SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
ก้อง สมเกียรติ สู้ไม่ถอยแม้ลุยซิลเวอร์สโตนครั้งแรก ประเดิมที่19

คิงคอง ก้อง สมเกียรติ สู้ไม่ถอยแม้ลุยซิลเวอร์สโตนครั้งแรก ประเดิมที่ 19 รอบซ้อม FP1 นักบิดไทยหนึ่งเดียวในโมโต 2 กับปีแรกของการแข่งขันในรายการนี้ หลังจากที่เจ้าตัวเดินตาม Road map ภายใต้โครงการ “เรซทูเดอะดรีม” ของ เอ.พี.ฮอนด้า ขึ้นสู่เวทีระดับโลกได้สำเร็จ ก้อง สมเกียรติก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถเก็บแต้มจากการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องใน 2 สนามที่ผ่านมา ล่าสุดกับการแข่งขันสนามที่ 12 ที่ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ เจ้าก้องลงสัมผัสพื้นแทร็คที่นี่ครั้งแรก ในการทดสอบรอบ Free Practice1 ยอดดาวรุ่งหมายเลข 35 สังกัด IDEMITSU Honda Team Asia จบการทดสอบในอันดับที่ 19 ด้วยเวลา 02.06.947 ตามหลังผู้ทำเวลาที่ดีที่สุดอยู่ 1.17 วินาที ซึ่งต่อไปก้องจะมีโปรแกรมในการควอลิฟายเพื่อหาอันดับการออกสตาร์ทในวันที่ 24 สิงหาคม 2562 เวลา 21.05 น. และจะลงแข่งขันนัดชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 เวลา 20.30 น. ตามเวลาในไทย ติดตาม และเป็นกำลังใจเชียร์ คิงคองก้อง สมเกียรติ จันทรา ได้ทางการถ่ายทอดสดช่อง FOX SPORT และ PPTV 36HD พร้อมอัพเดทข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่เฟซบุ๊ค www.facebook.com/aphondaracingthailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ #WhatStopsYou #Racetothedream #มุ่งสู่เส้นชัยอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #APhonda #APhondaracingthailand #MotoGP #Moto2 #somkiat #IDEMITSUHondaTeamAsia

24 August 2019
Jorge Lorenzo จะกลับมาในศึก British MotoGP

Jorge Lorenzo จะกลับมาในศึก British MotoGP หลังจากกระดูกร้าวในรอบการซ้อมของศึก DutchGP ที่สนาม Assen ที่นักบิดชาวสเปนผู้นี้ได้พลาดท่าล้มลงอย่างแรงทำให้เขาต้องชวดการแข่งไปถึง 4 สนามเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี แม้จะมีข่าวลือมาเมื่อก่อนหน้านี้ไม่นานว่า Jorge Lorenzo อาจที่จะย้ายเข้าทีม Pramac Ducati แต่ก็อย่างที่ Marc Marquez ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า Lorenzo นั้นยังคงเหลือสัญญากับทางทีม Repsol Honda อยู่จนถึงปี 2020 ทำให้เขาจะยังกลับมาแข่งในรายการ British MotoGP ในฐานะนักบิดของทีม Repsol Honda Lorenzo ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เป็นอะไรที่ดีที่ได้กลับมากับทีม Repsol Honda มันนานเหลือเกินหลังจากที่ Assen ผมอยากที่จะกลับมาให้เร็วกว่านี้ แต่ด้วยธรรมชาติของอาการบาดเจ็บของผมทำให้ผมต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว” “ในระหว่างที่ผมหายไปจากสนามผมได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้พร้อมให้มากที่สุดสำหรับสนาม Silverstone แต่ผมรู้ว่ามันต้องใช้เวลาในการที่จะกลับมาเร็วเหมือนเดิม” “ผมรู้สึกดีและพร้อมที่จะกลับมากับทีมเพื่อที่เราจะได้พัฒนาและได้ผลลัพธ์ที่เรารู้ว่าเราสามารถทำได้” หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนศึก British MotoGP นี้จะเป็นการกลับมาของ Lorenzo หลังจากที่ห่างหายจากการแข่งขันไปถึง 4 สนาม อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวบน Facebook คลิกที่นี้ 

21 August 2019

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
อเล็กซ์ มาร์เกซ ‘ขอเป็นอันดับสอง’ (รองจากพี่ชาย)

อเล็กซ์ มาร์เกซ ‘ขอเป็นอันดับสอง’ (รองจากพี่ชาย) อเล็กซ์ มาร์เกซ นักแข่งจากทีม BK8 Gresini Racing MotoGP ที่ในฤดูกาล 2025 นี้สามารถโชว์ฟอร์มร้อนแรงตั้งแต่เปิดฤดูกาล ซึ่งภาพรวมการแข่งขันของเจ้าตัวหลังผ่านไป 3 สนามดูเหมือนว่าจะเป็นรองแค่พี่ชายของเจ้าตัวอย่างมาร์ก มาร์เกซเท่านั้น โดยการแข่งขันในสนามที่สามของฤดูกาล ในการแข่งขัน Americas GP มาร์เกซคนพี่อย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ พลาดท่าล้มในโค้งที่ 4 ในรอบที่ 9 ของการแข่งขันทำให้เจ้าตัวแข่งไม่จบในสนามนี้ ส่งผลให้ทีมเมทอย่างฟรานเชสโก้ บัญญาย่า ฝ่าธงหมากรุกเข้าเส้นเป็นอันดับที่ 1 คว้า 25 คะแนนเต็มเก็บชัยชนะครั้งแรกของฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ  แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันเมื่อดีกรีแชมป์โลก Moto2 ปี 2019 ที่สามารถรักษาฟอร์มอย่างคงเส้นคงวา จบในอันดับที่สองของการแข่งขัน และด้วยความสม่ำเสมอของเจ้าตัวในการได้โพเดียมทำให้อเล็กซ์มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 87 คะแนนทะยานสู่ตำแหน่งจ่าฝูงเหนือพี่ชายของเขาเพียง 1 คะแนนเท่านั้น “ถ้าคุณมาบอกผมก่อนเรซแรกว่า ‘คุณจะเป็นผู้นำในตารางแชมป์โลก’ ผมคงบอกว่า ‘คุณบ้าไปแล้ว!’” อเล็กซ์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ตอนนี้เราเป็น ‘มิสเตอร์อันดับสอง’ แต่ผมก็มีความสุขกับมันนะ! ผมไม่มีปัญหาเลยถ้าจะจบอันดับสองแบบนี้ไปจนจบฤดูกาล “เราต้องสนุกกับช่วงเวลานี้ เรารู้ว่าเรามีอะไรอยู่ในมือ แค่ต้องเข้าใกล้ทุกเรซเหมือนที่เราทำตอนนี้ และพยายามดึงศักยภาพออกมาให้ได้ 100% ผมจะพยายามรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไป” แม้ว่าการที่เจ้าตัวได้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของคะแนนรวมนักแข่ง แต่มาร์เกซคนน้องก็ยอมรับว่าการแข่งขันที่สนามประเทศอเมริกาเป็นอีกหนึ่งสนามที่มีความยากลำบากอยู่ไม่น้อยเมื่อเทียบกับสองสนามที่ทำการแข่งขันก่อนหน้านี้ (สนามประเทศไทย และสนามประเทศอาร์เจนตินา) “ถ้าเปรียบเทียบฟอร์มของผมระหว่างไทย อาร์เจนตินา และที่นี่ สนามนี้เป็นสนามที่แย่ที่สุดในแง่ของฟีลลิ่งและวิธีที่ผมเข้าโค้งทั้งหมด”  “หลังจากไม่กี่รอบแรก ผมก็เห็นเลยว่าพวกเขาเร็วกว่าผม ผมเกือบล้มหน้าพับในโค้ง 10 และก็คิดในใจว่า ‘โอเค วันนี้ต้องเอาอันดับสามให้ได้ ต้องใจเย็นมาก ๆ’ “แล้วพอผมเห็นมาร์คล้ม ผมก็บอกตัวเองว่า ‘โอเค มีสติไว้นะ’” “ผมมีความสุขมาก ๆ กับวิธีที่เราจัดการทุกอย่าง กับความสม่ำเสมอที่เราทำได้ในการอยู่ท็อปทรี นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องทำต่อไป” “แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องสนุกกับช่วงเวลานี้ เพราะสำหรับทีมอิสระ ที่ใช้รถแข่งของปีที่แล้วแล้วสามารถขึ้นนำตารางแชมป์โลกได้ มันคือสิ่งที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ” การแข่งขันในสนามนัดถัดไปจะไปทำการแข่งขันที่สนาม ลูเซล อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต (Lusail International Circuit) ประเทศกาตาร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 Aprilia Tuono V4 ปีกใหม่ ใหญ่มาก

2025 Aprilia Tuono V4 ปีกใหม่ ใหญ่มาก อีกหนึ่งค่ายที่คิดว่าจะเปิดตัวโมเดลใหม่มาพร้อมกัน ๆ จากทางฝั่งค่ายสามตา กับ 2025 Aprilia Tuono V4 ไฮเปอร์เน็กเก็ด ซึ่งมีข่าวภาพหลุดจากการทดสอบเมื่อไม่นานนี้ กับสิ่งที่ปรับเปลี่ยนใหม่ที่เป็นจุดสังเกตเห็นได้ชัดก็คือ ปีกแอโรไดนามิกขนาดใหญ่ ดูคล้ายคลึงเหมือนกับรุ่น RSV4 โฉมใหม่ซะทีเดียว การพัฒนาแอโรไดนามิกในรุ่นใหม่ จากภาพถ่ายที่ปรากฏ การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือการเพิ่มปีกแอโรไดนามิกในตัว ซึ่งถูกออกแบบมาให้กลมกลืนไปกับรูปทรงของมอเตอร์ไซค์ โดยชุดวิงก์เล็เตถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มแรงกดในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำให้มอเตอร์ไซค์มีความเสถียรมากขึ้น ลดการลอยของล้อหน้าและเสริมสมรรถนะโดยรวม โดยการออกแบบดีไซน์วิงก์เล็ตชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบมอเตอร์ไซค์ในสนามแข่ง MotoGP เครื่องยนต์ V4 และการพัฒนาทางเทคนิค แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายละเอียดทางเทคนิค แต่จากข้อมูลที่ปรากฏในภาพถ่าย มีแนวโน้มสูงที่ Aprilia จะคงเครื่องยนต์ V4 ขนาด 1,077 ซีซี ที่ทรงพลังของ Tuono รุ่นก่อนหน้าไว้ นอกจากนี้ยังคาดว่าโมเดลใหม่นี้จะมาพร้อมการอัปเกรดด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำสมัยมากขึ้น, โหมดการขับขี่หลายแบบ และการอัปเดตระบบเบรกและช่วงล่าง คาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ด้วยการปรากฏตัวที่เผยให้เห็นถึงการพัฒนาของ Tuono V4 รุ่นใหม่ คาดว่า Aprilia จะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และคาดว่าจะเป็นที่จับตามองของแฟน ๆ มอเตอร์ไซค์ซูเปอร์เนคเก็ดทั่วโลก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

18 October 2024
2025 KTM FREERIDE E เอ็นดูโร่ไร้เสียง

2025 KTM FREERIDE E เอ็นดูโร่ไร้เสียง 2025 KTM FREERIDE E เปิดตัวแล้วในเว็บไซต์หลักที่เป็นทางการของ KTM โดยในโมเดลที่เปิดใหม่ล่าสุดนี้เป็นโมเดลที่ 4 จาก 9 โมเดลที่จะเปิดตัวในปีนี้ เอ็นดูโร่ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมสมรรถนะที่ปรับปรุงใหม่ รวมไปถึงระบบช่วงล่างที่ถูกตั้งค่ามาให้เหมาะกับการขับขี่ทางฝุ่นมากยิ่งขึ้น ระยะทางการวิ่งที่มากขึ้น ความสามารถที่มากขึ้น และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ขุมพลังกระทัดรัด แต่พลังล้น มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่สามารถให้กำลังสูงสุดได้ถึง 19.2 กิโลวัตต์ มาพร้อมแรงบิด 37 นิวตันเมตร และสามารถทำความเร็วสูงสุด (เคลม) ที่ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีไซน์มอเตอร์ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก กะทัดรัด และเงียบกว่าเดิม ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องยนต์มีความน่าเชื่อถือ มีแรงบิดที่ตอบสนองทันที ให้ความรู้สึกเหมือนการขับขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แบตเตอรี่ปรับปรุงใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน MX50 น้ำหนัก 29 กิโลกรัม ถูกออกแบบให้ถอดเปลี่ยนได้เพื่อเพิ่มระยะทางในการขับขี่ ความจุแบตเตอรี่ 5.5 kWh ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 1.5 kWh อีกทั้งยังช่วยเพิ่มระยะการขับขี่ได้มากขึ้นถึง 20% แบตเตอรี่มีแรงดันไฟฟ้าประมาณ 50 โวลต์ และสามารถชาร์จได้มากกว่า 1,000 รอบการชาร์จหนึ่งครั้งสามารถกับขี่ได้ระยะเวลาขับขี่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และระยะเวลาชาร์จตั้งแต่ 0-100% จะใช้ระยะเวลาการชาร์จทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง (เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 660W) ระบบช่วงล่างจาก WP ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้า และด้านหลังจากแบรนด์ WP Suspension โดยด้านหน้ามาในรุ่น WP XACT แบบหัวกลับ โช้คหน้าแบบแยกขนาดแกน 43 มม. มีแคปซูลอากาศในด้านซ้าย และระบบหน่วงน้ำมันในด้านขวา การปรับตั้งทำได้ง่ายด้วยวาล์วปรับแรงดันอากาศ และปั๊มอากาศที่มาพร้อมกันสำหรับตั้งค่าพรีโหลดสามารถปรับการหน่วงในจังหวะยืดตัวของโช้คอัพได้อย่างง่ายดาย โช้คอัพด้านหลังรุ่น WP XPLOR PDS มาพร้อมซับแทงค์และระยะยุบตัว 250 มม. การไหลของน้ำมันได้รับการปรับเพื่อให้การหน่วงคงที่ การตั้งค่าที่เหมาะสมสามารถปรับได้ตามสภาพการขับขี่ โดยมีตัวปรับแบบ Clicker ที่สามารถปรับได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ปรับแรงหน่วงความเร็วสูงและต่ำได้ที่ส่วนบนของโช้ค และปรับอัตราการหน่วงการยืดที่ฐาน ผู้ขับขี่สามารถปรับพรีโหลดได้อย่างรวดเร็วด้วยการหมุนประแจหกเหลี่ยม เบรกพร้อมระบบ BRAKTEC KTM FREERIDE E มาพร้อมกับดิสก์เบรก และระบบ BRAKTEC ที่พัฒนามาจากการใช้งานในรถออฟโรด ด้านหน้า มาพร้อมจานเบรกขนาด 260 มม. และ ด้านหลัง มีขนาดจานเบรกอยู่ที่ 240 มม. การติดตั้งเบรคแบบ “สไตล์จักรยาน” หนึ่งในจุดเด่นที่แตกต่างจากรถรุ่นอื่น ๆ ของ KTM ล้อเคลือบสีดำพร้อมดุมอลูมิเนียมจาก Giant ขนาด 90/90-21 และ 120/90-18 มาพร้อมยาง Michelin Enduro Medium จอแสดงผล LCD จะแสดงข้อมูลสำคัญทีละค่า เช่น สถานะแบตเตอรี่ โหมดการขับขี่ แผนที่การคืนพลังงาน และข้อมูลการเดินทาง โดยผู้ขับขี่สามารถสลับตัวเลือกได้ง่าย ๆ ผ่านปุ่มบนแฮนด์ 2025 KTM FREERIDE E สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ ประเภทมอเตอร์ มอเตอร์กระแสตรงแบบซิงค์โครนัส กำลังสูงสุด 19.2 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 37.6 นิวตันเมตร ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ความจุของแบตเตอรี่ 5.5 kWh น้ำหนักแบตเตอรี่ 29 กิโลกรัม เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 8 ชั่วโมง (0-100% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 660W) 1.30 ชั่วโมง (0-100% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 3.3 kW) ความเร็วสูงสุด (เคลม) 95 กิโลเมตร/ชั่วโมง ยางหน้า 90/90-21 M/C 54R ยางหลัง 120/90-18 M/C 70R เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว

18 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ZEEHO เปิด 3 โมเดลรถไฟฟ้า รุ่นใหม่ล่าสุด

ZEEHO เปิด 3 โมเดลรถไฟฟ้า รุ่นใหม่ล่าสุด เรียกได้ว่าเตรียมเปิดตลาดใหม่ สำหรับมอเตอร์ไบค์ไฟฟ้า โดยล่าสุด ZHEJIANG CFMOTO POWER ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ รถ ATV รถ UTV ชั้นนำของโลก แต่งตั้งให้ บริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด เป็นผู้นำเข้า ประกอบ และจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ZEEHO แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง 3 รุ่น พร้อมกัน คือ AE6+, AE8+ และ AE8 S+ คุณภาณุ ศีติสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พยัคฆ์ เพาเวอร์ คอร์ป และบริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท พยัคฆ์ มอเตอร์ จำกัด หรือ PAYAK MOTOR กล่าวว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบทั้งการผลักดันและส่งเสริมจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต ประกอบยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค โดยรุ่นที่จะทำตลาดในประเทศจะเป็นรุ่น AE6+ ขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า 2,500 วัตต์ สามารถส่งกำลังสูงสุดที่ 5,500 วัตต์ รุ่น AE8+ และ AE8 S+ ขนาดมอเตอร์ไฟฟ้า 5,000 วัตต์ ที่สามารถส่งกำลังสูงสุดได้ถึง 12,500 วัตต์ ที่มาพร้อมระบบเบรก BOSCH ABS plus Brembo Caliper มีอัตราเร่ง 0-50 km ใน 2.6 วินาที ความเร็วในการขับขี่ 100+ กม./ชม. ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้งประมาณ 120-140 กม.  นับว่าเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพและประสิทธิภาพสูงที่จัดจำหน่ายไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ได้ครบทุกความต้องการทั้งในด้านดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ สมรรถนะที่เหนือชั้น เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และโซลูชั่นการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมาพร้อมกับความแรงและสเปคที่จัดเต็ม โดยมีโหมดการขับขี่ทั่วไป 3 โหมด คือ ECO MODE  เน้นประหยัดพลังงาน STREET MODE โหมดขับขี่ปกติ และ SPORT MODE ด้วยความแรง 0-50 km ใช้เวลาเพียง 2.6 วินาที สำหรับในรุ่น AE8+ และ AE8 S+ ยังมี BOOST MODE เพื่อใช้ในจังหวะการแซงแบบเร่งด่วน โดยสามารถทำความเร็วได้มากกว่า 110 กม./ชม. รวมทั้งให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ด้วยระบบเบรก ABS ทั้งหน้า-หลัง และปั๊มเบรก Brembo  พร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และการเชื่อมต่อที่เรียบง่ายผ่าน ZEEHO APP พร้อมทั้งระบบ Cruise control at reverse กุญแจสมาร์ทคีย์การ์ด ฯลฯ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของการขับขี่ นอกจากนี้ในส่วนของแบตเตอรีที่พัฒนาขึ้นโดย ATL ผ่านการทดสอบความปลอดภัยระดับยานยนต์จาก UN Regulations มีอายุการใช้งานในการชาร์จสูงถึง 2,500 รอบ   พร้อมกันนี้ พยัคฆ์ มอเตอร์ ร่วมกับ ZEEHO จัดโปรโมชันราคาพิเศษ ในรุ่น AE6+ ที่ราคา 85,000 บาท รุ่น AE8+ ที่ราคา 137,500 บาท และรุ่น AE8 S+ ที่ราคา 149,900 บาท พร้อมทั้งรับของสมนาคุณ มูลค่ากว่า 10,000 บาท รวมถึง ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายโดยตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งในขณะนี้ 2

XSR900 GP สปอร์ตคลาสสิก ดีไซน์จากยุคทองของ Yamaha

XSR900 GP สปอร์ตคลาสสิก ดีไซน์จากยุคทองของ Yamaha เปิดตัวแล้วกับโมเดลสปอร์ตคลาสสิก Yamaha XSR900 GP 2024 โดยไปเผยโฉมคันจริงที่แรกในงาน Japan Mobility Show 2023 ซึ่งมีดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่งจากช่วงยุคทองกับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอดีตของยามาฮ่า ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ กลายเป็นความลงตัวกลมกล่อมที่ไม่เพียงแต่หล่อคลาสสิก แต่ยังขี่ได้ดีแบบรถโมเดิร์นอีกด้วย เรื่องดีไซน์แน่นอนว่าได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่งกรังด์ปรีซ์ในยุค 80 และ 90 ทั้งสไตล์และสีสัน แบบเดียวกับ YZR500 ช่วงปี 80 ที่มีตำนานอย่าง King Kenny Roberts ควบคว้าชัยชนะหลายปีติดต่อกัน โดยนำสีสันในโมเดลรถแข่งมาใส่ให้กับเจ้าโมเดลใหม่คันนี้ได้อย่างลงตัว ทั้งในแฟริ่ง แชสซีและสวิงอาร์ม ด้านหน้ามีแฟริ่งหน้าสไตล์สปอร์ตคลาสสิกพร้อมไฟหน้าขนาดกะทัดรัดแบบ LED ทรงเหลี่ยมมาแทนที่ไฟกลม ชิลด์หน้าพร้อมตัวการ์ดกำปั้นด้านข้างซ้ายขวาตามแบบยุค 80 นอกจากนี้แฟริ่งหน้าที่ว่ายังช่วยเพิ่มอัตราเร่งและท็อปสปีดให้กับตัวรถได้ ถัดเข้ามาด้านในมีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วที่เลือกธีมการแสดงผลได้ 4 แบบ พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ขณะที่แฟริ่งชิ้นข้างช่วยกระจายความร้อนจากหม้อน้ำได้ดียิ่งขึ้น ด้านท้ายมีครอบเบาะท้ายทำสีเข้ากับตัวรถและช่วยเสริมภาพรถแข่งได้เป็นอย่างดี และยังมีไฟท้ายแบบซ้อนในแฟริ่งดูเท่ไม่หยอก เบาะนั่งเองก็มีส่วนโค้งขึ้นมารับ ยามเปิดคันเร่งก็ขับขี่ได้มั่นใจขึ้น ตัวรถปรับมาใช้แฮนด์แบบคลิปออนแบบเหนือแผงคอบนแทนที่แฮนด์บาร์เพื่อให้มันมีความเป็นสปอร์ตเรซซิ่ง แตกต่างจากโมเดลพื้นฐาน ทำให้ท่านั่งมาเป็นแบบสปอร์ตมากขึ้นด้วย แต่ถึงอย่างนั้นโมเดลนี้ก็ไม่ได้ออกแบบมาให้เน้นใช้งานแต่ในการแข่งขันหรือในสนาม จึงไม่ได้มีท่านั่งแบบเรซซิ่งหรือสปอร์ตจ๋า ๆ โดยยังคงความสบายเอาไว้ และให้พักเท้าที่ปรับตำแหน่งได้เพื่อให้ปรับตามความใจชอบว่าจะเน้นซิ่งหรือเน้นสบาย เครื่องยนต์นั้นยังคงเป็นเครื่องยนต์เดิมคือ CP3 3 สูบเรียง ขนาด 890 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ผ่านมาตรฐาน EU5+ ให้กำลังแรง 119 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 93 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ใช้น้ำมันจากถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร ช่วงล่างที่ให้มาก็มีการปรับให้เข้ากับสไตล์ที่เป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เพื่อให้รองรับกับน้ำหนักโหลดที่ด้านหน้ามากขึ้น ขณะเดียวกันซับเฟรมท้ายก็เสริมความแข็งแรงให้มากขึ้นเช่นกัน เพื่อให้ขับขี่ได้สมดุลมากยิ่งขึ้น  ระบบกันสะเทือนก็ถือว่าให้ของดีมา โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับจาก KYB ปรับแต่งได้เต็มระบบ ขณะที่ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่องจาก KYB ที่ปรับแต่งได้เต็มระบบเช่นกัน โดยมีการติดตั้งแบบซ่อนไม่ให้เห็นง่าย ๆ เพื่อให้ภาพลักษณ์ดูสปอร์ตเพรียวบาง แต่ก็สามารถปรับใช้งานได้ง่ายด้วยรีโมตปรับพรีโหลด ขณะที่ระบบเบรกก็จะได้เป็นปั๊มบนเป็น Brembo แบบเรเดียลเมาท์ ทำงานคู่กันกับระบบดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 45 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก ส่วนยางและล้อสปินฟอร์จน้ำหนักเบาจะมีขนาด 120/70 ZR17 และ 180/55 ZR17 แบบไม่ต้องใช้ยางใน และยังมีส่วนสำคัญที่เกริ่นไว้ข้างต้นที่ว่าเป็นสปอร์ตคลาสสิกแต่ใส่เทคโนโลยีสมัยใหม่เอาไว้ด้วยคือ ระบบ Yamaha Ride Control ที่ช่วยให้เจ้าของสามารถปรับเปลี่ยนความแรงของเครื่องยนต์และระบบช่วยเหลือได้ง่ายและรวดเร็ว โดยจะมีโหมดการขับขี่ 3 โหมดมาจากโรงงาน คือ Sport, Street และ Rain ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ กันตามชื่อเลย และยังปรับคัสตอมได้เองอีก 2 โหมด ซึ่งทั้งหมดนี้ยังอิงข้อมูลจากหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อย IMU แบบ 6 แกน ช่วยให้ทำงานได้แม่นยำยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ยังมีระบบ ESS หรือไฟเบรกฉุกเฉินที่จะกระพริบถี่ ๆ เมื่อเบรกกะทันหัน แจ้งเตือนคนที่ตามมาให้ระวัง แทร็คชันคอนโทรล สไลด์คอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบเบรกคอนโทรล ครูซคอนโทรล และควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ตลอดไปจนถึงแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์  เรียกว่าให้มาเยอะเลยทีเดียว งานนี้ใครอยากได้สปอร์คคลาสสิกเท่ ๆ สักคันต้องไม่พลาดคันนี้ครับ แต่ราคาก็คาดว่าจะแพงกว่าตัวสแตนดาร์ดดั้งเดิมอีกพอสมควร ส่วนการจำหน่ายในบ้านเราก็คงจะปีหน้าเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 50SX 2024 สายลุย ตัวจิ๋ว จากค่ายส้ม

KTM 50SX 2024 สายลุย ตัวจิ๋ว จากค่ายส้ม ชมรถใหญ่มาหลายต่อหลายรุ่นกันแล้ว คราวนี้มาลองส่องรถเล็กกันบ้าง โดยล่าสุดทางค่าย KTM ประกาศเปิดตัวมินิไบค์สายลุย ตัวเล็ก สเปคจี๊ดไปกับ KTM 50SX 2024 และ KTM 65SX รวมถึงอิดิชันสุดพิเศษกับ 50SX Factory Edition โดยทั้งหมดนี้มาพร้อมกับการปรับปรุงใหม่ พร้อมตอบสนองเพอร์ฟอร์มานซ์อันเร้าใจแก่นักซิ่งตัวจิ๋วได้ดียิ่งขึ้น  สำหรับเวอร์ชันใหม่ที่ทางโรงงาน ได้มีการปรับปรุงทั้งในส่วนของโครงเหล็กแบบใหม่และซับเฟรมสองชิ้นที่ทำจากพอลิเอไมด์ รวมไปถึง การออกแบบระบบช่วงล่างให้สามารถปรับแต่งระดับ เพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่ที่แตกต่างกันได้อีกด้วย รุ่น 50SX 2024  สำหรับรุ่น 50SX เวอร์ชันใหม่ครั้งนี้ มาพร้อมกำลังเครื่องยนต์สูบเดียวแบบ 2 จังหวะ ขนาด 49.9 ซีซี ใช้เพลาข้อเหวี่ยง 3 แกน และกระบอกสูบที่มีการออกแบบใหม่ ซึ่งตัวรถสามารถรีดกำลังแรงม้าสูงสุดได้มากถึง 15 ตัว มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 2.3 ลิตร ซึ่งมีน้ำหนักรวม 42.5 กก. รวมถึงยังใช้ระบบเกียร์เป็นแบบออโตเมติก จึงเหมาะสำหรับนักบิดตัวจิ๋วมือใหม่อย่างแน่นอน  รุ่น 65SX 2024 ในขณะที่รุ่น 65SX จะเป็นรุ่นอัปเลเวลขึ้นมาหน่อย กับเครื่องยนต์สูบเดียวแบบ 2 จังหวะเช่นเดียวกัน มีปริมาตรขนาด 64.9 ซีซี เหมาะสำหรับเด็กโตที่เริ่มขี่รถชำนาญมาได้ระดับหนึ่งแล้ว โดยรุ่นนี้ทางโรงงานได้ติดตั้งคลัตช์แบบเปียกมาให้ พร้อมระบบขีบเคลื่อนแบบเกียร์ 6 สปีด โดยมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 53.5 กก.  สำหรับระบบช่วงล่างของทั้ง 2 รุ่น ด้านหน้าจะใช้โช้คแบบหัวกลับแบรนด์คู่บุญอย่าง WP XACT ที่มีน้ำหนักเบา มาพร้อมเทคโนโลยี AER แยกฟังก์ชันของขาแต่ละข้าง สามารถปรับเซ็ตได้เต็มระบบ ตามสภาพสนามและตัวผู้ขับขี่ ขณะที่ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว สามารถปรับเซ็ตได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากเทียบกันแล้ว รุ่นพี่อย่าง 65SX จะเซ็ตตัวโช้คที่ให้ระยุบที่มากกว่า ในขณะที่ระบบเบรก เป็นดิสก์เบรกหน้า-หลัง ส่วนล้อซี่ลวด ขอบล้อชุปอโนไดซ์สีดำ ติดมาพร้อมยางหนามให้ใช้งานอีกด้วย ทั้งสามโมเดลนี้ยังสามารถปรับตั้งค่าความสูงเบาะและตำแหน่งแฮนด์บาร์ให้เหมาะสมกับผู้ขับขี่ โดยในรุ่น 50SX ปรับได้ระหว่าง 634-683 มม. ขณะที่รุ่น 65SX ปรับได้ระหว่าง 730-760 มม.เช่นเดียวกัน รุ่น 50 SX Factory Edition อิดิชันพิเศษสำหรับรุ่น 50SX Factory Edition เวอร์ชัน 2024 มาพร้อมท่อไอเสียจาก FMF เบาะใหม่จากโรงงาน ติดตั้งหัวเทียนใหม่จาก Brisk รวมไปถึง ลวดลายกราฟิกแบบเดียวกันกับรถแข่ง MXGP (Red Bull KTM Factory Racing Team)  สำหรับโมเดล KTM 50SX, 50SX Factory Edition และ 60SX จะเริ่มวางจำหน่ายผ่านทางดีลเลอร์ KTM ในเดือนพฤศจิกายน 2023 ที่กำลังจะถึงนี้เป็นต้นไป  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!