SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • Moto2
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวแข่งขัน
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    • ZXMOTO
    • CFMOTO
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZXMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
QJMotor-Fort-350

QJMotor Fort 350 สกู๊ตเตอร์พิกัดยอดนิยม ที่อาจเข้าไทย เพื่อนพ้องนักบิดที่ติดตามข่าวสารจากทางเราอยู่เสมอน่าจะได้ยินข่าวที่ว่า QJMotor กำลังจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา มาครั้งนี้เราก็เลยนำเสนอโมเดลที่คาดว่าจะนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราด้วยอย่างเจ้า QJMotor Fort 350 สกู๊ตเตอร์พิกัดยอดนิยม ที่ตอนนี้คลาสนี้กำลังร้อนแรงอย่างมากจากการมาทำตลาดของแบรนด์จีนอย่าง Zontes ดีไซน์ตัวรถออกแบบมาได้สปอร์ตโฉบเฉี่ยวในสไตล์สปอร์ตและโมเดิร์น ดูทันสมัยและบึกบึนจากบอดี้ที่ให้ความรู้สึกถึงความใหญ่และทรงพลัง เครื่องยนต์จะเป็นสูบเดียวขนาด 350 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังเครื่องยนต์ 33.79 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 35.2 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ มีถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร ช่วงล่างไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ โช้คหน้าจะเป็นโช้คเทเลสโคปิกและโช้คหลังคู่ ที่เห็นแตกต่างและเด่นหน่อยก็จะมีเรื่องของระบบเบรก โดยโมเดลนี้จะมีดิสก์เบรกหน้าคู่และคาลิเปอร์เบรก Bybre ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนล้อและยางจะมีขนาด 120/70-15 และ 150/70-14 หน้าหลังตามลำดับ ส่วนเรื่องของเทคโนโลยีนั้นทางค่ายให้หน้าจอสี TFT มา ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า ส่วนเรื่องของความปลอดภัยตัวรถจะมีระบบเบรก ABS และแทร็คชันคอนโทรลมาให้ การจำหน่ายนั้นที่ประเทศจีนตั้งอยู่ที่ 36,999 หยวน หรือราว ๆ 185,000 บาท ถือว่าราคาค่อนข้างแรง แต่ถ้าเทียบกับออปชันที่ให้มา และมาขายในไทยในราคาที่ไม่แพงไปกว่านี้มากนักก็ถือว่าน่าจะโอเคอยู่ เพราะดิสก์เบรกหน้ามาเป็นดิสก์คู่และรถก็มีซีซีเต็ม 350 ซีซี อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

11 July 2024
Yamaha จดสิทธิบัตรคลัตช์เทียม

Yamaha จดสิทธิบัตรคลัตช์เทียม สำหรับโมโตครอสไฟฟ้า พวกเราไบเกอร์น่าจะเคยได้เห็นสิทธิบัตรเกี่ยวกับการพัฒนารถโมโตครอสไฟฟ้าจากทาง Yamaha ไปหลายตัวแล้ว แล้วเจ้าสิทธิบัตรล่าสุดเนี่ยก็ยังเกี่ยวข้องกับโมเดลโมโตครอสไฟฟ้าที่เผยให้เห็นถึงอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งที่แฮนด์บาร์เพื่อทำหน้าที่จำลองผลของคลัตช์หรือพูดง่าย ๆ ว่า Yamaha จดสิทธิบัตรคลัตช์เทียม สำหรับรถโมโตครอสไฟฟ้านั่นเอง ยามาฮ่าได้ตะหนักอย่างชัดเจนเลยว่ารถไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟฟ้าที่ใช้ในการแข่งขัน จะขับขี่ได้ดีขึ้นจากการมีคลัตช์ สังเกตได้จาก TY-E รถไทรอัลไฟฟ้าของทางค่ายที่มีฟลายวีลและคลัตช์คั่นกลางระหว่างมอเตอร์กับระบบเกียร์ 1 สปีด มันช่วยให้ผู้ขับขี่หมุนมอเตอร์และฟลายวีลได้โดยที่ล้อไม่ต้องหมุนตามได้ ซึ่งช่วยให้เกิดความเสถียรจากการอาศัยหลักของแรงเฉื่อยของมวลหมุน และสามารถใช้ฟลายวีลเป็นเสมือนแหล่งเก็บพลังงานชั่วคราวเพื่อเร่งความเร็วรอบเครื่องยนต์และปล่อยคลัตช์ซึ่งช่วยสร้างพละกำลังและแรงบิดที่มากขึ้นชั่วพริบตา ซึ่งมากกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าเพียงลำพังจะทำได้ อย่างไรก็ตาม สิทธิบัตรที่ออกมาก่อนหน้านี้ของบริษัทแสดงให้เห็นว่าระบบคลัตช์แบบกลไกและฟลายวีลได้ถูกกำจัดออกไปแล้วเพื่อที่จะให้รถมีความกะทัดรัด และเบามากขึ้น และแทนที่มันด้วยตัวหน่วงการสั่นสะเทือนเชิงบิด โดยใช้แผ่นดิสก์สองแผ่นที่เชื่อมต่อกันด้วยสปริงซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นเสมือนกับแหล่งเก็บพลังงานชั่วคราวได้ ยามที่เปิดคันเร่งเล็กน้อยขณะที่กำลังกดเบรกอยู่เพื่อบังคับให้สปริงโช้คยุบตัว จากนั้นก็ปล่อยเบรกเพื่อให้สามารถปล่อยพละกำลังที่หนักหน่วงออกมาได้มาเป็นพิเศษ สิทธิบัตรล่าสุดนี้มีการเพิ่มก้านคลัตช์หลอก ๆ เข้าไปด้วย เพื่อให้รู้สึกว่าควบคุมการส่งกำลังของรถได้มากขึ้น และมีรีเจ็นเนอเรทีฟเบรกกิ้งในระดับที่สามารถทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกได้ว่ามันมีผลแบบเดียวกับการมีคลัตช์จริง ๆ โดยไม่ต้องแยกเครื่องยนต์ออกจากระบบส่งกำลังจริง ๆ ทว่าในปีนี้เราได้เห็นไอเดียที่คล้าย ๆ กันนี้มาแล้วมาจากหลาย ๆ ค่าย เช่น Kymco ที่ไม่เพียงแต่จำลองระบบคลัตช์แต่ยังจำลองระบบเกียร์มาด้วย ขณะที่การควบคุมอะไรที่มันง่าย ๆ แบบบิดแล้วก็ไปของรถไฟฟ้านั้นเป็นอะไรที่ตลาดรถใช้งานในชีวิตประจำวันต้องการมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีไรเดอร์อีกกลุ่มที่ต้องการอะไรมากกว่านั้น ทั้งนี้เมื่อถึงเวลาของการแข่งขันรถโมโตครอสไฟฟ้าของยามาฮ่าก็ต้องถูกคาดหวังว่าจะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหรือรถสันดาป แน่นอนว่าการควบคุมนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก ดังนั้นการเพิ่มคลัตช์เข้ามาดูจะสมเหตุสมผลมาก แล้วเจ้าสิทธิบัตรใหม่ที่ว่านี้ก็เจาะจงไปว่าก้านคลัตช์ที่ว่านี้ติดตั้งและทำงานยังไง แม้ว่ามันจะอยู่ที่แฮนด์ด้านซ้ายอย่างที่คิด แต่มันไม่ใช่คลัตช์ มันคือเบรกหลัง ก้านคลัตช์ที่ควบคุมรถจริง ๆ คือก้านเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านบนเบรกอีก ใช้นิ้วชี้ควบคุมอย่างเดียว ผลของการใช้คลัตช์นี้ต่อกำลังของมอเตอร์และแรงจากระบบรีเจอเนเรทีฟจะเทียบเท่ากับเอ็นจิ้นเบรกของรถสันดาป สิทธิบัตรนี้อธิบายความรู้สึกของการควบคุมและแสดงให้เห็นถึงเดดโซนที่ปลายทั้งสองด้านของระยะการเคลื่อนที่ และมีแรงต้านแบบก้าวหน้าที่จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อเหนี่ยวก้านเข้ามาและจะลดลงเมื่อดึงจนสุด แบบเดียวกับคลัตช์ปกติเลย ทำให้มีความรู้สึกคุ้นเคยได้ไม่ยาก แม้สิทธิบัตรนี้จะใช้กับรถโมโตครอสไฟฟ้าและกำลังพัฒนาอยู่ แต่แนวคิดก็ชัดเจนว่ามันน่าจะนำไปใช้กับสตรีทไบค์ไฟฟ้าในอนาคตได้ด้วย และจะช่วยดึงดูดนักบิดที่อยากจะสนุกกับกลไกต่าง ๆ แบบที่เขาเคยได้จากเครื่องยนต์สันดาป อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

11 July 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
XO Papio Trail

XO Papio Trail จิ๋วแจ๋วพร้อมลุยจากค่ายมังกรฟ้า เรียกว่าดีไซน์ดีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรสำหรับค่ายมังกรฟ้า CFMoto ค่ายรถสัญชาติจีน ที่ก็มีตัวแทนจำหน่ายในบ้านเราด้วย แต่ก็เงียบหายไปนานเลย แต่เรื่องของบ้านเราเอาไว้ทีหลัง เรามาติดตามข่าวล่าสุดกันก่อน ซึ่งไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะเปิดตัวโมเดลใหม่จิ๋วแจ๋วพร้อมลุยในชื่อว่า XO Papio Trail สแครมเบลอร์ร่างจิ๋วที่มีต้นแบบเดิมเป็นรถในชื่อเดียวกันแค่ตัดคำว่าเทรลต่อท้ายออกเท่านั้น   โดยตัวรถจะมาในสไตล์ของสแครมเบลอร์ผสมผสานเข้ากันกับเรโทรในทุก ๆ รายละเอียด ให้สมกับเป็นมินิสแครมเบลอร์ แถมยังโดดเด่นไม่เหมือนใครโดยเฉพาะในของปลายท่อไอเสียปลายเดี่ยวที่ยกสูงขึ้นไปอยู่ใต้เบาะแบบแนบเนียน ทว่ายังมีส่วนอื่น ๆ ที่เตะตาไม่แพ้กัน เช่น ไฟหน้าทรงกลมคู่พร้อมดีไซน์ด้านในแบบไม่สมมาตร ไฟท้าย LED ทรงกลมที่มีตะแกรงคาดดูลุย ๆ เท่ไปอีกแบบ ถือว่าดีไซน์มาได้หล่อดีทีเดียว ส่วนเรื่องของเครื่องยนต์นั้นตัวรถจะมาพร้อมขุมพลังแบบสูบเดียว 125 ซีซีระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ที่ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 9.39 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดที่ 8.3 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ขับเคลื่อนผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด เคลมท็อปสปีดสูงสุดมาที่ 90 กม./ชม. โดยมีถังน้ำมันขนาดความจุ 7 ลิตรเป็นแหล่งพลังงาน ช่วงล่างนั้นด้านหน้าจะเป็นโช้คเทเลสโคปิกธรรมดา ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวและกระเดื่องทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ส่วนล้อจะเป็นล้อขนาด 12 นิ้วเท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รัดด้วยยางแบบกึ่งพร้อมขี่ได้ทั้งทางดำและทางฝุ่น ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น) ส่วนเรื่องการจำหน่ายยังไม่มีการระบุราคา แต่ราคาน่าจะไม่แรงมากแน่นอนเนื่องจากเป็นรถในพิกัดเริ่มต้นและไม่ได้มีอ็อปชันอะไรมาก ทว่าบ้านเรานั้นอาจจะไม่มีการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

XDV300

XDV300 สกู๊ตเตอร์สายลุยจาก Lexmoto Lexmoto ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์สัญชาติจีนแต่ทำตลาดที่อังกฤษ ซึ่งเชี่ยวชาญในด้านการทำสองล้อสำหรับนักบิดมือใหม่ และครั้งนี้ทางค่ายก็ได้ทำการเปิดตัวสกู๊ตเตอร์ในแบบลุย ๆ หรือแอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์ขนาด 300 ซีซีขึ้นมาภายใต้ชื่อทางการค้าว่า XDV300 ซึ่งก็น่าจะตอบโจทย์กระแสใหม่ที่ทางค่ายปีกนกได้สร้างขึ้นมา เทรนด์ใหม่อย่างแอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์ที่กำลังก่อตัวขึ้นแสดงให้เห็นว่าสกู๊ตเตอร์นั้นไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ และไปได้มากกว่าถนนดี ๆ หรือทางดำ มันยิ่งสร้างความน่าสนใจให้กับนักบิดหน้าใหม่มากยิ่งขึ้น สำหรับโมเดลนี้ไม่เพียงแต่ดูโฉบเฉี่ยว ยังดูบึกบึน ขณะเดียวกันก็ดูคุ้น ๆ ตาชอบกล (ฮา) อย่างไรก็ตามมันก็ดูเข้าท่าเข้าที่แถมยังมีฟังก์ชันที่โดดเด่นเหมาะกับเมืองหนาวหรือเวลาที่อากาศเย็น ๆ อย่างระบบอุ่นมืออีกด้วย   และเพื่อเพิ่มความสบายของผู้ขับขี่ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ตัวรถจะมาพร้อมชิลด์หน้าแบบปรับระดับได้ ทำให้สามารถปรับการโฟลว์และการป้องกันของลมจากด้านหน้าได้ตามความต้องการ ระบบไฟส่องสว่างของตัวรถเป็น LED เต็มระบบช่วยให้ทัศนวิสัยที่ดีและทำให้รถดูดีพรีเมียมยิ่งขึ้น และยังจะมาพร้อมกับเรือนไมล์ดิจิทัลขนาดใหญ่ที่แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ได้มากมาย ส่วนในเรื่องของสมรรถนะกันบ้าง เจ้าคันนี้มาพร้อมกับขุมพลังแบบสูบเดียวขนาด 279 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ผ่านมาตรฐาน Euro5 แล้ว ให้กำลัง 25.5 แรงม้าที่ 8,250 รอบ เคลมท็อปสปีดมาที่ 128 กม./ชม. ขณะที่ในเรื่องของช่วงล่างจะได้ระบบกันสะเทือนทั้งระบบมาจาก KYB โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับและด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังมาพร้อมระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเช่นกัน ส่วนล้อจะเป็นขนาด 13 นิ้วเท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลังโดยจะมาพร้อมกับยางแบบออลเทอร์เรนขนาด 110/70 และ 130/70 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ช่ องเก็บของหลากหลายที่ ไม่เพียงแต่ช่องเก็บของใต้เบาะหรือว่าที่ด้านหน้าคอนโซล ตัวรถยังมีกล่องข้างและกล่องท้ายมาให้ด้วย ทำให้เจ้าคันนี้เหมาะแก่การขับขี่ทางไกลออกทริปแบบหลาย ๆ วันอีกด้วย สุดท้ายเรื่องของการจำหน่ายนั้นค่าตัวในอังกฤษเริ่มต้นที่ 4,699 ปอนด์หรือราว ๆ 200,000 บาท ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่ากับฟีเจอร์ของรถที่ให้มาเลย แต่ถ้ามาไทยราคาแบบนี้เกรงว่าจะขายยากไป อย่างไรก็ดีบ้านเรายังไม่มีตัวแทนจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อนี้ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM EXC 2024

KTM EXC 2024 อัปเกรดใหม่ทั้งแผง ทั้ง 2 และ 4 จังหวะ หลังจากค่ายรถสีส้มสัญชาติออสเตรียทยอยเปิดตัวโมเดลใหม่ ๆ โดยเฉพาะซูเปอร์โมโตมาอย่างต่อเนื่อง มาคราวนี้ก็ถึงคิวของเอ็นดูโร่ไบค์กันบ้าง หรือก็คือ KTM EXC 2024 นั่นเอง โดยคราวนี้อัปเกรดใหม่ทั้งแผง ไม่เว้นว่าจะ 2 จังหวะหรือ 4 จังหวะ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงมาใช้ชิ้นส่วนใหม่ ๆ กว่า 95% เลยทีเดียว ด้วยประสบการณ์ในการแข่งขันนานกว่า 3 ทศวรรษและแชมป์โลกเอ็นดูโร่กว่า 126 ถ้วยในชั้นวางโทรฟี่ ทำให้เคทีเอ็มถือเป็นเบอร์ต้น ๆ เวลาจะต้องลุยศึกหฤโหด และสำหรับโมเดลใหม่นี้ทางค่ายก็ยังไม่หยุดพัฒนา ทำการยกระดับสมรรถนะ การพัฒนาและนวัตกรรมของรถเอ็นดูโรของตัวเองให้ทันสมัยถึงที่สุด ด้านนอกมีชิ้นส่วนชุดสีใหม่ที่พัฒนาโดยข้อมูลจากนักแข่งทีม Red Bull KTM Factory เพื่อให้ผู้ขับขี่หนีบเข่าควบคุมตัวรถ โดยเฉพาะเวลายืนขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ด้านหน้าจะมีบังโคลนหน้าใหม่ที่ออกแบบมามีฟินเพื่อสลัดดินและโคลนไม่ให้มาโดนตัวผู้ขับขี่หรือว่าหม้อน้ำ ยังมีถังน้ำมันโพลีธีนแบบใสขนาด 8.3 ลิตรสำหรับตัว 4 จังหวะ และ 8.9 ลิตรสำหรับ 2 จังหวะ เพื่อให้เช็คระดับน้ำมันได้สะดวก ทว่าคีย์หลักเลยคือการใช้เฟรมใหม่ที่ขึ้นรูปด้วยกระบวนการไฮดรอฟอร์ม เลเซอร์คัทและใช้หุ่นยนต์เชื่อม ทำให้ได้เฟรมที่มีความยืดหยุ่นที่เหมาะสมกับรถ เพื่อให้ตอบสนองฟีลลิ่งการขับขี่ ดูดซับแรงกระแทก และรักษาไลน์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีซับเฟรม 2 ชิ้นที่ออกแบบใหม่ให้มีน้ำหนักเบา ด้วยการเลือกใช้อลูมิเนียมเสริมแรงผสมกับโพลีเอไมด์ และยังใช้เป็นที่ติดตั้งชิ้นส่วนเกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหน่วยควบคุมการขับขี่แบบออฟโร้ด Offroad Control Unit หรือ OCU ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้ง่ายต่อการเซอร์วิสและป้องกันความเสียหายต่าง ๆ ได้ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งไอ้ตัว OCU ที่อยู่ใต้เบาะนี้มาแทนที่การใช้ฟิวส์และรีเลย์ของระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ หากมีการเสียหายของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จะมีไฟ LED แจ้งเตือนเป็นสีแดง ถ้าสีเขียวคือระบบปกติ นั่นทำให้ง่ายต่อการแก้ปัญหามากยิ่งขึ้น จุดต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กันคือระบบกันสะเทือนใหม่ โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับแบบโคลสคาร์ทริดจ์ WP XACT ขนาด 48 ม.ม.ที่มาพร้อมวาล์วกลางลูกสูบตัวใหม่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของน้ำมันในกระบอกโช้ค ส่วนด้านหลังจะใช้โช้ค WP XPLOR PDS ที่มีการปรับปรุงมาใหม่อีกด้วย ซึ่งโช้คทั้งด้านหน้าและด้านหลังจะสามารถปรับแต่งคอมเพรสชันและรีบาวด์แดมปิ้งได้ด้วยมือเลย ไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ และก็สามารถปรับเซ็ตพรีโหลดโช้คหลังได้ง่ายอีกด้วย ถือเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ โมเดล 2 จังหวะ มาถึงเรื่องของเครื่องยนต์กันบ้าง สำหรับโมเดล 2 จังหวะมีการใช้เทคโนโลยีหัวฉีดไฟฟ้า ช่วยให้เครื่องยนต์ส่งกำลังที่สมู้ทสุด ๆ เกือบเท่ากับระบบคาร์บูเรเตอร์ แต่ก็ไม่ต้องมาเสียเวลาปรับแต่งคาร์บูเรเตอร์เมื่อขับขี่ที่ระดับความสูงน้ำทะเลต่าง ๆ กัน ยังมีการดีไซน์เคสรีดวาล์วใหม่เพื่อป้องกันการจ่ายน้ำมันเกินเวลาขึ้นหรือลงเนินชัน ๆ นอกจากนี้ยังมีผลข้างเคียงที่ได้คือสามารถติดตั้งตัวควบคุมไอเสียอิเล็กทรอนิกส์เข้าไป ช่วยให้รถมีเอ็นจิ้นแม็ปสองชุดที่แตกต่างกันโดยสามารถเลือกได้เมื่อติดตั้งออปชันเสริม สำหรับโมเดล 2 จังหวะจะได้แก่ 150 EXC, 250 EXC และ 300 EXC โมเดล 4 จังหวะ สำหรับตัว 4 จังหวะนั้นจะใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกับที่ใช้คว้าชัยในการแข่งขัน ซึ่งปรับแต่งมาเพื่อให้ได้แรงบิดมหาศาลตั้งแต่รอบต่ำ ๆ และพลังแรงม้าที่ดุดันที่รอบสูง ๆ ขึ้นไป ตัวรถยังมีการวางเครื่องเอียงกลับหลังไป 2 องศาและปรับตำแหน่งของสเตอร์หน้าให้ต่ำลงมาอีก 3 ม.ม. ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง ทำให้ควบคุมรถได้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกมาก เมื่อรวมกับน้ำหนักที่เบาลงก็จะยิ่งทำให้การยึดเกาะดีขึ้นเมื่อไต่เนินชัน ๆ รวมถึงสามารถออกจากโค้งเวลาขับขี่สเตจแบบเอ็นดูโรได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ตัว 4 จังหวะยังสามารถติดตั้งแทร็คชันคอนโทรลเพิ่มเติมได้อีกด้วย และสำหรับควิกชิฟเตอร์ก็สามารถติดตั้งได้ซึ่งนับเป็นครั้งแรกเลยสำหรับรถเอ็นดูโร่ สำหรับโมเดล 4 จังหวะจะได้แก่ 250 EXC-F, 350 EXC-F, 450 EXC-F และ 500 EXC-F งานนี้ใครชอบเอ็นดูโร่ไบค์ล่ะก็บอกเลยตอนนี้ถือว่าเฟี้ยวมาก ๆ เพราะนี่คือการยกระดับรถในสไตล์นี้อย่างแท้จริง แต่ราคาก็น่าจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
Marquez บอก Quartararo มีแววในการท้าชิงตำแหน่งของเขาใน ศึก MotoGP ฤดูกาลปี 2020

ผู้ชนะการแข่งขัน San Marino GP อย่าง Marc Marquez ได้ออกมาบอกว่า Quartararo ได้พิสูจน์แล้วที่ Misano ว่าเขามีศักยภาพและความสามารถในการที่จะมาท้าสู้ชิงตำแหน่งแชมป์กับเขาในศึก MotoGP ในฤดูกาลปี 2020 Quartararo นั้นเพิ่งได้เข้าสู่วงการ MotoGP ในช่วงต้นปีนี้กับทีมใหม่อย่าง Petronas Yamaha SRT แต่ก็สามารถที่จะได้ตำแหน่ง โพลไปแล้วถึง 3 ครั้ง แถมยังได้ขึ้นไปยืนบนโพเดี่ยมอีกถึง 4 ครั้งด้วยกัน โดยเขาได้นำเด็กระเบิด Marc Marquez อยู่หลายรอบเลยก่อนที่จะพลาดท่าและถูก Marc แซงไปได้อย่างง่ายดายในที่สุดหลังจากที่ Marc นั้นขับตามกดดัน Quartararo มาอย่างติดๆ และแม้ว่า Quartararo นั้นจะถูก Marquez แซงไปในที่สุดแต่ทว่าภายหลังการแข่งขันนั้นทาง Marc Marquez ก็ได้กล่าวชม Quartararo ว่าเขานั้นเป็น “ผู้ชนะที่แท้จริง” “Fabio ได้โชว์ให้เราได้เห็นกันแล้วว่าเขามีศักยภาพ ความสามารถ รถ และทีมที่จะพาเขาไปสู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ในปีหน้า” “และผมเชื่อว่าตัวเขานั้นจะเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามจากนี้ไปจนจบฤดูกาลนี้และสักวันนึงเขาจะสามารถเอาชนะการแข่งได้จริงๆ” “เราจะพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนี้แต่ผมขอทำนายเอาไว้เลยว่าการแข่งขันในปีหน้านี้เขาจะเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามอย่างแน่นอน” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

19 September 2019
นับถอยหลัง PTT Thailand Grandprix 2019 พร้อมเปิดตัว ถ้วยรางวัล ThaiGP

“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน แถลงเปิดตัวถ้วยรางวัลเวอร์ชั่นใหม่ PTT Thailand Grandprix 2019 ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ผสานความเป็นไทยเข้ากับโมโตจีพีสะท้อนความภาคภูมิใจของคนไทยสู่สายตาชาวโลก พร้อมชวนชาวไทยนับถอยหลัง 3 สัปดาห์ ก่อนเปิดบ้านเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันศึกมอเตอร์สปอร์ต ระดับโลก ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ประกาศความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งการจัดการแข่งขันในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และความสะดวกโดยรอบ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง ต้อนรับแฟนความเร็วหลายแสนคนที่หลั่งไหลสู่ประเทศไทย ประเทศไทยเตรียมระเบิดศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกโมโตจีพี เตรียมระเบิดความมันส์สนามที่ 15 ในรายการ PTT Thailand Grandprix 2019 ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัด บุรีรัมย์ ท่ามกลางการรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยและทั่วโลกกับการเป็นเจ้าภาพปีที่ 2 ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย, จังหวัดบุรีรัมย์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, บริษัท เอพีฮอนด้า จำกัด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แพลน บี อีเลฟเว่น จำกัด และ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัด บุรีรัมย์ แถลงข่าวความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ และร่วมนับถอยหลัง 3 สัปดาห์ โหมโรงก่อนเข้าสู่สุดสัปดาห์แห่งมอเตอร์สปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ไฮไลต์ของการแถลงข่าวคือการเปิดตัว ถ้วยรางวัล พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของการแข่งขัน โมโตจีพี ในประเทศไทย ได้รับแนวคิดในการออกแบบโดยต่อยอด มาจากปีที่แล้ว ซึ่งออกแบบถ้วยให้คล้ายกับประตูวัดตกแต่งด้วยลายไทย เสมือนการเปิดบ้านต้อนรับชาวโลก เข้าสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยในปีนี้ ถ้วยรางวัลจะสื่อถึงความเชื่อมโยงของจังหวัดบุรีรัมย์มากขึ้นผสมผสานเอกลักษณ์ของจังหวัดเข้ากับความเป็นโมโตจีพี ฐานของถ้วยรางวัลจำลองรูปแบบหินที่มีสี และเนื้อสัมผัสคล้ายกับศิลาแลงที่เป็นวัสดุในการก่อสร้างปราสาทหินพนมรุ้ง ตัดแต่งให้มีรูปทรงตาหมากรุกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโมโตจีพี ด้านบนของฐานคือลายแทร็กของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่เหมือนที่ใดในโลก ตกแต่งด้วยลายเลขไทย ซึ่งมีพื้นฐานมาจากดอกไม้ไทย สื่อถึงความยินดีกับผู้ชนะการแข่งขันที่ประเทศไทยในครั้งนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “กระทรวงการท่องเที่ยวเเละกีฬา ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่รายการแข่งขันระดับโลกเช่นนี้ได้จัดที่ประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่เราได้รับรางวัล BEST GRAND PRIX OF THE YEAR ไปเมื่อปีที่ผ่านมา สำหรับความพร้อมในปีนี้นั้น ในนามของรัฐบาลโดยผมได้มีการลงพื้นที่ตรวจดูความพร้อมล่าสุดที่จะเกิดขึ้น ตั้งแต่การเดินทาง จนถึงภายในสนามแข่งฯ ทั้งโครงข่ายคมนาคม ทางบก ทางอากาศ และทางราง” “ต้องขอเรียนว่าเราต้องการให้ประเทศไทยพร้อมที่สุดสำหรับการแข่งขัน โมโตจีพี รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่ต้องรองรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตจำนวนหลายแสนคน จากทั่วโลกที่จะเดินทางเข้าชมการแข่งขัน เริ่มตั้งแต่สนามบินที่ปีนี้เรามีการปรับปรุงหลายอย่าง ตั้งแต่การปรับปรุงพื้นผิวคอนกรีต ขยายลานจอดอากาศยาน จุดติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธและระเบิด สายพานลำเลียงสัมภาระ รวมถึงพื้นที่ลาดเอียงสำหรับผู้ทุพพลภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานให้เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยว ให้สมบูรณ์ที่สุด” “ส่วนในสนามแข่งขันซึ่งจะใช้รองรับการแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 นั้นไม่มีอะไรน่าห่วง จากที่ผมได้เดินทางไปตรวจดูในจุดต่างๆ ในสนามการแข่งขันด้วยตนเอง และมีการประชุมร่วมกัน ทีมงานรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน และนำปัญหาต่างๆ มาปรับปรุงได้เห็นอย่างดี โดยเฉพาะความปลอดภัยในสนามแข่ง มาตรฐานของทีมงาน การอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชม ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน และในส่วนของอัฒจันทร์ชมการแข่งขันที่ได้ปรับปรุงให้มีความมาตรฐานมากขึ้น มั่นคงแข็งแรง นั่งสบายยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุดในทุกๆ โซนรอบสนามแข่งขัน ซึ่งผมเชื่อว่าตอนนี้เราพร้อมแล้วที่จะเปิดบ้านของเรา เปิดประเทศของเราต้อนรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตหลายแสนคนจากทั่วโลก นอกจากนี้ ผมยังได้เดินทางตรวจเยี่ยมโฮมสเตย์ หมู่บ้าน OTOP บ้านโนนสวรรค์ อำเภอ บ้านด่าน จังหวัด บุรีรัมย์ ที่เข้าร่วมโครงการขยายที่พัก เพื่อรองรับความต้องการของแฟนมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งถือว่าชาวบุรีรัมย์ทุกคนมีความพร้อมมากในการต้อนรับ และจะสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวทุกท่านที่จะมาจากทั่วโลก ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวและแฟนๆ

18 September 2019

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ไว้อาลัย