SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Marc Marquez ลั่น “ผมพร้อมทำเพื่อทีม Ducati”

Marc Marquez ลั่น “ผมพร้อมทำเพื่อทีม Ducati” Marc Marquez ลั่น พร้อมล่าแชมป์ให้ Ducati โดยนักบิดแชมป์โลก 8 สมัย ที่เปิดตัวเป็นนักแข่งของทีมโรงงาน Ducati อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้เผยถึงความรู้สึกในการเป็นนักแข่งของทีมแชมป์ 3 สมัยล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP @ducaticorse One vision. 🔴 A Red vision for the 2025 #MotoGP season. Let us introduce the #DucatiLenovoTeam and our new riders Dream Team #Pecco63 and @Marc Márquez #CampioniInPista #Ducati #ForzaDucati @MotoGP™ @ducati @Lenovo ♬ suono originale – Ducati Corse “มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากที่ผมได้มาอยู่ที่นี่ในวันนี้ (งานเปิดตัวทีมแข่งโรงงาน Ducati รายการ MotoGP อย่างเป็นทางการ) เพื่อเปิดฤดูกาลใหม่ของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งผมมองว่านี่เป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดในอาชีพนักแข่งของผม”  “ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พักผ่อนบ้าง แต่ก็มีบางช่วงที่ได้ลงฝึกซ้อม และตอนนี้ผมเองก็รู้สึกว่าผมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการแข่งขันในฤดูกาลใหม่ที่มีความท้าทาย และน่าตื่นเต้น เพราะเราจะได้เริ่มกลับมาทดสอบอีกครั้งสนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย และต่อด้วยบุรีรัมย์” อีกทั้งเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เจ้าตัวได้ตั้งเป้าหมายระยะสั้นของตัวเองไว้ และยังรู้ตัวดีว่าเป้าหมายในการแข่งขันให้กับทีมโรงงานย่อมไม่ใช่เรื่องอะไรอื่น นอกจากการได้โพเดียมในทุกสนามที่ลงแข่งขัน  “ผมตั้งเป้าหมายระยะสั้น ๆ ของผมก็คือการสนุกกับทุกการขับขี่ เพราะผมรู้ดีว่าถ้าผมทำได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะตามมาเอง และอย่างที่ผมเคยพูดไว้หลายครั้งเมื่อคุณอยู่ในทีมโรงงาน เป้าหมายย่อมไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการแข่งขันให้ได้ในทุกสนาม การต่อสู้เพื่อโพเดียม และชัยชนะ และพยายามผลักดันตัวเองให้เป็นตัวหลักในการแข่งขันชิงแชมป์โลก” “เราต้องการทำงานอย่างหนัก และสร้างชัยชนะร่วมกับทีม มันไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าใครในทีมจะชนะ แต่ขอแค่เป็นทีม และทุกคนใน Ducati สุดท้ายแล้วผลการแข่งขันจะเป็นตัวบอกเองว่าเราจะอยู่ตรงไหนในตารางคะแนนในช่วงเวลาที่ผมได้ใช้ร่วมกับทีมจนถึงตอนนี้ ผมเห็นแล้วว่าบรรยากาศการทำงานนั้นยอดเยี่ยมมาก และผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้ขี่ Desmosedici GP อีกครั้ง”  เหล่าสาวกของทีมโรงงาน Ducati สามารถติดตามผลงานการซ้อมรอบสนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และติดตามการแข่งขันนัดเปิดสนาม Thai GP ได้ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ที่สนามช้าง จังหวัดบุรีรัมย์ แฟนคลับเป้กโก้ และมาร์ก เตรียมตัวรอได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Douglas Motorcycle นำเจ้าคุณปู่อายุกว่า 100 ปีมาประมูล

Douglas Motorcycle นำเจ้าคุณปู่อายุกว่า 100 ปีมาประมูล Douglas Motorcycle แบรนด์รถจักรยานยนต์จากประเทศอังกฤษ โดยทางแบรนด์มีอายุแค่เพียง 50 ปีเท่านั้น (ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1907 จนถึงปี 1957) มีฐานการผลิตอยู่ที่ Kingswood เมือง Bristol โดยเป็นเจ้าของโดยตระกูล Douglas และเป็นที่รู้จักโดยเฉพาะจากรถจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์ 2 สูบวางในแนวนอน ซึ่งในปี 2025 นี้หนึ่งในโมเดลของค่ายดักลาสอย่าง Douglas 2 ¾ จากปี 1922 เป็นรถที่เคยใช้งานในช่วงยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เตรียมนำออกมาสู่การประมูลในช่วงเดือนพฤษภาคม 2025 นี้ ซึ่งความพิเศษของรถคันนี้คือการเปลี่ยนแปลงขุมพลังจากรถเครื่องที่ใช้น้ำมันเปลี่ยนมาเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแทน ซึ่งเป็นการดัดแปลงตั้งแต่ปี 1942 หรือเมื่อ 83 ปีที่แล้ว โดยรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าคันนี้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาเนื่องจากการขาดแคลนน้ำมันอย่างมากในช่วงครามโลกสงครามโลกครั้งที่สอง โดยรถจักรยานยนต์คันนี้ถือว่าเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคันแรก ๆ ที่ได้รับการจดทะเบียนในสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับตัวรถ ในเริ่มแรกรถจักรยานยนต์คันนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แบบทวินสูบนอนตามแนวนอน (horizontally-opposed twin-cylinder) แต่ได้ถูกปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าเมื่อปี 1942 โดยเป็นการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 6 โวลต์จำนวน 3 ลูก ซึ่งความเร็วสูงสุดคันนี้ที่ทำได้คือ 18 ไมล์หรือ 28.9 กิโลเมตรต่อชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง โดยแบตเตอรี่ทั้งสามลูกติดตั้งอยู่ภายในเฟรมแบบคานเรียบ (beam frame) ที่มีแผงปิดเรียบง่าย และให้ระดับสมรรถนะสามแบบคล้ายกับโหมดการขับขี่ในรถจักรยานยนต์ที่คุ้นเคยกันในปัจจุบัน โดยเริ่มจากการใช้แบตเตอรี่เพียงลูกเดียวที่ 6 โวลต์ จากนั้นเพิ่มเป็น 12 โวลต์ และโหมดสุดท้ายคือใช้ทั้งสามลูกพร้อมกันที่ 18 โวลต์ เพื่อได้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีมากยิ่งขึ้น ภาพอื่น ๆ ของตัวรถ   ในด้านของรายละเอียดอื่น ๆ ของรถคันนี้ยังถือว่าจัดอยู่ในสภาพเดิมเป็นส่วนใหญ่ แต่ชิ้นส่วนบางอย่างของระบบขับเคลื่อน เช่น เฟืองหลังอาจจะมีการได้รับการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และสำหรับท่านใดที่สนใจ รถจักรยานยนต์คันนี้จะถูกนำมาประมูลสู่สาธารณชนในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ ในงาน Iconic Spring Shuttleworth Sale ที่ Shuttleworth, Old Warden Park, Bedfordshire ประเทศอังกฤษ หรือสามารถเข้าไปรับชมภาพในมุมอื่น ๆ ของตัวรถได้ที่นี่ (คลิ๊ก)  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ducati รุกหนัก

Ducati รุกหนัก ขน 5 รุ่นใหม่เผยโฉมที่ไทยก่อนใครในโลกที่ Motor Expo 2021 ล่าสุด Ducati รุกหนัก ขน 3 โมเดลใหม่เปิดตัวที่ไทยครั้งแรก ก่อนใครในโลกที่งาน Motor Expo 2021 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นำขบวนมาโดย Panigale V2 Troy Bayliss โมเดลพิเศษฉลองตำนานชื่อดัง, Scrambler 1100 Tribute Pro รุ่นพิเศษครบรอบ 50 ปี และ Scrambler Urban Motard  พร้อมกันนี้ยังได้ทำการเปิดตัว 2 โมเดลใหม่อย่าง Diavel 1260 S Black & Steel และ Hypermotard 950 SP พร้อมกับเตรียมแคมเปญและข้อเสนอพิเศษไว้รองรับไบค์เกอร์ที่สนใจจะเป็นชาวดูคาทิสต้าเอาไว้ นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ดูคาติอย่างเป็นทางการในประเทศไทย กล่าวว่า “เพื่อฉลองครั้งแรกของการร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 หรืองาน Motor Expo 2021 จะเป็นครั้งแรกที่ ดูคาติ ประเทศไทย ได้มีโอกาสเจอเหล่าดูคาทิสต้า และพี่ ๆ น้อง ๆ เหล่าไบค์เกอร์ แบบเต็ม ๆ หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งภายใต้คอนเซปต์  “Ducati x Audi Brand Integration”  “เชื่อว่าจะเป็นอีกปรากฏการณ์สำคัญแห่งวงการยนตรกรรมที่น่าจดจำ ทุกคนที่มาบูธของดูคาติในงานนี้จะได้มีความสุขกับสุดยอดแห่งเทคโนโลยีโลกยนตรกรรมพรีเมียมของทั้งแบรนด์ Ducati และ Audi โดยไฮไลท์เด่นของดูคาติ คือ 3 รุ่น Ducati World Premiere 2022 ที่เผยโฉมในไทยเป็นที่แรกในโลก และ อีก 2 รุ่นใหม่ และ 7 รุ่นยอดนิยม จัดมาให้ลูกค้าได้มีอิสระในการเลือกเพื่อนคู่ใจคันใหม่ ไปเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งในเดือนสุดท้ายของปี 2564 เป็นจุดเริ่มต้นของเทศกาลแห่งความสุข ดูคาติ ได้เตรียมข้อเสนอพิเศษและแคมเปญโดนๆ ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์ดูคาติได้อย่างง่ายดายมากขึ้น” มร. มาร์โค บิออนดิ รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของดูคาติประจำตลาดเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ครั้งแรกของงาน Motor Expo ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม ดูคาติ ไม่รีรอที่จะสร้างเซอร์ไพรส์และความคึกคักให้กับวงการยานยนต์ โดยได้นำ Ducati World Premiere 2022 ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองตำนานความสำเร็จระดับโลกของดูคาติ มาเผยโฉมต่อสาธารณชนเป็นที่แรก ก่อนเริ่มวางตลาดทั่วโลกในต้นปีหน้า” เริ่มต้นด้วย Panigale V2 Bayliss 1st championship 20th anniversary ซูเปอร์ไบค์เร้าใจสายสปอร์ตรุ่นฉลองแชมป์ครบรอบ 20 ปี ของนักแข่งชื่อดังอย่าง ทรอย เบย์ลิสส์ มาพร้อมกับลวดลายเดียวกันกับ Ducati 996R ที่เขาใช้คว้าชัย พร้อมยกสมรรถนะของรถไปอีกขั้น ด้วยโช้คอัพ Ohlins ทั้งหน้าและหลัง พิเศษด้วยแผงคออลูมิเนียมสุดหรู และยังคงความพิเศษด้วยการยิงเลเซอร์เลขซีเรียลนัมเบอร์อีกด้วย     ตามมาด้วยโมเดลสำหรับสายลุยฝุ่นกับ Scrambler 1100 Tribute PRO ที่ผลิตขึ้นเป็นรุ่นพิเศษเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี นับตั้งแต่ Scrambler รุ่นแรกเริ่มปรากฏในปี 1971 พร้อมสีพิเศษอย่าง “Giallo Orca” ที่ใช้ใน Model รุ่น 450 Desmo mono และ 750 sport อีกด้วย อีกทั้งทาง Ducati เองยังเลือกใช้ Logo อย่าง Ducati Logo 70S ที่พาเราย้อนกลับไปในสมัยยุค 70 ได้อย่างคลาสสิคและลงตัว ถือเป็นไอคอนโมเดลที่บอกเล่าความสำเร็จของการพัฒนาเทคโนโลยีสองสูบแบรนด์แรกที่วางจำหน่ายในปี 1971 ได้เป็นอย่างดี  พร้อมด้วย Ducati

30 November 2021
Pirelli Diablo Rosso IV Corsa

Pirelli Diablo Rosso IV Corsa ยางถนนตัวใหม่ล่าสุด กับความหนึบแบบยางสนาม ยาง Pirelli DIABLO ROSSO IV Corsa ก็คือยางที่อัปเกรดเพิ่มความดุดันมาจาก DIABLO ROSSO IV ที่เป็นยางซูเปอร์สปอร์ตนั่นเอง โดยมีการพัฒนามาเพื่อนักบิดที่ต้องการยางสมรรถนะสูง ๆ ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานทั้งบนถนนจริงและในสนามได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ล่าสุดค่ายยางตัว P ยาวก็ได้ทำการเปิดตัวยางรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างยาง DIABLO ROSSO IV Corsa ยางไฮเปอร์สปอร์ตสมรรถนะสูงที่ยกระดับของการขับขี่สไตล์สปอร์ตไปอีกขั้น โดยยางรุ่นใหม่นี้จะเป็นยางที่พัฒนามาจากยางชื่อตระกูลเดียวกันแต่ชื่อสั้นกว่า ซึ่งได้สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองนักบิดที่แสวงหาความสุดของการขับขี่ในสไตล์สปอร์ต เพื่อที่จะรีดสมรรถนะของรถของพวกเขาออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นรถสปอร์ต ซูเปอร์สปอร์ต เน็กเก็ด หรือไฮเปอร์เน็กเก็ดไบค์ แต่อย่างใด   ยางรุ่นนี้ตอบโจทย์คนแบบไหน? นักบิดที่หลงใหลในการขับขี่ที่ลื่นไหล ชอบการขับขี่ไปบนถนนที่คดเคี้ยว ลัดเลาะไปตามเทือกเขา ซึ่งก็คือคนที่ต้องการยางที่สามารถรีดสมรรถนะของมอเตอร์ไซค์ของตัวเองออกมาได้มากที่สุด ให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจจากการยึดเกาะขั้นสุด นักบิดที่ลุ่มหลงในการแต่งรถ คนที่ต้องการจะอัปเกรดสมรรถนะและใส่ใจในการแต่งรถของตัวเอง นักบิดกลุ่มนี้จะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อรถของพวกเขา เพื่อให้เหมาะกับสไตล์ของพวกเขาผ่านการเลือกใช้อุปกรณ์คุณภาพสูง ๆ    คุณสมบัติเด่นของยางตัวใหม่นี้ การยึดเกาะที่สูงขึ้นบนพื้นผิวที่แห้ง จากการมีลายดอกยางที่ออกแบบให้มีส่วนที่เป็นหน้ายางแบบเกลี้ยงมากขึ้น ซึ่งให้หน้าสัมผัสที่มากขึ้น พร้อมกับใช้คอมปาวด์ยางที่ล้ำสมัยช่วยเพิ่มระดับของการยึดเกาะให้มากขึ้น ช่วยเพิ่มการตอบสนองและความแม่นยำในการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น มีการออกแบบโครงสร้างด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยช่วยให้ตัวยางสามารถรักษาการยึดเกาะกับความขรุขระขนาดเล็กมาก ๆ ของผิวถนนได้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับขี่จะสามารถจับสัมผัสถึงการตอบสนองได้อย่างแม่นยำและรู้สึกได้ว่ารถอยู่ในการควบคุม สมรรถนะที่คงเส้นคงวาแม้ว่าจะผ่านการขับขี่หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งเป็นไปได้จากลักษณะของลายดอกยางลายสายฟ้าแบบตัด โดยยางจะมีความคงทนต่อแรงเครียดสูง และตัวยางยังรักษาสมดุลทางความร้อนที่เหมาะสมไว้ได้ด้วยการจัดเรียงคอมปาวด์แบบใหม่   ระดับของยาง หลาย ๆ ท่านน่าจะรู้ว่านักแข่งในรายการ FIM Superbike World Championship หรือ WorldSBK สามารถที่จะเลือกยาง DIABLO Superbike ในการแข่งขันได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการเซ็ตรถ นักบิดเองก็ไม่ต่างกัน พวกเขาสามารถที่จะเลือกใส่ยางสไตล์สปอร์ตเพื่อที่จะใช้รีดสมรรถนะของรถตัวเองให้ออกมาได้มากที่สุด ยางตัวใหม่นี้มีระดับของยางอยู่ในกลุ่มยางถนนสมรรถนะสูงของทางพีเรลลี่ เป็นอีกขั้นของ ROSSO IV โดยจะให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะแบบสปอร์ตที่ยอดเยี่ยมทั้งในสนามและบนท้องถนน ซึ่งก็คือให้การยึดเกาะที่องศาการเอียงรถสูง ๆ ซึ่งเหมาะกับการขับขี่ในสนาม และขณะเดียวกันก็ให้การยึดเกาะบนทางเปียกที่ดีและให้อายุการใช้งานที่ยาวนานในแบบที่ยางถนนควรจะเป็น ทั้งนี้ตัวอย่างใหม่นี้จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ในช่วงมกราคมปี 2022 เป็นต้นไป (โดยแต่ละไซส์จะวางจำหน่ายไม่พร้อมกัน ให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่าน) ขนาดยางหน้าที่จะมีจำหน่าย 110/70 ZR 17 M/C 54W TL 120/70 ZR 17 M/C (58W) TL   ขนาดยางหลังที่จะมีจำหน่าย 150/60 ZR 17 M/C 66W TL 180/55 ZR 17 M/C (73W) TL 180/60 ZR 17 M/C (75W) TL 190/50 ZR 17 M/C (73W) TL  190/55 ZR 17 M/C (75W) TL 200/55 ZR 17 M/C (78W) TL 200/60 ZR 17 M/C (80W) TL อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

29 November 2021
Honda ADV350 2022 เปิดตัวเดือด ในวงการสกู๊ตเตอร์..!!

เปิดตัว Honda ADV350 สกู๊ตเตอร์แอดเวนเจอร์ โมเดลใหม่ล่าสุดจากค่ายปีกนก ต้องบอกเลยว่า เป็นโมเดลที่ชาวไบค์เกอร์ หลายๆคนตั้งหน้าตั้งตา รอกันอยู่พักใหญ่ ว่าจะมาหรือไม่มา จะผลิตหรือไม่ผลิต เดากันไปต่างๆนานา ตอนนี้ต้องบอกเลยว่า สยบข่าวลือกันให้หายสงสัย ว่าโมเดลนี้มีจำหน่ายอย่างแน่นอน หลังจากเปิดตัวในงาน Eicma 2021 เรามาดูกันว่า Honda ADV350 มีอะไรบ้าง… ดีไซน์ตัวรถออกแบบมาในคอนเซป สกู๊ตเตอร์แอดเวนเจอร์ สามารถที่ขับขี่แบบสมบุกสมบันได้อย่างสบาย มีลักษณะไฟหน้าใหญ่หล่อ รูปร่างตัวรถคล้ายกับน้องเล็กอย่าง ADV150 และพี่ใหญ่อย่าง X-ADV 750 แต่มีขนาดเครื่องยนต์และแฟริ่งที่พอดิบพอดี มาพร้อมกับแฮนด์บาร์และการ์ดแฮนด์ ดูอวบ หล่อ มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เครื่องยนต์ที่มากับตัวรถยังคงเป็น เครื่องยนต์ ESP+ บล๊อกเดียวที่ใช้อยู่ใน Forza 350 แต่อาจจะมีการปรับจูนกราฟน้ำมันเพียงเล็กน้อย ให้เหมาะสมกับคาแร็คเตอร์ของตัวรถ มาดูที่ช่วงล่างกันบ้างกับโช้คอัพหน้าแบบ Up Side Down และโช้คหลังแบบ SubTank จะดูเหมือนรุ่นน้องอย่าง ADV150 ออกแบบมาให้พร้อมลุยแบบ สมบุกสมบันมากขึ้น ในส่วนของตัวล้อที่ให้ล้อหน้ามา 15 นิ้ว และ ล้อหลัง 14 นิ้ว มาพร้อมกับยางลายดอก ดิสก์เบรกหน้าหลังพร้อมเทคโนโลยี ABS เรือนไมล์ให้มาแบบจัดเต็ม Full LCD มาพร้อมสกู๊ปบังแดด ดีไซน์ให้ความรู้สึกแบบ แอดเวนเจอร์ไบค์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกช่องจ่ายไฟแบบ USB ติดตั้งมาให้จากโรงงาน พร้อมกับ U box เก็บสัมภาระขนาดใหญ่เก็บหมวกกันน็อกได้ 2 ใบ เหมาะสำหรับสายทัวริ่งเดินทาง เอาเป็นว่าสาวก ADV ที่อดใจรอกันมานานก็อดใจรอกันต่ออีกหน่อยไม่รู้ว่าจะเข้าไทยเมื่อไร หรือแอบจอดซุกไว้ที่ไหนซักที่ในโรงงาน ไทยฮอนด้า แล้วก็เป็นได้ หยอกๆ จากที่รวบรวมภาพทั้งหมดมาแล้ว อาจจะไม่สามารถประเมินราคาเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการได้ อาจจะไม่เกิน 2 แสนบาท เดาๆ อย่างเพิ่งเชื่อนะ 5555+ สุดท้ายนี้ก็อดใจรอกันหน่อย ในไม่ช้านี้ เก็บเงินรอได้เลย..!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

23 November 2021
YAMAHA กวาดทุกแชมป์ TOPRAK RAZGATLIOGLU แชมป์โลก WSBK 2021

ค่ายยามาฮ่า กระหึ่มเวทีเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ จากผลงานระดับท็อปของ TOPRAK RAZGATLIOGLU #54 ดาวบิดเติร์ก ที่แท็กทีมต้นสังกัดผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลก หลังผ่านการชิงชัยในนัดส่งท้ายฤดูกาล ที่ มันดาลิกา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศึกซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 สนามสุดท้ายของฤดูกาล ดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บนแทร็กป้ายแดงอย่าง เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย ระยะทางต่อรอบ 4.300 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 2 เรซ ในรายการพิเรลลี่ อินโดนิเซีย ราวนด์ โดย โทปรัค ราซกัตลิโอกลู #54 ดาวบิดเติร์ก สังกัดพาต้า ยามาฮ่า วิท บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค สามารถปิดจ็อบได้ในเรซแรกของการแข่งขัน หลังบิดเข้าเส้นชัยด้วยอันดับ 2 ทว่าเพียงพอที่จะคว้าแชมป์โลกสมัยแรกให้กับตนเอง ก่อนจะส่งท้ายฤดูกาลด้วยการซิ่งจบการแข่งขันอันดับ 4 ในเรซที่ 2 ด้าน อันเดรีย โลคาเทลลี่ #55 เพื่อนร่วมสังกัด บิดจบการแข่งขันด้วยอันดับ 4 และ 8 ตามลำดับจากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้ ยามาฮ่า ผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลกประเภทค่ายผู้ผลิต รวมถึง พาต้า ยามาฮ่า วิท บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค ในประเภททีม ขณะที่ อันเดรีย โลคาเทลลี่ ซิว รุกกี้ ออฟ เดอะเยียร์ ด้าน การ์เรต เกอร์ลอฟ และ จีอาร์ที ยามาฮ่า เวิลด์เอสบีเค ทีม คว้าแชมป์ประเภททีมอิสระ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

23 November 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Yamaha พัฒนาระบบแอนติไดฟ์ หวังยกระดับสมรรถนะ

Yamaha พัฒนาระบบแอนติไดฟ์ หวังยกระดับสมรรถนะ เวลาไม่เคยคอยใคร เทคโนโลยีในสมัยใหม่ก็เช่นกัน เรียกว่าพัฒนากันอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะกับรถในพิกัดเรือธงที่มักจะได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ ล้ำ ๆ ซึ่งบางครั้งก็ถ่ายทอดมาจากสนามแข่ง บางครั้งก็อาจจะได้แนวทางมาจากวงการสี่ล้อ หรือวงการอื่น และตอนนี้ก็มีข่าวออกมาว่า Yamaha พัฒนาระบบแอนติไดฟ์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ของรถให้ดีขึ้นไปอีกระดับ หลาย ๆ คนน่าจะรู้กันดีอยู่ว่านักบิดส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ใช้เบรกหน้ามากกว่าเบรกหลัง แม้ว่าบางเคสบางกรณีอาจจะแตกต่างออกไป แต่อย่างไรเสียคนส่วนใหญ่ก็จะเบรกหน้ามากกว่าเบรกหลังอยู่ดี เนื่องจากว่าเบรกได้ดั่งใจมากกว่าเพราะควบคุมได้ด้วยนิ้วมือ แต่เวลาเบรกหน้าหนัก ๆ นั้นจะทำให้รถเกิดอาการหน้าทิ่ม เนื่องจากโช้คยุบตัวมาก จนล้อหลังลอยขึ้นจากพื้นและนั่นอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย เนื่องจากรถเริ่มสูญเสียการยึดเกาะแล้วนั่นเอง ด้วยเหตุนี้เองยามาฮ่าก็เลยพัฒนาระบบดังกล่าวนี้ขึ้นมา โดยล่าสุดมีเอกสารการจดสิทธิบัตรสำหรับระบบ Active Suspension ขึ้นมา เพื่อลดอาการหน้าทิ่มและหน้าหงาย ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อเบรกหนัก ๆ และเปิดคันเร่งหนัก ๆ นั่นเอง ซึ่งอาการทั้งสองนี้สามารถแก้ไขให้เกิดขึ้นน้อยลงได้ด้วยการปรับเซ็ตช่วงล่าง เช่น การปรับเปลี่ยนสปริง ปรับพรีโหลด และปรับแดมปิ้ง แต่ปัญหาก็คือการเซ็ตอัพแบบนึงก็จะเหมาะกับการขับขี่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้น เช่น การปรับสปริงให้นุ่มก็จะซับแรงได้ดี เหมาะกับถนนที่ไม่สม่ำเสมอ ขรุขระ บัมพ์เยอะ แต่ก็จะไม่ดีกับการขับขี่ที่ต้องการความเร็ว และแน่นอนว่าในทางตรงกันข้ามสปริงที่แข็งขึ้นก็เหมาะกับการทำเวลา การขี่ในสนาม แต่นั้นก็ทำให้รถนั้นไม่นุ่มนวล   และนี่คือความตั้งใจของ Yamaha คือการขจัดปัญหาเหล่านี้นั่นเอง โดยยามาฮ่าระบุว่า เพื่อให้เบรกได้อย่างเหมาะสมและไม่ทำให้ความสบายในการขับขี่นั้นลดน้อยลงเมื่อผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์เบรกกะทันหัน ระบบกันสะเทือนที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยตัวควบคุมจะควบคุมทั้งระบบเบรกและระบบกันสะเทือน และระบบนี้จะมีใช้งานในรถซูเปอร์ไบค์และสปอร์ตไบค์ โดยระบบจะทำงานเมื่อมีการใช้เบรก ตัวควบคุมเบรกจะช่วยสั่งการเบรกทั้งที่ล้อหน้าและล้อหลัง และระบบควบคุมระบบกันสะเทือนก็จะสั่งงานให้โช้คหน้าเพิ่มแดมปิ้งในด้านยุบตัว และเพิ่มสปริงพรีโหลดที่ด้านหน้าด้วย ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มแดมปิ้งในด้านยืดตัวของโช้คหลัง และลดสปริงพรีโหลดที่ด้านหลังด้วย ซึ่งก็จะช่วยป้องกันอาการหน้าทิ่มได้ และกรณีที่เปิดคันเร่งระบบควบคุมระบบกันสะเทือนก็จะทำงานในทางกลับกัน เพื่อป้องกันอาการหน้าหงายนั่นเอง มาถึงตรงนี้แล้วลองคิดดูสิครับว่ารถโปรดักชันระดับหัวเรืออย่าง R1, MT-09 หรือ R6 ได้มีระบบที่ทันสมัยแบบเดียวกันกับรถแข่ง MotoGP มันจะดีขนาดไหน เอ หรือว่า เราจะพึ่งพาเทคโนโลยีกันมากเกินไปนะ แต่ช่างเถอะ มีไว้ก็น่าจะดีกว่าปลอดภัยกว่าอย่างแน่นอน เชื่อผมสิ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

27 May 2024
LAMBRETTA X300 Special

LAMBRETTA X300 Special พิเศษสุดด้วย 4 สีสันใหม่สไตล์ทูโทน แบรนด์สกู๊ตเตอร์ระดับโลกจากประเทศอิตาลี! LAMBRETTA (แลมเบรตต้า) เปิดตัวรถรุ่นล่าสุด Lambretta X300 Special ยกระดับความพิเศษด้วย 4 สีสันใหม่สไตล์ทูโทน พร้อมไฮไลท์ใหม่​ที่แตกต่างจากครั้งไหน ๆ กับสัญลักษณ์ Side panel badge flashes ดีไซน์ใหม่ ที่มีใน X300 Special เท่านั้น! เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สกู๊ตเตอร์จากแลมเบรตต้า นอกจากจะเป็นมรดกอันล้ำค่าที่สืบสานกันมายาวนานกว่าแปดทศวรรษแล้ว ยังคงเป็นการปฏิวัติวงการสกู๊ตเตอร์ด้วยการผสานความคลาสสิกเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน NEW LAMBRETTA ที่แม้จะมีการออกแบบมาให้ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตในปัจจุบันมากขึ้น แต่ก็ยังคงไว้ซึ่ง DNA ความเป็นแบบฉบับเฉพาะตัวของแลมเบรตต้าอย่างชัดเจน ล่าสุดกับการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่! ในชื่อรุ่น X300 Special น้องใหม่ล่าสุด ในตระกูล X-Series ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นพี่ พร้อมยกระดับความพรีเมียมขึ้นอีกขั้น ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น และแตกต่างจากรุ่นที่ผ่านมา เพิ่มอารมณ์ความคลาสสิกที่ผสานความสปอร์ตหรูหรา ด้วยการผสมผสานระหว่างสีสันที่ตัดกันอย่างมีศิลปะบนบอดี้ตัวรถ และการออกแบบลวดลายพิเศษบริเวณฝาข้างพร้อมสติ๊กเกอร์เส้นสายและลวดลายของเลข 300 ที่คาดบริเวณบังโคลนหน้าแบบ Fix fender และยังมาพร้อมช่องลมที่ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อเสริมลุคความสปอร์ตที่โดดเด่น ซึ่งนอกจากจะได้ความเท่ของดีไซน์แล้ว ยังช่วยเสริมสมรรถนะให้อากาศไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น และที่เป็นไ​ฮไลท์ของความสเปเชียลใน X300Special รุ่นนี้ ก็คือสัญลักษณ์พิเศษ​ Side panel badge flashes ดีไซน์ใหม่ ที่เห็นปุ๊บรู้ได้ทันทีว่า นี่แหละ…รุ่นใหม่ที่มีรหัสต่อท้าย ด้วยคำว่า Special! นอกจากนี้ยังคงใส่ใจในทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน เริ่มที่ เครื่องยนต์ LSP (Lambretta Super Performance) ขนาด 275 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ มาพร้อมระบบ Smart Key ที่เพียงแค่พกพาไว้ใกล้ตัวรถ ก็สามารถบิดสตาร์ทได้ทันที และเช่นเคยกับความโดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้ายในระบบ FULL LED กับโคมไฟหน้ารูปทรงหกเหลี่ยม อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นยอดฮิตของแลมเบรตต้า ออกแบบมาให้แฝงโลโก้ไว้ภายใน บ่งบอกตัวตนไว้ได้อย่างชัดเจน ในส่วนของไฟท้ายเรียกได้ว่าเป็นดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะประจำตระกูล X-Series ที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร ให้ความพรีเมียมเหนือระดับ กับดีไซน์ในรูปทรงคริสตัล 7 แท่ง ที่เพิ่มเลเยอร์ในการซ้อนโคมด้านนอกอีกชั้น มาพร้อมกับระบบ IFS (Integrate-Function Signals) ที่ออกแบบให้ทั้ง ไฟเลี้ยว/ไฟฉุกเฉิน/ไฟเบรก build-in อยู่ภายใต้โคมไฟท้ายเดียวกัน และยังมีความปลอดภัยที่มากกว่า ด้วยดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำงานพร้อมกับระบบเบรกแบบ Dual-channel ABS พร้อมการออกแบบท่านั่งขับขี่สกู๊ตเตอร์แบบคลาสสิกตัวตั้งหลังตรง และมีตำแหน่งการวางเท้าถึงพื้นไม่สูงจนเกินไป ด้วยการออกแบบโครงสร้างตัวรถแบบ Low & Long ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ LAMBRETTA มาตั้งแต่อดีต สู่รุ่นปัจจุบัน! สำหรับสีสันของโมเดลใหม่นี้จะมาพร้อมกับ 4 คู่สีสันแห่งความพิเศษได้แก่ – Grey Scuro/Black สีเทาตัดกับสีดำ ขอบคิ้วสีดำ – Yellow Mustard/Black สีเหลืองมัสตาร์ดตัดกับสีดำ ขอบคิ้วสีดำ – White Latte/Black สีลาเต้ตัดกับสีดำ ขอบคิ้วสีดำ – Red Amaro/Whiteสีขาวตัดกับสีแดง ขอบคิ้วสีซิลเวอร์ พร้อมกับราคาเปิดตัวแนะนำขายที่ 157,900 บาท และหากใครที่กำลังสนใจในโมเดลใหม่คันนี้แล้วล่ะก็ อย่าพลาดความพิเศษที่มีให้เฉพาะช่วงเปิดตัวเท่านั้น! เพียงจองผ่านช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์​ https://booking.lambretta.co.th  ตั้งแต่วันนี้ – 5 มิ.ย. 67 ก็รับข้อเสนอสุดพิเศษ! รวมมูลค่ากว่า 6,000 บาท ( Voucher มูลค่า 2,000 บาท ฟรี! ทะเบียนและพรบ. มูลค่า 1,000 บาท ฟรี! ประกันรถหาย มูลค่า 3,000 บาท) และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/lambretta.th และ https://lambretta.co.th อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

23 May 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
X440 Harley-Davidson

X440 Harley-Davidson เชื้อสายอินเดียเผยโฉมแล้ว หลาย ๆ คนที่เป็นแฟน ๆ SuperBikeMag.com มาก็น่าจะได้เห็นข่าว Harley-Davidson X350 และ X500 ที่ผลิตในจีนกันไปแล้ว มาคราวนี้เป็นการเผยโฉมหน้าของเจ้า X440 ซึ่งครั้งนี้ทางค่ายรถจากลุงแซมไปพัฒนาและให้ยักษ์ใหญ่จากอินเดียอย่าง Hero ผลิตให้ เพื่อให้ฮาร์ลีย์เดวิดสันสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักบิดอายุน้อย สำหรับโมเดลนี้ก็จะเห็นได้ว่าไม่ได้หนีไปจากเจ้า X350 และ X500 มากนัก โดยมาในสไตล์ใกล้เคียงกัน โดยจะมาในรูปแบบของโร้ดสเตอร์ที่มีสไตล์แบบย้อนยุค และน่าจะมาพร้อมเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 440 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีแรงม้าที่ราว ๆ 38 ตัวและแรงบิดที่ 30 นิวตันเมตร ซึ่งข้อมูลรายละเอียดตัวสเปกของรถยังไม่มีรายละเอียดอย่างเป็นทางการ ในส่วนของช่วงล่างนั้นตัวรถเลือกใช้เฟรมแบบดับเบิ้ลดาวน์ทูบ ระบบกันสะเทือนด้านหน้ามีโช้คหน้าแบบหัวกลับและด้านหลังเป็นโช้คคู่ ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อม ABS เต็มระบบ โดยล้อน่าจะเป็นล้ออัลลอยขนาด 18 และ 17 นิ้วหน้าหลังตามลำดับ เทคโนโลยีในตัวรถก็จะมีระบบไฟ LED เต็มระบบและอาจจะมีหน้าจอสี TFT ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น สุดท้ายนี้ทางค่ายรถอเมริกันนี้จะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งก็คงต้องติดตามรายละเอียดอย่างเป็นทางการกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

HJC RPHA11 PRO Miles Morales

HJC RPHA11 PRO Miles Morales ลายใหม่ เอาใจสาวกสไปดี้ เปิดตัวลายกราฟิกใหม่เอาใจสาวก Marvel และสไปเดอร์แมนกันอีกแล้วสำหรับหมวกกันน็อกสัญชาติเกาหลีอย่าง HJC RPHA11 PRO Miles Morales ที่เปิดตัวมาใหม่รับกับหนังใหม่อย่าง “Spider-Man: Across the Spider-Verse” นั่นเอง หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักหมวกกันน็อกแบรนด์นี้เป็นอย่างดี แต่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าแบรนด์นี้เป็นหมวกสัญชาติเกาหลี และก็ถือว่าเป็นหมวกกันน็อกที่มีมาตรฐานและได้รับความนิยมเป็นแบรนด์ระดับแนวหน้าของโลกแบรนด์นึง และแนวทางของการออกแบบลายกราฟิกของหมวกค่ายนี้ก็น่าจะถูกใจวัยรุ่นหรือรุ่นใหญ่หัวใจเป็นเด็กไม่น้อยหลังจากที่ทยอยออกหมวกลายกราฟิกที่มาจากหนังหรือการ์ตูนเรื่องดังหลายเรื่อง มาโดยตลอด แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งลวดลายกราฟิกแบบอื่น ๆ หรือการพัฒนาในเรื่องคุณภาพไป ล่าสุดกับลวดลาย Miles Morales กับสไปเดอร์แมนในเวอร์ชันของเด็กหนุ่มผิวสีที่น่าจะถูกใจสาวกสไปดี้ไม่น้อย มาพร้อมกับแพ็ทเทิร์นตาข่ายใยแมงมุมสีแดงบนลายตารางหกเหลี่ยมสีดำพร้อมดวงตาขนาดใหญ่ตามแบบของสไปเดอร์แมนบริเวณช่องลมด้านบน ทั้งยังมีโลโก้แมงมุมตามแบบสไปเดอร์แมนที่ด้านหลัง และมีโลโก้ RPHA ของตระกูลหมวกรุ่นนี้ไว้ที่ด้านข้างของตัวหมวก ซึ่งถือว่าลงตัวดีทีเดียว มาถึงเรื่องของสเปกตัวหมวกกันบ้าง ๆ เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะพอรู้แล้วว่านี่คือหมวกเต็มใบสำหรับสายสปอร์ตระดับท็อปของทางค่ายที่สามารถใช้ใส่ขับขี่ในสนามแข่งได้สบาย ๆ ตัวหมวกทำด้วยวัสดุไฟเบอร์หลายชนิด PIM Plus ซึ่งซับแรงกระแทกได้ดี รูปทรงหมวกยังมีการออกแบบตามหลักแอโรไดนามิก ออกแบบช่องลมต่าง ๆ ให้ช่วยระบายอากาศได้ดี ขณะที่ด้านในเองก็มีซับในหมวกที่มาพร้อมเทคโนโลยี MultiCool ที่ไม่เพียงแต่ใส่แล้วดูดซับเหงื่อได้ดีขณะเดียวกันก็แห้งไว ช่วยลดการเกิดและเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่จะเกิดขึ้นเวลาอับชื้น ทำให้ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ อีกทั้งยังนำไปซักได้ และสำหรับชิลด์หมวกเองก็มีนวัตกรรมเฉพาะชื่อว่า RapidFire II ที่ช่วยให้สามารถถอดชิลด์ออกมาทำความสะอาดหรือเปลี่ยนได้ง่ายและรวดเร็ว พร้อมกันนี้ยังมีพินล็อกกันฝ้ารุ่น Max Vision มาให้อีกด้วย งานนี้ใครชื่นชอบก็เก็บเงินรอกันได้เลย ตัวแทนจำหน่ายในไทยนำเข้ามาจำหน่ายกันอย่างแน่นอนครับ แต่ราคาก็อาจจะแรงนิดหน่อย แต่เรื่องคุณภาพบอกเลยว่าปลอดภัยได้มาตรฐานอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

XO Papio Trail

XO Papio Trail จิ๋วแจ๋วพร้อมลุยจากค่ายมังกรฟ้า เรียกว่าดีไซน์ดีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรสำหรับค่ายมังกรฟ้า CFMoto ค่ายรถสัญชาติจีน ที่ก็มีตัวแทนจำหน่ายในบ้านเราด้วย แต่ก็เงียบหายไปนานเลย แต่เรื่องของบ้านเราเอาไว้ทีหลัง เรามาติดตามข่าวล่าสุดกันก่อน ซึ่งไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะเปิดตัวโมเดลใหม่จิ๋วแจ๋วพร้อมลุยในชื่อว่า XO Papio Trail สแครมเบลอร์ร่างจิ๋วที่มีต้นแบบเดิมเป็นรถในชื่อเดียวกันแค่ตัดคำว่าเทรลต่อท้ายออกเท่านั้น   โดยตัวรถจะมาในสไตล์ของสแครมเบลอร์ผสมผสานเข้ากันกับเรโทรในทุก ๆ รายละเอียด ให้สมกับเป็นมินิสแครมเบลอร์ แถมยังโดดเด่นไม่เหมือนใครโดยเฉพาะในของปลายท่อไอเสียปลายเดี่ยวที่ยกสูงขึ้นไปอยู่ใต้เบาะแบบแนบเนียน ทว่ายังมีส่วนอื่น ๆ ที่เตะตาไม่แพ้กัน เช่น ไฟหน้าทรงกลมคู่พร้อมดีไซน์ด้านในแบบไม่สมมาตร ไฟท้าย LED ทรงกลมที่มีตะแกรงคาดดูลุย ๆ เท่ไปอีกแบบ ถือว่าดีไซน์มาได้หล่อดีทีเดียว ส่วนเรื่องของเครื่องยนต์นั้นตัวรถจะมาพร้อมขุมพลังแบบสูบเดียว 125 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 9.39 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดที่ 8.3 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ขับเคลื่อนผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด เคลมท็อปสปีดสูงสุดมาที่ 90 กม./ชม. โดยมีถังน้ำมันขนาดความจุ 7 ลิตรเป็นแหล่งพลังงาน ช่วงล่างนั้นด้านหน้าจะเป็นโช้คเทเลสโคปิกธรรมดา ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวและกระเดื่องทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ส่วนล้อจะเป็นล้อขนาด 12 นิ้วเท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รัดด้วยยางแบบกึ่งพร้อมขี่ได้ทั้งทางดำและทางฝุ่น ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) ส่วนเรื่องการจำหน่ายยังไม่มีการระบุราคา แต่ราคาน่าจะไม่แรงมากแน่นอนเนื่องจากเป็นรถในพิกัดเริ่มต้นและไม่ได้มีอ็อปชันอะไรมาก ทว่าบ้านเรานั้นอาจจะไม่มีการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!