SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda ล่าสุด 2026

  • All Posts
  • Honda News
2025 Honda CBR600RR แรงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่

2025 Honda CBR600RR แรงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่ 2025 Honda CBR600RR สปอร์ตไบค์คลาส 600 ซีซี ที่ Honda ยังคงทำตลาดอยู่ และตอนนี้เปิดตัวเจนใหม่แล้วในประเทศอเมริกา ซึ่งในโมเดลนี้ไม่ใช่รุ่นที่อัปเดตใหม่เหมือนที่วางขายในยุโรป โมเดลใหม่ดีไซน์เครื่องเดิมสนิท ขุมพลังหลักของ CBR 600RR รุ่นปี 2025 ได้แก่ เครื่องยนต์สี่สูบเรียงขนาด 599 ซีซี จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด DSFI 4 วาล์วต่อสูบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุดที่ 183 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 66 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบต่อนาที ช่วงล่างด้านหน้ามาพร้อมโช้คหัวกลับ  Showa BPF และด้านหลังเป็นแบบโช้คเดี่ยว Pro-Link เพื่อให้การควบคุมที่แม่นยำขึ้นและเพิ่มการยึดเกาะถนน ทั้งสองด้านสามารถปรับแต่งพรีโหลด รีบาวนด์ได้ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ  มาพร้อมคาลิเปอร์เบรก Tokico เบรกหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว มาพร้อมกับขนาดล้อและยางที่ 120/70 ZR-17 และ 180/55 ZR-17 หน้าหลังตามลำดับ ในส่วนของการออกแบบ โมเดลรถคันนี้มีพื้นฐานมาจากโมเดลเก่าปี 2013 (รหัส EBL-PC40) ที่ยังคงมีเลี้ยวอยู่ด้านข้างยังไม่ใช่ปีกวิงก์เล็ตแบบโมเดลปี 2020 มาพร้อมไฟหน้า LED แบบคู่ และหน้าจอแสดงผลดิจิทัล พร้อมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น โหมดการขับขี่ คันเร่งไฟฟ้า (throttle-by-wire) และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ที่ยังคงเหมือนเดิมจากรุ่นก่อนหน้า เปลี่ยนสีประจำโมเดล โมเดลที่เปิดใหม่ในอเมริกานี้เป็นโมเดลที่ต่อเนื่องมาจากรุ่นก่อนหน้าที่วางขายอยู่ในอเมริกา ไม่ใช่รุ่นที่มีการพัฒนาใหม่ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นของปี 2025 ก็มีเพียงอย่างเดียวคือสีสันใหม่ ได้แก่สีเทา ‘Deep Pearl Gray’ ที่มาแทนที่สี Grand Prix Red จากปีก่อน ตัวรถถูกเคลือบด้วยสีเทาเข้มเป็นสีพื้น พร้อมการตกแต่งด้วยสีเทาอ่อน และขาว พร้อมด้วยการคาดเส้นสีแดงบาง ๆ ที่ใส่มาเพื่อให้เกิดการตัดกันของสีเพื่อให้เกิดความโดดเด่น อาจจะขัดใจกับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบในสีแดง 2025 Honda CBR600RR สเปคและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 599 ซีซี แรงม้า (เคลม) 119 แรงม้าที่ 14,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 63 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 x 42.5 มม. อัตราส่วนการอัด 12.2 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ขนาดล้อและยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ขนาดล้อและยางหลัง 180/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับขนาด ขนาด 41 มม. รุ่น Showa ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ระยะยุบ 128 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เรเดียนเมาท์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X

2025 Honda NT1100 สปอร์ตทัวร์ริ่ง เน้นวิ่งทางดำ

Honda NT1100 2025 สปอร์ตทัวร์ริ่ง เน้นวิ่งทางดำ เปิดตัวแล้วกับรถทัวร์ริ่งบิ๊กไซส์จากค่ายปีกนกอย่าง 2025 Honda NT1100 ที่มาพร้อมคอนเซปต์ ‘The New Touring Era’ มาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครเป็นทัวร์ริ่งไซส์ใหญ่ที่มีความคล่องตัวแถมขับขี่สนุกในทุกการเดินทาง โดยใน MY25 นี้ออกมาทั้งหมด 3 รุ่นย่อยได้แก่ NT1100 MT, NT1100 DCT และรุ่นท็อปสุดอย่าง NT1100 DCT Electronic Suspension  2025 Honda NT1100 เครื่องไซส์เดิมที่พัฒนาใหม่ ในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมเครื่องยนต์บล็อกเดิมขนาด 1,084 ซีซี 2 เรียงสูบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Parallel Twin โดยเคลมแรงม้าอยู่ที่ 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดเคลมมาที่ 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบส่งกำลังอัจฉริยะ DCT (Dual Clutch Transmission) ที่มีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีการทำงานในรอบเครื่องยนต์ต่ำได้ดีขึ้น ช่วงล่างแบบอิเล็กทรอนิกส์จาก Showa ระบบกันสะเทือนช่วงล่างแบบไฟฟ้าจาก Showa โดยมีการตั้งค่าที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับ NT1100 ระบบนี้สามารถปรับแรงหน่วงได้อย่างเหมาะสมในทันทีตามความเร็วของการยุบตัว การขับขี่ และท่าทางของรถที่ตรวจจับโดย IMU 6 แกน และเซนเซอร์อื่น ๆ ที่จะทำการปรับเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ ในขณะเบรก ระบบจะควบคุมการยุบตัวเพื่อรักษาเสถียรภาพและการขับขี่ที่ระบบกันสะเทือนแบบปกติไม่สามารถเทียบเท่าได้ Showa-EERA™ ที่ถูกใส่มาในรุ่นย่อยที่เป็นตัว Honda NT1100 Electronic Suspension จะทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่โดยอัตโนมัติ โหมด TOUR จะให้แรงหน่วงที่แน่นมากขึ้นสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง, URBAN ให้ความสมดุลพร้อมความสะดวกสบาย และ RAIN ใช้แรงหน่วงที่น้อยลง เพื่อความนุ่มนวลในการตอบสนองและการสัมผัส นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ และพรีโหลดสปริงด้านหลังสามารถปรับได้ขณะขับขี่ ระบบช่วยเหลือแบบจัดเต็ม ในส่วนของเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับ Honda NT1100 มาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 6.5 นิ้วพร้อมระบบทัชสกรีน ที่สามารถแสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถปรับโหมดมาตรฐาน 3 โหมดที่ช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้แก่ โหมด Urban หรือโหมดปกติที่ให้ความสมดุลทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์ และการเบรก โหมด Rain หรือโหมดที่ลดทอนกำลังของเครื่องยนต์ลงและเพิ่มกำลังการเบรกเพื่อการขับขี่บนพื้นผิวที่เปียก และโหมด Tour ที่ให้สามารถเค้นกำลังเครื่องยนต์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ระบบ Cruise Control, Traction Control, ระบบไฟเลี้ยวยกเลิกเองอัตโนมัติ และระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกระทันหัน ข้อมูล สเปค และรายละเอียดอื่นๆ 2025 Honda NT1100 MT 2025 Honda NT1100 DCT 2025 Honda NT1100 Electronic Suspension เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin ปริมาตรกระบอกสูบ 1,084 ซีซี 1,084 ซีซี 1,084 ซีซี แรงม้า (เคลม) 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว DOHC 4 วาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก

2025 Honda X-ADV สกูตเตอร์พี่ใหญ่ หน้าใหม่ ใส่ครูซคอนโทรล

X-ADV 2025 สกูตเตอร์พี่ใหญ่ หน้าใหม่ ใส่ครูซคอนโทรล ออกซีรี่ย์ใหม่เป็นที่เรียบร้อย สำหรับพี่ใหญ่สายแอดเวนเจอร์สกูตเตอร์ฝั่งค่ายปีกนก อย่าง 2025 Honda X-ADV 2025 ที่มาพร้อมกับการปรับปรุงครั้งใหม่ เผยแพร่ออกสู่สาธารณชน โดยเปิดตัวมาทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่รุ่น Stadard และรุ่น Special Edition มาให้เลือกจับจองกันอีกด้วย  2025 Honda X-ADV กับสิ่งที่อัปเกรดมาใหม่ สิ่งหลักที่ปรับปรุงออกแบบมาใหม่อย่างเห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ รูปลักษณ์หน้าตาที่เปลี่ยนไป และทันสมัย ไฟหน้า LED พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ออกแบบใหม่ รวมถึงไฟเลี้ยวบิ้วอินต์เข้าไปในตัว เพิ่มความสปอร์ตและดูหรูหรา มากขึ้นกว่าเดิม  2025 Honda X-ADV กับระบบ ครูซคอนโทรล ต่อด้วยระบบการขับขี่ที่แฟนสาวก ๆ ต่างร้องขอมามากมาย และครั้งนี้ทางค่ายได้จัดให้ตามสมใจอยากแล้ว กับระบบ ครูซคอนโทรล ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขับขี่ทางไกลมากยิ่งขึ้น และรักษาความเร็วเป็นมาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเรื่องนอกจากจะช่วยในเรื่องของการขับขี่ทางฝุ่นแล้ว ยังตอบโจทย์สำหรับสายออกทริปทางไกลอีกด้วย  หน้าจอสี TFT พร้อมระบบ Honda Roadsync อำนวยความสะดวกต่อผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น ด้วยหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว เต็มรูปแบบ และยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Honda RoadSync ผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งสามารถรับสายโทรศัพท์ ใช้ระบบนำทาง และสุนทรีย์ไปกับ Music ได้ผ่านการเชื่อมต่อกับหูฟัง Bluetooth  นอกจากนี้ยังมพร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมด ประกอบไปด้วย Standard, Sport, Rain และ Gravel แค่นั้นยังไม่พอ ยังมาพร้อมด้วยโหมด User ไว้ใช้สำหรับปรับแต่งตามการใช้งานของผู้ขับขี่ได้อีกด้วย และยังตอบสนองทันใจด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ติดตั้งมาให้ ยังรวมถึงพอตชาร์จไฟ USB Typc C กล่องยูบ็อกซ์ขนาดใหญ่ 21 ลิตร กุญแจสมาร์ทคีย์  มิติใหม่ ขี่สบายยิ่งขึ้น  อีกทั้งยังตอบรับความต้องการผู้ขับขี่ ด้วยมิติตัวรถที่ได้รับการออกแบบใหม่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่อีกด้วย  ขุมพลังสองสูบเรียง 745 ซีซี ในขณะที่ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์สองสูบเรียง SOHC ขนาด 745 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุด 58 แรงม้าที่ 6,750 รอบ พร้อมแรงบิด 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ ให้พละกำลังได้ดีในช่วงรอบเครื่องต่ำในแบบสไตล์รถแอดเวนเจอร์ อีกทั้งยังใช้ระบบหัวฉีด PGM-Fi พร้อมกับระบบเกียร์อัติโนมัติคลัตช์คู่ หรือ DCT สามารถเลือกได้ทั้งโหมดออโต้และแมนนวล พร้อมถังน้ำมันขนาด 13.2 ลิตร ตามด้วยระบบช่วงล่างกับโช้คหน้าแบบหัวกลับจาก Showa SFF-CA ขนาดแกน 41 มม. ระยะยุบ 153.5 มม. ส่วนโช้คหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมสวิงอาร์ม มีระยะยุบ 150 มม. ระบบเบรกกับดับเบิ้ลดิสก์เบรกขนาด 296 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 พอต ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว มาพร้อมล้อและยางขนาด 120/70R17 และ 160/60R15  สำหรับสีที่จำหน่ายมีทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีดำ (Graphite Black ), สีขาว (Pearl Glare White) และสีเทา (Matte Deep Mud Grey) และรุ่น Special Edition ที่มาพร้อมกับสีเหลือง ส่วนในเรื่องของราคาคาดว่าจะมีการเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ หรือไม่ก็ช่วงาน Eicma 2024 ที่ประเทศอิตาลี ส่วนเรื่องการจำหน่ายในไทยคาดว่าน่าจะมาในช่วงปีหน้า ไม่ช่วงต้นปีก็ช่วงประมาณปลายปี พร้อมราคาที่โดนใจอย่างแน่นอน (ราคาอย่ากระโดดไปไกลมากน้า) ยังไงก็อย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวสารจากทาง SuperBike Thailand กันได้เลย  อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2024 Honda Forza 750 สเปก รายละเอียด คาดเข้าไทยปีนี้

2024 Honda Forza 750 สเปก รายละเอียด คาดเข้าไทยปีนี้ 2024 Honda Forza 750 บิ๊กสกูตเตอร์ระดับเรือธงมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 750 ซีซี 2 สูบเรียง ควบคู่มาด้วยระบบขับเคลื่อนอย่าง DCT หรือ Dual Clutch Transmission ลิขสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถจักรยานยนต์จากค่ายฮอนด้า และไม่เพียงแค่เครื่องยนต์ หรือระบบส่งกำลังที่มีความน่าสนใจ แต่ระบบต่าง ๆ ของเจ้าคันนี้ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ราคา : รออัปเดตอีกครั้ง   ดิสก์เบรกคู่ขนาด 310มม. พร้อมกับคาลิปเปอร์เบรก 4 พอตที่มาพร้อมกับระบบ ABS หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว แสดงผลชัดเจนแสดงข้อมูลการขับขี่อย่างครบถ้วน พร้อมระบบทัชสกรีน Dual Clutch Transmission หรือ DCTระบบส่งกำลังเอกสิทธิ์เฉพาะฮอนด้า สมาร์ทคีย์ 2024 Honda Forza 750 สเปก และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 745 ซีซี แรงม้า (เคลม) 57.8 แรงม้าที่ 6,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 8 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 77.0 x 80 มม. อัตราส่วนการอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ DCT 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตซ์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 ยาง Tubeless ยางหลัง 160/60-15 ยาง Tubeless ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพหัวกลับขนาดแกน 41 มม. ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มแบบโปรลิ้ง พร้อมโช้คอัพเดี่ยว ระยะยุบ 120 มม. เบรกหน้า ดิสเบรกคู่ ขนาด 310 มม. พร้อมปั้มเบรค 4 พอต เบรกหลัง ดิสเบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม. พร้อมปั้มเบรค 2 พอต กว้าง X ยาว X สูง 790 x 2,200 x 1,485 มม. ระยะฐานล้อ 1,580 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 135 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 235 กก. ความจุถังน้ำมัน 13.2 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบเบรก ABS กุญแจสมาร์ทคีย์ หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบทัชสกรีน แอปพลิเคชัน Honda Road Sync ระบบไฟส่องสว่าง Full LED รอบคัน ช่องเสียบ USB-C ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า คันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Standard, Sport, Rain) สีสันต่าง

Honda E-Clutch Trip & Track เปิดประสบการณ์สุดซิ่ง กับทริปไม่กำคลัตช์

Honda E-Clutch Trip & Track เปิดประสบการณ์สุดซิ่ง กับทริปไม่กำคลัตช์ “นับเป็นความสนุกแบบครบทุกรส ที่ส่งมอบให้เหล่ายูสเซอร์ชาว Honda E-Clutch ทั้งมือใหม่ มือเก๋า ได้ลิ้มลองสัมผัสกับประสบการณ์ขับขี่สุดเอ็กซ์คลูซีฟต์ใน Honda E-Clutch The First Exclusive Trip & Track กิจกรรมที่พาเหล่าลูกค้า อินฟูลเอนเซอร์และสื่อมวลชน ร่วมทัพขบวนรถ E-Clutch Series ไม่ว่าจะเป็น CBR650R E-Clutch หรือ CB650R E-Clutch ลุยเช็คอินสถานที่สวย ๆ ในทริป กทม.-เพชรบุรี รวมระยะทางไปกลับกว่า 400 กม. พร้อมกิจกรรมที่จะพาเหล่านักบิดไปร่วมสัมผัสกับความมันส์ใน Honda MiniTrack 2024 ที่สนามแก่งกระจานเซอร์กิต จ.เพชรบุรี”  จากไอเดียเล็ก ๆ สู่โปรเจ็กต์สุดยิ่งใหญ่ เพื่อที่จะให้เหล่าสาวก E-Clutch ได้ลองรีดสมรรถนะตัวรถแบบเต็มพิกัด ทั้งในเรื่องของความสะดวกสบาย (ไม่ต้องกำคลัตช์) ทักษะการขับขี่บนท้องถนนและในสนามแข่ง และที่สำคัญ ให้เหล่าผู้ใช้งานได้สัมผัสกับบรรยากาศสุดพิเศษบนเส้นทาง Unseen ในทริปนี้อีกด้วย เดี๋ยวเรามาดูกันว่าในกิจกรรมครั้งนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจ เผื่อผู้ที่สนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งต่อไปกันครับ ออกทริปขับขี่ ไปกับ Honda E-Clutch โดยจุดนัดพบจะเริ่มกันที่ ปั๊มบางจาก สาขาพระราม 2 หลังฟังบรีฟและเปิดกิจกรรมเป็นที่เรียบร้อย ก็พร้อมออกขบวนเดินทางสู่สนามแก่งกระจานเซอร์กิต จ.เพชรบุรี ซึ่งรูทเส้นทางในทริปนี้จะใช้เส้นทางรองเป็นหลัก เพื่อที่จะให้สัมผัสกับถนนสวย ๆ บนแบล็กกราวด์ธรรมชาติทั้งสองข้างทาง พร้อมความสะดวกสบายแบบสุดพิเศษตลอดทั้งทริปกับระบบ E-Clutch ก็คือไม่ต้องกำคลัตช์ เชนเกียร์แล้วบิด สบายสุด ๆ  สำหรับทริปนี้เป็นทริปสนุก ๆ ในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง เสมือนมาออกทริปขับขี่กับก๊วนเพื่อน ๆ ไปท่องชมบรรยากาศหรือไปพักผ่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ไหนซักแห่ง แต่พรั่งพร้อมไปด้วยการซัพพอร์ตอย่างใกล้ชิดจากทีมงานฮอนด้าทั้งมาร์แชลนำขบวนจากฮอนด้าเซฟตี้ “คุณฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ผู้ที่จะมาให้ความรู้เรื่องการขับขี่ดูแลเหล่าลูกค้าตลอดทั้งทริป รวมถึงเหล่าสื่อมวลชนและอินฟูลเอนเซอร์สาวสวยชื่อดัง “แพร ทวินันท์” และเจ้าของเพจแซวรถชื่อดังอย่าง BullyBike ที่มาร่วมสร้างบรรยากาศความสนุกในครั้งนี้อีกด้วย  เติมความมันส์ให้กับชาว E-Clutch ใน Honda Mini Track 2024 พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งกับกิจกรรม Honda MiniTrack 2024 โดยมีโค้ชฟิล์ม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ โค้ชฝึกสอนนักแข่งสังกัดทีมฮอนด้า มาให้ความรู้และสอนทักษะการขับขี่ในสนามแข่งอย่างใกล้ชิด ก่อนลง Session การขับขี่ในสนามแข่ง ให้เหล่านักบิดสามารถเค้นสมรรถนะได้แบบเต็มพิกัด  ดื่มด่ำกับบรรยากาศหรูหรา พร้อมเช็คอินสถานที่สวย ๆ  Kenaray’s Kitchen Cafe Architeuthis Cafe สำหรับสถานที่เช็คอินต่าง ๆ มีอยู่หลายจุดเลยทีเดียวทั้งโซนคาเฟ่อย่าง Kenaray’s Kitchen Cafe และ Architeuthis Cafe สถานที่พักสุดหรูโซนริมทะเล Bay Window @ Sea Hotel และสถานที่ท่องเที่ยว Unseen ทั้งอ่างเก็บน้ำห้วยไม้เต็ง และภูผาแรด-มุมลับ “เขางู” ซึ่งนับได้ว่าให้เหล่ายูสเซอร์กินหรู อยู่สบาย พร้อมเช็คอินสถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ กันเลยทีเดียว กิจกรรมแจกของที่ระลึก ปิดท้ายด้วยกิจกรรมแห่งความสุข พร้อมแจกของที่ระลึกให้กับเหล่าลูกค้าที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ นับว่าเป็นโมเมนต์ของเรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้น เรียกได้ว่าเต็มอิ่ม ครบครันกับกิจกรรมในครั้งนี้ที่ทางไทยฮอนด้าได้จัดเตรียมให้กับเหล่าลูกค้าพร้อมสื่อมวลชน ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทางไทยฮอนด้าที่จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้นสำหรับทริปในครั้งต่อไปจะเป็นทริปอะไรอย่าติดตามข่าวสารจากทาง SuperBike Thailand ได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MonkeyZ125R Special Edition ราคา สุดพิเศษ พร้อมให้จับจองแล้ว

MonkeyZ125R Special Edition ราคา สุดพิเศษ พร้อมให้จับจองแล้ว  เปิดตัวอย่างอลังการ ภายในงาน Big Motor Sale 2024 ที่ผ่านมา สำหรับโมเดลใหม่จากค่ายปีกนกอย่าง MonkeyZ125R Special Edition เจ้าลิงสุดซ่าในตำนานยุค 80s ที่คัสตอมขึ้นมาพิเศษเปิดรับจองเฉพาะงานนี้เท่านั้น ใน ราคา 113,000 บาทเท่านั้น  ด้วยดีไซน์แห่งการคัสตอมที่ผสานกลิ่นอายความคลาสสิกของยุคปี 80 มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘THE LEGACY IS BACK ลิงซ่าส์กลับมาซน’ ได้รับแรงบันดาลใจจาก Honda Monkey Z50R ในตำนาน ชูความคลาสสิกด้วยโลโก้ Classic Wing ปีกนกสีทองที่ตัดกับถังน้ำมันสีแดงอย่างลงตัว เข้าคู่กับเบาะสีน้ำเงินสุดแสบที่สะท้อนความซนของรถได้เป็นอย่างดี บวกกับวินชิลด์ด้านหน้าสุดคลาสสิก สีจัดจ้าน และจัดองค์ประกอบเข้าด้วยกันด้วยการทำสีบังโคลนหน้า สวิงอาร์ม และโช้คสปริงคู่ด้านหลังให้แมตเป็นเนื้อเดียวกัน ผสมกับชิ้นส่วนชุบโครเมียมไม่ว่าจะเป็นบังโคลนหลัง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 125 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบเกียร์ 5 สปีด และสวิงอาร์ม โช้คอัพหน้าแบบหัวกลับ กับล้อดีไซน์แบบ 5 ก้านคู่ รัดด้วยยางกึ่งพร้อมให้ออกไปซ่าสุดในทุกเส้นทาง พร้อมของแอสเซสเซอรีมากมายไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อก ถุงมือ ก็อกเกิ้ล มาให้เลือกกันอีกด้วย โดยเปิดให้จองแล้วเฉพาะภายในงาน Big Motor Sale 2024 ณ ศูนยืนิทรรศการ ไบเทค บางนา วันนี้ – 1 ก.ย.นี้เท่านั้น ช้าหมดอดนะจ๊ะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เรียนขี่ bigbike ทำไมถึงต้องเรียน..โดยเฉพาะมือใหม่?

เรียนขี่ bigbike ทำไมถึงต้องเรียน..โดยเฉพาะมือใหม่? คลายสมองในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ กับเหล่าปัญหาล้านแตกที่พบมานักต่อนักของชาวไบค์เกอร์โดยเฉพาะมือใหม่ที่พึ่งเข้าวงการมาไม่นาน ต้องประสบเจอกับความเสี่ยงหรืออุบัติเหตุของการใช้งานเจ้าสองล้อในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะรุ่นบิ๊กไบค์..จริงมั้ยครับ? แอดมินเองก็เคยเป็นเช่นกัน เข้าวงการมอเตอร์ไซค์มาไม่นานก็จับบิ๊กไบค์เอามาขี่โดยไม่ฝึกไม่เรียน ซิ่งก่อนเลย ออดรีนาลีนมันพุ่งพล่าน..สุดท้ายก็ได้นอนแนบบนท้องถนน (กำคลัตช์เข้าโค้ง สอยรถด้านหน้า) ทำรถคนอื่นเสียหาย เสียทรัพย์สิน แถมยังอับอายคนอื่นอีกด้วย
 ถ้าหากจะให้เข้าใจบริบทของเจ้าสองล้อ ก็อยากเทียบว่ามอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่มีซีซีสูง ๆ มันก็เปรียบเสมือน “ม้าศึกพยศ” ดี ๆ นี่เอง มันมีกำลัง มันมีความเร็ว และน้ำหนักก็ไม่ใช่น้อย ๆ ยิ่งรุ่นซีซีสูง ๆ ก็ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ การที่จะปราบม้าพยศเหล่านี้ให้อยู่หมัด จึงจำเป็นต้องมีการฝึกรู้จักการควบคุมและทำความเข้าใจตัวรถให้ดีเสียก่อน ถ้าปราบพวกมันไม่อยู่..ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดผลอันตรายตามมาทีหลังได้อย่างแน่นอน 
 การเรียนขี่บิ๊กไบค์..จึงจำเป็น การเรียนขับขี่รถบิ๊กไบค์จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรจะต้องเรียน ต้องมีทักษะ ต้องฝึกฝนทั้ง การควบคุมคันเร่ง การฝึกบาลานซ์ตัวรถ การเลี้ยวโค้งในวงแคบ การเบรกแบบปลอดภัย ถ้าหากคิดอยากจะมีรถบิ๊กไบค์เอาไว้ใช้ขับขี่ซักคันหล่ะก็..ยอมลงทุนเสียเงินไม่กี่บาท มาฝึกขับขี่เพื่อเสริมทักษะ เพิ่มความปลอดภัยกันดีกว่าครับ  @superbikethailand ต้องฝึกเท่านั้น สลาลม มือเดียว กับ Honda CB650 #hondasafetyridingparkbangkok #ThaiHonda #SuperBikemag ♬ original sound – SuperBike Thailand – SuperBike Thailand สำหรับ Honda Safety Riding ครอสการเรียนขับขี่ปลอดภัยของแต่ละศูนย์ฝึกก็จะมีหลายระดับตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงระดับแอดวานซ์ประเภทการขับขี่ในสนามแข่งหรือขับขี่ทางฝุ่น ขึ้นเขาลุยป่าอะไรทำนองนั้น โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปติดต่อลงทะเบียน นัดจองเวลาเรียนได้ ซึ่งจะมีศูนย์ขับขี่ปลอดภัยของฮอนด้ามากมายหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น ในโซนกรุงเทพ สมุทรปราการ เชียงใหม่ ภูเก็ต หรือตามศูนย์ดีลเลอร์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยสามารถเข้าไปดูได้ คลิ๊กที่นี่ มีหลายครอสให้เลือกลงเรียนแล้วแต่ตามความชอบ ส่วนรายละเอียดในครอสนั้นมีมากมายถ้าจะเขียนออกมาก็คงไม่หมด..ไปสัมผัสด้วยตนเองจะดีกว่า 
 @superbikethailand ถ้ารถไม่มี ABS ก็จะเป็นแบบนี้..!! #hondasafetyridingparkbangkok #ขับขี่ปลอดภัย #ThaiHonda #SuperBikemag ♬ original sound – SuperBike Thailand – SuperBike Thailand สุดท้ายก็อยากฝากไบค์เกอร์ทั้งมือใหม่ มือเก๋าหลาย ๆ ท่าน อยากให้ฝึกทักษะ เคาะสนิมการขับขี่อย่างสม่ำเสมอ และขับขี่เคารพกฎจราจรเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับขี่และคนอื่น ๆ ที่ใช้ถนนร่วมกัน และขอให้ใช้ชีวิต ขับขี่อย่างสนุกครับ..
 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ลุ้น..ก้อง สมเกียรติ เตรียมขยับขึ้นโมโตจีพี 2025

ลุ้น!! ก้อง สมเกียรติ เตรียมขยับขึ้นโมโตจีพี 2025 พร้อมหยิบปากกาเตรียมจดบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ กับดีข่าวที่แฟน ๆ ชาวไทยอยากเห็นซักครั้งในชีวิต กับการขึ้นอยู่บนจุดสูงสุดในเวทีแข่งขันระดับโลกอย่าง MotoGP ของ “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” เด็กหนุ่มจากพัทยาที่ตอนนี้กำลังโลดแล่นอยู่ในเวที Moto 2 โดยล่าสุดหลังจากแข่งขัน British Grand Prix ที่ Silver Stone ที่ผ่านมา ก็มีข่าวลือจากแหล่งข่าวต่างประเทศเผยออกมาอย่างหนาหูว่า ทางเบื้องบนของ Honda Racing Corporation มีการพูดคุยและพร้อมเตรียมดัน “ก้อง” ขยับขึ้นสู่เวที MotoGP ด้วยดีลสัญญา 2 ปี  เนื่องด้วยหลังจากที่มีข่าวลือว่าอดีตทีมเมทร่วมคลาสอย่าง Ai Ogura เตรียมขยับคลาสขึ้นไปขี่ให้กับ TrackHouse Aprilia ในฤดูกาล 2025 ทำให้ทางทีมต้องตัดช้อยส์ตัวเลือกนี้ไป และหาตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะมาแทน Takaaki Nakagami ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาในปีนี้ และมีแพลนเตรียมที่จะย้ายไปแข่งขันในรายการ WorldSBK ฤดูกาล 2025 นั่นจึงทำให้ ก้อง สมเกียรติ นักบิดคนไทยและเป็นชาวเอเชียเพียงคนเดียวที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ที่ขยับขึ้นไปแข่งในพรีเมียร์คลาสให้กับทีม LCR Honda นั่นเอง  แม้ว่าข่าวลือนั้นยังจะไม่มีการค่อนเฟิร์มออกมาอย่างเป็นทางการ แต่อย่างไรมีแนวโน้มดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้จริง และค่อนข้างมีเปอร์เซ็นต์ไม่น้อยเลยเดียว หากเกิดขึ้นจริง “ก้อง” จะเป็นนักแข่ง MotoGP คนไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ในสังกัดทีม LCR Honda พร้อมกับโฉมแข่ง Honda RC213V อย่างไรสามารถร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้ก้อง สมเกียรติ สำหรับการแข่งขัน Moto 2 ในรอบต่อไปจะขึ้นใน AustrianGP วันที่ 16-18 ส.ค.นี้ ติดตามได้เลย คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Scoopy Hello Kitty 2024 ลิมิเต็ดอิดิชัน สุดพิเศษเพียง 2,000 คัน

New Scoopy Hello Kitty 2024 ลิมิเต็ดอิดิชัน พิเศษเพียง 2,000 คัน เปิดตัวพร้อมกันกับเจ้า Forza350 ก็คือ New Scoopy Hello Kitty 2024 สกู๊ตเตอร์ทรงสกู๊ตตี้ ดีไซน์สุดน่ารักมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Hello Iconic Friend สองความสุด ที่ไม่หยุดคิวท์” ที่ผสมสานระหว่างสกู๊ตเตอร์รุ่นฮิตกับคิตตี้สุดน่ารักตลอดกาลอย่าง “Hello Kitty” สู่โฉมลิมิเต็ดอิดิชัน ซึ่งผลิตและวางจำหน่ายเพียง 2,000 เท่านั้น เติมความสนุกแสนซนด้วยเฉดสีแดงลงบนตัวรถสีขาว ผสานความน่ารักที่ลงตัวด้วยโบว์สุดคาวาอี้ของ Hello Kitty ที่เพิ่มความโดดเด่นด้วย 3D Emblem พร้อมทั้งเสริมความพิเศษด้วยโลโก้ฉลองครบรอบ 50 ปี พร้อมระบุซีเรียลนัมเบอร์แบบเฉพาะ เสริมความลิมิเต็ดให้กับเหล่าสาวก Hello Kitty อีกด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมด้วยเครื่องยนต์ eSP และเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทางค่ายด้วยหัวฉีด PGM-Fi ที่ให้ความประหยัดเป็นพิเศษ ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์สุดคิ้ว และเชื่อว่าขับขี่ไปไหน ใคร ๆ ก็มองแน่นอน ยังมาพร้อมกับพรีเมียมบ็อกซ์สำหรับแฟน ๆ คิดตี้ ได้แก่ เคสกุญแจรีโมทอัจฉริยะ หมวกกันน็อกดีไซน์สุดคิวท์ และผ้าพันคอลาย Hello Kitty สุดพิเศษไม่ซ้ำใคร โดยเปิดราคาแนะนำที่ 57,900 บาทวางจำหน่ายพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 67 เป็นต้นไป ที่ศูนย์บริการ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศอ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค Honda Forza 350 2024 อัปเดตใหม่ เพิ่มจอสี ราคาและรายละเอียด

สเปค Forza 350 2024 ราคาและรายละเอียดต่าง ๆ สำหรับโฉมใหม่ล่าสุดที่มีการอัปเกรดระบบหน้าจอสี TFT มาใหม่ พร้อมฟังก์ชันพิเศษมาให้จับจองกันแล้ว

New Forza350 2024 อัปเกรดจอสี พร้อมฟังก์ชันสุดล้ำ

New Forza350 2024 อัปเกรดจอสี พร้อมฟังก์ชันสุดล้ำ เปิดประเดิมความร้อนแรงแห่งปี 2024 ภายในงาน Thai Honda Move Forward together Press Conference ด้วยโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าอย่าง New Forza350 2024 เอาใจสาวกค่ายปีกนก พร้อมราคาพิเศษมาให้จับจองเป็นที่เรียบร้อย สำหรับดีเทลของโมเดลรุ่นนี้มีอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษกันบ้าง อัปเกรดจอใหม่ ไฮเทคยิ่งกว่าเดิม สำหรับไฮไลท์ของโมเดลรุ่นใหม่ที่มีการปรับเปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนหลัก ๆ ก็คือ หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ติดตั้งมาให้ใช้งานได้สะดวกมายิ่งขึ้น ประกอบกับปุ่มชิฟโหมดหน้าจอที่ประกับควบคุม เสริมฟังก์ชันการใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่วนอื่น ๆ อาทิ ไฟ LED ใต้เบาะและมือจับคนซ้อนใหม่ คงถูกใจเหล่าสาวกค่ายปีกนกเลยไม่น้อยทีเดียว สเปคอื่น ๆ ยังคงร้อนแรง ในด้านเครื่องยนต์ยังคงไม่มีอะไรปรับเปลี่ยน ยังคงไว้ซึ่งความร้อนแรงด้วยเครื่องยนต์อัจฉริยะ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 330 ซีซี พร้อมระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) ป้องกันรถเสียการทรงตัว และระบบดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลังร่วมกับระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ทุกการขับขี่ ราคาพิเศษ 183,000 บาท    โดยมีจำหน่ายทั้งหมด 4 สีด้วยกันได้แก่ สีขาว สีแดง สีเทาและสีดำ ซึ่งเปิดราคาจำหน่ายที่ 183,000 บาทสามารถชมตัวจริงได้ที่ศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่าย ฮอนด้า วิงก์ เซ็นเตอร์ สาขาใกล้บ้านท่านกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR250 RR 2024 รุ่นใหม่ ปรับอะไรบ้าง ?

CBR250 RR 2024 รุ่นใหม่ ปรับอะไรบ้าง ? อัปเดตจากรหัสโฉมปี 2022 สู่รุ่นโฉมปี 2024 กับซูเปอร์สปอร์ตค่ายปีกนกจากทางฝั่งมาเลเซียอย่าง CBR250 RR 2024 สปอร์ตเรซซิ่งขนาดสองสูบเรียง พร้อมอัปลุคโฉมใหม่ดูดุดันมากขึ้นกว่าเดิม โดยในคอลัมน์นี้เราจะมาอัปเดตกันว่าสิ่งที่น่าสนใจในรุ่นนี้มีอะไรบ้าง แล้วมีอะไรที่แตกต่างไปจากรุ่นเดิม รวมถึงราคาค่าตัวมันจะเท่าไหร่กันเชียว เฉดสีใหม่กับ Mat Zodiac Blue Metallic ถ้าหากเปรียบเทียบกับเจ็นก่อนอย่าง CBR250RR ปี 2022 สิ่งที่เปลี่ยนไปหลัก ๆ ก็คือเรื่องของชุดสีและลวดลายอัปเดตมาใหม่กับ Mat Zodiac Blue Metallic จัดมาทรงเข้มตัดกับสีแดงที่ลวดลาย ตัวเฟรมและขอบล้อ แถมยังคลุมโทนมากขึ้นด้วยสีแบล็กคัลเลอร์ในพาร์ทต่าง ๆ ให้ดูสปอร์ต ดุดันเพิ่มขึ้นไปอีกเท่า นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับสีไตรคัลเลอร์ บวกกับลวดลายแบบเดียวกันกับเจ้า 250RR SP นั่นเอง Mat Zodiac Blue Metallic Honda Tricolor   สำหรับรายละเอียดที่น่าสนใจในส่วนอื่น ๆ ประกอบไปด้วย ในเรื่องของเครื่องยนต์ยังคงเป็น 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ มีปริมาตรกระบอกสูบที่ 249.7 ซีซี ใช้ระบบหัวฉีด PGM-FI และเพิ่มอัตรากำลังอัดจาก 12.1:1 เป็น 12.5:1 ปรับแต่งลูกสูบและแหวนกวาดน้ำมันให้เหมาะสมเพื่อลดแรงเสียดทาน รวมถึงขยายพอร์ตไอดีจาก 21.4 มม. เป็น 21.6 มม. และปรับปรุงระบบวาล์วใหม่ จึงทำให้มีแรงม้าเพิ่มขึ้น 1.34 แรงม้า เป็น 41.6 แรงม้าที่ 13,000 รอบ และมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 25 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ พ่วงมากับแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ ควิกชิฟเตอร์ 2 ทางและคันเร่งไฟฟ้าเป็นมาตรฐานจากโรงงานนั่นเอง ควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ พร้อมช่วงล่างกับโช้คหน้าหัวกลับจาก Showa รุ่น SFF-BP ขนาดแกน 37 มม. ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ส่วนล้อและยางยังคงใช้ขนาดไซส์เดิมที่ 110/70-17 และ 140/70-17 พร้อมระบบฟีเจอร์ด้วยโหมดการขับขี่ 3 โหมด (Comfort, Sport, Sport+) รวมถึงตัวบอดี้ที่ออกแบบใหม่ช่วยลดแรงต้านอากาศได้ถึง 6%  โดยเปิดจำหน่ายในมาเลเซียในราคาค่าตัวที่ 27,999 ริงกิต หรือราว ๆ 2.15 แสน ซึ่งหลังจากดูภาพรวมแล้ว ทั้งรูปลักษณ์ดีไซน์ ลวดลายตัวโมเดลบวกกับสเปคต่าง ๆ ค่อนข้างตรงกับโฉม 250RR SP ปี 2023 ของบ้านเราทีเดียว เพราะฉะนั้นตัดโอกาสไปได้เลยสำหรับการนำเข้ามาจำหน่ายในไทย แต่สิ่งที่น่าสนใจในโมเดลรุ่นนี้ก็คือ สีใหม่ที่ทางผู้ผลิตออกแบบมาถือว่าเป็นช้อยตัวเลือกที่ดี อาจจะถูกโฉลกกับไบค์เกอร์บ้านเราก็เป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda เตรียมเปิด 2 โมเดลรุ่นใหม่ เสริมทัพไลน์อัพปี 2024

ข่าวด่วน ข่าวลือจากวงในกันอีกแล้ว ในเร็ว ๆ ทางฝั่งค่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเตรียมแถลงนโยบายและแผนธุรกิจในปี 2024 พร้อม “เปิดตัวโมเดลใหม่ 2 รุ่น” พร้อมกันในวันอังคารที่ 23 ก.ค. 67 นี้ จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจบ้าง โดยความน่าสนใจภายในงานนี้ก็คือ การเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่ที่ใคร ๆ ต่างคาดเดาไว้มากมาย และหนึ่งในนั้นที่มีโอกาสเป็นไปได้ก็คือเจ้า Honda Stylo 160 สกูตเตอร์รุ่นฮิตที่พึ่งเปิดตัวไปที่อินโดนีเซียเมื่อปีที่ผ่านมา หรือจะเป็นโมเดลอื่น ๆ ก็เป็นได้ 2025 All-NEW Honda PCX160 สกู๊ตเตอร์รุ่นพรีเมียมที่ได้รับการออกแบบใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและดีไซน์ที่สดใหม่ โดดเด่นด้วยหน้าจอสี TFT แบบใหม่ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ผ่านระบบ Honda RoadSync ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ eSP+ ที่อัปเกรดใหม่ มาพร้อมไฟ LED รอบคัน พื้นที่เก็บของที่ปรับปรุงให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น และพอร์ตชาร์จ USB-C มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เชื่อมต่อทันสมัยและสะดวกสบายมากกว่าเดิม Honda Beat Street 2025 สกู๊ตเตอร์สปอร์ตระดับเริ่มต้น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 110cc โดดเด่นด้วยขนาดกะทัดรัด คล่องตัว และมาพร้อมฟีเจอร์ทันสมัย เช่น ไฟ LED และแผงหน้าปัดแบบกึ่งดิจิทัล ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในเมือง ผสานความสปอร์ต สะดวกใช้งาน และประหยัดน้ำมันได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีระบบ Idling Stop System (ISS) และ Combi Brake System (CBS) ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามตลาดและรุ่นย่อย   หรือจะเป็นทางฝั่งฮอนด้าบิ๊กไบค์ แต่ก็นั่นถือเป็นการคาดการณ์คร่าว ๆ แต่ถ้ามาจริงก็คงจะดีไม่น้อย ส่วนอีกรุ่น ก็ต้องมาลุ้นกันที่ 23 นี้กันครับ ว่าเข้ามาไทยแล้วจะเปิดตัวราคาเท่าไหร่แล้วจะถูกใจสาวกไบค์เกอร์แค่ไหนกันเชียว อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CRF250L Street Motard ผลงานคัสตอมสไตล์โมตาร์ดจาก Dirtfreak

CRF250L Street Motard ผลงานคัสตอมสไตล์โมตาร์ดจาก Dirtfreak จากใจที่ได้เห็น Honda CRF250L Street Motard ผลงานการคัสตอมเดิร์ทไบค์ให้กลายเป็นรถสไตล์โมตาร์ดหรือซูเปอร์โมโตคันนี้ บอกเลยว่าเขาทำได้ถึงมาก ถึงจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสีสันหรือลายกราฟิก ไปจนถึงดีเทลต่าง ๆ ตลอดทั้งคัน มันสวยงามลงตัว จนคิดว่าเป็นโมเดลใหม่เสียด้วยซ้ำ การคัสตอมในครั้งนี้เรียกว่าเป็นการโชว์ของโชว์ฝีมือของทาง Dirtfreak ที่เป็นร้านขายของแต่งของรถสายเดิร์ทจากทางประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทางสำนักเลือกที่จะใช้เจ้า CRF คันนี้มาแต่งเนื่องจากมันเป็นรถที่มีน้ำหนักเบา ง่ายต่อการโมดิฟายและมีสมรรถนะที่ดีอีกด้วย จุดเด่นของสตรีทโมตาร์ดคันนี้คือการเปลี่ยนแปลงมาใช้ล้อขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งช่วยเพิ่มความล่องตัวในการเลี้ยว การวางเท้าของผู้ขับขี่และการยึดเกาะบนท้องถนน นอกจากขนาดของล้อและยางแล้ว ทางร้านยังได้มีการเลือกใช้ของแต่งแบรนด์ต่าง ๆ มากมายจากทาง Zeta Racing และแบรนด์อื่น ๆ อีกจำนวนนึง เช่น Z-Wheel, Delta, XAM และ DRC เป็นต้น เพื่อเสริมทั้งความสวยงาม ความทนทานและสมรรถนะที่ดีขึ้น ตลอดไปจนถึงปรับแต่งมิติตัวรถต่าง ๆ ระบบไฟ ไปจนถึงที่ติดป้ายทะเบียน ให้เข้ากับการขับขี่บนท้องถนนแทนที่จะเป็นทางฝุ่นแบบแต่ก่อน งานนี้ใครอยากแต่งตามสามารถไปลอกได้จากเว็บไซต์ต้นทาง https://www.dirtfreak.co.jp/moto/gallery/custombike/crf250l_street_md.php มีลงข้อมูลไว้ละเอียดยิบทุกจุดทุกชิ้น งานนี้สายซูเปอร์โมโตมีเสียเงินแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

รีวิวมอเตอร์ไซค์

หมวดหมู่