SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

BYD 2100 kW เผยข้อมูลลับ BYD ซุ่มพัฒนาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าพลังสูง แรงกว่าเดิม 4 เท่าตัว ทุบสถิติโลกเพื่อรองรับรถบรรทุกและรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต

มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Ducati Lenovo Team ในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาพูดถึงทีมเก่าของเขาอย่าง “Gresini Racing” ที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกถึงอารมณ์ความหลงไหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง และเปรียบบรรยากาศภายในทีมเหมือนกับตอนที่ตนแข่งขันอยู่ใน Moto2 บรรยากาศในทีมแสนอบอุ่น “ที่นี่มีบรรยากาศสบาย ๆ อีกทั้งยังมีความเป็นกันเองอย่างมาก ทุกอย่างมันชวนให้ผมนึกถึงตอนแข่งขันอยู่ที่ Moto2 ที่ผมสามารถพูดคุยกับหัวหน้าทีมได้โดยตรง เช่น ผมสามารถเข้าไปพูดคุยกับนาเดีย ปาโดวานี่ (เจ้าของทีม Gresini Racing) และบอกเธอว่าผมมีความคิดกับบางเรื่องแบบนี้ เธอก็มักจะ ‘โอเค เราทำแบบนั้นได้’ และเธอไม่ปิดกั้นความคิดผม” “การอยู่ในทีมแซทเทิลไลท์ (ทีม Gresini Racing) มันทำให้ผมรู้สึกถึงความหลงใหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ผมขี่ให้กับทีม Honda ผมมีเพื่อน และทีมงานที่ดีมากอยู่ที่นั่น แต่แล้วความจริงคือ การที่เราขี่อยู่ทีมโรงงานทุกอย่างในนั้นจะดูจริงจังไปหมด” คว้าชัยโพเดียมอีกครั้งในรอบ 1,043 วัน ในช่วงที่เป็นนักบิดให้กับทีมรองอย่าง Gresini Racing เจ้าตัวสามารถเก็บชัยชนะอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Grandpix ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะครั้งแรกของเจ้าตัวนับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งสามารถเก็บชัยชนะได้ 3 สนาม ในฤดูกาลที่ผ่านมา ได้แก่ สนามอารากอนประเทศสเปน, สนามมิซาโน่ ประเทศอิตาลี และสนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งความสำเร็จทั้งสามครั้งดังกล่าวเป็นความสำเร็จสำคัญที่ช่วยฟื้นความมั่นใจของเจ้าตัวหลังจากที่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับทีม Honda ในช่วงท้าย โดยนักบิดสายเลือดกระทิงดุรายนี้จะกลับมาวาดลวดลายบนสนามอีกครั้งในรอบซ้อม ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 แฟน ๆ ของ MM93 รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Fantic Caballero Travel Edition สแคมเบอร์อิตาลี เครื่องยามาฮ่า 2025 Fantic Caballero หนึ่งในโมเดลจากค่าย Fantic Motor รถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี โดยรถในรุ่นย่อย Caballero จัดเป็นรถจักรยานยนต์ในกลุ่ม Scrambler ซึ่งมีวางจำหน่ายทั้งในรุ่นเล็กสุด 125 ซีซี ขยับขึ้นมาเป็น 500 ซีซี และรุ่นใหญ่สุดของโมเดลกับเครื่องยนต์ 700 ซีซี โดยในปี 2025 นี้ก็มาพร้อมรุ่นย่อย Travel Edition ที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทาง และการผจญภัยโดยเฉพาะ เครื่องยนต์ และช่วงล่างคงเอกลักษณ์เดิม เครื่องยนต์ของ Caballero Travel Edition คันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์จาก Yamaha CP2 แบบสองสูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 698 ซีซีให้พละกำลังสูงสุดที่ 74 แรงม้าที่ 9,000 รอบต่อนาที แรงบิด 60 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด ส่งกำลังไปยังล้อหลังด้วยโซ่ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด และความจุถังน้ำมันที่ 14 ลิตร ระบบช่วงล่างคงเอกลักษณ์ และถอดแบบมาจากเวอร์ชันธรรมดาที่วางขายอยู่ก่อนหน้า ระบบกันสะเทือนด้านหน้ามาพร้อมกับโช้คอัพแบบหัวกลับ จากแบรนด์ Marzocchi ขนาดแกน 45 มิลลิเมตร พร้อมระยะยุบ 150 มิลลิเมตร ด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มจากแบรนด์ Marzocchi เช่นเดียวกัน สามารถปรับค่าพรีโหลดได้ มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 150 มิลลิเมตรแบบเดียวกันกับด้านหน้า ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ด้านหน้ามาพร้อมกับคาลิเปอร์เบรกจากค่าย Brembo แบบสี่ลูกสูบขนาด 330 มิลลิเมตรติดตั้งอยู่คู่กับล้อขนาด 110/80-R19 มาพร้อมกับระบบเบรก ABS และด้านหลังก็เป็นคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo แบบลูกสูบเดี่ยวขนาด 245 มิลลิเมตร ติดตั้งอยู่คู่กับล้อขนาด 150/70-R17 ดีไซน์การตกแต่งพร้อมเดินทาง เพิ่มความเป็น Scrambler สำหรับท่องเที่ยงแบบเต็มรูปแบบ โดยดีไซน์ของตัวรถยังคงเอกลักษณ์แบบเดิมที่เป็นตัว 700 ซีซี แต่จะมีลูกเล่นความแตกต่างคือจะมาพร้อมกับดีไซน์การตกแต่งที่พร้อมให้ผู้ขับขี่นำออกไปเดินทางท่องเที่ยว เริ่มที่ด้านหน้าของตัวรถมาพร้อมชิลด์เล็ก ๆ ที่อยู่บริเวณเหนือไฟหน้า บริเวณตัวถังมีกระเป๋าใบน้อยติดตั้งอยู่ ด้านท้ายของตัวรถมีเหล็กท้ายรถที่รองรับการติดแร็คท้ายเพิ่มเติมของผู้ขับขี่ ขนาบข้างด้วยกระเป๋าสำหรับใส่สัมภาระที่มีการออกแบบร่วมกับแบรนด์ Givi มีขนาดความจุอยู่ที่ 17 ลิตรต่อใบ รวมสองข้างมีความจุทั้งหมด 34 ลิตร ในด้านของการจัดจำหน่ายตอนนี้จะวางขายที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 1.8 ล้านเยน หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 405,140 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) สำหรับแฟน ๆ ชาวไทยที่สนใจก็อาจจะทำได้แค่ส่องสเปคไปก่อน เพราะยังไม่มีข่าวของการเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Chase 700 เน็กเก็ดไซส์กลาง ขุมพลังจีนแต่ใช้ของอิตาลีเพียบ ล่าสุดค่ายรถยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง QJ Motor ก็ได้ทำการเผยโฉม Chase 700 เน็กเก็ดระดับกลาง ในงานปักกิ่งมอเตอร์โชว์ 2021 เจ้าเชสคันใหม่นี้แตกต่างจากเชสรุ่นน้องๆ ก่อนหน้าที่มีซีซีน้อยกว่าอย่างสิ้นเชิงเพราะโมเดลใหม่นี้ไม่ได้ใช้เครื่องจากทาง Benelli แล้ว โดยขุมพลังที่ใช้จะเป็นเครื่องยนต์แบบ 2 สูบเรียงขนาด 693 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมแรงม้าสูงสุดมาที่ 75 แรงม้าที่ 8,750 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 68.2 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ แม้ว่าตัวเลขที่เห็นนี้จะใกล้เคียงกับเจ้า Benelli 752S แต่จริงๆ แล้วเป็นบริษัทจีนอย่าง Chunfeng ที่ผลิตให้ นอกจากขุมพลังที่ค่อนข้างน่าสนใจแล้ว ตัวรถยังมีสิ่งน่าสนใจมากกว่า อาทิ ระบบเบรก ซึ่งด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม.กับคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 4 พ็อด ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 260 ม.ม.กับคาลิเปอร์เบรก Brembo เช่นเดียวกัน และยาง Pirelli Angel GT ระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดเป็น LED เต็มระบบ และมีหน้าจอดิจิทัล LCD และแน่นอนว่ามาในพิกัดนี้คู่แข่งที่ตกเป็นประเด็นที่จะต้องเอามาเปรียบเทียบกันก็คงจะหนีไม่พ้น Yamaha MT-07, Kawasaki Z 650, Benelli 752S และ CFMoto CL-X อย่างแน่นอนครับ งานนี้ชอบใครเชียร์ใครไปเจ้านั้นเลย แต่เจ้านี้น่าจะมีทีเด็ดที่ราคาอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Speed Twin 2021 แรงขึ้น 3 ม้า พร้อมอัปเกรดช่วงล่างใหม่ เรียกว่าทยอยกันอัปเกรดรับ Euro5 กันทีละรุ่นๆ จนแทบจะครบทุกโมเดลแล้ว สำหรับรถจากแดนผู้ดี Triumph และในครั้งนี้เป็นคิวของเจ้า Speed Twin โมเดิร์นคลาสสิครุ่นใหญ่ที่ครั้งนี้ไม่ได้แค่ปรับปรุงในส่วนของเครื่องยนต์เพื่อให้ผ่าน Euro5 และสีสันภายนอกเท่านั้น ทางค่ายยังได้ทำการปรับปรุงช่วงล่างในหลายๆ จุดให้ดีขึ้นอีกด้วย ขุมพลังแรงไม่ตก เครื่องยนต์หรือขุมพลังนั้นจะยังคงเป็นเครื่องสองสูบเรียบขนาด 1,200 ซีซี มีการปรับปรุงในหลายจุดด้วยกัน อาทิ เพลาข้อเหวี่ยงน้ำหนักเบา อัลเทอร์เนเตอร์จากแร่แรร์เอิร์ธใหม่ มีการใช้ลูกสูบใหม่กำลังอัดสูงขึ้น ปรับปรุงพอร์ตไอดี ปรับแคมโปรไฟล์ใหม่ และเพิ่มระบบอากาศที่ 2 เข้ามา ทั้งหมดนี้ช่วยให้ไอเสียผ่านมาตรฐานใหม่ มีท่อไอเสียใหม่ที่เป็นทรงเมก้าโฟนหรือทรงปลายขยาย เชิดขึ้นปลายขึ้น และเปลี่ยนมาเป็นดีไซน์แบบปัดเงา มีดีไซน์แบบซ่อนตัวแคตไว้ด้านหลัง ทำให้ไม่โผล่ออกมาให้เกะกะสายตา ผลที่ได้จากการปรับปรุงในครั้งนี้ช่วยให้มีแรงเฉื่อยในระบบน้อยลง 17% จึงปั่นรอบได้เร็วขึ้น เร่งได้นานขึ้นจากเรดไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ได้แรงม้ามากขึ้นอีก 3 แรงม้า รวมเป็น 100 แรงม้าที่ 7,250 รอบ และมีแรงบิดที่กระจายตัวดีขึ้นในรอบกลางและรอบปลาย โดยให้แรงบิดสูงสุดที่ 112 นิวตันเมตรที่ 4,250 รอบ ซึ่งเทียบกับโมเดลเก่าแล้วจะพบว่าแรงบิดสูงสุดนั้นมาไวขึ้นกว่าเดิม 500 รอบ ช่วงล่างยกระดับ สำหรับช่วงล่างนั้นก็มีการปรับเปลี่ยนหลายจุดเช่นกัน เริ่มกันที่ระบบกันสะเทือน มีการอัปเกรดโช้คหน้า เป็นโช้คหน้าหัวกลับจาด Marzocchi ขนาด 43 ม.ม.พร้อมระยะยุบ 120 ม.ม. ซึ่งวิศวกรของทางค่ายเคลมมาว่าตอบสนองการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ส่วนด้านหลังยังคงเป็นโช้คหลังคู่สามารถปรับพรีโหลดได้พร้อมระยะยุบ 120 ม.ม. เช่นกัน ระบบเบรกเองก็เป็นส่วนที่ได้รับการอัปเกรดเช่นเดียวกัน โดยตอนนี้ใช้ระบบเบรกเป็น คาลิเปอร์เบรก Brembo M50 แบบ 4 พ็อดคู่กับจานเบรกคู่ Brembo ขนาด 320 ม.ม. ส่วนด้านหลังยังคงเป็น Nissin แบบ 2 พ็อดกับจานเบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. ซึ่งแน่นอนว่าให้แรงเบรกแรงจิกที่ดีขึ้น ยางเองก็เป็นอีกส่วนนึงที่มีการเปลี่ยน โดยหันมาใช้ Metzeler Racetec RR ซึ่งเป็นเกรดสูงกว่าเดิม ล้อเองก็เป็นล้อดีไซน์ใหม่แบบ 12 ก้าน ทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบา เทคโนโลยี ตัวรถมีเทคโนโลยีหลากหลาย แต่ยังถือว่าไม่สุด ไม่ท็อปตามแบบยุคสมัยนี้ แต่ก็ถือว่าไม่ขี้ริ้วขี่เหร่ ใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้า ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ตอบสนองได้ดี พร้อมกันนี้ยังได้ให้โหมดการขับขี่ที่หลากหลายสอดคล้องกับการใช้งานในสภาวะต่างๆ ทั้งยังปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกด้วย โดยมี 3 โหมด ได้แก่ Rain, Road และ Sport ซึ่งก็จะมีแม็พที่แตกต่างกันออกไป และสามารถเปลี่ยนโหมดได้ง่ายอีกด้วย มีระบบทอร์คแอสซิสต์คลัตช์ช่วยลดภาระ ผ่อนมือคลัตช์ที่หนักให้เบาลง ช่วยให้ขับขี่ทางไกล หรือขับขี่ระยะเวลานานๆ สบายขึ้น นอกจากนี้ยังมีชุดคลัตช์ที่เล็กลงช่วยให้มิติตัวรถตรงช่วงเครื่องยนต์นั้นแคบลง และยังช่วยป้องกันอาการล้อหลังสลิปเวลาเชนเกียร์ลงเร็วๆ อีกด้วย ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยก็จะมีระบบเบรก ABS และระบบแทร็คชันคอนโทรล ที่สามารถเปิดปิดได้อีกด้วย หน้าจอเรือนไมล์แบบผสม โดยจะมีดีไซน์แบบทรงกลมคู่ บอกข้อม฿ลต่างๆ ครบถ้วน พร้อมปรับเปลี่ยนการแสดงผลผ่านปุ่มที่แฮนด์บาร์ได้อย่างง่ายดาย ระบบไฟส่องสว่างด้านหน้าเป็นฮาโลเจน ส่วนไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ ไฟท้ายและไฟเลี้ยวเป็น LED นอกจากนี้ก็จะมีส่วนของฟังก์ชันความสะดวกสบายอาทิ ช่องจ่ายไฟแบบ USB และกุญแจอิมโมบิไลเซอรื หรือกุญแจฝังชิพ ดีไซน์พรีเมียม ในส่วนของรูปลักษณ์ดีไซน์นั้นมีการปรับเปลี่ยนในหลายๆ จุดช่วยเพิ่มความสวยงามแบบโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น โดยตัวยึดไฟหน้าก็จะทำสีอโนไดซ์มาเลย มีตัวยึดบังโคลนแบบใหม่ มีลายกราฟิกบนถังน้ำมันใหม่ ฝาถังน้ำมันมอนซ่า พร้อมถังน้ำมันอันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายขนาด 14.5 ลิตร เบาะนั่งแบบตอนเดียวยาว และกระจกปลายแฮนด์เช่นเดิม สำหรับโมเดลนี้ในส่วนของการออกแบบท่านั่งนั้นมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น นั่งสบายมากขึ้นจากการปรับตำแหน่งของพักเท้า โดยยื่นไปด้านหน้า 38 ม.ม. และลดต่ำลง 4 ม.ม. ซึ่งให้ท่านั่งที่ผ่อนคลายมากขึ้น และเหมาะกับคนร่างโย่งมากขึ้นด้วย นอกจากนี้เบาะนั่งเองก็ต่ำเพียง 809 ม.ม. ช่วยให้นั่งได้สบายและขับขี่ได้มั่นใจมากขึ้น เพราะขาคุณจะถึงพื้นได้มากขึ้น โดย Triumph Speed Twin 2021 จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สีสัน โดยสีสันจะมีให้เลือก 3 สีด้วยกัน สีสแตนดาร์ดจะเป็นสีดำ Jet Black ส่วนสีพรีเมียมเพิ่มเงินจะเป็นสีแดง Red Hopper

Ohvale GP-O Special Edition รุ่นพิเศษลาย Petronas ขายแค่ 46 คันเท่านั้น และนี่คือรถ Ohvale GP-O Special Edition รถแข่ง MiniGP รุ่นพิเศษลาย Petronas Sepang RacingTeam (PSRT) ที่จะขายแค่เพียง 46 คันเท่านั้น และจะจำหน่ายที่ราคา 9,600 ยูโร หรือราวๆ 366,000 บาท โดยสามารถสั่งได้ที่เว็บไซต์ www.ohvale.com เจ้าคันเล็กนี่มีเครื่องยนต์ขนาด 160 ซีซี วางบนแชสซีที่ถูกอัปเกรดขึ้นมาให้เหมาะกับนักบิดที่มีร่างกายสูงใหญ่ขึ้นมาหน่อย โดยจะมาในชุดสีแบบเดียวกับทีมแข่ง Petronas Sepang Racing Team ใน MotoGP ทั้งยังมีวิงก์เล็ต บังโคลนหน้าและแฟริ่งด้านหน้าทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ นอกจากนี้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่ใส่เข้าไปจะเป็นชิ้นส่วนที่ทำขึ้นจากการ CNC และมีการเคลือบสีดำเพื่อให้เหมือนกับรถแข่งจากทีมมากที่สุด เครื่องยนต์สูบเดียวนี้จะใช้คาร์บูเรตเตอร์จาก Dell’ orto ส่วนในท่อไอเสียจะเป็นของทาง Arrow และที่สำคัญคือรถทุกคันจะมาพร้อมอะไหล่สำรองและเครื่องมือต่างๆ อีกด้วย และที่แผงคอจะมีตัวเลขของแต่ละคันสลักอยู่โดยไม่ซ้ำกันอีกด้วย ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าจะเป็นโช้คของ Mupo และด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยว Ohlins ซึ่งสามารถปรับแต่งได้เต็มระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ในส่วนของระบบเบรกนั้น คาลิเปอร์เบรกและดิสก์เบรกจะเป็นของ J.Juan ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนยางจะเป็นยาง Pirelli Diablo Superbike กับล้อขนาด 10 นิ้ว ส่วนหน้าจอแสดงผลจะเป็น Alfano ซึ่งเป็นจอดิจิตอลสามารถเชื่อมต่อบลูทูธและมีระบบ GPS เพื่อบันทึกเวลาแล็ปได้ เรียกว่าเป็นรถที่น่าสนใจมากทีเดียวครับ สำหรับรถแข่ง MiniGP คันนี้ ใครเงินเหลืออยากให้ลูกหลานเป็นนักแข่งลองซื้อคันนี้มาฝึกซ้อมกันได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jason Dupasquier จากไปหลังอุบัติเหตุระหว่างควอลิฟาย 2 ในศึก Moto3 ที่ Mugello ขณะที่กำลังอยู่ในรอบควอลิฟายที่ 2 ของการแข่งขัน Moto3 ที่ Gran Premio d’Italia Oakley หรือที่ Mugello ก็เกิดอุบัติเหตุใหญ่ขึ้นและทำให้ Jason Dupasquier นักแข่งดาวรุ่งจากสวิตเซอร์แลนด์ได้จากโลกใบนี้ไป Dupasquier เป็นหนึ่งในผู้โชคร้ายที่อยู่ในอุบัติเหตุดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างโค้งที่ 9 และ 10 และหลังจากนั้นก็มีการให้สัญญาณธงแดงตามมา หน่วยแพทย์และรถฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือทันทีและได้นำตัวเขาส่งโรงพยาบาล Careggi ด้วยเฮลิคอปเตอร์ ในเมืองฟลอเรนซ์ แม้ว่าเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะช่วยเหลือเขา แต่สุดท้ายทางโรงพยาบาลก็ได้ประกาศในเวลาต่อมาว่านักแข่งดาวรุ่งจากสวิตเซอร์แลนด์ได้จากเราไปแล้ว เขาเป็นนักแข่งที่เริ่มต้นฤดูกาลที่สองของเขาในการแข่งขัน Moto3 สามารถทำคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง และยังสามารถรั้งอยู่ในท็อป 10 ของตารางคะแนนได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ทางทีมงานก็ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมา ณ ที่นี้ด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ปลุกอะดรีนาลีนสาวกเน็คเก็ตสปอร์ตครั้งใหม่ ปี 2024 Yamaha MT15 พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์สไตล์เน็คเก็ตสปอร์ตตัวจริง!! ที่สุดแห่งความเร้าใจกับสไตล์เน็คเก็ตสปอร์ต เติมเต็มสีสันสุดเร้าใจด้วย 3 เฉดสีใหม่!!! ที่มาพร้อมเอกลักษณ์แห่งสายซ่าตัวจริง พร้อมเครื่องยนต์ 155cc VVA ขับขี่คล่องตัว ให้คุณปลดปล่อยตัวตนได้อย่างเต็มที่ NEW YAMAHA MT-15 ยังให้ผู้ขับขี่สนุกเร้าใจได้เต็มที่กับแรงบิดจากเครื่องยนต์ 155 CC สูบเดี่ยว 4 วาล์ว เกียร์สปอร์ต 6 สปีด จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอัจฉริยะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA ที่จะให้อัตราเร่งดีเยี่ยมพร้อมตอบสนองต่อการบิดคันเร่งได้ทันใจ อีกทั้งยังมาพร้อมด้วยระบบ ASSIST & SLIPPER CLUTCH ระบบคลัตช์ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลังขณะลดเกียร์ ความเร้าใจที่มาพร้อมความมั่นใจในทุกจังหวะการขับขี่ NEW YAMAHA MT-15 ยังคงโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์แห่งสายซ่าตัวจริงตามสไตล์ MT-Series ด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็น MONO FOCUS LED ไฟหน้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ Mono Focus LED สว่างชัดในการขับขี่, หน้าปัด NEGATIVE LCD มีสไตล์ด้วย Multi-function พร้อมตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์ ระบบไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (Shift light) นอกจากนี้ NEW YAMAHA MT-15 ยังให้ฟิลลิ่งการขับขี่แบบเน็คเก็ตสปอร์ตเต็มนอกจากนี้ NEW YAMAHA MT-15 ยังให้ฟีลลิ่งการขับขี่แบบเน็คเก็ตสปอร์ตเต็มอารมณ์ ด้วย TELESCOPIC UPSIDE DOWN ระบบกันสะเทือนหน้าแบบโช้คอัปหัวกลับที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดี ควบคุมตัวรถได้อย่างมั่นใจ พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนหลัง ALUMINIUM SWING ARM สวิงอาร์มอะลูมิเนียมแบบไดแคส (Diecast) และแบบโมโนครอสร่วมกับกระเดื่องซับแรง เพื่อเพิ่มสมรรถนะการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้น โดย 2024 Yamaha MT15 เติมเต็มสีสันสุดเร้าใจด้วย 3 เฉดสีใหม่!!!คือ สีเทา Metallic Gray, สีน้ำเงิน Racing Blue และ สีดำ Matt Black โดยสีของหน้ากากครอบไฟหน้า, ล้อแม็กและลายกราฟิกจะดีไซน์ให้เป็นสีเดียวกัน นอกจากนี้ยามาฮ่ายังได้เตรียม Accessories ของแต่งมาให้เจ้าของรถได้เลือกตกแต่งเพิ่มเติม อันประกอบด้วย ชุดบังไมล์, การ์ดหม้อน้ำ, ชุดฝาครอบแฟริ่งล่าง, ชุดยึดแผ่นป้ายทะเบียน, ชุดไฟเลี้ยว LED, บังโคลนหน้าคาร์บอน, ชุดมือเบรก-มือคลัตช์, โช้คหลัง OHLINS และชุดท่อไอเสีย YOSHIMURA สำหรับ NEW YAMAHA MT-15…BORN OF DARKNESS ให้ความมั่นใจในคุณภาพด้วยการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร พร้อมวางจำหน่ายในราคา 101,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศโดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 ติดตามข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่ www.yamaha-motor.co.th หรืออัปเดตความเคลื่อนไหวของยามาฮ่าได้ทาง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ไทย ฮอนด้าอันดับ 1 ทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย ปิดยอดจำหน่าย 2023 ดัวยตัวเลข 1.47 ล้านคัน กลุ่มเอ.ที.เติบโตต่อเนื่อง ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าปี 2023 ภาพรวมตลาดแตะระดับ 1.88 ล้านคัน ฮอนด้าคว้ายอดจดทะเบียนสูงสุดที่ 1.47 ล้านคัน ครองอันดับที่ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 35 พร้อมคว้ายอดจดทะเบียนสูงสุด 5 อันดับแรก ตอกย้ำความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกไลฟ์สไตล์ มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยปี 2023 มีแนวโน้มที่ดี โดยตลาดรวมมียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 1.88 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4% โดยกลุ่มรถเอ.ที. ได้รับความนิยมสูงที่สุดมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 49% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 5% ถือเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากการใช้งานที่สะดวกสบาย และมีสไตล์ให้เลือกอย่างหลากหลาย ในขณะที่อันดับรองลงมาเป็นรถครอบครัว โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 47% และกลุ่มรถสปอร์ตมีสัดส่วนอยู่ที่ 3%” ในปี 2023 รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 1.47 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 6% และเติบโตมากกว่าตลาดรวม 2% จากการที่ฮอนด้าได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ไปพร้อมกับการผลักดันกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการขายไปทั่วประเทศ รวมถึงรถรุ่นใหม่อย่าง New Honda Giorno+ ที่เปิดตัวไปได้ไม่นาน ก็เป็นหนึ่งในรุ่นรถที่สามารถสร้างกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยผลักดันให้กลุ่มเอ.ที.มีการเติบโตในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ฮอนด้ายังคว้ายอดจดทะเบียนสูงสุด 5 อันดับแรก นำโดย Honda Wave110i ที่มีตัวเลขอยู่ที่ 511,659 คัน ตามด้วยอันดับที่ 2 คือ Honda Wave125i จำนวน 254,141 คัน อันดับที่ 3 เป็น Honda Scoopy จำนวน 218,113 คัน อันดับที่ 4 คือ Honda PCX160 จำนวน 146,212 คัน และอันดับที่ 5 Honda Click Series ที่มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 114,202 คัน ตัวเลขดังกล่าวยังทำให้ ฮอนด้าอันดับ 1 ทุกเซกเมนต์ อีกด้วย โดย Honda Wave110i ครองความเป็นที่ 1 ในกลุ่มรถครอบครัว ในขณะที่ Honda Scoopy ครองอันดับ 1 ในกลุ่มรถเอ.ที. และในส่วนของกลุ่มรถสปอร์ต Honda CRF300L มียอดจำหน่ายสูงสุดในกลุ่มนี้ที่ 7,840 คัน มร.ชิเกโตะ คิมูระ กล่าวต่อว่า “สำหรับในปี 2024 ด้วยปัจจัยของสภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎหมายด้านการเงิน ปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อาจทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อสินค้า และส่งผลให้ความต้องการในตลาดลดลง จึงคาดการณ์ว่าตลาดรถจักรยานยนต์ไทยจะมียอดจดทะเบียนอยู่ที่ประมาณ 1.70 – 1.75 ล้านคัน โดยฮอนด้าวางเป้าจำหน่ายไว้ที่ 1.30 -1.35 ล้านคัน ในส่วนของตลาดรถบิ๊กไบค์ หรือรถจักรยานยนต์ขนาด 400cc ขึ้นไป ตลอดปี 2023 มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 15,468 คัน ลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ฮอนด้ามีตัวเลขอยู่ที่ 7,035 คัน เติบโตขึ้น 7% มากกว่าตลาดรวม และในปี 2024 นี้ คาดว่าตลาดรวมจะอยู่ที่ระดับ 15,000 คัน ในขณะที่ฮอนด้าตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 7,000 คัน โดยปัจจัยบวกที่ทำให้ฮอนด้าเติบโตประกอบไปด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่อย่าง Honda E-Clutch ในรถตระกูล 650Series และการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องให้กับผู้ใช้” “ปี 2024 นี้ ฮอนด้าพร้อมที่จะสร้างความคึกคักให้กับตลาด ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่ไม่รู้จบ

Yamaha Fazzio ในทริปสไตล์คนเจ็นใหม่ กับ Y-Connect ยามาฮ่า จัดทริปวันเดย์สุดเก๋ไปกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ กับการทดสอบ รีวิวขับขี่รถจักรยานยนต์สไตล์พรีเมียม Yamaha Grand Filano และรถจักรยานยนต์สไตล์ของคนเจ็นใหม่อย่าง Yamaha Fazzio พร้อมกับการใช้ฟังก์ชันจาก Y-Connect ตลอดการเดินทางในทริปนี้ ที่อำนวยความสะดวกในการขับขี่ในทุกเส้นทางบนท้องถนน ในวันนี้ ทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับทางยามาฮ่าไปพร้อมกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมาย ในกิจกรรมวันเดย์ทริป เพื่อพิสูจน์ฟังก์ชันของแอพ Y-Connect ในสมรรถนะการประหยัดน้ำมันของรถจักรยานยนต์ ตลอดระยะการเดินทางใน 1 วัน รวมถึงฟังก์ชันอื่น ๆ อีกด้วย จากนั้นก็ได้แยกกลุ่ม การขับขี่ระหว่าง Yamaha Grand Filano และ Yamaha Fazzio โดยทางซูเปอร์ไบค์ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถสกู๊ตเตอร์อย่าง ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ จากนั้นเชื่อมต่อแอพพลิเคชัน Y-Connect เข้ากับรถสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ พร้อมแสดงผลของการเดินทาง ข้อมูลรถ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันในช่วงการขับขี่ และฟังก์ชันอื่น ๆ พร้อมเริ่มสตาร์ทจุดเริ่มต้นที่ร้าน ชอคโกแลต วิลล์ บนถนนเกษตร-นวมินทร์ สู่กิจกรรมต่อไปกันเลย มาถึงจุดเช็คอินที่ 1 กับกิจกรรมยิงธนูที่ Archery Thai เริ่มด้วยสาธิตการยิงธนูเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญ ให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และสื่อต่าง ๆ สนุกไปกับเกมส์การแข่งขันยิงธนูสุดมันส์แบบนับแต้ม แต่เท่าที่เห็น ยิงเข้าเป้าบ้าง ไม่เข้าบ้างแหล่ะ แต่ยิงแป้กนี่เขินเลยนะ !! จบกิจกรรมยิงธนูกันไปแล้ว ก็พร้อมเดินทางกันต่อ และไม่พลาดการติดต่อกับระบบแจ้งเตือนสายเข้าบนหน้าจอ พร้อมกับขับขี่ปลอดภัยมั่นใจระบบเบรก UBS ทำให้ถึงจุดนัดทานอาหารกลางวันที่ฝันคาเฟ่ คาเฟ่เก๋ๆ สุดต๊าซ ของวัยรุ่นยุคเนี๊ยะ เมื่อรับประทานอาหารอิ่มกันไปที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาเล่นกิจกรรมกันต่อ กับเกมส์ประกวดวาดภาพบนเค้กที่ทางร้านจัดเตรียมมาให้ ซึ่งให้เหล่าผู้ร่วมกิจกรรม ประชันลวดลายกันแบบไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว วาดโฉมลวดลายกันไปแล้ว ก็พร้อมที่จะลุยต่อ เริ่มสตาร์ทแอพ Y-Connect เดินทางลัดเลาะทั่วกรุงเทพจอดทุกไฟแดงแต่ประหยัดอย่างบอกใครกับระบบ Stop & Start System หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ทุกครั้ง เพิ่มความประหยัดให้กับวัยรุ่นยุคใหม่ ก่อนชมงานอาร์ตแกลเลอรี่ เก๋ไก๋สไตล์นิวเจ็น ในงาน TAKE YOUR TIME A Solo Exhibition by SUNTER ที่ศูนย์การค้า River City ที่ประดับความงามในภาพศิลปะต่าง ๆ มากมาย บวกกับความทันสมัยที่เข้ากับคนเจนใหม่ เหมือนกับคาแรกเตอร์ของรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ ที่ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว เช็คอินสถานที่สุดท้ายในช่วงเย็นที่ท่ามหาราช พร้อมสรุปผลการขับขี่ในหนึ่งวัน กับเครื่องยนต์บลูคอร์ ซึ่งวันนี้ ทางซูเปอร์ไบค์ได้ขับขี่รถ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ และสามารถประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 54 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว และพบกับมื้อค่ำสุดหรูบนเรือ ซึ่งจะพาทุกคนไปดื่มด่ำบรรยากาศการรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์กลางแม่น้ำเจ้าพระยา จบสุดท้ายไปด้วย การกล่าวปิดงานกันอย่างอบอุ่น และสรุปผลการแข่งขันในแต่ละเกมส์ และการเล่นมินิคอนเสิร์ตเล็ก ๆ บนเรือกันอย่างสนุกสนาน สำหรับใครที่สนใจรถสกู๊ตเตอร์ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ สามาติดต่อได้ที่ศูนย์ยามาฮ่า สแควร์ทั่วประเทศ สำหรับราคารถรุ่นนี้ รุ่น Smart Key ราคาแนะนำอยู่ที่ 56,600 บาท และ รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 54,900 บาท สามารถติดต่อได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการยามาฮ่า สแควร์ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง จาก Honda Racing UK เมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง Honda Racing UK ได้ทำการเผยโฉม CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง สำหรับทำการแข่งขันในรายการ Bennetts British Superbike Championship และการแข่งขันโร้ดเรซซิ่งระดับนานาชาติรายการต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยรายการ North West 200 และ Isle of Man TT โดยมี Andrew Irwin กับ Tom Neave ลงแข่งในรายการ BSB และมี John McGuinness MBE กับ Nathan Harrison แข่งรายการโร้ดเรซซิ่ง โดยสีสันในปีนี้คล้ายคลึงกับรถโปรดักชันที่ทางฮอนด้าขายอยู่มาก แบบเดียวกับ CBR1000RR-R Fireblade SP ในชุดสีแดง Grand Prix Red เรียกได้ว่าถ้าไม่สังเกตดี ๆ นี่ถึงกับแยกไม่ออกเลยทีเดียว ทั้งนี้ทางทีมเองก็หวังว่าจะสร้างความสำเร็จได้เหมือนกับปีที่แล้ว โดยเจ้าดาบเพลิงคันนี้ช่วยคว้าชัยชนะมาแล้วหลายครั้งในศึก North West 200 ทั้งยังคว้ารางวัลนักขี่หน้าใหม่ที่เร็วที่สุดในศึก TT นอกจากนี้ยังมีโพเดียมอยู่สม่ำเสมอแน่นอนว่ารวมไปถึงชัยชนะใน BSB จนสามารถรั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนรวม ขณะเดียวกันในพิกัดซูเปอร์สต็อกก็สามารถรักษาแชมป์ในรายการ Pirelli National Superstock championship ได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ทางทีมยังเผยอีกว่าการเตรียมการสำหรับฤดูกาล 2023 นั้นเป็นไปได้ด้วยดี การทดสอบอย่างเป็นทางการของรายการ BSB เองก็จะเริ่มขึ้นที่ Navarra ทางตอนเหนือของสเปนในวันที่ 11 – 13 มีนาคมนี้แล้ว สำหรับคนที่อยากเห็นคันเป็น ๆ ล่ะก็สามารถบินไปชมกันได้ที่ Youles Motorcycles Honda Manchester ดีลเลอร์ที่อังกฤษซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกันนี้ยังมีนักแข่งระดับตำนานที่เคยลงแข่ง TT 23 ครั้งและคว้าชัยในศึก NW200 มา 6 สมัย อย่าง John McGuinness MBE มาร่วมงานด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ถูกใจสายมูแน่นอนสำหรับ ฤกษ์ออกรถปี 2566 หลายคนคงจะมีความเชื่อแรงศรัทธาต่อดวงชะตา หรือการมูเตลูบ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะสาว ๆ นี่บอกเลยว่า การดูดวงเป็นงานอดิเรกเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต้องดูฤกษ์งามยามดีก่อน เช่น ซื้อบ้าน แต่งงาน การเดินทาง ต่าง ๆ นา ๆ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาเช็คฤกษ์ออกรถฉบับชาวสองล้อในปี 2566 กัน คงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหลาย ๆ คน แต่บอกไว้ก่อนนะว่าเรื่องแบบนี้อยู่ที่ความเชื่อส่วนบุคคลจ้า ทำนายเดือนกุมภาพันธ์ -หากออกรถในเดือนที่สองของปีนั้นจะส่งผลต่อเรื่องโชคลาภเงินทองให้ไหลมาเทมา ดวงชะตาจะหนุนนำ แต่แนะนำให้เข้าวัดทำบุญทำทานด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง ทำนายเดือนมีนาคม -ในการออกรถเดือนนี้จะช่วยส่งเสริมให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี นักขี่ท่านใดที่ทำการค้าขายก็มีโอกาสจะมีเงินทองมากขึ้น ใช้ชีวิตให้ดีระมัดระวังก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ทำนายเดือนเมษายน -ฤกษ์ออกรถในเดือนเมษายนนี้จะช่วยให้การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตราย และรวมถึงเรื่องโชคลาภเงินทองก็ช่วยส่งเสริมด้วยเช่นกัน ทำนายเดือนพฤษภาคม -ชาวนักบิดสองล้อท่านใดที่มีแผนจะออกรถในเดือนนี้ บอกเลยว่าช่วยส่งเสริมเรื่องความรักไม่ว่าจะแฟน หรือคนในครอบครัว และยังช่วยในเรื่องของโชคลาภอีกด้วย ทำนายเดือนมิถุนายน -หากมีแพลนที่จะออกรถในเดือนนี้เป็นครึ่งปีหลังแห่งความสุขสมหวัง ไม่ว่าจะเรื่องหน้าที่การงาน หรือเรื่องค้าขายกระทั่งเรื่องความรักก็ส่งผลดีเช่นกัน ทำนายเดือนกรกฎาคม -เดือนนี้หน้าที่การงานจะมีความมั่นคงยิ่งขึ้น มีโอกาสที่จะได้เลื่อนตำแหน่งงานที่สูงขึ้น หรือแม้แต่ใครที่ทำการค้าขายก็จะมีรายได้และลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำนายเดือนสิงหาคม -ในเดือนสิงหาคมก็เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักบิดอย่างเรา ๆ เพราะช่วยในเรื่องความปลอดภัย ยิ่งเวลาเราเดินทางก็จะช่วยส่งเสริมได้เจอทางที่ดี ๆ และในส่วนเรื่องหน้าที่การงานก็จะได้ขยับตำแหน่งที่ดี และเพื่อนร่วมงานก็ชื่นชอบอีกด้วย ทำนายเดือนกันยายน -เดือนกันยายนนี้ มีโอกาสดี ๆ จะเข้ามาหาเตรียมตัวรับสิ่งที่ดีไว้ได้เลย และที่สำคัญจงมั่นใจ และพัฒนาตนเองให้มากยิ่งขึ้น เวลาตัดสินใจอะไรจะได้ไม่มีความลังเล ทำนายเดือนตุลาคม -ในเรื่องของความโชคร้ายจะมีการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเรื่องที่ดีขึ้น อะไรที่เคยมีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้ เปลี่ยนหนักให้กลายเป็นเบา ทำนายเดือนพฤศจิกายน -ถ้าออกรถในเรื่องนี้จะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิม จะพบเจอเรื่องราวที่ดี และมีความสุข ปัญหาที่เคยมีอยู่ก็จะบรรเทาไป และแนะนำว่าถ้ายิ่งมีสติมากขึ้น ทำสมาธิฝึกจิตใจบ่อย ๆ หลายอย่างก็จะดีตามไปด้วย ทำนายเดือนธันวาคม และในเดือนสุดท้ายของปี หากออกรถเดือนนี้โชคชะตาจะหนุนนำพาแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา และจะสมหวังในหลาย ๆเรื่องที่ได้คาดหวังเอาไว้อีกด้วย หมายเหตุ : ฤกษ์ที่ทุกคนเห็นนี้อ้างอิงตามโหราศาสตร์ปฏิทินของจีน รวบรวมวันธงไชย และวันอธิบดีไว้เรียบร้อย และแต่ล่ะเดือนก็มีความโดดเด่นในเรื่องที่แตกต่างกันออกไป สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยหลังจากดู ฤกษ์ออกรถปี 2566 ก็คือ การขับขี่ที่ปลอดภัยก็ต้องมาพร้อมกับสติบนท้องถนน เรื่องฤกษ์ โชคชะตา หรือการมูเตลู ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเป็นตัวช่วย และเรื่องเหล่านี้ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก