SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
Pirelli-เตรียมรุก-MotoGP

Pirelli เตรียมรุกรายการ MotoGP ปี 2024 Pirelli เตรียมรุกรายการ MotoGP ปี 2024 เป็นที่แน่นอนแล้ว โดยเป็นผลจากการเจรจาของ Giorgio Barbier  แต่จะยังเป็นแค่ผู้สนับสนุนยางเพียงผู้เดียวสำหรับรายการ Moto2 และ Moto3 ก่อน หลังจากที่ทาง Dunlop หมดสัญญากับทางผู้จัดอย่าง Dorna Sports แล้ว การรุกในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ความตั้งใจและเป้าหมายที่จะเป็นสุดยอดยางของทางแบรนด์ยางอิตาลี ในการพยายามที่จะเข้ามามีส่วนในการแข่งขันจักรยานยนต์ในระดับโลกที่มีผู้ชมมากที่สุด โดยจะเป็นการเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนยางรถแข่งในรุ่น Moto2 และ Moto3 ตั้งแต่ฤดูกาล 2024 หรือฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้ทางค่ายตัว P ยาวค่ายนี้ก็เคยสนับสนุนรายการ WorldSBK มาอย่างยาวนาน และหากท่านติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตท่านก็น่าจะรู้ว่าพีเรลลี่ยังสนับสนุนการแข่งขันอย่าง Formula 1 ที่เทคโอเวอร์ต่อมาจากยางญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2011 ทั้งยังสนับสนุนรายการเวิล์ดแรลลี่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายการอื่น ๆ ที่รอง ๆ ลงมาไม่น้อยกว่า 30 รายการ ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมไปถึงซัพพอร์ตทีมใหญ่ ๆ ใน MXGP เรียกว่าหลากหลายประเภทจริง ๆ อย่างไรก็ดีการสนับสนุนน่าจะยังจำกัดแค่เพียงรุ่น Moto2 และ Moto3 เท่านั้น เนื่องจากสัญญากับทาง Michelin นั้นยังไม่หมด เพราะยางฝรั่งเศสก็เพิ่งจะได้สิทธิ์ต่อมาจากยางบริดจสโตนเมื่อปี 2016 และดีลกันยาวไปถึงปี 2026 ดังนั้นในปี 2027 เราก็คงจะต้องไปลุ้นกันอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร การเข้ามาสนับสนุนยางในรุ่น Moto3 ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคครั้งใหญ่นับตั้งแต่ปี 2012 เลยทีเดียว ส่วนใน Moto2 จะนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นับตั้งแต่มีการเข้ามาสนับสนุนเรื่องเครื่องยนต์ของทาง Triumph นับตั้งแต่ปี 2019 เรียกได้ว่าเป็นการรุกคืบ แต่ก็เป็นการรุกที่กระทบทั้งวงการมอเตอร์ไซค์เลยทีเดียว การที่ Pirelli ได้ไปซัพพอร์ตรายการแข่งรถโปรโตไทป์นอกเหนือไปจากรถโปรดักชันเท่ากับว่าค่ายยางอิตาลีจะมีข้อมูลและประสบการณ์ที่มากขึ้น ทำให้สามารถพัฒนายางรุ่นใหม่ ๆ ออกมาได้ดีมากขึ้น และแน่นอนว่าผู้ใช้อย่างเราก็จะได้ประโยชน์มากขึ้นไปด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Riders’ club พาลูกค้าร่วมซิ่งในงาน SuperBikeMag.com Trackday ที่พีระ

Yamaha Riders’ club พาลูกค้าร่วมซิ่งในงาน SuperBikeMag Trackday ที่พีระ ล่าสุดทาง Yamaha Riders’ club พาลูกค้าร่วมซิ่งในงาน SuperBikeMag Trackday & Trophy 2023 สนามแรกที่พีระเซอร์กิต จ.พัทยา โดยในงานนี้ทางยามาฮ่านั้นได้เปิดพิทไว้สำหรับรับรองลูกค้ามากถึง 4 พิท พร้อมกันนี้ยังได้นำชุดเรซซิ่งสูทมาให้บริการลูกค้าที่ไม่มีชุดสำหรับขับขี่ในสนามได้มีโอกาสได้เปิดประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ หรือการขับขี่ในสนามในแบบเดียวกับนักแข่งอีกด้วย ที่สำคัญคือมีทีมช่างผู้มากประสบการณ์มาช่วยเซ็ตอัปรถให้สามารถขับขี่ในสนามได้อย่างปลอดภัยและมีสมรรถนะที่เหมาะสมมากขึ้นอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอลูกค้าหรือสาวกของยามาฮ่ายังสามารถที่จะร่วมขับขี่ทั้งในวันเสาร์ที่เป็นวันสำหรับขับขี่แทร็กเดย์หรือจะเป็นในวันอาทิตย์ที่เป็นวันสำหรับแข่งขันซึ่งทางยามาฮ่าเองก็มีรุ่นแข่งขันสำหรับให้นักบิดค่ายส้อมเสียงผู้มีใจรักการซิ่งโดยเฉพาะ ได้แก่ รุ่น R6 Trophy หรือจะเป็นรุ่น Big Scooter Open A และ Open B รวมไปถึงรุ่นยามาฮ่าไรเดอร์สคลับ โทรฟี่ ที่เปิดโอกาสให้นักบิดทั้งสายซูเปอร์สปอร์ต สายเน็กเก็ตหรือสายสกู๊ตเตอร์ได้ขับขี่กันในสนามแบบเดียวกันกับนักแข่ง โดยการขับขี่แบบเดียวกันกับนักแข่งก็คือการขับขี่ที่มีทั้งรอบของการควอลิฟาย การออกสตาร์ทจากกริดโดยที่ตาต้องไม่ละไปจากสัญญาณไฟ เมื่อไฟดับลงก็ออกไปซิ่งทำเวลาและสะสมคะแนน โดยมีรางวัลรออยู่มากมายทั้งถ้วยรางวัลสวย ๆ และของรางวัลรวมกันหลายแสนบาทกันเลยทีเดียว ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมาก ๆ กิจกรรมนึงเลยที่ทาง Yamaha Riders’ club ได้จัดให้กับลูกค้าที่ใช้รถยามาฮ่า ซึ่งสนามที่ 2 ของกิจกรรม SuperBikeMag Trackday & Trophy 2023 ก็จะไปจัดกันต่อที่สนามไทยแลนด์เซอร์กิต จ.นครปฐม งานนี้ใครเป็นสาวกเลือดสีน้ำเงินก็ลองติดต่อไปทางยามาฮ่าไรเดอร์สคลับแล้วบอกอยากร่วมกิจกรรมนี้ รับรองว่าได้รับการบริการเป็นอย่างดีแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha หลังจบฤดูกาลนี้ ในปี 2023 นี้มีนักแข่งที่จะหมดสัญญาลงเมื่อจบการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship 2023 นี้ และหนึ่งในนั้นก็คือ Toprak Razgatlioglu แชมป์โลก WorldSBK 2021 โดย Toprak เผยจะออกจาก Yamaha เพื่อแสวงหาความท้าทายใหม่ แม้ว่าจะยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะไปลงเอยกับสังกัดค่ายรถใด Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกีย้ายมาร่วมทีมกับยามาฮ่าในปี 2020 และเปิดตัวได้อิมแพ็กต์แบบเน้น ๆ ด้วยการควบ YZF-R1 คว้าชัยในเรซแรกที่ Phillip Island ในเรซแรกกับยามาฮ่าทันที และจบฤดูกาล 2020 ด้วยชัยชนะเพิ่มขึ้นอีก 2 เรซที่ Estoril และในปีต่อมาเขาก็คว้าแชมป์โลกได้ด้วยการชนะไปทั้งหมด 13 ครั้ง 29 โพเดียมจากทั้งหมด 37 เรซในปี 2021 เอาชนะ Jonathan Rea คู่แข่งจาก Kawasaki Racing Team WorldSBK ไปแบบระทึกเร้าใจตลอดทั้งฤดูกาลและหยุดสถิติการคว้าแชมป์โลกติดต่อกันของเขาไปได้ ฟอร์มการแข่งขันของเขายังดีต่อเนื่องมาถึงปี 2022 ด้วย และยังจบการแข่งขันฤดูกาลนี้ด้วยชัยชนะที่มากขึ้นคือ 14 เรซ แต่ก็ยังจบด้วยการเป็นรองแชมป์ โดยมี Alvaro Bautista จาก Aruba.it Racing – Ducati แม้ว่าตัวเขาจะทำสถิติใหม่ด้วยการเป็นนักแข่งที่มีชัยชนะมากครั้งที่สุดกับทางยามาฮ่าแซงหน้าสถิติเดิมของ Noriyuki Haga ที่เคยชนะรวมกันทั้งหมด 27 ครั้ง และในปี 2023 นี้เขาก็คว้าไปแล้ว 11 โพเดียมจากการแข่งขัน 12 เรซ รวมถึงชัยชนะ 1 ครั้งในรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Mandalika อีกด้วย โดยนักแข่งชาวตุรกีผู้นี้มีสถิติชนะ 31 ครั้งกับยามาฮ่า 47 โพเดียมกับ R1 และเคยไปเทสต์รถแข่ง MotoGP อีก 2 ครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะออกจากทีมโรงงานหลังจากที่เขาเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว ซึ่งนับเป็นคนแรกเลยหลังจากที่ Ben Spies ช่วยค่ายส้อมเสียงคว้าแชมป์โลกมาแล้วในปี 2009 ซึ่งก็ถือว่าจะเป็นการจบความร่วมมือกัน 4 ปีกับทางยามาฮ่า ซึ่งก่อนหน้านี้เขาอยู่กับทางค่ายเขียว Kawasaki Puccetti Racing 2 ฤดูกาล โดยคว้ามาได้ทั้งหมด 15 โพเดียมกับ ZX-10RR โดยฤดูกาลแรกของเขาเริ่มต้นกับสนาม Donington Park และชัยชนะครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นในฤดูกาลต่อมากที่ Magny-Cours ซึ่งเขาสามารถชนะในเรซแรกและในรอบซูเปอรโพลเรซได้แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดที่ 16 ก็ตาม นักแข่งวัย 26 ปีเผยว่า “ผมอยากที่จะบอกกับครอบครัวยามาฮ่าทุกคนว่าขอบคุณมาก ๆ สำหรับความรักและความเคารพที่พวกเขามีให้กับผม การที่ผมได้แชมป์โลกนั้นเคยเป็นความฝันของผมตอนที่ผมเซ็นสัญญากับยามาฮ่า และเราก็ไปถึงเป้านั้นด้วยกันแล้ว สำหรับฤดูกาลถัดไปผมรู้สึกว่าผมต้องการความท้าทายใหม่ ๆ และในขณะที่ผมมีโอกาสที่จะได้ไปทดสอบรถ MotoGP ผมไม่รู้สึกว่าผมต่อติดกับรถแข่ง MotoGP เหมือนตอนขี่รนถ WSBK เลย แต่ถ้าผมอยู่ต่อล่ะก็ผมต้องการเป้าหมายใหม่ ความทะเยอทะยานครั้งใหม่ ผมขอโทษที่ต้องออกจากยามาฮ่า ออกจากแบรนด์และกลุ่มผู้ติดตาม เนื่องจากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่การเปลี่ยนแปลงคือส่วงนึงของกีฬาทุกชนิด และเป็นปกติของมืออาชีพทุกคน ขอขอบคุณ ยามาฮ่า มอเตอร์ คอมพานี  ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป และยามาฮ่า มอเตอร์ ตุรกี มาก ๆ รวมไปถึงขอบคุณทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK ด้วย และโดยเฉพาะกับทีมงานของผมซึ่งทำงานหนักให้กับผมมาตลอด” อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ในศึก WSBK 2023 สนามที่ 4 การแข่งขัน WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 4 ที่สนาม Barcelona-Catalunya แล้ว ทว่าชัยชนะส่วนใหญ่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากมือของ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) เลย ยิ่งสนามนี้ด้วยแล้ว เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีก กับสนามบ้านเกิดของเขาอีกครั้ง Superpole   แม้ว่าจะมีธงแดงตีขึ้นในรอบซูเปอร์โพล แต่ Bautista กลับยังทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’40.264 นาทีคว้าตำแหน่งโพลในเรซแรกไปก่อน โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ทำผลงานได้โดดเด่นออกจากสตาร์ทจากเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกคนล่าสุด และปิดท้ายกริดสตาร์ทแถวแรกด้วย Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ส่วนทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กลับตกไปถึงอันดับแปด โดยนักแข่งทุกคนล้วนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งที่ออกสตาร์ทจากกริดแถวหน้าต่างเลือกใช้ยาง SC1 ซึ่งในรอบควอลิฟายนี้จัดขึ้นท่ามกลางแสงแดดพร้อมกับอุณหภูมิแทร็กค่อนข้างสูงที่ 40 องศา Race 1 บนกริดสตาร์ทของเรซแรก นักแข่งส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 และยางหน้าสูตร SC2 แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติก็เลือกยางต่างกันออกไป ซึ่งรวมไปถึง Bautista ที่เลือกใช้ SC1 ในส่วนของยางหน้า ระหว่างการแข่งขันแล็ปที่ 4 มีธงแดงสะบัดขึ้น จนต้องออกสตาร์ทกันใหม่และลดรอบลงเหลือ 17 แล็ป อย่างไรก็ดี Bautista ก็ยังคงฉายเดี่ยวนำม้วนเดียวจนจบ ทั้งยังทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 8 วินาที ยังไม่พอทำสถิติเวลาแล็ปอีกด้วย ถัดมาเป็นการดวลแย่งที่สองกันระหว่าง Razgatlioglu และ Rea แต่สุดท้ายเป็นฝ่ายยามาฮ่าที่เข้าเส้นได้ก่อนตามมาด้วยนักแข่งจากค่ายเขียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซมีการเลือกยางที่ค่อนข้างซับซ้อนไปกว่าการแข่งขันปกติเนื่องจากมีฝนโปรยลงมาเบา ๆ ทำให้แทร็กชื้นในช่วงราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น นักแข่งบางคนออกไปขี่ในแล็ปไซติ้งด้วยยางกึ่งหรือยางฝน แต่พอเห็นแทร็กครบแล็ปแล้วว่ามันแห้งเกือบทั้งหมด พอจะแข่งก็รีบเปลี่ยนเป็นยางสลิกกันทั้งหมด โดยนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ SC1 ในยางหน้า แต่ก็มีนักแข่ง 7 คนที่เลือก SC0 ส่วนยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือก SCX กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง แทนที่จะเป็น B0800 เหมือนอย่างในเรซแรก ชัยชนะในเรซนี้ตกเป็นของ Bautista ทำยังสถิติเวลาแล็ปอีกแล้ว ส่วนอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 เป็นของ Razgatlioglu และ Andrea Locatelli เพื่อนร่วมทีมของ Toprak ส่วน Rea กลับเองพลาดล้มไปในแล็ปสุดท้ายเมื่อฝนกลับมาตกอีกครั้ง Race 2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยางหลังสูตรพัฒนา SCX B0800 กลับมาเป็นยางตัวฮิตอีกครั้ง ส่วนยางหน้ากลับเป็น SC2 ที่ได้รับความนิยม แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติทุกคนกลับเลือก SC1 สูตรมาตรฐาน และเป็นอีกครั้งที่ Bautista เดินเกมเร็วขึ้นนำเดี่ยวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทิ้งระยะห่างคู่แข่งกว่า 8 วินาที โดย Toprak Razgatlioglu แย่งที่ 2 มาจาก Rinaldi ได้ในช่วงทางตรง ทำลายการยืนอันดับ 1 – 2 ของดูคาติไปได้ และเป็นอีกครั้งที่ Bautista ทำสถิติเวลาแล็ปในการแข่งเร็วที่สุดที่ 1’41.730 นาที จบการแข่งขันสนามที่ 4 เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ทำให้มีคะแนนนำโด่งที่ 236 คะแนน ทิ้งห่างจาก Razgatlioglu ที่มี 167 คะแนนอยู่มากถึง  ส่วนอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli จากยามาฮ่าอีกเช่นกันที่ 133 คะแนน

Honda คว้าชัย MXGP 2023 ในเรซ 2

Honda คว้าชัย MXGP 2023 ในเรซ 2 ประเทศอาร์เจนติน่า “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมควง Honda CRF450R เปิดตัวได้ยอดเยี่ยมจากTeam HRC จาก Honda คว้าชัย MXGP 2023 เรซ 2 ที่อาร์เจนตินา “รูเบน เฟอร์นานเดซ” เปิดตัวกับ Team HRC ได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันรถจักรยานยนต์วิบากชิงแชมป์โลก รายการเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิล์ด แชมเปี้ยนชิพ สนามแรกที่อาร์เจนตินา ด้วยการคว้าชัยชนะได้ทันที ด้วยสุดยอดตัวแข่งอย่าง CRF450R แม้ว่าก่อนเริ่มต้นฤดูกาล ฮอนด้าต้องพบกับความท้าทายอย่างมากเมื่อ “ทิม ไกจ์เซอร์” ยอดนักบิดมือหนึ่งของทีมได้รับบาดเจ็บ เหลือเพียง “รูเบน เฟอร์นานเดซ” ที่พึ่งเข้ามาสู่ทีมเป็นปีแรกเท่านั้น การแข่งขันสนามเปิดฤดูกาล MXGP 2023 ดวลทางฝุ่นกันที่ประเทศอาร์เจนตินา ในรายการ MXGP of Patagonia – Argentina ความมุ่งมั่นของฮอนด้าและสมรรถนะตัวแข่ง  CRF450R ได้พิสูจน์ศักยภาพอีกครั้ง ซึ่งฤดูกาลนี้มีคะแนนสะสมให้เก็บในรอบการคัดเลือก เพื่อหาอันดับการออกสตาร์ท  “รูเบน เฟอร์นานเดซ” สามารถคว้าอันดับ 4 คะแนนสะสม 7 แต้มมาครอง การแข่งขันเรซแรก “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมด้วย Honda CRF450R หมายเลข 70 โชว์ศักยภาพอันน่าทึ่งทันที ด้วยการรั้งกลุ่มนำพร้อมมีลุ้นอันดับโพเดียม อย่างไรก็ตามความผิดพลาดเล็กน้อยในช่วงปลายเกมส์ นักบิดดาวรุ่งชาวสเปนของ HRC จบอันดับ 5 เมื่อจบการแข่งขัน การแข่งขันเรซที่สอง ”รูเบน เฟอร์นานเดซ” เริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม ขึ้นนำพร้อมปิดเกมส์คู่แข่ง ก่อนที่จะคว้าชัยชนะ ไปครองได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งผลการแข่งขันรวมทั้ง 2 เรซ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” จาก Team HRC เป็นนักแข่งที่ทำผลงานรวมได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยรวมแต้มสะสมและจากการจับเวลารอบคัดเลือก มีคะแนนทั้งสิ้น 48 คะแนน รั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลก  สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน MXGP 2023 สนาม 2 จะมีขึ้นในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ที่ ริโอลา ซาร์โด ประเทศอิตาลี แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #MXGP #HRC #RaceToTheDream #Honda อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Pirelli ไม่เคยหยุดพัฒนา

Pirelli ไม่เคยหยุดพัฒนา เปิดตัวยางใหม่รับฤดูกาลแข่ง 2023 ฤดูกาลแข่งรถปี 2023 นี้ในส่วนของยาง Diablo Superbike ทาง Pirelli จะเปิดตัวยางหน้าคอมปาวด์ SC0 ซึ่งจะเข้าคู่กับยางหลัง SCQ พร้อมกันนี้จะมียางหน้าขนาดใหม่สำหรับรุ่นซูเปอร์สปอร์ต และชุดยางใหม่สำหรับคลาส 300 อีกด้วย ปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 20 แล้วที่การแข่งขัน WorldSBK ได้เป็นเสมือนห้องทดลองนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ และถ่ายทอดลงมาสู่ยางขี่ถนนของทาง Pirelli และยังยืนยันว่าจะสนับสุนการแข่งขันการแข่งขันทั้งในระดับนานาชาติและระดับชาติกว่า 100 รายการ ทั้งการแข่งขันแบบออนโร้ดและออฟโร้ด Pirelli เผยว่าพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายกับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์หน้าที่ออสเตรเลียกับการแข่งขัน FIM Superbike World Championship โดยทางแบรนด์ยังยืนยันว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีคือหมุดหมายสำคัญที่มีต่อการแข่งขัน Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ของพีเรลลี่ กล่าวว่า “ปีนี้จะเป็นปีที่เราวุ่นว่ายอยู่กับข้อบังคับอะไรหลาย ๆ อย่าง การพัฒนาจะมุ่งหน้าไปที่การแข่งขัน WSBK เป็นหลัก และจะเป็นครั้งแรกที่เราจะขอแนะนำยางหน้าคอมปาวด์ SC0 ในการแข่งขันระดับโลก ขณะเดียวกันเราก็จะยังคงพัฒนาอย่างหลังสูตรนุ่มพิเศษ SCQ ของเรา ซึ่งจะกลายเป็นยางมาตรฐานในตระกูล Diablo Superbike และวางขายในท้องตลาด” “ส่วนการแข่งขันในคลาสอื่น ๆ อย่าง WorldSSP เราจะทำการเพิ่มยางหน้าขนาด 125/70 เข้ามาเพิ่มเติมจากเดิมที่เป็น 120/70 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการใช้ในการแข่งขันในรุ่นซูเปอร์ไบค์อยู่แล้ว ส่วนในรุ่น WorldSSP300 เราจะเริ่มแนะนำมาตรฐานใหม่ ซึ่งก็คือการเปิดตัวยางที่ทำจากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ โดยจะเริ่มในการแข่งขันที่ Misano เป็นสนามแรก โดยเป้าหมายของเรายังคงเหมือนเดิมคือการพัฒนายางของเราอย่างต่อเนื่องปีต่อปี จากนั้นก็จะนำความรู้ของเราถ่ายทอดไปยังยางสำหรับขี่ถนนต่อไป” ข่าวใหม่และเป้าหมายในปี 2023 การแข่งขันนั้นเป็นส่วนหนึ่งใน DNA ของพีเรลลี่มานานกว่า 115 ปีแล้ว และวันนี้ก็มีการแข่งขันนับร้อยรายการทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติที่เราเข้าร่วมทุก ๆ ปี โดยเฉพาะในการแข่งขัน WSBK ซึ่งในปี 2023 นี้มีไฮไลท์ใหม่ ๆ ดังนี้ เปิดตัวคอมปาวด์ SC0 สำหรับยางหน้า หลังจากเพิ่มทางเลือกยางในตระกูล DIABLO Superbike ไปเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยการเปิดตัวยางหลังสูตรนุ่มพิเศษ (SCX ใน 2020 และ SCQ ใน 2022) พีเรลลี่ได้ตัดสินใจที่จะเปิดตัวยางหน้า SC0 อย่างเป็นทางการหลังพัฒนามาคลอด ซึ่งยางใหม่นี้ให้การยึดเกาะในระดับสูงมากแบบเดียวกับที่ยางหลังทำได้ โดยยางตัวใหม่นี้จะเริ่มให้นักแข่งได้ใช้กันในการแข่งขันที่ยุโรปในสนามแรก และปีนี้ตั้งเป้าจะพัฒนายางใหม่เพื่อจะได้ยางสูตรมาตรฐานสำหรับใช้ในปี 2024 เพิ่มยางหลัง SCQ เข้าสู่ตระกูล DIABLO Superbike พร้อมจำหน่ายเป็นทางการ ยางหลังสูตร SCQ เริ่มเปิดให้นักแข่งในรุ่นซูเปอร์ไบค์ใช้กันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยยางหลังสูตรนุ่มพิเศษนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีการยึดเกาะสูงสุงในระยะทางสั้น ๆ หรือใช้ในการควอลิฟายเป็นหลัก ในปี 2022 มีบางกรณีที่ยางตัวนี้สามารถใช้งานในการแข่งซูเปอร์โพลได้จนครบทั้ง 10 แล็ปในบางสนาม และเพื่อตอบสนองต่อการเรียกร้องของลูกค้า นักบิด และผู้จัดงานแข่งระดับชาติ ทางพีเรลลี่ได้ตัดสินใจเพิ่มยางตัวนี้เข้าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของยางในตระกูล DIABLO Superbike ซึ่งมีขายทั่วไป ดังนั้นจากปีนี้เป็นต้นไปยางตัวนี้จะมีให้ใช้ในทุกการแข่งขัน มีให้นักบิดมืออาชีพ หรือมือสมัครเล่นได้เลือกใช้กัน ขณะเดียวกันในการแข่งขัน WSBK ทางค่ายตัวพียาวก็จะยังคงพัฒนายางใหม่ ๆ ที่จะการันตีว่าจะให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นและสามารถใช้งานได้ครบ 10 แล็ปของการแข่งขันซูเปอร์โพลของทุก ๆ สนาม ยางหน้าใหม่ ขนาด 125/70 สำหรับการแข่ง WorldSSP ในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต พีเรลลี่จะเปิดตัวยางใหม่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 125/70 ซึ่งเคยใช้ในรุ่นซูเปอร์ไบค์มาก่อนแล้ว โดยจะเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมจากเดิมไซส์ 120/70 ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักแข่งได้มียางหน้าบาลานซ์เข้าคู่กับยางหลังมากขึ้น มาตรฐานใหม่สำหรับการแข่ง WorldSSP300 นับตั้งแต่การแข่งขันสนามที่ 5 เป็นต้นไป หรือการแข่งขันที่ Misano นักแข่งในรุ่น Supersport 300 World Championship จะได้ใช้ยาง of DIABLO Superbike เซ็ตใหม่ โดยยางหน้าจะเป็นตัว SC1 และยางหลัง SC2 ซึ่งจะมีส่วนผสมของวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่แทนที่ส่วนผสมจากฟอซซิลแบบเดิม ๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการแข่งขันรอบแรก เมื่อเทียบกับฤดูกาลที่แล้วนักแข่งจะไม่สามารถใช้ยางหลัง SC1 ได้แล้ว แต่จะใช้ได้ SC2 แทน WORLDSBK แพล็ตฟอร์มแห่งการพัฒนานวัตกรรมกว่า 20 ปีมาแล้ว พีเรลลี่ได้เป็นพาร์ทเนอร์ทางเทคนิคกับการแข่งขัน FIM Superbike World

CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง

CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง จาก Honda Racing UK เมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง Honda Racing UK ได้ทำการเผยโฉม CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง สำหรับทำการแข่งขันในรายการ Bennetts British Superbike Championship และการแข่งขันโร้ดเรซซิ่งระดับนานาชาติรายการต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยรายการ North West 200 และ Isle of Man TT โดยมี Andrew Irwin กับ Tom Neave ลงแข่งในรายการ BSB และมี John McGuinness MBE กับ Nathan Harrison แข่งรายการโร้ดเรซซิ่ง โดยสีสันในปีนี้คล้ายคลึงกับรถโปรดักชันที่ทางฮอนด้าขายอยู่มาก แบบเดียวกับ CBR1000RR-R Fireblade SP ในชุดสีแดง Grand Prix Red เรียกได้ว่าถ้าไม่สังเกตดี ๆ นี่ถึงกับแยกไม่ออกเลยทีเดียว ทั้งนี้ทางทีมเองก็หวังว่าจะสร้างความสำเร็จได้เหมือนกับปีที่แล้ว โดยเจ้าดาบเพลิงคันนี้ช่วยคว้าชัยชนะมาแล้วหลายครั้งในศึก North West 200 ทั้งยังคว้ารางวัลนักขี่หน้าใหม่ที่เร็วที่สุดในศึก TT นอกจากนี้ยังมีโพเดียมอยู่สม่ำเสมอแน่นอนว่ารวมไปถึงชัยชนะใน BSB จนสามารถรั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนรวม ขณะเดียวกันในพิกัดซูเปอร์สต็อกก็สามารถรักษาแชมป์ในรายการ Pirelli National Superstock championship ได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ทางทีมยังเผยอีกว่าการเตรียมการสำหรับฤดูกาล 2023 นั้นเป็นไปได้ด้วยดี การทดสอบอย่างเป็นทางการของรายการ BSB เองก็จะเริ่มขึ้นที่ Navarra ทางตอนเหนือของสเปนในวันที่ 11 – 13 มีนาคมนี้แล้ว สำหรับคนที่อยากเห็นคันเป็น ๆ ล่ะก็สามารถบินไปชมกันได้ที่ Youles Motorcycles Honda Manchester ดีลเลอร์ที่อังกฤษซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกันนี้ยังมีนักแข่งระดับตำนานที่เคยลงแข่ง TT 23 ครั้งและคว้าชัยในศึก NW200 มา 6 สมัย อย่าง John McGuinness MBE มาร่วมงานด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

พาส่อง Yamaha YZF-R3

พาส่อง Yamaha YZF-R3 รถแข่งจากรายการ R3 bLU cRU Thailand Cup หลังจากเปิดตัวทีมแข่ง Yamaha Thailand Racing Team และรถแข่งของโครงการ Yamaha R3 bLU cRU Thailand Cup กันไปแล้ว เราก็ได้เห็นรถแข่งในรายการนี้จอดอยู่ในงานพอดี เพราะงั้นครั้งนี้เราก็เลยจะพาทุกท่านไปส่องโฉมม้าศึกตัวใหม่กันดีกว่า กับบทความ พาส่อง Yamaha YZF-R3 รถแข่งจากรายการ R3 bLU cRU Thailand Cup ว่ามีรูปลักษณ์และของแต่งอะไรบ้าง เผื่อผู้ที่สนใจหาแนวทางการแต่งรถแนวนี้กันบ้าง เราไปชมกัน  สำหรับโมเดลม้าศึก YAMAHA YZF-R3 MODEL 2023 เริ่มกันด้วยช่วงหน้ากับแฟริ่งหน้าแบบเรซซิ่งที่ตัดเรื่องระบบไฟส่องสว่างออกไป มีพื้นสีขาวด้านหน้าสำหรับติดเบอร์แข่ง พร้อมกราฟิกลายธงชาติไทยที่เข้ามาแทนส่วนที่เคยเป็นไฟหน้า รวมถึงแฟริ่งท้ายแบบเรซซิ่งที่ตัดเบาะนั่งคนซ้อนออกไป มีการเลือกสีสันผสมผสานระหว่างสีน้ำเงินเป็นหลักตัดไฮไลต์ด้วยสีฟ้า ยังแอบเสริมด้วยกิมมิกเล็ก ๆ บ่งบอกความเป็นไทยด้วยลายกนกสีขาวที่แฟริ่งด้านข้าง และมีช่วงล่างที่มีลายสีขาวผสมกับสีแดงเล็กน้อยที่สื่อถึงสีแบบมอเตอร์สปอร์ต และยังคงเอกลักษณ์ความเป็น DNA ของรถ R-Series พร้อมกับการปรับเซ็ตให้เข้ากับตัวของผู้ขับขี่แต่ละคนอีกที เสริมด้วยของแต่งเต็มแบบพิกัดให้สมรรถนะเหมือนรถแข่งในการแข่งขันระดับโลก     รวมถึง มีการปรับระดับแฮนด์ต่ำลงให้มีสรียศาสตร์ท่านั่งการขับขี่ที่พร้อมซิ่งอย่างเต็มรูปแบบ เสริมความเซฟตี้ด้วยการ์ดเบรก ลงมาที่ช่วงล่างด้านหน้ากับของแต่งที่ให้ความนุ่มนวลด้วยโช้คหัวกลับจาก Ohlins ชุดพักเท้าเกียร์โยงจาก RCB และผ้าเบรกจาก Nexzter ที่ให้ระยะการเบรกสั้นลงได้อย่างลงตัว เสริมสมรรถนะการเข้าโค้งด้วยยางหน้า -หลังจาก Bridgestone กับระบบการขับเคลื่อนด้วยโซ่และสเตอร์จาก D.I.D เพิ่มความนุ่มนวลด้านหลังด้วยโช้คอัพเดี่ยวไฟฟ้า Ohlins EC พร้อมซับแทงค์ และท่อไทเทเนี่ยม OP racing ยลโฉมของแต่งภายนอกกันไปแล้ว เรามาดูระบบเสริมภายในรถกันบ้าง ประกอบไปด้วย กล่อง ECU และเครื่องวัดและบันทึกข้อมูล Datalogger ของทาง aRacer แบตเตอรี Unibat หัวเทียน NGK น้ำมันเครื่องจากโรงงานของ Yamalube  ดูของแต่งรถแข่งคันนี้กันไปแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง อยากแต่งตามเลยใช่ไหมหล่ะ เอาหล่ะ ไว้รอดูรุ่นหน้ากันว่าจะเป็นรถรุ่นอะไรมาฝากแฟน ๆ ซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ ติดตามเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่

ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่ ค่ายเขียวเผยโฉมแล้ว เขียวมากกว่าที่เคยสำหรับเจ้า Kawasaki ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่ ของค่ายเขียวสำหรับสู้ศึกการแข่งขันรถโปรดักชันระดับโลกหรือ WolrdSBK นั่นเอง ซึ่งถ้าสังเกตดั ๆ ก็จะเห็นได้ว่ามันมีส่วนที่เป็นสีเขียวมากกว่าของโมเดลปี 2022 และแน่นอนว่ายังมี Jonathan Rea และ Alex Lowes ออกแสวงหาชัยชนะเช่นเดิม ฤดูกาลใหม่ของการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship 2023 ใกล้จะมาถึงแล้ว และหลาย ๆ ทีมก็เริ่มที่จะเผยโฉมรถแข่งหรือม้าศึกของพวกเขาสำหรับการแข่งขันที่ใกล้จะระเบิดขึ้นมาแล้ว ล่าสุดก็เป็นทาง Kawasaki Racing Team WorldSBK ที่มี Jonathan Rea และ Alex Lowes เป็นนักแข่ง โดยในปีนี้ม้าศึกของพวกเขามีสีเขียวบนแฟริ่งมากกว่าที่ผ่านมา  ทำให้มันยิ่งดูโดดเด่นมากขึ้น เมื่อรวมเข้ากับหมายเลขที่ด้านข้างตัวรถแล้วก็ยิ่งลงตัว ในส่วนของสีดำเองก็ทำให้รถดูดุดันและปิดท้ายด้วนเส้นประสีแดง แชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Rea เผยว่า: “ผมตื่นเต้นมาก ๆ กับฤดูกาลใหม่นี้ เราพักเบรกฤดูกาลกันอย่างเต็มที่ แล้วตอนนี้ผมก็ตื่นเต้นที่จะได้ไปที่ Phillip Island และเริ่มต้นปีนี้เหมือนอย่างที่เคยในแบบของพวกเรา ผมรู้สึกว่าผมเตรียมพร้อมมาอย่างดี และในช่วงทดสอบรถในช่วงฤดูหนาวของพวกเราเองก็มีการพัฒนาขึ้น ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นชั้นดี มันดีมาก ๆ ที่ได้มีคนใหม่ ๆ มาอยู่รอบ ๆ ตัวเรา และนั่นทำให้เรารู้สึกแปลกใหม่ ผมอยากจะลุยเต็มแก่แล้ว เรากับรถพัฒนาไปมากและกำลังทุ่มเทอย่างหนักที่จะเพิ่มฟีลลิ่งของรถและผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้ว เราหวังว่าเราพร้อมที่จะคว้าชัยชนะมาและแย่งแชมป์โลกกลับมาให้ได้” Lowes เพื่อนร่วมทีมอีกคนที่กำลังมองหาหนทางกลับไปยืนอยู่บนโพเดียมในปี 2023 เสริมว่า: “ผมชอบหน้าตาของรถตอนนี้ ผมชอบดีไซน์ของปี 2023 จริง ๆ ปีที่แล้วผมทำความเร็วได้ดีพอสมควร และมีผลงานที่ดีในรอบซูเปอร์ดพล และผมก็ยังติดหนึ่งในสามมาได้ พอการแข่งขันเริ่มต้นไปแล้ว พอกริพยางลดลง ผมก็ต้องพยายามมากขึ้นอีก นั่นคือจุดที่ผมต้องโฟกัสเพิ่ม ผมตั้งตาคอยฤดูกาลใหม่นี้มาตลอด ผมมีข่าวดีสำหรับการซ้อมในช่วงฤดูหนาว และผมอดใจรอที่จะเริ่มแข่งไม่ไหวแล้ว ผมอาจจะแข่งในรายการนี้มาพักนึงแล้ว แต่ผมยังคงตื่นเต้นเหมือนกับได้ลงแข่งครั้งแรกอยู่เลย ผมรู้สึกเหมือนกับตอนปี 2014 เลย ตอนนี้ผมตั้งตาคอยที่จะไปเยือนออสเตรเลียและเริ่มธุรกิจของผมสักที” Guim Roda ผู้จัดการทีม KRT กำหนดกรอบเป้าหมายสำหรับฤดูกาลนี้ไว้แล้ว บอกว่า “เราทำงานหนักที่จะเก็บรายละเอียดบางส่วน พัฒนารถของเรา และการจัดการในทีมของเราเพื่อที่จะคว้าแชมป์อีกครั้ง ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ เราต้องการที่จะทำให้แฟน ๆ ของเราสนุกไปกับการแข่งขัน และหวังว่ารถสีเขียวของเราจะได้ยืนบนตำแหน่งสูงสุด Johnny และ Alex พร้อมที่จะลุยด้วยพลังไฟจากแบตที่ชาร์จมาแบบเต็มพิกัด เพราะงั้นเรามาคอยดูกันว่าการแข่งขันที่ออสเตรเลียในฤดูกาลใหม่นี้ทีมเราจะแข็งแกร่งได้มากแค่ไหน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Lenovo Team เปิดตัวทีมแข่ง

Ducati Lenovo Team เปิดตัวทีมแข่ง MotoGP 2023 แล้ว เผยโฉมรถและนักแข่งประจำทีมกันไปแล้วกับ Ducati Lenovo Team ทีมโรงงานของทางค่ายแดงในศึก MotoGP 2023 ต่อหน้าผู้ชมทั่วโลก ตลอดไปจนถึงพาร์ทเนอร์ สปอนเซอร์ และสื่อมวลชนจากนานาประเทศ พร้อมยืนยันว่าแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง Francesco Bagnania จะใช้เบอร์ 1 ลงแข่ง ซึ่งไม่มีใครใช้มานานนับสิบปีแล้ว ก็อย่างที่เคยการเผยโฉมยานแข่งอย่าง Desmosedici GP 2023 นั้นเป็นช่วงเวลาที่ตื่นเต้นเสมอ แน่นอนว่ามี Francesco Bagnania และ Enea Bastianini มาร่วมเผยโฉมรถด้วย ซึ่งในปีนี้ยังคงใช้สีแดงคลาสสิกแบบเดิม เพิ่มเติมด้วยการโชว์ชิ้นส่วนคาร์บอนในบางชิ้น และเฉดสีแดงอ่อน Claudio Domenicali (ซีอีโอของ Ducati Motor) กล่าวว่า “วันนี้เราได้ถ่ายทอดสดช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับทางดูคาติอีกครั้งนึงแล้ว นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทางบริษัทเลยที่เราได้เปิดตัวทีมแข่ง MotoGP และ WorldSBK พร้อมกัน การเริ่มต้นใหม่พร้อมกันทั้งหมดเป็นหนทางที่ดีที่จะเฉลิมฉลองคุณค่าและทักษะของแผนก Ducati Corse ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา แผนกที่ทำงานทุกวันไม่เคยหยุดเพื่อที่จะพาเรามาถึงจุดสูงสุดของโลก หลังจากความสำเร็จอันน่าทึ่งในการแข่งขันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ความท้าทายที่จะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งนั้นมันตรึงตราใจเรา ผมดีใจมากที่เราได้เริ่มต้นจากที่นี่ที่ Madonna di Campiglio มันเหมาะกับวลีที่ว่า “Made in Italy” ที่เราเป็นเสมือนตัวแทนที่สุดแสนจะภูมิใจ Ducati เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นด้วยสไตล์ สมรรถนะและเทคโนโลยี ขณะเดียวกันความหลงใหลในการแข่งขันก็คือหัวใจหลักของเรา การได้ทำงานแล้วสนุกไปด้วยคือส่วนนึงในปรัชญาของเรา มันเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่เราทำและช่วยให้เรารับมือกับความเหน็ดเหนื่อยได้ดีขึ้น ความสวยงามและโอกาสบนยอดเขาที่คอยต้อนรับเรานั้นเป็นโอกาสที่เหมาะเหม็งที่สุดที่เราจะรวมงานนำเสนอเข้ากับช่วงเวลาที่น่ายินดียิ่งซึ่งจะสร้างพลังให้กับเราเริ่มต้นฤดูกาลได้เป็นอย่างดี ” Luigi Dall’Igna (ผู้จัดการทั่วไป Ducati Corse) กล่าวว่า “การเริ่มต้นฤดูกาลใหม่มักจะน่าตื่นเต้นเสมอ และปีนี้จะยิ่งกว่าเดิมถ้าอยากจะคงชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ การจะทำให้ได้เหมือนกับปีที่แล้วนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายนัก แต่เป้าหมายของเราคือการเอาชนะตัวเองและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ในการแข่งขัน MotoGP นอกจากแชมป์โลกอย่าง Pecco Bagnaia เราเองก็จะพึ่งพา Enea Bastianini ที่ได้อันดับสามในปีที่แล้วด้วย และยังมีทีม Gresini Racing ด้วย เราเชื่อมั่นว่าในปีนี้นักแข่งของเราจะเป็นดาวเด่นในการแข่งขันอีก สิ่งที่แน่นอนเลยก็คือการแข่งขันจะสูงมากยิ่งขึ้นไปอีก มีนักแข่งเก่ง ๆ หลายคนในกริดสตาร์ท และค่ายอื่น ๆ เองก็จะต้องทำงานอย่างหนักในช่วงฤดูหนาวนี้ อย่างไรก็ตามเราจะไม่ยอมแพ้ เราเองก็ตั้งตารอคอยการเปิดฤดูกาลใหม่นี้เช่นกัน และเราจะป้องกันแชมป์ทั้งสามตำแหน่งที่เราได้มาเมื่อปีที่แล้วให้ได้”   Luca Rossi (ประธาน Intelligent Devices Group ที่ Lenovo) กล่าวว่า “หลังจากมีปีที่ประสบความเร็จอันเยี่ยมยอดแล้ว เราก็ยังคงตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นฤดูกาลใหม่นี้ด้วยกัน เรายินดีกับความสำเร็จที่เราพบพานมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มต้นการเป็นพาร์ทเนอร์ทางเทคโนโลยีของเรากับทางดูคาติ และเราตื่นเต้นที่จะได้ร่วมกันต่อไปอีกเพื่อเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีและช่วยพัฒนาสมรรถนะในแทร็กอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีนั้นมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการแข่งขันในรายการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก นับตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และการจำลองเพื่อให้เกิดการร่วมมือกันแบบอัจฉริยะตลอดไปจนถึงความเป็นจริงเสริมหรือ AR ทาง Lenovo เองก็ทำงานกับดูคาติอย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะแสดงให้เห็นความคุ้มค่าของการเปลี่ยนแปลงการทำงานมาในรูปแบบดิจิทัลและประสบผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยสร้างมันขึ้นมาบนพื้นฐานค่านิยมของเราซึ่งก็คือ ความเร็ว ความละเอียดอ่อน ทีมสปิริต และการโฟกัสไปที่ผลลัพธ์ เราจะก้าวไปข้างหน้าให้เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้นและทำให้กีฬานั้นตื่นเต้นยิ่งขึ้น ” Francesco Bagnaia (#1, Ducati Lenovo Team) กล่าวว่า “ช่วงพักฤดูหนาวของผมนั้นสั้นกว่าปกติ เพราะคำมั่นของผมหลังจากที่ผมคว้าแชมป์โลกมาได้ แต่ตอนนี้ผมชาร์จแบตมาเต็มที่แล้วพร้อมที่จะออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่แล้ว ผมคิดถึงเจ้า  Desmosedici GP และทีมของผมเหลือเกิน แถมผมยังอดใจรอที่จะกลับลงแทร็กไม่ไหวแล้ว นอกจากนี้ในตอนแรกผมเองก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะใช้เบอร์ 63 ต่อไปหรือจะเปลี่ยนไปใช้เบอร์ 1 ดี แต่ในที่สุดผมก็เลือกใช้อย่างหลัง การได้เห็นเบอร์ 1 บนรถนั้นมันสวยมาก ๆ และตอนนี้เป้าหมายของผมก็คือทำทุกอย่างที่จะรักษามันไว้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะว่าผมคาดไว้ว่าการแข่งขันมันจะยากขึ้นกว่าปีที่แล้ว คู่แข่งหลายคนก็พร้อมที่จะท้าชิงตำแหน่ง อย่างไรก็ตามผมก็ตระหนักได้ว่าผมมีรถและทีมที่ดีที่สุดที่จะตั้งเป้าหมายในปี 2023 ไว้สูงอีกเช่นเดิม สุดท้ายนี้ผมก็ต้องขอบคุณทุกคนจาก Ducati และทีมงานของผม! ผมพร้อมที่จะกลับไปผจญภัยกับทุกคนอีกครั้งแล้วครับ” Enea Bastianini (#23, Ducati Lenovo Team):  “การได้ใส่ชุดสีของทีมออฟฟิเชียลมันให้ความรู้สึกสุดยอด และตอนนี้มันขึ้นอยู่กับผมแล้วว่าผมจะพิสูจน์ว่าผมสมควรที่จะได้รับโอกาสนี้หรือเปล่า ผมตื่นเต้นมากกับฤดูกาลใหม่นี้! โชคดีที่ผมได้ขี่เจ้า Desmosedici GP สีแดงของผมโดยที่ไม่ต้องรอนานนัก อีกไม่กี่สัปดาห์เราจะได้ไปเซปังเพื่อทดสอบรถครั้งแรกของปีนี้ และมันจะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่จะได้รู้จักทุกคนในทีมได้ดียิ่งขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นคือการได้เริ่มต้นทำงานกับรถ มันจะต้องเป็นปีที่โหดหินมาก ๆ แน่นอน และมันจะต้องมีช่วงเวลาที่ง่ายและยากลำบากให้เราต้องเผชิญ แต่ผมพร้อมแล้วสำหรับทุกอย่าง

Prima Pramac Racing พร้อมบุก MotoGP

Prima Pramac Racing เปิดตัวทีมแข่ง MotoGP 2023 อัพเดตข่าวสาร MotoGP อีกครั้งในฤดูกาล 2023 สำหรับการเปิดตัวทีมแข่งอิสระอย่าง Prima Pramac Racing ที่มากับชุดสีแดง สีม่วงและสีขาว พร้อมนักแข่งคู่บุญของทีมอย่าง Jorge Martin และ Johann Zarco โดยดีกรีผลงานของนักแข่งทั้งสอง จาก Zarco ที่เคยทำผลงานคว้าแชมป์โลก Moto2 ถึง 2 สมัย และ Martin เจ้าของดีกรีแชมป์โลก Moto3 โดยปีนี้ ทั้งคู่จะกลับมาอีกครั้งกับโฉมรถ Ducati Desmosedici GP23 ซึ่งเป็นสเปคเดียวกันกับทีมแข่งโรงงานอีกด้วย จากการขึ้นโพเดียมถึง 8 ครั้งและตำแหน่งโพลโพซิชั่นถึง 7 รายการในฤดูกาลที่ผ่านมา สำหรับฤดูกาลนี้ นักแข่งทั้งสองกำลังเตรียมเซอร์ไพรส์ให้ทีมและแฟน ๆ ทุกคน ด้วยติด 1 ใน 3 อันดับแรกในตารางคะแนนรวม , ทีมอิสระที่ได้ตำแหน่งดีที่สุด และตำแหน่งนักแข่งทีมอิสระยอดเยี่ยม Paolo Campinoti หัวหน้าทีม กล่าวว่า “สำหรับเป้าหมายในปีนี้ เราตั้งเหมือนกับเคยตั้งในช่วงต้นฤดูกาลของการแข่งขันทุก ๆ ปี คือการเป็นทีมอิสระที่ดีที่สุด และไม่ยอมให้ใครชนะง่าย ๆ เมื่อไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา เราได้แสดงถึงศักยภาพของทีมในการแข่งขัน MotoGP อย่างแท้จริง และนักแข่งของเราพยายามคว้าอันดับสูงสุดให้ได้อย่างต่อเนื่อง และความพร้อมของสมาชิกในทีมทุกคนได้สร้างทีมของเราให้เป็นทีมที่ดีที่สุดใน Paddock, ในฐานะหัวหน้าทีม ผมไม่อาจขออะไรได้อีก เราภูมิใจในตัวเพื่อน ๆ ในสิ่งที่เราเป็น และการร่วมมือกับ Prima ทำให้เราได้รับแรงผลักดันเพิ่มเติมอย่างแน่นอน เราจะเข้าสู่สนามเร็ว ๆ นี้ สำหรับการทดสอบในช่วงต้นฤดูกาล ผมแทบรอไม่ไหวแล้ว สำหรับฤดูกาลนี้มันจะสนุกสุดมันส์ขนาดไหน” George Ottathycal ซีอีโอของ Prima Assicurazioni กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเปิดฤดูกาล MotoGP 2023 ร่วมกับ Paolo นักแข่ง และทีมงานทั้งหมด พวกเรารู้สึกพอใจเป็นอย่างมากในฤดูกาลที่ผ่านมา นอกเหนือจากเป้าหมายที่สำคัญ ขอขอบคุณสำหรับการทำงานเป็นทีม ปีนี้เป็นปีแรกที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นโอกาสที่คุ้มค่า ที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและพรสวรรค์ของนักแข่ง ประหนึ่งเพื่อนคู่หูที่เติบโตมาด้วยกัน ซึ่งเราเป็นแฟนวงการ 2 ล้อตัวจริง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์กว่า 1 ใน 10 คนในอิตาลีที่ทำประกันกับ Prima เรามาที่นี่ เพื่อให้กำลังใจนักแข่งและทีม และมั่นใจว่าพวกเขาจะได้ชูธง” Gino Borsoi ผู้จัดการทีม กล่าวว่า “พวกเราตั้งตารอฤดูกาลนี้ด้วยความกระตือรือร้นอย่างมาก สำหรับผมแล้ว มันจะเป็นการผจญภัยครั้งใหม่ และผมจะบอกว่ามันเป็นปีที่สำคัญ ในฤดูกาล 2023 นี้ จะเป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าร่วมทีม Prima Pramac Racing สำหรับหมายเลข 23 นั้น สำคัญกับผมมาก และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แม้แต่ตอนที่ผมลงเล่น หวังว่ามันจะเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับการทดสอบที่  Valencia ผมรู้จักทุกคนและคนขี่อยู่แล้ว ความประทับใจแรก ๆ ของผมเป็นกำลังใจมาก ๆ และพอใจมาก ๆ ผมไม่รู้หรอก ว่าในอนาคตจเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ฉันเชื่อว่าเราจะทำให้ดีที่สุด” Johann Zarco “3 ปีติดต่อกันแล้ว ที่ผมจะอยู่กับทีม Prima Pramac ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สวมชุดสีเหล่านี้ในฤดูกาลต่อไป เรามีทีมที่ยอดเยี่ยม รถแข่งที่ยอดเยี่ยม และผมกับ Jorge เข้ากันได้ดีมาก ผมจะบอกว่าเรามีส่วนผสมทั้งหมดสำหรับฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม และบางที ใครจะรู้ ชัยชนะอาจจะมาหาเราก็ได้” Jorge Martin “ผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้ร่วมงานกับทีมของผมอีกครั้ง ปีที่แล้วเป็นปีที่พิเศษ และมีช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก แต่มันก็ช่วยให้ผมเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น ผมมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และความทะเยอทะยานอย่างแท้จริง และผมรู้ว่าเราสามารถทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมร่วมกับทีมของผมได้ที่ Sepang เมื่อผมคร่อมรถดูคาติ ผมจะรู้ว่าความพยายามทั้งหมด ในการซ้อมช่วงหน้าหนาวก่อนเปิดฤดูกาลนั้นคุ้มค่าหรือไม่” เราพร้อมแล้ว! ผมพร้อมแล้ว!!” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

ชม ZX-10RR Winter Test 2023

ชม ZX-10RR Winter Test 2023 ของนักแข่ง WSBK ล่าสุด Kawasaki Racing Team ก็ได้ทำการเปิดเผยการซ้อมและทดสอบรถของ 2 นักแข่งประจำทีมซึ่งก็คือ Jonathan Rea อดีตแชมป์โลก 6 สมัยและ Alex Lowes ซึ่งทำการทดสอบในช่วงพักฤดูกาล ซึ่งก็คือช่วงฤดูหนาวนี่เอง ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมประจำของทางค่ายเขียว บทความนี้เราก็จะพาทุกท่านไป ชม ชม ZX-10RR Winter Test 2023 กันครับ ตัวรถของนักแข่งทั้งสองคนจะมาในชุดสีที่มีชื่อเรียกว่าวินเทอร์เทสต์ ซึ่งจุดเด่นคือมาในโทนสีดำเป็นหลักตัดกับสีเทาด้าน และตัดด้วยเส้นสายสีเขียวเอกลักษณ์ของทางค่าย พร้อมลวดลายผลึกหิมะหรือสโนว์เฟล็กที่มีตัวอักษรคันจิจากภาษาญี่ปุ่นอ่านว่าฟุยุอยู่ภายในซึ่งมีความหมายว่า ฤดูหนาวนั่นเอง แน่นอนว่ายังคงใส่โลโก้ของสปอนเซอร์มาให้พร้อมพรรค ไม่ว่าจะเป็น elf, Monster Energy, Showa เป็นต้น และแน่นอนว่าในอนาคตเราก็จะได้เห็น Kawasaki Ninja ZX-10RR ในลวดลายใกล้เคียงกันนี้วางจำหน่ายในปี 2023 อีกด้วย งานนี้ใครเป็นสาวกและชื่นชอบก็เก็บเงินรอกันได้เลยครับ รายละเอียดรถแข่งคร่าว ๆ ก็จะอยู่บนพื้นฐานของ Ninja ZX-10RR ที่มีเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีท่อไอเสียเต็มระบบจากทาง Akrapovic ใช้ระบบเบรกจาก Brembo โดยมีสายเบรกจากทาง J.Juan ระบบกันสะเทือนจาก Showa ยางสลิก Pirelli Diablo SuperBike เป็นต้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

FIM ประกาศยกระดับความปลอดภัย

FIM ประกาศยกระดับความปลอดภัย หมวกกันน็อกสำหรับนักแข่งเฟส 2 หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักมาตรฐานความปลอดภัยหมวกกันน็อกกันดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น มอก. หรือ TIS ของบ้านเรา, JIS ของญี่ปุ่น, DOT ของอเมริกา, ECE ของยุโรป, Sharp ของอังกฤษ หรือจะเป็น Snell ที่เป็นแบบสากล ก็ตาม ๆ แต่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักมาตรฐานความปลอดภัยของทางสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศ ซึ่งจะแตกต่างไปจากมาตรฐานที่เรารู้จักกันโดยทั่วไป กล่าวคือของทางสหพันธ์ฯ จะเป็นมาตรฐานที่บังคับใช้กับหมวกที่ใช้ในการแข่งขันนั่นเอง ซึ่งตอนนี้ทางสหพันธ์ฯ หรือ FIM ประกาศยกระดับความปลอดภัย หมวกกันน็อกสำหรับนักแข่งเฟส 2 แล้ว หลังจากที่โปรแกรมยกระดับมาตรฐานหมวกกันน็อกที่ใช้ในการแข่งขันเฟสแรกหรือเรียกย่อ ๆ ว่า FRHPhe-01 นั้นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและจนได้ประสบการณ์และความรู้มาตลอด 4 ฤดูกาลแข่งขันแล้ว ความรู้และประสบการณ์ดังกล่าวก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามันสามารถยกระดับความปลอดภัยของนักแข่งได้อย่างชัดเจน ซึ่งหมวกที่จะผ่านมาตรฐานของโปรแกรมการยกระดับนี้ จะต้องผ่านการประเมินเรื่องความสามารถในการป้องกันทั้งทดสอบในการกระแทกที่ศีรษะทั้งในแบบความเร็วต่ำ กลาง และสูง กระแทกในมุมเอียง การทดสอบการเจาะทะลุ ซึ่งเป็นผลมาจากการศึกษาจากหมวก 38 ใบจากทั้งหมด 22 แบรนด์ที่ผ่านมาตรฐานนี้ หลังจากที่ความร่วมมือระหว่างผู้ถือหุ้นใหญ่และแล็ปที่ทางสหพันธ์ฯ รับรอง (แล็ปทดสอบแรงกระแทกของทางมหาวิทยาลัย Zaragoza) FRHPhe-02 หรือเฟสที่ 2 ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งเฟสนี้จะรวมไปถึงหมวกสำหรับแข่งขันออฟโร้ด ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของความปลอดภัยในการแข่งขันโมโตครอส เอ็นดูโร สปีดเวย์ และครอสคันทรี ซึ่งจะถือเป็นครั้งแรกกับมาตรฐาน FIM กับการแข่งขันออฟโร้ดอีกด้วย โดยมาตรฐานใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะในทุกรูปแบบ ซึ่งหมวกที่จะเข้ามาทดสอบมาตรฐานใหม่จะปลอดภัยยิ่งกว่ามาตรฐานที่มีในท้องตลาดทั้งหมด โดยจะเพิ่มความเข้มข้นในการทดสอบทุกด้านให้มากขึ้น รวมไปถึงเพิ่มการทดสอบรูปแบบใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น ทดสอบการถอดนวมรองแก้มอย่างรวดเร็วและการทดสอบที่คำนึงถึงการแตกหักของกระโหลกศีรษะ เป็นต้น ทั้งนี้มาตรฐานใหม่นี้จะเริ่มแนะนำให้ใช้ในปี 2025 และกลายเป็นข้อบังคับในปี 2026 นี้ โดยนักแข่งทุกคนจะต้องใช้ (เว้นแต่ นักแข่งกีฬาประเภทไทรอัล จักรยานไฟฟ้า รถ SSV หรือ UTV และ การแข่งแลนด์สปีดเวิลด์เรคคอร์ดประเภทพสตรีมไลเนอร์) ซึ่งแน่นอนว่าค่ายผู้ผลิตหมวกกันน็อกก็จะต้องผลิตหมวกออกมาให้สอดคล้องกันเพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานของความปลอดภัยไปพร้อม ๆ กัน เรียกว่าเป็นผลดีต่อผู้ใช้หมวกกันน็อกอย่างพวกเราจริง ๆ นะครับ อย่างไรก็ดี ราคาหมวกดังกล่าวอาจจะมีราคาแพงมาก ทางเราก็ขอแนะนำให้ใช้หมวกที่ได้มาตรฐานรับรองตามท้องตลาดกันไปก่อน อย่าไปใช้หมวกปลอมหมวกก็อปหลายเอกันเลยน่ะครับ มันไม่คุ้มเอาเสียเลยกับการที่จะต้องเอาชีวิตไปแลกกับหมวกแบบนั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista เหมาชัย WSBK 3 เรซรวด

Bautista เหมาชัย WSBK 3 เรซรวด การันตียางสูตรใหม่เจ๋งจริง นักแข่งชาวสเปนกับรถดูคาติของเขาเพิ่มสถิติชัยชนะในศึก WorldSBK ให้เขาเป็น 11 ครั้งแล้วในฤดูกาล 2022 นี้ ขณะที่การแข่งขันในรุ่นรองอย่าง WorldSSP Aegerter ยังคงแข็งแกร่งคว้าชัยไปได้ทั้ง 2 เรซ ขณะที่รุ่นเล็ก WorldSSP300 เปลี่ยนมือผู้ชนะ แต่ไม่เปลี่ยนตำแหน่งหัวตาราง รอบซูเปอร์โพล WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก: 23°C / อุณหภูมิอากาศ: 19° C) ตำแหน่งโพลสำหรับเรซแรกในคราวนี้ตกเป็นของ Iker Lecuona จาก Team HRC ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของเขาและทีมในฤดูกาลนี้ และเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีนับจากที่ทีมเคยได้มาในปี 2016 จากฝีมือของ Michael Van Der Mark ที่ไทย ตามมาอันด้วยกริดที่ 2 เป็นนักแข่งจากคาวาซากิ Alex Lower และถัดมาเป็น Jonathan Rea เพื่อนร่วมทีม (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ขณะกริดที่ 4 เป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) โดยที่นักแข่งทั้ง 4 คนนี้ต่างทำเวลาดีที่สุดของตัวเองด้วยการใช้ยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา SC1 B0570 และยางหลัง SCQ สูตรมาตรฐาน WorldSSP (อุณหภูมิแทร็ก: 20°C / อุณหภูมิอากาศ: 18° C) Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) คว้าตำแหน่งโพลไปด้วยเวลาแล็ปเร็วกว่าคู่แข่งเกินกว่า 1 วินาที ทำให้นักแข่งชาวสวิสผู้นี้ได้ตำแหน่งโพลเป็นครั้งที่ 5 แล้วในปีนี้ และเป็นครั้งที่ 9 ของเขาที่ลงแข่งในรุ่นนี้ กริดที่ 2 ตกเป็นของ Can Oncu (Kawasaki Puccetti Racing) และมี Federico Caricasulo (Althea Racing) จบกริดแถวหน้าสุด โดยในรอบนี้นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรมาตรฐาน WorldSSP300 (อุณหภูมิแทร็ก: 20°C / อุณหภูมิอากาศ: 18° C) Victor Steeman (MTM Kawasaki) คว้าโพลที่ 6 ของเขาในการแข่งขันรายการนี้ กลายเป็นนักแข่งคนแรกในประวัติศาสตร์ของรุ่นนี้ที่ทำได้ โดยในช่วงต้นของการควอลิฟายซูเปอร์โพล แทร็กนั่นยังชื้นอยู่เล็กน้อยจากที่มีฝนตกตลอดทั้งคืน แต่มันก็แห้งอย่างรวดเร็ว นักแข่งหนุ่มชาวดัตช์คว้าตำแหน่งโพลไปในแล็ปสุดท้าย แย่งชิงมาจาก Alvaro Diaz (Arco Motor University Team) ที่มีแต้มสะสมนำเป็นหัวตารางคะแนนรวม และมี Yuta Okaya (MTM Kawasaki) เข้าเป็นกริดที่ 3 เริ่มการแข่งขันเรซที่ 1 WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก: 28°C / อุณหภูมิอากาศ: 22° C) Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าตนอยู่ในฟอร์มที่ดีมาก ๆ และกำลังจะเป็นชายที่จะคว้าแชมป์โลกในปีนี้มาครอบครอง โดยหลังจากออกสตาร์ทเขาขยับขึ้นเป็นผู้นำทันที และรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้จนจบการแข่งขันเข้าเส้นที่อันดับ 1 โดยนำหน้า Jonathan Rea มากถึงเกือบ 9 วินาทีที่เป็นอันดับ 2 และมี Garrett Gerloff (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ได้เป็นอันดับ 3 และถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดของทีมอิสระ และนี่ทำให้นักแข่งชาวสเปนคว้าชัยเป็นครั้งที่ 9 และเพิ่มคะแนนนำในตารางคะแนนรวมให้ห่างจาก Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx

โค้งสุดท้าย "โมโตจีพีประเทศไทย"

โค้งสุดท้าย “โมโตจีพีประเทศไทย” เดินหน้าจัดเต็มเข้มทุกภาคส่วน รองรับเกมสองล้อระดับโลก รัฐ-เอกชน-สนามช้างฯ เร่งระดมกำลังอย่างหนักในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงสัปดาห์ประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตไทยในการเป็นเจ้าภาพสุดยอดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่าง “MotoGP” ซึ่งจะดวลความเร็วสนาม 17 ปลายเดือนนี้ที่ จ.บุรีรัมย์ พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทยสู่ผู้ชม 800 ล้านคนทั่วโลก ขณะ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซ้อมเข้มกรรมการภาคสนามและทีมแพทย์รองรับเรซสุดยิ่งใหญ่ ประเทศไทยเตรียมรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP 2022 รายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน- 2 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้การรอคอยของแฟนความเร็วทั่วโลก ล่าสุดสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งถูกใช้เป็นสังเวียนสำหรับการแข่งขัน ก็เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับศึกมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่าง “MotoGP” อย่างเต็มร้อยแล้ว ทั้งพื้นที่จัดงาน, กรรมการภาคสนาม และการบริการด้านต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมเผยแพร่การแข่งขันและสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามของประเทศไทย ไปกว่า 207 ประเทศ สู่ผู้ชมราว 800 ล้านคนทั่วโลก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขบวนรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนของทีมงานโมโตจีพี ได้เดินทางมาถึงสนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคอนเทนเนอร์ล็อตแรกเป็นการขนส่งอุปกรณ์สำคัญสำหรับการจัดการแข่งขัน เพื่อติดตั้งล่วงหน้า รวมทั้งการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ สแตนด์ผู้ชม พาวิลเลียน และบูธกิจกรรมต่างๆ ด้านความพร้อมในส่วนของกรรมการภาคสนามและทีมกู้ภัย (Marshall) ก็มีการฝึกอบรมและซ้อมอย่างหนัก ฝึกซ้อมให้สัญญาณธงและการกู้ภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในการแข่งขัน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและเพิ่มความมั่นใจให้กับนักแข่ง ทีมแข่ง รวมไปถึงผู้จัดการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมการของ “ทีมแพทย์” และศูนย์การแพทย์ใน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในการซ้อมรับมือเคสฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของสนามแข่งขันในเรซระดับโลก ขณะเดียวกันการขนส่งผู้ชมเข้าออกสนาม นอกจากจะมีรถ City Transfer และ Shuttle Service ให้บริการแล้ว ยังมี “ชัตเติลแต๋น” รถอีแต๋นภูมิปัญญาไทย ซึ่งถูกปรับมาเป็นรถรับส่งที่เป็นเอกลักษณ์โด่งดังไปทั่วโลกในโมโตจีพี 2 ครั้งแรก ปีนี้จะยังคงมีให้บริการเช่นเคย ถือเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ในการแข่งขันครั้งนี้ โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยรถส่วนตัว หรือใช้บริการ City Transfer สามารถมาขึ้นรถได้ที่จุดบริการ Shuttle Service บริเวณประตู 1 เพื่อเข้าสู่พื้นที่การจัดงาน มีให้บริการทั้งหมด 3 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 (สีฟ้า) จากประตู 1 สู่ลานกิจกรรม (ไป-กลับ) แวะรับ-ส่งที่ไซด์ สแตนด์ D เส้นทางที่ 2 (สีส้ม) จากประตู 2 สู่ลานกิจกรรม (ไป-กลับ) เส้นทางที่ 3 (สีชมพู) จากลานกิจกรรม สู่ไซด์ สแตนด์ A (ไป-กลับ) สำหรับทัพนักบิดระดับโลกกว่า 100 คน ในศึก โมโตจีพี, โมโตทู และ โมโตทรี อยู่ระหว่างการเดินทางไปแข่งขันสนาม 16 ที่ประเทศญี่ปุ่นในสุดสัปดาห์นี้ ก่อนเดินทางต่อมายังประเทศไทยเพื่อดวลความเร็วในศึก “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” ระหว่างวันที่ 30 กันยายน- 2 ตุลาคม 2565 โดยจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวและกีฬา โดยดอร์น่าสปอร์ต เจ้าของสิทธิ์การแข่งขัน ยกทีมงานมาถ่ายทำวีดีโอโปรโมตประเทศไทยและการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “MotoGP” โดยมี “นักบิดโมโตจีพี” เป็นตัวชูโรง ร่วมกับ “2 นักบิดไทย” ในรุ่น Moto2 อย่าง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย และ “เคเค” เขมินท์ คูโบะ จาก ยามาฮ่า วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ โดยมีคณะผู้บริหารจากการกีฬาแห่งประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุน อาทิ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์

Tim Gajser คว้าแชมป์โลก MXGP สมัยที่ 4

Tim Gajser ช่วย HRC คว้าแชมป์โลก MXGP สมัยที่ 4 การแข่งขัน MXGP ฤดูกาลนี้เริ่มต้นที่อังกฤษในเดือนกุมภาพันธ์ โดยมี Tim Gajser ช่วย HRC ควบ CRF450RW ทำการแข่งขันในรายการนี้ขับเคี่ยวกับอีกหลาย ๆ ทีมจากหลาย ๆ ค่ายรถ เมื่อการแข่งขันสนามที่ 15 สิ้นสุดลง ผลก็ปรากฏว่า Gajser นักแข่งชาวสโลเวเนียคว้าชัยไปทั้งหมด 13 เรซจากทั้งหมด 30 เรซ เป็นการชนะทั้งหมด 8 สนาม ซึ่งในนั้นมีการชนะติดต่อกัน 3 สนามรวด ทำให้มีคะแนนทิ้งห่าง 115 คะแนนจากอันดับ 2 ขาดขึ้นแท่นลุ้นแชมป์โลกในฤดูกาลนี้ กระทั่งการแข่งขันในสนามที่ 16 ประเทศฟินแลนด์ ที่จัดขึ้นวันที่ 14 สิงหาคม นักแข่งสโลเวเนียแม้จะจบที่อันดับ 6 ในเรซแรก และอันดับ 7 ในเรซที่ 2 แต่เท่านั้นก็ทำให้เขามีแต้มเพียงพอที่จะทำคะแนนรวมขาดลอยและคว้าแชมป์ไป แม้ว่าจะเหลือการแข่งขันอีก 2 สนาม 4 เรซก็ตาม ประวัติที่ผ่านมาของทิม เขาเคยคว้าแชมป์โลก MX2 (คลาส 250 ซีซี) ในปี 2015 จากนั้นจึงย้ายขึ้นมาแข่งในรุ่นสูงสุด MXGP ในปีถัดมา และเขาก็คว้าแชมป์โลกทันทีพร้อมกับตำแหน่ง Rookie of the Year หากนับรวมกันเท่ากับว่าเขาได้แชมป์โลกในรายการ FIM World Motocross Championship ทั้งหมด 5 สมัย   ■Tim Gajser | Team HRC ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมไม่ได้ขี่ออกมาดีที่สุดอย่างที่ควร แต่ผมก็ทำงานของผมสำเร็จ และนั่นคือสิ่งที่ผมตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะทำให้สำเร็จตั้งแต่เริ่มต้นวันนั้น แชมป์โลก 5 สมัยเป็นอะไรที่ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ผมยังทำตัวไม่ถูก ต้องขอบคุณกับ Team HRC อย่างมาก ขอบคุณทุกคนในการแข่งขันและทุกการสนับสนุนจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังขอบคุณแฟนของผมและทุกการซัพพอร์ตที่ผมได้รับจากแฟน ๆ ทั่วโลก มันเป็นอะไรที่เยี่ยมยอดมากที่ได้เห็นทุก ๆ คนให้กำลังใจผมจากข้างสนาม และผมไม่รู้จะขอบคุณยังไงให้เพียงพอกับสิ่งที่ผมได้รับ มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก ๆ สำหรับผม และผมก็รู้สึกดีใจมากที่ได้แชมป์สมัยที่ 5!” ■Koji Watanabe หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรอาวุโส ของ Honda Motor Co., Ltd. และประธาน Honda Racing Corporation “ยินดีกับทิมด้วยที่ได้แชมป์โลก ฤดูกาลนี้เขาแข็งแกร่งมาก ไม่มีอากาศบาดเจ็บหนัก และชนะติดกัน 3 สนามรวด  (ชนะทั้ง 2 เรซในสนามดังกล่าว) จนคว้าแชมป์กลับมาได้ ผมภูมิใจกับเขามากเนื่องจากเขาโตมาในฐานะนักแข่งที่เคยพ่ายแพ้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ผมยินดีกับทีมงานทุกคนที่สนับสนุนเขาจนเขาได้แชมป์เพิ่มอีกสมัย และกับสปอนเซอร์ทั้งหลายของเรา แฟน ๆ โมโตครอสที่คอยสนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันของเราด้วยครับ” ประวัติส่วนตัว วันเกิด: 8 กันยายน 1996 ประเทศเกิด: สโลเวเนีย ความสำเร็จ: 2009 แชมป์ยุโรป รุ่น 85 ซีซี 2012 แชมป์โลกรุ่นเยาวชน 125 ซีซี, แชมป์ยุโรปรุ่น 125cc  European Champion, เริ่มแข่ง MX2 World Championship 2013 อันดับที่ 20 รุ่น MX2 2014 อันดับที่ 5 รุ่น MX2 2015 แชมป์โลกรุ่น MX2 2016 แชมป์โลกรุ่น MXGP 2017 อันดับ 5 รุ่น MXGP 2018 อันดับ 4 รุ่น MXGP 2019 แชมป์โลกรุ่น MXGP

Andrea Dovizioso เผยเตรียมรีไทร์

Andrea Dovizioso เผยเตรียมรีไทร์ หลังจบศึกที่ Misano ก่อนการแข่งขันรอบ Monster Energy British Grand Prix จะระเบิดศึกขึ้น Andrea Dovizioso (WithU Yamaha RNF MotoGP Team) ก็ได้ประกาศว่าจะรีไทร์จากการแข่งขัน MotoGP หลังจากแข่งขันรอบ San Marino Grand Prix เสร็จสิ้น เขาคนนี้คือนักแข่งที่มีสถิติชนะการแข่งขันในระดับสูงสุดทั้งหมด 24 ครั้ง แชมป์โลกรุ่น 125 ซีซีเมื่อปี 2004 และยังเป็นรองแชมป์โลก MotoGP อีก 3 สมัย และกลับเข้ามาแข่งอีกครั้งกับ Yamaha ในปี 2021 ก่อนจะเซ็นสัญญากับทางค่ายรถจากเมืองอิวาตะเพื่อลงแข่งกับทีม WithU Yamaha RNF MotoGP Team ในปี 2022 หลังจากผ่านครึ่งฤดูกาลแรกที่แสนยากลำบากไป นักแข่งอิตาเลียนผู้มากประสบการณ์คนนี้กลับมีคะแนนเพียงแค่ 10 คะแนนจากการแข่งขันไปทั้งหมด 11 สนาม เขาจึงได้ตัดสินใจที่จะรีไทร์ก่อนที่จะจบฤดูกาลหลังจากที่ลงแข่งที่บ้านเกิดตัวเองที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli ช่วงต้นเดือนกันยายน ทั้งนี้ Cal Crutchlow นักทดสอบรถทางการของ Yamaha จะมาลงแข่งแทนใน 6 สนามที่เหลือคู่กับ Darryn Binder เริ่มตั้งแต่การแข่งขันรอบ Aragon GP เป็นต้นไป ด้าน Lin Jarvis ผู้อำนวยการด้านการแข่งขันจาก Yamaha Motor กล่าวว่า “ผมอยากจะเริ่มต้นด้วยการบอกว่า เราเสียใจที่ Andrea จะเลิกแข่งก่อนที่เราเคยคาดไว้ เขาเป็นนักแข่ง MotoGP ที่มีชื่อเสียง และหลาย ๆ คนในแพ็ดด็อกจะต้องคิดถึงเขา” “โชคไม่ดีนัก เขาต้องพยายามอย่างมากที่จะรีดศักยภาพสูงสุดของ M1 ออกมา แต่ว่าผลลัพธ์ของการพยายามนั่นไม่ออกผล ซึ่งทำให้เกิดความผิดหวังสำหรับ Andrea ในที่สุดช่วงที่กำลังพักฤดูกาลในหน้าร้อน เขาก็คอนเฟิร์มกับเราว่าเขาอยากจะรีไทร์ก่อนที่จะจบฤดูกาล” “หลังจากได้ร่วมพูดคุยกันก็สรุปได้ว่า Andrea จะขี่เรซสุดท้ายที่ Misano ที่บ้านเกิดของเขา ซึ่งทาง Yamaha จะให้การซับพอร์ตกับ Dovi อีก 3 เรซอย่างเต็มที่เช่นเดิม ในระหว่างนั้นก็ขอให้พวกเราสนุกกับการแข่งขัน 3 เรซสุดท้ายและเฉลิมฉลองให้กับเขาที่ Misano เรซสุดท้ายในการแข่งอาชีพที่ยิ่งใหญ่ของเขา” Andrea Dovizioso กล่าวว่า: “ผมขอบคุณ Lin ที่เขากล่าวถึงผม ผมเห็นด้วยกับเขา 100% เลย ในปี 2012 ประสบการณ์ที่ผมมีกับทางค่ายรถจากอิวาตะใน MotoGP นั้นดีมาก ๆ สำหรับผม และจากนั้นมาผมก็คิดมาตลอดว่าไม่เร็วก็ช้า ผมจะต้องเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับยามาฮ่า และความเป็นไปได้นี้ก็เกิดขึ้นจนได้ในแบบที่ท้าทายหน่อยในปี 2021 นั่นเอง ผมตัดสินใจที่จะลองดูเพราะว่าผมเชื่อในโปรเจ็กต์นี้และเชื่อในความเป็นไปได้อย่างมาก” “เราพิจารณาตัวเองแล้วว่าเมื่อปีที่แล้วเราโชคดีมาก ๆ ที่เขาพร้อมและอยากที่จะร่วมแข่ง MotoGP กับเรา ตอนที่ Franky ย้ายไปแข่งให้ทีม Yamaha Factory Team จนทำให้จำเป็นจะต้องหานักแข่งมาแทนในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในฤดูกาล 2021 ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และการเป็นคนมีระเบียบวินัยของ Andrea เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับ Yamaha และทีม RNF และโปรเจ็กต์นี้ก็ยาวไปถึงจนจบฤดูกาล 2022” “โชคไม่ดีเท่าไหร่ที่หลัง ๆ มานี้ MotoGP นั้นเปลี่ยนไปมาก สถานการณ์นั้นแตกต่างไปมากนับจากตอนนั้น ผมไม่เคยรู้สึกดีกับรถเลย และผมก็สามารถที่จะรีดสมรรถนะของรถออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้ง ๆ ที่มีการช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยมและต่อเนื่องจากทางทีมและยามาฮ่า แต่ผลลัพธ์กลับออกมาแย่ แต่นอกเหนือไปจากนั้น ผมยังคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ชีวิตที่สำคัญมาก ๆ ตอนที่เราเจอความยากลำบากมาก ๆ หลาย ๆ เรื่อง คุณจะต้องมีความสามารถที่จะจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ และอารมณ์ของคุณให้ดี” “เราไปไม่ถึงเป้าหมายที่เราวาดหวังไว้ แต่การหารือกับทีมช่างของนั้นดีและช่วยสร้างเสริมมาตลอดทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์จะยังคงดีอยู่และยังคงให้ความสนใจผมในแบบมืออาชีพเสมอแม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่วิกฤติที่สุด มันไม่มีท่าทีเลยว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น” “สำหรับทั้งหมดนี้และสำหรับการช่วยเหลือของพวกเขาทั้งหมด ผมขอขอบคุณยามาฮ่า ทีมของผม และทาง WithU ตลอดไปจนถึงสปอนเซอร์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผมไม่ได้ทำได้อย่างที่เราหวัง

Toprak ขอสอง

Toprak ขอสอง หลัง Baustista ได้ชัยไปก่อนที่ Autodrom Most สรุปการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Autodrom Most สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งนับเป็นสนามที่ 6 แล้วสำหรับฤดูกาล 2022 นี้ Toprak ขอสอง หลัง Bautista ได้ชัยไปก่อนในเรซแรก สถิติสนามใหม่ในรอบซูเปอร์โพล WorldSBK สถิติใหม่และตำแหน่งโพลโพซิชันสำหรับรอบนี้เป็นของ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) โดยยางหลังนั้นนักแข่งทุกคนเลือกใช้ยาง SCX ซึ่งปกติแล้วจะเป็น SCQ (เฉพาะสนามนี้) เนื่องจากสภาพของแทร็กนั้นค่อนข้างส่งผลร้ายต่อยาง นักแข่งจากไอริชเหนือผู้นี้กดเวลาไปที่ 1’30.947 นาที ด้วยการเลือกใช้ยางหลัง SCX และยางหน้า SC1 A0843 สูตรกำลังพัฒนา ตามด้วย Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ที่ใช้ยางหลัง SCX เหมือนกัน แต่ใช้ยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐาน และอันดับสุดท้ายของแถวหน้าตกเป็นของ Michael Ruben Rinaldi  (Aruba.it Racing – Ducati) ซึ่งใช้ยางแบบเดียวกับนักแข่งตุรกี ส่วนอันดับ 4 เป็นนักแข่ง Ducati อีกคนคือ Álvaro Bautista WorldSSP สำหรับรุ่นรองอย่าง WolrdSSP ในรอบซูเปอร์โพลนั้น นักแข่งเลือกใช้ยางหลัง SC0 และยางหน้า SC1 ซึ่งเป็นสูตรมาตรฐานทั้งคู่ รุกกี้อย่าง Rookie Lorenzo Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team) เป็นผู้ได้ตำแหน่งโพลไปด้วยเวลาสถิติใหม่ ที่ 1’34.952 นาที และเป็นโพลครั้งที่ 2 ของเขา ถัดมาเป็นนักแข่งอิตาลีอีก 2 คน คือ Federico Caricasulo (Althea Racing) และ Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team) ส่วนกริดที่ 4 เป็นของนักแข่งชาวสวิสแชมป์คนล่าสุด Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) WorldSSP300 นักแข่งอิตาเลียน Kevin Sabatucci ควบ Kawasaki Ninja 400 ในสังกัด Kawasaki GP Project คว้าโพลมาได้เป็นครั้งแรกในการแข่งของเขาด้วยเวลา 1’47.921 นาที โดยนักแข่งจาก Marche ผู้นี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเขาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงซ้อมอิสระ ไต่จากอันดับ 8 ในรอบ FP1 เป็นอันดับ 6 ในรอบ FP2 และจบเวลาเร็วสุดในรอบควอลิฟาย ส่วนแถวหน้าที่เหลือเป็นนักแข่งบราซิลอย่าง Humberto Maier (AD78 Team Brasil by MS Racing) และนักแข่งสเปนอย่าง Alex Millan (SMW Racing) ระเบิดศึกระห่ำเรซแรก WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก 26 องศา / อุณหภูมิอากาศ 19 องศา) หลังจากคว้าดับเบิ้ลวินที่ Misano มา Álvaro Bautista ก็ยังกลับมาเอาชนะในเรซนี้ได้อีก เก็บสถิติโพเดียมที่ 1,000 ของ Ducati มาได้ เริ่มการแข่งขัน Jonathan Rea ที่ทำลายสถิติเวลาสนามนี้ในรอบซูเปอร์โพลได้ออกจากตำแหน่งโพลก็จริงอยู่แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะทิ้งห่างนักแข่งชาวสเปนที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 4 ไปได้ โดยสามารถเกาะติดกลุ่มนำได้จนกระทั่งขึ้นนำเองในแล็ปที่ 10 และรักษาตำแหน่งไว้ได้จนธงตาหมากรุกโบกสะบัดให้เขา อย่างไรก็ตามการแข่งขันยังคงร้อนแรงต่อเนื่องเพื่อแย่งชิงตำแหน่งบนโพเดียมที่เหลือ ซึ่งอันดับ 2 และ

Pirelli จัดยางซอฟต์

Pirelli จัดยางซอฟต์ ช่วยนักแข่งสู้ศึก WSBK ที่เช็ก งานพัฒนาของพีเรลลี่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีวันหยุด จนกระทั่งตอนนี้การแข่งขัน WorldSBK ดำเนินเข้าสู่สนามที่ 6 ที่จะขึ้นที่สาธารณรัฐเช็ก กับสนาม Autodrom Most ซึ่งเป็นสนามที่โหดร้ายกับยางมากที่สุดสนามนึง โดยงานนี้ Pirelli จัดยางซอฟต์ แต่ไม่ซอฟต์จนเกินไป โดยจะจัดยางหลัง SC0 สูตรใหม่ไปเปิดตัวในสนามนี้ และจัดยาง SCX แทนที่ยาง SCQ ในการแข่งขันที่สนามนี้ ตัวเลือกยางสำหรับสนามนี้ พีเรลลี่ดำเนินการตามแผนการพัฒนาที่ได้วางไว้แล้วสำหรับปีนี้ต่อกับสนาม Most แห่งนี้ ซึ่งสนามนี้จะจัดแข่งเป็นครั้งที่ 2 ของการแข่ง WorldSBK แม้ว่าจะมีการปรับปรุงสนามแห่งนี้ให้ทันสมัยมากขึ้นในระหว่างพักฤดูกาลการแข่งขัน แต่ตัวแทร็กเองก็ยังคงกินยางมากเนื่องจากเลย์เอาต์ของสนาม และบางส่วนของสนามยังมีการปรับผิวใหม่ทำให้ต้องเจอกับปัจจัยที่ส่งผลต่อยางที่เราไม่อาจจะคาดเดาได้อีกด้วย และด้วยสาเหตุนี้เองบวกกับข้อมูลที่ทางแบรนด์ตัวพียาวได้รวบรวมมาจากการแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว ทางแบรนด์จึงเลือกที่จะปรับเปลี่ยนยางใหม่ให้เหมาะสมสอดคล้องมากขึ้น สำหรับยางหน้าในรุ่น WorldSBK นั้นจะมียางเตรียมไว้ให้ทั้งหมด 3 สูตร ทั้ง 36 สูตรจะเป็นยางซอฟต์ทั้งหมด ได่แก่ SC1 สูตรมาตรฐาน, SC1 A0674 สูตรกำลังพัฒนาที่เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว และ SC1 A0843 ยางสูตรกำลังพัฒนาที่เคยใช้ไปแล้วแค่เพียงสนามเดียวคือที่ Assen ซึ่งจะนำกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อพิสูจน์ผลงานที่สนาม Most แห่งนี้ สำหรับยางหลังในรุ่น WorldSBK จะมีให้ 2 สูตรคือ SC0 สูตรมาตรฐาน และ SC0 B0624 สูตรกำลังพัฒนา ซึ่งตัวหลังนี้จะต่างจากยางปกติทั้งตัวคอมปาวด์และโครงสร้างยาง และเพื่อให้ตอบสนองกับลักษณะของแทร็กได้ดีมากที่สุด ยาง SCQ จะไม่มีการนำมาใช้ในสนามนี้ โดยในรอบซูเปอร์โพลและซูเปอร์โพลเรซจะใช้ยาง SCQ แทน สำหรับยางในรุ่น WorldSSP ยางหน้าจะมีให้เลือกเป็น SC1 และ SC2 ส่วนยางหลังจะเป็น SC0 และ SC1 ในช่วงฤดูหนาวสนาม Most Autodrome ซึ่งเปิดให้ใช้งานมาตั้งแต่ปี 1983 ก็ได้รับการซ่อมแซมปรับปรุงหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการลาดยางใหม่ในบางส่วน เช่น ทางตรงก่อนเข้าเส้นชัยและโค้งชิเคนแรก หลาย ๆ ส่วนได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ปลอดภัยมากขึ้นหากเกิดฝนตกลงมา ทั้งด้วยวิธีการทำทางท่อระบายน้ำใหม่กระทั่งปรับผิวใหม่ พื้นที่รันออฟและกรวดบางโค้งได้รับการขยายให้มีพื้นที่มากขึ้นโดยมีการใช้กรวดกว่า 5,500 ตันและดินอีกหลายพันตัน มีสถานีจับเวลาใหม่และมีกล้องความคมชัดสูงระดับ 4K อีก 27 ตัวถูกติดตั้งเข้าไปเพื่อมอนิเตอร์แทร็ก โดยตัวกล้องมีตัวปัดน้ำฝนและสามารถหมุนได้อีกด้วย และสุดท้ายก็คือมีหอควบคุมที่สร้างขึ้นมาใหม่และมีขนาดใหญ่ขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เผยโฉมรถใช้แข่ง GS Trophy 2022

เผยโฉมรถใช้แข่ง GS Trophy 2022 มีอะไรแตกต่างจากตัวปกติบ้าง ไปชม หน้าผาหินขรุขระ หุบเขาลึก แม่น้ำเชี่ยว และชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทั้งหมดนี้คือความท้าทายที่ผู้เข้าแข่งขันในรายการ BMW Motorrad International GS Trophy จะต้องเจอ การแข่งขันในครั้งนี้จะจัดขึ้นที่ประเทศอัลเบเนีย และตอนนี้ทางค่ายก็ได้ เผยโฉมรถใช้แข่ง GS Trophy 2022 ครั้งนี้นั้นจะเป็น R1250GS Trophy Competition ซึ่งบิลต์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยจะมีรถใช้ในการแข่งขันมากถึง 126 คันเลยทีเดียว ทั้งนี้การแข่งขันครั้งที่แล้วเมื่อปี 2020 การแข่งขันนั้นใช้รถ F850GS ในการแข่งขัน แต่ปีนี้กลับมาใช้รุ่นใหญ่พิกัดเรือธงอีกครั้ง แน่นอนว่ามันมีพละกำลังมากกว่า แรงบิดมาแน่น ๆ การยึดเกาะที่ยอดเยี่ยมมากกว่า ซึ่งจะช่วยให้ผ่านเส้นทางออฟโร้ดที่ยากลำบากที่มักจะต้องใช้เกียร์ต่ำ ๆ ได้ดียิ่งขึ้น สำหรับโมเดลสำหรับใช้แข่งนี้จะมีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมหลายชิ้นด้วยกัน เช่น การ์ดเครื่องยนต์อลูมิเนียม การ์ดไฟหน้า การ์ดฝาสูบ ไว้ช่วยป้องกันความเสียหายเวลาล้มนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีพักเท้าแบบเอ็นดูโร่จากโมเดลรุ่น Adventure คันเกียร์และคันเบรกปรับระดับได้ อัปเกรดยางจาก Metzeler Karoo 3 เป็น Karoo 4 ชิลด์หน้าแบบสปอร์ต เบาะแต่งแรลลี่ และปลายท่อไอเสียจาก Akrapovic เรียกว่า ไม่ใช่แค่ต้องทนทานสมบุกสมบัน แต่ก็ต้องมีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้นให้เหมาะสมกับการแข่งขันด้วย และปิดท้ายด้วยกระเป๋าติดถังขนาดเล็กขนาด 5 ลิตรช่วยเก็บของเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างช้อนส้ม อาหารและเครื่องดื่มเล็ก ๆ น้อย ๆ เวลาขับขี่บนท้องถนน หรือจะใช้มาเป็นกระเป๋าติดท้ายรถก็ยังได้ ถือเป็นอะไรที่ดูไม่ค่อยสำคัญแต่ใช้งานและเป็นประโยชน์เวลาได้ใช้งานจริงอีกจุดนึง สุดท้ายนี้แม้ว่าจะไม่ได้มีจำหน่าย แต่ผมเชื่อว่าก็น่าจะเป็นแนวทางในการตกแต่งรถ โดยของทุกชิ้นสามารถซื้อหรือสั่งจากทางบีเอ็มดับเบิ้ลยูได้เลยครับ ส่วนคนที่สนใจการแข่งขันสามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บ www.gstrophy.com อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เหมาชัยสามเรซรวดในศึก WSBK ที่ Donington Park

Toprak เหมาชัยสามเรซรวดในศึก WSBK ที่ Donington Park  สำหรับการแข่งขัน WorldSBK 2022 สนามนี้จัดขึ้นที่สนาม Donington Park ประเทศอังกฤษ ซึ่งนับเป็นสนามที่ 5 ของฤดูกาลนี้แล้ว การแข่งขันในสนามนี้ทาง Pirelli ก็ได้ตัดสินใจเลือกเตรียมยางซอฟต์ไปมากเป็นพิเศษเพื่อให้ตอบโจทย์การแข่งขันในสนามแห่งนี้มากที่สุด  รอบซูเปอร์โพล  รุ่น WorldSBK (อุณหภูมิผิวแทร็ก 34 องศา / อุณหภูมิอากาศ 19 องศา)  หลังจากที่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทตำแหน่งโพลครั้งแรกของฤดูกาลนี้ที่ Estoril มาแล้ว เขาก็ทำมันได้อีกครั้งที่สนามแห่งนี้ โดยแชมป์โลก 6 สมัยคว้าตำแหน่งโพลมาได้ด้วยสถิติเวลาแล็ปที่ 1’26.080 นาที ทำลายสถิติเวลาแทร็กที่เคยบันทึกไว้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2017 โดยอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขา Tom Sykes (1’26.641) เกินกว่าครึ่งวินาที   นักแข่งทั้งหมดทุกคนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ซึ่งนักแข่งจากไอริชเหนือเลือกจับคู่เข้ากับยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา A0674 SC1 ขณะที่เพื่อนร่วมทีม Alex Lowes ที่ได้สถิติเวลาดีเป็นอันดับ 2 เลือกยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐานแทน ส่วน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ออกสตาร์ทเป็นคนสุดท้ายของแถวหน้า ก็เลือกใช้ยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐานเช่นกัน ขณะที่ผู้ออกสตาร์ทลำดับที่ 4 กลับเป็น Scott Redding (BMW Motorrad WorldSBK Team) และที่ห้าตกเป็นของ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เลือกยางหลังสูตรกำลังพัฒนาเช่นเดียวกับ Rea  รุ่น WorldSSP (อุณหภูมิผิวแทร็ก 31 องศา/ อุณหภูมิอากาศ 19 องศา)  เป็นการแย่งชิงตำแหน่งบนกริดสตาร์ทที่เข้มข้นร้อนแรงขั้นสุด ระหว่าง Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha), Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team), และ Glenn Van Straalen (EAB Racing Team) ต่างคนต่างผลัดกันขึ้นทำเวลาดีกว่ากระทั่งท้ายที่สุดตำแหน่งโพลตกเป็นของนักแข่งชาวสวิสที่ทำเวลาได้ดีกว่าที่ 1’29.961 นาที(ทำสถิติเวลาเป็นรองสถิติเวลาของ Kenan Sofuoglu ที่ทำไว้ในปี 2015 เพียง 0.036 วินาทีเท่านั้น) กลายเป็นการคว้าตำแหน่งโพลครั้งที่ 4 ติดต่อกันของเขา และเป็นครั้งที่ 100 ในรุ่น WorldSSP สำหรับค่ายรถจากเมืองอิวาตะ ส่วนนักแข่งดูคาติชาวอิตาลี และนักแข่งยามาฮ่าชาวดัตช์ได้ออกสตาร์ทเป็นแถวหน้าถัดลงมาตามลำดับ โดยนักแข่งทุกคนเลือกใช้ยาง SCX เป็นยางหลังและ SC1 เป็นยางหน้า  การแข่งขันในเรซ 1  รุ่น WorldSBK (อุณหภูมิผิวแทร็ก 46 องศา / อุณหภูมิอากาศ 24 องศา)  การแข่งขันในเรซนี้นั้นนักแข่งต่างก็เลือกยางหลังเหมือนกันคือ SCX ขณะที่ยางหลังนั้นก็จะมีเลือกแตกต่างกันออกไป Rea, Lowes, Redding และ Bautista เลือกใช้ยางสูตรกำลังพัฒนา A0674 SC1 ขณะที่ Razgatlioglu และ Rinaldi เลือกใช้ยางสูตรมาตรฐาน SC1   ออกสตาร์ทผู้ป้องกันแชมป์โลกออกสตาร์ทจากกริดที่สามได้อย่างยอดเยี่ยม ขยับขึ้นนำทันทีและทิ้งห่างไร้การรบกวนแบบม้วนเดียวจบ โดยทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Rea ถึง 6 วินาที และห่างจาก Lowes ถึง 9 วินาที นี่ทำให้นักแข่งชาวตุรกีคว้าชัยเป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาลนี้นับจากการชนะรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Misano   โดยการแข่งขันในเรซนี้มีการดวลกันสุดมันระหว่าง Rea และ Bautista เพื่อแย่งอันดับ 2 ซึ่งมาสิ้นสุดลงในแล็ปที่ 16 โดยนักแข่งชาวสเปนพลาดล้มออกจากโค้งที่ 12

Pirelli เลือกเน้นยางซอฟต์

Pirelli เลือกเน้นยางซอฟต์ รับศึก WSBK ที่ Donington Park การแข่งขันสนามที่ 5 ของรายการ FIM Superbike World Championship ซึ่งจะระเบิดศึกขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ที่ Donington Park ประเทศอังกฤษ ซึ่งสนามนี้ Pirelli เลือกเน้นยางซอฟต์ เพื่อรับกับสนามแห่งนี้ โดยตัดสินใจใช้สูตรยางซอฟต์ที่สุดเท่าที่มี เพื่อใช้ในยางหลัง ซึ่งได้แก่ SCX, SC0 และ SCQ ซึ่งเจ้าตัวหลังนี้จะใช้เฉพาะตอนควอลิฟายกับการแข่งรอบซูเปอร์โพลเรซเท่านั้น ขณะที่ยางหน้าจะใช้ยาง SC1 สูตรมาตรฐาน และยางสูตร SC1 A0674 ยางสูตรกำลังพัฒนา และสำหรับการแข่งขัน WorldSSP ก็จะใช้สูตรยางมาตรฐานแบบเดียวกับที่เคยใช้ในแทร็กนี้เมื่อครั้งสุดท้ายในปี 2019 นั่นก็คือ SC1 และ SC2 ที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังจะเป็น SCX และ SC0 ขณะที่รายการแข่งสำหรับนักแข่งวัยเยาว์อย่าง Yamaha R3 bLU cRU European Cup ก็จะได้แข่งในสนามนี้ด้วย ทว่าการแข่งขัน WorldSSP300 จะไม่ได้แข่งในสนามนี้ และจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในสนามหน้าที่สาธารณรัฐเช็ก สนาม Donington Park ที่ตั้งอยู่ใน East Midlands ใกล้กับ Sherwood Forest สร้างมานานกว่า 90 ปีแล้ว มันเป็นสนามที่เป็นส่วนผสมระหว่างส่วนที่ใช้ความเร็วได้มาก ส่วนขึ้นและลงเนิน และโค้งความเร็วต่ำ สลับกับทางตรงที่ทำให้ต้องเบรกหนัก ๆ และต้องเร่งความเร็วอย่างทันทีทันใด เช่นตอนที่ออกจากโค้ง 8 ที่ Coppice เป็นจุดที่คุณเร่งความเร็วสูงสุดที่ทางออกโค้ง ขณะที่โค้งความเร็วปานกลางอย่างที่ Old Hairpin และ McLeans คือโค้งที่คุณไม่สามารถลงต่ำไปกว่า 100 กม./ชม.ได้ Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตกล่าวว่า “ผลลัพธ์หลังจากการทุ่มเทพัฒนาอย่างหนักนั้นมาปรากฏผลที่ Misano แต่ที่ Donington เรากลับมาเลือกใช้ยางแบบเดิมมากขึ้น โดยมีให้เลือกอย่างครบถ้วน เว้นแต่ยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา SC1 A0674 ซึ่งไม่ได้เป็นยางใหม่สำหรับทีมแข่ง เพราะเคยนำมาให้ใช้ในการแข่งปีนี้มาแล้ว เรารู้ว่าสนามแห่งนี้ดี เพราะเราเคยแข่งที่นั้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทั้งในศึก WorldSBK และในศึก British Superbike Championship ในฐานะเป็นผู้ซัพพอร์ตยางเพียงรายเดียว และเมื่อปีที่แล้วเราก็ประสบความสำเร็จกับยางสูตรซอฟต์ที่สุดที่เคยมีมา และถ้าอุณหภูมิมันเอื้ออำนวยแล้วล่ะก็ SCX จะเป็นยางที่ได้รับความนิยมและถูกเลือกใช้เป็นยางหลังมากที่สุดอย่างแร่นอน ส่วน SC0 ก็ยังคงจะเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้อยู่” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก