Moto2
Captain SuperBike Captain SuperBike

เตรียมเปิดตัว Street Triple 798 RS พลัง Moto2 17 พ.ย. นี้

ขอบคุณภาพจาก : triumph

พื้นที่ ข่าวมอเตอร์ไซค์ ระดับโลกกำลังร้อนระอุ เมื่อมีการปล่อยข้อมูลทีเซอร์ล่าสุดของสุดยอดสปอร์ตเน็คเก็ต (Sports Naked) รุ่นใหม่จากเกาะอังกฤษอย่าง Street Triple 798 RS ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงแค่การเปลี่ยนสีหรือปรับโฉมภายนอก แต่มาพร้อมกับสโลแกนสุดดุดันอย่าง “Track Forged” ที่บ่งบอกถึงสายเลือดรถแข่งที่ถูกหล่อหลอมมาเพื่อการขับขี่ขั้นสุด

ขอบคุณภาพจาก : triumph

สำหรับแฟนๆ ที่ติดตาม ข่าวบิ๊กไบค์ การขยับรหัสจากตัวเลขเดิมขึ้นมาเป็น 798 ย่อมหมายถึงการยกระดับสมรรถนะที่ก้าวกระโดด ทางผู้ผลิตได้ออกมายืนยันผ่านทีเซอร์แล้วว่า นี่คือ Street Triple ที่ “ทรงพลังที่สุด เบาที่สุด และล้ำสมัยที่สุด” เท่าที่เคยมีมา เรามาแกะรอยข้อมูลจากทีเซอร์กันว่ามีทีเด็ดอะไรซ่อนอยู่บ้างก่อนถึงวันเปิดตัวจริง

ขุมพลัง 3 สูบ บล็อกใหม่สายเลือด Moto2™

เครื่องยนต์ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมดโดยอ้างอิงเทคโนโลยีจากสนามแข่ง Moto2™ ทำให้ตัวรถมีพละกำลังสูงที่สุดในตระกูล Street Triple

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Street Triple 798 RS น่าจับตามองที่สุดคือการประกาศใช้ “Brand new Moto2™ derived triple” หรือขุมพลัง 3 สูบเรียงบล็อกใหม่ล่าสุดที่ได้รับการถ่ายทอด DNA ส่งตรงจากเวทีการแข่งขันระดับโลกอย่าง Moto2™

การดึงเทคโนโลยีจากสนามแข่งมาสู่รถถนน (Street Legal) หมายถึงการปรับปรุงชิ้นส่วนภายในให้มีน้ำหนักเบาขึ้น การหมุนของรอบเครื่องยนต์ที่จัดจ้าน และการตอบสนองของคันเร่งที่ดุดันไร้รอยต่อ สิ่งนี้จะทำให้ 798 RS กลายเป็นอาวุธหนักที่สามารถทำความเร็วและการลากรอบในพิกัดมิดเดิลเวต (Middleweight) ได้อย่างน่ากลัว สมกับคำนิยามว่าเป็นรุ่นที่ทรงพลังที่สุด (The most powerful) ในประวัติศาสตร์ของโมเดลนี้

โครงสร้างแชสซีใหม่ และเทคโนโลยีขั้นสูงที่ปรับตั้งได้

โครงสร้างตัวถังถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด (All-new chassis) เพื่อความเบาและคล่องตัวสูงสุด ผสานกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถปรับตั้งค่า (Tuneable technology) ได้อย่างอิสระ

พละกำลังที่มากขึ้นย่อมต้องมาพร้อมกับการควบคุมที่แม่นยำ ทีเซอร์ได้ระบุชัดเจนถึงการใช้ “All-new chassis” หรือโครงสร้างแชสซีใหม่ทั้งหมด ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การลดน้ำหนักส่วนเกิน (Lightest ever) และเพิ่มความแข็งแกร่ง (Rigidity) เพื่อรองรับแรงบิดมหาศาลจากการกระแทกคันเร่งและการเบรกอย่างรุนแรง ทำให้ตัวรถมีความคล่องตัวสูงในระดับที่ผู้ผลิตใช้คำว่า “Unbelievable agility”

ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ ผู้ที่ชื่นชอบการอ่าน รีวิวมอเตอร์ไซค์ น่าจะถูกใจกับการใส่ “Cutting-edge tuneable technology” ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าจะเป็นระบบ IMU (Inertial Measurement Unit) แบบแกนอิสระ ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งระดับของ Traction Control, Engine Brake และโหมดการขับขี่ต่างๆ ได้อย่างละเอียด เพื่อให้เหมาะสมกับการขับขี่ทั้งบนถนนหลวงและในแทร็กเดย์

ข้อมูลไฮไลต์จากทีเซอร์การประเมินทางเทคนิค
ขุมพลัง (Engine)เครื่องยนต์ 3 สูบบล็อกใหม่ สเปก Moto2™ (คาดว่าให้แรงม้าสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า)
โครงสร้าง (Chassis)แชสซีใหม่ทั้งหมด เน้นความเบาและความคล่องตัวสูงสุด (Track Forged)
เทคโนโลยี (Electronics)ระบบปรับตั้งค่าอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง คาดว่าครอบคลุม IMU 6 แกน
การวางตำแหน่ง (Positioning)The ultimate sports naked (สปอร์ตเน็คเก็ตตัวท็อปสุดในคลาส)
ขอบคุณภาพจาก : triumph

กำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

Street Triple 798 RS มีกำหนดการเปิดตัวเผยโฉมเต็มรูปแบบ (Full Reveal) สู่สายตาสาธารณชนในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2026

การนำเสนอสุดยอดสปอร์ตเน็คเก็ตที่ได้รับการอัปเกรดแบบหมดจดคันนี้ จะถูกเปิดเผยรายละเอียดสเปกตัวเลขทั้งหมด ทั้งพละกำลังสูงสุด แรงบิด น้ำหนักตัวรถ และราคาจำหน่าย ในวันเผยโฉมเต็มรูปแบบ (FULL REVEAL) ซึ่งล็อกคิวไว้ในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้

การมาของ 798 RS ถือเป็นการประกาศสงครามในตลาดสปอร์ตเน็คเก็ตพิกัดกลางตอนบนอย่างเป็นทางการ ใครที่กำลังมองหา รถใหม่ ที่ตอบโจทย์ความมันส์แบบรถแข่งแต่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เตรียมปูเสื่อรออัปเดตข้อมูลกันได้เลย

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Street Triple 798 RS มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่?

ตัวรถมีกำหนดการเผยโฉมเต็มรูปแบบ (Full Reveal) ในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้

จุดเด่นของเครื่องยนต์ใน Street Triple 798 RS คืออะไร?

ใช้เครื่องยนต์แบบ 3 สูบ (Triple) บล็อกใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาและสืบทอดเทคโนโลยีมาจากรถแข่งในรายการ Moto2

นอกเหนือจากเครื่องยนต์แล้ว มีการอัปเกรดอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง?

มาพร้อมโครงสร้างแชสซีแบบใหม่ทั้งหมด (All-new chassis) ที่ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความคล่องตัว รวมถึงเทคโนโลยีที่สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างละเอียด (Tuneable technology)

บทความที่เกี่ยวข้อง