SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
Marc Márquez สลักชื่อแชมป์คนแรกในศึก ThaiGP

Marc Márquez นัดบิดไฟแรงสังกัดทีม Repsol Honda คว้าแชมป์คนแรกในศึก ThaiGP ไปได้สำเร็จ หลังจากขับเคี่ยวกันอย่างเมามันส์กับ Dovizioso จนโค้งสุดท้าย เก็บแชมป์ MotoGP สนามที่ 15 ไปได้สำเร็จ โดยในช่วงแรกนั้นมีการสลับตำแหน่งกันอยู่หลายครั้ง โดยมีจังหวะพลาดอยู่หลายครั้ง ทำให้ Valentino Rossi และ Andrea Dovizioso แซงขึ้นไป แต่นักบิดเลือดสเปนก็ยังคงรักษาตำแหน่งอันดับที่สามไว้อย่างเหนียวแน่น ทางด้าน Dani Pedrosa พลาดล้มไปในการแข่งขันรอบที่ 18 ทำให้ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย ส่วน Maverick Viñales และ Valentino Rossi จบการแข่งขันในอันดับที่ 3 และ 4 ตามลำดับ ติดตามข่าวผ่าน Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้

7 October 2018
“Mick Doohan” ชมสนามช้างฯ มาตรฐานดีเยี่ยม ยก “Marc Márquez” ลุ้นแชมป์คนแรก ThaiGP

Mick Doohan ตำนานนักบิดแชมป์โลก โมโตจีพี 5 สมัย ปรากฏตัวพูดคุยกับสื่อมวลชนระหว่างเยี่ยมชมการแข่งขัน โมโตจีพี ครั้งแรกในเมืองไทย ชมสนามแข่งขันได้มาตรฐานไม่แพ้สนามที่ยุโรป ขณะเดียวกันยังเชื่อมั่นว่า มาร์ค มาร์เกซ นักบิดรุ่นน้องของ เรปโซล ฮอนด้า มีลุ้นสลักชื่อเป็นแชมป์คนแรกของสนามแห่งนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 มิค ดูฮาน ตำนานนักบิดชาวออสเตรเลีย เจ้าของแชมป์โลก โมโตจีพี 5 สมัย เดินทางมายัง เอ.พี.ฮอนด้า พาวิลเลียน เพื่อพบปะกับสื่อมวลชนหลังเดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อร่วมชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ณ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยมี มร.โยอิจิ มิซึทานิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด คุณอารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด และคุณสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ให้การต้อนรับ โดยงานนี้ ตำนานแห่งวงการจักรยานยนต์ที่ขับขี่ให้กับ ฮอนด้า ในรายการระดับโลกมาตั้งแต่ปี 1989-1999 เปิดใจถึงการเดินทางมาเยี่ยมชมการแข่งขัน โมโตจีพี ครั้งแรกในเมืองไทย โดยกล่าวว่าจากที่ตนเองได้เดินชมรอบสนามและบริเวณการจัดการภายนอก พบว่าสนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต มีมาตรฐานที่ดีไม่แพ้รายการที่ยุโรป ตำนานนักบิดวัย 53 ปี เผยว่า “จากประสบการณ์ที่ลงแข่งขันระดับอาชีพ และคลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานานกว่า 20 ปี เดินทางไปสัมผัสสนามมาหลายประเทศ สนามช้างฯ ถึงจะจัดการแข่งขันเป็นครั้งแรกแต่ก็ถือว่ามีมาตรฐานที่ดี แม้ตัวโครงสร้างหลายๆส่วนจะถูกสร้างขึ้นมาแบบชั่วคราวแต่ปีต่อไปอาจพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมได้ ส่วนตัวสนาม ผมดูจากเวลาของนักแข่งแต่ละคนในวันแรก พบว่านักบิดกลุ่มแถวหน้าทำเวลาในระดับใกล้เคียงกัน ถือเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าสนามนี้มีมาตรฐานที่ดี และน่าจะทำให้การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ สนุกตื่นเต้นทีเดียว” ส่วนการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคมนี้ มิค ดูฮาน เผยยากที่จะฟันธงว่าใครจะเป็นแชมป์เพราะมีหลายทีมที่ทำผลงานได้ดี แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่า มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 4 สมัย รุ่นน้องสังกัด เรปโซล ฮอนด้า มีลุ้นเป็นผู้ชนะ “หลายทีมทำผลงานได้ดีมากในวันซ้อม แต่จากที่ผมสังเกตเห็น มาร์ค มาร์เกซ มักสร้างเซอร์ไพรส์ให้ผู้ชมได้เสมอในวันชิงชนะเลิศ เป็นคนที่ไม่สามารถตัดชื่อออกจากการลุ้นแชมป์นัดชิงชนะเลิศได้ ดังนั้นขอให้รอดูกัน” โดยงานแถลงข่าวในครั้งนี้ Mick Doohan ยังได้แจกลายเซ็นให้แก่แฟนๆผู้ที่เข้าร่วมงาน พร้อมทั้งถ่ายภาพร่วมกันในบรรยากาศที่เป็นกันเองอีกด้วย

6 October 2018

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Pirelli จัดสูตรยางแข่ง Moto2/3 ประเดิมสนามแรกใน ThaiGP 2025

Pirelli จัดสูตรยางแข่ง Moto2/3 ประเดิมสนามแรกใน ThaiGP 2025 เข้าสู่การแข่งขันโมโตจีพีฤดูกาล 2025 สนามแรกในประเทศไทย ผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 อย่างยาง Pirelli ก็พร้อมจัดสรรยางสำหรับแข่งขันทั้งสองรุ่น โดยใช้รหัสสเปคเดิมที่เคยแข่งขันไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคมในปีที่ผ่านมา นับเป็นฤดูกาลที่สองแล้วสำหรับการเป็นซัพพลายเออร์หลักในการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 พร้อมผลการทำสถิติใหม่มานับไม่ถ้วน โดยสนามแข่งขันในประเทศไทย นักแข่งขันแต่ละทีมจะได้รับการซัพพอร์ตยางคอมปาวด์เดียวกันเหมือนที่ใช้แข่งในฤดูกาล 2024 โดยรุ่น Moto2 จะได้รับยางซอร์ฟ SC1 ยางมีเดียม SC2 ด้านหน้า และยางซอร์ฟ SC0 ยางมิเดียม SC1 ด้านหลัง ส่วนรุ่น Moto3 จะได้รับยางหน้าสเปคเดียวกันกับรุ่นพี่ก็คือ หน้ายางซอร์ฟ SC1 ยางมิเดียม SC2 ส่วนยางหลังเป็นยางซอร์ฟ SC1 ยางมิเดียม SC2 เช่นเดียวกัน และสิ่งที่น่าสนใจในปีนี้ก็คือ ล้อหน้าตัวใหม่ขนาดขอบ 3.5 นิ้ว ที่นักแข่งพึ่งใช้ซ้อมไปเมื่อสนามเฆเรซ ประเทศสเปนที่ผ่านมา โดยจะถูกนำมาใช้แข่งขันในรุ่น Moto2 รวมถึงการกำหนดแรงดันลมยางขั้นต่ำในรุ่น Moto3 ซึ่งจะต้องไม่ต่ำกว่า 1.5 บาร์ หรือ 22 Psi นอกจากนี้สภาพอากาศสนามแข่งในบ้านเราอย่างที่รู้กัน ไม่ร้อนก็ฝน หนาวนิดเดียว แต่ส่วนใหญ่..ร้อน และด้วยสภาพอากาศที่มีช้อยให้เลือกเพียงร้อนนิดเดียวกับร้อนมาก จึงเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ยางยึดเกาะได้เร็วยิ่งขึ้น ประกอบสนามช้างฯ ที่จ.บุรีรัมย์บ้านเรา ถือว่าไม่ยากหากเทียบกับสนามทั้งหมด แต่ก็ยังมีความท้าทายสำหรับนักแข่งในหลายจุด ทั้งโค้ง 4 ไฮด์สปีดและโค้ง 12 ที่ต้องใช้เบรกหนักสุด และต้องการกริปมากที่สุดและอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักแข่งชิงความได้เปรียบในการแข่งขันครั้งนี้ “หลังจากการทดสอบที่ปอร์ติเมาและเฆเรซ ซึ่งผลลัพธ์ออกมาดีมากสำหรับยางพีเรลลี ในฐานะที่เป็นซัพพลายเออร์หลักเพียงรายเดียวของ Moto2 และ Moto3 เราจะลงแข่งขันใน GP ครั้งแรกนี้ด้วยสเปคยางคอมปาวด์เดียวกันกับที่ใช้สนามนี้เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากยางชุดสเปคดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การใช้ยางแบบเดียวกัน จะช่วยให้นักแข่งสามารถต่อยอดจากข้อมูลเดิมที่เคยทดสอบไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอย่างไรก็ตาม ความแตกต่างก็คือช่วงเวลาที่ต่างกัน ซึ่งอุณหภูมิแตกต่างอย่างแน่นอน แต่พอมีข้อมูลสำหรับการแข่งขัน Asia Talent Cup เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักแข่งได้เลือกใช้ยาง SC2 ทั้งหน้า-หลัง ซึ่งข้อมูลนี้อาจทำให้เกิดความได้เปรียบโดยเฉพาะนักแข่งที่กำลังขึ้นมาแข่งในรุ่น Moto3 จะสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการของเราในการมอบความต่อเนื่องให้กับนักแข่งผ่านยางตลอดเส้นทางการเติบโตในอาชีพของพวกเขา แม้ว่าเราจะทำลายสถิติในฤดูกาลที่แล้ว แต่เป้าหมายของเราสำหรับปีนี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน เราต้องการทำผลงานให้ดีขึ้นและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเราต่อไป” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Gigi Dall’Igna ผิดหวังเป้กโก้ เหตุฟอร์มไม่เป็นไปตามที่หวัง

Gigi Dall’Igna ผิดหวังเป้กโก้ เหตุฟอร์มไม่เป็นไปตามที่หวัง Gigi Dall’Igna นายใหญ่หัวเรือของทีม Ducati ออกมาเผยประเมินฟอร์มการขับขี่ของสามนักแข่งที่โดดเด่นมากที่สุดในชั่วโมงนี้อย่าง ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า, อเล็กซ์ มาร์เกซ และนักแข่งเจ้าของหมายเลข 93 อย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ สองพี่น้องตระกูลมาร์เกซ อย่าง ‘อเล็กซ์ และมาร์ก’ ทำผลงานอย่างโดดเด่นแม้จะผ่านการแข่งขันไปเพียง 5 สนามในฤดูกาล 2025 แต่อีกฟากนึงกับนักแข่งสัญชาติอิตาลีอย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ที่ดูเหมือนว่าการแข่งขันในฤดูกาลนี้จะยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ออกมาดีเท่าที่ควร แม้จะการันตีด้วยการที่ได้ยืนโพเดียม (เกือบทุกสนาม พลาดในสนามที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำได้ที่สุดเพียงแค่จบอันดับ 4 เท่านั้น) และยืนอยู่ในอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนแชมป์โลกสะสมได้ 120 คะแนน ก็ตามที “เป็กโก้ทำผลงานได้ต่ำกว่าคาด เนื่องจากเขาเคยทำให้เราคุ้นเคยกับฟอร์มที่แข็งแกร่งในวันอาทิตย์ มากกว่าวันเสาร์” ดัลลิญญากล่าว “แต่สิ่งที่น่าผิดหวังคือ แม้เขาจะแสดงความมุ่งมั่นและดุดันอย่างยอดเยี่ยมในรอบแรกของการแข่งขัน แต่ในจังหวะเพซเรซ เขากลับขาดความเฉียบคมที่เราทุกคนคาดหวังไว้ รวมถึงไม่มีช่วงฟอร์มพีคที่จำเป็นในการกลับมาท้าทายตำแหน่งแชมป์ แต่อย่างไรก็ตาม มองในแง่ของคะแนนสะสม เขาได้อันดับสามซึ่งเป็นแต้มที่มีค่า แต่ความจริงก็คือเราจำเป็นต้องพัฒนาต่อไปอย่างเร่งด่วน” โดยปัจจุบันจ่าฝูงในอันดับตารางคะแนนตอนนี้ได้แก่ อเล็กซ์ มาร์เกซ ด้วยคะแนนสะสม 140 คะแนนนำหน้าพี่ชายของเจ้าตัวอย่างมาร์ก มาร์เกซ เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ทางด้านของนักแข่งสัญชาติอิตาลีหมายเลข 63 ที่เปิดฤดูกาล 2025 ด้วยฟอร์มที่ยังไม่ค่อยร้อนแรงนัก ปัจจุบันตามหลังจ่าฝูงอยู่ 20 คะแนนก่อนการแข่งขันที่สนาม Le Mans ในช่วงระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
สรุปดราม่า JAECOO OMODA สร้างกระแสฟีเวอร์ หรือสะท้อนปัญหาส่งมอบ

เจาะลึกความเชื่อมั่น JAECOO & OMODA หลังให้ลูกค้ารับรถเองที่ท่าเรือแหลมฉบัง สะท้อนปัญหาโลจิสติกส์ มาตรฐาน PDI และความไม่พร้อมของศูนย์บริการ

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Streetfighter V2 2022

Streetfighter V2 2022 ปรับสีใหม่ หล่อเข้ม เต็มขั้น เน็กเก็ดไบค์พิกัดกลาง เอ่อ กลางค่อนไปทางใหญ่ล่ะกันครับ (ยุคนี้ดันซีซีกันเหลือเกิน) จากค่ายแดง Ducati มีสีสันให้เลือกเพิ่มแล้ว หลังจากล่าสุดได้ทำการเผยโฉม Streetfighter V2 2022 ที่มาใหม่ในสีสันใหม่ เขียว Storm Green ที่บอกได้เลยว่าหล่อเข้มเต็มขั้นจริง ๆ สำหรับสีสันสุดหล่อนี้ทางฝ่ายออกแบบของทางค่ายหรือ Centro Stile Ducati เป็นผู้เลือกมา โดยให้เหตุผลว่ามันช่วยขับเน้นเส้นสายที่คมและคลีนของเจ้าสตรีทไฟเตอร์คันนี้ได้เป็นอย่างดี และยิ่งทำให้มันดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยจะมาในเฉดสีเขียวเข้มแบบด้านพร้อมกับชิ้นส่วนกลไกลอื่น ๆ ในสีโครเมียมและทำผิวสัมผัสให้เป็นเม็ดเกรนเล็ก ๆ ละเอียด เพิ่มความเปรียบต่างให้กับชิ้นส่วนต่าง ๆ ของตัวรถ กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวจริง ๆ สำหรับท่านที่ยังไม่รู้จักกับเจ้าคันนี้ดีมากนัก ก็จะขอบอกโดยสั้น ๆ ว่าส่วนอื่น ๆ ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ยังคงใช้ขุมพลัง 2 สูบวีขนาด 955 ซีซี รองรับ Euro5 สามารถรีดกำลังได้สูงสุดที่ 153 แรงม้าที่ 10,750 รอบ และทอร์คสูงสุดที่ 104.4 นิวตันเมตรที่ 9,000 รอบ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกันกับสปอร์ตไบค์พิกัดเดียวกันอย่าง Panigale นั่นเอง มีเพียงแต่อัตราทดเกียร์ที่แตกต่างกัน โดยจะมีสเตอร์หลังที่ฟันน้อยกว่าคือ 43 ฟัน ซึ่งเป็นการปรับให้ตอบโจทย์กับการขับขี่บนท้องถนนมากยิ่งขึ้น สำหรับช่วงล่างนั้นก็จะมีโช้คหน้า Showa BPF แบบหัวกลับขนาด 43 ม.ม. ขณะที่ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวจาก Sachs ซึ่งปรับแต่งได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 320 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก Brembo M4.32 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 245 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ ปิดท้ายด้วยล้อ 5 ก้าน ขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Rosso IV ขนาด 120/70 ZR17 และ 180/60 ZR17 ตามลำดับ ส่วนระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นก็มีมาให้ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นตัวประมวลผลแรงเฉื่อยหรือ IMU ระบบเบรก Cornering ABS ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก โหมดการขับขี่ 3 โหมด (Sport, Road และ Wet) ปิดท้ายด้วยหน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว ก็เรียกได้ว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว และยิ่งมีเฉดสีใหม่ที่ฉีกไปจากสีแดง สีขาว และสีดำแบบพิมพ์นิยมของทางค่ายแดงแล้วด้วย ยิ่งเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ งานนี้ดูคาทิสต้าต้องมีเสียเงินเพิ่มหรือไม่ก็ต้องมีคนกรอกใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

14 June 2022
Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซ

Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซ ที่ Misano หลังเลือกใช้ Pirelli SCX สูตรพัฒนาใหม่ นับเป็นการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของ Pirelli ซึ่งก่อนจะเริ่มการแข่งขันในรอบ รอบ Pirelli Emilia-Romagna หรือการแข่งขันที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี ก็ได้มีการตระเตรียมยางใหม่เพิ่มอีก 2 สูตรใหม่ ซึ่งเป็นสูตรกำลังพัฒนานั่นเอง โดยยางหลัง 2 สูตรใหม่ ได้แก่ SCX (B0452) และ SCX (B0453) ต่างจาก SCX ธรรมดาในเรื่องของคอมปาวด์และโครงสร้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้ายางสองสูตรใหม่นี้มีคอมปาวด์เดียวกัน (แต่ต่างจากตัวมาตรฐานนะ) แต่ทั้งสองมีโครงสร้างต่างกัน และยางสูตรกำลังพัฒนาที่เป็นสูตรใหม่นี้ก็มีส่วนช่วยให้ Alvaro Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซที่สนามแห่งนี้ เริ่มด้วยการทำลายสถิติ นับตั้งแต่ปี 2009 Ducati ไม่เคยได้ตำแหน่งโพลที่สนามแห่งนี้เลย แต่ทว่าปีนี้ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กลายเป็นคนที่ทำลายคำสาปนี้ลงพร้อมกับทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’33.328 นาที คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 5 ในชีวิตการเป็นนักแข่งของเขา โดยยางที่เขาเลือกใช้นั้นเป็นยาง SC1 สูตรกำลังพัฒนาที่ยางหน้า และยาง SCQ ยางเอ็กซ์ตราซอฟต์ในยางหลัง คว้าชัยในเรซแรก นักแข่งชาวสเปนผู้นี้ยังชนะเรซแรกด้วยการเลือกยางที่แตกต่างไปจากนักแข่งส่วนใหญ่ เลือกยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่รหัส B0453 แทน เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Michael Rinaldi ขณะที่นักแข่งส่วนใหญ่รวมไปถึง Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea เลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรกำลังพัฒนา B0452 และนั่นก็ช่วยให้เขาคว้าชัยเหนือคู่แข่งที่เป็นทั้งแชมป์โลกคนปัจจุบันและแชมป์โลก 6 สมัย รั้งอันดับ 2 รอบซูเปอร์โพลเรซ สำหรับในรอบซูเปอร์โพลเรซ Bautista ยังคงเลือกใช้ SC1 สูตรกำลังพัฒนาในยางหน้าส่วนยางหลังก็ยังคงใช้ SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาเหมือนกับตอนเรซแรก และสามารถเข้าเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกอย่าง Toprak เก็บชัยเพิ่มในเรซที่ 2 ปิดท้ายสุดสัปดาห์ที่น่าจดจำสำหรับ Bautista และ Ducati เขาเลือกใช้ยาง SC1 สูตรกำลังพัฒนาในยางหน้าและยังมั่นใจใช้ยาง SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาในยางหลัง และนั่นทำให้เขาสามารถคว้าชัยและหยุดความคาดหวังของ Razgatlioglu ที่หวังจะได้ชัยชนะในเรซนี้ไป ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของเพื่อนร่วมทีมชาวสเปนของเขา Michael Ruben Rinaldi จากการแข่งขัน WorldSBK สนามนี้เผยให้เห็นว่ายาง SCX B0453 สูตรกำลังพัฒนาที่เป็นสูตรใหม่นั้นตอบโจทย์การแข่งขันในสนามนี้ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงยางสูตรนุ่มพิเศษสำหรับรีดเวลาก็ยังคงตอบโจทย์และสามารถทำลายสถิติเวลาได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย นับได้ว่า Pirelli ทำการบ้านออกมาได้ดีสมกับเป็นผู้ซัพพอร์ตยางเพียงรายเดียวให้กับการแข่งขันรายการนี้ และแน่นอนว่าในอนาคตคุณเองก็อาจจะได้ลองใช้ยางที่ใช้ในสนามแข่งระดับโลกเหล่านี้ด้วยก็เป็นได้ Bautista คว้าชัยแบบดับเบิ้ลเรซ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

14 June 2022
Toprak คว้าชัยแรกของปี

Toprak คว้าชัยแรกของปี ทว่า Bautista ซิวเพิ่มอีก 2 ที่ Misano ในศึก WSBK  จบกันไปแล้วกับศึกรถโปรดักชันสุดมัน WorldSBK 2022 ที่สนาม Misano ประเทศอิตาลี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แน่นอนว่าบทความนี้เราก็จะไปสรุปผลการแข่งขันในแต่ละช่วงแต่ละรุ่นกันเช่นเคยครับ ไปลุยกันเลย   สรุปรอบซูเปอร์โพล  WorldSBK  ในรอบควอลิฟายหรือซูเปอร์โพล Ducati ไม่เคยได้ตำแหน่งโพลที่สนาม Misano เลยสักครั้งนับตั้งแต่ปี 2009 แต่ในปีนี้ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กลายเป็นคนที่ทำลายคำสาปนี้ลงพร้อมกับทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’33.328 นาที คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 5 ในชีวิตการเป็นนักแข่งของเขา ออกสตาร์ทเป็นคนแรกในเรซแรกของสนามนี้  นักแข่งชาวสเปนนั้นในทางตรงนั้นเร็วมากจริง ๆ แต่ทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เองก็ไม่ได้เอาแต่ดูเฉย ๆ กดเวลาจนสามารถออกสตาร์ทที่ตำแหน่งกริดที่ 2 และ 3 ได้ตามลำดับ โดยทั้งสามคนต่างก็เลือกใช้ยางหลัง SCQ ขณะที่ทางด้าน Bautista เลือกใช้ยางหน้า SC1 สูตรกำลังพัฒนาช่วยรีดเวลาจนถึงที่สุด  WorldSSP ส่วนทางด้านการแข่งขันรุ่น WorldSSP นักแข่งชาวสวิส Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) คว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 3 ติดต่อกันแล้ว และถือเป็นครั้งที่ 7 ในการแข่งขันพิกัดนี้ และยังทำลายสถิติสนามที่ถูกสร้างไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้วด้วยเวลา 1’37.173 นาที ถัดจากเขาลงมาเป็นนักแข่งอิตาลี 4 คนรวด ได้แก่ Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team), Lorenzo Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team), Federico Caricasulo (Althea Racing) และ Yari Montella (Kawasaki Puccetti Racing)  WorldSSP300 หลังจากกดเวลาดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรอบซ้อมอิสระช่วงที่ 2 ของวันศุกร์ นักบิดหนุ่มจากทัสคานี Matteo Vannucci ที่ควบรถแข่ง Yamaha YZF-R3 ภายใต้สังกัด AG Motorsport Italia Yamaha ทำลายสถิติอีกคน กลายเป็นนักแข่งชาวอิตาลีคนแรกในคลาสนนี้ที่สามารถคว้าตำแหน่งโพลในแทร็กบ้านเกิด ส่วนอันดับถัดลงมาเป็นของนักแข่งคาวาซากิสองคนที่ได้ออกสตาร์ทแถวหน้านั่นคือ Victor Steeman (MTM Kawasaki) และ Iñigo Iglesias (SMW Racing)  สรุปการแข่งขันใน RACE 1  WorldSBK Race 1 (อุณหภูมิแทร็ก 53°C / อุณหภูมิอากาศ 26° C)  เป็นสุดสัปดาห์ที่น่าจดจำสำหรับ Álvaro Bautista และดูคาติ หลังจากที่ทำลายสถิติเวลาสนามพร้อมทั้งคว้าตำแหน่งโพลมาได้ นักแข่งชาวสเปนผู้นี้ยังชนะเรซแรกด้วยการเลือกยางที่แตกต่างไปจากนักแข่งส่วนใหญ่ ขณะที่นักแข่งส่วนใหญ่รวมไปถึง Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea เลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรกำลังพัฒนา B0452 แต่เขากลับเลือกยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่รหัส B0453 แทน เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Michael Rinaldi ยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่บนพื้นฐาน SCX ทั้งสองสูตรนั้นมีคอมปาวด์เดียวกันแต่ต่างกันที่โครงสร้าง ขณะที่ยางหน้านั้นก็เลือกต่างกัน โดย Bautista และ Rea ใช้ SC1 สูตรกำลังพัฒนา ขณะที่ Razgatlioglu และ Rinaldi เลือกใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน โดยรวมแล้วนักแข่ง 17 คนจาก 25 คนเลือกใช้ยาง

13 June 2022
Ninja 400 2023

Ninja 400 2023 เผยโฉมสีสันใหม่แล้วในยุโรป ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา คาวาซากิ ยุโรปก็ได้ทำการเผยโฉมเจ้า Kawasaki Ninja 400 2023 อย่างเป็นทางการ ซึ่งทางฝั่งยุโรปนิยมโมเดลนี้ในฐานะเป็นรถที่สามารถใช้กับใบขับขี่ A2 ของทางยุโรปได้ และแน่นอนว่าสำหรับโมเดลนี้ก็ผ่านมาตรฐาน Euro5 เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปนอกไปเสียจากลวดลายสีสันกราฟิกภายนอก โดยขุมพลังก็ยังคงเดิม ยังคงเป็นเครื่องยนต์เดิมที่เป็นเครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 399 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมแรงม้ามาที่ 45 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และ 37 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ เช่นเดิม ช่วงล่างยังคงเป็นโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกขนาด 41 ม.ม. ขณะที่ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวที่สามารถปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวแบบกึ่งลอยตัวขนาด 310 ม.ม. ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 220 ม.ม. โดยใช้คาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบเท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อเป็นล้อขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มาถึงจุดที่เปลี่ยนไปของโมเดลใหม่ปี 23 นี้ก็คือสีสันและลายกราฟิกนั่นเองครับ สำหรับโมเดลใหม่นี้จะมีด้วยกัน 2 เฉดสีคือ สีเขียวตัดด้วยดำ (Lime Green/ Ebony) หรือสี KRT Edition พูดง่าย ๆ คือสีทีมแข่ง WorldSBK นั่นเอง และอีกเฉดสีก็คือสีเทาคาร์บอนเมทัลลิกตัดด้วยสีเทาคาร์บอนเมทัลลิกแบบด้าน (Metallic Carbon Gray / Metallic Matte Carbon Gray) ส่วนที่ไทยก็น่าจะรอสีสันนี้เข้ามาจำหน่ายได้ในช่วงปลายปีครับ ใครที่สนใจก็ติดตามข่าวคราวจากเราให้ดีครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

13 June 2022
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2024 BigScooter เทียบสเปค คันไหนคือที่สุด?

2024 BigScooter เทียบสเปค คันไหนคือที่สุด? หลังจากที่มีข่าวลือหลุดออกมากันอย่างหนาหูว่า Honda Forza 750 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ระดับเรือธงจากค่ายปีกนกกำลังจะนำมาถูกวางขายในประเทศไทยในปีนี้ ด้วยสเปค และราคาที่น่าสนใจ ศึก 2024 BigScooter ถ้าเข้าไทยมาจะต้องชนกับใครบ้าง ?   ตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กสกู๊ตเตอร์ขนาด 750 ซีซี ที่วางขายในประเทศไทยก็มีตัวเลือกให้ผู้ขับขี่ได้เลือกสรรอยู่หลากหลายแบรนด์ อาทิ Honda X-ADV 750 ที่เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนร่วมห้อง หรือจะเป็นทาง TMAX 560 เพื่อนซี้ห้องข้าง ๆ หรือจะจากค่ายใบพัดอย่าง BMW C650 GT ถึงแม้มือหนึ่งจะไม่มีผลิตออกมาแล้ว แต่ก็ยังมีในส่วนของรถมือสองให้ได้ขับขี่กัน หรือจะเป็น Suzuki Burgman 650 ที่มีศักยภาพไม่น้อยหน้า และ Italjet Dragster 700 น้องใหม่ในตลาดนี้ โดยในแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นที่น่าสนใจ 2024 BigScooter หากต้องเลือกสักคัน เอาคันไหนดี? สำหรับรายละเอียดของรถจักรยานยนต์ทั้ง 6 รุ่น สามารถเข้าไปอ่านได้ที่บทความเดิมก่อนหน้านี้ ซึ่งในบทความนี้จะเปรียบเทียบข้อมูลทางเทคนิคสำคัญที่ควรทราบเท่านั้น เรามาชมตารางเทียบสเปค Honda Forza 750 vs Yamaha TMAX 560 vs Honda X-ADV 750 vs BMW C650 GT vs Suzuki Burgman 650 vs Italjet Dragster 700 แต่ละรุ่นจะมีอะไรโดดเด่นบ้าง  2024 BigScooter  Honda Forza 750 Yamaha TMAX 560 Honda X-ADV 750 BMW C650 GT Suzuki Burgman 650 Italjet Dragster 700 เครื่องยนต์ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ 2 สูบระบายความร้อนด้วยน้ำ  ปริมาตรกระบอกสูบ 745 ซีซี 562 ซีซี 745 ซีซี 647 ซีซี  638 ซีซี   692 ซีซี แรงม้า 57.8 แรงม้าที่ 6,750 รอบ/นาที 47 แรงม้าที่ 7,500 รอบ/นาที 57.8 แรงม้า ที่ 6750 รอบ/นาที 60 แรงม้า ที่ 7,750 รอบ/นาที 54 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที 68 แรงม้าที่ 8,500 รอบ/นาที  แรงบิด 69 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ 55.7 นิวตันเมตร ที่ 5,250 รอบ 69 นิวตันเมตร ที่ 4,750 รอบ 63 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบ 61.78 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบ  70 นิวตันเมตร ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ SOHC 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ  DOHC 4

9 September 2024
พาชม 5 ถนนสายพระรอง ที่เหล่าไบค์เกอร์ควรไปเช็คอินสักครั้ง

พาชม 5 ถนนสายพระรอง ที่เหล่าไบค์เกอร์ควรไปเช็คอินสักครั้ง มอเตอร์ไซค์ ถนน และความเร็ว สามอย่างนี้เปรียบเป็นสามสิ่งที่อยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน มีไบค์เกอร์จำนวนไม่น้อยไม่ที่ชื่นชอบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกทริปทางไกล เดินทางไปต่างจังหวัด พร้อมกับการชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม หรืออาจจะเป็นไบค์เกอร์ขาลุย ผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย พร้อมลุยกับเส้นทางที่มีความยากลำบาก ฝ่าฟันอุปสรรคนานาชนิด และแน่นอนว่าเขาค้อหรือภูทับเบิกอาจจะเป็นตัวเลือกในใจต้น ๆ ของเหล่าไบค์เกอร์มากมาย หรือโค้งหมายเลข 3 ที่จังหวัดน่าน  แต่ในคอลัมนี้ทางทีมงาน SuperBike Thailand จะขอขอแนะนำกับ พาชม 5 ถนนสายพระรอง ที่เหล่าไบค์เกอร์ควรไปเช็คอินสักครั้ง จะมีถนนเส้นไหนบ้าง ? สะพานเอกชัย จังหวัดพัทลุง  ถนนเส้นแรกขอเริ่มจากจังหวัดทางภาคใต้อย่างจังหวัด พัทลุง กับ สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หรืออีกชื่อเรียกคือ สะพานเอกชัย โดยสะพานแห่งนี้มีความระยะยาวกว่า 5.5 กิโลเมตร และเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ที่ข้ามทะเลสาบเชื่อมการเดินทางระหว่างอำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ไปยังอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา โดยทั้งสองข้างทางเป็นความธรรมชาติทั้งสองข้างทาง และยังสามารถมองวิวที่สวยงามได้ไกลจนสุดลูกหูลูกตา เหมาะกับไรเดอร์ที่อยากจะขี่รถชมวิว แบบไม่ต้องผวงเรื่องการเทโค้ง พิกัด : สะพานเอกชัย  (กดเพื่อดูเส้นทาง) ถนนเขาพลายดำ จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงอยู่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยเส้นทางนี้อยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ทางที่มีชื่อว่าถนนเลียบชายทะเลสิชล-ขนอม หรือถนนเขาพลายดำ ซึ่งระยะทางทั้งหมดของเส้นทางนี้มีระยะทางยาวกว่า 8 กิโลเมตร เป็นถนนเลียบหาด คดโค้งไปมา สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียว แต่ก็มีเรื่องต้องระวังสำหรับถนนเส้นนี้คือสัตว์ป่า เพราะบริเวณนี้เป็นถนนสายอนุรักษ์ทำให้ตลอดเส้นทาง อาจมีสัตว์ป่าหลุดออกมากลางถนนได้ จึงแนะนำว่าสิงห์นักบิดไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่ากำหนด  พิกัด : Viewpoint on Khanom-Sichon Road (กดเพื่อดูเส้นทาง) โค้งเลข 9 ภูเก้าง้อม จังหวัดเลย กระโดดจากภาคใต้มาทางภาคอีสานของประเทศไทยกับจังหวัดเลย กับเส้นทางที่มีชื่อว่า โค้งหมายเลข 9 ภูเก้าง้อม ถนนหมายเลข 2113 เส้นด่านซ้าย-นาแห้ว เป็นเส้นทางที่ลัดเลาะตามภูเขาที่เต็มไปด้วยทางคดเคี้ยวมากมาย น่าจะถูกใจไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบการเข้าโค้ง ที่ไม่ใช่แค่ทางตรงยาว ๆ เพียงอย่างเดียวถ้ามาในช่วงปลายฝน-ต้นหนาวก็จะมีทะเลหมอกในตอนเช้าตรู่ แต่สิ่งสำคัญด้วยความที่เป็นถนนโค้งหักศอกในทางลงเขาจึงมีความอันตรายมาก และไม่มีที่กั้นในสองข้างทาง พิกัด : Phu Kao Ngom (กดเพื่อดูเส้นทาง) ทางหลวง 1148 (ท่าวังผา-เชียงคำ) ขยับจากภาคอีสานมาที่ภาคเหนือของประเทศไทย กับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 (ท่าวังผา-เชียงคำ) เป็นทางหลวงแผ่นดินระหว่าง อำเภอวังผา จังหวัดน่าน ที่เชื่อมต่อกับ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ถนนเส้นนี้มีระยะทาง 113 กิโลเมตร เริ่มต้นจากสามแยกท่าวังผาจุดตัดแผ่นดินหมายเลข 101 อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน สิ้นสุดเส้นทางที่สามแยกเชียงคำ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยตลอดเส้นทางมีความคดเคี้ยว และทางสูงชันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเส้นทางนี้น่าจะถูกใจนักบิดขาลุยไม่น้อย พิกัด : Hwy 1148  (กดเพื่อดูเส้นทาง) โค้ง 7 พับ จังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งเส้นทางจากภาคเหนือที่น่าจะท้าทายกับเหล่าไบค์เกอร์ไม่มากก็น้อย กับเส้นทางโค้ง 7 พับจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับโค้ง 7 พับนี้เป็นเส้นทางจากหางดงไปสู่ม่อนแจ่ม ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่เรียกได้ว่า น้อยแต่ยาก ที่ต้องเรียกแบบนี้เพราะเส้นทางนี้มีจำนวนโค้งที่น้อย และแต่ละโค้งนั้นก็มีลักษณะเป็นโค้งหักศอกมีความอันตรายอยู่พอสมควร (ขอขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ At Samoeng (ที่นี่ สะเมิง) คลิ๊กที่นี่) พิกัด: 7พับ แม่ขนิล เชียงใหม่ (กดเพื่อดูเส้นทาง) ถนนที่สวยงามก็สามารถช่วยเพิ่มอารมณ์ในการขับขี่ให้มีความสุขมากยิ่งขึ้นได้ ถึงอย่างไรก็ควรคำนึงถึงความปลอดภัย และก่อนออกเดินทางทุกครั้งควรเช็ครถจักรยานยนต์คู่ใจให้พร้อมก่อนการเดินทาง เพื่อให้ท่องเที่ยวได้อย่างสนุกแบบไม่สะดุด เอ็นจอยส์ ! สำหรับใครที่อ่านแล้ว แล้วอยากแนะนำถนนสวย ๆ ในประเทศไทย ก็สามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วมกันได้ มาแชร์กันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

6 September 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Neander 1400 มอ’ไซค์ ดีเซลเทอร์โบ !?

Neander 1400 มอ’ไซค์ ดีเซลเทอร์โบ !? หากพูดถึง มอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์ดีเซลขึ้นมาละก็ คงจะนึกกันไม่ออกใช่ไหมครับ ว่ามันจะเป็นรถประเภทไหน มีหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะปัจจุบันรถ 2 ล้อที่เราใช้ ส่วนใหญ่แทบจะ 100% ล้วนใช้น้ำมันเบนซินทั้งสิ้น  ครั้งนี้ SuperBike Thailand ก็ขอหยิบจับโมเดลที่เหล่าไบค์เกอร์ทั่วโลกให้การยอมรับและขนานนามว่าเป็น “King of Diesel Motorcycle” อย่าง Neander 1400 ครูเซอร์พิกัด 1,400 ซีซี จากประเทศเยอรมัน และความพิเศษนอกจากรูปลักษณ์ตัวรถที่มาในสไตล์ครูเซอร์จิ๊กโก๋ ๆ แล้ว ไฮไลท์ก็อยู่ที่ขุมกำลังดีเซลเทอร์โบนี่แหล่ะครับ นับว่าเป็นรุ่นเก๋าแต่พละกำลังไม่น้อยเลยทีเดียว  และด้วยตัวเครื่องยนต์ดีเซลที่มีน้ำหนักค่อนข้างพอตัว จึงมาพร้อมกับโครงสร้างที่แข็งแรง มีส่วนประกอบของเหล็กและอลูมิเนียมเพื่อรองรับน้ำหนักตัวรถ รวมถึงการออกแบบที่ดูโดดเด่นในสไตล์รถครูเซอร์ ด้วยไฟหน้าทรงกลม ถังน้ำมันทรงวงรีขนาดใหญ่ปาดเว้าสวยงามแถมช่องอากาศด้านข้าง แฮนด์ยกสูงดีไซน์แบบเฉพาะตัว เบาะออกแบบเว้าระดับ พักเท้าตำแหน่งด้านหน้า เพื่อรองรับท่านั่งขับขี่ให้ดูสมูทขึ้น นอกจากนี้ยังมีในส่วนอื่น ๆ เช่น ซับเฟรมอลูมิเนียมปาดโค้งสวยงาม เรือนไมล์อนาล็อกมาคู่กับจอดิจิทัล และอาร์มหลังที่ใช้เฟรมถักเป็นตัวยึด ทำงานร่วมกับโช้คช่วยซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี รวมถึงท่อไอเสียชุบโครเมียมออกแบบปลายท่อแบบคู่ ดูสง่าและลงตัวสมกับเป็นโมเดลครูเซอร์ชั้นดี สำหรับขุมพลังของเจ้า Neander 1400 ครูเซอร์ไซส์ใหญ่มาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยเครื่องยนต์ Parallel-twin 2 สูบ ขนาด 1,430 ซีซี ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ มาพร้อมกระบอกสูบขนาด 108 x 78.2 มม. เสริมด้วยระบบเกียร์แบบ 6 สปีด ขับเคลื่อนด้วยสายพาน และปรับอัตราทดเหมือนกับโมเดลสายสปอร์ตอย่าง Aprilia RSV1000R รวมถึงให้กำลังอัดที่ 16:1 โดยให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 113.5 แรงม้าที่ 4,200 รอบ มาพร้อมแรงบิดสูงสุด  214 นิวตันเมตรที่ 2,600 รอบ รวมถึงฝาสูบเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับรถที่ BMW ใช้ในในการแข่งขัน Formula 2 ปี 1960 และเทอร์โบชาร์จเจอร์ ผลิตจาก Garrett ผู้ผลิตเทอร์โบชื่อดังในแถบอเมริกา แถมมากับความประหยัดด้วยอัตราการบริโภคน้ำมันที่ 22.7 กิโลเมตร ต่อ 1 ลิตร ต่อด้วยระบบช่วงล่างด้วยโช้คหน้าแบบหัวกลับขนาด 43 มม.จาก Pai oli โช้คเดี่ยว Ohlins ด้านหลัง พร้อมซับแทงค์ กับระบบเบรกด้วยดิสก์เบรกหน้าคู่ และดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหลังขนาดเท่ากันที่ 300 มม. พร้อมปั๊มเบรก 4 ลูกสูบ ต่อด้วยล้ออลูมิเนียมหน้า-หลัง 18 นิ้ว และยางขนาด 130/60 และ 240/40 ตามลำดับ ทั้งรูปลักษณ์ เครื่องยนต์ และช่วงล่างมา มาพร้อมกับมิติที่มีขนาดยาว โดยมีความสูงเบาะที่ 648 มม. ระยะฐานล้อ 1,740 มม. รวม ๆ แล้วน้ำหนักตัวรถ 270 กก. ถือว่าเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย แต่สามารถทำท็อปสปีดได้มากกว่า 240 กม/ชม. ซึ่งเป็นพละกำลังที่ค่อนข้างเหลือเชื่อ สำหรับครูเซอร์เครื่องดีเซลเทอร์โบรุ่นนี้อีกด้วย สำหรับราคาค่าตัวของเจ้า Neander 1,400 อยู่ที่ 85,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว ๆ 3 ล้านกว่าบาท นับว่าแพงหููฉี่กันเลยทีเดียว แต่อย่างว่าหล่ะครับ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ต้องใช้ต้นทุนวัสดุในการผลิตค่อนข้างสูงอยู่แล้ว แล้วยิ่งเป็นระดับตำนานถึง King of Diesel Motorcycle มีไว้ประดับสักคัน ก็จะดีไม่น้อยเลยทีเดียว (แอดก็อยากได้เหมือนกัน)  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เก็บ 2 ชัย

Toprak เก็บ 2 ชัย ที่ฝรั่งเศส คว้าแต้มสำคัญเพื่อต่อสิทธิ์ลุ้นแชมป์ การแข่งขัน WorldSBK 2023 สนามที่ 9 ที่ Nevers Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศสจบไปแล้ว โดย Toprak เก็บ 2 ชัย ในเรซแรกและในรอบซูเปอร์โพลเรซ ทำให้สามารถลดระยะห่างคะแนนกับแชมป์คนปัจจุบันอย่าง Alvaro Bautista เหลือเพียง 57 คะแนนแล้ว ที่สนามนี้เขาพลาดโพเดี้ยมในเรซแรกไป แต่ยังกลับมาคว้าชัยในเรซที่ 2 ได้อย่างไม่น่าเชื่อ Race 1 การแข่งขันในเรซแรกนั้นดีเลย์ออกไปเล็กน้อยและถูกปรับลดแล็ปให้เหลือเพียง 20 แล็ปจากปัญหาทางเทคนิค นักแข่งส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะออกสตาร์ทด้วยยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐานและยางหลัง SCX สูตรมาตรฐาน ซึ่งในแถวหน้านั้นมีเพียงนักแข่งจาก Yamaha อย่าง Gardner และ Baldassarri และจาก Honda อย่าง Lecuona และ Soomer ที่เลือกยางหน้า SC0 ยังมี Michael Ruben Rinaldi and Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) ที่เลือกยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 ในยางหลัง การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นโดยที่ Bautista อยู่หัวแถวได้ไม่นาน แล้วหลังจากนั้นกลายเป็นการดวลกันระหว่าง Rinaldi กับ Razgatlioğlu กระทั่งในแล็ปที่ 15 เป็นฝั่งหนุ่มตุรกีที่สามารถขึ้นนำได้และรักษาตำแหน่งไว้ได้จนจบการแข่งขัน โดยที่ Rinaldi และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ Superpole Race   นักแข่งทุกคนเลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรนุ่มพิเศษสูตรกำลังพัฒนาอย่าง SCQ C0004 มาใช้เป็นยางหลังเหมือนกับตอนที่ควอลิฟายก่อนที่จะแข่งเรซแรก ส่วนยางหน้าส่วนใหญ่ก็จะเลือกที่จะใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน มีเพียง Lecuona, Soomer, Ray และ Konig ที่ใช้ยางหน้าเป็น SC0 การแข่งในรอบนี้เกิดเหตุขึ้นในแล็ปที่ 5 เนื่องจาก Álvaro Bautista และ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) กระทบกันเองจนฝ่ายหลังออกจากการแข่งไป ผลประโยชน์เลยไปตกกับ Toprak ที่ขึ้นนำเดี่ยวจนจบเข้าเส้น และมี Bautista และ Rea เข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ Race 2 การแข่งขันในเรซนี้ นักแข่งยังคงไว้ใจเลือกยางหลัง SCX เช่นเดิม ส่วนยางหน้าก็ SC1 สูตรมาตรฐานก็เป็นหลักเช่นเรซแรก เริ่มไปได้ 5 แล็ปก็มีธงแดงสะบัดขึ้นเนื่องจากอุบัติเหตุที่โค้ง 5 โดยมีผู้ประสบเหตุ 2 คน คือ Dominique Aegerter (Yamaha) และ Scott Redding (BMW) และเมื่อการแข่งเริ่มต้นใหม่อีกครั้งการแข่งขันก็เหลือเพียง 17 แล็ปเท่านั้น และ Lecuona (Honda) ก็หันไปเปลี่ยนยางหน้ามาใช้ SC1 แทน ส่วน Bautista ออกตัวได้เร็วและแรง จนจบการแข่งขันด้วยการคว้าชัย ส่วนโพเดียมที่เหลือเป็นการแย่งกันระหว่าง Razgatlioğlu และ Rea โดยผลที่ออกมาคือ Razgatlioğlu เข้าเส้นได้ก่อน Toprak เก็บ 2 ชัย ที่ฝรั่งเศส ทำให้ยังมีรักษาระยะห่างของแต้มตารางคะแนนรวมกับแชมป์โลกไว้ได้ สนามหน้าสนามที่ 10 จะไปต่อกันที่สนาม Aragon ประเทศสเปนในช่วงวันที่ 22 – 24 กันยายนนี้ ติดตามชมตามเชียร์นักแข่งคนโปรดกันต่อได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

Marc Marquez ย้ายซบ Gresini ในฤดูกาล 2024

Marc Marquez ย้ายซบ Gresini ในฤดูกาล 2024 หลังจากที่ขี่ล้มแล้วล้มเล่า ทำเอาเอฟซีใจหายเป็นว่าเล่น สำหรับ “เด็กระเบิด” ดีกรีแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง Marc Marquez ถึงคราวต้องเจอวิกฤตหนัก เมื่อต้องเผชิญต่อสู้กับคู่แข่งและรถแข่งจากค่ายยุโรปที่กำลังมาแรงในวินาทีนี้  โดยล่าสุดได้ยินแว่ว ๆ จากวงในมาว่า Marc Marquez ย้ายซบ Gresini ไปขี่รถดูคาติ กับร่วมน้องชายในสายเลือดอย่าง Alex Marquez ในฤดูกาลหน้า ถือว่าเป็นข่าวช็อคของวงการแข่งขัน 2 ล้อ ที่ผู้คนให้ความสนใจกันไม่น้อยเลยทีเดียว  ทางด้านสำนักข่าว Speedweek รายงานว่า “ด้านเจ้าตัวได้ตัดสินใจแล้ว เขาจะออกจากบ้านเก่าหลังจากที่อยู่มาอย่างยาวนานถึง 11 ปี และจะร่วมปลูกปั้นทีม Gresini ร่วมกับน้องชายของเขาในฤดูกาลหน้า นั่นหมายความว่าจะไม่มีการทดสอบรถต้นแบบ Honda  RC213V รุ่นปี 2024 เพราะมาร์เกซเองก็สูญเสียโมเมนตัมดี ๆ กับทีม Honda มานานแล้ว” Carlo Merlini ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารการตลาด Gresini Team เผยว่า ทางทีมมีความยินดี หาก Marc Marquez และ Joan Mir จะเข้ามาร่วมขับขี่รถดูคาติให้ทีม และแน่นอนว่าทางทีมก็อยากจะคว้าตัวนักแข่งไว้ เพราะทั้งคู่เป็นถึงแชมป์โลก เป็นใครจะไม่เอาหล่ะ ?  อย่างไรก็ตาม ทาง Ducati ยังยืนคำเดิมว่า การเซ็นต์สัญญากับเจ้าเด็กระเบิดนั้น ยังไม่สอดคล้องกับแนวคิดของทางค่ายซักเท่าไหร่  เพราะทางค่ายมุ่งเน้นไปที่การปั้นดาวรุ่งสายเลือดใหม่ ไฟแรงเสียมากกว่า  นอกจากนี้รายงานยังเผยอีกว่า นักบิดที่ มาร์ก มาร์เกซจะเข้ามาเสียบตำแหน่งแทน นั่นก็คือ Fabio di Giannantonio คู่หูดูโอ้ของ Alex ที่กำลังจะหมดสัญญาภายในปีนี้ และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะย้ายไปอยู่ทีมไหนในปีหน้า แต่แล้วก็ถูกดับฝัน เมื่อเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ เมื่อช่วงซ้อมที่สนาม Misano Curcuit ที่ผ่านมาว่า “ผมยังมีสัญญากับทีมฮอนด้าในฤดูกาลหน้า” แถมยังจุดกระแสข่าวด้วยการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมิเดียว่า “Thing is happening” ซึ่งเป็นวลีที่สโมรฟุตบอลทีมบาร์เซโลน่า ใช้กันสำหรับการวางแผนย้ายทีมครั้งใหญ่ จนทำให้เกิดข่าวลือนั่นเอง  แฟน ๆ คงหายห่วง กันไปซักพักนะครับ หากทางค่ายหันมาใส่ใจ ปรับปรุงพัฒนารถแข่งให้มีประสิทธิภาพ สามารถขับขี่เทียบเท่ากับรถจากทางฝั่งยุโรปได้ละก็ อาจได้เห็นเด็กระเบิดหมายเลข 93 ครองแชมป์ 9 สมัย ก็เป็นได้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!