SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์

GPX DX1 2026 ทดลองใช้จริง 1 วัน คุ้มไหม!?

GPX DX1 2026 มินิไบค์สไตล์คลาสสิกใหม่ล่าสุด กับการขับขี่ใช้งานจริง ! เจาะลึกดีไซน์ เครื่องยนต์ และฟีเจอร์เด่นของโมเดลนี้กับราคา 54,500 บาท

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
Kawasaki KLE500 2026
ข่าวมอเตอร์ไซค์

เปิดราคาอย่างเปิดทางการ Kawasaki KLE500 และ KLE500 SE 2026 

สเปก Kawasaki KLE500 และ KLE500 SE 2026 แรลลี่ไบค์คลาสกลางรุ่นล่าสุด เครื่องยนต์ 451cc ล้อซี่ลวด 21 นิ้ว พร้อมเทียบความต่างรุ่น Standard และ SE

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
Yamaha Tracer 9GT ตำรวจทางหลวง Cover
ข่าวมอเตอร์ไซค์

Yamaha Tracer 9GT ตำรวจทางหลวง ยกระดับสายตรวจมอเตอร์เวย์ด้วยรถสเปกเทพ

Yamaha Tracer 9GT รถจักรยานยนต์สายตรวจรุ่นใหม่ของตำรวจทางหลวง ทล.1 กก.8 เครื่องยนต์ 890 ซีซี พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยครบมือ

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวมอเตอร์ไซค์

New Ducati Formula 73 2026 คืนชีพตำนานรถแข่งยุค 70 สเปคละเอียด

New Ducati Formula 73 2026 รถมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่คืนชีพตำนานแชมป์โลกยุค 70 ด้วยเครื่องยนต์ L-Twin และระบบช่วงล่าง Ohlins

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวมอเตอร์ไซค์

ด่านตรวจจราจร 2569 ความปลอดภัยประชาชน หรือธุรกิจรายได้จากค่าปรับ?

ด่านตรวจจราจร 2569 ในยุคตัดแต้มใบขับขี่ ความโปร่งใสมีจริงไหม หรือเป็นเพียงกลไกการสร้างรายได้ที่ประชาชนต้องแบกรับ

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
โจอัน เมียร์
MOTOGP

เมียร์เตือน! รีบเซ็นทีมใหม่ ระวังเจอรถ “บ๊วย” กว่าเดิม!

โจอัน เมียร์ แซะตลาดนักแข่ง MotoGP ปีล่าสุด รีบเซ็นสัญญาตั้งแต่ต้นปีระวังเสียใจ เตือนเพื่อนร่วมอาชีพดูฟอร์มรถให้ดีก่อนตัดสินใจย้ายทีม

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
Pirelli เตรียมซัพพอร์ตยางเพิ่มใน 2024 Malaysian GP

Pirelli เตรียมซัพพอร์ตยางเพิ่มใน Malaysian GP หลังการแข่งขัน ThaiGP ที่จ.บุรีรัมย์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับผลงานการสร้างสถิติใหม่เวลาดีขึ้นด้วยยาง Pirelli ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันในรุ่น Moto2 และ Moto3 (อ่านสถิติผลเวลา คลิ๊กที่นี่) และด้วยผลสถิติดังกล่าว Pirelli จึงตัดสินใจใช้ยางแบบเดียวกันสำหรับนักแข่ง Moto2™ และ Moto3™ โดยจะเป็นยางคอมปาวด์มาตรฐานพร้อมเพิ่มจำนวนยางให้มากขึ้น สำหรับการแข่งขัน 2024 Malaysian GP ที่จะจัดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ สนาม 2024 Malaysian GP อีกหนึ่งเหตุผลที่เลือกใช้ยางสเปกเดียวกัน นั่นก็คือสนามเซปังฯ มีลักษณะใกล้เคียงกับบุรีรัมย์ ประเทศไทย สนามนี้ไม่ใช่สนามที่มีความต้องการสูงต่อยางนัก แม้จะมีปัจจัยบางอย่างที่ต้องคำนึงถึง ซึ่งทั้งสองสนามมีลักษณะเด่นในด้านทางตรงยาวและโค้งไฮสปีด บวกกับอุณหภูมิพื้นผิวบนแทร็กค่อนข้างสูงสามารถส่งผลต่อการยึดเกาะเเละความสึกหรอของเนื้อยางได้นั่นเอง โดยเฉพาะโค้งสุดท้าย ซึ่งเป็นโค้งเข็มกลัดที่เชื่อมระหว่างทางตรงสองช่วงเป็นจุดที่มีความท้าทาย ทั้งยางหน้าที่ต้องรับแรงกดจากการเบรกหนัก รวมถึงยางหลัง ตั้งแต่มีการเปลี่ยนพื้นผิวแทร็กไปเมื่อปี 2016 ที่นี่มีลักษณะลาดเอียงแบบ negative banking หรือการเอียงออกไปด้านนอก ซึ่งสร้างแรงด้านข้างบนยางอย่างมากในมุมเอียงสูงสุด อีกทั้งการแข่งขันที่เซปังค่อนข้างคาดเดาได้ยาก เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนเป็นประจำ และพื้นที่แห่งนี้เสี่ยงต่อฝนตกหนักและค่อนข้างรุนแรงทีเดียว ทางตรงยาวและการเบรกอย่างรุนแรง สนามเซปังมีลักษณะเด่นคือทางตรงยาวสองจุดที่เชื่อมต่อกันด้วยโค้งเกือบ 180 องศาที่โค้ง 15 ด้วยความเร็วที่ถึงก่อนการเบรกนั้นสูงมาก ทำให้ยางหน้าต้องรับมือกับการเบรกที่รุนแรงมาก ๆ บวกกับพื้นที่ของสนามเซปังฯ มีแนวโน้มที่จะเกิดฝนตกหนักอย่างกะทันหัน ได้ตลอดโดยเฉพาะในช่วงบ่าย แม้อากาศที่อบอุ่นจะช่วยให้พื้นสนามแห้งเร็วขึ้น แต่คุณสมบัติการยึดเกาะของพื้นผิวสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากฝน ทำให้ยางต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยข้อจำกัดนี้ ความแม่นยำและความเสถียร ส่วนที่สองของแทร็ก ตั้งแต่โค้ง 9 จนถึงโค้ง 14 เป็นช่วงที่ต้องใช้เทคนิคและความเร็วสูง ซึ่งจะเน้นให้เห็นถึงคุณสมบัติด้านความคล่องตัวและความมั่นใจที่ยางสามารถมอบให้กับนักแข่ง ซึ่งในขณะเดียวกัน ทางพีเรลลี่พร้อมมั่นใจได้ว่าการเลือกสรรยางสำหรับการแข่งขันในมาเลเซียเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วที่ จ.บุรีรัมย์ เราจึงเสนอจำนวนยางที่มากขึ้นในแต่ละประเภทอีกครั้งเช่นที่ผ่านมา เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของทีมงานและนักแข่งได้มากยิ่งขึ้น ซัพพอร์ตจำนวนยางมากขึ้น โดยนักแข่งแต่ละคนจะมียางให้เลือกใช้ทั้งหน้าและหลังจำนวน 8 เส้นของแต่ละประเภท สำหรับยางหน้าของทั้งสองคลาส ตัวเลือกที่มีคือ SC1 (Soft) และ SC2 (Medium) ในส่วนของยางหลังมีตัวเลือกที่แตกต่างกัน สำหรับ Moto2™ จะมี SC0 (Soft) และ SC1 (Medium) ส่วนใน Moto3™ จะมี SC1 (Soft) และ SC2 (Medium) ในกรณีที่ฝนตกจะมีการจัดสรรยาง DIABLO Rain สำหรับสภาพเปียก โดยจะมีจำนวน 5 เส้นสำหรับยางหน้า และ 6 เส้นสำหรับยางหลังสำหรับทั้ง 2 รุ่น Moto2 เเละ Moto 3 ซึ่งถือว่าเป็นการจัดสรรยางชุดเดียวกับที่ไทยนั่นแหล่ะครับ แต่เพิ่มจำนวนยางมากขึ้นในแต่ละรุ่น เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับทีมช่าง รวมถึงให้นักแข่งสร้างสถิติครั้งใหม่ในสนามนี้อีกด้วย เอาเป็นว่า สนามมาเลเซียใครจะสร้างสถิติครั้งใหม่ มาดูกัน!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Riders’ club MotoGP Trip 2024

Yamaha Riders’ club MotoGP Trip 2024 หนึ่งปีมีครั้งเดียว เป็นโอกาสอันดีที่ทาง Yamaha Rider’s Club มอบโอกาสให้ โดยครั้งนี้แอดมินได้มีโอกาส เข้าร่วมทริปขับขี่และเดินทางไปกับสาวก Yamaha BigBike เพื่อไปชมการแข่งขัน MotoGP ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ กับทริป Yamaha Riders’ club MotoGP Trip 2024 ซึ่งทริปนี่เต็มไปด้วยความสนุกและเอ็กคลูซีฟ แบบสุด ๆ ที่จัดเพียงปีละครั้งเท่านั้น และทริปนี่แอดมินได้มีโอกาสขับขี่รถใหม่อย่างเจ้า MT-09 โฉมปี 2024 ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นาน ซึ่งทริปนี้พวกเราเริ่มต้นการเดินทางกันที่ YRC เกษตรนวมินทร์-รามอินทรา รวมพลเหล่าบรรดาไบเกอร์สาวกยามาฮ่าบิ๊กไบค์ได้หลายสิบคัน ตั้งจุดหมายปลายทางไปที่ จ.บุรีรัมย์ ระยะทางโดยประมาณ 380 กม. มีแวะพักเติมน้ำมันกันเล็กน้อย ซึ่งเราออกเดินทางกันตั้งแต่ 06:00 น. จัดทัพรถยามาฮ่าบิ๊กไบค์สองแถวตรงยาว ซึ่งใครที่อยู่ข้างทั้งสองฝั่งก็ต้องย่อมรู้ว่านี่แหล่ะ วัยรุ่นหัวใจครอสเพลน (ฮ่าๆ) โดยเส้นทางที่วิ่งเริ่มจากยามาฮ่า ไรเดอร์สคลับ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม วิ่งตรงขึ้นมุ่งสู่เส้นนครนายก ตัดเข้าแยกสระบุรี – นครราชสีมา วิ่งตรงยาวแล้วตัดขึ้นสู่ตัวเมืองจังหวัดบุรีรัมย์  แน่นอนว่าการเดินทางมากับยามาฮ่า บิ๊กไบค์ ความเร็วนั้นไม่ต้องพูดถึง เร็วดั่งใจสำหรับขาซิ่งแน่นอน ซึ่งระยะการเดินทางจากกรุงเทพ – บุรีรัมย์ใช้เวลาเพียง 6 ชม. เท่านั้น (แวะพัก เติมน้ำมันตามปั้มบางจุด) สำหรับสาวกยามาฮ่าใครที่อยากออกทริปกับไรเดอร์สคลับ ครั้งหน้าต้องมาแล้ว..!! เมื่อเดินทางไปถึง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประมาณ 12:00 น. มุ่งสู่โดม YAMAHA REV VENUE MOTOGP จัดยิ่งใหญ่อลังการบริเวณหน้าสนาม เพื่อต้อนรับเหล่าบรรดาสาวกครอสเพลนจากทั่วทุกสารทิศ อย่างไรก็ดีเรามาดูกันว่าเขาจะมีบริการเซอร์วิสอะไรบ้าง บูธใหญ่ ๆ อาหารอร่อย ๆ พร้อมเสิร์ฟให้กับเหล่าทัพน้ำเงิน และโซนที่นั่งชมการแข่งขัน MotoGP เตรียมไว้ให้บริการอย่างดี สำหรับเอฟซี Fabio Quartararo #20 และ Alex rins #42 พร้อมชมการแข่งขันผ่านจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่กับเครื่องดื่มเย็น ๆ ไม่อั้น คอยบริการจากทีมงาน และนอกจากนี้ยังมีบูธสินค้ามาบริการและจำหน่ายภายในโซนแห่งนี้อีกด้วย และพิเศษยิ่งไปกว่านั้น ยังมีของรางวัลมาแจกสำหรับแฟน ๆ ให้ได้ลุ้นอีกด้วยครับ เรียกได้ว่าไม่ต้องนั่งชมติดขอบสนาม โซนนี้ก็พร้อมที่จะให้ลูกค้าทุกท่านฟินส์ไปกับความสนุกในกิจกรรมแห่งนี้ได้ หน้างานถือว่าเต็มระบบแล้ว ภายในงานยังมีบูธ Yamaha Pavilion GP รองรับบริการสำหรับการเข้าชม ซึ่งภายในจะมีสินค้าจากทางยามาฮ่ามาจำหน่ายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หมวกกันน็อก และแอสเซสเซอรีต่าง ๆ มากมาย ยังรวมไปถึง โมเดลสายสปอร์ตโฉมใหม่อย่าง R-Series มาจัดโชว์ภายในงานนี้กันอีกด้วย  หากใครที่เป็นเอฟซีสองนักแข่งอย่าง ฟาบิโอ และ รินส์ ทางยามาฮ่ายังนำโมเดลตัวแข่ง MotoGP อย่าง YZR-M1 มาจอดโชว์ให้ถ่ายกันบริเวณหน้าพาวิลเลี่ยนอีกด้วยครับ ต่อด้วยกิจกรรม Meet and Geet สำหรับนักแข่งในช่วงค่ำคืนของวันเสาร์ ให้เหล่าลูกค้ายามาฮ่าได้พบปะนักแข่ง ตัวจริง เสียงจริง อีกด้วย ยามาฮ่าเขาจัดเต็มจริง ๆ สำหรับงานนี้ ความสนุกและความประทับใจนั้นยังไม่จบเพียงเท่านี้ สำหรับลูกค้าท่านไหนที่จองบัตรชมการแข่งขัน (GrandStand, Side Stand) ยังได้เข้าร่วมชมการแข่งขัน MotoGP แบบชิดขอบสนามอีกด้วย ซึ่งทางสนามได้จัดโซนเฉพาะแฟน ๆ และลูกค้ายามาฮ่าได้ร่วมเชียร์อย่างสนั่น แถมไม่ต้องเขินอายเอฟซีค่ายอื่น ๆ ด้วย (จะแซะก็ยังแซะได้ เพราะที่นี่ ยามาฮ่า) ฮ่าๆ นี่ก็คือความสนุกที่ทางยามาฮ่า บิ๊กไบค์ ได้จัดขึ้นเพื่อแฟน ๆ และลูกค้ายามาฮ่าได้มาร่วมสนุกและพบปะสังสรรค์ ที่ถือว่าจัดขึ้นเพียง “ปีละครั้ง” เท่านั้น สำหรับงานโมโตจีพีครั้งต่อไปจัดขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าบ้านสนามแรกสำหรับโมโตจีพีฤดูกาล 2025 อย่างไรก็อย่าลืมมาร่วมสนุก กับการออกทริปร่วมกันด้วยนะครับ ยามาฮ่า บิ๊กไบค์ จัดให้ถึงใจแน่นอน และใครที่สนใจอยากได้รถไว้ขี่ออกทริปหล่อสักคันหรืออยากทดลองขับขี่ ก็สามารถเข้าไปทดสอบและทดลองขับขี่ได้ที่ Yamaha Riders’ club ทุกสาขาทั่วประเทศ แถมยังมีกิจกรรมสำหรับเหล่าไปเกอร์อีกเยอะรอเพื่อนๆ อยู่นะครับ ทริปหน้าต้นปี

Valencia GP 2024 อาจถูกยกเลิก เพราะพายุ..!!

Valencia GP 2024 อาจถูกยกเลิก เพราะพายุ..!! ช่วงนี้พายุโหมกระหน่ำ สร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ ทั้งในประเทศ ฟิลิปปินส์ ไทเป รวมถึงทางฝั่งยุโรป อย่างประเทศสเปน และแน่นอนว่าเมืองวาเลนเซีย สนามสุดท้ายของการแข่งขันโมโตจีพีตัดสินแชมป์โลก ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน จากข่าวคราวความเสียหายที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นจากวาตภัยในครั้งนี้ ส่งผลให้สนามบินในวาเลนเซียต้องปิดชั่วคราว มีเที่ยวบินถูกยกเลิกหรือเบี่ยงเส้นทางหลายเที่ยว นอกจากนี้สนามแข่งรถ Ricardo Tormo ซึ่งเป็นสนามปิดฤดูกาลของรายการ MotoGP และเป็นสังเวียนสุดท้ายที่จะตัดสินเเชมป์โลก 2024 ได้รับผลกระทบหนักจากน้ำท่วม และเส้นทางหลักถูกกัดเซาะจนไม่สามารถเข้าถึงได้ การระบายน้ำและการกู้คืนพื้นที่ยังคงดำเนินการอยู่ ขณะที่ทางการสเปนเตือนประชาชนให้ระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมและดินถล่มในบางจุดที่ยังคงอยู่ในระดับวิกฤตการณ์ คงต้องรอติดตามสถานการณ์ต่อไปกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสนามเเข่ง เเละรอทาง ดอร์น่า สปอร์ตประกาศยืนยันอีกครั้งว่าจะยกเลิกหรือไม่อย่างไร  หรือไม่อาจจะได้ตัดสินเเชมป์โลก MotoGP  2024 กันที่สนามเซปังฯ ก็เป็นได้.. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph TF 250-X เตรียมซิ่งในเกม Call of Duty

