SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Suzuki-GSX-S1000-EVO

GSX S1000 EVO 2024 รุ่นพิเศษ อัปเกรดอะไรบ้าง ? เป็นเรื่องที่เรียกว่าโชคดีสำหรับไบเกอร์ชาวสวิสฯ ที่จะได้มีโอกาสได้เป็นเจ้าของเน็กเก็ดตัวแรงจากค่ายคนบ้าในแบบที่พิเศษกว่าสายซูฯ ที่ไหน ๆ ในโลก เพราะที่สวิตเซอร์แลนด์เขามีโมเดลพิเศษ อัปเกรดความหล่อและความแรงในชื่อว่า GSX S1000 EVO 2024 หลัก ๆ ก็จะมีสเปกพื้นฐานเดียวกันหมด คือยังคงใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 999 ซีซี ให้กำลัง 152 แรงม้าที่ 11,000 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 106 นิวตันเมตรที่ 9,250 รอบ เคลมท็อปสปีดไว้มากกว่า 200 กม./ชม. ใช้น้ำมันจากถังน้ำมันขนาด 19 ลิตร ช่วงล่างแข็งแรง ตามสไตล์รถซู ช่วงล่างจะมีเฟรมอลูมิเนียมแบบบริดจ์เฟรม โช้คหน้าแบบหัวกลับ KYB ขนาด 43 ม.ม. ปรับแต่งได้เต็มระบบ ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวร่วมกับวสวิงอาร์มอลูมิเนียม ปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์ Nissin เบรกลูกสูบเดี่ยว ส่วนล้อและยางจะมีขนาด 120/70 ZR17 และ 190/50 ZR17 Upgrade อะไรบ้าง ?  แต่สำหรับโมเดลนี้จะมีรายละเอียดพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาก็จะเป็นลวดลายกราฟิกพิเศษสุดดุดันบริเวณแฟริ่งและขอบล้อ อีกทั้งยังมีให้เลือกหลายเฉดสีมาก ๆ ชิลด์หน้าเรือนไมล์ ครอบเบาะท้าย ชุดท้ายสั้นสุดเท่ และของเพิ่มความแรงและความเร้าใจอย่างท่อ SC-Project สรุปโดยรวมถือว่ามีการอัปเกรดใหม่ในหลาย ๆ จุด นอกจากสีสันลวดลายที่สะดุดตาแล้ว ชิ้นส่วนต่าง ๆ ยังปรับใหม่เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ไปอีกระดับ เรียกได้ว่าไม่ต้องแต่งเพิ่มก็ดูเต็มแล้ว ถูกใจสาวกคนบ้าอย่างแน่นอน สำหรับในเรื่องของค่าตัวนั้นอยู่ที่ 16,595 ฟรังก์สวิส หรือเป็นเงินบาทได้ประมาณ 677,000 บาท (ไม่ได้รวมภาษีหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) แต่น่าเสียดายที่เป็นรุ่นพิเศษเฉพาะที่สวิสฯ ทั้ง ๆ ที่มันก็น่าจะทำขายทั่วโลกกันไปเลยแท้ ๆ เชียว ว่าแต่แฟน ๆ ค่ายคนบ้าเห็นชอบกับโมเดล EVO รุ่นพิเศษอย่างไรบ้าง แชร์กันได้นะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

19 July 2024
Husqvarna Svartpilen 401 2024

Husqvarna Svartpilen 401 2024 สแครมเบลอร์ไบค์มาดเข้ม Husqvarna Svartpilen 401 2024 เองเป็นอีกหนึ่งในโมเดลที่จะนำมาจำหน่ายกับทางตัวแทน KTM ยุคที่ 4 ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ด้วย งานนี้เราก็เลยนำเอาข้อมูลเกี่ยวกับโมเดลใหม่นี้มานำเสนอ เจ้าลูกศรสีดำคันนี้คอนเซ็ปต์ของโมเดลคันนี้คือสายลุยของคนเมือง ให้คุณได้ผจญภัยในเมืองซึ่งก็ดูเหมาะกับถนนบ้านเราดีจริง ๆ รูปโฉมภายนอกมีการปรับเปลี่ยนมาเล็กน้อย สังเกตได้จากชิลด์หน้าขนาดเล็กและกันดีดใต้ท้องเครื่อง มีการเปลี่ยนไฟหน้าและไฟท้ายใหม่ให้ความสว่างชัดกว่าเดิมด้วยการเลือกใช้ LED เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด นอกจากนี้มีการปรับมิติตัวรถใหม่ มีฐานล้อที่ยาวขึ้น ความสูงเบาะต่ำลงกว่าเดิม เพื่อให้ขับขี่เข้าโค้งได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็มีความนิ่งเสถียรที่ดีขึ้นอีกด้วย มีแฮนด์บาร์ใหม่ที่สูงขึ้นน้ำหนักเบาลงกว่าเดิมช่วยให้บังคับเลี้ยวได้ง่ายขึ้น และแน่นอนว่าท่านั่งก็เปลี่ยนไปด้วยตามแฮนด์และเบาะที่เปลี่ยน สำคัญเลยคือเครื่องยนต์เครื่องใหม่ที่ผ่าน Euro5+ แล้ว มีความจุเพิ่มขึ้นในขนาดที่เล็กลงกว่าเดิม โดยที่มีการกระจายน้ำหนักที่ดี ทั้งยังจูนอัตราทดเกียร์มาใหม่ด้วย โดยเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องสูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ 398.6 ซีซี ให้กำลังแรง 45 แรงม้า (เดิม373 ซีซี 44 แรงม้า) โดยใช้น้ำมันจากถังขนาด 13 ลิตร รวมถึงมีการปรับปรุงระบบไอเสียใหม่และมีน้ำหนักเบาลงอีกด้วย 2 กิโลกรัม ในเรื่องของแชสซีเองก็ปรับใหม่เช่นกัน มีเฟรมถักใหม่ ที่ออกแบบให้รถมีความคล่องตัวมากขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียมน้ำหนักเบา และระบบกันสะเทือนจากทาง WP ที่ปรับแต่งได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ยิ่งทำให้มีการควบคุมที่ดีขึ้น ระบบเบรกจะเป็นของทาง ByBre ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. ด้านหลังจะเป็นขนาด 240 ม.ม. ส่วนล้อจะเป็นล้อซี่ลวด รัดด้วยยางแบบกึ่ง Pirelli Scorpion Rally STR  ขนาด 110/70 – R17 และ 150 – 60 R17 หน้าหลังตามลำดับ ส่วนเทคโนโลยีที่ให้มาพอสมควรกับราคา มีระบบคันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 2 โหมด คือ Street และ Rain แทร็คชันคอนโทรล และยังมีระบบบเบรก Cornering ABS ตัวรถตอนนี้มีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วแล้ว สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานรับสาย ฟังเพลง หรือระบบนำทางได้ สุดท้ายราคาค่าตัวจำหน่ายอยู่ที่ 75,900 โครน คิดเป็นเงินไทยได้ราว ๆ 258,000 บาท ส่วนราคาขายบ้านเรานั้นก็น่าจะต้องรอประกาศกันอย่างเป็นทางการอีกที แต่คงจะไม่ต่างไปจากนี้เท่าไหร่ เพราะรถมีอะไรที่ดีขึ้นกว่าเดิมในหลาย ๆ จุด โดยเฉพาะเทคโนโลยีและเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

18 July 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Monster 30° Anniversario

Monster 30° Anniversario โมเดลพิเศษฉลอง 30 ปีมอนสเตอร์ ค่ายรถจากเมืองโบโลญญาฉลองโอกาสพิเศษให้แก่มอเตอร์ไซค์ระดับตำนานของทางค่ายที่เปลี่ยนแปลงโลกสองล้อไปตลอดกาลด้วยโมเดลพิเศษฉลองครบรอบ 30 ปีที่ชื่อว่า Monster 30° Anniversario ที่โดดเด่นด้วยชุดสีไตรคัลเลอร์แบบอิตาลี ซึ่งผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น   สำหรับเน็กเก็ดไบค์อย่างเจ้ามอนสเตอร์นั้นประเดิมเปิดตัวครั้งแรกย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้วหรือในปี 1993 นั่นเอง เป็นโมเดลที่เรียกได้ว่าปฏิวัติวงการและได้ครองใจผู้คนกว่า 350,000 คนทั่วโลกเลยทีเดียว     ด้วยเครื่องยนต์จัดจ้านสไตล์สปอร์ต เหมาะกับการขับขี่บนท้องถนนพร้อมแชสซีแบบรถซูเปอร์ไบค์ แฮนด์บาร์กว้าง และการไม่มีแฟริ่ง ไอเดียและความเรียบง่ายนี้กลับได้ผลเกินคาด ทำให้โลกสองล้อมีรถกลุ่มใหม่ที่เรียกว่าเน็กเก็ดไบค์ขึ้นมา แถมเจ้ามอนสเตอร์เองก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แต่ยังคงวิวัฒน์พัฒนาขึ้นมาหลายครั้งหลายหนจนมาถึงบัดนี้ ที่ทั้งโดดเด่น ทรงพลัง แต่มีน้ำหนักเบาที่สุด   และสำหรับเจ้าโมเดลพิเศษนี้เองก็ยังคงเอกลักษณ์ของมอนสเตอร์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ที่มองปราดเดียวก็รับรู้ได้ แต่ครั้งนี้โดดเด่นแบบอิตาเลียนสไตล์ด้วยสีไตรคัลเลอร์ตามแบบธงชาติอิตาลี เขียว ขาวและแดง สมกับที่เป็นรถอิตาลี ตัดด้วยวงล้อสีทองที่ทำพิเศษสำหรับโมเดลนี้โดยเฉพาะ และยังมีโช้คหน้า Ohlins NIX30 สีทองเข้าคู่กัน ยังมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ทำให้รถดูพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งที่ปักโลโก้ฉลอง 30 ปี อนิเมชันพิเศษบนหน้าจอเวลาเปิดสวิตช์รถ และแน่นอนว่าแต่ละคันรันนัมเบอร์บนแผงคอไม่ซ้ำกัน พร้อมเซอร์ทิฟิเคตรับรองความเป็นของแท้รวมไปถึงผ้าคลุมรถพิเศษ ทีนี้เรากลับมาดูตัวโมเดลพื้นฐานกันก่อนครับ แน่นอนว่าจุดเด่นของเจ้าสัตว์ร้ายเจ็นฯ ล่าสุดนั้นโดดเด่นที่น้ำหนักเบา และการที่ไม่ใช่เฟรมถักแบบที่เคยเป็นจุดเด่นอย่างนึงของมอนสเตอร์ และโมเดลพิเศษนี้ยังเบากว่าเดิมอีก 4 กก.ซึ่งแต่เดิมก็เบามากอยู่แล้ว โดยตัวรถมีเครื่องยนต์ Testastretta 11° ซึ่งเป็นเครื่อง 2 สูบวีขนาด 937 ซีซี ให้กำลัง 111 แรงม้าที่ 9,250 รอบต่อนาที และแรงบิดที่ 93.16 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที และวิศวกรก็ยังใช้เครื่องยนต์นี้เป็นส่วนนึงของเฟรม โดยยึดติดกับเฟรมด้านหน้าในลักษณะที่คล้ายกับเจ้า Panigale V4 ในส่วนของช่วงล่างโดดเด่นจัดเต็มด้วยระบบกันสะเทือนจาก Ohlins โดยเฉพาะที่ด้านหน้าเป็น NIX30 ที่เบากว่าของเดิมติดรถสแตนดาร์ดและตัวพลัส 600 กรัม พร้อมการเซ็ตอัพมาแบบสปอร์ต ยังมีกันสะบัดจาก Ohlins มาให้อีกด้วย ขณะที่ระบบเบรกก็จัดเต็มด้วย คาลิเปอร์เบรกหน้า Brembo Stylema เบากว่า 400 กรัม และดิสก์เบรกคู่อลูมิเนียมขนาด 320 ม.ม.ที่เบากว่าอีก 500 กรัม ทำให้เบรกดีขึ้นมาก ปิดท้ายช่วงล่างด้วล้อฟอร์จคู่ใหม่ที่เบากว่าเดิม 1.86 ก.ก. ยิ่งทำให้ขับขี่ดียิ่งขึ้น มาถึงเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ถือว่าแนวหน้าของรถคลาสนี้ มีทั้งระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ แทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ซึ่งปรับเซ็ตได้หลายระดับ ยังมีระบบช่วยออกตัวที่เพิ่มเข้ามาในโมเดลนี้ มีโหมดการขับขี่ 3 โหมด คือ Sport, Road และ Wet มีหน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้วที่ดีไซน์คล้าย Panigale V4 นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นพิเศษอื่น ๆ เฉพาะโมเดลพิเศษดังนี้ – เบาะนั่งแบบสปอร์ต – ปลายท่อสลิปออน Termignoni – บังโคลหน้าและหลังคาร์บอนไฟเบอร์ – โหมดการขับขี่ใหม่ โหมด Wet – แบตเตอรีลิเธียมไอออน – ยาง Pirelli Diablo Rosso IV – ครอบไฟหน้า – ครอบเบาะคนซ้อน สุดท้ายนี้ราคาจำหน่ายจากในเว็บอิตาลีนั้นตั้งต้นอยู่ที่ 17,690 ยูโรหรือราว ๆ 670,000 บาท ส่วนจำหน่ายไทยนั้นราคาก็คงโดดไปอีกพอสมควรเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea-แรงไม่กลัวฝน

Rea แรงไม่กลัวฝน วัดดวงใส่ยางกึ่งฝ่าฝนคว้าชัยเรซแรกที่ Most เข้าสู่การแข่งขันสนามที่ 8 ของฤดูกาลกันแล้วกับการแข่งขันในศึก WorldSBK 2023 การแข่งขันมอรถมอเตอร์ไซค์โปรดักชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยในครั้งนี้ไปแข่งขันกันที่สนาม Autodrom Most ประเทศเช็ก สนามที่มีเลย์เอาต์อันโหดหินเอาเรื่อง กับการแข่งขันในเรซแรกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากสภาพอากาศ และเป็น Rea แรงไม่กลัวฝน ที่วัดดวงใส่ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ฝ่าฝนคว้าชัยในเรซแรกไปครอง แม้จะไม่ได้ออกตัวจากโพลโพซิชันก็ตาม ควอลิฟาย เช้าวันเสาร์ ช่วงเวลาของการควอลิฟาย ตำแหน่งโพลตกเป็นของ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ซึ่งนับเป็นโพลที่ 4 ของเขาในฤดูกาลนี้ ครั้งที่ 12 ของเขาในรายการ และครั้งที่ 50 สำหรับยามาฮ่าในศึกนี้ ด้วยการเลือกใช้ยางหลัง SC0 กดเวลาควอลิฟาย ก่อนจะทำลายสถิติเวลาของสนามแห่งนี้ด้วยเวลา 1’30.801 ทำลายสถิติเวลาเดิมที่ Jonathan Rea เป็นคนทำเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว ส่วนอันดับ 2 บนกริดสตาร์ทตกเป็นของ Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) และอันดับ 3 เป็น Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) เรซ 1 การแข่งขันเรซแรกกลายเป็นการแข่งแบบเว็ตเรซ เนื่องจากมีสายฝนตกลงมาอย่างหนักก่อนที่เรซที่ 300 ของรายการจะระเบิดศึกขึ้นจากนั้นก็ค่อย ๆ ซาลง การเลือกยางนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำการบ้านกันอย่างหนัก โดยมีนักแข่งหลายคนเลือกที่จะใช้ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ขณะที่บางส่วนเลือกใช้ยางฝน ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดชี้ชะตาของนักแข่งทั้งหลาย นักแข่งที่เลือกยางกึ่งนั้นล้วนได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งนี้เป็นเพราะสายฝนหยุดสนิทในระหว่างการแข่งขัน และแทร็กก็เริ่มแห้งอย่างรวดเร็วซึ่งยางกึ่งตอบโจทย์มากกว่ายางฝน ซึ่งคนที่ใช้ยางฝนนั้นถูกบังคับกลาย ๆ ว่าจะต้องเข้าไปเปลี่ยนยางและเสียเวลาอันมีค่าหลายวินาที และเป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 5 ใช้โอกาสนี้คว้าชัยมาได้เป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้ โดยเข้าเส้นก่อนโพลแมนอย่างToprak Razgatlioğlu และ Danilo Petrucci เข้าเส้นเป็นอันดับ 3 แม้ว่าจะออกจากกริดที่สองก็ตาม โดยนักแข่งบนโพเดียมทั้งหมดล้วนใช้ยางแบบกึ่งทั้งนั้น การแข่งขันยังสนามนี้ยังไม่จบ ติดตามการแข่งขันและสรุปผลตารางคะแนนรวมได้ในวันถัดไปที่ SuperBikeMag.com เช่นเดิมครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Benelli TRK 702 X 2023

Benelli TRK 702 X 2023 สายลุยไซส์กลางจากอิตาลี แอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลางเปิดตัวอีกคันนึงแล้วกลับ Benelli TRK 702 X 2023 ที่ดีไซน์ออกแบบได้ปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวให้มันกลายเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์สายลุยที่มีความคล่องตัวทั้งทางดำและทางฝุ่นให้โดนใจหลาย ๆ คนอย่างที่ตั้งใจ สำหรับโมเดลนี้นั้นพัฒนาและออกแบบโดยฝ่ายพัฒนาและวิจัยของทางเบเนลลีและ Style Centre ที่เมืองเปซาโร่ ประเทศอิตาลี โดยตั้งเป้าที่จะขยายตลาดรถกลุ่มแอดเวนเจอร์ไบค์ขนาดกลาง ตัวรถออกแบบมาให้โดดเด่นและง่ายต่อการจดจำยากต่อการลืมเลือน โดยมีหลายส่วนที่เหมือนกับลูกพี่ลูกน้องที่เป็นรถสายทัวริ่งของทางค่ายเอง ตัวรถให้เส้นสายที่สมู้ทและลื่นไหล แต่ก็มีความดุดันปราดเปรียวและภาพลักษณ์ที่ดูสมบุกสมบัน ด้านหน้าจะเด่นด้วยไฟหน้าคู่ LED ภายใต้โคมไฟที่เป็นเอกลักษณ์ ถังน้ำมันออกแบบมาให้มีความจุที่ไม่น้อยจนเกินไป และเพรียวพอที่จะให้อิสระเวลาผู้ขับขี่จะขยับย้ายท่วงท่าเพื่อควบคุมตัวรถ โดยถังน้ำมันจะจุได้ที่ 20 ลิตร มือจับคนซ้อนขนาดใหญ่และยาวให้คนซ้อนนั่งได้สบายเต็มที่ แต่ก็ไม่ลืมที่จะออกแบบให้ท้ายรถสวยงามมีสไตล์ไปพร้อม ๆ กัน ในส่วนของเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 698 ซีซี แบบ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้า 70 แรงม้าที่ 8,000 รอบและแรงบิด 70 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบที่ถือว่ามาได้เร็วและหนักหน่วงทีเดียว มีระบบเกียร์ 6 สปีดพร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ที่ช่วยผ่อนแรงมือคลัตช์และช่วยลดอาการสไลด์ที่ล้อหลัง ต่อกันที่ช่วงล่างตัวรถเลือกใช้เฟรมถักพร้อมเพลตเสริมความแข็งแรงเช่นเดิม ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 50 ม.ม. ด้านหลังเป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมและโช้คเดี่ยวที่สามารถปรับเซ็ตได้ทั้งพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชันได้ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม.และคาลิเปอร์เบรก 2 ลูกสูบที่ด้านหน้า และดิสก์เบรกหลังเดี่ยวขนาด 260 ม.ม.และคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดี่ยว มีล้อหน้าและหลังขนาด 19 และ 17 นิ้วตามลำดับ และยางพร้อมลุยและพร้อมเที่ยว Pirelli Scorpion Rally STR มีขนาด 110/80 และ 150/70 ตามลำดับ ทางค่ายยังระบุมาอีกว่าตัวรถออกมีการออกแบบมาโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายในการขับขี่ ด้านหน้าจะมีแฟริ่งหน้าขนาดใหญ่ช่วยกันลมปะทะได้ดี สวิตช์คอนโทรลที่แฮนด์เองก็มีไฟแบ็กไลท์ช่วยให้ใช้งานสะดวกแม้ค่ำคืน ระบบไฟ LED เต็มระบบ มีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วเชื่อมต่อบลูทูธกับสมาร์ทโฟนได้ รับสายวางสายผ่านสวิตช์ที่แฮนด์ได้ และเมื่อใช้งานร่วมกับแอพลิเคชันจะสามารถใช้หน้าจอเป็นนาวิเกเตอร์ได้ สุดท้ายนี้เรื่องการจำหน่ายในไทยก็น่าจะยากหน่อยนะครับ เพราะหลาย ๆ โมเดลที่มีขนาดใหญ่ก็ไม่ได้เข้ามาจำหน่ายในไทยเลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!