SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
เปิดตัวเจ้า Ducati Desmosedici GP18 ลงสู้ศึก Moto GP 2018

Ducati ประกาศเปิดตัว รถมอเตอร์ไบค์รุ่นใหม่ 2018 Desmosedici GP หรือในชื่อ GP18 เป็นรถที่จะใช้แข่งขันในฤดูกาลใหม่ 2018 ที่กำลังจะเกิดขึ้น เปิดตัวกันที่ เมือง โบโลญญา ประเทศอิตาลี โดยมี 2 คู่หูทีมเมท Jorge Lorenzo และ Andrea Dovizioso โดยสองนักบิดตัวหลักของทีมแข่งโรงงานเข้าร่วมในงานนี้ด้วย โดยตัวเจ้า GP18 มาพร้อมเครื่องยนต์ V4 สี่จังหวะ ขนาด 1,000cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 250 แรงม้า และทำความเร็วได้สูงสุด 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบเกียร์ DST EVO น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 157 กิโลกรัม ล้อขนาด 17 นิ้ว ระบบกันสะเทือนมาจาก Ohlins ระบบเบรกเป็นแบบคาร์บอนของ Brembo ดิสก์เบรกคู่ขนาด 340 มม. พร้อมกับท่อ Akrapovic และได้ทำการออกแบบส่วนของแฟร์ริ่งหน้าใหม่ให้ถูกต้องตามกฎกติกาของ FIM สำหรับสาวก Ducati ชาวไทย 2018 Ducati Desmosedici GP จะได้เห็นตัวเป็นๆ พร้อมเสียงดุดัน ได้ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วง Winter Test วันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2561ที่จะถึงนี้แล้ว อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

24 January 2018
บริษัท ปตท จำกัด ตอบรับการเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ MotoGP

บริษัท ปตท จำกัด มหาชน ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายครอบคลุมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย และ Dorna Sport เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขันรถมอเตอร์ไบค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP โดย ปตท. ตอบรับการเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของศึก MotoGP ครั้งแรกในประเทศไทยในปี 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้ชื่อรายการแข่งขัน PTT Thailand Grand Prix 2018 เชื่อมั่นว่าคนไทยจะได้รับความตื่นตาตื่นใจจากการแข่งขันในครั้งนี้ พร้อมความภาคภูมิใจของคนไทยด้วยการเปิดเส้นทางนักแข่งไทยสู่กีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลก และประกาศศักยภาพความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดงานะดับโลก ดึงนักท่องเที่ยวและแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลกหลั่งไหลมาเยือนเมืองไทย รวมทั้งทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของชาวโลกมากยิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้มหาศาลจากการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ที่พัก อาหาร และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ ของประเทศ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. สนับสนุนการจัดการแข่งขัน MotoGP  เพื่อดึงงานระดับโลกที่คนทั่วโลกให้ความสนใจมาให้คนไทยได้สัมผัสกัน พร้อมแสดงให้คนทั้งโลกได้เห็นศักยภาพของคนไทย ว่ามีสนามแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีความสามารถในการจัดการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกได้อย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชาติใดในโลก และที่สำคัญ ปตท. จะร่วมสร้างความภาคภูมิใจกับคนไทยทั้งประเทศในการเป็นเจ้าบ้านต้อนรับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลก พร้อมช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยสมตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลในครั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่า  MotoGP  ที่จะจัดแข่งขันในประเทศไทย จะเป็นการแข่งขันที่ดีที่สุดสนามหนึ่งของโลก ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนไทยทุกคนที่ได้สัมผัสงานระดับโลก รวมทั้งสร้างความประทับใจให้นักแข่ง ทีมแข่ง ผู้จัด และแฟนคลับของแต่ละทีม ที่จะเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนประเทศไทย เชื่อว่าแฟนๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ตจำนวนมากจะใช้โอกาสนี้ท่องเที่ยวพักผ่อนในประเทศไทยและทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมากขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลในการจัดการแข่งขัน MotoGP ในครั้งนี้ ทั้งนี้ ประเทศไทยได้บรรลุสัญญากับ Dorna Sport เจ้าของลิขสิทธิ์ MotoGP  ภายใต้การตกลง กับการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นเวลา 3 ปี ระหว่างปี 2018-2020 โดยมี บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด เป็นผู้บริหารสิทธิในการจัดการแข่งขัน  MotoGP  ครั้งแรกในประเทศไทย ระบุเป็นสนามที่ 15 ของปี จากทั้งสิ้น 19 สนาม โดยนอกจากเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันแล้ว ยังได้รับสิทธิเป็นสนามในการทดสอบช่วงวินเทอร์เทสต์ โดยจะมีขึ้นในวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2561 นี้อีกด้วย ศึก MotoGP นับเป็นสุดยอดการแข่งขันรถมอเตอร์ไบค์ทางเรียบอันดับหนึ่งของโลก ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลก มากกว่า 800 ล้านคน และมีการถ่ายทอดสดไปมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และเป็นรายการแข่งขันที่มีแฟน MotoGP  ชาวไทย มากกว่า 1 ล้านคน มีนักบิดชั้นนำของโลกอย่าง Marc Márquez, Jorge Lorenzo และ Valentino Rossi เป็นตัวชูโรง พร้อมกับนักบิดระดับมือพระกาฬอีกกว่า 90 คน รวมถึงนักบิดไทยหนึ่งเดียวในรุ่น Moto3 World Champions ที่ลงแข่งขันทั้งฤดูกาล อย่าง “นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์” จาก Honda Team Asia พร้อมด้วยนักแข่งไทยที่ได้รับสิทธิ Wild Card อย่าง แสตมป์ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ จะลงทำการแข่งขันโฮมเรซ ต่อหน้าแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย นอกจากนี้ ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ปตท. ลูกค้าของ ปตท.ที่เป็นแฟนกีฬา MotoGP  จะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ กิจกรรมพิเศษจากสถานีบริการน้ำมัน ปตท. และร้านค้าในเครือ ปตท. ที่ร่วมรายการ, ส่วนลด 25 % สำหรับสมาชิก PTT Blue Card เมื่อซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขัน และพบกับสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ  MotoGP  จาก PTT Lubricants ให้เลือกซื้อสะสมได้ เป็นต้น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความภาคภูมิใจของคนไทยร่วมกันผ่านการแข่งขัน PTT

20 December 2017

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 Yamaha YZF R9 ขี่ง่าย พร้อมออฟชั่นจัดเต็ม

2025 Yamaha YZF R9 ขี่ง่าย พร้อมออฟชั่นจัดเต็ม 2025 Yamaha YZF R9 เผยโฉมแล้วอย่างเป็นทางการ รถในตระกูล R-series สปอร์ตไบค์จากค่ายซ้อมเสียง ‘Yamaha’ สปอร์ตฟูลแฟริ่ง 3 สูบ เครื่อง CP3 ปรับจูนใหม่ เกียร์ 6 สปีด ดีไซน์การออกแบบที่เน้นความคล่องตัว เบา ขี่ง่ายพร้อมออฟชั่นจัดเต็ม ปีกวิงก์เล็ต เพิ่มกลิ่นอายของความเป็น MotoGP ตามรอยพี่ใหญ่ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้อย่าง Yamaha YZF R1 ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน โดยมีหลักการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ช่วยในเรื่องของ Aero dynamic  ในส่วนของช่วงล่างเรียกได้ว่า YZF R9 ที่เปิดตัวใหม่นี้ให้มาแบบจัดเต็มโดยระบบกันสะเทือนด้านหน้าให้โช้คอัพแบบ Up Side Down จาก KYB ที่สามารถปรับได้อย่างเต็มระบบ ตามสไตล์การใช้งานของผู้ขับขี่ พร้อมปั้มเบรก Brembo Stylema 4 พอต ตัวจบยอดนิยมที่ใส่กันในรถระดับรถซูเปอร์ไบค์ ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหลัง มีกระปุก Sub tank สามารถปรับได้ นิ่ง หนึบ เอาอยู่ทุกสถานการณ์ หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบ ดูง่าย สบายตา ไม่เพียงแค่นั้นรถคันนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชัน Y-TRAC  สีสันที่วางจำหน่าย Icon Blue (สีน้ำเงิน) Tech Black (สีดำ)   โมเดลใหม่ที่เปิดตัวมานี้หวังว่าจะถูกใจแฟน ๆ ตระกูล R-Series ไม่น้อย โดยจะเริ่มทำการตลาดทางฝั่งทวีปยุโรปก่อน สำหรับสเปคละเอียดของ Yamaha YZF R9 แฟน ๆ อดใจรอนิดเดียวเดี๋ยวมาแน่ ติดตามได้เลยทาง Superbike Thailand อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

9 October 2024
Moto Morini Calibro 700 รถอิตาลี แต่เครื่องไชนีส

Moto Morini Calibro 700 รถอิตาลี แต่เครื่องไชนีส โมโตโมรินี แบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่จากประเทศอิตาลี ที่ตอนนี้ถูกพัฒนาโดยประเทศจีน ได้ทำการเปิดตัว Moto Morini Calibro 700 ครุยเซอร์ไบค์ขนาดกลางที่มาพร้อมความคล่องตัว และความทนทาน ซึ่งพร้อมจำหน่ายในยุโรปแล้ว โดยเปิดตัวมาทั้ง 2 รุ่นทั้งตัวธรรมดา และรุ่น Gagger ที่มาพร้อมปี๊บสองข้างซ้ายขวาเอาใจไบค์เกอร์สายออกทริป เครื่องยนต์พัฒนาใหม่ หล่อ คล่องตัวทุกสถานการณ์ เพลทโลโก้ด้านข้างถังน้ำมัน ไฟแบบ Full LED สว่างชัด ทุกการมองเห็น เบาะนั่งแบบสองตอน สบายทั้งคนขี่ และคนซ้อน ช่องเสียบ USB ด้านข้างตัวรถ กระเป๋าข้างขนาด 19 ลิตร (เฉพาะรุ่น Bagger) ชิลด์หน้าดีไซน์ Batwing สไตล์รถอเมริกัน (เฉพาะรุ่น Bagger)   Moto Morini Calibro 700 ข้อมูล และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ Parallel-twin ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 693 ซีซี ระบบวาล์ว DOHC 8 วาล์ว แรงม้า (เคลม) 68 แรงม้าที่ 6,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 67.7 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83 x 64 มม. อัตราส่วนการอัด 11.6 : 1 ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ขนาดแกน 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพด้านหลังแบบคู่ สามารถปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมปั้มเบรกแบบ 2 พอต ขนาด 320 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมปั้มเบรกแบบ 1 พอต ขนาด 225 มม. ยางหน้า 130/70-R18 ยางหลัง 180/65-R16 กว้าง X ยาว X สูง 860 x 2220 x 1190 มม. ระยะฐานล้อ 1,490 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 140 มม. ความสูงเบาะ 718 มม. ความจุถังน้ำมัน 13 ลิตร น้ำหนักรถ 199.5 กิโลกรัม เทคโนโลยี ระบบเบรกความปลอดภัย ABS Traction Control ระบบไฟ LED รอบคัน ช่องชาร์จไฟ USB-Type A เรือนไมล์อนาล็อก + LCD     สีสันที่วางจำหน่าย Fire Red (สีแดง เฉพาะรุ่น Standard) Shark Grey (สีเทา เฉพาะรุ่น Standard) สีดำ (เฉพาะรุ่น Bagger)   โดยราคาวางจำหน่ายของ Calibro 700 อยู่ที่ $5,999 ดอลล่าร์เหรียญสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 201,000 บาท และ Calibro 700 Bagger อยู่ที่ $6,799 ดอลล่าร์เหรียญสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ

9 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
KX450 50TH Anniversary Edition

KX450 50TH Anniversary Edition ลายพิเศษฉลองตำนานทางฝุ่นกว่า 50 ปี กว่า 50 ปีที่ผ่านมารถในตระกูล Kawasaki KX ช่วยปูทางไปสู่ชัยชนะในการแข่งขันให้นักแข่งโมโตครอสชื่อดังมามากมาย ตอนนี้ก็ยังคงมีความยิ่งใหญ่ทั้งในโมโตครอสและซูเปอร์ครอสอยู่เช่นเดิม ก็เลยถือโอกาสเปิดตัวโมเดลพิเศษอย่าง KX450 50TH Anniversary Edition เนื่องในโอกาสพิเศษนี้ซะเลย เรื่องดีไซน์นั้นคงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะตัวรถมาในกราฟิกพิเศษย้อนยุคไปยังช่วงบุกเบิก จะสังเกตได้จากตัวหนังสือ KX ที่ด้านข้างที่มาในเฉดสีแบบดั้งเดิม กราฟิก Uni-Trak ที่สวิงอาร์ม เบาะสีน้ำเงิน ล้อสีเงินและการ์ดโช้คสีขาว ซึ่งมาจากยุคแรกเริ่มทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ว่าไม่ได้มีการอัปเดตในส่วนอื่น ๆ ส่วนที่มีการอัปเดตเพื่อให้เจ้าคันนี้เป็นรถที่แรงที่สุดและพร้อมแข่งทางฝุ่นนั้นก็มีอยู่หลากหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับจูนเครื่องยนต์สูบเดียว 449 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำพร้อมระบบเกียร์ 5 สปีด ใหม่ เปลี่ยนฝาสูบใหม่ พอร์ตไอเสียยิงตรง มีสวิตช์แทร็คชันคอนโทรลที่แฮนด์บาร์ ระบบเบรก Brembo ใหม่ เฟรมอลูมิเนียมใหม่น้ำหนักเบา กริพแฮนด์ ODI บอดี้ใหม่เพรียวขึ้น ระบบแทร็คชันคอนโทรลและโหมดการขับขี่หลากหลาย สามารถเชื่อมต่อรถกับสมาร์ทโฟนได้ผ่านแอพพลิเคชัน RIDEOLOGY THE APP KX ส่วนอื่น ๆ ก็จะยังคงเดิม อย่างเรื่องของระบบกันสะเทือนที่ด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับปรับแต่งได้หลายระดับ โช้คหลังพร้อมซับแทงค์พร้อมกระเดื่อง ปรับแต่งค่าต่าง ๆ ได้เช่นกัน สุดท้ายนี้จะมีจำหน่ายเพียงเฉดสีเดียวคือสีเขียวเบาะฟ้าตามภาพ ในราคาที่ 10,699 เหรียญสหรัฐหรือราว ๆ 390,000 บาท ส่วนเรื่องการจำหน่ายในไทยน่าจะราคาโดดไปมากกว่านี้ แต่เบื้องต้นคาดว่าน่าจะไม่มีจำหน่ายในไทย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon

Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon จบไปแล้วกับการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Motorland Aragon ที่ประเทศสเปน การแข่งขันสุดมันทีทำเอา Bautista ตรงเหนื่อยนัก แต่ก็คุ้มค่ากับความพยายาม คว้าชัยไปได้ 2 เรซ แม้ว่า Bautista ล้มในเรซแรก แต่ก็สามารถกอบกู้ชัยชนะและคะแนนจากการแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซ และเรซที่ 2 มาได้ Race1 ตำแหน่งการออกสตาร์ทในเรซแรกหลังควอลิฟายนั้นมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลครั้งที่ 2 ของเขาในฤดูกาลนี้ ด้วยเวลา 1’47.973 ที่กลายเป็นสถิติใหม่ของสนามนี้อีกด้วย ตามมาด้วย Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ที่ช้ากว่า 0.4 วินาที และ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ออกสตาร์ทจากกริดที่ 3 ส่วนการเลือกยางนั้น อุณหภูมิแทร็กอยู่ที่ประมาณ 25 องศา นักแข่งทุกคนต่างเลือกยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนามาเป็นอย่างหลัง ขณะที่ยางหน้าส่วนใหญ่แล้วจะเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐาน ส่วนในการแข่งขันเรซที่ 1 นั้นพื้นแทร็กมีอุณหภูมิที่ราว ๆ 35 องศา นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหน้า SC1 สูตรมตรฐาน และยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยาง SCX สูตรมาตรฐาน แต่มีคนที่เลือกเดิมพันกับยางที่ต่างออกไป Rea เลือกที่จะใช้ยาง SCX B0800 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา หลังจากเริ่มแข่งไปได้ไม่นานนัก Bautista ก็ล้มไปในแล็ปที่ 6 แต่ยังกลับเข้ามาแข่งต่อได้ การแข่งกลายเป็นศึกสามเศร้าระหว่าง Razgatlioğlu, Rea และ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) และกลายเป็นฝ่ายหลังที่ขึ้นนำได้ในแล็ปที่ 15 จากทั้งหมด 18 แล็ป กระทั่งเข้าเส้นได้ก่อน โดยที่สองและที่สามตกเป็นของ Razgatlioğlu และ Rea ตามลำดับ และ Bautista ต้องออกจากการแข่งขันไปหลังจากล้มอีกเป็นครั้งที่สองในแล็ปสุดท้าย กลายเป็นนักแข่งตุรกีที่ได้ที่สองทำให้มีแต้มและช่วยลดระยะห่างระหว่างแชมป์โลกกับตัวเองเหลือเพียง 37 คะแนนหลังจากจบการแข่งในเรซแรก Superpole Race ในการแข่งขันรอบซูเปอร์โพลเรซ นักแข่งเกือบทุกคนเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐานสำหรับยางหน้า มีเพียงคนเดียวที่ใช้ยาง SC0 C0927 สูตรกำลังพัฒนา คือ Bradley Ray (Yamaha Motoxracing WorldSBK Team) ส่วนยางหลังนั้นนักแข่งเลือกใช้ยางต่าง ๆ กันออกไปหลายสูตร โดยนักแข่งที่จบเรซนี้ด้วยโพเดียมต่างใช้ยางไม่ซ้ำกันเลย  Álvaro Bautista ชนะด้วยยาง SCX สูตรมาตรฐาน Jonathan Rea จบอันดับ 2 ด้วยยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนา และ Toprak Razgatlioğlu เข้าอันดับที่ 2 ด้วยยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนา Race2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยาง SCX สูตรมาตรฐานยังเป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับยางหลัง มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่เลือกใช้ยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนานั่นคือนักแข่งจากทาง Kawasaki อย่าง Jonathan Rea และ Florian Marino และนักแข่งจาก Ducati อย่าง Phillip Oettl และ Danilo Petrucci ขณะที่ยางหน้านั้นยาง SC1 สูตรมาตรฐานเป็นสูตรที่ทุกคนต่างเลือกใช้ เรซนี้เป็น Álvaro Bautista กระหายชัยชนะและอยากจะล้างมือที่พลาดโอกาสไปในเรซแรก และพึ่งจะชนะในซูเปอร์โพลเรซมา และในที่สุดเขาก็สามารถทำได้ในเรซที่ 2 ด้วย ส่วนอันดับ 2

Grand Filano Hybrid 2023 สีใหม่ สมาร์ท พรีเมียม

Grand Filano Hybrid 2023 สีใหม่ สมาร์ท พรีเมียม ไทยยามาฮ่า พร้อมเสริฟความแกรนด์แบบต่อเนื่อง เปิดตัว “NEW Grand Filano Hybrid 2023” พรีเมียมสกู๊ตเตอร์ เอาใจสาวกที่ชื่นชอบความโมเดิร์นคลาสสิก โดยครั้งนี้มาพร้อมความเซอร์ไพรส์จากทางค่ายที่พร้อมการันตีว่า รุ่นนี้..ดีแน่นอน แล้วข้อดีของโมเดลรุ่นนี้จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน ดีไซน์สวย หรูหรา พรีเมียม ในส่วนแรกกับรูปลักษณ์การดีไซน์ที่สง่างามเหนือกาลเวลา ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกภายใต้คอนเซ็ปต์ “สมาร์ทสไตล์พรีเมียม…ความ GRAND ที่รู้กัน” มาพร้อมสีสันใหม่ โดดเด่น และบ่งบอกถึงรสนิยมที่เป็นเอกลักษณ์ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างภาคภูมิใจ สวยล้ำด้วยเส้นสายและไฟ LED รอบคัน หรูหราอย่างมีระดับ โดดเด่นทุกมุมมอง ทั้งไฟหน้า ไฟ Daylight ไฟเลี้ยว และไฟท้าย ให้ความสว่างเด่นชัดในทุกมุมมอง โดยสอดรับความล้ำสมัยไปพร้อมกับหน้าจอ Digital LCD & TFT  รวมถึง กิมมิกความพิเศษเฉพาะรุ่น ABS กับเบาะใหม่สีทูโทน พร้อมปักอักษร Grand Filano ไว้ด้านข้างที่บ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียดว่านี่แหล่ะ คือความแกรนด์ที่ไม่เหมือนใคร ประหยัดน้ำมัน กับเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด สำหรับส่วนที่สองคงเป็นเรื่องของความแรงและประหยัดน้ำมัน ด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด 1 สูบ 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ได้ดีในทุกจังหวะการบิดคันเร่ง และให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่นุ่มนวล น้ำหนักเบา คล่องตัว ออกตัวได้รวดเร็วด้วย SMART MOTOR GENERATOR แต่ให้ความประหยัดน้ำมันสูงถึง 62.5 กม.ต่อลิตร และแค่นั้นยังไม่พอ ยังประหยัดขึ้นไปอีกกับ ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ STOP & START SYSTEM ซึ่งช่วยประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังเซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะเลยทีเดียว ช่วงล่างแจ่ม เบรกหนึบ ในส่วนที่สามกับระบบช่วงล่าง ด้วยโช้คด้านหน้าแบบเทเลสโคปิก และโช้คเดี่ยวด้านหลัง ที่ช่วยเสริมฟีลลิ่งการขับขี่ที่นุ่มนวล มาพร้อมกับระบบบเบรกด้วยดิสก์เบรกหน้า และดรัมเบรกหลัง เสริมความมั่นใจมากขึ้นด้วยระบบกระจายแรงเบรก UBS (รุ่น Standard) และระบบเบรก ABS (รุ่น ABS) พร้อมล้อและยางขนาดเท่ากันที่ 110/70-12”  ใช้งานง่าย สะดวก ครบเครื่อง และแน่นอนในส่วนที่สี่ กับฟังก์ชันการใช้งานที่มีมาให้ในโมเดลรุ่นนี้ ทั้งเรือนไมล์ดิจิทัลพร้อมจอสี TFT ล้ำสมัย แสดงผลมาตรวัดครบถ้วน พร้อมบอกสถานการณ์ทำงานของระบบไฮบริด ซึ่งผู้ขับขี่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกจังหวะการขับขี่ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ สตาร์ทง่าย รวดเร็ว ไร้เสียงมอเตอร์รบกวน ระบบช่องต่อไฟสำรอง ชาร์จแบตเตอรี่มือถือได้ พร้อมช่องใส่ของด้านหน้าขนาดใหญ่, ที่เก็บของ GRAND BOX ขนาดใหญ่ถึง 27 ลิตร สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้ 2 ใบ, ช่องเติมน้ำมันด้านหน้า สะดวกสบาย ไม่ต้องลงจากรถ พร้อมปุ่มกดเปิดฝาอัตโนมัติ ใช้ง่ายเพียงปุ่มเดียว และยังอัปความพรีเมียมอีกระดับในรุ่น ABS ด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะ SMART KEY SYSTEM สะดวกกว่าด้วยสวิตช์เปิด-ปิด แบบ Multi Functions ทั้งปลดล็อกสวิตช์สตาร์ท ดับเครื่องยนต์ ปลดล็อกแฮนด์ ปลดล็อกเบาะ และปลดล็อกฝาถังน้ำมัน  น้ำหนักเบา ขี่ง่าย ในส่วนที่ห้าจะเป็นเรื่องของขนาดสัดส่วน โดยตัวรถมีขนาดความ กว้างxยาวxสูง ที่ 685 x 1820 x 1150 มม.ระยะสูงเบาะ 790 มม. และความยาวฐานล้อที่ 1280 มม. ซึ่งรวมทั้งหมดของตัวรถนั้น เคลมน้ำหนักมาที่ 101 กก.เท่านั้น ถือว่าน้ำหนักเบา ให้ความคล่องตัว ใช้งานได้ง่าย และไม่ใช่เพียงผู้ชายเท่านั้นที่ใช้งานได้ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ก็ขับขี่ได้ง่ายเช่นเดียวกัน มีสีให้เลือก..เพียบ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ด้วยกัน 2 เวอร์ชัน คือ ABS Version ที่มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ สีเทา Elixir Silver, สีน้ำเงิน Prestige Blue และสีขาว Super White

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!