SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars
Forza 750 (เดิม) vs Forza 750 (แต่ง) by Showpow Shop มันต่างกันแค่ไหน?
ดูใน YouTube
Vespa S 125 i-Get 2024 เซอร์วิสง่าย ไม่เจ็บกระเป๋า ถ้าหากใครมองว่ารถเวสป้านั้น ดูหรู ดูแพง อันนั้นก็เป็นความจริงส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเมื่อเทียบกับแบรนด์รอยัลลิตี้ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และที่สำคัญ สไตล์ของตัวรถโดดเด่นพิเศษ แถมยังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ทั่วโลกมานานนับศตวรรษ คุณคงปฏิเสธส่วนนี้ไม่ได้จริงๆ สำหรับรถ “เวสป้า” มันเป็นอะไรที่มากกว่าแค่รถธรรมดาทั่วไปเสียอีก มันมีสตอรี่ มันมีเรื่องราวที่น่าชวนหลงใหลให้ชาวเวสปีสตี้ได้มาร่วมสัมผัสกับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ที่แสดงถึงความเป็นตัวตนแบบไร้ขีดจำกัด ซึ่งเวสป้านั้น มีวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาอย่างเนิ่นนานแล้ว นับตั้งแต่ในยุคปี 60 ของชาวม็อด (วัยรุ่นอังกฤษในยุคก่อน ที่มักจะทำกิจกรรมร่วมกันหรือพบปะสังสรรค์ในช่วงสุดสัปดาห์) กลุ่มวัยรุ่นแนวคิดสุดโต่ง ที่ออกมาแสดงถึงความเป็นแฟชันนิสเข้ากับยุคสมัยในสไตล์ ร็อค แอนด์ โรล ในช่วงยุคเวลาของวงดนตรีชื่อดังตลอดกาลอย่าง เอลวิส พรีสลีย์ เกิดเป็นกลุ่มก้อนของกระแสแฟชันต่าง ๆ มากมายมานับไม่ถ้วน และยังถ่ายทอดความของงดงามแต่ละยุคสมัยจนมาถึงปัจจุบัน ผ่านตัวโมเดลเวสป้ามานับหลายต่อหลายรุ่น แต่ก็ยังไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ของความคลาสสิกที่ให้กลิ่นอายของความสวยงามแบบรถอิตาลี ด้วยชุดสีของตัวรถเวสป้าได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีของตึกราบ้านช่องในเมืองทัสคานี เปรียบเสมือนหญิงสาวรูปงามจากอิตาลี ถ่ายทอดผ่านสู่โฉมโมเดลเวสป้าในทุก ๆ รุ่นหรือแม้กระทั่งเจ้าโมเดลรุ่นใหม่คันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ให้รถเวสป้า เป็นโมเดลคันแรกของคุณ ให้รถเวสป้าเป็นโมเดลคันโปรดของคุณ กับ S 125 i-Get 2024 รุ่นโฉมใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมด้วยชุดสีสไตล์ลอฟ์ทโทนกับ Grey Materia และ White Innocenza สองสีสองสไตล์มาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมในราคาสุดพิเศษเพียง 105,900 บาทเท่านั้น พร้อมรับชุด Welcome Kit ฟรี ไฟหน้าหกเหลี่ยม เรือนไมล์อนาล็อก ดิจิทัล บอดี้เหล็กรอบคัน โช้คหน้าแขนเดี่ยว พร้อมสปริงโช้คสีแดงดูทันสมัย มาพร้อมความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยตัวบอดี้ที่เป็นเหล็กทั้งคัน โลโก้ Vespa ประดับตามรอบคัน ผสมกับลวดลายกราฟิกออกแบบให้มีความหรูหราและทันสมัย ไฟหน้าทรงหกเหลี่ยม เน็กไทป์พร้อมบังแตร เรือนไมล์อนาล็อกผสมดิจิทัล และที่สำคัญโช้คแขนเดี่ยวพร้อมสปริงสีแดงผสมกับลวดลายของตัวล้อดูลงตัวและกลมกลืน ทั้งยังสะดวกสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกติดตั้งมาให้ด้วย พอร์ตชาร์จไฟ USB Type A พร้อมช่องเก็บด้านหน้า ที่แขวนของอเนกประสงค์หน้า-หลัง ติดตั้งมาให้ใช้งาน และกล่องยูบ็อกซ์ที่สามารถใส่หมวกกันน็อกได้ครึ่งใบ พอร์ตชาร์จไฟ USB Type A ที่แขวนของเอนกประสงค์ กล่องยูบ็อกซ์ใต้เบาะ สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้ครึ่งใบ มุดสบาย ใช้งานคล่องตัว ด้วยมิติตัวรถออกแบบมาในลักษณะให้ความคล่องตัวเป็นพิเศษ จึงไม่เป็นอุปสรรคปัญหาสำหรับการขับขี่ใช้งานในเมือง แถมยังขับง่าย เครื่องยนต์ให้ความสมูทด้วยพิกัด 125 ซีซี มีอัตราเร่งที่นุ่มนวล ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองแล้ว ขี่ออกทริปก็ยังสนุกได้เช่นเดียวกัน เซอร์วิสง่าย ไม่เจ็บกระเป๋า ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงการบริการเซอร์วิสเจ้าเวสป้า S125 i-GET 2024 คันนี้ ว่าจะต้องเซอร์วิสอะไรบ้างในแต่ละครั้งและควรเซอร์วิสระยะที่เท่าไหร่ และตอนนี้เราอยู่ที่ร้าน Showpow สาขาอ่อนนุช กับศูนย์บริการเซอร์วิสรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น และยังมีอะไหล่แท้ รวมถึงสินค้าเกรดพรีเมียมให้เลือกอีกหลายอย่าง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ค่าดูแลรักษา Vespa ไม่ได้แพงกว่าค่ายญี่ปุ่นในตลาดเลย แถมยังสามารถเข้าร้านประจำใกล้บ้านได้อีกด้วย แต่..!! จะขอแนะนำว่า ต้องเป็นร้านที่เคยทำ Vespa เป็นประจำ เพราะต้องใช้ความชำนาญของช่างด้วยส่วนนึง แต่ ถ้าเอาชัวร์ก็เข้าศูนย์ เวสป้า จะดีกว่า ควรตรวจเช็คอะไรบ้าง รายการ ระยะเซอร์วิส (กม.) น้ำมันเครื่อง / ไส้กรองน้ำมัน 5,000 / 10,000 กม. แบตเตอรี่ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี ไส้กรองอากาศ 10,000 กม. หรือ 1 ปี สายพาน ตรวจสภาพทุก ๆ 10,000 กม. น้ำมันเฟืองท้าย 10,000 กม. หัวเทียน 10,000 กม. หลอดไฟ เมื่อเปิดไม่ติดหรือหลอดขาด ผ้าเบรก ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และครั้งนี้เราก็ได้ทำการฟูลเซอร์วิสรถเวสป้าคันนี้ ซึ่งอะไหล่แต่ละอย่างที่นำมาเปลี่ยนก็เป็นของแต่งซิ่งจากทางร้านทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเฟืองท้าย Silkolene BS แบตเตอรี่ กรองน้ำมันและผ้าเบรกหน้า-หลัง Ferado กับราคาค่าใช้จ่ายในการเซอร์วิสระยะ 10,000 กม. ราว ๆ ไม่ถึง 6

KTM New TFT Display จอใหม่ ใหญ่เท่า iPad KTM New TFT Display เทคโนโลยีใหม่จากค่าย KTM พร้อมสวิตช์ควบคุมที่แฮนด์บาร์แบบใหม่ และหน่วยการเชื่อมต่อใหม่ ซึ่งจะช่วยยกระดับ HMI (Human-Machine Interface) หรือ อุปกรณ์แสดงผลที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่ไปสู่ความสามารถในการใช้งานที่เหนือชั้น ซึ่งคาดว่าจะทยอยนำมาใช้ในรุ่นล่าง ๆ ในอนาคต KTM New TFT Display มีด้วยกันสองรูปแบบ ได้แก่ รุ่น V80 ขนาดหน้าจอ 8.0 นิ้ว เป็นหน้าจอในรูปแบบแนวตั้ง และรุ่น H88 ที่มีขนาดหน้าจอ 8.8 นิ้ว เป็นจอในรูปแบบแนวนอน ซึ่งหน้าจอของทั้งสองรุ่นมีความละเอียดเท่ากันอยู่ที่ 1280×720 พิกเซล และสามารถทัชสกรีนได้ พร้อมกับเทคโนโลยีจอแบบ Bonded ที่มีเทคโนโลยีการเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ป้องกันรอยนิ้วมือ และป้องกันแสงจ้า ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจนจากทุกมุมมอง และฟังก์ชันทัชสกรีนที่พัฒนาขึ้นใหม่ สามารถใช้งานได้ทั้งแม้กระทั่งสวมถุงมือ โดยสามารถแสดงสีได้ถึง 256,000 สี ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนเกือบ 4 เท่า ทำให้คงรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบในทุกสภาพแสง หน้าจอสามารถปรับแต่งได้เองตามความถนัดของผู้ขับขี่ พร้อมตัวเลือกการจัดหน้าจอ 5 รูปแบบ มีตัวเลือกหน้าจอที่ตั้งไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกใช้ฟังก์ชันหลักได้ตามต้องการ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ การนำทางด้วยแผนที่ รายการโปรด หรือการเล่นเพลง รวมทั้งยังมีโหมดที่แสดงข้อมูลพื้นฐานเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ สวิตช์ควบคุมต่าง ๆ ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยตอนนี้มีปุ่มสำหรับเลือกโหมดการขับขี่ A/M (อัตโนมัติ/แมนนวล) สำหรับรุ่นที่ติดตั้งระบบ AMT จอยสติ๊ก 5 ทิศทางพร้อมปุ่มย้อนกลับ ปุ่มควบคุมระบบครูซคอนโทรล สวิตช์ไฟ และปุ่มสตาร์ท และปุ่มแพดเดิ้ลชิฟต์แบบใหม่ที่สามารถปรับแต่งได้สำหรับรุ่นที่ไม่มีระบบ AMT ไม่ว่าจะเป็นการตั้ง การเปิด/ปิดการอุ่นมือจับ การอุ่นเบาะนั่ง และไฟตัดหมอก ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถ และปุ่มทั้งหมดนี้ยังมีไฟส่องสว่าง และการออกแบบกราฟิกที่วางในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายในทุกสภาพการขับขี่ ระบบนำทางด้วยแผนที่ออฟไลน์ที่ถูกติดตั้งมาในจอใหม่นี้ ทำให้สามารถใช้งานนำทางแบบเรียลไทม์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนเส้นทางในการขับขี่จากจุด A ไปยังจุด B หรือไปตามจุดหมายที่ต้องการได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น ระบบ CCU3.0 ที่มาพร้อมกับจอที่ถูกพัฒนาใหม่จะทำให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทำได้อย่างราบรื่นทุกครั้งที่มีการสตาร์ทรถ ง่ายชนิดที่ว่าถ้าผู้ขับขี่ฟังเพลงค้างไว้บนมือถือ แล้วมาสตาร์ทรถเพลงนั้นจะเด้งมาที่หน้าจอกลาง และสามารถเล่นเพลงต่อได้ทันที อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อทั้งหมดจากโทรศัพท์ได้ การมาของเทคโนโลยีหน้าจอใหม่นี้จะทำให้การอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบของมอเตอร์ไซค์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในช่วงแรกการอัปเดตซอฟต์แวร์ทั้งหมดจะต้องดำเนินการผ่านตัวแทนจำหน่ายของ KTM ก่อน แต่ในอนาคตสามารถอัปเดตผ่านระบบ Over-the-Air (OTA) ได้โดยตรงไปยังมอเตอร์ไซค์ คุณสมบัติเด่น ระบบปฏิบัติการ Android Automotive รองรับการสตรีมแอปพลิเคชันจากสมาร์ทโฟนไปยังแผงหน้าปัด รองรับการอัปเดตระบบ Over-the-Air ในอนาคต หน่วยความจำของระบบขนาด 32 GB มาพร้อม RAM ขนาด 3 GB รองรับ IoT (Internet of Things) eSim ระบบ GPS Bluetooth Wi-Fi ฟังก์ชันการควบคุมระดับเสียงของอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ แผงหน้าปัดที่พัฒนาใหม่นี้ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นไปได้ในมอเตอร์ไซค์ แต่ยังเปิดประตูสู่ยุคของเทคโนโลยีแบบเต็มรูปแบบ เมื่อจับคู่กับ DNA “READY TO RACE” ของ KTM จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ชาญฉลาดให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น KTM TFT ที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมดนี้จะถูกนำไปใช้กับรถรุ่นเรือธงในปี 2025 โดยคาดว่าจะมาในรุ่น 2025 KTM 1390 SUPER ADVENTURE S EVO ที่จะเปิดตัวใหม่นี้ ซึ่งคาดว่าจะทยอยนำมาใช้ในรุ่นล่าง ๆ ในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Accossato ระบบเบรกสมรรถนะสูง จากอิตาลี ผมเชื่อว่าทุกคนที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์น่าจะรับรู้และเข้าใจกันดีว่าระบบเบรกนั้นมีความสำคัญกับการขับขี่และความปลอดภัยมากแค่ไหน และในบทความนี้เราจะพาผู้อ่านได้ไปรู้จักกับ Accossato ระบบเบรกที่คุณไว้ใจได้จากอิตาลี หลาย ๆ คนน่าจะรู้ว่า อิตาลีคือสถานที่ที่สำคัญกับโลกมอเตอร์ไซค์ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นกำเนิดแบรนด์มอเตอร์ไซค์ระดับโลกมากมาย เป็นต้นกำเนิดแบรนด์สินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมอเตอร์ไซค์ เป็นต้นกำเนิดของนักแข่งระดับโลก และเป็นแหล่งชั้นนำของสินค้าเสริมสมรรถนะมอเตอร์ไซค์ระดับโลกอีกมากมาย แน่นอนว่าแอคคอสซาโตเองก็เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ผมกำลังกล่าวถึงนั่นเอง แอคคอสซาโต เป็นบริษัทสัญชาติอิตาลีที่เชี่ยวชาญในด้านการผลิตอุปกรณ์ตกแต่งมอเตอร์ไซค์คุณภาพสูง และแผนกที่มีชื่อว่า Accossato Racing ซึ่งเป็นแผนกที่มุ่งเน้นในด้านการพัฒนาและผลิตของแต่งรถคุณภาพสูงไปจึงอุปกรณ์สำหรับรถแข่งโดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งระบบเบรก แฮนด์บาร์ และอะไหล่เสริมสมรรถนะอื่น ๆ มากมาย ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีก่อตั้งในปี 1969 (มีอายุ 54 ปีแล้ว) ในฐานะผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ในเมือง Moncalieri (TO) โดยมีผู้ก่อตั้งก็คือ Giovanni Accossato และนอกจากจะผลิตรถแล้วยังมีการทำธุรกิจร่วมกับผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์แบรนด์ใหญ่ ๆ แบรนด์อื่นไปพร้อม ๆ กัน ทำให้มีประสบการณ์และความชำนาญในเรื่องของการเชื่อมชิ้นส่วนอลูมิเนียมและเหล็กกล้าสำหรับผลิตพาร์ตต่าง ๆ ของมอเตอร์ไซค์ ทางแบรนด์ยังประสบความสำเร็จในโลกของมอเตอร์สปอร์ตโดยมีรถที่คว้าแชมป์ระดับชาติอิตาลีมาถึง 12 รายการ แชมป์ยุโรป 3 รายการ และแชมป์โลก 1 รายการด้วยรถที่ดูแปลกและไม่ได้รับการยอมรับในตอนนั้น แต่ต่อมารถของแอคคอสซาโตกลายเป็นรถจาก 1 ใน 2 คันที่ใช้สวิงอาร์มอลูมิเนียมแทนที่จะเป็นสวิงอาร์มเหล็ก จอดโชว์ในงานมอเตอร์ไซเคิลโชว์ และรถคันที่ว่านี้ยังเป็นรถที่ได้แชมป์โลกอีกด้วย ซึ่งเป็นการการันตีความเป็นผู้นำในเรื่องเทคโนโลยีการผลิตได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันนี้ทางแบรนด์มีแผนกการผลิตมากถึง 5 แผนกอยู่ในคลังสินค้าอุตสาหกรรม 2 แห่งมีขนาดใหญ่กว่า 31,000 ตารางเมตร โดยพื้นที่กว่า 17,000 ตารางเมตรหรือเกินกว่าครึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้วางเครื่องจักรต่าง ๆ ของทางแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์สำหรับเชื่อม เครื่องเชื่อม TIG ศูนย์สำหรับเครื่องจักร CNC เครื่องบีบอัดหลากหลายตัน เตาสำหรับชุบแข็ง แท่นกดแบบฟอร์จ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยทางแบรนด์ออกแบบผลิตภัณฑ์และผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกับสินค้าที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ และที่สำคัญคือออกแบบและผลิตสินค้าของตัวเองทั้งหมดเพื่อจำหน่ายภายในประเทศและต่างประเทศผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกด้วย ซึ่งมีสินค้าที่โดดเด่นที่สุดก็คือปั๊มบนหรือมือเบรกที่มีให้เลือกมากกว่า 200 โมเดลและคาลิเปอร์เบรกที่เป็นส่วนนึงของระบบเบรกคุณภาพสูงจากทางแอคคอสซาโต ซึ่งปัจจุบันมีใช้กันในการแข่งขันมากมายหลายรายการ ผลิตภัณฑ์จากแอคคอสซาโตที่รู้จักกันดีว่ามีคุณภาพและสมรรถนะสูง ระบบเบรกของทางแบรนด์เองมีทีมแข่งมืออาชีพมากมายเลือกใช้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีทีมแข่งระดับโลกอย่าง Pramac Ducati ในรายการ MotoGP เลือกใช้ นอกจากนี้แฮนด์บาร์เองก็เป็นที่นิยมในหมู่นักแข่งเช่นกันอันเป็นเหตุผลมาจากการที่สามารถปรับแต่งได้หลายระดับและความสบายที่มีให้นักบิด และไม่เพียงของคุณภาพสูง ๆ สำหรับรถแข่งแล้ว ทางแบรนด์ยังมีของคุณภาพสูงสำหรับผู้ใช้งานรถบนท้องถนนทั่วไปอีกด้วย ซึ่งมุ่งเน้นในการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม การเบรก และสมรรถนะอื่น ๆ ของรถที่ใช้งานบนท้องทั่วไป ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของทางแอคคอสซาโต เรซซิ่งนั้นจะผลิตขึ้นในอิตาลีทั้งหมด และใช้วัสดุคุณภาพสูงด้วยกรรมวิธีการผลิตระดับสูง และยังมีการรับประกันสินค้าทั้งหมด 1 ปีอีกด้วย สำหรับสินค้าที่เป็นที่นิยมของทางแบรนด์ก็จะเป็น ระบบเบรก ทั้งปั๊มบนที่มีทั้งมือคลัตช์และมือเบรก ปั๊มล่างหรือคาลิเปอร์เบรก ดิสก์เบรกหลากหลายชนิด สายเบรก ผ้าเบรก แฮนด์บาร์ พักเท้าแบบเรซซิ่ง และของแต่ง CNC อื่น ๆ แต่ก็มีของอื่น ๆ อีกหลากหลายรายการ และในแต่ละประเภทก็มีหลายเกรดหลายประเภทตามแต่ประเภทรถและกำลังทรัพย์อีกด้วย แน่นอนว่าสำหรับท่านที่ต้องการที่เพิ่มสมรรถนะของรถ เพิ่มความปลอดภัย ความทนทาน ตลอดไปจนถึงความโดดเด่น แบรนด์ Accossato มีให้คุณอย่างแน่นอน และยังมีอีกสิ่งนึงที่เรียกว่า งานอิตาลี มาเสริมภาพลักษณ์ให้รถของคุณดูดีขึ้นมาอีกระดับอีกด้วยครับและล่าสุดมีตัวแทนจำหน่าย Accossato ระบบเบรกสมรรถนะสูง อย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว โดยเป็นทางบริษัท Comp Moto เรียกว่าซื้อมาใช้อุ่นใจแน่นอน เพราะมีการรับประกัน ไม่เหมือนของหิ้วที่คุณต้องดูแลตัวเอง สำหรับท่านที่สนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ https://www.accossato.in.th/ แฟนเพจ https://www.facebook.com/AccossatoTH

Hayabusa ทำสถิติใหม่ แรงทะลุ 440 กม./ชม. หากคุณคิดว่ารถคุณเร็วแล้ว แรงแล้ว บางทีคุณอาจจะต้องกลับมานั่งพิจารณาตัวเองเสียใหม่ให้ดี เพราะล่าสุด Suzuki Hayabusa ทำสถิติใหม่แรงทะลุ 440 กม./ชม. ซึ่งหลาย ๆ คนที่มีอายุสักหน่อยน่าจะรับรู้กันได้ดีว่าเจ้าเหยี่ยวย้อนกลับเจ้าคันนี้เคยเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลกตั้งแต่ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 นู่นเลย และนั่นแหละที่ทำให้เจ้าคันนี้เป็นรถที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันและอยากเป็นเจ้าของ รวมไปถึงมีแฟนคลับอยู่เหนียวแน่นมาโดยตลอด สำหรับสถิติความเร็วในครั้งนี้เป็นการทำสถิติทำความเร็วในทางตรงที่ประเทศอังกฤษ โดยมี Jarrod Frost หรือฉายาว่า Jack Frost ผู้ก่อตั้งสำนัก Holeshot Racing เป็นผู้ทำลายสถิติด้วยความเร็ว 274.926 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือเท่ากับ 442.450 กม./ชม. ซึ่งความเร็วดังกล่าวนั้นเร็วกว่าความเร็วที่เครื่องบินโดยสารเทคออฟจากกราวด์เสียอีก รายละเอียดในการทำสถิติครั้งนี้มีคร่าว ๆ ดังนี้ โดยมีการทำสถิติที่สนามบิน Elvington Airfield และสามารถทำลายสถิติเดิมที่ Guy Martin คนบ้าความเร็วทำเอาไว้ที่ 270.9 ไมล์ต่อชั่วโมงเอาไว้ หรือ 435.971 กม./ชม. ที่ทำสถิติไว้ปีที่แล้ว ณ สนามบินแห่งเดียวกันนี้ โดยก่อนหน้านี้เขาก็พยายามทำสถิติอยู่หลายรันด้วยกันกระทั่งสามารถทำให้ Hayabusa ทำสถิติใหม่ ได้สำเร็จ ซึ่งหัวใจแห่งความแรงเห็นจะหนีไม่พ้นเทอร์โบชาร์จเจอร์ AET ที่คัสตอมพิเศษ ร่วมกับวาล์วโบลว์ออฟ Turbosmart ชุดระบายความร้อนที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ก้านสูบ Carillo ลูกสูบอัปสเป็คพิเศษ แคม Kent Performance ปิดท้ายด้วยชุดเกียร์บ็อกซ์และชามคลัตช์ CNC พิเศษ ทั้งหมดนี้ช่วยให้รีดแรงม้าได้ราว ๆ 700 – 750 แรงม้าเลยทีเดียว โดยทีไม่มีการเปลี่ยนห้องข้อเหวี่ยง ความกว้างกระบอกสูบ และระยะชักเลย ง่าย ๆ ว่าความจุเท่าเดิม และยังมีองค์ประกอบอย่างอื่นที่ช่วยส่งเสริมอย่างล้อคาร์บอน BST และแฟริ่งคัสตอมที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่ทำแฟริ่งด้านหน้า GSX-R1000R เสริมด้วยปีกแอโรไดนามิก ระบบกันสะเทือนจาก Ohlins สวิงอาร์มสั่งทำพิเศษ และคาลิเปอร์เบรก Brembo GP4 RX เห็นตัวเลขแบบนี้รถของคุณน่าจะต้องชิดซ้ายไปหน่อย แต่ไม่ต้องเสียใจไปครับ ยังไงเสียรถคันโปรดของคุณก็เป็นไปในแบบที่คุณชอบ ส่วนเจ้านี่มันคือรถที่ไว้ทำสถิติครับ ไปขี่ที่อื่นก็รับรองว่าลำบากกว่ารถคันโปรดของคุณแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

“อินทรีแซงค์” ผงาดคว้าโพเดียมใน FMSCT Thailand Motocross 2023 “อินทรีแซงค์” – กฤษฎา จำรูญจารีต ยอดนักบิดขวัญใจกองเชียร์ทางฝุ่นจากโครงการ “เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” เจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยติดต่อกัน พร้อมด้วยสุดยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF250R หมายเลข 17 สังกัดทีม Honda Racing Thailand S Motor สู้สุดใจสมศักดิ์ศรีแชมป์ประเทศไทยในศึก FMSCT Thailand Motocross 2023 สนามสุดท้าย แต่ด้วยอุปสรรคจากอาการบาดเจ็บ แต่ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองในสนามออกมาได้ดีที่สุด ถึงแม้จะพลาดโอกาสคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ติดต่อกันจากโอกาสที่เป็นรอง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวลั่นพร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้งในฤดูกาลหน้า สำหรับการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2023 สนามสุดท้าย ดวลกัน ณ สนามเสี่ยน้องสิงห์สองฝั่ง จ.มุกดาหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อินทรีแซงค์-กฤษฎา มีคะแนนสะสมอยู่ 128 แต้ม รั้งอันดับที่ 2 ตามคู่แข่งอยู่ 6 คะแนน โดยยอดนักบิดดาวรุ่งหมายเลข 17 ได้ต่อสู้สุดใจจนสามารถคว้าโพเดียม สนามส่งท้าย FMSCT Thailand Motocross 2023 สำเร็จ แม้ในท้ายที่สุดจะพลาดแชมป์ประเทศไทยสมัยที่ 5 ด้วยคะแนนห่างเพียง 4 คะแนน แต่เจ้าตัวได้ฝืนอาการบาดเจ็บ สู้เต็มที่ในสนามนี้แล้ว และพร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้งฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน โดยเริ่มออกสตาร์ตจากตำแหน่งที่ 3 พร้อมรถแข่งคู่ใจ Honda CRF250R หมายเลข 17 เปิดการ์ดสู้ทันที ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็สามารถขึ้นเป็นผู้นำ ในสถานการณ์ของการแข่งขัน “อินทรีแซงค์-กฤษฎา” ถึงจะคว้าผลงานดีที่สุดมาก็ยังต้องลุ้นผลงานของคู่แข่ง ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องต่อสู้กับทุกข้อจำกัดทั้งอาการบาดเจ็บและโอกาสที่เป็นรอง ซึ่งยอดนักบิดจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” นับได้ว่าสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม แบกอาการบาดเจ็บเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 2 ขณะที่คู่แข่งตามมาเป็นอันดับ 3 แม้จะพลาดการป้องกันแชมป์ในฤดูกาลนี้ ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันเจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยติดต่อกันต้องเข้ารับการผ่าตัดจากอาการที่บาดเจ็บ พร้อมพบกับความท้าทายครั้งใหม่เพื่อกลับมาทวงบัลลังค์แชมป์อีกครั้งใน FMSCT Thailand Motocross ฤดูกาลหน้า โดยแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” และ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” ส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าทุกคนได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทางทีม Red Bull KTM Factory Racing ได้ถอด Johann Zarco ออกจากทีมแล้วอย่างเป็นทางการ ดูเหมือนว่าทาง KTM นั้นจะถอด Zarco ออกเร็วกว่าที่เราคิดไว้เมื่อทางทีมได้ประกาศออกมาแล้วอย่างเป็นทางการว่า Zarco จะถูกถอดออกจากทีมของตนในศึกการแข่งขัน MotoGP โดยทาง KTM ก็ได้เตรียม Mika Kallio เอาไว้เพื่อลงแข่งแทนที่ Johann Zarco เรียบร้อยแล้วด้วย อย่างไรก็ดี เราต้องมาติดตามรอดูไปด้วยกันว่าอนาคตของ Zarco นั้นจะไปอยู่ที่ไหนเพราะในตอนนี้ถึงแม้ว่าเจาจะถูกถอดออกจากการแข่งขัน MotoGP แล้วแต่ก็ยังมีสัญญา กับทาง KTM จนกว่าจะจบฤดูกาลนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

Herve Poncharal ผู้จัดการทีม Tech 3 ได้ออกมาบอกว่าเขาเชื่อว่า Quartararo นั้นสามารถที่จะแข่งแบบสูสีกับ Marc Marquez ได้และตัว Marc เองนั้นก็รู้ดี โดยเขายังได้บอกอีกว่าหนุ่มน้อยวัย 20 ปีคนนี้ได้แสดงศักยภาพให้เราได้เห็นกันไปบ้างแล้วว่าเขานั้นจะกลายเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามคนนึงของ Marc Marquez ในอนาคตอันใกล้นี้ และ Poncharal ที่ รู้จักกับ Quartararo มาตั้งแต่เขายังแข่งขันอยู่ในรุ่น Junior ก็ได้บอกว่าเขาเชื่อว่า Marquez เองก็รู้ดีว่าหนุ่มชาวฝรั่งเศสคนนี้จะได้มาท้าชิงบัลลังก์ของเขาในศึก MotoGP “สิ่งที่ดีที่สุดกำลังจะมาและถ้าจะมีคนที่สามารถท้าแข่งกับ Marc Marquez ได้แบบคิดว่าเขาคนนั้นคือ Fabio และผมคิดว่า Marc เองก็รู้” Poncharal กล่าว เวลาได้ล่วงเลยไปแล้ว 6 เดือนสำหรับ Quartararo ผู้ซึ่งก้าวเข้ามาชนะในรายการ MotoGP จากคนที่อยู่นอก MotoGP และไม่มีชื่อเสียงเลย อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้