SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Panigale V2 Superquadro Final Edition รุ่นพิเศษ 555 คันเท่านั้น มาอีกแล้วกับโมเดลพิเศษจากค่ายแดง Ducati กับ Panigale V2 Superquadro Final Edition โมเดลพิเศษจำนวนจำกัดเพียง 555 คัน ที่สร้างออกมาเพื่อระลึกถึงเครื่องยนต์วีทวินที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่ทางค่ายเคยสร้างมา และใช้งานมานานกว่า 30 ปี เจ้าเครื่องซูเปอร์ควอโดก็คือเครื่องวีทวิน 90 องศาของทางค่ายนั้นช่วยให้กำเนิดโมเดลระดับไอคอนมามากมาย ทั้ง 748, 749, 848, 899 และ 959 มาจนถึงโมเดลปัจจุบันอย่าง Panigale V2 และเคยเป็นส่วนนึงที่ทำให้ Nicolò Bulega คว้าแชมป์โลก World Supersport สมัยแรกมาได้ ส่วนเครื่องยนต์ที่ใช้ในโมเดลพิเศษนี้ก็คือเครื่องซูเปอร์ควอโดที่พัฒนาและต่อยอดมาจนถึงตอนนี้ เป็นเครื่องขนาด 955 ซีซี พร้อมสมรรถนะที่ให้คุณขับขี่ได้สนุกทั้งบนถนนและบนแทร็ก ด้วยแรงม้าขนาด 155 แรงม้าที่ 10,750 รอบ และแรงบิด 104 นิวตันเมตรที่ 9,000 รอบ ขณะที่เรื่องของการออกแบบดีไซน์และสีสันนั้นเป็นทาง Drudi Performance จัดการร่วมกับทาง Centro Stile Ducati โดยยังได้สไตล์แบบดูคาติอย่างครบถ้วน โดยมีการเลือกใช้สีขาว แดง ดำและเทา โดดเด่นเป็นพิเศษด้วยลวดลายเครื่องยนต์กลไกที่แฟริ่งด้านข้างทั้งสองข้างในแบบที่ตำแหน่งตรงกันเป๊ะ ๆ กับเครื่องยนต์ที่ซ่อนใต้แฟริ่ง และยังมีการใช้ถังน้ำมันสีเทาขนาด 17 ลิตร ที่ดีไซน์ดูแปลกตาไม่เหมือนใครอีกด้วย ช่วงล่างก็จะมีการใช้เฟรมแบบโมโนค็อก ใช้เครื่องเป็นส่วนนึงของการรับภาระโหลดน้ำหนัก ระบบกันสะเทือนและกันสะบัดปรับแต่งได้จากทาง Ohlins ระบบเบรกจากทาง Brembo ยางจาก Pirelli Diablo Rosso Corsa II โดยมีขนาดล้อและยางขนาด 120/70 ZR17 และ 180/60 ZR17 หน้าหลังตามลำดับ ยังมีดีเทลพิเศษอื่น ๆ เช่น พักเท้าอลูมิเนียม CNC จาก Rizoma บังโคลนหน้าหลัง ปลายท่อไอเสีย การ์ดโซ่ การ์ดฝาคลัตช์ การ์ดสวิงอาร์มและการ์ดโช้ค ทั้งหมดนี้ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ แบตเตอรีลิเทียมไอออน และยังสามารถปรับเป็นแบบเบาะเดียวสำหรับขี่คนเดียวได้ นอกจากนี้ยังมีอนิเมชันพิเศษเวลาบิดกุญแจอีกด้วย ตัวรถปลอดภัยและเอาอยู่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มากมาย โดยอาศัยหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยแบบ 6 แกน โดยจะมีระบบต่าง ๆ ดังนี้ ระบบเบรก Cornering ABS ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง และระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก สำหรับคนที่อยากจลงสนามไปซิ่ง ตัวรถจะสามารถติดตั้งชุดคิทที่จะสามารถถอดแผ่นป้ายทะเบียนและกระจกมองหลังออกได้ มีฝาถังน้ำมันอลูมิเนียมแบบเรซซิ่ง รวมถึงระบบโมดูล GPS สำหรับเก็บข้อมูลการขับขี่ในสนาม ซึ่งแถมมาจากโรงงานให้เลย และเหมือนกับทุก ๆ โมเดลพิเศษสำหรับคนชอบสะสม แต่ละคันจะมีซีเรียลนัมเบอร์ไม่ซ้ำกันบนแผงคอบน มีใบเซอร์ฯ รับรองความเป็นของแท้และผ้าคลุมมอเตอร์ไซค์ ซึ่งทั้งหมดนี้มาพร้อมสนนราคาค่าตัวที่ 28,000 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยเลยก็ราว ๆ 1.1 ล้านบาท มาจำหน่ายในไทยก็อาจจะได้เห็นที่ราคาล้านกลาง ๆ ก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

QJMotor Fort 350 สกู๊ตเตอร์พิกัดยอดนิยม ที่อาจเข้าไทย เพื่อนพ้องนักบิดที่ติดตามข่าวสารจากทางเราอยู่เสมอน่าจะได้ยินข่าวที่ว่า QJMotor กำลังจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา มาครั้งนี้เราก็เลยนำเสนอโมเดลที่คาดว่าจะนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราด้วยอย่างเจ้า QJMotor Fort 350 สกู๊ตเตอร์พิกัดยอดนิยม ที่ตอนนี้คลาสนี้กำลังร้อนแรงอย่างมากจากการมาทำตลาดของแบรนด์จีนอย่าง Zontes ดีไซน์ตัวรถออกแบบมาได้สปอร์ตโฉบเฉี่ยวในสไตล์สปอร์ตและโมเดิร์น ดูทันสมัยและบึกบึนจากบอดี้ที่ให้ความรู้สึกถึงความใหญ่และทรงพลัง เครื่องยนต์จะเป็นสูบเดียวขนาด 350 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังเครื่องยนต์ 33.79 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 35.2 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ มีถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร ช่วงล่างไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ โช้คหน้าจะเป็นโช้คเทเลสโคปิกและโช้คหลังคู่ ที่เห็นแตกต่างและเด่นหน่อยก็จะมีเรื่องของระบบเบรก โดยโมเดลนี้จะมีดิสก์เบรกหน้าคู่และคาลิเปอร์เบรก Bybre ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนล้อและยางจะมีขนาด 120/70-15 และ 150/70-14 หน้าหลังตามลำดับ ส่วนเรื่องของเทคโนโลยีนั้นทางค่ายให้หน้าจอสี TFT มา ชิลด์หน้าปรับไฟฟ้า ส่วนเรื่องของความปลอดภัยตัวรถจะมีระบบเบรก ABS และแทร็คชันคอนโทรลมาให้ การจำหน่ายนั้นที่ประเทศจีนตั้งอยู่ที่ 36,999 หยวน หรือราว ๆ 185,000 บาท ถือว่าราคาค่อนข้างแรง แต่ถ้าเทียบกับออปชันที่ให้มา และมาขายในไทยในราคาที่ไม่แพงไปกว่านี้มากนักก็ถือว่าน่าจะโอเคอยู่ เพราะดิสก์เบรกหน้ามาเป็นดิสก์คู่และรถก็มีซีซีเต็ม 350 ซีซี อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

FANTIC CABALLERO 700 อิตาเลียนสแครมเบลอร์หัวใจ CP2 เอาใจคนชอบความแรงด้วยการอัปเกรดดีกรีความมันส์เพิ่มไซส์ของอิตาเลียนสแครมเบลอร์อย่าง Fantic Caballero 700 ที่เพิ่มไซส์มาจาก 500 ซีซี แต่ทว่าเจ้าคันนี้กลับใช้ขุมพลังจากค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Yamaha ซึ่งมาถึงจุดนี้แล้วหลาย ๆ คนน่าจะเดาได้ว่า มันคือเครื่อง CP2 ที่ใช้ในรถ MT-07, YZF-R7 และ XSR700 นั่นเอง สำหรับคนที่ยังไม่รู้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางค่ายนี้ร่วมงานกับยามาฮ่า ก่อนหน้านี้ก็เคยจอยกันมาก่อนเพื่อทำรถในแนวเดิร์ตไบค์มาแล้ว โดยดีไซน์คันนี้ก็มาในแบบของสแครมเบลอร์เต็มขั้นเด่นที่ปลายท่อคู่ยกสูงตามแบบเฉพาะของรถในสไตล์นี้นั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าการใช้ขุมพลัง CP2 ก็จะเท่ากับว่ารถคันนี้แรง 74 แรงม้าและแรงบิดเท่ากับ 70 นิวตันเมตรซึ่งถือว่าทรงพลังใช้ได้เลยทีเดียว และเพื่อที่จะหยุดกำลังแรงขนาดนี้ ทางค่ายได้ให้ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวขนาด 330 ม.ม.ดิสก์หลังเดี่ยวขนาด 245 ม.ม.มา โดยคาลิเปอร์เบรกจะเป็นของ Brembo ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเลย และมาพร้อมกับระบบเบรกแบบ Cornering ABS จาก Continental ส่วนช่วงล่างนั้นจะเป็นโช้คจากทาง Marzzocchi โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับและด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว นอกจากนี้ระบบเบรก ABS ที่ช่วยในเรื่องความปลอดภัยแล้วยังมีระบบแทร็คชันคอนโทรลที่สามารถปรับผ่านโหมดการขับขี่ที่มีมาให้ 3 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Street, Offroad และ Custom ที่ให้ผู้ใช้ได้ปรับแต่งค่าต่าง ๆ เอง โดยสามารถปรับใช้งานและดูการแสดงผลต่าง ๆ ผ่านหน้าจอสี TFT ขนาด 3.5 นิ้วได้สะดวก สุดท้ายเรื่องของการวางจำหน่ายจะมีจำหน่ายด้วยกันสองสีคือ สีแดง Iconic Red และสี Historic Blue โดยวางจำหน่ายที่ราคา 9,900 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 370,000 บาท ซึ่งก็ถือได้ว่าราคาค่อนข้างแรงเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Benelli Tornado 402 พายุลูกใหม่ที่หล่อล้ำกว่าที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2005 ที่ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากแผ่นดินใหญ่อย่าง Qianjiang ได้เข้ามาเทคโอเวอร์เบเนลลีค่ายรถอิตาลีระดับตำนานก็เป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาและออกแบบจากทางสำนักงานใหญ่ที่เมือง Pesaro ประเทศอิตาลีก็ตาม แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่ามีเพียงไม่กี่โมเดลเท่านั้นที่ทำแบบดังกล่าว ส่วนรถรุ่นอื่น ๆ ที่เหลือ ซึ่งก็รวมไปถึงเจ้า Benelli Tornado 402 ที่พัฒนาและผลิตกันที่จีนเองเลย เจ้าทอร์นาโดลูกใหม่นี้เป็นสปอร์ตไบค์เต็มตัวที่มาพร้อมแฮนด์แบบจับโช้คที่สมควรจะต้องหันมาสนใจอย่างยิ่ง แม้ว่าสำหรับสปอร์ตไบค์ที่มีพิกัดเครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซีนั้นมักจะขายในประเทศที่มองว่ารถกลุ่มนี้เป็นรถแบบพรีเมียมหน่อย หรือไม่ก็ถูกจำกัดด้วยใบขับขี่เพราะรถมีขนาดใหญ่ ซึ่งผมเองก็หวังว่ามันน่าจะมาขายในไทย ถ้าตัวแทนไม่ยอมแพ้ตลาดในไทยไปก่อนน่ะนะ สำหรับขุมพลังของโมเดลนี้จะเป็นเครื่องสองสูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำที่ให้กำลังมากถึง 48 แรงม้าที่ 10,000 รอบและแรงบิดที่ 3 นิวตันเมตรที่ 8,000 นาที ซึ่งถ้าจำหน่ายในยุโรปล่ะก็จะต้องใช้ใบขับขี่ประเภท A2 ซึ่งมันเป็นเครื่องบล็อกใหม่ไม่ใช่เครื่องบล็อกเดิมจากทาง QJ Motor แต่อย่างใด เพราะเครื่องเดิมนั้นแรงสุดแค่เพียง 41.5 แรงม้าเท่านั้น แต่สิ่งที่ยังไม่ได้เอ่ยถึงและน่าสนใจมาก ๆ เลยก็คือการมีกล้องติดรถมาให้ด้วยเลย โดยถูกบิลต์อินมาให้ที่ด้านหลังชิลด์หน้าเพื่อบันทึกภาพการจราจร โดยสามารถดาวน์โหลดลงสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชันได้ ซึ่งฟังก์ชันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบันทึกคลิปการขับขี่ที่สนุก ๆ ของคุณแต่ยังส่วนช่วยในเรื่องของความปลอดภัยและใช้บันทึกวิดีโอเป็นหลักฐานเวลาขับขี่แล้วเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์อื่น ๆ บนท้องถนนอีกด้วย ส่วนช่วงล่างที่ให้มานั้นถือว่าแน่น ๆ ตามสไตล์ของทางค่าย โช้คหน้าแบบหัวกลับ โช้คหลังเดี่ยว ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่และคาลิเปอร์เบรก Nissin ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Nissin เช่นกัน ส่วนล้อและยางจะมีขนาด 150/60 R17 และ 110/70 R17 ตามลำดับ สุดท้ายเรื่องของการจำหน่ายนั้นเปิดราคาจำหน่ายที่ 31,800 หยวนหรือแปลงเป็นเงินบาทได้ที่ราว ๆ 157,000 บาท ถ้ามาจำหน่ายในไทยจริง ๆ ราคาก็น่าจะปรับขึ้นไปอีกพอสมควร แต่ก็ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว เพราะดีไซน์เองก็ได้กลิ่นอายความล้ำ ความหล่อที่มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ๆ แต่ก็นั่นแหละจะมาขายไทยหรือเปล่าก็ต้องลุ้นกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Shoei X-Fifteen หมวกสายซิ่งตัวท็อปรุ่นใหม่ ดีขึ้นรอบด้าน เปิดตัวพร้อมจำหน่ายกันแล้วที่ต่างประเทศสำหรับหมวกกันน็อกขวัญใจสายสปอร์ตอย่าง Shoei X-Fifteen (ชื่อสำหรับขายญี่ปุ่นและอเมริกา) หรือ X-SPR Pro (ชื่อสำหรับขายในยุโรป) ซึ่งต่างก็เป็นหมวกกันน็อกแบบเต็มใบตัวท็อปจากญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน ซึ่งครั้งนี้อัปเกรดและปรับปรุงให้สมรรถนะดีขึ้นรอบด้าน เหมาะกับการขับขี่ในสไตล์สปอร์ตจนถึงในการแข่งขันด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่ทันสมัย หลาย ๆ คนก็น่าจะรู้ว่าหมวกกันน็อกแบรนด์นี้มีนักแข่งระดับโลกใส่กันอยู่หลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Marc Marquez แชมป์โลกทุกรายการรวมกัน 8 สมัยและ Alex Marquez น้องชายของเขา ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องการันตีคุณภาพของหมวกได้เป็นอย่างดี สำหรับสิ่งที่ปรับปรุงมาใหม่ในโมเดลนี้จุดเด่นเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องของแอโรไดนามิกส์ ที่ทางค่ายทดสอบกันในอุโมงค์ลมและเคลมมาว่าจะลดการยกตัวของหมวกได้ 1.6% และลดแรงฉุดของหมวกได้ 6.1% ด้วยการออกแบบเชลล์หมวกใหม่ให้มีส่วนคางที่แคบบวกกับปรับปรุงตัวปีกที่ด้านหลังซึ่งทำหน้าที่เพิ่มความนิ่งให้กับตัวหมวก ทำให้หมวกนิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง ๆ (ทดสอบที่ความเร็ว 348.8 กม./ชม.) ต่อมาเป็นเรื่องของช่องลมระบายความร้อนซึ่งปรับปรุงมาโดยอาศัยการทดสอบในอุโมงค์ลมเช่นกัน โดยออกแบบมาให้มีการถ่ายเทอากาศร้อนที่ดีในทุก ๆ ท่าทางการขับขี่ โดยมีช่องลมเข้าที่เปิดปิดได้ถึง 7 ช่อง ช่องลมออกอีก 6 ช่องซึ่งจัดวางตำแหน่งไว้อย่างดี รวมไปถึงการระบบระบายอากาศโดยการเจาะรูที่นวมชิ้นแก้ม จึงช่วยการันตีได้ว่าใส่แล้วจะเย็นกว่าหมวกรุ่นเก่าแน่นอน ตลอดไปจนถึงความสบายขั้นสุดด้วยเทคโนโลยี 3D Max-Dry Interior System II ซึ่งก็คือนวัตกรรมที่ทำให้วัสดุที่ใช้ทำซับในนวมหมวกด้านในนั้นดูดซับเหงื่อและความชื้นได้ดี และระบายออกได้เร็วกว่าวัสดุปกติ 2 เท่า และยังสามารถปรับขนาดนวมหมวกในชิ้นต่าง ๆ เพื่อให้ใส่กระชับได้มากที่สุด วิสัยทัศน์กว้างขึ้นก็เป็นส่วนสำคัญของหมวกกันน็อกรุ่นนี้ โดยกว้างขึ้นทั้งมุมมองมองด้านบน และด้านข้าง รวมถึงขนาดพินล็อกกันฝ้าที่มีให้ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นอีก 10% ช่วยให้ทัศนวิสัยดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ระบบชิลด์ก็ปรับปรุงใหม่ กัน UV 99% และขึ้นรูปด้วยวิธีการล้ำสมัยอย่างการฉีดพิมพ์ขึ้นรูปแบบ 3 มิติสุดล้ำ ทำให้ภาพที่ได้ไม่หลอกตา ไม่บิดเบือน พร้อมระบบล็อกชิลด์ 2 ชั้น การันตีชิลด์ไม่เปิดเองแม้ขณะล้ม และที่สำคัญก็คือเรื่องของความปลอดภัย ตัวหมวกนั้นใช้โครงสร้างเชลล์หมวกแบบ Multi-Ply Matrix AIM+ ซึ่งนำเอาไฟเบอร์กลาสน้ำหนักเบามาเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ถึง 6 ชั้นด้วยกัน เพื่อให้ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการดูดซับแรงกระแทกที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีโฟมหมวกที่มีความหนาแน่นในแต่ละจุดแตกต่างกันตามความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ รวม ๆ กันแล้วก็ทำให้สามารถทดสอบผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ ๆ อย่าง Snell M2020R และ ECE22.06 ก็เรียกได้ว่ามีคุณสมบัติที่ดีขึ้นรอบด้านจริง ๆ งานนี้ใครอยากเป็นเจ้าของก็คงต้องอดใจรอว่าทางผู้นำเข้าในประเทศไทยจะนำเข้ามาจำหน่ายเมื่อไหร่กันนะครับ แต่ราคาบอกเลยว่าสูงแน่นอนเพราะนี่คือตัวท็อปของทางแบรนด์แล้ว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Lorenzo จากทีม Repsol Honda ออกมาชี้แจงถึงข่าวลือเรื่องการติดต่อกับทาง Ducati หลังจากขับให้กับทีมของ Honda ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น และยังบอกอีกว่าเริ่มสับสนในอาชีพนักแข่ง แชมป์โลก MotoGP สามสมัย Jorge Lorenzo ได้ฤกษ์กลับมาในการแข่งขันอีกครั้งใน British MotoGP ที่สนาม Silverstone ซึ่งจะเป็นการกลับมาครั้งแรกตั้งแต่ที่เขาพลาดท่าและล้มลงที่ Assen โดยทาง Jorge Lorenzo ได้ออกมายืนยันแล้วว่าเขาจะยังคงอยู่กับทางทีม Repsol Honda ต่อไปส่วนเรื่องข่าวลือที่เขาติดต่อกับทีม Pramac Ducati นั้นทาง Jorge Lorenzo ก็ได้บอกปัดคำถามนี้กับทางสื่อมวลชนโดยการบอกว่าไปไกลถึงไหนแล้วและยอมรับว่าสับสนกับชีวิตและเส้นทางอาชีพนักแข่งของตัวเอง โดย Lorenzo พูดว่า “ผมเป็นมนุษย์คนนึง และได้เผชิญหน้ากับการล้มครั้งใหญ่ถึงสองครั้งโดยเฉพาะที่ Assen ซึ่งเป็นผลกระทบจากการล้มก่อนหน้านี้ที่ Barcelona” “ผมไม่เคยเจ็บหลังมาก่อนเลยและผมเริ่มจะมีความสับสนเกี่ยวกับชีวิตและอาชีพของผม” “มันเป็นเรื่องที่ปกติและธรรมดามากแต่หลังจากที่ผมรู้สึกดีขึ้นความสับสนนั้นก็เริ่มหายไป” เพื่อนๆ มีความเห็นอย่างไรกันบ้างครับเกี่ยวกับข่าวลือและสิ่งที่ Lorenzo พูดในครั้งนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

คิงคอง ก้อง สมเกียรติ สู้ไม่ถอยแม้ลุยซิลเวอร์สโตนครั้งแรก ประเดิมที่ 19 รอบซ้อม FP1 นักบิดไทยหนึ่งเดียวในโมโต 2 กับปีแรกของการแข่งขันในรายการนี้ หลังจากที่เจ้าตัวเดินตาม Road map ภายใต้โครงการ “เรซทูเดอะดรีม” ของ เอ.พี.ฮอนด้า ขึ้นสู่เวทีระดับโลกได้สำเร็จ ก้อง สมเกียรติก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถเก็บแต้มจากการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องใน 2 สนามที่ผ่านมา ล่าสุดกับการแข่งขันสนามที่ 12 ที่ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ เจ้าก้องลงสัมผัสพื้นแทร็คที่นี่ครั้งแรก ในการทดสอบรอบ Free Practice1 ยอดดาวรุ่งหมายเลข 35 สังกัด IDEMITSU Honda Team Asia จบการทดสอบในอันดับที่ 19 ด้วยเวลา 02.06.947 ตามหลังผู้ทำเวลาที่ดีที่สุดอยู่ 1.17 วินาที ซึ่งต่อไปก้องจะมีโปรแกรมในการควอลิฟายเพื่อหาอันดับการออกสตาร์ทในวันที่ 24 สิงหาคม 2562 เวลา 21.05 น. และจะลงแข่งขันนัดชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 เวลา 20.30 น. ตามเวลาในไทย ติดตาม และเป็นกำลังใจเชียร์ คิงคองก้อง สมเกียรติ จันทรา ได้ทางการถ่ายทอดสดช่อง FOX SPORT และ PPTV 36HD พร้อมอัพเดทข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่เฟซบุ๊ค www.facebook.com/aphondaracingthailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ #WhatStopsYou #Racetothedream #มุ่งสู่เส้นชัยอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #APhonda #APhondaracingthailand #MotoGP #Moto2 #somkiat #IDEMITSUHondaTeamAsia