SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Lorenzo ยังไม่สามารถกลับมาฟิตได้เต็มร้อย ชวดไปอีก 2 สนาม

Jorge Lorenzo นักบิดชาวสเปนของทาง Repsol Honda ที่ได้รับการบาดเจ็บจากการล้มกระแทกอย่างรุนแรงและกระดูกร้าวในรอบการซ้อมที่ Assen นั้นได้ทำให้เค้าพลาดในการเข้าร่วมการแข่งขันไปถึงสองสนามคือ Dutch GP และ German GP และล่าสุดนั้นทางเราก็ได้รายงานว่าเขาจะกลับมาทันในการแข่งขัน CzechGP ที่สนาม Brno ทว่าล่าสุดได้มีรายงานจากทาง HRC (Honda Racing Corporation) ว่า Lorenzo นั้นยังไม่สามารถกลับมาฟิตได้เต็มร้อยและจะพลาดการแข่งขันอีกสองรายการคือ CzechGP และ AustrianGP นั้นเอง ซึ่งรวมๆ แล้ว Lorenzo จะพลาดการแข่งขันทั้งหมดถึง 4 สนามและจะกลับมาพร้อมแข่งขันอีกครั้งในศึก BritishGP ช่วงปลายเดือนหน้า อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติม คลิกทีนี้

26 July 2019
Marquez บอก Quartararo ยังไม่รู้จักความกดดันที่แท้จริง

Fabio Quartararo นั้นถือได้ว่าเป็น Rookie หน้าใหม่ไฟแรงที่มาแรงไม่น้อยเลยทีเดียวในตอนนี้ ด้วยวัยเพียง 20 ปี นักบิดชาวฝรั่งเศสจากทีม Petronas Yamaha SRT คนนี้ก็สามารถเก็บคะแนนและยืนบนโพเดียมได้อย่างสง่างามและเต็มภาคภูมิ Marc Marquez เด็กระเบิดที่ได้สร้างผลงานเอาไว้มากมายตั้งแต่ปี 2013 ที่ล่าสุดนั้นก็สามารถครองแชมป์โลกในฤดูกาลแรกของ MotoGP ไว้ได้ก็ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ Quartararo ว่า “Quartararo นั้นเป็น Rookie ในรายการ MotoGP ซึ่งการที่เขาเป็นเพียงแค่ Rookie นั้นก็ทำให้ความคาดหวังมีไม่มากเช่นกัน เช่นเดียวกับสมัยที่ตัว Marquez เองยังเป็น Rookie อยู่ซึ่งเมื่อไม่มีความกดดันจากความคาดหวังมากนักก็ทำให้สามารถสร้างผลงานออกมาได้ดีเกินกว่าที่คิดเอาไว้เพราะการที่ไม่ถูกกดดันจากทีมและสื่อนั้นมีส่วนช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นอย่างไรก็ตามนั้น Quartaro จะได้เจอกับบททดสอบครั้งสำคัญในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้  ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้ 

20 July 2019

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Piaggio MP3 310 สามล้อ แม่บ้านอิตาลี

Piaggio MP3 310 สามล้อ แม่บ้านอิตาลี 2025 Piaggio MP3 310 สกูตเตอร์สามล้อรุ่นใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากรุ่นพี่อย่าง MP3 400 และ MP3 530 สไตล์ตัวรถที่โดดเด่น แฟริ่งด้านหน้ารถได้รับการออกแบบใหม่ โดยมีขนาดที่กว้างขึ้น มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED เต็มระบบ ตรงกลางแผงหน้ามีช่องดักอากาศขนาดเล็กที่ดูสปอร์ต พร้อมกับกระจังหน้าแบบรังผึ้งสามมิติ พร้อมสปอยเลอร์แนวตั้งซึ่งเป็นผลจากการค้นคว้า ด้านอากาศพลศาสตร์อย่างพิถีพิถัน ร่วมกับแผ่นบังลมด้านข้างใหม่ ให้ความเสถียรมากขึ้น ชิลด์บังลมได้รับการออกแบบใหม่ ที่มีขนาดใหญ่และสามารถกันลมได้เป็นอย่างดี ส่วนหน้ามีความสปอร์ตและดุดัน ไปจนถึงบังโคลนที่มีองค์ประกอบสีเดียวกับตัวรถในรุ่น Sport ล้อที่มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่แบบก้านแยก 5 ก้าน ให้ความรู้สึกเหมือนรถสปอร์ตหรู ส่วนหน้าที่ดูเด่นสะดุดตานั้นตัดกับท้ายรถที่ดูเพรียวลม ซึ่งออกแบบอย่างลงตัวด้วยแถบจับด้านท้าย สำหรับผู้โดยสารที่สะดวกสบาย และจบด้วยไฟส่องสว่าง Full LED รอบคัน เบาะนั่งที่มีระดับสองชั้นได้รับการออกแบบใหม่ นั่งสบาย และมีรูปทรงที่ช่วยให้เท้าผู้ขับขี่สามารถสัมผัสกับพื้นได้ง่ายและปลอดภัย พร้อมตำแหน่งของผู้โดยสารได้รับการออกแบบให้มีความสบายขึ้น โดยมีแผ่นพักเท้าพับได้ที่ใช้งานง่าย ซึ่งเมื่อพับเก็บแล้วจะผสานเข้ากับแฟริ่งของตัวรถอย่างลงตัว ช่องเก็บของใต้เบาะมีพื้นที่กว้างขวาง สามารถใส่หมวกกันน็อคเต็มใบได้หนึ่งใบ หรือหมวกแบบครึ่งใบสองใบ รวมถึงสิ่งของอื่น ๆ  เครื่องยนต์ใหม่ ใหญ่ขึ้น แถมรักษ์โลก เครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดในตระกูล HPE (High Performance Engine) ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน Euro 5+ เมีความจุกระบอกสูบเพิ่มขึ้น จากเดิม 278 ซีซี เป็น 310 ซีซี รวมถึงมีคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การขับขี่ ไม่เพียงแค่ด้านสมรรถนะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสะดวกสบายในการขับขี่และความคล่องตัว ทั้งหมดนี้ยังช่วยให้รถประหยัดน้ำมันขึ้นอีกด้วย โดยอยู่ที่ 32.2 กม./ลิตร โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้ เป็นเครืองยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ให้พละกำลังเเรงม้าสูงสุดที่ 26.4 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 27.3 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุดก็เพิ่มขึ้น จากการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ โดยจากเดิมที่เคยทำความเร็วได้ 120 กม./ชม. เพิ่มเป็น 129 กม./ชม ช่วงล่างปรับใหม่ อัพเกรดความปลอดภัยเต็มขั้น   ระบบเบรกมาพร้อมระบบ ABS ป้องกันล้อล็อกที่ผสานกับระบบควบคุมการลื่นไถล ASR (Acceleration Slip Regulation) ระบบ ASR (ซึ่ง Piaggio เป็นผู้ริเริ่มนำมาใช้ในสกู๊ตเตอร์) สามารถปิดการใช้งานได้ง่าย และช่วยรับประกันความปลอดภัยโดยป้องกันไม่ให้ล้อหลังลื่นไถลบนพื้นผิวที่อันตราย เช่น แอสฟัลต์เปียก ระบบ ABS แบบสามช่อง ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Continental ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเชิงป้องกัน โดยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกเมื่อเบรกและให้การควบคุมรถที่สมบูรณ์ตลอดเวลา Piaggio MP3 ติดตั้งระบบเบรกแบบดิสก์ทั้งสามล้อ โดยมีขนาดดิสก์ 258 มม. ที่ล้อหน้า และ 240 มม. ที่ล้อหลัง ความปลอดภัยที่มากขึ้นและการขับขี่ที่ราบรื่นขึ้นยังมาจากล้อหน้าขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 13 นิ้ว ส่วนล้อหลังขนาด 14 นิ้ว ระบบล็อคช่วงล่างด้านหน้า ซึ่งเป็นจุดเด่นของสกู๊ตเตอร์สามล้อสัญชาติอิตาลีรุ่นนี้ ช่วยเปลี่ยนสมดุลแบบไดนามิกเป็นสมดุลแบบสแตติก เมื่อสตาร์ทรถแล้ว มันจะรักษาสมดุลอยู่บนล้อทั้งสามโดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง (แม้ว่าจะติดตั้งมาให้) เมื่อต้องการกลับสู่การทำงานปกติ เพียงแค่เร่งความเร็วหรือใช้ปุ่มกดเฉพาะ นั่นหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องวางเท้าลงพื้น และสามารถจอดได้ทุกที่อย่างง่ายดาย เทคโนโลยีจัดเต็มพร้อมอำนวยความสะดวก มาพร้อมกับ หน้าจอ LCD ขนาด 5 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัล มาตรวัดรอบที่อยู่ตรงกลาง พร้อมกับตัวบอกระยะทางรวม และระยะทางทริป อุณหภูมิอากาศ นาฬิกาดิจิทัล ตัวบอกระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และตัวบอกอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น   ซึ่งสามารถเลือกดูได้โดยใช้ปุ่ม MODE บนแผงควบคุมด้านขวา เช่น ความเร็วสูงสุด ความเร็วเฉลี่ย การใช้เชื้อเพลิงแบบทันที การใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ย ระยะทางแบตเตอรี่ และระดับการชาร์จ ส่วนไฟเตือนจะแสดงการทำงานต่าง ๆ เช่น “ตรวจสอบการฉีดเชื้อเพลิง” น้ำมันสำรอง ความดันน้ำมัน การทำงานของ ABS และระบบป้องกันการโจรกรรม การควบคุมบนแฮนด์และแผงหน้าปัดได้รับการจัดตำแหน่งใหม่ให้ใช้งานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

11 October 2024
BMW C400 GT & C400 X 2025 รถพรีเมียม ปรับใหม่ ผ่าน Euro5+

BMW C400 GT & C400 X 2025 ปรับใหม่ ผ่าน Euro5+ BMW Motorrad เปิดโฉมพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ขนาดกลางสองรุ่น อย่าง BMW C400 GT & C400 X 2025 โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่เน้นความคล่องตัวเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง ส่วน BMW C400 GT ซึ่งเป็นเวอร์ชัน Gran Turismo เหมาะสำหรับการออกทริป เดินทางไกล โดดเด่นด้วยความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้น โดย ทาง BMW Motorrad ได้มีการปรับปรุงใหม่ นอกจากด้านเทคนิคแล้ว ยังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ สีสันใหม่ และอุปกรณ์เสริมใหม่ให้ด้วย BMW C400 X ออกแบบใหม่ พร้อมรุ่นย่อย นอกจากรุ่นพื้นฐาน Blackstorm metallic ที่มาพร้อมเบาะสีดำ/เทา ล้อสีดำ และคาลิปเปอร์เบรกด้านหน้าสีดำแล้ว BMW C 400 X ยังมีรุ่น “Rugged” ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่ออกแบบด้านหน้าให้ดูโฉบเฉี่ยวและมีความสปอร์ตมากขึ้น  มาพร้อมสีตัวถัง Kalamata metallic matt ซึ่งให้ความรู้สึกตื่นเต้นและมีความสปอร์ต ล้อสีแดง แถบสีแดง และยางลายออฟโรด เสริมความดุดัน ผสมผสานกับคาลิปเปอร์เบรกสีทองด้านหน้า มีกระจกบังลมสีเข้ม เบาะนั่งสีแดง-ดำ แผ่นเหยียบสแตนเลส และการ์ดกันมือที่เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเติมเต็มลุคที่แข็งแกร่ง สำหรับแผ่นเหยียบ รวมถึงตุ้มปลายแฮนด์แบบอโนไดซ์ BMW C400 GT ปรับปรุงใหม่ ถูกใจสายเดินทาง BMW C 400 GT ได้รับการปรับปรุงให้เข้าถึงการขับขี่ง่ายขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและปรับปรุงสรีรศาสตร์ในการขับขี่ นอกจากรุ่นพื้นฐาน Blackstorm metallic ที่มาพร้อมเบาะสีดำ ล้อสีดำ และคาลิปเปอร์เบรกสีดำด้านหน้าแล้ว BMW C 400 GT ยังมีรุ่นใหม่ “Exclusive” ให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริม BMW C 400 GT มาพร้อมสีตัวถัง Diamondwhite metallic ซึ่งให้ความรู้สึกหรูหรา ล้อสีทอง แถบสีทอง และเบาะนั่งสีดำที่ปักโลโก้เข้ากับสีล้อ ผสมผสานกับคาลิปเปอร์เบรกสีทองด้านหน้าและกระจกบังลมที่มีสีเข้มเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีไฟส่องพื้นพร้อมการฉายโลโก้ BMW และแผ่นเหยียบสแตนเลส ซึ่งช่วยเสริมให้ตัวรถดูสมบูรณ์แบบมากขึ้น BMW C 400 X และ BMW C 400 GT ใหม่ มีพื้นที่เก็บของใต้เบาะมากขึ้น ทำให้สามารถเก็บสัมภาระได้มากขึ้น โดย BMW C 400 X มีพื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้น 3 ลิตร ส่วน BMW C 400 GT รวมกับช่องเก็บของด้านหน้าเพิ่มขึ้นถึง 12 ลิตร นอกจากนี้ BMW C400 GT ยังมาพร้อมชิลด์บังลมด้านหน้าที่ปรับได้ด้วยมือเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และสามารถติดตั้งแร็คสำหรับบรรทุกสัมภาระเป็นอุปกรณ์เสริมได้ ด้วยพื้นที่เก็บของ 43.5 ลิตร กล่องท้ายรถใหม่ไม่เพียงแต่มีปริมาตรมากขึ้น 13.5 ลิตรเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน แต่ยังรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ 10 กิโลกรัม จากเดิม 5 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีระบบไฟส่องสว่างภายใน และพอร์ตชาร์จ USB เป็นฟังก์ชันเสริม ติดมาให้พร้อมกับเเร็คท้ายจากโรงงาน เครื่องยนต์ ทรงพลัง พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ยังคงเป็นเครื่องยนต์หนึ่งสูบแบบเดิมขนาด 350 cc โดยมีกำลัง 34 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 35 นิวตันเมตร ที่ 5,750 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังแบบเกียร์ CVT แบบเเปรผันต่อเนื่องเเละสวิงอาร์มพาวเวอร์เซ็ตที่มีความแข็งแรงต่อแรงบิดสูง พร้อมรับรองมาตรฐาน Euro5+ รุ่นล่าสุด ทำให้ BMW C 400 X และ BMW C 400 GT

11 October 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha

Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha ไม่แรง มีย้าย!!   ล่าสุดแชมป์โลก MotoGP ปี 2021 หรือ Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha ไม่ทำรถแข่งปี 2024 ให้ได้ตามที่เขาบอก ไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะย้ายทีม!! โดยเรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากอดีตแชมป์เมื่อปี 2021 เอ่ยปากวิพากษ์วิจารณ์ความก้าวหน้าของทีมในเรื่องการพัฒนารถซึ่งเขาบอกว่ารู้สึกผิดหวังหลังจากที่ได้ทดสอบรถที่ Misano ซึ่งใคร ๆ ที่ตามก็น่าจะทราบกันดีว่าสัญญา Quartararo นั้นจะหมดในปี 2024 ซึ่งหมายความทางทีมยามาฮ่ามีเวลา 1 ปีที่จะทำให้ดาวเด่นของพวกเขาพอใจ หรือไม่อย่างนั้นก็แยกย้าย “เรามีเวลาไม่มากนักที่จะปฏิวัติ” Fabio กล่าว “อนาคตในตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในมือผมแล้ว แต่มันอยู่ในมือของยามาฮ่า” “แน่นอนว่า ผมชอบที่จะอยู่กับยามาฮ่า แต่ถ้าพวกเขาไม่ทำตามที่ผมต้องการ เรื่องรถที่สามารถใช้แข่งได้สูสีล่ะก็ ผมคงต้องพิจารณาตัวเองเรื่องการย้ายทีมในปี 2025” ความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีระหว่าง Quartararo และ Yamaha เริ่มต้นขึ้นระหว่างการป้องกันแชมป์ของเขาเมื่อปี 2022 หรือปีที่แล้วนั่นเอง จนกลายเป็น Francesco Bagnaia ที่สามารถไล่ตามกลับมาแล้วกลายเป็นแชมป์โลกปี 2022 ไปได้ แต่ผลงานของเขาในปีนี้กลับไม่ดีขึ้นเลย ไม่เพียงแต่ตามหลัง Ducati แต่บางครั้งยังตกลงไปเป็นรอง KTM และ Aprilia แม้ว่าที่อินเดีย Quartararo จะสามารถจบที่อันดับที่ 3 แต่เขาก็อธิบายว่า “มันยากมาก ๆ มันยากตอนที่เราต้องต่อสู้มาตลอด 3 ปี จากแรกเริ่มคือเพื่อให้คว้าแชมป์ กลายมาเป็นแค่คว้าชัย คว้าโพเดียม ในทุก ๆ เรซแทน” “บางทีนักแข่งอาจจะช่วยคัฟเวอร์ปัญหาของตัวรถได้บ้าง แต่บางครั้งปัญหาจากตัวรถก็เกินกว่าที่ผมจะทำอะไรได้” “โดยพื้นฐานแล้วมันเป็น 3 ปีที่ผมอยู่กับรถที่ไม่ต่างไปจากเดิม มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมาย และเราก็พัฒนาอะไรไม่ได้” “ปีหน้าและในอนาคต มันอยู่ในมือของยามาฮ่าที่จะต้องทำรถที่ดีกว่านี้ และจะได้เห็นว่ามันจะเป็นอย่างไร” การทดสอบที่ Misano นั้นเป็นโอกาสแรกที่เขาจะได้สัมผัสแนวทางการพัฒนาของทางค่ายสำหรับฤดูกาลถัดไป แต่เขากลับรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก เขาบอก “ว่ามันเป็นการทดสอบที่ไม่ดีเท่าไหร่ มันเป็นที่ตัวรถ ผมบอกได้เลยว่าผมรู้สึกอย่างไร เราพูดคุยกับ 1 ชั่วโมง มีคนไม่ต่ำกว่า 20 คนอยู่ในมีตติ้งนั้น ผมบอกเขาไปตรง ๆ กับทีมงานว่าผมไม่แฮปปี้ และพวกเราต้องพัฒนา” “ผมขอเขาไปเยอะด้วย ผมจะดีใจมากที่เขาทำตามที่ผมขอได้สักครึ่งนึง ครึ่งในปีหน้า และอีกครึ่งในปี 2025 ผมจะดีใจมาก” “ถ้ายามาฮ่าจะดูเป็นมืออาชีพและแข่งขันได้อย่างสูสีในปีหน้า เขาจะต้องวางเดิมพันให้มากกว่านี้” สุดท้ายนี้แฟน ๆ MotoGP ก็ต้องติดตามเชียร์กันต่อไปครับ โดยเฉพาะค่ายรถจากฝั่งญี่ปุ่นที่ตอนนี้ตกเป็นรองค่ายยุโรปอยู่ ปีหน้า 2024 สถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่ต้องติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ดูคาติกังวล

ดูคาติกังวล Marc อาจจะแวะมาดึงความลับรถแรงของเรา แชมป์โลก MotoGP 6 สมัย Marc Marquez ที่เชื่อกันว่าจะไปจอยกับทีม Gresini Ducati ในฤดูกาลหน้า 2024 หลังจากคอนเฟิร์มว่าความสัมพันธ์อันดีกับทาง Honda ที่ยาวนานถึง 11 ปีได้จบลง และก็มีท่าทีที่ว่า ดูคาติกังวล Marc อาจจะแวะมาดึงความลับก่อนจะไปต่อกับทีมอื่น เรื่องนี้เกิดขึ้นจากผู้จัดการทั่วไปของ Ducati หรือก็คือ Gigi Dall’Igna นั้นเคยออกมาเผยถึงความคิดที่เขามีต่อ Marquez ที่กำลังจะเซ็นสัญญา 1 ปีกับทาง Gresini ซึ่งนั่นทำให้เขาจะกลายเป็นนักแข่งไร้สังกัดอีกทีปีในปี 2025 ซึ่งการที่เขาได้มาขี่ Desmosedici ของเรา 1 ปีและมาร่วมงานกับ Ducati ที่กำลังเป็นผู้นำ ที่มากทั้งประสบการณ์และความรู้อาจจะไปเป็นประโยชน์ให้กับทีมอื่นที่เลือกจ้างเขาไปขี่ให้ต่อในปี 2025 ก็เป็นได้ Dall’Igna เคยให้สัมภาษณ์กับทาง SKY ไว้ว่า “ผมเกรงว่าเขาอาจจะดึงความลับเราไปเพื่อไปดีกว่าในปี 2025?” “Johann Zarco เองก็จะย้ายไป Honda ในปีหน้า มันเป็นอะไรที่คล้ายกันเลย” “เขาจะต้องเอาข้อมูลและความรู้ไปด้วยแน่นอน แต่มันจะแย่กว่าถ้าวิศวกรออกตามไปด้วย” หลาย ๆ คนก็คาดว่า Marquez เองก็น่าจะย้ายมา Gresini คนเดียว โดยไม่มีคนจากวงในที่เคยเคียงข้างในช่วงเวลาอันรุ่นเรืองของเขามาด้วยแน่ ๆ อย่างหัวหน้าทีมช่าง Santi Hernandez จะไม่มาแน่ ๆ   ซึ่งนั่นหมายความว่า Marc จะต้องได้รับการแนะนำและซัพพอร์ตจากคนใหม่ ๆ ซึ่งก็มาจากทางทีม และถ้าหากเขาเลือกที่จะทดสอบคุณค่าในตัวของเขาเองในช่วงที่เขายังไม่มีสัญญาในปี 2025 นั้น อย่างน้อย ๆ เลยทาง Ducati ก็น่าจะต้องส่งวิศวกรไปประกบและทำงานกับเขาอย่างใกล้ชิดตลอดปี 2024 เพื่อให้เขาไม่หลุดไปไหนเป็นแน่ งานนี้ก็ต้องมาดูกันล่ะครับว่า Marc Marquez ในปี 2024 และในอนาคตนั้นจะมีผลงานอย่างไร จะย้ายทีมอีกมั้ย นั่นล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

V-Strom 800RE แอดเวนเจอร์ทัวริ่งน้องใหม่จาก Suzuki

V-Strom 800RE แอดเวนเจอร์ทัวริ่งน้องใหม่จาก Suzuki ตามมาติด ๆ หลังจากเปิดตัว V-Strom 800DE ไปได้ไม่นาน ล่าสุด Suzuki ก็ได้ทำการส่งน้องใหม่สายแอดเวนเจอร์ทัวริ่งอย่าง V-Strom 800RE ที่ช่วยเติมเต็มรถในกลุ่มแอดเวนเจอร์ทัวริ่งของทางค่ายให้สมบูรณ์และลงตัวมากขึ้น สำหรับเจ้า RE นั้นย่อมาจาก Road Explorer หรือนักผจญภัยบนทางดำ เข้าใจง่าย ๆ ก็คือพร้อมจะออกเดินทางไปบนถนนเป็นหลักนั่นเอง จึงต่างไปจากเจ้า DE ที่มาจากคำว่า Dual Explorer คือพร้อมตะลุยไปบนทางฝุ่นหรือทางดำก็ได้ ด้วยอะไร ๆ ที่ปรับมาให้เหมาะกับการขับขี่บนท้องถนนมากขึ้นนั่นเองครับ เรื่องรูปโฉมนั้นคล้าคลึงกับเจ้า DE เลย โดยเฉพาะในเรื่องของปากนกและไฟหน้าที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่ก็อย่างที่บอกเจ้าโมเดลนี้จะไปแตกต่างในส่วนอื่น ๆ ที่ทำให้ขับขี่บนท้องถนนได้ดีขึ้นเป็นหลักนั่นเอง ขุมพลังของมันยังคงใช้เครื่องสองสูบเรียงขนาด 776 ซีซีเฉกเช่นเดียวกันกับเจ้า DE ซึ่งจะมาพร้อมกับเพลาข้อเหวี่ยงแบบ 270 องศา ที่ออกแบบมาให้มีแรงบิดกระจายตัวได้ดีในทุกย่านความเร็วรอบ โดยให้แรงบิดสูงสุดที่ 78 นิวตันเมตรที่ 6,800 รอบ และให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 84.3 แรงม้าที่ 8,500 รอบ ในส่วนของช่วงล่างก็จะมีเมนเฟรมเหล็กกล้าเช่นเดียวกัน ซึ่งมีการออกแบบทางวิศวรกรรมให้มีความสมดุลกันระหว่างความสเถียรและความคล่องตัว ตัวท่อเหล็กกล้ามีความแคบลงช่วยให้วางถังน้ำมันที่มีขนาดความจุได้มากขึ้น โดยถังน้ำมันจะมีความจุมากถึง 20 ลิตร อย่างไรก็ตามเจ้า RE คันนี้ก็มีความแตกต่างจากตัว DE โดยจะเปลี่ยนจากล้อซี่ลวด 21 และ 17 นิ้วที่ต้องใช้ยางใน และมาใช้ล้ออลูมิเนียมขนาด 19 และ 17 นิ้วแบบไม่ต้องใช้ยางในแทน ขณะที่ระบบกันสะเทือนก็ยังคงให้ระบบกันสะเทือนคุณภาพสูงจากทาง Showa แต่ปรับมาให้ใช้งานแบบออนโร้ดได้ดีขึ้น โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับที่มีระยะยุบน้อยลงเป็น 150 ม.ม. และด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่องที่สามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์แดมปิ้งได้ ส่วนระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ และด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว นอกจากนี้ยังมีการปรับส่วนต่าง ๆ ให้เหมาะกับการขับขี่บนท้องถนนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งที่สูง 825 ม.ม. พักเท้าอลูมิเนียมมียางรองเท้าก็เยื้องไปด้านหลัง 14 ม.ม. และสูงขึ้นอีก 7 ม.ม. เมื่อเทียบกับ DE ด้านหน้ามีแฮนด์บาร์อลูมิเนียมแบบสอบปลายที่ต่ำลง 13 ม.ม.และโน้มไปด้านหน้า 23 ม.ม. และแคบลง 15 ม.ม. เพื่อให้ท่าทางการขับขี่เหมาะกับการขับขี่แบบออนโร้ดอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีชิลด์หน้าที่สูงและกว้างขึ้นเพื่อป้องกันลมและฝนได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้เหมาะกับการเดินทางไกลมากยิ่งขึ้น มาเข้าเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์กันบ้าง ด้านหน้าตัวรถจะมีหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ที่มีโหมดการแสดงผลหน้าจอสองโหมดคือกลางวันและกลางคืน สามารถเลือกเมนูต่าง ๆ ผ่านสวิตช์ควบคุมที่แฮนด์ด้านซ้ายได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังมีพอร์ต USB สำหรับจ่ายไฟที่ด้านซ้ายมือของหน้าจออีกด้วย ยังมีส่วนที่ช่วยเหลือในการขับขี่ เช่น แทร็คชันคอนโทรล 3 โหมด เปิดปิดได้ โหมดควบคุมกำลังเครื่องยนต์ 3 โหมด Active (โหมดที่ตอบสนองคันเร่งฉับไว้แบบสปอร์ต), Basic (เหมาะสำหรับขี่ชิลล์ ๆ เดินทางไกล ๆ หรือขับขี่ในเมือง) และ Comfort (สำหรับถนนเปียกลื่น) ซึ่งทำได้เนื่องจากระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ให้ฟีลลิ่งเหมือนคันเร่งสาย มีระบบเบรก ABS 2 ระดับ มีควิกชิฟเตอร์แบบสองทางเข้าคู่กันกับสลิปเปอร์คลัตช์ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้ลื่นไหล มีระบบ Low RPM Assist ช่วยป้องกันรถดับเมื่อรอบต่ำ และระบบ Easy Start สตาร์ทง่ายเพียงกดปุ่มครั้งเดียว เรื่องการเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยนั้นก็คงต้องลุ้นกันครับว่าทางซูซูกิประเทศไทยจะนำเข้ามามั้ย มันมีความใกล้เคียงกันค่อนข้างมาก ราคาไทยเองถ้านำเข้ามาก็น่าจะถูกกว่าโมเดล DE ที่ขายอยู่ตอนนี้ที่ 479,000 บาท ราคาของโมเดลนี้ก็น่าจะอยู่ที่ 4 แสนต้น ๆ ครับ ซึ่งโมเดลนี้จะตอบคนที่ชอบการเดินทางท่องเที่ยวบนทางดำมากกว่าทางฝุ่นนั่นเองครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!