SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars
ดีจริงหรือแค่โปรโมท? เจาะลึกการใช้งาน E-Clutch บน Honda CL300 คุ้มไหมกับค่าตัว 1.69 แสน!
ดูใน YouTube

2025 Brembo ทุ่มงบซื้อกิจการทั้งหมดของ Ohlins ด่วน..ไฟไหม้ ! ล่าสุดผู้ผลิตระบบเบรกระดับโลกอย่าง 2025 Brembo ทุ่มงบซื้อกิจการ Ohlins Racing ทั้งหมดด้วยเงินมูลค่ากว่า 405 ล้านดอลล่าร์ (1.3 หมื่นล้านบาท) เพื่อเสริมศักยภาพด้านการพัฒนาเทคโนโลยีระบบช่วงล่างในอุตสาหกรรมยานยนต์ และนับเป็นการดีลซื้อขายครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมา ด้วยการระดมทุนจากการถอนหุ้นทั้งหมดออกจากบริษัทยาง Pirelli และนับเป็นการยุติข่าวลือสำหรับการควบรวมกิจการระหว่างสองกลุ่มยักษ์ใหญ่ในอิตาลีอีกด้วย Matteo Tiraboschi ประธานกรรมการบริหารของ Brembo กล่าวว่า “Ohlins คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่จะมาช่วยสร้างรากฐานและขยายโปรดักท์สินค้าในตลาดยานยนต์ได้มากยิ่งขึ้น สำหรับการดีลในครั้งนี้ถือเป็นการก้าวไปอีกขั้น ในการมอบผลิตภัณฑ์โซลูชันที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของแต่ละเทคโนโลยีสำคัญต่าง ๆ เพื่อสรรสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์” “การเข้าร่วมกับ Brembo ในครั้งนี้ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เปิดโอกาสใหม่ในการเติบโต พร้อมทั้งใช้จุดแข็งและทรัพยากรของเราร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม และสร้างคุณค่ามากยิ่งขึ้นให้กับลูกค้าและพนักงานของเรา” Tom Wittenschlaeger ซีอีโอของ Ohlins Racing กล่าว Ohlins คาดการณ์ว่าจะมีรายได้ราว ๆ 144 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปีนี้ Ohlins คือผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบกันสะเทือนชั้นนำระดับโลกมากมาย อาทิ โช้คอัป กันสะบัด รวมถึงระบบซอฟต์แวร์และอัลกอริทึม นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นซัพพลายเออร์ให้กับการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลก อาทิ Formula 1 และ MotoGP เป็นต้น และยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีช่วงล่างอัจฉริยะรุ่นใหม่ ทั้งสำหรับใช้งานบนนท้องถนนและสนามแข่ง และตอกย้ำพันธกิจของ Brembo ในการเป็นผู้ให้บริการโซลูชันสำหรับการขับขี่ในอนาคต โดยกลุ่ม Ohlins มีพนักงานประมาณ 500 คน และฐานการผลิต 2 แห่งทั้งที่สวีเดนและไทย รวมไปถึงศูนย์วิจัยและพัฒนา 2 แห่ง และสาขาจัดจำหน่ายและทดสอบอีก 4 แห่งในสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ไทย และสวีเดน เอาหล่ะครับ Brembo ซื้อ Ohlins เบรกที่ดีที่สุดกับระบบกันสะเทือนที่ดีที่สุดมาบรรจบกัน เราจะได้เห็นการพัฒนาระบบช่วงล่างที่ดีที่สุดเท่าที่มีมาก็เป็นไปได้ อย่างไรเบื้องต้นต้องรอลุ้น ว่าการดีลในครั้งนี้จะลงตัวหรือไม่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Manuel Gonzalez ส่อโดนปลดเหตุพาดหัวธงชาติญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการแข่งขัน Moto2 เป็นอย่างมาก เมื่อนักบิดแดนกระทิงดุอย่าง ‘Manuel Gonzalez’ ที่สวมผ้าโพกศีรษะแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นหรือ “ฮะจิมะกิ” ในระหว่างการแข่งขันที่โมเตกิ ทำให้ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์จากจีนแบรนด์ QJ Motor ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของทีม Gresini Racing ในการแข่งขัน Moto2 ได้สร้างความขัดแย้งด้วยการเรียกร้องให้ปลดนักบิดสัญชาติกระทิงดุออกจากทีมทันที ซึ่งทาง QJ Motor อ้างว่าทำให้ชาวจีนรู้สึกไม่พอใจจากกระทำดังกล่าว Gonzalez วัย 22 ปี ได้เฉลิมฉลองชัยชนะ Moto2 ครั้งแรกของเขาที่การแข่งขัน Japanese Grand Prix เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความสุขของนักแข่งชาวสเปนต้องถูกกลบด้วยกระแสวิจารณ์จาก QJ Motor หลังจากที่เขาสวมฮะจิมะกิบนกริดสตาร์ท ซึ่งผ้าโพกศีรษะแบบนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น และความอดทนในวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่ทาง QJ Motor ไม่พอใจเป็นอย่างมากและเข้าใจว่าเป็นการเตือนถึงความตึงเครียดทางประวัติศาสตร์ระหว่างจีน และญี่ปุ่น ด้วยเหตุช่วงสงครามโลกที่ทางญี่ปุ่นเคยไปรุกรานจีน ในแถลงการณ์ QJ Motor ยอมรับว่า “ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจเนื่องจากเขาเป็นนักแข่งชาวยุโรป และไม่ได้เข้าใจประวัติศาสตร์ของจีน แต่การกระทำนี้ได้ทำร้ายความรู้สึกของนักแข่งชาวจีนและประชาชนชาวจีน” ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายนี้ ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของทีม Gresini Racing มาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ได้แสดงความไม่พอใจโดยเรียกร้องให้ทีมตัดความสัมพันธ์กับนักบิดคนนี้ “Qianjiang Motorcycle ได้ดำเนินการเจรจาอย่างจริงจังกับทีม GRESINI ทันที โดยเรียกร้องให้ลบรูปภาพ และวิดีโอที่เกี่ยวข้องออกในทันที และให้ทีมยุติความร่วมมือกับนักแข่งโดยทันที” ถึงแม้ว่าสปอนเซอร์หลักของจีนจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าทางทีม Gresini Racing จะยอมทำตามข้อเรียกร้องของ QJ Motor หรือไม่ โดย Gonzalez เตรียมเข้าร่วมทีม Intact GP ในฤดูกาลหน้า ทำให้เหลือเพียงสี่สนามเท่านั้นในช่วงเวลาที่เหลือของเขากับ Gresini ดำเนินไปอย่างไรต่อไปก่อนการแข่งขันสนามถัดไปที่ ฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ประเด็นถกเถียงนี้สื่อให้เห็นถึงความซับซ้อน และความละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ และการตีความที่แตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม ในขณะที่ฮาจิมากิถูกมองอย่างกว้างขวางในโลกตะวันตกว่าเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะการต่อสู้ และน้ำใจนักกีฬา แต่มันกลับมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดในประเทศจีนที่เคยถูกญี่ปุ่นรุกรานในช่วงสงครามโลก การแข่งขันสนามถัดไปของรายการ Moto2 จะลงแข่งขันในวันที่ 20 ตุลาคม 2567 ที่สนามฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย แข่งขันในเวลา 08.15น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kawasaki KX450SR 2024 จัดเต็ม เพื่อชัยชนะของคุณ ทุกวันนี้ไม่ว่าจะค่ายรถแบรนด์ไหน ๆ ต่างก็เข็นรถที่มักจะมีคำว่า Edition หรืออิดิชันออกมาอยู่เป็นประจำ เช่น ลิมิเต็ด อิดิชัน หรือสเปเชียล อิดิชัน เป็นต้น แล้วก็จะมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเข้ามา เช่น ลวดลายกราฟิกพิเศษ ตกแต่งพิเศษ หรือไม่ก็อัปเกรดให้เป็นเวอร์ชันที่พิเศษจริง ๆ และวันนี้ Kawasaki KX450SR ก็เป็นอย่างหลัง โดย SR สื่อถึง Special Racer เริ่มต้นกันที่เครื่องยนต์สูบเดียว 449 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมเกียร์ 5 สปีด สำหรับโมเดลพิเศษนี้เมื่อเทียบกับโมเดลสแตนดาร์ด มีการขัดพอร์ตไอดี ใช้ท่อไอเสียจาก Pro Circuit และจูนกล่อง ECU ใหม่ ให้ทำงานเข้ากันได้อย่างลงตัว ซึ่งทำให้แตกต่างจากเครื่องสแตนดาร์ดจนสัมผัสได้ โดยสัมผัสแรงบิดที่เพิ่มขึ้นได้ชัดเจน เวลาออกตัวจากโค้ง เรียกว่าให้ฟีลเหมือนกับตัวแข่งเลย ส่วนเรื่องของช่วงล่างนั้นมีการอัปเกรดมาใช้แผงคอตัวท็อปอย่าง Xtrig ROCS-Tech ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี Progressive Handlebar Damping System ช่วยซับแรงกระแทกเวลาโดดเนินต่าง ๆ ทำให้คอนโทรลรถได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ระบบกันสะเทือนจะเป็นของ Showa เต็มระบบ ซึ่งมีการอัปเกรดเพิ่มด้วยการเคลือบไทเทเนียมออกไซด์และปรับปรุงเรื่องระบบวาล์วภายในโช้ค ซึ่งแน่นอนว่าปรับแต่งได้เต็มระบบ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวขนาด 270 ม.ม.ของ Braking พร้อมคาลิเปอร์เบรก 2 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 250 จาก Braking เช่นกัน พร้อมคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดี่ยว นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดพิเศษเพิ่มเติมดังนี้ ฝาครอบคลัตช์จาก Kawasaki Racing Team by Hinson ล้อซี่สีดำของ D.I.D. Dirt Star ST-X สเตอร์หลัง Renthal พร้อมโซ่ D.I.D. สีทองสุดเด่น และที่คาดไม่ได้เลยคือลายกราฟิกแบบเดียวกับทีมโรงงานในรายการ MXGP เรียกว่าเป็นรถที่พร้อมแข่งได้เลย งานนี้ใครชอบโดดเนินและเป็นสาวกค่ายเขียวตัวจริงนั้นถือว่าไม่ควรพลาดครับ แต่เรื่องการจำหน่ายในไทยก็น่าจะยากหน่อยนะครับ เพราะราคาน่าจะแรงเอาเรื่องอยู่ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Nmax Trip จัดวันเดย์ทริป พาสาวกซิ่ง กรุงเทพ-เขาใหญ่ ไทยยามาฮ่า จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เฉพาะสาวกยามาฮ่าและสื่อมวลชน ในงาน Yamaha Nmax Trip with จอห์นไรเดอร์ กับกิจกรรมขับขี่แบบวันเดย์ทริปจาก กรุงเทพ-เขาใหญ่ พร้อมส่งต่อความสุข มอบเงินสนับสนุนและของใช้จำเป็นให้แก่น้อง ๆ โรงเรียนสอนคนตาบอลมกุฏคีรีวัน ในครั้งนี้ทางทีมงาน SuperBike Thailand ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกับทางยามาฮ่า พร้อมกลุ่มลูกค้า Yamaha Nmax 155 ร่วมเดินทางจากเส้นทางกรุงเทพสู่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งนำโดยยูทูปเบอร์ชื่อดังในแวดวงการมอเตอร์ไซค์อย่าง จอห์นไรเดอร์ ที่จะไปร่วมเสิร์ฟความสนุกให้กับลูกค้าในกิจกรรมครั้งนี้อีกด้วย และอีกหนึ่งหัวใจหลักสำหรับทริปครั้งนี้ นั่นก็คือการนำโมเดล Yamaha Nmax 155 ปี 2023 หรือโมเดลโฉมปีล่าสุด มาร่วมทดสอบสมรรถนะ และใช้งานแบบเต็มพิกัด โดยทริปครั้งนี้ มีระยะทางรวมมากกว่า 200 กม. และแน่นอนเมื่อเตรียมความพร้อม เซ็ตทริปที่หน้าจอเรียบร้อย จึงเริ่มออกสตาร์ทที่ Yamaha Premium Service ศรีนครินทร์ และแวะเติมน้ำมัน ก่อนจัดขบวนทริปและเดินทางยาว ๆ ลัดเลาะผ่านเส้นทาง ถนนกรุงเทพกรีฑา มุ่งหน้าผ่านมีนบุรี-คลองหลวง-บ้านนา จ.นครนายก (109 กม.) ก่อนแวะพักจุดที่ 2 ที่สระบุรี ในระหว่างขับขี่ ต้องขอพูดฟีลลิ่งกันหน่อย สำหรับเจ้า Yamaha Nmax 155 โฉมปีล่าสุดรุ่นนี้ ตัวรถออกแบบมาได้อย่างดี โดยส่วนตัวมีส่วนสูงอยู่ที่ 177 ซม.ขี่สบายเลย ด้วยท่านั่งเเละพื้นที่การวางเท้าที่ปรับได้ 2 ระดับ ในเวลาออกทริปนาน ๆ เกิดเมื่อยละก็สามารถเหยียดขาได้เลย รวมถึงตัวเบาะขนาดใหญ่ออกเเบบมาให้นั่งได้สบาย เเม้จะขี่คนเดียวหรือมีคนซ้อนไปด้วย ตอบโจทย์ รวมไปถึงมุมมองของผู้ขับขี่ก็ไม่ได้ก้มต่ำมาก ทำให้คอนโทรลง่าย คล่องตัว ทั้งขับขี่ในเมืองหรือแม้กระทั่งออกทริปต่างจังหวัด ในส่วนของพละกำลังของโมเดลรุ่นนี้ กับเครื่องยนต์บลูคอร์ 1 สูบ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วเเปรผันอัจฉริยะ VVA ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะจากทางค่าย ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้การเดินทางในทริปครั้งนี้สนุกมากขึ้น เพราะระบบตัวนี้ช่วยให้อัตราเร่ง ทั้งรอบต้น กลาง และปลาย ไหลลื่นได้ดี แถมประหยัดน้ำมันมากขึ้นอีกด้วย สำหรับการขับขี่ในทริปนี้ ได้ใช้ความเร็วที่ 60-80 กม./ชม. กับเส้นทางในเมืองเเละเส้นทางจราจรในช่วงติดขัด เเละเพิ่มความเร็ว 80-110 กม./ชม. ในเส้นทางนอกเมือง ทำอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื่อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 47.4 กม./ลิตร และยังมาพร้อมกับถังน้ำมันขนาด 7.1 ลิตร ซึ่งเติมน้ำมันครั้งเดียว วิ่งทางไกลได้ยาว ๆ ถืออยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างประหยัด พูดถึงช่วงล่างกันบ้าง กับระยะทางจุดเเรกที่ 109 กม. ก็มีโอกาสได้ลองจับฟิลลิ่ง ทั้งการขับขี่ในเมืองเเละขับขี่ออกทริปทางไกล ด้วยโช้คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นเเบบโช้คคู่ ปรับพรีโหลดได้ ขนาดล้อเป็นล้อเเม็ก หน้า-หลัง 13 นิ้ว เเบบไม่มียางใน รวมถึงระบบดิสเบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรก ABS แบบ Dual Channel ทำให้ทริปครั้งนี้ดึงศักยภาพของตัวช่วงล่างออกมาใช้ได้เป็นอย่างดี ทั้งการควบคุม คอนโทรลตัวรถ การพลิกรถเปลี่ยนเลน ระยะการเบรก Nmax 155 ทำออกมาได้เป็นอย่างดีไม่มีผิดหวัง ทั้งถนนขรุขระ หรือรอยต่อถนน ถือว่าผ่านเลยจุดนี้ เมื่อขี่ไป เล่าฟีลลิ่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงจุดเเวะที่ 2 ปั้ม PTT Station บ้านนา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ก็เเวะเติมน้ำมัน จอดพักคลายร้อนกันซักนิด ก่อนเดินทางไปจุดหมายปลายทางที่ ATTA Lakeside เขาใหญ่ ในระยะทางอีก 109 กม. และในที่สุดถึงจุดหมายที่ ATTA Lakeside เขาใหญ่ รวมกลุ่มลูกค้าและสื่อ Nmax กรุงเทพ/โคราช ฟังคำกล่าววัตถุประสงค์กิจกรรมจากผู้บริหารไทยยามาฮ่าเเละจอห์นไรเดอร์ ก่อนเเบ่งทีมทำกิจกรรมสำหรับลูกค้า พร้อมกิจกรรมช่วงบ่าย กับแสดงดนตรีของน้อง ๆ และมอบเงินสนับสนุน ของใช้จำเป็นเเก่ โรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฎคีรีวัน เขาใหญ่ รวมถึงกิจกรรม Khao Yai Speed Krat , พิชญ์

New Forza350 Dark Gravity Special Edition 2023 อัปเกรดช่วงล่าง ให้ขับขี่ดีขึ้นไปอีกระดับ เรียกว่าเดือดจริง ๆ สำหรับวันนี้ นอกจากฮอนด้าจะเปิดตัว Giorno+ 2023 แล้วยังเปิดตัวโมเดลใหม่สุดพิเศษอย่าง New Forza350 Dark Gravity Special Edition 2023 ที่เป็นผลงานความร่วมมือกับ H2C และ HYPERPRO Suspension Technology กลายเป็นโมเดลพิเศษในสไตล์ม่วงมหากาฬที่มาพร้อมระบบกันสะเทือนจากทาง Hyperpro ที่เห็นโดดเด่นอยู่ที่ด้านหลังเป็นโช้คหลังพร้อมซับแทงค์ปรับแต่งได้เต็มระบบ หรือ ปรับ 4 จุดกันเลยทีเดียว นอกจากตัวช่วงล่างหรือระบบกันสะเทือนที่ได้รับการอัปเกรดเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังได้มีการเพิ่มโลโก้สีม่วงพิเศษและสติ๊กเกอร์ลวดลายกราฟิกพิเศษบนตัวรถสีดำเข้ม ตลอดไปจนถึงชิ้นส่วนตกแต่งจากทาง H2C ให้เข้ากับธีมสีม่วงมหากาฬสุดดุดันคันนี้เพิ่มเติมเข้าไปอีกด้วยครับ โดยจะมีเพลตวางเท้าสเตนเลสสีม่วงจาก H2C จับคู่เข้ากันกับลายกราฟิกสีม่วงที่ตัวรถ และสติกเกอร์ขอบล้อสีม่วงสลับขาว เข้าชุดกันอย่างลงตัว ส่วนตัวรถนั้นหลัก ๆ ก็จะเหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป นอกจากเรื่องของช่วงล่างและสีสันลายกราฟิกด้านนอก รวมถึงของตกแต่งของ H2C ครับ สุดท้ายเปิดตัวพร้อมสนนราคาแนะนำที่ 231,900 บาทครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูคำว่า “ชนะ” กับ “แชมป์” ที่หลายๆ คนอาจจะใช้กันอย่างผิดๆ นะครับ โดยก่อนจะอธิบายเกี่ยวกับสองคำดังกล่าวเราจะมาขออธิบายเกี่ยวกับรายการ MotoGP แบบคร่าวๆ กันก่อน เพื่อให้เพื่อนๆ สามารถที่จะเข้าใจได้อย่างง่ายดายขึ้น โดย MotoGP นั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 19 สนามหากอิงจาก MotoGP ในปี 2019 นี้ และผู้ที่ได้อันดับ 1 หรือคว้าชัยไปในแต่ละสนามนั้นจะถูกเรียกว่า “ผู้ชนะ” สำหรับสนามนั้นๆ ซึ่งคนที่ชนะจะได้คะแนนไป 25 คะแนนตามมาด้วยอันดับที่ 2 และ 3 ไปจนถึงอันดับที่ 15 ซึ่งคะแนนของแต่ละคนจะลดลงจากอันดับ 1 ไปเรื่อยๆ ส่วนคำว่า “แชมป์” นั้นจะแปลว่าผู้ที่มีคะแนนสะสมรวมมากที่สุดเมื่อเอาคะแนนที่เก็บสะสมในสนามทั้งหมด มารวมกันและอีกสิ่งนึงที่สำคัญเลยคือ “แชมป์” นั้นสามารถมีได้เพียงคนเดียเท่านั้นในแต่ละปี ในระหว่างที่ “ผู้ชนะ” นั้นสามารถมีได้หลากหลายคนตามแต่ละสนาม ดังนั้นคำว่า “ผู้ชนะ” นั้นจึงสามารถมีได้หลายคน ในระหว่างที่ “แชมป์” นั้นสามารถมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้นครับ อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

หวนกลับมาอีกครั้งกับการแข่งขันศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP ในรายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ประเทศไทยได้จัดขึ้นเป็นสนามที่ 15 ของฤดูกาลนี้ โดยจะมีการแข่งขันระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2562 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่ง Team Suzuki Ecstar จัดทัพ 2 คู่หูทีมเมทลงดวลล้อร่วมชิงความเร็ว ซึ่งนักแข่ง Team Suzuki Ecsatr ทั้ง อเล็กซ์ ริน หมายเลข 42 และ โจน เมียร์ หมายเลข 36 มีผลงานดีมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคุมบังเหียนอยู่บนอานรหัสตัวแรง GSX-RR จาก ซูซูกิ เพื่อเป็นการเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตสำหรับชาว ซูซูกิ ที่จะได้ใกล้ชิดกับ 2 นักแข่งจากทีม Team Suzuki Ecstar ในกิจกรรม Team Suzuki Ecstar Fan Club Party 2019 ณ ร้านอาหารปาเต๊ะโอยั๊วะ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ได้จัดกิจกรรมต้อนรับ 2 นักแข่งจาก Team Suzuki Ecstar ทั้ง อเล็กซ์ ริน หมายเลข 42 และ โจน เมียร์ หมาย 36 ในกิจกรรม Team Suzuki Ecstar Fan Club Party 2019 โดยมีแฟนคลับมาร่วมให้การต้อนรับกว่า 300 คน กิจกรรมคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็นหลังจากที่ลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อย ก็เริ่มสตาร์ทความสนุกกันตั้งแต่หน้างาน พร้อมกับช็อปผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของซูซูกิ เพื่อร่วมลุ้นผู้โชคดี 50 ท่าน ที่จะรับลายเซ็นพร้อมเซลฟี่กับ 2 นักแข่งอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ สมาชิกจะได้ทำความรู้จักกับ 2 นักแข่งไทยที่ทำผลงานในศึกชิงแชมป์ประเทศไทยได้อย่างโดดเด่นในปีนี้คือ “ปาร์ค” พาทิศ ชูประเทศ หมายเลข 98 และทีมเมทอย่าง “เค้ก” พันธุ์ชนะ กุลโรจน์ชลาลัย หมายเลข 78 ทำการแข่งขันในรายการ FMSCT THAILAND ROAD RACING 2019 ด้วยการคุมบังเหียนเจ้า Suzuki GSX-R150 เข้าร่วมทำการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยในปีนี้โดยที่ “ปาร์ค” พาทิศ ชูประเทศ มีคะแนนนำอยู่หัวตารางและมีโอกาสลุ้นแชมป์ประเทศไทย จากนั้นได้รับเกียรติจาก มร.ชินจิ ฮะสึอิ President บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด ได้ขึ้นกล่าวต้อนรับ และขอบคุณผู้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างเป็นกันเอง และมาถึงช่วงไฮไลท์ของงานที่ทุกคนรอคอยที่จะได้พบปะกับ 2 นักแข่งโมโตจีพีทั้ง อเล็กซ์ ริน และ โจน เมียร์ จาก Team Suzuki Ecstar บรรยากาศเป็นไปคึกคักเสียงปรบมือต้อนรับนักแข่งดังกึกก้อง จากนั้นได้ร่วมพูดคุยถึงความรู้สึกของ 2 นักแข่ง Suzuki MotoGP ที่ได้มาทำการแข่งขันในประเทศไทยครั้งนี้ ต่อจากนั้นเริ่มต้นความสนุกด้วยการเล่นเกมของแฟนคลับซูซูกิกับ 2 นักแข่งโมโตจีพี เพิ่มร่วมลุ้นรางวัลอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง อีกทั้งยังมีการแจกรางวัล Lucky Draw จำนวนถึง 6 รางวัล ให้กับผู้โชคดีภายในงาน ก่อนที่จะส่งท้ายความประทับใจด้วยการถ่ายภาพเซลฟี่ร่วมกับครอบครัวซูซูกิอย่างเป็นกันเอง ทำเอาบรรดาแฟนคลับของ 2 นักแข่งโมโตจีพีปลื้มใจกันแบบสุดๆ หลังจากที่ได้พบปะสังสรรค์กันในงาน Team Suzuki Ecstar Fan Club Party 2019 ในครั้งนี้แล้ว ชาว ซูซูกิ จะได้ไปร่วมส่งแรงใจเชียร์ 2 นักแข่งกันอีกครั้งได้ในศึก พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ สนาม 15 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ระหว่างวันที่