Triumph TF 250-X เตรียมซิ่งในเกม Call of Duty Triumph TF 250-X จะปรากฏเป็นยานพาหนะในเกม โดยเป็นการร่วมมือระหว่างผู้พัฒนาเกม Call of Duty และไทร์อัมพ์ รถจักรยานยนต์จากเมืองผู้ดี ซึ่งจะเปิดตัวในวิดีโอเกมซีรีส์ Call of Duty: Black Ops 6 ภาคล่าสุดโมโตครอสไซส์เล็กคันนี้จะเพิ่มประสบการณ์การขับขี่เสมือนจริงในเกม ความร่วมมือนี้เป็นการผสานโลกของเกมกับความตื่นเต้นของมอเตอร์ครอสอย่างลงตัว ใน Call of Duty ภาคล่าสุดนี้ TF 250-X จะเป็นหนึ่งในยานพาหนะที่ผู้เล่นสามารถขับขี่ได้ โดยการขับขี่จะอ้างอิงจากหลักฟิสิกส์ และการควบคุมของมอเตอร์ไซค์จะถูกควบคุมโดยกลไกในเกมมีการออกแบบมาอย่างดี ทำให้ผู้เล่นสามารถขับขี่ไปตามภูมิประเทศได้อย่างสมจริง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าโค้งแบบเอนตัว กระโดด หรือสไลด์ขณะหลบหลีกหรือไล่ตามศัตรู เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวการร่วมมือครั้งนี้ งานดังกล่าวถูกจัดขึ้นที่วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา นอกจากจะมีการเปิดตัวเกมภาคใหม่ล่าสุดในรอบ Multiplayer Beta แล้ว ภายในงานยังมีขบวนรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์รุ่น Scrambler 1200 และ Tiger 900 จำนวน 16 คัน มาให้แฟน ๆ สาวกไทร์อัมพ์ได้ยลชมกันแบบใกล้ชิด โดยรถจักรยานยนต์ทุกคันมาพร้อมโลโก้ Cerberus สุดพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์จากเกม  พอล สเตราท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Triumph Motorcycles กล่าวถึงการร่วมมือครั้งนี้ว่า ‘เกมนี้เป็นแฟรนไชส์เกมที่ได้รับความนิยม อีกทั้งเกมนี้ยังมีผู้เล่นหลายล้านคนทั่วโลก การที่ Triumph Motorcycles ได้เป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้ อีกทั้งยังมีบทบาทในเรื่องราวอันน่าตื่นเต้น ในฐานะพันธมิตรจักรยานยนต์อย่างเป็นทางการ เราได้ทำงานใกล้ชิดกับนักออกแบบของเกมนี้ (Call of Duty) พวกเขามีความตั้งใจอย่างมากเพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่จักรยานแต่ละคันสมจริงที่สุด รวมถึงการแสดงสตันท์ และการเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นที่จะทำให้ทั้งคนรักจักรยานยนต์ และแฟนเกมได้สนุกกัน” Call of Duty: Black Ops 6 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว บนแพลตฟอร์ม Xbox Series X|S, Xbox One, PlayStation 5, PlayStation 4 และ PC ผ่าน Microsoft Store, Battle.net และ Steam สำหรับไบค์เกอร์คนไหนที่อยากจะขับขี่ไทร์อัมพ์ในโมเดลนี้ก็กดเกมแล้วมาซิ่งกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Lucky-Explorer-Project-5.5

LUCKY EXPLORER 5.5 ขาลุยระดับกลางสุดเท่จาก MV Agusta สำหรับโมเดล LUCKY EXPLORER 5.5 นี้พัฒนาร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ของทาง MV Agusta อย่าง QJ โดยจะเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ระดับกลาง แต่รูปลักษณ์ภายนอกของมันก็ดูเหมือนกับมอเตอร์ไซค์สไตล์ทัวริ่งขนาดใหญ่ สามารถดึงดูดใจคนตัวใหญ่ไซส์ยุโรปให้มาสนใจได้ไม่ยาก แน่นอนว่าชาวไทยบางคนก็น่าจะชอบใจไม่น้อย  จุดเด่นภายนอกคือหน้าตาที่หล่อเหลาละม้ายคล้ายกับพี่ใหญ่ 9.5 และมีแรงบันดาลใจมาจาก Elefant ตัวแข่งทะเลทรายในตำนาน ซึ่งมาในโทนสีขาว แดงและดำ เป็นหลัก ตัวรถมีภาพลักษณ์ลุย ๆ แบบเต็มขั้นด้วยการติดตั้งการ์ดแฮนด์ การ์ดดิสก์เบรก ไปจนถึงการ์ดท้องเครื่องมาให้ด้วยเลย เรียกว่าพร้อมลุยจริง ๆ  ระบบไฟส่องสว่างเป็น LED เต็มระบบ พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ มีหน้าจอเรือนไมล์แบบสี TFT ขนาด 5 นิ้วพร้อมระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนสามารถใช้งานระบบนำทางแบบโค้งต่อโค้งได้ด้วย เรียกว่าทันสมัยเลยทีเดียว เครื่องยนต์ของมันเป็นเครื่องสองสูบเรียง มีขนาด 554 ซีซีจากลูกสูบขนาด 70.5 ม.ม.และระยะชักที่ 71 ม.ม. เป็นระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ DOHC 4 สูบต่อวาล์ว โดยเน้นให้มีแรงบิดที่มากและต่อเนื่องทุกย่านความเร็วรอบ เพื่อให้เหมาะกับการขับขี่ในแบบแรลลี่และผจญภัย โดยทางค่ายเคลมแรงม้ามาที่ 47.6 แรงม้าที่ 7,500 รอบและแรงบิดมาที่ 51 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ และเคลมท็อปสปีดสูงสุดมาที่ 160 กม./ชม.  ช่วงล่างก็ค่อนข้างโดดเด่นและออกแบบมาให้รองรับการขับขี่ที่สมบุกสมบัน โดยมีระบบกันสะเทือนจาก KYB ด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 ม.ม. ที่สามารถสปริงพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ขณะที่ด้านหลังก็จะเป็นโช้คเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์ม ซึ่งตัวโช้คสามารถปรับได้ทั้งสปริงพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ ส่วนระบบเบรกนั้นด้านหน้าจัดหนักมาเป็นดิสก์เบรกคู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 4 ลูกสูบเลยทีเดียว ด้านหลังเองก็เป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ แน่นอนว่ามาพร้อมระบบเบรก ABS จาก Bosch   ในส่วนของล้อนั้นจะมีขนาดล้อซี่ลวดที่เล็กกว่าของ 9.5 อยู่เล็กน้อย โดยจะเป็นล้อหน้าขนาด 19 นิ้วและล้อหลัง 17 นิ้ว แทน ซึ่งก็จะทำให้ลุยได้น้อยกว่าเล็กน้อย  โดยรวมแล้วถือเป็นแอดเวนเจอร์ระดับกลางที่มีหน้าตาหล่อเหลา มีสเปกช่วงล่างที่ดีมาจากโรงงานเลย แล้วก็พร้อมใช้งานขับขี่ลุย ๆ แบบไม่หนักมากได้เลย ที่เหลือก็แค่ว่าจะถูกนำเข้ามาขายในไทยหรือเปล่า และเรื่องของราคาที่น่าจะแรงไม่เบา อาจจะทำให้สายลุยไปมองตัวเลือกอื่นก็เป็นได้ เพราะให้อ็อปชันช่วงล่างมาเยอะเลยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Monkey Sammy Sand

Honda Monkey Sammy Sand ใหม่ เท่ไม่เหมือนใคร โดนใจสายลุย CUB House by Honda ส่งมอบความสนุกครั้งใหม่ภายใต้โปรเจกต์ The Monkey Custom ด้วยการเปิดตัว Monkey Sammy Sand เผยความสนุกอีกด้านของ Monkey ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์แบบเอาท์ดอร์ พร้อมให้เจ้าของได้ออกลุยไปเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิตบนเส้นทางใหม่ ๆ  สำหรับโมเดลใหม่นี้จะโดดเด่นสะดุดตา ด้วยตัวถังสีครีมคัสตาร์ดตัดด้วยแถบสีส้ม แต้มด้วยสีดำ ให้กลิ่นอายของความเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ แต่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวในแบบของมังกี้ เสริมเติมความเข้มด้วยล้อสีดำ พร้อมด้วยเอ็มเบล็มดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น ตัวรถมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี เกียร์ 5 สปีด ที่สมรรถนะดีขับขี่ได้สนุกและยังประหยัดน้ำมัน โดยพร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ด้วยราคาแนะนำ 108,900 บาท ซึ่งสามารถไปจับจองเป็นเจ้าของได้ที่โชว์รูม CUB House ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสามารถเข้าชมรถคันจริงได้ก่อนใครที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021 ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า G01 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 ธันวาคมนี้ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Tiger 1200 2022

Triumph Tiger 1200 2022 อัปเกรดใหม่หมดทั้งคัน เปิดทีเดียว 5 รุ่นย่อย ล่าสุดไทรอัมพ์มอเตอร์ไซเคิล อังกฤษ ก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลระดับเรือธงฝั่งแอดเวนเจอร์ทัวริ่งอย่างเจ้า All New Triumph Tiger 1200 2022 ที่ในครั้งนี้ปรับปรุงอัปเกรดใหม่หมดยกทั้งคัน แถมยังมีให้เลือกใช้มากถึง 2 ตระกูลหลักแบ่งเป็น 5 รุ่นย่อยกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายสไตล์มากยิ่งขึ้น  หลัก ๆ ในโมเดลใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่การรีดน้ำหนักตัวรถและการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีกำลังแรงขึ้น ขณะเดียวกันก็พยายามทำให้มีการควบคุมที่ดีและมีสเปกที่สูงในระดับเบอร์ต้น ๆ ของคลาส จุดเด่นที่สำคัญที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นเครื่องยนต์แบบ T-plane ที่พัฒนามาใหม่ของทางค่ายที่เคลมมาว่าออกแบบให้เจ้าเสือตัวใหม่นี้เป็นรถแอดเวนเจอร์ขนาดใหญ่ที่ทรงพลังและคล่องตัวมากที่สุด   มีรุ่นย่อยอะไรบ้าง ตระกูล GT สำหรับขับขี่ผจญภัยที่เน้นถนนหรือทางดำเป็นหลัก จะมีล้ออลูมิเนียม ด้านหน้าขนาด 19 นิ้วและด้านหลังขนาด 18 นิ้ว แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่  GT (ถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร) GT Pro (ถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร) GT Explorer (ถังน้ำมันขนาด 30 ลิตร) ตระกูล Rally สำหรับขับขี่ผจญภัยในทุก ๆ เส้นทาง ไม่เกี่ยงแม้เป็นทางฝุ่น โดยจะมีล้อแบบซี่ลวด ด้านหน้าขนาด 21 นิ้วและด้านหลังขนาด 18 นิ้ว แบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่  Rally Pro (ถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร) Rally Explorer (ถังน้ำมันขนาด 30 ลิตร)   ดีไซน์ใหม่ แน่นอนว่าดีไซน์ใหม่หมดทั้งคัน โดยเน้นหนักไปในลักษณะของรถแอดเวนเจอร์ที่มีดีไซน์แบบพุ่ง ๆ ไปด้านหน้า มีแฟริ่งออกแบบใหม่ พร้อมแผงหม้อน้ำระบายความร้อนแบบคู่ดีไซน์และท่อไอเสียดีไซน์มินิมอลดูสวยงามลงตัว และเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ดูพรีเมียมในแบบของผู้ดีอังกฤษ ตลอดไปจนถึงสีสันและกราฟิกใหม่ที่ดูเท่ดูดีไม่แพ้ใคร น้ำหนักเบา ประเด็นนี้ถือเป็นจุดขายหลักของโมเดลใหม่นี้เลยก็ว่าได้ โดยน้ำหนักของตัวรถนั้นถูกไล่เบามาจากแชสซีใหม่และอุปกรณ์ระดับชั้นนำของคลาส เริ่มจากเฟรมน้ำหนักเบาพร้อมกับซับเฟรมและที่จับคนซ้อนแบบอลูมิเนียม มีสวิงอาร์มแบบใหม่ Tri link น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ระบบขับเคลื่อนด้วยเพลาเองก็มีน้ำหนักเบาด้วยเช่นกัน คาลิเปอร์เบรกโมโนบล็อก Brembo Stylema ซึ่งก็จะมีน้ำหนักเบา โดยมาพร้อมกับระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ที่ทำงานร่วมกับระบบ IMU และสุดท้ายระบบกันสะเทือนไฟฟ้าจาก Showa ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับรถแต่ละตระกูลโดยตรง    ปรับท่านั่งใหม่ ตัวรถมีการดีไซน์โพสิชันหรือตำแหน่งท่านั่งใหม่เพื่อให้ควบคุมรถได้ดี นั่งได้สบาย ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับรถในสไตล์แอดเวนเจอร์ทัวริ่ง โดยตัวรถมีดีไซน์ปราดเปรียวเพรียวมากขึ้น มีการออกแบบการยศาสตร์ใหม่ให้นั่งขับขี่ได้สบายและสมดุลรถดี  เท่านั้นยังไม่พอยังมีการปรับตำแหน่งของแฮนด์บาร์ พักเท้า รวมไปถึงมีเบาะนั่งสามารถปรับระดับความสูงได้ และมีตัวอ็อปชันเป็นเบาะเตี้ยพิเศษให้เลือกใช้งานกันได้อีกด้วย   ขุมพลังใหม่ ทั้งนี้ในแต่ละรุ่นย่อยก็จะมีอ็อปชันปลีกย่อยแตกต่างลึกลงไปอีก แต่ก็จะมีพื้นฐานหลักเดียวกันคือเครื่องยนต์ ซึ่งก็อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าใช้เครื่องยนต์ T-plane ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบเรียงขนาด 1,160 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมกำลังแรงม้ามาที่ 150 แรงม้าที่ 9,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 130 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ซึ่งนับว่าเพิ่มจากเจ็นฯ เก่ามากถึง 9 แรงม้า และหากเทียบกับคู่แข่งที่ใช้ระบบขับเพลาแบบเดียวกันถึง 14 แรงม้า ส่วนแรงบิดนั้นเพิ่มมาก 8 นิวตันเมตรจากโมเดลเก่า โดยจุดเด่นของเครื่องยนต์ใหม่นี้คือการจุดระเบิดแบบไม่เรียง เป็นการจุดระเบิดแบบสูบ 1, 3 และ 2 จากลูกเบี้ยวที่ทำองศา 180, 270 และ 270 องศา ซึ่งทางค่ายเคลมมาว่าให้เอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้กำลังดีตั้งแต่รอบต่ำ ขณะเดียวกันก็ให้แรงบิดในรอบกลางและรอบปลายดี ขับขี่ทางวิบากได้ดีขึ้นจากการฟีลลิ่งที่ล้อหลังชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ขับขี่ทางถนนก็ดีขึ้นตามไปด้วย และสุดท้ายคือสุ้มเสียงที่โดดเด่น    เทคโนโลยีทันสมัย สำหรับ Triumph Tiger 1200 2022 นั้นถือว่าเป็นแอดเวนเจอร์ทัวริงไบค์พิกัดเรือธงของทางค่าย แน่นอนว่าเทคโนโลยีก็ต้องมาแบบแน่น ๆ โดยในเฉพาะในรุ่นย่อย Explorer ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำอย่างระบบแจ้งเตือนมุมอับด้วยเรดาห์ หรือ Blind Spot Radar

Ducati Thailand เผยแผน

Ducati Thailand เผยแผน พร้อมรุกเต็มระบบปี 2022  Ducati Thailand เผยแผน พร้อมรุกเต็มระบบปี 2022 หลังจากทางผู้บริหารได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ซึ่งประเด็นหลัก ๆ ก็จะเป็นการพูดสรุปถึงครึ่งปีที่ผ่านมา ภายหลังเข้ามารับช่วงต่อ พร้อมเผยแนวทางการดำเนินงานในปี 2022 ซึ่งระบุดชัดเจนว่าพร้อมเดินหน้ารุกเต็มระบบ เพื่อผลักดันตัวแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายไบค์เกอร์ทุกกลุ่ม ทุกสไตล์  ในการสัมภาษณ์ทีมผู้บริหาร ดูคาติ ไทยแลนด์ ภายใต้การดำเนินงาน บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ดูคาติอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย นายพรเทพ โชตินุชิต CEO / ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานกรรมการบริหารฯ และ มร. มาร์โค บิออนดิ รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของดูคาติประจำตลาดเอเชียแปซิฟิก และ คุณดอม เหตระกูล กรรมการบริหารฯ ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์พิเศษก่อนเปิดงานบูท Ducati ในงาน Motor Expo 2021 อย่างเป็นทางการ   ยอดขายในปี 2021 เป็นยังไงบ้าง?  สำหรับปีนี้ทางเราเองก็ตั้งเป้าคาดหวังไว้กับ All New Monster ตัวใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวและจัดจำหน่ายในช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าไว้ในปีนี้ 400 กว่าคัน แต่อย่างไรก็ดีในปีนี้ภาพรวมของตลาดบิ๊กไบค์ลดลงกว่าปีที่แล้วมาก อันเนื่องมาจากสถานการณ์ Covid-19 แต่อย่างไรก็ต้องมาดูในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปีนี้อีกทีครับ     เมื่อคู่แข่งมากขึ้น มีแผนดึงดูดลูกค้าอย่างไร? เราได้มีการเริ่มจัดกิจกรรมให้กับลูกค้ากันบ้างแล้ว อย่างที่ผ่านมา เราก็มีกิจกรรม Morning Ride เป็นทริปพาลูกค้าดื่มกาแฟ มีการทดสอบรถในสถานที่ต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีพาไป คาเฟ่ ออนสะพาน ที่ชลบุรี ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า โดยตรงนี้ก็ถือว่าเป็นโครงการนำร่องเป็นเหมือนกิจกรรมมารองรับลูกค้าที่ใช้รถดูคาติ และสำหรับในส่วนของ DRE หรือ Ducati Riding Experience ที่เป็นกิจกรรมการเรียนขับขี่ เราย้ำว่าปีหน้ามีแน่นอน เป็นกิจกรรมที่ลูกค้าทุกคนอยากเข้าร่วม และสำหรับตัวรถที่ขายดีทั่วโลกอย่าง Multistrada V4 , V4 S ก็ขาดไม่ได้ที่จะมีทริปท่องเที่ยวที่หลากหลายมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ ทั้งนี้ในปี 2022 ทางเราเชื่อมันว่าเราจะสามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมต่าง ๆ ทั้งในกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ และดึงดูดลูกค้าใหม่ให้หันมาขี่ดูคาติเพิ่มขึ้น ด้วยกิจกรรมที่มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่มีแค่เฉพาะในสนามแข่งอย่างเดียว  โดยจะมีกิจกรรมสนุก ๆ สำหรับโมเดล Desert Sled รุ่นที่หลายคนรอคอย อย่างวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ก็จะมีรุ่น Desert X ที่จะเปิดตัวแบบเวิลด์พรีเมียร์ ซึ่งก็จะเป็นเซกเมนท์ใหม่ที่เป็นแนวเอ็นดูโร่ ซึ่งดูคาติเองก็จะจัดกิจกรรมในสไตล์เอ็นดูโร่เพิ่มเข้ามาด้วย นอกเหนือไปจากกิจกรรมขับขี่ในแบบเรซซิ่ง แบบสปอร์ตทัวริ่ง ที่มักจะเป็นแนวทริปเดินทาง แน่นอนว่าในปี 2022 ไบค์เกอร์ที่ขี่ดูคาติก็จะมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ร่วมมากมายเลย นอกจากจะเน้นการจัดกิจกรรมให้กับทางลูกค้าแล้ว ทางเรายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากร การบริการหลังการขาย เพราะลูกค้าคือบุคคลสำคัญสำหรับพวกเรา ซึ่งทางดูคาติเร่งที่จะพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ในส่วนของการเทรนนิ่งระหว่างโรงงาน ก็มีมาตรฐานเทียบเท่าที่อิตาลี  และเนื่องจากที่เราเพิ่งจะเริ่มเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เราเองก็เลยต้องอาศัยช่วงเวลาที่ผ่านมาในการเก็บข้อมูลมาพัฒนา ซึ่งก็ถือว่าเป็นไปในทางที่ดี ลูกค้าสามารถที่จะเข้าถึงเราได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ Ducati ทุกรุ่นสามารถจองสั่งซื้อได้แล้วที่ Lazada ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม    สรุปสั้น ๆ งานนี้สาวกดูคาติน่าจะมั่นใจกับแบรนด์ดูคาติได้มากขึ้น ซื้อรถแล้วมีกิจกรรมดี ๆ ให้เข้าร่วม มีศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน และมีบริการหลังการขายที่ดีอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Lucky-Explorer-Project-5.5

LUCKY EXPLORER 5.5 ขาลุยระดับกลางสุดเท่จาก MV Agusta สำหรับโมเดล LUCKY EXPLORER 5.5 นี้พัฒนาร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ของทาง MV Agusta อย่าง QJ โดยจะเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ระดับกลาง แต่รูปลักษณ์ภายนอกของมันก็ดูเหมือนกับมอเตอร์ไซค์สไตล์ทัวริ่งขนาดใหญ่ สามารถดึงดูดใจคนตัวใหญ่ไซส์ยุโรปให้มาสนใจได้ไม่ยาก แน่นอนว่าชาวไทยบางคนก็น่าจะชอบใจไม่น้อย  จุดเด่นภายนอกคือหน้าตาที่หล่อเหลาละม้ายคล้ายกับพี่ใหญ่ 9.5 และมีแรงบันดาลใจมาจาก Elefant ตัวแข่งทะเลทรายในตำนาน ซึ่งมาในโทนสีขาว แดงและดำ เป็นหลัก ตัวรถมีภาพลักษณ์ลุย ๆ แบบเต็มขั้นด้วยการติดตั้งการ์ดแฮนด์ การ์ดดิสก์เบรก ไปจนถึงการ์ดท้องเครื่องมาให้ด้วยเลย เรียกว่าพร้อมลุยจริง ๆ  ระบบไฟส่องสว่างเป็น LED เต็มระบบ พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ มีหน้าจอเรือนไมล์แบบสี TFT ขนาด 5 นิ้วพร้อมระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนสามารถใช้งานระบบนำทางแบบโค้งต่อโค้งได้ด้วย เรียกว่าทันสมัยเลยทีเดียว เครื่องยนต์ของมันเป็นเครื่องสองสูบเรียง มีขนาด 554 ซีซีจากลูกสูบขนาด 70.5 ม.ม.และระยะชักที่ 71 ม.ม. เป็นระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบ DOHC 4 สูบต่อวาล์ว โดยเน้นให้มีแรงบิดที่มากและต่อเนื่องทุกย่านความเร็วรอบ เพื่อให้เหมาะกับการขับขี่ในแบบแรลลี่และผจญภัย โดยทางค่ายเคลมแรงม้ามาที่ 47.6 แรงม้าที่ 7,500 รอบและแรงบิดมาที่ 51 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ และเคลมท็อปสปีดสูงสุดมาที่ 160 กม./ชม.  ช่วงล่างก็ค่อนข้างโดดเด่นและออกแบบมาให้รองรับการขับขี่ที่สมบุกสมบัน โดยมีระบบกันสะเทือนจาก KYB ด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 ม.ม. ที่สามารถสปริงพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ขณะที่ด้านหลังก็จะเป็นโช้คเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์ม ซึ่งตัวโช้คสามารถปรับได้ทั้งสปริงพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ ส่วนระบบเบรกนั้นด้านหน้าจัดหนักมาเป็นดิสก์เบรกคู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 4 ลูกสูบเลยทีเดียว ด้านหลังเองก็เป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ แน่นอนว่ามาพร้อมระบบเบรก ABS จาก Bosch   ในส่วนของล้อนั้นจะมีขนาดล้อซี่ลวดที่เล็กกว่าของ 9.5 อยู่เล็กน้อย โดยจะเป็นล้อหน้าขนาด 19 นิ้วและล้อหลัง 17 นิ้ว แทน ซึ่งก็จะทำให้ลุยได้น้อยกว่าเล็กน้อย  โดยรวมแล้วถือเป็นแอดเวนเจอร์ระดับกลางที่มีหน้าตาหล่อเหลา มีสเปกช่วงล่างที่ดีมาจากโรงงานเลย แล้วก็พร้อมใช้งานขับขี่ลุย ๆ แบบไม่หนักมากได้เลย ที่เหลือก็แค่ว่าจะถูกนำเข้ามาขายในไทยหรือเปล่า และเรื่องของราคาที่น่าจะแรงไม่เบา อาจจะทำให้สายลุยไปมองตัวเลือกอื่นก็เป็นได้ เพราะให้อ็อปชันช่วงล่างมาเยอะเลยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

13 December 2021
Honda Monkey Sammy Sand

Honda Monkey Sammy Sand ใหม่ เท่ไม่เหมือนใคร โดนใจสายลุย CUB House by Honda ส่งมอบความสนุกครั้งใหม่ภายใต้โปรเจกต์ The Monkey Custom ด้วยการเปิดตัว Monkey Sammy Sand เผยความสนุกอีกด้านของ Monkey ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากไลฟ์สไตล์แบบเอาท์ดอร์ พร้อมให้เจ้าของได้ออกลุยไปเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิตบนเส้นทางใหม่ ๆ  สำหรับโมเดลใหม่นี้จะโดดเด่นสะดุดตา ด้วยตัวถังสีครีมคัสตาร์ดตัดด้วยแถบสีส้ม แต้มด้วยสีดำ ให้กลิ่นอายของความเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ แต่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวในแบบของมังกี้ เสริมเติมความเข้มด้วยล้อสีดำ พร้อมด้วยเอ็มเบล็มดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น ตัวรถมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี เกียร์ 5 สปีด ที่สมรรถนะดีขับขี่ได้สนุกและยังประหยัดน้ำมัน โดยพร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ด้วยราคาแนะนำ 108,900 บาท ซึ่งสามารถไปจับจองเป็นเจ้าของได้ที่โชว์รูม CUB House ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสามารถเข้าชมรถคันจริงได้ก่อนใครที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2021 ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า G01 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 ธันวาคมนี้ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

9 December 2021
Triumph Tiger 1200 2022

Triumph Tiger 1200 2022 อัปเกรดใหม่หมดทั้งคัน เปิดทีเดียว 5 รุ่นย่อย ล่าสุดไทรอัมพ์มอเตอร์ไซเคิล อังกฤษ ก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลระดับเรือธงฝั่งแอดเวนเจอร์ทัวริ่งอย่างเจ้า All New Triumph Tiger 1200 2022 ที่ในครั้งนี้ปรับปรุงอัปเกรดใหม่หมดยกทั้งคัน แถมยังมีให้เลือกใช้มากถึง 2 ตระกูลหลักแบ่งเป็น 5 รุ่นย่อยกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายสไตล์มากยิ่งขึ้น  หลัก ๆ ในโมเดลใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่การรีดน้ำหนักตัวรถและการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีกำลังแรงขึ้น ขณะเดียวกันก็พยายามทำให้มีการควบคุมที่ดีและมีสเปกที่สูงในระดับเบอร์ต้น ๆ ของคลาส จุดเด่นที่สำคัญที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นเครื่องยนต์แบบ T-plane ที่พัฒนามาใหม่ของทางค่ายที่เคลมมาว่าออกแบบให้เจ้าเสือตัวใหม่นี้เป็นรถแอดเวนเจอร์ขนาดใหญ่ที่ทรงพลังและคล่องตัวมากที่สุด   มีรุ่นย่อยอะไรบ้าง ตระกูล GT สำหรับขับขี่ผจญภัยที่เน้นถนนหรือทางดำเป็นหลัก จะมีล้ออลูมิเนียม ด้านหน้าขนาด 19 นิ้วและด้านหลังขนาด 18 นิ้ว แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย ได้แก่  GT (ถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร) GT Pro (ถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร) GT Explorer (ถังน้ำมันขนาด 30 ลิตร) ตระกูล Rally สำหรับขับขี่ผจญภัยในทุก ๆ เส้นทาง ไม่เกี่ยงแม้เป็นทางฝุ่น โดยจะมีล้อแบบซี่ลวด ด้านหน้าขนาด 21 นิ้วและด้านหลังขนาด 18 นิ้ว แบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่  Rally Pro (ถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร) Rally Explorer (ถังน้ำมันขนาด 30 ลิตร)   ดีไซน์ใหม่ แน่นอนว่าดีไซน์ใหม่หมดทั้งคัน โดยเน้นหนักไปในลักษณะของรถแอดเวนเจอร์ที่มีดีไซน์แบบพุ่ง ๆ ไปด้านหน้า มีแฟริ่งออกแบบใหม่ พร้อมแผงหม้อน้ำระบายความร้อนแบบคู่ดีไซน์และท่อไอเสียดีไซน์มินิมอลดูสวยงามลงตัว และเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ดูพรีเมียมในแบบของผู้ดีอังกฤษ ตลอดไปจนถึงสีสันและกราฟิกใหม่ที่ดูเท่ดูดีไม่แพ้ใคร น้ำหนักเบา ประเด็นนี้ถือเป็นจุดขายหลักของโมเดลใหม่นี้เลยก็ว่าได้ โดยน้ำหนักของตัวรถนั้นถูกไล่เบามาจากแชสซีใหม่และอุปกรณ์ระดับชั้นนำของคลาส เริ่มจากเฟรมน้ำหนักเบาพร้อมกับซับเฟรมและที่จับคนซ้อนแบบอลูมิเนียม มีสวิงอาร์มแบบใหม่ Tri link น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ระบบขับเคลื่อนด้วยเพลาเองก็มีน้ำหนักเบาด้วยเช่นกัน คาลิเปอร์เบรกโมโนบล็อก Brembo Stylema ซึ่งก็จะมีน้ำหนักเบา โดยมาพร้อมกับระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ที่ทำงานร่วมกับระบบ IMU และสุดท้ายระบบกันสะเทือนไฟฟ้าจาก Showa ที่ปรับแต่งให้เหมาะกับรถแต่ละตระกูลโดยตรง    ปรับท่านั่งใหม่ ตัวรถมีการดีไซน์โพสิชันหรือตำแหน่งท่านั่งใหม่เพื่อให้ควบคุมรถได้ดี นั่งได้สบาย ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับรถในสไตล์แอดเวนเจอร์ทัวริ่ง โดยตัวรถมีดีไซน์ปราดเปรียวเพรียวมากขึ้น มีการออกแบบการยศาสตร์ใหม่ให้นั่งขับขี่ได้สบายและสมดุลรถดี  เท่านั้นยังไม่พอยังมีการปรับตำแหน่งของแฮนด์บาร์ พักเท้า รวมไปถึงมีเบาะนั่งสามารถปรับระดับความสูงได้ และมีตัวอ็อปชันเป็นเบาะเตี้ยพิเศษให้เลือกใช้งานกันได้อีกด้วย   ขุมพลังใหม่ ทั้งนี้ในแต่ละรุ่นย่อยก็จะมีอ็อปชันปลีกย่อยแตกต่างลึกลงไปอีก แต่ก็จะมีพื้นฐานหลักเดียวกันคือเครื่องยนต์ ซึ่งก็อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าใช้เครื่องยนต์ T-plane ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบเรียงขนาด 1,160 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมกำลังแรงม้ามาที่ 150 แรงม้าที่ 9,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 130 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ซึ่งนับว่าเพิ่มจากเจ็นฯ เก่ามากถึง 9 แรงม้า และหากเทียบกับคู่แข่งที่ใช้ระบบขับเพลาแบบเดียวกันถึง 14 แรงม้า ส่วนแรงบิดนั้นเพิ่มมาก 8 นิวตันเมตรจากโมเดลเก่า โดยจุดเด่นของเครื่องยนต์ใหม่นี้คือการจุดระเบิดแบบไม่เรียง เป็นการจุดระเบิดแบบสูบ 1, 3 และ 2 จากลูกเบี้ยวที่ทำองศา 180, 270 และ 270 องศา ซึ่งทางค่ายเคลมมาว่าให้เอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้กำลังดีตั้งแต่รอบต่ำ ขณะเดียวกันก็ให้แรงบิดในรอบกลางและรอบปลายดี ขับขี่ทางวิบากได้ดีขึ้นจากการฟีลลิ่งที่ล้อหลังชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ขับขี่ทางถนนก็ดีขึ้นตามไปด้วย และสุดท้ายคือสุ้มเสียงที่โดดเด่น    เทคโนโลยีทันสมัย สำหรับ Triumph Tiger 1200 2022 นั้นถือว่าเป็นแอดเวนเจอร์ทัวริงไบค์พิกัดเรือธงของทางค่าย แน่นอนว่าเทคโนโลยีก็ต้องมาแบบแน่น ๆ โดยในเฉพาะในรุ่นย่อย Explorer ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำอย่างระบบแจ้งเตือนมุมอับด้วยเรดาห์ หรือ Blind Spot Radar

8 December 2021
Ducati Thailand เผยแผน

Ducati Thailand เผยแผน พร้อมรุกเต็มระบบปี 2022  Ducati Thailand เผยแผน พร้อมรุกเต็มระบบปี 2022 หลังจากทางผู้บริหารได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ซึ่งประเด็นหลัก ๆ ก็จะเป็นการพูดสรุปถึงครึ่งปีที่ผ่านมา ภายหลังเข้ามารับช่วงต่อ พร้อมเผยแนวทางการดำเนินงานในปี 2022 ซึ่งระบุดชัดเจนว่าพร้อมเดินหน้ารุกเต็มระบบ เพื่อผลักดันตัวแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายไบค์เกอร์ทุกกลุ่ม ทุกสไตล์  ในการสัมภาษณ์ทีมผู้บริหาร ดูคาติ ไทยแลนด์ ภายใต้การดำเนินงาน บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ดูคาติอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย นายพรเทพ โชตินุชิต CEO / ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานกรรมการบริหารฯ และ มร. มาร์โค บิออนดิ รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของดูคาติประจำตลาดเอเชียแปซิฟิก และ คุณดอม เหตระกูล กรรมการบริหารฯ ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์พิเศษก่อนเปิดงานบูท Ducati ในงาน Motor Expo 2021 อย่างเป็นทางการ   ยอดขายในปี 2021 เป็นยังไงบ้าง?  สำหรับปีนี้ทางเราเองก็ตั้งเป้าคาดหวังไว้กับ All New Monster ตัวใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวและจัดจำหน่ายในช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าไว้ในปีนี้ 400 กว่าคัน แต่อย่างไรก็ดีในปีนี้ภาพรวมของตลาดบิ๊กไบค์ลดลงกว่าปีที่แล้วมาก อันเนื่องมาจากสถานการณ์ Covid-19 แต่อย่างไรก็ต้องมาดูในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปีนี้อีกทีครับ     เมื่อคู่แข่งมากขึ้น มีแผนดึงดูดลูกค้าอย่างไร? เราได้มีการเริ่มจัดกิจกรรมให้กับลูกค้ากันบ้างแล้ว อย่างที่ผ่านมา เราก็มีกิจกรรม Morning Ride เป็นทริปพาลูกค้าดื่มกาแฟ มีการทดสอบรถในสถานที่ต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีพาไป คาเฟ่ ออนสะพาน ที่ชลบุรี ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า โดยตรงนี้ก็ถือว่าเป็นโครงการนำร่องเป็นเหมือนกิจกรรมมารองรับลูกค้าที่ใช้รถดูคาติ และสำหรับในส่วนของ DRE หรือ Ducati Riding Experience ที่เป็นกิจกรรมการเรียนขับขี่ เราย้ำว่าปีหน้ามีแน่นอน เป็นกิจกรรมที่ลูกค้าทุกคนอยากเข้าร่วม และสำหรับตัวรถที่ขายดีทั่วโลกอย่าง Multistrada V4 , V4 S ก็ขาดไม่ได้ที่จะมีทริปท่องเที่ยวที่หลากหลายมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ ทั้งนี้ในปี 2022 ทางเราเชื่อมันว่าเราจะสามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมต่าง ๆ ทั้งในกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ และดึงดูดลูกค้าใหม่ให้หันมาขี่ดูคาติเพิ่มขึ้น ด้วยกิจกรรมที่มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่มีแค่เฉพาะในสนามแข่งอย่างเดียว  โดยจะมีกิจกรรมสนุก ๆ สำหรับโมเดล Desert Sled รุ่นที่หลายคนรอคอย อย่างวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ก็จะมีรุ่น Desert X ที่จะเปิดตัวแบบเวิลด์พรีเมียร์ ซึ่งก็จะเป็นเซกเมนท์ใหม่ที่เป็นแนวเอ็นดูโร่ ซึ่งดูคาติเองก็จะจัดกิจกรรมในสไตล์เอ็นดูโร่เพิ่มเข้ามาด้วย นอกเหนือไปจากกิจกรรมขับขี่ในแบบเรซซิ่ง แบบสปอร์ตทัวริ่ง ที่มักจะเป็นแนวทริปเดินทาง แน่นอนว่าในปี 2022 ไบค์เกอร์ที่ขี่ดูคาติก็จะมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ร่วมมากมายเลย นอกจากจะเน้นการจัดกิจกรรมให้กับทางลูกค้าแล้ว ทางเรายังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากร การบริการหลังการขาย เพราะลูกค้าคือบุคคลสำคัญสำหรับพวกเรา ซึ่งทางดูคาติเร่งที่จะพัฒนาในทุก ๆ ด้าน ในส่วนของการเทรนนิ่งระหว่างโรงงาน ก็มีมาตรฐานเทียบเท่าที่อิตาลี  และเนื่องจากที่เราเพิ่งจะเริ่มเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เราเองก็เลยต้องอาศัยช่วงเวลาที่ผ่านมาในการเก็บข้อมูลมาพัฒนา ซึ่งก็ถือว่าเป็นไปในทางที่ดี ลูกค้าสามารถที่จะเข้าถึงเราได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ Ducati ทุกรุ่นสามารถจองสั่งซื้อได้แล้วที่ Lazada ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม    สรุปสั้น ๆ งานนี้สาวกดูคาติน่าจะมั่นใจกับแบรนด์ดูคาติได้มากขึ้น ซื้อรถแล้วมีกิจกรรมดี ๆ ให้เข้าร่วม มีศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน และมีบริการหลังการขายที่ดีอย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

4 December 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Honda CRF450R คว้าโพเดียม เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์ ยึดจ่าฝูงตาราง AMA

พี่น้อง “ลอว์เรนซ์” บิด Honda CRF450R คว้าดับเบิ้ลโพเดียม “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ยึดจ่าฝูงตารางคะแนนต่อเนื่อง ศึก AMA Supercross 2024 ที่เซนต์หลุยส์ พี่น้อง “ลอว์เรนซ์” สังกัด Team Honda HRC บิดสุดยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF 450R สร้างผลงานแข็งแกร่งต่อเนื่อง ควงคู่คว้าดับเบิ้ลโพเดียม ขณะที่ตารางคะแนนสะสม “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ครองรั้งอันดับ 1 ในการแข่งขันศึก AMA Supercross 2024 สนามที่ 12 ซึ่งดวลกันที่เซนต์หลุยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา   การแข่งขันในสนามที่ 12 จัดกันในรูปแบบ Triple Crown โดยนำผลงานที่ดวลกันทั้ง 3 เรซมาตัดสิน โดย “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บิด Honda CRF 450R หมายเลข 96 ปลดล็อคคว้าโพเดียมมาครองได้สำเร็จ ด้วยการคว้าอันดับ 8 ในเรซแรก และการขึ้นโพเดียมอันดับ 2 ในเรซที่สอง ตามด้วยจบอันดับที่ 4 ในเรซที่สาม   ขณะที่ “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” บิด Honda CRF450R หมายเลข 18 บิดคว้าโพเดียมอันดับที่ 2 ในเรซแรก ส่วนเรซที่สองยังคงทำผลงานได้ดีแต่มีการปรับโทษจากอุบัติเหตุในการแข่งขันจึงอยู่ในโพเดียมอันดับที่ 3 โด ยในเรซที่สามโชคร้ายถูกชนระหว่างการแข่งขัน มีอาการบาดเจ็บแต่ยกรถขึ้นบิดต่อจบในอันดับที่ 21 โดยผลการแข่งขันจัดลำดับแบบโอเวอร์ออล (Overall) “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” คว้าโพเดียมอันดับที่ 3 มาครอง และ “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” รั้งอันดับที่ 8 สำหรับตารางแชมป์เปี้ยนชิพ “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ครองรั้งอันดับที่ 1 ต่อเนื่องด้วยคะแนนสะสม 244 คะแนน ขณะที่ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ขยับขึ้นมารั้งท็อป 10 ได้เรียบร้อยด้วยคะแนนสะสม 133 คะแนน ทั้งนี้การแข่งขัน AMA Supercross 2024 สนามที่ 13 จะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในวันที่ 13 เมษายนนี้ โดยจะไปดวลกันที่ Gillette Stadium ใน Foxborough, MA ประเทศสหรัฐอเมริกา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

3 April 2024
Liberty Media เทคกิจการของ Dorna เจ้าของสิทธิ์ MotoGP

Liberty Media เทคกิจการของ Dorna เจ้าของสิทธิ์ MotoGP เป็นข่าวใหญ่ระดับสะเทือนวงการสองล้อกันเลยทีเดียวของดีลธุรกิจที่มีมูลค่าสูงถึง 4.2 พันล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 165,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นดีลธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการที่ Liberty Media เทคกิจการของ Dorna เจ้าของสิทธิ์ทางการค้าและการถ่ายทอดวิดีโอการแข่งขัน MotoGP นั่นเอง แล้ว Liberty Media คือใคร ทำธุรกิจอะไร สำหรับคนที่ยังไม่ทราบ ลิเบอร์ตี้มีเดียคือเจ้าของสิทธิ์ Formula 1 นั่นเอง เรียกว่าอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตเช่นเดียวกัน เพียงแต่จำนวนล้อไม่เท่ากันและรูปแบบการแข่งขันก็แตกต่างกันอยู่พอสมควร รวมถึงยังประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสื่อ การสื่อสาร และธุรกิจบันเทิงอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งทางลิเบอร์ตี้เองก็มาซื้อหุ้นของทาง Dorna ไปมากถึงราว ๆ 86% ใช้เงินไปกว่า 3.5 พันล้านยูโร หรือราว ๆ 138,000 ล้านบาท โดยทางดอร์น่าเองยังถือหุ้นไว้เอง 14% ผ่านข้อตกลงใหม่ซึ่งทาง Dorna Sports S.L., ที่ถือสิทธิ์ทางการค้าและการถ่ายทอด MotoGP อยู่จะยังคงทำดำเนินธุรกิจอยู่อย่างอิสระเช่นเดิม เพียงแต่เป็นส่วนนึงของทางกลุ่มธุรกิจลิเบอร์ตี้มีเดียเท่านั้น ทั้งนี้การแข่งขันอื่น ๆ ที่ทางดอร์น่าดูแลเองก็จะตกอยู่ภายใต้ลิเบอร์ตี้มีเดียด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Moto2, Moto3, WorldSBK, MotoE, Junior GP, Asia Talent Cup, British Talent Cup, Northern Talent Cup, MiniGP และ MotoGP Rookies Cup นอกจากนี้ทาง Carmelo Ezpeleta ซีอีโอของทางดอร์น่าที่รั้งตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ปี 1994 เองก็จะยังคงอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปเช่นเดิม และทำธุรกิจต่อไปร่วมกับทีมบริหารของเขา และเบสก็จะยังคงอยู่ที่เมืองมาดริดเช่นเดิมไม่เปลี่ยนไป ซึ่งทาง Greg Maffei ประธานของฝั่งลิเบอร์ตี้มีเดียก็ออกมากล่าวในทำนองว่ารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ขยายเครือข่ายธุรกิจการถ่ายทอดสดกีฬาเพิ่มมากขึ้นจากดีลในครั้งนี้ ซึ่งเขามองว่ารายการการแข่งขันนี้มีฐานแฟน ๆ ที่ติดตามที่ดีและเหนียวแน่น มีการแข่งขันที่ตื่นเต้นเร้าใจ และมีเงินไหลเวียนมาก มีศักยภาพในการทำเงินนั่นเอง และเขาเองก็ตั้งใจจะมาพัฒนาและเพิ่มยอดผู้ชมหรือแฟน ๆ MotoGP ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ทางซีอีโอของทางดอร์น่าเองก็มองว่านี่คือมุดหมายสำคัญของการแข่งขันรายการนี้ ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญ ซึ่งทางลิเบอร์ตี้มีเดียนั้นชำนาญงานทางด้านนี้ และจะช่วยเพิ่มฐานคนดูให้มากขึ้นได้อย่างแน่นอน สุดท้ายดีลนี้จะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงปลายปี 2024 เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการและขั้นตอนตามกฎหมายจำนวนมาก แต่เมื่ออ่านมาถึงตอนนี้แล้ว หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าแล้วมันจะมีผลอะไรต่อรายการแข่งขันรายการโปรดของพวกเขาหรือไม่ ผมบอกเลยว่าต้องมีอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรยืนยัน แต่สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เรื่องค่าตั๋วนั้นจะต้องแพงขึ้น เนื่องจากเรื่องของการลงทุนทำธุรกิจ และอาจจะมีผลดีเรื่องคุณภาพการถ่ายทอดสด หรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการถ่ายทอดสดก็เป็นได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2 April 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Kymco KRV200

Kymco KRV200 สปอร์ตสกู๊ตเตอร์ฟีเจอร์แน่น ขายยุโรปแล้ว เผยโฉมพร้อมขายกันแล้วสำหรับ Kymco KRV200 สกู๊ตเตอร์ดีไซน์สปอร์ตสัญชาติไต้หวันแต่ไปขายกันที่ยุโรป ซึ่งแบรนด์นี้เมื่อพูดถึงแล้วก็ย่อมจะต้องมีภาพของสกู๊ตเตอร์ลอยเข้ามาในทันที โดยเฉพาะแม็กซี่สกู๊ตเตอร์ซึ่งเป็นกลุ่มรถที่คนยุโรปชอบใช้ ซึ่งเจ้าคันนี้ก็ขนฟีเจอร์มาครบครันและน่าสนใจทีเดียวครับ สำหรับโมเดลนี้แม้จะมีขนาดเล็กไม่ใช่บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่ขายดีและเป็นที่นิยมอย่างรุ่นพี่ของมันที่ชื่อว่า AK550 แต่ก็มีสไตล์แบบสปอร์ตและโมเดิร์นในแบบเดียวกันและมีลูกเล่นและฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยแบบเดียวกัน โดยมีราคาที่เป็นมิตรกับเงินในกระเป๋ากว่า ในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกจะเห็นได้ถึงเส้นสายที่ดูดุดันในแบบของรถสปอร์ตแบบนรุ่นพี่ แต่มาในขนาดที่เล็กกะทัดรัดกว่า และตัวรถให้ทัศนวิสัยที่ดีด้วยระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ที่มีรูปทรงคล้ายกับสกู๊ตเตอร์รุ่นใหญ่ ๆ ของทางค่ายเอง สำหรับขุมพลังนั้นจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 175 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำที่สามารถปั่นแรงม้าออกมาได้ 17 แรงม้าที่ 8,000 รอบ และแรงบิดที่ 15.6 นิวตันเมตร โดยใช้น้ำมันจากถังขนาด 7.4 ลิตร ซึ่งทางค่ายเคลมอัตราสิ้นเปลืองที่ 33 กม./ลิตร และท็อปสปีดมาที่ 107 กม./ชม. ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดู ๆ อาจจะน้อยไปหน่อยสำหรับนักบิดชาวไทย ส่วนเรื่องของช่วงล่างนั้นถือว่าโดดเด่นเลยทีเดียว โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คเทเลสโคปิกธรรมดา แต่ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวซึ่งแตกต่างกับสกู๊ตเตอร์ในพิกัดนี้ทั่วไปซึ่งมักจะเป็นโช้คคู่ ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 270 ม.ม. ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวเช่นกันแต่มีขนาด 234 ม.ม. โดยจะมีระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนยางและล้อจะมีขนาด 110/70 R13 และ 130/70 R13 หน้าและหลังตามลำดับโดยจะเป็นยางแบบไม่ต้องใช้ยางในรัดบนล้ออัลลอยแบบ 5 ก้าน มาต่อกันที่ฟีเจอร์อื่น ๆ กันบ้าง ตัวรถจะมาพร้อมเรือนไมล์แบบ LCD ที่แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ได้ครบถ้วน ระบบสตาร์ทรถโดยไม่ต้องใช้กุญแจหรือคีย์เลส ช่องจ่ายไฟแบบ USB ช่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้เบาะที่พอที่จะใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ 1 ใบ ตลอดไปจนถึงตะขอแขวนสัมภาระที่ดูแล้วเหมาะกับบ้านเราเหลือเกิน สุดท้ายเรื่องของการจำหน่าย โมเดลนี้จะอยู่ที่ 4,890 ยูโรหรือราว ๆ 182,000 บาท ซึ่งถือว่าราคาแรงเอาเรื่องเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นโมเดลที่หล่อเหลาเอาการอยู่นะ ส่วนการจำหน่ายในไทยนี่คงเป็นไปได้ยากครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

FANTIC CABALLERO 700

FANTIC CABALLERO 700 อิตาเลียนสแครมเบลอร์หัวใจ CP2 เอาใจคนชอบความแรงด้วยการอัปเกรดดีกรีความมันส์เพิ่มไซส์ของอิตาเลียนสแครมเบลอร์อย่าง Fantic Caballero 700 ที่เพิ่มไซส์มาจาก 500 ซีซี แต่ทว่าเจ้าคันนี้กลับใช้ขุมพลังจากค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Yamaha ซึ่งมาถึงจุดนี้แล้วหลาย ๆ คนน่าจะเดาได้ว่า มันคือเครื่อง CP2 ที่ใช้ในรถ MT-07, YZF-R7 และ XSR700 นั่นเอง สำหรับคนที่ยังไม่รู้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางค่ายนี้ร่วมงานกับยามาฮ่า ก่อนหน้านี้ก็เคยจอยกันมาก่อนเพื่อทำรถในแนวเดิร์ตไบค์มาแล้ว โดยดีไซน์คันนี้ก็มาในแบบของสแครมเบลอร์เต็มขั้นเด่นที่ปลายท่อคู่ยกสูงตามแบบเฉพาะของรถในสไตล์นี้นั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าการใช้ขุมพลัง CP2 ก็จะเท่ากับว่ารถคันนี้แรง 74 แรงม้าและแรงบิดเท่ากับ 70 นิวตันเมตรซึ่งถือว่าทรงพลังใช้ได้เลยทีเดียว และเพื่อที่จะหยุดกำลังแรงขนาดนี้ ทางค่ายได้ให้ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวขนาด 330 ม.ม.ดิสก์หลังเดี่ยวขนาด 245 ม.ม.มา โดยคาลิเปอร์เบรกจะเป็นของ Brembo ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเลย และมาพร้อมกับระบบเบรกแบบ Cornering ABS จาก Continental ส่วนช่วงล่างนั้นจะเป็นโช้คจากทาง Marzzocchi โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับและด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว นอกจากนี้ระบบเบรก ABS ที่ช่วยในเรื่องความปลอดภัยแล้วยังมีระบบแทร็คชันคอนโทรลที่สามารถปรับผ่านโหมดการขับขี่ที่มีมาให้ 3 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Street, Offroad และ Custom ที่ให้ผู้ใช้ได้ปรับแต่งค่าต่าง ๆ เอง โดยสามารถปรับใช้งานและดูการแสดงผลต่าง ๆ ผ่านหน้าจอสี TFT ขนาด 3.5 นิ้วได้สะดวก สุดท้ายเรื่องของการวางจำหน่ายจะมีจำหน่ายด้วยกันสองสีคือ สีแดง Iconic Red และสี Historic Blue โดยวางจำหน่ายที่ราคา 9,900 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 370,000 บาท ซึ่งก็ถือได้ว่าราคาค่อนข้างแรงเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Benelli Tornado 402

Benelli Tornado 402 พายุลูกใหม่ที่หล่อล้ำกว่าที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2005 ที่ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากแผ่นดินใหญ่อย่าง Qianjiang ได้เข้ามาเทคโอเวอร์เบเนลลีค่ายรถอิตาลีระดับตำนานก็เป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาและออกแบบจากทางสำนักงานใหญ่ที่เมือง Pesaro ประเทศอิตาลีก็ตาม แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่ามีเพียงไม่กี่โมเดลเท่านั้นที่ทำแบบดังกล่าว ส่วนรถรุ่นอื่น ๆ ที่เหลือ ซึ่งก็รวมไปถึงเจ้า Benelli Tornado 402 ที่พัฒนาและผลิตกันที่จีนเองเลย เจ้าทอร์นาโดลูกใหม่นี้เป็นสปอร์ตไบค์เต็มตัวที่มาพร้อมแฮนด์แบบจับโช้คที่สมควรจะต้องหันมาสนใจอย่างยิ่ง แม้ว่าสำหรับสปอร์ตไบค์ที่มีพิกัดเครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซีนั้นมักจะขายในประเทศที่มองว่ารถกลุ่มนี้เป็นรถแบบพรีเมียมหน่อย หรือไม่ก็ถูกจำกัดด้วยใบขับขี่เพราะรถมีขนาดใหญ่ ซึ่งผมเองก็หวังว่ามันน่าจะมาขายในไทย ถ้าตัวแทนไม่ยอมแพ้ตลาดในไทยไปก่อนน่ะนะ สำหรับขุมพลังของโมเดลนี้จะเป็นเครื่องสองสูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำที่ให้กำลังมากถึง 48 แรงม้าที่ 10,000 รอบและแรงบิดที่ 3 นิวตันเมตรที่ 8,000 นาที ซึ่งถ้าจำหน่ายในยุโรปล่ะก็จะต้องใช้ใบขับขี่ประเภท A2 ซึ่งมันเป็นเครื่องบล็อกใหม่ไม่ใช่เครื่องบล็อกเดิมจากทาง QJ Motor แต่อย่างใด เพราะเครื่องเดิมนั้นแรงสุดแค่เพียง 41.5 แรงม้าเท่านั้น แต่สิ่งที่ยังไม่ได้เอ่ยถึงและน่าสนใจมาก ๆ เลยก็คือการมีกล้องติดรถมาให้ด้วยเลย โดยถูกบิลต์อินมาให้ที่ด้านหลังชิลด์หน้าเพื่อบันทึกภาพการจราจร โดยสามารถดาวน์โหลดลงสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชันได้ ซึ่งฟังก์ชันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบันทึกคลิปการขับขี่ที่สนุก ๆ ของคุณแต่ยังส่วนช่วยในเรื่องของความปลอดภัยและใช้บันทึกวิดีโอเป็นหลักฐานเวลาขับขี่แล้วเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์อื่น ๆ บนท้องถนนอีกด้วย ส่วนช่วงล่างที่ให้มานั้นถือว่าแน่น ๆ ตามสไตล์ของทางค่าย โช้คหน้าแบบหัวกลับ โช้คหลังเดี่ยว ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่และคาลิเปอร์เบรก Nissin ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Nissin เช่นกัน ส่วนล้อและยางจะมีขนาด 150/60 R17 และ  110/70 R17 ตามลำดับ สุดท้ายเรื่องของการจำหน่ายนั้นเปิดราคาจำหน่ายที่ 31,800 หยวนหรือแปลงเป็นเงินบาทได้ที่ราว ๆ 157,000 บาท ถ้ามาจำหน่ายในไทยจริง ๆ ราคาก็น่าจะปรับขึ้นไปอีกพอสมควร แต่ก็ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว เพราะดีไซน์เองก็ได้กลิ่นอายความล้ำ ความหล่อที่มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ๆ แต่ก็นั่นแหละจะมาขายไทยหรือเปล่าก็ต้องลุ้นกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!