SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • MOTOGP
นักบิด MotoGP ใส่สูทร่วมฉลอง 70 ปี รายการ MOTO GP

เป็นไปได้ยากที่จะเห็นแบบนี้ ย้อนไปเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนปี 1949 นั้นเป็นวันแรกที่มีการจัดการแข่งขัน MotoGP ขึ่นก็ถือว่าวันนี้เป็นวันดีที่ ครบรอบ 70 ปีของรายการแข่งขัน และก่อนที่การแข่งขัน MotoGP กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า เหล่านักบิด MotoGP ได้ร่วมกันใส่สูทสุดเฟี้ยวและถ่ายภาพกันบนสนามแข่ง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ให้รายการ MOTOGP เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ของรายการอีกด้วย นานๆจะได้เห็นภาพแบบนี้..หล่อไม่เบา อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารผ่าน Facebook คลิกทีนี้

14 June 2019
Suzuki ขึ้นโพเดียม 2 สนามติด MotoGP 2019

ร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง!!! Suzuki ขึ้นโพเดียม 2 สนามติด MotoGP 2019 สำหรับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “MotoGP” 2019 สนามที่ 4 รายการสแปนิช กรังปรีซ์ ณ สนาม Circuito do Jeresz – Angel Nieto ประเทศสเปน อเล็กซ์ รินส์ นักบิดชาวสเปน หมายเลข 42 สังกัด Team Suzuki Ecstar ได้คว้าชัยในสนามนี้ โดยควบ Suzuki GSX-RR แซงคู่แข่งผ่านธงตราหมากรุกเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 ซึ่งก่อนหน้านี้ในสนามที่ 3 อเล็กซ์ รินส์ ทำผลงานได้น่าทึ่งโดยการคว้าแชมป์สนามมาแล้วเช่นกัน โดยมีคะแนนสะสมรวมอยู่ลำดับที่ 2 ห่างจากผู้นำเพียง 1 คะแนนเท่านั้น ติดตามเชียร์ และเป็นกำลังให้ อเล็กซ์ รินส์ คว้าแชมป์ในสนามที่ 5 ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 ณ สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามความเคลื่อนไหวใน Facebook คลิกทีนี้

7 May 2019

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
เครื่องหมายคำถามกับการแข่ง ThaiGP 2027

เครื่องหมายคำถามกับการแข่ง ThaiGP 2027 ThaiGP ประจำฤดูกาล 2025 ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ยังคงเป็นอีกหนึ่งปีที่สร้างความประทับใจให้กับชาวไทยไม่น้อย โดยความพิเศษในการแข่งในปีนี้คือการที่ประเทศไทยของเราได้เป็นเจ้าภาพ และได้รับเกียรติจัดการแข่งขันนัดเปิดสนาม สถิติตัวเลขการจัดการแข่งขันของปี 2025 โดยกิจกรรมการแข่งขันในสนามล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันฤดูกาลนี้มากถึง 224,634 คน โดยแบ่งเป็นคนไทย 172,565 คน และแบ่งเป็นชาวต่างชาติ 52,069 คน ซึ่งจากยอดผู้เข้าร่วมจำนวนดังกล่าวก็สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 5,043 ล้านบาท อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายได้กว่า 4,268 ล้านบาท โดยใช้งบจัดงานเพียง 775 ล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งยังสร้างตำแหน่งงานได้มากถึง 7,772 ตำแหน่ง พ่อเมืองบุรีรัมย์เสียดายหากเลิกจัด หลังจากจบการแข่งขันในวันที่ 2 มีนาคม ช่วงเวลาประมาณ 23.16 น. ตามเวลาประเทศไทย นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเพจ ‘ลุงเนวิน’ ว่าทางสนามช้างรู้สึกประทับใจในการแข่งขัน MotoGP เป็นอย่างมาก การจัดการแข่งขันนี้ในประเทศไทยเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากหากการแข่งขันนี้จะไม่ได้จัดต่อที่สนามประเทศไทย โดยมีเนื้อหาดังนี้ “แฟน moto GP จำนวน 224,634 คนที่เข้ามาชมและเชียร์นักแข่งในดวงใจ ตลอด 3 วันที่ผ่านมา (28 ก.พ.- 2 มี.ค.) เป็นปรากฎการณ์ใหม่ของสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต และเป็นสถิติใหม่ของmotoGP สนามแรก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียน มากกว่า 5,043 ล้านบาท ทั้งภายในจังหวัดบุรีรัมย์ และ จังหวัดอื่นๆ ที่มีนักท่องเที่ยว และแฟนๆ  moto GP เดินทางไปท่องเที่ยวทั้งก่อนและหลังการแข่งขันเสร็จสิ้น  moto GP เป็นการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในโลก เป็นรายการกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดรายการหนึ่งของโลก เกือบ 1,000 ล้านคน จากการถ่ายทอดสดไปมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศไทย ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 22 สนามแข่งขันของโลก และ ปีนี้ ได้รับเกียรติให้เป็นสนามแรก เปิดการแข่งขัน moto GP2025 เป็นที่จับตาดูของแฟนๆ มากที่สุด เพราะเป็นสนามเปิดตัวนักแข่ง และรถแข่งของแต่ละทีมด้วย ประเทศไทย จัดการแข่งขัน moto GP มา 7 ปีติดต่อกัน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้จัดการแข่งขัน ในนามของรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของเจ้าของลิขสิทธิ์จัดการแข่งขันที่ ต้องการทำงานร่วมกับรัฐบาล เพื่อความมั่นใจว่าสามารถจัดการแข่งขันได้เรียบร้อย  และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ sport tourism   ในขณะที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นผู้ให้การสนับสนุน ให้ใช้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เป็นสนามแข่งขัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทุกปี และพร้อมให้การสนับสนุนตลอดไป หากรัฐบาลยังจัดการแข่งขันอยู่ รายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขัน และรายได้จากผู้สนับสนุนการแข่งขัน หรือ สปอนเซอร์ เป็นของรัฐบาล ทั้งหมด บริษัทบุรีรัมย์ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด  ในฐานะเจ้าของสนามช้างฯ ไม่มีรายได้ทางตรง จากการจัดการแข่งขัน และต้องเสียรายได้จากการส่งมอบสนามให้รัฐบาลใช้เตรียมการจัดการแข่งขันและแข่งขัน เป็นเวลา 1 เดือน (คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท) บริษัทฯ ได้รับรายได้ทางอ้อม และมีความพึงพอใจแล้ว คือ เงินหมุนเวียน และเงินสะพัดในจังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนคนบุรีรัมย์ ทำธุรกิจการค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก มีรายได้  และที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้นักท่องเที่ยว และแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก รู้จักบุรีรัมย์ ซึ่งมีมูลค่าสูงสุด จากการได้รับเลือกให้เป็นสนามแข่งขัน moto GP เป็นรายได้ที่คุ้มค่า และเป็นประโยชน์ในระยะยาว  อย่างไรก็ตาม ผม เพิ่งได้รับทราบอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นข่าวเดียวกันกับที่แฟนmoto GP ได้ยินมาก่อนหน้านี้ คือ รัฐบาล จะลงทุนจัดการแข่งขัน moto GP ปี 2026

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ยาง Michelin เข้าซัพพอร์ต WSBK แทน Pirelli ในปี 2027

ด่วน! ยาง Michelin เข้าซัพพอร์ต WSBK แทน Pirelli ในปี 2027 ข่าวด๊วนด่วน..แบบด่วนจี๋ มีวงในออกมาคอนเฟิร์มว่าแบรนด์ยางจากฝรั่งเศสอย่าง ยาง Michelin เตรียมซัพพอร์ต WSBK แทน Pirelli ในปี 2027 พร้อมรอประกาศอย่างเป็นทางการจากออฟฟิเชียลในช่วงแข่งขัน Misano Round ที่อิตาลีหรือช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ ยาง ‘อ้วน’ เตรียมลุย WSBK โดยสำนักข่าว MotoSprint ได้รายงานถึงความคืบหน้าสำหรับดีลลับระหว่าง ดอร์น่ากับมิชลินในการแข่งขันที่สนามเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส พร้อมผลข้อบรรลุร่วมกัน โดย มิชลินจะเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันรถโปรดักท์ชัน WSBK แทน Pirelli ตั้งแต่ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป อย่างที่ทราบกันดีว่า ยางมิชลินนั้นได้หมดสัญญาการเป็นซัพพลายเออร์หลักของรุ่นแข่งขันโมโตจีพีหลังจบฤดูกาล 2026 และจะเป็น Pirelli ที่เข้ามาซัพพอร์ตแทนหรือเป็นผู้สนับสนุนหลัก ‘ครั้งแรก’ โดยเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2027 ไปจนถึงปี 2031 รวมระยะสัญญาทั้งหมด 5 ปี เท่ากับว่ายาง Pirelli ซัพพอร์ตครอบคลุมในทุกรุ่นของการแข่งขันจากทางฝั่งโปรโตไทป์ทั้ง Moto2, Moto3, MotoGP และ MotoE มิชลิน กับความท้าทายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง สำหรับการเข้าสู่วงการรถโปรดักท์ชันสำหรับยางมิชลินก็นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายไม่น้อย จากเดิมที่มุ่งโฟกัสพัฒนายางโปรโตไทป์เป็นหลักและจะต้องปรับเปลี่ยนมาใช้ยางโปรดักท์ชันในการแข่งขัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทางมิชลินอาจจะต้องลงทุน R&D ยางสเปคใหม่นำใช้แข่งขันนั่นเอง Pirelli มีประสบการณ์ ‘ทุนเดิม’ อยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ยาง Pirelli นั้นกลับมีประสบการณ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งการทดสอบและการทำลายสถิติในการแข่งขัน Moto2 (ตัวแข่งสเปคใกล้เคียงตัวแข่ง MotoGP ในปี 2027 และอาจใช้ยางสเปคเดียวกัน) รวมถึงรายการ WorldSBK ชนิดที่เรียกได้ว่าทุบสถิติมาแล้วทุกสนาม เพราะฉะนั้น ยางโปรดักท์ชันจากแบรนด์อิตาลีจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับรุ่นแข่งในอนาคตอย่างแน่นอน ไม่อาจคาดการณ์ได้เลยว่าในปี 2027 ประวัติศาสตร์จะเกิดอีกครั้งสำหรับ WorldSBK พร้อมยางมิชลินที่จะร่วมสร้างประสบการณ์และนวัตกรรมเพื่อยกระดับการแข่งขัน ในขณะที่ยาง Pirelli ก็พร้อมที่จะสร้างบทบาทครั้งสำคัญและเป็นครั้งแรกในวงการโมโตจีพี เรียกได้ว่าสลับขั้วเพื่อหาความท้าทายครั้งใหม่เพื่อที่จะยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตให้สูงขึ้นไปอีกเท่าตัว  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

  • All Posts
  • ข่าวรถยนต์
2026 Toyota Land Cruiser FJ

2026 Toyota Land Cruiser FJ เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดมีการยืนยันแผนการทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวในช่วงต้นปี 2569

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Piaggio MP3 530 HPE Exclusive

Piaggio MP3 530 Exclusive ปรับยกใหญ่พร้อมกล้องและเรดาห์สุดล้ำ หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า Piaggio MP3 นั้นคือสกู๊ตเตอร์ 3 ล้อคันแรกที่เกิดมาสร้างความแปลกใหม่ให้กับการใช้ชีวิตในเขตเมืองและชุมชม โดยเปิดตัวครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 2006 และกลายเป็นการเปิดตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ให้กับวงการอีกด้วย พร้อมกวาดยอดขายไปกว่า 230,000 คันตลอด 16 ปีที่ผ่านมา มาปีนี้ก็ได้เลิกปรับปรุงขนานใหญ่ โดยมาพร้อมความสปอร์ตที่มากยิ่งขึ้น มีการดีไซน์ด้านหน้าใหม่มหดออกแบบให้มีแฟริ่งด้านหน้ากว้างและป้องกันลมได้ดียิ่งขึ้น พร้อมดีไซน์ไฟหน้าใหม่ โดยระบบไฟส่องสว่างเป็น LED เต็มระบบแล้ว มีการย้ายแผงหม้อน้ำมาให้ต่ำลงมาอยู่บริเวณระหว่างล้อหน้าและฟุตบอร์ด มีแอร์อินเทคเปิดรับอากาศที่ตรงกลางแฟริ่งด้านหน้าที่ออกแบบเป็นกริลพิเศษทรงรังผึ้ง ทั้งนี้การออกแบบส่วนหน้านี้ยังคำนึงถึงเรื่องแอโรไดนามิกเป็นหลักอีกด้วย กระทั่งตัวชิลด์บังลมหน้าเองก็ปรับทรงใหม่ให้กันลมได้ดียิ่งขึ้น โดยไม่เทอะทะจนเกินไป   ตัวรถยังปรับมิติท่านั่งให้สอดคล้องกับหลักการยศาสตร์หรือเออโกโนมิกส์ ออกแบบให้ท่านั่งนั่งได้สบาย โดยยกแฮนด์ขึ้นสูงขึ้น 10 ม.ม.และโน้มเข้าหาตัวผู้ขับขี่มากขึ้น ขณะที่ฟุตบอร์ดต่ำลงไป 20 ม.ม. ช่วยให้เหยียดขาได้มากขึ้น สบายมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ควบคุมรถได้ดีมากยิ่งขึ้น นอจกากนี้ยังีปรับอีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งใหม่ทั้งส่วนคนขับและคนซ้อน ยาวขึ้น มีมือจับคนซ้อนที่สูงจับได้ง่ายและสบายมากขึ้น มีเบรกมือใหม่ที่มีวางตำแหน่งใหม่สูงขึ้นใกล้กับสวิตช์สตาร์ทรถทำให้จอดรถดึงเบรกมือได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องของฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกก็ครบครัน ด้านหน้ามีขอแขวนของพับเก็บได้ ช่องเก็บของด้านหน้านั้นก็ถือว่าโดดเด่นเช่นกัน เป็นช่องเก็บของด้านบนเรือนไมล์นั้นพร้อมช่องจ่ายไฟแบบ USB ขณะที่ช่องเก็บของใต้เบาะเองก็มีไฟพร้อมพรมปูให้พร้อม มีดีไซน์ทรงเหลี่ยมเพื่อให้ใช้งานพื้นที่ได้จริงแทบทุกตารางนิ้ว ใหญ่พอที่จะใส่หมวกเต็มใบได้ 2 ใบหรือกระเป๋าแล็ปท็อปได้ เบาะนั่งเปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ทั้งยังเปิดผ่านระบบแอพลิเคชันอีกด้วย โดยมีตัวโช้คค้ำเบาะช่วยเพิ่มความสมู้ทเวลาปิดหรือเปิดอีกด้วย   ไม่เพียงแต่ดีไซน์ที่ปรับมาใหม่ ตัวรถยังมีลูกเล่นที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น โดยมีจุดเด่นสุด ๆ กับระบบ ARAS หรือ Advanced Rider Assistance Systems ซึ่งเป็นระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ซึ่งทำงานบนพื้นฐานของระบบ Imaging Radar 4D ที่ทางพิแอ็กจิโอพัฒนาขึ้น ทำให้เจ้าเบิ้มคันนี้กลายเป็นสกู๊ตเตอร์คันแรกในโลกเลยที่มีระบบอะไรแบบนี้ นอกจากนี้ก็จะมีหน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว ใหญ่สุดในพิกัดสามารถเชื่อมต่อและใช้งานระบบนำทางได้ ระบบสมาร์ทคีย์ และระบบครูซคอนโทรล ระบบถอยหลังพร้อมกล้องมองหลังอีกด้วย เรียกได้ว่าน้อง ๆ รถยนต์เลยล่ะครับ โดยระบบ Imaging Radar 4D นี่ทำงานโดยอาศัยเซ็นเซอร์หลายจุดทั้งติดตั้งที่ด้านหน้าตรงกลางและเรดาห์ที่ด้านท้ายใต้ไฟท้ายของรถ ทำให้ตัวรถสามารถที่จะรับรู้ถึงสถานะของตัวรถและสิ่งแวดล้อมได้โดยอาศัยเซ็นเซอร์อัลตร้าซาวด์ในการทำงาน ทำให้รถสามารถใช้งานระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตาหรือ Blind Sport Information System และระบบช่วยเหลือขณะเปลี่ยนเลนหรือ Lane Change Decision Aid System ซึ่งทั้งสองระบบนี้จะคล้าย ๆ กับที่มักจะติดตั้งในรถยนต์สมัยใหม่นั่นเอง โดยระบบทั้งสองนี้จะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอเรือนไมล์ขนาดใหญ่ของตัวรถนั่นเอง ส่วนเรื่องของเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 530 ซีซีที่ผ่านมาตรฐาน Euro5 ระบายความร้อนด้วยน้ำ ใช้เชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาดใหญ่มากถึง 13.7 ลิตร มีการปรับปรุงชิ้นส่วนภายในหลายส่วนด้วยกัน เช่น ลูกสูบอลูมิเนียมอัลลอยน้ำหนักเบา ฝาสูบใหม่ วาล์วขนาดใหญ่ขึ้น ปรับห้องเผาไหม้ใหม่ และแคมชาฟต์ที่ปรับปรุงใหม่ให้มีการเปิดปิดวาล์วที่เหมาะสม โดยเครื่องใหม่นี้เคลมกำลังสูงสุดมาที่ 44.1 แรงม้าที่ 7,250 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 50 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบ โดยมีกำลังใกล้เคียงกับโมเดลเดิมแต่มาในรอบที่ต่ำลง และยังมีแรงบิดมากขึ้นในรอบที่ต่ำลงอีกด้วย จึงทำให้ขับขี่ได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงความสบาย โดยรถมีการสั่นและเสียงรบกวนน้อยลง โดยเฉพาะที่ความเร็วต่ำและความเร็วกลาง ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในเมือง และเนื่องจากตัวรถใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้า ทำให้มีโหมดการขับขี่ให้ใช้งานด้วย โดยมีให้เลือกใช้งาน 3 โหมดได้แก่ Eco, Comfort และ Sport ซึ่งโหมดต่าง ๆ เหล่านี้จะทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยที่มาให้อย่างระบบ ASR หรือ Acceleration Slip Regulation หรือแทร็คชันคอนโทรล และยังมีระบบเบรก ABS อีกด้วย ในส่วนของช่วงล่างนั้นค่อนข้างจะซับซ้อนนิดหน่อย โดยด้านหน้าจะเป็นระบบโช้คแบบ Palallelogram ซึ่งจะทำให้ล้อหน้าสามารถเอียงได้อย่างอิสระต่อกันเวลาเข้าโค้ง ทำให้เข้าโค้งดีและปลอดภัย ขณะที่ด้านหลังเป็นโช้คอัพคู่ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 258 ม.ม. ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. ส่วนล้อด้านหน้าจะเป็นล้อขนาด 13 นิ้วด้านหลังจะเป็น 14 นิ้ว สำหรับเจ้า Piaggio MP3 530 Exclusive จะวางจำหน่ายด้วยกัน 4 เฉดสี ได้แก่ ฟ้า เทา ดำ และไทเทเนียม โดยจำหน่ายในราคา 13,000 ยูโร หรือราว

5 July 2022
Harley-Davidson พาเปิดประสบการณ์เต็มรูปแบบ

Harley–Davidson พาเปิดประสบการณ์เต็มรูปแบบ Dirt Road Track ครบรส ครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสสุดพิเศษกับการเปิดประสบการณ์ใหม่จากทาง Harley-Davidson พาสื่อมวลชนชั้นนำ เข้าร่วมสัมผัสรถโมเดลใหม่ปี 2022 พร้อมกับสื่อจากต่างประเทศ สิงคโปร์ อินเดีย เวียดนาม เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เข้าร่วมในกิจกรรม DRT Media Xperience ที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา ต้องบอกเลยว่าจัดใหญ่ จัดเต็ม และเอ็กซ์คลูซีฟจริง ๆ สำหรับกิจกรรม DRT ครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่จัดให้สื่อได้สัมผัสรถของทางค่ายได้อย่างเต็มที่ ครบทุกรูปแบบการขับขี่ ได้มีโอกาสรีดสมรรถนะของตัวรถ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบถ้วน โดยในงานนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบด้วยกัน เอาล่ะเรามาดูกันไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าว่ามีกิจกรรมอะไรยังไงกันบ้างครับ กิจกรรมแรกก็ Dirt ไปเลย กิจกรรมนี้จะเป็นการขับขี่บนเส้นทางออฟโร้ดรอบ ๆ สนามพีระเซอร์กิต กับรถ Pan America 2022 โมเดลใหม่ล่าสุด ถือว่าเป็นรถสไตล์แอดเวนเจอร์ที่ทางฮาลีย์ ตั้งใจทำออกมาได้สวยไม่เหมือนใคร ที่สำคัญขี่ได้ดีเลยทีเดียว ในสถานีนี้เป็นพื้นที่ขรุขระ เส้นทางลูกรัง กรวดละเอียด รวมไปถึงบ่อน้ำ ซึ่งทำให้เราได้รู้จักตัวรถมากขึ้นจากการต้องควบคุมรถผ่านอุปสรรคต่าง ๆ โดยรวมแล้วรถมีการบังคับเลี้ยวที่ง่าย และเครื่องยนต์ที่มีเทคโนโลยี Riding mode มาช่วยให้การขับขี่ได้ง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้น ใครที่เป็นสายลุยชอบแอดเวนเจอร์ไบค์ อย่าพลาดลองคันนี้ ขี่ดีทีเดียวเชียวล่ะ มันส์กันต่อในส่วนของ Track สำหรับเซ็กชันนี้ถือเป็นเซ็กชันที่รอคอยกับครั้งแรกในชีวิตที่ได้เอารถ ฮาลีย์ลงในสนามแข่งพีระเซอร์กิต โดยในรอบนี้เรามาอยู่กับ Sporster S 2022 ตัวใหม่ล่าสุด ถังสีเขียวเมทัลลิกสวยสดงดงาม การขับขี่รอบนี้มีมาร์แชลนำ 2 รอบ และขับขี่เองอีก 3 รอบ พร้อมการจับเวลาต่อรอบสร้างสีสันการขับขี่ให้สนุกมากยิ่งขึ้น พูดถึงตัวรถ Sporster S คันนี้กันบ้าง สำหรับความแรงไม่ต้องพูดถึง Top speed ทางตรง สำหรับผมสามารถทำได้ถึง 186 กม./ชม. ช่วงล่างยางแบบ Fat Tyre ยางใหญ่ เอาจริง ๆ รู้สึกว่าตัวรถขี่ง่ายมาก ๆ การบังคับเลี้ยวกดตัวรถ ทำได้ดีเลยทีเดียว ผิดกับที่คาดไว้ แต่อาจจะต้องระวังในส่วนของเซนเซอร์พักเท้าที่อาจจะขูดเสียหายได้ สำหรับการขับขี่ในครั้งนี้ สามารถทำเวลาดีที่สุดได้ 1 นาที 27 วินาที ได้อันดับที่ 2 ของรายการนี้ถือว่าใช้ได้เลยกับผลเวลา โดยรวมรถโมเดลนี้ นอกจากจะมีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาแล้ว สมรรถนะก็มีอยู่ในตัวเองไม่น้อยเลย สมกับชื่อ Sporster ปิดท้ายด้วย Road รอบสุดท้ายนี้สบาย ๆ หล่อ ๆ เหมือนออกทริปเดินทาง เส้นทางเป็นถนนไฮเวย์ สัตหีบ มุ่งหน้าไปที่คาเฟ่เครื่องบิน Coffee War ขาไปได้มีโอกาสลองขับ Low Rider ST 2022 เป็นรถที่จิ๊กโก๋มาก แต่แอบแฝงด้วยความนุ่มนวล สบาย ๆ มีความเท่เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร ส่วนขากลับได้ลองสุดหล่ออีก 1 คัน กับ Nightster ตัวใหม่ล่าสุด ทรงเล็กเพรียว ขี่ดีมาก พูดถึงความแรงของเครืองยนต์ ในโหมด S (sport) สามารถขี่ทำท็อปสปีดบนไฮเวย์ได้ เกือบ ๆ 200 กม./ชม. ถือว่าเป็นรถที่ทรงพลัง แรงเอาเรื่องเลย รูปลักษณ์ก็หล่อแรงไม่แพ้เครื่องยนต์เลย สำหรับการร่วมกิจกรรมระดับเอเชียในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งแรกของทางเราที่ได้มีโอกาสขับขี่รถ ฮาลีย์ ได้เยอะที่สุดภายในวันเดียว ถึงจะเป็นเวลาที่ไม่มากสักเท่าไร แต่ในสถานีต่าง ๆ ก็ออกแบบมาเพื่อให้รีดสมรรถนะเครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ออกมาให้ใช้อย่างเต็มที่ สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ Harley-Davidson Asia ที่จัดงานทดสอบออกมาได้หลากหลาย พร้อมทีมงานครูฝึกสอนระดับมืออาชีพ ถือว่าเป็นงานที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ สำหรับใครที่อยากจะเข้ามาสัมผัสรถฮาลีย์ ก็สามารถเข้ามาชมคันจริง สอบถามได้ที่ศูนย์ทั่วประเทศไทยได้เลย… Harley-Davidson พาเปิดประสบการณ์เต็มรูปแบบ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2 July 2022
Honda ADV160

Honda ADV160 เผยโฉมแล้วพร้อมทีเด็ดแทร็คชันคอนโทรล เรียกได้ว่าน่าจะถูกใจหลาย ๆ คนเลยทีเดียวล่ะครับสำหรับ Honda ADV160 สกู๊ตเตอร์ในสไตล์ SUV ไซส์เล็ก ที่ครั้งนี้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ eSP+ 4 วาล์วพิกัด 160 ซีซี เครื่องยนต์ใหม่ที่ได้รับการยอมรับ และมีให้กับออโตเมติกของทางค่ายหลายโมเดลด้วยกันไม่ว่าจะเป็น PCX และ Click160   โดยดีไซน์นั้นยังคงมีเอกลักษณ์ตามแบบของสกู๊ตเตอร์สไตล์ SUV อยู่ค่อนข้างมาก ปีปรับปรุงในหลาย ๆ จุด โดยเฉพาะในส่วนของชิลด์หน้าที่ปรับปรุงให้มีแอโรไดนามิกที่ดีขึ้นและปรับได้สองระดับ ระบบไฟส่องสว่าง LED เต็มระบบ หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD แบบมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ มีการปรับเบาะนั่งให้ต่ำลง บริเวณแฟริ่งข้างส่วนขาปรับปรุงใหม่   จุดที่เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่คือขุมพลัง โดยขุมพลังใหม่จะเป็นเครื่อง eSP+ 4 วาล์วพิกัด 156.9 ซีซีแบบ 4 วาล์วระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเคลมแรงม้ามาที่ 15.82 แรงม้าที่ 8,500 รอบและ 14.7 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ซึ่งจะมีสมรรถดีกว่าเก่ามากเลยทีเดียว ช่วงล่างจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้ค Showa แบบซับแทงค์คู่ที่เหมาะกับการขับขี่ในหลากหลายเส้นทาง ส่วนระบบเบรกก็จะเป็นดิสกฺเบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมีระบบเบรก ABS พร้อมระบบไฟเตือนฉุกเฉินหรือ ESS ส่วนขนาดของล้อและยางจะเป็น หน้า 110/80 – 14 นิ้ว และหลัง 130/70 – 13 นิ้ว ตามลำดับ ส่วนลูกเล่นอื่น ๆ ก็ยังมีครบครันไม่ว่าจะเป็นระบบสมาร์ทคีย์พร้อมกันขโมย ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ช่องเก็บของคอนโซลหน้าพร้อมพอร์ต USB-A สำหรับจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ระบบ ISS หรือระบบช่วยดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเพื่อประหยัดน้ำมันเวลาจอดรถติดไฟแดง และที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นการมีระบบ Honda Selectable Torque Control หรือแทร็คชันคอนโทรลนั่นเอง ซึ่งเท่ากับว่าจะเป็นครั้งแรกเลยสำหรับในรถพิกัดนี้ของทางฮอนด้าที่มีแทร็คชันคอนโทรล ทั้งนี้เบื้องต้นเปิดขายที่ประเทศอินโดนีเซีย 2 โมเดลด้วยกัน ได้แก่รุ่น ธรรมดามาพร้อมระบบคอมบายเบรก ขายในราคา 36 ล้านอินโดนีเซียรูปีห์ หรือราว ๆ 86,500 บาท และสำหรับรุ่น ABS HSTC จำหน่ายในราคา 39.25 ล้านอินโดนีเซียรูปีห์ หรือราว ๆ 95,000 บาท โดยเบื้องต้นจะมีจำหน่าย 3 เฉดสีคือ แดง ดำและขาว คาดว่ามาจำหน่ายในไทยน่าจะมีราคาแพงกว่านี้ โชคดีอาจจะเห็นราคาแสนนึงมีทอนนิดหน่อย หรืออาจจะโดดไปที่แสนนิด ๆ ได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

1 July 2022
มาตรฐานไอเสียใหม่

มาตรฐานไอเสียใหม่ ทำรถกว่า 20 รุ่นจาก 4 ค่ายแดนปลาดิบไม่ได้ไปต่อ เรียกได้ว่ากระแสรักษ์โลกนั้นเป็นเทรนด์ที่สำคัญมาก ๆ ในตอนนี้ เรื่องของ มาตรฐานไอเสียใหม่ ถูกบังคับใช้ในหลาย ๆ ประเทศในโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อินเดีย และตอนนี้ก็มาเป็นประเทศญี่ปุ่น ดินแดนต้นกำเนิดมอเตอร์ไซค์ยิ่งใหญ่ระดับโลกด้วยกันถึง 4 แบรนด์ และด้วยเหตุนี้เองทำให้มีรถกว่า 20 รุ่นจาก 4 ค่ายบิ๊กแดนปลาดิบนั้นไม่ได้ไปต่อ หากคนที่ติดตามข่าวสารมาโดยตลอดน่าจะพอรับทราบกันมาบ้างกับการไม่ได้ไปต่อของ Yamaha YZF-R6 เมื่อปีที่แล้ว หรือจะเป็นทาง Harley-Davidson ที่นำโมเดล Sportster ที่ใช้เครื่อง Evo ออกจากยุโรปเป็นต้น ที่ญี่ปุ่นเองก็ไม่ต่างกันครับ โดยสื่อใหญ่อย่าง Nikkei รายงานว่า Honda, Yamaha, Kawasaki และ Suzuki ก็จะต้องยกเลิกการผลิตโมเดลที่ไม่ผ่านมาตรฐานไอเสียไปราว ๆ 10% จากที่มีจำหน่ายเกือบ ๆ 190 โมเดลเลยทีเดียว โดยทางค่ายปีกนกค่ายเดียวก็โดนไปมากถึง 10 โมเดลจากทั้งหมด 80 โมเดล ซึ่งในนั้นรวมไปถึงรถระดับตำนานอย่าง CB400 Super Four ด้วย ทางด้านของยามาฮ่านั้นเองก็น่าจะต้องตัด FJR1300 ทัวเรอร์รุ่นใหญ่ของทางค่ายออกไป ในขณะที่ฝั่งของทาง Suzuki ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่ได้ไปต่อด้วยกัน 5 รุ่น ซึ่งในนั้นรวมไปถึง GSX250R สปอร์ตไบค์ของทางค่ายด้วย อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะมีทางเลือกอย่างการนำรถโมเดลต่าง ๆ เหล่านี้ไปขายในประเทศอื่น ๆ ที่มีเรื่องไอเสียไม่เข้มงวดเท่าได้ก็จริงอยู่ แต่สุดท้ายแล้วภาคอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่าน ไปมุ่งใช้แหล่งพลังงานที่ยั่งยืนกว่า ดังนั้นมันจึงยากที่จะผลิตโมเดลเหล่านี้ต่อไปในระยะยาว นอกจากนี้หลาย ๆ ค่ายก็เริ่มมุ่งหน้าไปยังการทำรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้ากันแล้ว อย่าง Honda เองก็ตั้งใจจะทำให้ได้ภายในปี 2040 เป็นต้น หากไม่นับเรื่องไอเสียแล้ว อุตสาหกรรมยานยนต์ยังถูกปัจจัยอื่นเป็นตัวเร่งให้ต้องรีบเปลี่ยนผ่านเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ซัพพลายเชนที่ช้าลง ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบต่าง ๆ เป็นต้น การแก้ปัญหาเรื่องไอเสียที่หลาย ๆ ค่ายนิยมกันคือการใช้ตัวคาตาไลติกส์คอนเวอร์เตอร์เพื่อลดปริมาณไอเสีย แต่ทว่าโชคไม่ดีนักที่ราคาของวัตถุดิบของเจ้าตัวที่ว่านี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะหลัง ๆ ทำให้การพัฒนาและการผลิตยิ่งต้องประสบปัญหามากยิ่งขึ้น และหากเมื่อคำนึงว่า 4 ค่ายยักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบนี้ป้อนมอเตอร์ไซค์ไปทั่วโลกคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 40% แล้ว หากการยกเลิกโมเดลไปมากถึง 20 โมเดลภายในสิ้นปีนี้ ก็ย่อมจะต้องกระทบกับอุตสาหกรรมสองล้ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปเป็นรถไฟฟ้า หรือจะเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกอื่น ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 June 2022
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Enea Bastianini กับจังหวะดราม่า ใน Emilia-Romagna GP

Enea Bastianini กับจังหวะดราม่า ใน Emilia-Romagna GP การแข่งขัน Emilia-Romagna GP มอบดราม่าให้เราแบบเต็มเปี่ยม โดย Enea Bastianini (ทีม Ducati Lenovo) คว้าชัยชนะอย่างยอดเยี่ยมหลังจากแซงผู้นำคะแนนสะสม Jorge Martin (ทีม Prima Pramac Racing) ในช่วงท้าย ขณะที่ Pecco Bagnaia (ทีม Ducati Lenovo) พลาดล้มในการแข่งขัน GP ครั้งที่ 100 ของเขา จึงทำให้วันอาทิตย์ที่ผ่านมากลายเป็นหนึ่งในวันที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการแข่งขันในปี 2024 และนี่คือประเด็นสำคัญจากสนามที่ 14! การโจมตีเพื่อคว้าชัยชนะในช่วงท้ายของ Bastianini ต่อ Jorge Martin ได้สร้างความเห็นที่แตกแยกในพิต บางคนมองว่าจังหวะการเเซงเเบบนี้เกินขอบเขต ขณะที่บางคนเชื่อว่ามันเป็นแค่การแข่งปกติ ! ซึ่งก็มีคอมเมนต์ต่าง ๆ มากมายของนักแข่งต่อเหตุการณ์เเซงสุดดราม่านี้ Jorge Martin: “แน่นอนว่าตอนนี้ผมคิดว่าเราชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับแนวคิดของฝ่ายจัดการแข่งขันในอนาคต ดังนั้นผมคิดว่าครั้งหน้าถ้าผมต้องทำแบบเดิม ก็น่าจะไม่มีผลกระทบอะไร ผมหวังไว้แบบนั้นนะ” “แม้แต่ Marc Marquez ยังบอกว่าเขาคิดว่าน่าจะต้องลดตำแหน่ง Bastianini หนึ่งตำแหน่ง!” @motogp A bit of controversy around Bestia’s winning overtake 😬 Which is your point of view? Too agressive or just a bold last lap move? 👀 #EmiliaRomagnaGP 🏁 #MotoGP #Motorsport #Motorcycle #Racing #SportsOnTikTok ♬ Tonight – Felix Tena Enea Bastianini: “ผมเห็นว่ามีโอกาสเดียวที่จะเเซงเขาในรอบสุดท้ายที่โค้ง 4 เขาพยายามปิดไลน์ ผมเกือบจะเกินลิมิตเล็กน้อยที่ล้อหน้า แต่สุดท้ายผมก็ปิดไลน์ในโค้งและคว้าชัยชนะมาได้” Marc Marquez (Gresini Racing MotoGP™): “Enea ไม่สามารถควบคุมรถให้อยู่ในสนามได้ ดังนั้นสำหรับผมควรจะลดตำแหน่งหนึ่ง แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันเป็นผู้ตัดสินใจ” Francesco Bagnaia: “ผมคิดว่ามันเป็นการแซงแบบการแข่งขัน ไม่มีอะไรต่างจากที่ Jorge เคยทำในอดีตเลย เขาเคยทำแบบนี้กับผมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทั้งที่กาตาร์และอินเดียเขาก็ทำแบบเดียวกัน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ” Luca Marini (Repsol Honda Team) : “ถ้าคุณดันนักแข่งอีกคนออกนอกสนาม แล้วตัวเองก็หลุดโค้งไปด้วย – ถือว่าไม่สามารถทำแบบนั้นได้ “หาก Martin ทำแบบเดียวกันที่อินโดนีเซีย ผมคาดหวังว่าควรจะได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน – ไม่ว่าจะเป็น Martin, Pecco, ผม หรือใครก็ตาม ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติเหมือนกันแค่นี้ครับ” Miguel Oliveira (Trackhouse Racing): “กฎชัดเจนแล้ว เมื่อคุณอยู่ในการแข่งขันระหว่างนักแข่งคืนอื่น และคุณหลุดไปที่พื้นที่สีเขียว คุณต้องยอมเสียตำแหน่ง ความจริงที่ว่าเขาไม่ได้หลุดไปที่สีเขียว เพราะตรงนั้นไม่ได้ทาสีเขียว แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าโค้งได้ มันเป็นการแซงรอบสุดท้าย ทุกคนสู้กันอย่างสุดความสามารถ และมันยากมากที่จะทำการแซงใน MotoGP ดังนั้นคุณต้องใช้ทุกโอกาสที่มี” “ถ้ามันเป็นการแซงเพื่อชัยชนะ ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่มันขึ้นอยู่กับคณะกรรมการตัดสิน กฎชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่ถูกลงโทษเพราะไม่ได้แตะพื้นที่สีเขียว แต่เป็นสีน้ำเงินหรืออะไรก็ตาม ถ้าคุณแซงในโค้งอื่นและแตะพื้นที่สีเขียว คุณต้องยอมเสียตำแหน่ง ดังนั้นเขารู้ดีว่าจะต้องแซงตรงไหน!” Jack Miller: “มันเป็นเหตุการณ์การแข่งขัน การต่อสู้ในรอบสุดท้าย ถ้าคุณอยากดู Zarco หรือผมในรอบสุดท้ายที่โค้ง 14 หรือ Di Giannantonio หรือ Mir ที่โค้ง 14… นั่นคือการแข่ง มันเกิดขึ้นทั่วทั้งสนาม มันเป็นรอบสุดท้ายของการแข่งขัน” Aleix Espargaro (Aprilia Racing): “ผมไม่มีคำจะพูดจริง ๆ เพราะนักแข่งคนหนึ่งชนกับอีกคน และทั้งสองคนก็ออกนอกสนาม”  เเละทั้งหมดนี้ก็เป็นความคิดเห็นของเหล่านักเเข่งที่มีต่อจังหวะการเเซงระหว่าง Enea Bastianini

24 September 2024
ดานี่ เปโดรซ่า เตรียมขึ้นแท่นหัวหน้าทีม KTM

ดานี่ เปโดรซ่า เตรียมขึ้นแท่นหัวหน้าทีม KTM มีข่าวลือออกมาอย่างแพร่หลายว่า ดานี่ เปโดรซ่า อาจจะได้รับตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีม MotoGP ของทีม KTM ในปี 2024 แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ข้อมูลจากหลายแหล่งระบุว่า เปโดรซ่าอาจเข้ามาแทนที่ ฟรานเชสโก้ กุยดอตติ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะออกจากตำแหน่งเนื่องจากมีความขัดแย้งกับ KTM เกี่ยวกับทิศทางของทีมในอนาคต  การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างภายในทีม KTM เพื่อฟื้นฟูศักยภาพการแข่งขันของทีม หลังจากเผชิญกับความท้าทายในช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ไม่มีโอกาสที่ได้เข้าใกล้แชมป์โลกเลย​ ดานี เปโดรซ่า ซึ่งเป็นตำนานในวงการ MotoGP โดยเปโดรซ่าเป็นนักแข่งทีมฮอนด้าตั้งแต่ปี 2001 ในรุ่น 125 ซีซี และในปี 2003 เขาก็ได้ขยับขึ้นมาสู่รุ่น 250 ซีซี หลังจากนั้นในปี 2006 เขาได้ขยับเข้ามาแข่งในรายการ MotoGP กับทีม Repsol Honda ถึงแม้ว่าดานี เปโดรซ่า จะไม่เคยคว้าแชมป์โลก แต่ก็ยังได้ตำแหน่งรองแชมป์โลกถึงสามครั้งในปี 2007, 2010 และ 2012 นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์สนามมาแล้ว 31 ครั้งตลอดการแข่งขัน MotoGP  โดยปัจจุบันทำหน้าที่เป็นนักทดสอบรถของ KTM ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งได้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนารถแข่ง RC16 ความรู้ทางเทคนิค ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับทีมทำให้เขาเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งนี้ แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ อาจจะเป็นในช่วงการแข่งขันที่อินโดนีเซียหรือญี่ปุ่น สรุป การที่ทีมแข่งอย่าง KTM เลือกที่จะเดิมพันกับเปโดรซ่า นั้นแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะหาหนทางใหม่ ๆ และการที่เปโดรซ่าก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของทีม KTM ก็คงสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการ MotoGP ไม่น้อยเลยทีเดียว การได้รับตำแหน่งในครั้งนี้อาจเป็นบทบาทใหม่ทั้งในอาชีพของเขา และบทบาทที่เขาจะนำทีม KTM ไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

24 September 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Aprilia SR GT Replica สกู๊ตเตอร์โฉมใหม่ ลายแข่ง MotoGP

Aprilia SR GT Replica สกู๊ตเตอร์โฉมใหม่ ลายแข่ง MotoGP ล่าสุดทางค่ายสามตา ประกาศเปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นพิเศษกับ  Aprilia SR GT Replica Edition โดยครั้งนี้มาพร้อมด้วยเส้นลายกราฟิกแบบเดียวกันกับรถแข่งทีมโรงงานใน MotoGP ที่มีมาให้เลือกทั้งรุ่น 125 และรุ่น 200 ซีซี  สำหรับลวดลายกราฟิกนั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากการดีไซน์ของ Noale Team ด้วยไฮไลท์สุดพิเศษกับชุดสีดำด้าน ตัดกับลายกราฟิกสีแดงและสีม่วงแนวทแยงมุม 45 องศา รวมไปถึงแถบสีแดงที่ขอบล้อหน้าเพิ่มลุคความเป็นรถสปอร์ตมากยิ่งขึ้น  และยิ่งไปกว่านั้น ยังใส่ลวดลายกราฟิก Aprilia สีขาว ไว้ที่คอนโซลกลางตัวรถ เรียกได้ว่าถอดแบบมาจาก Aprilia RS-GP ม้าศึกโปรโตไทป์ขุมพลัง V4 ที่พึ่งชนะการแข่งขัน MotoGP ที่สนาม Catalunya ที่ผ่านมา โดยนักบิดพ่อลูกอ่อนอย่าง Aleix Espargaro โดยเจ้าสกู๊ตเตอร์ SR GT นั้นถูกเผยโฉมครั้งแรกที่งาน EICMA เมื่อปี 2021 และประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว โดยกลุ่มพิอาจิโอ กรุ๊ป เจ้าของแบรนด์ Aprilia และแบรนด์สกู๊ตเตอร์คลาสิกที่เราคุ้นเคยกันอย่าง Vespa แต่สำหรับสกู๊ตเตอร์แบรนด์อาพริเลียนั้น ให้คาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป โดยมาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดูสปอร์ต และเห็นได้ชัดจากเจ้า SR GT รุ่นนี้ ทั้งสไตล์ตัวรถ ระยะแฮนด์ และยางใหม่ขนาดกว้าง ที่พร้อมลุยอุปสรรคได้ทั้งทางฝุ่นและทางเรียบ  ในด้านเครื่องยนต์จะใช้พื้นฐานเดียวกันกับรุ่นสแตนดาร์ด กับเครื่องยนต์ i-Get สูบเดียว 4 วาว์ล ระบายความร้อนด้วยน้ำ แถมผ่าน Euro5 โดยรุ่น 125 ซีซี มาพร้อมกับกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 15 แรงม้าที่ 8,750 รอบ แรงบิดสูงสุดที่ 12 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ขณะที่รุ่น 200 ซีซี มาพร้อมแรงม้าที่ 17.4 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 16.5 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ  พร้อมระบบช่วงล่างที่ติดมาเดิม ๆ จากโรงงานด้วยโช้คหน้าเทเลสโคปิกจาก Showa ด้านหลังเป็นโช้คคู่ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ระบบเบรกกับดิสก์เบรกหน้า 260 มม. ดิสก์เบรกหลัง 220 มม. ล้อหน้า 14 นิ้วและล้อหลัง 13 นิ้ว ยางหน้า 110/80 ยางหลัง 130/70 แบบไม่ใช้ยางใน พร้อมด้วยฟังก์ชันในตัวรถทั้งระบบไฟ LED ระบบเบรก ABS ล้อหน้า หน้าจอ Full Digital และระบบเครื่องยนต์อัตโนมัติหรือ Start&Stop System  สำหรับโมเดลอิดิชันรุ่นนี้ พร้อมเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงตุลาคมนี้เป็นต้นไป โดยราคาค่าตัวรุ่น SR GT 125 อยู่ที่ 4,449 ยูโร หรือราว ๆ เกือบ 1.7 แสนบาท ส่วนรุ่น SR GT 200 เปิดราคาที่ 4,749 ยูโร หรือ 1.81 แสนบาท อย่างไรก็ดี ก็แอบคาดหวังว่าทางค่ายจะใจดี นำโมเดลรุ่นพิเศษเข้ามาขายในบ้านเรา ก็คงจะดีไม่น้อย แต่มีรุ่นแสตนดาร์ดขายนะครับ รับชม รีวิว Aprilia SR GT 200  รับชม สเปค Aprilia SR GT 200 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สองนักแข่ง Honda

สองนักแข่ง Honda บิด CRF450R คว้าโพเดียมคู่ MXGP ที่อิตาลี สองนักแข่ง Honda Tim Gajser หมายเลข 243 และ Tim Fernandez หมายเลข 70 ร้อนแรงต่อเนื่องในการแข่งขัน MXGP หลังการคว้าชัยชนะในสนามที่ 17 ที่ประเทศตุรกี ล่าสุดการแข่งขันสนามที่ 18 ที่ประเทศอิตาลี (Maggiora, Italy) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บิดยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R คว้าโพเดียมได้ทั้ง 2 คน  Race1 การแข่งขันดวลกัน 2 เรซ โดยเรซแรกสภาพสนามนั้นสร้างความยากลำบากอย่างมากจากฝนที่ตกลงมาก่อนหน้า รูเบน เฟอร์นานเดซ ต่อสู้ไปพร้อมกับการบริหารความเสี่ยงได้อย่างยอดเยี่ยมก่อนที่จะจบการแข่งขันในอันดับที่ 5 ทางด้านของ ทิม ไกจ์เซอร์ น่าเสียดายที่พลาดล้มในช่วงต้น ก่อนที่จะยกรถแข่งกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง ไล่แซงคู่แข่งจากอันดับที่ 20 จนกระทั่งจบการแข่งขันในอันดับที่ 9 ได้สำเร็จ Race2 การแข่งขันเรซที่ 2 เป็นการกลับมาอย่างแข็งแกร่งของ 2 นักบิดฮอนด้าและยอดรถแข่ง Honda CRF450R ทิม ไกจ์เซอร์ บดกับคู่แข่งระดับท็อปได้อย่างดุเดือด คว้าอันดับที่ 2 บนโพเดียมแบบห่างจากชัยชนะแบบเฉียดฉิวเท่านั้น ขณะที่ รูเบน เฟอร์นานเดซ คัมแบ็กกลับมาสู่โพเดียมได้อีกครั้งในอันดับที่ 3 ของการแข่งขัน การแข่งขันสนามนี้แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องในการคว้าผลการแข่งขันที่ดีของสองนักบิดฮอนด้า หลังจากที่ รูเบน เฟอร์นานเดซ กลับมาสู่โพเดียมได้อีกครั้ง และ ทิม ไกจ์เซอร์ เริ่มที่จะกลับมาสู่ฟอร์มอันแข็งแกร่งแล้วหลังจากที่ผ่านการบาดเจ็บอย่างหนักมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ขณะที่โปรแกรมการแข่งขัน MXGP สนาม 19 จะไปแข่งขันกันที่สหราชอาณาจักร (Matterley Basin, United Kingdom) ในระหว่างวันที่ 23 – 24 กันยายน 2566 นี้ อย่าลืมติดตามเชียร์กันได้สำหรับแฟน ๆ ค่ายปีกนก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

NMAX Connected 2023

NMAX Connected 2023 เปิดตัวแล้ว พร้อมเฉดสีใหม่ 3 เฉดสี ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ เดินหน้าเต็มแม็กซ์! ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติกตัวจริงของเมืองไทย ส่ง Yamaha NMAX Connected 2023 สกู๊ตเตอร์ออโตเมติกพรีเมียม 155 ซีซี พร้อมเฉดสีใหม่เอาใจวัยแม็กซ์ 3 เฉดสีด้วยกัน โดยยังคงเหนือระดับด้วยดีไซน์พรีเมียมสปอร์ต สีสันเร้าใจสไตล์ MAX Series ผสานสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจด้วย VVA และ ABS Dual Channel เพียงหนึ่งเดียวในคลาส เหนือชั้นไปอีกขั้นด้วย Y-Connect และ Traction Control ในรุ่น NMAX Connected เพื่อความสมบูรณ์แบบของชีวิตเต็มแม็กซ์ และคุ้มค่ากว่าด้วยการรับประกันมากกว่าถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร* เอ็นแม็กซ์ล้ำสุดแม็กซ์ด้วยเทคโนโลยี Max Technology เชื่อมต่อชีวิตสมาร์ทขึ้นอีกขั้น ด้วย Y-Connect Application (เฉพาะรุ่น NMAX Connected) แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อข้อมูลรถผ่าน CCU ช่วยให้สามารถรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ และการขับขี่ของรถ ได้บนมือถืออย่างง่ายดาย ด้วยโหมดต่าง ๆ 9 ฟังก์ชันในการใช้งานอย่างครบครัน Meter Indicator – แจ้งเตือนการติดต่อเข้ามือถือบนหน้าจอเรือนไมล์ Maintenance Recommend – แจ้งเตือนการบำรุงรักษา Malfunction Notification – แจ้งเตือนเมื่อเครื่องยนต์เกิดปัญหา Fuel Consumption – แสดงข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง Revs Dashboard – แสดงมาตรวัดสมรรถนะขณะขับขี่ Parking Location – แสดงตำแหน่งจอดรถล่าสุด Ranking – แสดงอันดับในการขับขี่ Riding Log – บันทึกประวัติการขับขี่ Contact Form – ช่องทางการติดต่อกับยามาฮ่า ยังคงให้ความสุดเร้าในการขับขี่ด้วย MAX POWER แรงเต็มกำลัง เพื่อกำลังอัดสูงสุด ด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 155 ซีซี 4 วาล์ว ระบบออโตเมติกหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมลูกสูบฟอร์จ แข็งแกร่ง ทนทาน อีกทั้งยังให้อัตราเร่งดี บิดติดมือ ด้วยการติดตั้งระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA ที่ให้การตอบสนองดี ทุกแรงบิดทั้งรอบต่ำและสูง ทันใจทั้งออกตัวและเร่งแซง เปี่ยมด้วยสมรรถนะแบบ Max Performance ด้วยการติดตั้งระบบดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS Dual Channel ให้ความมั่นใจในความปลอดภัยได้มากกว่าด้วยการควบคุมแรงดันเบรกอัตโนมัติ ป้องกันล้อล็อกทั้ง 2 ล้อ โดยมาพร้อมระบบแทร็คชันคอนโทรล (เฉพาะรุ่น NMAX Connected) ซึ่งช่วยป้องกันล้อลื่นไถล มั่นใจกว่า ด้วยการปรับสมดุลความเร็วล้อหน้า-หลังให้สัมพันธ์กันทุกสถานการณ์การขับขี่ และให้ความประหยัดเต็มแม็กซ์ด้วยระบบ ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Stop & Start System ที่มาพร้อม Smart Motor Generator ซึ่งเครื่องยนต์จะหยุดทำงาน เมื่อรถหยุดในการจราจรติดขัดเกิน 5 วินาที หรือกรณีเบรกจนรถหยุด ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น และยังเท่เต็มแม็กซ์ Max Styling ด้วยไฟหน้า-ไฟท้าย FULL LED พร้อมสัญญาณไฟฉุกเฉิน ดีไซน์ดีเอ็นเอตระกูล MAX Series สว่างชัดเจน พร้อมให้ความสมาร์ทเต็มแม็กซ์ด้วย Max Function ด้วย Digital Meter สไตล์สปอร์ต ครบทุกฟังก์ชัน พร้อมสวิตช์เปลี่ยนโหมดที่แฮนด์, กุญแจรีโมท Smart Key System ที่ทำหน้าที่สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ ปลดล็อกแฮนด์รถ ปลดล็อกเบาะ ปลดล็อกฝาถังน้ำมัน และสัญญาณตอบรับ Answer Back ถังน้ำมันขนาด 7.1 ลิตร พร้อมที่เก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้ และช่องชาร์จแบตมือถือพร้อมช่องเก็บของด้านหน้า ที่สำคัญคือมาพร้อมกับสีสันใหม่! เร้าใจสไตล์ MAX Series

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!