Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

Nissan Motor Co., Ltd. ได้ประกาศเปิดตัวและวางจำหน่าย Nissan LEAF NISMO อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา รถยนต์รุ่นนี้เป็นการนำเอา LEAF เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในตลาดญี่ปุ่นไปเมื่อเดือนมกราคม 2026 พร้อมแพลตฟอร์ม EV ใหม่ล่าสุด มาอัปเกรดตามปรัชญาของค่ายเพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่ให้เร้าใจยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ “Agile Intelligent Sport Crossover” หรือครอสโอเวอร์สปอร์ตอัจฉริยะที่คล่องตัว

ดีไซน์ภายนอก: ปรับแอโรไดนามิกส์ สะท้อนตัวตน NISMO

ดีไซน์ภายนอกของ Nissan LEAF NISMO ได้รับการปรับแต่งแอโรพาร์ทใหม่ทั้งหมดเพื่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ตัวรถมีการติดตั้งสปอยเลอร์ด้านล่างดีไซน์คล้ายท้องเรือ (Boat-hull-shaped under spoiler) และสปอยเลอร์หลังแบบหางเป็ด (Ducktail-looking rear spoiler) เพื่อช่วยลดแรงต้านอากาศและเสริมให้จุดศูนย์ถ่วงของรถดูต่ำลง

นอกจากนี้ยังมีสีตัวถังให้เลือกถึง 6 สี รวมถึงสีพิเศษเฉพาะรุ่นอย่าง Nismo Stealth Gray โดยทุกคันจะถูกตกแต่งด้วยเส้นสายสีแดง Arterial Magma อันเป็นเอกลักษณ์ของ NISMO ตัดรอบคันอย่างลงตัว

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

ห้องโดยสาร: สปอร์ตดุดัน ออปชันเบาะ RECARO

ภายในห้องโดยสารมาในธีมสีดำตัดกับสีแดงเร้าใจ พวงมาลัยหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์สัมผัสนุ่ม TailorFit พร้อมรอยเย็บด้ายแดงและแถบมาร์กเกอร์สีแดงตรงกลางตำแหน่ง 12 นาฬิกา เบาะนั่งคู่หน้ามีการเจาะรูระบายอากาศสีแดงพร้อมปักโลโก้ NISMO และสำหรับผู้ที่ต้องการความกระชับขั้นสุด ยังสามารถเลือกติดตั้งออปชันเสริมเป็นเบาะนั่งสปอร์ตจาก RECARO ได้อีกด้วย

 

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews
Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

สมรรถนะและช่วงล่าง: หนึบ คม สั่งได้ดั่งใจ

หัวใจสำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้ขับสนุกคือการอัปเกรดช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว วิศวกรได้เปลี่ยนมาใช้สปริง เหล็กกันโคลง และบูชช่วงล่างเฉพาะรุ่น NISMO (NISMO-exclusive springs, stabilizers and member bushes) เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและการตอบสนองของพวงมาลัยที่เฉียบคมขึ้น รวมถึงมีการใช้ยางสมรรถนะสูงจากแบรนด์ Michelin

ในด้านซอฟต์แวร์การขับขี่ โหมด Sport ได้ถูกปรับแต่งใหม่และใช้ชื่อว่า “Nismo Mode” ซึ่งให้การเร่งความเร็วที่ทรงพลังและต่อเนื่องเป็นเส้นตรง (Linear acceleration) ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นรถ EV รุ่นแรกของ NISMO ที่มีการปรับจูนการทำงานของแพดเดิลชิฟต์ควบคุมระบบหน่วงความเร็ว (Regenerative-braking control paddles) แบบเฉพาะตัว โดยระบบจะลดแรงหน่วงในระดับ 1 ลง และเพิ่มแรงหน่วงให้ดึงหนักขึ้นในระดับ 2 ถึง 4 เมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน

สรุป 4 จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Nissan LEAF NISMO รุ่นมาตรฐาน

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าความแตกต่างระหว่างรุ่นธรรมดาและรุ่น NISMO มีอะไรบ้าง สรุปจุดอัปเกรดสำคัญได้ดังนี้:

  • ระบบแอโรไดนามิกส์ที่เหนือกว่า: เพิ่มสปอยเลอร์ทรงเรือใต้ท้องรถและหางเป็ดด้านหลัง ช่วยสร้างแรงกด (Downforce) เพิ่มการทรงตัวในความเร็วสูงได้อย่างเห็นได้ชัด

  • ช่วงล่างปรับจูนพิเศษเฉพาะรุ่น: เปลี่ยนชิ้นส่วนสปริง บูช และเหล็กกันโคลงใหม่ทั้งหมด เพื่อลดอาการโคลงของตัวรถเมื่อเทียบกับ LEAF รุ่นปกติที่เน้นความนุ่มนวล

  • การตอบสนองคันเร่งและระบบคุมแรงหน่วงใหม่: เพิ่ม Nismo Mode และปรับตั้งค่า Regenerative-braking ให้ดึงหนักและแม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมความเร็วในโค้งได้อย่างมั่นใจ

  • ชุดแต่งและห้องโดยสารระดับพรีเมียมสปอร์ต: เพิ่มตัวเลือกเบาะ RECARO และการตกแต่งด้วยโทนสีเอกลักษณ์ Nismo Stealth Gray พร้อมเส้นสายสีแดงรอบคันที่ไม่มีในรุ่นมาตรฐาน

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Peak SuperBikeMag

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Nissan LEAF NISMO (2026) เปิดตัวครอสโอเวอร์ EV สายซิ่ง!

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

Nissan Motor Co., Ltd. ได้ประกาศเปิดตัวและวางจำหน่าย Nissan LEAF NISMO อย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา รถยนต์รุ่นนี้เป็นการนำเอา LEAF เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในตลาดญี่ปุ่นไปเมื่อเดือนมกราคม 2026 พร้อมแพลตฟอร์ม EV ใหม่ล่าสุด มาอัปเกรดตามปรัชญาของค่ายเพื่อยกระดับสมรรถนะการขับขี่ให้เร้าใจยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ “Agile Intelligent Sport Crossover” หรือครอสโอเวอร์สปอร์ตอัจฉริยะที่คล่องตัว

ดีไซน์ภายนอก: ปรับแอโรไดนามิกส์ สะท้อนตัวตน NISMO

ดีไซน์ภายนอกของ Nissan LEAF NISMO ได้รับการปรับแต่งแอโรพาร์ทใหม่ทั้งหมดเพื่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ตัวรถมีการติดตั้งสปอยเลอร์ด้านล่างดีไซน์คล้ายท้องเรือ (Boat-hull-shaped under spoiler) และสปอยเลอร์หลังแบบหางเป็ด (Ducktail-looking rear spoiler) เพื่อช่วยลดแรงต้านอากาศและเสริมให้จุดศูนย์ถ่วงของรถดูต่ำลง

นอกจากนี้ยังมีสีตัวถังให้เลือกถึง 6 สี รวมถึงสีพิเศษเฉพาะรุ่นอย่าง Nismo Stealth Gray โดยทุกคันจะถูกตกแต่งด้วยเส้นสายสีแดง Arterial Magma อันเป็นเอกลักษณ์ของ NISMO ตัดรอบคันอย่างลงตัว

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

ห้องโดยสาร: สปอร์ตดุดัน ออปชันเบาะ RECARO

ภายในห้องโดยสารมาในธีมสีดำตัดกับสีแดงเร้าใจ พวงมาลัยหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์สัมผัสนุ่ม TailorFit พร้อมรอยเย็บด้ายแดงและแถบมาร์กเกอร์สีแดงตรงกลางตำแหน่ง 12 นาฬิกา เบาะนั่งคู่หน้ามีการเจาะรูระบายอากาศสีแดงพร้อมปักโลโก้ NISMO และสำหรับผู้ที่ต้องการความกระชับขั้นสุด ยังสามารถเลือกติดตั้งออปชันเสริมเป็นเบาะนั่งสปอร์ตจาก RECARO ได้อีกด้วย

 

Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews
Nissan LEAF NISMO
ขอขอบคุณภาพจาก : global.nissannews

สมรรถนะและช่วงล่าง: หนึบ คม สั่งได้ดั่งใจ

หัวใจสำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้ขับสนุกคือการอัปเกรดช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยว วิศวกรได้เปลี่ยนมาใช้สปริง เหล็กกันโคลง และบูชช่วงล่างเฉพาะรุ่น NISMO (NISMO-exclusive springs, stabilizers and member bushes) เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและการตอบสนองของพวงมาลัยที่เฉียบคมขึ้น รวมถึงมีการใช้ยางสมรรถนะสูงจากแบรนด์ Michelin

ในด้านซอฟต์แวร์การขับขี่ โหมด Sport ได้ถูกปรับแต่งใหม่และใช้ชื่อว่า “Nismo Mode” ซึ่งให้การเร่งความเร็วที่ทรงพลังและต่อเนื่องเป็นเส้นตรง (Linear acceleration) ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นรถ EV รุ่นแรกของ NISMO ที่มีการปรับจูนการทำงานของแพดเดิลชิฟต์ควบคุมระบบหน่วงความเร็ว (Regenerative-braking control paddles) แบบเฉพาะตัว โดยระบบจะลดแรงหน่วงในระดับ 1 ลง และเพิ่มแรงหน่วงให้ดึงหนักขึ้นในระดับ 2 ถึง 4 เมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน

สรุป 4 จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Nissan LEAF NISMO รุ่นมาตรฐาน

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าความแตกต่างระหว่างรุ่นธรรมดาและรุ่น NISMO มีอะไรบ้าง สรุปจุดอัปเกรดสำคัญได้ดังนี้:

  • ระบบแอโรไดนามิกส์ที่เหนือกว่า: เพิ่มสปอยเลอร์ทรงเรือใต้ท้องรถและหางเป็ดด้านหลัง ช่วยสร้างแรงกด (Downforce) เพิ่มการทรงตัวในความเร็วสูงได้อย่างเห็นได้ชัด

  • ช่วงล่างปรับจูนพิเศษเฉพาะรุ่น: เปลี่ยนชิ้นส่วนสปริง บูช และเหล็กกันโคลงใหม่ทั้งหมด เพื่อลดอาการโคลงของตัวรถเมื่อเทียบกับ LEAF รุ่นปกติที่เน้นความนุ่มนวล

  • การตอบสนองคันเร่งและระบบคุมแรงหน่วงใหม่: เพิ่ม Nismo Mode และปรับตั้งค่า Regenerative-braking ให้ดึงหนักและแม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมความเร็วในโค้งได้อย่างมั่นใจ

  • ชุดแต่งและห้องโดยสารระดับพรีเมียมสปอร์ต: เพิ่มตัวเลือกเบาะ RECARO และการตกแต่งด้วยโทนสีเอกลักษณ์ Nismo Stealth Gray พร้อมเส้นสายสีแดงรอบคันที่ไม่มีในรุ่นมาตรฐาน

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Peak SuperBikeMag

[email protected]