SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Kymco CV-R5 2024 บิ๊กสกู๊ตเตอร์รุ่นต้นแบบจากไต้หวัน หนึ่งในสี่โฉมโปรโตไทป์จากผู้ผลิตอย่าง Kymco Group เปิดตัวออกสู่สายตาสาธารณชนเป็นที่เรียบร้อย กับครอสโอเวอร์สกู๊ตเตอร์ไซส์บิ๊กเบึ้มที่ทางผู้ผลิตใช้ชื่อเจ้าโฉมรุ่นนี้ว่า CV-R5 มาพร้อมกับดีไซน์แปลกสุดล้ำ ซึ่งดูผ่าน ๆ ตาแล้วทรงช่างดูคล้ายคลึงกับแม๊กซี่สกู๊ตเตอร์เจ้าตลาดในบ้านเราอย่าง X-ADV ซะเหลือเกิน.. DESIGN ด้วยความตั้งใจของทางผู้ผลิตที่จะทำให้เป็นรุ่นเรือธงของทางค่าย โดยสิ่งที่น่าสนใจในโฉมรุ่นนี้นั่นก็คือ การออกแบบดีไซน์ใส่รายละเอียดดีเทลต่าง ๆ ไล่จากส่วนรูปทรงแฟริ่งด้านหน้าทั้งรูปทรง ชิลด์หน้าทรงสูง ไฟโปรเจคเตอร์ LED ออกแบบ 2 ชั้นทรงเรียบ รูปทรงถังน้ำมันและแฮนด์ยกสูง ราวกับถอดแบบจากโฉมแอดเวนเจอร์รุ่นใหญ่อย่างเจ้า Husqvarna Norden 901 / Ducati Desert X หรือแม้กระทั่ง Yamaha Tenere 700 ส่วนช่วงคอนโซลกลางตั้งแต่เบาะโดยสาร ตำแหน่งฟุตเพลท ช่วงล่าง โช้คหัวกลับด้านหน้า โช้คเดี่ยวด้านหลัง สวิงอาร์มคู่ ดิสก์เบรกคู่ รวมไปถึงยางออลเทอร์เรน และเฟืองท้ายถูกออกแบบในแบบรถแอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์ ซึ่งสวยงามและแปลกตาไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับตัวเลขสเปคยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด มีบางส่วนถูกระบุข้อมูลไว้ว่า เครื่องยนต์รุ่นนี้จะเป็นบล็อกใหม่ทั้งหมด มีปริมาตรกระบอกสูบอยู่ที่ 427 ซีซี มีกำลังแรงบิด 40.2 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที (ยังไม่ทราบว่าเป็นเครื่องสูบเดียวหรือสองสูบ) พร้อมด้วยหน้าจอสี TFT ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบ ABS และครูซคอนโทรล cr. Supermoto8.com สำหรับสไตล์ของตัวรถที่ใครหลาย ๆ คนมองแล้วรู้สึกแอบสับสนว่า..นี่มันแอดเวนเจอร์ไบค์ หรือแม๊กซี่สกู๊ตเตอร์ หรือ แอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์ หรือบิ๊กสกู๊ตเตอร์กันแน่.. เอาเป็นว่ารอทางค่ายออกมาเฉลยกันอีกครั้ง สำหรับเจ้า CV-R5 รุ่นนี้จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงาน EICMA 2024 ยังไงก็ต้องรอติดตาม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

DUCATI เตรียมเดบิวต์ครั้งแรก !! พร้อมจารึกในหน้าประวัติศาสตร์แห่งโลกโมโตครอส นับเวลาตั้งตารอคอยที่จะได้เห็นโฉมต้นแบบอย่างเจ้า Ducati Desmo450 MX ลงสนามแข่งโมโตครอสครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากที่ประสบความสำเร็จแล้วมานักต่อนักไม่ว่าจะเป็นประเภทการแข่งขันทางเรียบชิงแชมป์โลก การแข่งขันทางฝุ่นอย่างดาการ์แรลลี่ และนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ดูคาติพยายามพิชิตเส้นชัยในเส้นทางโมโตครอส DUCATI เตรียมเข้าสู่โลกของการแข่งขัน MXGP World Championship ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการส่งนักบิดแชมป์โลก 9 สมัยอย่าง Tony Cairoli เดบิวต์ลงสู่สนามด้วยโฉมโปรโตไทป์ทางฝุ่นรุ่นแรกของค่ายอย่าง Desmo450 MX ที่สนาม Arnhem ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อนเข้าสู่รั้วการแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลใน MXGP 2025 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของดูคาติ รวมถึงขั้นตอนสำคัญของการพัฒนาโมเดล ซึ่งจะเข้าร่วมการแข่งขัน MXGP World Championship ในฤดูกาล 2025 ควบคู่กับการผลิตรุ่นโปรดักท์ชันพร้อมกันในเซ็กเมนต์กลุ่มออฟโร้ดของทางค่ายอีกด้วย โดยทางดูคาติ ยังคงมีแผนพัฒนาโฉมต้นแบบเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยสนามในนัดถัดไปจัดขึ้นวันที่ 31 ส.ค. และ 1 ก.ย. นี้ ที่ Castiglione del Lago ซึ่งเป็นสนามที่ 5 ของการแข่งขันชิงแชมป์ที่ประเทศอิตาลี สำหรับแฟน ๆ โมโตครอส เราจะได้เห็นตัวแข่งจากค่ายใหม่ที่ไม่ใหม่ได้มาโลดแล่นในเวทีการแข่งขันโมโตครอสระดับโลกแล้วในอีกไม่นานนี้ แล้วโฉมตัวแข่งจะดุดัน สมกับคำร่ำลือหรือไม่ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เวสป้า เปิด 3 โมเดลใหม่ พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Vespa เล่นใหญ่ จัดอีเว้นท์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Vespanista Weekend Escapade ที่รวมพลเหล่าเซเลบีตี้ชื่อดังมากมาย กับกิจกรรมแฟชันโชว์สุดพิเศษในบรรยากาศที่มีกลิ่นอายชายฝั่งทะเลอิตาลี พร้อมกับการเปิดตัวเวสปิสตี้ระดับหัวแถวของเมืองไทย และโมเดลคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ภายใต้แคมเปญ VIVA LA VESPA ณ ลาน Quartier Avenue ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ บริษัท วีพีพีดับเบิลยู ซัพพลายส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์พรีเมียมชั้นนำและมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาเลียนระดับตำนานจากกลุ่ม Piaggio Group ได้แก่ เวสป้า พิอาจิโอ อาพริเลียและโมโตกุชชี่ จัดกิจกรรม Vespanista Weekend Escapade พร้อมเนรมิตพื้นที่ศูนย์การค้าใจกลางกรุงเทพมหานคร สู่เวทีแฟชันโชว์ครั้งใหญ่ในบรรยากาศและกลิ่นอายสไตล์ Italian Coastier สำหรับงานนี้ จะเป็นแหล่งรวมพลสำหรับคนที่หลงรักเวสป้าและหลงใหลแฟชัน ได้สัมผัสถึงความพิเศษ จากการคอลแลปกับเหล่าบรรดาดีไซน์เนอร์ชื่อดังของเมืองไทย จัดลุคพิเศษแมตช์กับรถเวสป้าในรุ่นต่าง ๆ พร้อมโชว์ในงานนี้อีกด้วย เปิดตัวเวสปิสตี้ครั้งแรกในประเทศไทย กับ 4 ไอคอนิกแฟนชันคนรุ่นใหม่ ปลุกกระแสความร้อนแรงมากยิ่งขึ้นด้วยการประกาศแต่งตั้ง “เวสปิสตี้” หรือ Friend of Vespa ครั้งแรกในประเทศไทยกับ 4 ไอคอนิกแฟชันคนรุ่นใหม่ ที่เป็นตัวแทนถ่ายทอดความอิสระและสะท้อนคาแลคเตอร์ของทั้ง 4 คน ได้แก่ นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ โบกี้ไลอ้อน-พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร และการครีเอทโชว์พิเศษที่เวสป้าร่วมมือกับแบรนด์แฟชันชั้นนำของเมืองไทย อาทิ MOO, ASV, V Activewear, Issue, TuTTi, KEM, Leisure Project เป็นต้น เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ 3 รุ่นสุดพิเศษก่อนใคร เฉพาะงานนี้ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวโมเดลคอลเลกชันสุดพิเศษ เฉพาะภายในงานเริ่มด้วย เวสป้า แซนด์ แอนด์ ซี (VESPA SAND AND SEA) ดูโอ้สายชิล ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ Sand & Sea ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหาดทรายและทะเล ของเมืองชายฝั่งทะเลในอิตาลี ที่เต็มไปด้วยความสุขและความสดใส ในเวสป้ารุ่น LX 125 I-GET SAND EDITION และ S125 I-GET SEA EDITION ถ่ายทอดดีไซน์และแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านเวสปิสตี้ อย่าง ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี และ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร โดย LX125 I-GET SAND EDITION สนนราคาที่ 99,900 บาท และ S 125 I-GET SEA EDITION สนนราคาที่ 109,900 บาท ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมรับชุด Welcome Kit ต่อมาเป็นโมเดลสุดพิเศษกับ เดอะ เวสป้า 946 ฉลองครบ 10 ปี (THE VESPA 946 10° ANNIVERSARIO) คอลเลกชันแรกจากซีรี่ย์ปีนักษัตร ซึ่งนับเป็นเวสป้ารุ่นพิเศษที่มาพร้อมลวดลายกระต่าย ซึ่งผลิตและจำหน่ายในจำนวนจำกัด พร้อมซีเรียลนัมเบอร์เพียง 1,000 คัน และนำเข้ามาในประเทศไทยเพียง 20 คัน เท่านั้น ด้วยรูปโฉมที่เป็นต้นแบบ ผ่านการตีความคุณค่าที่ทำให้สกู๊ตเตอร์แบรนด์นี้ กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งไลฟ์สไตล์ของคนทั่วโลก ผสานเข้ากับจิตวิญญาณร่วมสมัยและมุมมองอันก้าวลํ้า สู่งานมาสเตอร์พีซจากอิตาลีที่กลายมาเป็นไอเท็มสำคัญสำหรับนักสะสมตัวจริง เข้ากับสัตว์ประจำปีนักษัตร ทั้งหมด 12 รุ่น นับจากนี้ สนนราคาที่ 649,000 บาท และครั้งแรกกับการเปิดตัวในเอเชีย กับ เวสป้า จีทีวี 300 เอชพีอี (VESPA GTV 300 HPE) หนึ่งในตระกูล GTS

Triumph Scrambler 400X น้องเล็กสแครมเบลอร์จากเมืองผู้ดี ออกสู่สายตาสาธารณชนเป็นที่เรียบร้อย กับโมเดลใหม่ล่าสุดอีกหนึ่งรุ่นจากแดนผู้ดีสัญชาติอังกฤษอย่าง ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิล ได้ทำการเปิดตัวโมเดล Triumph Scrambler 400X สแครมเบลอร์น้องใหม่พิกัด 400 ซีซีโฉมหล่อสุดเท่รุ่นนี้ เดี๋ยวไปดูกันว่าเจ้าสแครมเบลอร์รุ่นนี้มีดีเทลอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษ ในด้านการดีไซน์เจ้าสแครมเบลอร์รุ่นนี้ ถือว่าถอด DNA มาจากรุ่นพี่อย่าง Scrambler 900 และ Scrambler 1200 ด้วยพร้อมภาพลักษณ์อันโดดเด่น และคาแรคเตอร์ที่พร้อมลุยในทุกเส้นทาง ยังรวมไปถึงคุณสมบัติของรุ่นนี้ ที่มุ่งเน้นการใช้งานได้จริง ไฟท้าย LED ดีไซน์ล้ำสมัย การ์ดแฮนด์ พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ แป้นเบรกเหล็กขนาดใหญ่ ไฟหน้าทรงกลม พร้อมครอบไฟหน้าออกแบบมาอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าทรงกลมพร้อมครอบไฟหน้า การ์ดหม้อน้ำ และการ์ดกันกระแทกอ่างน้ำมันเครื่อง รวมถึงแฮนด์บาร์ที่กว้างพร้อมการ์ดแฮนด์ ที่ค้ำแฮนด์พร้อมแท่นรอง บังโคลนหน้าที่ยาวขึ้น แป้นเบรกเหล็กขนาดใหญ่ และที่พักเท้าแบบยึดเกาะสูง ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลงและกว้างขึ้น ทำให้ได้ตำแหน่งการยืนขี่ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อขี่แบบออฟโรด และคอมพาวด์ของผ้าเบรก ที่ได้รับการปรับปรุงให้ประสิทธิภาพการเบรกได้อย่างมั่นใจ ในทุกสถานการณ์ขับขี่ ถังน้ำมันถูกออกแบบด้วยเส้นลายกราฟิกอย่างสวยงาม เรือนไมล์อนาล็อก-ดิจิทัล LCD ท่อไอเสียปลายคู่ยกสูง เพลทโมเดลอลูมิเนียม นอกจากนี้ ตัวถังน้ำมันยังถูกออกแบบลายกราฟิกด้วยแถบสี Scrambler ที่มาพร้อมกับเส้นสามเหลี่ยม โดยมี 3 สีให้เลือก ประกอบด้วยสี Matt Khaki Green/Fusion White, สี Carnival Red/Phantom Black และสี Phantom Black/Silver Ice เสริมด้วยเบาะหนังแบบ 2 ชิ้น สีน้ำตาล และมือจับคนซ้อน พร้อมกันนี้ตัวรถจะใช้เฟรมใหม่ทั้งหมด รวมถึงซับเฟรมท้ายท่อเหล็กไฮบริดสไปน์และสวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม รวมทั้ง ท่อไอเสียสแตนเลสสองชั้นแบบปลายคู่ยกสูง ในสไตล์รถสแครมเบลอร์มาให้อีกด้วย เครื่องยนต์ TR-Series บล็อกเดียวกันกับเจ้า Speed 400 สำหรับขุมพลังของสแครมเบลอร์ 400 เอ็กซ์ รุ่นนี้ยังคงใช้พื้นฐานเดียวกันกับเจ้า Speed 400 ที่ใช้เพลาข้อเหวี่ยง ถ่วงน้ำหนักเพื่อปรับแรงเฉื่อยให้เหมาะสมกับการขับขี่ในความเร็วต่ำ รวมถึงลูกสูบที่ได้รับการเคลือบ DLC ที่ช่วยลดแรงเสียดทานและยังช่วยให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยเครื่องยนต์เป็นแบบหัวฉีด DOHC สูบเดียว 4 วาล์ว 398.15 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว ให้พละกำลังสูงสุดที่ 40 แรงม้าที่ 8,000 รอบ/นาที และให้แรงบิดสูงสุดที่ 37.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ/นาที พร้อมกับควบคุมด้วยคันเร่งไฟฟ้า กับระบบขับเคลื่อนด้วยเกียร์แบบ 6 สปีด รวมถึงได้รับรองมาตรฐาน Euro 5 อีกด้วย แน่นด้วยระบบช่วงล่าง..สมชื่อสไตล์รถสแครมเบลอร์แบบผู้ดี สำหรับช่วงล่างของเจ้าสแครมเบลอร์รุ่นนี้จะแตกต่างกับโมเดลโมเดิร์นคลาสสิกที่เปิดตัวมาพร้อมกัน โดยตัวโช้คจะมีระยะยุบที่มากขึ้น กับโช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม.มีระยะยุบที่ 150 มม. และโช้คเดี่ยว ซับแทงค์ด้านหลัง ที่สามารถตั้งค่าพรีโหลดได้มาพร้อมระยะยุบที่เท่ากันคือ 150 มม. ซึ่งตอบโจทย์สายลุยได้อย่างแน่นอน ส่วนระบบเบรก จะใช้ดิสก์เบรกเดี่ยวด้านหน้าขนาด 320 มม. ปั๊มเบรก 4 พอทแบบเรเดียลเม้าท์ ด้านหลังจะใช้ดิสก์เบรกขนาด 230 มม.พร้อมปั๊มเบรกแบบลอยตัว อีกทั้ง ยังมาพร้อมกับระบบ ABS ช่วยลดระยะการเบรกให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ต่อด้วยล้อแม็กสีดำ หน้า-หลัง ขนาด 19 นิ้ว และ 17 นิ้ว ตามลำดับ เสริมด้วยยางกึ่งทางเรียบ/วิบาก ยางหน้าขนาด 110/90 และยางหลังขนาด 140/80 ฟีเจอร์โดดเด่น ทันสมัย ในด้านเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก เพื่อส่งมอบสมรรถนะและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ในรุ่นนี้ เปิดตัวด้วยระบบคันเร่งแบบ Ride-by-Wire ระบบควบคุมการลื่นไถล หรือ แทร็กชันคอนโทรล ระบบเบรก ABS แบบ Dual Channel พร้อมจอเรือนไมล์แบบอนาล็อก-ดิจิทัล ช่องชาร์จ USB Type C ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรงบิด ระบบไฟ LED ที่มีมาให้รอบคัน และระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งมาจากโรงงานให้อีกด้วยครับ สี Matt Khaki Green/Fusion White สี Carnival

Pirelli เตรียมรุกรายการ MotoGP ปี 2024 Pirelli เตรียมรุกรายการ MotoGP ปี 2024 เป็นที่แน่นอนแล้ว โดยเป็นผลจากการเจรจาของ Giorgio Barbier แต่จะยังเป็นแค่ผู้สนับสนุนยางเพียงผู้เดียวสำหรับรายการ Moto2 และ Moto3 ก่อน หลังจากที่ทาง Dunlop หมดสัญญากับทางผู้จัดอย่าง Dorna Sports แล้ว การรุกในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความตั้งใจและเป้าหมายที่จะเป็นสุดยอดยางของทางแบรนด์ยางอิตาลี ในการพยายามที่จะเข้ามามีส่วนในการแข่งขันจักรยานยนต์ในระดับโลกที่มีผู้ชมมากที่สุด โดยจะเป็นการเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนยางรถแข่งในรุ่น Moto2 และ Moto3 ตั้งแต่ฤดูกาล 2024 หรือฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้ทางค่ายตัว P ยาวค่ายนี้ก็เคยสนับสนุนรายการ WorldSBK มาอย่างยาวนาน และหากท่านติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตท่านก็น่าจะรู้ว่าพีเรลลี่ยังสนับสนุนการแข่งขันอย่าง Formula 1 ที่เทคโอเวอร์ต่อมาจากยางญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2011 ทั้งยังสนับสนุนรายการเวิล์ดแรลลี่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายการอื่น ๆ ที่รอง ๆ ลงมาไม่น้อยกว่า 30 รายการ ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมไปถึงซัพพอร์ตทีมใหญ่ ๆ ใน MXGP เรียกว่าหลากหลายประเภทจริง ๆ อย่างไรก็ดีการสนับสนุนน่าจะยังจำกัดแค่เพียงรุ่น Moto2 และ Moto3 เท่านั้น เนื่องจากสัญญากับทาง Michelin นั้นยังไม่หมด เพราะยางฝรั่งเศสก็เพิ่งจะได้สิทธิ์ต่อมาจากยางบริดจสโตนเมื่อปี 2016 และดีลกันยาวไปถึงปี 2026 ดังนั้นในปี 2027 เราก็คงจะต้องไปลุ้นกันอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร การเข้ามาสนับสนุนยางในรุ่น Moto3 ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคครั้งใหญ่นับตั้งแต่ปี 2012 เลยทีเดียว ส่วนใน Moto2 จะนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นับตั้งแต่มีการเข้ามาสนับสนุนเรื่องเครื่องยนต์ของทาง Triumph นับตั้งแต่ปี 2019 เรียกได้ว่าเป็นการรุกคืบ แต่ก็เป็นการรุกที่กระทบทั้งวงการมอเตอร์ไซค์เลยทีเดียว การที่ Pirelli ได้ไปซัพพอร์ตรายการแข่งรถโปรโตไทป์นอกเหนือไปจากรถโปรดักชันเท่ากับว่าค่ายยางอิตาลีจะมีข้อมูลและประสบการณ์ที่มากขึ้น ทำให้สามารถพัฒนายางรุ่นใหม่ ๆ ออกมาได้ดีมากขึ้น และแน่นอนว่าผู้ใช้อย่างเราก็จะได้ประโยชน์มากขึ้นไปด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สองสุดยอดนักบิด MotoGP ดาวดังของโลก ฮอร์เก ลอเรนโซ ยอดนักบิดสแปนิชจาก เรปโซล ฮอนด้า ควง คาล ครัทช์โลว นักบิดอังกฤษจาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า พร้อมด้วยนักบิดดาวรุ่งของไทย สมเกียรติ จันทรา จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ร่วมถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาฟอร์มยักษ์ใน กรุงเทพมหานคร ผ่านมุมมองของกีฬามอเตอร์สปอร์ตยอดนิยมอย่าง “โมโตจีพี” สู่สายตาแฟนความเร็วทั่วโลกกว่า 800 ล้านคู่ ก่อนเข้าสู่การแข่งขัน 4-6 ต.ค.นี้ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ การถ่ายทำดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากกองทัพสื่อมวลชน และแฟนความเร็วจำนวนมาก รวมทั้งที่ทราบข่าวนั้นติดตามเป็นจำนวนมาก ภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวถูกถ่ายทำโดยมีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ด้วยการถ่ายทอดผ่านมุมมองของการแข่งขันระดับโลกอย่าง “โมโตจีพี” ภายใต้คอนเซ็ปท์ “FROM ROAD TO ROOF” โดยมีการเดินเรื่องถ่ายทำบนถนนใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยการถ่ายทำในวันนี้เริ่มถ่ายทำจากภายในวัดโพธิ์, สมเกียรติ พาครัชท์โลว ไปซื้อของที่ระลึก, ฉากเดินตลาดของครัชท์โลว, ขับขี่บนสะพานพุทธ, ถนนเจริญกรุง โดยมีนักบิดไทย ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านต้อนรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตทุกคนสู่เมืองไทย ก่อนจะไปจบด้วยภาพที่ได้ถ่ายทำไว้แล้วที่ ชั้น 78 ของ มหานคร สกายวอล์ค จุดชมวิวชั้นดาดฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศไทย ณ ความสูง 314 เมตร มีพื้นกระจกลอยฟ้าขนาดใหญ่ มีจุดเด่นสามารถมองเห็นวิวกรุงเทพมหานคร แบบ 360 องศา ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ ทั้งนี้ วีดีโอประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านการแข่งขัน “โมโตจีพี” ชิ้นดังกล่าว จะถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ของ MotoGP.com และสื่อมวลชนทั่วโลกก่อนเข้าสู่การแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 ในสุดสัปดาห์นี้ พร้อมกับเผยแพร่ผ่านการถ่ายทอดสดการแข่งขันทั้งผ่านช่องกีฬาชั้นนำของโลก ผ่านสายตาของแฟนความเร็วกว่า 800 ล้านคู่ในทุกช่วงของการแข่งนับตั้งแต่วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคมนี้ ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคมนี้ ถือเป็นมูลค่าทางการประชาสัมพันธ์อันมหาศาล ที่จะผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นไปเป็นประเทศยอดนิยมด้านการท่องเที่ยวของโลก อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดหนึ่งเดียวของไทยในสนามระดับโลก จากโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ของ “เอ.พี.ฮอนด้า” ทำหน้าที่ตัวแทนนักกีฬาไทย ต้อนรับ 2 นักบิดโมโตจีพี ชาวสแปนิชอย่าง jorge Lorenzo แชมป์โลก 3 สมัยจาก เรปโซล ฮอนด้า และ Cal Crutchlow นักบิดอังกฤษ จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า เพื่อถ่ายทำวีดีโอโฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศไทย บริเวณชั้น 78 มหานครสกายวอล์ค จุดชมวิวกระจกลอยฟ้าที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก ความสูง 310 เมตร โชว์ความสวยงามของกรุงเทพมหานคร ผ่านมุม 360 องศา ให้แฟนๆ โมโตจีพีทั่วโลกได้ชื่นชม ก่อนลงบิดรายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ สุดสัปดาห์นี้ เมื่อวันอังคารที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลไทย ร่วมกับภาคเอกชน ผู้สนับสนุนการแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ และ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์จัดการแข่งขัน โมโตจีพี ถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาเพื่อโปรโมทการแข่งขัน โมโตจีพี สนามที่ 15 รายการ “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019” ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยนักบิดหนึ่งเดียวของไทยในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ อย่าง “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา ดาวรุ่งชาวไทยวัย 20 ปี เจ้าของหมายเลข 35 จากสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ได้รับมอบหน้าที่นักบิดเจ้าบ้าน ในการเป็นตัวแทนถ่ายทำวีดีโอประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยใน กรุงเทพมหานคร ร่วมกับนักบิดระดับโลกในคลาสโมโตจีพีอย่าง ฮอร์เก ลอเรนโซ แชมป์โลก 3 สมัย ชาวสแปนิช จากเรปโซล ฮอนด้า และ คาล ครัทช์โลว์ ยอดนักบิดอังกฤษ จากแอลซีอาร์ ฮอนด้า การถ่ายทำดังกล่าวมีขึ้นบนดาดฟ้าชั้น 78 ของดึกมหานคร ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คที่สูงที่สุดในเมืองหลวงของประเทศไทย และเป็นจุดชมวิวลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยวิวอันสวยงาม โดย สมเกียรติ เป็นตัวแทนนักกีฬาไทย ต้อนรับ Lorenzo – Crutchlow อย่างอบอุ่น พร้อมด้วยการแสดงแบบไทยๆ อันวิจิตรงดงาม เพื่อถ่ายทอดความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก ด้วยความตื่นตาตื่นใจของวัฒนธรรมต่างๆ สมเกียรติ “ในฐานะเจ้าบ้านที่ดีผมขอทำหน้าที่ต้อนรับนักบิดเวิลด์จีพีทุกคนเข้าสู่ประเทศไทย ผมเชื่อว่านักแข่งทุกคน รวมถึงแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทย จะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน ทั้งการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่งดงาม รวมถึงการต้อนรับที่อบอุ่นจากชาวไทย” “ส่วนตัวผมเองขอทำหน้าที่นักกีฬาไทยอย่างสุดความสามารถ โดยตอนนี้สภาพร่างกายนั้นพร้อมเต็มร้อย ตั้งเป้าจะคว้าท็อป 5 ในโฮมเรซให้ได้ ฝากแฟนๆ ชาวไทยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ” นักบิดดาวรุ่งชาวไทยเผย สำหรับ วีดีโอประชาสัมพันธ์ประเทศไทยชิ้นนี้ จะถูกเผยแพร่ไปสู่สายตาแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกกว่า 800 ล้านคู่ ตลอดทั้งสุดสัปดาห์ของการแข่งขัน โมโตจีพี รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ติดตามความเคลื่อนไหวและร่วมเป็นกำลังใจให้ “สมเกียรติ จันทรา” หมายเลข 35 นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในสนามระดับโลก รายการ “โมโตทู” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า fb.com/hondamotorcyclethailand และแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #Racetothedream #MotorSport #APhonda #APhondaRacingThailand #MotoGP #Moto2 #somkiat #SC35 #ThaiGP #JL99 #CC35 #idemitsuhondateamasia อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร