SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

บอส Trackhouse จี้ MotoGP รื้อระบบ! แยกควอลิฟาย Sprint – Main Race ตามรอย F1 ดาวิเด บริวิโอ (Davide Brivio) ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์ของ Trackhouse MotoGP ออกมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ (Weekend Format) โดยเสนอให้เดินตามรอยความสำเร็จของ Formula 1 เพื่อยกระดับความยุติธรรมและความเร้าใจให้กับการแข่งขัน นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา MotoGP ได้ใช้ระบบควอลิฟายแบบ Q1 และ Q2 ที่ตัดสินจากผลการซ้อม แต่การปรับเปลี่ยนกติกาในช่วงหลัง โดยเฉพาะการเพิ่มการแข่งขัน Sprint Race เข้ามา ทำให้ความสำคัญของ “บ่ายวันศุกร์” พุ่งสูงจนเกินไป ซึ่งบริวิโอมองว่านี่คือจุดอ่อนที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด ปัญหาของ “วันศุกร์มหาโหด” ใน MotoGP ภายใต้กติกาปัจจุบัน นักแข่งที่ทำเวลาไม่ได้อยู่ใน 10 อันดับแรกในช่วง Practice บ่ายวันศุกร์ จะถูกส่งไปคัดเลือกใน Q1 ทันที ซึ่งหมายความว่าหากเกิดอุบัติเหตุ รถเสีย หรือสภาพอากาศไม่เป็นใจในวันศุกร์เพียงวันเดียว โอกาสที่จะได้ตำแหน่งสตาร์ทแถวหน้าทั้งในรอบ Sprint และ Main Race แทบจะหมดไป Davide Brivio ให้สัมภาษณ์กับ GPOne ว่า “มันเป็นความเห็นส่วนตัวนะ แต่ผมไม่ชอบเลยที่บ่ายวันศุกร์ต้องมากำหนดชะตากรรมของทั้งสุดสัปดาห์แบบนี้ ถ้ามีอะไรผิดพลาดแค่นิดเดียว ทุกอย่างที่เตรียมมาคือจบสิ้น” ข้อเสนอโมเดล F1: แยกควอลิฟายเพื่อความแฟร์ สิ่งที่บอสใหญ่ Davide Brivio Trackhouse ต้องการเห็นคือการนำรูปแบบ Sprint Weekend ของ F1 มาใช้ คือการมีเซสชันควอลิฟายแยกกันชัดเจน วันศุกร์: ให้เป็นการควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ทใน Sprint Race วันเสาร์: ให้มีการควอลิฟายแยกออกมาอีกหนึ่งเซสชัน เพื่อตัดสินกริดสตาร์ทสำหรับ Grand Prix วันอาทิตย์ “การทำแบบนี้จะทำให้เรามีกริดสตาร์ทสองแบบที่ต่างกัน และสุดสัปดาห์ของนักแข่งจะไม่ถูกทำลายเพียงเพราะวันศุกร์ที่ไม่เป็นใจ นอกจากนี้มันยังสร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆ ได้ติดตามผลลัพธ์ที่หลากหลายขึ้นด้วย” บริวิโอกล่าวเสริม การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงเสียงสะท้อนจากคนในพาร์ด็อกที่เริ่มรู้สึกว่า MotoGP ในยุคปัจจุบันเน้นความกดดันมากกว่าการชิงไหวชิงพริบในสนาม ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าทาง Dorna Sports จะรับข้อเสนอนี้ไปพิจารณาสำหรับการปรับปรุงกติกาในปีต่อๆ ไปหรือไม่

อเล็กซ์ รินส์ เปิดใจทำไมถึงปฏิเสธทีม Gresini Ducati ในปี 2022 ก่อนตัดสินใจย้ายไป Honda จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ MotoGP

Jorge Lorenzo ทึ่ง Marc Marquez ร่าง Ducati ปี 2026 ปรับสไตล์การขี่ใหม่จนเนียนกริบเหมือนตนเอง เลิกสายบวกเน้นความแม่นยำและการคำนวณที่เหนือชั้น

Pecco Bagnaia รีเซ็ตจิตใจสู้ศึก MotoGP 2026 หลังปี 2025 ฟอร์มหลุด บอส Ducati คอนเฟิร์มกลับมาแกร่งเหมือนเดิม

โทปราค ราซกัตลิโอกลู เปิดใจหลังเทสต์ MotoGP ที่เซปัง ยอมรับสไตล์การขี่แบบตัว V ใช้ไม่ได้ผล ทำเวลาตามหลัง 1.9 วินาที พร้อมยกบูเลก้าขี่สมูทกว่า

Johann Zarco นักบิดทีม LCR Honda ประกาศความมั่นใจก่อนเปิดฤดูกาล MotoGP 2026 ยืนยันไม่ก๊อปปี้เซ็ตอัพทีมโรงงาน พร้อมท้าชน Joan Mir และ Luca Marini

Aprilia MotoGP 2027 เผยรถแข่งรุ่นใหม่ 850cc ไม่ใช้แนวคิดก๊อปวาง แต่เน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

ท็อปรัค ราซกัตลิโอกลู ยอมรับเจอปัญหาล้อหลังหมุนฟรีกับยาง ในการทดสอบ MotoGP 2026 ที่เซปัง มิลเลอร์บอกถ้าไม่เลิกขี่สไตล์ WorldSBK ก็รอรั้งท้าย

Jorge Lorenzo ออกโรงหนุน Pecco Bagnaia มั่นใจยอดนักบิดชาวอิตาเลียนจะกลับมาลุ้นแชมป์ MotoGP 2026 ได้แน่ หลังปลดล็อกปัญหาตัวรถ Ducati GP26 ที่ Sepang Test

วิเคราะห์นัยแฝง Marc Marquez ทำนายรายชื่อนักแข่งปี 2027 สุดช็อก ไร้ชื่อตัวเองบนกริด พร้อมดันน้องชายขึ้นทีมโรงงาน Ducati สัญญาณนี้บอกอะไรเรา?

Ai Ogura เผยผลทดสอบ Aprilia RS-GP 2026 ยังไม่น่าพอใจ ยอมรับรถยังไม่เข้ามือและมีจุดบอดเรื่องความเร็วในโค้งที่ยังตามหลังคู่แข่ง เตรียมเช็กความพร้อมอีกครั้งที่บุรีรัมย์

ฆอร์เก มาร์ติน นักบิด Aprilia เผยเบื้องลึกความเจ็บปวดจนหยิบน้ำไม่ได้ ก่อนได้รับคำแนะนำสำคัญจาก มาร์ค มาร์เกซ ให้ตัดสินใจผ่าตัดซ้ำเพื่อรักษาอาชีพนักบิด

Diogo Moreira รุกกี้ป้ายแดง LCR Honda ในการทดสอบ Sepang Test 2026 เทียบสถิติ "ก้อง สมเกียรติ" พร้อมอัปเดตความพร้อมก่อนศึก MotoGP 2026

MotoGP ล่าสุด Fabio Quartararo ยอมรับเครื่องยนต์ Yamaha V4 ตัวใหม่ยังห่างไกลคู่แข่ง หลังจบการทดสอบที่เซปัง ชี้ต้องปรับปรุงอีกหลายจุดทั้งแรงบิดและอิเล็กทรอนิกส์

Ducati MotoGP 2027 เปโดรซ่าเผยดีลใหญ่ ชี้ Ducati ตัดสินใจถูกท่ามกลางข่าวลือ Pedro Acosta เตรียมย้ายทีมสร้างซูเปอร์ทีมในอนาคต

โจอัน เมียร์ แซะตลาดนักแข่ง MotoGP ปีล่าสุด รีบเซ็นสัญญาตั้งแต่ต้นปีระวังเสียใจ เตือนเพื่อนร่วมอาชีพดูฟอร์มรถให้ดีก่อนตัดสินใจย้ายทีม

ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า ยอมรับรถแข่ง GP26 ยังมีปัญหายางหน้าในช่วงท้ายของการซ้อม Sprint ที่เซปังฯ เสียเวลาไปกว่า 1 วินาที เตรียมแก้มือสนามสุดท้ายที่บุรีรัมย์

Toprak Razgatlioglu ใน MotoGP ปี 2026 หลังย้ายซบ Yamaha วิเคราะห์สไตล์การขี่และอุปสรรคที่แชมป์โลก WSBK ต้องเผชิญ

การขับเคี่ยวในโลกของความเร็วระดับสูงสุดอย่าง MotoGP ไม่เคยปรานีใคร แม้แต่ผู้ที่เคยเถลิงบัลลังก์แชมป์โลกมาแล้วก็ตาม ล่าสุด Francesco “Pecco” Bagnaia ยอดนักบิดชาวอิตาเลียนได้ออกมาเปิดใจถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากเกี่ยวกับ อนาคตของ Francesco Bagnaia ใน MotoGP โดยเจ้าตัวยอมรับว่าการเจรจาสัญญาฉบับใหม่สำหรับฤดูกาล 2027 อาจไม่ราบรื่นอย่างที่คิด ผลจากฟอร์มการเล่นที่ลุ่มๆ ดอนๆ ในปีที่ผ่านมา จนต้องยกประโยคเด็ดของตำนานอย่าง Jorge Lorenzo ขึ้นมาตอกย้ำความจริงที่เจ็บปวด ยอมรับความจริงอันโหดร้ายในตลาดนักแข่ง Bagnaia ยอมรับว่าฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมาคือฝันร้ายในฐานะนักบิดทีมโรงงาน Ducati เมื่อเขาต้องดิ้นรนอย่างหนักกับตัวรถ GP25 จนทำได้เพียงอันดับที่ 5 ในตารางคะแนนสะสม สวนทางกับเพื่อนร่วมทีมใหม่อย่าง Marc Marquez ที่คว้าแชมป์โลกไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี สถานการณ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อ สถานการณ์สัญญา Pecco Bagnaia ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเขาได้อ้างถึงคำพูดของ Jorge Lorenzo ที่ว่า “ในโลกของการแข่งขัน คุณจะถูกจดจำเพียงแค่ผลงานในเรซล่าสุดที่คุณทำเท่านั้น” ซึ่ง Pecco ยืนยันว่ามันเป็นสิ่งที่ “ถูกต้อง” และหลีกเลี่ยงไม่ได้ สงครามชิงเก้าอี้และข่าวลือการย้ายทีม เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเครื่องยนต์ 850 ซีซี ในปี 2027 กระแสข่าวลือในพิทเลนเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการที่ชื่อของดาวรุ่งมหัศจรรย์อย่าง Pedro Acosta ถูกโยงเข้ากับทีมโรงงาน Ducati อย่างหนัก เพื่อเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของ Bagnaia หากเขายังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ในต้นฤดูกาล 2026 นี้ สิ่งนี้ทำให้ ตลาดนักแข่ง MotoGP 2027 เริ่มระอุตั้งแต่นกนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า Aprilia คู่แข่งคนสำคัญกำลังจับตามองสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะดึงตัวแชมป์โลกชาวอิตาเลียนไปร่วมทัพหากเขาตัดสินใจอำลาค่ายสีแดง สัญญาณบวกจากการทดสอบที่ Sepang แม้จะมีความกดดันมหาศาล แต่ในการทดสอบ Sepang Test ล่าสุดที่เพิ่งผ่านพ้นไป Bagnaia ดูจะมีความสุขมากขึ้นกับรถ GP26 รุ่นปรับปรุงใหม่ โดยเฉพาะในการทำ Sprint Simulation ที่เขาสามารถทำความเร็วได้ดีกว่า Marc Marquez และตามหลัง Alex Marquez เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ฟอร์มการเล่นที่กระเตื้องขึ้นนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการกอบกู้ อนาคตของ Francesco Bagnaia ใน MotoGP ให้กลับมาอยู่ในทิศทางที่ควรจะเป็นอีกครั้ง โดยเจ้าตัวกล่าวว่า “เรายังคงมีการพูดคุยกันอยู่ แต่มันชัดเจนว่าฤดูกาลที่แย่แบบปีที่แล้วสามารถทำให้คุณไปอยู่ในจุดที่เสียเปรียบในการเจรจาได้” บทสรุปของแชมป์โลกที่ต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่ ท้ายที่สุดแล้วบทพิสูจน์ของ Pecco จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในรายการเปิดสนามที่ประเทศไทยช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ หากเขาสามารถกลับมาคว้าชัยชนะและแสดงความสม่ำเสมอได้เหมือนช่วงปี 2023-2024 กระแส ข่าวลือ Pedro Acosta ย้ายไป Ducati ก็อาจจะซาลงไป แต่ถ้าผลงานยังคงวนเวียนอยู่กลางตาราง เราอาจได้เห็นการโยกย้ายทีมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ MotoGP เพราะในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วใบนี้ พื้นที่สำหรับคนล้มเหลวนั้นแทบจะไม่มีเหลืออยู่เลย ไม่ว่าคุณจะมีดีกรีเป็นแชมป์โลกกี่สมัยก็ตาม

Aprilia MotoGP 2026 เมื่อ Aprilia มั่นใจว่ารถ RS-GP พัฒนาจนเข้าใกล้ Ducati ในระยะสลิปสตรีม พร้อมเขย่าบัลลังก์แชมป์โลก

วงการ MotoGP กำลังก้าวเข้าสู่ “พายุที่สมบูรณ์แบบ” (Perfect Storm) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อกฎระเบียบทางเทคนิคชุดใหม่ในปี 2027 กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของการแข่งขันไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งการลดขนาดความจุกระบอกสูบเหลือ 850cc การปรับลดระบบแอโรไดนามิก และการจำกัดอุปกรณ์ช่วยการทรงตัว (Ride Height Device) สิ่งเหล่านี้ทำให้นักแข่งระดับแถวหน้าทุกคนต่างเริ่มมองหา “บ้านหลังใหม่” ที่มั่นใจได้ว่าจะส่งมอบรถที่แข่งขันได้ในยุคใหม่นี้ และหนึ่งในค่ายที่ส่งเสียงดังที่สุดในตอนนี้คือ Aprilia Racing ค่ายรถจากเมืองโนอาเล่ ประเทศอิตาลี Massimo Rivola ซีอีโอผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลของ Aprilia Racing ได้ออกมาส่งสัญญาณที่ชัดเจนและแฝงไปด้วยความกดดันถึงคู่แข่งว่า พวกเขาไม่ได้เดินเกมรับอีกต่อไป แต่กำลังเป็น “ผู้คุมเกม” ในตลาดนักบิดปี 2027 โดยยืนยันว่าทีมมีแผนการรองรับในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นแผน B หรือ แผน C หากเป้าหมายแรกไม่เป็นไปตามที่วางไว้ การปักหมุดความมั่นคงกับ Marco Bezzecchi หมากตัวแรกที่ Aprilia เดินได้อย่างสวยงามคือการต่อสัญญามัลติเยียร์กับ มาร์โก เบซเซคคี (Marco Bezzecchi) ศิษย์เอกของ Valentino Rossi ที่ย้ายจากทีม VR46 มาสู่บ้านหลังใหม่อย่างเต็มตัว เบซเซคคีไม่เพียงแต่นำพรสวรรค์และความเร็วมาให้ทีม แต่เขายังนำเอาความมั่นใจมาสู่โปรเจกต์ของอาพริเลียด้วย Rivola ระบุว่า Bezzecchi คือเสาหลักของทีมที่ปักหมุดไว้ถึงปี 2027 เรียบร้อยแล้ว “มาร์โกคือชิ้นส่วนสำคัญที่เราไม่ต้องกังวลอีกต่อไป” Rivola กล่าว การมีนักบิดระดับท็อปอยู่ในมือหนึ่งคน ทำให้ Aprilia อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบในการเจรจา (Upper Hand) เพราะพวกเขาสามารถเลือกที่จะ “รอ” หรือ “รุก” ในตลาดนักบิดคนที่สองได้อย่างใจเย็น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเปรียบเหมือนค่ายอื่นที่ยังเคว้งคว้างเรื่องไลน์อัป “แผน B และ แผน C” คืออะไร? และทำไมต้องมี? ในอดีต อาพริเลียมักถูกมองว่าเป็น “ทีมทางเลือก” ของนักบิดที่ผิดหวังจาก Ducati หรือค่ายญี่ปุ่น แต่ปัจจุบัน RS-GP ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นรถที่สามารถคว้าชัยชนะใน Sprint และ Main Race ได้ในสนามที่หลากหลาย ความเชื่อมั่นนี้เปลี่ยนมุมมองของ Rivola ต่อตลาดนักบิดไปโดยสิ้นเชิง “เรามีแผนสำรองมากมาย” Rivola เผย “แผน B และ แผน C ไม่ได้หมายถึงนักบิดเกรดรอง แต่หมายถึงนักบิดระดับโลกที่เราติดต่อไว้ในกรณีที่แผน A ไม่จบลงตามเป้า” สื่อมวลชนสาย MotoGP วิเคราะห์ว่า แผนการเหล่านี้อาจรวมถึง: การดึงตัวนักบิดเบอร์ 1 ของค่ายอื่น: หาก Ducati หรือ KTM มีปัญหาภายใน หรือไม่สามารถจัดสรรงบประมาณได้ลงตัว อาพริเลียพร้อมจะยื่นข้อเสนอมหาศาลเพื่อดึงตัวนักบิดระดับแชมป์โลกมาเสริมทัพ การปั้นสายเลือดใหม่จาก Moto2: อาพริเลียเริ่มมองหานักบิดดาวรุ่งที่มีสไตล์การขี่เข้ากับรถยุคใหม่ 850cc ซึ่งต้องการความแม่นยำและการคุมคันเร่งที่นุ่มนวลกว่ารถ 1000cc ในปัจจุบัน ความร่วมมือกับทีมดาวเทียม: แผนสำรองของอาพริเลียยังรวมถึงการบริหารจัดการนักบิดในทีม Trackhouse Racing เพื่อให้แน่ใจว่าจะมี “ตัวเลือกที่พร้อมที่สุด” ขยับขึ้นสู่ทีมโรงงานได้ทันที รถแรงคืออำนาจต่อรองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด Massimo Rivola เน้นย้ำประโยคหนึ่งที่น่าสนใจว่า “หากเราโชว์ให้เห็นว่า RS-GP คือรถที่รวดเร็ว แผน B ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าแผน Z” ประโยคนี้สะท้อนความจริงที่ว่า ใน MotoGP ยุคปัจจุบัน “รถ” มีส่วนสำคัญเทียบเท่าหรือมากกว่า “คน” อาพริเลียทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับแผนก R&D เพื่อพัฒนาอากาศพลศาสตร์และเฟรมรถแข่งที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเฟรมที่ดีที่สุดในกริด เมื่อรถมีความเร็ว นักแข่งที่กำลังจะหมดสัญญาหรือไม่มีความสุขกับทีมเดิมจะเดินเข้ามาหาทีมเอง นี่คือจุดที่ Rivola ใช้เป็นไพ่ตายในการเจรจาปี 2027 เขาไม่ต้องอ้อนวอนนักบิด แต่เขากำลังสร้าง “พื้นที่แห่งผู้ชนะ” เพื่อให้นักบิดมาแย่งชิงกันเอง ความท้าทายเครื่องยนต์ 850ซีซี และกลยุทธ์ของอาพริเลีย การเปลี่ยนผ่านในปี 2027 ไม่ใช่แค่เรื่องของการลดซีซี แต่เป็นเรื่องของ “การเริ่มต้นจากศูนย์” ในหลายๆ ด้าน ค่ายรถที่มีความยืดหยุ่นสูงอย่างอาพริเลีย ซึ่งถนัดในการทำรถที่เลี้ยวได้ดีและมีเสถียรภาพ อาจจะได้เปรียบมากกว่าค่ายที่เน้นพลังดิบอย่าง Ducati Rivola มองว่านักบิดที่จะมาอยู่ใน “แผน” ของเขาต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับกฎใหม่นี้ ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลและความเร็วในการเรียนรู้คือสิ่งสำคัญ แผน B และ แผน

กึนเธอร์ สไตเนอร์ อดีตบอส F1 เปรียบเทียบ Marc Marquez ว่ามี DNA เดียวกับ Max Verstappen เจาะลึกความเหมือนของสองยอดนักแข่งเพื่อแชมป์ปี 2026