SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ดราม่า เสาไฟ ลพบุรี ได้ข้อสรุปแล้วหลังเทศบาลเข้าตรวจสอบและสั่งขยับเสาไฟโซลาร์เซลล์ออกไป 1 เมตรเพื่อไม่ให้ขวางทางเข้าออกบ้าน พร้อมเจ้าของโพสต์ออกมาขอโทษสังคมที่สื่อสารคลาดเคลื่อน Categories: ข่าวรถยนต์, ความปลอดภัยบนท้องถนน, ข่าวสังคม

ดาวรุ่งหน้าใหม่แห่งทีม Petronas Yamaha SRT อย่าง Fabio Quartararo ทำเวลาได้ดีที่สุดในการซ้อมวันแรกของศึก CzechGP 2019 แถมยังสามารถทำเวลาได้เร็วกว่าเด็กระเบิด Marc Marquez ในเศษเสี้ยววินาทีอีกด้วย โดยผลของ 2019 CzechGP FP2 มีดังนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติม คลิกทีนี้

เนื่องด้วยเมื่อวานนี้นั้นเป็นวันเกิดของ Nicky Hayden #69 อดีตนักบิดสนามศึก MotoGP ผู้ล่วงลับไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 2017 หลังประสบอุบัติเหตุรถชนขณะที่เขากำลังปั่นจักรยานอยู่ วันนี้เราจึงจะมาไว้อาลัยให้แก่เขากันครับ โดย Nicky Hayden นั้นเคยเป็นนักแข่งของทีม Repsol Honda มาก่อนก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับทีม Red Bull Honda ในรายการแข่งขัน Superbike World Championship แทนการแข่งขัน MotoGP ก่อนที่เขาจะประสบอุบัติเหตุโดนรถชนขณะที่กำลังขี่จักรยานซ้อมอยู่ด้วยวัยเพียง 35 ปี ทางเราขอแสดงความเสียใจแก่ Nicky Hayden และครอบครัวอีกครั้ง หวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกถือเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับชาวสองล้ออย่างเราๆ ครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารบน Facebook คลิกทีนี้

2025 ArgentineGP แทร็กคมล้มกระจาย ทำความรู้จักสนาม Termas de Río Hondo ในรายการ 2025 ArgentineGP การแข่งขัน Gran Premio YPF Energía de Argentina เป็นหนึ่งในสนามแข่งที่อยู่ในปฏิทินการแข่งขัน MotoGP จัดขึ้นที่ Autódromo Termas de Río Hondo ในเมือง Termas de Río Hondo เมืองซานติอาโก เดล เอสเตโร ประเทศอาร์เจนตินา ข้อมูลสนาม 2025 ArgentineGP ที่ตั้ง: เมือง Termas de Río Hondo, ประเทศอาร์เจนตินา เปิดใช้งาน: ปี 2008 เริ่มใช้กับ MotoGP: ปี 2014 ความยาวสนาม: 4.806 กิโลเมตร (2.986 ไมล์) จำนวนโค้ง: 14 โค้ง (ซ้าย 5 โค้ง, ขวา 9 โค้ง) ทางตรงยาวที่สุด: 1.076 กิโลเมตร ความกว้างสนาม: 16 เมตร สนามแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นหนึ่งในสนามแข่งที่เร็วและมีความท้าทายสูง โดยเฉพาะโค้งความเร็วสูงและทางตรงยาวที่ช่วยให้รถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ ความท้าทายของสนาม การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม สนามตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง และอาจมีฝนตก ส่งผลต่อการเลือกยางและกลยุทธ์การแข่งขัน 2. สภาพแทร็กที่แตกต่างกันในแต่ละปี เนื่องจากสนามไม่ได้ถูกใช้งานบ่อยนัก การจับยึดของยางและสภาพพื้นผิวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงสุดสัปดาห์การแข่งขัน 3. โค้งยาวและทางตรงยาว นักแข่งต้องมีความสมดุลระหว่างความเร็วและการควบคุมรถ โดยเฉพาะในโค้งที่ต้องเบรกหนักและเร่งออกจากโค้ง สถิติใน MotoGP เวลาต่อรอบเร็วที่สุด (All Time Lap Record): 1:37.683 นาที โดย Marc Márquez (Honda) ปี 2014 เวลาต่อรอบเร็วที่สุดในระหว่างการแข่งขัน (Race Lap Record): 1:39.019 นาที โดย Valentino Rossi (Yamaha) ปี 2015 ผู้ชนะล่าสุด (2023): Marco Bezzecchi (Ducati – Mooney VR46 Racing Team) สถิติใน Moto2 เวลาต่อรอบเร็วที่สุด (All Time Lap Record): 01:42.472 นาที โดย Alonso Lopez ปี 2023 เวลาต่อรอบเร็วที่สุดในระหว่างการแข่งขัน (Race Lap Record): 01:42.829 นาที โดย Celestino Vietti ปี 2022 ผู้ชนะล่าสุด (2023): (Tony Arbolino) จากทีม Elf Marc VDS Racing Team สถิติใน Moto3 เวลาต่อรอบเร็วที่สุด (All Time Lap Record): 01:48.429 นาที โดย Sergio Garcia ปี 2022 เวลาต่อรอบเร็วที่สุดในระหว่างการแข่งขัน (Race Lap Record): 01:48.834 นาที โดย Andrea Migno ปี 2022 ผู้ชนะล่าสุด (2023): (Tatsuki Suzuki) จากทีม Leopard Racing และในปี 2024 Argentine Republic Grand Prix ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้เนี่ยจาก วิกฤติเศรษฐกิจในอาร์เจนตินา และปัญหาทางด้านสปอนเซอร์และงบประมาณ

ไม่เปลี่ยนใจ Pirelli ต่ออายุ BSB ไปจนถึงปี 2030 Pirelli ต่ออายุ BSB สัญญาซัพพลายเออร์ยางเพียงรายเดียวในรายการคนเดือด จนถึงปี 2030 พร้อมสนับสนุนกีฬาคนเดือด Pirelli จะยังคงเป็นซัพพลายเออร์หลักเพียงรายเดียวของรายการแข่งขัน British Superbike Championship หรือ BSB จนถึงสิ้นฤดูกาล 2030 นับเป็นความร่วมมืออย่างยาวนานซึ่งจะมีอายุครบ 23 ปี (สิ้นสุดสัญญาใหม่) นับตั้งแต่ปี 2007 โดยครอบคลุมทุกคลาสการแข่งขันทั้งรุ่น SuperBike, SuperSport, British Talent Cup (ยางสลิก) รวมไปถึงรุ่น SuperStock, Sportbike และคลาสโดยเฉพาะอย่าง Kawasaki Superteen, BMW F900 Cup (ยางดอก) โดยยังคงยึดแนวคิด Control Tyre ที่ใช้ยางแบบเดียวกันทั้งสนาม สร้างความเท่าเทียมและความสูสีในการแข่งขันให้กับนักแข่งทุกคน อย่างในปี 2024 มีนักแข่งคว้าชัยมากถึง 9 คน จาก 8 ทีม แสดงถึงความหลากหลายทั้ง ศักยภาพฝีมือ ตัวแข่ง และคุณภาพของยาง เราแข่งด้วยสิ่งที่เราขาย และเราขายสิ่งที่เราใช้แข่ง We sell what we race, we race what we sell หรือ “เราแข่งด้วยสิ่งที่เราขาย และเราขายสิ่งที่เราใช้แข่ง” พร้อมการันตีด้วยยาง Pirelli Diablo SuperBike ที่สามารถแสดงศักยภาพทั้งความเร็วและทนทาน โดยในการแข่งขัน Glenn Irwin นักแข่งจากฝั่งดูคาติ สามารถทำลายสถิติเดิมด้วยเวลาต่อรอบ 1:26.832 นาที ซึ่งนับเป็นการพิสูจน์ กับผลิตภัณฑ์ยางที่ได้รับการยอมรับและถ่ายทอดประสบการณ์จากสนามแข่งสู่ท้องถนน รวมทั้งผ่านการทดสอบมาแล้วในการแข่งขันระดับโลกทั้งอาทิ Moto2 Moto3 และ WorldSBK Giorgio Barbier Motorcycle Racing Director กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมือกับการแข่งขัน British Superbike Championship และคลาสสนับสนุนต่าง ๆ เพราะ BSB ถือเป็นหนึ่งในรายการแข่งมอเตอร์ไซค์ระดับประเทศที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก ด้วยการแข่งขันที่เร้าใจและการแสดงโชว์ที่ยอดเยี่ยม รายการนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเราก็เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ของเราที่ร่วมอยู่ในรายการนี้ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน และเราจะยังคงใช้รายการแข่งขันนี้เป็นแพลตฟอร์มในการพัฒนาเทคโนโลยียางสำหรับการแข่งขันและใช้งานบนถนนจริง เพราะรายการนี้พิสูจน์แล้วว่าเป็นสนามทดสอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับยางของเรา ด้วยนักแข่งระดับเร็วสุดขีดและสภาพแทร็กที่โหดหิน British track ถือเป็นหนึ่งในสนามแข่งที่ตื่นเต้นและท้าทายที่สุดในโลก ในอดีต BSB ก็เคยเป็นเวทีผ่านทางของแชมป์โลกหลายคน ดังนั้นเรารู้สึกดีใจที่ยังสามารถสานต่อความร่วมมืออันแข็งแกร่งนี้ต่อไปได้” อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Tesla Robotaxi ไร้คนขับ ในออสตินแบบไร้คนคุมความปลอดภัย 100% ครั้งแรก เจาะลึกระบบ FSD ล่าสุด และความท้าทายด้านกฎหมายที่โลกต้องจับตา

CBR250RR 2023 ปรับโฉมใหญ่ครั้งแรกในรอบ 6 ปี ได้ฤกษ์ปรับเปลี่ยนขนานใหญ่กันสักทีกับโมเดลสปอร์ตแท้ ๆ แต่ไซส์เล็กจากค่ายปีกนก กับ CBR250RR 2023 ซึ่งเดิมทีโมเดลแรกนั้นเปิดตัวไปครั้งแรกเมื่อ 6 ปีก่อนและไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก และมาในโฉมใหม่นี้ก็มีการอัปเกรดขนานใหญ่ ไม่เพียงแค่สีสันหรือกราฟิกใหม่ แต่มีการปรับเปลี่ยนตั้งแต่หน้าตา เครื่องยนต์ ตลอดไปจนถึงช่วงล่างกันเลยทีเดียวครับ เริ่มกันที่ดีไซน์มีการปรับเปลี่ยนให้มีความดุดันมากยิ่งขึ้น โดยมีตัวรถที่มีมิติกว้างขึ้น แต่ยังคงให้ความโฉบเฉี่ยวดุดันสมกับจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน พร้อมกับมีเฉดสีและกราฟิกใหม่ที่สวยงามยิ่งขึ้น ขณะที่ในส่วนที่เรามองเห็นการเปลี่ยนได้ชัดเจนจากภายนอกก็คือระบบกันสะเทือนหน้าที่ครั้งนี้ให้มาเป็น Showa SFF-BP ซึ่งเป็นโช้คหัวกลับมาให้เลย และจะมีไฟฉุกเฉินให้ใช้งานด้วย ซึ่งจะอยู่ในรุ่น SP และ SP Quick Shifter ในส่วนของเครื่องยนต์นี้ถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญของโมเดลนี้เลยก็ว่าได้ โดยเครื่องยนต์นั้นจะเป็นเครื่องใหม่ เป็นเครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 250 ซีซีแบบ 4 วาล์วต่อสูบ สามารถรีดสมรรถนะออกมาได้สูงสุดที่ 42 แรงม้าที่ 13,000 รอบและ 25 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ และยังเคลมตัวเลขมาว่าสามารถทำท็อปสปีดได้สูงถึง 175 กม./ชม. เลยทีเดียว โดยความแรงที่เพิ่มมากขึ้นมาจากกำลังอัดที่เพิ่มมากขึ้น และการปรับเปลี่ยนอัตราทดเกียร์อีกด้วย อีกหนึ่งจุดที่สำคัญคือระบบควิกชิฟเตอร์ที่ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์ ซึ่งตัวนี้จะเป็นแบบ 2 ทาง ซึ่งสามารถปรับเซ็ตได้ 4 โหมด คือ เฉพาะสับขึ้น เฉพาะเชนลง ทั้งขึ้นและลง หรือปิดไปเลยก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสลิปเปอร์คลัตช์ที่ช่วยให้มือคลัตช์เบา และเสริมความปลอดภัยเวลาเชนเกียร์ลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย โดยจะทอนเอ็นจิ้นเบรกให้มีมากจนกเกินไป จนกระทั่งล้อหลังสลิป ส่วนระบบเบรก ABS และระบบคันเร่งไฟฟ้าก็ยังคงเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป สำหรับการวางจำหน่ายที่ประเทศอินโดนีเซียนั้นจะมี 3 เวอร์ชั่นด้วยกันได้แก่ Standard, SP และ SP Quick Shifter และก็จะมีหลากหลายสีสันให้เลือก คาดว่าในประเทศไทยจะนำเข้ามาจำหน่ายเฉพาะรุ่นท็อปอย่าง SP Quick Shifter โดยราคาขายไทย จากการคาดเดาของผมเองก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 260,000 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 890 ADVENTURE R 2023 ดีขึ้นทั้งทางฝุ่นทางเรียบ เรียกว่าเป็นเซ็กต์เมนต์ที่ดุเดือดกันเลยทีเดียวสำหรับแอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลางค่อนไปทางบิ๊ก ๆ แน่นอนว่าค่ายสีส้มที่ก็ถือว่ามีชื่อชั้นในสายทางฝุ่นเองก็ไม่ยอมที่จะแพ้แบรนด์อื่น ๆ ที่เป็นคู่แข่งในพิกัดใกล้เคียงกัน ทางค่ายจึงได้หันมาเสริมเขี้ยวเล็บให้กับ KTM 890 ADVENTURE R ให้ลุยไปได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความดีงามเวลาขับขี่ในทางเรียบไป สำหรับโมเดลใหม่นี้จะเลือกใช้เซ็ตอัปแบบเดียวกับ 450 Rally ของทางค่าย โดยใช้ระบบกันสะเทือน WP แบบปรับแต่งได้เต็มระบบ โดยด้านหน้าจะเป็น WP XPLOR และด้านหลังจะเป็น WP XPLOR DPS ซึ่งปรับจูนมาใหม่ให้ตอบสนองได้ดีขึ้น และช่วยลดอาการเมื่อยล้าเวลาต้องขับขี่ในทางไกล นอกจากนี้จะยังนำดีไซน์ของเจ้าแรลลี่มาปรับใช้กับตัวใหม่นี้ด้วย โดยจะมีแฟริ่ง ถังน้ำมัน และแฟริ่งด้านหน้าใหม่ ซึ่งดีขึ้นทั้งในด้านของแอโรไดนามิกส์และเออโกโนมิกส์ อีกทั้งยังมีชิลด์หน้าใหม่ที่ต่ำลง บังโคลนหน้าแบบสูง การ์ดเครื่องยนต์ที่เหมาะกับเส้นทางลำบากที่ต้องใช้ทักษะมาก ๆ เพิ่มความสบายเวลาขับขี่ด้วยเบานั่งแบบชิ้นเดียวที่ปรับสีมาใหม่ แต่ก็ยังช่วยให้ควบคุมรถได้ดี ตัวรถยังมีหน้าจอเรือนไมล์ใหม่ เป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วมาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-C ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะระบบนำทางแบบโค้งต่อโค้ง เพิ่มฟังก์ชันโทรออกที่อนุญาตให้โทรออกผ่านเบอร์โทรโปรดที่สามารถตั้งค่าไว้ได้มากถึง 10 เบอร์ หรือจะเลือกโทรหาคนที่โทรหาเรา 10 เบอร์ล่าสุดก็ทำได้เช่นกัน ทางค่ายยังได้ปรับปรุงตัวรถเพื่อรีดเค้นสมรรนถะของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของระบบอิเล็กทรอนิกส์ในตัวรถให้ดียิ่งขึ้น โดยมีระบบควบคุมเบรก ABS ที่ใช้ประมวลผลจากข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์แบบ 6D ซึ่งส่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้รู้ว่ารถอยู่ในลักษณะหรืออาการใด เพื่อที่จะได้คำนวณแรงเบรกได้เหมาะกับสถานการณ์ และยังปรับให้ระบบเบรกทำงานในโหมด OFFROAD ABS ทันทีเมื่อปรับโหมดขับขี่เป็นแบบ OFFROAD โดยไม่ต้องมาปรับแต่งโหมด ABS เพิ่มเติม สรุปไฮไลท์ใน KTM 890 ADVENTURE R 2023 โมเดลใหม่นี้ // ปรับปรุงแฟริ่งส่วนต่าง ๆ โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก โมเดล 450 RALLY // ปรับชิลด์บังลมหน้าใหม่ให้อากาศผ่านได้ดีขึ้น // ปรับปรุงระบบกันสะเทือนใหม่ช่วยลดการเมื่อยล้าสะสมเวลาเดินทางไกล // หน้าจอแสดงผลสี 5 นิ้วพร้อมระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน USB-C // ปรับปรุงระบบเบรก ABS ทั้งระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ // ระบบเบรก OFFROAD ABS ทำงานพร้อมกับโหมด OFFROAD MODE มี RALLY MODE เป็นอ็อปชันเสริม // ยางใหม่ที่เหมาะกับการขับขี่ออฟโร้ดมากขึ้น // ปรับปรุงระบบนำทางแบบโค้งต่อโค้ง // มีโหมด Demo ให้ลองใช้งานก่อนตัดสินใจเลือกใช้รถแพ็กเกจไหน // มีสวิตช์ไฟฉุกเฉินที่แฮนด์บาร์ // ไฟเลี้ยว LED (โมเดล US) // การ์ดเครื่องใหม่ ส่วนบ้านเรานั้นจะจำหน่ายเมื่อไหร่นั้น ติดตามกันได้ครับ อาจจะต้องรอลุ้นกันเยอะหน่อยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

โค้งสุดท้าย “โมโตจีพีประเทศไทย” เดินหน้าจัดเต็มเข้มทุกภาคส่วน รองรับเกมสองล้อระดับโลก รัฐ-เอกชน-สนามช้างฯ เร่งระดมกำลังอย่างหนักในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงสัปดาห์ประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตไทยในการเป็นเจ้าภาพสุดยอดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่าง “MotoGP” ซึ่งจะดวลความเร็วสนาม 17 ปลายเดือนนี้ที่ จ.บุรีรัมย์ พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่ผู้ชม 800 ล้านคนทั่วโลก ขณะ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซ้อมเข้มกรรมการภาคสนามและทีมแพทย์รองรับเรซสุดยิ่งใหญ่ ประเทศไทยเตรียมรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP 2022 รายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน- 2 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้การรอคอยของแฟนความเร็วทั่วโลก ล่าสุดสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งถูกใช้เป็นสังเวียนสำหรับการแข่งขัน ก็เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับศึกมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่าง “MotoGP” อย่างเต็มร้อยแล้ว ทั้งพื้นที่จัดงาน, กรรมการภาคสนาม และการบริการด้านต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมเผยแพร่การแข่งขันและสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามของประเทศไทย ไปกว่า 207 ประเทศ สู่ผู้ชมราว 800 ล้านคนทั่วโลก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขบวนรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนของทีมงานโมโตจีพี ได้เดินทางมาถึงสนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคอนเทนเนอร์ล็อตแรกเป็นการขนส่งอุปกรณ์สำคัญสำหรับการจัดการแข่งขัน เพื่อติดตั้งล่วงหน้า รวมทั้งการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ สแตนด์ผู้ชม พาวิลเลียน และบูธกิจกรรมต่างๆ ด้านความพร้อมในส่วนของกรรมการภาคสนามและทีมกู้ภัย (Marshall) ก็มีการฝึกอบรมและซ้อมอย่างหนัก ฝึกซ้อมให้สัญญาณธงและการกู้ภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในการแข่งขัน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและเพิ่มความมั่นใจให้กับนักแข่ง ทีมแข่ง รวมไปถึงผู้จัดการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมการของ “ทีมแพทย์” และศูนย์การแพทย์ใน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในการซ้อมรับมือเคสฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของสนามแข่งขันในเรซระดับโลก ขณะเดียวกันการขนส่งผู้ชมเข้าออกสนาม นอกจากจะมีรถ City Transfer และ Shuttle Service ให้บริการแล้ว ยังมี “ชัตเติลแต๋น” รถอีแต๋นภูมิปัญญาไทย ซึ่งถูกปรับมาเป็นรถรับส่งที่เป็นเอกลักษณ์โด่งดังไปทั่วโลกในโมโตจีพี 2 ครั้งแรก ปีนี้จะยังคงมีให้บริการเช่นเคย ถือเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ในการแข่งขันครั้งนี้ โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยรถส่วนตัว หรือใช้บริการ City Transfer สามารถมาขึ้นรถได้ที่จุดบริการ Shuttle Service บริเวณประตู 1 เพื่อเข้าสู่พื้นที่การจัดงาน มีให้บริการทั้งหมด 3 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 (สีฟ้า) จากประตู 1 สู่ลานกิจกรรม (ไป-กลับ) แวะรับ-ส่งที่ไซด์ สแตนด์ D เส้นทางที่ 2 (สีส้ม) จากประตู 2 สู่ลานกิจกรรม (ไป-กลับ) เส้นทางที่ 3 (สีชมพู) จากลานกิจกรรม สู่ไซด์ สแตนด์ A (ไป-กลับ) สำหรับทัพนักบิดระดับโลกกว่า 100 คน ในศึก โมโตจีพี, โมโตทู และ โมโตทรี อยู่ระหว่างการเดินทางไปแข่งขันสนาม 16 ที่ประเทศญี่ปุ่นในสุดสัปดาห์นี้ ก่อนเดินทางต่อมายังประเทศไทยเพื่อดวลความเร็วในศึก “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” ระหว่างวันที่ 30 กันยายน- 2 ตุลาคม 2565 โดยจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวและกีฬา โดยดอร์น่าสปอร์ต เจ้าของสิทธิ์การแข่งขัน ยกทีมงานมาถ่ายทำวีดีโอโปรโมตประเทศไทยและการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “MotoGP” โดยมี “นักบิดโมโตจีพี” เป็นตัวชูโรง ร่วมกับ “2 นักบิดไทย” ในรุ่น Moto2 อย่าง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย และ “เคเค” เขมินท์ คูโบะ จาก ยามาฮ่า วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ โดยมีคณะผู้บริหารจากการกีฬาแห่งประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุน อาทิ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์

NGK จับมือ Mitsuboshi จำหน่ายสายพานคุณภาพจากญี่ปุ่น เปิดตัวการร่วมมือกันระหว่าง 2 บริษัทญี่ปุ่นชั้นนำ NGK x MITSUBOSHI อันเป็นการร่วมมือกันเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ไปสู่อนาคต ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกทุกวันนี้ โดยทาง บริษัท สยามเอ็นจีเค สปาร์คปลั๊ก จำกัด (SIAM NGK SPARK PLUG Co., Ltd) แบรนด์หัวเทียนอันดับ 1 ของโลก นำทีมโดยผู้บริหารมืออาชีพ ร่วมกับ บริษัท มิตซูโบชิ เบลท์ติ้ง จำกัด (MITSUBOSHI BELTING LIMITED) ผู้นำผลิตภัณฑ์สายพานคุณภาพจากญี่ปุ่น ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของทั้ง 2 ผู้บริหาร มิสเตอร์โยชิโระ มิอุระ ประธานบริษัท สยามเอ็นจีเค สปาร์คปลั๊ก จำกัด และ มิสเตอร์ไทสุเกะ คิมูระ ประธานบริษัท สตาร์ส เทคโนโลยี อินดัสเตรียล จํากัด (บริษัทลูกในกลุ่มบริษัท มิตซูโบชิ เบลท์ติ้ง จํากัด) ได้เล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่สามารถ เติบโตร่วมกัน ภายใต้ความตั้งใจที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์สายพานคุณภาพสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำให้เป็นที่รู้จักในตลาด ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่เข็มแข็ง “เพื่อส่งมอบสายพานคุณภาพสูง ส่งต่อประสบการณ์ และเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติก” โดยจะมีการวางจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายหัวเทียน NGK ทั่วประเทศ ทั้งนี้ทาง บริษัท สยามเอ็นจีเค สปาร์คปลั๊ก จำกัด มีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องไม่เพียงแค่ในปี 2565 เท่านั้น แต่เป็นแผนการร่วมขยายธุรกิจจะยังดำเนินต่อไปในทุกๆปี ต่อจากนี้เป็นต้นไป #ngksparkplugs #siamngksparkplug #ngk #หัวเทียนNGK #อิริเดียม #เลเซอร์อิริเดียม #จีพาวเวอร์ #หัวเทียนเข็มเอ็นจีเค #หัวเทียน #หัวเทียนอิริเดียมIX #สายพานรถออโต #สายพานมิตซูโบชิ #mitsuboshi #มอเตอร์ไซค์ออโตเมติก ติดตามข่าวสารการจัดกิจกรรมจากทางเราเพิ่มเติมได้ทาง เวปไซต์ : www.ngk-sparkplugs.co.th Line OA siamngk : https://lin.ee/iK1Knm6 แฟนเพจ : https://www.facebook.com/ngksparkplugthailand อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Kawasaki Z650 โฉมใหม่ เปลี่ยนแค่สี 2025 Kawasaki Z650 เป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์เน็กเก็ดไบค์ (Naked Bike) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา หรืออาจคงคุ้นเคยชื่อของ ER-6N ก่อนที่จะเปลื่ยนมาเป็น Z650 ในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียว สมรรถนะอันยอดเยี่ยม และการควบคุมที่ง่าย ทำให้ Z650 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทั้งนักขี่มือใหม่และนักขี่ที่มีประสบการณ์ 2025 Kawasaki Z650 สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 649 ซีซี แรงม้า (เคลม) 68 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิด (เคลม) 64 นิวตันเมตร ที่ 6,700 รอบ/นาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83.0 x 60.0 มม. อัตราส่วนการอัด 10.8:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด (Fuel Injection) ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 ZR17 ยางหลัง 160/60 ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Horizontal Back-link ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง 765 x2,055×1,065 มม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 188 กก. (รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT 4.3 นิ้ว ระบบไฟ LED รอบคัน ระบบ ABS (Anti-lock Braking System) ระบบ Traction Control (KTRC) โหมดการขับขี่ (Riding Modes) แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ โหมดประหยัดน้ำมัน (Eco Riding Indicator) สีสันที่วางจำหน่าย Metallic Spark Black / Green Metallic Spark Black / Red Metallic Matte Dark Gray / Metallic Spark Black อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R41.05 UN-ECE กฎใหม่ ท่อเงียบ เรื่องก็เงียบ ..!! เริ่มเข้มงวดมากขึ้นทุกที แต่ก็เพื่อผลประโยชน์โดยรวมสำหรับผู้ร่วมใช้งานบนท้องถนน โดยล่าสุดทางสหภาพยุโรปเริ่มมีการบังคับใช้กฎหมาย R41.05 UN-ECE ในเรื่องการจำกัดเสียงรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะเริ่มอย่างเป็นทางการในปี 2025 ซึ่งหมายความว่ารถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ไม่ว่าค่ายไหนก็ตาม จะต้องผ่านการ QC ในเรื่องค่าเสียงที่ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการสร้างภาระและความเดือดร้อนให้กับผู้คนโดยรอบโดยเฉพาะพื้นที่บริเวณในเมืองหรือแม้กระทั่งตามชุมชนต่าง ๆ โดยกฎใหม่นี้จะบังคับใช้ในปี 2025 และจะมีการปรับปรุงการทดสอบให้เข้มงวดขึ้น โดยวัดเสียงที่ความเร็วเครื่องยนต์และรอบเกียร์ ซึ่งจะเริ่มวัดการทำงานของเครื่องยนต์ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของความเร็วสูงสุดในแต่ละรอบเกียร์นั้น ๆ และในช่วงความเร็ว 10-100 กม./ชม. นอกจากนี้ ผลการทดสอบจะได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากภายนอก เพื่อลดช่องว่างในการอ้างอิงตัวเลขของทางผู้ผลิตอีกด้วย หากมีการใช้กฎหมายดังกล่าว อาจส่งผลกระทบถึงผู้ผลิตเพียงบางรายเท่านั้น (รายใหญ่ที่ขายรถบิ๊กไบค์) แถมยังเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในทางอ้อมอีกด้วย และคาดว่าตลาดรถไฟฟ้าน่าจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในตลาดยุโรปอย่างแน่นอน สำหรับผู้บริโภคอย่างไบค์เกอร์เรา ๆ อาจต้องกุมขมับกันเลยทีเดียว หรือว่าเซอร์กิตอาจจะเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับสายซิ่งซะแล้ว ต้องรอติดตามฟีดแบคจากไบค์เกอร์หนุ่มตาน้ำข้าวแล้วหล่ะครับ แต่ที่แน่ ๆ ทางดีลเลอร์จำหน่ายอะไหล่ท่อแต่งรถมอเตอร์ไซค์ทางฝั่งยุโรปโดนกระทบร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน ซึ่งอยู่ยากละทีนี้.. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda SH125i 2024 เรโทรสกู๊ตเตอร์ กับคอลเลกชันใหม่ สุดพรีเมียม ปล่อยโฉมคอลเลกชันใหม่ล่าสุด สำหรับทางค่ายปีกนกประกาศเปิดตัวสกู๊ตเตอร์ Honda SH Series ทั้ง SH125i Vetro, Honda SH125i 2024, SH350i และ SH Mode 125 พรีเมียมสกู๊ตเตอร์ สไตล์โมเดิร์นคลาสสิก กับโฉมเฉดสีใหม่ ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่คุ้น สำหรับ Honda SH Series จัดอยู่ในกลุ่มพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ สไตล์เรโทรจากยุโรป ที่มีการจัดจำหน่ายมาอย่างยาวนานถึง 38 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวออกมา ซึ่งกลุ่มโปรดักต์อาจเป็นรองกลุ่มสกู๊ตเตอร์แถวหน้าอย่าง X-ADV, Forza 350 และ PCX125 อย่างไรก็ตามทางค่ายการันตียอดขายโมเดลรุ่นนี้มากกว่า 1 ล้านคันเลยทีเดียว เดี๋ยวไปชมโมเดลแต่ละรุ่นกันว่าจะมีอะไรอัปเดตใหม่มาบ้าง Honda SH125i Vetro 2024 เปิดประเดิมด้วยเฮดไลน์โมเดลไปกับ SH125i Vetro 2024 อิดิชันพิเศษมาพร้อมกับสีเขียวโปร่งแสง โดดเด่นด้วยชิลด์หน้าแบบสูง และติดกล่องท้ายด้านหลัง รวมถึงการ์ดแฮนด์แบบใส ซึ่งโดยรวมแล้ว การดีไซน์นั้นถูกออกแบบมาให้ดูลงตัว สมกับโมเดลแห่งแฟชัน และเหมาะแก่การใช้ขี่ออกทริปทางไกลเลยทีเดียว Honda SH125i 2024 ต่อด้วยโมเดลรุ่นมาตรฐานในเวอร์ชัน 2024 โดยมาพร้อมกับเฉดสีใหม่ สี ประกอบไปด้วย สีขาวมุก (Matt Pearl Cool White), สีเทา (Pearl Falcon Grey) ,สีน้ำเงิน (Matt Pearl Pacific Blue) และสีดำ (Pearl Nightstar Black) มาพร้อมล้อแบบสีใหม่ ดูเข้มมากยิ่งขึ้น โดยทั้ง 2 รุ่นใช้ขุมพลังแบบเดียวกันกับเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว 1 สูบ พิกัด 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 12.06 แรงม้าที่ 8,250 รอบ แรงบิด 11.4 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ มาพร้อมระบบหัวฉีด PGM-Fi เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น โดยเคลมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 44.6 กม./ลิตร ใช้ระบบส่งกำลังแบบสายพาน CVT และติดตั้งถังน้ำมันมาให้ขนาด 7 ลิตร และยังคงโดดเด่นด้วยระบบช่วงล่างปรับแต่งมาให้เหมาะกับการใช้งาน ด้วยระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบเทเลสโคปิก มีขนาดแกน 33 มม. ส่วนด้านหลังเป็นแบบสปริงคู่ ต่อด้วยระบบเบรกกับดิสก์เบรกหน้า-หลังขนาดเท่ากันที่ 240 มม. คาลิเปอร์เบรกหน้าแบบ 2 ลูกสูบ ด้านหลังลูกสูบเดียว ล้อเท่ากันขนาด 16 นิ้ว และยางขนาด 100/80 และ 120/80 ตามลำดับ และใช้ระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบกุญแจคีย์เลส ช่องเสียบชาร์จ USB พร้อมด้วยระบบอำนวยการขับขี่ ประกอบไปด้วย ระบบเบรก ABS Dual Channel ระบบ Iding Stop หรือระบบหยุดการทำงานเครื่องยนต์ในรอบเดินเบา และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (HSTC) สำหรับราคาเปิดตัวที่ 3,999 ปอนด์สเตอลิงหรือราว ๆ 1.7 แสนบาท ถือว่าเอาเรื่องอยู่พอสมควร Honda SH350i 2024 มาถึงรุ่นพี่ใหญ่กับ Honda SH350i ซึ่งครั้งนี้จัดเต็มกับสีใหม่เช่นเดียวกัน กับสีฟ้า (Zefiro Blue Metallic) และสีเงิน (Matt Techno Silver Metallic) มาพร้อมล้อสีใหม่แบบเดียวกันกับรุ่นเล็กนั่นเอง รวมไปถึงจุดเด่นในส่วนอื่น ๆ ทั้ง หน้าจอดิจิทัล LCD ระบบป้องกันล้อหน้ายก ระบบไฟส่องสว่าง LED รอบคัน และช่องเสียบ USB

Yamaha TMW คอนเซ็ปต์ไบค์สามล้อตะลุยออฟโร้ดสุดเจ๋ง และนี่คือ Yamaha TMW คอนเซ็ปต์ไบค์สามล้อคันแรกที่ถูกออกแบบมาให้เป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ที่พร้อมจะบุกตะลุยไปยังเส้นทางออฟโร้ดด้วยการใช้เทคโนโลยี Leaning Multi Wheeler (LMW) แบบเดียวกับเจ้า Niken ที่มีใช้งานจริงบนท้องถนน ผสมกับ TW200 ของทางค่าย งานนี้โมเดลนี้เผยโฉมให้เราเห็นก่อนหน้างาน Japan Mobility Show 2023 ซึ่งเป็นงานที่หลาย ๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะค่ายรถได้ออกมาโชว์นวัตกรรมของตัวเอง และแน่นอนว่ายามาฮ่าก็ขนมาเพียบแล้วเจ้า TMW ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเจ้าคอนเซ็ปต์ไบค์คคันนี้แสดงให้เห็นศักยภาพของระบบ LMW ที่ช่วยให้ล้อหน้าทั้งสองเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระจากกัน ซึ่งทำให้สามารถปรับให้เข้ากับสภาพพื้นผิวที่หลากหลายได้ ซึ่งแน่นอนว่าเข้ากับทางออฟโร้ดนั่นเอง นอกจากนี้ด้วยระบบเชื่อมต่อที่ด้านหน้ายังช่วยให้สามารถติดตั้งแร็คขนาดใหญ่ที่ด้านหน้า ซึ่งบริเวณนี้จะรักษาระดับกับพื้นผิวไว้เสมอ แม้ว่ารถจะเอียงเข้าโค้ง ขึ้นหรือลงทางลาดชันก็ตาม จึงสะดวกที่จะใช้บรรทุกสัมภาระที่แร็คนี้อย่างยิ่ง นอกจากนี้โมเดลคอนเซ็ปต์คันนี้ยังเป็นรถแบบไฮบริด โดยจะมีมอเตอร์แบบฮับมอเตอร์อยู่ที่ล้อหน้าทั้งสองล้อ ส่วนด้านหลังจะขับเคลื่อนโดยใช้เครื่องยนต์ ถึงตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดข้อมูลอะไรมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นโมเดลตามแนวคิดที่น่าสนใจถ้าผลิตออกมาขายจริงครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

TUAREG 660 2024 อัปสีใหม่ สไตล์แรลลี่ หลังจากเปิดตัวและได้ลองจับมารีวิวซักระยะหนึ่งแล้วกับ Aprilia Tuareg 660 เวอร์ชัน 2023 แอดเวนเจอร์ทัวร์ริ่งไซส์กลางจากค่ายสามตา ล่าสุดทางค่ายทำการเปิดตัว Tuareg 660 2024 โฉมใหม่ล่าสุด ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้มีอะไรอัปเดตเพิ่มเติมนอกจากชุดสีที่มีมาให้เลือกถึง 3 เฉดสีด้วยกัน ถือเป็นการเพิ่มตัวเลือกใหม่ ตามความชื่นชอบของผู้ขับขี่แบบเต็มพิกัด โดยสีใหม่ที่พึ่งเปิดตัวออกมาล่าสุด ประกอบไปด้วย สีไตรคัลเลอร์ (Dakar Podium color) แยกเป็นสีขาว น้ำเงิน และสีแดง และลวดลายที่ได้รับรับแรงบันดาลใจมาจากชัยชนะในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันดาการ์ แรลลี่ เมื่อปี 2010 ในแอฟริกา โดยนักบิด Chaleco Lopez ที่ใช้ตัวแข่ง Aprillia RXV450 ส่วนอีก 2 เฉด ประกอบไปด้วย สีดำ (Atreides Black) และสีน้ำตาล (Canyon Sand) รวมถึงมีการใช้เฟรมสีแดง เพิ่มความสดใหม่ พร้อมใช้งานมากยิ่งขึ้น ในด้านอื่น ๆ ยังคงใช้พื้นฐานจากเจ็นเดิม ทั้งเครื่องยนต์แบบ 2 สูบ ขนาด 659 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบเกียร์ 6 สปีด มีกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 80 แรงม้าที่ 9,250 รอบ แรงบิด 70 นิวตันเมตรที่ 6,500 ต่อด้วยช่วงล่าง โช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม.จาก KYB ให้ระยะยุบ 240 มม. ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวแบบซับแทงค์ ให้ระยะยุบ 106.5 มม. ปรับค่าได้เต็มระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงระบบเบรก ด้วยดิสก์คู่ด้านหน้าขนาด 300 มม. ดิสก์เบรกหลังขนาด 260 มม. จาก Brembo มีล้อและยางหน้าขนาด 90/90-21 และด้านหลัง 150/70/18 เสริมด้วยยางกึ่งทางลุยและทางฝุ่นจาก Pirelli Scorpion Rally STR มาพร้อมเทคโนโลยีออปชันแบบเต็มระบบ ทั้งฟังก์ชันโหมดต่าง ๆ กับระบบเซฟตี้โหมดจาก Aprilia Performance Ride Control (แทร็คชันคอนโทรล, ครูซคอนโทรล, เอ็นจิ้นแม็พ, เอ็นจิ้นเบรกและแอนตี้ล็อก เบรก ซิสเต็ม) ระบบเบรก ABS โหมดการขับขี่ 4 โหมด (Urban, Explore, Off-Road และ Individual) มีให้เลือกใช้แบบเต็มพิกัด รวมถึงหน้าจอสี TFT ระบบไฟ LED รอบคัน ถือว่าครบเครื่องสุดในทัวริ่งไซส์กลางเลยก็ว่าได้ หากต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้ารับชมรีวิวTuareg 660 ได้ที่นี่ สรุปโดยรวม สำหรับ Tuareg 660 2024 มีสีอัปเดตมาใหม่มาให้เลือกถึง 3 สี รับรองว่าถูกใจสายแอดเวนเจอร์อย่างแน่นอน โดยเปิดให้จองแล้วในประเทศอังกฤษ ในราคาเริ่มต้นที่ 9,950 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือราว ๆ 4.4 แสนบาท หากนำเข้ามาขายในไทยราคาคงกระโดดขึ้นอีกเท่าตัวแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในบ้านเรามีจำหน่าย โมเดลโฉมปี 2023 ในราคาเริ่มต้นที่ 749,000 บาท โดยสามารถรับชมตัวจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ Aprilia สาขาใกล้บ้านท่าน หรือรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.aprilia.com/th_TH/ หากมีรถรุ่นอัปเดตใหม่จากทางอาพริเลีย ก็อย่าลืมฝากติดตามเป็นกำลังใจให้พวกเรา SuperBike Thailand กันด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก