
Honda CB190TR เริ่มต้น 6 หมื่น ราคาเบาๆ ที่จีน
Honda CB190TR ล่าสุด 2026 รถสไตล์ Sporty Retro จาก Honda Sundiro มาพร้อม ABS คู่และ Slipping Clutch ในงบ 6 หมื่นกว่าบาท
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า จักรยายนต์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda CB190TR ล่าสุด 2026 รถสไตล์ Sporty Retro จาก Honda Sundiro มาพร้อม ABS คู่และ Slipping Clutch ในงบ 6 หมื่นกว่าบาท

Xiaomi SU7 เทสต์ การทดสอบความอึด 24 ชั่วโมง ล่าสุด Xiaomi SU7 รุ่นปี 2026 ทำลายสถิติโลกด้วยระยะทาง 4,264 กม. แซงหน้า Xpeng P7

Kawasaki Serpico 150 ย้อนรอยประวัติและความยิ่งใหญ่ เจาะลึกเทคโนโลยี KIPS สมรรถนะ 40 แรงม้า ที่ครองใจวัยรุ่นไทยในช่วง 90

วงการ MotoGP ต้นปี 2026 ร้อนระอุยิ่งกว่ายางซอฟต์ เมื่อมีกระแสข่าวลือหนาหูจากฝั่งยุโรปว่า แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Red Bull กำลังซุ่มเจรจาดีลประวัติศาสตร์

ถนนพระราม 9 ตีเส้นทางจักรยานยนต์ ปรับปรุงตีเส้นทางร่วม ให้จักรยานและจักรยานยนต์ใช้งานร่วมกัน เสริมความปลอดภัย ลดปัญหารถวิ่งบนทางเท้า

อัปเดตอาการบาดเจ็บ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ล้มรุนแรงที่สนามเซปังฯ ประเทศมาเลเซีย ยืนยันแขนหัก ต้องลุ้นหนักเปิดฤดูกาล MotoGP 2026 จะหายทันหรือไม่

Cremona Circuit ประกาศเดบิวต์ พร้อมเปิดบ้านรับศึก WSBK 2024 ประกาศเดบิวต์อย่างเป็นทางการ สำหรับสนาม Cremona Circuit พร้อมเปิดบ้านต้อนรับศึกการแข่งขันใน WorldSBK ฤดูกาล 2024 รอบ Round 10 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 20-22 ก.ย.นี้ นับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในรายการแข่งขันระดับโลก ซึ่งที่ตั้งของสนามดังกล่าวอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี โดยหลังจากที่ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้งเสริมผิวแทร็กใหม่ โดยเฉพาะช่วงทางโค้งที่ 5,6 โค้ง 11-13 และขยายทางเข้าใหม่เพื่อเพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงขยายพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และสามารถรองรับผู้เข้าชมได้มากถึง 2 หมื่นคน และไม่ใช่เพียงการปรับปรุงสนามใหม่ที่ทำให้เข้าตากรรมการเท่านั้น ยังมีปัจจัยในด้านอื่น ๆ ทั้งการปรับเปลี่ยนโลโก้สนามใหม่ ดูทันสมัยและเป็นมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น การออกแบบดีไซน์รูทแข่งที่ให้เหล่าบรรดานักบิดได้สามารถใช้ศักยภาพได้เต็มพิกัดทั้งการใช้ความเร็วสูงสุด การเข้าโค้งและการเบรก และความเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ดั้งเดิมของ Cremona ที่โดดเด่นด้วยสีแดงและสีเทาเข้ม จนทำให้สนามแห่งนี้ มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับในรายการแข่งขันระดับโลก ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นมีความยาวของแทร็กทั้งหมด 3.768 กม. มีโค้งทั้งหมด 13 โค้ง แบ่งเป็นโค้งซ้ายจำนวน 7 โค้ง โค้งขวาจำนวน 6 โค้ง Alessandro Canevarolo CEO ของเกรโมนา เซอร์กิต กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เผยภาพลักษณ์ใหม่ ๆ สู่สายตาของสาธารณชนทั่วโลก และการเข้าถึงระหว่างคนในพื้นที่ คนรักมอเตอร์ไซค์และแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทุกมุมทั่วโลกได้มาสัมผัสกับบรรยากาศในสนามแห่งนี้ เราได้เลือกสรรสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รองรับมากมาย ให้แฟน ๆ ได้สนุกกับการแข่งขัน โดยเฉพาะโซนบริเวณโค้ง 10 ที่ต้องบอกว่าเป็นจุดไฮไลท์สำคัญของการแข่งขันที่แฟน ๆ ห้ามพลาด” สุดท้ายนี้เราอาจได้เห็นบทบาทของการแข่งขันในรายการต่าง ๆ ในสนามแห่งนี้มากยิ่งขึ้น และสร้างฐานแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตให้มากขึ้นอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 ปรับอะไรบ้าง ไปดู แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตหลาย ๆ คนน่าจะได้รับรู้ข่าวสารเรื่องการปรับเปลี่ยนกติกาทางเทคนิคเกี่ยวกับรถแข่งในรายการ MotoGP กันไปแล้ว มาวันนี้เราจะไป เจาะลึก กติกาทางเทคนิค MotoGP ปี 2027 กันครับว่ามีอะไรบ้าง – เครื่องยนต์ในคลาส MotoGP จะถูกลดขนาดความจุลงเหลือเพียง 850 ซีซี โดยขนาดกระบอกสูบจะลดจาก 81 ม.ม.เหลือเพียง 75 ม.ม. โดยจะต้องเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบและ 4 จังหวะเช่นเดิม – ค่ายผู้ผลิตที่ลงแข่งในปี 2026 จะเริ่มต้นฤดูกาล 2027 ในแรงค์ B ซึ่งแรงค์ดังกล่าวจะมีการปรับเปลี่ยนอีกในช่วงกลางฤดูกาล 2027 โดยอิงจากผลงานในช่วงแรกของฤดูกาล 2027 เพียงอย่างเดียว ผลงานก่อนหน้านี้ไม่นับ และแรงค์ปกติจะกลับมาใช้อีกครั้งหลังจากจบฤดูกาล 2027 ส่วนค่ายรถใดที่ไม่ได้ทำการแข่งขันในปี 2026 แต่เริ่มแข่งในปี 2027 จะนับเป็นแรงค์ D และจะมีการปรับเปลี่ยนแรงค์อีกครั้งแบบเดียวกันนี้ – จำนวนเครื่องยนต์สำหรับนักแข่งที่เซ็นสัญญายาวจะถูกลดเหลือเพียง 6 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาลในกรณีที่การแข่งมีทั้งหมด 20 สนาม และเป็น 7 เครื่องในกรณีมีการแข่งทั้งหมด 21 – 22 สนาม – ค่ายรถที่อยู่ในแรงค์ D จะมีสิทธิ์พิเศษ ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องยนต์ได้มากขึ้น 2 เครื่องต่อ 1 ฤดูกาล ต่อนักแข่ง 1 คน – ทุกทีมจะสามารถเข้าถึงข้อมูล GPS ของนักแข่งทุกคนได้เมื่อจบเซสชันแต่ละเซสชัน – ในพิกัด MotoGP จะถูกปรับลดเรื่องจำนวนอัตราทดเกียร์ได้ไม่เกิน 16 ชุดจากเดิม 24 ชุด (อัตราทดเกียร์ทั้งหมด 6 เกียร์ ใช้ชุดเฟืองเกียร์ทั้งหมด 6 ชุด ดังนั้นจะต้องเลือกใช้ชุดอัตราทดเกียร์อย่างชาญฉลาดและให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกับทุก ๆ สนาม เพราะถูกจำกัดจำนวน) บวกกับเฟืองเพลาขับได้อีก 4 ชุดต่อ 1 ฤดูกาล – น้ำหนักรถขั้นต่ำจากเดิมจะต้องไม่เบาไปกว่า 157 กิโลกรัมจะกลายเป็น ไม่เบาไปกว่า 153 กิโลกรัมแทน – ไม่อนุญาตเรื่องอุปกรณ์ปรับความสูงของตัวรถอีกต่อไป (Ride Height Device) รวมถึงอุปกรณ์ช่วยออกตัวที่จะทำงานตอนเริ่มการแข่งขันด้วย (Holeshot Device) – มีการลดความจุของถังน้ำมันลงเหลือ 20 ลิตรสำหรับการแข่งขันปกติ และเติมน้ำมันได้แค่ 11 ลิตรสำหรับการแข่งสปรินต์เรซ – จำกัดเรื่องความกว้างของแฟริ่งแอโรด้านหน้าหรือวิงเล็ตด้านหน้าเหลือ 550 ม.ม.จากเดิม 600 ม.ม. หรือแคบลง 5 ซม.นั่นเอง จำกัดเรื่องความสูงของด้านท้ายรถเหลือ 1,150 ม.ม.จากเดิม 1,250 ม.ม.หรือท้ายรถเตี้ยลง 10 ซม. จำกัดเรื่องส่วนที่ยื่นออกไปด้านหน้าสุด (จมูกแฟริ่งหน้า) ให้สั้นลง 50 ม.ม. นอกจากนี้ชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับแอโรไดนามิกส์ที่อยู่ด้านหลังนักแข่ง หรือวิงก์เล็ตที่ด้านท้าย จะต้องยื่นขอรับรองว่าเป็นชิ้นส่วนนึงของแอโรบอดี้ก่อน และจะอนุญาตให้มีการอัปเดตได้เพียงแค่ 1 ครั้งต่อฤดูกาลเท่านั้น – น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้จะต้องเป็นน้ำมันที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล หรือก็คือต้องใช้น้ำมันแบบยั่งยืนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการขุดเจาะแล้วมากลั่นแบบที่เราใช้กันปกติในทุกวันนี้นั้นเอง อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิว หรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ โดยผู้สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะต้องชี้แจงรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับ TWG1 ที่เป็นผู้รับผิดชอบและชี้แจงกับตัวแทนของทาง Dorna และทีมงานที่เกี่ยวข้องด้วย ก็เรียกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ จุด โดยเฉพาะเรื่องของตัวรถ ซึ่งทางดอร์น่าเองระบุว่าเพื่อความปลอดภัย ความสนุกสนาน ความตื่นเต้นเร้าใจจากการที่การแข่งขันจะแซงกันได้ง่ายขึ้น สูสีกันมากขึ้น ใกล้เคียงกับรถทั่วไปมากขึ้น และนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับเปลี่ยนแปลงวงการเลยทีเดียว ซึ่งอนาคตก็อาจจะส่งผลต่อรถบ้าน ๆ หรือรถโปรดักชันด้วยอย่างแน่นอนทีเดียวครับ ซึ่งก็คงอีกหลายปีทีเดียว หรืออนาคตอาจจะเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าแทนไปเลยก็ได้ ถ้าเทคโนโลยีแบตเตอรี่มันพัฒนาได้เร็วจนสามารถทำระยะทางได้ไกล ชาร์จได้เร็ว โดยที่แบตเตอรี่ไม่ได้มีขนาดใหญ่จนเกินไป จุดนั้นโลกก็จะเปลี่ยนอีกแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pol Tarres ควบ Tenere 700 คว้าแชมป์ Morocco Desert Challenge เรียกว่าเป็นบทพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของสายลุยไซส์กลางจากค่ายส้อมเสียงได้เป็นอย่างดีหลังจากที่ Pol Tarres ควบ Tenere 700 คว้าแชมป์ Morocco Desert Challenge 2024 การแข่งขันแรลลี่ที่แม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างดาการ์แรลลี่ แต่ก็เป็นรายการแรลลี่ระดับนานาชาติที่มีความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันรุ่นย่อยหลายประเภททั้งรถยนต์ บั๊กกี้ รถบรรทุก ไปจนถึงมอเตอร์ไซค์ สำหรับการแข่งขัน Morocco Desert Challenge 2024 นั้นแข่งขันแบบครอสคันทรีกันทั้งหมด 8 วัน 8 สเตจด้วยกัน โดยจะทำการแข่งขันกันเป็นระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร จากชายฝั่งมหาสมุทรด้านแอตแลนติกของทะเลทรายโมร็อกโกไปจบที่อีกชายฝั่งด้านนึงบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เฉลี่ยวันละกว่า 375 กิโลเมตรท่ามกลางทะเลทรายโมร็อกโกที่เรียกว่าโหดหินไม่เบา และด้วยเหตุนี้เองการแข่งขันครั้งนี้จึงจัดว่าเป็นสนามทดสอบความทนทาน ความแรง และความแข็งแกร่งของทั้งรถทั้งคนได้อย่างดี และแน่นอนว่าอย่างที่เกริ่นไว้ว่า Pol Tarres นักแข่งสัญชาติอันดอร์รา ที่ขับขี่ Yamaha Tenere 700 ในเวอร์ชัน World Raid ที่มาพร้อมกับชุดแต่ง GYTR ของทางค่าย ภายใต้สังกัด Tenere Yamaha Rally Team เอาชนะไปได้ 6 สเตจจากทั้งหมด 8 สเตจ และกลายเป็นคนแรกที่ใช้รถแอดเวนเจอร์ไบค์ 2 สูบที่เอาชนะรายการนี้ไปได้ พร้อมกับสถิติเวลารวมนำห่างจากอันดับ 2 ไปกว่า 2 ชั่วโมง เรียกได้ว่าอึดทั้งคนทั้งรถจริง ๆ สำหรับใครที่ชื่นชอบการขับขี่แบบออฟโร้ดทางไกลแบบนี้ Yamaha Tenere 700 ถือว่าเป็นโมเดลที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปก Yamaha Aerox 155 2024 ลุคใหม่ เร้าใจไปอีกขั้น Yamaha Aerox 155 2024 ออโตเมติกสกู๊ตเตอร์ทรงสปอร์ตกับการกลับมาครั้งใหม่ ด้วยสีสันที่ดุดันมากกว่าเดิม พร้อมความเร้าใจด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์พิกัด 155 ซีซี 4 วาล์ว ระบบวาล์วแปรผัน VVA ที่ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างเต็มพิกัด รุ่น ABS ราคา 83,900 บาท รุ่น Standard ราคา 72,900 บาท ระบบไฟส่องสว่าง Full LED กล่องใต้เบาะความจุ 25 ลิตร สมาร์ทคีย์ (เฉพาะรุ่น ABS) รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลรถผ่านสมาร์ทโฟนด้วย Y-Connect ช่องชาร์จไฟด้านหน้า ระบบป้องกันล้อล้อค ABS (เฉพาะรุ่น ABS) สเปก Yamaha Aerox 155 2024 ข้อมูลและรายละเอียด เครื่องยนต์ บลูคอร์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 155 ซีซี แรงม้า (เคลม) 15.4 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 13.9 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 4 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 85.0 x 58.7 มม. อัตราส่วนการอัด 11.6 : 1 ระบบเกียร์ ออโต้ ระบบจุดระเบิด T.C.I. ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทมือ ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้ง ชนิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์อัตโนมัติ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 110/80-14 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 140/70-14 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คสปริงคู่ (รุ่น Standard) โช้คสปริงคู่พร้อมซับแทงค์ (รุ่น ABS) เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 700 x 1,980 x 1,150 มม. ระยะฐานล้อ 1,350 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 145 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 125 กก. ความจุถังน้ำมัน 5.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 95, 91, E20 เทคโนโลยี ระบบส่องสว่าง LED ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) หน้าจอดิจิทัล LCD รองรับ Y-Connect เชื่อมต่อข้อมูลรถผ่านสมาร์ทโฟน กุญแจสมาร์ทคีย์ (เฉพาะรุ่น ABS) ช่องชาร์จไฟสำรอง ระบบวาล์วแปรผัน VVA สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น ABS (ราคา 83,900) รุ่น Standard (ราคา 72,900 บาท) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก๊องส์-ธัชกร ดาวรุ่งไทยสร้างประวัติศาสตร์คว้าที่ 2 เบิ้ลโพเดี้ยม โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยวัย 20 ปี จากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ควบรถแข่งคู่ใจหมายเลข 5 ผงาดคว้าอันดับ 2 ในศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2021 สนาม 6 เรซที่ 2 เฉียดคว้าชัยชนะครั้งแรกด้วยระยะห่างเพียง 0.101 วินาที พร้อมขยับรั้งท็อปไฟว์คะแนนสะสม หลังจบเรซสุดมันส์ที่เรดบูลริง ประเทศออสเตรีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นักบิดดาวรุ่งชาวไทยพัฒนาผลงานในสนามได้อย่างโดดเด่น จนได้รับการจับตามองอย่างมากในวงการแข่งขันระดับจูเนียร์ว่ามีโอกาสขยับขึ้นไปบิดใน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ หลังจากคว้าโพเดี้ยมมาแล้ว 3 ครั้งในปีนี้ ก่อนจะลงดวลเรซที่ 2 ของสนาม 6 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ธัชกร ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 5 และออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ทะยานขึ้นเป็นผู้นำได้ในช่วง 4 รอบแรก ทว่าจากความผิดพลาดเล็กน้อยทำให้ร่วงลงมาถึงอันดับ 10 อย่างไรก็ดี นักบิดไทยค่อยๆ ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาจนถึงอันดับ 2 ในช่วง 4 รอบสุดท้าย เกมเรซนี้บีบหัวใจแฟนชาวไทยอย่างมาก ธัชกร พยายามอย่างหนักในการไล่บี้เอาตำแหน่งผู้นำจาก ดาวิด อลองโซ ดาวรุ่งชาวโคลัมเบีย ก่อนเข้าป้ายในอันดับ 2 ด้วยเวลา 28 นาที 28.060 วินาที เฉียดการคว้าชัยชนะเพียง 0.101 วินาทีเท่านั้น โดยนับเป็นโพเดี้ยมครั้งที่ 4 สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบิดไทยคนแรกที่ทำได้ในรายการระดับจูเนียร์ชิงแชมป์โลก จากผลงานสุดร้อนแรง ธัชกร ขยับขึ้นมารั้งอันดับที่ 5 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 113 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขัน 1 สนาม (2 เรซ) โดยสนามสุดท้ายของ เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2021 จะดวลความเร็วระหว่างวันที่ 11-12 กันยายนนี้ ที่ มอเตอร์แลนด์ อรากอน ประเทศสเปน แฟนชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : https://www.facebook.com/APHondaRacingTH อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Super Cub 125X ผลงานสุดแหวกจากการร่วมมือของ Honda อิตาลีและ MAAN Motocicli Audaci หลังจากที่ทาง Honda ในยุโรปเปิดตัว Super Cub C125 2022 ที่มาพร้อมกับเบาะนั่งแบบ 2 ตอนพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ฮอนด้า อิตาลี ก็ได้ไว้วางใจให้สำนักแต่งอย่าง Motocicli Audaci จาก Cagliari ได้ทำการคัสตอมโมเดลใหม่นี้ในแบบที่สนุกยิ่งกว่าที่เคย โดยมี Nicola Manca รับผิดชอบออกแบบและประสานงานทั่วไป ขณะที่ Matteo Murgia ที่มีชื่อเรื่องผลงานกราฟิกมากมาย โดยมีพื้นฐานการตัดต่อตกแต่งรถของ Honda ให้กลายเป็นโมเดลที่น่าสนใจมากมายอาทิ Tokyo Legend, Rebel Mask และ Crazy Monkey เป้าหมายของพวกเขาคือปรับคาแรกเตอร์ใหม่ให้กับรถ โดยให้มีความพอดิบพอดี ไม่มากจนเกินไป และการเปลี่ยนแปลงจะต้องไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับโครงสร้างของตัวรถ แต่ก็ต้องปรับเปลี่ยนส่วนระบบกันสะเทือนและหน้าตาภายนอกอยู่หลายกระบวนท่า Super Cub 125X ที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่นั้นยังมีหลายชิ้นส่วนที่ยังคงเดิม อาทิไฟหน้า LED แต่ก็มีจุดเด่นใหม่เพิ่มเติมเข้ามา เช่นเบาะนั่งแบบ 2 ตอน ตอนนี้ก็ถูกปรับเป็นเบาะหนังอัลคันทาราและเรียวมากขึ้น บังโคลนหน้าเองก็มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสไตล์ของรถมากขึ้น บังโคลนท้ายแบบตูดเป็ดก็เป็นงานโลหะคัสตอมจากทาง Serri Motorsport ซึ่งมีไฟท้าย LED อยู่ในตัว มีครอบดิสก์พลาสติกที่ออกแบบผ่านโปรแกรม CAD และพิมพ์แบบ 3 มิติออกมาจากทาง FabLab NAT14 ช่วยเสริมภาพลักษณ์ลุยๆ แบบเอ็นดูโร่ได้มากยิ่งขึ้นแถมยังกลมกลืนลงตัวกับครอบโช้คหน้าอีกด้วย ในส่วนของระบบกันสะเทือนนั้นเป็นทาง Andreani Group ดูแลให้ มี Fabrizio Corda จาก Powermoto ทำหน้าที่ปรับแต่งให้เหมาะกับรถคันนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถที่จะขับขี่แบบออฟโร้ดได้ ขณะเดียวกันก็ต้องมีระยะห่างระหว่างตัวรถถึงพื้นที่เหมาะสมด้วย การเซ็ตอัพครั้งนี้ทำให้มีระยะเพิ่มมากขึ้นถึง 40 ม.ม. อีกจุดนึงที่เด่นมากๆ คือท่อไอเสียพร้อมกับการ์ดที่ใช้ชิ้นส่วนด้านข้างตัวรถให้เป็นประโยชน์ โดยเลือกใช้คาร์บอนมาทำตรงการ์ดปลายท่อซึ่งไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังใช้งานได้จริง โดยเป็นผลงานจากทาง Il Sarto dei Metals ล้อนั้นถูกทำสีขึ้นใหม่เป็นสีดำดูดุดันไม่กลัวเลอะ พร้อมกับใส่ยางหนามที่มีขนาดพอเหมาะเข้ากับรถมากขึ้น ทั้งนี้รถเกือบทั้งคันใช้ของที่ทำขึ้นใน Sardinia และออกแบบมาให้สามารถลุยบนเส้นทางวิบากกว่า 500 กม.ของการแข่งขัน Dust’n Sardinia ได้อีกด้วย โดยการแข่งขันนี้จัดขึ้นโดย Audax1000 และยังเป็นสเตจแรกของการแข่งขันรายการ FMI Scrambler Trophy อีกด้วย แน่นอนว่าเจ้าคันนี้จะไปโชว์ในงานนี้ด้วย และหลังจากนั้นก็จะไปโชว์ตัวต่อใน EICMA อีกด้วยครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สรุปผล WSBK ที่ Czech Toprak คว้าชัย 2 เรซ พร้อมชัยชนะของ Redding ในเรซ 2 สรุปผล WSBK ที่ Czech หรือที่สาธารณรัฐเช็คเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับการแข่งขันที่สนาม Most ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกกับสนามใหม่แห่งนี้ ผลการแข่งขันนั้นเป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าหัวใจแทบหยุดเต้นกันเลยทีเดียว Race 1 Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF-R1) ออกสตาร์ทจากกริดที่ 2 ได้ดีมีแชมป์โลกอย่าง Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) และ Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ตามบี้แบบติด ๆ และกลายเป็นกลุ่มนำ 3 คน พร้อมผลัดกันขึ้นนำไปมา ห่างจากกลุ่มนำ 2 วินาที มี Michael Ruben Rinaldi (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) และ Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) กำลังดวลกันเพื่อแย่งอันดับที่ 4 หลังจากนั้นไม่นาน Redding มีโอกาสขึ้นนำและเริ่มทิ้งห่างคู่แข่งอีก 2 คน จนกลายเป็นผู้ชมมานั่งลุ้นกันว่าใครจะได้โพเดียมอันดับที่ 2 แทน เมื่อการแข่งขันมาถึงช่วงกลางเรซ กลายเป็นว่านักแข่งชาวตุรกีหรือ Razgatlioglu สามารถแซง Rea ขึ้นมารั้งอันดับ 2 และจากนั้น Rea ก็ล้มไปที่สุดทางตรงก่อนจะกลับเข้าแข่งอีกครั้งในอันดับที่ 11 ตามหลัง นักแข่งเยอรมัน Marvin Fritz (IXS-YART Yamaha / Yamaha YZF R1) ที่ได้ไวลด์การ์ดเข้ามาแข่งในรอบนี้ ทำให้ตอนนี้ Andrea Locatelli เขยิบมาอยู่บนโพเดี้ยม โดยมี Rinaldi กับ Axel Bassani (Motocorsa Racing / Ducati Panigale V4 R) และ Garrett Gerloff (GRT Yamaha WorldSBK Team / Yamaha YZF R1) ที่ตามหลังอยู่ 3 วินาที พร้อมดวลกันแย่งอันดับที่ 4 และด้วยความเร็วของบัง Toprak ก็ทำให้ Redding ต้องลำบาก โดยทั้งคู่ต่างก็ทำให้คนดูแทบช็อกด้วยกันดวลกันจนแล็ปสุดท้ายก่อนที่ชัยชนะจะตกเป็นของ Razgatlioglu ที่เฉือนเอาชนะไปแบบเพียง 0.04 วินาทีเท่านั้น และอันดับที่ 3 เป็นของ Andrea Locatelli ผลการแข่งขัน Race 1: อันดับ นักแข่ง 1 T. Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 2 S. Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale

เปิดตัว New Scoopy Snoopy Limited Edition 4000 คันเท่านั้น ฮอนด้า ส่งมอบความสนุกครั้งใหม่ให้วัยรุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถแฟชั่น เอ.ที. ของเมืองไทย ด้วยการ เปิดตัว New Scoopy Snoopy Limited Edition รถลิมิเต็ดรุ่นพิเศษที่เกิดจากการครอสแบรนด์กันระหว่าง Scoopy และ Snoopy โดยจะผลิตจำนวนจำกัดเพียง 4,000 คัน เท่านั้น! โมเดลพิเศษนี้ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “สนู๊ป…หลุดกรอบ” ครั้งแรกของโลกกับการผสาน 2 ไอคอนแห่งความสนุกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นั่นคือ Scoopy ไอคอนรถจักรยานยนต์ที่โดนใจวัยรุ่นไทย และ Snoopy ไอดอลแห่งความกวนจากการ์ตูน 4 ช่องของหนังสือพิมพ์อเมริกัน ตัวรถถ่ายทอดคาแรกเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Snoopy และ Charlie Brown อย่างเด่นชัดด้วยลวดลายที่ไม่เหมือนใคร ด้านหนึ่งเป็นตัวการ์ตูน Snoopy ที่มาในชุดนักบินมาดเท่ ส่วนอีกด้านเป็นเพื่อนซี้คู่ใจอย่าง Charlie Brown เสริมความเท่ด้วยการเล่นแถบสีเหลือง แดง และน้ำเงินบนพื้นสีขาวของตัวรถ พร้อมกับบ่งบอกความเป็นลิมิเต็ดด้วยแบดจ์ Scoopy x Snoopy ด้านหน้าตัวรถ นอกจากลวดลายที่โดดเด่นแล้ว New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ยังทันสมัยด้วยไฟหน้า LED ช่องชาร์จไฟสำรอง USB Socket กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Honda SMART Key และกล่องเก็บของ U Box ที่มีความจุถึง 15.4 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ eSP New Generation ขนาด 110 ซีซี หัวฉีด PGM-FI ให้อัตราเร่งติดมือ ขับขี่สนุกยิ่งกว่า และให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 55.6 กม./ลิตร (ทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์) พร้อมระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System และระบบ Combi Brake ช่วยกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 4,000 คัน เท่านั้น พร้อมวางจำหน่ายคู่กับหมวกกันน็อกลายพิเศษ Scoopy x Snoopy สีดำเงาสุดพรีเมียม ด้วยราคาแนะนำ 54,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th หรือเฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก๊องส์-ธัชกร ดาวรุ่งไทยสร้างประวัติศาสตร์คว้าที่ 2 เบิ้ลโพเดี้ยม โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยวัย 20 ปี จากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ควบรถแข่งคู่ใจหมายเลข 5 ผงาดคว้าอันดับ 2 ในศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2021 สนาม 6 เรซที่ 2 เฉียดคว้าชัยชนะครั้งแรกด้วยระยะห่างเพียง 0.101 วินาที พร้อมขยับรั้งท็อปไฟว์คะแนนสะสม หลังจบเรซสุดมันส์ที่เรดบูลริง ประเทศออสเตรีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นักบิดดาวรุ่งชาวไทยพัฒนาผลงานในสนามได้อย่างโดดเด่น จนได้รับการจับตามองอย่างมากในวงการแข่งขันระดับจูเนียร์ว่ามีโอกาสขยับขึ้นไปบิดใน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ หลังจากคว้าโพเดี้ยมมาแล้ว 3 ครั้งในปีนี้ ก่อนจะลงดวลเรซที่ 2 ของสนาม 6 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ธัชกร ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 5 และออกตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ทะยานขึ้นเป็นผู้นำได้ในช่วง 4 รอบแรก ทว่าจากความผิดพลาดเล็กน้อยทำให้ร่วงลงมาถึงอันดับ 10 อย่างไรก็ดี นักบิดไทยค่อยๆ ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาจนถึงอันดับ 2 ในช่วง 4 รอบสุดท้าย เกมเรซนี้บีบหัวใจแฟนชาวไทยอย่างมาก ธัชกร พยายามอย่างหนักในการไล่บี้เอาตำแหน่งผู้นำจาก ดาวิด อลองโซ ดาวรุ่งชาวโคลัมเบีย ก่อนเข้าป้ายในอันดับ 2 ด้วยเวลา 28 นาที 28.060 วินาที เฉียดการคว้าชัยชนะเพียง 0.101 วินาทีเท่านั้น โดยนับเป็นโพเดี้ยมครั้งที่ 4 สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบิดไทยคนแรกที่ทำได้ในรายการระดับจูเนียร์ชิงแชมป์โลก จากผลงานสุดร้อนแรง ธัชกร ขยับขึ้นมารั้งอันดับที่ 5 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 113 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขัน 1 สนาม (2 เรซ) โดยสนามสุดท้ายของ เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2021 จะดวลความเร็วระหว่างวันที่ 11-12 กันยายนนี้ ที่ มอเตอร์แลนด์ อรากอน ประเทศสเปน แฟนชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : https://www.facebook.com/APHondaRacingTH อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Super Cub 125X ผลงานสุดแหวกจากการร่วมมือของ Honda อิตาลีและ MAAN Motocicli Audaci หลังจากที่ทาง Honda ในยุโรปเปิดตัว Super Cub C125 2022 ที่มาพร้อมกับเบาะนั่งแบบ 2 ตอนพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ฮอนด้า อิตาลี ก็ได้ไว้วางใจให้สำนักแต่งอย่าง Motocicli Audaci จาก Cagliari ได้ทำการคัสตอมโมเดลใหม่นี้ในแบบที่สนุกยิ่งกว่าที่เคย โดยมี Nicola Manca รับผิดชอบออกแบบและประสานงานทั่วไป ขณะที่ Matteo Murgia ที่มีชื่อเรื่องผลงานกราฟิกมากมาย โดยมีพื้นฐานการตัดต่อตกแต่งรถของ Honda ให้กลายเป็นโมเดลที่น่าสนใจมากมายอาทิ Tokyo Legend, Rebel Mask และ Crazy Monkey เป้าหมายของพวกเขาคือปรับคาแรกเตอร์ใหม่ให้กับรถ โดยให้มีความพอดิบพอดี ไม่มากจนเกินไป และการเปลี่ยนแปลงจะต้องไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับโครงสร้างของตัวรถ แต่ก็ต้องปรับเปลี่ยนส่วนระบบกันสะเทือนและหน้าตาภายนอกอยู่หลายกระบวนท่า Super Cub 125X ที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่นั้นยังมีหลายชิ้นส่วนที่ยังคงเดิม อาทิไฟหน้า LED แต่ก็มีจุดเด่นใหม่เพิ่มเติมเข้ามา เช่นเบาะนั่งแบบ 2 ตอน ตอนนี้ก็ถูกปรับเป็นเบาะหนังอัลคันทาราและเรียวมากขึ้น บังโคลนหน้าเองก็มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสไตล์ของรถมากขึ้น บังโคลนท้ายแบบตูดเป็ดก็เป็นงานโลหะคัสตอมจากทาง Serri Motorsport ซึ่งมีไฟท้าย LED อยู่ในตัว มีครอบดิสก์พลาสติกที่ออกแบบผ่านโปรแกรม CAD และพิมพ์แบบ 3 มิติออกมาจากทาง FabLab NAT14 ช่วยเสริมภาพลักษณ์ลุยๆ แบบเอ็นดูโร่ได้มากยิ่งขึ้นแถมยังกลมกลืนลงตัวกับครอบโช้คหน้าอีกด้วย ในส่วนของระบบกันสะเทือนนั้นเป็นทาง Andreani Group ดูแลให้ มี Fabrizio Corda จาก Powermoto ทำหน้าที่ปรับแต่งให้เหมาะกับรถคันนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถที่จะขับขี่แบบออฟโร้ดได้ ขณะเดียวกันก็ต้องมีระยะห่างระหว่างตัวรถถึงพื้นที่เหมาะสมด้วย การเซ็ตอัพครั้งนี้ทำให้มีระยะเพิ่มมากขึ้นถึง 40 ม.ม. อีกจุดนึงที่เด่นมากๆ คือท่อไอเสียพร้อมกับการ์ดที่ใช้ชิ้นส่วนด้านข้างตัวรถให้เป็นประโยชน์ โดยเลือกใช้คาร์บอนมาทำตรงการ์ดปลายท่อซึ่งไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังใช้งานได้จริง โดยเป็นผลงานจากทาง Il Sarto dei Metals ล้อนั้นถูกทำสีขึ้นใหม่เป็นสีดำดูดุดันไม่กลัวเลอะ พร้อมกับใส่ยางหนามที่มีขนาดพอเหมาะเข้ากับรถมากขึ้น ทั้งนี้รถเกือบทั้งคันใช้ของที่ทำขึ้นใน Sardinia และออกแบบมาให้สามารถลุยบนเส้นทางวิบากกว่า 500 กม.ของการแข่งขัน Dust’n Sardinia ได้อีกด้วย โดยการแข่งขันนี้จัดขึ้นโดย Audax1000 และยังเป็นสเตจแรกของการแข่งขันรายการ FMI Scrambler Trophy อีกด้วย แน่นอนว่าเจ้าคันนี้จะไปโชว์ในงานนี้ด้วย และหลังจากนั้นก็จะไปโชว์ตัวต่อใน EICMA อีกด้วยครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สรุปผล WSBK ที่ Czech Toprak คว้าชัย 2 เรซ พร้อมชัยชนะของ Redding ในเรซ 2 สรุปผล WSBK ที่ Czech หรือที่สาธารณรัฐเช็คเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับการแข่งขันที่สนาม Most ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกกับสนามใหม่แห่งนี้ ผลการแข่งขันนั้นเป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าหัวใจแทบหยุดเต้นกันเลยทีเดียว Race 1 Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF-R1) ออกสตาร์ทจากกริดที่ 2 ได้ดีมีแชมป์โลกอย่าง Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) และ Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ตามบี้แบบติด ๆ และกลายเป็นกลุ่มนำ 3 คน พร้อมผลัดกันขึ้นนำไปมา ห่างจากกลุ่มนำ 2 วินาที มี Michael Ruben Rinaldi (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) และ Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) กำลังดวลกันเพื่อแย่งอันดับที่ 4 หลังจากนั้นไม่นาน Redding มีโอกาสขึ้นนำและเริ่มทิ้งห่างคู่แข่งอีก 2 คน จนกลายเป็นผู้ชมมานั่งลุ้นกันว่าใครจะได้โพเดียมอันดับที่ 2 แทน เมื่อการแข่งขันมาถึงช่วงกลางเรซ กลายเป็นว่านักแข่งชาวตุรกีหรือ Razgatlioglu สามารถแซง Rea ขึ้นมารั้งอันดับ 2 และจากนั้น Rea ก็ล้มไปที่สุดทางตรงก่อนจะกลับเข้าแข่งอีกครั้งในอันดับที่ 11 ตามหลัง นักแข่งเยอรมัน Marvin Fritz (IXS-YART Yamaha / Yamaha YZF R1) ที่ได้ไวลด์การ์ดเข้ามาแข่งในรอบนี้ ทำให้ตอนนี้ Andrea Locatelli เขยิบมาอยู่บนโพเดี้ยม โดยมี Rinaldi กับ Axel Bassani (Motocorsa Racing / Ducati Panigale V4 R) และ Garrett Gerloff (GRT Yamaha WorldSBK Team / Yamaha YZF R1) ที่ตามหลังอยู่ 3 วินาที พร้อมดวลกันแย่งอันดับที่ 4 และด้วยความเร็วของบัง Toprak ก็ทำให้ Redding ต้องลำบาก โดยทั้งคู่ต่างก็ทำให้คนดูแทบช็อกด้วยกันดวลกันจนแล็ปสุดท้ายก่อนที่ชัยชนะจะตกเป็นของ Razgatlioglu ที่เฉือนเอาชนะไปแบบเพียง 0.04 วินาทีเท่านั้น และอันดับที่ 3 เป็นของ Andrea Locatelli ผลการแข่งขัน Race 1: อันดับ นักแข่ง 1 T. Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 2 S. Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale

เปิดตัว New Scoopy Snoopy Limited Edition 4000 คันเท่านั้น ฮอนด้า ส่งมอบความสนุกครั้งใหม่ให้วัยรุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถแฟชั่น เอ.ที. ของเมืองไทย ด้วยการ เปิดตัว New Scoopy Snoopy Limited Edition รถลิมิเต็ดรุ่นพิเศษที่เกิดจากการครอสแบรนด์กันระหว่าง Scoopy และ Snoopy โดยจะผลิตจำนวนจำกัดเพียง 4,000 คัน เท่านั้น! โมเดลพิเศษนี้ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “สนู๊ป…หลุดกรอบ” ครั้งแรกของโลกกับการผสาน 2 ไอคอนแห่งความสนุกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นั่นคือ Scoopy ไอคอนรถจักรยานยนต์ที่โดนใจวัยรุ่นไทย และ Snoopy ไอดอลแห่งความกวนจากการ์ตูน 4 ช่องของหนังสือพิมพ์อเมริกัน ตัวรถถ่ายทอดคาแรกเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Snoopy และ Charlie Brown อย่างเด่นชัดด้วยลวดลายที่ไม่เหมือนใคร ด้านหนึ่งเป็นตัวการ์ตูน Snoopy ที่มาในชุดนักบินมาดเท่ ส่วนอีกด้านเป็นเพื่อนซี้คู่ใจอย่าง Charlie Brown เสริมความเท่ด้วยการเล่นแถบสีเหลือง แดง และน้ำเงินบนพื้นสีขาวของตัวรถ พร้อมกับบ่งบอกความเป็นลิมิเต็ดด้วยแบดจ์ Scoopy x Snoopy ด้านหน้าตัวรถ นอกจากลวดลายที่โดดเด่นแล้ว New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ยังทันสมัยด้วยไฟหน้า LED ช่องชาร์จไฟสำรอง USB Socket กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Honda SMART Key และกล่องเก็บของ U Box ที่มีความจุถึง 15.4 ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ eSP New Generation ขนาด 110 ซีซี หัวฉีด PGM-FI ให้อัตราเร่งติดมือ ขับขี่สนุกยิ่งกว่า และให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 55.6 กม./ลิตร (ทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์) พร้อมระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System และระบบ Combi Brake ช่วยกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 4,000 คัน เท่านั้น พร้อมวางจำหน่ายคู่กับหมวกกันน็อกลายพิเศษ Scoopy x Snoopy สีดำเงาสุดพรีเมียม ด้วยราคาแนะนำ 54,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th หรือเฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก
Thai Honda Motorsports 2024 เปิดตัวนักแข่ง และทีมโค้ชมอเตอร์สปอร์ต 2024 ตั้งเป้าสุดท้าทาย มุ่งสร้างผลงานในระดับโลก ”ก้อง-สมเกียรติ” นำทัพสู้ศึกโมโตทู ปีที่ 6 “ก๊องส์-ธัชกร” ลุยโมโตทรีเต็มฤดูกาลครั้งแรก“ไทยฮอนด้า” ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ประกาศแผนมอเตอร์สปอร์ตปี 2024 ยกระดับนักบิดไทยภายใต้โครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” สู่ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ส่ง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ลุยศึกชิงแชมป์โลกรุ่นโมโตทู ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ด้วยเป้าหมายสุดท้าทายในการจบอันดับท็อปทรี พร้อมดัน “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี อีกหนึ่งนักบิดฝีมือดี ลงแข่งขันโมโตทรี แบบเต็มฤดูกาลเป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับการผลักดันนักแข่งดาวรุ่งอย่าง “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ลุยศึกเยาวชนชิงแชมป์โลก รายการ “เอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” และ รายการ “เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ” เพื่อสร้างนักแข่งรุ่นใหม่สู่การเป็นนักแข่งระดับโลกในรุ่นต่อไป ภายใต้แนวคิด “The Next Successor To Become The World Class Riders” มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย กล่าวว่า “ในปี 2023 ที่ผ่านมา นักแข่งจากทีม “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ต่างพากันสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม ทั้งหมดเป็นผลจากการทำงานอย่างเป็นระบบภายใต้โครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ที่ทำให้เราสามารถพัฒนานักแข่งได้อย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าในปีนี้ เราจะมีนักแข่งลงชิงชัยในศึกชิงแชมป์โลกถึงสองคน นั่นคือ “สมเกียรติ จันทรา” และ “ธัชกร บัวศรี” ในขณะเดียวกัน เราได้ผลักดันนักแข่งดาวรุ่งอีกมากมายลงแข่งในระดับนานาชาติและระดับเอเชีย ซึ่งอีกหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการส่งนักแข่งและทีมแข่งเข้าร่วมการแข่งขันที่มีความเข้มข้นอย่างรายการ “มาเลเซีย ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ” เป็นครั้งแรก รวมถึงการมอบตำแหน่ง ”เรซโค้ช” ให้กับ “มุกข์ลดา สารพืช” เข้ามาดูแลนักแข่งและถ่ายทอดประสบการณ์ร่วมกับ “รัฐภาคย์ วิไลโรจน์” และ “สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง” โดยมีที่ปรึกษาอย่าง มร.ชินอิจิ อิโต อดีตนักแข่งระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ มาร่วมวางแผนการฝึกที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันให้นักแข่งของเราสร้างผลงานได้อย่างต่อเนื่องในทุกระดับ เราเชื่อว่าการแข่งขันในปีนี้จะมีความเข้มข้นเป็นอย่างมาก และไทยฮอนด้าพร้อมแล้วที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ขอฝากแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยร่วมติดตามและส่งกำลังใจเชียร์ทีมแข่ง “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” และนักแข่งฮอนด้าทุกคนด้วยครับ” เริ่มจากการแข่งขันในรายการที่เป็นที่สุดของโลก อย่างรายการ เวิลด์กรังด์ปรีซ์ ในปีนี้ ไทยฮอนด้าได้ส่ง 2 นักแข่ง เข้าร่วมชิงชัย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา” หมายเลข 35 เจ้าของรางวัล นักกีฬาอาชีพชายดีเด่นสองปีซ้อน จากการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่คว้าอันดับ 6 ของโลกในเวิล์ดกรังด์ปรีซ์ 2023 รุ่นโมโตทู ลงแข่งขันรุ่นโมโตทู เป็นปีที่ 6 ภายใต้สังกัด “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย” ด้วยเป้าหมายสุดท้าทาย นั่นคือการคว้าท็อปทรีให้ได้ ตามด้วย “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี หมายเลข 5 ลงสู้ศึก เวิลด์กรังด์ปรีซ์ใน รุ่นโมโตทรี แบบเต็มฤดูกาล ด้วยเป้าหมายคว้าท็อปเท็น สำหรับการแข่งขันระดับเยาวชนชิงแชมป์โลก Thai Honda Motorsports 2024 ส่ง “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข 20 นักบิดดาวรุ่งเข้าแข่งขันในรายการ “เอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ” และ “เรดบลู โมโตจีพี รุกกี้ส์ คัพ” โดยวางเป้าหมายไว้ที่การจบท็อปเท็นในทั้งสองรายการในระดับเอเชีย เริ่มจากรายการ “เอเชีย ทาเลนต์ คัพ” ไทยฮอนด้า ส่ง 3

Honda Stylo 160 เผยโฉมที่อินโด เด่นด้วยดิสก์เบรกหน้าหลัง เมื่อแฟชั่นเพียงอย่างเดียวไม่ตอบโจทย์ แต่สิ่งที่จะตอบโจทย์ได้ดีคือแฟชันและสมรรถนะ งานนี้เจอกันได้ใน Honda Stylo 160 ที่ล่าสุดเผยโฉมที่อินโดนีเซีย โดยมากันหลากสีสัน สองทางเลือกระหว่าง ABS และ CBS สำหรับเจ้า Stylo นี้จะมาในดีไซน์แบบคลาสสิกเรโทรโมเดิร์น ให้ความรู้สึกดูดีพรีเมียมมีสไตล์ทุกมุมมอง ด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบแยกส่วนไฟเลี้ยวไปที่บิลด์อินที่แฟริ่งด้านหน้าส่วนล่าง ด้านหลังมีไฟท้ายขนาดใหญ่ และแน่นอนว่าเป็น LED เต็มระบบ หน้าจอเรือนไมล์เป็นแบบดิจิทัล LCD อ่านค่าง่ายใช้งานสะดวก เครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 160 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังแรง 15.4 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิดสูงสุดที่ 13.8 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ใช้น้ำมันจากถังน้ำมันขนาด 5 ลิตร ขับเคลื่อนระบบสายผ่าน เกียร์อัตโนมัติ ช่วงล่างเลือกใช้เฟรมอันเดอร์โบน eSAF มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าเป็นโช้คเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นสวิงอาร์มกับโช้คเดี่ยว ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรก ด้านหลังเป็นดิสก์เบรก เฉพาะรุ่น ABS ตัวสแตนดาร์ดจะเป็นดรัมเบรกที่ด้านหลัง ส่วนล้อและยางจะเป็นขนาด 110/90 – 12 และ 130/80 – 12 แบบไม่ใช่ยางใน ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่โดดเด่นก็จะเป็นช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 16.5 ลิตร ช่องเก็บของด้านหน้าพร้อมช่องจ่ายไฟแบบ USB A พร้อมช่องใส่มือถือสมาร์ทโฟน สะดวกสบายด้วยระบบสมาร์ทคีย์ พร้อมตอบโจทย์พ่อบ้านด้วยที่แขวนสัมภาระแบบพับเก็บได้ที่ด้านหน้า และประหยัดสุด ๆ ด้วยระบบ Idling Stop สุดท้ายนี้วางจำหน่ายกัน 2 เวอร์ชัน รวมกันแล้วมากถึง 6 เฉดสี โดยรุ่น ABS จำหน่ายที่ราคา 30,425,000 รูปียะฮ์ แปลงเป็นเงินไทยตรง ๆ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 69,000 บาท ถ้ามาจำหน่ายที่บ้านเราน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 75,000 บาทมั้งครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รีวิว Solar Proud 125 แฟมิลี่ไบค์ เรียบหรู ดูดีอย่างลงตัว พบกับบทความรีวิวกันอีกเช่นเคย ครั้งนี้ SuperBike Thailand ได้มีโอกาสมารีวิวรถมอเตอร์ไซค์จากค่ายน้องใหม่อย่าง Solar ในรุ่น Solar Proud 125 กับโฉมสไตล์รถครอบครัว ในพิกัด 125 ซี.ซี. พร้อมการดีไซน์แบบคลาสสิก เรียบหรู ดูดีอย่างลงตัว ในคอนเซ็ปต์ PAVE YOUR OWN WAY ใช้ชีวิตให้ PROUD ในแบบคุณ โดยการรีวิวขับขี่ครั้งนี้ จะตอบโจทย์การใช้งาน ได้มากน้อยเพียงใด ไปดูกัน แต่ก่อนอื่นเลย ก่อน รีวิว Solar Proud เราจะพามาทำความรู้จักของโมเดลรุ่นนี้กันก่อน โดยรถรุ่นนี้ ถูกผลิตและออกแบบโดยคนไทยอย่างบริษัท ทริลเลี่ยน มอเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์แบรนด์สัญชาติไทยที่เราคุ้นเคยนั่นเอง ดีไซน์หรูหรา ลงตัว เรามาดูรูปลักษณ์ การดีไซน์ของรถโมเดลนี้กันก่อน เริ่มจากด้านหน้า กับระบบไฟส่องสว่าง Full LED ทั้ง ไฟหน้า ไฟท้าย และไฟหรี่ รวมทั้ง บริเวณบังลมด้านหน้าจะมีเพลทโลโก้ Solar บริเวณใต้ไฟหน้า ซึ่งออกแบบมาอย่างได้สวยงาม เด่น พร้อมโลโก้รุ่น Proud 125 ที่บังลมด้านซ้าย ให้ความหรูหราและลงตัว ถัดมาเลยก็คือ ตัวเรือนไมล์ดิจิตอล LCD ที่แสดงผลฟังก์ชันครบครัน ทั้งอัตราความเร็ว ตำแหน่งเกียร์ ตำแหน่งไฟสูง-ต่ำ ความจุน้ำมัน รอบเครื่องยนต์ พร้อมกิมมิกลูกเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการเปลี่ยนสีของหน้าจอในเวลาสลับเกียร์นั่นเอง ซึ่งแสดงผลได้ดีทั้งกลางวันและกลางคืน ถือว่าเป็นลูกเล่นที่น่าสนใจเลยทีเดียว ต่อกันที่ประกับฝั่งซ้าย จะมีปุ่มสวิตช์คอนโทรลรถ เช่น สวิตช์ไฟฉุกเฉินหรือไฟผ่าหมาก สวิตช์เปิด-ปิด ไฟหรี่ และปุ่มสตาร์ทมือ ส่วนประกับขวา สวิตช์ไฟสูง-ต่ำ ไฟเลี้ยว ปุ่มแตร และสายโช้คคาบูเรเตอร์นั่นเอง ด้านคอนโทรลกลาง สิ่งแรกที่เห็นเด่น ๆ เลยก็คือ ตะแกรงรถมอเตอร์ไซค์จากโรงงาน พร้อมช่องเก็บของขนาดกะทัดรัด สามารถเก็บอุปกรณ์โทรศัพท์ ที่ชาร์จแบตสำรองหรืออุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เสริมด้วยเบาะนั่งชิ้นเดียวตอนยาว ถือเป็นจุดเด่นอีกอย่างนึงของเจ้า โซล่าร์ พราวด์ 125 คันนี้ เพราะทางโรงงานจัดมาให้ชิ้นใหญ่พอสมควร ซึ่งผู้ขับขี่และคนซ้อน สามารถนั่งได้แบบสบาย ๆ ส่วนแฟริ่งด้านหลังดีไซน์ออกมาให้มีความเรียบหรู ด้วยลวดลายสีแดงออกแบบเข้ากับตัวรถได้อย่างสวยงาม พร้อมด้วยมือจับคนซ้อนที่แข็งแรงและทนทานนั่นเอง เครื่องยนต์สมสมรรถนะ ขับขี่ง่าย ใคร ๆ ก็ขี่ได้ มาพูดถึงเครื่องยนต์กันบ้าง ซึ่งรุ่นรถก็บอกไปแล้วว่าเป็นรถพิกัด 125 ซี.ซี. แต่จริง ๆ รายละเอียดสเปคของเจ้ารถโมเดลรุ่นนี้ จะเป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 1 สูบ 123.7 ซี.ซี. ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์วต่อสูบ ให้พละกำลังแรงม้าที่ 8.16 แรงม้าที่ 8,000 รอบ และแรงบิด 8.8 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ มาพร้อมกับระบบเกียร์วน 4 สปีด ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ คาบูเรเตอร์ และระบบขับเคลื่อนแบบโซ่ ซึ่งถือว่าขี่ง่าย มือใหม่ก็สามารถขับขี่ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ตัวรถยังมีน้ำหนักค่อนข้างเบา โดยหนักเพียง 93 กิโลกรัมเท่านั้น ประกอบกับ ขนาดถังน้ำมันมีความจุถึง 3.5 ลิตร เอาจริง ๆ แล้ว รถคันนี้เบาเลย และความเร็วที่ทำได้สูงสุดก็คือ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั่นเอง ซึ่งเหมาะสมกับรถสไตล์แฟมิลี่ ที่ใคร ๆ ก็สามารถใช้ได้ ช่วงล่างนุ่มนวล อุ่นใจ สำหรับช่วงล่างตัวรถ เริ่มกันที่โช้คหน้า แบบเทเลสโคปิก ส่วนโช้คหลังแบบสตรัทสปริงคู่ สามารถปรับระดับได้ ส่วนระบบเบรก จะเป็นดิสก์เบรกด้านหน้า พร้อมลูกสูบคู่ และดรัมเบรกด้านหลัง ซึ่งถือว่าสมส่วน กับโซล่าร์

00สเปค ราคา Honda CL300 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ Honda CL300 2023 เรโทรไบค์ในสไตล์สแครมเบลอร์ไบค์พิกัดเริ่มต้นกับบล็อกเครื่องยอดนิยมของทางค่าย มาในรูปลักษณ์คลาสสิกพร้อมลุยฝุ่นให้ชีวิตได้สนุกในแบบที่แปลกใหม่ยิ่งขึ้น ราคาแนะนำ 149,900 บาท สเปค, สเป็ก ไฟหน้า LED ดีไซน์คุ้นตา เรือนไมล์ทรงกลมดิจิทัลแบบกลับสี ปลอกกันฝุ่นโช้คหน้าองค์ประกอบของความย้อนยุค ปลายท่อยกสูงตามสไตล์ที่ดุดันพร้อมลุย ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวพร้อม ABS ยางแบบกึ่งใช้งานได้ทั้งทางดำและทางฝุ่น สเปค ราคา Honda CL300 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 286 ซีซี แรงม้า (เคลม) 25.74 แรงม้าที่ 8,500 รอบ แรงบิด (เคลม) 25.5 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 76.0 X 63.0 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 10.7:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ไฟฟ้า ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า PGM-FI ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ล้อและยางหน้า ล้ออลูมิเนียม 110/80-R19″ M/C 59H แบบไม่ใช้ยางใน ล้อและยางหลัง ล้ออลูมิเนียม 150/70-R17″ M/C 69H แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก 41 ม.ม. ระยะยุบ 150 ม.ม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร๋มและโช้คคู่ขขนาด 45 ม.ม. ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ระยะยุบ 145 ม.ม. เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 310 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ ระบบเบรก ABS เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก 1 ลูกสูบ ระบบเบรก ABS ยาว X กว้าง X สูง 2,178 X 831 X 1,134 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,485 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 155 ม.ม. ความสูงเบาะ 790 ม.ม. น้ำหนักรถ 172 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 12 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ระบบเบรก ABS 2 Channel หน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล LCD ระบบไฟ LED เต็มระบบ ระบบไฟเตือนฉุกเฉิน ESS ระบบกันขโมย HISS สีสันที่มีจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW S1000XR 2023 สปอร์ตทัวริ่ง ตัวแรง จากค่ายใบพัดสีฟ้า นอกจากการเปิดตัวโมเดล BMW M1000R 2023 ในประเทศไทยไปเมื่อไม่นาน วันนี้ทาง SuperฺBike Thailand จะมาแนะนำรถสปอร์ตทัวร์ริ่งตัวใหม่ในตระกูล S1000 จากค่ายใบพัดสีฟ้ากันอีกรุ่น กับเจ้า BMW S1000XR 2023 สปอร์ตทัวริ่งไซส์ใหญ่ในพิกัด 1000 ซีซี ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการขับขี่ในเมืองและออกทริปต่างจังหวัด ดีไซน์โฉบเฉี่ยว เริ่มจากการออกแบบแฟริ่งให้มีมิติความเป็นรถสปอร์ต ชิลด์หน้าออกแบบทรงสูงในสไตล์ทัวริ่งแอดเวนเจอร์ พร้อมไฟ LED บิ้วอินเข้าไปในแฟริ่งด้านหน้า โดดเด่นด้วยแรมแอร์ขนาดใหญ่บริเวณคอนโทรลหน้า มาพร้อมกราฟิกลวดลาย S1000 XR และโลโก้ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ประทับตราด้านข้างเพิ่มความหรูหรา เสริมการทำสีดำในส่วนเครื่องยนต์และช่วงล่าง ให้ฟีลลิ่งความสมาร์ทและดุดันในการขับขี่ที่ใคร ๆ ก็ต้องมอง นอกจากนี้ ตัวรถยังมีความพิเศษด้วยช่องเก็บบัตรบริเวณฝาถังน้ำมัน และช่องเก็บสัมภาระใต้เบาะขนาด 1.8 ลิตร พร้อมชุดแต่งคาร์บอน M Performance แร็กท้ายน้ำหนักเบาและกล่องท้ายมอเตอร์ไซค์ สำหรับรุ่นอัพเกรดอีกด้วย ขุมพลังเหลือล้ำ มาดูในส่วนของขุมพลังกันบ้าง กับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุด 165 แรงม้าที่ 11,000 รอบ และแรงบิด 114 นิวตันเมตร ที่ 9,250 รอบ มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนด้วยโซ่ และเกียร์ 6 สปีด และรับประกันความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งตอบโจทย์ผู้ขับขี่สายทัวริ่งได้อย่างแน่นอน เสริมความปลอดภัยด้วยการใช้เฟรมแบบ อลูมิเนียมคอมโพสิต พร้อมด้วยระบบช่วงล่าง กับโช้คหน้าหัวกลับ ขนาด 45 มม. มาพร้อมกระบอกโช้คสีทอง ส่วนโช้คหลัง เป็นโช้คอัพปรับระดับไฟฟ้า สามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ส่วนระบบเบรก ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกเรเดียลเมาท์ 4 พอต เบรกหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 265 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 2 พอต มาพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อ จะเป็นล้อฟอร์จอลูมิเนียมขนาด 17 นิ้ว หน้า-หลัง ดีไซน์มาอย่างสวยงาม ขนาดของยางหน้า-หลังขนาด 120/70 และ 190/55 แบบไม่ใช้ยางใน เทคโนโลยีที่ไม่เป็นรองใคร แค่นั้นยังไม่พอ กับระบบเทคโนโลยีที่ไม่เป็นรองใคร เริ่มด้วยหน้าจอสี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อแอพพลิเคชัน BMW Motorrad Connectivity เข้ากับสมาร์ทโฟน ตัวรถและหมวกกันน็อกผ่านระบบบลูทูธได้สามารถ ดูเส้นทาง GPS, ฟังเพลงและสนทนาทางโทรศัพท์ได้ นอกจากนี้ยังระบบไฟ LED รอบคัน โหมดการขับขี่ Riding Mode พร้อมระบบอื่น ๆ ได้แก่ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSC Pro), ระบบควบคุมแรงฉุดเครื่องยนต์ (MSR), ระบบเบรก ABS รวมไปถึงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (DTC) ดูโดยรวมแล้ว ถือว่าทาง บีเอ็มดับเบิ้ลยู โมโตราด ออกแบบตัวรถได้มาอย่างดี ตอบโจทย์สำหรับสายสปอร์ตทัวริ่ง ซิ่งถูกใจอย่างแน่นอน ในรถตระกูล S1000 ถึงรูปลักษณ์จะดูเป็นรถทรงทัวริ่ง แต่สามารถขับขี่ได้อย่างสนุกตั้งแต่ออกสตาร์ทเลยทีเดียว Racing red 2 Triple Black Light white/M Motorsport โดยมีจำหน่ายออกมาทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Light white/M Motorsport, Triple Black และ Racing red 2 สำหรับราคา จะอัปเดตอีกทีในภายหลัง อย่างไรก็ขอฝากติดตามข่าวสารรถจักรยานยนต์จากทาง SuperBike Thailand ในครั้งต่อไป หากมีข่าวสารอะไรใหม่ ๆ จะมาแชร์ให้อ่านกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก