SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Cyclone RC600 สปอร์ตไซส์เล็กพร้อมวิงก์เล็ตไซส์ยักษ์ Cyclone RC600 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในงาน CIMA Motor ในประเทศจีน กับรถสปอร์ตไบค์ที่มีการออกแบบตามสไตล์ของ MotoGP ซึ่งเป็นดีไซน์ที่กำลังเป็นกระแสแนวโน้มใหม่ในตลาดที่กว้างใหญ่ของประเทศจีนมาพร้อมด้วยวิงเล็ตขนาดใหญ่ ขุมกำลังของเจ้าคันนี้ใช้เครื่องยนต์สองสูบ Parallel-twin ขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 560 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 58.3 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 55 นิวตันเมตรที่ 6,500 ต่อนาที พร้อมถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 15 ลิตร สเปคเบื้องต้น ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบ Up-site Down โช้คอัพหลังเดี่ยว ดิสก์เบรกหน้า-หลังจาก J.Juan พร้อมเทคโนโลยี ABS ในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วยจอแสดงผล TFT รุ่นล่าสุดไฟ LED แบบเต็มระบบรอบคัน อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการยึดเกาะถนนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่ และระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ของ Bosch อีกทั้งมีพอร์ต USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์สมาร์ทโฟน โดยราคาคาดการณ์การวางจำหน่ายจะอยู่ที่ประมาณ 3,700 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 134,000 บาท สำหรับสาวกชาวไทยถ้าสนใจอยากจะขี่เจ้าคันนี้ ก็เตรียมลุ้นได้เลย เพราะพี่จีนรุกตลาดไทยแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

YZF-R9 และ MT-09SP เทียบจุดต่อจุด YZF-R9 และ MT-09SP เทียบจุดต่อจุด วันนี้จะมาเทียบความแตกต่างระหว่าง Yamaha YZF-R9 ที่พึ่งเปิดตัวไปแบบสด ๆ ร้อนเมื่อไม่กี่วันมานี้ และ Yamaha MT-09SP ที่เปิดตัวและวางไปแล้ว ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าทั้งสองรุ่นนี้มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้งคู่ก็มีเครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันอยู่ คือเครื่องยนต์แบบ CP3 ใครที่กำลังลังเลใจว่าจะเอา YZF-R9 หรือ MT-09SP หวังว่าในบทความนี้จะทำให้สิ่งที่คาใจอยู่สามารถหาคำคอบได้ง่ายขึ้น การออกแบบดีไซน์ YZF-R9 : รถสปอร์ตเต็มรูปแบบ (Full-fairing sportbike) มาพร้อมปีกวิงก์เล็ตตามแบบพี่ใหญ่เรือธงของค่ายอย่าง Yamaha R1 ให้กลิ่นอายของความเป็น MotoGP โดยวิงก์เล็ตที่ถูกเพิ่มมานี้ ถูกออกแบบเพื่อการขับขี่ความเร็วสูงบนสนามแข่งหรือบนถนนเปิด มีการออกแบบที่คำนึงถึงเรื่องแอโรไดนามิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องความเร็ว และการควบคุม Yamaha MT-09 SP: เป็นรุ่นพิเศษของ MT-09 ที่อยู่ในสไตล์เนกเกต (Naked bike) ซึ่งออกแบบให้ใช้งานง่ายในเมือง อีกทั้งยังมีความคล่องตัวสูง มีการออกแบบที่เผยให้เห็นตัวเครื่องและโครงสร้างของรถ ให้อารมณ์ความดิบ ๆ สไตล์สปอร์ตเปลือย ขุมกำลังเครื่องยนต์ ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกันแบบ 3 สูบ ขนาดเครื่องยนต์ 890 ซีซี แต่จะมีการปรับจูนที่แตกต่างกัน โดย YZF-R9 : เน้นการจูนให้มีความเร็วสูงสุด และการตอบสนองที่เฉียบคมในรอบสูง สามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้ยาวมากขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการขี่บนสนามแข่ง MT-09SP : เน้นแรงบิดที่สูงในรอบต่ำ และกลาง เพื่อให้ขับขี่สนุกและคล่องตัวในสภาพการจราจรในเมืองหรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน ระบบกันสะเทือน YZF-R9 : โช้คหน้าแบบอัพหัวกลับ KYB ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ ขนาดแกน 43 มม. ระยะยุบ 120 มม. และโช้คอัพด้านหลังก็เป็นของ KYB ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม MT-09SP : โช้คอัพหน้าหัวกลับ KYB Premium ปรับค่าแดมปิ้งได้ทั้ง พรีโหลด รีบาวด์ และคอมเพรสชัน แต่อโนไดซ์กระบอกโช้คสีดำ ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวจาก Ohlins พร้อมซับแทงค์ ฟูลเซ็ตติ้งเต็มระบบ ระบบเบรก ปั้มเบรกด้านบน และด้านล่างของทั้งสองรุ่นนี้ ให้มาเป็น Brembo ทั้งคู่ ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema และด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ย YZF-R9 : จะมีขนาดดิสก์เบรกหน้า อยู่ที่ 320 มม. และ ดิสก์เบรกหลัง 220 มม. MT-09SP : จะมีขนาดดิสก์เบรกหน้า อยู่ที่ 298 มม. และ ดิสก์เบรกหลัง 245 มม. ระบบเบรกของทั้งสองรุ่นนี้เบรกดี ทำงานไว สั่งได้ดั่งใจแน่นอน ท่านั่งในการขับขี่ YZF-R9 : ท่านั่งเป็นท่านั่งแนบกับตัวรถมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับการขับขี่ความเร็วสูงและการขี่ในสนามแข่ง MT-09SP : ท่านั่งเป็นแบบตรงและผ่อนคลายมากกว่า เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางที่นาน ๆ เทคโนโลยี YZF-R9 : กุญแจจะเป็นแบบธรรมดา ระบบช่วยการออกตัว (Launch Control) MT-09SP : ระบบสมาร์ทคีย์ แต่สิ่งที่ทั้งสองรุ่นให้มาเหมือนกันได้แก่ จอกลาง TFT ขนาด 5 นิ้วพร้อมการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน โหมดการขับขี่ 3 โหมด สปอร์ต, Street และ Rain และสามารถปรับแต่งได้เองอีก 2 โหมด และ โหมด Track ที่สามารถเซ็ทค่าการขับขี่ของตัวเองลงไปได้ด้วย ระบบ Engine Brake หน่วยประมวลผล IMU แบบ 6 แกน ราคา YZF-R9 : ราคาคาดการอยู่ที่ 517,000 บาท (ราคายังไม่เปิดจำหน่ายในไทย) MT-09SP :

UBCO 2X2 Hunt Edition รถไฟฟ้าสำหรับคนชอบเข้าป่า เปิดตัวโมเดลใหม่อีกแล้วสำหรับค่ายรถไฟฟ้าผู้เชี่ยวชาญในระบบขับเคลื่อนสามล้อ กับโมเดลใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า UBCO 2X2 Hunt Edition ที่มาในสไตล์พร้อมลุย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตกลางแจ้งในแบบที่หลาย ๆ คนน่าจะชื่นชอบ สำหรับโมเดลนี้ทางค่ายได้ทำงานร่วมกันกับนายพรานและนักเซิร์ฟมือโปรอย่าง Shane Dorian เพื่อให้โมเดลนี้ได้ดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในป่าหรือสถานที่รกร้างห่างไกลจากตัวเมือง ไปตั้งแคมป์ ไปยิงนกตกปลา รับรองว่าดี (แต่บ้านเราต้องดูว่าอย่าไปทำอะไรสัตว์สงวนนะครับ) โดยตัวรถจะมีฟังก์ชันหลาย ๆ อย่างที่ตอบโจทย์การใช้งานในสไตล์ผจญภัยเข้าป่าแบบนายพราน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบฟลัดไลท์กำลัง 2400 ลูเมน ขายึดธนูหรือหน้าไม้ แผงข้างตัวรถสำหรับไว้ติดตั้งอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ช่องใส่ของกลางตัวรถขนาด 12 ลิตร สายรัด ที่วางสัมภาระ รวมไปฟังก์ชันอื่น ๆ อย่างขาจับโทรศัพท์ Peak Design การ์ดเบรก ตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบฮับมอเตอร์แบบไม่มีแปรงถ่านระบายความร้อนด้วยอากาศ อยู่กับล้อที่ให้กำลังสูงสุด 1.7 กิโลวัตต์ 2 ตัว (ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง) เป็นแบบระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากถึง 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีระยะการใช้งานอยู่สูงสุดที่ 120 กม. จากแบตเตอรี่ขนาด 3.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง ใช้เวลาชาร์จนาน 4 – 6 ชั่วโมง ช่วงล่างก็จะเป็นเฟรมแบบสเต็ปทรู ซึ่งเอื้อให้ทางแบรนด์ใช้วางของหรือสัมภาระได้ ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าจะเป็นเทเลสโคปิกและด้านหลังเป็นโช้คคู่สามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าหลังขนาดเท่ากันที่ 200 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบเรเจเนอเรทีฟเบรกกิ้ง ที่ช่วยชาร์จไฟกลับเวลากำเบรก นอกจากนี้เบรกยังทำงานแบบพาสซีฟรีเจเนอเรทีฟเมื่อปิดคันเร่งอีกด้วย ส่วนล้อนั้นจะเป็นล้อขนาด 17 นิ้วหน้าหลังเท่ากันพร้อมยางหนามสำหรับการขับขี่แบบออฟโร้ด เรียกได้ว่าเป็นรถไฟฟ้าที่มีสเป็กและฟีเจอร์ที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ เหมาะกับพื้นที่ทุรกันดารเข้าถึงได้ยาก แต่ราคาอาจจะแรงไปหน่อย โดยรุ่นนี้จะอยู่ที่ 6,499 ดอลลาร์หรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 240,000 โดยที่ยังไม่รวมภาษี อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Automatic Trip เที่ยวเมืองรอง จ.ลพบุรี พร้อมส่งความสนุกต่อเนื่อง กับกิจกรรม “Yamaha Automatic Trip เที่ยวเมืองรอง จ.ลพบุรี” โดยครั้งนี้ทีมงาน Superbike Thailand ได้รับโอกาสดี ๆ จากทางไทยยามาฮ่า ขนทัพออโตเมติกมาให้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นสายแรงอย่าง Max Series พร้อมสายแฟชัน เรียบหรู ดูดีอย่าง F Series ขี่ท่องชมเมืองแลนมาร์คสำคัญ พร้อมลุยเส้นทางธรรมชาติอันซีนแบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน โดยทริปครั้งนี้ แอดเองได้เลือกโมเดล Yamaha Grand Filano Hybrid 2023 พรีเมียมสกู๊ตเตอร์โฉมใหม่ล่าสุด พึ่งปล่อยตัวไปหมาด ๆ มาไม่นาน กับรูปลักษณ์สไตล์ตัวรถที่ดูเรียบหรู ดูดีเหมือนคนขับ พร้อมสีเทาเงางามดูโดดเด่น แถมเบาะลายใหม่สีทูโทนปักเย็บโลโก้แกรนด์ ฟีลาโน่ สีสันสวยงาม ซึ่งหลังจากเตรียมตัวสวมอุปกรณ์และบรีฟเส้นทางขับขี่เป็นเรียบร้อย เริ่มล้อหมุนสตาร์ทออกเดินทางได้ สำหรับแลนมาร์คจุดแรกที่ไปนั้นคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองลพบุรีนั่นเอง โดยสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยโบราณสถานที่มีชื่อเสียงและเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมาย ตั้งแต่ยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมถึงโบราณวัตถุ เครื่องรางและรูปปั้นศิลปะแสดงวิถีชีวิตของคนในสมัยก่อน เมื่อชมความงามโบราณสถานเป็นที่เรียบร้อย ขอขี่แวะถ่ายรูปบริเวณหน้าพระปรางค์สามยอด สถานที่ยอดฮิตอันโด่งดังและเป็นโลเคชันที่สอดคล้องกับสไตล์ตัวรถในเรื่องความย้อนยุค ดูแกรนด์ ล้ำค่าและน่าสะสมไว้ แต่ที่น่าแปลกใจนิดหน่อยก็คือ ไม่เจอแก๊งค์เจ้าถิ่นซะงั้น ซึ่งหลังจากเช็คอินจุดสำคัญของเมืองลพบุรีเรียบร้อยแล้ว ได้เวลาเดินทางสู่เส้นทางธรรมชาติ พาชมวิวอันซีนที่เขาจีนแล ซึ่งในระหว่างการเดินทางก็ขออนุญาติรีวิวเจ้า Grand Filano Hybrid 2023 สำหรับขับขี่ในทริปนี้เลยแล้วกันว่ามันดีอย่างไรบ้าง ขับขี่สบาย ดีไซน์เรียบหรู ดูล้ำสมัย ในจุดแรกกับรูปลักษณ์การดีไซน์ตัวรถที่ออกแบบมาได้สวยงาม ทั้งตัวชุดไฟ ลวดลายและเส้นสายปาดเว้าดูมีระดับ และสะดุดตาด้วยเบาะสีใหม่ มีขนาดกว้าง นั่งสบายสมกับเป็นตัวแกรนด์ รวมถึงฟีลลิ่งท่านั่งขับขี่ รู้สึกว่านั่งขับสบายมาก แถมที่พักเท้ามีขนาดกว้าง สามารถขยับแก้เมื่อยในเวลาเดินทางนาน ๆ ได้ ก็ถือว่าเป็นจุดเด่นที่ทางค่ายได้ออกแบบโดยคำนึงความสะดวกสบายในการขับขี่ใช้งานนั่นเอง แถมตัวรถมีน้ำหนักเบาที่ 102 กก. เท่านั้น บอกเลยว่าขี่ง่าย ใช้งานได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงครับ การันตี ช่วงล่างนุ่มนวล เป็นอีกจุดหนึ่งที่ชอบมาก ๆ สำหรับขับขี่ในทริปนี้เลยก็ว่าได้ กับระบบช่วงล่างของตัวรถ ทั้งระบบกันสะเทือนและระบบเบรกที่ทางค่ายติดตั้งมาให้ ทำให้รู้สึกถึงความนุ่มนวล เบรกหนึบ ถ้าเปรียบให้เห็นภาพเหมือนคุณนั่งบนโซฟานุ่ม ๆ นั่นแหล่ะครับ ฟีเจอร์ พร้อมใช้งาน ต่อด้วยตัวเรือนไมล์ขนาดใหญ่ดีไซน์มาสวยเลยทีเดียว ทั้งหน้าจอดิจิตัล LCD และจอสี TFT ที่ติดตั้งมาให้ อ่านค่าได้ง่าย ฟังก์ชันครบ สามารถเซ็ตทริปเดินทาง ดูเลขไมล์ รอบเครื่องยนต์ เกร์น้ำมัน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน มีครบหมดจบในรุ่นนี้ ยังรวมไปถึงระบบอื่น ๆ ในตัวรถทั้ง ระบบไฟ LED ระบบเบรก UBS ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Start&Stop รวมถึงในรุ่น ABS ทั้งกุญแจคีย์เลท และระบบเบรก ABS ที่ติดตั้งมาให้ เครื่องยนต์บลูคอร์ ไฮบริด ประหยัดน้ำมัน ในด้านสมรรถนะเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริดที่เป็นเอกลักษณ์จากทางค่าย ในพิกัด 125 ซีซี ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่โอเคเลยทีเดียว เครื่องยนต์ปรับจูนใหม่ ให้อัตราเร่งที่ตอบโจทย์ ทั้งรอบต้นและรอบปลาย ขี่สนุก สมูท ไหลลื่น เหมาะสำหรับใช้งาน แถมยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย โดยทริปนี้ใช้ความเร็วไปที่ 80-100กม./ชม. ในระยะทางกว่า 120 กม. มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 52.1 กม./ลิตร หากลองคำนวณคร่าวแล้ว ๆ ถังน้ำมันเต็มถังที่ 4.4 ลิตร สามารถวิ่งทางไกลได้ถึง 229 กม. ทีเดียว กับการเสียค่าน้ำมันไปไม่ถึง 200 บาทถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ หลังจากขับขี่ชมวิวกันไปที่เรียบร้อยแล้ว ขอแวะพักเบรก ดื่มกาแฟเย็น ๆ ที่ Flower House ก่อนเดินทางกลับบ้าน ซึ่งจริง ๆ มีกำหนดการเดินทางไปยังสถานที่อื่นต่อ แต่เนื่องด้วยสภาพฟ้าฝนไม่ค่อยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง บวกกับเวลาจำกัด จึงถือว่าสิ้นสุดภารกิจสำหรับการออกทริปเที่ยวเมืองรอง จ.ลพบุรี ไปโดยอย่างน่าเสียดาย สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณไทยยามาฮ่า พร้อมกับขอบคุณพี่ ๆ เพื่อน ๆ ในวงการ สื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำของประเทศ สำหรับกิจกรรม Yamaha Automatic เที่ยวเมืองรองไปกับ

Honda Africa Twin 2024 ปรับใหม่ทั้งหล่อทั้งแรง สมรรถนะ ความสบายและการใช้งานได้จริงนั่นคือเป้าหมายของ Honda Africa Twin 2024 ที่เพิ่งเปิดตัวมาแบบสายฟ้าแลบจากทางฝั่งอิตาลี ซึ่งครั้งนี้มีการปรับปรุงภายนอกเล็กน้อย ปรับเปลี่ยนในส่วนของเครื่องยนต์ให้มีแรงบิดมากขึ้น และเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าจะต้องตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับเจ้าเรือธงฝั่งแอดเวนเจอร์ของทางค่ายปีกนกนั้นจะแบ่งเป็น 2 โมเดลหลัก ๆ คือ CRF1100L Africa Twin และ CRF1100L Africa Twin Adventure Sports ซึ่งจะได้รับการปรับปรุงแบบเดียวกันในเรื่องของสมรรถนะ ความสบายในการขับขี่และอุปกรณ์พื้นฐานที่มีมากขึ้น โดยจะมีแบ่งแยกย่อยลงไปอีกคือรุ่นเกียร์ธรรมดาที่มาพร้อมกับโช้คธรรมดา และเกียร์ธรรมดากับเกียร์ DCT ที่มาพร้อมกับระบบโช้คปรับไฟฟ้าให้เลือกใช้งานตามกำลังทรัพย์อีกด้ว เครื่องยนต์แรงขึ้น เครื่องยนต์สองสูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำที่มีขนาด 1,084 ซีซีเช่นเดิม แต่มีการปรับปรุงให้มีแรงบิดเพิ่มขึ้นเป็น 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ มากกว่าเดิมและเร็วกว่าเดิมที่ 105 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ โดยที่แรงม้าไม่ได้ลดทอนลงไป คือยังคงอยู่ที่ 102 แรงม้าเท่าเดิม เนื่องมาจากการเพิ่มอัตราส่วนการอัดจาก 10.1:1 เป็น 10.5:1 ทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนจังหวะการทำงานของวาล์ว ระบบไอดีทั้งในส่วนแอร์บ็อกซ์และท่อรับอาการ ระบบไอเสีย ระบบจุดระเบิด และการจ่ายน้ำมัน ให้เครื่องยนต์รองรับมาตรฐาน Euro5+ ซึ่งประหยัดและแรงขึ้นทุกย่านความเร็ว ยังมีในส่วนของระบบไอเสียที่ปรับปรุงภายในปลายท่อไอเสียเสียใหม่ช่วยเพิ่มสมรรถนะ และให้เสียงที่รอบต่ำที่น่าพอใจขณะเดียวกันก็ให้สุ้มเสียงนุ่มลึกเต็มแน่นเมื่อรอบสูงขึ้น รวมไปถึงการปรับปรุงระบบเกียร์ DCT ให้สอดคล้องกับสมรรถนะที่เพิ่มมากขึ้น ตลอดไปจนถึงช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ 1 ไปเกียร์ 2 สมู้ทมากขึ้น CRF1100L Africa Twin / CRF1100L Africa Twin “ES” สำหรับสองโมเดลที่ขึ้นหัวไว้นี้คือโมเดลที่เน้นออฟโร้ดเป็นหลัก โดยจะมาพร้อมล้อขนาด 21 นิ้ว และ 18 นิ้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกเลยทั้ง 2 เวอร์ชัน ทั้งตัวสแตนดาร์ดโช้ค Showa ธรรมดา และตัว ES ที่มาพร้อมโช้ค Showa EER (Electronically Equipped Ride Adjustment) ซึ่งเป็นโช้คปรับไฟฟ้า ก่อนหน้านี้จะมีแต่ในตัว Adventure Sports ซึ่งตัวโช้คไฟฟ้าจะช่วยซับแรงจากถนนในทุกสภาพพื้นผิว รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนค่าสปริงพรีโหลดได้แม้ตอนขับขี่ด้วยการควบคุมที่แฮนด์บาร์ โดยมีโหมดมาให้เลือก 5 โหมด Hard, Mid, Soft, Off-Road และ User ซึ่งควบคู่มากับไรดิ้งโหมด ช่วยให้คุณสามารถปรับอาการของรถให้เหมาะสมกับผู้ขับขี่และเส้นทาง ที่นี้มาพูดถึงส่วนที่เปลี่ยนไปนอกเหนือจากเครื่องยนต์ที่พูดไปข้างต้น โมเดล 2024 จะมีการย้ายไปใช้ล้อซี่ลวดแบบเยื้องที่สามารถใช้ยางทูบเลส หรือไม่ต้องใช้ยางในได้ ซึ่งจะง่ายเวลาปะยาง และเพื่อให้เดินทางไกลได้สบายมากขึ้น มีการปรับแฟริ่งด้านหน้าให้ดุดันยิ่งขึ้น วินด์ชิลด์ด้านหน้าปรับได้มากขึ้นเป็น 5 ระดับ ช่วยให้ได้ทัศนวิสัยและกันลมได้ดีที่สุดตามแต่ความชอบของผู้ขับขี่ CRF1100L Africa Twin Adventure Sports สำหรับโมเดลแอดเวนเจอร์สปอร์ตนั้นจะแตกต่างจากเดิมที่เห็นได้ชัดเจนเลย คือล้อหน้ากลายเป็นล้อ 19 นิ้วกับยางขนาด 110/80 และปรับระยะยุบของโช้คไฟฟ้าลงอีก 20 ม.ม. เพื่อให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่ลื่นไหลแบบสปอร์ตมากขึ้น เหมาะกับการขี่ถนนทางดำมากขึ้นแม้กระทั่งเวลาขับขี่แบบมีคนซ้อนและสัมภาระเต็มพิกัด โดยที่จะไม่เสียความสามารถในการลุยทางดินไป นอกจากนี้เซ็ตติ้งแบบนี้ยังทำให้ศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง ซึ่งช่วยให้คล่องตัวมากขึ้นเมื่อความเร็วต่ำและขาถึงพื้นได้ง่ายขึ้นเวลาจอดรถ และยังมีการปรับปรุงแฟริ่งใหม่ให้แอโรไดนามิกดี มีชิลด์หน้าปรับได้ 5 ระดับ เบาะนั่งเองก็เปลี่ยนใหม่เพิ่มชั้นยูรีเทนและเมื่อบวกกับเบาะที่มีพื้นที่ผิวมากขึ้นอีก 8% ช่วยให้ลดอาการเมื่อยล้าเวลาเดินทางไกลได้ดีขึ้น ส่วนเรื่องของการจำหน่ายนั้นยังไม่มีการเปิดราคาจำหน่ายคาดว่าน่าจะเปิดราคาจำหน่ายอีกทีก็หลังจากงาน Eicma และจะเริ่มจำหน่ายจริง ๆ ในปีหน้าครับ ส่วนบ้านเรานั้นก็น่าจะต้องรอไปอีกพักหลังจากทางยุโรปขายไปซักพักครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoGP ได้เข้ามาสร้างสีสรรและความประทับใจให้กับแฟนๆชาวมอเตอร์สปอร์ตทั้งในต่างประเทศรวมถึงประเทศไทย Repsol Honda เป็นหนึ่งในทีมที่มีแฟนคลับเหนียวแน่น

Ducati Desmosedici GP19 รถแข่ง MotoGP รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Ducati ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการแข่งขัน MotoGP ปี 2019 ที่จะเปิดฉากเรซแรกในศึก QATAR GP ที่สนาม Losail International Circuit ในวันที่ 10 มีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งทาง Ducati ได้เผยโฉม Desmosedici GP19 รถแข่งที่จะใช้ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลปี 2019 ที่จะถึงนี้ จากภาพจะเห็นได้ว่าตัวรถมีการดีไซน์ที่เปลี่ยนไปพอสมควร รวมถึงสีที่เปลี่ยนมาใช้สีแดงเข้มทั้งคัน ( Desmosedici GP18 จะใช้สีแดงส้มตัดกับสีขาว ) เจ้า Ducati Desmosedici GP19 จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1000 ซีซี แบบ V4 4 จังหวะ 16 วาล์วแบบ DOHC พร้อมด้วยชุดท่อไอเสียจาก Akrapovic ซึ่งทาง Ducati เคลมแรงม้าไว้ที่ 250 แรงม้า และสามารถทำความเร็ว Top Speed ได้มากกว่า 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบช่วงล่างยังคงใช้เป็น Öhlins โดยโช้คหน้าเป็นแบบ Upside-down ขนาด 48 มม. โช้คหลัง Öhlins ซึ่งได้รับการพัฒนาใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม มาพร้อมกับระบบเบรคจาก Brembo และล้อฟอร์จน้ำหนักเบาจาก Marchesini อย่างที่เรารู้ๆกันว่ารถแข่ง MotoGP ของ Ducati นั้นขึ้นชื่อเรื่องความแรงและได้เปรียบในทางตรง ก็ต้องมาดูกันว่าเจ้า Ducati Desmosedici GP19 รุ่นใหม่นี้จะยังคงเอกลักษณ์และยังสามารถสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมได้เหมือนรุ่นก่อนหรือไม่ ต้องรอดูกันครับ รับชมข่าวสารอื่นๆของ Ducati คลิก ติดตามเราในแฟนเพจ คลิก