโลกมอเตอร์สปอร์ตที่มากขึ้นและยังเป็นสัญญาณอันชัดเจนของการเห็นคุณค่าในงานที่เราทุ่มเทกับศึก Superbike World Championship มาตลอด 20 ปี และด้วยสัญญาใหม่นี้ เราจะร่วมมือกับอนาคตใหม่ของวงการมอเตอร์ไซค์เพื่อไปสู่การแข่งขันระดับท็อปอย่าง WorldSBK และ MotoGP รวมไปถึงการซื่อสัตย์กับปรัชญาของเราที่เป็นแรงผลักดันเรามาโดยตลอด เราจะยังดำเนินต่อไปด้วยการใช้ยางที่เราขายในท้องตลาดและนักบิดทั่วไปหาซื้อได้” Carlos Ezpeleta ประธานฝ่ายกีฬาจาก Dorna Sports กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อนรับ Pirelli เข้าสู่แพ็ดด็อกในฐานะผู้สนับสนุนยางรายเดียวสำหรับ Moto2 และ Moto3 รายการแข่งขันเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในโลกมอเตอร์สปอร์ต ยังเป็นคลาสผลิตนักแข่งที่แข็งแกร่งและยังเป็นการแข่งขันในระดับสูงทั้งในด้านการกีฬาและคุณค่าทางการตลาด เราดีใจมากที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทาง Pirelli และได้ทำข้อตกลงร่วมกัน การได้ต้อนรับพาร์ทเนอร์ใหม่ ๆ ยังช่วยสร้างสายสัมพันธ์และมิตรภาพที่ดีในอุตสาหกรรมสองล้อด้วย และเราตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับพีเรลลี่ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งรวมไปถึงด้านของสมรรถนะ ความเชื่อมโยงกับรถขี่ถนนตลอดไปจนถึงเรื่องของความยั่งยืน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Scrambler 400X น้องเล็กสแครมเบลอร์จากเมืองผู้ดี

Triumph Scrambler 400X น้องเล็กสแครมเบลอร์จากเมืองผู้ดี ออกสู่สายตาสาธารณชนเป็นที่เรียบร้อย กับโมเดลใหม่ล่าสุดอีกหนึ่งรุ่นจากแดนผู้ดีสัญชาติอังกฤษอย่าง ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิล ได้ทำการเปิดตัวโมเดล Triumph Scrambler 400X สแครมเบลอร์น้องใหม่พิกัด 400 ซีซีโฉมหล่อสุดเท่รุ่นนี้ เดี๋ยวไปดูกันว่าเจ้าสแครมเบลอร์รุ่นนี้มีดีเทลอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษ  ในด้านการดีไซน์เจ้าสแครมเบลอร์รุ่นนี้ ถือว่าถอด DNA มาจากรุ่นพี่อย่าง Scrambler 900 และ Scrambler 1200 ด้วยพร้อมภาพลักษณ์อันโดดเด่น และคาแรคเตอร์ที่พร้อมลุยในทุกเส้นทาง ยังรวมไปถึงคุณสมบัติของรุ่นนี้ ที่มุ่งเน้นการใช้งานได้จริง ไฟท้าย LED ดีไซน์ล้ำสมัย การ์ดแฮนด์ พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ แป้นเบรกเหล็กขนาดใหญ่ ไฟหน้าทรงกลม พร้อมครอบไฟหน้าออกแบบมาอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าทรงกลมพร้อมครอบไฟหน้า การ์ดหม้อน้ำ และการ์ดกันกระแทกอ่างน้ำมันเครื่อง รวมถึงแฮนด์บาร์ที่กว้างพร้อมการ์ดแฮนด์ ที่ค้ำแฮนด์พร้อมแท่นรอง บังโคลนหน้าที่ยาวขึ้น แป้นเบรกเหล็กขนาดใหญ่ และที่พักเท้าแบบยึดเกาะสูง ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลงและกว้างขึ้น ทำให้ได้ตำแหน่งการยืนขี่ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อขี่แบบออฟโรด และคอมพาวด์ของผ้าเบรก ที่ได้รับการปรับปรุงให้ประสิทธิภาพการเบรกได้อย่างมั่นใจ ในทุกสถานการณ์ขับขี่ ถังน้ำมันถูกออกแบบด้วยเส้นลายกราฟิกอย่างสวยงาม เรือนไมล์อนาล็อก-ดิจิทัล LCD ท่อไอเสียปลายคู่ยกสูง เพลทโมเดลอลูมิเนียม นอกจากนี้ ตัวถังน้ำมันยังถูกออกแบบลายกราฟิกด้วยแถบสี Scrambler ที่มาพร้อมกับเส้นสามเหลี่ยม โดยมี 3 สีให้เลือก ประกอบด้วยสี Matt Khaki Green/Fusion White, สี Carnival Red/Phantom Black และสี Phantom Black/Silver Ice เสริมด้วยเบาะหนังแบบ 2 ชิ้น สีน้ำตาล และมือจับคนซ้อน พร้อมกันนี้ตัวรถจะใช้เฟรมใหม่ทั้งหมด รวมถึงซับเฟรมท้ายท่อเหล็กไฮบริดสไปน์และสวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม รวมทั้ง ท่อไอเสียสแตนเลสสองชั้นแบบปลายคู่ยกสูง ในสไตล์รถสแครมเบลอร์มาให้อีกด้วย เครื่องยนต์ TR-Series บล็อกเดียวกันกับเจ้า Speed 400 สำหรับขุมพลังของสแครมเบลอร์ 400 เอ็กซ์ รุ่นนี้ยังคงใช้พื้นฐานเดียวกันกับเจ้า Speed 400 ที่ใช้เพลาข้อเหวี่ยง ถ่วงน้ำหนักเพื่อปรับแรงเฉื่อยให้เหมาะสมกับการขับขี่ในความเร็วต่ำ รวมถึงลูกสูบที่ได้รับการเคลือบ DLC ที่ช่วยลดแรงเสียดทานและยังช่วยให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยเครื่องยนต์เป็นแบบหัวฉีด DOHC สูบเดียว 4 วาล์ว 398.15 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว ให้พละกำลังสูงสุดที่ 40 แรงม้าที่ 8,000 รอบ/นาที และให้แรงบิดสูงสุดที่ 37.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ/นาที พร้อมกับควบคุมด้วยคันเร่งไฟฟ้า กับระบบขับเคลื่อนด้วยเกียร์แบบ 6 สปีด รวมถึงได้รับรองมาตรฐาน Euro 5 อีกด้วย แน่นด้วยระบบช่วงล่าง..สมชื่อสไตล์รถสแครมเบลอร์แบบผู้ดี สำหรับช่วงล่างของเจ้าสแครมเบลอร์รุ่นนี้จะแตกต่างกับโมเดลโมเดิร์นคลาสสิกที่เปิดตัวมาพร้อมกัน โดยตัวโช้คจะมีระยะยุบที่มากขึ้น กับโช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม.มีระยะยุบที่ 150 มม. และโช้คเดี่ยว ซับแทงค์ด้านหลัง ที่สามารถตั้งค่าพรีโหลดได้มาพร้อมระยะยุบที่เท่ากันคือ 150 มม. ซึ่งตอบโจทย์สายลุยได้อย่างแน่นอน ส่วนระบบเบรก  จะใช้ดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหน้าขนาด 320 มม. ปั๊มเบรก 4 พอทแบบเรเดียลเม้าท์ ด้านหลังจะใช้ดิสก์เบรกขนาด 230 มม.พร้อมปั๊มเบรกแบบลอยตัว อีกทั้ง ยังมาพร้อมกับระบบ ABS ช่วยลดระยะการเบรกให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ต่อด้วยล้อแม็กสีดำ หน้า-หลัง ขนาด 19 นิ้ว และ 17 นิ้ว ตามลำดับ เสริมด้วยยางกึ่งทางเรียบ/วิบาก ยางหน้าขนาด 110/90 และยางหลังขนาด 140/80 ฟีเจอร์โดดเด่น ทันสมัย  ในด้านเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก เพื่อส่งมอบสมรรถนะและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ในรุ่นนี้ เปิดตัวด้วยระบบคันเร่งแบบ Ride-by-Wire ระบบควบคุมการลื่นไถล หรือ แทร็กชันคอนโทรล ระบบเบรก ABS แบบ Dual Channel พร้อมจอเรือนไมล์แบบอนาล็อก-ดิจิทัล ช่องชาร์จ USB Type C ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรงบิด ระบบไฟ LED ที่มีมาให้รอบคัน และระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งมาจากโรงงานให้อีกด้วยครับ  สี Matt Khaki Green/Fusion White สี Carnival

Pirelli-เตรียมรุก-MotoGP

Pirelli เตรียมรุกรายการ MotoGP ปี 2024 Pirelli เตรียมรุกรายการ MotoGP ปี 2024 เป็นที่แน่นอนแล้ว โดยเป็นผลจากการเจรจาของ Giorgio Barbier  แต่จะยังเป็นแค่ผู้สนับสนุนยางเพียงผู้เดียวสำหรับรายการ Moto2 และ Moto3 ก่อน หลังจากที่ทาง Dunlop หมดสัญญากับทางผู้จัดอย่าง Dorna Sports แล้ว การรุกในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความตั้งใจและเป้าหมายที่จะเป็นสุดยอดยางของทางแบรนด์ยางอิตาลี ในการพยายามที่จะเข้ามามีส่วนในการแข่งขันจักรยานยนต์ในระดับโลกที่มีผู้ชมมากที่สุด โดยจะเป็นการเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนยางรถแข่งในรุ่น Moto2 และ Moto3 ตั้งแต่ฤดูกาล 2024 หรือฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้ทางค่ายตัว P ยาวค่ายนี้ก็เคยสนับสนุนรายการ WorldSBK มาอย่างยาวนาน และหากท่านติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตท่านก็น่าจะรู้ว่าพีเรลลี่ยังสนับสนุนการแข่งขันอย่าง Formula 1 ที่เทคโอเวอร์ต่อมาจากยางญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2011 ทั้งยังสนับสนุนรายการเวิล์ดแรลลี่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายการอื่น ๆ ที่รอง ๆ ลงมาไม่น้อยกว่า 30 รายการ ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมไปถึงซัพพอร์ตทีมใหญ่ ๆ ใน MXGP เรียกว่าหลากหลายประเภทจริง ๆ อย่างไรก็ดีการสนับสนุนน่าจะยังจำกัดแค่เพียงรุ่น Moto2 และ Moto3 เท่านั้น เนื่องจากสัญญากับทาง Michelin นั้นยังไม่หมด เพราะยางฝรั่งเศสก็เพิ่งจะได้สิทธิ์ต่อมาจากยางบริดจสโตนเมื่อปี 2016 และดีลกันยาวไปถึงปี 2026 ดังนั้นในปี 2027 เราก็คงจะต้องไปลุ้นกันอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร การเข้ามาสนับสนุนยางในรุ่น Moto3 ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคครั้งใหญ่นับตั้งแต่ปี 2012 เลยทีเดียว ส่วนใน Moto2 จะนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นับตั้งแต่มีการเข้ามาสนับสนุนเรื่องเครื่องยนต์ของทาง Triumph นับตั้งแต่ปี 2019 เรียกได้ว่าเป็นการรุกคืบ แต่ก็เป็นการรุกที่กระทบทั้งวงการมอเตอร์ไซค์เลยทีเดียว การที่ Pirelli ได้ไปซัพพอร์ตรายการแข่งรถโปรโตไทป์นอกเหนือไปจากรถโปรดักชันเท่ากับว่าค่ายยางอิตาลีจะมีข้อมูลและประสบการณ์ที่มากขึ้น ทำให้สามารถพัฒนายางรุ่นใหม่ ๆ ออกมาได้ดีมากขึ้น และแน่นอนว่าผู้ใช้อย่างเราก็จะได้ประโยชน์มากขึ้นไปด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!