SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
TukTuk Challenge MotoGP 2026 หมัดเด็ด Soft Power ไทย

TukTuk Challenge MotoGP 2026 วิเคราะห์ประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับ กระตุ้นท่องเที่ยว การสร้างภาพลักษณ์ Soft Power และการสร้างรายได้หมุนเวียน

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Alberto Puig เผยทีม HRC Honda ต้องพัฒนาก่อนปี 2027

Alberto Puig เผยทีม HRC Honda ต้องพัฒนาก่อนปี 2027 Alberto Puig (อัลแบร์โต้ พูอิก) ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของทีม HRC Honda ทีมจากในการแข่ง MotoGP ได้ออกมาเผยว่าทีมของตนนั้นไม่สามารถรอช่วงเปลี่ยนกฎในการแข่งขันปี 2027 ได้ ต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ตอนนี้เลย หลังจากที่ทีมของเขาได้เผชิญกับความยากลำบากมาหลายปีของตัวรถ RC213V ทีมโรงงานกำลังเผชิญกับความยากลำบาก และวิกฤตครั้งใหญ่ของทีมในการแข่งขันในรูปแบบกรังด์ปรีซ์ โดยในการแข่งขันปี 2024 ทีมรถแข่งจากค่ายฮอนด้าจบในอันดับสุดท้ายของตารางคะแนนในประเภทผู้ผลิต ด้วยคะแนนรวมเพียง 75 คะแนนเท่านั้น ซึ่งอันดับของนักแข่งที่ใช้รถฮอนด้าที่มีคะแนนสะสมในฤดูกาล 2024 ได้แก่ ‘โยฮันน์ ซาร์โก้’ จากทีม LCR Honda ที่ทำได้เพียงแค่จบในอันดับ 17 มี 55 คะแนนเท่านั้น  โดยการเปลี่ยนแปลงกฎการแข่งขันในปี 2027 ที่จะมีการลดขนาดของเครื่องยนต์ลงจาก 1,000 ซีซีเหลือเพียง 850 ซีซีเท่านั้น ซึ่งหลายฝ่ายก็มองว่าทางฮอนด้าอาจจะรอให้ถึงช่วงนั้น เพื่อทำการทุ่มพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาที่เผชิญในปัจจุบันโดยเป็นลงทุนแค่เพียงรอบเดียวแบบสุดตัว แต่ทางด้านของผู้จัดการทีมอย่าง ‘อัลแบร์โต้ พูอิก’ ได้ออกมาบอกว่าการรอให้ถึงปี 2027 แล้วค่อยพัฒนาเป็นเรื่องที่ช้าเกินไป “แบรนด์ต่าง ๆ จะหาทางทำให้รถจักรยานยนต์เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะมีการควบคุมที่น้อยลง หรือไม่มีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ก็ตาม แต่นั่นไม่สำคัญ ซึ่งมันยากที่จะให้คำตอบที่แน่ชัดในตอนนี้ แต่ฮอนด้าไม่สามารถรอถึงปี 2027 เพื่อก้าวไปข้างหน้าได้ นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องคิดถึงปีหน้า” โดยพูอิกยังเผยอีกว่าสิ่งเดียวที่ฮอนด้าควรทำมากที่สุดตอนนี้คือ การปรับปรุงรถมอเตอร์ไซค์สำหรับแข่งขัน และการว่าจ้างผู้ที่มีความสามารถเข้ามาร่วมเป็นทีมพัฒนาของทีม  “กลยุทธ์เดียวที่เราวางไว้ในตอนนี้คือการปรับปรุงรถมอเตอร์ไซค์ โดยนั่นคือจุดเริ่มต้น และเพื่อบรรลุสิ่งนี้ ฮอนด้ากำลังจัดสรรทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ รวมถึงเทคโนโลยีของเรา โดยผมไม่ได้หมายถึงแค่ทรัพยากรทางการเงิน แต่ยังรวมถึงทรัพยากรมนุษย์ด้วย นั่นคือเหตุผลที่เราตัดสินใจจ้างโรมาโน (อดีตหัวหน้าฝ่ายเทคนิคของ Aprilia) สิ่งแรกที่ต้องทำคือปรับปรุงรถมอเตอร์ไซค์” “ตอนนี้พวกเรายังไม่มีแผนที่แน่นอน เรากำลังทำทุกอย่างที่ทำได้ในแต่ละวัน เพราะเราตระหนักว่าระดับของเราตอนนี้ยังไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น” ทางทีมโรงงานฮอนด้า ‘HRC Honda’ จะเปิดตัวทีมแข่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 และทีม ‘LCR Honda’ จะเปิดตัวทีมอย่างเป็นทางการวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 สาวกค่ายปีกนก รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
โยฮันน์ ซาร์โก้ งัดฟอร์มเจ๋งให้ฮอนด้าในศึก QatarGP25

โยฮันน์ ซาร์โก้ งัดฟอร์มเจ๋งให้ฮอนด้าในศึก QatarGP25 โยฮันน์ ซาร์โก้ นักบิดสายเลือดจากแดนน้ำหอมโชว์ฟอร์มร้อน คว้าอันดับสี่ในการแข่งขัน QatarGP ในช่วงวันที่ 11-13 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นผลงานในการแข่งขันเมนเรซดีที่สุดของค่ายฮอนด้านับตั้งแต่มาร์ก มาร์เกซขึ้นโพเดียมอันดับที่สามในศึกการแข่งขัน Motul Grand Prix of Japan ปี 2023  โดยนี่ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของซาร์โก้ นับตั้งแต่เข้าร่วมทีม LCR และยังเป็นผลงานการแข่งขันที่ดีที่สุดของฮอนด้าตั้งแต่ มาร์ค มาร์เกซ ขึ้นโพเดียมในศึกกรังด์ปรีซ์ญี่ปุ่นปี 2023 โดยซาร์โก้ออกสตาร์ตจากกริดที่ 7 และทำการออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับในรอบสปรินต์เมื่อวันเสาร์ ก่อนจะยืนระยะในกลุ่มหน้าตลอดการแข่งขัน ในรอบที่ 12 ถึง 19 ซาร์โก้สามารถแซงหน้าแฟรงโก้ มอร์บิเดลลี่ ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่ลุ้นโพเดียม ก่อนที่นักบิด VR46 จะสวนคืนในช่วงสามรอบสุดท้าย “การได้สู้เพื่อโพเดียม และมีเพซรวมถึงความรู้สึกแบบนี้บนรถ มันสุดยอดจริง ๆ ผมมีความสุขมาก เพราะผมสามารถรักษาเพซที่ดีเยี่ยมไว้ได้ และการที่ผมมี ‘โพเดียมเพซ’ แบบนี้ มันเยี่ยมมาก ผมแข่งก็เพราะสิ่งนี้แหละ ผมรักมัน!” สลิปสตรีมเป็นประโยชน์ในศึก QatarGP อย่างที่ทราบกันดีเกี่ยวกับปัญหาของ RC213V จากค่ายฮอนด้าเกี่ยวกับความเร็วปลาย และอัตราเร่งที่เป็นรอง “ผมรู้ว่าถ้าผมสามารถเกาะอยู่หลังกลุ่มผู้นำตรงโค้งสุดท้ายได้ แล้วใช้สลิปสตรีม ผมจะเซฟเวลาได้ราว ๆ สองในสิบวินาทีต่อรอบ” เขาอธิบาย “แต่ถ้าวิ่งคนเดียว ผมอาจจะเสียเวลานิดหน่อย ดังนั้นสลิปสตรีมจึงช่วยได้มากจริง ๆ”   “แต่ถึงไม่มีมัน เราก็พัฒนาขึ้นอยู่ดี ตอนนี้รถคันนี้กลายเป็นของผมแล้ว – ผมรู้วิธีควบคุมมัน และสามารถปรับสไตล์การขี่ให้เข้ากับมันได้ดีขึ้นในแต่ละสนาม” “ช่วงที่ยากที่สุดของการแข่งขันคือตอนที่พยายามจะตามเป็กโก้ให้ทัน แต่ก็ไม่สามารถทิ้งระยะห่างจากคนข้างหลังได้” เขากล่าว “ตอนที่มอร์บิเดลลี่แซงผมอีกครั้ง ผมก็เห็นว่าอัลเดเกร์ก็ตามมาแล้วเหมือนกัน ผมเลยพยายามทำเต็มที่เพื่ออยู่ใกล้ที่สุด ผมสามารถรักษาอันดับ 5 ไว้ได้ – และจากโทษที่เกิดขึ้น เราก็ขยับเป็นอันดับ 4” “เรามีอาการสั่นนิดหน่อย แต่ก็อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ผมสามารถปรับการขี่ของตัวเองเพื่อรับมือกับปัญหา มันดีมากที่ได้ยืนยันว่า ความเร็วของเรากำลังมา และทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม” เมื่อ MotoGP กำลังจะกลับไปแข่งขันที่ยุโรปในสนามเฆเรซ ซาร์โก้ก็ยังมองโลกในแง่ดีว่า “เรากำลังก้าวหน้าอย่างมั่นคง และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” นักแข่งเจ้าของหมายเลข 5 รายนี้ และทีมฮอนด้าจะลงแข่งในสนามที่ห้าของฤดูกาลที่ประเทศสเปนในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
VR46 Riders Academy ไว้ใจดึง Pirelli

VR46 Riders Academy ไว้ใจดึง Pirelli เป็นพาร์ทเนอร์ หวังเสริมเขี้ยวเล็บลูกศิษย์ ล่าสุดค่ายยางตัว P สุดยาวก็ออกมาเผยว่าทาง VR46 Riders Academy ไว้ใจดึง Pirelli เป็นพาร์ทเนอร์ ทั้งในเชิงเทคนิคและผู้สนับสนุนยาง ในการฝึกซ้อมของทางทีม จากการร่วมมือกันครั้งนี้ นักแข่งในสังกัดก็จะได้ใช้ยางสัญชาติอิตาลีในระหว่างการฝึกซ้อมโร้ดไบค์ โมโตครอส และกระทั่งเสือภูเขาไฟฟ้าด้วย สถานที่แห่งนี้นั้นก่อตั้งโดยมีเป้าหมายในการช่วยส่งเสริมนักบิดวัยรุ่นชาวอิตาเลียนที่กำลังมุ่งสู่การแข่งขันในแบบมืออาชีพ ทีมงานที่คอยดูแลนักบิดเหล่านี้คือทีมงานชุดเดียวกันกับที่คอยสนับสนุน Valentino Rossi เวลาแข่งขัน ดังนั้นทุกคำแนะนำและทุกการตัดสินใจนั้นล้วนแล้วมาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานานหลายปี  การร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้นักบิดวัยรุ่นเหล่านี้ได้ฝึกซ้อมด้วยการใช้ยางของทางพีเรลลี่ โดยครอบคลุมตั้งแต่รถขี่ถนน รถออฟโร้ดอย่างโมโตครอสและจักรยานเสือภูเขาไฟฟ้า ที่นั่นจะมีรถ Yamaha YZF-R1 และ YZF-R6 ให้ใช้ฝึกซ้อมขับขี่ในสนาม โดยจะใส่ยาง DIABLO Superbike สูตรต่าง ๆ ที่มีใช้ในการแข่งขัน FIM Superbike World Championship ซึ่งยางตัวนี้นั้นนักแข่งในรายการที่ใช้รถโปรดักชันเป็นพื้นฐานในการแข่งขันจะใช้ยาง DIABLO Superbike ทุกคันและเป็นเวลาหลายปีแล้วที่ทางค่ายยางได้ใช้เวทีการแข่งขันระดับโลกนี้ทุ่มเทพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะของยางมาโดยตลอด สำหรับการฝึกซ้อมแบบออฟโร้ดก็จะมียางในตระกูล SCORPION MX ซึ่งคว้าแชมป์โมโตครอสระดับโลกมาแล้ว 74 แชมป์และความสำเร็จอื่น ๆ อีกมากมาย และสุดท้ายสำหรับจักรยานเสือภูเขาไฟฟ้าก็จะมียางที่ออกแบบมาพิเศษอย่าง SCORPION E-MTB ให้ใช้ฝึกซ้อมด้วย Claudio Zanardo รองประธานอาวุโสของ Pirelli Moto & Cycling ให้ความเห็นเรื่องการร่วมมือครั้งนี้ว่า “ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศเรื่องความร่วมมือกันระหว่าง VR46 Riders Academy และ Pirelli ซึ่งคอยสนับสนุนและลงทุนกับนักบิดอายุน้อยมาโดยตลอด การยืนยันตกลงของทางพีเรลลี่ในฐานะเป็นผู้สนับสนุนยางรถมอเตอร์ไซค์และจักรยานเสือภูเขาไฟฟ้าที่ใช้ในการฝึกซ้อมของที่นี่ จะยิ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับจุดยืนของพีเรลลี่ในวงการกีฬาและในด้านการตลาดอีกด้วย” “การร่วมมือในครั้งนี้คือการแสดงให้เห็นถึงชื่อเสียงของยางมอเตอร์ไซค์พีเรลลี่ที่มั่นคงแข็งแรงอย่างชัดเจนขึ้นไปอีก ทั้งนี้ก็เพราะการมีส่วนร่วมในการแข่งขันระดับนานาชาติในระดับสูง นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มยางตัวใหม่ล่าสุดที่พัฒนาขึ้นโดยแผนกจักรยานสำหรับใช้ในจักรยานเสือภูเขาไฟฟ้าโดยเฉพาะอีกด้วย เรายินดีที่ที่แห่งนี้ได้เลือกที่จะไว้ใจในสมรรถนะและความปลอดภัยที่ยางพีเรลลี่มีให้และเลือกใช้ในการฝึกซ้อม” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

15 September 2021
SPEED TRIPLE 1200 RR 2022 (1)

SPEED TRIPLE 1200 RR โมเดิร์นคาเฟ่เรเซอร์ตัวจี๊ด สิ้นสุดการรอคอยสักทีกับ Triumph Speed Triple 1200 RR ที่เพิ่งจะเปิดตัวกันมาแบบสด ๆ ร้อน ๆ หลังปล่อยตัวอย่างยั่ว ๆ มาให้นักบิดที่ชื่นชอบความสปอร์ตและความคลาสสิคในแบบของไทรอัมพ์ ซึ่งครั้งนี้มาในสไตล์ฮาล์ฟแฟริ่งพิกัดใหญ่แบบนี้ ดีไซน์โดดเด่นด้วยค็อกพิตแฟริ่งสุดงามด้านหน้าที่ครอบไฟหน้าทรงกลมเดี่ยวตามแบบฉบับของทางค่ายไว้ได้อย่างสวยงามลงตัว เส้นสายของตัวรถให้ความรู้สึกดุดัน ดูพร้อมจะพุ่งทะยานไปด้านหน้า พร้อมเพิ่มความหรูหราพรีเมียมด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ สำหรับมิติท่านั่งนั้น ตัวรถใช้แฮนด์แบบจับโช้ค มีพักเท้าที่ปรับระดับได้ และมีเบาะนั่งสูง 830 ม.ม. ซึ่งจะมีท่านั่งในแบบสปอร์ตต้องก้ม ต้องหมอบ แต่ว่าก็มีการออกแบบให้เข้ากับหลักการยศาสตร์  มาถึงส่วนช่วงล่างซึ่งถือว่าโดดเด่นมาก ๆ สำหรับโมเดลนี้ มีแชสซีน้ำหนักเบา ระบบเบรก Brembo ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยด้านหน้าจะเด่นที่การใช้คาลิเปอร์เบรกตัว Stylema และระบบกระจายแรงเบรก ปั๊มบน Brembo MCS ปรับตั้งได้ ซึ่งข้างต้นนี้ยกมาจากเจ้า RS ส่วนของระบบกันสะเทือนให้โช้คปรับไฟฟ้า Ohlins Smart EC 2.0 มาเลย ยางก็จะเป็นยางสุดหนึบอย่าง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3 พร้อมกันนี้ยัง  ส่วนของเครื่องยนต์นั้นเป็นเครื่องเดียวกันกับเจ้า RS เป็นเครื่อง 3 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 1,160 ซีซีที่มีน้ำหนักเบาและมีมวลเฉื่อยต่ำ เคลมแรงม้าสูงสุดมาที่ 180 แรงม้าที่ 10,750 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 125 นิวตันเมตรที่ 9,000 รอบ และให้สุ้มเสียงหวาน ๆ ด้วยปลายท่อไอเสียสเตนเลสสตีลแบบปัดเงาและเอ็นด์แค็ปสีดำ ปิดท้ายด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่าแน่น ๆ สมเป็นพิกัดเรือธง อาทิ หน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 5 นิ้วพร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ ระบบเบรก ABS และแทร็คชันคอนโทรลแบบใช้งานในโค้งที่สามารถปิดเปิดได้ และทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ IMU คันเร่งไฟฟ้าและโหมดการขับขี่ 5 โหมดได้แก่ Road, Rain, Sport, Track และ Rider ที่เป็นโหมดให้ปรับตั้งค่าต่าง ๆ ได้เอง  นอกจากนี้ยังมีระบบ Triumph Shift Assist หรือควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อหน้า ระบบไฟ LED เต็มระบบพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ ระบบกุญแจแบบคีย์เลส ระบบครูซคอนโทรลและไฟแบ็กไลท์สวิตช์ควบคุมต่าง ๆ  สุดท้ายนี้เจ้ารหัส RR ใหม่นี้จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 เฉดสีได้แก่ สีแดงตัดด้วยสีเทาเข้ม Red Hopper Storm Grey และสีขาวคริสตัลตัดด้วยสีเทาเข้ม Crystal White Storm Grey อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

15 September 2021
Pirelli เตรียมยางกว่า 10 สูตร

Pirelli เตรียมยางกว่า 10 สูตร ซัพพอร์ตนักแข่ง WSBK ที่ Catalunya ล่าสุดพีเรลลี่แบรนด์ยางตัว P ยาวเหยียดที่ขายยางหนึบ ๆ และเป็นผู้สนับสนุนยางให้การแข่งขัน WorldSBK ทั้งหมด เผยว่า Pirelli เตรียมยางกว่า 10 สูตร ซัพพอร์ตนักแข่ง WSBK ที่ Catalunya ประเทศสเปน  การแข่งขันสนามที่ 9 กำลังจะมาถึงในช่วงสุดสัปดาห์นี้กับการแข่งรอบ The Hyundhai N Catalunya Round (17 – 19 กันยายนนี้) รับรองจะต้องสนุกสนานอย่างแน่นอน เข้าสู่ครึ่งหลังของฤดูกาลการแข่งขันแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ทุกสนามทุกเรซมีความสำคัญต่อการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ประตูในการเป็นแชมป์โลกในพิกัด WSBK หรือรุ่นใหญ่ในรายการยังเปิดอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) หรือจะเป็นแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่ห่างกันเพียง 7 คะแนน และยังเปิดให้กับนักแข่งจากดูคาติอย่าง Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) อีกด้วย  1 ในไฮไลท์สำคัญของเมือง Catalan ก็คือสนาม Circuit of Catalunya-Barcelona ซึ่งเปิดให้ใช้ครั้งแรกในปี 1992 ในการแข่งขันโอลิมปิกเกม สนามแห่งนี้ยาว 4.627 กม. มีโค้งทั้งหมด 14 โค้ง แบ่งเป็นโค้งขวา 8 โค้งและโค้งซ้ายอีก 6 โค้ง ซึ่งโค้งส่วนใหญ่จะเป็นโค้งกว้าง ๆ สามารถทำความเร็วได้มาก ๆ และยังมีทางตรงที่เอื้อให้นักแข่งทำความเร็วถึง 320 กม./ชม.  สนามแห่งนี้ยังมีส่วนที่เป็นลูกคลื่นและยังถูกมองว่าเป็นสนามที่ยากสูงมาก โดยหลาย ๆ จุดสามารถทำให้รถและนักแข่งต้องปวดหัวหรือเครียดได้ นอกจากนี้แล้วยังต้องระวังกับการเบรกที่สุดปลายทางตรงที่ยาวมาก ๆ ซึ่งจุดนี้จะได้เห็นรถเบรกกันหนัก ๆ ในระดับที่หนักมากที่สุดของปีเลยก็ว่าได้    สูตรยางที่เตรียมไว้สำหรับคลาส WorldSBK และ WorldSSP:    สำหรับในรุ่น WorldSBK นักแข่งทุกคนจะมียางสูตรกำลังพัฒนา (ที่เคยใช้มาแล้วในสนามก่อนหน้านี้) และยางสูตรมาตรฐาน รวมกันมากถึง 10 สูตร โดยแบ่งเป็นยางหน้า 5 สูตรและยางหลัง 5 สูตร สำหรับยางหน้า จะมียางสลิกสูตรมาตรฐาน 1 สูตรและสูตรกำลังพัฒนา 2 สูตร โดยยางสูตรมาตรฐานจะเป็นสูตร SC1 ส่วนยางสูตรพัฒนาจะเป็น SC1 A0721 ซึ่งนุ่มกว่า SC1 ปกติ และอีกสูตรคือ SC1 A0508 ซึ่งเคยใช้มาในที่ Misano และที่ Assen ด้วย และใช้กันมากที่สุดที่  Navarra และ Magny-Cours สำหรับยางหลักสลิกก็จะมี 2 สูตรให้เลือก ตัวเลือกแรกเป็น SCX A0557 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา ซึ่งจะเป็นยางที่นุ่มที่สุดที่มีให้เลือกที่สนามนี้ และตัวเลือกที่ 2 ก็จะเป็นสูตรสแตนดาร์ด SC0  นอกจากนี้ยังจะมียางสูตรกำลังพัฒนาในรอบซูเปอร์โพล เป็นสูตร Y0449 จะมีให้ใช้และคาดการณ์ว่าจะช่วยให้นักแข่งสามารถทำเวลาได้เร็วขึ้น และสามารถทำเวลาเพื่อควอลิฟายตัวเองเข้ากริดในตำแหน่งที่ดีที่สุด ส่วนในรุ่น WorldSSP จะมีสูตรยาง 5 สูตรเช่นกัน เป็นยางหน้า 3 สูตรและยางหลัง 2 สูตร โดยยางหน้าจะมีสูตรมาตรฐานอย่าง SC1 และ SC2 ให้เลือกใช้ อีก 1 สูตรเป็นยางสูตรกำลังพัฒนา

15 September 2021
BMW Vision AMBY

BMW Vision AMBY นี่มันมอเตอร์ไซค์หรือจักรยานกันแน่? เมื่อเร็ว ๆ นี้ บีเอ็มดับเบิลยูได้ทำการเปิดตัวรถแนวคิดใหม่ ๆ สุดล้ำหลายคัน และเจ้า BMW Vision AMBY ก็เป็นหนึ่งในนั้น (โดยคำว่า AMBY ย่อมาจาก Adaptive Mobility หรือยานพาหนะที่ปรับตัวได้) มันเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างสมัยนิยมนี่แหละครับ เพียงแต่ว่ามันมาในขนาดและรูปร่างที่เหมือนกับจักรยานเสือภูเขาซะอย่างนั้น  ตัวรถนั้นมีระดับความเร็วให้เลือก 3 ระดับด้วยกัน ได้แก่ ระดับแรก 24 กม./ชม.สำหรับขับขี่ในทางจักรยาน ระดับที่ 2 43.2 กม./ชม.สำหรับขับขี่บนท้องถนนในตัวเมืองชั้นใน และระดับที่ 3 59.2  กม./ชม.สำหรับใช้งานบนถนนขนาดใหญ่หลายเลน และสำหรับขับขี่นอกเมือง ซึ่งถือว่าจุดนี้ค่อนข้างตอบโจทย์การใช้งานได้ระดับนึงเลยทีเดียว สำหรับคอนเซ็ปต์ไบค์คันเล็กคันนี้ แต่เพื่อให้แน่ใจว่าคันนี้จะใช้งานในแบบที่ควรจะเป็น มันจึงมาพร้อมเทคโนโลยีที่เรียกว่า Geofencing ซึ่งระบบนี้จะเชื่อมต่อกับระบบแผนที่ GPS ที่สามารถเปลี่ยนแปลงกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าหรือความเร็วของรถได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงยังช่วยให้รถสามารถรับรู้ถึงประเภทถนนว่ากำลังใช้เส้นทางแบบไหน เช่น เลนจักรยาน หรือถนนในเมือง ซึ่งทำให้ขับขี่ได้ปลอดภัยและใช้ความเร็วได้ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย  สำหรับบางคนฟังดูเข้าที แต่สำหรับบางคนก็อาจจะหงุดหงิด แต่หากเราคิดถึงเรื่องความปลอดภัยเข้าแล้วล่ะก็ระบบนี้ก็น่าจะดีไม่น้อยใช่มั้ยล่ะครับ! การได้ขี่ยานพาหนะที่มันคล้ายกับมอเตอร์ไซค์ทั่ว ๆ ไป มีคันเร่งให้บิด มีพักเท้าแบบปกติธรรมดามาแทนที่บันไดปั่น เบรกที่เหมือนกับสกู๊ตเตอร์หรือจักรยาน พร้อมกับดิสก์เบรกขนาดใหญ่ แต่มาในน้ำหนักที่เบาเพียง 65 กก. และทำระยะทางได้ราว 110 กม. คุณคิดว่ามันจะดีสักแค่ไหนครับ  อย่างไรก็ดีเจ้าคันนี้ยังเป็นเพียงแค่คอนเซ็ปต์ไบค์แนวคิดใหม่จากทางค่ายรถบาวาเรียน และเรายังไม่เห็นตัวเลขสำคัญ ๆ อย่างขนาดความจุของแบตเตอรี่ กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และระยะเวลาในการชาร์จ เราก็คงยังต้องติดตามกันต่อไปว่าเจ้าคอนเซ็ปต์ไบค์คันนี้จะกลายเป็นรถผลิตขายจริงต่อไปหรือไม่อย่างไร แต่ถ้าทำขายจริงก็น่าสนใจไม่น้อยใช่มั้ยล่ะครับ! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่  

10 September 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Streetfighter V4 Supreme หล่อ เท่ แพง ขั้นสุด

Streetfighter V4 Supreme หล่อ เท่ แพง ขั้นสุด มาอีกแล้วสำหรับงานคอลแล็บฯ สำหรับรถ Ducati ที่ขยันทำเสียจริง ๆ แถมทำมาแต่ละทีนี้เล่นเอาไบเกอร์อย่างเรา ๆ น้ำลายสอทุกที สำหรับคราวนี้เป็นคิวของเน็กเก็ดระดับเรือธงของทางค่าย ภายใต้ชื่อโมเดลว่า Streetfighter V4 Supreme ที่บอกตรง ๆ ว่า หล่อ เท่ แล้วก็แพง ขั้นสุด สุดทุกทางจริง ๆ แน่นอนว่าหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักแบรนด์ซูพรีม แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกันที่มีตัวหนังสือขาวภาษาอังกฤษวางบนพื้นหลังสีแดงกันเป็นอย่างดี ขึ้นชื่อเรื่องความเท่ในแบบสตรีท ซึ่งก็ดูลงตัวกับโมเดลพิเศษที่มีรถพื้นฐานเป็น Streetfighter V4 S นี้เป็นอย่างดี โดยมีทาง Drudi Performance ช่วยออกแบบ ดีไซน์ตัวรถก็เลยออกมาได้อย่างโดดเด่นในธีมสีขาวและแดง โดยจะมีโลโก้ซูพรีมขนาดใหญ่พาดทับตัวรถบริเวณถังน้ำมัน และโลโก้ขนาดเล็กที่บริเวณบังโคลนหน้า ตูดมดและที่ล้อหลัง นอกจากนี้ยังมีเบาะนั่งสีแดงตัดดำ มีการทำสีคาลิเปอร์เบรก Brembo ให้เป็นสีแดง ตัวอักษรสีขาว และตัวล้อเองก็จะถูกทำสีขาวดูลงตัวกับโมเดลพิเศษนี้มาก รวมไปถึงรายละเอียดพิเศษเล็ก ๆ น้อย อย่างโลโก้ของ Drudi Performance ที่เป็นลายนิ้วมือที่ด้านตัวรถด้านขวา สติ๊กเกอร์ลายการ์ตูนออกแบบพิเศษเฉพาะโมเดลนี่ที่บริเวณใต้ซับเฟรมท้าย โลโก้ Pirelli ที่บังโคลนหน้าและอกล่าง โลโก้ Shell ที่กาบข้างหม้อน้ำ และโลโก้ Brembo ที่อกล่างอีกด้วย โดยมีสเปกคร่าว ๆ ดังนี้ เครื่องยนต์ V4 ขนาด 1,103 ซีซี 208 แรงม้ากับแรงบิด 123 นิวตันเมตร น้ำหนักตัวรวมของเหลวไม่รวมน้ำมันเชื้อเพลิง 193 กิโลกรัม ช่วงล่างจะมีระบบกันสะเทือนปรับไฟฟ้าจากทาง Ohlins เต็มระบบ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่และหลังเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์เบรกจากทาง Brembo ใช้ล้อฟอร์จอลูมิเนียมอัลลอยขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Rosso IV Corsa ขนาด 120/70 ZR17 และ 200/60 ZR17 เรื่องของการจำหน่าย แน่นอนว่าเป็นโมเดลพิเศษจำนวนจำกัด และมีการรันนัมเบอร์ต่อกันอีกด้วย ก็ย่อมจะแพงเป็นพิเศษ โดยจะจำหน่ายในราคาราว ๆ 1,837,000 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) ซึ่งแน่นอนว่ามาไทยราคาก็จะต้องบวกไปจากนี้อีกพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งแพงเพราะแบรนด์ Supreme แท้ ๆ แพงกว่าราคาโมเดลปกติเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว และสำหรับคนที่อาจจะจ่ายเงินซื้อรถไม่ไหวทางซูพรีมยังร่วมกันกับแบรนด์อื่น ๆ ทำสินค้าในกลุ่มแอพพาเรลมาขายให้สาวกอีกด้วย เช่น หมวกกันน็อก ชุดหนัง และชุดแข่ง เป็นต้น แน่นอนว่าราคาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน งานนี้ใครรักในแบรนด์ และเงินเหลือ ซื้อไปยังไงก็หล่อเท่แน่นอน ส่วนตัวผมหรอ ขอแค่ได้ลูกคลำแล้วก็ได้ลองคร่อมซักทีก็พอแล้ว มันสวยจริง ๆ นะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

31 May 2024
Combat F-117 Fighter มอเตอร์ไซค์มือสอง ราคาเกือบ 3 ล้าน!

Combat F-117 Fighter มอเตอร์ไซค์มือสอง ราคาเกือบ 3 ล้าน! รอดพ้นจากมือนักสะสม มาโผล่ในตลาดรถมือสองได้อย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับโมเดลจากสำนักคัสตอม Combat Motors อย่าง Combat F-117 Fighter โดยทางเว็บไซค์ Pro Italia Motorcycle พร้อมเปิดเคาะราคาให้เป็นเจ้าของในราคาที่ 72,999 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว ๆ 2.7 ล้านบาท (มือหนึ่งขายราคาที่ 125,000 ดอลล่าร์หรือประมาณ 4.6 ล้านบาท) หากใครที่เป็นแฟน ๆ สาวกโร้ดสเตอร์อิดิชันสุดพิเศษและอยากสะสมไว้ก็ต้องก็พิจารณารุ่นนี้กันแล้ว  สำหรับเจ้า F-117 Fighter รุ่นนี้นับว่าเป็นโมเดลที่น่าสะสมไม่ใช่น้อย เพราะทางผู้ผลิตได้สร้างออกมาเพียงไม่กี่คันเท่านั้น ซึ่งนอกจากเครื่องยนต์ S&S X Wedge V-Twin ที่ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดีไซน์ของมันก็ช่างสวยงามราวกับงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกถูกออกแบบและยังแฝงไปด้วยความดิบเปลือยอันบ้าคลั่งที่ดูล้ำสมัยไม่ตกยุค   อักษรรุ่น ครอบกรองอากาศ ครอบถังน้ำมัน เรือนไมล์อนาล็อก ด้วยชิ้นส่วนโครงสร้างตัวรถที่ออกแบบด้วยวิศวกรรมชั้นสูงและใช้แบบเดียวกันกับรุ่น P-51 Figther ด้วยงาน CNC จากบล็อกเหล็กแท่งอลูมิเนียมเกรด 6061 และ 7075 ซึ่งเป็นเกรดอากาศยานระดับสูง ให้ความแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ รวมถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ ถูกเก็บดีเทลรายละเอียดงานต่าง ๆ อย่างประณีต อีกทั้งยังดูสวยงามด้วยแฟริ่งบริเวณบังโคลน ครอบท่อและครอบโซ่ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงฝาครอบแคร้งเครื่อง ครอบคลัตช์ ครอบกรองและครอบถังน้ำมันแบบใส ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เรือนไมล์แบบอนาล็อกผสมดิจิทัลประกอบกับงานเลเซอร์ประดับชื่อรุ่นไว้ตรงบริเวณถังน้ำมัน แถมใช้เบาะสั้นชิ้นเดียวฝังไฟท้ายออกมาดูสวยงาม เครื่องยนต์ S&S X Wedge 117 V-Twin ทริปเปิ้ลแคมชาฟต์ มีปริมาตรกระบอกสูบขนาด 1,917 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ใช้ระบบสตาร์ทไฟฟ้า ระบบเกียร์ 5 สปีด ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 120 แรงม้าที่ 5,100 รอบ แรงบิดสูงสุด 162.7 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ ใช้ระบบหัวฉีด พร้อมถังน้ำมันขนาด 16.25 ลิตร แถมเคลมท็อปสปีดมามากกว่า 250 กม./ชม. เรียกว่าพร้อมบินตั้งแต่ออกตัวเลยทีเดียว  โช้คหน้าเป็นดับเบิ้ลวิชโบน พร้อมคอยล์สปริง โช้คเดี่ยวซับแทงค์ ด้านหลังร่วมกับกระเดื่อง ล้อคาร์บอนไฟเบอร์ Blackstone TEK (BST) ดิสก์เบรกด้านหน้า 4 ลูกสูบ ช่วงล่างจัดมาให้สวย ๆ เช่นกันและน่าสนใจเลยไม่น้อย ด้วยระบบกันสะเทือนจาก Race Tech โดยโช้คหน้าเป็นดับเบิ้ลวิชโบนพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ด้านหลังร่วมกับกระเดื่องและสามารถปรับแต่งได้เต็มระบบ สวมด้วยดับเบิ้ลดิสก์เบรกหน้าหลังพ่วงคาลิเปอร์ด้านหน้า 4 ลูกสูบและด้านหลังขนาด 4 ลูกสูบ เพิ่มความสวยงามมากยิ่งขึ้นด้วยล้อคาร์บอนไฟเบอร์จาก Blackstone TEK (BST) หน้า-หลังขนาด 19 นิ้ว และ 17 นิ้ว รัดด้วยยางสายฟ้า Pirelli Dlablo Rosso III ขนาดไซส์ 120/70 และ 240/45 ตามลำดับ รวมน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 254 กก. แต่อย่างว่ารถแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เพราะมือหนึ่งไม่มีขายแล้ว ก็ต้องลองพิจารณากันดู สำหรับรถคัสตอมสูบวีสุดล้ำจากอเมริกัน พร้อมของแต่งรอบคันและไม่เหมือนใคร ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มที่น่าสะสมทีเดียว หากใครสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ คลิ๊กที่นี่ สำหรับโมเดลรุ่นอะไรที่น่าสนใจในครั้งต่อไปก็อย่าลืมติดตามข่าวสารจาก SuperBike ได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 May 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Cake Bukk

Cake Bukk เอ็นดูโร่ไฟฟ้าสุดแรงที่ให้คุณเลือกสเปกเองได้ Cake Bukk คือมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ไฟฟ้าสัญชาติสวีเดน ไม่ใช่ชื่อขนมเค้กแต่อย่างใด ซึ่งแต่เดิมโมเดลนี้เป็นรถโปรโตไทป์ และตอนนี้ได้กลายเป็นรถโปรดักชันพร้อมให้ลูกค้าได้คัสตอมสเปกรถได้เองโดยตรงกับทางแบรนด์ได้เลย ถือว่าเป็นแนวคิดที่น่าจะถูกใจหลาย ๆ คนเลยทีเดียวครับ โดยสิ่งแรกที่คุณต้องรู้คือโมเดลนี้มีจำหน่ายด้วยกัน 2 เวอร์ชันหลัก ๆ อิงจากใบขับขี่ โดยเวอร์ชัน Super Light จะมีกำลัง 13 กิโลวัตต์หรือประมาณ 17.4 แรงม้า ก็จะเหมาะกับใบขับขี่ A1 ของทางยุโรป แต่ถ้าเป็นใบขับขี่ A2 ล่ะก็จะมีเวอร์ชัน Power Light ที่รถจะมีกำลัง 16 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 21.4 แรงม้า แต่ถ้าบ้านเราล่ะก็ไม่มีปัญหา ตัวรถเวอร์ชันซูเปอร์ไลท์จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจาก Jante ซึ่งเคลมมาว่ามีแรงบิดสูงถึง 366 นิวตันเมตรที่ล้อหลัง และสามารถทำความเร็วจาก 0 – 45 กม./ชม.ภายในเวลาเพียง 2.57 วินาที ส่วนท็อปสปีดอยู่ที่ 80 กม./ชม. ส่วนเวอร์ชันเพาเวอร์ไลท์จะมีแรงบิดสูงถึง 456 นิวตันเมตร และสามารถทำความเร็วจาก 0 – 45 กม./ชม.ภายในเวลาเพียง 2.15 วินาที และมีท็อปสปีดที่ 90 กม./ชม. ซึ่งค่าต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะแตกต่างไปจากการทดสอบจริงบนท้องถนนอยู่บ้าง หัวใจสำคัญของรถไฟฟ้าทั้งหลายย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของแบตเตอรี ตัวรถมีแบตเตอรี่ขนาด 40 แอมป์ชั่วโมงให้กำลังไฟ 2.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งสามารถชาร์จกับตัวรถเลย หรือจะถอดเปลี่ยนแบบฮ็อตสว็อปก็ทำได้เช่นกัน ตัวแบตเตอรีจะปิดตัวเองทันทีเมื่อถอดออกจากรถด้วยระบบความปลอดภัย และยังกันน้ำกันฝุ่นได้มาตรฐาน IP67 อีกด้วย ดังนั้นเอาไปลุยไปผจญภัยได้สบาย ๆ หายห่วง แต่ไปแช่น้ำในทะเลสาปเลยก็ไม่แนะนำ ขณะในเรื่องของการชาร์จสามารถเสียบปลั๊กไฟบ้านชาร์จได้เลย โดยสามารถชาร์จได้เต็มจาก 0 – 100% ได้ภายในเวลาประมาณ 2 ชม. 45 นาที และชาร์ตจาก 0 – 80% ได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 55 นาที โดยระยะการใช้งานอยู่ที่ 3 ชั่วโมงในแบบของการขับขี่แบบเทรลหรือเอ็นดูโร หรือประมาณ 85 กม. อย่างไรก็ดีปัจจัยต่าง ๆ ตามสภาพแวดล้อมก็จะทำให้ระยะทางตรงนี้เปลี่ยนไปได้ อย่างไรก็ดีสิ่งที่เจ้า Cake Bukk เจ๋งไม่เหมือนใครคือสามารถเลือกสเปกรถได้เองเลย ไม่ว่าจะทำให้รถเป็นรถแบบขี่ถนนได้ด้วยการติดตั้งไฟส่องสว่างต่าง ๆ และกระจก หรือจะไม่ใส่ไฟเพื่อเข้าป่าล้วน ๆ ก็ไม่ผิด โดยเฉพาะในส่วนของช่วงล่างสามารถเลือกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโช้ค Ohlins หรือ WP XACT Pro ก็ได้ หรือจะผสมกันหน้ายี่ห้อนึงหลังยี่ห้อนึงก็ได้ แต่โช้คเดิมจะเป็น หน้าเป็น Formula Tech แบบหัวกลับ ขณะที่ด้านหลังเป็น RacingBros Shicane HLR ส่วนระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกหน้าเดี่ยว 240 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังเป็น 220 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก ต่อกันที่ล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียมฟอร์จ ขนาด 19 และ 18 นิ้วด้านหลังตามลำดับ นอกจากนี้ตัวรถยังมีเทคโนโลยีแบบสมัยใหม่ เช่น โหมดการขับขี่ที่สามารถปรับแต่งได้ผ่านแอพลิเคชันของทางแบรนด์ (ออปชันเสริม) ช่วยให้ปรับพละกำลัง ความไวเบรก แทร็คชันคอนโทรลเองได้ เป็นต้น สุดท้ายในเรื่องของราคาจะเริ่มต้นที่ 10,270 ยูโรหรือราว ๆ 381,000 บาท โดยรถจะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนกรกฎาคมปีนี้เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati SuperSport 950S ม้าสีหมอก พันธุ์สปอร์ต จากอิตาลี

Ducati SuperSport 950S ม้าสีหมอก พันธุ์สปอร์ต จากอิตาลี  เผยโฉมกันเป็นที่เรียบร้อย กับโมเดลลวดลายสีใหม่ สายพันธุ์สปอร์ต ในรุ่น Ducati SuperSport 950S มาพร้อมลายกราฟิกใหม่ เร้าใจยิ่งขึ้น และออปชั่นต่าง ๆ ในตัวรถอีกมากมาย เชื่อได้เลยว่า เหล่าแฟน ๆ สายรถสปอร์ตจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน  ด้วยรูปลักษณ์การดีไซน์ที่ให้ความสปอร์ตเต็มขั้น โดยเริ่มจากตัวแฟริ่ง ออกแบบรูปทรงให้มีความปราดเปรียว และสอดรับหลักอากาศพลศาสตร์ ให้คาแรคเตอร์ที่แข็งแกร่ง ดุดัน แบบเดียวกันกับเจ้า Ducati Panigale V4 พร้อมไฟหน้าและไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ บิ้วอินท์เข้าไปในตัวแฟริ่งดูเฉียบคมมากยิ่งขึ้น พร้อมแรมแอร์ด้านข้างที่พร้อมรับอากาศสู่การเผาไหม้ในเครื่องยนต์อีกด้วย บวกกับแฟริ่งด้านข้างจะมีช่องระบายอากาศแบบคู่ ผสมกับลายกราฟิกแนวตรงเฉียงลงไปด้านหน้า ได้อย่างสวยงาม อีกทั้ง ยังมีชิลด์หน้าออกแบบมาให้มีขนาดกระทัดรัด สามารถบังลมและใช้งานได้อย่างดีเสริมด้วยหน้าจอสี TFT 4.3 นิ้วพร้อมถังน้ำมันขนาด 16 ลิตร เบาะนั่งเดี่ยวผู้ขับขี่แบบเดี่ยว เพิ่มความสะดวกสบายในการนั่ง รวมไปถึงท่อไอเสียแบบปลายท่อคู่ ให้ความเท่ไปอีกขั้น  ในด้านของขุมพลังสำหรับโมเดลนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ L-Twin 2 สูบ 937 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 110 แรงม้าที่ 9,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 93 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ พร้อมควิกชิฟเตอร์ 2 ทางกับระบบเกียร์ 6 สปีด และระบบแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ อีกทั้งเครื่องยนต์ยังได้รับการรับรอง Euro 5 ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย สำหรับระบบช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือน กับโช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม. ส่วนโช้คหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มแขนเดี่ยว โดยจะเป็นโช้คอัพจาก Ohlins ทั้งคู่ พร้อมระบบเบรกกับเบรกหน้าดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. เป็นจานเบรกโฟลทติ้ง พร้อมคาลิเปอร์ Brembo แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ และเบรกหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางหน้า-หลังขนาด 120/70 และ 180/55 จากแบรนด์คุณภาพอย่าง Pirelli Diablo Rosso III โดยน้ำหนักตัวรถรวมอยู่ที่ 210 กก. ในเรื่องของเทคโนโลยี เริ่มจากระบบ IMU 6 แกน ระบบ Cornering ABS ช่วยเบรกทั้งทางตรงและทางโค้งระบบแทร็คชั่นคอนโทรล ระบบกันล้อหน้าลอย โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Sport, Touring, Urban) ระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ระบบควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง และแอสซิสต์แอนด์สลิปเปอร์คลัตช์ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วย Ducati Multimedia System ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธได้ สามารถรับสายโทรศัพท์ ดูข้อความ และเล่นเพลงโดยใช้ปุ่มควบคุมตรงแฮนด์ได้เลยอีกด้วย  ทั้งความ สปอร์ต สวยงามและดุดัน เหมาะกับเป็นม้าสีหมอกตัวแรงของค่ายนี้จริง ๆ อย่างไรก็ดี เราก็ยังไม่ทราบว่าโมเดลจะเข้ามาไทยเมื่อไหร่ คงต้องอดใจรอกันไปก่อน ไว้คราวหน้าถ้ามีอัปเดตอะไรเพิ่มเติม เดี๋ยวแอดมินจะรีบมาแจ้งให้ทราบนะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R18 Roctane 2023

R18 Roctane ลูกผสมครูเซอร์และแบ็กเกอร์สุดเท่จาก BMW เรียกว่าแตกไลน์ไม่หยุดจริง ๆ กับเครื่องยนต์บิ๊กบ็อกเซอร์ พี่ใหญ่สุดจาก BMW ซึ่งล่าสุดก็เป็นเจ้า BMW R18 Roctane ซึ่งนับเป็นโมเดลที่ 5 แล้วที่ใช้เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ขนาด 1800 ซีซี โดยเป็นรถในสไตล์ครูเซอร์ไบค์ผสมผสานเข้ากับแบ็กเกอร์ด้วยการมีเคสด้านข้าง ข้างละ 27 ลิตร สำหรับขนสัมภาระใช้เดินทางไกล ดีไซน์ของโมเดลนี้ยืมมาจากเจ้า R5 โมเดลยอดนิยมในอดีตที่ดิบเถื่อน ไม่มีเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ใด ๆ และโดดเด่นด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์กับดีไซน์แบบคลาสสิก แต่สำหรับโมเดลนี้ได้ผสานเทคโนโลยีในยุคใหม่นี้เข้าไปอย่างกลมกลืนเพื่อให้ได้ประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น เมื่อบวกรวมกับตัวรถที่มีเส้นสายเนียนเรียบกลมกลืนก็ยิ่งกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวยิ่งนัก มาที่เรื่องขุมพลังกันบ้างก็เรียกได้ว่าไม่ต้องสาธยายกันเยอะ แน่นอนว่าเป็นเครื่องบิ๊กบ็อกเซอร์ 2 สูบนอน 1802 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศที่ไม่เพียงโดดเด่นในเรื่องของพละกำลัง แต่ยังมีดีไซน์และสุ้มเสียงที่เป็นเอกลักษณ์โดนใจหลาย ๆ คน ให้กำลังแรงบิดสูงถึง 150 นิวตันเมตรในรอบต่ำเพียง 2,000 – 4,000 รอบ ส่วนแรงม้าจะอยู่ที่ 91 แรงม้าที่ 4,750 รอบ อีกทั้งยังทำเครื่องยนต์สีดำแมตช์กับท่อไอเสียแบบสีดาร์กโครมอีกด้วย ช่วงล่างโดดเด่นด้วยเฟรมท่อโลหะแบบดับเบิ้ลลูปและสวิงอาร์มพร้อมระบบส่งกำลังด้วยเพลาแบบเปิด ที่เด่นในด้านความสวยงามแบบคลาสสิก ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นเทเลสโคปิก ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยววางกลาง ส่วนล้อก็จะเป็นหน้า 21 นิ้วหลัง 18 นิ้ว รัดด้วยยาง 120/70 และ 180/55 ตามลำดับ สำหรับเรื่องของเทคโนโลยีตัวรถก็จะมีโหมดการขับขี่ 3 โหมด Rain, Roll และ Rock ระบบควบคุมสเถียรภาพอัตโนมัติ ระบบควบคุมแรงฉุดของเครื่องยนต์ เป็นต้น โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจสำหรับสายเดินทางไกลที่เน้นสไตล์และความชิลล์เป็นหลัก แต่ก็ต้องมาดูกันว่าจะแย่งฐานลูกค้ามาจากรถมะกันได้มากน้อยแค่ไหนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!