Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

จุดเริ่มต้นและประวัติศาสตร์ของ Honda GoldWing เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โปรเจ็กต์สุดยอดรถทัวร์ริ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 1974 ภายใต้รหัส GL1000 โดยมีเป้าหมายเพื่อบุกตลาดอเมริกาด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่สามารถวิ่งข้ามรัฐได้อย่างสะดวกสบายที่สุด ทนทาน และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ

ย้อนกลับไปในยุค 70s ตลาดมอเตอร์ไซค์ในสหรัฐอเมริกากำลังบูมสุดขีด คนอเมริกันชอบขี่รถทางไกลข้ามรัฐข้ามทวีป แต่ปัญหาก็คือรถที่มีอยู่ในตลาดยังไม่ตอบโจทย์เรื่องความสบายและความนิ่งเมื่อต้องวิ่งแช่ความเร็วสูงเป็นเวลานาน ทีมวิศวกรของฮอนด้าจึงเริ่มโปรเจ็กต์ลับ “M338” เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์ ผลลัพธ์ที่ได้คือการเปิดตัว GL1000 ในปี 1974 (วางจำหน่ายปี 1975) รถคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบแนวนอน (Flat-Four) ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งถือเป็นของแปลกในยุคนั้น

สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ ในรุ่นแรกสุดนั้น รถคันนี้เป็นสไตล์ Naked Bike เปลือยๆ ยังไม่มีชิลด์หน้าหรือกระเป๋าข้างแถมมาให้จากโรงงาน ลูกค้าต้องไปหาซื้ออุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเอาเอง แต่ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ที่นิ่งสนิท ไร้แรงสั่นสะเทือนกวนใจ ทำให้มันกลายเป็นขวัญใจนักเดินทางแทบจะในทันที การเติบโตของรุ่นนี้ทำให้ใครที่ตามอ่าน ข่าวมอไซค์ ในยุคนั้น ต้องทึ่งกับความกล้าหาญของค่ายปีกนกที่กล้าทำรถไซส์ยักษ์ออกมาท้าชนเจ้าถิ่นอย่างฮาร์ลีย์-เดวิดสัน

ทำไมไบค์เกอร์ทั่วโลกถึงยกฉายา “โซฟาเคลื่อนที่” ให้กับรถรุ่นนี้?

สาเหตุหลักมาจากเบาะนั่งฝั่งผู้โดยสารที่มีขนาดมหึมา บุฟองน้ำหนานุ่ม พร้อมพนักพิงหลังและที่วางแขนที่โอบรับสรีระได้พอดี ผสานกับช่วงล่างที่ซับแรงกระแทกได้เรียบเนียนจนคนซ้อนสามารถหลับลึกได้ตลอดทาง

ขอขอบคุณภาพจาก : thaihonda

หากคุณเคยเห็นคนซ้อนหลับสัปหงกบนรถสปอร์ต คุณคงรู้ว่ามันทรมานแค่ไหน แต่สำหรับ Honda GoldWing อาการหลับของคนซ้อนคือเรื่องปกติที่เจอกันแทบทุกทริป! ฮอนด้าให้ความสำคัญกับผู้โดยสารตอนท้าย (ซึ่งมักจะเป็นคุณนายของผู้ขับขี่) อย่างมาก เบาะนั่งถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ราวกับยกโซฟาหนังชั้นดีเกรดพรีเมียมจากห้องนั่งเล่นมาแปะไว้บนล้อหลัง

นอกจากตัวเบาะแล้ว การออกแบบแฟริ่ง (Fairing) ด้านหน้าตามหลักอากาศพลศาสตร์ยังช่วยแหวกมวลอากาศไม่ให้ลมตีเข้าหาผู้โดยสาร ผนวกกับเครื่องยนต์สูบแนวนอนที่ให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำมาก ทำให้รถนิ่งสนิทเวลาวิ่งทางตรง ไม่ว่าถนนจะขรุขระแค่ไหน ช่วงล่างก็จะซับแรงสะเทือนไว้หมดจนแทบไม่รู้สึก นี่แหละคือที่มาของฉายา “โซฟาเคลื่อนที่” ที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการจงใจออกแบบเพื่อปรนเปรอความสุขขั้นสุด

พัฒนาการจากรุ่นแรกถึงปัจจุบัน มีการเปลี่ยนจุดใหญ่ๆ อะไรมาบ้าง?

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือการอัปเกรดเครื่องยนต์จาก 4 สูบ เป็น 6 สูบเรียงแนวนอน 1,833 ซีซี การเพิ่มระบบถอยหลัง การเปลี่ยนมาใช้เฟรมอะลูมิเนียม และล่าสุดคือการติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ DCT 7 สปีดและช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone

กว่าครึ่งศตวรรษที่รถตระกูลนี้โลดแล่นบนถนน มีการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีที่ทำให้โลกต้องตะลึงหลายครั้ง เราได้สรุปจุดเปลี่ยนสำคัญในแต่ละเจเนอเรชันมาให้ดูกันแบบกระชับ ดังนี้

  • GL1000 (1974 – 1979): จุดเริ่มต้นของตำนาน เครื่องยนต์ 4 สูบ 1,000 ซีซี ตัวรถยังเป็นทรง Naked
  • GL1100 (1980 – 1983): เริ่มใส่ชุดแฟริ่งเต็มระบบ (รุ่น Interstate) พร้อมกล่องสัมภาระท้ายและด้านข้างจากโรงงาน ถือเป็นรูปทรงที่คนเริ่มติดตา
ขอขอบคุณภาพจาก : global.honda
  • GL1200 (1984 – 1987): ขยายความจุเครื่องยนต์ เพิ่มความนุ่มนวลและระบบเครื่องเสียงที่หรูหราขึ้น
ขอขอบคุณภาพจาก : global.honda
  • GL1500 (1988 – 2000): การปฏิวัติครั้งใหญ่ เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 6 สูบแนวนอน (Flat-Six) 1,520 ซีซี เพื่อความสมูทขั้นสุด และเป็นครั้งแรกที่มีระบบ “เกียร์ถอยหลัง” (Reverse Gear) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์สตาร์ต เพื่อแก้ปัญหารถหนักจนเข็นไม่ไหว
ขอขอบคุณภาพจาก : global.honda
  • GL1800 เจนฯ แรก (2001 – 2017): เปลี่ยนโครงสร้างเป็นเฟรมอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา อัปเกรดเครื่องยนต์เป็น 1,832 ซีซี และเป็นรุ่นที่เริ่มติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง
ขอขอบคุณภาพจาก : global.honda
  • GL1800 เจนฯ ปัจจุบัน (2018 – 2026): ยกเครื่องใหม่หมด หัวจรดท้าย หั่นน้ำหนักรถทิ้งไปเกือบ 40 กิโลกรัม ใส่เกียร์อัจฉริยะ Dual Clutch Transmission (DCT) 7 สปีด และเปลี่ยนโช้คหน้าเป็นแบบ Double Wishbone ที่ทำให้รถไซส์ยักษ์คันนี้พับโค้งได้เบาหวิวเหมือนรถสปอร์ต
ขอขอบคุณภาพจาก : thaihonda

การสร้างตำนานระดับโลกของรถคันนี้ มีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่ทำให้วงการต้องสั่นสะเทือน?

เป็นมอเตอร์ไซค์โปรดักชันรุ่นแรกของโลกที่บุกเบิกการติดตั้งระบบถุงลมนิรภัย (Motorcycle Airbag) ในปี 2006 เพื่อปกป้องผู้ขับขี่จากการชนปะทะด้านหน้า สร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่ล้ำหน้าที่สุดในยุคนั้น

สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ว่าฮอนด้ารักและห่วงใยลูกค้าสายเดินทางแค่ไหน คือการจับเอาเทคโนโลยีความปลอดภัยของรถยนต์มาใส่ในสองล้อ การประกาศเปิดตัวระบบ Airbag สำหรับมอเตอร์ไซค์ทำให้คู่แข่งจากฝั่งยุโรปและอเมริกาต้องมองค้อน เพราะมันไม่ใช่แค่การเอาถุงลมมาแปะไว้ แต่ผ่านการทดสอบการชน (Crash Test) มาอย่างนับไม่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุชนท้ายรถยนต์ ถุงลมจะพองตัวรับแรงกระแทกบริเวณหน้าอกของผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ การบุกเบิกระบบนำทาง GPS แบบบิลต์อินบนแผงหน้าปัด และการรองรับระบบ Apple CarPlay / Android Auto ในรุ่นปัจจุบัน ก็ถือเป็นการเซตมาตรฐานใหม่ให้กับรถทัวร์ริ่งระดับพรีเมียม ใครที่กำลังจะไปหาข้อมูลเตรียมตัวออกทริป หรืออยากเช็กฟีลลิ่งการเข้าโค้งของเจ้ายักษ์คันนี้ แนะนำให้ลองไปหาอ่าน รีวิวมอไซค์ ของสำนักต่างๆ ดู แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า “ใหญ่แต่พริ้ว” มันเป็นอย่างไร

คอนเทนต์ลับและฟีเจอร์อื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ในราชาทัวร์ริ่งคันนี้

มาพร้อมระบบเครื่องเสียงรอบทิศทางที่ปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วลม ฮีทเตอร์อุ่นเบาะและปลอกแฮนด์สำหรับเมืองหนาว และระบบ Walking Mode ที่ช่วยเดินหน้า-ถอยหลังด้วยความเร็วต่ำสำหรับการจอดรถในที่แคบ

แม้หน้าตาในรุ่นปัจจุบันจะดูสปอร์ตและเพรียวบางลงกว่ารุ่นคุณปู่ แต่ของเล่นที่ให้มานั้นแทบจะเรียกได้ว่าครบกว่ารถอีโคคาร์บางรุ่นเสียอีก แผงคอนโซลหน้าเต็มไปด้วยปุ่มควบคุมที่ออกแบบมาให้กดง่ายแม้ใส่ถุงมือหนาๆ ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้าที่เลื่อนขึ้นลงได้ตามใจชอบ และที่ขาดไม่ได้คือระบบเครื่องเสียงชั้นยอด ที่ต่อให้คุณขี่แช่ที่ความเร็ว 140 กม./ชม. ลำโพงก็จะเร่งเสียงแข่งกับลมปะทะให้คุณได้ฟังเพลงโปรดอย่างชัดเจน

ขอขอบคุณภาพจาก : thaihonda

เสน่ห์ของ Honda GoldWing ไม่ได้อยู่ที่ความเร็วปลายทะลุไมล์ แต่มันคือศาสตร์แห่งการเดินทางที่ผสานเทคโนโลยีชั้นยอดเข้ากับสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อน ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา มันได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่มีอะไรจะมาโค่นบัลลังก์ “โซฟาเคลื่อนที่” คันนี้ลงได้ง่ายๆ และตำนานบทนี้จะยังคงถูกเขียนต่อไปบนท้องถนนทั่วทุกมุมโลก

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Q: ทำไม Honda GoldWing ถึงได้ฉายาว่าโซฟาเคลื่อนที่?

A: เพราะการออกแบบเบาะนั่งที่กว้างและหนานุ่มมาก โดยเฉพาะตำแหน่งผู้โดยสารที่มีพนักพิงหลังและที่วางแขนโอบกระชับสรีระ ประกอบกับช่วงล่างที่นุ่มนวลราวกับนั่งอยู่บนโซฟาในบ้าน

Q: Honda GoldWing รุ่นแรกเปิดตัวในปีไหน?

A: รุ่นแรกคือรหัส GL1000 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1974 ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบแนวนอน 1,000 ซีซี

Q: ฟีเจอร์ที่สร้างตำนานให้กับ Honda GoldWing มีอะไรบ้าง?

A: เป็นมอเตอร์ไซค์โปรดักชันรุ่นแรกของโลกที่ติดตั้งระบบถุงลมนิรภัย (Airbag) ระบบเกียร์ถอยหลัง และเครื่องยนต์แบบ 6 สูบแนวนอน

Peak SuperBikeMag

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda GoldWing เปิดประวัติศาสตร์ตำนานโซฟาเคลื่อนที่ ราชาแกรนด์ทัวร์ริ่งสองล้อ

จุดเริ่มต้นและประวัติศาสตร์ของ Honda GoldWing เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โปรเจ็กต์สุดยอดรถทัวร์ริ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 1974 ภายใต้รหัส GL1000 โดยมีเป้าหมายเพื่อบุกตลาดอเมริกาด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่สามารถวิ่งข้ามรัฐได้อย่างสะดวกสบายที่สุด ทนทาน และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ

ย้อนกลับไปในยุค 70s ตลาดมอเตอร์ไซค์ในสหรัฐอเมริกากำลังบูมสุดขีด คนอเมริกันชอบขี่รถทางไกลข้ามรัฐข้ามทวีป แต่ปัญหาก็คือรถที่มีอยู่ในตลาดยังไม่ตอบโจทย์เรื่องความสบายและความนิ่งเมื่อต้องวิ่งแช่ความเร็วสูงเป็นเวลานาน ทีมวิศวกรของฮอนด้าจึงเริ่มโปรเจ็กต์ลับ “M338” เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์ ผลลัพธ์ที่ได้คือการเปิดตัว GL1000 ในปี 1974 (วางจำหน่ายปี 1975) รถคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบแนวนอน (Flat-Four) ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งถือเป็นของแปลกในยุคนั้น

สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ ในรุ่นแรกสุดนั้น รถคันนี้เป็นสไตล์ Naked Bike เปลือยๆ ยังไม่มีชิลด์หน้าหรือกระเป๋าข้างแถมมาให้จากโรงงาน ลูกค้าต้องไปหาซื้ออุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเอาเอง แต่ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ที่นิ่งสนิท ไร้แรงสั่นสะเทือนกวนใจ ทำให้มันกลายเป็นขวัญใจนักเดินทางแทบจะในทันที การเติบโตของรุ่นนี้ทำให้ใครที่ตามอ่าน ข่าวมอไซค์ ในยุคนั้น ต้องทึ่งกับความกล้าหาญของค่ายปีกนกที่กล้าทำรถไซส์ยักษ์ออกมาท้าชนเจ้าถิ่นอย่างฮาร์ลีย์-เดวิดสัน

ทำไมไบค์เกอร์ทั่วโลกถึงยกฉายา “โซฟาเคลื่อนที่” ให้กับรถรุ่นนี้?

สาเหตุหลักมาจากเบาะนั่งฝั่งผู้โดยสารที่มีขนาดมหึมา บุฟองน้ำหนานุ่ม พร้อมพนักพิงหลังและที่วางแขนที่โอบรับสรีระได้พอดี ผสานกับช่วงล่างที่ซับแรงกระแทกได้เรียบเนียนจนคนซ้อนสามารถหลับลึกได้ตลอดทาง

ขอขอบคุณภาพจาก : thaihonda

หากคุณเคยเห็นคนซ้อนหลับสัปหงกบนรถสปอร์ต คุณคงรู้ว่ามันทรมานแค่ไหน แต่สำหรับ Honda GoldWing อาการหลับของคนซ้อนคือเรื่องปกติที่เจอกันแทบทุกทริป! ฮอนด้าให้ความสำคัญกับผู้โดยสารตอนท้าย (ซึ่งมักจะเป็นคุณนายของผู้ขับขี่) อย่างมาก เบาะนั่งถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ราวกับยกโซฟาหนังชั้นดีเกรดพรีเมียมจากห้องนั่งเล่นมาแปะไว้บนล้อหลัง

นอกจากตัวเบาะแล้ว การออกแบบแฟริ่ง (Fairing) ด้านหน้าตามหลักอากาศพลศาสตร์ยังช่วยแหวกมวลอากาศไม่ให้ลมตีเข้าหาผู้โดยสาร ผนวกกับเครื่องยนต์สูบแนวนอนที่ให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำมาก ทำให้รถนิ่งสนิทเวลาวิ่งทางตรง ไม่ว่าถนนจะขรุขระแค่ไหน ช่วงล่างก็จะซับแรงสะเทือนไว้หมดจนแทบไม่รู้สึก นี่แหละคือที่มาของฉายา “โซฟาเคลื่อนที่” ที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการจงใจออกแบบเพื่อปรนเปรอความสุขขั้นสุด

พัฒนาการจากรุ่นแรกถึงปัจจุบัน มีการเปลี่ยนจุดใหญ่ๆ อะไรมาบ้าง?

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือการอัปเกรดเครื่องยนต์จาก 4 สูบ เป็น 6 สูบเรียงแนวนอน 1,833 ซีซี การเพิ่มระบบถอยหลัง การเปลี่ยนมาใช้เฟรมอะลูมิเนียม และล่าสุดคือการติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ DCT 7 สปีดและช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone

กว่าครึ่งศตวรรษที่รถตระกูลนี้โลดแล่นบนถนน มีการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีที่ทำให้โลกต้องตะลึงหลายครั้ง เราได้สรุปจุดเปลี่ยนสำคัญในแต่ละเจเนอเรชันมาให้ดูกันแบบกระชับ ดังนี้

  • GL1000 (1974 – 1979): จุดเริ่มต้นของตำนาน เครื่องยนต์ 4 สูบ 1,000 ซีซี ตัวรถยังเป็นทรง Naked
  • GL1100 (1980 – 1983): เริ่มใส่ชุดแฟริ่งเต็มระบบ (รุ่น Interstate) พร้อมกล่องสัมภาระท้ายและด้านข้างจากโรงงาน ถือเป็นรูปทรงที่คนเริ่มติดตา
ขอขอบคุณภาพจาก : global.honda
  • GL1200 (1984 – 1987): ขยายความจุเครื่องยนต์ เพิ่มความนุ่มนวลและระบบเครื่องเสียงที่หรูหราขึ้น
ขอขอบคุณภาพจาก : global.honda
  • GL1500 (1988 – 2000): การปฏิวัติครั้งใหญ่ เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 6 สูบแนวนอน (Flat-Six) 1,520 ซีซี เพื่อความสมูทขั้นสุด และเป็นครั้งแรกที่มีระบบ “เกียร์ถอยหลัง” (Reverse Gear) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์สตาร์ต เพื่อแก้ปัญหารถหนักจนเข็นไม่ไหว
ขอขอบคุณภาพจาก : global.honda
  • GL1800 เจนฯ แรก (2001 – 2017): เปลี่ยนโครงสร้างเป็นเฟรมอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา อัปเกรดเครื่องยนต์เป็น 1,832 ซีซี และเป็นรุ่นที่เริ่มติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง
ขอขอบคุณภาพจาก : global.honda
  • GL1800 เจนฯ ปัจจุบัน (2018 – 2026): ยกเครื่องใหม่หมด หัวจรดท้าย หั่นน้ำหนักรถทิ้งไปเกือบ 40 กิโลกรัม ใส่เกียร์อัจฉริยะ Dual Clutch Transmission (DCT) 7 สปีด และเปลี่ยนโช้คหน้าเป็นแบบ Double Wishbone ที่ทำให้รถไซส์ยักษ์คันนี้พับโค้งได้เบาหวิวเหมือนรถสปอร์ต
ขอขอบคุณภาพจาก : thaihonda

การสร้างตำนานระดับโลกของรถคันนี้ มีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่ทำให้วงการต้องสั่นสะเทือน?

เป็นมอเตอร์ไซค์โปรดักชันรุ่นแรกของโลกที่บุกเบิกการติดตั้งระบบถุงลมนิรภัย (Motorcycle Airbag) ในปี 2006 เพื่อปกป้องผู้ขับขี่จากการชนปะทะด้านหน้า สร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่ล้ำหน้าที่สุดในยุคนั้น

สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ว่าฮอนด้ารักและห่วงใยลูกค้าสายเดินทางแค่ไหน คือการจับเอาเทคโนโลยีความปลอดภัยของรถยนต์มาใส่ในสองล้อ การประกาศเปิดตัวระบบ Airbag สำหรับมอเตอร์ไซค์ทำให้คู่แข่งจากฝั่งยุโรปและอเมริกาต้องมองค้อน เพราะมันไม่ใช่แค่การเอาถุงลมมาแปะไว้ แต่ผ่านการทดสอบการชน (Crash Test) มาอย่างนับไม่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุชนท้ายรถยนต์ ถุงลมจะพองตัวรับแรงกระแทกบริเวณหน้าอกของผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ การบุกเบิกระบบนำทาง GPS แบบบิลต์อินบนแผงหน้าปัด และการรองรับระบบ Apple CarPlay / Android Auto ในรุ่นปัจจุบัน ก็ถือเป็นการเซตมาตรฐานใหม่ให้กับรถทัวร์ริ่งระดับพรีเมียม ใครที่กำลังจะไปหาข้อมูลเตรียมตัวออกทริป หรืออยากเช็กฟีลลิ่งการเข้าโค้งของเจ้ายักษ์คันนี้ แนะนำให้ลองไปหาอ่าน รีวิวมอไซค์ ของสำนักต่างๆ ดู แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่า “ใหญ่แต่พริ้ว” มันเป็นอย่างไร

คอนเทนต์ลับและฟีเจอร์อื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ในราชาทัวร์ริ่งคันนี้

มาพร้อมระบบเครื่องเสียงรอบทิศทางที่ปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วลม ฮีทเตอร์อุ่นเบาะและปลอกแฮนด์สำหรับเมืองหนาว และระบบ Walking Mode ที่ช่วยเดินหน้า-ถอยหลังด้วยความเร็วต่ำสำหรับการจอดรถในที่แคบ

แม้หน้าตาในรุ่นปัจจุบันจะดูสปอร์ตและเพรียวบางลงกว่ารุ่นคุณปู่ แต่ของเล่นที่ให้มานั้นแทบจะเรียกได้ว่าครบกว่ารถอีโคคาร์บางรุ่นเสียอีก แผงคอนโซลหน้าเต็มไปด้วยปุ่มควบคุมที่ออกแบบมาให้กดง่ายแม้ใส่ถุงมือหนาๆ ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้าที่เลื่อนขึ้นลงได้ตามใจชอบ และที่ขาดไม่ได้คือระบบเครื่องเสียงชั้นยอด ที่ต่อให้คุณขี่แช่ที่ความเร็ว 140 กม./ชม. ลำโพงก็จะเร่งเสียงแข่งกับลมปะทะให้คุณได้ฟังเพลงโปรดอย่างชัดเจน

ขอขอบคุณภาพจาก : thaihonda

เสน่ห์ของ Honda GoldWing ไม่ได้อยู่ที่ความเร็วปลายทะลุไมล์ แต่มันคือศาสตร์แห่งการเดินทางที่ผสานเทคโนโลยีชั้นยอดเข้ากับสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อน ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา มันได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่มีอะไรจะมาโค่นบัลลังก์ “โซฟาเคลื่อนที่” คันนี้ลงได้ง่ายๆ และตำนานบทนี้จะยังคงถูกเขียนต่อไปบนท้องถนนทั่วทุกมุมโลก

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Q: ทำไม Honda GoldWing ถึงได้ฉายาว่าโซฟาเคลื่อนที่?

A: เพราะการออกแบบเบาะนั่งที่กว้างและหนานุ่มมาก โดยเฉพาะตำแหน่งผู้โดยสารที่มีพนักพิงหลังและที่วางแขนโอบกระชับสรีระ ประกอบกับช่วงล่างที่นุ่มนวลราวกับนั่งอยู่บนโซฟาในบ้าน

Q: Honda GoldWing รุ่นแรกเปิดตัวในปีไหน?

A: รุ่นแรกคือรหัส GL1000 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1974 ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบแนวนอน 1,000 ซีซี

Q: ฟีเจอร์ที่สร้างตำนานให้กับ Honda GoldWing มีอะไรบ้าง?

A: เป็นมอเตอร์ไซค์โปรดักชันรุ่นแรกของโลกที่ติดตั้งระบบถุงลมนิรภัย (Airbag) ระบบเกียร์ถอยหลัง และเครื่องยนต์แบบ 6 สูบแนวนอน

Peak SuperBikeMag

[email protected]