Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • Moto2
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวแข่งขัน
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    • ZXMOTO
    • CFMOTO
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    • ข่าวรถ GEELY
    • ราคาและสเปครถยนต์ไฟฟ้า
    •   Back
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZXMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
KTM New TFT Display จอใหม่ ใหญ่เท่า iPad

KTM New TFT Display จอใหม่ ใหญ่เท่า iPad KTM New TFT Display เทคโนโลยีใหม่จากค่าย KTM พร้อมสวิตช์ควบคุมที่แฮนด์บาร์แบบใหม่ และหน่วยการเชื่อมต่อใหม่ ซึ่งจะช่วยยกระดับ HMI (Human-Machine Interface) หรือ อุปกรณ์แสดงผลที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่ไปสู่ความสามารถในการใช้งานที่เหนือชั้น ซึ่งคาดว่าจะทยอยนำมาใช้ในรุ่นล่าง ๆ ในอนาคต KTM New TFT Display มีด้วยกันสองรูปแบบ ได้แก่ รุ่น V80 ขนาดหน้าจอ 8.0 นิ้ว เป็นหน้าจอในรูปแบบแนวตั้ง และรุ่น H88 ที่มีขนาดหน้าจอ 8.8 นิ้ว เป็นจอในรูปแบบแนวนอน ซึ่งหน้าจอของทั้งสองรุ่นมีความละเอียดเท่ากันอยู่ที่ 1280×720 พิกเซล และสามารถทัชสกรีนได้ พร้อมกับเทคโนโลยีจอแบบ Bonded ที่มีเทคโนโลยีการเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ป้องกันรอยนิ้วมือ และป้องกันแสงจ้า ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจนจากทุกมุมมอง และฟังก์ชันทัชสกรีนที่พัฒนาขึ้นใหม่ สามารถใช้งานได้ทั้งแม้กระทั่งสวมถุงมือ โดยสามารถแสดงสีได้ถึง 256,000 สี ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนเกือบ 4 เท่า ทำให้คงรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบในทุกสภาพแสง หน้าจอสามารถปรับแต่งได้เองตามความถนัดของผู้ขับขี่ พร้อมตัวเลือกการจัดหน้าจอ 5 รูปแบบ มีตัวเลือกหน้าจอที่ตั้งไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกใช้ฟังก์ชันหลักได้ตามต้องการ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ การนำทางด้วยแผนที่ รายการโปรด หรือการเล่นเพลง รวมทั้งยังมีโหมดที่แสดงข้อมูลพื้นฐานเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ สวิตช์ควบคุมต่าง ๆ ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยตอนนี้มีปุ่มสำหรับเลือกโหมดการขับขี่ A/M (อัตโนมัติ/แมนนวล) สำหรับรุ่นที่ติดตั้งระบบ AMT จอยสติ๊ก 5 ทิศทางพร้อมปุ่มย้อนกลับ ปุ่มควบคุมระบบครูซคอนโทรล สวิตช์ไฟ และปุ่มสตาร์ท และปุ่มแพดเดิ้ลชิฟต์แบบใหม่ที่สามารถปรับแต่งได้สำหรับรุ่นที่ไม่มีระบบ AMT ไม่ว่าจะเป็นการตั้ง การเปิด/ปิดการอุ่นมือจับ การอุ่นเบาะนั่ง และไฟตัดหมอก ขึ้นอยู่กับรุ่นของรถ และปุ่มทั้งหมดนี้ยังมีไฟส่องสว่าง และการออกแบบกราฟิกที่วางในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายในทุกสภาพการขับขี่ ระบบนำทางด้วยแผนที่ออฟไลน์ที่ถูกติดตั้งมาในจอใหม่นี้ ทำให้สามารถใช้งานนำทางแบบเรียลไทม์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนเส้นทางในการขับขี่จากจุด A ไปยังจุด B หรือไปตามจุดหมายที่ต้องการได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น  ระบบ CCU3.0 ที่มาพร้อมกับจอที่ถูกพัฒนาใหม่จะทำให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทำได้อย่างราบรื่นทุกครั้งที่มีการสตาร์ทรถ ง่ายชนิดที่ว่าถ้าผู้ขับขี่ฟังเพลงค้างไว้บนมือถือ แล้วมาสตาร์ทรถเพลงนั้นจะเด้งมาที่หน้าจอกลาง และสามารถเล่นเพลงต่อได้ทันที อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อทั้งหมดจากโทรศัพท์ได้ การมาของเทคโนโลยีหน้าจอใหม่นี้จะทำให้การอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบของมอเตอร์ไซค์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามในช่วงแรกการอัปเดตซอฟต์แวร์ทั้งหมดจะต้องดำเนินการผ่านตัวแทนจำหน่ายของ KTM ก่อน แต่ในอนาคตสามารถอัปเดตผ่านระบบ Over-the-Air (OTA) ได้โดยตรงไปยังมอเตอร์ไซค์ คุณสมบัติเด่น ระบบปฏิบัติการ Android Automotive รองรับการสตรีมแอปพลิเคชันจากสมาร์ทโฟนไปยังแผงหน้าปัด รองรับการอัปเดตระบบ Over-the-Air ในอนาคต หน่วยความจำของระบบขนาด 32 GB มาพร้อม RAM ขนาด 3 GB รองรับ IoT (Internet of Things) eSim ระบบ GPS Bluetooth Wi-Fi ฟังก์ชันการควบคุมระดับเสียงของอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ   แผงหน้าปัดที่พัฒนาใหม่นี้ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นไปได้ในมอเตอร์ไซค์ แต่ยังเปิดประตูสู่ยุคของเทคโนโลยีแบบเต็มรูปแบบ เมื่อจับคู่กับ DNA “READY TO RACE” ของ KTM จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ชาญฉลาดให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น  KTM TFT ที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมดนี้จะถูกนำไปใช้กับรถรุ่นเรือธงในปี 2025 โดยคาดว่าจะมาในรุ่น 2025 KTM 1390 SUPER ADVENTURE S EVO ที่จะเปิดตัวใหม่นี้ ซึ่งคาดว่าจะทยอยนำมาใช้ในรุ่นล่าง ๆ ในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

11 October 2024
2025 Yamaha YZF R7 อัพสเปค เพิ่มสีใหม่

2025 Yamaha YZF R7 อัพสเปค เพิ่มสีใหม่ 2025 Yamaha YZF R7 อีกหนึ่งโมเดลที่เปิดตัวใหม่เช่นเดียวกับน้องใหม่ในตระกูล R-Series อย่าง R9 เท่านั้น แน่นอนว่าคันนี้เองก็มีดีกรีร้อนแรงไม่แพ้รุ่นพี่ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ซูเปอร์สปอร์ตไซส์กลาง พิกัด 700CC (CP2) มาพร้อมสีสันใหม่ เปิดราคาโมเดลใหม่ที่ 9,199 ดอลลาร์เหรียญสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 309,000 บาท เครื่องยนต์สองสูบจี๊ดจ๊าดถึงใจ ขุมพลัง CP2 พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 689 ซีซี DOHC มอบพลังและสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ตื่นเต้นเร้าใจและแท้จริงในแบบ Supersport เพลาข้อเหวี่ยง 270 องศา ช่วยให้มีแรงบิดที่ต่อเนื่องเพื่อการเร่งที่เร้าใจ และลดการสั่นสะเทือน ช่วงล่างปรับใหม่ มั่นใจทุกโค้ง ระบบกันสะเทือนหน้ามาพร้อมกับโช้คอัพแบบหัวกลับขนาด 41 มม. ที่มีการปรับอัตราสปริง และการหน่วงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมในขณะเข้าโค้ง ระบบช่วงล่างด้านหลังมาแบบระบบโช้คเดี่ยว Monocross สามารถปรับพรีโหลดสปริง และให้ความสมดุลที่ดีเยี่ยมระหว่างขับขี่ โดยช่วงออกแบบมาให้สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองไปจนถึงการขี่ในสนามแข่ง ในส่วนของระบบเบรกแน่นอนว่าเป็นระบบเบรก OEM จากโรงงานที่มีประสิทธิภาพการเบรกไม่แพ้ค่ายดัง ระบบ Assist slipper clutch สามารถช่วยลดแรงกดที่ก้านคลัตช์ขณะเปลี่ยนเกียร์ ช่วยให้เชนจ์เกียร์ไว ไม่กระชาก ให้ความรู้สึกที่ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ให้ประสบการณ์การขับขี่แบบ Supersport ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมีระบบ Quick Shift System (QSS) ที่ทำให้การเข้าเกียร์ไหลลื่นมากยิ่งขึ้นโดยที่ไม่ต้องกำคลัตซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ให้มากับ YZF-R7 2025 Yamaha YZF R7 สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ CP2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 689 ซีซี แรงม้า (เคลม) 73.4 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 68.6 มม. อัตราส่วนการอัด 11.5 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อม Assist Slipper clutch ระบบจุดระเบิด TCI ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 ZR17 ยางหลัง 180/55 ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพหัวกลับ ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ได้ ขนาดแกน 43 มม. ระยะยุบ 130 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คหลังเดี่ยว ปรับพรีโหลด คอมเพรสชัน และรีบาวด์ ร่วมกับสวิงอาร์ม ระยะยุบ 130 มม. เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก OEM จากโรงงาน เบรกหลัง ดิสก์เบรกหลังเดี่ยวขนาด 245 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 1 พอต กว้าง X ยาว X สูง 706 x 2,070 x 1,160 มม. ระยะฐานล้อ 1,394 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 134 มม. ความสูงเบาะ 835 มม. น้ำหนักรถ 187.7 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 12.8 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้

10 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ไฮไซด์ คืออะไร จะเกิดขึ้นได้อย่างไร มาดูกัน..!!

ไฮไซด์ คืออะไร จะเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เรามาหาสาเหตุกัน จากเหตุการณ์ล่าสุด ในสนาม MotoGP ที่คาตาลุนย่า หรือบาเซโลน่ากรังปรีซ์ ทุกคนที่ได้เห็นฟรานเชสโก้ ‘เป๊กโก้’ บันยาญ่า สะบัด จนดีด ตัวเขาลอยขึ้นไปบนอากาศ สู่ความเวิ่งว้างอันไกลโพ้นในเสี้ยววินาทีนั้น เพื่อนๆ ที่เพิ่งได้ดู ต่างรุ้สึกหวาดเสียวจนบอกไม่ถูก หลายคนอาจยังไม่รุ้จักว่า ที่เรียกเหตุการณ์แบบนี้ว่า ‘ไฮไซด์’ นั้น คืออะไร และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร มาทางนี้ SB จะอธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆกัน การสูญเสียแรงยึดเกาะ หรือ กริป ในชั่วขณะ ขณะขับขี่หรือเข้าโค้ง ด้วยความเร็ว คือคำตอบ แบ่งออกเป็น ไฮไซด์ และ โลว์ไซด์ ในกรณีนี้ เราจะอธิบายการเกิดไฮไซด์ ให้เข้าใจง่ายๆที่สุดก่อน ทั้ง ไฮไซด์ และ โลว์ไซด์ ต่างก็คือ การสูญเสียแรงยึดเกาะ ที่มากเกินไป (หรือน้อยเกินไปในกรณีน้อยไปจะเกิดในโลวไซด์มากกว่า )เช่นเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่ผลลัพธ์ แน่ล่ะ เจ็บตัวเหมือนกันแน่นอน ต่างกันที่สถานการณ์และปัจจัยภายนอกอยุ่บ้าง ไฮไซด์นั้น เกิดจากการสูญเสียแรงยึดเกาะ ในชั่วขณะนึง ในหลายปัจจัย ยางเย็นเกินไป มีสิ่งผิดปกติบนผิวถนน การเปิดคันเร่งที่ ‘ล้น’ หรือมากเกินไป หรือการเบรคลึกและรถมีน้ำหนักเทไปข้างหน้ามากจนล้อหลังเกิดแรงบิดสูงแต่น้ำหนักที่ลงพื้นกลับเสียสมดุล ทำให้ล้อหลัง พยายาม ’แซง’ ล้อหน้า เวลารถเอียงขณะระหว่างอยู่ในโค้ง ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ทำให้รถสูญเสียแรงยึดเกาะ ‘ชั่วขณะนึง’ แต่ชั่วขณะพริบตานี้ ก็ทำให้รถเกิดอาการ ‘ขวาง’ แต่ในพริบตานั้น เมือแรงบิดลดลง ล้อที่กำลังสปินอย่างรุนแรง กลับไปแตะพื้นถนนอีกครั้ง ฟริกชั่นที่จับพื้นอย่างฉับพลัน ในขณะที่รถเสียสมดุลขวางถนนอยู่ แต่ไม่ทำให้รถล้ม (ถ้าสไลด์แบนลงไปเลย คือ ‘โลว์ไซด์’) กลับทำให้เกิดการสะบัดอย่างรุนแรง จนดีดผู้ขับขี่หลุดลอยจากรถขึ้นไปในแนวดิ่ง กรณีนี่้ความรุนแรงไม่ได้เกิดจากตกลงมากระแทกพื้นเพียงอย่างเดียว แต่อาจอุบัติเหตุซ้ำซ้อนจากการถูกรถที่ตามมาปะทะ เกิดความเสียหายรุนแรงมากขึ้นไปอีก ซึ่งการไฮไซด์ในสนามที่มีการควบคุมและมีความปลอดภัยสูง ยังเกิดความเสียหายสูงได้ แล้วหากเป็นถนนที่เราใช้ๆกันละ ไม่อยากจะคิด… ยิ่งบนถนนความเสียหายนั้นอาจเกินคาดเดา เพราะบนถนน ไม่มีบ่อกรวด ไม่มีรันเวย์เผื่อให้คุณไถลไกลๆ ไม่มีเมดิคัลเซอร์วิสรอรับคุณ ยิ่งหากคุณขับขี่อยุ่ในพื้นที่ไกลปืนเที่ยง ถนนต่างจังหวัด บนภูเขาห่างไกลชุมชน มีแค่กำแพง ราวเหล็ก รั้วหลักกิโลปูน พงหญ้า ต้นไม้ใหญ่ ไม่นับ รถที่กำลังตามมา รอบด้านบนถนน ล้วนมีปัจจัยก่อให้เกิดความเสียหายถึงชีวิตได้ทุกอย่าง ปัจจัยที่ทำให้เกิดไฮไซด์หรือโลว์ไซด์ -ยางใหม่เกิดยังมีwaxเคลืบหน้ายางจากโรงงาน (เราถึงแนะนำให้ ยางใหม่ อย่าเพิ่งเปิดหนัก ใส่โค้งแรงๆ ให้รันอินเปิดหน้ายางไปก่อน อันนี้สำคัญ) -เบรคหลังหนักเกิน ล้อล็อค (มือใหม่เป็นกันเยอะ ใช้เบรคหลังพอๆกับเบรคหน้า) -ใช้ Engine Brake ไม่คล่อง ชิพท์ดาวไม่ถูกจังหวะ (มาฝึกเรียนรู้ในสนามให้มากขึ้น มีประโยชน์มาก) -เปิดคันเร่ง ‘ล้น’ หรือมากเกินไป ขณะกำลังออกโค้ง -แต่งตัวก่อนถึงโค้งช้าเกินไป โอเวอร์สเตียร์ จนล้อหลังดริฟท์ออกข้าง (แต่เราคุมไม่ได้ ถ้าไม่เคยชิน ) – ลีนอินมากและเร็วเกินไป (กรณีนี้จะเป็นโลว์ไซด์) – เซทติ้งช่วงล่างสำคัญ โช้คอัพนิ่มจนเกินไปยัน แล้วดีดส่งผู้ขับขี่ออกจากตัวรถ – มีสิ่งที่ไม่คาดคิดบนพื้นถนน ไม่ว่าคราบน้ำมัน น้ำนอง ของเหลวต่างๆ น้ำขยะ ทราย ดินหล่น ซึ่ง เมื่อล้อหลังสูญเสียกริป ไปคนละทางกับล้อหน้าแล้ว โอกาสที่เราจะกู้สถานการณ์ แทบเป็นไปไม่ได้เลย สิ่งที่เราแนะนำสำหรับนักขี่มอเตอร์ไบค์อย่างเราๆ นอกเหนือไปจากที่เราอยากให้คุณไปเรียนรู้การขับขี่ควบคุม ตามหลักสูตรต่างๆที่มีสอนมากมาย ทั้งคอร์สอบรมจากผู้ผลิต หรือหลักสูตรแอดวานซ์ในสนามงานแทรคเดย์ หรือจากคอร์สที่เปิดสอนทั้วไปให้เลือกแล้ว คือ – อย่าประมาท อย่าเอาตัวเองไปอยุ่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง บนถนนที่ตัวเองไม่คุ้นเคย คืดในแง่ร้ายไว้ก่อน ไม่เห็นปลายโค้ง ไม่รุ้ว่ามีอะไรอยุ่ ลดความเร็วลง – เลือกยางให้เหมาะกับการใช้งาน ยางสนาม ไม่ใช่ยางถนน มันร้อนไม่พอ แรงยึดเกาะมันยังไม่พร้อมใช้งาน อันตรายมาก เลือก Multipurpose ก็มีหลายรุ่นให้เลือกแล้ว – ระบบอิเลคโทรนิกส์ในรถ ปัจจุบัน มีมาให้ใช้ตั้งแต่รถตลาด ซีซีน้อยแล้ว แทรคชั่นคอนโทรล เบรค ABS Anti Wheelie เป็นพื้นฐาน พึ่งมันซะ มืออาชีพขี่ถนนยังใช้กันเลย ใช้ให้เป็น โหมดขับขี่

Fast Johnnie Road Glide ST

Fast Johnnie Road Glide ST โมเดลพิเศษที่ท่านอ้นคร่อม ล่าสุด Facebook ของท่านอ้น หรือท่านวัชรเรศร วิวัชรวงศ์ ได้โพสต์ข้อความและภาพว่าท่านได้รับเชิญให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสมาคม ของกลุ่ม Mad Hogs ซึ่งเป็นกลุ่มของชาวไทยในอเมริกาที่นิยมในรถ Harley-Davidson และขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปทั่วประเทศเพื่อส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในสังคมไทยในอเมริกา โดยเจ้ารถคันสีฟ้าขาวที่ท่านได้คร่อมนั้นสะดุดตาสาวกอเมริกันแบ็กเกอร์อย่างยิ่ง แน่นอนว่า เราก็ได้ไปหาข้อมูลมาแล้วว่ารถคันดังกล่าวคือรุ่นอะไร ซึ่งมันก็คือเจ้า Fast Johnnie Road Glide ST ทัวริ่งไบค์โมเดลพิเศษจำนวนจำกัด ที่โดดเด่นด้วยงานเพ้นท์สี และลวดลาย Johnnie The Pig บนถังน้ำมัน ขุมพลัง Milwaukee-Eight 117 วีทวิน ขนาด 1,923 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบเกียร์ 6 สปีด ขับเคลื่อนด้วยสายพานตามแบบฉบับรถอเมริกันมัสเซิลไบค์ ให้กำลังสูงถึง 102 แรงม้าที่รอบต่ำเพียง 4,750 รอบต่อนาที กับแรงบิดมหาศาลที่ 169 นิวตันเมตร ที่รอบ 3,500 รอบต่อนาที โดยโมเดลนี้มีจำหน่ายที่ราคา 1,816,000 บาท งานนี้ใครอยากเท่เหมือนท่านอ้น ก็ลองติดต่อตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านได้เลยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Royal Enfield Bullet 350

Royal Enfield Bullet 350 เปิดตัวแล้วที่แดนภารตะ รุกตลาดหนักตลอดสำหรับค่ายรถอังกฤษที่มาเจริญเติบโตจนยิ่งใหญ่ที่อินเดีย ด้วยการเปิดตัวโมเดลใหม่ในตระกูลที่ได้ชื่อว่ามีการผลิตมาอย่างยาวนานที่สุดในโลก อย่าง Royal Enfield Bullet 350 2023 ซึ่งทางค่ายยกว่ามันคือตำนานที่ถูกสร้างด้วยจิตวิญญาณ กล้ามเนื้อและเหล็กกล้า เรื่องรูปลักษณ์คงไม่ต้องพูดลงรายละเอียดมากนัก มันยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกที่แทบจะไม่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะลายเส้นสีทองบนถังน้ำมันที่เพ้นท์ขึ้นด้วยมือสุดปราณีตกับองค์ประกอบสุดคลาสสิกต่าง ๆ มากมาย ทีเด็ดของโมเดลนี้เห็นจะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่เป็นเครื่องแพล็ตฟอร์ใหม่จาก J-Series มาพร้อมช่วงชักยาว โดยจะเป็นเครื่องสูบเดียวขนาด 350 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด พร้อมเทคโนโลยีเคาน์เตอร์บาลานเซอร์ แต่ยังคงไว้ด้วยเอกลักษณ์สุ้มเสียงในแบบฉบับเดิม นอกจากเครื่องยนต์ใหม่แล้วยังมีแชสซีใหม่ โดยมีเฟรมแบบเปลคู่ใหม่เพื่อเพิ่มความสเถียรเวลาขับขี่ แต่โช้คยังคงเป็นโช้คหน้าเทเลสโคปิกและโช้คหลังคู่ ส่วนระบบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังจาก ByBre พร้อมระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล ยังมีเบาะนั่งใหม่ที่ออกแบบให้มีพื้นที่นั่งมากขึ้นและยังพัฒนาให้รองรับต้นขาได้ดีขึ้น ทำให้นั่งสบายได้ทั้งทางใกล้ทางไกล รวมถึงมีการปรับหน้าจอเรือนไมล์ใหม่เป็นเรือนไมล์ผสมดิจิทัลและอนาล็อก เพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำ แต่ขณะเดียวกันก็คงไว้ซึ่งความคลาสสิก และเพิ่มช่องจ่ายไฟแบบ USB เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานในยุคสมัยใหม่มากขึ้น สำหรับสนนราคาเปิดตัวนั้นก็เริ่มต้นที่ 173,562 รูปีหรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 74,000 บาท งานนี้ก็ต้องมาดูว่าจะนำเข้ามาจำหน่ายในไทยกันหรือเปล่าครับ สำหรับโมเดลนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy

No Posts Found!

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
ดูคาติไทยแลนด์ต้อนรับแฟนคลับทั่วโลกพร้อมเปิดประสบการณ์ Ducati MotoGP

ดูคาติจัดทริปแบบ Be Safe, Be Cool พาสาวกดูคาทิสต้าออกไปท้าความมันส์กับกิจกรรมการแข่งขัน MotoGP พร้อมแท็กทีมภูริ และเป้-อารักษ์ ขี่ดูคาติไปร่วมเชียร์ นักแข่ง Ducati MotoGP Team แบบติดขอบสนามช้างฯ อีกหนึ่งประสบการณ์พรีเมียม ร่วม Meet & Greet สองนักแข่งใน Ducati Fan Zone อย่างใกล้ชิด พร้อมจุดเซอร์วิสความสะดวกสบายแบบครบครัน คุณสมรรถ รอบบรรเจิด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือดูคาติไทยแลนด์ กล่าวถึงกิจกรรมของดูคาติในงาน MotoGP 2019 ว่า “ดูคาติมีการจัดทริปเพื่อพาลูกค้าไปสัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียมทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นประจำทุกปี ทำให้กลุ่มคอมมิวนิตี้ของดูคาติมีความแน่นแฟ้น จนกลายเป็นครอบครัวใหญ่มากยิ่งขึ้น สำหรับในปีนี้ดูคาติได้มีการจัดทริปเพื่อพาลูกค้าขี่รถไปชมการแข่งขัน MotoGP 2019 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งการออกทริปทุกครั้งเราเน้นย้ำด้านการขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนน และเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าได้ขี่รถดูคาติอย่างสนุก รวมถึงมีความปลอดภัยตลอดทุกเส้นทาง ตามคอนเซปต์ Be Safe, Be Cool และในทริปครั้งนี้ เรามีทีมงานมาร์แชล รถเซอร์วิส และรถพยาบาลดูแลลูกค้าตลอดขบวน”ทั้งนี้ ดูคาติได้จัด Tribuna Ducati Package มอบความเอ็กซ์คลูซีฟตลอดงาน โดยจุดให้บริการและอำนวยความสะดวกจุดแรกเริ่มที่ดูคาติ บุรีรัมย์ ที่สามารถรับชุดของที่ระลึก Ducati Tribuna Kit ได้แก่ เสื้อ หมวก สายคล้องคอ พัด ถุงผ้า และมีจุดจอดรถจักรยานยนต์, จุดรับฝากอุปกรณ์ป้องกันการขับขี่, รถรับส่งไปกลับ ดูคาติบุรีรัมย์-สนาม และ สนาม-ดูคาติบุรีรัมย์ นอกจากนี้ ดูคาติยังอำนวยความสะดวกจุดจอดรถจักรยานยนต์ Ducati Parking Area ในสนามช้างฯ พร้อมเจ้าหน้าที่และจุดรับฝากอุปกรณ์ป้องกันการขับขี่ไว้ด้วยเช่นกันสำหรับกิจกรรมเชียร์การแข่งขัน MotoGP 2019 เป็นการรวมตัวของสาวกดูคาทิสต้าจากทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมส่งแรงใจเชียร์สองนักแข่ง รวมถึงสองนักแสดงและพิธีกรชื่อดังอย่าง คุณภูริ หิรัญพฤกษ์ และคุณเป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่ขี่ดูคาติมาร่วมกิจกรรมเชียร์ MotoGP แบบติดขอบสนาม นอกจากนี้ แฟนดูคาติยังได้เข้าร่วมกิจกรรม Meet & Greet สองนักแข่ง ดูคาติ MotoGP Team ทั้ง Andrea Dovizioso (อังเดร โดวิซิโอโซ่) #04 และ Danilo Petrucci (ดานิโย่ เปตรุคชี่) #9 อย่างใกล้ชิด ในบริเวณ Ducati Fan Zone ที่จัดไว้ให้เฉพาะสาวกดูคาทิสต้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมช้อปปิ้งสินค้าโซน Ducati Apparel คอลเลคชั่นพิเศษและส่วนลดอีกมากมายเฉพาะในงาน MotoGP 2019 เท่านั้น #TribunaDucati #DucatiThailand #MotoGP2019 #ThaiGP #SharichHolding อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

8 October 2019
Team Suzuki ECSTAR อันดับ 3 MotoGP ประทับใจแฟนคลับไทยแลนด์

Team Suzuki ECSTAR รั้งอันดับ 3 ของโลก 2 นักแข่งทีม ซูซูกิ ผนึกกำลัง เก็บแต้มท็อปเท็น ท่ามกลางกองเชียร์ชาวไทย เป็นอีกหนึ่งวันที่ชาว ซูซูกิ ได้เกาะติดสถานการณ์การแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ที่จัดขึ้นเป็นสนามที่ 15 ได้ทำการแข่งขันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยในงานนี้ถือว่าเป็นการรวมพลชาว ซูซูกิ ที่พร้อมใจส่งแรงเชียร์ 2 นักแข่งจาก อเล็กซ์ รินส์ เบอร์ 42 และ โจน เมียร์ เบอร์ 36 ที่ยังเดินหน้าเก็บแต้มติดอันดับท็อปเท็นได้ในสนามนี้ โดยผลคะแนนรวมรั้งอันดับที่ 3 ของโลกชาว ซูซูกิ ยังคงรวมพลังกันอีกครั้งกับการส่งแรงใจเชียร์ให้กับ 2 นักแข่ง อเล็กซ์ รินส์ และ โจน เมียร์ กันอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยังมีกิจกรรมพิเศษๆ สำหรับครอบครัว ซูซูกิ โดยเฉพาะ โดยในช่วงเช้ายังเป็นการเปิดโอกาสให้กับครอบครัว ซูซูกิ ได้เข้าไปร่วมสัมผัสอีกหนึ่งมุมมองของการเตรียมรถแข่ง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปเยี่ยมห้องรับรองหรือว่าการเข้าไปดูการเตรียมรถแข่งของ 2 นักแข่งกันถึงในพิท     ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะยังมาลุ้นกันต่อกับเสื้อ ซูซูกิ พร้อมลายเซ็นของ 2 นักแข่งอีก 10 ตัว ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษจากกิจกรรมภายในบูธ ซูซูกิ ที่ได้จัดขึ้นมาให้กับชาวมอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะ ก่อนที่จะไปร่วมใจส่งแรงเชียร์ให้กับ 2 นักแข่งที่มีคิวลงทำการดวลล้อกันในช่วงบ่าย ซึ่งสนามนี้ 2 นักแข่งต้องใช้พลังกันเยอะพอสมควรกับการที่จะต้องไล่คันเร่งเพื่อเก็บคะแนนให้ได้ในสนามนี้ ช่วงแห่งความตื่นเต้นและรอคอยกับการแข่งขันที่กำลังเปิดฉากขึ้น สนามนี้ โจน เมียร์ ออกสตาร์ทในอันดับ 8 และ อเล็กซ์ รินส์ ออกสตาร์ทในอันดับ 10 แต่เมื่อไฟแดงดับทั้ง 2 คู่หูทีมเมทก็กดคันเร่ง ซูซูกิ GSX-RR ไต่อันดับขึ้นมาได้อย่างมีลุ้นทีเดียว กับการแข่งขันทั้งหมด 26 รอบสนาม และสนามนี้ก็ได้สร้างความประทับใจให้กับแฟน ซูซูกิ กับการสู้อย่างสุดใจของ 2 นักแข่งทั้ง อเล็กซ์ รินส์ และ โจน เมียร์ ที่ขยับอันดับขึ้นมาได้เรื่อยๆ และเมื่อจบการแข่งขัน อเล็กซ์ รินส์ สามารถจบการแข่งขันได้ในอันดับ 5 ส่วน โจน เมียร์ จบอันดับ 7 เก็บแต้มได้อีกครั้งท่ามกลางเสียงกองเชียร์จากชาว ซูซูกิ นับเป็นการปิดฉากของการแข่งขันในศึก พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ สนามที่ 15 ได้น่าประทับใจของชาว ซูซูกิ ที่ได้มาร่วมกิจกรรมนี้กันตั้งแต่การมาร่วมให้การต้อนรับ 2 นักแข่งอย่างอบอุ่น พร้อมกับได้มาร่วมส่งกำลังใจกันถึงขอบสนามในครั้งนี้ รวมทั้งประสบการณ์ใหม่ๆที่หาที่ไหนไม่ได้ เพราะได้จัดขึ้นมาให้กับชาว ซูซูกิ เท่านั้น แล้วพบกันอีกครั้งกับศึกโมโตจีพี ช่วยเป็นแรงเชียร์ Team Suzuki ECSTAR สู้ศึกในสนามต่อไป ในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ณ สนาม ทวินริง โมเตกิ ประเทศ ญี่ปุ่น #TeamSuzukiEcstar #ThaiSuzuki #SuzukiBigBike #ThaiGP อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

8 October 2019

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!