SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
Pedro Acosta เผยพลาดแต้มสำคัญ เพราะล้มบ่อยไป

Pedro Acosta เผยพลาดแต้มสำคัญ เพราะล้มบ่อยไป Pedro Acosta นักบิดไฟแรงจากทีม Red Bull GASGAS Tech3 กับการแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาลนี้ (ฤดูกาล 2024) ที่แม้จะเป็นฤดูกาลแรกของเขา แต่ก็สามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พาต้นสังกัดอยู่ในอันดับ 5 ของตารางคะแนน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันสนามสุดท้ายในบาร์เซโลนา อีกทั้งในฤดูกาลหน้าก็ได้ขยับไปเป็นตัวขี่ให้กับทีมโรงงานอย่าง KTM Factory Racing คู่กับทีมเมทอย่าง Brad Binder เป็นที่เรียบร้อย  แม้พลาดบ่อยแต่ยังติด Top 5 อีกหนึ่งความน่าอัศจรรย์ของอคอสต้า ถึงแม้ว่าในการแข่งขันฤดูกาลนี้เขาจะพลาดล้มบ่อย จะด้วยตัวเอง หรืออุบัติเหตุ หรือจบการแข่งขันต่ำกว่าอันดับ 5 แต่เขาก็ยังสามารถพาตัวเอง และต้นสังกัดทะยานมาอยู่ใน Top 5 ของตารางคะแนนตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้าแข่งขัน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวก็มีอาการไม่พอใจเล็ก ๆ ที่ตัวเขานั้น ‘ล้มบ่อยเกินไป’ ทำให้เสียคะแนนสำคัญไปในหลาย ๆ สนาม แต่ในอีกมุมที่ถึงแม้จะล้มบ่อยแต่ก็ยังคงพอใจฟอร์มของตัวเองที่สามารถรักษาอันดับในตารางคะแนนได้  “มันเหลือเชื่อมากที่ผมยังอยู่ในอันดับที่ 5 หลังจากความผิดพลาดทั้งหมดในฤดูกาลนี้” พร้อมระบุว่าการจบฤดูกาลด้วยความรู้สึกดี และผลการแข่งขันที่น่าพอใจนั้นสำคัญกว่า อคอสต้าได้แสดงฝีมือโดดเด่นสุดเร้าใจในหลายสนามของฤดูกาลนี้ แต่เขาเองก็ยอมรับว่าได้พลาดโอกาสที่คว้าคะแนนสำคัญในบางครั้ง เขาได้ลองปรับแต่งบางอย่างกับรถ และยังคงทำผลงานได้ดีจนติดท็อปไฟว์ในหลายสนาม อคอสต้ายังกล่าวเสริมเกี่ยวกับความรู้สึกในการแข่งขันว่า “ผมมีความสุขที่ได้แข่งในรอบสุดท้ายเพื่อต่อสู้ในอันดับท็อป 5 ในของการแข่งขัน เรามีความสุขกับผลงานในตอนนี้ แต่ก็ยังต้องพัฒนาอีก ผมตื่นเต้นที่จะจบฤดูกาลนี้ด้วยอันดับที่ดีที่สุด” ตารางอันดับที่ Pedro Acosta สามารถทำได้ใน MotoGP ลำดับ สนามที่ทำการแข่งขัน อันดับที่ทำได้ 1 Lusail International Circuit  ประเทศกาตาร์ อันดับ 9 2 Autódromo Internacional do Algarve ประเทศโปรตุเกส อันดับ 3 3 Circuit Of The Americas ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับ 2 4 Circuito de Jerez – Ángel Nieto ประเทศสเปน อันดับ 10 5 Le Mans ประเทศฝรั่งเศส Not Classified 6 Circuit de Barcelona-Catalunya ประเทศสเปน อันดับ 13 7 Autodromo Internazionale del Mugello ประเทศอิตาลี อันดับ 5 8 TT Circuit Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ Not Classified 9 Sachsenring ประเทศเยอรมนี อันดับ 7 10 Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษ อันดับ 9 11 Red Bull Ring – Spielberg ประเทศออสเตรีย อันดับ 13 12 MotorLand Aragón ประเทศสเปน อันดับ 3 13 Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี อันดับ 17 14 Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี Not Classified 15 Pertamina Mandalika Circuit ประเทศอินโดนีเซีย อันดับ 2 16 Mobility Resort Motegi ประเทศญี่ปุ่น Not Classified 17 Phillip Island ประเทศออสเตรเลีย Not

Casey Stoner เผยว่าการแข่ง MotoGP ปัจจุบัน ‘ง่ายเกินไป’

Casey Stoner เผยว่าการแข่ง MotoGP ปัจจุบัน ‘ง่ายเกินไป’ Casey Stoner อดีตนักแข่ง MotoGP สัญชาติออสเตรเลียได้ออกมาวิจารณ์เกี่ยวกับการแข่งขัน MotoGP ว่า ‘ง่ายเกินไป’ เพราะในปัจจุบันมีการแข่งขันรอบ Sprint Race เป็นตัวช่วยในการเก็บคะแนน Casey Stoner คือใคร อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบสัญชาติออสเตรเลียที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน MotoGP สามารถ เริ่มเส้นทางการแข่งขันในปี 2006 กับทีม Honda (LCR Honda) โดยในส่วนของความสำเร็จเจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์โลกได้สองสมัยในปี 2007 กับทีม Ducati และปี 2011 กับทีม Honda (Repsol Honda) ก่อนที่ในปี 2012 เจ้าตัวตัดสินประกาศแขวนหมวกหลังจบฤดูกาล โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่าต้องการให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นและรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจจากการแข่งขัน  Sprint Race คืออะไร  เดิมทีการแข่งขัน MotoGP จะมีแค่การแข่งขันในรอบของ Qualify หรือการจัดลำดับการออกสตาร์ท และการแข่งขันแบบ Main Race หรือการแข่งขันหลัก ถัดมาในฤดูกาล 2023 MotoGP ได้นำการแข่ง Sprint Race เพิ่มเข้ามาในการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันนี้เป็นการแข่งเพียงครึ่งเดียวของการแข่งขันปกติ เช่น ถ้าสมมติว่าสนามนั้น การแข่งขันในเรซปกติแข่งทั้งหมด 20 แล็ป สปรินท์เรซก็จะเหลือแค่ 10 แล็ปเท่านั้น ในส่วนของคะแนนก็จะลดลงเช่นกัน โดยอันดับที่ 1 ก็จะได้ 12 คะแนน อันดับ 2 ได้ 9 คะแนน อันดับ 3 ได้ 7 คะแนน อันดับ 4 ได้ 6 คะแนน อันดับ 5 ได้ 5 คะแนน อันดับ 6 ได้ 4 คะแนน อันดับ 7 ได้ 3 คะแนน อันดับ 8 ได้ 2 คะแนน และอันดับ 9 ได้ 1 คะแนน Sprint Race ทำให้การแข่งขันให้ง่ายเกินไป  แชมป์โลก MotoGP สองสมัยได้ให้สัมภาษณ์กับ GPOne โดยเขาแสดงความเห็นว่า MotoGP ในปัจจุบันง่ายเกินไป เมื่อเทียบกับวิสัยทัศน์ของมอเตอร์สปอร์ตที่ควรเป็นการแข่งของนักแข่งที่เก่งที่สุดบนสนามที่ท้าทายที่สุด เขากล่าวว่าวิศวกรมีอิทธิพลมากเกินไปต่อผลการแข่งขัน ทำให้การควบคุมของนักแข่งลดน้อยลง Stoner ยังวิจารณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันสปรินท์เรซ (Sprint Race) ซึ่งการแข่งขันนี้ลดเวลาในการฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันระยะยาว (Main Race) เขาเห็นว่าการแข่งขันชิงแชมป์โลกไม่ควรจะเป็นเน้นเพียงการแข่งระยะสั้น แต่ควรเน้นการแข่งขันที่ต้องใช้ความอดทนของร่างกาย และยานพาหนะสำหรับแข่งขัน ซึ่งเหมือนกับการวิ่งมาราธอนที่ควรใช้ระยะทางเต็ม 43 กิโลเมตร มากกว่าจะวิ่งแค่ 10 รอบ “พวกเขาไม่มีทักษะการควบคุมรถมากพอ ทีมวิศวกรของทีมมีอิทธิพลมากเกินไปในการกำหนดผลการแข่งขัน การแข่งขันชิงแชมป์โลกไม่ควรเป็นแค่การแข่งแบบย่อส่วน มันควรจะเป็นการแข่งขันที่เน้นความอึดและความทนทานมากกว่า” นอกจากนี้ Stoner มองว่าการให้คะแนนจากสปรินท์เรซไม่ควรเกิดขึ้น โดยคะแนนควรมาจากการแข่งขันหลักในวันอาทิตย์เท่านั้น เขาเน้นว่าการตั้งค่ารถให้พร้อมสำหรับการแข่งขันตลอดระยะเวลานั้นเป็นเรื่องยาก และการมุ่งเน้นไปที่การทำเวลาต่อรอบเดียวเพื่อผ่านเข้าสู่ Q2 ทำให้นักแข่งละเลยการเตรียมรถให้พร้อมสำหรับการแข่งขันหลัก สุดท้าย Stoner กล่าวว่า ด้วยการพัฒนาด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และแอโรไดนามิกส์ รถแข่ง MotoGP ในปัจจุบันเป็นหนึ่งในรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ง่ายที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถในช่วงที่เขาทำการแข่งขัน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM Factory Racing หวังดึง ‘อลอนโซ่’ ขี่รถทีมโรงงาน

KTM Factory Racing หวังดึง ‘อลอนโซ่’ ขี่รถทีมโรงงาน KTM Factory Racing ทีมในการแข่งขันรายการ MotoGP ได้เริ่มทำการหาว่าที่ ‘เปโดร อาคอสต้า’ คนถัดไป ด้วยการสร้างผลงานของนักแข่งรายนี้ก็เรียกว่าไม่ธรรมดา สามารถพาทีมต้นสังกัดอย่าง Red Bull GASGAS Tech3 รั้งอันดับที่ 5 ของตาราง สะสมได้ 209 คะแนน อีกทั้งอายุก็ยังน้อย สามารถพัฒนาได้อีกไกล จึงอาจมีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตถ้าไม่มาทีมโรงงานของ KTM ก็อาจถูกทีมโรงงานอื่นที่ไหนบางแห่งดึงไปร่วมทัพ  เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องนี้ขึ้นจึงขอ ‘กันไว้ดีกว่าแก้’ Pit Beirer หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM ได้ออกมายอมรับว่าตอนนี้เขากำลังจับตามองเด็กหนุ่มดาวรุ่งอย่าง ‘David Alonso’ แชมป์การแข่งขันรายการ Moto3 คนปัจจุบันไว้อยู่ เพราะส่วนตัวเขาเชื่อว่านักแข่งคนนี้มีความพิเศษ และคาดว่าจะนำความสำเร็จมาให้ทีมโรงงานได้ในอนาคต อลอนโซ่กับผลงานที่ยอดเยี่ยม ผลงานการแข่งขันของนักบิดชาวโคลัมเบียวัย 18 ปีคนนี้เกิดมาเพื่อชัยชนะอย่างแท้จริง อลอนโซ่เริ่มต้นอาชีพด้วยการคว้าแชมป์รายการ European Talent Cup ในปี 2020 และต่อมาในปี 2021 ได้รับตำแหน่งแชมป์รายการ Red Bull MotoGP Rookies Cup ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง พาทีมต้นสังกัดอย่าง CFMOTO Aspar Team คว้าแชมป์รายการ Moto3 ในฤดูกาล 2024 ได้ตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาลดี (ได้แชมป์ตั้งแต่สนามที่ 16 ของการแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น) ฝ่าธงหมากรุกเข้าในอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Full Race ทั้งหมด 13 ครั้งจากการแข่งขันทั้งหมด 19 สนาม (และมีความเป็นไปได้ที่จะเก็บชัยได้ 14 สนาม จากการแข่งขัน 20 สนาม) ปัจจุบันเก็บคะแนนสะสมห่างจากอันดับสองอย่าง Daniel Holgado จากทีม Red Bull GASGAS Tech3 ถึง 160 คะแนน Pit Beirer เคยพูดถึงอลอนโซ่ไว้ว่า : “ตอนนี้เดวิดกำลังขยับขึ้นไปแข่งในรุ่น Moto2 แน่นอนว่าเราก็อยากเห็นเขาในรุ่น MotoGP ในอนาคตด้วย เรา (ทีม KTM) จำเป็นต้องมีนักแข่งรุ่นใหม่เจนใหม่ในอนาคต และแน่นอนว่ามันคงเป็นความฝันของเราที่จะมีนักแข่งในทีมซึ่งเริ่มต้นจาก Rookies Cup ของเรา และเติบโตขึ้นผ่านการแข่งขันรายการ Moto3 เรายอมรับว่าเดวิดอาจเป็นนักแข่งที่พิเศษ และเราจะดูแลเขาให้ดีเหมือนที่เราดูแลเปโดร เพื่อไม่ให้เขาหายไปจากเรา” เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับ KTM นักบิดชาวโคลัมเบียรายนี้เคยมีความเกี่ยวข้องกับ KTM โดยเมื่อปี 2021 อลอนโซ่เคยได้เข้าร่วมการแข่งรายการ Red Bull MotoGP Rookies Cup ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Red Bull และ Dorna Sports โดยนักแข่งที่เข้าร่วมจะใช้รถแข่ง KTM RC 250 R ที่มีสเปคทุกอย่างเท่ากัน เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมและเน้นที่ทักษะของนักแข่ง ด้วยการสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันรายการ Moto3 ทำให้อลอนโซ่ได้ขยับซีซี ขึ้นไปแข่งในรายการ Moto2 กับทีม CFMOTO Aspar Racing แต่ทีมต้นสังกัดใหม่ก็ยังคงใช้รถจักรยานยนต์ที่พัฒนามาจากรถของ KTM ดังนั้น แม้ว่าเขาจะแข่งให้กับ CFMOTO แต่ก็ยังคงมีการใช้เทคโนโลยีพื้นฐานจาก KTM ในการแข่งขัน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งถ้านำมาโยงกันเป็นแผนผังก็อาจจะมีความเป็นไปได้สูงที่ได้เห็นดาวโรจน์รายนี้มาสวมยูนิฟอร์มของทีมโรงงานแล้วพาค่ายส้มกลับไปสู่จุดสูงสุดแบบที่ควรจะเป็นอีกครั้ง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin เผยความรู้สึกหลังย้ายซบ Aprilia ปี 2025

Jorge Martin เผยความรู้สึกหลังย้ายซบ Aprilia ปี 2025 Jorge Martin จ่าฝูงในการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2024 ได้เปิดเผยความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจสำคัญในการย้ายจากทีม Ducati ไปยัง Aprilia ในปี 2025 โดยในการย้ายทีมหนนี้เขาจะต้องทิ้งมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันอย่าง Ducati GP24 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในกริด MotoGP ณ เวลานี้ มาร์ตินได้รับคำถามถึงความรู้สึกของเขาที่จะต้องจากดูคาติเพื่อไปอยู่กับต้นสังกัดใหม่ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีหรือไม่ในระยะยาว เขาได้ให้คำตอบว่า “มันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ดี หรืออาจจะไม่ดีก็ได้ เราก็ไม่รู้” โดยมาร์ตินยืนยันว่าเขาจะมุ่งมั่นในการแข่งขันสนามสุดท้ายในปีนี้ และไม่กังวลเกี่ยวกับอนาคตจนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจจริง ๆ แม้ว่าจะมีการตั้งคำถามถึงการตัดสินใจย้ายทีมของมาร์ติน โดยเฉพาะหลังจากที่ดูคาติมีการเตรียมมอบรถแข่งของทีมโรงงานให้กับเขาในปี 2025 แต่สุดท้ายกลับเลือกมาร์ค มาร์เกซแทน มาร์ตินยืนยันว่าเขาไม่เคยทบทวนการตัดสินใจนี้เลย “ไม่มีทางเลย” เขากล่าว “ผมได้เดินตามความฝันของตัวเองและหวังว่าจะทำให้มันเป็นจริงได้” ในมุมมองของมาร์ติน การย้ายทีมครั้งนี้ไม่ได้เป็นผลมาจากความโกรธที่ถูกทีมโรงงานปฏิเสธ แต่เป็นการตัดสินใจที่เขาคิดว่าน่าจะทำให้เขาไปถึงฝันของตัวเองได้ การย้ายไป Aprilia จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ในการแข่งขัน MotoGP และจะเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ในการแข่งขันกับทีมโรงงานที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงใน MotoGP จะชัดเจนขึ้นในปี 2025 เมื่อดูคาติจะมีนักแข่งหลักอย่าง เปกโก้ บัญญาญ่า และ มาร์ค มาร์เกซ ร่วมทีมในแผนงานใหม่ และลดจำนวนรถแข่งจาก 4 คันเหลือ 3 คัน จะทำให้การแข่งในปีนั้นมีความตื่นเต้น และมีความท้าทายยิ่งขึ้น สำหรับมาร์ติน การตัดสินใจย้ายไปทีม Aprilia ในปี 2025 เป็นการตัดสินใจที่มุ่งหวังการเติบโตในอาชีพของเขา แม้ว่าจะต้องแลกกับการทิ้งมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันไปก็ตาม และการแข่งขันสนามสุดท้ายจะตัดสินกันที่สนาม Circuit de Barcelona-Catalunya ในวันที่ 15-17 พฤศจิกายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ ยืนยันใช้ PIRELLI เวลาดีกว่าเดิม

ก้อง สมเกียรติ ยืนยันใช้ PIRELLI เวลาดีกว่าเดิม ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดสัญชาติไทยจากทีม ‘IDEMITSU Honda Team Asia’ ในการแข่งขันรายการ Moto2 ออกมายืนยันว่าการเปลี่ยนผู้สนับสนุนยางจากแบรนด์ Dunlop มาใช้ยางสัญชาติอิตาลีอย่าง Pirelli สามารถทำเวลาได้ดีขึ้นกว่าเดิม ‘ในการแข่งขัน Moto2 ปีนี้นะครับ ทางรายการได้ทำการเปลี่ยนยางจากในฤดูกาลก่อน (ฤดูกาล 2023) เราได้ใช้ยางของ Dunlop และในปีนี้ (ฤดูกาล 2024) เราได้เปลี่ยนมาใช้ PIRELLI แล้วก็มีการเปลี่ยน Setting เกี่ยวกับรถด้วย  ในส่วนของตัวยางผมก็รู้สึกว่ายางดีกว่าปีที่แล้ว ตัวยางจะเกาะถนนมากขึ้น และสามารถทำเรคคอร์ดของแต่ละสนามได้ดีมากขึ้น อีกทั้งทุก ๆ สนามก็ทำลายสถิติเวลาที่นักแข่งคนเก่าเคยทำไว้หมดเลย’  ก้อง กล่าวถึงยางใหม่ที่ใช้ในฤดูกาล 2024 เทียบสถิติตัวอย่างเวลาที่ดีกว่าเดิมจากการแข่งขันในสนามต่าง ๆ ของ ก้อง ในการแข่งขันรายการ Moto2 ในฤดูกาล 2024 ที่ใช้ยางจาก PIRELLI และ ฤดูกาล 2023 ที่ใช้ยางจากค่ายอื่น การแข่งขัน Moto2 ฤดูกาล 2023 การแข่งขัน Moto2 ฤดูกาล 2024 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศไทย 1’36.053 นาที 1’35.751 นาที สนามอัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศโปรตุเกส 1’42.906 นาที 1’42.852 นาที สนามเซอร์กิโต เดอ เฆเรซ-อังเคล นีอัตโต้ ประเทศสเปน 1’42.063 นาที 1’41.724 นาที สนามเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส 1’36.329 นาที 1’35.881 นาที สนามซัคเซนริง เซอร์กิต ประเทศเยอรมนี 1’24.302 นาที 1’23.669 นาที   ไม่เพียงแค่เครื่องยนต์ที่เปลี่ยนแล้วจะเห็นผล แต่ยางก็เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้นักแข่งสามารถทำเวลาได้ดีมากกว่าเดิม ไม่เพียงแค่เวลาดี แต่การเปลี่ยนมาใช้ยางที่มีคุณภาพก็ยังช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพราะยางเป็นส่วนเดียวที่สัมผัสกับถนน ‘เพราะยางไม่ใช่อะไรก็ได้’ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Sidecarcross พ่วงข้างชิงแชมป์โลก

Sidecarcross การแข่งขันมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างวิบากชิงแชมป์โลก โดยการแข่งขันกีฬานี้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1980

เปลี่ยนยาง Pirelli เวลาเร็วขึ้น เรื่องจริง ใน Moto2 และ Moto 3 ปี 2024

เปลี่ยนยาง Pirelli เวลาเร็วขึ้น เรื่องจริงใน Moto2 และ Moto3 ปี 2024 Pirelli Diablo Superbike (SC=Special Compound) ยางหลักในการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 ฤดูกาล 2024 ทำเวลาในการแข่งได้เร็วกว่าปีก่อนหน้าอย่างมาก สาเหตุหลักมาจากการที่ Pirelli ได้เป็นผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวในปีนี้ โดยนักแข่งในทั้งสองคลาสได้ทำลายสถิติเดิมในหลายสนาม เช่น Silverstone, Austria และ Valencia ซึ่งทำเวลาที่ดีกว่าจากฤดูกาล 2020-2023 ผลงานโดยรวมในรุ่น Moto 2 ในการแข่งขันรายการ Moto2 นักบิดสัญชาติสเปนอย่าง Alonso Lopez จากทีม SpeedUp Racing ทำลายสถิติในการแข่งขันที่ Valencia ด้วยเวลา 1’33.061 ซึ่งเป็นการปรับปรุงเวลาที่ดีขึ้นอย่างมากจากปีก่อน ๆ นอกจากนี้ Jake Dixon จากทีม CFMOTO Aspar Team ก็สามารถกดเวลาในการแข่งที่ Silverstone ต่อรอบได้เร็วขึ้นประมาณ 0.7 วินาทีโดยเฉลี่ยเมื่อเทียบกับปี 2023 ทำให้เวลาแข่งขันรวมลดลงถึง 12.5 วินาที ผลงานโดยรวมในรุ่น Moto 3 ในการแข่งขันรายการ Moto3 นักแข่งก็ทำเวลาที่ดีขึ้นเช่นกัน โดย Daniel Holgado จากทีม Red Bull GASGAS Tech3 ทำเวลา 1’37.300 ที่ Valencia ซึ่งสร้างสถิติใหม่ขึ้นมาได้ โดยรวมแล้วการแข่งขัน Moto3 ในบางสนาม เช่น Silverstone ทำเวลาต่อรอบได้เร็วขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 3.5 วินาทีจากปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากยางรุ่นใหม่ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการแข่งขันในสนามต่างๆ จุดเปลี่ยนคือยาง การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึงการยึดเกาะและความทนทานของยาง Pirelli ที่ดีขึ้น ทำให้นักแข่งสามารถควบคุมรถได้ดีกว่าในยุคของยาง Dunlop ความก้าวหน้าทางสมรรถนะเหล่านี้ยังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก เมื่อ Pirelli รวบรวมข้อมูลจากแต่ละการแข่งขันเพื่อปรับปรุงยางรุ่นใหม่ออกมาในปีหน้า และเชื่ออย่างยิ่งว่า จะทำให้ผลเวลา เร็วขึ้นอีก สรุปผลเวลาของแต่ละสนาม สถิติผลเวลา ของการแข่งขันในฤดูกาล 2024 แบรนด์ยาง Pirelli ได้สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการทุบสถิติเวลา แทบจะทุกสนามก็ว่าได้ และเราได้รวบรวมผลสถิติ ของแต่ละสนามมาไว้ให้แล้ว สถิติเดิม (Moto3) สถิติใหม่ (Moto3) เวลาที่เร็วขึ้น(วินาที) สถิติเดิม (Moto2) สถิติใหม่ (Moto2) เวลาที่เร็วขึ้น(วินาที) Lusail International Circuit 2’04.742 2’02.276 2.466 1’57.305 1’56.788 0.517 Chang International Circuit 1’41.907 1’40.544 1.362 1’35.297 1’34.595 0.701 Autódromo Internacional do Algarve 1’46.798 1’46.379 0.418 1’42.003 1’41.514 0.489 Phillip Island 1’36.403 1’35.370 1.33 1’31.888 1’30.816 1.72 Circuit Of The Americas 2’16.250 2’14.153 2.97 2’09.385 2’07.543 1.841 Circuito de Jerez 1’45.401 1’43.710 1.691 1’40.640 – – Le Mans 1’41.476 1’40.114 1.361 1’35.791 1’34.868 0.923 Circuit de Barcelona-Catalunya 1’48.003 1’46.111 1.891 1’43.983 1’41.894 2.88 TT

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki Bimota KB998 ตัวแข่งคันใหม่ของ Kawasaki ในการแข่งขันรายการ 2025 Motul FIM WorldSBK Championship โดย Bimota แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี เป็นที่รู้จักในประเภทของรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง (แถมยังมีราคาแพง) อีกทั้งยังมีการออกแบบดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทางแบรนด์กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่โดยการโดดเข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับโลก  เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Kawasaki Racing Team (KRT) ในรายการแข่งขัน WorldSBK ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Bimota by Kawasaki Racing Team (BbRT) เพื่อสะท้อนความร่วมมือระหว่างสองบริษัท Bimota และ Kawasaki ได้ร่วมมือกันสร้าง และพัฒนามอเตอร์ไซค์ใหม่ทั้งหมดสำหรับการแข่งขัน ซึ่งผสมผสานจุดเด่นจากทั้งสองผู้ผลิต ที่ไม่ได้เป็นการนำ Kawasaki Ninja ZX-10RR มาเปลี่ยนชุดตกแต่งใหม่ แต่พัฒนารถแข่งรุ่นพิเศษขึ้นมาเอง 2025 Bimota KB998 2024 Kawasaki ZX-10R   ซึ่งรายละเอียดสเปคยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ามาพร้อมขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี จาก Kawasaki ZX-10RR ที่มีกำลังมากกว่า 200 แรงม้า โช้คอัพหน้าจาก Showa คาลิเปอร์เบรกจาก Brembo (ถึงแม้ว่าจะแปะด้วยตัวอักษร J.JUAN ก็เถอะ) และระบบท่อไอเสียของ Akrapovič แฟริ่งถูกออกแบบใหม่ แม้ด้านหน้าจะยังคงมีเค้าโครงสไตล์ Kawasaki Ninja มาพร้อมปีกแอโรไดนามิกเช่นเดียวกับรถแข่งในสมัยใหม่ โดยตัวแข่งคันใหม่นี้ได้ทำการลงวิ่งทดสอบที่ Circuit de Jerez ประเทศสเปน ซึ่งเป็นสนามเดียวกับการแข่งขันในรอบสุดท้ายของฤดูกาล 2024 แม้โมเดลรถคันนี้จะถูกพัฒนามาได้ไม่นาน แต่ด้วยการขับขี่ของ Alex Lowes และ Axel Bassani สองนักบิดของทีม ทำให้ KB998 ได้แสดงศักยภาพของมันออกมาสามารถทำเวลาได้อย่างน่าประทับใจบนสนาม Jerez พร้อมกับการออกแบบที่โดดเด่น และสมรรถนะที่ดุดัน โดย Axel Bassani ทำเวลาได้ 1:38.478 นาที และ Alex Lowes ทำเวลาได้ 1:38.679 นาที แน่นอนว่า KB998 คันนี้จะผลิตออกมาแค่รุ่นสำหรับทำการแข่งขันเท่านั้น จะยังไม่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของการแข่งขัน WorldSBK รถที่จะเข้าร่วมแข่งขันในรายการ จะต้องมีการผลิตในรูปแบบของ Production Bike วางจำหน่ายโดยมีจำนวนการผลิตอย่างน้อย 500 คันเป็นข้อบังคับมาตรฐาน อย่าง BMW M 1000 RR, Ducati Panigale V4 R และ Honda CBR1000RR-R Fireblade SP ที่มีวางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งทาง Bimota ยังไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนว่า จะมีรุ่น KB998 วางจำหน่ายต่อสาธารณะชน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ Bimota จะผลิตออกมาแค่ในจำนวนที่กำหนดเพื่อให้ผ่านข้อพิจารณา หากผลิตออกมาแค่ตามยอดเกณฑ์ที่กำหนด โมเดลนี้อาจจะถูกยกเป็นรถที่โคตรแรร์อีกหนึ่งรุ่น และในโมเดลคันจริงนั้นอาจจะมีไปตั้งโชว์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 sประเทศอิตาลีในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หรือการร่วมมือของทั้งสองค่ายนี้จะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างสำหรับ Kawasaki ในการแข่งขัน 2025 Motul FIM WorldSBK Championship ฤดูกาลหน้าหรือเปล่า ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ThaiGP 2024 Pirelli ปรับยางใหม่สู้ศึก

ThaiGP 2024 Pirelli ปรับยางใหม่สู้ศึก ThaiGP 2024 ที่กำลังจะเปิดฉากในสุดสัปดาห์นี้ Pirelli แบรนด์ยางชื่อดังระดับโลก ได้จัดยางชนิดพิเศษเพื่อรองรับการแข่งขันที่ประเทศไทยในสุดสัปดาห์นี้ โดยสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ที่จะจัดการแข่งขันในรายการ รถจักรยานยนต์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” ในสุดสัปดาห์หน้า เป็นสนามที่ Pirelli รู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยมีการแข่งขันที่สนามนี้ในช่วงระหว่างปี 2015 ถึง 2019 ในรายการ FIM Superbike World Championship โดยสนามนี้ประกอบไปด้วยหลายโซนที่ต้องเบรก และเร่งเครื่องยนต์ต่อเนื่อง แต่พื้นผิวของสนามไม่ได้มีความหยาบมากเป็นพิเศษ นี่คือเหตุผลที่ Pirelli ตัดสินใจใช้ยางมาตรฐานการแข่งขัน ในสนามที่ประเทศไทย ซึ่งยางดังกล่าวมีสมรรถนะยอดเยี่ยมและเป็นที่รู้จักกันดีของทีม และนักแข่ง ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือจำนวนยางต่อคอมปาวด์ที่เพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของทีมงาน และนักแข่ง เพื่อให้มั่นใจในตลอดการแข่งขันช่วงสุดสัปดาห์นี้ Giorgio Barbier หัวหน้าฝ่ายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ของ Pirelli กล่าวว่า “เรารู้จักสนามบุรีรัมย์เป็นอย่างดี เพราะเราเคยแข่งขันที่นั่นมาแล้ว 5 ฤดูกาลกับการแข่งขันในรายการ WorldSBK Championship และเราทราบดีว่าสนามนี้ ไม่เหมือนกับสนามในออสเตรเลียที่จัดการแข่งขัน GP ครั้งล่าสุด เพราะสนามบุรีรัมย์ไม่มีส่วนของสนามที่ทำให้ยางต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ แม้ว่าความชื้นสูงตามแบบฉบับของพื้นที่ อุณหภูมิพื้นผิวแอสฟัลท์ที่มักจะสูงมาก และการเบรกอย่างกระทันหันที่ส่วนปลายของทางตรงยาวทั้งสองจุดจะยังคงสร้างความกดดันให้กับยาง โดยเฉพาะยางหน้า การเบรกและการเร่งเครื่องใหม่บ่อยครั้ง เป็นการทดสอบความสามารถของยางหลังในการรองรับแรงกดในแนวตรงที่เกิดขึ้นขณะเร่งเครื่อง แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสภาพการณ์ที่เราพบในสนามอื่น ๆ อยู่แล้ว และยางมาตรฐานที่ใช้ในการแข่งขันก่อนหน้านี้ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพได้ดี เราตัดสินใจเพิ่มจำนวนยางเป็น 8 ชิ้นต่อคอมปาวด์ เหมือนกับที่เคยกำหนดไว้สำหรับยางหลัง Moto2™ ในการจัดสรรมาตรฐาน เพื่อให้ทีมและนักแข่งสามารถทำงานกับการผสมผสานของยางที่ต้องการโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนยางที่มีอยู่ สนามบุรีรัมย์ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมักจะเกิดฝนตกกระทันหัน และสิ่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อการปรับแต่งยางสำหรับการแข่งขันในวันอาทิตย์” ยางคอมปาวด์มาตรฐาน แต่เพิ่มจำนวน : ยางแห้งแบบสลิกทุกชนิดมีจำนวน 8 ชิ้นต่อคอมปาวด์ นักแข่ง Moto2™ สามารถเลือกใช้ยางหน้า SC1 (นุ่ม) และ SC2 (กลาง) พร้อมกับสองตัวเลือกยางหลัง SC0 (นุ่ม) และ SC1 (กลาง) สำหรับ Moto3™ นักแข่งจะมีตัวเลือกยางหน้าเหมือนกัน คือ SC1 (นุ่ม) และ SC2 (กลาง) ส่วนยางหลังสามารถเลือกได้ระหว่าง SC1 (นุ่ม) หรือ SC2 (กลาง) โอกาสการเกิดฝนตก : พื้นที่ที่สนามบุรีรัมย์ตั้งอยู่มีสภาพอากาศร้อนชื้น และยังมีโอกาสเกิดฝนตกกระทันหัน อาจะรวมไปถึงการเกิดฝนตกหนักในระหว่างการแข่ง ในกรณีนี้ นักแข่งทั้งสองคลาสจะมียาง DIABLO Rain พร้อมใช้งาน โดยมีจำนวน 5 ชิ้นสำหรับยางหน้า และ 6 ชิ้นสำหรับยางหลัง การเบรก และการเร่งความเร็ว : สนามแข่งแห่งนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน ‘เฮอร์มันน์ ทิลเก้’ และเปิดตัวในปี 2014 สนามบุรีรัมย์ถือว่าเป็นสนามแบบ “Stop and go” แบบคลาสสิก ซึ่งมีการเบรก และการเร่งความเร็วบ่อยครั้งซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ นักแข่งจะชื่นชอบยางหน้าที่มีความมั่นคงและแม่นยำ รวมไปถึงยางหลังที่ให้การยึดเกาะ และแรงขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยมเมื่อออกจากโค้ง ด้วยเหตุนี้ Pirelli จึงนำยางที่ดีที่สุดมาใช้ในการแข่งขันที่สนามแห่งนี้ สำหรับการแข่งขัน Moto2 และ Moto3  จะทำการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 โดย Moto3 จะแข่งขันในเวลา 12.00น.  และในรายการ Moto2 ในเวลา 13.15น. สนามนี้มีลุ้น ‘ก้อง สมเกียรติ จันทรา’ คัมแบคจากอาการบาดเจ็บเพื่อทำการลงแข่งขันในประเทศไทย แฟน ๆ Moto2 และ ก้อง ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Manuel Gonzalez ส่อโดนปลดเหตุพาดหัวธงญี่ปุ่น

Manuel Gonzalez ส่อโดนปลดเหตุพาดหัวธงชาติญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการแข่งขัน Moto2 เป็นอย่างมาก เมื่อนักบิดแดนกระทิงดุอย่าง ‘Manuel Gonzalez’ ที่สวมผ้าโพกศีรษะแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นหรือ “ฮะจิมะกิ” ในระหว่างการแข่งขันที่โมเตกิ ทำให้ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์จากจีนแบรนด์ QJ Motor ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของทีม Gresini Racing ในการแข่งขัน Moto2 ได้สร้างความขัดแย้งด้วยการเรียกร้องให้ปลดนักบิดสัญชาติกระทิงดุออกจากทีมทันที ซึ่งทาง QJ Motor อ้างว่าทำให้ชาวจีนรู้สึกไม่พอใจจากกระทำดังกล่าว Gonzalez วัย 22 ปี ได้เฉลิมฉลองชัยชนะ Moto2 ครั้งแรกของเขาที่การแข่งขัน Japanese Grand Prix เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความสุขของนักแข่งชาวสเปนต้องถูกกลบด้วยกระแสวิจารณ์จาก QJ Motor หลังจากที่เขาสวมฮะจิมะกิบนกริดสตาร์ท ซึ่งผ้าโพกศีรษะแบบนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น และความอดทนในวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่ทาง QJ Motor ไม่พอใจเป็นอย่างมากและเข้าใจว่าเป็นการเตือนถึงความตึงเครียดทางประวัติศาสตร์ระหว่างจีน และญี่ปุ่น ด้วยเหตุช่วงสงครามโลกที่ทางญี่ปุ่นเคยไปรุกรานจีน ในแถลงการณ์ QJ Motor ยอมรับว่า “ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจเนื่องจากเขาเป็นนักแข่งชาวยุโรป และไม่ได้เข้าใจประวัติศาสตร์ของจีน แต่การกระทำนี้ได้ทำร้ายความรู้สึกของนักแข่งชาวจีนและประชาชนชาวจีน” ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายนี้ ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของทีม Gresini Racing มาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ได้แสดงความไม่พอใจโดยเรียกร้องให้ทีมตัดความสัมพันธ์กับนักบิดคนนี้  “Qianjiang Motorcycle ได้ดำเนินการเจรจาอย่างจริงจังกับทีม GRESINI ทันที โดยเรียกร้องให้ลบรูปภาพ และวิดีโอที่เกี่ยวข้องออกในทันที และให้ทีมยุติความร่วมมือกับนักแข่งโดยทันที” ถึงแม้ว่าสปอนเซอร์หลักของจีนจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าทางทีม Gresini Racing จะยอมทำตามข้อเรียกร้องของ QJ Motor หรือไม่ โดย Gonzalez เตรียมเข้าร่วมทีม Intact GP ในฤดูกาลหน้า ทำให้เหลือเพียงสี่สนามเท่านั้นในช่วงเวลาที่เหลือของเขากับ Gresini ดำเนินไปอย่างไรต่อไปก่อนการแข่งขันสนามถัดไปที่ ฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ประเด็นถกเถียงนี้สื่อให้เห็นถึงความซับซ้อน และความละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ และการตีความที่แตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม ในขณะที่ฮาจิมากิถูกมองอย่างกว้างขวางในโลกตะวันตกว่าเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะการต่อสู้ และน้ำใจนักกีฬา แต่มันกลับมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดในประเทศจีนที่เคยถูกญี่ปุ่นรุกรานในช่วงสงครามโลก การแข่งขันสนามถัดไปของรายการ Moto2 จะลงแข่งขันในวันที่ 20 ตุลาคม 2567 ที่สนามฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย แข่งขันในเวลา 08.15น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoAmerica รอดสนามนี้ได้ สนามอื่นก็หวานหมู

MotoAmerica รอดสนามนี้ได้ สนามอื่นก็หวานหมู MotoAmerica อีกหนึ่งการแข่งขันที่ได้ใจชาวอเมริกันแบบถล่มทลาย โดยนิยามของคำว่า ‘ซูเปอร์ไบค์’ หมายถึง มอเตอร์ไซค์ทรงสปอร์ตที่มีสมรรถนะสูง แต่ในปัจจุบันการแข่งรถในระดับซูเปอร์ไบค์บนท้องถนนมีขึ้นมากมายทั่วโลก โดยความนิยมของชื่อนี้ต้องย้อนไปในปี 1976 ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้งการแข่งขัน AMA Superbike Championship ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Moto America Superbike  ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่ารถคลาสซูเปอร์ไบค์ จะได้รับความสนใจจากแฟน ๆ และภายในระยะเวลาไม่กี่ปีความนิยมของการแข่งขันประเภทนี้ก็พุ่งแซงหน้าคลาสการแข่งอื่น ๆ ทั้งหมดในอเมริกา นอกจากนี้ยังสร้างนักแข่งระดับแนวหน้าของวงการแข่งมอเตอร์ไซค์อีกด้วย จนถึงช่วงกลางยุค 1980 ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า AMA ซูเปอร์ไบค์ และนักแข่งดาวเด่นของรายการ คือสิ่งที่แฟน ๆ ตั้งหน้าตั้งรอที่จะได้เข้ามาชมการแข่งขัน เพียงแค่สิบกว่าปีหลังจากที่ก่อตั้งขึ้นการแข่งซูเปอร์ไบค์ การแข่งขันนี้ก็แพร่หลายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก จน FIM ได้จัดตั้งการแข่งขัน World Superbike Championship ในปี 1988 และในปีนั้นแชมป์โลกซูเปอร์ไบค์คนแรก ได้แก่ Fred Merkel. กับฉายา “นักแข่งรถฮีโร่ชาวอเมริกัน“ MotoAmerica การแข่งขันในยุคแรก การแข่งขันซูเปอร์ไบค์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงต้นถึงกลางยุค 1970 มีมอเตอร์ไซค์หลากหลายค่ายที่ร่วมเข้ามาแข่งขันกันไม่ว่าจะเป็น Honda CB750, Kawasaki Z1, Norton Commando, Triumph Bonneville, BMW R90S, Ducati 750SS รวมถึงรถสองจังหวะของ Yamaha, Kawasaki และ Suzuki ถูกผลิตจากโรงงานด้วยสมรรถนะที่มีพละกำลังมหาศาล และการควบคุมที่ดีขึ้นจนไม่สามารถใช้ประสิทธิภาพได้เต็มที่บนท้องถนน ด้วยเหตุนี้ ผู้ขับขี่ในยุค Baby Boomer จึงเริ่มนำมอเตอร์ไซค์ของพวกเขามาปรับแต่ง ติดตั้งสายล็อกเพื่อความปลอดภัย ติดป้ายหมายเลข และออกมาแข่งบนสนามแข่งกันมากขึ้นจนเป็นประวัติการณ์ การแข่งขัน Laguna Seca Raceway 1973   จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1973 เมื่อผู้จัดการแข่งขันอย่าง เกวิน ทริปป์ และ บรูซ ค็อกซ์ ได้เชิญกลุ่มนักแข่งรถโปรดักชั่นมายังสนาม Laguna Seca Raceway ในเดือนกรกฎาคมปี 1973 เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน AMA National Road Race ในคลาส Heavyweight Production โดยผู้ชนะในการแข่งขันนั้นคือ อีวอน ดูฮาเมล ที่ชนะ สตีฟ แมคลาฟลิน ซึ่งทั้งคู่ขี่ Kawasaki Z1 ส่วน ไมค์ คลาร์ก ชนะในคลาส Lightweight Production ด้วย Yamaha RD350 การแข่งขันดังกล่าวได้รับความนิยมมากจากแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ทำให้การแข่งขันนี้ได้ถูกจัดการแข่งขันขึ้นอีกครั้งในปี 1974 ซึ่งในปีนั้นการแข่งโปรดักชั่นยังได้ขึ้นปกนิตยสาร Cycle News โดยมีพาดหัวว่า ‘Superbike National’ และทำให้การแข่งขันรถในคลาสซูเปอร์ไบค์ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ในปี 1975 Daytona และ Ontario ได้ทำการเพิ่มการแข่งขันรถในคลาส Superbike Production ในตารางการแข่งขัน เพราะทาง AMA ไม่สามารถนิ่งเฉยต่อความนิยมที่เพิ่มขึ้นของคลาสนี้ได้อีกต่อไป ด้วยการแข่งขันที่มีความตื่นเต้น เร้าใจ ทำให้มีการรายงานข่าวอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่องมากยิ่งขึ้นของการแข่งขัน AMA Superbike ในนิตยสาร Cycle News อย่างต่อเนื่อง ทำให้ คุก นีลสัน และ ฟิล ชิลลิง บรรรณาธิการของ Cycle News นิตยสาร มีบทบาทสำคัญในการสร้างฐานแฟนคลับจำนวนมากให้กับคลาสการแข่งรถบนถนนรูปแบบใหม่นี้ ค่ายรถยุโรป VS ญี่ปุ่น รถมอเตอร์ไซค์สำหรับการแข่งขันจากแดนซามูไรอย่าง ‘ประเทศญี่ปุ่น’ มักจะมีจุดเด่นในด้านของพละกำลังเพราะมีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และมีหลายสูบ แต่ยังมีปัญหาในเรื่องของการควบคุม ซึ่งตรงจุดนี้เป็นข้อได้เปรียบที่มอเตอร์ไซค์ยุโรปจริงที่มีกำลังน้อยกว่า แต่มีเสถียรภาพในการควบคุมมากกว่าอย่าง BMW R90S, Ducati 750SS และ Moto Guzzi 850 Le Mans รถมอเตอร์ไซค์จากค่ายยุโรปทั้ง 3 คันที่กล่าวไป

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
Marc Marquez MotoGP Team Owner

Marc Marquez ออกมาเคลียร์ประเด็นการเป็นเจ้าของทีมแข่ง MotoGP ย้ำชัดขอทำหน้าที่นักแข่งให้ดีที่สุด ปัดเดินรอยตาม Valentino Rossi ในเร็วๆ นี้

  • All Posts
  • MOTOGP
Fabio Quartararo

เจาะลึกท่าทางสุดเซ็งของ Fabio Quartararo ในการทดสอบ MotoGP ที่บุรีรัมย์ ชี้รถ Yamaha V4 ตัวใหม่ยังห่างชั้นคู่แข่ง และอนาคตกับทีมที่เริ่มสั่นคลอน

สนาม Adelaide Street Circuit 2027

สนามใหม่ MotoGP Adelaide 2027 กับประเด็นความปลอดภัยที่ถูกตั้งคำถาม ความท้าทายบนถนนหลวง หรือความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่าสำหรับนักแข่ง?

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
Pirelli วางแผนอาวุธ ลุยสนามแรก WSBK 2025

Pirelli วางแผนอาวุธ ลุยสนามแรก WSBK 2025 Pirelli วางแผนอาวุธ สนามแรก..พร้อมยืนยันผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมสำหรับยางที่ใช้ในการทดสอบ Pre-Season Test ที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ พร้อมโชว์ผลงานเด่นกับ Best Lap ดีที่สุดโดย Nicolo Bulega (WorldSBK) และ Bendsneyder (WorldSSP) จากข้อมูลการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ที่ผ่านมา นักแข่งส่วนใหญ่สามารถจบเวลาต่อรอบด้วยดี ด้วยการใช้ยางหน้ามิเดียม SC1 และยางฮาร์ด SC2 จับคู่ยางซอร์ฟด้านหลัง SC0 รวมถึงยางมิเดียมโปรโตไทป์ 2 รุ่นใหม่ D0286 และ D0922 ในขณะที่รุ่น WorldSSP ใช้เนื้อยางเช่นเดียวกันก็คือ SC1 มิเดียม และยางฮาร์ด SC2 ส่วนยางหลังเป็นรุ่นพัฒนาเฉพาะอย่าง A1128 มิเดียมเพียงออปชันเดียว ยางโปรโตไทป์ D0922 ลงทดสอบครั้งแรก New rear for WorldSBK สำหรับเจ้า D0922 เป็นยางหลังรุ่นโปรโตไทป์ที่ใช้ทดสอบที่นี่เป็นครั้งแรก เมื่อเปรียบเทียบกับยาง SC1 มิเดียมและ D0286 (เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อปีที่แล้ว) ทั้งสองรุ่นจะมีโครงสร้างและเนื้อยางต่างกัน โดยยาง D0922 คุณสมบัติให้ความทนทานพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแข่งขันที่จะต้องรีดสมรรถนะยางให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งนักแข่งต่างพึ่งพอใจ และชื่นชอบความเสถียรภาพของยางรุ่นนี้ Bulega – Bendsneyder สุดยอดนักบิด No.11 กับ Best Lap ด้วยยาง Pirelli Nicolo Bulega Bo Bendsneyder สุดคึกคักสำหรับการเทสทดสอบเมื่อช่วงปลายวีคที่ผ่านมา โดย 2 นักบิดคู่คลาสที่ขึ้นนำหัวแถวอย่าง Nicolo Bulega #11 (Aruba.it Racing – Ducati) เหมาอันดับหัวตารางพร้อมผลเวลาทดสอบดีสุดที่ 1:28.680 นาที ใน Session 3 ส่วนอีกคนที่ทำเวลาดีสุดในคลาสรองลงมาก็คือ Bo Bendsneyder #11 (MV Agusta Reparto Corse) รุ่น WorldSSP กับผลเวลาดีสุดที่ 1:31.595 นาทีใน Session 4 การแข่งขันแบบ Flag-to-Flag เนื่องด้วยผิวแทร็กที่ปรับสภาพใหม่ ทางผู้จัดอย่างดอร์น่าจึงได้ประกาศสำหรับการแข่งขันแบบ Flag-to-Flag โดยนักแข่งทุกคนจะต้องเข้าพิทในระหว่างแข่งขันเพื่อเปลี่ยนยาง และยางที่ใช้จะต้องรองรับการสวิงของอุณหภูมิที่รวดเร็ว ทุกการตัดสินใจจะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ และใครจะพลาดโอกาสสำคัญ Pirelli แสดงความพึงพอใจต่อการทดสอบและผลงานของทีมและนักแข่ง โดยกล่าวว่า : “เราพอใจกับงานที่ทีมและนักแข่งทำในระหว่างการทดสอบสองวัน แม้จะทราบดีว่า การแข่งขันจะถูกจัดขึ้นในรูปแบบ Flag-to-Flag ซึ่งนักแข่งต้องเข้าพิทเพื่อเปลี่ยนยาง แต่นักแข่งหลายคนยังคงใช้ยางเดิมวิ่งต่อไปได้นานเกินกว่าจำนวนรอบที่กำหนดสำหรับการแข่งขันจริง แม้ว่าจะไม่ได้วิ่งต่อเนื่องกันตลอด แต่พวกเขายังสามารถเข้าและออกจากพิทได้อย่างต่อเนื่องเพื่อทดสอบยางในสถานการณ์ต่าง ๆ” “โซลูชันยางทั้งหมดที่เราให้ทดสอบ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามี สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ไม่มีสัญญาณของการสึกหรอผิดปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เรายืนยันให้ใช้ยางเหล่านี้ในการแข่งขันจริง ควรสังเกตว่าอุณหภูมิของแทร็กในช่วงสองวันนี้ค่อนข้างต่ำ แต่เราทราบดีว่า ความร้อนที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ สามารถส่งผลต่อสมรรถนะของยางได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เรารวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเกี่ยวกับยางหลังรุ่นใหม่ D0922 ซึ่งนักแข่งไม่เคยใช้มาก่อน และพวกเขาต่างชื่นชมสำหรับความเสถียรที่เพิ่มมากขึ้น” เราอาจได้เห็นสถิติใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสนามนี้ รวมถึงสนามอื่น ๆ อีกมากมายด้วยยางพีเรลลี หากใครที่ต้องการความเร็ว แรงและการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม ยางรุ่นนี้..เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ “เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้ เคยสังเกตไหมหล่ะครับ ว่าการแข่งขันสองล้อระดับเวิร์ลคลาสที่หลาย ๆ คนรู้จัก และได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลกทั้งศึกโปรโตไทป์ MotoGP และโปรดักท์ชัน WorldSBK ที่จัดขึ้นโดยผู้จัดเจ้าเดียวกันอย่าง ดอร์น่า สปอร์ต ซึ่งในประเด็นนี้ คุณผู้ชมอาจรู้จักกันหมดแล้ว ดังนั้น เรามาเจาะจุด กฏการแข่ง motogp และ wsbk ความต่างระหว่างตัวแข่งของทั้งสองรายการว่ามีข้อกฎการแข่งที่คุณอาจไม่รู้ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ? ระบบกันสะเทือน (Active) – ช่วงล่างปรับแต่งเองโดยผู้ขับขี่ MotoGP : แบน ไม่อนุญาตให้ใช้ เพื่อลดความยุ่งยากและกลไกความซับซ้อน ทางดอร์น่าจึงไม่อนุญาตให้ทีมแข่งขันใช้ระบบช่วงล่างที่สามารถปรับแต่งเองได้โดยผู้ขับขี่ หรือที่เราเรียกง่าย ๆ ว่าโช้คไฟฟ้านั่นแหล่ะ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีสำหรับการเก็บข้อมูลเชิงลึกในการแข่งขัน ให้ฝ่ายเทคนิคของแต่ละทีมได้แก้โจทย์ปัญหาต่าง ๆ ภายใต้เวลาที่จำกัด WSBK : ถึงแม้ว่าการแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์จะกำหนดให้ใช้สเปคตัวแข่งเวอร์ชันโรงงาน แต่ทว่าในเรื่องของช่วงล่างไฟฟ้าที่ติดมาให้อยู่แล้วในบางรุ่นอย่าง CBR1000RR-R SP หรือ Ducati Panigale V4R ก็ถูกแบนเช่นเดียวกัน ให้ใช้ช่วงล่างที่ปรับด้วยเครื่องมือเท่านั้น เครื่องยนต์ 2 จังหวะ MotoGP : (แบน) จากตำนานตัวแข่ง 2 จังหวะถูกยกเลิกใช้แข่งขันไปเมื่อปี 2002 และทดแทนด้วยสเปคเครื่องยนต์ใหม่ ด้วยปริมาตรกระบอกสูบ 990 ซีซี 4 จังหวะ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและสอดคล้องกับเทคโนโลยีใช้งานบนท้องถนน *โดยปัจจุบันได้มีการลดสเปคสำหรับตัวแข่งขันในปี 2027 โดยลดปริมาตรกระบอกสูบซีซีจากเดิม 1,000 ซีซี ลดลงเหลือเพียง 850 ซีซี เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งทำลายสุขภาพและยังเป็นการลดต้นทุนให้กับแบรนด์ค่ายรถอีกด้วย WSBK : ถึงแม้จะถอดรูปแบบการแข่งขันรถ 2 จังหวะจากศึกตำนานอันโด่งดังอย่าง Formula TT แต่ World SuperBike Championship หรือ WSBK นั้นสร้างปฐมบทเรื่องราวด้วยตัวแข่ง 4 จังหวะอย่างเครื่องยนต์ V-Twin ของค่ายดูคาติ อาพริเลีย และฮอนด้า และตัวแข่งคลาส 750 ซีซี 4 เม็ดเรียงจากผู้ผลิตญี่ปุ่น จนกระทั่งปรับขึ้นมาเป็นรุ่น 1,000 ซีซีในปัจจุบัน ระบบ Seamless gearbox ระบบส่งกำลัง Seamless-Shift Transmissions หรือระบบเกียร์แบบไร้รอยต่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชนเกียร์+/- อย่างสเถียรโดยไม่ต้องรอรอบและไม่ต้องกำคลัตช์ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถ่ายทอดถอดแบบมาจากโมโตจีพี ในเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ควิกชิฟเตอร์ แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ MotoGP ในรายการโมโตจีพีอนุญาตให้ใช้ในการแข่งขัน WSBK แบน ให้ใช้ชุดเกียร์ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเท่านั้น คันเร่งไฟฟ้า กับ ระบบแทร็คชันคอนโทรล MotoGP ไม่อนุญาตให้ใช้คันเร่งไฟฟ้า แต่ระบบแทร็คชันคอนโทรลอนุโลมให้ใช้บางส่วนเท่านั้น (อยู่ภายในการควบคุม)  WSBK สามารถใช้ได้เฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งจากโรงงานเท่านั้น   วิงก์เล็ต -เทคโนโลยียอดฮิตที่นิยมใช้ในปัจจุบัน MotoGP  อนุญาตให้ใช้ แต่ปีกชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องยึดติดกับแฟริ่งกับตัวรถเท่านั้น WSBK ให้ใช้ปีกวิงก์เล็ตเฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ไม่สามารถติดในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้   สูตรน้ำมันเบนซิน (ห้ามใช้สารเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่ว) MotoGP : เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ในปี 2024 โมโตจีพีได้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์และเชื้อเพลิงชีวภาพ ทดแทนเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่วซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพร่างกาย *และมีแนวโน้มที่จะยกเลิกการใช้น้ำมันมาจากฟอสซิล อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิวหรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ที่เป็นเชื้อเพลิงสะอาด 100% ในอนาคต WSBK : มีการปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ได้มาจากแหล่งฟอสซิล 40% ในปัจจุบันและคาดว่าจะมีการปรับมาใช้เชื้อเพลิงพลังงานสะอาดในเร็ว ๆ นี้ ระบบจุดเบิด Screamer ทางดอร์น่าได้ยกเลิก ให้ใช้เครื่องยนต์ที่จุดระเบิดแบบ Screamer ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่กระจายการจุดระเบิดที่สม่ำเสมอ (ให้กำลังในรอบสูง) ซึ่งส่งผลให้ตัวรถนั้นควบคุมได้ยากและกินเนื้อยาง จึงให้ปรับมาใช้การจุดระเบิดแบบ Big Bang ซึ่งให้การควบคุมที่ง่ายกว่า MotoGP : แบน WSBK : แบน จากเบรกคาร์บอน MotoGP : อนุญาตให้ใช้จานคาร์บอน (เฉพาะสนามแห้ง) ส่วนสนามเปียกให้ใช้เป็นจานดิสก์เบรก (เนื้อโลหะ)

  • All Posts
  • WSBK
ชมโฉม ZX-10RR Winter Test 2024

ชมโฉม ZX-10RR Winter Test 2024 พร้อมนักแข่งหน้าใหม่ที่มาแทน Rea แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตที่ชื่นชอบรายการแข่งขันรถโปรดักชันที่เร็วและแรงที่สุดในโลกอย่าง WorldSBK น่าจะรู้กันดีว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงปิดฤดูกาลและเข้าสู่ช่วงการทดสอบในฤดูหนาวแล้ว วันนี้เราก็จะพาไป ชมโฉม ZX-10RR Winter Test 2024 ของทาง Kawasaki Racing Team กันครับ โดยในฤดูกาล 2024 นี้หลังจาก Jonathan Rea ย้ายออกไป คงเหลือไว้แต่ Alex Lowes ก็ได้น้องใหม่ที่เพิ่งเซ็นสัญญาเข้าทีมมาอย่าง Axel Bassani (คนผมหยิกในภาพด้านบน) ใช้เบอร์แข่ง 47 ซึ่งเคยสังกัดทีมอิสระมานาน 2 ปี มาปีหน้าจะได้อยู่ทีมโรงงานกับเขาแล้ว ซึ่งก็กลายเป็นธรรมเนียมประจำไปแล้วสำหรับทาง KRT ที่จะเผยโฉมรถแข่งของเขาในรูปโฉมสำหรับใช้ทดสอบในช่วงปิดฤดูกาล หรือในช่วงฤดูหนาวของทุก ๆ ปี และแน่นอนว่าทางค่ายก็จะนำโฉมนี้ไปทำเป็นรุ่นพิเศษขายเป็นโมเดลในปีถัดไปอีกด้วย และนั่นล่ะครับ งานนี้ใครชอบลายกราฟิกพิเศษหรือไม่ยังไงไม่รู้ แต่บอกเลยมันเท่ใช้ได้เลยนะ สาวกค่ายเขียวที่ยังไม่มีคงต้องเก็บกันซักคันนะเออ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea ย้ายสู่ทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK เรียบร้อย

Jonathan Rea ย้ายสู่ทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK เรียบร้อย เพียง 24 ชม.หลังจากจบการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2023 แชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ย้ายสู่ทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK ทันที และนี่เป็นครั้งแรกที่มีรถแข่ง R1 หมายเลข 65 โดยรูปโฉมที่เผยออกมานั้นมาในโทนสีสุดเท่ โดดเด่นด้วยสีเทาพิเศษ สีขาวและลายคาร์บอนไฟเบอร์ ในลักษณ์ของลวดลายแบบวินเทอร์เทสต์นั่นเองครับ แน่นอนว่าทางทีมงานและวิศวกรของยามาฮ่ารอต้อนรับกันเป็นอย่างดี และเบื้องต้น Rea เองก็ดูจะชอบการฟิตติ้งรถล่วงหน้า และเราได้เห็นเขาและรถคันนี้ทดสอบกันในแทร็กแล้วที่ Circuito de Jerez – Ángel Nieto 2 วันด้วยกัน โดยผลเทสต์ในวันแรกนี้ Rea กดไป 12 แล็ป ทำเวลาได้ 1’40.302 เร็วเป็นอันดับ 4 ของการทดสอบในวันนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว กับคนที่ต้องเปลี่ยนรถข้ามค่ายมาแบบนี้ ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับผม อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista เหมาชัยชนะต่อ

Bautista เหมาชัยชนะต่อ แม้คว้าแชมป์โลกไปแล้ว และแล้วการแข่งขันที่ Jerez ซึ่งเป็นสนามที่ 12 และสนามสุดท้ายของรายการ FIM World Superbike Championship 2023 จบลงด้วยการที่ Bautista เหมาชัยชนะต่อ แม้จะคว้าแชมป์โลกไปแล้วก็ตาม นอกจากนี้นักแข่งชาวสเปนร่างเล็กผู้นี้ยังคว้ารางวัล Pirelli Best Lap Award ที่มอบให้แก่ผู้ที่ทำสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดไว้มากที่สุดอีกด้วย โดยเขาสามารถทำสถิตินี้ไปได้ทั้งหมด 19 เรซเลยทีเดียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซนั้นมีการตีธงแดงในแล็ปที่ 2 จากนั้นเริ่มออกสตาร์ทกันใหม่ และลดเหลือแค่ 8 แล็ปเท่านั้น นักแข่งในแถวหน้านั้นต่างเลือกใช้ยางหลัง SC1 แต่สูตรที่นิยมที่สุดกลับเป็นยาง SCQ C0004 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา มีเพียง Jonathan Rea (Kawasaki) ที่ตัดสินใจออกสตาร์ทด้วยยางหลัง SCX B0800 ขณะที่ Rabat (Kawasaki), Ruiu (BMW), Syahrin (Honda) และ Konig (Kawasaki) เลือกใช้ SCX แทน เมื่อเรซนี้เริ่มออกสตาร์ทใหม่อีกครั้ง Alex Lowes กลับเปลี่ยนใจไปใช้ยางหลัง SCX B0800 ขณะที่ Aegerter (Yamaha), Rinaldi (Ducati) และ Lecuona (Honda) เปลี่ยนไปใช้ SCX เรซนี้เป็น Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ที่ชนะอีกครั้ง โดยเข้าเส้นก่อน Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) Race2 การแข่งขันในเรซที่ 2 เรซสุดท้ายของปีนี้นั้น นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยางแบบเดียวกับการแข่งขันในเรซแรก โดยใช้ยางหน้า SC1 และยางหลัง SCX หรือไม่ก็ SCX B0800 เรซนี้เป็นการดวลกันของ Bautista และ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) เรียกว่าสุดตื่นเต้นเลยทีเดียว แซงกันไปมาจนแล็ปสุดท้าย และเป็น Razgatlioğlu ที่จบก่อน ทว่าโดนทำโทษจากการขี่เกินแทร็กลิมิตในโค้งสุดท้าย ชัยชนะจึงตกเป็นของ Bautista ส่วน Razgatlioğlu ถูกปรับให้ตกลงมาหนึ่งอันดับกลายเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 เป็นนักแข่งจากยามาฮ่าอีก 1 คนนั่นก็คือ Dominique Aegerter สุดท้ายนี้นักแข่งชาวตุรกีก็ได้เฉลิมฉลองโพเดียมที่ 100 ของเขากับยามาฮ่า ก่อนที่เขาจะย้ายไปอยู่ BMW ในปี 2024 และ Aruba.it Racing – Ducati ยังได้รับรางวัลแชมป์โลกประเภททีมอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK

Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK เป็นสมัยที่ 2 วันเสาร์ที่ Jerez Álvaro Bautista คว้าแชมป์โลก WorldSBK เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากคว้าชัยในเรซแรก ซึ่งทำให้คะแนนรวมทั้งหมดเมื่อคำนวณแล้วทำให้คะแนนทิ้งห่างอันดับที่ 2 จนสามารถคว้าแชมป์โลกมาได้ทันทีแม้ว่าจะมีการแข่งขันเหลืออยู่อีก 2 เรซก็ตาม สำหรับเขาแล้วนี่คือแชมป์ WolrdSBK สมัยที่ 2 และเป็นสมัยที่ 2 ที่เขาชนะด้วยยาง Pirelli เขาและดูคาติยังมีความสามารถในการบริหารจัดการยางได้ดีตลอดทั้งฤดูกาลจนน่ายกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดี ขอแสดงความยินดีให้กับ Bautista และ Ducati กับฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมนี้ด้วยครับ Superpole ในรอบซูเปอร์โพลหรือรอบควอลิฟายนั้น นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหลังเป็นสูตรนุ่มพิเศษอย่าง SCQ และยางหน้าเป็น SC1 โดยมี Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) กดเวลา 1’38.635 นาทีคว้าตำแหน่งโพลไปครอง โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ปิดแถวสตาร์ทแถวหน้า ส่วน Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กับทำได้ไม่ดีหล่นมาที่อันดับ 7 ตามหลังทีมอิสระที่ใช้รถยามาฮ่าอย่าง Aegerter และ Gardner Race 1 การแข่งขันในเรซแรกนี้ นักแข่งทุกคนเลือกออกตัวด้วยยางหน้า SC1 ขณะที่ยางหลังเสียงแตก แต่ส่วนใหญ่เลือก SCX โดยมีบางคนเลือก SCX B0800 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา และมี Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) เพียงคนเดียวที่เลือก SC0 เป็นยางสูตรที่แข็งที่สุดที่มีให้เลือกใช้ในสนามนี้ เป็นเบาติสต้าที่ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลได้ดี และขึ้นนำแบบม้วนเดียวจบจนเข้าเส้นโดยไม่มีใครตอแยเลย แต่ความสนุกในระหว่างการแข่งขันเป็น Razgatlioglu ที่สามารถไต่จากอันดับ 7 มาจบที่อันดับ 2 ได้ แต่ทว่าก็ไม่อาจจะไล่จับนักแข่งดูคาติที่นำเป็นหัวแถวได้เลย ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของเพื่อนร่วมทีมคือ Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) และเมื่อการแข่งขันจบลงคะแนนของเบาติสต้าก็มากพอที่จะเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง โดยไม่ต้องแข่งอีก 2 เรซที่เหลือ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปฏิทินการแข่งขัน WorldSBK 2024 ประกาศแล้ว

ปฏิทินการแข่งขัน WorldSBK 2024 ประกาศแล้ว เผยออกมาแล้วกับ ปฏิทินการแข่งขัน WorldSBK 2024 รายการแข่งขันเฟ้นหารถโปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลกที่มีความร้อนแรงไม่น้อยหน้าเวทีใหญ่อย่าง MotoGP สำหรับปีนี้แข่งกันทั้งหมด 12 สนาม พร้อมมีสนามใหม่เพิ่มเข้ามา 2 สนามด้วยกัน พร้อมเปลี่ยนลำดับของแต่ละสนามอีกนิดหน่อย แต่ยังไงก็รับรองได้ว่าเข้มข้นแน่นอน สนามที่ วันที่ ประเทศ สนาม WorldSBK WorldSSP WorldSSP300 1 23-25 ก.พ. ออสเตรเลีย Phillip Island X X 2 22-24 มี.ค. สเปน Circuit de Barcelona-Catalunya X X X 3 19-21 เม.ย. เนเธอร์แลนด์ TT Circuit Assen X X X 4 14-16 มิ.ย. อิตาลี Misano World Circuit “Marco Simoncelli” X X X 5 12-14 ก.ค. อังกฤษ Donington Park X X 6 19-21 ก.ค. เช็ค Autodrom Most X X X 7 9-11 ส.ค. โปรตุเกส Autodromo Internacional do Algarve X X X 8 23-25 ก.ย. ฮังการี Balaton Park Circuit X X 9 6-8 ก.ย. ฝรั่งเศส Circuit de Nevers Magny-Cours X X X 10 20-22 ก.ย. อิตาลี Cremona Circuit X X 11 27-29 ก.ย. สเปน MotorLand Aragon X X X 12 11-13 ต.ค. สเปน Circuito de Jerez X X X โดยจะมีสนาม Balaton Park Circuit ประเทศฮังการี และ Cremona Circuit ประเทศอิตาลีเป็น 2 สนามใหม่ และยังต้องรอการตรวจสอบรับรองสนามว่าผ่านเกณฑ์จาก FIM หรือไม่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Bautista ฟาดเรียบ

Bautista ฟาดเรียบ ศึก WSBK 2023 ที่โปรตุเกส เป็นอีก 1 สนามที่ Bautista ฟาดเรียบ อีกครั้ง สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Autódromo Internacional do Algarve ประเทศโปรตุเกส ซึ่งเป็นสนามรองสนามสุดท้ายแล้ว แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้แชมป์โลกสักทีเพราะคะแนนยังไม่ขาดกันต้องไปลุ้นแชมป์กันถึงสนามสุดท้าย ควอลิฟาย สำหรับการควอลิฟายหาตำแหน่งออกสตาร์ทในเรซที่ 1 นั้น Kawasaki เข้าวินมาสองคนได้แก่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่คว้าตำแหน่งโพล ด้วยเวลา 1’39.620 เกือบจะทำลายสถิติที่เขาเองทำเอาไว้ปีที่แล้ว ขณะที่ทีมเมท Alex Lowes เข้ามาเป็นอันดับ 2 และเข้าเส้นอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ซึ่งต้องออกสตาร์ทลำดับสุดท้ายเนื่องจากโดนโทษจากสนาม Aragon ทำให้ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทแถวแรกแทนแถวที่สอง และ Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ออกสตาร์ทเป็นคนแรกจากกริดสตาร์ทแถวที่สอง ส่วนเรื่องยางนั้นนักแข่งทุกคนเลือกยางหลังเป็น SCX สูตรมาตรฐาน ซึ่งทางพีเรลลี่เลือกมาใช้สำหรับการแข่งในสนามนี้เป็นยางสำหรับควอลิฟายและซูเปอร์โพลเรซ แทนที่ SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งแถวหน้าทั้ง 2 แถวต่างเลือกยาง SC1 สูตรมาตรฐาน  เรซที่ 1 การแข่งขันในเรซแรกนั้นนักแข่งทุกคนเลือกยางหลังเป็นยาง SC0 สูตรมาตรฐาน ซึ่งนุ่มกว่าอีก 2 สูตรที่มีให้เลือก ส่วนยางหน้านั้นเกือบทุกคนเลือกใช้ SC1 สูตรมาตรฐาน เว้นแต่ Scott Redding และ Michael Van Der Mark (PETRONAS MIE Racing Honda Team) รวมไปถึยง Hafizh Syahrin (PETRONAS MIE Racing Honda Team) ซึ่งพอใจที่จะเลือกยาง SC2 ที่แข็งกว่า  การแข่งขันเริ่มต้นไปจนถึงช่วงกลางเรซ การแข่งขันก็กลายเป็นศึกสามเศร้าระหว่างโพลแมนอย่าง Rea Rea, Ragatlioğlu และ Bautista จากนั้นก็กลายเป็นนักแข่งจากค่ายแดงที่สามารถขึ้นนำและมีเพียงนักแข่งหนุ่มจากตุรกีที่สามารถเกาะติดไปได้ ขณะที่ Rea ตกไปอยู่อันดับ 3 ที่ทิ้งช่องว่างห่างออกไปเกือบ 4 วินาทีจากสองคนที่นำ  กระทั่งแล็ปสุดท้ายก็เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์โลกที่สามารถยืดระยะกับนักแข่งยามาฮ่าเพิ่มขึ้นได้ และเข้าเส้นไปแบบอีซี่ ๆ แน่นอนว่าอันดับ 2 ตกเป็นของ Razgatlioğlu และอันดับ 3 เป็น Rea แต่ผลออกมาแบบนี้ทำให้คะแนนยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ Bautista เป็นแชมป์โลกต่อไป ซูเปอร์โพลเรซ เรื่องการเลือกยางนั้นแทบจะเป็นเอกฉันทร์ นักแข่งแทบทุกคนเลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรมาตรฐานและยางหน้า SC1 สูตรมาตรฐาน มีเพียงคนเดียวคือ Bradley Ray (Yamaha Motoxracing WorldSBK Team) ที่ตัดสินใจเลือกยาง SC0 C0927 สูตรกำลังพัฒนาในส่วนของยางหน้า    การแข่งเรซนี้โพลแมน Jonathan Rea ร่วงไปอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นไม่กี่เมตรเพื่อนร่วมทีม Alex Lowes ก็ตามไปติด ๆ กลายเป็น Toprak Razgatlioğlu ขึ้นนำ แต่พอมาถึงช่วงท้ายอีก 3 แล็ปจะจบเรซ  Álvaro Bautista ย่นระยะห่างจนเหลือแค่เพียง 0.3 วินาที Razgatlioğlu เองก็ป้องกันการจู่โจมรุกไล่จากนักแข่งสเปนไว้ได้กระทั่งโค้งสุดท้ายในแล็ปสุดท้าย Bautista ออกจากโค้งได้เร็วกว่า ชิงเข้าเส้นแย่งชัยชนะไปจาก Razgatlioğlu ไปได้ก่อน ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ Andrea Locatelli นักแข่งยามาฮ่าอีก 1 คนแทน