SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

บริษัท ปตท จำกัด มหาชน ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายครอบคลุมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย และ Dorna Sport เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขันรถมอเตอร์ไบค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP โดย ปตท. ตอบรับการเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของศึก MotoGP ครั้งแรกในประเทศไทยในปี 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้ชื่อรายการแข่งขัน PTT Thailand Grand Prix 2018 เชื่อมั่นว่าคนไทยจะได้รับความตื่นตาตื่นใจจากการแข่งขันในครั้งนี้ พร้อมความภาคภูมิใจของคนไทยด้วยการเปิดเส้นทางนักแข่งไทยสู่กีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลก และประกาศศักยภาพความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดงานะดับโลก ดึงนักท่องเที่ยวและแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลกหลั่งไหลมาเยือนเมืองไทย รวมทั้งทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของชาวโลกมากยิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้มหาศาลจากการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ที่พัก อาหาร และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ ของประเทศ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. สนับสนุนการจัดการแข่งขัน MotoGP เพื่อดึงงานระดับโลกที่คนทั่วโลกให้ความสนใจมาให้คนไทยได้สัมผัสกัน พร้อมแสดงให้คนทั้งโลกได้เห็นศักยภาพของคนไทย ว่ามีสนามแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีความสามารถในการจัดการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกได้อย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชาติใดในโลก และที่สำคัญ ปตท. จะร่วมสร้างความภาคภูมิใจกับคนไทยทั้งประเทศในการเป็นเจ้าบ้านต้อนรับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลก พร้อมช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยสมตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลในครั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่า MotoGP ที่จะจัดแข่งขันในประเทศไทย จะเป็นการแข่งขันที่ดีที่สุดสนามหนึ่งของโลก ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนไทยทุกคนที่ได้สัมผัสงานระดับโลก รวมทั้งสร้างความประทับใจให้นักแข่ง ทีมแข่ง ผู้จัด และแฟนคลับของแต่ละทีม ที่จะเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนประเทศไทย เชื่อว่าแฟนๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ตจำนวนมากจะใช้โอกาสนี้ท่องเที่ยวพักผ่อนในประเทศไทยและทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมากขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลในการจัดการแข่งขัน MotoGP ในครั้งนี้ ทั้งนี้ ประเทศไทยได้บรรลุสัญญากับ Dorna Sport เจ้าของลิขสิทธิ์ MotoGP ภายใต้การตกลง กับการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นเวลา 3 ปี ระหว่างปี 2018-2020 โดยมี บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด เป็นผู้บริหารสิทธิในการจัดการแข่งขัน MotoGP ครั้งแรกในประเทศไทย ระบุเป็นสนามที่ 15 ของปี จากทั้งสิ้น 19 สนาม โดยนอกจากเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันแล้ว ยังได้รับสิทธิเป็นสนามในการทดสอบช่วงวินเทอร์เทสต์ โดยจะมีขึ้นในวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2561 นี้อีกด้วย ศึก MotoGP นับเป็นสุดยอดการแข่งขันรถมอเตอร์ไบค์ทางเรียบอันดับหนึ่งของโลก ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลก มากกว่า 800 ล้านคน และมีการถ่ายทอดสดไปมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และเป็นรายการแข่งขันที่มีแฟน MotoGP ชาวไทย มากกว่า 1 ล้านคน มีนักบิดชั้นนำของโลกอย่าง Marc Márquez, Jorge Lorenzo และ Valentino Rossi เป็นตัวชูโรง พร้อมกับนักบิดระดับมือพระกาฬอีกกว่า 90 คน รวมถึงนักบิดไทยหนึ่งเดียวในรุ่น Moto3 World Champions ที่ลงแข่งขันทั้งฤดูกาล อย่าง “นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์” จาก Honda Team Asia พร้อมด้วยนักแข่งไทยที่ได้รับสิทธิ Wild Card อย่าง แสตมป์ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ จะลงทำการแข่งขันโฮมเรซ ต่อหน้าแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย นอกจากนี้ ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ปตท. ลูกค้าของ ปตท.ที่เป็นแฟนกีฬา MotoGP จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ กิจกรรมพิเศษจากสถานีบริการน้ำมัน ปตท. และร้านค้าในเครือ ปตท. ที่ร่วมรายการ, ส่วนลด 25 % สำหรับสมาชิก PTT Blue Card เมื่อซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขัน และพบกับสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ MotoGP จาก PTT Lubricants ให้เลือกซื้อสะสมได้ เป็นต้น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความภาคภูมิใจของคนไทยร่วมกันผ่านการแข่งขัน PTT

SBAY Flying คาเฟ่เรเซอร์ขุมพลังฮาร์ลีย์ SBAY Flying สำนักแห่งการคัสตอมรถของคนมีเงินจากประเทศสเปน ที่มีผลงานการคัสตอมรถมาแล้ว อาทิ Omega มอเตอร์ไซค์ระบบสวิงอาร์มหน้า และ Custom ‘Jerry’ โดยในครั้งนี้ก็ได้ทำการยกเครื่องของ Harley-Davidson ที่เป็นเครื่องยนต์แบบ Perfomance ในโมเดล Milwaukee 8 (มิลวอคกี้-เอจท์) ออกมาเป็น SBAY Flying เป็นรถในอีกหนึ่งโมเดลที่ได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่น ผสมผสานระหว่างสมรรถนะ ความสะดวกสบาย เข้าด้วยกัน จะเน้นไปที่ความสปอร์ต น้ำหนักเบา ควบคู่ไปกับท่าทางการขับขี่ที่สบาย จึงเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มอบประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ขับขี่ การดีไซน์ของรถคันนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อความคล่องตัว โดยมีระยะระยะฐานล้อเพียงแค่ 1,420 มม.ทำให้สามารถควบคุมรถได้อย่างคล่องตัว และการขับขี่ที่ง่ายดาย วัสดุที่เลือกใช้ในรถคันนี้มีการผสมผสานเฉพาะส่วนประกอบที่ดีที่สุด ไม่เพียงแค่ช่วยให้มั่นใจในการขับขี่ แต่ทำให้ผู้ขับขี่ได้เข้าถึงประสิทธิภาพระดับสูงสุด อีกทั้งยังมีความทนทานอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ที่กำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น โดยรุ่นนี้จะมีทั้งหมด 3 เครื่องยนต์ Milwaukee 8 แบบ V-Twin เป็นเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงจาก Harley-Davidson ทำมุม 45 องศา 4 วาล์วและ 2 หัวเทียนต่อสูบ แคมเดี่ยว เครื่องยนต์มีการปรับแกนสมดุลเพื่อลดการสั่นสะเทือน และในเครื่องยนต์นี้จะมีรหัสที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในความต่างนั้นก็จะมีความแรงที่แตกต่าง และราคาที่แตกต่างกันเช่นเดียวกัน Milwaukee 8 รหัส 107″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,754 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 86 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 144 นิวตันเมตร มีราคาอยู่ที่ 74,600 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,683,500 บาท Milwaukee 8 รหัส 114″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,868 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 94 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 155 นิวตันเมตร มีราคาวางขายอยู่ที่ 76,900 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,763,000 บาท Milwaukee 8 รหัส 117″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,917 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 102 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร มีราคาวางขายอยู่ที่ 80,400 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,887,800 บาท โดยในทุกรุ่นย่อยมาพร้อมกับโช้คอัพหน้า Ohlins Hydraulic Fork, สวิงอาร์มด้านหลังแบบธรรมดา, ล้ออัลลอยจาก Haan Spoke และรายละเอียดอื่น ๆ ดังนี้ ความสูงเบาะ 780 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 125 มม. ระยะฐานล้อ 1,420 มม. ขนาดล้อ และยางหน้า 120/70-17 ขนาดล้อ และยางหลัง 190/50-17 ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร น้ำหนักรถ 212 กิโลกรัม ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบกันสะเทือนหน้า Ohlins Hydraulic fork ระบบกันสะเทือนหลัง Ohlins TTX progressive ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่จาก HEL 4 พอตขนาด 320 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวจาก HEL 2 พอตขนาด 220 มม. ระบบไฟ Full LED เทคโนโลยี เทคโนโลยีระบบเบรก ABS ภาพจุดที่น่าสนใจ สรุป SBAY Flying ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่น่าสนใจของรถสไตล์คาเฟ่เรเซอร์ โดยให้ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างสมรรถนะ และการออกแบบดีไซน์ โดยผู้ที่ชื่นชอบรถในสไตล์นี้จะต้องหลงไหลอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ

มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม Pedro Acosta กล่าวกับสื่อไม่มีใครพร้อมที่จะพา KTM คว้าแชมป์ MotoGP ได้มากไปกว่า “บุคคลพิเศษ” อย่าง Aki Ajo ที่ได้รับตำแหน่งเข้ามาคุมทัพใน MotoGP ฤดูกาลหน้า หลังจากที่มีการคาดเดาออกไปต่าง ๆ นานา ว่าผู้จัดการทีมคนถัดไปของ KTM คือใคร เพราะมีข่าวออกมาก่อนการแข่งขันที่อินโดนีเซียนกรังด์ปรีซ์ Francesco Guidotti จะก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024 และก็มีการประกาศออกมาอย่างเป็นการทางการว่าคนที่จะมารับหน้าที่แทนก็คือ Aki Ajo Aki Ajo ประสบความสำเร็จกับ KTM ในปี 2012 เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์โลก Moto3™ ครั้งแรกกับ KTM RC4 ทีม Red Bull KTM Ajo ได้แชมป์อีกสองรายการในรุ่นนี้ (ในปี 2016 กับ Brad Binder และปี 2021 กับ Pedro Acosta) อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับการพัฒนาความสามารถของนักแข่งจาก Red Bull MotoGP Rookies Cup ในการแข่งขัน Moto3 ของ Ajo ที่ช่วยให้ผลักดันนักแข่งก้าวขึ้นสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP หลังจากที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่า Aki Ajo จะเข้ามารับหน้าที่คุมทัพ Red Bull KTM Factory Racing MotoGP สำหรับปี 2025 เปโดร อาคอสต้าได้พูดถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาร่วมงานกับกุนซือคนนี้อีกครั้ง “ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ยินข่าวดีข่าวนี้ ผมคิดว่าไม่มีใครในแพดด็อกนี้ที่เตรียมพร้อมเพื่อเป้าหมายในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ MotoGP อีกทั้งเขายังเป็นคนที่เคยช่วยเหลือผมเยอะมากในอดีต และผมชอบความตรงไปตรงมาของเขามาก และผมคิดว่าเราจะเป็นคู่หูที่ดีต่อกัน” สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของ MotoGP จะแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 12.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Motocompacto สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้สุดเจ๋ง หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกคุ้นเคยกับเจ้า Honda Motorcompacto สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้สุดเจ๋งคันนี้ เพราะจริง ๆ เจ้าคันนี้มีต้นแบบมาจาก Motocompo สกู๊ตเตอร์จากยุค 80 ของทางค่ายปีกนกนั่นเอง ซึ่งนี้จะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลแรกที่มีขนาดกะทัดรัดมาก ๆ แล้วน้ำหนักเบารวมถึงสามารถพับและเก็บซ้อนกับของอื่น ๆ ได้ สำหรับดีไซน์ก็จะสังเกตเห็นได้ว่ามันเพรียวบางและเรียบง่ายคล้ายคลึงกับกระเป๋าเดินทางนั่นเอง ตัวรถจะมีไฟหน้า LED อยู่ที่ตัวรถด้านล่างใกล้กับจุดชาร์จ ไม่ได้อยู่ใกล้กับบริเวณแฮนด์บาร์ ด้านท้ายเองก็จะมีไฟท้าย LED ที่ระนาบเดียวกับไฟหน้า มีหน้าจอขนาดเล็กบอกระดับแบตแตอรี่และความเร็วแบบดิจิทัลที่บริเวณตรงกลางแฮนด์บาร์ โดยทางค่ายจะออกแบบให้มันพับเก็บชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างแฮนด์ เบาะนั่ง พักเท้า ขาตั้งและล้อหลัง ให้ซ่อนกลับเข้าไปในตัวรถได้ และมีหูหิ้ว หรือจะใช้เข็นมันด้วยล้อทั้ง 2 ล้อก็ทำได้เช่นกัน ตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวรขับเคลื่อนแบบไดเร็กต์ไดร์ฟอยู่ที่บริเวณล้อหน้า ไม่ได้ใช้สายพาน ส่วนระบบเบรกนั้นจะมีดรัมเบรกอยู่ที่ล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 490 วัตต์ แรงบิดที่ 16 นิวตันเมตร ให้ความเร็วสูงสุดได้ที่ 24 กม./ชม. และใช้งานได้ระยะทางราว ๆ 20 กม. ใช้เวลาชาร์จ 3 ชั่วโมงครึ่งโดยอาศัยเพียงปลั๊กไฟบ้านแรงดัน 110 โวลต์เท่านั้น (ส่วนบ้านเรานั้นอาจจะต้องใช้ตัวแปลงไฟ) โดยตัวรถหนักเพียง 18.73 กิโลกรัม ซึ่งเบาเนื่องจากตัวบอดี้และล้อของมันทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่แข็งแรงทนทาน และยังเล็กพอที่จะพับใส่ท้ายรถเก๋งได้ เรียกว่าไปได้แทบทุกที่ในเมืองเลยล่ะครับ เจ้านี่ยังมีฟีเจอร์ต่าง ๆ หลากหลาย ตัวชาร์จเจอร์ที่เป็นของติดรถนั้นเล็กพอที่จะใส่เข้าไปในตัวรถได้สบาย ช่วยให้พกพาไปชาร์จในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก ที่ขาตั้งของรถเองก็มีรูสำหรับใช้ล็อกรถซึ่งสามารถใช้ที่ล็อกรถจักรยานทั่ว ๆ ไปล็อกได้ ยังมีเทคโนโลยีบลูทูธเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับรถเพื่อเลือกโหมดการขับขี่และโหมดไฟได้ ส่วนสนนราคาการจำหน่ายจะอยู่ที่ 995 ดอลลาร์ หรือราว ๆ 35,000 บาท ส่วนการจำหน่ายในไทยนั้นคงยากครับ ยกเว้นจะมีเกรย์มาร์เก็ตนำเข้ามาจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้ง 2 ทีมแล้ว ล่าสุด ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง หรือไลน์อัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้งสองทีมแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการสู้ศึกได้ดีขึ้นรวมไปถึงช่วยให้โปรเจ็กต์โดยรวมดีขึ้นอีกด้วย โดยทีมแรกจะเป็น Bonovo action BMW Racing Team ซึ่งจะมีนักแข่งมากทักษะและประสบการณ์อย่าง Scott Redding นักแข่งชาวอังกฤษที่แข่งให้กับทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2022 และจะแข่งต่อไปเคียงคู่กับ Garrett Gerloff นักแข่งชาวอเมริกา ขณะที่อีกทีมอย่าง ROKit BMW Motorrad WorldSBK จะมีนักแข่งที่เพิ่งเซ็นสัญญากับเราใหม่ ๆ อย่าง Toprak Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกี และ Michael van der Mark นักแข่งชาวดัตช์ ที่แข่งให้กับทางทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2021 เป็นทีมเมต ซึ่งทั้งสองทีมจะได้รับการซัพพอร์ตอะไหล่และซัพพอร์ตทางเทคนิคจากทาง BMW Motorrad Motorsport เท่ากัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับโอกาสในการแข่งขันที่เท่าเทียมกันทุกคน ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Multistrada V4S Grand Tour ตัวสุดสายทัวริ่งจาก Ducati เปิดตัวแล้ว หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้แต่ในปี 2023 นี้จัดเป็นปีที่เจ้ามัลติสตราดารุ่นแรกมีอายุครบ 20 ปีแล้ว และด้วยโอกาสนี้เองค่ายแดง Ducati จึงได้เปิดตัวโมเดลระดับเรือธงสายทัวริ่งอย่าง Multistrada V4S Grandtour ตัวสุดตัวจบของทัวริ่งไบค์ของทางค่าย ที่โดดเด่นเรื่องความสะดวกสบายและความปลอดภัยในระดับแนวหน้าของคลาสเลยครับ สำหรับโมเดลนี้นั้นจะมีพื้นฐานมาจากรุ่น V4S ของมัลติสตราดานั่นเอง แล้วมาปรับเพิ่มเติมเสริมออปชันต่าง ๆ เข้าไปเพื่อให้ตอบโจทย์การเดินทางไกลที่มากยิ่งขึ้น ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของตัวเลขสมรรถนะ ตัวรถภายนอกจะมาพร้อมเฉดสีและกราฟิกเฉพาะรุ่น เส้นสายกราฟิกออกแบบมาให้ดูหรูหราปราณีต เบสหลักเป็นสีดำและสีเทา แต่งแต้มด้วยลายเส้นสีแดงและซับเฟรมสีแดง พร้อมคาดลวดลายสื่อถึงความเป็นอิตาลีไว้บาง ๆ ขุมพลังจะเป็นเครื่อง V4 Granturismo ขนาด 1158 ซีซีให้กำลัง 170 แรงม้าที่ 10,500 รอบและแรงบิด 125 นิวตันเมตรที่ 8,750 รอบ ที่ทางค่ายเคลมมาว่าให้กำลังได้สมูทและต่อเนื่องทุกย่านความเร็ว แต่ก็ไม่ได้มีการอัปเดตเพิ่มเติมในส่วนนี้ ขณะที่แชสซีก็เช่นกัน โดยจะมีโช้คปรับไฟฟ้า Ducati Skyhook Suspension จากทาง Marzocchi ปรับแต่งได้เต็มระบบพร้อมระบบ Auto-levelling ปรับความสูงเบาะอัตโนมัติตามที่ได้เซ็ตเอาไว้ ระบบ Minimum Preload ช่วยลดความสูงของรถให้ขึ้นคร่อมได้ง่ายขึ้น และระบบ Easy Lift ช่วยให้เอาขาตั้งขึ้นได้ง่าย โดยทั้งหมดนี้จะควบคุมค่าต่าง ๆ ของโช้คเพื่อให้สามารถขับขี่ได้ง่ายและอำนวยความสะดวกได้มากขึ้น ขณะที่ระบบเบรกจะเป็น Brembo เต็มระบบ ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 330 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 265 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก Brembo 2 ลูกสูบ ส่วนล้อและยางจะเป็นล้ออัลลอยพร้อมยาง Pirelli Scorpion Trail II 120/70-19” และ 170/60-17” จัดเต็มมาก ๆ ในส่วนของช่วงล่าง ทีนี้มาถึงเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์กันบ้าง จัดเต็มสุด ๆ เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย โดยที่เด่น ๆ ก็จะเป็นอะแด็ปทีฟครูซคอนโทรลและระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตาที่ทำงานร่วมกับเรดาห์ ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยางอัตโนมัติ มีหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยหรือ IMU ช่วยประมวลผลส่งข้อมูลเพื่อทำงานร่วมกับ Conering ABS ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบไฟส่องสว่างในโค้ง ระบบช่วยรักษาเสถียรภาพบนทางลาดชัน ยังมีหน้าจอสี TFT พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อรับการแจ้งเตือนต่าง ๆ และใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานของสมาร์ทโฟนได้เมื่อใช้งานร่วมกับบลูทูธเฮดเซ็ต รวมถึงระบบอุ่นมือ อุ่นเบาะทั้งคนขี่และคนซ้อนเพื่อให้ขับขี่ได้สบายยิ่งขึ้น ระบบสมาร์ทคีย์และฝาถังแบบเปิดได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ เพื่อความสะดวกสบายไปอีกขั้น อ่อเกือบลืมไปยังมีเรื่องที่ไม่ใช่เทคโนโลยีแต่ก็เป็นจุดเด่นคือส่วนของกล่องข้างที่มีความจุรวมกว่า 60 ลิตร คนของสบาย ตลอดไปจนถึงมีการติดตั้งส่วนป้องกันความร้อนเพิ่มอีกหลายจุดเพิ่มความสบายให้กับผู้ขับขี่และคนซ้อนด้วยครับ ส่วนเรื่องของการจำหน่ายนั้น Multistrada V4S Grand Tour ราคาอยู่ที่ 27590 ยูโร แพงกว่าโมเดล S อยู่ที่ 3600 ยูโร ซึ่งถ้าคิดเปรียบเทียบกับราคาไทยที่โมเดล S นั้นอยู่ที่ 1.289 ล้านบาทนั้น โมเดลใหม่แกรนด์ทัวร์นี้ราคาน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 1.5 ล้านบาทโดยประมาณครับ ซึ่งก็บอกเลยว่าราคาเอาเรื่อง แต่ถ้าเทียบกับอ็อปชันที่เพิ่มเข้ามานั้นบอกเลยว่าสายทัวริ่งรุ่นใหญ่พร้อมจบแน่ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก