SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
Triumph TF 250-X เตรียมซิ่งในเกม Call of Duty

Triumph TF 250-X เตรียมซิ่งในเกม Call of Duty Triumph TF 250-X จะปรากฏเป็นยานพาหนะในเกม โดยเป็นการร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาเกม Call of Duty และไทร์อัมพ์ รถจักรยานยนต์จากเมืองผู้ดี ซึ่งจะเปิดตัวในวิดีโอเกมซีรีส์ Call of Duty: Black Ops 6 ภาคล่าสุดโมโตครอสไซส์เล็กคันนี้จะเพิ่มประสบการณ์การขับขี่เสมือนจริงในเกม ความร่วมมือนี้เป็นการผสานโลกของเกมกับความตื่นเต้นของมอเตอร์ครอสอย่างลงตัว ใน Call of Duty ภาคล่าสุดนี้ TF 250-X จะเป็นหนึ่งในยานพาหนะที่ผู้เล่นสามารถขับขี่ได้ โดยการขับขี่จะอ้างอิงจากหลักฟิสิกส์ และการควบคุมของมอเตอร์ไซค์จะถูกควบคุมโดยกลไกในเกมมีการออกแบบมาอย่างดี ทำให้ผู้เล่นสามารถขับขี่ไปตามภูมิประเทศได้อย่างสมจริง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าโค้งแบบเอนตัว กระโดด หรือสไลด์ขณะหลบหลีกหรือไล่ตามศัตรู เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวการร่วมมือครั้งนี้ งานดังกล่าวถูกจัดขึ้นที่วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา นอกจากจะมีการเปิดตัวเกมภาคใหม่ล่าสุดในรอบ Multiplayer Beta แล้ว ภายในงานยังมีขบวนรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์รุ่น Scrambler 1200 และ Tiger 900 จำนวน 16 คัน มาให้แฟน ๆ สาวกไทร์อัมพ์ได้ยลชมกันแบบใกล้ชิด โดยรถจักรยานยนต์ทุกคันมาพร้อมโลโก้ Cerberus สุดพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์จากเกม  พอล สเตราท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Triumph Motorcycles กล่าวถึงการร่วมมือครั้งนี้ว่า ‘เกมนี้เป็นแฟรนไชส์เกมที่ได้รับความนิยม อีกทั้งเกมนี้ยังมีผู้เล่นหลายล้านคนทั่วโลก การที่ Triumph Motorcycles ได้เป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้ อีกทั้งยังมีบทบาทในเรื่องราวอันน่าตื่นเต้น ในฐานะพันธมิตรจักรยานยนต์อย่างเป็นทางการ เราได้ทำงานใกล้ชิดกับนักออกแบบของเกมนี้ (Call of Duty) พวกเขามีความตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่จักรยานแต่ละคันสมจริงที่สุด รวมถึงการแสดงสตันท์ และการเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นที่จะทำให้ทั้งคนรักจักรยานยนต์ และแฟนเกมได้สนุกกัน” Call of Duty: Black Ops 6 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว บนแพลตฟอร์ม Xbox Series X|S, Xbox One, PlayStation 5, PlayStation 4 และ PC ผ่าน Microsoft Store, Battle.net และ Steam สำหรับไบค์เกอร์คนไหนที่อยากจะขับขี่ไทร์อัมพ์ในโมเดลนี้ก็กดเกมแล้วมาซิ่งกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Tracer 9GT Y-AMT ของใหม่ ไร้คลัตช์ ไฟหน้าเมทริกซ์

2025 Tracer 9GT Y-AMT ของใหม่ ไร้คลัตช์ ไฟหน้าเมทริกซ์ ต่อคิวจาก MT-07 Y-AMT คราวนี้มาถึงสปอร์ตทัวริ่งรุ่นเรือธงของค่ายส้อมเสียงกับ 2025 Tracer 9GT Y-AMT พร้อมกับการปรับภาพลักษณ์ให้ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยวและทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีชูโรงจากทางค่ายกับระบบ Y-AMT หรือ (Yamaha Automated Manual Transmission) ซึ่งเป็นระบบเกียร์อัติโนมัติให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัตช์นั่นเอง ถือเป็นนวัตกรรมอันล้ำทันสมัยที่ติดตั้งมาให้เพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่โดยเฉพาะ  ขุมพลังและสมรรถนะ พร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบ CP3 ขนาด 890cc ที่ให้กำลัง 117 แรงม้า ที่ 10,000 รอบ พร้อมแรงบิด 92 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบต่อนาที ช่วยให้ผู้ขี่สามารถเร่งความเร็วได้อย่างมั่นใจ ระบบ Y-AMT ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับทั้งการขับขี่ในเมืองและการท่องเที่ยวทางไกล นอกจากนี้ยังมีระบบเบรก ABS และ ระบบควบคุมการทรงตัว 6 แกน (6-axis IMU) ช่วยในการควบคุมรถได้ดีในทุกสถานการณ์ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ เทคโนโลยีและความสะดวกสบายสูงสุด มาพร้อมหน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้วที่เชื่อมต่อได้กับสมาร์ทโฟนและรองรับการปรับแต่งการขับขี่ผ่านแอปพลิเคชัน Yamaha ทำให้ผู้ขี่สามารถดูข้อมูลต่างๆ ได้สะดวกและง่ายดาย นอกจากนี้ Tracer 9 GT Y-AMT ยังมีระบบ Adaptive Cruise Control ที่ช่วยให้รถรักษาความเร็วและระยะห่างกับรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ ทำให้การขับขี่ทางไกลนานๆ ไม่รู้สึกเหนื่อยล้า รวมถึงระบบต่าง ๆ ที่ติดตั้งมาให้ประกอบไปด้วย ระบบ Intelligent Braking System หรือระบบเบรกบนทางลาดชัน (เฉพาะรุ่น Y-AMT) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบเกียร์ Y-AMT โดยมีชิฟเตอร์ (+) และ (-) ติดตั้งให้บริเวณประกับฝั่งซ้าย ระบบแทร็คชันคอนโทรล เซ็นเซอร์ตรวจจับหน้าและหลังรถ (ทำงานร่วมกับระบบอแด็ปทีฟครูซคอนโทรล) โหมดขับขี่ (Sport, Street, Rain) ช่อง USB Type-A ควิกชิฟเตอร์ (สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา) โช้คปรับไฟฟ้า KYB ชิลด์ปรับไฟฟ้า สมาร์ทคีย์ หน้าจอสี TFT 7 นิ้ว เชื่อมต่อะบบนำทาง Garmin LinkBox และเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน Yamaha My Ride App ระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคั ระบบ ABS Dual Channel ออกแบบเพื่อการทัวร์ริ่งที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับกระจกบังลมที่ปรับระดับได้สูงถึง 100 มิลลิเมตร และไฟหน้าระบบ Matrix LED ที่เพิ่มความสว่างและชัดเจนในการขับขี่ในเวลากลางคืน ระบบช่วงล่าง KYB Actimatic Damper System (KADS) ซึ่งเป็นช่วงล่างไฟฟ้าที่สามารถปรับค่าตามสภาพการขับขี่ ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลและเสถียรมากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการมอเตอร์ไซค์ที่ผสานทั้งความสะดวกสบายและสมรรถนะในการขับขี่ทางไกล Yamaha Tracer 9 GT Y-AMT ถือเป็นตัวเลือกที่ครบเครื่องและล้ำสมัย เหมาะสำหรับนักขี่ที่ต้องการความเร็ว ความทนทาน และเทคโนโลยีทันสมัยในการเดินทางทัวร์ริ่ง อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Yamaha YZF-R7 2021

Yamaha YZF-R7 2021 กับ 6 ข้อมูลที่เรารู้ในตอนนี้ กำลังเป็นกระแสร้อนแรงอยู่ในตอนนี้กับ Yamaha YZF-R7 2021 ที่ตอนนี้ทางยามาฮ่ายุโรปกำลังโพสต์คลิปทีเซอร์สั้นๆ เกี่ยวกับโมเดลใหม่นี้ คราวนี้เลยก็รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโมเดลนี้ที่ค่อนข้างจะแน่นอนแล้วมาให้แฟนๆ รับทราบกันครับ เครื่องยนต์ CP2 แน่นอน  เจ้าสปอร์ตไบค์รหัสใหม่นี้จะใช้เครื่องยนต์ CP2 ที่เป็นเครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 689 ซีซีที่เคยใช้ในโมเดลยอดนิยมอย่าง MT-07 และ Tenere 700 แน่นอน อ้างอิงจากเอกสารการยื่นแจ้งกับทาง คณะกรรมการทรัพยากรอากาศของรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือ CARB มีการระบุไว้เครื่องยนต์จะมีขนาด 689 ซีซี ซึ่งก็ตรงกับเครื่อง CP2 นั่นเอง    ความแรงไม่น่าต่าง ในด้านของสเปกความแรงนั้น แม้ในตัวเอกสารจะไม่ได้บอกอะไรกับเรามากนัก แต่ตัวเลขของไอเสียนั้นเหมือนกับทาง MT-07 โมเดลใหม่ล่าสุดเลย ดังนั้นจึงเป็นไปได้สูงมากว่าตัวเลข แรงม้า และแรงบิดจะเท่ากันกับ MT-07 โมเดลล่าสุด คือ มีแรงม้าที่ 74.8 แรงม้าที่ 8,750 รอบ และ 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ    แชสซีเดียวกับ MT-07 อิงจากเอกสารเดิมเช่นเคย จะเห็นว่าตัวเลขมวลของรถที่ใช้คำนวณหาค่าไอเสียนั้น (EIM) อยู่ที่ 280 ก.ก. (เป็นน้ำหนักที่รวมคนขับ) ซึ่งก็จะใกล้เคียงกับเอกสารของ MT-07 ดังนั้นน้ำหนักของเจ้าสปอร์ตไบค์คันใหม่นี้ก็น่าจะมีแชสซีเดียวกันกับ MT-07 และน้ำหนักจะไม่ต่างไปจาก 184 กิโลกรัมมากนัก    มีให้เลือก 2 สี เช่นเคยครับ อิงจากเอกสารเดิม จะเห็นได้ว่ามีโค้ด 2 โค้ดด้วยกัน คือ YZFR7NCB และ YZFR7NCL ซึ่งต่างกันเพียงแต่ตัวท้าย ส่วนข้อมูลอื่นๆ เหมือนกัน ดังนั้นโค้ดตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องของสี โดยน่าจะมี 2 สีคือสีดำและสีน้ำเงิน แบบเดียวกันที่พบในเจ้า R1 นั่นเอง   ไฟหน้าแบบโมโนโฟกัส LED พร้อมไฟ Daytime Running Light เรื่องต่อมาเป็นเรื่องของดีไซน์ แน่นอนว่าดีไซน์จะออกมาเป็นสปอร์ตไบค์ โดยมีต้นสาย DNA มาจากเจ้า R1 แบบแน่นๆ อย่างแน่นอน นอกจากนี้จะใช้ไฟหน้าแบบโมโนโฟกัส LED อยู่ตรงกลางแรมแอร์ และในรูปที่เห็นคือไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ครับ   เปิดตัว 18 พฤษภาคมนี้ และสุดท้ายคือจะเปิดตัวที่ยุโรปในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ และแน่นอนเตรียมติดตามข้อมูลต่างๆ จาก SuperBike Thailand ได้เลยครับผม    อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด

Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด ในศึก WorldSBK ปี 2021 คงไม่ง่าย เพราะมีนักแข่งอีกมากมายที่มีสิทธิ์ต่อกรกับเขา ในปีนี้ทุกสายตาจากคู่แข่งในศึก WorldSBK จะต้องจับจ้องไปที่ Jonathan Rea จากทาง Kawasaki Racing Team WorldSBK เพื่อที่จะแย่งชัยชนะมา และป้องกันไม่ให้เขาได้แชมป์ติดต่อกัน 7 สมัยรวด แต่ใครบ้างที่มีสิทธิ์มีฝีมือมากพอที่จะต่อกรกับเขา? Scott Redding จากทีม Aruba.It Racing – Ducati นักแข่งเพื่อนร่วมชาติกับแชมป์โลก 6 สมัย เคยไล่บี้แชมป์มาแบบทุกสนามเมื่อฤดูกาลที่แล้วทั้งๆ ที่เป็นฤดูกาลแรกของเขา และในปีนี้เขาก็น่าจะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอนจากประสบการณ์ที่มากขึ้น ปีที่แล้วเขาชนะมาได้ทั้งหมด 5 เรซ กับได้ยืนบนโพเดียมอีก 14 ครั้ง รวมถึงเคยได้สตาร์ทจากตำแหน่งโพล 1 ครั้ง ดังนั้น Redding ก็ถือว่ามีฝีไม้ลายมือมากพอแน่นอน ครับ  คนต่อมาเป็น Michael Ruben Rinaldi เพื่อนร่วมทีมของ Redding ซึ่งเคยร่วมกันกับแชมป์โลก 6 สมัยอีกหนึ่งคนทำดวลเดือดในศึก Teruel Round ที่สนาม MotorLand Aragon ผลคือทั้งสามคนสูสีกันมากๆ และได้ยืนบนโพเดียมด้วยกัน และปีนี้เขาย้ายมาอยู่ทีมโรงงานกับทาง Ducati แล้ว แน่นอนว่าก็ต้องมีแนวโน้มที่จะสู้ในศึกครั้งนี้ได้ดีขึ้นแน่ ที่เหลือคือเขาจะรักษาความคงเส้นคงวาไว้ได้หรือไม่? ต่อมาคือ Toprak Razgatlioglu จากทาง Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK เจ้าหนูตัวแรงที่เคยฟัดกับ Jonathan มาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเข้ามาแข่ง WorldSBK เขาเคยคว้าชัยชนะ 2 เรซแรกในชีวิตของเขาที่ Magny-Cours in 2019 และศึกดวลเดือดอีกครั้งในรอบ Estoril เมื่อปี 2020 ก็เป็นเขาที่สามารถเอาชนะมาได้ จากการดวลกันและสถิติเวลาการซ้อมของสองคนนี้ก็จะเห็นได้ว่านักแข่งตุรกีผู้นี้มีสิทธิ์ต่อกรกับแชมป์โลกอย่างแน่นอน ถัดมาถือเป็นม้ามืดตัวใหม่ เขาก็คือ Garrett Gerloff จาก GRT Yamaha WorldSBK Team หลังจากที่โชว์ฝีไม้ลายมือหวดคันเร่งในตอนทดสอบที่ Circuit de Barcelona-Catalunya ทำสถิติเวลาเร็วสุดในฐานะนักแข่งจากยามาฮ่า และกลายเป็นการดวลกันกับ Jonathan บนตารางเวลา แม้ว่าจะตกเป็นรองกลายเป็นอันดับที่ 2 ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า Gerloff เองก็มีสิทธิ์ในศึกนี้ได้เช่นกัน  ถัดมาอีก ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น Alex Lowes เพื่อนร่วมทีมของเขาเอง นี่จะเป็นฤดูกาลที่ 2 ของเขากับทีมกรีนแล้ว นักแข่งอังกฤษผู้นี้เคยชนะมาแล้ว 1 เรซกับยืนโพเดียมมาอีก 4 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว และจากการทดสอบกับ ZX-10RR คันใหม่นี้เขาก็ทำเวลาได้ดีมากๆ เลยทีเดียว ฤดูกาลนี้อาจจะเป็น Lowes ที่เข้ามาเบียดแบ่งแต้มไปจากแชมป์โลกก็เป็นได้ นอกจาก 5 คนนี้แล้ว ก็ยังมีนักแข่งคนอื่นๆ ที่น่าจับตามอง ไม่ว่าจะเป็น Alvaro Bautista จาก Team HRC ที่เคยบี้กับ Rea มาตลอดปี 2019 หรือจะเป็น Chaz Davies ที่ตอนนี้ย้ายทีมมาอยู่กับ Team GoEleven ก็เคยดวลกันมานานมากแล้ว และได้เป็นรองมาหลายครั้งหลายหน หรือจะเป็น Tom Sykes จากทาง BMW Motorrad WorldSBK Team ที่เคยเป็นทางเพื่อนร่วมทีมและเป็นคู่กัดกันมานาน  งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันยาวๆ ครับว่าศึกในปี 2021 นี้ใครจะเป็นแชมป์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha E01

Yamaha E01 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำใกล้จะผลิตจริงแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้เอกสารการยื่นจดสิทธิบัตรของยามาฮ่าได้เผยให้เห็นถึง Yamaha E01 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับสกู๊ตเตอร์ขนาด 125 ซีซี จะมีหน้าตาใกล้เคียงกับคอนเซ็ปต์ที่เราได้เคยเห็นกันไปเมื่อปีก่อนๆ  ก่อนหน้านี้ทางค่ายส้อมเสียงนี้ได้ทำการยื่นจดเครื่องหมายการค้าในชื่อว่า ‘E01’ ซึ่งทำให้เกิดการคาดเดากันว่าอะไรที่ขึ้นต้นด้วย ‘E’ จะเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า  และตอนนี้ในเอกสารสิทธิบัตรของเจ้า E01 ก็ได้มีภาพหลุดออกมา ช่วยให้แน่ใจได้ว่ามันจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ไร้ซึ่งไอเสียจากทางค่ายยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างแน่นอน    หากท่านที่ติดตามข่าวสารมาตลอด ท่านจะรู้ได้ว่าเทคโนโลยีเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับ Yamaha นั่นไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย และทางค่ายเองก็ได้เคยมีโมเดลขนาดเล็กที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมานานแล้ว แต่เจ้า E01 จะเป็นโมเดลแรกเลยที่มีสมรรถนะเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ให้กำลัง 11 กิโลวัตต์หรือประมาณ 14 แรงม้า  เรื่องนี้เป็นอะไรที่สำคัญมากๆ เพราะสกู๊ตเตอร์นั้นเป็นแหล่งรายได้ของทางค่ายเลยก็ว่าได้ ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์นั้นจะเทียบเท่ากับรถในพิกัด 125 ซีซีที่หรือมอเตอร์ไซค์พิกัดเริ่มต้นเลย  สำหรับตอนนี้โมเดลใหม่นี้จะยังขาดในส่วนของลวดลายกราฟิก เนื่องจากภาพตามสิทธิบัตรนั้นเผยให้เห็นว่ายังมีรูปโฉมเหมือนกับคอนเซ็ปต์ไบค์ที่ทางยามาฮ่าเคยจัดแสดงมาก่อน โดยเฉพาะดีไซน์แบบไฟหน้าที่จมหายเข้าไปในแฟริ่งแบบเดียวกับเจ้า R1  โดยตัวรถมีพอร์ตสำหรับชาร์จไฟที่ด้านหน้าตัวรถ ซึ่งการออกแบบลักษณะนี้น่าจะเป็นเพราะว่าทางค่ายน่าจะทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อไม่ให้การกระจายน้ำหนักของรถออกมาไม่ดี  แต่ที่ยังไม่ชัดเจนก็คือเจ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบสลับใช้กับค่ายอื่นที่เคยลงนามข้อตกลงร่วมกับ KTM, Honda และ Piaggio เพื่อที่จะสร้างมาตรฐานร่วมกันและช่วยกันลดต้นทุน ซึ่งมีผลดีกับทางผู้ใช้อย่างเราๆ ด้วย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Brembo ฉลอง 60 ปี

Brembo ฉลอง 60 ปี โชว์แนวคิดปั๊มเบรกติดไฟ LED สะท้อนตัวตนคนยุคใหม่ ในปี 2021 นี้ Brembo ฉลอง 60 ปี ด้วยการซื้อคู่แข่งอย่าง J.JUAN ไปแล้ว ล่าสุดก็ทำการโชว์แนวคิดสุดสร้างสรรค์ด้วยการเปิดตัวคาลิเปอร์เบรกแนวคิดใหม่ New G Sessanta ที่มาพร้อมระบบไฟ LED ในตัว และสามารถปรับแต่งได้เองผ่านสมาร์ทโฟน โดยเจ้าคาลิเปอร์เบรกคอนเซ็ปต์ตัวนี้นั้นไม่เพียงแต่ปรับเปลี่ยนสีสันไฟ LED ได้เองเท่านั้น มันยังมีระบบอัจฉริยะอื่นๆ อยู่อีก อาทิ ระบบ GPS ที่สามารถติดตามรถได้ ใช้เป็นระบบล็อกรถก็ได้ด้วย หรือจะเป็นระบบแจ้งเตือนความดันลมยาง กระพริบเป็นไฟฉุกเฉิน หรือจะใช้เป็นไฟส่องสว่างที่ล้อเวลาต้องซ่อมบำรุงในที่แสงน้อยก็ทำได้ อย่างไรก็ดีตอนนี้มันเป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้น ไม่ได้เป็นของผลิตมาขายจริงแต่อย่างไร ถ้ามีขายจริง มันก็คงจะดีไม่ใช่น้อยเลยล่ะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Yamaha YZF-R7 2021

Yamaha YZF-R7 2021 กับ 6 ข้อมูลที่เรารู้ในตอนนี้ กำลังเป็นกระแสร้อนแรงอยู่ในตอนนี้กับ Yamaha YZF-R7 2021 ที่ตอนนี้ทางยามาฮ่ายุโรปกำลังโพสต์คลิปทีเซอร์สั้นๆ เกี่ยวกับโมเดลใหม่นี้ คราวนี้เลยก็รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโมเดลนี้ที่ค่อนข้างจะแน่นอนแล้วมาให้แฟนๆ รับทราบกันครับ เครื่องยนต์ CP2 แน่นอน  เจ้าสปอร์ตไบค์รหัสใหม่นี้จะใช้เครื่องยนต์ CP2 ที่เป็นเครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 689 ซีซีที่เคยใช้ในโมเดลยอดนิยมอย่าง MT-07 และ Tenere 700 แน่นอน อ้างอิงจากเอกสารการยื่นแจ้งกับทาง คณะกรรมการทรัพยากรอากาศของรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือ CARB มีการระบุไว้เครื่องยนต์จะมีขนาด 689 ซีซี ซึ่งก็ตรงกับเครื่อง CP2 นั่นเอง    ความแรงไม่น่าต่าง ในด้านของสเปกความแรงนั้น แม้ในตัวเอกสารจะไม่ได้บอกอะไรกับเรามากนัก แต่ตัวเลขของไอเสียนั้นเหมือนกับทาง MT-07 โมเดลใหม่ล่าสุดเลย ดังนั้นจึงเป็นไปได้สูงมากว่าตัวเลข แรงม้า และแรงบิดจะเท่ากันกับ MT-07 โมเดลล่าสุด คือ มีแรงม้าที่ 74.8 แรงม้าที่ 8,750 รอบ และ 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ    แชสซีเดียวกับ MT-07 อิงจากเอกสารเดิมเช่นเคย จะเห็นว่าตัวเลขมวลของรถที่ใช้คำนวณหาค่าไอเสียนั้น (EIM) อยู่ที่ 280 ก.ก. (เป็นน้ำหนักที่รวมคนขับ) ซึ่งก็จะใกล้เคียงกับเอกสารของ MT-07 ดังนั้นน้ำหนักของเจ้าสปอร์ตไบค์คันใหม่นี้ก็น่าจะมีแชสซีเดียวกันกับ MT-07 และน้ำหนักจะไม่ต่างไปจาก 184 กิโลกรัมมากนัก    มีให้เลือก 2 สี เช่นเคยครับ อิงจากเอกสารเดิม จะเห็นได้ว่ามีโค้ด 2 โค้ดด้วยกัน คือ YZFR7NCB และ YZFR7NCL ซึ่งต่างกันเพียงแต่ตัวท้าย ส่วนข้อมูลอื่นๆ เหมือนกัน ดังนั้นโค้ดตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องของสี โดยน่าจะมี 2 สีคือสีดำและสีน้ำเงิน แบบเดียวกันที่พบในเจ้า R1 นั่นเอง   ไฟหน้าแบบโมโนโฟกัส LED พร้อมไฟ Daytime Running Light เรื่องต่อมาเป็นเรื่องของดีไซน์ แน่นอนว่าดีไซน์จะออกมาเป็นสปอร์ตไบค์ โดยมีต้นสาย DNA มาจากเจ้า R1 แบบแน่นๆ อย่างแน่นอน นอกจากนี้จะใช้ไฟหน้าแบบโมโนโฟกัส LED อยู่ตรงกลางแรมแอร์ และในรูปที่เห็นคือไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ครับ   เปิดตัว 18 พฤษภาคมนี้ และสุดท้ายคือจะเปิดตัวที่ยุโรปในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ และแน่นอนเตรียมติดตามข้อมูลต่างๆ จาก SuperBike Thailand ได้เลยครับผม    อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

13 May 2021
Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด

Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด ในศึก WorldSBK ปี 2021 คงไม่ง่าย เพราะมีนักแข่งอีกมากมายที่มีสิทธิ์ต่อกรกับเขา ในปีนี้ทุกสายตาจากคู่แข่งในศึก WorldSBK จะต้องจับจ้องไปที่ Jonathan Rea จากทาง Kawasaki Racing Team WorldSBK เพื่อที่จะแย่งชัยชนะมา และป้องกันไม่ให้เขาได้แชมป์ติดต่อกัน 7 สมัยรวด แต่ใครบ้างที่มีสิทธิ์มีฝีมือมากพอที่จะต่อกรกับเขา? Scott Redding จากทีม Aruba.It Racing – Ducati นักแข่งเพื่อนร่วมชาติกับแชมป์โลก 6 สมัย เคยไล่บี้แชมป์มาแบบทุกสนามเมื่อฤดูกาลที่แล้วทั้งๆ ที่เป็นฤดูกาลแรกของเขา และในปีนี้เขาก็น่าจะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอนจากประสบการณ์ที่มากขึ้น ปีที่แล้วเขาชนะมาได้ทั้งหมด 5 เรซ กับได้ยืนบนโพเดียมอีก 14 ครั้ง รวมถึงเคยได้สตาร์ทจากตำแหน่งโพล 1 ครั้ง ดังนั้น Redding ก็ถือว่ามีฝีไม้ลายมือมากพอแน่นอน ครับ  คนต่อมาเป็น Michael Ruben Rinaldi เพื่อนร่วมทีมของ Redding ซึ่งเคยร่วมกันกับแชมป์โลก 6 สมัยอีกหนึ่งคนทำดวลเดือดในศึก Teruel Round ที่สนาม MotorLand Aragon ผลคือทั้งสามคนสูสีกันมากๆ และได้ยืนบนโพเดียมด้วยกัน และปีนี้เขาย้ายมาอยู่ทีมโรงงานกับทาง Ducati แล้ว แน่นอนว่าก็ต้องมีแนวโน้มที่จะสู้ในศึกครั้งนี้ได้ดีขึ้นแน่ ที่เหลือคือเขาจะรักษาความคงเส้นคงวาไว้ได้หรือไม่? ต่อมาคือ Toprak Razgatlioglu จากทาง Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK เจ้าหนูตัวแรงที่เคยฟัดกับ Jonathan มาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเข้ามาแข่ง WorldSBK เขาเคยคว้าชัยชนะ 2 เรซแรกในชีวิตของเขาที่ Magny-Cours in 2019 และศึกดวลเดือดอีกครั้งในรอบ Estoril เมื่อปี 2020 ก็เป็นเขาที่สามารถเอาชนะมาได้ จากการดวลกันและสถิติเวลาการซ้อมของสองคนนี้ก็จะเห็นได้ว่านักแข่งตุรกีผู้นี้มีสิทธิ์ต่อกรกับแชมป์โลกอย่างแน่นอน ถัดมาถือเป็นม้ามืดตัวใหม่ เขาก็คือ Garrett Gerloff จาก GRT Yamaha WorldSBK Team หลังจากที่โชว์ฝีไม้ลายมือหวดคันเร่งในตอนทดสอบที่ Circuit de Barcelona-Catalunya ทำสถิติเวลาเร็วสุดในฐานะนักแข่งจากยามาฮ่า และกลายเป็นการดวลกันกับ Jonathan บนตารางเวลา แม้ว่าจะตกเป็นรองกลายเป็นอันดับที่ 2 ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า Gerloff เองก็มีสิทธิ์ในศึกนี้ได้เช่นกัน  ถัดมาอีก ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น Alex Lowes เพื่อนร่วมทีมของเขาเอง นี่จะเป็นฤดูกาลที่ 2 ของเขากับทีมกรีนแล้ว นักแข่งอังกฤษผู้นี้เคยชนะมาแล้ว 1 เรซกับยืนโพเดียมมาอีก 4 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว และจากการทดสอบกับ ZX-10RR คันใหม่นี้เขาก็ทำเวลาได้ดีมากๆ เลยทีเดียว ฤดูกาลนี้อาจจะเป็น Lowes ที่เข้ามาเบียดแบ่งแต้มไปจากแชมป์โลกก็เป็นได้ นอกจาก 5 คนนี้แล้ว ก็ยังมีนักแข่งคนอื่นๆ ที่น่าจับตามอง ไม่ว่าจะเป็น Alvaro Bautista จาก Team HRC ที่เคยบี้กับ Rea มาตลอดปี 2019 หรือจะเป็น Chaz Davies ที่ตอนนี้ย้ายทีมมาอยู่กับ Team GoEleven ก็เคยดวลกันมานานมากแล้ว และได้เป็นรองมาหลายครั้งหลายหน หรือจะเป็น Tom Sykes จากทาง BMW Motorrad WorldSBK Team ที่เคยเป็นทางเพื่อนร่วมทีมและเป็นคู่กัดกันมานาน  งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันยาวๆ ครับว่าศึกในปี 2021 นี้ใครจะเป็นแชมป์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

12 May 2021
Yamaha E01

Yamaha E01 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำใกล้จะผลิตจริงแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้เอกสารการยื่นจดสิทธิบัตรของยามาฮ่าได้เผยให้เห็นถึง Yamaha E01 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับสกู๊ตเตอร์ขนาด 125 ซีซี จะมีหน้าตาใกล้เคียงกับคอนเซ็ปต์ที่เราได้เคยเห็นกันไปเมื่อปีก่อนๆ  ก่อนหน้านี้ทางค่ายส้อมเสียงนี้ได้ทำการยื่นจดเครื่องหมายการค้าในชื่อว่า ‘E01’ ซึ่งทำให้เกิดการคาดเดากันว่าอะไรที่ขึ้นต้นด้วย ‘E’ จะเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า  และตอนนี้ในเอกสารสิทธิบัตรของเจ้า E01 ก็ได้มีภาพหลุดออกมา ช่วยให้แน่ใจได้ว่ามันจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ไร้ซึ่งไอเสียจากทางค่ายยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างแน่นอน    หากท่านที่ติดตามข่าวสารมาตลอด ท่านจะรู้ได้ว่าเทคโนโลยีเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับ Yamaha นั่นไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย และทางค่ายเองก็ได้เคยมีโมเดลขนาดเล็กที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมานานแล้ว แต่เจ้า E01 จะเป็นโมเดลแรกเลยที่มีสมรรถนะเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ให้กำลัง 11 กิโลวัตต์หรือประมาณ 14 แรงม้า  เรื่องนี้เป็นอะไรที่สำคัญมากๆ เพราะสกู๊ตเตอร์นั้นเป็นแหล่งรายได้ของทางค่ายเลยก็ว่าได้ ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์นั้นจะเทียบเท่ากับรถในพิกัด 125 ซีซีที่หรือมอเตอร์ไซค์พิกัดเริ่มต้นเลย  สำหรับตอนนี้โมเดลใหม่นี้จะยังขาดในส่วนของลวดลายกราฟิก เนื่องจากภาพตามสิทธิบัตรนั้นเผยให้เห็นว่ายังมีรูปโฉมเหมือนกับคอนเซ็ปต์ไบค์ที่ทางยามาฮ่าเคยจัดแสดงมาก่อน โดยเฉพาะดีไซน์แบบไฟหน้าที่จมหายเข้าไปในแฟริ่งแบบเดียวกับเจ้า R1  โดยตัวรถมีพอร์ตสำหรับชาร์จไฟที่ด้านหน้าตัวรถ ซึ่งการออกแบบลักษณะนี้น่าจะเป็นเพราะว่าทางค่ายน่าจะทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อไม่ให้การกระจายน้ำหนักของรถออกมาไม่ดี  แต่ที่ยังไม่ชัดเจนก็คือเจ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบสลับใช้กับค่ายอื่นที่เคยลงนามข้อตกลงร่วมกับ KTM, Honda และ Piaggio เพื่อที่จะสร้างมาตรฐานร่วมกันและช่วยกันลดต้นทุน ซึ่งมีผลดีกับทางผู้ใช้อย่างเราๆ ด้วย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

11 May 2021
Brembo ฉลอง 60 ปี

Brembo ฉลอง 60 ปี โชว์แนวคิดปั๊มเบรกติดไฟ LED สะท้อนตัวตนคนยุคใหม่ ในปี 2021 นี้ Brembo ฉลอง 60 ปี ด้วยการซื้อคู่แข่งอย่าง J.JUAN ไปแล้ว ล่าสุดก็ทำการโชว์แนวคิดสุดสร้างสรรค์ด้วยการเปิดตัวคาลิเปอร์เบรกแนวคิดใหม่ New G Sessanta ที่มาพร้อมระบบไฟ LED ในตัว และสามารถปรับแต่งได้เองผ่านสมาร์ทโฟน โดยเจ้าคาลิเปอร์เบรกคอนเซ็ปต์ตัวนี้นั้นไม่เพียงแต่ปรับเปลี่ยนสีสันไฟ LED ได้เองเท่านั้น มันยังมีระบบอัจฉริยะอื่นๆ อยู่อีก อาทิ ระบบ GPS ที่สามารถติดตามรถได้ ใช้เป็นระบบล็อกรถก็ได้ด้วย หรือจะเป็นระบบแจ้งเตือนความดันลมยาง กระพริบเป็นไฟฉุกเฉิน หรือจะใช้เป็นไฟส่องสว่างที่ล้อเวลาต้องซ่อมบำรุงในที่แสงน้อยก็ทำได้ อย่างไรก็ดีตอนนี้มันเป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้น ไม่ได้เป็นของผลิตมาขายจริงแต่อย่างไร ถ้ามีขายจริง มันก็คงจะดีไม่ใช่น้อยเลยล่ะครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

10 May 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Gresini Racing Team เผยโฉมรถแข่ง MotoGP 2024 แล้ว

Gresini Racing Team เผยโฉมรถแข่ง MotoGP 2024 แล้ว และนี่คือรถแข่ง MotoGP 2024 ของ Gresini Racing Team ที่ปีนี้มี Marc Marquez เป็นส่วนนึงของทีมและพร้อมที่จะเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ๆ ไปพร้อม ๆ กัน งานเปิดตัวทีมแข่งของทางเกรสินีเรซซิ่งทีมนั้นจัดขึ้นที่ Cocoricò disco ใน Riccione ประเทศอิตาลีเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ไกลจากสนามแข่ง Misano ที่เป็นสถานที่ ๆ Marc ได้ชัยในการแข่งขัน MotoGP เมื่อปี 2021   ตัวรถแข่งยังคงใช้ชุดสีคล้ายกันกับปีที่แล้ว โดยยังเป็นสีฟ้าอ่อนตัดด้วยสีแดง ซึ่งทางทีมใช้สีนี้มาสองฤดูกาลแล้ว โดยทางทีมมีผลงานคว้าชัยมาแล้ว 5 ครั้งจากอดีตนักแข่งของทางทีมอย่าง Enea Bastianini (4 ครั้งในปี 2022) และ Fabio di Giannantonio (1 ครั้งในปี 2023) แม้ทางทีมจะมี Marc Marquez มาอยู่ในทีม แต่ก็ไม่ได้มีไตเติ้ลสปอนเซอร์อะไรตามมามีผลกับชื่อทีม (อย่าง Red Bull มีเพียงแต่สปอนเซอร์ส่วนบุคคลเท่านั้นที่ยังคงต่อเนื่องมา) รถของ Alex ใช้หมายเลข 73 สีน้ำเงิน และของ Marc จะเป็น 93 สีแดงอ่อน ๆ สองพี่น้องจะได้ขี่รถแข่ง GP23 เหมือนกับทาง Marco Bezzecchi และ Fabio di Giannantonio ส่วน Francesco Bagnaia และเพื่อนร่วมทีมอย่าง Bastianini และ นักแข่งจากทีม Pramac ที่มี Jorge Martin และ Franco Morbidelli จะได้ขี่ GP24 ซึ่งสำหรับ Marc แล้วการที่เขาไม่ได้ชัยชนะจากการแข่งขันเลยตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2021 นั้นน่าจะทำให้เข้าหมดความอดทนกับทางฮอนด้า เมื่อบวกรวมกับอีก 1 ปีแห่งความทนมารจากการล้มมากถึง 29 ครั้ง แม้ว่าเขาจะเป็นนักแข่งที่ใช้รถฮอนด้าแล้วได้ผลงานดีที่สุดก็ตาม (อันดับ 14) ทางด้าน Alex เองหลังจากที่เข้าร่วมกับทีมเมื่อปีที่แล้ว และเริ่มคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของทางทีม แน่นอนว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ Marc ตัดสินใจครั้งใหญ่ และทำให้นักแข่งวัยสามสิบปีผู้นี้มีรอยยิ้มปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าได้อีกครั้งหลังจากที่ได้ลองสัมภาษณ์กับ Desmosedici GP เป็นครั้งแรกในการทดสอบทที่ Valencia เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในการทดสอบเขาทำเวลาได้เร็วที่สุดเป็นอันดับ 4 และกลายเป็นตัวเต็งสำหรับชิงแชมป์ในปี 2024 แล้วเรียบร้อย แม้ว่าเขาจะยืนยันว่ามันยังไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคิดว่านี่คือผลสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ กระทั่งเขาจะชนะได้อีกครั้ง สำหรับปี 2024 นี้เป็นปีที่ 5 ของเขาในการแข่งขันระดับสูงสุด โดยเขาเปิดตัวเคียงข้างกับ Marc กับทีม Repsol Honda ในปี 2020 ตอนที่พี่ชายไม่ได้แข่งขันเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่แขนและตามหลอกหลอนเขามาจนกลางปี 2022 ตอนนี้ Marc ร่วมทีมกับน้องชายของเขา หลังจากที่คนน้องมีฤดูกาลที่ย่ำแย่กับทาง LCR โดยนักแข่งวัย 27 ผู้นี้มีผลงานคว้าชัยในสปรินท์เรซ 2 ครั้ง โพเดี้ยม 2 ครั้ง และได้ตำแหน่งโพลและจบที่อันดับที่ 9 บนตารางคะแนนรวมกับ Desmosedici แม้ว่าเขาจะพลาดการแข่งที่อินเดีย ญี่ปุ่น และอินโดนีเซียเนื่องจากซี่โครงร้าว หลังจากนี้สองพี่น้องมาร์เกวซจะกลับลงสนามอีกครั้งกับรถในชุดสี 2024 ในช่วงการทดสอบอย่างเป็นทางการที่เซปังช่วงวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์นี้ โดยการเปิดตัวทีมแข่ง MotoGP ของทางเกรสินีถือเป็นทีมแรกเลยที่ทำการเปิดตัวทีมแข่งในฤดูกาลนี้ โดยจะมีคิวของ Ducati Lenovo, VR46 Ducati และ Trackhouse Aprilia ตามมาในสัปดาห์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

22 January 2024
BMW เปิดตัวทีมแข่ง WorldSBK 2024 แล้ว

BMW เปิดตัวทีมแข่ง WorldSBK 2024 แล้ว ก่อนที่การแข่งขันนัดเปิดฤดูกาลจะเริ่มต้นขึ้นในอีกเดือนกว่า ๆ ข้างหน้าทาง BMW เปิดตัวทีมแข่ง WorldSBK 2024 อย่างเป็นทางการก่อนใคร โดยเปิดตัวทีมแข่งของทางทีมโรงงานทั้งสองทีมพร้อมกัน ทีมแข่งทั้งสองทีมที่ว่านั้นก็คือ ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team และ Bonovo action BMW Racing Team พร้อมกันกับนักแข่ง 4 คน ได้แก่ Toprak Razgatlioglu (ตุรกี), Michael van der Mark (เนเธอร์แลนด์), Scott Redding (อังกฤษ) และ Garrett Gerloff (อเมริกา) พร้อมเผย M1000RR ตัวแข่งประจำปีนี้ที่โรงงานที่เบอร์ลิน ศูนย์กลางหลักของการผลิตรถของบีเอ็มดับเบิลยูนั่นเอง โดยทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team มาโทนสีดำจะมีนักแข่งเป็น Toprak Razgatlioglu #54 และ Michael van der Mark #60 ส่วนทีม Bonovo action BMW Racing Team มาในโทนสีขาวจะเป็น Scott Redding #45 และ Garrett Gerloff #31 ซึ่งหลัก ๆ ของทั้งสองทีมก็จะได้รับการซัพพอร์ตจากทางโรงงานเหมือน ๆ กัน แต่ไปแตกต่างกันที่สปอนเซอร์ของแต่ละทีมเท่านั้น สุดท้ายนี้สำหรับการเตรียมการรับมือการแข่งขันในฤดูกาล 2024 นี้ทางแผนกมอเตอร์สปอร์ต ทีมทั้งสองทีม และนักแข่งจะได้กลับไปสนามแข่งเร็ว ๆ นี้ โดยจะมีการทดสอบครั้งต่อไปที่ Jerez de la Frontera ประเทศสเปนในวันที่ 24 – 25 มกราคมนี้ ส่วนการแข่งขันสนามแรกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์นี้ที่ Phillip Island ประเทศออสเตรเลีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

18 January 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
BMW R1250RS 2023 สปอร์ตทัวริ่งจากค่ายใบพัดสีฟ้า

BMW R1250RS สปอร์ตทัวริ่งสีสันใหม่ จากค่ายใบพัดสีฟ้า BMW R1250RS มาพบกับรถสปอร์ตทัวริ่ง ตัวใหญ่จากค่าย ใบพัดฟ้าขาว กับโฉมรูปลักษณ์สปอร์ตทัวริ่ง ที่ผสมผสานกันระหว่าง ความเป็นสปอร์ตและเน็กเก็ต เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่เดินทางไกล ได้อย่างหล่อ ๆ แน่นอนครับ   สำหรับการดีไซน์ ต้องขอบอกเลยว่าปราดเปรียวสุด ๆ  ถูกใจสายทัวริ่งอย่างแน่นอน ด้วยแฟริ่งด้านหน้าทรงสปอร์ต ดุดัน ประดับลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ คงความเป็น DNA ของแบรนด์ BMW เลยทีเดียว มาดูกันที่เครื่องยนต์กันดีกว่าครับ กับโฉมเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 2 สูบ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีปริมาตรกระสูบขนาด 1,254 ซีซี พร้อมเทคโนโลยี BMW ShiftCam สำหรับเปลี่ยนจังหวะการทำงานของวาล์ว ที่เคลมแรงม้าสูงสุดที่ 136 แรงม้า ที่ 7,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 143 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที เสริมระบบส่งกำลังด้วยเกียร์แบบ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อนด้วยเพลา เช็คกันที่ช่วงล่างด้านหน้า กับโช้คหน้าหัวกลับ ที่มีระยะยุบตัว 140 ม.ม. พร้อมดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม. เสริมด้วยปั๊มเบรก Brembo ขนาด 4 พอต และขนาดล้อ ขนาด 17 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ ต่อด้วยยางหน้าขนาด 120/70 เช็คด้านหน้าไปแล้ว มาต่อที่ด้านหลังกันครับ กับสวิงอาร์มอะลูมิเนียมเดี่ยวพร้อมโช้ค WAD strut พร้อมปรับตั้ง เสริมด้วยดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 276 พร้อมปั๊มเบรก Brembo 2 พอต และล้อ ขนาด 17 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่เช่นเดียวกัน และยางขนาด 180/55  มาดูเทคโนโลยีตัวรถกันบ้าง เริ่มด้วยเรือนไมค์หน้าจอสี TFT ไฟ LED รอบคัน และช่องเสียบ USB มาพร้อมกับระบบ DTC (ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี), DBC (Dynamic Brake Control) ,ระบบ ABS Pro, ระบบ HSC (Hill Start Control) พร้อมด้วยโหมดการขับขี่หลัก (3 Ride Modes) เสริมด้วยโหมดการขับขี่แบบ ECO และโหมดการขี่แบบ PRO  สำหรับโมเดลนี้ ผมมั่นใจว่าถูกใจสาวกสายทัวริ่งอย่างแน่นอน ด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันการขับขี่หลายรูปแบบ ส่วนราคานั้นยังไม่มีการระบุ แต่คิดว่าน่าจะพอตัวเลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

แอป “ขับดี” พิเศษอย่างไร

แอป “ขับดี” พิเศษอย่างไร ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์พบเจอกับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในการขับขี่บนท้องถนนของคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขับรถซิ่ง ขับรถปาดหน้า เมาแล้วขับ ขับรถฝ่าไฟแดง หรือขับมอเตอร์ไซค์บนทางเท้า แล้วเมื่อไหร่ พฤติกรรมของคนประเภทนี้จะหมดไป ถึงเวลาแล้วหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องเข้ามาดัดนิสัยคนพวกนี้เสียที  ล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดตัวแอป “KHUBDEE” หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “ขับดี” ซึ่งแอปนี้ ถูกพัฒนาร่วมกัน โดยบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รองรับผู้มีใบอนุญาตขับขี่กว่า 30 ล้านใบ และผู้ครอบครองยานพาหนะที่จดทะเบียนทุกประเภทรวมกว่า 40 ล้านคัน โดย แอป “ขับดี” มีบริการ 7 ฟีเจอร์หลัก ซึ่งประกอบไปด้วย ตรวจสอบสถานะใบขับขี่ ใบสั่ง ชำระค่าปรับ ตรวจสอบใบสั่งย้อนหลัง โต้แย้งข้อกล่าวหา อัปเดตข่าวสารจราจรต่าง ๆ ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าวได้เลย  สำหรับขั้นตอนการใช้งานผ่านแอป ขับดี “KHUBDEE” มีดังนี้ 1. ดาวน์โหลดแอปผ่าน APP STORE หรือ Google PLAY พิมพ์ “ขับดี” 2. ลงชื่อเข้าใช้งาน โดยสามารถเชื่อมต่อกับบัญชีเฟซบุ๊ก ไลน์ ไอคราวน์ และกูเกิล 3. กดยอดรับเงื่อนไข 4. กดสมัครสมาชิก ใส่ข้อมูลให้ถูกต้อง 5. ลงทะเบียนบัตรประชาชน 6. ลงทะเบียนใบขับขี่ 7. เข้าสู่หน้าหลัก แอปจะแสดงคะแนนใบขับขี่ให้เห็นชัดเจน ซึ่งทุกคนจะมีคะแนน 12 คะแนน  นอกจากแอปพลิเคชันขับดี ยังมีระบบ Police Ticket Management ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบคะแนนใบขับขี่ได้เช่นกัน โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ https://ptm.police.go.th/eTicket ซึ่งจะให้บริการ 1. ตรวจสอบใบสั่งจราจร หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถาม หรือโต้แย้งได้ 2. ชำระค่าปรับระบบออนไลน์ E-Ticket ได้ทุกที่ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านบัตรเครดิต เดบิต โมบายแบงกิ้ง หรือแอปเป๋าตัง หรือ จุดชำระที่มีเครื่องหมาย PTM และ 3. ตรวจสอบคะแนนความประพฤติในการขับขี่ ระบบจะแสดงคะแนนปัจจุบัน ข้อมูลคะแนน การคืนคะแนน สถานะใบขับขี่ ข้อมูลใบสั่ง ข้อหา และประวัติการกระทำผิดได้ มาดูระบบการทำงานของแอปนี้ มันเป็นอย่างไร โดยการทำงานของแอปนี้ เริ่มต้น เราทุกคนจะมีคะแนน “ขับดี” ที่ 12 คะแนน แต่ถ้าหากทำความผิด จะถูกตัดคะแนนตามความรุนแรงของฐานความผิด แล้วมีฐานความผิดอะไรที่ต้องหักคะแนนบ้าง ไปดูกัน  แล้วถ้าโดนตัดครบ 12 คะแนน จะโดนอะไรบ้าง ถ้าโดนตัดจนครบ จะมีเอกสารส่งแจ้งให้ทราบทางไปรษณีย์ และหากออกไปกระทำผิดซ้ำ จะถูกสั่งพักใบอนุญาตเป็นเวลา 90 วัน และหากยังออกไปขับรถโดยขณะที่ถูกสั่งพักใบอนุญาต จะมีโทษจำคุกสูงสุด 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท นอกจากนี้ คะแนน “ขับดี” จะถูกหักเพิ่มกลายเป็นติดลบ ซึ่งจะกลายเป็น -2 คะแนน และถ้ากระทำผิดซ้ำซาก เช่น โดนพักใบขับขี่  90 วัน หลังครบกำหนด ยังทำผิดจนโดนหักจนหมด 12 คะแนนอีก โทษสูงสุดคือ “เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่” ไม่ต้องขับอีกตลอดชีวิต ที่กล่าวมาข้างต้นเจอแต่หักคะแนน แล้ววิธีขอคะแนนขับดีคืนหล่ะ ทำยังไง ? เมื่อครบ 1 ปี ก็จะได้คะแนนนั้น ๆ คืน เช่น หากไม่สวมหมวกนิรภัย จะถูกหัก 1 คะแนน โดยผู้กระทำความผิดจะได้คะแนนคืน ต่อเมื่อครบระยะเวลา 1 ซึ่งจะนับข้อหาแยกกันครับ โดยระบบตัดคะแนน สามารถบังคับใช้กับใบขับขี่ทุกรูปแบบ ทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์

Aprilia SR GT 200 2023

Aprilia SR GT 200 2023 อิตาเลียนพรีเมียมสกู๊ตเตอร์กลับมาอีกครั้งพร้อมสีสันใหม่ อาพริเลียแบรนด์ซูเปอร์ไบค์ระดับตำนานสัญชาติอิตาเลียน กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่ให้เหล่าไบค์เกอร์คนไทยผู้หลงใหลและคลั่งไคล้ในความแรง ส่งตรงดีเอ็นเอ  “BE A RACER” อีกครั้ง กับงาน “Aprilia SR GT The Ultimate Night” รวมพลคนสายสปอร์ต ที่มีใจรักในความเร็วแรง และชื่นชอบกิจกรรมสุดเอ็กซ์ตรีมระดับแนวหน้าของเมืองไทย ร่วมเปิดตัว Aprilia SR GT 200 2023  สำหรับครั้งนี้จะมาพร้อมนิยามครั้งใหม่ Design for Racer Build for Riders “เปลี่ยนทุกเส้นทางบนท้องถนนของคุณสู่การผจญภัยที่สนุกและเร้าใจมากกว่าที่เคย” เปิดประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ Standard และรุ่น Sport ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักบิดผู้หลงใหลในความแรงและขับขี่สนุกตามแบบฉบับรถแข่งอาพริเลียที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสนาม รองรับการขับขี่ทุกรูปแบบ โดยสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ตอบโจทย์ทุกการขับขี่และเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบทัวริ่งออนโร้ดและเดิร์ทหรือขับขี่แบบออฟโรด ทำให้สกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Urban Adventure ที่มอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจ มาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงิน Infinity Blue ที่เผยโฉมให้เหล่าไบค์เกอร์ได้ร่วมชมและสัมผัสในงานเป็นครั้งแรก สำหรับเจ้า อาพริเลีย เอสอาร์ จีที 200 โฉมใหม่ ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ การออกแบบลวดลายที่ไม่เหมือนใคร ด้วยแฟริ่งหน้ารถแบบสองชั้น ที่มาพร้อมกระจกบังลมลดแรงเสียดทานของอากาศตามหลักแอโรไดนามิก เสริมด้วยไฟ LED แบบเดย์ไลท์ ให้ความสว่างแบบจัดจ้านเลยทีเดียว ทั้งยังมีการออกแบบที่รัดกุม ทำให้รถมีสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ เน้นภาพลักษณ์ที่สปอร์ตและทรงพลัง พร้อมถังน้ำมันบรรจุ 9 ลิตรที่ติดตั้งมาตรงกลางลำรถ ทำให้ผู้ขับขี่มีพื้นที่ในการวางเท้าตามการยศาสตร์ภายใต้เกราะบังขา สามารถลุยบนทางลูกรังอย่างไม่ต้องกังวล  ส่วนของขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ i-get 200 สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีความจุถึง 174 ซีซี เสริมด้วยกระบอกสูบอลูมิเนียมเคลือบนิกคาซิลแบบใหม่ โดยให้พละกำลัง (เคลม)แรงม้าที่ 17.67 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที และ แรงบิด 16.5 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที อีกทั้ง ยังมีระบบสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติอีกด้วย ควบคุมการทำงานด้วยโปรแกรม ECU ใหม่ RISS (Regulator Inverter Start & Stop System) เวอร์ชันใหม่ 3.0 ให้เครื่องยนต์ปราศจากเสียงรบกวนจากมอเตอร์ขณะสตาร์ท และระบบจะหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ขณะรถติดหรือจอดนิ่งเองโดยอัตโนมัติ เมื่อสภาวะต่าง ๆ ของรถอยู่ในเงื่อนไขที่โปรแกรมไว้ จึงช่วยประหยัดน้ำมันและลดมลพิษได้  สำหรับช่วงล่างตัวรถ ด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบไฮดรอลิกเทเลสสโคปิกจาก Showa ขนาดแกน 33 ม.ม. และโช้คหลังคู่แบบไฮดรอลิกจาก Showa เช่นเดียวกัน สามารถปรับสปริงพรีโหลด พร้อมระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์เบรกแบบคลื่นขนาด 260 ม.ม. และดิสก์เบรกด้านหลังแบบคลื่นขนาด 220 ม.ม. ที่มากับระบบป้องกันล็อกล้อ ABS เฉพาะด้านหน้า ปิดท้ายด้วยยางรถที่ใช้งานได้ทั้งแบบออนโร้ดและออฟโร้ด ด้วยยางหน้าแบบไม่ใช้ยางในขนาด 110/80 ขอบ 14 นิ้ว และยางหลังแบบไม่ใช้ยางในขนาด 130/70 ขอบ 13 นิ้ว  ในส่วนของเทคโนโลยีตัวรถ มีระบบหน้าปัดเรือนไมล์แบบ LCD พร้อมพอร์ต USB บริเวณด้านหลังของแผงบังลม รวมถึงที่เก็บของใต้เบาะมีความจุ 25 ลิตร ซึ่งสามารถเก็บหมวกกันน็อคได้ นอกจากนี้ยังมีระบบมัลติมีเดียแพลตฟอร์ม “Aprilia MIA” สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ ควบคุมการทำงานด้วยสวิตซ์บริเวณแฮนบังคับ   สำหรับการวางจำหน่าย รุ่นสแตนดาร์ดจะมีมาด้วยกันทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ Aprilia Black สีเทา Street Grey และ สีใหม่ล่าสุด สีน้ำเงิน Infinity Blue ราคาจำหน่าย 143,900 บาท* และ รุ่น Sport จะมีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเหลือง Street Gold สีเทา Iridium Grey สีแดง Red

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!