Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าว MotoGP อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
Franco Morbidelli รับ ตอนนี้คือช่วงเวลาเค้นฟอร์มเก่งให้ทีม VR46

Franco Morbidelli รับ ตอนนี้คือช่วงเวลาเค้นฟอร์มเก่งให้ทีม VR46 Franco Morbidelli นักแข่งเจ้าของหมายเลข 21 จากทีม VR46 Racing Team ทีมภายใต้การดูแลของ ‘พ่อหมอ’ วาเลนติโน่ รอสซี่ ออกมายอมรับว่าช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาสำคัญในการเค้นฟอร์มเพื่อไล่ล่าโพเดียม ก่อนที่เหล่านักแข่งที่ใช้ GP25 จะสามารถปรับตัวกับรถได้ดีมากยิ่งขึ้น  ‘แฟรงกี้’ กับการแข่งขัน MotoGP 2025 เจ้าตัวได้ใช้ตัวแข่ง GP24 ที่เป็นสเปคลดทอนจากตัวแข่งทีมโรงงานที่มาร์ก มาร์เกซ, ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และทีมเมทของเจ้าตัวอย่าง ฟาบิโอ ดิ จินันอันโตนิโอ ใช้ในการแข่งขันฤดูกาลนี้ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าช่องว่างระหว่างตัวเขากับตำแหน่งหัวตารางที่ใกล้กันตอนนี้ อาจอยู่ได้ไม่นาน และตัวเขาเองก็มีความตั้งใจในการใช้ประโยชน์ในช่วงต้นฤดูกาลนี้ในการเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด จริงที่หลังผ่านการแข่งขันไปทั้งสิ้น 4 สนามนักแข่งจากทีมแซทเทิลไลท์ของทีม Ducati ที่โดดเด่นที่สุดน่าจะหนีไม่พ้นน้องชายของแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘อเล็กซ์ มาร์เกซ’ จากทีม BK8 Gresini Racing MotoGP ที่สร้างผลงานเด่นขึ้นโพเดียมได้ 3 สนามจาก 4 สนามที่ทำการแข่งขันสะสมคะแนนรวมในตำแหน่งแชมป์โลกได้ถึง 106 คะแนนห่างจากมาร์ก มาร์เกซที่อยู่ในอันดับหนึ่งเพียงแค่ 17 คะแนนเท่านั้น   แต่อีกหนึ่งคนที่มาเป็นม้ามืดก็คงจะหนีไม่พ้นนักแข่งเจ้าของหมายเลข 21 รายนี้ ซึ่งหลังผ่านการแข่งขันไป 4 สนามสามารถเก็บคะแนนได้ทุกสนาม และได้ขึ้นโพเดียมได้สองสนาม (สนามประเทศอาร์เจนติน่า และสนามประเทศกาตาร์) สนามแข่งขัน อันดับที่ทำได้ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศไทย อันดับที่ 4 (+13 คะแนน) เทอมาส เด ริโอ ฮอนโด ประเทศอาร์เจนติน่า อันดับที่ 3 (+16 คะแนน) เซอร์กิต ออฟ เดอะ อเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับที่ 4 (+13 คะแนน) ลูเซล อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ อันดับที่ 3 (+16 คะแนน)   ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเมื่อผ่านการแข่งขันไปหลาย ๆ สนามมายิ่งขึ้นนักบิดที่ได้ใช้ตัวแข่งสเปคโรงงานอาจจะได้รับการอัปเกรดในด้านต่าง ๆ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ช่องว่างระหว่างรถทีมโรงงานกับ GP24 จะมีความแตกต่างกันมากยิ่งขึ้น “แน่นอนว่า… เราควรใช้ประโยชน์จากช่องว่างเล็กน้อยที่มีอยู่ระหว่างรถของเรากับรถโรงงานในตอนนี้” มอร์บิเดลลี่กล่าวที่กาตาร์ “ช่วงเวลานี้ของปีถือเป็นโอกาสที่เราควรใช้เพื่อสร้างผลงานที่ดียิ่งขึ้น” ซึ่งจุดพัฒนาใหญ่ครั้งต่อไปหลาย ๆ ทีมมุ่งโฟกัสไปช่วงหลังการแข่งขัน Spanish Grand Prix ที่เฆเรซในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ อีกทั้งโมบิเดลียังมุ่งมั่นในการตั้งตารอการแข่งขันที่สนามเฆเรซอีกครั้งหลังจากที่ในการแข่งขันปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์ฝนตก และทำให้โมบิเดลีพลาดล้มในเรซหลัก “ผมตั้งตารอที่จะไปเฆเรซ หลังจากสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมในกาตาร์ที่ได้ขึ้นโพเดียมอันดับสามสองเรซ” มอร์บิเดลลี่กล่าว “ปีที่แล้ว สนามนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งแรกที่ผมเริ่มขี่ได้เร็ว ผมเข้าใกล้โพเดียมมากในสปรินต์ และแม้ว่าในเรซหลักจะล้มไป แต่ตอนนั้นผมกำลังเร่งแซงอย่างเร็วเลย” Franco Morbidelli และทีม VR46 Racing Team จะลงแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮอนด้าพร้อมทุ่ม 400 ล้านดึง เปโดร อคอสต้า เข้าร่วมทีม

ฮอนด้าพร้อมทุ่ม 400 ล้านดึง เปโดร อคอสต้า เข้าร่วมทีม มีข่าวหลุดออกมาอย่างไม่พักสำหรับนักบิดดาวรุ่งจากค่ายผู้ผลิตสัญชาติออสเตรียเจ้าของฉายา ‘Baby Shark’ เปโดร อคอสต้า หนึ่งในนักแข่งดาวรุ่งคนสำคัญของทีม KTM ที่ตอนนี้ถูกเชื่อมโยงกับทางค่ายผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Honda ที่เตรียมทุ่มเงินถึงแปดหลักในการกระชากนักบิดสัญชาติสเปนวัย 20 ปีรายนี้มาร่วมทัพ ทีมผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นอดีตต้นสังกัดของแชมป์โลก 8 สมัยมองว่าอคอสต้ามีความสามารถมากพอในการจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทีมยุคใหม่ และคาดว่าจะสามารถพาทีมฮอนด้ากลับสู่ความยิ่งใหญ่ในการแข่งขัน MotoGP ได้อีกครั้ง  ตามรายงานของ Speedweek เว็บไซต์ข่าวกีฬาสัญชาติเยอรมันออกมาเผยว่าฮอนด้าพร้อมยื่นข้อเสนอสุดอลังการด้วยมูลค่าสูงถึง 30 ล้านยูโร ซึ่งจากรายงานไม่ได้ระบุระยะเวลาของสัญญาไว้อย่างชัดเจน แต่ถ้าหากข้อเสนอสัญญาเซ็นกันที่ 3 ปี เท่ากับว่านักบิดเจ้าของหมายเลข 37 รายนี้จะได้รับค่าตัวอยู่ที่ 10 ล้านยูโรต่อฤดูกาล ซึ่งจะส่งผลให้เจ้าตัวขยับขึ้นมาเป็นนักบิดที่มีรายได้ 10 ล้านยูโรต่อฤดูกาล แต่เป็นรองฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ จากทีมโรงงาน Yamaha ที่มีรายได้สูงที่สุดอยู่ที่ปีละ 12 ล้านยูโร แต่ถึงอย่างไรก็ตามฮอนด้าก็ไม่ใช่ผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับเปโดร อคอสต้า แต่เรื่องของ ‘ความสามารถในการจ่าย’ ทางผู้ผลิตรายนี้ก็ถือว่าเป็นทีมที่กระเป๋าหนักอยู่อันดับต้น ๆ และถึงแม้ว่าตัวแข่งของทีมอย่าง RC213V อาจจะยังไม่ได้มีความน่าอิจฉามากนัก แต่เมื่อเข้าสู่การแข่งขันฤดูกาล 2025 ฮอนด้าก็มีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดมากขึ้น หลังผ่านการแข่งขันไปสี่สนามตารางคะแนนของผู้ผลิตฮอนด้ารั้งอันดับที่สองของตารางคะแนนตามหลังดูคาติเพียงรายเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทางฮอนด้าก็มีความเชื่อว่าตัวแข่งอย่าง RC213V อาจกลับมาแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในปี 2027 เมื่อมีการเปลี่ยนกฎเกี่ยวกับเรื่องของเทคนิคตัวรถ  ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันนักบิดเจ้าของหมายเลข 37 รายนี้ถือว่าประสบปัญหาในการแข่งขันปีนี้กับรถ KTM อยู่พอสมควร การที่ตัวรถไม่สามารถก้าวขึ้นไปต่อสู้กับทีมชั้นนำได้อีกทั้งยังมีปัญหาเกี่ยวกับอาการรถสั่นเข้ามาร่วมด้วย แม้จะมีปัญหาดังกล่าวแต่อคอสต้าเองก็ยังยืนยันจะอยู่เคียงข้างกับทีมผู้ผลิตที่ให้โอกาสเขาก้าวขึ้นสู่ MotoGP แต่ทาง KTM เองก็รู้ดีถึงปัญหาตรงนี้ พร้อมทั้งการเผชิญแรงกดดันในการที่จะต้องพัฒนารถแข่งที่สามารถพาให้พวกเขาคว้าชัยชนะให้ได้ เพื่อไม่ให้เสียหนึ่งในนักบิดดาวรุ่งระดับแนวหน้าของวงการไปจากทีม  ซึ่งคู่แข่งของทางฮอนด้าในการดึงตัวเปโดร อคอสต้าเข้ามาร่วมทีมก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นค่ายรถที่ยืนอยู่ในอันดับที่หนึ่งของตารางคะแนนอยู่ตอนนี้อย่าง ‘คูคาติ’ ซึ่งอคอสต้าอาจถูกล่อลวงด้วยข้อเสนอที่อาจจะได้ใช้รถสเปคเทียบเท่าทีมโรงงานในการแข่งขัน ที่ดูคาติมีเอี่ยวในการดึงตัวก็ไม่ใช่เหตุผลอื่นใดแต่เป็นเพราะ วาเลนติโน่ รอสซี่ หัวเรือของทีม VR46 เพิ่งแสดงความชื่นชมในตัวอคอสต้าระหว่างการแข่งขัน MotoGP ที่ประเทศกาตาร์ ถึงอย่างไรก็ตามแต่ KTM ก็ยังคงมั่นใจ โดยพวกเขาได้จับอคอสต้าเซ็นสัญญาระยะยาว ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการรั้งตัวเขาไว้ บอสของ KTM อย่าง พิต เบียร์เรอร์ ก็ได้ออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า อคอสต้ายังคงมีสัญญากับทีม แม้จะมีความสนใจจากทีมคู่แข่งมากมาย อคอสต้าจะยังคงอยู่กับผู้ผลิตสัญชาติออสเตรียต่อไป หรือกระโดดออกไปหาความท้าทายกับผู้ผลิตรายอื่นตอนนี้ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม โดยการแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลจะไปแข่งขันกันที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปนในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทาร์โดซซี่ ยัน มาร์ก มาร์เกซ จะเป็นตัวอันตรายของ MotoGP ไปอีกหลายปี

ทาร์โดซซี่ ยัน มาร์ก มาร์เกซ จะเป็นตัวอันตรายของ MotoGP ไปอีกหลายปี มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งเจ้าของหมายเลข 93 ในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งในฤดูกาล 2025 ก็เป็นขวบปีแรกที่เจ้าตัวได้ย้ายเข้าไปสู่ทีมโรงงานของ Ducati Lenovo Team อีกทั้งยังสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงสมฐานะของการเป็นเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย และ ‘ตัวเต็ง’ แชมป์ในฤดูกาลปัจจุบันจนกระทั่งที่ว่าบอสของดูคาติอย่าง ดาวิเด้ ทาร์โดซซี่เชื่อว่า มาร์เกซเวอร์ชันนี้คือเวอร์ชันที่ดีที่สุด “มาร์ก มาร์เกซ จะเป็นตัวอันตรายของโมโตจีพีไปอีกสี่ห้าปี” ประโยคดังกล่าวออกมาจากผู้จัดการทีมของ Ducati Lenovo Team อย่าง ดาวิเด้ ทาร์โดซซี่ที่ออกอาการภาคภูมิใจนักแข่งคนใหม่ของทีมอยู่ไม่น้อย เพราะเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้เริ่มต้นภารกิจล่าแชมป์โลกปี 2025 กับทีมโรงงานดูคาติอย่างร้อนแรง โดยคว้าชัยชนะในทุกการแข่งขันสปรินต์ทั้ง 4 สนาม และชนะถึง 3 จาก 4 เรซหลักที่เปิดฤดูกาล ชัยชนะในรายการกาตาร์ กรังด์ปรีซ์ ทำให้เขาขึ้นเป็นผู้นำคะแนนสะสม โดยมีคะแนนนำ อเล็กซ์ มาร์เกซ จากทีม Gresini อยู่ 17 แต้ม ขณะที่ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า เพื่อนร่วมทีมโรงงานตามอยู่ 26 แต้มหลังจบ 4 สนาม อีกทั้งทาร์โดซซี่ยังออกมาเผยอีกว่า ตอนนี้โรงรถของดูคาติมีทั้ง “ราชาและเจ้าชาย” แห่งโมโตจีพี “มาร์คทำเวลา 1 นาที 52.5 วินาที และ 1 นาที 52.6 วินาที ก่อนจบการแข่งขันเพียง 4-5 รอบ มันแสดงให้เห็นว่าใครคือราชาตัวจริง ในความเห็นของผม แบรนด์ของเรามีทั้งราชาและเจ้าชายในโมโตจีพี เพราะเรามีแชมป์โลก 11 สมัยอยู่ในพิตเดียวกัน” “มันเป็นไปได้ที่มาร์เกซจะชนะทุกรายการที่เหลือในปี 2025 แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเป็คโก้จะคว้าชัยชนะได้ในบางสนาม โดยเฉพาะเพราะมาร์เกซในตอนนี้มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และเข้าใจแล้วว่า บางครั้งการจบอันดับสองก็ไม่เป็นไร หากมันเสี่ยงเกินไป” “เขารู้ดีว่าเขาต้องคว้าแชมป์โลกให้ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการไปถึงเป้าหมายนั้นให้ได้ แล้วหลังจากนั้นเขาจะทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ” “มาร์คในวันนี้ดีกว่าเดิมมาก และผมเชื่อว่าเขาจะยังเป็นตัวอันตรายได้อีกสี่ถึงห้าปีข้างหน้า” “อย่างไรก็ตาม เรารู้ว่าเราสามารถพึ่งพานักแข่งชั้นยอดได้สองคน และเราก็รู้สึกพอใจมากกับเรื่องนี้” เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้ และฟรานเชสโก้ บัญญาย่าจะลงแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลที่ประเทศสเปน ในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

โยฮันน์ ซาร์โก้ งัดฟอร์มเจ๋งให้ฮอนด้าในศึก QatarGP25

โยฮันน์ ซาร์โก้ งัดฟอร์มเจ๋งให้ฮอนด้าในศึก QatarGP25 โยฮันน์ ซาร์โก้ นักบิดสายเลือดจากแดนน้ำหอมโชว์ฟอร์มร้อน คว้าอันดับสี่ในการแข่งขัน QatarGP ในช่วงวันที่ 11-13 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นผลงานในการแข่งขันเมนเรซดีที่สุดของค่ายฮอนด้านับตั้งแต่มาร์ก มาร์เกซขึ้นโพเดียมอันดับที่สามในศึกการแข่งขัน Motul Grand Prix of Japan ปี 2023  โดยนี่ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของซาร์โก้ นับตั้งแต่เข้าร่วมทีม LCR และยังเป็นผลงานการแข่งขันที่ดีที่สุดของฮอนด้าตั้งแต่ มาร์ค มาร์เกซ ขึ้นโพเดียมในศึกกรังด์ปรีซ์ญี่ปุ่นปี 2023 โดยซาร์โก้ออกสตาร์ตจากกริดที่ 7 และทำการออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับในรอบสปรินต์เมื่อวันเสาร์ ก่อนจะยืนระยะในกลุ่มหน้าตลอดการแข่งขัน ในรอบที่ 12 ถึง 19 ซาร์โก้สามารถแซงหน้าแฟรงโก้ มอร์บิเดลลี่ ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่ลุ้นโพเดียม ก่อนที่นักบิด VR46 จะสวนคืนในช่วงสามรอบสุดท้าย “การได้สู้เพื่อโพเดียม และมีเพซรวมถึงความรู้สึกแบบนี้บนรถ มันสุดยอดจริง ๆ ผมมีความสุขมาก เพราะผมสามารถรักษาเพซที่ดีเยี่ยมไว้ได้ และการที่ผมมี ‘โพเดียมเพซ’ แบบนี้ มันเยี่ยมมาก ผมแข่งก็เพราะสิ่งนี้แหละ ผมรักมัน!” สลิปสตรีมเป็นประโยชน์ในศึก QatarGP อย่างที่ทราบกันดีเกี่ยวกับปัญหาของ RC213V จากค่ายฮอนด้าเกี่ยวกับความเร็วปลาย และอัตราเร่งที่เป็นรอง “ผมรู้ว่าถ้าผมสามารถเกาะอยู่หลังกลุ่มผู้นำตรงโค้งสุดท้ายได้ แล้วใช้สลิปสตรีม ผมจะเซฟเวลาได้ราว ๆ สองในสิบวินาทีต่อรอบ” เขาอธิบาย “แต่ถ้าวิ่งคนเดียว ผมอาจจะเสียเวลานิดหน่อย ดังนั้นสลิปสตรีมจึงช่วยได้มากจริง ๆ”   “แต่ถึงไม่มีมัน เราก็พัฒนาขึ้นอยู่ดี ตอนนี้รถคันนี้กลายเป็นของผมแล้ว – ผมรู้วิธีควบคุมมัน และสามารถปรับสไตล์การขี่ให้เข้ากับมันได้ดีขึ้นในแต่ละสนาม” “ช่วงที่ยากที่สุดของการแข่งขันคือตอนที่พยายามจะตามเป็กโก้ให้ทัน แต่ก็ไม่สามารถทิ้งระยะห่างจากคนข้างหลังได้” เขากล่าว “ตอนที่มอร์บิเดลลี่แซงผมอีกครั้ง ผมก็เห็นว่าอัลเดเกร์ก็ตามมาแล้วเหมือนกัน ผมเลยพยายามทำเต็มที่เพื่ออยู่ใกล้ที่สุด ผมสามารถรักษาอันดับ 5 ไว้ได้ – และจากโทษที่เกิดขึ้น เราก็ขยับเป็นอันดับ 4” “เรามีอาการสั่นนิดหน่อย แต่ก็อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ผมสามารถปรับการขี่ของตัวเองเพื่อรับมือกับปัญหา มันดีมากที่ได้ยืนยันว่า ความเร็วของเรากำลังมา และทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม” เมื่อ MotoGP กำลังจะกลับไปแข่งขันที่ยุโรปในสนามเฆเรซ ซาร์โก้ก็ยังมองโลกในแง่ดีว่า “เรากำลังก้าวหน้าอย่างมั่นคง และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” นักแข่งเจ้าของหมายเลข 5 รายนี้ และทีมฮอนด้าจะลงแข่งในสนามที่ห้าของฤดูกาลที่ประเทศสเปนในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha M1 V4 ลงทดสอบครั้งแรก (พร้อมคลิป)

Yamaha M1 V4 ลงทดสอบครั้งแรก (พร้อมคลิป) ข่าวมอเตอร์สปอร์ตในช่วงนี้ก็จะมีเรื่องฉาวโฉ่ดราม่ามากมาย ทั้งค่ายส้มตกอันดับเพราะลมยางบ้าง ขี่ชนกันจนปีกหักกระจายบ้าง แชมป์โลกล้มเจ็บหนักเข้าโรงพยาบาลบ้าง เล่นซะสื่อสำนักข่าวทั้งต่างประเทศและบ้านเราต่างแทบปั้นข่าว..ทำคอนเทนต์กันหัวหมุนทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้มีเพียงข่าวร้ายเสมอไปเท่านั้นหนึ่งในข่าวดีที่ทำเอาแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะสาวกซ้อมเสียงเริ่มกลับมามีความหวังอีกครั้งนั้นก็คือ ยามาฮ่าเขาเริ่มเทสตัวแข่ง Yamaha M1 V4 ตัวใหม่อย่างเป็นจริงเป็นจังแล้ว และอาจบรรจุใช้เป็นตัวแข่งขันในปี 2026  ส่ง ‘เทสไรเดอร์’ ลุยทดสอบที่บาเลนเซีย โดยครั้งนี้ทางยามาฮ่าได้ใช้สิทธิ์พิเศษตามเงื่อนไขการพัฒนาแบบเต็มรูปแบบ สำหรับการทดสอบแบบไพรเวทส่วนตัวที่สนามบาเลนเซีย ประเทศสเปน โดยส่งนักบิดเทสไรเดอร์อย่าง ออกุสโต เฟอร์นันเดซ และ คาล ครัชโลว์ มาร่วมลองสัมผัส จับฟีลลิ่งขุมพลัง V4 ของ YZR-M1 ที่พัฒนาใหม่ขึ้นในรุ่นนี้ แม้ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดของการทดสอบในครั้งนี้ แต่ Max Bartolini ผู้อำนวยการทางด้านเทคนิคของยามาฮ่า ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และยังคงย้ำว่า การจะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ V4 นั้น ต้องทดสอบแล้วว่าเครื่องยนต์ตัวใหม่นั้น สามารถแสดงจุดได้เปรียบกว่าเครื่องยนต์เดิมอย่างชัดเจน และการทดสอบครั้งนี้ก็ถือว่าอยู่ในขั้นตอนแรกเท่านั้น หากมีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น อาจนำส่งให้นักแข่งลงทดสอบในสเต็ปต่อไป  @motoracingmx Augusto Fernández en Valencia durante el segundo día de test privado, probando el nuevo motor V4 de Yamaha. sube el volumen y disfruta. #motogp #yamaha ♬ sonido original – Moto Racing México ตอนนี้เราได้เริ่มการทดสอบกับครื่องยนต์ V4 แล้ว และการนำไปทดสอบกับนักแข่งทีมโรงงานจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการพัฒนา ถ้ารถพร้อม..เราจะทดสอบโดยเร็วที่สุด การพัฒนาเครื่องยนต์และตัวรถต้องใช้เวลา ซึ่งตอนนี้เพิ่งเริ่มต้นจริง ๆ และเรายังไม่สามารถเปรียบเทีียบสมรรถนะได้อย่างชัดเจน แต่ทันทีที่เราสามารถเปรียบเทียบได้ เราจะเดินหน้าต่อกับรถที่เร็วที่สุดระหว่างสองคันนั้น หากทดสอบเสร็จสิ้นแล้วบรรลุผลตามเป้า เราอาจจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังคงสร้างความหวังครั้งใหม่ของค่ายระดับตำนานอย่างยามาฮ่าัฟทฟ้ฟเลยไม่น้อย และโปรเจ็กต์ครั้งนี้คงอาจเป็นผลงานที่หลาย ๆ คนรอคอยมาหลายปีก็เป็นไปได้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

‘ดีนะ แต่สนามต้องปรับอีกเยอะ !’ ลูก้า มารินี รับดีใจบราซิลกลับสู่ MotoGP

‘ดีนะ แต่สนามต้องปรับอีกเยอะ !’ ลูก้า มารินี รับดีใจบราซิลกลับสู่ MotoGP ลูก้า มารินี นักแข่งจากทีมโรงงานของฮอนด้าในศึกการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยความรู้สึกว่าตนนั้นรู้ชื่นชม และดีใจที่จะมีสนามที่ประเทศบราซิลกลับมาปรากฎอีกครั้งในปฏิทินการแข่งขัน แต่อีกแง่นึงก็คิดว่าสนามที่จะนำมาใช้ในการจัดการแข่งขันยังต้องมีการปรับปรุงอีกเยอะ สนามในเมืองโกยาเนียอย่าง สนามแข่ง Autódromo de Interlagos (Ayrton Senna) ของประเทศบราซิล เป็นหนึ่งในสนามที่เป็นตัวเต็งในการนำมาใช้ในการจัดการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2026 ซึ่งการแข่งขันรอบใหม่ในทวีปอเมริกาใต้รายการนี้ มีกำหนดเข้าปฏิทินในปี 2026 ตามสัญญาระยะเวลา 5 ปี และคาดว่าจะถูกจัดควบคู่กับสนามอาร์เจนตินาหรือออสติน ซึ่งเป็นสนามที่ 2 และ 3 ของฤดูกาลนี้  แต่ก่อนที่บราซิลจะได้กลับมาจัดการแข่งขันโมโตจีพีอีกครั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004 สนามโกยาเนียจะต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อให้ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่โมโตจีพีกำหนด ซึ่งลูก้า มารินี นักแข่งจากทีมฮอนด้าก็ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวนี้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็มีหลายจุดที่น่าเป็นห่วง รวมไปถึงเรื่องของความปลอดภัยที่ยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าที่ควร  “พวกเขาต้องทำงานอีกเยอะ ทั้งในส่วนของแทร็กและสิ่งอำนวยความสะดวก ภายในหนึ่งปี เราหวังว่าทุกอย่างจะพร้อม” เขากล่าวเสริม “พวกเขาสัญญากับเราว่าจะเร่งมือเต็มที่ เพราะมีความสนใจอย่างมากในการจัดการแข่งขันครั้งนี้” “สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย ในความเห็นของผม เพราะมันเป็นสนามที่เร็วมาก และมีโค้งเร็วหลายจุด นั่นหมายความว่าเราต้องมีพื้นที่เซฟโซน (runoff area) ที่ดี เพราะเลย์เอาต์ของสนามค่อนข้างเร็ว และเวลาต่อรอบจะสั้นมาก” “สั้นกว่าซัคเซ่นริงเสียอีก” แต่ตรงกันข้ามกับสนามเยอรมันที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วเฉลี่ยต่ำ เขาคาดว่าสนามโกยาเนียจะมี “ความเร็วเฉลี่ยสูงมาก ทางตรงยาว และมีหลายโค้งที่ใช้เกียร์ 3 หรือ 4” “มีบางโค้งแคบที่ลดความเร็วเฉลี่ยลงบ้าง แต่โดยรวมแล้วดูเหมือนจะค่อนข้างเร็ว เราต้องรอดูอีกทีเมื่อใช้รถ MotoGP จริง ๆ รวมถึงตอนที่มีการติดตั้งเคอร์บใหม่ ปูแอสฟัลต์ใหม่ และมีทุกอย่างครบแล้ว เพราะเมื่อนั้นสภาพแทร็กจะดีขึ้นมาก” นักแข่งหมายเลข 10 จากทีมโรงงานฮอนด้ารายนี้จะลงแข่งขันในนัดที่สี่ของฤดูกาลที่สนามลูเซล อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เจอกันกาตาร์ ! Aprilia Racing ยืนยันมาร์ติเนเตอร์พร้อมคืนสนาม

เจอกันกาตาร์ ! Aprilia Racing ยืนยันมาร์ติเนเตอร์พร้อมคืนสนาม Aprilia Racing ต้นสังกัดของแชมป์โลก MotoGP คนล่าสุดอย่าง ฆอร์เก้ มาร์ติน ได้ออกมายืนยันแล้วว่าการแข่งขันสนามที่ 4 ของฤดูกาลนี้ที่ประเทศกาตาร์ในรายการ Qatar Airways Grand Prix of Qatar ที่สนามลูเซล อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ฆอร์เก้ มาร์ตินที่ประสบอุบัติเหตุตั้งแต่การซ้อมในรอบทดสอบที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในช่วงวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นการประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ของเจ้าตัว ก่อนที่จะได้พักพื้นรักษาตัว และได้รับบาดเจ็บบริเวณมือซ้ายซ้ำอีกครั้งในการซ้อมแบบส่วนตัวที่ประเทศสเปน ก่อนเปิดฉากการแข่งขันที่ประเทศไทยในอีกไม่กี่วัน จากเหตุการณ์การเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้มาร์ติเนเตอร์ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ และหายไปจากการแข่งขันถึง 3 สนาม (สนามประเทศไทย , อาร์เจนตินา และสหรัฐอเมริกา)   ทางต้นสังกัดของเจ้าตัว ‘ทีมอาพริเลีย’ ได้ยืนยันว่า หลังจากการตรวจร่างกายครั้งสุดท้ายที่ประเทศสเปน มาร์ตินจะเข้าร่วมการแข่งขันกาตาร์กรังด์ปรีซ์สุดสัปดาห์นี้ แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าของแชมป์โลกคนล่าสุดรายนี้ยังต้องผ่านการตรวจร่างกายโดยทีมแพทย์ของโมโตจีพีในวันพฤหัสบดีที่กาตาร์ ซึ่งการที่มาร์ตินร่วมเดินทางไปที่ประเทศกาตาร์ในหนนี้ก็แสดงให้เห็นว่าเขามั่นใจว่าจะได้รับอนุญาตให้ลงแข่งในสนามที่ 4 ของฤดูกาล โดยมาร์ติเนเตอร์ได้ลองทดสอบขับขี่ตัวแข่ง RS-GP ไปเพียงแค่ 90 รอบเท่านั้นนับตั้งแต่การทดสอบที่บาร์เซโลนาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมาร์ตินเองก็คิดว่าถ้าตนแข่งจบได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมแล้ว “แข่งจบได้ก็ถือว่าเป็นชัยชนะแล้ว ผมมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะกลับมาลงสนาม และรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยจะได้ลองแข่งที่กาตาร์” “เป้าหมายคือการสร้างความมั่นใจกับ RS-GP25 ให้มากขึ้น และเริ่มต้นหมุนรอบสนามให้ได้บ้าง ผมไม่รู้ว่าสภาพร่างกายของผมจะเป็นอย่างไร – แน่นอนว่าคงไม่สมบูรณ์ 100%” “เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด และพัฒนาทีละนิด ในแง่ของร่างกาย ผมยังไม่แน่ใจเลยว่าจะสามารถแข่งจบได้หรือไม่ แต่ถ้าทำได้ มันก็จะเป็นชัยชนะ เพราะมันหมายถึงการเริ่มต้นฟื้นตัวของผม” “เราต้องเดินทีละก้าว เพื่อพยายามกลับคืนสู่ระดับฟอร์มปกติของเราให้เร็วที่สุด” ต้องยอมรับว่าการกลับมาแย่งชิงตำแหน่งแชมป์โลกในฤดูกาลนี้ของฆอร์เก้ มาร์ตินอาจจะดูเป็นเรื่องที่ค่อนข้างไกลตัวพอสมควร เมื่อเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง มาร์ก มาร์เกซ ที่โชว์ฟอร์มร้อนแรงกับทีมโรงงาน Ducati ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ และในกลุ่มหัวตารางคะแนนสะสมแชมป์โลกก็เป็นสองพี่น้องตระกูลมาร์เกซที่ยืนอยู่ในตำแหน่งหัวตาราง ตามมาด้วยอันดับสามฟรานเชสโก้ บัญญาย่า  การแข่งขันสนามที่สี่ของฤดูกาลจะทำการแข่งขันกันที่ประเทศกาตาร์ ที่สนามลูเซล อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิตในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เชื่อพี่ ! ย้ายเถอะน้อง เควิน ชวานซ์ แนะ เปโดร อคอสต้าออกจาก KTM

เชื่อพี่ ! ย้ายเถอะน้อง เควิน ชวานซ์ แนะ เปโดร อคอสต้า ออกจาก KTM เปโดร อคอสต้า นักบิดดาวรุ่งจากทีมโรงงาน KTM ถูกตำนานแชมป์โลกในรุ่น 500 ซีซีอย่าง เควิน ชวานซ์ แนะนำให้ย้ายทีมหนีออกจากค่ายผู้ผลิตสัญชาติออสเตรียหากมีโอกาส เพราะการไปอยู่ในทีมที่มีสภาพแวดล้อมที่มีทิศทางการลุ้นแชมป์ จะส่งผลดีกับเจ้าตัว ปัจจุบันเปโดร อคอสต้าขึ้นมาสู่ทีมโรงงานของ KTM เป็นปีแรก โดยเจ้าตัวย้ายมาจากทีมรองของทางค่ายอย่าง  Red Bull GASGAS Tech3 โดยอคอสต้าเซ็นสัญญาระยะยาวกับ KTM แต่ผลงานที่ไม่สู้ดีนักในช่วงต้นฤดูกาล 2025 รวมถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนของทีมหลังเผชิญวิกฤตการเงินเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้เกิดกระแสข่าวว่า นักบิดวัย 20 ปีรายนี้อาจตัดสินใจแยกทางกับ KTM หลังจบฤดูกาล ‘Baby Shark’ ตกเป็นข่าวลือเชื่อมโยงกับหลายทีม อาทิ VR46 Ducati, Honda และ Pramac Yamaha แม้ว่าอคอสต้าจะยังคงแสดงจุดยืนสนับสนุน KTM อย่างชัดเจนในที่สาธารณะ แต่อย่างไรก็ตาม เควิน ชวานซ์ แชมป์โลก 500 ซีซี ปี 1993 เชื่อว่า หากมีโอกาสได้ย้ายไปขี่รถที่มีศักยภาพลุ้นแชมป์ อคอสต้าก็ควรรีบคว้าไว้ “เมื่อปีที่แล้วเขามีโอกาสลุ้นคว้าชัยในหลายสนามขณะที่อยู่แถวหน้า แต่ก็ยังไม่สามารถปิดจ็อบได้ เขายังไม่สามารถรักษาตำแหน่งหน้าสุดไว้จนถึงเส้นชัยได้” ชวานซ์กล่าวผ่านช่องทางถ่ายทอดสด MotoGP ในรายการกรังด์ปรีซ์ที่อเมริกา “ผมคิดว่าเปโดรมีเส้นทางอาชีพที่ยอดเยี่ยมรออยู่ข้างหน้า เขาควรใช้เวลาศึกษาและเรียนรู้สิ่งที่ทำได้บนรถ KTM และถ้ามีโอกาสได้ขี่รถที่อยู่แถวหน้าของกริด ผมว่าด้วยวัยของเขาในตอนนี้ เขาควรรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที” “ในฐานะคนที่ไม่เคยกล้าพอจะย้ายทีม ผมอยากแนะนำว่า ตอนนี้แหละคือเวลาที่ควรทำแบบนั้น” “ผมเองก็เคยพยายามอยู่สองสามครั้งนะ เคยลองจะไปขี่ Yamaha หนหนึ่ง เคยลองจะไป Honda หนหนึ่ง แต่ก็ไม่เคยสำเร็จสักที” “ผมคิดว่า ในเมื่อเปโดรยังอายุน้อยมาก และถึงแม้ KTM จะเป็นทีมที่ให้โอกาสเขามาจนถึงจุดนี้ แต่ถ้าเขารู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่เขาต้องการ ถ้าสัญญาใกล้หมด และมีโอกาสที่จะย้ายไปอยู่กับทีมที่กำลังอยู่แถวหน้าของกริด ผมว่าเขาควรรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีให้เสมอไปหรอกนะ” สำหรับผลงานของ KTM ตอนนี้ ทีมรั้งอันดับ 3 ในตารางคะแนนประเภทผู้ผลิต แต่ก็มีคะแนนนำหน้า Aprilia เพียงแต้มเดียว และยังไม่สามารถจบการแข่งขันได้ดีกว่าอันดับที่ 7 ในฤดูกาล 2025 ด้านอคอสต้าเอง ปัจจุบันอยู่อันดับ 13 ของตารางนักแข่ง มีอยู่ 16 คะแนน และจะลงแข่งสนามที่สี่ของฤดูกาลที่ประเทศกาตาร์ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Le Mans ต่อสัญญา 5 ปีดึง MotoGP แข่งสนามแดนน้ำหอม

Le Mans ต่อสัญญา 5 ปีดึง MotoGP แข่งสนามแดนน้ำหอม Le Mans หนึ่งในสนามแข่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากของนักแข่งรายการ MotoGP และแน่นอนว่าสนามนี้จะถูกบรรจุในโปรแกรมการแข่งขัน MotoGP ไปอย่างน้อยอีก 5 ปีจนถึงปี 2031  หลังจากที่สนามบาเลนเซียประเทศสเปนได้ทำการประกาศการต่อสัญญาใหม่ในการแข่งขัน MotoGP ไปจนถึงปี 2031 ล่าสุดสนามจากแดนน้ำหอมแห่งนี้ก็ไม่รอช้าด้วยการเซ็นสัญญากับ Dorna ออกไปอีก 5cha ปี โดยก่อนหน้านี้สนามแห่งนี้กำลังจะหมดสัญญาในปี 2026  แต่หลังการจรดน้ำหมึกต่อสัญญาจะทำให้สนามแห่งนี้ยังคงอยู่ในรายการ MotoGP ต่อไป เลอม็องส์เป็นสนามหลักในปฏิทิน MotoGP มาหลายปี และเคยสร้างการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา เลอม็องส์เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2000 และในปี 2023 ก็ทำลายสถิติผู้ชมด้วยจำนวน 278,805 คน ก่อนจะทำลายสถิตินั้นอีกครั้งในปี 2024 ด้วยยอดผู้ชมรวมสุดสัปดาห์ถึง 297,000 คน  Carmelo Ezpeleta ซีอีโอของ Dorna ออกมาเผยถึงความรู้สึกของการที่ MotoGP ได้ต่อสัญญากับสนามเลอม็องก์แห่งนี้ “ฝรั่งเศสมีประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตที่น่าทึ่งอยู่แล้ว และเราภูมิใจที่การแข่งขัน French Grand Prix ของเราได้มีส่วนในการเติมเต็มสิ่งนั้น พร้อมกับดึงดูดคลื่นแฟน ๆ รุ่นใหม่จำนวนมหาศาลทั้งต่อการแข่งขัน ต่อพื้นที่ และต่อกีฬานี้โดยรวม เราคือกิจกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส และผู้ชมในสนามก็สะท้อนให้เห็นถึงฐานแฟนที่หลากหลายและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นภาพที่เราอยากเห็นเกิดขึ้นทั่วโลก ในขณะที่กีฬานี้ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว” “ฝรั่งเศสเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรา และการได้ร่วมงานกับ PHA Claude Michy ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมเกินจะขอได้อีกแล้ว” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

‘สายตาหลอกไม่ได้’ Davide Tardozzi รับ สายตาเป้กโก้สื่อถึงความมุ่งมั่น

‘สายตาหลอกไม่ได้’ Davide Tardozzi รับสายตาเป้กโก้สื่อถึงความมุ่งมั่น Davide Tardozzi ผู้จัดการทีมโรงงาน Ducati Lenovo Team ออกมาเผยว่าเจ้าตัวรู้สึกดีใจ และชื่นชมเจ้าของแชมป์โลกสองสมัยอย่าง ‘ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า’ ที่มีสายตาแสดงถึงความมุ่งมั่น และพร้อมกลับมาช่วงชิงแชมป์โลก MotoGP อีกครั้ง หลังจบการแข่งขันในสนามที่สามของฤดูกาลในศึก MotoGP ซึ่งจัดขึ้นที่สนาม COTA ผู้จัดการทีมโรงงาน Ducati อย่างดาร์วิเด้ ทาร์โดซซี่ออกมาเปิดเผยว่าตัวเขานั้นทราบดีตั้งแต่ก่อนลงแข่งว่าเป้กโก้จะสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะสายตาของเขามันแสดงถึงความมุ่งมั่นออกมาทั้งหมด หลังจากจบการแข่งขันสปรินท์เรซช่วงวันเสาร์ด้วยอันดับที่สามรองจากสองพี่น้องตระกูลมาร์เกซ และในการเรซหลักเป้กโก้ก็กลับมาเอาชนะได้อีกครั้ง หลังจากที่นักบิดเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยพลาดท่าล้ม และขี่ไม่จบการแข่งขัน ส่งผลให้การสร้างสถิติชนะรวดทั้งสามสนามแรกต้องสิ้นสุดลง โดยชัยชนะของเป้กโก้ครั้งนี้นับว่าเป็นการคว้าชัยชนะที่นับตั้งแต่รอบสุดท้ายที่สนามบาร์เซโลน่าเมื่อปีที่แล้ว เพราะการแข่งขันในสองสนามแรกของฤดูกาลเป้กโก้โดนสองพี่น้องตระกูลมาร์เกซเอาชนะได้ทั้งหมด  แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดในอันดับที่ 6 แต่ทาร์โดซซี่เผยว่าเขาไม่เคยสงสัยในศักยภาพของบันญาญ่าเลย หลังจากเห็นฟอร์มของเขาในการแข่งขันสปรินต์ “เรารู้ทันทีว่าเขาจะทำได้ดีมากในวันนี้ หลังจากผลการแข่งขัน [สปรินต์] ผมคิดว่าเราสามารถอ่านแววตาของเปคโก้ได้ และเมื่อแววตานั้นเปล่งประกาย เราก็รู้เลยว่าเขาจะเร็วแน่นอน”  โดยในการแข่งขันสองสนามก่อนหน้านี้ บัญญาย่าประสบปัญหาในการเบรก และการเข้าโค้ง ก่อนจะมาถึงที่ COTA แต่ทาร์โดซซี่ยืนยันว่าไม่ได้มีการปรับจูนทางเทคนิคครั้งใหญ่แต่อย่างใด หนึ่งสนาม สองอารมณ์ ขณะที่ดูคาติฉลองชัยชนะของบัญญาย่า แต่อีกฟากเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง มาร์ก มาร์เกซกลับต้องเสียใจกับโอกาสที่หลุดมือไป หลังจากพลาดล้มขณะนำอยู่ในรอบที่ 9 “มันเป็นความรู้สึกที่หลากหลาย ร้องไห้ข้างหนึ่ง ยิ้มอีกข้างหนึ่ง ผมเพิ่งคุยกับมาร์ค เขารู้สึกเสียใจกับทีมมาก เขาทำพลาด แต่มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง พวกเราดีใจมาก ๆ ๆ กับเปคโก้ ที่กลับมาหาความเร็วของตัวเองเจออีกครั้ง ไปโดฮาด้วยความมั่นใจ เพื่อคว้าหนึ่ง-สองครั้งแรกของฤดูกาลกันเถอะ” ตารางคะแนนสะสมปัจจุบัน ฟรานเชสโก้ บัญญาย่าอยู่ในอันดับ 3 ของคะแนนสะสมแชมป์โลก โดยตามหลังอเล็กซ์ มาร์เกซ 12 แต้ม และตามหลังมาร์ก มาร์เกซ 11 แต้ม โดยการแข่งขันในสนามที่สี่ของฤดูกาลเป้กโก้ และมาร์ก จะลงแข่งขันที่สนามลูเซล อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศกาตาร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fabio Di Giannantonio สารภาพเปลี่ยนรถเพราะทำตาม ‘มาร์ก มาร์เกซ’

Fabio Di Giannantonio สารภาพเปลี่ยนรถเพราะทำตาม ‘มาร์ก มาร์เกซ’ Fabio Di Giannantonio นักแข่งจากทีม VR46 ออกมาเผยถึงเหตุการณ์วิ่งสี่คูณร้อยเมตรชายในการแข่งขันสนามที่สามของฤดูกาลในช่วงวันที่ 28 มีนาคม – 30 มีนาคมที่ผ่านมา ว่าเหตุผลของการกระทำดังกล่าวของเจ้าตัวนั้นไม่มีอะไรเลย นอกจากการทำตามมาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีมโรงงาน Ducati จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่สนาม Circuit of the Americas เมื่อมาร์ค มาร์เกซ ซึ่งได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล พุ่งออกจากกริดก่อนรอบวอร์มอัพเพื่อไปเปลี่ยนเป็นรถที่เซ็ตสำหรับพื้นแห้ง และ เหตุการณ์นี้ทำให้นักบิดคนอื่น ๆ รวมถึงผู้ที่อยู่แถวหน้า ต่างพากันเปลี่ยนรถตาม จนทำให้การออกสตาร์ทต้องล่าช้าออกไปด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ‘ดิกเจีย’ ซึ่งควอลิฟายมาเป็นอันดับสอง ก็เปลี่ยนรถเช่นเดียวกัน แต่เขายอมรับว่าทีมของเขาพยายามห้ามไว้ และที่เขาออกจากกริดไปก็เพียงเพราะเห็นมาร์เกซทำ ไม่ใช่เพราะคิดว่าถึงเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนยางแล้ว “พูดตรงๆ ตอนนั้นผมไม่มีไอเดียอะไรในหัวเลย ผมแค่พูดว่า ‘ทำตามที่มาร์คทำก็แล้วกัน’ เพราะในสถานการณ์แบบนี้ เขามักจะเฉียบคมเสมอ พอเห็นเขาวิ่งออกไป ผมก็รีบกระโดดลงจากรถ ช่างเทคนิคพยายามหยุดผม แต่ผมบอกว่า ‘ไม่ได้ ผมต้องไป’” “แต่พูดตามตรงนะ มันไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลย ผมแค่ทำตามเขาเท่านั้นเอง ถ้าผมได้สตาร์ทจากแถวหน้า แล้วคนที่ได้โพลดันวิ่งออกไป ผมก็คิดว่าผมต้องตามไปเหมือนกัน ผมต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันกับเขา” การกลับมาขึ้นโพเดียมอีกครั้งของ ‘ดิกเจีย’ ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ กลับมาขึ้นโพเดียมได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปีในรายการ Americas GP 2025 หลังพา Ducati ทีม VR46 เข้าป้ายในอันดับที่สาม และการขึ้นโพเดียมในครั้งนี้ถือเป็นโพเดียม อย่างเป็นทางการครั้งแรกของเขานับตั้งแต่คว้าชัยในรายการ Qatar GP ปี 2023 และเป็นการกลับไปเยือนโพเดียมครั้งแรกนับตั้งแต่รายการ Valencia GP ในปีเดียวกัน แม้ในครั้งนั้นเขาจะถูกปรับตำแหน่งลงมาเป็นอันดับสี่เนื่องจากแรงดันยางไม่เป็นไปตามข้อกำหนด แม้จะได้ประโยชน์จากการที่มาร์ก มาร์เกซล้มขณะนำการแข่งขันที่ COTA ดิ เจียนนันโตนิโอก็ยอมรับว่าแขนซ้ายของเขา “เหนื่อยล้าสุด ๆ” หลังผ่านไปเพียง 7 รอบสนาม “พูดง่าย ๆ คือหลังจากรอบที่เจ็ด ผมมองไปที่ป้ายพิทเพื่อดูว่ายังเหลืออีกกี่รอบ แล้วมันบอกว่าเหลืออีก 11 รอบ ตอนนั้นผมแบบ ‘โอ้โห งานเข้าแล้ว’ เพราะแขนซ้ายของผมล้าไปหมดแล้วจริง ๆ ผมเลยเริ่มเปลี่ยนวิธีขี่ใหม่หมดเลย พยายามใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกายแทน และพูดตามตรง ตอนนี้ผมเหนื่อยมาก” “จากนั้นผมก็พยายามประคองตัวให้รอดจนถึง 5 รอบสุดท้าย แล้วผมเห็นว่าผมทำเวลาพอ ๆ กับอเล็กซ์ มาร์เกซได้ และยางของผมก็ยังไม่แย่เท่าไร ผมเลยลองเร่งตามเขา พยายามไล่ แต่ก็ยังห่างเกินไป รอบสุดท้ายผมเสียอาการเล็กน้อยตรงท้ายรถ ก็เลยบอกตัวเองว่า ‘โอเค แค่นี้ก็พอแล้ว จบการแข่งขันให้ดี แล้วก็ยกล้อฉลองหน่อยเถอะ’” โดยนักบิดเจ้าของหมายเลข 49 รายนี้ยังออกมาเผยอีกว่าตัวเขา และทีมมีความสุขอย่างมากในการได้กลับมายืนบนโพเดียมอีกครั้ง ซึ่งตัวเขามองว่าการที่ทีมได้กลับมายืนโพเดียม มันคือตำแหน่งที่ควรจะเป็น  “ผมมีความสุขมาก เราทุ่มเทกันหนักมาก ฤดูหนาวที่ผ่านมามันยาวนานเกินไปสำหรับเรา มีอาการบาดเจ็บมากมาย และใช้เวลาอยู่กับนักกายภาพบำบัดเยอะมาก การได้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เราควรจะอยู่ตั้งแต่แรกมันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม” “ผมขอบคุณทีมของผมจากใจจริง พวกเขาอยู่ข้างผมเสมอ เชื่อมั่นในตัวผมเสมอ และนั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม “เรารู้ว่าการมาแข่งที่นี่จะยากในแง่สภาพร่างกาย ผมเลยฝึกหนักมากระหว่างที่อยู่ในอเมริกาอาทิตย์นี้ และนั่นทำให้ผมดีใจมาก เพราะเราพัฒนา เราอยู่ตรงนั้น เรารักษาโมเมนตัมไว้ได้ “ผมภูมิใจในทีม ภูมิใจในตัวเอง และภูมิใจในผลงานของเรา โพเดียมนี้อาจจะมาจากความผิดพลาดของมาร์คก็จริง แต่ผมว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน” ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ จะกลับมาลงสนามทำการแข่งขันในสนามที่สี่ของฤดูกาลที่สนาม ลูเซล อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศกาตาร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อเล็กซ์ มาร์เกซ ‘ขอเป็นอันดับสอง’ (รองจากพี่ชาย)

อเล็กซ์ มาร์เกซ ‘ขอเป็นอันดับสอง’ (รองจากพี่ชาย) อเล็กซ์ มาร์เกซ นักแข่งจากทีม BK8 Gresini Racing MotoGP ที่ในฤดูกาล 2025 นี้สามารถโชว์ฟอร์มร้อนแรงตั้งแต่เปิดฤดูกาล ซึ่งภาพรวมการแข่งขันของเจ้าตัวหลังผ่านไป 3 สนามดูเหมือนว่าจะเป็นรองแค่พี่ชายของเจ้าตัวอย่างมาร์ก มาร์เกซเท่านั้น โดยการแข่งขันในสนามที่สามของฤดูกาล ในการแข่งขัน Americas GP มาร์เกซคนพี่อย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ พลาดท่าล้มในโค้งที่ 4 ในรอบที่ 9 ของการแข่งขันทำให้เจ้าตัวแข่งไม่จบในสนามนี้ ส่งผลให้ทีมเมทอย่างฟรานเชสโก้ บัญญาย่า ฝ่าธงหมากรุกเข้าเส้นเป็นอันดับที่ 1 คว้า 25 คะแนนเต็มเก็บชัยชนะครั้งแรกของฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ  แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันเมื่อดีกรีแชมป์โลก Moto2 ปี 2019 ที่สามารถรักษาฟอร์มอย่างคงเส้นคงวา จบในอันดับที่สองของการแข่งขัน และด้วยความสม่ำเสมอของเจ้าตัวในการได้โพเดียมทำให้อเล็กซ์มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 87 คะแนนทะยานสู่ตำแหน่งจ่าฝูงเหนือพี่ชายของเขาเพียง 1 คะแนนเท่านั้น “ถ้าคุณมาบอกผมก่อนเรซแรกว่า ‘คุณจะเป็นผู้นำในตารางแชมป์โลก’ ผมคงบอกว่า ‘คุณบ้าไปแล้ว!’” อเล็กซ์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ตอนนี้เราเป็น ‘มิสเตอร์อันดับสอง’ แต่ผมก็มีความสุขกับมันนะ! ผมไม่มีปัญหาเลยถ้าจะจบอันดับสองแบบนี้ไปจนจบฤดูกาล “เราต้องสนุกกับช่วงเวลานี้ เรารู้ว่าเรามีอะไรอยู่ในมือ แค่ต้องเข้าใกล้ทุกเรซเหมือนที่เราทำตอนนี้ และพยายามดึงศักยภาพออกมาให้ได้ 100% ผมจะพยายามรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไป” แม้ว่าการที่เจ้าตัวได้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของคะแนนรวมนักแข่ง แต่มาร์เกซคนน้องก็ยอมรับว่าการแข่งขันที่สนามประเทศอเมริกาเป็นอีกหนึ่งสนามที่มีความยากลำบากอยู่ไม่น้อยเมื่อเทียบกับสองสนามที่ทำการแข่งขันก่อนหน้านี้ (สนามประเทศไทย และสนามประเทศอาร์เจนตินา) “ถ้าเปรียบเทียบฟอร์มของผมระหว่างไทย อาร์เจนตินา และที่นี่ สนามนี้เป็นสนามที่แย่ที่สุดในแง่ของฟีลลิ่งและวิธีที่ผมเข้าโค้งทั้งหมด”  “หลังจากไม่กี่รอบแรก ผมก็เห็นเลยว่าพวกเขาเร็วกว่าผม ผมเกือบล้มหน้าพับในโค้ง 10 และก็คิดในใจว่า ‘โอเค วันนี้ต้องเอาอันดับสามให้ได้ ต้องใจเย็นมาก ๆ’ “แล้วพอผมเห็นมาร์คล้ม ผมก็บอกตัวเองว่า ‘โอเค มีสติไว้นะ’” “ผมมีความสุขมาก ๆ กับวิธีที่เราจัดการทุกอย่าง กับความสม่ำเสมอที่เราทำได้ในการอยู่ท็อปทรี นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องทำต่อไป” “แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องสนุกกับช่วงเวลานี้ เพราะสำหรับทีมอิสระ ที่ใช้รถแข่งของปีที่แล้วแล้วสามารถขึ้นนำตารางแชมป์โลกได้ มันคือสิ่งที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ” การแข่งขันในสนามนัดถัดไปจะไปทำการแข่งขันที่สนาม ลูเซล อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต (Lusail International Circuit) ประเทศกาตาร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า ‘ผมแค่คิดถึงความรู้สึกตอนขี่ GP24’

ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า ‘ผมแค่คิดถึงความรู้สึกตอนขี่ GP24’ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า นักแข่งจากทีมโรงงาน Ducati ออกมาเผยว่ามีหลายคนอาจจะมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการที่เจ้าตัวจะเปลี่ยนกลับไปใช้ตัวแข่ง GP24 ในการแข่งขันที่เหลือของฤดูกาล 2025 นี้ เป้กโก้ ที่เคยได้ให้สัมภาษณ์หลังจากจบการแข่งขันในสนามที่ 2 ของฤดูกาลที่ประเทศอาร์เจนติน่า ว่าตัวแขานั้นอาจจะเปลี่ยนใจกลับมาใช้ตัวแข่ง GP24 ตั้งแต่สนามที่ 3 ในศึก America GP เป็นต้นไปหลังจากที่ทดลองใช้ GP25 แล้วออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยความยากลำบากเพราะยังไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลย แชมป์โลกสองสมัยออกสตาร์ทการแข่งขันสองสนามแรกด้วยการพ่ายให้กับทีมเมทเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง มาร์ก มาร์เกซ ที่โชว์ความเข้ากันได้เป็นอย่างดีระหว่างตัวเขากับ Ducati GP25 อีกทั้งยังน่าช้ำใจไม่น้อยที่ ‘มาร์เกซผู้น้อง’ อย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ จากทีม Gresini ที่ใช้ตัวแข่งในสเปครองลงมาอย่าง GP24 ก็ยังสามารถทำผลงานได้ดีกว่าบัญญาย่า โดยมาร์ก มาร์เกซ ที่พร้อมกลับมาล่าแชมป์โลกสมัยที่ 9 ให้กับเจ้าตัวด้วยการคว้าชัยชนะในทุกรายการแข่งขันของฤดูกาล 2025 (ออกสตาร์ทด้วยตำแหน่งโพล โพซิชั่น, ชนะสปรินท์เรซ, ชนะเมนเรซ) ขณะที่เป้กโก้ทำได้เพียงแค่จบอันดับที่สามในการแข่งขันสปรินท์เรซทั้งสองสนาม และจบในดับที่สาม และสี่ในการแข่งขันเมนเรซสองสนามที่ผ่านมา  และก่อนเปิดฉากการแข่งขันสนามที่สามในประเทศอเมริกาช่วงสุดสัปดาห์นี้เป้กโก้มีคะแนนตามหลังจ่าฝูงอย่างมาร์ก มาร์เกซอยู่ที่ 31 คะแนน และหลังจบการแข่งขันในสนามที่ประเทศอาร์เจนติน่าเป้กโก้ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเรซถัดไป ตัวเขาอาจะะกลับไปใช้ GP24 เพราะตอนนี้เขารู้สึกแปลก ๆ กับตัวรถอย่างมาก ซึ่งคำพูดดังกล่าวของเป้กโก้สร้างความประหลาดใจให้กับหลายคนอยู่ไม่น้อย เพราะตัวแข่ง GP25 รุ่นปัจจุบันมีความใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้าเป็นอย่างมาก หลังจากที่ดูคาติเลือกไม่ใช้เครื่องยนต์ใหม่สำหรับปี 2025 และยังคงใช้แชสซีและชุดแอร์โร่ของปี 2024 สำหรับการแข่งขัน แต่อย่างไรก็ตามก่อนการแข่งขันที่สนามประเทศสหรัฐอเมริกาเป้กโก้ได้บอกกับสื่อว่า ‘เขาพูดผิด และไม่ได้สื่อความหมายที่ต้องการจะสื่ออย่างถูกต้อง’ “น่าเสียดายที่ผมไม่เก่งเรื่องการอธิบายอะไรเป็นภาษาอังกฤษนัก เพราะสิ่งที่ผมอยากจะสื่อคือ ผมอยากกลับไปมีความรู้สึกเหมือนตอนขี่ GP24 และผมไม่ได้อยากเปลี่ยนกลับไปใช้ GP24 หรอก เพราะจริง ๆ แล้วมันก็ทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ผมรู้ว่ารถคันใหม่มีศักยภาพที่ดีกว่า และมาร์คก็แสดงให้เห็นแล้ว ดังนั้นผมแค่ต้องมีสมาธิและพยายามดึงฟีลลิ่งของตัวเองกลับมาให้ได้” “ดังนั้นผมจะพยายามให้สามารถแข่งขันได้ตั้งแต่เช้าวันศุกร์ และพัฒนาต่อไป เพราะผมรู้ว่าที่นี่ผมสามารถดึงศักยภาพออกมาได้มากกว่าเดิม” สองคู่หูจากทีมโรงงานของ Ducati ทั้งเป้กโก้ และมาร์กจะลงทำการแข่งขัน MotoGP2025 ในสนามที่สามของฤดูกาลที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในสนาม Circuit Of The Americas ในช่วงระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 30 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เลิกลือ ! Pedro Acosta ยังอยู่กับ KTM ต่อไป

เลิกลือ ! Pedro Acosta ยังอยู่กับ KTM ต่อไป Pedro Acosta นักแข่งดาวรุ่งคนสำคัญของทีมโรงงาน KTM ในการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2025 นี้ที่จู่ ๆ เจ้าตัวก็มีข่าวลือออกมาอย่างหนาหูว่า เจ้าของแชมป์โลก Moto2 ปี 2023 รายนี้เตรียมย้ายออกจากอ้อมอกผู้ผลิตสัญชาติออสเตรีย หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM อย่าง พิต ไบเรอร์ ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมผู้ผลิตมีหน้าที่ในการรักษา ‘Baby Shark’ รายนี้ให้อยู่กับทีมต่อไปแม้จะมีข่าวลือในการย้ายออกจากทีมออกมาก็ตาม  สืบเนื่องมาจากปัญหาหนี้สินของ KTM ที่มีรวมกันกว่า 2 พันล้านยูโร ถึงแม้ว่าตอนนี้เหมือนจะมีแสงสว่างที่มากขึ้นสำหรับอนาคตของเขา หลังจากการสรุปแผนการปรับโครงสร้างที่ได้รับการอนุมัติจากเจ้าหนี้เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ผลงานในช่วงแรกของการแข่งขันฤดูกาล 2025 อาจจะยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ตารางคะแนนสะสมประจำฤดูกาล 2025 (หลังผ่านไป 2 สนาม) อันดับ นักแข่ง สังกัดทีม คะแนนสะสม 1 มาร์ก มาร์เกซ Ducati Lenovo Team 74 2 อเล็กซ์ มาร์เกซ BK8 Gresini Racing MotoGP 58 3 ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า Ducati Lenovo Team 43 4 ฟรานโก้ โมบิเดลี VR46 Racing Team 37 5 โยฮันน์ ซาร์โก้ Castrol Honda LCR 25 6 ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ VR46 Racing Team 22 7 แบรนด์ บินเดอร์ Redbull KTM Factory Racing 19 8 ไอ โอกุระ TrackHouse MotoGP Team 17 9 มาร์โก้ เบซเซคคี่ Aprilia Racing 14 10 เปโดร อคอสต้า Redbull KTM Factory Racing 13   ตารางคะแนนผู้ผลิตประจำฤดูกาล 2025 (หลังผ่านไป 2 สนาม) อันดับ ทีมผู้ผลิต คะแนน 1 Ducati 74 2 Honda 26 3 Aprilia 22 4 KTM 22 5 Yamaha 13   หลังจากผ่านการแข่งขันไปสองสนามตอนนี้ผลงานของทีม KTM อยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนนทีมผู้ผลิตซึ่งเหนือกว่าค่าย Yamaha เพียงทีมเดียวเท่านั้น โดยนักแข่งที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของทีมคือแบรนด์ บินเดอร์ ที่อยู่อันดับ 7 บนตารางคะแนนสะสมของนักแข่ง  ซึ่งฟอร์มของ RC16 ที่ไม่ค่อยสู้ดีนักในตอนนี้อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้มีกระแสข่าวลือกลับมาอีกครั้งว่า เปโดร อคอสต้า ดาวรุ่งคนสำคัญของทีมอาจย้ายออกหลังจากจบฤดูกาล ซึ่งมีข่าวเชื่อมโยงกับทีมของพ่อหมออย่าง ‘VR46 Ducati’ แต่ถึงอย่างไรก็ตามผู้จัดการส่วนตัวของเปโดรอย่าง อัลเบิร์ต วาเลรา ก็ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว โดยเขายืนยันว่านักบิดในสังกัดของเขายังมีสัญญากับทีม KTM ไปจนถึงสิ้นปี 2026 และพิท ไบเรอร์เองก็ยอมรับว่าในการแข่งขันฤดูกาล 2025 นี้ KTM ก็ยังไม่สามารถทำผลงานได้ตามเป้า แต่ตัวเขาก็มั่นใจว่าทีมจะมีผลงานที่ดีขึ้นจนทำให้อคอสต้าพอใจ  ‘แน่นอนว่าเราไม่พอใจกับการเริ่มต้นฤดูกาลแบบนี้เลย ผลการแข่งขันมันชัดเจนอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเราจะมีพัฒนาการที่เห็นได้ชัดก็ตาม ในแง่ของความเร็ว เราทำเวลาต่อรอบได้เร็วขึ้นถึงหนึ่งวินาทีจากที่เคยทำไว้ในรายการอาร์เจนตินา GP ครั้งก่อนผลการควอลิฟาย Q2 ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีเพซที่ดี แต่เรายังไม่สามารถรักษาความเร็วนี้ไว้ได้ตลอดการแข่งขัน’ ‘ตอนนี้เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางแก้ไข เราต้องการส่งทีมทดสอบลงไปวิ่งที่เฆเรซเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อทดสอบที่ไม่ได้อยู่ในแผนเดิมด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดายที่เราได้รับแจ้งยกเลิก เพราะสนามยังไม่พร้อมใช้งานหลังจากเกิดน้ำท่วมครั้งล่าสุด

2025 AmericasGP

2025 AmericasGP ดินแดนคาวบอย สนามแข่ง Circuit of The Americas (COTA)ในรายการ 2025 AmericasGP ตั้งอยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ถือเป็นอีกหนึ่งสนามระดับโลกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในรายการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปฏิทินการแข่งขันปี 2013 สนามแห่งนี้ก็กลายเป็นเวทีวัดฝีมือของนักบิดระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชื่อของ Marc Márquez ที่สร้างตำนานอย่างยิ่งใหญ่ไว้ที่นี่ ข้อมูลสนาม 2025 AmericasGP ชื่อสนาม: Circuit of The Americas (COTA) สถานที่: ออสติน, เท็กซัส, สหรัฐอเมริกา เปิดใช้งานครั้งแรกใน MotoGP: ปี 2013 ความยาวสนาม: 5.513 กิโลเมตร (3.426 ไมล์) จำนวนรอบในการแข่งขัน MotoGP: 20 รอบ (รวมระยะทางประมาณ 110.3 กม.) จำนวนโค้ง: 20 โค้ง (ซ้าย 9 / ขวา 11) ทางตรงที่ยาวที่สุด: 1,200 เมตร สถิติ Race Record สนาม Circuit of The Americas 2024 ความท้าทายของสนาม โค้งเยอะและซับซ้อน COTA มีจำนวนโค้งมากถึง 20 โค้ง (โค้งซ้าย 9, โค้งขวา 11) รวมทั้ง โค้งเร็วต่อเนื่อง โค้งที่โหดๆ จะเป็น โค้ง 1 เป็นเนินชันและมาด้วยความเร็วสูง โค้ง 11 ที่เป็นโค้งยูเทิร์น จุดนี้เป็นจุดที่โดนแซงกันง่ายมาก และโค้ง 12 ที่เป็นทางตรง 1.2 กม จากโค้ง 11 ความเร็วของนักแข่ง ทะลุ 340+ กม/ชม. แน่นอน และต้องเบรกหนักๆ เผื่อจะเข้าโค้ง จุดนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก สภาพพื้นผิวที่ขรุขระ นักแข่งหลายคนวิจารณ์พื้นผิวของสนามว่า ขรุขระและกระแทกแรง ทำให้ควบคุมรถยาก โดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็วสูงในช่วง Sector 2 และ 3 ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อการลื่นไถลหรือยางหมดเร็ว ความสูงของสนามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงสนามมี ความต่างระดับกว่า 40 เมตร โดยเฉพาะเนินชันที่โค้ง 1 ซึ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็วและต้องเบรกอย่างหนักเพื่อเข้าโค้งซ้ายมุมแคบ การควบคุมรถช่วงนี้ต้องใช้ความชำนาญสูง เพราะพลาดง่าย และอาจทำให้เสียเวลาอย่างมาก การบริหารยางจากระยะทางกว่า 110 กิโลเมตรในเรซหลัก และความร้อนสะสมจากการเบรกหนักและการเร่งออกโค้งบ่อยครั้ง ยางทั้งหน้าและหลังจึงสึกเร็ว การเลือกยางที่เหมาะสมและการ “ถนอมยาง” จึงเป็นกุญแจสำคัญที่อาจตัดสินผู้ชนะในสนามนี้ ตารางการแข่งขัน  วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2025 เวลา (ประเทศไทย) รุ่น รอบ 20:40 – 21:10 Moto3 FP2 21:25 – 21:55 Moto2 FP2 22:10 – 22:40 MotoGP  FP2 22:50-23:05 MotoGP  Q1 23:15-23:30 MotoGP  Q2 00:50-01:05 Moto3 Q1 01:15-01:30 Moto3 Q2 01:45-02:00 Moto2 Q1 02:10-02:25 Moto2 Q2 03:00 MotoGP 10 Laps(Sprint) วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2025 เวลา (ประเทศไทย) รุ่น รอบ 23:00 Moto3 14 Laps 00:15  Moto2 16 Laps (31มีนาคม 2025)

Pecco Ducati GP25 เหมือนได้ของดี แต่ฟีลลิ่ง “ยังไม่ใช่”

Pecco Ducati GP25 เหมือนได้ของดี แต่ฟีลลิ่ง “ยังไม่ใช่” ถ้าไม่พูดถึงก็คงเป็นไปไม่ได้..และยิ่งเป็นถึงแชมป์โลก 2 ซ้อนในรายการโมโตจีพีสำหรับ Pecco Bagnaia จากทีมโรงงานดูคาติ ที่ดูเหมือนฟอร์มเริ่มดร็อบลงจนผิดสังเกตนับตั้งแต่การจบอันดับ 3 ในแข่งขันที่สนามบุรีรัมย์ จนกระทั่งบินลัดฟ้าข้ามทวีปมาแก้ตัวในสนาม ArgentinaGP แต่สุดท้ายจบอันดับที่ 4 ไปอย่างน่าเสียดาย หรือจะเป็นที่ตัวแข่อย่าง Pecco Ducati GP25 Ducati GP25 กับ “ความรู้สึกที่หายไป” “ความรู้สึกที่หายไป” อาจไม่ใช่ชื่อเพลงใหม่ แต่เป็นบทสัมภาษณ์ที่เจ้าตัวได้เผยออกมาสำหรับตัวแข่ง Ducati desmosedici GP(24.9) ซึ่งเป็นตัวแข่งเวอร์ชันล่าสุดและมีเพียง เป้กโก้ มาร์คและดีเจีย เท่านั้นที่ได้ใช้เวอร์ชันนี้ แต่ทว่าผลงานกลับออกมาอย่างไม่เป็นไปตามคาด โดยเฉพาะการไล่บี้ตามหลัง มาร์ค มาร์เกซ ห่างถึง 5.53 วินาที ทั้งที่เป็นตัวแข่งเวอร์ชันเดียวกัน แถมยังโดน “เดอะ บราเทอร์” คนน้องอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ แซงขึ้นนำด้วยตัวแข่งปี 24 มันช่างเป็นอะไรที่ทำให้เจ้าตัวนั้นรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งกับตัวแข่งในเวอร์ชันนี้  “ผมไม่แฮปปี้เลย..มีปัญหาตลอดทั้งอาทิตย์ สุดท้ายมาจบอันดับ 4 ทั้ง ๆ ที่่ความเร็วไม่ได้ต่างจากสองคันแรก ซึ่งในตอนแข่ง…ผมรู้สึกว่าความเร็วยิ่งตกเรื่อย ๆ และค่อนข้างเสียเวลาไปกับการโดน โยฮัน ซาร์โก้ และแฟรงกี้ไล่บี้อยู่ข้างหลัง กระทั่งแฟรงกี้สามารถแซงขึ้นนำไปแบบไม่เกรงใจยางซอร์ฟเลย”  “ผมต้องปรับตัวใหม่ เพื่อหาฟีลลิ่งในแบบเดียวกันเหมืิอนปีที่แล้ว..ซึ่งมันยังขาดในส่วนนี้อยู่ อันดับ 4 ไม่ใช่ของผม อันดับ 3 ก็ไม่ใช่ ผมกำลังทำงานอย่างหนักและเป้าหมายสูงสุดก็คือการกลับไปอยู่ในจุดที่มันควรจะเป็น” “ฟีลลิ่งมันหายไปจริง ๆ นะ ถึงรถมันจะเร็วก็เถอะ แต่มันไม่ใช่ตัวเองเลย มันไม่ได้ขี่ง่ายเหมือนปีที่ผ่านแล้ว และทุกครั้งที่ผมลงสนาม ผมพยายามทำแบบปีที่แล้ว แต่มันก็พลาด ดังนั้น..ก็ต้องพัฒนากันต่อไป”  หากให้กล่าวสรุป..ก็เหมือนคนที่ได้แฟนใหม่แสนเพอร์เฟค หน้าตาสละสวย แต่ก็ไม่รู้ใจเหมือนคนเก่าหล่ะครับ ยังไงก็เอาใจช่วยให้ฟอร์มเจ้าตัวนั้นกลับมาในเร็ววัน เพราะการที่ได้เห็นหมายเลข 63 ไล่บี้กับ 93 หรือบดทั้งพี่ทั้งน้อง มันคงเป็นอะไรที่สนุกและมันส์กว่าการเห็นพี่น้องขี่กินลมชมวิวบนแถวหน้าจริงไหมหล่ะครับ สำหรับการแข่งขันในสนามถัดไปกับ Americas GP จะจัดขึ้นในวันที่ 28-30 มีนาคม ห้ามพลาดกันนะจ๊ะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Pirelli Argentina ทำลายสถิติ ครั้งแรก ทิ้งห่าง 2 วิ

2025 Pirelli Argentina ทำลายสถิติ ครั้งแรก ทิ้งห่าง 2 วิ นับเป็นปีที่ 2 แล้ว สำหรับการเข้าร่วมสู่การเป็นซัพพลายเออร์หลักในรายการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 ของยางระดับโลกสัญชาติอิตาลีอย่าง Pirelli รวมถึงกดสถิติเรคคอร์ดมาแล้วมามายแทบทุกสนาม แต่หนึ่งในรูทแม็ปที่ยังไม่เคยได้สัมผัสในการแข่งขันอย่าง 2025 Pirelli Argentina ซึ่งครั้งนี้กลับกลายเป็นโจทย์สมการที่ท้าทายอย่างยิ่งต่อพีเรลลี ยังรวมไปถึงทีมเทคนิคอลและตัวนักบิดเองก็เช่นกัน สถิติใหม่ เกิดขึ้นอีกครั้ง ด้วยสภาพอากาศที่คาดการณ์ว่าจะต้องร้อนตับแตกเหมือนบ้านเราอย่างแน่นอน แต่กลับกันอุณภูมิที่สนามกลับเย็นกว่าที่คาดซึ่งอยู่ราว ๆ 18-20 องศา ส่วนอุณภูมิผิวแทร็กอยู่ที่ราว ๆ 30 องศาเท่านั้น ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ค่อนข้างเหมาะสมและมาพร้อมกับชัยชนะทั้ง 2 รุ่นพร้อมสถิติครั้งใหม่โดยทิ้งห่างจากผลเวลาดีที่สุดครั้งก่อน ๆ เกือบ 2 วินาที (เทียบกับปี 2023 ที่ยาง Dunlop เป็นสปอนเซอร์) โดย Manuel Gonzalez (Kalex) หนึ่งเดียวที่สามารถสร้างสถิติดีที่สุดในการควอลิฟายเวลาได้เร็วกว่า 1.41 นาที (อยู่ที่ 1’40.870 นาที นอกนั้น 1.41 นาทีขึ้น) ทำลายสถิติปี 2023 ที่ทำโดย Alonso Lopez  ไว้ที่ 1’42.472 ซึ่งเร็วกว่า 1.6 วินาที โดยใช้ยาง Pirelli ประเภทซอร์ฟ (หน้า SC1 หลัง SC0) แต่ถึงอย่างไรเจ้าตัวก็จบอันดับการแข่งขันด้วยรองชนะเลิศอันดับ 1 ซึ่งพลาดตำแหน่งให้กับ Jake Dixon ไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนรุ่น Moto3 ผู้ที่ทำเวลาต่อรอบดีสุดก็คือ Matteo Bertelle (KTM) ผู้ออกสตาร์ทกริดแรกด้วยสถิติผลเวลาดีที่สุด (ควอลิฟาย) ที่ 1’46.034 นาที ทำลายสถิติที่ดีที่สุดของสนามซึ่งถูกเรคคอร์ดไว้เมื่อปี 2022 โดย Sergio Garcia เคยทำเวลาไว้ที่ 1’48.429 นาที ซึ่งเร็วกว่า 2 วินาที ด้วยยางหน้าพีเรลลี SC2 มิเดียม และยางหลังซอร์ฟ SC1 อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะทำผลเวลาการซ้อมดีสุด แต่ทว่าการแข่งขันจริงจะต้องอาศัยชั้นเชิงและความได้เปรียบ โดยเจ้าตัวจบอันดับที่ 4 ในการแข่งขันและอันดับโพเดี้ยมตกเป็นของ Angel Piqueras  “จนถึงตอนนี้ เราสามารถกล่าวได้ว่าเราพอใจกับประสิทธิภาพของยางของเราในสนามนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่านี่เป็นการแข่งขันครั้งแรกของเราในสนามนี้ และเราไม่มีข้อมูลอ้างอิงมาก่อน มีหลายเหตุผลที่ทำให้เราสามารถกล่าวอย่างมั่นใจได้ดังนี้ ประการแรก ในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน เราสามารถทำลายสถิติเวลาต่อรอบตลอดกาล (all-time lap records) ได้สำเร็จ โดยมีพัฒนาการที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับยางประเภทอื่น – เรากำลังพูดถึงการทำเวลาเร็วขึ้นถึง 1.6 วินาทีใน Moto2 และมากถึง 2.4 วินาทีใน Moto3 ประการที่สอง ควรกล่าวถึงว่า นักแข่งหลายคนสามารถทำเวลาได้ต่ำกว่าสถิติสนามเดิมในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน ตั้งแต่การฝึกซ้อมในช่วงบ่ายของวันศุกร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่านักแข่งสามารถปรับตัวเข้ากับยางของเราได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำรอบได้เร็วตั้งแต่เริ่มต้น ประการสุดท้าย ต้องเน้นย้ำว่า การพัฒนาสถิติเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากนักแข่งเพียงคนเดียว แต่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นกับนักแข่งเกือบทุกคนในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน เพราะแทบทุกคนสามารถทำเวลาได้ต่ำกว่าสถิติเดิม นอกจากนี้ นักแข่งบางคนได้ทดสอบการวิ่งระยะยาว (long runs) และยางก็แสดงให้เห็นถึงอัตราการสึกหรอที่อยู่ในระดับที่ดี” ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกในฐานะซัพพลายเออร์รายใหม่ แต่ทว่าผลงานที่ออกมาถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะนักบิดหลาย ๆ คนที่ทุ่มเทกำลังอย่างเต็มความสามารถ นอกจากจะทำลายสถิติเดิมแทบจะทุกคนแล้ว เรายังได้ได้ข้อมูลอันมีค่าเพื่อนำมาพัฒนาประสิทธิภาพของยางสำหรับการแข่งขันในครั้งต่อ ๆ ไป  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph 2025 Moto2 Engine เกียร์ใหม่ ไร้ว่าว

Triumph 2025 Moto2 Engine เกียร์ใหม่ ไร้ว่าว Triumph 2025 Moto2 Engine หนึ่งในซัพพลายเออร์รายหลักของการแข่งขันรุ่น Moto2 ได้มีอัปเดตสำหรับปรับปรุงสมรรถนะครั้งใหม่ในเรื่องของเครื่องยนต์ โดยปีนี้ไทรอัมพ์ได้ผลิตชุดกระปุกเกียร์ใหม่สำหรับการแข่งขันและถูกติดตั้งบนตัวแข่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระบบชุดเกียร์ใหม่สำหรับแข่งขัน หัวใจหลักในการพัฒนาระบบชุดเกียร์ครั้งนี้ก็คือ การสลับตำแหน่งเกียร์โดยตำแหน่งของเกียร์ว่าง (N) จะถูกย้ายไปไว้บนสุดของชุดเกียร์และถูกล็อกเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้นักแข่งเปลี่ยนเกียร์ว่างในระหว่างการแข่งขัน มาพร้อมกับดรัมเปลี่ยนเกียร์ที่ได้รับการออกแบบร่องทางเดินเกียร์ใหม่เพื่อรองรับลำดับเกียร์แบบใหม่ ระบบนี้ถูกกลึงขึ้นด้วยเทคนิค Billet Machining เพื่อให้มีความแม่นยำสูงสุด ทั้งในเรื่องของน้ำหนัก แรงเฉื่อย และรูปทรงทางวิศวกรรมที่เหมาะสม และด้วยการดีไซน์ดังกล่าว เกียร์ว่าง (N) จะสามารถเข้าหรือใช้งานผ่านมือเท่านั้น และยังใช้ได้ในเฉพาะโซนพิทเลนกับกริตสตาร์ทเท่านั้นอีกด้วย โดยชุดเกียร์จะถูกติดตั้งไว้บริเวณเสื้อเพลาข้อเหวี่ยงในบล็อกเครื่องยนต์ปีนี้อีกด้วย “ไทรอัมพ์ ทำลายสถิติในโมโตทูมาโดยตลอดนับตั้งแต่การเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน ดังนั้นการที่พวกเขายังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก การอัปเดตระบบชุดเกียร์ใหม่นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทรอัมพ์ต่อโมโตทู และแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่โมโตจีพีมอบให้ เพื่อเป็นห้องทดลองสำหรับพันธมิตรได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาทดสอบในการแข่งขันจริง เรามั่นใจว่านักแข่งจะต้องชื่นชอบการอัปเดตนี้ และจะช่วยให้การแข่งขันสนุกยิ่งขึ้น” Carlos Ezpeleta ประธานฝ่ายกีฬา ดอร์น่า สปอร์ต กล่าว มีแนวโน้ม..ต่อยอดสู่โปรดักท์ชัน สำหรับระบบชุดเกียร์ดังกล่าวนั้นถูกติดตั้งไว้ให้ใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลแข่งขันขึ้นที่ จ.บุรีรัมย์ ที่ผ่านมา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ในการแข่งขันกับรถแข่งทุกรุ่น สิ่ง ๆ นี้จะช่วยให้นักแข่งสามารถก้าวไปสู่ระดับพรีเมียร์คลาสได้อย่างไม่ยากเย็นเหมือนกับที่ เปโดร อคอสต้า และ ไอ โอกุระ ที่สามารถทำผลงานได้ดีตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นรุกกี้ (เครื่องยนต์แข่งขันถูกพัฒนาต่อยอดมาจากเจ้า Street Triple 765 RS ตัวแรงของทางค่าย)  ว่าแต่เปิดตัวมาขนาดนี้ ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจและน่าทำคอนเทนต์มาก ๆ แล้วถ้ามันถูกติดตั้งในรุ่นโปรดักท์ชันจะเกิดอะไรขึ้น ? หรือไทรอัมพ์จะมีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบเกียร์ใหม่รวมถึงระบบคลัตช์กันนะ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้…ก็ล้วนที่จะเป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Miguel Oliveira ชูยาง Pirelli อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าชัยชนะ

Miguel Oliveira ชูยาง Pirelli อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าชัยชนะ Miguel Oliveira หนึ่งในนักบิดจากทีม Yamaha Pramac ได้ออกมาเผยถึงการปรับตัวเซ็ตติ้งครั้งสำคัญ ซึ่งมีหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจก็คือเรื่องของซัพพลายเออร์ยาง โดยโอลิเวร่ามองว่าการปรับเปลี่ยนรุ่นของยางจากมิชลินไป Pirelli อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงเทคนิคครั้งสำคัญที่สุด มากกว่าการเปลี่ยนแปลงในจุดอื่น ๆ โดยเจ้าตัวมองว่าสิ่งที่สามารถรีเซ็ตความสมดุลที่มีในตอนนี้ก็คือการเปลี่ยนซัพพลายเออร์ยาง มันเป็นสิ่งเดียวที่สามารถทำให้ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ได้ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนยางจะเป็นตัวแปรหลักในการปรับสมดุลในการแข่งขันและอาจทำให้ทุกทีมมีแสตทตัวเลข (Stat) ที่ใกล้เคียงกันนั่นเอง การเปลี่ยนยาง Pirelli จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญ แต่ทว่ามันจะมีประโยชน์กับรถค่ายไหน มันก็เปลี่ยนอีกเรื่อง แต่บางเชื่อว่าโอกาสนี้จะช่วยให้แบรนด์ญี่ปุ่นสามารถไล่ทันดูคาติที่ตอนนี้กำลังครองความเป็นผู้นำอยู่นั่นเอง หรือไม่ดูคาติก็อาจจะก้าวไปอีกขั้น นอกจากนี้เจ้าตัวยังกล่าวอีกว่า ดูคาติ..อาจได้เปรียบจากประสบการณ์ในเวที เวิร์ล ซูเปอร์ไบค์ (Worldsbk) ซึ่งอาจช่วยให้พวกเขาปรับตัวได้เร็วขึ้น แต่มันก็ไม่เสมอไป และตนหวังว่าแผนจะมีแผนการทดสอบอย่างน้อยในปี 2026 เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับยางใหม่และดูผลลัพธ์ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร โดย Pirelli จะเข้ามาเป็นซัพพลายเออร์หลักในการจัดหายางแข่งขันในรุ่น MotoGP ตั้งแต่ ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป รวมถึงรุ่นการแข่งขันอื่น ๆ อย่าง Moto2 Moto3 ยังรวมไปถึงการแข่งขันศึกโปรดักท์ชันอย่าง WorldSBK และอื่น ๆ อีกมากมาย การก้าวมาของยางพีเรลลีอาจเป็นกุญแจสำคัญที่อาจทำให้ตัวแข่งสามารถข้ามขีดจำกัดของความเร็ว ก็อาจจะเป็นอย่างที่โอลิเวร่าพูดมาจริง ๆ ก็ได้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ai Ogura พร้อมเผชิญ ความท้าทายครั้งใหม่ ใน ArgentinaGP 2025

Ai Ogura พร้อมเผชิญ ความท้าทายครั้งใหม่ ใน ArgentinaGP 2025 หลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยการจบอันดับที่ 5 ของการแข่งขัน ThaiGP ในสนามแรก เป็นแค่รองหัวแถวอย่างสองพี่น้องมาร์เกซ เปกโก้ บัญญาญ่า และฟรานโก้ มอร์บิเดลลี เท่านั้น สำหรับว่าที่รุกกี้ออฟเดอะเยียร์จากแดนปลาดิบอย่างไอ โอกุระ ได้ออกมาเผยว่า Ai Ogura พร้อมเผชิญ สำหรับสนามแข่งขันใน Argentine Grand Prix ที่ประเทศอาเจนติน่านั้น เป็นสนามที่ตน ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่ก็อยากลองพิสูจน์ฝีมือและมั่นใจว่าจะสามารถทำอันดับได้ดีในสุดสัปดาห์นี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่น่าจับตามอง หลังคว้าแชมป์โลก Moto2 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับการเดบิวต์ในรายการระดับใหญ่ให้กับทีมอิสระอย่าง TrackHouse Racing ภายใต้ตัวแข่งจากค่ายสามตาอิตาลี Aprilia RS-GP โดย ไอ โอกุระ สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในการแข่งขันโมโตจีพีสนามแรก ที่จ.บุรีรัมย์ ด้วยการจบอันดับ 4 รอบสปรินเรซ และอันดับที่ 5 ในรอบแข่งขัน ซึ่งสามารถนำ 1 อันดับจากทีมโรงงานร่วมค่ายอย่าง มาร์โก เบซเซคกี ไปได้ในสนามแรก @trackhousemotogp Feels like déjá vu… Ai, you’re a wizard 🪄 #ThaiGP #AO79 ♬ original sound – Trackhouse MotoGP สำหรับในสนามแห่งนี้ก็ถือว่าค่อนข้างกดดันสำหรับเจ้าตัว หลังทำผลงานดีสุดในหมู่ตัวแข่งสามตา (ไม่นับมาร์ติน มาร์ตินเจ็บอยู่) ซึ่ง โอกุระนั้นเคยคว้าโพเดี้ยมในสนามนี้มาแล้วสำหรับรุ่น Moto2 เมื่อฤดูกาล 2022 ที่ผ่านมา แล้วก็เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เจ้าตัวสามารถทำได้ บวกกับไม่มีรอบซ้อมก่อนแข่งขันเหมือนที่สนามบุรีรัมย์ (Winter Test) อาจทำให้ทำงานลำบากมากยิ่งขึ้น “ผมแฮปปี้กับผลงานที่ไทยนะแต่สำหรับสนาม Termas de Rio Hondo แห่งนี้ นี่ไม่ใช่สนามที่ผมชอบมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามในฐานรุกกี้ผมพร้อมเผชิญทุกอย่าง” “เราจะดูผลงานการซ้อมครั้งนี้ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ดี เป้าหมายของผมก็คงเหมือนเดิมคือทำให้ดีที่สุดในทุกครั้งที่ลงสนาม” โดยการแข่งขัน Argentina Grand Prix จะกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งสามารถติดตามชมกันได้ แต่ก็อาจจะดึกไปหน่อยสำหรับบ้านเรา (แข่งตี 1) เอาหล่ะ..ใครใจสู้ก็ได้ดูแน่นอน แต่แอดคงนอนแน่ ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin ผ่าตัดผ่านฉลุย รอกำหนดคืนสนาม

Jorge Martin ผ่าตัดผ่านฉลุย รอกำหนดคืนสนาม Jorge Martin เจ้าของแชมป์โลกสมัยล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาเผยถึงการรักษาอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวว่าการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุถึงสองครั้งในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน  อย่างที่ทราบกันดีว่า ‘มาร์ติเนเตอร์’ เกิดอุบัติเหตุใหญ่ในการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในช่วงรอบการซ้อมเซปัง เทสต์ ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับเจ้าตัวในครั้งนั้นได้แก่ กระดูกเรเดียสบริเวณข้อมือซ้ายไปยังศอกแตกหลายจุด และกระดูกส้นเท้าแตกข้างเดียวกัน ทำให้เขาพลาดการซ้อมทั้งที่เซปัง และบุรีรัมย์ เทสต์ จนกระทั่งใกล้เปิดฉากการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล 2025 นักบิดเจ้าของหมายเลข 89 รายนี้ก็ประสบอุบัติเหตุอีกครั้งในระหว่างการฝึกซ้อมที่ประเทศสเปนส่งผลให้กระดูกเท้าซ้ายหัก และกระดูกมือซ้ายหักสามตำแหน่ง ซึ่งการรักษาก็เป็นไปได้ด้วยดี และตอนนี้เขาก็อยู่ระหว่างพักฟื้นตัว โดยในงานเปิดตัวโมเดลใหม่จากค่าย Aprilia อย่าง Aprilia Tuono 457 ที่ Milan Motoplex Centre ซึ่งนอกจากจะมาพบปะแฟน ๆ และแจกลายเซ็นต์แล้วนั้น เจ้าตัวยังออกมาเผยว่าอดใจไม่ไหวแล้ว ที่จะได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง  “ตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว ผมขอบคุณสำหรับทุก ๆ กำลังใจ ผมรอไม่ไหวแล้วที่จะได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง” “ผมกำลังทำงานอย่างหนัก มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ผมพยายามจะกลับมาให้เร็วที่สุด เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าผมจะกลับมาเมื่อไหร่ แต่ผมจะพยายามให้เร็วที่สุด ผมหวังว่าจะได้เจอทุกคนเร็ว ๆ นี้” โดยกำหนดการกลับมาแข่งขันในฐานะของนักแข่งทีมโรงงาน Aprilia จะยังไม่มีกำหนดออกมา ซึ่งการแข่งขันสนามที่สองของฤดูกาล Termas de Río Hondo ประเทศอาร์เจนตินาในช่วงวันที่ 14-16 มีนาคมนี้มาร์ตินจะคงพลาดการแข่งขันเป็นที่แน่นอนแล้ว ในส่วนของสนามที่ 3 ของฤดูกาลนั้นก็ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามว่าเจ้าตัวจะพร้อมแล้วหรือไม่ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก