SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Norden 901 Expedition MY25 ตัวสุดสายลุย จากแดนไวกิ้ง Husqvarna แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์จากสัญชาติสวีเดน เดินหน้าต่อยอดรหัสสายพันธุ์ 901 กับโมเดลเซ็กเมนต์สายลุยอย่าง Norden 901 Expedition 2025 ตัวเต็งจากแดนไวกิ้งในเวอร์ชัน 2025 พร้อมออปชันเสริมใหม่เต็มลำ ทั้งฟีเจอร์ ช่วงล่างและสมรรถนะ เพิ่มขีดความสามารถกับประสบการณ์ในเส้นทางฝุ่นให้ผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มระดับ โดยความน่าสนใจนั้นมีหลายจุดด้วยกันอย่างจุดแรกก็คือ ชุดสีและตัวถังที่ถูกปรับปรุงมาใหม่ ดูมีลูกเล่น และมีสีสันมากยิ่งขึ้น ลายกราฟิกออกแบบใหม่ดูสดขึ้นกว่าแต่ก่อน พร้อมภาพลักษณ์ความเป็นตัวแข่งของทางค่ายดี ๆ นี่เอง และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับชุดอุปกรณ์สำหรับเดินทางทั้งชุดกระเป๋าด้านข้างสามารถบรรทุกสัมภาระได้มากถึง 36 ลิตร สำหรับดีไซน์ในส่วนอื่น ๆ ยังคงยึดความเป็นเอกลักษณ์โมเดลสายลุยสไตล์เรโทรฉบับค่าย กับไฟหน้าทรงกลมพร้อมชิลด์ขนาดใหญ่สไตล์ทัวริ่งที่คอนโซนหน้า ถังน้ำมันขนาดใหญ่ เบาะ ท่อ อกล่าง การ์ดแฮนด์และกระจกข้าง Norden 901 Expedition 2025 มีระบบ Cornering Traction Control (MTC) ทั้งยังให้ผู้ขับขี่ได้เปิดประสบการณ์การขับขี่ทางฝุ่นอย่างเต็มพิกัด กับระบบ Cornering Traction Control ปรับปรุงใหม่สามารถปรับค่าได้ถึง 10 ระดับ เรียกได้ว่ามือใหม่หัดลุย สามารถดริฟต์ล้อหลังหล่อ ๆ หน้ามอนิเตอร์ได้เลยทีเดียว ยังรวมไปถึงฟีเจอร์ใช้งานทั้ง USB-C หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านแอพลิเคชัน Ride Husqvarna Motorcycle สามารถใช้ระบบนำทาง (Turn by Turn) แบบเรียลไทม์ รวมถึงการโทรออก รับสายและฟังเพลงได้เช่นกัน พร้อมโหมดการขับขี่ (Street, Rain, Off-Road และ Explorer) มีให้เลือกใช้งานและตอบสนองความแรงบิดที่แม่นยำด้วยคันเร่งไฟฟ้า พาวเวอร์สลิปเปอร์คลัตช์ และยังเพิ่มความสะดวกสบายอีกขั้นให้กับผู้ขับขี่ด้วยฮีตกริปและอุ่นเบาะ ช่วงล่างใหม่ WP XPLOR Suspension และออกแบบช่วงล่างมาพิเศษ ด้วยระบบกันสะเทือนจาก WP XPLOR โช้คหน้า USD ขนาด 48 มม. โช้คเดี่ยวด้านหลัง พร้อมระยะยุบเท่ากันที่ 240 มม. ปรับแต่งได้เต็มระบบไม่ว่าจะเป็นพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชัน จับคู่กับจานดิสก์เบรกคู่ด้านหน้าขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ 4 พอต จานดิสก์เบรกหลัง 260 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ พร้อมเทคโนโลยีห้ามล้อ Cornering ABS จาก Bosch ล้อซี่ลวด 21 -18 นิ้วและยางทูปเลส Pirelli Scorpion Rally STR เครื่องยนต์ยังคงเป็น 2 สูบขนาด 889 ซีซี ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า และแรงบิด 100 นิวตันเมตร ถังน้ำมัน 22 ลิตร ที่เคลมระยะทางได้มากถึง 400 กม. และยังผ่านค่ามาตรฐานไอเสีย EURO5+ อีกด้วย ถือว่าเป็นเวอร์ชันที่น่าสนใจสำหรับสายลุยเลยก็ว่าได้ สวยไม่แพ้ KTM เลยทีเดียวและราคาคงไม่ทิ้งห่างมากนักจากโฉมก่อน ๆ อย่างไรต้องรอชมราคากันอีกครั้ง และอาจมีโอกาสเข้ามาขาในไทยก็เป็นไปได้ แต่เปอร์เซ็นต์คงน้อยกว่ารุ่นแสตนดาร์ดหล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Kawasaki Z650 โฉมใหม่ เปลี่ยนแค่สี 2025 Kawasaki Z650 เป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์เน็กเก็ดไบค์ (Naked Bike) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา หรืออาจคงคุ้นเคยชื่อของ ER-6N ก่อนที่จะเปลื่ยนมาเป็น Z650 ในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียว สมรรถนะอันยอดเยี่ยม และการควบคุมที่ง่าย ทำให้ Z650 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทั้งนักขี่มือใหม่และนักขี่ที่มีประสบการณ์ 2025 Kawasaki Z650 สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 649 ซีซี แรงม้า (เคลม) 68 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิด (เคลม) 64 นิวตันเมตร ที่ 6,700 รอบ/นาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83.0 x 60.0 มม. อัตราส่วนการอัด 10.8:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด (Fuel Injection) ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 ZR17 ยางหลัง 160/60 ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Horizontal Back-link ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง 765 x2,055×1,065 มม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 188 กก. (รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT 4.3 นิ้ว ระบบไฟ LED รอบคัน ระบบ ABS (Anti-lock Braking System) ระบบ Traction Control (KTRC) โหมดการขับขี่ (Riding Modes) แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ โหมดประหยัดน้ำมัน (Eco Riding Indicator) สีสันที่วางจำหน่าย Metallic Spark Black / Green Metallic Spark Black / Red Metallic Matte Dark Gray / Metallic Spark Black อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R41.05 UN-ECE กฎใหม่ ท่อเงียบ เรื่องก็เงียบ ..!! เริ่มเข้มงวดมากขึ้นทุกที แต่ก็เพื่อผลประโยชน์โดยรวมสำหรับผู้ร่วมใช้งานบนท้องถนน โดยล่าสุดทางสหภาพยุโรปเริ่มมีการบังคับใช้กฎหมาย R41.05 UN-ECE ในเรื่องการจำกัดเสียงรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะเริ่มอย่างเป็นทางการในปี 2025 ซึ่งหมายความว่ารถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ไม่ว่าค่ายไหนก็ตาม จะต้องผ่านการ QC ในเรื่องค่าเสียงที่ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการสร้างภาระและความเดือดร้อนให้กับผู้คนโดยรอบโดยเฉพาะพื้นที่บริเวณในเมืองหรือแม้กระทั่งตามชุมชนต่าง ๆ โดยกฎใหม่นี้จะบังคับใช้ในปี 2025 และจะมีการปรับปรุงการทดสอบให้เข้มงวดขึ้น โดยวัดเสียงที่ความเร็วเครื่องยนต์และรอบเกียร์ ซึ่งจะเริ่มวัดการทำงานของเครื่องยนต์ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของความเร็วสูงสุดในแต่ละรอบเกียร์นั้น ๆ และในช่วงความเร็ว 10-100 กม./ชม. นอกจากนี้ ผลการทดสอบจะได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากภายนอก เพื่อลดช่องว่างในการอ้างอิงตัวเลขของทางผู้ผลิตอีกด้วย หากมีการใช้กฎหมายดังกล่าว อาจส่งผลกระทบถึงผู้ผลิตเพียงบางรายเท่านั้น (รายใหญ่ที่ขายรถบิ๊กไบค์) แถมยังเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในทางอ้อมอีกด้วย และคาดว่าตลาดรถไฟฟ้าน่าจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในตลาดยุโรปอย่างแน่นอน สำหรับผู้บริโภคอย่างไบค์เกอร์เรา ๆ อาจต้องกุมขมับกันเลยทีเดียว หรือว่าเซอร์กิตอาจจะเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับสายซิ่งซะแล้ว ต้องรอติดตามฟีดแบคจากไบค์เกอร์หนุ่มตาน้ำข้าวแล้วหล่ะครับ แต่ที่แน่ ๆ ทางดีลเลอร์จำหน่ายอะไหล่ท่อแต่งรถมอเตอร์ไซค์ทางฝั่งยุโรปโดนกระทบร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน ซึ่งอยู่ยากละทีนี้.. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Cyclone RC600 สปอร์ตไซส์เล็กพร้อมวิงก์เล็ตไซส์ยักษ์ Cyclone RC600 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในงาน CIMA Motor ในประเทศจีน กับรถสปอร์ตไบค์ที่มีการออกแบบตามสไตล์ของ MotoGP ซึ่งเป็นดีไซน์ที่กำลังเป็นกระแสแนวโน้มใหม่ในตลาดที่กว้างใหญ่ของประเทศจีนมาพร้อมด้วยวิงเล็ตขนาดใหญ่ ขุมกำลังของเจ้าคันนี้ใช้เครื่องยนต์สองสูบ Parallel-twin ขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 560 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 58.3 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 55 นิวตันเมตรที่ 6,500 ต่อนาที พร้อมถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 15 ลิตร สเปคเบื้องต้น ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบ Up-site Down โช้คอัพหลังเดี่ยว ดิสก์เบรกหน้า-หลังจาก J.Juan พร้อมเทคโนโลยี ABS ในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วยจอแสดงผล TFT รุ่นล่าสุดไฟ LED แบบเต็มระบบรอบคัน อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการยึดเกาะถนนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่ และระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ของ Bosch อีกทั้งมีพอร์ต USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์สมาร์ทโฟน โดยราคาคาดการณ์การวางจำหน่ายจะอยู่ที่ประมาณ 3,700 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 134,000 บาท สำหรับสาวกชาวไทยถ้าสนใจอยากจะขี่เจ้าคันนี้ ก็เตรียมลุ้นได้เลย เพราะพี่จีนรุกตลาดไทยแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว RS 125 และ Tuono 125 2021 ไซส์เล็กพร้อมซิ่งจาก Aprilia หลังจากเปิดตัวรุ่นใหญ่พิกัดเรือธงกันไปหมดแล้ว คราวนี้ Aprilia ก็หันมาเปิดตัว RS 125 และ Tuono 125 2021 รถซิ่งไซส์เล็กกันบ้าง โดย 2 โมเดลนี้ไม่ได้ใหม่แค่สไตล์จากภายนอก แต่ยังมีอื่นๆ อีก แต่จะมีอะไรใหม่บ้าง ลองไปดูกันครับ รถพิกัดนี้ถือเป็นพิกัดของมือใหม่ และยังเป็นรถที่เหมาะกับการใช้งานเดินทางไปทำงานในทุกๆ วัน และทาง Aprilia ก็มองว่ารถในพิกัดนี้ก็น่าสนใจ และควรจะมีรถที่สามารถขี่ได้ทุกวันและขี่ได้สนุกด้วยจึงเป็นที่มาของ 2 โมเดลนี้ ทั้งคู่ล้วนมีพื้นฐานเดียวกัน โดยใช้เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 125 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเคลมแรงม้ามาที่ 14.75 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และแรงบิดที่ 11.2 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ และระบบเกียร์ 6 สปีด ทางค่ายอธิบายว่ามีการปรับปรุงภายในใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงห้องเผาไหม้ ท่อไอดี ไอเสีย วาล์ว และเรือนปีกผีเสื้อ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบทางเดินไอเสียใหม่และใช้ท่อไอเสียใหม่รวมถึงแคตตาไลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ระบบกันสะเทือนค่อนข้างโดดเด่น โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 40 ม.ม. ด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มแบบ 2 ข้างไม่เหมือนกัน พร้อมโช้คหลังเดี่ยว ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะมีคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 พ็อต กับดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 300 ม.ม. ด้านหลังเป็นคาลิเปอร์เบรกแบบ 1 พ็อต และดิสก์เบรกขนาด 218 ม.ม. พร้อมระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนแนลจาก Bosch และที่เด่นเลยคือมาพร้อมกับสายถักเลย และน้ำหนักเบาเพียง 144 กก. ในส่วนของดีไซน์นั้นจะมีความคล้ายคลึงกับรุ่นพี่ในรหัส 660 มีระบบไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มระบบ โดยไฟเลี้ยวด้านหน้าจะเป็นแบบบิลต์อินในโคมไฟหน้าเลย เรือนไมล์ก็จะเป็นแบบดิจิตอลพร้อมสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และเปลี่ยนสีพื้นหลังได้ ใต้เบาะก็มีช่องเก็บของขนาดใหญ่พอที่จะใส่แท็บเล็ตขนาด 8 นิ้วพร้อมช่องชาร์จไฟได้ สำหรับการ เปิดตัว RS 125 และ Tuono 125 ครั้งนี้ ก็จะมีในเรื่องรุ่นย่อยเพิ่มมาด้วยสำหรับกรณีตัวสปอร์ตอย่าง RS ซึ่งตัวสแตนดาร์ดจะมีให้เลือก 2 สี คือสีดำแดง และสีน้ำเงิน และจะมีรุ่นพิเศษ GP Replica ที่เหมือนรถแข่ง MotoGP ซึ่งตัวนี้จะมาพร้อมควิกชิฟเตอร์และครอบเบาะท้าย ส่วนเน็กเก็ตอย่าง Tuono จะมาพร้อมสีดำแดง สีขาว และสีเทา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CB150R Streetfire เน็กเก็ตมาดเข้มเปิดตัวที่อินโดฯ ล่าทางฮอนด้า อินโดนีเซียก็ได้ทำการเปิดตัวเน็กเก็ตไบค์ดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยวและดุดัน ซึ่งก็คือเจ้า Honda CB150R Streetfire และอย่าไปสับสนว่ามันจะมาในสไตล์ Neo Sport Cafe ที่บ้านเราใช้รหัสเดียวกันนี้ล่ะครับ เจ้าสตรีทไฟร์คันนี้มีจุดเด่นที่ตัวบอดี้ที่ดูใหญ่ดุดัน โดยมีการดีไซน์ถังน้ำมัน แฟริ่งบริเวณด้านข้างแผงหม้อน้ำและอกล่าง (อกล่างมีเฉพาะรุ่น Special Edition) ทำให้เจ้าโมเดลนี้ดูแน่นดูใหญ่เหมือนบิ๊กไบค์ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอื่นๆ อาทิ ระบบไฟ LED เต็มระบบ เฟรมถัก โช้คหน้าหัวกลับ แฮนด์แบบสอบปลาย หน้าจอเรือนไมล์ดิจิตอลเต็มระบบอีกด้วย ดิสก์เบรกหน้าหลังแบบหยัก และพิเศษสุดสำหรับโมเดล Special Edition ที่ไม่ใช่แค่มีเพียงอกล่างเพิ่มเข้ามา แต่ยังมีสีสันที่แตกต่างออกไป โดยจะมีไทเทเนียมไหม้ที่แฮนด์บาร์และขอบล้อ รวมถึงแคร้งเครื่องสีทองแดง และโลโก้แบบ 3 มิติบนถังน้ำมัน เจ้าสตรีทไฟร์คันนี้จะใช้ขุมพลังสูบเดียวขนาด 149.16 ซีซี แบบ DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ วางกับเฟรมถัก ระบบเกียร์ 6 สปีด เคลมแรงม้ามาที่ 16.9 แรงม้าที่ 9,000 รอบ และแรงบิดที่ 13.8 นิวตันเมตรที่ 7,000 ทั้งยังเคลมท็อปสปีดมาที่ 125 กม./ชม. โดยมีอัตราการสิ้นเปลือง 40.5 กม./ลิตร โดยจะตั้งราคาจำหน่ายคิดเป็นเงินไทยราวๆ 65,000 บาทสำหรับรุ่นปกติ ส่วนในรุ่นสเปเชียลอิดิชันจะจำหน่ายที่ราคาราวๆ 67,000 บาท ถือว่าเป็นโมเดลที่มีความสวยงามและอ็อปชันน่าสนใจในระดับนึงเลยทีเดียว แต่ประเทศไทยจะนำเข้ามาจำหน่ายด้วยมั้ยอันนี้ต้องรอลุ้นกันครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toni Bou ควบ Africa Twin โชว์เทพสไตล์แชมป์โลก X-Trial Toni Bou ยอดนักบิดจากแดนกระทิงดุ แชมป์โลกรถจักรยานยนต์ เอ็กซ์-ไทรอัล คนล่าสุด จากทีมแข่ง Repsol Honda ได้ทำการขับขี่ All New Honda Africa Twin CRF1100L ทดสอบเพอร์ฟอร์แมนซ์ความแข็งแกร่งของแอดเวนเจอร์ไบค์ระดับเรือธงในสไตล์ที่แตกต่างอย่างสไตล์สองล้อผาดโผน เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะและเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยมของสุดยอดแอดเวนเจอร์ไบค์สายพันธุ์แชมป์ เจ้าของฉายา “ราชันย์แห่งทะเลทราย” ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะทำได้ พร้อมกันนี้ยังได้มีการโพสต์ภาพและวีดีโอบนโลกออนไลน์ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสาวกสายลุย ในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเปิดศึกการแข่งขันฤดูกาลใหม่ปี 2021 อีกด้วย ¿Se puede hacer trial con una Africa Twin? @tonibou_oficial nuestro campeón del mundo, dice que sí… ¡Increíble Toni! #AfricaTwin pic.twitter.com/ALxLYxTieh — HondaMotorEuropeES (@HondaMotosES) March 31, 2021 (1) Watch | Facebook อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ส่อง Panigale V4R รถแข่ง WSBK 2021 มีอะไรใหม่บ้าง คราวนี้เรามาพาแฟนๆ ซูเปอร์ไบค์มา ส่อง Ducati Panigale V4 R รถแข่ง WSBK 2021 กันบ้างครับ หลังจากบทความที่แล้วพาไปส่องรถเยอรมันกันมา โดยคราวนี้เป็นรถของทางฝั่งดูคาติหลายๆ ทีมรวมๆ กันครับ โดยจะเป็นภาพการขับขี่ที่ทดสอบในสนาม Circuit de Barcelona-Catalunya ประเทศสเปน ก่อนที่การแข่งขันจะระเบิดศึกขึ้นจริงในเดือนพฤษภาคมนี้ หากดูในภาพชุดที่รวบรวมมานั้นจะเห็นได้ว่า รถจากทีมโรงงาน ระบบเบรกจาก Brembo ที่มีการใช้คาลิเปอร์เบรกหน้าแบบใหม่ที่มารพร้อมครีบที่คาดว่าน่าจะใช้ระบายความร้อนให้แก่ตัวคาลิเปอร์เบรก เป็นลักษณะเดียวกับที่ใช้ใน MotoGP เลย นอกจากนี้ยังมีการทดลองใช้สวิงอาร์มี่ออกแบบมาใหม่กับรถของ Scott Redding และ Michael Ruben Rinaldi ขณะที่ Axel Bassani จากทีม Motocorza Racing ได้มีการทดลองใช้ท่อไอเสียใหม่ และ Tito Rabat เองก็มีการเปลี่ยนระบบกันสะเทือนใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้ Ohlins แล้ว คราวนี้ก็ต้องมารอติดตามกันละครับว่าแข่งจริงแล้วผลงานจะเป็นอย่างไร ใครเป็นสาวกค่ายอิตาลีสีแดงค่ายนี้ก็ต้องตามลุ้นตามเชียร์กันครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว RS 125 และ Tuono 125 2021 ไซส์เล็กพร้อมซิ่งจาก Aprilia หลังจากเปิดตัวรุ่นใหญ่พิกัดเรือธงกันไปหมดแล้ว คราวนี้ Aprilia ก็หันมาเปิดตัว RS 125 และ Tuono 125 2021 รถซิ่งไซส์เล็กกันบ้าง โดย 2 โมเดลนี้ไม่ได้ใหม่แค่สไตล์จากภายนอก แต่ยังมีอื่นๆ อีก แต่จะมีอะไรใหม่บ้าง ลองไปดูกันครับ รถพิกัดนี้ถือเป็นพิกัดของมือใหม่ และยังเป็นรถที่เหมาะกับการใช้งานเดินทางไปทำงานในทุกๆ วัน และทาง Aprilia ก็มองว่ารถในพิกัดนี้ก็น่าสนใจ และควรจะมีรถที่สามารถขี่ได้ทุกวันและขี่ได้สนุกด้วยจึงเป็นที่มาของ 2 โมเดลนี้ ทั้งคู่ล้วนมีพื้นฐานเดียวกัน โดยใช้เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 125 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเคลมแรงม้ามาที่ 14.75 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และแรงบิดที่ 11.2 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ และระบบเกียร์ 6 สปีด ทางค่ายอธิบายว่ามีการปรับปรุงภายในใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงห้องเผาไหม้ ท่อไอดี ไอเสีย วาล์ว และเรือนปีกผีเสื้อ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบทางเดินไอเสียใหม่และใช้ท่อไอเสียใหม่รวมถึงแคตตาไลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ระบบกันสะเทือนค่อนข้างโดดเด่น โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 40 ม.ม. ด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มแบบ 2 ข้างไม่เหมือนกัน พร้อมโช้คหลังเดี่ยว ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะมีคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 พ็อต กับดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 300 ม.ม. ด้านหลังเป็นคาลิเปอร์เบรกแบบ 1 พ็อต และดิสก์เบรกขนาด 218 ม.ม. พร้อมระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนแนลจาก Bosch และที่เด่นเลยคือมาพร้อมกับสายถักเลย และน้ำหนักเบาเพียง 144 กก. ในส่วนของดีไซน์นั้นจะมีความคล้ายคลึงกับรุ่นพี่ในรหัส 660 มีระบบไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มระบบ โดยไฟเลี้ยวด้านหน้าจะเป็นแบบบิลต์อินในโคมไฟหน้าเลย เรือนไมล์ก็จะเป็นแบบดิจิตอลพร้อมสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และเปลี่ยนสีพื้นหลังได้ ใต้เบาะก็มีช่องเก็บของขนาดใหญ่พอที่จะใส่แท็บเล็ตขนาด 8 นิ้วพร้อมช่องชาร์จไฟได้ สำหรับการ เปิดตัว RS 125 และ Tuono 125 ครั้งนี้ ก็จะมีในเรื่องรุ่นย่อยเพิ่มมาด้วยสำหรับกรณีตัวสปอร์ตอย่าง RS ซึ่งตัวสแตนดาร์ดจะมีให้เลือก 2 สี คือสีดำแดง และสีน้ำเงิน และจะมีรุ่นพิเศษ GP Replica ที่เหมือนรถแข่ง MotoGP ซึ่งตัวนี้จะมาพร้อมควิกชิฟเตอร์และครอบเบาะท้าย ส่วนเน็กเก็ตอย่าง Tuono จะมาพร้อมสีดำแดง สีขาว และสีเทา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CB150R Streetfire เน็กเก็ตมาดเข้มเปิดตัวที่อินโดฯ ล่าทางฮอนด้า อินโดนีเซียก็ได้ทำการเปิดตัวเน็กเก็ตไบค์ดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยวและดุดัน ซึ่งก็คือเจ้า Honda CB150R Streetfire และอย่าไปสับสนว่ามันจะมาในสไตล์ Neo Sport Cafe ที่บ้านเราใช้รหัสเดียวกันนี้ล่ะครับ เจ้าสตรีทไฟร์คันนี้มีจุดเด่นที่ตัวบอดี้ที่ดูใหญ่ดุดัน โดยมีการดีไซน์ถังน้ำมัน แฟริ่งบริเวณด้านข้างแผงหม้อน้ำและอกล่าง (อกล่างมีเฉพาะรุ่น Special Edition) ทำให้เจ้าโมเดลนี้ดูแน่นดูใหญ่เหมือนบิ๊กไบค์ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอื่นๆ อาทิ ระบบไฟ LED เต็มระบบ เฟรมถัก โช้คหน้าหัวกลับ แฮนด์แบบสอบปลาย หน้าจอเรือนไมล์ดิจิตอลเต็มระบบอีกด้วย ดิสก์เบรกหน้าหลังแบบหยัก และพิเศษสุดสำหรับโมเดล Special Edition ที่ไม่ใช่แค่มีเพียงอกล่างเพิ่มเข้ามา แต่ยังมีสีสันที่แตกต่างออกไป โดยจะมีไทเทเนียมไหม้ที่แฮนด์บาร์และขอบล้อ รวมถึงแคร้งเครื่องสีทองแดง และโลโก้แบบ 3 มิติบนถังน้ำมัน เจ้าสตรีทไฟร์คันนี้จะใช้ขุมพลังสูบเดียวขนาด 149.16 ซีซี แบบ DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ วางกับเฟรมถัก ระบบเกียร์ 6 สปีด เคลมแรงม้ามาที่ 16.9 แรงม้าที่ 9,000 รอบ และแรงบิดที่ 13.8 นิวตันเมตรที่ 7,000 ทั้งยังเคลมท็อปสปีดมาที่ 125 กม./ชม. โดยมีอัตราการสิ้นเปลือง 40.5 กม./ลิตร โดยจะตั้งราคาจำหน่ายคิดเป็นเงินไทยราวๆ 65,000 บาทสำหรับรุ่นปกติ ส่วนในรุ่นสเปเชียลอิดิชันจะจำหน่ายที่ราคาราวๆ 67,000 บาท ถือว่าเป็นโมเดลที่มีความสวยงามและอ็อปชันน่าสนใจในระดับนึงเลยทีเดียว แต่ประเทศไทยจะนำเข้ามาจำหน่ายด้วยมั้ยอันนี้ต้องรอลุ้นกันครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toni Bou ควบ Africa Twin โชว์เทพสไตล์แชมป์โลก X-Trial Toni Bou ยอดนักบิดจากแดนกระทิงดุ แชมป์โลกรถจักรยานยนต์ เอ็กซ์-ไทรอัล คนล่าสุด จากทีมแข่ง Repsol Honda ได้ทำการขับขี่ All New Honda Africa Twin CRF1100L ทดสอบเพอร์ฟอร์แมนซ์ความแข็งแกร่งของแอดเวนเจอร์ไบค์ระดับเรือธงในสไตล์ที่แตกต่างอย่างสไตล์สองล้อผาดโผน เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะและเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยมของสุดยอดแอดเวนเจอร์ไบค์สายพันธุ์แชมป์ เจ้าของฉายา “ราชันย์แห่งทะเลทราย” ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะทำได้ พร้อมกันนี้ยังได้มีการโพสต์ภาพและวีดีโอบนโลกออนไลน์ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสาวกสายลุย ในช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเปิดศึกการแข่งขันฤดูกาลใหม่ปี 2021 อีกด้วย ¿Se puede hacer trial con una Africa Twin? @tonibou_oficial nuestro campeón del mundo, dice que sí… ¡Increíble Toni! #AfricaTwin pic.twitter.com/ALxLYxTieh — HondaMotorEuropeES (@HondaMotosES) March 31, 2021 (1) Watch | Facebook อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ส่อง Panigale V4R รถแข่ง WSBK 2021 มีอะไรใหม่บ้าง คราวนี้เรามาพาแฟนๆ ซูเปอร์ไบค์มา ส่อง Ducati Panigale V4 R รถแข่ง WSBK 2021 กันบ้างครับ หลังจากบทความที่แล้วพาไปส่องรถเยอรมันกันมา โดยคราวนี้เป็นรถของทางฝั่งดูคาติหลายๆ ทีมรวมๆ กันครับ โดยจะเป็นภาพการขับขี่ที่ทดสอบในสนาม Circuit de Barcelona-Catalunya ประเทศสเปน ก่อนที่การแข่งขันจะระเบิดศึกขึ้นจริงในเดือนพฤษภาคมนี้ หากดูในภาพชุดที่รวบรวมมานั้นจะเห็นได้ว่า รถจากทีมโรงงาน ระบบเบรกจาก Brembo ที่มีการใช้คาลิเปอร์เบรกหน้าแบบใหม่ที่มารพร้อมครีบที่คาดว่าน่าจะใช้ระบายความร้อนให้แก่ตัวคาลิเปอร์เบรก เป็นลักษณะเดียวกับที่ใช้ใน MotoGP เลย นอกจากนี้ยังมีการทดลองใช้สวิงอาร์มี่ออกแบบมาใหม่กับรถของ Scott Redding และ Michael Ruben Rinaldi ขณะที่ Axel Bassani จากทีม Motocorza Racing ได้มีการทดลองใช้ท่อไอเสียใหม่ และ Tito Rabat เองก็มีการเปลี่ยนระบบกันสะเทือนใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้ Ohlins แล้ว คราวนี้ก็ต้องมารอติดตามกันละครับว่าแข่งจริงแล้วผลงานจะเป็นอย่างไร ใครเป็นสาวกค่ายอิตาลีสีแดงค่ายนี้ก็ต้องตามลุ้นตามเชียร์กันครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha LEXi LX 155 2024 เปิดตัวแล้วที่อินโดนีเซีย ยามาฮ่ายังคงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทำการเปิดตัว All New Yamaha LEXi LX 155 2024 ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Simple but MAXi” หรือว่าเรียบง่ายแต่เต็มแม็กซ์ สำหรับผู้ที่ต้องการความพรีเมียมพร้อมสมรรถนะแบบเต็มแม็กซ์ ขณะเดียวกันก็มีความเรียบง่ายและใช้งานได้จริงในทุก ๆ วัน LEXi LX 155 โมเดลใหม่นี้อัปเกรดจากเดิม 125 ซีซี มาใช้เครื่องยนต์ใหม่ Blue Core สูบเดียว 155 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA เคลมกำลังสูงสุดมาที่ 15.15 แรงม้าที่ 8,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 14.2 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ เรียกว่าแรงกว่ารุ่นเก่าขึ้นมาพอสมควร โดยมีถังน้ำมันขนาด 4.2 ลิตร ช่วงล่างด้านหน้าก็จะมีโช้คเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ ระบบเบรกจะเป็นแบบดิสก์เบรกด้านหน้าและดรัมเบรกที่ด้านหลัง ส่วนล้อจะเป็นล้อแม็กแบบไม่ต้องใช้ยางใน มีขนาด 90/90-14M/C และ 100/90-14M/C ตามลำดับ และแน่นอนว่าเพื่อการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่มากขึ้นทางค่ายใส่ระบบ Stop & Start System ที่จะช่วยดับเครื่องยนต์เวลาจอดหยุดนิ่ง อย่างเช่นตอนรอไฟแดง เป็นต้น และยังมีระบบ Smart Motor Generator ที่เป็นตัวช่วยให้รถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้นุ่มนวลมากขึ้น ส่วนในเรื่องของเทคโนโลยี สำหรับรุ่น LEXi LX 155 Connected ABS ก็จะมาพร้อมระบบเบรก ABS ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก มีระบบสมาร์ทคีย์ช่วยให้สตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจ ทั้งยังมีระบบ Answer Back ช่วยให้เราหารถในที่จอดรถได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพียงกดปุ่มรถก็จะส่งสัญญาณให้เราสังเกตได้ง่ายขึ้น และที่แน่นอนที่สุดตามชื่อคือระบบ Y-Connect ที่ทำให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานแอพลิเคชันเพื่อดูข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ที่จอดรถล่าสุด แจ้งเตือนความผิดปกติของตัวรถ แจ้งเตือนข้อความและสายเรียกเข้าบนหน้าจอเรือนไมล์ อันดับการขับขี่ในแง่ของการประหยัด บันทึกการขับขี่ ทริป และวัดรอบ ทั้งนี้ทางอินโดนีเซียแยกโมเดลใหม่นี้ออกเป็น 3 รุ่นย่อยได้แก่ LEXi LX 155 Connected ABS จะมาในเฉดสีน้ำตาลแม็กม่า (ราคาคิดเป็นเงินไทยประมาณ 67,500 บาท) LEXi LX 155 S มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีน้ำตาลแม็กม่า สีเงินเข้มอิลิกเซอร์ และสีแดงด้าน (ราคาคิดเป็นเงินไทยประมาณ 60,500 บาท) LEXi LX 155 มีให้เลือก 3 สีได้แก่ สีดำเมทัลลิก สีเทาด้าน และสีแดงเมทัลลิก (ราคาคิดเป็นเงินไทยประมาณ 57,100 บาท) ส่วนเรื่องที่บ้านเราจะจำหน่ายโมเดลนี้มั้ย บอกเลยว่ามีความเป็นไปได้สูงเลยทีเดียวครับ งานนี้ก็ต้องมาดูกันว่าบ้านเราจะเปิดขายเมื่อไหร่ ซึ่งรุ่นเดิมนั้นราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 60,100 บาท ก็คาดว่าตัวใหม่นี้ราคาน่าจะปรับขึ้นไปตามความจุและเทคโนโลยี โดยราคาอาจจะไปอยู่ราว ๆ 70,000 ก็เป็นได้ ทั้งนี้เป็นเพียงการคาดเดาของแอดมินเองนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX GTM250R คาเฟ่เรเซอร์รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดเผยโฉมที่ญี่ปุ่น รถในสไตล์เรโทรที่ถูกปลุกผีมาทำไมมักจะได้รับความนิยมเสมอ กระทั่งแบรนด์ที่ไม่ได้มีประวัติความเป็นมายาวนานเองก็ยังทำรถที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถสไตล์เรโทร โดยเน้นไปในเรื่องของสไตล์มากกว่าจะเป็นตำนานหรือความเป็นมาของตัวเอง และเจ้า GPX GTM250R คาเฟ่เรเซอร์รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด เองก็เป็นตัวอย่างนึง GPX นั้นเปิดประตูสู่ตลาดในปี 2007 และแบรนด์นี้ก็ได้ทำการสร้างรถที่มีสไตล์แบบเรโทรออกมาโดยเปิดตัวที่ประเทศญี่ปุ่นและขายแต่ที่ญี่ปุ่นเท่านั้น แถมยังขายในจำนวนจำกัดอีกด้วย เราไปดูกันดีกว่าว่ามันมีอะไรยังไงกันบ้างครับ สำหรับดีไซน์นั้นแน่นอนว่ามันออกมาในสไตล์ของคาเฟ่เรเซอร์ โดยเป็นผู้สืบทอดมาจากเจ้า Gentleman Racer 200 นั่นเอง แล้วนำมาใส่โม่งครอบไฟหน้าเข้าไป ตัวรถมีถังน้ำมัน เบาะนั่งและส่วนท้ายจัดเรียงกันในระนาบเดียวกันและขนานไปกับพื้น ให้ความรู้สึกเหมือนดั่งจรวดทางเรียบ นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็นแฟริ่งอยู่ใต้เบาะนั่งที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับแคร้งเครื่องเลย ดูแปลกตาไปอีกแบบ ส่วนของเครื่องยนต์นั้นมีการอัปเกรดขึ้นมาจากเดิมที่เป็นเครื่องสูบเดียวขนาด 197 ซีซีจ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ แต่ตอนนี้จะเป็นเครื่องสูบเดียว 250 ซีซีแบบหัวฉีดแล้ว โดยเคลมกำลังแรงม้ามาที่ 20.4 แรงม้า ซึ่งดูอาจจะไม่เร้าใจวัยแรง แต่ก็เพียงพอที่จะขี่เดินทางใช้งานในเมืองได้สบาย ๆ แต่ว่าตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 148 ก.ก.เท่านั้น ซึ่งคาดว่าน้ำหนักรวมของเหลวและน้ำมันแล้วก็น่าจะมี 160 กิโลกรัมเห็นจะได้ ส่วนเรื่องของช่วงล่างนั้นโมเดลนี้จะมาพร้อมล้อซี่ลวด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รัดด้วยยางแบบเน้นใช้งานบนถนนเป็นหลัก ขณะที่ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับ และด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวที่สามารถปรับพรีโหลดได้ ที่เด่นเลยเห็นจะเป็นระบบเบรก ซึ่งด้านหน้าให้เป็นดิสก์เบรกหน้าคู่มาพร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์กันเลย ซึ่งดูเกินตัวรถไปหน่อย แต่หลัก ๆ น่าจะเป็นไปเพื่อความดูแน่นและเต็มเป็นหลัก สำหรับการจำหน่ายนั้นจะมีจำหน่ายเพียง 150 คัน และที่ญี่ปุ่นที่เดียวเท่านั้น มีขายทั้งหมด 3 สี คือ แดง ดำ และเหลือง โดยจะมีราคาที่ 566,500 เยน หรือราว ๆ 137,500 บาท ซึ่งก็ถือว่าน่าเสียดายที่ไม่ได้มีขายไทย แม้ว่าจะเป็นรถสายพันธุ์ไทยก็ตาม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

HARLEY-DAVIDSON ฉลอง 120 ปี เผยโฉมรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ เพียบ!! มาแล้ว!! กับการเฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปี กับเจ้าพ่อแบรนด์มอเตอร์ไซค์ยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกาอย่าง Harley-Davidson โดยปี 2023 นี้ ทาง ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน ได้เปิดไลน์อัพมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ล่าสุดในหลายรุ่นด้วยกัน รวมไปถึงรุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน ซึ่งนำโดยรถมอเตอร์ไซค์รุ่น CVO™ Road Glide Limited Anniversary จัดเต็มมาพร้อมดีเทล สไตล์ และขุมพลังในแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อฉลองครบรอบ 120 ปี และรถมอเตอร์ไซค์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันอีกจำนวน 5 รุ่น ที่มาในสี ลวดลาย และดีเทลสุดเอ็กซ์คลูซีฟพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปีโดยเฉพาะ เสริมด้วยรถรุ่น Breakout® และรุ่น Nightster® Special ด้วยกัน ถือว่าเป็นการเปิดตัวรถแบบจัดเต็มครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 12 ทศวรรษ ด้วยสีสันและลวดลายเอาใจแฟน ๆ เหล่าวสาวกชาวฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน ทั่วโลก มาดูกันซิว่า ดีไซน์ของแต่ละรุ่นจะเป็นอย่างไรกันบ้าง CVO™ Road Glide Limited Anniversary มาพบกับเจ้าพ่อคันใหญ่อย่าง CVO™ Road Glide Limited Anniversary รุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน ระดับซูเปอร์พรีเมียม เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปีแห่งการสร้างสรรค์ พร้อมกับการนำเสนอโครงสีที่ซับซ้อนที่สุดจาก ฮาร์ลี่ย์เริ่มจากตัวพื้นสีดำ Anniversary Black ที่จะถูกพาดทับด้วยแผงสีแดง Heirloom Red ตกแต่งลายเส้นด้วยสีแดงสด และฝีมือการวาดลายหยักสีทองปิดท้าย อีกทั้งยังมีลูกเล่นที่ซ่อนไว้เพื่อเพิ่มความพิเศษให้แผงตัวรถดูเหมือนส่วนหัวและปีกของนกอินทรีที่กำลังโบยบิน ตรานกอินทรีสีทองบนตัวถังในสไตล์ Art Deco อันเป็นเอกลักษณ์ เบาะนั่งทำจากผ้ากำมะหยี่สุดหรู มีลายตะเข็บสีทองและสีแดงตัดกันอย่างลงตัว ชุดเกียร์ส่งกำลังโทนสีทอง กล่องคันโยกสีและปลอกท่อก้านกระทุ้งสีแดงสด สำหรับรถมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษรุ่นนี้ จะผลิตออกมาจำหน่ายเพียง 1,500 คันทั่วโลก ซึ่งแต่ละคันจะถูกสลักหมายเลขซีเรียล ด้วยเลเซอร์ไว้บนคอนโซลถังน้ำมันด้วยกัน รถมอเตอร์ไซค์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน ฉลอง 120 ปี สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันอีก 5 รุ่น ที่ผลิตพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี มาในสีและดีเทลที่แตกต่างไม่เหมือนใคร กับการผสมผสานของสีและการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถมอเตอร์ไซค์ในยุคก่อน ประกอบด้วยการใช้โครงสีแบบคลาสสิก พร้อมสีพื้นแดงมันวาว Heirloom Red ตัวรถถูกตกแต่งด้วยลายเส้นสีแดงสดและแต่งเติมความเข้มด้วยสี Midnight Crimson แบบเฟด และรายละเอียดพิเศษอื่นๆ ได้แก่ ตรานกอินทรีสีทองบนตัวถังในสไตล์ Art Deco ที่หุ้มเบาะนั่งพร้อมกรอบสีแดงและโลโก้ Harley-Davidson ที่ปักด้วยด้ายสีทอง และส่วนเครื่องยนต์ที่มีสีแดงแบบเฟด เรามาชมรถมอเตอร์ไซค์ 5 รุ่น ลิมิเต็ดอิดิชั่นของทางฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ว่าจะมีรุ่นอะไรที่อัพเดตใหม่ๆกันบ้าง 1.Ultra Limited Anniversary (ผลิตเพียง 1,300 คันทั่วโลก) 2.Street Glide® Special Anniversary (ผลิตเพียง 1,600 คัน) 3.Road Glide® Special Anniversary (ผลิตเพียง 1,600 คัน) 4.Fat Boy® 114 Anniversary (ผลิตเพียง 3,000 คัน) 5.Heritage Classic 114 Anniversary (ผลิตเพียง 1,700 คัน) รุ่น Breakout® สำหรับรุ่น Breakout® กลับมาอีกครั้งในไลน์อัพรถมอเตอร์ไซค์ที่เปิดตัวในทวีปอเมริกาเหนือ เพิ่มความดุดันของเครื่องยนต์และปรับโฉมไฟหน้าแบบใหม่ ให้รับกับรูปทรงรถที่ยาวและเพรียว ขับเคลื่อนเต็มพิกัดด้วยเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight(R) 117 แบบ V-Twin ด้วยแรงบิดเต็มกำลัง และระบบส่งกำลังของ Harley-Davidson ที่ติดตั้งจากโรงงาน ส่งพลังให้ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์รุ่น Breakout พร้อมที่จะสะกดทุกสายตาบนท้องถนน รุ่น Nightster® Special ในรูปแบบใหม่ รถมอเตอร์ไซค์น้ำหนักปานกลางโฉมใหม่ กับการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของรถมอเตอร์ไซค์ Nightster ด้วยความลงตัวด้านสไตล์ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีที่เหนือชั้นขึ้น ขับเคลื่อนอย่างเต็มพิกัดด้วยเครื่องยนต์ Revolution(R) Max 975T แบบ V Twin ที่ระบายความร้อนด้วยของเหลว ถูกปรับแรงบิดให้มีจำนวนรอบต่ำ เพื่อลดน้ำหนักรวมของตัวรถ โดยน้ำหนักของเครื่องยนต์จะผนวกรวมกับแชสซีช่วงกลาง ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงไลน์อัพรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ จากค่าย Harley-Davidson

BKX 250 S 2023 เน็กเก็ดดีไซน์เฉี่ยวจากค่ายสิงโต ก่อนหน้านี้เราได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับเจ้าแอดเวนเจอร์น้องเล็กจากค่ายสิงโตอิตาลี Benelli ในพิกัดเดียวกันไปก่อนแล้ว วันนี้เราขอนำเสนอโมเดลใหม่สไตล์เน็กเก็ดที่เปรียบเสมือนกับแฝดคนละฝากับสายลุยคันก่อนหน้านี้ ซึ่งคันใหม่นี้ก็คือเจ้า Benelli BKX 250 S 2023 ที่บอกได้เลยว่าคล้ายกันเหมือนแกะ เหมือนดั่งแฝดคนละฝาก็ไม่ผิดนัก สำหรับเจ้าเน็กเก็ดคันนี้ถูกออกแบบมาในแนวทางการดีไซน์แบบใหม่ของทางค่ายให้มีความโดดเด่นในแบบสมัยใหม่ ไปไหนมาไหนใครก็ต้องหันมามอง ดีไซน์ก็จะคล้ายกับฝาแฝดของมันที่เป็นรถแอดเวนเจอร์ ตัวรถจะมีความโดดเด่นที่ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ดีไซน์ไม่เหมือนใครยกเว้นแฝดของมัน และแน่นอนว่าไฟท้ายก็คล้ายกับฝาแฝดของมันคือเป็นไฟแบบ LED ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งไฟท้าย ไฟเบรกและไฟเลี้ยวในชุดเดียวกัน ซึ่งเป็นอะไรที่แหวกแนวมาก ๆ สำหรับขุมพลังแน่นอนว่าเป็นขุมพลังเดียวกันกับสายลุยที่เป็นแฝดของมัน กล่าวคือมันใช้เครื่องยนต์สูบเดียว 250 ซีซีแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ DOHC 4 โดยทางค่ายเคลมแรงม้าสูงสุดมาที่ 25.8 แรงม้าที่ 9,250 รอบ และแรงบิดสูงสุดมาที่ 21.1 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 13.5 ลิตร โดยส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีดและขับเคลื่อนด้วยโซ่ ไม่ต่างไปจากตัวลุยของค่ายที่อยู่ในพิกัดเดียวกันเลย ในส่วนของแชสซีเองก็เช่นเดียวกัน ตัวรถเลือกใช้เฟรมถักที่ให้ความแข็งแรงขณะเดียวกันก็มีความคล่องตัว มีความยืดหยุ่น ตัวระบบกันสะเทือนนั้นด้านหน้าก็จะเป็นโช้คแบบหัวกลับขนาด 41 ม.ม. ส่วนด้านหลังก็จะเป็นโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้ซึ่งทำงานร่วมกันกับกระเดื่องและสวิงอาร์ม ไม่ต่างอะไรกับแฝดของมัน เว้นแต่เพียงว่ามีระยะยุบน้อยกว่า เพราะเจ้านี่เป็นรถขี่ถนน ต่อกันที่ระบบเบรกตัวรถก็จะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล โดยด้านหน้าจะมีคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 ลูกสูบจับกับจานเบรกขนาด 280 ม.ม. ส่วนด้านหลังเป็นคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดียวจับกับจานเบรกขนาด 240 ม.ม. ส่วนล้อนั้นต่างกันออกไปเพราะเป็นรถขี่ถนนใช้งานในเมือง ตัวล้อจึงเป็นล้ออลูมิเนียมขนาด 17 นิ้วทั้งสองล้อ โดยมียางขนาด 110/70-ZR17 และ 150/60-ZR17 ตามลำดับ ส่วนเทคโนโลยีนั้นไม่ค่อยมีอะไรมากนัก ตัวรถมีหน้าจอเรือนไมล์แบบ LCD ที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจน แล้วก็จะมีพอร์ต USB สำหรับไว้ชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ เวลาเดินทาง แบบเดียวกับฝาแฝดมีเป๊ะ ๆ สุดท้ายนี้สนนราคานั้นยังไม่มีการระบุ และแน่นอนว่าจะมีรุ่น 125 ซีซีจำหน่ายด้วยเช่นกัน โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจทีเดียว ราคาหน้าจะโอเค น่าลุ้นน่าคบหาเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Super Meteor 650 2023 ครูเซอร์ตัวใหม่จาก Royal Enfield หลังจากจบงาน EICMA และ Rider Mania ในประเทศอินเดียที่เพิ่งจัดไปเร็วๆ นี้ รอยัล เอ็นฟีลด์พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ Super Meteor 650 อย่างเป็นทางการในประเทศอินเดียและยุโรป ที่มากับรุ่นย่อย 2 รุ่น ได้แก่ Super Meteor 650 และ Super Meteor 650 Tourer ใน 7 โทนสี พร้อมประกาศเปิดตัวในเอเชียแปซิฟิกเร็ว ๆ นี้ ด้วยเอกลักษณ์ด้านการทรงตัวและการควบคุม ดีไซน์การออกแบบในราคาที่เข้าถึงได้ กับรถจักรยานยนต์ Super Meteor 650 2023 ที่ถูกออกแบบและสร้างขึ้นที่ศูนย์เทคโนโลยีแห่งสหราชอาณาจักรของแบรนด์ ร่วมกับ Harris Performance โดยเฟรมและสวิงอาร์มถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำทำให้ควบคุม บังคับเลี้ยวได้ง่าย อีกทั้ง มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมในช่วงความเร็วสูง ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจในทุกครั้งที่ออกเดินทาง โครงสร้างของตัวรถ ถูกสร้างขึ้นด้วยนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรูปโครงเหล็กแบบฟอร์จ, การหล่อแบบ Investment casting และการ Pressings & Extrusions ซึ่งเฟรมแบบใหม่นี้ มีการออกแบบให้มีจุดยึดฝาสูบใหม่ มาพร้อมกับโช้คแบบ USD (UpSide Down) มีช่วงชักที่ 120 ม.ม. และโช้คหลังแบบพิเศษพร้อม pre-load ได้ถึง 5 ระดับ กับระยะยุบตัวที่ 101 ม.ม. และเมื่อช่วงล่างทั้งหมด ถูกผสานด้วยเฟรมออกแบบมาพิเศษ ทำให้ Super Meteor 650 รุ่นนี้เหมาะกับการขับขี่ระยะทางไกลเลยทีเดียว สำหรับรายละเอียดของเจ้าตัว Super Meteor 650 ในด้านเครื่องยนต์จะเป็นแบบสองสูบขนาด 648 ซีซี ที่มีพละกำลังขนาด 46.4 แรงม้าที่ 7,250 รอบ ให้แรงบิดสูงสุดที่ 52.3 นิวตันเมตรที่ 5,650 รอบ มีอัตราส่วนการอัด 9.5 : 1 พร้อมระบบคลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน รวมถึงการใช้เกียร์แบบ 6 สปีด ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด EFI และระบบสตาร์ทไฟฟ้า ด้านมิติรถมีขนาด (กว้างxยาวxสูง) 890×2,260×1,155 ม.ม. มีความสูงพื้นเบาะ 740 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 135 ม.ม. และระยะฐานล้อ 1,500 ม.ม. โดยน้ำหนักหนักรถ (รวมของเหลว) อยู่ที่ 241 ก.ก. ซึ่งถือว่าไม่หนักมาก มากันที่ช่วงล่างของตัวรถ ระบบเบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว 320 ม.ม. คาลิเปอร์โอ้ตลูกสูบคู่ และเบรกหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว 300 ม.ม. คาลิเปอร์โอ้ตลูกสูบ พร้อมระบบ ABS แบบ Dual Channel กับล้อหน้าขนาด 100/90-19 (ล้อแม็ก) และล้อหลังขนาด 150/80-16 (ล้อแม็ก) ต่อกันที่เทคโนโลยีของตัวรถ แผงหน้าปัดมาตรวัดความเร็วแบบอะนาล็อกเข้ากับการทำงานของจอ LCD ที่แสดงข้อมูลต่างๆ อาทิ รอบเครื่องยนต์, ไฟบอกเกียร์, มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง, นาฬิกา, และมาตรวัดระยะทาง จากนั้นจะมีอุปกรณ์นำทางแบบ TBT (Turn-By-Turn) หรือที่รู้จักในชื่อ Royal Enfield Tripper ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับ Google เชื่อมโยงกับสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่ผ่านบลูทูธ ช่องเสียบ USB แบบแยกส่วนอยู่ใต้แผงด้านซ้าย และจุดสนใจเพิ่มเติมครูเซอร์รุ่นนี้คือ ไฟหน้าแบบ LED ซึ่งเป็นครั้งแรกของรอยัล เอ็นฟีลด์ ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันสไตล์ย้อนยุค แต่ให้ประโยชน์ทั้งหมดจากเทคโนโลยี LED นอกจากนี้ Super Meteor 650 ถูกออกแบบให้การขี่และควบคุมรถทำได้ง่าย ผ่านการออกแบบตัวรถจักรยานยนต์ที่คำนึงถึงหลักสรีระศาสตร์ และให้ฟีลลิ่งในการขับขี่ ทรงตัวได้นิ่งแม้มีลมแรงบนถนน อีกทั้งคล่องตัวสูงในทุกโค้ง เครื่องยนต์นิ่งและนุ่มนวล และพร้อมแรงบิดที่เหลือเฟือในทุกรอบเครื่องยนต์ และที่สำคัญคือ