SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์

New Ducati Formula 73 2026 คืนชีพตำนานรถแข่งยุค 70 สเปคละเอียด

New Ducati Formula 73 2026 รถมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่คืนชีพตำนานแชมป์โลกยุค 70 ด้วยเครื่องยนต์ L-Twin และระบบช่วงล่าง Ohlins

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวมอเตอร์ไซค์

ด่านตรวจจราจร 2569 ความปลอดภัยประชาชน หรือธุรกิจรายได้จากค่าปรับ?

ด่านตรวจจราจร 2569 ในยุคตัดแต้มใบขับขี่ ความโปร่งใสมีจริงไหม หรือเป็นเพียงกลไกการสร้างรายได้ที่ประชาชนต้องแบกรับ

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
โจอัน เมียร์
MOTOGP

เมียร์เตือน! รีบเซ็นทีมใหม่ ระวังเจอรถ “บ๊วย” กว่าเดิม!

โจอัน เมียร์ แซะตลาดนักแข่ง MotoGP ปีล่าสุด รีบเซ็นสัญญาตั้งแต่ต้นปีระวังเสียใจ เตือนเพื่อนร่วมอาชีพดูฟอร์มรถให้ดีก่อนตัดสินใจย้ายทีม

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
Francesco Bagnaia Sepang Test 2026
MOTOGP

บันยาญ่ายอมรับ ยางหน้ามีปัญหาทำเวลาหล่น มั่นใจแก้มือที่บุรีรัมย์

ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า ยอมรับรถแข่ง GP26 ยังมีปัญหายางหน้าในช่วงท้ายของการซ้อม Sprint ที่เซปังฯ เสียเวลาไปกว่า 1 วินาที เตรียมแก้มือสนามสุดท้ายที่บุรีรัมย์

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
Avatr 06T
ข่าวมอเตอร์ไซค์

Avatr 06T Station Wagon ทรงสปอร์ตตัวตึง ปล่อยภาพ Official แล้ว

เจาะลึก Avatr 06T รถ Wagon ไฟฟ้าทรงสปอร์ต พร้อม Lidar เจนใหม่จาก Huawei ตรวจจับไกล 250 เมตร และขุมพลัง 600 แรงม้า สวยล้ำเหนือระดับ

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
2025 Ducati Scrambler 2 รุ่นใหม่ ดุ เข้ม สปอร์ต อิตาลี

2025 Ducati Scrambler 2 รุ่นใหม่ ดุ เข้ม สปอร์ต อิตาลี เผยโฉมออกมาแล้วอย่างเป็นทางการกับ Ducati Scrambler โมเดลปี 2025 ที่ออกมาพร้อมกันถึงสองรุ่น ได้แก่ โมเดลรหัส Icon dark และ Full Throttle ซึ่งทั้งสองโมเดลที่เปิดพร้อมกันมานี้มีการใช้เครื่องยนต์ที่มีขนาดเท่ากันคือ 803 ซีซี ซึ่งได้รับการปรับแต่งอย่างสมบูรณ์เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานไอเสีย Euro 5+ แต่ก็สามารถสร้างความสนุกเร้าใจได้ตลอดการเดินทาง โดยทั้งสองรุ่นที่ปล่อยออกมาจะแตกต่างกันก็เพียงกราฟิก และรายละเอียดบางอย่างเท่านั้น Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ ดีไซน์การออกแบบของ Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ มาแบบเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ด้วยกราฟิกสีดำที่ดูสะอาดตา พร้อมถังน้ำมันทรงหยดน้ำสุดคลาสสิก และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มากับรถคันนี้ทุกอย่างเป็นสีดำ ไม่ว่าจะเป็นแผงด้านข้าง ล้อ เฟรม ฝาครอบคลัตช์ และฝาครอบสายพานแคม ที่ถังน้ำมันมีโลโก้ Ducati คลาสสิกที่ถูกสลักอยู่ในปีก Ducati พร้อมด้วยไฟหน้า LED ทันสมัย แฮนด์บาร์ทรงคลาสสิก และหน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 4.3 นิ้วที่เติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับ ICON DARK ยิ่งไปกว่านั้นโมเดลนี้ยังรองรับการติดตั้ง ควิกชิฟเตอร์ (ชุดแต่งเพิ่มเติม) อีกด้วย ล้อแม็กสีดำ เพิ่มความดุดันให้กับตัวรถ ไฟท้ายดีไซน์สปอร์ต เพลทโลโก้ข้างถังน้ำมัน เบาะแต่ง กับลวดลายสุดเท่   Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ ดีไซน์การออกแบบของ Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ ตัวรถมาในสีดำเช่นกัน พร้อมอุปกรณ์ไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มรูปแบบ ระบบท่อไอเสียจาก Termignoni และระบบเกียร์แบบ Quickshifter ขึ้น-ลง แฮนด์บาร์ที่ต่ำลงเพื่อท่าทางการขับขี่ที่สปอร์ตยิ่งขึ้นโลโก้บนถังน้ำมันแสดงคำว่า Scrambler Ducati ด้วยตัวอักษรที่ทันสมัยและโดดเด่น เบาะนั่งถูกออกแบบมาให้มีความสอดคล้องตามหลักสรีรศาสตร์มากขึ้น พร้อมหมายเลข 62 ขนาดใหญ่ถูกสลักไว้บนแผงด้านข้าง เพื่อเป็นการระลึกถึงถึงปี 1962 ที่เป็นปีของ Scrambler Ducati ถือกำเนิดขึ้น ล้อแม็กสีทองสวย โดดเด่น #62 เพื่อระลึกถึง Ducati Scrambler รุ่นแรกในปี 1962 ระบบเกียร์แบบ Quickshifter หน้าจอ TFT ขนาด 4.3”   2025 Ducati Scrambler สเปคและรายละเอียดอื่น ๆ Ducati Scrambler ‘ICON DARK’ Ducati Scrambler ‘FULL THROTTLE’ เครื่องยนต์ Desmodromic แบบ L-twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ Desmodromic แบบ L-twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 803 ซีซี 803 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 88 x 86 มม. 88 x 86 มม. อัตราส่วนการอัด 11.1:1 11.1:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด 6 สปีด พร้อมระบบ Ducati Quick Shift ระบบจ่ายเชื้อเพลิง

2025 Honda CBR600RR แรงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่

2025 Honda CBR600RR แรงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่ 2025 Honda CBR600RR สปอร์ตไบค์คลาส 600 ซีซี ที่ Honda ยังคงทำตลาดอยู่ และตอนนี้เปิดตัวเจนใหม่แล้วในประเทศอเมริกา ซึ่งในโมเดลนี้ไม่ใช่รุ่นที่อัปเดตใหม่เหมือนที่วางขายในยุโรป โมเดลใหม่ดีไซน์เครื่องเดิมสนิท ขุมพลังหลักของ CBR 600RR รุ่นปี 2025 ได้แก่ เครื่องยนต์สี่สูบเรียงขนาด 599 ซีซี จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด DSFI 4 วาล์วต่อสูบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุดที่ 183 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 66 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบต่อนาที ช่วงล่างด้านหน้ามาพร้อมโช้คหัวกลับ  Showa BPF และด้านหลังเป็นแบบโช้คเดี่ยว Pro-Link เพื่อให้การควบคุมที่แม่นยำขึ้นและเพิ่มการยึดเกาะถนน ทั้งสองด้านสามารถปรับแต่งพรีโหลด รีบาวนด์ได้ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ  มาพร้อมคาลิเปอร์เบรก Tokico เบรกหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว มาพร้อมกับขนาดล้อและยางที่ 120/70 ZR-17 และ 180/55 ZR-17 หน้าหลังตามลำดับ ในส่วนของการออกแบบ โมเดลรถคันนี้มีพื้นฐานมาจากโมเดลเก่าปี 2013 (รหัส EBL-PC40) ที่ยังคงมีเลี้ยวอยู่ด้านข้างยังไม่ใช่ปีกวิงก์เล็ตแบบโมเดลปี 2020 มาพร้อมไฟหน้า LED แบบคู่ และหน้าจอแสดงผลดิจิทัล พร้อมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น โหมดการขับขี่ คันเร่งไฟฟ้า (throttle-by-wire) และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ที่ยังคงเหมือนเดิมจากรุ่นก่อนหน้า เปลี่ยนสีประจำโมเดล โมเดลที่เปิดใหม่ในอเมริกานี้เป็นโมเดลที่ต่อเนื่องมาจากรุ่นก่อนหน้าที่วางขายอยู่ในอเมริกา ไม่ใช่รุ่นที่มีการพัฒนาใหม่ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นของปี 2025 ก็มีเพียงอย่างเดียวคือสีสันใหม่ ได้แก่สีเทา ‘Deep Pearl Gray’ ที่มาแทนที่สี Grand Prix Red จากปีก่อน ตัวรถถูกเคลือบด้วยสีเทาเข้มเป็นสีพื้น พร้อมการตกแต่งด้วยสีเทาอ่อน และขาว พร้อมด้วยการคาดเส้นสีแดงบาง ๆ ที่ใส่มาเพื่อให้เกิดการตัดกันของสีเพื่อให้เกิดความโดดเด่น อาจจะขัดใจกับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบในสีแดง 2025 Honda CBR600RR สเปคและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 599 ซีซี แรงม้า (เคลม) 119 แรงม้าที่ 14,250 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 63 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67 x 42.5 มม. อัตราส่วนการอัด 12.2 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Fuel injection ระบบจ่ายเชื้อเพลิง PGM-Fi ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ขนาดล้อและยางหน้า 120/70-17 แบบไม่ใช้ยางใน ขนาดล้อและยางหลัง 180/55-17 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบหัวกลับขนาด ขนาด 41 มม. รุ่น Showa ระยะยุบ 120 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยวแบบโปรลิงค์ ระยะยุบ 128 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เรเดียนเมาท์ 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X

2025 Triumph TF 450-RC เอนดูโร่รุ่นพิเศษ ลายลิมิเต็ดฉลองแชมป์โลก

Triumph TF 450-RC โมโตครอสรุ่นพิเศษ ลายลิมิเต็ดฉลองแชมป์โลก หลังจากเปิดตัวโมโตครอสรุ่นแรกของทางค่ายอย่าง Triumph TF 250-X เมื่อช่วงปลายปี 2023 ไปแล้ว คราวนี้ทางค่ายผู้ดีอย่างไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิลส์ พร้อมที่จะสานต่อสำหรับรถไทป์สายทางฝุ่น พร้อมทำการเปิดตัวโมเดลคลาส 450 รุ่นแรกกับ 2025 Triumph TF 450-RC ลิมิเต็ดอิดิชันสุดพิเศษ เพื่อการเฉลิมฉลองแชมป์โลกโมโตครอสอย่าง “The GOAT” หรือ Ricky Carmichael 2025 Triumph TF 450-RC คลาส 450 รุ่นแรก.!! ด้วยการเดลเวอล็อปร่วมกันระหว่างทีมเอ็นจิเนียร์ชั้นนำของไทรอัมพ์และแชมป์โลกโมโตครอส เพื่อให้ได้โมเดลสายฝุ่นที่มีสมรรถนะเทียบเคียงตัวแข่งมากที่สุด โดยเจ้า Triumph TF 450-RC มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 450 ซีซี พร้อมกับส่วนผสมที่ดีที่สุด ผ่านการออกแบบคำนวณอย่างแม่นยำ ทั้งในเรื่องของพละกำลังเครื่องยนต์ มิติตัวรถและวัสดุเกรดคุณภาพเข้าด้วยกัน โดยตัวโมเดลจะมีน้ำหนักเพียง 108.6 กก.เท่านั้น นัมเบอร์แชมป์โลก No.4 ปลอกแฮนด์ ODI ลายกราฟิกด้านข้าง เบาะหนังสีดำ ออกแบบให้ความกระชับ ในขณะที่ลวดลายกราฟิกและชุดสียังถูกออกแบบไปในแนวทางเดียวกัน นั่นก็คือสีสุดโปรดของทางค่ายกับสีเหลืองสีดำและสีขาว พร้อมลายกราฟิกพร้อมนัมเบอร์หมายเลข 4 ซึ่งประจำตัวของตำนานแชมป์โลกนั่นเอง นอกเหนือจากลวดลายดังกล่าว ตัวเบาะยังออกแบบมาเพื่อการขับขี่บนสนามแข่งโดยเฉพาะ ให้ผู้ขับขี่สามารถปรับท่วงท่าได้อย่างอิสระ เครื่องยนต์สูบเดียว 450 ซีซี ในเรื่องของพละกำลังเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ ขนาด 450 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ใช้ระบบวาล์ว SOHC โดยเครื่องยนต์ดังกล่าวยังถูกปรับปรุงมาเพื่อใช้สำหรับการแข่งขัน ทั้งลูกสูบอลูมิเนียมฟอร์จขึ้นรูป Konig เคลือบสาร DLC ให้ความแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ พร้อมวาล์วไทเทเนียม DelWest  พร้อมชุดเกียร์บ็อกซ์ 5 สปีด พ่วงมาพร้อมกับควิกชิฟเตอร์ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ติดมาพร้อมชุดแอร์บ็อกซ์จาก TwinAir เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบหัวฉีดของ Dellorto ทำงานร่วมกับระบบจัดการเครื่องยนต์ผ่านกล่อง ECU จาก Athena ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายน้ำมัน รวมถึงสามารถปรับแต่งพารามิเตอร์ให้เข้ากับผู้ขับขี่ไม่ว่าจะเป็น ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบช่วยการออกตัว ผ่านการควบคุมรายละเอียดผ่านทางแอป MX Tune Pro สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพแทร็กต่าง ๆ ได้นั่นเอง ยังรวมไปถึงระบบเอ็นจิ้นแม็ปให้เลือกใช้งาน และโหมดเฉพาะตัวที่ปรับแต่งโดย Ricky Carmichael เพื่อให้ขีดจำกัดสูงสุดสำหรับผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบความแอ็ดวานซ์เป็นพิเศษ พ่วงมาพร้อมกับถังน้ำมันขนาด 7 ลิตร ในเรื่องของจีโอโนมิคของการออกแบบยังเข้าถึงผู้ขับขี่ให้สามารถควบคุมที่ง่ายดาย พร้อมฝาครอบแมกนีเซียมไล่น้ำหนักเบาขึ้น แฮนด์บาร์ทำจากโลหะผสม 2014-T6 ชุปอะโนไดซ์แบบแข็งเพิ่มความทนทานเป็นพิเศษ พร้อมกับแคลมป์ขนาดใหญ่และปลอกแฮนด์ ODI ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากล้อมาถึงมือ และซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ขณะที่ตัวโช้คอัพด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับจาก KYB ขนาด 48 มม. มาพร้อมระยะยุบที่ 310 มม. ปรับคอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ระยะยุบ 305 มม. ปรับรีบาวด์และคอมเพรสชันได้ทั้งแบบไฮด์สปีดและโลว์สปีด ประกบด้วยระบบเบรกจาก Brembo ขนาด 2 ลูกสูบเข้ากับจานดิสก์ด้านหน้าขนาด 260 มม. ต่อด้วยคาลิเปอร์ด้านหลังเป็นลูกสูบเดียวจาก Brembo เช่นเดียวกันพร้อมจานดิสก์หลังขนาด 220 มม. รัดด้วยล้อซี่ลวดและยางขนาด 80/100-21 และ 110/90-19  นับได้ว่าอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาให้แต่ละชิ้น ช่างสมกับเป็นโมเดลของแบรนด์ค่ายผู้ดีเสียจริง โดยจะเปิดจำหน่ายในตลาดยุโรปช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2025 พร้อมราคาค่าตัว 10,695 ยูโรหรือราว ๆ 4 แสนมีทอน และคิดว่าไม่น่าจะเข้าไทยหล่ะครับ นอกจากตัว 250 ที่ยังพอมีลุ้น แต่ดูรวม ๆ แล้วมันก็ค่อนข้างยากเลยจริง ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW R NineT 801 Steampunk จาก Zillers Garage

BMW R NineT 801 Steampunk จาก Zillers Garage BMW R NINET 801 Motorcycle ซึ่งได้รับการโมดิฟายด้วยสำนักแต่งรถจากประเทศรัสเซียอย่าง Zillers Garage ที่มีผลงานการคัสตอมรถมอเตอร์ไซค์ออกมาได้อย่างจี๊ดจ๊าดไม่ว่าจะเป็น การคัสตอม BMW R18 ที่เปลี่ยนจากรถที่มีดีไซน์แบบครุยเซอร์คลาสสิคให้มีความล้ำสมัย เสมือนหลุดออกมาจากโลกอนาคต รวมไปถึงการได้รางวัลชนะเลิศ AMD World Champion of bike building ที่มีผลงานชื่อดังระดับโลกอย่าง ‘Insomnia.’ Yamaha SR400 อีกทั้งสำนักแต่งนี้ก็ยังมีผลงานชิ้นโบว์แดงอีกหนึ่งชิ้นนั่นคือการนำ BMW R Nine T มาแยกชิ้นส่วนจนเหลือเพียงแค่เครื่องยนต์ ระบบเบรกล่าง และโช้คอัพหน้าเท่านั้นที่เป็นของเดิมมาจากโรงงาน มาจัดการปรับรูปลักษณ์ภายนอกใหม่โดยมีชื่อว่า BMW R NINET 801 Motorcycle โดยรถคันนี้มีระยะเวลาในการผลิตประมาณ 10 เดือนต่อหนึ่งคัน เครื่องยนต์เดิมสนิทจากโรงงาน ในส่วนของขุมกำลังของรถคันนี้ทางสำนักแต่งจะไม่ไปยุ่งอะไรกับเครื่องยนต์ เพราะยังคงไว้ใจในขุมกำลังเครื่องยนต์แบบ 2 สูบเรียงนอน Boxer ขนาดความจุ 1,170 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 110 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 116 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที ระบบเบรก Brembo จากโรงงาน ในส่วนของช่วงล่างมาพร้อมกับล้อคัสตอมขนาดขอบ 18 นิ้วทั้งหน้า และหลัง ระบบเบรกด้านหน้า และด้านหลังเป็นเบรกเดิมของรถที่มาจากโรงงานได้แก่ เบรกหน้าดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo 4 พอตขนาด 320 มม. เบรกหลังแบบดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo 2 พอตขนาด 265 มม. พร้อมระบบ ABS ทั้งคู่ ส่วนของระบบกันสะเทือนหน้า Hydraulic suspension สามารถยกรถขึ้นได้แค่เพียงกดปุ่มเมื่อต้องการขับขี่ ปุ่มฟังก์ชันครบบนถังน้ำมัน   โครงที่พาดอยู่เหนือแฮนด์บาร์นั้นทำหน้าที่เป็นส่วนค็อกพิทที่ใช้งานได้จริง โดยมีมาตรวัดความเร็ว Motogadget Motoscope Mini และปุ่มควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น ปุ่มไฟสูง/ไฟต่ำ และปุ่มควบคุมความสูงรถด้วยระบบไฮดรอลิก ที่ถูกรวมเข้าไว้ปกถังน้ำมันอย่างไร้รอยต่อ ตัวถังภายนอกอลูมิเนียมทำมือทั้งคัน ในส่วนของคอนเซปต์ดีไซน์ของรถดีคันนี้ Dmitry มีความตั้งใจให้ตัวถังมีสไตล์ย้อนยุคผสมผสานกับความล้ำสมัย และชิ้นส่วนตัวถังถูกหุ้มด้วยชิ้นส่วนอะลูมิเนียมด้วยมือทีละชิ้น เส้นสายของการออกแบบมีความประณีต ตั้งแต่ส่วนหน้าที่ดูคล้ายหุ่นยนต์มีความ Sci-fi ไปจนถึงส่วนท้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถคลาสสิค พร้อมด้วยโลโก้ BMW แปะอยู่ที่ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง ช่องเก็บของท้ายรถแบบมินิมอล หลายครั้งมักมีวลีที่บอกว่า ‘เท่แต่กินไม่ได้’ ที่หมายถึงไม่อเนกประสงค์ในการเก็บสัมภาระ แต่ไม่ใช่กับรถคันนี้ เพราะรถคันนี้ไม่ได้เท่แค่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเก็บของได้บ้างเล็กน้อย (เล็กน้อยที่แปลว่าเล็กน้อยมาก ๆ) โดยช่องเก็บดังกล่าวอยู่ส่วนของท้ายรถ อีกทั้งในช่องนั้นยังมีพอร์ตสำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือได้อีกด้วย ดีไซน์สุดล้ำไร้ขาตั้งกวนใจ ความเท่อีกหนึ่งจุดคือของรถคันนี้คือ การจอดโดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง เพราะด้านล่างสุดของตัวรถคือจุดรับน้ำหนักที่ประคองให้มันตั้งอยู่ได้ โดย Dimitry ออกแบบ และพัฒนาระบบ Hydraulic suspension ให้ฝังอยู่ในตะเกียบหน้า โดยระบบนี้จะยกรถขึ้นเมื่อต้องการผู้ขับขี่ต้องการขับขี่ และย่อลงติดพื้นเมื่อดับเครื่องยนต์ ภาพในมุมอื่น ๆ   สรุป Zillers’ R nineT เป็นรถที่มีความโดดเด่น มีสไตล์ แต่ก็น่าเสียดายที่ถูกตกแต่งเพียงแค่ตัวถังภายนอกเท่านั้น ไม่ได้มีการไปยุ่งกับเครื่องยนต์ 2 สูบ 1,170 ซีซี 110 แรงม้า แต่การตกแต่งสไตล์นี้มันก็มากพอที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้ที่พบเห็นได้จนจำผลงานแบบ One-off อีกชิ้นของ Dimitry ได้ไปอีกนาน หากอ่านแล้วสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Zillers custom คลิ๊กที่นี่

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ducati Thailand เผยแผน

Ducati Thailand เผยแผน พร้อมรุกเต็มระบบปี 2022  Ducati Thailand เผยแผน พร้อมรุกเต็มระบบปี 2022 หลังจากทางผู้บริหารได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ซึ่งประเด็นหลัก ๆ ก็จะเป็นการพูดสรุปถึงครึ่งปีที่ผ่านมา ภายหลังเข้ามารับช่วงต่อ พร้อมเผยแนวทางการดำเนินงานในปี 2022 ซึ่งระบุดชัดเจนว่าพร้อมเดินหน้ารุกเต็มระบบ เพื่อผลักดันตัวแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายไบค์เกอร์ทุกกลุ่ม ทุกสไตล์  ในการสัมภาษณ์ทีมผู้บริหาร ดูคาติ ไทยแลนด์ ภายใต้การดำเนินงาน บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ดูคาติอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย นายพรเทพ โชตินุชิต CEO / ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานกรรมการบริหารฯ และ มร. มาร์โค บิออนดิ รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของดูคาติประจำตลาดเอเชียแปซิฟิก และ คุณดอม เหตระกูล กรรมการบริหารฯ ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์พิเศษก่อนเปิดงานบูท Ducati ในงาน Motor Expo 2021 อย่างเป็นทางการ   ยอดขายในปี 2021 เป็นยังไงบ้าง?  สำหรับปีนี้ทางเราเองก็ตั้งเป้าคาดหวังไว้กับ All New Monster ตัวใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวและจัดจำหน่ายในช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าไว้ในปีนี้ 400 กว่าคัน แต่อย่างไรก็ดีในปีนี้ภาพรวมของตลาดบิ๊กไบค์ลดลงกว่าปีที่แล้วมาก อันเนื่องมาจากสถานการณ์ Covid-19 แต่อย่างไรก็ต้องมาดูในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปีนี้อีกทีครับ     เมื่อคู่แข่งมากขึ้น มีแผนดึงดูดลูกค้าอย่างไร? เราได้มีการเริ่มจัดกิจกรรมให้กับลูกค้ากันบ้างแล้ว อย่างที่ผ่านมา เราก็มีกิจกรรม Morning Ride เป็นทริปพาลูกค้าดื่มกาแฟ มีการทดสอบรถในสถานที่ต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีพาไป คาเฟ่ ออนสะพาน ที่ชลบุรี ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า โดยตรงนี้ก็ถือว่าเป็นโครงการนำร่องเป็นเหมือนกิจกรรมมารองรับลูกค้าที่ใช้รถดูคาติ และสำหรับในส่วนของ DRE หรือ Ducati Riding Experience ที่เป็นกิจกรรมการเรียนขับขี่ เราย้ำว่าปีหน้ามีแน่นอน เป็นกิจกรรมที่ลูกค้าทุกคนอยากเข้าร่วม และสำหรับตัวรถที่ขายดีทั่วโลกอย่าง Multistrada V4 , V4 S ก็ขาดไม่ได้ที่จะมีทริปท่องเที่ยวที่หลากหลายมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ ทั้งนี้ในปี 2022 ทางเราเชื่อมันว่าเราจะสามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมต่าง ๆ ทั้งในกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ และดึงดูดลูกค้าใหม่ให้หันมาขี่ดูคาติเพิ่มขึ้น ด้วยกิจกรรมที่มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่มีแค่เฉพาะในสนามแข่งอย่างเดียว  โดยจะมีกิจกรรมสนุก ๆ สำหรับโมเดล Desert Sled รุ่นที่หลายคนรอคอย อย่างวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ก็จะมีรุ่น Desert X ที่จะเปิดตัวแบบเวิลด์พรีเมียร์ ซึ่งก็จะเป็นเซกเมนท์ใหม่ที่เป็นแนวเอ็นดูโร่ ซึ่งดูคาติเองก็จะจัดกิจกรรมในสไตล์เอ็นดูโร่เพิ่มเข้ามาด้วย นอกเหนือไปจากกิจกรรมขับขี่ในแบบเรซซิ่ง แบบสปอร์ตทัวริ่ง ที่มักจะเป็นแนวทริปเดินทาง แน่นอนว่าในปี 2022 ไบค์เกอร์ที่ขี่ดูคาติก็จะมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ร่วมมากมายเลย นอกจากจะเน้นการจัดกิจกรรมให้กับทางลูกค้าแล้ว ทางเรายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากร การบริการหลังการขาย เพราะลูกค้าคือบุคคลสำคัญสำหรับพวกเรา ซึ่งทางดูคาติเร่งที่จะพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ในส่วนของการเทรนนิ่งระหว่างโรงงาน ก็มีมาตรฐานเทียบเท่าที่อิตาลี  และเนื่องจากที่เราเพิ่งจะเริ่มเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เราเองก็เลยต้องอาศัยช่วงเวลาที่ผ่านมาในการเก็บข้อมูลมาพัฒนา ซึ่งก็ถือว่าเป็นไปในทางที่ดี ลูกค้าสามารถที่จะเข้าถึงเราได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ Ducati ทุกรุ่นสามารถจองสั่งซื้อได้แล้วที่ Lazada ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม    สรุปสั้น ๆ งานนี้สาวกดูคาติน่าจะมั่นใจกับแบรนด์ดูคาติได้มากขึ้น ซื้อรถแล้วมีกิจกรรมดี ๆ ให้เข้าร่วม มีศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน และมีบริการหลังการขายที่ดีอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph จัดหนักขนรุ่นใหม่มา 12 รุ่น

Triumph จัดหนักขนรุ่นใหม่มา 12 รุ่น พร้อมให้เป็นเจ้าของในงาน Motor Expo  2021 Triumph จัดหนักขนรุ่นใหม่มา 12 รุ่น ครบทุกไลน์อัพมาให้เลือกเป็นเจ้าของกันแบบอัดแน่นในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021 3 โมเดลในนั้นเป็นโมเดลใหม่ที่มีการเผยโฉมครั้งแรก ได้แก่ Tiger Sport 660 แอดเวนเจอร์สปอร์ตขุมกำลังสามสูบ ขนาด 660 ซีซี ที่ทุกคนรอคอย รวมถึงยังเปิดตัว Speed Triple 1200 RR และ Speed Triple 1200 RS ซึ่งถือเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ในไทย โดดเด่นขุมพลังสามสูบอันขนาด 1160 ซีซี อันเป็นเอกลักษณ์เด่นของทางค่ายอีกด้วย รวมไปถึงพร้อมพรั่งไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมากมาย นอกจากนี้ยังมี Speed Twin 2021 และ Bonneville Goldline Edition อีก 8 โมเดลด้วยกัน ซึ่งได้แก่ Bonneville T100 Goldine Edition, Street Scrambler Goldine Edition, Bonneville Speedmaster Goldine Edition, Bonneville Bobber Goldine Edition, Bonneville T120 Goldine Edition, Bonneville T120 Goldine Edition, Scrambler 1200 XC Goldine Edition และ Scrambler 1200 XE Goldine Edition ซึ่งทุกโมเดลล้วนโดดเด่นด้วยเส้นสายลายเส้นเพ้นท์ด้วยมืออย่างปราณีตสีทองไม่เหมือนใคร   โปรโมชัน ซึ่งทางไทรอัมพ์ขนมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิดพร้อมเปิดรับจองเป็นครั้งแรก พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษมากมายให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น อาทิ ข้อเสนอทางการเงินมูลค่าสูงสุดถึง 50,000 บาท  ดาวน์ต่ำเริ่มต้นเพียง 29,999 บาท ฟรีประกันภัยชั้น1 ฯลฯ เป็นต้น  ซึ่งรถทุกรุ่นจะได้รับฟรี Triumph Service Package พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Triumph Roadside Assistance) เป็นระยะเวลา 2 ปี และรับประกันคุณภาพ 2 ปีไม่จำกัดระยะทางอีกด้วย ในขณะเดียวกันภายในงานยังพบกับส่วนลดสูงสุด 70% สำหรับคอลเลกชันเสื้อผ้าที่นำมาให้เลือกเสริมลุคกันอย่างจุใจครบเครื่อง  โดยท่านที่สนใจสามารถพบกันได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” หรือมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021 ณ บูธไทรอัมพ์ G13 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2564 และสำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมตลอดจนทดลองขี่รถรุ่นที่สนใจได้ที่โชว์รูมไทรอัมพ์ ทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ ต้องการข้อมูลติดต่อ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เว็บไซต์ www.triumphmotorcycles.co.th ตลอดจนติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand      อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki เปิด 3 โมเดลใหม่

Kawasaki เปิด 3 โมเดลใหม่ ภายในงาน Motor Expo 2021 Kawasaki เปิด 3 โมเดลใหม่ ภายในงาน Motor Expo 2021 เอาใจไบค์เกอร์ทั้งสายสปอร์ต สายซิ่ง และสายคลาสสิค   บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว 3 โมเดลใหม่ล่าสุด อย่าง Z650RS พร้อมด้วย Ninja ZX-10R ใหม่ และ Z900 SE ACC รุ่นพิเศษที่มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งสุดไฮเกรดติดรถ  ภายในงาน Motor Expo 2021 ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2564 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี  โดยภายในบูธคาวาซากิ ท่านจะได้พบกับรถจักรยานยนต์คาวาซากิหลากหลายสายพันธุ์ อาทิเช่น สายพันธุ์ซูเปอร์สปอร์ตจากตระกูล Ninja สายพันธุ์ซูเปอร์เน็คเก็ตจากตระกูล Z สายพันธุ์แอดเวนเจอร์จากตระกูล Versys สายพันธ์ุออฟโรดจากตระกูล KLX รวมไปถึงสายพันธ์คลาสสิคจากตระกูล W และ Vulcan  Z650RS ไฮไลท์ของงานหนีไม่พ้น Z650RS เรโทรสปอร์ตเน็คเก็ตพิกัดกลางขนานแท้ สำหรับผู้ใช้ในทุกระดับทักษะ รูปลักษณ์อันสวยงามเหนือกาลเวลาสืบทอดจาก Z900RS เข้ากับรูปทรงอันกะทัดรัด ควบคุมง่าย ที่จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกติดอกติดใจอยากนำออกไปขับขี่ในทุกวัน โดดเด่นด้วยความสวยงามเป็นอมตะของรถจักรยานยนต์สไตล์ดั้งเดิม  โดยมาพร้อมรายละเอียดที่แตกต่างจากพี่ใหญ่ อย่างถังน้ำมันที่คอดกระชับและท้ายสั้น กะทัดรัด ให้ความรู้สึกง่ายต่อการควบคุม ไม่ต้องออกแรงมาก สามารถสัมผัสได้ถึงความเบาของตัวรถ และคาแรคเตอร์ด้านการตอบสนองที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ เพื่อเสริมตัวตนความเป็นรถจักรยานยนต์เรโทรสปอร์ตขนานแท้ ความร่วมสมัยและความเรียบง่ายที่จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกติดอกติดใจอยากนำออกไปขับขี่ในทุกวัน ราคาเปิดตัว 319,400 บาท  พิเศษช่วงวันงาน 1-12 ธ.ค.​64 ​สำหรับ​ 20คันแรก​เพียง​  299,400 บาท   Ninja ZX-10R Ninja ZX-10R บทพิสูจน์ของสมรรถนะอันเหนือชั้นกับการครองบัลลังค์แชมป์เวิลด์ซูเปอร์ไบค์ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง สร้างปรากฎการณ์ให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกได้ประจักษ์ พร้อมให้คุณได้สัมผัสถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์อันทรงพลัง และโครงสร้างแชสซีที่ผ่านการพัฒนาจากสนามแข่ง  เพิ่มประสิทธิภาพในการลดแรงต้านอากาศด้วยการออกแบบรูปทรงใหม่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดียิ่งขึ้น สะดวกสบายกับการขับขี่ระยะทางไกลด้วยระบบครูซคอนโทรล และสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อความเพลิดเพลินในการขับขี่บนท้องถนนได้อย่างครบครัน ราคาเปิดตัว 859,000 บาท   Z900 SE ACC สุดท้ายกับ Z900 SE ACC อีกหนึ่งรูปแบบของ Z900 ที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติขั้นสูง ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ & สวยสะกดทุกสายตามากยิ่งขึ้น Z900 SE ACC ใช้พื้นฐานเดียวกับ Z900 ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง คืออีกหนึ่งทางเลือกที่โดดเด่นและแตกต่างในปี 2022 ด้วยคอนเซ็ปต์ “เร้าใจและควบคุมง่าย”  Z900 SE ACC มาพร้อมชุดแต่งระบบเบรก Brembo ใหม่, องค์ประกอบภายในระบบกันสะเทือนหน้าเกรดสูงขึ้น รวมถึงโช้คหลัง Öhlins ซึ่งไม่เพียงยกระดับคาแรคเตอร์การควบคุมและความตื่นเต้นในการขับขี่ให้เหนือขึ้นไปอีกขั้น แต่ยังเสริมให้สไตล์ของตัวรถดูโดดเด่นสะกดทุกสายตายิ่งขึ้นด้วย ราคาเปิดตัว 512,000 บาท นายกฤษณะ ภาคีแพทย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย กล่าวว่า  “คาวาซากิเปิดตัวโมเดลใหม่ทั้งหมด 3 รุ่น มีความมุ่งมั่นที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์คันใหม่ อีกทั้งภายในงาน Motor Expo ครั้งนี้ คาวาซากิจัดโปรโมชั่นพิเศษต่าง ๆ มากมายไว้รอคอยทุกท่าน แล้วพบกันให้ได้นะครับ ” สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของคาวาซากิ และโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์คาวาซากิใกล้บ้านทั่วประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมผ่านทาง Kawasaki Motors Thailand Fanpage /  www.kawasaki.co.th  โทรศัพท์ 02-018-4999 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki เปิดตัว 2 โมเดลใหม่

Suzuki เปิดตัว 2 โมเดลใหม่ พร้อมดีลพิเศษทุกรุ่นในงาน Suzuki เปิดตัว 2 โมเดลใหม่ พร้อมดีลพิเศษทุกรุ่นในงาน Motor Expo 2021 บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ อย่างเป็นทางการ มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพ และสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ภายในงาน Motor Expo 2021 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2564 แนวคิดในการออกแบบบูธ “ซูซูกิ” ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Suzuki Modern Japanese DNA โดยคุมโทนด้วยสีดำเป็น Base ตัดด้วยสีน้ำเงิน Highlight แสดงออกถึงการผสมผสาน ความพัฒนาที่ไร้ขีดจำกัด และพร้อมแสดงตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ของ ซูซูกิ โดยเน้นในเรื่องของความทันสมัย  ทั้งนี้ภายในบูธได้แบ่งโซนการจัดแสดงออกเป็น 3 โซน ได้แก่ Suzuki Sport Area กับการยลโฉมตัวจริงครั้งแรกของ “The Legend is Back” All New Suzuki Hayabusa พญาเหยี่ยวเจ้าแห่งความเร็ว และครั้งแรกกับตัวจริงของ New Suzuki Burgman 400 ที่ Suzuki Street Area  และที่พลาดไม่ได้กับไฮไลท์เด่นในงานนี้ซึ่งคือ การผจญภัยสุดมันไปกับ Suzuki Adventure Area ที่ ซูซูกิ ยังคงสร้างความตื่นเต้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ถึง 2 รุ่น เริ่มที่รุ่นใหญ่อย่าง New Suzuki V-Strom 650XT รถจักรยานยนต์สไตล์แอดเวนเจอร์ กับสีใหม่ถึง 4 สี ได้แก่ Pearl Vigor Blue / Metallic Mat Sword Silver สีน้ำเงินตัดสีเงินด้าน Pearl Brilliant White สีขาวประกายมุข Glass Sparkle Black สีดำเข้ม และกับสีเหลืองที่เป็นเอกลักษณ์ของ V-Strom อย่าง Champion Yellow No.2 ที่จะพาคุณพร้อมลุยไปทุกที่ และกับโมเดลใหม่ล่าสุดที่ขี่ง่าย ลุยได้ทุกทางกับ All New Suzuki Nex Crossover รถจักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์สไตล์ ครอสโอเวอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด เปิดตัวครั้งแรกภายในงาน ขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย สนุกทุกการขับขี่ พร้อมจะพาลุยไปได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง ทั้งยังทำเซอร์ไพรส์สาวกคนรักซูด้วยการนำรถจักรยานยนต์ พรีเมียมสกู๊ตเตอร์อย่าง Suzuki Saluto 125 มาโชว์ในงาน ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่ทุกท่านจะได้เห็นพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ Suzuki Saluto 125 กันอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์รุ่นอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อตอบสนองการใช้งาน และเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเงื่อนไขสุดพิเศษทุกรุ่น ที่จะทำให้คุณสามารถเลือกรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ที่ใช่ได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายนี้ยังเปิดประสบการณ์รูปแบบใหม่ พิเศษสุดกับการ Collaboration ที่ลงตัวภายใต้โปรเจ็กต์ “Suzuki X Racewear” ซูซูกิแบรนด์รถจักรยานยนต์ชั้นแนวหน้า ที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ทั่วโลกมาหลาย Generation เปิดตัวเสื้อ Limited Edition 2022 ที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด โดยจับมือกับแบรนด์เสื้อแนว Street ชื่อดัง ที่ได้รับความนิยมในวงการแต่งรถ ที่มีความเข้าใจในเรื่องของรูปทรง สรีระ และไลฟ์สไตล์การแต่งตัว โปรเจ็คเสื้อสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Suzuki X Racewear” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นภายในงาน Motor Expo 2021 ในครั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่จองรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ในงานนี้เท่านั้น ยังไม่หมดเพียงเท่านี้สำหรับบูธ ซูซูกิ กับดีลพิเศษ โปรโมชั่นร้อนแรงส่งท้ายปี ครบทุกรุ่นทุกสไตล์ ตอบโจทย์ความต้องการ

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ducati Thailand เผยแผน

Ducati Thailand เผยแผน พร้อมรุกเต็มระบบปี 2022  Ducati Thailand เผยแผน พร้อมรุกเต็มระบบปี 2022 หลังจากทางผู้บริหารได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ซึ่งประเด็นหลัก ๆ ก็จะเป็นการพูดสรุปถึงครึ่งปีที่ผ่านมา ภายหลังเข้ามารับช่วงต่อ พร้อมเผยแนวทางการดำเนินงานในปี 2022 ซึ่งระบุดชัดเจนว่าพร้อมเดินหน้ารุกเต็มระบบ เพื่อผลักดันตัวแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายไบค์เกอร์ทุกกลุ่ม ทุกสไตล์  ในการสัมภาษณ์ทีมผู้บริหาร ดูคาติ ไทยแลนด์ ภายใต้การดำเนินงาน บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ดูคาติอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย นายพรเทพ โชตินุชิต CEO / ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานกรรมการบริหารฯ และ มร. มาร์โค บิออนดิ รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของดูคาติประจำตลาดเอเชียแปซิฟิก และ คุณดอม เหตระกูล กรรมการบริหารฯ ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์พิเศษก่อนเปิดงานบูท Ducati ในงาน Motor Expo 2021 อย่างเป็นทางการ   ยอดขายในปี 2021 เป็นยังไงบ้าง?  สำหรับปีนี้ทางเราเองก็ตั้งเป้าคาดหวังไว้กับ All New Monster ตัวใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวและจัดจำหน่ายในช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าไว้ในปีนี้ 400 กว่าคัน แต่อย่างไรก็ดีในปีนี้ภาพรวมของตลาดบิ๊กไบค์ลดลงกว่าปีที่แล้วมาก อันเนื่องมาจากสถานการณ์ Covid-19 แต่อย่างไรก็ต้องมาดูในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปีนี้อีกทีครับ     เมื่อคู่แข่งมากขึ้น มีแผนดึงดูดลูกค้าอย่างไร? เราได้มีการเริ่มจัดกิจกรรมให้กับลูกค้ากันบ้างแล้ว อย่างที่ผ่านมา เราก็มีกิจกรรม Morning Ride เป็นทริปพาลูกค้าดื่มกาแฟ มีการทดสอบรถในสถานที่ต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีพาไป คาเฟ่ ออนสะพาน ที่ชลบุรี ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า โดยตรงนี้ก็ถือว่าเป็นโครงการนำร่องเป็นเหมือนกิจกรรมมารองรับลูกค้าที่ใช้รถดูคาติ และสำหรับในส่วนของ DRE หรือ Ducati Riding Experience ที่เป็นกิจกรรมการเรียนขับขี่ เราย้ำว่าปีหน้ามีแน่นอน เป็นกิจกรรมที่ลูกค้าทุกคนอยากเข้าร่วม และสำหรับตัวรถที่ขายดีทั่วโลกอย่าง Multistrada V4 , V4 S ก็ขาดไม่ได้ที่จะมีทริปท่องเที่ยวที่หลากหลายมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ ทั้งนี้ในปี 2022 ทางเราเชื่อมันว่าเราจะสามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมต่าง ๆ ทั้งในกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ และดึงดูดลูกค้าใหม่ให้หันมาขี่ดูคาติเพิ่มขึ้น ด้วยกิจกรรมที่มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่มีแค่เฉพาะในสนามแข่งอย่างเดียว  โดยจะมีกิจกรรมสนุก ๆ สำหรับโมเดล Desert Sled รุ่นที่หลายคนรอคอย อย่างวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ก็จะมีรุ่น Desert X ที่จะเปิดตัวแบบเวิลด์พรีเมียร์ ซึ่งก็จะเป็นเซกเมนท์ใหม่ที่เป็นแนวเอ็นดูโร่ ซึ่งดูคาติเองก็จะจัดกิจกรรมในสไตล์เอ็นดูโร่เพิ่มเข้ามาด้วย นอกเหนือไปจากกิจกรรมขับขี่ในแบบเรซซิ่ง แบบสปอร์ตทัวริ่ง ที่มักจะเป็นแนวทริปเดินทาง แน่นอนว่าในปี 2022 ไบค์เกอร์ที่ขี่ดูคาติก็จะมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ร่วมมากมายเลย นอกจากจะเน้นการจัดกิจกรรมให้กับทางลูกค้าแล้ว ทางเรายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากร การบริการหลังการขาย เพราะลูกค้าคือบุคคลสำคัญสำหรับพวกเรา ซึ่งทางดูคาติเร่งที่จะพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ในส่วนของการเทรนนิ่งระหว่างโรงงาน ก็มีมาตรฐานเทียบเท่าที่อิตาลี  และเนื่องจากที่เราเพิ่งจะเริ่มเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เราเองก็เลยต้องอาศัยช่วงเวลาที่ผ่านมาในการเก็บข้อมูลมาพัฒนา ซึ่งก็ถือว่าเป็นไปในทางที่ดี ลูกค้าสามารถที่จะเข้าถึงเราได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ Ducati ทุกรุ่นสามารถจองสั่งซื้อได้แล้วที่ Lazada ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม    สรุปสั้น ๆ งานนี้สาวกดูคาติน่าจะมั่นใจกับแบรนด์ดูคาติได้มากขึ้น ซื้อรถแล้วมีกิจกรรมดี ๆ ให้เข้าร่วม มีศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน และมีบริการหลังการขายที่ดีอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

4 December 2021
Triumph จัดหนักขนรุ่นใหม่มา 12 รุ่น

Triumph จัดหนักขนรุ่นใหม่มา 12 รุ่น พร้อมให้เป็นเจ้าของในงาน Motor Expo  2021 Triumph จัดหนักขนรุ่นใหม่มา 12 รุ่น ครบทุกไลน์อัพมาให้เลือกเป็นเจ้าของกันแบบอัดแน่นในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021 3 โมเดลในนั้นเป็นโมเดลใหม่ที่มีการเผยโฉมครั้งแรก ได้แก่ Tiger Sport 660 แอดเวนเจอร์สปอร์ตขุมกำลังสามสูบ ขนาด 660 ซีซี ที่ทุกคนรอคอย รวมถึงยังเปิดตัว Speed Triple 1200 RR และ Speed Triple 1200 RS ซึ่งถือเป็นเซ็กเมนต์ใหม่ในไทย โดดเด่นขุมพลังสามสูบอันขนาด 1160 ซีซี อันเป็นเอกลักษณ์เด่นของทางค่ายอีกด้วย รวมไปถึงพร้อมพรั่งไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมากมาย นอกจากนี้ยังมี Speed Twin 2021 และ Bonneville Goldline Edition อีก 8 โมเดลด้วยกัน ซึ่งได้แก่ Bonneville T100 Goldine Edition, Street Scrambler Goldine Edition, Bonneville Speedmaster Goldine Edition, Bonneville Bobber Goldine Edition, Bonneville T120 Goldine Edition, Bonneville T120 Goldine Edition, Scrambler 1200 XC Goldine Edition และ Scrambler 1200 XE Goldine Edition ซึ่งทุกโมเดลล้วนโดดเด่นด้วยเส้นสายลายเส้นเพ้นท์ด้วยมืออย่างปราณีตสีทองไม่เหมือนใคร   โปรโมชัน ซึ่งทางไทรอัมพ์ขนมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิดพร้อมเปิดรับจองเป็นครั้งแรก พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษมากมายให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น อาทิ ข้อเสนอทางการเงินมูลค่าสูงสุดถึง 50,000 บาท  ดาวน์ต่ำเริ่มต้นเพียง 29,999 บาท ฟรีประกันภัยชั้น1 ฯลฯ เป็นต้น  ซึ่งรถทุกรุ่นจะได้รับฟรี Triumph Service Package พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Triumph Roadside Assistance) เป็นระยะเวลา 2 ปี และรับประกันคุณภาพ 2 ปีไม่จำกัดระยะทางอีกด้วย ในขณะเดียวกันภายในงานยังพบกับส่วนลดสูงสุด 70% สำหรับคอลเลกชันเสื้อผ้าที่นำมาให้เลือกเสริมลุคกันอย่างจุใจครบเครื่อง  โดยท่านที่สนใจสามารถพบกันได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38” หรือมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021 ณ บูธไทรอัมพ์ G13 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2564 และสำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมตลอดจนทดลองขี่รถรุ่นที่สนใจได้ที่โชว์รูมไทรอัมพ์ ทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ ต้องการข้อมูลติดต่อ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เว็บไซต์ www.triumphmotorcycles.co.th ตลอดจนติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand      อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2 December 2021
Kawasaki เปิด 3 โมเดลใหม่

Kawasaki เปิด 3 โมเดลใหม่ ภายในงาน Motor Expo 2021 Kawasaki เปิด 3 โมเดลใหม่ ภายในงาน Motor Expo 2021 เอาใจไบค์เกอร์ทั้งสายสปอร์ต สายซิ่ง และสายคลาสสิค   บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว 3 โมเดลใหม่ล่าสุด อย่าง Z650RS พร้อมด้วย Ninja ZX-10R ใหม่ และ Z900 SE ACC รุ่นพิเศษที่มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งสุดไฮเกรดติดรถ  ภายในงาน Motor Expo 2021 ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2564 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี  โดยภายในบูธคาวาซากิ ท่านจะได้พบกับรถจักรยานยนต์คาวาซากิหลากหลายสายพันธุ์ อาทิเช่น สายพันธุ์ซูเปอร์สปอร์ตจากตระกูล Ninja สายพันธุ์ซูเปอร์เน็คเก็ตจากตระกูล Z สายพันธุ์แอดเวนเจอร์จากตระกูล Versys สายพันธ์ุออฟโรดจากตระกูล KLX รวมไปถึงสายพันธ์คลาสสิคจากตระกูล W และ Vulcan  Z650RS ไฮไลท์ของงานหนีไม่พ้น Z650RS เรโทรสปอร์ตเน็คเก็ตพิกัดกลางขนานแท้ สำหรับผู้ใช้ในทุกระดับทักษะ รูปลักษณ์อันสวยงามเหนือกาลเวลาสืบทอดจาก Z900RS เข้ากับรูปทรงอันกะทัดรัด ควบคุมง่าย ที่จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกติดอกติดใจอยากนำออกไปขับขี่ในทุกวัน โดดเด่นด้วยความสวยงามเป็นอมตะของรถจักรยานยนต์สไตล์ดั้งเดิม  โดยมาพร้อมรายละเอียดที่แตกต่างจากพี่ใหญ่ อย่างถังน้ำมันที่คอดกระชับและท้ายสั้น กะทัดรัด ให้ความรู้สึกง่ายต่อการควบคุม ไม่ต้องออกแรงมาก สามารถสัมผัสได้ถึงความเบาของตัวรถ และคาแรคเตอร์ด้านการตอบสนองที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ เพื่อเสริมตัวตนความเป็นรถจักรยานยนต์เรโทรสปอร์ตขนานแท้ ความร่วมสมัยและความเรียบง่ายที่จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกติดอกติดใจอยากนำออกไปขับขี่ในทุกวัน ราคาเปิดตัว 319,400 บาท  พิเศษช่วงวันงาน 1-12 ธ.ค.​64 ​สำหรับ​ 20คันแรก​เพียง​  299,400 บาท   Ninja ZX-10R Ninja ZX-10R บทพิสูจน์ของสมรรถนะอันเหนือชั้นกับการครองบัลลังค์แชมป์เวิลด์ซูเปอร์ไบค์ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง สร้างปรากฎการณ์ให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกได้ประจักษ์ พร้อมให้คุณได้สัมผัสถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์อันทรงพลัง และโครงสร้างแชสซีที่ผ่านการพัฒนาจากสนามแข่ง  เพิ่มประสิทธิภาพในการลดแรงต้านอากาศด้วยการออกแบบรูปทรงใหม่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดียิ่งขึ้น สะดวกสบายกับการขับขี่ระยะทางไกลด้วยระบบครูซคอนโทรล และสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อความเพลิดเพลินในการขับขี่บนท้องถนนได้อย่างครบครัน ราคาเปิดตัว 859,000 บาท   Z900 SE ACC สุดท้ายกับ Z900 SE ACC อีกหนึ่งรูปแบบของ Z900 ที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติขั้นสูง ยกระดับสมรรถนะการขับขี่ & สวยสะกดทุกสายตามากยิ่งขึ้น Z900 SE ACC ใช้พื้นฐานเดียวกับ Z900 ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง คืออีกหนึ่งทางเลือกที่โดดเด่นและแตกต่างในปี 2022 ด้วยคอนเซ็ปต์ “เร้าใจและควบคุมง่าย”  Z900 SE ACC มาพร้อมชุดแต่งระบบเบรก Brembo ใหม่, องค์ประกอบภายในระบบกันสะเทือนหน้าเกรดสูงขึ้น รวมถึงโช้คหลัง Öhlins ซึ่งไม่เพียงยกระดับคาแรคเตอร์การควบคุมและความตื่นเต้นในการขับขี่ให้เหนือขึ้นไปอีกขั้น แต่ยังเสริมให้สไตล์ของตัวรถดูโดดเด่นสะกดทุกสายตายิ่งขึ้นด้วย ราคาเปิดตัว 512,000 บาท นายกฤษณะ ภาคีแพทย์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขาย กล่าวว่า  “คาวาซากิเปิดตัวโมเดลใหม่ทั้งหมด 3 รุ่น มีความมุ่งมั่นที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์คันใหม่ อีกทั้งภายในงาน Motor Expo ครั้งนี้ คาวาซากิจัดโปรโมชั่นพิเศษต่าง ๆ มากมายไว้รอคอยทุกท่าน แล้วพบกันให้ได้นะครับ ” สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของคาวาซากิ และโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์คาวาซากิใกล้บ้านทั่วประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมผ่านทาง Kawasaki Motors Thailand Fanpage /  www.kawasaki.co.th  โทรศัพท์ 02-018-4999 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2 December 2021
Suzuki เปิดตัว 2 โมเดลใหม่

Suzuki เปิดตัว 2 โมเดลใหม่ พร้อมดีลพิเศษทุกรุ่นในงาน Suzuki เปิดตัว 2 โมเดลใหม่ พร้อมดีลพิเศษทุกรุ่นในงาน Motor Expo 2021 บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ อย่างเป็นทางการ มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพ และสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ภายในงาน Motor Expo 2021 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2564 แนวคิดในการออกแบบบูธ “ซูซูกิ” ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Suzuki Modern Japanese DNA โดยคุมโทนด้วยสีดำเป็น Base ตัดด้วยสีน้ำเงิน Highlight แสดงออกถึงการผสมผสาน ความพัฒนาที่ไร้ขีดจำกัด และพร้อมแสดงตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ของ ซูซูกิ โดยเน้นในเรื่องของความทันสมัย  ทั้งนี้ภายในบูธได้แบ่งโซนการจัดแสดงออกเป็น 3 โซน ได้แก่ Suzuki Sport Area กับการยลโฉมตัวจริงครั้งแรกของ “The Legend is Back” All New Suzuki Hayabusa พญาเหยี่ยวเจ้าแห่งความเร็ว และครั้งแรกกับตัวจริงของ New Suzuki Burgman 400 ที่ Suzuki Street Area  และที่พลาดไม่ได้กับไฮไลท์เด่นในงานนี้ซึ่งคือ การผจญภัยสุดมันไปกับ Suzuki Adventure Area ที่ ซูซูกิ ยังคงสร้างความตื่นเต้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ถึง 2 รุ่น เริ่มที่รุ่นใหญ่อย่าง New Suzuki V-Strom 650XT รถจักรยานยนต์สไตล์แอดเวนเจอร์ กับสีใหม่ถึง 4 สี ได้แก่ Pearl Vigor Blue / Metallic Mat Sword Silver สีน้ำเงินตัดสีเงินด้าน Pearl Brilliant White สีขาวประกายมุข Glass Sparkle Black สีดำเข้ม และกับสีเหลืองที่เป็นเอกลักษณ์ของ V-Strom อย่าง Champion Yellow No.2 ที่จะพาคุณพร้อมลุยไปทุกที่ และกับโมเดลใหม่ล่าสุดที่ขี่ง่าย ลุยได้ทุกทางกับ All New Suzuki Nex Crossover รถจักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์สไตล์ ครอสโอเวอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด เปิดตัวครั้งแรกภายในงาน ขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย สนุกทุกการขับขี่ พร้อมจะพาลุยไปได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง ทั้งยังทำเซอร์ไพรส์สาวกคนรักซูด้วยการนำรถจักรยานยนต์ พรีเมียมสกู๊ตเตอร์อย่าง Suzuki Saluto 125 มาโชว์ในงาน ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่ทุกท่านจะได้เห็นพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ Suzuki Saluto 125 กันอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์รุ่นอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อตอบสนองการใช้งาน และเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเงื่อนไขสุดพิเศษทุกรุ่น ที่จะทำให้คุณสามารถเลือกรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ที่ใช่ได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายนี้ยังเปิดประสบการณ์รูปแบบใหม่ พิเศษสุดกับการ Collaboration ที่ลงตัวภายใต้โปรเจ็กต์ “Suzuki X Racewear” ซูซูกิแบรนด์รถจักรยานยนต์ชั้นแนวหน้า ที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ทั่วโลกมาหลาย Generation เปิดตัวเสื้อ Limited Edition 2022 ที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด โดยจับมือกับแบรนด์เสื้อแนว Street ชื่อดัง ที่ได้รับความนิยมในวงการแต่งรถ ที่มีความเข้าใจในเรื่องของรูปทรง สรีระ และไลฟ์สไตล์การแต่งตัว โปรเจ็คเสื้อสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Suzuki X Racewear” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นภายในงาน Motor Expo 2021 ในครั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่จองรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ในงานนี้เท่านั้น ยังไม่หมดเพียงเท่านี้สำหรับบูธ ซูซูกิ กับดีลพิเศษ โปรโมชั่นร้อนแรงส่งท้ายปี ครบทุกรุ่นทุกสไตล์ ตอบโจทย์ความต้องการ

1 December 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Honda Dax125 1978 Special Edition

Honda DAX 1978 Special Edition โมเดลพิเศษจาก Cub House เรียกว่ามากันอย่างต่อเนื่องสำหรับโมเดลพิเศษจากทางค่ายปีกนก ก่อนหน้านี้ทาง Cub House เพิ่งจะเปิดตัว Monkey Starwars ไปมาด ๆ มาตอนนี้เป็นคิวโมเดลพิเศาของเจ้า DAX125 กับชื่อโมเดลว่า Honda DAX 1978 Special Edition โดยทางค่ายปีกนกได้นำโมเดลยอดฮิตจากยุค 90 มาทำการคัสตอมใหม่ด้วยดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ในคอนเซปต์ ‘DAX to 1978 The Time Traveler’ กลายเป็นรถมินิไบค์ที่สะท้อนกลิ่นอายความคลาสสิกจากปี 1978 ซึ่งตัวรถจะโดดเด่นด้วยลวดลายกราฟิกแนวเรโทร โดยมีการทำลายกราฟิกลงบนเฟรมตัวถังทรง T-Bone จากนั้นเสริมเติมแต่งความพรีเมียมด้วย Soft Emblem ยังมีการเพิ่มชุดแต่ง Dax Rear Rack Stainless หรือแร็คท้ายสแตนเลสเข้าไป  และบังโคลนหน้าโครเมี่ยม รวมถึงชุดขายึดไฟสะท้อนแสง จาก KITACO เพื่อให้รถมีความสมบูรณ์และลงตัวมากยิ่งขึ้น   ส่วนในเรื่องของรายละเอียดอื่น ๆ ของตัวรถยังคงเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียว 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันผ่านระบบหัวฉีด PGM-FI ขับเคลื่อนผ่านระบบเกียร์ 4  สปีด แขวนบนเฟรมแบบ T-Bone ที่ทำหน้าที่เป็นถังน้ำมันในตัว ซึ่งมีความจุขนาด 3.8 ลิตร ช่วงล่างด้านหน้าจะเป็นมีโช้คแบบหัวกลับ ด้านหลังจะเป็นโช้คคู่กับสวิงอาร์ม ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมีล้อและยางขนาด 120/70 – 12 และ 130/70 – 12 สุดท้ายนี้โมเดลนี้เปิดรับจองที่งานบางกอกมอเตอร์โชว์ หรือที่ CUB House Flagship Store ทุกสาขาในราคาแนะนำ 94,900 บาท ใครอยากได้โมเดลพิเศษที่โดดเด่นตลอดไปจนถึงมาในรูปลักษณ์ที่ให้กลิ่นอายของความเก๋า ความคลาสสิค โมเดลนี้น่าจะมีให้คุณได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

1 April 2024
Honda Giorno+ Donald Duck Special Edition ฉลอง 90 ปี โดนัลด์ดั๊ก

Honda Giorno+ Donald Duck Special Edition ฉลอง 90 ปี โดนัลด์ดั๊ก เปิดตัวกันไปแล้วในงาน Motor Show 2024 กับเจ้า New Honda Giorno+ Donald Duck Special Edition ที่มาพร้อมคอนเซปต์ ‘แฟชั่นฤดูความดั๊ก’ ที่นำเอาคาแรกเตอร์ยอดฮิตตลอดกาลอย่าง ‘โดนัลด์ ดั๊ก’ มานำเสนอความสนุกสนาน และความน่ารักสุดป่วน ผ่านลวดลายกราฟิกลงบนตัวรถยอดนิยมรุ่นใหม่อย่างลงตัว สำหรับการดีไซน์ของโมเดลพิเศษนี้โดดเด่นแตกต่างด้วยสีสันและกราฟิกพิเศษ ตัวรถเด่นด้วยสีฟ้าและตัดไฮไลท์ด้วยสีเหลือง ที่เป็นคู่สีของโดนัลด์ ดั๊ก ลงตัวกับชุดครอบไฟหน้าสีเหลือง เพิ่มความโดดเด่นด้วย 3D Emblem และลายเซ็น ฉลองครบรอบ 90 ปี Donald Duck เป็นการบ่งบอกความเป็นตำนานของคอลเลกชันนี้ที่ไม่มีใครเหมือน นอกจากนี้ยังมีการเสริมความเท่ สะดุดตาไปอีกขั้นด้วยครอบท่อไอเสียสแตนเลสและสติกเกอร์วงล้อ รวมไปถึงพวงกุญแจพิเศษเฉพาะโมเดลที่ช่วยเพิ่มความเก๋ไปอีกระดับ ในส่วนอื่น ๆ ของตัวรถนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป เครื่องยนต์ยังคงเป็นเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ทั้งแรงทั้งประหยัด มีระบบ Idling Stop ช่วยเพิ่มความประหยัดไปอีกระดับเมื่อหยุดรถ มีถังน้ำมันขนาด 5.4 ลิตร ช่วงล่างของตัวรถด้านหน้าจะเป็นโช้คเทเลสโคปิก ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยว ระบบเบรกจะมีด้านหน้าเป็นดิสก์เบรก ด้านหลังจะเป็นดรัมเบรก ตัวรถมีระบบเบรกคอมบายเบรกในรุ่น CBS สุดท้ายของช่วงล่างคือล้อและยางจะมีขนาด 100/90 – 12 และ 110/90 – 12 หน้าและหลังตามลำดับ มีฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่องจ่ายไฟแบบ USB ช่องใส่ของด้านหน้าและช่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้เบาะมากถึง 30 ลิตร ที่เติมน้ำมันด้านหน้า ไปจนถึงระบบสมาร์ทคีย์อีกด้วย สุดท้ายนี้ ผลิตและวางจำหน่ายเพียง 2,000 คันเท่านั้น เปิดรับจองตั้งแต่ในงาน Motor Show 2024 นี้เป็นต้นไป ในราคาแนะนำ 67,900 บาท งานนี้ใครอยากได้รถใช้ในชีวิตประจำวันที่ต้องการความโดดเด่นไม่เหมือนใคร รวมไปถึงความสะดวกสบาย ใช้งานง่ายและหยัด โมเดลนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

29 March 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Toprak เผยจะออกจาก Yamaha

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha หลังจบฤดูกาลนี้ ในปี 2023 นี้มีนักแข่งที่จะหมดสัญญาลงเมื่อจบการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship 2023 นี้ และหนึ่งในนั้นก็คือ Toprak Razgatlioglu แชมป์โลก WorldSBK 2021 โดย Toprak เผยจะออกจาก Yamaha เพื่อแสวงหาความท้าทายใหม่ แม้ว่าจะยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะไปลงเอยกับสังกัดค่ายรถใด Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกีย้ายมาร่วมทีมกับยามาฮ่าในปี 2020 และเปิดตัวได้อิมแพ็กต์แบบเน้น ๆ ด้วยการควบ YZF-R1 คว้าชัยในเรซแรกที่ Phillip Island ในเรซแรกกับยามาฮ่าทันที และจบฤดูกาล 2020 ด้วยชัยชนะเพิ่มขึ้นอีก 2 เรซที่ Estoril และในปีต่อมาเขาก็คว้าแชมป์โลกได้ด้วยการชนะไปทั้งหมด 13 ครั้ง 29 โพเดียมจากทั้งหมด 37 เรซในปี 2021 เอาชนะ Jonathan Rea คู่แข่งจาก Kawasaki Racing Team WorldSBK ไปแบบระทึกเร้าใจตลอดทั้งฤดูกาลและหยุดสถิติการคว้าแชมป์โลกติดต่อกันของเขาไปได้ ฟอร์มการแข่งขันของเขายังดีต่อเนื่องมาถึงปี 2022 ด้วย และยังจบการแข่งขันฤดูกาลนี้ด้วยชัยชนะที่มากขึ้นคือ 14 เรซ แต่ก็ยังจบด้วยการเป็นรองแชมป์ โดยมี Alvaro Bautista จาก Aruba.it Racing – Ducati แม้ว่าตัวเขาจะทำสถิติใหม่ด้วยการเป็นนักแข่งที่มีชัยชนะมากครั้งที่สุดกับทางยามาฮ่าแซงหน้าสถิติเดิมของ Noriyuki Haga ที่เคยชนะรวมกันทั้งหมด 27 ครั้ง และในปี 2023 นี้เขาก็คว้าไปแล้ว 11 โพเดียมจากการแข่งขัน 12 เรซ รวมถึงชัยชนะ 1 ครั้งในรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Mandalika อีกด้วย โดยนักแข่งชาวตุรกีผู้นี้มีสถิติชนะ 31 ครั้งกับยามาฮ่า 47 โพเดียมกับ R1 และเคยไปเทสต์รถแข่ง MotoGP อีก 2 ครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะออกจากทีมโรงงานหลังจากที่เขาเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว ซึ่งนับเป็นคนแรกเลยหลังจากที่ Ben Spies ช่วยค่ายส้อมเสียงคว้าแชมป์โลกมาแล้วในปี 2009 ซึ่งก็ถือว่าจะเป็นการจบความร่วมมือกัน 4 ปีกับทางยามาฮ่า ซึ่งก่อนหน้านี้เขาอยู่กับทางค่ายเขียว Kawasaki Puccetti Racing 2 ฤดูกาล โดยคว้ามาได้ทั้งหมด 15 โพเดียมกับ ZX-10RR โดยฤดูกาลแรกของเขาเริ่มต้นกับสนาม Donington Park และชัยชนะครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นในฤดูกาลต่อมากที่ Magny-Cours ซึ่งเขาสามารถชนะในเรซแรกและในรอบซูเปอรโพลเรซได้แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดที่ 16 ก็ตาม นักแข่งวัย 26 ปีเผยว่า “ผมอยากที่จะบอกกับครอบครัวยามาฮ่าทุกคนว่าขอบคุณมาก ๆ สำหรับความรักและความเคารพที่พวกเขามีให้กับผม การที่ผมได้แชมป์โลกนั้นเคยเป็นความฝันของผมตอนที่ผมเซ็นสัญญากับยามาฮ่า และเราก็ไปถึงเป้านั้นด้วยกันแล้ว สำหรับฤดูกาลถัดไปผมรู้สึกว่าผมต้องการความท้าทายใหม่ ๆ และในขณะที่ผมมีโอกาสที่จะได้ไปทดสอบรถ MotoGP ผมไม่รู้สึกว่าผมต่อติดกับรถแข่ง MotoGP เหมือนตอนขี่รนถ WSBK เลย แต่ถ้าผมอยู่ต่อล่ะก็ผมต้องการเป้าหมายใหม่ ความทะเยอทะยานครั้งใหม่ ผมขอโทษที่ต้องออกจากยามาฮ่า ออกจากแบรนด์และกลุ่มผู้ติดตาม เนื่องจากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่การเปลี่ยนแปลงคือส่วงนึงของกีฬาทุกชนิด และเป็นปกติของมืออาชีพทุกคน ขอขอบคุณ ยามาฮ่า มอเตอร์ คอมพานี  ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป และยามาฮ่า มอเตอร์ ตุรกี มาก ๆ รวมไปถึงขอบคุณทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK ด้วย และโดยเฉพาะกับทีมงานของผมซึ่งทำงานหนักให้กับผมมาตลอด” อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Shoei X-Fifteen

Shoei X-Fifteen หมวกสายซิ่งตัวท็อปรุ่นใหม่ ดีขึ้นรอบด้าน เปิดตัวพร้อมจำหน่ายกันแล้วที่ต่างประเทศสำหรับหมวกกันน็อกขวัญใจสายสปอร์ตอย่าง Shoei X-Fifteen (ชื่อสำหรับขายญี่ปุ่นและอเมริกา) หรือ X-SPR Pro (ชื่อสำหรับขายในยุโรป) ซึ่งต่างก็เป็นหมวกกันน็อกแบบเต็มใบตัวท็อปจากญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน ซึ่งครั้งนี้อัปเกรดและปรับปรุงให้สมรรถนะดีขึ้นรอบด้าน เหมาะกับการขับขี่ในสไตล์สปอร์ตจนถึงในการแข่งขันด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่ทันสมัย หลาย ๆ คนก็น่าจะรู้ว่าหมวกกันน็อกแบรนด์นี้มีนักแข่งระดับโลกใส่กันอยู่หลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Marc Marquez แชมป์โลกทุกรายการรวมกัน 8 สมัยและ Alex Marquez น้องชายของเขา ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องการันตีคุณภาพของหมวกได้เป็นอย่างดี สำหรับสิ่งที่ปรับปรุงมาใหม่ในโมเดลนี้จุดเด่นเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องของแอโรไดนามิกส์ ที่ทางค่ายทดสอบกันในอุโมงค์ลมและเคลมมาว่าจะลดการยกตัวของหมวกได้ 1.6% และลดแรงฉุดของหมวกได้ 6.1% ด้วยการออกแบบเชลล์หมวกใหม่ให้มีส่วนคางที่แคบบวกกับปรับปรุงตัวปีกที่ด้านหลังซึ่งทำหน้าที่เพิ่มความนิ่งให้กับตัวหมวก ทำให้หมวกนิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง ๆ (ทดสอบที่ความเร็ว 348.8 กม./ชม.) ต่อมาเป็นเรื่องของช่องลมระบายความร้อนซึ่งปรับปรุงมาโดยอาศัยการทดสอบในอุโมงค์ลมเช่นกัน โดยออกแบบมาให้มีการถ่ายเทอากาศร้อนที่ดีในทุก ๆ ท่าทางการขับขี่ โดยมีช่องลมเข้าที่เปิดปิดได้ถึง 7 ช่อง ช่องลมออกอีก 6 ช่องซึ่งจัดวางตำแหน่งไว้อย่างดี รวมไปถึงการระบบระบายอากาศโดยการเจาะรูที่นวมชิ้นแก้ม จึงช่วยการันตีได้ว่าใส่แล้วจะเย็นกว่าหมวกรุ่นเก่าแน่นอน ตลอดไปจนถึงความสบายขั้นสุดด้วยเทคโนโลยี 3D Max-Dry Interior System II ซึ่งก็คือนวัตกรรมที่ทำให้วัสดุที่ใช้ทำซับในนวมหมวกด้านในนั้นดูดซับเหงื่อและความชื้นได้ดี และระบายออกได้เร็วกว่าวัสดุปกติ 2 เท่า และยังสามารถปรับขนาดนวมหมวกในชิ้นต่าง ๆ เพื่อให้ใส่กระชับได้มากที่สุด วิสัยทัศน์กว้างขึ้นก็เป็นส่วนสำคัญของหมวกกันน็อกรุ่นนี้ โดยกว้างขึ้นทั้งมุมมองมองด้านบน และด้านข้าง รวมถึงขนาดพินล็อกกันฝ้าที่มีให้ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นอีก 10% ช่วยให้ทัศนวิสัยดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ระบบชิลด์ก็ปรับปรุงใหม่ กัน UV 99% และขึ้นรูปด้วยวิธีการล้ำสมัยอย่างการฉีดพิมพ์ขึ้นรูปแบบ 3 มิติสุดล้ำ ทำให้ภาพที่ได้ไม่หลอกตา ไม่บิดเบือน พร้อมระบบล็อกชิลด์ 2 ชั้น การันตีชิลด์ไม่เปิดเองแม้ขณะล้ม และที่สำคัญก็คือเรื่องของความปลอดภัย ตัวหมวกนั้นใช้โครงสร้างเชลล์หมวกแบบ Multi-Ply Matrix AIM+ ซึ่งนำเอาไฟเบอร์กลาสน้ำหนักเบามาเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ถึง 6 ชั้นด้วยกัน เพื่อให้ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการดูดซับแรงกระแทกที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีโฟมหมวกที่มีความหนาแน่นในแต่ละจุดแตกต่างกันตามความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ รวม ๆ กันแล้วก็ทำให้สามารถทดสอบผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ ๆ อย่าง Snell M2020R และ ECE22.06 ก็เรียกได้ว่ามีคุณสมบัติที่ดีขึ้นรอบด้านจริง ๆ งานนี้ใครอยากเป็นเจ้าของก็คงต้องอดใจรอว่าทางผู้นำเข้าในประเทศไทยจะนำเข้ามาจำหน่ายเมื่อไหร่กันนะครับ แต่ราคาบอกเลยว่าสูงแน่นอนเพราะนี่คือตัวท็อปของทางแบรนด์แล้ว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

HONDA EM1 e: โมเป็ดไฟฟ้าคันน้อยบุกยุโรปแล้ว

HONDA EM1 e: โมเป็ดไฟฟ้าคันน้อยบุกยุโรปแล้ว HONDA EM1 e: อีวีไบค์หรือโมเป็ดไฟฟ้า คันแรกสำหรับนักบิดอายุน้อยชาวยุโรปเปิดตัวแล้วพร้อมชูจุดเด่นด้วยระบบสลับแบตเตอรี่ที่มีชื่อว่า ฮอนด้าโมบายพาวเวอร์แพ็ค อี: ซึ่งให้ความสะดวกสบาย ขับขี่สนุกแถมยังไร้มลพิษอีกด้วย สำหรับโมเดลนี้ถือเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสองล้อคันแรกของ Honda เลยที่จะมาจำหน่ายในลูกค้าในยุโปรดหลังจากที่ได้เคยประกาศไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วตามแผนการของทางค่ายว่าจะเปิดตัวโมเดลสองล้อไฟฟ้าอย่างน้อย 10 โมเดลขึ้นไปภายในปี 2025 ถือได้ว่าเป็นก้าวแรกสู่การเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ที่ตั้งไว้เป็นช่วงทศวรรษ 2040 โดย EM ย่อมาจาก Electric Moped หรือโมเป็ดไฟฟ้า ซึ่งมีเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ใช้อายุน้อย เป็นรถที่ขี่ง่าย ขี่สนุก ไร้มลพิษ เหมาะกับการใช้งานในตัวเมือง ตัวรถเล็กกะทัดรัด มีที่วางเท้าแบบราบและเส้นสายที่สมู้ท ทำให้มันโดดเด่นแตกต่างในแบบของฮอนด้า มีหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล LCD ช่องเก็บของขนาด 3 ลิตรใต้เบาะ ช่องจ่ายไฟแบบ USB ตัวมอเตอร์ขับเคลื่อนเป็นแบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบฝังในล้อ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนของทางฮอนด้าที่ชื่อว่า Honda Mobile Power Pack e: มีแรงดันไฟ 40 โวลต์ มีน้ำหนักประมาณ 10 ก.ก. ซึ่งสามารถถอดออกนำไปชาร์จไฟที่บ้านเองได้สะดวก โดยให้ระยะการใช้งานได้ 41.3 กม. และมีท็อปสปีดสูงสุดที่ทำได้ที่ 45 กม./ชม. ทั้งยังเคลมมาอีกว่ามีกำลังมากพอที่จะให้ผู้ขับขี่น้ำหนัก 75 กก.สามารถขับขึ้นเนินความชัน 10% ได้ ซึ่งเจ้าตัวแบตเตอรี่ที่ว่านี้จะมาในรูปแบบของเช่า หรือทำจ่ายแบบรายเดือนขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ ทำให้ไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะเสื่อม หรือต้องมาคอยมาหาที่ทิ้งแบตเตอรี่ เพราะทางฮอนด้าจะจัดการส่วนนี้ให้เอง อย่างไรก็ดีตัวแบตฯ เคลมมาว่าใช้ชาร์จซ้ำได้ถึง 2,500 ครั้ง ใช้เวลาชาร์จจาก 25% – 75% ในเวลา 2 ชม. 40 นาทีด้วยที่ชาร์จขนาด 270 วัตต์พร้อมระบบระบายความร้อนในตัว ซึ่งใช้ไฟบ้านโดยตรงได้เลย ในส่วนของแชสซีทางค่ายมีการเลือกใช้เฟรมโลหะแบบอันเดอร์โบน มีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก โช้คหลังคู่ ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกที่ด้านหน้า และด้านหลังจะเป็นแบบดรัมเบรกพร้อมระบบเบรกแบบ CBS ซึ่งเป็นลูกเล่นตามแบบของโมเป็ดดั้งเดิม ปิดท้ายด้วยล้อและยาง 90/90-12 นิ้ว และ 100/90-10 นิ้ว หน้าหลังตามลำดับ   สุดท้ายโมเดล 2023 นี้จะจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สีขาวมุกเพิร์ลซันบีม Pearl Sunbeam White, สีเงินเมทัลลิกดิจิทัลซิลเวอร์ Digital Silver Metallic และสีดำเมทัลลิกแมทบัลลิสติก ทั้งนี้ตัวรถมีความสูงเบาะเพียง 740 ม.ม. และน้ำหนักเบาเพียง 95 กก.รวมแบตเตอรี่แล้ว ซึ่งถือว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ก็ขี่ได้ง่ายอย่างแน่นอน ซึ่งก็ถือว่าเป็นโมเดลที่น่าใช้พอสมควร อย่างไรก็ดีคาดว่าการมาจำหน่ายในประเทศไทยอาจจะเป็นไปได้ยาก และอาจจะไม่ได้รับความนิยมอันเนื่องมาจากเรื่องของการที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ งานนี้ชาวไทยอาจจะต้องรอลุ้นโมเดลอื่น ๆ ในอนาคตของทางค่ายปีกนกกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!