SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
คนนี้มันมีของ ! คาร์เคดี้เผย อัลเดเกร์ พร้อมลุย MotoGP

คนนี้มันมีของ ! คาร์เคดี้เผย อัลเดเกร์ พร้อมลุย MotoGP หลังจากที่สำเร็จภารกิจในการพาแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ กลับมาขึ้นโพเดียมอีกครั้งในรอบ ในฤดูกาลนี้ทางทีม Gresini Racing ได้นักบิดคนใหม่ที่ถูกโปรโมตมากจากการแข่งขัน Moto2 อย่าง ‘เฟอร์มิน อัลเดเกร์’ กดเวลาดีสุดในกลุ่มหน้าใหม่ ในรอบซ้อมที่ประเทศสเปนเหล่า Rookie หน้าใหม่ไม่ว่าจะเป็น ไอ โอกุระจากทีม Trackhouse Aprilia, สมเกียรติ จันทรา จากทีม LCR Honda และอัลเดเกร์ จากทีม Gresini Racing แต่ดูผิวเผินจากการซ้อมในยกแรกของทั้งสามคนในการแข่งขัน MotoGP ทางฝั่งของนักบิดชาวสเปนจะสามารถทำเวลาได้ดีกว่าใครเพื่อน โดยสามารถจบเวลาต่อรอบอยู่ที่ 01:40.56 ถัดมาเป็น ไอ โอกุระที่ 01:40.94 และก้องที่สามารถจบเวลาได้ดีที่สุดอยู่ที่ 01:41.29 ซึ่งการทำเวลาได้ดีที่สุดในกลุ่มหน้าใหม่ ทางหัวหน้าช่างอย่าง ‘แฟรงกี้ คาร์เคดี้’ ก็เพียงพอใจ และเข้าใจว่าการขยับขึ้นมาจาก Moto2 สู่ MotoGP ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและการขาดยางหน้าแบบนิ่ม หลังจากที่รอบชิงชนะเลิศของฤดูกาลเปลี่ยนสถานที่จัดงานจากบาเลนเซียมาเป็นบาร์เซโลนาในนาทีสุดท้าย “เรามีเหตุการณ์ล้มเล็กน้อย แต่โชคดีที่มันไม่แย่กว่านี้ในสภาพที่ยากลำบากแบบนี้” คาร์เคดี้กล่าว “มือใหม่ทุกคนได้สัมผัสกับกรวดในบางจุด ซึ่งผมก็ไม่แปลกใจเลย แต่ถึงอย่างนั้นการทดสอบนี้ก็ยังเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก หลังจากรอบที่สองหรือสาม เขาบอกว่าเขาเริ่มคุ้นเคยกับความเร็วได้แล้ว แต่เมื่อเราดูข้อมูล เบรกเป็นจุดที่ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกมาก” แม้จะมีเรื่องประทับใจ แต่มีบางจุดต้องปรับปรุง แม้จะสามารถกดเวลาได้ดีที่สุดในกลุ่มหน้าใหม่ แต่ก็ยังมีบางจุดที่ต้องปรับปรุงอยู่บ้างเพื่อการขับขี่ในขณะแข่งขัน สามารถรีดประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม  “สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากคือ เรานั่งคุยกันเกี่ยวกับเรื่อง [การเบรก] และเมื่อเขาออกไปครั้งถัดไป เขาก็ทำได้ใกล้เคียงกับนักแข่งระดับท็อปมากขึ้นทันที จริง ๆ แล้วมันค่อนข้างน่ากลัว เพราะเราคิดว่า ‘บางทีเราอาจกดดันเขามากเกินไป!’” “แต่หนึ่งสิ่งที่ต้องปรับปรุง คือคุณต้องจำไว้ว่าตำแหน่งการนั่งของนักแข่งบนรถ และการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากใน MotoGP และสำหรับนักแข่งหน้าใหม่ มันแทบจะเป็นการคาดเดาในการทดสอบครั้งแรก คุณต้องพิจารณาตำแหน่งของนักแข่งคนอื่น ๆ แล้วเราก็วางเขาไว้ในจุดกลาง ๆ แต่ยังมีงานที่ต้องทำเพิ่มเติมในช่วงฤดูหนาวนี้” เป้าหมายคือโพเดียม แน่นอนว่าเป็นหน้าใหม่ขึ้นมาในการแข่งขันระดับสูงสุดครั้งแรก ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องตั้งเป้าหมายอะไรบางอย่าง เพื่อให้มีแรงจูงใจในการแข่งขันแต่ละสนามคาร์เคดี้ก็ได้ออกมาเผยว่าเป้าหมายของ อัลเดอร์เกร์คือโพเดียม  “ผมเคยพูดเสมอกับนักแข่งคนก่อน ๆ และมันจะเหมือนกันกับเฟอร์มิน – สำหรับผม มันเป็นเรื่องของการพัฒนาในทิศทางที่ก้าวหน้าเสมอ ดังนั้นถึงแม้ว่าคุณจะจบอันดับที่ 20 ในสนามแรก (การสอบที่บาร์เซโลน่า) ถ้าหลังจากนั้นทุกสนามดีขึ้นเรื่อย ๆ คุณก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายแล้ว และในปีถัดไปคุณก็พร้อม” “ถ้าคุณมีฤดูกาลที่ขึ้น ๆ ลง ๆ… มันอาจจะยอดเยี่ยมที่ได้ขึ้นโพเดียมในสนามที่ 5 หรือ 6 แต่ถ้าหลังจากนั้นคุณจบอันดับที่ 20 มันก็ไม่ได้ผลดีนัก” “ความกดดันจะมีแค่เมื่อคุณจบการแข่งขันแรกบนโพเดียม เพราะหลังจากนั้นการพัฒนาให้ดีขึ้นตลอดทั้งปีจะเป็นเรื่องที่ยาก! ผมคาดหวังว่าในปีนี้เราจะมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยไม่ใช่ในลักษณะที่ว่า ‘นี่เป็นสนามที่ดี’ หรือ ‘นี่เป็นสนามที่ไม่ดี’ แต่มันจะเป็นแนวโน้มที่ก้าวหน้า” “ผมคิดว่าเฟอร์มินจะสร้างความประทับใจให้กับผู้คนมากมายในปีนี้” อัลเดเกร์ จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะนักแข่งทีม Gresini Racing ร่วมกับ อเล็กซ์ มาร์เกซในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคมนี้ และจะลงซ้อมในเซปัง เทส (Sepang Test) ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และต่อด้วยการสอบที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 QJMotor SRT700SX แอดเวนเจอร์ค่ายจีนพร้อมบุกตลาดยุโรป

2025 QJMotor SRT700SX แอดเวนเจอร์ค่ายจีนพร้อมบุกตลาดยุโรป 2025 QJMotor SRT700SX หนึ่งในโมเดลของค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนอย่าง QJMotor ที่เตรียมส่งแอดเวนเจอร์ไบค์คลาสกลางทำตลาดในประเทศทางฝั่งยุโรป โดยการเปิดตัวในรุ่นนี้จะเป็นการเติมเต็มช่องว่างระหว่าง SRT600 และ SRT900SX เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง แอดเวนเจอร์ไบค์คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบสองสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดความจุ 698 ซีซี ซึ่งผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro5+ เป็นที่เรียบร้อย พละกำลังสูงสุดที่ทำได้ 70 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 69 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที ระบบกันสะเทือนล่างด้านหน้าให้มาเป็นโช้คอัพจากแบรนด์ MARZOCCHI แบบหัวกลับที่มาพร้อมระยะยุบตัว 140 มม. ด้านหลังโช้คอัพเดี่ยวทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ มาพร้อมกับคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo แบบสี่ลูกสูบจับคู่กับจานเบรกขนาด 320 มม. ที่ติดตั้งอยู่บนล้อหน้าแบบซี่ลวดขนาด 110/80-19 ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวกับลูกสูบเดียวจับคู่กับจานเบรกขนาด 260 มม. อยู่คู่กับล้อหลังแบบซี่ลวดขนาด 150/70-17 และเพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบเบรกแบบ ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง อุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกับตัวรถ แน่นอนว่ารถจากค่ายจีนขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของการให้อุปกรณ์เสริมติดรถมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นแคชบาร์ดกันกระแทก, ชิลด์หน้าแบบปรับได้, การ์ดแฮนด์ รวมไปถึงที่จับแบบอุ่นมือ (Heated Grips) ก็รวมอยู่ในอุปกรณ์พื้นฐาน นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟ LED รอบคัน และหน้าจอแสดงผลแบบ TFT พร้อมกล่องเก็บสัมภาระอะลูมิเนียมด้านข้าง 2 ใบ และกล่องท้ายอะลูมิเนียมอีก 1 ใบ พร้อมชุดขายึด มาให้ครบจากโรงงาน เรียกได้ว่าออกรถไปพร้อมนำไปขับขี่ได้เลย ภาพอื่น ๆ ของตัวรถ   สีสันที่วางจำหน่าย สีดำ สีแดง สีฟ้า   อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าการเปิดตัวของรุ่นย่อย SRT700SX จะเป็นการเข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่างรุ่น SRT600 และ SRT900SX ทั้งในแง่ของราคา และในด้านของสมรรถนะ โดยรุ่นนี้จะวางจำหน่ายในบางประเทศของยุโรปเท่านั้น (ในตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยทั้งหมด) ซึ่งราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 6,200 ปอนด์สเตอร์ริงหรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 272,000 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งเหล่าไบค์เกอร์ขาลุยในไทยหากใฝ่ฝันอยากขับขี่อาจจะต้องรอเก็บความคิดนั้นไป เพราะยังไงก็ไม่เข้าไทยแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Super Cub 125X

Super Cub 125X ผลงานสุดแหวกจากการร่วมมือของ Honda อิตาลีและ MAAN Motocicli Audaci หลังจากที่ทาง Honda ในยุโรปเปิดตัว Super Cub C125 2022 ที่มาพร้อมกับเบาะนั่งแบบ 2 ตอนพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ฮอนด้า อิตาลี ก็ได้ไว้วางใจให้สำนักแต่งอย่าง Motocicli Audaci จาก Cagliari ได้ทำการคัสตอมโมเดลใหม่นี้ในแบบที่สนุกยิ่งกว่าที่เคย       โดยมี Nicola Manca รับผิดชอบออกแบบและประสานงานทั่วไป ขณะที่ Matteo Murgia ที่มีชื่อเรื่องผลงานกราฟิกมากมาย โดยมีพื้นฐานการตัดต่อตกแต่งรถของ Honda ให้กลายเป็นโมเดลที่น่าสนใจมากมายอาทิ Tokyo Legend, Rebel Mask และ Crazy Monkey   เป้าหมายของพวกเขาคือปรับคาแรกเตอร์ใหม่ให้กับรถ โดยให้มีความพอดิบพอดี ไม่มากจนเกินไป และการเปลี่ยนแปลงจะต้องไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับโครงสร้างของตัวรถ แต่ก็ต้องปรับเปลี่ยนส่วนระบบกันสะเทือนและหน้าตาภายนอกอยู่หลายกระบวนท่า   Super Cub 125X ที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่นั้นยังมีหลายชิ้นส่วนที่ยังคงเดิม อาทิไฟหน้า LED แต่ก็มีจุดเด่นใหม่เพิ่มเติมเข้ามา เช่นเบาะนั่งแบบ 2 ตอน ตอนนี้ก็ถูกปรับเป็นเบาะหนังอัลคันทาราและเรียวมากขึ้น บังโคลนหน้าเองก็มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสไตล์ของรถมากขึ้น  บังโคลนท้ายแบบตูดเป็ดก็เป็นงานโลหะคัสตอมจากทาง Serri Motorsport ซึ่งมีไฟท้าย LED อยู่ในตัว มีครอบดิสก์พลาสติกที่ออกแบบผ่านโปรแกรม CAD และพิมพ์แบบ 3 มิติออกมาจากทาง FabLab NAT14 ช่วยเสริมภาพลักษณ์ลุยๆ แบบเอ็นดูโร่ได้มากยิ่งขึ้นแถมยังกลมกลืนลงตัวกับครอบโช้คหน้าอีกด้วย  ในส่วนของระบบกันสะเทือนนั้นเป็นทาง Andreani Group ดูแลให้ มี Fabrizio Corda จาก Powermoto ทำหน้าที่ปรับแต่งให้เหมาะกับรถคันนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถที่จะขับขี่แบบออฟโร้ดได้ ขณะเดียวกันก็ต้องมีระยะห่างระหว่างตัวรถถึงพื้นที่เหมาะสมด้วย การเซ็ตอัพครั้งนี้ทำให้มีระยะเพิ่มมากขึ้นถึง 40 ม.ม. อีกจุดนึงที่เด่นมากๆ คือท่อไอเสียพร้อมกับการ์ดที่ใช้ชิ้นส่วนด้านข้างตัวรถให้เป็นประโยชน์ โดยเลือกใช้คาร์บอนมาทำตรงการ์ดปลายท่อซึ่งไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังใช้งานได้จริง โดยเป็นผลงานจากทาง Il Sarto dei Metals ล้อนั้นถูกทำสีขึ้นใหม่เป็นสีดำดูดุดันไม่กลัวเลอะ พร้อมกับใส่ยางหนามที่มีขนาดพอเหมาะเข้ากับรถมากขึ้น  ทั้งนี้รถเกือบทั้งคันใช้ของที่ทำขึ้นใน Sardinia และออกแบบมาให้สามารถลุยบนเส้นทางวิบากกว่า 500 กม.ของการแข่งขัน Dust’n Sardinia ได้อีกด้วย โดยการแข่งขันนี้จัดขึ้นโดย Audax1000 และยังเป็นสเตจแรกของการแข่งขันรายการ FMI Scrambler Trophy อีกด้วย แน่นอนว่าเจ้าคันนี้จะไปโชว์ในงานนี้ด้วย และหลังจากนั้นก็จะไปโชว์ตัวต่อใน EICMA อีกด้วยครับ  อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

13 August 2021
สรุปผล WSBK ที่ Czech Toprak คว้าชัย 2 เรซ และชัยชนะของ Redding ในเรซ 2

สรุปผล WSBK ที่ Czech Toprak คว้าชัย 2 เรซ พร้อมชัยชนะของ Redding ในเรซ 2 สรุปผล WSBK ที่ Czech หรือที่สาธารณรัฐเช็คเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับการแข่งขันที่สนาม Most ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกกับสนามใหม่แห่งนี้ ผลการแข่งขันนั้นเป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าหัวใจแทบหยุดเต้นกันเลยทีเดียว    Race 1 Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF-R1) ออกสตาร์ทจากกริดที่ 2 ได้ดีมีแชมป์โลกอย่าง Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) และ Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ตามบี้แบบติด ๆ และกลายเป็นกลุ่มนำ 3 คน พร้อมผลัดกันขึ้นนำไปมา ห่างจากกลุ่มนำ 2 วินาที มี Michael Ruben Rinaldi (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) และ Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) กำลังดวลกันเพื่อแย่งอันดับที่ 4  หลังจากนั้นไม่นาน Redding มีโอกาสขึ้นนำและเริ่มทิ้งห่างคู่แข่งอีก 2 คน จนกลายเป็นผู้ชมมานั่งลุ้นกันว่าใครจะได้โพเดียมอันดับที่ 2 แทน เมื่อการแข่งขันมาถึงช่วงกลางเรซ กลายเป็นว่านักแข่งชาวตุรกีหรือ Razgatlioglu สามารถแซง Rea ขึ้นมารั้งอันดับ 2 และจากนั้น Rea ก็ล้มไปที่สุดทางตรงก่อนจะกลับเข้าแข่งอีกครั้งในอันดับที่ 11 ตามหลัง นักแข่งเยอรมัน Marvin Fritz (IXS-YART Yamaha / Yamaha YZF R1) ที่ได้ไวลด์การ์ดเข้ามาแข่งในรอบนี้    ทำให้ตอนนี้ Andrea Locatelli เขยิบมาอยู่บนโพเดี้ยม โดยมี Rinaldi กับ Axel Bassani (Motocorsa Racing / Ducati Panigale V4 R) และ Garrett Gerloff (GRT Yamaha WorldSBK Team / Yamaha YZF R1) ที่ตามหลังอยู่ 3 วินาที พร้อมดวลกันแย่งอันดับที่ 4 และด้วยความเร็วของบัง Toprak ก็ทำให้ Redding ต้องลำบาก โดยทั้งคู่ต่างก็ทำให้คนดูแทบช็อกด้วยกันดวลกันจนแล็ปสุดท้ายก่อนที่ชัยชนะจะตกเป็นของ Razgatlioglu ที่เฉือนเอาชนะไปแบบเพียง 0.04 วินาทีเท่านั้น และอันดับที่ 3 เป็นของ Andrea Locatelli  ผลการแข่งขัน Race 1: อันดับ นักแข่ง 1 T. Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 2 S. Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale

11 August 2021
เปิดตัว-New-Scoopy-Snoopy-Limited-Edition

เปิดตัว New Scoopy Snoopy Limited Edition 4000 คันเท่านั้น ฮอนด้า ส่งมอบความสนุกครั้งใหม่ให้วัยรุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถแฟชั่น เอ.ที. ของเมืองไทย ด้วยการ เปิดตัว New Scoopy Snoopy Limited Edition รถลิมิเต็ดรุ่นพิเศษที่เกิดจากการครอสแบรนด์กันระหว่าง Scoopy และ Snoopy โดยจะผลิตจำนวนจำกัดเพียง 4,000 คัน เท่านั้น! โมเดลพิเศษนี้ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “สนู๊ป…หลุดกรอบ” ครั้งแรกของโลกกับการผสาน 2 ไอคอนแห่งความสนุกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นั่นคือ Scoopy ไอคอนรถจักรยานยนต์ที่โดนใจวัยรุ่นไทย และ Snoopy ไอดอลแห่งความกวนจากการ์ตูน 4 ช่องของหนังสือพิมพ์อเมริกัน    ตัวรถถ่ายทอดคาแรกเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Snoopy และ Charlie Brown อย่างเด่นชัดด้วยลวดลายที่ไม่เหมือนใคร ด้านหนึ่งเป็นตัวการ์ตูน Snoopy ที่มาในชุดนักบินมาดเท่ ส่วนอีกด้านเป็นเพื่อนซี้คู่ใจอย่าง Charlie Brown เสริมความเท่ด้วยการเล่นแถบสีเหลือง แดง และน้ำเงินบนพื้นสีขาวของตัวรถ พร้อมกับบ่งบอกความเป็นลิมิเต็ดด้วยแบดจ์ Scoopy x Snoopy ด้านหน้าตัวรถ นอกจากลวดลายที่โดดเด่นแล้ว New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ยังทันสมัยด้วยไฟหน้า LED ช่องชาร์จไฟสำรอง USB Socket กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Honda SMART Key และกล่องเก็บของ U Box ที่มีความจุถึง 15.4 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ eSP New Generation ขนาด 110 ซีซี หัวฉีด PGM-FI ให้อัตราเร่งติดมือ ขับขี่สนุกยิ่งกว่า และให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 55.6 กม./ลิตร (ทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์) พร้อมระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System และระบบ Combi Brake ช่วยกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 4,000 คัน เท่านั้น พร้อมวางจำหน่ายคู่กับหมวกกันน็อกลายพิเศษ Scoopy x Snoopy สีดำเงาสุดพรีเมียม ด้วยราคาแนะนำ 54,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th หรือเฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

11 August 2021
Tuareg 660

Tuareg 660 แอดเวนเจอร์ไซส์กลางของ Aprilia แง้มโฉมหน้ามายั่วน้ำลายแล้ว เรียกได้ว่าเป็นรถที่ขี้อายพอสมควรเลยสำหรับ Aprilia Tuareg 660 แม้ว่าเราจะรู้มาพักนึงแล้วว่าทางค่ายจะใช้เครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 660 ซีซีผลิตรถหลายๆ โมเดลด้วยกัน ซึ่งรวมไปถึงแอดเวนเจอร์ไบค์ด้วย   แรกเริ่มเดิมทีเราได้เห็นต้นแบบของโมเดลนี้ในงาน EICMA 2019 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์จำลองตั้งอยู่ในกล่องจัดแสดงไว้ในบูทของทางค่าย ทำให้พอได้รู้ว่าทางค่ายกำลังจะทำแอดเวนเจอร์ไบค์ระดับกลาง  และตอนนี้ทางค่ายก็เริ่มแง้มๆ ให้เราได้เห็นสิ่งที่พวกเขาบรรจงสร้างขึ้นมาให้เราได้เห็นรูปโฉมกันบ้างแล้ว (แบบ CG) โดยสิ่งที่เรารู้ในตอนนี้คือเครื่องยนต์สองสูบ 660 ซีซีบล็อกนี้ได้ถูกปรับจูนให้มีแรงม้า 80 แรงม้า และมีแรงบิดที่ 70 นิวตันเมตร โดยเน้นไปที่กำลังความแรงในช่วงรอบต่ำถึงกลาง ให้สมกับเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์  ทางค่ายระบุมาว่าตัวรถจะมีน้ำหนักรถเปล่า 187 กก. แต่เมื่อรวมกับถังน้ำมันขนาดใหญ่ถึง 18 ลิตรก็จะทำให้รถนั้นมีน้ำหนักทะลุ 200 กก.ไปอย่างแน่นอน แต่ทางค่ายก็ยังเคลมมาว่าเจ้า Tuareg คันนี้ถูกออกแบบให้มีศูนย์ถ่วงน้ำหนักที่ต่ำและตกที่กลางตัวรถ นอกจากนี้ยังมีระยะห่างจากตัวรถถึงพื้นถึง 240 ม.ม.เพื่อให้ลุยได้สมบุกสมบันสมกับสไตล์รถ แต่ที่น่าสนใจจริงๆ คือเบาะนั่งสูงเพียง 860 ม.ม. แม้ว่าจะมีระยะห่างจากตัวรถถึงพื้นถึง 240 ม.ม. ในเรื่องของเทคโนโลยีตัวรถมาพร้อมหน้าจอแสดงผลสี TFT ขนาด 5 นิ้ว มีระบบคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 4 โหมด (ปรับแต่งได้เอง 2 โหมด) ระบบเบรก ABS ปิดเปิดได้ หรือจะเปิดแต่ล้อหน้าก็ได้ ระบบแทร็คชันคอนโทรล ครูซคอนโทรล และเอ็นจิ้นเบรกคอนโทรล    ส่วนเรื่องของราคานั้นยังไม่มีประกาศออกมา แต่เชื่อว่าราคาอาจจะแพงกว่าเจ้า Yamaha Tenere 700 ที่เป็นรถที่อยู่ในพิกัดใกล้เคียงกันเป็นแน่ แต่ราคาจะแพงกว่า KTM 890 Adventure หรือไม่ต้องติดตามกันครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2 August 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2024 HJC RPHA1 Red Bull Misano GP แรร์ไอเท็ม สเปกตัวท็อป

2024 HJC RPHA1 Red Bull Misano GP แรร์ไอเท็ม สเปกตัวท็อป เข้าไทยมาแบบ สด ๆ ร้อน ๆ กับหมวกกันน็อกสัญชาติเกาหลีใต้อย่าง HJC RPHA1 Red Bull Misano GP แรร์ไอเท็มชิ้นสำคัญอีกหนึ่งรุ่น ที่ได้รับลิขสิทธิ์ลวดลายแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Redbull มาพร้อมสเปกระดับตัวท็อปที่สามารถใช้ได้ในการแข่งขันระดับโลกทั้ง MotoGP WorldSBK และรายการอื่น ๆ มากมาย ซึ่งหลังจากทราบข่าว ทางทีมงาน SuperBike Thailand ก็ไม่รีรอช้า หยิบมาทำการพรีวิวเป็นเจ้าแรกก่อนใคร จะมีเท็กเจอร์และรายละเอียดที่น่าสนใจบ้าง แล้วราคามันจะเท่าไหร่กันเชียว ดีไซน์ & การออกแบบ โดยรุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นอิดิชันพิเศษและนับเป็นรุ่นที่ 3 ต่อจากโฉมเจ้า Austin GP และ Jerez GP มาพร้อมลายกราฟิกที่ได้รับบันดาลใจมาจากลวดลายกระจกโมเสคของพระวิหารในเมืองซานมาริโน ประเทศอิตาลี สะท้อนถึงความงามศิลปะพื้นเมืองในแบบตะวันตก ผสมผสานกับความสปอร์ต ตั้งแต่การไล่เส้นจากด้านหน้าลากยาวไปจนถึงสปอยเลอร์ด้านหลัง อีกทั้งตัวหมวกยังลงดีเทลของรูทสนามแข่ง มิซาโน่ เวิลด์ เซอร์กิต ติดมาด้านข้าง ออกแบบมาค่อนข้างดูเนี๊ยบและมีการเล่นสีที่ดูมีสีสันสวยงามเลยไม่น้อย และสิ่งสำคัญที่ทำให้หมวกรุ่นนี้ดูมีมูลค่าและน่าสะสม กับลวดลายของ Redbull บริเวณด้านข้าง ซึ่งต้องขอบอกว่า Redbull ไม่ได้ทำคอลแลปกับแบรนด์ไหนง่าย ๆ จึงทำให้ดีเทลของหมวกรุ่นนี้ มีความแตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ เป็นพิเศษอีกด้วย  วัสดุออกแบบ ด้วยรูปทรงของหมวกที่ออกแบบมาเพื่อเน้นใช้งานในแทร็กเป็นพิเศษ เหมาะกับการขับขี่ในความเร็ววสูง ๆ ตั้งแต่ 200 กม./ชม. ขึ้นไป ทั้งตัวเชลล์หมวกหรือเปลือกรุ่นนี้จะใช้วัสดุ P.I.M. PLUS (Premium Integrated Matrix) 5 วัสดุ ในเปลือกเดียว ที่มีส่วนผสมทั้งไฟเบอร์กลาส อารามิด ออแกนิคไฟเบอร์กลาส ซึ่งเรียกง่าย ๆ ว่า เปลือกของหมวกรุ่นนี้ มีเลเยอร์ทับซ้อนกันถึง 5 ชั้น ที่จะให้ความเบาและความแข็งแรงเป็นพิเศษ ทั้งยังเป็นวัสดุพิเศษของทาง HJC Helmets คิดค้นและพัฒนาใหม่ทั้งหมด ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง และสามารถซับกระจายแรงกระแทกได้อย่างดี แน่นอนว่าหมวก HJC RPHA 1 รุ่นนี้ถือว่าเป็นหมวกกันน็อกรุ่นท็อปสุด ที่ได้ผ่านการรับรองจากสมาพันธ์ FIM Racing พร้อมการันตีได้ว่าหมวกรุ่นนี้ สามารถนำไปใช้ในการแข่งขันรายการระดับโลกทั้ง MotoGP, WorldSBK และรายการแข่งขันอื่น ๆ ได้นั่นเอง อีกทั้งยังพ่วงมาด้วยมาตรฐานความปลอดภัย ECE R22.06 ที่เป็นมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรปตัวใหม่ล่าสุดในปัจจุบัน รวมถึงอย่างผ่านการรับรอง มอก. ในบ้านเราอีกด้วยนะ และนอกจากนี้ยังออกแบบให้รองรับแอโรไดนามิกได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการทดสอบหลักพลศาสตร์ผ่านอุโมงค์ลมใหม่ทั้งหมด อีกทั้งยังอัปเกรดระบบระบายอากาศภายในหมวกใหม่ด้วยช่องทางเดินอากาศที่ใหญ่ขึ้น ถึง 4 ช่อง เพิ่มการอัดอากาศเข้าไปถ่ายเทในตัวหมวกได้เป็นอย่างดี และยังช่วยในเรื่องของการระบายความร้อนภายในตัวหมวกได้อีกด้วย โดยฟังก์ชันของตัวเปิด-ปิดช่องลมหมวกรุ่นนี้จะมีทั้งหมด 5 ช่อง บริเวณด้านบน 3 ช่อง และบริเวณการ์ดเม้าท์อีก 2 ช่อง สามารถปรับแบบสไลด์ และดูเรียบเพื่อการตัดลมที่ดีที่สุด มาพร้อมกับช่องระบายอากาศหรือช่องลมออกอีก 4 ช่อง โดยแบ่งเป็น 2 ช่องใหญ่ด้านหลัง และอีก 2 ช่องตรงบริเวณแก้ม มาพร้อมสปอยเลอร์หลัง โดยสามารถใส่ติดและถอดออกได้ตามคู่มือใช้งาน  ชิลด์หน้า มาดูในส่วนของชิลด์ด้านหน้ารุ่นนี้จะให้มาขนาดค่อนข้างกว้างเลยไม่น้อย ซึ่งมันจะช่วยในเรื่องของการเพิ่มมุมมอง วิสัยทัศน์การมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งตัวชิลด์ยังมีคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีได้ถึง 95% พร้อมกับตัวล็อกชิลด์สามารถปลดออกได้ง่าย เพียงใช้อุปกรณ์หรือมือดึงห่วงตัวล็อกแล้วบิดออกได้เช่นกัน และยังเสริมความปลอดภัยอีกระดับกับตัวล็อกชิลด์หน้า Double D-Ring Rapid Fire™ ช่วยป้องกันชิลด์หลุดเมื่อหมวกกระแทกหรือเกิดอุบัติเหตุ โดยตัวล็อกชิลด์จะอยู่บริเวณฝั่งซ้ายด้านหน้าติดกับตัวชิลด์รองรับการใช้งานได้เต็มรูปแบบ ด้านใน ต่อด้วยดีไซน์ภายในเริ่มที่ตัวนวมดีไซน์ใหม่ ใช้เนื้อผ้าเคลือบสารป้องกันอาการแพ้ และยังป้องกันเชื้อแบคทีเรีย โดยตัวนวมออกแบบมาให้กระชับและรองรับศรีษะของผู้ขับขี่เป็นพิเศษ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการเก็บเสียงได้เป็นอย่างดี โดยมีแผ่นใต้คางแยกมาให้อีกชิ้น เอาไว้ใช้งานได้ตามสะดวกของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ภายในยังออกแบบให้มีช่องเว้าหู และยังมีพื้นที่ให้สามารถติดตั้งลำโพงบลูทูธได้อีกด้วย ต่อด้วยสายรัดคางรุ่นนี้ ใช้สายรัดคางแบบ DD Ring ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง พร้อมป้ายแท็ก FIM ที่สายรัดคาง เพื่อการันตีได้ว่าเจ้า RPHA 1 รุ่นนี้สามารถใส่ใช้แข่งขันได้ทุกรายการ  สำหรับหมวกรุ่นนี้มีน้ำหนักอยู่ที่ 1,500 กรัม (ไซส์ M) เพิ่มลดไซส์

4 May 2024
Lambretta G350 Series II ดีไซน์ที่ยกระดับความคลาสสิก มากยิ่งขึ้น 

เปิดตัว Lambretta G350 Series II สกู๊ตเตอร์คลาสสิกระดับไฮเอนด์ เอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ไม่เพียงแค่การถ่ายทอด DNA แท้ของ LAMBRETTA เอาไว้ในตัวตน แต่ยังเติมเต็มด้วยงานดีไซน์สไตล์อิตาเลียนอันโดดเด่น ตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลในความงดงามแบบคลาสสิกได้อย่างลงตัว กับการกลับมาในรูปโฉมใหม่ของ “Remaster Collection” ในดีไซน์ที่ยกระดับความคลาสสิกเข้าสู่ความเป็นตำนานของแลมเบรตต้ามากยิ่งขึ้น  สำหรับเจ้าพ่อสกู๊ตเตอร์คลาสสิกระดับตำนานจากประเทศอิตาลี ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 77 ปี อย่างแบรนด์แลมเบรตต้า (LAMBRETTA) กับการทำตลาดในเมืองไทย ณ ขณะนี้ ที่ประกอบไปด้วย 3 ซีรีย์หลัก ได้แก่  รหัส V , X และ G  ซึ่งอาจเรียกได้ว่า มีรหัส G คือรุ่น G350 เป็นพี่ใหญ่ หรือรุ่น TOP สุด ที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันของแบรนด์แลมเบรตต้า ณ ขณะนี้  สำหรับรุ่น G350 ถือกำเนิดครั้งแรกขึ้นในปี 2022 ในวาระพิเศษของการเฉลิมฉลองปีที่ 75 ของแบรนด์แลมเบรตต้า ที่จัดขึ้นภายในงานศิลปะชื่อดัง อย่างงาน Milan Design Week 2022 ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี เพื่อสะท้อนความเหนือระดับของสกู๊ตเตอร์ที่ให้มากกว่าแค่การขับขี่ แต่เปรียบเสมือนผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีชที่ขับเคลื่อนได้  ก่อนที่ G350 จะบินมาเปิดตัวในบ้านเราภายในงาน Motor Expo 2022 และเริ่มส่งมอบรถสู่ท้องถนนเมืองไทยกันไปในช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา  เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เหล่าสาวกแฟนแลมเบรตต้าตัวจริงหรือที่เรียกกันว่าชาวแลมเบรตติสต้า (LAMBRETTISTA) ต่างไม่พลาดที่จะหามาไว้ในครอบครอง  ล่าสุด! กับการเปิดตัว  “G350 Series II” (จี สามห้าศูนย์ ซีรีย์สอง) กับการสานต่อความสำเร็จจากรุ่นแรก สู่การกลับมาอีกครั้งในรูปโฉมใหม่ของ “Remaster Collection” ในดีไซน์ที่ยกระดับความคลาสสิกเข้าสู่ความเป็นตำนานของแลมเบรตต้ามากยิ่งขึ้น กับ 4 คู่สีสัน สไตล์ทูโทน ที่แต่ละสีล้วนถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนความเรียบหรูและสง่างาม อีกทั้งยังมีการนำ Iconic badge ที่เคยปรากฏในรุ่นตำนานในอดีต มารีดีไซน์และประดับไว้ใน G350 Series II ได้อย่างลงตัว ยิ่งเป็นการเติมเสน่ห์ให้รุ่น G350 Series II และตอกย้ำว่า มันไม่ใช่แค่เพียงรถสกู๊ตเตอร์ แต่ยังเป็นงานศิลปะชิ้นสำคัญที่สะท้อนถึงมรดกและความงดงามแห่งวัฒนธรรมอิตาลีอีกด้วย   โอกาสนี้ คุณกวิน ร่วมใจพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดนามิค มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  ผู้แทนจำหน่ายรถแลมเบรตต้าในประเทศไทย ได้เผยถึงการทำตลาดในประเทศไทย ว่า “ ในปีนี้แบรนด์แลมเบรตต้า ถือเป็นการเดินทางเข้าสู่ปีที่ 77 แล้ว  ส่วนการเดินหน้าทำตลาดในประเทศไทยโดยบริษัท ไดนามิคฯ เรามีการเปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2018 มาจนถึงปีนี้ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 กับ Product Line-up  ทั้ง 3 ซีรีย์ในปัจจุบัน และเมื่อเทียบตัวเลขยอดขายของปี 2022 ที่เรามีเพียงโมเดลในซีรีย์ V-Special ทำตัวเลขยอดขายอยู่ที่ 5,890 คัน และเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมานี้ เรามีโมเดลในตะกูล X และ G เข้ามาเสริมทัพ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนสามารถจบตัวเลขยอดจดทะเบียนในปีทีผ่านมาไปที่ 13,347 คัน ซึ่งหากเทียบกับปีก่อนหน้า ถือได้ว่าเรามีการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 126.6%  ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณสมาชิกชาวแลมเบรตติสต้าที่ให้การสนับสนุนกันเป็นอย่างดี โดยในปีนี้ เรายังคงเดินหน้า พัฒนาทั้งในเรื่องของการนำเสนอ Product ที่น่าสนใจ อย่าง G350 Series II คอลเลคชั่นใหม่ ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นแรก นอกจากนี้ เรายังคงเดินหน้าพัฒนาในส่วนของการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น” สำหรับ LAMBRETTA G350 Series II  ยังคงมาพร้อมกับฟังก์ชั่นเอกลักษณ์สุดพรีเมียม กับเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ขนาด 330.1 ซีซี 4 จังหวะ 1 สูบ 4 วาล์ว ที่มีคาแรคเตอร์การขับขี่ที่ให้ความสมูท ตอบโจทย์ผู้นิยมความคลาสสิก  พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ โดดเด่นด้วยการออกแบบโครงสร้างตัวรถแบบ Low

29 April 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Yamaha SR400 สเปค ราคา คลาสสิกไบค์จากค่ายส้อมเสียง

Yamaha SR400 ราคา สเปค เรโทรไบค์พิกัด 400 ซีซี     Yamaha SR400 รถโมเดลคลาสาสิกจากค่ายยามาฮ่า มาพร้อมกับการดีไซน์ย้อนยุค เอกลักษณ์ด้วยไฟทรงกลม เรือนไมล์อนาล็อก ถังน้ำมันทรงหยดน้ำ เสริมขุมพลังแบบสูบเดียวขนาด 399 ซีซี ที่ตอบโจทย์การขับขี่อย่างมีสไตล์ ราคาแนะนำ 285,000 บาท ​ ไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ ท่อชุปโครเมี่ยม เครื่องยนต์คลาสสิกสูบเดียวลูกโต ขนาด 399 ซีซี เรือนไมล์อนาล็อก Yamaha SR400 สเปค ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 399 ซีซี แรงม้า (เคลม) 23.2 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 27.4 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 87.0 x 67.2 มม. อัตราส่วนการอัด 8.5 : 1 ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทเท้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 90/100-18 ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน ยางหลัง 110/90-18 ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คคู่ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 298 มม. เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 750 x 2,085 x 1,095 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 785 มม. น้ำหนักรถ 174 กก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Yamaha SR400     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 390 Adventure X

KTM 390 Adventure X รุ่นเสริมเอาใจคนงบน้อย KTM 390 Adventure X เพิ่งเปิดตัวมาใหม่ที่ประเทศอินเดีย หลังจากที่รุ่นไร้รหัส X ต่อท้ายนั้นทำตลาดมาแล้วหลายปี ซึ่งแม้ว่าจะเป็นรถไซส์เล็กและกำลังอาจจะไม่มาก แต่มันก็ได้ชื่อว่าเป็นรถแอดเวนเจอร์ที่ดี นักบิดที่ได้ลองขับขี่ต่างก็ประทับใจเรื่องความคล่องตัว การควบคุม และความสามารถในการบุกตะลุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับราคาที่เป็นมิตรมากกว่ารุ่นใหญ่ ๆ อย่างไรก็ดีโมเดลรหัสเอ็กซ์ที่ว่านี้ดูเหมือนว่าจะเป็นรุ่นเสริมที่เปิดตัวมาเอาใจคนงบน้อยให้มีโอกาสได้ลองรถเจ๋ง ๆ ดูบ้าง ไอ้เจ้ารหัสเสริม X ที่ว่านี้ยังคงมีพื้นฐานหลาย ๆ จุดร่วมกันกับรุ่นปกติ ซึ่งถ้ามองจากภายนอกผ่านไม่ต่างอะไรกันเลย โดยจะไปแตกต่างกันในส่วนของระบบกันสะเทือน หน้าจอแสดงผลและเทคโนโลยีอื่น ๆ แทน ซึ่งตัวระบบกันสะเทือนนั้นจะได้เกรดต่ำลงมา แต่จะเป็นที่ส่วนของโช้คหน้าเท่านั้น โดยจะได้เป็นโช้คหน้าหัวกลับเช่นเดิม แต่เป็นคนละรุ่น เป็น WP APEX Big-Piston Fork ขนาด 43 ม.ม. ส่วนโช้คหลังก็จะเป็นโช้คเดี่ยว WP APEX ที่สามารถปรับพรีโหลดได้ 10 ระดับ ในเรื่องของหน้าจอแสดงผลนั้นก็จะเปลี่ยนมาใช้จอ LCD แทนหน้าจอ TFT ซึ่งก็จะช่วยให้ราคาของรถถูกลงอีก และในส่วนสุดท้ายที่แตกต่างคือเทคโนโลยีที่หายไปเยอะเลยทีเดียว โดยจะเหลือแค่ระบบเบรก ABS แบบ Offroad สลิปเปอร์คลัตช์ และช่องจ่าย USB เท่านั้น จากเดิมที่มีทั้งแทร็คชันคอนโทรล โหมดการขับขี่ ระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ คันเร่งไฟฟ้า และควิกชิฟเตอร์ ซึ่งถ้าไม่คิดอะไรมากระบบต่างที่หายไปก็ถือว่าไม่ได้จำเป็นอะไรมากนัก ซึ่งไม่ได้จำเป็นกับการขับขี่แบบแอดเวนเจอร์มากนัก แต่ถ้ามีไว้ก็ดีกว่าอีกนั่นแหละครับ ส่วนในจุดอื่น ๆ ยังคงเดิม ไม่ว่าจะเป็นขุมพลังสูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 373.27 ซีซีที่ให้แรงม้าสูงสุดที่ 43.5 แรงม้าที่ 9,000 รอบและแรงบิด 37 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังเช่นเดิม สุดท้ายนี้ราคาก็จะตกลงมาอยู่ที่ 280,000 รูปี หรือราว ๆ 117,000 บาท ประหยัดกว่าเดิม 57,000 รูปีหรือราว ๆ 24,000 บาทเลยทีเดียว งานนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นรุ่นสำหรับคนที่มีงบจำกัดแต่ก็อยากได้แอดเวนเจอร์ไบค์ที่มีกำลังโอเค ความคล่องตัวที่ดีจากน้ำหนักที่เบา ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Lexmoto SRT 125

Lexmoto SRT 125 สกู๊ตเตอร์ไซส์เล็กสำหรับคนเมือง และนี่คือสกู๊ตเตอร์ไซส์เล็กคันใหม่ที่ชื่อว่า Lexmoto SRT 125 จากแบรนด์สัญชาติจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องรถพิกัดเล็ก ๆ แบบนี้ โดยผ่านมาตรฐาน Euro5 และสนนราคาก็แค่ราว ๆ 93,000 บาท (ราคาคำนวณจากเงินปอนด์) สำหรับดีไซน์ของเจ้าคันนี้ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี มีกลิ่นอายของความเป็นสปอร์ต ตัวรถมีมิติที่ปราดเปรียวมาพร้อมเครื่องยนต์สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 124 ซีซี ที่มีกำลังสูงถึง 8.6 แรงม้าที่ 7,500 รอบ โดยมีถังน้ำมันจุได้ถึง 6 ลิตร และแน่นอนว่าขับขี่ง่ายขี่สะดวกเพียงแค่บิดก็พร้อมทะยาน ซึ่งเคลมมาว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 105 กม./ชม. ฟังดูอาจจะเวอร์ไป แต่มันไม่แปลกเลยหากคุณรู้ตัวเลขน้ำหนักซึ่งรถนั้นหนักเพียง 115 กิโลกรัมเท่านั้น มาดูกันต่อที่ด้านหน้าจะมีโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คหลังคู่ ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อจะเป็นขนาด 13 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และแน่นอนว่าจุดเด่นของสกู๊ตเตอร์คือการมีช่องเก็บของใต้เบาะ ซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควร เพียงพอต่อการใส่ข้าวของจำเป็น แม้ว่าทางค่ายจะไม่ได้ระบุว่าจุกี่ลิตรก็ตาม สุดท้ายนี้ตัวรถมีให้เลือก 2 เฉดสี โดยจะมีสีแดงกับเทา และสีเหลืองสะท้อนแสงกับเทา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!