SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda Xplorer 2025 ตะลุยทางฝุ่น 800 โล
ไปกับ CRF300 Rally

พร้อมผจญภัยในต่างแดนไปกับเหล่าลูกค้าโดย Honda BigBike สานต่อกิจกรรมแห่งความสนุก กับการพาเหล่ายูสเซอร์ร่วมเปิดประสบการณ์ทางฝุ่นที่ประเทศลาวกับ Honda Xplorer 2025 กับโมเดลสายลุยโฉมใหม่อย่างเจ้า Honda CRF300L & CRF300 Rally โดยครั้งนี้แอดมินจะมาเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้ไปร่วมสัมผัสในกิจกรรม ควบคู่กับสมรรถนะของแรลลี่ทางฝุ่นรุ่นนี้ว่าจะเป็นอย่างไร จะตอบโจทย์มากน้อยแค่ไหน

รวมพลสายลุย

CRF300 Rally CRF300L

สำหรับรูปแบบของกิจกรรมจะเป็นการขับขี่ผจญภัยเหมือนเช่นดั่งทุกปี แต่สิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือการนำเจ้า Honda CRF โฉมใหม มาร่วมทดสอบขับขี่ กับระยะทางทั้งหมด 800 กม. ซึ่งเริ่มจากจุดสตาร์ทที่อำเภอเชียงของ จ.เชียงราย ข้ามแดนไปยังอุดมไชย – หลวงพระบาง ที่สปป.ลาว แล้วขี่กลับสู่จ.น่าน

โดยครั้งนี้ทางทีมงาน SuperBike Thailand เเละคณะสื่อต่าง ๆ ก็ได้เข้าร่วมทริปนี้ด้วยเช่นกัน แต่ครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป เราได้รับเลือกให้ขับขี่ทดสอบเจ้า Honda CRF300L & CRF300 Rally  โมเดล 2025 ตัวจี๊ดประจำค่ายที่สายลุยจะต้องอินกับคำว่า “ไปทุกที่ ที่ไม่มีทาง” เเละเราจะต้องใช้ชีวิตกับเจ้า CRF ตลอดทริป ซึ่งอาจเรียกได้ว่า ฟีลเเฟน…ไปไหนไปกัน เเละเราก็ได้เลือกรุ่นตัวแรลลี่ ที่ตอบโจทย์การขี่ทางไกลกับกิจกรรมครั้งนี้ (รุ่น 300L เคยลองมาแล้ว เลยอยากเทสรุ่นแรลลี่ว่ามันจะเป็นยังไง)

 

DAY 1 – เดินทางสู่อุดมไชย 

ภารกิจวันแรกได้เริ่มต้นขึ้นจากจุดสตาร์ทที่อำเภอเชียงของ จ.เชียงใหม่ พร้อมกับรถสายลุยของเหล่ายูสเซอร์ที่มาร่วมกิจกรรมมากมายนับหลายสิบคัน ไม่ว่าจะเป็น X-ADV 750, NX500, 500X, NC750X, CRF1000L และ CRF1100L เป็นต้น พร้อมวอร์มเครื่องเดินทางมุ่งสู่ชายแดนและข้ามฝั่งไปยังเมืองห้วยชายใน สปป.ลาว

 

เข้าสู่เขตต่างแดน

เส้นทางช่วงเช้าจะเป็นทาง On Road (120 กม.) โดยขับขี่ลัดเลาะชุมชนหมู่บ้านเเละพื้นที่เขาสูง เพื่อจะไปพักทานข้าวเที่ยงที่หลวงน้ำทา ความเร็วที่ใช้ในการเดินทางอยู่ที่ 90-100 กม./ชม. ซึ่งลักษณะเส้นทางที่เป็นอุปสรรคเล็กน้อย กับถนนยางมะตอยผสมกับดินข้างทางทับถมจาง ๆ บวกกับน้ำตามทางลาดชันที่รถสิบล้อชอบลาดพื้นเพื่อระบายความร้อน ซึ่งสามอย่างนี้ฟีเจอริ่งกันมันก็ย่อมเป็นอะไรที่แอบลื่นเล็กน้อยโดยเฉพาะผู้ขับขี่สองล้อ แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น..มิใช่ปัญหาของเจ้า CRF รุ่นนี้

“โอ้ววว…ผมอยากลื่นครับ ผมอยากลื่นน” อยากลองทดสอบระบบ ABS ที่ติดตั้งมาใหม่ในรุ่นนี้ว่ามันทำงานยังไง แต่ก็ไม่ทันได้ใช้ ยางคู่นี้เกาะถนนใช้ได้เลย หรือแม้กระทั่งการเข้าโค้งก็ไม่เป็นปัญหาเลย ช่วงล่างติดมาจากโรงงาน ไม่ย้วยโหยง ๆ ยุบ ๆ แบบรุ่นก่อนหน้านี้แล้ว

 

ถังน้ำมัน 12.8 ลิตร หลงป่าได้นานขึ้น 

หลังจากขับขี่มาซักพัก ก็เเวะเติมน้ำมันอัดให้เต็มถังซึ่งตัวแรลลี่รุ่นนี้ ให้ขนาดถังน้ำมันมาที่ 12.8 ลิตร ซึ่งจะมีขนาดความจุมากกว่า 300 L ถึง 5 ลิตร ถามว่าดีไหม…ก็ดีหน่ะสิ เต็มทีเดียว เข้าป่านาน ๆ แต่ก็ต้องแลกพร้อมน้ำหนักหน่ะเด้อ ซึ่ง..มิใช่อุปสรรค

เข้าสู่ไฺฮไลท์วันแรกนั้นก็คือเส้นทาง Off-Road ที่พร้อมจะวัดใจคนขี่ ลัดเลาะผ่านตามภูเขากับสภาพดินแดงและมีทรายในบ้างช่วง โดยเส้นทางออฟโร้ดที่เราลุยวันแรกรวมระยะทั้งหมด 180 กม. เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางพักแคมป์ ที่น้ำกัดยอละปา อุดมไชย 

สำหรับใครหลาย ๆ คนที่บอกว่ารถสูงนั้น ผมก็ไม่เถียง 55+ คือ..มันไม่ได้สูงขนาดนั้น ต้องลองมาคร่อมก่อน ส่วนตัวแอดมินสูงอยู่ประมาณ 177 ซม. ยืนคร่อมโครตสบาย ส่วนสูง 170 ซม. ขึ้นคิดว่าไม่น่ามีปัญหาใครช่วงขายาวก็ได้เปรียบ แต่ถ้าเอาที่สบายใจก็ลองโหลดเตี้ยดูได้   

 

ช่วงล่างสายลุย จอ LCD เพิ่มฟังก์ชัน ABS

โช้คหัวกลับ ของใหม่จากโรงงาน ปุ่มเปิด-ปิด ABS ล้อหลัง

และรุ่นนี้ให้โช้คอัพด้านหน้าเป็น เทเลสโคปิคแบบหัวกลับ แกน 43 มม. ด้านหลังเป็นแบบ Pro-link ซับแรงดีกว่ารุ่นก่อน แต่ถ้าหากให้เทียบกับโช้ค Ohlins ก็คงไม่ใช่ แต่แน่นอนว่าหลุมไหนก็ไม่กลัวพื้นฐานให้มาโอเค วิ่งผ่านหลุมสบาย ตัวสปริงยืดหยุบ นุ่มหนึบ จนแอบคิดว่าทีมงานแอบเซ็ตช่วงล่างมาให้ไหม ก็บอกเลยว่า เดิมโรงงาน..ไม่งั้นเขาจะเอามาให้ทดสอบทำไม

พร้อมระบบเบรก ABS ทั้งหน้า-หลังให้มาแบบจบ ๆ หน้าจอไม่ต่างจากเดิม LCD เหมือนเคย แสดงข้อมูลต่าง ๆ เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไฟชิฟไลท์เตือนรอบเครื่องยนต์ เเละฟีเจอร์เสริมสามารถปิด ABS ที่ล้อหลังได้ด้วย ใครอยากพาวเวอร์สไลด์มันส์ ก็ปิดไปเลยย (แต่เปิดไว้ดีที่สุด ฮ่า ๆ)

 

ตะวันพลบค่ำ กับระยะทางที่เหลือ 65 กม.

2 ทุ่มแล้วว ยังเหลืออีก 65 กม.

ตะวันพลบค่ำแล้ว..กับเข็มหน้าปัดนาฬิกาเวลาราว ๆ 2 ทุ่ม เพราะอะไรหน่ะหรอ..หลงครับ ทั้งสื่อทั้งลูกค้า หลงคนละทิศคนละทางไปหมด กว่าจะกลับมารวมตัวกันได้ก็กินเวลามากโขทีเดียว แต่เหตุผลเหล่านั้นยังไม่ทำให้เข่าทรุดเท่ากับเส้นทางที่เหลือกว่า 65 กม. ฮ่า ๆ เอ้าลุยกันต่อ..แต่รอบนี้โชคดีหน่อย เพราะเส้นทางที่เหลือเป็นทางดำ ซิ่งกันยาว ๆ

 

DAY2 อุดมไชย – หลวงพระบาง

เริ่มต้นวันที่ 2 ในเช้าที่อากาศเย็นกับฟีลแคมป์ปิ้ง หลังจากวันแรกที่เราขี่เจ้า CRF 300 Rally ไปเกือบ 12 ชั่วโมงบนรถคันนี้ (ตูดด้านกันบ้างละ) สำหรับจุดหมายวันนี้ของเราคือ หลวงพระบาง กับระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร ในเส้นทางที่เดือดกว่าวันแรก (มาร์เเชลบอกมา) โดยขับขี่ไปยังเมืองงา กับลักษณะเส้นทางขับขี่เป็น Off Road 80% ทางดำ 20% ไฮไลท์จะเป็นทางลูกรังผสมหินลอย หินก้อนใหญ่ ๆ ขึ้นภูเขาสูงชันขึ้นลงยาว ๆ เป็นร้อยกิโลเมตร ตะคริวไม่กินก็ให้มันรู้ไป..

 

พละกำลัง

เราใช้ความเร็ว 60-90 กิโลเมตร/ชั่วโมง เรียกว่าซัดกันทุกโค้ง ด้วยเครื่องยนต์ของเจ้ารุ่นนี้กับขนาดความจุกระบอกสูบ 286 ซีซี. นับว่าเพียงพอ มันไปได้สบายในทางแบบนี้ ขับขี่สนุก ถึงเเม้จะสู้ฟีลลิ่ง รถสูตรไม่ได้ (สำหรับมือตึง) แต่เมื่อเทียบในคลาสเดียวกันเจ้าคันนี้มันคือหนึ่งในตองอูเลย

 

กินฝุ่น ชุปแป้งทอด

เดินทางต่อยาว ๆ บนเส้นทางลัดเลาะตามหุบเขา ข้างล่างเป็นหุบเหวสูงชัน ให้บรรยากาศฟีลลิ่งแบบการขี่ดาการ์ แรลลี่ยังไงยังงั้นเลย กับระยะทางก่อนถึงจุดหมาย ที่หลวงพระบางอีก 30 กม. สภาพเป็นทางดำผ่านชุมชน หมู่บ้านก่อนเข้าสู่เมือง หลังจากขับขี่บนเส้นทางฝุ่น ทางลุย 2 วันเต็ม ๆ นับระยะทางได้รวมกว่า 600 กิโลเมตร ++

 

DAY 3 หลวงพระบาง สปป.ลาว สู่จังหวัดน่าน

และแล้วก็เข้าสู่วันสุดท้ายในสปป.ลาว เราเดินทางออกจาก หลวงพระบาง ขึ้นเรือข้ามฝั่งเพื่อมุ่งหน้าไปยังเขตชายเเดน ลาว-ไทย วิ่งเข้าในเขตจังหวัดน่าน ซึ่งเส้นทางวันนี้ ไม่มีเเล้วทางฝุ่น (เย้) เพราะทางดำล้วน ๆ เลยเกือบ 300 กิโลเมตร ลัดเลาะภูเขา หมู่บ้าน เส้นทางสวย วิวเเจ่ม จะว่าไปทางดำกับ CRF 300 Rally ก็ไม่เลว นั่งขี่ได้สบาย ๆ ชิลด์หน้าขนาดใหญ่บังลมสบาย ส่วน CRF 300 L คงลำบากหน่อยกับทางแบบนี้

 

ฟีลลิ่งการทดสอบ

หลังจากขี่ CRF300 Rally  กันแบบจุก ๆ 3 วัน บนเส้นทางที่ต้องบอกว่าเลอะเทอะกันทั้งตัวรถและตัวผู้ขี่ ดูได้จากชุดขี่  ฮ่า ๆ ก็จะขอพูดถึงฟีลลิ่งตัว CRF 300 Rally กันสักหน่อย คันที่เราชาวคณะสื่อได้ขี่นั้น เป็นโมเดล 2025 ตัว Rally เเละ ตัว L ตัวรถดีไซน์ ยังคงเดิมไม่ได้แตกต่างจาก โมเดลก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ จะเรียกว่า “ New Sticker” ก็ว่าได้ 

แต่ก็มีจุดที่ปรับใหม่จากตัวก่อน นั้นก็คือ ช่วงล่างที่ปรับมาใหม่เเละการระบายความร้อนที่ดีขึ้น อันนี้ยอมรับเลยว่า 2 วันที่อยู่ด้วยกัน ช่วงล่างไม่ย้วยไม่นิ่มเหมือนตัวก่อนเเล้ว จากการทดสอบขี่เส้นทาง ฝุ่น หลุม ทางชันๆ ตกหลุมเเรง ๆ ระยะยืดยุบเยอะลุยได้สบาย

การบังคับเลี้ยวคล่องตัวตามสไตล์รถสายลุย พริ้วเลยละ ด้วยที่ให้ล้อหน้ามาขนาด 19 นิ้ว เเละล้อหลัง 17 นิ้ว การควบคุมผ่านทางลุยคือไม่มีปัญหา ดันเนินสบาย เเละในโมเดล 2025 นี้ตัวรถยังมีฟีเจอร์ที่เพิ่มใหม่ด้วยนะ ทั้งระบบแอสซิสสลิปเปอร์คลัตช์ เเละระบบ ABS สามารถปิดที่ล้อหลังได้ ส่วนตัวได้ลองใช้ดูเเล้วจังหวะลงเนินชัน ๆ กดเบรคหลัง ล้อคสไลด์กันเลยทีเดียว แนะนำว่าไม่ควรปิดดีกว่า ถ้ามือตึง ๆ คงจะชอบน่าดู แต่เน้นความปลอดภัยเปิดไว้ดีที่สุด

ในส่วนของ เครื่องยนต์ก็ยังคงใช้บล็อคเดิมจากโมเดลก่อนหน้านี้ ตอบสนองคันเร่งได้ดีเช่นเคย มันไม่ได้ถึงขั้นแรงมาก เเต่เป็นเครื่องยนต์ที่ให้ความสนุกตอนขี่ ใน่ช่วง เกียร์ 2-3-4-5 อัตราเร่งดีเลยทีเดียว การระบายความร้อนดีขึ้น ช่วงดันเดินยาว ๆ ชัน ๆ ลากเกียร์ 2-3 จนรอบตัดไปหลายที ไม่รู้สึกถึงความร้อนจากหม้อน้ำเลย อันนี้ให้ผ่าน

แต่ก็ไปด้วยกันได้อย่างสบาย ๆ กับความเร็ว 90-110 กม./ชม. การเดินทางไกล อาจจะเมื่อยก้นสักหน่อย กับ ทรงตัวเบาะของรถที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการวิ่งทางไกล แต่ก็แก้ปัญหาด้วยการสลับ ยืนขี่บ้างนั่งบ้าง จอดพักกันเป็นระยะ ๆ 

โดยรวมครั้งนี้ กับการขับขี่ทางไกลเป็นระยะเวลา 3 วัน เรียนรู้ คลุกคลีกับเจ้า 2 รุ่นนี้จึงทำให้เข้าใจความเป็นสายลุยใน DNA ของเจ้าคันนี้กับคำว่าไปทุกที่ ที่ไม่มีทาง มันทำให้การขี่รถสนุกมากขึ้น ขี่ขนาดเดิมโรงงานก็ขี่สนุกเเล้ว แต่ถ้าอยากได้สมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเดิม แนะนำว่าควร เซ็ตติ้งเพิ่ม ในส่วนของช่วงล่าง หรือ ปรับเปลี่ยนใส่ของแต่ง หรือใครอยากทำสายลุย โมโตครอสเลย CRF มันตอบโจทย์การเอาไปต่อยอดได้อยู่เเล้ว  

จุดเด่น

  • เครื่องยนต์ควบคุมง่าย ไม่กระชาก เข้าเกียร์ลื่นไหล อัตราเร่งช่วงต้นดี
  • โช้คอัพปรับเซ็ตมาใหม่ หมดปัญหาเดิม ไม่ย้วยเเล้ว (สงสัยได้รับ Feed back เยอะ ฮ่า ๆ )
  • เบาะนั่งสบาย โฟมนุ่มรองรับคนน้ำหนักเยอะ
  • เบรกดี ทั้งหน้า-หลัง พร้อมลูกเล่นใหม่ ปิด ABS ล้อหลังได้
  • ดูเเลรักษาง่าย ตามสไตล์ CRF

ข้อตำหนิ  

  • ดีไซน์ยังคงเดิม เหมือนเปลี่ยนแค่สติ้กเกอร์ (นี่มันปี2025 เเล้วนะ)
  • ตำเเหน่งแฮนด์ต่ำไปนิดหน่อย (มีปัญหาสำหรับคนตัวสูง)
  • คนตัวเล็กขี่ลำบาก (เฉพาะ 300 Rally) จิกเท้าแน่นอน 

คะแนนสำหรับการรีวิวทดสอบ
Ergonomic : 8/10 (ตำเเหน่งแฮนด์ต่ำ เวลายืนขี่มีปัญหา) ขี่ทางไกลเมื่อย
Engine : 9/10 (ฟีลดี ไม่เเรง แต่ขี่สนุก)
Suspension : 8.5/10 (แก้ไขปัญหาเดิมเเล้ว  แต่ขี่โหด ๆ ต้องอัพของ)
Brake : 8.5/10 (เบรกดีตามมาตรฐาน ให้ลูกเล่นเปิด-ปิด ABS ล้อหลังได้มือตึงชอบ)
Tyre : 8/10 (ไม่ใช่ยางเดิมโรงงาน ให้ฟีลลุยดี แต่ทางดำหอน)
Rider’s Aid : 8/10 (อยากให้ปรับละเอียดในแต่ละโหมดได้อีกนิด)

OVERALL : 7.5/10 คันนี้เป็นรถที่เหมาะสำหรับคนเริ่มต้น (สายลุย) ออปชั่นพื้นฐาน เพียงพอต่อการใช้งาน ขี่ง่าย ไม่ต้องแต่ง เเต่ถ้าอยากสุดแต่งยกลำจะโหดมาก
Ride or Upgrade : รถออกศูนย์เดิมไม่ต้องเเต่งก็ขี่สบาย ใช้งานทั่วไปได้ แต่ถ้าคุณเป็นสายลุย ท่อ,ยาง,อัพช่วงล่าง,ต้องมี

CRF 300 Rally  (สีเเดง,น้ำเงิน,ขาว)
CRF 300L  (สีเทา,ดำ)
 CRF 300L  (สีแดง,ขาว)

โดยเปิด สำหรับ รุ่น 300 L มีทั้งหมด 2 สี (เทา,ดำ) เเละ (เเดง,ขาว) ราคาแนะนำอยู่ที่ 155,900 บาท  เเละรุ่น 300 Rally สี (แดง,น้ำเงิน,ขาว) ราคาแนะนำอยู่ที่ 179,900 บาท โดยสามารถไปทดสอบตัวจริงได้ที่ตัวแทนจัดจำหน่าย Honda ทุกสาขาใกล้บ้านท่านได้เลย หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.thaihonda.co.th/honda/ หรือทางเฟสบุ๊กแฟนเพจ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) 

เเละนี่คือทริปขี่รถมันส์ ๆ 3 วันในลาว ในกิจกรรม Xplorer The Unseen Discovery ที่ให้ชาวสาวก Honda ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ขี่รถต่างแดน ค้นหาเเพชชั่นใหม่ ๆ กับเส้นทางที่ท้าทาย ไปกับรถคู่ใจของคุณ กับบรรกาศที่หาที่ไหนไม่ได้อีกเเล้ว สำหรับครั้งต่อไปจะเป็นการรีวิวรถรุ่นไหนจากทาง Honda หรือกิจกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ ก็อย่าลืม ฝากติดตามผลงาน SuperBike Thailand กันด้วยครับผม

อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda Xplorer 2025 ตะลุยทางฝุ่น 800 โล ไปกับ CRF300 Rally

Honda Xplorer 2025 ตะลุยทางฝุ่น 800 โล
ไปกับ CRF300 Rally

พร้อมผจญภัยในต่างแดนไปกับเหล่าลูกค้าโดย Honda BigBike สานต่อกิจกรรมแห่งความสนุก กับการพาเหล่ายูสเซอร์ร่วมเปิดประสบการณ์ทางฝุ่นที่ประเทศลาวกับ Honda Xplorer 2025 กับโมเดลสายลุยโฉมใหม่อย่างเจ้า Honda CRF300L & CRF300 Rally โดยครั้งนี้แอดมินจะมาเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้ไปร่วมสัมผัสในกิจกรรม ควบคู่กับสมรรถนะของแรลลี่ทางฝุ่นรุ่นนี้ว่าจะเป็นอย่างไร จะตอบโจทย์มากน้อยแค่ไหน

รวมพลสายลุย

CRF300 Rally CRF300L

สำหรับรูปแบบของกิจกรรมจะเป็นการขับขี่ผจญภัยเหมือนเช่นดั่งทุกปี แต่สิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือการนำเจ้า Honda CRF โฉมใหม มาร่วมทดสอบขับขี่ กับระยะทางทั้งหมด 800 กม. ซึ่งเริ่มจากจุดสตาร์ทที่อำเภอเชียงของ จ.เชียงราย ข้ามแดนไปยังอุดมไชย – หลวงพระบาง ที่สปป.ลาว แล้วขี่กลับสู่จ.น่าน

โดยครั้งนี้ทางทีมงาน SuperBike Thailand เเละคณะสื่อต่าง ๆ ก็ได้เข้าร่วมทริปนี้ด้วยเช่นกัน แต่ครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป เราได้รับเลือกให้ขับขี่ทดสอบเจ้า Honda CRF300L & CRF300 Rally  โมเดล 2025 ตัวจี๊ดประจำค่ายที่สายลุยจะต้องอินกับคำว่า “ไปทุกที่ ที่ไม่มีทาง” เเละเราจะต้องใช้ชีวิตกับเจ้า CRF ตลอดทริป ซึ่งอาจเรียกได้ว่า ฟีลเเฟน…ไปไหนไปกัน เเละเราก็ได้เลือกรุ่นตัวแรลลี่ ที่ตอบโจทย์การขี่ทางไกลกับกิจกรรมครั้งนี้ (รุ่น 300L เคยลองมาแล้ว เลยอยากเทสรุ่นแรลลี่ว่ามันจะเป็นยังไง)

 

DAY 1 – เดินทางสู่อุดมไชย 

ภารกิจวันแรกได้เริ่มต้นขึ้นจากจุดสตาร์ทที่อำเภอเชียงของ จ.เชียงใหม่ พร้อมกับรถสายลุยของเหล่ายูสเซอร์ที่มาร่วมกิจกรรมมากมายนับหลายสิบคัน ไม่ว่าจะเป็น X-ADV 750, NX500, 500X, NC750X, CRF1000L และ CRF1100L เป็นต้น พร้อมวอร์มเครื่องเดินทางมุ่งสู่ชายแดนและข้ามฝั่งไปยังเมืองห้วยชายใน สปป.ลาว

 

เข้าสู่เขตต่างแดน

เส้นทางช่วงเช้าจะเป็นทาง On Road (120 กม.) โดยขับขี่ลัดเลาะชุมชนหมู่บ้านเเละพื้นที่เขาสูง เพื่อจะไปพักทานข้าวเที่ยงที่หลวงน้ำทา ความเร็วที่ใช้ในการเดินทางอยู่ที่ 90-100 กม./ชม. ซึ่งลักษณะเส้นทางที่เป็นอุปสรรคเล็กน้อย กับถนนยางมะตอยผสมกับดินข้างทางทับถมจาง ๆ บวกกับน้ำตามทางลาดชันที่รถสิบล้อชอบลาดพื้นเพื่อระบายความร้อน ซึ่งสามอย่างนี้ฟีเจอริ่งกันมันก็ย่อมเป็นอะไรที่แอบลื่นเล็กน้อยโดยเฉพาะผู้ขับขี่สองล้อ แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น..มิใช่ปัญหาของเจ้า CRF รุ่นนี้

“โอ้ววว…ผมอยากลื่นครับ ผมอยากลื่นน” อยากลองทดสอบระบบ ABS ที่ติดตั้งมาใหม่ในรุ่นนี้ว่ามันทำงานยังไง แต่ก็ไม่ทันได้ใช้ ยางคู่นี้เกาะถนนใช้ได้เลย หรือแม้กระทั่งการเข้าโค้งก็ไม่เป็นปัญหาเลย ช่วงล่างติดมาจากโรงงาน ไม่ย้วยโหยง ๆ ยุบ ๆ แบบรุ่นก่อนหน้านี้แล้ว

 

ถังน้ำมัน 12.8 ลิตร หลงป่าได้นานขึ้น 

หลังจากขับขี่มาซักพัก ก็เเวะเติมน้ำมันอัดให้เต็มถังซึ่งตัวแรลลี่รุ่นนี้ ให้ขนาดถังน้ำมันมาที่ 12.8 ลิตร ซึ่งจะมีขนาดความจุมากกว่า 300 L ถึง 5 ลิตร ถามว่าดีไหม…ก็ดีหน่ะสิ เต็มทีเดียว เข้าป่านาน ๆ แต่ก็ต้องแลกพร้อมน้ำหนักหน่ะเด้อ ซึ่ง..มิใช่อุปสรรค

เข้าสู่ไฺฮไลท์วันแรกนั้นก็คือเส้นทาง Off-Road ที่พร้อมจะวัดใจคนขี่ ลัดเลาะผ่านตามภูเขากับสภาพดินแดงและมีทรายในบ้างช่วง โดยเส้นทางออฟโร้ดที่เราลุยวันแรกรวมระยะทั้งหมด 180 กม. เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางพักแคมป์ ที่น้ำกัดยอละปา อุดมไชย 

สำหรับใครหลาย ๆ คนที่บอกว่ารถสูงนั้น ผมก็ไม่เถียง 55+ คือ..มันไม่ได้สูงขนาดนั้น ต้องลองมาคร่อมก่อน ส่วนตัวแอดมินสูงอยู่ประมาณ 177 ซม. ยืนคร่อมโครตสบาย ส่วนสูง 170 ซม. ขึ้นคิดว่าไม่น่ามีปัญหาใครช่วงขายาวก็ได้เปรียบ แต่ถ้าเอาที่สบายใจก็ลองโหลดเตี้ยดูได้   

 

ช่วงล่างสายลุย จอ LCD เพิ่มฟังก์ชัน ABS

โช้คหัวกลับ ของใหม่จากโรงงาน ปุ่มเปิด-ปิด ABS ล้อหลัง

และรุ่นนี้ให้โช้คอัพด้านหน้าเป็น เทเลสโคปิคแบบหัวกลับ แกน 43 มม. ด้านหลังเป็นแบบ Pro-link ซับแรงดีกว่ารุ่นก่อน แต่ถ้าหากให้เทียบกับโช้ค Ohlins ก็คงไม่ใช่ แต่แน่นอนว่าหลุมไหนก็ไม่กลัวพื้นฐานให้มาโอเค วิ่งผ่านหลุมสบาย ตัวสปริงยืดหยุบ นุ่มหนึบ จนแอบคิดว่าทีมงานแอบเซ็ตช่วงล่างมาให้ไหม ก็บอกเลยว่า เดิมโรงงาน..ไม่งั้นเขาจะเอามาให้ทดสอบทำไม

พร้อมระบบเบรก ABS ทั้งหน้า-หลังให้มาแบบจบ ๆ หน้าจอไม่ต่างจากเดิม LCD เหมือนเคย แสดงข้อมูลต่าง ๆ เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไฟชิฟไลท์เตือนรอบเครื่องยนต์ เเละฟีเจอร์เสริมสามารถปิด ABS ที่ล้อหลังได้ด้วย ใครอยากพาวเวอร์สไลด์มันส์ ก็ปิดไปเลยย (แต่เปิดไว้ดีที่สุด ฮ่า ๆ)

 

ตะวันพลบค่ำ กับระยะทางที่เหลือ 65 กม.

2 ทุ่มแล้วว ยังเหลืออีก 65 กม.

ตะวันพลบค่ำแล้ว..กับเข็มหน้าปัดนาฬิกาเวลาราว ๆ 2 ทุ่ม เพราะอะไรหน่ะหรอ..หลงครับ ทั้งสื่อทั้งลูกค้า หลงคนละทิศคนละทางไปหมด กว่าจะกลับมารวมตัวกันได้ก็กินเวลามากโขทีเดียว แต่เหตุผลเหล่านั้นยังไม่ทำให้เข่าทรุดเท่ากับเส้นทางที่เหลือกว่า 65 กม. ฮ่า ๆ เอ้าลุยกันต่อ..แต่รอบนี้โชคดีหน่อย เพราะเส้นทางที่เหลือเป็นทางดำ ซิ่งกันยาว ๆ

 

DAY2 อุดมไชย – หลวงพระบาง

เริ่มต้นวันที่ 2 ในเช้าที่อากาศเย็นกับฟีลแคมป์ปิ้ง หลังจากวันแรกที่เราขี่เจ้า CRF 300 Rally ไปเกือบ 12 ชั่วโมงบนรถคันนี้ (ตูดด้านกันบ้างละ) สำหรับจุดหมายวันนี้ของเราคือ หลวงพระบาง กับระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร ในเส้นทางที่เดือดกว่าวันแรก (มาร์เเชลบอกมา) โดยขับขี่ไปยังเมืองงา กับลักษณะเส้นทางขับขี่เป็น Off Road 80% ทางดำ 20% ไฮไลท์จะเป็นทางลูกรังผสมหินลอย หินก้อนใหญ่ ๆ ขึ้นภูเขาสูงชันขึ้นลงยาว ๆ เป็นร้อยกิโลเมตร ตะคริวไม่กินก็ให้มันรู้ไป..

 

พละกำลัง

เราใช้ความเร็ว 60-90 กิโลเมตร/ชั่วโมง เรียกว่าซัดกันทุกโค้ง ด้วยเครื่องยนต์ของเจ้ารุ่นนี้กับขนาดความจุกระบอกสูบ 286 ซีซี. นับว่าเพียงพอ มันไปได้สบายในทางแบบนี้ ขับขี่สนุก ถึงเเม้จะสู้ฟีลลิ่ง รถสูตรไม่ได้ (สำหรับมือตึง) แต่เมื่อเทียบในคลาสเดียวกันเจ้าคันนี้มันคือหนึ่งในตองอูเลย

 

กินฝุ่น ชุปแป้งทอด

เดินทางต่อยาว ๆ บนเส้นทางลัดเลาะตามหุบเขา ข้างล่างเป็นหุบเหวสูงชัน ให้บรรยากาศฟีลลิ่งแบบการขี่ดาการ์ แรลลี่ยังไงยังงั้นเลย กับระยะทางก่อนถึงจุดหมาย ที่หลวงพระบางอีก 30 กม. สภาพเป็นทางดำผ่านชุมชน หมู่บ้านก่อนเข้าสู่เมือง หลังจากขับขี่บนเส้นทางฝุ่น ทางลุย 2 วันเต็ม ๆ นับระยะทางได้รวมกว่า 600 กิโลเมตร ++

 

DAY 3 หลวงพระบาง สปป.ลาว สู่จังหวัดน่าน

และแล้วก็เข้าสู่วันสุดท้ายในสปป.ลาว เราเดินทางออกจาก หลวงพระบาง ขึ้นเรือข้ามฝั่งเพื่อมุ่งหน้าไปยังเขตชายเเดน ลาว-ไทย วิ่งเข้าในเขตจังหวัดน่าน ซึ่งเส้นทางวันนี้ ไม่มีเเล้วทางฝุ่น (เย้) เพราะทางดำล้วน ๆ เลยเกือบ 300 กิโลเมตร ลัดเลาะภูเขา หมู่บ้าน เส้นทางสวย วิวเเจ่ม จะว่าไปทางดำกับ CRF 300 Rally ก็ไม่เลว นั่งขี่ได้สบาย ๆ ชิลด์หน้าขนาดใหญ่บังลมสบาย ส่วน CRF 300 L คงลำบากหน่อยกับทางแบบนี้

 

ฟีลลิ่งการทดสอบ

หลังจากขี่ CRF300 Rally  กันแบบจุก ๆ 3 วัน บนเส้นทางที่ต้องบอกว่าเลอะเทอะกันทั้งตัวรถและตัวผู้ขี่ ดูได้จากชุดขี่  ฮ่า ๆ ก็จะขอพูดถึงฟีลลิ่งตัว CRF 300 Rally กันสักหน่อย คันที่เราชาวคณะสื่อได้ขี่นั้น เป็นโมเดล 2025 ตัว Rally เเละ ตัว L ตัวรถดีไซน์ ยังคงเดิมไม่ได้แตกต่างจาก โมเดลก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ จะเรียกว่า “ New Sticker” ก็ว่าได้ 

แต่ก็มีจุดที่ปรับใหม่จากตัวก่อน นั้นก็คือ ช่วงล่างที่ปรับมาใหม่เเละการระบายความร้อนที่ดีขึ้น อันนี้ยอมรับเลยว่า 2 วันที่อยู่ด้วยกัน ช่วงล่างไม่ย้วยไม่นิ่มเหมือนตัวก่อนเเล้ว จากการทดสอบขี่เส้นทาง ฝุ่น หลุม ทางชันๆ ตกหลุมเเรง ๆ ระยะยืดยุบเยอะลุยได้สบาย

การบังคับเลี้ยวคล่องตัวตามสไตล์รถสายลุย พริ้วเลยละ ด้วยที่ให้ล้อหน้ามาขนาด 19 นิ้ว เเละล้อหลัง 17 นิ้ว การควบคุมผ่านทางลุยคือไม่มีปัญหา ดันเนินสบาย เเละในโมเดล 2025 นี้ตัวรถยังมีฟีเจอร์ที่เพิ่มใหม่ด้วยนะ ทั้งระบบแอสซิสสลิปเปอร์คลัตช์ เเละระบบ ABS สามารถปิดที่ล้อหลังได้ ส่วนตัวได้ลองใช้ดูเเล้วจังหวะลงเนินชัน ๆ กดเบรคหลัง ล้อคสไลด์กันเลยทีเดียว แนะนำว่าไม่ควรปิดดีกว่า ถ้ามือตึง ๆ คงจะชอบน่าดู แต่เน้นความปลอดภัยเปิดไว้ดีที่สุด

ในส่วนของ เครื่องยนต์ก็ยังคงใช้บล็อคเดิมจากโมเดลก่อนหน้านี้ ตอบสนองคันเร่งได้ดีเช่นเคย มันไม่ได้ถึงขั้นแรงมาก เเต่เป็นเครื่องยนต์ที่ให้ความสนุกตอนขี่ ใน่ช่วง เกียร์ 2-3-4-5 อัตราเร่งดีเลยทีเดียว การระบายความร้อนดีขึ้น ช่วงดันเดินยาว ๆ ชัน ๆ ลากเกียร์ 2-3 จนรอบตัดไปหลายที ไม่รู้สึกถึงความร้อนจากหม้อน้ำเลย อันนี้ให้ผ่าน

แต่ก็ไปด้วยกันได้อย่างสบาย ๆ กับความเร็ว 90-110 กม./ชม. การเดินทางไกล อาจจะเมื่อยก้นสักหน่อย กับ ทรงตัวเบาะของรถที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการวิ่งทางไกล แต่ก็แก้ปัญหาด้วยการสลับ ยืนขี่บ้างนั่งบ้าง จอดพักกันเป็นระยะ ๆ 

โดยรวมครั้งนี้ กับการขับขี่ทางไกลเป็นระยะเวลา 3 วัน เรียนรู้ คลุกคลีกับเจ้า 2 รุ่นนี้จึงทำให้เข้าใจความเป็นสายลุยใน DNA ของเจ้าคันนี้กับคำว่าไปทุกที่ ที่ไม่มีทาง มันทำให้การขี่รถสนุกมากขึ้น ขี่ขนาดเดิมโรงงานก็ขี่สนุกเเล้ว แต่ถ้าอยากได้สมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเดิม แนะนำว่าควร เซ็ตติ้งเพิ่ม ในส่วนของช่วงล่าง หรือ ปรับเปลี่ยนใส่ของแต่ง หรือใครอยากทำสายลุย โมโตครอสเลย CRF มันตอบโจทย์การเอาไปต่อยอดได้อยู่เเล้ว  

จุดเด่น

  • เครื่องยนต์ควบคุมง่าย ไม่กระชาก เข้าเกียร์ลื่นไหล อัตราเร่งช่วงต้นดี
  • โช้คอัพปรับเซ็ตมาใหม่ หมดปัญหาเดิม ไม่ย้วยเเล้ว (สงสัยได้รับ Feed back เยอะ ฮ่า ๆ )
  • เบาะนั่งสบาย โฟมนุ่มรองรับคนน้ำหนักเยอะ
  • เบรกดี ทั้งหน้า-หลัง พร้อมลูกเล่นใหม่ ปิด ABS ล้อหลังได้
  • ดูเเลรักษาง่าย ตามสไตล์ CRF

ข้อตำหนิ  

  • ดีไซน์ยังคงเดิม เหมือนเปลี่ยนแค่สติ้กเกอร์ (นี่มันปี2025 เเล้วนะ)
  • ตำเเหน่งแฮนด์ต่ำไปนิดหน่อย (มีปัญหาสำหรับคนตัวสูง)
  • คนตัวเล็กขี่ลำบาก (เฉพาะ 300 Rally) จิกเท้าแน่นอน 

คะแนนสำหรับการรีวิวทดสอบ
Ergonomic : 8/10 (ตำเเหน่งแฮนด์ต่ำ เวลายืนขี่มีปัญหา) ขี่ทางไกลเมื่อย
Engine : 9/10 (ฟีลดี ไม่เเรง แต่ขี่สนุก)
Suspension : 8.5/10 (แก้ไขปัญหาเดิมเเล้ว  แต่ขี่โหด ๆ ต้องอัพของ)
Brake : 8.5/10 (เบรกดีตามมาตรฐาน ให้ลูกเล่นเปิด-ปิด ABS ล้อหลังได้มือตึงชอบ)
Tyre : 8/10 (ไม่ใช่ยางเดิมโรงงาน ให้ฟีลลุยดี แต่ทางดำหอน)
Rider’s Aid : 8/10 (อยากให้ปรับละเอียดในแต่ละโหมดได้อีกนิด)

OVERALL : 7.5/10 คันนี้เป็นรถที่เหมาะสำหรับคนเริ่มต้น (สายลุย) ออปชั่นพื้นฐาน เพียงพอต่อการใช้งาน ขี่ง่าย ไม่ต้องแต่ง เเต่ถ้าอยากสุดแต่งยกลำจะโหดมาก
Ride or Upgrade : รถออกศูนย์เดิมไม่ต้องเเต่งก็ขี่สบาย ใช้งานทั่วไปได้ แต่ถ้าคุณเป็นสายลุย ท่อ,ยาง,อัพช่วงล่าง,ต้องมี

CRF 300 Rally  (สีเเดง,น้ำเงิน,ขาว)
CRF 300L  (สีเทา,ดำ)
 CRF 300L  (สีแดง,ขาว)

โดยเปิด สำหรับ รุ่น 300 L มีทั้งหมด 2 สี (เทา,ดำ) เเละ (เเดง,ขาว) ราคาแนะนำอยู่ที่ 155,900 บาท  เเละรุ่น 300 Rally สี (แดง,น้ำเงิน,ขาว) ราคาแนะนำอยู่ที่ 179,900 บาท โดยสามารถไปทดสอบตัวจริงได้ที่ตัวแทนจัดจำหน่าย Honda ทุกสาขาใกล้บ้านท่านได้เลย หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://www.thaihonda.co.th/honda/ หรือทางเฟสบุ๊กแฟนเพจ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) 

เเละนี่คือทริปขี่รถมันส์ ๆ 3 วันในลาว ในกิจกรรม Xplorer The Unseen Discovery ที่ให้ชาวสาวก Honda ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ขี่รถต่างแดน ค้นหาเเพชชั่นใหม่ ๆ กับเส้นทางที่ท้าทาย ไปกับรถคู่ใจของคุณ กับบรรกาศที่หาที่ไหนไม่ได้อีกเเล้ว สำหรับครั้งต่อไปจะเป็นการรีวิวรถรุ่นไหนจากทาง Honda หรือกิจกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ ก็อย่าลืม ฝากติดตามผลงาน SuperBike Thailand กันด้วยครับผม

อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GoKart SuperBike

[email protected]

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *