Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • Moto2
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ข่าวแข่งขัน
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    • ZXMOTO
    • CFMOTO
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    • ข่าวรถ GEELY
    •   Back
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZXMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ducati Panigale V4S 2025 สเปค ต่างจากรุ่น V4 อย่างไร เทียบให้ดู

Ducati Panigale V4S 2025 สเปค ต่างจากรุ่น V4 อย่างไรบ้าง ? เดินทางมาถึงในเจนเนอเรชันที่ 7 แล้ว สำหรับซูเปอร์ไบค์ระดับตำนาน อย่าง Ducati Panigale โดยครั้งนี้เราจะมาเทียบความต่างทั้ง 2 รุ่นที่พึ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Ducati Panigale V4S 2025 สเปค กับรุ่น Panigale V4 2025 จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ? เทียบความต่าง ระหว่าง Panigale V4S และ Panigale V4 2025 Ducati Panigale V4 Ducati Panigale V4S เครื่องยนต์ เครื่อง Desmosedici Stradale 90 องศา V4 ระบบวาล์ว Desmodromic 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ เครื่อง Desmosedici Stradale 90 องศา V4 ระบบวาล์ว Desmodromic 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,103 ซีซี 1,103 ซีซี แรงม้า (เคลม) 216 แรงม้าที่ 13,500 รอบ/นาที 216 แรงม้าที่ 13,500 รอบ/นาที แรงบิด (เคลม) 120.9 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบ/นาที 120.9 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบ/นาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 81 x 53.5 มม. 81 x 53.5 มม. อัตราส่วนการอัด 14.0: 1 14.0: 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบควิกชิฟเตอร์ 6 สปีด พร้อมระบบควิกชิฟเตอร์ ระบบจุดระเบิด ดิจิทัล ดิจิทัล ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ โซ่ ความจุถังน้ำมัน 17 ลิตร 17 ลิตร เฟรม เพอริมิเตอร์เฟรม เพอริมิเตอร์เฟรม ขนาดล้อและยางหน้า ล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบา 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP-V4 120/70-ZR17 ล้ออลูมิเนียมฟอร์จ 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa 120/70-ZR17 ขนาดล้อและยางหลัง ล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบา 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP-V4 200/60-ZR17 ล้ออลูมิเนียมฟอร์จ 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP-V4 200/60-ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้ค Showa Big Piston Fork (BPF) ขนาดแกน 43 มม. สามารถปรับแต่งได้ โช้คหัวกลับ Öhlins NPX 25/30 (SV) สามารถปรับแต่งได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว Showa พร้อมกันสะบัด Sachs ปรับสามารถปรับแต่งได้ด้วยระบบไฟฟ้า ร่วมกับสวิงอาร์มคู่อลูมิเนียมแบบกลวง โช้คหลังเดี่ยว Öhlins TTX36

13 September 2024
2025 Suzuki V-Strom 650 ลุยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่

2025 Suzuki V-Strom 650   เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับรถจักรยานยนต์สายแอดเวนเจอร์ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ Suzuki DR-Big อย่าง 2025 Suzuki V-Strom 650 ที่ขนมาทั้ง V-Strom 650, 650XT และ 650XT Adventure โดยรุ่นนี้มีความโดดเด่นในการดีไซน์ สะดุดตาทุกมุมมอง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น สามารถขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะขับขี่เดินทางไปท่องเที่ยว หรือขับไปทำงาน ก็ตอบโจทย์เหล่าไบค์เกอร์สายลุยอย่างลงตัว โดยเจ้า Suzuki V-Strom 650 มาพร้อมกับเครื่องยนต์สองสูบ V-twin 90 องศา มีปริมาตรกระบอกสูบอยู่ที่ 645 ซีซี พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยมีพละกำลัง 66.2 แรงม้าที่ 8,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 62 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ/นาที  ที่สำคัญในทุกรุ่นย่อยให้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพหน้าแบบเทเลสโกปิก ระบบเบรกด้านหน้าเป็นแบบ ดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์เบรก 2 พอตขนาด 310 มม.มาพร้อมระบบ ABS  ระบบกันสะเทือนด้านหลัง จะให้มาเป็นโช้คอัพเดี่ยวแบบ Link Type, Oil Damped พร้อมคอยล์สปริง ปรับระดับได้ และระบบเบรกด้านหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์เบรก 1 พอตขนาด 260 มม. มาพร้อมระบบ ABS  ในส่วนของเทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย ทางซูซูกิไม่ได้ให้เพียงแค่ระบบความปลอดภัย ABS ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรคกระทันหัน แต่ยังก็ยังมี Suzuki’s Advanced Traction Control System หรือระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และยังมีระบบ LOW RPM ASSIST ช่วยเร่งรอบเครื่องยนต์ขณะรถออกตัว ซึ่งเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ให้มา ก็เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น  หน้าจอกลางของรุ่นนี้มีความผสมความเป็นอนาล็อก และดิจิตอลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์แบบอนาล็อก ในส่วนของตำแหน่งบอกความเร็ว ตำแหน่งเกียร์ และโหมดการเลือกระบบ Traction control จะเป็นแบบดิจิตอล และด้านข้างมีช่องจ่ายไฟแบบ DC Outlet เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ไปอีกขั้นด้วยช่องจ่ายไฟสำรองขนาด 12 โวลต์รองรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ Suzuki V-Strom 650 มาในโทนสี Glass Sparkle Black เช่นเดียวกับตัว V-Strom 650 Adventure แต่จะมาเป็นล้อแม็กขนาดล้อขอบ 19 นิ้วพร้อมยางแบบ Tubeless ขนาด 110/80 และล้อหลังขอบ 17 นิ้วพร้อมยางแบบ Tubeless ขนาด 150/70 โดยในรุ่นเริ่มต้นนี้จะไม่มีแฮนด์การ์ด และฝาครอบเครื่องยนต์ด้านล่าง ราคารุ่นย่อย Suzuki V-Strom 650 มีราคาอยู่ที่ $9,299 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 314,000 บาท Suzuki V-Strom 650XT มาในโทนสี Pearl Vigor Blue / Pearl Brilliant White บนขอบล้ออลูมิเนียมอโนไดซ์สีน้ำเงินบนล้อแบบซี่ล้อขอบ 19 นิ้วขนาด 110/80 รัดด้วยยางแบบ Tubeless และล้อหลังขอบ 17 นิ้วขนาด 150/70 รัดด้วยยางแบบ Tubeless แต่ในรุ่นนี้จะมีเพิ่มในส่วนของแฮนด์การ์ด และฝาครอบเครื่องยนต์ด้านล่างเพื่อป้องกันการกระแทก  ราคารุ่นย่อย Suzuki V-Strom 650XT มีราคาอยู่ที่ $9,799 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 331,000 บาท Suzuki V-Strom 650XT Adventure มาพร้อมโทนสี Glass Sparkle Black มาพร้อมวงล้ออะลูมิเนียมชุบอโนไดซ์สีทองบนล้อแบบซี่ลวด ขอบ 19 นิ้วขนาด

13 September 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Monster 30° Anniversario

Monster 30° Anniversario โมเดลพิเศษฉลอง 30 ปีมอนสเตอร์ ค่ายรถจากเมืองโบโลญญาฉลองโอกาสพิเศษให้แก่มอเตอร์ไซค์ระดับตำนานของทางค่ายที่เปลี่ยนแปลงโลกสองล้อไปตลอดกาลด้วยโมเดลพิเศษฉลองครบรอบ 30 ปีที่ชื่อว่า Monster 30° Anniversario ที่โดดเด่นด้วยชุดสีไตรคัลเลอร์แบบอิตาลี ซึ่งผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น   สำหรับเน็กเก็ดไบค์อย่างเจ้ามอนสเตอร์นั้นประเดิมเปิดตัวครั้งแรกย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้วหรือในปี 1993 นั่นเอง เป็นโมเดลที่เรียกได้ว่าปฏิวัติวงการและได้ครองใจผู้คนกว่า 350,000 คนทั่วโลกเลยทีเดียว     ด้วยเครื่องยนต์จัดจ้านสไตล์สปอร์ต เหมาะกับการขับขี่บนท้องถนนพร้อมแชสซีแบบรถซูเปอร์ไบค์ แฮนด์บาร์กว้าง และการไม่มีแฟริ่ง ไอเดียและความเรียบง่ายนี้กลับได้ผลเกินคาด ทำให้โลกสองล้อมีรถกลุ่มใหม่ที่เรียกว่าเน็กเก็ดไบค์ขึ้นมา แถมเจ้ามอนสเตอร์เองก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แต่ยังคงวิวัฒน์พัฒนาขึ้นมาหลายครั้งหลายหนจนมาถึงบัดนี้ ที่ทั้งโดดเด่น ทรงพลัง แต่มีน้ำหนักเบาที่สุด   และสำหรับเจ้าโมเดลพิเศษนี้เองก็ยังคงเอกลักษณ์ของมอนสเตอร์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ที่มองปราดเดียวก็รับรู้ได้ แต่ครั้งนี้โดดเด่นแบบอิตาเลียนสไตล์ด้วยสีไตรคัลเลอร์ตามแบบธงชาติอิตาลี เขียว ขาวและแดง สมกับที่เป็นรถอิตาลี ตัดด้วยวงล้อสีทองที่ทำพิเศษสำหรับโมเดลนี้โดยเฉพาะ และยังมีโช้คหน้า Ohlins NIX30 สีทองเข้าคู่กัน ยังมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ทำให้รถดูพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งที่ปักโลโก้ฉลอง 30 ปี อนิเมชันพิเศษบนหน้าจอเวลาเปิดสวิตช์รถ และแน่นอนว่าแต่ละคันรันนัมเบอร์บนแผงคอไม่ซ้ำกัน พร้อมเซอร์ทิฟิเคตรับรองความเป็นของแท้รวมไปถึงผ้าคลุมรถพิเศษ ทีนี้เรากลับมาดูตัวโมเดลพื้นฐานกันก่อนครับ แน่นอนว่าจุดเด่นของเจ้าสัตว์ร้ายเจ็นฯ ล่าสุดนั้นโดดเด่นที่น้ำหนักเบา และการที่ไม่ใช่เฟรมถักแบบที่เคยเป็นจุดเด่นอย่างนึงของมอนสเตอร์ และโมเดลพิเศษนี้ยังเบากว่าเดิมอีก 4 กก.ซึ่งแต่เดิมก็เบามากอยู่แล้ว โดยตัวรถมีเครื่องยนต์ Testastretta 11° ซึ่งเป็นเครื่อง 2 สูบวีขนาด 937 ซีซี ให้กำลัง 111 แรงม้าที่ 9,250 รอบต่อนาที และแรงบิดที่ 93.16 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที และวิศวกรก็ยังใช้เครื่องยนต์นี้เป็นส่วนนึงของเฟรม โดยยึดติดกับเฟรมด้านหน้าในลักษณะที่คล้ายกับเจ้า Panigale V4 ในส่วนของช่วงล่างโดดเด่นจัดเต็มด้วยระบบกันสะเทือนจาก Ohlins โดยเฉพาะที่ด้านหน้าเป็น NIX30 ที่เบากว่าของเดิมติดรถสแตนดาร์ดและตัวพลัส 600 กรัม พร้อมการเซ็ตอัพมาแบบสปอร์ต ยังมีกันสะบัดจาก Ohlins มาให้อีกด้วย ขณะที่ระบบเบรกก็จัดเต็มด้วย คาลิเปอร์เบรกหน้า Brembo Stylema เบากว่า 400 กรัม และดิสก์เบรกคู่อลูมิเนียมขนาด 320 ม.ม.ที่เบากว่าอีก 500 กรัม ทำให้เบรกดีขึ้นมาก ปิดท้ายช่วงล่างด้วล้อฟอร์จคู่ใหม่ที่เบากว่าเดิม 1.86 ก.ก. ยิ่งทำให้ขับขี่ดียิ่งขึ้น มาถึงเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ถือว่าแนวหน้าของรถคลาสนี้ มีทั้งระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ แทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ซึ่งปรับเซ็ตได้หลายระดับ ยังมีระบบช่วยออกตัวที่เพิ่มเข้ามาในโมเดลนี้ มีโหมดการขับขี่ 3 โหมด คือ Sport, Road และ Wet มีหน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้วที่ดีไซน์คล้าย Panigale V4 นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นพิเศษอื่น ๆ เฉพาะโมเดลพิเศษดังนี้ – เบาะนั่งแบบสปอร์ต – ปลายท่อสลิปออน Termignoni – บังโคลหน้าและหลังคาร์บอนไฟเบอร์ – โหมดการขับขี่ใหม่ โหมด Wet – แบตเตอรีลิเธียมไอออน – ยาง Pirelli Diablo Rosso IV – ครอบไฟหน้า – ครอบเบาะคนซ้อน สุดท้ายนี้ราคาจำหน่ายจากในเว็บอิตาลีนั้นตั้งต้นอยู่ที่ 17,690 ยูโรหรือราว ๆ 670,000 บาท ส่วนจำหน่ายไทยนั้นราคาก็คงโดดไปอีกพอสมควรเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Benelli TRK 702 X 2023

Benelli TRK 702 X 2023 สายลุยไซส์กลางจากอิตาลี แอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลางเปิดตัวอีกคันนึงแล้วกลับ Benelli TRK 702 X 2023 ที่ดีไซน์ออกแบบได้ปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวให้มันกลายเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์สายลุยที่มีความคล่องตัวทั้งทางดำและทางฝุ่นให้โดนใจหลาย ๆ คนอย่างที่ตั้งใจ สำหรับโมเดลนี้นั้นพัฒนาและออกแบบโดยฝ่ายพัฒนาและวิจัยของทางเบเนลลีและ Style Centre ที่เมืองเปซาโร่ ประเทศอิตาลี โดยตั้งเป้าที่จะขยายตลาดรถกลุ่มแอดเวนเจอร์ไบค์ขนาดกลาง ตัวรถออกแบบมาให้โดดเด่นและง่ายต่อการจดจำยากต่อการลืมเลือน โดยมีหลายส่วนที่เหมือนกับลูกพี่ลูกน้องที่เป็นรถสายทัวริ่งของทางค่ายเอง ตัวรถให้เส้นสายที่สมู้ทและลื่นไหล แต่ก็มีความดุดันปราดเปรียวและภาพลักษณ์ที่ดูสมบุกสมบัน ด้านหน้าจะเด่นด้วยไฟหน้าคู่ LED ภายใต้โคมไฟที่เป็นเอกลักษณ์ ถังน้ำมันออกแบบมาให้มีความจุที่ไม่น้อยจนเกินไป และเพรียวพอที่จะให้อิสระเวลาผู้ขับขี่จะขยับย้ายท่วงท่าเพื่อควบคุมตัวรถ โดยถังน้ำมันจะจุได้ที่ 20 ลิตร มือจับคนซ้อนขนาดใหญ่และยาวให้คนซ้อนนั่งได้สบายเต็มที่ แต่ก็ไม่ลืมที่จะออกแบบให้ท้ายรถสวยงามมีสไตล์ไปพร้อม ๆ กัน ในส่วนของเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 698 ซีซี แบบ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรงม้า 70 แรงม้าที่ 8,000 รอบและแรงบิด 70 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบที่ถือว่ามาได้เร็วและหนักหน่วงทีเดียว มีระบบเกียร์ 6 สปีดพร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ที่ช่วยผ่อนแรงมือคลัตช์และช่วยลดอาการสไลด์ที่ล้อหลัง ต่อกันที่ช่วงล่างตัวรถเลือกใช้เฟรมถักพร้อมเพลตเสริมความแข็งแรงเช่นเดิม ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 50 ม.ม. ด้านหลังเป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมและโช้คเดี่ยวที่สามารถปรับเซ็ตได้ทั้งพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชันได้ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม.และคาลิเปอร์เบรก 2 ลูกสูบที่ด้านหน้า และดิสก์เบรกหลังเดี่ยวขนาด 260 ม.ม.และคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดี่ยว มีล้อหน้าและหลังขนาด 19 และ 17 นิ้วตามลำดับ และยางพร้อมลุยและพร้อมเที่ยว Pirelli Scorpion Rally STR มีขนาด 110/80 และ 150/70 ตามลำดับ ทางค่ายยังระบุมาอีกว่าตัวรถออกมีการออกแบบมาโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายในการขับขี่ ด้านหน้าจะมีแฟริ่งหน้าขนาดใหญ่ช่วยกันลมปะทะได้ดี สวิตช์คอนโทรลที่แฮนด์เองก็มีไฟแบ็กไลท์ช่วยให้ใช้งานสะดวกแม้ค่ำคืน ระบบไฟ LED เต็มระบบ มีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วเชื่อมต่อบลูทูธกับสมาร์ทโฟนได้ รับสายวางสายผ่านสวิตช์ที่แฮนด์ได้ และเมื่อใช้งานร่วมกับแอพลิเคชันจะสามารถใช้หน้าจอเป็นนาวิเกเตอร์ได้ สุดท้ายนี้เรื่องการจำหน่ายในไทยก็น่าจะยากหน่อยนะครับ เพราะหลาย ๆ โมเดลที่มีขนาดใหญ่ก็ไม่ได้เข้ามาจำหน่ายในไทยเลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com

Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 จบไปแล้วกับกิจกรรมสุดมันส์ โดยมี Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 Power By Pirelli Scorpion The MXGP Champion’s Tyres ณ ลานวัดคลองตาอิน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งรายการนี้จะเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสและสนับสนุนให้นักบิดสายทางฝุ่นสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทยไปแข่งขันในรายการ Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในงานนี้ Honda ได้ขนกองทัพรถสายทางฝุ่นไปแบบชุดใหญ่ทั้ง CRF Series ที่ได้แก่ CRF300L, CRF450RL, CRF1100L Africa Twin รวมไปถึงเจ้า CB500X มาให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีโอกาสทดลองขับขี่ในสนามสำหรับทดสอบกันได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันโดยใช้รถของฮอนด้า ทางฮอนด้าเองก็จะช่วยซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายค่าสมัคร 500 บาท ภายในบูธยังมีการบริการ ช่วยดูแลนักแข่ง และให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถสำหรับผู้ที่เข้าร่วมงานแข่งขันและผู้ที่สนใจโดยมีทีมช่างผู้ชำนาญการมาคอยแสตนด์บายรอช่วยเหลืออย่างขันแข็งอีกด้วย เรียกว่าได้ใจสาวกกันไปเต็ม ๆ ครับงานนี้ สำหรับรุ่นในการแข่งขันในงานก็จะได้แก่ Class A สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 1000 ซีซี แต่ไม่เกิน 1290 ซีซี Class B สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 500 ซีซี แต่ไม่เกิน 990 ซีซี Class C Enduro Open สำหรับรถเอ็นดูโร่ ไม่จำกัดซีซี รถนำเข้าก็แข่งได้ Class C Enduro Production สำหรับรถเอ็นดูโร่ ผลิตในประเทศ และไม่เกิน 250 ซีซี และคลาสพิเศษสำหรับสาวก KTM และ Husqvarna โดยเฉพาะ ไม่จำกัดซีซี   หลังจากจบการแข่งขันสุดโหดเนื่องจากสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักทำให้สภาพสนามนั้นเละเป็นโคลน ยากต่อการขับขี่ แต่สุดท้ายก็ได้ตัวแทนนักแข่งจากประเทศไทยที่ใช้รถ Honda ทั้ง 2 ท่านจากคลาส A ทั้ง 2 คน ได้แก่ พิษณุ ชิมมา Honda CRF1100L Africa Twin คมสัน อุดมทีฆะศิริ Honda CRF1100L Africa Twin สุดท้ายนี้อย่าลืมเป็นกำลังใจให้กับนักแข่งชาวไทยที่ได้ไปสู้ศึก Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซียที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคม – 3 กันยายน 2023 นี้กันด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
    •   Back
    • MOTOGP
    • WSBK
    • F1
    • SBM Trackday & Trophy
ประมวลภาพเบื้องหลัง MotoGP โปรโมทท่องเที่ยวไทย

สองสุดยอดนักบิด MotoGP ดาวดังของโลก ฮอร์เก ลอเรนโซ ยอดนักบิดสแปนิชจาก เรปโซล ฮอนด้า ควง คาล ครัทช์โลว นักบิดอังกฤษจาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า พร้อมด้วยนักบิดดาวรุ่งของไทย สมเกียรติ จันทรา จาก  อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ร่วมถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาฟอร์มยักษ์ใน กรุงเทพมหานคร ผ่านมุมมองของกีฬามอเตอร์สปอร์ตยอดนิยมอย่าง “โมโตจีพี” สู่สายตาแฟนความเร็วทั่วโลกกว่า 800 ล้านคู่ ก่อนเข้าสู่การแข่งขัน 4-6 ต.ค.นี้ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์  การถ่ายทำดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากกองทัพสื่อมวลชน และแฟนความเร็วจำนวนมาก รวมทั้งที่ทราบข่าวนั้นติดตามเป็นจำนวนมาก  ภาพยนตร์โฆษณาดังกล่าวถูกถ่ายทำโดยมีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ด้วยการถ่ายทอดผ่านมุมมองของการแข่งขันระดับโลกอย่าง “โมโตจีพี” ภายใต้คอนเซ็ปท์ “FROM ROAD TO ROOF”  โดยมีการเดินเรื่องถ่ายทำบนถนนใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยการถ่ายทำในวันนี้เริ่มถ่ายทำจากภายในวัดโพธิ์, สมเกียรติ พาครัชท์โลว ไปซื้อของที่ระลึก, ฉากเดินตลาดของครัชท์โลว, ขับขี่บนสะพานพุทธ, ถนนเจริญกรุง โดยมีนักบิดไทย ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านต้อนรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตทุกคนสู่เมืองไทย ก่อนจะไปจบด้วยภาพที่ได้ถ่ายทำไว้แล้วที่ ชั้น 78 ของ มหานคร สกายวอล์ค จุดชมวิวชั้นดาดฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศไทย ณ ความสูง 314 เมตร มีพื้นกระจกลอยฟ้าขนาดใหญ่ มีจุดเด่นสามารถมองเห็นวิวกรุงเทพมหานคร แบบ 360 องศา ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ ทั้งนี้ วีดีโอประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านการแข่งขัน “โมโตจีพี” ชิ้นดังกล่าว จะถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ของ MotoGP.com และสื่อมวลชนทั่วโลกก่อนเข้าสู่การแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 ในสุดสัปดาห์นี้ พร้อมกับเผยแพร่ผ่านการถ่ายทอดสดการแข่งขันทั้งผ่านช่องกีฬาชั้นนำของโลก ผ่านสายตาของแฟนความเร็วกว่า 800 ล้านคู่ในทุกช่วงของการแข่งนับตั้งแต่วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคมนี้ ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคมนี้ ถือเป็นมูลค่าทางการประชาสัมพันธ์อันมหาศาล ที่จะผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นไปเป็นประเทศยอดนิยมด้านการท่องเที่ยวของโลก อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

2 October 2019
ก้อง ต้อนรับสุดประทับใจ Lorenzo – Crutchlow ถ่ายโฆษณาใจกลางกรุง!!

ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดหนึ่งเดียวของไทยในสนามระดับโลก จากโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ของ “เอ.พี.ฮอนด้า” ทำหน้าที่ตัวแทนนักกีฬาไทย ต้อนรับ 2 นักบิดโมโตจีพี ชาวสแปนิชอย่าง jorge Lorenzo แชมป์โลก 3 สมัยจาก เรปโซล ฮอนด้า และ Cal Crutchlow นักบิดอังกฤษ จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า เพื่อถ่ายทำวีดีโอโฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศไทย บริเวณชั้น 78 มหานครสกายวอล์ค จุดชมวิวกระจกลอยฟ้าที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก ความสูง 310 เมตร โชว์ความสวยงามของกรุงเทพมหานคร ผ่านมุม 360 องศา ให้แฟนๆ โมโตจีพีทั่วโลกได้ชื่นชม ก่อนลงบิดรายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ สุดสัปดาห์นี้ เมื่อวันอังคารที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลไทย ร่วมกับภาคเอกชน ผู้สนับสนุนการแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์​ กรังด์ปรีซ์ และ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์จัดการแข่งขัน โมโตจีพี ถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาเพื่อโปรโมทการแข่งขัน โมโตจีพี สนามที่ 15 รายการ “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019” ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยนักบิดหนึ่งเดียวของไทยในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ อย่าง “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา ดาวรุ่งชาวไทยวัย 20 ปี เจ้าของหมายเลข 35 จากสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ได้รับมอบหน้าที่นักบิดเจ้าบ้าน ในการเป็นตัวแทนถ่ายทำวีดีโอประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยใน กรุงเทพมหานคร ร่วมกับนักบิดระดับโลกในคลาสโมโตจีพีอย่าง ฮอร์เก ลอเรนโซ แชมป์โลก 3 สมัย ชาวสแปนิช จากเรปโซล ฮอนด้า และ คาล ครัทช์โลว์ ยอดนักบิดอังกฤษ จากแอลซีอาร์ ฮอนด้า การถ่ายทำดังกล่าวมีขึ้นบนดาดฟ้าชั้น 78 ของดึกมหานคร ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คที่สูงที่สุดในเมืองหลวงของประเทศไทย และเป็นจุดชมวิวลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยวิวอันสวยงาม โดย สมเกียรติ เป็นตัวแทนนักกีฬาไทย ต้อนรับ Lorenzo – Crutchlow  อย่างอบอุ่น พร้อมด้วยการแสดงแบบไทยๆ อันวิจิตรงดงาม เพื่อถ่ายทอดความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก ด้วยความตื่นตาตื่นใจของวัฒนธรรมต่างๆ สมเกียรติ “ในฐานะเจ้าบ้านที่ดีผมขอทำหน้าที่ต้อนรับนักบิดเวิลด์จีพีทุกคนเข้าสู่ประเทศไทย ผมเชื่อว่านักแข่งทุกคน รวมถึงแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทย จะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน ทั้งการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่งดงาม รวมถึงการต้อนรับที่อบอุ่นจากชาวไทย” “ส่วนตัวผมเองขอทำหน้าที่นักกีฬาไทยอย่างสุดความสามารถ โดยตอนนี้สภาพร่างกายนั้นพร้อมเต็มร้อย ตั้งเป้าจะคว้าท็อป 5 ในโฮมเรซให้ได้ ฝากแฟนๆ ชาวไทยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ” นักบิดดาวรุ่งชาวไทยเผย สำหรับ วีดีโอประชาสัมพันธ์ประเทศไทยชิ้นนี้ จะถูกเผยแพร่ไปสู่สายตาแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกกว่า 800 ล้านคู่ ตลอดทั้งสุดสัปดาห์ของการแข่งขัน โมโตจีพี รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ติดตามความเคลื่อนไหวและร่วมเป็นกำลังใจให้ “สมเกียรติ จันทรา” หมายเลข 35 นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในสนามระดับโลก รายการ “โมโตทู” ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า fb.com/hondamotorcyclethailand และแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #Racetothedream #MotorSport #APhonda #APhondaRacingThailand #MotoGP #Moto2 #somkiat #SC35 #ThaiGP #JL99 #CC35 #idemitsuhondateamasia อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร

2 October 2019

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ไว้อาลัย