SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 Husqvarna Vitpilen 801 สตรีทไบค์ไซส์กลาง ไฟหน้าดวงอาทิตย์

Husqvarna Vitpilen 801 สตรีทไบค์ไซส์กลาง ไฟหน้าดวงอาทิตย์ นี่อาจจะเป็นโรดสเตอร์สุดพิเศษในฝันของไบค์เกอร์หลาย ๆ ท่าน รวมกระทั่งตัวแอดมินเองด้วย กับ 2025 Husqvarna Vitpilen 801 สตรีทแมชชีนทรงโมเดิร์นขนาดไซส์กลางจากสวีดีช กับภาพลักษณ์ดูโดดเด่นด้วยการออกแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ดูมีเสน่ห์ ดูสวยงามและน่าหลงใหล เสมือนสาวสวยในต่างแดนที่มีรูปร่างสัดส่วนเพรียวบาง มีนัยตาคมกริบ จนคุณอยากจะได้มันมาครอบครองเลยหล่ะ 2025 Husqvarna Vitpilen 801 ไฟกลม ทรงดวงอาทิตย์ ด้วยเสน่ห์ที่น่าจับตามองกับความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยไฟหน้าแบบ LED ยื่นออกด้านหน้าในองศาขนานเดียวกับกับตัวโช้ค ซึ่งถูกแบ่งเป็นสปอร์ตไลท์ไฟกลมขนาดใหญ่บริเวณตรงกลาง ล้อมเส้นวงกลมด้วยไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ในลักษณะวงแหวนเพื่อให้ดูเป็นเอกลักษณ์ ตัวบอดี้มีลักษณะเพรียวบางผิดรูปกับไซส์มาตรฐานของรถมิดเดิ้ลเวทคลาส และโครงสร้างจากเหล็กโครเมียมโมลิบดีนัมที่ถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีไฮดรอฟอร์ม (งานเลเซอร์คัตด้วยมือกลอัจฉริยะ) ด้วยลักษณะดังกล่าวนั้นส่งผลให้ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 180 กก.เท่านั้น รูปร่างเพรียวบาง คร่อมง่าย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแฮนด์เดิ้ลบาร์อลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา มีลักษณะยกเยื้องสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ง่ายต่อการขับขี่ บวกกับงานดีไซน์ตัวถังออกแบบใหม่และปาดเว้าด้านข้างเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถนั่งเข้าชิดหนีบถังได้สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมลวดลายกราฟิกในรหัส 801 ผสมลายเส้นที่ใช้ชุดสีเขียวนีออนประจำค่าย ตัวเบาะออกแบบ 2 ชิ้นยึดกับพาร์ทบริเวณด้านท้ายที่บิวอินต์ไฟท้ายไปในตัว บวกกับท่อไอเสียสแตนเลส จึงทำให้ตัวโมเดลนั้นดูคลีน สะอาดตาและหรูหราเพิ่มขึ้นอีกด้วย ช่วงล่างคู่บุญ กับระบบกันสะเทือน WP พร้อมระบบช่วงล่างพรีเมียมด้วยโช้คอัพหัวกลับ WP APEX ขนาด 43 มม. สามารถปรับคอมเพรสชันและรีบาวด์ มีระยะยุบ 140 มม. ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว A WP ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม โดยสามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์ และมีระยะยุบที่ 150 มม. ส่วนระบบเบรกให้มาเป็นดับเบิ้ลดิสก์เบรกด้านหน้าขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ขนาด 4 ลูกสูบจาก J.Juan ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. ใช้คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว พ่วงด้วยระบบ Cornering ABS ที่สามารถปรับเป็นโหมด ซูเปอร์โมโต ABS ได้ โดยปิด ABS ที่ล้อหลังเพื่อให้สายแอดวานซ์ได้สนุกกับการเข้าโค้งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมด้วยล้อดีไซน์ 5 ก้านหน้า-หลังขนาด 17 นิ้ว และยางขนาดไซส์  120/70 และ 180/55 ขุมพลัง 105 แรงม้า สำหรับเครื่องยนต์เป็นบล็อก 2 สูบเรียงขนาด 799 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด โดยเคลมแรงม้ามามากถึง 105 แรงม้าที่ 9,250 รอบและแรงบิดขนาด 87 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ใช้ระบบเกียร์ 6 สปีดพร้อมแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์และควิกชิฟเตอร์ที่ให้ลักษณะการเชนเกียร์ดูสมูทลื่นมากยิ่งขึ้น และเดินทางได้ไกลไม่ต้องเติมบ่อยกับถังน้ำมันที่ติดตั้งมาให้ขนาด 16 ลิตร ฟีเจอร์เต็มระบบ และหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วแสดงผลครบครัน มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ทั้งระบบนำทางหรือ Turn-by-Turn ผ่านแอป Ride Husqvarna Motorcycles App ทั้งยังสามารถฟังเพลง ดูข้อวาม รับสายโทรศัพท์ได้ รวมถึงระบบอื่น ๆ ได้แก่ ระบบครูซคอนโทรล แทร็คชันคอนโทรล ระบบป้องกันการโจรกรรม ระบบป้องกันล้อหน้าลอย พร้อมกับโหมดการขับขี่ 4 โหมด (Street, Sport, Rain และ Custom Mode) นับว่าครบครันสำหรับสตรีทไบค์ไซส์กลาง ทั้งดีไซน์ใหม่ แปลกตาไม่เหมือนใคร มิติรูปลักษณ์เพรียวบาง ลวดลายกราฟิกดูคลีนสะอาดตา เครื่องยนต์สองสูบ 799 ซีซี ที่มีแรงม้า 105 ตัว กับน้ำหนักตัวเพียง 180 กก. จึงทำให้เป็นโมเดลที่น่าสนใจเหมือนสาวสวยที่กล่าวไว้ข้างต้น นี่คือผู้หญิงที่สวยและรูปร่างดีเลยทีเดียวหล่ะ สำหรับราคาค่าตัวก็ต้องรอชมว่าจะเปิดตัวมาเท่าไหร่ รอติดตามภายในเดือนพฤศจิกายนนี้และคาดการณ์ว่ามีโอกาสเข้าไทยแน่นอน แต่คงซักพักใหญ่ และอีกหนึ่งเหตุผลก็คงแล้วแต่ผู้แทนจำหน่ายในบ้านเราอีกด้วยหล่ะฮะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

3 October 2024
2025 Honda NT1100 สปอร์ตทัวร์ริ่ง เน้นวิ่งทางดำ

Honda NT1100 2025 สปอร์ตทัวร์ริ่ง เน้นวิ่งทางดำ เปิดตัวแล้วกับรถทัวร์ริ่งบิ๊กไซส์จากค่ายปีกนกอย่าง 2025 Honda NT1100 ที่มาพร้อมคอนเซปต์ ‘The New Touring Era’ มาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครเป็นทัวร์ริ่งไซส์ใหญ่ที่มีความคล่องตัวแถมขับขี่สนุกในทุกการเดินทาง โดยใน MY25 นี้ออกมาทั้งหมด 3 รุ่นย่อยได้แก่ NT1100 MT, NT1100 DCT และรุ่นท็อปสุดอย่าง NT1100 DCT Electronic Suspension  2025 Honda NT1100 เครื่องไซส์เดิมที่พัฒนาใหม่ ในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมเครื่องยนต์บล็อกเดิมขนาด 1,084 ซีซี 2 เรียงสูบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Parallel Twin โดยเคลมแรงม้าอยู่ที่ 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดเคลมมาที่ 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบส่งกำลังอัจฉริยะ DCT (Dual Clutch Transmission) ที่มีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีการทำงานในรอบเครื่องยนต์ต่ำได้ดีขึ้น ช่วงล่างแบบอิเล็กทรอนิกส์จาก Showa ระบบกันสะเทือนช่วงล่างแบบไฟฟ้าจาก Showa โดยมีการตั้งค่าที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับ NT1100 ระบบนี้สามารถปรับแรงหน่วงได้อย่างเหมาะสมในทันทีตามความเร็วของการยุบตัว การขับขี่ และท่าทางของรถที่ตรวจจับโดย IMU 6 แกน และเซนเซอร์อื่น ๆ ที่จะทำการปรับเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ ในขณะเบรก ระบบจะควบคุมการยุบตัวเพื่อรักษาเสถียรภาพและการขับขี่ที่ระบบกันสะเทือนแบบปกติไม่สามารถเทียบเท่าได้ Showa-EERA™ ที่ถูกใส่มาในรุ่นย่อยที่เป็นตัว Honda NT1100 Electronic Suspension จะทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่โดยอัตโนมัติ โหมด TOUR จะให้แรงหน่วงที่แน่นมากขึ้นสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง, URBAN ให้ความสมดุลพร้อมความสะดวกสบาย และ RAIN ใช้แรงหน่วงที่น้อยลง เพื่อความนุ่มนวลในการตอบสนองและการสัมผัส นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ และพรีโหลดสปริงด้านหลังสามารถปรับได้ขณะขับขี่ ระบบช่วยเหลือแบบจัดเต็ม ในส่วนของเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับ Honda NT1100 มาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 6.5 นิ้วพร้อมระบบทัชสกรีน ที่สามารถแสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถปรับโหมดมาตรฐาน 3 โหมดที่ช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้แก่ โหมด Urban หรือโหมดปกติที่ให้ความสมดุลทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์ และการเบรก โหมด Rain หรือโหมดที่ลดทอนกำลังของเครื่องยนต์ลงและเพิ่มกำลังการเบรกเพื่อการขับขี่บนพื้นผิวที่เปียก และโหมด Tour ที่ให้สามารถเค้นกำลังเครื่องยนต์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ระบบ Cruise Control, Traction Control, ระบบไฟเลี้ยวยกเลิกเองอัตโนมัติ และระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกระทันหัน ข้อมูล สเปค และรายละเอียดอื่นๆ 2025 Honda NT1100 MT 2025 Honda NT1100 DCT 2025 Honda NT1100 Electronic Suspension เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin ปริมาตรกระบอกสูบ 1,084 ซีซี 1,084 ซีซี 1,084 ซีซี แรงม้า (เคลม) 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว DOHC 4 วาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก

3 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Multistrada V4S Grand Tour

Multistrada V4S Grand Tour ตัวสุดสายทัวริ่งจาก Ducati เปิดตัวแล้ว หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้แต่ในปี 2023 นี้จัดเป็นปีที่เจ้ามัลติสตราดารุ่นแรกมีอายุครบ 20 ปีแล้ว และด้วยโอกาสนี้เองค่ายแดง Ducati จึงได้เปิดตัวโมเดลระดับเรือธงสายทัวริ่งอย่าง Multistrada V4S Grandtour ตัวสุดตัวจบของทัวริ่งไบค์ของทางค่าย ที่โดดเด่นเรื่องความสะดวกสบายและความปลอดภัยในระดับแนวหน้าของคลาสเลยครับ สำหรับโมเดลนี้นั้นจะมีพื้นฐานมาจากรุ่น V4S ของมัลติสตราดานั่นเอง แล้วมาปรับเพิ่มเติมเสริมออปชันต่าง ๆ เข้าไปเพื่อให้ตอบโจทย์การเดินทางไกลที่มากยิ่งขึ้น ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของตัวเลขสมรรถนะ ตัวรถภายนอกจะมาพร้อมเฉดสีและกราฟิกเฉพาะรุ่น เส้นสายกราฟิกออกแบบมาให้ดูหรูหราปราณีต เบสหลักเป็นสีดำและสีเทา แต่งแต้มด้วยลายเส้นสีแดงและซับเฟรมสีแดง พร้อมคาดลวดลายสื่อถึงความเป็นอิตาลีไว้บาง ๆ ขุมพลังจะเป็นเครื่อง V4 Granturismo ขนาด 1158 ซีซีให้กำลัง 170 แรงม้าที่ 10,500 รอบและแรงบิด 125 นิวตันเมตรที่ 8,750 รอบ ที่ทางค่ายเคลมมาว่าให้กำลังได้สมูทและต่อเนื่องทุกย่านความเร็ว แต่ก็ไม่ได้มีการอัปเดตเพิ่มเติมในส่วนนี้ ขณะที่แชสซีก็เช่นกัน โดยจะมีโช้คปรับไฟฟ้า Ducati Skyhook Suspension จากทาง Marzocchi ปรับแต่งได้เต็มระบบพร้อมระบบ Auto-levelling ปรับความสูงเบาะอัตโนมัติตามที่ได้เซ็ตเอาไว้ ระบบ Minimum Preload ช่วยลดความสูงของรถให้ขึ้นคร่อมได้ง่ายขึ้น และระบบ Easy Lift ช่วยให้เอาขาตั้งขึ้นได้ง่าย โดยทั้งหมดนี้จะควบคุมค่าต่าง ๆ ของโช้คเพื่อให้สามารถขับขี่ได้ง่ายและอำนวยความสะดวกได้มากขึ้น ขณะที่ระบบเบรกจะเป็น Brembo เต็มระบบ ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 330 ม.ม.  คาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 265 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก Brembo 2 ลูกสูบ ส่วนล้อและยางจะเป็นล้ออัลลอยพร้อมยาง Pirelli Scorpion Trail II 120/70-19” และ 170/60-17” จัดเต็มมาก ๆ ในส่วนของช่วงล่าง ทีนี้มาถึงเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์กันบ้าง จัดเต็มสุด ๆ เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย โดยที่เด่น ๆ ก็จะเป็นอะแด็ปทีฟครูซคอนโทรลและระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตาที่ทำงานร่วมกับเรดาห์ ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยางอัตโนมัติ มีหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยหรือ IMU ช่วยประมวลผลส่งข้อมูลเพื่อทำงานร่วมกับ Conering ABS ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบไฟส่องสว่างในโค้ง ระบบช่วยรักษาเสถียรภาพบนทางลาดชัน  ยังมีหน้าจอสี TFT พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อรับการแจ้งเตือนต่าง ๆ และใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานของสมาร์ทโฟนได้เมื่อใช้งานร่วมกับบลูทูธเฮดเซ็ต รวมถึงระบบอุ่นมือ อุ่นเบาะทั้งคนขี่และคนซ้อนเพื่อให้ขับขี่ได้สบายยิ่งขึ้น ระบบสมาร์ทคีย์และฝาถังแบบเปิดได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ เพื่อความสะดวกสบายไปอีกขั้น อ่อเกือบลืมไปยังมีเรื่องที่ไม่ใช่เทคโนโลยีแต่ก็เป็นจุดเด่นคือส่วนของกล่องข้างที่มีความจุรวมกว่า 60 ลิตร คนของสบาย ตลอดไปจนถึงมีการติดตั้งส่วนป้องกันความร้อนเพิ่มอีกหลายจุดเพิ่มความสบายให้กับผู้ขับขี่และคนซ้อนด้วยครับ ส่วนเรื่องของการจำหน่ายนั้น Multistrada V4S Grand Tour ราคาอยู่ที่ 27590 ยูโร แพงกว่าโมเดล S อยู่ที่ 3600 ยูโร ซึ่งถ้าคิดเปรียบเทียบกับราคาไทยที่โมเดล S นั้นอยู่ที่ 1.289 ล้านบาทนั้น โมเดลใหม่แกรนด์ทัวร์นี้ราคาน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 1.5 ล้านบาทโดยประมาณครับ ซึ่งก็บอกเลยว่าราคาเอาเรื่อง แต่ถ้าเทียบกับอ็อปชันที่เพิ่มเข้ามานั้นบอกเลยว่าสายทัวริ่งรุ่นใหญ่พร้อมจบแน่ครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kove 321F Cafe หล่อ เฉียบคม ทรงวินเทจ

Kove 321F Cafe หล่อ เฉียบคม ทรงวินเทจ  เผยโฉมให้เห็นกันทั่วโลก โดยค่ายรถจักรยานยนต์ KoveMoto ทำการเปิดตัวโมเดลสายนีโอคาเฟ่อย่าง Kove 321F Cafe มาพร้อมปรับแต่งโฉมสไตล์คาเฟ่เรเซอร์ เอาใจเหล่าไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบสไตล์วินเทจ ให้ได้จับจองแล้วในประเทศจีน สำหรับโมเดลรุ่นนี้มีการออกแบบดีไซน์ กับแฟริ่งสีเงาออกแบบมาในสไตล์เรโทร เส้นลายกราฟิกแนวเรียบ พร้อมนัมเบอร์ 321 ไว้ที่แฟริ่งด้านข้าง ถังน้ำมันทรงหยดน้ำปาดเว้าด้านข้างเพื่อรองรับท่านั่งขับขี่ รวมไปถึง เบาะหนังตอนเดียวเย็บตะเข็บเป็นแนวระนาบดูสวยงาม ซึ่งทำให้นึกถึงการออกแบบของค่ายรถ Husqvarna และโมเดล Honda Hawk11 ซึ่งเหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก แต่ก็มีอย่างอื่นที่แตกต่างกันไปพอเป็นจุดสังเกตได้บ้าง   ในด้านเครื่องยนต์จะใช้พื้นฐานตัวเดียวกันกับรุ่น Cobra 321R และ 321RR ซึ่งใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ขนาด 321 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ (ดูเหมือนออกแบบโดยยามาฮ่า) และเคลมกำลังแรงม้าที่ 41.5 แรงม้า ที่ 10,500 รอบ พร้อมแรงบิด 29.6 นิวตันเมตรที่ 9,000 รอบ และมาพร้อมกับน้ำหนักตัวที่ 153 กก. (รวมของเหลว) โดยท็อปสปีดของโมเดลรุ่นนี้ ทางโรงงานแย้มมาว่าสามารถทำความเร็วได้ถึง 170 กม./ชม.ในเกียร์หกเลยทีเดียว ต่อด้วยระบบช่วงล่าง กับโช้คหน้าแบบหัวกลับขนาด 41 มม. โช้คเดี่ยวด้านขนาด หลังทำงานร่วมกับสวิงอาร์มแขนเดี่ยว ระบบเบรกกับดิสก์เบรกหน้าขนาด 320 มม.ปั๊ม 4 พอท และดิสก์เบรกหลังขนาด 240 มม. ปั๊ม 2 พอท ล้อซี่ลวด 17 นิ้ว และยางขนาด 110/70 และ 150/60 และระยะฐานล้อที่ 1,390 มม. ซึ่งดูสมส่วนในรถสไตล์คาเฟ่ไซส์กลางอีกด้วย สำหรับฟีเจอร์อื่น ๆ ที่มีมาให้ทั้งหน้าจอสี TFT และระบบไฟ LED ดีไซน์แบบเรโทรคลาสสิกรอบคัน ระบบเบรก ABS แบบ Dual Channel โดยโมเดลรุ่นนี้ตั้งราคาไว้ที่ 24,300 หยวน หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 1.2 แสนบาท ส่วนจะเข้าไทยหรือไม่ อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WR450F

WR450F อีกระดับของความแรงและความคล่องตัว WR450F 2024 เอ็นดูโร่ไบค์คันล่าสุดจาก Yamaha เปิดตัวแล้ว พร้อมคำบอกสรรพคุณคร่าว ๆ ไม่ยาวมากว่า เบาสุด เพรียวสุด และเร็วสุดเท่าที่เคยสร้างมา โดยมีพื้นฐานใกล้เคียงกับ YZ450F รถแข่งโมโตครอสของทีมโรงงานที่เคยชนะในศึก MXGP และ AMA Supercross ในเรื่องของสไตล์นั้น ได้รับการปรับเปลี่ยนให้ตัวรถมีความกระชับแบบสุด ๆ ด้วยตัวบอดี้แบบเดียวกับ YZ450F ซึ่งพิสูจน์ด้วยเวทีการแข่งขันระดับโลกมาแล้วว่ามีความคล่องตัวสูง โดยจะตัวรถจะแคบลง 50 ม.ม. โดยเฉพาะช่วงกลางตัวรถ เมื่อบวกกับเบาะนั่งแบบราบแล้วจะช่วยให้ควบคุมคอนโทรลรถได้ดียิ่งขึ้น ยังมีการปรับบังโคลนหน้าใหม่ให้ป้อนอากาศเข้าสู่แผงรังผึ้งหม้อน้ำได้ดีขึ้น บังโคลนท้ายเองก็มีการปรับใหม่ช่วยให้จับรถได้ถนัดขึ้น ขุมพลังใหม่แรงและเบาขึ้น โดยใช้ขุมพลังที่พัฒนาจากเครื่องของ YZ450F ใช้เทคโนโลยีฝาสูบแบบรีเวิร์สช่วยให้ได้กำลังมากขึ้น จากการที่ฝั่งไอดีมีการออกแบบใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีแอร์บ็อกซ์ที่ดึงอากาศจากด้านท้ายของตัวรถโดยอาศัยท่อในกาบแฟริ่งด้านข้าง เฟรมและถังน้ำมัน ที่ออกแบบมาใหม่ ส่งอากาศเข้าห้องเผาไหม้โดยตรงด้วยวาล์วไทเทเนียมที่ใหญ่ขึ้นเป็น 39 ม.ม. นอกจากนี้ยังมีการออกแบบปลายท่อสั้นใหม่ที่ช่วยให้ศูนย์ถ่วงรถโดยรวมดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้คล่องตัวขึ้นด้วย ตัวเครื่องยังเบาและมีขนาดเล็กลงกว่าโมเดลเก่า ซึ่งเบาจากการใช้ลูกสูบฟอร์จ บอดี้กระบอกสูบน้ำหนักเบา รวมถึงใช้โซ่ราวลิ้นใหม่ที่ออกแบบมารองรับสมรรถนะที่เพิ่มมากขึ้น มีการปรับปรุง ECU เพื่อให้มีการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหมาะสมตรงรุ่น เพื่อให้ได้กำลังที่เอาอยู่ตั้งแต่รอบต่ำ ๆ พร้อม ๆ กับแรงบิดที่หนักแน่นแต่สมู้ทและเนียน โดยที่ไม่ทิ้งสมรรถนะในรอบกลางและปลายใช้สปริงคลัตช์ใหม่พร้อมแผ่นคลัตช์ 8 แผ่นของตรงรุ่นเพื่อให้มือคลัตช์เบาและจับฟีลได้ดีขึ้น ระบบส่งกำลังปรับปรุงใหม่ให้มีความทนทานและน้ำหนักเบา ขณะที่อัตราทดแต่ละเกียร์ก็กว้างช่วยให้ขับขี่ได้ดีทุกสภาพเส้นทาง ในส่วนของแชสซีเองก็ปรับใหม่เดินตามรอบ YZ450F เช่นกัน โดยจุดสำคัญคือย้ายตำแหน่งคอท่อให้ต่ำลง 15 ม.ม. บวกกับรางถังน้ำมันปรับปรุงใหม่ให้กับเข้าท้ายรถทรงตัวยูทำให้เฟรมใหม่ที่ได้มีศูนย์ถ่วงต่ำลง ช่วยให้ขับขี่ได้ดีขึ้น แต่โดยรวม ๆ แล้วยังต่างกันโดยเน้นให้เฟรมยืดหยุ่นได้มากกว่าช่วยซับแรงกระแทกได้ดีขึ้น ลดอาการเหนื่อยล้าสะสมและตอบสนองได้ดี ต่อกันที่ระบบกันสะเทือนมีการเลือกใช้โช้คจาก KYB ที่ท็อปสุดในคลาสแบบปรับเซ็ตได้เต็มระบบ แต่ปรับให้มีระยะยุบน้อยลง 10 ม.ม. เพื่อให้ความสูงเบาะนั้นต่ำลง ศูนย์ถ่วงเองก็ต่ำลง ช่วยให้ควบคุมรถได้ดี โดยเฉพาะที่ความเร็วต่ำ พร้อมกันนี้ได้ปรับพักเท้าให้ต่ำลงด้วย 10 ม.ม.ช่วยให้ได้ระยะท่านั่งใหม่ที่ดีเป็นธรรมชาติช่วยให้ได้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่ดี สุดท้ายเรื่องของเทคโนโลยียามาฮ่ายังได้ใส่ระบบจูนผ่านแอ็พพลิเคชันมาให้ WR450F อีกด้วย โดยตัวแอ็พฯ จะมีฟีเจอร์อย่าง Quick Tuning มาให้ ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกปรับเซ็ตติ้งเครื่องยนต์จากสมู้ท ๆ ไปเป็นดุดันได้เพียงแค่แตะสกรอล์บาร์บนสมาร์ทโฟนได้ง่าย ๆ ช่วยให้เลือกกำลังรถที่แมตช์กับทักษะหรือความชอบของตัวเองได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยจับเวลาแล็ปให้อีกด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์มาก ๆ เลย ซึ่งยะงสามารถใช้ปรับแต่งเรื่องการจ่ายน้ำมันหรือจังหวะการจุดระเบิดได้อีกด้วยนะ อีกเทคโนโลยีที่ปรับปรุงมาใหม่คือระบบแทร็คชันคอนโทรลที่สามารถปรับได้ 2 ระดับและเปิดปิดได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากเลยล่ะครับ โดยสามารถเลือกใช้งานผ่านสวิตช์มัลติฟังก์ชันที่ประกับแฮนด์ได้สะดวกเลยล่ะครับ ที่สำคัญคือไม่ต้องจอดรถอีกด้วย ปิดท้ายคือโมเดลนี้มีการปรับให้เหมาะกับการขับขี่แบบเอ็นดูโร่อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นล้อหลังขนาด 18 นิ้ว ยางเอ็นดูโร่ ระบบไฟส่องสว่าง หน้าปัดเรือนไมล์ ขาตั้งข้าง พัดลมหม้อน้ำ ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 7.4 ลิตร การ์ดเครื่องและปลายท่อแบบเอ็นดูโร่ เรียกว่าพร้อมให้คุณลุยเข้าป่าได้แบบสบาย ๆ เลยล่ะครับ แต่พูดมาถึงตรงนี้ก็ต้องมาลุ้นกันว่ายามาฮ่าประเทศไทยจะนำเข้ามาจำหน่ายกันหรือไม่นั่นล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!