SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Marquez บอกไม่ Happy กับการแข่ง

แชมป์โลก 7 สมัย เด็กระเบิด Marc Marquez บอกไม่ Happy กับการแข่งขันที่สนาม Silverstone Circuit ณ ประเทศอังกฤษ แต่รู้สึกแฮปปี้กับ Championship ในการแข่งขันที่สนาม Silverstone เราได้เห็นกันแล้วว่า Marquez พยายามอย่างมากที่จะได้ชัยชนะในศึกสนามนี้ก่อนจะถูกปล้นชัยชนะไปโดย Alex Rins ในช่วงอึดใจสุดท้ายก่อนที่จะถึงเส้นชัยเพียงนิดเดียวเท่านั้นทำให้เค้าต้องตกมาอยู่เป็นอันดับสอง อย่างไรก็ดี Marquez ยังมีคะแนนเก็บรวมนำโด่งคนอื่่นๆ อยู่ด้วยคะแนนที่สูงถึง 250 คะแนน ตามมาด้วย Andrea Dovizioso ที่ 172 คะแนน และ Alex Rins ที่ขึ้นมาเป็นอันดับสามจากการชนะสนาม Silverstone ด้วยคะแนน 149 คะแนน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

28 August 2019
Dovizioso ไม่เป็นไรแล้ว!! หลังอุบัติเหตุสนาม Silverstone

อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอในการแข่งขันประเภทความเร็ว เหล่านักแข่งทั้งหลายเองก็เตรียมตัวเตรียมใจรับความเสี่ยงนี้เอาไว้อยู่แล้ว โดยในครั้งนี้เอง Quartararo ได้พลาดท่าเสียหลักล้มลงหลังเริ่มการแข่งขันไปได้ไม่นานทำให้ Dovizioso ที่ตามหลังมาด้วยความเร็วสูงเกี่ยวเข้าอย่างจังที่รถของ Quartararo และจากการที่ Ducati Desmosedici ของ Dovizioso เกี่ยวเข้าอย่างจังกับ Yamaha ของ Quartararo นั้นทำให้ตัว Dovi เองหลุดลอยออกกลางอากาศและหล่นลงมาหัวกระแทกพื้นอย่างแรง แถมยังเป็นเหตุให้เขาสูญเสียความทรงจำชั่วขณะอีกด้วย ส่วนรถคู่ใจของเขานั้นก็ยังลุกเป็นไฟอีกด้วย อย่างไรก็ตามหลังการตรวจเช็กสแกนสมองของ Dovi ที่โรงพยาบาล Coventry แล้วก็ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใดทำให้เขาสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในเย็นวันอาทิตย์ ส่วน Quartararo เองแม้จะไม่ได้รับการบาดเจ็บที่รุนแรงเท่า Dovi แต่เขาก็ได้ถูกส่งไปตรวจเช็กที่โรงพยาบาล Coventry ด้วยเช่นกัน อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

26 August 2019

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 KTM 1390 Super Adventure S EVO ดีไซน์ใหม่ ไร้คลัตซ์

2025 KTM 1390 Super Adventure S EVO ดีไซน์ใหม่ ไร้คลัตซ์ 2025 KTM 1390 SUPER ADVENTURE S EVO เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับอีกหนึ่งโมเดลที่เรียกได้ว่าเป็นตัวสุดของวงการสายลุย บ้าพลัง ที่ได้รับการออกแบบดีไซน์ใหม่ และมาพร้อมขุมกำลังที่พัฒนาใหม่ และไฮไลท์เด็ดคือมาพร้อมเกียร์ตัวใหม่ของค่ายอย่าง AMT ที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ขับขี่ เครื่องยนต์พัฒนาใหม่ ซีซีเพิ่มขึ้น เครื่องยนต์แบบสองสูบวีที่ขยายปริมาตรกระบอกสูบ จาก 1,301 ซีซี เป็น 1,350 ซีซี สามารถรีดกำลังได้ถึง 173 แรงม้าที่ 9,500 รอบ และแรงบิด 145 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยี CAMSHIFT ใหม่ที่ช่วยให้ยกวาล์วไอดีได้สองระดับตามช่วงรอบเครื่องยนต์ ส่งผลให้กำลังและแรงบิดเพิ่มขึ้นตลอดช่วงรอบ และทำให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งหมดนี้ช่วยให้การทำงานของเครื่องยนต์เป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยมลพิษใหม่ผ่านมาตรฐาน EURO 5+ โดยในเครื่องยนต์นี้จะมาพร้อมกับระบบเกีบร์ใหม่ของค่ายอย่าง AMT (สามารถเกี่ยวกับระบบเกียร์ใหม่ได้ที่นี่) ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องกำคลัตซ์เมื่อเข้าในโหมด M หรือสามารถขับขี่ในโหมดเกียร์อัตโนมัติได้ในโหมด A ที่สำคัญมาพร้อมเกียร์ P หรือเกียร์สำหรับการจอด ช่วยป้องกันไม่ให้ไหลเคลื่อนที่ในเวลาจอด ทั้งนี้ ระบบเกียร์จะถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน ECU และชุดควบคุมระบบส่งกำลัง ปรับเปลี่ยนเกียร์ด้วยระบบไฟฟ้าเชิงกล โดยใช้เวลาเพียง 50 มิลลิวินาทีเท่านั้น ซึ่งใช้เวลาเทียบเท่ากับระบบควิกชิฟเตอร์ในรถเกียร์แมนนวลนั่นเอง ช่วงล่างไฟฟ้าเต็มระบบ ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้าให้โช้คอัพแบบ Upside Down จาก WP SAT (WP Semi Active Technology) หรือโช้คแบบปรับไฟฟ้าที่สามารถปรับได้แบบเต็มรูปแบบ ทั้งพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชัน ในส่วนของโช้คอัพด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว จาก WP SAT (semi-active technology) ปรับไฟฟ้า ซึ่งสามารถปรับได้เต็มรูปแบบเช่นเดียวกับด้านหน้า โดยทั้งคู่มีระยะยุบตัวเท่ากันที่ 200 มม. ระบบเบรกด้านหน้าให้มาแบบดิสก์เบรกคู่แบบเรเดียล เมาท์ 4 พอต จาก Brembo และจานเบรกขนาด 320 มม. พร้อมด้วยล้อขนาด 120/70-19 ในส่วนของเบรกหลังแบบดิสก์เบรกเดี่ยว 2 พอต จาก Brembo เช่นเดียวกับเบรกหน้าพร้อมจานเบรกขนาด 267 มม. พร้อมด้วยล้อขนาด 170/60-17 เทคโนโลยีเต็มพิกัด ไม่เพียงแค่ขุมพลังที่ให้มาแบบเต็มพิกัด แต่ในส่วนของเทคโนโลยีที่มาพร้อมรถคันนี้เองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นจอกลางที่เด่นเป็นสง่าด้วยขนาดจอ 8.8 นิ้ว ระบบสัมผัสที่สามารถสัมผัสได้ทั้งตอนใส่ถุงมือ และถอดถุงมือ โดยจอนี้เป็นเสมือนจุดศูนย์กลางของรถคันนี้ เพราะเป็นจุดที่ควบคุมทุกอย่าง เช่น การหน่วง SAT, การตั้งค่า Preload และการบอกข้อมูลสถานะต่าง ๆ ของรถ อาทิ โหมดการขับขี่ 5 โหมด, ระบบเบรก ABS, Traction Control, Adaptive Cruise Control ที่สามารถทำได้จากจุดที่รถหยุดนิ่ง ไม่เพียงแค่ระบบเทคโนโลยีบางส่วนที่ได้กล่าวถึง แต่รถคันนี้ยังมาพร้อมกับเรดาห์ด้านหน้ารถที่พัฒนาโดย Bosch (อ่านข้อมูลเกี่ยวกับเรดาห์ความปลอดภัยได้ที่นี่คลิ๊ก) โดยมีการปรับปรุงประสิทธิภาพ การตรวจจับรถวัตถุรอบข้างที่ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มโหมดการขับขี่เป็นกลุ่ม (Group Ride) อีกทั้งเรดาห์นี้เพิ่มฟังก์ชันใหม่ เช่น ระบบช่วยรักษาระยะห่าง การสตาร์ท และหยุดอัตโนมัติด้วยเกียร์ AMT, ระบบช่วยเบรก, การเตือนการชน และการเตือนระยะห่าง โดยเซ็นเซอร์เรดาร์จะถูกติดตั้งใต้ไฟหน้า และรวมอยู่ในดีไซน์ของรถ 2025 KTM 1390 Super Adventure S EVO รายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบ V-Twin ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,350 ซีซี แรงม้า (เคลม) 170 แรงม้าที่ 9,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 145 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 8 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก

24 October 2024
Raptee T30 อีวีไบค์อินเดีย บิดสนุกเท่า 300 ซีซี

Raptee T30 อีวีไบค์อินเดีย บิดสนุกเท่า 300 ซีซี Raptee T30 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จาก Raptee.HV สตาร์ทอัพยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศอินเดียมอเตอร์ไซค์คันนี้พลิกบทบาทของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน ซึ่งมีจุดเด่นที่มุ่งเน้นการขับขี่ที่สนุกสนานและสปอร์ต แตกต่างจากมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทั่วไป สมรรถนะสุดแสนจะเร้าใจ ในด้านสมรรถนะ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้ให้พลังงานด้วยเทคโนโลยีไฟฟ้าแรงสูง ทำให้ T30 มีพละกำลังเทียบเท่ากับรถมอเตอร์ไซค์ขนาด 300 ซีซี ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 22 กิโลวัตต์ (ประมาณ 30 แรงม้า) และมีแรงบิดตามข้อมูลที่ระบุไว้ที่ 70 นิวตันเมตร ทำให้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราเร่งจาก 0 ถึง 60 กิโลเมตรในเวลาเพียง 3.5 วินาที ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ขนาด 5.4 kWh ที่สามารถขับขี่ได้ 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ดีไซน์การออกแบบ และเทคโนโลยี ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากไดโนเสาร์กลุ่มแรพเตอร์ ที่โดดเด่นเรื่องความคล่องตัว ว่องไว และเฉลียวฉลาด จึงทำให้การออกแบบรถคันนี้มีสไตล์สปอร์ตอย่างชัดเจน ด้วยตัวถังที่เพรียวบาง และมีเหลี่ยมมุม นอกจากนี้ T30 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เกินความคาดหมาย เพราะมีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน มีระบบนำทาง และรองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA หัวชาร์จไฟแบบเดียวกับรถยนต์ แบตเตอรี่ขนาด 5.4 kWh ของ T30 มีการรับรองมาตรฐาน IP67 ใช้เวลาในการชาร์จจาก 20-80% ประมาณ 60 นาทีเมื่อใช้เครื่องชาร์จขนาด 3.3 kW แต่ถ้าใช้เครื่องชาร์จแบบเร็ว หรือเครื่องชาร์จจากสถานีชาร์จของรถยนต์ สามารถชาร์จเต็มในเวลาเพียง 30 นาที นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังให้การรับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 80,000 กิโลเมตร อีกหนึ่งสิ่งน่าสนใจของ Raptee.HV T30 ถึงแม้ว่าในช่วงแรกของการทตลาดจะวางขายแค่ในเฉพาะประเทศอินเดียเท่านั้น แต่ผู้ผลิตยืนยันว่ามันพร้อมที่จะบุกตลาดโลก เพราะรถคันนี้มาพร้อมกับพอร์ตชาร์จแบบ CCS 2 ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้งานร่วมกับที่ชาร์จมาตรฐานของรถยนต์ไฟฟ้าได้แทบทุกที่ในโลก นอกจากนี้ยังเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกในอินเดียที่มาพร้อมกับพอร์ตชาร์จ CCS 2 เป็นมาตรฐาน Raptee T30 สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ ประเภทมอเตอร์ มอเตอร์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัส กำลังสูงสุด 22 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 70 นิวตันเมตร ประเภทแบตเตอรี่ N/A ความจุของแบตเตอรี่ 5.4 kWh น้ำหนักแบตเตอรี่ N/A เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 1 ชั่วโมง (20-80% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 3.3 kW) 36 นาที (20-80% เมื่อชาร์จด้วยสถานีชาร์จไฟของรถยนต์) ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (เคลม) 150 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด (เคลม) 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยางหน้า 110/70-R17 แบบไม่มียางใน ยางหลัง 150/60-R17 แบบไม่มียางใน เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. พร้อมระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 มม. ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบ Up-Side down ขนาดแกน 37 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดียวแบบปรับพรีโหลดได้ กว้าง X ยาว X สูง N/A ระยะฐานล้อ 1,420 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 161 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 177 กิโลกรัม เทคโนโลยี จอ TFT ขนาด 7 นิ้วพร้อมระบบทัชสกรีน โหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Comfort, Power และ

22 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ไอเดีย กฤตภัทร เก็บฟอร์มได้ดีในโฮมเรซ ใน ThaiGP 2023 รุ่นโมโตทรี

ไอเดีย กฤตภัทร เก็บฟอร์มได้ดีในโฮมเรซ ใน ThaiGP 2023 รุ่นโมโตทรี ไทยยามาฮ่า เดินหน้าเต็มสูบ พานักบิดไทยลุยเกมส์การแข่งขันเวทีระดับโลก ส่ง “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยหนึ่งเดียวจากโครงการ Yamaha bLU cRU Thailand หมายเลข 32 ลงศึกรายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023 รุ่นโมโตทรี ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์  โดยยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยวัย 18 ปี ซึ่งได้รับโอกาสทองลงแข่งขันในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดเป็นครั้งแรกในชีวิตภายใต้สังกัด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ด้วยรถแข่งหมายเลข 32 ต้องทำงานอย่างหนักในการปรับตัวกับรถแข่งตลอดการซ้อมทั้ง 3 ช่วง โดยผลในรอบการซ้อม ปรากฏว่ายอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทย รั้งอันดับที่ 30 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 45.723 วินาที ตามหลังจ่าฝูงอย่าง เดนิซ ออนจู นักบิดเติร์กอยู่ 3.816 วินาที และต่อด้วยในรอบ Qualifying 1 ไอเดีย สามารถจบในอันดับที่ 15 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 46.1580 วินาที คว้ากริดสตาร์ทในอันดับที่ 29 เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา และในรอบการแข่งขันสุดท้ายเจ้าตัว ออกจากกริดสตาร์ทที่ 29 ซึ่งถือเป็นเกมที่กดดันและท้าทายของเจ้าตัวเป็นอย่างมากกับเกมการแข่งขันระดับโลก โดยตลอดเกมการแข่งขัน ไอเดีย สามารถสร้างผลงานได้เป็นอย่างดี กับการเข้าเส้นชัยได้ในอันดับที่ 27 และเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่สามารถจบการแข่งขันได้ในรุ่นนี้ นับเป็นการเก็บประสบการณ์แข่งขันอันมีค่าเพื่อปรับใช้ในเกมการแข่งขันในครั้งต่อๆไป  อย่างไรก็ตาม ก็ขอเชียร์เป็นกำลังใจ ให้กับน้องไอเดีย ตั้งใจเก็บประสบการณ์เพื่อพัฒนาตนเองในครั้งต่อๆ ไป และในอนาคต พวกเราอาจเห็นนักบิดชาวไทยคนนี้ เฉิดฉายอยู่แถวหน้าในเวทีแข่งขันระดับโลกก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK

Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK เป็นสมัยที่ 2 วันเสาร์ที่ Jerez Álvaro Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากคว้าชัยในเรซแรก ซึ่งทำให้คะแนนรวมทั้งหมดเมื่อคำนวณแล้วทำให้คะแนนทิ้งห่างอันดับที่ 2 จนสามารถคว้าแชมป์โลกมาได้ทันทีแม้ว่าจะมีการแข่งขันเหลืออยู่อีก 2 เรซก็ตาม สำหรับเขาแล้วนี่คือแชมป์ WolrdSBK สมัยที่ 2 และเป็นสมัยที่ 2 ที่เขาชนะด้วยยาง Pirelli เขาและดูคาติยังมีความสามารถในการบริหารจัดการยางได้ดีตลอดทั้งฤดูกาลจนน่ายกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดี ขอแสดงความยินดีให้กับ Bautista และ Ducati กับฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมนี้ด้วยครับ Superpole ในรอบซูเปอร์โพลหรือรอบควอลิฟายนั้น นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหลังเป็นสูตรนุ่มพิเศษอย่าง SCQ และยางหน้าเป็น SC1 โดยมี Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กดเวลา 1’38.635 นาทีคว้าตำแหน่งโพลไปครอง โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ปิดแถวสตาร์ทแถวหน้า ส่วน Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กับทำได้ไม่ดีหล่นมาที่อันดับ 7 ตามหลังทีมอิสระที่ใช้รถยามาฮ่าอย่าง Aegerter และ Gardner Race 1 การแข่งขันในเรซแรกนี้ นักแข่งทุกคนเลือกออกตัวด้วยยางหน้า SC1 ขณะที่ยางหลังเสียงแตก แต่ส่วนใหญ่เลือก SCX โดยมีบางคนเลือก SCX B0800 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา และมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เพียงคนเดียวที่เลือก SC0 เป็นยางสูตรที่แข็งที่สุดที่มีให้เลือกใช้ในสนามนี้ เป็นเบาติสต้าที่ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลได้ดี และขึ้นนำแบบม้วนเดียวจบจนเข้าเส้นโดยไม่มีใครตอแยเลย แต่ความสนุกในระหว่างการแข่งขันเป็น Razgatlioglu ที่สามารถไต่จากอันดับ 7 มาจบที่อันดับ 2 ได้ แต่ทว่าก็ไม่อาจจะไล่จับนักแข่งดูคาติที่นำเป็นหัวแถวได้เลย ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของเพื่อนร่วมทีมคือ Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) และเมื่อการแข่งขันจบลงคะแนนของเบาติสต้าก็มากพอที่จะเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง โดยไม่ต้องแข่งอีก 2 เรซที่เหลือ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW M1000XR 2024 ทัวร์ซิ่งแรงทะลุ 200 ม้าจากค่ายใบพัด

BMW M1000XR 2024 ทัวร์ซิ่งแรงทะลุ 200 ม้าจากค่ายใบพัด เป็นโมเดลที่ 3 แล้วที่ใช้รหัส M กับเจ้า BMW M1000XR 2024 ที่ครั้งนี้ทางค่ายปรับจูนมาให้กลายเป็นเหมือนกับสปอร์ตไบค์สำหรับใช้งานทางไกลไปซะแล้ว ซึ่งหลาย ๆ ค่ายก็หันมาทำแบบนี้กันเยอะ ทั้ง ๆ ที่บ้านเราทำแบบนี้กันจนมีภาษาบ้าน ๆ ที่เราเรียกกันว่าทัวร์ซิ่งขึ้นมาเลยทีเดียว แถมทางค่ายยังบอกว่าจริง ๆ เอาไปซิ่งในสนามก็ยังได้อีก ดีไซน์ ตัวรถมีดีไซน์ที่ลื่นไหลในแบบรถสปอร์ตมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่ามีพื้นฐานมาจากตัวสแตนดาร์ด แต่มาเพิ่มเติมในส่วนต่าง ๆ ที่ได้ทั้งภาพลักษณ์และสมรรถนะ เช่น วิงก์เล็ต คาลิเปอร์เบรกสีฟ้าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ล้อคาร์บอนพร้อมเทปติดขอบล้อ เป็นต้น ตลอดไปจนถึงปรับสีสันและกราฟิกให้มีความสปอร์ตสวยงามลงตัวมากขึ้น เครื่องยนต์ เครื่องยนต์แน่นอนว่ามีพื้นฐานเดียวกันกับเจ้า RR ซูเปอร์ไบค์ตัวพันของทางค่าย เป็นเครื่อง 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้แรงม้าและแรงบิดสูง โดยเคลมมาที่ 201 แรงม้าที่ 12,750 รอบ (แรงกว่าเมื่อเทียบกับ S1000XR 31 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุดที่ 113 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ โดยมีเรดไลน์สูงถึง 14,600 รอบกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าแรงทุกย่านด้วยเทคโนโลยี Shift cam หรือเรียกกันให้เข้าใจง่ายก็วาล์วแปรผันนั่นเอง เคลมตัวเลขท็อปสปีดมาที่ 278 กม./ชม. โดยใช้เชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 20 ลิตร อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์เสียใหม่ โดยใช้สเตอร์หลัง 47 ฟันแทนที่โมเดลสแตนด์ดาร์ดที่ 45 ฟัน ปรับให้เกียร์ 2, 4, 5 และ 6 ชิด เพื่อให้ขับขี่ได้เหมาะกับสไตล์ที่สปอร์ตมากยิ่งขึ้น ช่วงล่าง ส่วนช่วงล่างนั้นระบบกันสะเทือนจะเป็นแบบปรับไฟฟ้า ด้านหน้าจะให้เป็นโช้คหัวกลับจาก Marzocchi ที่สามารถปรับรีบาวด์และคอมเพรสชันได้ ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวปรับสปริงพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชันได้ ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก M 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ ส่วนล้อจะเป็นอะลูมิเนียมฟอร์จ มาพร้อมยางขนาด 120/70 ZR17 และ 200/55 ZR17 ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของเทคโนโลยีก็แน่นอนว่าแน่น ๆ เน้น ๆ สมเป็นค่ายใบพัดสีฟ้า อย่างเรื่องของระบบที่ช่วยในการขับขี่ก็จะมี โหมดการขับขี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Rain, Road, Dynamic, Race, Race Pro 1-3 มีระบบควบคุมความเร็วในพิท ระบบช่วยออกตัว ระบบไดนามิกแทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบควบคุมการสไลด์ ระบบควบคุมเบรก ควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบไดนามิกแดมปิ้งคอนโทรล ระบบเบรก ABS Pro เป็นต้น ระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่ทันสมัยก็เช่น หน้าจอสี TFT พร้อมอนิเมชันพิเศษเฉพาะรหัสเอ็ม ระบบไฟแบบ Headlight Pro มาพร้อมไฟส่องสว่างในโค้ง ระบบคีย์เลส ระบบตรวจวัดลมยางอัตโนมัติ ระบบอุ่นมือ ระบบครูซคอนโทรล ช่องจ่ายไฟแบบ USB เรียกได้ว่าครบครันเลยครับ การจำหน่าย สุดท้ายนี้เรื่องของการจำหน่าย ทางเว็บไซต์เยอรมันลงราคาเริ่มต้นไว้ที่ 25,900 ยูโร แพงกว่ารุ่น M1000R ที่เริ่มต้นที่ 22,600 ยูโร หากคิดกันคร่าว ๆ เทียบกับราคาไทยของเจ้าเน็กเก็ดที่สตาร์ทที่ 1,599,000 บาทแล้ว เจ้าทัวซิ่งคันนี้ก็น่าจะมีราคาราว ๆ 1,800,000 บาทขึ้นไปครับ ส่วนจะได้มาจำหน่ายในไทยมั้ยก็มีความเป็นไปได้อยู่ค่อนข้างมากครับ แต่ถ้าเป็น S1000XR ล่ะก็มาไทยแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!