SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
สู่เส้นทางการแข่งขันที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องกับ Team Suzuki Ecstar บนสังเวียนระดับโลก MotoGP

หลังจากที่ ซูซูกิ ประกาศศักดาในการคว้าแชมป์ การแข่งขันรายการรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการที่ใหญ่ที่สุดอย่าง MotoGP สนามที่ผ่านมา ณ สนาม ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ ซึ่งในปีนี้ ซูซูกิ ได้แชมป์รายการ MotoGP นี้ ถึง 2 สนาม และสามารถขึ้นโพเดียม รวม 7 สนาม จากการแข่งขัน 12 สนามที่ผ่านมา ในปี 2019 เส้นทางการกลับมาสู่สังเวียน MotoGP ครั้งนี้เป็นอย่างไร ติดตามกันได้เลย ซูซูกิ ได้กลับเข้ามาร่วมในการแข่งขันรายการรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP ในปี 2015 ภายใต้ทีมโรงงาน นามว่า Team Suzuki Ecstar ที่ได้ผู้จัดการทีมที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องอย่าง ดาวิเด เบริโว่ มานั่งแท่นบริหาร และจัดการทีม พร้อมทั้งทีมงานคุณภาพจากที่ต่างๆ มารวมตัวกัน เพื่อสร้างโปรเจคที่ทุกคนรอคอย กับการเป็นจ้าวแห่งสนามแข่งอีกครั้ง โดยครั้งนี้ ซูซูกิได้กลับมาพร้อมกับ รถจักรยานยนต์สูตรเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ ซึ่งรหัสความแรงในครั้งนี้คือ GSX-RR ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ ขนาด 1,000 ซีซี ที่นำเทคโนโลยีอันล้ำสมัย มาบรรจุ เพื่อให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่แรง และล้ำสมัยที่สุด แต่ละชิ้นส่วนที่สุดยอด ถูกนำมาคัดสรร ทำให้เป็นรถจักรยานยนต์ที่ทำความเร็วได้มากกว่า 340 กม./ชม. ในเวลาไม่กี่วินาที อีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบาเพียง 157 กก. เท่านั้น แต่มีความทนทานเป็นเยี่ยม ซึ่งทำให้สามารถคว้าแชมป์กลับมาครองได้ ในระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น ต่อมาในปี 2017 ซูซูกิ ได้เรียกเสียง ฮือฮา ด้วยการเซ็นสัญญากับ 2 นักแข่งใหม่ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนักแข่งดาวรุ่งจาก Moto2 อย่าง อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 ที่กำลังเป็นที่จับตามอง อีกทั้งยังพัฒนา ซูซูกิ GSX-RR ให้ทรงประสิทธิภาพขึ้นไปอีก ซึ่งในปี 2018 นั้น 2 นักแข่งจาก Team Suzuki Ecstar สร้างปรากฏการณ์ ขึ้นโพเดียมถึง 9 ครั้ง จาก 17 สนาม ซูซูกิ ยังคงไม่หยุดความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสมรรถนะ ของ GSX-RR และก้าวขึ้นเป็นจ้าวแห่งสนามแข่ง ด้วยการเซ็นสัญญานักแข่งดาวรุ่ง เข้ามาร่วมทีมอย่าง โจน เมียร์ เจ้าของหมายเลข 36 มาเสริมความแกร่ง ให้กับ Team Suzuki Ecstar ปี 2019 และเพียง 3 สนามเท่านั้น ซูซูกิ ก็แผลงฤทธิ์ อเล็กซ์ รินส์ ได้ระเบิด ฟอร์มการขับขี่ GSX-RR อย่างร้อนแรงคว้าแชมป์ที่สนาม เรดบูล กรังด์ปรีซ์ ออฟ อเมริกา อีกทั้ง ยังขึ้นโพเดียมในอันดับที่ 2 ในสนามถัดมาที่ Jerez พร้อมทำคะแนนการแข่งขัน อยู่ในกลุ่มผู้นำ อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุดคว้าแชมป์ที่สนาม ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ อีกครั้ง อย่างเร้าใจ แบบสุดมันส์ ทำให้คะแนนรวม ณ ปัจจุบันเป็นอันดับที่ 3 ในขณะนี้ ซึ่งนับว่าเป็นการประสบความสำเร็จไปอีกขั้นแบบก้าวกระโดด จากผลงานทั้งหมดที่ผ่านมา โดยใช้ระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี ก็คว้าแชมป์ และโพเดียมมาครองอย่างมากมาย และเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ทำให้มีสาวกซูซูกิ และแฟนคลับของ อเล็กซ์ รินส์เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ในปีนี้ยังเหลือ อีก 7 สนาม ซึ่ง 1 ในนั้นคือ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่ประเทศไทยนั่นเอง เรามาดูกันว่า Team Suzuki Ecstar / อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 และ โจน เมียร์

31 August 2019
Marc Marquez ส่งคำท้านักแข่ง Formula 1 Lewis Hamilton!!

นักแข่ง MotoGP ที่เก่งที่สุดในตอนนี้จากทีม Repsol Honda อย่าง Marc Marquez ได้ส่งคำท้าแก่ นักแข่ง Formula 1 ที่เก่งที่สุดแห่งทีม Mercedes-AMG Petronas Motorsport อย่าง Lewis Hamilton ให้มาแข่งกันแบบ หนึ่งต่อหนึ่งในการแข่งทั้งบนมอเตอร์ไซค์ที่เขาถนัดและบน Formula 1 ที่อีกฝ่ายถนัด โดยจะเริ่มจากการให้ทั้งคู่แข่งกันด้วยการขับ Formula 1 ก่อนแล้วจึงไปแข่งกันบนมอเตอร์ไซค์ในแบบที่ Marquez ถนัด โดย Hamilton เองก็ดูเหมือนจะสนใจที่จะรับในคำท้านี้ด้วยเช่นกัน หรือว่าเราจะได้เห็นการแข่งขันกันระหว่างแชมป์ MotoGP 5 สมัยกับ แชมป์ Formula 1 5 สมัย โดยทั้งคู่เป็นคนที่มีคะแนนนำโด่งคนอื่นๆ ในการแข่งขันและมีโอกาสสูงที่จะได้เป็นแชมป์ในสมัยที่ 6 อีกด้วย หากทั้งสองแข่งกันจริงๆ เพื่อนๆ คิดว่าใครจะชนะครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวบน Facebook คลิกที่นี้ 

30 August 2019

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 KTM 1390 Super Adventure S สเปคตัวท็อป

2025 KTM 1390 Super Adventure S สเปคตัวท็อป 2025 KTM 1390 Super Adventure S อีกหนึ่งโมเดลจากค่ายส้ม KTM กับรถแนวสปอร์ต แอดเวนเจอร์ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับนักขี่ที่ต้องการความท้าทายมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีล้ำสมัยยิ่งขึ้น และพลังที่เร้าใจยิ่งกว่าเดิม โดยรูปลักษณ์ของมันแทบไม่ต่างกับตัวท็อปสุดตารางอย่าง ‘S EVO’ จะแตกต่างก็มีเพียงแค่รายละเอียดบางจุดเท่านั้น เครื่องยนต์ในรุ่นตัวรองนี้มีเครื่องยนต์กับตัว ‘S EVO’ แทบจะทุกจุด เครื่องยนต์สองสูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ได้รับการขยายปริมาตรกระบอกสูบจาก 1,300 ซีซี เป็น 1,350 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 173 แรงม้าที่ ที่ 9,500 รอบ และแรงบิด 145 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ เพิ่มเทคโนโลยี CAMSHIFT ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการขับขี่ในช่วงรอบต่ำ อีกทั้งยังปรับปรุงในเรื่องของการปล่อยมลพิษ และพัฒนาให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น  โดยจุดที่แตกต่างระหว่างรุ่น ‘S’ และ ‘S EVO’ คือ ระบบเกียร์ โดยในรุ่น S จะใช้คลัตซ์แบบธรรมดามาพร้อมชุดเกียร์แมนนวล 6 สปีด ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้าก็เป็นรูปแบบเดียวกันกับของโมเดล ‘S EVO’ ที่ให้โช้คอัพด้านหน้าแบบ UpSide Down จาก WP SAT (WP Semi Active Technology) แบบปรับไฟฟ้าเต็มระบบ ทั้งพรีโหลด รีบาวด์ และคอมเพรสชัน และโช้คอัพด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว ปรับไฟฟ้าเช่นเดียวกันกับโช้คอัพหน้า ทั้งสองด้านมีระยะยุบตัวเท่ากันที่ 200 มม. ระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์เบรกคู่แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบจาก Brembo พร้อมจานเบรกขนาด 320 มม. พร้อมด้วยล้อขนาด 120/70-19 ระบบเบรกด้านหลังมาแบบดิสก์เบรกเดี่ยวสองลูกสูบจาก Brembo พร้อมจานเบรกขนาด 267 มม. และขนาดล้ออยู่ที่ 170/60-17 ในส่วนของเทคโนโลยีเรียกได้ว่า ‘S EVO’ มีอะไร ‘S’ ก็มีแบบนั้นเว้นแค่ระบบเกียร์ AMT ตัวใหม่จากทางค่ายที่ในรุ่นรองจะไม่ได้ใส่มาให้ แต่ในส่วนที่เหลือม่ว่าจะเป็นจอกลางที่เด่นเป็นสง่าด้วยขนาดจอ 8.8 นิ้ว ระบบสัมผัสที่สามารถสัมผัสได้ทั้งตอนใส่ถุงมือ และถอดถุงมือ โดยจอนี้เป็นเสมือนจุดศูนย์กลางของรถคันนี้ เพราะเป็นจุดที่ควบคุมทุกอย่าง เช่น การหน่วง SAT, การตั้งค่า Preload และการบอกข้อมูลสถานะต่าง ๆ ของรถ อาทิ โหมดการขับขี่ 5 โหมด Rain, Street, Sport, Offroad และ Rally , ระบบเบรก ABS, Traction Control, Adaptive Cruise Control ที่สามารถทำได้จากจุดที่รถหยุดนิ่ง เรดาห์ด้านหน้ารถที่พัฒนาโดย Bosch ซึ่งมีการปรับปรุงประสิทธิภาพ การตรวจจับรถวัตถุรอบข้างที่ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มโหมดการขับขี่เป็นกลุ่ม (Group Ride) อีกทั้งเรดาห์นี้ยังครอบคลุมไปในส่วนของ ระบบช่วยรักษาระยะห่าง, ระบบช่วยเบรก, และ การเตือนการชน โดยเซ็นเซอร์เรดาร์จะถูกติดตั้งใต้ไฟหน้า และรวมอยู่ในดีไซน์ของรถ สีสันที่วางจำหน่าย สีส้ม สีดำ   ในส่วนของราคาจะยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่เรียกได้ว่าเป็นรถตัวรองที่สเปคไม่แพ้ตัวท็อปเลยแม้แต่นิดเดียว จะต่างกันก็เพียงระบบเกียร์ ที่ตัว ‘S’ ให้คลัตซ์แบบธรรมดาพร้อมเกียร์ 6 สปีด แต่ในส่วนของ ‘S EVO’ มาพร้อมเกียร์ใหม่ของทางค่ายอย่าง AMT หากใครที่ชื่นชอบการขับรถแล้วต้อง ‘กำคลัตซ์’ ก่อนเข้าเกียร์ บอกเลยว่าตัว S นี่แหละ ตอบโจทย์สุด ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

25 October 2024
2025 Honda Rebel 1100 ทรงเดิม เพิ่มแรงม้า พร้อมจอ TFT

2025 Honda Rebel 1100 ทรงเดิม เพิ่มแรงม้า พร้อมจอ TFT 2025 Honda Rebel 1100 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศทางฝั่งยุโรป โดยใช้ชื่อรหัส CMX1100 การดีไซน์ออกแบบที่ยังคงความเป็นรถ ‘ครุยเซอร์’ ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความทันสมัย เน้นความเรียบง่ายแต่ก็ยังคงความดุดัน เครื่องยนต์เพิ่มแรงม้าจากตัวก่อนหน้า และยังมาพร้อมกับระบบเกียร์ DCT (Dual Clutch Transmission) ได้รับการอัปเกรดให้ใช้งานได้ดีขึ้นที่ความเร็วต่ำ และที่สำคัญมาพร้อมกับหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้วใหม่ พร้อมการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เครื่องยนต์อัพเกรด เพิ่มแรงม้า ในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 1,084 ซีซี พละกำลังอยู่ 87 แรงม้าที่ 7,250 รอบต่อนาที (เพิ่มจากตัวก่อนหน้า 1 ตัว) แรงบิดอยู่ที่ 98 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์ 6 สปีด และเกียร์แบบ DCT 6 สปีด (แล้วแต่รุ่นย่อย) ความจุถังน้ำมัน 13.6 ลิตร ช่วงล่างตามสไตล์ครุยเซอร์ ระบบกันสะเทือนด้านหน้ามาพร้อมกับโช้คอัพหัวกลับขนาดแกน 43 มม. สามารถปรับพรีโหลดได้ ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหลังมาพร้อมกับโช้คอัพคู่พร้อมซับแทงค์ สามารถปรับพรีโหลดได้เช่นเดียวกับด้านหน้า หนึบและขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรกเดี่ยวแบบเรเดียล คาลิเปอร์แบบสี่ลูกสูบ ขนาด 330 มม. ในส่วนของระบบเบรกด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลูกสูบเดี่ยวขนาด 256 มม. ล้อและยางมีขนาด 130/70 B18 และ 180/65 B16 หน้า และหลังตามลำดับ  หน้าจอ TFT และเทคโนโลยีตามสมัยนิยม ในส่วนของเทคโนโลยีต่าง ๆ ของ Rebel ในโมเดลใหม่จัดเต็มมาแบบสุด ๆ หน้าจอใหม่แบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพ Honda RoadSync โหมดการขับขี่เริ่มต้น 3 โหมด ได้แก่ Standard, Rain และ Sport และยังมี Custom สำหรับให้ผู้ขับขี่ปรับแต่งเองได้ ระบบครูซ คอลโทรล ระบบ HSTC ที่ปรับได้ 3 ระดับ และมีการปรับช่องจ่ายไฟแบบ USB-C มาไว้ทางด้านซ้ายของเรือนไมล์ Dual Clutch Transmission พร้อมกับระบบเกียร์ DCT (Dual Clutch Transmission) ได้รับการอัปเกรดให้ใช้งานได้ดีขึ้นที่ความเร็วต่ำ สามารถมีประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นทั้งออกตัว และการหยุดรถ โดยชุดเกียร์ DCT นี้จะใส่ลงในรุ่นย่อยที่เป็นตัว T DCT และ รุ่น SE เท่านั้น ในส่วนของรุ่นล่างสุดหรือ Standard จะเป็นเพียงเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเท่านั้น สำหรับสีที่จำหน่ายมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อยประกอบไปด้วย รุ่นธรรมดา (Rebel 2025) ในรุ่นนี้มีเพียงสีเดียว ได้แก่ สีน้ำเงิน (Pearl Hawkseye Blue) สีน้ำเงิน (Pearl Hawkseye Blue)   2. รุ่น T DCT (Rebel T DCT 2025) ที่ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติม โดยมีกล่องข้างขนาดรวม 35 ลิตร แฟริ่งหน้าขนาดใหญ่ มีเพียงสีเดียว ได้แก่ สีเทา (Iridium Grey Metallic) สีเทา (Iridium Grey Metallic)   รุ่น SE ตัวท็อปสุดของโมเดลนี้ โดยในรุ่น Special Edition จะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป โดยมีการตกแต่งเพิ่มเติม

25 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ทำไมเครื่อง Moto2 แรงกว่า

ทำไมเครื่อง Moto2 แรงกว่า เครื่องที่อยู่ในรถ Triumph ปกติ หลาย ๆ คนที่เป็นไบเกอร์สายสตรีทน่าจะรู้จักกันดีกับโมเดล Street Triple RS ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์ตัวแรงที่ใช้เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงพิกัด 765 ซีซี แล้วรู้อะไรมั้ยครับ เครื่องยนต์ที่เป็นหัวใจหลักของรถโมโตทูที่แข่งกันในตอนนี้เนี่ย พัฒนามาจากเครื่องยนต์ของเจ้า Street Triple RS รถถนนนี่ล่ะครับ แล้ว ทำไมเครื่อง Moto2 แรงกว่าเครื่องที่อยู่ในรถขี่ถนนล่ะครับ? วันนี้เราจะมาเฉลยให้ทุกท่านได้รับรู้กันครับ สาเหตุที่ทำให้แรงกว่าเครื่องปกติ มี 2 ส่วนด้วยกันคือ ส่วนของการเสริมสมรรถนะ และส่วนของการใส่ของแต่งซิ่ง หรือเรซซิ่งพาร์ทนั่นเอง ทีนี้ในแต่ละส่วนก็จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมลงไปอีกครับ แน่นอนว่าเราก็จะมาบอกเช่นกันครับว่ามีอะไรบ้าง ส่วนของการเสริมสมรรถนะ ปรับแต่งฝาสูบด้วยการปรับแต่งพอร์ตไอดีและไอเสียเพื่อเพิ่มอัตราการไหลเวียนของน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มอัตราส่วนการอัด ใช้วาล์วไทเทเนียมและสปริงวาล์วที่แข็งขึ้นเพื่อเพิ่มรอบของเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น ใช้ชุดอัลเทอร์เนเทอร์แบบเรซที่ให้กำลังไฟต่ำเพื่อลดแรงเฉื่อยในระบบ ปรับอัตราทดเกียร์ 1 และเกียร์ 2 ใหม่ ใช้สลิปเปอร์ที่พัฒนามาสำหรับการแข่งขัน (สามารถปรับจูนเพิ่มได้) ใช้ ECU สำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะจากทาง Magneti Marelli ปรับปรุงฝาเครื่องใหม่เพื่อลดขนาดความกว้างของเครื่องยนต์ เปลี่ยนอ่างน้ำมันเพื่อให้ออกแบบการไหลของไอเสียในช่วงคอทอทำได้ดีขึ้นเร ใช้สารเคลือบผิวสมรรถนะสูงเคลือบชิ้นส่วนสำคัญภายใน เพื่อเพิ่มความทนทานและความลื่นไหล ส่วนของเรซซิ่งพาร์ท เพิ่มความกว้างของกระบอกสูบและระยะชัก ใช้เพลาข้อเหวี่ยงใหม่ ใช้ลูกสูบใหม่ ใช้ก้านสูบและเพลาบาลานเซอร์ใหม่ ใช้กระบอกสูบอลูมิเนียมเคลือบนิคาซิล ปรับแต่งเกียร์บ็อกซ์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่น ๆ อีกรวมในหัวข้อนี้กว่า 80 ชิ้นกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าวิศวกรของไทรอัมพ์ก็ศึกษาและพัฒนาเครื่องยนต์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้เครื่องยนต์ที่แรงและทนทานมากที่สุด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ลือดีลลับ ระหว่าง Marc และ Honda

ลือดีลลับ ระหว่าง Marc และ Honda ระดับโลกต้องอึ้ง ล่าสุดมีข่าว ลือดีลลับ ระหว่าง Marc และ Honda ระดับโลกต้องอึ้ง โดยรายงานข่าวบอกว่าเป็นสัญญาที่ไม่ได้เขียนขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะกลับมาจอยกันอีกครั้งในปี 2025 แต่มีเงื่อนไขบางอย่างกำหนดเอาไว้ แชมป์โลก MotoGP 6 สมัย Marc Marquez กำลังจะจบความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 11 ปีกับทาง Honda เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้ เพื่อที่จะไปร่วมทีม Gresini Ducati ในปี 2024 แต่มีสัญญาแค่เพียงปีเดียว La Gazzetta dello Sport สื่ออิตาลีเจ้านึงรายงานว่า “มีเสียงพูดคุยกันเรื่องสัญญาลับระหว่างฮอนด้าและมาร์เกซ” ซึ่งนั่นหมายความว่าอาจจะมีความเชื่อมโยงกัน และอาจจะกลับมาฮอนด้าหลังจากครบสัญญา 1 ปีกับทีมอิสระที่ใช้รถ Ducati นอกจากนี้มาร์เกซยังได้รับการปล่อยตัวออกโดยไม่โดนโทษปรับเป็นตัวเงิน ซึ่งสืออิตาลียังอ้างว่านี่คือ “รายละเอียดสำคัญ” ซึ่งอาจจะเป็นการสื่อว่าต้องกลับมาค่ายปีกนกอีกครั้ง แต่จะกลับมา Honda ก็ต่อ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคขนานใหญ่ ในระหว่าง 1 ปีที่เขาไม่อยู่ ซึ่งนี่อาจจะรวมไปถึง การเข้ามาของทีมวิศวกรจากรถแข่ง F1 การกลับมาอาจจะขึ้นอยู่กับการที่ Honda สามารถชนะในการแข่งขันได้อีกครั้งในช่วงที่เขาไม่อยู่อีกด้วย งานนี้เขาอาจจะอยากกลับมาบ้านของเขาอีกครั้งในปี 2025 ตอนที่เขาเป็นนักแข่งไร้สังกัดและสามารถที่จะเจรจาต่อรองกับทุก ๆ คนในแพ็ดด็อกได้ด้วย แต่เขาคงจะไม่เจอ Alberto Puig แล้ว เพราะอาชีพผู้จัดการทีมของเขาคงไม่มั่นคงอีกต่อไปหลังจากเกิดเหตุการณ์หลายอย่างในการแข่งขัน สุดท้ายนี้การยกเครื่องเทคโนโลยีสำหรับรถแข่งคันใหม่นั้นได้เริ่มต้นขึ้นไปแล้วหลังจากที่ Shinichi Kokubu ได้ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค และทางค่ายเองก็ได้พยายามดึงตัว Gigi Dall’Igna จากดูคาติมาแล้วด้วย แต่กลับเหลว ขณะเดียวกันทีมงานที่ใกล้ชิดกับแชมป์โลก 6 สมัยคนนี้เองก็ยังคงอยู่กับ เรปโซลฮอนด้า แม้กระทั่ง Santi Hernandez หัวหน้าทีมช่างที่อยู่กับเขามาอย่างยาวนานเองก็ยังอยู่แม้ว่าเขาจะออกจากทีมไปแล้วก็ตาม งานนี้เราจะรู้ได้ว่าดีลนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็คงต้องไปพิสูจน์กันในปี 2025 นู่นเลยล่ะครับ แต่งานนี้ก็ต้องมารอลุ้นกันว่ารถแข่งคันใหม่ของค่ายปีกนกจะมีอะไรมาสู้กับค่ายแดงเขาบ้างในปี 2024 ที่ใกล้จะถึงนี้แล้วล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

ThaiGP 2023 ศึกดวลเดือด สุดมันส์ สมคำร่ำลือ

ThaiGP 2023 ศึกดวลเดือด สุดมันส์ สมคำร่ำลือ สำหรับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2023 สนาม 17 รายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วอย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทย โดยไฮไลต์ของอยู่ที่การรวมเอานักบิดระดับพระกาฬกว่า 80 คน จากการแข่งขันทั้งสิ้น 3 รุ่นได้แก่ โมโตจีพี, โมโตทู และ โมโตทรี มาดวลคันเร่งให้แฟนชาวไทยได้ชมกันอย่างสุดมันส์ MotoGP สมคำร่ำลือที่ทุกคนรอคอย สำหรับการแข่งขันโมโตจีพี เป็นไปอย่างสุดมันส์ สมราคา สมคำร่ำลือ โดย ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก พรีม่า พรามัค เรซซิ่ง ระเบิดฟอร์มเหมาชัยชนะในรุ่น โมโตจีพีไปครอง ไล่จี้ ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า แชมป์โลกชาวอิตาเลียนจาก ดูคาติ เหลือเพียง 13 คะแนน  สถานการณ์ในรุ่น โมโตจีพี อยู่ในช่วงสำคัญของการลุ้นแชมป์โลกระหว่าง ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า จ่าฝูงชาวอิตาเลียนจาก ดูคาติ เลโนโว ทีม ซึ่งมีคะแนนนำคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก พรีม่า พรามัค เรซซิ่ง หลังผ่านรอบ “สปรินต์” ในวันเสาร์เพียง 18 คะแนนเท่านั้น ตำแหน่งโพลในเรซนี้เป็นของ มาร์ติน ขนาบข้างด้วย ลูก้า มารินี นักบิดอิตาเลียนจาก มูนนีย์ วีอาร์46 เรซซิ่ง ทีม และ อเลช เอสปาร์กาโร นักบิดสแปนิชจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ในกริดที่ 3 ส่วน บันยาญ่า ได้เริ่มเกมในกริดที่ 6 เกมเรซนี้มีความพลิกผันตลอด 26 รอบสนาม โดย มาร์ติน สามารถบิดคว้าชัยชนะไปครองอย่างสุดมันส์ด้วยเวลา 39 นาที 40.045 วินาที เฉือน บันยาญ่า ที่ไล่บี้เข้าเข้าชัยในอันดับ 3 แต่ได้รับการเลื่อนขึ้นมาคว้าอันดับ 2 ตามหลัง 0.253 วินาที แทนที่ของ แบรด บินเดอร์ นักบิดแอฟริกาใต้จาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ทีม ที่พลาดเหยียบแทร็กลิมิตในรอบสุดท้าย ขณะที่ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักบิดเฟรนช์จาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี และ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 8 สมัยจาก เรปโซล ฮอนด้า ตามเข้าป้ายในอันดับ 6 และ 7 ผ่านการแข่งขันสนามนี้ บันยาญ่า ยังรั้งจ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสมมีทั้งสิ้น 389 คะแนน โดน มาร์ติน ไล่บี้เข้ามาเหลือเพียง 13 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันอีกทั้งสิ้น 3 สนามนี้ปีนี้ ส่วน มาร์โก เบซเซ็คคี นักบิดอิตาเลียนจาก มูนนีย์ วีอาร์46 เรซซิ่ง ทีม รั้งอันดับ 3 ตามหลัง 79 คะแนน “ก้อง สมเกียรติ” สร้างประวัติศาสตร์ คว้าโพเดียมในโฮมเรซได้สำเร็จ ด้าน“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย สร้างประวติศาสตร์คว้าโพเดียมในบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก พร้อมสร้างสถิติเป็นนักบิดไทยคนไทยในประวัติศาสตร์ที่ขึ้นโพเดียมใน “โฮมกรังด์ปรีซ์” ได้สำเร็จ ด้านเกมการแข่งขันในรุ่น โมโตทู ซึ่งแฟนชาวไทยติดตามเชียร์ทั่วประเทศปรากฏว่า ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ออกสตาร์ตจากกริดที่ 5 ทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ในช่วงต้นเรซ ก่อนบิดเข้าเส้นชัยในอันดับดังกล่าว

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!