SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

2024 BigScooter เทียบสเปค คันไหนคือที่สุด? หลังจากที่มีข่าวลือหลุดออกมากันอย่างหนาหูว่า Honda Forza 750 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ระดับเรือธงจากค่ายปีกนกกำลังจะนำมาถูกวางขายในประเทศไทยในปีนี้ ด้วยสเปค และราคาที่น่าสนใจ ศึก 2024 BigScooter ถ้าเข้าไทยมาจะต้องชนกับใครบ้าง ? ตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กสกู๊ตเตอร์ขนาด 750 ซีซี ที่วางขายในประเทศไทยก็มีตัวเลือกให้ผู้ขับขี่ได้เลือกสรรอยู่หลากหลายแบรนด์ อาทิ Honda X-ADV 750 ที่เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนร่วมห้อง หรือจะเป็นทาง TMAX 560 เพื่อนซี้ห้องข้าง ๆ หรือจะจากค่ายใบพัดอย่าง BMW C650 GT ถึงแม้มือหนึ่งจะไม่มีผลิตออกมาแล้ว แต่ก็ยังมีในส่วนของรถมือสองให้ได้ขับขี่กัน หรือจะเป็น Suzuki Burgman 650 ที่มีศักยภาพไม่น้อยหน้า และ Italjet Dragster 700 น้องใหม่ในตลาดนี้ โดยในแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นที่น่าสนใจ 2024 BigScooter หากต้องเลือกสักคัน เอาคันไหนดี? สำหรับรายละเอียดของรถจักรยานยนต์ทั้ง 6 รุ่น สามารถเข้าไปอ่านได้ที่บทความเดิมก่อนหน้านี้ ซึ่งในบทความนี้จะเปรียบเทียบข้อมูลทางเทคนิคสำคัญที่ควรทราบเท่านั้น เรามาชมตารางเทียบสเปค Honda Forza 750 vs Yamaha TMAX 560 vs Honda X-ADV 750 vs BMW C650 GT vs Suzuki Burgman 650 vs Italjet Dragster 700 แต่ละรุ่นจะมีอะไรโดดเด่นบ้าง 2024 BigScooter Honda Forza 750 Yamaha TMAX 560 Honda X-ADV 750 BMW C650 GT Suzuki Burgman 650 Italjet Dragster 700 เครื่องยนต์ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 745 ซีซี 562 ซีซี 745 ซีซี 647 ซีซี 638 ซีซี 692 ซีซี แรงม้า 57.8 แรงม้าที่ 6,750 รอบ/นาที 47 แรงม้าที่ 7,500 รอบ/นาที 57.8 แรงม้า ที่ 6750 รอบ/นาที 60 แรงม้า ที่ 7,750 รอบ/นาที 54 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที 68 แรงม้าที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิด 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ 55.7 นิวตันเมตร ที่ 5,250 รอบ 69 นิวตันเมตร ที่ 4,750 รอบ 63 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบ 61.78 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบ 70 นิวตันเมตร ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ SOHC 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4

พาชม 5 ถนนสายพระรอง ที่เหล่าไบค์เกอร์ควรไปเช็คอินสักครั้ง มอเตอร์ไซค์ ถนน และความเร็ว สามอย่างนี้เปรียบเป็นสามสิ่งที่อยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน มีไบค์เกอร์จำนวนไม่น้อยไม่ที่ชื่นชอบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกทริปทางไกล เดินทางไปต่างจังหวัด พร้อมกับการชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม หรืออาจจะเป็นไบค์เกอร์ขาลุย ผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย พร้อมลุยกับเส้นทางที่มีความยากลำบาก ฝ่าฟันอุปสรรคนานาชนิด และแน่นอนว่าเขาค้อหรือภูทับเบิกอาจจะเป็นตัวเลือกในใจต้น ๆ ของเหล่าไบค์เกอร์มากมาย หรือโค้งหมายเลข 3 ที่จังหวัดน่าน แต่ในคอลัมนี้ทางทีมงาน SuperBike Thailand จะขอขอแนะนำกับ พาชม 5 ถนนสายพระรอง ที่เหล่าไบค์เกอร์ควรไปเช็คอินสักครั้ง จะมีถนนเส้นไหนบ้าง ? สะพานเอกชัย จังหวัดพัทลุง ถนนเส้นแรกขอเริ่มจากจังหวัดทางภาคใต้อย่างจังหวัด พัทลุง กับ สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรืออีกชื่อเรียกคือ สะพานเอกชัย โดยสะพานแห่งนี้มีความระยะยาวกว่า 5.5 กิโลเมตร และเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ที่ข้ามทะเลสาบเชื่อมการเดินทางระหว่างอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ไปยังอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา โดยทั้งสองข้างทางเป็นความธรรมชาติทั้งสองข้างทาง และยังสามารถมองวิวที่สวยงามได้ไกลจนสุดลูกหูลูกตา เหมาะกับไรเดอร์ที่อยากจะขี่รถชมวิว แบบไม่ต้องผวงเรื่องการเทโค้ง พิกัด : สะพานเอกชัย (กดเพื่อดูเส้นทาง) ถนนเขาพลายดำ จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงอยู่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยเส้นทางนี้อยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ทางที่มีชื่อว่าถนนเลียบชายทะเลสิชล-ขนอม หรือถนนเขาพลายดำ ซึ่งระยะทางทั้งหมดของเส้นทางนี้มีระยะทางยาวกว่า 8 กิโลเมตร เป็นถนนเลียบหาด คดโค้งไปมา สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียว แต่ก็มีเรื่องต้องระวังสำหรับถนนเส้นนี้คือสัตว์ป่า เพราะบริเวณนี้เป็นถนนสายอนุรักษ์ทำให้ตลอดเส้นทาง อาจมีสัตว์ป่าหลุดออกมากลางถนนได้ จึงแนะนำว่าสิงห์นักบิดไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่ากำหนด พิกัด : Viewpoint on Khanom-Sichon Road (กดเพื่อดูเส้นทาง) โค้งเลข 9 ภูเก้าง้อม จังหวัดเลย กระโดดจากภาคใต้มาทางภาคอีสานของประเทศไทยกับจังหวัดเลย กับเส้นทางที่มีชื่อว่า โค้งหมายเลข 9 ภูเก้าง้อม ถนนหมายเลข 2113 เส้นด่านซ้าย-นาแห้ว เป็นเส้นทางที่ลัดเลาะตามภูเขาที่เต็มไปด้วยทางคดเคี้ยวมากมาย น่าจะถูกใจไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบการเข้าโค้ง ที่ไม่ใช่แค่ทางตรงยาว ๆ เพียงอย่างเดียวถ้ามาในช่วงปลายฝน-ต้นหนาวก็จะมีทะเลหมอกในตอนเช้าตรู่ แต่สิ่งสำคัญด้วยความที่เป็นถนนโค้งหักศอกในทางลงเขาจึงมีความอันตรายมาก และไม่มีที่กั้นในสองข้างทาง พิกัด : Phu Kao Ngom (กดเพื่อดูเส้นทาง) ทางหลวง 1148 (ท่าวังผา-เชียงคำ) ขยับจากภาคอีสานมาที่ภาคเหนือของประเทศไทย กับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 (ท่าวังผา-เชียงคำ) เป็นทางหลวงแผ่นดินระหว่าง อำเภอวังผา จังหวัดน่าน ที่เชื่อมต่อกับ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ถนนเส้นนี้มีระยะทาง 113 กิโลเมตร เริ่มต้นจากสามแยกท่าวังผาจุดตัดแผ่นดินหมายเลข 101 อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน สิ้นสุดเส้นทางที่สามแยกเชียงคำ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยตลอดเส้นทางมีความคดเคี้ยว และทางสูงชันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเส้นทางนี้น่าจะถูกใจนักบิดขาลุยไม่น้อย พิกัด : Hwy 1148 (กดเพื่อดูเส้นทาง) โค้ง 7 พับ จังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งเส้นทางจากภาคเหนือที่น่าจะท้าทายกับเหล่าไบค์เกอร์ไม่มากก็น้อย กับเส้นทางโค้ง 7 พับจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับโค้ง 7 พับนี้เป็นเส้นทางจากหางดงไปสู่ม่อนแจ่ม ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่เรียกได้ว่า น้อยแต่ยาก ที่ต้องเรียกแบบนี้เพราะเส้นทางนี้มีจำนวนโค้งที่น้อย และแต่ละโค้งนั้นก็มีลักษณะเป็นโค้งหักศอกมีความอันตรายอยู่พอสมควร (ขอขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ At Samoeng (ที่นี่ สะเมิง) คลิ๊กที่นี่) พิกัด: 7พับ แม่ขนิล เชียงใหม่ (กดเพื่อดูเส้นทาง) ถนนที่สวยงามก็สามารถช่วยเพิ่มอารมณ์ในการขับขี่ให้มีความสุขมากยิ่งขึ้นได้ ถึงอย่างไรก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัย และก่อนออกเดินทางทุกครั้งควรเช็ครถจักรยานยนต์คู่ใจให้พร้อมก่อนการเดินทาง เพื่อให้ท่องเที่ยวได้อย่างสนุกแบบไม่สะดุด เอ็นจอยส์ ! สำหรับใครที่อ่านแล้ว แล้วอยากแนะนำถนนสวย ๆ ในประเทศไทย ก็สามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วมกันได้ มาแชร์กันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อัพเดทใหม่เร้าใจกว่าเดิม Malaguti Madison150 2023 สปอร์ตพรีเมียมสกู๊ตเตอร์จากอิตาลี 4 สีพิเศษ MALAGUTI (มาลากูติ) แบรนด์รถตำนานเกือบ 100 ปีจากอิตาลี อัพเกรดใหม่ กับ 4 สีสันสุดพิเศษ ของ New MADISON 150 ปี 2023 เพิ่มความเร้าใจในดีไซน์สุดสปอร์ต พร้อมสะท้อนความพรีเมียมเคล้าอารมณ์ สมกับเป็นรถจากเมืองต้นกำเนิดซูเปอร์คาร์ระดับโลก! เปิดตัวแล้วกับ New MADISON 150 (2023) อัพเกรดมาใหม่ ในคอนเซปต์ “THE NEW SPIRIT” กับ 4 เฉดสีใหม่ ที่จะมาตอกย้ำความเป็นรถสกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมียมในดีไซน์สปอร์ตสุดเร้าใจ ได้แก่… NERO BLACK METALLIC สีดำแบบกึ่งเงากึ่งด้าน พร้อมความพิเศษด้วยประกายสีแดงที่สะท้อนตัวตนบนความสปอร์ตแบบดุดัน ARGENTO SILVER PRO สีเทาซิลเวอร์ ให้อารมณ์หรูหรา พรีเมียมเหนือระดับ OLIVE GREEN METAL สีเขียวโอลีฟ หรือสีเขียวมะกอก สายพันธุ์อิตาลี ที่สะท้อน DNA อิตาเลียนในตัวตน WHITE PEARLESCENT สีขาวแบบพิเศษ ด้วยเม็ดสีที่ให้ประกายเหลือบมุก ที่ให้ความโดดเด่นและสะดุดตาในทุกมุมมอง ผสานกับการออกแบบที่ให้ความโฉบเฉี่ยวของเส้นสายงานดีไซน์บนตัวรถ ถ่ายทอด DNA อิตาเลียนดีไซน์ มาไว้ใน New MADISON 150 คันนี้ได้อย่างลงตัว และยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่สมูท สไตล์อิตาเลียน พิกัด 150 ซีซี 4 จังหวะ 4 วาล์ว เทคโนโลยีหัวฉีด (Bosch EFI) พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยนํ้า (Liquid cool) กับ โดดเด่นด้วยดีไซน์ไฟหน้าและไฟท้าย ในมิติล้ำสมัย เทคโนโลยี FULL LED หน้าจอเรือนไมล์แบบ LCD DISPLAY DYNAMIC MOTION ที่มาเติมสีสันให้ชีวิตตั้งแต่เริ่มบิดสตาร์ท พร้อมความพรีเมียมที่มาในดีไซน์ของรีโมทกุญแจ กับประโยชน์ด้านความปลอดภัย ที่เสริมการปลดล็อคอีกขั้นก่อนบิดสตาร์ทออกตัว เสริมความมั่นใจในทุกการเบรก ด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรกแบบ CBS ถังน้ำมันขนาดใหญ่ จุได้ถึง 10 ลิตร ตอบโจทย์ด้านการใช้งาน และให้ความสะดวกสบายกับวิถีชีวิตยุคใหม่ ด้วยฟังก์ชั่น USB CHARGING SOCKET สำหรับชาร์จอุปกรณ์สื่อสาร ปัจจุบันแบรนด์ยังคงขยายตัวแทนจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย เรียกได้ว่าการมาของ MALAGUTI กับการเดินตลาดในประเทศไทยครั้งนี้ทำการบ้านมาดีทีเดียว ที่สำคัญ แม้จะเข้ามาทำตลาดในบ้านเราได้ไม่นาน แต่ด้วยกระแสตอบรับที่ดี ของรถรุ่น MADISON 150 ก็ส่งให้ แบรนด์ MALAGUTI มีตัวเลขยอดจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ในประเทศไทย ขึ้นมาติดอันดับ TOP10 ได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว มาวันนี้จึงถือเป็นโอกาสดี ที่มีโฉมใหม่ของ New MADISON 150 (2023) กับ 4 สีสันใหม่เข้ามาเพิ่มเติมในตลาด เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญ ในโฉมใหม่นี้ ยังคงมาในราคาเดิม ที่ 79,800 บาท เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งรุ่นในตระกูลรถมอเตอร์ไซค์จากอิตาลีที่มีราคาค่าตัวสามารถจับต้องได้ และมีความน่าสนใจจนเป็นที่น่าจับตามอง ด้วยรูปลักษณ์ที่ให้ความโดดเด่น ไม่เหมือนใคร บนท้องถนน สำหรับใครที่สนใจสกู๊ตเตอร์สปอร์ตพรีเมียม สัญชาติอิตาเลียน อย่าง New MADISON 150 ก็สามารถชมตัวจริงหรือทดลองขับขี่ได้ที่ตัวแทนจำหน่าย MALAGUTI ทั่วประเทศ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.malaguti.bike/th https://www.facebook.com/malaguti.bikes

Yamaha Riders’ club พาลูกค้าร่วมซิ่งในงาน SuperBikeMag Trackday ที่พีระ ล่าสุดทาง Yamaha Riders’ club พาลูกค้าร่วมซิ่งในงาน SuperBikeMag Trackday & Trophy 2023 สนามแรกที่พีระเซอร์กิต จ.พัทยา โดยในงานนี้ทางยามาฮ่านั้นได้เปิดพิทไว้สำหรับรับรองลูกค้ามากถึง 4 พิท พร้อมกันนี้ยังได้นำชุดเรซซิ่งสูทมาให้บริการลูกค้าที่ไม่มีชุดสำหรับขับขี่ในสนามได้มีโอกาสได้เปิดประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ หรือการขับขี่ในสนามในแบบเดียวกับนักแข่งอีกด้วย ที่สำคัญคือมีทีมช่างผู้มากประสบการณ์มาช่วยเซ็ตอัปรถให้สามารถขับขี่ในสนามได้อย่างปลอดภัยและมีสมรรถนะที่เหมาะสมมากขึ้นอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอลูกค้าหรือสาวกของยามาฮ่ายังสามารถที่จะร่วมขับขี่ทั้งในวันเสาร์ที่เป็นวันสำหรับขับขี่แทร็กเดย์หรือจะเป็นในวันอาทิตย์ที่เป็นวันสำหรับแข่งขันซึ่งทางยามาฮ่าเองก็มีรุ่นแข่งขันสำหรับให้นักบิดค่ายส้อมเสียงผู้มีใจรักการซิ่งโดยเฉพาะ ได้แก่ รุ่น R6 Trophy หรือจะเป็นรุ่น Big Scooter Open A และ Open B รวมไปถึงรุ่นยามาฮ่าไรเดอร์สคลับ โทรฟี่ ที่เปิดโอกาสให้นักบิดทั้งสายซูเปอร์สปอร์ต สายเน็กเก็ตหรือสายสกู๊ตเตอร์ได้ขับขี่กันในสนามแบบเดียวกันกับนักแข่ง โดยการขับขี่แบบเดียวกันกับนักแข่งก็คือการขับขี่ที่มีทั้งรอบของการควอลิฟาย การออกสตาร์ทจากกริดโดยที่ตาต้องไม่ละไปจากสัญญาณไฟ เมื่อไฟดับลงก็ออกไปซิ่งทำเวลาและสะสมคะแนน โดยมีรางวัลรออยู่มากมายทั้งถ้วยรางวัลสวย ๆ และของรางวัลรวมกันหลายแสนบาทกันเลยทีเดียว ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมาก ๆ กิจกรรมนึงเลยที่ทาง Yamaha Riders’ club ได้จัดให้กับลูกค้าที่ใช้รถยามาฮ่า ซึ่งสนามที่ 2 ของกิจกรรม SuperBikeMag Trackday & Trophy 2023 ก็จะไปจัดกันต่อที่สนามไทยแลนด์เซอร์กิต จ.นครปฐม งานนี้ใครเป็นสาวกเลือดสีน้ำเงินก็ลองติดต่อไปทางยามาฮ่าไรเดอร์สคลับแล้วบอกอยากร่วมกิจกรรมนี้ รับรองว่าได้รับการบริการเป็นอย่างดีแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW M1000XR ต้นแบบรถทัวร์ซิ่งเผยโฉมแล้ว มากันอย่างต่อเนื่องสำหรับมอเตอร์ไบค์รหัส M จากทางค่ายใบพัดสีฟ้า ซึ่งล่าสุดเป็นคิวของ BMW M1000XR สปอร์ตทัวริ่งตัวแรงการันตีด้วยรหัส M ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่ารหัสนี้มันเป็นตัวแรงของทางค่ายรถเยอรมันค่ายนี้ ซึ่งก็นับเป็นมอเตอร์ไซค์คันที่ 3 แล้วที่ใช้รหัสแรงรหัสนี้ ต่อเนื่องมาจาก M1000RR และ M1000R นั่นเอง สำหรับการเผยโฉมครั้งนี้จะยังไม่ใช่โมเดลสำหรับขาย แต่เป็นการเผยโฉมให้เห็นรถต้นแบบของโมเดลสปอร์ตทัวริ่งไซส์ใหญ่ที่เหมาะกับการขับขี่ทางไกล ทางหลวง นอกเมือง ออกทริปเดินทาง หรือจะเอามาหวดในสนามก็ยังไหว เพราะมันมีสมรรถนะแบบสปอร์ตด้วยเช่นกัน ซึ่งโมเดลนี้จะใช้เครื่องยนต์จากเจ้า S1000RR สปอร์ตไบค์ของทางค่ายที่มาพร้อมเทคโนโลยี ShiftCam หรือเทคโนโลยีวาล์วแปรผันนั่นเอง โดยระบุแรงม้ามาที่ 200 แรงม้า ส่วนน้ำหนักรถแบบรวมของเหลวและน้ำมันเต็มถัง 223 กก. ซึ่งถือว่าเบาเลยทีเดียวสำหรับรถในสไตล์สปอร์ตทัวริ่ง ยังมีช่วงล่างที่มีเทคโนโลยีทันสมัย ออกแบบตามหลักแอโรไดนามิกส์ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่มาช่วยขับเน้นสมรรถนะให้เหมาะกับการใช้งานบนท้องถนนมากยิ่งขึ้น โดยทางค่ายยังเคลมท็อปสปีดทางค่ายอย่างเคลมมาว่าอยู่ที่ราว ๆ 280 กม./ชม.เลยทีเดียว นอกจากนี้เจ้า M XR คันนี้ก็จะยังมีวิงก์เล็ตที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้มากยิ่งขึ้นเวลาขับขี่ด้วยความเร็วสูง ด้วยการสร้างแรงกดที่ล้อหน้าเวลาขับขี่ที่ความเร็วสูง ๆ รักษาการยึดเกาะที่ล้อหน้าไว้ได้มากขึ้น จึงช่วยให้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ระบบเบรก M Brake ที่ได้ปั๊มเบรกบนและคาลิเปอร์เบรกมาเป็นเรเดียลเมาท์ช่วยให้ได้สมรรถนะการเบรกที่ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ดีคันที่เราเห็นนี้ยังเป็นโปรโตไทป์ แต่ก็เป็นโมเดลที่ใกล้เคียงกับขายจริงแล้ว ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมต้องรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอนาคตอีกครั้งครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คิงคอง ก้อง สมเกียรติ จันทรา ผลผลิตจาก “เรซ ทู เดอะดรีม” โดย เอ.พี. ฮอนด้า ฟอร์มสุดจัดจ้าน ควอลิฟายด์คว้ากริดสตาร์ทที่ 3 ออกตัวแถวแรกในการแข่งขันโมโตทูวันอาทิตย์นี้ หลังจากพักฟื้นจากการผ่าตัดกลับมาแม้จะมีอาการเจ็บติดตัวอยู่บ้างก็ตาม แต่ก้อง สมเกียรติยังคงทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง คว้าคะแนนจากการแข่งขันที่เบอร์โน่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และในการซ้อมที่เรดบูล ริงเมื่อเวลารวมของ FP1 – FP3 เวลาของก้องนั้นตีตั๋วสู่การควอลิฟาย Q2 ได้โดยอัตโนมัติ ก่อนที่จะลงบิดคว้ากริดที่ 3 มาครองได้ในที่สุดแบบสุดสะใจกองเชียร์ชาวไทย ติดตามให้กำลังใจเจ้าก้องในการแข่งขันวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคมนี้ 17.20 น. ตามเวลาประเทศไทยในการถ่ายทอดสดทางช่อง ฟ็อกซ์ สปอร์ต และ พีพีทีวี เอชดี 36 พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวหนึ่งเดียวของไทยคนนี้ได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/ #WhatStopsYou #มุ่งสู่เส้นชัยอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #APhonda #APhondaracingthailand#moto2 อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้

Fabio quartararo รีดฟอร์มเก่งควบ M1 ทะยานขึ้นโพเดี้ยม ออสเตรียน จีพี ด้าน รอสซี่ ควงคู่ บีญาเลส บิดซิวท็อปไฟว์ ศึก MotoGP 2019 สนามที่ 11 ของฤดูกาล มีคิวดวลความเร็วในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ เรดบูลล์ริง เมืองสปีลเบิร์ก ประเทศออสเตรีย ระยะทางต่อรอบ 4.318 กิโลเมตร ซึ่งเกมรอบไฟนัลกำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 28 รอบสนาม โดย ฟาบิโอ การ์ตาราโร่ นักบิดดาวรุ่งเฟรนช์แมน สังกัด ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบควอลิฟาย ควบรถแข่งยามาฮ่า YZR-M1 คว้ากริดสตาร์ทที่ 2 ขณะที่ มาเวริค บีญาเลส #12 ดาวบิดสแปนิช สังกัด มอนสเตอร์ ยามาฮ่า โมโตจีพี ประจำการณ์ในกริดที่ 4 ด้าน วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 จอมเก๋าชาวอิตาเลียน สังกัด มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ได้เริ่มเกมจากกริดสตาร์ทที่ 10 ส่วน ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ดาวรุ่งชาวอิตาเลียน สังกัด ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ประจำการณ์ในกริดที่ 14 โดย Fabio quartararo #20 สามารถทะยานขึ้นไปรั้งหัวแถวหลังผ่านรอบแรกของการชิงชัย ก่อนจะทำได้ดีที่สุดด้วยการบิดจบการแข่งขันในอันดับ 3 คว้าโพเดี้ยมที่ 3 บนเวทีพรีเมียร์คลาสให้กับตนเอง รวมถึง วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ไต่จากกริดที่ 10 ขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 4 ตามด้วย มาเวริค บีญาเลส #12 เพื่อนร่วมสังกัดที่ตามเช้าเส้นชัยในอันดับ 5 ขณะที่ ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ทำได้ดีที่สุดด้วยการซิ่งจบการแข่งขันในอันดับ 10 สำหรับ ศึก MotoGP 2019 สนามถัดไป จะยกพลไปดวลความเร็วที่ ซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต สหราชอาณาจักร ในวันที่ 25 สิงหาคม นี้ โดยแฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจทัพนักบิด ยามาฮ่า ได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้