SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

จากถนน สู่ทะเลทราย คนบ้าขี่ซู ของแทร่! รถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ฮายาบูสะ เป็นอีกหนึ่งโมเดลอีกที่ขึ้นแท่นรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน กับสมญานาม มอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลกในช่วงเวลาหนึ่ง เพราะซูซูกิ ฮายาบูสะ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1340 ซีซี พร้อมกับพละกำลัง 190 แรงม้า โดยปกติแล้วฮายาบูซะจะโลดแล่นอยู่บนสนามแข่ง หรือไม่ก็ท้องถนน แต่จะเป็นอะไรไหมถ้าอยากให้ตำนานคันนี้เปลี่ยนจากซิ่งในสนามกลายร่างเป็น Hayabusa Off Road เพื่อมาลุยทะเลทรายดูบ้าง เจ้าของยูทูบช่อง Matt Spears ได้จัดการทำสิ่งที่น้อยคนจะทำ หรือแม้แต่ผู้ที่ชื่นชอบในการขับขี่ออฟโรดก็ไม่คิดที่จะทำ นั่นคือการนำ ซูซูกิ ฮายาบูสะ มาจัดการเปลี่ยนร่างเป็น Hayabusa Off Road เกือบทั้งคัน โช้คอัพหน้า-หลัง สวิงอาร์ม ล้อ และยางเอ็นดูโร่ เหลือไว้เพียงแฟริ่ง และเครื่องยนต์ที่ยังคงความเป็นฮายาบูสะเอาไว้ แล้วทำการเปิดคันเร่งซิ่งบนทะเลทราย โดยเขาไม่ได้นำฮายาบูสะมาซิ่งเพียงแค่คันเดียว แต่ยังมีมอเตอร์ไซค์วิบากไฟฟ้ารุ่น STARK VARG 80 แรงม้า มาร่วมจอยความมันส์ ซึ่งเจ้าฮายาบูสะก็สามารถซิ่งได้อย่างไร้ปัญหา เพราะไม่มีอะไรที่ฮายาบูสะทำไม่ได้ และเขาก็ไม่ได้นำมาซิ่งแค่บนทะเลทราย แต่ Matt Spears ก็ยังเคยนำเจ้าฮายาบูสะไปจัดการเปลี่ยนล้อออก แล้วทำการแปลงเกือบยกคัน เหลือไว้เพียงแฟริ่งกับเครื่องยนต์ แล้วติดตั้งตัว CMX Snow bike เพื่อทำการเปลี่ยน ‘พญาเหยี่ยว’ ให้กลายเป็นสโนว์โมบิลมาแล้วอีกด้วย ไม่เพียงแค่ ซูซูกิ ฮายาบูสะ ที่ Matt Spears นำไปบุกตะลุยในทุกพื้นที่ เพราะเขายังเคยนำเจ้าฮอนด้า Goldwing ไปขี่ลุยทราย ขึ้นเขามาแล้ว เรียกว่าใช้รถได้อย่างสมบุกสมบัน หลังจากที่คลิปวิดีโอซิ่งลุยทะเลทรายได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคอมเมนต์ต่าง ๆ มากมาย อาทิ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฮายาบูสะยังแซงเจ้าสองคันนั้นได้, ฮายาบูสะบ้าไปแล้ว, ฮายาบูสะยังคงเป็นมอเตอร์ไซค์แนวผจญภัยที่น่าตื่นเต้นที่สุด ฯลฯ หลวงปู่เค็มยังลุยไฟ แล้วทำไม HAYABUSA จะลงทรายไม่ได้ล่ะ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati museum พาทัวร์ ของแรร์ดูคาติ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว สำหรับสาวกมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาลีอย่าง Ducati น่าจะชื่นชอบไม่น้อยกับพิพิธภัณฑ์ของ Ducati museum โดยในพิพิธภัณฑ์ของ Ducati จัดโชว์มอเตอร์ไซค์ของทางค่ายตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์มาจนถึงรุ่นล่าสุดพร้อมประวัติต่าง ๆ นานา สำหรับสาวกดูคาติตัวจริง จะมีอะไรให้ตื่นเต้นบ้างนั้น รับชมไปพร้อม ๆ กันครับ First Engine : UN Piccolo motore เครื่องยนต์รุ่นแรกที่ผลิตขึ้นมามีชื่อว่า UN Picolo motore เครื่องยนต์แบบ 2 จังหวะ มีขนาดของเครื่องยนต์อยู่ที่ 48 ซีซี มีกำลัง 1.5 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุดทำได้ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยนำเครื่องยนต์นี้มาติดตั้งลงบนจักรยานครอบครัว หลังจากการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 First Motorcycle : Ducati 60 มอเตอร์ไซค์คันแรกของค่ายดูคาติ มีชื่อว่า Ducati60 (Ducati Sixty) ซึ่งรูปแบบของเจ้ามอเตอร์ไซค์คันนี้ จะยังคงมีรูปแบบคล้ายคลึงกับจักรยานในโมเดลแรกเพียงเล็กน้อย เครื่องยนต์ของ Ducati60 มีขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 59.5 ซีซี มีกำลังอยู่ที่ 2 แรงม้าที่ 4500 รอบต่อนาที โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่เพียงแค่เครื่องยนต์ และมอเตอร์ไซค์คันแรก ดูคาติยังนำรถอีกหนึ่งโมเดลที่น่าสนใจมาจัดโชว์ภายในพิพิธภัณฑ์ ได้แก่ Ducati Siluro 100 Ducati Siluro 100 มีขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 98 ซีซี มีกำลังอยู่ที่ 14 แรงม้าที่ 11,000 รอบต่อนาที ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจของเจ้าคันนี้คือการขับขี่ด้วยระยะทาง 1000 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเพียงแค่ 6 ชั่วโมงด้วยการใช้ความเร็วสูงสุดที่ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 125 Sport ซีซีไม่สูงแต่ยอดนิยม ถัดมาในช่วงปี 1957 ทางดูคาติได้ผลิตรุ่น 125 Sport ซึ่งรถมอเตอร์ไซค์คันนี้ออกแบบโดยวิศวกรที่มีชื่อว่า ฟาบีโอ ตาโญนิ รถจักรยานยนต์คันนี้ได้ใช้เทคโนโลยีจากรถแข่ง Grand Sport “Marianna” โดยมีรายละเอียดสเปกคือ การใช้เครื่องยนต์ขนาด 124.4 ซีซี มีกำลังอยู่ที่ 10 แรงม้าที่ 8500 รอบต่อนาที มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 112 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงเวลานั้น First Superbike : 750GT (1971) ในช่วงปี 70 หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นมีการพัฒนาในเรื่องของเครื่องยนต์ขนาด 750 ซีซี ทางดูคาติจึงเริ่มสร้างซูเปอร์ไบค์คันแรกของค่าย ซึ่งมีชื่อรุ่นว่า Ducati 750GT โดยผลิตขึ้นในปี 1971 มีขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 748 ซีซี มีกำลังอยู่ที่ 57 แรงม้าที่ 7700 รอบต่อนาที สามารถทำความเร็วได้ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Ducati 500 Pantah (1979) ในช่วงปลายยุค 70 Ducati ได้ทำการผลิต 500 Pantah โดยความพิเศษของรถจักรยานยนต์คันนี้ คือการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด (ในช่วงเวลานั้น) มาทำการผลิต โดยใช้เครื่องยนต์สูบคู่รูปตัว L มีขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 489.9 ซีซี มีกำลังอยู่ที่ 45 แรงม้าที่ 9050 รอบต่อนาที โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Ducati Monster M900 (1992) อีกหนึ่งรถมอเตอร์ไซค์ทรง Naked Bike (เน็คเก็ต ไบค์) ที่ได้รับความนิยมตลอดกาล อสูรแดงแห่งโบโลญญ่ากับเจ้า Ducati Monster โดยคันที่จัดโชว์ในพิพิธภัณฑ์ได้แก่รุ่น Ducati Monster M900 ในปี 1992 ซึ่งเป็น

Haruki Noguchi นักแข่งหนุ่มมากฝีมือ เสียชีวิตแล้ว เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 สิงหาคม 2563 Haruki Noguchi นักแข่งหนุ่มชาวญี่ปุ่นมากฝีมือได้เสียชีวิตลงแล้ว หลังจากเกิดอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขันในรายการ FIM Asia Road Racing Championship 2023 สนามที่ 4 ที่ Pertamina Mandalika International Circuit โค้ง 10 ในแล็ปที่ 4 รุ่น Asia Superbike 1000cc จนต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่ศูนย์การแพทย์ของสนามก่อนจะย้ายไปรักษายังโรงพยาบาล Public Hospital of Nusa Tenggara Barat ในท้องถิ่น และแม้ทีมแพทย์และพยาบาลจะพยายามอย่างสุดความสามารถก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของเขาไว้ได้ ประวัติ ฮารุกิ โนกุจิ เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2001 จังหวัดนาระ ประเทศญี่ปุ่น 2017 Asia Talent Cup อันดับ 2 2018 Asia Talent Cup อันดับ 2 และ All Japan Road Race Championship รุ่น J-GP3 อันดับ 12 2019 Red Bull Rookies Cup อันดับ 3 และ FIM CEV Repsol International อันดับ 15 2020 All Japan Road Race Championship รุ่น ST600 อันดับ 14 2021 All Japan Road Race Championship รุ่น ST600 แชมป์เปี้ยน 2022 FIM Asia Road Racing อันดับ 2 2023 FIM Asia Road Racing ยังไม่จบการแ่งขัน ถือเป็นเรื่องน่าเศร้ามาก ๆ สำหรับวงการมอเตอร์สปอร์ตเลยทีเดียว ทางทีมงาน SuperBike Thailand ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของฮารุกิ โนกุจิมา ณ ที่นี้ด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

LAMBRETTA G350 พร้อมส่งมอบลูกค้าแล้ววันนี้ Lambretta G350 พร้อมส่งมอบลูกค้าแล้ววันนี้ เจ้านี่คือรถสกู๊ตเตอร์สุดคลาสสิกที่หลายคนเฝ้ารอคอย ถือเป็นสกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมียมในสไตล์คลาสสิกที่คงเอกลักษณ์ DNA ความเป็นแลมเบรตต้าเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ออกแบบผลงานภายใต้คอนเซปต์ “The Masterpiece of Italian Design” กับการรังสรรค์ขึ้นมาในผลงานแบบงานฝีมืออย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียด ดุจงานศิลปะอันล้ำค่าที่คุณสามารถพาออกไปโลดแล่นบนท้องถนน คุณกวิน ร่วมใจพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ แลมเบรตต้า ประเทศไทย เผยว่า “ สำหรับ G350 ที่เราได้ทำการส่งมอบให้แก่ลูกค้ากันในวันนี้ จะเข้ามาเป็นรุ่นพี่ใหญ่สุดในตระกูล G โดยในรุ่น G350 แม้จะคงไว้ในความคลาสสิกที่เน้นดีไซน์ตามแบบฉบับ DNA ดั้งเดิมของทางแลมเบรตต้า แต่มาในสมรรถนะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและตอบโจทย์กับการใช้งานในปัจจุบันครับ นอกจากนี้ยังไม่ใช่แค่รถสกู๊ตเตอร์เท่านั้น แต่เปรียบเสมือนกับผลงานศิลปะแห่งยานยนต์ระดับมาสเตอร์พีซ ซึ่งเป็นผลงานการประกอบด้วยมือหรือ Craftsmanship ที่เรียกได้ว่ามีความพิถีพิถันในรายละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อให้สมกับการรอคอยของผู้ที่จะได้ครอบครองครับ” สำหรับโมเดลนี้เปิดตัวครั้งแรกพร้อม ๆ กับรุ่น X300 ในโอกาสฉลองครบรอบ 75 ปี เมื่อปีที่ผ่านมา ในงาน Milan Design Week 2022 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี มีความพิเศษอยู่ที่การออกแบบซึ่งใส่ใจพิถีพิถันกับทุกองค์ประกอบ โดยยังคงรักษา DNA แห่งดีไซน์เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ของแบรนด์ รวมถึงรายละเอียดของวัสดุชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ ถูกคัดสรรกลั่นกรองเพื่อรังสรรค์ผลงานที่ดีที่สุด รวมไปถึงเครื่องยนต์ที่ให้สมรรถนะที่สมบูรณ์แบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เปรียบประหนึ่งผลงานชิ้นเอกของศิลปินที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณไว้ในรายละเอียดทุก ๆ ขั้นตอน ซึ่งทั้งหมดข้างต้นนี้จะทำให้ผู้ที่หลงใหลในความคลาสสิกรู้สึกดื่มด่ำไปกับสุนทรีย์แห่งการขับขี่ ดุจการขับเคลื่อนสกู๊ตเตอร์แห่งความภาคภูมิใจ เคลื่อนไหวไปให้ผู้คนได้เสพศิลป์กับชิ้นงาน Masterpiece แห่งดีไซน์จากอิตาลี ในส่วนของรายละเอียดตัวรถนั้นจะใช้ขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 330.1 ซีซี 4 จังหวะ 1 สูบ 4 วาล์ว พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ โดดเด่นด้วยการออกแบบโครงสร้างตัวรถแบบ Low & Long เอกลักษณ์ของทางค่ายมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมบอดี้ตัวรถเหล็กแกร่งแบบเฟรมโมโนค็อกที่เพิ่มความพิเศษดีไซน์ให้บริเวณข้างถังทั้งสองข้างสามารถถอดแยกชิ้นได้ เพื่อให้ง่ายต่อการเซอร์วิส รวมไปถึงการคัสตอมแต่งรถในสไตล์ต่าง ๆ ก็สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย และแม้ว่าตัวรถจะยังคงดีไซน์สไตล์คลาสสิกตามแบบฉบับทางค่าย ทั้งช่องแตรหรือที่ชาวแลมเบรตติสต้าเรียกกันว่าจมูกหมู รวมไปถึงบังโคลนแบบคงที่หรือ Fix Fender และไฟหน้าดีไซน์หกเหลี่ยม พร้อมระบบไฟ LED เต็มระบบ ไม่เพียงให้ความสว่างในการขับขี่ ยังเพิ่มเติมในส่วนของเทคโนโลยีทันสมัยมากับหน้าจอเรือนไมล์แบบ TFT ที่ให้สีสันคมชัดที่ปรับระดับแสงหน้าจอได้ และมีเซ็นเซอร์ที่สามารถปรับหน้าจอจากโหมดหน้าจอสว่างสำหรับกลางวัน (Day) เป็นหน้าจอมืดสำหรับกลางคืน (Night) เมื่อตั้งค่าหน้าจอที่โหมดอัตโนมัติ (Auto) พร้อมฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อบลูทูธ ที่สามารถโชว์เบอร์สายเรียกเข้าบนหน้าจอ และในส่วนของเทคโนโลยีการขับขี่ที่สามารถควบคุมบาลานซ์ของตัวรถได้เป็นอย่างดี ด้วยการออกแบบระบบช่วงล่างในชุดกันสะเทือนหน้าแบบ Double Arm-Link ที่ถอดแบบดีไซน์เอกลักษณ์จากตำนานของแลมเบรตต้ามาไว้ในรุ่นนี้กับสมรรถนะที่พัฒนามาใหม่ให้มีความสมู้ทมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับยางติดรถจากแบรนด์อิตาลีอย่าง Pirelli ยึดเกาะพื้นถนนให้ความปลอดภัยเหมาะกับการขับขี่ในเมืองไทย และเพิ่มความมั่นใจกับระบบดิสก์เบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ทำงานพร้อมกับระบบเบรกแบบ Dual-channel ABS สำหรับโมเดลนี้มีจำหน่ายในไทย 3 สีสันสุดพรีเมียม ได้แก่ FRESCO RED (สีแดง/เบาะแดง), LUSTRO WHITE (สีขาว/เบาะส้ม) และ SCURO BLACK (สีดำ/เบาะส้ม) ในราคาเปิดตัวสุดเซอร์ไพรส์ ที่ 215,000 บาท เริ่มส่งมอบรถตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากใครที่สนใจก็สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://Lambretta.co.th หรือ สามารถมาสัมผัสกับตัวจริงของ G350 ได้ที่โชว์รูมแลมเบรตต้าทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bilmola x Initial D คอลแล็บฯ กันเปิดตัวหมวกใหม่สุดเท่ ล่าสุดหมวกกันน็อกแบรนด์ไทยมาตรฐานสากลอย่างบิลโมลาทำการเปิดตัวหมวกใหม่ได้ใจสายซิ่งอีกแล้วหลังจากที่ Bilmola x Initial D คอลแล็บฯ กันเปิดตัวหมวกกันน็อกลายพิเศษจำนวนจำกัดเพียงลายละ 866 ใบ ภายใต้ลิขสิทธิ์แท้ ๆ จากทาง Shuichi Shigeno / Kodansha Ltd. ประเทศญี่ปุ่นโดยตรง โดยหมวกดังกล่าวจะมีพื้นฐานมาจากหมวกรุ่น Rapid RSLT เป็นหมวกรุ่นใหม่ที่ได้รับมาตรฐาน ECE 22.06 ที่เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดของทางยุโรป การันตีเรื่องความปลอดภัยว่าไว้ใจได้ โดยตัวหมวกจะให้ชิลด์ดำและแถมชิลด์ใสมาให้ด้วย ถูกใจคนใส่ ถูกกฎหมายไม่ต้องกังวลเรื่องโดนจับ และมาพร้อมสายรัดคาง DD Ring แบบเดียวกับหมวกกันน็อกที่นักแข่งใส่กันการันตีความปลอดภัยไม่หลุดได้ง่ายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังเปิดตัวเสื้อยืดสุดเท่พร้อมกันไปด้วยอีก 3 ลายให้เลือก ได้แก่ ลาย AE86 ลาย RX-7 FC3S และ RX-7 FD3S มาเป็นชุดให้สาวกได้เก็บเข้าคอลเล็กชัน ใส่ก็เท่ สะสมก็ดีงามพระรามเก้า ทั้งนี้หมวกกันน็อกเปิดตัวที่ราคาใบละ 3,680 บาท และเสื้อยืดตัวละ 990 บาท โดยจะวางขายประมาณวันที่ 30 กันยายน 2566 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามตัวแทนจำหน่ายหมวกกันน็อกบิลโมลาใกล้บ้านคุณได้เลยครับ บอกเลยช้าหมดอดแน่นอน ของเท่ ๆ แบบนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก