
New Ducati Formula 73 2026 คืนชีพตำนานรถแข่งยุค 70 สเปคละเอียด
New Ducati Formula 73 2026 รถมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่คืนชีพตำนานแชมป์โลกยุค 70 ด้วยเครื่องยนต์ L-Twin และระบบช่วงล่าง Ohlins
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

New Ducati Formula 73 2026 รถมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่คืนชีพตำนานแชมป์โลกยุค 70 ด้วยเครื่องยนต์ L-Twin และระบบช่วงล่าง Ohlins

ด่านตรวจจราจร 2569 ในยุคตัดแต้มใบขับขี่ ความโปร่งใสมีจริงไหม หรือเป็นเพียงกลไกการสร้างรายได้ที่ประชาชนต้องแบกรับ

โจอัน เมียร์ แซะตลาดนักแข่ง MotoGP ปีล่าสุด รีบเซ็นสัญญาตั้งแต่ต้นปีระวังเสียใจ เตือนเพื่อนร่วมอาชีพดูฟอร์มรถให้ดีก่อนตัดสินใจย้ายทีม

เจาะลึก Italjet Dragster 459 Twin SmartShift เปิดตัวในไทย 2 สูบ 48 แรงม้า พร้อมเกียร์ปุ่มกดและช่วงล่าง ISAS สกู๊ตเตอร์ที่แรงที่สุดในปี 2569

ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า ยอมรับรถแข่ง GP26 ยังมีปัญหายางหน้าในช่วงท้ายของการซ้อม Sprint ที่เซปังฯ เสียเวลาไปกว่า 1 วินาที เตรียมแก้มือสนามสุดท้ายที่บุรีรัมย์

เจาะลึก Avatr 06T รถ Wagon ไฟฟ้าทรงสปอร์ต พร้อม Lidar เจนใหม่จาก Huawei ตรวจจับไกล 250 เมตร และขุมพลัง 600 แรงม้า สวยล้ำเหนือระดับ

รุ่นใหม่สไตล์โจรอินเดีย Royal Enfield Guerrilla 450 Royal Enfield Guerrilla 450 “หรือ เกอริลล่า โฟร์ฟิฟตี้” เกอริลล่า มีความหมายว่า กองโจร ซึ่งคำนี้ถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในการดีไซน์ และคุมการทำงาน “ข้ามชาติ” ผ่านระบบออนไลน์ โจทย์คือ รถมอเตอร์ไซค์ สำหรับวัยรุ่น, มือใหม่, หรือเป็น “มอเตอร์ไซค์” คันแรก และต้องให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดให้ชนเพดานงบราคา หรือพูดได้ว่า ท้อปสเปกของราคานี้ ดีไซน์ต้องฉีกรูปแบบคลาสสิก แต่ไม่ทิ้งความเป็น RE Royal Enfield Guerrilla 450 เกิดจากการ วิจัย และ พัฒนา จาก 3 ประเทศ โดยมีหัวโจกเป็นอินเดีย ออกแบบรูปลักษณ์โดยทีมอังกฤษ ทดสอบขับขี่บนถนนในสเปน ทีมงาน RE ทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำ จากที่ทีมงาน เล่าให้ฟังว่าดวงอาทิตย์ตกที่อินเดีย ส่งต่องงานให้อังกฤษที่กำลังเช้าทำงานต่อ ไม่พอ ส่งบรีฟให้นักเทสปรับแต่งรถตามคอมเม้น ทดสอบที่ถนนสเปน อีกทอดหนึ่ง แล้วถึงฟีดแบคกลับมาในตอนเช้าของอินเดีย ทำแบบนี้วนลูปการพัฒนา จนออกมาเป็น รถคลาสสิคทรงแบดบอย อย่างที่เห็น SPEC SPEC SPEC เครื่องยนต์ เครื่อง Sherpa 450 ยกมาจากรุ่น Himalayan ลูกสูบเดียวขนาด 452 cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ DOHC 4 วาล์ว แรงม้า 40.02ps @ 8,000 rpm, แรงบิด 40 nm @ 5,500 rpm ที่ให้มาก็ไม่มากไม่น้อยถ้านับว่าสูบเดียวในพิกัดนี้ รอบสูงแรงม้าตึงๆมือ แรงบิดช่วงต้น เครื่องรอบไม่จัด ไม่ต้องลากรอบ เหมาะกับการขับขี่ในเมืองหรือใช้ในชีวิตประจำวันได้แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง แต่ขับขี่จริง จะหมู่หรือจ่าต้องว่ากันอีกที เฟรม /ช่วงล่าง เฟรม จากรุ่น Himalayan แต่ปรับระยะล้อใหม่เป็น 1440มม. สั้นกว่าเดิม 70มม. ความสูงของเบาะในรุ่น Guerrilla 450 จะอยู่ที่ 780มม. เตี้ยกว่า Himalayan ถึง 40มม. ใครที่เขย่งขยาดจากรถสูงๆ รุ่นใหม่นี้ น่าจะยืนเด็มเท้าได้สบายขึ้น เสริมด้วย ล้อ-ยางหน้า 120/70R17 และ หลัง 160/60R17 หายางง่าย สบายใจ ไม่ปิดกั้นตัวเลือกหากไม่พอใจสไตล์ยางบั้งเดิมๆ จะยัดใส่ยางซิ่งได้ ขอบ 17″ คือครอบคลุมที่สุดแล้ว เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT ขนาด 4 นิ้วเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เปิด Google Map และ ควบคุม เพลงที่เล่นอยู่บนโทรศัพท์ได้ แถมติดคันเร่งไฟฟ้า กับรูเสียบ USB C ไว้ชาร์จมือถืออีกด้วย ภาพรวม จากสเปกและภาพรวมทั้งหมด ดูแล้วน่าจะสร้างกระแสตลาด 400cc ให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง จากราคาในงานเปิดตัวที่ 2.5 ล้านรูปี เปรียบเทียบกับรถรุ่นอื่นๆในตลาดไทย Royal Enfield Guerrilla 450 น่าจะอยู่ราวๆ 150,000-160,000 บาท ซึ่งถ้าทำมาในราคานี้จริงๆ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มองหามอเตอร์ไซค์คันแรกแบบมีสไตล์ได้ง่ายขึ้น ส่วน Ride Feel เป็นไงนั้น ต้องติดตามตอนต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM มาแล้วพร้อม Husqvarna (ฮัสกี้) ราคาปังมาก..!! คืบหน้าได้สวย สำหรับค่ายส้มอย่าง KTM พร้อมบุกตลาดสองล้อในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับ Husqvana (ฮัสกี้) ที่เรียกได้ว่าตีคู่รุกตลาดพร้อมขนยกทัพโมเดลใหม่มาให้ไบค์เกอร์ได้จับจองกันแล้วกันแล้วนั่นเอง และพิเศษกว่านั้นก็คือ ราคาปังมาก..!! โดย คุณ Enrico Remigio, General Manager Commercial จากทาง KTM แนะนำตัวแทนและทีมงานไทยเป็นที่เรียบร้อย นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าตัวแทนจำหน่ายของทาง KTM และ Husqvarna (ฮัสกี้) กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ และเราอาจจะได้เห็นแฟล็กชิบสโตร์ พร้อมศูนย์บริการ KTM แห่งใหม่ ไฉไลกว่าเดิมแน่นอน แฟน ๆ ค่ายส้มเตรียมตัวรอได้เลย.. สำหรับโมเดลที่คาดว่าจะมาจำหน่ายในไทย มีดังนี้ KTM Husqvarna (ฮัสกี้) KTM 890 Duke R Norden 901 KTM 890 Adventure R SVARTPILEN 401 KTM 790 Adventure VITPLEN 401 KTM 790 Adventure R FE350 MY23 KTM 350 EXC-F SIX DAYS FE350 Pro MY23 KTM 300 SIXDAYS ติดตามได้ในเร็ว ๆ นี้ ห้ามพลาด..!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คาด PCX160 2025 ปรับขนานใหญ่รับมือคู่แข่ง คู่แข่งจากเจแปนแดนปลาดิบค่ายสีน้ำเงินเขาก็เปิดตัวโมเดลใหม่ที่อินโดนีเซียไปแล้ว พร้อมกับระบบใหม่ ๆ ที่พอจะสื่อความหมายได้ว่าช่วยให้รถแรงเหมือนติดเทอร์โบ เราก็ได้แค่ คาด PCX160 2025 จะมีการปรับปรุงขนานใหญ่เพื่อรับศึกคู่แข่งในพิกัดเดียวกัน นับจากห้วงเวลาแล้วเจ้า PCX ก็เปิดตัวโฉมนี้ในไทยมาตั้งแต่ปี 2021 แล้ว (ญี่ปุ่นเปิดปี 2020) ก็เรียกว่าถึงรอบที่ควรจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันได้แล้ว หลังจากเปลี่ยนสีกันมาหลายครั้งแล้ว เพราะตอนนี้ก็อายุปาไปได้ 3 ปีกว่าแล้ว ใกล้ถึงรอบที่ควรจะเปลี่ยแปลงกันแล้ว ซึ่งก็คาดว่าจะเปิดตัวโมเดลใหม่ในเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะถึงนี้ การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา – 2010 เปิดตัวครั้งแรก – 2014 ปรับปรุงเครื่องยนต์ เพิ่มระบบไฟ LED และอื่น ๆ – 2018 ปรับปรุงเครื่องยนต์ ใช้เฟรมใหม่ – 2020 ปรับปรุงเครื่องยนต์ เฟรมใหม่ สิ่งที่คาดจะเปลี่ยนแปลงไปนั้นอย่างแรกเลยก็น่าจะเป็นรูปโฉมใหม่ที่น่าจะออกมาในแบบสปอร์ตพรีเมียมมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยมีข้อมูลหลุดออกมาจากคนที่น่าจะเป็นคนวงในจากทางเวียดนาม เผยว่าจะมีฝาครอบแฮนด์เฉกเช่นเดียวกับ Forza และคู่แข่งแล้ว แทนที่จะปล่อยให้ดูรก ๆ แบบที่ปัจจุบันเป็น นอกจากนี้ส่วนอื่น ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงน่าจะมีดังนี้ – หน้าจอใหม่ซึ่งน่าจะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด CB125R (เปิดตัวที่ยุโรป) ยังมีหน้าจอสีแล้ว – ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล เพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง – เฟรมใหม่ – เครื่องยนต์ใหม่ ที่จะแรง ทนทานและประหยัดขึ้น โดยอาจจะมีระบบใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา เพื่อให้สามารถเทียบเคียงกับคู่แข่งที่มีระบบใหม่ ๆ ได้ – มีรุ่น Hybrid ด้วย ซึ่งโมเดลปัจจุบันก็มีอยู่ ในชื่อ e: HEV หรืออาจจะมีโมเดลไฟฟ้าที่รองรับการสลับแบตเตอรี่มาด้วยก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อมูลต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ยังไม่อาจยืนยันความถูกต้องได้แบบ 100% เป็นเพียงการคาดเดาข้อมูลและวิเคราะห์เปรียบเทียบกับคู่แข่งเท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki Katana เวอร์ชั่นโมเดล ตอบโจทย์คนงบน้อย มาแล้วจ้า (จริง ๆ ก็มีขายมาพักนึงแล้ว) Suzuki Katana เวอร์ชันโมเดล ตอบโจทย์คนงบน้อย เด็ก และเด็กโข่ง หรือแม้แต่แฟนพันธุ์แท้ค่ายคนบ้ากับโมเดลตัวต่อจากค่าย CaDA Block ไม่ใช่เลโก้ตัวต่อแบรนด์ดังแต่อย่างใด ทว่ารายละเอียดที่มีในโมเดลนี้ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีพอสมควรเลย เด็กโข่งอย่างเรา ๆ ลองไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรยังไงกันบ้าง สำหรับเจ้าโมเดลตัวต่อแบรนด์นี้ได้รับลิขสิทธิ์แท้มาจากทางซูซูกิ โดยมาในรูปแบบของโมเดลขนาด 1:6 ซึ่งจะมาในขนาด 35.1 ซม. x 13.7 ซม. x 21.8 ซม. ก็ถือว่าขนาดกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ตัวโมเดลมีรายละเอียดต่าง ๆ ค่อนข้างดี แต่ไม่ได้ละเอียดเหมือนโมเดลจากทางฝั่งเลโก้ในบางโมเดล (ของเลโก้ที่ซับซ้อนนั้นเหมาะกับเด็กโข่งอายุ 18 ปีขึ้นไป) แต่เจ้าแบรนด์ CaDA Block นี่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ มีรายละเอียดสำคัญค่อนข้างครบถ้วน รวมไปถึงชิ้นส่วนที่สามารถขยับได้จริง หลายจุด นอกจากนี้ยังมีสแตนด์และแท่นสำหรับจอดโชว์มาให้อีกด้วย ถือว่าใส่ใจมาพอสมควรเลยทีเดียว สุดท้ายนี้เจ้าโมเดลที่ว่านี้ราคาขายที่จับต้องได้แน่นอน โดยราคาอยู่ที่ 6,160 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยได้ที่ประมาณ 1,500 บาทเท่านั้นเอง งานนี้ไบเกอร์หรือเด็กโข่งสายซูก็เป็นเจ้าของได้ไม่ยากเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Lexmoto LXS 125 สปอร์ตไบค์ไซส์เล็กพร้อมดีไซน์ท่อออกตูด ล่าสุดทาง Lexmoto ก็ได้ทำการเปิดตัว LXS 125 สปอร์ตไบค์น้องเล็กล่าสุดของทางค่าย ซึ่งมีจุดเด่นที่น่าสนใจอย่างท่อไอเสียแบบออกใต้เบาะหรือที่เรามักจะนิยมเรียกว่าออกตูดนั่นเอง ในด้านดีไซน์ถ้าไม่นับว่าท่อออกท้ายอันโดดเด่นหาได้ยากในรถยุคนี้แล้ว ก็จะมีไฟหน้าคู่แบบ Full LED หน้าจอเรือนไมล์ดิจิตอล ซึ่งไม่ได้โดดเด่นหรือสวยเป็นพิเศษ ทว่าตัวรถกลับมีสีสันให้เลือกที่ค่อนข้างจะคุ้นๆ ตาเหมือนมาจากค่ายรถญี่ปุ่นสักค่าย คือ มีสีเทาด้านตัดด้วยสีเหลืองนีออน และสีดำตัดด้วยน้ำเงิน โดยเจ้าน้องเล็กคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซีแบบสูบเดียว ที่รองรับ Euro5 แล้ว เคลมมาว่ามีกำลังแรงม้าอยู่ที่ 13.8 แรงม้า แต่กลับมาพร้อมกับรายละเอียดที่ไม่น่าเชื่อ อาทิ เกียร์ 6 สปีด ดิสก์เบรกหน้าคู่แบบหยัก ล้อขนาด 16 นิ้ว ซึ่งดูแปลกตากับรถพิกัดนี้ ช่วงล่างนั้นมีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกและโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยว ตัวเบาะนั่งมีความสูง 790 ม.ม. และน้ำหนักรถเบาเพียง 155 กิโลกรัม โดยรวมๆ แล้วก็เป็นสปอร์ตไบค์ขนาดเล็กสัญชาติจีนนี้ที่ดูแปลกตาดี โดยเฉพาะในด้านดีไซน์ แต่อย่างไรก็ตามหากท่านใดสนใจก็ต้องลุ้นกันพอสมควรเลยล่ะครับว่าจะนำมาจำหน่ายในไทยมั้ย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว Street Scrambler 2021 และรุ่น Street Scrambler Sandstorm รุ่นพิเศษจาก Triumph หลังจากที่ Triumph เปิดตัวเจ้าสแครมเบลอร์ 1200 ครั้งแรกในปี 2019 ก็ได้ทำให้รถในตระกูลสแครมเบลอร์ของทางไทรอัมพ์มีสมรรถนะแบบออฟโร้ดที่มากขึ้นอย่างชัดเจน จนต่างกับ Street Scrambler ซึ่งเหมาะกับการขับขี่แถบชานเมืองโดยสิ้นเชิง แต่ตัวรถก็ยังมาในสไตล์ของรถแข่งแบบสิงห์ทะเลทรายที่ดูเท่และสวยงามอีกด้วย และแน่นอนว่าโมเดลใหม่ในปีนี้ก็รองรับ Euro5 แล้วด้วย รวมถึงยังมีรุ่นพิเศษจำนวนจำกัดอย่าง Sandstrom (แซนด์สตอร์ม) อีกด้วย ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 900 ซีซี พร้อมเอกลักษณ์เด่นอย่างท่อไอเสียแบบคู่ยกสูง และเพื่อที่จะผ่านเกณฑ์ไอเสียใหม่ก็ต้องมีการปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ ทว่ากลับไม่ทำให้กำลังเครื่องยนต์ตก ซึ่งทางค่ายได้เคลมแรงม้ามาที่ 64 แรงม้าที่ 7,250 รอบ และแรงบิดที่ 80 นิวตันเมตรที่ 3,250 รอบ อย่างไรก็ดีแม้ว่ากำลังจะไปตกไปแต่ก็ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักของระบบไอเสียที่เพิ่มมากขึ้นประมาณ 3 กิโลกรัม โดยไทรอัมพ์แอบซ่อนตัวแคตฯไว้ด้านหลังท่อบริเวณฮีตชิลด์ แต่ถึงแม้ว่าน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นมา แต่ตัวรถก็มีเบาะนั่งที่ไม่สูงมากและตัวรถเองก็ค่อนข้างกระชับ ทำให้ไม่ส่งผลต่อการขับขี่อะไรนัก ตัวรถมาพร้อมกับระยะยุบ 120 ม.ม.ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมล้อขนาด 19 และ 17 นิ้วตามลำดับ ทำให้สามารถขับขี่ทางฝุ่นได้บ้าง อย่างไรก็ดีล้อของมันถึงจะเป็นล้อซี่แต่ก็ยังเป็นแบบต้องใช้ยางในก็อาจจะลำบากใจสายฝุ่นอยู่ ทว่าพักเท้าหนาม ระบบเบรก ABS และแทร็คชันคอนโทรลแบบปิดเปิดได้ ก็เป็นอะไรกับคนที่ชอบลุยอยู่ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนใหม่ มีพาเนลข้างและป้ายเบอร์อลูมิเนียมใหม่ ตัวเรือนปีกผีเสื้ออลูมิเนียมปัดเงา การ์ดข้อเท้าและขาจับไฟหน้า รวมไปถึงเพิ่มความหรูหราด้วยเบาะหนังและเลือกใช้ผ้าในส่วนที่เน้นความสบาย ทางค่ายยังคงไว้ซึ่งถังน้ำมันสไตล์เรโทรทำให้รถเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิค และอีกสิ่งนึงที่เรายังไม่ได้พูดถึงคือโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดเพียง 775 คัน อย่างเจ้าพายุทะเลทรายครับ โมเดลพิเศษ Sandstorm นี้จะมาพร้อมสีสันพิเศษสีเทาด้าน Matte Storm Grey และ ชุดสีเกรเดียนท์ Ironstone และชุดแต่งพิเศษเพิ่มเติมเข้ามาเป็นของติดรถจากโรงงานเลย บังโคลนหน้าแบบสูงโดดเด่นกว่าเพื่อน มีการ์ดท้องเครื่องอลูมิเนียม ตะแกรงครอบไฟหน้า ท้ายแต่ง และกันลื่นถังทำให้โมเดลนี้โดดเด่นมากกว่าโมเดลธรรมดา ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ได้ภาพลักษณ์ลุยๆ และขับขี่แบบลุยๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW F900R Force รุ่นพิเศษ 300 คัน ขายในฝรั่งเศสเท่านั้น เน็กเก็ดไบค์ระดับกลางจาก BMW ที่เป็นต้นแบบของโมเดลพิเศษอย่าง F900R Force นั้นเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว มาพร้อมดีไซน์ที่เฉียบคมมากขึ้นยิ่งกว่าที่ผ่านๆ มา ทั้งยังมีเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูง กับราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้นด้วย จนกระทั่งโมเดลนี้เป็นที่น่าจับตามองโมเดลต้นๆ ในกลุ่มของเน็กเก็ดไบค์ระดับกลาง นอกจากนี้การที่ราคาดีกว่าเดิมนั้นยังช่วยให้ BMW สามารถขยายกลุ่มผู้ใช้ให้กับนักบิดที่มีอายุน้อยลงได้มากขึ้นอีกด้วย ขุมพลังสองสูบขนาด 895 ซีซีให้กำลังแรงม้าถึง 105 แรงม้า และยังสามารถปรับจูนให้มีแรงม้าเหลือ 45 แรงม้าได้เพื่อให้สอดคล้องกับใบขับขี่ A2 ที่ใช้ในยุโรปและสามารถปรับให้กลับมาแรงเท่าเดิมได้เมื่อได้ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ประเภท A ซึ่งใช้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ได้ทุกประเภท สำหรับครั้งนี้ถือเป็นโชคดีของไบเกอร์แดนน้ำหอมที่จะได้มีโอกาสสัมผัสกับโมเดลพิเศษที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 300 คัน โดยมองจากภายนอกจะเห็นได้ว่ามีสีสันลายกราฟิกใหม่เป็นสีน้ำเงินซานมาริโนและสีเหลืองนีออนทั่วคัน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากอุตสาหกรรมการบิน นอกจากสีสันแล้วก็ยังมีการติดตั้งชิฟเตอร์ อกล่างและครอบเบาะท้ายมาด้วยเลย ทำให้รถมีราคากระโดดขึ้นไปอีก 900 ยูโรหรือราวๆ 34,000 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Dragster 800 RR London Special ลายพิเศษจากลอนดอน คันเดียวในโลก MV Agusta ได้เปิดตัวแทนจำหน่ายในกรุงลอนดอนอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในชื่อว่า MV Agusta London Store 3.0 ซึ่งจะในสโตร์จะโชว์โมเดลต่างๆ ของทางค่ายและจำหน่ายรถให้กับชาวลอนดอน และเพื่อเป็นการฉลองโอกาสพิเศษที่น่าจดจำนี้ ทางค่ายจึงจัดการคัสตอมเจ้า Dragster 800 RR London Special ขึ้นมาโดยใช้ลวดลายของธงสหราชอาณาจักรเป็นแรงบันดาลใจ หลังจากที่ได้รับการอัปเดตรับ Euro5 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้ว เครื่องยนต์สามสูบ 798 ซีซียังคงรักษากำลัง 140 แรงม้าไว้ได้ ทั้งยังทนทานกว่าเดิมจากการใช้เทคโนโลยีเคลือบชิ้นส่วนแบบ DLC และมีปลอกก้านวาล์วใหม่ ทั้งยังได้ติดตั้งหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยเพิ่มเข้าไป ทำให้สามารถใช้งานระบบเบรก ABS ขณะเข้าโค้งได้ ระบบแทร็คชันคอนโทรลที่อิงกับองศาของตัวรถ ระบบป้องกันการลอยตัวของล้อ และระบบไฟแบบปรับองศาเอง นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงในส่วนของแชสซีใหม่หมดอีกด้วย และสำหรับการเป็นโมเดลพิเศษให้กับทางอังกฤษแบบคันเดียวในโลกนั้น หลักๆ ยังคงเดิมมีเพียงแต่สีสันและลายกราฟิกภายนอกเท่านั้น โดยส่วนของถังน้ำมันนั้นจะเป็นงานเพ็นต์สีขาว สีน้ำเงินและสีแดง และยังมีธงยูเนียนแจ็คที่แฟริ่งข้างด้านหน้าและบนถังน้ำมันด้านบน นอกจากนี้ยังมีลวดลายกราฟิกที่เป็นแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงของลอนดอน อาทิ ทาวเวอร์บริดจ์ หอนาฬิกาบิ๊กเบน และลอนดอยอาย นอกจากนี้ยังมีในส่วนของล้อ ที่ทำเป็นสีน้ำเงิน ดุมและหมุดสีแดง เบาะนั่งทำจากหนังอัลคันทาราเย็บด้ายแดงเป็นลายข้าวหลามตัด และยังโดดเด่นด้วยเฟรมถักสีแดง และครอบคลัตช์แบบใสโชว์ให้แห่นคลัตช์สีแดงด้านใน น่าเสียดายที่ตอนนี้ทางค่ายยังไม่มีแพลนที่จะขายโมเดลพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามนี่เป็นโอกาสดีที่เราอาจจะได้เห็นโมเดลพิเศษในแบบเฉพาะของแต่ละเมืองใหญ่ๆ ในอนาคตอีกก็เป็นได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Lexmoto LXS 125 สปอร์ตไบค์ไซส์เล็กพร้อมดีไซน์ท่อออกตูด ล่าสุดทาง Lexmoto ก็ได้ทำการเปิดตัว LXS 125 สปอร์ตไบค์น้องเล็กล่าสุดของทางค่าย ซึ่งมีจุดเด่นที่น่าสนใจอย่างท่อไอเสียแบบออกใต้เบาะหรือที่เรามักจะนิยมเรียกว่าออกตูดนั่นเอง ในด้านดีไซน์ถ้าไม่นับว่าท่อออกท้ายอันโดดเด่นหาได้ยากในรถยุคนี้แล้ว ก็จะมีไฟหน้าคู่แบบ Full LED หน้าจอเรือนไมล์ดิจิตอล ซึ่งไม่ได้โดดเด่นหรือสวยเป็นพิเศษ ทว่าตัวรถกลับมีสีสันให้เลือกที่ค่อนข้างจะคุ้นๆ ตาเหมือนมาจากค่ายรถญี่ปุ่นสักค่าย คือ มีสีเทาด้านตัดด้วยสีเหลืองนีออน และสีดำตัดด้วยน้ำเงิน โดยเจ้าน้องเล็กคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซีแบบสูบเดียว ที่รองรับ Euro5 แล้ว เคลมมาว่ามีกำลังแรงม้าอยู่ที่ 13.8 แรงม้า แต่กลับมาพร้อมกับรายละเอียดที่ไม่น่าเชื่อ อาทิ เกียร์ 6 สปีด ดิสก์เบรกหน้าคู่แบบหยัก ล้อขนาด 16 นิ้ว ซึ่งดูแปลกตากับรถพิกัดนี้ ช่วงล่างนั้นมีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกและโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยว ตัวเบาะนั่งมีความสูง 790 ม.ม. และน้ำหนักรถเบาเพียง 155 กิโลกรัม โดยรวมๆ แล้วก็เป็นสปอร์ตไบค์ขนาดเล็กสัญชาติจีนนี้ที่ดูแปลกตาดี โดยเฉพาะในด้านดีไซน์ แต่อย่างไรก็ตามหากท่านใดสนใจก็ต้องลุ้นกันพอสมควรเลยล่ะครับว่าจะนำมาจำหน่ายในไทยมั้ย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว Street Scrambler 2021 และรุ่น Street Scrambler Sandstorm รุ่นพิเศษจาก Triumph หลังจากที่ Triumph เปิดตัวเจ้าสแครมเบลอร์ 1200 ครั้งแรกในปี 2019 ก็ได้ทำให้รถในตระกูลสแครมเบลอร์ของทางไทรอัมพ์มีสมรรถนะแบบออฟโร้ดที่มากขึ้นอย่างชัดเจน จนต่างกับ Street Scrambler ซึ่งเหมาะกับการขับขี่แถบชานเมืองโดยสิ้นเชิง แต่ตัวรถก็ยังมาในสไตล์ของรถแข่งแบบสิงห์ทะเลทรายที่ดูเท่และสวยงามอีกด้วย และแน่นอนว่าโมเดลใหม่ในปีนี้ก็รองรับ Euro5 แล้วด้วย รวมถึงยังมีรุ่นพิเศษจำนวนจำกัดอย่าง Sandstrom (แซนด์สตอร์ม) อีกด้วย ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 900 ซีซี พร้อมเอกลักษณ์เด่นอย่างท่อไอเสียแบบคู่ยกสูง และเพื่อที่จะผ่านเกณฑ์ไอเสียใหม่ก็ต้องมีการปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ ทว่ากลับไม่ทำให้กำลังเครื่องยนต์ตก ซึ่งทางค่ายได้เคลมแรงม้ามาที่ 64 แรงม้าที่ 7,250 รอบ และแรงบิดที่ 80 นิวตันเมตรที่ 3,250 รอบ อย่างไรก็ดีแม้ว่ากำลังจะไปตกไปแต่ก็ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักของระบบไอเสียที่เพิ่มมากขึ้นประมาณ 3 กิโลกรัม โดยไทรอัมพ์แอบซ่อนตัวแคตฯไว้ด้านหลังท่อบริเวณฮีตชิลด์ แต่ถึงแม้ว่าน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นมา แต่ตัวรถก็มีเบาะนั่งที่ไม่สูงมากและตัวรถเองก็ค่อนข้างกระชับ ทำให้ไม่ส่งผลต่อการขับขี่อะไรนัก ตัวรถมาพร้อมกับระยะยุบ 120 ม.ม.ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมล้อขนาด 19 และ 17 นิ้วตามลำดับ ทำให้สามารถขับขี่ทางฝุ่นได้บ้าง อย่างไรก็ดีล้อของมันถึงจะเป็นล้อซี่แต่ก็ยังเป็นแบบต้องใช้ยางในก็อาจจะลำบากใจสายฝุ่นอยู่ ทว่าพักเท้าหนาม ระบบเบรก ABS และแทร็คชันคอนโทรลแบบปิดเปิดได้ ก็เป็นอะไรกับคนที่ชอบลุยอยู่ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนใหม่ มีพาเนลข้างและป้ายเบอร์อลูมิเนียมใหม่ ตัวเรือนปีกผีเสื้ออลูมิเนียมปัดเงา การ์ดข้อเท้าและขาจับไฟหน้า รวมไปถึงเพิ่มความหรูหราด้วยเบาะหนังและเลือกใช้ผ้าในส่วนที่เน้นความสบาย ทางค่ายยังคงไว้ซึ่งถังน้ำมันสไตล์เรโทรทำให้รถเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิค และอีกสิ่งนึงที่เรายังไม่ได้พูดถึงคือโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดเพียง 775 คัน อย่างเจ้าพายุทะเลทรายครับ โมเดลพิเศษ Sandstorm นี้จะมาพร้อมสีสันพิเศษสีเทาด้าน Matte Storm Grey และ ชุดสีเกรเดียนท์ Ironstone และชุดแต่งพิเศษเพิ่มเติมเข้ามาเป็นของติดรถจากโรงงานเลย บังโคลนหน้าแบบสูงโดดเด่นกว่าเพื่อน มีการ์ดท้องเครื่องอลูมิเนียม ตะแกรงครอบไฟหน้า ท้ายแต่ง และกันลื่นถังทำให้โมเดลนี้โดดเด่นมากกว่าโมเดลธรรมดา ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ได้ภาพลักษณ์ลุยๆ และขับขี่แบบลุยๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW F900R Force รุ่นพิเศษ 300 คัน ขายในฝรั่งเศสเท่านั้น เน็กเก็ดไบค์ระดับกลางจาก BMW ที่เป็นต้นแบบของโมเดลพิเศษอย่าง F900R Force นั้นเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว มาพร้อมดีไซน์ที่เฉียบคมมากขึ้นยิ่งกว่าที่ผ่านๆ มา ทั้งยังมีเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูง กับราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้นด้วย จนกระทั่งโมเดลนี้เป็นที่น่าจับตามองโมเดลต้นๆ ในกลุ่มของเน็กเก็ดไบค์ระดับกลาง นอกจากนี้การที่ราคาดีกว่าเดิมนั้นยังช่วยให้ BMW สามารถขยายกลุ่มผู้ใช้ให้กับนักบิดที่มีอายุน้อยลงได้มากขึ้นอีกด้วย ขุมพลังสองสูบขนาด 895 ซีซีให้กำลังแรงม้าถึง 105 แรงม้า และยังสามารถปรับจูนให้มีแรงม้าเหลือ 45 แรงม้าได้เพื่อให้สอดคล้องกับใบขับขี่ A2 ที่ใช้ในยุโรปและสามารถปรับให้กลับมาแรงเท่าเดิมได้เมื่อได้ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ประเภท A ซึ่งใช้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ได้ทุกประเภท สำหรับครั้งนี้ถือเป็นโชคดีของไบเกอร์แดนน้ำหอมที่จะได้มีโอกาสสัมผัสกับโมเดลพิเศษที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 300 คัน โดยมองจากภายนอกจะเห็นได้ว่ามีสีสันลายกราฟิกใหม่เป็นสีน้ำเงินซานมาริโนและสีเหลืองนีออนทั่วคัน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากอุตสาหกรรมการบิน นอกจากสีสันแล้วก็ยังมีการติดตั้งชิฟเตอร์ อกล่างและครอบเบาะท้ายมาด้วยเลย ทำให้รถมีราคากระโดดขึ้นไปอีก 900 ยูโรหรือราวๆ 34,000 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Dragster 800 RR London Special ลายพิเศษจากลอนดอน คันเดียวในโลก MV Agusta ได้เปิดตัวแทนจำหน่ายในกรุงลอนดอนอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในชื่อว่า MV Agusta London Store 3.0 ซึ่งจะในสโตร์จะโชว์โมเดลต่างๆ ของทางค่ายและจำหน่ายรถให้กับชาวลอนดอน และเพื่อเป็นการฉลองโอกาสพิเศษที่น่าจดจำนี้ ทางค่ายจึงจัดการคัสตอมเจ้า Dragster 800 RR London Special ขึ้นมาโดยใช้ลวดลายของธงสหราชอาณาจักรเป็นแรงบันดาลใจ หลังจากที่ได้รับการอัปเดตรับ Euro5 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้ว เครื่องยนต์สามสูบ 798 ซีซียังคงรักษากำลัง 140 แรงม้าไว้ได้ ทั้งยังทนทานกว่าเดิมจากการใช้เทคโนโลยีเคลือบชิ้นส่วนแบบ DLC และมีปลอกก้านวาล์วใหม่ ทั้งยังได้ติดตั้งหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยเพิ่มเข้าไป ทำให้สามารถใช้งานระบบเบรก ABS ขณะเข้าโค้งได้ ระบบแทร็คชันคอนโทรลที่อิงกับองศาของตัวรถ ระบบป้องกันการลอยตัวของล้อ และระบบไฟแบบปรับองศาเอง นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงในส่วนของแชสซีใหม่หมดอีกด้วย และสำหรับการเป็นโมเดลพิเศษให้กับทางอังกฤษแบบคันเดียวในโลกนั้น หลักๆ ยังคงเดิมมีเพียงแต่สีสันและลายกราฟิกภายนอกเท่านั้น โดยส่วนของถังน้ำมันนั้นจะเป็นงานเพ็นต์สีขาว สีน้ำเงินและสีแดง และยังมีธงยูเนียนแจ็คที่แฟริ่งข้างด้านหน้าและบนถังน้ำมันด้านบน นอกจากนี้ยังมีลวดลายกราฟิกที่เป็นแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงของลอนดอน อาทิ ทาวเวอร์บริดจ์ หอนาฬิกาบิ๊กเบน และลอนดอยอาย นอกจากนี้ยังมีในส่วนของล้อ ที่ทำเป็นสีน้ำเงิน ดุมและหมุดสีแดง เบาะนั่งทำจากหนังอัลคันทาราเย็บด้ายแดงเป็นลายข้าวหลามตัด และยังโดดเด่นด้วยเฟรมถักสีแดง และครอบคลัตช์แบบใสโชว์ให้แห่นคลัตช์สีแดงด้านใน น่าเสียดายที่ตอนนี้ทางค่ายยังไม่มีแพลนที่จะขายโมเดลพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามนี่เป็นโอกาสดีที่เราอาจจะได้เห็นโมเดลพิเศษในแบบเฉพาะของแต่ละเมืองใหญ่ๆ ในอนาคตอีกก็เป็นได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เฟสบุ๊ค Triumph Motorcycles ปล่อยภาพหลุดโมเดลใหม่ ที่จะเปิดตัวในปี 2024 ในวันที่ 9 มกราคม 2567 พร้อมข้อความ THE RULES ARE ABOUT TO CHANGE ALL-NEW motorcycle launching 9th January 2024 @ 12:00 GMT Be the first to find out: https://bit.ly/47WN4St ถือว่าเป็นภาพที่บ่งบอกสไตล์ตัวรถได้อย่างชัดเจน แฟริ่งไฟหน้าคู่ สปอร์ตมาแบบไม่ต้องเดาอะไรมากมาย ถ้าพูดถึงโมเดลรถรถสปอร์ตในค่ายนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นรุ่น Daytona ที่มีอยู่ในไลน์โมเดลมานาน มาพร้อมกับเครื่องยนต์เอกลักษณ์ 3 สูบปัจจุบันเองก็มีการการันตีความแรงจากรายการ Moto2 กันอยู่แล้ว ความแรงก็คงไม่ต้องพูดถึง แต่ยังไม่มีอะไรที่ชี้ชัดแน่นอนว่า ทาง Triumph Motorcycles จะเปิดตัวโมเดลที่มีชื่อว่าอะไรกัน เครื่องตัวไหน ช่วงล่างเป็นอย่างไร คงต้องรอติดตามชมตัวจริงในวันที่ 9 มกราคม 2567 ส่วนใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้ค่ายนี้ก็คงจะฟันธงได้ไม่ยากเลย มาสปอร์ตแบบนี้เก็บเงินรอได้เลย ขี่มันส์แน่นอน… อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ออกทริป กับ 5 จุดที่ควรเช็ค มีอะไรบ้าง..ไปดูกัน หลังจากการตรวจเช็ครถบิ๊กไบค์กันไปแล้ว คราวนี้มาดูการเตรียมความพร้อมของไบค์เกอร์หรือผู้ขับขี่กันบ้าง ถึงจะมีหมวกกันน็อก ถุงมือ และชุดไรดิ้งเกียร์แล้ว ขอบอกเลยว่าแค่นั้นไม่เพียงพออย่างแน่นอน มันยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรเตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง กับ ออกทริป กับ 5 จุดที่ควรเช็ค จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน 1.เตรียมร่างกายให้พร้อม สิ่งสำคัญอย่างแรกที่เหล่าไบค์เกอร์มักมองข้ามก็คือการสำรวจตัวเองนั่นแหล่ะครับ ว่าสุขภาพร่างกายของเรามีการเตรียมความพร้อมมากน้อยแต่ไหน นอนหลับพักผ่อนเพียงพอหรือไม่ เพราะขับขี่ทางไกลเป็นเวลานาน ๆ มักจะเจอกับอาการวูบ หลับใน ที่เป็นสาหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้นั่นเอง เพราะฉะนั้น ก่อนออกทริปควรพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ทานยาที่ทำให้ง่วง อาทิ ยาลดน้ำมูก ยาภูมิแพ้ เป็นต้น 2.วางแผนก่อนการเดินทาง ทริปจะไม่เกิดถ้าหากไม่มีการวางแผน ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว หรือไปเป็นกลุ่มก๊วนคณะชาวแก๊งค์ก็ต้องล้วนมีการวางแผนให้ดีก่อนการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่จุดหมายปลายทาง เส้นทาง เวลา ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เสียเวลาและบั่นทอนความสนุกกับทริปอีกด้วย 3.สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งในขณะขับขี่ เชื่อว่าไบค์เกอร์ที่ขับขี่รถหลาย ๆ ท่านคงมีหมวกกันน็อกใส่กันอยู่แล้ว แต่อย่าลืมนะครับว่าควรใส่ทุกครั้งในขณะขับขี่ รวมไปถึงคนซ้อนด้วย ซึ่งนอกจากเรื่องของความปลอดภัยแล้ว หมวกกันน็อกยังช่วยในเรื่องของการรักษาสุขภาพสายตา ทั้งป้องกัน UV จากแสงแดด ป้องกันลม ฝุ่น หรือแม้กระทั่งฝน อีกทั้งยังสามารถเพิ่มทัศนวิสัยการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย 4.ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ หรือสารเสพติด สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความเสียหายถึงชีวิตมานักต่อนัก จากการขาด “สติ” ในการขับขี่ เพราะด้วยพิษสุราและของมึนเมา รวมถึงสารเสพติดต่าง ๆ ล้วนคร่าชีวิตนักบิดมามากมายโดยเฉพาะช่วงเทศกาลเป็นประจำทุกปี เพราะฉะนั้น “ถ้าดื่มอย่าขับ ถ้าขับอย่าดื่ม” จะดีกว่านะครับ 5.ขับรถด้วยความระมัดระวังและไม่ขับเร็วเกินกว่ากฏหมายกำหนด สำหรับความเร็วของมอเตอร์ไซค์ที่กฏหมายกำหนดคือต้องไม่เกิน 80 กม./ชม. และรถที่มีขนาดกระบอกสูบ 400 ซีซีขึ้นไป (รถบิ๊กไบค์) สามารถใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 100 กม./ชม. แต่เชื่อว่าไบค์เกอร์ที่ขับขี่บิ๊กไบค์ต้องมีแอบบิดเกินบ้างกันใช่ไหมหล่ะครับ ถามว่าขี่ได้ไหม บอกเลยว่าขี่ได้แต่ก็ขอให้ระมัดระวัง เร่งได้เฉพาะทางตรงโล่ง ๆ ที่ไม่มีชุมชนหรือรถสัญจรไปมา แต่ทว่าจะเจอกล้องตรวจจับความเร็วไหมก็อีกเรื่อง (ฮ่าๆ) เพราะฉะนั้นขับขี่ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด หรือถ้าอยากรีดสมรรนถะตัวรถแบบเต็มพิกัดจริง ๆ แนะนำให้ไปสนามแข่งหรือสถานที่ที่มีแทร็ครองรับเฉพาะ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่เอง รวมไปถึงผู้อื่นที่ร่วมใช้ท้องถนนด้วยกันอีกด้วย (กฎหมายราชกิจจานุเบกษา กำหนดอัตราความเร็วของยานพาพนะบนทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบท พ.ศ. 2564) และนี่ก็เป็นข้อปฏิบัติหลัก ๆ เบื้องต้นสำหรับการเตรียมความพร้อมของผู้ขับขี่ก่อนออกทริปหรือเดินทางไกลนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีในส่วนของสกิล ทักษะการขับขี่บิ๊กไบค์ที่จะมาแนะนำอีกด้วย ไว้มาอัปเดตในคอลัมน์ถัดไป ยังไงก็ขอฝากเป็นข้อคิดเล็กน้อย ๆ เพื่อความปลอดภัยและสามารถขับขี่ออกทริปกับเพื่อนร่วมทางได้อย่างมีความสุขครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW THE GREAT GETAWAY THAILAND พา R18 ออกท้าลมหนาว สำหรับกิจกรรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ BMW THE GREAT GETAWAY THAILAND เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์การหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง หนีออกจากเมืองหลวง หนีความวุ่นวาย ไปพักผ่อนหย่อนใจ ในที่ที่มีความสุข ความสบายตามวิถีไบค์เกอร์ โดยในครั้งนี้เราหลีกหนีความวุ่นวายไปพร้อมกับ BMW R18 ที่ทาง BMW Motorrad จัดเตรียมไว้ให้แบบครบทุกอิดิชั่น ในช่วงเวลาท้าลมหนาวกันบนเส้นทางพิษณุโลก – ภูเรือ จ.เลย – หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์กัน สำหรับการเดินทางเรามาเริ่มต้นที่ BMW Motorrad Nithiboon ตัวแทนจำหน่ายที่ จ.พิษณุโลก พร้อมกับการต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี จัดเตรียมรถพร้อมออกทริป โดยครั้งนี้มากับฝูง BMW R18 แบบครบทุกอิดิชั่น ทั้ง R18, R18 First Edition, R18 Bagger และ R18 Transcontinental จัดเต็มจริง สำหรับทริปนี้จะได้รับการดูแลจากทีม Enduro Park Thailand มืออาชีพระดับนี้ ขี่กันไม่ต้องกลัวหลง หรือกังวลอะไรเลย เราเริ่มเดินทางออกจาก โชว์รูม Nithiboon มุ่งหน้าไปที่อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย เส้นทางท้าลมหนาว มุ่งหน้าไปวัดศรีโพธิ์ชัย ชมวัฒนธรรมท้องถิ่น ประเพณีแห่ต้นดอกไม้จากเด็ก ๆ ชาวบ้านในท้องถิ่น โดยประเพณีแห่นี้มีมาตั้งแต่ก่อสร้างวัดจนถึงปัจจุบันก็นับได้กว่า 400 ปีแล้ว พร้อมกันนี้ยังมีการต้อนรับด้วยการผูกผ้าขาวม้า และมอบของดีระดับตำบลอย่างถั่วแม็คคาเดเมียให้เป็นของที่ระลึก แลดูอบอุ่น น่ารัก เป็นกันเองเป็นอย่างมาก จากนั้นเราเดินทางกันต่อก่อนที่ฟ้าจะมืด พร้อมกับสลับรถมาขับ BMW R18 Transcontinental พี่ใหญ่สุดในอิดิชั่นพร้อมลำโพงมาร์แชลเต็มระบบ ขี่เพลิน ๆ ชิลล์ ๆ เดินทางไปยังอ.ภูเรือ จ.เลย อากาศช่วงนี้เริ่มหนาว อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลง ได้บรรยากาศเหมาะกับไบค์เกอร์สุด ๆ สำหรับตัวรถต้องบอกเลยว่าอิดิชั่นนี้ ขี่ดีมาก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายถูกใจสายเดินทางแน่นอน แล้วเราก็ถึงภูเรือ คีรี รีสอร์ท นอนพักผ่อนหย่อนใจกับอากาศที่แสนเย็นสบาย 13 องศา เช้าวันรุ่งขึ้น นอนเต็มอิ่ม พักเต็มที่ พร้อมเดินทางกันต่อกับเส้นทางภูเรือ – หล่มเก่า – หล่มสัก Route12 เพชรบูรณ์ – พิษณุโลก เป็นระยะทางอีกสองร้อยกว่ากิโลเมตร ที่พร้อมจะพาเจ้า R18 กับเครื่องยนต์ Big Boxer ไปโหนโค้งให้เพลิดเพลินตลอดเส้นทาง และแน่นอนเส้นทางที่เราประทับใจที่สุดในทริปนี้คือ Route12 เส้นทางยอดฮิต ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศที่จะพาให้ทุกคนรู้สึกสดชื่นไปตลอดทั้งเส้นทาง ถือว่าสายไบค์เกอร์ไม่ควรพลาดเส้นนี้ด้วยประการทั้งปวงครับ จบการเดินทาง 2 วัน 1 คืน กับกิจกรรม BMW THE GREAT GETAWAY หลีกหนีความวุ่นวาย ออกไปพักผ่อนกับสุดยอดครูเซอร์สุดเท่ประจำค่าย ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ดียอดเยี่ยมไปในทุก ๆ ด้าน ทั้งสถานที่ที่ยอดเยี่ยม รถที่ขับขี่อย่าง R18 เองก็เยี่ยมยอด กระทั่งเพื่อนร่วมทริปเองก็ดีเยี่ยม และแน่นอนกับบรรยากาศสุดประทับใจตลอดเส้นทางก็จัดว่าสุดยอด ถือเป็นเรื่องราวที่ดีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ส่วนทริปต่อไป เราจะหลบหนีที่ไหนติดตามกันได้เลยครับ…!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Panigale V4 S 2 โมเดลพิเศษ ฉลองแชมป์โลกทั้ง MotoGP และ WorldSBK Ducati ทำการเฉลิมฉลองพิเศษเนื่องในโอกาสที่ได้รับแชมป์โลกจากทั้งฝั่ง MotoGP และ WorldSBK ด้วยการสร้าง Panigale V4 S 2 โมเดลพิเศษ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Desmosedici GP รถแข่งของ Francesco Bagnaia ในศึก MotoGP และ Panigale V4 R ที่เป็นรถแข่งของ Álvaro Bautista ในศึก WorldSBK และไปเผยโฉมในงานอีเวนท์ที่เปิดให้แฟน ๆ ดูคาติได้มาฉลองชัยร่วมกัน ปี 2022 นั้นถือว่าเป็นที่สุดยอดมาก ๆ สำหรับทางดูคาติ ค่ายรถจากเมืองโบโลญญาค่ายนี้ได้กลายเป็นแชมป์โลกทั้ง MotoGP และ WorldSBK ในฤดูกาลเดียวกันเป็นครั้งแรก ความสำเร็จที่เหมือนฝันไปครั้งนี้เป็นผลงานของการทุ่มเทจากทางเหล่าทีมวิศวกร ทีมงานและนักแข่งอย่างแท้จริง และทำให้ทางค่ายอยากจะทำอะไรที่พิเศษ ๆ ขึ้นไปอีก ทั้ง 2 โมเดลนี้จะมีพื้นฐานมาจาก V4 S และทำลวดลายกราฟิกตามแบบรถแข่งของ Pecco Bagnaia #63 และ Álvaro Bautista #19 และแต่ละคันจะมีลายเซ็นของนักแข่งอยู่บนถังน้ำมันโดยมีการเคลือบใสป้องกันลบเลือนเอาไว้ด้วย อีกทั้งแต่ละคันจะมีผลิตเพียง 260 คันเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่นำมาจากปี 1926 ซึ่งเป็นปีที่ดูคาติก่อตั้ง รายละเอียดอื่น ๆ ของตัวรถก็เช่น ตัวรถจะมาพร้อมเบาะนั่งตอนเดียวเท่านั้น บริเวณแผงคอบนทำจากอลูมิเนียม CNC ก็จะมียิงเลเซอร์รุ่นรถและตัวเลขนัมเบอร์ของรถแต่ละคันเอาไว้ ยังมีอุปกรณ์เสริมสมรรถนะอย่างคลัตช์แห้ง STM-EVO SBK ปลายท่อ Akrapovič แบบใช้งานบนท้องถนนทั่วไปได้ (เบากว่าท่อเดิม 2 กิโลกรัม) ระบบเบรก Brembo คาลิเปอร์เบรก Stylema R ปั๊มบน MCS ปรับรีโมทได้ พักเท้าอลูมิเนียม CNC ของ Rizoma และชิลด์หน้าแบบเรซซิ่งจากวัสดุเพล็กซี่กลาส เป็นต้น ตัวรถยังเต็มไปด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การ์ดกันความร้อนของท่อ ครอบจานจ่าย บังโคลนหน้าและหลัง ไปจนถึงท่อดักลมเบรก และปิดท้ายด้วยถังน้ำมันอลูมิเนียมแบบปัดเงา รถแต่ละคันจะส่งมอบมาในแพ็กเก็จพิเศษพร้อมใบรับรองของแท้ ผ้าคลุมพิเศษ รวมถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูล Data Analyser+ การขับขี่ และสำหรับคนที่ต้องการจะรีดสมรรถนะของรถให้มากยิ่งขึ้นก็สามารถติดตั้งของตกแต่งเพิ่มเติมได้อีก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bistella 500 เครื่อง 10 สูบ 2 จังหวะแถมมีซูเปอร์ชาร์จ อ่านพาดหัวแล้ว หลาย ๆ ท่านก็คงจะ เอ๊ะ ว่าไงนะ ยังไงซิ แต่ความจริง ๆ คือความจริง Marek Foltis วิศวกรชาวเช็คได้ทำการสร้างเครื่องยนต์แบบดับเบิ้ลเรเดียล 10 สูบ 2 จังหวะ มาใส่รถแปลงกลายเป็น Bistella 500 ที่มีกำลังแรงถึง 120 แรงม้ามาแล้วจริง ๆ ครับ จริง ๆ แล้ว Marek Fotis เขาเป็นวิศวกรของโรงงานรีไซเคิล เขาใช้เวลาว่างทุ่มเทให้กับโปรเจ็กต์พิเศษของเขา ซึ่งมันไม่ใช่พิเศษเฉย ๆ แต่เป็นพิเศษใส่ไข่และทุกอย่างที่ร้านตามสั่งจะมี แบบว่าเหนือกว่าคนอื่นเยอะ เพราะตั้งแต่สมัยอายุ 17 เขาก็เคยทำเครื่องเจ็ทใส่รถ Jawa ของเขาโดยอาศัยเทอร์โบชาร์จเจอร์จากรถบรรทุกเก่ามาแล้ว และเจ้าเครื่อง 10 สูบ 2 จังหวะคันนี้ก็เป็นโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ที่ 2 ซึ่งสร้างด้วยตัวเองเพียงลำพัง ซึ่งชื่อของมันมีความหมายว่าดาวคู่ เขาใช้เวลากว่า 2 ปีครึ่งเพื่อสร้างมันขึ้นมา หากมองโดยผิวเผินเจ้านี่ก็เหมือนรถมอเตอร์ไซค์เก่า ๆ จากยุค 50 ทว่าจริง ๆ แล้วมันใช้รถ Jawa เป็นรถต้นแบบ เจ้า Jawa ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1953 ได้กลายเป็นรถขนาด 500 ซีซี ซึ่งมากกว่าเดิมถึง 10 เท่า นับเป็นการอัปเกรดขนานใหญ่และยังน่าทึ่งในเรื่องของการติดตั้งกระบอกสูบ 2 จังหวะนับ 10 สูบลงไปได้ โดยเขาได้จัดเรียงกระบอกสูบออกมาในรูปแบบของดาว เป็นดาว 5 แฉกสองดวงซ้อนกัน และเขายังติดตั้งคอมเพรสเซอร์หรือตัวอัดอากาศเข้าไปอีก 5 ตัวด้วยกัน ซึ่งเปรียบเสมือนซูเปอร์ชาร์จที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มสมรรถนะ แต่ยังช่วยเติมอากาศให้กับกระบอกสูบได้ทั้งหมดอีกด้วย ตัวเฮ้าซิ่งของเครื่องยนต์ เพลาข้อเหวี่ยงตลอดไปจนถึงข้อเหวี่ยงตอนปลายที่ต่อกับเพลาล้วนแล้วแต่ทำขึ้นมาด้วยวิธี CNC ก้านสูบ ลูกสูบและเสื้อลมนั้นใช้ของเดิมของทาง Jawa แต่บางชิ้นส่วนมีการใช้ชิ้นส่วนที่ใช้ในการแข่งขันและบางส่วนยังมีการทำเซรามิกโค้ตติ้งเพื่อป้องกันการโอเวอร์ฮีต และหลังจากที่เขาลองใช้คาร์บูเรเตอร์ 5 ตัวเพื่อจ่ายน้ำมันอยู่หลายครั้งในช่วงแรก สุดท้ายเขาก็ได้วิธีที่ลงตัวที่สุดสำหรับเขาคือการเลือกใช้คาร์บูเรเตอร์ขนาดใหญ่เพียงตัวเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของทรานซิสเตอร์ที่ใช้จุดระเบิดหัวเทียนทั้งสิบหัวซึ่งก็ลงท้ายด้วยการต้องใช้หลักการเดียวกันนี้ สุดท้ายเรื่องของตัวอัดอากาศ 5 ตัวที่ติดตั้งเข้ามา โดยแต่ละตัวหมุนที่ความเร็วสูงถึง 40,000 รอบต่อนาทีเพื่อสร้างแรงอัดอากาศที่มากถึง 1.6 บาร์ และเขายังสร้างเครื่องยนต์ออกมาถึง 3 ตัวด้วยกัน โดยตัวแรกนั้นสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยคือแรงเพียง 12 แรงม้า ที่เหมาะสำหรับแชสซีเดิม ๆ และเบรกแบบดรัมเบรกที่ประสิทธิภาพไม่ได้ดีมากนัก ยังมีเครื่องเบอร์ 2 ที่มีกำลัง 60 แรงม้าที่ 6,500 รอบ ซึ่งค่อนข้างแรงและต้องระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ดีเครื่องยนต์เบอร์ 3 ที่เขาตั้งใจปรับจูนไว้นั้นเขายังไม่ได้ทดลอง ได้แต่คำนวณเอาไว้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะแรงถึง 120 แรงม้าที่ 10,000 รอบ ทั้งนี้เหตุผลที่เขายังไม่ได้ทดลองก็เพราะว่าเขาสร้างเครื่องยนต์ขึ้นมาใหม่ถึง 5 ครั้งแล้วหลังจากที่เครื่องยนต์เสียหายหลายรูปแบบ เครื่องเบอร์ 3 ก็เลยขอพักไว้ก่อนนั่นเอง ก็เรียกว่าเป็นอะไรที่น่าทึ่งกับแนวคิดของพ่อหนุ่มวิศวกรชาวเช็กคนนี้ไม่น้อยเลยล่ะครับ แล้วก็ถือว่าสุดยอดจริง ๆ ครับกับความพยายามของเขา งานนี้เราก็ได้แต่คงต้องรอดูว่ารถของเขาเมื่อสำเร็จแล้วจะแรงแค่ไหนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก