SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Jorge Lorenzo นักบิดชาวสเปนของทาง Repsol Honda ที่ได้รับการบาดเจ็บจากการล้มกระแทกอย่างรุนแรงและกระดูกร้าวในรอบการซ้อมที่ Assen นั้นได้ทำให้เค้าพลาดในการเข้าร่วมการแข่งขันไปถึงสองสนามคือ Dutch GP และ German GP และล่าสุดนั้นทางเราก็ได้รายงานว่าเขาจะกลับมาทันในการแข่งขัน CzechGP ที่สนาม Brno ทว่าล่าสุดได้มีรายงานจากทาง HRC (Honda Racing Corporation) ว่า Lorenzo นั้นยังไม่สามารถกลับมาฟิตได้เต็มร้อยและจะพลาดการแข่งขันอีกสองรายการคือ CzechGP และ AustrianGP นั้นเอง ซึ่งรวมๆ แล้ว Lorenzo จะพลาดการแข่งขันทั้งหมดถึง 4 สนามและจะกลับมาพร้อมแข่งขันอีกครั้งในศึก BritishGP ช่วงปลายเดือนหน้า อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้ อ่านข่าว MotoGP เพิ่มเติม คลิกทีนี้

Fabio Quartararo นั้นถือได้ว่าเป็น Rookie หน้าใหม่ไฟแรงที่มาแรงไม่น้อยเลยทีเดียวในตอนนี้ ด้วยวัยเพียง 20 ปี นักบิดชาวฝรั่งเศสจากทีม Petronas Yamaha SRT คนนี้ก็สามารถเก็บคะแนนและยืนบนโพเดียมได้อย่างสง่างามและเต็มภาคภูมิ Marc Marquez เด็กระเบิดที่ได้สร้างผลงานเอาไว้มากมายตั้งแต่ปี 2013 ที่ล่าสุดนั้นก็สามารถครองแชมป์โลกในฤดูกาลแรกของ MotoGP ไว้ได้ก็ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ Quartararo ว่า “Quartararo นั้นเป็น Rookie ในรายการ MotoGP ซึ่งการที่เขาเป็นเพียงแค่ Rookie นั้นก็ทำให้ความคาดหวังมีไม่มากเช่นกัน เช่นเดียวกับสมัยที่ตัว Marquez เองยังเป็น Rookie อยู่ซึ่งเมื่อไม่มีความกดดันจากความคาดหวังมากนักก็ทำให้สามารถสร้างผลงานออกมาได้ดีเกินกว่าที่คิดเอาไว้เพราะการที่ไม่ถูกกดดันจากทีมและสื่อนั้นมีส่วนช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นอย่างไรก็ตามนั้น Quartaro จะได้เจอกับบททดสอบครั้งสำคัญในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน” อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสารในเพจ Facebook คลิกทีนี้

Manuel Gonzalez ส่อโดนปลดเหตุพาดหัวธงชาติญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการแข่งขัน Moto2 เป็นอย่างมาก เมื่อนักบิดแดนกระทิงดุอย่าง ‘Manuel Gonzalez’ ที่สวมผ้าโพกศีรษะแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นหรือ “ฮะจิมะกิ” ในระหว่างการแข่งขันที่โมเตกิ ทำให้ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์จากจีนแบรนด์ QJ Motor ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของทีม Gresini Racing ในการแข่งขัน Moto2 ได้สร้างความขัดแย้งด้วยการเรียกร้องให้ปลดนักบิดสัญชาติกระทิงดุออกจากทีมทันที ซึ่งทาง QJ Motor อ้างว่าทำให้ชาวจีนรู้สึกไม่พอใจจากกระทำดังกล่าว Gonzalez วัย 22 ปี ได้เฉลิมฉลองชัยชนะ Moto2 ครั้งแรกของเขาที่การแข่งขัน Japanese Grand Prix เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความสุขของนักแข่งชาวสเปนต้องถูกกลบด้วยกระแสวิจารณ์จาก QJ Motor หลังจากที่เขาสวมฮะจิมะกิบนกริดสตาร์ท ซึ่งผ้าโพกศีรษะแบบนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น และความอดทนในวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่ทาง QJ Motor ไม่พอใจเป็นอย่างมากและเข้าใจว่าเป็นการเตือนถึงความตึงเครียดทางประวัติศาสตร์ระหว่างจีน และญี่ปุ่น ด้วยเหตุช่วงสงครามโลกที่ทางญี่ปุ่นเคยไปรุกรานจีน ในแถลงการณ์ QJ Motor ยอมรับว่า “ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจเนื่องจากเขาเป็นนักแข่งชาวยุโรป และไม่ได้เข้าใจประวัติศาสตร์ของจีน แต่การกระทำนี้ได้ทำร้ายความรู้สึกของนักแข่งชาวจีนและประชาชนชาวจีน” ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายนี้ ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของทีม Gresini Racing มาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ได้แสดงความไม่พอใจโดยเรียกร้องให้ทีมตัดความสัมพันธ์กับนักบิดคนนี้ “Qianjiang Motorcycle ได้ดำเนินการเจรจาอย่างจริงจังกับทีม GRESINI ทันที โดยเรียกร้องให้ลบรูปภาพ และวิดีโอที่เกี่ยวข้องออกในทันที และให้ทีมยุติความร่วมมือกับนักแข่งโดยทันที” ถึงแม้ว่าสปอนเซอร์หลักของจีนจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าทางทีม Gresini Racing จะยอมทำตามข้อเรียกร้องของ QJ Motor หรือไม่ โดย Gonzalez เตรียมเข้าร่วมทีม Intact GP ในฤดูกาลหน้า ทำให้เหลือเพียงสี่สนามเท่านั้นในช่วงเวลาที่เหลือของเขากับ Gresini ดำเนินไปอย่างไรต่อไปก่อนการแข่งขันสนามถัดไปที่ ฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ประเด็นถกเถียงนี้สื่อให้เห็นถึงความซับซ้อน และความละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ และการตีความที่แตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม ในขณะที่ฮาจิมากิถูกมองอย่างกว้างขวางในโลกตะวันตกว่าเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะการต่อสู้ และน้ำใจนักกีฬา แต่มันกลับมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดในประเทศจีนที่เคยถูกญี่ปุ่นรุกรานในช่วงสงครามโลก การแข่งขันสนามถัดไปของรายการ Moto2 จะลงแข่งขันในวันที่ 20 ตุลาคม 2567 ที่สนามฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย แข่งขันในเวลา 08.15น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก
Vespa S 125 i-Get 2024 เซอร์วิสง่าย ไม่เจ็บกระเป๋า ถ้าหากใครมองว่ารถเวสป้านั้น ดูหรู ดูแพง อันนั้นก็เป็นความจริงส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเมื่อเทียบกับแบรนด์รอยัลลิตี้ ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และที่สำคัญ สไตล์ของตัวรถโดดเด่นพิเศษ แถมยังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ทั่วโลกมานานนับศตวรรษ คุณคงปฏิเสธส่วนนี้ไม่ได้จริงๆ สำหรับรถ “เวสป้า” มันเป็นอะไรที่มากกว่าแค่รถธรรมดาทั่วไปเสียอีก มันมีสตอรี่ มันมีเรื่องราวที่น่าชวนหลงใหลให้ชาวเวสปีสตี้ได้มาร่วมสัมผัสกับไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ที่แสดงถึงความเป็นตัวตนแบบไร้ขีดจำกัด ซึ่งเวสป้านั้น มีวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมาอย่างเนิ่นนานแล้ว นับตั้งแต่ในยุคปี 60 ของชาวม็อด (วัยรุ่นอังกฤษในยุคก่อน ที่มักจะทำกิจกรรมร่วมกันหรือพบปะสังสรรค์ในช่วงสุดสัปดาห์) กลุ่มวัยรุ่นแนวคิดสุดโต่ง ที่ออกมาแสดงถึงความเป็นแฟชันนิสเข้ากับยุคสมัยในสไตล์ ร็อค แอนด์ โรล ในช่วงยุคเวลาของวงดนตรีชื่อดังตลอดกาลอย่าง เอลวิส พรีสลีย์ เกิดเป็นกลุ่มก้อนของกระแสแฟชันต่าง ๆ มากมายมานับไม่ถ้วน และยังถ่ายทอดความของงดงามแต่ละยุคสมัยจนมาถึงปัจจุบัน ผ่านตัวโมเดลเวสป้ามานับหลายต่อหลายรุ่น แต่ก็ยังไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ของความคลาสสิกที่ให้กลิ่นอายของความสวยงามแบบรถอิตาลี ด้วยชุดสีของตัวรถเวสป้าได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีของตึกราบ้านช่องในเมืองทัสคานี เปรียบเสมือนหญิงสาวรูปงามจากอิตาลี ถ่ายทอดผ่านสู่โฉมโมเดลเวสป้าในทุก ๆ รุ่นหรือแม้กระทั่งเจ้าโมเดลรุ่นใหม่คันนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ให้รถเวสป้า เป็นโมเดลคันแรกของคุณ ให้รถเวสป้าเป็นโมเดลคันโปรดของคุณ กับ S 125 i-Get 2024 รุ่นโฉมใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมด้วยชุดสีสไตล์ลอฟ์ทโทนกับ Grey Materia และ White Innocenza สองสีสองสไตล์มาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมในราคาสุดพิเศษเพียง 105,900 บาทเท่านั้น พร้อมรับชุด Welcome Kit ฟรี ไฟหน้าหกเหลี่ยม เรือนไมล์อนาล็อก ดิจิทัล บอดี้เหล็กรอบคัน โช้คหน้าแขนเดี่ยว พร้อมสปริงโช้คสีแดงดูทันสมัย มาพร้อมความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยตัวบอดี้ที่เป็นเหล็กทั้งคัน โลโก้ Vespa ประดับตามรอบคัน ผสมกับลวดลายกราฟิกออกแบบให้มีความหรูหราและทันสมัย ไฟหน้าทรงหกเหลี่ยม เน็กไทป์พร้อมบังแตร เรือนไมล์อนาล็อกผสมดิจิทัล และที่สำคัญโช้คแขนเดี่ยวพร้อมสปริงสีแดงผสมกับลวดลายของตัวล้อดูลงตัวและกลมกลืน ทั้งยังสะดวกสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกติดตั้งมาให้ด้วย พอร์ตชาร์จไฟ USB Type A พร้อมช่องเก็บด้านหน้า ที่แขวนของอเนกประสงค์หน้า-หลัง ติดตั้งมาให้ใช้งาน และกล่องยูบ็อกซ์ที่สามารถใส่หมวกกันน็อกได้ครึ่งใบ พอร์ตชาร์จไฟ USB Type A ที่แขวนของเอนกประสงค์ กล่องยูบ็อกซ์ใต้เบาะ สามารถเก็บหมวกกันน็อกได้ครึ่งใบ มุดสบาย ใช้งานคล่องตัว ด้วยมิติตัวรถออกแบบมาในลักษณะให้ความคล่องตัวเป็นพิเศษ จึงไม่เป็นอุปสรรคปัญหาสำหรับการขับขี่ใช้งานในเมือง แถมยังขับง่าย เครื่องยนต์ให้ความสมูทด้วยพิกัด 125 ซีซี มีอัตราเร่งที่นุ่มนวล ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองแล้ว ขี่ออกทริปก็ยังสนุกได้เช่นเดียวกัน เซอร์วิสง่าย ไม่เจ็บกระเป๋า ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงการบริการเซอร์วิสเจ้าเวสป้า S125 i-GET 2024 คันนี้ ว่าจะต้องเซอร์วิสอะไรบ้างในแต่ละครั้งและควรเซอร์วิสระยะที่เท่าไหร่ และตอนนี้เราอยู่ที่ร้าน Showpow สาขาอ่อนนุช กับศูนย์บริการเซอร์วิสรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น และยังมีอะไหล่แท้ รวมถึงสินค้าเกรดพรีเมียมให้เลือกอีกหลายอย่าง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ค่าดูแลรักษา Vespa ไม่ได้แพงกว่าค่ายญี่ปุ่นในตลาดเลย แถมยังสามารถเข้าร้านประจำใกล้บ้านได้อีกด้วย แต่..!! จะขอแนะนำว่า ต้องเป็นร้านที่เคยทำ Vespa เป็นประจำ เพราะต้องใช้ความชำนาญของช่างด้วยส่วนนึง แต่ ถ้าเอาชัวร์ก็เข้าศูนย์ เวสป้า จะดีกว่า ควรตรวจเช็คอะไรบ้าง รายการ ระยะเซอร์วิส (กม.) น้ำมันเครื่อง / ไส้กรองน้ำมัน 5,000 / 10,000 กม. แบตเตอรี่ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี ไส้กรองอากาศ 10,000 กม. หรือ 1 ปี สายพาน ตรวจสภาพทุก ๆ 10,000 กม. น้ำมันเฟืองท้าย 10,000 กม. หัวเทียน 10,000 กม. หลอดไฟ เมื่อเปิดไม่ติดหรือหลอดขาด ผ้าเบรก ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และครั้งนี้เราก็ได้ทำการฟูลเซอร์วิสรถเวสป้าคันนี้ ซึ่งอะไหล่แต่ละอย่างที่นำมาเปลี่ยนก็เป็นของแต่งซิ่งจากทางร้านทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเฟืองท้าย Silkolene BS แบตเตอรี่ กรองน้ำมันและผ้าเบรกหน้า-หลัง Ferado กับราคาค่าใช้จ่ายในการเซอร์วิสระยะ 10,000 กม. ราว ๆ ไม่ถึง 6

Click125 50th Anniversary อิดิชันพิเศษฉลองครบรอบ 50 ปี ล่าสุดทาง Honda Philippines ทำการเปิดตัวโมเดล Click125 50th Anniversary Limited Edition ปล่อยสู่ตลาดในฟิลิปปินส์เป็นที่เรียบร้อย กับความพิเศษด้วยลวดลายแห่งหารฉลองครบรอบ 50 ปีที่ออกแบบดีไซน์มาดูสวยงาม โดดเด่น จนอยากให้นำเข้ามาขายในบ้านเราซะเหลือเกิน โดยตัวรถมาในชุดสี Tri-Color กับเฉดสีขาว สีน้ำเงิน และสีแดง พร้อมลวดลายสติ๊กเกอร์ไล่ตามขอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ทำให้ตัวรถดูสะอาด ไม่เทอะทะจนเกินไป รวมถึงติดสติ๊กเกอร์ครบรอบ 50 ปี ที่บริเวณบังลมหน้าและแฟริ่งด้านท้าย เพิ่มความพรีเมียม น่าสะสม ผสมผสานความสปอร์ตที่น่าจับมาใช้งานอีกด้วย ส่วนเรื่องสเปคตัวรถยังคงใช้เบสเดียวกับรุ่นมาตรฐาน ด้วยเครื่องยนต์ eSP สูบเดียว 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI 4 จังหวะแบบ SOHC เคลมอัตราการประหยัดมาที่ 50.3 กม./ลิตร ระบบขับเคลื่อนด้วยสายพาน CVT ให้กำลังแรงม้าที่ 10 แรงม้าที่ 8,500 รอบและแรงบิดที่ 10.8 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบ ต่อด้วยระบบกันสะเทือน กับโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก โช้คเดี่ยวด้านหลัง ต่อด้วยระบบเบรกกับดิส์กเบรกหน้า พร้อมระบบ CBS หรือ Combi Brake ส่วนด้านหลังเป็นดรัมเบรก ต่อด้วยล้อแม็กสีใหม่ขนาด 14 นิ้ว เข้ากับตัวรถได้อย่างสวยงาม รัดด้วยยางขนาด 90/80 และ 100/80 รวมถึงออปชันในตัวรถทั้งระบบส่องสว่างเป็นไฟ LED,หน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัล LCD, USB ชาร์จเจอร์, ช่องเก็บด้านหน้า และพื้นที่ใต้เบาะขนาด 18 ลิตร พร้อมกุญแจรีโมทอัจฉริยะ โดยเปิดราคาจำหน่ายที่ 1,476 USD หรือประมาณ 5.4 หมื่นบาท โดยตอนนี้ยังคงเปิดจำหน่ายในตลาดฟิลิปปินส์ คาดว่าน่าจะไม่เข้าไทยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

UBCO 2X2 Hunt Edition รถไฟฟ้าสำหรับคนชอบเข้าป่า เปิดตัวโมเดลใหม่อีกแล้วสำหรับค่ายรถไฟฟ้าผู้เชี่ยวชาญในระบบขับเคลื่อนสามล้อ กับโมเดลใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า UBCO 2X2 Hunt Edition ที่มาในสไตล์พร้อมลุย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตกลางแจ้งในแบบที่หลาย ๆ คนน่าจะชื่นชอบ สำหรับโมเดลนี้ทางค่ายได้ทำงานร่วมกันกับนายพรานและนักเซิร์ฟมือโปรอย่าง Shane Dorian เพื่อให้โมเดลนี้ได้ดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในป่าหรือสถานที่รกร้างห่างไกลจากตัวเมือง ไปตั้งแคมป์ ไปยิงนกตกปลา รับรองว่าดี (แต่บ้านเราต้องดูว่าอย่าไปทำอะไรสัตว์สงวนนะครับ) โดยตัวรถจะมีฟังก์ชันหลาย ๆ อย่างที่ตอบโจทย์การใช้งานในสไตล์ผจญภัยเข้าป่าแบบนายพราน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบฟลัดไลท์กำลัง 2400 ลูเมน ขายึดธนูหรือหน้าไม้ แผงข้างตัวรถสำหรับไว้ติดตั้งอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ช่องใส่ของกลางตัวรถขนาด 12 ลิตร สายรัด ที่วางสัมภาระ รวมไปฟังก์ชันอื่น ๆ อย่างขาจับโทรศัพท์ Peak Design การ์ดเบรก ตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบฮับมอเตอร์แบบไม่มีแปรงถ่านระบายความร้อนด้วยอากาศ อยู่กับล้อที่ให้กำลังสูงสุด 1.7 กิโลวัตต์ 2 ตัว (ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง) เป็นแบบระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากถึง 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีระยะการใช้งานอยู่สูงสุดที่ 120 กม. จากแบตเตอรี่ขนาด 3.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง ใช้เวลาชาร์จนาน 4 – 6 ชั่วโมง ช่วงล่างก็จะเป็นเฟรมแบบสเต็ปทรู ซึ่งเอื้อให้ทางแบรนด์ใช้วางของหรือสัมภาระได้ ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าจะเป็นเทเลสโคปิกและด้านหลังเป็นโช้คคู่สามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าหลังขนาดเท่ากันที่ 200 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบเรเจเนอเรทีฟเบรกกิ้ง ที่ช่วยชาร์จไฟกลับเวลากำเบรก นอกจากนี้เบรกยังทำงานแบบพาสซีฟรีเจเนอเรทีฟเมื่อปิดคันเร่งอีกด้วย ส่วนล้อนั้นจะเป็นล้อขนาด 17 นิ้วหน้าหลังเท่ากันพร้อมยางหนามสำหรับการขับขี่แบบออฟโร้ด เรียกได้ว่าเป็นรถไฟฟ้าที่มีสเป็กและฟีเจอร์ที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ เหมาะกับพื้นที่ทุรกันดารเข้าถึงได้ยาก แต่ราคาอาจจะแรงไปหน่อย โดยรุ่นนี้จะอยู่ที่ 6,499 ดอลลาร์หรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 240,000 โดยที่ยังไม่รวมภาษี อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Automatic Trip เที่ยวเมืองรอง จ.ลพบุรี พร้อมส่งความสนุกต่อเนื่อง กับกิจกรรม “Yamaha Automatic Trip เที่ยวเมืองรอง จ.ลพบุรี” โดยครั้งนี้ทีมงาน Superbike Thailand ได้รับโอกาสดี ๆ จากทางไทยยามาฮ่า ขนทัพออโตเมติกมาให้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นสายแรงอย่าง Max Series พร้อมสายแฟชัน เรียบหรู ดูดีอย่าง F Series ขี่ท่องชมเมืองแลนมาร์คสำคัญ พร้อมลุยเส้นทางธรรมชาติอันซีนแบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน โดยทริปครั้งนี้ แอดเองได้เลือกโมเดล Yamaha Grand Filano Hybrid 2023 พรีเมียมสกู๊ตเตอร์โฉมใหม่ล่าสุด พึ่งปล่อยตัวไปหมาด ๆ มาไม่นาน กับรูปลักษณ์สไตล์ตัวรถที่ดูเรียบหรู ดูดีเหมือนคนขับ พร้อมสีเทาเงางามดูโดดเด่น แถมเบาะลายใหม่สีทูโทนปักเย็บโลโก้แกรนด์ ฟีลาโน่ สีสันสวยงาม ซึ่งหลังจากเตรียมตัวสวมอุปกรณ์และบรีฟเส้นทางขับขี่เป็นเรียบร้อย เริ่มล้อหมุนสตาร์ทออกเดินทางได้ สำหรับแลนมาร์คจุดแรกที่ไปนั้นคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองลพบุรีนั่นเอง โดยสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยโบราณสถานที่มีชื่อเสียงและเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมาย ตั้งแต่ยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา รวมถึงโบราณวัตถุ เครื่องรางและรูปปั้นศิลปะแสดงวิถีชีวิตของคนในสมัยก่อน เมื่อชมความงามโบราณสถานเป็นที่เรียบร้อย ขอขี่แวะถ่ายรูปบริเวณหน้าพระปรางค์สามยอด สถานที่ยอดฮิตอันโด่งดังและเป็นโลเคชันที่สอดคล้องกับสไตล์ตัวรถในเรื่องความย้อนยุค ดูแกรนด์ ล้ำค่าและน่าสะสมไว้ แต่ที่น่าแปลกใจนิดหน่อยก็คือ ไม่เจอแก๊งค์เจ้าถิ่นซะงั้น ซึ่งหลังจากเช็คอินจุดสำคัญของเมืองลพบุรีเรียบร้อยแล้ว ได้เวลาเดินทางสู่เส้นทางธรรมชาติ พาชมวิวอันซีนที่เขาจีนแล ซึ่งในระหว่างการเดินทางก็ขออนุญาติรีวิวเจ้า Grand Filano Hybrid 2023 สำหรับขับขี่ในทริปนี้เลยแล้วกันว่ามันดีอย่างไรบ้าง ขับขี่สบาย ดีไซน์เรียบหรู ดูล้ำสมัย ในจุดแรกกับรูปลักษณ์การดีไซน์ตัวรถที่ออกแบบมาได้สวยงาม ทั้งตัวชุดไฟ ลวดลายและเส้นสายปาดเว้าดูมีระดับ และสะดุดตาด้วยเบาะสีใหม่ มีขนาดกว้าง นั่งสบายสมกับเป็นตัวแกรนด์ รวมถึงฟีลลิ่งท่านั่งขับขี่ รู้สึกว่านั่งขับสบายมาก แถมที่พักเท้ามีขนาดกว้าง สามารถขยับแก้เมื่อยในเวลาเดินทางนาน ๆ ได้ ก็ถือว่าเป็นจุดเด่นที่ทางค่ายได้ออกแบบโดยคำนึงความสะดวกสบายในการขับขี่ใช้งานนั่นเอง แถมตัวรถมีน้ำหนักเบาที่ 102 กก. เท่านั้น บอกเลยว่าขี่ง่าย ใช้งานได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงครับ การันตี ช่วงล่างนุ่มนวล เป็นอีกจุดหนึ่งที่ชอบมาก ๆ สำหรับขับขี่ในทริปนี้เลยก็ว่าได้ กับระบบช่วงล่างของตัวรถ ทั้งระบบกันสะเทือนและระบบเบรกที่ทางค่ายติดตั้งมาให้ ทำให้รู้สึกถึงความนุ่มนวล เบรกหนึบ ถ้าเปรียบให้เห็นภาพเหมือนคุณนั่งบนโซฟานุ่ม ๆ นั่นแหล่ะครับ ฟีเจอร์ พร้อมใช้งาน ต่อด้วยตัวเรือนไมล์ขนาดใหญ่ดีไซน์มาสวยเลยทีเดียว ทั้งหน้าจอดิจิตัล LCD และจอสี TFT ที่ติดตั้งมาให้ อ่านค่าได้ง่าย ฟังก์ชันครบ สามารถเซ็ตทริปเดินทาง ดูเลขไมล์ รอบเครื่องยนต์ เกร์น้ำมัน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน มีครบหมดจบในรุ่นนี้ ยังรวมไปถึงระบบอื่น ๆ ในตัวรถทั้ง ระบบไฟ LED ระบบเบรก UBS ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ Start&Stop รวมถึงในรุ่น ABS ทั้งกุญแจคีย์เลท และระบบเบรก ABS ที่ติดตั้งมาให้ เครื่องยนต์บลูคอร์ ไฮบริด ประหยัดน้ำมัน ในด้านสมรรถนะเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริดที่เป็นเอกลักษณ์จากทางค่าย ในพิกัด 125 ซีซี ให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่โอเคเลยทีเดียว เครื่องยนต์ปรับจูนใหม่ ให้อัตราเร่งที่ตอบโจทย์ ทั้งรอบต้นและรอบปลาย ขี่สนุก สมูท ไหลลื่น เหมาะสำหรับใช้งาน แถมยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย โดยทริปนี้ใช้ความเร็วไปที่ 80-100กม./ชม. ในระยะทางกว่า 120 กม. มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 52.1 กม./ลิตร หากลองคำนวณคร่าวแล้ว ๆ ถังน้ำมันเต็มถังที่ 4.4 ลิตร สามารถวิ่งทางไกลได้ถึง 229 กม. ทีเดียว กับการเสียค่าน้ำมันไปไม่ถึง 200 บาทถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ หลังจากขับขี่ชมวิวกันไปที่เรียบร้อยแล้ว ขอแวะพักเบรก ดื่มกาแฟเย็น ๆ ที่ Flower House ก่อนเดินทางกลับบ้าน ซึ่งจริง ๆ มีกำหนดการเดินทางไปยังสถานที่อื่นต่อ แต่เนื่องด้วยสภาพฟ้าฝนไม่ค่อยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง บวกกับเวลาจำกัด จึงถือว่าสิ้นสุดภารกิจสำหรับการออกทริปเที่ยวเมืองรอง จ.ลพบุรี ไปโดยอย่างน่าเสียดาย สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณไทยยามาฮ่า พร้อมกับขอบคุณพี่ ๆ เพื่อน ๆ ในวงการ สื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำของประเทศ สำหรับกิจกรรม Yamaha Automatic เที่ยวเมืองรองไปกับ