Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • Moto2
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวแข่งขัน
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    • ZXMOTO
    • CFMOTO
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    • ข่าวรถ GEELY
    • ราคาและสเปครถยนต์ไฟฟ้า
    • ข่าวรถ MINI
    • ข่าวรถ iCAUR
    • ข่าวรถ LEPAS
    •   Back
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZXMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ OHVALE
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน! ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน! ดูใน YouTube
วิดีโอล่าสุด ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน! วีดีโอเพิ่มเติม
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Pirelli เตรียมซัพพอร์ตยางเพิ่มใน 2024 Malaysian GP

Pirelli เตรียมซัพพอร์ตยางเพิ่มใน Malaysian GP หลังการแข่งขัน ThaiGP ที่จ.บุรีรัมย์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับผลงานการสร้างสถิติใหม่เวลาดีขึ้นด้วยยาง Pirelli ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันในรุ่น Moto2 และ Moto3 (อ่านสถิติผลเวลา คลิ๊กที่นี่) และด้วยผลสถิติดังกล่าว Pirelli จึงตัดสินใจใช้ยางแบบเดียวกันสำหรับนักแข่ง Moto2™ และ Moto3™ โดยจะเป็นยางคอมปาวด์มาตรฐานพร้อมเพิ่มจำนวนยางให้มากขึ้น สำหรับการแข่งขัน 2024 Malaysian GP ที่จะจัดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ สนาม 2024 Malaysian GP อีกหนึ่งเหตุผลที่เลือกใช้ยางสเปกเดียวกัน นั่นก็คือสนามเซปังฯ มีลักษณะใกล้เคียงกับบุรีรัมย์ ประเทศไทย สนามนี้ไม่ใช่สนามที่มีความต้องการสูงต่อยางนัก แม้จะมีปัจจัยบางอย่างที่ต้องคำนึงถึง ซึ่งทั้งสองสนามมีลักษณะเด่นในด้านทางตรงยาวและโค้งไฮสปีด บวกกับอุณหภูมิพื้นผิวบนแทร็กค่อนข้างสูงสามารถส่งผลต่อการยึดเกาะเเละความสึกหรอของเนื้อยางได้นั่นเอง โดยเฉพาะโค้งสุดท้าย ซึ่งเป็นโค้งเข็มกลัดที่เชื่อมระหว่างทางตรงสองช่วงเป็นจุดที่มีความท้าทาย ทั้งยางหน้าที่ต้องรับแรงกดจากการเบรกหนัก รวมถึงยางหลัง ตั้งแต่มีการเปลี่ยนพื้นผิวแทร็กไปเมื่อปี 2016 ที่นี่มีลักษณะลาดเอียงแบบ negative banking หรือการเอียงออกไปด้านนอก ซึ่งสร้างแรงด้านข้างบนยางอย่างมากในมุมเอียงสูงสุด อีกทั้งการแข่งขันที่เซปังค่อนข้างคาดเดาได้ยาก เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนเป็นประจำ และพื้นที่แห่งนี้เสี่ยงต่อฝนตกหนักและค่อนข้างรุนแรงทีเดียว ทางตรงยาวและการเบรกอย่างรุนแรง สนามเซปังมีลักษณะเด่นคือทางตรงยาวสองจุดที่เชื่อมต่อกันด้วยโค้งเกือบ 180 องศาที่โค้ง 15 ด้วยความเร็วที่ถึงก่อนการเบรกนั้นสูงมาก ทำให้ยางหน้าต้องรับมือกับการเบรกที่รุนแรงมาก ๆ บวกกับพื้นที่ของสนามเซปังฯ มีแนวโน้มที่จะเกิดฝนตกหนักอย่างกะทันหัน ได้ตลอดโดยเฉพาะในช่วงบ่าย แม้อากาศที่อบอุ่นจะช่วยให้พื้นสนามแห้งเร็วขึ้น แต่คุณสมบัติการยึดเกาะของพื้นผิวสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากฝน ทำให้ยางต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยข้อจำกัดนี้ ความแม่นยำและความเสถียร ส่วนที่สองของแทร็ก ตั้งแต่โค้ง 9 จนถึงโค้ง 14 เป็นช่วงที่ต้องใช้เทคนิคและความเร็วสูง ซึ่งจะเน้นให้เห็นถึงคุณสมบัติด้านความคล่องตัวและความมั่นใจที่ยางสามารถมอบให้กับนักแข่ง ซึ่งในขณะเดียวกัน ทางพีเรลลี่พร้อมมั่นใจได้ว่าการเลือกสรรยางสำหรับการแข่งขันในมาเลเซียเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วที่ จ.บุรีรัมย์ เราจึงเสนอจำนวนยางที่มากขึ้นในแต่ละประเภทอีกครั้งเช่นที่ผ่านมา เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของทีมงานและนักแข่งได้มากยิ่งขึ้น ซัพพอร์ตจำนวนยางมากขึ้น โดยนักแข่งแต่ละคนจะมียางให้เลือกใช้ทั้งหน้าและหลังจำนวน 8 เส้นของแต่ละประเภท สำหรับยางหน้าของทั้งสองคลาส ตัวเลือกที่มีคือ SC1 (Soft) และ SC2 (Medium) ในส่วนของยางหลังมีตัวเลือกที่แตกต่างกัน สำหรับ Moto2™ จะมี SC0 (Soft) และ SC1 (Medium) ส่วนใน Moto3™ จะมี SC1 (Soft) และ SC2 (Medium) ในกรณีที่ฝนตกจะมีการจัดสรรยาง DIABLO Rain สำหรับสภาพเปียก โดยจะมีจำนวน 5 เส้นสำหรับยางหน้า และ 6 เส้นสำหรับยางหลังสำหรับทั้ง 2 รุ่น Moto2 เเละ Moto 3 ซึ่งถือว่าเป็นการจัดสรรยางชุดเดียวกับที่ไทยนั่นแหล่ะครับ แต่เพิ่มจำนวนยางมากขึ้นในแต่ละรุ่น เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับทีมช่าง รวมถึงให้นักแข่งสร้างสถิติครั้งใหม่ในสนามนี้อีกด้วย เอาเป็นว่า สนามมาเลเซียใครจะสร้างสถิติครั้งใหม่ มาดูกัน!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

31 October 2024
Yamaha Riders’ club MotoGP Trip 2024

Yamaha Riders’ club MotoGP Trip 2024 หนึ่งปีมีครั้งเดียว เป็นโอกาสอันดีที่ทาง Yamaha Rider’s Club มอบโอกาสให้ โดยครั้งนี้แอดมินได้มีโอกาส เข้าร่วมทริปขับขี่และเดินทางไปกับสาวก Yamaha BigBike เพื่อไปชมการแข่งขัน MotoGP ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ กับทริป Yamaha Riders’ club MotoGP Trip 2024 ซึ่งทริปนี่เต็มไปด้วยความสนุกและเอ็กคลูซีฟ แบบสุด ๆ ที่จัดเพียงปีละครั้งเท่านั้น และทริปนี่แอดมินได้มีโอกาสขับขี่รถใหม่อย่างเจ้า MT-09 โฉมปี 2024 ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นาน ซึ่งทริปนี้พวกเราเริ่มต้นการเดินทางกันที่ YRC เกษตรนวมินทร์-รามอินทรา รวมพลเหล่าบรรดาไบเกอร์สาวกยามาฮ่าบิ๊กไบค์ได้หลายสิบคัน ตั้งจุดหมายปลายทางไปที่ จ.บุรีรัมย์ ระยะทางโดยประมาณ 380 กม. มีแวะพักเติมน้ำมันกันเล็กน้อย ซึ่งเราออกเดินทางกันตั้งแต่ 06:00 น. จัดทัพรถยามาฮ่าบิ๊กไบค์สองแถวตรงยาว ซึ่งใครที่อยู่ข้างทั้งสองฝั่งก็ต้องย่อมรู้ว่านี่แหล่ะ วัยรุ่นหัวใจครอสเพลน (ฮ่าๆ) โดยเส้นทางที่วิ่งเริ่มจากยามาฮ่า ไรเดอร์สคลับ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม วิ่งตรงขึ้นมุ่งสู่เส้นนครนายก ตัดเข้าแยกสระบุรี – นครราชสีมา วิ่งตรงยาวแล้วตัดขึ้นสู่ตัวเมืองจังหวัดบุรีรัมย์  แน่นอนว่าการเดินทางมากับยามาฮ่า บิ๊กไบค์ ความเร็วนั้นไม่ต้องพูดถึง เร็วดั่งใจสำหรับขาซิ่งแน่นอน ซึ่งระยะการเดินทางจากกรุงเทพ – บุรีรัมย์ใช้เวลาเพียง 6 ชม. เท่านั้น (แวะพัก เติมน้ำมันตามปั้มบางจุด) สำหรับสาวกยามาฮ่าใครที่อยากออกทริปกับไรเดอร์สคลับ ครั้งหน้าต้องมาแล้ว..!! เมื่อเดินทางไปถึง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประมาณ 12:00 น. มุ่งสู่โดม YAMAHA REV VENUE MOTOGP จัดยิ่งใหญ่อลังการบริเวณหน้าสนาม เพื่อต้อนรับเหล่าบรรดาสาวกครอสเพลนจากทั่วทุกสารทิศ อย่างไรก็ดีเรามาดูกันว่าเขาจะมีบริการเซอร์วิสอะไรบ้าง บูธใหญ่ ๆ อาหารอร่อย ๆ พร้อมเสิร์ฟให้กับเหล่าทัพน้ำเงิน และโซนที่นั่งชมการแข่งขัน MotoGP เตรียมไว้ให้บริการอย่างดี สำหรับเอฟซี Fabio Quartararo #20 และ Alex rins #42 พร้อมชมการแข่งขันผ่านจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่กับเครื่องดื่มเย็น ๆ ไม่อั้น คอยบริการจากทีมงาน และนอกจากนี้ยังมีบูธสินค้ามาบริการและจำหน่ายภายในโซนแห่งนี้อีกด้วย และพิเศษยิ่งไปกว่านั้น ยังมีของรางวัลมาแจกสำหรับแฟน ๆ ให้ได้ลุ้นอีกด้วยครับ เรียกได้ว่าไม่ต้องนั่งชมติดขอบสนาม โซนนี้ก็พร้อมที่จะให้ลูกค้าทุกท่านฟินส์ไปกับความสนุกในกิจกรรมแห่งนี้ได้ หน้างานถือว่าเต็มระบบแล้ว ภายในงานยังมีบูธ Yamaha Pavilion GP รองรับบริการสำหรับการเข้าชม ซึ่งภายในจะมีสินค้าจากทางยามาฮ่ามาจำหน่ายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หมวกกันน็อก และแอสเซสเซอรีต่าง ๆ มากมาย ยังรวมไปถึง โมเดลสายสปอร์ตโฉมใหม่อย่าง R-Series มาจัดโชว์ภายในงานนี้กันอีกด้วย  หากใครที่เป็นเอฟซีสองนักแข่งอย่าง ฟาบิโอ และ รินส์ ทางยามาฮ่ายังนำโมเดลตัวแข่ง MotoGP อย่าง YZR-M1 มาจอดโชว์ให้ถ่ายกันบริเวณหน้าพาวิลเลี่ยนอีกด้วยครับ ต่อด้วยกิจกรรม Meet and Geet สำหรับนักแข่งในช่วงค่ำคืนของวันเสาร์ ให้เหล่าลูกค้ายามาฮ่าได้พบปะนักแข่ง ตัวจริง เสียงจริง อีกด้วย ยามาฮ่าเขาจัดเต็มจริง ๆ สำหรับงานนี้ ความสนุกและความประทับใจนั้นยังไม่จบเพียงเท่านี้ สำหรับลูกค้าท่านไหนที่จองบัตรชมการแข่งขัน (GrandStand, Side Stand) ยังได้เข้าร่วมชมการแข่งขัน MotoGP แบบชิดขอบสนามอีกด้วย ซึ่งทางสนามได้จัดโซนเฉพาะแฟน ๆ และลูกค้ายามาฮ่าได้ร่วมเชียร์อย่างสนั่น แถมไม่ต้องเขินอายเอฟซีค่ายอื่น ๆ ด้วย (จะแซะก็ยังแซะได้ เพราะที่นี่ ยามาฮ่า) ฮ่าๆ นี่ก็คือความสนุกที่ทางยามาฮ่า บิ๊กไบค์ ได้จัดขึ้นเพื่อแฟน ๆ และลูกค้ายามาฮ่าได้มาร่วมสนุกและพบปะสังสรรค์ ที่ถือว่าจัดขึ้นเพียง “ปีละครั้ง” เท่านั้น สำหรับงานโมโตจีพีครั้งต่อไปจัดขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าบ้านสนามแรกสำหรับโมโตจีพีฤดูกาล 2025 อย่างไรก็อย่าลืมมาร่วมสนุก กับการออกทริปร่วมกันด้วยนะครับ ยามาฮ่า บิ๊กไบค์ จัดให้ถึงใจแน่นอน และใครที่สนใจอยากได้รถไว้ขี่ออกทริปหล่อสักคันหรืออยากทดลองขับขี่ ก็สามารถเข้าไปทดสอบและทดลองขับขี่ได้ที่ Yamaha Riders’ club ทุกสาขาทั่วประเทศ แถมยังมีกิจกรรมสำหรับเหล่าไปเกอร์อีกเยอะรอเพื่อนๆ อยู่นะครับ ทริปหน้าต้นปี

31 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
KX450 50TH Anniversary Edition

KX450 50TH Anniversary Edition ลายพิเศษฉลองตำนานทางฝุ่นกว่า 50 ปี กว่า 50 ปีที่ผ่านมารถในตระกูล Kawasaki KX ช่วยปูทางไปสู่ชัยชนะในการแข่งขันให้นักแข่งโมโตครอสชื่อดังมามากมาย ตอนนี้ก็ยังคงมีความยิ่งใหญ่ทั้งในโมโตครอสและซูเปอร์ครอสอยู่เช่นเดิม ก็เลยถือโอกาสเปิดตัวโมเดลพิเศษอย่าง KX450 50TH Anniversary Edition เนื่องในโอกาสพิเศษนี้ซะเลย เรื่องดีไซน์นั้นคงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะตัวรถมาในกราฟิกพิเศษย้อนยุคไปยังช่วงบุกเบิก จะสังเกตได้จากตัวหนังสือ KX ที่ด้านข้างที่มาในเฉดสีแบบดั้งเดิม กราฟิก Uni-Trak ที่สวิงอาร์ม เบาะสีน้ำเงิน ล้อสีเงินและการ์ดโช้คสีขาว ซึ่งมาจากยุคแรกเริ่มทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ว่าไม่ได้มีการอัปเดตในส่วนอื่น ๆ ส่วนที่มีการอัปเดตเพื่อให้เจ้าคันนี้เป็นรถที่แรงที่สุดและพร้อมแข่งทางฝุ่นนั้นก็มีอยู่หลากหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับจูนเครื่องยนต์สูบเดียว 449 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำพร้อมระบบเกียร์ 5 สปีด ใหม่ เปลี่ยนฝาสูบใหม่ พอร์ตไอเสียยิงตรง มีสวิตช์แทร็คชันคอนโทรลที่แฮนด์บาร์ ระบบเบรก Brembo ใหม่ เฟรมอลูมิเนียมใหม่น้ำหนักเบา กริพแฮนด์ ODI บอดี้ใหม่เพรียวขึ้น ระบบแทร็คชันคอนโทรลและโหมดการขับขี่หลากหลาย สามารถเชื่อมต่อรถกับสมาร์ทโฟนได้ผ่านแอพพลิเคชัน RIDEOLOGY THE APP KX ส่วนอื่น ๆ ก็จะยังคงเดิม อย่างเรื่องของระบบกันสะเทือนที่ด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับปรับแต่งได้หลายระดับ โช้คหลังพร้อมซับแทงค์พร้อมกระเดื่อง ปรับแต่งค่าต่าง ๆ ได้เช่นกัน สุดท้ายนี้จะมีจำหน่ายเพียงเฉดสีเดียวคือสีเขียวเบาะฟ้าตามภาพ ในราคาที่ 10,699 เหรียญสหรัฐหรือราว ๆ 390,000 บาท ส่วนเรื่องการจำหน่ายในไทยน่าจะราคาโดดไปมากกว่านี้ แต่เบื้องต้นคาดว่าน่าจะไม่มีจำหน่ายในไทย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Grand Filano Hybrid 2023 สีใหม่ สมาร์ท พรีเมียม

Grand Filano Hybrid 2023 สีใหม่ สมาร์ท พรีเมียม ไทยยามาฮ่า พร้อมเสริฟความแกรนด์แบบต่อเนื่อง เปิดตัว “NEW Grand Filano Hybrid 2023” พรีเมียมสกู๊ตเตอร์ เอาใจสาวกที่ชื่นชอบความโมเดิร์นคลาสสิก โดยครั้งนี้มาพร้อมความเซอร์ไพรส์จากทางค่ายที่พร้อมการันตีว่า รุ่นนี้..ดีแน่นอน แล้วข้อดีของโมเดลรุ่นนี้จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน ดีไซน์สวย หรูหรา พรีเมียม ในส่วนแรกกับรูปลักษณ์การดีไซน์ที่สง่างามเหนือกาลเวลา ในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกภายใต้คอนเซ็ปต์ “สมาร์ทสไตล์พรีเมียม…ความ GRAND ที่รู้กัน” มาพร้อมสีสันใหม่ โดดเด่น และบ่งบอกถึงรสนิยมที่เป็นเอกลักษณ์ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างภาคภูมิใจ สวยล้ำด้วยเส้นสายและไฟ LED รอบคัน หรูหราอย่างมีระดับ โดดเด่นทุกมุมมอง ทั้งไฟหน้า ไฟ Daylight ไฟเลี้ยว และไฟท้าย ให้ความสว่างเด่นชัดในทุกมุมมอง โดยสอดรับความล้ำสมัยไปพร้อมกับหน้าจอ Digital LCD & TFT  รวมถึง กิมมิกความพิเศษเฉพาะรุ่น ABS กับเบาะใหม่สีทูโทน พร้อมปักอักษร Grand Filano ไว้ด้านข้างที่บ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียดว่านี่แหล่ะ คือความแกรนด์ที่ไม่เหมือนใคร ประหยัดน้ำมัน กับเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด สำหรับส่วนที่สองคงเป็นเรื่องของความแรงและประหยัดน้ำมัน ด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด 1 สูบ 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ได้ดีในทุกจังหวะการบิดคันเร่ง และให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่นุ่มนวล น้ำหนักเบา คล่องตัว ออกตัวได้รวดเร็วด้วย SMART MOTOR GENERATOR แต่ให้ความประหยัดน้ำมันสูงถึง 62.5 กม.ต่อลิตร และแค่นั้นยังไม่พอ ยังประหยัดขึ้นไปอีกกับ ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ STOP & START SYSTEM ซึ่งช่วยประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังเซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะเลยทีเดียว ช่วงล่างแจ่ม เบรกหนึบ ในส่วนที่สามกับระบบช่วงล่าง ด้วยโช้คด้านหน้าแบบเทเลสโคปิก และโช้คเดี่ยวด้านหลัง ที่ช่วยเสริมฟีลลิ่งการขับขี่ที่นุ่มนวล มาพร้อมกับระบบบเบรกด้วยดิสก์เบรกหน้า และดรัมเบรกหลัง เสริมความมั่นใจมากขึ้นด้วยระบบกระจายแรงเบรก UBS (รุ่น Standard) และระบบเบรก ABS (รุ่น ABS) พร้อมล้อและยางขนาดเท่ากันที่ 110/70-12”  ใช้งานง่าย สะดวก ครบเครื่อง และแน่นอนในส่วนที่สี่ กับฟังก์ชันการใช้งานที่มีมาให้ในโมเดลรุ่นนี้ ทั้งเรือนไมล์ดิจิทัลพร้อมจอสี TFT ล้ำสมัย แสดงผลมาตรวัดครบถ้วน พร้อมบอกสถานการณ์ทำงานของระบบไฮบริด ซึ่งผู้ขับขี่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกจังหวะการขับขี่ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ สตาร์ทง่าย รวดเร็ว ไร้เสียงมอเตอร์รบกวน ระบบช่องต่อไฟสำรอง ชาร์จแบตเตอรี่มือถือได้ พร้อมช่องใส่ของด้านหน้าขนาดใหญ่, ที่เก็บของ GRAND BOX ขนาดใหญ่ถึง 27 ลิตร สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้ 2 ใบ, ช่องเติมน้ำมันด้านหน้า สะดวกสบาย ไม่ต้องลงจากรถ พร้อมปุ่มกดเปิดฝาอัตโนมัติ ใช้ง่ายเพียงปุ่มเดียว และยังอัปความพรีเมียมอีกระดับในรุ่น ABS ด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะ SMART KEY SYSTEM สะดวกกว่าด้วยสวิตช์เปิด-ปิด แบบ Multi Functions ทั้งปลดล็อกสวิตช์สตาร์ท ดับเครื่องยนต์ ปลดล็อกแฮนด์ ปลดล็อกเบาะ และปลดล็อกฝาถังน้ำมัน  น้ำหนักเบา ขี่ง่าย ในส่วนที่ห้าจะเป็นเรื่องของขนาดสัดส่วน โดยตัวรถมีขนาดความ กว้างxยาวxสูง ที่ 685 x 1820 x 1150 มม.ระยะสูงเบาะ 790 มม. และความยาวฐานล้อที่ 1280 มม. ซึ่งรวมทั้งหมดของตัวรถนั้น เคลมน้ำหนักมาที่ 101 กก.เท่านั้น ถือว่าน้ำหนักเบา ให้ความคล่องตัว ใช้งานได้ง่าย และไม่ใช่เพียงผู้ชายเท่านั้นที่ใช้งานได้ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ก็ขับขี่ได้ง่ายเช่นเดียวกัน มีสีให้เลือก..เพียบ พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ด้วยกัน 2 เวอร์ชัน คือ ABS Version ที่มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี คือ สีเทา Elixir Silver, สีน้ำเงิน Prestige Blue และสีขาว Super White

Triumph-TF250X

Triumph TF250X รถโมโตครอสคันแรกจากแดนผู้ดี   เผยโฉมให้เห็นแล้วแม้จะยังไม่ได้เปิดตัวเป็นทางการสำหรับเจ้า Triumph TF250X รถโมโตครอสคันแรกจากค่ายแดนผู้ดีอังกฤษ แม้ว่าเจ้านี่จะเป็นรถแข่ง แต่นี่ก็เป็นแนวโน้มที่ดีว่าไทรอัมพ์จะลงมาเล่นตลาดรถเอ็นดูโร่ในอนาคตด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งสายวิบากสายทางฝุ่นบ้านเราน่าจะชอบใจแน่นอน ถ้าราคาไม่โหดร้ายจนเกินไปนัก มาถึงตรงนี้เราไปส่งกันดีกว่ามันมีอะไรเท่าที่เราสังเกตจากภาพกันได้บ้าง ดีไซน์นั้นจะเห็นได้ว่าเลือกใช้สีที่ดำและขาวที่เป็นสีหลักมาจากโลโก้ของทางค่ายแต่งเติมไฮไลท์ด้วยสีเหลือง พร้อมโลโก้บอกชื่อรุ่นที่ด้านข้างท้ายรถ มีนวมแฮนด์และปลอกแฮนด์จากแบรนด์อเมริกาอย่าง ODI โช้คจะเป็นของทาง KYB และระบบเบรกจากทาง Brembo จากประกับแฮนด์ จะมีปุ่ม LC ซึ่งก็น่าจะเป็นระบบช่วยออกตัว มีปุ่ม QS ซึ่งน่าจะเป็นควิกชิฟเตอร์ ปุ่ม TC แทร็คชันคอนโทรล และปุ่ม M ปุ่มสำหรับเปลี่ยนแม็ปของเครื่องยนต์ ซึ่งรายละเอียดที่ชัดเจนก็น่าจะต้องติดตามกันอีกทีครับ สำหรับแฟน ๆ ชาวเอ็นดูโร่ที่ชื่นชอบอาจจะต้องรอกันอีกพักเลยครับสำหรับเอ็นดูโร่ไบค์ที่จะได้เป็นเจ้าเข้าเจ้าของเอ็นดูโร่ไบค์จากทางไทรอัมพ์ เพราะเจ้าคันนี้เป็นรถแข่ง ซึ่งก็น่าจะต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงกันอีกระยะนึงเลยล่ะครับ แต่ถ้ามีขายเลยก็แสดงว่าทางค่ายซุ่มทำมาและมั่นใจมาก ๆ เลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy

No Posts Found!

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
AGV Pista GP RR Sole e Luna Pop Art edition หมวกลายใหม่สดๆ ร้อนๆ

AGV Pista GP RR Sole e Luna Pop Art edition ช่วงเวลานี้ในทุกๆ ปีคือฤดูกาลของการทดสอบทั้งคนทั้งรถรวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ และอื่นๆ อีกมากมาย แน่นอนว่าเครื่องแต่งกายหรือไรดิ้งเกียร์เองก็เป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ และสิ่งที่นักบิดอย่างเราๆ มักจะติดตามกันก็คือเรื่องสีสันลวดลายต่างๆ ของรถแข่ง และชุดแข่งหรือไรดิ้งเกียร์ซึ่งเราจะได้เห็นกันในฤดูกาลการแข่งขันใหม่ๆ ในแต่ละปี ครั้งนี้เราจะให้ชมความงาม AGV Pista GP RR Sole e Luna Pop Art edition หมวกกันน็อกลายใหม่จากทาง AGV สำหรับหมวกกันน็อกใบนี้ให้ทายว่าใครใส่ก็คงจะทายไม่ยากเลย สีสันฉูดฉาดพร้อมหมายเลขแข่ง 46 เช่นนี้ ก็คงไม่พ้น Valentino Rossi พ่อหมอ หรือ The Doctor นั่นเอง แน่นอนว่าพ่อหมอของเรามีทีเด็ดที่นอกเหนือไปจากฝีมือการขับขี่แล้ว การออกแบบหมวกกันน็อคก็โดดเด่นในเรื่องสีสัน ซึ่งในปีนี้หมวกของเขาก็ยังคงสีสันสวยงาม และออกแบบได้โฉบเฉี่ยวตามสไตล์ของ AGV Helmet ซึ่งเจ้าชื่อ Sole และ Luna นั่นเป็นภาษาอิตาลี แปลว่าพระอาทิตย์และพระจันทร์ ทางฝั่งซ้ายจะถูกออกแบบเป็นรูปพระจันทร์ และทางฝั่งขวาจะถูกออกแบบเป็นรูปพระอาทิตย์พร้อมแฉกรัศมีออกมา ซึ่งก็มีซี่รี่ส์นี้มาหลายปีแล้ว ใครที่เป็นแฟนๆ Rossi และ AGV น่าจะคุ้นเคยกันดี นอกจากนี้ยังมีเต่าน่ารักๆ พร้อมเบอร์ 46 ของพ่อหมอตรงชิลด์หมวกด้วย หมายเหตุพ่อหมอ Rossi ของเราได้ใส่หมวกใบนี้ในการทดสอบ Winter Test ที่สนามเซปังที่ผ่านมา ซึ่งเวลาแข่งจริงก็จะเปลี่ยนหมวกกันน็อคไปเรื่อยๆ ตามแต่ละโอกาส ใครเป็นสาวกก็อาจจะทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว แต่สำหรับแฟนๆ ที่เพิ่งมาเชียร์ก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับที่หมวกของเฮียเขาจะไม่เหมือนกันตลอดทั้งปี และไม่เหมือนกับใบที่ใส่มาตอนเปิดตัวทีมแข่งปี 2020 ครับ งานนี้แฟนๆ ที่ชื่นชอบเก็บเงินรอได้เลย AGV ก็น่าจะผลิต Sole e Luna Pop Art editionนี้ขายในหมวกวางจำหน่ายทั่วไปอย่างแน่นอน   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

11 February 2020
Team Suzuki Ecstar 2020

Team SUZUKI ECSTAR เริ่มต้นทศวรรษใหม่ด้วยการตั้งเป้าหมายในอนาคตอย่างหนักแน่น ในขณะเดียวกันก็น้อมรับให้กับการแข่งขันที่เคยรุ่นโรจน์ในอดีต ปี 2020 นี้เป็นปีที่ 60 ที่ Suzuki ทำการแข่งขัน เป็นเสาหลักไมล์สำคัญซึ่งจะมีการเฉลิมฉลองด้วยการใช้ชุดสีใหม่กับทีมแข่ง เป็นการผสมผสานที่สวยงามลงตัวของสีน้ำเงินที่เราคุ้นเคยเข้ากันกับสีเงินในแบบดั้งเดิม เพื่อให้แน่ใจว่าคู่หูสุดทะเยอทะยานทั้ง 2 คนอย่าง Alex Rins และ Joan Mir นั้นแตกต่างจากนักแข่งคนอื่นๆ  โดยในฤดูกาลนี้ GSX-RR จะสืบทอดสายเลือดและวิญญาณของการแข่งขันที่ทาง Suzuki เริ่มต้นไว้ตั้งแต่ในปี 1960 กับการเข้าร่วมแข่งขันในศึก Tourist Trophy ใน Isle of Man ซึ่งเป็นเวลาเพียงแค่ 2 ปีก่อนหน้าที่ Ernst Degner จะชนะการแข่งขัน GP ครั้งแรกให้กับ Suzuki และกลายเป็นแชมป์โลกรุ่น 50 ซีซี  ตั้งแต่นั้น Suzuki ในฐานะค่ายรถผู้ผลิตก็ได้ฉลองความสำเร็จหลายต่อหลายครั้ง ประกอบไปด้วย แชมป์โลก 14 ครั้ง มาจนถึงชัยชนะครั้งล่าสุดของ Alex Rins เมื่อปี 2019 ที่อเมริกาและที่อังกฤษ เป้าหมายที่จะสยบสัตว์ร้ายคือความตั้งใจและความน่าประทับใจของคู่หู Rins และ Mir ของทีม Suzuki Ecstar นักแข่งหนุ่มชาวสเปนทั้งสองต่างตั้งใจที่จะเข้าร่วมฤดูกาล 2020 เพื่อที่จะประสบความสำเร็จต่อเนื่องจากปี 2019 การคว้าลำดับที่ 4 ของตารางคะแนนรวมในปีที่แล้ว คว้าชัยชนะที่ยอดเยี่ยมมาได้ 2 ครั้ง และจบการแข่งขันภายใน 5 อันดับแรกทั้งหมด 11 ครั้งของ Alex Rins ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นนักแข่งแถวหน้าของ MotoGP เขาพร้อมที่จะสู้ในฤดูกาลใหม่นี้อย่างสนุกสนานและตั้งเป้าที่จะสร้างผลลัพธ์ของเขาและเพิ่มถ้วยรางวัลบนชั้นของเขาให้มากกว่าเดิม Joan Mir จบฤดูกาลแรกของเขาได้อย่างน่าจดจำกับ Team SUZUKI ECSTAR ในปี 2019 ซึ่งสามารถติด 10 อันดับแรกทั้งหมด 10 ครั้ง และจบที่อันดับ 5 ได้ที่ออสเตรเลียซึ่งนั่นคือผลงานที่ดีที่สุดของเขา สำหรับความเห็นส่วนตัวของผม ผมคิดว่าปีนี้ก็น่าจะเป็นปีที่ดีอีกปีนึงของ Suzuki ล่ะนะครับ แฟนๆ  Suzuki อย่าลืมติดตามให้กำลังใจเชียร์กันนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

7 February 2020

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!