SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ WSBK ล่าสุด

  • All Posts
  • WSBK
กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้ เคยสังเกตไหมหล่ะครับ ว่าการแข่งขันสองล้อระดับเวิร์ลคลาสที่หลาย ๆ คนรู้จัก และได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลกทั้งศึกโปรโตไทป์ MotoGP และโปรดักท์ชัน WorldSBK ที่จัดขึ้นโดยผู้จัดเจ้าเดียวกันอย่าง ดอร์น่า สปอร์ต ซึ่งในประเด็นนี้ คุณผู้ชมอาจรู้จักกันหมดแล้ว ดังนั้น เรามาเจาะจุด กฏการแข่ง motogp และ wsbk ความต่างระหว่างตัวแข่งของทั้งสองรายการว่ามีข้อกฎการแข่งที่คุณอาจไม่รู้ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ? ระบบกันสะเทือน (Active) – ช่วงล่างปรับแต่งเองโดยผู้ขับขี่ MotoGP : แบน ไม่อนุญาตให้ใช้ เพื่อลดความยุ่งยากและกลไกความซับซ้อน ทางดอร์น่าจึงไม่อนุญาตให้ทีมแข่งขันใช้ระบบช่วงล่างที่สามารถปรับแต่งเองได้โดยผู้ขับขี่ หรือที่เราเรียกง่าย ๆ ว่าโช้คไฟฟ้านั่นแหล่ะ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีสำหรับการเก็บข้อมูลเชิงลึกในการแข่งขัน ให้ฝ่ายเทคนิคของแต่ละทีมได้แก้โจทย์ปัญหาต่าง ๆ ภายใต้เวลาที่จำกัด WSBK : ถึงแม้ว่าการแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์จะกำหนดให้ใช้สเปคตัวแข่งเวอร์ชันโรงงาน แต่ทว่าในเรื่องของช่วงล่างไฟฟ้าที่ติดมาให้อยู่แล้วในบางรุ่นอย่าง CBR1000RR-R SP หรือ Ducati Panigale V4R ก็ถูกแบนเช่นเดียวกัน ให้ใช้ช่วงล่างที่ปรับด้วยเครื่องมือเท่านั้น เครื่องยนต์ 2 จังหวะ MotoGP : (แบน) จากตำนานตัวแข่ง 2 จังหวะถูกยกเลิกใช้แข่งขันไปเมื่อปี 2002 และทดแทนด้วยสเปคเครื่องยนต์ใหม่ ด้วยปริมาตรกระบอกสูบ 990 ซีซี 4 จังหวะ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและสอดคล้องกับเทคโนโลยีใช้งานบนท้องถนน *โดยปัจจุบันได้มีการลดสเปคสำหรับตัวแข่งขันในปี 2027 โดยลดปริมาตรกระบอกสูบซีซีจากเดิม 1,000 ซีซี ลดลงเหลือเพียง 850 ซีซี เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งทำลายสุขภาพและยังเป็นการลดต้นทุนให้กับแบรนด์ค่ายรถอีกด้วย WSBK : ถึงแม้จะถอดรูปแบบการแข่งขันรถ 2 จังหวะจากศึกตำนานอันโด่งดังอย่าง Formula TT แต่ World SuperBike Championship หรือ WSBK นั้นสร้างปฐมบทเรื่องราวด้วยตัวแข่ง 4 จังหวะอย่างเครื่องยนต์ V-Twin ของค่ายดูคาติ อาพริเลีย และฮอนด้า และตัวแข่งคลาส 750 ซีซี 4 เม็ดเรียงจากผู้ผลิตญี่ปุ่น จนกระทั่งปรับขึ้นมาเป็นรุ่น 1,000 ซีซีในปัจจุบัน ระบบ Seamless gearbox ระบบส่งกำลัง Seamless-Shift Transmissions หรือระบบเกียร์แบบไร้รอยต่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชนเกียร์+/- อย่างสเถียรโดยไม่ต้องรอรอบและไม่ต้องกำคลัตช์ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถ่ายทอดถอดแบบมาจากโมโตจีพี ในเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ควิกชิฟเตอร์ แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ MotoGP ในรายการโมโตจีพีอนุญาตให้ใช้ในการแข่งขัน WSBK แบน ให้ใช้ชุดเกียร์ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเท่านั้น คันเร่งไฟฟ้า กับ ระบบแทร็คชันคอนโทรล MotoGP ไม่อนุญาตให้ใช้คันเร่งไฟฟ้า แต่ระบบแทร็คชันคอนโทรลอนุโลมให้ใช้บางส่วนเท่านั้น (อยู่ภายในการควบคุม)  WSBK สามารถใช้ได้เฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งจากโรงงานเท่านั้น   วิงก์เล็ต -เทคโนโลยียอดฮิตที่นิยมใช้ในปัจจุบัน MotoGP  อนุญาตให้ใช้ แต่ปีกชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องยึดติดกับแฟริ่งกับตัวรถเท่านั้น WSBK ให้ใช้ปีกวิงก์เล็ตเฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ไม่สามารถติดในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้   สูตรน้ำมันเบนซิน (ห้ามใช้สารเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่ว) MotoGP : เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ในปี 2024 โมโตจีพีได้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์และเชื้อเพลิงชีวภาพ ทดแทนเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่วซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพร่างกาย *และมีแนวโน้มที่จะยกเลิกการใช้น้ำมันมาจากฟอสซิล อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิวหรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ที่เป็นเชื้อเพลิงสะอาด 100% ในอนาคต WSBK : มีการปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ได้มาจากแหล่งฟอสซิล 40% ในปัจจุบันและคาดว่าจะมีการปรับมาใช้เชื้อเพลิงพลังงานสะอาดในเร็ว ๆ นี้ ระบบจุดเบิด Screamer ทางดอร์น่าได้ยกเลิก ให้ใช้เครื่องยนต์ที่จุดระเบิดแบบ Screamer ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่กระจายการจุดระเบิดที่สม่ำเสมอ (ให้กำลังในรอบสูง) ซึ่งส่งผลให้ตัวรถนั้นควบคุมได้ยากและกินเนื้อยาง จึงให้ปรับมาใช้การจุดระเบิดแบบ Big Bang ซึ่งให้การควบคุมที่ง่ายกว่า MotoGP : แบน WSBK : แบน จากเบรกคาร์บอน MotoGP : อนุญาตให้ใช้จานคาร์บอน (เฉพาะสนามแห้ง) ส่วนสนามเปียกให้ใช้เป็นจานดิสก์เบรก (เนื้อโลหะ)

2025 WorldSBK bimota ม้ามืดจากอิตาลี เปิดตัวแล้ว

2025 WorldSBK bimota ม้ามืดจากอิตาลี เปิดตัวแล้ว 2025 WorldSBK bimota เผยโฉมแล้วสำหรับทีมแข่งขันน้องเก่าหน้าใหม่ ค่ายผู้ผลิตในอิตาลีพร้อมหวนลงศึกสังเวียนอีกครั้งในฤดูกาล 2025 พร้อมสองนักแข่งที่คุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง Alex lowes และ Axel Bassani รวมถึงตัวแข่งลวดลายใหม่ในโฉมสีขาว แดงและดำ ตัดแต้มน้ำเงินเล็กน้อย พร้อมเหล่าสปอนเซอร์ไม่ว่าจะเป็น Motul, Showa และ Square Bricks Offices ในรุ่นของ Bimota KB998  โดยรุ่นดังกล่าวเป็นการคอลแลปร่วมกันระหว่างแบรนด์อิตาลีกับค่ายรถคาวาซากิ ซึ่งบิโมต้ากับค่ายเขียวนั้นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันมาอย่างเนิ่นนาน นอกจากโฉมตัวแข่งแล้ว โฉมโมเดลที่มีขายยังคอลแลปร่วม เปิดตัวมาขายหลากหลายรุ่นเช่นกัน โดยเจ้า Bimota KB998 มาพร้อมพื้นฐานเครื่องยนต์ Kawasaki ZX-10R กับหัวใจสี่สูบเรียง ซึ่งเป็นเครื่องระดับตำนานที่พาทีมคว้าแชมป์โลกมาแล้วมากมาย   ซึ่งล่าสุดยังได้สร้างผลงานอย่างเฉิดฉายด้วยผลเวลาซ้อมดีสุดกับท็อป 3 ตลอดรอบการเทสทั้งในสนามเฆเรซและปอร์ติเมาที่ผ่านมาอีกด้วย  Alex Lowes กล่าวว่า “ก่อนอื่นเลย ผมชอบสีของรถปี 2025 มาก! ผมตื่นเต้นมากที่ได้เห็นว่า Bimota และ Kawasaki จะทำอะไรได้บ้างในปีนี้ ทีมงานทุกคนทุ่มเทอย่างมากเพื่อให้โครงการนี้เริ่มต้นขึ้น ผมซาบซึ้งมาก ผมรู้สึกดีตั้งแต่ได้ลองขี่รอบแรก เป้าหมายของผมคือสานต่อจากปี 2024 และคว้าผลการแข่งขันที่ดีที่สุดให้ได้” Axel Bassani เผยว่า “วันนี้เรานำเสนอรถแข่งใหม่ ทีมแข่งใหม่ และทุกอย่างใหม่หมด มันพิเศษมากเพราะเราจัดงานที่ บ้านเกิดของผม” “นี่เป็นการผจญภัยครั้งใหม่สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Kawasaki, Bimota และพวกเราในฐานะนักแข่ง สีของรถแข่งปีนี้เป็นแนว Old School แต่ก็มีความร่วมสมัย ผมคิดว่าทุกคนจะชอบลวดลายนี้มาก..ผมหวังว่าเราจะสามารถ แสดงศักยภาพของทีมและสู้เพื่ออยู่แถวหน้าของการแข่งขัน เราต้องการสร้างการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม เก็บผลลัพธ์ที่ดี และสนุกไปกับมัน!” การเปิดตัว Bimota KB998 Rimini และทีม Bimota by Kawasaki Racing Team (BbKRT) ถือเป็น ก้าวสำคัญของ Bimota ในการกลับเข้าสู่เวที WorldSBK ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Kawasaki ทีมแข่งตั้งเป้าหมาย ขึ้นโพเดียม และหวังว่าจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับ Bimota ในโลกของซูเปอร์ไบค์ระดับโลก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

YAMAHA WSBK 2025 เปิดตัวทีมแข่ง ลุยศึกโปรดักท์ชัน 2025

YAMAHA WSBK 2025 เปิดตัวทีมแข่ง ลุยศึกโปรดักท์ชัน 2025 เมื่อฤดูกาลแข่งขัน WorldSBK 2025 ใกล้จะเริ่มต้นขึ้น ทีมต่าง ๆ ก็พร้อมทยอยเปิดตัวทีมออกมาให้สาธารณชนได้เห็นกันแล้ว ล่าสุดฝั่งค่ายรถเลือดสีน้ำเงินอย่าง Yamaha ได้เผยโฉมลวดลายใหม่สำหรับทีม Pata Maxus Yamaha และ GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team พร้อมที่จะดวลศึกโปรดักท์ชันการแข่งขันสำหรับฤดูกาลนี้ พร้อมไลน์อัพนักบิดฝั่งเลือดน้ำเงินนำโดย Jonathan Rea และ Andrea Locatelli (Pata Maxus Yamaha) และพ่อหนุ่มรูปงามอย่าง Remy Gardner และ Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) โดยการกลับมาในครั้งนี้ อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ยังคงเอกลักษณ์ด้วยพื้นเฉดสีฟ้า พร้อมการเพิ่มแถบสีโทนอ่อนบริเวณแฟริ่งด้านหน้าของรถ Yamaha R1 และแน่นอนชุดนักแข่งด้วยเช่นกัน  Andrea Dosoli ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป กล่าวว่า “ปี 2025 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Yamaha ในการฉลองครบรอบ 10 ปีนับตั้งแต่การมาครั้งแรกในปี 2016 พร้อมกับการเป็นพันธมิตรกับ Pata Snack มาเป็นเวลา 10 ปีเช่นกัน แม้ว่าผลลัพธ์ในปี 2024 จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ความทุ่มเทและความร่วมมือจากวิศวกร ทีมงาน YME นักแข่ง และทีมแข่งของเรายังคงเหนียวแน่นตลอดมา”  “ในช่วงฤดูหนาว ทุกคนได้ทำงานอย่างหนักเพื่อยกระดับสำหรับฤดูกาล 2025 และความก้าวหน้าจากการทดสอบในฤดูหนาวก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราในการเตรียมพร้อมสำหรับปีนี้ การแข่งขันใน WorldSBK มีความเข้มข้นและระดับสูงมาก เราจึงตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสการแข่งขันที่ดุเดือดและตื่นเต้นอีกครั้งในปีนี้” Niccolo Canepa ผู้จัดการด้าน Road Racing ของ Yamaha Motor Europe กล่าวว่า “เป็นสถิติที่น่าประทับใจที่เรามีนักแข่งแชมป์โลกถึง 5 คนที่ใช้รถ R1 ในการแข่งขันความสำเร็จของ Jonathan Rea เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วในฐานะนักแข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ว่าปีที่แล้วเขาจะเผชิญความท้าทาย แต่ความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่มีใครเทียบได้ และประสบการณ์ 1 ปีของเขากับ R1 จะมีบทบาทสำคัญในฤดูกาลนี้ สำหรับ Andrea Locatelli กำลังเข้าสู่ฤดูกาลที่ 5 หลังจากแสดงศักยภาพที่โดดเด่น เราเชื่อมั่นว่าเขาจะต่อยอดความสำเร็จของเขาต่อไป” “ความต่อเนื่องถือเป็นสิ่งสำคัญในการแข่งขัน โดย Remy Gardner และ Dominique Aegerter ยังคงอยู่กับทีมต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ 3 ทีมของเรามีความพร้อมที่ดี ทั้งสองคนแสดงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เรายังรู้สึกตื่นเต้นกับการที่ Yamaha Motoxracing Team ขยายทีมมาใช้รถ 2 คันในฤดูกาล 2025 โดยมี Tito Rabat แชมป์ Moto2 ปี 2014 และ Bahattin Sofuoglu นักแข่งชาวตุรกีผู้มากความสามารถ ทีมของเราทุกคนได้ทำงานอย่างเต็มที่ และเรารอคอยที่จะเริ่มต้นฤดูกาล 2025 ที่น่าตื่นเต้นนี้” เปิดประเดิมทีมแข่งเป็นที่เรียบร้อย สำหรับค่ายส้อมเสียง พร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่และพร้อมพิสูจน์ฝีมือในฤดูกาล 2025 นี้ ต้องมาลุ้นกันว่าทางทีมนั้นจัดเต็มขนาดไหนต้องมาชมการแข่งขันสนามแรกที่ ฟิลิป ไอซ์แลนด์ วันที่ 23-25 ก.พ. 68 นี้ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bimota jerez test 2025 ความท้าทายครั้งใหม่และโอกาสในการพัฒนา

Bimota jerez test  ‘ความท้าทายครั้งใหม่และโอกาสพัฒนา’ ในการแข่งขัน World Superbike (WSBK) ฤดูกาล 2025 ที่จะมาถึง เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทีม Bimota กับการเปิดตัวรถใหม่ KB998 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลุยสนามอย่างเต็มตัว โดยหนึ่งในนักแข่งที่รับหน้าที่ในการทดสอบและพัฒนารถแข่งคันใหม่อย่าง Axel Bassani พร้อมทำการลงซ้อมสนามแรกใน Bimota jerez test 2025 อักเซล บาสซานี ผู้ได้รับความไว้วางใจจากทีมบีโมต้า กล่าวถึงการทดสอบรถแข่งที่สนามเฆเรซในสเปน โดยทางทีมพยายามที่จะพัฒนาระบบต่าง ๆ ของตัวรถ แม้ว่าผลทดสอบจากการขี่ในสภาพอากาศที่แตกต่างกันจะเผยให้เห็นถึงจุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมมากมาย Bimota jerez test 2025 การทดสอบครั้งแรกและข้อมูลที่ได้ @worldsbk Both Bimota by Kawasaki Racing Team riders Axel Bassani and Alex Lowes stormed into the TOP 3 this morning! 🔥 Day 2 of testing is halfway through ⏱️🛠️ #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK โดยการทดสอบที่เฆเรซ บาสซานีทำเวลาได้ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 5 (Day1 แทร็กแห้ง) ด้วยผลเวลา 1.39.463 นาที (52 laps) และอันดับที่ 4 (Day2 แทร็กเปียก) กับผลเวลา 1.54.426 นาที (36 laps) ในท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ซึ่งเขาสามารถนำหน้าเพื่อนร่วมทีมอย่าง Alex Lowes ได้ในการทดสอบครั้งนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาและทีมจะไม่เผชิญกับความท้าทายในปีนี้ หลังจากการทดสอบครั้งแรกของปี 2025 ที่เฆเรซ บาสซานี กล่าวว่ามีหลายจุดที่จักรยานยนต์ยังต้องพัฒนา โดยเฉพาะในด้านของการขับขี่ใน Wet Track เขาเน้นว่าการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ทีมสามารถรวบรวมข้อมูลและเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียของตัวรถในทุกสภาพการขี่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่มีค่ามากสำหรับการพัฒนาในระยะยาว “มันเป็นการทดสอบที่ดีสองวัน แต่เราได้ทำแค่ครึ่งวันในวันแรกและวันที่สอง..เราไม่ได้ทำรอบเยอะมาก แต่เราก็ได้รับข้อมูลบางอย่างซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก” “ในสภาพแห้งมันดีอยู่ แต่ก็มีความยากหน่อยเพราะลมแรงมาก ซึ่งทำให้การขี่ไม่ง่าย” เขากล่าวเสริม “แต่ในสภาพอากาศเปียกเราต้องทำงานหนักมาก เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เราได้ทดสอบในสภาพนี้ เราต้องพัฒนาให้ดีขึ้นทุกด้าน เพราะมันยังใหม่หมดเลย” การขี่ในแทร็กเปียกจึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนารถจักรยานยนต์สำหรับการแข่งขัน เพราะสภาพแวดล้อมนี้มักเกิดขึ้นได้บ่อยในระหว่างการแข่งขันจริง ซึ่งสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของตัวรถได้ ดังนั้นทางทีมจะต้องพัฒนาการเซ็ตติ้งของเจ้า KB998 ให้สามารถทำงานได้ดีทั้งในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน ความท้าทายด้านการตั้งค่าช่วงล่าง การเซ็ตติ้งช่วงล่างเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักแข่งและทีมงานกำลังพัฒนา โดยเฉพาะโช้คหลัง ซึ่งเขาเผยว่าการปรับเซ็ตยังไม่เป็นไปที่ต้องการจากการขี่ในช่วงทดสอบที่ผ่านมา “ที่ด้านหลัง ผมยังไม่ได้ความรู้สึกที่ต้องการ..เราได้ลองอะไรหลายอย่างและร่วมกับ Showa เพื่อหาวิธีแก้ไข เพราะตอนนี้เรายังประสบปัญหามากในการขี่ให้เร็ว” แม้ว่าในช่วงทดสอบนี้จะยังมีหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุง แต่เจ้าตัวมองบวกและมั่นใจว่าเขาและทีมบิโมต้าสามารถพัฒนาตัวแข่งได้อย่างเต็มที่ในอนาคต “พื้นฐานไม่เลวและเวลาในรอบก็ไม่เร็วมาก แต่ก็ไม่ช้าเกินไป ผมคิดว่าเรามีหลายจุดที่สามารถทำงานและพัฒนาได้” โดยการพัฒนาเจ้า KB998 ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทั้งตัวนักแข่งและทีมที่จะพิสูจน์ศักยภาพของจักรยานยนต์รุ่นนี้ในการแข่งขันระดับโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับทีมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jonathan Rea โชว์จ่าฝูงแทร็กฝน ลุยเทสแพ็คเกจชิ้นใหม่

Jonathan Rea โชว์จ่าฝูงแทร็กฝน ลุยเทสแพ็คเกจชิ้นใหม่ ต่อด้วยการเทสในวันที่สองของรอบการซ้อมครั้งแรกของฤดูกาล 2025 จากทางฝั่ง WorldSBK ซึ่งนอกเหนือจากนักบิดทางฝั่งดูคาติแล้ว อีกหนึ่งคนที่จะไม่กล่าวเลยก็ไม่ได้กับอดีตแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่น้อยเช่นเดียวกัน โดยทำเวลาต่อรอบดีที่สุดถึงแม้ฝนจะตกซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับการขับขี่ในสนามก็ตาม โดยผลการซ้อมที่ปรากฎอยู่ในไทม์ชีตกับเวลา Best Lap ที่ 1.53.058 นาที จากการซ้อมตลอดทั้งวันของเจ้าตัว (40 Lap) แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ดีของตัวแข่งโปรดักท์ชันทางค่ายอย่าง Yamaha R1 “คุณต้องใช้วัตถุดิบที่ดีทั้งหมดเพื่อทำเค้กที่ดี ผมคิดว่าที่ดีที่สุดยังไม่ได้มา เรายังมีวัตถุดิบอื่นๆ ที่จะตามมาในสัปดาห์และเดือนต่อๆ ไปของฤดูกาล” “เรากำลังพยายามปรับปรุงมอเตอร์ไซค์ทั้งระบบ ซึ่งรวมถึงเครื่องยนต์ แชสซี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนโดยรวม…เรื่องร่างกายก็เช่นกัน ผมพยายามลดน้ําหนักในช่วงพักการแข่งขันเพื่อรวมทุกอย่างปรับเข้าด้วยกัน” โจนาธานกล่าว ส่วนทีมเมทหนุ่มร่วมค่าย Andrea Locatelli นั้นประสบอุบัติเหตุตั้งแต่โค้ง 1 เมื่อช่วงเช้า แต่โชคดีที่เจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ยังสามารถลงซ้อมต่อได้และจบด้วยผลเวลาดีสุดเป็นอันดับที่ 10 ที่ 1.55.429 นาที (19 Lap)  Paul Denning หัวหน้าทีมของยามาฮ่า ได้ออกมาเผยว่า แพ็กเกจชิ้นใหม่ที่นำมาปรับกับรถยามาฮ่านั้น สังเกตุได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คาดว่าฤดูกาลนี้ทางทีมคงมีทิศทางที่ดีขึ้น ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีอีกหนึ่งค่าย หลังจากที่เงียบหายไปค่อนข้างนานสำหรับฤดูกาลที่ผ่านมา เรามาลุ้นกันว่าแชมป์โลกคนนี้จะสามารถกลับมาทวงบัลลังก์บนการแข่งขันได้อีกครั้งหรือไม่ ใคร ๆ ที่ติดตามสามารถชมการแข่งขันสนามแรกได้ในวันที่ 23-25 ก.พ. 68 นี้ ที่สนามแข่งขันฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย  อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Nicolo Bulega กดเวลาอันดับ 1 ซ้อมแรก ในเฆเรซ

Nicolo Bulega กดเวลาอันดับ 1 ซ้อมแรก ในเฆเรซ เมื่อฝั่งโมโตราดนั้นฉลองการเป็นแชมป์โลก WSBK อย่างสุดชื่นมื่น อีกฝากฝั่งหนึ่งนั้นก็ได้แอบซุ่มซ้อมอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอแค้นชำระในศึกการแข่งขันที่กำลังมาถึง อย่าง Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) พ่อหนุ่มรูปงามจากอิตาลี รองแชมป์โลก WSBK เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยล่าสุดเจ้าตัวได้ทำการลงซ้อมครั้งแรกที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน พร้อมกดเวลาต่อรอบดีสุดด้วยเวลา 1.38.731 นาที กดเวลาโหด เหมือนโกรธใครมา Andrea Iannone Scott Redding’s @worldsbk New season, new upgrades, and plenty of work ahead! 💪 The first 2025 test is officially underway at Jerez! 🛠️ #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK ขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับ 1 มาอย่างง่ายดาย และเป็นคนเดียวที่สามารถทำได้ (หรืออาจเป็นเพราะแรงแค้น) ต่อด้วยอันดับ 2 อย่าง Andrea Iannone (Team Pata GoEleven) 1’39.181 นาที และ Scott Redding’s (MGM BONOVO Racing) เวลา 1’39.280 นาที โดยสามอันดับบนหัวตารางในรอบซ้อม ล้วนเป็นทีมแข่งจาก Ducati ทั้งสิ้น ซ้อมแรก อันดับสวย ส่วนนักบิดทีมน้องใหม่ที่กำลังเป็นที่สนใจจากแฟน ๆ อย่าง Bimota by Kawasaki Racing Team โดย Axel Bassani สามารถปิดผลงานได้ดีด้วยผลอันดับการซ้อมที่ 5 กับเวลา 1’39.463 นาที และนับเป็นตัวแข่งพลังสูบเรียงรุ่นเดียวที่สามารถติดท็อป 5 ไปได้ ในขณะที่คู่หูทีมเมทแชมป์โลกอย่าง Alvaro Bautista จบเวลาการซ้อมเป็นอันดับที่ 8 ทำเวลาตีคู่มาพร้อมกับ Alex Lowes หรือเจ้าตัวแค่มาวอร์มในสนามเล่น ๆ อันนี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกันครับ ผลอันดับการซ้อม Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) 1’38.731 นาที Andrea Iannone (Team Pata GoEleven) 1’39.181 นาที Scott Redding (MGM BONOVO Racing) 1’39.280 นาที Garrett Gerloff (Kawasaki WorldSBK Team) 1’39.332 นาที Axel Bassani (bimota by Kawasaki Racing Team) 1’39.463 นาที Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) 1’39.548 นาที “แล้วบังโต..ไปไหน” หากใครกำลังถามหาแชมป์โลกคนปัจจุบันอย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู แล้วหล่ะก็ ต้องอาจรอถึงการแข่งขันสนามแรกเลยหล่ะครับ เพราะว่าเจ้าตัวนั้นพึ่งประสบอุบัติเหตุจากการลงขี่ทางฝุ่นไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเข้ารับผ่าตัดรักษานิ้วชี้ข้างขวา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวซักพักทีเดียว ก็ภาวนาขอให้เจ้าตัวหายไว ๆ แล้วกลับมาลงสนามในเร็ว ๆ นี้ โดยการแข่งขันสนามแรกจะจัดขึ้นวันที่ 21-23 ก.พ. 68 ที่ฟิลิป ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย เตรียมรอชมกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025 Subaru Solterra รถยนต์พลัง EV จากค่าย Subaru แบรนด์รถยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น จะเข้ามารับบทบาทของรถ Safety Car ของการแข่งขัน SUPERBIKE WORLD CHAMPIONSHIP แทนที่ของ Dodge Challenger SPTs ภายใต้ข้อตกลงในระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2025 ถึงปี 2027 ซึ่งหมายความว่ารถ SUV ไฟฟ้าคันนี้จะเข้ามารับหน้าที่ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป รายละเอียดสเปคเบื้องต้น รายละเอียดสเปคของรถ SUV ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (All-Wheel Drive) ขนาด 71.4 kWh ให้พละกำลังรวมกันสูงสุดอยู่ที่ 217 แรงม้าที่มาพร้อมแรงบิดอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร โดยทางค่ายเคลมระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ 228 ไมล์หรือ 366 กิโลเมตร อีกทั้งรถคันนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับเครื่องชาร์จ DC แบบเร็ว (DC Fast Charger) ซึ่งช่วยให้ชาร์จไฟได้ถึง 80% ภายในระยะเวลาประมาณ 30 นาที ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อในรถโมเดลนี้มีการทำงานจับคู่กับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า จึงทำให้รถคันนี้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน ตั้งแต่ถนนในเมืองไปจนถึงเส้นทางโคลน ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจึงช่วยให้เพิ่มเสถียรภาพการควบคุม ทำให้การขับขี่มีความสนุกมากยิ่งขึ้น จับมือกับการแข่ง WSBK รถยนต์จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งตลอดฤดูกาลแข่งขันรายการ WSBK โดยรถคันนี้มีหน้าที่ในการประเมินสภาพสนามก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ละรอบ ไม่เพียงแค่รักษาความปลอดภัยก่อนเริ่มการแข่งขัน แต่บริเวณโดยรอบสนามแข่งขันในแต่ละครั้งจะมีพื้นที่พิเศษในการจัดแสดงรถยนต์ของทางค่ายเพื่อให้สื่อและแฟน ๆ ของ WorldSBK ได้สัมผัสกับนวัตกรรมล่าสุดของ Subaru รวมถึงมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ เช่น การทดลองขับบนสนามแข่ง การทดสอบรถ และกิจกรรมสนุกสนานอื่น ๆ อีกมากมาย Francesco Valentino (ฟรานเชสโก้ วาเลนติโน่) หัวหน้าฝ่ายการค้า และการตลาดของการแข่งขันรายการ WorldSBK ได้ออกมาแสดงความตื่นเต้นต่อความร่วมมือกับแบรนด์ Subaru ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Subaru ในฐานะพันธมิตรรถเซฟตี้คาร์อย่างเป็นทางการของ WorldSBK Solterra เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างนวัตกรรม สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ ทำให้มันเป็นรถที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันของเรา การมุ่งเน้นของแบรนด์รถยนต์ค่ายนี้ มีการเน้นในการผลิตรถยนต์คุณภาพสูงนั้นซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ WorldSBK ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ความร่วมมือครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงคุณค่าของการแข่งขันในฐานะแพลตฟอร์มการตลาดระดับโลกอีกด้วย” โดยรถ Safety Car จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะเริ่มปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งในรายการ WSBK ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW WSBK 2025 เปิดทีมแข่ง พร้อมล่าแชมป์โลก

BMW WSBK 2025 เปิดทีมแข่ง พร้อมล่าแชมป์โลก มาดูข่าวคราวของฝั่งรถโปรดักท์ชันกันบ้าง ล่าสุดทาง ROKiT BMW WSBK 2025 ทีมแข่งจากค่ายใบพัดสีฟ้า จัดอีเว้นต์สุดพิเศษแก่เหล่าสาวกแฟน ๆ ทั่วโลก ด้วยการเปิดตัวทีมแข่งเวิร์ลซูเปอร์ไบค์ปี 2025 พร้อมกับม้าศึกเวอร์ชันใหม่อย่าง BMW M1000RR ที่จะใช้ลงทำการแข่งขันในปีนี้ รถคันใหม่ คนขี่หน้าเดิม เพิ่มเติมคือแชมป์โลก พร้อมด้วยนักบิดระดับหัวแถวอย่าง Michael Van der Mark และแชมป์โลกชาวตุรกีคนปัจจุบัน Toprak Razgatlioglu ที่พึ่งรักษาอาการบาดบริเวณเจ็บนิ้วชี้ข้างขวา หลังจากการลงซ้อมทางฝุ่นไปเมื่อไม่นานมานี้ โทปรัค กับตัวแข่งหมายเลข 1 โดยสิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตัวแข่งฉลามขาวอย่าง M1000RR เวอร์ชันใหม่ของโทปรัคพร้อมเปลี่ยนนัมเบอร์ประจำตัวมาใช้เป็นหมายเลข “1” ซึ่งเป็นลักกี้นัมเบอร์นำโชคของแชมป์โลกนั่นเอง “ปกติแล้วผมจะไม่ใช้หมายเลข 1 แต่ผมทำเพื่อ BMW นี่เป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ของทีม, พวกเราทำงานกันหนักมากและตอนนี้พวกเราคือแชมป์!!”   “ผมรู้สึกว่าตัวรถยึดเกาะดีขึ้นแต่มันก็ไม่ได้แตกต่างมากนัก แต่ด้วยแฟริ่งใหม่เลยรู้สึกว่าตัวรถน่าจะคล่องตัวขึ้น ถือเป็นการพัฒนาที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว” Michael Van der Mark กับความท้าทายครั้งใหม่ สำหรับคู่หูทีมเมทอย่าง Michael Van der Mark ก็พร้อมคัมแบคครั้งใหม่ด้วยความตื่นเต้น หลังจากคว้าอันดับที่ 6 รวมถึงโพเดี้ยมอันดับ 1 ในการแข่งขันที่ฝรั่งเศส โพเดี้ยมอันดับ 3 ที่สเปน  “เรามีโมเมนตัมที่ดีเมื่อปีที่ผ่านมา และสามารถจบฤดูกาลด้วยชัยชนะ ซึ่ง ณ ตอนนี้ด้วยรถใหม่และดีขึ้น เราควรสร้างตำแหน่งที่ดีในตั้งแต่ต้น” “ผมมีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้น และแน่นอนว่าที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์นั้นแตกต่างกัน แต่ผมคิดว่าเราแข็งแกร่งกว่าปีที่แล้วแน่นอน ต้องติดตามรอดูครับ” นอกเหนือดังกล่าว มีข่าวดีสำหรับทางค่ายแจ้งมาว่า สมรรถนะของตัวแข่งอย่าง M1000RR จะถูกถ่ายทอดลงสู่รุ่นเวอร์ชันใช้งานบนท้องถนน ทั้งในส่วนการปรับปรุงกำลังเพิ่มขึ้นถึง 6 แรงม้า แอโรไดนามิกออกแบบใหม่ แฟริ่งใหม่และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเพิ่มศักยภาพในการปรับปรุงเพิ่มเติมได้อีก โดยสนามแรกของการแข่งขันจะจัดขึ้นวันที่ 21 – 23 ก.พ. 68 ที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ใครที่เป็นแฟน ๆ โมโตราดหรือนักบิดแชมป์โลกชาวตุรกี สามารถติดตามรับชมได้ทุก ๆ ช่องทาง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak Razgatlioglu เตรียมย้ายซบ MotoGP? 

Toprak Razgatlioglu เตรียมย้ายซบ MotoGP?  การรักษาแชมป์โลก WorldSBK 2025 ยังคงเป็นเป้าหมายหลักสำคัญในการคว้าบันลังก์แชมป์เวิร์ลซูเปอร์ไบค์ในสมัยที่ 3 ของนักบิดหนุ่มดาวรุ่งชาวตุรกี Toprak Razgatlioglu ซึ่งฤดูกาล 2025 เจ้าตัวยังคงมุ่งมั่นกับการทำงานร่วมกับต้นสังกัดใบพัดสีฟ้าอย่าง Rokit BMW แต่ทว่ามีข่าวอัปเดตล่าสุดว่าในปี 2026 เจ้าตัวมีแพลนอัปไซส์ไต่คลาสขึ้นมาหวดซิ่งในศึกโปรโตไทป์อย่าง MotoGP  โดยแหล่งข้อมูลของบทสัมภาษณ์จากสำนักสื่อต่างประเทศอย่าง MotoSprint ได้ยิงคำถามในประเด็นความเป็นไปได้ที่โทปรัคจะมาแข่งขันในชั้นพรีเมียร์คลาส ซึ่งเจ้าตัวได้ทิ้งคำตอบแบบ “แอบ” ชวนลุ้นไปตาม ๆ กัน ดังนี้  ก็มีคุยนะ..แต่ขอโฟกัสกับการรักษาแชมป์ WSBK ก่อน “แน่นอน..ผมคิดเรื่องนั้น แต่ทว่าตอนนี้ยังคงโฟกัสกับการทำงานกับ BMW ซึ่งปีหน้าผมจะใช้หมายเลข 1 บนรถแข่ง M1000RR” “สำหรับในปี 2026 ตอนนั้นผมอาจคงเป็นฟรีเอเจ้นท์ไปแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็มีคุย ๆ บ้างแล้ว”  และมีโอกาสเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้นที่เจ้าตัวจะขยับคลาสขึ้นมาแข่งใน MotoGP ซึ่งโทปรัคได้ให้ยืนยันแล้วว่า ตนมีความตั้งใจและปรารถนาที่จะขยับไปแข่งขันในชั้นพรีเมียร์คลาส เนื่องด้วยปัจจัยในเรื่องของอายุ (ตอนนี้ 28) และเป็นโอกาสจังหวะที่เหมาะสมที่สุดอีกด้วย  “ใช่ครับ..อยากแข่งแน่นอน อย่างไรก็ดี ตอนนี้อยู่ในช่วง Finding แบรนด์ไหนซักแบรนด์ ซึ่งถ้าผมไม่ไปโมโตจีพีตอนนี้ เรื่องอายุบวกกับใจผมคงอาจจะแก่เกินไปที่จะคว้าแชมป์โลกแล้วครับ (ฮ่าๆ) อย่างไรก็รอดูกันต่อไป ถ้ามีค่ายไหนต้องการ มีข้อเสนอที่ดีและน่าสนใจก็ไปครับ แต่ถ้าไม่..ก็แข่ง WSBK ตามเดิม” แค่ได้ยินก็แอบลุ้นไปตาม ๆ กันสำหรับแฟน ๆ สาวกอย่างเรา ถ้าหากโทปรัคเข้ามามีบทบาทในการแข่งขันชิงแชมป์โลกโมโตจีพีคงน่าสนุกไม่น้อยทีเดียว ก็ภาวนาให้เจอค่ายที่ดีข้อตกลงที่น่าพอใจหรือไม่อาจจะเป็นค่ายใบพัดสีฟ้าเองที่จะขยับขึ้นมาร่วมแข่งขันระดับเวิร์ลคลาสด้วยตัวแข่งโปรโตไทป์ร่างทองรุ่นใหม่ก็เป็นไปได้ แต่อย่างไรเรามาเชียร์และเป็นกำลังใจให้เจ้าตัวในการรักษาแชมป์สมัยที่ 3 ในฤดูกาล 2025 ก่อนกันเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW M RR WSBK รถแชมป์โลกแค่ 54 คันเท่านั้น

BMW M RR WSBK รถแชมป์โลกแค่ 54 คันเท่านั้น BMW M RR WSBK โมเดลใหม่จากค่ายใบพัดที่ผลิตออกมาเพื่อฉลองผลงานอันยอดเยี่ยมให้กับ ‘โทปรัค ราซกัตลิโอกลู’ ที่ทำสำเร็จหลังจากพยายามมาหลายปีในศึก World Superbike Championship ในที่สุด BMW ก็ประสบความสำเร็จในปี 2024 โดย โทปรัค นักบิดจากทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK คว้าแชมป์ประเภทนักแข่งได้อย่างงดงาม ฤดูกาลนี้ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่โดดเด่นที่สุดที่เราเคยเห็นมา ราซกัตลิโอกลู จบปีด้วยชัยชนะ 18 ครั้ง และขึ้นโพเดียม 27 ครั้ง แม้จะต้องพักแข่งไปสองรอบกลางฤดูกาลเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ตลอด 12 การแข่งขัน เขายังคว้าตำแหน่งโพลได้ 6 ครั้ง และทำเวลาเร็วที่สุดในรอบการแข่งขันอีก 13 ครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ BMW Motorrad ต้องการเฉลิมฉลองตำแหน่งแชมป์อย่างมีสไตล์ Markus Flasch ซีอีโอของ BMW Motorrad กล่าวเกี่ยวกับรถโมเดลใหม่นี้ว่า  “ผลงานอันยอดเยี่ยมของโทปรัคที่คว้าแชมป์โลกมาครอง เป็นโอกาสที่น่ายินดีสำหรับเราที่จะสร้าง M 1000 RR รุ่นจำลองแชมป์โลกแบบแท้ ๆ เพื่อแฟน ๆ ของ BMW Motorrad ที่หลงใหลในมอเตอร์สปอร์ต โดยผลิตเพียง 54 คันเท่านั้น ซึ่งตรงกับหมายเลขประจำตัวของเขา” Champion Edition 2024 พัฒนามาจากรุ่น M1000RR M Competition ในโมเดลปี 2024 มาพร้อมโค้ดเปิดใช้งาน M GPS Laptrigger และสีตัวถัง M Motorsport ในโทน Blackstorm Metallic พร้อมโลโก้ผู้สนับสนุนทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK รถทุกคันที่มีวางจำหน่ายจะไปพร้อมลายเซ็นจากโทปรัค นอกจากนี้ตัวรถยังมีการติดตั้งชิ้นส่วนคาร์บอนเสริม เช่น ฝาครอบถังน้ำมัน โครงรถ สวิงอาร์ม สายไฟ ฝาครอบคลัตช์ และแผ่นกันความร้อนท่อไอเสีย  และผู้ซื้อจะได้รับบัตรกำนัลสำหรับแลกรับท่อไอเสีย Akrapovič Evolution Line ไทเทเนียมที่เข้าชุดไปเลยแบบฟรี ๆ (ซึ่งคาดว่าน่าจะรวมในราคารถเป็นที่เรียบร้อย) และสิทธิ์สุดพิเศษ ผู้ที่ซื้อรถคันนี้ในเยอรมนีจะมีโอกาสได้ MEET AND GREET พบปะกับ โทปรัค ราซกัตลิโอกลูแบบตัวต่อตัว ซึ่งเขาได้กล่าวปิดท้ายฤดูกาลอันสุดเร้าใจว่า  “นี่เป็นฤดูกาลที่น่าทึ่ง และเราก็ได้เป็นแชมป์โลก ผมขอบคุณ BMW Motorrad ทีมของผม และทุกคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จอันยอดเยี่ยมนี้ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้รับรถ Champion Edition 2024 หมายเลข 1 ซึ่งแน่นอนว่ามันจะได้อยู่จุดที่โดดเด่นในบ้านของผม” ในส่วนของราคาวางจำหน่ายในโมเดลสุดลิมิเต็ดนี้ รถจะผลิตทั้งหมด 54 คัน โดยหมายเลข 01/54 จะมอบให้กับโทปรัค และหมายเลข 54/54 จะเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ BMW ทำให้เหลือเพียง 52 คันสำหรับจำหน่ายเฉพาะในเยอรมนี ราคา 54,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,986,560 บาท BMW M1000RR MY 2024 BMW M RR WSBK 2024   เมื่อเทียบกับโฉมปกติอย่าง M1000RR 2024 มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 30,960 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,136,800 บาท ซึ่งในตัวลิมิเต็ดนี้จะแพงกว่าประมาณ 20,040 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 735,760 บาท หากอ่านแล้วรู้สึกสนใจอยากจะครอบครองมาประดับโรงรถที่บ้าน สามารถติดต่อทาง BMW และอิมพอร์ตรถเข้ามาได้เลย คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki Bimota KB998 ตัวแข่งคันใหม่ของ Kawasaki ในการแข่งขันรายการ 2025 Motul FIM WorldSBK Championship โดย Bimota แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี เป็นที่รู้จักในประเภทของรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง (แถมยังมีราคาแพง) อีกทั้งยังมีการออกแบบดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทางแบรนด์กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่โดยการโดดเข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับโลก  เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Kawasaki Racing Team (KRT) ในรายการแข่งขัน WorldSBK ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Bimota by Kawasaki Racing Team (BbRT) เพื่อสะท้อนความร่วมมือระหว่างสองบริษัท Bimota และ Kawasaki ได้ร่วมมือกันสร้าง และพัฒนามอเตอร์ไซค์ใหม่ทั้งหมดสำหรับการแข่งขัน ซึ่งผสมผสานจุดเด่นจากทั้งสองผู้ผลิต ที่ไม่ได้เป็นการนำ Kawasaki Ninja ZX-10RR มาเปลี่ยนชุดตกแต่งใหม่ แต่พัฒนารถแข่งรุ่นพิเศษขึ้นมาเอง 2025 Bimota KB998 2024 Kawasaki ZX-10R   ซึ่งรายละเอียดสเปคยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ามาพร้อมขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี จาก Kawasaki ZX-10RR ที่มีกำลังมากกว่า 200 แรงม้า โช้คอัพหน้าจาก Showa คาลิเปอร์เบรกจาก Brembo (ถึงแม้ว่าจะแปะด้วยตัวอักษร J.JUAN ก็เถอะ) และระบบท่อไอเสียของ Akrapovič แฟริ่งถูกออกแบบใหม่ แม้ด้านหน้าจะยังคงมีเค้าโครงสไตล์ Kawasaki Ninja มาพร้อมปีกแอโรไดนามิกเช่นเดียวกับรถแข่งในสมัยใหม่ โดยตัวแข่งคันใหม่นี้ได้ทำการลงวิ่งทดสอบที่ Circuit de Jerez ประเทศสเปน ซึ่งเป็นสนามเดียวกับการแข่งขันในรอบสุดท้ายของฤดูกาล 2024 แม้โมเดลรถคันนี้จะถูกพัฒนามาได้ไม่นาน แต่ด้วยการขับขี่ของ Alex Lowes และ Axel Bassani สองนักบิดของทีม ทำให้ KB998 ได้แสดงศักยภาพของมันออกมาสามารถทำเวลาได้อย่างน่าประทับใจบนสนาม Jerez พร้อมกับการออกแบบที่โดดเด่น และสมรรถนะที่ดุดัน โดย Axel Bassani ทำเวลาได้ 1:38.478 นาที และ Alex Lowes ทำเวลาได้ 1:38.679 นาที แน่นอนว่า KB998 คันนี้จะผลิตออกมาแค่รุ่นสำหรับทำการแข่งขันเท่านั้น จะยังไม่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของการแข่งขัน WorldSBK รถที่จะเข้าร่วมแข่งขันในรายการ จะต้องมีการผลิตในรูปแบบของ Production Bike วางจำหน่ายโดยมีจำนวนการผลิตอย่างน้อย 500 คันเป็นข้อบังคับมาตรฐาน อย่าง BMW M 1000 RR, Ducati Panigale V4 R และ Honda CBR1000RR-R Fireblade SP ที่มีวางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งทาง Bimota ยังไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนว่า จะมีรุ่น KB998 วางจำหน่ายต่อสาธารณะชน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ Bimota จะผลิตออกมาแค่ในจำนวนที่กำหนดเพื่อให้ผ่านข้อพิจารณา หากผลิตออกมาแค่ตามยอดเกณฑ์ที่กำหนด โมเดลนี้อาจจะถูกยกเป็นรถที่โคตรแรร์อีกหนึ่งรุ่น และในโมเดลคันจริงนั้นอาจจะมีไปตั้งโชว์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 sประเทศอิตาลีในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หรือการร่วมมือของทั้งสองค่ายนี้จะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างสำหรับ Kawasaki ในการแข่งขัน 2025 Motul FIM WorldSBK Championship ฤดูกาลหน้าหรือเปล่า ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak แชมป์ WorldSBK 2024 กับสนามสุดท้าย SpanishWorldSBK

Toprak แชมป์ WorldSBK 2024 ให้กับ BMW เป็นครั้งแรก เมื่อเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดในการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2024 ศึกตัดสินแชมป์โลกที่สนาม Jerez ประเทศสเปน กับคู่ปรับไฮไลท์ของการแข่งขันที่ใคร ๆ ต่างจับตามอง ระหว่างอดีตแชมป์โลกที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ทีม Rokit BMW Motorrad WorldSBK Team ในฤดูกาลแรกอย่าง Toprak Razgatlioglu และอดีตแชมป์ WorldSSP ฤดูกาล 2023 ม้ามืดจากทีม Aruba.it Racing – Ducati อย่าง Nicolo Bulega ที่ทั้งคู่ต่างมีคะแนนที่สามารถพลิกสถานการณ์แชมป์โลกในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยสกอร์ของโทปรัคหลังจากจบแข่งขันที่ EstorillWorldSBK “เกือบ” ชนะแบบเอกฉันท์แต่ทว่า Bulega นั้นยังพอมีโอกาสที่แก้ตัวในสนามสุดท้ายด้วยคะแนนตามหลังแชมป์โลกถึง 46 คะแนน เพราะฉะนั้นโอกาสที่บูเรก้าจะสามารถพลิกสถานการณ์มาเป็นแชมป์โลกได้ คือต้องชนะอันดับ 1 ในทุกเรซของการแข่งขัน (เก็บ 62 คะแนน ทั้ง Race 1, Superpole Race และ Race 2) ในขณะที่โทปรัค ต้องเก็บคะแนนเพิ่มอย่างน้อย 16 คะแนน จึงจะสามารถคว้าแชมป์โลกในฤดูกาลนี้ไปได้ ซึ่งเท่ากับสถานการณ์ดังกล่าวบูเรก้าต้องพึ่งปฏิหารย์เท่านั้นหล่ะครับ ภาวนาให้บังโตอาจขี่ไม่จบทั้ง 3 เรซ จะทำให้ตนสามารถขึ้นมาแซงได้นั่นเอง SpanishWorldSBK 2024 ศึกสุดท้าย ตัดสินแชมป์โลก เมื่อการแข่งขันที่ทุกคนรอคอยมาถึง กับ SpanishWorldSBK ศึกสุดท้ายตัดสินแชมป์โลก ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งของ WorldSBK, WorldSSP, WorldSSP300, WorldWCR รวมถึงรุ่นอื่น ๆ ที่ Jerez Circuit ประเทศสเปน เปิดประเดิมกับรุ่นใหญ่ในช่วงการซ้อมในวันศุกร์ บูเรก้ากลับทำผลงานการซ้อมได้ดีกว่าโดยทำเวลาดีสุดเป็นอันดับหนึ่งในรอบซ้อมแรกที่ 1’39.744 นำอันดับสองอย่างโทปรัคที่ตามมาติด ๆ เพียง 0.022 วินาที ในขณะที่เวลาซ้อมดีที่สุดอันดับสามได้แก่ “เทพโจ” Andrea Iannone ทำเวลาไป 1’39.967 รวมถึงการซ้อมรอบ 2 และ 3 (Free Practice) บูเรก้าสามารถทำเวลาได้ดีกว่าตลอดทั้ง 3 รอบ Bulega คว้าโพล สตาร์ทกริดแรก  @worldsbk Lap record OBLITERATED! 😮‍💨 The first 1’37s lap in Jerez 🔥 #SpanishWorldSBK 🇪🇸 #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK ด้วยรอบการซ้อมที่นักบิดชาวอิตาเลียนจากทีมโรงงาน Ducati สามารถทำได้ดีกว่า รวมถึงรอบ Superpole ที่สามารถคว้าโพลกริดแรก กับผลเวลาควอลิฟายดีสุด 1’37.596 นาที ทิ้งห่างกริดที่สองอย่างโทปรัคเกือบวินาทีที่ 1’38.202 นาทีขณะที่กริดที่สามตกเป็นของทีมโรงงานคาวาซากิอย่าง Alex Lowes 1’38.302 นาที นับเป็นการออกหมัดได้สวยสำหรับทีมดูคาติ แต่ทว่าทีมโรงงาน BMW ดูไม่กดดันมากมายอะไร เพราะต้องการคะแนนอีกเพียง 16 แต้มเท่านั้น ที่จะสามารถคว้าแชมป์ในครั้งนี้ไปได้ ผลการแข่งขัน Race 1 ด้วยสภาพอากาศช่วงบ่ายของวันเสาร์ของค่อนข้าง “เป็นใจ” ทำให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยกริดสตาร์ทแถวหน้าประกอบไปด้วย Nicolo Bulega, Toprak Razgatlioglu และ Alex Lowes แถวสอง Danilo Petrucci, Iker Lecuona และ Locatelli ไล่ตามลำดับจากผลควอลิฟายในรอบซุปเปอร์โพลดังนี้ หลังไฟแดงดับลง บูเรก้าบิดออกตัวนำอย่างรวดเร็วคว้า Hole Shot ในขณะที่โทปรัคตามหลังติด ๆ ตามด้วย Locatelli ที่ออกสตาร์ทได้ดีจากกริดที่ 6 สามารถแซงไล่ขึ้นมาอันดับ 3 ได้ในเรซนี้   

Andrea Iannone ต่อสัญญา 1 ปี ลุย WSBK 2025

Andrea Iannone ต่อสัญญา ลุย WSBK 2025 Andrea Iannone ต่อสัญญา กับ Team GoEleven ไปอีก 1 ปี เตรียมพร้อมลุย WorldSBK ปี 2025 เป็นข่าวดีอีกหนึ่งข่าวสำหรับแฟน ๆ ชาวมอเตอร์สปอร์ต กับอดีตนักแข่งโมโตจีพีอย่าง โดย Andrea Iannone ประกาศเซ็นสัญญาแข่งต่อให้กับต้นสังกัดอย่าง GoEleven ต่อในฤดูกาล 2025 หลังเจ้าตัวโชว์ฟอร์มผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการคว้าโพเดี้ยมอันดับสามของเรซแรกการแข่งขันตั้งแต่สนามแรกของการเปิดฤดูกาล การคว้าโพเดี้ยมอันดับสองรอบซุปเปอร์โพลที่ประเทศบาร์เซโลน่า และสนามอื่น ๆ จนกระทั่งชัยชนะสูงสุดกับตำแหน่งโพเดี้ยมอันดับ 1 รอบเรซแรกที่ อารากอน ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมใน WSBK ฤดูกาลนี้ Iannone เขาสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยตำแหน่งท็อป 7 ของตารางคะแนนรวม กับการแข่งขันที่เหลืออีกหนึ่งสนามซึ่งเป็นสนามของการชิงแชมป์ WorldSBK ที่ประเทศสเปนนั่นเอง “ผมค่อนข้างแฮปปี้ที่ได้ร่วมสนุกต่อกับทีมและตัวแข่งอย่าง Ducati Panigale V2 โดยปีแรกของผมใน WorldSBK Championship เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์และความพึงพอใจครับ และเราจะยังทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาตัวเองเพื่อเป้าหมายใหม่ ๆ”  ถือว่าเป็นนักบิดตัวเต็งอีกคนนึงที่น่าจับตามองเลยไม่น้อย กับดีกรีฝีมือที่นับว่า “เคย” ลงแข่งขันในรายการใหญ่มาแล้ว ตอนนี้คงรอฟอร์มเก่ากลับมาปะทุอีกครั้ง และเชื่อว่าในฤดูกาลหน้าจะต้องสนุกขึ้นอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSBK 2024 สนามสุดท้าย ชี้แชมป์

WorldSBK 2024 สนามสุดท้าย ชี้แชมป์ ใครจะได้ ระหว่าง Toprak Razgatlioglu กับ Nicolo Bulega   จากปี 2023 ที่ความแรงของ Ducati ผนวกกับสไตล์การขับขี่ของ Álvaro Bautista ที่ทำให้ในหลายๆ Race สนุกปน น่าเบื่อ เพราะรู้ๆกันอยู่ว่า ยังไง Ducati ก็ฉีกทิ้งทุกค่าย แต่จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคนขี่ และลุ้นๆว่า Bautista บึ้มที่โค้งไหน ถ้าไม่บึ้ม ก็ชนะ  เล่นเอาแฟนๆ ดูคาติ ดีใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะ ชนะทั้ง motoGP และ WorldSBK ซีซั่น 2024 ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะ มีการเปลี่ยนย้ายค่าย และดูน่ามีความหวัง ถ้าจะไม่พูดถึง “บังโต” Toprak Razgatlioglu กับทีม BMW ก็เป็นไปไม่ได้  เพราะ หลายๆ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ BMW เปลี่ยนโฉมจาก S1000RR มาจนรุ่น M1000RR ก็ไม่มีใครสามารถยืน 1 ได้หลายๆสนาม เท่า “บังโต” Toprak Razgatlioglu ส่วนแชมป์เก่าอย่าง “น้าโจ” Jonathan Rea ในฤดูกาล 2024 ย้ายมาเข้าร่วมทีม Yamaha หลังจากออกจาก Kawasaki ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ เขาประสบปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับ Yamaha R1 และฟอร์มการขับขี่ไม่สม่ำเสมอเหมือนก่อน แม้ว่าเขาจะโชว์ฟอร์มได้บางสนาม เช่น การคว้าตำแหน่งโพลที่ Assen และติดอันดับ 5 ที่ Estoril แต่การหาจุดสมดุลที่ลงตัวกับรถยังต้องใช้เวลา ถือเป็นฤดูกาลที่ต้องปรับตัวและเรียนรู้สำหรับเขา อีกด้านหนึ่งคือ วัยรุ่น พุ่งแรง “นิคโก้” Nicolo Bulega ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2024 กับทีม Ducati หลังจากเปลี่ยนจากการแข่งขัน WorldSSP มาเป็น WorldSBK และเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าชัยชนะในสนามแรกที่ Phillip Island ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นักแข่งสามารถชนะได้ตั้งแต่การแข่งแรกของเขาใน และเป็นหนึ่งใน ม้ามืด ที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในระดับการแข่งขันที่สูงขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่า Rookie of the Year ก็ไม่พ้นคนนี้   ไฮไลท์การแข่งขัน WorldSBK 2024 1.Grand Ridge Brewery Australia Round (Phillip Island) การแข่งขันเปิดฤดูกาลที่ Phillip Island  Alex Lowes โชว์ฟอร์มแกร่งด้วยการคว้าชัยใน Race 2 และ Superpole Race ส่วน Nicolo Bulega เอาชนะในการแข่งขัน Race 1 ท่ามกลางสภาพอากาศฝนตก ทำให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้นและดุเดือดตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2.Pirelli Catalunya Round (Barcelona) Bautista คว้าชัยใน Race 1 แต่ Nicolo Bulega สามารถคว้าชัยใน Superpole Race ได้อย่างน่าตื่นเต้น ส่วน Jonathan Rea กลับมาแข็งแกร่งใน Race 2 โดยคว้าชัยครั้งแรกของฤดูกาล 3.Pirelli Dutch Round (Assen) ใน Race 1 เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งเมื่อ Razgatlioglu และ Bautista ชนกัน ส่วน Race 2 Michael van der Mark คว้าชัยชนะให้ทีม BMW สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวดัตช์ 4.Pirelli

Sam Lowes ต่อสัญญา Marc VDS Ducati พร้อมลุย WSBK 2025

Sam Lowes ต่อสัญญา Marc VDS Ducati พร้อมพิสูจน์ตัวเองใน WorldSBK 2025 Sam Lowes ต่อสัญญา Marc VDS Ducati เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมพิสูจน์ตัวเองสำหรับการแข่งขัน World Superbike Championship 2025 Sam Lowes (ELF Marc VDS Racing Team) จะยังคงอยู่ในการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ในปี 2025 นักแข่งชาวอังกฤษรายนี้ได้ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกในปีนี้และทำผลงานได้ดี แต่ก็มีผลการแข่งขันที่ไม่คงเส้นคงวาในบางครั้ง เนื่องจากเขายังคงต้องปรับตัวกับรถแข่ง Ducati Panigale V4 R และสนามแข่งใหม่ ๆ  ฝีมือขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนรถไฟเหาะ ผลการแข่งขันที่ดีที่สุดของ Lowes ในปี 2024 จนถึงตอนนี้คือการจบอันดับที่ 6 ในการแข่งขันเรซที่ 2 ที่ Assen แม้ว่าเขาจะได้ออกตัวจากแถวหน้าและเคยขึ้นนำในสนามบาร์เซโลนาก็ตาม เขาจบในอันดับท็อป 8 ได้ทั้งหมด 5 ครั้งในฤดูกาลเปิดตัว แต่ผลงานในรอบหลังกลับยากขึ้นเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากการล้มของเขาใต้การแข่งขันที่ปะทุดุเดือดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขามีปัญหาในการติดอันดับท็อป 10 โดยครั้งสุดท้ายที่เขาอยู่ในท็อป 10 คือการแข่งขัน Tissot Superpole Race ที่ Donington Park แซม โลว์ เคยประสบความสำเร็จ ในรุ่น Moto2 , WorldSSP และ British Supersport ก่อนที่จะเข้าร่วมทีมใน WorldSBK, Lowes ลงแข่งใน Moto2™ ทั้งหมด 155 เรซ โดยร่วมกับทีม Marc VDS 4 ฤดูกาลตั้งแต่ปี 2020 เขาจบอันดับ 3 ในตารางคะแนนในฤดูกาลแรกกับทีม ก่อนที่จะจบอันดับ 4 ในฤดูกาลถัดมา แม้ว่าจะมีสองฤดูกาลที่ยากลำบากตามมา แต่ทีมก็ยังคงสนับสนุน Lowes ต่อไปในปี 2024 โดยเปลี่ยนไปแข่ง WorldSBK ด้วยรถ Ducati Panigale V4 R นอกจากนี้เขายังเคยลงแข่งใน MotoGP™ หนึ่งฤดูกาล โดยลงแข่ง 18 Race และทำคะแนนได้ 5 คะแนน  นักแข่งวัย 34 ปีคนนี้ เคยเป็นแชมป์โลกมาแล้ว โดยคว้าแชมป์ WorldSSP ในปี 2013 ก่อนที่จะย้ายไปแข่งใน MotoGP เขาชนะการแข่งขัน 6 ครั้งและขึ้นโพเดียมทั้งหมด 11 ครั้งในฤดูกาลแรกของเขากับ Yamaha ในรายการชิงแชมป์ ก่อนหน้านั้นเขาใช้เวลาสองฤดูกาลเต็มแข่งด้วยรถ Honda ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวกับที่เขาคว้าแชมป์ British Supersport ในปี 2010 ด้วยชัยชนะ 5 ครั้งและขึ้นโพเดียม 10 ครั้ง การตั้งเป้าในปีฤดูกาล 2025 สำหรับปี 2025 ด้วยประสบการณ์การเรียนรู้หนึ่งปีที่ทั้งเขาและทีมได้สะสมมา และไม่ต้องปรับตัวกับรถหรือยางใหม่อีกต่อไป Lowes หวังว่าจะสามารถจบในอันดับท็อป 10 หรือแม้แต่ต่อสู้เพื่อขึ้นโพเดียมในฤดูกาลที่สองของเขา ขณะที่เขามุ่งหาความสำเร็จกับ Ducati ทีมอิสระ การเดินหน้าต่อไปนี้จะเป็นการสานต่อความสำเร็จของพวกเขาในฐานะคู่หู หลังจากที่เคยคว้าชัยชนะหลายครั้งใน Moto2 และต่อสู้เพื่อชิงแชมป์มาแล้ว Lowes หวังที่จะทำผลงานให้ดีในช่วงท้ายซีซั่น 2024 “ผมหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในช่วงท้ายของฤดูกาลนี้”  “เมื่อพูดถึงการต่อสัญญากับทีม Lower กล่าวว่า: ‘ผมรู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้สานต่อกับทีม Elf Marc VDS Racing ใน WorldSBK ต่ออีกหนึ่งปี เป้าหมายของผมและทีมคือการวางแผนอย่างน้อยสองปีเนื่องจากความแตกต่างอย่างมากระหว่าง Moto2™ และ WorldSBK ช่วงหลังมานี้ผลการแข่งขันค่อนข้างซับซ้อนเพราะอาการบาดเจ็บที่ไหล่ของผม แต่การแข่งขันรอบแรก ๆ นั้นสนุกมากและเราได้พัฒนาผลงานไปในทางที่ดีขึ้น

2024 WorldSBK French round ศึกสาดฝน ล้มระนาว!

2024 WorldSBK French round ศึกสาดฝน ล้มระนาว! ใครที่ติดตามการแข่งขัน 2024 WorldSBK French round ที่จัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศลเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คงหวาดเสียวและใจหายไปตาม ๆ กัน ก็ไม่รู้ว่าเป็นอาถรรพ์หรือใครนั้นปักตะไคร้ผิดที่ ทำเอาฝนเททล่มลงสนามพานักบิดล้มเจ็บระนาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 3 นักบิดหัวแถวตัวเต็งแชมป์โลกทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Toprak Razgatlioglu, Alvaro Bautista หรือแม้กระทั่ง Jonathan Rea Toprak จบการซ้อมใน FP2 และไม่สามารถแข่งต่อได้  เป็นข่าวฮือฮาโดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ของการแข่งขัน กับนักบิดสตาร์ชาวตุรกี เกิดพลัดล้มรุนแรงในช่วงซ้อม FP2 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุเกิดในขณะพับเข้าโค้งแล้วรถเกิดอาการลื่นไถล หน้าพับล้มสไลด์อัดชนเข้ากับกำแพงอย่างหนัก จนทำให้นักบิดได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหลัง ก่อนนำส่งไปตรวจวินิจฉัยที่ Moulins hospital และหลังจากนั้นมีประกาศว่าเจ้าตัวนั้นไม่สามารถลงทำการแข่งขันได้ เพราะด้วยสภาพความฟิตไม่พร้อมนั่นเอง (มีอาการฟกช้ำ ปอดยุบ) จากเหตุดังกล่าวจึงทำให้คู่แข่งอย่าง Nicolo Bulega สามารถจบการแข่งขันโดยไล่ตีแต้มขึ้นมาห่างจากเจ้าตัวเพียง 55 แต้มเท่านั้น ก็ได้แต่ภาวนาให้โทปรัคนั้นหายไว ๆ และสามารถกลับมาแข่งขันต่อที่สนาม Cermona ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้านี้ “ผมหวังว่าจะหายทัน แล้วกลับมาแข่งที่ Cermona ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ผมจะต้องตรวจร่างกายอีกครั้งและคิดว่ามันน่าจะผ่านไปด้วยดี” “สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ผมต้องขอบคุณทุก ๆ คน ทีมงานสตาร์ฟที่คอยช่วยเหลือนำผมไปส่งที่โรงพยาบาล และต้องขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ส่งผ่านข้อความมามากมาย แล้วเจอกันในสนามแข่ง!”  Jonathan Rea ล้มนิ้วหัก ต่อด้วยแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ต้องถูกพักการแข่งขันเช่นเดียวกัน หลังประสบอุบัติในเรซแรกของการแข่งขันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยหลังวินิจฉัยแล้วพบว่ากระดูกนิ้วหัวแม่มือข้างขวาหักและมีบาดบาดแผลลึก จนต้องทำการพักรักษาและซิ่วการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย  “น่าเสียดายจริง ๆ ที่อาการบาดเจ็บของผมต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ และเร็ว ๆ นี้ผมต้องรับการผ่าตัดหัวนิ้วแม่มือข้างขวา” Rea กล่าว “ผมอยากจะขอบคุณทีมแพทย์และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Dr.Antoine Martins ที่ช่วยรักษาให้ผมหายดี และขอบคุณทีมงานทุกคน แฟน ๆ ทุกท่าน รวมถึงผู้สนับสนุนทั้งหลาย” Alvaro Bautista ล้มซี่โครงหัก ปิดท้ายด้วยแชมป์โลก 2 สมัยอย่าง Alvaro Bautista นักบิดตัวเต็งที่พึ่งมีข่าวดีสำหรับการต่อสัญญากับทีมไม่เมื่อนานมานี้ และต้องพักการแข่งขันในเมนเรซของวันอาทิตย์ด้วยอาการบาดเจ็บจากการล้มในรอบแข่งซุปเปอร์โพลที่ผ่านมา โดยหลังวินิจฉัยแล้วพบว่ากระดูกซี่โครงซ้ายหัก “ผมไม่อยากจะพูดอะไรมากนัก มันเป็นสุดสัปดาห์ที่โชคร้ายมาก น่าเสียที่รอบซุปเปอร์โพลผมไม่สามารถหลีกเลี่ยงกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ สำหรับตอนนี้ต้องอดทนครับ และหายให้ทันแข่งที่ Cermona”  นี่คงเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และไม่ใช่เพียง 3 นักแข่งนี้เท่านั้น ยังรวมไปถึงนักแข่งอื่น ๆ ที่ต้องรับเคราะห์จากเหตุการณ์ดังกล่าวกันต่าง ๆ นานากันอีกด้วย  สรุปคะแนนรวม โดยการแข่งขันนัดต่อไปจะจัดขึ้นในช่วงวีค 20 – 22 ก.ย.นี้ ที่ Cermona Circuit ประเทศอิตาลี อย่างไรก็ฝากติดตามเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับนักบิด หายจากอาการบาดเจ็บและกลับมาสร้างความสนุกกันอีกครั้ง แล้วพบกัน.. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Bautista ต่อสัญญากับ Ducati อีก 1 ปี

2025 Bautista ต่อสัญญากับ Ducati อีก 1 ปี “พร้อมโลดแล่นต่อในศึก World SuperBike ChampionShip หรือ WSBK ฤดูกาล 2025 ด้วยการขยายการต่อสัญญากับต้นสังกัดเก่าไปอีก 1 ปี สำหรับแชมป์โลก 2 สมัย วัย 38 ปีอย่าง Alvaro Bautista” นับเป็นการยุติบทบาทข่าวลือต่าง ๆ สำหรับการรีไทร์ของเขาที่ใคร ๆ ต่างคาดเดาไปในทางเดียวกัน จากประกาศดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อนการแข่งขัน WorldSBK ที่ฝรั่งเศส ในสุดสัปดาห์นี้ ด้วยฝีไม้ลายมือจากการคว้าแชมป์โลก WSBK 2 สมัยซ้อน ในฤดูกาล 2022 และ 2023 ปัจจุบัน เบาติสต้า ยังคงรั้งตำแหน่งอันดับ 3 ของคะแนนรวมในฤดูกาล 2024 โดยมีคะแนนตามหลังจากโทปรัคมากถึง 142 คะแนน และรุกกี้ทีมเมทอย่าง Nicolo Bulega ถึง 50 คะแนนในฤดูกาลนี้ เบาสติสต้ากล่าวถึงการต่อสัญญาในครั้งนี้ว่า“ผมรู้สึกแฮปปี้ ที่จะได้ไปต่อกับ Ducati กับทีมที่สวยงามเปรียบดั่งเสมือนครอบครัวของผม” “ผมยังรู้สึกว่าร่างกายและจิตใจยังคงพร้อมที่จะลุยต่อ และสามารถแข่งขันได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ผมยังมีความสัมพันธ์อันดีกับทุก ๆ คนที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นเอ็นจิเนียร์ ผู้จัดการทีม จนกระทั่งเหล่าผู้สนับสนุน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงมีความสุขมากขนาดนี้” Stefano Cecconi, Aruba.it Racing Ducati team principal กล่าวว่า “ผมพูดหลายครั้งแล้วว่าสิ่งสำคัญของเราคือเราทำงานร่วมกับเบาติสต้าต่อไป และตนเองก็อดใจรอแทบไม่ไหวที่จะประกาศการต่อสัญญาร่วมมืออย่างเป็นทางการแล้ว” ถือว่ายังเป็นข่าวที่น่ายินดีกับแฟน ๆ เบาติสต้าไปอีก 1 ปี และยังเป็นการยุติข่าวลือต่าง ๆ ทั้งนักบิดที่จะขึ้นมาแทนอย่าง Adrian Huertas (Aruba.it Ducati ทีมในรุ่น SSP) รวมถึงนักบิดจากฝั่งโมโตจีอย่าง Jack Miller อีกด้วย ยังไงก็มาลุ้นเชียร์กันในศึก WorldSBK กันด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

บังโตขึ้นเทียบสถิติโลก Guinness World Record

บังโตขึ้นเทียบสถิติโลก Guinness World Record ผลงานอันน่าชื่นชมของ Toprak Razgatlioglu ที่ทำให้แฟนๆ สายการบินบังโตเรซซิ่ง และทีมงาน BMW  ได้ปลื้มปริ่ม น้ำตาไหล หลังจากที่ย้ายเข้ามาขี่ให้ Rokit BMW Motorrad WorldSBK Team เป็นปีแรก         ซึ่งใน 2 สนามแรก ยังจับรถ M1000RR ไม่อยู่ แต่หลังจาก สนามที่ 3 Assen ช่วงเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา “บังโต” ก็ได้สร้างผลงาน อันดับ 1 แบบ เหมาๆ 11 Race รวด เทียบเท่าสถิติสูงสุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ ของ WorldSBK ซึ่งการชนะรวด 11 ครั้ง มีนักแข่ง ที่ทำได้แค่ 2 คน คือ Jonathan Rea ที่ทำไว้ใน ปี 2018 และ Álvaro Bautista ที่ทำไว้ใน ปี 2018 และจากบทสัมภาษณ์ที่ได้พูดไว้หลังจบ Race 1 ด้วยแววตาอันจริงจังว่า “ผมแค่พุ่งเป้าหมายกับการชนะครั้งที่ 12, และหวังว่า วันพรุ้งนี้ผมจะชนะ Superpole Race และถ้าทำได้ ผมจะได้ทำลายสถิติ” ไม่ง่ายเพราะอันดับ การแข่งขันของ Superpole Race นับจากเวลาที่ดีที่สุดเท่านั้น และจำกัดให้วิ่งแค่ 10 lap ซึ่งถ้าดูจากผลการแข่งขันที่ผ่านๆมา หลายๆครั้งเฉีอนอันดับกันแค่ หลัก 0.10 วินาที เท่ากับว่า Toprak ต้องเดิมพันหมดหน้าตักเพื่อทำอันดับ 1 ให้ได้ใน Superpole Race ของสนาม Algarve Circuit Portimao 2024 นี้เท่านั้น ถ้าทำได้ จะเป็นคนแรกของโลกที่ชนะรวด 12 สนาม และได้ Guinness World Record ไปครอง แฟนๆ สายการบินบังโตเรสซิ่ง ต้องติดตามแบบเยี่ยวเหนียวกันแล้ว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak ให้สัมภาษณ์อย่างไร หลังจบศึก WSBK ที่อังกฤษ

Toprak ให้สัมภาษณ์อย่างไร หลังจบศึก WSBK ที่อังกฤษ “จะเอาผิดผม? ที Ducati นำห่าง 20 วิ ตั้งแต่ปี 2019 ไม่เห็นว่าอะไร” และนั่นเป็นไฮไลท์นึงจากการพูดคุยกับนักอดีตแชมป์โลก WolrdSBK ชาวตุรกีหลังจากจบศึกที่อังกฤษ มาลองดูกันครับว่า Toprak ให้สัมภาษณ์อย่างไรบ้าง กับการคว้าแฮตทริกหรือเหมาชัยชนะทั้งสามเรซติดต่อกัน 2 สนาม Razgatlioglu เป็นมาสเตอร์แห่งสนาม Donington อีกครั้ง เป็นสนามที่ทำให้เขาสามารถคว้าชัยชนะครั้งที่ 9 ของเขามาได้ในฤดูกาลนี้และยังทำให้เขาทำสถิติคว้าชัยชนะแบบแฮตทริก 2 ครั้งติดอีกด้วย เป็นการแสดงให้เห็นถึงความลงตัวของคอมโบ Toprak-BMW ได้เป็นอย่างดีในระดับทิ้งคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นกันเลยทีเดียว “ผมดีใจมากเลย เพราะเราสามารถทำแฮตทริกได้ ตอนนี้ผมเริ่มที่จะคิดถึงการแข่งที่ Most ซึ่งจะเป็นสนามต่อไปแล้ว แต่วันนี้ผมทำผลงานได้ดีทั้งในซูเปอร์โพลเรซและเรซที่ 2 รถมันทำงานได้ดีมาก ผมขี่อย่างสบาย ๆ และเราก็มีทีมเวิร์คที่ดีมากสำหรับสุดสัปดาห์นี้” และด้วยความกล้าบ้าบิ่นไม่กลัวอะไร เขายังเลือกที่จะฉลองชัยชนะครั้งที่ 7 ด้วยการแกล้งทำทีเป็นตรวจสอบรถแบบล้อเลียนกับเบาะนั่งรถแข่งของเขา หลังจากที่ดูคาติมีการร้องขอให้ตรวจสอบกับทาง FIM “ถามว่าผมคิดเรื่องนี้ออกเมื่อไหร่หรอ? ผมคิดแผนนี้เมื่อคืนนี้เอง ผมไม่เข้าใจว่าทำไมทีมอื่นถึงได้เริ่มกดดันรวดเร็วขนาดนี้ ผมชนะ 7 เรซติดต่อกันก็จริง แต่ยังมีเรซแข่งขันเหลืออยู่อีกตั้งมาก และอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ ผมทุ่ม 100% ตลอด ไม่ว่ารถแข่งของผมมันจะยอดเยี่ยมหรือไม่ก็ตาม เพราะการทุ่มสุดตัวทุกเรซของผมคือสิ่งสำคัญ” เขายังพูดเรื่องเกี่ยวกับการคอมเพลนเกี่ยวกับเรื่องเบาะจากทีมอื่นอีกด้วย “มีทีมอื่นคอมเพลนหลังจากที่เราเปลี่ยนเบาะนั่ง เราเปลี่ยนอะไรเหรอ? เราเปลี่ยนท้ายรถ เราใช้เบาะที่ต่ำลงกว่าปกติ และผมคิดว่าทีมอื่นบอกว่าเรื่องนั้นทำไม่ได้ แต่ผมไม่คิดว่าการทำเบาะให้สูงขึ้นจะส่งผลอะไร” “ความสูงเบาะตอนนี้ลงตัวแล้ว เราเช็คตำแหน่ง ทุกอย่างโอเค และมันยังช่วยผมได้มากเลย ผมต้องขอบคุณนักแข่งคนอื่นของ BMW ที่ช่วยพัฒนาเบาะนั่งใหม่ เพราะตอนนี้เราไม่ต้องสไลด์ไปด้านหลังอีกต่อไปแล้วเวลาที่เราออกจากโค้ง ผมสามารถรักษาตำแหน่งของตัวเองไว้ที่กลางตัวรถได้มากขึ้น” และผลงานที่โดดเด่นของเขาก็ทำให้ใครสักคนนึงตัดสินใจที่จะชะลอความร้อนแรงของชายผู้นี้ลงด้วยวิธีการใดวิธีนึง “ตั้งแต่ปี 2019 แล้วที่เรามักจะเห็น Ducati คว้าชัยชนะแบบนำห่าง 15 – 20 วินาที ดูคาติดูจะสนุกมากในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา พอมาสุดสัปดาห์นี้ ผมขี่ได้เร็วมากก็จริง แต่บางทีสุดสัปดาห์หน้าผมอาจจะไม่ได้เร็วเท่านี้ก็ได้ และเราจะต้องสู่กับทีมอื่น ๆ อีก” “ผมคิดว่ามันเป็นการขัดขวางที่เร็วเกินไป เพราะรถ BMW ยังเหมือนเดิมไม่ต่างไปจากปีที่แล้วเลย มันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย และทั้งหมดที่ผมทำคือขี่มัน บางทีสุดสัปดาห์นี้เราอาจจะขี่ดีขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน และช่องว่างนั้นก็ใหญ่มาก ๆ แต่สำหรับ 3 ปีนี้ ผมไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับดูคาติเลย ซึ่งทุกคนต่างรู้ว่ารถพวกเขาเร็วมาก ๆ ในทางตรงและเป็นรถที่ดีที่สุดในแพ็ดด็อก ปีที่แล้วกับ Yamaha ผมก็สู้เกิน 100% ในทุก ๆ เรซด้วยซ้ำ แต่ FIM ไม่เห็นจะทำอะไรเลย” ตอนนี้การแข่งขันยังเหลืออีกตั้ง 7 สนาม ดังนั้นผลไม่ได้จบแบบนี้แน่ ๆ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ “ผมต้องสู้อย่างหนักมาตลอด แต่ดูคาติกับขี่สบาย ๆ และชนะไปได้โดยง่าย พอตอนนี้ผมชนะง่าย ๆ บ้าง ทำไม FIM จะต้องเข้ามายุ่งกับรถผมทันที? ผมคิดว่าการรอคือสิ่งที่ดีที่สุด” “Ducati ยังมีเวลาสนุกกับเขาอยู่นานเลย ตอนนี้ถึงคราวผมบ้างแล้ว ดังนั้นอย่ายุ่งกับรถของผม ผมอยากจะสนุกมากกว่านี้! ผมคิดว่าจะทำให้มันชัดเจน ไม่ได้เหรอ? บางทีนักแข่งคนอื่นอาจจะต้องพยายามให้มากกว่านี้” “ปีที่แล้ว ผมแทบจะหายใจไม่ทัน เพราะผมทุ่มเกินร้อยตลอด ทุกโค้ง ทุกแล็ป ขณะที่ตอนนี้ BMW เร็วในทางตรง เครื่องยนต์ก็น่าทึ่ง แถมมันยังเบรกและเข้าโค้งได้ดี รถมันต่างกันเลย แต่สไตล์การขี่ของผมยังเหมือนเดิม ผมปรับตัวได้เร็ว ผมขี่ได้ดีด้วย และสนามนี้ทุกอย่างก็อยู่ในการควบคุมของผม ผมไม่มีปัญหาทางเทคนิค ผมไม่ได้ล้ม และผมก็ชนะทั้งสามเรซ” “เรากำลังพัฒนาไปข้างหน้าทีละก้าว ทีละก้าว ในการจะคว้าแชมป์โลกมา พัฒนารถให้ดีขึ้นในทุก ๆ สุดสัปดาห์ ความรู้สึกนี้มันดีมาก แต่อย่างที่ผมพูด ผมไม่รู้ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปมั้ยที่ Most มันคงจะดีที่สุดถ้าเราไม่เพียงพอแต่มองไปที่ผลลัพธ์ของสุดสัปดาห์นี้เพียงอย่างเดียว เพราะนี่คือสนามโปรดของผม และผมขี่ที่นี่ได้เร็วมาก เราจะได้เห็นว่าไปที่ Most แล้วเป็นอย่างไร แต่เป้าหมายของผมคือคว้าแฮตทริกที่นั่นอีกครั้ง” แม้ตอนนี้เขาจะเป็นผู้นำอยู่บนหัวตารางคะแนนรวม แต่เขายังไม่อยากจะคิดว่าเขาจะต้องสู้เพื่อแชมป์ให้ได้ในตอนนี้เลย “ผมคิดเรื่องการแข่งขันทีละเรซ ทีละเรซไป สนามนี้จบแล้ว และตอนนี้ผมคิดถึงการแข่งที่ Most ที่นั่นผมจะคว้าชัยชนะอีกครั้ง” เขาสรุปทิ้งท้าย แฟน

Toprakเก็บชัยชนะรวด3raceที่Donington!

Toprakกดhat-trickที่Donington!😱 อะไรก็หยุดเขาไม่ได้แล้ว ยิ่งขี่ยิ่งมั่นใจ สำหรับ’El Turco’ โทปรัค ราซกาตติโอกลู และทีม ROKit BMW Motorrad WorldSBK Team เก็บชัยชนะ Race2 แบบทิ้งห่าง8วินาที กวาดคะแนนสะสมทั้ง3เรซ แบบPerfect Weekend เก็บคะแนนสะสมเต็มเม็ดเต็มหน่วย นำห่าง41คะแนน ฟอร์มสดที่สุดแล้วสำหรับปีนี้ ตามมาด้วย นิโคโล บูลเลก้า แห่งทีม Aruba.it Racing-Ducati) ก็ขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยังไม่พอที่จะเข้าใกล้ อดีตแชมป์โลกได้ และโพเดี้ยมอันดับที่3 ตกเป็นของ เจ้าถิ่น อเล็กซ์ โลวว์ จากทีมยักษ์เขียว Kawasaki Racing Team World SBK แฝดซ่าของแซม ทำให้แฟนๆเจ้าถิ่นได้เฮกันถ้วนหน้า ส่วนอัลวาโร่ เบาติสต้า แชมป์เก่า เป็นสัปดาห์ที่ อะไรๆติดๆขัดๆไปนิด ขนาดในรอบsighting laps เกิดลื่น ล้มไถล แฮนด์เบี้ยว ปีกก็หัก ก่อนกลับมาที่จุดสตาร์ท ทีมเซอร์วิสต้องทำการซ่อมและเปลี่ยนชิ้นส่วนอย่างรวดเร็ว แสดงศักยภาพระดับโลก ทำงานแข่งกับเวลา จนทันเวลาออกสตาร์ท และก็ยังขี่ได้อย่างเยี่ยมยอด เข้าเส้นอันดับที่5 ไว้ลายแชมป์เก่า ท่ามกลางความน่าหงุดหงิด ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นสุดสัปดาห์ที่สนุกมากๆ สำหรับสนามที่อังกฤษ น่าเสียดายนิดหน่อยที่ตกเย็นอังกฤษจะไปไม่ถึงดวงดาวกับแชมป์ยุโรป ไม่งั้นคงคึกคักกันทั่วประเทศ แต่ไม่เป็นน่ะ มาชมมาเชียร์กันต่อ ทั้ง racing และ Football. สรุปคะแนนสะสมและผลการแข่งขันกัน เจอกันสนามต่อไป ที่สาธารณรัฐ เชค สุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ และเป็นวันหยุดยาวอีกด้วย !😘

โปรแกรมการแข่งขัน WorldSBK สนามที่5 UKround

สุดสัปดาห์นี้ไม่มีเหงา! MotoGP summer break เกือบเดือน แต่ WorldSBK คัมแบ็คนะครับ โปรแกรมการแข่งขัน WorldSBK สนามที่5 12-14 JUL 🇬🇧Prosecco DOC UK Round Friday, 12nd July 15:00-15:25 – Yamaha R3 bLU cRU World Cup Free Practice 15:40-16:05 – WorldWCR Free Practice 16:20-17:05 – WorldSBK Free Practice 1 17:20-18:00 – WorldSSP Free Practice 19:00-19:25 – Yamaha R3 bLU cRU World Cup Superpole 20:10-20:35 – WorldWCR Tissot Superpole 21:00-21:45 – WorldSBK Free Practice 2 22:00-22:40 – WorldSSP Tissot Superpole Saturday, 13th July 15:00-15:20 – WorldSBK Free Practice 3 15:30-15:40 – WorldWCR Warm Up 15:50-16:00 – WorldSSP Warm Up 17:00-17:15 – WorldSBK Superpole 18:20 – WorldWCR Race 1 (12 laps) 20:00 – WorldSBK Race 1 (23 laps) 21:15 – WorldSSP Race 1 (19 laps) 22:15 – Yamaha R3 bLU cRU World Cup Race 1 (10 laps) Sunday, 14th July 15:00-15:10 – WorldSBK Warm Up 15:20-15:30 – WorldWCR Warm Up 15:40-15:50 – WorldSSP Warm Up 17:00 – WorldSBK Superpole Race (10 laps) 18:20 –WorldWCR Race 2 (12 laps) 20:00 – WorldSBK Race 2 (23 laps) 21:15 – WorldSSP Race 2 (19 laps) 22:15 – Yamaha R3 bLU cRU World cup Race 2 (10 laps) เว้นไปนาน Toprakยิ่งกำลังร้อน อย่าลืมติดตาม ดุเดือด ดราม่าไม่เป็นรองใคร!  

นักแข่ง HRC เผย Honda ใน WorldSBK ยังไม่ตาย

นักแข่ง HRC เผย Honda ใน WorldSBK ยังไม่ตาย Iker Lecuona และ Xavi Vierge 2 นักแข่ง HRC เผย Honda ใน WorldSBK ยังไม่ตาย หลังจากที่ทั้งสองคนได้เข้าทดสอบส่วนตัวของทางฮอนด้าที่บาร์เซโลนา และพบว่ารถมีสมรรถนะที่ดีขึ้นมาก สถานะในตอนนี้ของค่ายปีกนกถือว่าเป็นค่ายที่ช้าที่สุดในการแข่งขัน WorldSBK แต่หลังจากการทดสอบส่วนตัวของทางค่ายก็เหมือนจะส่งสัญญาณที่ดีว่ามีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด หลังจากสองนักแข่ง Iker Lecuona และ Xavi Vierge สัมผัสได้ถึงความพยายามของทีมงานจาก HRC Lecuona เล่าว่า “โดยรวมแล้ว มันออกมาดีนะ แต่เหมือนอย่างที่เคย เวลาคุณทดสอบตามลำพังน่ะมันยังเปรียบเทียบกับค่ายอื่นไม่ได้ เช้าวันจันทร์เราอาจจะโชคไม่ดีเนื่องจากเดิมทีเราจะได้มีโอกาสได้ขี่กับทาง Kawasaki กับ Alex Lowes แต่ว่าฝนดันเทลงมา และเราก็อยากจะทดสอบรถแบบแห้ง ๆ” “พอวันอังคารเราก็ทดสอบกันตามลำพัง แทร็กเองก็ค่อนข้างสกปรกเนื่องจากพายุเมื่อวันจันทร์และอากศตอนบ่ายก็ร้อนโคตร ๆ เราคอนเฟิร์มเลยว่าวิธีที่เราทดสอบกันที่ Cremona จากนั้นก็ที่ Misano พบว่าทดสอบแบบเซ็ตติ้งแบบ Misano นั้นคือเซ็ตติ้งที่ถูกต้อง” “เราไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ให้ได้ลอง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไปในเรื่องการเซ็ตติ้งขั้นพื้นฐาน เช่น เรื่องของโช้คหน้า บาลานซ์ของรถและระบบอิเล็กทรอนิกส์ และเราเองก็ไม่ได้ทดสอบหลาย ๆ แล็ป แต่อย่างน้อย ๆ ที่เราทดสอบมันก็ออกมาดี” “มันมีข้อมูลดี ๆ สำหรับให้ทางญี่ปุ่นไปวิเคราะห์และนำไปพัฒนา เราพยายามรักษาระดับความเร็วในการแข่งของเราเอาไว้ และเวลาทดสอบที่เร็วที่สุดของเราก็ทำได้เหมือนตอนแข่งซูเปอร์โพล แต่เวลาแข่งจริง ๆ เราคงต้องไปพิสูจน์กันที่ Donington Park” Lecuona เสริมอีกว่า “การทดสอบครั้งแรกที่ Cremona เป็นการทดสอบที่สำคัญมาก ๆ จากนั้นเราไปทดสอบที่ Misano และเราก็ยืนยันได้ว่าทิศทางที่เรากำลังมุ่งหน้าพัฒนานั้นถูกต้อง เราเร็วขึ้น และเราก็มั่นใจในตัวรถขึ้นมาก ๆ ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับรถและล้มน้อยลบง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือผมสามารถไปให้ถึงลิมิตของผมได้มากขึ้น” “โอกาสที่เรามีในตอนนี้มันเปิดกว้างมากกว่าที่เคย และนั่นทำให้ผมรู้สึกมั่นใจขึ้น ตอนทดสอบที่ Misano ผมฟิตดี ผมคิดว่าผมจะต้องพยายามให้มากขึ้น แต่มันก็ออกมาดีผิดคาด และที่ Cremona ผมได้ลองวิ่งยาว ๆ ดูและมันก็ดี อาจจะไม่ 100% แต่มันดีจริง ๆ” Vierge เผยว่า “ผลทดสอบออกมาดี และทีมงานก็ทำงานได้เยี่ยมมาก ๆ พวกเขาตัดสินใจได้ดีกับการเลือกที่จะซ้อมในวันต่อมา แม้ว่าเราจะมีนักแข่งที่ช้ากว่าใช้แทร็กร่วมกันกับเรา เราจำเป็นจะต้องใช้แทร็กที่แห้งเพื่อทดสอบอะไรหลาย ๆ อย่างและหาหนทางพัฒนารถ และในส่วนนี้นี่เองที่มันมีผลออกมาในแง่บวก ผมรู้สึกว่าผมสู้กับคนอื่น ๆ ได้ เวลาแล็ปของผมดีขึ้นมาก แล้วก็มีบางช่วงที่ผมรู้สึกแตกต่างออกไปโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรกับรถมากนัก” “นี่คือสิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจ แต่มันก็ทำให้เราสับสนได้ง่ายเช่นกัน ในสถานะที่เรายืนอยู่ในตรงนี้ เราได้ผลลัพธ์ที่ดีและไม่ดี และสิ่งที่แย่ที่สุดสามารถเกิดขึ้นได้ถ้าคุณไม่เข้าใจว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น โชคดีที่เรามีทีมที่ยอดเยี่ยมและหน้าที่ของผมก็จบลงด้วยดี แต่ยังไงเสียมันก็ยังต้องทุ่มเททำงานกันอีกมาก เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและหาคำตอบให้กับคำถามที่เกิดขึ้นของเรา” สรุปแล้วก็คือว่ามีการพัฒนาที่ดีขึ้นจากปากคำยืนยันจากตัวนักแข่ง แต่สถานการณ์จริงในการแข่งขันจริง ๆ มันจะออกมาเป็นอย่างที่พวกเขายืนยันมั้ย เราต้องรอไปพิสูจน์ผลงานของ CBR1000RR-R กันที่ Donington Park ที่อังกฤษในวันที่ 12 – 14 กรกฎาคมนี้กัน อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak โดนปรับเงิน หลังฉลองชัยไวไปหน่อย

Toprak โดนปรับเงิน หลังฉลองชัยไวไปหน่อย ล่าสุดมีแหล่งข่าวระบุว่า Toprak โดนปรับเงิน หลังฉลองชัยชนะไวไปหน่อย ระหว่างการแข่งขันในเรซที่ 2 ที่ Misano ประเทศอิตาลี แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตน่าจะทราบข่าวกันดีอยู่แล้วว่าบังโต Toprak Razgatlioglu อดีตแชมป์โลก WorldSBK จากตุรกี ได้ทำการเหมาชัยชนะทั้งสามเรซจากการแข่งขันสนามที่ 4 ที่ Misano World Circuit ประเทศอิตาลี เหตุเกิดเมื่อบังแกฉลองชัยเร็วไปหน่อย เพราะเฮียแกทำสต็อปปี้ หรือว่ายกล้อหลัง ฉลองชัยชนะก่อนที่จะเข้าเส้นชัยในเรซที่ 2 ด้วยความดีใจที่เหมาะชัยชนะในสนามนี้มาได้ พาให้เขาและ BMW ขึ้นหัวแถวตารางคะแนนสะสม แต่ Race Director ไม่ใจดีด้วย ถึงแม้ว่าจังหวะที่เขาฉลองชัยนั้นจะไม่ได้มีคู่แข่งอยู่ใกล้ก็ตาม แต่การที่เขาขับขี่ผาดโผนหรืออันตรายก่อนที่การแข่งขันจะจบลง มันผิดกติกา และแน่นอนว่าเขาโดนโทษปรับเงิน โดยโดนไปปรับไปทั้งหมด 500 ยูโร หรือเกือบ ๆ 20,000 บาท สำหรับข่าวนี้อาจจะดูเป็นเรื่องตลก แต่อีกนัยนึงก็แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดทางผู้จัดผู้ดูแลได้เหมือนกัน แต่ทางแชมป์โลกปี 2021 ผู้นี้ก็กล่าวว่าคงไม่เลิกฉลองชัยชนะด้วยท่าสต็อปปี้แบบที่เห็นนี้อยู่แน่นอน แต่จะไปทำตอนที่ธงตราหมากรุกสะบัดให้ผมแล้วเท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เผยอยากไปแข่ง MotoGP ปี 2025

Toprak เผยอยากไปแข่ง MotoGP ปี 2025 Toprak เผยอยากไปแข่ง MotoGP ปี 2025 ซึ่งผู้นำหัวตารางในการแข่งขัน WSBK ในตอนนี้ต้องการที่จะออกจากการแข่งขันรถโปรดักชันชิงแชมป์โลกในสิ้นปีนี้และย้ายไปแข่งขันรถโปรโตไทป์ในระดับสูงสุดแทน ตามรายงานของ Speedweek ซึ่งมีการอ้างคำพูดของ Kenan Sofuoglu ผู้จัดการของบังโตว่า: “ผู้คนในแพ็ดด็อก MotoGP ให้ความสนใจในตัวของ Toprak มาก” “ถึงเราจะมีสัญญาสองปีกับ BMW ก็จริงแต่ผมได้แจ้ง BMW แล้วว่าเราต้องการออกจากการแข่งขัน Superbike World Championship ในสิ้นปีนี้และย้ายไป MotoGP” “และผมได้อธิบายกับพวกเขาอีกว่านี่เป็นความต้องการของ Toprak” Sofuoglu เคยชี้แจงก่อนหน้านี้ว่า Razgatlioglu จะย้ายไป MotoGP ในฐานะนักแข่งทีมโรงงานเท่านั้น ซึ่งถ้าหากยังเป็นเช่นนั้น ตัวเลือกของเขาในปี 2025 ในทางทฤษฎีจะเป็น Repsol Honda หรือ Monster Yamaha หรือ Aprilia เพราะทีมโรงงาน Ducati และ KTM มีนักแข่งเต็มแล้ว นอกจากนี้จากรายงานล่าสุดระบุว่า Joan Mir ใกล้จะต่อสัญญากับ Repsol Honda อย่างไรก็ตามทาง GPone เชื่อว่า Razgatlioglu กำลังถูกทาบทามโดย Repsol Honda จริง ๆ แต่ว่าการย้ายไปยามาฮ่าอาจจะเป็นเรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่า เนื่องจากเขาเคยบอกว่าไม่โอเคตัวกับรถ M1 ในระหว่างการทดสอบส่วนตัวสองครั้งเมื่อต้นปีที่แล้ว จากนั้นเขาก็แยกทางกับยามาฮ่าเพื่อร่วมทีมกับ BMW ในขณะเดียวกัน Aprilia ก็มีแนวโน้มที่จะเซ็นสัญญากับ Marco Bezzecchi แต่หาก Pramac ย้ายไปใช้รถยามาฮ่า Bezzecchi อาจสามารถบรรลุเป้าหมายการแข่งขันในทีมโรงงานปี 2025 ในขณะที่ยังคงอยู่กับ VR46… ทั้งนี้สิ่งที่เพิ่มความซับซ้อนให้กับสถานการณ์นี้คือ ตอนนี้ทาง BMW เองก็กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะเข้าร่วม MotoGP เช่นกัน แต่จะไม่เริ่มจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎทางเทคนิคในปี 2027″ แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคิดเห็นกันอย่างไร สุดท้ายบังโตจะได้ทำตามความฝันมั้ย แล้วเขาจะสามารถผงาดขึ้นสู้กับนักแข่งระดับโลกหลาย ๆ คนใน MotoGP ได้หรือไม่ คงเป็นเรื่องที่เราคงต้องตามลุ้นกันต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก