
Honda BRIC Superbike 2025 พานักบิดคว้าโพเดี้ยม 2 รุ่นท็อปในรายการแข่งขัน ประกอบไปด้วยด้วยเจ้ามิกซ์ ข้าวกล้อง พร้อมผลงานน้อง ๆ ทีมฮอนด้ามากมาย
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda BRIC Superbike 2025 พานักบิดคว้าโพเดี้ยม 2 รุ่นท็อปในรายการแข่งขัน ประกอบไปด้วยด้วยเจ้ามิกซ์ ข้าวกล้อง พร้อมผลงานน้อง ๆ ทีมฮอนด้ามากมาย

Triumph SuperBikeMag Trackday 2025 โชว์ความเหนือไม่ธรรมดา ซิ่วชัยนอกคลาสในงาน SuperBikeMag Trackday 2025 ที่สนามพีระ พัทยา

Jorge Martin เผยสามนักบิดมีส่วนทำให้แกร่งขึ้น Jorge Martin แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาเผยถึงสามนักแข่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เจ้าตัวแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถเค้นฟอร์มเก่ง แล้วทะยานไปสู่ตำแหน่งแชมป์ MotoGP ฤดูกาล 2024 ‘มาร์ติเนเตอร์’ ได้ออกมาให้เครดิตแก่นักแข่งสามคนที่เป็นคู่แข่งในศึกชิงแชมป์ MotoGP ในฤดูกาลที่ผ่านมาที่ทำให้เจ้าตัว ‘เป็นนักแข่งที่แกร่งขึ้น’ ระหว่างเส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์โลกปี 2024 ซึ่งการคว้าแชมป์ในหนนี้ เป็นการได้แชมป์ในการแข่งขันคลาสสูงสุดครั้งแรกของเจ้าตัวโดยอดีตนักแข่งทีม Pramac สามารถคว้าแชมป์ได้เหนือคู่แข่งด้วยคะแนนนำ 10 แต้ม 5 อันดับแรกของการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2024 อันดับ นักแข่ง ทีม คะแนน 1 Jorge Martín Prima Pramac Racing 508 คะแนน 2 Francesco Bagnaia Ducati Lenovo Team 498 คะแนน 3 Marc Márquez Gresini Racing MotoGP 392 คะแนน 4 Enea Bastianini Ducati Lenovo Team 386 คะแนน 5 Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 217 คะแนน เป้กโก้ บัญญาย่า, มาร์ก มาร์เกซ และ อิเนีย บาสเตียนินี่ สามนักแข่งที่มาร์ตินออกมาเผยว่า เป็นส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์รายการ MotoGP เป็นหนแรกของเจ้าตัว “เป้กโก้, มาร์ก และอิเนีย ทั้งสามคนทำให้ผมเป็นนักแข่งที่เก่งขึ้น พวกเราทำให้ผมต้องทุ่มเททุกอย่างที่มี เมื่อไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ก็จะมีอีกคนที่ผมต้องเอาชนะให้ได้ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นอยู่ตลอด “มันเป็นตำแหน่งแชมป์ที่สามารถคว้าชัยมาได้อย่างยากลำบาก เราสามารถสร้างสถิติเก็บคะแนนเป็นประวัติศาสตร์ (สามารถคว้าแชมป์ด้วยคะแนน 508 คะแนน) ซึ่งผมสามารถบอกได้เลยว่าความเข้มข้นของการแข่งขันนั้นสูงมาก การที่ผมสามารถเอาชนะพวกเขาได้เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก” การแข่งขันในฤดูกาลหน้า แชมป์โลกคนปัจจุบันได้ย้ายต้นสังกัดไปอยู่กับ Aprilia Racing ในการป้องกันแชมป์ในปี 2025 ซึ่งการเปิดตัวทีมแข่งในฤดูกาล 2025 อย่างเป็นทางการของทีม Aprilia Racing จะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคม 2025 ซึ่งคาดการณ์ว่านักแข่งชาวสเปนรายนี้อาจเปลี่ยนหมายเลขจาก #89 เป็นหมายเลข #1 พร้อมเปิดตัวทีมเมทอย่าง มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดชาวอิตาเลียน ที่ย้ายมาจากทีม VR46 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Gigi Dall’Igna พันธมิตรสำคัญสำหรับนักแข่ง Ducati Gigi Dall’Igna (จิจี้ ดัลลิญญ่า) ผู้จัดการทีมของ Ducati ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จต่าง ๆ ของทีมในช่วงหลังมานี้ ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการสร้าง Ducati รูปแบบใหม่ให้กลายเป็นทีมที่มีโอกาสขึ้นโพเดียม และชนะการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะกลายร่างแบรนด์นี้ให้กลายเป็นทีมที่ทรงพลังที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ในการแข่งขัน MotoGP Ducati สามารถคว้าแชมป์ได้ติดต่อกันสามฤดูกาลที่ผ่านมา และในปี 2024 ยังครองความเป็นผู้นำอย่างเหนือชั้นด้วยการชนะ 19 จาก 20 การแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ซึ่งอเล็กซ์ มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Gresini Racing ได้ออกมาให้เหตุผลว่าทำไม ‘จีจี้’ ถึงเป็นพันธมิตรที่สำคัญสำหรับนักแข่ง “เขา (จีจี้) ใส่ใจในทุกเรื่อง อีกทั้งยังมอบความมั่นใจอย่างมากให้กับเรา เขาเป็นผู้สนับสนุนที่ตรงไปตรงมาเป็นอย่างมากสำหรับนักแข่ง อีกทั้งยังเป็นผู้ช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าปัญหาจะเล็กแค่ไหน เขาก็ใส่ใจ และพร้อมให้การช่วยเหลือ “พวกเขาไม่ได้มาบอกว่าคุณต้องทำอะไร แต่เขาจะคอยให้ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าใจว่าเทคนิคอะไรบ้างที่จะสามารถใช้แล้วได้ผล จากนั้นก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละคน และทีมหัวหน้าช่างของพวกเขาที่จะต้องตัดสินใจในแนวทางของตัวเอง” จำนวนรถในกริดที่ลดลง ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า จำนวนรถ Ducati ในกริดจะมีจำนวนลดลงจาก 8 คันเหลือ 6 คันเท่านั้น หลังจากที่ทาง Pramac ย้ายค่ายไปใช้รถจากทางค่าย Yamaha ในปีหน้า โดยจำนวนรถในกริดที่ลดลง จีจี้มองว่าไม่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับ Ducati แต่สิ่งที่ท้าทายกว่าคือไลน์อัพนักบิดจากทีมคู่แข่ง ซึ่งจะมี GP25 แบบเดียวกับทีมโรงงาน 3 คันเท่านั้นสำหรับ ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า และมาร์ก มาร์เกซ สองหนุ่มทางจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo Team และ ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ จากทีม VR46 และ GP24 จำนวน 3 คัน สำหรับสองนักบิดอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ และ เฟอร์มิน อัลเดเกร์ จากทีม Gresini และ ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี จากทีม VR46 Ducati Lenovo Team จะลงสนามทำการทดสอบรถที่ใช้ในการแข่งขันฤดูกาลหน้าอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Ducati Lenovo Team ในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาพูดถึงทีมเก่าของเขาอย่าง “Gresini Racing” ที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกถึงอารมณ์ความหลงไหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง และเปรียบบรรยากาศภายในทีมเหมือนกับตอนที่ตนแข่งขันอยู่ใน Moto2 บรรยากาศในทีมแสนอบอุ่น “ที่นี่มีบรรยากาศสบาย ๆ อีกทั้งยังมีความเป็นกันเองอย่างมาก ทุกอย่างมันชวนให้ผมนึกถึงตอนแข่งขันอยู่ที่ Moto2 ที่ผมสามารถพูดคุยกับหัวหน้าทีมได้โดยตรง เช่น ผมสามารถเข้าไปพูดคุยกับนาเดีย ปาโดวานี่ (เจ้าของทีม Gresini Racing) และบอกเธอว่าผมมีความคิดกับบางเรื่องแบบนี้ เธอก็มักจะ ‘โอเค เราทำแบบนั้นได้’ และเธอไม่ปิดกั้นความคิดผม” “การอยู่ในทีมแซทเทิลไลท์ (ทีม Gresini Racing) มันทำให้ผมรู้สึกถึงความหลงใหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ผมขี่ให้กับทีม Honda ผมมีเพื่อน และทีมงานที่ดีมากอยู่ที่นั่น แต่แล้วความจริงคือ การที่เราขี่อยู่ทีมโรงงานทุกอย่างในนั้นจะดูจริงจังไปหมด” คว้าชัยโพเดียมอีกครั้งในรอบ 1,043 วัน ในช่วงที่เป็นนักบิดให้กับทีมรองอย่าง Gresini Racing เจ้าตัวสามารถเก็บชัยชนะอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Grandpix ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะครั้งแรกของเจ้าตัวนับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งสามารถเก็บชัยชนะได้ 3 สนาม ในฤดูกาลที่ผ่านมา ได้แก่ สนามอารากอนประเทศสเปน, สนามมิซาโน่ ประเทศอิตาลี และสนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งความสำเร็จทั้งสามครั้งดังกล่าวเป็นความสำเร็จสำคัญที่ช่วยฟื้นความมั่นใจของเจ้าตัวหลังจากที่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับทีม Honda ในช่วงท้าย โดยนักบิดสายเลือดกระทิงดุรายนี้จะกลับมาวาดลวดลายบนสนามอีกครั้งในรอบซ้อม ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 แฟน ๆ ของ MM93 รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha V4 2025 (อาจ) มาทดสอบแน่ต้นปีหน้า Yamaha V4 2025 เครื่องยนต์ใหม่ที่ทางค่ายส้อมเสียงจะนำมาใช้ในการแข่งขัน MotoGP อาจเปิดตัวลงทดสอบ Sepang Shakedown ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ยามาฮ่ายังคงเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งในปัจจุบันยังคงหลงใหลในมนต์เสน่ห์กลิ่นอายของเครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียง (Inline-Four) โดยแนวคิดเครื่องยนต์ V4 ตัวใหม่ของแบรนด์ญี่ปุ่นนี้แม้ว่าจะมีความคืบหน้าโปรเจคอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีรายละเอียดในบางอย่างที่ยังคงต้องปรับแก้จึงทำให้ไม่สามารถเปิดตัวได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การทดสอบที่จัดขึ้นโดย KTM ที่สนามเฆเรซ (Jerez) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่าเครื่องยนต์ V4 ใหม่ของยามาฮ่าอาจจะเปิดตัวในช่วงเดียวกัน อย่างไรก็ตาม อเล็กซ์ รินส์ (Alex Rins) นักบิดจากทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ซึ่งยืนยันว่าแผนในการเปิดตัวเครื่องยนต์ดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ก็ยอมรับในพอดแคสต์ “Por Orejas” ของ Motorsport Network ว่าเครื่องยนต์ยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดตัวในช่วงนั้น อาจเปิดตัวเครื่องใหม่ที่สนามมาเลเซีย ซึ่งก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าในการทดสอบ Shakedown ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพราะทางยามาฮ่าไม่มีแผนที่จะทำการทดสอบเพิ่มเติมใด ๆ อีกแล้วในปี 2024 ซึ่งทำให้เกิดการคาดการณ์มากขึ้นว่าการเปิดตัวเครื่องยนต์ V4 ที่เซปัง (Sepang) อาจเกิดขึ้นจริง ตามรายงานของ Autosport เดิมทีมีแผนให้อันเดรีย โดวิซิโอโซ (Andrea Dovizioso) เป็นผู้ทดลองใช้เครื่องยนต์ V4 ใหม่นี้เป็นครั้งแรก แต่เมื่อการทดสอบถูกยกเลิก การทดสอบครั้งล่าสุดที่กำลังจะมาถึงน่าจะตกเป็นของนักทดสอบคนใหม่อย่าง ออกุสโต้ เฟอร์นันเดซ (Augusto Fernandez) แทน สี่สูบเรียงอาจไปต่อไม่ไหว แม้ว่าฟาบิโอ กวาร์ตาราโร (Fabio Quartararo) และยามาฮ่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ที่ไม่ใช่ Ducati ซึ่งสามารถคว้าแชมป์ MotoGP ได้ในปี 2021 แต่ความสามารถในการแข่งขันของยามาฮ่ากลับลดลงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2022 จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ยามาฮ่าเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญ คือการตั้งค่าเครื่องยนต์ โดยในขณะที่ Ducati, Aprilia และ KTM ต่างใช้เครื่องยนต์แบบ V4 ซึ่งมีผลงานดีกว่า Yamaha อยู่หลายเท่าตัว ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้ยามาฮ่าตัดสินใจปรับเปลี่ยนทีมงานโดยมีการดึงวิศวกร และช่างเทคนิคจำนวนมากเข้ามาเสริมทีม ซึ่งบางส่วนย้ายมาจากดูคาติ นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังได้จ้างที่ปรึกษาด้านเครื่องยนต์จาก Formula 1 คือ ลูก้า มาร์มอรินี (Luca Marmorini) ซึ่งเคยทำงานกับ Aprilia เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ ในช่วงแรกมีการคาดการณ์ว่าเครื่องยนต์ V4 ใหม่ของยามาฮ่าจะเปิดตัวในสนามแข่งช่วงกลางฤดูกาล 2025 แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยกระบวนการพัฒนาเครื่องยนต์ที่รวดเร็วขึ้น ทำให้ระยะเวลาดังกล่าวถูกย่นลง อาจใช้ V4 ลงแข่งขันในปี 2027 เครื่องยนต์ V4 ใหม่จากค่ายส้อมเสียงมีความเป็นไปได้ที่จะถูกนำมาใช้แข่งขันอย่างเป็นทางการ ในการแข่ง MotoGP ฤดูกาล 2027 ที่ในฤดูกาลดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนกฎใหม่ที่ต้องลดขนาดเครื่องยนต์ลงเหลือเพียง 850 ซีซี “ในความคิดเห็นของเรา คิดว่าเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงยังมีศักยภาพอีกมากมายที่ต้องพัฒนา และปรับปรุง แต่ในเมื่อคู่แข่งทั้งหมดของเราตอนนี้ใช้เครื่องยนต์ V4 และเราได้มองถึงกฎกติกาของการแข่งขันรายการ MotoGP ในปี 2027 เราจึงเริ่มพัฒนาเครื่องยนต์ V4” “ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ในปี 2027 มันก็ยังอีกไกลสำหรับเรา เราจึงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ V4 ตั้งแต่ตอนนี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เห็นเครื่องยนต์นี้ลงแข่งขันเมื่อไหร่ แต่สำหรับการทดสอบในสนามคงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมแล้ว” – ลิน จาร์วิส เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการที่ Yamaha ถึงเวลาพัฒนาเครื่องยนต์ V4 การทดสอบ Shakedown Test ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย จะเริ่มทำการทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 (นักแข่งฟูลซีชั่นที่ไม่ได้ขับในฤดูกาล 2025 เป็นปีแรกจะไม่สามารถลงทดสอบได้) และการทดสอบอย่างเป็นทางการจะอยู่ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

Johann Zarco นักแข่งอายุมากที่สุดใน MotoGP 2025 Johann Zarco นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสจากทีม LCR Honda ที่ในการแข่งขันฤดูกาลหน้าเจ้าตัวจะได้รับตำแหน่งนักแข่งที่มีอายุมากที่สุดในการแข่งขันด้วยวัย 34 ปี แทนที่ของ Aleix Espargaro ที่ได้ประกาศยุติบทบาทนักแข่งไปหลังจบฤดูกาล 2024 ซาร์โก้กับผลงานที่ยอดเยี่ยมของเจ้าตัวด้วยชัยชนะในกรังด์ปรีซ์ 17 ครั้งในทุกรุ่น และแชมป์โลก Moto2 จำนวน 2 สมัย ซาร์โกจึงถือเป็นหนึ่งในนักแข่งชาวฝรั่งเศสที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันกรังด์ปรีซ์ เต็มไปด้วยประสบการณ์ “มันเป็นความจริงที่ว่าผมจะเป็นนักแข่งที่อายุมากที่สุด ผมคิดว่าคนถัดไปก็น่าจะเป็น มาร์ก และความรู้สึกแบบนี้กับนักแข่งหน้าใหม่ ที่พวกเขาส่วนใหญ่อายุประมาณ 20 หรือ 22 ปี สำหรับผมแล้ว มันเหมือนเป็นแรงจูงใจพิเศษที่ทำให้ผมพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อให้รู้สึกสดชื่นและพร้อมสู้กับพวกเขา แต่อย่างไรก็ตาม ผมรู้ดีว่าประสบการณ์ของผมสามารถชดเชยหลายๆ อย่างได้” ซาร์โก้ได้ออกมาเผยถึงความรู้สึกที่เจ้าตัวนั้นเป็นนักแข่งที่มีอายุมากที่สุดในการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในฤดูกาลหน้า เส้นทาง MotoGP ซาร์โก้เริ่มเข้าแข่งขันในรายการ MotoGP ในปี 2017 กับทีม Monster Yamaha Tech3 ซึ่งเป็นทีมแซทเทิลไลท์ของยามาฮ่า โดยในการแข่งขันฤดูกาลดังกล่าว เจ้าตัวสามารถคว้ารางวัล “Rookie of the Year” และทำได้ถึง 3 โพเดียม (ขึ้นโพเดียมในอันดับ 2 ที่ฝรั่งเศสและมาเลเซีย และอันดับ 3 ที่บาเลนเซีย) ก่อนที่จะย้ายไปสู่ทีม Red Bull KTM Factory Racing ในปี 2019, Avintia Esponsorama Racing ในปี 2020, Pramac Racing ในปี 2021 และทีม LCR Honda ในปัจจุบัน ความสำเร็จของโยฮัน ซาร์โก นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขัน MotoGP ครั้งแรกในปี 2023 ที่ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะย้ายจากทีม Pramac ไปยังทีม LCR แต่ผลงานของเขาในการแข่ง MotoGP 2024 อาจจะดูไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่ เพราะด้วยเรื่องของสมรรถนะของรถ Honda RC213V ที่อาจจะยังมีความเป็นรองกับคู่แข่งอย่าง Ducati “จากปี 2017 ถึง 2023 มันใช้เวลานานมาก พวกเราคิดว่าชัยชนะอาจจะไม่มีวันมาถึง ดังนั้นเมื่อผมชนะการแข่งขัน เราก็พูดได้ว่ามันเหมือนกับการปลดปล่อยความกดดันที่สะสมมานาน” โดยซาร์โก จะยังคงเป็นนักบิดให้กับทีม LCR Honda Team เป็นฤดูกาลที่สองในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 โดยมีเพื่อนร่วมทีมคนใหม่อย่าง ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดสัญชาติไทยคนแรกที่ได้เลื่อนขึ้นมาสู่คลาสพรีเมียร์ในการแข่งขันรายการ MotoGP ลำดับอายุนักแข่ง MotoGP 2025 ชื่อนักแข่ง ทีม อายุ Johann Zarco LCR Honda 34 ปี Marc Marquez Ducati Lenovo Team 31 ปี Franco Morbidelli Pertamina Enduro VR46 Racing Team 30 ปี Miguel Oliveira Prima Pramac Yamaha 29 ปี Maverick Viñales Red Bull KTM Tech3 29 ปี Jack Miller Prima Pramac Yamaha 29 ปี Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 29 ปี Alex Rins Monster Energy Yamaha MotoGP™ 29 ปี

Honda Asia Talent Cup 2025 เผยตารางแข่งแล้ว มาแล้ว!! สำหรับตารางแข่งขันรายการ 2025 Idemitsu Asia Talent Cup หรือ ATC ประจำปี 2025 รายการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาและพัฒนานักบิดเยาวชนอายุน้อยจากทั่วเอเชียสู่เวทีระดับโลก ซึ่งในฤดูกาล 2025 นี้ประเทศไทยบ้านเราจะเป็นเจ้าภาพแข่งขันสนามแรกในวันที่ 28 ก.พ. – 2 มี.ค. 68 นี้ เส้นทางสู่ความฝันของนักบิดเยาวชน Honda Asia Talent Cup หรือ ATC คือเวทีที่ช่วยค้นหาและพัฒนานักบิดเยาวชนอายุน้อยจากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ซึ่งการแข่งขันนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีทดสอบทักษะการขับขี่เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างพื้นฐานด้านความรู้เกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ตไม่ว่าจะเป็นทักษะการวางแผน เทคนิคการขับขี่ การเซ็ตอัพรถและการฝึกฝนความมีวินัยในสนามแข่งขัน ซึ่งนักบิดที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันนี้จะได้ฝึกซ้อมและแข่งขันในสนามแข่งระดับมาตรฐานโลก โดยมีโค้ชและที่ปรึกษาระดับมืออาชีพดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้นักบิดได้พัฒนาฝีมือในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับตารางแข่งขัน Idemitsu Asia Talent Cup 2025 นักแข่ง 20 คน จาก 10 ประเทศ นักแข่ง 20 คนจาก 10 ประเทศ เตรียมลงแข่งขันในรายการouh โดยในจำนวนนั้นมีนักแข่งที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันมาแล้ว 7 คน และนักแข่งหน้าใหม่อีก 13 คนที่ได้รับคัดเลือกจากงานคัดเลือก (Selection Event) นักแข่งที่น่าจับตามอง ได้แก่ เรียวตะ โอกิวาระ (Ryota Ogiwara) และ เซริว อิเคกามิ (Seiryu Ikegami) ซึ่งเคยทำผลงานจบในอันดับที่ 2 และ 5 ตามลำดับในปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองคนนี้จะเป็นตัวเต็งสำคัญที่อาจสร้างแรงกดดันให้กับนักแข่งหน้าใหม่ในการไล่ล่าแชมป์ในฤดูกาลใหม่ นักแข่งในรายการปี 2025 มาจากประเทศต่าง ๆ ทั้ง ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลี จีน อินเดีย ออสเตรเลีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งทำให้การแข่งขันมีความหลากหลายและน่าสนใจอย่างยิ่งในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง รวมถึงนักแข่งชาวไทยในรายการนี้ น้องออสติน ธนฉรรต ประทุมทอง น้องธีรินทร์ Jacob Fleming น้องนฤพงศ์ สำหรับฤดูกาล 2025 ประกอบด้วย 6 สนามแข่งขัน รวม 12 เรซ โดยจะเริ่มต้นด้วยการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ที่ประเทศไทย ก่อนที่การแข่งขันรอบแรกจะเริ่มขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม ที่สนาม ช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากนั้น การแข่งขันจะย้ายไปที่ประเทศกาตาร์ในเดือนเมษายน ก่อนที่จะเดินทางไปที่สนาม เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในช่วงกลางปี โดยจัดร่วมกับการแข่งขัน Malaysian Superbike Championship (SBK) จากนั้น ฤดูกาลจะปิดฉากที่ ประเทศญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งจะเป็นสนามสุดท้ายที่จัดขึ้นพร้อมกับการแข่งขัน MotoGP เตรียมพบกับฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจและการต่อสู้ของนักแข่งรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นเพื่อก้าวไปสู่การเป็นนักบิดใน MotoGP รุ่นต่อไป พร้อมสร้างความประทับใจให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก ติดตามรายชื่อนักแข่งปี 2025 อย่างเป็นทางการ และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ต! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoGP 2026 ยืนยันแข่งขันสนามบราซิล MotoGP 2026 ยืนยันกลับไปแข่งขันที่สนามประเทศบราซิล โดยเป็นการกลับไปแข่งขันในสนามที่ประเทศนี้อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2004 จัดแข่งขันที่บราซิล การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบนี้จะกลับมาจัดการแข่งขันที่บราซิลในปี 2026 ด้วยข้อตกลงใหม่ที่ลงนามระหว่างผู้ถือสิทธิ์ MotoGP อย่าง Dorna ร่วมกับรัฐบาลรัฐโกยาส (Goias) และบริษัท Brasil Motorsport รัฐโกยาส ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันตกตอนกลางของบราซิล โดยเมืองหลวงของรัฐนี้คือเมืองโกยาเนีย (Goiania) จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการใหม่ในบราซิลตั้งแต่ปี 2026 โดยมีสัญญาระยะเวลา 5 ปี ที่จะทำให้การแข่งขันดำเนินไปจนถึงอย่างน้อยปี 2030 “พวกเรารอคอยอย่างยิ่งที่จะได้กลับไปที่บราซิล เรามีฐานแฟนคลับที่ดี และทราบดีว่าพวกเขาตื่นเต้นกับข่าวนี้ เช่นเดียวกับพวกเราที่กระตือรือร้นที่จะกลับไปแข่งให้พวกเขาได้ชมอีกครั้ง ข้อตกลงใหม่นี้ยังเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการขยายตลาดในพื้นที่สำคัญสำหรับกีฬาของเราและผู้ผลิตของเรา” “บราซิลเป็นผู้เล่นระดับโลก และเป็นสถานที่ที่เราเชื่อมาโดยตลอดว่าสมควรมีพื้นที่ในปฏิทินการแข่งขันของเรา การได้ร่วมงานกับรัฐบาลรัฐโกยาสและบริษัท Brasil Motorsport ซึ่งมีผลงานที่น่าประทับใจและเป็นที่ยอมรับ ถือเป็นโอกาสที่เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เข้าร่วม” คาร์เมโล เอซเปเลตา (Carmelo Ezpeleta) CEO ของ Dorna Sports กล่าวถึงการที่จะได้ไปจัดการแข่งขันที่ประเทศบราซิล “การกลับมาของ MotoGP สู่โกยาสถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำหรับพวกเรา โกยาเนีย (Goiania) จะเป็นบ้านของ MotoGP ในบราซิลในช่วง 5 ปีข้างหน้า เรากำลังทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าโครงสร้างพื้นฐานและบริการต่างๆ จะมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับนักแข่ง ทีมงาน และแฟน ๆ ทุกคน” – โรนัลโด ไคอาโด (Ronaldo Caiado) ผู้ว่าการรัฐโกยาส กล่าวถึงการที่ MotoGP มาจัดการแข่งที่ประเทศบราซิล กลับมาจัดแข่งขันอีกครั้งนับตั้งแต่ 2004 การแข่งขันรายการนี้เคยมีการจัดการแข่งขันในประเทศบราซิลมาแล้วหลายครั้งในอดีต โดยเริ่มต้นในปี 1987 ที่สนาม Autódromo Internacional de Goiânia และต่อมาในปี 1992 ที่สนาม Interlagos จากนั้นระหว่างปี 1995 ถึง 2004 การแข่งขันจัดขึ้นที่สนาม Grande Prêmio do Rio de Janeiro de Motovelocidade ในเมืองริโอ เดอ จาเนโร และนับตั้งแต่ปี 2004 บราซิลก็ไม่ได้เข้าร่วมเป็นสนามจัดการแข่งขันอีก จนกระทั่งในปี 2019 มีการประกาศว่าสนาม Rio Motorpark ในเมืองริโอ เดอ จาเนโร จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP ตั้งแต่ปี 2022 ถึง 2026 แต่เนื่องจากความล่าช้าในการก่อสร้างและปัญหาอื่น ๆ ทำให้แผนดังกล่าวไม่เป็นไปตามกำหนดการเดิม โปรแกรมการแข่งขันฤดูกาล 2025 การแข่งขัน MotoGP 2025 ประเทศไทยได้รับเกียรติในการเป็นสนามเปิดการแข่งขัน โดยจะเริ่มแข่งขันสนามแรกรายการ ‘PT Grand Prix of Thailand 2025’ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 และจะเริ่มเปิดขายบัตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มกราคม 2568 แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Francesco Bagnaia เผยสิ่งที่ควรปรับใน MotoGP ฤดูกาลหน้า Francesco Bagnaia นักบิดสัญชาติอิตาลีจากทีม Ducati Lenovo Team ได้ออกมาพูดถึงจุดที่ตนผิดพลาดจนทำให้พลาดในการป้องกันแชมป์โลกสมัยล่าสุดไปอย่างน่าเสียดาย พลาดบ่อย จนพลาดแชมป์ แม้ว่าในฤดูกาล 2024 เจ้าตัวจะสามารถฝ่าธงหมากรุกคว้าอันดับหนึ่งได้ถึง 10 สนาม แต่เปกโก้ ได้ชี้ถึงจุดสำคัญที่เขาจำเป็นต้องปรับปรุงในการแข่งขันฤดูกาลหน้าเพื่อทวงตำแหน่งแชมป์ MotoGP คืน โดยการแข่งขันฤดูกาลที่แล้วเปกโก้ไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ และเสียแชมป์ให้กับ ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ จากทีม Prima Pramac Racing ไปในที่สุด ซึ่งเปกโก้ก็ทราบดีว่าเจ้าตัวนั้นผิดพลาดตรงไหน และต้องการจะแก้ไขเรื่องเหล่านี้ในการแข่งขันฤดูกาลหน้า “ในบางสถานการณ์ ผมมักจะพยายามคว้าชัยชนะเสมอ อย่างที่เห็นในสนามมาเลเซีย มิซาโน และซิลเวอร์สโตน ซึ่งผมล้มเพราะไม่พอใจที่จะจบในตำแหน่งรอง” แชมป์โลกสองสมัยได้กล่าว “มันไม่ใช่ธรรมชาติของผมที่จะพอใจกับอะไรแบบนั้น ผมมักจะพยายามไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะผมเชื่อแบบนั้นเสมอ” “แต่บางครั้งการยอมถอยสักนิดก็สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ และในปีนี้ แค่พลาดน้อยลงอีกนิดก็อาจเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์สุดท้ายได้ แต่คุณก็ต้องเจ็บปวดและล้มลงบ้าง เพื่อให้ได้บทเรียนสำคัญ” เสียใจเมื่อเห็น Verstappen รักษาแชมป์ F1 ได้ Max Verstappen นักแข่ง F1 จากทีม Red Bull Racing ที่สามารถป้องกันแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 4 ของเจ้าตัว ซึ่งเปกโก้ออกมายอมรับว่าเขาติดตามนักแข่ง F1 รายนี้ และคิดว่าจะสามารถป้องกันแชมป์แบบเขาได้ “ผมแค่คิดว่าผมเองก็สามารถเป็นแชมป์โลก 4 สมัยได้เหมือนกัน และนั่นทำให้ผมหวนกลับมารู้สึกถึงความพ่ายแพ้อีกครั้ง” “การล้มหรือการเผชิญกับความโชคร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าไม่ได้ช่วยเราเลย แต่ในบางสถานการณ์ การพ่ายแพ้ถือเป็นบทเรียน และเรารู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีก ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่ยากที่สุดคือช่วงที่ผมเห็น Verstappen คว้าแชมป์โลก เพราะมันเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ของเขา” “ผมมีความสุขมากกับทีมของผมและ Ducati โดยรวม การพ่ายแพ้ในบางสถานการณ์ก็ช่วยให้เราได้รับประโยชน์ในแง่อื่นๆ เช่น หากผมคว้าแชมป์ได้ คุณจะไม่ได้เห็นสปิริตแห่งความเป็นนักกีฬาที่ Ducati แสดงให้เห็นมาตลอด ซึ่งเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” “ไม่ว่าจะดีหรือร้าย คุณก็ควรพยายามมองหาสิ่งดีๆ เสมอ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

แสตมป์ อภิวัฒน์ ซัดคันเร่งฝ่าธงหมากรุกคว้าชัยในการแข่งขัน Asia Road Racing Championship 2024 รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี

Ducati Lenovo เผย ดึงมาร์กเข้าทีม คือความสบายใจ Ducati Lenovo Team ทีมโรงงานยักษ์ใหญ่ในการแข่งขันรายการ MotoGP จากดูคาติ ได้ออกมาเผยว่าการดึงมาร์ก มาร์เกซ นักบิดเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ที่ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า เจ้าตัวได้ย้ายเข้าร่วมทีมโรงงานของ ‘ดูคาติ’ จับคู่กับทีมเมทเจ้าของแชมป์โลกสองสมัยอย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ‘เป็นความสบายใจ’ ที่ได้ตัวเขามาร่วมเป็นทีม แม้จะต้องเสีย ฆอร์เก้ มาร์ติน ที่ย้ายไปร่วมทีมโรงงานของ Aprilia อิเนีย บาสเตียนินี่ ที่ย้ายไปร่วมทีม KTM Tech3 แต่ทางทีมก็คาดหวังว่ามาร์กจะนำความสำเร็จมาให้กับทีมโรงงานในอนาคต มาร์กลงทดสอบ ‘ตัวขี่คันใหม่’ เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยได้ทำการทดสอบคู่หูคันใหม่เป็นที่เรียบร้อย ในบาร์เซโลน่าเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมาร์กได้บอกกับ เมาโร กราสซิลลี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของดูคาติ ว่าเขาชื่นชอบรถคันนี้ โดยผลการวิ่งทดสอบของมาร์กกับรถคันใหม่ เจ้าตัวสามารถทำเวลาเร็วได้เป็นอันดับที่ 4 อยู่ที่ 01:39.4540 นาที ตามหลังทีมเมทคนใหม่ที่จบในอันดับสามด้วยเวลา 01:39.3980 นาที กราสซิลลี ถึงมาร์เกซ ผู้อำนวยการกีฬาของดูคาติได้ออกมาเผยความรู้สึกถึง มาร์ก มาร์เกซ ที่จะเข้ามาขี่ทีมโรงงาน “ผมไม่ใช่ช่างเทคนิค แต่เป้าหมายของวันนั้นคือการรับฟังความรู้สึกแรกของเขา “เมื่อเขาเข้ามาในพิต สิ่งแรกที่เขาพูดคือ: ‘ผมชอบรถคันนี้’ สำหรับผม นั่นคือความโล่งใจ” “ตั้งแต่แรกเราได้ทำงานเพื่อให้เขาอยู่ในทีม ผ่านการเจรจากับผู้จัดการของเขา เพื่อให้สามารถตกลงในหลายๆ เรื่อง เช่น สปอนเซอร์ “การได้เห็นผลลัพธ์จากการทำงานที่เริ่มต้นเมื่อหลายเดือนก่อนเป็นความรู้สึกที่พิเศษ การได้เห็นเขาในสนามแข่งและได้เห็นเขาในพิตของเราคือความรู้สึกที่งดงาม” คู่หูคู่ใหม่ พร้อมนำความสำเร็จสู่ทีมโรงงาน มาร์ก มาร์เกซ จะจับคู่กับเป้กโก้ บัญญาย่า ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า แน่นอนว่าทั้งคู่ต่างมีกดีกรี พร้อมความทะเยอทะยานในการคว้าแชมป์โลก ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ทีมโรงงานต้องเผชิญกับความกดดันเพิ่มเติมในการคุมทั้งสองคน แต่เมื่อทั้งคู่ได้พบกันก็ต่างแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างราบรื่น “ผมเห็นพวกเขาคุยกัน ผมเห็นว่าพวกเขาแบ่งปันความรู้สึกต่อกัน และพวกเขามีความรู้สึกเหมือนกันเกี่ยวกับรถแข่ง” “พวกเขาเป็นมืออาชีพทั้งคู่ แม้มันจะแปลกที่ต้องพูดว่าเรารู้อยู่แล้ว แต่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องการ เราต้องการให้นักแข่งทั้งสองคนช่วยกันพัฒนารถแข่งและทำให้ทีมมีความเป็นหนึ่งเดียว “จากนั้น การได้เห็นพวกเขาคุยกันในวันแรก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราจะมองข้ามได้ แต่การเห็นพวกเขาคุยกัน แบ่งปันความคิดเห็น และมีความคิดเกี่ยวกับรถแข่งที่ตรงกันในแบบที่ชัดเจน ถือเป็นการยืนยันแรกของงานที่เรากำลังเริ่มต้นทำ “เมื่อคนสำคัญที่สุดสองคนในทีม ซึ่งก็คือนักแข่ง มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เรากำลังมองหา ผมมั่นใจว่า แม้จะไม่ง่ายเสมอไป แต่มันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีในปีหน้า” โปรแกรมการทดสอบ Pre-Season MotoGP2025 ในสนามถัดไปจะทำการทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 เชคดาวน์เทส เซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fabio Quartararo กับการพัฒนารถแข่ง MotoGP ในการทดสอบที่บาร์เซโลนา Fabio Quartararo นักแข่งทีมยามาฮ่า ได้สรุปผลการทดสอบ MotoGP ที่สนามบาร์เซโลนา โดยกล่าวถึงการพัฒนาของทีมในด้านต่างๆ แม้ว่าจะยังไม่สามารถไล่ตามนักแข่งแนวหน้าได้ แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีสำหรับฤดูกาล 2024 ตัวแข่งคันใหม่ประสิทธิภาพดีขึ้น กวาร์ตาราโรเผยว่า รถใหม่จากค่ายมาพร้อมกับแชสซีรุ่นใหม่ที่นำมาทดสอบ ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพได้ดี โดยเฉพาะในจังหวะเข้าโค้งจากทางตรงไปยังการเอียงเต็มที่ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่เด่นชัดที่สุด แต่ยังต้องหาวิธีพัฒนาช่วงออกจากโค้งเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้น “เราได้พบแนวทางที่ช่วยพัฒนาในจังหวะเข้าโค้งแล้ว ตอนนี้เราต้องมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาจังหวะออกจากโค้งต่อไป” โดยในการทดสอบครั้งนี้ ยามาฮ่ายังได้ทดลองใช้เครื่องยนต์ใหม่ รวมถึงแฟริ่งด้านบน และสวิงอาร์มใหม่ แม้ว่าเป้าหมายจะไม่ได้เน้นที่การเพิ่มสมรรถนะในทันที แต่เพื่อดูว่าชิ้นส่วนเหล่านี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้หรือไม่ “เป้าหมายหลักของเราคือการประเมินว่าชิ้นส่วนใหม่ ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเดิมหรือไม่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในมาเลเซีย” นักบิดชาวฝั่งเศสกล่าวเสริม นักแข่งที่ขี่ให้กับ Yamaha ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกที่ยามาฮ่ามีนักแข่ง MotoGP สี่คนในสนาม โดยมีแจ็ค มิลเลอร์และมิเกล โอลิเวร่า เปิดตัวในทีม Prima Pramac Racing และ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ ที่จับคู่กับ อเล็กซ์ รินส์ มากับทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ซึ่งกวาร์ตาราโรมองว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก “การมีนักแข่งจากผู้ผลิตที่ต่างกัน รวมถึงวิศวกรจากทีมอื่นๆ ช่วยให้เราได้รับข้อมูลที่หลากหลาย และผมคิดว่าเราก้าวหน้าไปหลายขั้นตอนในการทดสอบวันนี้” เขากล่าว แม้จะยังต้องใช้เวลาเพื่อปรับปรุงในหลายจุด แต่กวาร์ตาราโรย้ำว่าการทดสอบครั้งนี้ให้ข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ทีมสามารถวางแผนพัฒนารถแข่งสำหรับฤดูกาลใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของยามาฮ่าในการกลับมาแข่งขันกับทีมชั้นนำของ MotoGP และแฟนๆ ของกวาร์ตาราโรคงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อเพื่อเห็นความก้าวหน้าในสนามต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ ลั่น พร้อมลุย MotoGP ฤดูกาลหน้า ก้อง สมเกียรติ นักบิดสัญชาติไทยคนแรกที่จะได้ก้าวขึ้นไปสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP กับทีม LCR Honda ในฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง นักบิดสัญชาติไทยคนแรกใน MotoGP หลังจากที่แข่งขันในระดับ Moto2 มาเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี โดยผลงานที่ดีที่สุดของก้องในการแข่งขัน Moto2 คือการปิดฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 ในฤดูกาล 2023 ซึ่งในฤดูกาลหน้าจะเข้าร่วมแข่ง MotoGP ในนามทีม ‘LCR Honda’ ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ของ ทาคาอากิ นาคากามิ ที่จะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นนักทดสอบในทีม HRC และจะจับคู่กับทีมเมทสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง ‘โยฮันน์ ซาร์โก’ “ใช่ครับ ผมรู้สึกดีใจมาก แน่นอนเลย นักแข่งไทยคนแรกใน MotoGP และยังได้ [แข่งในบ้านเกิด] เป็นสนามแรกใน MotoGP ฤดูกาลหน้า ผมดีใจมากจริง ๆ ครอบครัวผมก็ดีใจมาก เด็ก ๆ นักแข่งในประเทศไทย รวมถึง Honda Thailand ก็ดีใจที่ผมได้ก้าวขึ้นสู่ MotoGP” ฤดูกาลแรกกับภารกิจสุดท้าทาย ก้องจะเป็นหนึ่งในนักบิดสามคนหน้าใหม่ที่ขึ้นมาจาก Moto2 ในฤดูกาลหน้าร่วมกับ เฟอร์มิน อัลเดเกร์ (ขึ้นมาขี่กับทีม Grensini Racing) และ ไอ โอกุระ แชมป์คนล่าสุดในรายการ Moto2 (ขึ้นมาขี่กับทีม Trackhouse Aprilia) ซึ่งถ้าเทียบกันกับทั้งสามคน ดูเหมือนว่าก้องน่าจะต้องเจอโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายในฤดูกาลแรกไม่น้อย ม่ เนื่องจากเขาจะขี่ Honda RC213V ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่มีสมรรถนะน้อยกว่าตัวแข่งของทีมอื่น ๆ ในกริดการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมา แม้สถานการณ์จะไม่ง่าย แต่นักแข่งชาวชลบุรียังคงหวังว่าเขาจะสามารถเก็บคะแนนได้ในฤดูกาลแรกของ MotoGP หรืออาจจะสามารถจบในอันดับท็อป 10 ได้ “ใช่ครับ แน่นอนว่ามันยาก เพราะเราเห็นได้ชัดว่า Honda เจอปัญหาค่อนข้างเยอะในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่ถ้าผมได้ลงแข่ง บางทีผมอาจช่วยอะไรบางอย่างให้ทีมได้ และบางที เราอาจจะพัฒนาขึ้นมาได้บ้าง” “ปีหน้าจะเป็นการแข่งขันในปีแรกของผม [รายการ MotoGP] และเป้าหมายแรกของผมคือการเก็บแต้ม ถ้าทำได้ ผมอยากได้อันดับประมาณท็อป 10 หรืออาจจะดีกว่านั้น หรืออย่างน้อยก็ได้แต้มบ้าง ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดและทำเต็มที่ มันไม่ง่ายเลยเพราะใน MotoGP มีนักแข่งที่เร็วมาก ๆ หลายคน และการแข่งขันค่อนข้างดุเดือด” Honda RC213V คู่หูคันใหม่ นักบิดสัญชาติไทยรายนี้จะได้ขี่รถ RCV เป็นครั้งแรกในการทดสอบหลังจบฤดูกาลที่บาร์เซโลน่า ซึ่งจะเป็นการปรับตัวของก้องจากรถ Moto2 ไปสู่รถ MotoGP เมื่อพูดถึงการเตรียมตัวจาก Moto2 สู่ MotoGP สมเกียรติระบุว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่เขาต้องเรียนรู้ นอกจากนี้ เขายังมุ่งเน้นที่จะปรับตัวเพื่อให้สามารถไปกับรถระดับ MotoGP ได้ดีขึ้น “Moto2 ไป MotoGP มีความแตกต่างกันมาก เป็นคนละคลาส ความเร็วใน MotoGP มากกว่ามาก ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ซับซ้อนกว่าเยอะ ตอนที่ผมทดสอบ ผมต้องฝึกให้มาก และพยายามวิ่งให้เร็วที่สุด เพราะการแข่งขันสนามแรกก็จะเริ่มที่บุรีรัมย์ในประเทศไทย ผมจะพยายามวิ่งให้เร็ว และทำให้ดีที่สุด” “และสภาพจิตใจของผมตอนนี้ก็ดีมาก ผมพยายามทำทุกอย่างให้ชัดเจน การเริ่มต้นสิ่งใหม่ในฤดูกาลหน้าถือเป็นเรื่องใหญ่ ๆ แต่ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด” การแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาล 2025 ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพเปิดการแข่งขันสนามแรก ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568-2 มีนาคม 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ตาราง MotoGP 2026 ล่าสุด กลายเป็นปัญหาใหญ่หลังทีมงานประกาศเลื่อนสนาม Qatar GP ไปอยู่ช่วงท้ายฤดูกาลในเดือนพฤศจิกายนแทน

ทีม VR46 2026 กลายเป็นจุดสนใจหลัง Aprilia ยื่นข้อเสนอให้ทีรอสซี่ สำหรับปี 2027 ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าดีลใหม่กับ Ducati ใกล้บรรลุข้อตกลง

Jorge Martin แชมป์โลกปี 2024 มั่นใจหลังจบเทสต์บุรีรัมย์ เผยรถ Aprilia ปี 2026 ขี่พริ้วและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เลิกปัญหาฝืนขี่เหมือนในอดีต

Pecco Bagnaia หลังจบเทสต์บุรีรัมย์ 2026 มั่นใจรถแข่ง Ducati GP26 DNA ใหม่ขี่ง่ายและเข้าทางมากกว่ารถปีที่แล้ว พร้อมทวงบัลลังก์แชมป์โลก

Pedro Acosta เปิดใจหลังจบการทดสอบ MotoGP 2026 ที่บุรีรัมย์ ยอมรับความเร็ว Ducati และ Aprilia น่ากลัวจนน่ากังวล พร้อมอัปเดตรถ RC16 ล่าสุด

Fabio Quartararo สับเละรถ Yamaha V4 รุ่นใหม่ ช้ากว่าปีที่แล้วเกือบวินาที ยอมรับ MotoGP 2026 อาจต้องอยู่ท้ายแถวเพื่อรอพัฒนา

สรุปผลการทดสอบ MotoGP บุรีรัมย์วันสุดท้าย Marco Bezzecchi ทุบสถิติสนามช้างฯ พา Aprilia ยึดหัวแถว ขณะที่ Marc Marquez ล้มรอบที่ 3 จบอันดับ 3

Pecco Bagnaia ยืนยันที่สนามบุรีรัมย์ ตัดสินใจทีมใหม่ปี 2027 เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางข่าวลือปฏิเสธ Yamaha เพื่อไปร่วมทัพ Aprilia ในยุค 850cc

Augusto Fernandez นักทดสอบจากค่าย Yamaha เตรียมลงแข่งขันแทน Jonathan Rea ทีไ่ด้รับอาการบาดเจ็บจากการซ้อมที่ออสเตรเลีย

WorldSBK Australian Round 2025 ดูคาติ เหมารวดหัวแถว นิโคโล่ บูเรก้า นักบิดทัพหน้าชาวอิตาลีสังกัดทีมโรงงานดูคาติ โชว์ฮอตฟอร์มซ้อมแรกในเช้าวันศุกร์สำหรับ WorldSBK Australian Round 2025 พาตัวแข่ง Ducati Panigale V4R ทะยานไทม์แล็ป พร้อมจัด Best Record ดีสุดทั้ง 2 Sessions ขึ้นนำอันดับท็อปหัวแถวของตาราง สร้างโมเมนตั้มให้กับทีมอีกครั้ง เรียกได้ว่ากลับมาพร้อมความมั่นใจโดยเฉพาะค่ายแดงอย่างดูคาติ ที่สามารถคว้าท็อป 4 อันดับ Free Practice ด้วยตัวแข่ง V4R ตลอดทั้ง 2 Sessions นำโดยดาวรุ่งว่าที่แชมป์โลก Nicolo Bulega ทำเวลาดีสุดเกือบทุบสถิติปีก่อนด้วยเวลา 1:28.790 นาที (คนเดียวที่สามารถจบการซ้อมด้วยเวลา 1:28 ) ตามด้วยนักบิดมากฝีมืออย่าง Andrea Lannone (+ 0.367) อดีตแชมป์โลก 2 สมัย Alvaro Bautista (+0.593) และ Danilo Petrucci (+0.622) Toprak จบอันดับ 5 เกือบหลับแต่กลับมาได้ หากใครถามหาแชมป์โลกคนล่าสุดอยู่หล่ะก็ ในวันนี้ฟอร์มเจ้าตัวอาจยังไม่เข้ามือสำหรับ Toprak Razgatlioglu จบอันดับรวมที่ 5 สำหรับ Free Practice ด้วยเวลาดีสุด 1:29.599 นาที) แถมยังโชว์โลว์ไซต์ในโค้ง 4 (FP1) เรียกได้ว่า เกือบหลับแต่กลับมาได้ ส่วนทีมเมทอย่าง Micheal van der Mark จบอันดับรวมที่ 13 ไปด้วยเวลา 1:30.059 นาที Domimique Aegerter โชว์ฟอร์มดีสุดให้กับค่ายส้อมเสียง Domimique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) หนึ่งเดียวที่สามารถจบอันดับการซ้อมดีสุดจากฝั่งส้อมเสียง ด้วยอันดับ 6 (Best Lap ด้วยเวลา 1:29.739 นาทีใน FP1) ตามด้วย Andrea Locatelli เก็บท็อป 10 ด้วยเวลา 1:29.849 นาที สำหรับ Remy Gardner จบอันดับ 17 และ Tito Rabat อันดับ 19 Alex Lowes นำทัพฝั่ง Bimota ต่อด้วยทางฝั่ง Bimota ขึ้นนำโดย Alex Lowes จบอันดับรวมที่ 9 ส่วน Axel Bassani จบอันดับที่ 22 และ Ei Bocia ทำเวลา 1:29.916 นาที คว้าอันดับ 11 ไปครอง สำหรับ Garreat Gerloff นักบิดรายเดียวจาก Kawasaki ทำเวลาดีสุด 1:30.193 นาที จบอันดับที่ 15 ฮอนด้ายังต้องปรับตัว สำหรับค่ายปีกนกยังถือว่าต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Xavi Vierge ทำเวลาตามหลัง Gerloff ติด ๆ โดยเวลาห่างเพียง 0.012 นาที จบอันดับ 16 ส่วนทีมเมทอย่าง Iker Lecuona ตามหลัง Vierge อยู่สองอันดับ และปิดท้ายด้วย Tarran Mackenzie (PETRONAS MIE Racing Honda) รวมถึงรุกกี้หน้าใหม่อย่าง Zaqhwan Zaidi เก็บสองอันดับสุดท้ายในรอบการซ้อมของวันศุกร์นี้ เตรียมตัวชมการแข่งรอบ Race 1 ในวันเสาร์ได้เลย

Jonathan Rea เผยอยากคว้าแชมป์โลก WorldSBK อีกครั้ง Jonathan Rea บอกว่าการเซ็นสัญญาย้ายทีมจาก Kawasaki สู่ Yamaha นั้น “รู้สึกแปลก ๆ” แต่ทว่าการคว้าแชมป์โลกในสมัยที่ 7 นั้น คือสิ่งอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจย้ายทีมของเขา ถึงแม้ว่าความสำเร็จของ Rea ในคาวาซากิยังคงดำเนินต่อไป จากชัยชนะในการแข่งขันปี 2022 และปี 2023 แต่แชมป์โลก 6 สมัยก็เลือกที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยามาฮ่าแทน Toprak Razgatlioglu นั่นเอง โดยทีม ดูคาติ ถือว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในฤดูกาลที่ผ่านมา และเห็นได้ชัดว่า ยามาฮ่า นั้นเป็นรองถึงแม้ โทปรัค จะสร้างความแตกต่างได้ในบางครั้งก็ตาม และเมื่อพูดถึงสารคดีเรื่อง “Unrepeatable” ที่มีเนื้อหากล่าวถึงความสำเร็จในการคว้าแชมป์โลกของเขา ก่อนเซ็นสัญญาย้ายมาซบทีม Yamaha ในปัจจุบัน Rea ยังกล่าวอีกว่า ภายในทีมค่อนข้างเคารพการตัดสินใจของเขา “ผมชัดเจนกับทีมงานตั้งแต่ต้นฤดูกาลว่าปีนี้ อาจจะเป็นปีสุดท้ายของเขาใน WorldSBK” “ผมคิดว่าจะเกษียนตัวเองในฐานะนักแข่ง แต่ทว่าเมื่อได้ขี่รถแล้วยังมีความรู้สึกว่าตนเองยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะคว้าแชมป์โลกในสนามแข่ง และยังรู้สึกหลงใหลถึงการแข่งขัน และจะต้องทำบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป” “ถึงมันจะยากลำบากก็ตาม แต่ผมรู้สึกแฮปปี้ที่ได้ตัดสินใจและก้าวไปข้างหน้า มันรู้สึกแปลก เหมือนคุณกำลังนอกใจเมีย มันไม่ดีใช่ไหมหล่ะ แต่นี่คือการแข่งขัน คุณต้องมูฟออนและต้องพัฒนา” นอกจากนี้ Rea ยังคาดหวังว่าเขาจะเป็นผู้นำของยามาฮ่าในฤดูกาลถัดไป และขึ้นอยู่กับว่า BMW ที่อยู่กับ โทปรัค จะทำได้ดีแค่ไหน แต่แน่ ๆ Rea นั้นเป็นภัยสำหรับ Bautista แน่นอนโดย Bautista ได้ตั้งเป้าการเป็นแชมป์โลก 3 สมัย แต่ Rea หวังว่าจะคว้าแชมป์สมัยที่ 7 จึงเข้าทีมกับยามาฮ่าครั้งนี้ มันจะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น ก็สรุปนะครับว่า Rea นั้นอาจมีโอกาสคว้าแชมป์โลกสมัยล่าสุดก็เป็นได้ และด้วยฝีมือที่เคยผ่านสังเวียนและคว้าแชมป์ต่อเนื่องมาหลายสนามแล้ว รับรองว่าปีนี้สนุกแน่ ๆ ต้องรอติดตามรอชมกัน กับสนามแรกที่ ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย ในวันที่ 23-25 ก.พ. นี้ ห้ามพลาดนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Scott บอก Toprak มีของดี ไม่เหมือนคนอื่น Scott บอก Toprak มีของดี ไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งเขาก็ออกมาชี้ว่านั่นคือสไตล์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจะช่วย BMW ในการขยับขึ้นมาอยู่แถวหน้าของการแข่งขัน WorldSBK ได้เป็นอย่างดี Redding คืออดีตนักแข่งดูคาติที่ครั้งนึงเขาเคยต้องดวลกับ Razgatlioglu เพื่อแย่งชิงชัยชนะ ไม่ได้ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดีเหมือนตอนที่เขาแข่งให้กับ BMW 2 ปีที่ผ่านมาแต่อย่างใด และตอนนี้เขาก็เสียตำแหน่งในทีมของเขาให้กับนักแข่งหนุ่มตุรกี และถูกย้ายไปยังทีม Bonobo Action BMW คู่กับทาง Garrett Gerloff แทน นักแข่งหนุ่มชาวเติร์กผู้นี้ได้เปิดตัวกับทางค่ายใบพัดสีฟ้าไปแล้ว และพูดอย่างหน้าชื่นตาบานว่า M1000RR ดีสารพัด แต่ว่าจะดีพอที่จะมาท้าทายแชมป์คนปัจจุบันอย่าง Alvaro Bautista และ Ducati ของเขาได้มั้ยนั้นเป็นอีกเรื่องนึง ความพยายามของค่ายใบพัดนั้นเป็นที่รับรู้กันดี อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าของพวกเขาเองก็สม่ำเสมอดีและ Razgatlioglu อาจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้ BMW กลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของการชิงแชมป์ ช่วงเวลาของการปรับตัวนั้นเป็นสิ่งจำเป็นและนั่นเป็นเหตุว่าทำไมปี 2025 จะยิ่งเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากของทางค่ายใบพัด แต่ทาง Redding เองก็หวังว่าเขาจะได้เห็นพัฒนาการที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หลังจากการเข้ามาของดาวเด่นชาวเติร์ก Redding บอกว่า “Toprak มีอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวเขานั้นแตกต่างจากคนอื่น ๆ มันยากที่จะลอกเลียนแบบเขาได้ ที่ผ่านมาผมยังไม่เคยเจอใครขี่เหมือนเขา รถแข่ง BMW นั้นมีดีที่เบรก แต่มันจะแย่ทันทีตอนที่ล้อหลังลอยออกจากพื้นเวลาเบรก เพราะมันจะมีปัญหา เนื่องจากเวลาล้อมันลงกลับมามันอาจจะล้มได้” “บางทีอาจจะเป็นพรสวรรค์เรื่องการเบรกของเขาที่ดีกว่าที่ผมคิดไว้มาก และเขาสามารถคุมมันได้ด้วยวิธีไหนสักอย่าง ถ้ามันเป็นแบบนี้จริงก็ดี หรือบางทีเขาอาจจะช่วยนำพาเราไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ก็เป็นได้ เขาเคยขี่มอเตอร์ไซค์คันอื่นที่จำเป็นจะต้องใช้สไตล์การขับขี่ที่แตกต่างออกไป เพราะงั้นเขาก็เลยน่าจะมีประโยชน์กับเรามาก ๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์กับเขาหรือไม่ แต่เราจะได้ข้อมูลดี ๆ มาแน่นอน และนั่นคือสิ่งจำเป็นสำหรับเรา” สำหรับตัวผมเอง ผมก็คิดว่าเรื่องเบรกก็น่าจะเป็นพรสวรรค์ของเขาจริง ๆ เพราะเขาชอบฉลองชัยด้วยการสต็อปปี้เป็นประจำ ส่วนเรื่องที่จะพา BMW ไปยืนแถวหน้าได้มั้ยก็บอกเลยว่ามีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะเขาสามารถขับขี่ได้อย่างสูสีกับ Bautista และ Rea ได้ตลอด แม้ว่ารถอาจจะเสียเปรียบอยู่ก็ตาม คราวนี้ BMW ที่มีรถที่มีศักยภาพ ได้คนขี่ที่ดี มันก็น่าจะช่วยได้เยอะเลยล่ะครับ แต่ยังไงก็ต้องตามพิสูจน์กันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pedrosa ชี้ WorldSBK ช่วงแรกน่าสนุกมาก ล่าสุด Dani Pedrosa ชี้ WorldSBK ช่วงแรกน่าสนุกมาก เพราะ BMW คืองานหินของ Toprak แต่ก็แค่ช่วงแรกเท่านั้น หลังจากที่พ่อหนุ่มตุรกีอดีตแชมป์โลก WorldSBK ย้ายค่ายจาก Yamaha ไปซบกับทางค่ายใบพัดสีฟ้าในปี 2024 ขณะเดียวกัน Rea เองก็ต้องปรับตัวเข้ากับรถใหม่อย่าง R1 สำหรับกรณีนี้ถือเป็นการย้ายตัวย้ายทีมครั้งสำคัญเลยเนื่องจาก Razgatlioglu เองก็เคยมีดีกรีเป็นแชมป์โลกกับทางยามาฮ่ามาก่อน และใคร ๆ ก็น่าจะรู้ว่าเขาและยามาฮ่านั้นคือส่วนผสมที่โคตรจะลงตัวและไม่จำเป็นจะต้องให้ใครมาบอกสรรพคุณของส่วนผสมคู่นี้ แต่การแข่งขันปีหน้านี้จะเปลี่ยนไป แต่การที่นักแข่งชาวเตอร์กิชคนนี้จะนำพารถแข่งจากค่ายใบพัดสีฟ้าไปยืนแถวหน้าของรายการได้ เขาต้องพยายามอย่างมากเพราะมีนักแข่งฝีมือระดับแนวหน้ามากมายหลากหลายสไตล์อีกต่างหาก ซึ่งทาง Pedrosa เองก็มองว่าช่วงแรกมันจะต้องยากแน่นอน แต่มันก็เป็นไปได้ด้วยพรสวรรค์ของ Toprak เขายังให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “Toprak กับ BMW เองก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ ในตอนแรกมันอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่ไม่ดีเอาซะเลย ผมคิดว่าเขาจะต้องพยายามอย่างมากในช่วงแรก แต่เขาจะหาวิธีและหนทางที่จะสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้” “การได้ดูเขาแข่งเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ ! เขาน่าทึ่งและเขาเองก็มีมูฟที่ดุดันอยู่พอตัวเวลาอยู่ในโค้ง! ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นว่าเขาจะจัดการกับรถแข่งของเขาได้เหมือนตอนที่เขาขี่ยามาฮ่า” ขณะเดียวกันคนที่มาแทนที่นั่งของเขาที่ยามาฮ่าก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ซึ่งออกมาจากค่ายเขียวที่ประสบความสำเร็จมากมายมานานถึง 9 ฤดูกาล Rea เองก็กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ และก็ต้องมาดูกันว่าเขาจะปรับตัวให้เข้ากับ R1 ได้หรือไม่ “การเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของ WorldSBK นั้นน่าติดตามมากจริง ๆ โดยเฉพาะตอนที่ Johny เปลี่ยนไปหลังจากที่เขาคว้าชัยกับ Kawasaki มาตั้งมากมาย ผมคิดว่าตอนนี้มันคือการเปลี่ยนแปลงที่จะกระตุ้นให้เขาเริ่มต้นใหม่และพยายามที่จะแข่งกับ Bautista แบบตัวต่อตัวอีกครั้ง ทางด้าน Toprak เองก็ทำเวลาได้ดีกับรถใหม่ ฝั่ง Johny เองก็มีโอกาสที่จะสู้เพื่อคว้าแชมป์อีกครั้ง แล้วเราจะได้เห็นกันในช่วงทดสอบฤดูหนาวนี้ว่าเขามีอะไรมาสู้” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

QJ Motor เตรียมบุกเวที WorldSSP 2024 หลังจากทางฝั่งเวทีการแข่งขันมอเตอร์ไซค์โปรดักชันชิงแชมป์โลกหรือ WorldSBK ประกาศรายชื่อนักแข่งและทีมแข่งออกมาได้ไม่นาน เราก็ได้สังเกตเห็นว่ามีทีมใหม่อย่าง QJ Motor เตรียมบุกเวที WorldSSP 2024 โดยมีนักแข่งชาวอิตาลีเป็นนักแข่งในสังกัด จริง ๆ แล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกแต่อย่างไรกับบทบาทของทาง QJ กับเวทีการแข่งขันระดับโลก ก่อนหน้านี้ก็เคยมาเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีม KTM อย่างทีม Reale Avintia Moto3 ในปี 2022 และในปี 2023 กับ Gresini Racing อีกด้วย ซึ่งก็ช่วยสร้างชื่อเสียงให้พอสมควร แต่ยังไม่อาจจะสู้กับทาง CFMoto ที่เป็นเพื่อนร่วมชาติได้ โดยจะมี Raffaele De Rosa นักแข่งชาวอิตาลีจะมาเป็นนักแข่งให้กับทางทีม QJ Motor Factory Racing โดยใช้รถ QJ GSR 800 ซึ่งเป็นรถที่มาจากประเทศจีนนั่นเอง หรือก็คือ SRK 800 RR ที่มาเปิดตัวในงาน EICMA 2023 นี้เอง อย่างไรก็ดีดู ๆ แล้วอาจจะไม่ส่งผลต่อรูปเกมโดยรวมมากนัก เพราะรถแข่งที่ใช้ลงแข่งนั้นมีการเพิ่มระยะชักให้มีความจุเพิ่มเป็น 798 ซีซี (พื้นฐานเดิมนั้นใช้เครื่องยนต์ของ Honda CBR650R) ซึ่งให้กำลังแรงม้าที่ 102 แรงม้า แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นมาพอสมควร แต่ถ้าเราลองเทียบกับ Yamaha R6 ที่ให้แรงม้าเดิม ๆ ที่ 117 แรงม้า ตอนเป็นรถแข่งก็น่าจะแรงขึ้นไปอีก โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ราว ๆ 140 – 150 แรงม้า ขณะที่ Ducati Panigale V2 ที่เคยเป็นแชมป์โลกปี 2023 นั้นเดิม ๆ ก็อยู่ที่ 155 แรงม้าแล้ว คิดว่าสุดท้ายก็จะเป็นงานยากสำหรับทางค่าย QJ ที่จะทำรถให้มีสมรรถนะสู้ศึกในรายการนี้ นอกจากนี้ทางค่ายเองยังจะลงแข่งแค่ในรูปแบบของ Supersport Challenge ซึ่งหมายความว่าจะลงแข่งแค่ในยุโรปเท่านั้น หรือนี่คือการลองชิมลางเพื่อที่จะดูแนวทางและความเป็นไปได้ ก่อนที่สุดท้ายจะปรับทัพจัดรถลงมาแข่งเพื่อสร้างเชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ สุดท้ายแล้วจะได้ขายรถโปรดักชันในยุโรปได้นั่นเอง ภาพบางภาพจาก EICMA อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ครั้งแรกของโลก สองล้อชิงแชมป์โลกสำหรับผู้หญิง เตรียมเปิดศึกปี 2024 ถือเป็น ครั้งแรกของโลก สองล้อชิงแชมป์โลกสำหรับผู้หญิง ที่จะเปิดศึกแข่งขันกันในปี 2024 โดยมีชื่อรายการเต็ม ๆ ว่า FIM Women’s Motorcycling World Championship 2024 โดยจะแข่งกัน 6 สนามในช่วงเดียวกันกับรายการแข่ง WorldSBK นั่นเอง ก่อนหน้านี้แม้ว่าจะมีนักแข่งผู้หญิงอยู่บ้างประปราย แต่นี้จะถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มีโอกาสแข่งขันแบบรายการแยกโดยเฉพาะ และมีรูปแบบการแข่งขันแบบเต็มรูปแบบเลย แม้ว่าจะมีจำนวนสนามที่แข่งขันน้อยกว่าก็ตาม เบื้องต้นจะมี 6 สนาม พร้อมตารางเวลาตามตารางข้างล่างดังนี้ สนาม วันที่ Emilia Romagna Round, Misano World Circuit “Marco Simoncelli” อิตาลี 14 – 16 มิถุนายน 2024 UK Round, Donington Park Circuit อังกฤษ 12 – 14 กรกฎาคม 2024 Portuguese Round, Autodromo Internacional do Algarve โปรตุเกส 9 – 11 สิงหาคม 2024 Hungarian Round, Balaton Park Circuit ฮังการี 23-25 สิงหาคม 2024 Italian Round, Cremona Circuit อิตาลี 20 – 22 กันยายน 2024 Spanish Round, Circuito de Jerez-Angel Nieto สเปน 11 – 13 ตุลาคม 2024 การแข่งขันในแต่ละสนาม จะมีการจัดซูเปอร์โพลเรซในวันศุกร์ แข่ง Race 1 และ Race 2 ในวันเสาร์และอาทิตย์ตามลำดับ นักแข่งทุกคนจะได้รับการซัพพอร์ตรถแข่งเป็น Yamaha YZF-R7 ที่มาพร้อมชุดเรซซิ่งคิทจาก GYTR ยางจาก Pirelli และอื่น ๆ ทั้งนี้จะเปิดให้ลงสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ไปจนถึง 31 มกราคม 2024 คาดว่าจะคอนเฟิร์มนักแข่งได้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี และต้องจ่ายเงินค่าสมัครที่ 25,000 ยูโร งานนี้ถือว่าเป็นรายการแข่งขันที่ดีจริง ๆ ครับ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทำการแข่งขันแบบเต็มรูปแบบ ไม่ต้องมาลงแข่งในรายการที่มีผู้ชายเป็นหลักที่ได้เปรียบในเรื่องของสมรรถนะทางร่างกาย จะสนุกแค่ไหนต้องติดตามกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Thai Yamaha WorldSSP 2023 พิสูจน์ความยอดเยี่ยมของ “คนไทย” ในเวทีมอเตอร์สปอร์ตโลก “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” ยอดทีมแข่งไทยจบภารกิจในฤดูกาลแรกสำหรับการแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ ด้วยผลงานยอดเยี่ยมจากศักยภาพของบุคลากรชาวไทย ขณะ “ตี” อนุภาพ ซามูล และ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ สองนักบิดไทยผลงานตามเป้ากับฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ หลังจบสนามสุดท้ายที่ สเปน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Thai Yamaha WorldSSP 2023 ปิดฉากสนามสุดท้ายของฤดูกาลลงเป็นที่เรียบร้อย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ เซอร์กิโต เด เฆเรซ – อังเคล นิอัตโต ประเทศสเปน โดยผลงานสนามสุดท้ายของนักบิดไทยอย่าง “ตี” อนุภาพ ซามูล เจ้าของรถแข่ง Yamaha YZF-R6 หมายเลข 51 จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ปรากฏว่าเจ้าตัวไล่แซงสุดมันจากกริดที่ 24 บิดคว้าอันดับ 14 ในเรซแรก คว้าแต้มให้ทีมได้สำเร็จ ก่อนจะบิดคว้าอันดับ 17 ในเรซสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ คัมแบ็กสู่สนามได้อีกครั้ง หลังพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ “อาร์มปั๊ม” ไปนานหลายเดือน โดยเจ้าของหมายเลข 24 บิดคว้าอันดับ 17 จากเรซแรกมาครอง แต่ไม่สามารถลงทำการแข่งขันในเรซที่ 2 ได้อย่างน่าเสียดาย ผ่านฤดูกาล 2023 ซึ่งเป็นปีแรกของ “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” ในฐานะทีมไทยทีมแรกในศึก เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ ถือว่าสร้างผลงานได้ตามเป้าในฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ โดยเฉพาะ “ทีมช่างไทย” ที่ได้รับการยอมรับว่าอยู่ในระดับเดียวกับช่างระดับโลก ขณะที่ “ตี” อนุภาพ มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม เก็บแต้มจากฤดูกาลแรกมาได้ทั้งสิ้น 24 คะแนน รั้งอันดับ 23 ของโลก ส่วนทีมเมทอย่าง “แสตมป์” อภิวัฒน์ รั้งอันดับ 38 เก็บมาได้ 4 แต้ม ด้าน ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม คว้าอันดับ 16 ของโลก เก็บมาได้ 49 คะแนน ทั้งนี้ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ยืนยันสานต่อโครงการนี้ ด้วยการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในศึก เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ 2024 เช่นเคย โดยจะมีการยกระดับทีมหลายด้าน ซึ่งจะมีการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ เร็วๆ นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก