Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • Moto2
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวแข่งขัน
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    • ZXMOTO
    • CFMOTO
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    • ข่าวรถ GEELY
    • ราคาและสเปครถยนต์ไฟฟ้า
    • ข่าวรถ MINI
    • ข่าวรถ iCAUR
    • ข่าวรถ LEPAS
    •   Back
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZXMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ OHVALE
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน! ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน! ดูใน YouTube
วิดีโอล่าสุด ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน! วีดีโอเพิ่มเติม
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Sbay Flying คาเฟ่เรเซอร์ขุมพลังฮาร์ลีย์

SBAY Flying คาเฟ่เรเซอร์ขุมพลังฮาร์ลีย์ SBAY Flying สำนักแห่งการคัสตอมรถของคนมีเงินจากประเทศสเปน ที่มีผลงานการคัสตอมรถมาแล้ว อาทิ Omega มอเตอร์ไซค์ระบบสวิงอาร์มหน้า และ Custom ‘Jerry’ โดยในครั้งนี้ก็ได้ทำการยกเครื่องของ Harley-Davidson ที่เป็นเครื่องยนต์แบบ Perfomance ในโมเดล Milwaukee 8 (มิลวอคกี้-เอจท์) ออกมาเป็น SBAY Flying เป็นรถในอีกหนึ่งโมเดลที่ได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่น ผสมผสานระหว่างสมรรถนะ ความสะดวกสบาย เข้าด้วยกัน จะเน้นไปที่ความสปอร์ต น้ำหนักเบา ควบคู่ไปกับท่าทางการขับขี่ที่สบาย จึงเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มอบประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ขับขี่ การดีไซน์ของรถคันนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อความคล่องตัว โดยมีระยะระยะฐานล้อเพียงแค่ 1,420 มม.ทำให้สามารถควบคุมรถได้อย่างคล่องตัว และการขับขี่ที่ง่ายดาย วัสดุที่เลือกใช้ในรถคันนี้มีการผสมผสานเฉพาะส่วนประกอบที่ดีที่สุด ไม่เพียงแค่ช่วยให้มั่นใจในการขับขี่ แต่ทำให้ผู้ขับขี่ได้เข้าถึงประสิทธิภาพระดับสูงสุด อีกทั้งยังมีความทนทานอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ที่กำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น โดยรุ่นนี้จะมีทั้งหมด 3 เครื่องยนต์ Milwaukee 8 แบบ V-Twin เป็นเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงจาก Harley-Davidson ทำมุม 45 องศา 4 วาล์วและ 2 หัวเทียนต่อสูบ แคมเดี่ยว เครื่องยนต์มีการปรับแกนสมดุลเพื่อลดการสั่นสะเทือน และในเครื่องยนต์นี้จะมีรหัสที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในความต่างนั้นก็จะมีความแรงที่แตกต่าง และราคาที่แตกต่างกันเช่นเดียวกัน Milwaukee 8 รหัส 107″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,754 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 86 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 144 นิวตันเมตร มีราคาอยู่ที่ 74,600 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,683,500 บาท  Milwaukee 8 รหัส 114″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,868 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 94 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 155 นิวตันเมตร มีราคาวางขายอยู่ที่ 76,900 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,763,000 บาท Milwaukee 8 รหัส 117″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,917 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 102 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร มีราคาวางขายอยู่ที่ 80,400 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,887,800 บาท  โดยในทุกรุ่นย่อยมาพร้อมกับโช้คอัพหน้า Ohlins Hydraulic Fork, สวิงอาร์มด้านหลังแบบธรรมดา, ล้ออัลลอยจาก Haan Spoke และรายละเอียดอื่น ๆ ดังนี้ ความสูงเบาะ 780 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 125 มม. ระยะฐานล้อ 1,420 มม. ขนาดล้อ และยางหน้า 120/70-17 ขนาดล้อ และยางหลัง 190/50-17 ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร น้ำหนักรถ 212 กิโลกรัม ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบกันสะเทือนหน้า Ohlins Hydraulic fork ระบบกันสะเทือนหลัง Ohlins TTX progressive ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่จาก HEL 4 พอตขนาด 320 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวจาก HEL 2 พอตขนาด 220 มม. ระบบไฟ Full LED เทคโนโลยี เทคโนโลยีระบบเบรก ABS   ภาพจุดที่น่าสนใจ   สรุป SBAY Flying ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่น่าสนใจของรถสไตล์คาเฟ่เรเซอร์ โดยให้ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างสมรรถนะ และการออกแบบดีไซน์ โดยผู้ที่ชื่นชอบรถในสไตล์นี้จะต้องหลงไหลอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ

4 October 2024
มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม

มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม Pedro Acosta กล่าวกับสื่อไม่มีใครพร้อมที่จะพา KTM คว้าแชมป์ MotoGP ได้มากไปกว่า “บุคคลพิเศษ” อย่าง Aki Ajo ที่ได้รับตำแหน่งเข้ามาคุมทัพใน MotoGP ฤดูกาลหน้า หลังจากที่มีการคาดเดาออกไปต่าง ๆ นานา ว่าผู้จัดการทีมคนถัดไปของ KTM คือใคร เพราะมีข่าวออกมาก่อนการแข่งขันที่อินโดนีเซียนกรังด์ปรีซ์ Francesco Guidotti จะก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024 และก็มีการประกาศออกมาอย่างเป็นการทางการว่าคนที่จะมารับหน้าที่แทนก็คือ Aki Ajo  Aki Ajo ประสบความสำเร็จกับ KTM ในปี 2012 เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์โลก Moto3™ ครั้งแรกกับ KTM RC4 ทีม Red Bull KTM Ajo ได้แชมป์อีกสองรายการในรุ่นนี้ (ในปี 2016 กับ Brad Binder และปี 2021 กับ Pedro Acosta) อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับการพัฒนาความสามารถของนักแข่งจาก Red Bull MotoGP Rookies Cup ในการแข่งขัน Moto3 ของ Ajo ที่ช่วยให้ผลักดันนักแข่งก้าวขึ้นสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP หลังจากที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่า Aki Ajo จะเข้ามารับหน้าที่คุมทัพ Red Bull KTM Factory Racing MotoGP สำหรับปี 2025 เปโดร อาคอสต้าได้พูดถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาร่วมงานกับกุนซือคนนี้อีกครั้ง  “ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ยินข่าวดีข่าวนี้ ผมคิดว่าไม่มีใครในแพดด็อกนี้ที่เตรียมพร้อมเพื่อเป้าหมายในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ MotoGP อีกทั้งเขายังเป็นคนที่เคยช่วยเหลือผมเยอะมากในอดีต และผมชอบความตรงไปตรงมาของเขามาก และผมคิดว่าเราจะเป็นคู่หูที่ดีต่อกัน” สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของ MotoGP จะแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 12.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

4 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ดูรถ เลือกรถ 2023 รถแบบไหน ที่ใช่สำหรับคุณ

ดูรถ เลือกรถ 2023 รถแบบไหน ที่ใช่สำหรับคุณ อยาก ดูรถ รถมอเตอร์ไบค์ดี ๆ หรือบิ๊กไบค์เอาไว้ขับขี่คู่ใจซักคัน แต่ไม่รู้จะเลือกรถแนวไหน รุ่นอะไร ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบเราดีนะ หากคุณยังตอบตัวเองไม่ได้ มาลองรู้จักรถมอเตอร์ไบค์แบบหลัก ๆ ในปัจจุบันกันหน่อยดีกว่า SuperBike อาจช่วยคุณหาคำตอบได้ ลองเริ่มถามตัวเองดูก่อน ว่ารถแบบไหนที่เห็นแล้วใจมันเต้น ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เหมือนเห็นสาวที่โดนใจจนหยุดมองไม่ได้ ? (เอ๊ะ) แบบไหนมันลงตัว ถูกไปทุกอย่าง สปอร์ตแฟริ่งที่เส้นสายที่ลู่ลม ดุดัน ไฟหน้าไฟท้ายโฉบเฉี่ยว ส่วนโค้งส่วนเว้ากลมกลึงไปหมด หรือว่า ฮาล์ฟแฟริ่งหน้าตาดุดัน แฮนด์บาร์ตรงแบบเน็กเก็ต หรือจะแบบ..โย่งโก๊ะ ใหญ่โต ดุดัน พร้อมลอยในอากาศ โดดทุกเนินที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะโซฟาวิ่งได้ มีทุกอย่างที่การเดินทางไกลต้องการ อันไหนตรงใจ ก็คิดไว้ก่อนเลย ว่ามันใช่ๆๆๆ แล้วจดเอาไว้ … แล้วลองดูแต่ละแบบข้างล่างนี้เป็นไกด์ไลน์ รถแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง Sport Bike  สปอร์ตแฟริ่งซูเปอร์ไบค์ มาพร้อมเส้นสายที่ลู่ลม เทคโนโลยีที่ถ่ายทอดมาจากสนามแข่งขัน ไม่ว่าจะ ซีซีมากน้อย ถูกถอด DNA มาจากเรือธงของแต่ละค่าย ไฟหน้าไฟท้ายโฉบเฉี่ยว ออกแบบส่วนโค้งส่วนเว้าเพื่อแอโรไดนามิกแบบเต็มขั้น พละกำลังมาพร้อมระบบส่งกำลังเพื่อรีดสมรรถนะสูงสุดออกมาสำหรับการไปได้เร็วที่สุด ผสานระบบช่วงล่างที่ต้องการการเกาะถนนในย่านความเร็วสูง อาจต้องแลกมาด้วยความแข็งกระด้างอยู่บ้างในย่านความเร็วต่ำ (ปรับได้ แต่มีลิมิตของมัน) ท่าขับขี่ที่ต้องการทักษะในการควบคุม และแลกมาด้วยความสะดวกสบายที่หายไป Standard Motorcycle หรือ Naked Bike รถแสตนดาร์ดที่นิยมในสมัยก่อน ซึ่งปัจจุบันอาจจำภาพรถประเภทนี้เป็น เน็กเก็ตไบค์ ที่มีความจุตั้ง แต่ 125 ซีซี ไปจนถึง 1,000 ซีซีขึ้นไป ซึ่งจุดเด่นของโมเดลเน็กเก็ตไบค์หลัก ๆ ก็คือ ไม่ใช้แฟริ่งนั่นเอง และใช้ความจุเครื่องยนต์บล็อกเดียวกันกับ Supersport แต่สิ่งที่แตกต่างจริง ๆ คงเป็นเรื่องของพละกำลัง หรืออัตราทดเกียร์ที่ขับขี่ง่ายขึ้น ลดแรงม้าลง เพิ่มการตอบสนองได้ดีกว่าในชีวิตประจำ รวมถึงท่านั่ง ท่าขับขี่ ที่สบายและเป็นมิตรขึ้น แฮนเดิลบาร์ที่อยู่ในท่าที่ผ่อนคลายกว่า และระบายความร้อนยามขับขี่ในเมืองได้ดีขึ้น Dual Sport ปัจจุบันถูกเรียกหลายแบบทั้ง Motard บ้าง SuperMoto บ้าง ก็เป็นทางเลือกใหม่ของคนวัยมันส์ (ไม่จำกัดอายุ (sparkling eyes) ซึ่งรถประเภทนี้สามารถลุยได้ทั้งทางฝุ่นและทางถนน  แถมได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทำได้ทุกอย่าง ไม่กลัวน้ำสูง น้ำท่วม หลายท่านมีล้อไว้สองชุด ทั้งทางฝุ่นทางเรียบ รอเลย ไม่ว่าจะขี่ไปทำงานวันธรรมดา แล้วเอาไปลุยป่าลุยเขาช่ววันหยุดสุดสัปดาห์ แถมในงานแทร็กเดย์ ก็เอาไปขี่ สไลด์ได้อีก ครบเครื่องคุ้มค่า เรียกได้ว่าสนุกได้หลายแบบเกินคุ้มจริงๆ   Off-Road โมเดลสายลุยยอดนิยม เหมาะสำหรับไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบความท้าทาย ไม่ว่าจะลุย โหน กระโดดเนิน ได้หมดครบรสชาติ ซึ่งจุดเด่นสำหรับรถสายออฟโรด จะใช้ยางดอกสูง เพื่อเอาไว้ขี่ลุยโดยเฉพาะ ล้อซี่ลวด และใช้แฟริ่งที่ผลิตขึ้นโดยพลาสติกที่มีประสิทธิภาพให้ความเหนียว รองรับการชนหรือกระแทกเป็นพิเศษ สำหรับรถโมเดลสายนี้จะถูกแบ่งออกเป็นรถย่อย ๆ อีกหลายประเภท ทั้ง EnduroBike, MotoCross, RallyBike และเดิร์ทไบค์ อีกด้วย  Cruiser รถครูเซอร์ หรือ คนไทยอาจเรียกรวม ๆ กันไปกับกลุ่ม Chopper เป็นอันเข้าใจ ครูเซอร์มาจาก สไตล์นอนขี่ จาก Harley -Davidson เรียกได้ว่า มาเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ผลิตและบัญญัติ แบบฉบับรถสไตล์ครูเซอร์เอาไว้ก็ว่าได้ ซึ่งส่วนใหญ่ เบาะทรงต่ำ ช่วงรถยาว ๆ  ท่าขับขี่เท่ห์ ๆ จุ๊ย ๆ กับรถสไตล์คลาสสิค ที่ผสมผสานความสบายไว้แล้วล่ะก็ ครูเซอร์คือคำตอบ Touring หรือ Sport Touring บ้างก็เรียกสับสนกับครูเซอร์ แต่จริงๆ มันคือ Touring Bike หากจะเปรียบให้เห็นภาพอย่างง่าย ๆ ให้นึกถึง  โซฟาติดล้อ ที่จะพาคุณ ขี่ข้ามรัฐ เดินทางข้ามฝากฝั่งเหนือจรดใต้ หลายพันไมล์ ด้วยความรู้สึก แสนสบาย  เสมือนขับรถคันใหญ่

Kramer GP2-890 RR

Kramer GP2-890 RR รถพร้อมแข่งตัวแรกขุมพลัง KTM และนี่คือ Kramer GP2-890RR 2024 รถพร้อมแข่งที่ใช้ขุมพลังจาก KTM ในรหัสเดียวกัน ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับแบรนด์รถเยอรมันแบรนด์นี้ ซึ่งหากคุณได้รู้เลขเด็ดแล้วคุณอาจจะต้องซู้ดปาก เลขเด็ดที่ว่าคือ 138 แรงม้ากับน้ำหนักเพียง 142 ก.ก. เรื่องดีไซน์ก็คงไม่ต้องพูดอะไรมากเฉียบคมดุดันตามสไตล์ของซูเปอร์สปอร์ตพร้อมเฟรมถักสีโดดเด่น ซึ่งแน่นอนว่าดีไซน์ออกแบบมาให้มีแอโรไดนามิกที่ดีมากขึ้นกว่าโมเดลเก่า ๆ ก่อนหน้านี้ แต่เรื่องของกราฟิกเราคงไม่พูดถึงมากนัก เพราะแต่ละค่ายต้องเอาไปทำกราฟิกเพื่อรองรับสปอนเซอร์ของทีมแข่งกันอีกทีครับ เปลี่ยนมาเข้าเรื่องสำคัญกันอย่างเรื่องเครื่องยนต์ดีกว่า แน่นอนว่าขุมพลังเป็นเครื่องสองสูบเรียง 889 ซีซีของ KTM ที่เดิมให้แรงม้า 121 แรงม้าที่ 9,250 รอบและแรงบิดที่ 99 นิวตันเมตร 7,750 รอบ (890 Duke R) แต่ด้วยวิธีการของทางวิศวกรเยอรมันได้ทำการปรับแต่งให้มันแรงขึ้นเป็น 138 แรงม้าที่ 10,100 รอบ และ 100 นิวตันเมตรที่ 8,200 รอบ ด้วยการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ให้มีน้ำหนักเบาขึ้นและซอฟต์แวร์ควบคุมจัดการเครื่องยนต์ที่ล้ำหน้ามากึ้น ทำให้รถมีรอบเรดไลน์ที่สูงขึ้นไปด้วยกลายเป็น 11,500 รอบ ส่วนทีเด็ดที่ทำให้ลดน้ำหนักเบามากขึ้นก็จะเป็นเฟรมถักที่ทำจากวัสดุโครโมลี่ 25CrMo4 ที่ช่วยรีดน้ำหนักได้มาก และมีการใช้ซับเฟรมท้ายเป็นถังน้ำมันไปด้วยในตัวโดยมีขนาด 16 ลิตร ทำให้ตัวรถด้านหน้าที่เหลือสำหรับวางแอร์บ็อกซ์นาดใหญ่ นอกจากนี้ตัวรถยังมาพร้อมชิ้นส่วนระดับเทพอีกมากมายโดยเฉพาะในเรื่องของช่วงล่าง อาทิ ระบบเบรกจาก Brembo โดยมีคาลิเปอร์เบรกหน้าเป็น Brembo Stylema พร้อมดิสก์เบรกคู่ ล้อฟอร์จอลูมิเนียมน้ำหนักเบาจาก Dymag ระบบกันสะเทือนตัวท็อป WP Apex Pro เต็มระบบ กันสะบัด Hyper Pro RCS แผงคอ CNC เต็มระบบ สุดท้ายนี้เรื่องการวางจำหน่ายจะอยู่ที่ 41,990 ยูโร คิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 1.6 ล้านบาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ส่อง 3 สกู๊ตเตอร์ไซส์เล็ก น่าขี่ จากค่ายปีกนก

ส่อง 3 สกู๊ตเตอร์ไซส์เล็กน่าขี่ จากค่ายปีกนก ของดีที่ไม่มีขายในบ้านเรา ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนโดยเฉพาะคนที่เป็นวัยรุ่นยุค 90 หรือวัยที่อายุมากหรือน้อยกว่านี้บวกลบไปอีกสักนิดหน่อย น่าจะเคยได้ยินคำว่ารถป๊อปกันมาบ้าง มันก็คือมอเตอร์ไซค์จำพวกสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กนั่นเอง เชื่อมั้ยว่าสมัยนี้ก็ยังมีกลุ่มคนที่ “ชอบ” และ “เล่น” รถจำพวกนี้อยู่เลย มาวันนี้ผมก็เลยจะพาไปดูไป ส่อง 3 สกู๊ตเตอร์ไซส์เล็กน่าขี่ แต่ดันไม่ขายในบ้านเรากันครับ  ขยายความอีกสักนิดเกี่ยวกับรถป๊อปที่บ้านเรานิยมกันอยู่ในยุคนึงนั้นมันจะเป็นรถที่มีขนาดเล็ก เครื่องยนต์มีความจุไม่เกิน 50 ซีซี ซึ่งมักนิยมใช้กันในระยะทางใกล้ ๆ อย่างในหมู่บ้านใหญ่ ๆ หรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานมาก เนื่องจากขี่ง่ายขี่สะดวก รถเล็กน้ำหนักเบา บางรุ่นก็มีความสวย มีความน่ารัก ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ก็ขี่ได้ แต่ก็จะติดตรงที่ว่าไม่สามารถจดทะเบียนได้ เนื่องจากขนาดความจุน้อยเกินไป แต่ยังทำประกันภัยและพ.ร.บ.ได้ตามปกตินะ  1.Honda Tact สำหรับรุ่นแรกจะเป็น Honda Tact สกู๊ตเตอร์ 50 ซีซีที่มาในสไตล์โมเดิร์นทันสมัย ให้ภาพที่ดูเหมาะกับการใช้งานในเมือง ดีไซน์เรียบง่ายเน้นการใช้งานได้จริง มิติที่มีความคล่องตัว เส้นสายดูเป็นเหลี่ยมสันให้ความโฉบเฉี่ยว แต่ไม่ดุดันมากนัก เหมาะกับการขี่ได้ทุกเพศทุกวัย เจ้าคันนี้โดดเด่นด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้สะดวกสบายเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง ไม่ว่าจะเป็นช่องเก็บของด้านหน้าทางซ้าย ตะขอแขวนของสำหรับแขวนถุงผ้าหรือสัมภาระอื่น ๆ ที่สามารถพับเก็บได้ ช่องเติมน้ำมันบริเวณที่วางเท้าช่วยให้เติมน้ำมันได้สะดวกไม่ต้องลงจากรถ ช่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้เบาะขนาด 20 ลิตรที่เพียงพอกับสัมภาระขนาดเล็ก หรือจะหมวกกันน็อกแบบเปิดหน้า 1 ใบ และปิดท้ายด้วยตะแกรงท้ายรถสำหรับมัดและบรรทุกสัมภาระเพิ่มเติม ส่วนเครื่องยนต์นั้นจะเป็นเครื่อง eSP ขนาด 50 ซีซี 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด ให้กำลังดีและมีความประหยัด ทั้งยังมีระบบ Idiling Stop ช่วยดับเครื่องเวลาหยุดรถรอคนข้ามหรือติดไฟแดง และแค่บิดคันเร่งก็พร้อมออกตัวไปต่อได้ในทันที สะดวกว่ารถและประหยัดกว่ารถป๊อปสมัยก่อนมาก ๆ ครับ ต่อมาเรื่องของช่วงล่างนั้นด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว โดยจะมีล้ออลูมิเนียม 8 ก้านขนาด 10 นิ้วเท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และสำหรับระบบเบรกนั้นจะเป็นดรัมเบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบคอมบายเบรก เวลากำเบรกหลังระบบจะช่วยกระจายเบรกไปยังเบรกหน้าให้ด้วย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้   สำหรับการวางจำหน่ายนั้นจะมี 5 เฉดสีด้วยกัน ได้แก่ สีน้ำเงินเดนิมเมทัลลิก สีเทาด้าน สีขาว สีดำกราไฟต์ และสีแดงเมทัลลิก โดยมีสนนราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 179,300 เยน คิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 44,000 บาทเท่านั้น 2.Honda Giorno รุ่นที่ 2 จะเป็นเจ้า Honda Giorno สกู๊ตเตอร์ไซส์เล็กในสไตล์คลาสสิควินเทจ ฮิตมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน มาจนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นที่นิยม โดดเด่นด้วยดีไซน์มุ้งมิ้ง กลม ๆ มน ๆ โดนใจคนชอบความมินิมัล ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเลี้ยว เรือนไมล์อนาล็อก และกระจกมองหลังก็ออกแบบมาในแบบกลม ๆ มน ๆ เส้นสายของตัวรถก็เต็มไปด้วยเส้นโค้งดูสวยงามลงตัว นอกจากดีไซน์คลาสสิกกลิ่นอายอิตาเลียนสมชื่อที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยแล้ว ตัวรถยังมีลูกเล่นการใช้งานที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันอยู่พอสมควรเลยทีเดียว โดยเฉพาะที่ใต้เบาะก็มีช่องเก็บของขนาดใหญ่เพียงพอจะใส่เอกสารหรือสัมภาระเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้สบาย ๆ หรือจะใส่หมวกแบบเปิดหน้า 1 ใบก็ทำได้เช่นกัน  ในส่วนสำคัญอย่างเครื่องยนต์นั้นจะเป็นเครื่องขนาด 50 ซีซี 2 จังหวะระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วยระบบคาร์บูเรเตอร์ สำหรับคันนี้เรียกว่าคลาสสิคย้อนยุค ย้อนกันไปสมัยวัยเด็กวัยรุ่นกันเลยทีเดียวครับ ต่อมาเรื่องของช่วงล่างก็จะมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว โดยจะมีล้ออลูมิเนียมขนาด 10 นิ้วเท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และสำหรับระบบเบรกนั้นจะเป็นดรัมเบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  พูดถึงเรื่องของการจำหน่ายสำหรับโมเดลนี้จะเป็นโมเดลเก่าแล้ว และทางฮอนด้า ประเทศไทยเองก็ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายแต่อย่างใด Honda GYRO X มาต่อกันที่สุดท้ายที่แปลกแหวกแนวกว่าคันอื่น เพราะเจ้า GYRO X นั้นมี 3 ล้อ และออกแบบมาเพื่อใช้ในเชิงธุรกิจเสียมากกว่า แต่มันก็มีความน่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน ขนาดผมเองยังอยากได้เลย และย้อนไปในตอนสมัยที่ผมยังเป็นเด็กประถม ผมยังจำได้เลยว่าคุณครูของผมก็ใช้รถสไตล์นี้แหละขนสัมภาระต่าง ๆ สะดวกสบายมาก ๆ เลยครับ สำหรับการดีไซน์นั้นไม่มีอะไรที่ออกไปในทางสวยงามมากนัก แต่เป็นไปในทางที่เรียบง่ายและเน้นการใช้สอยเป็นหลักซะมากกว่า ทว่ามันก็ได้อารมณ์ที่แปลกแตกต่างไม่เหมือนใคร ทั้งจากการที่มันเป็นสามล้อและความเป็นเหลี่ยมเป็นสันได้กลิ่นอายความเรโทรไปอีกแบบ  ด้านหน้ารถดูเรียบง่ายแต่เด่นด้วยพื้นที่สำหรับวางสัมภาระนาดใหญ่ เหมาะกับการของจำพวกกล่องหรือลัง แบบเดียวกับด้านท้ายรถ แต่ด้านท้ายจะมีขนาดใหญ่กว่าเท่านั้น ส่วนดีไซน์ของไฟต่าง ๆ ออกแบบมาในลักษณะเรียบง่ายเน้นการใช้งานเป็นหลัก มองเห็นได้ชัดแม้ยามฝนตกในเวลาค่ำคืน

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
ในที่สุด!! พ่อหมอ Valentino Rossi ก็ได้ในสิ่งที่ขอ

ทาง Yamaha กำลังเตรียมที่จะส่งชุดอุปกรณ์การอัปเกรดให้แก่ YZR-M1 ของ พ่อหมอ Valentino Rossi หลังจากที่พ่อหมอ Valentino Rossi ได้ออกมาโชว์ลวดลายและฟอร์มอันร้อนแรงไปเมื่อสัปดาห์ก่อนในการแข่งขันที่สนาม Silverstone นั้นก็ได้ออกมาบอกว่าทางทีมโรงงานกำลังส่งชุดอุปกรณ์อัปเกรดให้กับรถของเขาหลังจากที่ขอมาแล้วเป็นเวลากว่าสองปี!! โดยพ่อหมอของเราได้กล่าวว่า “Yamaha นั้นกำลังเริ่มทำสิ่งที่ฉลาด เช่นอัตราการเร่งและระบบไฟฟ้าเพื่อจัดการกับยางด้านหลังให้ดีขึ้น” “นี้เป็นสิ่งที่ผมร้องขอมาแล้วเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบเลยก่อนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา” “เราอาจจะสามารถปรับปรุงและแข่งขันได้อย่างดีขึ้นในปลายปีนี้และปีหน้า” “เราได้พัฒนาขึ้นมาบ้างแล้วแต่ยังเหลือหนทางอยู่อีกยาวไกล” Rossi กล่าวเพิ่ม นอกจากนั้นพ่อหมอ Rossi ยังกล่าวถึงอุปกรณ์อัปเกรดอีกชิ้นนึงด้วยที่เขาได้เคยร้องขอไปยังทาง Yamaha คือสวิงอาร์มแบบคาร์บอนที่ตอนนี้ยังคงใช้เป็นแบบอลูมิเนียม โดย Rossi ได้กล่าวเกี่ยวกับการมาของสวิงอาร์มแบบคาร์บอนเอาไว้ว่า “ผมยังไม่แน่ใจว่าจะได้เห็นสวิงอาร์มใหม่นี้เมื่อไหร่ แต่ผมก็คิดและหวังว่าจะไม่ต้องรอนานหนักในการที่จะได้เห็นมัน” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

31 August 2019
สู่เส้นทางการแข่งขันที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องกับ Team Suzuki Ecstar บนสังเวียนระดับโลก MotoGP

หลังจากที่ ซูซูกิ ประกาศศักดาในการคว้าแชมป์ การแข่งขันรายการรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการที่ใหญ่ที่สุดอย่าง MotoGP สนามที่ผ่านมา ณ สนาม ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ ซึ่งในปีนี้ ซูซูกิ ได้แชมป์รายการ MotoGP นี้ ถึง 2 สนาม และสามารถขึ้นโพเดียม รวม 7 สนาม จากการแข่งขัน 12 สนามที่ผ่านมา ในปี 2019 เส้นทางการกลับมาสู่สังเวียน MotoGP ครั้งนี้เป็นอย่างไร ติดตามกันได้เลย ซูซูกิ ได้กลับเข้ามาร่วมในการแข่งขันรายการรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP ในปี 2015 ภายใต้ทีมโรงงาน นามว่า Team Suzuki Ecstar ที่ได้ผู้จัดการทีมที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องอย่าง ดาวิเด เบริโว่ มานั่งแท่นบริหาร และจัดการทีม พร้อมทั้งทีมงานคุณภาพจากที่ต่างๆ มารวมตัวกัน เพื่อสร้างโปรเจคที่ทุกคนรอคอย กับการเป็นจ้าวแห่งสนามแข่งอีกครั้ง โดยครั้งนี้ ซูซูกิได้กลับมาพร้อมกับ รถจักรยานยนต์สูตรเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ ซึ่งรหัสความแรงในครั้งนี้คือ GSX-RR ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ ขนาด 1,000 ซีซี ที่นำเทคโนโลยีอันล้ำสมัย มาบรรจุ เพื่อให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่แรง และล้ำสมัยที่สุด แต่ละชิ้นส่วนที่สุดยอด ถูกนำมาคัดสรร ทำให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่ทำความเร็วได้มากกว่า 340 กม./ชม. ในเวลาไม่กี่วินาที อีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบาเพียง 157 กก. เท่านั้น แต่มีความทนทานเป็นเยี่ยม ซึ่งทำให้สามารถคว้าแชมป์กลับมาครองได้ ในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ต่อมาในปี 2017 ซูซูกิ ได้เรียกเสียง ฮือฮา ด้วยการเซ็นสัญญากับ 2 นักแข่งใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนักแข่งดาวรุ่งจาก Moto2 อย่าง อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 ที่กำลังเป็นที่จับตามอง อีกทั้งยังพัฒนา ซูซูกิ GSX-RR ให้ทรงประสิทธิภาพขึ้นไปอีก ซึ่งในปี 2018 นั้น 2 นักแข่งจาก Team Suzuki Ecstar สร้างปรากฏการณ์ ขึ้นโพเดียมถึง 9 ครั้ง จาก 17 สนาม ซูซูกิ ยังคงไม่หยุดความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสมรรถนะ ของ GSX-RR และก้าวขึ้นเป็นจ้าวแห่งสนามแข่ง ด้วยการเซ็นสัญญานักแข่งดาวรุ่ง เข้ามาร่วมทีมอย่าง โจน เมียร์ เจ้าของหมายเลข 36 มาเสริมความแกร่ง ให้กับ Team Suzuki Ecstar ปี 2019 และเพียง 3 สนามเท่านั้น ซูซูกิ ก็แผลงฤทธิ์ อเล็กซ์ รินส์ ได้ระเบิด ฟอร์มการขับขี่ GSX-RR อย่างร้อนแรงคว้าแชมป์ที่สนาม เรดบูล กรังด์ปรีซ์ ออฟ อเมริกา อีกทั้ง ยังขึ้นโพเดียมในอันดับที่ 2 ในสนามถัดมาที่ Jerez พร้อมทำคะแนนการแข่งขัน อยู่ในกลุ่มผู้นำ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุดคว้าแชมป์ที่สนาม ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ อีกครั้ง อย่างเร้าใจ แบบสุดมันส์ ทำให้คะแนนรวม ณ ปัจจุบันเป็นอันดับที่ 3 ในขณะนี้ ซึ่งนับว่าเป็นการประสบความสำเร็จไปอีกขั้นแบบก้าวกระโดด จากผลงานทั้งหมดที่ผ่านมา โดยใช้ระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี ก็คว้าแชมป์ และโพเดียมมาครองอย่างมากมาย และเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ทำให้มีสาวกซูซูกิ และแฟนคลับของ อเล็กซ์ รินส์เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ในปีนี้ยังเหลือ อีก 7 สนาม ซึ่ง 1 ในนั้นคือ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่ประเทศไทยนั่นเอง เรามาดูกันว่า Team Suzuki Ecstar / อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 และ โจน เมียร์

31 August 2019

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!