SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda ล่าสุด 2026

  • All Posts
  • Honda News
Honda EV Concept 2025 คอนเซ็ปต์สุดล้ำ คาด..ขายยุโรปปีหน้า

ฮอนด้า EV Concept 2025 คอนเซ็ปต์สุดล้ำ คาด..ขายยุโรปปีหน้า ภายในงาน Eicma 2024 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี นอกเหนือจากการเปิดตัวโมเดลใหม่ ๆ มาให้ชมกันแล้ว อีกหนึ่งนวัตกรรมที่อยากนำมาบอกกล่าวแก่ชาวสองล้อทุกท่าน หนึ่งในนั้นก็คือโฉมโมเดลคอนเซ็ปต์ที่ทางค่ายได้ร่วมคิดค้นและพัฒนาขึ้น นำมาแสดงโชว์กับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่าง Honda EV Fun Concept 2025 และรุ่น EV Urban Concept 2025 มาพร้อมกับความล้ำสมัย และสอดคล้องกับเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับโปรดักท์ผลิตภัณฑ์ในปี 2050 Honda EV Fun Concept 2025 สำหรับโฉมโมเดลรุ่นนี้ เป็นสปอร์ตเน็กเก็ดที่มีสมรรถนะเทียบเท่ากับรถเครื่องยนต์สันดาปขนาดไซส์กลาง มาพร้อมกับแบตเตอรีแบบติดตั้งถาวรขนาดใหญ่ และเป็นสปอร์ตเน็กเก็ดรุ่นแรกที่ทางค่ายได้ตั้งเป้าในการวางจำหน่ายในปี 2025 ในคอนเซ็ปต์ออกแบบดีไซน์เพื่อการขับขี่ที่สนุกและง่ายดาย พร้อมออกแบบท่านั่งที่เป็นมิตรต่อผู้ขับขี่ นั่งสบาย ไม่ปวดหลัง แถมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยออกแบบชิ้นส่วนแฟริ่งประกอบเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ผ่านการเคลือบสีเงา ประกบเข้ากับชิ้นส่วนตัวเฟรม ตัดแต้มด้วยเพลทโลโก้ Honda บิวอินต์ระบบไฟภายใน ซ่อนความหรูหราไปในตัวอีกด้วย แต่แน่นอนว่าคอนเซ็ปต์ของการออกแบบยังยึดสไตล์ของความเป็นรถเน็กเก็ด ด้วยชุดไฟหน้า บิ้วอินต์ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ให้ดูมีความสปอร์ต เว้าส่วนช่องเบาะไปยังด้านท้ายเพื่อรองรับท่านั่งของผู้ขับขี่นั่นเอง EV Fun Concept 2025 อีกหนึ่งรุ่นกับคอนเซ็ปต์สกูตเตอร์ไฟฟ้า ที่เห็นจากภาพแล้วรู้สึกคล้ายคลึงเหมือนเจ้า PCX ทีเดียว แต่มาพร้อมกับความล้ำสมัยด้วยดีไซน์ออกแบบที่ไม่เหมือนใคร ที่ให้ฟีลอารมณ์เสมือนรถสปอร์ตที่มาพร้อมกับความพรีเมียม หรูหรา หรือนี่อาจจะเป็นโฉมต้นแบบของไลน์ผลิตสำหรับรถไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ในอนาคตก็เป็นไปได้ สำหรับระบบและการชาร์จของโมเดล ได้รับการพัฒนาจากความรู้และเทคโนโลยีของฮอนด้าที่สะสมมาจากรถยนต์และผลิตภัณฑ์พลังงานอื่น ๆ โดบแบตเตอรีสามารถรองรับการชาร์จเร็วตามมาตรฐาน CCS2* (มาตรฐานเดียวกับรถยนต์) และได้รับการพัฒนาเพื่อให้สมดุลระหว่างน้ำหนักเบาและประสิทธิภาพการชาร์จเร็ว ซึ่งมอบระยะการขับขี่กว่า 100 กิโลเมตร เพียงพอต่อการใช้งานในเมือง ความทันสมัยย่อมมาควบคู่กัน ด้วยหน้าจอ TFT แสดงผลฟังก์ชันต่าง ๆ มากมาย พร้อมโหมดการขับขี่มีให้เลือก โดยสามารถควบคุมผ่านปุ่มบังคับทางประกับฝั่งขวา ให้สามารถเลือกคอนโทรลโหมดขับขี่ได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังออกแบบระบบช่วงล่างกับโช้คหน้าแบบหัวกลับ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ เสริมการซับแรงและเพิ่มความเท่มากยิ่งขึ้นด้วยสวิงอาร์มแขนเดี่ยว ประกบด้วยล้อดีไซน์ 5 ก้านคู่ ยางขนาดใหญ่ติดตั้งมาให้เป็นรุ่นสปอร์ตลายสายฟ้าอย่าง Pirelli Diablo Rosso IV พร้อมจานดิสก์เบรกหน้า-หลัง คาลิเปอร์ยกชุดจากโรงงาน และคาดการณ์ว่าอาจติดตั้งระบบ ABS รวมถึงแทร็คชันคอนโทรลมาให้ ตามฉบับโมเดลยุคใหม่ในอนาคต โดยทางค่ายได้ตั้งเป้าเพื่อเข้าสู่ไลน์การผลิตและจำหน่ายในปี 2025 นี้ อย่างไรก็ดีชาวสองล้ออย่างเรา ๆ อาจจะได้เห็นโฉมโปรดักท์ชันที่มีวางขายในท้องตลาดในอนาคตก็เป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda NC750X ปี 2025 ปรับหน้าใหม่ ใส่ดิสก์คู่

Honda NC750X ปี 2025 ปรับหน้าใหม่ ใส่ดิสก์คู่ Honda NC750X ปี 2025 แอดเวนเจอร์ทัวริ่งไซส์กลางที่ถูกออกแบบดีไซน์ให้เหมาะสมกับการขี่ในเมือง และการขับขี่ออกทริปไกล ๆ อีกทั้งยังมีการปรับเฉดสีใหม่ ปรับไฟหน้าใหม่ เพิ่มดิสก์เบรกหน้าคู่ พร้อมปรับปรุงระบบเกียร์ DCT ให้มีการทำงานที่ดีมากยิ่งขึ้นในช่วงรอบต่ำ และจอสีแบบ TFT ขนาด 5 นิ้วพร้อมรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน Honda RoadSync หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วแบบใหม่ รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เกียร์ DCT ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ทำงานได้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้นแม้ในรอบต่ำ โฉมหน้าที่ได้รับการออกแบบดีไซน์ใหม่ ดิสก์เบรกคู่หน้า   2025 Honda NC750X สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ Honda NC750X Honda NC750X DCT เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 745 ซีซี 745 ซีซี แรงม้า (เคลม) 57.7 แรงม้าที่ 6,750 รอบต่อนาที 57.7 แรงม้าที่ 6,750 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 8 วาล์ว SOHC 8 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 77 x 80 มม. 77 x 80 มม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 10.7 : 1 ระบบเกียร์ เกียร์แมนนวล 6 สปีด เกียร์ 6 สปีดพร้อมระบบ DCT ระบบจุดระเบิด Electronic Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ระบบหัวฉีดไฟฟ้า PGM-FI ระบบหัวฉีดไฟฟ้า PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ โซ่ ขนาดล้อและยางหน้า 120/70-ZR17 120/70-ZR17 ขนาดล้อและยางหลัง 160/60-ZR17 160/60-ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ระยะแกน 41 มม. ระยะยุบ 120 มม. โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ระยะแกน 41 มม. ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ระยะยุบ 120 มม. โช้คอัพเดี่ยว ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ระยะยุบ 120 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่หน้า ขนาด 296 มม. ดิสก์เบรกคู่หน้า ขนาด 296 มม. เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม. ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม. กว้าง x ยาว x สูง 846 x 2,210 x 1,330 มม. 846 x 2,210 x 1,330 มม. ระยะฐานล้อ 1,525 มม.

2025 Honda CB750 Hornet อัปหน้าใหม่ เพิ่มสีสัน

2025 Honda CB750 Hornet อัปหน้าใหม่ เพิ่มสีสัน 2025 Honda CB750 Hornet เนคเก็ตไบค์ไซส์กลางมาพร้อมเครื่องยนต์สองสูบที่ทรงพลัง เพิ่มความเป็นโมเดลใหม่ด้วยการออกแบบที่ดุดันมากยิ่งขึ้น มาพร้อมชุดไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED คู่ดีไซน์ใหม่และครอบหน้าปัดที่ดูโฉบเฉี่ยว และสปอร์ตมากกว่าเดิม มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 755 ซีซี สองสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลังอยู่ที่ 90.5 แรงม้าที่ 9,500 รอบต่อนนาที แรงบิดอยู่ที่ 75 นิวตันเมตรที่ 7,250 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์แบบแมนนวล 6 สปีด ระบบส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ พร้อมถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 15.2 ลิตร  ระบบช่วงล่างด้านหน้ามาพร้อมระบบกันสะเทือนจาก Showa SFF-BP แบบ USD ระยะแกนที่ 41 มม.ระยะยุบอยู่ที่ 130 มม. โช้คอัพด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มแบบโปรลิงค์ มีระยะยุบอยู่ที่ 130 มม. ระบบเบรกด้านหน้าให้มาแบบดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบสี่ลูกสูบ ขนาด 296 มม. มาพร้อมล้อขนาด 120/70-ZR17 ระบบเบรกด้านหลังให้มาแบบดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม. มาพร้อมล้อขนาด 160/60-ZR17 โดยระบบเบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาพร้อมกับความปลอดภัย ABS ที่มาพร้อมการทำงานแบบ Dual -Channel ไม่เพียงแค่เครื่องยนต์ที่ปรับใหม่เพิ่มความเร้าใจ ในส่วนของเทคโนโลยีที่มากับรถคันนี้ให้มาแบบสมัยนิยม หน้าจอกลางแบบ TFT ขนาด 5 นิ้วเจนใหม่ล่าสุดจากทางฮอนด้าพร้อมการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน Honda RoadSync โหมดการขับขี่ 4 โหมดได้แก่ Rain, Standard, Sport และ Custom ที่สามารถให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งได้เอง ระบบ Honda Selectable Torque Control (HSTC) Engine Braking Emergency Stop Signal (ESS) และช่องชาร์จไฟแบบ USB-C สีสันที่วางจำหน่าย สีขาว (Matte Pearl Glare White) สีดำ (Matte Ballistic Black Metallic) สีเงิน (Digital Silver Metallic) สีน้ำเงิน (Glint Wave Blue Metallic)   ในส่วนของราคาวางจำหน่ายในโมเดลใหม่นี้จะยังไม่มีการเปิดตัวใหม่อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าน่าจะไม่ห่างจากเดิมมาก เพราะส่วนที่แตกต่างมีแค่สีสันเท่านั้น หากเข้าไทยราคาวางจำหน่ายน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 319,000 บาท (ราคาจากโมเดลก่อนที่วางขายอยู่ในประเทศไทย) สำหรับในโมเดลนี้ขี่เจนไหนก็หล่อ บอกเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Honda GB350S โร้ดสเตอร์ย้อนยุค ยัดระบบเซฟตี้

2025 Honda GB350S โร้ดสเตอร์ย้อนยุค ยัดระบบเซฟตี้ หนึ่งในไลน์อัพโมเดลรุ่นปี 2025 ในสไตล์เรโทรคลาสสิก เปิดตัวพร้อมกันภายในงาน EICMA 2024 ณ เมือง มิลาน อิตาลี กับ 2025 Honda GB350S ครูเซอร์พิกัดสูบเดียว 350 ซีซีที่ใช้ระบบแอร์คูล มาพร้อมกับความหล่อเหลา ผสมกับระบบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ติดตั้งมาเพื่อการเข้าถึงการใช้งานของผู้ขับขี่ได้ง่ายมากขึ้น ดีไซน์เอกลักษณ์ ด้วยรูปลักษณ์การออกแบบดีไซน์ที่เป็นดูมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ชวนนึกถึงโฉมรุ่นก่อน ๆ ภายใต้รหัส GB350 โดดเด่นด้วยตัวเฟรมแบบเปลคู่ และมิติโค้งมนตามสัดส่วนต่าง ๆ ทั้ง ไฟหน้า ถังน้ำมัน เรือนไมล์ดิจิทัล LCD กระจกข้างและตัวท่อไอเสีย มาพร้อมกับเพลทโลโก้บริเวณข้างถังและครอบกรองอากาศ รวมถึงเสื้อสูบครอบอลูมิเนียมวิบวับ เงางาม ซึ่งดูรวม ๆ แล้วมีเสน่ห์ในแบบคลาสสิกเสียจริง ขุมพลังเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 348 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ใช้ระบบวาล์ว SOHC ระบบหัวฉีด PGM-Fi ระบบเกียร์ 5 สปีดพร้อมแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ โดยให้พละกำลังม้าสูงสุด 21 แรงม้าที่ 5,500 รอบ และแรงบิด 29 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบ ให้กำลังได้ดีในรอบต่ำไปจนถึงรอบกลาง พร้อมขนาดความจุของถังน้ำมันที่ 15 ลิตร ระบบช่วงล่าง แอบขัดใจ ส่วนช่วงล่างซึ่งเห็นแล้วแอบขัดใจเบา ๆ โดยเฉพาะโช้คหน้าที่ยังคงเป็นเทเลสโคปิกขนาด 41 มม. ติดมาพร้อมยางหุ้มโช้ค ส่วนด้านหลังเป็นโช้คสปริงคู่ ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกด้านหน้ามีขนาด 310 มม. (คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ) และดิสก์เบรกหลัง 240 มม. (คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว) ใช้ล้อขนาด 19 นิ้ว(หน้า) และ 17 นิ้ว(หลัง) และรัดยางขนาดไซส์ 100/90 และ 150/70 ตามลำดับ  โดยเคลมน้ำหนักรวมที่ 178 กก. หากมองจุดเด่นซึ่งนอกจากในเรื่องของดีไซน์แล้ว ระบบความปลอดภัยให้มาดีเช่นเดียวกันกับ ระบบ ABS Dual Channel ระบบไฟกระพริบเมื่อเบรกฉุกเฉิน ถือเป็นฟีเจอร์ติดตั้งมาเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้น สีที่จำหน่าย สีน้ำเงิน (Puco Blue) สีดำ (Gunmetal Black Metallic) สีดำ (Gunmetal Black Metallic) โดยมีสีจำหน่ายทั้งหมด 3 สี ประกอบไปด้วย สีน้ำเงิน (Puco Blue), สีดำ (Gunmetal Black Metallic) และสีเทา (Pearl Deep Mud Gray) ในราคา 3,949 ปอนด์หรือราว ๆ 1.76 แสนบาท นับว่าเป็นราคาค่อนข้างสมเหตุสมผล แต่ถ้าหากเทียบกับรถค่าบยุโรปอาจจะเสียเปรียบค่อนข้างเล็กน้อยในเรื่องของสมรรถนะต่าง ๆ แต่เรื่องความคลาสสิกกินขาดแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2024 Honda EICMA เปิดตัวโมเดลใหม่ เพียบ!

2024 Honda EICMA เปิดตัวโมเดลใหม่ เพียบ! นับว่าพิเศษกว่าทุก ๆ ปี สำหรับ Honda EICMA 2024 จัดยิ่งใหญ่อลังการ กับการเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่ ทั้งในเซ็กเมนต์ของกลุ่มรถตลาด กลุ่มรถบิ๊กไบค์ ยังรวมไปถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นที่แรกในโลก ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี  คงเป็นที่น่าลุ้นสำหรับสาวกค่ายปีกนก ว่าจะมีโมเดลรุ่นอะไรเผยโฉมออกมาให้ชมกันบ้าง หน้าตาของมันเป็นอย่างไร ซึ่งครั้งนี้ แอดมิน ได้รับโอกาสดี ๆ จากทางไทยฮอนด้า ได้มาร่วมกิจกรรมพร้อมชมโมเดลตัวเป็น ๆ ถึงอิตาลีเลยทีเดียว เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่าจะมีโมเดลรุ่นไหนกันบ้าง ? New Honda Forza 750 2025 เปิดตัวด้วยพระเอกของงานกับ New Honda Forza 750 2025 บิ๊กสกูตเตอร์รุ่นใหม่ โฉมใหม่ ดีไซน์ใหม่ ประกอบกับตัวบอดี้ออกแบบให้มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยวรอบคัน ในพิกัดพละกำลัง 745 ซีซีและอัปเกรดเทคโนโลยีมาใหม่รองรับความสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น (อ่านข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่) New Honda X-ADV 750 2025 พาชมพระเอกอีกหนึ่งรุ่น กับแอดเวนเจอร์สกูตเตอร์พี่ใหญ่อย่าง New Honda X-ADV 750 2025 ที่มาพร้อมกับ 2 รุ่นย่อยทั้งตัว Standard และ Special Edition อย่างสีเหลือง เยลโล่วนั่นเอง (อ่านเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่) New Honda NC750X 2025 พร้อมเอาใจสายทัวริ่งพี่กลางอย่าง New Honda NC750X 2025 ปรับดีไซน์ตัวแฟริ่งใหม่ ใส่หน้าจอสี TFT และที่สำคัญอัปเกรดเป็นระบบ DCT หรือ Dual Clutch Transmission (ออปชันตัวเลือก) มาให้สัมผัสกันแล้ว New Honda GB350S 2025 มาหมดไม่เว้นแม้แต่สายโมเดิร์นคลาสสิกสุดเท่อย่าง New Honda GB350S 2025 เวอร์ชันใหม่ของโฉมเรโทรสไตล์ เสมือนผู้ดีแห่งค่ายปีกนกเสียจริง (เห็นโช้คหน้าแล้วแอบขัดใจ) New Honda CRF1100L Africa Twin 2025 เพิ่มความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการอัปเกรดระบบโช้คปรับไฟฟ้าในรุ่น CRF1100L Africa Twin 2025 พร้อมดีไซน์ที่ดูเพรียวบาง ให้อารมณ์ความเป็นรถดาการ์แรลลีมากยิ่งขึ้น New Honda XL750 Transalp 2025 ปรับเปลี่ยนมาใหม่ สำหรับสายลุยไซส์อย่าง New Honda XL750 Tansalp แต่ก็ยังคงทิ้งความเป็นเอกลักษณ์ในคราบแอดเวนเจอร์ไบค์ที่มีน้ำหนักเบา ควบคุมได้ง่าย เหมาะสำหรับสายลุยเป็นอย่างยิ่ง New Honda PCX 125 2025 สำหรับรุ่นนี้ ต้องยอมรับว่าโดนใจชาวสองล้อบ้านเราไม่น้อยเลยทีเดียวกับ New PCX125 2025 ที่อัปเกรดแฟริ่งใหม่ ดูเพรียวมากยิ่งขึ้น ติดตั้งมาพร้อมจอ TFT และโช้คหลังซับแทงค์ คาดมาไทยเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน (อ่านข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่) New Honda SH350i 2025 ตามด้วยสกูตเตอร์อีก 1 รุ่น New Honda SH350i 2025 ของดี ของฮิตในตลาดยุโรป มาพร้อมด้วยชุดสีใหม่ สมาร์ทคีย์ออปชัน แทร็คชันคอลโทรล พร้อมความสะดวกสบายในการใช้งานรองรับสำหรับผู้ขับขี่โดยเฉพาะ New Honda CB1000 Hornet 2025 พญาแตน แซดพัน (ไม่ใช่) New Honda CB1000 Hornet SP 2025 สายสุดสายเน็กเก็ดของทางค่าย ปรับดีไซน์ใหม่ เห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะไฟหน้า ดูดุดันมากยิ่งขึ้น รวมถึงอัปเกรดสมรรถนะเพิ่มแรงม้าสูงสุดถึง 155 ตัว พร้อมระบบช่วงล่างอัปเกรดใหม่ ซิ่งมันส์กว่าเดิม (อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

Honda PCX125 เปิดโฉมใหม่ที่ EICMA 2024

Honda PCX125 เปิดโฉมใหม่ที่ EICMA 2024 Honda PCX125 เปิดตัวไปแล้วอย่างเป็นทางการในงาน EICMA 2024 ที่ประเทศอิตาลีโดยในโมเดลใหม่นี้มีการปรับดีไซน์ใหม่ และเพิ่มเทคโนโลยีใหม่มาพร้อมจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ให้เหมือนรุ่นพี่ อย่าง Forza350 และ ADV350    ปรับโฉมดีไซน์ใหม่   การดีไซน์ออกแบบทำออกมาได้มีความพรีเมียม โดดเด่น โฉบเฉี่ยว ทั้งสามอย่างผสมกันอย่างลงตัว ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED รอบคัน มีการบิ้วอินไฟเลี้ยวมาคู่กับไฟหน้า ถูกใจสาวก PCX บ้านเราอย่างแน่นอน จับแต่งนิด ถอดกระจกหน่อย ก็กลายเป็น สกูตเตอร์แนวสปอร์ต ได้เลย เครื่องแรง แถมประหยัด   เครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 125 ซีซี พละกำลังสูงสุด 12.3 แรงม้า ที่ 8,750 รอบต่อนาที และแรงบิด 11.7 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ถังน้ำมันเชื้อเพลิงมีขนาด 8.1 ลิตร และทางโรงงานเคลมมาว่าอัตราการประหยัดอยู่ที่ 47.6 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าประหยัดพอสมควร จะขี่ไปใกล้ ๆ หรือออกไปไกลหน่อยก็หายห่วง ช่วงล่างใหม่   โช้คอัพด้านหน้ายังคงอนุรักษ์นิยมแบบ เทเลสโคปิก ที่มีขนาดแกนอยู่ที่ 31 มม. แต่ความพิเศษคือรุ่นนี้ให้โช้คหลังคู่แบบมีซับแทงค์ ที่มีระยะยุบ 95 มม. ล้อหน้า และล้อหลังมีขนาดอยู่ที่ 110/70-14 และ 130/70-13 ตามลำดับ ส่วนระรบบเบรกเป็นดิสเบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้า และด้านหลัง มีขนาดเดียวกันอยู่ที่ 220 มม. ซีซีเล็ก เทคโนโลยีครบ   จอสีใหม่ TFT ขนาด 5 นิ้ว แบบพี่ใหญ่เรือธงของค่าย แสดงข้อมูลสำคัญครบถ้วน รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน Honda RoadSync อีกทั้งยังมาพร้อมช่องจ่ายไฟแบบ USB-C ระบบเบรก ABS, แทรคชัน คอนโทรล (HSTC), ระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะติดไฟแดง (Idling Stop) และระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Key) สีสันที่วางจำหน่าย สีเทาเมทัลลิค สีดำเมทัลลิค สีน้ำเงิน สีขาวมุก สีแดง ในส่วนของโมเดลขนาด 125 ซีซีจะวางจำหน่ายแค่ประเทศทางฝั่งยุโรปเท่านั้น และโมเดลที่คาดว่าจะเข้าไทยอาจจะเป็นในโมเดล PCX160 แน่นอน แต่ว่าจะเข้าไทยเมื่อไหร่นั้น กดติดตาม SuperBike Thailand ไว้ได้เลย จะมาอัพเดทข้อมูลอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Honda ADV350 ปรับสีใหม่ ใส่จอ TFT

2025 Honda ADV350 ปรับสีใหม่ ใส่จอ TFT 2025 Honda ADV350 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน EICMA 2024 ที่ประเทศอิตาลี กับรถที่เป็นขวัญใจขาซิ่งในประเทศไทย ที่มาพร้อมสีสันใหม่ หน้าจอใหม่แบบ TFT เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานมากยิ่งขึ้น หน้าจอกลางใหม่แบบจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน Honda RoadSync สามารถใช้ในส่วนของระบบนำทาง, รับสายโทรศัพท์ หรือฟังเพลง ที่ควบคุมได้หมดเพียงแค่ปลายนิ้วโป้งซ้าย นอกจากนี้ยังมีช่อง USB ในกล่องเก็บของหน้าซ้ายสำหรับชาร์จสมาร์ทโฟน และใต้เบาะขนาดใหญ่ 48 ลิตรเก็บของได้อย่างจุใจ ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยมาพร้อมระบบเบรก ABS แบบ Dual-Channel, ระบบควบคุมแรงบิด Honda Selectable Torque Control (HSTC) 3 ระดับได้แก่ เปิดทั้งสองล้อ, เปิดเพียงล้อเดียว และปิดระบบ Emergency Stop Signal (ESS) จะทำงานและปิดเองอัตโนมัติเมื่อเกิดการเบรกกะทันหัน ระบบสมาร์ทคีย์และระบบป้องกันการโจรกรรม เครื่องยนต์ และ ช่วงล่างแบบเดิม ถึงแม้จะเป็นโมเดลใหม่แต่ก็ยังคงเครื่องยนต์เดิมแบบขาประจำ eSP+ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 330 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 28 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 31.5 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบต่อนาที มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 11.7 ลิตรอีกทั้งยังสามารถเคลมได้ไกลกว่า 330 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ถัง ในส่วนของช่วงล่างด้านหน้ามากับโช้คอัพแบบ USD ขนาดแกน 37 มม.มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 125 มม.และด้านหลังมาแบบโช้คอัพคู่พร้อมซับแทงค์มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 130 มม. ระบบเบรกด้านหน้ามาแบบดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 256 มม. และด้านหลังระบบเบรกดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. คู่กับล้ออลูมิเนียมด้านหน้าขนาด 15 นิ้วรัดด้วยยางขนาด 120/70 และด้านหลังล้อขนาด 14 นิ้วรัดด้วยยางขนาด 140/70 สีสันที่วางจำหน่าย สีเทา (Matte Ruthenium Silver Metallic) สีดำ (Pearl Nightstar Black) สีแดง (Hyper Red) สีเทา-ดำ (Matte Coal Black Metallic)   สำหรับราคาวางจำหน่ายที่ประเทศอังกฤษอยู่ที่ 5,899 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 258,900 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) แต่คาดการณ์ว่าหากเขาไทย ในโมเดลใหม่นี้ราคาจะไม่ต่างจากโฉมก่อน ๆ ที่วางขายในประเทศ เพราะเพิ่มมาเพียงแค่จอ TFT แบบใหม่ และสีสันที่วางจำหน่ายเท่านั้น ไบค์เกอร์สายแต่งรถเตรียมตัว เพราะยังไงก็เข้าไทยแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Lead125 2025 จี๊งหลีดหน้าใหม่ ใส่โช้ค Ohlins

Honda Lead125 2025 จี๊งหลีดหน้าใหม่ ใส่โช้ค Ohlins ไทยฮอนด้า บุกตลาดเซ็กเมนต์รถจักรยานยนต์คลาส 125 ซีซี ด้วยการเปิดตัวโมเดล Honda Lead125 2025 รุ่นใหม่พร้อมกับ 3 รุ่นย่อย ประกอบไปด้วยรุ่น Ohlins Edition รุ่น Special Edition และรุ่น Standard พร้อมการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ จะมีอะไรบ้าง โดยจุดเด่นของโมเดลรุ่นดังกล่าว อย่างแรกในเรื่องของดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนใหม่ ซึ่งหากสังเกตได้ หน้าตาของหลีดนั้นถูกปรับใหม่หมด ดูพรีเมียม หรูหรามากยิ่งขึ้น บวกกับเส้นสายบังลมด้านหน้าดูมีความเพรียวก กระชับ แตกต่างจากเจ็นก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง รวมไปถึงลวดลายตรงบริเวณข้างถังได้รับการออกแบบใหม่เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะรุ่น Ohlins Edition กับโลโก้ของโช้คแบรนด์ระดับโลกเด่น ๆ ตรงบริเวณด้านข้าง เบาะโดยสารสไตล์ทูโทน ซึ่งดูรวม ๆ แล้ว คาดการณ์ว่าทางค่ายออกแบบให้มีความพรีเมียม หรูหรา มากยิ่งขึ้น Honda Lead125 2025 เครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว แรงได้ใจ สมกับเป็นโมเดลรุ่นบุกเบิกด้วยระบบวาล์ว 4 วาล์ว ในพิกัด 125 ซีซีรุ่นแรก กับเครื่องยนต์ eSP+ ให้สมรรถนะการเผาผลาญได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมเทคโนโลยี Piston Oil Jet หรือหัวฉีดน้ำมันใต้ลูกสูบ เพิ่มประสิทธิภาพความทนทานและการระบายความร้อนเป็นพิเศษ กับสูบเดียวขนาด 125 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมแรงม้าสูงสุดที่ 11 แรงม้าที่ 8,500 รอบและแรงบิด 11.7 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบ พร้อมเคลมอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 52.6 กม./ลิตร กับความจุของถังน้ำมันขนาด 6 ลิตร ระบบช่วงล่าง Ohlins (สำหรับรุ่น Ohlins Edition) ควบคู่กับระบบช่วงล่าง เริ่มกันที่ระบบกันสะเทือนด้วยโช้คหน้าเทเลสโคปิกและโช้คเดี่ยวด้านหลังที่เป็นรุ่นพิเศษกับ Ohlins กระบอกสีทองติดตั้งมาให้ สามารถปรับได้เต็มระบบสำหรับสายซิ่งโดยเฉพาะ ส่วนระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกด้านหน้าและดรัมเบรกหลัง ติดล้อลายใหม่สีทองให้คอนทราสต์เข้าด้วยกัน และรัดยางมาขนาด 90/90-12 และ 110/90-10 ตามลำดับ พร้อมกับระบบ ABS (สำหรับรุ่น Special Edition ขึ้นไป) ส่วนในเรื่องเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาให้นั้นมีหลายจุดเช่นกันอย่าง ระบบหยุดเครื่องยนต์อัติโนมัติหรือ Idling Stop System สมาร์ทคีย์ พอร์ตชาร์จไฟ USB ช่องเก็บของขนาดใหญ่ขนาด 37 จุดใจ หน้าจอดิจิทัล LCD และระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน โดยเปิดตัวทั้ง 3 รุ่น พร้อมราคาค่าตัวประกอบไปด้วย Ohlins Edition ราคา 72,000 บาท, รุ่น Special Edition 62,500 บาท และรุ่น Standard ราคา 61,500 บาท สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฮอนด้า วิงก์ ทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 CBR1000RR-R SP เปิดตัวในไทย พร้อมราคา 1.13 ล้านบาท

2025 CBR1000RR-R SP เปิดตัวในไทย พร้อมราคา 1.13 ล้านบาท ฮอนด้า กระหึ่มงาน Thailand GP ด้วยการเปิดตัวโมเดลใหม่ระดับซูเปอร์ไบค์รุ่นเรือธงกับ 2025 CBR1000RR-R SP พร้อมสมรรถนะระดับท็อปคลาสของสายโปรดักท์ชันที่ใช้ในการแข่งขันรายการระดับโลกอย่าง WorldSBK ในราคาค่าตัวสวย ๆ เพียง 1.13 ล้านบาท นับว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับกระแสความสนใจจากสาวกมอเตอร์สปอร์ตเลยไม่น้อย กับความน่าสนใจของซูเปอร์ไบค์รุ่นนี้ มาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนดีเทลรายละเอียดหลาย ๆ จุด เพื่อเพิ่มสมรรถนะอันยอดเยี่ยมให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มพิกัด ด้วยการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Born to Race” ซึ่งเปรียบอีกนัยหนึ่งว่า หากคุณมีโมเดลรุ่นนี้ไว้ครอบครองแล้วหล่ะก็ คุณสามารถลงแทร็กเดย์กับนักแข่งระดับโลกได้ทันที โดยสิ่งที่น่าสนใจสำหรับโมเดลรุ่นนี้อยากแรกก็คือเรื่องของการดีไซน์ที่ดูมีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว มากกว่าเดิม แฟริ่งออกแบบใหม่ที่ผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลมเพื่อความแอโรไดนามิกมากยิ่งขึ้น รวมถึงแรมแอร์บริเวณตรงกลาง และวิงก์เล็ตด้านหน้าดีไซน์ใหม่ถอดแบบเทคโนโลยีมาจาก RC213V-S เพิ่มประสิทธิภาพเรื่องแรงกด ลดการยกตัวของล้อหน้าเมื่ออกตัวด้วยความเร็วสูง พร้อมด้วย Wind Protection ดีไซน์ใหม่ สะท้อนความเป็น Racing Replica ช่วยลดการปะทะแรงลม ลดการส่าย ควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังตอบสนองทุกความเร็วด้วยเบาะนั่งที่ออกแบบใหม่สามารถหมอบได้ต่ำกว่าเดิม พร้อบปรับองศา Handlebar และที่วางเท้าใหม่เพื่อท่านั่งที่ Racing มากยิ่งขึ้น พร้อมขุมพลังกับเครื่องยนต์ 4 สูบขนาด 1,000 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมการปรับปรุงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของชิ้นส่วนภายใน ทั้งระบบวาล์วใหม่ เพลาข้อเหวี่ยง ฝาสูบ ก้านสูบไทเทเนียม รวมทั้งปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ รอบมาไวขึ้นและเพื่อการออกโค้งได้ดีขึ้นนั่นเอง โดยขุมพลังดังกล่าวให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 215 แรงม้าที่ 14,000 รอบ และแรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตรที่ 12,000 รอบ ให้สุ้มเสียงเร้าใจด้วย ท่อ Akrapovic ไทเทเนียม ช่วงล่างเต็มระบบ เสริมด้วยเทคโนโลยีอันเร้าใจด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า (TBW) โดยแยกมอเตอร์ออกเป็น 2 ตัว ควบคุมการทำงานของกระบอกสูบออกจากกันและตอบสนองแรงบิดได้อย่างทันใจ ควบคู่กับควิกชิฟเตอร์สองทางติดตั้วมาให้อีกด้วย ยางสายฟ้า Pirelli Diablo Supercorsa SP  ตามต่อกับระบบช่วงล่างสำหรับรุ่นนี้ให้โช้ค Ohlins S-EC3.0(SV) NPX แบบ USD และโช้คเดี่ยว TTX36 S-EC3.0 ที่เป็นโช้คปรับไฟฟ้า ระบบเบรกให้ Brembo มาเต็มชุดทั้งปั๊มบน ปั๊มหน้า Stylema R 4 ลูกสูบ เรเดียลเม้าท์ และปั๊มหลังเช่นเดียวกัน ปิดท้ายด้วยล้ออลูมิเนียม 5 ก้าน 17 นิ้ว และยางสายฟ้า Pirelli Diablo Supercorsa SP ขนาด 120/70 และ 200/55 CBR1000RR-R SP 2025 ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999.9 ซีซี แรงม้า (เคลม) 215 แรงม้าที่ 14,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 113 นิวตันเมตรที่ 12,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 81 x 48.5 มม. อัตราส่วนการอัด 13.6 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน (ยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3) ยางหลัง 200/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน (ยาง Pirelli Diablo Supercorsa

2025 Honda Rebel 1100 ทรงเดิม เพิ่มแรงม้า พร้อมจอ TFT

2025 Honda Rebel 1100 ทรงเดิม เพิ่มแรงม้า พร้อมจอ TFT 2025 Honda Rebel 1100 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศทางฝั่งยุโรป โดยใช้ชื่อรหัส CMX1100 การดีไซน์ออกแบบที่ยังคงความเป็นรถ ‘ครุยเซอร์’ ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความทันสมัย เน้นความเรียบง่ายแต่ก็ยังคงความดุดัน เครื่องยนต์เพิ่มแรงม้าจากตัวก่อนหน้า และยังมาพร้อมกับระบบเกียร์ DCT (Dual Clutch Transmission) ได้รับการอัปเกรดให้ใช้งานได้ดีขึ้นที่ความเร็วต่ำ และที่สำคัญมาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้วใหม่ พร้อมการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เครื่องยนต์อัพเกรด เพิ่มแรงม้า ในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 1,084 ซีซี พละกำลังอยู่ 87 แรงม้าที่ 7,250 รอบต่อนาที (เพิ่มจากตัวก่อนหน้า 1 ตัว) แรงบิดอยู่ที่ 98 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์ 6 สปีด และเกียร์แบบ DCT 6 สปีด (แล้วแต่รุ่นย่อย) ความจุถังน้ำมัน 13.6 ลิตร ช่วงล่างตามสไตล์ครุยเซอร์ ระบบกันสะเทือนด้านหน้ามาพร้อมกับโช้คอัพหัวกลับขนาดแกน 43 มม. สามารถปรับพรีโหลดได้ ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหลังมาพร้อมกับโช้คอัพคู่พร้อมซับแทงค์ สามารถปรับพรีโหลดได้เช่นเดียวกับด้านหน้า หนึบและขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรกเดี่ยวแบบเรเดียล คาลิเปอร์แบบสี่ลูกสูบ ขนาด 330 มม. ในส่วนของระบบเบรกด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลูกสูบเดี่ยวขนาด 256 มม. ล้อและยางมีขนาด 130/70 B18 และ 180/65 B16 หน้า และหลังตามลำดับ  หน้าจอ TFT และเทคโนโลยีตามสมัยนิยม ในส่วนของเทคโนโลยีต่าง ๆ ของ Rebel ในโมเดลใหม่จัดเต็มมาแบบสุด ๆ หน้าจอใหม่แบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพ Honda RoadSync โหมดการขับขี่เริ่มต้น 3 โหมด ได้แก่ Standard, Rain และ Sport และยังมี Custom สำหรับให้ผู้ขับขี่ปรับแต่งเองได้ ระบบครูซ คอลโทรล ระบบ HSTC ที่ปรับได้ 3 ระดับ และมีการปรับช่องจ่ายไฟแบบ USB-C มาไว้ทางด้านซ้ายของเรือนไมล์ Dual Clutch Transmission พร้อมกับระบบเกียร์ DCT (Dual Clutch Transmission) ได้รับการอัปเกรดให้ใช้งานได้ดีขึ้นที่ความเร็วต่ำ สามารถมีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นทั้งออกตัว และการหยุดรถ โดยชุดเกียร์ DCT นี้จะใส่ลงในรุ่นย่อยที่เป็นตัว T DCT และ รุ่น SE เท่านั้น ในส่วนของรุ่นล่างสุดหรือ Standard จะเป็นเพียงเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเท่านั้น สำหรับสีที่จำหน่ายมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อยประกอบไปด้วย รุ่นธรรมดา (Rebel 2025) ในรุ่นนี้มีเพียงสีเดียว ได้แก่ สีน้ำเงิน (Pearl Hawkseye Blue) สีน้ำเงิน (Pearl Hawkseye Blue)   2. รุ่น T DCT (Rebel T DCT 2025) ที่ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติม โดยมีกล่องข้างขนาดรวม 35 ลิตร แฟริ่งหน้าขนาดใหญ่ มีเพียงสีเดียว ได้แก่ สีเทา (Iridium Grey Metallic) สีเทา (Iridium Grey Metallic)   รุ่น SE ตัวท็อปสุดของโมเดลนี้ โดยในรุ่น Special Edition จะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป โดยมีการตกแต่งเพิ่มเติม

Honda Radar Rdflectors หลุดพิมพ์เขียว ระบบเซฟตี้รุ่นใหม่จากฮอนด้า

Honda Radar Rdflectors หลุดพิมพ์เขียว ระบบเซฟตี้รุ่นใหม่จากฮอนด้า อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ทางฮอนด้ากำลังคิดค้นพัฒนา และจดสิทธิบัตรกับระบบ Honda Radar Rdflectors โดยมุ่งเน้นเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ที่ใช้รถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ จากแนวคิดที่จะสะท้อนถึงความปลอดภัยบนท้องถนน ให้กับผู้ใช้งานบนยานพาหนะโดยเฉพาะรถสองล้อ เนื่องจากเป็นรถที่มีขนาดเล็กถ้าหากเทียบกับยานพาหนะทั้งหมด จึงทำให้ยานพาหนะดังกล่าวมีลักษณะลายเซ็นเซอร์ขนาดเล็ก ส่งผลให้ยากต่อการตรวจจับโดยระบบเรดาร์จากยานพาหนะคันอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเภทรถสี่ล้อ หรือรถสองล้อที่มีระบบเรดาร์ตรวจจับ เพราะฉะนั้น Honda จึงได้ริเริ่มพัฒนาระบบ Radar Rdflectors หรือระบบสะท้อนเรดาร์ ช่วยให้รถจักรยานยนต์คันอื่น สามารถตรวจจับเซ็นเซอร์ในระบบเรดาร์มากยิ่งขึ้น  ระบบ Radar Rdflectors คืออะไร ? หากทำความเข้าใจง่าย ๆ ระบบ Radar Rdflectors ก็คือเทคโนโลยีที่ใช้แผ่นสะท้อนผลิตขึ้นจากโลหะหรือวัสดุที่มีความสามารถในการสะท้อนคลื่นเรดาร์ได้สูง เมื่อยานพาหนะคันอื่น ๆ ที่ใช้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อาทิ Adaptive Cruise Control สามารถมองเห็นได้ชัดเจนและประมวลผลคำสั่งได้แม่นยำมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเบี่ยงเลนเพื่อหลบหลีกรถจักรยานยนต์คันด้านหน้า หรือแม้กระทั่งการชะลอความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง โดย Honda พยายามพัฒนาระบบพาสซีฟนี้ให้มีความเรียบง่ายและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยออกแบบแผ่น Radar Rdflectors ให้มีขนาดเล็กและติดตั้งบนบริเวณบังลมด้านหน้าซึ่งสะดวกต่อการติดตั้งและเซอร์วิสได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา อาทิ แผ่นโลหะหรือพลาสติกเคลือบโลหะ ซึ่งมีต้นทุนที่ถูกและสามารถนำไปใช้ในหลาย ๆ รุ่นได้เช่นกัน ซึ่งตัวสะท้อนของ Honda ประกอบด้วยตัวสะท้อนรูปถ้วยสองอัน แต่ละอันทำจากแผ่นสะท้อนแสงแบบเรียบสามแผ่น ซึ่งมีหน้าที่รับและสะท้อนคลื่นเรดาร์ในมุมกว้างที่มากระทบด้านหน้าของรถจักรยานยนต์ และสะท้อนกลับไปยังระบบตรวจสอบเรดาร์ เพื่อเพิ่มลายเซ็นเรดาร์ให้ใหญ่ขึ้นกว่าที่รถจักรยานยนต์ที่จะมีตามปกติ การวางตำแหน่งตัวสะท้อนในจุดที่สูงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุด และเนื่องจากตัวสะท้อนทั้งหมดอยู่หลังบังลม จึงไม่ส่งผลกระทบต่อรูปร่างหรือสไตล์ของรถมากนัก โดยระบบสะท้อนเรดาร์จะเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานเอง ยังรวมไปถึงยานพาหนะคันอื่น ๆ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อีกด้วย นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ดีสำหรับผู้ขับขี่เลยทีเดียว และคาดว่าอาจจะมีการนำมาใช้ในโมเดลออโตเมติกพิกัดรุ่นเล็กไม่ช้าก็เร็ว ๆ นี้ ไบ์เกอร์ชายไทยอย่างเรา ๆ อาจได้ขี่ด้วยความปลอดภัยมากขึ้น แต่ก็ไม่พ้นสายตาแม่ย่านางของท่านอยู่ดีหล่ะครับ เพราะเขามี GPS ตรวจสอบตลอดเวลา จริงหรือไม่ ?  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR650R ThaiGP Edition 2024 สปอร์ตลายเสือ โครตแจ่ม

CBR650R ThaiGP Edition 2024 สปอร์ตลายเสือ โครตแจ่ม อีกหนึ่งรุ่นที่เปิดตัวมาพร้อมกันกับเจ้า Giorno ThaiGP 2024 นั้นก็คือซูเปอร์สปอร์ตสี่สูบเรียงอย่าง CBR650R ThaiGP Edition 2024 คราวนี้มาในลวดลาย “เสือพยัคฆ์” สุดโหดรับปีเสือ พร้อมลวดลายที่สื่อถึงความเป็นเมืองพัทยาบ้านเกิดของ “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” โดยผลิตขึ้นมาจำหน่ายเพียง 35 คันในโลกเท่านั้น สำหรับเจ้าซูเปอร์สปอร์ตสี่สูบเรียงพร้อมกับลายพิเศษ “พยัคฆ์คำราม” ที่ได้รับการออกแบบดีไซน์เนอร์จาก Honda R&D Southeast Asia ซึ่งมุ่งเน้นการถ่ายทอดเอกลักษณ์และตัวตนของก้องออกมาผ่านการใช้รูปเสือ ซึ่งเป็นปีนักษัตรของก้อง รวมถึงการใช้ชื่อ “พยัคฆ์คำราม” ที่เป็นสัญลักษณ์หลักของการออกแบบ โดยคำว่า พยัคฆ์ หมายถึงคนที่มีความสามารถพิเศษและโดดเด่น ส่วน คำราม สื่อถึงการประกาศศักดาและศักยภาพอันแข็งแกร่ง โดยลวดลายเสือบนรถแข่งออกแบบผ่าน 3 Keyword คือ Strong, Dynamic และ Powerful พร้อมโทนสีดำ ขาว และแดง ให้ความรู้สึกถึงความดุดัน Aggressive และ Powerful สำหรับตัวเลข 35 ถูกออกแบบให้แสดงออกถึงความเป็นไทย ผสมผสานกับสีสันที่ร้อนแรง โดยยังมี กิมมิคที่สื่อถึงบ้านเกิดของสมเกียรติในจังหวัดชลบุรี ด้วยการใส่ลวดลายบรรยากาศของเมืองพัทยาลงไป กับขุมพลังสุดร้องแรงด้วยเครื่องยนต์สี่สูบเรียง 16 วาล์ว ขนาด 649 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลัง 94 แรงม้าที่ 12,000 รอบและแรงบิด 63 นิวตันเมตรที่ 9,500 รอบ พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็น แทร็คชันคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ พอร์ตชาร์จไฟ USB และระบบไฟเบรกฉุกเฉิน ESS และ ABS Dual Channel พร้อมเปิดโอกาสให้แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตได้เป็นเจ้าของรถรุ่นดังกล่าวทั้ง 35 คัน ในราคา 382,300 บาท โดยเปิดรับจองพร้อมกันที่ ‘พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2024’ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 25 -27 ตุลาคมนี้ เท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Giorno ThaiGP 2024 พิเศษเพียง 35 คันในโลก

Giorno ThaiGP 2024 โมเดลสุดพิเศษเพียง 35 คันในโลก ไทยฮอนด้า เปิดตัว Honda Giorno ThaiGP 2024 และ CBR650R ลายพิเศษ ThaiGP 2024 Special Edition หรือ”พยัคฆ์คำราม” ของก้อง-สมเกียรติ เปิดจองในงานไทยจีพี 2024 นี้ ไทยฮอนด้า เอาใจแฟนพันธุ์แท้มอเตอร์สปอร์ต เปิดตัวรถลายพิเศษ 2 รุ่น ได้แก่ “New Honda Giorno+ Moto2 ThaiGP 2024 Limited Edition” ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 35 คันในโลกเท่านั้นโดยได้นำเสนอลวดลายที่สะท้อนจากรถแข่งที่ “ก้อง-สมเกียรติ จันทรา” จะใช้ลงแข่งล่าแชมป์ในไทยจีพี 2024 นี้ โดยได้แรงบันดาลใจของ “ก้อง-สมเกียรติ” ถ่ายทอดลงบนตัวรถให้แฟนพันธุ์แท้ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของในแบบลิมิเต็ดขั้นสุด เปิดรับจองเฉพาะในงานไทยจีพี 2024 นี้เท่านั้น สำหรับรถลายพิเศษ “พยัคฆ์คำราม” ได้รับการออกแบบโดยดีไซน์เนอร์จาก Honda R&D Southeast Asia ซึ่งมุ่งเน้นถ่ายทอดเอกลักษณ์และตัวตนของก้องออกมาผ่านการใช้รูปเสือ ซึ่งเป็นปีนักษัตรของก้อง รวมถึงการใช้ชื่อ “พยัคฆ์คำราม” ที่เป็นสัญลักษณ์หลักของการออกแบบ โดยคำว่า “พยัคฆ์” หมายถึงคนที่มีความสามารถพิเศษและโดดเด่น ส่วน “คำราม” สื่อถึงการประกาศศักดาและศักยภาพอันแข็งแกร่ง โดยลวดลายเสือบนรถแข่งออกแบบผ่าน 3 Keyword คือ Strong, Dynamic และ Powerful พร้อมโทนสีดำ ขาว และแดง ให้ความรู้สึกถึงความดุดัน Aggressive และ Powerful สำหรับตัวเลข 35 ถูกออกแบบให้แสดงออกถึงความเป็นไทย ผสมผสานกับสีสันที่ร้อนแรง โดยยังมีกิมมิคที่สื่อถึงบ้านเกิดของสมเกียรติในจังหวัดชลบุรี ด้วยการใส่ลวดลายบรรยากาศของเมืองพัทยาลงไป ไทยฮอนด้า พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้เป็นเจ้าของรถทั้ง 35 คัน ในราคาแนะนำ 74,400 บาท โดยเปิดรับจอง พร้อมกันที่งาน ‘พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2024’ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 25 -27 ตุลาคมนี้ เท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจเฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ www.facebook.com/HondaBigBikeTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CUV e: อีวีไบค์ สมรรถนะเครื่อง 110

Honda CUV e: อีวีไบค์ สมรรถนะเครื่อง 110 Honda CUV e: อีกหนึ่งโมเดลยานยนต์ไฟฟ้าที่ทาง ฮอนด้า มอเตอร์ ประกาศผ่านเว็บไซต์หลักอย่างเป็นทางการกับการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในอินโดนีเซีย ได้แก่ CUV e: ซึ่งนับเป็นโมเดลที่ 10 ตามแผนเปิดตัวโมเดลไฟฟ้า 30 รุ่นภายในปี 2030 CUV e: มาจากรุ่น CUV ES (Clean Urban Vehicle Electric Scooter) ซึ่งเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ฮอนด้าที่เริ่มวางจำหน่ายในปี 1994 CUV e: ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดเดียวกันกับ CUV ES ในฐานะสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ให้ความสะดวกในการเดินทางในเมือง โดยมีคำว่า “e:” ที่บ่งบอกรถคันนี้คือยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า CUV e: 1994 CUV ES   พละกำลังมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้มีสมรรถนะเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ 110 ซีซี ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์ ความเร็วสูงสุด 83 กม./ชม. ซึ่งใช้แบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้ 2 ก้อน ชนิด ลิเธียม-ไอออน “ฮอนด้า โมบายล์ พาวเวอร์แพ็ค” (Honda Mobile Power Pack e:) เป็นแหล่งพลังงาน ทำงานคู่กับมอเตอร์ที่พัฒนาโดยฮอนด้าเอง ซึ่งช่วยเพิ่มระยะการขับขี่ให้ดีขึ้น ด้วยการปรับปรุงวงจรแม่เหล็กและโครงสร้างเพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น การออกแบบของ CUV e: มีลักษณะเรียบง่าย แต่ยังคงความโฉบเฉี่ยวตามสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมกับไฟหน้า และไฟท้ายแบบ Full LED แต่มีดีไซน์การออกแบบที่โดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่นนี้ ระบบมอเตอร์ใหม่นี้พัฒนามาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ STANDARD, SPORT และ ECON เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลายตามความต้องการของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมีโหมดถอยหลังเพื่อความสะดวกในการกลับรถในพื้นที่แคบ โดยในรุ่นของ CUV e: มีทั้งหมด 2 รุ่นย่อยได้แก่ ตัวที่เป็นมาตรฐาน และ RoadSync Duo® ซึ่งเป็นฟีเจอร์เสริมที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อ CUV e: กับสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่แล้วสามารถ รับโทรศัพท์ ฟังเพลง และใช้งานระบบนำทางได้จากหน้าจอกลาง Honda CUV e: สเปค และรายละเอียด ประเภทมอเตอร์ มอเตอร์กระแสตรงแบบซิงค์โครนัส กำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 22 นิวตันเมตรที่ 2,300 รอบต่อนาที ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ 50.26 โวลต์ ความจุของแบตเตอรี่ 29.4 แอมแปร์ น้ำหนักแบตเตอรี่ 10.2 กิโลกรัม เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 6 ชั่วโมง (0-100%) ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (เคลม) 80.7 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด (เคลม) 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยางหน้า 100/90-12 59J ยางหลัง 100/90-12 64J เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมระบบ Combi Brake System (CBS) เบรกหลัง ดรัมเบรก ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว กว้าง X ยาว X สูง 664 x 1,889 x 1,096 มม. ระยะฐานล้อ 1,310 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 139 มม. ความสูงเบาะ 761 มม. น้ำหนักรถ 117 กิโลกรัม   จุดเด่นไฮไลท์อื่น หน้าจอแบบ TFT พร้อมแสดงข้อมูลการขับขี่ ช่องเสียบชาร์จไฟแบบ

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

รีวิวมอเตอร์ไซค์

หมวดหมู่