SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
F1 เลือก Pirelli ซัพพอร์ตยาง ยาวยันปี 2027 เป็นอย่างน้อย

F1 เลือก Pirelli ซัพพอร์ตยาง ยาวยันปี 2027 เป็นอย่างน้อย F1 เลือก Pirelli ให้เป็นผู้ซัพพอร์ตยางในการแข่งขันชิงแชมป์โลกและพาร์ทเนอร์ยางในระดับโลกจนถึงปี 2027 พร้อมออปชันว่าสามารถต่อสัญญาเพิ่มได้อีก หลาย ๆ คนน่าจะทราบว่าค่ายยางอิตาลีผู้นี้ได้รับบทบาทการเป็นผู้ซัพพอร์ตยางเพียงรายเดียวมาตั้งแต่ปี 2011 และจะอยู่กับ F1 จนครบ 18 ฤดูกาล รวมไปถึงสัญญาที่อาจจะต่อเพิ่มเติมได้อีก ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา Pirelli ได้ตอบสนองต่อการรายการแข่งขัน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิค รวมไปถึงการทำตามคำขอให้ส่งมอบยางขนาด 13 นิ้วในปี 2011 ยางที่หน้ากว้างขึ้นในปี 2017 และการเปลี่ยนมาใช้ยางขนาด 18 นิ้วอย่างในปัจจุบันที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2022 ทาง Formula 1 แถลงว่า “ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ Pirelli ได้ร่วมมือกับทางนักขับ ทีมงาน FIA ตลอดไปจนถึงทาง Formula 1 เป็นอย่างดี เพื่อที่จะส่งมอบยางที่ช่วยให้การแข่งขันเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม การวิเคราะห์ข้อมูล และรวบรวมฟีดแบ็กเพื่อที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นในทุก ๆ ปีอย่างต่อเนื่อง” Pirelli ยังได้ทุ่มเทวิจัยและพัฒนายางที่ตอบโจทย์เรื่องของความยั่งยืนอันเนื่องมาจากการเป็นส่วนนึงของการซัพพอร์ตเป้าหมายความยั่งยืนของทาง Formula 1 ซึ่งทางผู้จัดการแข่งขันเล็งที่จะลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศให้เท่ากับ 0 ภายในปี 2030 โดยตั้งแต่ในปี 2024 เป็นต้นไป ยางทั้งหมดที่ใช้ในการแข่งขันรถสูตร 1 จะต้องได้รับการรับรอง FSC-certified ซึ่งเป็นการรับรองจาก Forest Stewardship Council  องค์กรนานาชาติที่ช่วยผลักดันและสนับสนุนการดูแลป่าไม้ทั่วโลกอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม และสามารถบริหารจัดการให้เกิดผลทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งหมายความว่าทาง FSC จะมาตรวจสอบยืนยันการทำสวนที่เป็นแหล่งวัตถุดิบในการผลิตยางจะต้องควบคุมจัดการในแบบที่รักษาความหลายทางชีวภาพและนำประโยชน์สู่ทุกชีวิตรวมถึงผู้คนและคนงานในสังคมท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อการันตีความยั่งยืนทางเศรษฐกิจนั่นเอง Stefano Domenicali ซีอีโอของ Formula 1 ยังกล่าวอีกว่า “นับตั้งแต่ที่กลับเข้ามาสนับสนุนอีกครั้งในปี 2011 Pirelli ได้กลายเป็นพาร์ทเนอร์ที่ประเมินค่าไม่ได้ และซัพพอร์ตการแข่งขันมาโดยตลอดทั้งเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลงกฎกติกาทางเทคนิค และการส่งมอบยางที่ช่วยเกิดการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมกับแฟน ๆ ของเรา”   สุดท้ายนี้ข้อตกลงนี้ยังเป็นการคอนเฟิร์มด้วยว่า Pirelli จะซัพพอร์ตยางในรุ่นการแข่งขัน Formula 2 และ Formula 3 ด้วย F1 เลือก Pirelli ซัพพอร์ตยาง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha

Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha ไม่แรง มีย้าย!!   ล่าสุดแชมป์โลก MotoGP ปี 2021 หรือ Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha ไม่ทำรถแข่งปี 2024 ให้ได้ตามที่เขาบอก ไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะย้ายทีม!! โดยเรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากอดีตแชมป์เมื่อปี 2021 เอ่ยปากวิพากษ์วิจารณ์ความก้าวหน้าของทีมในเรื่องการพัฒนารถซึ่งเขาบอกว่ารู้สึกผิดหวังหลังจากที่ได้ทดสอบรถที่ Misano ซึ่งใคร ๆ ที่ตามก็น่าจะทราบกันดีว่าสัญญา Quartararo นั้นจะหมดในปี 2024 ซึ่งหมายความทางทีมยามาฮ่ามีเวลา 1 ปีที่จะทำให้ดาวเด่นของพวกเขาพอใจ หรือไม่อย่างนั้นก็แยกย้าย “เรามีเวลาไม่มากนักที่จะปฏิวัติ” Fabio กล่าว “อนาคตในตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในมือผมแล้ว แต่มันอยู่ในมือของยามาฮ่า” “แน่นอนว่า ผมชอบที่จะอยู่กับยามาฮ่า แต่ถ้าพวกเขาไม่ทำตามที่ผมต้องการ เรื่องรถที่สามารถใช้แข่งได้สูสีล่ะก็ ผมคงต้องพิจารณาตัวเองเรื่องการย้ายทีมในปี 2025” ความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีระหว่าง Quartararo และ Yamaha เริ่มต้นขึ้นระหว่างการป้องกันแชมป์ของเขาเมื่อปี 2022 หรือปีที่แล้วนั่นเอง จนกลายเป็น Francesco Bagnaia ที่สามารถไล่ตามกลับมาแล้วกลายเป็นแชมป์โลกปี 2022 ไปได้ แต่ผลงานของเขาในปีนี้กลับไม่ดีขึ้นเลย ไม่เพียงแต่ตามหลัง Ducati แต่บางครั้งยังตกลงไปเป็นรอง KTM และ Aprilia แม้ว่าที่อินเดีย Quartararo จะสามารถจบที่อันดับที่ 3 แต่เขาก็อธิบายว่า “มันยากมาก ๆ มันยากตอนที่เราต้องต่อสู้มาตลอด 3 ปี จากแรกเริ่มคือเพื่อให้คว้าแชมป์ กลายมาเป็นแค่คว้าชัย คว้าโพเดียม ในทุก ๆ เรซแทน” “บางทีนักแข่งอาจจะช่วยคัฟเวอร์ปัญหาของตัวรถได้บ้าง แต่บางครั้งปัญหาจากตัวรถก็เกินกว่าที่ผมจะทำอะไรได้” “โดยพื้นฐานแล้วมันเป็น 3 ปีที่ผมอยู่กับรถที่ไม่ต่างไปจากเดิม มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมาย และเราก็พัฒนาอะไรไม่ได้” “ปีหน้าและในอนาคต มันอยู่ในมือของยามาฮ่าที่จะต้องทำรถที่ดีกว่านี้ และจะได้เห็นว่ามันจะเป็นอย่างไร” การทดสอบที่ Misano นั้นเป็นโอกาสแรกที่เขาจะได้สัมผัสแนวทางการพัฒนาของทางค่ายสำหรับฤดูกาลถัดไป แต่เขากลับรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก เขาบอก “ว่ามันเป็นการทดสอบที่ไม่ดีเท่าไหร่ มันเป็นที่ตัวรถ ผมบอกได้เลยว่าผมรู้สึกอย่างไร เราพูดคุยกับ 1 ชั่วโมง มีคนไม่ต่ำกว่า 20 คนอยู่ในมีตติ้งนั้น ผมบอกเขาไปตรง ๆ กับทีมงานว่าผมไม่แฮปปี้ และพวกเราต้องพัฒนา” “ผมขอเขาไปเยอะด้วย ผมจะดีใจมากที่เขาทำตามที่ผมขอได้สักครึ่งนึง ครึ่งในปีหน้า และอีกครึ่งในปี 2025 ผมจะดีใจมาก” “ถ้ายามาฮ่าจะดูเป็นมืออาชีพและแข่งขันได้อย่างสูสีในปีหน้า เขาจะต้องวางเดิมพันให้มากกว่านี้” สุดท้ายนี้แฟน ๆ MotoGP ก็ต้องติดตามเชียร์กันต่อไปครับ โดยเฉพาะค่ายรถจากฝั่งญี่ปุ่นที่ตอนนี้ตกเป็นรองค่ายยุโรปอยู่ ปีหน้า 2024 สถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่ต้องติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ดูคาติกังวล

ดูคาติกังวล Marc อาจจะแวะมาดึงความลับรถแรงของเรา แชมป์โลก MotoGP 6 สมัย Marc Marquez ที่เชื่อกันว่าจะไปจอยกับทีม Gresini Ducati ในฤดูกาลหน้า 2024 หลังจากคอนเฟิร์มว่าความสัมพันธ์อันดีกับทาง Honda ที่ยาวนานถึง 11 ปีได้จบลง และก็มีท่าทีที่ว่า ดูคาติกังวล Marc อาจจะแวะมาดึงความลับก่อนจะไปต่อกับทีมอื่น เรื่องนี้เกิดขึ้นจากผู้จัดการทั่วไปของ Ducati หรือก็คือ Gigi Dall’Igna นั้นเคยออกมาเผยถึงความคิดที่เขามีต่อ Marquez ที่กำลังจะเซ็นสัญญา 1 ปีกับทาง Gresini ซึ่งนั่นทำให้เขาจะกลายเป็นนักแข่งไร้สังกัดอีกทีปีในปี 2025 ซึ่งการที่เขาได้มาขี่ Desmosedici ของเรา 1 ปีและมาร่วมงานกับ Ducati ที่กำลังเป็นผู้นำ ที่มากทั้งประสบการณ์และความรู้อาจจะไปเป็นประโยชน์ให้กับทีมอื่นที่เลือกจ้างเขาไปขี่ให้ต่อในปี 2025 ก็เป็นได้ Dall’Igna เคยให้สัมภาษณ์กับทาง SKY ไว้ว่า “ผมเกรงว่าเขาอาจจะดึงความลับเราไปเพื่อไปดีกว่าในปี 2025?” “Johann Zarco เองก็จะย้ายไป Honda ในปีหน้า มันเป็นอะไรที่คล้ายกันเลย” “เขาจะต้องเอาข้อมูลและความรู้ไปด้วยแน่นอน แต่มันจะแย่กว่าถ้าวิศวกรออกตามไปด้วย” หลาย ๆ คนก็คาดว่า Marquez เองก็น่าจะย้ายมา Gresini คนเดียว โดยไม่มีคนจากวงในที่เคยเคียงข้างในช่วงเวลาอันรุ่นเรืองของเขามาด้วยแน่ ๆ อย่างหัวหน้าทีมช่าง Santi Hernandez จะไม่มาแน่ ๆ   ซึ่งนั่นหมายความว่า Marc จะต้องได้รับการแนะนำและซัพพอร์ตจากคนใหม่ ๆ ซึ่งก็มาจากทางทีม และถ้าหากเขาเลือกที่จะทดสอบคุณค่าในตัวของเขาเองในช่วงที่เขายังไม่มีสัญญาในปี 2025 นั้น อย่างน้อย ๆ เลยทาง Ducati ก็น่าจะต้องส่งวิศวกรไปประกบและทำงานกับเขาอย่างใกล้ชิดตลอดปี 2024 เพื่อให้เขาไม่หลุดไปไหนเป็นแน่ งานนี้ก็ต้องมาดูกันล่ะครับว่า Marc Marquez ในปี 2024 และในอนาคตนั้นจะมีผลงานอย่างไร จะย้ายทีมอีกมั้ย นั่นล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista ฟาดเรียบ

Bautista ฟาดเรียบ ศึก WSBK 2023 ที่โปรตุเกส เป็นอีก 1 สนามที่ Bautista ฟาดเรียบ อีกครั้ง สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Autódromo Internacional do Algarve ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นสนามรองสนามสุดท้ายแล้ว แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้แชมป์โลกสักทีเพราะคะแนนยังไม่ขาดกันต้องไปลุ้นแชมป์กันถึงสนามสุดท้าย ควอลิฟาย สำหรับการควอลิฟายหาตำแหน่งออกสตาร์ทในเรซที่ 1 นั้น Kawasaki เข้าวินมาสองคนได้แก่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่คว้าตำแหน่งโพล ด้วยเวลา 1’39.620 เกือบจะทำลายสถิติที่เขาเองทำเอาไว้ปีที่แล้ว ขณะที่ทีมเมท Alex Lowes เข้ามาเป็นอันดับ 2 และเข้าเส้นอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ซึ่งต้องออกสตาร์ทลำดับสุดท้ายเนื่องจากโดนโทษจากสนาม Aragon ทำให้ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทแถวแรกแทนแถวที่สอง และ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ออกสตาร์ทเป็นคนแรกจากกริดสตาร์ทแถวที่สอง ส่วนเรื่องยางนั้นนักแข่งทุกคนเลือกยางหลังเป็น SCX สูตรมาตรฐาน ซึ่งทางพีเรลลี่เลือกมาใช้สำหรับการแข่งในสนามนี้เป็นยางสำหรับควอลิฟายและซูเปอร์โพลเรซ แทนที่ SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งแถวหน้าทั้ง 2 แถวต่างเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐาน  เรซที่ 1 การแข่งขันในเรซแรกนั้นนักแข่งทุกคนเลือกยางหลังเป็นยาง SC0 สูตรมาตรฐาน ซึ่งนุ่มกว่าอีก 2 สูตรที่มีให้เลือก ส่วนยางหน้านั้นเกือบทุกคนเลือกใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน เว้นแต่ Scott Redding และ Michael Van Der Mark (PETRONAS MIE Racing Honda Team) รวมไปถึยง Hafizh Syahrin (PETRONAS MIE Racing Honda Team) ซึ่งพอใจที่จะเลือกยาง SC2 ที่แข็งกว่า  การแข่งขันเริ่มต้นไปจนถึงช่วงกลางเรซ การแข่งขันก็กลายเป็นศึกสามเศร้าระหว่างโพลแมนอย่าง Rea Rea, Ragatlioğlu และ Bautista จากนั้นก็กลายเป็นนักแข่งจากค่ายแดงที่สามารถขึ้นนำและมีเพียงนักแข่งหนุ่มจากตุรกีที่สามารถเกาะติดไปได้ ขณะที่ Rea ตกไปอยู่อันดับ 3 ที่ทิ้งช่องว่างห่างออกไปเกือบ 4 วินาทีจากสองคนที่นำ  กระทั่งแล็ปสุดท้ายก็เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์โลกที่สามารถยืดระยะกับนักแข่งยามาฮ่าเพิ่มขึ้นได้ และเข้าเส้นไปแบบอีซี่ ๆ แน่นอนว่าอันดับ 2 ตกเป็นของ Razgatlioğlu และอันดับ 3 เป็น Rea แต่ผลออกมาแบบนี้ทำให้คะแนนยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ Bautista เป็นแชมป์โลกต่อไป ซูเปอร์โพลเรซ เรื่องการเลือกยางนั้นแทบจะเป็นเอกฉันทร์ นักแข่งแทบทุกคนเลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรมาตรฐานและยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐาน มีเพียงคนเดียวคือ Bradley Ray (Yamaha Motoxracing WorldSBK Team) ที่ตัดสินใจเลือกยาง SC0 C0927 สูตรกำลังพัฒนาในส่วนของยางหน้า    การแข่งเรซนี้โพลแมน Jonathan Rea ร่วงไปอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นไม่กี่เมตรเพื่อนร่วมทีม Alex Lowes ก็ตามไปติด ๆ กลายเป็น Toprak Razgatlioğlu ขึ้นนำ แต่พอมาถึงช่วงท้ายอีก 3 แล็ปจะจบเรซ  Álvaro Bautista ย่นระยะห่างจนเหลือแค่เพียง 0.3 วินาที Razgatlioğlu เองก็ป้องกันการจู่โจมรุกไล่จากนักแข่งสเปนไว้ได้กระทั่งโค้งสุดท้ายในแล็ปสุดท้าย Bautista ออกจากโค้งได้เร็วกว่า ชิงเข้าเส้นแย่งชัยชนะไปจาก Razgatlioğlu ไปได้ก่อน ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ Andrea Locatelli นักแข่งยามาฮ่าอีก 1 คนแทน

Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon

Bautista ล้มในเรซแรก แต่ยังคว้าชัยได้ในอีกสองเรซที่เหลือที่ Aragon จบไปแล้วกับการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Motorland Aragon ที่ประเทศสเปน การแข่งขันสุดมันทีทำเอา Bautista ตรงเหนื่อยนัก แต่ก็คุ้มค่ากับความพยายาม คว้าชัยไปได้ 2 เรซ แม้ว่า Bautista ล้มในเรซแรก แต่ก็สามารถกอบกู้ชัยชนะและคะแนนจากการแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซ และเรซที่ 2 มาได้ Race1 ตำแหน่งการออกสตาร์ทในเรซแรกหลังควอลิฟายนั้นมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลครั้งที่ 2 ของเขาในฤดูกาลนี้ ด้วยเวลา 1’47.973 ที่กลายเป็นสถิติใหม่ของสนามนี้อีกด้วย ตามมาด้วย Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ที่ช้ากว่า 0.4 วินาที และ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ออกสตาร์ทจากกริดที่ 3 ส่วนการเลือกยางนั้น อุณหภูมิแทร็กอยู่ที่ประมาณ 25 องศา นักแข่งทุกคนต่างเลือกยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนามาเป็นอย่างหลัง ขณะที่ยางหน้าส่วนใหญ่แล้วจะเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐาน ส่วนในการแข่งขันเรซที่ 1 นั้นพื้นแทร็กมีอุณหภูมิที่ราว ๆ 35 องศา นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหน้า SC1 สูตรมตรฐาน และยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยาง SCX สูตรมาตรฐาน แต่มีคนที่เลือกเดิมพันกับยางที่ต่างออกไป Rea เลือกที่จะใช้ยาง SCX B0800 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา หลังจากเริ่มแข่งไปได้ไม่นานนัก Bautista ก็ล้มไปในแล็ปที่ 6 แต่ยังกลับเข้ามาแข่งต่อได้ การแข่งกลายเป็นศึกสามเศร้าระหว่าง Razgatlioğlu, Rea และ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) และกลายเป็นฝ่ายหลังที่ขึ้นนำได้ในแล็ปที่ 15 จากทั้งหมด 18 แล็ป กระทั่งเข้าเส้นได้ก่อน โดยที่สองและที่สามตกเป็นของ Razgatlioğlu และ Rea ตามลำดับ และ Bautista ต้องออกจากการแข่งขันไปหลังจากล้มอีกเป็นครั้งที่สองในแล็ปสุดท้าย กลายเป็นนักแข่งตุรกีที่ได้ที่สองทำให้มีแต้มและช่วยลดระยะห่างระหว่างแชมป์โลกกับตัวเองเหลือเพียง 37 คะแนนหลังจากจบการแข่งในเรซแรก Superpole Race ในการแข่งขันรอบซูเปอร์โพลเรซ นักแข่งเกือบทุกคนเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐานสำหรับยางหน้า มีเพียงคนเดียวที่ใช้ยาง SC0 C0927 สูตรกำลังพัฒนา คือ Bradley Ray (Yamaha Motoxracing WorldSBK Team) ส่วนยางหลังนั้นนักแข่งเลือกใช้ยางต่าง ๆ กันออกไปหลายสูตร โดยนักแข่งที่จบเรซนี้ด้วยโพเดียมต่างใช้ยางไม่ซ้ำกันเลย  Álvaro Bautista ชนะด้วยยาง SCX สูตรมาตรฐาน Jonathan Rea จบอันดับ 2 ด้วยยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนา และ Toprak Razgatlioğlu เข้าอันดับที่ 2 ด้วยยาง SCQ C0004 สูตรกำลังพัฒนา Race2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยาง SCX สูตรมาตรฐานยังเป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับยางหลัง มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่เลือกใช้ยาง SCX B0800 สูตรกำลังพัฒนานั่นคือนักแข่งจากทาง Kawasaki อย่าง Jonathan Rea และ Florian Marino และนักแข่งจาก Ducati อย่าง Phillip Oettl และ Danilo Petrucci ขณะที่ยางหน้านั้นยาง SC1 สูตรมาตรฐานเป็นสูตรที่ทุกคนต่างเลือกใช้ เรซนี้เป็น Álvaro Bautista กระหายชัยชนะและอยากจะล้างมือที่พลาดโอกาสไปในเรซแรก และพึ่งจะชนะในซูเปอร์โพลเรซมา และในที่สุดเขาก็สามารถทำได้ในเรซที่ 2 ด้วย ส่วนอันดับ 2

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024

ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้ง 2 ทีมแล้ว ล่าสุด ค่ายใบพัดเผยทัพนักแข่ง หรือไลน์อัพนักแข่ง WorldSBK 2024 ทั้งสองทีมแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการสู้ศึกได้ดีขึ้นรวมไปถึงช่วยให้โปรเจ็กต์โดยรวมดีขึ้นอีกด้วย โดยทีมแรกจะเป็น Bonovo action BMW Racing Team ซึ่งจะมีนักแข่งมากทักษะและประสบการณ์อย่าง Scott Redding นักแข่งชาวอังกฤษที่แข่งให้กับทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2022 และจะแข่งต่อไปเคียงคู่กับ Garrett Gerloff นักแข่งชาวอเมริกา ขณะที่อีกทีมอย่าง ROKit BMW Motorrad WorldSBK จะมีนักแข่งที่เพิ่งเซ็นสัญญากับเราใหม่ ๆ อย่าง Toprak Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกี และ Michael van der Mark นักแข่งชาวดัตช์ ที่แข่งให้กับทางทีมโรงงานมาตั้งแต่ปี 2021 เป็นทีมเมต ซึ่งทั้งสองทีมจะได้รับการซัพพอร์ตอะไหล่และซัพพอร์ตทางเทคนิคจากทาง BMW Motorrad Motorsport เท่ากัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับโอกาสในการแข่งขันที่เท่าเทียมกันทุกคน ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สองนักแข่ง Honda

สองนักแข่ง Honda บิด CRF450R คว้าโพเดียมคู่ MXGP ที่อิตาลี สองนักแข่ง Honda Tim Gajser หมายเลข 243 และ Tim Fernandez หมายเลข 70 ร้อนแรงต่อเนื่องในการแข่งขัน MXGP หลังการคว้าชัยชนะในสนามที่ 17 ที่ประเทศตุรกี ล่าสุดการแข่งขันสนามที่ 18 ที่ประเทศอิตาลี (Maggiora, Italy) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บิดยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R คว้าโพเดียมได้ทั้ง 2 คน  Race1 การแข่งขันดวลกัน 2 เรซ โดยเรซแรกสภาพสนามนั้นสร้างความยากลำบากอย่างมากจากฝนที่ตกลงมาก่อนหน้า รูเบน เฟอร์นานเดซ ต่อสู้ไปพร้อมกับการบริหารความเสี่ยงได้อย่างยอดเยี่ยมก่อนที่จะจบการแข่งขันในอันดับที่ 5 ทางด้านของ ทิม ไกจ์เซอร์ น่าเสียดายที่พลาดล้มในช่วงต้น ก่อนที่จะยกรถแข่งกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง ไล่แซงคู่แข่งจากอันดับที่ 20 จนกระทั่งจบการแข่งขันในอันดับที่ 9 ได้สำเร็จ Race2 การแข่งขันเรซที่ 2 เป็นการกลับมาอย่างแข็งแกร่งของ 2 นักบิดฮอนด้าและยอดรถแข่ง Honda CRF450R ทิม ไกจ์เซอร์ บดกับคู่แข่งระดับท็อปได้อย่างดุเดือด คว้าอันดับที่ 2 บนโพเดียมแบบห่างจากชัยชนะแบบเฉียดฉิวเท่านั้น ขณะที่ รูเบน เฟอร์นานเดซ คัมแบ็กกลับมาสู่โพเดียมได้อีกครั้งในอันดับที่ 3 ของการแข่งขัน การแข่งขันสนามนี้แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องในการคว้าผลการแข่งขันที่ดีของสองนักบิดฮอนด้า หลังจากที่ รูเบน เฟอร์นานเดซ กลับมาสู่โพเดียมได้อีกครั้ง และ ทิม ไกจ์เซอร์ เริ่มที่จะกลับมาสู่ฟอร์มอันแข็งแกร่งแล้วหลังจากที่ผ่านการบาดเจ็บอย่างหนักมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ขณะที่โปรแกรมการแข่งขัน MXGP สนาม 19 จะไปแข่งขันกันที่สหราชอาณาจักร (Matterley Basin, United Kingdom) ในระหว่างวันที่ 23 – 24 กันยายน 2566 นี้ อย่าลืมติดตามเชียร์กันได้สำหรับแฟน ๆ ค่ายปีกนก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Toprak เก็บ 2 ชัย

Toprak เก็บ 2 ชัย ที่ฝรั่งเศส คว้าแต้มสำคัญเพื่อต่อสิทธิ์ลุ้นแชมป์ การแข่งขัน WorldSBK 2023 สนามที่ 9 ที่ Nevers Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศสจบไปแล้ว โดย Toprak เก็บ 2 ชัย ในเรซแรกและในรอบซูเปอร์โพลเรซ ทำให้สามารถลดระยะห่างคะแนนกับแชมป์คนปัจจุบันอย่าง Alvaro Bautista เหลือเพียง 57 คะแนนแล้ว ที่สนามนี้เขาพลาดโพเดี้ยมในเรซแรกไป แต่ยังกลับมาคว้าชัยในเรซที่ 2 ได้อย่างไม่น่าเชื่อ Race 1 การแข่งขันในเรซแรกนั้นดีเลย์ออกไปเล็กน้อยและถูกปรับลดแล็ปให้เหลือเพียง 20 แล็ปจากปัญหาทางเทคนิค นักแข่งส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะออกสตาร์ทด้วยยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐานและยางหลัง SCX สูตรมาตรฐาน ซึ่งในแถวหน้านั้นมีเพียงนักแข่งจาก Yamaha อย่าง Gardner และ Baldassarri และจาก Honda อย่าง Lecuona และ Soomer ที่เลือกยางหน้า SC0 ยังมี Michael Ruben Rinaldi and Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) ที่เลือกยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 ในยางหลัง การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นโดยที่ Bautista อยู่หัวแถวได้ไม่นาน แล้วหลังจากนั้นกลายเป็นการดวลกันระหว่าง Rinaldi กับ Razgatlioğlu กระทั่งในแล็ปที่ 15 เป็นฝั่งหนุ่มตุรกีที่สามารถขึ้นนำได้และรักษาตำแหน่งไว้ได้จนจบการแข่งขัน โดยที่ Rinaldi และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ Superpole Race   นักแข่งทุกคนเลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรนุ่มพิเศษสูตรกำลังพัฒนาอย่าง SCQ C0004 มาใช้เป็นยางหลังเหมือนกับตอนที่ควอลิฟายก่อนที่จะแข่งเรซแรก ส่วนยางหน้าส่วนใหญ่ก็จะเลือกที่จะใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน มีเพียง Lecuona, Soomer, Ray และ Konig ที่ใช้ยางหน้าเป็น SC0 การแข่งในรอบนี้เกิดเหตุขึ้นในแล็ปที่ 5 เนื่องจาก Álvaro Bautista และ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) กระทบกันเองจนฝ่ายหลังออกจากการแข่งไป ผลประโยชน์เลยไปตกกับ Toprak ที่ขึ้นนำเดี่ยวจนจบเข้าเส้น และมี Bautista และ Rea เข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ Race 2 การแข่งขันในเรซนี้ นักแข่งยังคงไว้ใจเลือกยางหลัง SCX เช่นเดิม ส่วนยางหน้าก็ SC1 สูตรมาตรฐานก็เป็นหลักเช่นเรซแรก เริ่มไปได้ 5 แล็ปก็มีธงแดงสะบัดขึ้นเนื่องจากอุบัติเหตุที่โค้ง 5 โดยมีผู้ประสบเหตุ 2 คน คือ Dominique Aegerter (Yamaha) และ Scott Redding (BMW) และเมื่อการแข่งเริ่มต้นใหม่อีกครั้งการแข่งขันก็เหลือเพียง 17 แล็ปเท่านั้น และ Lecuona (Honda) ก็หันไปเปลี่ยนยางหน้ามาใช้ SC1 แทน ส่วน Bautista ออกตัวได้เร็วและแรง จนจบการแข่งขันด้วยการคว้าชัย ส่วนโพเดียมที่เหลือเป็นการแย่งกันระหว่าง Razgatlioğlu และ Rea โดยผลที่ออกมาคือ Razgatlioğlu เข้าเส้นได้ก่อน Toprak เก็บ 2 ชัย ที่ฝรั่งเศส ทำให้ยังมีรักษาระยะห่างของแต้มตารางคะแนนรวมกับแชมป์โลกไว้ได้ สนามหน้าสนามที่ 10 จะไปต่อกันที่สนาม Aragon ประเทศสเปนในช่วงวันที่ 22 – 24 กันยายนนี้ ติดตามชมตามเชียร์นักแข่งคนโปรดกันต่อได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

Marc Marquez ย้ายซบ Gresini ในฤดูกาล 2024

Marc Marquez ย้ายซบ Gresini ในฤดูกาล 2024 หลังจากที่ขี่ล้มแล้วล้มเล่า ทำเอาเอฟซีใจหายเป็นว่าเล่น สำหรับ “เด็กระเบิด” ดีกรีแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง Marc Marquez ถึงคราวต้องเจอวิกฤตหนัก เมื่อต้องเผชิญต่อสู้กับคู่แข่งและรถแข่งจากค่ายยุโรปที่กำลังมาแรงในวินาทีนี้  โดยล่าสุดได้ยินแว่ว ๆ จากวงในมาว่า Marc Marquez ย้ายซบ Gresini ไปขี่รถดูคาติ กับร่วมน้องชายในสายเลือดอย่าง Alex Marquez ในฤดูกาลหน้า ถือว่าเป็นข่าวช็อคของวงการแข่งขัน 2 ล้อ ที่ผู้คนให้ความสนใจกันไม่น้อยเลยทีเดียว  ทางด้านสำนักข่าว Speedweek รายงานว่า “ด้านเจ้าตัวได้ตัดสินใจแล้ว เขาจะออกจากบ้านเก่าหลังจากที่อยู่มาอย่างยาวนานถึง 11 ปี และจะร่วมปลูกปั้นทีม Gresini ร่วมกับน้องชายของเขาในฤดูกาลหน้า นั่นหมายความว่าจะไม่มีการทดสอบรถต้นแบบ Honda  RC213V รุ่นปี 2024 เพราะมาร์เกซเองก็สูญเสียโมเมนตัมดี ๆ กับทีม Honda มานานแล้ว” Carlo Merlini ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารการตลาด Gresini Team เผยว่า ทางทีมมีความยินดี หาก Marc Marquez และ Joan Mir จะเข้ามาร่วมขับขี่รถดูคาติให้ทีม และแน่นอนว่าทางทีมก็อยากจะคว้าตัวนักแข่งไว้ เพราะทั้งคู่เป็นถึงแชมป์โลก เป็นใครจะไม่เอาหล่ะ ?  อย่างไรก็ตาม ทาง Ducati ยังยืนคำเดิมว่า การเซ็นต์สัญญากับเจ้าเด็กระเบิดนั้น ยังไม่สอดคล้องกับแนวคิดของทางค่ายซักเท่าไหร่  เพราะทางค่ายมุ่งเน้นไปที่การปั้นดาวรุ่งสายเลือดใหม่ ไฟแรงเสียมากกว่า  นอกจากนี้รายงานยังเผยอีกว่า นักบิดที่ มาร์ก มาร์เกซจะเข้ามาเสียบตำแหน่งแทน นั่นก็คือ Fabio di Giannantonio คู่หูดูโอ้ของ Alex ที่กำลังจะหมดสัญญาภายในปีนี้ และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะย้ายไปอยู่ทีมไหนในปีหน้า แต่แล้วก็ถูกดับฝัน เมื่อเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ เมื่อช่วงซ้อมที่สนาม Misano Curcuit ที่ผ่านมาว่า “ผมยังมีสัญญากับทีมฮอนด้าในฤดูกาลหน้า” แถมยังจุดกระแสข่าวด้วยการโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมิเดียว่า “Thing is happening” ซึ่งเป็นวลีที่สโมรฟุตบอลทีมบาร์เซโลน่า ใช้กันสำหรับการวางแผนย้ายทีมครั้งใหญ่ จนทำให้เกิดข่าวลือนั่นเอง  แฟน ๆ คงหายห่วง กันไปซักพักนะครับ หากทางค่ายหันมาใส่ใจ ปรับปรุงพัฒนารถแข่งให้มีประสิทธิภาพ สามารถขับขี่เทียบเท่ากับรถจากทางฝั่งยุโรปได้ละก็ อาจได้เห็นเด็กระเบิดหมายเลข 93 ครองแชมป์ 9 สมัย ก็เป็นได้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

นักแข่ง Moto2 และ Moto3 ยืนยันพอใจ

นักแข่ง Moto2 และ Moto3 ยืนยันพอใจ หลังได้ทดสอบยาง Pirelli แม้การแข่งขัน MotoGP ที่สนาม Catalunya ที่บาร์เซโลนาจะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ยังมีภารกิจดำเนินต่อ ภารกิจที่ว่าคือการทดสอบยาง Pirelli ที่กำลังจะเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนยางในคลาสรองของการแข่งขันโมโตจีพีในปี 2024 เป็นต้นไป และเบื้องต้นผลก็ออกมาว่า นักแข่ง Moto2 และ Moto3 ยืนยันพอใจ หลังได้ทดสอบยางจาก Pirelli การทดสอบเริ่มต้นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 4 กันยายนจนไปจบในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยนักแข่งแต่ละคนจากทั้งสองคลาสได้ขี่กันคนละ 3 เซสชัน เป็นเวลารวมกันกว่า 3 ชั่วโมงบนแทร็กที่มีอุณหภูมิหลากหลายตั้งแต่ 30 – 50 องศาเซลเซียส ท่ามกลางอากาศสดใส นักแข่งทั้ง 2 คลาสจะได้ทดลองยาง Pirelli DIABLO Superbike ซึ่งเป็นยางสลิก ทั้งแบบซอฟต์และมีเดียมคอมปาวด์ ทั้งยางหน้าและยางหลัง โดยในรุ่น Moto2 จะได้ใช้ยางหน้าขนาด 125/70 R17 และยางหลังขนาด 200/65 R17 ขณะที่รุ่น Moto3 จะได้ใช้ยางหน้าขนาด 100/70 R17 และยางหลังขนาด 120/70 R17 ผลการทดสอบนั้นไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายการแข่งขันรถจักรยานยนต์บอกว่าได้รับฟีดแบ็กในแง่ดี   “ผลการทดสอบร่วมกับทางนักแข่งและทีมแข่งทั้งรุ่น Moto2 และ Moto3 นั้นออกมาดีมาก ๆ สนามแห่งนี้เป็นสนามที่เค้นยางมาก ๆ ทว่าก็เหมาะกับการเป็นที่ ๆ ใช้ทดสอบครั้งแรกได้ดีมาก ๆ และช่วยยืนยันได้ถึงความดีงามของยางของเรา แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยเวลาที่ชัดเจน แต่เราได้เห็นว่าพวกเขาขี่ได้เร็วมาก ๆ และระดับของการสึกหรอเองก็อยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน” “แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราพิจารณาว่าวันนี้เป็นการทดสอบครั้งแรกในแบบปลั๊กแอนด์เพลย์ คือ แค่ใส่ยาง ไม่ได้เซ็ตติ้งรถเพิ่มนอกเหนือไปจากที่จะใช้แข่งที่ Misano ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เราทุกคนรู้ว่าเรามีโปรดักต์ที่แข็งแกร่งและสมรรถนะสูงมาก และเรายังได้รับคำชมจากนักแข่งและคนในทีมอื่น ๆ ต่างก็เห็นด้วยเรื่องนี้”  “นอกจากนี้การยึดเกาะและสมรรถนะของยาง อาการของยางที่สัมผัสได้ชัดเจน ง่ายต่อการใช้งานและความมั่นใจที่แสดงออกมาให้เห็นที่ยางหน้า อีกทั้งยังต้องขอบคุณบาลานซ์ที่ดีระหว่างยางหน้าและยางหลัง นักแข่งต่างสามารถที่หวดหนัก ๆ ได้ตั้งแต่เริ่มออกสตาร์ท จากการที่ยางให้การควบคุมและความแม่นยำที่ดีแบบที่ยางของเราการันตีให้ได้”  “หรือจะพูดว่าพวกเขาสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกปลอดภัยได้ในทันที และนักแข่งล้วนเห็นไปในทางเดียวกัน โดยไม่มีเสียงแตก นับเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม” “และผมยังบอกพวกเขาไปอีกว่าหากว่าเซ็ตรถให้เข้ากับยางเราให้ลงตัวที่สุดแล้วก็รับรองได้ว่าพวกเขาจะได้ระเบิดศักยภาพเต็มขีดสุดของพวกเขาออกมาได้แน่“ นอกจากนี้ทาง SuperBike Thailand เรายังได้สัมภาษณ์ส่วนตัวกับนักแข่งหนึ่งในผู้ทดสอบยางในครั้งนี้ด้วย โดยเขาให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่า “กริปยางนั้นดีมาก ๆ แต่ขนาดยางนั้นน่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนกันอีกทีครับ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทำไม Triumph ฝากอนาคต ของตัวเองไว้กับ Moto2 ?

ทำไม Triumph ฝากอนาคต ของตัวเองไว้กับ Moto2 ? ระหว่างการแข่งขัน MotoGP ที่อังกฤษซึ่งจบไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ทางไทรอัมพ์ได้ประกาศต่อสัญญาที่จะซัพพอร์ตเครื่องยนต์สำหรับการแข่งขันในคลาสโมโตทูไปอีกจนจบปี 2029 รู้มั้ยครับว่า ทำไม Triumph ฝากอนาคต ของตัวเองไว้กับ Moto2 ไม่ใช่รายการอื่น? แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตน่าจะรู้กันดีว่าตอนนี้ค่ายรถแดนผู้ดีจากเมือง Hinckley ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนหลังไปได้นับร้อยกว่าปี ได้ซัพพอร์ตเครื่องยนต์อยู่ในรายการโมโตทูมาระยะนึงแล้ว หลังจากเทคโอเวอร์มาจาก Honda ที่เคยซัพพอร์ตเครื่อง 4 สูบ 600 ซีซีในรายการเดียวกันนี้มาตั้งแต่ปี 2010 จนถึง 2018 โดยทางค่ายส่งมอบเครื่องยนต์ 3 สูบเรียงขนาด 765 ซีซีให้ใช้แทน และเจ้าเครื่องที่ว่านี้ก็ช่วยทำลายสถิติเวลาของรายการนี้ในทุก ๆ สนามที่ใช้จัดแข่งขัน รวมถึงช่วยให้ Marco Bezzecchi, Raul Fernandez, Augusto Fernandez, Luca Marini และ Enae Bastianini ได้ไปต่อในการแข่งขัน MotoGP สาเหตุของคำถามดังกล่าวนั้นมีหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์อย่าง Steve Sargent ได้ออกมากล่าวในทำนองว่า 5 ปีที่ซัพพอร์ตมานั้นไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของเราอย่างเดียว แต่มันแสดงให้เห็นได้ว่าเรามีความสามารถทางวิศวกรรมและพัฒนาสมรรถนะของเครื่องยนต์ได้ดีแค่ไหน รวมไปถึงการแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและความทนทานของเครื่องยนต์ของเราได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การได้เห็นเครื่องยนต์ของตัวเองทั้งหมด 32 เครื่องถูกเค้นจนหมดไส้อยู่ตลอด มันทำให้เราได้ข้อมูลที่มีมูลค่าแบบประเมินค่าไม่ได้จำนวนมากเลย ซึ่งมันช่วยให้เราพัฒนาเครื่องยนต์ของเราได้มากเลย และที่เราต่อสัญญาออกไปก็เพราะว่าเราต้องการที่จะพัฒนามันอย่างต่อเนื่องไปอีก ไม่หยุดเพียงเท่านี้นั่นเอง อย่างไรก็ดีทางไทรอัมพ์ยังมีแผนพัฒนารถที่ใช้เชื้อเพลิงทางเลือกที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงจากฟอสซิลอีกด้วย ซึ่งการแข่งขันก็เป็นไปในทางเดียวกันคือทุกการแข่งขันในรายการ MotoGP ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปจะใช้เชื้อเพลิงผสม โดยมาจากเชื้อเพลิงทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่ฟอสซิล 40% ผสมกับน้ำมันแบบเดิม และในปี 2027 เป็นต้นไปจะใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอื่น 100% ซึ่งก็จะทิศทางการพัฒนาก็จะตรงกันกับของไทรอัมพ์นั่นเอง และแม้ว่ารถไฟฟ้าจะถูกผลักดันอย่างมากจากภาครัฐ แต่มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับรถยนต์ที่มีพื้นที่ให้ใช้งานมากกว่าในการผลิตและออกแบบ ตลอดไปจนถึงเรื่องของแบตเตอรี่ ขณะที่เทคโนโลยีในทุกวันนี้ พอนำมาใส่บนมอเตอร์ไซค์แล้วมันจำกัดกว่ามาก ดังนั้นเราก็จะพัฒนาทางเลือกอื่นไปด้วย เพื่อมุ่งหน้าสู่การเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างที่ทั่วโลกตั้งใจกัน สุดท้ายนี้แฟน ๆ อย่างเราก็มีแต่ได้ประโยชน์นั่นล่ะครับ ก็ติดตามการพัฒนาของทางไทรอัมพ์และรอรถสปอร์ตจากเครื่องยนต์ตัวนี้ไว้ได้เลยครับ ยังไงเสียมันก็ต้องมาแน่ ๆ แค่เมื่อไหร่เท่านั้นล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮีทชีลด์ ที่จานเบรกในรถ M1 ของ Quartararo มีไว้ทำไม?

ฮีทชีลด์ ที่จานเบรกในรถ M1 ของ Quartararo มีไว้ทำไม? หลาย ๆ คนน่าจะสังเกตเห็นชิ้นส่วนแปลก ๆ ของรถ Yamaha YZR-M1 ของ Fabio Quartararo ที่บริเวณล้อหน้าตอนที่เขาลงหวดในสนาม Red Bull Ring ที่ออสเตรียในศึก MotoGP สนามที่ผ่านมา มันคือ ฮีทชิลด์ ที่จานเบรก ซึ่งทางค่ายหวังไว้ว่าจะช่วยให้เจ้าแฟ้บทำการขับเคี่ยวกับค่ายแดงได้อย่างสูสีมากขึ้น แต่จะมีไว้ทำอะไรล่ะ เรามีคำตอบให้ครับ เจ้าฮีทชิลด์ที่ว่านี้มันมีสาเหตุมาจากขีดจำกัดของยางครับ เนื่องจากการแข่งขัน MotoGP ตัวรถมีการออกแบบเรื่องของแอโรไดนามิกเพื่อให้สร้างแรงกดที่บริเวณล้อหน้ามากขึ้นเวลาขับขี่ที่ความเร็วสูงนั่นสร้างภาระให้กับยางหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะขณะที่เบรกหนัก ๆ และเมื่อเกิดแรงกดหรือภาระให้กับยางหน้าจะทำให้แรงดันลมยางสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้เมื่อเบรกหนัก ๆ ความร้อนจากจานเบรกจะแผ่ไปถึงล้อ และในที่สุดก็ยางก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อยางมากขึ้น ทางยามาฮ่าจึกใช้ฮีทชิลด์ที่ทำจากคาร์บอนตามในภาพมาติดไว้ด้านหลังจานเบรกเพื่อแก้ปัญหาเรื่องอุณหภูมิสูงจะแผ่ไปจากจานเบรกนั่นเอง นอกจากนี้มันยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นปัญหาที่รถบ้าน ๆ ของพวกเราคงไม่เป็นกัน ดังนั้นคงไม่ต้องเอามาติดกันก็ได้นะครับ ยกเว้นเน้นเท่ ฮ่า ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc มีแต้มกับเขาแล้ว

Marc มีแต้มกับเขาแล้ว ในศึก Austria GP ในที่สุดการขับขี่ที่จบลงด้วยการไม่มีแต้มของพ่อหนุ่มมาร์เกวซก็จบลงเสียทีหลังจากที่เขาเข้าเส้นที่ Austrian Grand Prix ในอันดับที่ 12 ทำให้ Marc มีแต้มกับเขาแล้ว สักที แต่สนามนี้กลับกลายเป็นว่า Joan Mir เป็นคนที่โช้คร้ายและแข่งไม่จบไปซะอย่างนั้น วันอาทิตย์ที่สนาม Red Bull Ring ท้องฟ้าก็สดใส แดดก็เป็นใจ เหมาะแก่การแข่งขันจะระเบิดขึ้นที่แทร็กยาว 4.32 กม. พอไฟดับลงการแข่งขันก็ดำเนินไปได้อย่างปลอดภัยไม่เหมือนกับที่เกิดขึ้นตอนสปรินต์เรซ   นักบิดชาวสเปนสามารถรักษาตำแหน่งของเขาไว้ได้ในช่วงต้น และเริ่มที่จะไล่ล่าหาคะแนน เขาเป็นคนเดียวที่เลือกใช้ยางหลังแบบซอฟต์ แต่เขาก็สามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้ และเข้าร่วมศึกแย่งท็อป 10 พอการแข่งขันเข้าสู่ช่วงท้าย เลือกอีกไม่กี่แล็ปก็จะจบการแข่งขัน เขารั้งอยู่อันดับที่ 12 ตามหลัง Bastianini และ Morbidelli ก็เริ่มนิ่งและคำนวณความเป็นไปได้ แต่สุดท้ายเขาก็รักษาอันดับนั้นไว้จนจบ แต่เพื่อร่วมทีมของเขากลับไม่จบการแข่งขัน และนี่เองทำให้เขาได้มีแต้มกับเขาบ้างแล้วหลังจากแข่งไม่จบมาหลายเรซ และไม่ได้แข่งอีกหลายเรซ โดยทางด้าน Joan Mir นั้นล้มระหว่างการแข่งขันที่โค้ง 3 โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่น่าเสียดายที่ฟอร์มกำลังดีในสัปดาห์นี้แต่ก็ต้องอดแต้มไป สนามนี้ทีม Repsol Honda Team จะมุ่งหน้าไปยังบาร์เซโลนา ไปสนาม Gran Premi de Catalunya แน่นอนว่าทั้งสองคนตั้งเป้าที่จะทำผลงานที่ดีขึ้นกว่านี้เพื่อเอาใจแฟน ๆ ที่บ้านเกิด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

“อินทรีแซงค์” ผงาดคว้าโพเดียมใน FMSCT Thailand Motocross 2023

“อินทรีแซงค์” ผงาดคว้าโพเดียมใน FMSCT Thailand Motocross 2023 “อินทรีแซงค์” – กฤษฎา จำรูญจารีต ยอดนักบิดขวัญใจกองเชียร์ทางฝุ่นจากโครงการ “เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” เจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยติดต่อกัน พร้อมด้วยสุดยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF250R หมายเลข 17 สังกัดทีม Honda Racing Thailand S Motor สู้สุดใจสมศักดิ์ศรีแชมป์ประเทศไทยในศึก FMSCT Thailand Motocross 2023 สนามสุดท้าย  แต่ด้วยอุปสรรคจากอาการบาดเจ็บ แต่ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองในสนามออกมาได้ดีที่สุด ถึงแม้จะพลาดโอกาสคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ติดต่อกันจากโอกาสที่เป็นรอง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวลั่นพร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้งในฤดูกาลหน้า สำหรับการแข่งขัน FMSCT Thailand Motocross 2023 สนามสุดท้าย ดวลกัน ณ สนามเสี่ยน้องสิงห์สองฝั่ง จ.มุกดาหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อินทรีแซงค์-กฤษฎา มีคะแนนสะสมอยู่ 128 แต้ม รั้งอันดับที่ 2 ตามคู่แข่งอยู่ 6 คะแนน โดยยอดนักบิดดาวรุ่งหมายเลข 17 ได้ต่อสู้สุดใจจนสามารถคว้าโพเดียม สนามส่งท้าย FMSCT Thailand Motocross 2023 สำเร็จ แม้ในท้ายที่สุดจะพลาดแชมป์ประเทศไทยสมัยที่ 5 ด้วยคะแนนห่างเพียง 4 คะแนน แต่เจ้าตัวได้ฝืนอาการบาดเจ็บ สู้เต็มที่ในสนามนี้แล้ว และพร้อมกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้งฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน โดยเริ่มออกสตาร์ตจากตำแหน่งที่ 3 พร้อมรถแข่งคู่ใจ Honda CRF250R หมายเลข 17 เปิดการ์ดสู้ทันที ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็สามารถขึ้นเป็นผู้นำ ในสถานการณ์ของการแข่งขัน “อินทรีแซงค์-กฤษฎา” ถึงจะคว้าผลงานดีที่สุดมาก็ยังต้องลุ้นผลงานของคู่แข่ง ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องต่อสู้กับทุกข้อจำกัดทั้งอาการบาดเจ็บและโอกาสที่เป็นรอง  ซึ่งยอดนักบิดจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” นับได้ว่าสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม แบกอาการบาดเจ็บเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 2 ขณะที่คู่แข่งตามมาเป็นอันดับ 3 แม้จะพลาดการป้องกันแชมป์ในฤดูกาลนี้ ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันเจ้าของแชมป์ประเทศไทย 4 สมัยติดต่อกันต้องเข้ารับการผ่าตัดจากอาการที่บาดเจ็บ พร้อมพบกับความท้าทายครั้งใหม่เพื่อกลับมาทวงบัลลังค์แชมป์อีกครั้งใน FMSCT Thailand Motocross ฤดูกาลหน้า โดยแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของนักบิดไทยในโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” และ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ แชมเปี้ยน” ส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าทุกคนได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM ค้านแนวคิด ช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นในศึก MotoGP

KTM ค้านแนวคิด ช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นในศึก MotoGP   หลาย ๆ ท่านน่าจะได้ยินข่าวเรื่องที่ทางผู้จัด MotoGP จะทำการปรับกติกา Concession ที่เป็นกติกาสำหรับช่วยให้ทีมใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาแข่งขันในศึกนี้ได้อย่างทัดเทียมกับทีมอื่น ๆ ในรายการ โดยจะมีสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าทีมที่แข่งขันมานานอยู่แล้วหลายข้อด้วยกัน และตอนนี้ทางผู้จัดก็พยายามจะปรับกติกาเพื่อช่วยให้แบรนด์อย่าง Honda และ Yamaha กลับมาแข่งขันกับทีมอื่น ๆ ได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ยังมี KTM ค้านแนวคิด ที่จะช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นนี้ครับ Carlos Ezpeleta ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ Dorna เคยออกมากล่าวในทำนองว่าอยากที่จะเปลี่ยนกติกาทางเทคนิคเกี่ยวกับสิทธิพิเศษเพื่อช่วยเหลือค่ายรถจากญี่ปุ่นที่กำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบค่ายรถยุโรปอยู่ในตอนนี้ แต่ทางเคทีเอ็มไม่เห็นด้วยเนื่องจากไม่เห็นด้วย Pit Beirer ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของค่ายสีส้มในเชิงว่า ความได้เปรียบนั้นเดิมทีแล้วตั้งอยู่บนสิทธิพิเศษที่สืบเนื่องมาจากการเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ไม่กี่ปี และเราไม่สนับสนุนแนวคิดที่จะปรับกติการเพื่อช่วยเหลือค่ายญี่ปุ่น เพราะมันมีเหตุผลของมัน แน่นอนว่าปี 2020 และ 2022 ยามาฮ่ายังมีดีกรีเป็นรองแชมป์อยู่เลย แถมปี 2021 ยังเป็นแชมป์โลก ซึ่งหากคิดตามพื้นฐานคะแนนกติกา Consession แล้วเกินไปเยอะ ส่วนทางด้านค่ายปีกนกเองก็ใช่ว่าจะไม่มีคะแนนเกิน Marc Marquez และ Pol Espargaro เองก็เคยได้โพเดียมมาหลายครั้ง ส่วน Alex Rins ก็ชนะในเรซด้วยซ้ำ นั่นทำให้สองค่ายนี้ไม่ควรได้รับการเพิ่มสิทธิพิเศษใด ๆ และก็เชื่อว่าทางแบรนด์จะหาวิถีทางอื่นให้กลับมาสู้กันได้อย่างสูสี ค่ายอื่น ๆ เขาก็ต้องดิ้นรนเหมือนกันเช่น Ducati ที่กว่าจะกลับมาก็นานมาก ย้อนไปปี 2007 เลย แถม Aprilia เองก็เช่นกัน ทว่าบอสของ Ducati กับ Aprilia นั้นไม่ได้ออกมากล่าวคัดค้านอะไร กลับรออย่างเงียบ ๆ และเปิดใจมากกว่าทางค่ายสีส้มที่มีผลงานดีขึ้นเรื่อย ๆ งานนี้เพื่อน ๆ แฟน ๆ ที่ชื่นชอบ MotoGP มีความเห็นกันอย่างไรกันบ้างครับ แชร์กันได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Pirelli เผย ความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

Pirelli เผย ความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก หลังจากเหตุการณ์อันน่าตระหนกตกใจในศึก WorldSBK ที่ Autodrom Most ประเทศเช็ค ซึ่งก็คือเหตุการณ์ที่ Toprak Razgatlioglu ที่กำลังนำอยู่ในเรซที่ 2 กลับต้องออกจากการแข่งขันไปด้วยปัญหาของยาง ขณะที่กำลังออกจากโค้ง 2 ระหว่างดวลเดือดกับ Alvaro Bautista และล่าสุดทางด้านแบรนด์ยาง Pirelli เผยความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ด้านนักแข่งตุรกีเผยกับทางยามาฮ่าเรซซิ่งว่า “ผมก็แค่พยายามทำให้เต็มที่ แต่ผมโชคร้ายมาก ๆ ผมไม่ได้โกรธทางพีเรลลี่นะ เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมยางนี้ถึงเป็นแบบนี้ ผมตกใจมากและมันก็ประหลาดมาก ๆ ด้วย เราแข่งกันมาตั้งหลายเรซแล้ว และผมก็มองหาอนาคตและสู้ต่อไป” นอกจากนี้ยังเผยต่อกับทางสื่อเพิ่มเติมว่า “มันเป็นเรซที่แปลกมาก ๆ ยางหลังผมระเบิด ผมตกใจเพราะผมหันไปมองด้านหลังแล้วผมเห็นยาง มันแปลกมาก ๆ สำหรับผม มันเป็นครั้งแรกเลยในชีวิตผม ผมโอเคนะ ในช่วงหกแล็ปสุดท้ายผมเริ่มที่จะขี่ได้นิ่งขึ้น และผมก็เห็นช่องว่างว่ามันใหญ่ขึ้น มันเป็นเรซที่ดีสำหรับผมและผมก็สนุกกับมัน และผมเองก็คิดว่าแฟน ๆ ทุกคนก็น่าจะสนุกไปกับเรซนี้ด้วย” ด้าน Giorgio Barbier ผู้จัดการฝ่ายแข่งขันของทาง Pirelli ได้ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ “จากการตรวจสอบการแข่งขัน WorldSBK ในเรซ 2 ด้วยยางหลัง C0567 ยางสูตรใหม่ เราพบว่ามียางที่บวมพองแบบนี้ 3 เคสด้วยกัน คือยางของ Jonathan Rea, Remy Gardner และ Razgatlioglu ซึ่งในกรณีของสองคนแรกนั้นการบวมพองของยางนั้นเล็กมาก ๆ และไมส่งผลใด ๆ กับสมรรถนะของยางและผลการแข่งขัน ขณะที่เคสของทาง Toprak นั้นยางนั้นบวมพองมีมากกว่าและจากการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจากเซ็นเซอร์นั้นพบว่ายางแบนลงอย่างรวดเร็ว” ทั้งนี้ยังมีการตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นกับยางอยู่และได้ออกมาย้ำว่าจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด แม้ว่านักแข่งยามาฮ่าจะขี่ด้วยความเร็วสูงขนาดไหนก็ตาม และยางของนักแข่งคนอื่นจะไม่มีอาการผิดปกติ แต่เหตุการณ์แบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ดังนั้นเราจะทำการวิเคราะห์เชิงลึกกับอย่างทั้งหมด 3 เคสเพื่อหาสาเหตุต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea-แรงไม่กลัวฝน

Rea แรงไม่กลัวฝน วัดดวงใส่ยางกึ่งฝ่าฝนคว้าชัยเรซแรกที่ Most เข้าสู่การแข่งขันสนามที่ 8 ของฤดูกาลกันแล้วกับการแข่งขันในศึก WorldSBK 2023 การแข่งขันมอรถมอเตอร์ไซค์โปรดักชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยในครั้งนี้ไปแข่งขันกันที่สนาม Autodrom Most ประเทศเช็ก สนามที่มีเลย์เอาต์อันโหดหินเอาเรื่อง กับการแข่งขันในเรซแรกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากสภาพอากาศ และเป็น Rea แรงไม่กลัวฝน ที่วัดดวงใส่ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ฝ่าฝนคว้าชัยในเรซแรกไปครอง แม้จะไม่ได้ออกตัวจากโพลโพซิชันก็ตาม ควอลิฟาย เช้าวันเสาร์ ช่วงเวลาของการควอลิฟาย ตำแหน่งโพลตกเป็นของ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ซึ่งนับเป็นโพลที่ 4 ของเขาในฤดูกาลนี้ ครั้งที่ 12 ของเขาในรายการ และครั้งที่ 50 สำหรับยามาฮ่าในศึกนี้ ด้วยการเลือกใช้ยางหลัง SC0 กดเวลาควอลิฟาย ก่อนจะทำลายสถิติเวลาของสนามแห่งนี้ด้วยเวลา 1’30.801 ทำลายสถิติเวลาเดิมที่ Jonathan Rea เป็นคนทำเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว ส่วนอันดับ 2 บนกริดสตาร์ทตกเป็นของ Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) และอันดับ 3 เป็น Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) เรซ 1 การแข่งขันเรซแรกกลายเป็นการแข่งแบบเว็ตเรซ เนื่องจากมีสายฝนตกลงมาอย่างหนักก่อนที่เรซที่ 300 ของรายการจะระเบิดศึกขึ้นจากนั้นก็ค่อย ๆ ซาลง การเลือกยางนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำการบ้านกันอย่างหนัก โดยมีนักแข่งหลายคนเลือกที่จะใช้ยางกึ่งหรือยาง Intermediate ขณะที่บางส่วนเลือกใช้ยางฝน ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดชี้ชะตาของนักแข่งทั้งหลาย นักแข่งที่เลือกยางกึ่งนั้นล้วนได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งนี้เป็นเพราะสายฝนหยุดสนิทในระหว่างการแข่งขัน และแทร็กก็เริ่มแห้งอย่างรวดเร็วซึ่งยางกึ่งตอบโจทย์มากกว่ายางฝน ซึ่งคนที่ใช้ยางฝนนั้นถูกบังคับกลาย ๆ ว่าจะต้องเข้าไปเปลี่ยนยางและเสียเวลาอันมีค่าหลายวินาที และเป็น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 5 ใช้โอกาสนี้คว้าชัยมาได้เป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้ โดยเข้าเส้นก่อนโพลแมนอย่างToprak Razgatlioğlu และ Danilo Petrucci เข้าเส้นเป็นอันดับ 3 แม้ว่าจะออกจากกริดที่สองก็ตาม โดยนักแข่งบนโพเดียมทั้งหมดล้วนใช้ยางแบบกึ่งทั้งนั้น การแข่งขันยังสนามนี้ยังไม่จบ ติดตามการแข่งขันและสรุปผลตารางคะแนนรวมได้ในวันถัดไปที่ SuperBikeMag.com เช่นเดิมครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha ร่วมลุย SuperBikemag.com Qualifying To Rimba Raid 2023

Yamaha ร่วมลุย SuperBikemag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 Yamaha Riders’ club จัดใหญ่ ร่วมส่งนักบิดประชันทางฝุ่น กับกิจกรรมการแข่งขันในรายการ SuperBikemag.com Qualifying To Rimba Raid Power By Pirelli Scorpion The MXGP Champion’s Tyres 2023 ที่จบไปเป็นที่เรียบร้อย ณ ลานวัดคลองตาอิน หมู่บ้านคชานุรักษ์ ม.9 บ้านคลองตาอิน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นรายการแข่งขันเพื่อเฟ้นหา 6 นักแข่งสายลุยตัวจริงเสียงจริง ทำผลงานที่ดีสุดจากการแข่งขัน เป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าแข่งขันในเวทีระดับโลก ในรายการ Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย โดยกิจกรรมครั้งนี้ทาง Yamaha Riders’ club ให้บริการเซอร์วิส ทั้งทีมช่าง ทีมเซอร์วิสที่ทางค่ายจัดมาให้ ที่บูทภายในงาน เพื่อรองรับบริการนักแข่ง รวมถึง ให้บริการทดสอบรถ Demo Tenere 700 แอดเวนเจอร์ตัวแรง แถมยังมี WR155R เอ็นดูโร่ไบค์มาให้เหล่านักบิดได้ทดลองภายในงานอีกด้วย ภาพบรรยากาศสุดมันส์ สำหรับบรรยากาศการแข่งขัน เต็มไปด้วยความมันส์ระดับเต็มสิบ ถึงแม้ว่ามีฝนตกลงมาเป็นระยะ ๆ แต่ก็ไม่สามารถทำลายจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย ความกระหายในชัยชนะของเหล่านักบิดในสนามแห่งนี้ไปได้แม้แต่น้อย โดยแต่ละมิชชั่นมีทั้งทางดิน ทางหิน ทางฝุ่น หรือแม้กระทั่งทางโคลน ล้วนเติมเต็มรสชาติแห่งความมันส์ของการแข่งขันตลอดทั้งวัน และในช่วงไฟนอลของกิจกรรม การตัดสินเป็นที่เรียบร้อยและได้สุดยอดนักบิดจากฝั่งยามาฮ่า เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่ง Rimba Raid ที่ประเทศมาเลเซียจำนวน 2 ท่านด้วยกันได้แก่ คุณนันทกานต์ ภูเดชศิริ และคุณมานพ อับดุลการี ควบ Tenere 700 ทำผลงานดีที่สุด จบอันดับที่ 1 และ 2 ในรุ่น Class B (Adventure 500 ซีซี – 990 ซีซี)  แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีรางวัลสำหรับผู้ได้รับคัดเลือกทั้ง 6 ท่าน ยังได้รับเสื้อ Scorpion สำหรับใช้แข่ง Rimba Raid จำนวน 3 ตัว ยาง Pirelli Scorpion สำหรับใช้ซ้อมและแข่ง จำนวน 2 คู่ พร้อมทั้งสนับสนุนค่าเดินทาง/ค่าสมัครแข่งมูลค่า 40,000 บาท สุดท้ายนี้ขอแสดงความยินดี ร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับนักบิดชาวไทย ที่จะไปแข่งขันทางฝุ่นที่ประเทศมาเลเซียในวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2566 นี้ ลุยกันต่อ  อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com

Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 จบไปแล้วกับกิจกรรมสุดมันส์ โดยมี Honda ยกทัพ CRF Series ร่วมศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 Power By Pirelli Scorpion The MXGP Champion’s Tyres ณ ลานวัดคลองตาอิน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งรายการนี้จะเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสและสนับสนุนให้นักบิดสายทางฝุ่นสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทยไปแข่งขันในรายการ Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในงานนี้ Honda ได้ขนกองทัพรถสายทางฝุ่นไปแบบชุดใหญ่ทั้ง CRF Series ที่ได้แก่ CRF300L, CRF450RL, CRF1100L Africa Twin รวมไปถึงเจ้า CB500X มาให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีโอกาสทดลองขับขี่ในสนามสำหรับทดสอบกันได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันโดยใช้รถของฮอนด้า ทางฮอนด้าเองก็จะช่วยซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายค่าสมัคร 500 บาท ภายในบูธยังมีการบริการ ช่วยดูแลนักแข่ง และให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถสำหรับผู้ที่เข้าร่วมงานแข่งขันและผู้ที่สนใจโดยมีทีมช่างผู้ชำนาญการมาคอยแสตนด์บายรอช่วยเหลืออย่างขันแข็งอีกด้วย เรียกว่าได้ใจสาวกกันไปเต็ม ๆ ครับงานนี้ สำหรับรุ่นในการแข่งขันในงานก็จะได้แก่ Class A สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 1000 ซีซี แต่ไม่เกิน 1290 ซีซี Class B สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 500 ซีซี แต่ไม่เกิน 990 ซีซี Class C Enduro Open สำหรับรถเอ็นดูโร่ ไม่จำกัดซีซี รถนำเข้าก็แข่งได้ Class C Enduro Production สำหรับรถเอ็นดูโร่ ผลิตในประเทศ และไม่เกิน 250 ซีซี และคลาสพิเศษสำหรับสาวก KTM และ Husqvarna โดยเฉพาะ ไม่จำกัดซีซี   หลังจากจบการแข่งขันสุดโหดเนื่องจากสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักทำให้สภาพสนามนั้นเละเป็นโคลน ยากต่อการขับขี่ แต่สุดท้ายก็ได้ตัวแทนนักแข่งจากประเทศไทยที่ใช้รถ Honda ทั้ง 2 ท่านจากคลาส A ทั้ง 2 คน ได้แก่ พิษณุ ชิมมา Honda CRF1100L Africa Twin คมสัน อุดมทีฆะศิริ Honda CRF1100L Africa Twin สุดท้ายนี้อย่าลืมเป็นกำลังใจให้กับนักแข่งชาวไทยที่ได้ไปสู้ศึก Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซียที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคม – 3 กันยายน 2023 นี้กันด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

KTM ร่วมเฟ้นหายอดนักลุยในศึก

KTM ร่วมเฟ้นหายอดนักลุยในศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 จบไปแล้วกับกิจกรรมสุดมันส์ เมื่อทาง KTM ร่วมเฟ้นหายอดนักลุยในศึก SuperBikeMag.com Qualifying To Rimba Raid 2023 Power By Pirelli Scorpion The MXGP Champion’s Tyres ณ ลานวัดคลองตาอิน หมู่บ้านคชานุรักษ์ ม.9 บ้านคลองตาอิน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งรายการนี้จะเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสและสนับสนุนให้นักบิดสายทางฝุ่นสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทยไปแข่งขันในรายการ Rimba Raid 2023 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในงานนี้ KTM Thailand ค่ายรถสีส้มจัดใหญ่จัดเต็ม อลังการงานสร้าง ออกบูธยิ่งใหญ่ไม่แพ้รายการระดับโลก พร้อมการสนับสนุนรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้สำหรับคนที่เร็วที่สุดและเก่งที่สุดไปลุยที่ Rimba Raid 2023 ประเทศมาเลเซีย โดยลูกค้าที่ใช้รถและสมัครแข่งกับทาง KTM Thailand ยังมีสิทธิพิเศษอีกมากมาย ฟรี! ประกันอุบัติเหตุในวันแข่ง และสำหรับผู้ชนะจะได้รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้ –         รับเงินรางวัล 40,000 บาท (เมื่อผู้ชนะเข้าแข่งขันในงาน Rimba Raid ที่ประเทศมาเลเซีย ในนามนักแข่งเคทีเอ็มประเทศไทยเท่านั้น) –         รับฟรีชุดแข่ง รองเท้า ถุงมือจากทางเคทีเอ็ม สำหรับใช้แข่งขัน (ยกเว้นหมวกกันน็อค) –         รับฟรีค่าสมัครงาน Rimba Raid ณ ประเทศมาเลเซีย –         รับฟรีสนับสนุนรถแข่ง KTM 790 Adventure R (สำหรับใช้แข่งที่มาเลเซีย) –         รับฟรีรถเดโม่สำหรับใช้ซ้อมก่อนไปแข่งขัน –         รับฟรียาง Pirelli Scorpion จำนวน 2 คู่ ภายในบูธยังมีการบริการดูแลและให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถอีกด้วย มีสินค้าไรดิ้งเกียร์และแอพพาเรลภายใต้แบรนด์เคทีเอ็มไปจำหน่ายในงานอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอยังนำรถจากทางค่ายมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองขับขี่ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย โดยมีรถรุ่นที่นำมาให้ทดสอบดังนี้ KTM 350 EXC-F SIX DAYS, KTM 790 Adventure R, KTM 390 Adventure และ Husqvarna FE 350 สำหรับรุ่นในการแข่งขัน ได้แก่ Class A สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 1000 ซีซี แต่ไม่เกิน 1290 ซีซี Class B สำหรับรถแอดเวนเจอร์ขนาด 500 ซีซี แต่ไม่เกิน 990 ซีซี Class C แบ่งออกเป็นคลาสย่อย ๆ อีก 3 คลาส ได้แก่ Enduro KTM and Husqvarna รุ่นพิเศษสำหรับสาวก KTM และ Husqvarna โดยเฉพาะ ไม่จำกัดซีซี Enduro Open สำหรับรถเอ็นดูโร่ ไม่จำกัดซีซี รถนำเข้าก็แข่งได้ Enduro Production สำหรับรถเอ็นดูโร่ ผลิตในประเทศ และไม่เกิน 250 ซีซี สำหรับผลการแข่งขันในรุ่น Enduro KTM and Husqvarna มีดังนี้ อันดับ

Toprak พา Yamaha สยบ Ducati

Toprak พา Yamaha สยบ Ducati ที่ Imola ในศึก WSBK 2023 การแข่งขันในศึกรถโปรดักชันระดับโลก WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 7 กับสนาม Imola ที่ประเทศอิตาลีซึ่งห่างหายไม่ได้จัดรายการนี้มา 4 ปีแล้ว นับตั้งแต่ที่รายการนี้เลือกใช้สนามแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2001 และในสนามแห่งนี้ก็เกิดเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นขึ้นนั่นคือ Toprak พา Yamaha สยบ Ducati หยุดสถิติการชนะรวดของ Bautista ไปได้ โดยสนามนี้เป็นฝั่งค่ายรถจากเมืองอิวาตะคว้าชัยไปถึง 2 เรซด้วยกัน Race 1 การแข่งขันในเรซนี้เป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล ด้วยเวลา 1’45.959 นาที ส่วนอันดับ 2 เป็นทีมเมทอย่าง Andrea Locatelli และมี Alvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) จบแถวหน้า ออกสตาร์ทเป็นทาง Locatelli ที่ออกจากเส้นได้สวยขึ้นนำเพื่อนร่วมทีม หลังจากเขาเองก็เป็น Axel Bassani (Motocorsa Racing) ต่อมาในแล็ปที่ 5 Razgatlioglu สามารถกลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูง แต่ในแล็ปที่ 12 ก็ถูกแชมป์โลก Bautista มาแย่งไป พร้อมโชว์เหนือ กดเวลาทิ้งห่าง 3.5 วินาที หนีห่าง Razgatlioglu และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซเริ่มต้นท่ามกลางอากาศอันร้อนแรง พื้นแทร็กอันร้อนระอุ หลังจากออกตัวเป็น Locatelli ที่ขึ้นนำก่อนอีกแล้ว กระทั่งในแล็ปที่ 5 Bautista เอาคืน และมี Toprak ตามมาเป็นอันดับ 2 และ Locatelli แต่กระทั่งแล็ปก่อนแล็ปสุดท้าย นักแข่งเลือดตุรกีกลับพลิกขึ้นมาแซงได้และเข้าเส้นก่อน Bautista และ Locatelli คว้าชัยในเรซนี้ไปครอง หยุดชัยชนะต่อเนื่องของนักแข่งชาวสเปนไปได้ Race 2 การแข่งขันยิ่งเดือดขึ้นไปอีกจากอากาศที่ร้อนมากขึ้นอีก จนทางทีมแพทย์ออกโรงแนะนำให้ลดแล็ปการแข่งขันเหลือ 15 แล็ปจากเดิมที่วางไว้ที่ 19 แล็ป จากอากาศร้อนมากเกินไป เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ในเรซนี้กลายเป็นทาง Razgatlioglu และ Bassani ที่เป็นเหมือนคู่ดวลเดือดแย่งชัยชนะกัน หลังจากที่ Bautista ล้มไปในแล็ปแรกและต้องออกจากการแข่งขันไป และผลของการดวลชัยชนะตกเป็นของแชมป์เก่าชาวตุรกีในที่สุด แต่นั่นก็เป็นการการันตีว่า Bassani เป็นนักแข่งจากทีมอิสระที่ดีที่สุดคนนึงในรายการนี้ ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของ Rea ไปครับ จบการแข่งขันสนามนี้ Toprak มีคะแนนไล่ตีตื้นขึ้นมาได้บ้าง แต่ยังห่างจากหัวตาราง Bautista อยู่มากถึง 70 คะแนน แต่ก็มีคะแนนทิ้งห่างอันดับ 3 ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมอย่าง Locatelli มากถึง 113 คะแนนเลยทีเดียว ตารางคะแนนรวม อันดับ นักแข่ง รถ คะแนน 1 Alvaro Bautista Ducati 391 2 Toprak Razgatlioglu Yamaha 321 3 Andrea Locatelli Yamaha 208 4 Jonathan Rea Kawasaki 201 5 Axel Bassani Ducati 179 6 Michael Ruben Rinadi Ducati 129 7 Danilo Petrucci Ducati 117 8 Alex Lowes

Kawasaki มีเฮ FIM

Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง Ducati เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก หลังล่าสุด Bautista ทำผลงานยึดครองอันดับ 1 มาแทบจะทุกเรซทุกสนาม ทำให้มีการปรับลดรอบลง 250 รอบต่อนาที ตามข้อบังคับของทางสมาพันธ์ฯ ส่วนทางคาวาซากิจะได้ปรับขึ้น 250 รอบแทน โดยการบังคับนี้จะเริ่มมีผลทันทีตั้งแต่ที่สนาม Imola เลย ตอนนี้ Panigale V4R มีรอบสูงสุดอยู่ที่ 15,600 รอบ ลดลงมาจาก 500 รอบ ขณะที่คาวาซากิ ZX-10RR เมื่อเพิ่มรอบเป็น 15,100 รอบ เพิ่มขึ้นมาแล้ว 500 รอบ นับจากตอนเปิดฤดูกาล ซึ่งถ้าเทียบสเปกรถแข่งกับรถสแตนดาร์ดแล้วฝั่งค่ายแดงนั้นรอบลงมาถึง 900 รอบ ขณะที่ค่ายเขียวเพิ่มมาถึง 1,100 รอบจากรถเดิมที่ 14,000 รอบ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้นั้นอย่าเพิ่งไปว่าคาวาซากิเขาเป็นลูกรักนะครับ จริง ๆ แล้วมันเป็นระบบและกติกาของทาง WorldSBK เขาอยู่แล้ว หากไม่นับซูเปอร์โพลเรซ Bautista นั้นชนะไปแล้ว 12 เรซ ทั้งยังมีดูคาติคันที่ 2 อยู่บนโพเดียมอีก 4 เรซจากทั้งหมด 6 เรซล่าสุด นอกจากนี้ Bautista ยังนำตลอด โดยที่ Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea ได้แต่มอง ซึ่งนั่นทำให้เกิดการลดรอบครั้งนี้ขึ้นตามกติกา และทางด้าน Kawasaki เองก็ต้องดิ้นรนมากเพราะ Jonathan Rea ได้มาแค่เพียง 2 โพเดียมจากสามสนามล่าสุด ส่วน Alex Lowes ทีมเมตทำได้แค่เพียงติดท็อป 5 เพียงครั้งเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่มากเกินไประหว่างสองค่ายนี้ทำให้สามารถเพิ่มลิมิตของรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ได้ อย่างไรก็ดีเรื่องการเปลี่ยนแปลงรอบนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ Bautista นั้นช้าลง และอาจจะส่งผลเสียกับนักแข่งที่ใช้ Ducati คันอื่น ๆ อีกด้วย เพราะนักแข่งสเปนผู้นี้ทำเวลาได้ดีจากการเร่งออกจากโค้งและเปิดคันเร่งหนัก ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นการใช้รอบปลาย กลับกันนักแข่งคนอื่น ๆ นั้นได้ประโยชน์จากรอบปลาย ๆ ที่มีแรงม้ามาก แต่คราวนี้จะต้องเสียไปเพราะรอบที่โดนลดลงมา ทว่าที่แน่ ๆ เป็นทางค่ายเขียวที่จะได้ประโยชน์เพราะรอบที่มากขึ้นจะทำให้มีแรงม้ามากขึ้นตามมาด้วย และยังให้อิสระในการเลือกเกียร์ในบ้างโค้ง Rea และ Lowes อาจจะลากเกียร์ใดเกียร์นึงในโค้ง แทนที่จะชิฟต์เกียร์ขึ้นและเสียแรงบิดไป ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความแตกต่างในตอนออกโค้ง ทว่าแค่ 250 รอบนั้นไม่ใช่อะไรที่จะการันตีผลลัพธ์ที่จะดีขึ้นได้ครับ งานนี้ก็ต้องตามลุ้นกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

F1 คืออะไร

F1 คืออะไร จะมาแข่งไทยจริงหรือ? แว่ว ๆ มาอีกแล้ว สำหรับกระแสของการแข่งขัน F1 ว่าจะมาแข่งขันที่ประเทศไทย แต่เชื่อมั้ยว่ามันเป็นไปได้ยากมาก ๆ ที่จะมีรายการแข่งขันนี้ในประเทศไทย ซึ่งบทความนี้จะมาอธิบายว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น แต่ก่อนอื่นก็ต้องไปทำความรู้จักกันก่อนว่า F1 คืออะไร กันก่อนดีกว่าครับ F1 คือการแข่งขันรถสูตร 1 หรือ Formula 1 ชื่อเต็ม ๆ ก็คือ FIA Formula One World Championship เป็นรายการแข่งขันในระดับที่สูงที่สุดสำหรับการแข่งขันรถประเภทล้อเปิด ซึ่งเจ้ารถที่ว่านี้ถือเป็นที่สุดของความเร็วที่ยานพาหนะมีล้อจะทำได้เลยก็ว่าได้ โดยตัวรถมีเครื่องยนต์แบบ V6 เทอร์โบชาร์จขนาด 1.6 ลิตร ให้แรงม้ากว่า 1000 แรงม้า กับน้ำหนักรถเพียง 768 กก. ใช้ยางสลิกขนาดพิเศษจากทาง Pirelli ตัวรถยังออกแบบโดยคำนึงแอโรไดนามิกขั้นสูง จนทำให้รถสามารถทำท็อปสปีดในสนามได้สูงสุดกว่า 370 กม./ชม. เลยทีเดียว ซึ่งนี่คือสเน่ห์อย่างนึงของการแข่งประเภทนี้ซึ่งโดนใจไบเกอร์อย่างเรา ๆ หลายคนเลยทีเดียว อีกทั้งการแข่งขันรายการนี้ทีมเข้าร่วมแข่งขันกว่า 10 ทีมและมีแบรนด์ดัง ๆ มากมายเช่น Ferrari, Alpine, Alfa Romeo, Aston Martin หรือแม้กระทั่ง Honda เข้าร่วม ทั้งยังตระเวนแข่งไปยัง 22 สนามทั่วโลก ทำให้มีแฟน ๆ ที่คลั่งไคล้ความเร็วระดับขีดสุดที่เข้าไปชมถึงขอบสนามของรายการนี้รวมกันทั้งปีมากกว่า 5 ล้านคน แต่ถ้าหากนับแฟน ๆ ที่ชมจากทางบ้านนั้นมีการประเมินไว้ว่ามากถึง 1.55 พันล้านคนเลยทีเดียว ทีนี้วกกลับเข้าเรื่องว่าทำไมมันถึงยากเย็นจนถึงขั้นเรียกว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยกับการที่รายการนี้จะมาแข่งขันที่ไทย อนึ่งเลยการแข่งขันนี้คือการแข่งขันระดับสูงสุดของโลกมอเตอร์สปอร์ต ต้องการสนามที่ได้มาตรฐานสูงสุดซึ่งก็คือ FIA Grade1 ถึงจะสามารถให้รายการแข่งขันอันยิ่งใหญ่นี้จัดขึ้นในสนามดังกล่าวได้ ซึ่งการที่จะได้สนามระดับนี้ต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อจัดการปัจจัยต่าง ๆ ที่ทางสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติกำหนดไว้ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัยในส่วนต่าง ๆ ของสนาม ไปจนถึงพื้นผิวของแทร็ก และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จะต้องเพียงพอในการรองรับนักแข่ง ทีมงาน หรือผู้ชม ซึ่งแต่ละเรซนั้นจะมีผู้เข้าชมไม่น้อยกว่า 200,000 คน แน่นอนว่าหากจะสร้างสนามที่จะรองรับสิ่งที่ทาง FIA กำหนดมาได้นั้นจะต้องใช้เงินถึงหลักพันล้านเลยทีเดียว แต่นั่นยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่าย ยังมีค่าใช้จ่ายในการเซ็นสัญญาเพื่อจัดการแข่งขันซึ่งก็ใช้เงินแบบคิดกันกลม ๆ ก็ประมาณ 40 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือราว ๆ 1,400 ล้านบาทเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก อาทิค่าการตลาดและค่าโปรโมตการแข่งขัน ค่ารักษาความปลอดภัยต่าง ๆ รวมไปจนถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่ารวม ๆ กันทั้งหมดก็หลายพันล้านบาทเลยทีเดียว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนแฟน ๆ รถแข่งสูตร 1 ในบ้านเรายังมีไม่มากพออีก ค่าตั๋วเข้าชมที่มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 8,000 บาท ก็น่าจะมีส่วนให้มีการเข้าชมน้อย หรืออาจจะไม่มากพอ ซึ่งเมื่อมองในมุมของนักลงทุนแล้วก็ต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าเสมอ ยกตัวอย่างลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกที่เกิดขึ้นกับไทยเมื่อปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่ใช้เงินน้อยกว่านี้มาก รวมถึงฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมมาก ๆ ในบ้านเรายังเกิดปัญหาจนเป็นข่าวใหญ่ไปทั่ว ดังนั้นดีลรายการแข่งนี้ที่เป็นดีลยักษ์ใหญ่จึงยิ่งยากที่จะประสบความสำเร็จในไทยได้ สรุปแล้วความฝันที่จะมาตอบโจทย์ชาวไบเกอร์ที่ชอบความเร็วอย่างเรา ๆ ที่นอกจากจะได้ชม MotoGP ในไทยแล้ว ยังอยากชม F1 ด้วยนั้นคงเป็นไปได้ยากมาก ๆ เลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli เซ็นสัญญา ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3

Pirelli เซ็นสัญญา 3 ปี ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3 ข้อตกลงใหม่ยืนยันคอนเฟิร์มแล้วหลัง Pirelli เซ็นสัญญา ซัพพอร์ตยางแข่ง Moto2 และ Moto3กับทาง Dorna Sports แล้ว งานนี้เราก็จะได้เห็นยางอิตาเลียนระดับตำนานแบรนด์นี้ไปเข้าร่วมแพ็ดด็อกของรายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง MotoGP ตั้งแต่ปี 2024 ถึงปี 2026 พีเรลลี่จะได้กลายเป็นผู้สนับสนุนยางรายการ Moto2 และ Moto3 อย่างเป็นทางการเพียงหนึ่งเดียว โดยสัญญาสามปีนี้ได้รับการสรุปแล้ว และเราจะได้เห็นยางอิตาเลียนแบรนด์นี้ได้กลายเป็นส่วนนึงในการแข่งขันในรุ่นเล็กและรุ่นกลางในการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ทั้งนี้ Pirelli เองได้เป็นผู้สนับสนุนยางรายเดียวของการแข่งขันทุกคลาสในศึก MOTUL FIM Superbike World Championship และตอนนี้ได้ขยายไปยังรายการแข่งขันสองล้ออื่น ๆ ซึ่ง Moto2 และ Moto3 ซึ่งเป็นคลาสที่คอยป้อนนักแข่งส่งสู่เวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ซึ่งทางพีเรลลี่จะซัพพอร์ตยางสลิก DIABLO™ Superbike ทั้ง 2 คลาส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาสำคัญของทาง Pirelli ที่ว่า ‘We sell what we race, we race what we sell’ ซึ่งหมายความว่า “เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย” และด้วยสัญญาในครั้งนี้จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการพัฒนาของทางพีเรลลี่ทั้งในแง่ของการเติบโตทางการค้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี ซึ่งแพ็ดด็อกของ MotoGP เปรียบเสมือนแล็ปทดลองทางการแข่งขันที่ดีที่สุดของโลกสองล้อ และยังส่งเสริมผลักดันในเรื่องของนวัตกรรมด้านความปลอดภัย สมรรถนะและความยั่งยืนที่จะถ่ายทอดต่อไปยังลูกค้าตัวจริงบนท้องถนน ข้อตกลงนี้ยังรวมไปถึงรายการอื่น ๆ ที่มุ่งหน้าสู่การแข่งขัน MotoGP ซึ่งจะทำให้พีเรลลี่กลายเป็นผู้สนับสนุนยางเพียงรายเดียวให้กับทุกคลาส ไม่ว่าจะเป็นรายการ Finetwork FIM JuniorGP World Championship รายการ Idemitsu Asia Talent Cup รายการ Northern Talent Cup และ Red Bull MotoGP Rookies Cup รวมไปถึง FIM MiniGP World Series ซึ่งเป็นรายการสร้างนักแข่งหน้าใหม่อายุน้อยป้อนสู่รายการระดับสูงสุดอย่าง MotoGP หรือรายการแข่งขันอื่น ๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ดีรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับประเภทยางที่จะใช้ยังไม่เปิดเผย Aldo Nicotera รองประธานอาวุโสและหัวหน้าแผนกมอเตอร์ไซค์และจักรยานของ Pirelli กล่าวว่า “เรายินดีที่ Dorna เลือกเราเป็นซัพพลายเออร์ยาง Moto2 และ Moto3 สำหรับ 3 ฤดูกาลถัดไป นี่จะเป็นการยืนยันถึงพลังของเราในโลกมอเตอร์สปอร์ตที่มากขึ้นและยังเป็นสัญญาณอันชัดเจนของการเห็นคุณค่าในงานที่เราทุ่มเทกับศึก Superbike World Championship มาตลอด 20 ปี และด้วยสัญญาใหม่นี้ เราจะร่วมมือกับอนาคตใหม่ของวงการมอเตอร์ไซค์เพื่อไปสู่การแข่งขันระดับท็อปอย่าง WorldSBK และ MotoGP รวมไปถึงการซื่อสัตย์กับปรัชญาของเราที่เป็นแรงผลักดันเรามาโดยตลอด เราจะยังดำเนินต่อไปด้วยการใช้ยางที่เราขายในท้องตลาดและนักบิดทั่วไปหาซื้อได้” Carlos Ezpeleta ประธานฝ่ายกีฬาจาก Dorna Sports กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อนรับ Pirelli เข้าสู่แพ็ดด็อกในฐานะผู้สนับสนุนยางรายเดียวสำหรับ Moto2 และ Moto3 รายการแข่งขันเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในโลกมอเตอร์สปอร์ต ยังเป็นคลาสผลิตนักแข่งที่แข็งแกร่งและยังเป็นการแข่งขันในระดับสูงทั้งในด้านการกีฬาและคุณค่าทางการตลาด เราดีใจมากที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทาง Pirelli และได้ทำข้อตกลงร่วมกัน การได้ต้อนรับพาร์ทเนอร์ใหม่ ๆ ยังช่วยสร้างสายสัมพันธ์และมิตรภาพที่ดีในอุตสาหกรรมสองล้อด้วย และเราตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับพีเรลลี่ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งรวมไปถึงด้านของสมรรถนะ ความเชื่อมโยงกับรถขี่ถนนตลอดไปจนถึงเรื่องของความยั่งยืน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก