SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Aprilia RS 660 Trofeo สปอร์ตไบค์สเปกพร้อมแข่ง ราคา 660K ไม่รวมภาษี ล่าสุดทางเอพริลเลียค่ายรถอิตาลีก็ได้เปิดตัวโมเดลพิเศษพร้อมแข่งระดับกลางเครื่องสองสูบเพื่อหวังว่าจะเปิดโอกาสให้นักแข่งอายุน้อยได้มีโอกาสเติบโตและก้าวไปแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นไปในอนาคต ซึ่งโมเดลดังกล่าวก็คือเจ้า Aprilia RS 660 Trofeo ซึ่งเจ้า Trofeo นี้แน่นอนว่าก็มีพื้นฐานมาจากโมเดลสปอร์ตไบค์ขายจริงหรือรถโปรดักชันนั่นล่ะครับ แต่มีทางแผนกเรซซิ่งของทางค่ายได้มีการติดตั้งของเสริมสมรรถนะต่างๆ ให้กลายเป็นรถใช้งานในสนามเท่านั้น หรือจะเรียกว่ารถแข่งก็คงไม่ผิดนักครับ โมเดลพิเศษนี้ได้รับความร่วมมือจากแบรนด์ชั้นนำหลายแบรนด์ด้วยกันไม่ว่าจะเป็น แฟริ่งไฟเบอร์กลาส Cruciata Racing ท่อไอเสียจาก SC Project ยางจาก Pirelli ระบบเบรกจาก Brembo และระบบกันสะเทือนจาก Andreani (หน้า) และ Ohlins (หลัง) โดยรถเวอร์ชั่นพร้อมแข่งนี้มีแรงม้าที่ 105 แรงม้าบนน้ำหนักตัวรถเปล่าที่ 153 กก. ทั้งนี้ทาง Aprilia ยังได้จัดรุ่นแข่งขันเฉพาะของตัวเองขึ้นมาในรายการ ITALIAN SPEED CHAMPIONSHIP 2021 อีกด้วย โดยจะแข่งในปี 2021 นี้ ทั้งหมด 6 เรซด้วยกัน ได้แก่ที่ Misano 2 เรซ Imola, Mugello และ Vellalunga รวมเป็น 6 เรซ ซึ่งก็ต้องลงทะเบียนและเสียเงินค่าสมัครจำนวนนึง เพื่อที่จะได้รับรถ เข้าร่วมการแข่งขัน และการซัพพอร์ตอื่นๆ ตลอดรายการ แต่สำหรับคนทั่วไปที่สนใจและอยากจะได้รถมาใช้ก็สามารถซื้อได้ในราคาราวๆ 660,000 บาท (ไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) โดยสามารถเข้าไปติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.bkcorse.com/ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Moto Guzzi ฉลอง 100 ปี ด้วย 3 โมเดลพิเศษ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 1921 ในเมืองเจนัว ประเทศอิตาลี Emanuele Vittorio Parodi และ Carlo Guzzi ได้เซ็นเอกสารร่วมมือกันก่อตั้งแบรนด์ โมโต กุซซี่ ขึ้นมา ผ่านกาลเวลาหลายทศวรรษ จากค่ายรถอิตาลีเล็กๆ ก็ได้หยั่งรากลึกและได้สร้างมอเตอร์ไซค์ที่ขายดีที่สุดในยุโรปจำนวนนึงในช่วงนึง กาลเวลาผ่านไปก็กลายเป็นค่ายรถค่ายแรกที่ติดตั้งอุโมงค์ลมเป็นของตัวเองในช่วงทศวรรษ 1950 และก็ได้กลายเป็นโมเดลที่โดดเด่นอย่างแท้จริงในอีกทศวรรษต่อมา ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะเป็นผู้ผลิตมอเตอร์ไบค์ขนาดเล็ก แต่ก็มีความสำคัญมากแบรนด์นึงเลยล่ะครับ และในปี 2021 นี้เอง โมโต กุซซี่ ก็ได้มีอายุครบ 100 ปีแล้ว และทาง Moto Guzzi ฉลอง 100 ปี ด้วยการเปิดตัวโมเดลพิเศษ 3 โมเดลด้วยกัน ได้แก่ V7 Stone Centenario , V85 TT Centenario และ V9 Bobbe Centenario ที่มาในชุดสีพิเศษฉลองครบรอบร้อยปี ซึ่งจะเป็นสีเงินสลับสีเขียวและเบาะนั่งสีน้ำตาล ซึ่งเป็นสีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากโมเดล Otto Cilindri ปี 1955 ที่เป็นเหมือนกับจรวดทางเรียบ โดยทั้ง 3 โมเดลพิเศษนี้จะผลิตขึ้นอย่างจำกัดจำนวน แต่ทางค่ายเองยังไม่ได้ระบุว่าจะผลิตขึ้นทั้งหมดกี่คัน นอกจากนี้ยังไม่ประกาศราคาอีกด้วย งานนี้ใครชอบอาจจะต้องตัดสินใจไวสักหน่อย เพราะของดีๆ หล่อๆ นั้นมีไม่มากแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki Yoshimura SERT Motul ปรับทัพพร้อมลุยศึก EWC 2021 ล่าสุด Suzuki แชมป์โลกในศึกคนอึดรถทรหด World Endurance Championship 2020 (EWC) ก็ประกาศพร้อมป้องกันตำแหน่ง และปรับทัพดึงนักแข่งใหม่เข้ามาร่วมศึกฤดูกาล 2021 นี้ นักแข่งใหม่ที่จะเข้ามาร่วมทีม Yoshimura SERT Motul ได้แก่ Sylvain Guintoli นักแข่งชาวฝรั่งเศส และ Kazuki Watanabe นักแข่งชาวญี่ปุ่น โดยจะมาเข้าร่วมกับนักแข่งเดิมอย่าง Gregg Black และ Xavier Simeon ซึ่งเคยพิสูจน์ฝีมือมาแล้วกับการคว้าแชมป์โลก EWC เมื่อฤดูกาล 2020 และนับเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 16 ของทีมจากฝรั่งเศสทีมนี้แล้วครับ โดย Sylvain Guintoli กล่าวว่า “ความท้าทายครั้งใหม่นี้เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากๆ ผมเคยแข่งกับทีมเอสอีอาร์ทีมาแล้ว ในศึก 8 Hours ที่ Doha 2010 และเคยแข่งให้กับทีมโยชิมูระมาแล้วครั้งในศึก 8 Hours ที่ Suzuka ดังนั้นผมก็เลยรู้สึกดีมากๆ ที่จะได้พบกับความท้าทายครั้งใหม่กับการแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลครั้งแรก” ส่วนทางด้าน Kazuki Watanabe กล่าวว่า “ผมภูมิใจและตื่นเต้นมากๆ ที่ได้เป็นส่วนนึงของทีม ผมทุ่มเท่พัฒนารถเพื่อการแข่งขัน EWC เมื่อฤดูกาลที่แล้ว มันเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับผมที่ได้เคยทำหน้าที่ในฐานเทสต์ไรเดอร์ และนั่นทำให้ผมสามารถทำความเข้าใจกับ GSX-R1000R ได้เป็นอย่างดี” ทั้งนี้ศึก EWC 2021 จะเริ่มแข่งขันสนามแรกของฤดูกาลที่ Le Mans ประเทศฝรั่งเศสในวันที่ 17 – 18 เมษายน 2021 นี้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bullit Hero 250 เรโทสแครมเบลอร์สุดเท่จากเบลเยียม ล่าสุดแบรนด์มอเตอร์ไซต์สัญชาติเบลเยียมก็ได้เพิ่มโมเดลใหม่ในตระกูลเรโทรสแครมเบลอร์ของทางค่ายให้มากยิ่งขึ้น ด้วยเจ้า Bullit Hero 250 นั่นเองครับ เจ้าฮีโร่คันนี้ถือว่าเป็นโมเดลที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับทางแบรนด์มากขึ้น เพราะแต่เดิมทีค่ายรถเบลเยียมค่ายนี้เป็นที่รู้จักจากรถขนาด 50 ซีซี และ 125 ซีซีเป็นหลัก ซึ่งโมเดลใหม่นี้ก็จะมาช่วยให้ทางค่ายมีรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา ซึ่งจะตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้มากขึ้น โดยมันจะใช้เครื่องยนต์แบบสูบเดียวขนาด 250 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ DOHC ที่สามารถรีดแรงม้าออกมาได้สูงสุดที่ 25.8 แรงม้า ตัวรถมีถังน้ำมันทรงหยดน้ำตามแบบเรโทร จุได้ 15 ลิตร มีเบาะนั่งแบบแบนราบ แฮนด์บาร์แบบแฟล็ต การ์ดท้องเครื่อง และปลายท่อแบบยกสูง ช่วงล่างมีล้อซี่ขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้วตามลำดับ พร้อมยางแบบกึ่งออนโร้ดออฟโร้ด โช้คหน้าเป็นโช้คแบบหัวกลับและด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ส่วนระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบเบรก ABS ทั้งหมดนี้บนน้ำหนักรถเพียง 148 กิโลกรัมเท่านั้น ถือเป็นรถลุยๆ สไตล์เรโทรที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีตัวแทนจำหน่ายในไทย แต่ถ้าอนาคตมีก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW R 18 Spirit of Passion คัสตอมคันงามจาก Kingston Custom หากคุณหลงรัก BMW R 18 แต่ขณะเดียวกันในใจลึกๆ ของคุณก็ถวิลหารถที่มันลู่ลม สวยงามและดูดีมีศิลปะ เรามีข่าวดีมาให้คุณ ฝันของคุณอาจจะเป็นจริงได้หากคุณติดต่อ Kingston Custom สำนักแต่งรถเปิดกิจการโดย Dirk Oehlerking ที่คราวนี้มาคอลแล็บกับทาง BMW Motorrad และรังสรรค์คัสตอมคันงามอย่าง BMW R 18 Spirit of Passion ขึ้นมา คัสตอมโมเดลพิเศษนี้มีจุดเด่นพิเศษก็คือแฟริ่งทำมือสุดเนี้ยบจากทางสำนัก Kingston และทางเจ้าสำนักยังยืนยันว่าเขาแทบจะไม่ได้ทำอะไรกับเจ้า R 18 ที่เป็นรถต้นแบบมากนัก เขาพยายามที่จะรักษาและต่อเติมเส้นสายงานเพนต์ของเดิมเอาไว้ แทนที่จะทำมันขึ้นมาใหม่ทั้งหมดจนแทบจะกลายเป็นรถอีกคัน Oehlerking บอกว่าเจ้านี่เพอร์เฟ็กต์อยู่แล้ว ผมเลยปล่อยมันไว้อย่างเดิม เฟรมเองก็เป็นของเดิม 100 เปอร์เซ็นต์ และไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมัน แต่เขาได้เลือกติดตั้งอะไรเพิ่มเติมเข้าไปแทน อาทิ เบาะนั่งจากแค็ตตาล็อกของแต่ง ไฟเลี้ยวแต่งของ Kellermann ไฟหน้า LED แบบฝังติดกับแฟริ่งทรงโค้งขนาดใหญ่ เขายังได้ลงมือสร้างล้อหน้าและถังน้ำมันขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเพื่อใช้ในงานนี้โดยเฉพาะอีกด้วย โดยปกติแล้วรถขี่ถนนส่วนใหญ่จะไม่มีเส้นสายลื่นไหลแบบนี้ ยิ่งทำให้เจ้านี่โดดเด่นแตกต่างจากโมเดลทั่วๆ ไป และแตกต่างกับโมเดลคัสตอมทั่วๆ ไปอีักกด้วย โดยดีไซน์การออกแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัดของความสามารถในการคัสตอมของรถเครื่องบ็อกเซอร์สุดเบิ้มคันนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 890 Duke 2021 เน้นอัปเครื่องยนต์และช่วงล่างเป็นพิเศษ อาจจะแปลกๆ ไปหน่อยหลังจากที่เจ้า KTM 890 Duke 2021 ที่เป็นโมเดลพื้นฐานนั้นเปิดตัวออกมาช้ากว่ารหัส R ที่เป็นโมเดลตัวท็อป ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว แต่อย่างน้อยๆ พอเปิดตัวออกมาแล้วก็พบว่ามันก็มีสเปกโหดถือเป็นแนวหน้าของเน็กเก็ตพิกัดนี้เลยล่ะครับ ไม่เพียงแต่ความสวยงามดุดันตามสไตล์เน็กเก็ตของค่ายสีส้มที่จะต้องทำให้คุณเหลียวแล้ว สิ่งที่เด่นๆ ไม่แพ้กันคือเครื่องยนต์ LC8c แบบ 2 สูบเรียงที่มีแรงขึ้น จากการเพิ่มความจุจากโมเดล 790 เป็นขนาด 889 ซีซีและปรับการจ่ายน้ำมันใหม่ จนเคลมแรงม้ามาที่ 115 แรงม้าและแรงบิดที่ 92 นิวตันเมตร ยังมีการเพิ่มมวลหมุนขึ้นอีก 20% เพื่อให้เข้าโค้งได้นิ่งและการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่รอบต่ำที่นุ่มนวลกว่าเคย และแน่นอนว่าเครื่องยนต์นั้นผ่านมาตรฐาน Euro5 แล้ว และให้อัตราการกินน้ำมันที่ประมาณ 20.8 กม./ลิตร และด้วยถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร ทำให้ใช้งานได้ไกลอย่างน้อยๆ 250 กม. ช่วงล่างก็ได้มีการอัปเกรดให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของระบบกันสะเทือนและระบบเบรก โดยระบบกันสะเทือนนั้น ด้านหน้าอัปเกรดเป็น WP APEX ซึ่งเป็นโช้คหัวกลับแบบโอเพนคาร์ทริดจ์ขนาด 43 ม.ม. ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว WP Ergo ซึ่งส่วนนี้จะด้อยกว่าเจ้ารหัส R ส่วนระบบเบรกนั้นดิสก์เบรกหน้าคู่แบบลอยตัวขนาด 300 ม.ม.มีการอัปเกรดตัวคาลิเปอร์และผ้าเบรกให้ได้แรงเบรกที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ตัวรถเต็มไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสี TFT ปรับแต่งการแสดงผลได้ แทร็คชั่นคอนโทรล ระบบกันล้อลอยตัว ระบบช่วยออกตัว ระบบเบรก Cornering ABS คันเร่งไฟฟ้า โหมดการขับขี่ 3 โหมดได้แก่ Rain, Street และ Sport (Track ต้องติดตั้งเพิ่ม) ซึ่งแต่ละโหมดก็จะตอบสนองต่อคันเร่งต่างออกไป รวมถึงเซ็ตค่าของแทร็คชันคอนโทรลและระบบกันล้อลอยให้ต่างกันออกไป นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์วัดมุมแบบ 6D (ก็น่าจะเป็น IMU) ซึ่งจะช่วยประมวลผลข้อมูลส่งให้ ECU ช่วยสั่งการระบบต่างๆ อีกด้วย และทั้งหมดนั้นคือไฮไลต์คร่าวๆ ของเจ้า 890 Duke คันใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวกันสดๆ ร้อนๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ไฟไหม้ พิพิธภัณฑ์มอเตอร์ไซค์ ทำรถคลาสสิกนับร้อยๆ คันวอด!! นับเป็นข่าวร้ายมากๆ สำหรับวงการมอเตอร์ไซค์เลยก็ว่าได้ สำหรับข่าวเหตุการณ์ ไฟไหม้ พิพิธภัณฑ์มอเตอร์ไซค์ ที่อยู่สูงที่สุดในโลกอย่าง Top Mountain Crosspoint ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขา Timmelsjoch หรือบนเส้นทางที่ชื่อว่า Passo Del Rombo ในประเทศออสเตรียบนเทือกเขาที่มีพื้นที่ติดต่อกับอิตาลีซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2474 เมตร พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรักษามอเตอร์ไซค์คลาสสิคไว้มากถึง 320 คัน มีตั้งแต่ Brough Superior, Vincent, Matchless, Sunbeam, Sundapp ที่เป็นแบรนด์เก่าแก่ กระทั่งแบรนด์ในสมัยปัจจุบันอย่าง Honda, Moto Guzzi, MV Agusta, Ducati, BMW และอื่นๆ อีกมากมาย รวมแล้วกว่า 100 แบรนด์ โดยที่รถ 2 ใน 3 จากจำนวนเหล่านั้นยังสามารถขี่ได้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นอกจากจะรวบรวมเอารถไว้มากมายแล้ว ยังเป็นสถานที่จัดงานอีเวนต์โชว์รถต่างๆ มากมาย รวมไปถึงยังมีความสวยงามน่าเดินทางไปเที่ยวชมอย่างมาก แต่ก็นับเป็นเรื่องน่าใจหายมากๆ ที่ต้องมาวอดวายไปเพราะไฟไหม้ และน่าเสียดายที่ผมเองและอีกคนรักมอเตอร์ไซค์หลายๆ คนยังไม่ได้ไปสัมผัสเลย อย่างไรก็ดีหากมีข่าวคราวคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบกันอีกครั้ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CFMoto 800MT แอดเวนเจอร์ไบค์ขุมพลัง KTM 790 ในที่สุดค่ายรถแดนมังกรที่ร่วมมือกับ KTM ก็ได้เผยแพร่ภาพแอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์ใหญ่สุดของทางค่ายสักที นับตั้งแต่มีภาพหลุดออกมาในช่วงปลายปี 2020 ซึ่งก็คือ CFMoto 800MT มันมีสไตล์ที่สมกับเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ตามสมัยนิยมมากกว่ารถสายลุยจากทาง KTM จนดูคล้ายๆ กับขาลุยจากทาง BMW ด้วยซ้ำ จะอย่างไรก็ตามโมเดลใหม่นี้ก็เป็นโมเดลที่ดูมีสเน่ห์ไม่เบาเลยทีเดียว ส่วนในเรื่องของเครื่องยนต์นั้น ตอนนี้ทางค่ายยังไม่ระบุรายละเอียดอะไร แต่เท่าที่รู้คือเครื่องยนต์ LC8c ของ KTM เป็นเครื่องสองสูบขนาด 799 ซีซี ซึ่งน่าจะถูกใช้มาในโมเดลนี้ แต่เรายังไม่รู้ว่าทางค่ายจะปรับจูนเครื่องยนต์อย่างไรเพื่อให้มันต่างไปจาก KTM และสมเป็นรถของซีเอฟโมโตมากขึ้น ซึ่งสเปกเครื่องเดิมจะให้แรงม้าสูงสุดที่ 94 แรงม้าและแรงบิดที่ 64.9 ฟุตปอนด์ โดยเจ้าโมเดลใหม่นี้จะแบ่งออกเป็น 2 เวอร์ชันย่อยๆ โดยจะมีเวอร์ชันลุยเต็มขั้นที่มาพร้อมกับล้อแบบซี่ลวดขอบล้อสีทอง อย่างที่ราเห็นในรถที่แร็ปลายพรางทั้งคัน นอกจากนี้ยังมีไฟสป็อตไลท์เพิ่มเติมอีกด้วย การ์ดท้องเครื่อง การ์ดแฮนด์ และขาตั้งคู่ รวมไปถึงแร็คนสำหรับติดตั้งปี๊บ อีกเวอร์ชันนึงคือเน้นขี่ทางดำมากกว่า จะมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วและ 17 นิ้ว หน้าหลังตามลำดับซึ่งจะติดตั้งยางสำหรับขี่ถนน ชุดการ์ดต่างๆ สำหรับขี่ลุยหนักๆ หายไป แต่จะยังคงมีแร็คสำหรับติดตั้งปี๊บหรือกล่องข้าง ซึ่งถือว่าแตกต่างจาก KTM ที่แยกดีไซน์แอดเวนเจอร์ไบค์กับสตรีทไบค์อย่างสิ้นเชิง สำหรับรายละเอียดสเปกเพิ่มเติม ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าผู้นำเข้าบ้านเราจะมีแผนการตลาดอย่างไรบ้างครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 390 Duke 2021 ปรับใหม่รับ Euro5 พร้อมสีใหม่ชวนน้ำลายหก นอกจากค่ายรถสีส้มสัญชาติออสเตรียจะเปิดตัวเน็กเก็ตน้องเล็กพิกัด 125 ซีซีที่ปรับตัวรับปีใหม่ ที่ข้อกำหนดเรื่อง Euro5 บังคับใช้ เคทีเอ็มยังได้เปิดตัว KTM 390 Duke 2021 มาพร้อมกันอีกด้วย สำหรับเจ้า 390 โมเดลใหม่นี้ก็ยังคงเป็นรถที่เหมาะกับการขี่ถนนทั้งในเมืองและชานเมืองได้เป็นอย่างดี เด่นสุดก็จะเป็นเรื่องอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่เรียกว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ของพิกัดนี้ก็ว่าได้ โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้แม้จะต้องเผชิญกับเรื่องไอเสียแต่ก็ยังสามารถรีดแรงม้าได้มากถึง 44 แรงม้า แต่ตัวรถนั้นกลับมีน้ำหนักรถเปล่าเบาเพียง 150 กก.เท่านั้น ตัวรถยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น คันเร่งไฟฟ้า สลิปเปอร์คลัตช์ โหมดการขับขี่ หน้าจอเรือนไมล์แบบ TFT ขนาดใหญ่ ไฟหน้า LED และระบบเบรก ABS ช่วงล่างก็ให้ของที่ดีมา ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกจาก Bybre และระบบกันสะเทือนด้านหน้าจาก WP แบบหัวกลับ และด้านหลังโช้คเดี่ยวปรับตั้งค่าได้ สุดท้ายเรื่องของสีสันใหม่นั้นมี 2 เฉดสีด้วยกันได้แก่ สีขาวตัดด้วยสีส้ม และสีเทาตัดด้วยสีส้ม ซึ่งชวนให้น้ำลายหกจริงๆ ครับ ส่วนจะเข้าไทยเมื่อไหร่ต้องรอกันไปครับ น่าจะยาวๆ ไปถึงปลายปีเลยก็ได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รีวิว Random Airforce 1 หมวกเปิดหน้าราคาพันห้า แต่คุณภาพห้าพัน Random Airforce 1 นั้นเป็นหมวกแบบเปิดหน้าหรือ Open Face ที่เป็นแบรนด์น้องใหม่ ผลิตในประเทศไทย แต่ก็มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วมันน่าสนใจตรงไหนนั้นไปดูกันเลยดีกว่าครับ หมวกเปิดหน้าใบนี้เลือกใช้วัสดุพิเศษอย่าง SIRT หรือ Super High impact Resistant Thermoplastic ซึ่งเป็นพลาสติกชนิดพิเศษที่มีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก มาทำเป็นตัวเชลล์หมวก มีสปอยเลอร์ด้านหลังตัวหมวกช่วยในเรื่องของแอโรไดนามิกและความสวยงามไปพร้อมๆ กัน ทางแบรนด์ได้ออกแบบให้มีความโฉบเฉี่ยวและสีสันกราฟิกสวยงาม โดยสีสันของใบนี้จะเป็นพื้นสีเทาตัดด้วยสีเขียวสะท้อนแสง พร้อมออกแบบด้านหน้าให้มีช่องลมเข้าที่ด้านหน้า และช่องระบายอากาศด้านหลังขนาดใหญ่ ช่วยให้อากาศไหลเวียนภายในหมวกได้ดี ทำให้สามารถระบายความร้อนได้ดี จึงเหมาะกับการใช้งานในเมืองร้อนอย่างประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ชิลด์หมวกที่ให้มาจากโรงงาน ทำจากวัสดุโพลีคาร์บอเนต เป็นชิลด์ใสเคลือบอิริเดียมสีรุ้งทอง มีสารเคลือบป้องกันรังสี UV ได้ถึง 99% ทั้งยังเพิ่มการเคลือบสารป้องกันรอยขีดข่วนมาให้อีกด้วย ซึ่งทางเราได้ลองใส่ขับขี่ใช้งานจริงๆ ในเมือง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือการมองเห็นที่ไม่หลอกตา ทัศนวิสัย มุมมองถือว่าทำได้ดี และที่สำคัญตัวหมวกมีความโดดเด่นจริงๆ โดยเฉพาะในตอนที่กระทบกับแสงไฟก็ยิ่งทำให้ผู้ใส่ดูดี หล่อเท่ ไม่เบา อีกหนึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสำหรับบ้านเรา และคนที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่บนท้องถนน ก็คือแว่นกันแดดขนาดใหญ่ในตัว ซึ่งสามารถเปิดปิดได้สะดวก และที่สำคัญเมื่อขับรถย้อนแสงก็ช่วยลดแสงแยงตา ช่วยให้สบายตาและได้ทัศนวิสัยที่ดีและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ต่อกันที่ด้านในหมวกกันบ้าง ภายในหมวกมีการใช้แผ่นโฟมแบบ EPS High Density ออกแบบมาให้รองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี และมีการคำนึงถึงหลักสรีระและศีรษะของคนไทยโดยมีสัญลักษณ์ Asian Fit อยู่ภายในหมวก การตัดเย็บนวมผ้าและฟองน้ำภายในหมวกใช้เทคโนโลยีแบบ 3D Cutting ทำให้นวมหมวกรับรูปทรงช่วงแก้มและใบหน้าได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถถอดซักได้ง่ายอีกด้วย มีการทำช่องสำหรับคนที่ใส่แว่นสายตา ช่วยให้สามารถสวมใส่ได้สบายแม้ใส่แว่นตา พร้อมใส่ลูกเล่นการเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดงและแถบสะท้อนแสงดูสปอร์ตขึ้นอีกเป็นกอง จากการส่วมใสขับขี่ในเมืองรูปทรงภายในหมวกไซส์ XL รอบหัวประมาณ 59-61 เซนติเมตร รู้สึกได้ว่าสบายหัว มีความกระชับแน่นดี แต่ไม่บีบจนเจ็บ ผมเองก็ใส่แว่นสายตาก็สามารถใส่ได้สบาย ไม่มีการบีบช่วงขมับ หรือมีอาการปวดหัวแต่อย่างใด ( ใส่ประมาณ 5-6 ชั่วโมง) การออกแบบสายรัดคางแบบสไลค์บาร์ใช้งานง่าย ส่วมใส่ได้อย่างรวดเร็ว กระชับแน่นหนาปลอดภัย ภายในและภายนอกออกแบบให้มีช่องรอยสายกันขโมยโดยเปลือกหมวกด้านนอกสามารถที่จะเปิดปิดตัวเปลือกได้ สามารถที่จะร้อยสายกันขโมยเพื่อล็อกตัวหมวกไว้กับตัวรถได้เลย อุ่นใจเวลาไปไหนมาไหนแล้วต้องจอดรถไว้ในที่สาธารณะ หายห่วงแบบไม่ต้องห่วงว่าจะหาย สำหรับหมวก Random Air force1 นั้นมีน้ำหนักอยู่ที่ 1,450 กรัม +/- 50 กรัมตามขนาดไซส์ และมีให้เลือกถึง 3 ไซส์ ตั้งแต่ M, L และ XL โดยเปิดราคาจำหน่ายที่ 1,500 บาท เท่านั้น และที่สำคัญเลยสำหรับการเลือกซื้อหมวกกันน็อค คือมาตรฐานการผลิต โดยใบนี้ผ่านมาตรฐาน มอก.369-2557 และผลิตตามมาตรฐาน ECE โดยผ่านการทดสอบแบบ 4 สภาวะรับรองโดยห้องปฏิบัติการ บริษัท เดลต้า อัพซิลอน แล็บโบลาทอรี่ จำกัดที่ได้รับมาตรฐาน ISO 17025 อีกด้วย สรุปสั้นๆ สำหรับ รีวิว Random Airforce 1 รุ่นนี้นอกจากจะมีการดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยวสวยงามแล้ว ก็ยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายตอบโจทย์การขับขี่มอเตอร์ไซค์บนท้องถนนทั่วไปได้เป็นอย่างดี ราคาเองก็เป็นมิตร มาตรฐานความปลอดภัยก็มี จึงมั่นใจได้เลยว่า เพิ่มความปลอดภัยให้กับการขับขี่ได้อย่างแน่นอน!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kevin Benavides ควบ Honda CRF450Rally คว้าแชมป์ Dakar 2021 แล้วการแข่งขันสเตจสุดท้ายของศึก Dakar Rally 2021 ก็จบลงด้วยชัยชนะของทีม Monster Energy Honda Team โดยเป็น Kevin Benavides ที่คว้าเอาชัยชนะหลังจากผ่านการแข่งขันสุดหฤโหดทั้ง 12 สเตจมาได้ โดยมี Ricky Brabec อดีตแชมป์ Dakar 2020 รั้งตำแหน่งรองแชมป์ในปีนี้ มันเป็นสเตจพิเศษความยาว 202 กิโลเมตรที่เข้มข้น แต่ก็เต็มไปด้วยมนต์สเน่ห์ซึ่งเป็นการรูดม่านปิดฉากการแข่งขันดาการ์แรลลี่บนชายฝั่งทะเลแดงได้อย่างสวยงาม และชัยชนะนั้นตกเป็นของทาง Honda อีกสมัย เป็น 2 สมัยติดต่อกัน มี Kevin Benavides ก้าวขึ้นเป็นแชมป์ Dakar 2021 โดยมี Ricky Brabec เพื่อนร่วมทีมได้อันดับที่ 2 หรือรองแชมป์ และนี่กลายเป็นแชมป์แรกของนักแข่งชาวอาร์เจนตินาผู้นี้ และเป็นประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้งของ Honda ที่รวบเอาตำแหน่งแชมป์และรองแชมป์ Dakar 2021 ไว้ได้ กลายเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่ฮอนด้าประสบความสำเร็จกับเวทีนี้ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Moto Guzzi V85 TT 2021 ปรับใหม่ แรงและลุยได้มากขึ้น หลังจากที่ทาง Moto Guzzi เปิดตัว V85 TT ผ่านไปได้แค่เพียง 2 ปี มันก็ได้รับการอัปเดตใหม่แล้ว แน่นอนว่าเหตุผลหลักๆ น่าจะเป็นเพราะเรื่องไอเสียใหม่ที่เข้มงวดทำให้มันได้รับการอัปเดตอย่างเร็วไว ผิดกับโมเดลอื่นๆ ของทางค่ายนี้ การอัปเดตใหม่ของเจ้า Moto Guzzi V85 TT 2021 ขาลุยสไตล์เรโทรคันนี้แม้จะไม่มีอะไรมากนัก แต่ก็เป็นการอัปเดตในแบบที่เรียกว่าถูกจุดถูกทาง จุดแรกที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นคือเครื่องยนต์ที่ตอนนี้ได้แรงบิดมากขึ้นตั้งแต่ในช่วงรอบต่ำและกลาง จากการปรับแต่งการทำงานของก้านกระทุ้งและแค็มกระเดื่องกดวาล์ว และระบบอิเล็กทรอนสิกส์ที่ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ แต่อย่างไรก็ดีไม่มีการระบุเรื่องของตัวเลขแรงบิดชัดเจนนัก (ของเดิมอยู่ที่ 80 แรงม้าและแรงบิดที่ 60 ปอนด์-ฟุต) จุดต่อมาคือในส่วนของล้อและยาง โดยเปลี่ยนเป็นล้อใหม่ซึ่งเป็นล้อซี่ลวดแบบไม่ต้องใช้ยางในที่มีน้ำหนักเบาลง 1.5 กก. และยางใหม่ไม่ใช่ยางในเช่นกัน และจุดสุดท้ายคือได้รับการเพิ่มโหมดการขับขี่ใหม่เพิ่มเติมอีก 2 โหมดคือโหมดสปอร์ตและคัสตอม ทำให้ตอนนี้มีโหมดการขับขี่ทั้งหมด 5 โหมดแล้ว นอกจากนี้เรื่องของสมรรถนะแล้วยังได้รับการอัปเดตสีสันใหม่เพิ่มด้วย กลายเป็นตอนนี้มี 3 เฉดสีให้เลือกได้แก่ สีทูโทนเหลืองสลับขาว Giallo Mojave สีทูโทนแดงสลับขาว และสุดท้ายคือสีดำด้าน Nero Etna สุดท้ายสำหรับโมเดล Travel ก็จะได้อัพเกรดแบบเดียวกัน แต่จะมาพร้อมชุดแต่งที่เหมาะกับการเดินทางไกลมากขึ้น อาทิ ชิลด์หน้าแบบทัวริ่ง กล่องข้าง ไฟ LED ส่องสว่างเพิ่มเติม และอุ่นมือ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Moto Guzzi V9 2021 ปรับใหม่ แรงขึ้น แต่ยังสวยเหมือนเคย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ค่ายรถที่ขึ้นชื่อเรื่องมอเตอร์ไบค์สไตล์คัสตอมเจ้าของเอกลักษณ์เครื่องวีวางขวางได้ทำการอัพเกรดโมเดลยอดนิยมของทางค่ายอย่าง V7 ไปได้ไม่นาน คราวนี้ก็เป็นคิวโมเดลรุ่นพี่อย่าง V9 บางแล้วครับ Moto Guzzi V9 2021 นั้นจะได้รับการปรับปรุงอัปเดตใหม่ ซึ่งเป็นผลจากการบังคับใช้เรื่อง Euro5 นั่นเอง โดยจะแบ่งออกเป็น 2 โมเดลย่อยดังนี้ คือ V9 Roamer และ V9 Bobber ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป แต่มีพื้นฐานเดียวกันครับ สำหรับโมเดลในปีนี้หลักๆ ก็จะยังคงมีดีไซน์คล้ายคลึงโมเดลเก่า ยังคงสวยและโดดเด่นเช่นเดิม ซึ่งส่วนที่เปลี่ยนแปลงมากจริงๆ ก็คือขุมพลังของมัน ขุมพลังใหม่นั้นยังคงเป็นเครื่องวีทวิน 90 องศาแบบวางขวาง ที่มีความจุ 850 ซีซีเช่นเดิม แต่เคลมมาว่ามีแรงม้าและแรงบิดมากกว่าเดิม โดยแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 65 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 73 นิวตันเมตร (เครื่องเดียวกับที่ใช้ใน V85 TT ที่เป็นแอดเวนเจอร์ไบค์) นอกจากนี้ยังมีการอัพเกรดในจุดเล็กๆ น้อยๆ อีกหลายจุดด้วยกัน อาทิ ปรับปรุงเฟรมใหม่ โดยเพิ่มความแข็งแรงในช่วงของคอรถ ช่วยให้รถขับขี่ได้นิ่ง เสถียรและแม่นยำมากขึ้น พักเท้าใหม่มียางรองตรงจุดยึดช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่จะถ่ายทอดมาจากตัวผู้ขับขี่ได้มากขึ้น ช่วยให้ขับขี่ได้สบายมากขึ้น ระบบเบรก ABS และแทร็คชั่นคอนโทรลเองตอนนี้ก็กลายเป็นของติดรถของทั้ง 2 โมเดลย่อยนี้แล้วด้วย สำหรับเจ้า Bobber จะมีเบาะนั่งใหม่ที่ดูมินิมอลมากขึ้น มีแผงข้างอลูมิเนียมใหม่ รวมถึงบังโคลนหน้าแบบสั้นใหม่ด้วย อีกทั้งยังมีไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ที่มีไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ทรงอินทรี Mandello และเรือนไมล์ดิจิตอลใหม่อีกด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducatisti แถลงยุติบทบาทการเป็นตัวแทนจำหน่าย Ducati กลางปีนี้ กว่า 18 ปีที่ Ducati บิ๊กไบค์สัญชาติอิตาลีได้เข้ามาเปิดตลาดและเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ผ่านการบุกเบิกของชาริช โฮลดิ้ง นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือ ดูคาติไทยแลนด์ เป็นที่พิสูจน์แน่ชัดว่านอกเหนือจากสมรรถนะรถที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ทางดูคาติคิดค้นขึ้นจนโด่งดังไปทั่วโลก ดูคาทิสติเองในฐานะผู้แทนจำหน่ายรถดูคาติอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ก็มุ่งมั่นขับเคลื่อน พร้อมพัฒนากลยุทธ์แบบครบวงจร เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าชาวไทยเช่นกัน โดยเฉพาะการเน้นย้ำด้านความเชื่อมั่นและความพึงพอใจ ไปจนถึงการเสริมสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของดูคาติให้มีความพรีเมียมและเข้าถึงแบรนด์ได้มากขึ้น มาในปีนี้เพื่อเสริมสร้างจุดแข็งและต่อยอดธุรกิจในเครือชาริช โฮลดิ้งให้สอดคล้องกับทิศทางความต้องการของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน รวมถึงปรับกลยุทธ์ให้เข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคบางกลุ่มที่เปลี่ยนไป บริษัทจึงเดินหน้าเสริมทัพด้วยตลาดรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ พร้อมด้วยกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่จะทยอยเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ สำหรับธุรกิจบิ๊กไบค์ดูคาตินั้น ทางชาริช โฮลดิ้ง จะขอยุติบทบาทการเป็นตัวแทนจำหน่ายดูคาติอย่างเป็นทางการ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้เช่นกัน คุณอภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า “ทางดูคาทิสติได้มีการสื่อสารและแจ้งความประสงค์ที่จะยุติบทบาทการเป็นตัวแทนจำหน่ายดูคาติอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งทางดูคาติ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้รับทราบและมีการวางแผนสำหรับลูกค้า Ducati ในประเทศไทยให้ดีที่สุด แต่เนื่องจากหลายๆ ปัจจัย โดยเฉพาะ Covid-19 ทำให้ต้องใช้เวลามากขึ้นในการเตรียมการเปลี่ยนผ่าน ทางบริษัทฯ จึงยังทำหน้าที่รับบริหารและดูแลแบรนด์ Ducati ต่อมาจนถึงวันนี้ จากที่ได้ทำการตกลงในรายละเอียดกับทางคุณมาร์โก้ จะมีกำหนดการสิ้นสุดการบริหารงานจากทาง บริษัท Ducatisti ในเดือน มิ.ย. 64 นี้ และได้เตรียมการที่จะแถลงข่าวในเดือน มี.ค. 64 แต่เนื่องจากมีข่าวออกมาซึ่งส่งผลกระทบต่อแบรนด์และผู้ใช้รถดูคาติ ทางบริษัทฯ จึงได้มีการจัดแถลงข่าวร่วมกับดูคาติ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ให้เร็วขึ้นในวันนี้” คุณอภิชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า “ในนาม ดูคาทิสติ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือชาริช โฮลดิ้ง ผมขอแจ้งสาเหตุ สำหรับในการขอยุติบทบาทการเป็นตัวแทนจำหน่ายดูคาติอย่างเป็นทางการ โดยการตัดสินใจมีหลายปัจจัย ซึ่งปัจจัยหลักมาจากทางชาริช โฮลดิ้งต้องการไปโฟกัสกับตัวธุรกิจใหม่ ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 นี้ ผมในฐานะที่เริ่มต้นแบรนด์ Ducati มาตั้งแต่ปี 2546 ได้ส่งมอบรถไปมากกว่า 13,000 คัน รวมถึงมีการสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง ซึ่งผมขอให้ความเชื่อมั่นว่า บริษัทดูคาทิสติ และดูคาติ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จะยังคงดูแลการขายและการบริการหลังการขาย รวมถึงการรับประกัน (Warranty) ตามมาตรฐาน Ducati จนถึงวาระการแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายดูคาติอย่างเป็นทางการรายใหม่ ทั้งนี้ เมื่อมีการแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายดูคาติอย่างเป็นทางการรายใหม่ ทางดูคาทิสติ และดูคาติ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จะมีการจัดแถลงข่าวเพื่อส่งมอบสิทธิ์ในการเป็นผู้แทนจำหน่ายและดูแลหลังการขายแบรนด์ Ducati อย่างเป็นทางการในประเทศไทยอีกครั้ง” มร.มาร์โก้ บิออนดี้ รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของดูคาติประจำตลาดเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ในนามของ ดูคาติ มอเตอร์ โฮลดิ้ง ต้องขอขอบคุณชาริช โฮลดิ้ง ที่ช่วยดูแลแบรนด์ Ducati มาเป็นระยะเวลากว่า 18 ปี เราบุกเบิกตลาดในประเทศไทยด้วยกันมา ความสัมพันธ์ของเราจึงเป็นเหมือนครอบครัว สำหรับประเด็นนี้ทางชาริช โฮลดิ้งได้สื่อสารอย่างใกล้ชิดกับบริษัท ดูคาติ มอเตอร์ โฮลดิ้ง มาโดยตลอด เราได้พูดคุยปรึกษากันมาช่วงระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากทางเครือชาริช โฮลดิ้ง ต้องการที่จะมุ่งเน้นในกลุ่มรถยนต์ซูเปอร์คาร์ และต้องการไปโฟกัสกับตัวธุรกิจใหม่ ก่อนจะมาถึงจุดนี้ ดังนั้น ในแง่ของผู้แทนจำหน่ายรายใหม่ที่มีแผนจะเข้ารับช่วงต่อ จึงอยู่ในขั้นตอนการหารือและรับรู้กันทั้งสองฝ่าย ซึ่งแน่นอนว่าทาง ดูคาติ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ต้องมีเกณฑ์ในการพิจารณาโดยละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้แทนจำหน่ายรายใหม่ที่เข้าร่วมมีศักยภาพมากพอในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และพร้อมดูแลลูกค้า Ducati ในประเทศไทยได้อย่างเต็มที่” “สำหรับในตอนนี้ ผู้จำหน่ายดูคาติอย่างเป็นทางการยังคงเป็นบริษัท ดูคาทิสติ จำกัด ซึ่งเราอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกผู้แทนจำหน่ายดูคาติอย่างเป็นทางการที่มีศักยภาพเจ้าใหม่ เพื่อเข้ามาดูแลแบรนด์ดูคาติต่อจากดูคาทิสติ โดยมีบริษัทฯ แจ้งความประสงค์เข้ามาบริหารแบรนด์ดูคาติต่อหลายเจ้า สำหรับผลการคัดเลือกของผู้ที่จะมาเป็นผู้แทนจำหน่ายดูคาติอย่างเป็นทางการเจ้าใหม่ จะมีการประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการในภายหลัง สุดท้ายนี้ รถดูคาติทุกคันที่ยังมีการรับประกัน (Warranty) ต่อเนื่อง ตัวแทนจำหน่ายดูคาติเจ้าใหม่จะยังคงดูแลอยู่เช่นกัน เราขอเน้นย้ำว่าลูกค้าทุกท่านยังสามารถนำรถดูคาติเข้ารับบริการที่ผู้จำหน่ายดูคาติได้ทั่วประเทศ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Speed Triple เตรียมเปิดตัวใหม่รับปี 2021 ด้วยเครื่องใหม่ใหญ่กว่าเดิม ล่าสุดทาง Triumph ค่ายรถสัญชาติอังกฤษก็ได้ออกมาปล่อยทีเซอร์ยั่วนำลายให้กับบรรดานักบิดที่ชื่นชอบเครื่องยนต์ 3 สูบเสียงกระเส่า ทั้งในรูปแบบวิดีโอและในรูปแบบภาพวับๆ แวมๆ พอเป็นน้ำจิ้ม โดยรถคันที่ทางไทรอัมพ์กำลังจะเปิดตัวนี้ก็คือ Triumph Speed Triple 1200 RS 2021 ซึ่งก็จะเป็นเน็กเก็ตไบค์รุ่นใหญ่สุดของทางค่ายนั่นเองครับ เดิมคือ Speed Triple 1050 ครับ ซึ่งทางค่ายเองก็ระบุไว้ว่าจะเปิดตัวในวันที่ 26 มกราคมนี้ ซึ่งก็ต้องไปอีกประมาณ 2 อาทิตย์นั่นเอง แล้วเราก็จะได้เห็นรายละเอียดทั้งหมดของโมเดลใหม่นี้ รวมถึงโมเดลย่อยตัวรองลงมาด้วยครับ แน่นอนว่าไฮไลต์ของโมเดลใหม่นี้คงจะหนีไม่พ้นเรื่องเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุมากขึ้นเป็น 1200 ซีซีและจะต้องผ่านมาตรฐาน Euro5 แล้ว และรหัส RS ที่เป็นรหัสบ่งบอกความเป็นตัวท็อปก็คาดหวังกันได้เลยว่า ระบบเบรกจะเป็น Brembo ระบบกันสะเทือน Ohlins และล้อฟอร์จอย่างที่ใช้กันในโมเดลอื่นๆ อาทิเช่น Thruxton นั่นเองครับ สุดท้ายก็ต้องมาดูกันละครับว่าจะสู้กับคู่แข่งต่างๆ อย่าง Aprilia Tuono V4 1100, BMW S1000R, Ducati Streetfighter V4 และ KTM 1290 Super Duke RR (ยังไม่เปิดตัว) ได้หรือไม่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 125 Duke 2021 ถึงจะจิ๋วแต่ก็แจ๋วไม่เบา ล่าสุดปีนี้แม้พิษโควิด 19 ยังไม่เบาบางลงหนัก แต่ KTM ก็ยังคงเดินหน้าสู้ต่อเปิดประเดิมปีใหม่ด้วยการเปิดตัวเน็กเก็ตไบค์ถึง 2 รุ่นด้วยกัน คือ 390 Duke และอีกรุ่นก็คือ KTM 125 Duke 2021 นั่นเองครับ ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์ของมันจะเล็กหน่อย แต่ก็เล็กพริกขี้หนูครับ โดยเครื่องยนต์จะเป็นแบบสูบเดียว 125 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด ผ่านมาตรฐาน Euro5 รีดแรงม้าออกมาได้สูงสุดที่ 15 แรงม้า จากการควบคุมหัวฉีดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประหยัดน้ำมันมากพอที่จะทำให้ขี่ได้มากถึง 300 กม.ต่อน้ำมัน 1 ถัง (ถังน้ำมันจุ 13.4 ลิตร) ช่วงล่างเด่นด้วยระบบกันสะเทือนจาก WP ด้านหน้าเป็นโช้คแบบหัวกลับ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวสามารถปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกจาก Bybre ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 300 ม.ม. และด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 ม.ม. มาพร้อมระบบเบรก ABS แบบ Dual Channel สุดท้ายเรื่องล้อนั้นเป็นล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สำหรับปี 2021 นี้เจ้าน้องเล็กสายเน็กเก็ตคันนี้จะมีจำหน่ายด้วยกัน 2 เฉดสี เฉดสีแรกคือสีเทาตัดด้วยเฟรมถักสีส้ม และอีกเฉดสีคือสีดำตัดด้วยเฟรมสีส้ม ส่วนบ้านเรานั้นจะมีจำหน่ายด้วยมั้ย คาดว่าคงไม่น่าจะมีจำหน่าย อาจจะเป็นด้วยเรื่องของราคาและขนาดที่น่าจะเล็กเกินไปไม่ถูกใจคนไทยก็เป็นได้ครับ ทั้งนี้เป็นเพียงการคาดการณ์จากทางเราเท่านั้นนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

All New CBR150R 2021 เปิดตัวที่อินโดฯ เด่นด้วยโช้คหน้าหัวกลับ เปิดตัวกันไปแล้วแบบสดๆ ร้อนๆ กับ Honda CBR150R 2021 ซึ่งเปิดตัวที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหน้าตาและในส่วนของสมรรถนะแบบ All New ที่แท้จริง ไม่ใช่ All New Sticker ที่หลายๆ คนในโซเชียลชอบล้อเลียน เจ้า CBR150R คันใหม่นี้มีดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ตเต็มขั้น ละม้ายคล้ายกับรุ่นพี่อย่าง CBR250RR มากๆ โดยเฉพาะในส่วนของไฟหน้า LED ด้านหน้า พร้อมกันนี้ยังมีให้เลือกหลายเฉดสีแม้กระทั่งลาย Repsol ก็มาด้วย เครื่องยนต์นั้นเป็นเครื่องยนต์สูบเดียว 150 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมแรงม้ามาที่ 17.1 แรงม้าที่ 9,000 รอบ และแรงบิดที่ 14.4 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ทำงานควบคู่กับระบบเกียร์ 6 สปีด โดยสามารถทำท็อปสปีดได้มากถึง 127 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวรถยังมีเทคโนโลยีอย่างแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ใส่มาให้ด้วย ช่วยให้ขี่ได้สนุกและป้องกันล้อหลังสไลด์จากการเชนเกียร์อย่างรวดเร็ว มีระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินหรือ ESS ที่จะกระพริบไฟฉุกเฉินอย่างรวดเร็วเวลาเบรกกะทันหัน และที่สำคัญที่เหล่าสาวกเรียกร้องกันมามากก็คือโช้คหน้าที่ตอนนี้เป็นโช้คหน้าแบบหัวกลับอย่างที่สาวกต้องการแล้ว ดิสก์เบรกก็มาเป็นแบบเวฟดิสก์ทำงานคู่กับคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 พอร์ตซึ่งก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานสำหรับรถระดับนี้ งานนี้ก็ต้องดูที่ประเทศไทยนี่ล่ะครับ ว่าจะเปิดตัวโมเดลใหม่นี้เมื่อไหร่ครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R3 สเปกแข่ง จากรายการ R3 bLU cRU Challenge เป็นไงไปชม และเจ้า Yamaha YZF-R3 สเปกแข่ง คันที่คุณเห็นอยู่นี้นั้นคือรถแข่งที่ทางสปอนเซอร์เตรียมไว้ให้นักแข่งรุ่นเยาวชนไว้ใช้ทำการแข่งขันในพิกัด Junior Supersport กันครับ โดยมาจากรายการ R3 bLU cRU Challenge ในศึก British Junior Supersport Championship 2021 โดยพื้นฐานแล้วรถที่แข่งในคลาสจูเนียร์ Junior Supersport นั้นหลายๆ ส่วนจะต้องคงเดิมเป็นของติดรถ ห้ามมีการดัดแปลงหรือปรับเปลี่ยนใดๆ แต่ทางสปอนเซอร์อย่าง McAMS Yamaha ก็จะทำการติดตั้งของแต่งต่างๆ และดัดแปลงให้ R3 กลายเป็นรถแข่งที่มีสเปกสูงที่สุดเท่าที่กติกาจะเอื้อครับ ของแต่งเสริมสมรรถนะที่ใส่มาในรถก็จะมี ไส้โช้คหน้า Ohlins โช้คหลังจาก Ohlins สลิปเปอร์คลัตช์ ท่อไอเสีย Akrapovice แม็พการจ่ายน้ำมัน ตัวเก็บข้อมูล 2D และยาง Pirelli นอกจากนี้ก็จะมีของแต่งอื่นๆ อีกจำนวนนึงที่ไม่ได้มีผลต่อสมรรถนะโดยตรง แต่มีผลในการควบคุมขับขี่ซะมากกว่าครับ ยังไงๆ ก็ลองๆ ไปส่อง ไปชม และใช้เป็นแนวทางในการแต่งซิ่งกันได้นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Valentino Rossi หรือพ่อหมอ กับสถิติที่ยากจะหาใครเทียบ เขาคือนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์ทางเรียบเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์โลกได้ทั้งในพิกัด 125 ซีซี 250 ซีซี 500 ซีซี (สมัยที่ยังเป็นรถ 2 จังหวะ) และ MotoGP เขาคือ Valentino Rossi ชายผู้ยิ่งใหญ่แห่ง MotoGP ชัยชนะของเขาในการแข่งขัน MotoGP ครั้งแรกเป็นชัยชนะกับทาง Honda จากนั้นก็เป็น Yamaha โดยคว้าแชมป์โลกติดต่อกัน 5 สมัยก่อนที่จะมี Nicky Hayden มาตัดไปในปี 2006 และกลับมาคืนฟอร์มคว้าแชมป์โลกอีกในปี 2008 และ 2009 จากนั้นเขาก็เสียแชมป์ให้กับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Jorge Lorenzo ในปี 2010 ก่อนจะย้ายไป Ducati แต่กลับทำผลงานได้ดีที่สุดแค่เพียง 3 โพเดียมจากการแข่งขัน 2 ฤดูกาล และเขาก็กลับคืนสู่เหย้าอีกครั้งกับทาง Yamaha ในปี 2013 และคว้าชัยได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่ Assen และจบที่อันดับ 2 ในปี 2014 ในปี 2015 เขาสู้ขับเคี่ยวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Lorenzo อีกครั้งเพื่อที่จะเอาแชมป์สมัยที่ 10 มาให้ได้ แต่ก็พ่ายไปในเรซสุดท้ายเสียแชมป์ให้เพื่อนร่วมทีมไป จากนั้นในปี 2016 ผลงานของเขาก็ดีขึ้น ได้เห็นเขาออกสตาร์ทจากโพลโพซิชัน คว้าโพเดียมหลายต่อหลายครั้ง และชนะในหลายเรซ แต่ก็จบฤดูกาลที่ตำแหน่งรองแชมป์อีกครั้ง ปี 2017 เขายังคงอยู่กับทางยามาฮ่ากับทีม Movistar Yamaha MotoGP แต่มีเพื่อนร่วมทีมใหม่อย่าง Maverick Viñales เขาคว้าชัยได้ในศึก Dutch GP ที่ TT Circuit Assen ซึ่งนับเป็นผลงานเด่นชิ้นนึงในฤดูกาลนั้น แต่เขาก็ต้องสู้กับปัญหาต่างๆ ทั้งยางที่ยึดเกาะได้ไม่ดี และขาหักจากการซ้อมก่อนการแข่งที่ Misano จนเขาน่าจะต้องกร่อยไปในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ Rossi กลับทำให้ทุกคนทึ่งหลังจากกลับมาจากอาการบาดเจ็บเพียงแค่ 3 สัปดาห์ และคว้าโพเดียมเพิ่มได้ก่อนที่จะปิดฤดูกาล ในปี 2018 เขายังคงอยู่กับทีมรักของเขาและแม้ว่าเขาจะไม่ได้แชมป์โลก แต่เขาก็ยังคว้าอันดับ 3 จากตารางคะแนนรวมมาได้ และในปี 2019 เขาไม่อาจจะคว้าชัยชนะในเรซใดเรซนึงได้เลย แต่เขาก็ยังคว้ามาได้ 2 โพเดียมจากการแข่ง 3 เรซแรกช่วงเปิดฤดูกาลและนั่นเป็นช่วงเดียวที่เราได้เห็นเขายืนพ่นฟองจากขวดแชมเปญ และในปี 2020 ที่โลกเต็มไปด้วยโรคระบาด Covid-19 เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาทำได้ดีที่สุดคือคว้าโพเดียมมาได้ 1 ครั้งจากการลงสนามทั้งหมด 12 ครั้งจากทั้งหมด 14 เรซการแข่งขันที่ลดน้อยลงจากพิษของโรคระบายร้ายแรง และปี 2021 นี้เขาก็แสวงหาความเป็นไปได้ใหม่กับทีมที่กำลังมาแรงอย่าง PETRONAS Yamaha Sepang Racing Team ที่ได้รับรางวัลทีมอิสระยอดเยี่ยมอันดับ 1 ประจำฤดูกาล 2020 และนักแข่งจากทีมอิสระอันดับ 1 จากผลงานคว้ารองแชมป์โลก MotoGP 2020 ของพ่อหนุ่มหัวฟูเพื่อนร่วมชาติอย่าง Franco Morbidelli ที่ใช้เบอร์แข่งเบอร์ 21 มาถึงตอนนี้ผมเชื่อว่านี่คือโอกาสใหม่ๆ ของพ่อหมอที่จะได้มีโอกาสที่จะได้ทำในสิ่งที่เขารักนั่นคือการขี่ีรถ แม้ว่าจะไม่ได้อยู่กับทีมโรงงานแล้ว แต่ฤดูกาลที่แล้วก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าทีมอิสระนั้นก็ไม่ได้ด้อยกว่าทีมโรงงานเลย งานนี้แฟนๆ ของ VR46 ก็คงต้องออกแรงเชียร์ให้หนักขึ้นกว่าเดิม และนี่อาจจะเป็นโอกาสช่วงสุดท้ายของพ่อหมอก่อนจะแขวนหมวกกันน็อกเลิกแข่งมอเตอร์ไซค์แล้วก็เป็นได้ สุดท้ายผมเชื่อว่าแม้เขาจะไม่ได้แชมป์โลกสมัยที่ 10 ตามที่หลายๆ คนอยากให้ได้ แต่ผมมั่นใจว่าเขาคือแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลที่จะอยู่ในใจของเหล่าแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตย่างแน่นอนครับ รวมตัวสถิติที่น่าสนใจของ Valentino Rossi หรือพ่อหมอ VR46 คว้าแชมป์โลกไปทั้งหมด 9 สมัย แบ่งออกเป็น MotoGP 7 สมัย รุ่น 250 ซีซี 1 สมัย และรุ่น 125 ซีซี 1 สมัย ชนะการแข่งขันไปทั้งหมด 115 เรซ แบ่งออกเป็น MotoGP ทั้งหมด 89 เรซ

Pirelli Diablo Rosso IV ยอดยางซูเปอร์สปอร์ตรุ่นใหม่เปิดตัวแล้ว ล่าสุดพีเรลลี่ก็ได้เปิดตัวยางซูเปอร์สปอร์ตเจเนอเรชันใหม่อย่าง Pirelli Diablo Rosso IV ซึ่งก็นับว่าเป็นเจเนอเรชันที่ 4 แล้วสำหรับยางในตระกูลนี้ การันตีความดีงามของยางตระกูลนี้ได้จากยอดขายรวมนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 มากกว่า 5,000,000 เส้น โดยยางในตระกูล Diablo นั้นคือยางมอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูงจากทางแบรนด์พีเรลลี่ โดยเริ่มเปิดตัวตระกูลนี้ตั้งแต่ปี 2002 และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาให้กับรถในเซ็กเมนต์อื่นๆ มากขึ้น ไม่ได้จำกัดแค่เพียงยางที่ใช้สนามแข่ง แต่ยังพัฒนามารองรับกับรถซูเปอร์สปอร์ตขี่ถนนอีกด้วย และได้ใช้ความรู้ ประสบการณ์และเทคโนโลยีตลอด 18 ปีทั้งจากในสนามแข่งและจากถนนจริงมาพัฒนาเป็นยางเจเนอเรชันใหม่นี้ หลายๆ ค่ายรถชั้นนำของโลกเองก็เลือกที่จะใช้ยางในตระกูล Diablo Rosso ติดเป็นอาวุธให้กับโมเดลระดับเรือธงหรือตัวท็อปของทางค่ายมาโดยตลอด รวมไปถึงได้รับการันตีสมรรถนะเป็นยางอันดับ 1 จากสื่อต่างประเทศจำนวนมากมาโดยตลอด ซึ่งก็เป็นการการันตีได้เป็นอย่างดีสำหรับคุณภาพและสมรรถนะของยางตระกูลดังกล่าว และล่าสุดกับ Diablo Rosso IV ยางซูเปอร์สปอร์ตตัวใหม่ที่เป็นเหมือนกับยางที่จะมายกระดับของสมรรถนะยางให้สูงขึ้นไปอีกขั้น โดยมีการออกแบบให้ยางรุ่นใหม่นี้มีการควบคุม การยึดเกาะสูงสุดทุกสภาวะถนน ไม่ว่าถนนแห้งหรือถนนเปียก รวมถึงให้การตอบสนองที่ดีอีกด้วย เป็นยางที่เหมาะกับนักบิดที่ชอบการขับขี่ในสไตล์สปอร์ต ลื่นไหล และคล่องตัว หรือเป็นเจ้าของรถซูเปอร์สปอร์ต ไฮเปอร์เน็กเก็ต หรือรถสมรรถนะสูงๆ ที่ต้องการยางที่หนึบในทุกสภาพถนน ทุกสภาพอากาศ อย่างไรก็ดียังไม่มีการพูดถึงเรื่องของราคา หรือขนาดไซส์ที่จะผลิตจำหน่ายในช่วงแรก แต่คาดว่าราคาจะไม่หนีจากรุ่นปัจจุบันมากนัก ส่วนไซส์น่าจะครอบคลุมถึงรถซูเปอร์สปอร์ตในบ้านเราอย่างแน่นอน แต่งานนี้สาวกต้องรอกันไปก่อนนะครับ กว่าจะมาไทยคงจะต้องรออีกสักระยะเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เอ.พี. ฮอนด้า ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ในประเทศไทย เปิดตัว New Honda CBR650R โมเดลปี 2021 เพิ่มสีสันความสปอร์ต ปรับลวดลายกราฟิกใหม่ ให้อารมณ์ความดุดันและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชันล้ำสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักบิดยุคดิจิทัลผู้ชื่นชอบรถสปอร์ต 4 สูบ พิกัด 650 ซีซี New CBR650R มาพร้อมคอนเซปต์ Feel The Race ถ่ายทอดจิตวิญญาณจากสนามแข่ง โดดเด่นด้วยลวดลายกราฟิกใหม่ที่เน้นเส้นสายเฉียบคมรอบตัวรถ ด้วยแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง เสริมภาพลักษณ์ความเป็นเรซซิ่งสปอร์ตอย่างเต็มตัว ทั้ง New CBR650R และ New CB650R ยังมาพร้อมกับสีเทาเข้มเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความดุดัน พร้อมด้วยฟังก์ชันใหม่ Smartphone Charger ช่องเสียบชาร์จสมาร์ทโฟนแบบ USB บริเวณใต้เบาะผู้ซ้อนท้าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว New CB650R 2021 และ New CBR650R ภายใต้คอนเซปต์ Neo Sports Café เท่ แรง เร้าใจ…ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี ทั้ง 2 รุ่น ติดตั้งโช้กอัพหน้าแบบหัวกลับขนาดใหญ่ 41 มม. Showa SFF-BP (Separate Function Front Fork – Big Piston) ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีทุกสถานการณ์ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 650 ซีซี มาพร้อมระบบ Assist & Slipper Clutch ช่วยลดอาการกระชากของล้อหลังในช่วงเปลี่ยนเกียร์สูงลงมาเกียร์ต่ำ ระบบ HSTC (Honda Selectable Torque Control) เทคโนโลยีจากสนามแข่ง ช่วยปรับกำลังเครื่องยนต์ให้เหมาะสมตามสภาพการขับขี่ และป้องกันล้อหมุนฟรี มั่นใจความปลอดภัยด้วยปั๊มเบรก 4 พอต กระจายแรงเบรกได้ดี ควบคุมได้ในทุกย่านความเร็ว นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ Emergency Stop Tail Light แสดงไฟฉุกเฉินเมื่อรถเบรกกะทันหันแบบที่ใช้ในรถระดับซูเปอร์สปอร์ต เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New 650 Series ใหม่ โมเดลปี 2021 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda BigWing ทั่วประเทศ สำหรับรุ่น New CBR650R ราคาแนะนำที่ 324,300 บาท และรุ่น New CB650R ราคาแนะนำที่ 309,100 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New 650 Series ใหม่ โมเดลปี 2021 ได้ที่ เว็บไซต์ www.hondabigbike.com เฟซบุ๊ก www.fb.com/hondabigbikeTH อินสตราแกรม : hondabigbike อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vespa GTS Super Sport 300 HPE สีขาวใหม่เผยโฉมแล้ว สานต่อเรื่องราวความเร็วแรงในคอนเซ็ปต์ super sport จากที่สุดแห่งเวสป้าเฟรมใหญ่ Vespa GTS ที่พร้อมปลุกจิตวิญญาณเหล่านักบิดครั้งใหม่ กับ “VESPA GTS SUPER SPORT 300 HPE สีขาวใหม่ (WHITE INNOCENZA)” มาพร้อมเสน่ห์แห่งความเท่เรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยสไตล์เรโทรโมเดิร์นสปอร์ต โดยสีขาวใหม่นี้เติมเต็มความพรีเมี่ยมด้วยการแต้มสีแดงสุดโมเดิร์นรอบคัน ทั้งบังแตร 3 แถบบริเวณเน็กไท สปริงโช้ค บังโคลนหน้า และชุดสติ๊กเกอร์ด้านข้างตัวถังพร้อมเบาะปั๊มลอนและล้อแม็กสีดำเสริมลุคความเท่ และที่สำคัญยังคงขุมพลังกับสุดยอดสมรรถนะตามแบบฉบับด้วยเครื่องยนต์ High Performance Engine ขนาด 300 ซีซี เครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดของเวสป้าเท่าที่เคยมีมา ทำให้ตัวรถทั้งโดดเด่น เท่ และหรูหราทุกเส้นทาง ทั้งยังมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลมสุดคลาสสิก แต่ทันสมัยด้วยหลอดไฟแบบ Full LED เข้าคู่กับไฟท้ายแบบ LED ตัดขอบเส้นสายให้มีความพรีเมี่ยมมากขึ้นด้วยกรอบไฟชุบโครเมี่ยม และเพิ่มการกระจายแสงสว่าง เพื่อสร้างความชัดเจนในทุกเส้นทางยามค่ำคืน พร้อมไฟ Day Time Running Light ทั้งนี้โมเดลสีขาวใหม่นี้พร้อมให้คุณออกเดินทางเพื่อไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในสนนราคา 215,900 บาทครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia Tuono 660 ว่าที่สปอร์ตเน็กเก็ดที่จี๊ดจ๊าดที่สุดแห่งปี 2021 Aprilia Tuono 660 คือสปอร์ตเน็กเก็ดโมเดลที่โดดเด่นในเรื่องของความแรงและความเบา ที่ทางค่ายคุยไว้ว่า แรงดุจสายฟ้าและเบาดุจปุยเมฆ ซึ่งถ้าพิจารณาจากตัวเลขต่างๆ ก็พอจะเข้าใจได้อยู่ครับ สปอร์ตเน็กเก็ดคันนี้มีขุมพลังแบบ 2 สูบเรียง ขนาด 659 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำที่เคลมแรงม้ามามากถึง 95 แรงม้า ซึ่งหากเทียบกับโมเดลอื่นๆ ที่อยู่ในพิกัดใกล้เคียงกัน อาทิ Yamaha MT-07 หรือ Kawasaki Z650 ก็เรียกว่าสูงกว่ามากเลยทีเดียว ส่วนในเรื่องของน้ำหนักของตัวรถก็ถือว่าเบาสุดในพิกัดใกล้เคียงกัน เพราะหนักเพียง 183 กิโลกรัม จากการเลือกใช้เฟรมและสวิงอาร์มอลูมิเนียมซึ่งมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทาน รวมไปถึงเครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักเบาด้วย แน่นอนว่ารถที่น้ำหนักเบาก็จะช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ดีขึ้น และมีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่มากกว่า ว่ากันง่ายๆ ก็คือแรงกว่านั่นเอง นอกจากเรื่องของความแรงและน้ำหนักแล้ว ตัวรถยังมีรายละเอียดที่ทางค่ายใส่ใจมากในหลายๆ ส่วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแอโรไดนามิก ซึ่งมีการใช้แฟริ่งแบบดับเบิ้ลแฟริ่งที่ออกแบบมาให้รองรับในส่วนอากาศพลศาสตร์หรือแอโรไดนามิกเป็นอย่างดี ดีไซน์ก็ให้ความเป็นสปอร์ตและโดดเด่นไม่เหมือนใครมากๆ โดยเฉพาะในส่วนของไฟหน้า LED 3 ดวง ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางค่ายเลย และแน่นอนว่ามีไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์มาให้ด้วย ด้านท้ายเองก็โฉบเฉี่ยวปรายเปรียวสไตล์สปอร์ตเช่นกัน ในขณะที่ดีไซน์และกลิ่นอายของโมเดลนี้เต็มไปด้วยความเป็นสปอร์ตแบบเต็มๆ แต่ตัวรถก็มีท่านั่งขับขี่ที่ผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติในแบบของเน็กเก็ตไบค์ด้วยแฮนด์บาร์ที่ยกสูงขึ้นมา ซึ่งมั่วผสานการออกแบบแชสซีและระยะอ็อฟเซ็ตให้แตกต่างจากโมเดล RS ที่เป็นสปอร์ตจ๋าๆ ก็ช่วยให้รถควบคุมได้ดี ตอบสนองได้ฉับไว้ และคล่องตัวอีกด้วย และสุดท้ายที่สำคัญคือความล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ ที่จัดมาให้แบบเต็มๆ เน้นๆ จนเกือบจะเป็นซูเปอร์ไบค์เรือธงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น คันเร่งไฟฟ้า แทร็คชันคอนโทรลปรับระดับได้ ระบบป้องกันการลอยตัวของล้อ ครูซคอนโทรล เอ็นจิ้นเบรกคอนโทรล แม็ปเครื่องยนต์ปรับเลือกเองได้ โหมดการขับขี่ 5 โหมด (3 โหมดสำหรับขี่บนท้องถนนทั่วไป และ 2 โหมดสำหรับขี่ในแทร็ก) ระบบเบรก ABS หน้าจอเรือนไมส์สี TFT ส่วนเรื่องของสีสันนั้นจะมีจำหน่ายด้วยการ 3 เฉดสีคือ สีดำ Concept Black สีเทา Iridium Grey และสีเหลือง Acid Gold สุดจี๊ดเช่นเดียวกับเจ้า RS สำหรับราคานั้นยังไม่ระบุแต่คาดการณ์ว่าจะไม่หนีจากลูกพี่ลูกน้องของมันมากนัก ส่วนแฟนๆ ชาวไทยคงต้องอดใจรวมถึงต้องรอลุ้นไปอีกพักใหญ่ๆ เลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

All New Honda Wave110i ปรับใหม่หมด เพิ่มความคุ้มค่ารับปี 2021 สำหรับในปี 2021 นี้ All New Honda Wave110i ยกระดับความคุ้มค่าขึ้นไปอีกขั้นในฐานะรถครอบครัวยอดนิยมอันดับหนึ่ง พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “เพื่อนร่วมทางที่ใช่ เชื่อใจเป็นที่ 1” สำหรับในด้านรูปลักษณ์ภายนอกนั้นมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ เลือกใช้กราฟิกและสีสันใหม่ ให้ความสดใสมากขึ้น เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทั้งยันทันสมัยด้วยไฟหน้า LED ส่องสว่างทุกเส้นทาง เพิ่มความปลอดภัยให้การขับขี่มั่นใจยิ่งขึ้น ไฟท้ายโฉบเฉี่ยวทันสมัย มองเห็นได้ไกล คมชัดทุกมุมมอง ส่วนของเครื่องยนต์ ใช้เครื่องใหม่ล่าสุดอย่าง Honda Smart Engine ขนาด 110 ซีซี มีการเพิ่มระยะชักยาวขึ้น ให้กำลังอัดมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพของระบบการหล่อลื่น ลดแรงเสียดทานและระบายความร้อนได้ดีกว่าเดิม ส่งผลให้เครื่องยนต์ประหยัด แรง และทนทาน เครื่องใหม่นี้จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด PGM-FI ที่ปรับองศาการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ ให้เข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง เครื่องยนต์จึงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยมีอัตราความประหยัดคุ้มค่ามากที่สุดในกลุ่มรถครอบครัวถึง 76.9 กม./ลิตร ผ่านการรับรองภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์ และที่สำคัญคือเครื่องยนต์วางบนเฟรมใหม่น้ำหนักเบาลง ช่วยให้การควบคุมง่ายและคล่องตัว นอกจากเรื่องของสมรรถนะแล้ว ยังอัพเกรดความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันการใช้งานครบครัน นำโดยพื้นที่ใต้เบาะหรือ U-Box ขยายใหญ่ขึ้น 35% เพิ่มพื้นที่ใส่สัมภาระจุใจไปได้ทุกเส้นทาง ถังน้ำมันออกแบบใหม่ เพิ่มความจุเป็น 5 ลิตร วิ่งได้ไกลขึ้นโดยไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อย ใช้งานง่ายด้วยหน้าปัดเรือนไมล์ดีไซน์ใหม่ ให้ข้อมูลรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการขับขี่ อาทิ ตำแหน่งเกียร์ ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง และระยะทางรวม ทั้งนี้จะมีจำหน่าย 4 รุ่นย่อย ด้วยกัน รุ่นสตาร์ทเท้า ดรัมเบรก ล้อซี่ลวด มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีแดง ราคาแนะนำที่ 36,900 บาท รุ่นสตาร์ทเท้า ดิสก์เบรกหน้า ล้อซี่ลวด มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีแดง-เทา, สีน้ำเงิน-เทา, สีดำ-เทา และสีเทาราคาแนะนำที่ 40,600 บาท รุ่นสตาร์ทมือ ดิสก์เบรกหน้า ล้อซี่ลวด ราคาแนะนำที่ 43,500 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีแดง, สีน้ำเงิน-ฟ้า และสีดำ-เทา รุ่นสตาร์ทมือ ดิสก์เบรกหน้า ล้อแม็ก มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีแดง, สีน้ำเงิน-ฟ้า และสีดำ-เทา ราคาแนะนำที่ 45,500 บาท อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก