SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เจาะลึกเครื่องยนต์ใหม่ Isuzu 2.2 Ddi MAXFORCE พละกำลัง 163 แรงม้า พร้อมกิจกรรม ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE 2026 ทั่วประเทศไทย

“Nine Stamp” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #9 ไล่บี้กดเวลารอบควอลิฟายสุดมันส์ คว้ากริดสตาร์ท 15 ดีสุดเด็กไทย พร้อมลุ้นแต้มแรกในเวิลด์ กรังซ์ปรีซ์ ต่อหน้ากองเชียร์ไทยในสนามโฮมเรซ “Nine Stamp” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #9 นักบิดดาวรุ่ง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ซึ่งได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดลงทำการแข่งขันศึกชิงแชมป์โลกรุ่น Moto3 ในนามสังกัด VR46 MASTER CAMP ทีมของ “เดอะ ด๊อกเตอร์” วาเลนติโน่ รอสซี่ ในรายการ PTT Thailand Grand Prix 2018 กระชากคันเร่งรถแข่งหมายเลข 9 สู้สุดกำลัง งัดฟอร์มการขับขี่แชมป์เอเชียไล่กดเวลาเบียดกับคู่แข่งในรอบควอลิฟายแบบสุดมันส์จนถึงรอบสุดท้าย ก่อนทำเวลาต่อรอบดีที่สุดอยู่ที่ 1’43.071 นาที คว้าตำแหน่งกริดสตาร์ทที่ 15 ในการเข้าร่วมเกมการแข่งขันระดับเวิลด์ กรังซ์ปรีซ์ ครั้งแรกในชีวิตบนแทร็คโฮมเรซ พร้อมมีลุ้นคว้าแต้มแรกต่อหน้ากองเชียร์ชาวไทยที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในวันการชิงชัยรุ่น Moto3 วันพรุ่งนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตาม Facebook คลิกทีนี้

Ducati ประกาศเปิดตัว รถมอเตอร์ไบค์รุ่นใหม่ 2018 Desmosedici GP หรือในชื่อ GP18 เป็นรถที่จะใช้แข่งขันในฤดูกาลใหม่ 2018 ที่กำลังจะเกิดขึ้น เปิดตัวกันที่ เมือง โบโลญญา ประเทศอิตาลี โดยมี 2 คู่หูทีมเมท Jorge Lorenzo และ Andrea Dovizioso โดยสองนักบิดตัวหลักของทีมแข่งโรงงานเข้าร่วมในงานนี้ด้วย โดยตัวเจ้า GP18 มาพร้อมเครื่องยนต์ V4 สี่จังหวะ ขนาด 1,000cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 250 แรงม้า และทำความเร็วได้สูงสุด 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบเกียร์ DST EVO น้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 157 กิโลกรัม ล้อขนาด 17 นิ้ว ระบบกันสะเทือนมาจาก Ohlins ระบบเบรกเป็นแบบคาร์บอนของ Brembo ดิสก์เบรกคู่ขนาด 340 มม. พร้อมกับท่อ Akrapovic และได้ทำการออกแบบส่วนของแฟร์ริ่งหน้าใหม่ให้ถูกต้องตามกฎกติกาของ FIM สำหรับสาวก Ducati ชาวไทย 2018 Ducati Desmosedici GP จะได้เห็นตัวเป็นๆ พร้อมเสียงดุดัน ได้ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วง Winter Test วันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2561ที่จะถึงนี้แล้ว อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

มาเวอริค บีญาเลส มั่นใจ! ปรับตัวกับ KTM ได้ดีขึ้นทุกวัน มาเวอริค บีญาเลส นักแข่งรายใหม่ล่าสุดจากทีม Redbull KTM Tech3 ออกมาเผยว่าการทดสอบในช่วง Pre-Season Test ของการแข่งขัน MotoGP ในช่วงที่ผ่านมานั้น มันกำลังแสดงให้เห็นว่าตัวเขากับรถแข่ง RC16 สามารถเข้ากันได้ดี และมีการพัฒนาได้ดีมากยิ่งขึ้น แม้ในการทดสอบ Pre-Season Test ที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมรรถนะของ KTM RC16 เหมือนจะมีปัญหาการสึกของยางอย่างรุนแรงในการวิ่งทดสอบระยะยาวที่สนามบุรีรัมย์ โดยยางจะมีปัญหา แต่ก็ไม่สามารถกระทบกับฟอร์มการขับขี่ของ ‘TopGun’ ได้ เพระาดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะสามารถพัฒนาลีลากับขับขี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในวันสุดท้ายของการทดสอบ ด้วยการขี่ RC16 ของทีม Redbull KTM Tech3 ขึ้นมาจบในอันดับที่ 9 ของตารางเวลารวมในการทดสอบวันสุดท้าย โดยบีญาเลสมองว่ากาปรับตัวเป็นไปได้ดี และคิดว่าการขับขี่ของเจ้าตัวเข้าใกล้กับดาวรุ่งของทีมอย่าง เปโดร อคอสต้า ไปทีละก้าว “การปรับตัวของผมกับรถเป็นไปได้ดี อีกทั้งพวกเรายังเข้าใกล้กับ KTM คันที่เร็วที่สุดไปทีละก้าวทุกวัน ซึ่งผมมองว่ามันไม่ง่ายอย่างแน่นอน มันเป็นรูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างออกไปมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่ ผมมองว่าตอนนี้พัฒนาการก็กำลังเกิดขึ้น” “ดังนั้นทุกครั้งที่ผมขี่ ผมก็รู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ กับตัวรถ” “ตอนนี้พวกเรากำลังจริงจังกับการจำลองการสปรินท์ระยะยาว และได้ทดลองขี่แบบ flying lap ถึงสองรอบเพื่อให้ผมสามารถเข้าใจตัวรถได้ดีมากยิ่งขึ้น” บีญาเลสยังเสริมอีกว่าการทดสอบที่บุรีรัมย์ในครั้งนี้ดูเป็นไปในทางบวกมากกว่าการทดสอบแรกที่สนามเซปัง เพราะเจ้าตัวมีเวลามากพอที่จะทำความเข้าใจในตัวแข่ง RC16 มากขึ้นเรื่อย ๆ “ผมพอใจกับการทดสอบครั้งนี้มากกว่าครั้งก่อน (ที่สนามเซปัง)” “ซึ่งการพอใจครั้งนี้มันทำให้ผมสามารถขี่รถได้เร็วขึ้น อีกทั้งทีมยังมีแรงจูงใจสูงมาก พวกเขาสามารถทำงานได้ดีจริง ๆ โดยเฉพาะการเลือกสิ่งที่ถูกต้องในการทดสอบ เพราะพวกเราพยายามโฟกัสกับสิ่งที่ต้องปรับปรุงอยู่เสมอ และคิดว่าในช่วงแรกของฤดูกาลจะเป็นช่วงของการปรับตัว” “ดังนั้นผมจึงต้องอดทน และเชื่อมั่นในกระบวนการนี้ต่อไป” บีญาเลสจะลงแข่งขันอย่างเป็นทางการกับทีม Redbull KTM Tech3 ในการแข่งขันนัดเปิดสนาม MotoGP ในรายการ PT Grand Prix of Thailand 2025 ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Arm Pump เล่นงาน ‘ก้อง สมเกียรติ’ กระทบมากน้อยขนาดไหน ในการแข่งขัน MotoGP สนามที่ห้าของฤดูกาล 2025 ซึ่งทำการแข่งขันที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน โดยหนึ่งในนักแข่งสัญชาติไทยจากทีม IDEMITSU Honda LCR อย่าง ‘ก้อง’ สมเกียรติ จันทรา นักบิดเจ้าของหมายเลข 35 ก็ได้ลงทำศึกนี้เช่นเดียวกัน แต่ทว่า ‘เจ้าก้อง’ ของเราก็ไม่สามารถขี่จนจบการแข่งขันได้ และวิ่งไปเพียง 11 รอบสนามเท่านั้น ซึ่งปัญหาที่ทำให้แข่งขันต่อไม่ได้ก็เพราะเกิดปัญหาอาการ ‘Arm Pump’ ว่าแต่อาการนี้มันคืออาการอะไร ? สามารถอ่านรายละเอียดอาการนี้แบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่ (คลิ๊ก) ซึ่งก้อง สมเกียรติได้ออกมาเผยว่าตัวเขานั้นประสบปัญหาอาร์มปั๊มมาเป็นระยะเวลาร่วมสัปดาห์ก่อนการแข่งขันที่สนามเฆเรซ ซึ่งเจ้าตัวเขาคิดว่ามันน่าจะหายเอง แต่แล้วอาการดังกล่าวก็กำเริบขึ้นอีกครั้ง วิธีการรักษา การรักษาอาการ Arm Pump สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเพื่อคลายพังผืด (เยื่อหุ้มเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของกล้ามเนื้อ) โดยทั่วไปจะทำภายใต้การดมยาสลบ ซึ่งการผ่าตัดนี้อาจเป็นการผ่าแยกพังผืดหรือการตัดพังผืดออก ความท้าทายอยู่ที่การวินิจฉัยโรค แต่ผลลัพธ์ของการรักษานั้นถือว่าประสบความสำเร็จในผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ประมาณ 80-90%) การปฏิบัติหลังการผ่าตัด หลังจากทำการผ่าตัดคลายพังผืด (fasciectomy/fasciotomy) ผู้ป่วยจำเป็นต้องพักการใช้งานแขน แขนจะถูกพันผ้าไว้ แต่ไม่จำเป็นต้องใส่เฝือก และต้องดูแลแผลผ่าตัดให้แห้งอย่างน้อย 10 วัน ซึ่งถ้า ก้อง สมเกียรติ ใช้วิธีผ่าตัดในการรักษาอาร์มปั๊ม จากข้อมูลการรักษาทั่วไปจะต้องใช้เวลาในการพักฟื้นจนกว่าจะกลับมาแข่งขันได้อาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้น 6-8 สัปดาห์ หรือประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งจากตารางการแข่งขัน MotoGP ในช่วง 2 เดือนนี้ ก้องจะพลาดลงทำศึก MotoGP ถึง 5 สนามการแข่งขันดังนี้ สนามที่ทำการแข่งขัน วันที่ทำการแข่งขัน Michelin® Grand Prix de France สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส 09 พฤษภาคม – 11 พฤษภาคม Tissot British Grand Prix สนาม Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษ 23 พฤษภาคม – 25 พฤษภาคม GoPro Grand Prix of Aragon สนาม MotorLand Aragón ประเทศสเปน 06 มิถุนายน – 08 มิถุนายน Brembo Grand Prix of Italy สนาม Autodromo Internazionale del Mugello ประเทศอิตาลี 20 มิถุนายน – 22 มิถุนายน Motul TT Assen สนาม TT Circuit Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ 27 มิถุนายน – 29 มิถุนายน ซึ่งดูจากชื่อในการแข่งขันแต่ละสนามแล้วนั้นก็ค่อนข้าง ‘น่าเสียดายไม่น้อย’ เพราะชื่อชั้นของแต่ละสนามที่ก้องพลาดลงแข่ง (หากผ่าตัด) ก็ถือว่าเป็นสนามที่มีความน่าสนใจ เพราะเมื่อครั้งที่ก้องยังโลดแล่นอยู่ใน Moto2 สนามดังกล่าวก็เป็นสนามที่นักแข่งชาวไทยรายนี้ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม สามารถคว้าท็อป 10 ได้ในทุกสนาม เว้นแต่สนาม Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษที่ก้องไม่จบการแข่งขัน สนามที่ทำการแข่งขัน อันดับที่ทำได้ Michelin® Grand Prix de France สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส อันดับที่ 5 Tissot British Grand Prix สนาม Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษ ไม่จบการแข่งขัน GoPro Grand Prix of Aragon สนาม MotorLand

XPENG MONA M03 รถไฟฟ้าค่ายจีน วิ่งไกล 620 กม. พร้อมสู้ศึกโมเดลยานยนต์ไฟฟ้า แบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย สรุปราคา สเปกและรายละเอียดต่าง ๆ

Pirelli ไม่หยุดพัฒนา เตรียมส่งยางหลังสูตรใหม่ที่ Misano ค่ายยางตัวพียาวเตรียมยางหลังสูตรใหม่บนพื้นฐาน SCX ไปเพิ่มอีก 2 สูตร เพื่อใช้ในการแข่งขัน WorldSBK ในรอบ Pirelli Emilia-Romagna หรือการแข่งขันที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี เป็นการเน้นย้ำว่า Pirelli ไม่หยุดพัฒนา ได้ดีจริง ๆ กล่าวคือนอกเหนือไปจากยางสูตรมาตรฐานอย่าง SCQ, SC0 และ SCX แล้ว ในส่วนของยางหลังนั้นจะมียางใหม่เพิ่มอีก 2 สูตรใหม่ ซึ่งเป็นสูตรกำลังพัฒนาอีกนั่นเอง ตัวเลือกยางสำหรับสนามนี้ มันถึงเวลาสำหรับการพัฒนายางแล้ว เพราะนี่คือการแข่งขันสนามที่ 4 ของการแข่งขัน WorldSBK อีกทั้งสนามนี้พีเรลลี่ยังเป็นไตเติ้ลสปอนเซอร์ของรอบนี้อีกด้วย โดยการแข่งขันสนามนี้จะจัดขึ้นที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli โดยในการแข่งขันในรุ่นใหญ่รุ่นซูเปอร์ไบค์นั้น ยางหลังจะมีสูตรยางกำลังพัฒนาบนพื้นฐาน SCX หรือยางซูเปอร์ซอฟต์สูตรกำลังพัฒนาสูตรใหม่เพิ่มอีก 2 สูตร เข้ามาเพิ่มจากเดิมที่มี SCX, SC0 และ SCQ ซึ่งเคยแสดงศักยภาพใน 3 สนามแรกมาแล้ว ส่วนยางหน้าจะมี SC1 สูตรมาตรฐานและ SC1 A0674 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา ให้เลือกใช้ โดยยางหลัง 2 สูตรใหม่ ได้แก่ SCXA (B0452) และ SCXB (B0453) ต่างจาก SCX ธรรมดาในเรื่องของคอมปาวด์และโครงสร้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วเจ้ายางสองสูตรใหม่นี้มีคอมปาวด์เดียวกัน (แต่ต่างจากตัวมาตรฐานนะ) แต่ทั้งสองมีโครงสร้างต่างกัน ขณะที่รุ่น WorldSSP จะยังคงใช้แค่ยางสูตรมาตรฐาน SC1 และ SC2 ในยางหน้า และ SCX และ SC0 ในยางหลัง ทั้งนี้แทร็กของสนาม Misano เคยถูกปรับสภาพผิวแทร็กใหม่หมดในปี 2015 (ออกแบบและสร้างในปี 1969) โดยใช้ยางมะตอยสูตรพิเศษเพื่อสู้กับผลของเกลือและความชื้นเนื่องจากสนามนั้นอยู่ใกล้กับทะเล ตัวผิวแทร็กที่มีความสากผสมกับอุณหภูมิที่สูงมากในช่วงมิถุนายน และโค้งขวาที่สร้างความเครียดเชิงกลกับเชิงอุณหภูมิให้กับไหล่ยางด้านขวามากคือจุดที่ท้าทายมากที่สุดสำหรับยางของสนามแห่งนี้ Giorgio Barbier ผู้อำนวยการด้านการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ เผยว่า “ปีนี้ก็ผ่านมานานแล้ว แต่เรายังไม่ได้นำยางสูตรกำลังพัฒนาใหม่ ๆ เข้ามาใช้กับยางหลังเลย แต่เราจะทำมันที่ Misano เป้าหมายก็คือพัฒนาสมรรถนะของยาง SCX ให้ดียิ่งขึ้น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้พัฒนายางขึ้นมา 2 สูตรที่มีลักษณะต่างกัน และต่างออกไปจากสูตรมาตรฐาน แม้ว่าทั้งสองจะใช้คอมปาวด์เหมือนกัน แต่ก็ต่างจากตัวมาตรฐานและยังมีโครงสร้างที่แตกต่างกันอีกด้วย มันน่าสนใจมาก ๆ ที่เราจะได้รู้ว่ายางใหม่นี้จะส่งผลอย่างไรบ้างในสนามที่ท้าทายแห่งนี้ และจะยิ่งยากมากขึ้นอีกหากอุณหภูมินั้นสูงขึ้นมาก สั้น ๆ คือมันคือที่ ๆ ทดสอบยางของเราได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ชม CBR1000RR-R Fireblade SP แต่งลายพิเศษของ John McGuiness เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมากับการแข่งขัน RST Superbike TT Race ที่แข่งกันทั้งหมด 6 แล็ปนั้นถือเป็นมุดหมายสำคัญในชีวิตของ John McGuiness กับการแข่งขันโร้ดเรซซิ่งที่อันตรายที่สุดรายการนึงอย่าง Isle of Man TT และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสสุดพิเศษนี้ Honda Racing UK และสปอนเซอร์ของจอห์นเองก็ได้ร่วมแรงร่วมใจกันออกแบบรถแข่งลายพิเศษให้กับเขา ลองไป ชม CBR1000RR-R Fireblade SP สุดพิเศษคันนี้กันเลยครับ สำหรับรถแข่ง John นั้นจะมาในลวดลายกราฟิกและสีสันพิเศษ โดดเด่นด้วยลวดลายฟิล์มภาพซึ่ง ในแต่ละภาพนั้นเป็นภาพจากการแข่งขันของเขาเมื่อ 99 เรซที่ผ่านมา ย้อนรอยไปได้ถึงการแข่งขันครั้งแรกของเขาในการแข่งขันรุ่น Lightweight TT ในปี 1996 ซึ่งเขาได้อันดับที่ 15 กับรถ Honda RS250 ซึ่งตอนนั้นการแข่งขันรุ่นนั้นมีฮีโร่ในดวงใจของเขาเป็นผู้ชนะซึ่งก็คือ Joey Dunlop ส่วนสีสันที่ใช้ในตัวรถจะเป็นสีขาวแต่งแต้มด้วยสีแดงและสีทองสื่อถึงการเฉลิมฉลอง และภาพบนถังน้ำมันที่เป็นเหรียญรางวัลของเขาที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันวิเศษยิ่งแห่งจักรวรรดิบริติชที่ได้รับจากควีนเมื่อปี 2021 ปี 2022 นี้ยังเป็นมุดหมายสำคัญของฮอนด้า ซึ่งก็คือเจ้าไฟร์เบลดนั้นครบรอบ 30 ปี อีกด้วย โดยชัยชนะในการแข่งขัน TT นั้น เป็นผลงานที่เกิดจากเจ้าดาบเพลิงคันนี้มากถึง 23 ครั้ง โดย 12 ครั้งนั้นเป็นของ John นั่นเอง นับตั้งแต่เริ่มแข่งครั้งแรกในปี 1959 ฮอนด้าเข้าร่วมการแข่งขันและชนะมาแล้วกว่า 189 เรซ ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสต์การแข่งขันรายการนี้เลยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GPX ซุ่มเงียบ เปิดตัวโฉมใหม่ NEW LEGEND 250 TWIN 3 ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น! ก่อนเปิดจำหน่ายในไทย ในคอลเลคชั่นสุดพิเศษ สู่แรงบันดาลใจในการเดินทาง กับ 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ BLACK NIGHT เฉดสีดำ , WHITE EVEREST เฉดสีขาว และ GREEN FOREST เฉดสีเขียว ที่มาพร้อมวงล้อแบบซี่ลวด ให้เหล่าไบค์เกอร์ได้สัมผัสกับอารมณ์ความคลาสสิกอย่างเต็มสูบ พร้อมออกเดินทางไปกับโฉมใหม่! ที่จะกลับมาปลุกไฟในตัวคุณให้ออกเดินทางครั้งใหม่ ไปสร้างตำนานร่วมกันอีกครั้ง กับ NEW LEGEND 250TWIN III สมกับคอนเซปต์ “ THE LEGEND FOREVER ” ที่พร้อมพาคุณออกไปค้นหาประสบการณ์การเดินทางครั้งใหม่ ร่วมสร้างตำนานบทใหม่ ที่จะเป็นความยิ่งใหญ่ในความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตของคุณตลอดไป ด้วยความแข็งแกร่ง ทนทาน ที่พร้อมให้คุณได้ปลดปล่อยอิสระแห่งการเดินทางไปกับรถคู่ใจ และปลดล็อกความท้าทายใหม่ๆ สู่เส้นทางที่ไปได้ไกลกว่าที่เคย! ถือเป็นบทพิสูจน์ของรถในรหัสตำนาน ‘LEGEND’ ตระกูลรถคลาสสิกจากแบรนด์ GPX ที่เดินทางก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 นับตั้งแต่ถือกำเนิดครั้งแรกในปี 2015 กับเส้นทางแห่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลากหลายรุ่น จนได้รับการยอมรับจากเหล่า ไบค์เกอร์สายคลาสสิกทั้งในประเทศ และต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสตอบรับรถตระกูล LEGEND ในญี่ปุ่น จนทำให้รุ่นล่าสุด กับ NEW LEGEND 250TWIN III โฉมใหม่! ได้บินลัดฟ้า ไปเปิดตัวให้ได้ยลโฉมกันครั้งแรก ณ เมืองปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่น ในงาน Tokyo Motorcycle Show 2022 กันไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีกันอีกเช่นเคย ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการและเปิดจำหน่ายในประเทศไทยให้ได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ววันนี้! NEW LEGEND 250TWIN III โฉมใหม่! กับคอลเลคชั่นสุดพิเศษ สู่แรงบันดาลใจในการเดินทาง กับ 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่… BLACK NIGHT เฉดสีดำ (ล้ำลึกด้วยส่วนผสมของ Glass Flakes ที่ให้ประกายสีแดง) สีดำมาดเข้ม ดูดุดัน แต่แฝงด้วยเสน่ห์น่าค้นหาจากประกายสีแดงที่สะท้อนในตัวเสมือนการเดินทางที่ได้ดื่มด่ำกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับในยามค่ำคืน WHITE EVEREST เฉดสีขาว (ล้ำลึกด้วยส่วนผสมของ Glass Flakes ที่ให้ประกายสีเงิน) สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะที่ปกคลุมอยู่บนเทือกเขา สะท้อนแสงแดดยามเช้าให้เห็นเป็นประกาย สื่อถึงจุดหมายแห่งความท้าทาย ที่รอให้เราได้ไปเยือนสักครั้งในชีวิต GREEN FOREST เฉดสีเขียว (ล้ำลึกด้วยส่วนผสมของ Glass Flakes ที่ให้ประกายสีเงิน) สีเขียว อันน่าค้นหา เสมือนการเดินทางท่ามกลางป่าและธรรมชาติที่สวยงามตอบรับอิสระแห่งการเดินทาง สู่เส้นทางใหม่ ที่จะเป็นตำนานของคุณตลอดไป NEW LEGEND 250TWIN III โฉมใหม่! โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดคลาสสิก กับการแมทซ์คู่สีที่ตัดกันของสีทองและโครเมียม เสริมให้ลุคใหม่นี้ เข้าถึงอารมณ์ความคลาสสิกแบบสุดขั้ว แถมยังเพิ่มความเก๋าแบบฉบับดั้งเดิมความคลาสสิกด้วยวงล้อแบบซี่ลวดดีไซน์สีโครเมียม คุณภาพระดับสากลจากแบรนด์ UNION พร้อมเสริมทัพด้วยฟังก์ชั่นแน่นๆเต็มลำ ที่พร้อมพาคุณออกเดินทางไปค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ด้วยขุมกำลังขนาด 234 ซีซี แบบ 2 สูบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด GPX-Fi (แบรนด์ Delphi อเมริกา) พร้อมให้คุณออกเดินทางสร้างตำนานครั้งใหม่ได้อย่างเป็นอิสระ และส่งพลังการขับเคลื่อนด้วยโซ่คุณภาพ จากแบรนด์โซ่ชั้นนำ RK ที่ขนาด 520 แบบมี O-Ring ช่วยให้มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าโซ่แบบธรรมดาถึง 2 เท่า นอกจากนี้ ยังดีไซน์บอดี้ตัวรถมาให้ตอบโจทย์ในการเดินทาง ด้วยท่านั่งที่สะดวกสบาย ง่ายทุกการคอนโทรลด้วยแฮนด์บาร์ในองศาที่รับกับช่วงแขน จะเดินทางไกลก็ไม่หวั่นเพราะมาพร้อมเบาะนั่งขนาดกว้างสัมผัสนุ่มสบาย ให้คุณเพลิดเพลินไปกับการเดินทางได้อย่างเต็มที่ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับการเดินทาง ก็คือเรื่องช่วงล่าง ซึ่ง NEW LEGEND 250TWIN III โฉมใหม่นี้ ก็จัดเต็มของติดรถมาให้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับ Upside Down ดีไซน์กระบอกโช้กสีทอง พร้อม โช้กอัพหลังคู่ คุณภาพระดับสากลจากแบรนด์ YSS ในรุ่น G-Series โช้กแก๊ส แบบเเยกห้องระหว่างน้ำมันเเละเเก๊ส แฝงดีไซน์ความเท่ระดับตำนาน ด้วยการออกแบบตัวสปริงโช้กสีโครเมียมตัดกับ Sub Tank สีทอง

Z650RS 50th ANNIVERSARY มีอะไรต่างจากตัวธรรมดา เมื่องาน BMF 2022 ที่เพิ่งผ่านไปไม่นานนี้ทาง Kawasaki ประเทศไทยได้ทำการเปิดตัวโมเดลพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีการครบรอบของรถตระกูล Z ด้วยโมเดลพิเศษอย่าง Kawasaki Z650RS 50th ANNIVERSARY สำหรับโมเดลพิเศษนี้ได้มีการนำสีสุดโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ Z1 อย่างสีไฟร์บอล Fireball มาใช้กับโมเดลนี้นั่นเอง เป็นการแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของ Z1 ได้ส่งต่อและถ่ายทอดไปยังอนาคตให้ทุกคนได้มองเห็น เส้นสายที่โค้งได้รูปสวยงามกับสีสันแบบเงาที่ดูลุ่มลึก เป็นอะไรที่เหมาะอย่างยิ่งกับการเฉลิมฉลองครบรอบห้าสิบปีของประวัติศาสตร์รถในตระกูล Z โดยจุดเด่นของโมเดลนี้ก็มีดังนี้ สีพิเศษน้ำตาล Candy Diamond Brown พร้อมเฟรมที่ทำสีดำเงา ล้ออลูมิเนียมก้านเล็กคล้ายซี่ลวดสีทอง โลโก้พิเศษฉลองครบรอบห้าสิบปีด้านบนถังน้ำมัน หนังหุ้มเบาะผิวสัมผัสพิเศษพร้อมเย็บด้วยด้ายสีที่คอนทราสต์กับตัวรถ ส่วนอื่น ๆ ที่ยังคงเดิมก็คือท่านั่งสบาย ๆ เวลาขับขี่รถที่ใช้ขุมพลังขนาด 649 ซีซีแบบสองสูบเรียซึ่งวางบนเฟรมถักน้ำหนักเบา ช่วงล่างด้านหลังแบบโช้คเดี่ยววางนอนพร้อมกระเดื่อง เรือนไมล์ทรงกลมคู่สุดคลาสสิคพร้อมหน้าจอ LCD ที่ใช้งานได้หลากหลาย ไฟหน้ากลมพร้อมระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดแบบ LED สุดท้ายนี้เปิดราคาจำหน่ายที่ 344,600 บาท แพงกว่าโมเดลปกติเล็กน้อย (ตัวปกติขาย 319,400 บาท) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รีวิว MT-09 Y-AMT ครั้งนี้ทีมงาน SuperBike Thailand ก็ไม่พลาดโอกาสที่บอกเล่าถึงประสบการณ์การการขับขี่ เจ้า Y-AMT รุ่นนี้จะมีอะไรเป็นพิเศษ

DUCATI เตรียมเดบิวต์ครั้งแรก !! พร้อมจารึกในหน้าประวัติศาสตร์แห่งโลกโมโตครอส นับเวลาตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นโฉมต้นแบบอย่างเจ้า Ducati Desmo450 MX ลงสนามแข่งโมโตครอสครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากที่ประสบความสำเร็จแล้วมานักต่อนักไม่ว่าจะเป็นประเภทการแข่งขันทางเรียบชิงแชมป์โลก การแข่งขันทางฝุ่นอย่างดาการ์แรลลี่ และนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ดูคาติพยายามพิชิตเส้นชัยในเส้นทางโมโตครอส DUCATI เตรียมเข้าสู่โลกของการแข่งขัน MXGP World Championship ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการส่งนักบิดแชมป์โลก 9 สมัยอย่าง Tony Cairoli เดบิวต์ลงสู่สนามด้วยโฉมโปรโตไทป์ทางฝุ่นรุ่นแรกของค่ายอย่าง Desmo450 MX ที่สนาม Arnhem ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อนเข้าสู่รั้วการแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลใน MXGP 2025 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของดูคาติ รวมถึงขั้นตอนสำคัญของการพัฒนาโมเดล ซึ่งจะเข้าร่วมการแข่งขัน MXGP World Championship ในฤดูกาล 2025 ควบคู่กับการผลิตรุ่นโปรดักท์ชันพร้อมกันในเซ็กเมนต์กลุ่มออฟโร้ดของทางค่ายอีกด้วย โดยทางดูคาติ ยังคงมีแผนพัฒนาโฉมต้นแบบเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยสนามในนัดถัดไปจัดขึ้นวันที่ 31 ส.ค. และ 1 ก.ย. นี้ ที่ Castiglione del Lago ซึ่งเป็นสนามที่ 5 ของการแข่งขันชิงแชมป์ที่ประเทศอิตาลี สำหรับแฟน ๆ โมโตครอส เราจะได้เห็นตัวแข่งจากค่ายใหม่ที่ไม่ใหม่ได้มาโลดแล่นในเวทีการแข่งขันโมโตครอสระดับโลกแล้วในอีกไม่นานนี้ แล้วโฉมตัวแข่งจะดุดัน สมกับคำร่ำลือหรือไม่ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2024 KTM 450 RALLY REPLICA ตัวสุดสายแรลลี่จากค่ายส้ม การแข่งขันสุดหฤโหดที่กินระยะทางกว่า 1,000 กม. บนเส้นทางสุดทุรกันดารอย่าง การแข่งขันดาการ์แรลลี่ ยอดสุดของการแข่งขันสายแรลลี่ ยอดสุดของความยากแค้น และเจ้านี่ 2024 KTM 450 RALLY REPLICA คือรถที่ออกแบบมาโดยใช้ความรู้และประสบการณ์จากทีมแข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดทีมนึงจากรายการนี้ ซึ่งจุดเด่นของโมเดลนี้คือให้อุปกรณ์แบบเดียวกับทีมแข่งโรงงาน ไล่ตั้งแต่เครื่องยนต์สูบเดียว 450 ซีซีที่มาพร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด Pankl ทั้งยังวางเครื่องให้ได้มิติสามเหลี่ยมท่านั่งที่เกิดจากองศาแฮนด์ ตำแหน่งเครื่องยนต์พักเท้า และเบาะนั่งที่ได้องศาเหมาะกับการขับขี่เป็นเวลานาน ๆ บนเส้นทางยาวไกล โดยอิงจากคำแนะนำและฟีดแบ็กจากแชมป์โลกดาการ์แรลลี่อย่าง Kevin Benavides รวมไปถึงนักแข่งอีกหลายคน นอกจากนี้ยังเด่นเรื่องของน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ ท่านั่งขับขี่ที่สบาย และการควบคุมขับขี่ที่ดี ซึ่งเป็นหัวใจของการออกแบบโมเดลนี้ ระบบกันสะเทือน WP XACT Pro เต็มระบบเพื่อให้ฟีลลิ่งที่ชัดเจนและสมรรถนะคงเส้นคงวา การยึดเกาะที่ดี ซับแรงได้มากแม้จะขับขี่ที่ความเร็วสูงในทุกสภาพเส้นทาง ปิดท้ายด้วยท่อไอเสียจาก Akrapovic เต็มระบบ สำหรับเรื่องการจำหน่าย โมเดลพิเศษนี้มีเพียงแค่ 80 คันเท่านั้น แต่ตัวเลขราคานั้นยังไม่ระบุ แต่ก็คาดว่าราคาน่าจะโดดไปเกินกว่า 25,900 ยูโร ซึ่งเป็นราคาของโมเดลปีเก่าแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati V21L MOTOE ลายตำนานแห่งชัยชนะ เผยโฉมเรียบร้อย ดูคาติ จัดเซอร์ไพรส์ให้กับเหล่าผู้ชมด้วยโมเดลพลังงานไฟฟ้า Ducati V21L MOTOE ที่ครั้งนี้มาพร้อมกับความพิเศษ ด้วยลวดลายและสีสันใหม่ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ในงาน IAA Mobillity 2023 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน โดยงานนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานมอเตอร์โชว์ที่จัดหนัก จัดใหญ่ระดับโลก และเป็นแหล่งรวมของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าจากหลากหลายค่าย รวมไปถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นงาน OEM, โปรดักต์ซัพพลายเออร์ หรือแม้กระทั่งแพลตฟอร์มใหม่ ๆ จากอุตสาหกรรมชั้นนำ ผู้ประกอบภาคการธุรกิจ ที่จัดนำสินค้ามาโชว์ให้กับผู้ชมภายในงานนี้อีกด้วย สำหรับเจ้า V21L เปิดผ้าคลุมมาพร้อมกับสีสันและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความเป็นรถแข่งตำนานในยุคบุกเบิกของ Ducati ซึ่งโดดเด่นด้วยเส้นสายลายกราฟิกสีแดง ตัดกับสีขาวบริเวณนัมเบอร์เพลทหมายเลข 1 ช่วงแฟริ่งด้านหน้าและด้านข้าง ผสมสีดำที่เป็นชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ ในบริเวณช่วงเฟรมด้านข้าง บังโคลนหน้า บังโคลนหลัง ครอบสวิงอาร์ม และสีทองที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ และชัยชนะในโลกมอเตอร์สปอร์ตที่ผสมผสานกันออกมาได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ยังโดดเด่นด้วยแถบลายกราฟิกด้านข้าง สีธงชาติอิตาลี พร้อมของเสริมเติมแต่ง อาทิ ล้อ Marchesini สีดำ โช้คอัพหน้า-หลัง Ohlins ปั๊ม Brembo กันสะบัด Ohlins ปลอกแฮนด์ Domino เป็นต้น ซึ่งมองดูโดยรวมแล้ว ชวนทำให้นึกถึงรถแข่งของ Carl Fogarty สุดยอดนักแข่งชื่อดังตลอดกาล โดยการออกแบบในครั้งนี้ เกิดจากการร่วมคอลแล็บฯ ระหว่าง Centro Stile Ducati หรือสถาบันการออกแบบของดูคาติ และ Aldo Drudi ดีไซนเนอร์ระดับโลกที่ออกแบบลายหมวกกันน็อกให้กับนักแข่งระดับโลกมาแล้วมากมายนั่นเอง. Andrea Ferraresi ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และ Centro Stile Ducati กล่าวว่า “เราได้ระดมความคิด ที่จะใส่ลวดลายในโมเดลนี้ด้วยความประณีต และใส่ใจในรายละเอียดทุกจุดของตัวรถ ไม่ได้เพียงจำกัดแค่ความคิดสร้างสรรค์ สไตล์ และความสวยงามเท่านั้น แต่เรามุ่งมั่นที่จะใส่จิตวิญญาณ รู้สึก และประสบการณ์เสมือนรถแข่งขัน ในโมเดลนี้อีกด้วย” โดยโมเดลรุ่นนี้ ถูกจัดนำมาโชว์ในงานเพียงเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีขายหรือจำหน่ายแต่อย่างใด ยังไงก็รอข่าวดีในอนาคตจากทางค่าย แต่ถ้ามีขายละก็ คงจะดีไม่น้อย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CFMoto 450NK 2024 สปอร์ตเน็กเก็ดสุดเท่จากค่ายมังกรฟ้า เปิดตัวรุกตลาดยุโรปแล้วสำหรับเจ้า CFMoto 450NK 2024 สปอร์ตเน็กเก็ดสุดเท่จากค่ายมังกรฟ้า ที่ครั้งนี้ผ่านการปรับเปลี่ยนขนานใหญ่ในหลาย ๆ ด้านเพื่อผู้ขับขี่ได้มีประสบการณ์การขับขี่ใหม่ที่ดียิ่งกว่าเดิม นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่มีการดีไซน์ไว้อย่างโดดเด่นแต่ได้กลิ่นอายของพี่ใหญ่ในค่ายพิกัด 800 แล้ว ก็มีการปรับปรุงในส่วนของเครื่องยนต์ที่ตอนนี้เครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 449 ซีซี เคลมแรงม้ามาที่ 46.27 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และแรงบิด 39.3 นิวตันเมตรที่ 7,750 รอบ แถมยังเคลมตัวเลขเกี่ยวกับความเร็วมาว่า สามารถทำ 0 – 100 กม./ชม.ได้ใน 4.9 วินาทีและทำท็อปสปีดได้ถึง 178 กม./ชม. โดยมีเพลาข้อเหวี่ยงใหม่แบบ 270° ที่ทำให้ได้คาแรกเตอร์กำลังเครื่องยนต์แบบวีทวิน พร้อมเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ตัวเครื่องยนต์ยังมีบาลานซ์ชาฟต์คู่ช่วยรถแรงสั่นสะเทือนเพื่อให้ขับขี่ได้นุ่มนวลขึ้น ถังน้ำมันเชื้อเพลิงจุได้ 14 ลิตรเหมาะสมกับพิกัดรถ ช่วยให้ได้ระยะที่ไกลไม่ต้องเติมบ่อย เรื่องของช่วงล่างนั้นก็ให้มาดีพอสมควร ด้านหน้ามีโช้คหัวกลับขนาด 37 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยววางกลางปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก J.Juan ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. พร้อม ABS ปิดท้ายเรื่องของช่วงล่างด้วยล้อและยางขนาด 110/70 R17 และ 150/60 R17 หน้าหลังตามลำดับ และที่น่าสนใจคือเทคโนโลยีที่ให้มาแบบพอดิบพอดี ทั้งหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วพร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ระบบแทร็คชันคอนโทรล และสลิปเปอร์คลัตช์ งานนี้ใครอยากเป็นเจ้าของก็ลำบากหน่อยนะครับ เพราะทางตัวแทนในไทยก็เงียบ ๆ กันไปเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก