SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

BYD SEAL 5 DM-i รุ่Standard และ Dynamic เปิดตัวเริ่มต้นแค่ 5.9 แสนบาท พร้อมโปรโมชั่นฟรีประกันภัยและฟิล์มเซรามิก เช็กรายละเอดียดได้ที่นี่

Italjet Gresini Moto2 รุ่นรอง..พร้อมซิ่ง เปิดตัวแล้ว เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับความร่วมมือกันครั้งใหญ่ของ Italjet และ Gresini ที่จัดตั้งทีม 2025 Italjet Gresini Moto2 ขึ้นในฤดูกาลปี 2025 นี้ ซึ่ง Italjet แบรนด์รถจักรยานยนต์เก่าแก่จากเมืองโบโลญญา ที่มีชื่อเสียงในระดับโลกตั้งแต่ปี 1959 โดดเด่นในด้านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม การออกแบบ และเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของ Gresini Racing อย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ฤดูกาลนี้เป็นต้นไป Albert Arenas #75 Darryn Binder #15 โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันสร้างทีมนี้ โดยมี Albert Arenas #75 และ Darryn Binder #15 พร้อมลงสนามด้วยเป้าหมายในการแข่งขันเพื่ออยู่กลุ่มแนวหน้าของ Moto2 อย่างที่เคยประสบความสำเร็จในปี 2024 มาแล้ว LUCA GRESINI – ผู้จัดการทีม Italjet Gresini Moto2 ได้กล่าวไว้ว่า “ปีนี้เรามีนักแข่งที่มีประสบการณ์มากมาย… Arenas จะลงแข่งขัน Moto2 เป็นฤดูกาลที่ห้า และ Binder ก็มีประสบการณ์หนึ่งปีใน MotoGP (2022) เช่นกัน เรารู้ว่าศักยภาพของ Albert ที่ยังต้องรอการค้นหาอยู่ และปี 2025 จะเป็นปีที่สมบูรณ์แบบสำหรับสิ่งนั้น Darryn เป็นนักแข่งที่มีความสามารถอย่างแน่นอน และเราคิดว่าเขาสามารถก้าวไปอีกขั้นใน Gresini ได้ เราพร้อมที่จะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของหนังสือ Gresini Moto2 โดยมี Italjet เป็นผู้สนับสนุนหลักเพื่อผลงานที่ดีขึ้นของทีม” MASSIMO TARTARINI – ซีอีโอและประธาน Italjet (กลาง) “การเปิดตัวทีม Italjet Gresini Moto2 เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับเรา และเป็นหนทางที่จะทุ่มเทอย่างเต็มที่ในเวทีการแข่งขันระดับโลก ความหลงใหลในกีฬามอเตอร์สปอร์ตและแรงผลักดันอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นแรงบันดาลใจให้การเดินทางของเรามาโดยตลอด ความร่วมมืออันแข็งแกร่งที่เชื่อมโยงเรากับทีม Gresini รวมถึงความรู้สึกผูกพันกับดินแดน Motor Valley แห่งอิตาลี ทำให้การเข้าร่วมการแข่งขัน Moto2 World Championship ของเรามีความหมายยิ่งขึ้น” คุณ Massimo กล่าว ถึงแม้ Italjet จะเป็นผู้สนับสนุนหลักของ Moto2 แต่ในส่วนของ MotoGP นั้นก็ยังเป็นผู้สนับสนุนในด้าน Technical Sponsor เช่นเดิม อยากรู้จักแบรนด์ Italjet หรือดูโมเดลเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่ อ่านรีวิว Italjet Dragster 300 คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MTT 420RR 2025 จรวดเทอร์โบเจ็ท กลับมาอีกครั้ง กลับมาครั้งใหม่ของตำนานรถซูเปอร์ไบค์ที่แรงที่สุดในโลกอย่าง MTT 420RR 2025 หรือที่รู้จักในชื่อของรถ Y2K ถูกเปิดตัวครั้งใหม่พร้อมลายลิมิเต็ดอิดิชันแห่งการฉลองครบรอบ 25 ปี และมีจำนวนจำกัดเพียง 5 คันในโลก กับราคาจำหน่าย 275,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.3 ล้านบาท ก็ไม่เท่าไหร่สำหรับสายกระเป๋าหนักนี่เอง สำหรับใครที่เกิดทันในช่วงของ Y2K SuperBike ก็อาจจะชอบเพราะมันคือสุดยอดซูเปอร์ไบค์ทรงพลังที่เคยถูกกล่าวขานว่าเป็นรถที่แรงที่สุดในโลก และสร้างโดยผู้ผลิตอย่าง Marine Turbine Technologies ที่ได้ให้กำเนิดจรวดทางเรียบสำหรับผู้ที่คลั่งไคล้ความเร็วโดยเฉพาะ ด้วยความน่าสนใจในเรื่องของกำลังเครื่องยนต์ที่ใช้พื้นฐานจาก Roll-Royce M250-C20B ขุมพลังจากเครื่องบินที่มีกำลังสูงสุดถึง 420 แรงม้า และแรงบิด 678 นิวตันเมตร พร้อมเคลมความเร็วสูงสุดที่เคยบันทึกไว้ที่ 273 ไมล์ หรือ 439 กม./ชม. แรงโพ้ดด พร้อมชุดแชสซี CNC เกรดอากาศยานประกอบกับวัสดุคาร์บอน ผ่านงานประกอบมืออย่างพิถีพิถัน ชุดแฟริ่งออกแบบสีใหม่ ใส่ของแต่งมากมายทั้ง ล้อ BST คาร์บอนไฟเบอร์ ระบบกันสะเทือนจาก Ohlins ระบบเบรก ISR และนอกจากนี้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของรุ่นนี้จะใช้เทคโนโลยีจาก Beijer รวมถึงหน้าจอแสดงผลติดตั้งฟังก์ชันต่าง ๆ มาให้มากมาย และถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้เพราะเจ้าของเขาไม่ขายให้ คุณจะต้องเกิดทันในยุคของ Y2K SuperBike มีสกิลการขับขี่ที่ตึงมือพอสมควรสำหรับในแวดวงการนี้และต้องเข้ารับการพิสูจน์คัดเลือกแบบเข้มงวดเพื่อหาผู้ที่มีคุณสมบัติพร้อมที่จะเป็นเจ้าของ เพราะรถประเภทนี้จะต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษนั่นเองหน่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CBR500R 2022 อัปเกรดใหม่ ดิสก์หน้าคู่ โช้คหัวกลับ ถูกใจรึยัง? Honda CBR500R 2022 สปอร์ตไบค์ไซส์กำลังดี 1 ใน 3 โมเดลที่เพิ่งเปิดตัวกันไปที่ฝากฝั่งฮอนด้ายุโรป ซึ่งเดิมทีนั้นโมเดลนี้เปิดตัวครั้งแรกปี 2013 พร้อม ๆ กับ CB500X ที่เป็นแอดเวนเจอร์ไบค์และ CB500F ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์ มาคราวนี้ก็เปิดตัวพร้อมกันทั้ง 3 คันอีกครั้ง พร้อมอัปเกรดใหม่หลายจุด การันตีขี่ดีขึ้นแน่นอน หลังจากเปิดตัวมาก็มีการปรับปรุงเป็นระยะ ๆ จนกระทั่งล่าสุดปี 2020 ได้มีการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ผ่าน Euro5 ไป และล่าสุดก็เป็นการปรับปรุงในส่วนของช่วงล่างเป็นหลัก โดยที่มีการปรับเปลี่ยนในส่วนอื่น ๆ เช่น ดีไซน์ การจ่ายน้ำมัน และระบบไฟส่องสว่าง เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าก็จะคล้าย ๆ กัน 500 Series คันอื่น ๆ นั่นเอง เพราะมีพื้นฐานเดียวกัน เริ่มต้นในส่วนของรูปลักษณ์กันก่อน ส่วนที่เด่น ๆ ก็จะมีไฟหน้าใหม่พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์และปรับมาใช้ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ทั้งคันทำให้ดูพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น มีการเปลี่ยนมาใช้บังโคลนหน้าใหม่ที่นำมาจาก CB650R มีพักเท้าอลูมิเนียมใหม่แทนที่พักเท้ายางแบบเดิม และตอนนี้มีหน้าจอเรือนไมล์ตอนนี้เป็นหน้าจอ LCD พร้อมไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (ตั้งค่าเองได้สเต็ปละ 250 รอบ) และเลขบอกเกียร์ ในส่วนของเครื่องยนต์มีการปรับเรื่องของระบบหัวฉีดและการจ่ายน้ำมันรวมไปถึงมีแผงหม้อน้ำหนักใหม่สวยและเบากว่าเดิม 100 กรัม โดยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 471 ซีซีที่ปรับปรุงใหม่นี้เคลมแรงม้ามาได้ที่ 46.93 แรงม้าที่ 8,600 รอบ และแรงบิดที่ 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ และมีสลิปเปอร์คลัตช์ให้ใช้งานเวลาเชนเกียร์ลงชะลอความเร็วก่อนเข้าโค้งอีกด้วย ส่วนระบบกันสะเทือนนั้นมีการอัปเกรดในระดับที่เรียกว่าไฮไลท์เด็ดเลย โดยตอนนี้จะได้โช้คหน้าหัวกลับเป็นโช้ค Showa SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. พร้อมแผงคอใหม่ทั้งด้านบนและด้านล่างที่ช่วยให้การควบคุมและการขับขี่ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ส่วนโช้คหลังยังเป็นโช้คเดี่ยวแต่ปรับปรุงค่าแดมปิ้งและค่าสปริงเรทเสียใหม่ให้ดีขึ้น และตอนนี้สามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ไม่เพียงแต่โช้คหน้า ของระบบเบรกด้านหน้าเองตอนนี้ก็จะได้ดิสก์เบรกคู่ขนาด 296 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 2 พ็อตแล้ว แม้ว่าจะเล็กลงแต่ว่าก็ทำให้น้ำหนักลดเบาลงและใช้แรงกำเบรกน้อยลงด้วย ตัวล้อเองก็มีการดีไซน์ใหม่ใช้ก้านแม็ก 5 ก้านแทน 6 ก้าน และมีน้ำหนักเบากว่าเดิม สวิงอาร์มเองก็มีการปรับเปลี่ยนใหม่ น้ำหนักเบา และเพิ่มความสบายในการขับขี่แต่ไม่ทิ้งสมรรถนะในการควบคุม ทำให้ตอนนี้น้ำหนักรถอยู่ที่ 192 กิโลกรัม และมีน้ำหนักรถไปลงที่ล้อหน้ามากขึ้นช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการตอบสนอง สุดท้ายโมเดลใหม่นี้จะมีจำหน่ายด้วยกัน 2 เฉดสี คือสีแดง Grand Prix Red และสีดำเมทัลลิก Matte Gunpowder Black Metallic อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CB500F 2022 อัปเกรดช่วงล่างเอาใจสายเน็กเก็ด Honda CB500F 2022 เป็น 1 ใน 3 โมเดลที่เพิ่งเปิดตัวกันไปที่ฝากฝั่งฮอนด้ายุโรป ซึ่งเดิมทีนั้นโมเดลนี้เปิดตัวครั้งแรกปี 2013 พร้อม ๆ กับ CB500X ที่เป็นแอดเวนเจอร์ไบค์และ CBR500R ที่เป็นสปอร์ตไบค์ มาพร้อมกำลังเครื่องยนต์ที่พอดิบพอดีให้ขี่ได้ง่ายขี่สนุก ทั้งราคาเองก็เป็นมิตร ดูแลรักษาก็ไม่ยาก เรียกว่าเป็นที่นิยมสำหรับมือใหม่อยากอัปเกรดซีซีกันอยู่ไม่น้อย หลังจากปี 2020 ได้มีการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ผ่าน Euro5 ไป มาคราวนี้ได้รับการปรับปรุงขนานใหญ่พอสมควร โดยจะเด่นที่ช่วงล่างซะมาก นอกจากนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เล็กน้อย มีการลดน้ำหนักตัวรถลงมาในหลาย ๆ จุด แม้จะไม่มากนักแต่ก็เป็นเรื่องที่ดี และสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของระบบไฟส่องสว่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เริ่มต้นในส่วนของรูปลักษณ์กันก่อน ส่วนที่เด่น ๆ ก็จะมีไฟหน้าใหม่พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์และปรับมาใช้ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ทั้งคันแล้ว มีการเปลี่ยนมาใช้บังโคลนหน้าใหม่ที่นำมาจาก CB650R มีพักเท้าอลูมิเนียมใหม่ และตอนนี้มีหน้าจอเรือนไมล์ตอนนี้เป็นหน้าจอ LCD พร้อมไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (ตั้งค่าเองได้สเต็ปละ 250 รอบ) และเลขบอกเกียร์ ในส่วนของเครื่องยนต์มีการปรับเรื่องของระบบหัวฉีดและการจ่ายน้ำมันรวมไปถึงมีแผงหม้อน้ำหนักเบากว่าเดิม 100 กรัม โดยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 471 ซีซีที่ปรับปรุงใหม่นี้เคลมแรงม้ามาได้ที่ 46.93 แรงม้าที่ 8,600 รอบ และแรงบิดที่ 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ และมีสลิปเปอร์คลัตช์ด้วย มาดูกันที่ไฮไลท์เด็ดของโมเดลนี้กันบ้าง นั่นคือระบบกันสะเทือนนั่นเอง โดยตอนนี้จะได้โช้คหน้าหัวกลับเป็นโช้ค Showa SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. พร้อมแผงคอใหม่ทั้งด้านบนและด้านล่างที่ช่วยให้การควบคุมและการขับขี่ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ส่วนโช้คหลังยังเป็นโช้คเดี่ยวแต่ปรับปรุงค่าแดมปิ้งและค่าสปริงเรทเสียใหม่ให้ดีขึ้น และตอนนี้สามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ต่อมาเรื่องของระบบเบรก ตอนนี้ด้านหน้าจะได้ดิสก์เบรกคู่ขนาด 296 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 2 พ็อตแล้ว แม้ว่าจะเล็กลงแต่ว่าก็ทำให้น้ำหนักลดเบาลงและใช้แรงกำเบรกน้อยลงด้วย ตัวล้อเองก็มีการดีไซน์ใหม่ใช้ก้านแม็ก 5 ก้านแทน 6 ก้าน และมีน้ำหนักเบากว่าเดิม สวิงอาร์มเองก็มีการปรับเปลี่ยนใหม่ น้ำหนักเบา และเพิ่มความสบายในการขับขี่แต่ไม่ทิ้งสมรรถนะในการควบคุม ทำให้ตอนนี้น้ำหนักรถอยู่ที่ 189 กิโลกรัมเท่าเดิม แต่ มีน้ำหนักรถไปลงที่ล้อหน้ามากขึ้นช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการตอบสนอง สุดท้ายโมเดลใหม่นี้จะมีจำหน่ายด้วยกัน 4 เฉดสี คือแดง Grand Prix Red, สีเทาเมทัลลิก Matt Axis Grey Metallic, สีเทาสโม้ก Pearl Smokey Gray และสีเหลือง Pearl Dusk Yellow อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CB500X 2022 เด่นด้วยโช้คหัวกลับและดิสก์หน้าคู่ Honda CB500X 2022 เปิดตัววันนี้แล้วที่ฝากฝั่งฮอนด้ายุโรป ซึ่งเดิมทีนั้นโมเดลนี้เปิดตัวครั้งแรกปี 2013 พร้อม ๆ กับ CB500F ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์และ CBR500R ที่กำลังเครื่องพอดิบพอดีให้ขี่ได้ง่ายขี่สนุก และแน่นอนว่าก็ได้ใจไบเกอร์ไปมากมาย เพราะตอบโจทย์ได้หลากหลาย มาคราวนี้ได้รับการปรับปรุงขนานใหญ่ ซึ่งหลัก ๆ จะเป็นเรื่องของช่วงล่าง และปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น ตลอดไปจนถึงระบบไฟส่องสว่างให้ดีให้มีทัศนวิสัยที่ดียิ่งขึ้น ในส่วนของรูปลักษณ์มีการปรับเปลี่ยนสไตล์เล็กน้อยโดยมีล้อหน้าใหม่และบังโคลนหน้าใหญ่ขึ้น หน้าจอเรือนไมล์ตอนนี้เป็นหน้าจอ LCD พร้อมไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (ตั้งค่าเองได้สเต็ปละ 250 รอบ)และเลขบอกเกียร์ ในส่วนของเครื่องยนต์มีการปรับเรื่องของระบบหัวฉีดและการจ่ายน้ำมันรวมไปถึงมีแผงหม้อน้ำหนักเบากว่าเดิม ซึ่งทำให้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 471 ซีซี สามารถเคลมแรงม้ามาได้ที่ 46.93 แรงม้าที่ 8,600 รอบ และแรงบิดที่ 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ และมีสลิปเปอร์คลัตช์ด้วย ออกนอกจากเรื่องนี้ไปก็เห็นจะมีเรื่องของช่วงล่างนี่แหละครับที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนและน่าจะถูกใจนักบิดหลาย ๆ คนยิ่งขึ้น ระบบกันสะเทือนนั้นตอนนี้จะได้โช้คหน้าหัวกลับเป็นโช้ค Showa SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. ที่ช่วยให้การควบคุมและการขับขี่ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ส่วนโช้คหลังยังเป็นโช้คเดี่ยวแต่ปรับปรุงค่าแดมปิ้งและค่าสปริงเรทเสียใหม่ให้ดีขึ้น และตอนนี้สามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ต่อมาเรื่องของระบบเบรก ด้านหน้าตอนนี้จะได้ดิสก์เบรกคู่ขนาด 296 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 2 พ็อตแล้ว แม้ว่าจะเล็กลงแต่ว่าก็ทำให้น้ำหนักลดเบาลงและใช้แรงกำเบรกน้อยลงด้วย ตัวล้อเองก็มีการดีไซน์ใหม่ใช้ก้านที่เพรียวบางขึ้นทำให้น้ำหนักเบา สวิงอาร์มเองก็มีการปรับเปลี่ยนใหม่เพิ่มความสบายในการขับขี่แต่ไม่ทิ้งสมรรถนะในการควบคุม นอกจากนี้ยังทำให้น้ำหนักรถไปลงที่ล้อหน้ามากขึ้นช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการตอบสนอง และตอนนี้น้ำหนักรถก็เหลือเพียง 199 กิโลกรัมแล้ว สุดท้ายโมเดลใหม่นี้จะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี คือแดง Grand Prix Red, สีดำเมทัลลิก Matt Gunpowder Black Metallic และสีเขียว Pearl Organic Green อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli เตรียมยางฝนสูตรใหม่ รับศึก WSBK ที่ Magny-Cours สุดสัปดาห์นี้เตรียมพบกับการแข่งขัน WorldSBK สนามที่ 8 ที่ Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศส ค่ายยางตัว P ยาวเหยียดแจงชัด เตรียมยางฝนสำหรับล้อหน้าสูตรใหม่สำหรับการแข่งขันในรุ่น WorldSBK ไว้รอ ทั้งสูตรมาตรฐานและสูตรกำลังพัฒนา ขณะที่ในรุ่น WorldSSP จะมีเพียงสูตรมาตรฐานเท่านั้น หลังจากผ่านการแข่งขันไปแล้ว 21 เรซ ตารางคะแนนรวมในคลาส WorldSBK ก็เกิดปรากฎการณ์ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน จากการที่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) และ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) มีคะแนนเท่ากันที่ 311 คะแนน โดยอันดับถัดมาเป็นของ Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ที่มี 273 คะแนน ซึ่งไม่ห่างกันมาก และมีโอกาสลุ้นแชมป์ทุกคน ขณะที่ในพิกัด WorldSSP เป็น Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha / Yamaha YZF R6) นำหัวตารางด้วยคะแนน 257 คะแนน นำห่าง Steven Odendaal (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team / Yamaha YZF R6) ถึง 47 คะแนน ส่วนรุ่น WorldSSP300 มี Adrian Huertas (MTM Kawasaki / Kawasaki Ninja 400) นำเป็นอันดับ 1 ที่ 129 คะแนน นำอันดับ 2 อย่าง Tom Booth-Amos (Fusport – RT Motorsports by SKM – Kawasaki / Kawasaki Ninja 400) อยู่ 11 คะแนนเท่านั้น สำหรับสนาม Nevers Magny-Cours นั้นเป็นสนามที่เปิดให้ใช้มานานกว่า 60 ปีแล้ว โดยเปิดขึ้นครั้งแรกในปี 1960 ซึ่งเป็นสนามที่มีความยาว 4.411 กม. มีโค้งขวา 9 โค้งและโค้งซ้าย 8 โค้ง พร้อมกับโค้งแคบสุดที่รัศมีเพียง 5 เมตร และโค้งกว้างสุดที่ 474.45 ม. และทางตรงยาวหน้าเส้นวัดได้ 250 ม. ความชันสูงสุดของสโลปขึ้นอยู่ที่ 2.38% และลาดลงสูงสุดที่ 2.68% สนามแห่งนี้ยังมีจุดเด่นที่การที่นักแข่งต้องลดความเร็วกะทันหันจากนั้นเร่งความเร็วอีกครั้ง ทั้งตัวแทร็กยังมีทางตรงความยาวปานกลางกระจายตัวไปทั่วพร้อมกับความชันที่เปลี่ยนแปลงไปมาหลายจุด รวมถึงมีโค้งหักศอก (Adelaide) ซึ่งเป็นจุดที่ต้องใช้เบรกหนักที่สุดในบรรดาสนามแข่งระดับนานาชาติทั้งหลาย ที่ดันไปอยู่กับทางตรงที่ทำความเร็วได้มาก ตัวพื้นผิวแทร็กค่อนข้างเรียบเนียนแบบทั่ว ๆ ไป ให้การยึดเกาะไม่มากนัก โดยเฉพาะเวลาที่อุณหภูมิต่ำและเปียกชื้น ยิ่งไปกว่านั้นในบางจุดนักแข่งจะต้องเบรกในขณะที่กำลังลงเนินซึ่งทำให้ยางหน้านั้นรับความเครียดมากกว่าปกติอีกด้วย สูตรยางสำหรับการแข่งขันในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP สำหรับพิกัด WorldSBK นักแข่งจะมียางหน้าและยางหลังให้เลือก 5 สูตรและ 6 สูตรตามลำดับ ซึ่งมีทั้งยางสลิก ยางกึ่ง และยางฝน ยางสลิกสำหรับยางหน้าจะมีให้เลือก 2 สูตรคือ ยาง SC1 สูตรมาตรฐานและยาง

Honda Monkey 2024 เพิ่ม 3 สีใหม่ ซนสุดให้หลุดโลก CUB House by Honda เปิดตัวความซนยกเซตกับ New Honda Monkey 2024 3 เฉดสีใหม่ สีขาว-แดง (White-Red), สีขาว-เทา (White-Gray) และ สีดำ (Black) ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ ‘ซนสุดให้หลุดโลก’ ถ่ายทอด DNA ความซนของ Z50M ที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1967 ในแบบคลาสสิกไม่ซ้ำใคร ตัวรถมีดีไซน์ตัวถังน้ำมันสีโมโนโทนเพิ่มความโดดเด่นและความซนเข้าคู่กับตัวเฟรมที่มามิกซ์แอนด์แมทช์ให้ความเท่ตัดกับสีสันสดใส ลงตัวคู่กับเบาะหนังสีดำ ดีไซน์ไฟหน้าทรงกลมให้ความคลาสสิก ไฟ FULL LED รอบคัน รวมถึงหน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิทัล LCD ที่มาพร้อมกับลูกเล่นกราฟิกเจ้าลิงสุดซ่า พร้อมให้เป็นเจ้าของความซนได้แล้ววันนี้ New Honda Monkey มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 125 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบเกียร์ 5 สปีด และสวิงอาร์ม โช้คอัพหน้าแบบกลับด้าน พร้อมให้ออกไปซ่าสุดในทุกเส้นทาง ในราคาแนะนำ 99,700 บาท ที่ CUB House Flagship Store ทั้ง 15 สาขา และ CUB House Corner ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th/cubhouse/ เฟซบุ๊ก CUB House : www.facebook.com/cubhousebyhonda เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki GSX-R125 2024 เพิ่ม 2 สีใหม่เอาใจสาวก ค่ายคนบ้าจากฝากฝั่งยุโรปเอาใจสาวกนักซิ่งมือใหม่ ส่ง Suzuki GSX-R125 2024 สีสันใหม่ 2 เฉดสีพร้อมกัน ซึ่งโมเดลนี้บ้านเราจะขายเป็นโมเดลขนาด 150 ซีซีแทน เพราะทางยุโรปมีเรื่องของใบขับขี่เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง ดังนั้นอาจจะได้ลุ้นว่าสีใหม่นี้ก็น่าจะมาจำหน่ายในบ้านเราด้วย สำหรับสีใหม่ที่ว่านั้น สีแรกจะเป็นสีฟ้าและขาวที่โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเจ้า GSX-R ในอดีตของทางค่ายนั่นเอง ซึ่งสาวกแท้ ๆ ได้เห็นเฉดสีนี้ก็จะต้องร้องว่าโอ้เยส ออกมาอย่างแน่นอน เพราะนี่มันคือสีประจำค่ายแท้ ๆ เลย โดยตัวรถจะมีถังน้ำมันและแฟริ่งหน้าส่วนบนเป็นสีฟ้าโดยมีแฟริ่งชิ้นข้างและอกล่างเป็นสีขาว พร้อมกับแถบกราฟิกสีน้ำเงินคาดตลอดตัวรถตั้งแต่ด้านหน้าไปยังท้ายรถพร้อมกับล้อสีน้ำเงินน้ำหนักเบาเป็นการเติมเต็มสีสันให้โมเดล 2024 นี้สวยงามลงตัว ขณะที่อีกเฉดสีหนึ่งจะมาในรูปแบบของโทนสีดำแดง ให้ความสปอร์ตดุดัน โดยตัวรถจะมาในดำตัดแต้มด้วยเส้นสายกราฟิกสีแดงและล้อสีแดงสดเพิ่มความโดดเด่นได้ดีเลยทีเดียว ส่วนเรื่องของสเปกจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด โดยจะมีรายละเอียดคร่าว ๆ ดังนี้ เครื่องยนต์สูบเดียว 125 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ 6 สปีด เคลมแรงม้ามาที่ 15 ตัว แรงบิดที่ 11 นิวตันเมตร (บ้านเราก็จะมีตัวเลขมากกว่านี้เล็กน้อย) ใช้ถังน้ำมันขนาด 11 ลิตร และมีน้ำหนักตัวที่ 137 กิโลกรัม ช่วงล่างด้านหน้าเป็นโช้คเทเลสโคปิก ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่อง ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และสุดท้ายจะมาพร้อมอัลลอยขนาด 17 นิ้วรัดด้วยยางแบบไม่ใช้ยางในขนาด 90/80 – 17 M/C และ 130/7– 17 M/C ส่วนในเรื่องของเทคโนโลยีก็จะมีไฟหน้าแบบ LED หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิทัล LCD กุญแจรีโมทแบบคีย์เลส ระบบอีซี่สตาร์ท สตาร์ทง่ายแค่กดปุ่มครั้งเดียว และระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล สุดท้ายนี้ซูซูกิประเทศไทยเรา เดิมเคยจำหน่ายโมเดลนี้แต่เป็นพิกัด 150 ซีซีในราคาแนะนำที่ 87,000 บาท ซึ่งก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนราคาโมเดลมั้ย งานนี้สายสปอร์ตมือใหม่ก็ต้องลุ้นกันล่ะครับว่าจะนำสีสันโมเดล 2024 นี้มาจำหน่ายในบ้านเราด้วยหรือไม่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Speed Twin 900 โมเดิร์นคลาสสิกไบค์ แดนเมืองผู้ดี หลังจากเปิดตัวไปได้ซักพักแล้ว สำหรับโมเดลสุดฮ็อตจากค่ายเมืองผู้ดี อย่าง Triumph Speed Twin 900 โดยครั้งนี้ ทาง SuperBike Thailand ขออนุญาติหยิบโมเดลมาโชว์ ตามคำเรียกร้องแฟน ๆ สาวกรถ 2 ล้อคลาสสิก เดี๋ยวเราจะพามาชมกันว่า โมเดลนี้จะมีดีเทลอะไรที่น่าสนใจกันบ้างครับ โดยโมเดลสุดพิเศษรุ่นนี้ ได้รับการดีไซน์ ที่คงความเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์รถโมเดิร์นคลาสสิก โดยยึด DNA ต้นแบบอย่าง Triumph Bonneville รุ่นแรกเมื่อปี 1959 โดยนำมาปรับปรุง ปรับเปลี่ยน และพัฒนาใหม่ให้เข้ากับรถในยุคปัจจุบัน ในสไตล์การแต่งคัสตอมแบบท้ายเปลือย รวมทั้งฟีเจอร์ใหม่ที่มากับตัวรถ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ไฟทรงกลม ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 310 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Breambo 4 ลูกสูบ (ABS) โครงสร้างเบาะโฟมหนาขึ้น ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบใหม่ โช้คหลังปรับพรีโหลดได้ รวมทั้ง ยังถูกยกระดับการออกแบบ โดยมีส่วนเสริมแต่งในการดีไซน์ใหม่ ๆ มากมาย ทั้งล้อหล่อขึ้นรูป ตกแต่งรายละเอียดด้วยลายกลึงบนซี่ล้อ ขาจับไฟหน้าอลูมิเนียมปัดเงา คิ้วเรือนปีกผีเสื้อแบบใหม่ และเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ที่ใช้โครงสร้างโฟมหนาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 10 มม. ยังรวมไปถึง ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบเฉียง บ่งบอกถึงกลิ่นอายของสไตล์รถคลาสสิกเท่ ๆ แบบผู้ดีเลยครับ ในขณะที่ขุมพลังเครื่องยนต์เป็นแบบสูบคู่ Bonneville ขนาด 900 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว กับระบบเกียร์แบบ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 65 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 80 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบ ซึ่งสามารถส่งกำลังแรงบิดได้อย่างนุ่มนวล และทันใจตั้งแต่ช่วงรอบต่ำจนถึงรอบกลาง ๆ ส่วนรอบปลายคงไม่ต้องพูดถึง อีกทั้งเครื่องยนต์ยังผ่านการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน Euro 5 ด้วยการปล่อยไอเสียที่น้อยลงและสะอาดมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และคลัตช์ระบบผ่อนแรงที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก สำหรับช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือนในรุ่นนี้ จะใช้โช้คอัพหน้าแบบคาร์ทริดจ์ ขนาด 41 มม.แถมมากับยางหุ้มโช้ค และโช้คอัพสตรัทสปริงคู่ด้านหลัง สามารถปรับพรีโหลดได้ พร้อมระเบรก กับดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลอยตัวขนาด 310 มม. คาลิเปอร์ Brembo แบบ 4 ลูกสูบ และดิสก์เบรกหลังขนาด 255 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียวจาก Nissin แถมมากับระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ต่อมาที่ล้อหน้า-หลังขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้ว และยางหน้า 110/90 และยางหลัง 150/70 โดยน้ำหนักตัวรถทางโรงงานเคลมมาให้ที่ 217 กก. และถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ สปีด ทวิน 900 ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน เพื่อเสริมความสามารถในการขับขี่ และมิติการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น ทั้งโหมดการขับขี่ 2 โหมด ( Road, Rain) ระบบคันเร่งไฟฟ้า ช่วยให้การควบคุมรถสเถียรภาพมากยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง ระบบป้องกันการโจรกรรมซึ่งซ่อนอยู่ภายในกุญแจ รวมทั้งไฟท้าย LED และช่องชาร์จไฟ USB ใต้เบาะที่นั่ง ที่ให้มาในรุ่นนี้อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลคลาสสิกเมืองผู้ดี จริง ๆ เลยครับ ทั้งการออกแบบ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และเทคโนโลยีที่ให้มาแบบเต็มพิกัด มีให้ใช้แบบเหลือเฟือ สำหรับราคารุ่นนี้ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 407,000 บาท และรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (Chrome Edition) ราคาเปิดตัวที่ 422,000 บาท โดยสามารถติดต่อขอดูรถตัวจริงได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับขี่ได้ที่ https://www.triumphmotorcycles.co.th/ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Leonart Rigger รถไฟฟ้าสไตล์นีโอเรโทรสุดเท่จากสเปน Leonart Rigger คือรถไฟฟ้าคันแรกจากแบรนด์สเปนแบรนด์นี้ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ตลาดโดยมีคู่แข่งจากหลายค่ายรออยู่ก่อนแล้ว สำหรับใครที่ไม่รู้จักก็ต้องบอกเลยว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์เล็ก ๆ สัญชาติสเปนที่ก่อนหน้านี้ก็ผลิตมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว และโมเดลนี้ก็เป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกและคันล่าสุดของทางค่าย ซึ่งเปิดตัวมาในสไตล์นีโอเรโทรพร้อมภาพลักษณ์ที่ดูลุย ๆ ด้วยล้ออัลลอย 5 ก้านขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้วตามลำดับหน้าหลังรัดด้วยยางแบบกึ่งทางดำทางฝุ่น ตัวรถมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถรีดกำลังได้มากถึง 4.5 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่า 6.11 แรงม้า ซึ่งเพียงพอต่อการทำท็อปสปีดที่ 102 กม./ชม. โดยอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ 4.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยเคลมระยะทางการใช้งานมาที่ 150 กม.ที่ความเร็ว 50 กม./ชม. หรือจะไปเร็วกว่านี้ก็ได้แต่ต้องแลกมากับระยะการใช้งานที่น้อยลงลดหลั่นไปตามลำดับ โดยใช้เวลาการชาร์จนาน 6 ชั่วโมง ส่วนช่วงล่างนั้นก็ถือว่าให้มาเหลือเฟือ โดยด้านหน้าจะมีโชคแบบหัวกลับร่วมกับระบบเบรกดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์มเดี่ยวและดิสก์เบรกเดี่ยว ซึ่งถือว่าเหลือเฟือกับรถพิกัดนี้ สำหรับการจำหน่ายตัวรถเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าหรือพรีออเดอร์ซึ่งจะลดราคาให้ก่อน 500 ยูโร จากราคาเต็ม 5,999 ยูโรหรือราว ๆ 225,000 บาท ซึ่งก็ถือว่าราคาค่อนข้างแรงเลยทีเดียวสำหรับผู้ใช้งานบ้านเรา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Honda Wave110i 2023 มาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ใหม่ เด่นสะดุดตาด้วยลายเส้นกราฟิกใหม่รอบคัน