SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

สองนักบิดทีม Monster Energy Yamaha อย่างพ่อหมอ Valentino Rossi และ Top Gun Maverick Viñales เตรียมทดสอบรุ่น Prototype ของรถแข่ง YZR-M1 2020 ที่ Brno ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งกำหนดการทดสอบเอาไว้ 1 วันหลังการแข่ง CzechGP 2019 และจะทดสอบกันที่ Brno โดยการทดสอบรถแข่งเวอร์ชั่นปี 2020 ในครั้งนี้นั้นถือว่าค่อนข้างจะเร็วหากเทียบกับปีอื่นๆ โดยจะทดสอบกันทันที่หลังการแข่งที่สาธารณรัฐเช็ก เราคงต้องมารอลุ้นดูติดตามกันว่าการทดสอบเจ้า YZR-M1 ในครั้งนี้ของสองนักบิดทีม Monster Energy Yamaha จะเป็นอย่างไรกันครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติม คลิกทีนี้

ดาวรุ่งหน้าใหม่แห่งทีม Petronas Yamaha SRT อย่าง Fabio Quartararo ทำเวลาได้ดีที่สุดในการซ้อมวันแรกของศึก CzechGP 2019 แถมยังสามารถทำเวลาได้เร็วกว่าเด็กระเบิด Marc Marquez ในเศษเสี้ยววินาทีอีกด้วย โดยผลของ 2019 CzechGP FP2 มีดังนี้ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าวสาร MotoGP เพิ่มเติม คลิกทีนี้

2025 KTM FREERIDE E เอ็นดูโร่ไร้เสียง 2025 KTM FREERIDE E เปิดตัวแล้วในเว็บไซต์หลักที่เป็นทางการของ KTM โดยในโมเดลที่เปิดใหม่ล่าสุดนี้เป็นโมเดลที่ 4 จาก 9 โมเดลที่จะเปิดตัวในปีนี้ เอ็นดูโร่ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมสมรรถนะที่ปรับปรุงใหม่ รวมไปถึงระบบช่วงล่างที่ถูกตั้งค่ามาให้เหมาะกับการขับขี่ทางฝุ่นมากยิ่งขึ้น ระยะทางการวิ่งที่มากขึ้น ความสามารถที่มากขึ้น และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ขุมพลังกระทัดรัด แต่พลังล้น มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่สามารถให้กำลังสูงสุดได้ถึง 19.2 กิโลวัตต์ มาพร้อมแรงบิด 37 นิวตันเมตร และสามารถทำความเร็วสูงสุด (เคลม) ที่ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีไซน์มอเตอร์ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก กะทัดรัด และเงียบกว่าเดิม ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องยนต์มีความน่าเชื่อถือ มีแรงบิดที่ตอบสนองทันที ให้ความรู้สึกเหมือนการขับขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แบตเตอรี่ปรับปรุงใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน MX50 น้ำหนัก 29 กิโลกรัม ถูกออกแบบให้ถอดเปลี่ยนได้เพื่อเพิ่มระยะทางในการขับขี่ ความจุแบตเตอรี่ 5.5 kWh ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 1.5 kWh อีกทั้งยังช่วยเพิ่มระยะการขับขี่ได้มากขึ้นถึง 20% แบตเตอรี่มีแรงดันไฟฟ้าประมาณ 50 โวลต์ และสามารถชาร์จได้มากกว่า 1,000 รอบการชาร์จหนึ่งครั้งสามารถกับขี่ได้ระยะเวลาขับขี่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และระยะเวลาชาร์จตั้งแต่ 0-100% จะใช้ระยะเวลาการชาร์จทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง (เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 660W) ระบบช่วงล่างจาก WP ในส่วนของระบบกันสะเทือนด้านหน้า และด้านหลังจากแบรนด์ WP Suspension โดยด้านหน้ามาในรุ่น WP XACT แบบหัวกลับ โช้คหน้าแบบแยกขนาดแกน 43 มม. มีแคปซูลอากาศในด้านซ้าย และระบบหน่วงน้ำมันในด้านขวา การปรับตั้งทำได้ง่ายด้วยวาล์วปรับแรงดันอากาศ และปั๊มอากาศที่มาพร้อมกันสำหรับตั้งค่าพรีโหลดสามารถปรับการหน่วงในจังหวะยืดตัวของโช้คอัพได้อย่างง่ายดาย โช้คอัพด้านหลังรุ่น WP XPLOR PDS มาพร้อมซับแทงค์และระยะยุบตัว 250 มม. การไหลของน้ำมันได้รับการปรับเพื่อให้การหน่วงคงที่ การตั้งค่าที่เหมาะสมสามารถปรับได้ตามสภาพการขับขี่ โดยมีตัวปรับแบบ Clicker ที่สามารถปรับได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ปรับแรงหน่วงความเร็วสูงและต่ำได้ที่ส่วนบนของโช้ค และปรับอัตราการหน่วงการยืดที่ฐาน ผู้ขับขี่สามารถปรับพรีโหลดได้อย่างรวดเร็วด้วยการหมุนประแจหกเหลี่ยม เบรกพร้อมระบบ BRAKTEC KTM FREERIDE E มาพร้อมกับดิสก์เบรก และระบบ BRAKTEC ที่พัฒนามาจากการใช้งานในรถออฟโรด ด้านหน้า มาพร้อมจานเบรกขนาด 260 มม. และ ด้านหลัง มีขนาดจานเบรกอยู่ที่ 240 มม. การติดตั้งเบรคแบบ “สไตล์จักรยาน” หนึ่งในจุดเด่นที่แตกต่างจากรถรุ่นอื่น ๆ ของ KTM ล้อเคลือบสีดำพร้อมดุมอลูมิเนียมจาก Giant ขนาด 90/90-21 และ 120/90-18 มาพร้อมยาง Michelin Enduro Medium จอแสดงผล LCD จะแสดงข้อมูลสำคัญทีละค่า เช่น สถานะแบตเตอรี่ โหมดการขับขี่ แผนที่การคืนพลังงาน และข้อมูลการเดินทาง โดยผู้ขับขี่สามารถสลับตัวเลือกได้ง่าย ๆ ผ่านปุ่มบนแฮนด์ 2025 KTM FREERIDE E สเปค และรายละเอียดอื่น ๆ ประเภทมอเตอร์ มอเตอร์กระแสตรงแบบซิงค์โครนัส กำลังสูงสุด 19.2 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 37.6 นิวตันเมตร ประเภทแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ความจุของแบตเตอรี่ 5.5 kWh น้ำหนักแบตเตอรี่ 29 กิโลกรัม เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 8 ชั่วโมง (0-100% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 660W) 1.30 ชั่วโมง (0-100% เมื่อชาร์จด้วยไฟขนาด 3.3 kW) ความเร็วสูงสุด (เคลม) 95 กิโลเมตร/ชั่วโมง ยางหน้า 90/90-21 M/C 54R ยางหลัง 120/90-18 M/C 70R เบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว

Energica มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอิตาลีล้มละลาย Energica Motor Company SpA ผู้ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ควบคุมโดยกองทุนอเมริกัน Ideanomics Inc. โดยร้อยละ 75 ในที่ประชุมของบริษัทประกาศว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมาได้มีมติให้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายตามกฎหมายตามมาตรา 121 ต่อไป” ทางบริษัทได้แถลงการณ์เพิ่มเติม “ตอนนี้ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง แม้จะมีความพยายามจากฝ่ายบริหารในการค้นหานักลงทุนใหม่อย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาการดำเนินธุรกิจในลักษณะที่ดีที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของเจ้าหนี้ แต่ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ทางเลือกอื่น ๆ เหล่านี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก ทำให้บริษัทไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย ซึ่งจะทำให้สามารถชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” แม้จะมีแถลงการณ์ของผู้ก่อตั้งบริษัท ที่มีท่าทีเชิงบวกต่อการเข้าซื้อบริษัทของ Ideanomics โดยระบุว่า ” การไหลเข้าของเงินสดช่วยให้บริษัท มีเสรีภาพและความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดการการเงินและการเติบโตขององค์กร” แต่การเติบโตที่ “ลดลง” ของตลาดรถมอเตอร์ไซค์ EV ก็ส่งผลกระทบต่อการลงทุนอื่น ๆ ของบริษัทเอกชน รวมถึงความจำเป็นในการค้นหาการลงทุนจากภายนอกเพิ่มเติม ก็ทำให้บริษัทประสบปัญหา ถึงแม้ว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ในส่วนของฟังก์ชันการใช้งาน รูปทรงดีไซน์การออกแบบ และความเงียบในการใช้งานต่าง ๆ จะสามารถทำออกมาได้ดี แต่ผู้ผลิตรายนี้ และผู้ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าอื่นๆ ก็มีการต่อสู้ที่ยากลำบาก เพราะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้มีราคาแพง เมื่อเปรียบเทียบกับจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน อีกทั้งยังมีปัญหาด้านเทคโนโลยี ความจุของแบตเตอรี่ที่วิ่งได้น้อยกว่าระยะเวลาที่ชาร์จต่อหนึ่งครั้ง จึงทำให้ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอด รวมไปถึงปัญหาชาร์จต่าง ๆ ดังนั้นจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักขี่มอเตอร์ไซค์ทั่วไป รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติอิตาลีรายนี้ถือเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในด้านเทคโนโลยีจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในตลาดอเมริกาอย่างมาก รวมถึงการได้รับสิทธิในการผลิตรถแข่ง ในรายการแข่ง MotoE ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งการแข่งขันในปี 2019 ซึ่งทางบริษัทได้พัฒนาจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ชื่อว่า Ego Corsa ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งโดยเฉพาะ Energica Ego Corsa คือรถจักรยานยนต์แข่งไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุด (ในช่วงเวลานั้น) ที่พัฒนาสำหรับการแข่งขัน FIM Enel MotoE World Cup ในช่วงระหว่างปี 2019-2022 โดยยานยนต์ไฟฟ้าขั้นนี้มีพื้นฐานร่วมกับ Ego รุ่นที่ใช้บนถนนทั่วไป แต่มีการปรับจูน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นด้านการแข่งขัน ทำให้จักรยานยนต์นี้เป็นผลงานชิ้นเอกที่ได้รับการยกย่องจากนักแข่ง MotoE และสื่อมวลชนในเรื่องพลัง และความสามารถในการขับขี่ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลายประการในตลาด EV และการแข่งขันที่สูง ทำให้บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาในที่สุด แม้ว่าในตลาดของรถยนต์จะยังไม่มีปัญหาด้านการทำตลาด อีกทั้งยังมีแบรนด์ใหม่ ๆ คลอดออกมาอย่างมากมาย แต่กลับกันในด้านของมอเตอร์ไซค์ยังไม่สามารถทำตลาดได้เท่าที่ควร และยังมีปัญหาจุกจิกอย่างมากมาย ทำให้ผู้ผลิตเริ่มบางรายเริ่มล้มเลิกแผนการไปตาม ๆ กัน ต้องกันต่อไปอนาคตว่าแบรนด์เจ้าตลาดจะเทคแอคชั่นกับเทคโนโลยีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามากน้อยแค่ไหน Energica กับผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ Model : Experia Model : Eva Ribelle Model : Ego Model : EsseEsse9 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducasu DK400 สปอร์ตโฉมใหม่ หน้าตาคุ้น ๆ หากมองผ่าน ๆ ก็คงคิดว่าเป็นโมเดลสายสปอร์ตตัวใหม่จากฝั่งอสูรค่ายแดงแน่นอน แต่เมื่อลองสังเกตดี ๆ ถึงกับร้องอุทานเลยว่า “เฮ้ย มันมีแบบนี้ด้วยหรือ” ก๊อปปี้เหมือนกันจนแทบจะแยกไม่ออก และโมเดลใหม่นั้นก็คือ Ducasu DK400 จากแดนมังกรนั่นเอง แฟน ๆ ดูคาติ เห็นข่าวนี้คงมีหัวเราะบ้างแหล่ะครับ แต่หากลองเปิดใจมาดูกันก่อนว่าโมเดลรุ่นนี้ มีความพิเศษอย่างไรบ้าง โดยโมเดลดังกล่าวเป็นหนึ่งในโปรดักส์ ที่ถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท Shanghai Jianshe Motorcycle จากฝั่งสัญชาติจีน ในเรื่องของดีไซน์นั้นคงไม่ต้องพูดถึง เลียนแบบเหมือนเป๊ะอย่างกับ Ducati SuperSport 950 รุ่นปี 2017- 2021 ทั้งชุดสี แฟริ่ง ไฟหน้า สวิงอาร์มแขนเดี่ยว ตัวท่อ และส่วนอื่น ๆ แค่นั้นยังไม่พอ โลโก้แบรนด์ยังออกแบบให้ดูคล้ายคลึงกันเสียด้วย ต่างกันเพียงลวดลายในบางจุด ราวกับใช้นักออกแบบคนเดียวกันเสียอีก ในส่วนของกำลังเครื่องยนต์เป็นแบบ 2 สูบ ขนาด 384 ซีซี ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 25 ตัว ซึ่งแตกต่างกับโมเดลซูเปอร์สปอร์ตสายเลือดอิตาลีแท้โดยสิ้นเชิง ทั้งตัวเครื่องยนต์และในเรื่องของระบบเทคโนโลยี เช่น IMU 6 แกน Connering ABS ควิกชิฟเตอร์ ระบบป้องกันล้อยก ทำให้เห็นความต่างทั้งในเรื่องของพละกำลัง และระบบความปลอดภัย และที่สำคัญภาพลักษณ์ที่คุณไม่จำเป็นต้องเขินใครอีกด้วย ในส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม โดยราคาค่าตัวโมเดลรุ่นนี้เปิดจำหน่ายอยู่ที่ 19,949 หยวนหรือราว ๆ 1 แสนนิด ๆ ซึ่งถูกกว่าเจ้า Ducati SuperSport 950S รุ่นปัจจุบันประมาณ 7 เท่าเลยทีเดียว หากใครที่สนใจอยากได้โมเดล Ducasu Dk400 มาใช้งานหล่ะก็ สามารถเดินบินลัดฟ้าเข้าไปชมตัวจริงได้ในประเทศจีน เพราะผู้ผลิตเปิดจำหน่ายภายในประเทศเท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc Marquez เผย สเปครถแข่ง MotoGP ในฤดูกาล 2024 สำหรับเจ้าของแชมป์โลก MotoGP 8 สมัย อย่าง Marc Marquez ออกมายืนยันแล้ว สำหรับสเปครถที่ใช้แข่งในฤดูกาล 2024 หลังย้ายสังกัดจากบ้านเก่าอย่าง ฮอนด้า เรปโซล สู่ เกรซินี ทีม ในฤดูกาลหน้า ซึ่งมาร์เกซ จะได้ควบรถแข่ง Ducati Desmosedici GP23 ตัวแข่งโปรโตไทป์สเปคปี 2023 ซึ่งเป็นโฉมตัวเดียวกันกับนักแข่งระดับหัวตารางอย่าง Francesco Bagnaia และ Jorge Martin ที่ใช้แข่งในฤดูกาลนี้นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าสนใจของแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตไม่น้อยเลยทีเดียว เท่ากับว่าในฤดูกาลหน้า มาร์ค มาร์เกซจะได้ควบ Ducati Desmosedici GP23 ปี 2023 แบบเดียวกันกับน้องชายของเขาอย่าง Alex Marquez และนักแข่งร่วมค่ายอย่าง Bezzecchi และ Luca Marini ส่วนตัวเต็งทั้ง Bagnaia, Martin, Enea Bastianini และ Franco Morbidelli จะได้ใช้ตัวแข่งปี 2024 ซึ่งเป็นโฉมล่าสุดนั่นเอง โดยเจ้าตัวเผยว่า “ปีหน้ามีความน่าสนใจมาก ท้ายที่สุดแล้ว ผมจะได้ใช้รถแข่งที่กำลังจะคว้าแชมป์โลกในปีนี้” “ผมจะได้ขี่รถแข่งปี 2023 (Ducati Desmosedici GP23) แต่ไม่รู้มันจะพัฒนาไปขนาดไหน” ยังไงก็รอลุ้นกันว่ารถแข่งดูคาติโฉมใหม่ของมาร์เกซ จะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ ผมเชื่อเลยว่าในฤดูกาลหน้าเดือดอย่างแน่นอน เดี๋ยวพาไปชมสเปค Ducati Desmosedici GP23 กันว่าจะมีอะไรน่าสนใจกันบ้าง สเปค Ducati Desmosedici GP 2023 เครื่องยนต์ V4 ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,000 ซีซี พละกำลังแรงม้า 250 แรงม้าขึ้นไป ความเร็วสูงสุด มากกว่า 350 กม./ชม. ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบบขับเคลื่อน โซ่ (D.I.D) ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบเกียร์ 6 สปีด ประเภทน้ำมันที่เติม Shall Racing V-Power ท่อ Akrapovic. เฟรม อลูมิเนียมอัลลอย ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับพร้อมซับแทงค์ (Ohlins) ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว (Ohlins) ปรับพรีโหลดและแดมปิ้ง ขนาดล้อหน้า 17 นิ้ว ขนาดล้อหลัง 17 นิ้ว เบรกหน้า ดิสก์เบรกคาร์บอนคู่ขนาด 340 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Brembo 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกคาร์บอนเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ น้ำหนักรวม 157 กก. ระบบอิเล็กทรอนิกส์ Marelli ECU programmed with Dorna Unified Software อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Tenere 700 Extreme สำหรับสายออฟโร้ดตัวจริงจาก Yamaha Yamaha Tenere 700 Extreme 2024 แค่เห็นชื่อก็น่าจะพอรู้แล้วว่ามันเหมาะกับไบเกอร์แบบไหน แน่นอนว่ามันต้องเหมาะกับสายออฟโร้ดตัวจริง สายที่ชอบความฮาร์ดคอร์ ซึ่งโมเดลนี้ก็จะออกแบบมาให้สอดคล้องกับสายลุยตัวเข้มนั่นเองครับ สำหรับความพิเศษของโมเดลนี้ก็คือการที่มันมีช่วงล่างที่ให้ระยะยุบมาก รวมไปถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ออกแบบมาให้คุณพร้อมจะบุกตะลุยไปในทุก ๆ เส้นทางนั่นเอง โดยตัวรถจะมีโช้จากทาง KYB ที่สามารถปรับแต่งได้เต็มระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระยะยุบที่มากขึ้นอีก 20 ม.ม.เมื่อเทียบกับโมเดลปกติ ทำให้มีระยะห่างจากตัวพื้นถึงรถเป็น 260 ม.ม. อีกทั้งตัวโช้คยังมีการเคลือบผิวแบบ Kashima Coating เพื่อเพิ่มความทนทานและลดแรงเสียทาน แถมยังทำสีทองเพิ่มความหล่อเท่หรูหราอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ได้แก่ พักเท้าไทเทเนียมน้ำหนักเบาและมีขนาดใหญ่ขึ้นมาจากทางโรงงาน การ์ดหม้อน้ำอลูมิเนียมและตัวประคองโซ่อลูมิเนียม ซึ่งทั้งหมดนี้ใส่มาเพื่อให้รองรับกับทุกสภาวะและทุกเส้นทางที่แสนจะยากลำบาก ยังมีบังโคลนหน้าแบบแยก 2 ชั้น ชั้นบนแบบเอ็นดูโร่ไบค์มีสีแมตช์กับตัวรถ ส่วนชั้นล่างคงไว้ดังเดิมเพื่อป้องกินดินโคลนและเศษอื่น ๆ กระเด็นใส่ตัวรถ และปิดท้ายด้วยเบาะนั่งชิ้นเดียวแบบราบเพื่อให้ง่ายต่อการย้ายก้นเพื่อถ่ายเทน้ำหนักเพื่อควบคุมบาลานซ์ของตัวรถ ส่วนรายละเอียดในเรื่องของเครื่องยนต์ก็จะยังคงเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไปครับ เรียกว่าปรับเปลี่ยนให้ถูกใจสายลุยเต็มข้อกันจริง ๆ ครับ ส่วนบ้านเรานั้นจะมีจำหน่ายหรือไม่ก็คงต้องรอลุ้นล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก