SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าว MotoGP อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
มาเวอริค บีญาเลส มั่นใจ! ปรับตัวกับ KTM ได้ดีขึ้นทุกวัน

มาเวอริค บีญาเลส มั่นใจ! ปรับตัวกับ KTM ได้ดีขึ้นทุกวัน มาเวอริค บีญาเลส นักแข่งรายใหม่ล่าสุดจากทีม Redbull KTM Tech3 ออกมาเผยว่าการทดสอบในช่วง Pre-Season Test ของการแข่งขัน MotoGP ในช่วงที่ผ่านมานั้น มันกำลังแสดงให้เห็นว่าตัวเขากับรถแข่ง RC16 สามารถเข้ากันได้ดี และมีการพัฒนาได้ดีมากยิ่งขึ้น  แม้ในการทดสอบ Pre-Season Test ที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมรรถนะของ KTM RC16 เหมือนจะมีปัญหาการสึกของยางอย่างรุนแรงในการวิ่งทดสอบระยะยาวที่สนามบุรีรัมย์ โดยยางจะมีปัญหา แต่ก็ไม่สามารถกระทบกับฟอร์มการขับขี่ของ ‘TopGun’ ได้ เพระาดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะสามารถพัฒนาลีลากับขับขี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในวันสุดท้ายของการทดสอบ ด้วยการขี่ RC16 ของทีม Redbull KTM Tech3 ขึ้นมาจบในอันดับที่ 9 ของตารางเวลารวมในการทดสอบวันสุดท้าย โดยบีญาเลสมองว่ากาปรับตัวเป็นไปได้ดี และคิดว่าการขับขี่ของเจ้าตัวเข้าใกล้กับดาวรุ่งของทีมอย่าง เปโดร อคอสต้า ไปทีละก้าว  “การปรับตัวของผมกับรถเป็นไปได้ดี อีกทั้งพวกเรายังเข้าใกล้กับ KTM คันที่เร็วที่สุดไปทีละก้าวทุกวัน ซึ่งผมมองว่ามันไม่ง่ายอย่างแน่นอน มันเป็นรูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างออกไปมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่ ผมมองว่าตอนนี้พัฒนาการก็กำลังเกิดขึ้น” “ดังนั้นทุกครั้งที่ผมขี่ ผมก็รู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ กับตัวรถ”  “ตอนนี้พวกเรากำลังจริงจังกับการจำลองการสปรินท์ระยะยาว และได้ทดลองขี่แบบ flying lap ถึงสองรอบเพื่อให้ผมสามารถเข้าใจตัวรถได้ดีมากยิ่งขึ้น” บีญาเลสยังเสริมอีกว่าการทดสอบที่บุรีรัมย์ในครั้งนี้ดูเป็นไปในทางบวกมากกว่าการทดสอบแรกที่สนามเซปัง เพราะเจ้าตัวมีเวลามากพอที่จะทำความเข้าใจในตัวแข่ง RC16 มากขึ้นเรื่อย ๆ  “ผมพอใจกับการทดสอบครั้งนี้มากกว่าครั้งก่อน (ที่สนามเซปัง)”  “ซึ่งการพอใจครั้งนี้มันทำให้ผมสามารถขี่รถได้เร็วขึ้น อีกทั้งทีมยังมีแรงจูงใจสูงมาก พวกเขาสามารถทำงานได้ดีจริง ๆ โดยเฉพาะการเลือกสิ่งที่ถูกต้องในการทดสอบ เพราะพวกเราพยายามโฟกัสกับสิ่งที่ต้องปรับปรุงอยู่เสมอ และคิดว่าในช่วงแรกของฤดูกาลจะเป็นช่วงของการปรับตัว” “ดังนั้นผมจึงต้องอดทน และเชื่อมั่นในกระบวนการนี้ต่อไป” บีญาเลสจะลงแข่งขันอย่างเป็นทางการกับทีม Redbull KTM Tech3 ในการแข่งขันนัดเปิดสนาม MotoGP ในรายการ PT Grand Prix of Thailand 2025 ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin คิดว่าการแข่ง 4 สนามแรกแค่น้ำจิ้ม

Jorge Martin คิดว่าการแข่ง 4 สนามแรกแค่น้ำจิ้ม Jorge Martin นักแข่งแชมป์โลกสมัยล่าสุดที่ย้ายไปเข้าร่วมทีมโรงงานค่าย Aprilia Racing โดยปัจจุบันเจ้าตัวนั้นอยู่ช่วงระหว่างพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ หลังจากที่เขาได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่ทดสอบได้เพียง 13 รอบเท่านั้น อาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงของ ‘มาร์ติเนเตอร์’ ทำให้เจ้าตัวต้องเข้ารับการผ่าตัด และพลาดการสอบอย่างเป็นทางการในรอบสุดท้ายที่สนามจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ก็เหมือนได้อย่างเสียอย่าง ขณะที่ทีมเมทของมาร์ตินอย่าง ‘Marco Bezzecchi’ สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมได้รอบ FP4 ด้วยเวลาต่อรอบดีสุดที่ 1:29.060 นาที จบด้วยอันดับ 1 ของตาราง โดยผู้จัดการทีมของ Aprilia อย่าง Paolo Bonora เผยว่า หลังจากที่ฆอร์เก้ มาร์ตินได้รับบาดเจ็บที่สนามเซปัง ทำให้ทางทีมต้องมีการปรับแผนการซ้อมใหม่ทั้งหมด แต่ก็โชคดีที่เบซเซคคี่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และนักทดสอบก็ยังเค้นประสิทธิภาพเพื่อปรับแต่งบางอย่างเพื่อให้เข้ากับสไตล์การขี่ของมาร์ตินได้อีกด้วย  “หลังจากที่ Jorge ได้รับบาดเจ็บที่เซปัง เราต้องปรับแผนใหม่ทั้งหมด เรามีหลายอย่างที่ต้องทดสอบ และโชคดีที่เราสามารถทำงานทั้งหมดเสร็จสิ้นตามแผน เราผ่านรายการทดสอบที่ยาวนานของเราได้สำเร็จ” “Marco ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถกำหนดเซ็ตอัพพื้นฐาน ทั้งในส่วนของอิเล็กทรอนิกส์และแชสซีได้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ การมี Lorenzo Savadori (นักบิดทดสอบของ Aprilia) มาช่วย ยังทำให้เราสามารถปรับแต่งทุกอย่างให้กับ Jorge ได้อีกด้วย” “ตอนนี้เรากำลังรอ Jorge กลับมา เพราะจำเป็นที่เขาจะต้องได้รับเซ็ตอัพพื้นฐานที่เราค้นพบในช่วงฤดูหนาว เราหวังว่าในสนามแรก เขาจะสามารถปรับตัวและสร้างความมั่นใจกับตัวรถได้อย่างรวดเร็ว” “ขณะนี้ แผนการฟื้นตัวทางการแพทย์ของเขาอยู่ภายใต้การควบคุมทั้งหมด อาการของเขาดีขึ้นทุกวัน และเราตั้งตารอที่จะได้เขากลับมาร่วมทีมโดยเร็วที่สุด” และผู้จัดการทีมของ Aprilia เองก็ยอมรับว่าการที่พลาดการทดสอบไปหลายร้อยรอบสนามนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเอากลับมาได้ง่าย ๆ ดังนั้นทางทีมจะยึดถือว่าการแข่งในนัดเปิดสนามทั้ง 4 สนาม (สนามประเทศไทย, สนามอาร์เจนติน่า, สนามประเทศสหรัฐอเมริกา และสนามประเทศการ์ตาร์) จะถือว่าเป็นสนามสำหรับทดสอบของแชมป์โลกคนล่าสุด “พูดตามตรง เรามองว่าสี่สนามแรกที่แข่งนอกยุโรปเป็นเหมือนการทดสอบสำหรับ Jorge เพราะเขาพลาดโอกาสทดสอบที่เซปังและบุรีรัมย์” “ใน MotoGP เมื่อนักแข่งเปลี่ยนจากรถคันหนึ่งไปสู่อีกคันหนึ่ง พวกเขาต้องใช้เวลาในการสร้างความมั่นใจ มันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเขา” “เราสังเกตเห็นว่า Marco สามารถปรับตัวเข้ากับรถได้อย่างรวดเร็วที่บุรีรัมย์ ซึ่งทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้นว่าเราจะสามารถส่งมอบรถที่ดีให้กับ Jorge ได้” การแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2025 จะเริ่มเปิดฉากการแข่งขันอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 นี้ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้ เคยสังเกตไหมหล่ะครับ ว่าการแข่งขันสองล้อระดับเวิร์ลคลาสที่หลาย ๆ คนรู้จัก และได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลกทั้งศึกโปรโตไทป์ MotoGP และโปรดักท์ชัน WorldSBK ที่จัดขึ้นโดยผู้จัดเจ้าเดียวกันอย่าง ดอร์น่า สปอร์ต ซึ่งในประเด็นนี้ คุณผู้ชมอาจรู้จักกันหมดแล้ว ดังนั้น เรามาเจาะจุด กฏการแข่ง motogp และ wsbk ความต่างระหว่างตัวแข่งของทั้งสองรายการว่ามีข้อกฎการแข่งที่คุณอาจไม่รู้ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ? ระบบกันสะเทือน (Active) – ช่วงล่างปรับแต่งเองโดยผู้ขับขี่ MotoGP : แบน ไม่อนุญาตให้ใช้ เพื่อลดความยุ่งยากและกลไกความซับซ้อน ทางดอร์น่าจึงไม่อนุญาตให้ทีมแข่งขันใช้ระบบช่วงล่างที่สามารถปรับแต่งเองได้โดยผู้ขับขี่ หรือที่เราเรียกง่าย ๆ ว่าโช้คไฟฟ้านั่นแหล่ะ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีสำหรับการเก็บข้อมูลเชิงลึกในการแข่งขัน ให้ฝ่ายเทคนิคของแต่ละทีมได้แก้โจทย์ปัญหาต่าง ๆ ภายใต้เวลาที่จำกัด WSBK : ถึงแม้ว่าการแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์จะกำหนดให้ใช้สเปคตัวแข่งเวอร์ชันโรงงาน แต่ทว่าในเรื่องของช่วงล่างไฟฟ้าที่ติดมาให้อยู่แล้วในบางรุ่นอย่าง CBR1000RR-R SP หรือ Ducati Panigale V4R ก็ถูกแบนเช่นเดียวกัน ให้ใช้ช่วงล่างที่ปรับด้วยเครื่องมือเท่านั้น เครื่องยนต์ 2 จังหวะ MotoGP : (แบน) จากตำนานตัวแข่ง 2 จังหวะถูกยกเลิกใช้แข่งขันไปเมื่อปี 2002 และทดแทนด้วยสเปคเครื่องยนต์ใหม่ ด้วยปริมาตรกระบอกสูบ 990 ซีซี 4 จังหวะ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและสอดคล้องกับเทคโนโลยีใช้งานบนท้องถนน *โดยปัจจุบันได้มีการลดสเปคสำหรับตัวแข่งขันในปี 2027 โดยลดปริมาตรกระบอกสูบซีซีจากเดิม 1,000 ซีซี ลดลงเหลือเพียง 850 ซีซี เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งทำลายสุขภาพและยังเป็นการลดต้นทุนให้กับแบรนด์ค่ายรถอีกด้วย WSBK : ถึงแม้จะถอดรูปแบบการแข่งขันรถ 2 จังหวะจากศึกตำนานอันโด่งดังอย่าง Formula TT แต่ World SuperBike Championship หรือ WSBK นั้นสร้างปฐมบทเรื่องราวด้วยตัวแข่ง 4 จังหวะอย่างเครื่องยนต์ V-Twin ของค่ายดูคาติ อาพริเลีย และฮอนด้า และตัวแข่งคลาส 750 ซีซี 4 เม็ดเรียงจากผู้ผลิตญี่ปุ่น จนกระทั่งปรับขึ้นมาเป็นรุ่น 1,000 ซีซีในปัจจุบัน ระบบ Seamless gearbox ระบบส่งกำลัง Seamless-Shift Transmissions หรือระบบเกียร์แบบไร้รอยต่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชนเกียร์+/- อย่างสเถียรโดยไม่ต้องรอรอบและไม่ต้องกำคลัตช์ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถ่ายทอดถอดแบบมาจากโมโตจีพี ในเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ควิกชิฟเตอร์ แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ MotoGP ในรายการโมโตจีพีอนุญาตให้ใช้ในการแข่งขัน WSBK แบน ให้ใช้ชุดเกียร์ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเท่านั้น คันเร่งไฟฟ้า กับ ระบบแทร็คชันคอนโทรล MotoGP ไม่อนุญาตให้ใช้คันเร่งไฟฟ้า แต่ระบบแทร็คชันคอนโทรลอนุโลมให้ใช้บางส่วนเท่านั้น (อยู่ภายในการควบคุม)  WSBK สามารถใช้ได้เฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งจากโรงงานเท่านั้น   วิงก์เล็ต -เทคโนโลยียอดฮิตที่นิยมใช้ในปัจจุบัน MotoGP  อนุญาตให้ใช้ แต่ปีกชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องยึดติดกับแฟริ่งกับตัวรถเท่านั้น WSBK ให้ใช้ปีกวิงก์เล็ตเฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ไม่สามารถติดในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้   สูตรน้ำมันเบนซิน (ห้ามใช้สารเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่ว) MotoGP : เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ในปี 2024 โมโตจีพีได้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์และเชื้อเพลิงชีวภาพ ทดแทนเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่วซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพร่างกาย *และมีแนวโน้มที่จะยกเลิกการใช้น้ำมันมาจากฟอสซิล อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิวหรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ที่เป็นเชื้อเพลิงสะอาด 100% ในอนาคต WSBK : มีการปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ได้มาจากแหล่งฟอสซิล 40% ในปัจจุบันและคาดว่าจะมีการปรับมาใช้เชื้อเพลิงพลังงานสะอาดในเร็ว ๆ นี้ ระบบจุดเบิด Screamer ทางดอร์น่าได้ยกเลิก ให้ใช้เครื่องยนต์ที่จุดระเบิดแบบ Screamer ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่กระจายการจุดระเบิดที่สม่ำเสมอ (ให้กำลังในรอบสูง) ซึ่งส่งผลให้ตัวรถนั้นควบคุมได้ยากและกินเนื้อยาง จึงให้ปรับมาใช้การจุดระเบิดแบบ Big Bang ซึ่งให้การควบคุมที่ง่ายกว่า MotoGP : แบน WSBK : แบน จากเบรกคาร์บอน MotoGP : อนุญาตให้ใช้จานคาร์บอน (เฉพาะสนามแห้ง) ส่วนสนามเปียกให้ใช้เป็นจานดิสก์เบรก (เนื้อโลหะ)

ทำไม Ducati เลือกใช้ GP24 แทน GP25 ในฤดูกาล MotoGP 2025?

ทำไม Ducati เลือกใช้ GP24 แทน GP25 ในฤดูกาล MotoGP 2025? การแข่งขัน MotoGP เปรียบเสมือนเวทีสูงสุดของการแข่งขันสองล้อ ที่ต้องปะทะกันด้วยเทคโนโลยีและกลยุทธ์ระดับสูง โดยดูคาติหนึ่งในเจ้าแห่งสนามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้สร้างความประหลาดใจให้กับแฟน ๆ ว่า ทำไม Ducati เลือกใช้ GP24 แทน GP25 ที่เป็นรถรุ่นใหม่สุดสำหรับการแข่งขันฤดูกาล 2025 นี่จึงเป็นคำถามที่ค้างคาใจแฟนความเร็วทั่วโลกว่าทำไม ดูคาติถึงเลือกขี่ตัวแข่งเวอร์ชันเก่าที่เคยใช้งานมาแล้ว แทนที่จะเป็นโฉมใหม่..เพราะอะไรหล่ะ ? เรามาเจาะลึกถึงเหตุผลและผลกระทบของการตัดสินใจนี้กัน ปัญหาของ GP25 ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ GP25 กับความไม่แน่นอน : แม้ว่า GP25 จะเป็นตัวแข่งรุ่นใหม่ แต่จากการทดสอบที่ เซปังและบุรีรัมย์ กลับพบว่าตัวแข่งรุ่นนี้ยังไม่สามารถคุมตัวเองได้ดีพอเหมือน GP24 นักแข่งระดับแชมป์โลกอย่าง Francesco Bagnaia เปรียบเปรยว่าขับ GP25 เหมือนจับเสือมือเปล่า เพราะยังเดาทางไม่ถูกว่ามันจะกระโจนไปทางไหน Marc Márquez ที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีมก็ยังต้องปรับตัวราวกับต้องฝึกใหม่ ทำให้ GP25 ยังเสมือนเป็นสัตว์ร้ายที่ยังไม่ยอมเชื่องกับนักขี่ของมัน เครื่องยนต์ของ GP25 ต้องลับให้คมกว่านี้ : ตามกฎของโมโตจีพี เครื่องยนต์ที่เลือกใช้ในปี 2025 และ 2026 จะถูก “แช่แข็ง” ไม่สามารถปรับแต่งได้จนกว่าจะถึงปี 2027 ดังนั้นหากเลือกใช้ GP25 ที่ยังไม่คมพอ ดูคาติอาจต้องทนใช้ดาบทื่อไปอีกสองปี นอกจากนี้ เสียงตอบรับจากนักแข่งก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า GP24 ยังให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่มั่นคงกว่า ทำไม Ducati ถึงเลือกขี่ตัวแข่งเดิม? GP24 เป็นรถแข่งที่ผ่านสมรภูมิมาแล้ว ซึ่งต่างจาก GP25 ที่ยังไม่เคยลงสนาม เพราะฉะนั้นดูคาติจึงรู้จุดแข็งจุดอ่อนของ GP24 เป็นอย่างดี และสามารถปรับแต่งให้สมบูรณ์ได้มากขึ้น อีกทั้งนักแข่งไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวให้เข้ากับรถใหม่ ทำให้สามารถลงสนามได้อย่างเต็มที่ตั้งแต่เริ่มฤดูกาล ดูคาติไม่ได้ตัดสินใจเพียงลำพัง แต่ให้ความสำคัญกับเสียงของนักแข่งเช่นกันอย่าง บัญญาญ่ายังยืนยันว่า GP24 ให้ความรู้สึกที่มั่นใจกว่า ขณะที่มาร์เกซย่อมเห็นด้วยว่าการเริ่มต้นด้วย GP24 จะช่วยให้เขาโชว์ฟอร์มได้เร็วขึ้น แทนที่จะต้องใช้เวลาปรับตัวไปกับ GP25 GP25 ขอเวลาลับให้คมกว่านี้ แม้ว่า GP24 จะถูกเลือกให้ใช้แข่งขันในปีนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า Ducati จะทิ้ง GP25 ไปเสียทีเดียว ทีมวิศวกรกำลังลับดาบ GP25 ให้แหลมคมพอจะเชือดคู่แข่งในอนาคต GP25 อาจถูกนำมาใช้จริงในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล หรือกลายเป็นอาวุธลับในปี 2026 ก็เป็นไปได้ ผลกระทบของการตัดสินใจนี้ต่อ MotoGP 2025 Ducati ยังครองบัลลังก์แห่งความเร็ว : การเลือกใช้ GP24 ทำให้ดูคาติยังคงรักษาความต่อเนื่องของฟอร์มแชมป์ไว้อย่างเหนียวแน่น ซึ่ง GP24 พิสูจน์แล้วว่าเป็นรถที่เร็วและเสถียร นักแข่งสามารถลงสนามด้วยความมั่นใจตั้งแต่วันแรก โอกาสของคู่แข่งเริ่มปรากฏ : แม้ดูคาติจะเลือกความปลอดภัย แต่คู่แข่งก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ทั้ง Yamaha, KTM และ Aprilia ต่างพัฒนาตัวแข่งของตัวเองเช่นกัน อย่าง Yamaha ซุ่มพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ที่อาจให้แรงม้ามากขึ้น KTM และ Aprilia ก็พัฒนาแอโรไดนามิกใหม่เพื่อเพิ่มความเร็วและการเข้าโค้ง เพราฉะนั้น GP25 จึงอาจเป็นอาวุธลับที่รอวันปลดปล่อย ใครบ้างที่ได้ใช้ GP สเปคปี 25  Francesco Bagnaia Marc Marquez Fabio Di Giannantonio   แล้ว GP25 จะได้ใช้ช่วงไหน ? ดูคาติอาจเปิดตัว GP25 ในช่วงท้ายฤดูกาล หรือใช้เป็นรากฐานสำหรับปี 2026 หากสามารถปรับปรุงปัญหาต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตามดูคาติยังคงพัฒนา GP25 ต่อไป  สำหรับโฉม GP24 จากทีมโรงงานยังคงได้รับการอัปเดตเทคโนโลยีและระบบช่วงล่างในล่าสุด ซึ่งส่วนนี้จะมาเติมเต็มสมรรถนะและแก้ไขจุดบกพร่องได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือนี่อาจจะเป็นดูคาติ GP24 Pro max ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน… อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GP24 มันมีของ ! Marc Marquez กดเวลาดีสุดซ้อมบุรีรัมย์ 2025 วันแรก

GP24 มันมีของ ! Marc Marquez กดเวลาดีสุดซ้อมบุรีรัมย์ เทสต์ 2025 วันแรก เปิดฉากอย่างเป็นทางการ กับการซ้อมในรอบ บุรีรัมย์ เทสต์ 2025 เรียกได้ว่าเข้มข้น ดุเดือด สมกับเป็นการซ้อมรอบสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขันในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยนักแข่งเจ้าของหมายเลข 73 จากทีม Gresini Racing อย่าง Alex Marquez ที่ควงตัวขี่ Ducati Desmosedici GP24 สามารถกดเวลาได้ดีสุดในการซ้อมวันแรกที่ 1:29.184 นาที  ทางด้านของอันดับที่สองตกเป็นของ ‘มาร์เกซผู้น้อง’ Alex Marquez นักบิดจากทีม Gresini Racing ที่งัดฟอร์มเก่ง สามารถทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดที่ 1:29.649 และอันดับที่สามได้แก่ Franco Morbidelli นักแข่งจากทีม VR46 Racing Team ที่สามารถกดเวลาต่อรอบดีสุดอยู่ที่ 1:29.683 นาที ทางด้านของฮีโร่ชาวไทย อย่าง ‘ก้อง-สมเกียรติ’ ที่ได้ควบ RC213V ลงซ้อมในการซ้อมรอบ Buriram Test สามารถทำเวลาต่อรอบได้ที่สุดอยู่ที่ 1:31.208 รั้งอันดับที่ 20 ของตาราง ตารางเวลาหลังจบการทดสอบวันแรก ชื่อนักแข่ง สังกัด เวลาที่สามารถทำได้ (นาที) Marc Marquez Ducati Lenovo Team 1:29.184 Alex Marquez Gresini Racing 1:29.649 Franco Morbidelli VR46 Racing Team 1:29.683 Marco Bezzecchi Aprilia Racing 1:29.794 Pedro Acosta Redbull KTM Factory Racing 1:29.904 Luca Marini Honda HRC Castrol 1:29.928 Johann Zarco LCR Honda 1:29.961 Pecco Bagnaia Ducati Lenovo Team 1:30.028 Brad Binder Redbull KTM Factory Racing 1:30.041 Jack Miller Prima Pramac Yamaha 1:30.047 Joan Mir Honda HRC Castrol 1:30.067 Alex Rins Monster Energy Yamaha MotoGP 1:30.206 Fabio Quartararo Monster Energy Yamaha MotoGP 1:30.233 Fermin Aldeguer Gresini Racing 1:30.373 Ai Ogura Trackhouse Racing MotoGP 1:30.453 Enea Bastianini KTM Tech3 1:30.461 Miguel Oliveira Prima Pramac Yamaha 1:30.738 Maverick Vinales KTM Tech3 1:30.827 Raul Fernandez Trackhouse Racing MotoGP 1:30.975 Somkiat Chantra LCR Honda 1:31.208   รอบซ้อมอย่างเป็นทางการของบุรีรัมย์ เทสจะลงซ้อมอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป โดยการซ้อมในรอบนี้จะไม่มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ หากไม่อยากพลาดข่าวสารก็ติดตาม SuperBike Thailand

2025 Buriram Test ครั้งสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขัน MotoGP25

2025 Buriram Test ครั้งสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขัน MotoGP25 2025 Buriram Test การทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มการแข่งขันฤดูกาล 2025 อย่างเป็นทางการในช่วงปลายกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งการทดสอบครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับทีม และนักแข่ง MotoGP ในการทดสอบรถแข่งก่อนที่การแข่งขันสนามแรกของฤดูกาลกำลังจะเริ่มขึ้น หลากหลายค่ายเองก็มีเรื่องต่าง ๆ ให้คิด และพิจารณาต่าง ๆ ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง ‘Ducati’ ที่ตอนนี้กำลังคิดว่าจะใช้เครื่องยนต์ปี 2024 หรือ 2025 สำหรับการลงแข่งฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าเครื่องยนต์ของทาง Ducati เองก็มีพละกำลัง และเทคโนโลยีที่ค่ายอื่นยากที่จะตามทัน อีกทั้งยังการันตีความสำเร็จมากมายในการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมา และมีข่าวจากวงในมาว่าตอนนี้เครื่องยนต์ของโมเดล GP25 ยังขาดอะไรบางอย่าง ซึ่งอาจจะหมายถึงความไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ก็เป็นได้ ทางด้านของค่ายรถ Yamaha เองนั้นก็สามารถสร้างความประหลาดใจได้ในการทดสอบในรอบเซปัง เทสที่ผ่านมา นักบิดเจ้าของหมายเลข 20 อย่าง ‘แฟ้บ’ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ สามารถกดเวลาได้ติดอันดับ Top 3 ตลอดการซ้อมในวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนมองว่ามีความเป็นไปได้ที่ทีมจากค่ายส้อมเสียงนี้จะมาเป็นม้ามืดของฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ วันที่ลงทำการซ้อม เวลาที่สามารถทำได้ดีที่สุด รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 1 01:57.5550 นาที (อันดับที่ 1) รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 2 01:57.3240 นาที (อันดับที่ 2) รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 3 01:56.7240 นาที (อันดับที่ 3)   ทางฝั่งของทีม Aprilia จะไม่มีแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ร่วมลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้าย ทีม VR46 จะไม่มี ‘ดิเจีย’ ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ และ Trackhouse Racing จะไม่มี ราอูล เฟอร์นันเดซ ซึ่งทั้งสามคนที่ได้กล่าวไปนั้นได้รับอาการบาดเจ็บจากการซ้อมในรอบเซปัง เทสที่ผ่านมา ตารางเวลาการทดสอบรอบ Buriram Test วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 10.00 – 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 10.00 – 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)   โดยการซ้อมในรอบนี้จะไม่มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ หากแฟน ๆ ถ้าไม่อยากพลาดข่าวสารก็ติดตาม SuperBike Thailand ไว้ได้เลยจะรายงานให้ทราบในทุกเหตุการณ์แน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มันดีทั้งคู่ !? Ducati คิดหนักเอาเครื่องไหนลง Buriram Test 2025

มันดีทั้งคู่ !? Ducati คิดหนักเอาเครื่องไหนลง Buriram Test 2025 Buriram Test 2025 การทดสอบอย่างเป็นการทางครั้งสุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดฉากแล้วในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่ดูเหมือนว่าทางค่ายยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลีอย่าง ‘Ducati’ จะยังคงตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์สำหรับลงทดสอบไม่ได้ เพราะสเปคของเครื่องยนต์ทั้งปี 2024 และ 2025 เองก็มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมทั้งคู่  สองนักบิดดาวดังของทีม เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ‘มาร์ก มาร์เกซ’ และเจ้าของแชมป์โลก 3 สมัย ‘เป้กโก้ บัญญาย่า’ ได้ลงทดสอบเครื่องยนต์ทั้งสองแล้ว และทั้งคู่เองก็ทราบดีว่าการคว้าแชมป์ของทั้งคู่จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์ในครั้งนี้ @ducaticorse go fast. go far. go together. TEAMWORK 🤝🔴 #SepangTest #ForzaDucati #DucatiLenovoTeam #Ducati ♬ suono originale – Ducati Corse มาร์กยังไม่มั่นใจเครื่องยนต์ GP25 มาร์ก ได้ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมวิศวกรของทีมกำลังวิเคราะห์อย่างหนัก และมันเป็นเรื่องที่ยากเพราทางทีมเองก็มีเครื่องที่ดีที่สุดที่พร้อมใช้งานอยู่แล้ว  “มันไม่ใช่แค่เครื่องยนต์อย่างเดียว แต่มันรวมทั้งของหลายๆ สิ่งที่อยู่ในเครื่องยนต์นี้ และตอนนี้วิศวกรของทีมเรายังพอมีเวลาที่จะคิดวิเคราะห์ พวกเราทำการทดสอบหลายรอบ ทั้งผมและเป้กโก้ (ฟรานเชสโก บัญญาญา)” “เราต้องมั่นใจให้ได้ 100% ว่าเครื่องยนต์สำหรับปี 2025 นั้นดีกว่าอย่างชัดเจน และตอนนี้เรายังไม่แน่ใจ ดังนั้นเราต้องรอ เพราะทีมของพวกเราไม่อยากที่จะเสี่ยงโดยไม่จำเป็น” “เพราะเครื่องยนต์เดิมของทีม Ducati (เครื่องยนต์ที่ใช้ในปี 2024) พวกเขาสามารถคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขัน 20 สนาม นั่นก็เรื่องที่พิสูจน์ด้วยตัวมันเองแล้วว่าเครื่องยนต์นั้นมีความยอดเยี่ยมมากขนาดไหน แต่ก็แน่นอนว่า วิศวกร และทีมผู้ผลิตเองก็ต้องการให้มีการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นเสมอ แต่ถ้ามันยังไม่แน่นอน 100% การถอยกลับไปใช้ของเดิมอาจจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า แต่เครื่องยนต์สำหรับปี 2025 ก็มีข้อดีบางอย่างอยู่ ดังนั้นเรายังต้องพยายามทำความเข้าใจให้ชัดเจนต่อไป” บัญญาย่ามองว่าเครื่องยนต์ใหม่นี้ ยังขาดบางสิ่งบางอย่างอยู่ ทีมเมทของมาร์ก อย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเครื่องยนต์ทั้งคู่นี้ว่า โมเดลปี 2024 ก็เป็นเครื่องที่มีอายุมากกว่า 1 ปีแล้ว แต่เครื่องยนต์ใหม่ของปี 2025 ก็ยังขาดบางสิ่งบางอยู่ “ความจริงก็คือ GP24 เป็นรถที่ยอดเยี่ยมและทำงานได้ดีมาก แต่มันเป็นเครื่องยนต์ที่เราใช้งานมาหนึ่งฤดูกาลแล้ว ส่วน GP25 นั้น เครื่องยนต์ดูดีมาก การส่งกำลังก็ยอดเยี่ยม แต่ก็ยังขาดบางอย่างอยู่”  “ดังนั้น นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย และเรายังคงต้องใช้เวลาสองวันในประเทศไทยเพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้น” ทางด้านของผู้จัดการทีม Ducati Lenovo ‘ดาวิเด้ ทาร์โดซซี่’ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเครื่องยนต์ใหม่ไปในทิศทางเดียวกับเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย และเผยว่าหลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบที่เซปัง ประเทศมาเลเซียทางทีมก็มีความเอนเอียงจะไปใช้เครื่องยนต์ในปี 2024 มากกว่า  “เครื่องยนต์ปี 2025 มีศักยภาพที่ดีมาก แต่สุดท้ายแล้ว กฎระเบียบบังคับให้เราต้องเล่นอย่างรอบคอบ เพราะเครื่องยนต์นี้จะต้องถูกใช้ไปอีกสองปี”  “ดังนั้น ในตอนนี้ สมดุลยังคงเอนไปทางเครื่องยนต์ปี 2024 มากกว่าปี 2025 แต่การตัดสินใจครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้นที่ประเทศไทย” ทีม Ducati Lenovo จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในรอบบุรีรัมย์ เทส ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามของฤดูกาล 2025 ที่สนามเดียวกัน ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ จะเครื่องใหม่ หรือเครื่องเก่า แฟน ๆ Ducati รอดูได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปโดร อคอสต้า เชื่อ ไลน์อัพปีนี้จะพา KTM กลับสู่ความยิ่งใหญ่

เปโดร อคอสต้า เชื่อ ไลน์อัพปีนี้จะพา KTM กลับสู่ความยิ่งใหญ่ เปโดร อคอสต้า นักบิดจากทีมโรงงานของ KTM อย่าง ‘Redbull KTM Factory Racing’ ออกมาเผยว่า การที่ทีมเก่าของเจ้าตัวอย่าง ‘KTM Tech3’ ที่มีการดึงนักแข่งประสบการณ์สูงสองรายเข้ามาร่วมทีมอย่าง ‘The beats’ เอเนีย บาสเตียนินี่ และ มาร์เวอริค บีญาเลส เชื่อว่าจะเป็นการสร้างไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ให้กับแบรนด์จากออสเตรียรายนี้  ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ทีมแข่ง KTM ทั้งทีมโรงงาน และทีมรองมีการเผยไลน์อัพนักแข่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อย โดยทีมโรงงานมีสองนักบิดอย่าง แบรด บินเดอร์ และเปโดร อคอสต้า และในส่วนของทีมรองอย่าง Redbull KTM Tech3 ได้แก่เอเนีย บาสเตียนินี่ และมาร์เวอริค บีญาเลส ซึ่งไลน์อัพถ้าดูจากชื่อชั้นก็ต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดา เพราะนักแข่งแต่ละคนก็มีประสบการณ์การแข่งมาแล้วมากมาย มาเวอริค บีญาเลส คว้าชัยในการแข่งขันแต่ละสนามมาแล้วถึง 26 ครั้ง ทางด้านของ ‘The Beast’ หรือเอเนีย บาสเตียนินี่ ก็สามารถคว้าชัยในการแข่งขันแต่ละสนามมาได้ถึง 13 ครั้ง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของทีม Ducati ที่ครองความยิ่งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ ‘BabyShark’ มั่นใจว่าประสบการณ์ต่าง ๆ ของพวกเขาจะสามารถช่วยทีมได้  “พวกเขาจะช่วยเราได้แน่นอน” “เรามีไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของ KTM และผมจะบอกว่าเราเป็นไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในการแข่งขันฤดูกาลนี้ มันเป็นความจริงที่พวกเขายังไม่มีประสบการณ์มากนักกับ KTM แต่ในอีกแง่หนึ่ง ตัวอย่างเช่น มาเวอริค (บีญาเลส) ชนะการแข่งขันกับสามผู้ผลิตมาแล้ว ส่วน (เอเนีย) บาสเตียนินี มีข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับ Ducati อยู่ในหัวของเขา และเขาก็สามารถทำเวลาได้ดีมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา” “ดังนั้นผมคิดว่า ด้วยประสบการณ์และความรู้ทั้งหมดของพวกเขา พวกเขาจะช่วยชี้แนวทางให้เราว่าต้องปรับปรุงอะไร และเราต้องทำอะไรเพื่อก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และเมื่อเราปรับแนวทางตามสิ่งที่เขาแนะนำ เราก็น่าจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างก้าวกระโดด ผมคิดว่ามันจะเป็นผลดีสำหรับเรามาก” Redbull KTM Factory Racing และ Redbull KTM Tech3 จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในการทดสอบ Buriram Test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามกับการแข่งขัน ThaiGP25 ที่สนามเดียวกันในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ เหล่าสาวก KTM ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jack Miller รู้สึกว่าเข้ากันกับรถ Yamaha แล้ว

Jack Miller รู้สึกว่าเข้ากันกับรถ Yamaha แล้ว Jack Miller นักบิดจากทีม Prima Pramac Yamaha ได้ออกมาเผยว่า ตัวแข่งของทางค่ายอย่าง Yamaha YZR-M1 เหมือนเป็นรถของเขาแล้ว หลังจากที่เจ้าตัวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับรถของค่ายส้อมเสียงที่บาร์เซโลนาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยผลงานการลงทดสอบรถรอบล่าสุดในการทดสอบที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียนักบิดสัญชาติออสเตรเลียรายนี้สามารถทำเวลาจนติด 10 อันดับของหัวตารางได้ในการทดสอบสองวันแรก และจบการซ้อมในวันสุดท้ายด้วยอันดับที่ 12 ซึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้นในโปรแกรมการทดสอบที่ประเทศมาเลเซีย เขาได้ออกมาเผยว่า ตัวเขานั้นรู้สึกดีกับรถ จริงที่เมื่อเปลี่ยนรถก็ต้องใช้เวลาปรับตัวกับมัน แต่ตอนนี้เขารู้สึกดีกับรถ และคิดว่าตัวแข่งคันนี้เหมือนเป็นรถของเจ้าตัวแล้ว “ผมรู้สึกดี ตอนนี้ผมนั่งบนรถและออกตัวในตอนเช้า บางครั้งโดยเฉพาะเมื่อคุณเปลี่ยนผู้ผลิต มันอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย เพราะเมื่อคุณออกจากพิทส์ ถังน้ำมันอาจติดขา แฮนด์อาจแตกต่างไป และต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เป็นปกติ “แต่นี่เป็นสิ่งที่ปรับตัวเข้ากับได้ค่อนข้างง่าย เมื่อผมตั้งแฮนด์ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และปรับพักเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม “ถังน้ำมันให้ความรู้สึกดีมาก มันไม่มีส่วนที่นูนหรือขรุขระอะไรเลย ขาของผมไม่รู้สึกเจ็บ ซึ่งในอดีตเคยเป็นปัญหาเมื่อคุณนั่งในท่าที่ไม่เข้ากับตัวรถ ขาของคุณอาจไม่แนบสนิท และอาจเกิดจุดกดทับที่สร้างความไม่สบายได้ ตอนนี้ร่างกายของผมรู้สึกดีกับตัวรถ และเมื่อผมออกตัวในตอนเช้า ผมรู้สึกว่า ‘อ่า นี่คือรถของผม’ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมหลังจากเพียงแค่ห้าวันของการขี่” “เมื่อคุณไปยังสนามใหม่ ๆ มันย่อมต้องใช้เวลามากกว่าปกติในการปรับตัว เมื่อเทียบกับการมีประสบการณ์มาก่อนบนรถคันเดิม แต่ผมไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร” แจ็ค มิลเลอร์ และทีม Prima Pramac Yamaha จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในรอบ Buriram Test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมพาพันธ์ และต่อด้วยการแข่งขันในนัดเปิดสนามในการแข่งขัน ThaiGP25 ที่สนามเดียวกัน ในช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ แฟน ๆ แจ็ค มิลเลอร์ และทีม Yamaha ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 LCR Honda เปิดตัว ‘ก้อง-ซาร์โก้’ ลุย MotoGP 2025

2025 LCR Honda เปิดตัว ‘ก้อง-ซาร์โก้’ ลุย MotoGP 2025 2025 LCR Honda เผยโฉมทีมแข่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดตัวทีมทำการเปิดที่ ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า Honda Safety Riding Park Bangkok ถนนรามคำแหง ประเทศไทย บรรยากาศเต็มไปด้วยเหล่าแฟนคลับที่มาต้อนรับแสนอบอุ่น พร้อมรอชมการเปิดตัวสองนักบิดอย่าง ‘ก้อง-สมเกียรติ จันทรา’ นักบิดชาวไทยคนแรกที่ได้แข่งขันในเมเจอร์สูงสุด และจอมเก๋าอย่างโยฮันน์ ซาร์โก้ ซึ่งการเข้ามาร่วมทีม LCR Honda ของสมเกียรติ จันทราในฤดูกาลนี้ จะเข้ามาแทนที่ของ ‘พ่อนาค’ ทาคาอากิ นาคากามิ ที่ได้ประกาศรีไทร์จากการแข่งขัน แล้วขยับบทบาทของตัวเองขึ้นไปเป็นเทสไรเดอร์ให้กับทีมโรงงาน Honda ที่จะทำงานร่วมกับอดีตแชมป์โลก Moto2 สองสมัย ‘โยฮันน์ ซารโก้’ ในการแย่งชิงโพเดียมเพื่อทวงความยิ่งใหญ่กลับสู่ทีมฮอนด้าอีกครั้ง RC213V ลวดลายใหม่ เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ทางอิสระอย่าง LCR จะควบเจ้า RC213V ในการไล่ล่าโพเดียมในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 ซึ่งตัวแข่งของทั้งสองนักบิดอย่าง ‘โยฮันน์ ซาร์โก้’ และ ‘สมเกียรติ จันทรา’ ก็จะมีสีสัน และลวดลายของแต่ละคันที่มีความแตกต่างกันออกไป RC213V ของโยฮันน์ ซาร์โก้ ในฤดูกาลนี้ก็จะคงเน้นไปที่สีขาว และสีเขียวตามปกติ แต่จะมีเฉดสีแดงที่เพิ่มเติมขึ้นมาในบริเวณส่วนหน้าของตัวรถ พร้อมวิงก์เล็ตที่มีการปรับขนาดให้ดูเล็กลง ด้านข้างมาพร้อมโลโก้แบรนด์น้ำมันเครื่อง Castrol ที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับทางซาร์โก้ และด้านท้ายมีการปรับบางส่วนเพื่อให้สามารถขับขี่ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถัดมากับตัวแข่งของ ‘สมเกียรติ จันทรา’ รูปแบบของตัวถังมีความคล้ายคลึงกับของซาร์โก้ทุกประการ จะแตกต่างกันเพียงแค่สีสัน และลวดลายกราฟิกเท่านั้น ซึ่งตัวแข่งของ ‘เจ้าก้อง’ ตัวรถจะเน้นไปที่สีแดง และสีขาวเป็นหลัก ด้านข้างมาพร้อมกับโลโก้แบรนด์น้ำมันเครื่อง Idemitsu ที่จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้กับก้อง สมเกียรติ ก้อง สมเกียรติพร้อมสู้เพื่อแฟน ๆ นักบิดชาวไทยออกมาเผยว่าเจ้าตัวนั้นรู้สึกตื่นเต้น พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ที่กำลังใกล้จะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เจ้าตัวจะทำผลงานให้เต็มที่ที่สุด และขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยที่สนับสนุนเจ้าตัวมาโดยตลอด ยอมรับว่าในช่วง Shakedown Test ลงซ้อมหนักมาก แต่ก็เพื่อที่จะได้นำข้อมูลมาบอกกับทีมงานให้ได้มากที่สุด  รู้สึกตื่นเต้น กับการที่ทีม LCR ได้เปิดตัวในบ้านเรา ในปีนี้ผมจะสู้และทำผลงานให้ดีที่สุด อยากขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยที่สนับสนุน และเป็นกำลังใจในทุกๆ เรซ ยอมรับช่วงเช็คดาวน์เทสต์ร่างกายหนักมาก หลังไม่ได้จับรถมานาน ทำให้ร่างกายดาวน์ลง แต่มาในช่วงออฟฟิเชียลเทสต์ มาปรับตัวเก็บรายละเอียดได้และมาบอกทีมงานให้มากที่สุด โยฮันน์ ซาร์โก้ และก้อง สมเกียรติ จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในการทดสอบ ‘Buriram Test’ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนที่จะลงแข่งขันในสนามแรกกับการแข่งขัน ThaiGP25 ในสนามเดียวกัน ซึ่งจะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ แฟน ๆ ก้อง สมเกียรติ และผู้รักในกีฬามอเตอร์สปอร์ตบอกเลยห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติรับ ยังต้องพัฒนาการขี่ให้มากกว่านี้

ก้อง สมเกียรติรับ ต้องพัฒนาการขี่ให้มากกว่านี้ ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดจากทีม LCR Honda ได้ออกมาเผยว่าเขานั้นต้องพัฒนา และเรียนรู้ในการขับขี่เจ้า RC213V ให้มากกว่านี้ เพราะการขับขี่ในระดับ MotoGP นั้นแตกต่างกับตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง เพราะมันมีความแตกต่างกันอยู่หลายจุด  “พวกเรามีเวลาสามวันสำหรับการทดสอบในรอบ Shakedown Test แต่ผมนั้นได้มีโอกาสลงซ้อมแค่สองวันเท่านั้น และรถของผมที่ใช้ซ้อมเป็นรถใหม่ทั้งหมดเมื่อเทียบกับการซ้อมที่บาร์เซโลน่า เนื่องจากทีมของผมอยากให้ผมได้เริ่มทดสอบกับรถปี 2025 และเปรียบเทียบว่ามันแตกต่างกับรถปี 2024 อย่างไรบ้าง” ในการทดสอบวันแรกในรอบ Shakedown Test ก้อง สมเกียรติก็ได้ทำการเช็ครายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถ เรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ รวมไปถึงการทดลองในการใช้ตัวช่วยต่าง ๆ โดยเจ้าตัวยังบอกอีกว่าสิ่งที่ยากที่สุดตอนนี้คือการควบคุมความเร็ว และการคำนวนในจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะมันมีความแตกต่างจากตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง “ในการทดสอบวันแรกที่ผมได้พบกับรถใหม่ ผมก็เริ่มจากการตรวจเช็ครายละเอียดต่าง ๆ และพยายามเรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ” “ผมพยายามใช้ตัวช่วยของรถในจุดที่จำเป็น เพราะเมื่อผมเทียบกับทาคา (ทาคาอากิ นาคากามิ) เมื่อปีที่แล้ว ยังมีบางจุดที่ผมช้ากว่าเขาในการใช้ตัวช่วยที่ล้อหลัง แต่ผมคิดว่าตอนนี้พวกเรากำลังก้าวไปในทิศทางที่ดีขึ้น” “สำหรับผมตอนนี้ สิ่งที่ยากที่สุดคือการใช้ความเร็ว รวมไปถึงจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้เบรกคาร์บอน ทำให้จุดเบรกของผมแตกต่างจาก Moto2 และความเร็วในการเข้าโค้งนั้นก็แตกต่างจากตอนที่ขี่ Moto2 ด้วย” เวลาที่ทำได้ดีที่สุดต่อรอบของ ก้อง สมเกียรติ ใน Shakedown Test2025 การซ้อมวันที่ 2 2:01.028 การซ้อมวันที่ 3 2:00.550   ก้องจะลงทดสอบ RC213V อย่างเป็นทางการอีกครั้งในการทดสอบรอบ Sepang Test ที่ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะแข่งขันในโฮมเรซเป็นสนามแรกระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda HRC Castrol โรงงานฮอนด้า พร้อมล่าโพเดียมแล้ว

Honda HRC Castrol โรงงานฮอนด้า พร้อมล่าโพเดียมแล้ว Honda HRC Castrol ทีมจากค่ายฮอนด้าเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ โดยการเปิดตัวทีมแข่งหนนี้ มาพร้อมกับภารกิจสำคัญคือการไล่ล่าความสำเร็จให้กับทางฮอนด้าอีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาห่างคำว่าแชมป์โลกตั้งแต่ฤดูกาล 2019  การเปิดตัวทีมแข่งประจำฤดูกาล 2025 มาพร้อมกับสองนักบิดคู่ขวัญอย่างโจอัน เมียร์ และลูก้า มารินี่ ที่พร้อมเค้นฟอร์มเก่งในการพาทีมโรงงานฮอนด้ากลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่มาร์ก มาร์เกซได้ออกจากทีมไป RC213V ที่ไม่มี Repsol อาจจะแปลกหูแปลกตาไม่น้อยสำหรับลายของ ‘ตัวแข่ง’ ที่จะใช้แข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะมาถึง เมื่อแบรนด์น้ำมันเครื่องจากประเทศสเปนอย่าง ‘Repsol’ ได้ออกมาประกาศยุติการสนับสนุนทีมโรงงานฮอนด้า หลังจากที่ทั้งสองแบรนด์ร่วมงานกันมานานกว่า 30 ปีตั้งแต่ปี 1995 เมื่อแยกทางไปทีมก็ต้องเดินหน้าไปต่อ โดยทางฮอนด้าได้ประกาศความร่วมมือร่วมแบรนด์น้ำมันเครื่องจากสหราชอาณาจักร อย่าง ‘Castrol’  โดยตัวแข่งอย่าง ‘RC213V’ มาพร้อมกับลวดลาย และสีสันใหม่ชนิดที่ว่าทิ้งลวดลายเก่าแบบหมดจด ซึ่งลวดลายใหม่ในครั้งนี้มาพร้อมกับสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์จากทางฮอนด้าพร้อมคาดตัวอักษรสีขาว มาพร้อมกับโลโก้แบรนด์น้ำมันเครื่อง Castrol บริเวณแฟริ่งด้านล่างของตัวรถ ด้านบนบริเวณถังน้ำมันมีสีน้ำเงินมาตัดสลับบ้างเล็กน้อย บริเวณวิงก์เล็ตด้านหน้ามีขนาดที่ลดลงจากฤดูกาลก่อน พร้อมกับด้านท้ายที่มีการปรับดีไซน์ใหม่เพื่อการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Joan Mir และ Luca Marini พร้อมสู้เพื่อฮอนด้า สองนักแข่งของทีมอย่างโจอัน เมียร์ และลูก้า มารินี่ ก็ออกมาเผยว่าพวกเขาประทับใจในลวดลายใหม่ของรถแข่ง RC213V ที่จะใช้ในฤดูกาล 2025 ที่จะมาถึงนี้พร้อมทั้งบอกว่าพวกเขานั้นตั้งเป้าในฤดูกาลใหม่ พร้อมทุ่มเทการซ้อมมากยิ่งขึ้น Joan Mirr : “ก่อนอื่นเลย ผมต้องบอกว่ารถจักรยานยนต์ดูน่าทึ่งมาก สีใหม่ดูแตกต่างจากที่เราเคยเห็นในอดีต แต่ก็มีความแข็งแกร่งและมันจะเป็นความสุขที่ได้สวมใส่ ผมเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงานต่อไปเพื่อพัฒนารถจักรยานยนต์ ทีมงาน และตัวเราเอง มันจะเป็นการเริ่มต้นปีที่เข้มข้น ทันทีที่มีการทดสอบสองครั้งหลังจากฤดูหนาว แต่สิ่งนี้จะช่วยให้เรากลับมาอยู่ในจังหวะได้อย่างรวดเร็ว ผมรอคอยที่จะได้เห็นสิ่งที่วิศวกรของเราและพันธมิตรใหม่ของเราที่ Castrol ได้ทำงานร่วมกันในช่วงฤดูหนาว” Luca Marini : “มันยอดเยี่ยมมากที่ได้มาที่จาการ์ตา, อินโดนีเซีย เพื่อเปิดเผยสีใหม่เหล่านี้ – คนที่นี่มีความหลงใหลในมอเตอร์ไซค์, MotoGP และ Honda อย่างมาก ตั้งแต่ฤดูกาล 2024 เราได้เรียนรู้มากมาย และเราสามารถจบฤดูกาลได้ดีขึ้น การพัฒนาต่อไปยังคงเป็นเป้าหมายหลักของฤดูกาล 2025 นี้ ผมรู้ดีว่าทุกคนในโครงการนี้ทำงานหนักแค่ไหน และผมมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีที่สุดบนแทร็กเพื่อช่วยเหลือ ทุกๆ ปีที่แล้วเราก็ได้เห็นความก้าวหน้า และผมมั่นใจว่าเราจะทำได้เช่นเดียวกันในปีนี้ในสีสันที่สวยงามเหล่านี้” มุมอื่น ๆ ของ RC213V   สองนักแข่งอย่างโจอัน เมียร์ และลูก้า มารินี่ จะลงทดสอบ RC213V กับทางฮอนด้าในการซ้อมรอบ Shakedown Test จนถึงวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะลงทดสอบอีกครั้งในรอบ Sepang Test ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์นี้ RC213V จะกดเวลาได้ดีขนาดนั้น แฟน ๆ ฮอนด้าห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Shakedown Test วันแรก Pol Espargaro กดเวลาดีสุด

2025 Shakedown Test วันแรก Pol Espargaro กดเวลาดีสุด 2025 Shakedown Test ผ่านพ้นวันแรกไปเป็นที่เรียบร้อย เหล่านักทดสอบรถของแต่ละค่ายก็ได้ทำการตั้งใจขับขี่กันอย่างเข้มข้น เพราะต้องการที่จะหาจุดที่จะต้องแก้ไข และปรับปรุงให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ต้องการให้ ‘ตัวแข่ง’ ของแต่ละทีมสามารถรีดประสิทธิภาพขณะแข่งขันให้ออกมายอดเยี่ยมอย่างมากที่สุด  โดยเหล่านักทดสอบรถในแต่ละคนก็สามารถกดเวลาได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในรายของอดีตแชมป์โลก Moto2 ในปี 2013 อย่าง ‘ Pol Espagaro’ จากค่ายไร่ส้ม KTM ที่สามารถกดเวลาได้ดีสุดที่ 1:59.691 นาทีต่อรอบ ตารางเวลาดีที่สุด Shakedown Test วันแรก (รอบเวลา 18.00 นาฬิกา) ผู้ขับขี่ ทีม (รถที่ใช้ทดสอบ) เวลาที่ทำได้ Pol Espargaro KTM Test Rider (RC16) 1:59.691 Ai Ogura Trackhouse Aprilia (RS-GP25) 1:59.862 Takaaki Nakagami Honda Test Rider (RC213V) 1:59.888 Dani Pedrosa KTM Test Rider (RC16) 1:59.926 Fermin Aldeguer Gresini Ducati (GP24) 2:00.053 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:00.881 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:01.207 Michele Pirro Ducati Test Rider (GP25) 2:01.383 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:02.330 Lorenzo Savadori Aprilia Test Rider (RS-GP25) 2:03.782   ตารางเวลาดีที่สุด Shakedown Test วันแรก (รอบเวลา 17.00 นาฬิกา) ผู้ขับขี่ ทีม (รถที่ใช้ทดสอบ) เวลาที่ทำได้ Pol Espargaro KTM Test Rider (RC16) 1:59.691 Takaaki Nakagami Honda Test Rider (RC213V) 1:59.888 Dani Pedrosa KTM Test Rider (RC16) 1:59.926 Ai Ogura Trackhouse Aprilia (RS-GP25) 2:00.524 Fermin Aldeguer Gresini Ducati (GP24) 2:00.583 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:00.881 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:01.207 Michele Pirro Ducati Test Rider (GP25) 2:01.383 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:02.983 Lorenzo Savadori Aprilia Test Rider (RS-GP25) 2:03.782   ตารางเวลาดีที่สุด Shakedown Test วันแรก (รอบเวลา 16.00 นาฬิกา) ผู้ขับขี่ ทีม

Pramac Racing 2025 ม่วงมาแต่ไกล พร้อมคว้าชัยในฤดูกาล 2025

Pramac Racing ม่วงมาแต่ไกล พร้อมคว้าชัยในฤดูกาล 2025 เรียกได้เป็นอีกทีมที่เก่งกาจไม่แพ้ทีมโรงงานเลย สำหรับทีมเซทเทิลไลท์อย่าง Pramac Racing 2025 ที่พึ่งพามาร์ตินคว้าแชมป์โลกฤดูกาล 2024 ไปหมาด ๆ ครั้งนี้เปิดตัวมาพร้อมลุคใหม่ด้วยตัวแข่งค่ายเลือดน้ำเงินอย่าง Yamaha YZR-M1 พร้อมและสองนักแข่งอย่าง Miguel Oliveira #88 และพ่อหนุ่ม 4 King อย่าง Jack Miller #43 คู่หูคนใหม่ สำหรับการมาครั้งใหม่ของมิเกล โอลิเวร่า จากแทร็กเฮ้าส์ อาพริเลีย สู่ทีมพรามัคนั้นเป็นประสบการณ์อะไรที่ค่อนข้างใหม่และเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ทว่าแจ็คนั้น เจ้าตัวเคยร่วมงานกันมาแล้วในช่วงฤดูกาล 2018 – 2020 ซึ่งจบฤดูกาลสุดท้ายกับทีมได้สวยในอันดับที่ 7 กับ 132 คะแนน ปีนี้ได้ Alpine เป็นสปอนเซอร์และร่วมพัฒนา พร้อมตัวแข่งเวอร์ชันใหม่ที่มาในลวดลายผสมผสานระหว่างทีมแข่งและค่ายรถ ดูสวยงามในสไตล์ปราแมค เรซซิ่ง และที่สำคัญกับสปอนเซอร์รายใหม่ที่พึ่งเซ็นร่วมสนับสนุนทีมแข่งไปแบบสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้อย่าง Alpine (อัลไพน์) แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากฝรั่งเศส ที่จะมาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีรถแข่งร่วมกับทีมซึ่งถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตาไม่น้อยเลยทีเดียว  กับทีมเก่าในคราบรถใหม่ คงเป็นอะไรที่แฟน ๆ ต่างให้ความสนใจ ว่าทีมนี้นั้นจจะสามารถพานักบิดคว้าแชมป์โลกอีกครั้งได้หรือไม่ โดยสามารถชมการเทสครั้งแรกที่สนามเซปัง มาเลเซียในวันที่ 5 – 7 ก.พ.นี้ แฟน ๆ สามารถติดตามชมและเป็นกำลังใจให้กับนักแข่งกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Monster Energy Yamaha MotoGP2025 ส้อมเสียงมาแล้ว !

Monster Energy Yamaha MotoGP2025 ส้อมเสียงมาแล้ว ! Monster Energy Yamaha MotoGP2025 เผยโฉมแล้วอย่างเป็นทางการ อีกหนึ่งทีมที่แฟน ๆ หลายคนต่างรอคอยไม่แพ้ค่ายใหญ่ในอีกหลาย ๆ ค่ายใน MotoGP ซึ่งในหนนี้ยังคงนำทัพโดยเจ้าของแชมป์โลกหนึ่งสมัยอย่าง ‘ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่’ ควงคู่มากับทีมเมทคนเดิมอย่าง อเล็กซ์ รินส์ ที่ในฤดูกาลนี้พร้อมทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่ทีมโรงงานอีกครั้ง  โดยการไล่ล่าโพเดียมประจำฤดูกาลนี้ ทั้งคู่จะควบรถแข่ง Yamaha YZR-M1 ที่ยังคงคลุมโทนสีสันเดิม สวยงามตระกาลตา โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์จากเครื่องดื่มชูกำลัง ‘Monster Energy’ พร้อมสีน้ำเงินตัดสลับสีดำเพื่อเพิ่มความดุดัน ด้านหน้ารถมาพร้อมหมายเลขคู่ใจจากฤดูกาลก่อน ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ ยังคงมากับหมายเลข 20 และอเล็กซ์ รินส์ มากับรถหมายเลข 42  แต่ในเรื่องของผลงานการแข่งขันที่ต้องยอมรับว่าค่ายส้อมเสียงกับฤดูกาล 2024 ในการแข่งขัน MotoGP นั้นไม่มีโอกาสได้กลับไปยืนบนโพเดียมเลย ซึ่งผลงานที่ดีที่สุดของฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่คือการจบในอับดับที่ 6 และอเล็กซ์ รินส์ จบในอันดับที่ 8 ที่สนามประเทศอินโดนีเซียในฤดูกาล 2024 ที่ผ่านมา แม้การจับคู่ของดูโอ้ทีมโรงงานในฤดูกาลที่สอง จะยังคงสามารถดึงความน่าสนใจในวงการมอเตอร์สปอร์ตได้ไม่น้อย แฟน ๆ ค่ายส้อมเสียงสามารถเอาใจช่วย แล้วลุ้นว่าในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากนี้ นักบิดจากทีมโรงงานค่ายส้อมเสียงจะสามารถโชว์ผลงานให้แฟน ๆ ประทับใจได้หรือไม่ ต้องมาลุ้นกัน โดยทีมโรงงานยามาฮ่าจะลงทดสอบในรอบ Shakedown Test ในระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะลงซ้อมอีกครั้งในรอบเซปัง เทส ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Brad Binder มองว่า KTM ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น

Brad Binder มองว่า KTM ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น Brad Binder นักบิดจอมเก๋าจากทีมโรงงาน KTM ได้ออกมาเผยหลังจากงานเปิดตัวทีมแข่งจากแบรนด์ KTM เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมาว่า ช่องว่างในช่วงเวลาต่อรอบที่ KTM ตามหลัง Ducati ในการแข่งขัน MotoGP ไม่ได้ห่างมากขนาดนั้น  ถึงแม้ว่ารถจากค่าย Ducati จะมีช่วงเวลาที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน MotoGP เมื่อฤดูกาล 2024 ด้วยการคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขันทั้งหมด 20 สนาม พร้อมกับการคว้าแชมป์ประเภททีม และแชมป์ผู้ผลิตด้วยคะแนนที่ขาดลอย “ผมคิดว่ามันแตกต่างกันไปในแต่ละสนาม ซึ่งในบางสนามผมคิดว่าเราสามารถสู้ได้ และเราเองก็มีโอกาสในการคว้าโพเดียม แต่ในบางสถานการณ์ผมก็มองว่าเราก็เจอโจทย์ที่ยากอยู่พอสมควร แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถ้าคุณลองดูตัวเลข และวิเคราะห์ช่องว่างต่อรอบในเวลาที่ทำได้ ผมรู้สึกว่าเราก็ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น”  “จริงที่แต่ก่อนอาจจะดูห่างกันมากในเรื่องของช่องว่าง และประสิทธิภาพ แต่ถ้ามองในความเป็นจริงถ้าพวกเราทำการปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละจุดสุดท้ายแล้วช่องว่างตรงนั้นก็จะหายไปเอง” ตารางคะแนนทีมแข่งประจำฤดูกาล 2024 ทีม คะแนน Ducati Lenovo Team 884 คะแนน Prima Pramac Racing 681 คะแนน Gresini Racing MotoGP 565 คะแนน Aprilia Racing 353 คะแนน Pertamina Enduro VR46 Racing Team 318 คะแนน Red Bull KTM Factory Racing 304 คะแนน Red Bull GASGAS Tech3 242 คะแนน Monster Energy Yamaha MotoGP Team 144 คะแนน Trackhouse Racing 141 คะแนน LCR Honda 86 คะแนน Repsol Honda Team 35 คะแนน   จากตารางคะแนน ‘รูปแบบทีม’ ด้านบน ทางด้านของ Ducati Lenovo Team สามารถทำคะแนนได้ถึง 884 คะแนน และทางด้านของทีมโรงงาน KTM สามารถทำคะแนนได้เพียง 304 คะแนนเท่านั้น ทีม คะแนน Ducati 722 คะแนน KTM 327 คะแนน Aprilia 302 คะแนน Yamaha 124 คะแนน Honda 75 คะแนน   และตารางนี้คือตารางคะแนนของ ‘ผู้ผลิต’ ซึ่งก็ยังคงเป็นแบรนด์รถจากค่ายอิตาลีที่สามารถคว้าแชมป์ได้อีกเช่นเคยด้วยคะแนนรวม 722 คะแนนจากคะแนนเต็ม 728 คะแนน คิดเป็น 99% และอันดับที่สองตกเป็นของ KTM สะสมคะแนนได้ 327 คะแนน คิดเป็น 44% โดยช่องว่างระหว่างอันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 ห่างกันถึง 395 คะแนนซึ่งก็ถือว่าเป็นช่องว่างที่มีความห่างไม่น้อยเลยทีเดียว จากนั้นนักบิดสัญชาติแอฟฟริกาใต้รายนี้ยังเผยอีกว่าในการแข่งขัน ThaiGP25 ที่จะเปิดฉากในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เขาหวังว่าตัวเขาจะมีฟอร์มที่ดีที่สุดในช่วงชีวิตของเขา  “เมื่อเราลงแข่งที่ไทย ผมอยากฟอร์มการแข่งอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตของผม” “พวกเขาทุกคนรวมไปถึงทีมงานเร่งทำงานอย่างหนักให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ไต่อันดับขึ้นไป และสามารถต่อสู้กับกลุ่มหัวตารางให้ได้อย่างมากที่สุด” ผลงานที่ดีที่สุดของ KTM ในการแข่งขัน MotoGP 2024 สนามที่ทำการแข่งขัน นักแข่ง อันดับที่ทำได้ สนามลูเซลอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศกาตาร์ Brad Binder 2 สนามมันดาลิกาอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศอินโดนีเซีย Pedro Acosta 2

KTM Factory Racing Team MotoGP2025 ไร่ส้ม มาแล้ว !

KTM Factory Racing Team MotoGP2025 ไร่ส้ม มาแล้ว ! KTM Factory Racing MotoGP 2025 เผยโฉมแล้วอย่างเป็นทางการกับค่าย ‘ไร่ส้ม’ อีกหนึ่งทีมในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ที่มีความน่าสนใจไม่น้อย เพราะไลน์อัพที่เปิดเผยมาก็ทำให้หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอในการเผยโฉมทีมแข่ง และแล้วก็ได้เวลาเผยโฉมทีมแข่งของทีมโรงงานที่เป็นการจับคู่กันระหว่าง Brad Binder และ Pedro Acosta เจ้าของรางวัล Rookie of the year 2024 เริ่มที่ Brad Binder นักบิดจอมเก๋ามากประสบการณ์ของทีม กับการเข้าสู่ฤดูกาลที่หกของเจ้าตัวกับทีมโรงงาน KTM โดยเจ้าตัวนั้นตั้งเป้าหมายในฤดูกาลนี้ว่าจะสู้เพื่อโพเดียมให้เต็มที่ที่สุด “มันบ้ามากที่คิดว่านี่เป็นฤดูกาลที่หกของผมใน MotoGP แล้ว พูดตามตรง ปี 2024 เป็นปีที่ผมได้เรียนรู้มากที่สุด พอเข้าสู่ปี 2025 ผมรู้สึกว่ามันทำให้ผมเป็นนักแข่งที่ดีขึ้นมาก เป้าหมายของผมในฤดูกาลนี้คือการนำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้และก้าวไปอีกขั้น เพื่อต่อสู้กับกลุ่มผู้นำ เราอยู่ไม่ไกลเกินไป เราจบอันดับที่ 2 ในแชมป์ประเภทผู้ผลิต ดังนั้นเหลือเพียงอีกหนึ่งทีมที่เราต้องแซงหน้าไปให้ได้ เมื่อผมเห็นว่าทุกคนที่โรงงานทำงานหนักแค่ไหน และพลังที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด มันชัดเจนว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดนั้น” ‘Baby Shark’ Pedro Acosta กับการก้าวเข้าสู่ทีมโรงงานครั้งแรกของเจ้าตัว โดยดาวรุ่งแดนกระทิงดุรายนี้ออกมาเผยว่าเขานั้นได้เรียนรู้วิธีควบคุมรถที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับการแข่งขัน MotoGP และมองว่าการได้ขึ้นมาแข่งในนามของทีมโรงงานเป็นฝันที่แท้จริงของตัวเขา “แน่นอนว่า ปี 2024 เป็นปีที่ดี และเรายังมีเป้าหมายบางอย่างที่เก็บไว้ ผมได้เรียนรู้วิธีควบคุมการแข่งขันและปรับตัวให้เข้ากับ MotoGP การได้มาร่วมทีมโรงงานหลังจากผ่าน Moto3 และ Moto2 ถือเป็นความฝันที่เป็นจริง นอกจากนี้ การมีแบรดเป็นเพื่อนร่วมทีม และช่วยกันพัฒนารถแข่งจะเป็นจุดแข็งที่ดีมาก มันเป็นประโยชน์ที่เขามีประสบการณ์มากในคลาสนี้ และผมคิดว่าเราจะทำงานร่วมกันได้ดี สองปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับปี 2025 คือการควอลิฟาย และช่วงรอบแรกของการแข่งขัน ปีที่แล้วเรามีความเร็วพอที่จะแข่งเพื่อลุ้นโพเดียมหรือชัยชนะ แต่เรายังมีปัญหาในรอบควอลิฟาย ดังนั้นสองจุดนี้จะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องปรับปรุงในฤดูกาลนี้” RC16 ของทีม KTM Factory Racing ไม่เพียงแค่ทีมโรงงาน แต่ในการเปิดตัวครั้งนี้ยังเปิดตัวพร้อมกับทีมที่สองของผู้ผลิตอย่าง KTM Tech3 ที่ชูโรงโดย ‘The beats’ เอเนีย บาสเตียนินี่ ควงคู่มากับ ‘Top Gun’ มาเวอริค บีญาเลส ที่ย้ายมาจากทีมโรงงาน Aprilia เอเนีย บาสเตียนินี่ นักบิดคนใหม่ของทีมได้ออกมาเผยว่าเขานั้นรู้สึกตื่นเต้นในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง อีกทั้งยังประทับใจกับตัวรถ RC16 เพราะสามารถเข้าโค้งได้อย่างยอดเยี่ยม และระบบเกียร์ที่ตอบสนองไวทันใจ “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากสำหรับฤดูกาลนี้ เราต้องเริ่มต้นอย่างใจเย็น เพราะสิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจกับตัวรถและทีม แต่ผมมีแรงจูงใจ และคิดว่าประมาณการแข่งขันที่สามหรือสี่ เราจะสามารถแข่งขันได้อย่างจริงจัง เมื่อผมได้ลองขี่รถ ผมก็เข้าใจถึงศักยภาพของมันทั้งหมด มันน่าประทับใจมากที่สามารถเข้าโค้งได้อย่างสุดขอบ และระบบเกียร์ก็เร็วมาก มันเร็วสุดๆ เลย ดังนั้น ใช่ครับ ผมประทับใจมากจริงๆ” มาเวอริค บีญาเลส เผยว่าเจ้าตัวนั้นใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กในการสวมชุดแข่งของ KTM และยังเผยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้สึกของรถ RC16 ว่า เมื่อได้ขับขี่แล้วรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน เพราะเป็นรถที่เจ้าตัวชื่นชอบอย่างมาก  “การได้สวมชุดแข่งของ Red Bull KTM รู้สึกดีมาก ตั้งแต่เด็ก ผมเห็นพวกเขาในมอเตอร์ครอสและการแข่งขันมาตลอด… ดังนั้น นี่คือทีมในฝันของผม ความคิดแรกของผมเกี่ยวกับ KTM RC16 คือ ‘ว้าว นี่มันสุดยอด มันเร็วมาก!’ ผมจำได้ว่าที่มอนต์เมโล่ มันเร็วสุดๆ และนี่เป็นสิ่งสำคัญในยุคใหม่ของ MotoGP เพราะการแข่งขันส่วนใหญ่มักจะตัดสินกันใน 5-6 รอบแรก ปีแรกที่คุณเปลี่ยนไปใช้รถใหม่ คุณต้องมีสมาธิตลอดเวลา และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ทุกครั้งที่คุณลงสนามแข่งใหม่ มันให้ความรู้สึกแตกต่างจากปีก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง คุณต้องมีแนวคิดที่เปิดกว้างและโฟกัสให้มาก ดังนั้น เป้าหมายของผมคือการมีสมาธิและทำผลงานให้ดีที่สุด สิ่งที่ดีคือทันทีที่ผมขึ้นขี่ KTM มันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน มันเป็นรถที่ผมชอบและเข้ากับสไตล์การขี่ของผม โดยเฉพาะตอนเข้าโค้ง นี่เป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆ” RC16 จากทีม KTM Tech3 นักแข่งทั้ง 4 รายนี้จะควบ RC16 ลงซ้อมอย่างเป็นทางการที่การซ้อมในรอบเซปัง เทส ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียในวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนาม ThaiGP25 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง

Shakedown Test2025 ค่ายไหนส่งใครทดสอบบ้าง ?

Shakedown Test2025 ค่ายไหนส่งใครทดสอบบ้าง ? Shakedown Test2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย กำลังจะเริ่มเปิดฉากอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 31 มกราคมที่จะถึงนี้ โดยการทดสอบรอบนี้จะเป็นการทดสอบเฉพาะกลุ่มเทสไรเดอร์ และเหล่านักแข่งหน้าใหม่ที่จะขึ้นมาแข่งขันใน MotoGP ฤดูกาล 2025 เป็นครั้งแรก  โดยการทดสอบในรอบ Shakedown Test ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นจะเป็นการทดสอบเพื่อให้เหล่าเทสไรเดอร์ และทีมช่างของแต่ละทีมได้ทำการวิเคราะห์ และพิจารณาในข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตัวรถ ก่อนที่จะส่งต่อรถให้กับนักแข่งของแต่ละทีม เพื่อให้สามารถแข่งขันในช่วงเรซจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ Honda และ Yamaha ร่วมจอยในรอบ Shakedown Test ซึ่งการทดสอบในรอบนี้ทางฝั่งค่ายญี่ปุ่นอย่าง ฮอนด้า และยามาฮ่า ก็จะได้สิทธิพิเศษในการลงทดสอบ ที่สามารถนำนักแข่งลงไปร่วมทดสอบได้ในรอบ Shakedown ที่ค่ายญี่ปุ่นสามารถทำเช่นนี้ได้เพราะรถแข่งจากค่ายญี่ปุ่นทั้งสองแบรนด์สามารถทำคะแนนได้อยู่ในอันดับสุดท้าย และรองสุดท้าย ทางฝั่งฮอนด้าสามารถทำคะแนนได้เพียง 75 คะแนน และยามาฮ่าทำได้เพียง 124 คะแนน ซึ่งหมายความว่าทั้งคู่ยังไม่สามารถทำคะแนนได้ถึง 35% ของคะแนนรวมทั้งหมดตลอดซีซันที่ 728 คะแนน (แบ่งเป็น (คะแนนการแข่งวันอาทิตย์ 25 คะแนน) x (20 สนาม)) + ((การแข่งขันในวันเสาร์ 12 คะแนน) x (20 สนาม)) และไม่สามารถขึ้นโพเดียมได้เลยในตลอดซีซั่น 2024 ที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ทั้งสองค่ายจึงทำให้เข้าเงื่อนไขดังกล่าว เพื่อให้ผู้ผลิตทั้งสองรายสามารถพัฒนารถที่ใช้แข่งขัน เพื่อให้สามารถต่อสู้กับรถแข่งทางฝั่งยุโรปได้อย่างสูสี นักแข่งหน้าใหม่ลงครบ  และการซ้อมรอบนี้จะรวมไปถึงเหล่านักแข่งหน้าใหม่ที่ได้ขึ้นมาแข่งขันใน MotoGP2025 เป็นฤดูกาลแรกได้แก่ ไอ โอกูระ จากทีม Trackhouse Racing, เฟอร์มิน อัลเดเกร์ จากทีม Gresini Racing และสมเกียรติ จันทรา จากทีม LCR Honda  นอกเหนือจากสามรายที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้นแล้วนั้น ก็ยังมีเหล่าเทสไรเดอร์ หรือนักทดสอบรถแข่งของแต่ละค่าย โดยส่วนใหญ่จะเป็นอดีตที่เคยมีผลงานยอดเยี่ยมมาก่อน ในช่วงที่ตัวเองแข่งขัน ร่วมลงทดสอบในรอบนี้อีกด้วย ดังนี้ ค่าย Ducati Michele Pirro (มิเคเล่ ปีร์โร) นักทดสอบหลักของทีม Ducati (อดีตแชมป์โลกรุ่น 125 ซีซีในปี 2004) Fermin Aldeguer (เฟอร์มิน อัลเดเกร์) นักแข่งหน้าใหม่สังกัดทีม Gresini Racing ค่าย Aprilia Lorenzo Savadori (โลเรนโซ ซาวาดอรี) นักทดสอบหลักของทีม Aprilia Ai Ogura (ไอ โอกูระ) นักแข่งหน้าใหม่สังกัดทีม Trackhouse Racing ค่าย KTM Dani Pedrosa (ดานี่ เปโดรซ่า) นักทดสอบหลักของทีม KTM (อดีตแชมป์โลกรุ่น 250 ซีซีในปี 2005 ปัจจุบันทำหน้าที่หัวหน้าทีมทดสอบ) Pol Espargaro (โปล เอสปาร์กาโร) นักทดสอบของค่าย KTM (อดีตแชมป์โลก Moto2 ปี 2013) ค่าย Yamaha Andrea Dovizioso (อันเดรีย โดวิซิโอโซ) นักทดสอบของทีม Yamaha (อดีตแชมป์โลกรุ่น 125 ซีซี) Augusto Fernandez (อากุสโต้ เฟร์นันเดซ) นักทดสอบของค่าย Yamaha (แชมป์โลก Moto2 ปี 2022) Fabio Quartararo (ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร) นักแข่งสังกัดทีม Monster Energy Yamaha MotoGP Alex Rins (อเล็กซ์ รินส์) นักแข่งสังกัดทีม Monster Energy Yamaha MotoGP Jack Miller (แจ็ค มิลเลอร์) นักแข่งสังกัดทีม Prima

VR46 มองว่า Ducati GP25 คืออาวุธที่แท้จริง

VR46 มองว่า Ducati GP25 คืออาวุธที่แท้จริง VR46 ที่พึ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา สองนักแข่งของทีมอย่าง “Diggia” ฟาบิโอ ดิ จานนันโตนิโอ และ “แฟรงกี้” ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี่ ก็ได้มีโอกาสในการขับขี่ตัวแข่งจากค่าย Ducati อย่าง Desmosedici GP โดย Diggia จะได้ใช้สเปคเดียวกับทีมโรงงาน ได้แก่ Desmosedici GP25 และมอร์บิเดลลี่จะได้ใช้ในสเปครองลงมาอย่าง Desmosedici GP24  ในการเปิดตัวทีมที่ผ่านมา หลังจากเผยโฉมรถใหม่ที่จะใช้แข่งขันในฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง มอร์บิเดลลี่ ได้ตอบคำถามกับสื่อเกี่ยวกับตัวรถ GP24 หลังจากที่เจ้าตัวเคยใช้ลงแข่งขันในการแข่งขันฤดูกาล 2024 ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่ามันเป็นรถแข่งที่ยอดเยี่ยม “GP24 มันเป็นรถแข่งที่ยอดเยี่ยม เพราะมันถูกพัฒนามาอย่างดี อีกทั้งรถคันนี้มันสามารถทำความเร็วได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และสามารถคว้าชัยชนะได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงแข่งขัน ดังนั้นผมเลยเชื่อมั่นในรถแข่ง GP24 คันนี้”  และในรายของฟาบิโอ ดิ จานนันโตนิโอ ก็ได้ออกมาเผยถึงความรู้สึกที่เจ้าตัวจะได้ใช้รถที่มีการพัฒนามากถึง 2 ปีอย่าง GP25 (เดิมเจ้าตัวใช้ GP23 ในการแข่งขันเมื่อฤดูกาล 2024) โดยเจ้าตัวรู้สึกประทับใจ และมองว่า GP25 ที่จะได้ใช้แข่งขันนี้มันจะกลายเป็นอาวุธที่น่ากลัวอย่างแท้จริง “สำหรับผม ถือว่ามันเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่จาก GP23 เพราะผมได้ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนามาถึงสองปี เพราะฉะนั้นการขับขี่ครั้งนี้มันจะเป็นความท้าทายใหม่อย่างแน่นอน แน่นอนว่าในช่วงแรกคงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจถึงพัฒนาการของ GP25 และคงต้องดูว่าอะไรที่ใช้ได้ หรือใช้ไม่ได้”  “อย่างไรก็ตาม ผมว่า GP25 ที่ดูคาติมอบให้ผม ผมคิดว่ามันจะเป็นอาวุธที่น่าสนใจอย่างแท้จริง เพราะตัวแข่งคันนี้มันถูกพัฒนามาจาก GP24 แน่นอนว่าโฉมเก่าก็เป็นรถที่ยอดเยี่ยมมากอยู่แล้ว และยิ่งได้รับการพัฒนาในโฉมนี้มันก็จะดีมากยิ่งขึ้นไปอีก และนี่มันจะเป็นความท้าทายใหม่ที่ผมจะต้องมีสมาธิอย่างมากกับรถคันนี้” โดยในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากนี้จะมีนักแข่งเพียงสามรายเท่านั้นที่ได้ใช้รถ Ducati Desmosedici GP25 ได้แก่สองหนุ่มจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo อย่าง มาร์ก มาร์เกซ และฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และฟาบิโอ ดิ จานนันโตนิโอ จากทีม VR46  “ดิกเจีย” จะควบ GP25 ลงซ้อมอีกครั้งอย่างเป็นทางการในรอบที่สนามเซปัง ประเทศมาเลยเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และแข่งขันนัดเปิดสนามในรายการ ThaiGP ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Prima Pramac จับมือ Alpine ลุย MotoGP2025

Prima Pramac จับมือ Alpine ลุย MotoGP2025 Prima Pramac อดีตทีมต้นสังกัดของแชมป์ MotoGP หนล่าสุดได้ประกาศจับมือกับอัลไพน์ แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากประเทศฝรั่งเศส โดยการประกาศจับมือหนนี้อาจนำมาซึ่งความร่วมมือด้านการพัฒนาในด้านของเทคโนโลยีรถแข่ง ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในการแข่งขันระดับ MotoGP เปาโล แคมปิโนติ หัวหน้าทีมของพราแม็ก ได้ออกมาเผยว่าตนนั้นรู้สึกยินดีที่จะได้จับมือกับอัลไพน์ อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าทั้งสองแบรนด์จะสามารถจับมือกันไปได้อย่างราบรื่นเพราะมีทัศนคติที่มีความคล้ายคลึงกัน “ผมมีความภูมิใจอย่างมากที่ทีมของเรา (พราแม็ก) ได้เริ่มต้นจับมือกับอัลไพน์ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการแข่งขันมาอย่างยาวนาน”  “นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตในการแข่งขันชั้นนำระดับโลกได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแข่งขัน MotoGP และการที่พวกเขา (อัลไพน์) เลือก พวกเราในการพัฒนาการแข่งขัน MotoGP มันเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าพวกเราเชื่อมั่นในวิธีการทำงานของพวกเรามาโดยตลอด ทั้งสองแบรนด์ถือเป็นแบรนด์ที่เต็มไปด้วยแพชชั่นการแข่ง และหลงใหลในความท้าทาย” อันโตนิโอ ลาบาเต้ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และการตลาดของทาง Alpine ได้ออกมาเผยว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้จะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับลูกค้า และแฟน ๆ วงการมอเตอร์สปอร์ต อีกทั้งในทีมของพราแม็กยังแสดงให้เห็นอีกว่าทีมนั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้พิสูจน์ว่าตัวเองเป็นหนึ่งในทีมที่มีความทะเยอะทะยาน  “นอกเหนือจาก Formula 1 และ World Endurance Championship แล้ว Alpine ยังเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในวงการมอเตอร์สปอร์ตด้วยการเข้าร่วมการแข่งขัน MotoGP World Championship ร่วมกับทีม พราแม็ก ความร่วมมือนี้จะสร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับลูกค้าและแฟน ๆ ที่หลงใหลในมอเตอร์สปอร์ต ทั้งอัลไพน์และ พราแม็กพวกเราทั้งคู่ต่างมีค่านิยมร่วมกัน และที่สำคัญที่สุดคือจิตวิญญาณเดียวกัน ความหลงใหลในสมรรถนะ” “พราแม็กยังแสดงให้เราเห็นอีกว่า พวกเขานั้นเติบโตมากขึ้น ซึ่งเหมือนกับเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นทีมที่ยังเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน” ความร่วมมือนี้ยังรวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านแอโรไดนามิก การจัดการพลังงาน และวัสดุศาสตร์ขั้นสูง โดยทีมวิศวกรจากทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และการร่วมมือระหว่างพราแม็กและ อัลไพน์นับเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ต การผสานความเชี่ยวชาญจากทั้งสองโลกไม่เพียงสร้างมิติใหม่ในการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังเปิดศักราชใหม่ของนวัตกรรมการแข่งขันในศึก MotoGP 2025 โดยการเซ็นสัญญาหนนี้จะเป็นการเซ็นสัญญาระยะยาว ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป แต่ในส่วนของการรายละเอียดการสนับสนุนครั้งนี้แม้จะไม่มีการเผยข้อมูลตัวเลขออกมาอย่างเป็นทางการ แต่การประกาศจับมือการครั้งนี้ ถือเป็นก้าวยิ่งใหญ่ครั้งสำคัญของทีมพราแม็ก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Öhlins พัฒนาโช้คอัพสำหรับ Ducati Lenovo 2025

Öhlins พัฒนาโช้คอัพสำหรับ Ducati Lenovo 2025 Öhlins แบรนด์โช้คอัพคู่ใจของทีม Ducati Lenovo 2025 ยอดทีมประจำศึกการแข่งขัน MotoGP เจ้าของแชมป์ประเภทนักแข่ง 3 สมัย โดยทีมนี้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ของการแข่งขันได้เพราะการทีมมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมต่าง ๆ ของตัวรถ Desmosedici GP ที่เปลี่ยนจาก “ตัวแข่งธรรมดา” เป็น “ตัวแข่งที่มีจุดประสงค์ในการไล่ล่าโพเดียม” ไม่เพียงแค่การพัฒนาเครื่องยนต์ให้มีความยอดเยี่ยม แอโร่ไดนามิกที่เหนือชั้น ที่ช่วยให้รถมีความเสถียรมากขึ้นขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แต่อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจไม่น้อยก็เป็นระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนา ซึ่งเดิมทีเป็นโช้คอัพรุ่น TSB46 Carbon Front Fork ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการแข่งขัน MotoGP เพราะทางผู้ผลิตได้เล็งเห็น และเข้าใจว่าการแข่งขัน MotoGP  เป็นสนามแข่งขันที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและความกดดันสูง ทั้งจากทีมแข่งและสภาพการแข่งขันที่ต้องการความสมบูรณ์แบบอย่างมาก โดยมีช่องว่างให้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้ผู้ผลิตจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีระบบกันสะเทือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์สำหรับการแข่งขันที่มีความแม่นยำสูงและสมรรถนะในระดับสูง โช้คอัพ Öhlins – MotoGP™ Fork Bottoms โช้คอัพด้านหน้าเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดเป็นโช้คอัพแบบ UP-Side down ที่ถูกออกแบบดีไซน์ใหม่ จุดที่แตกต่างจากตัวก่อนหน้าเป็นการตัดซับแทงค์ออกไป โดยโช้คต้นนี้จะถูกนำไปใช้ลงสนามในการแข่งขัน MotoGP กับ DUCATI LENOVO TEAM   แม้จะพึ่งเปิดตัวทีมไปไม่นาน โช้คอัพเจนใหม่ของทีมโรงงานก็เผยโฉมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยโช้คอัพคู่นี้คาดการณ์ว่าจะถูกติดตั้ง และนำลงไปทดสอบในช่วงทดสอบ Winter test ที่กำลังจะมาถึงนี้ และไม่เพียงแค่โช้คอัพคู่นี้ แต่ในช่วงนี้ก็เตรียมพบกับเทคโนโลยีช่วยเหลือการแข่งขัน หรือของแต่งระดับเทพตัวใหม่ที่จะออกมาเผยโฉมอีกเรื่อย ๆ โดยโช้คอัพคู่หน้าเจเนอเรชั่นใหม่คู่นี้ อยู่ในขั้นตอนการประกอบขั้นสุดท้าย ก่อนนำไปทดสอบการใช้งานต่อไป เรียกได้เลยว่าเข้าโค้งหนนี้ Ducati Lenovo จัดให้แบบเนียนกริ๊บชนิดที่ว่าแฟน ๆ ต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก