SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
2025 Husqvarna Vitpilen 801 สตรีทไบค์ไซส์กลาง ไฟหน้าดวงอาทิตย์

Husqvarna Vitpilen 801 สตรีทไบค์ไซส์กลาง ไฟหน้าดวงอาทิตย์ นี่อาจจะเป็นโรดสเตอร์สุดพิเศษในฝันของไบค์เกอร์หลาย ๆ ท่าน รวมกระทั่งตัวแอดมินเองด้วย กับ 2025 Husqvarna Vitpilen 801 สตรีทแมชชีนทรงโมเดิร์นขนาดไซส์กลางจากสวีดีช กับภาพลักษณ์ดูโดดเด่นด้วยการออกแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ดูมีเสน่ห์ ดูสวยงามและน่าหลงใหล เสมือนสาวสวยในต่างแดนที่มีรูปร่างสัดส่วนเพรียวบาง มีนัยตาคมกริบ จนคุณอยากจะได้มันมาครอบครองเลยหล่ะ 2025 Husqvarna Vitpilen 801 ไฟกลม ทรงดวงอาทิตย์ ด้วยเสน่ห์ที่น่าจับตามองกับความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยไฟหน้าแบบ LED ยื่นออกด้านหน้าในองศาขนานเดียวกับกับตัวโช้ค ซึ่งถูกแบ่งเป็นสปอร์ตไลท์ไฟกลมขนาดใหญ่บริเวณตรงกลาง ล้อมเส้นวงกลมด้วยไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ในลักษณะวงแหวนเพื่อให้ดูเป็นเอกลักษณ์ ตัวบอดี้มีลักษณะเพรียวบางผิดรูปกับไซส์มาตรฐานของรถมิดเดิ้ลเวทคลาส และโครงสร้างจากเหล็กโครเมียมโมลิบดีนัมที่ถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีไฮดรอฟอร์ม (งานเลเซอร์คัตด้วยมือกลอัจฉริยะ) ด้วยลักษณะดังกล่าวนั้นส่งผลให้ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 180 กก.เท่านั้น รูปร่างเพรียวบาง คร่อมง่าย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแฮนด์เดิ้ลบาร์อลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา มีลักษณะยกเยื้องสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ง่ายต่อการขับขี่ บวกกับงานดีไซน์ตัวถังออกแบบใหม่และปาดเว้าด้านข้างเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถนั่งเข้าชิดหนีบถังได้สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมลวดลายกราฟิกในรหัส 801 ผสมลายเส้นที่ใช้ชุดสีเขียวนีออนประจำค่าย ตัวเบาะออกแบบ 2 ชิ้นยึดกับพาร์ทบริเวณด้านท้ายที่บิวอินต์ไฟท้ายไปในตัว บวกกับท่อไอเสียสแตนเลส จึงทำให้ตัวโมเดลนั้นดูคลีน สะอาดตาและหรูหราเพิ่มขึ้นอีกด้วย ช่วงล่างคู่บุญ กับระบบกันสะเทือน WP พร้อมระบบช่วงล่างพรีเมียมด้วยโช้คอัพหัวกลับ WP APEX ขนาด 43 มม. สามารถปรับคอมเพรสชันและรีบาวด์ มีระยะยุบ 140 มม. ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว A WP ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม โดยสามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์ และมีระยะยุบที่ 150 มม. ส่วนระบบเบรกให้มาเป็นดับเบิ้ลดิสก์เบรกด้านหน้าขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ขนาด 4 ลูกสูบจาก J.Juan ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. ใช้คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว พ่วงด้วยระบบ Cornering ABS ที่สามารถปรับเป็นโหมด ซูเปอร์โมโต ABS ได้ โดยปิด ABS ที่ล้อหลังเพื่อให้สายแอดวานซ์ได้สนุกกับการเข้าโค้งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมด้วยล้อดีไซน์ 5 ก้านหน้า-หลังขนาด 17 นิ้ว และยางขนาดไซส์  120/70 และ 180/55 ขุมพลัง 105 แรงม้า สำหรับเครื่องยนต์เป็นบล็อก 2 สูบเรียงขนาด 799 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด โดยเคลมแรงม้ามามากถึง 105 แรงม้าที่ 9,250 รอบและแรงบิดขนาด 87 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ใช้ระบบเกียร์ 6 สปีดพร้อมแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์และควิกชิฟเตอร์ที่ให้ลักษณะการเชนเกียร์ดูสมูทลื่นมากยิ่งขึ้น และเดินทางได้ไกลไม่ต้องเติมบ่อยกับถังน้ำมันที่ติดตั้งมาให้ขนาด 16 ลิตร ฟีเจอร์เต็มระบบ และหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วแสดงผลครบครัน มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ทั้งระบบนำทางหรือ Turn-by-Turn ผ่านแอป Ride Husqvarna Motorcycles App ทั้งยังสามารถฟังเพลง ดูข้อวาม รับสายโทรศัพท์ได้ รวมถึงระบบอื่น ๆ ได้แก่ ระบบครูซคอนโทรล แทร็คชันคอนโทรล ระบบป้องกันการโจรกรรม ระบบป้องกันล้อหน้าลอย พร้อมกับโหมดการขับขี่ 4 โหมด (Street, Sport, Rain และ Custom Mode) นับว่าครบครันสำหรับสตรีทไบค์ไซส์กลาง ทั้งดีไซน์ใหม่ แปลกตาไม่เหมือนใคร มิติรูปลักษณ์เพรียวบาง ลวดลายกราฟิกดูคลีนสะอาดตา เครื่องยนต์สองสูบ 799 ซีซี ที่มีแรงม้า 105 ตัว กับน้ำหนักตัวเพียง 180 กก. จึงทำให้เป็นโมเดลที่น่าสนใจเหมือนสาวสวยที่กล่าวไว้ข้างต้น นี่คือผู้หญิงที่สวยและรูปร่างดีเลยทีเดียวหล่ะ สำหรับราคาค่าตัวก็ต้องรอชมว่าจะเปิดตัวมาเท่าไหร่ รอติดตามภายในเดือนพฤศจิกายนนี้และคาดการณ์ว่ามีโอกาสเข้าไทยแน่นอน แต่คงซักพักใหญ่ และอีกหนึ่งเหตุผลก็คงแล้วแต่ผู้แทนจำหน่ายในบ้านเราอีกด้วยหล่ะฮะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 KTM 1390 Super Duke GT เผยโฉมเดโม่ ก่อนเปิดตัวจริง

KTM 1390 Super Duke GT เผยโฉมเดโม่ ก่อนเปิดตัวจริง ย้อนกลับไปในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แฟน ๆ สาวกหลายคนโดยเฉพาะค่ายส้ม อาจคุ้นภาพหลุดทดสอบโมเดลโปรโตไทป์สไตล์สปอร์ตทัวเรอร์ซึ่งมีหน้าตาคล้ายคลึงกับเจ้า 1290 Super Duke GT ก็คาดเดาต่าง ๆ นานาว่าอาจจะเป็นรุ่น 1290 ปีใหม่ และมีอะไรที่อัปเดตมาเพิ่ม แต่ทว่ากลับไม่ใช่รุ่น 1290 อย่างที่คิด นี่คือ 2025 KTM 1390 Super Duke GT ตัวโฉมใหม่ล่าสุด ที่ทางค่ายประกาศคอนเฟิร์มเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Eicma 2024 นี้ 2025 KTM 1390 Super Duke GT มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงหลายจุด สำหรับเจ้า Super Duke GT รุ่นนี้ มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ส่วน ตามเอกสารอนุมัติ โดยสิ่งหลักประการแรกที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ขุมพลังจะเป็นพื้นฐานเครื่องยนต์บล็อกเดียวกันกับโฉมไฮเปอร์เน็กเก็ดรุ่นเรือธงอย่าง 1390 Super Duke R Evo กับบล็อก V-Twin ขนาด 1,350 ซีซี ซึ่งมีขนาดเครื่องยนต์และปริมาตรกระบอกสูบที่ใหญ่กว่ารุ่น 1290 ถึง 49 ซีซี กำลังแรงม้าเพิ่มขึ้น 14 ตัวเป็น 188 แรงม้าที่ 10,000 รอบ จากเดิม 174 แรงม้าที่ 9,500 รอบ ซึ่งนอกจากการเพิ่มซีซีของปริมาตรกระบอกสูบแล้ว แรงม้าที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวยังมากับปัจจัยในด้านอื่น ๆ ทั้งการนำระบบแปรผันวาล์วและระบบลิฟวาล์วแบบใหม่ของ KTM ซึ่งคล้ายกับระบบ ShiftCam ของ BMW มาใช้ โดยระบบนี้ใช้แคมลูกเบี้ยวสองชุด (แบบ mild และ wild) ที่สามารถเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับรอบเครื่องที่ต่างกัน ส่งผลให้มีแรงบิดเพิ่มขึ้นจาก 104 เป็น 107 นิวตันเมตร ที่ 8,000 รอบ (รุ่นเดิมแรงบิดมาที่ 7,000 รอบ) แต่อย่างไรก็ดีในเรื่องท็อปสปีดที่เคลมมาให้สูงสุดอยู่ที่ 250 กม./ชม. ซึ่งอาจดูน้อยกว่าไฮเปอร์เน็กเก็ดที่เคลมมาที่ 270 กม./ชม. และยังน้อยกว่าโฉม 1290 รุ่นก่อนที่เคลมมาที่ 260 กม./ชม. ถึงแม้ว่าจะมีกำลังมากกว่าและน้ำหนักตัวน้อยกว่ารุ่นก่อน ๆ อาจเพราะด้วยในเรื่องของการปรับอัตราทดเกียร์ในสไตล์ทัวริ่ง แอโรไดนามิก รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ติดตั้งเพิ่มมาให้ นอกเหนือในเรื่องของขุมพลังแล้ว โมเดลรุ่นนี้ยังมาพร้อมโครงสร้างที่ปรับเปลี่ยนมาใหม่ โดยใช้เฟรมเดียวกันกับรุ่น Super Duke R Evo แต่จะมีการปรับโครงท้ายเพื่อรองรับการบรรทุกผู้โดยสารได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับแต่งตัวบอดี้ด้วยแผงด้านข้างขนาดใหญ่ ชิลด์หน้าที่สามารถปรับความสูงได้และตัวเบาะก็เช่นเดียวกัน นี่คือสิ่งที่เผยให้เห็นมาเบื้องต้น แต่ก็ยังมีข้อมูลอีกหลายจุดที่ยังไม่มีการเผยออกมาแต่อย่างใด ยังไงก็รอวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 5 พ.ย. หรือในช่วงงาน Eicma ที่ประเทศอิตาลี โฉมคันจริงจะเป็นอย่างไร สีสันจะสวยขนาดไหนและจะถูกใจสาวกค่ายส้มหรือไม่ มาลุ้นกัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Honda NT1100 สปอร์ตทัวร์ริ่ง เน้นวิ่งทางดำ

Honda NT1100 2025 สปอร์ตทัวร์ริ่ง เน้นวิ่งทางดำ เปิดตัวแล้วกับรถทัวร์ริ่งบิ๊กไซส์จากค่ายปีกนกอย่าง 2025 Honda NT1100 ที่มาพร้อมคอนเซปต์ ‘The New Touring Era’ มาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครเป็นทัวร์ริ่งไซส์ใหญ่ที่มีความคล่องตัวแถมขับขี่สนุกในทุกการเดินทาง โดยใน MY25 นี้ออกมาทั้งหมด 3 รุ่นย่อยได้แก่ NT1100 MT, NT1100 DCT และรุ่นท็อปสุดอย่าง NT1100 DCT Electronic Suspension  2025 Honda NT1100 เครื่องไซส์เดิมที่พัฒนาใหม่ ในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมเครื่องยนต์บล็อกเดิมขนาด 1,084 ซีซี 2 เรียงสูบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Parallel Twin โดยเคลมแรงม้าอยู่ที่ 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดเคลมมาที่ 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบส่งกำลังอัจฉริยะ DCT (Dual Clutch Transmission) ที่มีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีการทำงานในรอบเครื่องยนต์ต่ำได้ดีขึ้น ช่วงล่างแบบอิเล็กทรอนิกส์จาก Showa ระบบกันสะเทือนช่วงล่างแบบไฟฟ้าจาก Showa โดยมีการตั้งค่าที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับ NT1100 ระบบนี้สามารถปรับแรงหน่วงได้อย่างเหมาะสมในทันทีตามความเร็วของการยุบตัว การขับขี่ และท่าทางของรถที่ตรวจจับโดย IMU 6 แกน และเซนเซอร์อื่น ๆ ที่จะทำการปรับเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ ในขณะเบรก ระบบจะควบคุมการยุบตัวเพื่อรักษาเสถียรภาพและการขับขี่ที่ระบบกันสะเทือนแบบปกติไม่สามารถเทียบเท่าได้ Showa-EERA™ ที่ถูกใส่มาในรุ่นย่อยที่เป็นตัว Honda NT1100 Electronic Suspension จะทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่โดยอัตโนมัติ โหมด TOUR จะให้แรงหน่วงที่แน่นมากขึ้นสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง, URBAN ให้ความสมดุลพร้อมความสะดวกสบาย และ RAIN ใช้แรงหน่วงที่น้อยลง เพื่อความนุ่มนวลในการตอบสนองและการสัมผัส นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ และพรีโหลดสปริงด้านหลังสามารถปรับได้ขณะขับขี่ ระบบช่วยเหลือแบบจัดเต็ม ในส่วนของเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับ Honda NT1100 มาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 6.5 นิ้วพร้อมระบบทัชสกรีน ที่สามารถแสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถปรับโหมดมาตรฐาน 3 โหมดที่ช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้แก่ โหมด Urban หรือโหมดปกติที่ให้ความสมดุลทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์ และการเบรก โหมด Rain หรือโหมดที่ลดทอนกำลังของเครื่องยนต์ลงและเพิ่มกำลังการเบรกเพื่อการขับขี่บนพื้นผิวที่เปียก และโหมด Tour ที่ให้สามารถเค้นกำลังเครื่องยนต์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ระบบ Cruise Control, Traction Control, ระบบไฟเลี้ยวยกเลิกเองอัตโนมัติ และระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกระทันหัน ข้อมูล สเปค และรายละเอียดอื่นๆ 2025 Honda NT1100 MT 2025 Honda NT1100 DCT 2025 Honda NT1100 Electronic Suspension เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin ปริมาตรกระบอกสูบ 1,084 ซีซี 1,084 ซีซี 1,084 ซีซี แรงม้า (เคลม) 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว DOHC 4 วาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก

JapaneseGP 2024 ไม่เสียบก็แซง

สนาม โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ สนามแห่งความท้าทายที่ต้องตื่นเช้าที่สุด โดยการแข่งขันในสัปดาห์ที่ JapaneseGP 2024 เริ่มต้นเช้าด้วยการแข่งขัน Moto 3 เวลา 09:00 น. ต่อด้วย Moto 2 เวลา 10:15 น. และปิดท้ายด้วย MotoGP เวลา 12:00 น. ถือว่าเช้าสุดตามเวลาบ้านเราเลยทีเดียว และมาดูกันว่า “จุดไหนที่น่าจับตามอง” ใน JapaneseGP 2024 หรือรายการ Motul Grand Prix of Japan ที่สนาม โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ที่จัดขึ้นวันที่ 4-6 ต.ค. ซึ่งเป็นสนามที่ 16 ของฤดูกาลนี้  เอาเป็นว่าก่อนจะดูการแข่งขัน เรามาทำความรู้จักสนามนี้กันดีกว่ามันเป็นยังไง? สำหรับข้อมูลสนาม โมเตกิ มีระยะความยาวของแทร็กทั้งหมด 4.8 ก.ม. ซึ่งมากกว่าสนาม มิซาโน ที่อิตาลีอยู่ประมาณ 500 ม. และมีโค้งด้วยกันทั้งหมด 14 โค้ง น้อยกว่าที่อิตาลีจำนวน 3 โค้ง โดยแบ่งออกเป็น โค้งขวา 8 โค้งและโค้งซ้ายจำนวน 6 โค้ง และมีทางตรงยาวสุดอยู่ที่ 762 ม.  และจากสนามที่แล้วแข่งกันอยู่ 27 รอบการแข่งขัน แต่สนาม โมเตกิ จะแข่งกันทั้งหมด 24 รอบ หายไป 3 รอบก็มีผลต่อการแข่งขันอย่างมากเลยทีเดียว ก็สรุปง่าย ๆ รถค่ายไหนได้เปรียบทางตรงอาจมีเปอร์เซ็นต์โอกาสที่จะทำแต้มได้มากกว่านั่นเอง และนอกจากนี้ สนามโมเตกิ ยังถูกออกแบบด้วยจุดที่ท้าทายความสามารถของนักแข่งในแต่ละเซ็กชัน และแต่ละโค้งที่ต้องใช้ทักษะและกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไป เรามาดูกันว่าจุดสำคัญของสนามส่วนไหนบ้างที่น่าจับตามอง สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้กันครับ ไฮไลท์ที่น่าจับตามองในสนาม โมเตกิ โค้ง 1 และโค้ง 2  การออกตัวและโค้งแรกถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการแข่งขัน โดยหลังจากการออกตัว นักแข่งจะเข้าสู่โค้ง 90 องศา ที่ต้องใช้ความสามารถในการเบรกและการเร่งความเร็วต่อเนื่องสู่โค้งสอง โค้งนี้จะเป็นช่วงเวลาที่นักแข่งหลายคนพยายามแซงเพื่อสร้างความได้เปรียบตั้งแต่ช่วงต้นเกม โค้ง 4 และโค้ง 5 โค้ง 4 เป็นโค้งแคบที่ต้องการความแม่นยำในการเบรก เนื่องจากมีโค้งห้าที่เป็นโค้งยาวและกว้างอยู่ต่อเนื่อง ทำให้นักแข่งต้องรักษาความเร็วให้เหมาะสมและออกจากโค้งห้าด้วยความเร็วสูงเพื่อสร้างโอกาสในการเร่งแซงในทางตรงช่วงถัดไป โค้ง 8 และโค้ง 9 โค้ง 8 และเก้าของสนามถือเป็นชุดโค้งที่ท้าทาย นักแข่งต้องคุมการเข้าและออกโค้งอย่างแม่นยำเพื่อรักษาความเร็วสูงสุด โค้งแปดมีลักษณะเป็นโค้งแคบ ส่วนโค้งเก้าเป็นโค้งที่ยาวขึ้นและเปิดกว้าง เหมาะสำหรับการเร่งออกทางตรงยาวอีกช่วง โค้ง 11  โค้งเกือบๆ 90 องศานี้เป็นหนึ่งในโค้งที่ท้าทายที่สุดของสนาม เนื่องจากเป็นโค้งที่ต้องเบรกอย่างแรง และเข้าสู่ช่วงโค้งแคบอย่างรวดเร็ว นักแข่งต้องคำนวณจังหวะการเข้าโค้งและความเร็วให้ดี หากสามารถควบคุมรถผ่านโค้งนี้ได้อย่างรวดเร็ว ก็จะมีโอกาสทำเวลาได้ดีในการแข่งขัน โค้งสุดท้าย (Turn 14) โค้งสุดท้ายถือเป็นจุดตัดสินในการเข้าสู่ทางตรงยาวไปเส้นชัย นักแข่งจำเป็นต้องวางไลน์และรักษาความเร็วในการเข้าโค้งให้ดีเพื่อออกจากโค้งสุดท้ายด้วยความเร็วสูงสุด ซึ่งอาจเป็นจุดที่เห็นการเร่งแซงสุดท้ายก่อนจบการแข่งขันได้บ่อยครั้ง ทางตรงหลัก (Main Straight) ทางตรงหลักที่มีความยาว 762 เมตร เป็นช่วงที่นักแข่งสามารถเร่งความเร็วได้สูงสุด ทำให้ช่วงนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักแข่งหลายคนใช้โอกาสนี้ในการแซงคู่แข่งหรือทดสอบความเร็วสูงสุดของรถแข่ง ลักษณะสนามที่ส่งผลต่อการแข่งขัน Mobility Resort Motegi มีลักษณะเป็นสนามที่ต้องใช้เทคนิคการขับขี่ที่หลากหลาย มีทั้งช่วงโค้งแคบและโค้งไฮสปีดที่ต้องการการเบรกที่แม่นยำและการเร่งความเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การแข่งขัน MotoGP ที่นี่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะนักแข่งต้องใช้ความสามารถและกลยุทธ์อย่างเต็มที่เพื่อให้สามารถเข้าเส้นชัยได้ก่อนคู่แข่ง  และอีกส่วนที่น่าสนใจนั้นคือสภาพอากาศที่มีผลอย่างมาก ถ้าหากใครที่ติดตามการแข่งขันโมโตจีพีที่สนามโมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ในฤดูกาลที่ผ่านมา คงจะเข้าใจกันดีว่า ฝนตกตลอดทั้ง 3 วัน ทำให้สนามเปียกแฉะ ส่งผลต่ออุณหภูมิผิวแทร็กไม่สามารถรองรับการยึดเกาะของยางได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงทำให้เสี่ยงต่อการหลุดโค้งหรือลื่นไถลก็เป็นไปได้ ทำให้นักบิดต้องใช้ทักษะและกลยุทธ์ที่มากกว่าเดิม  ตารางการแข่งขัน Motul Grand Prix of Japan 2024  วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2024  เวลา รุ่น ประเภท 07:00-07:35 Moto3 Free Practice 07:50-08:30 Moto2 Free Practice 08:45-09:30 MotoGP Free Practice

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ส่อง BMW M1000RR

ส่อง BMW M1000RR รถแข่ง WSBK 2021 มีของเล่นอะไรใหม่ ในบทความนี้เราก็ได้รวบรวมภาพมุมต่างๆ ของ BMW M1000RR ของ Tom Syke ที่ลงขับขี่ที่ทดสอบในสนาม Circuit de Barcelona-Catalunya ก่อนที่การแข่งขันจะระเบิดศึกขึ้นจริงในเดือนพฤษภาคมนี้ ว่าแต่มีอะไรใหม่บ้างไปดูกันครับ หากดูในภาพชุดที่นำมาให้ดูนั้นที่เด่นที่สุดเลยก็จะเป็นระบบเบรกจากทาง Nissin ทั้งคาลิเปอร์เบรกด้านหน้าและด้านหลัง ร่วมกับสายเบรกจาก Hel ซึ่งก็จะแตกต่างจากรถแข่งส่วนใหญ่ที่มักจะใช้ของทาง Brembo ซึ่งก็จะแปลกตาอยู่พอสมควรครับ ยิ่งเป็นรถแข่งจากยุโรปด้วย แต่กับใช้ระบบเบรกจากทาง Nissin ซึ่งเป็นของญี่ปุ่นครับ ในส่วนที่เด่นอีกจุดก็จะเป็นสวิงอาร์มวิงก์เล็ตด้านหน้า และท่อไอเสียแบรนด์ยอดนิยม Akrapovic ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นของใหม่ แต่ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นถูกซ้อนเอาไว้ใต้แฟริ่ง ทำให้เราไม่สามารถเห็นอะไรมากนัก ส่วนระบบกันสะเทือนนั้นก็เป็นของ Ohlins ซึ่งก็เป็นที่นิยมในรายการแข่งขันอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรใหม่หากมองจากภายนอก และสุดท้ายยางที่ใช้ก็จะเป็น Pirelli Diablo Superbike SC0 ซึ่งเป็นยางสลิกที่ใช้ในการแข่งขัน WordSBK นั่นเอง นอกจากนี้ก็จะเป็นรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ เช่น ควิกชิฟเตอร์ โซ่ สเตอร์ และพาร์ทคาร์บอนต่างๆ ตลอดจนถึงกันล้มแคร้งครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Bolt-R 2021

Yamaha Bolt-R 2021 ปรับสีสันใหม่ หรูหรายิ่งขึ้น ครูเซอร์ไบค์วีทวินเพียง 1 เดียวจากค่ายรถจากเมืองอิวาตะ Yamaha Bolt-R 2021 เปิดตัวที่ญี่ปุ่น โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก นอกจากสีสันภายนอกเท่านั้น  ยามาฮ่านั้นมีรถมอเตอร์ไซค์หลากหลายรุ่นมากที่สุดเมื่อเทียบกับค่ายรถส่วนใหญ่ในท้องตลาด มีตั้งแต่โมเป็ดที่ขายในเอเชีย ไปจนถึงซูเปอร์สปอร์ตที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเปี่ยมล้นด้วยสมรรถนะ เรียกได้ว่าเอาใจไบเกอร์ได้ทุกแนว นอกจากจะมีรถหลากหลายแล้วยามาฮ่าเองก็มักจะพัฒนารถให้ทันสมัยและมีศักยภาพเพียงพอที่จะแข่งขันกับค่ายอื่นๆ ในวงการมอเตอร์ไซค์อยู่เสมอ  และสำหรับปี 2021 ค่ายยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นแบรนด์นี้เองก็ได้ทำการอัปเดตเจ้าครูเซอร์คันนี้ใหม่ โดยสิ่งที่มาใหม่ในโมเดลนี้คือ ล้ออัลลอยใหม่ที่ต้อนเป็นล้อแบบปัดเงาแทนที่จะเป็นล้อสีดำเฉยๆ ซึ่งก็ทำให้ดูหรูหรามีระดับมากยิ่งขึ้น โช้คหลังพร้อมซับแทงก์อะโนไดซ์สีทองก็ยังคงอยู่ไม่ได้หายไป และก็จะมีสีสันใหม่คือสีน้ำเงินเมทัลลิกพร้อมลายกราฟิกใหม่  ในด้านของสมรรถนะยังคงเดิม ยังคงใช้เครื่องยนต์วีทวินขนาด 941 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ แบบ SOCH จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด โดยให้กำลังสูงสุด 54 แรงม้า แม้จะไม่เยอะแต่ก็เพียงพอที่จะขับขี่บนทางหลวง หรือว่าจะขี่ไปรอบๆ เมืองแบบชิลล์ๆ ได้ ระบบเกียร์ 5 สปีดพร้อมขับเคลื่อนด้วยสายพานเหมือนครูเซอร์สายพันธุ์อเมริกัน หากคุณมองให้ลึกลงไปคุณจะสัมผัสได้ว่า Yamaha ปรับปรุงเรื่องสไตล์เป็นหลัก โดยให้มันออกไปทางคลาสสิคมากยิ่งขึ้น ตรงกันข้ามกับทาง Honda Rebel 1100 ที่เน้นไปในเรื่องของสมรรถนะมากกว่า ดังนั้นไบเกอร์ก็ต้องเลือกกันเองว่าจะเน้นไปที่สไตล์หรือสมรรถนะ การเปรียบเทียบตรงๆ อาจจะไม่สมเหตุสมผลนัก  ส่วนเรื่องสนนราคานั้นหากมาจำหน่ายในไทยแล้วก็น่าจะคงราคาเดิม ราคารุ่นเดิมในไทยอยู่ที่ 429,000 บาท ครับ อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Zongshen Cyclone RX6

Zongshen Cyclone RX6 แอดเวนเจอร์ไบค์ขุมพลัง Norton ขณะที่ Nortan กำลังจะกลับมาผลิตอีกครั้งในอังกฤษ หลังจากต้องเผชิญกับภาวะใกล้ล้มละลายและกลายไปเป็นส่วนนึงของ TVS Motor ยักษ์ใหญ่จากอินเดีย จู่ๆ ก็มีรถ Zongshen Cyclone RX6 แอดเวนเจอร์ไบค์ที่ใช้ขุมพลังจากทาง Norton เปิดตัวมาซะอย่างนั้น  แอดเวนเจอร์ไบค์คันนี้ผลิตโดยยักษ์ใหญ่แดนมังกรอย่าง Zongshen ซึ่งก่อนหน้านี้เคยโชว์ตัวเป็นรถคอนเซ็ปต์ไบค์มาก่อน และต่อมาก็มาเผยโฉมคันจริงในงาน เซี่ยงไฮ้มอเตอร์โชว์ 2021 ล่าสุดนี้เอง สายสัมพันธ์ระหว่างสองแบรนด์จากคนละฝั่งโลกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ในปี 2017 ตอนที่แบรนด์จีนได้รับสิทธิ์การผลิตเครื่อง Atlas เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงจากทาง Norton  เครื่องยนต์นี้เป็นการยกแบงก์ด้านหน้าของเครื่อง V4 ขนาด 1,200 ซีซีมา จากนั้นพัฒนาตามคำแนะนำของทาง Ricardo ทำให้ได้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงที่ให้กำลัง 84 แรงม้า ซึ่งเดิมทีมีความตั้งใจว่าจะใช้เจ้าเครื่องบล็อกนี้กับ Norton Atlas Ranger และ Atlas Nomad ซึ่งเริ่มเดินสายการผลิตกันแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มต้นการผลิตไปไม่นาน ทาง Norton ก็ต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤติทางการเงิน ดังนั้นทางจีนจึงเริ่มการพัฒนาเครื่องยนต์ด้วยตัวเอง เจ้าไซโคลนคันนี้มีขุมพลังขนาด 649.5 ซีซี มีพละกำลังตกลงมาเหลือเพียง 70.7 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิด 62 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ โดยโมเดลนี้จะมีด้วยกัน 2 เวอร์ชัน คือ รุ่นล้ออัลลอย และรุ่นล้อซี่ลวดสำหรับลุยได้มากขึ้น (โช้คมีระยะยุบมากขึ้นด้วย) ตัวรถมาพร้อมระบบไฟ LED เต็มระบบ หน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 6.75 นิ้วสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า ระบบคีย์เลส ถังน้ำมันขนาด 21 ลิตร ระบบเบรกจาก Nissin ระบบเบรก ABS จาก Bosch และยาง Pirelli  ช่วงล่างนั้นมีเฟรมแบบท่อเหล็กกล้า สวิงอาร์มอลูมิเนียม โช้คหน้าหัวกลับ KYB และโช้คหลังจากทาง KYB วางนอนแบบเดียวกับ Kawasaki Versys 650 โดยมีน้ำหนักตัวมากถึง 245 กก. โดยช่วงแรกจะจำหน่ายในจีนก่อน และมีแพลนจะส่งออกไปยุโรปในอนาคต ส่วนบ้านเรานั้นคงต้องรอลุ้นว่าจะมีใครนำเข้ามาจำหน่ายหรือไม่ครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM-890-Duke-Tech3-Edition

KTM 890 Duke Tech3 Edition แรงด้วยชุดของแต่งพิเศษ ทีมแข่งอย่าง Tech3 MotoGP นั้นเข้าร่วมการแข่งขันระดับสูงสุดในปี 2002 ด้วยฐานะทีมแข่งอิสระที่ใช้รถ Yamaha และมีนักแข่งระดับโลกอย่าง Andrea Dovizioso และ Ben Spies เข้าร่วมทีม อย่างไรก็ตามทีมแข่งจากฝรั่งเศสทีมนี้กลับไม่อาจจะประสบชัยชนะในเรซใดๆ ด้วยรถแข่ง Yamaha    ต่อมาในปี 2019 Hervé Poncharal ผู้ก่อตั้งทีมก็ได้เลือกที่แยกทางจาก Yamaha และหันไปหา KTM แม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมายกับการตัดสินใจครั้งนี้ เนื่องจากรถแข่งจากค่ายสีส้มนั้นทำผลงานได้ไม่ดีนัก แต่ในปี 2020 ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าการตัดสินใจของ Poncharal นั้นถูกต้อง เมื่อ Miguel Olivera นักแข่งชาวโปรตุเกสสามารถพาทีมชนะการแข่งขันได้เป็นครั้งแรก จากนั้นก็ยังสามารถคว้าชัยชนะอีกครั้งในการแข่งขันโฮมเรซและยังเป็นเรซส่งท้ายฤดูกาล 2020 อีกด้วย   และในปี 2021 ทางทีมก็ได้เผยโฉมรถแข่งที่มาในสีสันใหม่ ด้วยสีส้มสวยสะดุดตาเป็นพิเศษ และกลายเป็นสีสันที่แฟนๆ ต่างชื่นชอบกันมาก และเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จแม้จะเล็กๆ น้อยๆ แต่เคทีเอ็มฝรั่งเศสก็ได้เปิดตัวโมเดลพิเศษสุดๆ อย่าง KTM 890 Duke Tech3 Edition   ซึ่งโมเดลพิเศษนี้จะผลิตขึ้นอย่างจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น โดยมาในชุดสีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง MotoGP ของทางทีมนั่นเอง พร้อมกันนี้รถจะยังมาพร้อมอกล่างและครอบเบาะ รวมไปถึงท่อไอเสีย Akrapovic ที่ช่วยให้แรงขึ้นจากเดิม 115 ม้าเป็น 121 แรงม้ากันเลยทีเดียว  ทั้งนี้ราคาโมเดลพิเศษที่จะจำหน่ายในแดนน้ำหอมเพียงแห่งเดียวนี้จะมีราคาที่ 11,690 ยูโร หรือราวๆ 442,500 บาท แพงกว่าโมเดลปกติเพียง 1,300 ยูโรหรือราวๆ 50,000 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับสีสันพิเศษ ชุดของแต่ง และความแรงที่เพิ่มเข้ามา แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่โมเดลนี้จะไม่จำหน่ายในประเทศอื่นๆ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ส่อง BMW M1000RR

ส่อง BMW M1000RR รถแข่ง WSBK 2021 มีของเล่นอะไรใหม่ ในบทความนี้เราก็ได้รวบรวมภาพมุมต่างๆ ของ BMW M1000RR ของ Tom Syke ที่ลงขับขี่ที่ทดสอบในสนาม Circuit de Barcelona-Catalunya ก่อนที่การแข่งขันจะระเบิดศึกขึ้นจริงในเดือนพฤษภาคมนี้ ว่าแต่มีอะไรใหม่บ้างไปดูกันครับ หากดูในภาพชุดที่นำมาให้ดูนั้นที่เด่นที่สุดเลยก็จะเป็นระบบเบรกจากทาง Nissin ทั้งคาลิเปอร์เบรกด้านหน้าและด้านหลัง ร่วมกับสายเบรกจาก Hel ซึ่งก็จะแตกต่างจากรถแข่งส่วนใหญ่ที่มักจะใช้ของทาง Brembo ซึ่งก็จะแปลกตาอยู่พอสมควรครับ ยิ่งเป็นรถแข่งจากยุโรปด้วย แต่กับใช้ระบบเบรกจากทาง Nissin ซึ่งเป็นของญี่ปุ่นครับ ในส่วนที่เด่นอีกจุดก็จะเป็นสวิงอาร์มวิงก์เล็ตด้านหน้า และท่อไอเสียแบรนด์ยอดนิยม Akrapovic ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นของใหม่ แต่ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นถูกซ้อนเอาไว้ใต้แฟริ่ง ทำให้เราไม่สามารถเห็นอะไรมากนัก ส่วนระบบกันสะเทือนนั้นก็เป็นของ Ohlins ซึ่งก็เป็นที่นิยมในรายการแข่งขันอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรใหม่หากมองจากภายนอก และสุดท้ายยางที่ใช้ก็จะเป็น Pirelli Diablo Superbike SC0 ซึ่งเป็นยางสลิกที่ใช้ในการแข่งขัน WordSBK นั่นเอง นอกจากนี้ก็จะเป็นรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ เช่น ควิกชิฟเตอร์ โซ่ สเตอร์ และพาร์ทคาร์บอนต่างๆ ตลอดจนถึงกันล้มแคร้งครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

4 May 2021
Yamaha Bolt-R 2021

Yamaha Bolt-R 2021 ปรับสีสันใหม่ หรูหรายิ่งขึ้น ครูเซอร์ไบค์วีทวินเพียง 1 เดียวจากค่ายรถจากเมืองอิวาตะ Yamaha Bolt-R 2021 เปิดตัวที่ญี่ปุ่น โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก นอกจากสีสันภายนอกเท่านั้น  ยามาฮ่านั้นมีรถมอเตอร์ไซค์หลากหลายรุ่นมากที่สุดเมื่อเทียบกับค่ายรถส่วนใหญ่ในท้องตลาด มีตั้งแต่โมเป็ดที่ขายในเอเชีย ไปจนถึงซูเปอร์สปอร์ตที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเปี่ยมล้นด้วยสมรรถนะ เรียกได้ว่าเอาใจไบเกอร์ได้ทุกแนว นอกจากจะมีรถหลากหลายแล้วยามาฮ่าเองก็มักจะพัฒนารถให้ทันสมัยและมีศักยภาพเพียงพอที่จะแข่งขันกับค่ายอื่นๆ ในวงการมอเตอร์ไซค์อยู่เสมอ  และสำหรับปี 2021 ค่ายยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นแบรนด์นี้เองก็ได้ทำการอัปเดตเจ้าครูเซอร์คันนี้ใหม่ โดยสิ่งที่มาใหม่ในโมเดลนี้คือ ล้ออัลลอยใหม่ที่ต้อนเป็นล้อแบบปัดเงาแทนที่จะเป็นล้อสีดำเฉยๆ ซึ่งก็ทำให้ดูหรูหรามีระดับมากยิ่งขึ้น โช้คหลังพร้อมซับแทงก์อะโนไดซ์สีทองก็ยังคงอยู่ไม่ได้หายไป และก็จะมีสีสันใหม่คือสีน้ำเงินเมทัลลิกพร้อมลายกราฟิกใหม่  ในด้านของสมรรถนะยังคงเดิม ยังคงใช้เครื่องยนต์วีทวินขนาด 941 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ แบบ SOCH จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด โดยให้กำลังสูงสุด 54 แรงม้า แม้จะไม่เยอะแต่ก็เพียงพอที่จะขับขี่บนทางหลวง หรือว่าจะขี่ไปรอบๆ เมืองแบบชิลล์ๆ ได้ ระบบเกียร์ 5 สปีดพร้อมขับเคลื่อนด้วยสายพานเหมือนครูเซอร์สายพันธุ์อเมริกัน หากคุณมองให้ลึกลงไปคุณจะสัมผัสได้ว่า Yamaha ปรับปรุงเรื่องสไตล์เป็นหลัก โดยให้มันออกไปทางคลาสสิคมากยิ่งขึ้น ตรงกันข้ามกับทาง Honda Rebel 1100 ที่เน้นไปในเรื่องของสมรรถนะมากกว่า ดังนั้นไบเกอร์ก็ต้องเลือกกันเองว่าจะเน้นไปที่สไตล์หรือสมรรถนะ การเปรียบเทียบตรงๆ อาจจะไม่สมเหตุสมผลนัก  ส่วนเรื่องสนนราคานั้นหากมาจำหน่ายในไทยแล้วก็น่าจะคงราคาเดิม ราคารุ่นเดิมในไทยอยู่ที่ 429,000 บาท ครับ อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 April 2021
Zongshen Cyclone RX6

Zongshen Cyclone RX6 แอดเวนเจอร์ไบค์ขุมพลัง Norton ขณะที่ Nortan กำลังจะกลับมาผลิตอีกครั้งในอังกฤษ หลังจากต้องเผชิญกับภาวะใกล้ล้มละลายและกลายไปเป็นส่วนนึงของ TVS Motor ยักษ์ใหญ่จากอินเดีย จู่ๆ ก็มีรถ Zongshen Cyclone RX6 แอดเวนเจอร์ไบค์ที่ใช้ขุมพลังจากทาง Norton เปิดตัวมาซะอย่างนั้น  แอดเวนเจอร์ไบค์คันนี้ผลิตโดยยักษ์ใหญ่แดนมังกรอย่าง Zongshen ซึ่งก่อนหน้านี้เคยโชว์ตัวเป็นรถคอนเซ็ปต์ไบค์มาก่อน และต่อมาก็มาเผยโฉมคันจริงในงาน เซี่ยงไฮ้มอเตอร์โชว์ 2021 ล่าสุดนี้เอง สายสัมพันธ์ระหว่างสองแบรนด์จากคนละฝั่งโลกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ในปี 2017 ตอนที่แบรนด์จีนได้รับสิทธิ์การผลิตเครื่อง Atlas เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงจากทาง Norton  เครื่องยนต์นี้เป็นการยกแบงก์ด้านหน้าของเครื่อง V4 ขนาด 1,200 ซีซีมา จากนั้นพัฒนาตามคำแนะนำของทาง Ricardo ทำให้ได้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงที่ให้กำลัง 84 แรงม้า ซึ่งเดิมทีมีความตั้งใจว่าจะใช้เจ้าเครื่องบล็อกนี้กับ Norton Atlas Ranger และ Atlas Nomad ซึ่งเริ่มเดินสายการผลิตกันแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มต้นการผลิตไปไม่นาน ทาง Norton ก็ต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤติทางการเงิน ดังนั้นทางจีนจึงเริ่มการพัฒนาเครื่องยนต์ด้วยตัวเอง เจ้าไซโคลนคันนี้มีขุมพลังขนาด 649.5 ซีซี มีพละกำลังตกลงมาเหลือเพียง 70.7 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิด 62 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ โดยโมเดลนี้จะมีด้วยกัน 2 เวอร์ชัน คือ รุ่นล้ออัลลอย และรุ่นล้อซี่ลวดสำหรับลุยได้มากขึ้น (โช้คมีระยะยุบมากขึ้นด้วย) ตัวรถมาพร้อมระบบไฟ LED เต็มระบบ หน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 6.75 นิ้วสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า ระบบคีย์เลส ถังน้ำมันขนาด 21 ลิตร ระบบเบรกจาก Nissin ระบบเบรก ABS จาก Bosch และยาง Pirelli  ช่วงล่างนั้นมีเฟรมแบบท่อเหล็กกล้า สวิงอาร์มอลูมิเนียม โช้คหน้าหัวกลับ KYB และโช้คหลังจากทาง KYB วางนอนแบบเดียวกับ Kawasaki Versys 650 โดยมีน้ำหนักตัวมากถึง 245 กก. โดยช่วงแรกจะจำหน่ายในจีนก่อน และมีแพลนจะส่งออกไปยุโรปในอนาคต ส่วนบ้านเรานั้นคงต้องรอลุ้นว่าจะมีใครนำเข้ามาจำหน่ายหรือไม่ครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 April 2021
KTM-890-Duke-Tech3-Edition

KTM 890 Duke Tech3 Edition แรงด้วยชุดของแต่งพิเศษ ทีมแข่งอย่าง Tech3 MotoGP นั้นเข้าร่วมการแข่งขันระดับสูงสุดในปี 2002 ด้วยฐานะทีมแข่งอิสระที่ใช้รถ Yamaha และมีนักแข่งระดับโลกอย่าง Andrea Dovizioso และ Ben Spies เข้าร่วมทีม อย่างไรก็ตามทีมแข่งจากฝรั่งเศสทีมนี้กลับไม่อาจจะประสบชัยชนะในเรซใดๆ ด้วยรถแข่ง Yamaha    ต่อมาในปี 2019 Hervé Poncharal ผู้ก่อตั้งทีมก็ได้เลือกที่แยกทางจาก Yamaha และหันไปหา KTM แม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมายกับการตัดสินใจครั้งนี้ เนื่องจากรถแข่งจากค่ายสีส้มนั้นทำผลงานได้ไม่ดีนัก แต่ในปี 2020 ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าการตัดสินใจของ Poncharal นั้นถูกต้อง เมื่อ Miguel Olivera นักแข่งชาวโปรตุเกสสามารถพาทีมชนะการแข่งขันได้เป็นครั้งแรก จากนั้นก็ยังสามารถคว้าชัยชนะอีกครั้งในการแข่งขันโฮมเรซและยังเป็นเรซส่งท้ายฤดูกาล 2020 อีกด้วย   และในปี 2021 ทางทีมก็ได้เผยโฉมรถแข่งที่มาในสีสันใหม่ ด้วยสีส้มสวยสะดุดตาเป็นพิเศษ และกลายเป็นสีสันที่แฟนๆ ต่างชื่นชอบกันมาก และเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จแม้จะเล็กๆ น้อยๆ แต่เคทีเอ็มฝรั่งเศสก็ได้เปิดตัวโมเดลพิเศษสุดๆ อย่าง KTM 890 Duke Tech3 Edition   ซึ่งโมเดลพิเศษนี้จะผลิตขึ้นอย่างจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น โดยมาในชุดสีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง MotoGP ของทางทีมนั่นเอง พร้อมกันนี้รถจะยังมาพร้อมอกล่างและครอบเบาะ รวมไปถึงท่อไอเสีย Akrapovic ที่ช่วยให้แรงขึ้นจากเดิม 115 ม้าเป็น 121 แรงม้ากันเลยทีเดียว  ทั้งนี้ราคาโมเดลพิเศษที่จะจำหน่ายในแดนน้ำหอมเพียงแห่งเดียวนี้จะมีราคาที่ 11,690 ยูโร หรือราวๆ 442,500 บาท แพงกว่าโมเดลปกติเพียง 1,300 ยูโรหรือราวๆ 50,000 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับสีสันพิเศษ ชุดของแต่ง และความแรงที่เพิ่มเข้ามา แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่โมเดลนี้จะไม่จำหน่ายในประเทศอื่นๆ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

29 April 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Tosha ควบ Honda คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจแรก

Tosha ควบ Honda คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจแรก Tosha ควบ Honda คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจแรก สร้างผลงานกระหึ่มเปิดประเดิมศึกสุดโหดหินแห่งท้องทะเลทรายได้อย่างสวยหรู “โทชาร์ ชาร์เรนา” (Tosha Schareina) จากทีม Monster Energy Honda Team ควบรถแข่ง Honda CRF450 Rally หมายเลข 68 คว้าชัยแข่งจัดอันดับเปิดสนาม จากการแข่งขันสุดหฤโหด ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนระอุของภูมิประเทศทะเลทราย ที่ อัลลูลา (Alula) ประเทศซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา ชัยในครั้งนี้ถือชัยชนะแรกของเจ้าตัว ขณะที่ “เอเดียน ฟาน เบเวอเรน” (Adrien Van Beveren) และ “พาโบล ควินตานินญ่า” (Pablo Quintanilla) ทีมเมท สามารถควบรถแข่ง Honda CRF450 Rally จบในอันดับที่ 4 และ 7 ตามลำดับ ทั้งนี้การแข่งขันรายการนี้จะแข่งกันทั้งสิ้น 12 สเตจ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุของทะเลทรายในประเทศซาอุดิอาระเบีย รวมระยะทางกว่า 7,891 กิโลเมตร สามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้า ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : Race to The Dream อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

6 January 2024
Kramer Super Hooligan Concept

Kramer Super Hooligan Concept เน็กเก็ดไบค์ผลงานมือสตั๊นท์ระดับโลก และคันที่คุณกำลังเห็นอยู่ก็คือ Kramer Super Hooligan Concept เน็กเก็ดไบค์ผลงานมือสตั๊นท์ระดับโลก ร่วมกับทาง Rok Bagoros ที่ได้เปลี่ยนรถแข่ง Kramer GP2 ให้กลายเป็นรถเน็กเก็ดไบค์ที่เหมาะกับสายสตั๊นท์ ล่าสุด Kramer Motorcycle บริษัทผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์รายย่อยในออสเตรเลีย โชว์คอนเซ็ปต์ไบค์สุดเท่ในสไตล์และตามความคิดของ Rok Bagoros นักบิดผาดโผนชื่อดัง โมเดลนี้มีพื้นฐานมาจาก GP2-890R รถแข่งของทางแบรนด์ โดยใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 890 ซีซีจาก KTM นั่นเอง วางบนเฟรมท่อเหล็กกลมแบบสั่งทำ ถอดแฟริ่งคาร์บอนไฟเบอร์ออก และมาใส่แฮนด์บาร์แบบแฟล็ตแทนเพื่อให้สมกับเป็นเน็กเก็ดไบค์ และได้ชื่อว่าซูเปอร์ฮูลิแกนคอนเซ็ปต์ที่ดู ๆ แล้วน่าจะเหมาะกับการลงแข่งในคลาสเดียวกันกับชื่อรถนั่นเอง ซึ่งเป็นรุ่นนึงในการแข่งขันรายการ MotoAmerica โดยมีตัวเลขสเปกที่น่าสนใจคร่าว ๆ ว่าน้ำหนักรถเปล่าจะประมาณ 140 กก.เท่านั้น แต่มีแรงม้ามากถึง 128 แรงม้าและ 102 นิวตันเมตร แชสซีของรถเองก็เป็นของเกรดสูง โดยได้ระบบกันสะเทือนจาก WP ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกจาก Brembo และล้อน้ำหนักเบาอย่าง Dymag ซึ่งเลือกใส่เป็นล้ออลูมิเนียมฟอร์จ ยาง Pirelli Diablo Superbike Slick และแอบมีลูกเล่นอย่างซับเฟรมและเบาะนั่งแบบพิเศษแบบไม่ต้องใช้คานเสริม และถังน้ำมันด้านหน้าที่มีโฟมด้านในเป็นถังหลอกนั่นเอง อย่างไรก็ดีคันนี้ไม่ได้เป็นโมเดลขายจริง และก็ไม่น่าจะใช้ขี่ถนนทั่วไปได้ เนื่องจากไม่ได้มีไฟหน้าไฟเลี้ยวหรือไฟท้าย ตลอดไปจนถึงยางเองก็ไม่มีดอก แถมสนนราคาก็แรงเอาเรื่อง เพราะถ้าอิงจากรถแข่ง GP2 ที่มีราคาตั้งต้นที่ 30,000 ยูโรแล้ว คันนี้ก็คงย่อมกว่าไม่เท่าไหร่แน่นอนครับ แต่ก็เป็นรถที่ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว น่าทำออกมาขายจริง ๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

6 January 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
YAMAHA GT125 2023 ใหม่ล่าสุดพร้อมรับประกัน 5 ปี

YAMAHA GT125 2023 New Generation of Torque…เฟี้ยวฟาสต์ บาดใจ สีสันใหม่…เร้าใจอีกเลเวล บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ออโตเมติกของเมืองไทย พร้อมอัพเลเวลประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจอีกระดับ ด้วย YAMAHA GT125 2023 สีสันใหม่…เร้าใจอีกเลเวล รถจักรยานยนต์ออโตเมติกหัวฉีดตัวจี๊ด ดีไซน์สปอร์ต สีสันใหม่ โฉบเฉี่ยวเร้าใจ ออกตัวแรง คล่องตัว ขี่สนุกด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 125 ซีซี และคุ้มค่ากว่าด้วยการรับประกันมากกว่า ถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ยามาฮ่า จีที125 ใหม่! ยังตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเร้าใจด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 125 ซีซี ที่ตอบโจทย์ได้ทั้งความแรงและความประหยัด โดยผู้ขับขี่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ในการออกตัวที่แรงเร้าใจ ได้อัตราเร่งที่ดี แต่ให้ความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องยนต์เผาไหม้ได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถระบายความร้อนได้ดี ทำให้ทุกจังหวะการขับขี่เต็มไปด้วยความสนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์บลูคอร์ 125 ซีซี กุญแจรีโมท ANSWER BACK SYSTEM แผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต พร้อมไฟ ECO Lamp PARKING BRAKE สวิตช์ล็อกเบรกหลัง   นอกจากนี้ ยามาฮ่า จีที125 ใหม่! ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ทันสมัยอย่างครบครัน พร้อมตอบสนองผู้ขับขี่ได้อย่างเฟี้ยวฟาสต์ บาดใจ! ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า FULL LED สปอร์ตบาดใจ พร้อมไฟหรี่และไฟเลี้ยวแบบบิวท์อิน ให้ความสว่างชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน, แผงหน้าปัดดีไซน์สปอร์ต พร้อมไฟ ECO Lamp สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แจ้งบอกทุกฟังก์ชันการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน, กุญแจรีโมท ANSWER BACK SYSTEM เปิดช่องกุญแจอัตโนมัติ และส่งสัญญาณบอกตำแหน่ง ให้ความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น, ล้อแม็ก หน้า-หลัง 14” สไตล์สปอร์ต แข็งแกร่ง ทนทาน ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่เต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกสภาพเส้นทาง และ PARKING BRAKE สวิตช์ล็อกเบรกหลัง จอดสะดวกในที่ลาดชันให้ความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สำหรับ “ยามาฮ่า จีที125 ใหม่!” มาพร้อมกับ สีสันใหม่…เร้าใจอีกเลเวล ด้วย 2 เฉดสีด้วยกันคือ สีเขียว-ดำ (Sport Turquoise) ให้ความเฟี้ยวฟ้าวเร้าใจในทุกมุมมอง และ สีเทา-ดำ (Sporty Grey) ที่ดูสุขุม ดุดัน ในทุกองศาการมอง โดยพร้อมวางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำที่ 50,300 บาท และคุ้มค่ากว่าด้วยการรับประกันมากกว่า ถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร โดยสามารถสัมผัสกับความเฟี้ยวฟาสต์ บาดใจ ของ “ยามาฮ่า จีที125 ใหม่!” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263- 9999 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่ Website : www.yamaha-motor.co.th Facebook : Yamaha Society Thailand Instagram : @Yamaha Society Thailand Youtube : Yamaha Society Thailand อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kaeng Krachan Circuit

แก่งกระจานเซอร์กิต ข้อมูล สนามแข่ง สวยที่สุดในไทย! ถ้าจะให้พูดถึงสนามแข่ง ที่สวยงามแบบธรรมชาติของประเทศไทยเรา ก็คงจะหนีไม่พ้นสนามแข่งรถ แก่งกระจานเซอร์กิต (Kaeng Krachan Circuit) ที่มาพร้อมกับ Layout สนามแข่ง ที่สวยงาม ควบคู่กับความเร็ว ความตื่นเต้น และความเร้าใจ สนามนี้มีพื้นที่สีเขียวบริเวณสนามแข่ง และมีวิวทิวทัศน์ของภูเขาให้เราได้เห็นกันแบบจัดเต็ม ต้องบอกได้เลยว่าใครที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ และรักในความเร็ว ต้องลองมาเยือนที่นี่สักครั้ง รับรองว่าสวยจริง ๆ และเมื่อพูดถึงความสวยงามไปแล้ว เราจะพาทุกคนมาดูรายละเอียดของสนามว่าเป็นยังไงกันบ้าง สนามนี้สามารถปรับได้ 3 รูปแบบโดย รูปแบบที่ 1 มีความยาว 2.912 กม. รูปแบบที่ 2 มีความยาว 2.400 กม. และรูปแบบที่ 3  1.004 กม. แต่ล่ะรูปแบบจะขึ้นอยู่กับลักษณะกิจกรรมการแข่งขันในครั้งนั้น ๆ จะแยกเป็นประเภทของกิจกรรมประเภทรถ ประเภทการแข่งขัน ตามความเหมาะสม โดยสนามแห่งนี้มีโค้งทั้งหมด 25 โค้ง มีจุดเด่นคือมีระดับความชัน จุดที่สูงที่สุดถึงจุดที่ต่ำที่สุดมีระดับถึง 18 เมตร เหตุนี้ทำให้สนามแห่งนี้มีความแตกต่างจากสนามอื่นค่อนข้างมากเลยทีเดียว แต่เชื่อเลยว่าคนจะที่มาลงสนามแห่งนี้จะได้ประสบณ์การใหม่ ๆ ได้ท้าทายทั้งความชันของสนาม ทั้งโค้ง 25 โค้ง และได้เพิ่มทักษะการเข้าโค้ง เหมาะมากสำหรับการรีดสมรรถนะของตัวรถและผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี ถ้าเกิดใครสนใจก็ลองไปเที่ยวชมกันได้   ถ้าใครอ่านถึงตรงนี้แล้วอยากจะมาลองเปิดประสบการณ์ที่สนามแก่งกระจานเซอร์กิต สามารถเดินทางมาที่ บ้านแม่คะเมย-หนองสแก หมู่ 5 ต.วังจันทร์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยการเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. ครึ่ง ระยะทางราวๆ 167 กม. หรือสามารกดลิ้งการนำเส้นทางได้ กดดูแผนที่เดินทาง – https://goo.gl/maps/esFMX9oc3bP9BsK6A ทั้งนี้ระยะเวลาในการเดินทางขึ้นอยู่กับเวลาออก และสภาพแวดล้อมของการจราจรบนท้องถนน ทางเราแนะนำให้เตรียมความพร้อมสำหรับนักแข่ง หรือบุคคลทั่วไป เพราะต้องใช้ระยะเวลาเดินทางพอสมควร แต่รับรองได้เลยว่าไม่มีผิดหวัง กับวิวความสวยงามและประสบการณ์การขับขี่ในสนามแบบประทับใจแน่นอน สุดท้ายนี้ในส่วนของราคาการเช่าสนาม (ราคาเหมา) วันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ 80,000 บาท วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 100,000 บาท (อัตเดต 2566) หรือต้องการ ข้อมูล แก่งกระจานเซอร์กิต เพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามการจองสนาม โทร 081-833-1777, 083-333-6666 mail: [email protected] ทั้งนี้ราคาสำหรับขี่ซ้อมทางสนามกำลังมีการพูดคุยเพื่ออัปเดตราคาใหม่ โปรดสอบถามทางสนามอีกครั้ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮอนด้า ดาการ์ แรลลี่

ฮอนด้า คว้าอันดับ 3 ดาการ์ แรลลี่ 2023 สเตจสุดท้าย พร้อมปิดรายการด้วยการคว้า 2 อันดับท็อป 5 ตารางสะสม ฮอนด้า ปิดการแข่งขันอย่างสวยงามในศึกดาการ์ แรลลี่ 2023  (Dakar Rally 2023) ด้วยการสร้างผลงานคว้าอันดับ 3 สเตจ 14 ซึ่งเป็นสเตจสุดท้ายของการแข่งขันรายการนี้ได้สำเร็จ พร้อมปิดฉากด้วยการจบ 2 อันดับบนท็อป 5 ตารางเวลาสะสม จากยอดทีม มอนสเตอร์ เอเนอร์จี ฮอนด้า (Monster Energy Honda Team) และ Honda CRF450 Rally  การแข่งขันดาการ์ แรลลี่ 2023 (Dakar Rally 2023) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นการแข่งขันแรลลี่รายการที่ใหญ่ที่สุด และโหดที่สุดในโลก ซึ่งได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2565 – 15 มกราคม 2566 ท่ามกลางทะเลทรายประเทศซาอุดีอาระเบีย รวมระยะทางรวมทั้งสิ้นกว่า 8,500 กิโลเมตร ได้เดินทางมาถึงสเตจสุดท้ายในสเตจที่ 14  โดยในสเตจนี้ นักบิดอย่าง พาโบล ควินตานินญ่า จากยอดทีมแข่ง มอนสเตอร์ เอเนอร์จี ฮอนด้า (Monster Energy Honda Team) สร้างผลงานเบิดเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 3 ด้วยรถแข่ง Honda CRF450 Rally คู่ใจ ในการแข่งขันด้วยระยะทางกว่า 417 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา ขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง เอเดียน ฟาน เบเวอเรน พร้อมรถตัวแข่ง Honda CRF450 Rally ตามมาด้วยการจบในอันดับที่ 8 ของสเตจนี้ ส่งผลให้หลังการแข่งขันรายการนี้ ยอดทีมแข่ง มอนสเตอร์ เอเนอร์จี ฮอนด้า (Monster Energy Honda Team) พร้อมสุดยอดตัวแข่งอย่าง Honda CRF450 Rally  สามารถจบท็อป 5 บนตารางอันดับเวลาสะสม จาก พาโบล ควินตานินญ่า และ เอเดียน ฟาน เบเวอเรน โดยทั้งสองสามารถปิดการแข่งขันได้อย่างสวยงาม ในอันดับที่ 4 และ 5 บนตารางเวลารวมตามลำดับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!