SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Trident Triple Tribute เปิดราคาไทย 319,000 บาท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้เปิดตัว Trident Triple Tribute โมเดลพิเศษสุดโดดเด่น เพื่อเฉลิมฉลองให้กับเครื่องยนต์สามสูบระดับตำนานของไทรอัมพ์ และจะวางจำหน่ายเพียง 1 ปีเท่านั้น โมเดลพิเศษนี้มาในรูปแบบลายกราฟิกอันโดดเด่น ในสไตล์เรซซิ่ง เน้นการใช้สีขาว น้ำเงิน และแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ และสะดุดตาหมายเลข ’67’ อันโดดเด่น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยประดับอยู่บนรถจักรยานยนต์ไทรเดนท์ ‘Slippery Sam’ อันโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นคันเดียวที่ชนะการแข่งขัน TT ถึง 5 ครั้งเป็นระยะเวลา 5 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 1971 ถึง 1975 ตัวรถยังมีชิลด์หน้าและแผงใต้ท้องรถที่สีเข้าชุดกัน นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์โลโก้ไทรอัมพ์ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย และการติดโลโก้บนฝาปิดช่องเติมน้ำมันเชื้อเพลิง แคลมป์แฮนด์และแผงหน้าปัด รวมถึงตราสัญลักษณ์ Trident อะลูมิเนียมฝังพร้อมการตกแต่งรายละเอียด ฝาครอบหม้อน้ำสีเดียวกับตัวรถ ปลอกแฮนด์และการ์ดพักเท้าแบบอะลูมิเนียม ตัวป้องกันโช้คสีเดียวกับตัวรถ แฮนด์รถอะลูมิเนียมทรงเรียว และกระจกทรงหยดน้ำ พร้อมล้ออะลูมิเนียมหล่อแบบห้าก้านสีดำ น้ำหนักเบา ช่วยเติมเต็มลุคที่สะดุดตา เครื่องยนต์สามสูบเรียง 660 ซีซี ให้ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของแรงบิดรอบต่ำ ช่วงกลาง และพละกำลังสูงสุด อีกทั้งเสียงเครื่องยนต์สามจังหวะที่ทุ้มลึกโดดเด่นมาจากท่อขนาดเล็กและมินิมอล พร้อมด้วยปลายท่อสเตนเลสสตีลระดับพรีเมียม และยังเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 81 แรงม้า ที่ 10,250 รอบ พร้อมการส่งผ่านราบรื่น รวมถึงให้แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบ มีระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมอัตราทดเกียร์ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่เป็นเรื่องง่ายและสนุกสนาน ทั้งยังมีควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ช่วยให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ และมีระบบ Autoblipper เมื่อเปลี่ยนเกียร์ลง เพื่อความรวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น ช่วงล่างมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ Showa สีดำที่ให้ระยะยุบตัวของล้อหน้า 120 มม. และโช้คหลัง RSU แบบโมโนช็อคของ Showa รองรับการปรับตั้งค่าพรีโหลด ซึ่งมีระยะยุบตัวของล้อหลังที่ 133.5 มม. ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นคาลิเปอร์เบรก Nissin สองลูกสูบพร้อมดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 มม. ด้านหลังเป็นคาลิเปอร์เบรก Nissin กับดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนล้อจะเป็นล้ออะลูมิเนียมหล่อน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้วกับยางขนาด 120/70 R17 และ 180/55 R17 ตัวรถยังมีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อบลูทูธมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมต่อ My Triumph Connectivity โดยสามารถใช้งานระบบนำทางแบบ Turn-by-turn เชื่อมต่อการใช้โทรศัพท์และฟังเพลง เป็นการยกระดับเทคโนโลยีระดับสูงสำหรับผู้ขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น Trident 660 มีไฟ LED ระบบ ABS โหมดการขี่ Road และ Rain ระบบแทร็คชันคอนโทรล แบบเปิดปิดได้ และคันเร่งไฟฟ้า เพื่อการตอบสนองของคันเร่งที่คมชัดและแม่นยำ รวมถึงหน้าจอสี TFT เพื่อเพิ่มความปลอดภัย มีการติดตั้งระบบป้องกันการโจรกรรมเครื่องยนต์ไว้ในกุญแจ ทั้งนี้ Trident Triple Tribute รุ่นพิเศษ วางจำหน่ายในราคา 319,000 บาท พิเศษ! รับข้อเสนอทางการเงิน 10,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 8 – 31 กรกฎาคม 2567 โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ 12 แห่งทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vespa Primavera Batik สวยแปลกตาด้วยสไตล์จากผ้าบาติก Vespa Primavera Batik เป็นเวสป้าอิดิชันพิเศษที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างสองวัฒนธรรมแตกต่างและห่างกันไกล กลายเป็นโมเดลที่พิเศษและสวยงามแปลกตาไม่เหมือนใคร รูปลักษณ์อันสวยงามไร้ซึ่งกาลเวลาของ เวสป้า Primavera ได้ถูกนำไปผสมผสานเข้ากับลวดลายและธีมของผ้าบาติก เทคนิคการย้อมผ้าและขึ้นลวดลายผ้าของทางอินโดนีเซียที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและทรงคุณค่าจนได้รับรางวัลมรดกโลกทางด้านภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากทาง UNESCO จนกลายเป็นโมเดลพิเศษนี้ขึ้นมา โดยตัวรถจะเลือกใช้สีเขียว Batik Green เป็นสีพื้น พร้อมตกแต่งด้วยลวดลายจากผ้าบาติกมากถึง 7 แพทเทิร์น ซึ่งเป็นลวดลายที่สื่อถึงความหมายอันเป็นมงคล ได้แก่ ความรุ่งเรืองและต้นกำเนิดของชีวิต พละกำลังและอายุที่ยืนยาว ความเคารพที่มีต่อบรรพบุรุษ สเน่ห์และแรงดึงดูด ความเป็นผู้นำและภูมิปัญญา ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับค่านิยมของทางเวสป้า และเกี่ยวพันลึกซึ้งไปถึงแนวคิดแบบพหุวัฒนธรรม โดยการตกแต่งลวดลายบาติกบนตัวรถเวสป้สนั้นใช้เทคนิคที่เรียกว่า Water Transfer Technology หรือการพิมพ์แบบถ่ายโอนน้ำ หรือแบบฟิล์มลอยน้ำที่ไบเกอร์อย่าง ๆ เราน่าจะรู้จักกันดี โดยมีการตกแต่งในหลายจุด เริ่มต้นกันที่ เนกไทด้านหน้า ฝาช่องเก็บของด้านหน้า บริเวณด้านข้างฟุตบอร์ด และตัวถังด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้สีเบาะหนังสีน้ำตาลอ่อนเย็บด้วยด้ายสีเขียวให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติและสีสันจากชายหาดในวันที่ท้องฟ้าสดใสเป็นใจ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ จะยังคงเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเครื่องยนต์จะเป็นเครื่อง i-Get สูบเดียว 4 จังหวะ 3 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาด 155 ซีซี 12 แรงม้าที่ 7,000 รอบ และ แรงบิด 12.7 นิวตันเมตรที่ 5,750 รอบ และมีถังน้ำมันขนาด 8 ลิตร ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบแขนเดี่ยวทำงานสองทิศทาง ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้ 4 ระดับ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวและดรัมเบรกที่ด้านหลัง พร้อมระบบเบรก ABS ที่ด้านหน้า ส่วนล้อจะเป็นล้อแบบไม่ต้องใช้ยางใน และมียางขนาด 110/70 – 12” และ 120/70 – 12” หน้าหลังตามลำดับ สุดท้ายเรื่องของการจำหน่ายนั้นยังไม่มีการกำหนดราคาแต่อย่างใด แต่คาดว่าคงไม่น่าจะแพงไปกว่าโมเดลปกติมากนัก ทั้งนี้ในไทยเราจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 134,400 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Volantis HORIZON 150 สวย เว้า รูปร่างดี และเซ็ตสีใหม่ น่าสนใจเลยทีเดียว กับโมเดลสกู๊ตเตอร์พรีเมียมจากค่าย Alpha Volantis รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Alpha Volantis HORIZON 150 มาพร้อมกับคอลเลคชันใหม่สุดพิเศษ มาพร้อมการออกแบบดีไซน์ตามฉบับโมเดิร์นคลาสสิก ไม่ทิ้งลายโมเดลรุ่นพี่อย่าง Horizon 300 ทั้งรูปร่าง การดีไซน์ที่ให้ความพรีเมียม หรูหรา รวม ๆ แล้ว สวยทั้งพี่ ดีทั้งน้อง รักทั้งสองเลยครับ สำหรับความพิเศษในโมลนี้ คงจะเป็นในเรื่องของสัดส่วนรูปร่างการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร กับคอนเซ็ปต์ความพรีเมียม หรูหรา ด้วยชุดแต่งโครเมียมรอบคัน วาดส่วนเส้นลายและส่วนเว้าโค้งได้อย่างลงตัว บวกกับระบบไฟทรงโตโมเดิร์นตามฉบับ Horizon ผสมกับเพลทอลูมิเนียมประทับตราโลโก้เรียบ ๆ ให้ดูมีระดับขึ้นไปอีกแบบ ในด้านขุมพลังจะเป็นเครื่องยนต์ 4 วาล์วขนาด 149 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ เคลมกำลังแรงม้ามาให้ที่ 10.1 แรงม้าที่ 8,400 รอบ พร้อมแรงบิด 8.5 นิวตันเมตรที่ 7,300 รอบ อีกทั้งยังการันตีความเร็ว Top Speed ที่ 110 กม./ชม. และนอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับระบบจ่ายน้ำมันแบบคาบูเรเตอร์ ซึ่งสามารถปรับแต่งใช้งาน เข้ากับสไตล์ของผู้ขับขี่ได้อีกด้วย และแน่นอนยังมาพร้อมกับความประหยัด กับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ทางโรงงานเคลมมาให้ที่ 3.16 ลิตร ต่อ 100 กม. หรือ 31.64 กม.ต่อน้ำมัน 1 ลิตรนั่นเอง ซึ่งถ้าลองคำนวณแล้ว กับความจุถังน้ำมันของรุ่นนี้ มาให้ขนาด 6.8 ลิตร สามารถวิ่งไปได้ไกลถึง 215 กม.เลยทีเดียว มาต่อที่ระบบช่วงล่าง ที่พร้อมซับแรงกระแทกด้วยโช้คคู่ เทเลสโคปิกด้านหน้า และ โช้คหลังสตรัทสปริงคู่ ปรับได้ 5 ระดับ พร้อมคอนโทรลการหยุดด้วยระบบเบรก กับดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม.และ 200 มม.ตามลำดับ อีกทั้งยังมีระบบ SBS หรือ Share Brake System ที่เข้ามาช่วยกระจายแรงเบรกและเพิ่มความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น ประกบจานเบรกด้วยล้ออลูมิเนียมอัลลอยหน้า-หลังขนาด 12 นิ้ว ดีไซน์ 10 ก้าน รัดแน่นด้วยยางหน้า-หลังขนาด 110/70 และ 120/70 สำหรับเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมาให้ในรุ่นนี้ เริ่มจากระบบไฟส่องสว่าง LED ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย ที่ชาร์จไฟอเนกประสงค์ USB 2 ช่อง ใช้กันให้แบบจุก ๆ ช่องเก็บของด้านหน้าพร้อมบรรจุสัมภาระสำหรับเดินทาง มาตรวัดความเร็วดิจิทัล 2 สไตล์ครบทุกฟังก์ชันการใช้งาน ชุดตะแกรงระบายความร้อนด้านข้างพร้อมโลโก้สามมิติสวย ๆ อีกทั้งยังมี Ubox ใต้เบาะใส่หมวกกันน็อกได้เต็มใบ ซึ่งถือว่ามีให้จบ ครบให้พร้อมใช้งานอย่างคุ้มค่า สำหรับโมเดล Alpha Volantis Horizon 150 คอลเลคชันใหม่ มีให้จำหน่ายถึง 4 สีได้แก่ สีฟ้า Vivid Blue สีแดง Deeply Red สีขาว Crystal White และสีดำ Deep Space Black กับราคาเปิดตัวที่ 72,900 บาท พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษต้อนรับหน้าฝน โดยผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,9XX บาท/เดือน ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2566 – ฟรี Voucher ส่วนลด มูลค่า 2,400 บาท – ฟรี ประกันภัยรถหาย 1 ปี – ฟรี ค่าจดทะเบียน และ พรบ. *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด *เงื่อนไขเป็นไปตามสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ หากใครที่สนใจสามารถติดต่อได้ศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายได้ทุกสาขาทั่วประเทศ รถสวย ๆ ทรวดทรงแบบนี้ อีกทั้งความเร็ว ช่วงล่าง สิ่งอำนวยความสะดวกแบบนี้

KTM 450 SMR แต่ง สไตล์เท่ ๆ By TK RACING อีกหนึ่งโมเดลสายสไลค์ในรุ่น SuperMoto พิกัดค่ายสีส้ม อย่าง KTM 450 SMR คันนี้ ที่เติมแต่งมาแบบจัดหนัก จัดเต็มกันเลยทีเดียว ซึ่งจัดทำสี เติมของแต่งได้คุมโทนและลงตัว สมชื่อตามสไตล์กุนซือสายแข่งมาดเท่อย่าง “คุณตึก TK RACING” และเราได้ทราบข่าวจากคุณตึกอีกว่า โมเดลรุ่นนี้จะไปโผล่ชื่อในรายการแข่งขัน SuperBike Trackday ในรุ่น SuperMoto ณ สนามแข่งพีระเซอร์กิต ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย แต่ก่อนที่จะไปโชว์ความโหดแบบสุดโต่งในสนามแข่งนั้น เราขอพามาเจาะรายละเอียดคันนี้กันว่ามีของแต่งอะไรกันบ้างครับ แต่งทรงเท่ ตามสไตล์ซูเปอร์โมโต สำหรับ KTM 450 SMR แต่ง คันนี้เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอก กับตัวรถรูปทรงโมตาร์ด ที่มาพร้อมกับสีประจำค่ายพร้อมลวดลายประดับตกแต่งรอบคัน และ #13 หมายเลขคู่ใจที่พร้อมจะคว้าโพเดียมในสนามแข่งขัน ต่อกันที่ส่วนแผงคอแต่งบน-ล่าง ยึดด้วยน็อตไทเทเนียมสีม่วงสวยงาม นวมแฮนด์หน้ารถติดตั้งจากโรงงาน ฝั่งประกับฝั่งซ้าย จะพบกับปั๊มคลัตช์ Brembo กระปุกน้ำมันคลัตช์ Kite พร้อมครอบคาร์บอนจาก CMT ก้านคลัตช์ ARC แฮนด์ Ariete และการ์ดแฮนด์ RTech นวมแฮนด์หน้ารถ KTM สุดเท่ แผงคอแต่ง #13 ลัคกี้นัมเบอร์ By TK RACING ปั๊มบน Brembo 17 RCS ก้านสั้น Brembo กระปุกน้ำมัน Discacciati การ์ดแฮนด์ RTech มือคลัตช์ ARC กระปุกแต่ง Kite ครอบคาร์บอน CMT แฮนด์ Ariete ส่วนประกับฝั่งขวา เริ่มจากปั๊มเบรก Brembo 17 RCS พร้อมก้านสั้นสีดำสุดเท่จากอิตาลี และแรร์ไอเทมหายากอย่างกระปุกน้ำมันเบรกจาก Discacciati ปั๊มบนและก้านสั้น Brembo ยางหุ้มประกับคันเร่ง Domino พร้อมการ์ดแฮนด์จาก RTech อีกด้วย ถังน้ำมันครอบพาร์ทคาร์บอน CMT สายระบายไอน้ำมันพร้อมจุกอุด Kite ครอบเฟรมคาร์บอนสีส้ม เพาเวอร์พาร์ทกันแคร้ง ฝาถังน้ำมันเครื่อง Kite เลื่อนมาต่อคอนโทรลกลางกับถังน้ำมันครอบพาร์ทคาร์บอน CMT และสายระบายไอน้ำมันกับจุกอุด Kite เบาะแต่งทำสีใหม่ให้เข้ากับสไตล์ตัวรถ เสริมครอบเฟรมคาร์บอนสีส้ม ดูสดสว่าง เพาเวอร์พาร์ทกันแคร้ง ฝาน้ำมันเครื่อง Kite พร้อมท่อ HGS เต็มระบบ โช้คหน้า WP โช้คหลังเดี่ยวจาก WP เช่นเดียวกัน สำหรับช่วงล่าง กับโช้คหน้าคู่ใหญ่และโช้คเดี่ยวด้านหลังจาก WP ติดตั้งให้มาจากโรงงาน ปั๊มเบรกล้อหน้า Brembo M-150 สายเบรก Allegri จานเบรกโฟลทติ้ง KTM เพาเวอร์พาร์ท ส่วนด้านหลังจะเป็นปั๊ม Brembo โลโก้ขาวและจานจาก เคทีเอ็ม เพาเวอร์พาร์ทเช่นเดียวกัน ส่วนล้อซี่ลวดรุ่นนี้ยังคงเป็นรุ่นเดิมจาก Alpina แต่เพียงเพิ่มเติมเทสีส้ม เช่นเดียวกับดุมล้อหน้า-หลังชุปสีอโนไดซ์ ให้ดูมีส่วนผสมที่ลงตัวกับตัวรถ เสริมด้วยยางหน้าขนาด 125/75 และยางหลังขนาด 165/55 เก็บตกเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยคันเกียร์ Revolver shift ตัวประคองโซ่ T.M. Designwork คันเบรกหลัง Trigger และการ์ดบังโซ่ TM Designworks ล้อซี่ลวด Alpina 125/75 ล้อหลัง 165/55 ทำสีส้มสวย สด ปั๊มเบรก Brembo โลโก้ขาว ปั๊ม Brembo M-50 โลโก้แดง ตัวประคองโซ่ T.M. Designwork ล้อสวยสไตล์ SuperMoto ส่วนเสริมเติมแต่งเยอะจริง ๆ สำหรับคันนี้ สายสไลค์ที่ชื่นชอบการแต่งรถไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน และครั้งนี้

Kymco KRV200 สปอร์ตสกู๊ตเตอร์ฟีเจอร์แน่น ขายยุโรปแล้ว เผยโฉมพร้อมขายกันแล้วสำหรับ Kymco KRV200 สกู๊ตเตอร์ดีไซน์สปอร์ตสัญชาติไต้หวันแต่ไปขายกันที่ยุโรป ซึ่งแบรนด์นี้เมื่อพูดถึงแล้วก็ย่อมจะต้องมีภาพของสกู๊ตเตอร์ลอยเข้ามาในทันที โดยเฉพาะแม็กซี่สกู๊ตเตอร์ซึ่งเป็นกลุ่มรถที่คนยุโรปชอบใช้ ซึ่งเจ้าคันนี้ก็ขนฟีเจอร์มาครบครันและน่าสนใจทีเดียวครับ สำหรับโมเดลนี้แม้จะมีขนาดเล็กไม่ใช่บิ๊กสกู๊ตเตอร์ที่ขายดีและเป็นที่นิยมอย่างรุ่นพี่ของมันที่ชื่อว่า AK550 แต่ก็มีสไตล์แบบสปอร์ตและโมเดิร์นในแบบเดียวกันและมีลูกเล่นและฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยแบบเดียวกัน โดยมีราคาที่เป็นมิตรกับเงินในกระเป๋ากว่า ในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกจะเห็นได้ถึงเส้นสายที่ดูดุดันในแบบของรถสปอร์ตแบบนรุ่นพี่ แต่มาในขนาดที่เล็กกะทัดรัดกว่า และตัวรถให้ทัศนวิสัยที่ดีด้วยระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ที่มีรูปทรงคล้ายกับสกู๊ตเตอร์รุ่นใหญ่ ๆ ของทางค่ายเอง สำหรับขุมพลังนั้นจะเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 175 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำที่สามารถปั่นแรงม้าออกมาได้ 17 แรงม้าที่ 8,000 รอบ และแรงบิดที่ 15.6 นิวตันเมตร โดยใช้น้ำมันจากถังขนาด 7.4 ลิตร ซึ่งทางค่ายเคลมอัตราสิ้นเปลืองที่ 33 กม./ลิตร และท็อปสปีดมาที่ 107 กม./ชม. ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดู ๆ อาจจะน้อยไปหน่อยสำหรับนักบิดชาวไทย ส่วนเรื่องของช่วงล่างนั้นถือว่าโดดเด่นเลยทีเดียว โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คเทเลสโคปิกธรรมดา แต่ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวซึ่งแตกต่างกับสกู๊ตเตอร์ในพิกัดนี้ทั่วไปซึ่งมักจะเป็นโช้คคู่ ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 270 ม.ม. ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวเช่นกันแต่มีขนาด 234 ม.ม. โดยจะมีระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนยางและล้อจะมีขนาด 110/70 R13 และ 130/70 R13 หน้าและหลังตามลำดับโดยจะเป็นยางแบบไม่ต้องใช้ยางในรัดบนล้ออัลลอยแบบ 5 ก้าน มาต่อกันที่ฟีเจอร์อื่น ๆ กันบ้าง ตัวรถจะมาพร้อมเรือนไมล์แบบ LCD ที่แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ได้ครบถ้วน ระบบสตาร์ทรถโดยไม่ต้องใช้กุญแจหรือคีย์เลส ช่องจ่ายไฟแบบ USB ช่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้เบาะที่พอที่จะใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ 1 ใบ ตลอดไปจนถึงตะขอแขวนสัมภาระที่ดูแล้วเหมาะกับบ้านเราเหลือเกิน สุดท้ายเรื่องของการจำหน่าย โมเดลนี้จะอยู่ที่ 4,890 ยูโรหรือราว ๆ 182,000 บาท ซึ่งถือว่าราคาแรงเอาเรื่องเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นโมเดลที่หล่อเหลาเอาการอยู่นะ ส่วนการจำหน่ายในไทยนี่คงเป็นไปได้ยากครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ผู้ชนะการแข่งขัน San Marino GP อย่าง Marc Marquez ได้ออกมาบอกว่า Quartararo ได้พิสูจน์แล้วที่ Misano ว่าเขามีศักยภาพและความสามารถในการที่จะมาท้าสู้ชิงตำแหน่งแชมป์กับเขาในศึก MotoGP ในฤดูกาลปี 2020 Quartararo นั้นเพิ่งได้เข้าสู่วงการ MotoGP ในช่วงต้นปีนี้กับทีมใหม่อย่าง Petronas Yamaha SRT แต่ก็สามารถที่จะได้ตำแหน่ง โพลไปแล้วถึง 3 ครั้ง แถมยังได้ขึ้นไปยืนบนโพเดี่ยมอีกถึง 4 ครั้งด้วยกัน โดยเขาได้นำเด็กระเบิด Marc Marquez อยู่หลายรอบเลยก่อนที่จะพลาดท่าและถูก Marc แซงไปได้อย่างง่ายดายในที่สุดหลังจากที่ Marc นั้นขับตามกดดัน Quartararo มาอย่างติดๆ และแม้ว่า Quartararo นั้นจะถูก Marquez แซงไปในที่สุดแต่ทว่าภายหลังการแข่งขันนั้นทาง Marc Marquez ก็ได้กล่าวชม Quartararo ว่าเขานั้นเป็น “ผู้ชนะที่แท้จริง” “Fabio ได้โชว์ให้เราได้เห็นกันแล้วว่าเขามีศักยภาพ ความสามารถ รถ และทีมที่จะพาเขาไปสู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ในปีหน้า” “และผมเชื่อว่าตัวเขานั้นจะเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามจากนี้ไปจนจบฤดูกาลนี้และสักวันนึงเขาจะสามารถเอาชนะการแข่งได้จริงๆ” “เราจะพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนี้แต่ผมขอทำนายเอาไว้เลยว่าการแข่งขันในปีหน้านี้เขาจะเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามอย่างแน่นอน” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน แถลงเปิดตัวถ้วยรางวัลเวอร์ชั่นใหม่ PTT Thailand Grandprix 2019 ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ผสานความเป็นไทยเข้ากับโมโตจีพีสะท้อนความภาคภูมิใจของคนไทยสู่สายตาชาวโลก พร้อมชวนชาวไทยนับถอยหลัง 3 สัปดาห์ ก่อนเปิดบ้านเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันศึกมอเตอร์สปอร์ต ระดับโลก ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ประกาศความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งการจัดการแข่งขันในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และความสะดวกโดยรอบ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง ต้อนรับแฟนความเร็วหลายแสนคนที่หลั่งไหลสู่ประเทศไทย ประเทศไทยเตรียมระเบิดศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกโมโตจีพี เตรียมระเบิดความมันส์สนามที่ 15 ในรายการ PTT Thailand Grandprix 2019 ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัด บุรีรัมย์ ท่ามกลางการรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยและทั่วโลกกับการเป็นเจ้าภาพปีที่ 2 ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย, จังหวัดบุรีรัมย์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, บริษัท เอพีฮอนด้า จำกัด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แพลน บี อีเลฟเว่น จำกัด และ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัด บุรีรัมย์ แถลงข่าวความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ และร่วมนับถอยหลัง 3 สัปดาห์ โหมโรงก่อนเข้าสู่สุดสัปดาห์แห่งมอเตอร์สปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ไฮไลต์ของการแถลงข่าวคือการเปิดตัว ถ้วยรางวัล พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของการแข่งขัน โมโตจีพี ในประเทศไทย ได้รับแนวคิดในการออกแบบโดยต่อยอด มาจากปีที่แล้ว ซึ่งออกแบบถ้วยให้คล้ายกับประตูวัดตกแต่งด้วยลายไทย เสมือนการเปิดบ้านต้อนรับชาวโลก เข้าสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยในปีนี้ ถ้วยรางวัลจะสื่อถึงความเชื่อมโยงของจังหวัดบุรีรัมย์มากขึ้นผสมผสานเอกลักษณ์ของจังหวัดเข้ากับความเป็นโมโตจีพี ฐานของถ้วยรางวัลจำลองรูปแบบหินที่มีสี และเนื้อสัมผัสคล้ายกับศิลาแลงที่เป็นวัสดุในการก่อสร้างปราสาทหินพนมรุ้ง ตัดแต่งให้มีรูปทรงตาหมากรุกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโมโตจีพี ด้านบนของฐานคือลายแทร็กของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่เหมือนที่ใดในโลก ตกแต่งด้วยลายเลขไทย ซึ่งมีพื้นฐานมาจากดอกไม้ไทย สื่อถึงความยินดีกับผู้ชนะการแข่งขันที่ประเทศไทยในครั้งนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “กระทรวงการท่องเที่ยวเเละกีฬา ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่รายการแข่งขันระดับโลกเช่นนี้ได้จัดที่ประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่เราได้รับรางวัล BEST GRAND PRIX OF THE YEAR ไปเมื่อปีที่ผ่านมา สำหรับความพร้อมในปีนี้นั้น ในนามของรัฐบาลโดยผมได้มีการลงพื้นที่ตรวจดูความพร้อมล่าสุดที่จะเกิดขึ้น ตั้งแต่การเดินทาง จนถึงภายในสนามแข่งฯ ทั้งโครงข่ายคมนาคม ทางบก ทางอากาศ และทางราง” “ต้องขอเรียนว่าเราต้องการให้ประเทศไทยพร้อมที่สุดสำหรับการแข่งขัน โมโตจีพี รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่ต้องรองรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตจำนวนหลายแสนคน จากทั่วโลกที่จะเดินทางเข้าชมการแข่งขัน เริ่มตั้งแต่สนามบินที่ปีนี้เรามีการปรับปรุงหลายอย่าง ตั้งแต่การปรับปรุงพื้นผิวคอนกรีต ขยายลานจอดอากาศยาน จุดติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธและระเบิด สายพานลำเลียงสัมภาระ รวมถึงพื้นที่ลาดเอียงสำหรับผู้ทุพพลภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานให้เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยว ให้สมบูรณ์ที่สุด” “ส่วนในสนามแข่งขันซึ่งจะใช้รองรับการแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 นั้นไม่มีอะไรน่าห่วง จากที่ผมได้เดินทางไปตรวจดูในจุดต่างๆ ในสนามการแข่งขันด้วยตนเอง และมีการประชุมร่วมกัน ทีมงานรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน และนำปัญหาต่างๆ มาปรับปรุงได้เห็นอย่างดี โดยเฉพาะความปลอดภัยในสนามแข่ง มาตรฐานของทีมงาน การอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชม ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน และในส่วนของอัฒจันทร์ชมการแข่งขันที่ได้ปรับปรุงให้มีความมาตรฐานมากขึ้น มั่นคงแข็งแรง นั่งสบายยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุดในทุกๆ โซนรอบสนามแข่งขัน ซึ่งผมเชื่อว่าตอนนี้เราพร้อมแล้วที่จะเปิดบ้านของเรา เปิดประเทศของเราต้อนรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตหลายแสนคนจากทั่วโลก นอกจากนี้ ผมยังได้เดินทางตรวจเยี่ยมโฮมสเตย์ หมู่บ้าน OTOP บ้านโนนสวรรค์ อำเภอ บ้านด่าน จังหวัด บุรีรัมย์ ที่เข้าร่วมโครงการขยายที่พัก เพื่อรองรับความต้องการของแฟนมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งถือว่าชาวบุรีรัมย์ทุกคนมีความพร้อมมากในการต้อนรับ และจะสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวทุกท่านที่จะมาจากทั่วโลก ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวและแฟนๆ