Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • Moto2
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวแข่งขัน
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    • ZXMOTO
    • CFMOTO
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    • ข่าวรถ GEELY
    • ราคาและสเปครถยนต์ไฟฟ้า
    • ข่าวรถ MINI
    • ข่าวรถ iCAUR
    • ข่าวรถ LEPAS
    •   Back
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZXMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ OHVALE
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน! ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน! ดูใน YouTube
วิดีโอล่าสุด ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน! วีดีโอเพิ่มเติม
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
GSX-R750 K5 Barry Sheene รถสุดแรร์ที่นักสะสมต้องการ

GSX-R750 K5 Barry Sheene รถสุดแรร์ที่นักสะสมต้องการ GSX-R750 K5 Rare Barry Sheene มอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษของตำนานแชมป์โลก Barry Sheene ถูกนำมาประมูลโดย H&H Classics ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ Barry Sheene ชื่อนี้ยังคงเป็นที่จดจำในวงการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะกับความสำเร็จที่เขาสร้างร่วมกับ Suzuki ตลอดหลายปี และคว้าแชมป์โลกมากถึง 3 สมัยในเวิร์ลกรังปรีซ์ ตลอดอาชีพการแข่งรถของเขา Sheene ลงแข่งขันด้วยมอเตอร์ไซค์สองรุ่นที่นั่นคือ Suzuki RG500 และ Suzuki TR750 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มีบทบาทสำคัญในการคว้าแชมป์โลกและสร้างชื่อเสียงให้กับเขานั่นเอง โดยโมเดลดังกล่าว เป็นหนึ่งในสปอร์ตไบค์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของแบรนด์ และยังคงเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และรุ่นนี้เป็นรุ่นพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง Barry Sheene อย่าง K5 ที่ผลิตออกมาเพียง 50 คันในโลกเท่านั้น มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 4 จังหวะ ขนาด 749 ซีซี DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ให้กำลังถึง 145 แรงม้าที่ 12,800 รอบต่อนาที พร้อมกับลวดลายและสัญลักษณ์พิเศษที่ระลึกถึง Sheene รวมถึงการใส่ใจในรายละเอียดที่ทำให้รุ่นนี้ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นลวดลายกราฟิกแบบตัวแข่ง สปอนเซอร์ พร้อมเลขนัมเบอร์ของแชมป์โลกและชุดสีของตัวรถ ให้ความย้อนยุคเหมือนไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปสนามแข่งในยุคปี 90  จากประเมินราคาคาดการณ์ไว้ที่ 10,000 – 12,000 ยูโรหรือราว ๆ 3.6 ล้านบาท จึงเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะนักสะสมมอเตอร์ไซค์ รวมถึงแฟน ๆ ค่ายคนบ้าจะต้องรู้จักเป็นอย่างดี นับว่าหาได้ยากเพราะมีจำนวนจำกัดเพียง 50 คันทั่วโลกเท่านั้น ใครที่ได้ไปรับรองได้ว่า หากขายต่อราคากระโดดขึ้นอย่างแน่นอน แต่อย่างว่าหล่ะครับ ถ้ามีสะสมไว้ ยังไงก็ภูมิใจกว่า เพราะมันไม่ได้หาจากที่ไหนง่าย ๆ จริงหรือไม่ ?  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

18 October 2024
Ducati Scrambler2025 รุ่นพิเศษ ‘Rizoma Edition’

Ducati Scrambler2025 รุ่นพิเศษ ‘Rizoma Edition’ Ducati Scrambler2025 ได้เปิดตัวรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันปี 2025 ‘Anniversario Rizoma Edition’ ซึ่งความพิเศษของโมเดลนี้ผลิตออกมาเพียง 500 คันเท่านั้น หลังจากการเปิดตัว Scrambler รุ่นใหม่ในรุ่น  รุ่น Icon Dark และ Full Throttle นอกจากนี้ยังมีการเผยโฉม Multistrada รุ่นใหม่สามรุ่น ได้แก่ V4, V4 S และ Pikes Peak ในซีรีส์ World Premiere ปี 2025 เครื่องยนต์ของ Scrambler รุ่นลิมิเต็ดนี้ใช้เครื่องยนต์เดียวกับรุ่น Scrambler ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้คือรุ่น Icon Dark และ Full Throttle มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบสองสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 803 ซีซี ให้กำลัง 73 แรงม้าที่ 8,250 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 65.2 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ รวมไปถึงระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ อาทิ ติดตั้งระบบ Ride-by-Wire, ระบบ Quickshifter และโหมดการขับขี่ แม้ว่า Scrambler รุ่นลิมิเต็ดนี้จะคล้ายกับรุ่น Icon Dark และ Full Throttle แต่ Fabrizio Rigolio นักออกแบบจาก Rizoma กล่าวว่า  “รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ 500 คนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และต้องการสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง อีกทั้งการออกแบบในรุ่นลิมิเต็ดนี้ เป็นงานที่ท้าทายพวกเรา (Rizoma) ที่ต้องออกแบบโดยคงความเป็นเอกลักษณ์ของตัวรถไว้ และพวกเราก็สามารถคงเอกลักษณ์ของความเป็น Scrambler ไว้ได้อย่างสมบูรณ์” “ผมประทับใจกับความตั้งใจ ความใส่ใจในรายละเอียด และความเรียบง่ายของการออกแบบ รวมถึงการใช้สีที่ Rizoma ได้นำมาผสมผสานในแนวคิด ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรุ่นเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ Scrambler รุ่นนี้” สีของรถคันนี้ถูกออกแบบโดย Rizoma ร่วมกับ Centre Stile Ducati โดยใช้โทนสีที่สมดุลระหว่างสี Stone White, สีดำ และสี Metal Rose จุดเด่นไฮไลท์น่าสนใจ ตัวถังด้านข้างสกรีนด้วยตัวอักษรแบบมินิมอล ที่พักท้าสีทูโทนแบบเดียวกับตัวรถ กระจกมองหลังใต้แฮนด์ เบาะตรงกลางลายผ้าอัลคันทาร่า พร้อมกันลื่นด้านท้าย   โดยราคาวางจำหน่าย Ducati ตัวพิเศษนี้ “10 Anniversario Rizoma Edition” ซึ่งเป็นรุ่นที่ถือเป็น “ของสะสมที่แท้จริง” โดยมีราคาจำหน่ายในประเทศอังกฤษอยู่ที่ 13,095 ปอนด์ หรือตีเป็นเงินไทยยังไม่รวมภาษีประมาณ 566,000 บาท ซึ่งสูงกว่ารุ่น Full Throttle อยู่ที่ประมาณ 82,000 บาท และสูงกว่ารุ่น Icon Dark 156,000 บาท โดยในตัวลิมิเต็ดนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

18 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ninja E-1 2024

Ninja E-1 2024 รถไฟฟ้าจากค่ายเขียว จ่อขายที่อังกฤษแล้ว เรียกว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ก็ต้องเชื่อครับงานนี้บอกเลยว่างานเร็วงานไวจริง ๆ สำหรับค่ายญี่ปุ่นค่ายเขียว Kawasaki ที่เปิดตัว Ninja E-1 หรือเจ้านินจาไฟฟ้าพร้อมจ่อคิวขายที่อังกฤษเดือนหน้า เรื่องของดีไซน์นั้นแทบจะไม่ต่างจากนินจา สปอร์ตไบค์เครื่องสันดาปคันเดิมของทางค่ายเลยหากมองเผิน ๆ แต่หากสังเกตดี ๆ จะรับรู้ได้จากการที่มันไม่มีท่อไอเสีย ขุมพลังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบบรัชเลส 5 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 6.8 แรงม้า แต่ให้กำลังสูงสุดได้ที่ 9 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่ากับแรงม้า 12 แรงม้า ประมาณรถขนาด 125 ซีซี  ขณะที่แรงบิดจะมากถึง 40.5 นิวตันเมตรที่ 0-1,600 รอบ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 30 แอมป์ชั่วโมง 2 ก้อนคู่ที่สามารถถอดออกและต่อกันแบบขนานได้ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ ซึ่งให้ความสะดวกและเหมาะกับการใช้งานกับมอเตอร์ไซค์ ทางค่ายเคลมระยะการใช้งานอยู่ที่ 72 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WMTC คลาส 1 ซึ่งหากใช้งานจริง ๆ ก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 62 กม.จากการคำนวณ และแบตเตอรี่แต่ละก้อนหนัก 11.5 กิโลกรัมและใช้เวลาชาร์จเต็ม 3 ชั่วโมง 42 นาที แต่ถ้าชาร์จจาก 20 – 85% จะใช้เวลาแค่เพียง 1 ชั่วโมง 36 นาทีเท่านั้น ฟัง ๆ ดูอาจจะคิดว่ารถน่าจะหนักแน่เลย แต่จริง ๆ แล้วรถเบาเพียง 140 กิโลกรัมเท่านั้น ตัวรถมีแชสซีเป็นเฟรมถัก ด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อและยางจะเป็น 100/80-17” และ 130/70-17” ตามลำดับ ต่อกันเรื่องเทคโนโลยีตัวรถจะมีหน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ มีโหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Road และ Eco โดยโหมด Road จะอยู่ที่ 88 กม./ชม. ขณะที่โหมด Eco จะอยู่ที่ 64 กม./ชม.แต่เดี๋ยวก่อนยังฟังก์ชัน e-boost ที่จะช่วยความแรงโดยจะใช้ได้ประมาณ 15 วินาที เมื่อเปิดใช้จะสามารถเร่งได้แรงขึ้น รวมถึงท็อปสปีดมากขึ้นไปเป็น 99 กม./ชม.ในโหมด Road และ 72 กม./ชม. ในโหมด Eco ยังมีโหมด Walk ที่จะช่วยจอดรถได้ง่ายขึ้น หากเปิดใช้แล้วเปิดคันเร่งรถจะค่อย ๆ ขยับไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ ขณะที่ปิดคันเร่งก็จะถอยหลังได้ด้วย รวมไปถึงยังมีระบบรีเจ็นเนอเรทีฟที่เวลาผู้ขับขี่ปิดคันเร่ง พลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วลงจะชาร์จกลับไปยังแบตเตอรี่ ช่วยเพิ่มระยะทางการใช้งานได้มากขึ้น   ถือว่ามาได้ครบเครื่องทีเดียวครับ สำหรับ Ninja E-1 2024 แต่เรื่องของราคานั้นยังไม่มีการระบุ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายจริง ๆ เดือนตุลาคมนี้ครับ แต่ก็บอกได้เลยว่าราคาน่าจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

 Roof Boxxer 2 หล่อ เท่ ไม่เหมือนใคร

 Roof Boxxer 2 หล่อ เท่ ไม่เหมือนใคร มีข่าวดีสำหรับชาวไบค์เกอร์อีกครั้ง เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปี ของ Roof Helmet แบรนด์หมวกกันน็อกสุดเอกลักษณ์จากสัญชาติฝรั่งเศส มาพร้อมกับการเปิดตัวหมวกกันน็อกรุ่นใหม่แบบเปิดคางได้อย่าง Roof Boxxer 2 เอาใจเหล่าไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบในความแหวกแนวและมีสไตล์เอกที่เป็นลักษณ์เฉพาะ  สำหรับหมวกรุ่น Boxxer 2 นั้น เป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นจาก Boxxer รุ่นแรก และยังถูกออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์ ผสมผสานระหว่างความเป็นเรโทรและโมเดิร์นเข้าด้วยกัน รวมถึงการเสริมด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบัน และให้ได้ตรงตามมาตรฐาน ECE R22.06  โดยชิ้นส่วนประกอบที่เป็นไฟเบอร์กลาส มีน้ำหนักเบา แข็งแรงและทนทานต่อการใช้งาน และมีระบบ FleXLocker ใหม่ ซึ่งจะล็อกแถบคางให้อยู่ในตำแหน่งเปิด โดยตัวหมวกมีน้ำหนักเพียง 1.6 กก. เท่านั้น และที่น่าสนใจก็คือ หมวกรุ่นนี้ผ่านมาตรฐาน ECE 22.06 โดยมีน้ำหนักเบาเหมือนรุ่นก่อน ๆ อีกด้วย  สำหรับภายในหมวก มีผ้าซับในที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ที่ถอดออกได้และล้างทำความสะอาดได้ รวมถึงฟองน้ำด้านในออกแบบมาให้สวมใส่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยฝาครอบพร้อมนวมปรับความหนาได้ และยังมีแผ่นรองแก้มให้เลือกจากแบรนด์อีกด้วย ฝาปิดมีชิลด์หน้าป้องกันรอยขีดข่วนแบบใสพร้อมแผ่นกันฝ้า แถมยังรองรับการติดตั้งหูฟังบลูทูธเพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานของผู้ขับขี่อีกด้วยครับ สีดำ สีเทา สีแดง โดยหมวก Boxxer 2 เปิดจำหน่ายถึง 3 สี ได้แก่ สีดำ สีเทาและสีแดง รวมถึงตัวเลือกลายกราฟิกต่างๆ  โดยเปิดราคาอยู่ที่ 536 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว ๆ 1.9 หมื่นบาท โดยสามารถติดต่อสั่งจองผ่านทางเว็บไซด์ https://www.roof.fr/en/content/10-products Roof Helmet หรือผ่านทางเพจเฟสบุ๊ก ROOF International Officiel หากมีหมวกรุ่นไหนที่น่าสนใจอีกหล่ะก็ จะรีบมาอัปเดตให้ทราบกันอีกครั้ง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Moto Guzzi V7 Stone Corsa

Moto Guzzi V7 Stone Corsa ตัวเป็นคลาสสิกไบค์แต่ใจมันเป็นสปอร์ต เปิดเผยโฉมหน้าโมเดลใหม่อีกครั้งสำหรับแบรนด์รถสัญชาติอิตาเลียนที่มีอายุอานามกว่า 70 ปี กับ Moto Guzzi V7 Stone Corsa ซึ่งยังคงเอกลักษณ์และความโดดเด่นไม่เหมือนใครไว้ได้เป็นอย่างดี แต่ครั้งนี้ถูกตีความใหม่เพิ่มความเป็นสปอร์ตเข้าไปในโมเดลที่สุดแสนจะคลาสสิกระดับตำนาน ในแบบที่น่าจะถูกใจชาว Guzzisti ทั่วโลก เจ้าสโตนคอร์ซ่าคันนี้ขับเน้นความเป็นสปอร์ตออกมาด้วยเส้นสายที่ลื่นไหลจากแฟริ่งด้านหน้ามายันเบาะนั่งแบบตอนเดียวที่ดูเหมือนสำหรับนั่งคนเดียวแต่จริง ๆ แล้วนั่งได้สองคน ให้ผู้ที่มองเห็นได้สัมผัสถึงกลิ่นอายความเป็นสปอร์ต แรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านออกมาจากขุมพลังที่เป็นเอกลักษณ์ ความลุ่มหลงที่แฝงอยู่ภายในจิตวิญญาณกลับมาอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2019 กับรายการแข่ง Moto Guzzi Fast Endurance การแข่งขันที่ให้โอกาสนักบิดมากหน้าหลายตาได้มาแข่งขันกันในสนาม ได้สนุกไปกับรถวีเซเว่นที่ตัวเองเป็นเจ้าของ เผยให้เห็นถึงความซิ่งที่มีซุกซ่อนอยู่ในแบบที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึง นอกจากนี้แล้วตัวรถยังมาในเฉดสีแบบทูโทนสื่อถึงยุคทองของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ สีเทาเมทัลลิกมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นด้วยแถบสีแดงดุดันที่ถอดยาวตามขวางตลอดตัวรถตั้งแต่แฟริ่งด้านหน้า พาดยาวมายังถังน้ำมันด้านล่างและแผงแฟริ่งด้านข้าง   ตัวรถยังปรับมาใช้กระจกแบบปลายแฮนด์ที่ทำให้ดูปราดเปรียวและคล่องตัวมากขึ้น ฝาถังน้ำมันอลูมิเนียม CNC อะโนไดซ์สีดำ และเพื่อให้เข้ากันกับลุคแบบมินิมัลของโมเดลนี้ซึ่งเป็นจุดเด่นตามแบบฉบับของวีเซเว่นมาโดยตลอด ส่วนของโช้คหน้าก็มาแบบเปลือย ๆ ไม่มีปลอกยางกันฝุ่น แต่ไปมีเพลทบนแผงคอด้านบนเพื่อบ่งบอกความเป็นโมเดลพิเศษแทน ส่วนเรื่องของสเปกนั้นไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป โดยยังคงเป็นเครื่องสองสูบวีวางขวางบล็อกเดิมที่มีขนาด 853 ซีซี ให้กำลังแรงม้า 65 แรงม้าที่ 6,800 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 73 นิวตันเมตรที่ 5,000 รอบ ระบบเกียร์ 6 สปีด ใช้เชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 21 ลิตร มีระบบกันสะเทือนที่เรียบง่าย ด้านหน้าเป็นโช้คเทเลสโคปิกขนาด 40 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คคู่ปรับพรีโหลดได้ที่ทำงานร่วมกันกับสวิงอาร์มคู่ มีระบบเบรกหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก Brembo 4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 260 ม.ม. กับคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ พร้อมระบบเบรก ABS ล้อจะเป็นล้ออัลลอยน้ำหนักเบา มาพร้อมกับยางขนาด 100/90-18” และ 150/70-17” หน้าหลังตามลำดับ ขณะที่เทคโนโลยีนั้นไม่ได้มีอะไรมากนัก มีระบบไฟ LED และไฟ DRL เต็มระบบ หน้าจอดิจิทัล LCD ธรรมดาแต่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ส่วนเรื่องของการจำหน่ายนั้นยังไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขราคา แต่ราคาก็น่าจะแพงกว่าโมเดลปกติอยู่เล็กน้อย หากประเมินจากราคาโมเดลที่จำหน่ายในไทยอยู่ที่ 649,000 บาท โมเดลนี้ก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 6 แสนปลาย ๆ ครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy

No Posts Found!

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
สนามช้าง

สนามช้าง หรือสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ คือสนามแข่งขันมาตรฐานระดับโลก และแน่นอนอย่างที่พาดหัวไปคือ เป็นสนามที่มีสถิติจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกหรือ MotoGP มากที่สุดในปี 2019 จากทั้งหมด 19 สนามทั่วโลก ตัวเลข 2,863,113 คือจำนวนของคนที่เข้ามาชมการแข่งขัน MotoGP ทั้งหมด 19 สนามที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก แต่เป็นการแข่งขันรอบ ThaiGP ที่ทำสถิติคนเข้าชมเยอะที่สุดตลอดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังจากที่บุรีรัมย์ได้เริ่มเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน MotoGP ครั้งแรกในปี 2018 และได้จัดแข่งขันอีกครั้งในปี 2019 และสามารถดึงดูดแฟนๆ ที่คลั้งไคล้ในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับโลกมาได้กว่า 226,655 ชีวิต ที่เข้ามาเป็นหนึ่งในสักขีพยานการคว้าแชมป์โลกครั้งที่ 8 ของ Marc Marquez (Repsol Honda Team) มากกว่าสถิติเดิมที่เคยทำไว้ได้ที่ 222,535 คนในปี 2018 สนามช้าง ยังแซงหน้าสถิติของสนาม Le Mans ที่ทำเอาไว้ที่ 206,323 คนในปีนี้ ซึ่งลดลงจากปีก่อน 294 คน ด้านสนาม Sachsenring ก็สามารถทำสถิติทะลุ 2 แสนคนได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 ที่ 201,162 คนในศึก German GP ในปีนี้ ในแง่ของผู้เข้าชมการแข่งขัน 3 วันที่ทะลุหลัก 1 แสนคน 3 อันดับแรกได้แก่ ที่ ASsen ที่ทำได้ 105,000 คน และคนเหล่านั้นได้กลายเป็นสักขีพยานในการได้เห็น Maverick Viñales (Monster Energy Yamaha MotoGP) คว้าชัยในฤดูกาล 2019 เป็นครั้งแรก ในขณะที่สนาม Le Mans (104,020) และที่ Sepang (103,850) ที่ทำตัวเลขสูงสุดตามมาเป็นอันดับ 1 และ 2 และในปีหน้าเราก็คาดหวังว่าสนามที่ฟินแลนด์ที่จะเป็นเจ้าภาพเป็นลำดับที่ 11 ของฤดูกาล 2020 จะสามารถทำสถิติคนเข้าชมได้สูงมากแค่ไหน 5 อันดับรอบการแข่งขันที่มีคนเข้าชมสูงสุดในปี 2019 PTT Thailand Grand Prix – 226,655 Shark Helmets Grand Prix de France – 206,323 HJC Helmets Motorrad Grand Prix Deutschland – 201,162 myWorld Motorrad Grand Prix von Österreich – 197,315 Monster Energy Grand Prix Ceske republiky – 186,793 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

8 January 2020
Yamaha M1 แรงสุดในกลุ่ม บีญาเลส บิดทำเวลารั้งหัวแถว Valencia Test

Yamaha M1 แรงสุด บาเลนเซีย เทสต์ เมื่อเข้าสู่วันที่ 2 ของการทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรก ศึกโมโตจีพี 2020 ที่ เซอร์กิต ริคาร์โด้ ตอร์โม่ เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน ลงบิดในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ออกสตาร์ทในเวลา 16.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) หลังผ่าน 7 ชั่วโมงของการทดสอบสิ้นสุดลงด้วยผลงานระดับท็อปของยามาฮ่านำโดย มาเวริค บีญาเลส #12 ยอดนักบิดสแปนิช สังกัดมอนส์เตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ที่ควบรถแข่งยามาฮ่า YZR-M1 ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดด้วยเวลา 1 นาที 29.849 วินาที หลังลงบิดไปทั้งสิ้น 114 รอบ จากทั้ง 2 วันของการทดสอบ รวมถึง ฟาบิโอ กวาตาร์ราโร่ #20 และ ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 คู่หูนักบิดดาวรุ่งสังกัดปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ในการทดสอบที่ บาเลนเซีย บิดทำเวลารั้งอยู่ในอันดับ 2 และ 3 ด้วยเวลา 1 นาที 30.013 วินาที และ 1 นาที 30.114 วินาที ตามลำดับ ด้าน วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 สตาร์นักบิดชาวอิตาเลียน สังกัดมอนส์เตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี บิดทำเวลาต่อรอบได้เร็วขึ้นจากวันแรกของการทดสอบ กดเวลาลงมาอยู่ที่ 1 นาที 30.781 วินาที รั้งอยู่ในอันดับ 9 ของการทดสอบครั้งแรก สำหรับการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล หรือ พรีซีซั่น เทสต์ ศึกโมโตจีพี 2020 ครั้งที่ 2 จะโยกไปลงบิดที่ เซอร์กิโต เดอ เฆเรซ-อังเคล นีอัตโต้ ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 25-26 พฤศจิกายน นี้ โดยแฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถร่วมติดตามและให้กำลังใจนักบิดยามาฮ่าได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้  ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

21 November 2019

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!