SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
Lorenzo ยังไม่สามารถกลับมาฟิตได้เต็มร้อย ชวดไปอีก 2 สนาม

Jorge Lorenzo นักบิดชาวสเปนของทาง Repsol Honda ที่ได้รับการบาดเจ็บจากการล้มกระแทกอย่างรุนแรงและกระดูกร้าวในรอบการซ้อมที่ Assen นั้นได้ทำให้เค้าพลาดในการเข้าร่วมการแข่งขันไปถึงสองสนามคือ Dutch GP และ German GP และล่าสุดนั้นทางเราก็ได้รายงานว่าเขาจะกลับมาทันในการแข่งขัน CzechGP ที่สนาม Brno ทว่าล่าสุดได้มีรายงานจากทาง HRC (Honda Racing Corporation) ว่า Lorenzo นั้นยังไม่สามารถกลับมาฟิตได้เต็มร้อยและจะพลาดการแข่งขันอีกสองรายการคือ CzechGP และ AustrianGP นั้นเอง ซึ่งรวมๆ แล้ว Lorenzo จะพลาดการแข่งขันทั้งหมดถึง 4 สนามและจะกลับมาพร้อมแข่งขันอีกครั้งในศึก BritishGP ช่วงปลายเดือนหน้า อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติม คลิกทีนี้

26 July 2019
Marquez บอก Quartararo ยังไม่รู้จักความกดดันที่แท้จริง

Fabio Quartararo นั้นถือได้ว่าเป็น Rookie หน้าใหม่ไฟแรงที่มาแรงไม่น้อยเลยทีเดียวในตอนนี้ ด้วยวัยเพียง 20 ปี นักบิดชาวฝรั่งเศสจากทีม Petronas Yamaha SRT คนนี้ก็สามารถเก็บคะแนนและยืนบนโพเดียมได้อย่างสง่างามและเต็มภาคภูมิ Marc Marquez เด็กระเบิดที่ได้สร้างผลงานเอาไว้มากมายตั้งแต่ปี 2013 ที่ล่าสุดนั้นก็สามารถครองแชมป์โลกในฤดูกาลแรกของ MotoGP ไว้ได้ก็ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ Quartararo ว่า “Quartararo นั้นเป็น Rookie ในรายการ MotoGP ซึ่งการที่เขาเป็นเพียงแค่ Rookie นั้นก็ทำให้ความคาดหวังมีไม่มากเช่นกัน เช่นเดียวกับสมัยที่ตัว Marquez เองยังเป็น Rookie อยู่ซึ่งเมื่อไม่มีความกดดันจากความคาดหวังมากนักก็ทำให้สามารถสร้างผลงานออกมาได้ดีเกินกว่าที่คิดเอาไว้เพราะการที่ไม่ถูกกดดันจากทีมและสื่อนั้นมีส่วนช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นอย่างไรก็ตามนั้น Quartaro จะได้เจอกับบททดสอบครั้งสำคัญในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

20 July 2019

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Motogp 2027 คอนเฟิร์มแล้ว Pirelli เหมาหมด!

Motogp 2027 คอนเฟิร์มแล้ว Pirelli เหมาหมด! Pirelli เหมาหมด!! หลังปิดดีลลับหลังบ้านบุรีรัมย์ พร้อมเซ็นสัญญาการเป็นซัพพลายเออร์หรือผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันรุ่น Motogp 2027 เป็นที่เรียบร้อย โดยจะเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป นับว่าเป็นปฐมบทของประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนจุดสูงสุดของเส้นทางการแข่งขัน จากแรกเริ่มของการเป็นผู้สนับสนุนยางในรายการเวิร์ล ซูเปอร์ไบค์ (WSBK) ขยับก้าวเข้าสู่รายการ Moto2 และ Moto3 ในปี 2024 จนกระทั่งล่าสุด ยาง Pirelli สามารถสร้างผลงานให้กับนักแข่งมากมายและทำลายสถิติในทุกสนาม และพร้อมที่จะปูเส้นทางใหม่บนการแข่งขันสูงสุดระดับโลก  โดยพีเรลลีจะเข้ามาเป็นซัพพลายเออร์รายหลักและเพียงรายเดียวในรุ่น MotoGP ตั้งแต่ปี 2027 จนถึงปี 2031 (รวมระยะสัญญา 5 ปี) ยังรวมไปถึงรุ่น MotoE ซึ่งเป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลกสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า กับการซัพพอร์ตยางแข่งขันให้กับนักแข่งรวมถึงการวิจัย พัฒนาโซลูชันใหม่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการ การรีดสมรรถนะในการแข่งขันได้อย่างสูงสุด  อย่างไรก็ตาม Michelin จะยังคงเป็นซัพพลายเออร์แต่เพียงผู้เดียวของ MotoGP และ MotoE จนกว่าสิ้นสุดกฎระเบียบทางเทคนิคปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายฤดูกาล 2026 และนี่ก็คือประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนับจากนี้ กับความสำเร็จสูงสุดของยางระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในวงการมอเตอร์สปอร์ตมากแล้วมากมายทั้งรถ 4 ล้ออย่าง Formula1,World Rally Championship,SRO GT, Ferrari Challenge, Trans AM, SVRA, GT CELEBRATION และ PORSCHE CLUB และรายการสองล้ออย่าง WSBK, Bennetts BSB, ASBK, Moto2, Moto3 และ MotoGP หรือนี่..อาจเป็นยุคทองของ Pirelli ก็อาจจะใช่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ซาร์โก้ เลือกแล้ว ? ตั้งเป้าเพื่อทีมรอง ไม่ขอทีมโรงงาน

ซาร์โก้ เลือกแล้ว? ตั้งเป้าเพื่อทีมรอง ไม่ขอทีมโรงงาน โยฮันน์ ซาร์โก้ นักบิดจอมเก๋าของทีม Castrol LCR Honda ทีมแซทเทิลไลท์จากค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Honda ซึ่งก่อนหน้านี้ทางนักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้คาดหวังว่าในช่วงปี 2026 ตัวเขานั้นจะได้รับโอกาสในการโปรโมตขึ้นสู่ทีมโรงงาน HRC แต่สุดท้ายแล้วก็มีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจที่จะอยู่กับทีมปัจจุบัน  โดยผลงานสุดร้อนแรงของเจ้าตัวคือการทะย้านคว้าโพเดียมในการแข่งขันที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสนามโฮมเรซของเจ้าตัว และต่อเนื่องผลงานแจ่มด้วยการขึ้นโพเดียมอีกครั้งในการแข่งขันที่สนามซิลเวอร์สโตน ซึ่งผลการแข่งขันล่าสุดทั้งสองครั้งของเจ้าตัวเหมือนเป็นการชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของนักแข่งที่อายุมากที่สุดในการแข่งขัน MotoGP และยังบ่งบอกถึงศักยภาพของการพัฒนาเจ้า RC213V อีกด้วย ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ หลังการแข่งขันที่สนาม Le Mans นักบิดเจ้าของหมายเลข 5 รายนี้ก็คาดหวังว่าการสร้างผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้จะช่วยให้เขาได้รับโอกาสในการเลื่อนขึ้นสู่ทีมโรงงานของฮอนด้าในปี 2026 ที่ว่าเจ้าตัวทำไมถึงมีโอกาสในการก้าวขึ้นสู่ทีมโรงงานนั้น ก็เพราะนักแข่งทีมโรงงานคนปัจจุบันอย่างลูก้า มารินี่ กำลังจะหมดสัญญาหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ แต่แล้วความคิดของเจ้าตัวก็เปลี่ยนไป เพราะจากบทสัมภาษณ์ล่าสุดที่เขาให้กับสื่อ Sky Italia หลังจากการแข่งขันที่สนามซิลเวอร์สโตน ซาร์โก้ยอมรับว่าอยากที่จะอยู่ที่เดิมต่อไปมากกว่า  “ความสัมพันธ์ของผมกับ Honda และเซ็กคิเนลโล่ดีมากเลยครับ” “แม้จะอยู่ในทีมของลูซิโอ เราก็ยังสามารถได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม และกลายเป็นเหมือนรถโรงงานคันที่สามได้ นั่นคือสถานการณ์ในอุดมคติ เรากำลังคิดกันอยู่ว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปยังไง และเป็นเบอร์หนึ่งตัวจริงของ Honda ให้ได้” ในปัจจุบันสถานการณ์ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลก ซาร์โก้ อยู่ในอันดับ 5 ของตารางคะแนน ซึ่งถ้าโยฮันน์ ซาร์โก้เลือกอยู่กับทีมกับ LCR ต่อไป นั่นอาจเปิดทางให้ฆอร์เก้ มาร์ติน ย้ายมาสู่ทีมโรงงาน Honda หากเขาตัดสินใจอำลา Aprilia อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
Mitsubishi eK Space 2026

Mitsubishi eK Space 2025 รุ่นล่าสุดจากญี่ปุ่น ดีไซน์ใหม่ทรง Cube-shaped ห้องโดยสารกว้างขวาง และประหยัดน้ำมันถึง 21 กม./ลิตร

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Yamaha Fazzio Hybrid Connected

Yamaha Fazzio Hybrid Connected แฟชันสกู๊ตเตอร์สำหรับวัยมัน เปิดตัวแล้ววันนี้แบบสด ๆ ร้อน ๆ แม้ว่าจะเคยเปิดตัวที่ประเทศอินโดนีเซียมาก่อนหน้านี้ก็ตาม สำหรับ Yamaha Fazzio Hybrid Connected แฟชันสกู๊ตเตอร์สำหรับวัยมัน ที่โดดเด่นด้วยสไตล์และสีสันสุดโดดเด่นเพื่อไลฟ์สไตล์ที่มีสไตล์และสีนสันยิ่งกว่าใคร ดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย ตัวรถมาในดีไซน์เน้นโครงสร้างเส้นสายแกนกลางตัวรถ มีความโมเดิร์น เป็นเอกลักษณ์และทันสมัย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเรียบง่ายอยู่ในตัวเอง พร้อมฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย   ไฟหน้า LED และไฟเลี้ยวมีดีไซน์ทรงแค็ปซูลสวยงามแปลกตา แต่ไม่ทิ้งเรื่องความสว่างชัดเจน เรือนไมล์ดิจิทัล LCD เองก็มีดีไซน์ทรงแค็ปซูลเช่นเดียวกัน ดูลงตัวกลมกลืนดีงาม กระทั่งไฟท้ายเองก็มีดีไซน์แบบแค็ปซูลเหมือนกันอีกด้วย เรียกว่าเน้นยำดีไซน์นี้อย่างมาก ขุมพลังไฮบริด ตัวรถใช้ขุมพลัง Blue Core Hybrid สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศ 2 วาล์ว ขนาด 124.86 ซีซี โดดเด่นด้วยเสื้อสูบไดอะซิลและลูกสูบแบบฟอร์จ พร้อมกระบอกสูบแบบเยื้องสูง ช่วยลดการสูญเสียกำลังเครื่องยนต์ ตัวเครื่องยนต์นี้จะทำงานร่วมกับระบบไฮบริดผ่านระบบสมาร์ทมอเตอร์เจนเนอเรเตอร์ ช่วยทั้งสตาร์ทและผลิตกระแสไฟฟ้าในชุดเดียวกัน และยังช่วยเพิ่มแรงบิดขณะออกตัวหรือเร่งแซง ทั้งยังมีระบบ Stop & Start System ช่วยดับเครื่องยนต์เวลาจอดรถรอไฟแดงหรือคนข้ามถนน ช่วยประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี สำหรับสมรรถนะนั้นเครื่องยนต์จะให้กำลังแรงสูงสุดที่ 8.31 แรงม้าที่ 6,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 10.6 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ ช่วงล่าง   ตัวรถใช้เฟรมแบบอันเดอร์โบนที่ออกแบบพิเศษ น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง จัดวางจุดยึดเครื่องยนต์และตำแหน่งโช้คได้ดี ช่วยให้ขับขี่ได้ดี ส่วนของระบบกันสะเทือนนั้นโช้คหน้าจะเป็นโช้คเทเลสโคปิก ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวแบบยูนิตสวิง ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกหน้า ด้านหลังเป็นดรัมเบรก พร้อมระบบเบรกแบบ UBS หรือระบบกระจายแรงเบรก ขณะที่ล้อจะเป็นขนาด 12 นิ้วเท่ากันทั้งด้านหน้าและหลัง ขนาดยางเป็น 110/70 – 12 47L เท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และใช้ยางแบบไม่ใช่ยางใน ฟีเจอร์เด่น   แน่นอนว่าเป็นสกู๊ตเตอร์จึงมีฟังก์ชันเพื่อให้ตอบการใช้งานที่หลากหลาย โดยมีฟีเจอร์เด่น ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานต่าง ๆ มากมาย อาทิ ตะขอเกี่ยวสัมภาระด้านหน้าและด้านหลังรับน้ำหนักได้จุดละ 1 กก. ฟุตบอร์ดขนาดใหญ่ช่วยให้วางเท้าได้สบายและวางของก็ได้อีก ช่องเก็บของด้านหน้าข้างซ้ายพร้อมช่องจ่ายไฟแบบ 12 โวลต์ 1 แอมป์ และระบบสมาร์ทคีย์ (เฉพาะรุ่น) Y-Connect ปรับปรุงใหม่ ระบบ Y-Connect นั้นมีการปรับปรุงใหม่ โดยสามารถสแกน QR Code ที่กล่อง CCU และเชื่อมต่อได้ทันที สะดวกยิ่งขึ้น รวมไปถึงมีฟีเจอร์ต่าง ๆ ครบถ้วนเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นแจ้งเตือนการบำรุงรักษา สถานะน้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่ แจ้งความผิดปกติเครื่องยนต์ ข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ตำแหน่งจอดรถล่าสุด วัดรอบ ช่องทางการติดต่อยามาฮ่า อันดับการขับขี่ และอัปเดตใหม่คือ บันทึกประวัติการขับขี่ได้ การจำหน่าย จะมีจำหน่าย 2 เวอร์ชั่นด้วยกัน คือเวอร์ชันสแตนดาร์ด เปิดราคาแนะนำที่ 54,900 บาท มีทั้งหมด 4 เฉดสีด้วยกัน ได้แก่ สีฟ้าน้ำทะเล Aqua Turquoise สีแดง Candy Red สีเหลือง Lemon Yellow และสีเทา Olive Grey และเวอร์ชันสมาร์ทคีย์ เปิดราคาแนะนำที่ 56,600 บาท มีทั้งหมด 2 เฉดสีด้วยกัน ได้แก่ สีเทาบุหรี่ Smoke Grey และสีดำ Absolute Black อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

22 July 2022
เปิดตัว G310RR

เปิดตัว G310RR สปอร์ตไบค์ไซส์เล็กจาก BMW ที่อินเดีย ล่าสุด BMW Motorrad ประเทศอินเดียได้ทำการเปิดตัว G310RR สปอร์ตไบค์ไซส์เล็กเป็นที่แรกในโลก และเป็นครั้งแรกของทางค่ายที่มีสปอร์ตไบค์พิกัดนี้ แต่เป็นโมเดลที่ 3 แล้วในตระกูลนี้ สำหรับโมเดลนี้เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างยักษ์ใหญ่จากเยอรมันอย่าง BMW และยักษ์ใหญ่จากอินเดียอย่าง TVS โดยโมเดลนี้จะผลิตในโรงงาน TVS ในเมืองโฮเซอร์ประเทศอินเดีย DNA รุ่นใหญ่ โมเดลนี้ออกแบบดีไซน์มาไม่เพียงแต่อาศัย DNA มาจากรุ่นใหญ่อย่าง S1000RR ให้ออกมาหล่อเหลาคล้ายพี่ใหญ่เท่านั้น แต่ยังคำนึงเรื่องของแอโรไดนามิกด้วยเพื่อให้กับเป็นโมเดลสปอร์ตไบค์สไตล์โร้ดเรซ ออกแบบแรมแอร์อินเทคเพื่อป้อนอากาศเข้าสู้เครื่องยนต์ได้ดี และยังมีช่องลมที่ช่วยระบายความร้อนจากเครื่องยนต์อีกด้วย ตัวรถมาในสไตล์โฉบเฉี่ยวดุดันมาพร้อมไฟหน้าแบบ LED เต็มระบบ ชิลด์หน้าใสขนาใหญ่และแฮนด์สีดำล้วน เส้นสายของตัวรถโน้มเอียงพุ่งไปทางล้อหน้า มีเบาะนั่งในสไตล์โอบถังน้ำมัน ท้ายสั้นยกสูงดูมีสไตล์แบบเรซซิ่งเต็มพิกัด ช่วงล่างมาดี ในส่วนของช่วงล่างนั้น ด้านหน้าจะมีโช้คหน้าแบบหัวกลับกระบอกสีทอง ด้านหลังเป็ยโช้คเดี่ยวสปริงสีขาวร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียม ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกขนาด 300 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ ล้ออลูมิเนียม และยางเรเดียล Michelin Pilot Street ขนาด 110/70 R17 และ 150/60 R17 กำลังก็พอมี ส่วนของเครื่องยนต์นั้นจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 312.12 ซีซี พร้อมหัวฉีดไฟฟ้า และระบบเกียร์ 6 สปีด รวมถึงระบบสลิปเปอร์คลัตช์ ให้กำลังแรงสูงสุดที่ 34 แรงม้าที่ 9,700 รอบ และแรงบิดสูงสุด 27.3 ที่ 7,700 รอบ โดยเคลมตัวเลขท็อปสปีดมามากถึง 160 กม./ชม. สามารถเร่งจาก 0 – 60 กม./ชม.ในเพียง 2.9 วินาที ทันสมัยสมเป็นรถเยอรมัน แน่นอนว่าเป็น BMW ก็เลยมีเทคโนโลยีมาครบครัน แม้แต่ในสปอร์ตไบค์พิกัดเริ่มต้นแบบนี้ ก็ยังมีระบบคันเร่งไฟฟ้า พร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Track, Urban, Rain และ Sport ซึ่งแต่ละโหมดก็จะส่งผลต่อกำลังเครื่องยนต์และระบบ ABS ให้ทำงานแตกต่างกันในแต่ละโหมด ตัวรถยังมีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วแนวตั้ง ความละเอียดสูง มองเห็นได้ชัดเจน พร้อมแสดงผลในแบบที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจข้อมูลต่าง ๆ ทั้งยังมีข้อมูลพิเศษกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นสถิติการขับขี่ โหมดการขับขี่ ความเร็งสูงสุด การลดความเร็ว เป็นต้น สำหรับการจำหน่าย โดยเบื้องต้นจะมีจำหน่าย 2 เวอร์ชันด้วยกัน ได้แก่ รุ่นสแตนดาร์ดในเฉดสีดำเมทัลลิกราคา 285,000 รูปี หรือราว ๆ 131,000 บาท และรุ่น Style Sport มาในเฉดสีไตรคัลเลอร์ราคา 299,000 รูปีหรือราว ๆ 137,000 บาท เปิดตัว G310RR อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

20 July 2022
เผยโฉมรถใช้แข่ง GS Trophy 2022

เผยโฉมรถใช้แข่ง GS Trophy 2022 มีอะไรแตกต่างจากตัวปกติบ้าง ไปชม หน้าผาหินขรุขระ หุบเขาลึก แม่น้ำเชี่ยว และชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งหมดนี้คือความท้าทายที่ผู้เข้าแข่งขันในรายการ BMW Motorrad International GS Trophy จะต้องเจอ การแข่งขันในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่ประเทศอัลเบเนีย และตอนนี้ทางค่ายก็ได้ เผยโฉมรถใช้แข่ง GS Trophy 2022 ครั้งนี้นั้นจะเป็น R1250GS Trophy Competition ซึ่งบิลต์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยจะมีรถใช้ในการแข่งขันมากถึง 126 คันเลยทีเดียว ทั้งนี้การแข่งขันครั้งที่แล้วเมื่อปี 2020 การแข่งขันนั้นใช้รถ F850GS ในการแข่งขัน แต่ปีนี้กลับมาใช้รุ่นใหญ่พิกัดเรือธงอีกครั้ง แน่นอนว่ามันมีพละกำลังมากกว่า แรงบิดมาแน่น ๆ การยึดเกาะที่ยอดเยี่ยมมากกว่า ซึ่งจะช่วยให้ผ่านเส้นทางออฟโร้ดที่ยากลำบากที่มักจะต้องใช้เกียร์ต่ำ ๆ ได้ดียิ่งขึ้น สำหรับโมเดลสำหรับใช้แข่งนี้จะมีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมหลายชิ้นด้วยกัน เช่น การ์ดเครื่องยนต์อลูมิเนียม การ์ดไฟหน้า การ์ดฝาสูบ ไว้ช่วยป้องกันความเสียหายเวลาล้มนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีพักเท้าแบบเอ็นดูโร่จากโมเดลรุ่น Adventure คันเกียร์และคันเบรกปรับระดับได้ อัปเกรดยางจาก Metzeler Karoo 3 เป็น Karoo 4 ชิลด์หน้าแบบสปอร์ต เบาะแต่งแรลลี่ และปลายท่อไอเสียจาก Akrapovic เรียกว่า ไม่ใช่แค่ต้องทนทานสมบุกสมบัน แต่ก็ต้องมีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้นให้เหมาะสมกับการแข่งขันด้วย และปิดท้ายด้วยกระเป๋าติดถังขนาดเล็กขนาด 5 ลิตรช่วยเก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างช้อนส้ม อาหารและเครื่องดื่มเล็ก ๆ น้อย ๆ เวลาขับขี่บนท้องถนน หรือจะใช้มาเป็นกระเป๋าติดท้ายรถก็ยังได้ ถือเป็นอะไรที่ดูไม่ค่อยสำคัญแต่ใช้งานและเป็นประโยชน์เวลาได้ใช้งานจริงอีกจุดนึง สุดท้ายนี้แม้ว่าจะไม่ได้มีจำหน่าย แต่ผมเชื่อว่าก็น่าจะเป็นแนวทางในการตกแต่งรถ โดยของทุกชิ้นสามารถซื้อหรือสั่งจากทางบีเอ็มดับเบิ้ลยูได้เลยครับ ส่วนคนที่สนใจการแข่งขันสามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บ www.gstrophy.com อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

19 July 2022
Toprak เหมาชัยสามเรซรวดในศึก WSBK ที่ Donington Park

Toprak เหมาชัยสามเรซรวดในศึก WSBK ที่ Donington Park  สำหรับการแข่งขัน WorldSBK 2022 สนามนี้จัดขึ้นที่สนาม Donington Park ประเทศอังกฤษ ซึ่งนับเป็นสนามที่ 5 ของฤดูกาลนี้แล้ว การแข่งขันในสนามนี้ทาง Pirelli ก็ได้ตัดสินใจเลือกเตรียมยางซอฟต์ไปมากเป็นพิเศษเพื่อให้ตอบโจทย์การแข่งขันในสนามแห่งนี้มากที่สุด  รอบซูเปอร์โพล  รุ่น WorldSBK (อุณหภูมิผิวแทร็ก 34 องศา / อุณหภูมิอากาศ 19 องศา)  หลังจากที่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทตำแหน่งโพลครั้งแรกของฤดูกาลนี้ที่ Estoril มาแล้ว เขาก็ทำมันได้อีกครั้งที่สนามแห่งนี้ โดยแชมป์โลก 6 สมัยคว้าตำแหน่งโพลมาได้ด้วยสถิติเวลาแล็ปที่ 1’26.080 นาที ทำลายสถิติเวลาแทร็กที่เคยบันทึกไว้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2017 โดยอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขา Tom Sykes (1’26.641) เกินกว่าครึ่งวินาที   นักแข่งทั้งหมดทุกคนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ซึ่งนักแข่งจากไอริชเหนือเลือกจับคู่เข้ากับยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา A0674 SC1 ขณะที่เพื่อนร่วมทีม Alex Lowes ที่ได้สถิติเวลาดีเป็นอันดับ 2 เลือกยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐานแทน ส่วน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกสตาร์ทเป็นคนสุดท้ายของแถวหน้า ก็เลือกใช้ยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐานเช่นกัน ขณะที่ผู้ออกสตาร์ทลำดับที่ 4 กลับเป็น Scott Redding (BMW Motorrad WorldSBK Team) และที่ห้าตกเป็นของ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เลือกยางหลังสูตรกำลังพัฒนาเช่นเดียวกับ Rea  รุ่น WorldSSP (อุณหภูมิผิวแทร็ก 31 องศา/ อุณหภูมิอากาศ 19 องศา)  เป็นการแย่งชิงตำแหน่งบนกริดสตาร์ทที่เข้มข้นร้อนแรงขั้นสุด ระหว่าง Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha), Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team), และ Glenn Van Straalen (EAB Racing Team) ต่างคนต่างผลัดกันขึ้นทำเวลาดีกว่ากระทั่งท้ายที่สุดตำแหน่งโพลตกเป็นของนักแข่งชาวสวิสที่ทำเวลาได้ดีกว่าที่ 1’29.961 นาที(ทำสถิติเวลาเป็นรองสถิติเวลาของ Kenan Sofuoglu ที่ทำไว้ในปี 2015 เพียง 0.036 วินาทีเท่านั้น) กลายเป็นการคว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 4 ติดต่อกันของเขา และเป็นครั้งที่ 100 ในรุ่น WorldSSP สำหรับค่ายรถจากเมืองอิวาตะ ส่วนนักแข่งดูคาติชาวอิตาลี และนักแข่งยามาฮ่าชาวดัตช์ได้ออกสตาร์ทเป็นแถวหน้าถัดลงมาตามลำดับ โดยนักแข่งทุกคนเลือกใช้ยาง SCX เป็นยางหลังและ SC1 เป็นยางหน้า  การแข่งขันในเรซ 1  รุ่น WorldSBK (อุณหภูมิผิวแทร็ก 46 องศา / อุณหภูมิอากาศ 24 องศา)  การแข่งขันในเรซนี้นั้นนักแข่งต่างก็เลือกยางหลังเหมือนกันคือ SCX ขณะที่ยางหลังนั้นก็จะมีเลือกแตกต่างกันออกไป Rea, Lowes, Redding และ Bautista เลือกใช้ยางสูตรกำลังพัฒนา A0674 SC1 ขณะที่ Razgatlioglu และ Rinaldi เลือกใช้ยางสูตรมาตรฐาน SC1   ออกสตาร์ทผู้ป้องกันแชมป์โลกออกสตาร์ทจากกริดที่สามได้อย่างยอดเยี่ยม ขยับขึ้นนำทันทีและทิ้งห่างไร้การรบกวนแบบม้วนเดียวจบ โดยทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Rea ถึง 6 วินาที และห่างจาก Lowes ถึง 9 วินาที นี่ทำให้นักแข่งชาวตุรกีคว้าชัยเป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาลนี้นับจากการชนะรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Misano   โดยการแข่งขันในเรซนี้มีการดวลกันสุดมันระหว่าง Rea และ Bautista เพื่อแย่งอันดับ 2 ซึ่งมาสิ้นสุดลงในแล็ปที่ 16 โดยนักแข่งชาวสเปนพลาดล้มออกจากโค้งที่ 12

18 July 2022
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Honda Motocompacto

Honda Motocompacto สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้สุดเจ๋ง หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกคุ้นเคยกับเจ้า Honda Motorcompacto สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้สุดเจ๋งคันนี้ เพราะจริง ๆ เจ้าคันนี้มีต้นแบบมาจาก Motocompo สกู๊ตเตอร์จากยุค 80 ของทางค่ายปีกนกนั่นเอง ซึ่งนี้จะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลแรกที่มีขนาดกะทัดรัดมาก ๆ แล้วน้ำหนักเบารวมถึงสามารถพับและเก็บซ้อนกับของอื่น ๆ ได้ สำหรับดีไซน์ก็จะสังเกตเห็นได้ว่ามันเพรียวบางและเรียบง่ายคล้ายคลึงกับกระเป๋าเดินทางนั่นเอง ตัวรถจะมีไฟหน้า LED อยู่ที่ตัวรถด้านล่างใกล้กับจุดชาร์จ ไม่ได้อยู่ใกล้กับบริเวณแฮนด์บาร์ ด้านท้ายเองก็จะมีไฟท้าย LED ที่ระนาบเดียวกับไฟหน้า มีหน้าจอขนาดเล็กบอกระดับแบตแตอรี่และความเร็วแบบดิจิทัลที่บริเวณตรงกลางแฮนด์บาร์ โดยทางค่ายจะออกแบบให้มันพับเก็บชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างแฮนด์ เบาะนั่ง พักเท้า ขาตั้งและล้อหลัง ให้ซ่อนกลับเข้าไปในตัวรถได้ และมีหูหิ้ว หรือจะใช้เข็นมันด้วยล้อทั้ง 2 ล้อก็ทำได้เช่นกัน ตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวรขับเคลื่อนแบบไดเร็กต์ไดร์ฟอยู่ที่บริเวณล้อหน้า ไม่ได้ใช้สายพาน ส่วนระบบเบรกนั้นจะมีดรัมเบรกอยู่ที่ล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 490 วัตต์ แรงบิดที่ 16 นิวตันเมตร ให้ความเร็วสูงสุดได้ที่ 24 กม./ชม. และใช้งานได้ระยะทางราว ๆ 20 กม. ใช้เวลาชาร์จ 3 ชั่วโมงครึ่งโดยอาศัยเพียงปลั๊กไฟบ้านแรงดัน 110 โวลต์เท่านั้น (ส่วนบ้านเรานั้นอาจจะต้องใช้ตัวแปลงไฟ) โดยตัวรถหนักเพียง 18.73 กิโลกรัม ซึ่งเบาเนื่องจากตัวบอดี้และล้อของมันทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่แข็งแรงทนทาน และยังเล็กพอที่จะพับใส่ท้ายรถเก๋งได้ เรียกว่าไปได้แทบทุกที่ในเมืองเลยล่ะครับ เจ้านี่ยังมีฟีเจอร์ต่าง ๆ หลากหลาย ตัวชาร์จเจอร์ที่เป็นของติดรถนั้นเล็กพอที่จะใส่เข้าไปในตัวรถได้สบาย ช่วยให้พกพาไปชาร์จในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก ที่ขาตั้งของรถเองก็มีรูสำหรับใช้ล็อกรถซึ่งสามารถใช้ที่ล็อกรถจักรยานทั่ว ๆ ไปล็อกได้ ยังมีเทคโนโลยีบลูทูธเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับรถเพื่อเลือกโหมดการขับขี่และโหมดไฟได้ ส่วนสนนราคาการจำหน่ายจะอยู่ที่ 995 ดอลลาร์ หรือราว ๆ 35,000 บาท ส่วนการจำหน่ายในไทยนั้นคงยากครับ ยกเว้นจะมีเกรย์มาร์เก็ตนำเข้ามาจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้ง 2 ทีมแล้ว ล่าสุด ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง หรือไลน์อัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้งสองทีมแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการสู้ศึกได้ดีขึ้นรวมไปถึงช่วยให้โปรเจ็กต์โดยรวมดีขึ้นอีกด้วย โดยทีมแรกจะเป็น Bonovo action BMW Racing Team ซึ่งจะมีนักแข่งมากทักษะและประสบการณ์อย่าง Scott Redding นักแข่งชาวอังกฤษที่แข่งให้กับทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2022 และจะแข่งต่อไปเคียงคู่กับ Garrett Gerloff นักแข่งชาวอเมริกา ขณะที่อีกทีมอย่าง ROKit BMW Motorrad WorldSBK จะมีนักแข่งที่เพิ่งเซ็นสัญญากับเราใหม่ ๆ อย่าง Toprak Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกี และ Michael van der Mark นักแข่งชาวดัตช์ ที่แข่งให้กับทางทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2021 เป็นทีมเมต ซึ่งทั้งสองทีมจะได้รับการซัพพอร์ตอะไหล่และซัพพอร์ตทางเทคนิคจากทาง BMW Motorrad Motorsport เท่ากัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับโอกาสในการแข่งขันที่เท่าเทียมกันทุกคน ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Multistrada V4S Grand Tour

Multistrada V4S Grand Tour ตัวสุดสายทัวริ่งจาก Ducati เปิดตัวแล้ว หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้แต่ในปี 2023 นี้จัดเป็นปีที่เจ้ามัลติสตราดารุ่นแรกมีอายุครบ 20 ปีแล้ว และด้วยโอกาสนี้เองค่ายแดง Ducati จึงได้เปิดตัวโมเดลระดับเรือธงสายทัวริ่งอย่าง Multistrada V4S Grandtour ตัวสุดตัวจบของทัวริ่งไบค์ของทางค่าย ที่โดดเด่นเรื่องความสะดวกสบายและความปลอดภัยในระดับแนวหน้าของคลาสเลยครับ สำหรับโมเดลนี้นั้นจะมีพื้นฐานมาจากรุ่น V4S ของมัลติสตราดานั่นเอง แล้วมาปรับเพิ่มเติมเสริมออปชันต่าง ๆ เข้าไปเพื่อให้ตอบโจทย์การเดินทางไกลที่มากยิ่งขึ้น ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของตัวเลขสมรรถนะ ตัวรถภายนอกจะมาพร้อมเฉดสีและกราฟิกเฉพาะรุ่น เส้นสายกราฟิกออกแบบมาให้ดูหรูหราปราณีต เบสหลักเป็นสีดำและสีเทา แต่งแต้มด้วยลายเส้นสีแดงและซับเฟรมสีแดง พร้อมคาดลวดลายสื่อถึงความเป็นอิตาลีไว้บาง ๆ ขุมพลังจะเป็นเครื่อง V4 Granturismo ขนาด 1158 ซีซีให้กำลัง 170 แรงม้าที่ 10,500 รอบและแรงบิด 125 นิวตันเมตรที่ 8,750 รอบ ที่ทางค่ายเคลมมาว่าให้กำลังได้สมูทและต่อเนื่องทุกย่านความเร็ว แต่ก็ไม่ได้มีการอัปเดตเพิ่มเติมในส่วนนี้ ขณะที่แชสซีก็เช่นกัน โดยจะมีโช้คปรับไฟฟ้า Ducati Skyhook Suspension จากทาง Marzocchi ปรับแต่งได้เต็มระบบพร้อมระบบ Auto-levelling ปรับความสูงเบาะอัตโนมัติตามที่ได้เซ็ตเอาไว้ ระบบ Minimum Preload ช่วยลดความสูงของรถให้ขึ้นคร่อมได้ง่ายขึ้น และระบบ Easy Lift ช่วยให้เอาขาตั้งขึ้นได้ง่าย โดยทั้งหมดนี้จะควบคุมค่าต่าง ๆ ของโช้คเพื่อให้สามารถขับขี่ได้ง่ายและอำนวยความสะดวกได้มากขึ้น ขณะที่ระบบเบรกจะเป็น Brembo เต็มระบบ ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 330 ม.ม.  คาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 265 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก Brembo 2 ลูกสูบ ส่วนล้อและยางจะเป็นล้ออัลลอยพร้อมยาง Pirelli Scorpion Trail II 120/70-19” และ 170/60-17” จัดเต็มมาก ๆ ในส่วนของช่วงล่าง ทีนี้มาถึงเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์กันบ้าง จัดเต็มสุด ๆ เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย โดยที่เด่น ๆ ก็จะเป็นอะแด็ปทีฟครูซคอนโทรลและระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตาที่ทำงานร่วมกับเรดาห์ ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยางอัตโนมัติ มีหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยหรือ IMU ช่วยประมวลผลส่งข้อมูลเพื่อทำงานร่วมกับ Conering ABS ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบไฟส่องสว่างในโค้ง ระบบช่วยรักษาเสถียรภาพบนทางลาดชัน  ยังมีหน้าจอสี TFT พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อรับการแจ้งเตือนต่าง ๆ และใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานของสมาร์ทโฟนได้เมื่อใช้งานร่วมกับบลูทูธเฮดเซ็ต รวมถึงระบบอุ่นมือ อุ่นเบาะทั้งคนขี่และคนซ้อนเพื่อให้ขับขี่ได้สบายยิ่งขึ้น ระบบสมาร์ทคีย์และฝาถังแบบเปิดได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ เพื่อความสะดวกสบายไปอีกขั้น อ่อเกือบลืมไปยังมีเรื่องที่ไม่ใช่เทคโนโลยีแต่ก็เป็นจุดเด่นคือส่วนของกล่องข้างที่มีความจุรวมกว่า 60 ลิตร คนของสบาย ตลอดไปจนถึงมีการติดตั้งส่วนป้องกันความร้อนเพิ่มอีกหลายจุดเพิ่มความสบายให้กับผู้ขับขี่และคนซ้อนด้วยครับ ส่วนเรื่องของการจำหน่ายนั้น Multistrada V4S Grand Tour ราคาอยู่ที่ 27590 ยูโร แพงกว่าโมเดล S อยู่ที่ 3600 ยูโร ซึ่งถ้าคิดเปรียบเทียบกับราคาไทยที่โมเดล S นั้นอยู่ที่ 1.289 ล้านบาทนั้น โมเดลใหม่แกรนด์ทัวร์นี้ราคาน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 1.5 ล้านบาทโดยประมาณครับ ซึ่งก็บอกเลยว่าราคาเอาเรื่อง แต่ถ้าเทียบกับอ็อปชันที่เพิ่มเข้ามานั้นบอกเลยว่าสายทัวริ่งรุ่นใหญ่พร้อมจบแน่ครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!