SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า จักรยายนต์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวอัพเดทล่าสุด

ข่าวมอเตอร์ไซค์

รถมอเตอร์ไซค์จีนยุคใหม่ เจาะลึกเปลี่ยนเกมตลาด 2026 ไปไกลแค่ไหน?

รถมอเตอร์ไซค์จีนยุคใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ V4 ระบบ AI อัจฉริยะ และการเป็นผู้นำตลาดรถไฟฟ้าที่กำลังเขย่าบัลลังก์ค่ายญี่ปุ่น

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวมอเตอร์ไซค์

2026 New Honda Giorno+ 7 เฉดสีใหม่ มาพร้อม 2 รุ่น ABS และ CBS เริ่มต้น 63,700 บาท

New Honda Giorno+ โฉมล่าสุด มาพร้อม 7 เฉดสีใหม่ สไตล์ Modern Classic เครื่องยนต์ eSP+ 125 ซีซี ราคาเริ่มต้น 63,700 บาท

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
Wuling Aishang A100C
ข่าวมอเตอร์ไซค์

Wuling Aishang A100C ไฟฟ้ามินิ เริ่มเต้น 1.7 แสน

Wuling Aishang A100C รถไฟฟ้าขนาดเล็ก 4 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดจากจีน ดีไซน์หน้าบึ้งสุดกวน วิ่งไกล 220 กม. เริ่มต้นเพียง 1.7 แสนบาท

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวด่วน

ล่าตัว “โรคจิต PCX” ตระเวนจับหน้าอกสาวจอมเทียน

ล่าตัว “โรคจิต PCX” ตระเวนจับหน้าอกสาวจอมเทียน เชื่อคนเดียวกับคดีเขาพระตำหนัก สถานการณ์ความปลอดภัยของผู้หญิงในเมืองพัทยากำลังอยู่ในขั้นสีแดง เมื่อสื่อใหญ่หลายสำนักพร้อมใจกันรายงานข่าวการอาละวาดของ “โจรโรคจิต” ที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการตระเวนก่อเหตุลวนลามหญิงสาวไปทั่วเมือง โดยล่าสุดมีการระบุพาหนะที่ใช้ก่อเหตุชัดเจนว่าเป็นรถยอดนิยมรุ่น Honda PCX แฉ! “โรคจิต PCX” อาละวาดจอมเทียน รายงานจากเว็บไซต์ เดลินิวส์ (DailyNews) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ระบุว่า ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยาต่างตกอยู่ในอาการหวาดผวาหลังเกิดเหตุคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ PCX (ไม่ทราบสีและทะเบียนแน่ชัด) ก่อเหตุไล่จับหน้าอกผู้หญิงกลางวันแสกๆ เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นกับ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ภายใน ซอย 8 จอมเทียนสายสอง ต.หนองปรือ โดยคนร้ายได้ขี่รถทำทีเป็นนักท่องเที่ยวเข้าประชิดตัว ก่อนฉวยโอกาสใช้มือจับที่หน้าอกของเธอแล้วเร่งเครื่องหลบหนีไป ทิ้งให้ผู้เสียหายยืนตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ย้อนรอย: จาก “บีบก้น” ที่เขาพระตำหนัก สู่ “จับหน้าอก” ที่จอมเทียน ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน (24-25 ม.ค.) Ch7HD News และสื่อท้องถิ่น ได้รายงานเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นบริเวณ สวนสาธารณะเขาพระตำหนัก พัทยาใต้ โดยเหยื่อเป็นหญิงสาวที่ไปวิ่งออกกำลังกาย ถูกชายสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบและเอื้อมมือมา “บีบก้น” ก่อนหลบหนี จากการประมวลพฤติกรรมและเส้นทางการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายในทั้งสองคดี “น่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน” ที่ย้ายจุดก่อเหตุไปเรื่อยๆ เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม และมีความย่ามใจก่อเหตุถี่ขึ้นเรื่อยๆ ตำรวจเร่งเช็กกล้องล่าตัว ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และ สภ.หนองปรือ กำลังเร่งประสานข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อแกะรอยเส้นทางหลบหนีของรถ PCX คันดังกล่าว โดยคาดว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดีในเร็วๆ นี้ จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชน โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่ต้องเดินทางคนเดียวในพื้นที่เปลี่ยวหรือซอยแคบ เพิ่มความระมัดระวังตัวเป็นพิเศษจนกว่าจะจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ แหล่งข้อมูลอ้างอิง (Source Links): เดลินิวส์ (DailyNews): https://www.dailynews.co.th/news/5542633/ Ch7HD News: https://news.ch7.com/detail/852621 Ch7HD (ข่าวเด็ด 7 สี): https://news.ch7.com/detail/852116

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวด่วน

ไรเดอร์ เจอผู้โดยสารทิ้งของหน้าด่าน รอดคุกหวุดหวิดเพราะ “กล้อง”

ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจชาวสองล้อและพี่น้องไรเดอร์ที่หารายได้ผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถทุกคน เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญกับเจ้าของเพจและยูทูบเบอร์สายไรเดอร์ชื่อ “โก๋ โฟม ล่องลอย”

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวมอเตอร์ไซค์

Zontes 703T 2026 วางจำหน่ายจีนแล้ว เจาะลึกสเปคเทพ จัดเต็มทุกฟีเจอร์

Zontes 703T รถมอเตอร์ไซค์แอดเวนเจอร์ 3 สูบเรียง 95 แรงม้า วางจำหน่ายในจีน เจาะลึกออปชัน Brembo, Marzocchi และราคาที่คุ้มค่าที่สุดในคลาส

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
Rossi เตรียมตัวกลายเป็นพ่อลูกสอง

Rossi เตรียมตัวกลายเป็นพ่อลูกสอง กาลเวลาผ่านไปไวซะเหลือเกิน ตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 3 ปี แล้วที่เวทีการแข่งขัน MotoGP ไม่มีชื่อของ The Doctor อยู่ และตอนนี้ Rossi เตรียมตัวกลายเป็นพ่อลูกสอง ไปซะแล้ว หลังจากที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เขาได้ลงภาพและประกาศข่าวดีให้แฟน ๆ พ่อหมอได้ชื่นอกชื่นใจว่า เขากำลังจะมีลูกสาวเพิ่มอีกคน!!   โดยพ่อหมอได้ออกมาโพสต์ภาพโมเมนต์น่ารัก ๆ กับ Francesca Novello และลูกสาว กลายเป็นภาพครอบครัว 3 คนไม่สิ 4 คน (คนที่ 4 อยู่ในท้อง) ที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ พร้อมแค็ปชันเป็นภาษาอิตาลีที่แปลออกมาได้ว่า “Franci (ภรรยาของเขา) กำลังตั้งครรภ์ เราคาดว่าจะมีลูกสาวอีก 1 คน” ในภาพพ่อหมอตำนานแห่ง MotoGP ยังได้แต่งตัวเป็นหมอสมฉายาของเขาทำเสมือนว่ากำลังตรวจอาการภรรยาสาวของเขา โดยมีลูกสาวคนโตร่วมอยู่ในภาพอีกด้วย ปัจจุบันแชมป์โลก 9 สมัยผู้นี้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Yamaha และเป็นเจ้าของทีม VR46 Ducati ในการแข่งขัน MotoGP และแม้ว่าเขาจะไม่ได้แข่งขันมอเตอร์ไซค์มานานกว่า 3 ปี แล้ว แต่เขายังคงอยู่กับมอเตอร์สปอร์ต ด้วยการเป็นนักแข่งรถ ซึ่งแข่งอยู่ในรายการ GT3 ให้กับทาง BMW ตอนนี้เขาใช้ BMW M4 GT3 แข่งขันอยู่ ได้โพเดียมจากรายการ GT World Challenge Europe อยู่หลายโพเดียม และชนะมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งทั้ง 2 ครั้งมาจากการแข่งขันที่ Misano ล้วน ๆ และปีนี้เขาได้ขยับขึ้นไปแข่งใน WEC หรือ World Endurance Championship และสามารถคว้าโพเดียมแรกมาได้ในสนามที่ 2 ที่ Imola อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CHIGEE AIO5 Play

CHIGEE AIO5 Play หน้าจอเสริมอัจฉริยะสำหรับ BMW งานนี้บีมเมอร์หรือสาวก BMW ได้เฮ เพราะล่าสุดมีแก็ดเจ็ดสุดเจ๋ง เหมาะกับไบเกอร์ในยุคสมัยใหม่มาให้สาวกค่ายใบพัดสีฟ้าได้ใช้งานกันแล้วกับ Chigee AIO5 Play หน้าจอเสริมอัจฉริยะสำหรับ BMW ที่มีลูกเล่นหลากหลาย แต่ใช้งานง่ายเพียงแค่เสียบก็ใช้งานได้ทันที เจ้าหน้าจอเสริมอัจฉริยะที่ว่านี้เป็นหน้าจอสีแบบ IPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 720P อัตราการรีเฟรชหน้าจออยู่ที่ 60 เฟรมต่อวินาที มีความสว่าง 1000 nit กันรอยขีดข่วน และมีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นได้ถึงเรท IP68 รองรับช่วงอุณหภูมิการใช้งาน ตั้งแต่ – 20 องศา ไปจนถึง 60 องศา เรียกว่าน่าจะเพียงพอกับการทุกการขับขี่ใช้งาน   การใช้งานของหน้าจอที่ว่านี้เพียงแค่ติดตั้งลงไปกับเมาท์สำหรับยึดตัวระบบนำทางที่อยู่ใกล้กับเรือนไมล์ของตัวรถได้เลย ไม่จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์อื่นใดเพิ่มเติม เท่านี้ก็สามารถแสดงผลข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถได้มากมาย และสามารถใช้งานร่วมกับตัว Wonder Wheel ของตัวรถได้เลย (บางรุ่นอาจจะต้องใช้อุปกรณ์เสริม) เช่น ความเร็ว ความเร็วรอบ เกียร์ ระยะทาง ทริป อุณหภูมิเครื่องยนต์ อุณหภูมิอากาศ องศาการเอียงตัวรถ แรงดันไฟแบตเตอรี่ ความดันลมยาง แจ้งเตือนระยะเซอร์วิส วันที่เซอร์วิสครั้งต่อไป หรือจะเป็นฟังก์ชันพิเศษจากทางตัวหน้าจอเองอย่าง ระบบบันทึกข้อมูลการเดินทางหรือ Trip Log ที่สามารถแทร็ก ระยะทาง ระยะเวลา ระดับความสูง ความเร็วสูงสุด และความเร็วเฉลี่ยได้ นอกจากนี้แล้วตัวหน้าจอนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ผ่านระบบบลูทูธเพื่อใช้งานระบบ Apple CarPlay หรือ Android auto เพื่อใช้งานระบบนำทาง หรือว่าควบคุมสมาร์ทโฟนเพื่อรับสายหรือโทรออก เช็คข้อความ หรือจะฟังเพลงก็สามารถทำได้อีกด้วย เรียกว่าสะดวกสบายสุด ๆ โดยรองรับโมเดลต่าง ๆ ดังนี้ – R1300GS – R1200GS – R1250GS – R1250RT – R1250GSA – S1000XR – K1600 – F750GS – F800GS – F850GS – F900GS – และรุ่นอื่น ๆ เรื่องของการจำหน่าย แบรนด์นี้มีตัวแทนในประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วย โดยจะจำหน่ายในราคาราว ๆ ไม่เกิน 14,000 บาท ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยสามารถเข้าไปติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/chigeethailand/ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Trident Triple Tribute

Trident Triple Tribute เปิดราคาไทย 319,000 บาท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้เปิดตัว Trident Triple Tribute โมเดลพิเศษสุดโดดเด่น เพื่อเฉลิมฉลองให้กับเครื่องยนต์สามสูบระดับตำนานของไทรอัมพ์ และจะวางจำหน่ายเพียง 1 ปีเท่านั้น โมเดลพิเศษนี้มาในรูปแบบลายกราฟิกอันโดดเด่น ในสไตล์เรซซิ่ง เน้นการใช้สีขาว น้ำเงิน และแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ และสะดุดตาหมายเลข ’67’ อันโดดเด่น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยประดับอยู่บนรถจักรยานยนต์ไทรเดนท์ ‘Slippery Sam’ อันโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นคันเดียวที่ชนะการแข่งขัน TT ถึง 5 ครั้งเป็นระยะเวลา 5 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 1971 ถึง 1975 ตัวรถยังมีชิลด์หน้าและแผงใต้ท้องรถที่สีเข้าชุดกัน นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์โลโก้ไทรอัมพ์ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย และการติดโลโก้บนฝาปิดช่องเติมน้ำมันเชื้อเพลิง แคลมป์แฮนด์และแผงหน้าปัด รวมถึงตราสัญลักษณ์ Trident อะลูมิเนียมฝังพร้อมการตกแต่งรายละเอียด ฝาครอบหม้อน้ำสีเดียวกับตัวรถ ปลอกแฮนด์และการ์ดพักเท้าแบบอะลูมิเนียม ตัวป้องกันโช้คสีเดียวกับตัวรถ แฮนด์รถอะลูมิเนียมทรงเรียว และกระจกทรงหยดน้ำ พร้อมล้ออะลูมิเนียมหล่อแบบห้าก้านสีดำ น้ำหนักเบา ช่วยเติมเต็มลุคที่สะดุดตา เครื่องยนต์สามสูบเรียง 660 ซีซี ให้ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของแรงบิดรอบต่ำ ช่วงกลาง และพละกำลังสูงสุด อีกทั้งเสียงเครื่องยนต์สามจังหวะที่ทุ้มลึกโดดเด่นมาจากท่อขนาดเล็กและมินิมอล พร้อมด้วยปลายท่อสเตนเลสสตีลระดับพรีเมียม และยังเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 81 แรงม้า ที่ 10,250 รอบ พร้อมการส่งผ่านราบรื่น รวมถึงให้แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบ มีระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมอัตราทดเกียร์ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่เป็นเรื่องง่ายและสนุกสนาน ทั้งยังมีควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ช่วยให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ และมีระบบ Autoblipper เมื่อเปลี่ยนเกียร์ลง เพื่อความรวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น ช่วงล่างมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ Showa สีดำที่ให้ระยะยุบตัวของล้อหน้า 120 มม. และโช้คหลัง RSU แบบโมโนช็อคของ Showa รองรับการปรับตั้งค่าพรีโหลด ซึ่งมีระยะยุบตัวของล้อหลังที่ 133.5 มม. ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นคาลิเปอร์เบรก Nissin สองลูกสูบพร้อมดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 มม. ด้านหลังเป็นคาลิเปอร์เบรก Nissin กับดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนล้อจะเป็นล้ออะลูมิเนียมหล่อน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้วกับยางขนาด 120/70 R17 และ 180/55 R17 ตัวรถยังมีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อบลูทูธมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมต่อ My Triumph Connectivity โดยสามารถใช้งานระบบนำทางแบบ Turn-by-turn เชื่อมต่อการใช้โทรศัพท์และฟังเพลง เป็นการยกระดับเทคโนโลยีระดับสูงสำหรับผู้ขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น Trident 660 มีไฟ LED ระบบ ABS โหมดการขี่ Road และ Rain ระบบแทร็คชันคอนโทรล แบบเปิดปิดได้ และคันเร่งไฟฟ้า เพื่อการตอบสนองของคันเร่งที่คมชัดและแม่นยำ รวมถึงหน้าจอสี TFT เพื่อเพิ่มความปลอดภัย มีการติดตั้งระบบป้องกันการโจรกรรมเครื่องยนต์ไว้ในกุญแจ ทั้งนี้ Trident Triple Tribute รุ่นพิเศษ วางจำหน่ายในราคา 319,000 บาท พิเศษ! รับข้อเสนอทางการเงิน 10,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 8 – 31 กรกฎาคม 2567 โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ 12 แห่งทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

โปรแกรมการแข่งขัน WorldSBK สนามที่5 UKround

สุดสัปดาห์นี้ไม่มีเหงา! MotoGP summer break เกือบเดือน แต่ WorldSBK คัมแบ็คนะครับ โปรแกรมการแข่งขัน WorldSBK สนามที่5 12-14 JUL 🇬🇧Prosecco DOC UK Round Friday, 12nd July 15:00-15:25 – Yamaha R3 bLU cRU World Cup Free Practice 15:40-16:05 – WorldWCR Free Practice 16:20-17:05 – WorldSBK Free Practice 1 17:20-18:00 – WorldSSP Free Practice 19:00-19:25 – Yamaha R3 bLU cRU World Cup Superpole 20:10-20:35 – WorldWCR Tissot Superpole 21:00-21:45 – WorldSBK Free Practice 2 22:00-22:40 – WorldSSP Tissot Superpole Saturday, 13th July 15:00-15:20 – WorldSBK Free Practice 3 15:30-15:40 – WorldWCR Warm Up 15:50-16:00 – WorldSSP Warm Up 17:00-17:15 – WorldSBK Superpole 18:20 – WorldWCR Race 1 (12 laps) 20:00 – WorldSBK Race 1 (23 laps) 21:15 – WorldSSP Race 1 (19 laps) 22:15 – Yamaha R3 bLU cRU World Cup Race 1 (10 laps) Sunday, 14th July 15:00-15:10 – WorldSBK Warm Up 15:20-15:30 – WorldWCR Warm Up 15:40-15:50 – WorldSSP Warm Up 17:00 – WorldSBK Superpole Race (10 laps) 18:20 –WorldWCR Race 2 (12 laps) 20:00 – WorldSBK Race 2 (23 laps) 21:15 – WorldSSP Race 2 (19 laps) 22:15 – Yamaha R3 bLU cRU World cup Race 2 (10 laps) เว้นไปนาน Toprakยิ่งกำลังร้อน อย่าลืมติดตาม ดุเดือด ดราม่าไม่เป็นรองใคร!  

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
เปิดตัว BMW R 18 Transcontinental และ R 18 B

เปิดตัว BMW R 18 Transcontinental และ R 18 B คู่หูทัวเรอร์รุ่นใหญ่สุดหรู บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เผยโฉมมอเตอร์ไซค์ครูเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่พร้อมออกโลดแล่นบนท้องถนน กับการ เปิดตัว BMW R 18 Transcontinental และ R 18 B สื่อถึง Bagger หรือแบ็กเกอร์ ที่ผสมผสานความหรูหรา ความมีสไตล์ และสมรรถนะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นจะใช้เครื่องยนต์ “บิ๊กบ็อกเซอร์” วางบนแชสซีสุดคลาสสิก ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของทางค่าย โดย R 18 Transcontinental จะโดดเด่นด้วยการเป็นทัวริ่งที่หรูหรา พร้อมด้วยกระเป๋าสัมภาระข้างรถรวมถึงพนักพิงหลังของคนซ้อนที่เป็นกล่องสัมภาระท้ายรถในตัวอีกด้วย ขณะที่ R 18 B ใหม่ มาในสไตล์แบกเกอร์เต็มตัวด้วยรูปลักษณ์ที่ดูทั้งเรียบง่ายและปราดเปรียว พร้อมด้วยกระเป๋าสัมภาระข้างรถที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับฝาครอบไฟหน้ารถ  ทั้งนี้ตัวรถทั้งสองโมเดลจะมีพื้นฐานเดียวกันในส่วนของเครื่องยนต์และแชสซี แต่จะไปแตกต่างในส่วนประกอบปลีกย่อยอื่น ๆ โดยส่วนพื้นฐานที่เหมือนกันคือ เครื่องยนต์บิ๊กบ็อกเซอร์ 2 สูบวางนอนขนาด 1,802 ซีซี ส่งพละกำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 4,750 รอบต่อนาที และส่งแรงบิดมากกว่า 150 นิวตันเมตรตลอดในช่วง 2,000 ถึง 4,000 รอบต่อนาที พร้อมพลังขับเคลื่อนและเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเร้าใจ  ซึ่งจะวางบนเฟรมแบบเหล็กกล้าสองชั้น มีถังน้ำมันทรงหยดน้ำขนาด 24 ลิตร เพลาแบบเปิดเปลือย พร้อมลูกเล่นการทำสีแบบลายเส้นคู่ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากโมเดลระดับตำนานอย่าง R 5 นั่นเอง  สำหรับช่วงล่างด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิกพร้อมปลอกหุ้มโช้คให้ดูคลาสสิคลงตัว และด้านหลังเป็นระบบสวิงอาร์มและโช้คเดี่ยวที่ติดตั้งโดยตรงบนคานรับน้ำหนักแบบยื่นที่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ เพื่อให้ควบคุมล้อได้อย่างแม่นยำและนุ่มสบาย ทั้งยังมีระบบชดเชยโหลดอัตโนมัติเพื่อตอบสนองการขับขี่ที่เหนือระดับ   ในส่วนของระบบเบรก ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ และดิสก์เบรกเดี่ยวที่ล้อหลัง ทำงานร่วมกับคาลิเปอร์เบรกแบบตายตัว 4 ลูกสูบ และระบบเบรก ABS นอกจากนี้แน่นอนว่านี่คือรถของบีเอ็มดับเบิลยู เทคโนโลยีจึงเป็นอะไรที่จัดเต็มสมกับเป็นรถเยอรมันมาก ๆ โดยจุดเด่นคือ ระบบไดนามิกครูซคอนโทรล DCC (Dynamic Cruise Control) และระบบแอ็กทีฟครูซคอนโทรล ACC (Active Cruise Control) ซึ่งเป็นครั้งแรกของค่ายใบพัดสีฟ้า  ทั้งนี้ระบบ DCC จะเป็นการควบคุมระดับความเร็วอัตโนมัติและสามารถตั้งค่าเองได้ ส่วนระบบ ACC จะช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอาศัยด้วยเรดาร์ที่ติดตั้งบนฝาครอบไฟหน้า ช่วยให้รถเร่งความเร็วหรือลดความเร็วได้อัตโนมัติ นอกจากนี้ ระบบ ACC ยังช่วยเสริมความปลอดภัยในการเข้าโค้ง และในยามจำเป็น ระบบควบคุมการเข้าโค้งจะชะลอความเร็วให้เหมาะสมกับมุมเอียงของถนนเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ตัวรถมีหน้าจอเรือนไมล์ TFT สีขนาดใหญ่ถึง 10.25 นิ้วเพิ่มเติมมาจากมาตรวัดแบบอนาล็อกทรงกลม 4 ตัว ซึ่งหน้าจอนี้สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน เสริมความสะดวกในการใช้งานและแสดงข้อมูลการขับขี่อย่างเต็มที่  มีไรดิ้งโหมด 3 โหมดเช่นเดิม ได้แก่ “Rain”, “Roll” และ “Rock” มีระบบไฟหน้าปรับตามทิศทางการขับขี่ ระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) ระบบเกียร์ถอยหลัง ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันการโจรกรรมและระบบเซ็นทรัลล็อคมาให้อีกด้วย ในส่วนของความสะดวกสบาย โมเดลในสไตล์แกรนด์ทัวเรอร์จะติดตั้งเบาะที่นั่งที่นุ่มสบายพร้อมระบบอุ่นเบาะมาให้ด้วยเลย และบันไดข้างสำหรับขึ้นลงของคนซ้อน ส่วนเบาะที่นั่งในรุ่นแบ็กเกอร์จะมีเบาะที่นั่งสำหรับสองคนที่มีขนาดเล็กลง และที่พักเท้าที่กว้างขึ้นและสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่า R 18 รุ่นก่อนหน้า ลำโพงด้านหน้าของรุ่นแบ็กเกอร์ ซัฟวูฟเฟอร์ที่เคสด้านข้าง และสุดท้ายทั้งสองโมเดลยังมาพร้อมเครื่องเสียงคุณภาพสัญชาติอังกฤษอย่าง Marshall และลำโพงแบบ two-way (แยกซับวูฟเฟอร์) ที่ติดตั้งบนหน้าปัดของฝาครอบไฟหน้ารถ พร้อมด้วยหน้ากากลำโพงสีดำที่แต่งด้วยตัวอักษร Marshall สีขาว เสริมลุคคลาสสิกให้กับมอเตอร์ไซค์   กล่องท้ายของรุ่น Trancontinental พร้อมลำโพง กล่องท้ายของรุ่น Trancontinental   โดย R 18 B มาพร้อมกับระบบเครื่องเสียง Marshall Gold Series Stage 1 ซึ่งประกอบด้วยลำโพง 2 ตัว และซับวูฟเฟอร์ 2 ตัว ในขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Transcontinental ติดตั้งระบบเครื่องเสียง Marshall Gold Series Stage 2

Ducati Scrambler Urban Motard

Ducati Scrambler Urban Motard ลูกผสมที่แปลกตาแต่ลงตัว เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ทางค่ายแดงอย่างดูคาติได้ทำการเปิดตัว Ducati Scrambler Urban Motard ขึ้นมาพร้อม ๆ กับโมเดลพี่ใหญ่ในตระกูลเดียวกันอย่างเจ้า 1100 Tribute PRO โดยโมเดลนี้จะเป็นโมเดลแบบลูกผสมที่สร้างเพื่อให้ใช้งานในเมืองโดยมีทั้งสไตล์ที่โดดเด่น ความสปอร์ต และความสนุกไปพร้อม ๆ กัน  หลาย ๆ คนเมื่อได้ยินชื่อก็น่าจะพอนึกภาพและหน้าตา รวมไปถึงลักษณะการใช้งานของมันได้เป็นอย่างดี มันคือสแครมเบลอร์ที่ถูกทำออกมาในสไตล์โมตาร์ดที่เน้นการใช้งานในเมืองใหญ่ โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มคนที่อาศัยในเมืองและเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอเนอร์จี้และความหลงใหลในมอเตอร์ไซค์ โดยทางแผนกออกแบบก็นำมาตีความและนำเสนอใหม่เพิ่มเติมในแบบของเฉดสีใหม่สีขาว Star White Silk และสีแดง Ducati GP ’19 พร้อมลวดลายกราฟิกแบบสตรีทอาร์ตและกราฟิตี้ สำหรับโมเดลนี้จะใช้ขุมพลัง 2 สูบแอลทวินขนาด 803 ซีซี ให้กำลังแรงม้า 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบ และแรงบิดที่ 65.7 นิวตันเมตรที่ 5,750 รอบ เพียงพอกับที่จะขับขี่ใช้งานในเมือง ทั้งในเรื่องของกำลังที่ดีพอและมิติรถที่มีความคล่องตัวจากขนาดเครื่องยนต์ที่ไม่ใหญ่มากนั้นเอง จุดเด่นที่สุดที่ทำให้โมเดลนี้โดดเด่นจากสแครมเบลอร์คันอื่นและสมกับเป็นรถในสไตล์โมตาร์ด เห็นจะเป็นล้อซี่ขนาด 17 นิ้ว บังโคลนหน้าแบบยกสูง เบาะราบและเพลตสำหรับแปะเบอร์แข่งด้านข้างซึ่งดูลงตัวกับโมเดลนี้มาก ๆ  ในเรื่องของเทคโนโลยีนั้นค่อนข้างครบถ้วนเหมาะสมกับระดับของรถ เช่น ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ ไฟท้าย LED ระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีระบบอำนวยความสะดวกอย่าง Ducati Multimedia System (DMS) ช่วยให้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ช่องจ่ายไฟแบบ USB ใต้เบาะ เป็นต้น  สำหรับแฟน ๆ ค่ายแดงที่ชื่นชอบรถในสไตล์โมตาร์ดโมเดลนี้ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีนอกจากเจ้า Hypermotard อีกโมเดลนึงครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Scrambler 1100 Tribute PRO

Ducati Scrambler 1100 Tribute PRO หล่อในแบบย้อนยุค ล่าสุดทางค่ายแดงอย่างดูคาติก็ได้ทำการเปิดตัว Ducati Scrambler 1100 Tribute PRO โมเดลธรรมดา แต่มีความพิเศษเนื่องจากสร้างขึ้นเพื่อเป็นการชวนให้นึกถึงประวัติศาสตร์ของเครื่องยนต์สองสูบระบายความร้อนด้วยอากาศ ซึ่งหลังจากนั้นนานถึง 50 ปีก็ถูกนำมาใช้ในรถดูคาติเมื่อปี 1971  โดยโมเดลนี้มีพื้นฐานมาจากเจ้าดูคาติสแครมเบลอร์ ออกแบบโดยใช้มุมมองของคนที่รักรถสไตล์โมเดิร์นคลาสสิคและคนที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ของมอเตอร์ไซค์ เพื่อเป็นเกียรติให้กับประวัติศาสตร์และความสำเร็จของบริษัทผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ที่มีถิ่นฐานอยู่ในเขต Borgo Panigale ประเทศอิตาลี  สำหรับโมเดลนี้ Centro Stile หรือแผนกออกแบบของทางค่ายได้รับแรงบันดาลใจมาจากองค์ประกอบระดับไอคอนิกของมอเตอร์ไซค์ดูคาติในช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งได้แก่ เฉดสี “Giallo Ocra” โลโก้ดูคาติที่ออกแบบโดย Giugiaro และการใช้ล้อแบบซี่ลวด ซึ่งถูกทำสีดำให้เข้ากับชุดสีเหลืองพิเศษนี้ได้เป็นอย่างดี  นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มรายละเอียดให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้กระจกมองหลังทรงกลมและเลือกใช้เบาะนั่งสีน้ำตาลซึ่งมีการเย็บด้ายยังปราณีตและพิถีพิถัน ส่วนในเรื่องของทางเทคนิคนั้นตัวรถมีพื้นฐานจากรุ่น Pro ซึ่งใช้เครื่องยนต์สองสูบขนาด 1,079 ซีซีที่ให้กำลัง 86 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 90.22 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ โดยให้กำลังแรงบิดดี ๆ ตั้งแต่ในช่วงรอบต่ำ ๆ  ทั้งนี้ Ducati Scrambler 1100 Tribute PRO จะมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 โหมด โดยแต่ละโหมดจะมีโหมด Power และระดับของแทร็คชันคอนโทรลที่แตกต่างกัน ตลอดไปจนถึงระบบความปลอดภัยอย่างระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ นอกจากนี้ด้านหน้ายังมีระบบไฟแบบ LED และเดย์ไทม์รันนิงไลม์แล้ว ดังนั้นจึงการันตีความชัดเจนในทุกสภาพแสงรวมถึงเป็นจุดเด่นให้น่าจดจำอีกด้วย และระบบเพื่อความสะดวกสบายอย่างระบบ DMS หรือดูคาติมัลติมีเดียซิสเต็ม ที่ช่วยให้สามารถรถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธ สุดท้ายคือมีช่องชาร์จไฟแบบ USB อยู่ใต้เบาะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ninja ZX-10RR ลายพิเศษ

Ninja ZX-10RR ลายพิเศษ ของทีมโรงงาน เท่แค่ไหนไปชม Ninja ZX-10RR ลายพิเศษ ไม่ใช่รถขายจริง แต่ให้นักแข่งแข่งโชว์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปีการก่อตั้งบริษัท Kawasaki และเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทาง Kawasaki โดยมีการนำโลโก้ River Mark มาใช้รวมไปถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของทางบริษัทที่จะมุ่งเน้นในธุรกิจมอเตอร์ไซค์มากยิ่งขึ้นในอนาคต  ในโอกาสนี้ทาง Kawasaki Racing Team เลยเตรียมรถแข่ง Ninja ZX-10RR ลายพิเศษดังกล่าวให้กับทาง Jonathan Rea และ Alex Lowes ใช้ลงแข่งในศึก WSBK ที่อาร์เจนตินา ลืมเรื่องการใช้ชุดสีรถจากทางสปอนเซอร์ของทางทีมทั้งหมดไปก่อน แล้วทางค่ายยักษ์เขียวก็เปิดโอกาสให้นักแข่งทั้งคู่เลือกชุดสีรถในตำนานของทางค่ายในอดีตมา จากนั้นก็มีการใช้ดีไซน์ดังกล่าวถ่ายทอดมายังรถแข่งคันปัจจุบันของพวกเขาพร้อม ๆ กับโลโก้ River Mark ที่คุณจะเห็นได้ในเจ้า H2 ของทางค่าย  นอกจากลวดลายพิเศษบนตัวรถแล้ว นักแข่งทั้งสองยังใส่ชุดแข่งและแว่นกัดแดดในสไตล์ย้อนยุคที่ทางสปอนเซอร์เตรียมไว้ให้อีกด้วย เพื่อให้ดูเข้ากันอย่างลงตัวที่สุด สำหรับการเลือกของ Jonathan นั้นไม่ยากอะไร โดยเขาเลือกรถต้นแบบเป็น ZXR750-H ตำนานจากต้นยุค 90 มาใช้ โดยตัวรถจะมาในชุดสีขาว น้ำเงินและเขียว  ส่วนทางด้านของ Alex นั้นเป็นอะไรเรียบ ๆ ง่าย ๆ ในการที่จะแปลงมาใส่ในรถสมัยใหม่ โดยเขาเลือกรถในตำนานที่เป็นตัวเปลี่ยนเกมการแข่งขันของโลกสองล้ออย่างเจ้า  GPz900R ที่เปิดตัวในอเมริกาในปี 1984 และเป็นรถคันแรกที่ใช้ชื่อนินจา  125 ปีที่ผ่านมาที่ Kawasaki ได้ออกเดินทางผจญภัยในโลกแห่งธุรกิจ ทางค่ายก็ได้พยายามพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลกด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นเต้นและผลงานทางวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยมซึ่งช่วยนำพาความสุขและสร้างความรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาโดยตลอด  และในตอนนี้ทางบริษัทก็ได้ตั้งใจที่จะทุ่มเทในเรื่องของมอเตอร์ไซค์เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยตั้งบริษัท Kawasaki Motor Ltd ขึ้นมา โดยบริษัทใหม่นี้จะใช้โลโก้ River Mark เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงคุณภาพพร้อมกับแท็กไลน์ใหม่ว่า “Let the Good Times Roll”   ว่าแต่คุณล่ะครับชอบเจ้านินจาลายพิเศษคันไหน? อนาคตอาจจะมาเป็นเฉดสีพิเศษขายจริงก็เป็นได้ ลองส่องลองเลือกดูกันก่อนก็ได้นะครับ ส่วนตัวผมว่าน่าจะมีมาจำหน่ายแน่ ๆ แต่ถ้าไม่มาจริง ๆ อาจจะนำไปเป็นไอเดียในการแต่งรถของตัวเองก็ได้นะครับ ว่ามั้ยครับสาวกค่ายเขียว! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

รถยนต์ไฟ้า

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
เปิดตัว BMW R 18 Transcontinental และ R 18 B

เปิดตัว BMW R 18 Transcontinental และ R 18 B คู่หูทัวเรอร์รุ่นใหญ่สุดหรู บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เผยโฉมมอเตอร์ไซค์ครูเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่พร้อมออกโลดแล่นบนท้องถนน กับการ เปิดตัว BMW R 18 Transcontinental และ R 18 B สื่อถึง Bagger หรือแบ็กเกอร์ ที่ผสมผสานความหรูหรา ความมีสไตล์ และสมรรถนะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นจะใช้เครื่องยนต์ “บิ๊กบ็อกเซอร์” วางบนแชสซีสุดคลาสสิก ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของทางค่าย โดย R 18 Transcontinental จะโดดเด่นด้วยการเป็นทัวริ่งที่หรูหรา พร้อมด้วยกระเป๋าสัมภาระข้างรถรวมถึงพนักพิงหลังของคนซ้อนที่เป็นกล่องสัมภาระท้ายรถในตัวอีกด้วย ขณะที่ R 18 B ใหม่ มาในสไตล์แบกเกอร์เต็มตัวด้วยรูปลักษณ์ที่ดูทั้งเรียบง่ายและปราดเปรียว พร้อมด้วยกระเป๋าสัมภาระข้างรถที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับฝาครอบไฟหน้ารถ  ทั้งนี้ตัวรถทั้งสองโมเดลจะมีพื้นฐานเดียวกันในส่วนของเครื่องยนต์และแชสซี แต่จะไปแตกต่างในส่วนประกอบปลีกย่อยอื่น ๆ โดยส่วนพื้นฐานที่เหมือนกันคือ เครื่องยนต์บิ๊กบ็อกเซอร์ 2 สูบวางนอนขนาด 1,802 ซีซี ส่งพละกำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 4,750 รอบต่อนาที และส่งแรงบิดมากกว่า 150 นิวตันเมตรตลอดในช่วง 2,000 ถึง 4,000 รอบต่อนาที พร้อมพลังขับเคลื่อนและเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเร้าใจ  ซึ่งจะวางบนเฟรมแบบเหล็กกล้าสองชั้น มีถังน้ำมันทรงหยดน้ำขนาด 24 ลิตร เพลาแบบเปิดเปลือย พร้อมลูกเล่นการทำสีแบบลายเส้นคู่ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากโมเดลระดับตำนานอย่าง R 5 นั่นเอง  สำหรับช่วงล่างด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิกพร้อมปลอกหุ้มโช้คให้ดูคลาสสิคลงตัว และด้านหลังเป็นระบบสวิงอาร์มและโช้คเดี่ยวที่ติดตั้งโดยตรงบนคานรับน้ำหนักแบบยื่นที่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ เพื่อให้ควบคุมล้อได้อย่างแม่นยำและนุ่มสบาย ทั้งยังมีระบบชดเชยโหลดอัตโนมัติเพื่อตอบสนองการขับขี่ที่เหนือระดับ   ในส่วนของระบบเบรก ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ และดิสก์เบรกเดี่ยวที่ล้อหลัง ทำงานร่วมกับคาลิเปอร์เบรกแบบตายตัว 4 ลูกสูบ และระบบเบรก ABS นอกจากนี้แน่นอนว่านี่คือรถของบีเอ็มดับเบิลยู เทคโนโลยีจึงเป็นอะไรที่จัดเต็มสมกับเป็นรถเยอรมันมาก ๆ โดยจุดเด่นคือ ระบบไดนามิกครูซคอนโทรล DCC (Dynamic Cruise Control) และระบบแอ็กทีฟครูซคอนโทรล ACC (Active Cruise Control) ซึ่งเป็นครั้งแรกของค่ายใบพัดสีฟ้า  ทั้งนี้ระบบ DCC จะเป็นการควบคุมระดับความเร็วอัตโนมัติและสามารถตั้งค่าเองได้ ส่วนระบบ ACC จะช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอาศัยด้วยเรดาร์ที่ติดตั้งบนฝาครอบไฟหน้า ช่วยให้รถเร่งความเร็วหรือลดความเร็วได้อัตโนมัติ นอกจากนี้ ระบบ ACC ยังช่วยเสริมความปลอดภัยในการเข้าโค้ง และในยามจำเป็น ระบบควบคุมการเข้าโค้งจะชะลอความเร็วให้เหมาะสมกับมุมเอียงของถนนเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ตัวรถมีหน้าจอเรือนไมล์ TFT สีขนาดใหญ่ถึง 10.25 นิ้วเพิ่มเติมมาจากมาตรวัดแบบอนาล็อกทรงกลม 4 ตัว ซึ่งหน้าจอนี้สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน เสริมความสะดวกในการใช้งานและแสดงข้อมูลการขับขี่อย่างเต็มที่  มีไรดิ้งโหมด 3 โหมดเช่นเดิม ได้แก่ “Rain”, “Roll” และ “Rock” มีระบบไฟหน้าปรับตามทิศทางการขับขี่ ระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) ระบบเกียร์ถอยหลัง ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันการโจรกรรมและระบบเซ็นทรัลล็อคมาให้อีกด้วย ในส่วนของความสะดวกสบาย โมเดลในสไตล์แกรนด์ทัวเรอร์จะติดตั้งเบาะที่นั่งที่นุ่มสบายพร้อมระบบอุ่นเบาะมาให้ด้วยเลย และบันไดข้างสำหรับขึ้นลงของคนซ้อน ส่วนเบาะที่นั่งในรุ่นแบ็กเกอร์จะมีเบาะที่นั่งสำหรับสองคนที่มีขนาดเล็กลง และที่พักเท้าที่กว้างขึ้นและสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่า R 18 รุ่นก่อนหน้า ลำโพงด้านหน้าของรุ่นแบ็กเกอร์ ซัฟวูฟเฟอร์ที่เคสด้านข้าง และสุดท้ายทั้งสองโมเดลยังมาพร้อมเครื่องเสียงคุณภาพสัญชาติอังกฤษอย่าง Marshall และลำโพงแบบ two-way (แยกซับวูฟเฟอร์) ที่ติดตั้งบนหน้าปัดของฝาครอบไฟหน้ารถ พร้อมด้วยหน้ากากลำโพงสีดำที่แต่งด้วยตัวอักษร Marshall สีขาว เสริมลุคคลาสสิกให้กับมอเตอร์ไซค์   กล่องท้ายของรุ่น Trancontinental พร้อมลำโพง กล่องท้ายของรุ่น Trancontinental   โดย R 18 B มาพร้อมกับระบบเครื่องเสียง Marshall Gold Series Stage 1 ซึ่งประกอบด้วยลำโพง 2 ตัว และซับวูฟเฟอร์ 2 ตัว ในขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Transcontinental ติดตั้งระบบเครื่องเสียง Marshall Gold Series Stage 2

26 October 2021
Ducati Scrambler Urban Motard

Ducati Scrambler Urban Motard ลูกผสมที่แปลกตาแต่ลงตัว เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ทางค่ายแดงอย่างดูคาติได้ทำการเปิดตัว Ducati Scrambler Urban Motard ขึ้นมาพร้อม ๆ กับโมเดลพี่ใหญ่ในตระกูลเดียวกันอย่างเจ้า 1100 Tribute PRO โดยโมเดลนี้จะเป็นโมเดลแบบลูกผสมที่สร้างเพื่อให้ใช้งานในเมืองโดยมีทั้งสไตล์ที่โดดเด่น ความสปอร์ต และความสนุกไปพร้อม ๆ กัน  หลาย ๆ คนเมื่อได้ยินชื่อก็น่าจะพอนึกภาพและหน้าตา รวมไปถึงลักษณะการใช้งานของมันได้เป็นอย่างดี มันคือสแครมเบลอร์ที่ถูกทำออกมาในสไตล์โมตาร์ดที่เน้นการใช้งานในเมืองใหญ่ โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มคนที่อาศัยในเมืองและเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอเนอร์จี้และความหลงใหลในมอเตอร์ไซค์ โดยทางแผนกออกแบบก็นำมาตีความและนำเสนอใหม่เพิ่มเติมในแบบของเฉดสีใหม่สีขาว Star White Silk และสีแดง Ducati GP ’19 พร้อมลวดลายกราฟิกแบบสตรีทอาร์ตและกราฟิตี้ สำหรับโมเดลนี้จะใช้ขุมพลัง 2 สูบแอลทวินขนาด 803 ซีซี ให้กำลังแรงม้า 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบ และแรงบิดที่ 65.7 นิวตันเมตรที่ 5,750 รอบ เพียงพอกับที่จะขับขี่ใช้งานในเมือง ทั้งในเรื่องของกำลังที่ดีพอและมิติรถที่มีความคล่องตัวจากขนาดเครื่องยนต์ที่ไม่ใหญ่มากนั้นเอง จุดเด่นที่สุดที่ทำให้โมเดลนี้โดดเด่นจากสแครมเบลอร์คันอื่นและสมกับเป็นรถในสไตล์โมตาร์ด เห็นจะเป็นล้อซี่ขนาด 17 นิ้ว บังโคลนหน้าแบบยกสูง เบาะราบและเพลตสำหรับแปะเบอร์แข่งด้านข้างซึ่งดูลงตัวกับโมเดลนี้มาก ๆ  ในเรื่องของเทคโนโลยีนั้นค่อนข้างครบถ้วนเหมาะสมกับระดับของรถ เช่น ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ ไฟท้าย LED ระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีระบบอำนวยความสะดวกอย่าง Ducati Multimedia System (DMS) ช่วยให้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ช่องจ่ายไฟแบบ USB ใต้เบาะ เป็นต้น  สำหรับแฟน ๆ ค่ายแดงที่ชื่นชอบรถในสไตล์โมตาร์ดโมเดลนี้ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีนอกจากเจ้า Hypermotard อีกโมเดลนึงครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

25 October 2021
Ducati Scrambler 1100 Tribute PRO

Ducati Scrambler 1100 Tribute PRO หล่อในแบบย้อนยุค ล่าสุดทางค่ายแดงอย่างดูคาติก็ได้ทำการเปิดตัว Ducati Scrambler 1100 Tribute PRO โมเดลธรรมดา แต่มีความพิเศษเนื่องจากสร้างขึ้นเพื่อเป็นการชวนให้นึกถึงประวัติศาสตร์ของเครื่องยนต์สองสูบระบายความร้อนด้วยอากาศ ซึ่งหลังจากนั้นนานถึง 50 ปีก็ถูกนำมาใช้ในรถดูคาติเมื่อปี 1971  โดยโมเดลนี้มีพื้นฐานมาจากเจ้าดูคาติสแครมเบลอร์ ออกแบบโดยใช้มุมมองของคนที่รักรถสไตล์โมเดิร์นคลาสสิคและคนที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ของมอเตอร์ไซค์ เพื่อเป็นเกียรติให้กับประวัติศาสตร์และความสำเร็จของบริษัทผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ที่มีถิ่นฐานอยู่ในเขต Borgo Panigale ประเทศอิตาลี  สำหรับโมเดลนี้ Centro Stile หรือแผนกออกแบบของทางค่ายได้รับแรงบันดาลใจมาจากองค์ประกอบระดับไอคอนิกของมอเตอร์ไซค์ดูคาติในช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งได้แก่ เฉดสี “Giallo Ocra” โลโก้ดูคาติที่ออกแบบโดย Giugiaro และการใช้ล้อแบบซี่ลวด ซึ่งถูกทำสีดำให้เข้ากับชุดสีเหลืองพิเศษนี้ได้เป็นอย่างดี  นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มรายละเอียดให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้กระจกมองหลังทรงกลมและเลือกใช้เบาะนั่งสีน้ำตาลซึ่งมีการเย็บด้ายยังปราณีตและพิถีพิถัน ส่วนในเรื่องของทางเทคนิคนั้นตัวรถมีพื้นฐานจากรุ่น Pro ซึ่งใช้เครื่องยนต์สองสูบขนาด 1,079 ซีซีที่ให้กำลัง 86 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 90.22 นิวตันเมตรที่ 4,750 รอบ โดยให้กำลังแรงบิดดี ๆ ตั้งแต่ในช่วงรอบต่ำ ๆ  ทั้งนี้ Ducati Scrambler 1100 Tribute PRO จะมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 โหมด โดยแต่ละโหมดจะมีโหมด Power และระดับของแทร็คชันคอนโทรลที่แตกต่างกัน ตลอดไปจนถึงระบบความปลอดภัยอย่างระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ นอกจากนี้ด้านหน้ายังมีระบบไฟแบบ LED และเดย์ไทม์รันนิงไลม์แล้ว ดังนั้นจึงการันตีความชัดเจนในทุกสภาพแสงรวมถึงเป็นจุดเด่นให้น่าจดจำอีกด้วย และระบบเพื่อความสะดวกสบายอย่างระบบ DMS หรือดูคาติมัลติมีเดียซิสเต็ม ที่ช่วยให้สามารถรถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธ สุดท้ายคือมีช่องชาร์จไฟแบบ USB อยู่ใต้เบาะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

21 October 2021
Ninja ZX-10RR ลายพิเศษ

Ninja ZX-10RR ลายพิเศษ ของทีมโรงงาน เท่แค่ไหนไปชม Ninja ZX-10RR ลายพิเศษ ไม่ใช่รถขายจริง แต่ให้นักแข่งแข่งโชว์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปีการก่อตั้งบริษัท Kawasaki และเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทาง Kawasaki โดยมีการนำโลโก้ River Mark มาใช้รวมไปถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของทางบริษัทที่จะมุ่งเน้นในธุรกิจมอเตอร์ไซค์มากยิ่งขึ้นในอนาคต  ในโอกาสนี้ทาง Kawasaki Racing Team เลยเตรียมรถแข่ง Ninja ZX-10RR ลายพิเศษดังกล่าวให้กับทาง Jonathan Rea และ Alex Lowes ใช้ลงแข่งในศึก WSBK ที่อาร์เจนตินา ลืมเรื่องการใช้ชุดสีรถจากทางสปอนเซอร์ของทางทีมทั้งหมดไปก่อน แล้วทางค่ายยักษ์เขียวก็เปิดโอกาสให้นักแข่งทั้งคู่เลือกชุดสีรถในตำนานของทางค่ายในอดีตมา จากนั้นก็มีการใช้ดีไซน์ดังกล่าวถ่ายทอดมายังรถแข่งคันปัจจุบันของพวกเขาพร้อม ๆ กับโลโก้ River Mark ที่คุณจะเห็นได้ในเจ้า H2 ของทางค่าย  นอกจากลวดลายพิเศษบนตัวรถแล้ว นักแข่งทั้งสองยังใส่ชุดแข่งและแว่นกัดแดดในสไตล์ย้อนยุคที่ทางสปอนเซอร์เตรียมไว้ให้อีกด้วย เพื่อให้ดูเข้ากันอย่างลงตัวที่สุด สำหรับการเลือกของ Jonathan นั้นไม่ยากอะไร โดยเขาเลือกรถต้นแบบเป็น ZXR750-H ตำนานจากต้นยุค 90 มาใช้ โดยตัวรถจะมาในชุดสีขาว น้ำเงินและเขียว  ส่วนทางด้านของ Alex นั้นเป็นอะไรเรียบ ๆ ง่าย ๆ ในการที่จะแปลงมาใส่ในรถสมัยใหม่ โดยเขาเลือกรถในตำนานที่เป็นตัวเปลี่ยนเกมการแข่งขันของโลกสองล้ออย่างเจ้า  GPz900R ที่เปิดตัวในอเมริกาในปี 1984 และเป็นรถคันแรกที่ใช้ชื่อนินจา  125 ปีที่ผ่านมาที่ Kawasaki ได้ออกเดินทางผจญภัยในโลกแห่งธุรกิจ ทางค่ายก็ได้พยายามพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลกด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นเต้นและผลงานทางวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยมซึ่งช่วยนำพาความสุขและสร้างความรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาโดยตลอด  และในตอนนี้ทางบริษัทก็ได้ตั้งใจที่จะทุ่มเทในเรื่องของมอเตอร์ไซค์เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยตั้งบริษัท Kawasaki Motor Ltd ขึ้นมา โดยบริษัทใหม่นี้จะใช้โลโก้ River Mark เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงคุณภาพพร้อมกับแท็กไลน์ใหม่ว่า “Let the Good Times Roll”   ว่าแต่คุณล่ะครับชอบเจ้านินจาลายพิเศษคันไหน? อนาคตอาจจะมาเป็นเฉดสีพิเศษขายจริงก็เป็นได้ ลองส่องลองเลือกดูกันก่อนก็ได้นะครับ ส่วนตัวผมว่าน่าจะมีมาจำหน่ายแน่ ๆ แต่ถ้าไม่มาจริง ๆ อาจจะนำไปเป็นไอเดียในการแต่งรถของตัวเองก็ได้นะครับ ว่ามั้ยครับสาวกค่ายเขียว! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

20 October 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Keeway V302N

Keeway V302N สตรีทไฟเตอร์ไซส์เล็กเครื่องวีทวิน เปิดตัวกันมาแล้วกับ Keeway V302N สตรีทไฟเตอร์ไซส์เล็กเครื่องวีทวิน มอเตอร์ไบค์สไตล์เน็กเก็ดที่พร้อมจะเปิดเผยให้เห็นถึงขุมพลังและเฟรมแบบไม่ปกปิด ให้ภาพลักษณ์ดุดันสไตล์นักสู้ พร้อมให้เจ้าของได้รู้สึกเป็นส่วนเดียวกับรถจากการที่ไม่มีชิลด์บังลมหน้า ให้คุณได้สัมผัสกระแสลม ดีไซนนั้นด้วยตัวรถที่เป็นเน็กเก็ดจึงมีการออกแบบให้มีท่านั่งหลังตรงสบาย ๆ พร้อมออกแบบเบาะนั่งมาให้นุ่มสบายแม้จะขี่เป็นระยะเวลานาน ไฟด้านหน้ามีขนาดใหญ่ดีไซน์คุ้นตา เรือนไมล์ทรงกลมเดี่ยวแบบดิจิทัลดูแปลกตาไม่เหมือนใคร ตัวรถนอกจากจะมีเรื่องอาร์มเดี่ยวที่เป็นจุดเด่นลื้วยังมีท่อไอเสียแบบปลายคู่แบบสั้นที่อยู่ต่ำเชิดปลายสูงดูสวยงามลงตัวใช้ได้เลยทีเดียว ตัวรถใช้ขุมพลังวีทวินขนาด 298 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่เคลมกำลังแรงม้าสูงสุดมาที่ 29.5 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 26.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ซึ่งทางโรงงานเคลมท็อปสปีดมามากถึง 129 กม./ชม. โดยใช้เชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 16 ลิตรซึ่งใหญ่มาก ๆ ช่วงล่างของรถนั้น ด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับ ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยว แต่ที่เด่นเลยก็จะเป็นอาร์มเดี่ยวแทนที่จะเป็นอาร์มคู่ ซึ่งปกติรถในพิกัดนี้จะไม่มีให้เห็นกัน ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 296.5 ม.ม. และด้านหลังเองก็เป็นดิสก์เบรกมีขนาด 240 ม.ม. พร้อมกับระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล  มีล้อขนาด 17 นิ้วเท่ากันหน้าหลัง รัดด้วยยางขนาด 110/70-17 และ 150/60-17 ตามลำดับ สรุปแล้วโดยรวมแล้วถือเป็นเน็กเก็ดที่มีดีไซน์เท่ใช้ได้ แม้ว่าบางทีมันก็อาจจะคล้าย ๆ ไปทางรถยุโรปก็ตาม แต่ก็ดูเป็นรถเน็กเก็ดราคาไม่แพงที่น่าสนใจอีกคันนึง ถ้าโชคดีคุณอาจจะได้เห็นมันเข้ามาขายในไทยด้วยก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้ทางคีเวย์ประเทศไทย เพิ่งจะนำแฝดคนละฝาซึ่งมีชื่อว่า V302C มาขายในไทยโดยเปิดราคาที่ 177,900 บาท งานนี้เราก็อาจจะได้เห็นโมเดลนี้คลายในราคาใกล้เคียงกันก็เป็นได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 March 2024
Brembo บุกตั้งโรงงานที่ไทย หวังรุกตลาดอาเซียน

Brembo บุกตั้งโรงงานที่ไทย หวังรุกตลาดอาเซียน ข่าวใหญ่รับต้นปีกันเลยทีเดียวหลังทางแบรนด์เบรกชื่อดัง Brembo บุกตั้งโรงงานที่ไทย หวังรุกตลาดอาเซียน โดยมีการเปิดตัวเลขลงทุนเบื้องต้นกว่า 40 ล้านยูโรหรือเกินกว่า 1,500 ล้านบาท เลยทีเดียว ใคร ๆ ที่เป็นคนรักมอเตอร์ไซค์น่าจะรู้จักแบรนด์ระบบเบรกเจ้านี้ดีว่ามีชื่อเสียงอย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้ทางค่ายนี้เน้นแต่ของสำหรับรถพรีเมียม แต่อย่างไรก็ตามเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่ทางค่ายได้ไปเทคกิจการของแบรน์ระบบเบรกเจ้าอื่น ๆ มา ทั้ง Bybre หรือจะเป็น J.Juan แบรนด์ระบบเบรกสัญชาติสเปน ซึ่งเป็นสัญญาณสะท้อนให้เห็นว่าเบรมโบ้นั้นพยายามจะรุกตลาดรถทั่วไปมากขึ้น และนั่นยิ่งชัดเจนมากขึ้นหลังมีข่าวว่าทางค่ายกำลังจะมาตั้งโรงงานที่ประเทศไทยเรา และจะอาศัยเป็นฮับสำหรับผลิตและส่งออกไปยังตลาดอาเซียนหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั่นเอง โดยทางเบรมโบ้มีการระบุว่าใช้เงินลงทุนกว่า 40 ล้านยูโรหรือกว่า 1,500 ล้านบาทเพื่อตั้งโรงงานในจังหวัดระยอง ซึ่งโรงงานนี้จะผลิตระบบเบรกมอเตอร์ไซค์เป็นหลัก เพื่อป้อนให้กับค่ายรถที่มีฐานการผลิตในประเทศไทยนั่นเอง โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะมีการจ้างงานประมาณ 150 คน โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2025 โดย Daniele Schillaci ซีอีโอของทางแบรนด์ได้ให้เหตุผลว่าตลาดอาเซียนคือกุญแจสำคัญของการริเริ่มที่จะขยายธุรกิจของทางแบรนด์ ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าภูมิภาคที่เราอาศัยอยู่นั้นหลาย ๆ ประเทศนั้นมีปริมาณของรถมอเตอร์ไซค์และสกู๊ตเตอร์อยู่เป็นจำนวนมาก มากกว่ารถยนต์หลายเท่า งานนี้บอกได้เลยว่าตลาดมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะในส่วนของของแต่งนั้นจะต้องมีความคึกครื้นมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอนครับ เจ้าดังมาเยือน เจ้าอื่นก็ต้องปรับตัวกันล่ะครับ ไม่งั้นได้รับผลกระทบเต็ม ๆ อย่างแน่นอน แต่แน่นอนว่าเป็นประโยชน์ต่อไบเกอร์แน่นอนครับ ถ้าการแข่งขันมันเพิ่มสูงมากขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

4 March 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Scoopy Minions Limited Edition กับลายสุดพิเศษเพียง 6,000 คัน !!

Scoopy Minions กับลวดลายสุดพิเศษ เพียง 6,000 คัน ในราคา 5.5 หมื่นบาท ไทยฮอนด้าเอาใจกระแสตอบรับที่ล้นหลาม หลังเปิดตัวรถรุ่น Limited Edition ไปหมาด ๆ เมื่อต้นปีที่ผ่านมากับ Scoopy Minions Limited Edition โมเดลใหม่ล่าสุด ที่พร้อมวางจำหน่ายให้ทุกท่านได้เป็นเจ้าของแล้ววันนี้ เพียง 6,000 คัน พร้อมหมวกกันน็อกดีไซน์สุดพิเศษ ด้วยราคาแนะนำที่ 55,000 บาทเท่านั้น ปลดปล่อยความสนุก ความน่ารัก ไปกับรุ่นลิมิเต็ด อิดิชันกับดีไซน์ที่มาในคอนเซปต์ Finding the Iconians โชว์ความเป็นตัวป่วนผ่านตัวการ์ตูน “มินเนียน” คาแรคเตอร์จอมกวนชวนจั๊กจี้ชื่อดังระดับโลก ที่จะลากออกไปสนุกซ่า พาไปป่วนเมืองแบบฉบับ Iconians  ทั้งนี้ ตัวรถยังถ่ายทอดความป่วนปนความน่ารัก ด้วยลวดลายที่สะดุดตา พร้อมให้ฟีลลิ่งสนุกทุกการขับขี่ พร้อม Soft Emblem ชื่อรุ่น Scoopy สีฟ้าสดใส และนอกจากนี้ โมเดลรุ่นี้นี้ยังมาพร้อมกับหมวกกันน็อกดีไซน์พิเศษ สีดำคาดเหลือง ลายดวงตามินเนี่ยน โดดเด่นทุกครั้งที่สวมใส่ มิกซ์กับตัวรถได้ลงตัวสุด ๆ  นอกจากลวดลายที่สะดุดตาแล้ว ยังมาพร้อมกับ ไฟหน้า LED ที่เป็น ICONIC เฉพาะ พร้อมการเชื่อมต่อได้ไม่มีสะดุดกับ USB Socket ช่องชาร์จไฟสำรอง Type A และ Helmet In U-Box ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ พร้อมถังน้ำมันขนาด 4.2 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ใหม่ eSP New Generation หัวฉีด PGM-FI ให้ขับขี่สนุกยิ่งกว่าที่เคย ออกไปซ่า มันส์ป่วนเมืองได้แล้ววันนี้ กับสกูปี้ มินเนียนรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (สีดำ-เทา) รุ่น Prestige ล้อแม็ก พร้อม Minions Helmet หมวกกันน็อกดีไซน์พิเศษสีดำคาดเหลืองลายดวงตามินเนี่ยนด้วยราคาแนะนำที่ 55,500 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟสบุ๊ครถจักรยานยนต์ฮอนด้า  :  fb.com/hondamotorcyclethailand  อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

YSS D.C. โชว์รูมโช้คอัพ ใหญ่ที่สุดในไทย

YSS D.C. โชว์รูมโช้คอัพ ใหญ่ที่สุดในไทย วาย.เอส.เอส. ทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท เนรมิตศูนย์บริการและกระจายสินค้า ภายใต้ชื่อ “YSS D.C.” แฟลกชิพสโตร์แห่งแรกที่ยิ่งใหญ่และทันสมัยที่สุดในประเทศไทย พร้อมตอกย้ำแบรนด์โช้คอัพคนไทยอันดับ 1 ในตลาดอะไหล่ยนต์ทั่วโลก คุณชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานกรรมการ และคุณภิญโญ พานิชเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย คุณฮาร์รี เอสเซ้นส์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนารวมถึงพันธมิตรจากทั่วโลกมาร่วมงานบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีพ  คุณชาญศิลป์ กล่าวต่อว่า “บริษัทฯ ได้เปิดศูนย์ YSS D.C. ซึ่งเป็นทั้งสำนักงานใหญ่ ศูนย์บริการและศูนย์กระจายสินค้าแบบครบวงจร ที่มุ่งตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า โดยรวมเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีความทันสมัยที่สุดมาเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว” ภายในแฟลกชิพสโตร์แห่งนี้มีอะไรบ้าง ไปดู    โชว์รูม ส่วนแสดงสินค้าของ YSS และพาร์ทเนอร์ เป็นสถานที่แสดงสินค้า YSS ที่ใหญ่ ครบ และทันสมัยที่สุดในโลก มีสินค้าที่หลากหลายให้บริการครบทุกรุ่น พิพิธภัณฑ์ YSS Museum และ YSS Hall of Fame ที่รวมเรื่องราว YSS ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเรื่องราวของถ้ายรางวัลระดับแชมป์ จากรายการแข่งขันระดับโลก ที่นักแข่ง-ทีมแข่ง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ วาย.เอส.เอส. จนประสบความสำเร็จ และยังเป็นส่วนจัดแสดงรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ รุ่นใหม่และรถรุ่นเก่าอายุมากกว่า 60 ปี รวมถึงรถที่คว้าแชมป์จากรายการระดับโลกก็ถูกนำมาจัดแสดงที่แห่งนี้ด้วย  ศูนย์บริการ ส่วนงานติดตั้งผลิตภัณฑ์ YSS ทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ที่มีมาตรฐานระดับสูง พร้อมให้บริการปรับเซ็ตโช้คอัพ ให้ถูกต้องเหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้ามากที่สุด โดยส่วนนี้จะมีห้องพักรับรองสำหรับลูกค้าที่จะมองเห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา  ระบบบริหารคลังสินค้า (Warehouse Management System หรือ WMS) ที่ทันสมัย มีการออกแบบการจัดส่ง การลำเลียงสินค้า การเติมเต็มสินค้าในรูปแบบใหม่ ซึ่งจะทำให้การบริหารสินค้าคงคลังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าทำได้เร็วและแม่นยำ  Automated Storage & Retrieval System (ASRS) ระบบจัดเก็บและจายสินค้าอัตโนมัติ ระบบเก็บสินค้าเต็ม Pallet โดยใช้ระบบเครนอัตโนมัติทำงานร่วมกับ WMS เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดในการบริการพื้นที่ มีความแม่นยำ และปลอดภัยต่อพนักงาน  พื้นที่คอมมูนิตี้ พื้นที่รองรับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมสำหรับตัวแทนจำหน่าย กลุ่มคลับ หรือกลุ่มลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ วาย.เอส.เอส. รวมถึงยังเป็นจุดรวมพลก่อนออกทริปอีกด้วย  พื้นที่ไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ในส่วนของโซนร้านอาหารระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ เปิดรับทั้งลูกค้าที่มาใช้บริการ ในศูนย์บริการแห่งนี้ ยังรวมไปถึงผู้บุคคลทั่วไป ที่มาเที่ยวหรือชมพิพิธภัณฑ์สินค้าของ วาย.เอส.เอส. สามารถเข้ามารับประทานอาหารได้อีกด้วย ทั้งนี้จะมีเมนูที่หลากหลายให้บริการ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือยอร์ช ร้านเขียง พัฟแอนด์ พาย และชาตรามือ เป็นต้น  โดยปัจจุบัน วาย.เอส.เอส มีสินค้ารองรับทั้งกลุ่มรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมไปถึงยานพาหนะประเภทอื่น ๆ อีกหลากหลายประเภทมากกว่า 8,200 รายการ ครอบคลุมกว่า 3,100 โมเดลทั่วโลก โดยมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในตลาดโลก ประเภทกลุ่มสินค้าประเภทมีประสิทธิภาพสูง (High Performance) และมีกำลังการผลิตมากกว่า 1.5 ล้านชิ้นต่อปี  รวมถึง ยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) มากถึง 6 แห่งทั่วโลก โดยเริ่มจากประเทศไทย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ฮอลแลนด์ สเปนและประเทศอิตาลี ส่งออกจำหน่ายมากกว่า 40 ประเทศ และยังมีตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศมากถึง 60 ราย  นอกจากนี้ ยังมีศูนย์บริการฯ 134 แห่งทั่วโลก โดยยังวางแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ เยอรมันนี อิตาลี อังกฤษ สเปน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ กรีก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินโนนีเซีย ฟิลิปปินส์  เวียดนาม มาเลเซียและจีน ฯลฯ  อีกทั้งยังเป็นโช้คอัพอันดับหนึ่งของประเทศไทย และยังเป็น 1 ใน 5 แบรนด์จากทั่วโลกที่รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับสูง ABE จากประเทศเยอรมันที่ทั่วโลกให้การยอมรับ 

KLX230SM 2023 สเปค ราคา ซูเปอร์โมโตตัวจี๊ด เอาใจสายทางเรียบ

KLX230SM 2023 สเปค ราคา ซูเปอร์โมโตตัวจี๊ด เอาใจสายทางเรียบ     KLX230SM 2023 โมเดลซูเปอร์โมโตค่ายเขียวกับโฉมสีดำตัดกับสายลายกราฟิกสีทองสวยงาม พร้อมเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 233 ซีซีที่ถูกติดตั้งบนเฟรมทรงเลขาคณิตขนาดกระทัดรัด ให้น้ำหนักเบา ควบคุมง่าย ถูกใจสายบิดทางเรียบอย่างแน่นอน ราคาแนะนำ รุ่นธรรมดา 156,600 บาท รุ่น ABS 165,600 บาท ​     ไฟ LED ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน พร้อมระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS)     เรือนไมล์ดิจิทัล LCD โช้คอัพหน้าหัวกลับจาก Showa   สเปค KLX230 SM ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 233 ซีซี แรงม้า (เคลม) 19 แรงม้าที่ 7,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 19 นิวตันเมตรที่ 6,100 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 x 66.0 มม. อัตราส่วนการอัด 9.4 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ดิจิทัล ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 110/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ยางหลัง 120/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 37 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ Semi-floating ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 สูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 สูบ กว้าง X ยาว X สูง 940 x 2,050 x 1,145 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,375 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 230 มม. ความสูงเบาะ 845 มม น้ำหนักรถ 138 กก. ความจุถังน้ำมัน 7.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E10 เทคโนโลยี ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) เรือนไมล์ดิจิทัล LCD   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น KLX230SM 2023 สี EBONY (รุ่นธรรมดาและ ABS)     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!