SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เจาะลึกดราม่า Ford สวนกลับ Cadillac หลังโดนหาว่าแค่แปะสติ๊กเกอร์ใน F1 2026 พร้อมเผยเบื้องหลังการพัฒนาเครื่องยนต์ร่วมกับ Red Bull

Gigi Dall’Igna กุนซือคนสำคัญของทีม Ducati Gigi Dall’Igna (จีจี้ ดัลลิลญา) ผู้จัดการทีมของ Ducati ในการแข่งขัน MotoGP อีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่มีส่วนสำคัญในการพา Ducati ครองแชมป์ในการแข่งขัน MotoGP ถึงสามสมัยซ้อน และในการแข่งขันปี 2024 นักแข่ง 4 อันดับแรกของตารางคะแนนก็ล้วนใช้รถแข่งจากทาง Ducati ทั้งหมด ซึ่งการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในเร็ว ๆ นี้ เมื่อถามถึงเต็งแชมป์ว่าจะออกไปที่รถค่ายไหน แต่คำตอบก็ล้วนไปในทิศทางเดียวกันนั่นคือ ‘Ducati’ เพราะหลาย ๆ คนอาจะคิดว่าการที่มาร์ก มาร์เกซ ย้ายจากทีม Gresini มาอยู่กับทีมโรงงาน ยิ่งทำให้ Ducati มีความชัดเจนในการเป็นเต็งแชมป์มากยิ่งขึ้น แต่สำหรับมาร์ก มาร์เกซเองเจ้าตัวมองว่าการที่ทีมเป็นเต็งแชมป์นั้นไม่ใช่เพราะตน แต่เป็นผู้จัดการทีมอย่าง ‘จีจี้ ดัลลิลญา’ ที่มีวิสัยทัศน์ในการวางแผนที่ดี และมีความทะเยอทะยานเป็นอย่างมาก “สำหรับผม จุดเปลี่ยนสำคัญของดูคาติ คือการเข้ามาของ จีจี้ ดัลลิลญา เขาเป็นผู้จัดการทีมที่มีความคิดแบบนักแข่งแทบจะ 100% เมื่อทีมลงแข่งขันแล้วไม่สามารถชนะได้ เขาเองก็จะโกรธ เพราะเขามีความทะเยอทะยานอย่างมาก” “ถ้าเขา (จีจี้ ดัลลิลญา) มีอายุน้อยกว่านี้สัก 20-30 ปี และอยู่ในบทบาทนักแข่ง เขาคงจะเป็นหนึ่งในนักแข่งที่คุณจะมองข้ามเขาไม่ได้ในสนามแข่ง” Álvaro Bautista เจ้าของแชมป์การแข่งขันรายการ World Superbike สองสมัย ก็ได้ออกมากล่าวแม่ทัพของ Ducati “วิศวกรที่ดีมักจะรับฟังเสียงจากนักแข่ง เขาไม่เพียงแค่ดูข้อมูล แต่ยังตีความของข้อมูลควบคู่ไปกับความคิดเห็นของนักแข่งที่มีต่อรถ ไม่เพียงแค่นั้นเขายังเปลี่ยนภาพจำของ Ducati จากตัวแข่งที่สามารถขับขี่ได้ยาก และไม่มีใครอยากขี่ สู่การพัฒนามาเป็นรถที่นักแข่งหลายคนฝันที่จะขี่” ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ทาง Ducati จะต้องมีการเผชิญกับความท้าทายใหม่ด้วยจำนวนรถบนกริดในการแข่งขัน MotoGP ที่ลดลงจาก 8 คันเหลือเพียง 6 คันเท่านั้น และลดจำนวนรถสเปคโรงงานจาก 4 เหลือ 3 คัน (มาร์ก มาร์เกซ, เป้กโก้ บัญญาย่า, และฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ จากทีม VR46) เท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ARCH KRGT-1 Akrapovic ครุยเซอร์ ใส่ท่อซิ่ง คอลแล็ปครั้งใหญ่!! โดย Akrapovič ผู้ผลิตท่อมอเตอร์ไซค์ระดับโลกจากสโลวีเนีย และ ARCH Motorcycle แบรนด์มอเตอร์ไซค์สัญชาติอเมริกันของพ่อหนุ่ม “จอร์น วิค” กับโปรเจ็กต์ชิ้นใหม่ในการร่วมพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ พร้อมยัดชุดของแต่งตรงรุ่นกับ ARCH KRGT-1 Akrapovic ครูเซอร์ไบค์พร้อมบูสระบบไอเสียทรงซิ่งเรียบร้อยแล้ว ARCH KRGT-1 มอเตอร์ไซค์รุ่นแรกที่ได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Akrapovič และ ARCH Motorcycle คือ ARCH KRGT-1 ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์ Performance Cruiser ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V-Twin อันทรงพลัง โดยจะใช้ระบบไอเสียจาก Akrapovič ซึ่งเป็นระบบไอเสียไทเทเนียมน้ำหนักเบา ที่มาพร้อม หม้อพักทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ โดยจะมีให้เลือกในหลากหลายวัสดุของปลอกหม้อพัก รวมถึง เวอร์ชันคาร์บอนไฟเบอร์ ทุกรุ่นจะได้รับการตกแต่งด้วยปลายท่อคาร์บอนไฟเบอร์แบบ แฮนด์เมดคุณภาพสูง นอกจากนี้ ระบบไอเสียนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อเน้น สมรรถนะสูงสุด และให้เสียงเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่เน้นในการพัฒนา Gard Hollinger ผู้ร่วมก่อตั้ง ARCH Motorcycle กล่าวว่า: “เรารู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับบริษัทระดับโลกอย่าง Akrapovič ซึ่งนำทั้งความเชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์คุณภาพไร้ที่ติมาสู่ ARCH การทำงานร่วมกับทีมของพวกเขาถือเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม เราได้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความหลงใหลที่แฝงอยู่ในทุกขั้นตอนขององค์กร Akrapovič ซึ่งทำให้เรารู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน เราตื่นเต้นกับอนาคตที่กำลังจะมาถึง และเฝ้ารอดูว่าสิ่งที่เราจะสร้างร่วมกันต่อไปจะเป็นอย่างไร” “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ARCH Motorcycle จะนำระบบไอเสียของเรามาใช้กับมอเตอร์ไซค์แบบสั่งทำพิเศษของพวกเขา ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของธุรกิจ แต่มันคือเรื่องราวของสองบริษัทที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและมีประวัติแห่งนวัตกรรมที่น่าทึ่ง เราทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ขับขี่” Davorin Dobočnik ซีอีโอของ Akrapovič กล่าว สำหรับ ARCH KRGT-1 นี่จะเป็น รุ่นแรกที่เกิดจากความร่วมมือของทั้งสองบริษัท โดยคาดว่าโปรเจ็กต์ดังกล่าวจะมีการผลิตและเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ และในอนาคตจะมี ทั้งมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ ที่พัฒนาต่อยอดจากความร่วมมือนี้ออกมาอีกแน่นอน แฟน ๆ รอติดตามกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Harley-Davidson Sportster S 2021 แล้วเจเนอเรชันใหม่ของเจ้าสปอร์ตสเตอร์จากฮาร์ลีย์เดวิดสันก็มาถึงแล้ว นั่นก็คือ Harley-Davidson Sportster S 2021 นั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการยั่วน้ำลายสาวกฮาร์ลีย์ด้วยการโชว์โมเดล 1250 Custom ซึ่งหลายๆ คนก็น่าจะทราบกันว่ามันเป็นรถโมเดลใหม่มาในดีไซน์แบบโมเดิร์น และคาดกันว่าจะเป็นเจ้าสปอร์ตสเตอร์ตัวใหม่นั่นเอง โดยเจ้าสปอร์ตสเตอร์ เอส คันใหม่นี้จะมาพร้อมขุมพลัง Revolution Max 1250T วางบนเฟรมถักโดยใช้เครื่องยนต์เป็นส่วนนึงของเฟรม ทั้งนี้ตัวเครื่องซึ่งมีการปรับจูนให้มีแรงบิดในรอบต่ำๆ มากขึ้นครับ และจะมาพร้อมระบบวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย ซึ่งทางค่ายเคลมแรงม้ามาที่ 121 แรงม้าแทนที่จะเป็น 150 ม้าเหมือนเจ้า Pan America 1250 ส่วนแรงบิดจะเป็น 124 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ส่วนเรดไลน์นั้นจะอยู่ที่ 9,500 รอบ ขนาดถังน้ำมันจะอยู่ที่ 11.73 ลิตร และน้ำหนักรถรวมของเหลวจะอยู่ที่ 228 กก. ส่วนเรื่องของช่วงล่างนั้น ด้านหน้าจะมาพร้อมโช้คแบบหัวกลับเทเลสโคปิกจาก Showa ที่ปรับแต่งได้ ส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คหลังเดี่ยวพร้อมซับแทงก์สามารถปรับพรีโหลดได้จาก Showa โดย มาที่ระบบเบรกกันบ้าง ระบบเบรกจะใช้คาลิเปอร์เบรกหน้าจาก Brembo เลย แต่ด้านหน้ายังเป็นเพียงแค่ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. เท่านั้น ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 260 ม.ม.ครับ ในส่วนของเทคโนโลยีก็แอบซ่อนเอาไว้มากพอสมควร เริ่มต้นกันที่หน้าจอเรือนไมล์ทรงกลมแบบสี TFT ขนาด 4 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธเพื่อใช้งานการรับสายเรียกเข้า ฟังเพลง และระบบนำทาง ระบบไฟ LED รอบคัน แต่เท่านี้ยังไม่หมดนะครับ ตัวรถยังมีระบบแทร็คชันคอนโทรลและระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ พร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 โหมดที่มาจากโรงงาน และโหมดที่คัสตอมเองได้อีก 2 โหมดครับ หากมองลึกลงไปในสเปกชีตนะครับ ทางค่ายยังเคลมมาว่าโมเดลใหม่นี้จะมีมุมเอียงเข้าโค้งได้มากสุดถึง 34 องศา เรียกว่าแตกต่างจากโมเดลอื่นๆ ของทางค่าย เรียกว่าเป็นโมเดลครูเซอร์ไบค์ที่มีความสปอร์ตมากๆ ของทางค่าย HD เอง และจัดว่าเป็นโมเดลที่ค่อนข้างจะทันสมัย แม้ว่าจะยังเทียบกับเจ้า Pan America ไม่ได้ก็ตาม ทั้งนี้สนนราคาจะเปิดมาที่ 14,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 490,000 บาท แต่มาไทยคงโดนบวกขึ้นไปอีกน่าเยอะเลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vespa GTS Super Swiss Edition รุ่นพิเศษจริงๆ นะ แค่ 300 คันเท่านั้น สาวกเวสป้าทุกคนต่างรู้ว่าค่ายนี้มีชื่อเรื่องการทำรุ่นพิเศษ เอ้ย การดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ในระดับที่ว่าแค่เอ่ยชื่อเวสป้า ขนาดคนที่ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์ยังรู้จักเลย ว่าหน้าตามันเป็นแบบไหน เรียกว่าเป็นตำนานเลยก็ไม่เกินจริงไปนัก และครั้งนี้ก็ทำเซอร์ไพรส์ (มั้งนะ) ให้กับแฟนๆ อีกครั้ง โดยเฉพาะกับชาวสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการเปิดตัว Vespa GTS Super Swiss Edition ซึ่งจะจำหน่ายในสวิตเซอร์แลนด์เพียง 300 คันเท่านั้น โดยจะมีทั้งในรุ่น 125 ซีซี และรุ่น 300 ซีซีให้เลือก และส่วนที่พิเศษในโมเดลสุดพิเศษนี้คือภายนอกล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับสมรรถนะของรถเลย ซึ่งหลักๆ ก็คือสีเทา Grigio Materia พร้อมกับเพลตอลูมิเนียมบอกหมายเลขของรถแต่ละคัน ซึ่งโดยปกติแล้วโมเดลจีทีเอสซูเปอร์จะไม่มีสีนี้จำหน่าย ส่วนที่อยู่ภายใต้ตัวถังสีเทานั้นยังคงเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 125 ซีซี 14 แรงม้า หรือสูบเดียวขนาด 300 ซีซี 23.8 แรงม้าขึ้นอยู่กับรุ่น ส่วนช่วงล่างก็เหมือนเดิมเช่นกันคือ มีล้อขนาด 12 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกและระบบเบรก ABS ส่วนฟังก์ชันที่ทันสมัยตอบโจทย์การใช้งานก็จะมีไฟ LED เต็มระบบ พอร์ต USB สำหรับชาร์จไฟสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ และระบบค้นหารถด้วยกุญแจรีโมต ทั้งนี้รุ่น 125 ซีซีจะขายในราคา 5,745 ฟรังก์สวิสหรือราวๆ 205,000 บาท และสำหรับรุ่น 300 ซีซีจะขายในราคา 255,000 บาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโมเดลพิเศษจะขายในสวิสฯ เท่านั้นครับ คนไทยอดครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Exciter 155 VVA 2021 โฉมใหม่เปิดตัวแล้ว ในที่สุดก็เปิดตัวสักทีกับ All New Yamaha Exciter 155 VVA 2021 ซึ่งเปิดตัวในวันเลขสวยอย่างวันที่ 7 เดือน 7 กับรูปแบบการเปิดตัวแบบออนไลน์ผ่านทาง Facebook ของทาง Yamaha Society Thailand โดยเป็นการเปิดตัวถึง 6 โมเดลด้วยกัน และ 1 ในนั้นคือเจ้าเอ็กซ์ไซเตอร์ที่เปิดตัวมาในรูปแบบของ All New โมเดลครับ สำหรับเอ็กซ์ไซเตอร์โมเดลใหม่นี้ ไม่เพียงแต่จะมีดีไซน์ใหม่ที่ใช้คอนเซ็ปต์ R-Series DNA ที่ทำให้ตัวรถมีรูปทรงแบบแอโรไดนามิกแล้ว ก็ยังมีจุดเด่นหลายอย่างด้วยกัน อาทิเครื่องยนต์ 155 ซีซี VVA พร้อมกับเกียร์สปอร์ต 6 สปีดพร้อมคลัตช์มือและระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์สมกับเป็นสปอร์ตโมเป็ดที่แท้ทรู ตัวรถยังดีไซน์เฟรมใหม่เป็นรูปตัว Y ที่มีน้ำหนักเบา เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวดีขึ้น และแข็งแรงขึ้น โดยทำงานสัมพันธ์กับโช้คหน้าเทเลสโคปิคที่ปรับระยะยุบใหม่ให้มากขึ้น ช่วยให้ซับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น และยังนุ่มนวลและเกาะถนนมากขึ้น ด้านหลังมีโช้คเดี่ยวที่ได้รับการออกแบบตามหลัก “คันโนะเฮียวกะ”* พร้อมส่วนป้องกันโช้คอัพที่แผงกันล้อหลัง ผสานการทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ช่วยลดแรงกระแทก ขับขี่นุ่ม นั่งสบาย ทรงตัวดี *ประเมินสมรรถนะการขับขี่จากมุมมองและความรู้สึกของนักขี่ทดสอบ เจ้าโฉมใหม่คันนี้ยังมีความทันสมัยตั้งแต่หัวจดท้าย ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED รูปแบบใหม่ แบบแยกโคมไฟสูงและไฟต่ำ พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ พร้อมด้วยไฟท้าย ดีไซน์ใหม่แบบ LED โฉบเฉี่ยวเร้าใจทุกมุมมอง ส่วนไฟเลี้ยวจะแบบแยกชิ้นสไตล์สปอร์ต สว่างปลอดภัย ตัวรถด้านหน้ายังมีหน้าจอเรือนไมล์ Full LCD แบบดิจิทัล Full LCD ดีไซน์สปอร์ต ทันสมัย แสดงฟังก์ชันการทำงานที่ครบครัน พร้อมตอบสนองทุกการเดินทางไกลด้วย ถังน้ำมัน ความจุมากขึ้น ไปได้ไกลขึ้น ด้วยถังน้ำมันขนาดความจุ 5.4 ลิตร สุดท้ายนี้เจ้าสปอร์ตโมเป็ดคันนี้จะมาพร้อมกับสีสันใหม่ด้วยกัน 2 สี 2 สไตล์ คือ สีน้ำเงิน GP BLUE และสีดำ RC BLACK และวางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 68,000 บาท ติดตามข่าว Yamaha ได้ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha YZF-R3 2021 เพิ่มสีใหม่ โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ล่าสุดวันนี้ยามาฮ่า มอเตอร์ ประเทศไทยก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่มากถึง 6 โมเดลด้วยกัน โดยโมเดลที่จะพูดถึงในบทความนี้จะเป็นเจ้า Yamaha YZF-R3 2021 ซึ่งจะเป็นสีใหม่ 1 สี และสีเดิมยังคงจำหน่ายต่ออีก 2 สี โดยสีใหม่ที่ว่าคือสีฟ้าเมทัลลิก Cyan Metallic ครับ และสีเดิมที่ยังจำหน่ายต่อจะเป็นสีน้ำเงิน-เทา Yamaha Racing Blue และสีดำด้าน Matt Black ส่วนสีเดิมอย่างสีเทา-ดำนั้นไม่ได้ไปต่อครับ รายละเอียดในส่วนของสเปกนั้นยังคงเดิมครับ ยังคงใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 321 ซีซี พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด ให้ความแรงระดับแถวหน้าของคลาส จุดเด่นอื่นๆ ก็จะมีโช้คหน้าหัวกลับ แฟริ่งดีไซน์รองรับอากาศพลศาสตร์ ไฟหน้าแบบ Full LED หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิทัลและชิฟต์ไลท์ นอกจากยังมีระบบเบรกแบบ ABS อีกด้วย ส่วนราคานั้นจะแนะนำอยู่ที่ 198,200 บาทครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทำลายสถิติรวมพลเวสป้าเยอะที่สุดในเอเชีย ร่วมเฉลิมฉลองกับเฟสติวัล VIVA LA VESPA FESTIVAL & CARAVAN 2024 พร้อมส่งคำขอบคุณให้กับเวสป้าทุกคันในประเทศไทย งานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่รับต้นปีจากเวสป้า VIVA LA VESPA FESTIVAL AND CARAVAN 2024 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2024 เรียกรวมพล แสดงพลังพร้อมเหล่าสาวกทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยกว่า 13 เวที เต็มไปด้วยบรรยากาศ แห่งความสุข และความประทับใจ ปิดแคมเปญ 77 ปี พร้อมเดินหน้าเติบโตก้าวสู่ปีที่ 78 ในปี 2024 ต่อไป โดยส่งมอบความสุขครั้งใหม่ไซซ์ใหญ่ตลอดทั้งปีที่เวสป้าตั้งใจสร้างสรรค์แทนคำขอบคุณเพื่อ คนรักเวสป้าทุกคน เมื่อวันที่ 9 – 10 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา บริษัท วีพีพีดับเบิลยู ซัพพลายส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสกู๊ตเตอร์พรีเมียมชั้นนำ และมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาเลียนระดับตำนานจากกลุ่ม Piaggio Group ภายใต้การดูแลของ คุณพรนฎา นิวาตวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีพีพีดับเบิลยู ซัพพลายส์ จำกัด จัดรวมพลครั้งใหญ่ต้อนรับครอบครัวคนรักเวสป้า กับงาน VIVA LA VESPA FESTIVAL AND CARAVAN 2024 เทศกาลเฟสติวัลแห่งปีที่รวมพลเวสปิสตี้ ณ สวนสนุก Wonder World Extreme Park ปักหมุดความสุขทุกตารางนิ้วด้วยไลฟ์สไตล์ แพสชั่น และความรักในสกู๊ตเตอร์ พร้อมบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ครั้งใหญ่ในหัวใจเหล่าเวสปิสตี้ ด้วยจำนวนมหาศาลถึง“10,196 คัน” อลังการกับการรวมพลเหล่าเวสป้าทั่วประเทศไทย เจอกันแบบเต็มพื้นที่ในงาน เหมือนกลับบ้านมาเจอหน้ากันให้หายคิดถึง พร้อมเพรียงกันใน 13 เวที กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา ระยอง บุรีรัมย์ ชะอำ น่าน นครสวรรค์ พิษณุโลก ภูเก็ต สกลนคร และ สุราษฎร์ธานี มีลูกค้าให้ความสนใจร่วมกิจกรรมมากกว่า 26,000 คน เฟสติวัลแห่งความสุขแทนคำขอบคุณจากเวสป้าครั้งนี้เป็นการตอกย้ำอย่างชัดเจนว่าเวสป้าเป็นรถสกู๊ตเตอร์ที่ได้รับความนิยมและอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานนอกจากนั้นงานครั้งนี้ยังเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการแบ่งปันและตอบแทนสังคม ที่ทางบริษัทฯ ได้ร่วมกับมูลนิธิโรคหัวใจในเด็ก จำนวน 3 มูลนิธิ โดยทางบริษัทฯ จะบริจาค 100 บาทต่อรถสกู๊ตเตอร์เวสป้า 1 คันที่ลงทะเบียนมาร่วมงาน เพื่อมอบอิสระและรอยยิ้มให้แก่เด็กที่มีปัญหาโรคหัวใจได้รับการรักษาที่เร็วขึ้น สำหรับงาน VIVA LA VESPA FESTIVAL & CARAVAN 2024 เวสป้ายังคงจัดใหญ่จัดเต็มเช่นเคย โดยรวบรวมทุกความสนุกในปี 2023 ไม่ว่าจะเป็น VESPANISTA, VESPAFESTA, VESPARTÉ, VESPA VILLAGE, FAMILY AREA, FOOD ZONE, PARADE NIGHT SHOW และ VESPA PARKING AREA ที่จัดเต็มไว้รองรับแบบเหลือเฟือ โดยนอกจะมีแฟนพันธุ์แท้เวสป้าและพิอาจิโอทุกรุ่นทุกยุคทุกสมัยร่วมสร้างประวัติศาสตร์ ในงานนี้แล้ว ยังมีเหล่าศิลปิน ดารา และผู้มีชื่อเสียง มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ในครั้งนี้อีกเป็นจำนวนมาก นำทัพโดย เวสปิสตี้ ไบร์ท วชิรวิชญ์, วิน เมธวิน, โบกี้ไลอ้อน, เรย์ แมคโดนัลด์, ลีโอพุฒ, ต้าร์ เผ่าพล และ เจ มณฑล พร้อมกับการเปิดตัว ‘Vespisti Club Thailand’ และเวสปิสตี้ลำดับที่ 8 ของประเทศไทย อย่างศิลปิน LOMOSONIC และเพิ่มความสนุกด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำของเมืองไทย อาทิ KATSUE, MODERNDOG, KLEAR, SILLY FOOLS, LUSS, DEPT, PHUM VIPHURIT, AOF PONGSAK และ AE JIRAKORN ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของเวสป้าในครั้งนี้ตอกย้ำจุดยืนความเป็นแบรนด์พรีเมียมสกู๊ตเตอร์สัญชาติอิตาเลียน อันดับ1 ของโลก ทำให้เวสป้าได้แสดงศักยภาพความเป็นผู้นำในตลาดพรีเมียมสกู๊ตเตอร์อย่างชัดเจนไร้ข้อกังขา ซึ่งยืนยันได้จากเสียงตอบรับการกลับมาของคาราวานอย่างยิ่งใหญ่ในกลุ่มผู้ใช้จริง

ยางซอฟต์จาก Pirelli หนุนนักแข่ง Moto2, Moto3 ทุบสถิติ นับเป็นเครื่องการันตีคุณภาพและสมรรถนะของยางแบรนด์อิตาลีอย่างพีเรลลีที่ปีนี้ได้เป็นผู้ซัพพอร์ตยางสำหรับการแข่งขันในรายการ Moto2 และ Moto3 ได้เป็นอย่างดี หลังจากการแข่งขัน MotoGP 2024 ที่โปรตุเกสจบลง โดย ยางซอฟต์จาก Pirelli มีส่วนช่วยหนุนนักแข่งทั้งในพิกัด Moto2 และ Moto3 ทำลายสถิติเวลาของสนามนี้ทั้งสถิติเวลาสนามและสถิติเวลาแข่ง ทุบสถิติสนาม สำหรับรอบควอลิฟาย Manuel Gonzalez (QJMOTOR Gresini Moto2/Kalex) เป็นคนที่เร็วที่สุดในคลาส โดยทำเวลาได้ที่ 1’41.514 นาที จัดเป็นสถิติสนามใหม่ในรุ่นนี้ และได้ตำแหน่งโพลไปครอง เช่นเดียวกันกับ Jose Antonio Rueda (Red Bull KTM Ajo/KTM) ได้ตำแหน่งโพลในรุ่น Moto3 ด้วยสถิติเวลาใหม่ของสนามเช่นกัน โดยทำเวลาได้ที่ 1’46.379 นาที ซึ่งทั้งสองรุ่นดังกล่าวนักแข่งล้วนมั่นใจในยางซอฟต์ โดยรุ่น Moto2 นิยมเลือกยางหน้า SC1 และยางหลัง SC0 ขณะที่รุ่น Moto3 เลือกใช้ SC1 ทั้งในยางหน้าและยางหลัง สถิติที่ว่านี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรือได้มาโดยง่าย โดยในช่วงเช้าวันศุกร์นั้นแทร็กค่อนข้างจะสกปรกเนื่องจากฝนและทรายผสมปนเปกันในตอนกลางคืน และทำให้ต้องมีการยกเลิกช่วงซ้อมอิสระของทาง Moto3 ไป แต่หลังจากที่นักแข่งค่อย ๆ ขี่ไปได้สักแล็ปสองแล็ป แทร็กก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ทำให้สามารถที่จะรีดเวลาแล็ปได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งในช่วงของการควอลิฟาย ในรอบของการควอลิฟาย Moto3 จัดขึ้นขณะที่มีอุณหภูมิอากาศอยู่ที่ 23 องศา ส่วนผิวแทร็กอยู่ที่ราว ๆ 32 – 35 องศา โดยเริ่มแรกมี Joel Kelso (BOE Motorsports/KTM) เป็นคนแรกที่ประเดิมการทำลายสถิติสนามที่ Ayumu SASAKI ทำไว้ในปี 2023 และเมื่อจบการควอลิฟาย นักแข่งที่มีชื่ออยู่ใน 4 อันดับแรก Rueda, Kelso, Alonso, และ Holgado ตามลำดับล้วนแล้วแต่ ทำเวลาทะลุสถิติเดิม โดย Jose Antonio Rueda (Red Bull KTM Ajo/KTM) โพลแมน ทำสถิติเวลาดีที่สุดในแล็ปที่ 7 ทำสถิติสนามใหม่ โดยดีกว่าสถิติเดิมเกือบ ๆ 0.4 วินาที แน่นอนว่าทุกคนใช้ยางหลังแบบซอฟต์หรือ SC1 แต่ตัวเลือกยางหน้านั้นต่างกันออกไป มาดูรุ่น Moto2 กันบ้าง นักแข่งหัวแถวทั้ง 4 คน เลือกยางเหมือนกันคือเลือกยางซอฟต์ที่สุดเท่าที่มีให้ โดยเลือกยางหน้าเป็น SC1 และยางหลัง SC0 แม้ว่าใน Q1 จะเลือกยางต่างกันก็ตาม โดย สมเกียรติ, Angius และ Ogura ใช้ยางหน้าเป็น SC2 แต่ต่อมาก็เปลี่ยน โดยในการควอลิฟายเป็น Manuel Gonzalez (QJMOTOR Gresini Moto2/Kalex) ที่เซ็ตสถิติของสนามในพิกัดนี้เสียใหม่ในแล็ปที่ 7 ด้วยเวลา 1’41.514 คว้าตำแหน่งโพลไปครอง นอกจากนี้แล้วทั้ง 4 คนนี้ยังทำเวลาทะลุสถิติสนามเดิมที่ Aron Canet เคยทำไว้ในปี 2023 ทุบสถิติเวลาแข่ง และเมื่อการแข่งขันจริงของทั้งสองรุ่นภายใต้การซัพพอร์ตของพีเรลลี่จบลง ผลออกมาก็คือสองนักแข่งจากสเปน ทั้ง Aron Canet (Fantic Racing/Kalex) ในรุ่น Moto2 และ Daniel Holgado (Red Bull GASGAS Tech3/GASGAS) ในรุ่น Moto3 เป็นผู้ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมและคว้าชัยชนะในพิกัดของตัวเองไป ในรุ่น Moto2 นั้นการเลือกยางหลังนั้นทุกคนใจตรงกันหมด โดยทุกคนเลือกใช้ยางหลังเป็น SC0 ยางซอฟต์ที่สุดที่มีให้ใช้ในสนามแห่งนี้ ในขณะที่รุ่น Moto3 ยาง SC1 เป็นยางที่นักแข่งเลือกใช้มากที่สุด 17 คนจาก 27

สเปค Ducati Monster SP ข้อมูลและราคา Ducati Monster SP สปอร์ตไบค์โมเดลจากสนามแข่งรถระดับโลก กับรุ่น Monster SP ที่ถูกพัฒนาโดยเน้นประสิทธิภาพของช่วงล่าง ให้กำลังแรงม้าที่ 111 แรงม้า 9,250 มาพร้อมชุดแต่งที่ตอบโจทย์ไบค์เกอร์โดยเฉพาะ ราคาแนะนำ 619,000 บาท สเปค, สเป็ก หน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว โช้ค Ohlins หน้า-หลัง กันสะบัด ลายกราฟิกที่ฝาครอบที่นั่งผู้โดยสาร ระบบเบรก ABS ระบบไฟ LED สเปค Ducati Monster SP ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ V ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 937 ซีซี แรงม้า (เคลม) 111 แรงม้าที่ 9,250 รอบ แรงบิด (เคลม) 93 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 94 x 67.5 มม. อัตราส่วนการอัด 13.3 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง อิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 ล้ออัลลอย ยางหลัง 180/55-ZR17 ล้ออัลลอย ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Ohlins NIX30 ขนาด 43 มม. ปรับระดับได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Ohlins ปรับระดับได้ พร้อมสวิงอาร์มคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ Brembo stylema 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 245 มม.คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,472 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 112 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 166 กก. (ไม่รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว โหมดการขับขี่ 3 แบบ Sport/Road/Wet ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ระบบเบรก ABS แทร็กชั่นคอนโทรล ควิกชิฟเตอร์ ระบบควบคุมแรงบิด ป้องกันการยกล้อ ระบบไฟ LED รอบคัน สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Monster SP อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ไทรอัมพ์ เปิดตัว สปอร์ตเน็กเก็ดไบค์ ที่สุดแห่งปี 2023 ค่ายรถ 2 ล้อสัญชาติอังกฤษอย่าง ไทรอัมพ์ เปิดตัว 2 โมเดลใหม่ล่าสุดในกลุ่มโรดสเตอร์ ซึ่งได้แก่รุ่น Street Triple 765 RS และ Street Triple 765 Moto2™ Edition สปอร์ตเน็กเก็ดรุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2023 ที่ทรงพลังความเป็นที่สุดในทุกด้าน ในรูปลักษณ์โมเดลใหม่ทั้ง 2 รุ่น ที่มีความดุดันและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมี พร้อมลาย 765 ที่ได้มาจากการแข่งขันและกราฟิกแบบสปอร์ต รูปทรงท่อคาร์บอนเก็บเสียงแบบใหม่ ตอกย้ำเสียงเครื่องยนต์สามสูบที่เป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ รวมไปถึง ถังน้ำมันขนาด 15 ลิตร ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด มีแผงด้านข้างที่จัดวางสวยงามเข้ากับแผ่นครอบหม้อน้ำที่คมชัดยิ่งขึ้น เสริมด้วยการตกแต่งไฟหน้าแบบใหม่รวมกับแรมแอร์เข้าไว้ด้วย นอกจากนี้รุ่น RS ยังมีแผ่นครอบเครื่องด้านล่างท้องเครื่องที่มาพร้อมสีใหม่ มีที่ครอบเบาะนั่งสีเดียวกับตัวรถ รวมถึงเบาะนั่งคนซ้อนท้ายแบบเปลี่ยนได้นั่นเอง พิเศษสำหรับรุ่น Moto™ Edition โดดเด่นด้วยถังน้ำมันคาร์บอนที่มีน้ำหนักเบารวมไปถึง บังโคลนหน้า แผงด้านข้าง แผงครอบไฟหน้า และแผ่นครอบเครื่องด้านล่าง สำหรับรุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน โดยแต่ละคันจะมีหมายเลขสลักไว้บนแผงคอตัวรถพร้อมกันนี้ทั้ง 2 รุ่นยังมีอุปกรณ์เสริมของแท้จากไทรอัมพ์มากกว่า 50 รายการ ให้สามารถปรับแต่งรถให้เข้ากับสไตล์ของผู้ขับขี่ได้อีกด้วย มาดูเครื่องยนต์ ทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นแบบ 3 สูบ ขนาด 765 ซีซี เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ได้รับการอัปเกรดจากโปรแกรมพัฒนาเครื่องยนต์การแข่งขัน Moto 2 ให้เครื่องยนต์มีลักษณะเฉพาะมากกว่าที่เคย โดยมอบพละกำลังสูงสุดที่ 130 แรงม้าที่ 12,000 รอบ และแรงบิดสูงสุด 80 นิวตันเมตรที่ 9,500 รอบ ในขณะที่ลูกสูบ ก้านสูบ และพินลูกสูบใหม่ถูกจับคู่กับห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ใหม่ที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มจำกัดขีดจำกัดแรงดันกระบอกสูบ สุดท้ายพละกำลังที่มากขึ้นด้วยวาล์ว และเพลาลูกเบี้ยวใหม่ที่มาช่วยเพิ่มการยกวาล์ว เพิ่มประสิทธิภาพการดูดระบบเผาไหม้ของท่อไอเสีย ส่งมอบเสียงอันเร้าใจและโดดเด่น รวมอัตราส่วนกระปุกเกียร์ใหม่ เพื่อประสิทธิภาพการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้โมเดลใหม่ทั้ง 2 รุ่น ยังได้ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ตามหลักการยศาสตร์แบบใหม่ มีรูปทรงที่ปรับปรุงใหม่พร้อมมุมลาดเอียงที่ชันขึ้น และส่วนหลังที่ยกขึ้นเพื่อการเลี้ยวที่ว่องไวมากยิ่งขึ้น ด้านโครงรถน้ำหนักเบา และสวิงอาร์มที่มีรูปทรงเหมือนปีกนก ช่วยสร้างความมั่นใจในการขับขี่ โดยรุ่น RS มาพร้อมแฮนด์บาร์รุ่นใหม่ที่กว้างขึ้น 12 มม. ความสูงต่ำกว่า 80 มม.มีขยับไปข้างหน้า 50 มม.และความสูงเบาะนั่ง 239 มม. ซึ่งทั้ง 2 รุ่น สามารถลดเบาะนั่งได้อีก 10 มม. โดยปรับแต่งให้เข้ากับระบบกันสะเทือนหลัง ตลอดจนยังมีอุปกรณ์เสริมเบาะนั่งต่ำแบบใหม่ ในขณะที่ความปลอดภัยอัดแน่นมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมคาลิเปอร์คู่หน้าแบบเรเดียลโมโนบล็อก 4 สูบ ของ Brembo Stylema พร้อมจานเบรกคู่ขนาด 310 มม. รวมถึงเบรก Brembo MCS ที่เข้าคู่พร้อมคันโยกที่ปรับได้ ในขณะที่คาลิเปอร์แบบลูกสูบเดี่ยวของ Brembo ยังช่วยควบคุมที่ด้านหลัง เพื่อความเสถียรในการเบรกที่ดีขึ้น และลดระยะการหยุดที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่วนระบบกันสะเทือนคุณภาพสูงในรุ่น RS มาพร้อมโช้คลูกสูบคู่แบบหัวกลับจาก Showa ขนาด 41 มม.และโช้คหลังพร้อมกระปุกเก็บน้ำมันจาก Ohlins ส่วนรุ่น Moto2™ Edition นำเสนอความสามารถพร้อมสำหรับสนามแข่งด้วยโช้คหน้าแบบหัวกลับของ Ohlins ขนาด 43 มม. และโช้คหลังพร้อมกระปุกเก็บน้ำมันจาก Ohlins ที่มีพร้อมระยะยุบตัวทั้งล้อหน้าและล้อหลังในทั้ง 2 รุ่น คือ 115 มม.และมีระยะยุบตัวของล้อหลัง 131.2 มม. ตลอดจนยางประสิทธิภาพสูงระดับสนามแข่งอย่าง Pirelli Diablo Supercosa SP V3 ในทั้ง 2 รุ่นที่ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับใช้งานบนท้องถนนทั่วไป ซึ่งมอบระดับการยึดเกาะเหมือนอยู่บนสนามแข่ง รวมถึงการทรงตัวในความเร็วสูง สำหรับรุ่น Street Triple 765 RS เปิดราคาจำหน่ายที่ 499,000 บาท มีจำหน่ายทั้งหมด 3 สีได้แก่ สี Silver Ice (พร้อมกราฟิกสี Baja Orange

Suzuki Avenis 125 2023 สเปค ราคาและข้อมูล Suzuki Avenis 125 2023 รถสกู๊ตเตอร์ตัวใหม่ ที่มาพร้อมรูปลักษณ์รถออโตเมติกทรงสปอร์ต ปราดเปรียว และฟีเจอร์โดดเด่นรอบคัน ในสมรรถนะรถพิกัด 125 ซีซี ราคาแนะนำ 64,000 บาท สเปค, สเป็ก ไฟ LED รอบคัน เรือนไมล์ ดิจิทัล LCD ช่องเสียบ USB ฝั่งซ้าย ถังน้ำมันฝั่งท้าย Suzuki Avenis 125 สเปคตัวใหม่ ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 124 ซีซี แรงม้า (เคลม) 8.7 แรงม้าที่ 6,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 10 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 52.5 x 57.4 ม.ม. อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้าและสตาร์ทเท้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 90/90-12 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 90/100-10 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 710 X 1,895 X 1,175 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,265 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 160 ม.ม. ความสูงเบาะ 780 ม.ม. น้ำหนักรถ 106 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 5.2 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี เรือนไมล์ LCD ช่องเสียบ USB ระบบไฟ LED รอบคัน สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Suzuki Avenis 125 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก