SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
Land Cruiser FJ 2026

Land Cruiser FJ 2026 กลายเป็นไฮไลท์สำคัญในงาน Motor Show หลังโตโยต้าประกาศราคาเริ่มต้นไม่ถึง 1.3 ล้านบาท สเปกเครื่องยนต์ 2.7 ลิตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4WD ลุยได้ทุกที่

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
ยืนยันแล้ว!! Zarco จะออกจาก KTM หลังจบฤดูกาลนี้

รอบการแข่ง MotoGP ที่สนาม AustrianGP ในครั้งนี้นั้นถือว่าเต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์เลยทีเดียวเพราะนอกจากข่าวลือที่ว่าทาง Lorenzo อาจย้ายจากทีม Repsol Honda ไปซบทีม Pramac Ducati แล้วนั้นล่าสุดยังได้มีข่าวแบบยืนยันมาแล้วว่าอดีตแชมป์ Moto2 อย่าง Johann Zarco นั้นเตรียมแยกทางกับทางทีม KTM หลังจบฤดูกาลนี้ โดยการออกจากการแข่งขันในครั้งนี้นั้นถือว่าเป็นการออกก่อนจะหมดสัญญาเดิมที่ทาง Zarco นั้นได้เคยเซ็นไว้ โดยสัญญาจริงๆ แล้วทาง Zarco จะยังคงอยู่กับทาง KTM จนถึงปี 2021 ทว่าคราวนี้เขาจะอยู่จนถึงเพียงปี 2020 เท่านั้น คราวนี้เราต้องมาติดตามกันว่าใครจะเป็นคนมาแทนที่ Zarco ให้ทางทีม KTM หลังจากเขาได้ออกไปแล้ว อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวบน Facebook คลิกที่นี้ 

13 August 2019
คิงคอง ก้อง สมเกียรติ คว้ากริดประวัติศาสตร์ สตาร์ทที่ 3 ศึก Moto2

คิงคอง ก้อง สมเกียรติ จันทรา ผลผลิตจาก “เรซ ทู เดอะดรีม” โดย เอ.พี. ฮอนด้า ฟอร์มสุดจัดจ้าน ควอลิฟายด์คว้ากริดสตาร์ทที่ 3 ออกตัวแถวแรกในการแข่งขันโมโตทูวันอาทิตย์นี้ หลังจากพักฟื้นจากการผ่าตัดกลับมาแม้จะมีอาการเจ็บติดตัวอยู่บ้างก็ตาม แต่ก้อง สมเกียรติยังคงทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง คว้าคะแนนจากการแข่งขันที่เบอร์โน่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และในการซ้อมที่เรดบูล ริงเมื่อเวลารวมของ FP1 – FP3 เวลาของก้องนั้นตีตั๋วสู่การควอลิฟาย Q2 ได้โดยอัตโนมัติ ก่อนที่จะลงบิดคว้ากริดที่ 3 มาครองได้ในที่สุดแบบสุดสะใจกองเชียร์ชาวไทย ติดตามให้กำลังใจเจ้าก้องในการแข่งขันวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคมนี้ 17.20 น. ตามเวลาประเทศไทยในการถ่ายทอดสดทางช่อง ฟ็อกซ์ สปอร์ต และ พีพีทีวี เอชดี 36 พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวหนึ่งเดียวของไทยคนนี้ได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/ #WhatStopsYou #มุ่งสู่เส้นชัยอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #APhonda #APhondaracingthailand#moto2 อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

13 August 2019

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
2025 Pirelli Argentina ทำลายสถิติ ครั้งแรก ทิ้งห่าง 2 วิ

2025 Pirelli Argentina ทำลายสถิติ ครั้งแรก ทิ้งห่าง 2 วิ นับเป็นปีที่ 2 แล้ว สำหรับการเข้าร่วมสู่การเป็นซัพพลายเออร์หลักในรายการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 ของยางระดับโลกสัญชาติอิตาลีอย่าง Pirelli รวมถึงกดสถิติเรคคอร์ดมาแล้วมามายแทบทุกสนาม แต่หนึ่งในรูทแม็ปที่ยังไม่เคยได้สัมผัสในการแข่งขันอย่าง 2025 Pirelli Argentina ซึ่งครั้งนี้กลับกลายเป็นโจทย์สมการที่ท้าทายอย่างยิ่งต่อพีเรลลี ยังรวมไปถึงทีมเทคนิคอลและตัวนักบิดเองก็เช่นกัน สถิติใหม่ เกิดขึ้นอีกครั้ง ด้วยสภาพอากาศที่คาดการณ์ว่าจะต้องร้อนตับแตกเหมือนบ้านเราอย่างแน่นอน แต่กลับกันอุณภูมิที่สนามกลับเย็นกว่าที่คาดซึ่งอยู่ราว ๆ 18-20 องศา ส่วนอุณภูมิผิวแทร็กอยู่ที่ราว ๆ 30 องศาเท่านั้น ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ค่อนข้างเหมาะสมและมาพร้อมกับชัยชนะทั้ง 2 รุ่นพร้อมสถิติครั้งใหม่โดยทิ้งห่างจากผลเวลาดีที่สุดครั้งก่อน ๆ เกือบ 2 วินาที (เทียบกับปี 2023 ที่ยาง Dunlop เป็นสปอนเซอร์) โดย Manuel Gonzalez (Kalex) หนึ่งเดียวที่สามารถสร้างสถิติดีที่สุดในการควอลิฟายเวลาได้เร็วกว่า 1.41 นาที (อยู่ที่ 1’40.870 นาที นอกนั้น 1.41 นาทีขึ้น) ทำลายสถิติปี 2023 ที่ทำโดย Alonso Lopez  ไว้ที่ 1’42.472 ซึ่งเร็วกว่า 1.6 วินาที โดยใช้ยาง Pirelli ประเภทซอร์ฟ (หน้า SC1 หลัง SC0) แต่ถึงอย่างไรเจ้าตัวก็จบอันดับการแข่งขันด้วยรองชนะเลิศอันดับ 1 ซึ่งพลาดตำแหน่งให้กับ Jake Dixon ไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนรุ่น Moto3 ผู้ที่ทำเวลาต่อรอบดีสุดก็คือ Matteo Bertelle (KTM) ผู้ออกสตาร์ทกริดแรกด้วยสถิติผลเวลาดีที่สุด (ควอลิฟาย) ที่ 1’46.034 นาที ทำลายสถิติที่ดีที่สุดของสนามซึ่งถูกเรคคอร์ดไว้เมื่อปี 2022 โดย Sergio Garcia เคยทำเวลาไว้ที่ 1’48.429 นาที ซึ่งเร็วกว่า 2 วินาที ด้วยยางหน้าพีเรลลี SC2 มิเดียม และยางหลังซอร์ฟ SC1 อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะทำผลเวลาการซ้อมดีสุด แต่ทว่าการแข่งขันจริงจะต้องอาศัยชั้นเชิงและความได้เปรียบ โดยเจ้าตัวจบอันดับที่ 4 ในการแข่งขันและอันดับโพเดี้ยมตกเป็นของ Angel Piqueras  “จนถึงตอนนี้ เราสามารถกล่าวได้ว่าเราพอใจกับประสิทธิภาพของยางของเราในสนามนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่านี่เป็นการแข่งขันครั้งแรกของเราในสนามนี้ และเราไม่มีข้อมูลอ้างอิงมาก่อน มีหลายเหตุผลที่ทำให้เราสามารถกล่าวอย่างมั่นใจได้ดังนี้ ประการแรก ในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน เราสามารถทำลายสถิติเวลาต่อรอบตลอดกาล (all-time lap records) ได้สำเร็จ โดยมีพัฒนาการที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับยางประเภทอื่น – เรากำลังพูดถึงการทำเวลาเร็วขึ้นถึง 1.6 วินาทีใน Moto2 และมากถึง 2.4 วินาทีใน Moto3 ประการที่สอง ควรกล่าวถึงว่า นักแข่งหลายคนสามารถทำเวลาได้ต่ำกว่าสถิติสนามเดิมในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน ตั้งแต่การฝึกซ้อมในช่วงบ่ายของวันศุกร์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่านักแข่งสามารถปรับตัวเข้ากับยางของเราได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำรอบได้เร็วตั้งแต่เริ่มต้น ประการสุดท้าย ต้องเน้นย้ำว่า การพัฒนาสถิติเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากนักแข่งเพียงคนเดียว แต่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นกับนักแข่งเกือบทุกคนในทั้งสองรุ่นการแข่งขัน เพราะแทบทุกคนสามารถทำเวลาได้ต่ำกว่าสถิติเดิม นอกจากนี้ นักแข่งบางคนได้ทดสอบการวิ่งระยะยาว (long runs) และยางก็แสดงให้เห็นถึงอัตราการสึกหรอที่อยู่ในระดับที่ดี” ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกในฐานะซัพพลายเออร์รายใหม่ แต่ทว่าผลงานที่ออกมาถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะนักบิดหลาย ๆ คนที่ทุ่มเทกำลังอย่างเต็มความสามารถ นอกจากจะทำลายสถิติเดิมแทบจะทุกคนแล้ว เรายังได้ได้ข้อมูลอันมีค่าเพื่อนำมาพัฒนาประสิทธิภาพของยางสำหรับการแข่งขันในครั้งต่อ ๆ ไป  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
แจ็กเก็ตอัจฉริยะ จาก Dainese

แจ็กเก็ตอัจฉริยะ จาก Dainese ปลอดภัยขั้นสุด สะดวกขั้นเทพ ผมเชื่อทุกวันนี้ไบค์เกอร์ส่วนใหญ่เรียกว่า 90% น่าจะขับขี่มอเตอร์ไซค์โดยใส่หมวกกันน็อก แม้ว่าจะยังมีส่วนน้อยที่คิดแค่ว่าใกล้แค่นี้ไม่เห็นเป็นไรก็ตาม แต่รู้หรือไม่ว่าแค่หมวกกันน็อกอาจจะยังไม่พอ เราอาจจะต้องพึ่งเจ้าแจ็กเก็ตอัจฉริยะ Smart Jacket จาก Dainese ตัวนี้ด้วยซะแล้ว ตอนนี้คงมีคำถามว่าทำไม คำตอบก็คือจากการบันทึกสถิติได้ออกมาเผยว่าเวลาประสบอุบัติเหตุนั้นศีรษะไม่ใช่ส่วนที่ได้รับบาดเจ็บบ่อยที่สุด แต่เป็นส่วนของทรวงอกต่างหาก โดยคิดเป็นตัวเลขมากถึง 33% ขณะที่การบาดเจ็บที่ศีรษะเป็นอันดับ 2 คิดเป็นตัวเลขอยู่ที่ 20% แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องใส่หมวกหันมาใส่แจ็กเก็ตอัจฉริยะแทนนะครับ แต่ควรจะใส่ไรดิ้งเกียร์ให้ครบถ้วนตั้งแต่หัวจรดเท้าดีที่สุดครับ แล้วเจ้าสมาร์ทแจ็กเก็ตที่ว่าดียังไง? มันคือแจ็กเก็ตพร้อมระบบ Dainese D-Air หรือระบบแอร์แบ็กที่จะช่วยลดอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นหลังจากเกิดอุบัติเหตุได้มาก เรียกได้ว่าผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ดีเลยทีเดียว โดยจุดเด่นของแจ็กเก็ตตัวนี้ที่ไม่เหมือนใครคือโครงสร้างของเส้นใยไมโครฟิลาเมนต์พิเศษที่การันตีว่าจะช่วยให้การพองตัวของแอร์แบ็กเป็นไปได้ดีเท่ากันตลอดทั้งระบบ ให้การป้องกันที่ดีเท่ากันตลอดทั้งชุด และป้องกันได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยที่ไม่ต้องใช้การ์ดแบบแข็งเลย และจากการที่ไม่ต้องใช้การ์ดแบบแข็ง ทำให้ชุดนี้พับเก็บใส่กล่องท้ายรถหรือกระเป๋าได้สะดวก จึงง่ายต่อการพกพาไปไหนมาไหน  ตัวชุดยังระบายอากาศได้ดีอีกด้วย เรียกว่าไม่ร้อนอบอ้าวอีกต่อไป รวมถึงสามารถใส่เสื้ออย่างอื่นทับได้สะดวก เรียกว่าปลอดภัยแบบมีสไตล์ไปพร้อม ๆ กัน พอจะขี่รถก็แค่หยิบออกมาสวมใส่ปรับให้ฟิตกับตัวแล้วก็เปิดสวิตช์ โดยที่ไม่ต้องติดตั้งอะไรกับตัวรถก็สามารถขับขี่ออกไปได้ทันที อย่างไรก็ดีชุดนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง คือ จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่และยุ่งยากในการใช้งานครั้งแรกนิดหน่อย โดยต้องลงโปรแกรมและเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อลงทะเบียนปลดล็อครวมถึงต้องชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนการใช้งาน โดยการชาร์จแบตฯ จนเต็ม 1 ครั้งสามารถใช้งานได้ 26 ชม. และที่อาจจะหนักใจนิดนึงคือเมื่อแอร์แบ็กกางแล้วจะต้องทำการเปลี่ยนตัวแอร์แบ็กกับทางตัวแทนจำหน่าย ซึ่งราคาราว ๆ 1 ใน 3 ของการซื้อใหม่เลยล่ะครับ ทว่าหากคิดดี ๆ ร่างกายเราหากได้รับบาดเจ็บไปหนัก ๆ ครั้งนึงคุณจะรู้ได้เลยว่า ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กไปเลยล่ะ สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก Dainese คือแบรนด์ไรดิ้งเกียร์สัญชาติอิตาลีที่ก่อตั้งมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ และใช้ข้อมูล ความรู้และประสบการณ์มหาศาลที่เก็บรวบรวมมาตลอด 25 ปีทั้งจากการทดสอบ การใช้งานจริงบนท้องถนน และการใช้งานในสนามของนักแข่งบนเวทีการแข่งขันระดับโลก มาพัฒนาและผลิตออกมาเป็นเจ้าเสื้อแจ็กเก็ตตัวนี้นี่เอง สุดท้ายนี้ท่านที่สนใจไรดิ้งเกียร์จากแบรนด์ Dainese เตรียมตัวพบกับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการรายใหม่ได้เร็ว ๆ นี้ครับ งานนี้น่าจะมีโปรโมชันดี ๆ มาให้ไบค์เกอร์อย่างเรา ๆ ได้อุดหนุนกันอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

29 September 2022
New Scoopy โฉมใหม่ ICONIC สุดทางด้วยดีไซน์และสีสัน

New Scoopy โฉมใหม่ ICONIC สุดทางด้วยดีไซน์และสีสัน ไทยฮอนด้าเปิดตัวรถจักรยานยนต์ New Scoopy โฉมใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “New Scoopy Be Iconic สุดทางในแบบคุณ” กับดีไซน์ที่ต่างกันตามไลฟ์สไตล์ 3 แบบ 3 สไตล์ และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเปิดตัวพรีเซนเตอร์ที่ถ่ายทอดความเป็น Iconic ขั้นสุดอย่าง พีพี กฤษฎ์ , บิวกิ้น พุฒิพงศ์ และ Three Man Down สำหรับโฉมใหม่นี้สุดทางด้วยสีสันสดใสมากกว่าที่เคย ถ่ายทอดความเป็น Iconic ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยดีไซน์ที่มีความเฉพาะตัว เริ่มจากรุ่น Club12 ผู้นำแฟชั่นสีสันที่ดูต่างแต่ลงตัว มาพร้อม Honda Smart Key รุ่นใหม่ หรือจะเป็นรุ่น Prestige ที่เรียบหรูแต่มีลูกเล่นมาพร้อมล้อแม็ก และรุ่น Urban ที่สะดุดตาด้วยสีสันสุดชิกแบบเรโทร ไม่ใช่แค่ความสุดในด้านดีไซน์เท่านั้น ยังมาพร้อมฟังก์ชันที่ตอบสนองต่อความต้องการของคนรุ่นใหม่ สมกับความเป็นรถ เอ.ที. ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับ 1 ของไทย โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ Modern Ring LED Headlight ที่เป็นแบบฉบับเฉพาะตัวของสกู๊ปปี้เท่านั้น และมอบความสะดวกสบายให้กับการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลด้วย USB-A คอนเนกต์ได้ไม่มีสะดุด แผงหน้าปัดใหม่แบบ Smart Function ที่มาพร้อมนาฬิกาดิจิทัล แสดงผลครบครัน พร้อมการแจ้งเตือนเมื่อต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ที่เก็บหมวกกันน็อกได้ทั้งใบ ของเยอะแค่ไหน ก็ไปได้สุดทาง นอกจากนี้รุ่น Club12 ยังมาพร้อม Honda Smart Key กุญแจรีโมตอัจฉริยะรุ่นใหม่ ที่มีฟังก์ชันระบุตำแหน่งรถ ป้องกันการโจรกรรม ในขณะที่รุ่น Prestige ยังมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์โดยมาพร้อมล้อแม็กเป็นครั้งแรก ยกระดับความเท่ให้สุดไปอีกขั้น สำหรับโมเดลนี้จะติดตั้งเครื่องยนต์ eSP เจเนอเรชันล่าสุด ที่ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างสนุก ในขณะที่ตัวรถใช้เฟรมแบบ ESAF Press Frame ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ ส่งผลให้รถน้ำหนักเบาขึ้น ขับขี่ง่าย คล่องตัว ใช้ชีวิตในแบบ Iconic ได้สุดทาง และเพื่อตอกย้ำคอนเซปต์ “Be Iconic สุดทางในแบบคุณ” ไทยฮอนด้ายังได้เปิดตัวพรีเซนเตอร์ ที่มีความสุดทางอย่างโดดเด่น 3 สไตล์ ประกอบด้วย “พีพี กฤษฏ์” ผู้ที่เป็น Iconic ด้านแฟชั่น “บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ” ผู้ที่เป็น Iconic ด้านการแสดง ที่ทุ่มเทสุดทาง ในทุกบทบาทที่ตัวเองได้รับ และ “วง Three man down” ผู้ที่เป็น Iconic ด้านดนตรี หนึ่งในวงดนตรีรุ่นใหม่ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ สำหรับโมเดลใหม่นี้พร้อมให้เลือกสไตล์ที่โดนใจและไปให้สุดในแบบคุณแล้ววันนี้ ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ โดยมีให้เลือก 3 รุ่น 3 สไตล์ได้แก่ รุ่น Club12 ล้อแม็ก มีให้เลือก 4 สีได้แก่ แดง—เทา, น้ำเงิน-ฟ้า, เทา-เหลือง และขาว-ชมพู ราคาแนะนำ 53,900 บาท รุ่น Prestige ล้อแม็กใหม่ มีให้เลือก 3 สีได้แก่ ขาว-เทา, ดำ-เทา และ แดง-เทา ราคาแนะนำ 52,400 บาท รุ่น Urban ล้อซี่ลวด มีให้เลือก 2 สีได้แก่ ฟ้า-ขาว และ ดำ-ขาว ราคาแนะนำ 49,900 บาท   ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กแฟนเพจ fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

28 September 2022
Bautista เหมาชัย WSBK 3 เรซรวด

Bautista เหมาชัย WSBK 3 เรซรวด การันตียางสูตรใหม่เจ๋งจริง นักแข่งชาวสเปนกับรถดูคาติของเขาเพิ่มสถิติชัยชนะในศึก WorldSBK ให้เขาเป็น 11 ครั้งแล้วในฤดูกาล 2022 นี้ ขณะที่การแข่งขันในรุ่นรองอย่าง WorldSSP Aegerter ยังคงแข็งแกร่งคว้าชัยไปได้ทั้ง 2 เรซ ขณะที่รุ่นเล็ก WorldSSP300 เปลี่ยนมือผู้ชนะ แต่ไม่เปลี่ยนตำแหน่งหัวตาราง รอบซูเปอร์โพล WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก: 23°C / อุณหภูมิอากาศ: 19° C) ตำแหน่งโพลสำหรับเรซแรกในคราวนี้ตกเป็นของ Iker Lecuona จาก Team HRC ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของเขาและทีมในฤดูกาลนี้ และเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีนับจากที่ทีมเคยได้มาในปี 2016 จากฝีมือของ Michael Van Der Mark ที่ไทย ตามมาอันด้วยกริดที่ 2 เป็นนักแข่งจากคาวาซากิ Alex Lower และถัดมาเป็น Jonathan Rea เพื่อนร่วมทีม (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ขณะกริดที่ 4 เป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) โดยที่นักแข่งทั้ง 4 คนนี้ต่างทำเวลาดีที่สุดของตัวเองด้วยการใช้ยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา SC1 B0570 และยางหลัง SCQ สูตรมาตรฐาน WorldSSP (อุณหภูมิแทร็ก: 20°C / อุณหภูมิอากาศ: 18° C) Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) คว้าตำแหน่งโพลไปด้วยเวลาแล็ปเร็วกว่าคู่แข่งเกินกว่า 1 วินาที ทำให้นักแข่งชาวสวิสผู้นี้ได้ตำแหน่งโพลเป็นครั้งที่ 5 แล้วในปีนี้ และเป็นครั้งที่ 9 ของเขาที่ลงแข่งในรุ่นนี้ กริดที่ 2 ตกเป็นของ Can Oncu (Kawasaki Puccetti Racing) และมี Federico Caricasulo (Althea Racing) จบกริดแถวหน้าสุด โดยในรอบนี้นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรมาตรฐาน WorldSSP300 (อุณหภูมิแทร็ก: 20°C / อุณหภูมิอากาศ: 18° C) Victor Steeman (MTM Kawasaki) คว้าโพลที่ 6 ของเขาในการแข่งขันรายการนี้ กลายเป็นนักแข่งคนแรกในประวัติศาสตร์ของรุ่นนี้ที่ทำได้ โดยในช่วงต้นของการควอลิฟายซูเปอร์โพล แทร็กนั่นยังชื้นอยู่เล็กน้อยจากที่มีฝนตกตลอดทั้งคืน แต่มันก็แห้งอย่างรวดเร็ว นักแข่งหนุ่มชาวดัตช์คว้าตำแหน่งโพลไปในแล็ปสุดท้าย แย่งชิงมาจาก Alvaro Diaz (Arco Motor University Team) ที่มีแต้มสะสมนำเป็นหัวตารางคะแนนรวม และมี Yuta Okaya (MTM Kawasaki) เข้าเป็นกริดที่ 3 เริ่มการแข่งขันเรซที่ 1 WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก: 28°C / อุณหภูมิอากาศ: 22° C) Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าตนอยู่ในฟอร์มที่ดีมาก ๆ และกำลังจะเป็นชายที่จะคว้าแชมป์โลกในปีนี้มาครอบครอง โดยหลังจากออกสตาร์ทเขาขยับขึ้นเป็นผู้นำทันที และรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้จนจบการแข่งขันเข้าเส้นที่อันดับ 1 โดยนำหน้า Jonathan Rea มากถึงเกือบ 9 วินาทีที่เป็นอันดับ 2 และมี Garrett Gerloff (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ได้เป็นอันดับ 3 และถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดของทีมอิสระ และนี่ทำให้นักแข่งชาวสเปนคว้าชัยเป็นครั้งที่ 9 และเพิ่มคะแนนนำในตารางคะแนนรวมให้ห่างจาก Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx

26 September 2022
CBR250RR 2023 ปรับโฉมใหญ่ครั้งแรกในรอบ 6 ปี

CBR250RR 2023 ปรับโฉมใหญ่ครั้งแรกในรอบ 6 ปี ได้ฤกษ์ปรับเปลี่ยนขนานใหญ่กันสักทีกับโมเดลสปอร์ตแท้ ๆ แต่ไซส์เล็กจากค่ายปีกนก กับ CBR250RR 2023 ซึ่งเดิมทีโมเดลแรกนั้นเปิดตัวไปครั้งแรกเมื่อ 6 ปีก่อนและไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก และมาในโฉมใหม่นี้ก็มีการอัปเกรดขนานใหญ่ ไม่เพียงแค่สีสันหรือกราฟิกใหม่ แต่มีการปรับเปลี่ยนตั้งแต่หน้าตา เครื่องยนต์ ตลอดไปจนถึงช่วงล่างกันเลยทีเดียวครับ เริ่มกันที่ดีไซน์มีการปรับเปลี่ยนให้มีความดุดันมากยิ่งขึ้น โดยมีตัวรถที่มีมิติกว้างขึ้น แต่ยังคงให้ความโฉบเฉี่ยวดุดันสมกับจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน พร้อมกับมีเฉดสีและกราฟิกใหม่ที่สวยงามยิ่งขึ้น ขณะที่ในส่วนที่เรามองเห็นการเปลี่ยนได้ชัดเจนจากภายนอกก็คือระบบกันสะเทือนหน้าที่ครั้งนี้ให้มาเป็น Showa SFF-BP ซึ่งเป็นโช้คหัวกลับมาให้เลย และจะมีไฟฉุกเฉินให้ใช้งานด้วย ซึ่งจะอยู่ในรุ่น SP และ SP Quick Shifter   ในส่วนของเครื่องยนต์นี้ถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญของโมเดลนี้เลยก็ว่าได้ โดยเครื่องยนต์นั้นจะเป็นเครื่องใหม่ เป็นเครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 250 ซีซีแบบ 4 วาล์วต่อสูบ สามารถรีดสมรรถนะออกมาได้สูงสุดที่ 42 แรงม้าที่ 13,000 รอบและ 25 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ และยังเคลมตัวเลขมาว่าสามารถทำท็อปสปีดได้สูงถึง 175 กม./ชม. เลยทีเดียว  โดยความแรงที่เพิ่มมากขึ้นมาจากกำลังอัดที่เพิ่มมากขึ้น และการปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์อีกด้วย อีกหนึ่งจุดที่สำคัญคือระบบควิกชิฟเตอร์ที่ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์ ซึ่งตัวนี้จะเป็นแบบ 2 ทาง ซึ่งสามารถปรับเซ็ตได้ 4 โหมด คือ เฉพาะสับขึ้น เฉพาะเชนลง ทั้งขึ้นและลง หรือปิดไปเลยก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสลิปเปอร์คลัตช์ที่ช่วยให้มือคลัตช์เบา และเสริมความปลอดภัยเวลาเชนเกียร์ลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย โดยจะทอนเอ็นจิ้นเบรกให้มีมากจนกเกินไป จนกระทั่งล้อหลังสลิป ส่วนระบบเบรก ABS และระบบคันเร่งไฟฟ้าก็ยังคงเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป สำหรับการวางจำหน่ายที่ประเทศอินโดนีเซียนั้นจะมี 3 เวอร์ชั่นด้วยกันได้แก่ Standard, SP และ SP Quick Shifter และก็จะมีหลากหลายสีสันให้เลือก คาดว่าในประเทศไทยจะนำเข้ามาจำหน่ายเฉพาะรุ่นท็อปอย่าง SP Quick Shifter โดยราคาขายไทย จากการคาดเดาของผมเองก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 260,000 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

24 September 2022
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 KTM FREERIDE E เอ็นดูโร่ไร้เสียง

2025 KTM FREERIDE E เอ็นดูโร่ไร้เสียง 2025 KTM FREERIDE E เปิดตัวแล้วในเว็บไซต์หลักที่เป็นทางการของ KTM โดยในโมเดลที่เปิดใหม่ล่าสุดนี้เป็นโมเดลที่ 4 จาก 9 โมเดลที่จะเปิดตัวในปีนี้ เอ็นดูโร่ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมสมรรถนะที่ปรับปรุงใหม่ รวมไปถึงระบบช่วงล่างที่ถูกตั้งค่ามาให้เหมาะกับการขับขี่ทางฝุ่นมากยิ่งขึ้น ระยะทางการวิ่งที่มากขึ้น ความสามารถที่มากขึ้น และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ขุมพลังกระทัดรัด แต่พลังล้น มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่สามารถให้กำลังสูงสุดได้ถึง 19.2 กิโลวัตต์ มาพร้อมแรงบิด 37 นิวตันเมตร และสามารถทำความเร็วสูงสุด (เคลม) ที่ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีไซน์มอเตอร์ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก กะทัดรัด และเงียบกว่าเดิม ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องยนต์มีความน่าเชื่อถือ มีแรงบิดที่ตอบสนองทันที ให้ความรู้สึกเหมือนการขับขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แบตเตอรี่ปรับปรุงใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน MX50 น้ำหนัก 29 กิโลกรัม ถูกออกแบบให้ถอดเปลี่ยนได้เพื่อเพิ่มระยะทางในการขับขี่ ความจุแบตเตอรี่ 5.5 kWh ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 1.5 kWh อีกทั้งยังช่วยเพิ่มระยะการขับขี่ได้มากขึ้นถึง 20% แบตเตอรี่มีแรงดันไฟฟ้าประมาณ 50 โวลต์ และสามารถชาร์จได้มากกว่า 1,000 รอบการชาร์จหนึ่งครั้งสามารถกับขี่ได้ระยะเวลาขับขี่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และระยะเวลาชาร์จตั้งแต่ 0-100% จะใช้ระยะเวลาการชาร์จทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง (เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 660W) ระบบช่วงล่างจาก WP ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้า และด้านหลังจากแบรนด์ WP Suspension โดยด้านหน้ามาในรุ่น WP XACT แบบหัวกลับ โช้คหน้าแบบแยกขนาดแกน 43 มม. มีแคปซูลอากาศในด้านซ้าย และระบบหน่วงน้ำมันในด้านขวา การปรับตั้งทำได้ง่ายด้วยวาล์วปรับแรงดันอากาศ และปั๊มอากาศที่มาพร้อมกันสำหรับตั้งค่าพรีโหลดสามารถปรับการหน่วงในจังหวะยืดตัวของโช้คอัพได้อย่างง่ายดาย โช้คอัพด้านหลังรุ่น WP XPLOR PDS มาพร้อมซับแทงค์และระยะยุบตัว 250 มม. การไหลของน้ำมันได้รับการปรับเพื่อให้การหน่วงคงที่ การตั้งค่าที่เหมาะสมสามารถปรับได้ตามสภาพการขับขี่ โดยมีตัวปรับแบบ Clicker ที่สามารถปรับได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ปรับแรงหน่วงความเร็วสูงและต่ำได้ที่ส่วนบนของโช้ค และปรับอัตราการหน่วงการยืดที่ฐาน ผู้ขับขี่สามารถปรับพรีโหลดได้อย่างรวดเร็วด้วยการหมุนประแจหกเหลี่ยม เบรกพร้อมระบบ BRAKTEC KTM FREERIDE E มาพร้อมกับดิสก์เบรก และระบบ BRAKTEC ที่พัฒนามาจากการใช้งานในรถออฟโรด ด้านหน้า มาพร้อมจานเบรกขนาด 260 มม. และ ด้านหลัง มีขนาดจานเบรกอยู่ที่ 240 มม. การติดตั้งเบรคแบบ “สไตล์จักรยาน” หนึ่งในจุดเด่นที่แตกต่างจากรถรุ่นอื่น ๆ ของ KTM ล้อเคลือบสีดำพร้อมดุมอลูมิเนียมจาก Giant ขนาด 90/90-21 และ 120/90-18 มาพร้อมยาง Michelin Enduro Medium จอแสดงผล LCD จะแสดงข้อมูลสำคัญทีละค่า เช่น สถานะแบตเตอรี่ โหมดการขับขี่ แผนที่การคืนพลังงาน และข้อมูลการเดินทาง โดยผู้ขับขี่สามารถสลับตัวเลือกได้ง่าย ๆ ผ่านปุ่มบนแฮนด์ 2025 KTM FREERIDE E สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ ประเภทมอเตอร์ มอเตอร์กระแสตรงแบบซิงค์โครนัส กำลังสูงสุด 19.2 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 37.6 นิวตันเมตร ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ความจุของแบตเตอรี่ 5.5 kWh น้ำหนักแบตเตอรี่ 29 กิโลกรัม เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 8 ชั่วโมง (0-100% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 660W) 1.30 ชั่วโมง (0-100% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 3.3 kW) ความเร็วสูงสุด (เคลม) 95 กิโลเมตร/ชั่วโมง ยางหน้า 90/90-21 M/C 54R ยางหลัง 120/90-18 M/C 70R เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว

18 October 2024
Energica มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอิตาลีล้มละลาย

Energica มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอิตาลีล้มละลาย Energica Motor Company SpA ผู้ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ควบคุมโดยกองทุนอเมริกัน Ideanomics Inc. โดยร้อยละ 75 ในที่ประชุมของบริษัทประกาศว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมาได้มีมติให้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายตามกฎหมายตามมาตรา 121 ต่อไป”  ทางบริษัทได้แถลงการณ์เพิ่มเติม “ตอนนี้ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง แม้จะมีความพยายามจากฝ่ายบริหารในการค้นหานักลงทุนใหม่อย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาการดำเนินธุรกิจในลักษณะที่ดีที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของเจ้าหนี้ แต่ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ทางเลือกอื่น ๆ เหล่านี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก ทำให้บริษัทไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ซึ่งจะทำให้สามารถชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” แม้จะมีแถลงการณ์ของผู้ก่อตั้งบริษัท ที่มีท่าทีเชิงบวกต่อการเข้าซื้อบริษัทของ Ideanomics โดยระบุว่า ” การไหลเข้าของเงินสดช่วยให้บริษัท มีเสรีภาพและความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดการการเงินและการเติบโตขององค์กร”  แต่การเติบโตที่ “ลดลง” ของตลาดรถมอเตอร์ไซค์ EV ก็ส่งผลกระทบต่อการลงทุนอื่น ๆ ของบริษัทเอกชน รวมถึงความจำเป็นในการค้นหาการลงทุนจากภายนอกเพิ่มเติม ก็ทำให้บริษัทประสบปัญหา ถึงแม้ว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ในส่วนของฟังก์ชันการใช้งาน รูปทรงดีไซน์การออกแบบ และความเงียบในการใช้งานต่าง ๆ จะสามารถทำออกมาได้ดี แต่ผู้ผลิตรายนี้ และผู้ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าอื่นๆ ก็มีการต่อสู้ที่ยากลำบาก  เพราะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้มีราคาแพง เมื่อเปรียบเทียบกับจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน อีกทั้งยังมีปัญหาด้านเทคโนโลยี ความจุของแบตเตอรี่ที่วิ่งได้น้อยกว่าระยะเวลาที่ชาร์จต่อหนึ่งครั้ง จึงทำให้ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอด รวมไปถึงปัญหาชาร์จต่าง ๆ  ดังนั้นจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักขี่มอเตอร์ไซค์ทั่วไป รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติอิตาลีรายนี้ถือเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในด้านเทคโนโลยีจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในตลาดอเมริกาอย่างมาก รวมถึงการได้รับสิทธิในการผลิตรถแข่ง ในรายการแข่ง MotoE ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งการแข่งขันในปี 2019 ซึ่งทางบริษัทได้พัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ชื่อว่า Ego Corsa ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งโดยเฉพาะ Energica Ego Corsa คือรถจักรยานยนต์แข่งไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุด (ในช่วงเวลานั้น) ที่พัฒนาสำหรับการแข่งขัน FIM Enel MotoE World Cup ในช่วงระหว่างปี 2019-2022 โดยยานยนต์ไฟฟ้าขั้นนี้มีพื้นฐานร่วมกับ Ego รุ่นที่ใช้บนถนนทั่วไป แต่มีการปรับจูน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นด้านการแข่งขัน ทำให้จักรยานยนต์นี้เป็นผลงานชิ้นเอกที่ได้รับการยกย่องจากนักแข่ง MotoE และสื่อมวลชนในเรื่องพลัง และความสามารถในการขับขี่ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลายประการในตลาด EV และการแข่งขันที่สูง ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาในที่สุด แม้ว่าในตลาดของรถยนต์จะยังไม่มีปัญหาด้านการทำตลาด อีกทั้งยังมีแบรนด์ใหม่ ๆ คลอดออกมาอย่างมากมาย แต่กลับกันในด้านของมอเตอร์ไซค์ยังไม่สามารถทำตลาดได้เท่าที่ควร และยังมีปัญหาจุกจิกอย่างมากมาย ทำให้ผู้ผลิตเริ่มบางรายเริ่มล้มเลิกแผนการไปตาม ๆ กัน ต้องกันต่อไปอนาคตว่าแบรนด์เจ้าตลาดจะเทคแอคชั่นกับเทคโนโลยีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามากน้อยแค่ไหน Energica กับผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ Model : Experia Model : Eva Ribelle Model : Ego Model : EsseEsse9   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

17 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
XSR900 GP สปอร์ตคลาสสิก ดีไซน์จากยุคทองของ Yamaha

XSR900 GP สปอร์ตคลาสสิก ดีไซน์จากยุคทองของ Yamaha เปิดตัวแล้วกับโมเดลสปอร์ตคลาสสิก Yamaha XSR900 GP 2024 โดยไปเผยโฉมคันจริงที่แรกในงาน Japan Mobility Show 2023 ซึ่งมีดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่งจากช่วงยุคทองกับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอดีตของยามาฮ่า ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ กลายเป็นความลงตัวกลมกล่อมที่ไม่เพียงแต่หล่อคลาสสิก แต่ยังขี่ได้ดีแบบรถโมเดิร์นอีกด้วย เรื่องดีไซน์แน่นอนว่าได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่งกรังด์ปรีซ์ในยุค 80 และ 90 ทั้งสไตล์และสีสัน แบบเดียวกับ YZR500 ช่วงปี 80 ที่มีตำนานอย่าง King Kenny Roberts ควบคว้าชัยชนะหลายปีติดต่อกัน โดยนำสีสันในโมเดลรถแข่งมาใส่ให้กับเจ้าโมเดลใหม่คันนี้ได้อย่างลงตัว ทั้งในแฟริ่ง แชสซีและสวิงอาร์ม ด้านหน้ามีแฟริ่งหน้าสไตล์สปอร์ตคลาสสิกพร้อมไฟหน้าขนาดกะทัดรัดแบบ LED ทรงเหลี่ยมมาแทนที่ไฟกลม ชิลด์หน้าพร้อมตัวการ์ดกำปั้นด้านข้างซ้ายขวาตามแบบยุค 80 นอกจากนี้แฟริ่งหน้าที่ว่ายังช่วยเพิ่มอัตราเร่งและท็อปสปีดให้กับตัวรถได้ ถัดเข้ามาด้านในมีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วที่เลือกธีมการแสดงผลได้ 4 แบบ พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ขณะที่แฟริ่งชิ้นข้างช่วยกระจายความร้อนจากหม้อน้ำได้ดียิ่งขึ้น ด้านท้ายมีครอบเบาะท้ายทำสีเข้ากับตัวรถและช่วยเสริมภาพรถแข่งได้เป็นอย่างดี และยังมีไฟท้ายแบบซ้อนในแฟริ่งดูเท่ไม่หยอก เบาะนั่งเองก็มีส่วนโค้งขึ้นมารับ ยามเปิดคันเร่งก็ขับขี่ได้มั่นใจขึ้น ตัวรถปรับมาใช้แฮนด์แบบคลิปออนแบบเหนือแผงคอบนแทนที่แฮนด์บาร์เพื่อให้มันมีความเป็นสปอร์ตเรซซิ่ง แตกต่างจากโมเดลพื้นฐาน ทำให้ท่านั่งมาเป็นแบบสปอร์ตมากขึ้นด้วย แต่ถึงอย่างนั้นโมเดลนี้ก็ไม่ได้ออกแบบมาให้เน้นใช้งานแต่ในการแข่งขันหรือในสนาม จึงไม่ได้มีท่านั่งแบบเรซซิ่งหรือสปอร์ตจ๋า ๆ โดยยังคงความสบายเอาไว้ และให้พักเท้าที่ปรับตำแหน่งได้เพื่อให้ปรับตามความใจชอบว่าจะเน้นซิ่งหรือเน้นสบาย เครื่องยนต์นั้นยังคงเป็นเครื่องยนต์เดิมคือ CP3 3 สูบเรียง ขนาด 890 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ผ่านมาตรฐาน EU5+ ให้กำลังแรง 119 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 93 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ใช้น้ำมันจากถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร ช่วงล่างที่ให้มาก็มีการปรับให้เข้ากับสไตล์ที่เป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เพื่อให้รองรับกับน้ำหนักโหลดที่ด้านหน้ามากขึ้น ขณะเดียวกันซับเฟรมท้ายก็เสริมความแข็งแรงให้มากขึ้นเช่นกัน เพื่อให้ขับขี่ได้สมดุลมากยิ่งขึ้น  ระบบกันสะเทือนก็ถือว่าให้ของดีมา โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับจาก KYB ปรับแต่งได้เต็มระบบ ขณะที่ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่องจาก KYB ที่ปรับแต่งได้เต็มระบบเช่นกัน โดยมีการติดตั้งแบบซ่อนไม่ให้เห็นง่าย ๆ เพื่อให้ภาพลักษณ์ดูสปอร์ตเพรียวบาง แต่ก็สามารถปรับใช้งานได้ง่ายด้วยรีโมตปรับพรีโหลด ขณะที่ระบบเบรกก็จะได้เป็นปั๊มบนเป็น Brembo แบบเรเดียลเมาท์ ทำงานคู่กันกับระบบดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 45 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก ส่วนยางและล้อสปินฟอร์จน้ำหนักเบาจะมีขนาด 120/70 ZR17 และ 180/55 ZR17 แบบไม่ต้องใช้ยางใน และยังมีส่วนสำคัญที่เกริ่นไว้ข้างต้นที่ว่าเป็นสปอร์ตคลาสสิกแต่ใส่เทคโนโลยีสมัยใหม่เอาไว้ด้วยคือ ระบบ Yamaha Ride Control ที่ช่วยให้เจ้าของสามารถปรับเปลี่ยนความแรงของเครื่องยนต์และระบบช่วยเหลือได้ง่ายและรวดเร็ว โดยจะมีโหมดการขับขี่ 3 โหมดมาจากโรงงาน คือ Sport, Street และ Rain ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ กันตามชื่อเลย และยังปรับคัสตอมได้เองอีก 2 โหมด ซึ่งทั้งหมดนี้ยังอิงข้อมูลจากหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อย IMU แบบ 6 แกน ช่วยให้ทำงานได้แม่นยำยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ยังมีระบบ ESS หรือไฟเบรกฉุกเฉินที่จะกระพริบถี่ ๆ เมื่อเบรกกะทันหัน แจ้งเตือนคนที่ตามมาให้ระวัง แทร็คชันคอนโทรล สไลด์คอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบเบรกคอนโทรล ครูซคอนโทรล และควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ตลอดไปจนถึงแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์  เรียกว่าให้มาเยอะเลยทีเดียว งานนี้ใครอยากได้สปอร์คคลาสสิกเท่ ๆ สักคันต้องไม่พลาดคันนี้ครับ แต่ราคาก็คาดว่าจะแพงกว่าตัวสแตนดาร์ดดั้งเดิมอีกพอสมควร ส่วนการจำหน่ายในบ้านเราก็คงจะปีหน้าเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 50SX 2024 สายลุย ตัวจิ๋ว จากค่ายส้ม

KTM 50SX 2024 สายลุย ตัวจิ๋ว จากค่ายส้ม ชมรถใหญ่มาหลายต่อหลายรุ่นกันแล้ว คราวนี้มาลองส่องรถเล็กกันบ้าง โดยล่าสุดทางค่าย KTM ประกาศเปิดตัวมินิไบค์สายลุย ตัวเล็ก สเปคจี๊ดไปกับ KTM 50SX 2024 และ KTM 65SX รวมถึงอิดิชันสุดพิเศษกับ 50SX Factory Edition โดยทั้งหมดนี้มาพร้อมกับการปรับปรุงใหม่ พร้อมตอบสนองเพอร์ฟอร์มานซ์อันเร้าใจแก่นักซิ่งตัวจิ๋วได้ดียิ่งขึ้น  สำหรับเวอร์ชันใหม่ที่ทางโรงงาน ได้มีการปรับปรุงทั้งในส่วนของโครงเหล็กแบบใหม่และซับเฟรมสองชิ้นที่ทำจากพอลิเอไมด์ รวมไปถึง การออกแบบระบบช่วงล่างให้สามารถปรับแต่งระดับ เพื่อรองรับสรีระผู้ขับขี่ที่แตกต่างกันได้อีกด้วย รุ่น 50SX 2024  สำหรับรุ่น 50SX เวอร์ชันใหม่ครั้งนี้ มาพร้อมกำลังเครื่องยนต์สูบเดียวแบบ 2 จังหวะ ขนาด 49.9 ซีซี ใช้เพลาข้อเหวี่ยง 3 แกน และกระบอกสูบที่มีการออกแบบใหม่ ซึ่งตัวรถสามารถรีดกำลังแรงม้าสูงสุดได้มากถึง 15 ตัว มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 2.3 ลิตร ซึ่งมีน้ำหนักรวม 42.5 กก. รวมถึงยังใช้ระบบเกียร์เป็นแบบออโตเมติก จึงเหมาะสำหรับนักบิดตัวจิ๋วมือใหม่อย่างแน่นอน  รุ่น 65SX 2024 ในขณะที่รุ่น 65SX จะเป็นรุ่นอัปเลเวลขึ้นมาหน่อย กับเครื่องยนต์สูบเดียวแบบ 2 จังหวะเช่นเดียวกัน มีปริมาตรขนาด 64.9 ซีซี เหมาะสำหรับเด็กโตที่เริ่มขี่รถชำนาญมาได้ระดับหนึ่งแล้ว โดยรุ่นนี้ทางโรงงานได้ติดตั้งคลัตช์แบบเปียกมาให้ พร้อมระบบขีบเคลื่อนแบบเกียร์ 6 สปีด โดยมีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 53.5 กก.  สำหรับระบบช่วงล่างของทั้ง 2 รุ่น ด้านหน้าจะใช้โช้คแบบหัวกลับแบรนด์คู่บุญอย่าง WP XACT ที่มีน้ำหนักเบา มาพร้อมเทคโนโลยี AER แยกฟังก์ชันของขาแต่ละข้าง สามารถปรับเซ็ตได้เต็มระบบ ตามสภาพสนามและตัวผู้ขับขี่ ขณะที่ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว สามารถปรับเซ็ตได้เช่นเดียวกัน ถ้าหากเทียบกันแล้ว รุ่นพี่อย่าง 65SX จะเซ็ตตัวโช้คที่ให้ระยุบที่มากกว่า ในขณะที่ระบบเบรก เป็นดิสก์เบรกหน้า-หลัง ส่วนล้อซี่ลวด ขอบล้อชุปอโนไดซ์สีดำ ติดมาพร้อมยางหนามให้ใช้งานอีกด้วย ทั้งสามโมเดลนี้ยังสามารถปรับตั้งค่าความสูงเบาะและตำแหน่งแฮนด์บาร์ให้เหมาะสมกับผู้ขับขี่ โดยในรุ่น 50SX ปรับได้ระหว่าง 634-683 มม. ขณะที่รุ่น 65SX ปรับได้ระหว่าง 730-760 มม.เช่นเดียวกัน รุ่น 50 SX Factory Edition อิดิชันพิเศษสำหรับรุ่น 50SX Factory Edition เวอร์ชัน 2024 มาพร้อมท่อไอเสียจาก FMF เบาะใหม่จากโรงงาน ติดตั้งหัวเทียนใหม่จาก Brisk รวมไปถึง ลวดลายกราฟิกแบบเดียวกันกับรถแข่ง MXGP (Red Bull KTM Factory Racing Team)  สำหรับโมเดล KTM 50SX, 50SX Factory Edition และ 60SX จะเริ่มวางจำหน่ายผ่านทางดีลเลอร์ KTM ในเดือนพฤศจิกายน 2023 ที่กำลังจะถึงนี้เป็นต้นไป  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha E-FV

Yamaha E-FV คอนเซ็ปต์โมเดลรถไฟฟ้าขนาดเล็กที่น่าสนใจ สำหรับ Yamaha E-FV ก็จะเป็นหนึ่งในคอนเซ็ปต์ไบค์หลาย ๆ คัน ที่ไปโชว์ในงาน Japanese Mobility Show 2023 ที่น่าสนใจมากอีกคันนึง เนื่องจากเจ้านี่เป็นรถไฟฟ้าขนาดเล็กนั่นเองครับ ซึ่งโมเดลนี้พัฒนาโดยกลุ่มวิศวกรอาสาสมัครอายุยังน้อยที่ตั้งเป้าหมายที่จะหาความสนุกจากยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเป็นอนาคตใหม่เข้ามาแทนที่รถน้ำมันตามกระแสโลกในตอนนี้ โดยคันนี้จะติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเดียวกันกับที่ใช้ใน TY-E ไทรอัลไฟฟ้าที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีของทางยามาฮ่านั่นเอง แน่นอนว่าเจ้ามินิไบค์ไฟฟ้าคันนี้ไม่ต้องใส่เกียร์และเป็นโมเดลที่มุ่งเน้นการขับขี่ที่ทุก ๆ คนสนุกได้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีพิเศษเข้ามาเพิ่มความเร้าใจที่รถไฟฟ้าส่วนใหญ่ขาดหายไปเนื่องจากความเงียบของมัน ซึ่งเทคโนโลยีที่ว่าก็คือ Active Sound Control หรือระบบควบคุมเสียงแบบแอ็กทีฟที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้เพลิดเพลินไปกับเสียงของท่อไอเสียเหมือนกับรถน้ำมันแบบที่เราคุ้นเคยนั่นเองครับ เรียกว่าน่าสนใจทั้งตัวรถไฟฟ้าและตัวเทคโนโลยีสร้างเสียงท่อไอเสียสังเคราะห์นี้จริง ๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!