SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SBAY Flying คาเฟ่เรเซอร์ขุมพลังฮาร์ลีย์ SBAY Flying สำนักแห่งการคัสตอมรถของคนมีเงินจากประเทศสเปน ที่มีผลงานการคัสตอมรถมาแล้ว อาทิ Omega มอเตอร์ไซค์ระบบสวิงอาร์มหน้า และ Custom ‘Jerry’ โดยในครั้งนี้ก็ได้ทำการยกเครื่องของ Harley-Davidson ที่เป็นเครื่องยนต์แบบ Perfomance ในโมเดล Milwaukee 8 (มิลวอคกี้-เอจท์) ออกมาเป็น SBAY Flying เป็นรถในอีกหนึ่งโมเดลที่ได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่น ผสมผสานระหว่างสมรรถนะ ความสะดวกสบาย เข้าด้วยกัน จะเน้นไปที่ความสปอร์ต น้ำหนักเบา ควบคู่ไปกับท่าทางการขับขี่ที่สบาย จึงเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มอบประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ขับขี่ การดีไซน์ของรถคันนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อความคล่องตัว โดยมีระยะระยะฐานล้อเพียงแค่ 1,420 มม.ทำให้สามารถควบคุมรถได้อย่างคล่องตัว และการขับขี่ที่ง่ายดาย วัสดุที่เลือกใช้ในรถคันนี้มีการผสมผสานเฉพาะส่วนประกอบที่ดีที่สุด ไม่เพียงแค่ช่วยให้มั่นใจในการขับขี่ แต่ทำให้ผู้ขับขี่ได้เข้าถึงประสิทธิภาพระดับสูงสุด อีกทั้งยังมีความทนทานอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ที่กำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น โดยรุ่นนี้จะมีทั้งหมด 3 เครื่องยนต์ Milwaukee 8 แบบ V-Twin เป็นเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงจาก Harley-Davidson ทำมุม 45 องศา 4 วาล์วและ 2 หัวเทียนต่อสูบ แคมเดี่ยว เครื่องยนต์มีการปรับแกนสมดุลเพื่อลดการสั่นสะเทือน และในเครื่องยนต์นี้จะมีรหัสที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในความต่างนั้นก็จะมีความแรงที่แตกต่าง และราคาที่แตกต่างกันเช่นเดียวกัน Milwaukee 8 รหัส 107″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,754 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 86 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 144 นิวตันเมตร มีราคาอยู่ที่ 74,600 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,683,500 บาท Milwaukee 8 รหัส 114″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,868 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 94 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 155 นิวตันเมตร มีราคาวางขายอยู่ที่ 76,900 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,763,000 บาท Milwaukee 8 รหัส 117″ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 1,917 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 102 แรงม้าที่ 5,200 รอบ แรงบิดอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร มีราคาวางขายอยู่ที่ 80,400 ยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 2,887,800 บาท โดยในทุกรุ่นย่อยมาพร้อมกับโช้คอัพหน้า Ohlins Hydraulic Fork, สวิงอาร์มด้านหลังแบบธรรมดา, ล้ออัลลอยจาก Haan Spoke และรายละเอียดอื่น ๆ ดังนี้ ความสูงเบาะ 780 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 125 มม. ระยะฐานล้อ 1,420 มม. ขนาดล้อ และยางหน้า 120/70-17 ขนาดล้อ และยางหลัง 190/50-17 ความจุถังน้ำมัน 14 ลิตร น้ำหนักรถ 212 กิโลกรัม ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบกันสะเทือนหน้า Ohlins Hydraulic fork ระบบกันสะเทือนหลัง Ohlins TTX progressive ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่จาก HEL 4 พอตขนาด 320 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวจาก HEL 2 พอตขนาด 220 มม. ระบบไฟ Full LED เทคโนโลยี เทคโนโลยีระบบเบรก ABS ภาพจุดที่น่าสนใจ สรุป SBAY Flying ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่น่าสนใจของรถสไตล์คาเฟ่เรเซอร์ โดยให้ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างสมรรถนะ และการออกแบบดีไซน์ โดยผู้ที่ชื่นชอบรถในสไตล์นี้จะต้องหลงไหลอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ

มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม Pedro Acosta กล่าวกับสื่อไม่มีใครพร้อมที่จะพา KTM คว้าแชมป์ MotoGP ได้มากไปกว่า “บุคคลพิเศษ” อย่าง Aki Ajo ที่ได้รับตำแหน่งเข้ามาคุมทัพใน MotoGP ฤดูกาลหน้า หลังจากที่มีการคาดเดาออกไปต่าง ๆ นานา ว่าผู้จัดการทีมคนถัดไปของ KTM คือใคร เพราะมีข่าวออกมาก่อนการแข่งขันที่อินโดนีเซียนกรังด์ปรีซ์ Francesco Guidotti จะก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024 และก็มีการประกาศออกมาอย่างเป็นการทางการว่าคนที่จะมารับหน้าที่แทนก็คือ Aki Ajo Aki Ajo ประสบความสำเร็จกับ KTM ในปี 2012 เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์โลก Moto3™ ครั้งแรกกับ KTM RC4 ทีม Red Bull KTM Ajo ได้แชมป์อีกสองรายการในรุ่นนี้ (ในปี 2016 กับ Brad Binder และปี 2021 กับ Pedro Acosta) อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับการพัฒนาความสามารถของนักแข่งจาก Red Bull MotoGP Rookies Cup ในการแข่งขัน Moto3 ของ Ajo ที่ช่วยให้ผลักดันนักแข่งก้าวขึ้นสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP หลังจากที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่า Aki Ajo จะเข้ามารับหน้าที่คุมทัพ Red Bull KTM Factory Racing MotoGP สำหรับปี 2025 เปโดร อาคอสต้าได้พูดถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาร่วมงานกับกุนซือคนนี้อีกครั้ง “ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ยินข่าวดีข่าวนี้ ผมคิดว่าไม่มีใครในแพดด็อกนี้ที่เตรียมพร้อมเพื่อเป้าหมายในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ MotoGP อีกทั้งเขายังเป็นคนที่เคยช่วยเหลือผมเยอะมากในอดีต และผมชอบความตรงไปตรงมาของเขามาก และผมคิดว่าเราจะเป็นคู่หูที่ดีต่อกัน” สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของ MotoGP จะแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 12.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Hayabusa ทำสถิติใหม่ แรงทะลุ 440 กม./ชม. หากคุณคิดว่ารถคุณเร็วแล้ว แรงแล้ว บางทีคุณอาจจะต้องกลับมานั่งพิจารณาตัวเองเสียใหม่ให้ดี เพราะล่าสุด Suzuki Hayabusa ทำสถิติใหม่แรงทะลุ 440 กม./ชม. ซึ่งหลาย ๆ คนที่มีอายุสักหน่อยน่าจะรับรู้กันได้ดีว่าเจ้าเหยี่ยวย้อนกลับเจ้าคันนี้เคยเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลกตั้งแต่ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 นู่นเลย และนั่นแหละที่ทำให้เจ้าคันนี้เป็นรถที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันและอยากเป็นเจ้าของ รวมไปถึงมีแฟนคลับอยู่เหนียวแน่นมาโดยตลอด สำหรับสถิติความเร็วในครั้งนี้เป็นการทำสถิติทำความเร็วในทางตรงที่ประเทศอังกฤษ โดยมี Jarrod Frost หรือฉายาว่า Jack Frost ผู้ก่อตั้งสำนัก Holeshot Racing เป็นผู้ทำลายสถิติด้วยความเร็ว 274.926 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือเท่ากับ 442.450 กม./ชม. ซึ่งความเร็วดังกล่าวนั้นเร็วกว่าความเร็วที่เครื่องบินโดยสารเทคออฟจากกราวด์เสียอีก รายละเอียดในการทำสถิติครั้งนี้มีคร่าว ๆ ดังนี้ โดยมีการทำสถิติที่สนามบิน Elvington Airfield และสามารถทำลายสถิติเดิมที่ Guy Martin คนบ้าความเร็วทำเอาไว้ที่ 270.9 ไมล์ต่อชั่วโมงเอาไว้ หรือ 435.971 กม./ชม. ที่ทำสถิติไว้ปีที่แล้ว ณ สนามบินแห่งเดียวกันนี้ โดยก่อนหน้านี้เขาก็พยายามทำสถิติอยู่หลายรันด้วยกันกระทั่งสามารถทำให้ Hayabusa ทำสถิติใหม่ ได้สำเร็จ ซึ่งหัวใจแห่งความแรงเห็นจะหนีไม่พ้นเทอร์โบชาร์จเจอร์ AET ที่คัสตอมพิเศษ ร่วมกับวาล์วโบลว์ออฟ Turbosmart ชุดระบายความร้อนที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ก้านสูบ Carillo ลูกสูบอัปสเป็คพิเศษ แคม Kent Performance ปิดท้ายด้วยชุดเกียร์บ็อกซ์และชามคลัตช์ CNC พิเศษ ทั้งหมดนี้ช่วยให้รีดแรงม้าได้ราว ๆ 700 – 750 แรงม้าเลยทีเดียว โดยทีไม่มีการเปลี่ยนห้องข้อเหวี่ยง ความกว้างกระบอกสูบ และระยะชักเลย ง่าย ๆ ว่าความจุเท่าเดิม และยังมีองค์ประกอบอย่างอื่นที่ช่วยส่งเสริมอย่างล้อคาร์บอน BST และแฟริ่งคัสตอมที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่ทำแฟริ่งด้านหน้า GSX-R1000R เสริมด้วยปีกแอโรไดนามิก ระบบกันสะเทือนจาก Ohlins สวิงอาร์มสั่งทำพิเศษ และคาลิเปอร์เบรก Brembo GP4 RX เห็นตัวเลขแบบนี้รถของคุณน่าจะต้องชิดซ้ายไปหน่อย แต่ไม่ต้องเสียใจไปครับ ยังไงเสียรถคันโปรดของคุณก็เป็นไปในแบบที่คุณชอบ ส่วนเจ้านี่มันคือรถที่ไว้ทำสถิติครับ ไปขี่ที่อื่นก็รับรองว่าลำบากกว่ารถคันโปรดของคุณแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

“อินทรีแซงค์” ผงาดคว้าโพเดียมใน FMSCT Thailand Motocross 2023 “อินทรีแซงค์” – กฤษฎา จำรูญจารีต ยอดนักบิดขวัญใจกองเชียร์ทางฝุ่นจากโครงการ “เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” เจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยติดต่อกัน พร้อมด้วยสุดยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF250R หมายเลข 17 สังกัดทีม Honda Racing Thailand S Motor สู้สุดใจสมศักดิ์ศรีแชมป์ประเทศไทยในศึก FMSCT Thailand Motocross 2023 สนามสุดท้าย แต่ด้วยอุปสรรคจากอาการบาดเจ็บ แต่ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองในสนามออกมาได้ดีที่สุด ถึงแม้จะพลาดโอกาสคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ติดต่อกันจากโอกาสที่เป็นรอง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวลั่นพร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้งในฤดูกาลหน้า สำหรับการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2023 สนามสุดท้าย ดวลกัน ณ สนามเสี่ยน้องสิงห์สองฝั่ง จ.มุกดาหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อินทรีแซงค์-กฤษฎา มีคะแนนสะสมอยู่ 128 แต้ม รั้งอันดับที่ 2 ตามคู่แข่งอยู่ 6 คะแนน โดยยอดนักบิดดาวรุ่งหมายเลข 17 ได้ต่อสู้สุดใจจนสามารถคว้าโพเดียม สนามส่งท้าย FMSCT Thailand Motocross 2023 สำเร็จ แม้ในท้ายที่สุดจะพลาดแชมป์ประเทศไทยสมัยที่ 5 ด้วยคะแนนห่างเพียง 4 คะแนน แต่เจ้าตัวได้ฝืนอาการบาดเจ็บ สู้เต็มที่ในสนามนี้แล้ว และพร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้งฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน โดยเริ่มออกสตาร์ตจากตำแหน่งที่ 3 พร้อมรถแข่งคู่ใจ Honda CRF250R หมายเลข 17 เปิดการ์ดสู้ทันที ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็สามารถขึ้นเป็นผู้นำ ในสถานการณ์ของการแข่งขัน “อินทรีแซงค์-กฤษฎา” ถึงจะคว้าผลงานดีที่สุดมาก็ยังต้องลุ้นผลงานของคู่แข่ง ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องต่อสู้กับทุกข้อจำกัดทั้งอาการบาดเจ็บและโอกาสที่เป็นรอง ซึ่งยอดนักบิดจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” นับได้ว่าสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม แบกอาการบาดเจ็บเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 2 ขณะที่คู่แข่งตามมาเป็นอันดับ 3 แม้จะพลาดการป้องกันแชมป์ในฤดูกาลนี้ ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันเจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยติดต่อกันต้องเข้ารับการผ่าตัดจากอาการที่บาดเจ็บ พร้อมพบกับความท้าทายครั้งใหม่เพื่อกลับมาทวงบัลลังค์แชมป์อีกครั้งใน FMSCT Thailand Motocross ฤดูกาลหน้า โดยแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” และ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” ส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าทุกคนได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ZX-10RR WSBK Edition ตัวสุดสายเขียว ขายแค่ 10 คัน ล่าสุดก็มีโมเดลพิเศษจากทางค่ายเขียวมายั่ว ๆ สาวกนินจากันซึ่งก็คือเจ้า Kawasaki Ninja ZX-10RR WSBK Edition ที่แน่นอนว่าจะหน้าตาละม้ายคล้ายกับรถแข่งทีมโรงงานแบบแยกแทบไม่ออกกันเลยทีเดียว แถมเพื่อให้ออกมายอดเยี่ยมที่สุดรถที่ว่านี้ยังใช้ผู้เชี่ยวชาญจากทางทีมแข่งของทางคาวาซากิมาช่วยจัดการให้อีกด้วยครับ สำหรับโมเดลนี้ถือว่าเป็นโมเดลที่ใกล้เคียงกับรถแข่งในศึกเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ของ Jonathan Rea และ Alex Lowes มากที่สุด ซึ่งโมเดลพื้นฐานอย่างเจ้า R เดี่ยวยังจัดเต็มฟีเจอร์หลาย ๆ อย่างเกือบทุกแบบที่ซูเปอร์ไบค์สมัยใหม่เขามี และเมื่อเป็นดับเบิ้ลอาร์ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์สำหรับการขับขี่ในสนามเข้าไปอีก เช่น ลูกสูบน้ำหนักเบาและก้านสูบไทเทเนียมจาก Pankl Racing System แคมชาฟต์ที่ปรับแต่งเป็นพิเศษ สลักลูกสูบเคลือบ DLC และสปริงวาล์วแต่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงขนาด 998 ซีซี มีแรงม้าทะลุ 200 ตัวไปได้สบาย ๆ นอกจากนี้ยังมีล้อฟอร์จน้ำหนักเบาจาก Marchesini ที่ส่งผลดีต่อการขับขี่ในสนามมาก ๆ และสำหรับเจ้าโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดนี้จะมาพร้อมปลายท่อไอเสียคาร์บอนจาก Akrapovic และวินด์ชิลด์หน้าแบบย้อมสีอีกด้วย แต่ที่สำคัญคือการมีระบบรับอากาศดีแบบแปรผัน ด้วยการมีกรวยไอดีที่มีความยาวแปรผันได้ ติดตั้งอยู่ในแอร์บ็อกซ์สำหรับใช้ในการแข่งขัน โดยสามารถสั่งให้ทำงานได้โดยใช้ชุดเรซซิ่งคิท ชุดไฟพิเศษและตัวควบคุม ซึ่งจะระบบนี้จะยกปากแตรไอดีด้วยมอเตอร์เซอร์โวที่รอบเครื่องยนต์สูงๆ ทำให้สามารถดูดอากาศเข้ามาได้มากขึ้น และที่รอบต่ำและรอบกลาง กรวยไอดีก็จะอยู่ที่ระดับเดิมเพื่อให้อากาศเข้ามาอย่างเหมาะสม จากการที่มีทางเดินไอดีที่ยาวและมีความเร็วของเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น สุดท้ายที่จะขาดไปไม่ได้เลยคือเลขซีเรียลนัมเบอร์ไม่ว้ำกันของแต่ละคันบนเพลทที่ถังน้ำมัน และชุดบ็อกซ์พิเศษที่ด้านในจะประกอบไปด้วยใบเซอร์ 2 ชุดพร้อมลายเซ็นของ Jonathan Rea และ Alex Lowes บล็อกแก้วสลักด้วยเนเซอร์เป็นรูปโมเดลรถ กุญแจรถคัสตอมพิเศษและคลิปสำหรับหนีบเงินพิเศษ นอกจากนี้จะยังได้รับชุดสติกเกอร์เบอร์แข่งของนักแข่งทั้งสอง คือ Jonathan Rea เบอร์ 65 และ Alex Lowes เบอร์ 22 เพื่อใช้ตกแต่งรถของตัวเองให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องสนนราคานั้นจะอยู่ที่ 33,145 ยูโรหรือราว ๆ 1.24 ล้านบาทครับ หากมีมีขายในไทยล่ะก็ราคาไม่เบาแน่นอนครับ เพราะมีแค่ 10 คันเท่านั้นเอง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ช่วงที่นี้ถือเป็นช่วงที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับแฟนๆ MotoGP กันเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้นั้นก็จะมีการจัดการแข่งขัน MotoGP รอบ ThaiGP ขึ้นแล้วที่สนามช้างบ้านเราในจังหวัดบุรีรัมย์วันนี้ทางเรา superbikemag.com จึงจะพาเพื่อนๆ มาชมนาฬิกาที่สาวก MotoGP ไม่ควรที่จะพลาดเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะ แฟนๆ ของ เด็กระเบิด Marc Marquez ที่หากไม่มีอะไรผิดพลาดน่าจะได้มาฉลองแชมป์ ปีนี้ที่บ้านเรานั้นเองครับ โดยนาฬิกาที่ว่านี้นั้นก็คือ Tissot T-Race Marc Marquez Limited Edition ที่จะมีผลิตออกมาเพียง 1993 เรือนตามปี ค.ศ. เกิดของ Marc นั้นเองครับ โดยตัวนาฬิกาตัวนี้นั้นจะมาในสไตล์ของ Racing Watch ที่มาพร้อมกับตัวเรือนสแตนเลส 316L ขนาด 43 มิลลิเมตร ที่เคลือบด้วย PVD สีดำและล้อมรอบด้วยวงแหวนไฟเบอร์ ใครที่เป็นแฟนคลับของ Marc Marquez บอกเลยห้ามพลาด! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

อุดมการณ์ “ถ้าคุณรักในการขับขี่รถมอเตอร์ไซต์ของคุณ สัมผัสถึงลมที่ผัดผ่านไปตามแฟริ่ง(ตัวรถ) และมองดูโลกผ่านกระจกหมวกกันน็อค เราเข้าใจ เรารู้สึกเช่นเดียวกันตั้งแต่เสียงเครื่องคํารามในครั้งแรก” #be a racer ทีมแข่งรถมอเตอร์ไซค์อาพริเลีย ทีมอาพริเลียเป็นหนึ่งในทีมแข่งรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับชัยชนะมากมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งรถ มอเตอร์ไซค์ ทีมอาพริเลียชนะการแข่งขันระดับโลกถึง54รายการ ตั้งแต่เริ่มมีการแข่งขัน อาพริเลียได้รับชัยชนะ ในการแข่งขันตั้งแต่ปี 1992 จนถึงปัจจุบันซึ่งประสบความสําเร็จ ถึง28ครั้ง และตั้งแต่ปี 2015ผู้ผลิตจากโนอาเล(Noale) ได้เข้าร่วมกับพิอาจิโอกรุ๊ปในปี 2005 รายชื่อรางวัลที่สิงห์นักบิดอาพริเลียคว้ามาได้มีดังนี้ – 38 รายการจากการแข่งขันมอเตอร์ไซค์กรังด์ปรีซ์ (20ครั้งในการแข่งขันรายการ 125ซี ซี และ 18 ครั้ง ในการแข่งขันรายการ 250 ซีซี) – 7 รายการจากเวิร์ลซูเปอร์ไบค์ (Rider and Manufacturer ในปี 2010, Rider and Manufacturer ใน ปี 2012, Manufacturer ในปี 2013 และ Rider and Manufacturer ในปี 2014) – 9 รายการจากการแข่งขัน Off-Road Disciplines (7 รายการจากมอเตอร์ไซค์วิบาก (Supermoto) และ 2 รายการจากแข่งขันเทรล (Trial) และการแข่งขันจักรยานยนต์ ทางไกล ทีมอาพริเลีย ชนะในรายการการแข่งขันมอเตอร์ไซค์กรังด์ปรีซ์ ถึง294 ครั้งและชนะ 52 ครั้งในการแข่งรายการ ซูเปอร์ไบค์ (ขึ้นแท่นรับรางวัลถึง121ครั้ง) เรื่องราวชัยชนะของอาพริเลียนั้นได้ รวมไปถึงชัยชนะปีที่แล้ว ที่ลงแข่งด้วยมอเตอร์ไซค์รุ่น RSV4-RFซึ่งขับขี่โดยโดซาวาโดรี่ (Savadori)ในรายการแข่งขันซูเปอร์สตอร์ก1000ชิงถ้วย รางวัลจากสมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (Superstock1000FIMCup) เหนื่อสิ่งอื่นใด ทีมนักบิดอาพริเลีย ถือได้ว่าเป็นตัวแทนในการแสดงออกถึงต้นกําเนิดของทีมดังคําจํากัดความว่า “อาพริเลียเป็นเบ้าหลอมของทักษะและความสามารถที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ ”พิสูจน์ด้วยนักแข่งทุกคนที่ได้สร้างชื่อให้กับประวัติศาสตร์การแข่งรถมอเตอร์ไซค์ในไม่ กี่ทศวรรษที่ ผ่านมาด้วยรถมอเตอร์ไซค์ที่ผลิตโดยโนอาเล และนอกเหนือจากชัยชนะที่น่าจดจํา คือเหล่าบรรดานักแข่งมากมายทั้ง แม็กบิแอ๊คจิ (MaxBiaggi) ผู้ที่ชนะรายการระดับโลกถึง 3 ครั้ง ในการแข่งระดับ 250 ซีซี ให้กับ ทีมอาพริเลีย ในปี 1994 ถึง 1996 ,โลลิส คาปิ ลอสซี่ (Loris Capirossi) ชนะรายการระดับโลก รุ่น 250 ซีซี ให้กับ อาพริเลีย ในปี 1998, วาเลนติ โน รอสซี่(Valentino Rossi) ชนะรายการระดับโลกรุ่น 125 ซีซี ในปี 1997 และรุ่น 250 ซีซี ในปี 1999, ฆอร์ เก โรเลนโซ (Jorge Lorenzo) ชนะรายการระดับโลก รุ่น 250 ซีซี ในปี 2006 และปี 2007, เคซี1 สโตเนอร์ (Casey Stoner) ชนะที่ 2 ในรุ่น 250 ซีซี ในปี 2005 และที่ไม่ได้กล่าวถึงคือ มานูเอลพ๊อกจาลี่ (Manuel Poggiali), มาโก้ ซิมอนเซลี่ (Marco Simoncelli), อัลวาโร บัลทิสต้า (Alvaro Bautista) และ คาซุโตะ ซาคาตะ (Kazuto Sakata) เกรซินี เรซซิ่ง (Gresini Racing) บริหารงานโดยฟาอุสโต เกรซินี แชมป์โลกคลาส 125 ซีซี 2 สมัย เกรซินี เรซซิ่งโลดแล่นอยู่ในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์รถจักรยานยนต์ตั้งแต่ปี 1997 เถลิงความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มากมาย นอกเหนือจากการคว้าแชมป์ 4 รายการโดย ไดจิโระ คาโตะ (250