SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars
ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน!
ดูใน YouTube

2025 Yamaha YZF R9 ขี่ง่าย พร้อมออฟชั่นจัดเต็ม 2025 Yamaha YZF R9 เผยโฉมแล้วอย่างเป็นทางการ รถในตระกูล R-series สปอร์ตไบค์จากค่ายซ้อมเสียง ‘Yamaha’ สปอร์ตฟูลแฟริ่ง 3 สูบ เครื่อง CP3 ปรับจูนใหม่ เกียร์ 6 สปีด ดีไซน์การออกแบบที่เน้นความคล่องตัว เบา ขี่ง่ายพร้อมออฟชั่นจัดเต็ม ปีกวิงก์เล็ต เพิ่มกลิ่นอายของความเป็น MotoGP ตามรอยพี่ใหญ่ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้อย่าง Yamaha YZF R1 ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน โดยมีหลักการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ช่วยในเรื่องของ Aero dynamic ในส่วนของช่วงล่างเรียกได้ว่า YZF R9 ที่เปิดตัวใหม่นี้ให้มาแบบจัดเต็มโดยระบบกันสะเทือนด้านหน้าให้โช้คอัพแบบ Up Side Down จาก KYB ที่สามารถปรับได้อย่างเต็มระบบ ตามสไตล์การใช้งานของผู้ขับขี่ พร้อมปั้มเบรก Brembo Stylema 4 พอต ตัวจบยอดนิยมที่ใส่กันในรถระดับรถซูเปอร์ไบค์ ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหลัง มีกระปุก Sub tank สามารถปรับได้ นิ่ง หนึบ เอาอยู่ทุกสถานการณ์ หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบ ดูง่าย สบายตา ไม่เพียงแค่นั้นรถคันนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชัน Y-TRAC สีสันที่วางจำหน่าย Icon Blue (สีน้ำเงิน) Tech Black (สีดำ) โมเดลใหม่ที่เปิดตัวมานี้หวังว่าจะถูกใจแฟน ๆ ตระกูล R-Series ไม่น้อย โดยจะเริ่มทำการตลาดทางฝั่งทวีปยุโรปก่อน สำหรับสเปคละเอียดของ Yamaha YZF R9 แฟน ๆ อดใจรอนิดเดียวเดี๋ยวมาแน่ ติดตามได้เลยทาง Superbike Thailand อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Moto Morini Calibro 700 รถอิตาลี แต่เครื่องไชนีส โมโตโมรินี แบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่จากประเทศอิตาลี ที่ตอนนี้ถูกพัฒนาโดยประเทศจีน ได้ทำการเปิดตัว Moto Morini Calibro 700 ครุยเซอร์ไบค์ขนาดกลางที่มาพร้อมความคล่องตัว และความทนทาน ซึ่งพร้อมจำหน่ายในยุโรปแล้ว โดยเปิดตัวมาทั้ง 2 รุ่นทั้งตัวธรรมดา และรุ่น Gagger ที่มาพร้อมปี๊บสองข้างซ้ายขวาเอาใจไบค์เกอร์สายออกทริป เครื่องยนต์พัฒนาใหม่ หล่อ คล่องตัวทุกสถานการณ์ เพลทโลโก้ด้านข้างถังน้ำมัน ไฟแบบ Full LED สว่างชัด ทุกการมองเห็น เบาะนั่งแบบสองตอน สบายทั้งคนขี่ และคนซ้อน ช่องเสียบ USB ด้านข้างตัวรถ กระเป๋าข้างขนาด 19 ลิตร (เฉพาะรุ่น Bagger) ชิลด์หน้าดีไซน์ Batwing สไตล์รถอเมริกัน (เฉพาะรุ่น Bagger) Moto Morini Calibro 700 ข้อมูล และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ Parallel-twin ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 693 ซีซี ระบบวาล์ว DOHC 8 วาล์ว แรงม้า (เคลม) 68 แรงม้าที่ 6,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 67.7 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83 x 64 มม. อัตราส่วนการอัด 11.6 : 1 ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ขนาดแกน 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพด้านหลังแบบคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมปั้มเบรกแบบ 2 พอต ขนาด 320 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมปั้มเบรกแบบ 1 พอต ขนาด 225 มม. ยางหน้า 130/70-R18 ยางหลัง 180/65-R16 กว้าง X ยาว X สูง 860 x 2220 x 1190 มม. ระยะฐานล้อ 1,490 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 140 มม. ความสูงเบาะ 718 มม. ความจุถังน้ำมัน 13 ลิตร น้ำหนักรถ 199.5 กิโลกรัม เทคโนโลยี ระบบเบรกความปลอดภัย ABS Traction Control ระบบไฟ LED รอบคัน ช่องชาร์จไฟ USB-Type A เรือนไมล์อนาล็อก + LCD สีสันที่วางจำหน่าย Fire Red (สีแดง เฉพาะรุ่น Standard) Shark Grey (สีเทา เฉพาะรุ่น Standard) สีดำ (เฉพาะรุ่น Bagger) โดยราคาวางจำหน่ายของ Calibro 700 อยู่ที่ $5,999 ดอลล่าร์เหรียญสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 201,000 บาท และ Calibro 700 Bagger อยู่ที่ $6,799 ดอลล่าร์เหรียญสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ

Haruki Noguchi นักแข่งหนุ่มมากฝีมือ เสียชีวิตแล้ว เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 สิงหาคม 2563 Haruki Noguchi นักแข่งหนุ่มชาวญี่ปุ่นมากฝีมือได้เสียชีวิตลงแล้ว หลังจากเกิดอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขันในรายการ FIM Asia Road Racing Championship 2023 สนามที่ 4 ที่ Pertamina Mandalika International Circuit โค้ง 10 ในแล็ปที่ 4 รุ่น Asia Superbike 1000cc จนต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่ศูนย์การแพทย์ของสนามก่อนจะย้ายไปรักษายังโรงพยาบาล Public Hospital of Nusa Tenggara Barat ในท้องถิ่น และแม้ทีมแพทย์และพยาบาลจะพยายามอย่างสุดความสามารถก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของเขาไว้ได้ ประวัติ ฮารุกิ โนกุจิ เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2001 จังหวัดนาระ ประเทศญี่ปุ่น 2017 Asia Talent Cup อันดับ 2 2018 Asia Talent Cup อันดับ 2 และ All Japan Road Race Championship รุ่น J-GP3 อันดับ 12 2019 Red Bull Rookies Cup อันดับ 3 และ FIM CEV Repsol International อันดับ 15 2020 All Japan Road Race Championship รุ่น ST600 อันดับ 14 2021 All Japan Road Race Championship รุ่น ST600 แชมป์เปี้ยน 2022 FIM Asia Road Racing อันดับ 2 2023 FIM Asia Road Racing ยังไม่จบการแ่งขัน ถือเป็นเรื่องน่าเศร้ามาก ๆ สำหรับวงการมอเตอร์สปอร์ตเลยทีเดียว ทางทีมงาน SuperBike Thailand ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของฮารุกิ โนกุจิมา ณ ที่นี้ด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

LAMBRETTA G350 พร้อมส่งมอบลูกค้าแล้ววันนี้ Lambretta G350 พร้อมส่งมอบลูกค้าแล้ววันนี้ เจ้านี่คือรถสกู๊ตเตอร์สุดคลาสสิกที่หลายคนเฝ้ารอคอย ถือเป็นสกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมียมในสไตล์คลาสสิกที่คงเอกลักษณ์ DNA ความเป็นแลมเบรตต้าเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ออกแบบผลงานภายใต้คอนเซปต์ “The Masterpiece of Italian Design” กับการรังสรรค์ขึ้นมาในผลงานแบบงานฝีมืออย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียด ดุจงานศิลปะอันล้ำค่าที่คุณสามารถพาออกไปโลดแล่นบนท้องถนน คุณกวิน ร่วมใจพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ แลมเบรตต้า ประเทศไทย เผยว่า “ สำหรับ G350 ที่เราได้ทำการส่งมอบให้แก่ลูกค้ากันในวันนี้ จะเข้ามาเป็นรุ่นพี่ใหญ่สุดในตระกูล G โดยในรุ่น G350 แม้จะคงไว้ในความคลาสสิกที่เน้นดีไซน์ตามแบบฉบับ DNA ดั้งเดิมของทางแลมเบรตต้า แต่มาในสมรรถนะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและตอบโจทย์กับการใช้งานในปัจจุบันครับ นอกจากนี้ยังไม่ใช่แค่รถสกู๊ตเตอร์เท่านั้น แต่เปรียบเสมือนกับผลงานศิลปะแห่งยานยนต์ระดับมาสเตอร์พีซ ซึ่งเป็นผลงานการประกอบด้วยมือหรือ Craftsmanship ที่เรียกได้ว่ามีความพิถีพิถันในรายละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อให้สมกับการรอคอยของผู้ที่จะได้ครอบครองครับ” สำหรับโมเดลนี้เปิดตัวครั้งแรกพร้อม ๆ กับรุ่น X300 ในโอกาสฉลองครบรอบ 75 ปี เมื่อปีที่ผ่านมา ในงาน Milan Design Week 2022 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี มีความพิเศษอยู่ที่การออกแบบซึ่งใส่ใจพิถีพิถันกับทุกองค์ประกอบ โดยยังคงรักษา DNA แห่งดีไซน์เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ รวมถึงรายละเอียดของวัสดุชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ ถูกคัดสรรกลั่นกรองเพื่อรังสรรค์ผลงานที่ดีที่สุด รวมไปถึงเครื่องยนต์ที่ให้สมรรถนะที่สมบูรณ์แบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เปรียบประหนึ่งผลงานชิ้นเอกของศิลปินที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณไว้ในรายละเอียดทุก ๆ ขั้นตอน ซึ่งทั้งหมดข้างต้นนี้จะทำให้ผู้ที่หลงใหลในความคลาสสิกรู้สึกดื่มด่ำไปกับสุนทรีย์แห่งการขับขี่ ดุจการขับเคลื่อนสกู๊ตเตอร์แห่งความภาคภูมิใจ เคลื่อนไหวไปให้ผู้คนได้เสพศิลป์กับชิ้นงาน Masterpiece แห่งดีไซน์จากอิตาลี ในส่วนของรายละเอียดตัวรถนั้นจะใช้ขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 330.1 ซีซี 4 จังหวะ 1 สูบ 4 วาล์ว พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ โดดเด่นด้วยการออกแบบโครงสร้างตัวรถแบบ Low & Long เอกลักษณ์ของทางค่ายมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมบอดี้ตัวรถเหล็กแกร่งแบบเฟรมโมโนค็อกที่เพิ่มความพิเศษดีไซน์ให้บริเวณข้างถังทั้งสองข้างสามารถถอดแยกชิ้นได้ เพื่อให้ง่ายต่อการเซอร์วิส รวมไปถึงการคัสตอมแต่งรถในสไตล์ต่าง ๆ ก็สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย และแม้ว่าตัวรถจะยังคงดีไซน์สไตล์คลาสสิกตามแบบฉบับทางค่าย ทั้งช่องแตรหรือที่ชาวแลมเบรตติสต้าเรียกกันว่าจมูกหมู รวมไปถึงบังโคลนแบบคงที่หรือ Fix Fender และไฟหน้าดีไซน์หกเหลี่ยม พร้อมระบบไฟ LED เต็มระบบ ไม่เพียงให้ความสว่างในการขับขี่ ยังเพิ่มเติมในส่วนของเทคโนโลยีทันสมัยมากับหน้าจอเรือนไมล์แบบ TFT ที่ให้สีสันคมชัดที่ปรับระดับแสงหน้าจอได้ และมีเซ็นเซอร์ที่สามารถปรับหน้าจอจากโหมดหน้าจอสว่างสำหรับกลางวัน (Day) เป็นหน้าจอมืดสำหรับกลางคืน (Night) เมื่อตั้งค่าหน้าจอที่โหมดอัตโนมัติ (Auto) พร้อมฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อบลูทูธ ที่สามารถโชว์เบอร์สายเรียกเข้าบนหน้าจอ และในส่วนของเทคโนโลยีการขับขี่ที่สามารถควบคุมบาลานซ์ของตัวรถได้เป็นอย่างดี ด้วยการออกแบบระบบช่วงล่างในชุดกันสะเทือนหน้าแบบ Double Arm-Link ที่ถอดแบบดีไซน์เอกลักษณ์จากตำนานของแลมเบรตต้ามาไว้ในรุ่นนี้กับสมรรถนะที่พัฒนามาใหม่ให้มีความสมู้ทมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับยางติดรถจากแบรนด์อิตาลีอย่าง Pirelli ยึดเกาะพื้นถนนให้ความปลอดภัยเหมาะกับการขับขี่ในเมืองไทย และเพิ่มความมั่นใจกับระบบดิสก์เบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ทำงานพร้อมกับระบบเบรกแบบ Dual-channel ABS สำหรับโมเดลนี้มีจำหน่ายในไทย 3 สีสันสุดพรีเมียม ได้แก่ FRESCO RED (สีแดง/เบาะแดง), LUSTRO WHITE (สีขาว/เบาะส้ม) และ SCURO BLACK (สีดำ/เบาะส้ม) ในราคาเปิดตัวสุดเซอร์ไพรส์ ที่ 215,000 บาท เริ่มส่งมอบรถตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากใครที่สนใจก็สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://Lambretta.co.th หรือ สามารถมาสัมผัสกับตัวจริงของ G350 ได้ที่โชว์รูมแลมเบรตต้าทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bilmola x Initial D คอลแล็บฯ กันเปิดตัวหมวกใหม่สุดเท่ ล่าสุดหมวกกันน็อกแบรนด์ไทยมาตรฐานสากลอย่างบิลโมลาทำการเปิดตัวหมวกใหม่ได้ใจสายซิ่งอีกแล้วหลังจากที่ Bilmola x Initial D คอลแล็บฯ กันเปิดตัวหมวกกันน็อกลายพิเศษจำนวนจำกัดเพียงลายละ 866 ใบ ภายใต้ลิขสิทธิ์แท้ ๆ จากทาง Shuichi Shigeno / Kodansha Ltd. ประเทศญี่ปุ่นโดยตรง โดยหมวกดังกล่าวจะมีพื้นฐานมาจากหมวกรุ่น Rapid RSLT เป็นหมวกรุ่นใหม่ที่ได้รับมาตรฐาน ECE 22.06 ที่เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดของทางยุโรป การันตีเรื่องความปลอดภัยว่าไว้ใจได้ โดยตัวหมวกจะให้ชิลด์ดำและแถมชิลด์ใสมาให้ด้วย ถูกใจคนใส่ ถูกกฎหมายไม่ต้องกังวลเรื่องโดนจับ และมาพร้อมสายรัดคาง DD Ring แบบเดียวกับหมวกกันน็อกที่นักแข่งใส่กันการันตีความปลอดภัยไม่หลุดได้ง่ายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังเปิดตัวเสื้อยืดสุดเท่พร้อมกันไปด้วยอีก 3 ลายให้เลือก ได้แก่ ลาย AE86 ลาย RX-7 FC3S และ RX-7 FD3S มาเป็นชุดให้สาวกได้เก็บเข้าคอลเล็กชัน ใส่ก็เท่ สะสมก็ดีงามพระรามเก้า ทั้งนี้หมวกกันน็อกเปิดตัวที่ราคาใบละ 3,680 บาท และเสื้อยืดตัวละ 990 บาท โดยจะวางขายประมาณวันที่ 30 กันยายน 2566 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามตัวแทนจำหน่ายหมวกกันน็อกบิลโมลาใกล้บ้านคุณได้เลยครับ บอกเลยช้าหมดอดแน่นอน ของเท่ ๆ แบบนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทาง Yamaha กำลังเตรียมที่จะส่งชุดอุปกรณ์การอัปเกรดให้แก่ YZR-M1 ของ พ่อหมอ Valentino Rossi หลังจากที่พ่อหมอ Valentino Rossi ได้ออกมาโชว์ลวดลายและฟอร์มอันร้อนแรงไปเมื่อสัปดาห์ก่อนในการแข่งขันที่สนาม Silverstone นั้นก็ได้ออกมาบอกว่าทางทีมโรงงานกำลังส่งชุดอุปกรณ์อัปเกรดให้กับรถของเขาหลังจากที่ขอมาแล้วเป็นเวลากว่าสองปี!! โดยพ่อหมอของเราได้กล่าวว่า “Yamaha นั้นกำลังเริ่มทำสิ่งที่ฉลาด เช่นอัตราการเร่งและระบบไฟฟ้าเพื่อจัดการกับยางด้านหลังให้ดีขึ้น” “นี้เป็นสิ่งที่ผมร้องขอมาแล้วเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบเลยก่อนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา” “เราอาจจะสามารถปรับปรุงและแข่งขันได้อย่างดีขึ้นในปลายปีนี้และปีหน้า” “เราได้พัฒนาขึ้นมาบ้างแล้วแต่ยังเหลือหนทางอยู่อีกยาวไกล” Rossi กล่าวเพิ่ม นอกจากนั้นพ่อหมอ Rossi ยังกล่าวถึงอุปกรณ์อัปเกรดอีกชิ้นนึงด้วยที่เขาได้เคยร้องขอไปยังทาง Yamaha คือสวิงอาร์มแบบคาร์บอนที่ตอนนี้ยังคงใช้เป็นแบบอลูมิเนียม โดย Rossi ได้กล่าวเกี่ยวกับการมาของสวิงอาร์มแบบคาร์บอนเอาไว้ว่า “ผมยังไม่แน่ใจว่าจะได้เห็นสวิงอาร์มใหม่นี้เมื่อไหร่ แต่ผมก็คิดและหวังว่าจะไม่ต้องรอนานหนักในการที่จะได้เห็นมัน” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

หลังจากที่ ซูซูกิ ประกาศศักดาในการคว้าแชมป์ การแข่งขันรายการรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการที่ใหญ่ที่สุดอย่าง MotoGP สนามที่ผ่านมา ณ สนาม ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ ซึ่งในปีนี้ ซูซูกิ ได้แชมป์รายการ MotoGP นี้ ถึง 2 สนาม และสามารถขึ้นโพเดียม รวม 7 สนาม จากการแข่งขัน 12 สนามที่ผ่านมา ในปี 2019 เส้นทางการกลับมาสู่สังเวียน MotoGP ครั้งนี้เป็นอย่างไร ติดตามกันได้เลย ซูซูกิ ได้กลับเข้ามาร่วมในการแข่งขันรายการรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP ในปี 2015 ภายใต้ทีมโรงงาน นามว่า Team Suzuki Ecstar ที่ได้ผู้จัดการทีมที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องอย่าง ดาวิเด เบริโว่ มานั่งแท่นบริหาร และจัดการทีม พร้อมทั้งทีมงานคุณภาพจากที่ต่างๆ มารวมตัวกัน เพื่อสร้างโปรเจคที่ทุกคนรอคอย กับการเป็นจ้าวแห่งสนามแข่งอีกครั้ง โดยครั้งนี้ ซูซูกิได้กลับมาพร้อมกับ รถจักรยานยนต์สูตรเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ ซึ่งรหัสความแรงในครั้งนี้คือ GSX-RR ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ ขนาด 1,000 ซีซี ที่นำเทคโนโลยีอันล้ำสมัย มาบรรจุ เพื่อให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่แรง และล้ำสมัยที่สุด แต่ละชิ้นส่วนที่สุดยอด ถูกนำมาคัดสรร ทำให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่ทำความเร็วได้มากกว่า 340 กม./ชม. ในเวลาไม่กี่วินาที อีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบาเพียง 157 กก. เท่านั้น แต่มีความทนทานเป็นเยี่ยม ซึ่งทำให้สามารถคว้าแชมป์กลับมาครองได้ ในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ต่อมาในปี 2017 ซูซูกิ ได้เรียกเสียง ฮือฮา ด้วยการเซ็นสัญญากับ 2 นักแข่งใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนักแข่งดาวรุ่งจาก Moto2 อย่าง อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 ที่กำลังเป็นที่จับตามอง อีกทั้งยังพัฒนา ซูซูกิ GSX-RR ให้ทรงประสิทธิภาพขึ้นไปอีก ซึ่งในปี 2018 นั้น 2 นักแข่งจาก Team Suzuki Ecstar สร้างปรากฏการณ์ ขึ้นโพเดียมถึง 9 ครั้ง จาก 17 สนาม ซูซูกิ ยังคงไม่หยุดความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสมรรถนะ ของ GSX-RR และก้าวขึ้นเป็นจ้าวแห่งสนามแข่ง ด้วยการเซ็นสัญญานักแข่งดาวรุ่ง เข้ามาร่วมทีมอย่าง โจน เมียร์ เจ้าของหมายเลข 36 มาเสริมความแกร่ง ให้กับ Team Suzuki Ecstar ปี 2019 และเพียง 3 สนามเท่านั้น ซูซูกิ ก็แผลงฤทธิ์ อเล็กซ์ รินส์ ได้ระเบิด ฟอร์มการขับขี่ GSX-RR อย่างร้อนแรงคว้าแชมป์ที่สนาม เรดบูล กรังด์ปรีซ์ ออฟ อเมริกา อีกทั้ง ยังขึ้นโพเดียมในอันดับที่ 2 ในสนามถัดมาที่ Jerez พร้อมทำคะแนนการแข่งขัน อยู่ในกลุ่มผู้นำ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุดคว้าแชมป์ที่สนาม ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ อีกครั้ง อย่างเร้าใจ แบบสุดมันส์ ทำให้คะแนนรวม ณ ปัจจุบันเป็นอันดับที่ 3 ในขณะนี้ ซึ่งนับว่าเป็นการประสบความสำเร็จไปอีกขั้นแบบก้าวกระโดด จากผลงานทั้งหมดที่ผ่านมา โดยใช้ระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี ก็คว้าแชมป์ และโพเดียมมาครองอย่างมากมาย และเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ทำให้มีสาวกซูซูกิ และแฟนคลับของ อเล็กซ์ รินส์เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ในปีนี้ยังเหลือ อีก 7 สนาม ซึ่ง 1 ในนั้นคือ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่ประเทศไทยนั่นเอง เรามาดูกันว่า Team Suzuki Ecstar / อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 และ โจน เมียร์