SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์

GPX DX1 2026 ทดลองใช้จริง 1 วัน คุ้มไหม!?

GPX DX1 2026 มินิไบค์สไตล์คลาสสิกใหม่ล่าสุด กับการขับขี่ใช้งานจริง ! เจาะลึกดีไซน์ เครื่องยนต์ และฟีเจอร์เด่นของโมเดลนี้กับราคา 54,500 บาท

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
Kawasaki KLE500 2026
ข่าวมอเตอร์ไซค์

เปิดราคาอย่างเปิดทางการ Kawasaki KLE500 และ KLE500 SE 2026 

สเปก Kawasaki KLE500 และ KLE500 SE 2026 แรลลี่ไบค์คลาสกลางรุ่นล่าสุด เครื่องยนต์ 451cc ล้อซี่ลวด 21 นิ้ว พร้อมเทียบความต่างรุ่น Standard และ SE

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
Yamaha Tracer 9GT ตำรวจทางหลวง Cover
ข่าวมอเตอร์ไซค์

Yamaha Tracer 9GT ตำรวจทางหลวง ยกระดับสายตรวจมอเตอร์เวย์ด้วยรถสเปกเทพ

Yamaha Tracer 9GT รถจักรยานยนต์สายตรวจรุ่นใหม่ของตำรวจทางหลวง ทล.1 กก.8 เครื่องยนต์ 890 ซีซี พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยครบมือ

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวมอเตอร์ไซค์

New Ducati Formula 73 2026 คืนชีพตำนานรถแข่งยุค 70 สเปคละเอียด

New Ducati Formula 73 2026 รถมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่คืนชีพตำนานแชมป์โลกยุค 70 ด้วยเครื่องยนต์ L-Twin และระบบช่วงล่าง Ohlins

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
ข่าวมอเตอร์ไซค์

ด่านตรวจจราจร 2569 ความปลอดภัยประชาชน หรือธุรกิจรายได้จากค่าปรับ?

ด่านตรวจจราจร 2569 ในยุคตัดแต้มใบขับขี่ ความโปร่งใสมีจริงไหม หรือเป็นเพียงกลไกการสร้างรายได้ที่ประชาชนต้องแบกรับ

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
โจอัน เมียร์
MOTOGP

เมียร์เตือน! รีบเซ็นทีมใหม่ ระวังเจอรถ “บ๊วย” กว่าเดิม!

โจอัน เมียร์ แซะตลาดนักแข่ง MotoGP ปีล่าสุด รีบเซ็นสัญญาตั้งแต่ต้นปีระวังเสียใจ เตือนเพื่อนร่วมอาชีพดูฟอร์มรถให้ดีก่อนตัดสินใจย้ายทีม

อ่านบทความเพิิ่มเติม »
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
Andrea Iannone ต่อสัญญา 1 ปี ลุย WSBK 2025

Andrea Iannone ต่อสัญญา ลุย WSBK 2025 Andrea Iannone ต่อสัญญา กับ Team GoEleven ไปอีก 1 ปี เตรียมพร้อมลุย WorldSBK ปี 2025 เป็นข่าวดีอีกหนึ่งข่าวสำหรับแฟน ๆ ชาวมอเตอร์สปอร์ต กับอดีตนักแข่งโมโตจีพีอย่าง โดย Andrea Iannone ประกาศเซ็นสัญญาแข่งต่อให้กับต้นสังกัดอย่าง GoEleven ต่อในฤดูกาล 2025 หลังเจ้าตัวโชว์ฟอร์มผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการคว้าโพเดี้ยมอันดับสามของเรซแรกการแข่งขันตั้งแต่สนามแรกของการเปิดฤดูกาล การคว้าโพเดี้ยมอันดับสองรอบซุปเปอร์โพลที่ประเทศบาร์เซโลน่า และสนามอื่น ๆ จนกระทั่งชัยชนะสูงสุดกับตำแหน่งโพเดี้ยมอันดับ 1 รอบเรซแรกที่ อารากอน ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมใน WSBK ฤดูกาลนี้ Iannone เขาสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยตำแหน่งท็อป 7 ของตารางคะแนนรวม กับการแข่งขันที่เหลืออีกหนึ่งสนามซึ่งเป็นสนามของการชิงแชมป์ WorldSBK ที่ประเทศสเปนนั่นเอง “ผมค่อนข้างแฮปปี้ที่ได้ร่วมสนุกต่อกับทีมและตัวแข่งอย่าง Ducati Panigale V2 โดยปีแรกของผมใน WorldSBK Championship เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์และความพึงพอใจครับ และเราจะยังทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาตัวเองเพื่อเป้าหมายใหม่ ๆ”  ถือว่าเป็นนักบิดตัวเต็งอีกคนนึงที่น่าจับตามองเลยไม่น้อย กับดีกรีฝีมือที่นับว่า “เคย” ลงแข่งขันในรายการใหญ่มาแล้ว ตอนนี้คงรอฟอร์มเก่ากลับมาปะทุอีกครั้ง และเชื่อว่าในฤดูกาลหน้าจะต้องสนุกขึ้นอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Norden 901 Expedition 2025 ตัวสุดสายลุย จากแดนไวกิ้ง

Norden 901 Expedition MY25 ตัวสุดสายลุย จากแดนไวกิ้ง Husqvarna แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์จากสัญชาติสวีเดน เดินหน้าต่อยอดรหัสสายพันธุ์ 901 กับโมเดลเซ็กเมนต์สายลุยอย่าง Norden 901 Expedition 2025 ตัวเต็งจากแดนไวกิ้งในเวอร์ชัน 2025 พร้อมออปชันเสริมใหม่เต็มลำ ทั้งฟีเจอร์ ช่วงล่างและสมรรถนะ เพิ่มขีดความสามารถกับประสบการณ์ในเส้นทางฝุ่นให้ผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มระดับ โดยความน่าสนใจนั้นมีหลายจุดด้วยกันอย่างจุดแรกก็คือ ชุดสีและตัวถังที่ถูกปรับปรุงมาใหม่ ดูมีลูกเล่น และมีสีสันมากยิ่งขึ้น ลายกราฟิกออกแบบใหม่ดูสดขึ้นกว่าแต่ก่อน พร้อมภาพลักษณ์ความเป็นตัวแข่งของทางค่ายดี ๆ นี่เอง และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับชุดอุปกรณ์สำหรับเดินทางทั้งชุดกระเป๋าด้านข้างสามารถบรรทุกสัมภาระได้มากถึง 36 ลิตร สำหรับดีไซน์ในส่วนอื่น ๆ ยังคงยึดความเป็นเอกลักษณ์โมเดลสายลุยสไตล์เรโทรฉบับค่าย กับไฟหน้าทรงกลมพร้อมชิลด์ขนาดใหญ่สไตล์ทัวริ่งที่คอนโซนหน้า ถังน้ำมันขนาดใหญ่ เบาะ ท่อ อกล่าง การ์ดแฮนด์และกระจกข้าง Norden 901 Expedition 2025 มีระบบ Cornering Traction Control (MTC) ทั้งยังให้ผู้ขับขี่ได้เปิดประสบการณ์การขับขี่ทางฝุ่นอย่างเต็มพิกัด กับระบบ Cornering Traction Control ปรับปรุงใหม่สามารถปรับค่าได้ถึง 10 ระดับ เรียกได้ว่ามือใหม่หัดลุย สามารถดริฟต์ล้อหลังหล่อ ๆ หน้ามอนิเตอร์ได้เลยทีเดียว ยังรวมไปถึงฟีเจอร์ใช้งานทั้ง USB-C หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านแอพลิเคชัน Ride Husqvarna Motorcycle สามารถใช้ระบบนำทาง (Turn by Turn) แบบเรียลไทม์ รวมถึงการโทรออก รับสายและฟังเพลงได้เช่นกัน  พร้อมโหมดการขับขี่ (Street, Rain, Off-Road และ Explorer) มีให้เลือกใช้งานและตอบสนองความแรงบิดที่แม่นยำด้วยคันเร่งไฟฟ้า พาวเวอร์สลิปเปอร์คลัตช์ และยังเพิ่มความสะดวกสบายอีกขั้นให้กับผู้ขับขี่ด้วยฮีตกริปและอุ่นเบาะ ช่วงล่างใหม่ WP XPLOR Suspension และออกแบบช่วงล่างมาพิเศษ ด้วยระบบกันสะเทือนจาก WP XPLOR โช้คหน้า USD ขนาด 48 มม. โช้คเดี่ยวด้านหลัง พร้อมระยะยุบเท่ากันที่ 240 มม. ปรับแต่งได้เต็มระบบไม่ว่าจะเป็นพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชัน จับคู่กับจานดิสก์เบรกคู่ด้านหน้าขนาด 320 มม. คาลิเปอร์ 4 พอต จานดิสก์เบรกหลัง 260 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ พร้อมเทคโนโลยีห้ามล้อ Cornering ABS จาก Bosch ล้อซี่ลวด 21 -18 นิ้วและยางทูปเลส Pirelli Scorpion Rally STR เครื่องยนต์ยังคงเป็น 2 สูบขนาด 889 ซีซี ระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า และแรงบิด 100 นิวตันเมตร ถังน้ำมัน 22 ลิตร ที่เคลมระยะทางได้มากถึง 400 กม. และยังผ่านค่ามาตรฐานไอเสีย EURO5+ อีกด้วย ถือว่าเป็นเวอร์ชันที่น่าสนใจสำหรับสายลุยเลยก็ว่าได้ สวยไม่แพ้ KTM เลยทีเดียวและราคาคงไม่ทิ้งห่างมากนักจากโฉมก่อน ๆ อย่างไรต้องรอชมราคากันอีกครั้ง และอาจมีโอกาสเข้ามาขาในไทยก็เป็นไปได้ แต่เปอร์เซ็นต์คงน้อยกว่ารุ่นแสตนดาร์ดหล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Kawasaki Z650 โฉมใหม่ เปลี่ยนแค่สี

2025 Kawasaki Z650 โฉมใหม่ เปลี่ยนแค่สี 2025 Kawasaki Z650 เป็นมอเตอร์ไซค์สไตล์เน็กเก็ดไบค์ (Naked Bike) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเรา หรืออาจคงคุ้นเคยชื่อของ ER-6N ก่อนที่จะเปลื่ยนมาเป็น Z650 ในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียว สมรรถนะอันยอดเยี่ยม และการควบคุมที่ง่าย ทำให้ Z650 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทั้งนักขี่มือใหม่และนักขี่ที่มีประสบการณ์ 2025 Kawasaki Z650 สเปค และรายละเอียดต่าง ๆ เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 649 ซีซี แรงม้า (เคลม) 68 แรงม้า ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิด (เคลม) 64 นิวตันเมตร ที่ 6,700 รอบ/นาที ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83.0 x 60.0 มม. อัตราส่วนการอัด 10.8:1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด (Fuel Injection) ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า  ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70 ZR17 ยางหลัง 160/60 ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ขนาด 41 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Horizontal Back-link ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง 765 x2,055×1,065 มม. ระยะฐานล้อ 1,410 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 130 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 188 กก. (รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 15 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ N/A เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT 4.3 นิ้ว ระบบไฟ LED รอบคัน ระบบ ABS (Anti-lock Braking System) ระบบ Traction Control (KTRC) โหมดการขับขี่ (Riding Modes) แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ โหมดประหยัดน้ำมัน (Eco Riding Indicator) สีสันที่วางจำหน่าย Metallic Spark Black / Green Metallic Spark Black / Red Metallic Matte Dark Gray / Metallic Spark Black   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R41.05 UN-ECE กฎใหม่ ท่อเงียบ เรื่องก็เงียบ ..!!

R41.05 UN-ECE กฎใหม่ ท่อเงียบ เรื่องก็เงียบ ..!! เริ่มเข้มงวดมากขึ้นทุกที แต่ก็เพื่อผลประโยชน์โดยรวมสำหรับผู้ร่วมใช้งานบนท้องถนน โดยล่าสุดทางสหภาพยุโรปเริ่มมีการบังคับใช้กฎหมาย R41.05 UN-ECE ในเรื่องการจำกัดเสียงรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะเริ่มอย่างเป็นทางการในปี 2025  ซึ่งหมายความว่ารถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ไม่ว่าค่ายไหนก็ตาม จะต้องผ่านการ QC ในเรื่องค่าเสียงที่ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการสร้างภาระและความเดือดร้อนให้กับผู้คนโดยรอบโดยเฉพาะพื้นที่บริเวณในเมืองหรือแม้กระทั่งตามชุมชนต่าง ๆ โดยกฎใหม่นี้จะบังคับใช้ในปี 2025 และจะมีการปรับปรุงการทดสอบให้เข้มงวดขึ้น โดยวัดเสียงที่ความเร็วเครื่องยนต์และรอบเกียร์ ซึ่งจะเริ่มวัดการทำงานของเครื่องยนต์ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของความเร็วสูงสุดในแต่ละรอบเกียร์นั้น ๆ และในช่วงความเร็ว 10-100 กม./ชม.  นอกจากนี้ ผลการทดสอบจะได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากภายนอก เพื่อลดช่องว่างในการอ้างอิงตัวเลขของทางผู้ผลิตอีกด้วย  หากมีการใช้กฎหมายดังกล่าว อาจส่งผลกระทบถึงผู้ผลิตเพียงบางรายเท่านั้น (รายใหญ่ที่ขายรถบิ๊กไบค์) แถมยังเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับผู้ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในทางอ้อมอีกด้วย และคาดว่าตลาดรถไฟฟ้าน่าจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในตลาดยุโรปอย่างแน่นอน สำหรับผู้บริโภคอย่างไบค์เกอร์เรา ๆ อาจต้องกุมขมับกันเลยทีเดียว หรือว่าเซอร์กิตอาจจะเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับสายซิ่งซะแล้ว ต้องรอติดตามฟีดแบคจากไบค์เกอร์หนุ่มตาน้ำข้าวแล้วหล่ะครับ แต่ที่แน่ ๆ ทางดีลเลอร์จำหน่ายอะไหล่ท่อแต่งรถมอเตอร์ไซค์ทางฝั่งยุโรปโดนกระทบร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน ซึ่งอยู่ยากละทีนี้..  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Triumph Tiger Sport 660

Triumph Tiger Sport 660 เปิดตัวพี่เสือชอบเที่ยวระดับกลางแดนผู้ดี ได้ฤกษ์เปิดตัวกันเสียทีกับพี่เสือสายเที่ยวระดับกลางกับ Triumph Tiger Sport 660 กับขุมพลังสามสูบ 660 ซีซี บล็อกเดียวกับเจ้า Trident นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าคันนี้คือทัวริ่งไบค์ที่เหมาะกับการขับขี่เดินทางท่องเที่ยวมากกว่าเจ้า Trident แต่จะมีอะไรบ้างไปดูกัน!! สำหรับเจ้าเสือสายเที่ยวคันนี้จะมีพื้นฐานเดียวกันกับเจ้า Trident เลย แต่สำหรับโมเดลนี้จะเน้นความคล่องตัวในทุก ๆ การขับขี่ เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และเดินทางท่องเที่ยว  ดีไซน์ของมันแน่นอนว่ายังคงรักษาเอกลักษณ์ของทางค่ายไว้ได้เป็นอย่างดี มันดูมีความลื่นไหล คล่องตัวและขับขี่ได้สบาย เน้นเส้นสายโค้งมน แต่ก็มีความโฉบเฉี่ยวในแบบสมัยใหม่ดูลงตัว มีการออกแบบไฟหน้าและไฟเลี้ยวใหม่ดูสวยงามและแนบเนียนดีให้ความรู้สึกสปอร์ตค่อนข้างมากเลยทีเดียว มีชิลด์หน้าสูงป้องกันลมได้มาก สามารถปรับระดับได้ด้วยมือเดียว ขุมพลังของมันเป็นขุมพลังสามสูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ มีจุดเด่นคือมีแรงบิดดีตั้งแต่รอบต่ำ ๆ กำลังเครื่องยนต์ในรอบกลาง ๆ ก็ดี และปลายก็ไหล ๆ ได้บ้าง โดยเคลมแรงม้ามาที่ 81 แรงม้าที่ 10,250 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 64 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ ซึ่งทางค่ายบอกว่าแม้จะแบกคนซ้อนหรือสัมภาระก็ยังมีกำลังเพียงพอแน่นอน นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ทุ้มลึกเร้าใจอีกด้วย ตัวรถใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้าที่แม่นยำและตอบสนองได้ดี ใช้ระบบเกียร์ 6 สปีดที่ปรับอัตราทดมาให้ขี่ได้สนุกและใช้งานได้ในทุก ๆ วัน ถังน้ำมันของมันมีขนาดใหญ่ถึง 17 ลิตรเหมาะกับการเดินทางไกล ในเรื่องการขับขี่นั้นตัวรถเลือกใช้แฮนด์บาร์อลูมิเนียมแบบสอบปลายเพื่อการควบคุมที่ง่ายและแม่นยำ เบาะนั่งแบบไล่สเต็ปนั้นมีความนุ่มสบายสูง 835 ม.ม.อาจจะสูงไปนิดสำหรับบางคน แต่โดยปกติแล้วยุคนี้ก็ถือว่าไม่สูงมากจนเกินไป แต่ตัวรถก็มีความเปรียวเพรียวบางช่วยให้ขาถึงพื้นได้ง่ายกว่าทัวริ่งทั่วไป  ช่วงล่างนั้นออกแบบมาอย่างดีให้ความรู้สึกสปอร์ตอย่างขับขี่คนเดียว แต่ก็นุ่มนวลแม้จะต้องขับขี่ทางไกลหรือมีคนซ้อน โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับ Showa ขนาด 41 ม.ม. ระยะยุบ 150 ม.ม. ด้านหลังเองก็เป็นโช้คเดี่ยว Showa ที่มีสปริงโช้คแบบดูอัลสปริงเรทที่เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ขับขี่คนเดียวหรือมีคนซ้อนก็ทำได้ดี นอกจากนี้ยังมีรีโมตสำหรับปรับพรีโหลดให้เหมาะสมกับโหลดน้ำหนักอีกด้วย   ส่วนล้อเป็นล้ออลูมิเนียมน้ำหนักเบา 5 ก้านขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขณะที่ระบบเบรก ด้านหน้าก็จะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาดใหญ่ถึง 310 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบ 2 ลูกสูบ พร้อมมือเบรกที่สามารถปรับระยะได้  นอกจากนี้แล้วตัวรถยังมีระบบอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีค่อนข้างทันสมัยค่อนข้างครบครันสำหรับรถพิกัดนี้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอเรือนไมล์สี TFT ที่ค่ายอื่นในพิกัดนี้ยังไม่ค่อยมี สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและใช้งานระบบนำทางแบบโค้งต่อโค้งได้ รวมถึงสั่งงาน GoPro หรือใช้งานสมาร์ทโฟนได้ผ่านการควบคุมที่แผงสวิตช์ที่แฮนด์บาร์  แน่นอนว่ารถมีคันเร่งไฟฟ้า ตัวรถก็เลยจะมีโหมดการขับขี่มาให้ด้วย โดยจะมีมาให้ 2 โหมด คือ Road และ Rain ซึ่งจะปรับการตอบสนองของคันเร่งและแทร็คชันคอนโทรลให้เหมาะสมช่วยเพิ่มความปลอดภัย รวมถึงยังมีระบบเบรก ABS อีกด้วย ทั้งนี้แทร็คชันคอนโทรลเองก็ปิดเปิดได้อีกด้วย  ยังมีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ช่วยให้กำคลัตช์ได้ง่ายลดอาการมือล้า และช่วยให้ขับขี่ได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ระบบไฟส่องสว่างก็เป็น LED รอบคันแถมยังมาพร้อมไฟเลี้ยวยกเลิกเองอัตโนมัติอีกด้วย สุดท้ายนี้ตัวรถจะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงินตัดด้วยสีดำ สีแดงตัดด้วยสีกราไฟต์ และสีกราไฟต์ตัดด้วยสีดำ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW R18 Riding Experience

BMW R18 Riding Experience, The getaway Thailand #3 รถเก๋า ๆ กับ เมืองเก่าช่างดูเข้ากันอย่างลงตัว ล่าสุด BMW Motorrad BKK Motorcycle พระราม 3 ได้จัดกิจกรรม BMW R18 Riding Experience, The getaway Thailand #3 ซึ่งจะเป็นทริปขับขี่ทดสอบรถจักรยานยนต์ BMW R18 และ R18 Classic คลาสสิค ให้กับลูกค้าและผู้ที่สนใจได้ทดลองขับขี่รถสวยสุดเซอร์ สุดเท่ห์ กับเครื่องบ็อกซ์เซอร์คลาสสิคสวยงามและทรงพลัง 1,802 ซีซี ที่เป็นเอกลักษ์เฉพาะตัวของค่าย BMW  โดยกิจกรรมขับขี่ออกทริปครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 10 คัน ซึ่งจะเป็นทริปขับขี่เดินทางทดสอบตัวรถด้วยทริปสั้น ๆ แบบวันเดย์ทริป ไปกลับกรุงเทพฯ-อยุธยา เพื่อให้ได้ทดสอบขับขี่ใช้งานจริงบนเส้นทางภายในเมืองไปจนถึงถนนโล่ง ๆแถบย่านชานเมือง ประมาณร้อยกว่ากิโลเมตร แบบพอหอมปากหอมคอ ให้ได้รับรู้ถึงสมรรถนะที่ดี ไม่ใช่แค่เพียงสไตล์ภายนอกเท่านั้น เริ่มต้นเช้าแห่งการขับขี่รถที่ไบค์เกอร์ทุกคนต่างถวิลหา จากพิษของโควิด-19 ที่ทำเอาต้องนั่งจับเจ่าอยู่กับบ้านไปไหนไม่ได้มานาน มาคราวนี้สบโอกาสได้ฤกษ์งามออกทริปก็มีสายฝนบาง ๆ โปรยปรายลงมาต้อนรับเรา ทำให้อากาศไม่ร้อนนัก  ผมเดินทางมาถึง ที่ BKK Motorcycle พระราม 3 ด่านแรกที่ต้องผ่านไปให้ได้คือ ต้องเข้ารับการตรวจ Swab Antigen Rapid Test กันก่อนเลย เล่นเอามีน้ำตาซึมกันไป แต่ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ซึ่งทาง BMW Motorrad ให้ความสำคัญมาก ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและผู้เข้าร่วมทริปทุกท่าน  ตรวจเสร็จนั่งรอผลเล็กน้อย ปลอดภัยปลอดเชื้อก็พร้อมลุย โดยผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้ทดลองขี่เจ้า BMW R18 ทั้ง 2 รุ่น สลับรถกันตามที่ชอบได้เลย ซึ่งทางเราได้เคยทดสอบเจ้า R18 ในรุ่นธรรมดามาแล้ว ทำให้พอคุ้นเคยกันมาบ้าง  แต่ในคราวนี้ มีฝนตกโปรยปรายลงมาตลอดตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เนื่องด้วยมรสุมจากพายุ ทำให้ตลอดเส้นทางนั้นเปียกชื้นอยู่ตลอด เราจึงได้เริ่มต้นการขี่ด้วยโหมด Rain ก่อนเลย  พวกเราขี่เดินทางกันเป็นขบวนฝ่าการจราจรที่ค่อนข้างหน้าแน่น แม้จะเป็นวันหยุดก็ตาม เจ้า R18 ที่รูปทรงอาจจะดูใหญ่กลับไม่เป็นอุปสรรคในการขี่ซอกแซกในเมืองที่รถค่อนข้างติด พอแทรกผ่านช่องไปได้ง่ายตามมิติของตัวรถ ไปกันแบบเย็น ๆ สบาย ๆ  พอถึงแถบชานเมืองถนนเริ่มโล่งบ้าง แต่ก็ยังชุ่มฉ่ำอยู่กับสายฝนที่ตกมาตลอด  ด้วยความเมื่อยมือกับถนนที่รถแน่นมาตลอด ขอสะบัดข้อมือเปิดคันเร่งสักหน่อย เรียกพลัง 1,800 ซีซีแก้เมื่อย ขอบอกเลยว่าแค่บิดเพียงนิดเดียว ขุมพลังถ่ายทอดลงล้อหลังเท่านั้นแหละครับ อาการแถมาทันทีให้กล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานชั่วขณะ  “ล้อหลังกวาดออกทันทีด้วยถนนที่ลื่นเป็นพิเศษจากฝนที่ตกประปรายทำให้น้ำเมื่อผสมกับเศษฝุ่นบนผิวถนนก็เปลี่ยนเป็นโคลนบาง ๆ เคลือบหน้าถนน ในเวลานั้น ผมคิดว่าจะได้เป็นเจ้าของ R18 คันนี้แน่นอน ยังไงก็ล้มแน่ๆ แต่พระเจ้า!! บุญผมคงยังไม่ถึงแทร็คชันคอนโทรล ทำงานทันที อาการลื่นหายไป กลับมาเป็นปกติโดยฉับพลัน R18 ของผมหลุดลอยไปในพริบตา ช่างโชคดีของผมเหลือเกิน”  หลังจากนั้นความมันเกิดขึ้นทันที อาจจะเป็นเสน่ห์ของเขาเลยกับถนนเปียก ๆ ลื่น ๆ ตูดแถ ๆ ให้ได้เร้าใจทั้งไปและกลับ เพราะฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งวันที่ได้ทดสอบกับโหมด Rain ทั้งทริป เป็นการทดสอบขับขี่รถที่เย็นสบายมาก เปียกทุกรูขุมขนแต่ทำให้รู้ว่าเจ้า R18 ที่ทรงพลังคันนี้ไม่ได้เป็นรถที่คลาสสิคหรือแรงเพียงเท่านั้น แต่ยังขับขี่สนุกมากและปลอดภัยด้วย ซึ่งส่วนตัวผมว่าเจ้าตัว Classic จะขี่ค่อนข้างง่ายกว่าด้วยที่ล้อหน้าเล็กกว่าตัวธรรมดา ทำให้การบังคับเลี้ยวค่อนข้างคล่องตัวและเบากว่าแถมมีชิลด์บังฝนให้อีกด้วย สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทาง BMW Motorrad Thailand และ BMW Motorrad BKK พระราม 3 ที่ให้ทางเราได้ร่วมทริปทดสอบรถในครั้งนี้ ส่วนใครที่สนใจตัวรถ R18 ทั้ง 2 รุ่น อยากให้ผู้ที่สนใจเข้าไปลองดูลองทดสอบขับขี่ด้วยตัวเองเสียก่อน ถ้าใครชอบสไตล์นี้หรือเป็นนสาวกค่ายนี้…ผมบอกเลยว่าถ้าได้ลองขี่ล่ะก็หลงรักแน่นอน Special Thank ขอขอบคุณ BMW Motorrad Thailand สำหรับกิจกรรมขี่รถดี ๆ ในครั้งนี้ ขอขอบคุณ Just1 สำหรับหมวกกันน็อคสุดเท่สายซิ่ง Just1 J-GPR  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Multistrada V2 S 2022

Ducati Multistrada V2 S 2022 เผยโฉมแล้ว ล่าสุดทางดูคาติก็ได้ทำการนำร่องอีเวนต์ 2022 World Première ด้วยการเปิดตัว Ducati Multistrada V2 S 2022 มอเตอร์ไบค์ในแบบออลราวเดอร์ซึ่งก็คือรถที่สามารถขับขี่ได้ในหลากหลายเส้นทางและหลากหลายรูปแบบนั่นเอง  สำหรับโมเดลนี้นับว่าเป็นโมเดลใหม่ล่าสุดในตระกูลมัลติสตราดา โดยมันใช้ขุมพลัง Testastretta 11° แบบ 2 สูบวี ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าเครื่องเดิม และมีการอัปเดตชุดเกียร์บ็อกซ์และระบบคลัตช์ใหม่ โดยเคลมแรงม้ามาที่ 113 แรงม้าที่ 9,000 รอบและแรงบิดที่ 96.3 นิวตันเมตรที่ 7,750 รอบ หรือ 93.6 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบสำหรับประเทศที่บังคับใช้ Euro5  ระยะเซอร์วิสเองก็ยาวมากเพราะชิ้นส่วนมีความทนทานสูง โดยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกๆ 15,000 กม. และเช็คตั้งวาล์วทุก 30,000 กม.  จุดเด่นของโมเดลใหม่นี้คือระบบกันสะเทือนที่ปรับเซ็ตได้เต็มระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมกับระบบ Skyhook Evo หรือระบบโช้คไฟฟ้า ที่ช่วยจัดการเรื่องช่วงล่างให้รถคุณ  ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม. พร้อมกับคาลิเปอร์เบรก Brembo โมโนบล็อก 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 265 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ พร้อมกับระบบเบรกแบบ Cornering ABS ที่ทำงานร่วมกับระบบ IMU แบบ 6 แกน จาก Bosch  ตัวรถยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี โดยมีโหมดการขับขี่ 4 โหมด (Sport, Touring, Urban และ Enduro) แทร็คชันคอนโทรล 8 ระดับ ส่วนระบบ Cornering ABS ปรับได้ 3 ระดับ ระบบช่วยหยุดรถบนทางลาดชัน ไฟเลี้ยวยกเลิกอัตโนมัติ หน้าจอเรือนไมล์แบบ LCD ส่วน V2S จะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบไฟเบรกฉุกเฉินที่เคยมีในรุ่นใหญ่อย่าง V4 ตอนนี้ก็มีในโมเดลใหม่นี้ด้วย ซึ่งจะทำงานเวลาเบรกกะทันหัน และกระพริบไฟเบรกถี่ ๆ เพื่อแจ้งเตือนคนที่ตามมาด้านหลังให้รู้และระวังตัว ทั้ง 2 โมเดลจะมาพร้อมไฟท้าย LED แต่สำหรับไฟหน้านั้นเฉพาะ V2S เท่านั้นที่ได้ LED และระบบไฟส่องสว่างในโค้ง นอกจากนี้ระบบ V2S จะยังมีควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ครูซคอนโทรลและสวิตช์ควบคุมแบบมีแบ็กไลท์ ตัวรถมีเบาะนั่งมาตรฐานสูงที่ 830 ม.ม. แต่สามารถเลือกอ็อปชันเสริมเป็นเบาะที่สูงหรือต่ำกว่าได้   สุดท้ายนี้ Ducati Multistrada V2 จะมาในเฉดสีแดง Ducati Red และล้ออัลลอยสีดำ ในราคา 516,300 บาท ส่วน V2S จะมาในเฉดสีแดง Ducati Red และล้ออัลลอยสีดำ และเฉดสีเทา Street Grey เฟรมดำและล้ออัลลอยสีแดง ในราคา 604,000 บาท ส่วนบ้านเรานั้นก็น่าจะนำเข้ามาจำหน่ายในช่วงต้นปีหน้าเป็นอย่างเร็ว คงเข้าไม่ทันปลายปีนี้อย่างแน่นอน ซึ่งก็ถือเป็นโมเดลที่มีความน่าสนใจและเทคโนโลยีก็ค่อนข้างจะครบครันเป็นรองพี่ใหญ่อยู่ไม่กี่อย่าง สำหรับคนชอบเดินทางผจญภัยโมเดลนี้อาจจะเป็นคำตอบของคุณ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Adidas จับมือ Kawasaki

Adidas จับมือ Kawasaki ส่งรองเท้าเอาใจแฟน ๆ Ninja ล่าสุดแบรนด์รองเท้ายักษ์ใหญ่ระดับโลกจากเยอรมันอย่าง Adidas จับมือ Kawasaki ค่ายรถจากแดนปลาดิบหรือค่ายยักษ์เขียวที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็ได้ทำการจับมือกัน ส่งรองเท้ารุ่นพิเศษออกมาเรียกน้ำลายสาวกนินจากอย่าง ZX 8000 และ ZX 5K Boost ซึ่งก็บอกได้ว่าสวยงามตามท้องเรื่องน่าสะสมเป็นอย่างยิ่ง โดย ZX 8000 จะเป็นรองเท้าที่มาในชุดสีขาว เขียว และน้ำเงิน สื่อถึงสีสุดคลาสสิคของ Ninja ZX-7R สปอร์ตไบค์ระดับตำนานของทางค่าย ขณะที่ ZX 5K จะมาในชุดสีดำและเขียวที่ดูละม้ายคล้ายกับ ZX-10R 2021 สปอร์ตไบค์เรือธงของทางค่ายนยักษ์เขียว  งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันละครับว่าจะมาขายที่เมืองไทยให้ได้เป็นเจ้าเข้าเจ้าของกันได้สะดวกหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไปครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Triumph Tiger Sport 660

Triumph Tiger Sport 660 เปิดตัวพี่เสือชอบเที่ยวระดับกลางแดนผู้ดี ได้ฤกษ์เปิดตัวกันเสียทีกับพี่เสือสายเที่ยวระดับกลางกับ Triumph Tiger Sport 660 กับขุมพลังสามสูบ 660 ซีซี บล็อกเดียวกับเจ้า Trident นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าคันนี้คือทัวริ่งไบค์ที่เหมาะกับการขับขี่เดินทางท่องเที่ยวมากกว่าเจ้า Trident แต่จะมีอะไรบ้างไปดูกัน!! สำหรับเจ้าเสือสายเที่ยวคันนี้จะมีพื้นฐานเดียวกันกับเจ้า Trident เลย แต่สำหรับโมเดลนี้จะเน้นความคล่องตัวในทุก ๆ การขับขี่ เหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และเดินทางท่องเที่ยว  ดีไซน์ของมันแน่นอนว่ายังคงรักษาเอกลักษณ์ของทางค่ายไว้ได้เป็นอย่างดี มันดูมีความลื่นไหล คล่องตัวและขับขี่ได้สบาย เน้นเส้นสายโค้งมน แต่ก็มีความโฉบเฉี่ยวในแบบสมัยใหม่ดูลงตัว มีการออกแบบไฟหน้าและไฟเลี้ยวใหม่ดูสวยงามและแนบเนียนดีให้ความรู้สึกสปอร์ตค่อนข้างมากเลยทีเดียว มีชิลด์หน้าสูงป้องกันลมได้มาก สามารถปรับระดับได้ด้วยมือเดียว ขุมพลังของมันเป็นขุมพลังสามสูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ มีจุดเด่นคือมีแรงบิดดีตั้งแต่รอบต่ำ ๆ กำลังเครื่องยนต์ในรอบกลาง ๆ ก็ดี และปลายก็ไหล ๆ ได้บ้าง โดยเคลมแรงม้ามาที่ 81 แรงม้าที่ 10,250 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 64 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ ซึ่งทางค่ายบอกว่าแม้จะแบกคนซ้อนหรือสัมภาระก็ยังมีกำลังเพียงพอแน่นอน นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ทุ้มลึกเร้าใจอีกด้วย ตัวรถใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้าที่แม่นยำและตอบสนองได้ดี ใช้ระบบเกียร์ 6 สปีดที่ปรับอัตราทดมาให้ขี่ได้สนุกและใช้งานได้ในทุก ๆ วัน ถังน้ำมันของมันมีขนาดใหญ่ถึง 17 ลิตรเหมาะกับการเดินทางไกล ในเรื่องการขับขี่นั้นตัวรถเลือกใช้แฮนด์บาร์อลูมิเนียมแบบสอบปลายเพื่อการควบคุมที่ง่ายและแม่นยำ เบาะนั่งแบบไล่สเต็ปนั้นมีความนุ่มสบายสูง 835 ม.ม.อาจจะสูงไปนิดสำหรับบางคน แต่โดยปกติแล้วยุคนี้ก็ถือว่าไม่สูงมากจนเกินไป แต่ตัวรถก็มีความเปรียวเพรียวบางช่วยให้ขาถึงพื้นได้ง่ายกว่าทัวริ่งทั่วไป  ช่วงล่างนั้นออกแบบมาอย่างดีให้ความรู้สึกสปอร์ตอย่างขับขี่คนเดียว แต่ก็นุ่มนวลแม้จะต้องขับขี่ทางไกลหรือมีคนซ้อน โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับ Showa ขนาด 41 ม.ม. ระยะยุบ 150 ม.ม. ด้านหลังเองก็เป็นโช้คเดี่ยว Showa ที่มีสปริงโช้คแบบดูอัลสปริงเรทที่เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ขับขี่คนเดียวหรือมีคนซ้อนก็ทำได้ดี นอกจากนี้ยังมีรีโมตสำหรับปรับพรีโหลดให้เหมาะสมกับโหลดน้ำหนักอีกด้วย   ส่วนล้อเป็นล้ออลูมิเนียมน้ำหนักเบา 5 ก้านขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขณะที่ระบบเบรก ด้านหน้าก็จะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาดใหญ่ถึง 310 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบ 2 ลูกสูบ พร้อมมือเบรกที่สามารถปรับระยะได้  นอกจากนี้แล้วตัวรถยังมีระบบอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีค่อนข้างทันสมัยค่อนข้างครบครันสำหรับรถพิกัดนี้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอเรือนไมล์สี TFT ที่ค่ายอื่นในพิกัดนี้ยังไม่ค่อยมี สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและใช้งานระบบนำทางแบบโค้งต่อโค้งได้ รวมถึงสั่งงาน GoPro หรือใช้งานสมาร์ทโฟนได้ผ่านการควบคุมที่แผงสวิตช์ที่แฮนด์บาร์  แน่นอนว่ารถมีคันเร่งไฟฟ้า ตัวรถก็เลยจะมีโหมดการขับขี่มาให้ด้วย โดยจะมีมาให้ 2 โหมด คือ Road และ Rain ซึ่งจะปรับการตอบสนองของคันเร่งและแทร็คชันคอนโทรลให้เหมาะสมช่วยเพิ่มความปลอดภัย รวมถึงยังมีระบบเบรก ABS อีกด้วย ทั้งนี้แทร็คชันคอนโทรลเองก็ปิดเปิดได้อีกด้วย  ยังมีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ช่วยให้กำคลัตช์ได้ง่ายลดอาการมือล้า และช่วยให้ขับขี่ได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ระบบไฟส่องสว่างก็เป็น LED รอบคันแถมยังมาพร้อมไฟเลี้ยวยกเลิกเองอัตโนมัติอีกด้วย สุดท้ายนี้ตัวรถจะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงินตัดด้วยสีดำ สีแดงตัดด้วยสีกราไฟต์ และสีกราไฟต์ตัดด้วยสีดำ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

6 October 2021
BMW R18 Riding Experience

BMW R18 Riding Experience, The getaway Thailand #3 รถเก๋า ๆ กับ เมืองเก่าช่างดูเข้ากันอย่างลงตัว ล่าสุด BMW Motorrad BKK Motorcycle พระราม 3 ได้จัดกิจกรรม BMW R18 Riding Experience, The getaway Thailand #3 ซึ่งจะเป็นทริปขับขี่ทดสอบรถจักรยานยนต์ BMW R18 และ R18 Classic คลาสสิค ให้กับลูกค้าและผู้ที่สนใจได้ทดลองขับขี่รถสวยสุดเซอร์ สุดเท่ห์ กับเครื่องบ็อกซ์เซอร์คลาสสิคสวยงามและทรงพลัง 1,802 ซีซี ที่เป็นเอกลักษ์เฉพาะตัวของค่าย BMW  โดยกิจกรรมขับขี่ออกทริปครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 10 คัน ซึ่งจะเป็นทริปขับขี่เดินทางทดสอบตัวรถด้วยทริปสั้น ๆ แบบวันเดย์ทริป ไปกลับกรุงเทพฯ-อยุธยา เพื่อให้ได้ทดสอบขับขี่ใช้งานจริงบนเส้นทางภายในเมืองไปจนถึงถนนโล่ง ๆแถบย่านชานเมือง ประมาณร้อยกว่ากิโลเมตร แบบพอหอมปากหอมคอ ให้ได้รับรู้ถึงสมรรถนะที่ดี ไม่ใช่แค่เพียงสไตล์ภายนอกเท่านั้น เริ่มต้นเช้าแห่งการขับขี่รถที่ไบค์เกอร์ทุกคนต่างถวิลหา จากพิษของโควิด-19 ที่ทำเอาต้องนั่งจับเจ่าอยู่กับบ้านไปไหนไม่ได้มานาน มาคราวนี้สบโอกาสได้ฤกษ์งามออกทริปก็มีสายฝนบาง ๆ โปรยปรายลงมาต้อนรับเรา ทำให้อากาศไม่ร้อนนัก  ผมเดินทางมาถึง ที่ BKK Motorcycle พระราม 3 ด่านแรกที่ต้องผ่านไปให้ได้คือ ต้องเข้ารับการตรวจ Swab Antigen Rapid Test กันก่อนเลย เล่นเอามีน้ำตาซึมกันไป แต่ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ซึ่งทาง BMW Motorrad ให้ความสำคัญมาก ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและผู้เข้าร่วมทริปทุกท่าน  ตรวจเสร็จนั่งรอผลเล็กน้อย ปลอดภัยปลอดเชื้อก็พร้อมลุย โดยผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้ทดลองขี่เจ้า BMW R18 ทั้ง 2 รุ่น สลับรถกันตามที่ชอบได้เลย ซึ่งทางเราได้เคยทดสอบเจ้า R18 ในรุ่นธรรมดามาแล้ว ทำให้พอคุ้นเคยกันมาบ้าง  แต่ในคราวนี้ มีฝนตกโปรยปรายลงมาตลอดตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เนื่องด้วยมรสุมจากพายุ ทำให้ตลอดเส้นทางนั้นเปียกชื้นอยู่ตลอด เราจึงได้เริ่มต้นการขี่ด้วยโหมด Rain ก่อนเลย  พวกเราขี่เดินทางกันเป็นขบวนฝ่าการจราจรที่ค่อนข้างหน้าแน่น แม้จะเป็นวันหยุดก็ตาม เจ้า R18 ที่รูปทรงอาจจะดูใหญ่กลับไม่เป็นอุปสรรคในการขี่ซอกแซกในเมืองที่รถค่อนข้างติด พอแทรกผ่านช่องไปได้ง่ายตามมิติของตัวรถ ไปกันแบบเย็น ๆ สบาย ๆ  พอถึงแถบชานเมืองถนนเริ่มโล่งบ้าง แต่ก็ยังชุ่มฉ่ำอยู่กับสายฝนที่ตกมาตลอด  ด้วยความเมื่อยมือกับถนนที่รถแน่นมาตลอด ขอสะบัดข้อมือเปิดคันเร่งสักหน่อย เรียกพลัง 1,800 ซีซีแก้เมื่อย ขอบอกเลยว่าแค่บิดเพียงนิดเดียว ขุมพลังถ่ายทอดลงล้อหลังเท่านั้นแหละครับ อาการแถมาทันทีให้กล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานชั่วขณะ  “ล้อหลังกวาดออกทันทีด้วยถนนที่ลื่นเป็นพิเศษจากฝนที่ตกประปรายทำให้น้ำเมื่อผสมกับเศษฝุ่นบนผิวถนนก็เปลี่ยนเป็นโคลนบาง ๆ เคลือบหน้าถนน ในเวลานั้น ผมคิดว่าจะได้เป็นเจ้าของ R18 คันนี้แน่นอน ยังไงก็ล้มแน่ๆ แต่พระเจ้า!! บุญผมคงยังไม่ถึงแทร็คชันคอนโทรล ทำงานทันที อาการลื่นหายไป กลับมาเป็นปกติโดยฉับพลัน R18 ของผมหลุดลอยไปในพริบตา ช่างโชคดีของผมเหลือเกิน”  หลังจากนั้นความมันเกิดขึ้นทันที อาจจะเป็นเสน่ห์ของเขาเลยกับถนนเปียก ๆ ลื่น ๆ ตูดแถ ๆ ให้ได้เร้าใจทั้งไปและกลับ เพราะฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งวันที่ได้ทดสอบกับโหมด Rain ทั้งทริป เป็นการทดสอบขับขี่รถที่เย็นสบายมาก เปียกทุกรูขุมขนแต่ทำให้รู้ว่าเจ้า R18 ที่ทรงพลังคันนี้ไม่ได้เป็นรถที่คลาสสิคหรือแรงเพียงเท่านั้น แต่ยังขับขี่สนุกมากและปลอดภัยด้วย ซึ่งส่วนตัวผมว่าเจ้าตัว Classic จะขี่ค่อนข้างง่ายกว่าด้วยที่ล้อหน้าเล็กกว่าตัวธรรมดา ทำให้การบังคับเลี้ยวค่อนข้างคล่องตัวและเบากว่าแถมมีชิลด์บังฝนให้อีกด้วย สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทาง BMW Motorrad Thailand และ BMW Motorrad BKK พระราม 3 ที่ให้ทางเราได้ร่วมทริปทดสอบรถในครั้งนี้ ส่วนใครที่สนใจตัวรถ R18 ทั้ง 2 รุ่น อยากให้ผู้ที่สนใจเข้าไปลองดูลองทดสอบขับขี่ด้วยตัวเองเสียก่อน ถ้าใครชอบสไตล์นี้หรือเป็นนสาวกค่ายนี้…ผมบอกเลยว่าถ้าได้ลองขี่ล่ะก็หลงรักแน่นอน Special Thank ขอขอบคุณ BMW Motorrad Thailand สำหรับกิจกรรมขี่รถดี ๆ ในครั้งนี้ ขอขอบคุณ Just1 สำหรับหมวกกันน็อคสุดเท่สายซิ่ง Just1 J-GPR  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 October 2021
Ducati Multistrada V2 S 2022

Ducati Multistrada V2 S 2022 เผยโฉมแล้ว ล่าสุดทางดูคาติก็ได้ทำการนำร่องอีเวนต์ 2022 World Première ด้วยการเปิดตัว Ducati Multistrada V2 S 2022 มอเตอร์ไบค์ในแบบออลราวเดอร์ซึ่งก็คือรถที่สามารถขับขี่ได้ในหลากหลายเส้นทางและหลากหลายรูปแบบนั่นเอง  สำหรับโมเดลนี้นับว่าเป็นโมเดลใหม่ล่าสุดในตระกูลมัลติสตราดา โดยมันใช้ขุมพลัง Testastretta 11° แบบ 2 สูบวี ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าเครื่องเดิม และมีการอัปเดตชุดเกียร์บ็อกซ์และระบบคลัตช์ใหม่ โดยเคลมแรงม้ามาที่ 113 แรงม้าที่ 9,000 รอบและแรงบิดที่ 96.3 นิวตันเมตรที่ 7,750 รอบ หรือ 93.6 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบสำหรับประเทศที่บังคับใช้ Euro5  ระยะเซอร์วิสเองก็ยาวมากเพราะชิ้นส่วนมีความทนทานสูง โดยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกๆ 15,000 กม. และเช็คตั้งวาล์วทุก 30,000 กม.  จุดเด่นของโมเดลใหม่นี้คือระบบกันสะเทือนที่ปรับเซ็ตได้เต็มระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมกับระบบ Skyhook Evo หรือระบบโช้คไฟฟ้า ที่ช่วยจัดการเรื่องช่วงล่างให้รถคุณ  ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม. พร้อมกับคาลิเปอร์เบรก Brembo โมโนบล็อก 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 265 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ พร้อมกับระบบเบรกแบบ Cornering ABS ที่ทำงานร่วมกับระบบ IMU แบบ 6 แกน จาก Bosch  ตัวรถยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี โดยมีโหมดการขับขี่ 4 โหมด (Sport, Touring, Urban และ Enduro) แทร็คชันคอนโทรล 8 ระดับ ส่วนระบบ Cornering ABS ปรับได้ 3 ระดับ ระบบช่วยหยุดรถบนทางลาดชัน ไฟเลี้ยวยกเลิกอัตโนมัติ หน้าจอเรือนไมล์แบบ LCD ส่วน V2S จะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบไฟเบรกฉุกเฉินที่เคยมีในรุ่นใหญ่อย่าง V4 ตอนนี้ก็มีในโมเดลใหม่นี้ด้วย ซึ่งจะทำงานเวลาเบรกกะทันหัน และกระพริบไฟเบรกถี่ ๆ เพื่อแจ้งเตือนคนที่ตามมาด้านหลังให้รู้และระวังตัว ทั้ง 2 โมเดลจะมาพร้อมไฟท้าย LED แต่สำหรับไฟหน้านั้นเฉพาะ V2S เท่านั้นที่ได้ LED และระบบไฟส่องสว่างในโค้ง นอกจากนี้ระบบ V2S จะยังมีควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ครูซคอนโทรลและสวิตช์ควบคุมแบบมีแบ็กไลท์ ตัวรถมีเบาะนั่งมาตรฐานสูงที่ 830 ม.ม. แต่สามารถเลือกอ็อปชันเสริมเป็นเบาะที่สูงหรือต่ำกว่าได้   สุดท้ายนี้ Ducati Multistrada V2 จะมาในเฉดสีแดง Ducati Red และล้ออัลลอยสีดำ ในราคา 516,300 บาท ส่วน V2S จะมาในเฉดสีแดง Ducati Red และล้ออัลลอยสีดำ และเฉดสีเทา Street Grey เฟรมดำและล้ออัลลอยสีแดง ในราคา 604,000 บาท ส่วนบ้านเรานั้นก็น่าจะนำเข้ามาจำหน่ายในช่วงต้นปีหน้าเป็นอย่างเร็ว คงเข้าไม่ทันปลายปีนี้อย่างแน่นอน ซึ่งก็ถือเป็นโมเดลที่มีความน่าสนใจและเทคโนโลยีก็ค่อนข้างจะครบครันเป็นรองพี่ใหญ่อยู่ไม่กี่อย่าง สำหรับคนชอบเดินทางผจญภัยโมเดลนี้อาจจะเป็นคำตอบของคุณ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2 October 2021
Adidas จับมือ Kawasaki

Adidas จับมือ Kawasaki ส่งรองเท้าเอาใจแฟน ๆ Ninja ล่าสุดแบรนด์รองเท้ายักษ์ใหญ่ระดับโลกจากเยอรมันอย่าง Adidas จับมือ Kawasaki ค่ายรถจากแดนปลาดิบหรือค่ายยักษ์เขียวที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็ได้ทำการจับมือกัน ส่งรองเท้ารุ่นพิเศษออกมาเรียกน้ำลายสาวกนินจากอย่าง ZX 8000 และ ZX 5K Boost ซึ่งก็บอกได้ว่าสวยงามตามท้องเรื่องน่าสะสมเป็นอย่างยิ่ง โดย ZX 8000 จะเป็นรองเท้าที่มาในชุดสีขาว เขียว และน้ำเงิน สื่อถึงสีสุดคลาสสิคของ Ninja ZX-7R สปอร์ตไบค์ระดับตำนานของทางค่าย ขณะที่ ZX 5K จะมาในชุดสีดำและเขียวที่ดูละม้ายคล้ายกับ ZX-10R 2021 สปอร์ตไบค์เรือธงของทางค่ายนยักษ์เขียว  งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันละครับว่าจะมาขายที่เมืองไทยให้ได้เป็นเจ้าเข้าเจ้าของกันได้สะดวกหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไปครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

1 October 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Schuberth C5

Schuberth C5 หมวกยกคางที่ดีที่สุดจากนิตยสารเยอรมัน Schuberth C5 คือหมวกกันน็อกแบบฟลิพอัปหรือยกคางใบแรกในท้องตลาดที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานตามเกณฑ์ ECE-R 22.06 และทางนิตยสารชื่อดังจากเยอรมันอย่าง Motorrad ทดสอบและให้คะแนนว่าเป็นหมวกยกคางที่ดีที่สุดอีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับหมวกกันน็อกแบรนด์อื่น ๆ รวมกันทั้งหมด 7 ใบด้วยกัน เราไปดูกันดีกว่าว่าเจ้าหมวกใบนี้มันมีอะไรยังไงกันบ้าง ข้อมูลคุณสมบัติ ตัวหมวกทำจากวัสดุไฟเบอร์กลาสหรือคาร์บอน แล้วแต่รุ่น ผลิตขึ้นในประเทศเยอรมนี ตัวหมวกจะมีตัวตัดลมหรือวินด์ดีเฟล็กเตอร์ที่คาง มีแว่นกันแดด และตัวกันฝ้า พร้อมรองรับการติดตั้งระบบสื่อสารแบบบลูทูธ มีการทดสอบวัดเสียงรบกวนภายในหมวกได้ที่ 87.9 เดซิเบล ขนาด: XS (53) ถึง XXXL (65),  โดยมีขนาด 2 เชลล์ไซส์ น้ำหนัก: 1,640 +/- 50 กรัม /1,710 กรัม (สเปกโรงงาน/ ชั่งจริงไซส์ L) สี: ขาว, ดำ, ดำด้าน, เงิน, เทา, เหลืองสะท้อนแสง และลายกราฟิกอีก 8 ลาย จุดเด่น เหมาะสำหรับคนใส่แว่นมาก ๆ ให้มุมมองหรือทัศนวิสัยที่กว้างและคมชัด มีช่องไหลเวียนอากาศที่ใช้งานง่ายและใช้งานได้ดีมาก กลไกตัวแว่นกันแดดคุณภาพดีมาก ดูดซับแรงกระแทกได้ดี มีแอโรไดนามิกที่ยอดเยี่ยม ให้เสียงรบกวนน้อย งานประกอบและวัสดุดี นอกจากนี้ยังเปลี่ยนชิลด์เองได้ง่ายมาก ๆ จุดสังเกต คู่มือผู้ใช้สั้นไปหน่อย แต่ดาวน์โหลดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ได้ และราคาที่ค่อนข้างสูง ทั้งนี้ทางนิตยสารได้จำทดสอบทั้งในห้องแล็ปและทดสอบขับขี่ใช้งานบนถนนจริง ทั้งขับขี่ถนนในเมืองหรือว่าทางหลวงไฮเวย์ ด้วยความเร็วกว่า 180 กม./ชม.กับรถ Husqvarna Norden 901 แต่ส่วนมากจะเป็น 160 กม./ชม. ตลอดไปจนถึงทดสอบจำลองฝนตกด้วยการทดสอบในแล็ปที่สามารถจำลองฝนตกหนักออกมาได้ด้วย รวมไปถึงมีการทดสอบวัดเสียงในอุโมงค์ลม และอื่น ๆ และผลก็คือหมวกแบรนด์เยอรมันอย่าง C5 ก็เป็นผู้ชนะไปครับ งานนี้ใครที่กำลังมองหาหมวกยกคางคุณภาพสูง ปลอดภัยได้มาตรฐาน ก็คงต้องมองใบนี้ไว้แล้วล่ะครับ ทั้งนี้ทาง Panda Rider ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ก็มีจำหน่ายในราคา 25,900 บาทเท่านั้นสำหรับหมวกสีพื้น หมวกลายกราฟิกราคา 28,500 บาท และรุ่นคาร์บอนที่จะมีน้ำหนักเบามากกว่า ช่วยให้ใส่ได้สบายมากขึ้น จำหน่ายในราคา 55,000 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

12 March 2024
Moto3 เดือด ทุบสถิติสนามตั้งแต่รอบซ้อม ด้วยยาง Pirelli

Moto3 เดือด ทุบสถิติสนามตั้งแต่รอบซ้อม ด้วยยาง Pirelli การแข่งขัน MotoGP 2024 สนามแรกเริ่มเปิดฉากขึ้นแล้วที่สนาม Lusail Internation Circuit ประเทศกาตาร์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาก็จะเป็นช่วงของการซ้อม และที่น่าจับตามองคือการแข่งขันในพิกัดเล็กอย่าง Moto3 เดือด ทุบสถิติสนามตั้งแต่รอบซ้อม ด้วยยาง Pirelliหลาย ๆ ท่านที่ติดตามข่าวสารการแข่งขันรายการ MotoGP มาตลอด น่าจะพอทราบกันดีว่าปี 2024 ปีนี้จะเป็นปีแรกที่การแข่งขันในรุ่น Moto2 และ Moto3 นั้นมีการเปลี่ยนผู้สนับสนุนยางมาเป็น Pirelli เป็นครั้งแรก และสนามนี้จะเป็นการเดบิวต์ยาง Pirelli ในการแข่งขันรายการนี้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกเลย และเมื่อสถิติเวลาการฝึกซ้อมออกมาก็ออกมายืนยันคอนเฟิร์มว่าการเปลี่ยนยางนั้นส่งผลต่อเวลาอย่างแท้จริง โดย Daniel Holgado นักแข่งจากแดนกระทิงสังกัดทีม Red Bull GASGAS Tech3 หมายเลข 96 สามารถกดเวลามาเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 02:03.606 เร็วกว่าสถิติสนามที่ทาง Daryn Binder เคยทำไว้ด้วยเวลา 2:04.075 นาที เมื่อปี 2021 กับรถ Honda ซะอีก โดยเร็วกว่าถึง 0.469 วินาที ขณะเดียวกันถ้าเทียบกับ Deniz Öncü นักแข่งชาวตุรกีจากทีม Red Bull KTM Ajo ที่เคยทำสถิติเวลาในรอบ Practise 1 ได้เป็นอันดับ 1 เมื่อปี 2023 ด้วยเวลา 2:09.404 นาที ซึ่งต่างจากสถิติของทาง Holgado มากถึง 5.798 วินาที เลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่สภาพแทร็กของปี 2024 นี้มีอุณหภูมิที่เย็นกว่ามากถึง 16 องศา โดยอุณหภูมิแทร็กปี 2023 อยู่ที่ 44 องศา ขณะที่ปี 2024 อยู่ที่ 28 องศาเท่านั้น ด้วยตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเวลานั้นดีขึ้นกว่าเดิมมากหากเทียบกับเวลาที่ดีที่สุดในช่วงการซ้อมเหมือนกัน แม้ว่าอุณหภูมินั้นเย็นกว่ามาก แสดงให้เห็นว่ายาง Pirelli ที่เข้ามาซัพพอร์ตให้นั้นมีผลช่วยให้นักแข่งสามารถทำเวลาได้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งนี้นักแข่งได้ใช้ยาง Pirelli Diablo Superbike ขนาด 110/70 R17 และ 120/70 R17 โดยมีสูตรยางให้เลือกตามภาพด้านบนเลยครับ งานนี้รอติดตามกันอีกทีหลังจบการแข่งขัน มาดูกันว่าเวลาจริงที่ทำได้ตอนแข่งขันนั้นจะดีแค่ไหน มารอลุ้นไปด้วยกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

9 March 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
KLX230SM 2023 สเปค ราคา ซูเปอร์โมโตตัวจี๊ด เอาใจสายทางเรียบ

KLX230SM 2023 สเปค ราคา ซูเปอร์โมโตตัวจี๊ด เอาใจสายทางเรียบ     KLX230SM 2023 โมเดลซูเปอร์โมโตค่ายเขียวกับโฉมสีดำตัดกับสายลายกราฟิกสีทองสวยงาม พร้อมเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 233 ซีซีที่ถูกติดตั้งบนเฟรมทรงเลขาคณิตขนาดกระทัดรัด ให้น้ำหนักเบา ควบคุมง่าย ถูกใจสายบิดทางเรียบอย่างแน่นอน ราคาแนะนำ รุ่นธรรมดา 156,600 บาท รุ่น ABS 165,600 บาท ​     ไฟ LED ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน พร้อมระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS)     เรือนไมล์ดิจิทัล LCD โช้คอัพหน้าหัวกลับจาก Showa   สเปค KLX230 SM ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 233 ซีซี แรงม้า (เคลม) 19 แรงม้าที่ 7,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 19 นิวตันเมตรที่ 6,100 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 x 66.0 มม. อัตราส่วนการอัด 9.4 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ดิจิทัล ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 110/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ยางหลัง 120/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 37 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ Semi-floating ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 สูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 สูบ กว้าง X ยาว X สูง 940 x 2,050 x 1,145 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,375 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 230 มม. ความสูงเบาะ 845 มม น้ำหนักรถ 138 กก. ความจุถังน้ำมัน 7.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E10 เทคโนโลยี ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) เรือนไมล์ดิจิทัล LCD   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น KLX230SM 2023 สี EBONY (รุ่นธรรมดาและ ABS)     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

หาไซซ์หมวกกันน็อก ง่าย ๆ เพียงขั้นตอนเดียว

หาไซซ์หมวกกันน็อก ง่าย ๆ เพียงขั้นตอนเดียว หากคุณกำลังประสบปัญหาอยากซื้อหมวกกันน็อกออนไลน์ แต่ไม่รู้ไซซ์ และไม่รู้ว่าจะเลือกไซซ์ไหนดี ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป วันนี้ทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ จะมาเผยทริค เล็ก ๆ สำหรับวิธีการวัดไซซ์หมวกกันน็อกง่าย ๆ เพียงคุณทำตามเราในขั้นตอนเดียว !! วิธีการวัด สำหรับวิธีการวัดง่าย ๆ เพียงใช้สายวัด วัดรอบศีรษะเหนือคิ้วเพียงเล็กน้อย ตามนี้เลยจ้า  แล้วนำขนาดที่ได้ไปเทียบกับตาราง Size ขนาดหมวกกันน็อกตามนี้เลย เราได้นำตารางไซซ์มาให้ทุกคนได้เปรียบเทียบกัน เพื่อความสะดวกสบาย เราจัดให้ หรือถ้าหากได้หมวกกันน็อกมาแล้ว สามารถเช็คได้ว่าเหมาะสมกับศีรษะของเราหรือไม่ โดยลองใส่แล้วลองขยับศีรษะไปมา ว่าหมวกยึดติดกับศีรษะดี ไม่ส่ายไปมาตามแรง และนวมตรงแก้มกระชับดี ไม่บีบจนเกินไป  ข้อควรระวัง ไม่ควรสวมใส่หมวกกันน็อกที่คับแน่นจนปวดขมับเกินไป เพราะอาจทำให้เสียสมาธิในการขับขี่ได้ เพียงแค่นี้ เราก็จะได้ไซซ์ที่เหมาะสมในการเลือกซื้อหมวกกันน็อกแล้วจ้า เพื่อไม่ให้พลาดสาระน่ารู้ หรือเทคนิคดี ๆ จากทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ สามารถกดติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia เปิดตัว 2 โมเดลพิเศษบุกตลาดอเมริกาเหนือ

Aprilia เปิดตัว 2 โมเดลพิเศษบุกตลาดอเมริกาเหนือ ล่าสุดระหว่างการแข่งขัน MotoGP 2023 ที่สนาม Austin ที่ผ่านมา ค่ายรถจากเมือง Noale อย่าง Aprilia เปิดตัว 2 โมเดลพิเศษบุกตลาดอเมริกาเหนือ เป็นการทำเซอร์ไพรส์ โดยสองโมเดลพิเศษดังกล่าวคือโมเดลระดับเรือธงอย่าง RSV4 Factory และ Touno V4 Factory รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดที่โดดเด่นด้วยเฉดสีขาว ตัดแต่งด้วยสีแดง น้ำเงิน และตัวอักษรบอกชื่อค่ายเป็นสีเงิน โดยพื้นฐานของ RSV4 Factory นี้ยังคงเป็นเครื่องยนต์ V4 65 องศา ขนาด 1,099 ซีซีที่เคลมแรงม้ามามากถึง 217 แรงม้า ส่วน Tuono V4 Factory ก็จะปรับลดดีกรีความแรงลงมาเล็กน้อย โดยจะมีเครื่องยนต์ขนาด 1,077 ซีซีที่ให้กำลังแรงม้าที่ 175 แรงม้าแทน เพื่อความสุดยอดสมกับเป็นโมเดลพิเศษทั้งสองคันจึงมาพร้อมช่วงล่างไฟฟ้าระดับท็อปอย่าง Öhlins Smart EC 2.0 และระบบเบรกจาก Brembo โดยด้านหน้าจะได้เป็นคาลิเปอร์เบรก Stylema ด้วย ปิดท้ายด้วยล้ออลูมิเนียมฟอร์จที่รัดมาด้วยยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP สุดหนึบ ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นทั้ง 2 โมเดลจะได้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของทางค่าย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผลแบบ 6 แกนจากทาง Marelli คันเร่งไฟฟ้าเต็มระยย ระบบช่วยเหลือในการขับขี่อย่าง Aprilia Performance Ride Control (APRC) ก็มาครบชุด โดยจะมีโหมดการขับขี่ 6 โหมด แบ่งเป็น 3 โหมดสำหรับขับขี่ในสนามและสามโหมดสำหรับขับขี่บนถนน โดย 3 โหมดจากทั้งหมดนี้สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ และยังสามารถปรับแต่งแทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก และระบบเบรก ABS ได้อีกด้วย สุดท้ายเรื่องของการจำหน่ายนั้นจะมีจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือหรือก็คืออเมริกาและแคนาดา โดยจะจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 26,499 ดอลลาร์หรือราว ๆ 913,000 บาทสำหรับเจ้าซูเปอร์ไบค์เรือธงของทางค่าย และสำหรับเจ้าเน็กเก็ดพิกัดเรือธงล่ะก็จะมีราคาที่ถูกลงมาอยู่ที่ 20,099 ดอลลาร์หรือราว ๆ 692,000 บาท  ซึ่งถ้าหลุดมาจำหน่ายไทยได้ล่ะก็ราคาคงดีดไปอีกไกลเลยทีเดียวล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!