SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ใหม่ รถไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

ข่าวอัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์

ไขข้อสงสัย “ไฟแมงดา” คืออะไร? เผยที่มาชื่อสุดแปลกและวิธีติดไม่ให้ผิดกฎหมาย

ในบรรดาของแต่งรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นยุคปัจจุบัน “ไฟแมงดา” ถือเป็นไอเทมที่มาแรงและถูกพูดถึงมากที่สุด

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวด่วน

CFMOTO ตั้งโรงงานไทยที่ระยอง จ่อเปิดตัว 450MT

วงการมอเตอร์ไซค์ไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า CFMOTO (ซีเอฟโมโต) ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ระดับโลกจากประเทศจีน ได้เข้ามาลงทุนก่อสร้างฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวมอเตอร์ไซค์

จักรยานไฟฟ้าวิ่งถนนไม่ได้ เจาะดราม่า! ผิดกฎหมายอะไร?

จักรยานไฟฟ้าวิ่งถนนไม่ได้ อัปเดตกฎหมายจักรยานไฟฟ้าปี 2569 ทำไมขี่ลงถนนใหญ่แล้วโดนจับ? ส่วนไหนที่แบ่งความแตกต่าง พร้อมบทลงโทษล่าสุด

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวด่วน

Honda Stylo 160 “อาจจะยังนะ” แต่มีลุ้นถ้ากระแสถึง

Honda Stylo 160 ล่าสุด ได้รับความชัดเจนแล้วจากปากผู้บริหารฮอนด้า! ท่ามกลางกระแสความฮือฮาของการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าโมเดลระดับโลกอย่าง New Honda UC3 ภายใต้คอนเซปต์ ‘The Urban First Movers’

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
Yamaha-จ้างวิศวกร-Ducati-หวังรั้งตัว-Fabio-Quartararo

Yamaha จ้างวิศวกร Ducati หวังรั้งตัว Fabio Quartararo ข่าวล่ามาแรง ล่าสุด Yamaha จ้างวิศวกร Ducati หวังรั้งตัว Fabio Quartararo โดยวิศวกรที่จ้างมาทั้งหมด 2 คนนั้นล้วนเป็นอดีตคนสำคัญจากทางค่ายแดง คนแรกคือ Massimo Bartolini ที่เดิมทีเป็นวิศวกรดูแลเรื่องสมรรถนะของรถของทางดูคาติ และจะมาทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายเทคนิคคนใหม่ของทางยามาฮ่า   คนต่อมาคือ Marco Nicotra ออกจากดูคาติเช่นกัน โดยมาทำงานกับยามาฮ่าตั้งแต่เดือนตุลาคมในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายแอโรไดนามิกส์ของทางยามาฮ่า การเซ็นสัญญากับทาง Bartolini แสดงให้เห็นถึงการพยายามครั้งใหญ่ของยามาฮ่าหลังผลงานย่ำแย่ในปี 2023 โดยชายผู้นี้เป็นคนสนิทของบอสใหญ่ค่ายแดงอย่างลุง Gigi Dall’Igna และทางยามาฮ่าก็หวังว่าผู้เชี่ยวชาญคนนี้จะช่วยเพิ่มความจี๊ดจ๊าดให้รถยามาฮ่าได้แบบถูกใจขาแรง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าเขาจะมาแทนที่หัวหน้าโปรเจกต์ M1 ปีที่แล้วอย่าง Kazutoshi Seki หรือจะทำงานร่วมกันกับเขา แต่ที่แน่ ๆ การมาของ Bartolini มีนัยสื่อถึงโครงสร้างภายในของยามาฮ่าที่มีเน้นยุโรปเป็นศูนย์กลางมากขึ้นตามแผนปี 2024 ของทางค่าย การเปลี่ยนแปลงเบื้องหลังครั้งนี้คือการพยายามรั้งตัวดาวเด่นของทางค่ายไว้ โดยสัญญาของแชมป์โลกปี 2021 กับทางค่ายจะหมดลงหลังจบฤดูกาล 2024 นี้ และค่ายรถแดนปลาดิบรู้ดีว่าเขาจะออกไปจากทีมแน่หากไม่ส่งมอบรถที่มีศักยภาพดีกว่าเดิมให้เขาได้ โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าคือว่าเป็นหมากเด็ดจริง ๆ สำหรับทางยามาฮ่า แต่ก็เป็นหมากที่คนญี่ปุ่นที่ชาตินิยมมาก ๆ อาจจะไม่ถูกใจก็เป็นได้ แต่สำหรับสาวกยามาฮ่าก็อาจจะถูกใจก็ได้ ในเมื่อต่อต้านไม่ได้ก็เข้าร่วมมันซะ เอ้ยไม่ใช่ ดึงส่วนนึงของความสำเร็จมาอยู่กับตัวเองซะเลย ขำ ๆ นะครับ วงการต่าง ๆ ในโลกมันก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ ใครมีศักยภาพ ใครมีฝีมือก็มีการดึงตัวกันเป็นปกติธรรมดา งานนี้ก็ได้แต่หวังว่าหมากเกมนี้จะส่งผลดีแบบก้าวกระโดดให้กับยามาฮ่าล่ะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวจะได้เห็นแต่ดูคาติอยู่โพเดียมตลอด เครดิตภาพจาก GPOne อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc เล่าความรู้สึกตอนที่ได้ขี่ Ducati ครั้งแรก

Marc เล่าความรู้สึกตอนที่ได้ขี่ Ducati ครั้งแรก เมื่อปีใหม่มาถึงก็เป็นสัญญาณเริ่มต้นสัญญาใหม่ของ Marquez กับทาง Gresini Ducati หลังจากที่สัญญาเดิมกับทาง Honda ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา คราวนี้ก็ได้เวลาที่ Marc เล่าความรู้สึกตอนที่ได้ขี่ Ducati ครั้งแรก เขาเฉิดฉายมากตอนทดสอบช่วงท้ายฤดูกาลกับทางดูคาติครั้งแรก แต่ไม่มีโอกาสได้พูดจนกระทั่งเดือนมกราคม ตอนที่เขาย้ายทีมได้อย่างเป็นทางการ “ผมค่อนข้างกังวลนะและก็รู้สึกตื่นเต้นมาก แม้ว่าผมจะแข่งมาแล้วหลายปี แต่นี่มันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่หลังจากนั้นผมก็เริ่มเย็นลงและผ่อนคลายมากขึ้น ผมพยายามทำความเข้าใจตัวเองกับทีมช่างเทคนิคทีมใหม่และรถคันใหม่ของผม” มาร์ก กล่าว ในท้ายที่สุดคุณก็ย้ายมาสู่รถค่ายที่เป็นแชมป์ตอนนี้ ดังนั้นโอกาสมันอยู่ในมือคุณแล้วสินะ “ตอนแรกนั้นมันคือการปรับตัวให้เข้ากับท่านั่งขับขี่ เราเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่าง เพราะบางจุด ผมไม่รู้สึกสบายเอาซะเลย แต่ความเร็วมันได้ มันมีอยู่ จนผมเริ่มเข้าใจรถ และรู้ว่าต้องจัดการยังไง แต่ผมก็ยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ อาจจะไม่ได้ขี่เร็วขึ้น แต่จะรักษาเวลาไว้ได้ดีขึ้นและปลอดภัยขึ้น” นอกจากนี้เขายังทิ้งท้ายเกี่ยวกับฮอนด้าของเขาไว้อีกว่า “ผมไม่ชอบที่จะเปรียบเทียบรถเลย โดยเฉพาะเวลาอยู่ในที่สาธารณะ รถมันคนละคันกันเลย แถมยังมีสไตล์การขี่ที่ต่างกันอีก” “ผมปรับตัวได้เร็วกว่าที่คาดเพราะผมรู้สึกดีมาก ๆ ทันทีที่ลองขี่เลย มันให้ฟีลลิ่งชัดเจนมาก และเวลาก็ช่วยให้รับรู้ได้โดยไม่ต้องพยายามตามหามัน” “ในการทดสอบตอนช่วงท้ายของวันเรามีโอกาสได้ลองยางซอฟต์ตัวใหม่แล้วผมก็ว่ามันดีนะ มันมีหลายอย่างที่ผมต้องทำความเข้าใจ ทั้งเรื่องระดับของตำแหน่งและการสื่อสารในทีม ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลนะ เพราะผมทำงานกับคนกลุ่มเดิมมานานกว่า 11 ปี แต่เขาก็ต้อนรับผมดีมาก ๆ เลย และเรื่องนี้ก็ช่วยให้ผมสบายใจมากขึ้น” การเปิดตัวทีม Gresini Ducati 2024 อย่างเป็นทางการนั้นจะจัดขึ้นในวันที่ 20 มกราคมนี้ ส่วนด้านเจ้ามดแดงนั้นจะกลับคืนแทร็กอีกครั้งในวันที่ 6 – 8 กุมภาพันธ์นี้กับการทดสอบที่เซปัง โดยเขาจะเป็นเพื่อนร่วมทีมกับ Alex Marquez ในปีนี้ หลังจากการย้ายทีมครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน MotoGP ทั้งนี้ Marquez แชมป์โลกรวม 8 สมัยได้ออกจาก Honda หลังจากสามปีของการบาดเจ็บและผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานเนื่องจากรถของเขา หลังจากนี้ไปเขาจะขี่รถแข่งดูคาติอายุ 1 ปี หรือ Desmosedici GP23 และคู่แข่งของเขาเองก็คาดการณ์กันแล้วว่าเขาผู้นี้น่าจะออกล่าแชมป์ปี 2024 ได้อย่างถึงพริกถึงขิงแน่นอน ตัวผมเองก็คาดว่าการแข่งขันในปีนี้ของเจ้าเด็กระเบิดคนนี้น่าจะมีอะไรให้น่าตื่นเต้นกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เว้นแต่ว่าดูคาติจะทำรถปีใหม่ได้เหนือกว่าเดิมมาก ๆ ก็จะกลายเป็นอีกเรื่องนั่นล่ะครับ อย่างไรก็อย่าลืมติดตามชม และตามผลรวมถึงตามข่าวทางเว็บไซต์ได้เช่นเดิม สุดท้ายนี้เราชาวไทยชอบคนไหนเชียร์คนนั้นครับ แต่ที่สำคัญอย่าลืมเชียร์ ก้อง สมเกียรติ จันทราใน Moto2 ด้วยนะเออ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Giorno แต่ง กับโปรเจกต์เรียบง่ายแบบ “ขาวจั๊วะ น่าเจี๊ยะ”

สกู๊ตเตอร์แต่งอีกคัน เป็นรถ Giorno แต่ง ดูเนียนตาเน้นความเรียบง่าย มีอะไรซ้อนอยู่ในคันนี้มากมาย แต่ยังคงคอนเซปความคลีนแบบ ขาวจั๋ว น่าเจี๋ยะ

XADV 2024 ไทยฮอนด้าเปิด 3 สีใหม่ SUV Bike สายพันธุ์แกร่ง

ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว SUV Bike ระดับท็อป New Honda XADV 2024 3 สีใหม่ ‘สีดำ Mat Ballistic Black Metallic’ ‘สีเทา Iridium Gray Metallic’ และ ‘สีแดง Grand Prix Red’ มาพร้อมคอนเซปต์ ‘Let Your Instinct Lead The Way’ เพิ่มลวดลายกราฟิกใหม่ เท่ เฉียบคมยิ่งขึ้น แรงเต็มกำลังด้วยเครื่องยนต์ 745 ซีซี อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อประสบการณ์ขับขี่ที่ไม่สิ้นสุด  New Honda X-ADV บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่ได้รับการออกแบบให้มีการใช้งานที่หลากหลายในสไตล์ ดูอัล- เพอร์โพสตอบโจทย์การใช้งานทั้งขับขี่ในเมือง หรือผจญภัย เด่นด้วยชุดแฟริ่งสีใหม่ กราฟิกใหม่สะดุดตา โฉบเฉี่ยวด้วยไฟ LED รอบคัน และไฟ Daytime Running Light (DRL) ให้การส่องสว่างมองเห็นชัดเจน พร้อมกระจกบังลมหน้าปรับได้ 5 ระดับ หน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อกับระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน Honda RoadSync สะดวกสบายทุกการเดินทางด้วยพื้นที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 22 ลิตร เก็บหมวกกันน็อคเต็มใบได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลด้วยช่องเสียบสายชาร์จ USB New Honda X-ADV แรงด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 2 สูบเรียง 745 ซีซี 8 วาล์ว SOHC พร้อมระบบส่งกำลังแบบ DCT (Dual Clutch Transmission) เกียร์ 6 สปีด ตอบสนองได้ดั่งใจด้วยคันเร่งไฟฟ้า (Throttle by Wire) พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 5 โหมดให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่ต้องการตั้งแต่โหมด Standard, Sport, Rain, Gravel และ User โหมดที่ผู้ขับขี่สามารถปรับการตั้งค่าต่างๆ ได้ด้วยตนเอง มอบความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบเบรก ABS หน้า-หลัง และระบบป้องกันรถเสียการทรงตัว HSTC (Honda Selectable Torque Control) ไทยฮอนด้าพร้อมวางจำหน่าย New Honda XADV 2024 ทั้ง 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ ‘สีดำ Mat Ballistic Black Metallic’ ราคาแนะนำ 425,000 บาท ‘สีเทา Iridium Gray Metallic’ และ ‘สีแดง Grand Prix Red’ ราคาแนะนำ 430,000 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ Honda BigWing ทุกสาขาทั่วประเทศ  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/ เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH/

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ninja ZX-10RR ตัวแข่งของ Rea กับปีกที่ท้ายรถของเขา

  ล่าสุดก็มีภาพจากทางยักษ์เขียวปล่อยออกมาเผยให้เห็นว่า Kawasaki Ninja ZX-10RR รถแข่งคันใหม่ของแชมป์โลก WorldSBK มีปีกที่ท้ายรถด้วย บทความนี้เราก็เลยรวบรวมภาพมุมต่างๆ ของรถแข่งของ Jonathan Rea แชมป์โลก 6 สมัยรวดจากศึก WorldSBK มาให้ชมกันว่าวิงก์เล็ตหรือปีกที่ว่ามันเป็นอย่างไร  สำหรับการแข่งขันมอเตอร์ไซค์แล้วรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นั้นอาจจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญซึ่งส่งผลต่อสมรรถนะของรถ เวลา ความเร็ว จนถึงความพ่ายแพ้หรือชัยชนะได้เลย ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นค่ายรถหลายๆ ค่ายพยายามที่จะสร้างมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลกออกมา โดยเฉพาะกับรายการ WorldSBK ที่เป็นรถโปรดักชันซึ่งขายให้กับคนทั่วไปนี่ล่ะครับ ดังนั้นเมื่อเราเห็นเทคโนโลยีหรืออะไรใหม่ๆ ในสนาม เราก็อาจจะได้เห็นเทคโนโลยีเหล่านั้นกับรถทั่วไปที่เราสามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยนั่นเอง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและจับตามองอย่างมากครับ  ซึ่งในภาพก็จะเป็นรถของ Rea จากทีม KRT WorldSBK ที่ได้ทำการทดสอบที่สนาม Autodromo Internacional do Algarve เผยให้เห็นปีกหรือวิงก์เล็ตเล็กๆ ที่ท้ายรถ ซึ่งอาจจะช่วยสร้างแรงกดที่ล้อหลัง เพื่อช่วยสร้างความเสถียรขณะเบรกก็เป็นได้ครับ ก็นับว่าเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่ในการแข่งขันจริงๆ เราอาจจะไม่ได้เห็นมันอีกก็ได้นะครับ หรือเราอาจจะเห็นมันอีก ถ้ามันได้ผลดีจริงๆ  สำหรับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตที่ติดตามการแข่งขัน WorldSBK ก็เตรียมเชียร์กันได้เลยครับ การแข่งขันสนามแรกจะระเบิดศึกกันที่สนาม MotorLand Aragon ในวันที่ 21 – 23 พฤษภาคมนี้ครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Transalp

Honda Transalp แอดเวนเจอร์ระดับกลางจากว่าที่คู่แข่ง T7 กำลังจะมา? หลายปีแล้วที่มีข่าวลือแพร่สะพัดออกมาว่าค่ายปีกนกอย่างฮอนด้านั้นพยายามที่จะผลิต Africa Twin ไซส์เล็กออกมาเพื่อต่อกรกับ Yamaha Tenere 700 และตอนนี้ข่าวซุบซิบก็ยิ่งเริ่มมีความน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้นจากการที่ทางค่ายมีการจดเครื่องหมายการค้าชื่อ Transalp อีกครั้งที่อเมริกา ทางฮอนด้าเคยยกเลิกการจดเครื่องหมายการค้าในอเมริกาไปแล้วครั้งนึงเมื่อปี 2016 แต่ล่าสุดทางค่ายก็ได้มีการยื่นจดใหม่อีกครั้งเพื่อป้องกันผู้อื่นนำชื่อนี้ไปใช้ โดยเอกสารมีการระบุว่าใช้สำหรับมอเตอร์ไซค์และชิ้นส่วนโครงสร้างของมอเตอร์ไซค์  ส่วนในประเทศอื่นๆ นั้นขณะที่โมเดลเจเนอเรชันสุดท้ายของเจ้าทรานส์แอลป์หายไปจากการวางจำหน่ายในปี 2012 ทางค่ายปีกนกก็ได้ทำการแขวนชื่อนี้ไว้ แต่ในทางยุโรปนั้นมีการจดใหม่อีกครั้งในปี 2015 ทำให้มันได้รับคุ้มครองไปถึงปี 2026  ส่วนในออสเตรเลียนัน้มีการจดใหม่อีกครั้งในปี 2017 และที่ญี่ปุ่นในปี 2019 ซึ่งการยื่นใหม่เพื่อต่ออายุสิทธิ์นั้นง่ายกว่ายื่นชื่อใหม่ ดังนั้นจึงยิ่งมีความเป็นไปได้มากว่าโมเดลนี้จะกลับมาอีกครั้ง แม้ว่าเจ้า Africa Twin จะเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จดี แต่ก็เป็นแอดเวนเจอร์ขนาดใหญ่ และแอดเวนเจอร์ที่มีขนาดเล็กลงมาอย่าง CB500X และ NC750X กลับเป็นแอดเวนเจอร์ที่เน้นไปกับการขับขี่บนถนนซะมากกว่า ขณะที่ VFR800X และ VFR1200X กลับยังไม่ได้รับการอัพเดตเพื่อรองรับ Euro5 และมีทีท่าว่าจะเลิกผลิตแล้วอีกด้วย ดังนั้นการปลุกผีครั้งนี้จึงยิ่งมีความเป็นไปได้มากเลยทีเดียว  ขณะที่คู่แข่งอย่างค่ายส้อมเสียงนั้นมีแอดเวนเจอร์ในระดับกลางที่ลุยได้มากขึ้นอย่าง Tenere 700 ออกมาครองใจไบค์เกอร์ที่ชอบผจญภัย รวมถึงค่ายอื่นๆ เองก็มีแอดเวนเจอร์เน้นลุยของค่ายตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น BMW F 850 GS หรือจะเป็น KTM 890 Adventure หรือ Aprilia Tuareg 660 ซึ่งทั้งหมดล้วนใช้เครื่องยนต์สองสูบเรียง  ซึ่งเจ้าทรานส์แอลป์ก็เป็นรถสองสูบวีทวิน เปิดตัวครั้งแรกในปี 1986 และยังเรียกในชื่ออื่นว่า XL600V และกลายเป็น XL650V ในปี 2000 และ XL700V ในปี 2008 นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันไม่เกิน 400 ซีซีสำหรับจำหน่ายในญี่ปุ่นอีกด้วย โดยใช้ชื่อว่า XL400V    อย่างไรก็ดีโมเดล Honda Transalp ที่จะผลิตใหม่นี้น่าจะเป็นเครื่องสองสูบเรียงมากกว่าจะเป็นเครื่องวี เพราะมันถูกกว่า เบากว่าและง่ายที่จะออกแบบมากกว่า ทั้งยังเป็นที่นิยมในกลุ่มรถแอดเวนเจอร์ระดับกลางอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์กันว่าจะอยู่ในพิกัด 850 ซีซีอีกด้วย งานนี้ใครเป็นสายลุยและชื่นชอบ Honda อาจจะต้องอดใจรอกันอีกพักใหญ่เลยล่ะครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rocket 3 R Black

Rocket 3 R Black และ Rocket 3 GT Triple Black โมเดลพิเศษสุดเข้ม เปิดตัวแล้ว ล่าสุดทางค่ายรถแดนผู้ดีอย่างไทรอัมพ์ก็ได้ทพการเปิดตัวโมเดลพิเศษอย่าง Rocket 3 R Black และ Rocket 3 GT Triple Black ซึ่งจะผลิตขึ้นอย่างจำนวนจำกัด โดยจะมีจำหน่ายเพียงโมเดลละ 1000 คันทั่วโลกเท่านั้น และมีหมายเลข VIN ระบุเลขรถแต่ละคันไม่ซ้ำกัน ซึ่งหลักๆ ของทั้งสองโมเดลพิเศษนี้คือการปรับเปลี่ยนในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นการนำโมเดลร็อกเก็ตเดิมที่มีอยู่แล้วมาใส่ชิ้นส่วนสีดำเพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดิบ ดุดัน ทรงพลังมากยิ่งขึ้นครับ โดยเป็นผลมาจากการสอบถามลูกค้าว่าอยากได้จะได้รถในสีสันไหน และคำตอบส่วนใหญ่ก็คือโทนสีดำนั่นเอง  โดยตัวรถก็จะเต็มไปด้วยชิ้นส่วนที่ถูกทำให้เป็นสีดำแทบจะทั้งหมดทุกชิ้นเลย และในบางชิ้นส่วนก็จะมีการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เข้ามาแทนที่ด้วยครับ แต่สำหรับเจ้า GT นั้นจะพิเศษกว่าตรงที่จะเป็นเฉดสีดำแบบ 3 เฉดสี ชิ้นส่วนที่ถูกทำสีดำในโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดได้แก่  ในส่วนเครื่องยนต์ก็จะมี  คอท่อไอเสีย  แผ่นป้องกันความร้อน  ฝาครอบไอดีทำสีแบบพาวเดอร์โค้ท Crinkle Black ในส่วนของตัวรถก็จะมี  กรอบไฟหน้า บังลมหน้า ฝาครอบหม้อน้ำ เบาะนั่ง และท้ายรถ โลโก้ตัวรถ และล้อหลัง ชิ้นส่วนโลหะทำอโนไดซ์สีดำ ได้แก่ เฟรมท้ายอลูมิเนียม ก้านเบรก ก้านคลัตช์ ตุ๊กตาแฮนด์ กระเดื่องโช้คหลัง การ์ดสวิงอาร์ม ขาตั้ง ชุดพักเท้าทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาย คันเบรก คันเกียร์ การ์ดข้อเท้า และกระจกปลายแฮนด์ ทั้งนี้ในส่วนของสเปกเครื่องยนต์และรายละเอียดอื่นๆ ยังคงเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ครับ ยังคงใช้เครื่องยนต์ 3 สูบขนาด 2,500 ซีซี ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลกสองล้อ มีแรงบิดมหาศาลถึง 221 นิวตันเมตรที่รอบต่ำเพียง 4000 รอบ และแรงม้าสูงสุดถึง 167 แรงม้าที่ 6,000 รอบ  ตัวรถยังมากไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ และอุปกรณ์ระดับแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นโช้ค Showa ปรับแต่งได้ คาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema ตลอดไปจนถึงเทคโนโลยีทันสมัย ทั้งระบบเบรก Cornering ABS โหมดการขับขี่ 4 โหมด จอสี TFT ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบครูซคอนโทรล ระบบสมาร์ทคีย์ ช่องจ่ายไฟแบบ USB และระบบไฟแบบ LED    สุดท้ายนี้ราคาและวันวางจำหน่ายของโมเดลสีดำดุดันนี้ยังไม่ระบุ แต่ในทางเมืองนอกจะเริ่มส่งมอบในช่วงเดือนเมษายนนี้ ใครที่สนใจจริงๆ ก็สามารถติดต่อกับทาง Triumph ได้เลยครับ จำนวนที่เข้ามาในไทยน่าจะไม่มากนักครับผม    ส่วนรีวิวเรื่องสมรรถนะสามารถติดตามได้ ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vespa ฉลอง 75 ปี

Vespa ฉลอง 75 ปี เปิดโมเดลพิเศษให้กับ GTS และ Primavera ล่าสุดทาง Piaggio ก็ได้เปิดตัวโมเดลพิเศษให้กับทางแบรนด์ Vespa เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 75 ปีในปี 2021 นี้ ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานพอสมควร เป็นรองแค่ไม่กี่แบรนด์เท่านั้น    โมเดลพิเศษนี้จะมีทั้งใน GTS และ Primavera และจะมีทั้งในรุ่น 125 ซีซีและ 300 ซีซี โดยทางค่ายได้ตั้งชื่อโมเดลนี้ไว้ว่า “75th” เวสป้ารุ่นพิเศษดังกล่าวนี้จะมีตัวถัง พาเนลด้านข้าง และบังโคลนหน้ามาในเฉดสีเหลืองเมทัลลิก พร้อมตัวเลข 75 ที่บังโคลนหน้าและแผงด้านข้าง นอกจากนี้อีกจุดเด่นเลยในด้านความสวยงามคือกระเป๋าหนังทรงกลมขนาดใหญ่ที่ท้ายรถ   ค่ายรถอิตาเลียนค่ายนี้ยังเลือกให้เวสป้าสุดพิเศษคันนี้มีล้อสีเทาพิเศษพร้อมเคลือบไดมอนด์มาด้วย เบาะนั่งทำจากหนัง และก็ยังคงมีชิ้นส่วนโครเมียมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระจกมองหลัง เรือนไมล์ แร็คสัมภาระและท่อไอเสีย ตามแบบของเวสป้า เพื่อที่จะทำให้โมเดลนี้พิเศษยิ่งขึ้น ทางค่ายจะมีชุดเวลคัมคิท ซึ่งภายในก็จะประกอบไปด้วย ผ้าผันคอไหมจากอิตาลี เพลตโลหะเวสป้าแบบวินเทจพิเศษ หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของรถเฉพาะคน และโปสการ์ดสำหรับสะสม 8 ใบ โดยเป็นภาพที่สื่อถึงประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 8 ทศวรรษของเวสป้า สำหรับในประเทศไทยนั้นจะนำมาจำหน่ายด้วยหรือไม่ ทางเรายังไม่ทราบ แต่ในความเห็นของผม โมเดลพิเศษแบบนี้คิดว่าน่าจะมีจำหน่ายในไทยอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

รถยนต์ไฟ้า

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ninja ZX-10RR ตัวแข่งของ Rea กับปีกที่ท้ายรถของเขา

  ล่าสุดก็มีภาพจากทางยักษ์เขียวปล่อยออกมาเผยให้เห็นว่า Kawasaki Ninja ZX-10RR รถแข่งคันใหม่ของแชมป์โลก WorldSBK มีปีกที่ท้ายรถด้วย บทความนี้เราก็เลยรวบรวมภาพมุมต่างๆ ของรถแข่งของ Jonathan Rea แชมป์โลก 6 สมัยรวดจากศึก WorldSBK มาให้ชมกันว่าวิงก์เล็ตหรือปีกที่ว่ามันเป็นอย่างไร  สำหรับการแข่งขันมอเตอร์ไซค์แล้วรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นั้นอาจจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญซึ่งส่งผลต่อสมรรถนะของรถ เวลา ความเร็ว จนถึงความพ่ายแพ้หรือชัยชนะได้เลย ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นค่ายรถหลายๆ ค่ายพยายามที่จะสร้างมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลกออกมา โดยเฉพาะกับรายการ WorldSBK ที่เป็นรถโปรดักชันซึ่งขายให้กับคนทั่วไปนี่ล่ะครับ ดังนั้นเมื่อเราเห็นเทคโนโลยีหรืออะไรใหม่ๆ ในสนาม เราก็อาจจะได้เห็นเทคโนโลยีเหล่านั้นกับรถทั่วไปที่เราสามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยนั่นเอง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและจับตามองอย่างมากครับ  ซึ่งในภาพก็จะเป็นรถของ Rea จากทีม KRT WorldSBK ที่ได้ทำการทดสอบที่สนาม Autodromo Internacional do Algarve เผยให้เห็นปีกหรือวิงก์เล็ตเล็กๆ ที่ท้ายรถ ซึ่งอาจจะช่วยสร้างแรงกดที่ล้อหลัง เพื่อช่วยสร้างความเสถียรขณะเบรกก็เป็นได้ครับ ก็นับว่าเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่ในการแข่งขันจริงๆ เราอาจจะไม่ได้เห็นมันอีกก็ได้นะครับ หรือเราอาจจะเห็นมันอีก ถ้ามันได้ผลดีจริงๆ  สำหรับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตที่ติดตามการแข่งขัน WorldSBK ก็เตรียมเชียร์กันได้เลยครับ การแข่งขันสนามแรกจะระเบิดศึกกันที่สนาม MotorLand Aragon ในวันที่ 21 – 23 พฤษภาคมนี้ครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

10 March 2021
Honda Transalp

Honda Transalp แอดเวนเจอร์ระดับกลางจากว่าที่คู่แข่ง T7 กำลังจะมา? หลายปีแล้วที่มีข่าวลือแพร่สะพัดออกมาว่าค่ายปีกนกอย่างฮอนด้านั้นพยายามที่จะผลิต Africa Twin ไซส์เล็กออกมาเพื่อต่อกรกับ Yamaha Tenere 700 และตอนนี้ข่าวซุบซิบก็ยิ่งเริ่มมีความน่าเชื่อถือเพิ่มมากขึ้นจากการที่ทางค่ายมีการจดเครื่องหมายการค้าชื่อ Transalp อีกครั้งที่อเมริกา ทางฮอนด้าเคยยกเลิกการจดเครื่องหมายการค้าในอเมริกาไปแล้วครั้งนึงเมื่อปี 2016 แต่ล่าสุดทางค่ายก็ได้มีการยื่นจดใหม่อีกครั้งเพื่อป้องกันผู้อื่นนำชื่อนี้ไปใช้ โดยเอกสารมีการระบุว่าใช้สำหรับมอเตอร์ไซค์และชิ้นส่วนโครงสร้างของมอเตอร์ไซค์  ส่วนในประเทศอื่นๆ นั้นขณะที่โมเดลเจเนอเรชันสุดท้ายของเจ้าทรานส์แอลป์หายไปจากการวางจำหน่ายในปี 2012 ทางค่ายปีกนกก็ได้ทำการแขวนชื่อนี้ไว้ แต่ในทางยุโรปนั้นมีการจดใหม่อีกครั้งในปี 2015 ทำให้มันได้รับคุ้มครองไปถึงปี 2026  ส่วนในออสเตรเลียนัน้มีการจดใหม่อีกครั้งในปี 2017 และที่ญี่ปุ่นในปี 2019 ซึ่งการยื่นใหม่เพื่อต่ออายุสิทธิ์นั้นง่ายกว่ายื่นชื่อใหม่ ดังนั้นจึงยิ่งมีความเป็นไปได้มากว่าโมเดลนี้จะกลับมาอีกครั้ง แม้ว่าเจ้า Africa Twin จะเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จดี แต่ก็เป็นแอดเวนเจอร์ขนาดใหญ่ และแอดเวนเจอร์ที่มีขนาดเล็กลงมาอย่าง CB500X และ NC750X กลับเป็นแอดเวนเจอร์ที่เน้นไปกับการขับขี่บนถนนซะมากกว่า ขณะที่ VFR800X และ VFR1200X กลับยังไม่ได้รับการอัพเดตเพื่อรองรับ Euro5 และมีทีท่าว่าจะเลิกผลิตแล้วอีกด้วย ดังนั้นการปลุกผีครั้งนี้จึงยิ่งมีความเป็นไปได้มากเลยทีเดียว  ขณะที่คู่แข่งอย่างค่ายส้อมเสียงนั้นมีแอดเวนเจอร์ในระดับกลางที่ลุยได้มากขึ้นอย่าง Tenere 700 ออกมาครองใจไบค์เกอร์ที่ชอบผจญภัย รวมถึงค่ายอื่นๆ เองก็มีแอดเวนเจอร์เน้นลุยของค่ายตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น BMW F 850 GS หรือจะเป็น KTM 890 Adventure หรือ Aprilia Tuareg 660 ซึ่งทั้งหมดล้วนใช้เครื่องยนต์สองสูบเรียง  ซึ่งเจ้าทรานส์แอลป์ก็เป็นรถสองสูบวีทวิน เปิดตัวครั้งแรกในปี 1986 และยังเรียกในชื่ออื่นว่า XL600V และกลายเป็น XL650V ในปี 2000 และ XL700V ในปี 2008 นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันไม่เกิน 400 ซีซีสำหรับจำหน่ายในญี่ปุ่นอีกด้วย โดยใช้ชื่อว่า XL400V    อย่างไรก็ดีโมเดล Honda Transalp ที่จะผลิตใหม่นี้น่าจะเป็นเครื่องสองสูบเรียงมากกว่าจะเป็นเครื่องวี เพราะมันถูกกว่า เบากว่าและง่ายที่จะออกแบบมากกว่า ทั้งยังเป็นที่นิยมในกลุ่มรถแอดเวนเจอร์ระดับกลางอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์กันว่าจะอยู่ในพิกัด 850 ซีซีอีกด้วย งานนี้ใครเป็นสายลุยและชื่นชอบ Honda อาจจะต้องอดใจรอกันอีกพักใหญ่เลยล่ะครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

10 March 2021
Rocket 3 R Black

Rocket 3 R Black และ Rocket 3 GT Triple Black โมเดลพิเศษสุดเข้ม เปิดตัวแล้ว ล่าสุดทางค่ายรถแดนผู้ดีอย่างไทรอัมพ์ก็ได้ทพการเปิดตัวโมเดลพิเศษอย่าง Rocket 3 R Black และ Rocket 3 GT Triple Black ซึ่งจะผลิตขึ้นอย่างจำนวนจำกัด โดยจะมีจำหน่ายเพียงโมเดลละ 1000 คันทั่วโลกเท่านั้น และมีหมายเลข VIN ระบุเลขรถแต่ละคันไม่ซ้ำกัน ซึ่งหลักๆ ของทั้งสองโมเดลพิเศษนี้คือการปรับเปลี่ยนในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นการนำโมเดลร็อกเก็ตเดิมที่มีอยู่แล้วมาใส่ชิ้นส่วนสีดำเพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดิบ ดุดัน ทรงพลังมากยิ่งขึ้นครับ โดยเป็นผลมาจากการสอบถามลูกค้าว่าอยากได้จะได้รถในสีสันไหน และคำตอบส่วนใหญ่ก็คือโทนสีดำนั่นเอง  โดยตัวรถก็จะเต็มไปด้วยชิ้นส่วนที่ถูกทำให้เป็นสีดำแทบจะทั้งหมดทุกชิ้นเลย และในบางชิ้นส่วนก็จะมีการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เข้ามาแทนที่ด้วยครับ แต่สำหรับเจ้า GT นั้นจะพิเศษกว่าตรงที่จะเป็นเฉดสีดำแบบ 3 เฉดสี ชิ้นส่วนที่ถูกทำสีดำในโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดได้แก่  ในส่วนเครื่องยนต์ก็จะมี  คอท่อไอเสีย  แผ่นป้องกันความร้อน  ฝาครอบไอดีทำสีแบบพาวเดอร์โค้ท Crinkle Black ในส่วนของตัวรถก็จะมี  กรอบไฟหน้า บังลมหน้า ฝาครอบหม้อน้ำ เบาะนั่ง และท้ายรถ โลโก้ตัวรถ และล้อหลัง ชิ้นส่วนโลหะทำอโนไดซ์สีดำ ได้แก่ เฟรมท้ายอลูมิเนียม ก้านเบรก ก้านคลัตช์ ตุ๊กตาแฮนด์ กระเดื่องโช้คหลัง การ์ดสวิงอาร์ม ขาตั้ง ชุดพักเท้าทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาย คันเบรก คันเกียร์ การ์ดข้อเท้า และกระจกปลายแฮนด์ ทั้งนี้ในส่วนของสเปกเครื่องยนต์และรายละเอียดอื่นๆ ยังคงเดิม ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ครับ ยังคงใช้เครื่องยนต์ 3 สูบขนาด 2,500 ซีซี ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลกสองล้อ มีแรงบิดมหาศาลถึง 221 นิวตันเมตรที่รอบต่ำเพียง 4000 รอบ และแรงม้าสูงสุดถึง 167 แรงม้าที่ 6,000 รอบ  ตัวรถยังมากไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ และอุปกรณ์ระดับแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็นโช้ค Showa ปรับแต่งได้ คาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema ตลอดไปจนถึงเทคโนโลยีทันสมัย ทั้งระบบเบรก Cornering ABS โหมดการขับขี่ 4 โหมด จอสี TFT ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบครูซคอนโทรล ระบบสมาร์ทคีย์ ช่องจ่ายไฟแบบ USB และระบบไฟแบบ LED    สุดท้ายนี้ราคาและวันวางจำหน่ายของโมเดลสีดำดุดันนี้ยังไม่ระบุ แต่ในทางเมืองนอกจะเริ่มส่งมอบในช่วงเดือนเมษายนนี้ ใครที่สนใจจริงๆ ก็สามารถติดต่อกับทาง Triumph ได้เลยครับ จำนวนที่เข้ามาในไทยน่าจะไม่มากนักครับผม    ส่วนรีวิวเรื่องสมรรถนะสามารถติดตามได้ ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

9 March 2021
Vespa ฉลอง 75 ปี

Vespa ฉลอง 75 ปี เปิดโมเดลพิเศษให้กับ GTS และ Primavera ล่าสุดทาง Piaggio ก็ได้เปิดตัวโมเดลพิเศษให้กับทางแบรนด์ Vespa เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 75 ปีในปี 2021 นี้ ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานพอสมควร เป็นรองแค่ไม่กี่แบรนด์เท่านั้น    โมเดลพิเศษนี้จะมีทั้งใน GTS และ Primavera และจะมีทั้งในรุ่น 125 ซีซีและ 300 ซีซี โดยทางค่ายได้ตั้งชื่อโมเดลนี้ไว้ว่า “75th” เวสป้ารุ่นพิเศษดังกล่าวนี้จะมีตัวถัง พาเนลด้านข้าง และบังโคลนหน้ามาในเฉดสีเหลืองเมทัลลิก พร้อมตัวเลข 75 ที่บังโคลนหน้าและแผงด้านข้าง นอกจากนี้อีกจุดเด่นเลยในด้านความสวยงามคือกระเป๋าหนังทรงกลมขนาดใหญ่ที่ท้ายรถ   ค่ายรถอิตาเลียนค่ายนี้ยังเลือกให้เวสป้าสุดพิเศษคันนี้มีล้อสีเทาพิเศษพร้อมเคลือบไดมอนด์มาด้วย เบาะนั่งทำจากหนัง และก็ยังคงมีชิ้นส่วนโครเมียมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระจกมองหลัง เรือนไมล์ แร็คสัมภาระและท่อไอเสีย ตามแบบของเวสป้า เพื่อที่จะทำให้โมเดลนี้พิเศษยิ่งขึ้น ทางค่ายจะมีชุดเวลคัมคิท ซึ่งภายในก็จะประกอบไปด้วย ผ้าผันคอไหมจากอิตาลี เพลตโลหะเวสป้าแบบวินเทจพิเศษ หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของรถเฉพาะคน และโปสการ์ดสำหรับสะสม 8 ใบ โดยเป็นภาพที่สื่อถึงประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 8 ทศวรรษของเวสป้า สำหรับในประเทศไทยนั้นจะนำมาจำหน่ายด้วยหรือไม่ ทางเรายังไม่ทราบ แต่ในความเห็นของผม โมเดลพิเศษแบบนี้คิดว่าน่าจะมีจำหน่ายในไทยอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

9 March 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Italjet Dragster 559 Twin

Italjet Dragster 559 Twin บิ๊กสกู๊ตเตอร์อิตาเลียนสุดเท่ เรียกว่าตะลึงกันทั้งงานกับการเปิดตัวของบิ๊กสกู๊ตเตอร์อิตาเลียนสุดเท่ Italjet Dragster 559 Twin ซึ่งค่ายนี้มีจุดเด่นเรื่องดีไซน์สุดล้ำ พร้อมรถที่มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระดับแนวหน้า แน่นอนว่าราคาเองก็แนวหน้าสุด ๆ ด้วยเช่นกัน แต่จะยังไงก็เถอะ เราลองไปส่องเจ้าคันใหม่คันนี้กันก่อนดีกว่าว่ามันมีอะไรเจ๋ง ๆ กันบ้าง เรื่องของดีไซน์ก็บอกเลยว่าโดดเด่น และออกมาในสไตล์ของซูเปอร์ไบค์สำหรับใช้งานในเมือง เรียกว่าเป็นสปอร์ตเออร์บันสกู๊ตเตอร์นั่นเอง โดยตัวรถมาในรูปทรงดุดัน ด้านหน้ามีแฟริ่งพร้อมวิงก์เล็ตทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ไฟหน้าคู่ LED ดุดัน ส่วนไฟเลี้ยวย้ายมาอยู่ตรงการ์ดเบรกการ์ดคลัตช์แทนดูล้ำสมัย ตรงกลางตัวรถเปิดเผยให้เห็นเครื่องยนต์กันอย่างชัดเจน มีเบาะนั่งแบบ 2 ตอนแยกชิ้น ด้านท้ายมีการออกแบบมาได้โฉบเฉี่ยวสวยงามลงตัว ดูโดดเด่นไม่ซ้ำใคร สำหรับเครื่องยนต์ตัวรถจะใช้เครื่องยนต์ใหม่และใหญ่ที่สุดคือ 2 สูบเรียงขนาด 550 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ มีถังน้ำมันขนาด 16 ลิตร เคลมกำลังมา 58.33 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดที่ 55 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดสำหรับเจ้าสกู๊ตเตอร์คันนี้ก็คือการที่ตัวรถไม่ได้ใช้ระบบเกียร์ CVT และระบบสายพาน แต่กลายเป็นระบบเกียร์แมนวล 6 สปีดและระบบส่งกำลังแบบโซ่แทน พร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์เรียกว่าน่าจะถูกใจสายซิ่งกันน่าดูล่ะครับ ส่วนช่วงล่างนั้นค่อนข้างจัดเต็มมาก ๆ ในส่วนของระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 270 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo ด้านหลังเองก็เป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo อีกเช่นกัน ขณะที่ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 48 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวแบบซับแทงค์ปรับแต่งได้ และปรับความสูงของโช้คได้อีกด้วย ปิดท้ายด้วยล้อและยาง ทางค่ายให้ยาง Pirelli Diablo Scooter 120/70 R15 และ 160/60 R15 ทั้งนี้ทางค่ายยังไม่ได้มีการเปิดเผยในส่วนของรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ที่แน่ ๆ จะมีระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนแนล และอาจจะมีระบบแทร็คชันคอนโทรล และหน้าจอสี TFT เป็นต้น ส่วนราคานั้นยังไม่ได้ระบุเช่นกัน แต่หากเทียบกับเกรย์มาร์เก็ตเมืองไทยที่นำตัวพิกัด 200 มาขายในราคาดุดันมากถึง 540,000 จากราคายุโรปที่ราว ๆ 2 แสนกว่าบาทนั้น สำหรับตัว 559 นี้ ราคาน่าจะโดดไปมากเลยทีเดียว ราคายุโรปเมื่อคิดเป็นเงินบาทก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 5 แสนกลาง ๆ ถ้าเข้าไทยก็น่าจะโดดไปอีกไกลเลยล่ะครับ แต่คิดว่าคงเป็นไปได้ยากสักหน่อยที่จะมีตัวแทนอย่างเป็นทางการในไทยน่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

15 November 2023
เทียบสเปก CBR500R 2024 vs Ninja 500 SE 2024

เทียบสเปก CBR500R 2024 vs Ninja 500 SE 2024 สปอร์ตไบค์พิกัด 500 ซีซีจากค่ายญี่ปุ่น Honda และ Kawasaki ที่มีความใกล้เคียงกันมาก ๆ

15 November 2023
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
All New ADV160

All New ADV160 อัปความแรงแถมแทร็คชันคอนโทรล All New ADV160 เป็นอีก 1 โมเดลที่เปิดตัวในวันนี้พร้อมกับสกู๊ตเตอร์สายสปอร์ตจากค่ายเดียวกันอย่าง Forza350 โดยครั้งนี้มาพร้อมคอนเซปต์ “Explore the Wild Urban มีทางใหม่ ให้ท้าทายทุกวัน” อัปเลเวลการขับขี่สไตล์ Honda SUV Bike หนึ่งเดียวในเมืองไทย ที่จะเปิดประสบการณ์ทางเมืองเดิม ๆ ให้ไม่เหมือนเดิม พร้อมกับโฉมใหม่ ที่อัปเลเวลดีไซน์ เท่แกร่งทุกมิติ ให้ความรู้สึกดุดัน แข็งแกร่ง โดดเด่นบนถนน เสริมด้วยแทคโนโลยีล้ำหน้ารอบคัน ที่พร้อมให้ผู้ขับกำหนดเส้นทางท้าทายใหม่ ๆ ได้ทุกวัน สำหรับเจ้าสกู๊ตเตอร์สายลุยคันนี้ยกระดับขุมพลังใหม่ด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 157 ซีซี 4 วาล์ว ระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ อัปความแรงให้เร่งทันใจทุกช่วงความเร็ว ครั้งแรกของการเสริมทัพด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ HSTC (Honda Selectable Torque Control) กับรถพิกัดนี้ โดยระบบนี้จะตรวจจับและควบคุมล้อหน้า-หลังให้สัมพันธ์กันป้องกันรถเสียการทรงตัว ผสานการออกแบบที่ตอบโจทย์รถสไตล์ SUV Bike กับความสูงเบาะใหม่ 780 มม. ขึ้น-ลง สะดวก นั่งสบายยิ่งกว่า เพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ได้มั่นใจ พร้อม Twin Subtank อันเป็นเอกลักษณ์ ซับแรงกระแทกได้นุ่มนวล ลุยได้ไม่หวั่นทุกทาง เปิดประสบการณ์ใหม่ในเมืองที่คุ้นเคย ได้อย่างมั่นใจเหนือใคร โมเดลนี้มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ประกอบด้วย รุ่น Standard สี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำ (Mat Black), สีเทา (Grey) และสีแดง (Red) ราคาแนะนำที่ 99,900 บาท และโดดเด่นกว่าใคร ด้วยอุปกรณ์ตกแต่งรอบคันในรุ่นพิเศษ H2C x KITACO Racing Soul Edition รถสีดำ (Mat Black) ตัวท่อไอเสีย จาก Kitaco ยกระดับความท้าทาย ออกไปค้นพบเส้นทางใหม่ๆ ให้โดดเด่นเหนือใคร สไตล์ SUV BIKE ที่ H2C ร่วมมือกับแบรนด์ KITACO ราคาแนะนำที่ 108,200 บาท   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

All New Forza350 2022

All New Forza350 2022 ปรับโฉมใหม่ พร้อม 2 รุ่นพิเศษ สำหรับ All New Forza350 ที่เป็นเหมือนเวอร์ชัน Face Lift นั้นจะมาพร้อมแนวคิด Ride The Exceptional โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ สปอร์ตเรียบหรูเกินคาด ดุดันเกินคลาส ผสานด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ เข้ากับสมรรถนะแรงสุดขีด พร้อมเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ดิจิทัล เริ่มที่โดดเด่นดึงดูดทุกสายตาบนทุกเส้นทางด้วยไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Dual LED Headlight และไฟท้ายดีไซน์ใหม่ ดูพรีเมียมลงตัวกับเส้นสายรอบคัน และชัดเจนเหนือชั้นกับ New Multi-Function Meter Design ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสความรู้สึกของความหรูหราและสปอร์ตขั้นสุดทุกเส้นทางที่ไป คือทางที่ใครก็ต้องยอม เครื่องยนต์ยังคงเป็นขุมพลัง eSP+ 330 ซีซี แรงดั่งใจ เพิ่มกำลังขับเคลื่อน ลดแรงเสียดทาน แรงต่อเนื่องเต็มสมรรถนะ พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าที่ยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้มั่นใจอยู่ในคอนโทรล ด้วยระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) ระบบตรวจจับและควบคุมล้อหน้า-หลังให้สัมพันธ์กัน ป้องกันรถเสียการทรงตัว Emergency Stop Signal (ESS) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีการเบรกกะทันหัน มาตรฐานความปลอดภัยระดับรถซูเปอร์ไบค์และระบบเบรก ABS แบบ 2-Channelช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกระหว่างเบรกกะทันหัน เพิ่มประสบการณ์ขับขี่ไปอีกขั้นกับเทคโนโลยีที่ยกระดับความปลอดภัย และความสะดวกสบายให้กับ Honda Smartphone Voice Control System (HSVCs) ความปลอดภัย…สั่งได้! ด้วยระบบสั่งการด้วยเสียงบนสมาร์ตโฟน เทคโนโลยีอัจฉริยะจากฮอนด้า เชื่อมต่อใช้งานสะดวก ผ่านแอปพลิเคชัน Honda RoadSync ควบคุมการทำงานฟังก์ชันต่าง ๆ ด้วยเสียงและกดสั่งการที่สวิตช์แฮนด์ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน และเปิดสู่เอกลักษณ์ที่เหนือกว่าในทุกเส้นทาง กับกระจกบังลมหน้าระบบไฟฟ้าที่ปรับระดับความสูงได้ถึง 150 มม. ช่วยลดแรงลมปะทะหน้าขณะขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวกอีกขั้นกับ Honda Smart Key รีโมตอัจฉริยะ และ In-Console USB Charger & Bottle Holder ที่เก็บของคอนโซลหน้าที่รองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลด้วยที่ชาร์จไฟสำรองอเนกประสงค์ สำหรับ All New Forza350 2022 นี้จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Roadsync Type (ติดตั้งระบบ HSVCs) มี มาพร้อมล้อสีทอง ด้วยราคาแนะนำที่ 181,000 บาท และรุ่น Standard Type มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ (Mat Black), สีเทา-ดำ (Smoky Grey), สีแดง (Red) และสีน้ำเงิน (Blue) ราคาแนะนำที่ 179,000 บาท พร้อมรุ่นพิเศษออปชั่นเสริมเพิ่มความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ด้วยชุดแต่งที่มีให้เลือก 2 รุ่น ประกอบด้วย Forza Nitron Neon TH1 ราคาแนะนำที่ 221,800 บาท ที่มาพร้อมชุดแต่ง Nitron Neon Edition สุดพรีเมียมจากอังกฤษ ทุกเส้นสายบอกสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร เอาใจสายสปอร์ตด้วยระบบกันสะเทือนแบรนด์ Hi-end ระดับโลก รองรับการใช้งานทุกย่านความแรง Forza Yoshimura Gcraft Rising Spirit TH2 ราคาแนะนำที่ 206,900 บาท มาพร้อมกับ ชุดแต่ง The Yoshimura X G’craft Rising Spirit Edition ตำนานจากญี่ปุ่น ที่ร่วมมือกับ H2C สำนักแต่งฮอนด้าที่ทั่วโลกยอมรับ สู่การปลดปล่อยสไตล์ใหม่ไม่ซ้ำทางใคร ด้วยท่อไอเสียจากสำนักแต่งสัญชาติญี่ปุ่น พร้อมทะยานสู่ความเร้าใจใหม่ที่เหนือกว่า อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

S1000RR 2023

S1000RR 2023 แรงขึ้น ล้ำขึ้น พร้อมติดปีกกับเขาสักที เรียกว่าเป็นเมเจอร์เชนจ์เลยก็ได้ครับสำหรับเรือธงจากค่ายใบพัดสีฟ้าอย่าง BMW S1000RR 2023 ที่ครั้งนี้ปรับมาขนานใหญ่ทั้งในส่วนของการออกแบบ ดีไซน์ เรื่องแอโรไดนามิกส์ เครื่องยนต์ ช่วงล่างและระบบอิเล็กทรอนิกส์ นับตั้งแต่ที่เปิดตัวโมเดลซูเปอร์สปอร์ตในพิกัดซูเปอร์ไบค์เมื่อปี 2009 ก็ได้รับการปรับปรุงพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและตอนนี้ก็เป็นการปรับเปลี่ยนครั้งล่าสุดที่เรียกได้ว่าล้ำหน้าที่สุดและทันสมัยที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ เรื่องของการเปลี่ยนแปลงนั้น สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดอย่างแรกเลยเห็นจะเป็นเรื่องของแอโรไดนามิกจากการมีปีกหรือมีวิงก์เล็ต มีการปรับปรุงในส่วนด้านหน้าและด้านท้าย ตลอดไปจนถึงมีชุดสีที่ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยวิงก์เล็ตนั้นจะช่วยเพิ่มแรงกดที่ด้านหน้าให้ล้อหน้าอยู่กับพื้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเวลาเร่งความเร็ว ทำให้ล้อหน้าลอยตัวน้อยลง และจุ่มเข้าไปในโค้งได้มากขึ้น เพิ่มความนิ่งเวลาเข้าโค้งอีกด้วย ส่วนด้านท้ายรถเองก็มีการออกแบบให้ดูสปอร์ตมากขึ้น และมีน้ำหนักเบาลง ส่วนชุดสีนั้นมีให้เลือก 3 เฉดสีคือ สีดำเมทัลลิก สีแดงเรซซิ่งเรด และสีขาวสว่างสไตล์เรซซิ่ง ต่อกันที่เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงที่ครั้งนี้ถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น จนบอกได้เลยว่านี่คือมาตรฐานใหม่ของสมรรถนะ กำลังแรงบิดและการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น โดยตอนนี้ทางค่ายเคลมแรงม้าสูงสุดมาที่ 210 แรงม้าที่ 13,750 รอบ (สเปกอเมริกาไม่รวม) แรงขึ้น 3 แรงม้า ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 113 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ นอกจากนี้ยังมีช่วงกำลังที่กว้างมากขึ้นในทุกย่านความเร็ว รวมไปถึงรอบเครื่องสูงสุดที่ตอนนี้เขยิบไปเป็น 14,600 รอบแล้ว แชสซีหรือช่วงล่างเองก็เป็นอีกจุดที่สำคัญ โดยหัวใจหลักในส่วนนี้เลยคือเฟรมอลูมิเนียมแบบสะพานและใช้เครื่องยนต์เป็นส่วนนึงของเฟรมด้วย โดยออกแบบมาเพื่อให้มีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นที่เหมาะสม และเพื่อให้ความแม่นยำในการควบคุมรถ องศาของคอบังคับเลี้ยวได้ปรับใหม่ให้ราบลงอีก 0.5 องศา และระยะออฟเซ็ตของแผงคอก็ลดลง 3 ม.ม. ซึ่งไม่เพียงแต่จะให้ความแม่นยำ แต่ยังช่วยให้จับฟีลลิ่งที่ล้อหน้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ก้าวล้ำมากยิ่งขึ้น โดยตอนนี้ระบบไดนามิกแทร็คชันคอนโทรลจะมาพร้อมกับระบบควบคุมการสไลด์แล้ว ซึ่งจะปรับตั้งได้ 2 ระดับ ซึ่งจะช่วยให้รถเร่งออกจากโค้งได้ดั่งใจมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยเซ็นเซอร์วัดองศาการบังคับเลี้ยว หากมุมเอียงของรถเหมาะสมระบบแทร็คชันคอนโทรลใหม่นี้จะยอมให้ล้อหลังสลิปได้ในระดับนึงเวลาที่เปิดคันเร่งออกจากโค้ง และเมื่อองศาการบังคับเลี้ยวถึงจุดที่กำหนดไว้แทร็คชันคอนโทรลจึงจะเข้ามาควบคุมเครื่องยนต์เพื่อลดอาการสลิปและทำให้รถเสถียรมากขึ้น ระบบเบรก ABS Pro เองก็มาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ 2 ฟังก์ชั่นด้วยกัน คือ ระบบ Brake Slide Assist ซึ่งจะทำงานคล้ายกันกับสไลด์คอนโทรลคือยอมให้รถนั้นดริฟต์ได้ในระดับที่กำหนด และอีกฟังก์ชันคือสามารถเซ็ตติ้งให้เข้ากับยางแบบสลิกได้อีกด้วย สรุปไฮไลท์เด็ด • แรงขึ้นเป็น 210 แรงม้าที่ 13,750 รอบ และแรงบิดเป็น 113 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ ปรับอัตราทดเกียร์ที่ 2 ให้น้อยลงเพื่อให้ล้อหลังมีการยึดเกาะมากขึ้น เฟล็กซ์เฟรม เฟรมใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ปรับมิติของช่วงล่างใหม่ ทั้งองศาการบังคับเลี้ยว ระยะออฟเซ็ต มุมแคสเตอร์และระยะฐานล้อ ชุดคิต M Chassis กลายเป็นของมาตรฐาน รวมไปถึงสวิงอาร์มแบบปรับจุดหมุนได้ และท้ายที่ยกสูงขึ้น ระบบไดนามิกแทร็คชันคอนโทรลพร้อมฟังก์ชันควบคุมการสไลด์ ระบบเบรก ABS Pro พร้อมกับฟังก์ชันควบคุมการเบรกสไลด์ และโหมดเซ็ตติ้งสำหรับยางสลิก ปรับปรุงเรื่องแอโรไดนามิกส์ด้วยวิงก์เล็ตด้านหน้า ชิลด์หน้าแบบสูง และแผงคอต่ำลง มีแบตเตอรี่น้ำหนักเบา M lightweight battery เป็นมาตรฐาน มีพอร์ต USB สำหรับชาร์จไฟที่ด้านท้ายรถ ออกแบบส่วนท้ายรถใหม่ และมีที่ยึดป้ายทะเบียนที่สั้นลง ปรับปรุงการเดินสายไฟใหม่ให้สะดวกขึ้นเวลาถอดที่ยึดป้ายทะเบียนออกเวลาลงสนาม ครอบคลัตช์และเจเนอเรเตอร์เป็นสีดำ ใส่หรือถอดล้อหลังได้ง่ายขึ้น เพราะมีบูชแกนล้อกันบาด ผ้าเบรกลบมุมและเพลตสำหรับยึดเบรก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!