SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars
ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน!
ดูใน YouTube

Norden 901 Expedition MY25 ตัวสุดสายลุย จากแดนไวกิ้ง Husqvarna แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์จากสัญชาติสวีเดน เดินหน้าต่อยอดรหัสสายพันธุ์ 901 กับโมเดลเซ็กเมนต์สายลุยอย่าง Norden 901 Expedition 2025 ตัวเต็งจากแดนไวกิ้งในเวอร์ชัน 2025 พร้อมออปชันเสริมใหม่เต็มลำ ทั้งฟีเจอร์ ช่วงล่างและสมรรถนะ เพิ่มขีดความสามารถกับประสบการณ์ในเส้นทางฝุ่นให้ผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มระดับ โดยความน่าสนใจนั้นมีหลายจุดด้วยกันอย่างจุดแรกก็คือ ชุดสีและตัวถังที่ถูกปรับปรุงมาใหม่ ดูมีลูกเล่น และมีสีสันมากยิ่งขึ้น ลายกราฟิกออกแบบใหม่ดูสดขึ้นกว่าแต่ก่อน พร้อมภาพลักษณ์ความเป็นตัวแข่งของทางค่ายดี ๆ นี่เอง และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับชุดอุปกรณ์สำหรับเดินทางทั้งชุดกระเป๋าด้านข้างสามารถบรรทุกสัมภาระได้มากถึง 36 ลิตร สำหรับดีไซน์ในส่วนอื่น ๆ ยังคงยึดความเป็นเอกลักษณ์โมเดลสายลุยสไตล์เรโทรฉบับค่าย กับไฟหน้าทรงกลมพร้อมชิลด์ขนาดใหญ่สไตล์ทัวริ่งที่คอนโซนหน้า ถังน้ำมันขนาดใหญ่ เบาะ ท่อ อกล่าง การ์ดแฮนด์และกระจกข้าง Norden 901 Expedition 2025 มีระบบ Cornering Traction Control (MTC) ทั้งยังให้ผู้ขับขี่ได้เปิดประสบการณ์การขับขี่ทางฝุ่นอย่างเต็มพิกัด กับระบบ Cornering Traction Control ปรับปรุงใหม่สามารถปรับค่าได้ถึง 10 ระดับ เรียกได้ว่ามือใหม่หัดลุย สามารถดริฟต์ล้อหลังหล่อ ๆ หน้ามอนิเตอร์ได้เลยทีเดียว ยังรวมไปถึงฟีเจอร์ใช้งานทั้ง USB-C หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านแอพลิเคชัน Ride Husqvarna Motorcycle สามารถใช้ระบบนำทาง (Turn by Turn) แบบเรียลไทม์ รวมถึงการโทรออก รับสายและฟังเพลงได้เช่นกัน พร้อมโหมดการขับขี่ (Street, Rain, Off-Road และ Explorer) มีให้เลือกใช้งานและตอบสนองความแรงบิดที่แม่นยำด้วยคันเร่งไฟฟ้า พาวเวอร์สลิปเปอร์คลัตช์ และยังเพิ่มความสะดวกสบายอีกขั้นให้กับผู้ขับขี่ด้วยฮีตกริปและอุ่นเบาะ ช่วงล่างใหม่ WP XPLOR Suspension และออกแบบช่วงล่างมาพิเศษ ด้วยระบบกันสะเทือนจาก WP XPLOR โช้คหน้า USD ขนาด 48 มม. โช้คเดี่ยวด้านหลัง พร้อมระยะยุบเท่ากันที่ 240 มม. ปรับแต่งได้เต็มระบบไม่ว่าจะเป็นพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชัน จับคู่กับจานดิสก์เบรกคู่ด้านหน้าขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ 4 พอต จานดิสก์เบรกหลัง 260 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ พร้อมเทคโนโลยีห้ามล้อ Cornering ABS จาก Bosch ล้อซี่ลวด 21 -18 นิ้วและยางทูปเลส Pirelli Scorpion Rally STR เครื่องยนต์ยังคงเป็น 2 สูบขนาด 889 ซีซี ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า และแรงบิด 100 นิวตันเมตร ถังน้ำมัน 22 ลิตร ที่เคลมระยะทางได้มากถึง 400 กม. และยังผ่านค่ามาตรฐานไอเสีย EURO5+ อีกด้วย ถือว่าเป็นเวอร์ชันที่น่าสนใจสำหรับสายลุยเลยก็ว่าได้ สวยไม่แพ้ KTM เลยทีเดียวและราคาคงไม่ทิ้งห่างมากนักจากโฉมก่อน ๆ อย่างไรต้องรอชมราคากันอีกครั้ง และอาจมีโอกาสเข้ามาขาในไทยก็เป็นไปได้ แต่เปอร์เซ็นต์คงน้อยกว่ารุ่นแสตนดาร์ดหล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Kawasaki Z650 โฉมใหม่ เปลี่ยนแค่สี 2025 Kawasaki Z650 เป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์เน็กเก็ดไบค์ (Naked Bike) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา หรืออาจคงคุ้นเคยชื่อของ ER-6N ก่อนที่จะเปลื่ยนมาเป็น Z650 ในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียว สมรรถนะอันยอดเยี่ยม และการควบคุมที่ง่าย ทำให้ Z650 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทั้งนักขี่มือใหม่และนักขี่ที่มีประสบการณ์ 2025 Kawasaki Z650 สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 649 ซีซี แรงม้า (เคลม) 68 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิด (เคลม) 64 นิวตันเมตร ที่ 6,700 รอบ/นาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83.0 x 60.0 มม. อัตราส่วนการอัด 10.8:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด (Fuel Injection) ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 ZR17 ยางหลัง 160/60 ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Horizontal Back-link ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง 765 x2,055×1,065 มม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 188 กก. (รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT 4.3 นิ้ว ระบบไฟ LED รอบคัน ระบบ ABS (Anti-lock Braking System) ระบบ Traction Control (KTRC) โหมดการขับขี่ (Riding Modes) แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ โหมดประหยัดน้ำมัน (Eco Riding Indicator) สีสันที่วางจำหน่าย Metallic Spark Black / Green Metallic Spark Black / Red Metallic Matte Dark Gray / Metallic Spark Black อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CFMoto 450NK 2024 สปอร์ตเน็กเก็ดสุดเท่จากค่ายมังกรฟ้า เปิดตัวรุกตลาดยุโรปแล้วสำหรับเจ้า CFMoto 450NK 2024 สปอร์ตเน็กเก็ดสุดเท่จากค่ายมังกรฟ้า ที่ครั้งนี้ผ่านการปรับเปลี่ยนขนานใหญ่ในหลาย ๆ ด้านเพื่อผู้ขับขี่ได้มีประสบการณ์การขับขี่ใหม่ที่ดียิ่งกว่าเดิม นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่มีการดีไซน์ไว้อย่างโดดเด่นแต่ได้กลิ่นอายของพี่ใหญ่ในค่ายพิกัด 800 แล้ว ก็มีการปรับปรุงในส่วนของเครื่องยนต์ที่ตอนนี้เครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 449 ซีซี เคลมแรงม้ามาที่ 46.27 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และแรงบิด 39.3 นิวตันเมตรที่ 7,750 รอบ แถมยังเคลมตัวเลขเกี่ยวกับความเร็วมาว่า สามารถทำ 0 – 100 กม./ชม.ได้ใน 4.9 วินาทีและทำท็อปสปีดได้ถึง 178 กม./ชม. โดยมีเพลาข้อเหวี่ยงใหม่แบบ 270° ที่ทำให้ได้คาแรกเตอร์กำลังเครื่องยนต์แบบวีทวิน พร้อมเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ตัวเครื่องยนต์ยังมีบาลานซ์ชาฟต์คู่ช่วยรถแรงสั่นสะเทือนเพื่อให้ขับขี่ได้นุ่มนวลขึ้น ถังน้ำมันเชื้อเพลิงจุได้ 14 ลิตรเหมาะสมกับพิกัดรถ ช่วยให้ได้ระยะที่ไกลไม่ต้องเติมบ่อย เรื่องของช่วงล่างนั้นก็ให้มาดีพอสมควร ด้านหน้ามีโช้คหัวกลับขนาด 37 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยววางกลางปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกจาก J.Juan ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. พร้อม ABS ปิดท้ายเรื่องของช่วงล่างด้วยล้อและยางขนาด 110/70 R17 และ 150/60 R17 หน้าหลังตามลำดับ และที่น่าสนใจคือเทคโนโลยีที่ให้มาแบบพอดิบพอดี ทั้งหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วพร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ระบบแทร็คชันคอนโทรล และสลิปเปอร์คลัตช์ งานนี้ใครอยากเป็นเจ้าของก็ลำบากหน่อยนะครับ เพราะทางตัวแทนในไทยก็เงียบ ๆ กันไปเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค Suzuki V-strom 800 DE เท่ แรง ดุดัน Suzuki V-Strom 800 DE ทัวริ่งแอดเวนเจอร์ไซส์กลางพิกัด 800 ซีซี ที่ปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ทั้งดีไซน์ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบ ที่ตอบสนองผู้ขับขี่ ให้สามารถลุยได้ทั้าฝุ่นและทางเรียบ ราคาแนะนำ 479,000 บาท การ์ดแฮนด์ติดมาให้จากโรงงาน ไฟหน้า 2 ระดับ ชิลด์หน้าปรับได้ 3 ระดับ หน้าจอสี TFT 5 นิ้ว คันเร่งไฟฟ้า ช่องเสียบ USB เครื่องยนต์ Parallel Twin อกล่างและการ์ดหม้อน้ำติดมาจากโรงงาน ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 260 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว และล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin และล้อซี่ลวดขนาด 21 นิ้ว แร็คท้ายขนาดใหญ่ ท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ ล้ำสมัย สเปค Suzuki V-strom 800 DE ราคา และข้อมูล เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 776 ซีซี แรงม้า (เคลม) 84.3 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 78 นิวตันเมตรที่ 6,800 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 84.0 x 70.0 มม. อัตราส่วนการอัด 12.8 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่น ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 90/90 ล้อซี่ลวด 21 นิ้ว แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 150/70 ล้อซี่ลวด 17 นิ้ว แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa ระยะยุบ 220มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวแบบโมโนโช้ค พร้อมรีโมท ระยะยุบ 220 มม. เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 310 มม. คาลิเปอร์เบรก Nissin เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 260 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 975 x 2,345 x 1,310 มม. ระยะฐานล้อ 1,570 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 220 มม. ความสูงเบาะ 855 มม. น้ำหนักรถ 230 กก. ความจุถังน้ำมัน 20 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ช่องเสียบ USB ระบบแทร็คชั่นคอนโทรล Riding Mode ระบบ Cornering ABS แบบเปิดปิดได้ ระบบช่วยสตาร์ทรถ

Millyard Viper V10 ทำสถิติซ้อน 2 เร็วที่สุดในโลก ถ้าหากพูดถึงรถซูเปอร์เน็กเก็ตไบค์โฮมเมดที่มีน้ำหนักมากถึง 630 กก. ไม่มีแฟริ่ง และทำสถิติความเร็วสูงสุดระดับโลกนั่นละก็ คงจะต้องคุ้นตากับพี่เบิ้มพลัง 10 สูบอย่าง Millyard Viper V10 สุดยอดผลงานชิ้นเอกของตาลุง Alan Millyard แถมตอนนี้ยังสร้างความตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง ด้วยการทำลายสถิติโลกกับความเร็วสูงสุดที่เขาสามารถทำได้ กับสถิติรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกที่ทำความเร็วที่สุดในโลกที่ 183.5 ไมล์/ชม. หรือ 295.31 กม./ชม. แต่ตาลุง Millyard ยังแอบบ่นอีกด้วยนะว่า ถึงความเร็วมากมายขนาดนี้ แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจซักเท่าไหร่ จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ 200 ไมล์/ชม. หรือ 321.8 กม./ชม. เขายังบอกอีกด้วยนะว่า เขาปรับอัตราทดเกียร์ผิด แต่ถ้าปรับอัตราทดเกียร์ ได้ความเร็วรอบตามที่ต้องการล่ะก็ ความเร็วอาจจะไปถึงเป้าอย่างแน่นอน โดยสถิติดังกล่าว ถูกบันทึกไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้ง Alan Millyard และคู่หูดูโอ้ของเขาอย่าง Henry Cole คร่อมพี่เบิ้ม Viper 10 หวดความเร็วทางตรงบนรันเวย์ในระยะทาง 3,000 ม. ที่สนามบิน Elvington, North Yorkshire โดยทั้งคู่สร้างผลงานที่ดีที่สุดในการขับขี่รอบที่ 6 ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย ซึ่งแน่นอนว่าพี่เบิ้มปีศาจ Viper 10 สามารถทำลายสถิติเดิมซึ่งเป็นของคู่รักชาวอเมริกันอย่าง Erin Hunter และ Andy Sills ที่ Bonnaville Salt Beach เมื่อปี 2011 ที่ถูกบันทึกสถิติความเร็วไว้ที่ 181.42 ไมล์/ชม. หรือ 291.98 กม./ชม. นอกจากนี้ พี่เบิ้มปีศาจยังทำให้ Henry Cole และ Alan Millyard คว้าสถิติใหม่ สำหรับการขับขี่แบบมีคนซ้อน โดยสามารถบันทึกสถิติความเร็วสูงสุดไว้ที่ 183.5 ไมล์/ชม. หรือ 295.31 กม./ชม. และทำลายสถิติเจ้าของคนเดิม จากที่เคยทำไว้เมื่อปี 2011 ที่ 181.26 กม./ชม. หรือ 291.7 กม./ชม. แค่นั้นยังไม่พอยังสามารถทำสถิติความเร็วสูงสุดในช่วงออกสตาร์ทในระยะทาง 1 ไมล์ ที่ 178.614 ไมล์/ชม. หรือ 287.45 กม./ชม. นับว่าเป็นสุดยอดรถโฮมเมดที่มีพละกำลังและความเร็วสูงสุดในโลกเท่าที่เคยมีมา และที่มาของความแรงของพี่เบิ้มปีศาจคันนี้ ด้วยการถอดเครื่องยนต์รถซูเปอร์คาร์ตำนานอย่าง Dodge V10 GTS มาใส่ไว้ในคันนี้ กับเครื่อง 10 สูบ ขนาด 8,277 ซีซี พร้อมพละกำลังแรงม้าถึง 500 ตัว และแรงบิดที่ 712 นิวตันเมตร พร้อมที่จะกระชากวิญญาณหายวับไปกับตา แต่คงไม่ใช่ตาลุงคนบ้าอย่าง Millyard แน่ ๆ โดยปัจจุบันพี่เบิ้ม Viper 10 ถูกบันทึกสถิติในกินเนสส์บุ๊กทั้ง รถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกที่เร็วที่สุดในโลก (295.31 กม/ชม.) รถออกตัวที่เร็วที่สุดในโลกในระยะ 1 ไมล์ และรถที่เร็วที่สุดในโลก แบบมีคนซ้อน (287.45 กม./ชม) และนั่นคือสถิติสุดท้ายของตาลุง Millyard และ Henry Cole ที่ทำได้ ด้วยการทดสอบและพัฒนารถอย่างไม่หยุดหย่อนของตาลุง Millyard เชื่อได้ว่าในอนาคตจะต้องสามารถสร้างสถิติความเร็วครั้งใหม่ได้อย่างแน่นอน หรืออาจเป็นม้ามืดรุ่นไหนของใคร ไว้มารอดูกัน ถ้าหากในบ้านเราจะลองทำแนวนี้ล่ะก็ ก็ลองทำได้นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Motorcycle เตรียมแสดงให้เห็นถึงพละกำลัง และความเร็วของเครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 แบบ 3 สูบ ขนาด 765 ซีซี ในการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ Moto2 ประจำฤดูกาล 2019 ครั้งแรกในประเทศไทย ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 ตุลาคม ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากเมื่อปี 2017 ที่ ไทรอัมพ์ได้รับสิทธิ์ในการเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับการแข่งขัน Moto2 ตั้งแต่ฤดูกาล 2019 เป็นต้นไปแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 ได้แสดงให้ผู้คนทั้งโลกได้เห็นถึงวิวัฒนาการตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงพละกำลังและความเร็ว ตลอดจนเสียงของเครื่องยนต์อันทรงพลังได้อย่างน่าทึ่ง โดยสามารถทำลายทุกสถิติของ Moto2 ที่ได้บันทึกไว้ในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น สถิติต่อรอบการแข่งขัน (Race Lap Record) สถิติความเร็วที่สุด (Highest Top speed) รอบสถิติสนาม (Circuit Best lap) และตำแหน่งโพลโพสิชั่นใหม่ (New Pole Position Record) ไปพร้อม ๆ กับการเดินหน้าสร้างสถิติใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อค้นหาว่านักแข่งใดจะเป็นผู้คว้าชัยชนะการแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไทรอัมพ์เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ Moto2 มร.สตีฟ ซาร์เจนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ Triumph Motorcycle เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2017 ที่ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้ลงนามในสัญญากับ ดอร์น่า (Dorna) เป็นระยะเวลา 3 ปี ในการเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์แต่เพียงผู้เดียวให้กับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ Moto2 ตั้งแต่ฤดูกาล 2019 เป็นต้นไป นับเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับ ไทรอัมพ์ที่ได้เริ่มปฐมบทแห่งความตื่นเต้นใหม่ ๆ มาสู่ประวัติศาสตร์การแข่งขันที่ยาวนานของบริษัทฯ จากการสร้างสรรค์เครื่องยนต์สามสูบที่ชนะเลิศแข่งขันในรายการซูเปอร์สปอร์ต ไอส์ล ออฟ แมน ทีที (Isle of Man Tourist Trophy) ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง สู่การแข่งขันรายการ Moto2 ฤดูกาล 2019 โดยตลอดระยะที่ผ่านมา ไทรอัมพ์ได้เผยให้เห็นถึงวิวัฒนาการของเครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 แบบ 3 สูบ 765 ซีซี ตั้งแต่ความร่วมมือสนับสนุนการทดสอบการพัฒนากล่อง ECU ร่วมกับ “แม็กเนติ มาเรลลี่” (Magneti Marelli) ซึ่งเป็นโปรแกรมการพัฒนาที่มุ่งเน้นการใช้งานในสนามแข่ง โดยความร่วมมือดังกล่าวไทรอัมพ์ได้เป็นผู้ให้การสนับสนุนข้อมูลพื้นฐาน และจัดหาเครื่องยนต์เพื่อการทดสอบอย่างเต็มรูปแบบ ตลอดจนทีมสนับสนุนด้านเทคนิคของไทรอัมพ์ อีกทั้งการทดสอบการพัฒนาโครงรถ (Chassis) ที่ไทรอัมพ์ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาเครื่องยนต์กับผู้ผลิตโครงรถ โดยร่วมมือกับ เอ็กซ์เทินโปร (Externpro) เพื่อใช้ในการทดสอบ โดยในการทดสอบที่ผ่านมาเหล่านี้มีนักแข่ง Moto2 ทั้งในอดีตและปัจจุบันเข้าร่วมทำการทดสอบ รวมทั้งยังได้ให้การสนับสนุนการพัฒนากล่อง ECU กับบรรดาผู้ผลิตโครงรถ จนถึงการที่เครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 แบบ 3 สูบ 765 ซีซี ได้เผยโฉมและแสดงให้ผู้คนทั้งโลกได้เห็นถึงพละกำลังความเร็วของเครื่องยนต์มากกว่า 140 แรงม้า ตลอดจนเสียงของเครื่องยนต์อันทรงพลังได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งตั้งแต่การเริ่มการแข่งขันรายการ Moto2 ฤดูกาล 2019 เป็นต้นมา เครื่องยนต์ดังกล่าวสามารถทำลายทุกสถิติของ Moto2 ที่ได้บันทึกไว้ในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น สถิติต่อรอบการแข่งขัน (Race Lap Record) สถิติความเร็วที่สุด (Highest Top speed) รอบสถิติสนาม (Circuit Best lap) และตำแหน่งโพลโพสิชั่นใหม่ (New Pole Position Record) ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจถึงที่มาของการพัฒนารูปแบบเครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 แบบ 3 สูบ 765 ซีซี เครื่องยนต์ดังกล่าวถูกรังสรรค์ขึ้นตามแบบของเครื่องยนต์รุ่น สตรีท ทริปเปิล อาร์เอส 765 ซีซี สร้างขึ้นเพื่อส่งต่อพละกำลัง และแรงบิดที่มากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงได้รับการออกแบบให้มีรอบที่สูงขึ้นและวิ่งได้ด้วยความเฉื่อยต่ำ ซึ่งติดตั้งอยู่ในชุดเดียวกันและมีน้ำหนักเบา ในขณะที่เครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 แบบ 3 สูบ 765 ซีซี ได้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการแข่งขัน อันประกอบไปด้วย ปรับแต่งช่องไอดีและช่องไอเสียบนกระบอกฝาสูบใหม่ เพื่อให้การไหลเวียนของทั้งอากาศและเชื้อเพลิงในท่อไอดีและท่อไอเสียดียิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพอัตราส่วนกำลังอัด วาล์วไทเทเนียมและสปริงวาล์วที่มีความแข็งแรงกว่าเดิมเพื่อเพิ่มความเร็วรอบเครื่องยนต์ ระบบหัวฉีดพลังสูง ระบบ Alternator ลดความเฉื่อย ปรับอัตราระหว่างทดเกียร์ 1 ถึง 2 สลิปเปอร์คลัทช์แบบปรับได้ที่พัฒนาขึ้นสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ กล่องอีซียู (ECU) สำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ ซึ่งพัฒนาร่วมกับ “แม็กเนติ มาเรลลี่” ปรับแต่งฝาครอบเครื่องยนต์ใหม่เพื่อลดขนาดความกว้างของตัวเครื่อง ปรับแต่งอ่างน้ำมันเครื่องใหม่ให้สอดรับกับท่อไอเสียประสิทธิภาพสูงได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ Moto2 ฤดูกาล 2019 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 ตุลาคม ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ทุกคนจะได้เห็นถึงพละกำลัง ความเร็วของเครื่องยนต์ไทรอัมพ์ Moto2 อย่างใกล้ชิด นับเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยม ไปพร้อม ๆ กับการลุ้นสถิติใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในการแข่งขัน

พ่อแตงกวา Quartararo ได้กดเวลา Best Lap นำฝูง Yamaha ขึ้น Top 3 รอบ FP2 ThaiGP 2019 โดยหนู Quartararo ของเราก็ได้ทำเวลาไปดีที่สุดด้วยเวลา 1:30.404 ตามมาด้วย Top Gun Maverick Vinales และ ทีมเมทอย่าง Morbidelli ที่ขับ Yamaha ขึ้น Top 3 ไปในรอบนี้ ส่วนทางด้านเด็กระเบิด Marc Marquez นั้นแม้จะล้มลงอย่างหนักไปในรอบ FP1 แต่ก็สามารถกลับมาแข่งได้และคว้าอันดับ 6 ไปในรอบนี้ราวกับเป็นคนเหล็กเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้