SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

2025 Honda GB350S โร้ดสเตอร์ย้อนยุค ยัดระบบเซฟตี้ หนึ่งในไลน์อัพโมเดลรุ่นปี 2025 ในสไตล์เรโทรคลาสสิก เปิดตัวพร้อมกันภายในงาน EICMA 2024 ณ เมือง มิลาน อิตาลี กับ 2025 Honda GB350S ครูเซอร์พิกัดสูบเดียว 350 ซีซีที่ใช้ระบบแอร์คูล มาพร้อมกับความหล่อเหลา ผสมกับระบบเทคโนโลยีใหม่ ๆ ติดตั้งมาเพื่อการเข้าถึงการใช้งานของผู้ขับขี่ได้ง่ายมากขึ้น ดีไซน์เอกลักษณ์ ด้วยรูปลักษณ์การออกแบบดีไซน์ที่เป็นดูมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ชวนนึกถึงโฉมรุ่นก่อน ๆ ภายใต้รหัส GB350 โดดเด่นด้วยตัวเฟรมแบบเปลคู่ และมิติโค้งมนตามสัดส่วนต่าง ๆ ทั้ง ไฟหน้า ถังน้ำมัน เรือนไมล์ดิจิทัล LCD กระจกข้างและตัวท่อไอเสีย มาพร้อมกับเพลทโลโก้บริเวณข้างถังและครอบกรองอากาศ รวมถึงเสื้อสูบครอบอลูมิเนียมวิบวับ เงางาม ซึ่งดูรวม ๆ แล้วมีเสน่ห์ในแบบคลาสสิกเสียจริง ขุมพลังเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 348 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ใช้ระบบวาล์ว SOHC ระบบหัวฉีด PGM-Fi ระบบเกียร์ 5 สปีดพร้อมแอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ โดยให้พละกำลังม้าสูงสุด 21 แรงม้าที่ 5,500 รอบ และแรงบิด 29 นิวตันเมตรที่ 3,000 รอบ ให้กำลังได้ดีในรอบต่ำไปจนถึงรอบกลาง พร้อมขนาดความจุของถังน้ำมันที่ 15 ลิตร ระบบช่วงล่าง แอบขัดใจ ส่วนช่วงล่างซึ่งเห็นแล้วแอบขัดใจเบา ๆ โดยเฉพาะโช้คหน้าที่ยังคงเป็นเทเลสโคปิกขนาด 41 มม. ติดมาพร้อมยางหุ้มโช้ค ส่วนด้านหลังเป็นโช้คสปริงคู่ ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกด้านหน้ามีขนาด 310 มม. (คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ) และดิสก์เบรกหลัง 240 มม. (คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว) ใช้ล้อขนาด 19 นิ้ว(หน้า) และ 17 นิ้ว(หลัง) และรัดยางขนาดไซส์ 100/90 และ 150/70 ตามลำดับ โดยเคลมน้ำหนักรวมที่ 178 กก. หากมองจุดเด่นซึ่งนอกจากในเรื่องของดีไซน์แล้ว ระบบความปลอดภัยให้มาดีเช่นเดียวกันกับ ระบบ ABS Dual Channel ระบบไฟกระพริบเมื่อเบรกฉุกเฉิน ถือเป็นฟีเจอร์ติดตั้งมาเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้น สีที่จำหน่าย สีน้ำเงิน (Puco Blue) สีดำ (Gunmetal Black Metallic) สีดำ (Gunmetal Black Metallic) โดยมีสีจำหน่ายทั้งหมด 3 สี ประกอบไปด้วย สีน้ำเงิน (Puco Blue), สีดำ (Gunmetal Black Metallic) และสีเทา (Pearl Deep Mud Gray) ในราคา 3,949 ปอนด์หรือราว ๆ 1.76 แสนบาท นับว่าเป็นราคาค่อนข้างสมเหตุสมผล แต่ถ้าหากเทียบกับรถค่าบยุโรปอาจจะเสียเปรียบค่อนข้างเล็กน้อยในเรื่องของสมรรถนะต่าง ๆ แต่เรื่องความคลาสสิกกินขาดแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2024 Honda EICMA เปิดตัวโมเดลใหม่ เพียบ! นับว่าพิเศษกว่าทุก ๆ ปี สำหรับ Honda EICMA 2024 จัดยิ่งใหญ่อลังการ กับการเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่ ทั้งในเซ็กเมนต์ของกลุ่มรถตลาด กลุ่มรถบิ๊กไบค์ ยังรวมไปถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นที่แรกในโลก ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี คงเป็นที่น่าลุ้นสำหรับสาวกค่ายปีกนก ว่าจะมีโมเดลรุ่นอะไรเผยโฉมออกมาให้ชมกันบ้าง หน้าตาของมันเป็นอย่างไร ซึ่งครั้งนี้ แอดมิน ได้รับโอกาสดี ๆ จากทางไทยฮอนด้า ได้มาร่วมกิจกรรมพร้อมชมโมเดลตัวเป็น ๆ ถึงอิตาลีเลยทีเดียว เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่าจะมีโมเดลรุ่นไหนกันบ้าง ? New Honda Forza 750 2025 เปิดตัวด้วยพระเอกของงานกับ New Honda Forza 750 2025 บิ๊กสกูตเตอร์รุ่นใหม่ โฉมใหม่ ดีไซน์ใหม่ ประกอบกับตัวบอดี้ออกแบบให้มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยวรอบคัน ในพิกัดพละกำลัง 745 ซีซีและอัปเกรดเทคโนโลยีมาใหม่รองรับความสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น (อ่านข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่) New Honda X-ADV 750 2025 พาชมพระเอกอีกหนึ่งรุ่น กับแอดเวนเจอร์สกูตเตอร์พี่ใหญ่อย่าง New Honda X-ADV 750 2025 ที่มาพร้อมกับ 2 รุ่นย่อยทั้งตัว Standard และ Special Edition อย่างสีเหลือง เยลโล่วนั่นเอง (อ่านเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่) New Honda NC750X 2025 พร้อมเอาใจสายทัวริ่งพี่กลางอย่าง New Honda NC750X 2025 ปรับดีไซน์ตัวแฟริ่งใหม่ ใส่หน้าจอสี TFT และที่สำคัญอัปเกรดเป็นระบบ DCT หรือ Dual Clutch Transmission (ออปชันตัวเลือก) มาให้สัมผัสกันแล้ว New Honda GB350S 2025 มาหมดไม่เว้นแม้แต่สายโมเดิร์นคลาสสิกสุดเท่อย่าง New Honda GB350S 2025 เวอร์ชันใหม่ของโฉมเรโทรสไตล์ เสมือนผู้ดีแห่งค่ายปีกนกเสียจริง (เห็นโช้คหน้าแล้วแอบขัดใจ) New Honda CRF1100L Africa Twin 2025 เพิ่มความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการอัปเกรดระบบโช้คปรับไฟฟ้าในรุ่น CRF1100L Africa Twin 2025 พร้อมดีไซน์ที่ดูเพรียวบาง ให้อารมณ์ความเป็นรถดาการ์แรลลีมากยิ่งขึ้น New Honda XL750 Transalp 2025 ปรับเปลี่ยนมาใหม่ สำหรับสายลุยไซส์อย่าง New Honda XL750 Tansalp แต่ก็ยังคงทิ้งความเป็นเอกลักษณ์ในคราบแอดเวนเจอร์ไบค์ที่มีน้ำหนักเบา ควบคุมได้ง่าย เหมาะสำหรับสายลุยเป็นอย่างยิ่ง New Honda PCX 125 2025 สำหรับรุ่นนี้ ต้องยอมรับว่าโดนใจชาวสองล้อบ้านเราไม่น้อยเลยทีเดียวกับ New PCX125 2025 ที่อัปเกรดแฟริ่งใหม่ ดูเพรียวมากยิ่งขึ้น ติดตั้งมาพร้อมจอ TFT และโช้คหลังซับแทงค์ คาดมาไทยเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน (อ่านข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่) New Honda SH350i 2025 ตามด้วยสกูตเตอร์อีก 1 รุ่น New Honda SH350i 2025 ของดี ของฮิตในตลาดยุโรป มาพร้อมด้วยชุดสีใหม่ สมาร์ทคีย์ออปชัน แทร็คชันคอลโทรล พร้อมความสะดวกสบายในการใช้งานรองรับสำหรับผู้ขับขี่โดยเฉพาะ New Honda CB1000 Hornet 2025 พญาแตน แซดพัน (ไม่ใช่) New Honda CB1000 Hornet SP 2025 สายสุดสายเน็กเก็ดของทางค่าย ปรับดีไซน์ใหม่ เห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะไฟหน้า ดูดุดันมากยิ่งขึ้น รวมถึงอัปเกรดสมรรถนะเพิ่มแรงม้าสูงสุดถึง 155 ตัว พร้อมระบบช่วงล่างอัปเกรดใหม่ ซิ่งมันส์กว่าเดิม (อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

Honda PCX125 เปิดโฉมใหม่ที่ EICMA 2024 Honda PCX125 เปิดตัวไปแล้วอย่างเป็นทางการในงาน EICMA 2024 ที่ประเทศอิตาลีโดยในโมเดลใหม่นี้มีการปรับดีไซน์ใหม่ และเพิ่มเทคโนโลยีใหม่มาพร้อมจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ให้เหมือนรุ่นพี่ อย่าง Forza350 และ ADV350 ปรับโฉมดีไซน์ใหม่ การดีไซน์ออกแบบทำออกมาได้มีความพรีเมียม โดดเด่น โฉบเฉี่ยว ทั้งสามอย่างผสมกันอย่างลงตัว ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED รอบคัน มีการบิ้วอินไฟเลี้ยวมาคู่กับไฟหน้า ถูกใจสาวก PCX บ้านเราอย่างแน่นอน จับแต่งนิด ถอดกระจกหน่อย ก็กลายเป็น สกูตเตอร์แนวสปอร์ต ได้เลย เครื่องแรง แถมประหยัด เครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 125 ซีซี พละกำลังสูงสุด 12.3 แรงม้า ที่ 8,750 รอบต่อนาที และแรงบิด 11.7 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที ถังน้ำมันเชื้อเพลิงมีขนาด 8.1 ลิตร และทางโรงงานเคลมมาว่าอัตราการประหยัดอยู่ที่ 47.6 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าประหยัดพอสมควร จะขี่ไปใกล้ ๆ หรือออกไปไกลหน่อยก็หายห่วง ช่วงล่างใหม่ โช้คอัพด้านหน้ายังคงอนุรักษ์นิยมแบบ เทเลสโคปิก ที่มีขนาดแกนอยู่ที่ 31 มม. แต่ความพิเศษคือรุ่นนี้ให้โช้คหลังคู่แบบมีซับแทงค์ ที่มีระยะยุบ 95 มม. ล้อหน้า และล้อหลังมีขนาดอยู่ที่ 110/70-14 และ 130/70-13 ตามลำดับ ส่วนระรบบเบรกเป็นดิสเบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้า และด้านหลัง มีขนาดเดียวกันอยู่ที่ 220 มม. ซีซีเล็ก เทคโนโลยีครบ จอสีใหม่ TFT ขนาด 5 นิ้ว แบบพี่ใหญ่เรือธงของค่าย แสดงข้อมูลสำคัญครบถ้วน รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน Honda RoadSync อีกทั้งยังมาพร้อมช่องจ่ายไฟแบบ USB-C ระบบเบรก ABS, แทรคชัน คอนโทรล (HSTC), ระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะติดไฟแดง (Idling Stop) และระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Key) สีสันที่วางจำหน่าย สีเทาเมทัลลิค สีดำเมทัลลิค สีน้ำเงิน สีขาวมุก สีแดง ในส่วนของโมเดลขนาด 125 ซีซีจะวางจำหน่ายแค่ประเทศทางฝั่งยุโรปเท่านั้น และโมเดลที่คาดว่าจะเข้าไทยอาจจะเป็นในโมเดล PCX160 แน่นอน แต่ว่าจะเข้าไทยเมื่อไหร่นั้น กดติดตาม SuperBike Thailand ไว้ได้เลย จะมาอัพเดทข้อมูลอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Honda ADV350 ปรับสีใหม่ ใส่จอ TFT 2025 Honda ADV350 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน EICMA 2024 ที่ประเทศอิตาลี กับรถที่เป็นขวัญใจขาซิ่งในประเทศไทย ที่มาพร้อมสีสันใหม่ หน้าจอใหม่แบบ TFT เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานมากยิ่งขึ้น หน้าจอกลางใหม่แบบจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน Honda RoadSync สามารถใช้ในส่วนของระบบนำทาง, รับสายโทรศัพท์ หรือฟังเพลง ที่ควบคุมได้หมดเพียงแค่ปลายนิ้วโป้งซ้าย นอกจากนี้ยังมีช่อง USB ในกล่องเก็บของหน้าซ้ายสำหรับชาร์จสมาร์ทโฟน และใต้เบาะขนาดใหญ่ 48 ลิตรเก็บของได้อย่างจุใจ ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยมาพร้อมระบบเบรก ABS แบบ Dual-Channel, ระบบควบคุมแรงบิด Honda Selectable Torque Control (HSTC) 3 ระดับได้แก่ เปิดทั้งสองล้อ, เปิดเพียงล้อเดียว และปิดระบบ Emergency Stop Signal (ESS) จะทำงานและปิดเองอัตโนมัติเมื่อเกิดการเบรกกะทันหัน ระบบสมาร์ทคีย์และระบบป้องกันการโจรกรรม เครื่องยนต์ และ ช่วงล่างแบบเดิม ถึงแม้จะเป็นโมเดลใหม่แต่ก็ยังคงเครื่องยนต์เดิมแบบขาประจำ eSP+ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 330 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 28 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 31.5 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบต่อนาที มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 11.7 ลิตรอีกทั้งยังสามารถเคลมได้ไกลกว่า 330 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ถัง ในส่วนของช่วงล่างด้านหน้ามากับโช้คอัพแบบ USD ขนาดแกน 37 มม.มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 125 มม.และด้านหลังมาแบบโช้คอัพคู่พร้อมซับแทงค์มีระยะยุบตัวอยู่ที่ 130 มม. ระบบเบรกด้านหน้ามาแบบดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 256 มม. และด้านหลังระบบเบรกดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. คู่กับล้ออลูมิเนียมด้านหน้าขนาด 15 นิ้วรัดด้วยยางขนาด 120/70 และด้านหลังล้อขนาด 14 นิ้วรัดด้วยยางขนาด 140/70 สีสันที่วางจำหน่าย สีเทา (Matte Ruthenium Silver Metallic) สีดำ (Pearl Nightstar Black) สีแดง (Hyper Red) สีเทา-ดำ (Matte Coal Black Metallic) สำหรับราคาวางจำหน่ายที่ประเทศอังกฤษอยู่ที่ 5,899 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 258,900 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) แต่คาดการณ์ว่าหากเขาไทย ในโมเดลใหม่นี้ราคาจะไม่ต่างจากโฉมก่อน ๆ ที่วางขายในประเทศ เพราะเพิ่มมาเพียงแค่จอ TFT แบบใหม่ และสีสันที่วางจำหน่ายเท่านั้น ไบค์เกอร์สายแต่งรถเตรียมตัว เพราะยังไงก็เข้าไทยแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อัปเดตราคา Honda Giorno+ 2025 ล่าสุด รุ่น ABS และ CBS เริ่มต้น 62,700 บาท ชมภาพจริงครบ 7 สีใหม่ เจาะลึกสเปคเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว และฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ดูตารางผ่อนคลิก!

Honda Lead125 2025 จี๊งหลีดหน้าใหม่ ใส่โช้ค Ohlins ไทยฮอนด้า บุกตลาดเซ็กเมนต์รถจักรยานยนต์คลาส 125 ซีซี ด้วยการเปิดตัวโมเดล Honda Lead125 2025 รุ่นใหม่พร้อมกับ 3 รุ่นย่อย ประกอบไปด้วยรุ่น Ohlins Edition รุ่น Special Edition และรุ่น Standard พร้อมการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ จะมีอะไรบ้าง โดยจุดเด่นของโมเดลรุ่นดังกล่าว อย่างแรกในเรื่องของดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนใหม่ ซึ่งหากสังเกตได้ หน้าตาของหลีดนั้นถูกปรับใหม่หมด ดูพรีเมียม หรูหรามากยิ่งขึ้น บวกกับเส้นสายบังลมด้านหน้าดูมีความเพรียวก กระชับ แตกต่างจากเจ็นก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง รวมไปถึงลวดลายตรงบริเวณข้างถังได้รับการออกแบบใหม่เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะรุ่น Ohlins Edition กับโลโก้ของโช้คแบรนด์ระดับโลกเด่น ๆ ตรงบริเวณด้านข้าง เบาะโดยสารสไตล์ทูโทน ซึ่งดูรวม ๆ แล้ว คาดการณ์ว่าทางค่ายออกแบบให้มีความพรีเมียม หรูหรา มากยิ่งขึ้น Honda Lead125 2025 เครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว แรงได้ใจ สมกับเป็นโมเดลรุ่นบุกเบิกด้วยระบบวาล์ว 4 วาล์ว ในพิกัด 125 ซีซีรุ่นแรก กับเครื่องยนต์ eSP+ ให้สมรรถนะการเผาผลาญได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมเทคโนโลยี Piston Oil Jet หรือหัวฉีดน้ำมันใต้ลูกสูบ เพิ่มประสิทธิภาพความทนทานและการระบายความร้อนเป็นพิเศษ กับสูบเดียวขนาด 125 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมแรงม้าสูงสุดที่ 11 แรงม้าที่ 8,500 รอบและแรงบิด 11.7 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบ พร้อมเคลมอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 52.6 กม./ลิตร กับความจุของถังน้ำมันขนาด 6 ลิตร ระบบช่วงล่าง Ohlins (สำหรับรุ่น Ohlins Edition) ควบคู่กับระบบช่วงล่าง เริ่มกันที่ระบบกันสะเทือนด้วยโช้คหน้าเทเลสโคปิกและโช้คเดี่ยวด้านหลังที่เป็นรุ่นพิเศษกับ Ohlins กระบอกสีทองติดตั้งมาให้ สามารถปรับได้เต็มระบบสำหรับสายซิ่งโดยเฉพาะ ส่วนระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกด้านหน้าและดรัมเบรกหลัง ติดล้อลายใหม่สีทองให้คอนทราสต์เข้าด้วยกัน และรัดยางมาขนาด 90/90-12 และ 110/90-10 ตามลำดับ พร้อมกับระบบ ABS (สำหรับรุ่น Special Edition ขึ้นไป) ส่วนในเรื่องเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาให้นั้นมีหลายจุดเช่นกันอย่าง ระบบหยุดเครื่องยนต์อัติโนมัติหรือ Idling Stop System สมาร์ทคีย์ พอร์ตชาร์จไฟ USB ช่องเก็บของขนาดใหญ่ขนาด 37 จุดใจ หน้าจอดิจิทัล LCD และระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน โดยเปิดตัวทั้ง 3 รุ่น พร้อมราคาค่าตัวประกอบไปด้วย Ohlins Edition ราคา 72,000 บาท, รุ่น Special Edition 62,500 บาท และรุ่น Standard ราคา 61,500 บาท สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฮอนด้า วิงก์ ทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 CBR1000RR-R SP เปิดตัวในไทย พร้อมราคา 1.13 ล้านบาท ฮอนด้า กระหึ่มงาน Thailand GP ด้วยการเปิดตัวโมเดลใหม่ระดับซูเปอร์ไบค์รุ่นเรือธงกับ 2025 CBR1000RR-R SP พร้อมสมรรถนะระดับท็อปคลาสของสายโปรดักท์ชันที่ใช้ในการแข่งขันรายการระดับโลกอย่าง WorldSBK ในราคาค่าตัวสวย ๆ เพียง 1.13 ล้านบาท นับว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับกระแสความสนใจจากสาวกมอเตอร์สปอร์ตเลยไม่น้อย กับความน่าสนใจของซูเปอร์ไบค์รุ่นนี้ มาพร้อมกับการปรับเปลี่ยนดีเทลรายละเอียดหลาย ๆ จุด เพื่อเพิ่มสมรรถนะอันยอดเยี่ยมให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มพิกัด ด้วยการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Born to Race” ซึ่งเปรียบอีกนัยหนึ่งว่า หากคุณมีโมเดลรุ่นนี้ไว้ครอบครองแล้วหล่ะก็ คุณสามารถลงแทร็กเดย์กับนักแข่งระดับโลกได้ทันที โดยสิ่งที่น่าสนใจสำหรับโมเดลรุ่นนี้อยากแรกก็คือเรื่องของการดีไซน์ที่ดูมีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว มากกว่าเดิม แฟริ่งออกแบบใหม่ที่ผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลมเพื่อความแอโรไดนามิกมากยิ่งขึ้น รวมถึงแรมแอร์บริเวณตรงกลาง และวิงก์เล็ตด้านหน้าดีไซน์ใหม่ถอดแบบเทคโนโลยีมาจาก RC213V-S เพิ่มประสิทธิภาพเรื่องแรงกด ลดการยกตัวของล้อหน้าเมื่ออกตัวด้วยความเร็วสูง พร้อมด้วย Wind Protection ดีไซน์ใหม่ สะท้อนความเป็น Racing Replica ช่วยลดการปะทะแรงลม ลดการส่าย ควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังตอบสนองทุกความเร็วด้วยเบาะนั่งที่ออกแบบใหม่สามารถหมอบได้ต่ำกว่าเดิม พร้อบปรับองศา Handlebar และที่วางเท้าใหม่เพื่อท่านั่งที่ Racing มากยิ่งขึ้น พร้อมขุมพลังกับเครื่องยนต์ 4 สูบขนาด 1,000 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมการปรับปรุงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของชิ้นส่วนภายใน ทั้งระบบวาล์วใหม่ เพลาข้อเหวี่ยง ฝาสูบ ก้านสูบไทเทเนียม รวมทั้งปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ รอบมาไวขึ้นและเพื่อการออกโค้งได้ดีขึ้นนั่นเอง โดยขุมพลังดังกล่าวให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 215 แรงม้าที่ 14,000 รอบ และแรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตรที่ 12,000 รอบ ให้สุ้มเสียงเร้าใจด้วย ท่อ Akrapovic ไทเทเนียม ช่วงล่างเต็มระบบ เสริมด้วยเทคโนโลยีอันเร้าใจด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า (TBW) โดยแยกมอเตอร์ออกเป็น 2 ตัว ควบคุมการทำงานของกระบอกสูบออกจากกันและตอบสนองแรงบิดได้อย่างทันใจ ควบคู่กับควิกชิฟเตอร์สองทางติดตั้วมาให้อีกด้วย ยางสายฟ้า Pirelli Diablo Supercorsa SP ตามต่อกับระบบช่วงล่างสำหรับรุ่นนี้ให้โช้ค Ohlins S-EC3.0(SV) NPX แบบ USD และโช้คเดี่ยว TTX36 S-EC3.0 ที่เป็นโช้คปรับไฟฟ้า ระบบเบรกให้ Brembo มาเต็มชุดทั้งปั๊มบน ปั๊มหน้า Stylema R 4 ลูกสูบ เรเดียลเม้าท์ และปั๊มหลังเช่นเดียวกัน ปิดท้ายด้วยล้ออลูมิเนียม 5 ก้าน 17 นิ้ว และยางสายฟ้า Pirelli Diablo Supercorsa SP ขนาด 120/70 และ 200/55 CBR1000RR-R SP 2025 ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999.9 ซีซี แรงม้า (เคลม) 215 แรงม้าที่ 14,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 113 นิวตันเมตรที่ 12,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 81 x 48.5 มม. อัตราส่วนการอัด 13.6 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน (ยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3) ยางหลัง 200/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน (ยาง Pirelli Diablo Supercorsa

2025 Honda Rebel 1100 ทรงเดิม เพิ่มแรงม้า พร้อมจอ TFT 2025 Honda Rebel 1100 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศทางฝั่งยุโรป โดยใช้ชื่อรหัส CMX1100 การดีไซน์ออกแบบที่ยังคงความเป็นรถ ‘ครุยเซอร์’ ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความทันสมัย เน้นความเรียบง่ายแต่ก็ยังคงความดุดัน เครื่องยนต์เพิ่มแรงม้าจากตัวก่อนหน้า และยังมาพร้อมกับระบบเกียร์ DCT (Dual Clutch Transmission) ได้รับการอัปเกรดให้ใช้งานได้ดีขึ้นที่ความเร็วต่ำ และที่สำคัญมาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้วใหม่ พร้อมการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เครื่องยนต์อัพเกรด เพิ่มแรงม้า ในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 1,084 ซีซี พละกำลังอยู่ 87 แรงม้าที่ 7,250 รอบต่อนาที (เพิ่มจากตัวก่อนหน้า 1 ตัว) แรงบิดอยู่ที่ 98 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์ 6 สปีด และเกียร์แบบ DCT 6 สปีด (แล้วแต่รุ่นย่อย) ความจุถังน้ำมัน 13.6 ลิตร ช่วงล่างตามสไตล์ครุยเซอร์ ระบบกันสะเทือนด้านหน้ามาพร้อมกับโช้คอัพหัวกลับขนาดแกน 43 มม. สามารถปรับพรีโหลดได้ ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหลังมาพร้อมกับโช้คอัพคู่พร้อมซับแทงค์ สามารถปรับพรีโหลดได้เช่นเดียวกับด้านหน้า หนึบและขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรกเดี่ยวแบบเรเดียล คาลิเปอร์แบบสี่ลูกสูบ ขนาด 330 มม. ในส่วนของระบบเบรกด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลูกสูบเดี่ยวขนาด 256 มม. ล้อและยางมีขนาด 130/70 B18 และ 180/65 B16 หน้า และหลังตามลำดับ หน้าจอ TFT และเทคโนโลยีตามสมัยนิยม ในส่วนของเทคโนโลยีต่าง ๆ ของ Rebel ในโมเดลใหม่จัดเต็มมาแบบสุด ๆ หน้าจอใหม่แบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพ Honda RoadSync โหมดการขับขี่เริ่มต้น 3 โหมด ได้แก่ Standard, Rain และ Sport และยังมี Custom สำหรับให้ผู้ขับขี่ปรับแต่งเองได้ ระบบครูซ คอลโทรล ระบบ HSTC ที่ปรับได้ 3 ระดับ และมีการปรับช่องจ่ายไฟแบบ USB-C มาไว้ทางด้านซ้ายของเรือนไมล์ Dual Clutch Transmission พร้อมกับระบบเกียร์ DCT (Dual Clutch Transmission) ได้รับการอัปเกรดให้ใช้งานได้ดีขึ้นที่ความเร็วต่ำ สามารถมีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นทั้งออกตัว และการหยุดรถ โดยชุดเกียร์ DCT นี้จะใส่ลงในรุ่นย่อยที่เป็นตัว T DCT และ รุ่น SE เท่านั้น ในส่วนของรุ่นล่างสุดหรือ Standard จะเป็นเพียงเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเท่านั้น สำหรับสีที่จำหน่ายมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อยประกอบไปด้วย รุ่นธรรมดา (Rebel 2025) ในรุ่นนี้มีเพียงสีเดียว ได้แก่ สีน้ำเงิน (Pearl Hawkseye Blue) สีน้ำเงิน (Pearl Hawkseye Blue) 2. รุ่น T DCT (Rebel T DCT 2025) ที่ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติม โดยมีกล่องข้างขนาดรวม 35 ลิตร แฟริ่งหน้าขนาดใหญ่ มีเพียงสีเดียว ได้แก่ สีเทา (Iridium Grey Metallic) สีเทา (Iridium Grey Metallic) รุ่น SE ตัวท็อปสุดของโมเดลนี้ โดยในรุ่น Special Edition จะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป โดยมีการตกแต่งเพิ่มเติม

Honda Radar Rdflectors หลุดพิมพ์เขียว ระบบเซฟตี้รุ่นใหม่จากฮอนด้า อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ทางฮอนด้ากำลังคิดค้นพัฒนา และจดสิทธิบัตรกับระบบ Honda Radar Rdflectors โดยมุ่งเน้นเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ที่ใช้รถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ จากแนวคิดที่จะสะท้อนถึงความปลอดภัยบนท้องถนน ให้กับผู้ใช้งานบนยานพาหนะโดยเฉพาะรถสองล้อ เนื่องจากเป็นรถที่มีขนาดเล็กถ้าหากเทียบกับยานพาหนะทั้งหมด จึงทำให้ยานพาหนะดังกล่าวมีลักษณะลายเซ็นเซอร์ขนาดเล็ก ส่งผลให้ยากต่อการตรวจจับโดยระบบเรดาร์จากยานพาหนะคันอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเภทรถสี่ล้อ หรือรถสองล้อที่มีระบบเรดาร์ตรวจจับ เพราะฉะนั้น Honda จึงได้ริเริ่มพัฒนาระบบ Radar Rdflectors หรือระบบสะท้อนเรดาร์ ช่วยให้รถจักรยานยนต์คันอื่น สามารถตรวจจับเซ็นเซอร์ในระบบเรดาร์มากยิ่งขึ้น ระบบ Radar Rdflectors คืออะไร ? หากทำความเข้าใจง่าย ๆ ระบบ Radar Rdflectors ก็คือเทคโนโลยีที่ใช้แผ่นสะท้อนผลิตขึ้นจากโลหะหรือวัสดุที่มีความสามารถในการสะท้อนคลื่นเรดาร์ได้สูง เมื่อยานพาหนะคันอื่น ๆ ที่ใช้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อาทิ Adaptive Cruise Control สามารถมองเห็นได้ชัดเจนและประมวลผลคำสั่งได้แม่นยำมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเบี่ยงเลนเพื่อหลบหลีกรถจักรยานยนต์คันด้านหน้า หรือแม้กระทั่งการชะลอความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง โดย Honda พยายามพัฒนาระบบพาสซีฟนี้ให้มีความเรียบง่ายและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยออกแบบแผ่น Radar Rdflectors ให้มีขนาดเล็กและติดตั้งบนบริเวณบังลมด้านหน้าซึ่งสะดวกต่อการติดตั้งและเซอร์วิสได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา อาทิ แผ่นโลหะหรือพลาสติกเคลือบโลหะ ซึ่งมีต้นทุนที่ถูกและสามารถนำไปใช้ในหลาย ๆ รุ่นได้เช่นกัน ซึ่งตัวสะท้อนของ Honda ประกอบด้วยตัวสะท้อนรูปถ้วยสองอัน แต่ละอันทำจากแผ่นสะท้อนแสงแบบเรียบสามแผ่น ซึ่งมีหน้าที่รับและสะท้อนคลื่นเรดาร์ในมุมกว้างที่มากระทบด้านหน้าของรถจักรยานยนต์ และสะท้อนกลับไปยังระบบตรวจสอบเรดาร์ เพื่อเพิ่มลายเซ็นเรดาร์ให้ใหญ่ขึ้นกว่าที่รถจักรยานยนต์ที่จะมีตามปกติ การวางตำแหน่งตัวสะท้อนในจุดที่สูงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุด และเนื่องจากตัวสะท้อนทั้งหมดอยู่หลังบังลม จึงไม่ส่งผลกระทบต่อรูปร่างหรือสไตล์ของรถมากนัก โดยระบบสะท้อนเรดาร์จะเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานเอง ยังรวมไปถึงยานพาหนะคันอื่น ๆ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อีกด้วย นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ดีสำหรับผู้ขับขี่เลยทีเดียว และคาดว่าอาจจะมีการนำมาใช้ในโมเดลออโตเมติกพิกัดรุ่นเล็กไม่ช้าก็เร็ว ๆ นี้ ไบ์เกอร์ชายไทยอย่างเรา ๆ อาจได้ขี่ด้วยความปลอดภัยมากขึ้น แต่ก็ไม่พ้นสายตาแม่ย่านางของท่านอยู่ดีหล่ะครับ เพราะเขามี GPS ตรวจสอบตลอดเวลา จริงหรือไม่ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR650R ThaiGP Edition 2024 สปอร์ตลายเสือ โครตแจ่ม อีกหนึ่งรุ่นที่เปิดตัวมาพร้อมกันกับเจ้า Giorno ThaiGP 2024 นั้นก็คือซูเปอร์สปอร์ตสี่สูบเรียงอย่าง CBR650R ThaiGP Edition 2024 คราวนี้มาในลวดลาย “เสือพยัคฆ์” สุดโหดรับปีเสือ พร้อมลวดลายที่สื่อถึงความเป็นเมืองพัทยาบ้านเกิดของ “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” โดยผลิตขึ้นมาจำหน่ายเพียง 35 คันในโลกเท่านั้น สำหรับเจ้าซูเปอร์สปอร์ตสี่สูบเรียงพร้อมกับลายพิเศษ “พยัคฆ์คำราม” ที่ได้รับการออกแบบดีไซน์เนอร์จาก Honda R&D Southeast Asia ซึ่งมุ่งเน้นการถ่ายทอดเอกลักษณ์และตัวตนของก้องออกมาผ่านการใช้รูปเสือ ซึ่งเป็นปีนักษัตรของก้อง รวมถึงการใช้ชื่อ “พยัคฆ์คำราม” ที่เป็นสัญลักษณ์หลักของการออกแบบ โดยคำว่า พยัคฆ์ หมายถึงคนที่มีความสามารถพิเศษและโดดเด่น ส่วน คำราม สื่อถึงการประกาศศักดาและศักยภาพอันแข็งแกร่ง โดยลวดลายเสือบนรถแข่งออกแบบผ่าน 3 Keyword คือ Strong, Dynamic และ Powerful พร้อมโทนสีดำ ขาว และแดง ให้ความรู้สึกถึงความดุดัน Aggressive และ Powerful สำหรับตัวเลข 35 ถูกออกแบบให้แสดงออกถึงความเป็นไทย ผสมผสานกับสีสันที่ร้อนแรง โดยยังมี กิมมิคที่สื่อถึงบ้านเกิดของสมเกียรติในจังหวัดชลบุรี ด้วยการใส่ลวดลายบรรยากาศของเมืองพัทยาลงไป กับขุมพลังสุดร้องแรงด้วยเครื่องยนต์สี่สูบเรียง 16 วาล์ว ขนาด 649 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลัง 94 แรงม้าที่ 12,000 รอบและแรงบิด 63 นิวตันเมตรที่ 9,500 รอบ พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็น แทร็คชันคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ พอร์ตชาร์จไฟ USB และระบบไฟเบรกฉุกเฉิน ESS และ ABS Dual Channel พร้อมเปิดโอกาสให้แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตได้เป็นเจ้าของรถรุ่นดังกล่าวทั้ง 35 คัน ในราคา 382,300 บาท โดยเปิดรับจองพร้อมกันที่ ‘พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2024’ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 25 -27 ตุลาคมนี้ เท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Giorno ThaiGP 2024 โมเดลสุดพิเศษเพียง 35 คันในโลก ไทยฮอนด้า เปิดตัว Honda Giorno ThaiGP 2024 และ CBR650R ลายพิเศษ ThaiGP 2024 Special Edition หรือ”พยัคฆ์คำราม” ของก้อง-สมเกียรติ เปิดจองในงานไทยจีพี 2024 นี้ ไทยฮอนด้า เอาใจแฟนพันธุ์แท้มอเตอร์สปอร์ต เปิดตัวรถลายพิเศษ 2 รุ่น ได้แก่ “New Honda Giorno+ Moto2 ThaiGP 2024 Limited Edition” ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 35 คันในโลกเท่านั้นโดยได้นำเสนอลวดลายที่สะท้อนจากรถแข่งที่ “ก้อง-สมเกียรติ จันทรา” จะใช้ลงแข่งล่าแชมป์ในไทยจีพี 2024 นี้ โดยได้แรงบันดาลใจของ “ก้อง-สมเกียรติ” ถ่ายทอดลงบนตัวรถให้แฟนพันธุ์แท้ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของในแบบลิมิเต็ดขั้นสุด เปิดรับจองเฉพาะในงานไทยจีพี 2024 นี้เท่านั้น สำหรับรถลายพิเศษ “พยัคฆ์คำราม” ได้รับการออกแบบโดยดีไซน์เนอร์จาก Honda R&D Southeast Asia ซึ่งมุ่งเน้นถ่ายทอดเอกลักษณ์และตัวตนของก้องออกมาผ่านการใช้รูปเสือ ซึ่งเป็นปีนักษัตรของก้อง รวมถึงการใช้ชื่อ “พยัคฆ์คำราม” ที่เป็นสัญลักษณ์หลักของการออกแบบ โดยคำว่า “พยัคฆ์” หมายถึงคนที่มีความสามารถพิเศษและโดดเด่น ส่วน “คำราม” สื่อถึงการประกาศศักดาและศักยภาพอันแข็งแกร่ง โดยลวดลายเสือบนรถแข่งออกแบบผ่าน 3 Keyword คือ Strong, Dynamic และ Powerful พร้อมโทนสีดำ ขาว และแดง ให้ความรู้สึกถึงความดุดัน Aggressive และ Powerful สำหรับตัวเลข 35 ถูกออกแบบให้แสดงออกถึงความเป็นไทย ผสมผสานกับสีสันที่ร้อนแรง โดยยังมีกิมมิคที่สื่อถึงบ้านเกิดของสมเกียรติในจังหวัดชลบุรี ด้วยการใส่ลวดลายบรรยากาศของเมืองพัทยาลงไป ไทยฮอนด้า พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้เป็นเจ้าของรถทั้ง 35 คัน ในราคาแนะนำ 74,400 บาท โดยเปิดรับจอง พร้อมกันที่งาน ‘พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2024’ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 25 -27 ตุลาคมนี้ เท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจเฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ www.facebook.com/HondaBigBikeTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CB1000 Hornet 2025 ปีศาจเน็กเก็ดจากค่ายปีกนก โฉมใหม่ ปรับใหม่ แรงม้าเพิ่มขึ้น 155 ตัว แรงบิด 147 นิวตันเมตร และดีไซน์ใหม่ที่คล้าย..

2025 Honda CB1000 รุ่น Hornet SP เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางกา โดยเปิดตัวทั้งรุ่นธรรมดา และ SP ซึ่ง SP ให้ออฟชั่นมาแบบจัดเต็ม จะมีอะไรบ้าง?

Honda CUV e: อีวีไบค์ สมรรถนะเครื่อง 110 Honda CUV e: อีกหนึ่งโมเดลยานยนต์ไฟฟ้าที่ทาง ฮอนด้า มอเตอร์ ประกาศผ่านเว็บไซต์หลักอย่างเป็นทางการกับการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในอินโดนีเซีย ได้แก่ CUV e: ซึ่งนับเป็นโมเดลที่ 10 ตามแผนเปิดตัวโมเดลไฟฟ้า 30 รุ่นภายในปี 2030 CUV e: มาจากรุ่น CUV ES (Clean Urban Vehicle Electric Scooter) ซึ่งเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ฮอนด้าที่เริ่มวางจำหน่ายในปี 1994 CUV e: ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดเดียวกันกับ CUV ES ในฐานะสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ให้ความสะดวกในการเดินทางในเมือง โดยมีคำว่า “e:” ที่บ่งบอกรถคันนี้คือยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้า CUV e: 1994 CUV ES พละกำลังมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นนี้มีสมรรถนะเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ 110 ซีซี ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์ ความเร็วสูงสุด 83 กม./ชม. ซึ่งใช้แบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้ 2 ก้อน ชนิด ลิเธียม-ไอออน “ฮอนด้า โมบายล์ พาวเวอร์แพ็ค” (Honda Mobile Power Pack e:) เป็นแหล่งพลังงาน ทำงานคู่กับมอเตอร์ที่พัฒนาโดยฮอนด้าเอง ซึ่งช่วยเพิ่มระยะการขับขี่ให้ดีขึ้น ด้วยการปรับปรุงวงจรแม่เหล็กและโครงสร้างเพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น การออกแบบของ CUV e: มีลักษณะเรียบง่าย แต่ยังคงความโฉบเฉี่ยวตามสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมกับไฟหน้า และไฟท้ายแบบ Full LED แต่มีดีไซน์การออกแบบที่โดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่นนี้ ระบบมอเตอร์ใหม่นี้พัฒนามาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ STANDARD, SPORT และ ECON เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลายตามความต้องการของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมีโหมดถอยหลังเพื่อความสะดวกในการกลับรถในพื้นที่แคบ โดยในรุ่นของ CUV e: มีทั้งหมด 2 รุ่นย่อยได้แก่ ตัวที่เป็นมาตรฐาน และ RoadSync Duo® ซึ่งเป็นฟีเจอร์เสริมที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อ CUV e: กับสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่แล้วสามารถ รับโทรศัพท์ ฟังเพลง และใช้งานระบบนำทางได้จากหน้าจอกลาง Honda CUV e: สเปค และรายละเอียด ประเภทมอเตอร์ มอเตอร์กระแสตรงแบบซิงค์โครนัส กำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 22 นิวตันเมตรที่ 2,300 รอบต่อนาที ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ 50.26 โวลต์ ความจุของแบตเตอรี่ 29.4 แอมแปร์ น้ำหนักแบตเตอรี่ 10.2 กิโลกรัม เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 6 ชั่วโมง (0-100%) ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (เคลม) 80.7 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด (เคลม) 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยางหน้า 100/90-12 59J ยางหลัง 100/90-12 64J เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมระบบ Combi Brake System (CBS) เบรกหลัง ดรัมเบรก ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว กว้าง X ยาว X สูง 664 x 1,889 x 1,096 มม. ระยะฐานล้อ 1,310 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 139 มม. ความสูงเบาะ 761 มม. น้ำหนักรถ 117 กิโลกรัม จุดเด่นไฮไลท์อื่น หน้าจอแบบ TFT พร้อมแสดงข้อมูลการขับขี่ ช่องเสียบชาร์จไฟแบบ

Honda Forza 750 2025 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในฝั่งประเทศยุโรป ปรับปรุงใหม่ทั้งดีไซน์ภายในและภายนอก รวมไปถึงไฟหน้าดีไซน์ใหม่

2025 Honda CBR600RR แรงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่ 2025 Honda CBR600RR สปอร์ตไบค์คลาส 600 ซีซี ที่ Honda ยังคงทำตลาดอยู่ และตอนนี้เปิดตัวเจนใหม่แล้วในประเทศอเมริกา ซึ่งในโมเดลนี้ไม่ใช่รุ่นที่อัปเดตใหม่เหมือนที่วางขายในยุโรป โมเดลใหม่ดีไซน์เครื่องเดิมสนิท ขุมพลังหลักของ CBR 600RR รุ่นปี 2025 ได้แก่ เครื่องยนต์สี่สูบเรียงขนาด 599 ซีซี จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด DSFI 4 วาล์วต่อสูบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุดที่ 183 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 66 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบต่อนาที ช่วงล่างด้านหน้ามาพร้อมโช้คหัวกลับ Showa BPF และด้านหลังเป็นแบบโช้คเดี่ยว Pro-Link เพื่อให้การควบคุมที่แม่นยำขึ้นและเพิ่มการยึดเกาะถนน ทั้งสองด้านสามารถปรับแต่งพรีโหลด รีบาวนด์ได้ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ มาพร้อมคาลิเปอร์เบรก Tokico เบรกหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว มาพร้อมกับขนาดล้อและยางที่ 120/70 ZR-17 และ 180/55 ZR-17 หน้าหลังตามลำดับ ในส่วนของการออกแบบ โมเดลรถคันนี้มีพื้นฐานมาจากโมเดลเก่าปี 2013 (รหัส EBL-PC40) ที่ยังคงมีเลี้ยวอยู่ด้านข้างยังไม่ใช่ปีกวิงก์เล็ตแบบโมเดลปี 2020 มาพร้อมไฟหน้า LED แบบคู่ และหน้าจอแสดงผลดิจิทัล พร้อมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น โหมดการขับขี่ คันเร่งไฟฟ้า (throttle-by-wire) และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ที่ยังคงเหมือนเดิมจากรุ่นก่อนหน้า เปลี่ยนสีประจำโมเดล โมเดลที่เปิดใหม่ในอเมริกานี้เป็นโมเดลที่ต่อเนื่องมาจากรุ่นก่อนหน้าที่วางขายอยู่ในอเมริกา ไม่ใช่รุ่นที่มีการพัฒนาใหม่ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นของปี 2025 ก็มีเพียงอย่างเดียวคือสีสันใหม่ ได้แก่สีเทา ‘Deep Pearl Gray’ ที่มาแทนที่สี Grand Prix Red จากปีก่อน ตัวรถถูกเคลือบด้วยสีเทาเข้มเป็นสีพื้น พร้อมการตกแต่งด้วยสีเทาอ่อน และขาว พร้อมด้วยการคาดเส้นสีแดงบาง ๆ ที่ใส่มาเพื่อให้เกิดการตัดกันของสีเพื่อให้เกิดความโดดเด่น อาจจะขัดใจกับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบในสีแดง 2025 Honda CBR600RR สเปคและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 599 ซีซี แรงม้า (เคลม) 119 แรงม้าที่ 14,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 63 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 x 42.5 มม. อัตราส่วนการอัด 12.2 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ขนาดล้อและยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ขนาดล้อและยางหลัง 180/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับขนาด ขนาด 41 มม. รุ่น Showa ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ระยะยุบ 128 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เรเดียนเมาท์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X

Honda NT1100 2025 สปอร์ตทัวร์ริ่ง เน้นวิ่งทางดำ เปิดตัวแล้วกับรถทัวร์ริ่งบิ๊กไซส์จากค่ายปีกนกอย่าง 2025 Honda NT1100 ที่มาพร้อมคอนเซปต์ ‘The New Touring Era’ มาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครเป็นทัวร์ริ่งไซส์ใหญ่ที่มีความคล่องตัวแถมขับขี่สนุกในทุกการเดินทาง โดยใน MY25 นี้ออกมาทั้งหมด 3 รุ่นย่อยได้แก่ NT1100 MT, NT1100 DCT และรุ่นท็อปสุดอย่าง NT1100 DCT Electronic Suspension 2025 Honda NT1100 เครื่องไซส์เดิมที่พัฒนาใหม่ ในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมเครื่องยนต์บล็อกเดิมขนาด 1,084 ซีซี 2 เรียงสูบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ Parallel Twin โดยเคลมแรงม้าอยู่ที่ 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดเคลมมาที่ 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบส่งกำลังอัจฉริยะ DCT (Dual Clutch Transmission) ที่มีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีการทำงานในรอบเครื่องยนต์ต่ำได้ดีขึ้น ช่วงล่างแบบอิเล็กทรอนิกส์จาก Showa ระบบกันสะเทือนช่วงล่างแบบไฟฟ้าจาก Showa โดยมีการตั้งค่าที่พัฒนามาเฉพาะสำหรับ NT1100 ระบบนี้สามารถปรับแรงหน่วงได้อย่างเหมาะสมในทันทีตามความเร็วของการยุบตัว การขับขี่ และท่าทางของรถที่ตรวจจับโดย IMU 6 แกน และเซนเซอร์อื่น ๆ ที่จะทำการปรับเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ ในขณะเบรก ระบบจะควบคุมการยุบตัวเพื่อรักษาเสถียรภาพและการขับขี่ที่ระบบกันสะเทือนแบบปกติไม่สามารถเทียบเท่าได้ Showa-EERA™ ที่ถูกใส่มาในรุ่นย่อยที่เป็นตัว Honda NT1100 Electronic Suspension จะทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่โดยอัตโนมัติ โหมด TOUR จะให้แรงหน่วงที่แน่นมากขึ้นสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง, URBAN ให้ความสมดุลพร้อมความสะดวกสบาย และ RAIN ใช้แรงหน่วงที่น้อยลง เพื่อความนุ่มนวลในการตอบสนองและการสัมผัส นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ และพรีโหลดสปริงด้านหลังสามารถปรับได้ขณะขับขี่ ระบบช่วยเหลือแบบจัดเต็ม ในส่วนของเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับ Honda NT1100 มาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 6.5 นิ้วพร้อมระบบทัชสกรีน ที่สามารถแสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถปรับโหมดมาตรฐาน 3 โหมดที่ช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ได้แก่ โหมด Urban หรือโหมดปกติที่ให้ความสมดุลทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์ และการเบรก โหมด Rain หรือโหมดที่ลดทอนกำลังของเครื่องยนต์ลงและเพิ่มกำลังการเบรกเพื่อการขับขี่บนพื้นผิวที่เปียก และโหมด Tour ที่ให้สามารถเค้นกำลังเครื่องยนต์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ระบบ Cruise Control, Traction Control, ระบบไฟเลี้ยวยกเลิกเองอัตโนมัติ และระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกระทันหัน ข้อมูล สเปค และรายละเอียดอื่นๆ 2025 Honda NT1100 MT 2025 Honda NT1100 DCT 2025 Honda NT1100 Electronic Suspension เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ Parallel Twin ปริมาตรกระบอกสูบ 1,084 ซีซี 1,084 ซีซี 1,084 ซีซี แรงม้า (เคลม) 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที 100.5 แรงม้าที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที 112 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว DOHC 4 วาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก

Honda ADV160 2025 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ และมาพร้อมกับสีใหม่ที่พร้อมลุยยิ่งกว่าเดิม พร้อมเปิดให้เป็นเจ้าของแล้ว