SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda ล่าสุด 2026

  • All Posts
  • Honda News
Honda มาเหนือ รวมพลนักบิดกว่าร้อยคัน ลุยงานแทร็กเดย์ที่พีระ

Honda มาเหนือ รวมพลนักบิดกว่าร้อยคัน ลุยงาน SuperBikeMag Trackday ที่พีระ หนึ่งผู้สนับสนุนหลักที่ขาดไม่ได้ไม่ว่าจะจัดในปีไหน ๆ ในงาน SuperBikeMag Trackday เลยก็คือ ค่ายปีกนกอย่าง Honda มาเหนือ จัดใหญ่อีกเช่นเคยด้วยการพาลูกค้าชาวฮอนด้าบิ๊กไบค์มาร่วมกิจกรรมความสนุกภายในงานแทร็กเดย์และโทรฟี่ที่มันส์ที่สุดในปี 2025 ที่สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา Honda มีผู้ลงทะเบียนแข่งขันมากที่สุด ด้วยการพาเหล่าสาวกทั้งมือใหม่หรือสายซิ่งมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ในสนามแข่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ หรือมาฝึกสกิลขับขี่ในสนามเพื่อพัฒนาและต่อยอดฝีมือในอนาคต โดยกิจกรรมแบ่งเป็น 2 ก็คือ การซ้อมในรอบแทร็กเดย์และการแข่งขันในรอบโทรฟี่ แบ่งระดับความมันส์ให้สาวกได้สัมผัสอย่างเต็มที่ ซึ่งสมกับความเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของตลาดสองล้อในไทย ทั้งเรื่องของการบริการลูกค้าได้อย่างน่าประทับใจครอบคลุมการเซอร์วิสถึงที่ ซึ่งครั้งนี้ทางไทยฮอนด้าก็พร้อมที่จะรองรับบริการลูกค้าด้วยพิทจอดรถถึง 4 พิท แบ่งเป็น 2 โซนสำหรับลูกค้าชาวฮอนด้าบิ๊กไบค์และลูกค้าฮอนด้าคลับเฮ้าส์ พร้อมเอาใจลูกค้าด้วยช่างชำนาญการบริการเซอร์วิสอย่างใกล้ชิด ดูแลถึงรถทุกคันและลูกค้าทุกท่าน ตั้งแต่การจัดเตรียมรถ ถ่ายของเหลว ร้อยลวดอกล่าง วอร์มยางก่อนลงแทร็ค ซึ่งนอกจากบริการในเรื่องของตัวแข่งที่ในสนามของลูกค้าแล้ว ยังมีบริการด้านอื่น ๆ อาทิ บริการให้ยืมชุดเรซซิ่งสูทสำหรับขับขี่ในสนาม ส่วนลดต่าง ๆ ค่าอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน เพราะฉะนั้นส่วนนี้เองจึงทำให้มีผู้ร่วมลงทะเบียนแข่งขันมากที่สุดเป็นจำนวน 82 คัน รวมถึงรถฮอนด้าที่มาร่วมงานก็ร่วมนับร้อยคันเลยทีเดียว  โดยบิ๊กไบค์เองมีโมเดลที่เรียกได้จัดแต่งเติมมาเต็มทีเดียว ทั้งสปอร์ตตัวแรงอย่าง CBR 1000RR-R Fireblade, CBR1000RR, CBR600RR, CBR650F,CBR650R และ CBR500R เรียกได้ว่าจัดซีบีอาร์ซีรี่ย์เต็มแทร็กขนาดนี้ อยากมีสปอร์ตไบค์เป็นของตัวเองซะแล้วสิ  จัดรุ่นสุดพิเศษกับ Honda Cup  Honda ยังเฉิดฉายในการแข่งขันรุ่นอื่น ๆ  นอกเหนือจากทั้งสองรุ่นแข่งขันแล้ว..ยังมีโมเดลสายปีกนกที่ลงรุ่นแข่งขันอื่น ๆ ได้แก่ Honda CRF300L, CRF250L,CRF250M (ลงแข่งขันรุ่น SuperMoto 300cc. Open) และ CBR250RR (ลงแข่งขันในรุ่น SuperSport 400cc. Open B)  ผลการแข่งขันรุ่น Honda Cup สำหรับโพเดี้ยมของการแข่งขันรุ่น Honda Cup อันดับ 1 ได้แก่ Mike Weller จาก Buvado Racing แชมป์สนามก่อนเจ้าเดิมกับผลเวลา Best Lap ที่เจ้าตัวสามารถทำได้ที่ 1:09.305 นาที ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับถ้วนรางวัลที่ได้ไปครั้งนี้ อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 Mike Weller 67 CBR1000RR 2 Thomas Johansson 64 CBR600RR 3 สมบัติ โพธารินทร์ 4 CBR1000RR-R 4 ธวัชชัย ไทยกุล 339 CB650F 5 ธนโชติ มังคลาคีรี 188 CBR1000RR พร้อมให้สัมผัสกับรถ CBR Series ภายในงาน หากลูกค้าฮอนด้าท่านไหน สนใจอยากปรับเปลี่ยนสัมผัสโมเดลลรุ่นอื่น ๆ ทางฮอนด้าบิ๊กไบค์ก็พร้อมตอบสนองการบริการให้ยืมรถขี่ในแทร็กในรอบแทร็กเดย์ได้เช่นกัน โดยมีทั้ง CBR1000RR-R, 600RR, 650R และรุ่น 500R ซึ่งมีทุกเซ็กเมนต์สำหรับสายสปอร์ตที่ต้องการขับขี่ในแทร็กอีกด้วย นับว่าครบครันเรื่องการบริการเต็มระบบ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า สมกับเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในตลาดรถมอเตอร์ไซค์ที่ใคร ๆ ต้องยกนิ้วให้จริง ๆ สำหรับสนามถัดไปจะจัดขึ้นในวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2568 ที่สนามพีระเซอร์กิต จ.ชลบุรี หากลูกค้าท่านไหนสนใจอยากมาลงขับขี่ในสนามกับทางฮอนด้า สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเพจฮอนด้าบิ๊กไบค์ แล้วท่านจะไม่เสียสิทธิ์ในการร่วมกิจกรรมครั้งต่อไป แล้วเจอกัน..สนามหน้า อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ซาร์โก้ เลือกแล้ว ? ตั้งเป้าเพื่อทีมรอง ไม่ขอทีมโรงงาน

ซาร์โก้ เลือกแล้ว? ตั้งเป้าเพื่อทีมรอง ไม่ขอทีมโรงงาน โยฮันน์ ซาร์โก้ นักบิดจอมเก๋าของทีม Castrol LCR Honda ทีมแซทเทิลไลท์จากค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Honda ซึ่งก่อนหน้านี้ทางนักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้คาดหวังว่าในช่วงปี 2026 ตัวเขานั้นจะได้รับโอกาสในการโปรโมตขึ้นสู่ทีมโรงงาน HRC แต่สุดท้ายแล้วก็มีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจที่จะอยู่กับทีมปัจจุบัน  โดยผลงานสุดร้อนแรงของเจ้าตัวคือการทะย้านคว้าโพเดียมในการแข่งขันที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสนามโฮมเรซของเจ้าตัว และต่อเนื่องผลงานแจ่มด้วยการขึ้นโพเดียมอีกครั้งในการแข่งขันที่สนามซิลเวอร์สโตน ซึ่งผลการแข่งขันล่าสุดทั้งสองครั้งของเจ้าตัวเหมือนเป็นการชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของนักแข่งที่อายุมากที่สุดในการแข่งขัน MotoGP และยังบ่งบอกถึงศักยภาพของการพัฒนาเจ้า RC213V อีกด้วย ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ หลังการแข่งขันที่สนาม Le Mans นักบิดเจ้าของหมายเลข 5 รายนี้ก็คาดหวังว่าการสร้างผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้จะช่วยให้เขาได้รับโอกาสในการเลื่อนขึ้นสู่ทีมโรงงานของฮอนด้าในปี 2026 ที่ว่าเจ้าตัวทำไมถึงมีโอกาสในการก้าวขึ้นสู่ทีมโรงงานนั้น ก็เพราะนักแข่งทีมโรงงานคนปัจจุบันอย่างลูก้า มารินี่ กำลังจะหมดสัญญาหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ แต่แล้วความคิดของเจ้าตัวก็เปลี่ยนไป เพราะจากบทสัมภาษณ์ล่าสุดที่เขาให้กับสื่อ Sky Italia หลังจากการแข่งขันที่สนามซิลเวอร์สโตน ซาร์โก้ยอมรับว่าอยากที่จะอยู่ที่เดิมต่อไปมากกว่า  “ความสัมพันธ์ของผมกับ Honda และเซ็กคิเนลโล่ดีมากเลยครับ” “แม้จะอยู่ในทีมของลูซิโอ เราก็ยังสามารถได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม และกลายเป็นเหมือนรถโรงงานคันที่สามได้ นั่นคือสถานการณ์ในอุดมคติ เรากำลังคิดกันอยู่ว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปยังไง และเป็นเบอร์หนึ่งตัวจริงของ Honda ให้ได้” ในปัจจุบันสถานการณ์ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลก ซาร์โก้ อยู่ในอันดับ 5 ของตารางคะแนน ซึ่งถ้าโยฮันน์ ซาร์โก้เลือกอยู่กับทีมกับ LCR ต่อไป นั่นอาจเปิดทางให้ฆอร์เก้ มาร์ติน ย้ายมาสู่ทีมโรงงาน Honda หากเขาตัดสินใจอำลา Aprilia อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 CBR500R Four สปอร์ต 4 สูบกำลังจะมา??

2025 CBR500R Four สปอร์ต 4 สูบกำลังจะมา?? เป็นครั้งแรกกับโมเดลสปอร์ตไบค์พิกัด 500 ซีซีกับ CBR500R สปอร์ตสองสูบขวัญใจสายบิดในยุคกาลสมัยที่เกือบจะห่างหายไปจากวงการรถสปอร์ตเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว และล่าสุดในงาน Eicma 2024 ที่ผ่านมากลับมีข่าวลับวงในมาว่าทางค่ายนั้น ได้แอบยื่นจดทะเบียนการค้าในชื่อของ 2025 CBR500R Four และรุ่น CBR4000R FOUR ซึ่งคำว่า ‘FOUR’ อาจเป็นระบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามากลายเป็นสปอร์ตไบค์ ‘สี่ล้อ’ ก็ได้ (ล้อเล่น) ถ้าหากในวิเคราะห์รหัสห้อยท้ายชื่อรุ่น ซึ่งคำว่า FOUR ที่เพิ่มเข้ามาอาจเป็นจำนวนกระบอกสูบที่ติดตั้งเพิ่มเข้ามา เพิ่มสมรรถนะจากที่มันจัดจ้านในเวทไซส์กลางอยู่แล้วทำให้มันจี๊ดจ๊าดกว่าเดิมด้วยแรงม้าที่เพิ่มขึ้น  หลาย ๆ คนคงคาดการณ์ว่ารุ่นนี้อาจเป็นหนึ่งรุ่นที่ที่จะเข้ามาชนกับสปอร์ตไบค์ยักษ์เขียวอย่าง Kawasaki Ninja ZX-4R จริงหรือไม่ ตอบเลยว่า..ไม่ เนื่องด้วยการออกแบบที่เน้นใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ก้มหมอบจ๋า ๆ และคาดการณ์ว่าจะมาพร้อมพื้นฐานเครื่องยนต์ที่เป็นแบบสี่สูบเรียง เหมือนรุ่นพี่ CBR สปอร์ตซีรีย์ ซึ่งถ้าหากในรุ่น 400 ซีซีที่ใช้เครื่องยนต์ 4 เม็ดตอนนี้ก็คงนึกถึงเจ้า CB400 Super Four คลาสิกท่อเสียงหวาน บวกกับชุดแอโรไดนามิกยัดสปอร์ตแฟริ่งและชุดสีไตรคัลเลอร์ พร้อมระบบเทคโนโลยีรองรับการขับขี่ รวมถึงโหมดขับขี่ ระบบเซฟตี้ ระบบกันสะเทือน Showa ล้อ 17 รัดยาง Pirelli โดยรวมบอดี้ดูสปอร์ตแต่อาจจะใหญ่กว่ารุ่น 500R ตัวธรรมดาเนื่องด้วยเสื้อสูบไซส์ใหญ่ขึ้น อันนี้คือภาพมโนในหัวของผู้เขียน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงก็เป็นไปได้ นอกจากนี้ยังมีรุ่นสำหรับตัว E-Clutch หรือรุ่นคลัตช์ไฟฟ้ามาจำหน่ายควบคู่กัน แบบเดียวกับ CBR650 E-Clutch แต่รุ่นนี้จะเน้นการเข้าถึงผู้ขับขี่มือใหม่มากกว่า อย่างไรก็ตามถ้าหากมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เราอาจเห็นชื่อในรุ่นของ 500RR ในลิสต์ของโมเดลรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปลายปีนี้ ก็เป็นไปได้ พร้อมราคาคาดการณ์ ไม่แพงเท่า 650R E-Clutch แน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda ส่งตัวละครลับ ?? ลุยล่าแต้มที่ Silverstone

Honda ส่งตัวละครลับ ?? ลุยล่าแต้มที่ Silverstone Honda ส่งตัวละครลับ กับนักบิดหน้าคุ้น ๆ ที่จะเตรียมกลับสู่กริดการแข่งขันโมโตจีพีอีกครั้งในฐานะไวด์การ์ดของฮอนด้า สำหรับศึก British กรังปรีซ์ที่จะถึงในเร็ว ๆ นี้ หลังจากลงแข่งขันที่ประเทศสเปนด้วยสิทธิ์ไวด์การ์ดครั้งแรกสำหรับ อเล็กซ์ เอสปากาโร่ สามารถจบอันดับเรซการแข่งขันที่ 14 ซึ่งน่าจะเป็นแต้มแรกของเขาให้กับฮอนด้า แต่กลับถูกปรับตกอันดับเนื่องจากแรงดันลมยางต่ำเกินไป โดยหลังการแข่งขัน รถต้นโปรโตไทป์ RC213V ของนักบิดหมายเลข 41 ถูกส่งต่อให้กับโจอัน เมียร์ ลุยทดสอบหลังจากจบเรซ ในขณะที่ ทาคาอากิ นาคากามิ อดีตนักแข่งซึ่งตอนนี้ผันตัวมาเป็นนักทดสอบในปัจจุบัน ก็พึ่งได้ลงแข่งด้วยสิทธิ์ไวด์การ์ดกับทีม Honda HRC ที่เลอมังส์เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา  ล่าสุด ทางฮอนด้ายืนยันว่า อเล็กซ์ เอสปากาโร่ จะลงแข่งขันด้วยสิทธิ์ไวด์การ์ดอีกครั้งในสนาม ซิลเวอร์ สโตน ซึ่งอเล็กซ์เองเคยมีผลงานกับการคว้าโพเดี้ยมแรกให้กับ Aprilia ในสนามแห่งนี้ รวมถึงชนะการแข่งขันในปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งประสบการณ์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทีมเลยไม่น้อย  @lcr.team Johann Zarco’s battles in the last laps at the Circuit of the Americas were truly intense and thrilling🔥🤺despite the crash, he delivered an incredible performance🏁! #AmericasGP #MotoGP #LCR #JZ5 ♬ NO FEAR! – ANDROMEDA & KVRXD การพัฒนายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องสำหรับค่ายปีกนก บวกกับกระแสที่กำลังมาด้วยชัยชนะครั้งล่าสุดที่ฝรั่งเศสโดยนักบิดตัวเต็งจากทางค่ายอย่าง โยฮันน์ ซาร์โก้ ซึ่งชัยชนะครั้งนี้สะท้อนถึงการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของฮอนด้าในปี 2025 หลังจากได้ อเล็กซ์ เอสปากาโร่และผู้อำนวยการเทคนิคอย่าง โรมาโน อัลเบเซียโน เข้ามาร่วมทีม นี่เป็นชัยชนะในการแข่งขันที่ไม่ใช่ของ Ducati ครั้งแรกในรอบปี นับตั้งแต่ มาเวริค บีญาเลสของ Aprilia คว้าชัยชนะในเท็กซัส และชัยชนะครั้งแรกของฮอนด้าที่อเล็กซ์ รินส์ คว้าชัยที่ COTAให้กับทีม LCR Honda และที่สำคัญ ชัยชนะครั้งนี้ยังช่วยให้ฮอนด้าสามารถหยุด Ducati ไม่ให้สร้างสถิติใหม่ของการชนะติดต่อกันมากที่สุดตลอดกาลอีกด้วย นับว่าเป็นผลดีสำหรับชัยชนะและพร้อมต่อยอดในการพัฒนาต่อเนื่อง กับการที่ได้อเล็กซ์ เอสปากาโร่ มาร่วมแข่งขันในสนามแข่งที่ขึ้นชื่อของความหิน ความยากเลยไม่น้อย อย่างไรก็ดีแชมป์โพเดี้ยมสนามที่ซิลเวอร์สโตนอาจตกเป็นของฮอนด้าอีกครั้งก็เป็นไปได้ ใครจะไปรู้หล่ะครับ สำหรับการแข่งขันจะจัดขึ้นในวันที่ 23-25 พ.ค.นี้ ใครเอฟซี นักแข่งฮอนด้า รวมไปถึง ก้อง สมเกียรติ ก็ห้ามพลาดนะครับ  แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ขอให้พ่อเล็กซ์หายไว ๆ จากอุบัติจักรยานล้มก่อนนะ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รีวิว Honda Forza 750

รีวิว Honda Forza 750 2025 กับ 5 คำถามสงสัย ที่ต้องตอบ..ก่อนซื้อ ใครที่กำลังมองหาบิ๊กสกูตเตอร์รุ่นนี้ มาดูกันก่อน หากคุณมีครบ 5 สิ่งนี้ ซื้อเลย!!

Aleix Espargaro คอนเฟิร์ม “เครื่อง Honda ไม่ได้มีปัญหา”

Aleix Espargaro คอนเฟิร์ม “เครื่อง Honda ไม่ได้มีปัญหา” Aleix Espargaro นักบิดสัญชาติสเปนที่ได้ทำการประกาศรีไทร์จากการแข่งขันเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบันได้ทำหน้าที่ในการเป็นนักทดสอบรถจักรยานยนต์ (Test Rider) ให้กับทีม Honda ในฤดูกาล 2025 ซึ่งในการแข่งขันสนามเฆเรซ ประเทศสเปนที่ผ่านมา นักบิดจากแดนกระทิงดุรายนี้ก็ได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดเข้าร่วมทำการแข่งขันภายใต้ทีม Honda HRC Test Team ในการแข่งขันสนามดังกล่าวเจ้าตัวก็ทำได้ดีที่สุดด้วยการจบในอันดับที่ 14 ของตารางก่อนที่จะถูกกฎแรงดันลมยางเล่นงานบวกเพิ่มอีก 16 วินาที ทำให้นักบิดรายนี้หล่นไปจบในอันดับที่ 17 ของตาราง ซึ่งหลังจากที่จบการแข่งขัน อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่ ก็ได้ออกมาเผยว่าปัญหาใหญ่ที่ทีม Honda เผชิญอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาในด้านของเครื่องยนต์ แต่เป็นปัญหาเรื่องของ ‘แรงสั่นสะเทือน’ แม้การแข่งขันที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปนจะช่วยลดข้อด้อย กลบจุดอ่อนในเรื่องของเครื่องยนต์ที่ถูกติดตั้งในรถ RC213V เพราะลักษณะสนามมีเส้นทางที่ค่อนข้างคดเคี้ยว “แน่นอนว่าเรายังต้องพัฒนาส่วนเครื่องยนต์ต่อไป แต่ในมุมมองของผม เครื่องยนต์ไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด แต่ปัญหาหลักคือแรงสั่นสะเทือน” “ตอนที่ตามหลัง Marc อยู่สองรอบนั้น ผมตั้งใจมาก พยายามตาม พยายามเรียนรู้วิธีไล่ตามให้ได้ ในช่วงเบรกหนัก รถ Honda ทำได้ดี แต่ในโค้งเร็ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตาม Ducati ได้ เพราะแรงสั่นสะเทือนมันรุนแรงมาก” “ตรงจุดนั้นเรายังขาดอยู่ เราต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น” เหล่านักแข่งทีมฮอนด้า ทั้งทีมโรงงาน และทีมแซทเทิลไลท์จะลงทำการแข่งขันในสนามที่ 6 ของฤดูกาลในรายการ Michelin® Grand Prix of France ที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศสในช่วงระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เธอต้องมีฉัน ! LCR Team ยันอยู่คู่ฮอนด้าต่อไปแม้จะมีเปลี่ยนกฎในปี 2027

เธอต้องมีฉัน ! LCR Team ยันอยู่คู่ฮอนด้าต่อไปแม้จะมีเปลี่ยนกฎในปี 2027 LCR Team และค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Honda ถือเป็นพันธมิตรน้ำดีกันมาอย่างยาวนาน และมีแนวโน้มที่จะเป็นคู่บุญกันแบบนี้ต่อไป แม้จะมีการเปลี่ยนกฎการแข่งขันใหม่ในปี 2027 ก็ตาม ลูซิโอ เชคคิเนลโล อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี และหัวหน้าทีม LCR ได้ออกมาเผยกับสื่อตาลี GPOne เกี่ยวกับการที่ทีมได้ต่อสัญญาปัจจุบันกับ Honda ไปจนถึงสิ้นปี 2026 และมีตัวเลือกในการอยู่ต่อในปี 2027 หากมีการลงนามในข้อตกลงใหม่กับ Dorna Sports “สัญญาของเรากับทีม HRC (Honda Racing Corporation) ตามเดิมจะหมดสัญญาลงในช่วงสิ้นปี 2024 แต่เราก็ไม่รอช้าสำหรับเรื่องนี้ ทางเรา (LCR) ต่อสัญญาไปแล้วตั้งแต่ช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา สำหรับอีกสองปีข้่างหน้าคือปี 2025 และ 2026” “ไม่เพียงแค่ต่อสัญญาเพิ่มอีก 2 ปี แต่เรายังมีสัญญาข้อตกลงสำหรับปี 2027 เพิ่มอีกด้วย แต่ข้อตกลงนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อทางเราได้รับการยินยอมจากทาง Dorna Sport ให้ทีมเข้าร่วมแข่งขันภายใต้กฎใหม่ในปี 2027”  “และเมื่อข้อตกลงดังกล่าวได้รับการยินยอม จะทำให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งของกริดสตาร์ทในการแข่งขัน MotoGP ต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2027 ถึงปี 2031” ซึ่งข้อตกลงในการเข้าร่วมการแข่งขันไม่เพียงเฉพาะทีม LCR แต่ทีมอื่น ๆ เองก็ต้องได้รับการยินยอมจากทาง Dorna Sport เช่นเดียวกัน ซึ่งภายใต้การเปลี่ยนกฎการแข่งขันจะเปลี่ยนเครื่องยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันจากเดิม 1000 ซีซี เหลือเพียง 850 ซีซี เท่านั้น และยังรวมไปถึงการลดบทบาทในด้านของอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ ในด้านของอากาศพลศาสตร์ (Aero Dynamic) และการห้ามใช้ในส่วนของอุปกรณ์ปรับความสูงของตัวรถ โดยทางค่ายปีกนกเองก็หวังว่าภายในการปรับเปลี่ยนกฎใหม่ในการแข่งขันปี 2027 นี้จะทำให้ทางค่ายได้กลับมายืนอยู่ในจุดเริ่มต้นของการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ในช่วงหลังมานี้ทางค่ายเองก็ประสบปัญหาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับตัวรถ และเทคนิคต่าง ๆ อย่างไรก็ตามในการแข่งขันฤดูกาล 2025 นี้หลังผ่านการแข่งขันไปทั้งสิ้น 5 สนาม ถือว่าเป็นการเริ่มต้นปฏิทินการแข่งขันได้อย่างน่าสนใจ เพราะนักแข่งหมายเลข 5 ของทีม Castrol Honda LCR อย่าง โยฮันน์ ซาร์โก้ก็สามารถฝ่าธงหมากรุกในตำแหน่งท็อปไฟว์ได้ในการแข่งขันสนามที่ประเทศกาตาร์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Johann Zarco – ‘พัฒนาแค่คนขี่ เครื่องยนต์ยังไม่ต้อง’

Johann Zarco – ‘พัฒนาแค่คนขี่ เครื่องยนต์ยังไม่ต้อง’ Johann Zarco จอมเก๋าของทีม CASTROL Honda LCR ทีมเมทของ ‘ก้อง’ สมเกียรติ จันทรานักบิดสัญชาติไทยในการแข่งขันรายการ MotoGP ในฤดูกาล 2025 โดยนักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้ออกมาเผยว่าการปรับเซ็ตตัวรถ RC213V ในปัจจุบันสามารถทำตัวเขาขับขี่ได้ดีขึ้น พร้อมยืนยันว่าเครื่องยนต์ใหม่ยังไม่ใช่สิ่งจำเป็นในตอนนี้  นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้เผยว่าเขาพร้อมที่จะรอเครื่องยนต์แบบใหม่จากทางฮอนด้า แม้การพัฒนาครั้งใหญ่จะต้องรอถึงปี 2027 ก็ตามที โดยซาร์โก้เผยว่าเขาสามารถพัฒนาในด้านของความรู้สึกของตัวรถ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างชัดเจนในระหว่างการทดสอบ MotoGP หลังจบการแข่งขันที่เฆเรซ ประเทศสเปน “ในการแข่งขันสนามล่าสุด (เฆเรซ) ผมคิดว่ามันเป็นสุดสัปดาห์ที่ยากสำหรับผม ดังนั้นในการทดสอบผมจึงลองปรับเซ็ตรถเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา เพราะมันค่อนข้างมันหายไปเยอะ แต่แค่เปลี่ยนบางจุดเล็ก ๆ ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ และตั้งแต่รันที่สองเราก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้ว” “หลังจากนั้นเราก็ทดสอบในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม ผมยังไม่ได้ลองเครื่องยนต์ใหม่ เพราะตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้ สิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว และเรายังรู้สึกว่ายังพัฒนาต่อได้อีก โดยเฉพาะในเรื่องความรู้สึกของเอนจิ้นเบรก และการเข้าใจช่วงจากเบรกถึงจุดเข้าโค้งให้ดีขึ้น” “ผมไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเมื่อไรจะได้ใช้ และผมก็ไม่อยากรู้ด้วย เพราะตอนนี้ผมอยากโฟกัสกับความรู้สึกที่กำลังพัฒนาขึ้นกับรถ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ผมแข็งแกร่งที่สุดสำหรับการแข่งขันในสนามต่อไป” โดยปัจจุบันผลงานโดยรวมของนักแข่งจากทีมฮอนด้าทั้ง 4 คน ซาร์โก้ ถือว่าเป็นนักแข่งที่มีผลงานดีที่สุดในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวอยู่ในอันดับที่ 7 ของตาราง สะสมได้ 43 คะแนน นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้จะลงทำการแข่งขันที่สนามบ้านเกิดของตัวเอง ในรายการ Michelin® Grand Prix de France ที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส ในระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม – 11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda PCX สกูตเตอร์พรีเมียม ที่ครองใจคนไทยมามากกว่า 10 ปี

Honda PCX สกูตเตอร์พรีเมียมที่ครองใจคนไทยมามากกว่า 10 ปี Honda PCX ถ้าในเวลานี้พูดชื่อโมเดลนี้ออกไปก็คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นรถอีกหนึ่งโมเดลที่ครองใจประชาชนในหลายช่วงวัยมาอย่างยาวนาน ซึ่งเจ้ารถคันนี้จัดเป็นรถจักรยานยนต์ประเภทสกูตเตอร์พรีเมียมที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยมามากกว่า 10 ปี โดยโมเดลนี้เริ่มทำตลาดในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2552 ซึ่งบวกลบคูณหารดูแล้วก็มีอายุกว่า 16 ปีเข้าไปแล้ว การันตีความขายดีอย่างเทน้ำ เทท่า ด้วยจำนวนรถที่เห็นด้วยสายตาบนท้องถนนว่ารถจักรยานยนต์โมเดลนี้มันยอดฮิตมากขนาดไหน ซึ่งในบทความนี้จะมาพูดถึงวิวัฒนาการทั้ง 5 โฉมของเจ้ารุ่นนี้กัน  ย้อนช่วงเวลากลับไปในปี 2552 ถ้าหากให้ยกตัวอย่างรถจักรยานยนต์ประเภทสกูตเตอร์ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยเอาแบบชนิดที่ว่ารถจักรยานยนต์คันนี้เปรียบเป็น ‘ยาสามัญประจำบ้าน’ ก็คงจะหนีไม่พ้นรถไซส์เล็กขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 125 ซีซีอย่าง Honda Scoopy หรือไม่ก็เป็น Honda Click ซึ่งก็ครองใจประชาชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน อาจจะด้วยเพราะเหตุผลของความเป็นรถขนาดเล็กที่เน้นความคล่องตัว รวมไปถึงการขับขี่ใช้สอยในชีวิตประจำวันก็อาจจะมองว่า ‘เพียงพอแล้ว’ สำหรับเครื่องยนต์ไซส์นี้ Honda PCX 125 ช่วงปี 2010-2012 แต่แล้วในช่วงเดือนพฤศจิกายนของปี 2552 ทางบริษัทไทยฮอนด้าก็ได้ส่งหนึ่งโมเดลมาเขย่าวงการรถจักรยานยนต์สกูตเตอร์พิกัด 125 ซีซี กับรถจักรยานยนต์ที่มีชื่อว่า ‘Honda PCX’ โดยเจ้าสกูตเตอร์คันนี้มาพร้อมดีไซน์ที่ออกแนวเน้นไปทางความเป็นพรีเมียม หรูหรา และพ่วงมาด้วยความทันสมัย ซึ่งสร้างความฮือฮาได้พอสมควร  ซึ่งขุมพลังของรถคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำขนาดเครื่องยนต์ 124.9 ซีซี พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 11.17 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 11.56 นิวตันเมตร โดยจุดเด่นไฮไลท์ของรถในโมเดลดังกล่าวมาพร้อมเทคโนโลยีหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่ง (idling Stop System) เพื่อประหยัดน้ำมัน และช่วยลดมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม ราคาเปิดตัว : ไม่มีข้อมูลปรากฎ Honda PCX 150 Generation 1 ช่วงปี 2012-2014 หลังจากที่กระแสตอบรับจากเจนแรกไปในทิศทางที่ดี สองปีให้หลังจากการเปิดตัวเจนแรก ทางบริษัทไทยฮอนด้าก็ได้ทำการปรับปรุงเจ้าพีซีเอ็กซ์คันนี้ด้วยการขยายความจุมากยิ่งขึ้น จากเครื่องยนต์ 125 ซีซีเป็นเครื่องยนต์ขนาด 150 ซีซี เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 13.4 แรงม้าพร้อมแรงบิด 13.1 นิวตันเมตร Honda PCX 150 Generation 2 ช่วงปี 2014-2017 เมื่อระยะเวลาการทำตลาดของเจนแรกผ่านมาได้พอสมควร และผลตอบรับก็ถือว่าใช้ได้ ทางไทยฮอนด้าเห็นความยอดนิยมของรถในโมเดลนี้ จึงถึงเวลาแล้วที่จะทำการ ‘ปรับปรุงใบหน้าใหม่’ เพราะในเจนที่ 3 ของรถจักรยานยนต์โมเดลนี้เรียกได้ว่าเปลี่ยนหน้าใหม่ให้หล่อเหลายิ่งกว่าเดิม จากเดิมที่ในเจนก่อนส่วนของบริเวณด้านหน้าของตัวรถก็ดูเหมือนจะอ้วน ๆ กลม ๆ แต่เมื่อได้ถึงคราวไมเนอร์เชนจ์ทางฮอนด้าก็ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ มิติตัวรถเหมือนถูกรีดให้มีเส้นสายเพิ่มความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ด้านหน้าของตัวรถมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ไฟหน้าแบบ Dual LED Head Light ที่มาพร้อมไฟเลี้ยว และไฟท้ายแบบ LED ทั้งหมด บริเวณหน้าจอเรือนไมล์มีการปรับเปลี่ยน และจัดวางตำแหน่งใหม่ผสมความเป็นจอแบบอนาล็อก และดิจิตอล ด้านซ้ายหน้าของตัวรถมีช่องสำหรับใส่ของพร้อมช่องจ่ายไฟ รายละเอียดของเครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยน้ำ เครื่องยนต์ขนาด 149.3 ซีซี พละกำลังเครื่องยนต์อยู่ที่ 13.1 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 13.4 นิวตันเมตร จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FI มาพร้อมความจุถังน้ำมันขนาด 8 ลิตร และในโฉมปี 2016 โมเดลนี้ก็ได้สร้างปรากฎการณ์ความล้ำสมัยอีกครั้ง ด้วยการเปลี่ยนจากไขกุญแจสตาร์ทเป็นระบบสมาร์ทคีย์ ไม่ต้องเสียบกุญแจอีกต่อไป เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ เพียงแค่พกรีโมทไว้กับตัว สามารถสตาร์ทรถ ปลดล็อกเบาะ และเปิดฝาถังน้ำมันได้ง่ายดาย อีกทั้งยังมาด้วยระบบสัญญาณกันขโมย และฟังก์ชันค้นหารถซึ่งสามารถกดปุ่มบนรีโมทเพื่อส่งสัญญาณเสียงและไฟ เพื่อระบุตำแหน่งรถในที่จอด​ ราคาเปิดตัว : 82,300 บาท Honda PCX 150 Generation 3 ช่วงปี 2018-2021 ยังคงพัฒนากันอย่างต่อเนื่องสำหรับสกูตเตอร์พรีเมียมยอดนิยมในประเทศไทยในปี 2018 ทางไทยฮอนด้าก็ได้ทำการปรับปรุงใหญ่อีกครั้ง โดยในหนนี้ก็มีการปรับหน้าใหม่ให้ดูมีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น พร้อมไฟท้ายที่มีการปรับใหม่เช่นเดียวกันเป็นรูปแบบอักษร X และในส่วนของเรือนไมล์ในเจนที่ 3 นี้เรียกได้ว่าเป็นดิจิตอลแบบเต็มระบบอีกทั้งยังแสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน อีกทั้งยังมีการออกแบบหน้าจอที่มองง่ายมากขึ้นกว่าเดิมรับกับระดับสายตาของผู้ขับขี่ มิติตัวรถในเจนที่ 3 นี้เพิ่มเส้นสายความเป็นสปอร์ต แต่ก็ยังคงความพรีเมียม ดูผิวเผินเหมือนจะดูมีน้ำมีนวลมากกว่าเจนที่ 2 อยู่เล็กน้อย และในส่วนของเครื่องยนต์ขุมพลังก็เป็นเครื่องยนต์เดียวกันกับเจนที่ 2 ทุกประการ และในเจนที่ 3

ฮอนด้าพร้อมทุ่ม 400 ล้านดึง เปโดร อคอสต้า เข้าร่วมทีม

ฮอนด้าพร้อมทุ่ม 400 ล้านดึง เปโดร อคอสต้า เข้าร่วมทีม มีข่าวหลุดออกมาอย่างไม่พักสำหรับนักบิดดาวรุ่งจากค่ายผู้ผลิตสัญชาติออสเตรียเจ้าของฉายา ‘Baby Shark’ เปโดร อคอสต้า หนึ่งในนักแข่งดาวรุ่งคนสำคัญของทีม KTM ที่ตอนนี้ถูกเชื่อมโยงกับทางค่ายผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Honda ที่เตรียมทุ่มเงินถึงแปดหลักในการกระชากนักบิดสัญชาติสเปนวัย 20 ปีรายนี้มาร่วมทัพ ทีมผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นอดีตต้นสังกัดของแชมป์โลก 8 สมัยมองว่าอคอสต้ามีความสามารถมากพอในการจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทีมยุคใหม่ และคาดว่าจะสามารถพาทีมฮอนด้ากลับสู่ความยิ่งใหญ่ในการแข่งขัน MotoGP ได้อีกครั้ง  ตามรายงานของ Speedweek เว็บไซต์ข่าวกีฬาสัญชาติเยอรมันออกมาเผยว่าฮอนด้าพร้อมยื่นข้อเสนอสุดอลังการด้วยมูลค่าสูงถึง 30 ล้านยูโร ซึ่งจากรายงานไม่ได้ระบุระยะเวลาของสัญญาไว้อย่างชัดเจน แต่ถ้าหากข้อเสนอสัญญาเซ็นกันที่ 3 ปี เท่ากับว่านักบิดเจ้าของหมายเลข 37 รายนี้จะได้รับค่าตัวอยู่ที่ 10 ล้านยูโรต่อฤดูกาล ซึ่งจะส่งผลให้เจ้าตัวขยับขึ้นมาเป็นนักบิดที่มีรายได้ 10 ล้านยูโรต่อฤดูกาล แต่เป็นรองฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ จากทีมโรงงาน Yamaha ที่มีรายได้สูงที่สุดอยู่ที่ปีละ 12 ล้านยูโร แต่ถึงอย่างไรก็ตามฮอนด้าก็ไม่ใช่ผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับเปโดร อคอสต้า แต่เรื่องของ ‘ความสามารถในการจ่าย’ ทางผู้ผลิตรายนี้ก็ถือว่าเป็นทีมที่กระเป๋าหนักอยู่อันดับต้น ๆ และถึงแม้ว่าตัวแข่งของทีมอย่าง RC213V อาจจะยังไม่ได้มีความน่าอิจฉามากนัก แต่เมื่อเข้าสู่การแข่งขันฤดูกาล 2025 ฮอนด้าก็มีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดมากขึ้น หลังผ่านการแข่งขันไปสี่สนามตารางคะแนนของผู้ผลิตฮอนด้ารั้งอันดับที่สองของตารางคะแนนตามหลังดูคาติเพียงรายเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทางฮอนด้าก็มีความเชื่อว่าตัวแข่งอย่าง RC213V อาจกลับมาแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในปี 2027 เมื่อมีการเปลี่ยนกฎเกี่ยวกับเรื่องของเทคนิคตัวรถ  ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันนักบิดเจ้าของหมายเลข 37 รายนี้ถือว่าประสบปัญหาในการแข่งขันปีนี้กับรถ KTM อยู่พอสมควร การที่ตัวรถไม่สามารถก้าวขึ้นไปต่อสู้กับทีมชั้นนำได้อีกทั้งยังมีปัญหาเกี่ยวกับอาการรถสั่นเข้ามาร่วมด้วย แม้จะมีปัญหาดังกล่าวแต่อคอสต้าเองก็ยังยืนยันจะอยู่เคียงข้างกับทีมผู้ผลิตที่ให้โอกาสเขาก้าวขึ้นสู่ MotoGP แต่ทาง KTM เองก็รู้ดีถึงปัญหาตรงนี้ พร้อมทั้งการเผชิญแรงกดดันในการที่จะต้องพัฒนารถแข่งที่สามารถพาให้พวกเขาคว้าชัยชนะให้ได้ เพื่อไม่ให้เสียหนึ่งในนักบิดดาวรุ่งระดับแนวหน้าของวงการไปจากทีม  ซึ่งคู่แข่งของทางฮอนด้าในการดึงตัวเปโดร อคอสต้าเข้ามาร่วมทีมก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นค่ายรถที่ยืนอยู่ในอันดับที่หนึ่งของตารางคะแนนอยู่ตอนนี้อย่าง ‘คูคาติ’ ซึ่งอคอสต้าอาจถูกล่อลวงด้วยข้อเสนอที่อาจจะได้ใช้รถสเปคเทียบเท่าทีมโรงงานในการแข่งขัน ที่ดูคาติมีเอี่ยวในการดึงตัวก็ไม่ใช่เหตุผลอื่นใดแต่เป็นเพราะ วาเลนติโน่ รอสซี่ หัวเรือของทีม VR46 เพิ่งแสดงความชื่นชมในตัวอคอสต้าระหว่างการแข่งขัน MotoGP ที่ประเทศกาตาร์ ถึงอย่างไรก็ตามแต่ KTM ก็ยังคงมั่นใจ โดยพวกเขาได้จับอคอสต้าเซ็นสัญญาระยะยาว ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการรั้งตัวเขาไว้ บอสของ KTM อย่าง พิต เบียร์เรอร์ ก็ได้ออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า อคอสต้ายังคงมีสัญญากับทีม แม้จะมีความสนใจจากทีมคู่แข่งมากมาย อคอสต้าจะยังคงอยู่กับผู้ผลิตสัญชาติออสเตรียต่อไป หรือกระโดดออกไปหาความท้าทายกับผู้ผลิตรายอื่นตอนนี้ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม โดยการแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลจะไปแข่งขันกันที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปนในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Goldwing GL1000 1975 ตำนานทัวริ่งตัวพ่อ จากแดนไซตามะ

Goldwing GL1000 1975 ตำนานทัวริ่งตัวพ่อ จากแดนไซตามะ เจอรถแรงมันจะว้าวเท่ารถตำนานจริงหรือ ? คำตอบนี้อาจมีในใจหลาย ๆ คน ซึ่งเดาว่าไม่ใช่คำตอบในทิศทางเดียวกันแน่นอน เพราะฉะนั้น..แอดไม่ขอฟันธง (ฮ่าๆ) แต่ครั้งนี้จะพาบินลัดฟ้า ข้ามทวีปสู่ดินแดนตาน้ำข้าวของยุโรปมาชมโมเดลที่น่าสนใจภายในงาน London Motorcycle show 2025 ที่จัดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา กับโฉมตำนานซุปเปอร์ทัวเรอร์ต้นฉบับรถเดินทางที่ใหญ่ที่สุด Goldwing GL1000 1975 จัดมาโชว์ให้แฟน ๆ สองล้อได้เห็นให้หายคิดถึงกันแล้ว  มองผ่านแว้บแรกคือ..โอ้วว้าว เฟิร์สอิมเพรสชันในความสวยงามพรีเมียมรุ่นนี้ก็พาตกหลุมรักซะแล้ว ด้วยความที่เป็นมอเตอร์ไซค์แห่งยุคเจ็นแรก ๆ และเป็นต้นกำเนิดของเจ้าโกลวิงค์ไฮเทคบล็อกเครื่อง 6 สูบในปัจจุบัน สำหรับเรื่องของการดีไซน์ของเจ้ารุ่นนี้ต้องบอกว่าออกแบบคล้ายคลึงกับเจ้า CB750 ซูเปอร์ไบค์คันแรกของทางค่ายไว้หลายประการทั้ง ไฟกลมคลาสสิก หัวฉีดคาร์บู ถังหยดน้ำ หน้าปัดอนาล็อกและชิ้นส่วนโครเมียม ใช้เฉดสีย้อนยุคสวมเบาะหนัง ที่แอบให้กลิ่นอายถึงความเป็นร็อคสตาร์ในปี 60 แม้ไม่ใช่รถต้นดกำเนิดจากยุโรปแท้ ๆ ก็เถอะ แต่ในความเหมือนก็มีความต่าง โดยเฉพาะเจ้าทัวร์เรอร์รุ่นนี้จะใช้เครื่องยนต์ 4 สูบบ็อกเซอร์ ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ใช้ระบบเกียร์ 5 สปีดขับเคลื่อนด้วยเพลาขับที่ให้กำลังแรงม้าถึง 80 แรงม้าที่ 7,500 รอบ แรงบิด 82 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ต่างกันกับเครื่องยนต์สี่สูบเรียงของเจ้า CB750 ต้นแบบของโมเดลฮอนด้าในปัจจุบัน และทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของความสะดวกสบายที่ออกแบบมาให้กับรถลักษณะทรงยาว เบาะต่ำ แฮนด์สูง นั่งแล้วหลังตรง ขี่สบายแต่ก็อาจจะแอบร้อนขาหน่อย ๆ ถ้าหากไม่มีอะไรป้องกัน (พูดเหมือนจะได้ขี่งั้นแหล่ะ) ขณะที่ช่วงล่างออกแบบมาได้อย่างเหมาะเจาะ กับโช้คเทเลสโคปิกด้านหน้า และโช้คสปริงคู่ด้านล่าง ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกคู่ 296 มม. (ปั้ม 2 ลูกสูบ) ดิสก์เบรกเดี่ยว 300 มม.ด้านหลัง ล้อหน้า 19 ล้อหลัง 17 นิ้ว แบบซี่ลวด รัดด้วยยางแบบใช้ยางในตามฉบับคลาสสิกยุคก่อนมาให้นั่นเอง  ซึ่งในตลาดมือสองยังคงมีจำหน่ายให้เห็นบ้าง แต่ถ้าหากรุ่นปี 1975 ที่ถือว่าเป็นรุ่นบุกเบิกของรถมอเตอร์ไซค์นับว่าหาได้ยากมาก ๆ ในยุคนี้ ใครมีสะสมก็เก็บไว้ให้ดีทีเดียว ราคาคงแพงหูฉี่อย่างแน่นอน จะได้ไม่ต้องมางมหาให้ดูเหมือนแอดมินนะคร้าบ หากมีรถแรร์รุ่นไหนที่น่าสนใจ บอกแอดได้นะ..ไม่พลาดอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

โยฮันน์ ซาร์โก้ งัดฟอร์มเจ๋งให้ฮอนด้าในศึก QatarGP25

โยฮันน์ ซาร์โก้ งัดฟอร์มเจ๋งให้ฮอนด้าในศึก QatarGP25 โยฮันน์ ซาร์โก้ นักบิดสายเลือดจากแดนน้ำหอมโชว์ฟอร์มร้อน คว้าอันดับสี่ในการแข่งขัน QatarGP ในช่วงวันที่ 11-13 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นผลงานในการแข่งขันเมนเรซดีที่สุดของค่ายฮอนด้านับตั้งแต่มาร์ก มาร์เกซขึ้นโพเดียมอันดับที่สามในศึกการแข่งขัน Motul Grand Prix of Japan ปี 2023  โดยนี่ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของซาร์โก้ นับตั้งแต่เข้าร่วมทีม LCR และยังเป็นผลงานการแข่งขันที่ดีที่สุดของฮอนด้าตั้งแต่ มาร์ค มาร์เกซ ขึ้นโพเดียมในศึกกรังด์ปรีซ์ญี่ปุ่นปี 2023 โดยซาร์โก้ออกสตาร์ตจากกริดที่ 7 และทำการออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับในรอบสปรินต์เมื่อวันเสาร์ ก่อนจะยืนระยะในกลุ่มหน้าตลอดการแข่งขัน ในรอบที่ 12 ถึง 19 ซาร์โก้สามารถแซงหน้าแฟรงโก้ มอร์บิเดลลี่ ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่ลุ้นโพเดียม ก่อนที่นักบิด VR46 จะสวนคืนในช่วงสามรอบสุดท้าย “การได้สู้เพื่อโพเดียม และมีเพซรวมถึงความรู้สึกแบบนี้บนรถ มันสุดยอดจริง ๆ ผมมีความสุขมาก เพราะผมสามารถรักษาเพซที่ดีเยี่ยมไว้ได้ และการที่ผมมี ‘โพเดียมเพซ’ แบบนี้ มันเยี่ยมมาก ผมแข่งก็เพราะสิ่งนี้แหละ ผมรักมัน!” สลิปสตรีมเป็นประโยชน์ในศึก QatarGP อย่างที่ทราบกันดีเกี่ยวกับปัญหาของ RC213V จากค่ายฮอนด้าเกี่ยวกับความเร็วปลาย และอัตราเร่งที่เป็นรอง “ผมรู้ว่าถ้าผมสามารถเกาะอยู่หลังกลุ่มผู้นำตรงโค้งสุดท้ายได้ แล้วใช้สลิปสตรีม ผมจะเซฟเวลาได้ราว ๆ สองในสิบวินาทีต่อรอบ” เขาอธิบาย “แต่ถ้าวิ่งคนเดียว ผมอาจจะเสียเวลานิดหน่อย ดังนั้นสลิปสตรีมจึงช่วยได้มากจริง ๆ”   “แต่ถึงไม่มีมัน เราก็พัฒนาขึ้นอยู่ดี ตอนนี้รถคันนี้กลายเป็นของผมแล้ว – ผมรู้วิธีควบคุมมัน และสามารถปรับสไตล์การขี่ให้เข้ากับมันได้ดีขึ้นในแต่ละสนาม” “ช่วงที่ยากที่สุดของการแข่งขันคือตอนที่พยายามจะตามเป็กโก้ให้ทัน แต่ก็ไม่สามารถทิ้งระยะห่างจากคนข้างหลังได้” เขากล่าว “ตอนที่มอร์บิเดลลี่แซงผมอีกครั้ง ผมก็เห็นว่าอัลเดเกร์ก็ตามมาแล้วเหมือนกัน ผมเลยพยายามทำเต็มที่เพื่ออยู่ใกล้ที่สุด ผมสามารถรักษาอันดับ 5 ไว้ได้ – และจากโทษที่เกิดขึ้น เราก็ขยับเป็นอันดับ 4” “เรามีอาการสั่นนิดหน่อย แต่ก็อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ผมสามารถปรับการขี่ของตัวเองเพื่อรับมือกับปัญหา มันดีมากที่ได้ยืนยันว่า ความเร็วของเรากำลังมา และทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม” เมื่อ MotoGP กำลังจะกลับไปแข่งขันที่ยุโรปในสนามเฆเรซ ซาร์โก้ก็ยังมองโลกในแง่ดีว่า “เรากำลังก้าวหน้าอย่างมั่นคง และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” นักแข่งเจ้าของหมายเลข 5 รายนี้ และทีมฮอนด้าจะลงแข่งในสนามที่ห้าของฤดูกาลที่ประเทศสเปนในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รู้ก่อนตัดสินใจ : ตารางเปรียบเทียบเงินเดือน vs มอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสม

ผ่อนมอเตอร์ไซค์ เงินเดือน ต้องเท่าไหร่ จึงจะสามารถผ่อนได้แบบ 'ไม่เจ็บตัว' ใน SuperBike บทความนี้ เราจะมาแนะแนวทริคดี ๆ พร้อมรายละเอียดดังนี้

‘ดีนะ แต่สนามต้องปรับอีกเยอะ !’ ลูก้า มารินี รับดีใจบราซิลกลับสู่ MotoGP

‘ดีนะ แต่สนามต้องปรับอีกเยอะ !’ ลูก้า มารินี รับดีใจบราซิลกลับสู่ MotoGP ลูก้า มารินี นักแข่งจากทีมโรงงานของฮอนด้าในศึกการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยความรู้สึกว่าตนนั้นรู้ชื่นชม และดีใจที่จะมีสนามที่ประเทศบราซิลกลับมาปรากฎอีกครั้งในปฏิทินการแข่งขัน แต่อีกแง่นึงก็คิดว่าสนามที่จะนำมาใช้ในการจัดการแข่งขันยังต้องมีการปรับปรุงอีกเยอะ สนามในเมืองโกยาเนียอย่าง สนามแข่ง Autódromo de Interlagos (Ayrton Senna) ของประเทศบราซิล เป็นหนึ่งในสนามที่เป็นตัวเต็งในการนำมาใช้ในการจัดการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2026 ซึ่งการแข่งขันรอบใหม่ในทวีปอเมริกาใต้รายการนี้ มีกำหนดเข้าปฏิทินในปี 2026 ตามสัญญาระยะเวลา 5 ปี และคาดว่าจะถูกจัดควบคู่กับสนามอาร์เจนตินาหรือออสติน ซึ่งเป็นสนามที่ 2 และ 3 ของฤดูกาลนี้  แต่ก่อนที่บราซิลจะได้กลับมาจัดการแข่งขันโมโตจีพีอีกครั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004 สนามโกยาเนียจะต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อให้ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่โมโตจีพีกำหนด ซึ่งลูก้า มารินี นักแข่งจากทีมฮอนด้าก็ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวนี้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็มีหลายจุดที่น่าเป็นห่วง รวมไปถึงเรื่องของความปลอดภัยที่ยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าที่ควร  “พวกเขาต้องทำงานอีกเยอะ ทั้งในส่วนของแทร็กและสิ่งอำนวยความสะดวก ภายในหนึ่งปี เราหวังว่าทุกอย่างจะพร้อม” เขากล่าวเสริม “พวกเขาสัญญากับเราว่าจะเร่งมือเต็มที่ เพราะมีความสนใจอย่างมากในการจัดการแข่งขันครั้งนี้” “สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย ในความเห็นของผม เพราะมันเป็นสนามที่เร็วมาก และมีโค้งเร็วหลายจุด นั่นหมายความว่าเราต้องมีพื้นที่เซฟโซน (runoff area) ที่ดี เพราะเลย์เอาต์ของสนามค่อนข้างเร็ว และเวลาต่อรอบจะสั้นมาก” “สั้นกว่าซัคเซ่นริงเสียอีก” แต่ตรงกันข้ามกับสนามเยอรมันที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วเฉลี่ยต่ำ เขาคาดว่าสนามโกยาเนียจะมี “ความเร็วเฉลี่ยสูงมาก ทางตรงยาว และมีหลายโค้งที่ใช้เกียร์ 3 หรือ 4” “มีบางโค้งแคบที่ลดความเร็วเฉลี่ยลงบ้าง แต่โดยรวมแล้วดูเหมือนจะค่อนข้างเร็ว เราต้องรอดูอีกทีเมื่อใช้รถ MotoGP จริง ๆ รวมถึงตอนที่มีการติดตั้งเคอร์บใหม่ ปูแอสฟัลต์ใหม่ และมีทุกอย่างครบแล้ว เพราะเมื่อนั้นสภาพแทร็กจะดีขึ้นมาก” นักแข่งหมายเลข 10 จากทีมโรงงานฮอนด้ารายนี้จะลงแข่งขันในนัดที่สี่ของฤดูกาลที่สนามลูเซล อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Dax JZO Craft แด๊กซ์อ้วน ตัวซิ่ง จากไต้หวัน

Honda Dax JZO Craft แด๊กซ์อ้วน ตัวซิ่ง จากไต้หวัน พามาชมรถแต่งต่างประเทศที่น่าสนใจ ภายในงานประกวดรถแต่งที่ประเทศไต้หวันที่ผ่านมาอย่าง “Speed and Crafts” และเป็นโมเดลที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศในการแข่งขันอีกด้วย กับ Honda Dax JZO Craft สุดเจ๋งรุ่นนี้ซึ่งต้องบอกว่า สวย จ๊าบ ทีเดียว หากมองแว้บแรกก็ไม่ทราบหรอก ยัดล้อดึงอาร์มใส่ยางมาไซส์ใหญ่บวกกับตัวโครงมหึมา แต่พอมองเครื่องแล้วก็แอบรู้สึก เอ๊ะ! ทำไมมันแปลก ๆ พิลึกพิกล นึกว่ารถ สี่ร้อยห้าร้อยซีซีแต่มีเสื้อลมอยู่กระจ๋อยนึงแอบทำเอาหลุดขำแต่นั้นก็ช่างมันเถอะ เขาออกแบบมาได้สวยงามทีเดียว ถ้ามีให้จองก็เอานะ..น่าสะสม สำหรับโครงประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของตัวรถประกอบด้วยชิ้นส่วนที่ทำจากอลูมิเนียมและไทเทเนียม เป็นผลงานดัดแปลงร่วมกันของ JZO Craft  และ Kunimoto Hidetoshi มาพร้อมกับช่วงล่างจาก RacingBros และสามารถปรับคอนโทรลได้ด้วยรีโหมด ล้อ 12 นิ้วแบบหลายชิ้นจาก Monkey Kit หุ้มด้วยยางสลิกไซส์ใหญ่ บวกกับระบบเบรกที่ได้รับการอัปเกรด โดยใช้คาลิเปอร์เรเดียลเม้าท์และผ้าเบรกเซรามิกล้อหน้า ส่วนล้อหลังประดับด้วยปั๊ม Brembo พร้อมผ้าเบรกเซรามิกเช่นกัน  สำหรับแฟริ่งด้านออกแบบดีไซน์ในสไตล์ของ Flat Tracker พร้อมระบบไฟ Baja เสริมความหล่อ ดุดัน ประดับหน้าจอด้วย aRacer iMode 5 ที่เชื่อมต่อบลูทูธ สามารถปรับจูนได้ ส่วนลวดลายกราฟิกต่าง ๆ ใช้ลักษณะเป็นลายกราฟิกที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก Honda  อีกหนึ่งจุดเด่นก็คือท่อไอเสียที่ออกแบบองศาพร้อมกับรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน เป็นลักษณะฟูลไทเทเนียมทั้งลำออกแบบให้ระนาบข้างตัวถังออกด้านท้ายคล้ายเครื่องยนต์เจ็ท ปิดด้วยพาร์ทแฟริ่งดูเนี๊ยบอย่างสวยงาม   นอกจากนี้ยังมีจุดอื่น ๆ เพิ่มเติมของรถรุ่นนี้ก็คือ  ปลอกแฮนด์ Domino และมือเบรกแต่ง ล้อดิสก์ 12 นิ้ว หุ้มด้วยยางสลิก เคสไฟหน้าแบบ Flat Tracker ถังน้ำมันอะลูมิเนียมซ่อนใต้เบาะที่ทำพิเศษ ไฟท้าย LED ขนาดเล็กใต้เบาะ ตัวถังอะลูมิเนียมที่ถูกประดิษฐ์พิเศษพร้อมงานสีสไตล์ Honda คลาสสิก แผงคอ CNC จาก GTR เพื่อใช้แฮนด์แบบคลิปออนแทนแฮนด์เดิม ระบบท่อไอเสียไทเทเนียมที่ทำด้วยมือซ่อนในตัวถัง นับว่าคัสตอมออกมาได้อย่างสวยงาม และหลาย ๆ คนคงอยากได้เจ้าแด๊กซ์รุ่นนี้กันใช่ไหมหล่ะครับ สมมติถ้าหากส่งรถไทยเข้าไปประกวดด้วยแล้วหล่ะก็ คิดว่าน่าจะสูสีไม่แพ้เช่นกัน (ฮ่าๆ) สำหรับรถแต่งรุ่นต่อไปจะเป็นรุ่นอะไรอย่าลืมติดตามข่าวสาร SuperBike ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda CB1000F Concept รถใหม่ สมัยลุง

รุ่นใหม่ สมัยลุง Honda CB1000F Concept คอนเซ็ปต์รุ่นนี้..อาจสานต่อถึงความเป็นตำนานของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า หลังมีข่าวการเปิดตัวโมเดล “เดอะ คิงส์ ออฟ รีเจ้นท์” อย่าง CB1300 Last Edition เวอร์ชันสุดท้ายและจะไม่มีการผลิตเกิดขึ้นอีกแล้ว และเกรงว่าการหายไปของตำนานเหล่านี้จะทำเอาเหล่าสาวกค่ายปีกนกไม่พอใจซักเท่าไหร่ ทางค่ายจึงสร้างใหม่มันซะเลยกับ Honda CB1000F Concept คอนเซ็ปต์ไบค์ทรงย้อนยุคที่กำลังจะเตรียมผลิตในเร็ว ๆ นี้ ดูละหม้ายคล้ายคลึง ตำนานต้นแบบ Honda CB-F ConCept CB1000F Concept CB-F Concept โดยคอนเซ็ปต์ดังกล่าวเคยถูกเปิดตัวออกมาให้ชมแล้วภายในงาน Osaka Motorcycle Show ที่ประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านมา กับรถทรงย้อนยุคที่ดูละหม้ายคล้ายคลึงกับโฉมต้นแบบของรถสไตล์เรโทรอย่าง Honda CB-F แต่เจ้ารุ่นนี้กลับมีสไตล์ที่ดูคลาสสิก โค้งมนและแอบดูโมเดิร์นทันสมัยมากกว่า ซึ่งการออกแบบถูกดึง DNA มาจาก CB750F ในปี 1979 พร้อมชุดสีที่ใช้แข่งขัน AMA Superbike ของ Freddie Spencer ในปีนั้น  ออกแบบแพลตฟอร์มเดียวกันกับเจ้า “แตนยักษ์” สิ่งที่ทำให้แตกต่างของ 2 คอนเซ็ปต์นี้ก็คือพื้นฐานแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบให้มีลักษณะแตกต่างกัน โดยเจ้า CB1000F จะพื้นฐานของเจ้า “แตนยักษ์” CB1000 Hornet ทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์ แชสซี สวิงอาร์มและระบบช่วงล่าง จึงทำให้เจ้า CB1000F รุ่นนี้ อาจมีคาแรคเตอร์ที่ใกล้เคียงกับเจ้าแตนยักษ์ แต่ต่างกันในเรื่องของสไตล์นั่นเอง ส่วนคอนเซ็ปต์ของ CB-F จะใช้พื้นฐานของ CB1000R ซึ่งมีราคาต้นทุนที่แพงกว่าและนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทางค่ายยังไม่มีคำสั่งผลิตอย่างจริงจัง เพราะอาจไม่คุ้มทุนนั่นเอง สำหรับสเปคคาดการณ์เป็นไปได้ก็คือ เครื่องยนต์สี่สูบเรียง พิกัด 1,000 ซีซี มีกำลังแรงม้าราว ๆ 150 แรงม้า แรงบิด 100 นิวตันเมตร ระบบช่วงล่างที่เป็นโช้คอัพจาก Showa และ เทคโนโลยีการขับขี่ต่าง ๆ แบบเดียวกับเน็กเก็ดพิกัดพันซีซี ถ้าหากมีเวอร์ชันผลิตออกมาจริงคงสวยงามน่าดูไม่น้อยเลยทีเดียว นี่อาจเป็นรถโทรไบค์พิกัด 1,000 ซีซีรุ่นใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต และจะเข้ามาทดแทนตำนานสายหล่อตลอดการของ Super Four และเป็นไอคอนตัวแทนของสายคลาสสิกฉบับปีกนก โดยตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบแบบก่อนผลิตจริง ซึ่งดูจากคอนเซ็ปต์แล้ว..หล่อไม่เบาเลยทีเดียว และคาดการณ์ราคาไว้ไม่เกิน 6 แสน และจะมาไทยหรือไม่ ต้องดูกันอีกที  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Monkey Chrome Legacy โฉมพิเศษฉลอง 60 ปีไทยฮอนด้า

Honda Monkey Chrome Legacy โฉมพิเศษฉลอง 60 ปีไทยฮอนด้า Honda Monkey Chrome Legacy โฉมพิเศษจากซีรีย์ของเจ้ามังกี้ รถจักรยานยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัน ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีขนาดที่กระทัดรัด พร้อมให้ผู้ขับขี่รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้เดินทาง   เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี ไทยฮอนด้า ขอนำเสนอโมเดลพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองไปกับเจ้ามังกี้ตัวใหม่ที่มาในรุ่น Limited Edition ที่คัสตอมขึ้นมาพิเศษ โดดเด่นด้วยสีโครเมียมทั้งคัน ตั้งแต่ตัวถังน้ำมันโครเมียมสวยสะดุดตาสไตล์กคลาสสิก และฝาครอบข้างที่เป็นโครเมียม ตัดกับเบาะหนังสีดำที่โชว์หมุดสแตนแลสให้ความหรูหราคลาสสิก พร้อมแสดงเอกลักษณ์ความซนในตำนานกับ 3D Soft Emblem โลโก้เจ้าลิงซนครบรอบ 60 ปีไทยฮอนด้า เสริมความลิมิเต็ดด้วย Chrome Edition Serial Number รันเลขตามจำนวนคันที่ผลิต   และไม่เพียงแค่รถที่มาพร้อมความเป็นโครเมียม ที่ในโมเดลนี้ยังมาพร้อมกับหมวกกันน็อกสีเงินเมทัลลิค ที่เข้าเซ็ตกับตัวรถได้อย่างลงตัว โดยเครื่องยนต์ก็ยังคงเป็นเครื่องยนต์เดิมแบบเดียวกับโฉมปกติที่วางจำหน่ายในประเทศไทย เครื่องยนต์สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดเครื่องยนต์ 123.9 ซีซี มาพร้อมเกียร์แบบแมนนวล 5 สปีด จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FI  ระบบกันสะเทือนด้านหน้าโช้คอัพแบบหัวกลับขนาดแกน 31 มม. ด้านหลังโช้คอัพคู่ พร้อมด้วยระบบเบรกแบบดิสก์เบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น สำหรับแฟนคลับสาวก Honda Monkey ท่านไหนที่สนใจอยากเป็นเจ้าของ หรือสะสมโมเดลนี้ มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 117,000 บาท โดยเปิดพรีออเดอร์ในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2025 และสามารถจองได้ที่ CUB House Flagship Store ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2568 – 6 เมษายน 2568 เท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

รีวิวมอเตอร์ไซค์

หมวดหมู่