SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ส่องแบรนด์น้องใหม่และรุ่นรถที่ต้องดูในงานมอเตอร์โชว์ 2026 เจาะลึกรายชื่อค่ายรถและไฮไลต์สำคัญ

Jorge Lorenzo นักบิดชาวสเปนของทาง Repsol Honda ที่ได้รับการบาดเจ็บจากการล้มกระแทกอย่างรุนแรงและกระดูกร้าวในรอบการซ้อมที่ Assen นั้นได้ทำให้เค้าพลาดในการเข้าร่วมการแข่งขันไปถึงสองสนามคือ Dutch GP และ German GP และล่าสุดนั้นทางเราก็ได้รายงานว่าเขาจะกลับมาทันในการแข่งขัน CzechGP ที่สนาม Brno ทว่าล่าสุดได้มีรายงานจากทาง HRC (Honda Racing Corporation) ว่า Lorenzo นั้นยังไม่สามารถกลับมาฟิตได้เต็มร้อยและจะพลาดการแข่งขันอีกสองรายการคือ CzechGP และ AustrianGP นั้นเอง ซึ่งรวมๆ แล้ว Lorenzo จะพลาดการแข่งขันทั้งหมดถึง 4 สนามและจะกลับมาพร้อมแข่งขันอีกครั้งในศึก BritishGP ช่วงปลายเดือนหน้า อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติม คลิกทีนี้

Fabio Quartararo นั้นถือได้ว่าเป็น Rookie หน้าใหม่ไฟแรงที่มาแรงไม่น้อยเลยทีเดียวในตอนนี้ ด้วยวัยเพียง 20 ปี นักบิดชาวฝรั่งเศสจากทีม Petronas Yamaha SRT คนนี้ก็สามารถเก็บคะแนนและยืนบนโพเดียมได้อย่างสง่างามและเต็มภาคภูมิ Marc Marquez เด็กระเบิดที่ได้สร้างผลงานเอาไว้มากมายตั้งแต่ปี 2013 ที่ล่าสุดนั้นก็สามารถครองแชมป์โลกในฤดูกาลแรกของ MotoGP ไว้ได้ก็ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ Quartararo ว่า “Quartararo นั้นเป็น Rookie ในรายการ MotoGP ซึ่งการที่เขาเป็นเพียงแค่ Rookie นั้นก็ทำให้ความคาดหวังมีไม่มากเช่นกัน เช่นเดียวกับสมัยที่ตัว Marquez เองยังเป็น Rookie อยู่ซึ่งเมื่อไม่มีความกดดันจากความคาดหวังมากนักก็ทำให้สามารถสร้างผลงานออกมาได้ดีเกินกว่าที่คิดเอาไว้เพราะการที่ไม่ถูกกดดันจากทีมและสื่อนั้นมีส่วนช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นอย่างไรก็ตามนั้น Quartaro จะได้เจอกับบททดสอบครั้งสำคัญในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้

Motogp 2027 คอนเฟิร์มแล้ว Pirelli เหมาหมด! Pirelli เหมาหมด!! หลังปิดดีลลับหลังบ้านบุรีรัมย์ พร้อมเซ็นสัญญาการเป็นซัพพลายเออร์หรือผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันรุ่น Motogp 2027 เป็นที่เรียบร้อย โดยจะเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป นับว่าเป็นปฐมบทของประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนจุดสูงสุดของเส้นทางการแข่งขัน จากแรกเริ่มของการเป็นผู้สนับสนุนยางในรายการเวิร์ล ซูเปอร์ไบค์ (WSBK) ขยับก้าวเข้าสู่รายการ Moto2 และ Moto3 ในปี 2024 จนกระทั่งล่าสุด ยาง Pirelli สามารถสร้างผลงานให้กับนักแข่งมากมายและทำลายสถิติในทุกสนาม และพร้อมที่จะปูเส้นทางใหม่บนการแข่งขันสูงสุดระดับโลก โดยพีเรลลีจะเข้ามาเป็นซัพพลายเออร์รายหลักและเพียงรายเดียวในรุ่น MotoGP ตั้งแต่ปี 2027 จนถึงปี 2031 (รวมระยะสัญญา 5 ปี) ยังรวมไปถึงรุ่น MotoE ซึ่งเป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลกสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า กับการซัพพอร์ตยางแข่งขันให้กับนักแข่งรวมถึงการวิจัย พัฒนาโซลูชันใหม่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการ การรีดสมรรถนะในการแข่งขันได้อย่างสูงสุด อย่างไรก็ตาม Michelin จะยังคงเป็นซัพพลายเออร์แต่เพียงผู้เดียวของ MotoGP และ MotoE จนกว่าสิ้นสุดกฎระเบียบทางเทคนิคปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายฤดูกาล 2026 และนี่ก็คือประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนับจากนี้ กับความสำเร็จสูงสุดของยางระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในวงการมอเตอร์สปอร์ตมากแล้วมากมายทั้งรถ 4 ล้ออย่าง Formula1,World Rally Championship,SRO GT, Ferrari Challenge, Trans AM, SVRA, GT CELEBRATION และ PORSCHE CLUB และรายการสองล้ออย่าง WSBK, Bennetts BSB, ASBK, Moto2, Moto3 และ MotoGP หรือนี่..อาจเป็นยุคทองของ Pirelli ก็อาจจะใช่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 งานซิ่งสุดขีด..ของเหล่าสายเลือดผู้ดี นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญและไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เลย สำหรับการพาแฟน ๆ และเหล่าสาวกมอเตอร์ไซค์สายเลือดแดนผู้ดีอังกฤษมาร่วมกิจกรรมแทร็กเดย์ใน Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 กับหนึ่งค่ายผู้ผลิตขวัญใจแฟน ๆ ทั่วประเทศอย่างไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ขนทัพเหล่านักบิดมากมายทั้งคนไทยและต่างชาติ มาร่วมจอยส์ความสนุกในกิจกรรมครั้งนี้ที่สนามพีระ เซอร์กิต พัทยา เปิดพิทพร้อมบริการเซอร์วิส..เต็มระบบ ยกระดับของงานไปอีกขั้นกับการสนับสนุนของผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์แบรนด์ดังจากยุโรปอย่าง Triumph มาเปิดพื้นที่เพื่อรองรับบริการลูกค้าไทรอัมพ์ทุกท่าน รวมถึงทีมช่างเซอร์วิสรองรับซัพพอร์ตสำหรับเซ็ตติ้งตัวรถเพื่อลงในแทร็กเต็มระบบตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งกิจกรรมภายในแบ่งออกเป็นช่วงแทร็กเดย์และโทรฟี่ เพื่อให้สัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่ในแทร็กสำหรับลูกค้ามือใหม่ อีกทั้งยังได้เปิดประสบการณ์ในสนามกับรุ่นแข่งขันเฉพาะที่ทางไทรอัมพ์จัดให้อย่าง Triumph Triple Engine Trophy 660 – 1,200 cc. เสียงสูบเอกลักษณ์จากอังกฤษ อย่างที่กล่าวมาคือมันไม่ง่ายเลยที่จะได้เห็นฝูงแตนสายพันธุ์อังกฤษ บวกกับโมเดลสามสูบเสียงเอกลักษณ์หลายคัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้า Daytona 660, Street Triple 765, Speed Triple 1200RR หรือแม้กระทั่งเจ้า Speed Twin คลาสสิกสุดเท่ (โมเดลขวัญใจแอด) มาร่วมโชว์หล่อกันภายในงานนี้อีกด้วย ให้ซิ่งกันสนุกตลอดทั้ง 3 วัน ให้ได้ซิ่งกันสนุกตลอดทั้ง 3 วัน พร้อมเปิดรอบคัดเวลาสำหรับการควอลิฟายเพื่อจัดลำกับกริดสตาร์ทในการแข่งขันของวันอาทิตย์ ให้นักบิดได้จัดไลน์ขับขี่ในสนามแข่งรวมถึงเปิดลิมิตตัวแข่งในรูทขับขี่ที่รับรองความปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด นับได้ว่ามาสนามครั้งนี้..คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม อิงค์ อัศวานันท์ ร่วมโผล่เซอร์ไพรส์งานนี้ เรียกเสียงกรี๊ดฮือฮา..โดยเฉพาะสาววาย และพร้อมชวนโดนตกกับความน่ารัก สำหรับดารานักแสดงที่ขี่มอเตอร์ไซค์ได้นิดหน่อยอย่าง อิงค์ อัศวานันท์ ที่แอบโผล่มาร่วมเซอร์ไพรส์ในงานแทร็กเดย์ครั้งนี้ ไปพร้อมกับเจ้า Daytona 660 แถมกดเวลาต่อรอบดีสุดที่ 1:06 นาที ซึ่งเร็วกว่า Best Lap ในรุ่น 1,000 cc. เลยหล่ะครับ นอกจากจะหล่อแล้ว..แถมขี่รถได้นิดหน่อยจริง ๆ ผลการแข่งขัน Triumph Triple Engine Trophy 660 – 1,200 cc. อันดับ ชื่อ หมายเลข รุ่นรถ 1 Graham Kinght 92 Street Triple 765 2 กษิดิศ ไตรรัตนมงคล 710 Street Triple 765 3 Nigel Curtis 30 Street Triple 765 4 ธรรมวุฒิ ปรีชาธรรมรัช 777 Street Triple 765 5 Tath Siribodhi 660 Daytona 660 โดยอันดับผลการแข่งขัน ผู้ที่ชนะเลิศได้แก่ Graham Kinght ที่สามารถคว้าโพเดี้ยมประจำสนามครั้งนี้ไปได้ พร้อมเวลา Best lap ต่อรอบแข่งขันในเวลาที่ 1.11.898 นาที ขอแสดงความยินดีด้วยอีกครั้ง บูธสินค้าจากไทรอัมพ์..มากมาย นอกจากนี้ยังเปิดบูธสินค้าบริการภายในงาน กับ แอสเซสเซอรีไอเท็ม เสื้อผ้า หมวก รองเท้าและชุดขับขี่จากแบรนด์ Triumph มากมายมาให้เลือกแถมส่วนลดพิเศษเฉพาะภายในงานนี้อีกด้วย สำหรับใครที่ใฝ่ฝันอยากจะลงแทร็กไปพร้อมกับโมเดลสายเลือดผู้ดีแล้วหล่ะก็..ลองติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับทางแบรนด์ได้สำหรับโอกาสครั้งต่อไป โดย SuperBikeMag Trackday สนามหน้าจะจัดขึ้นวันที่ 8 – 10 สิงหาคม 2568 ห้ามพลาดสำหรับการติดตาม..แล้วเจอกัน สามารถรับชมอัลบั้มภาพกิจกรรม คลิ๊กที่นี่ อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Prelude 2026 วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำเข้าอิสระโดยเกรย์มาร์เก็ต และโอกาสที่ฮอนด้าประเทศไทยจะนำเข้ามาเองในอนาคต

Aprilia SR GT 200 สกู๊ตเตอร์พร้อมลุยเปิดราคาพร้อมจำหน่ายไทยแล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ใครจะไปคิดว่า อาพริเลีย ประเทศไทยจะเอาจริง หลังล่าสุดสด ๆ ร้อน ๆ มือแทบพอง เมื่อทางค่ายนำเข้า Aprilia SR GT 200 เออร์บันแอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์ หรือสกู๊ตเตอร์สายลุยเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย สำหรับดีไซน์นั้นเห็นด้านหน้าก็บ่งบอกได้ทันทีว่านี่มันคืออาพริเลีย เอกลักษณ์หนึ่งเดียวที่ไม่เหมือนใครอย่างไฟหน้าเทพสามตาที่ด้านในเป็น LED และไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ โดยมีไฟเลี้ยวแยกเป็น LED เช่นกัน บอกเลยว่า หล่อเท่ไม่เหมือนใครจริง ๆ ทั้งยังมีโลโก้ธงชาติอิตาลีเพิ่มดีกรีความหรูหราพรีเมียมสมกับเป็นรถสัญชาติอิตาลียิ่งขึ้น ด้านท้ายเองก็เป็นไฟ LED เช่นกัน พร้อมไฟเลี้ยวแบบบิลต์อินไม่แยกออกมาอีกด้วย เส้นสายตัวรถมีความเฉียบคมและปราดเปรียว มีลูกเล่นที่แฟริ่งชิ้นข้างมีช่องให้ลมผ่าน ดูสอดคล้องกับหลักแอโรไดนามิก แฟริ่งหลายส่วนมีการเล่นลวดลายเหมือนผ้าคาร์บอน สร้างความเท่และพรีเมียมให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ชิลด์หน้าสีสโม้คขนาดกำลังดี ถัดเข้ามาคือเรือนไมล์เป็นแบบดิจิทัลเต็มระบบ มีขนาดใหญ่ แสดงผลข้อมูลได้ชัดเจน อ่านค่าและใช้งานได้ง่าย ตัวแฮนด์บาร์เป็นแบบยกสูงและโน้มเข้าหาตัวผู้ขับขี่ ให้ความสบายในการขับขี่ด้วยท่านั่งหลังตรงในแบบของสกู๊ตเตอร์ ขณะเดียวกันฟุตบอร์ดก็ออกแบบมาให้วางเท้าได้สองแบบคือวางในท่านั่งปกติที่ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่าย และวางในแบบยืดขาไปด้านหน้าเพื่อความสบายเวลาเดินทางไกลได้อีกด้วย ในส่วนของเครื่องยนต์นั้น คือเครื่อง i-get สูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ขนาด 174.4 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ผ่าน Euro5 แล้ว ให้กำลังแรงสูงสุด 17.43 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงถึง 16.5 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ซึ่งเจ้าเครื่องยนต์นั้นโดดเด่นด้วยกระบอกสูบอลูมิเนียมเคลือบนิกคะซิล (Nickasil) ช่วยให้มีความทนทานและลดการสึกหรอภายในเครื่องยนต์ พร้อมกันนี้ยังมีระบบ Start&Stop RISS ช่วยดับเครื่องยนต์เวลาจอดติดไฟแดง ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น โดยจะมีถังน้ำมันขนาด 9 ลิตรพร้อมช่องเติมน้ำมันด้านหน้าแบบไม่ต้องเปิดเบาะ โดยเคลมมาว่า สามารถขับขี่เดินทางได้ไกลถึง 350 กม.เลยทีเดียว ขณะที่ช่วงล่างจะค่อนข้างโดดเด่นเมื่อเทียบกับรถในพิกัดใกล้เคียงกัน ด้านหน้าจะมีโช้คเทเลสโคปิกขนาดแกนใหญ่ถึง 33 ม.ม. จาก Showa ระยะยุบ 120 ม.ม. ขณะที่ด้านหลังจะเป็นโช้คคู่ที่สามารถปรับพรีโหลดได้ระยะยุบ 102 ม.ม.ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวแบบคลื่นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมีระบบเบรก ABS เฉพาะที่ล้อหน้าอย่างเดียว ในส่วนของล้อและยางจะมีขนาด 14 และ 13 นิ้วตามลำดับ โดยจะใช้ยางแบบออลเทอร์เรนที่เหมาะกับทุกเส้นทางแบบไม่ใช้ยางในขนาด 110/80 – 14 และ 130/70 – 13 ตามลำดับ ส่วนฟีเจอร์เพื่ออำนวยความสะดวกอื่น ๆ ก็จะมีค่อนข้างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นช่องเก็บของคอนโซลหน้าพร้อมช่องจ่ายไฟแบบ USB-A อยู่ด้านใน เหมาะกับการถุงมือและสมาร์ทโฟน ช่องเก็บของขนาดใต้เบาะขนาด 25 ลิตรเพียงพอที่จะใส่หมวกเต็มใบได้ 1 ใบ สำหรับเรื่องของการจำหน่ายนั้น Aprilia SR GT 200 นั้นจะมี 2 เวอร์ชันด้วยกันได้แก่ รุ่น Standard มี 2 เฉดสี ได้แก่ สีดำ Aprilia Black และสีเทา Street Grey โดยรุ่นสแตนดาร์ดทุกคันจะมาพร้อมลายกราฟิกปกติที่แฟริ่ง พื้นสีขาวใต้ฟุตบอร์ด พักเท้า และมือจับคนซ้อนในเฉดสีเทาเงินและโลโก้สีแดงดำ ล้อสีดำ จำหน่ายที่ 143,900 บาท และรุ่น Sport มี 3 เฉดสี ได้แก่ สีเหลือง Street Gold สีเทา Iridium Grey และสีแดง Red Raceway โดยรุ่น Sport ทุกคันจะมาพร้อมกราฟิกโลโก้ตัว a ที่แฟริ่งข้าง โลโก้ Aprilia ที่พักเท้าทั้ง 2 ข้าง ล้อสีแดง ราวจับคนซ้อนและโลโก้เปลี่ยนไปตามสีรถ และโลโก้ไฟหน้าฝั่งขวา อยู่ที่ 148,900 บาท โดยราคานี้เป็นราคาแบบ On The Road Price รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ.

TRIUMPH TE-1 รถไฟฟ้าต้นแบบที่จะพาไทรอัมพ์มุ่งสู่อนาคตใหม่ เรียกได้ว่าเสร็จสิ้นการพัฒนากันแล้วกับ Triumph TE-1 รถไฟฟ้าต้นแบบที่ทางไทรอัมพ์พัฒนาร่วมกับหลาย ๆ ผู้ชำนาญการ รวมไปถึงทางหน่วยงานรัฐของอังกฤษอีกด้วย เจ้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต้นแบบคันนี้เกิดจากความร่วมมือของทางค่ายกับทาง บริษัท Williams Advanced Engineering บริษัท Integral Powertrain Ltd และศูนย์ WMG ของมหาวิทยาลัย University of Warwick และได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานเพื่อยานพาหนะปลอดการปล่อยมลพิษ Office for Zero Emission Vehicles ผ่านทางหน่วยงาน Innovate UK ซึ่งมีทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถไฟฟ้า และทั้งทางภาครัฐของอังกฤษ ผลของการพัฒนาก็คือเจ้ารถต้นแบบคันนี้เป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีดีไซน์บนพื้นฐานของ Street Triple แต่มีท่าทางการขับขี่คล้ายกับ Speed Triple เรียกได้ว่าถ่ายทอด DNA การออกแบบของไทรอัมพ์มาได้อย่างลงตัว โดยสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งลงไปนั้นเทียบเท่ากับ Speed Triple 1200 ซึ่งมีกำลังขับมากถึง 130 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 177 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 109 นิวตันเมตรในแบบที่รวดเร็วทันใจและควบคุมได้อย่างนุ่มนวลทุกช่วงความเร็วรอบ โดยทางค่ายระบุมาว่าสามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 96 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที และ 0 – 160 กม./ชม. ได้ภายใน 6.2 วินาทีเท่านั้น สำหรับแบตเตอรี่นั้นถือเป็นส่วนสำคัญมาก ๆ สำหรับโมเดลนี้ โดยเป็นส่วนที่กินน้ำหนักมากที่สุดของรถ แต่ก็ช่วยให้รถคันนี้วิ่งได้ไกลมากถึง 161 กม. จากการทดสอบบนถนนปิดที่มีการจำลองให้เคียงกับการขับขี่บนถนนจริง และที่น่าสนใจคือการมีระบบชาร์จไฟแบบควิกชาร์จ จาก 0 – 80% ได้ภายใน 20 นาที ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจมาก ๆ และแม้ว่าตัวรถจะมีน้ำหนักแบตเตอรี่ที่มาก แต่สำหรับเจ้าต้นแบบคันนี้กลับมีน้ำหนัก 220 กก. ฟังดูอาจจะเยอะ แต่หากเทียบกับรถไฟฟ้าที่มีสมรรถนะใกล้เคียงกันและมีอยู่ในท้องตลาดตอนนี้แล้วจะพบว่ามันมีน้ำหนักเบากว่าถึง 25% เลยทีเดียว อีกจุดที่น่าสนใจคือเสียงเวลาขับขี่ ซึ่งทางค่ายยืนยันว่าจะไม่ใช่เสียงสังเคราะห์แบบรถยนต์หลาย ๆ แบรนด์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยเวลาขับขี่บนท้องถนน อีกทั้งทางยุโรปเองก็มีข้อบังคับให้ต้องมีระบบสร้างเสียงสังเคราะห์เพราะสาเหตุด้านความปลอดภัยด้วยเช่นกัน แต่ทางค่ายมีการออกแบบมาให้ตัวรถมีเสียงจากการอาศัยเฟืองเกลียวพิเศษในรถให้ได้สุ้มเสียงที่ตื่นเต้นเร้าใจไม่แพ้การขี่มอเตอร์ไซค์ที่มีเครื่องยนต์แบบสันดาปภายในจริง ๆ เลย และยังผ่านมาตรฐานเรื่องเสียงรบกวนต่าง ๆ แม้กระทั่งในเวลาที่เปิดคันเร่งหนัก ๆ ก็ตาม แม้ว่าจะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่โมเดลนี้จะเป็นต้นแบบและไม่ได้ขายจริง ๆ แต่ก็ถือว่าโมเดลนี้ช่วยให้ไทรอัมพ์ได้รับองค์ความรู้มากมาย อาทิเช่น ระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่และระบบชาร์จ รวมถึงองค์ความรู้อื่น ๆ ที่จะนำไปพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสำหรับขายจริงในอนาคตอันใกล้นี้ได้เป็นอย่างดีแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Fazzio Hybrid Connected แฟชันสกู๊ตเตอร์สำหรับวัยมัน เปิดตัวแล้ววันนี้แบบสด ๆ ร้อน ๆ แม้ว่าจะเคยเปิดตัวที่ประเทศอินโดนีเซียมาก่อนหน้านี้ก็ตาม สำหรับ Yamaha Fazzio Hybrid Connected แฟชันสกู๊ตเตอร์สำหรับวัยมัน ที่โดดเด่นด้วยสไตล์และสีสันสุดโดดเด่นเพื่อไลฟ์สไตล์ที่มีสไตล์และสีนสันยิ่งกว่าใคร ดีไซน์โฉบเฉี่ยวทันสมัย ตัวรถมาในดีไซน์เน้นโครงสร้างเส้นสายแกนกลางตัวรถ มีความโมเดิร์น เป็นเอกลักษณ์และทันสมัย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเรียบง่ายอยู่ในตัวเอง พร้อมฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ไฟหน้า LED และไฟเลี้ยวมีดีไซน์ทรงแค็ปซูลสวยงามแปลกตา แต่ไม่ทิ้งเรื่องความสว่างชัดเจน เรือนไมล์ดิจิทัล LCD เองก็มีดีไซน์ทรงแค็ปซูลเช่นเดียวกัน ดูลงตัวกลมกลืนดีงาม กระทั่งไฟท้ายเองก็มีดีไซน์แบบแค็ปซูลเหมือนกันอีกด้วย เรียกว่าเน้นยำดีไซน์นี้อย่างมาก ขุมพลังไฮบริด ตัวรถใช้ขุมพลัง Blue Core Hybrid สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศ 2 วาล์ว ขนาด 124.86 ซีซี โดดเด่นด้วยเสื้อสูบไดอะซิลและลูกสูบแบบฟอร์จ พร้อมกระบอกสูบแบบเยื้องสูง ช่วยลดการสูญเสียกำลังเครื่องยนต์ ตัวเครื่องยนต์นี้จะทำงานร่วมกับระบบไฮบริดผ่านระบบสมาร์ทมอเตอร์เจนเนอเรเตอร์ ช่วยทั้งสตาร์ทและผลิตกระแสไฟฟ้าในชุดเดียวกัน และยังช่วยเพิ่มแรงบิดขณะออกตัวหรือเร่งแซง ทั้งยังมีระบบ Stop & Start System ช่วยดับเครื่องยนต์เวลาจอดรถรอไฟแดงหรือคนข้ามถนน ช่วยประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดี สำหรับสมรรถนะนั้นเครื่องยนต์จะให้กำลังแรงสูงสุดที่ 8.31 แรงม้าที่ 6,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 10.6 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ ช่วงล่าง ตัวรถใช้เฟรมแบบอันเดอร์โบนที่ออกแบบพิเศษ น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง จัดวางจุดยึดเครื่องยนต์และตำแหน่งโช้คได้ดี ช่วยให้ขับขี่ได้ดี ส่วนของระบบกันสะเทือนนั้นโช้คหน้าจะเป็นโช้คเทเลสโคปิก ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวแบบยูนิตสวิง ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกหน้า ด้านหลังเป็นดรัมเบรก พร้อมระบบเบรกแบบ UBS หรือระบบกระจายแรงเบรก ขณะที่ล้อจะเป็นขนาด 12 นิ้วเท่ากันทั้งด้านหน้าและหลัง ขนาดยางเป็น 110/70 – 12 47L เท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และใช้ยางแบบไม่ใช่ยางใน ฟีเจอร์เด่น แน่นอนว่าเป็นสกู๊ตเตอร์จึงมีฟังก์ชันเพื่อให้ตอบการใช้งานที่หลากหลาย โดยมีฟีเจอร์เด่น ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานต่าง ๆ มากมาย อาทิ ตะขอเกี่ยวสัมภาระด้านหน้าและด้านหลังรับน้ำหนักได้จุดละ 1 กก. ฟุตบอร์ดขนาดใหญ่ช่วยให้วางเท้าได้สบายและวางของก็ได้อีก ช่องเก็บของด้านหน้าข้างซ้ายพร้อมช่องจ่ายไฟแบบ 12 โวลต์ 1 แอมป์ และระบบสมาร์ทคีย์ (เฉพาะรุ่น) Y-Connect ปรับปรุงใหม่ ระบบ Y-Connect นั้นมีการปรับปรุงใหม่ โดยสามารถสแกน QR Code ที่กล่อง CCU และเชื่อมต่อได้ทันที สะดวกยิ่งขึ้น รวมไปถึงมีฟีเจอร์ต่าง ๆ ครบถ้วนเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นแจ้งเตือนการบำรุงรักษา สถานะน้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่ แจ้งความผิดปกติเครื่องยนต์ ข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ตำแหน่งจอดรถล่าสุด วัดรอบ ช่องทางการติดต่อยามาฮ่า อันดับการขับขี่ และอัปเดตใหม่คือ บันทึกประวัติการขับขี่ได้ การจำหน่าย จะมีจำหน่าย 2 เวอร์ชั่นด้วยกัน คือเวอร์ชันสแตนดาร์ด เปิดราคาแนะนำที่ 54,900 บาท มีทั้งหมด 4 เฉดสีด้วยกัน ได้แก่ สีฟ้าน้ำทะเล Aqua Turquoise สีแดง Candy Red สีเหลือง Lemon Yellow และสีเทา Olive Grey และเวอร์ชันสมาร์ทคีย์ เปิดราคาแนะนำที่ 56,600 บาท มีทั้งหมด 2 เฉดสีด้วยกัน ได้แก่ สีเทาบุหรี่ Smoke Grey และสีดำ Absolute Black อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว G310RR สปอร์ตไบค์ไซส์เล็กจาก BMW ที่อินเดีย ล่าสุด BMW Motorrad ประเทศอินเดียได้ทำการเปิดตัว G310RR สปอร์ตไบค์ไซส์เล็กเป็นที่แรกในโลก และเป็นครั้งแรกของทางค่ายที่มีสปอร์ตไบค์พิกัดนี้ แต่เป็นโมเดลที่ 3 แล้วในตระกูลนี้ สำหรับโมเดลนี้เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างยักษ์ใหญ่จากเยอรมันอย่าง BMW และยักษ์ใหญ่จากอินเดียอย่าง TVS โดยโมเดลนี้จะผลิตในโรงงาน TVS ในเมืองโฮเซอร์ประเทศอินเดีย DNA รุ่นใหญ่ โมเดลนี้ออกแบบดีไซน์มาไม่เพียงแต่อาศัย DNA มาจากรุ่นใหญ่อย่าง S1000RR ให้ออกมาหล่อเหลาคล้ายพี่ใหญ่เท่านั้น แต่ยังคำนึงเรื่องของแอโรไดนามิกด้วยเพื่อให้กับเป็นโมเดลสปอร์ตไบค์สไตล์โร้ดเรซ ออกแบบแรมแอร์อินเทคเพื่อป้อนอากาศเข้าสู้เครื่องยนต์ได้ดี และยังมีช่องลมที่ช่วยระบายความร้อนจากเครื่องยนต์อีกด้วย ตัวรถมาในสไตล์โฉบเฉี่ยวดุดันมาพร้อมไฟหน้าแบบ LED เต็มระบบ ชิลด์หน้าใสขนาใหญ่และแฮนด์สีดำล้วน เส้นสายของตัวรถโน้มเอียงพุ่งไปทางล้อหน้า มีเบาะนั่งในสไตล์โอบถังน้ำมัน ท้ายสั้นยกสูงดูมีสไตล์แบบเรซซิ่งเต็มพิกัด ช่วงล่างมาดี ในส่วนของช่วงล่างนั้น ด้านหน้าจะมีโช้คหน้าแบบหัวกลับกระบอกสีทอง ด้านหลังเป็ยโช้คเดี่ยวสปริงสีขาวร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียม ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกขนาด 300 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ ล้ออลูมิเนียม และยางเรเดียล Michelin Pilot Street ขนาด 110/70 R17 และ 150/60 R17 กำลังก็พอมี ส่วนของเครื่องยนต์นั้นจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 312.12 ซีซี พร้อมหัวฉีดไฟฟ้า และระบบเกียร์ 6 สปีด รวมถึงระบบสลิปเปอร์คลัตช์ ให้กำลังแรงสูงสุดที่ 34 แรงม้าที่ 9,700 รอบ และแรงบิดสูงสุด 27.3 ที่ 7,700 รอบ โดยเคลมตัวเลขท็อปสปีดมามากถึง 160 กม./ชม. สามารถเร่งจาก 0 – 60 กม./ชม.ในเพียง 2.9 วินาที ทันสมัยสมเป็นรถเยอรมัน แน่นอนว่าเป็น BMW ก็เลยมีเทคโนโลยีมาครบครัน แม้แต่ในสปอร์ตไบค์พิกัดเริ่มต้นแบบนี้ ก็ยังมีระบบคันเร่งไฟฟ้า พร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Track, Urban, Rain และ Sport ซึ่งแต่ละโหมดก็จะส่งผลต่อกำลังเครื่องยนต์และระบบ ABS ให้ทำงานแตกต่างกันในแต่ละโหมด ตัวรถยังมีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วแนวตั้ง ความละเอียดสูง มองเห็นได้ชัดเจน พร้อมแสดงผลในแบบที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจข้อมูลต่าง ๆ ทั้งยังมีข้อมูลพิเศษกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นสถิติการขับขี่ โหมดการขับขี่ ความเร็งสูงสุด การลดความเร็ว เป็นต้น สำหรับการจำหน่าย โดยเบื้องต้นจะมีจำหน่าย 2 เวอร์ชันด้วยกัน ได้แก่ รุ่นสแตนดาร์ดในเฉดสีดำเมทัลลิกราคา 285,000 รูปี หรือราว ๆ 131,000 บาท และรุ่น Style Sport มาในเฉดสีไตรคัลเลอร์ราคา 299,000 รูปีหรือราว ๆ 137,000 บาท เปิดตัว G310RR อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

VESPARTE : HEARTBEAT ได้บุญแถมได้รถ VIVA LA VESPA แคมเปญจากทางเวสป้าที่เฉลิมฉลองให้กับ เวสป้า ประเทศไทย โดยคอนเซ็ปต์ของ VIVA LA VESPA ประกอบไปด้วย 3 กิจกรรมใหญ่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ขับขี่เวสป้า หรือ Vespisti (เวสปิสตี้) ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น Vespanista (Fashion) , Vespafesta (Music) และ Vesparte (ART) และ Phase ของ VESPARTE กับคอนเซปต์ Vesparte Heartbeat ที่จัดเสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 25-29 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งงานนี้จะเป็นงานที่จะพาเหล่าเวสปิสตี้โลดแล่นเข้าไปสู่โลกของงานศิลปะในทุกรูปแบบ โดยในครั้งนี้ทางเวสป้าได้ร่วมมือกับศิลปินไทยในแขนงต่าง ๆ เพื่อสร้างผลงานที่พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองให้กับช่วงเวลาพิเศษในครั้งนี้ โดยจุดประสงค์การจัดงานครั้งนี้คือ การร่วมประมูลรถเวสป้าเพื่อนำรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่ป่วยด้วยโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด โดยรายได้จากการประมูลผลงานหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปมอบให้กับมูลนิธิเด็กโรคหัวใจแห่งประเทศไทยทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, มูลนิธิเพื่อสนับสนุน การผ่าตัดหัวใจเด็ก และ โครงการหนึ่งหัวใจ สู่ชีวิตใหม่ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ATT 19 ศูนย์รวมแกลอรีชื่อดังมากมาย สำหรับสถานที่ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ อยู่ที่ ATT19 แถวย่านเจริญกรุง และพรั่งพร้อมไปด้วยโมเดลรถเวสป้าที่ถูกวาดลวดลายด้วยศิลปินทั้ง 7 ท่าน ได้แก่ Benzilla (เบนซิลล่า), Nanzo (แนนโซ่), Yoon Phanaphast (ยูน ปัณพัท), Poorboy (พูลบอย), Thaiwijit (ไทยวิจิต), Gongkan (ก้องกาน) และ Mackcha (แม็กชา) ที่มาร่วมส่งต่อโอกาสให้กับเด็ก ๆ ผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจที่ยังรอการรักษาในประเทศไทย เพื่อให้เด็ก ๆ เหล่านั้นได้มีโอกาสและใช้ชีวิต เดินตามความฝันของตัวเองได้อย่างอิสระ เดี๋ยวเรามาชมเวสป้าที่ประดับด้วยลวดลายศิลปะแต่ละคันว่าจะสวยสดงดงามขนาดไหน VESPA LX 125 I-GET BY Benzilla สำหรับสาวกเวสปิสตี้ หรือผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะในวงการสตรีทอาร์ตน่าจะรู้จักกับ เบนซ์-ปริญญา ศิริสินสุข หรือ Benzilla กับคอนเซ็ปต์การออกแบบเวสป้า LX125 i-Get มาในลวดลายของตัวการ์ตูนสุดน่ารักอย่าง LOOOK เปรียบเสมือนตัวแทนของเด็ก ๆ ที่พร้อมจะออกเผชิญโลกกว้างนั่นเอง ชื่อผลงาน : Blomming โมเดล : VESPA LX 125 I-GET คอนเซปต์ : การขับขี่เวสป้าก็เหมือนการได้แล่นไปกลางทุ่งดอกไม้ผ่านสายลมในทุกช่วงวินาทีของการเดินทาง จึงหยิบใช้ดอกไม้และองค์ประกอบของธรรมชาติมาใส่ไว้บนรถเวสป้า เลือกสีที่ใช้มีความน่ารักด้วยความ ตั้งใจที่อยากจะส่งต่อความสดใส ความหวัง และมุมมองในการใช้ชีวิตในแง่บวก แบบเจ้า LOOOK และตัวละครอื่น ๆ โดยเปรียบเจ้า LOOOK เป็นเหมือนเด็กคนหนึ่งที่หน้าตาไม่เหมือนใคร แต่ก็พยายามที่จะปรับตัวเข้ากับสิ่งต่าง ๆ ทําความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ด้วยดวงตาใหญ่ ๆ ที่มีไว้มองสิ่งที่เกิดขึ้น คล้ายกับเป็นผู้สังเกตการณ์ เรียนรู้จากทุกปัญหาที่ต้องเผชิญด้วยมุมมองที่เป็นบวก สร้าง ความรู้สึกสบายท่ามกลางสายลมอิสระ VESPA LX 125 I-GET BY Nanzo ต่อด้วย โมเดลสุดพิเศษของศิลปินสาวสวยอย่าง แนน – วราภรณ์ เหมรัตน หรือ Nanzo ศิลปิน Art ชื่อดังกับรถเวสป้า LX 125 i-Get มาพร้อมลวดลายสุดคลีนแต่เต็มไปด้วยสีสันสดใส สะท้อนถึงความอิสระแห่งการปลอดปล่อยตัวเองไปกับธรรมชาติ Project : THE JOYFUL RIDE โมเดล : VESPA LX 125 I-GET คอนเซปต์ : ถ่ายทอดบรรยากาศของการท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงการเต้นรําและอิสระ การเดินทางที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ดื่มดําไปกับธรรมชาติรอบตัว ด้วยแรงบันดาลใจจากรูปทรง ของมนุษย์กับธรรมชาติต่าง ๆ เช่น ภูเขา

Zontes 368E บิ๊กสกูตเตอร์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ที่ 368 ซีซี พร้อมฟังก์ชัน และเทคโนโลยีที่ให้มาแบบจัดเต็ม เหมาะกับไบค์เกอร์ที่ชอบความสะดวกสบาย

Triumph TF250X รถโมโตครอสคันแรกจากแดนผู้ดี เผยโฉมให้เห็นแล้วแม้จะยังไม่ได้เปิดตัวเป็นทางการสำหรับเจ้า Triumph TF250X รถโมโตครอสคันแรกจากค่ายแดนผู้ดีอังกฤษ แม้ว่าเจ้านี่จะเป็นรถแข่ง แต่นี่ก็เป็นแนวโน้มที่ดีว่าไทรอัมพ์จะลงมาเล่นตลาดรถเอ็นดูโร่ในอนาคตด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งสายวิบากสายทางฝุ่นบ้านเราน่าจะชอบใจแน่นอน ถ้าราคาไม่โหดร้ายจนเกินไปนัก มาถึงตรงนี้เราไปส่งกันดีกว่ามันมีอะไรเท่าที่เราสังเกตจากภาพกันได้บ้าง ดีไซน์นั้นจะเห็นได้ว่าเลือกใช้สีที่ดำและขาวที่เป็นสีหลักมาจากโลโก้ของทางค่ายแต่งเติมไฮไลท์ด้วยสีเหลือง พร้อมโลโก้บอกชื่อรุ่นที่ด้านข้างท้ายรถ มีนวมแฮนด์และปลอกแฮนด์จากแบรนด์อเมริกาอย่าง ODI โช้คจะเป็นของทาง KYB และระบบเบรกจากทาง Brembo จากประกับแฮนด์ จะมีปุ่ม LC ซึ่งก็น่าจะเป็นระบบช่วยออกตัว มีปุ่ม QS ซึ่งน่าจะเป็นควิกชิฟเตอร์ ปุ่ม TC แทร็คชันคอนโทรล และปุ่ม M ปุ่มสำหรับเปลี่ยนแม็ปของเครื่องยนต์ ซึ่งรายละเอียดที่ชัดเจนก็น่าจะต้องติดตามกันอีกทีครับ สำหรับแฟน ๆ ชาวเอ็นดูโร่ที่ชื่นชอบอาจจะต้องรอกันอีกพักเลยครับสำหรับเอ็นดูโร่ไบค์ที่จะได้เป็นเจ้าเข้าเจ้าของเอ็นดูโร่ไบค์จากทางไทรอัมพ์ เพราะเจ้าคันนี้เป็นรถแข่ง ซึ่งก็น่าจะต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงกันอีกระยะนึงเลยล่ะครับ แต่ถ้ามีขายเลยก็แสดงว่าทางค่ายซุ่มทำมาและมั่นใจมาก ๆ เลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki GSX-8S 2023 เปิดราคาไทยแล้วที่ 379,000 บาท บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิอย่างเป็นทางการ ลงสนามบุกตลาดเน็คเก็ดไบค์ไซส์ใหญ่ เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด All New Suzuki GSX-8S 2023 ที่หลายคนตั้งตารอ ภายใต้แนวคิด ความสนุกที่ไร้ขีดจำกัด (“Infinite Potential Limitless Fun”) พร้อมเปิดสนนราคาค่าตัวที่ 379,000 บาท ดีไซน์แบบมินิมัล ด้านหน้าเด่นด้วยไฟ LED ทรง 6 เหลี่ยมซ้อนกัน 2 ชั้น พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ เฉียบคมและดุดัน ด้านข้างมีแฟริ่งบริเวณถังน้ำมันให้ได้เหลี่ยมมุมที่ดูล้ำ ๆ หน่อย และ ปิดท้ายด้วยกราฟิกที่สดใหม่ให้ภาพลักษณ์ร่วมสมัย ที่สำคัญยังมาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 2 สูบเรียงขนาด 775.9 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ เลือกใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ 270 องศาเพื่อให้ได้ทอร์คที่หนักแน่น โดยเคลมแรงบิดมาสูงถึง 78 นิวตันเมตรที่ 6,800 รอบ ขณะที่แรงม้าสูงสุดจะอยู่ที่ 82.9 แรงม้าที่ 8,500 รอบ ในส่วนของแชสซีตัวรถออกแบบมาเพื่อให้ขับขี่ได้สบาย มีแฮนด์บาร์กว้างแบบสอบปลายทำจากอลูมิเนียม ทั้งยังขับขี่มั่นใจได้ด้วยโช้คหน้าแบบหัวกลับและโช้คหลังจาก KYB ที่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียมใหม่ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อให้ตัวรถขับขี่ได้คล่องตัว นิ่งและนุ่ม ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาด 310 ม.ม. และดิสก์เบรกหลังเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. ปิดท้ายด้วยเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ตัวรถมีหน้าจอสี TFT LCD Multi-Function และใส่ระบบจัดเต็มอย่าง Suzuki Intelligent Ride System (S.I.R.S.) มาด้วย ซึ่งจะโหมดแทร็กชันคอนโทรล 3 โหมดและเปิดปิดได้ เอ็นจิ้นแม็ป 3 โหมด คันเร่งไฟฟ้า ระบบอีซี่สตาร์ท ระบบช่วยป้องกันเครื่องดับเวลารถเดินเบา สลิปเปอร์คลัตช์ และควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง โดยจะมีให้เลือกจำหน่ายด้วยกัน 3 สี ได้แก่ Pearl Cosmic Blue (QU1) สีน้ำเงิน ล้ำสมัย สีแห่งอนาคต Pearl Tech White (QU2) สีขาว แห่งอนาคต พร้อมเพิ่มประสบการณ์ Metallic Mat Black No.2 / Glass Sparkle Black (KGL) สีดำ เท่ ดุดัน น่าค้นหา สนใจติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่าย ซูซูกิ ทั่วประเทศ หรือ บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านทาง Facebook : https://www.facebook.com/Suzukisocietythailand IG : https://www.instagram.com/suzukisocietythailand Line : @suzukisocietyth หรือคลิก https://lin.ee/QO2Z8jw Website : https://www.suzukimotosales.co.th อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Motocompacto สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้สุดเจ๋ง หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกคุ้นเคยกับเจ้า Honda Motorcompacto สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้สุดเจ๋งคันนี้ เพราะจริง ๆ เจ้าคันนี้มีต้นแบบมาจาก Motocompo สกู๊ตเตอร์จากยุค 80 ของทางค่ายปีกนกนั่นเอง ซึ่งนี้จะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโมเดลแรกที่มีขนาดกะทัดรัดมาก ๆ แล้วน้ำหนักเบารวมถึงสามารถพับและเก็บซ้อนกับของอื่น ๆ ได้ สำหรับดีไซน์ก็จะสังเกตเห็นได้ว่ามันเพรียวบางและเรียบง่ายคล้ายคลึงกับกระเป๋าเดินทางนั่นเอง ตัวรถจะมีไฟหน้า LED อยู่ที่ตัวรถด้านล่างใกล้กับจุดชาร์จ ไม่ได้อยู่ใกล้กับบริเวณแฮนด์บาร์ ด้านท้ายเองก็จะมีไฟท้าย LED ที่ระนาบเดียวกับไฟหน้า มีหน้าจอขนาดเล็กบอกระดับแบตแตอรี่และความเร็วแบบดิจิทัลที่บริเวณตรงกลางแฮนด์บาร์ โดยทางค่ายจะออกแบบให้มันพับเก็บชิ้นส่วนต่าง ๆ อย่างแฮนด์ เบาะนั่ง พักเท้า ขาตั้งและล้อหลัง ให้ซ่อนกลับเข้าไปในตัวรถได้ และมีหูหิ้ว หรือจะใช้เข็นมันด้วยล้อทั้ง 2 ล้อก็ทำได้เช่นกัน ตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวรขับเคลื่อนแบบไดเร็กต์ไดร์ฟอยู่ที่บริเวณล้อหน้า ไม่ได้ใช้สายพาน ส่วนระบบเบรกนั้นจะมีดรัมเบรกอยู่ที่ล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 490 วัตต์ แรงบิดที่ 16 นิวตันเมตร ให้ความเร็วสูงสุดได้ที่ 24 กม./ชม. และใช้งานได้ระยะทางราว ๆ 20 กม. ใช้เวลาชาร์จ 3 ชั่วโมงครึ่งโดยอาศัยเพียงปลั๊กไฟบ้านแรงดัน 110 โวลต์เท่านั้น (ส่วนบ้านเรานั้นอาจจะต้องใช้ตัวแปลงไฟ) โดยตัวรถหนักเพียง 18.73 กิโลกรัม ซึ่งเบาเนื่องจากตัวบอดี้และล้อของมันทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่แข็งแรงทนทาน และยังเล็กพอที่จะพับใส่ท้ายรถเก๋งได้ เรียกว่าไปได้แทบทุกที่ในเมืองเลยล่ะครับ เจ้านี่ยังมีฟีเจอร์ต่าง ๆ หลากหลาย ตัวชาร์จเจอร์ที่เป็นของติดรถนั้นเล็กพอที่จะใส่เข้าไปในตัวรถได้สบาย ช่วยให้พกพาไปชาร์จในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก ที่ขาตั้งของรถเองก็มีรูสำหรับใช้ล็อกรถซึ่งสามารถใช้ที่ล็อกรถจักรยานทั่ว ๆ ไปล็อกได้ ยังมีเทคโนโลยีบลูทูธเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับรถเพื่อเลือกโหมดการขับขี่และโหมดไฟได้ ส่วนสนนราคาการจำหน่ายจะอยู่ที่ 995 ดอลลาร์ หรือราว ๆ 35,000 บาท ส่วนการจำหน่ายในไทยนั้นคงยากครับ ยกเว้นจะมีเกรย์มาร์เก็ตนำเข้ามาจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก