SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
BYD SEAL 08-3

วงการยานยนต์ไฟฟ้าต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อค่ายยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรประกาศเตรียมเปิดตัวซีดานเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง BYD Seal 08 อย่างเป็นทางการ

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
Suzuki ขึ้นโพเดียม 2 สนามติด MotoGP 2019

ร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง!!! Suzuki ขึ้นโพเดียม 2 สนามติด MotoGP 2019 สำหรับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “MotoGP” 2019 สนามที่ 4 รายการสแปนิช กรังปรีซ์ ณ สนาม Circuito do Jeresz – Angel Nieto ประเทศสเปน อเล็กซ์ รินส์ นักบิดชาวสเปน หมายเลข 42 สังกัด Team Suzuki Ecstar ได้คว้าชัยในสนามนี้ โดยควบ Suzuki GSX-RR แซงคู่แข่งผ่านธงตราหมากรุกเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 ซึ่งก่อนหน้านี้ในสนามที่ 3 อเล็กซ์ รินส์ ทำผลงานได้น่าทึ่งโดยการคว้าแชมป์สนามมาแล้วเช่นกัน โดยมีคะแนนสะสมรวมอยู่ลำดับที่ 2 ห่างจากผู้นำเพียง 1 คะแนนเท่านั้น ติดตามเชียร์ และเป็นกำลังให้ อเล็กซ์ รินส์ คว้าแชมป์ในสนามที่ 5 ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 ณ สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามความเคลื่อนไหวใน Facebook คลิกทีนี้

7 May 2019
 Valentino Rossi #46 Monster Yamaha MotoGP Team

Yamaha YZR-M1 ของ Valentino Rossi #46 สีของตัวรถถุกออกแบบใหม่ทั้งหมดตาม สปอนเซอร์ใหม่ Monster Energy drink ดูดุดันมากขึ้น ทุกอย่างลงตัว อะไหล์ที่ให้เข้าไปถือว่าดีที่สุดและลงตัวที่สุดในตอนนี้ ส่วนทีมเมทยังเป็นคนเดิม แค่เปลี่ยนเบอร์ใหม่ Maverick Viñales 12 ยังไงก็ตามเชียร์กันได้ ปีนี้ เต็มที่แน่นอน!! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

6 February 2019

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Prima Pramac ตามจีบ ‘บาสเตียนินี่’

Prima Pramac ทีมแซทเทิลไลท์ของค่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าออกมารับว่าตอนนี้ทางทีมสนใจที่จะตามจีบ เอเนีย บาสเตียนินี่ เข้ามาร่วมทัพ

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
มาตรฐานไอเสียใหม่

มาตรฐานไอเสียใหม่ ทำรถกว่า 20 รุ่นจาก 4 ค่ายแดนปลาดิบไม่ได้ไปต่อ เรียกได้ว่ากระแสรักษ์โลกนั้นเป็นเทรนด์ที่สำคัญมาก ๆ ในตอนนี้ เรื่องของ มาตรฐานไอเสียใหม่ ถูกบังคับใช้ในหลาย ๆ ประเทศในโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อินเดีย และตอนนี้ก็มาเป็นประเทศญี่ปุ่น ดินแดนต้นกำเนิดมอเตอร์ไซค์ยิ่งใหญ่ระดับโลกด้วยกันถึง 4 แบรนด์ และด้วยเหตุนี้เองทำให้มีรถกว่า 20 รุ่นจาก 4 ค่ายบิ๊กแดนปลาดิบนั้นไม่ได้ไปต่อ หากคนที่ติดตามข่าวสารมาโดยตลอดน่าจะพอรับทราบกันมาบ้างกับการไม่ได้ไปต่อของ Yamaha YZF-R6 เมื่อปีที่แล้ว หรือจะเป็นทาง Harley-Davidson ที่นำโมเดล Sportster ที่ใช้เครื่อง Evo ออกจากยุโรปเป็นต้น ที่ญี่ปุ่นเองก็ไม่ต่างกันครับ โดยสื่อใหญ่อย่าง Nikkei รายงานว่า Honda, Yamaha, Kawasaki และ Suzuki ก็จะต้องยกเลิกการผลิตโมเดลที่ไม่ผ่านมาตรฐานไอเสียไปราว ๆ 10% จากที่มีจำหน่ายเกือบ ๆ 190 โมเดลเลยทีเดียว โดยทางค่ายปีกนกค่ายเดียวก็โดนไปมากถึง 10 โมเดลจากทั้งหมด 80 โมเดล ซึ่งในนั้นรวมไปถึงรถระดับตำนานอย่าง CB400 Super Four ด้วย ทางด้านของยามาฮ่านั้นเองก็น่าจะต้องตัด FJR1300 ทัวเรอร์รุ่นใหญ่ของทางค่ายออกไป ในขณะที่ฝั่งของทาง Suzuki ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่ได้ไปต่อด้วยกัน 5 รุ่น ซึ่งในนั้นรวมไปถึง GSX250R สปอร์ตไบค์ของทางค่ายด้วย อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะมีทางเลือกอย่างการนำรถโมเดลต่าง ๆ เหล่านี้ไปขายในประเทศอื่น ๆ ที่มีเรื่องไอเสียไม่เข้มงวดเท่าได้ก็จริงอยู่ แต่สุดท้ายแล้วภาคอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่าน ไปมุ่งใช้แหล่งพลังงานที่ยั่งยืนกว่า ดังนั้นมันจึงยากที่จะผลิตโมเดลเหล่านี้ต่อไปในระยะยาว นอกจากนี้หลาย ๆ ค่ายก็เริ่มมุ่งหน้าไปยังการทำรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้ากันแล้ว อย่าง Honda เองก็ตั้งใจจะทำให้ได้ภายในปี 2040 เป็นต้น หากไม่นับเรื่องไอเสียแล้ว อุตสาหกรรมยานยนต์ยังถูกปัจจัยอื่นเป็นตัวเร่งให้ต้องรีบเปลี่ยนผ่านเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ซัพพลายเชนที่ช้าลง ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบต่าง ๆ เป็นต้น การแก้ปัญหาเรื่องไอเสียที่หลาย ๆ ค่ายนิยมกันคือการใช้ตัวคาตาไลติกส์คอนเวอร์เตอร์เพื่อลดปริมาณไอเสีย แต่ทว่าโชคไม่ดีนักที่ราคาของวัตถุดิบของเจ้าตัวที่ว่านี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะหลัง ๆ ทำให้การพัฒนาและการผลิตยิ่งต้องประสบปัญหามากยิ่งขึ้น และหากเมื่อคำนึงว่า 4 ค่ายยักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบนี้ป้อนมอเตอร์ไซค์ไปทั่วโลกคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 40% แล้ว หากการยกเลิกโมเดลไปมากถึง 20 โมเดลภายในสิ้นปีนี้ ก็ย่อมจะต้องกระทบกับอุตสาหกรรมสองล้ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปเป็นรถไฟฟ้า หรือจะเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกอื่น ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 June 2022
Zapp i300

Zapp i300 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสุดเฉี่ยวจากอังกฤษ ล่าสุดแบรนด์สตาร์ทอัพสัญชาติอังกฤษเปิดตัว Zapp i300 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลใหม่แบบสดร้อน ๆ ในงาน Goodwood Festival of Speed และก็เป็นที่น่าจับตามองขึ้นมาทันทีด้วยสมรรถนะอันน่าจับตามองของมัน   เจ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคันนี้เป็นโมเดลที่มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับโมเดลอื่น ๆ ของทางค่ายก่อนหน้านี้ ทั้งยังมีมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะมากที่สุดอีกด้วย แต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องความสามารถในการใช้งานได้จริงและมีความสะดวกสบาย ตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยระบบสายพานที่ให้กำลังสูงสุดมากถึง 14 กิโลวัตต์หรือคิดเป็นแรงม้าได้มากถึง 20 แรงม้าเลยทีเดียว โดยมีแรงบิดลงล้อหลังมากถึง 587 นิวตันเมตร (ที่แคร้ง 85 นิวตันเมตร) อย่างไรก็ดีสามารถวิ่งได้ต่อเนื่องที่ 9.6 แรงม้า ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในเมือง พอ ๆ กับรถพิกัด 125 ซีซี แต่สามารถเร่งความเร็วได้ดีกว่ามาก โดยสามารถทำความเร็ว 0 – 96 กม./ชม.ภายใน 4.8 วินาทีเท่านั้น (ท็อปสปีดสูงสุดที่ 96 กม./ชม. ล็อกโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์) ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่นั้นมีขนาด 720 วัตต์ชั่วโมง 72 โวลต์ สามารถใช้งานได้ประมาณ 60 กม.ที่โหมด Eco (ให้กำลังสูงสุด 4 กิโลวัตต์, โหมด Power สูงสุดที่ 11 กิโลวัตต์ และโหมด Zapp ที่ 18 กิโลวัตต์) และสามารถจาก 20% ไป 80% ภายใน 30 นาทีเท่านั้น ที่สำคัญคือแบตเตอรี่นั้นสามารถถอดออกมาชาร์จภายนอกได้ ซึ่งทำให้สะดวกมากยิ่งขึ้น หรืออาจจะจ่ายเงินซื้อเพิ่มเพื่อขยายระยะการใช้งานก็ทำได้ อย่างไรก็ดีราคานั้นดูจะไม่ค่อยถูกใจชาวไทยเลยล่ะครับ โดยรุ่นที่ใช้วัสดุพื้นฐานที่สุดซึ่งจากทำวัสดุรีไซเคิล หรือเข้าใจง่าย ๆ ว่ารุ่นเริ่มต้นนั้นมีราคาถึง 6,300 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยก็เกือบ ๆ 240,000 บาทเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ได้คือความเร็วและดีไซน์ที่ถือว่าค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับหลาย ๆ แบรนด์ในตอนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

29 June 2022
CCM Classic Tracker

CCM Classic Tracker อยากสไลด์แบบเก๋า ๆ ต้องคันนี้ เปิดตัวโมเดลใหม่ล่าสุดอีกครั้งกับแบรนด์อังกฤษจากเมืองโบลตันกับ CCM Classic Tracker แฟล็ตแทร็กเกอร์ในสไตล์คลาสสิคที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร กล่าวคือแม้จะเป็นรถระดับกลาง ๆ แต่ก็จัดเต็มในลักษณะทุกรุ่นคือรถเรือธงในตัวมันเองนั่นเองครับ สำหรับโมเดลนี้จะมีพื้นฐานมาจากเจ้าสตรีทแทร็กเกอร์ที่มีอยู่แล้วของทางค่าย โดยมีการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันจำนวนมาก รูปลักษณ์มาในแบบคลาสสิค มีความดิบเถื่อนจากการโชว์เฟรมโลหะและเครื่องยนต์ให้เห็นชัดเจนไร้การปิดบัง แม้จะมีการครอบไฟหน้าและบังโคลนมาในรูปแบบของคาร์บอนไฟเบอร์ก็ตาม มีแฮนด์บาร์กว้างในสไตล์ของสแครมเบลอร์ เบาะนั่งตอนเดียวแบบเจาะรูพรุน และมีระบบไฟส่องสว่างเป็น LED แบบมัลติฟังก์ชันทั้งหมด ขุมพลังจะเป็นเครื่องสูบเดียวลูกโตระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 600 ซีซี เคลมแรงม้ามาเท่าไหร่ไม่ได้ระบุตรง ๆ แต่คำนวณจากอัตราส่วนแรงม้าที่ให้มาที่ 0.38 แรงม้าต่อกก. ได้ประมาณ 55.1 แรงม้า แต่มีแรงบิดเคลมมาที่ 58 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ซึ่งเมื่อเทียบกับตัวรถที่มีน้ำหนักเพียง 145 กก. นั้นบอกได้เลยว่าแรงเกินตัวเลยทีเดียว สำหรับถังน้ำมันนั้นจะจุอยู่ที่ 14 ลิตรก็น่าจะช่วยให้คุณสนุกได้ยาวนานพอสมควร ตัวรถมีช่วงล่างโดดเด่นด้วยยางสไตล์แฟล็ตแทร็กที่ใช้ขับขี่บนท้องถนนได้ พร้อมล้อขนาด 19 นิ้วแบบซี่ลวด ช่วยให้พร้อมจะเอาไปสไลด์ฝุ่นตามความต้องการได้ทันที ระบบเบรกจาก J. Juan ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวเช่นกันโดยมีขนาด 240 ม.ม. ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานบนท้องถนนได้ดี ส่วนระบบกันสะเทือนนั้นด้านหน้าเป็นโช้คหน้าหัวกลับจาก Marzocchi โช้คหลังเดี่ยวสปริงสีดำแบรนด์ไทย YSS นั่นเอง สุดท้ายจะมีด้วยกัน 2 แพ็กเกจให้เลือก คือ ตัวสแตนด์ดาร์ด ราคา 10,695 ปอนด์หรือราว ๆ 465,000 บาท และตัว Infinity ซึ่งจะมาในเฉดสีสุดเก๋าคือสีโครมกับล้อสีทอง ราคา 500,000 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

22 June 2022
Razgatlıoğlu

Razgatlıoğlu เผยพอใจที่ได้ลองขี่ YZR-M1 ที่ Aragon มาก ๆ  เมื่อเร็ว ๆ นี้แชมป์โลกคนล่าสุดจากฝั่ง Superbike World Championship อย่าง Toprak Razgatlıoğlu เผย ว่าพอใจกับผลที่ได้ทดลองขับขี่ Yamaha YZR-M1 ในการทดสอบ MotoGP Test แบบไพรเวตที่สนาม MotorLand Aragón ซึ่งอาจจะเป็นเค้าลางของการย้ายมาทำการแข่งเวทีใหญ่ขึ้นก็เป็นได้ หลังจากที่เขาได้ชัยชนะครั้งแรกในศึก WorldSBK ฤดูกาล 2022 ที่ Misano นักแข่งสัญชาติตุรกีก็ได้ทดลองเปลี่ยนรถจาก Yamaha R1 มาเป็น Yamaha YZR-M1 ทั้งหมดรวม ๆ 40 แล็ป ที่ Aragon ซึ่งเต็มไปด้วยโค้งไฮสปีดและโค้งยาก ๆ กับความยาว 5.078 กม. บวกกับทางตรงยาว ๆ ระหว่างโค้ง 15 และ 16 ช่วยให้เขาได้รับและสัมผัสประสบการณ์และสมรรถนะในทุก ๆ มุม ทุก ๆ ด้านของ เจ้า YZR-M1 ได้เป็นอย่างดี นักแข่งหนุ่มวัย 25 เริ่มต้นวันด้วยการลองขี่ไปก่อน 12 แล็ปเพิ่มสร้างความคุ้นเคยกับรถและยาง จากนั้นก็วิ่งเป็นรัน รันละไม่กี่แล็ป โดยมีทีมทดสอบของทาง Yamaha MotoGP มาช่วยปรับจูนรถให้เข้ากับฟีดแบ็กของทาง Toprak รวมไปถึงนำข้อมูลไปวิเคราะห์อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี Cal Crutchlow เทสต์ไรเดอร์ของ Yamaha MotoGP มาช่วยแนะนำเพิ่มความมั่นใจและความเร็วให้กับเขาอีกด้วย โดยนำเอาเวลาแล็ปในการแข่ง WorldSBK มาเปรียบเทียบ อย่างไรก็ดีโชคไม่ดีนักการทดสอบนั้นจบลงเร็วเกินไปเนื่องจากฝนถล่มลงมาอย่างหนักในช่วงบ่ายแก่ ๆ ซึ่งทำให้เขาไม่มีโอกาสที่จะฝึกซ้อมต่อ   “นี่เป็นครั้งแรกของผมกับ Yamaha YZR-M1 รถแข่ง MotoGP และผมรู้สึกว่ามันแตกต่างจาก R1 ของผมไปโดยสิ้นเชิงเลย มันมีแรงม้ามากกว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่แตกต่างออกไป ชุดเกียร์บ็อกซ์ที่ไร้รอยต่อ ซึ่งสำหรับผมแล้วถือว่ามันเป็นอะไรที่ใหม่ไปหมดเลย ทุก ๆ แล็ปที่ได้ขี่ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย เพราะหลังจากที่แข่ง WSBK มา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมาปรับตัวเพื่อให้ขี่รถแข่ง MotoGP โชคดีที่ผมมี Cal Crutchlow มาให้คำแนะนำและเขาก็ช่วยผมได้มากจริง ๆ รถมันดีมาก ๆ โดยเฉพาะทางตรงที่มันขี่ได้เร็วโคตร ๆ และมันน่าสนใจที่เราได้ลองเบรกคาร์บอน” “วันนี้อากาศร้อนมากจริง ๆ เราก็เลยต้องขี่กันรันละ 5 – 6 แล็ปหลังจากที่ลองขี่รอบแรก 12 แล็ปเพื่อให้ได้คุ้นเคยกับรถ ตอนที่ผมดูการแข่ง MotoGP ผ่านทีวีที่นี่ คุณจะเห็นได้ว่ามันมีบัมพ์อยู่บ้าง และวันนี้ผมก็ได้สัมผัสมันแล้ว มันไม่ได้แย่อะไรนัก แต่คุณต้องเปิดคันเร่งใส่มันเข้าไปเลย เพราะถ้าคุณผ่อนล่ะก็มันจะยิ่งทำให้รถมันออกอาการ โดยรวมแล้วผมคิดว่าการทดสอบครั้งนี้ดีมาก ๆ เลย ถึงแม้ว่ามันจะสั้นไปหน่อยจากการที่มีฝนตกลงมาในช่วงบ่าย ซึ่งทำให้ผมไม่ได้ขับขี่ทดสอบมากเท่าที่ผมต้องการ แต่ผมก็สนุกกับการขับขี่รถแข่ง MotoGP มากจริง ๆ ขอบคุณทางยามาฮ่ามาก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผมครับ” งานนี้ปีหน้าเราอาจจะได้เห็นเขาเปลี่ยนเวทีการแข่งขันไปสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้นอีกก็เป็นได้นะครับเนี่ย ก็ต้องมารอติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

22 June 2022
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Bangkok Star ศูนย์บริการรถบิ๊กไบค์ระดับ 5 ดาว

Bangkok Star ศูนย์บริการรถบิ๊กไบค์ระดับ 5 ดาว   ชี้เป้าพิกัดสำหรับสาวกบิ๊กไบค์ หากใครกำลังมองหารถบิ๊กไบค์สักคันในราคาที่ถูกใจพร้อมอะไหล่ตกแต่งมากมายไม่ว่าจะเป็นมือ 1-2 หรือจะนำรถของท่านเข้ามาบริการเซอร์วิสแล้วหล่ะก็ ในบทความนี้ทางทีมงาน SuperBike Thailand จะขอแนะนำกับศูนย์บริการเซอร์วิสและจำหน่ายรถบิ๊กไบค์ที่ครบครันมากสุดแห่งหนึ่งในย่านใจกลางเมืองกรุงเทพกับร้านที่มีชื่อว่า Bangkok Star  สำหรับใครที่ติดตามในวงการมอเตอร์ไซค์มานาน โดยเฉพาะทางฝั่งบิ๊กไบค์จากค่ายยุโรปหรือในสนามแข่งขันทางแดร็ก ก็คงคุ้นชื่อเจ้าของร้านแห่งนี้กันดีกับ พี่ลู่ (เยดลู่แบงค็อกสตาร์) ซึ่งพิกัดของร้านดังกล่าว ตั้งอยู่ติดกับถนนประดิษฐ์มนูธรรมถัดจากศูนย์การค้าเดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา แล้วทำไมต้องร้านนี้หล่ะ จะมีอะไรที่น่าสนใจกันเชียว โชว์รูมรถบิ๊กไบค์มากมาย แค่เดินผ่านหน้าร้านก็เห็นแล้วว่า มีจำนวนรถไบค์บิ๊กไบค์มากมาย จอดตั้งโชว์เรียงรายอยู่เต็มเลยทีเดียว ไม่ว่าจะค่ายยุโรปหรือค่ายเอเชียทั้ง BMW S1000RR, BMW M1000RR, BMW R1300GS, BMW HP4 Race, Kawasaki ZX-10R,Yamaha R1, Honda CBR1000RR-R หรือนับได้ว่ามีพร้อมจำหน่ายแทบจะทุกค่าย แม้กระทั่งโมเดลสุดจิ๋วจอมซนอย่าง Honda MonKey ลายพิเศษพร้อมของแต่งมีมาให้เลือกอีกด้วย ถ้าหากใครที่กำลังตัดสินใจมองหารถบิ๊กไบค์แจ่ม ๆ ซักคัน ลองเข้ามาปรึกษาขอคำแนะนำกันก่อนได้นะจ๊ะ อะไหล่แต่ง..มีให้เลือก ถัดจากโซนหน้าร้านมาชมด้านหลังกันบ้าง โชว์ให้เห็นกันเด่น ๆ กับอะไหล่แต่งมากมายทั้งมือ 1,2 ไม่ว่าจะเป็นล้อ ปั๊ม Brembo จานเบรก ท่อแต่งไทเทเนียม รวมถึงของแต่งอื่น ๆ อีกเพียบ สำหรับสายแต่งที่อยากได้อะไหล่งาม ๆ ต้องไม่พลาดนะ โซนหมวกกันน็อก นอกจากนี้ยังมีโซนหมวกกันน็อกพร้อมจำหน่ายจากแบรนด์ดังมากมาย ทั้งแบรนด์เอเชียและยุโรปมาให้ชมกันอีกด้วย ถือว่าเป็นโซนที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว เพราะมีหลายทุกรุ่นหลายสไตล์ จนกระทั่งอยากได้เป็นเจ้าของเลยทีเดียว โซนคาเฟ่ ถัดต่อมาเป็นโซนแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ ในฝั่งของคาเฟ่และเครื่องดื่มพร้อมรองรับแก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการทุกท่าน และยังเป็นโซนแห่งการพบปะของชาวสองล้ออีกด้วยนะ  โซนเซอร์วิส ส่องโซนขายของกันไปแล้วเรามาชมโซนบริการเซอร์วิสกันบ้าง ทางร้านยังให้บริการเซอร์วิสรถบิ๊กไบค์ทั้ง บริการล้างรถ ล้างสีและโมดิฟายของแต่งต่าง ๆ อ๊ะ..ลืมบอกไป ร้านแห่งนี้ยังเป็นดีลเลอร์เจ้าหลักของผลิตภัณฑ์ยางอิตาลีอย่าง Pirelli อีกด้วยนะ สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนยางก็สามารถเข้ามารับบริการกันได้เลย มียางซิ่งพร้อมขนาดไซส์ให้เลือกทุกรุ่น แถมมีส่วนลดราคาอีกด้วย นับได้ว่าครบครันกับการบริการเซอร์วิสรถของท่านให้ดูหล่อ ดูเท่ ดูซิ่งมากยิ่งขึ้น และการันตีได้เลยว่าทางร้านบริการได้อย่างประทับใจแน่นอน ถ้าหากไม่เชื่อแอดมิน ลองว้อคอินเข้าไปในร้านดูสิครับ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ทางเพจ คลิ๊กที่นี่  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

19 September 2024
2025 Suzuki GSX-8R เจนสองออกสีใหม่ ยังไม่เข้าไทยเหมือนเดิม

2025 Suzuki GSX-8R เพิ่มความหล่อด้วยสีใหม่ เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับ 2025 Suzuki GSX-8R ที่ยังคงคอนเซปต์เดิม นั่นคือการที่ให้รถจักรยานยนต์คันนี้สามารถขี่ใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน และแข่งขันในสนามได้ ซึ่งการเปิดตัวในโมเดลนี้จะมีเพียงสีใหม่ที่เปิดตัวเพิ่มเข้ามา คือสี เหลือง-ดำ Pearl Ignite Yellow เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับผลิตภัณฑ์ อีกทั้งในเจ้าโมเดลที่เปิดตัวใหม่ ก็มีจุดเด่นไฮไลท์ที่น่าสนใจ ดังนี้ สปอร์ตฟลูแฟริ่ง ออกแบบตามหลักพลศาสตร์ ทาง Suzuki ได้เปิดตัววางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ GSX-8R MY2025 โดยรูปแบบตัวรถมาในทรงของรถสปอร์ตฟลูแฟริ่งแบบเต็มพร้อมบังลม ซึ่งทุกรายละเอียดของการออกแบบจะมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพ และผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลม อีกทั้งยังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ รูปทรงเพรียวบางช่วยให้ลมไหลผ่านได้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดยขนาดตัวรถมีขนาดอยู่ที่ (กว้าง x ยาว x สูง) 770 x 2,115 x 1,135 มม. ความยาวของช่วงล้ออยู่ที่ 1,465 มม. ตัวรถมีระยะห่างจากพื้น 145 มม. และความสูงของเบาะนั่งอยู่ที่ 810 มม. ล้อรถแบบแม็กซ์มีขนาดด้านหน้า 17 x 3.5 นิ้ว และล้อหลังขนาด 17 x 5.5 นิ้ว พร้อมกับขนาดยางหน้าขนาด 120/70-ZR17 และขนาดยางหลังขนาด 180/55-ZR17 Dynamic ABS LINEAR STOPPING POWER ระบบเบรกคู่หน้แบบดิสก์เบรกคู่ 4 พอตปั้มเบรก Nissin ขนาด 310 มม. และระบบเบรกล้อหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว 1 พอต ขนาด 240 มม. ที่มาพร้อมกับระบบ ABS ช่วยให้เบรกได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น ERGONOMIC CHASSIS การควบคุมและความสะดวกสบายที่ไม่เหมือนใคร แชสซีที่ถูกออกแบบมาเพื่อความเสถียรในการขับขี่ทางตรงอันยอดเยี่ยม พร้อมทั้งยังคงการขับขี่ที่สปอร์ต ให้ผู้ขับขี่รู้สึกตื่นเต้น สนุกทุกครั้งที่ได้ร่วมทางกับคันนี้ โดยระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพหัวกลับ Showa SFF-BP ขนาดแกน 41 มม. มีระยะยุบตัว 130 มม. ระบบกันสะเทือนด้านหลังโช้คอัพเดี่ยว Showa Link-type มีระยะยุบตัว 130 มม. สามารถปรับตั้งค่าพรีโหลดได้ ที่สามารถปรับแต่งเพื่อความคล่องตัวและการควบคุมที่มั่นใจขณะขับขี่มากยิ่งขึ้น PARALLEL-TWIN ENGINE ทํางานได้อย่างราบรื่น เครื่องยนต์ 2สูบ มาในขนาด 776 ซีซี 4 จังหวะ ข้อเหวี่ยงแบบ 270° DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยเคลมกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 82.9 แรงม้าที่ 8,500 รอบและแรงบิดที่ 78 นิวตันเมตรที่ 6,800 รอบ และติดตั้งระบบ Cross Balancer เอกสิทธิ์เฉพาะของ Suzuki เพื่อการทำงานของเครื่องยนต์ที่ราบรื่นมากยิ่งขึ้น QUICK SHIFTER ให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นเรื่องง่าย The Suzuki Clutch Assist System (SCAS) ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ และการเบรกเครื่องยนต์เป็นไปอย่างนุ่มนวล ขณะที่ระบบ Quick Shift แบบสองทิศทางช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้ง่ายกว่าที่เคย SUZUKI INTELLIGENT RIDE SYSTEM GSX-8R ใช้ระบบ Suzuki Intelligent Ride System (SIRS) พร้อมตัวเลือกโหมดขับขี่ Suzuki 3 โหมด ได้แก่ โหมด A (แอคทีฟ) ซึ่งให้การตอบสนองของคันเร่งที่เฉียบคมที่สุด โหมด B และโหมด C ที่สามารถเลือกใช้การตอบสนองความนุ่มนวลของคันเร่งได้ตามระดับ และระบบควบคุมการยึดเกาะถนนขั้นสูง 4 โหมด พร้อมด้วยระบบ Easy Start สตาร์ทเครื่องง่าย ๆ ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว และ Low RPM Assist ระบบช่วยป้องกันรถดับเมื่อขับขี่ในรอบต่ำ สีสันที่วางจำหน่าย 2025 Suzuki GSX-8R 

18 September 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Z E-1 2024 - Kawasaki

Z E-1 2024 เน็กเก็ดไฟฟ้าจากค่ายเขียว จ่อขายที่อังกฤษเดือนหน้า Kawasaki Z E-1 2024 รถไฟฟ้าสไตล์เน็กเก็ดไบค์เปิดตัวพร้อมจ่อขายเดือนหน้าที่อังกฤษพร้อมกับแฝดคนละฝาที่เป็นสายสปอร์ตแต่แชร์อะไรหลาย ๆ อย่างร่วมกันอย่าง Ninja E-1 พร้อม ๆ กับตัวเลขต่าง ๆ รวมถึงเทคโนโลยีที่น่าสนใจและน่าใช้งานไม่น้อยเลยทีเดียว เรื่องของดีไซน์นั้นแทบจะไม่ต่าง Z125 ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์เครื่องสันดาปคันเดิมของทางค่ายเลยหากมองเผิน ๆ แต่หากสังเกตดี ๆ จะรับรู้ได้จากการที่มันไม่มีท่อไอเสีย และแอบใส่ฟังก์ชันอย่างช่องใส่ของขนาด 5 ลิตร (หนักสุดไม่เกิน 3 กก.) บริเวณที่เดิมทีจะเป็นถังน้ำมันด้านหน้า ขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบบรัชเลส 5 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 6.8 แรงม้า แต่ให้กำลังสูงสุดได้ที่ 9 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับแรงม้า 12 แรงม้า ประมาณรถขนาด 125 ซีซี  ขณะที่แรงบิดจะมากถึง 40.5 นิวตันเมตรที่ 0-1,600 รอบแบบเดียวกับเจ้านินจาไฟฟ้าเลย ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 30 แอมป์ชั่วโมง 2 ก้อนคู่ที่สามารถถอดออกและต่อกันแบบขนานได้ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ ซึ่งให้ความสะดวกและเหมาะกับการใช้งานกับมอเตอร์ไซค์ ทางค่ายเคลมระยะการใช้งานอยู่ที่ 72 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WMTC คลาส 1 ซึ่งหากใช้งานจริง ๆ ก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 62 กม.จากการคำนวณ และแบตเตอรี่แต่ละก้อนหนัก 11.5 กิโลกรัมและใช้เวลาชาร์จเต็ม 3 ชั่วโมง 42 นาที แต่ถ้าชาร์จจาก 20 – 85% จะใช้เวลาแค่เพียง 1 ชั่วโมง 36 นาทีเท่านั้น ฟัง ๆ ดูอาจจะคิดว่ารถน่าจะหนักแน่เลย แต่จริง ๆ แล้วรถเบาเพียง 135 กิโลกรัมเท่านั้น ตัวรถมีแชสซีเป็นเฟรมถัก ด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อและยางจะเป็น 100/80-17” และ 130/70-17” ตามลำดับ ต่อกันเรื่องเทคโนโลยีตัวรถจะมีหน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ มีโหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Road และ Eco โดยโหมด Road จะอยู่ที่ 85 กม./ชม. ขณะที่โหมด Eco จะอยู่ที่ 62 กม./ชม. หากเทียบแล้วจะน้อยกว่าฝั่งนินจาไฟฟ้าเล็กน้อย แต่เดี๋ยวก่อนยังมีฟังก์ชัน e-boost ที่จะช่วยความแรงโดยจะใช้ได้ประมาณ 15 วินาที เมื่อเปิดใช้จะสามารถเร่งได้แรงขึ้น รวมถึงท็อปสปีดมากขึ้นไปเป็น 99 กม./ชม.ในโหมด Road และ 72 กม./ชม. ในโหมด Eco ยังมีโหมด Walk ที่จะช่วยจอดรถได้ง่ายขึ้น หากเปิดใช้แล้วเปิดคันเร่งรถจะค่อย ๆ ขยับไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ ขณะที่ปิดคันเร่งก็จะถอยหลังได้ด้วย รวมไปถึงยังมีระบบรีเจ็นเนอเรทีฟที่เวลาผู้ขับขี่ปิดคันเร่ง พลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วลงจะชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ ช่วยเพิ่มระยะทางการใช้งานได้มากขึ้น ถือว่ามาได้ครบเครื่องทีเดียวครับ แต่เรื่องของราคานั้นยังไม่มีการระบุ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายจริง ๆ เดือนตุลาคมนี้ครับ แต่ก็บอกได้เลยว่าราคาน่าจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ninja E-1 2024

Ninja E-1 2024 รถไฟฟ้าจากค่ายเขียว จ่อขายที่อังกฤษแล้ว เรียกว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ก็ต้องเชื่อครับงานนี้บอกเลยว่างานเร็วงานไวจริง ๆ สำหรับค่ายญี่ปุ่นค่ายเขียว Kawasaki ที่เปิดตัว Ninja E-1 หรือเจ้านินจาไฟฟ้าพร้อมจ่อคิวขายที่อังกฤษเดือนหน้า เรื่องของดีไซน์นั้นแทบจะไม่ต่างจากนินจา สปอร์ตไบค์เครื่องสันดาปคันเดิมของทางค่ายเลยหากมองเผิน ๆ แต่หากสังเกตดี ๆ จะรับรู้ได้จากการที่มันไม่มีท่อไอเสีย ขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบบรัชเลส 5 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 6.8 แรงม้า แต่ให้กำลังสูงสุดได้ที่ 9 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับแรงม้า 12 แรงม้า ประมาณรถขนาด 125 ซีซี  ขณะที่แรงบิดจะมากถึง 40.5 นิวตันเมตรที่ 0-1,600 รอบ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 30 แอมป์ชั่วโมง 2 ก้อนคู่ที่สามารถถอดออกและต่อกันแบบขนานได้ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ ซึ่งให้ความสะดวกและเหมาะกับการใช้งานกับมอเตอร์ไซค์ ทางค่ายเคลมระยะการใช้งานอยู่ที่ 72 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WMTC คลาส 1 ซึ่งหากใช้งานจริง ๆ ก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 62 กม.จากการคำนวณ และแบตเตอรี่แต่ละก้อนหนัก 11.5 กิโลกรัมและใช้เวลาชาร์จเต็ม 3 ชั่วโมง 42 นาที แต่ถ้าชาร์จจาก 20 – 85% จะใช้เวลาแค่เพียง 1 ชั่วโมง 36 นาทีเท่านั้น ฟัง ๆ ดูอาจจะคิดว่ารถน่าจะหนักแน่เลย แต่จริง ๆ แล้วรถเบาเพียง 140 กิโลกรัมเท่านั้น ตัวรถมีแชสซีเป็นเฟรมถัก ด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อและยางจะเป็น 100/80-17” และ 130/70-17” ตามลำดับ ต่อกันเรื่องเทคโนโลยีตัวรถจะมีหน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ มีโหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Road และ Eco โดยโหมด Road จะอยู่ที่ 88 กม./ชม. ขณะที่โหมด Eco จะอยู่ที่ 64 กม./ชม.แต่เดี๋ยวก่อนยังฟังก์ชัน e-boost ที่จะช่วยความแรงโดยจะใช้ได้ประมาณ 15 วินาที เมื่อเปิดใช้จะสามารถเร่งได้แรงขึ้น รวมถึงท็อปสปีดมากขึ้นไปเป็น 99 กม./ชม.ในโหมด Road และ 72 กม./ชม. ในโหมด Eco ยังมีโหมด Walk ที่จะช่วยจอดรถได้ง่ายขึ้น หากเปิดใช้แล้วเปิดคันเร่งรถจะค่อย ๆ ขยับไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ ขณะที่ปิดคันเร่งก็จะถอยหลังได้ด้วย รวมไปถึงยังมีระบบรีเจ็นเนอเรทีฟที่เวลาผู้ขับขี่ปิดคันเร่ง พลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วลงจะชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ ช่วยเพิ่มระยะทางการใช้งานได้มากขึ้น   ถือว่ามาได้ครบเครื่องทีเดียวครับ สำหรับ Ninja E-1 2024 แต่เรื่องของราคานั้นยังไม่มีการระบุ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายจริง ๆ เดือนตุลาคมนี้ครับ แต่ก็บอกได้เลยว่าราคาน่าจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

 Roof Boxxer 2 หล่อ เท่ ไม่เหมือนใคร

 Roof Boxxer 2 หล่อ เท่ ไม่เหมือนใคร มีข่าวดีสำหรับชาวไบค์เกอร์อีกครั้ง เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปี ของ Roof Helmet แบรนด์หมวกกันน็อกสุดเอกลักษณ์จากสัญชาติฝรั่งเศส มาพร้อมกับการเปิดตัวหมวกกันน็อกรุ่นใหม่แบบเปิดคางได้อย่าง Roof Boxxer 2 เอาใจเหล่าไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบในความแหวกแนวและมีสไตล์เอกที่เป็นลักษณ์เฉพาะ  สำหรับหมวกรุ่น Boxxer 2 นั้น เป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นจาก Boxxer รุ่นแรก และยังถูกออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์ ผสมผสานระหว่างความเป็นเรโทรและโมเดิร์นเข้าด้วยกัน รวมถึงการเสริมด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบัน และให้ได้ตรงตามมาตรฐาน ECE R22.06  โดยชิ้นส่วนประกอบที่เป็นไฟเบอร์กลาส มีน้ำหนักเบา แข็งแรงและทนทานต่อการใช้งาน และมีระบบ FleXLocker ใหม่ ซึ่งจะล็อกแถบคางให้อยู่ในตำแหน่งเปิด โดยตัวหมวกมีน้ำหนักเพียง 1.6 กก. เท่านั้น และที่น่าสนใจก็คือ หมวกรุ่นนี้ผ่านมาตรฐาน ECE 22.06 โดยมีน้ำหนักเบาเหมือนรุ่นก่อน ๆ อีกด้วย  สำหรับภายในหมวก มีผ้าซับในที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ที่ถอดออกได้และล้างทำความสะอาดได้ รวมถึงฟองน้ำด้านในออกแบบมาให้สวมใส่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยฝาครอบพร้อมนวมปรับความหนาได้ และยังมีแผ่นรองแก้มให้เลือกจากแบรนด์อีกด้วย ฝาปิดมีชิลด์หน้าป้องกันรอยขีดข่วนแบบใสพร้อมแผ่นกันฝ้า แถมยังรองรับการติดตั้งหูฟังบลูทูธเพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานของผู้ขับขี่อีกด้วยครับ สีดำ สีเทา สีแดง โดยหมวก Boxxer 2 เปิดจำหน่ายถึง 3 สี ได้แก่ สีดำ สีเทาและสีแดง รวมถึงตัวเลือกลายกราฟิกต่างๆ  โดยเปิดราคาอยู่ที่ 536 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว ๆ 1.9 หมื่นบาท โดยสามารถติดต่อสั่งจองผ่านทางเว็บไซด์ https://www.roof.fr/en/content/10-products Roof Helmet หรือผ่านทางเพจเฟสบุ๊ก ROOF International Officiel หากมีหมวกรุ่นไหนที่น่าสนใจอีกหล่ะก็ จะรีบมาอัปเดตให้ทราบกันอีกครั้ง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!