SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Dragster 700 Factory โมเดลพิเศษ ตัวแรงสเปกดุจาก Italjet เรียกว่าส่งภาพยั่วน้ำลายให้สาวกซู๊ดปากกันก่อนที่จะเปิดตัวให้เห็นแบบเต็ม ๆ คัน กับ Dragster 700 Factory โมเดลพิเศษ จำนวนจำกัด ที่มาพร้อมสเปกและออปชันดุดันจากทาง Italjet ค่ายรถอิตาลี ที่มีดีไซน์แปลกตาไม่เหมือนใคร เจ้าแดร็กสเตอร์คันใหญ่สุดของค่ายคันนี้จากภาพที่ปล่อยออกมา น่าจะยังคงสไตล์แบบเดิมของทางแดร็กเสตอร์ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายที่เฉียบคมและสีสันที่ดุดันสไตล์สปอร์ต โดยจะมาในโทนสีดำและทอง ตัดแต้มด้วยสีแดงเพื่อเพิ่มความลงตัว ขุมพลังของโมเดลนี้จะเป็นเครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 700 ซีซี แบบ DOHC 8 วาล์ว 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งทางค่ายระบุมาว่าจะมีแรงม้ามากถึง 68 ตัวที่ 8,500 รอบ และแรงบิด 70 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีดสู่ล้อหลังด้วยระบบขับโซ่ ไม่ใช่สายพานแบบน้องเล็กไซส์ต่ำกว่า 300 ลงมาของทางค่าย จุดเด่นของโมเดลนี้ก็คือจะมาพร้อมออปชันระดับแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็น ระบบไอเสียแบบเต๋มระบบจากทาง Akrapovic โช้คหลังและกันสะบัดจาก Ohlins ระบบเบรคจากทาง Brembo และฝาครอบคลัตช์ใสจากทาง DucaBike ที่ตอนนนี้ทางค่ายยังไม่ได้โชว์ให้เราเห็น ซึ่งทั้งหมดนี้คือข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถที่มีในตอนนี้ ส่วนเรื่องการจะจับจองเป็นเจ้าของนั้นจะเริ่มเปิดให้จองผ่านทางเว็บไซต์ในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป โดยสามารถเข้าไปจับจองกันได้ที่เว็บไซต์ของทาง Italjet เอง ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมนั้นจะมีมาเพิ่มในวันพรุ่งนี้ และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ EICMA ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยจะเป็นการสิ้นสุดการพรีออเดอร์ หรืออาจจะปิดก่อนเมื่อจำนวนรถถึงจุดที่ทางค่ายกำหนด พรุ่งนี้ก็อย่าลืมเข้ามาติดตามข้อมูลที่มากกว่านี้จากทาง SuperBike กันด้วยนะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Trident Triple Tribute เปิดราคาไทย 319,000 บาท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้เปิดตัว Trident Triple Tribute โมเดลพิเศษสุดโดดเด่น เพื่อเฉลิมฉลองให้กับเครื่องยนต์สามสูบระดับตำนานของไทรอัมพ์ และจะวางจำหน่ายเพียง 1 ปีเท่านั้น โมเดลพิเศษนี้มาในรูปแบบลายกราฟิกอันโดดเด่น ในสไตล์เรซซิ่ง เน้นการใช้สีขาว น้ำเงิน และแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ และสะดุดตาหมายเลข ’67’ อันโดดเด่น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยประดับอยู่บนรถจักรยานยนต์ไทรเดนท์ ‘Slippery Sam’ อันโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นคันเดียวที่ชนะการแข่งขัน TT ถึง 5 ครั้งเป็นระยะเวลา 5 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 1971 ถึง 1975 ตัวรถยังมีชิลด์หน้าและแผงใต้ท้องรถที่สีเข้าชุดกัน นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์โลโก้ไทรอัมพ์ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย และการติดโลโก้บนฝาปิดช่องเติมน้ำมันเชื้อเพลิง แคลมป์แฮนด์และแผงหน้าปัด รวมถึงตราสัญลักษณ์ Trident อะลูมิเนียมฝังพร้อมการตกแต่งรายละเอียด ฝาครอบหม้อน้ำสีเดียวกับตัวรถ ปลอกแฮนด์และการ์ดพักเท้าแบบอะลูมิเนียม ตัวป้องกันโช้คสีเดียวกับตัวรถ แฮนด์รถอะลูมิเนียมทรงเรียว และกระจกทรงหยดน้ำ พร้อมล้ออะลูมิเนียมหล่อแบบห้าก้านสีดำ น้ำหนักเบา ช่วยเติมเต็มลุคที่สะดุดตา เครื่องยนต์สามสูบเรียง 660 ซีซี ให้ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของแรงบิดรอบต่ำ ช่วงกลาง และพละกำลังสูงสุด อีกทั้งเสียงเครื่องยนต์สามจังหวะที่ทุ้มลึกโดดเด่นมาจากท่อขนาดเล็กและมินิมอล พร้อมด้วยปลายท่อสเตนเลสสตีลระดับพรีเมียม และยังเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5 เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 81 แรงม้า ที่ 10,250 รอบ พร้อมการส่งผ่านราบรื่น รวมถึงให้แรงบิดสูงสุด 64 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบ มีระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมอัตราทดเกียร์ที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่เป็นเรื่องง่ายและสนุกสนาน ทั้งยังมีควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ช่วยให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ และมีระบบ Autoblipper เมื่อเปลี่ยนเกียร์ลง เพื่อความรวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น ช่วงล่างมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับ Showa สีดำที่ให้ระยะยุบตัวของล้อหน้า 120 มม. และโช้คหลัง RSU แบบโมโนช็อคของ Showa รองรับการปรับตั้งค่าพรีโหลด ซึ่งมีระยะยุบตัวของล้อหลังที่ 133.5 มม. ส่วนระบบเบรกด้านหน้าเป็นคาลิเปอร์เบรก Nissin สองลูกสูบพร้อมดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 มม. ด้านหลังเป็นคาลิเปอร์เบรก Nissin กับดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนล้อจะเป็นล้ออะลูมิเนียมหล่อน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้วกับยางขนาด 120/70 R17 และ 180/55 R17 ตัวรถยังมีการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อบลูทูธมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมต่อ My Triumph Connectivity โดยสามารถใช้งานระบบนำทางแบบ Turn-by-turn เชื่อมต่อการใช้โทรศัพท์และฟังเพลง เป็นการยกระดับเทคโนโลยีระดับสูงสำหรับผู้ขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น Trident 660 มีไฟ LED ระบบ ABS โหมดการขี่ Road และ Rain ระบบแทร็คชันคอนโทรล แบบเปิดปิดได้ และคันเร่งไฟฟ้า เพื่อการตอบสนองของคันเร่งที่คมชัดและแม่นยำ รวมถึงหน้าจอสี TFT เพื่อเพิ่มความปลอดภัย มีการติดตั้งระบบป้องกันการโจรกรรมเครื่องยนต์ไว้ในกุญแจ ทั้งนี้ Trident Triple Tribute รุ่นพิเศษ วางจำหน่ายในราคา 319,000 บาท พิเศษ! รับข้อเสนอทางการเงิน 10,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 8 – 31 กรกฎาคม 2567 โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ 12 แห่งทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM 450 SMR 2024 สายสไลด์ไซส์กลาง ตัวยกระดับซูเปอร์โมโต เพิ่งเปิดตัวซูเปอร์โมโตรุ่นใหญ่ไปหมาด ๆ ทางค่ายสีส้มคงยังไม่สาแก่ใจในเรื่องของการดึงดูดลูกค้าส่งเจ้า KTM 450 SMR 2024 สายสไลด์ไซส์กลาง ตัวยกระดับมาตรฐานของรถในกลุ่มซูเปอร์โมโต หวังแย่งลูกค้าที่ชื่นชอบการสไลด์หรือการดริฟต์จากค่ายอื่น ๆ ด้วยสมรรถนะที่ให้มาแบบเน้น ๆ เจ้าส้มนักดริฟต์คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 450 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้กำลังแรงถึง 63 แรงม้า ที่ทางค่ายการันตีเรื่องความทนทานโดยมีระยะการเซอร์วิสที่นานขึ้น นอกจากนี้ตัวเครื่องก็มีน้ำหนักเบาลงอีกด้วย เครื่องแรงด้วยเรือนปีกผีเสื้อ Keihin 44 ม.ม. ทำให้เร่งได้ดั่งใจ ทั้งยังมีชุดสลิปเปอร์คลัตช์จาก Suter ช่วยให้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น พร้อมระบบเกียร์ 5 สปีด ในส่วนของแชสซีนั้นใช้เทคโนโลยีขึ้นรูปด้วยไฮโดรฟอร์ม เลเซอร์คัท จากนั้นเชื่อมด้วยหุ่นยนต์ ทำให้ได้เฟรมที่แข็งแรงและยืดหยุ่นพอเหมาะพอดีเพื่อให้การตอบสนองที่ดี ซับแรงได้ดี และนิ่งเสถียรในทางตรง ตัวซับเฟรมอลูมิเนียมเองก็เบาเพียง 1.815 กิโลกรัมออกแบบผ่านการศึกษาและคำนวณด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จนได้ความแข็งแรงและทนทานตามต้องการ อีกทั้งสวิงอาร์มหล่อขึ้นรูปแบบกลวงเองก็ทำให้รถเบาแต่ก็แข็งแรง นอกจากนี้ยังมีแฮนด์บาร์อลูมิเนียม Neken และแผงคอ CNC ที่มียางรองช่วยซับแรงสั่นสะเทือน ทำให้โมเดลนี้ส่งฟีลลิ่งจากพื้นแทร็กสู่มือผู้ขับได้เป็นอย่างดี แต่เท่านี้ยังไม่หมด ยังมีเรื่องของระบบกันสะเทือนจาก WP XACT โดยด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับขนาด 48 ม.ม.ซึ่งมีค่าพรีโหลดแบบโปรเกสซีฟและแดมปิ้งแบบคงที่ ซึ่งสามารถปรับแต่งค่าคอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ง่ายดาย ด้านหลังเองก็เป็นโช้ค WP XACT ที่มีขนาดเล็กและเบา ทำงานร่วมกับกระเดื่องเพื่อให้ระยะห่างจากตัวรถถึงพื้นที่ดี และปรับแต่งได้เต็มระบบโดยไม่ต้องใช่เครื่องมือเช่นกัน ส่วนระบบเบรกเอาอยู่ด้วยระบบเบรกจาก Brembo คาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์แบบ 4 ลูกสูบพร้อมจานขนาด 310 ม.ม. ส่วนด้านหลังเป็นคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดียวกับจานขนาด 220 ม.ม. ส่วนล้อ Alpina น้ำหนักเบาขนาด 16.5/17 นิ้วซึ่งมีฮับล้อขึ้นรูปด้วย CNC การันตีความเบา อีกทั้งตัวรถยังใช้งานง่ายเหมาะสำหรับนักแข่งด้วยสตาร์ทไฟฟ้า กรองอากาศเปลี่ยนได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ แอร์บ็อกซ์ดีไซน์เน้นสมรรถนะ เบาะนั่งแบบราบและสูงออกแบบมาให้ควบคุมรถได้ดี ตัวถังน้ำมันทำจากโพลีเอทิลีนขนาด 7.2 ลิตร ช่วยให้ระยะทางขับขี่ได้ไกลยิ่งขึ้น พักเท้าออกแบบมาอย่างดี มีหน้าสัมผัสที่ใหญ่ช่วยให้ควบคุมรถได้ดีทุกสภาพพื้นผิว ต่อกันด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์กันบ้าง ตัวรถเน้นการขับขี่แบบเรซซิ่งเป็นหลักก็เลยมีเอ็นจิ้นแม็ป 2 แม็ปให้เลือก มีระบบช่วยออกตัว ระบบแทร็คชันคอนโทรล ควิกชิฟเตอร์ เซ็นเซอร์โรลโอเวอร์ตรวจจับสถานะของรถ ถ้าจับได้ว่าล้มรถจะดับอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย ยังมีมิเตอร์จับเวลาการใช้งานแบบ LED และตัวบอกสถานะหัวฉีดอีกด้วย ถือว่าให้มาเยอะเลยทีเดียว สรุปแล้วถือว่าให้ออปชันและฟีเจอร์ต่าง ๆ มาครบครันเหมาะกับการขับขี่ในสไตล์เรซซิ่งแบบซูเปอร์โมโตจริง ๆ คนที่ชอบสไลด์เป็นงานอดิเรกและเงินในกระเป๋าเหลือ ๆ สักหน่อยก็ควรจะมีไว้ดริฟต์มัน ๆ สักคันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค KLX300R ตัวแข่งสายลุยรุ่นพี่ จากแก๊งค์เขียว Kawasaki KLX300R รถแข่งระดับพี่ใหญ่สายลุยจากตระกูล KLX กับขุมพลัง 292 ซีซี มาพร้อมกับแชสซีที่แข็งแรง ทนทาน ออกแบบสำหรับการควบคุมที่เบาและคล่องตัว ตอบสนองผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบรถแข่งขันสายลุย ราคาแะนำ 240,500 บาท เครื่องยนต์สูบเดียว 292 ซีซีจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดให้การตอบสนองรวดเร็ว ระบบกันสะเทือน พร้อมรองรับซับแรงกระแทกในเส้นทางฝุ่น แฮนด์บาร์ปรับระดับได้ตามฉบับรถในตระกูล KLX แชสซีพื้นฐานรถแข่งเอนดูโร่ สำหรับการขับขี่ผจญภัยเอ็นดูโร่ สเปค KLX300R รุ่น ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 292 ซีซี แรงม้า (เคลม) NA แรงบิด (เคลม) NA ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 78.0 x 61.2 มม. อัตราส่วนการอัด 11.1 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด Digital ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Fuel injection ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 80/100-21 ล้อซี่ลวด ยางหลัง 100/100-18 ล้อซี่ลวด ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Uni Track ปรับพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวโฟลทติ้ง ขนาด 270 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 240 มม.พร้อมคาลิเปอร์ ลูกสูบเดียว กว้าง X ยาว X สูง 2,120 x 825 x 1,250 มม. ระยะฐานล้อ 1,435 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 305 มม. ความสูงเบาะ 925 มม. น้ำหนักรถ 128 กก. ความจุถังน้ำมัน 7.9 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E20 เทคโนโลยี NA สีสันที่มีจำหน่าย LIME Green (2020) LIME Green (2021) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Cake Bukk เอ็นดูโร่ไฟฟ้าสุดแรงที่ให้คุณเลือกสเปกเองได้ Cake Bukk คือมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ไฟฟ้าสัญชาติสวีเดน ไม่ใช่ชื่อขนมเค้กแต่อย่างใด ซึ่งแต่เดิมโมเดลนี้เป็นรถโปรโตไทป์ และตอนนี้ได้กลายเป็นรถโปรดักชันพร้อมให้ลูกค้าได้คัสตอมสเปกรถได้เองโดยตรงกับทางแบรนด์ได้เลย ถือว่าเป็นแนวคิดที่น่าจะถูกใจหลาย ๆ คนเลยทีเดียวครับ โดยสิ่งแรกที่คุณต้องรู้คือโมเดลนี้มีจำหน่ายด้วยกัน 2 เวอร์ชันหลัก ๆ อิงจากใบขับขี่ โดยเวอร์ชัน Super Light จะมีกำลัง 13 กิโลวัตต์หรือประมาณ 17.4 แรงม้า ก็จะเหมาะกับใบขับขี่ A1 ของทางยุโรป แต่ถ้าเป็นใบขับขี่ A2 ล่ะก็จะมีเวอร์ชัน Power Light ที่รถจะมีกำลัง 16 กิโลวัตต์หรือราว ๆ 21.4 แรงม้า แต่ถ้าบ้านเราล่ะก็ไม่มีปัญหา ตัวรถเวอร์ชันซูเปอร์ไลท์จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจาก Jante ซึ่งเคลมมาว่ามีแรงบิดสูงถึง 366 นิวตันเมตรที่ล้อหลัง และสามารถทำความเร็วจาก 0 – 45 กม./ชม.ภายในเวลาเพียง 2.57 วินาที ส่วนท็อปสปีดอยู่ที่ 80 กม./ชม. ส่วนเวอร์ชันเพาเวอร์ไลท์จะมีแรงบิดสูงถึง 456 นิวตันเมตร และสามารถทำความเร็วจาก 0 – 45 กม./ชม.ภายในเวลาเพียง 2.15 วินาที และมีท็อปสปีดที่ 90 กม./ชม. ซึ่งค่าต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะแตกต่างไปจากการทดสอบจริงบนท้องถนนอยู่บ้าง หัวใจสำคัญของรถไฟฟ้าทั้งหลายย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของแบตเตอรี ตัวรถมีแบตเตอรี่ขนาด 40 แอมป์ชั่วโมงให้กำลังไฟ 2.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งสามารถชาร์จกับตัวรถเลย หรือจะถอดเปลี่ยนแบบฮ็อตสว็อปก็ทำได้เช่นกัน ตัวแบตเตอรีจะปิดตัวเองทันทีเมื่อถอดออกจากรถด้วยระบบความปลอดภัย และยังกันน้ำกันฝุ่นได้มาตรฐาน IP67 อีกด้วย ดังนั้นเอาไปลุยไปผจญภัยได้สบาย ๆ หายห่วง แต่ไปแช่น้ำในทะเลสาปเลยก็ไม่แนะนำ ขณะในเรื่องของการชาร์จสามารถเสียบปลั๊กไฟบ้านชาร์จได้เลย โดยสามารถชาร์จได้เต็มจาก 0 – 100% ได้ภายในเวลาประมาณ 2 ชม. 45 นาที และชาร์ตจาก 0 – 80% ได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 55 นาที โดยระยะการใช้งานอยู่ที่ 3 ชั่วโมงในแบบของการขับขี่แบบเทรลหรือเอ็นดูโร หรือประมาณ 85 กม. อย่างไรก็ดีปัจจัยต่าง ๆ ตามสภาพแวดล้อมก็จะทำให้ระยะทางตรงนี้เปลี่ยนไปได้ อย่างไรก็ดีสิ่งที่เจ้า Cake Bukk เจ๋งไม่เหมือนใครคือสามารถเลือกสเปกรถได้เองเลย ไม่ว่าจะทำให้รถเป็นรถแบบขี่ถนนได้ด้วยการติดตั้งไฟส่องสว่างต่าง ๆ และกระจก หรือจะไม่ใส่ไฟเพื่อเข้าป่าล้วน ๆ ก็ไม่ผิด โดยเฉพาะในส่วนของช่วงล่างสามารถเลือกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโช้ค Ohlins หรือ WP XACT Pro ก็ได้ หรือจะผสมกันหน้ายี่ห้อนึงหลังยี่ห้อนึงก็ได้ แต่โช้คเดิมจะเป็น หน้าเป็น Formula Tech แบบหัวกลับ ขณะที่ด้านหลังเป็น RacingBros Shicane HLR ส่วนระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกหน้าเดี่ยว 240 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังเป็น 220 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก ต่อกันที่ล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียมฟอร์จ ขนาด 19 และ 18 นิ้วด้านหลังตามลำดับ นอกจากนี้ตัวรถยังมีเทคโนโลยีแบบสมัยใหม่ เช่น โหมดการขับขี่ที่สามารถปรับแต่งได้ผ่านแอพลิเคชันของทางแบรนด์ (ออปชันเสริม) ช่วยให้ปรับพละกำลัง ความไวเบรก แทร็คชันคอนโทรลเองได้ เป็นต้น สุดท้ายในเรื่องของราคาจะเริ่มต้นที่ 10,270 ยูโรหรือราว ๆ 381,000 บาท โดยรถจะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนกรกฎาคมปีนี้เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คิงคอง ก้อง สมเกียรติ สู้ไม่ถอยแม้ลุยซิลเวอร์สโตนครั้งแรก ประเดิมที่ 19 รอบซ้อม FP1 นักบิดไทยหนึ่งเดียวในโมโต 2 กับปีแรกของการแข่งขันในรายการนี้ หลังจากที่เจ้าตัวเดินตาม Road map ภายใต้โครงการ “เรซทูเดอะดรีม” ของ เอ.พี.ฮอนด้า ขึ้นสู่เวทีระดับโลกได้สำเร็จ ก้อง สมเกียรติก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถเก็บแต้มจากการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องใน 2 สนามที่ผ่านมา ล่าสุดกับการแข่งขันสนามที่ 12 ที่ซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ เจ้าก้องลงสัมผัสพื้นแทร็คที่นี่ครั้งแรก ในการทดสอบรอบ Free Practice1 ยอดดาวรุ่งหมายเลข 35 สังกัด IDEMITSU Honda Team Asia จบการทดสอบในอันดับที่ 19 ด้วยเวลา 02.06.947 ตามหลังผู้ทำเวลาที่ดีที่สุดอยู่ 1.17 วินาที ซึ่งต่อไปก้องจะมีโปรแกรมในการควอลิฟายเพื่อหาอันดับการออกสตาร์ทในวันที่ 24 สิงหาคม 2562 เวลา 21.05 น. และจะลงแข่งขันนัดชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562 เวลา 20.30 น. ตามเวลาในไทย ติดตาม และเป็นกำลังใจเชียร์ คิงคองก้อง สมเกียรติ จันทรา ได้ทางการถ่ายทอดสดช่อง FOX SPORT และ PPTV 36HD พร้อมอัพเดทข่าวคราวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่เฟซบุ๊ค www.facebook.com/aphondaracingthailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ #WhatStopsYou #Racetothedream #มุ่งสู่เส้นชัยอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #APhonda #APhondaracingthailand #MotoGP #Moto2 #somkiat #IDEMITSUHondaTeamAsia

Jorge Lorenzo จะกลับมาในศึก British MotoGP หลังจากกระดูกร้าวในรอบการซ้อมของศึก DutchGP ที่สนาม Assen ที่นักบิดชาวสเปนผู้นี้ได้พลาดท่าล้มลงอย่างแรงทำให้เขาต้องชวดการแข่งไปถึง 4 สนามเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี แม้จะมีข่าวลือมาเมื่อก่อนหน้านี้ไม่นานว่า Jorge Lorenzo อาจที่จะย้ายเข้าทีม Pramac Ducati แต่ก็อย่างที่ Marc Marquez ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า Lorenzo นั้นยังคงเหลือสัญญากับทางทีม Repsol Honda อยู่จนถึงปี 2020 ทำให้เขาจะยังกลับมาแข่งในรายการ British MotoGP ในฐานะนักบิดของทีม Repsol Honda Lorenzo ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เป็นอะไรที่ดีที่ได้กลับมากับทีม Repsol Honda มันนานเหลือเกินหลังจากที่ Assen ผมอยากที่จะกลับมาให้เร็วกว่านี้ แต่ด้วยธรรมชาติของอาการบาดเจ็บของผมทำให้ผมต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว” “ในระหว่างที่ผมหายไปจากสนามผมได้พยายามอย่างหนักเพื่อให้พร้อมให้มากที่สุดสำหรับสนาม Silverstone แต่ผมรู้ว่ามันต้องใช้เวลาในการที่จะกลับมาเร็วเหมือนเดิม” “ผมรู้สึกดีและพร้อมที่จะกลับมากับทีมเพื่อที่เราจะได้พัฒนาและได้ผลลัพธ์ที่เรารู้ว่าเราสามารถทำได้” หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนศึก British MotoGP นี้จะเป็นการกลับมาของ Lorenzo หลังจากที่ห่างหายจากการแข่งขันไปถึง 4 สนาม อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวบน Facebook คลิกที่นี้