SuperBikeMag.Com ข่าวรถยนต์ รีวิวรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

Bulega เฉิดฉาย ทำเวลามาที่ 1 กับการซ้อมวันแรกที่ Jerez ถึงช่วงเวลาสำคัญของทุก ๆ ทีมในการแข่งขัน WorldSBK ช่วงที่นักแข่งและทีมจะได้เตรียมการสำหรับฤดูกาลใหม่ จะมีคนที่ดีใจกับผลการซ้อมในวันแรก และจะมีคนที่ต้องเครียดและต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนักในช่วงค่ำคืน และ Bulega เฉิดฉาย ทำเวลามาที่ 1 กับการซ้อมวันแรกที่ Jerez Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) อาจจะเป็นหน้าใหม่ใน WorldSBK แต่หลาย ๆ สายตาก็ต้องจับจ้องไปที่เขา หลังจากทำผลงานการทดสอบได้น่าประทับใจ ปัจจุบันเขามีดีกรีเป็นแชมป์โลก WorldSSP ที่ทะยานขึ้นมาในระดับที่สูงขึ้นและขโมยพื้นที่ข่าวไปจากสื่อได้มากมาย โดยเขาสามารถทำเวลาแล็ปได้ดีกว่าที่ 2 อย่างชัดเจน และเกือบจะทำลายสถิติเวลาสนามหลังจากที่เขาได้ใช้ยาง SCQ แบบเต็มสมรรถนะในชั่วโมงสุดท้ายของวัน ขณะที่ทีมเมตอย่าง Alvaro Bautista ทำเวลาได้แค่อันดับ 10 เท่านั้น เด็กใหม่มันร้ายแต่แชมป์ 2 สมัยรวด เจอปัญหากฎใหม่ Bulega ทำเวลาซ้อมวันแรกได้เวลาอันดับ 1 ด้วยสถิติ 1’38.292 นาทีด้วยยาง SCQ โดยได้สถิติเวลานี้มาในช่วงชั่วโมงสุดท้ายก่อนที่รถจะเกิดปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย แต่ก็ซ้อมไปได้ถึง 71 แล็ปแล้ว ด้านแชมป์เองก็พยายามหาวิธีที่จะลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการต้องถ่วงน้ำหนักเนื่องจากกติกาเกี่ยวกับเรื่องน้ำหนักที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ ส่วนทีมอิสระที่ใช้รถดูคาติ ก็จะมีทางด้านของ Andrea Iannone (Team GoEleven) ที่ทำเวลาได้อันดับที่ 7 หลังจากซ้อมไปทั้งหมด 67 แล็ป ด้วยการพยายามทำความเข้าใจและปรับตัวกับรถ Panigale V4 R ขณะที่ Danilo Petrucci (BARNI Spark Racing Team) ได้อันดับ 9 ด้วยเวลา 1’39.773 นาที โดยนักแข่งหมายเลขเก้าผู้นี้พยายามลองใช้เบาะนั่งแบบต่ำเพื่อช่วยในเรื่องของจุดศูนย์ถ่วงของรถ และพยายามหาผลลัพธ์ที่จะได้จากการทดลองในครั้งนี้ และกดไปทั้งหมด 66 แล็ป มาถึงคนสุดท้ายอย่าง Sam Lowes (ELF Marc VDS Racing Team) ทำเวลาได้อันดับที่ 15 โดยเขายังคงต้องปรับตัวจากเดิมที่เคยแข่ง Moto2 มาและต้องย้ายมาแข่งในรายการนี้ โดยทำเวลาได้ดีที่สุดที่ 1’40.133 นาทีหลังจากหวดไป 82 แล็ป Alex Lowes ได้ซ้อมไม่เยอะแต่เวลามาดี ทางด้านของ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่แม้ว่าจะรู้สึกว่าอาการไม่ค่อยดีและลงซ้อมไปแค่เพียง 31 แล็ป แต่ก็สามารถทำเวลาได้ดีเป็นอันดับที่ 2 เลยทีเดียว ด้วยเวลา 1’39.474 นาที ซึ่งเพียงพอที่จะเป็นผู้นำจากฝากฝั่งคาวาซากิ โดยเขาได้ลองใช้ชิ้นส่วนใหม่ ๆ และจะใช้ในการแข่งขันที่ Portimao ในสัปดาห์หน้าอีกด้วย ซึ่งชิ้นส่วนใหม่ ๆ ที่ว่านั้นรวมไปถึงโช้คใหม่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตำแหน่งของเบาะและถังน้ำมัน ส่วนทีมเมทใหม่ของเขาอย่าง Axel Bassani จบที่อันดับที่ 14 หลังจากทำเวลาได้ที่ 1’40.059 นาที เพราะยังคงต้องทำความคุ้นเคยกับ ZX-10RR และเครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียงนั่นเอง โดยนักแข่งหมายเลข #47 ซ้อมไปทั้งหมด 77 แล็ปด้วยกัน ขณะที่นักแข่งอิสระที่ใช้รถคาวาซากิเพียงคนเดียวอย่าง Tito Rabat (Kawasaki Puccetti Racing) ทำอันดับเวลาได้ที่ 17 ซึ่งนักแข่งสเปนผู้นี้ใช้รถจากทีมโรงงานที่ทำสัญญากับทาง KRT มาเพื่อหวังที่จะเก็บข้อมูลให้ได้มากและข้อมูลนั้นจะช่วยให้เขาพัฒนาไปอีกก้าวและไปได้เร็วกว่านี้ BMW ก็แรงนะได้อันดับดีติด 1 ใน 4 ถึงสองคน มันเป็นวันที่ยุ่งเหยิง แต่น่าประทับใจสำหรับ BMW โดยมีรถมากถึง 10 คันกับนักบิด 6 ชีวิตที่จะมาเก็บเกี่ยวข้อมูล โดยมีทีมทดสอบมาลงซ้อมร่วมไปกับทีมโรงงานอย่าง ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team และ Bonovo Action BMW โดย Toprak Razgatlioglu คว้าอันดับที่ 3

Italjet ประเทศไทย ยันพร้อมรุกตลาดทั่วไทยแล้ว Italjet ประเทศไทย ยันพร้อมรุกตลาดทั่วไทยแล้ว หลังล่าสุดบริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Italjet อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้จัดงาน Italjet Private Meeting เพื่อพูดคุยระหว่างผู้แทนจำหน่ายรถ Italjet กับคุณมัสซิโม่ ตาร์ตารินี ประธานกรรมการบริหาร Italjet ผู้ผลิตจักรยานยนต์และจัดจำหน่ายทั่วโลกจากประเทศอิตาลี และคุณนรวิชญ์ ภทรธนกฤต ประธานกรรมการบริหารบริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Italjet พร้อมเปิดตลาด Italjet ทั่วประเทศไทย สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับแบรนด์ Italjet (อิทัลเจ็ท) แบรนด์จากประเทศอิตาลีที่มีประวัติยาวนานกว่า 65 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นของแบรนด์เกิดขึ้นเมื่อปี 1959 โดยคุณลีโอปอลโด ตาร์ตารินี เกิดจากความชื่นชอบขับขี่รถจักรยานยนต์ท่องเที่ยวทั่วโลก และอยากที่จะพัฒนารถจักรยานยนต์ที่เป็นมากกว่าพาหนะ แต่แฝงไปด้วยศิลปะอีกด้วย ปัจจุบันคุณมัสซิโม ตาร์ตารินี่ ผู้สืบทอดและผู้บริหารมีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถรุ่นใหม่ ๆ เพื่อตอกย้ำความโดดเด่นระดับโลก โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานที่มีความรู้และมีแรงบันดาลใจ สามารถเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.italjet.com โดยในปัจจุบัน Italjet ส่งออกจำหน่ายมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ด้วยภารกิจที่เหมือนเดิม คือ “การสร้างงานศิลปะบนรถจักรยานยนต์” ทั้งนี้ทาง Italjet ได้มี Showroom Italjet Dragster ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ดังนี้ 1.Area 51 Dragster กรุงเทพมหานคร 2.Raceline Superbike Studio กรุงเทพมหานคร 3.T.T. Scooter กรุงเทพมหานคร 4.Lady Moto จ.นนทบุรี 5.Sirichai Motorsales จ.ลพบุรี 6.C&C CYCLE จ.นครสวรรค์ 7.Mix Motorbike shop จ.เชียงใหม่ 8.Lifestyle Auto จ.ภูเก็ต ศูนย์บริการ Dragstar Service Center 1.Tamada Racing 2.Mr.Balon 3.Maxx Scooter 4.Song Scooter Shop 5.West Car Company 2014 ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/italjet.th Website: https://italjet-thailand.com/ Line OA: https://lin.ee/Z125CC อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ไทยฮอนด้า แถลงนโยบายประจำปี 2023 พร้อมเปิดตัวโมเดลใหม่ เพียบ ไทยฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย แถลงนโยบายประจำปี 2023 เดินหน้า 3 กลยุทธ์มุ่งสร้าง Lifetime Experience ให้ลูกค้าอย่างยั่งยืนด้วยการเปิดเกมรุกสร้างเซกเมนท์ใหม่ ด้วยการเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์ สแครมเบลอร์พี่ใหญ่และน้องเล็กอย่าง Honda CL500 และ Honda CL300 ที่จะมาสร้างเทรนด์ใหม่ของการขับขี่ พร้อมกับเตรียมส่งมอบประสบการณ์ความสนุกจากการคอลแลบกับค่ายภาพยนตร์ระดับโลก ประเดิมไตรมาสแรกด้วย New Honda Scoopy Minion Limited Edition และ All New Honda ADV160 Limited Edition Inspired by Marvel Collection ลายกัปตันอเมริกา และไอรอนแมน มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ด้วยแรงสนับสนุนของคนไทย รถจักรยานยนต์ฮอนด้าสามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดฯ ได้เป็นปีที่ 35 ติดต่อกัน ฮอนด้าขอขอบคุณทุกความไว้วางใจและพร้อมจะรักษาความมุ่งมั่นในการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนไทยตลอดไป สำหรับปี 2023 ถือเป็นปีแห่งความท้าทาย ไทยฮอนด้าได้คาดการณ์ตัวเลขของตลาดรถจักรยานยนต์ไทยปีนี้ไว้ที่ 1.75 ล้านคัน ในขณะที่ไทยฮอนด้าตั้งเป้าไว้ที่ 1.38 ล้านคัน โดยวาง 3 กลยุทธ์หลักเพื่อไปสู่เป้าหมาย” “กลยุทธ์แรก คือ การสร้างความพึงพอใจด้วยผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง ในปีนี้เราเริ่มต้นด้วยการเปิดเซกเมนท์ใหม่ ด้วยโมเดลใหม่ล่าสุดกับ Honda CL500 และ Honda CL300 สำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบแอคทีฟ ชอบสิ่งที่สามารถสะท้อนตัวตนได้อย่างชัดเจน โดยรถในกลุ่ม CL Series มาพร้อมคอนเซปต์ The Reflection of You ตัวรถตอบโจทย์ทั้งรูปลักษณ์ ลักษณะการขับขี่ และสมรรถนะ โดยฮอนด้าพร้อมสร้าง Riding Community เพื่อรองรับผู้ขับขี่ที่มีไลฟ์สไตล์ในแบบ Scrambler นอกจากนี้ เรายังพร้อมสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ไทยด้วยการทำ Brand Collaboration กับแบรนด์ระดับโลก โดยในปีนี้เราจับมือกับ Walt Disney และ Universal Studios สองค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของโลก ในการสร้างสรรค์โมเดลรุ่นพิเศษ เริ่มตั้งแต่ต้นปีนี้ด้วย Scoopy Minion Limited Edition และ All New ADV160 Limited Edition Inspired by Marvel Collection ลายกัปตันอเมริกาและไอรอนแมน และหลังจากนี้เราจะส่งมอบอีกหลายประสบการณ์ให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง” “กลยุทธ์ที่สอง คือ การสร้างความพึงพอใจสูงสุดผ่านนโยบาย 6S เพื่อยกระดับการบริการทั้งก่อนและหลังการขาย โดย 6S ที่ประกอบด้วย Sales, Service, Spare Parts, Safety Riding, Second Hand และ Society ของไทยฮอนด้าในปัจจุบันนั้นครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้แล้ว และเราจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งผ่านการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม โดยได้เตรียมแผนสนับสนุนเครือข่ายร้าน Honda Wing Center ที่มีอยู่ทั่วประเทศด้วยทรัพยากรที่แข็งแกร่งทั้งด้านซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบุคลากร” “กลยุทธ์ที่สาม คือ การสร้างความยั่งยืนของแบรนด์ เรามุ่งไปที่การส่งมอบประสบการณ์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนไทย โดยโฟกัสไปที่ระบบการจัดการฐานข้อมูล เช่นเดียวกับการทำ Digital Experience Marketing ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้าง Marketing Experience และ Brand Engagement ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ แต่ละกลยุทธ์จะเป็นเบื้องหลังสำคัญในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งของแบรนด์รถจักรยานยนต์ฮอนด้าในปีนี้ และจะสร้างคุณค่าให้กับวงการรถจักรยานยนต์ไทย รวมถึงผู้ใช้ชาวไทยทุกคนด้วย” สำหรับรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวล่าสุด New Honda CL500 และ New Honda CL300 เป็นรถ Scrambler ที่มาพร้อมคอนเซปต์ A Reflection of You ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนแอคทีฟ ที่รักการท่องเที่ยว ชื่นชอบการผจญภัย สะท้อนตัวตนความเป็นแสครมเบลอร์โดย สีส้ม (Candy Energy Orange) สีเทา (Pearl Grey)

รีวิว Solar Proud 125 แฟมิลี่ไบค์ เรียบหรู ดูดีอย่างลงตัว พบกับบทความรีวิวกันอีกเช่นเคย ครั้งนี้ SuperBike Thailand ได้มีโอกาสมารีวิวรถมอเตอร์ไซค์จากค่ายน้องใหม่อย่าง Solar ในรุ่น Solar Proud 125 กับโฉมสไตล์รถครอบครัว ในพิกัด 125 ซี.ซี. พร้อมการดีไซน์แบบคลาสสิก เรียบหรู ดูดีอย่างลงตัว ในคอนเซ็ปต์ PAVE YOUR OWN WAY ใช้ชีวิตให้ PROUD ในแบบคุณ โดยการรีวิวขับขี่ครั้งนี้ จะตอบโจทย์การใช้งาน ได้มากน้อยเพียงใด ไปดูกัน แต่ก่อนอื่นเลย ก่อน รีวิว Solar Proud เราจะพามาทำความรู้จักของโมเดลรุ่นนี้กันก่อน โดยรถรุ่นนี้ ถูกผลิตและออกแบบโดยคนไทยอย่างบริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์แบรนด์สัญชาติไทยที่เราคุ้นเคยนั่นเอง ดีไซน์หรูหรา ลงตัว เรามาดูรูปลักษณ์ การดีไซน์ของรถโมเดลนี้กันก่อน เริ่มจากด้านหน้า กับระบบไฟส่องสว่าง Full LED ทั้ง ไฟหน้า ไฟท้าย และไฟหรี่ รวมทั้ง บริเวณบังลมด้านหน้าจะมีเพลทโลโก้ Solar บริเวณใต้ไฟหน้า ซึ่งออกแบบมาอย่างได้สวยงาม เด่น พร้อมโลโก้รุ่น Proud 125 ที่บังลมด้านซ้าย ให้ความหรูหราและลงตัว ถัดมาเลยก็คือ ตัวเรือนไมล์ดิจิตอล LCD ที่แสดงผลฟังก์ชันครบครัน ทั้งอัตราความเร็ว ตำแหน่งเกียร์ ตำแหน่งไฟสูง-ต่ำ ความจุน้ำมัน รอบเครื่องยนต์ พร้อมกิมมิกลูกเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการเปลี่ยนสีของหน้าจอในเวลาสลับเกียร์นั่นเอง ซึ่งแสดงผลได้ดีทั้งกลางวันและกลางคืน ถือว่าเป็นลูกเล่นที่น่าสนใจเลยทีเดียว ต่อกันที่ประกับฝั่งซ้าย จะมีปุ่มสวิตช์คอนโทรลรถ เช่น สวิตช์ไฟฉุกเฉินหรือไฟผ่าหมาก สวิตช์เปิด-ปิด ไฟหรี่ และปุ่มสตาร์ทมือ ส่วนประกับขวา สวิตช์ไฟสูง-ต่ำ ไฟเลี้ยว ปุ่มแตร และสายโช้คคาบูเรเตอร์นั่นเอง ด้านคอนโทรลกลาง สิ่งแรกที่เห็นเด่น ๆ เลยก็คือ ตะแกรงรถมอเตอร์ไซค์จากโรงงาน พร้อมช่องเก็บของขนาดกะทัดรัด สามารถเก็บอุปกรณ์โทรศัพท์ ที่ชาร์จแบตสำรองหรืออุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เสริมด้วยเบาะนั่งชิ้นเดียวตอนยาว ถือเป็นจุดเด่นอีกอย่างนึงของเจ้า โซล่าร์ พราวด์ 125 คันนี้ เพราะทางโรงงานจัดมาให้ชิ้นใหญ่พอสมควร ซึ่งผู้ขับขี่และคนซ้อน สามารถนั่งได้แบบสบาย ๆ ส่วนแฟริ่งด้านหลังดีไซน์ออกมาให้มีความเรียบหรู ด้วยลวดลายสีแดงออกแบบเข้ากับตัวรถได้อย่างสวยงาม พร้อมด้วยมือจับคนซ้อนที่แข็งแรงและทนทานนั่นเอง เครื่องยนต์สมสมรรถนะ ขับขี่ง่าย ใคร ๆ ก็ขี่ได้ มาพูดถึงเครื่องยนต์กันบ้าง ซึ่งรุ่นรถก็บอกไปแล้วว่าเป็นรถพิกัด 125 ซี.ซี. แต่จริง ๆ รายละเอียดสเปคของเจ้ารถโมเดลรุ่นนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 1 สูบ 123.7 ซี.ซี. ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์วต่อสูบ ให้พละกำลังแรงม้าที่ 8.16 แรงม้าที่ 8,000 รอบ และแรงบิด 8.8 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ มาพร้อมกับระบบเกียร์วน 4 สปีด ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ คาบูเรเตอร์ และระบบขับเคลื่อนแบบโซ่ ซึ่งถือว่าขี่ง่าย มือใหม่ก็สามารถขับขี่ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ตัวรถยังมีน้ำหนักค่อนข้างเบา โดยหนักเพียง 93 กิโลกรัมเท่านั้น ประกอบกับ ขนาดถังน้ำมันมีความจุถึง 3.5 ลิตร เอาจริง ๆ แล้ว รถคันนี้เบาเลย และความเร็วที่ทำได้สูงสุดก็คือ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั่นเอง ซึ่งเหมาะสมกับรถสไตล์แฟมิลี่ ที่ใคร ๆ ก็สามารถใช้ได้ ช่วงล่างนุ่มนวล อุ่นใจ สำหรับช่วงล่างตัวรถ เริ่มกันที่โช้คหน้า แบบเทเลสโคปิก ส่วนโช้คหลังแบบสตรัทสปริงคู่ สามารถปรับระดับได้ ส่วนระบบเบรก จะเป็นดิสก์เบรกด้านหน้า พร้อมลูกสูบคู่ และดรัมเบรกด้านหลัง ซึ่งถือว่าสมส่วน กับโซล่าร์

00สเปค ราคา Honda CL300 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ Honda CL300 2023 เรโทรไบค์ในสไตล์สแครมเบลอร์ไบค์พิกัดเริ่มต้นกับบล็อกเครื่องยอดนิยมของทางค่าย มาในรูปลักษณ์คลาสสิกพร้อมลุยฝุ่นให้ชีวิตได้สนุกในแบบที่แปลกใหม่ยิ่งขึ้น ราคาแนะนำ 149,900 บาท สเปค, สเป็ก ไฟหน้า LED ดีไซน์คุ้นตา เรือนไมล์ทรงกลมดิจิทัลแบบกลับสี ปลอกกันฝุ่นโช้คหน้าองค์ประกอบของความย้อนยุค ปลายท่อยกสูงตามสไตล์ที่ดุดันพร้อมลุย ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวพร้อม ABS ยางแบบกึ่งใช้งานได้ทั้งทางดำและทางฝุ่น สเปค ราคา Honda CL300 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 286 ซีซี แรงม้า (เคลม) 25.74 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 25.5 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 76.0 X 63.0 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 10.7:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ไฟฟ้า ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ล้อและยางหน้า ล้ออลูมิเนียม 110/80-R19″ M/C 59H แบบไม่ใช้ยางใน ล้อและยางหลัง ล้ออลูมิเนียม 150/70-R17″ M/C 69H แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก 41 ม.ม. ระยะยุบ 150 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร๋มและโช้คคู่ขขนาด 45 ม.ม. ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ระยะยุบ 145 ม.ม. เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 310 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ ระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก 1 ลูกสูบ ระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 2,178 X 831 X 1,134 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,485 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 155 ม.ม. ความสูงเบาะ 790 ม.ม. น้ำหนักรถ 172 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ระบบเบรก ABS 2 Channel หน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล LCD ระบบไฟ LED เต็มระบบ ระบบไฟเตือนฉุกเฉิน ESS ระบบกันขโมย HISS สีสันที่มีจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก