SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda ล่าสุด 2026

  • All Posts
  • Honda News
เทียบสเปค Honda ADV350 vs Zontes 368G ปี 2025 คันไหนคุ้มสุด ?

ศึกสกู๊ตเตอร์แอดเวนเจอร์ 2025! เทียบหมัดต่อหมัด Honda ADV350 vs Zontes 368G ค่ายปีกนกที่มั่นคง หรือค่ายน้องใหม่ที่ออปชั่นล้นคัน? เช็กสเปคและราคาล่าสุดเพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุด

Honda Monkey ลิงเถื่อน ‘Busozoku Style’

Honda Monkey ลิงเถื่อน ‘Busozoku Style’ Honda Monkey มอเตอร์ไซค์ประเภทมินิไบค์ หรือรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยอยู่มากมายพอสมควร เนื่องจากดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับของเล่นที่สามารถหามาประดับตกแต่งได้อย่างมากมายก่ายกอง และอีกหนึ่งดีไซน์ที่น่าสนใจก็อาจจะหนีไม่พ้น ‘Rocket Cowl’ จากประเทศไทยของเราที่ถูกตกแต่งใหม่ให้มีดีไซน์คล้ายกับรถมอเตอร์ไซค์สไตล์โบโซโซคุ โบโซโซคุ คืออะไร โบโซโซกุ (Bōsōzoku – 暴走族) เป็นคำในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า “กลุ่มนักซิ่ง” หรือ “แก๊งนักซิ่ง” ซึ่งมาจากคำว่า “โบโซ” (暴走) ที่แปลว่า “ขับขี่อย่างบ้าคลั่ง” และ “โซกุ” (族) ที่แปลว่า “กลุ่ม” หรือ “เผ่า”เมื่อนำความหมายของทั้งสองมารวมกันจะหมายถึง “กลุ่มขับขี่แบบไม่เกรงกลัว” โดยแก๊งนักขี่เหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่มีลักษณะเฉพาะและเป็นวัฒนธรรมย่อยในญี่ปุ่นช่วงทศวรรษ 1950 และได้รับความนิยมต่อเนื่องมาจนถึงทศวรรษ 1980 โบโซโซกุเป็นวัฒนธรรมย่อยของกลุ่มวัยรุ่นญี่ปุ่นที่มีลักษณะเฉพาะตัว โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการแต่งรถมอเตอร์ไซค์แบบฉูดฉาด ใช้ท่อไอเสียเสียงดัง และขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือทำท่าทางอันตรายบนถนน รวมถึงการจัดขบวนขี่รถในลักษณะที่ผิดกฎหมาย เช่น ขี่รถขวางถนนหรือก่อความวุ่นวาย โดยลักษณะเด่นของยอดนักซิ่งเหล่านี้จะมีอยู่ 3 จุดหลัก ๆ  การแต่งรถที่เน้นไปที่ดีไซน์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟหน้าขนาดใหญ่ ใช้เบาะนั่งยาวสูง มีการจัดวางท่อไอเสียขนาดใหญ่ (พร้อมเสียงดัง) และการใช้กราฟิก เฉดสีที่ฉูดฉาดบนตัวรถ สมาชิกของกลุ่มนี้มักจะใส่ชุดคลุมยาว (คล้ายกับชุดของนักบิดในยุคสงคราม) ที่มีการปักลวดลาย สโลแกน หรือข้อความที่สื่อถึงความเป็นตัวตน  พฤติกรรมการขับขี่สุดเร้าใจ ที่มีการรวมกลุ่มขี่รถบนถนนโดยไม่สนกฎจราจร พร้อมส่งเสียงดังด้วยท่อไอเสีย รวมไปถึงอาจมีความก่อความวุ่นวายบนถนน Honda ‘Rocket Cowl’ Monkey 125 ลิงน้อยลำนี้ได้รับอิธิพลมาจากการตกแต่งดีไซน์รอบคันตามไสตล์แบบ ‘Bosozoku’ ซึ่งเจ้าของผลงานได้แก่คุณชยกฤต แก้ววงศ์วาน เจ้าของร้านอุปกรณ์ตกแต่งรถจักรยานยนต์ Advance Automotive Accessories   การออกแบบดีไซน์ เริ่มต้นที่โดมแฟริ่งด้านหน้าที่มีขนาดใหญ่ มาพร้อมกระจกด้านบนที่เคลือบด้วยฟิล์มสีเหลือง กรอบไฟหน้าถูกล้อมด้วยกรอบสีเขียว ธีมสีของตัวรถเน้นไปที่สีน้ำเงิน และตัดสลับด้วยสีเหลืองแบบเดียวกับลายเสือ โดยที่ด้านข้างมีกราฟิกปากฉลามที่กำลังแยกเขี้ยวพร้อมล่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้า  ช่วงล่างของรถคันนี้มีการยืดโช้คอัพแบบหัวกลับด้านหน้า และทำการย่อโช้คอัพด้านหลังให้สั้นลง มีการปรับขนาดของล้อหน้าจากขอบ 12 นิ้ว เพิ่มเป็นขอบ 14 นิ้วมาพร้อมล้อแบบซี่ลวด และในส่วนของล้อหลังเป็นล้อ Maru’s ขนาด 12 นิ้วตามสไตล์ของมินิไบค์ ดิสก์เบรกหน้า และหลังยังคงเป็นระบบเบรกเดิมจากทางโรงงาน ด้านท้ายของตัวรถมาด้วยเบาะนั่งสีขาวคลีนพร้อมพนักพิงด้านท้ายไซส์มินิสีเดียวกับตัวเบาะ ครอบอยู่เหนือไฟท้าย และประกบด้วยท่อไอเสียที่สูงยาวเฉียดฟ้าทั้งด้านซ้าย และด้านขวา ที่ให้อารมณ์ดูเกเรหน่อย ๆ พร้อมธงชาติไทย ในส่วนของเครื่องยนต์จะยังคงเป็นเครื่องยนต์ไซส์เดิมที่เป็นเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาดความจุ 125 ซีซี พละกำลังอยู่ที่ 9.2 แรงม้าที่ 6,750 รอบต่อนาที และแรงบิดอยู่ที่ 11 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที รายละเอียดต่าง ๆ ของตัวรถ   หากสนใจหรืออยากต้องการจะแต่งรถให้ได้สไตล์แบบ ‘โบโซโซกุ’ บ้าง ก็สามารถทักไปได้ที่เพจ ‘Advance Automotive Accessories’ ได้เลย (คลิ๊กที่นี่) โดยร้านนี้ไม่เพียงแค่ตกแต่งเจ้ามังกี้เท่านั้น แต่ยังมีการออกแบบชุดแต่งในรถรุ่นอื่น ๆ ด้วย หากแต่งด้วยสไตล์ธรรมดาอาจจะไม่เร้าใจ ลองเปลี่ยนแนวมาแบบเกเรหน่อย ๆ จะเร้าใจกว่าไหม สุดท้ายขอขอบคุณภาพจาก คุณชยกฤต แก้ววงศ์วาน เจ้าของร้านอุปกรณ์ตกแต่งรถจักรยานยนต์ Advance Automotive Accessories

Honda Dunk มินิไบค์ สไตล์แดนอาทิตย์อุทัย

Honda Dunk มินิไบค์ สไตล์แดนอาทิตย์อุทัย Honda Dunk เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะมีรถยนต์ไซส์เล็กอย่าง Kei-Car (รถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 660 ซีซี พละกำลังไม่เกิน 64 แรงม้า) ที่ได้รับความนิยมอย่างมากแล้ว มอไซค์ไซส์เล็กซีซีน้อยก็เป็นที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน เพราะมินิมอลไบค์ที่มีขนาดเล็ก ไซส์กระทัดรัด เน้นขับขี่ง่าย และความคล่องตัว เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่นในเมืองหรือพื้นที่คับแคบ ตามซอย หรือชุมชนอัดต่าง ๆ เครื่องยนต์ และช่วงล่าง น้องเล็กคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 49 ซีซี สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลัง 4.5 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 4 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที และที่สำคัญในโมเดลนี้มาพร้อมกับระบบ Idling Stop System ถูกออกแบบมาเพื่อหยุดการทำงานขณะรถหยุดนิ่ง ในส่วนของระบบกันสะเทือน ด้านหน้าจะเป็นโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยว ในส่วนของระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ด้านหลังเป็นดรัมเบรก แม้จะเป็นรถไซส์เล็กแต่ก็อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมาย บริเวณด้านหน้าของตัวรถทางด้านซ้ายเป็นช่องเก็บของพร้อมฝาปิด โดยภายในจะมีช่องจ่ายไฟแบบ USB Type-A ทางฝั่งขวาจะเป็นช่องใส่ของแบบไม่มีฝาปิดสามารถใส่เครื่องดื่มขนาด 500 มิลลิลิตรลงไปได้ (ทางค่ายเขาว่ามาแบบนี้) และมาพร้อมตะขอเกี่ยวของตรงกลาง ใต้เบาะจะเป็นช่องเก็บของขนาด 23 ลิตร ฟีเจอร์ต่าง ๆ ของตัวรถ ช่องจ่ายไฟแบบ USB Type-A ช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 23 ลิตร ตะขอเกี่ยวของบริเวณด้านหน้า  Idling Stop System เรือนไมล์แบบอนาล็อก เครื่องยนต์เทคโนโลยี eSP   สีสันที่วางจำหน่าย Matte Jeans Blue Metallic Pearl Deep Mud Gray Matte Ballistic Black Metallic   ในโมเดลนี้จะมีวางจำหน่ายแค่เพียงประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 229,900 เยน ตีเป็นเงินไทยประมาณ 50,330 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แต่มั่นใจได้เลยว่าถ้าเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทย ช่างไทยจัดให้ จัดทรงซิ่ง โมดิฟายสไตล์รถป๊อป (Honda DIO ZX) อย่างแน่นอน แง๊น ๆๆ แง๊นนนนน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda PCX 160 2025 เสริมดั้งใหม่ มาพร้อมจอ TFT

Honda PCX 160 2025 เปิดตัวพร้อมจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศอินโดนีเซีย ดีไซน์ปรับใหม่เกือบทั้งหมด มาพร้อมเทคโนโลยีจอสี TFT ของทางค่าย

Ana Carrasco 2025 ย้ายซบรังนก ยกระดับสู่ WorldSSP

Ana Carrasco ย้ายซบรังนก ยกระดับสู่ WorldSSP 2025 ถึงข่าวคราวของฝั่งนักบิดหญิงแกร่ง Ana Carrasco 2025 ที่เคยคว้าแชมป์ WorldSSP300 ในปี 2018 และพึ่งประเดิมคว้าแชมป์โลกหญิง WorldWCR คนแรก ครั้งแรกเมื่อฤดูกาล 2024 ที่ผ่านมาหยก ๆ ล่าสุด เจ้าตัวก็พร้อมที่จะลุยตามความฝันด้วยการยกระดับเพื่อร่วมแข่งขันในศึกระดับโลกจากทางฝั่งซูเปอร์สปอร์ตอย่าง WorldSSP ฤดูกาล 2025 ด้วยตัวแข่ง CBR600RR ร่วมกับทีม Honda France ถือเป็นการย้ายจากบ้านเก่าสู่บ้านใหม่ ซึ่งเอฟซีจากทางฝั่งส้อมเสียงอาจมีนอยบ้างเล็กน้อย เพราะต้องสูญนักบิดฝ่ายหญิงทัพหน้าของวงการไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งโปรเจ็กต์ครั้งนี้เธอจะร่วมกับนักบิดทีมเมทชาวฝรั่งเศสวัย 26 ปี อย่าง Corentin Perolari ผู้ที่เคยอาบน้ำร้อนในวงการ World SSP มาก่อน และเคยทำผลงานอันน่าประทับใจในปี 2019 และปี 2020 “ฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมกับฮอนด้าในโปรเจ็กต์นี้ ฮอนด้าเป็นโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นเกียรติสำหรับฉันที่ได้แข่งในฤดูกาลนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับทีมแข่งสังกัดใหม่ อย่างไรต้องขอขอบคุณทางฮอนด้าทางฝั่งยุโรปและฝรั่งเศสที่เชื่อมั่นในฝีมือ ฉันต้องการเรียนรู้ให้เร็วที่สุดในระหว่างฤดูกาลและทำอันดับผลงานให้ดีที่สุด” แอนนา กล่าว Perolari กล่าวว่า “ผมดีใจที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน World Supersport โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นตัวแทนของแบรนด์ Honda ซึ่งผมชื่นชอบมาก ทีมงานทุกคนสามารถไว้วางใจผมในการทำผลงานที่ดีที่สุดในทุกการแข่งขัน” Bruno Skotnicki ผู้รับผิดชอบด้านการแข่งขันของ Honda France กล่าวว่า “ฮอนด้า กำลังเซ็ตติ้งโปรแกรมในระยะ Long Term โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนารถจักรยานยนต์ นักแข่ง และทีมงาน เพื่อให้สามารถแข่งขันในระดับสูงสุดของประเภทนี้”  การเข้าร่วมของ Carrasco และ Perolari ภายใต้สังกัดทีม Honda France ใน WorldSSP 2025 จะเป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์และความมุ่งมั่นที่จะนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จในฤดูกาลที่จะมาถึง โดยการแข่งขันในฤดูกาล 2025 จะเริ่มแข่งสนามแรกที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย วันที่ 21 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 อย่าลืมเชียร์และติดตามนักแข่งในดวงใจของท่าน แล้วพบกัน!! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Idemitsu Asia Talent Cup เผยตารางแข่งแล้ว

Honda Asia Talent Cup 2025 เผยตารางแข่งแล้ว มาแล้ว!! สำหรับตารางแข่งขันรายการ 2025 Idemitsu Asia Talent Cup หรือ ATC ประจำปี 2025 รายการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาและพัฒนานักบิดเยาวชนอายุน้อยจากทั่วเอเชียสู่เวทีระดับโลก ซึ่งในฤดูกาล 2025 นี้ประเทศไทยบ้านเราจะเป็นเจ้าภาพแข่งขันสนามแรกในวันที่ 28 ก.พ. – 2 มี.ค. 68 นี้ เส้นทางสู่ความฝันของนักบิดเยาวชน Honda Asia Talent Cup หรือ ATC คือเวทีที่ช่วยค้นหาและพัฒนานักบิดเยาวชนอายุน้อยจากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ซึ่งการแข่งขันนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีทดสอบทักษะการขับขี่เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างพื้นฐานด้านความรู้เกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ตไม่ว่าจะเป็นทักษะการวางแผน เทคนิคการขับขี่ การเซ็ตอัพรถและการฝึกฝนความมีวินัยในสนามแข่งขัน ซึ่งนักบิดที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันนี้จะได้ฝึกซ้อมและแข่งขันในสนามแข่งระดับมาตรฐานโลก โดยมีโค้ชและที่ปรึกษาระดับมืออาชีพดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้นักบิดได้พัฒนาฝีมือในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับตารางแข่งขัน Idemitsu Asia Talent Cup 2025 นักแข่ง 20 คน จาก 10 ประเทศ นักแข่ง 20 คนจาก 10 ประเทศ เตรียมลงแข่งขันในรายการouh โดยในจำนวนนั้นมีนักแข่งที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันมาแล้ว 7 คน และนักแข่งหน้าใหม่อีก 13 คนที่ได้รับคัดเลือกจากงานคัดเลือก (Selection Event) นักแข่งที่น่าจับตามอง ได้แก่ เรียวตะ โอกิวาระ (Ryota Ogiwara) และ เซริว อิเคกามิ (Seiryu Ikegami) ซึ่งเคยทำผลงานจบในอันดับที่ 2 และ 5 ตามลำดับในปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองคนนี้จะเป็นตัวเต็งสำคัญที่อาจสร้างแรงกดดันให้กับนักแข่งหน้าใหม่ในการไล่ล่าแชมป์ในฤดูกาลใหม่ นักแข่งในรายการปี 2025 มาจากประเทศต่าง ๆ ทั้ง ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลี จีน อินเดีย ออสเตรเลีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งทำให้การแข่งขันมีความหลากหลายและน่าสนใจอย่างยิ่งในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง รวมถึงนักแข่งชาวไทยในรายการนี้ น้องออสติน ธนฉรรต ประทุมทอง น้องธีรินทร์ Jacob Fleming น้องนฤพงศ์ สำหรับฤดูกาล 2025 ประกอบด้วย 6 สนามแข่งขัน รวม 12 เรซ โดยจะเริ่มต้นด้วยการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ที่ประเทศไทย ก่อนที่การแข่งขันรอบแรกจะเริ่มขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม ที่สนาม ช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากนั้น การแข่งขันจะย้ายไปที่ประเทศกาตาร์ในเดือนเมษายน ก่อนที่จะเดินทางไปที่สนาม เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในช่วงกลางปี โดยจัดร่วมกับการแข่งขัน Malaysian Superbike Championship (SBK) จากนั้น ฤดูกาลจะปิดฉากที่ ประเทศญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งจะเป็นสนามสุดท้ายที่จัดขึ้นพร้อมกับการแข่งขัน MotoGP เตรียมพบกับฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจและการต่อสู้ของนักแข่งรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นเพื่อก้าวไปสู่การเป็นนักบิดใน MotoGP รุ่นต่อไป พร้อมสร้างความประทับใจให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก ติดตามรายชื่อนักแข่งปี 2025 อย่างเป็นทางการ และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ต! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Honda CRF300L แฟริ่งลายใหม่ เพิ่มปุ่มเปิดปิด ABS

2025 Honda CRF300L แฟริ่งลายใหม่ เพิ่มปุ่มเปิดปิด ABS 2025 Honda CRF300L เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในงาน Motor Expo2024 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยในการเปิดตัวเจนใหม่ของสายลุยทางฝุ่นนี้มาพร้อมกับสองรุ่นย่อยอย่าง 300L และ 300 Rally ซึ่งทั้งสองรุ่นนั้นสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานเดียวกัน แต่จะมีรายละเอียดบางจุดเท่านั้นที่แตกต่างกัน แต่รับประกันการขับขี่สนุกเช่นเดิม ตัวถังเอกลักษณ์สไตล์ CRF แม้จะเป็นในโมเดลใหม่ที่เปิดตัว แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น CRF ไว้อย่างเหนียวแน่น โดยโครงสร้างของตัวถังยังคงใช้เฟรมแบบ Steel semi-double cradle รวมไปถึงแฟริ่งยังคงเป็นแบบเดียวกันกับในโมเดลก่อนหน้า จะแตกต่างก็คงเป็นเพียงลวดลายกราฟิก (หรือศัพท์ที่เข้าใจอย่างเป็นสากลคือ สติ๊กเกอร์) บนตัวถังเท่านั้น เครื่องยนต์ขนาดเท่ากัน ทั้งสองรุ่นย่อยมีขนาดเครื่องยนต์อยู่ที่ 286 ซีซี สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลังให้มาที่ 26.9 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 26.6 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที มาพร้อมเกียร์แบบแมนนวล 6 สปีดพร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ช่วยในการเปลี่ยนเกียร์ ส่งกำลังสุดท้ายด้วยโซ่ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงระบบหัวฉีดไฟฟ้า PGM-FI ลิขสิทธิ์เฉพาะฮอนด้า มาพร้อมความจุถังน้ำมันขนาด 7.8 ลิตรในรุ่น 300L และ 12.8 ลิตรในรุ่นของ 300Rally ในส่วนของระบบการระบายไอเสียมีการพัฒนาเพื่อรองรับมาตรฐาน Euro5+ และไฮไลท์สำคัญของเครื่องยนต์ในเจนนี้คือการเคลมว่าสามารถระบายความร้อนได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าโมเดลก่อน ๆ ช่วงล่างเซ็ตอัพพร้อมลุย (บ้างแล้ว) โช้คอัพด้านหน้าของรุ่น L โช้คอัพด้านหน้าของรุ่น Rally   ปรับจูนใหม่ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง โดยระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับจาก Showa ขนาดแกน 43 มิลลิเมตร ระยะยุบอยู่ที่ 234 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยวจาก Showa เช่นกัน ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มระยะยุบอยู่ที่ 260 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนด้านหลังของรุ่น L ระบบกันสะเทือนด้านหลังของรุ่น Rally   ระบบเบรกหน้าดิสก์คู่แบบสองลูกสูบ พร้อมจานเบรกขนาด 296 มิลลิเมตร มาพร้อมล้อขนาด 80/100-21M/C  ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลูกสูบเดี่ยว พร้อมจานขนาด 220 มิลลิเมตร พร้อมล้อหลังขนาด 120/80-18 M/C โดยระบบเบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาพร้อมระบบความปลอดภัย ABS แบบ 2 ทาง เทคโนโลยีมาแบบมินิมอล เทคโนโลยีที่มากับสายลุยทางฝุ่นคันนี้มาพร้อมระบบไฟ LED ในส่วนหน้าจอเรือนไมล์ทั้งสองรุ่นย่อยยังคงเอกลักษณ์ความเป็น CRF ไว้อย่างเหนียวแน่น (การแสดงผลของหน้าจอเหมือนรุ่นก่อนหน้าแบบเป๊ะ ๆ) แสดงข้อมูลการขับขี่ในสิ่งที่จำเป็นเพียงพอ อาทิ ระดับความเร็ว ตำแหน่งเกียร์ รอบเครื่องยนต์ ระดับน้ำมัน ตำแหน่งไฟเลี้ยว โดยอีกหนึ่งเทคโนโลยีอัพเกรดใหม่ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้สำหรับ CRF ในเจนนี้คือการเพิ่มปุ่มในการเปิดและปิดระบบ ABS ที่ล้อหลังมาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งให้มาทั้งสองรุ่นย่อย หลังจากที่เป็นข้อสงสัยสำหรับชาวเน็ตอยู่ไม่น้อยว่าทำไมถึงไม่ให้มาในโมเดลก่อน ๆ จุดที่แตกต่างของทั้งสองรุ่นย่อย ทั้งสองรุ่นย่อยที่มีราคาห่างกันราว ๆ 24,000 บาทก็มีรายละเอียดบางจุดที่แตกต่างกัน เพื่อทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงความแตกต่างที่จ่ายเงินไปเกือบสามหมื่นดังนี้ รุ่น L รุ่น Rally ดีไซน์ไฟหน้า ไฟหน้า LED แบบมินิมอล ไฟหน้า LED ออกแบบคล้ายตาของมินเนียนพร้อมชิลด์หน้ากันลมขนาดใหญ่ ความจุถังน้ำมัน ความจุถังน้ำมันขนาด 7.8 ลิตร ความจุถังน้ำมันขนาด 12.8 ลิตร พักเท้าผู้ขับขี่ พักเท้าแบบพับได้ ‘ไม่มียางแป้นเหยียบ’ พักเท้าแบบพับได้ ‘พร้อมยางที่แป้นเหยียบ’ แผ่นป้องกันใต้เครื่อง ให้อารมณ์ดิบ ๆ ไร้แผ่นป้องกัน มาพร้อมแผ่นป้องกันใต้เครื่อง น้ำหนักรถ น้ำหนัก 142 กิโลกรัม น้ำหนัก 153 กิโลกรัม กว้าง x ยาว x สูง 820 x 2,230 x 1,200 มม. 920 x 2,230 x 1,415 มม.

ก้อง สมเกียรติ ลั่น พร้อมลุย MotoGP ฤดูกาลหน้า

ก้อง สมเกียรติ ลั่น พร้อมลุย MotoGP ฤดูกาลหน้า ก้อง สมเกียรติ นักบิดสัญชาติไทยคนแรกที่จะได้ก้าวขึ้นไปสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP กับทีม LCR Honda ในฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง นักบิดสัญชาติไทยคนแรกใน MotoGP หลังจากที่แข่งขันในระดับ Moto2 มาเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี โดยผลงานที่ดีที่สุดของก้องในการแข่งขัน Moto2 คือการปิดฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 ในฤดูกาล 2023 ซึ่งในฤดูกาลหน้าจะเข้าร่วมแข่ง MotoGP ในนามทีม ‘LCR Honda’ ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ของ ทาคาอากิ นาคากามิ ที่จะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นนักทดสอบในทีม HRC และจะจับคู่กับทีมเมทสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง ‘โยฮันน์ ซาร์โก’ “ใช่ครับ ผมรู้สึกดีใจมาก แน่นอนเลย นักแข่งไทยคนแรกใน MotoGP และยังได้ [แข่งในบ้านเกิด] เป็นสนามแรกใน MotoGP ฤดูกาลหน้า ผมดีใจมากจริง ๆ ครอบครัวผมก็ดีใจมาก เด็ก ๆ นักแข่งในประเทศไทย รวมถึง Honda Thailand ก็ดีใจที่ผมได้ก้าวขึ้นสู่ MotoGP” ฤดูกาลแรกกับภารกิจสุดท้าทาย ก้องจะเป็นหนึ่งในนักบิดสามคนหน้าใหม่ที่ขึ้นมาจาก Moto2 ในฤดูกาลหน้าร่วมกับ เฟอร์มิน อัลเดเกร์ (ขึ้นมาขี่กับทีม Grensini Racing) และ ไอ โอกุระ แชมป์คนล่าสุดในรายการ Moto2 (ขึ้นมาขี่กับทีม Trackhouse Aprilia) ซึ่งถ้าเทียบกันกับทั้งสามคน ดูเหมือนว่าก้องน่าจะต้องเจอโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายในฤดูกาลแรกไม่น้อย ม่ เนื่องจากเขาจะขี่ Honda RC213V ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่มีสมรรถนะน้อยกว่าตัวแข่งของทีมอื่น ๆ ในกริดการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมา แม้สถานการณ์จะไม่ง่าย แต่นักแข่งชาวชลบุรียังคงหวังว่าเขาจะสามารถเก็บคะแนนได้ในฤดูกาลแรกของ MotoGP หรืออาจจะสามารถจบในอันดับท็อป 10 ได้ “ใช่ครับ แน่นอนว่ามันยาก เพราะเราเห็นได้ชัดว่า Honda เจอปัญหาค่อนข้างเยอะในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่ถ้าผมได้ลงแข่ง บางทีผมอาจช่วยอะไรบางอย่างให้ทีมได้ และบางที เราอาจจะพัฒนาขึ้นมาได้บ้าง”  “ปีหน้าจะเป็นการแข่งขันในปีแรกของผม [รายการ MotoGP] และเป้าหมายแรกของผมคือการเก็บแต้ม ถ้าทำได้ ผมอยากได้อันดับประมาณท็อป 10 หรืออาจจะดีกว่านั้น หรืออย่างน้อยก็ได้แต้มบ้าง ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดและทำเต็มที่ มันไม่ง่ายเลยเพราะใน MotoGP มีนักแข่งที่เร็วมาก ๆ หลายคน และการแข่งขันค่อนข้างดุเดือด” Honda RC213V คู่หูคันใหม่   นักบิดสัญชาติไทยรายนี้จะได้ขี่รถ RCV เป็นครั้งแรกในการทดสอบหลังจบฤดูกาลที่บาร์เซโลน่า ซึ่งจะเป็นการปรับตัวของก้องจากรถ Moto2 ไปสู่รถ MotoGP เมื่อพูดถึงการเตรียมตัวจาก Moto2 สู่ MotoGP สมเกียรติระบุว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่เขาต้องเรียนรู้ นอกจากนี้ เขายังมุ่งเน้นที่จะปรับตัวเพื่อให้สามารถไปกับรถระดับ MotoGP ได้ดีขึ้น “Moto2 ไป MotoGP มีความแตกต่างกันมาก เป็นคนละคลาส ความเร็วใน MotoGP มากกว่ามาก ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ซับซ้อนกว่าเยอะ ตอนที่ผมทดสอบ ผมต้องฝึกให้มาก และพยายามวิ่งให้เร็วที่สุด เพราะการแข่งขันสนามแรกก็จะเริ่มที่บุรีรัมย์ในประเทศไทย ผมจะพยายามวิ่งให้เร็ว และทำให้ดีที่สุด”  “และสภาพจิตใจของผมตอนนี้ก็ดีมาก ผมพยายามทำทุกอย่างให้ชัดเจน การเริ่มต้นสิ่งใหม่ในฤดูกาลหน้าถือเป็นเรื่องใหญ่ ๆ แต่ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด” การแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาล 2025 ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพเปิดการแข่งขันสนามแรก ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568-2 มีนาคม 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Honda SH350i รถแม่บ้าน เครื่องบ้าพลัง

Honda SH350i MY25 รถแม่บ้าน เครื่องบ้าพลัง อีกหนึ่งรุ่นกับสกูตเตอร์พรีเมียมรุ่นใหม่ขวัญใขขาซิ่งยุโรป 2025 Honda SH350i มาพร้อมกับการอัปเกรดขุมพลังจากรหัสเดิมที่เป็นเครื่องยนต์ขนาด 270 ซีซี เพิ่มเป็น 330 ซีซี ด้วยการใช้พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันกับเพื่อนร่วมค่ายอย่าง Forza350 และ ADV350 ประกอบกับเสริมระบบฟีเจอร์อำนวยความสะดวกเพิ่มเติม และสีสันอัปเดตมาใหม่ถึง 4 เฉดสี 2025 Honda SH350i คาแรคเตอร์ใหม่ กับรถคลาส 350 ซีซี โดยการมาของ SH350 รุ่นนี้ อาจส่งผลกระทบถึงตลาดรถคลาส 300-350 ซีซี หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมค่ายนั่นเอง แต่ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกอีกทางหนึ่งที่เพิ่มความหลากหลายให้กับผู้บริโภคเช่นเดียวกัน กับความน่าสนใจที่อัปเกรดมาใหม่ทั้งในส่วนของ กุญแจสมาร์ทคีย์ ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินเมื่อเบรกกระทันหัน ระบบแทร็คชันคอนโทรลที่เป็นเอกสิทธิ์ของทางค่ายหรือ Honda Selectable Torque Control (HSTC) และแคทไอเสียที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เช่นเดียวกัน หน้าจอดิจิทัล LCD รวมถึงการปรับค่า ECU ใหม่และเซ็นเซอร์ O2 เพิ่มเติม เสริมความสะดวกสบายและใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้นด้วยหน้าปัดเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ช่องเสียบ USB-C ในช่องเก็บของด้านหน้า ทั้งยังมีไฟภายในช่องเก็บของซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่มาให้อีกด้วย  อัปเดตสีใหม่ถึง 4 สี สีน้ำเงิน (Mat Jeans Blue Metallic) สีขาว (Pearl Nebbia White) สีเทา (Mat Rock Gray) แดง (Mat Pearl Diaspro Red) และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเฉดสีใหม่ถึง 4 สีด้วยกันประกอบไปด้วย สีขาว (Pearl Nebbia White), สีน้ำเงิน (Mat Jeans Blue Metallic), สีเทา (Mat Rock Gray) และสีแดง (Mat Pearl Diaspro Red) พื้นฐานเดียวกันกับคลาส 350 โดยใช้เครื่องยนต์สูบเดียวรหัส eSP+ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ใช้ระบบหัวฉีด PGM-Fi ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 29.2 แรงม้าที่ 7,500 รอบ มาพร้อมแรงบิด 31.5 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบ เคลมท็อปสปีดมาที่ 134 กม./ชม. กับขนาดความจุถังน้ำมันขนาด 3.1 ลิตร ใส่ระบบช่วงล่างกับโช้คเทเลสโคปิกขนาดแกน 35 มม. โช้คหลังเป็นโช้คคู่ ต่อด้วยระบบเบรกกับดิสก์เบรกหน้า-หลังขนาดเท่ากันที่ 256 มม. ใส่ขนาดล้อและยางขนาดไซส์ 110/70-16 และ 130/70-16 ตามลำดับ และติดตั้งระบบ ABS Dual Channel มาให้ คาด..ไม่เข้าไทย หวั่นกระทบ “เจ้าตลาด” สำหรับเรื่องการจัดจำหน่ายในไทย คาดว่ามีลุ้น…มีลุ้นที่ไม่มา เพราะมาแล้วอาจจะเกิดทับไลน์รุ่น 350 เจ้าตลาดในบ้านเราก็เป็นไปได้ แต่ที่แน่ ๆ รุ่นนี้ยอดฮิตในต่างประเทศแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

รีวิวมอเตอร์ไซค์

หมวดหมู่