SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Ducati จับมือ Pecco ลุยต่อเนื่องถึงปี 2026 ข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ค่ายปีศาจแดง โดยดูคาติประกาศเดินหน้าต่อสัญญากับ Francesco Bagnaia นักบิดแชมป์โลก MotoGP ชาวอิตาลีจาก Ducati Lenovo Team ต่อไปอีก 2 ปี ซึ่งทำให้เจ้าตัวยังครองตำแหน่งผู้เล่นตัวจริงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 ด้วยผลงานคะแนนรวมสูงสุดจนสามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึง 2 สมัย “เป็กโก้” นับว่าเป็นนักบิดที่มีพรสวรรค์และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ปี ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกของการแข่งขันโมโตจีพีปี 2019 และย้ายสู่ทีมโรงงานในปี 2021 และแล้วก็ฉายแววดาวรุ่งด้วยการคว้ารองแชมป์โลกในฤดูกาลนั้น จนกระทั่งปัจจุบันกับตำแหน่งอันดับ 1 หัวแถวของตารางที่ทำให้เขาเป็นนักบิดที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าช่วงเวลานี้ นักบิดชาวอิตาลีกับรถแข่ง Desmosedici GP นับว่าเป็นคู่หู คู่บุญที่แข็งแกร่งที่สุด แถมเป็นตัวแข่งรุ่นที่มีการอัปเกรดล่าสุดที่เจ้าตัวการันตีอีกด้วยว่าดีกว่าทุกด้าน พร้อมโชว์ให้เห็นกับการทดสอบในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา โดยทำเวลาได้ดีที่สุดทั้งในสนามเซปังฯ และโลเซล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นที่ดี ยังไงเราก็มารอลุ้นกันกับการแข่งขันในสนามแรกที่จะเกิดขึ้นในการ์ตา อาทิตย์ที่ 8-10 มีนาคมนี้ รอชมได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

LCR Honda เปิดตัวทีม 2024 พร้อมส่ง Nakagami ล่าโพเดียมในปีนี้ อัดแน่นต่อเนื่องหลังจากเปิดตัวทีมโรงงานอย่างเรปโซลฮอนด้าไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เรามาชมกันอีกฝั่งหนึ่งจากทีมฮอนด้าที่แอดมินค่อนข้างแอบเชียร์เป็นพิเศษกับ LCR Honda และความพิเศษในฤดูกาลนี้ที่นอกจากเปิดตัวนักบิดใหม่อย่าง Johann Zarco’s (Castrol HondaLCR) กันไปแล้ว อีกหนึ่งทีมเมทที่เป็นขวัญใจแม่ยกอย่าง “พ่อนาค” Takaaki Nakagami (idemitsu Honda LCR) ก็พร้อมควบม้าศึกรุ่นล่าสุดอย่างเจ้า Honda RC213V ปี 2024 ล่าโพเดียมในฤดูกาลนี้เช่นเดียวกัน โดยในฤดูกาลนี้นักบิดชาวญี่ปุ่นยังคงเลือกใช้เฉดสีเดียวกันกับตัวแข่งในฤดูกาลก่อน ๆ กับสีขาว สีแดง ผสมกับเทกเจอร์บางส่วนที่เป็นสีทอง และมีเพียงลวดลายบางส่วนที่มีการปรับเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 7 ของเจ้าตัวที่ได้ร่วมงานกับทาง LCR Honda และยังเป็นนักแข่งชาวเอเชียเพียงคนเดียวในเวทีการแข่งขันระดับโลก แถมยังเคยทำผลงานดีที่สุดในปี 2020 อีกด้วย และแน่นอนว่ามีขึ้นก็ย่อมมีลงเป็นธรรมดา สำหรับผลงานในช่วงที่ผ่านมาที่ถือว่ายังไม่ลงตัวมากนัก ด้วยผลคะแนนรวมอันดับที่ 18 ในฤดูกาล 2022 และ 2023 ซึ่งในฤดูกาลนี้ยังเป็นปีที่ค่อนข้างท้าทายและกดดัน ซึ่งเจ้าตัวก็พร้อมที่จะทำงานอย่างหนักทั้งในเรื่องของการแข่งขันและการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาตัวแข่งโปรโตไทป์ของเจ้า RC213V โดยประเด็นความสนใจของหลาย ๆ คน ซึ่งนอกจากหน้าตาอันหล่อเหลาแล้ว คงมุ่งไปที่สมรรถนะโฉมตัวแข่งรุ่นล่าสุด ว่าจะสามารถเทียบอสูรกายจากทางฝั่งยุโรปได้หรือไม่ ยังไงก็ต้องมาลุ้นกัน โดยจะเริ่มทำการแข่งขันเรซแรกในวันที่ 8-10 มีนาคมนี้ อย่างไรก็ดีก็ขอเชียร์เป็นกำลังใจให้กับทีมแข่งและนักบิดสำหรับปีนี้ด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda RC213V 2024 มีสเปกยังไง ไปส่องกัน ยังคงใช้รหัสเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง สำหรับตัวแข่งระดับตำนานอย่าง Honda RC213V แต่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวมาเมื่อปี 2012 ทีนี้มีสเปกอะไรยังไงน่าสนใจ เราจะพาไปส่องกันครับ บอดี้เวิร์ค บอดี้เวิร์คหรือว่าแฟริ่งของรถแข่งโมโตจีพีนั้นมีบทบาทสำคัญต่อสมรรถนะของตัวรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ที่มีการใช้วิงก์เล็ตเพิ่มมากขึ้น ชิ้นส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อแอโรไดนามิกเหล่านี้มีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งทางวิศวกรของ HRC เองก็พยายามที่จะรีดสมรรถนะของเจ้า RC213V คันนี้ออกมาให้สุดด้วยเจ้าพวกนี้นี่ล่ะ และในทุก ๆ ปีแฟริ่งและชิ้นส่วนเพื่อแอโรไดนามิกเหล่านี้ก็มีรการเปลี่ยนแปลงไปตลอด และบางชิ้นก็เปลี่ยนแปลงไปจนเห็นได้ชัดเจนเพียงแว่บแรกที่เห็น เครื่องยนต์เครื่องยนต์ 4 สูบวีขนาด 1000 ซีซีเครื่องนี้ได้มีการออกแบบมาให้รีดพละกำลังออกมาได้มากที่สุดกว่า 241.38 แรงม้า โดยที่ยังคงมีความทนทานมากพอที่จะแข่งขันได้ตลอดทั้งฤดูกาล หรือ 21 เรซ 21 สปรินท์ ในปี 2024 การพัฒนาสำหรับฤดูกาล 2024 ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องและมีการปรับปรุงในหลาย ๆ จุด เพื่อเพิ่มสมรรถนะโดยรวม เครื่องยนต์มีการพัฒนามากขึ้นในเรื่องของอัตราเร่งและท็อปสปีด ขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นไปในเรื่องของการลดน้ำหนัก แชสซี ปี 2024 นี้มีการเปลี่ยนแปลงแชสซีในหลากหลายวิธี เพื่อที่จะเพิ่มบาลานซ์ในการเข้าโค้งและความเสถียรให้ดีที่สุด โดยตั้งเป้าที่จะถ่ายทอดพละกำลังเครื่องยนต์ลงสู่ยางให้ได้มากที่สุด เฟรมอลูมิเนียมแบบทวินสปาร์มีน้ำหนักเบา ทว่าก็มีความแข็งและความแข็งแรงที่จำเป็นต่อการถ่ายทอดพละกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องมีความยืดหยุ่นที่พอดีที่จะช่วยให้ยางยึดเกาะได้เต็มที่ ระบบกันสะเทือน ส่วนของระบบกันสะเทือนก็ยังคงเป็นทาง Ohlins ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งระบบกันสะเทือนมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อกันระหว่างล้อ แชสซีและผู้ขับขี่ มันมีหน้าที่ในการพยายามให้ยางรักษาหน้าสัมผัสกับพื้นและพยายามรักษากริปหรือการยึดเกาะไว้ให้ได้มากที่สุดตลอดทั้งเรซแทร็ก ดังนั้นทาง Repsol Honda Team จึงได้มีช่างเทคนิคจากทาง Ohlins มาดูแลนักแข่งทั้งสองคนของทีม ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อพยายามหาทางพัฒนาให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ระบบเบรก จานเบรกคาร์บอนด้านหน้าจากทาง Brembo ซึ่งการันตีพลังในการหยุดรถอันน่าทึ่งและช่วยสร้างภาพลักษณ์ตอนที่นักแข่งกำลังจะเข้าโค้งด้วยล้อหน้าเดียงอย่างเดียวจากการที่พวกเขาเบรกกันเต็มลิมิต หากมีแทร็กเปียกนักแข่งบางคนอาจจะเปลี่ยนไปใช้จานเบรกธรรมดาแทนซึ่งจะสามารถทำงานที่อุณหภูมิต่ำได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะในสภาพอากาศไหน ฝาครอบภายนอกและท่อสำหรับระบายความร้อนก็สามารถช่วยควบคุมอุณหภูมิของระบบเบรกให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมได้ ข้อมูลทางเทคนิค (Honda RC213V 2024 มีสเปกยังไง ไปส่องกัน เท่าที่เปิดเผย) ความยาวโดยรวม (ม.ม.) 2052 ความกว้างโดยรวม (ม.ม.) 645 ความสูงโดยรวม (ม.ม.) 1110 ระยะฐานล้อ (ม.ม.) 1435 ระยะห่างจากตัวรถถึงพื้น (ม.ม.) 115 น้ำหนัก (กิโลกรัม) ตามเกณฑ์ของ FIM เครื่องยนต์ 4 สูบวี 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดความจุ 1000 ซีซี แรงม้า มากกว่า 241.38 แรงม้า ท็อปสปีด มากกว่า 358.884 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เฟรม อลูมิเนียมทวินสปาร์ ขนาดล้อหน้า 17 นิ้ว ขนาดล้อหลัง 17 นิ้ว ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Ohlins ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว Ohlins และโปรลิงก์ ความจุถังน้ำมัน 22 ลิตร ราคา ประมาณ 108 ล้านบาท อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว Honda RC213V 2024 กับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ สำหรับปีนี้ถือเป็นหมุดหมายที่สำคัญของทางทีม Repsol Honda Team MotoGP ไม่เพียงแต่เป็นปีที่ 30 ของของการร่วมมือกันระหว่าง Honda กับทาง Repsol เพื่อแข่งขันในรายการระดับสูงสุดนี้ เป็นแชมป์ร่วมกัน 15 แชมป์โลก นอกจากนี้ยังเป็นปีแรกที่ขาด Marc Marquez ที่อยู่สร้างแชมป์โลกให้กับฮอนด้าในคลาสสูงสุดถึง 6 สมัย แต่ก็นับเป็นการเปิดยุคใหม่ของฮอนด้า ทำให้เจ้า Honda RC213V 2024 มาในรูปโฉมใหม่ที่โดดเด่นกว่าที่ผ่านมาอีกด้วย สำหรับเจ้ารถแข่งคันใหม่นี้โดดเด่นกว่าที่ผ่านมาด้วยโลโก้คำว่า Honda สีขาวบนลายกราฟิกสีน้ำเงินเข้มสุดโดดเด่น พร้อมโชว์ลวดลายคาร์บอนลายตารางลายใหญ่ เพิ่มมิติให้ตัวรถ และเพิ่มความดุดันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งรายละเอียดสเปกเราจะเจาะลึกกันในคราวหน้า เบื้องต้นคือเน้นหนักเรื่องแอโรไดนามิกส์ เครื่องยนต์และช่วงล่าง เพื่อให้มีอัตราเร่งและท็อปสปีดที่ดียิ่งขึ้น ปีนี้จะมีนักแข่งลงทำการสู้ศึก 2 คนได้แก่ Joan Mir ที่จะเป็นปีที่สองของเขาแล้วกับทางทีม ประสบการณ์ที่เคยคว้าแชมป์ในปี 2020 และประสบการณ์การขับขี่ในปี 2023 กับทางทีมถือเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาในปี 2024 และอีกคนก็คือ Luca Marini นักแข่งหนุ่มอิตาลีวัย 26 ปี กลายเป็นนักแข่งคนที่ 20 ที่ได้ใส่เสื้อทีมเรปโซลฮอนด้า ซึ่งจะเป็นปีที่ 4 ของเขาในคลาสสูงสุด โดยใน 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาสามารถคว้าโพเดี้ยมมาได้ 2 โพเดี้ยม 2 โพลโพซิชัน 4 สปรินท์เรซโพเดียม สุดท้ายนี้เราก็สามารถไปรอดูผลงานกันได้ โดยจะไปซ้อมกันก่อนเปิดฤดูกาลอีกที่ที่ Lusail International Circuit ประเทศกาตาร์ ในวันที่ 19 – 20 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนที่จะเริ่มแข่งขันในสนามเดียวกันนี้ในวันที่ 8 – 10 มีนาคม แล้วเราจะได้รู้กันว่าการพัฒนาของค่ายปีกนกนั้นทำได้ดีแค่ไหนครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัวทีม Red Bull KTM Factory Racing 2024 พร้อมลุยศึก MotoGP ปี 2024 ปีนี้จะเป็นหมุดหมายที่สำคัญของค่ายส้ม เคทีเอ็ม ซึ่งนับจะเป็นปีที่ 8 แล้วสำหรับการเข้ามาทำการแข่งขัน MotoGP ของทางค่าย และวันนี้ทางค่ายก็ได้ทำการ เปิดตัวทีม Red Bull KTM Factory Racing สำหรับรถแข่ง KTM RC16 จะมาพร้อมลวดลายใหม่ปี 2024 พร้อมเป้าหมายสู่การทำผลงานได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา กล่าวคือ ดีกว่าอันดับที่ 4 ในแง่ของอันดับนักแข่ง อันดับ 2 ประเภททีมโรงงาน อันดับ 4 ประเภททีม ทั้งนี้ผลงานที่ผ่านมาทางค่ายได้ชัยชนะมาทั้งหมด 7 ครั้งกับอีก 2 สปริ้นท์เรซนับตั้งแต่ปี 2017 จากนักแข่ง 2 คน ส่วนปีนี้จะมี Brad Binder นักแข่งวัย 28 ปีซึ่งในปีนี้จะเป็นปีที่ 5 ของเขาแล้วกับการแข่งขันในคลาสสูงสุดกับ RC16 และ 10 ปีแล้วกับสังกัดเรดบูลเคทีเอ็ม โดยผลงานของนักแข่งชาวแอฟริกาใต้คนนี้คือชนะมาแล้ว 2 เรซ และ 2 สปริ้นท์เรซ กับอีก 8 โพเดียมและอีกคนก็คือ Jack Miller นักแข่งวัย 29 ปี ปีนี้จะเป็นปีที่ 10 ของเขาในรายการ MotoGP และเป็นปีที่ 3 ภายใต้สีส้มของนักแข่งแดนจิงโจ้ มีผลงานคว้าโพเดียมแรกภายใต้สังกัดเคทีเอ็มเมื่อปี 2023 และสุดท้ายนี่ทางค่ายก็ตั้งเป้าจะเขย่าสถิติเวลาใหม่ ๆ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ในฐานะรถที่เร็วที่สุดในการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่มีอายุอานามมานานกว่า 75 ปี ทั้งยังมีฐานผู้ชมในสนามกว่า 3 ล้านชีวิต เหนือไปกว่าอื่นใด รถคันใหม่นี้มาพร้อมชิ้นส่วนและระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำสมัยสุดเท่าที่ทางวิศวกรของทางแบรนด์จะเนรมิตรให้ได้ แฟน ๆ ค่ายส้มอย่าลืมไปติดตามเชียร์กันล่ะครับเพื่อน ๆ ส่วนตัวผมนั้นผมบอกเลยว่าค่ายนี้เขามาแรงขึ้นทุกปีจริง ๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ส่องรถแข่ง Yamaha YZR-M1 2024 สเปกเป็นไง ลองไปดู ก็เปิดตัวกันไปแล้วสำหรับ Monster Energy Yamaha MotoGP Racing Team มาพร้อมกับรถแข่งคันใหม่ มาวันนี้เราก็เลยพาทุกท่านไป ส่องรถแข่ง Yamaha YZR-M1 2024 มีอะไรยังไง เท่าที่มีข้อมูล ลองไปดูกันได้เลยครับ สำหรับรูปโฉมนั้นลวดลายกราฟิกนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปจากปีที่แล้วมากนัก หลัก ๆ ก็จะมาในโทนสีน้ำเงิน ดำ พร้อมโลโก้ Monster Energy ที่เป็นสปอนเซอร์หลัก ส่วนที่เปลี่ยนไปก็เห็นจะมีก็เรื่องของสปอนเซอร์เจ้าใหม่ ๆ ที่เข้ามา โดยเฉพาะที่เด่น ๆ ก็จะเป็น “The Call of The Blue” ของทางยามาฮ่า อินเดีย และก็จะมีชิ้นส่วนแฟริ่ง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของแอโรไดนามิก ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นจะเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงแบบครอสเพลนแครงค์ชาฟต์ ขนาด 1000 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่เคลมแรงม้ามากกว่า 270 แรงม้า แต่ไม่มีตัวเลขแรงบิดระบุ ควบคุมพละกำลังด้วยระบบ ECU จากทาง Marelli ระบบเกียร์จะเป็นเกียร์ 6 สปีดแบบคาสเซ็ทไทป์ มีถังน้ำมันขนาด 22 ลิตร ช่วงล่างทางค่ายใช้เฟรมอลูมิเนียมแบบเดลต้าบ็อกซ์ มีระบบกันสะเทือนตัวสุดจากทาง Ohlins ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แน่นอนว่าปรับแต่งได้เต็มระบบ โดยด้านหน้าจะเป็นโช้คคาร์บอนหัวกลับ Ohlins TSB46 และด้านหลังจะเป็นโช้คหลังเดี่ยว Ohlins RVP50BDB และสวิงอาร์มอลูมิเนียม ระบบเบรกแน่นอนว่าเป็นจากทาง Brembo ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคาร์บอนคู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo GP4 แบบโมโนบล็อกพร้อมครีบระบายความร้อน ลูกสูบไทเทเนียม 4 ลูกสูบ ด้านหลังจะเป็นคาลิเปอร์เบรก Brembo อลูมิเนียม 2 ลูกสูบร่วมกับดิสก์เบรก ส่วนล้อและยางนั้นล้อจะเป็นล้อแม็กนีเซียมฟอร์จ 17 นิ้วรัดด้วยยางสลิกจากค่ายมาสค็อตตัวอ้วนที่มีขนาดฟังดูแปลก ๆ เนื่องจากใช้หน่วยวัดไม่เหมือนยางปกติคือ 12/60-17 และ 20/69-17 ซึ่งจะมีหน่วยเป็นเซ็นติเมตร อีกทั้งยังเลขชุดที่ 2 ยังไม่ได้หมายถึงความสูงของไหล่ยางแต่เป็นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางรอบนอกของยางเป็นเซ็นติเมตรเช่นกัน สุดท้ายนี้ตัวรถมีน้ำหนักมากกว่า 157 กิโลกรัมตามกติกาของทาง FIM ถือว่าสุดยอดมาก ๆ ส่วนรายละเอียดเรื่องระบบต่าง ๆ นั้นไม่ได้มีการเปิดเผยออกมา นอกจากนี้เรื่องราคาของตัวรถก็ไม่ได้มีการระบุอย่างชัดเจน แต่มีการคาดการณ์กันว่าราว ๆ 2.5 ล้านดอลลาร์หรือราว ๆ 90 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทีมโรงงานยามาฮ่า มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี เผยโฉมรถแข่ง YAMAHA YZR-M1 เวอร์ชันปี 2024 ที่จะใช้ลงทำการชิงชัยในฤดูกาลนี้ พร้อมเปิดตัวไลน์อัปนักบิดจับคู่ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ไล่ล่าความสำเร็จให้กับทีมร่วมกับ อเล็กซ์ รินส์ ตั้งเป้านำถ้วยแชมป์โลกโมโตจีพี คัมแบ็กสู่ชายคายามาฮ่าอีกครั้ง ยามาฮ่า มอเตอร์ แท็กทีม ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง เปิดผ้าคลุมรถแข่ง YAMAHA YZR-M1 เวอร์ชันใหม่ สำหรับการชิงชัยในฤดูกาล 2024 ภายใต้โทนสีและลวดลายที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา พร้อมเปิดตัวทีมงานและไลน์อัปนักแข่งใหม่ นำทัพโดย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร ดาวบิดเฟรนช์ดีกรีแชมป์โลก จับคู่กับ อเล็กซ์ รินส์ ยอดนักบิดชาวสเปน ณ เซปังฯ เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดย ทากาฮิโร่ ซูมิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายพัฒนากีฬามอเตอร์สปอร์ต กล่าวว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่างานของฝ่ายพัฒนากีฬามอเตอร์สปอร์ต ของ ยามาฮ่า มอเตอร์ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในฤดูกาล 2024 นั้นเริ่มต้นตั้งแต่ยังไม่จบการชิงชัยในฤดูกาลที่ผ่านมา และพร้อมทุ่มเทอย่างเต็มกำลังเพื่อนำถ้วยรางวัลกลับสู่ยามาฮ่าภายใต้ทีมงานชุดใหม่ จากฟีดแบ็กของนักแข่งเราได้นำมาปรับใช้เพื่อหาแนวทางในการพัฒนารถของเรา” “ซึ่งเราทราบดีว่า ฟาบิโอ (กวาร์ตาราโร) และ อเล็กซ์ (รินส์) รวมถึงนักบิดทดสอบอย่าง คาล (ครัทช์โลว์) กระตือรือร้นที่จะลงทำการทดสอบรถแข่งเวอร์ชันปี 2024 มันจะเป็นฤดูกาลที่ยาวนานอีกครั้ง แต่เราพร้อมที่จะทุ่มเทและทำการชิงชัย” ด้าน ลิน ยาร์วิส แม่ทัพยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง กล่าวว่า “ปีที่แล้วเป็นฤดูกาลที่ยากลำบาก ทว่าเราได้ปรับโครงสร้างองค์กรและพร้อมที่จะคัมแบ็กแล้ว การเปลี่ยนแปลงทีมโปรเจคต์โมโตจีพี รวมถึงไลน์อัปนักบิดใหม่ เติมความสดชื่นให้กับทีมและพร้อมที่จะลุยในฤดูกาล 2024 ทีมวิศวกรทำงานอย่างหนักในช่วงวินเทอร์เบรก และเดินหน้าพัฒนารถแข่งอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าลวดลายรถจะยังคงเดิม ทว่า M1 เวอร์ชัน 2024 มีรายละเอียดที่แตกต่างมากกว่าที่เห็น” “ขอบคุณความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นจากพันธมิตรและผู้ให้การสนับสนุน เรากำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 โดยมี มอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ คอมปะนี รับบทไตเติลสปอนเซอร์เป็นฤดูกาลที่ 6 ในช่วงต้นฤดูกาลเราต้องเผชิญกับการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล 3 ครั้ง ตามด้วยปฏิทินการแข่งขัน 21 สนาม 42 เรซ รวมถึงการทดสอบระหว่างฤดูกาล มันเป็นซีซันที่ยาวนานและเข้มข้น ซึ่งผลงานและความอดทนจะนำพาไปสู่ความสำเร็จ ผมเชื่อว่าในปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าตื่นเต้นของโมโตจีพี และหวังว่าแฟนๆ ทั่วโลกจะสนุกไปกับการต่อสู้ในอีก 10 เดือนข้างหน้า” ขณะที่ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร เปิดใจว่า “มันคือการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ มันตื่นเต้นเสมอ ทุกคนกลับมาเริ่มต้นที่ศูนย์คะแนนอีกครั้ง ผมรู้ว่าทีมงานและผมมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้ลุล่วงและเก็บเกี่ยวให้ได้มากที่สุดในการทดสอบที่ เซปังฯ มันเป็นการเริ่มต้นที่ดี แม้จะเป็นเพียงพรี-ซีซัน แต่มันก็สามารถสร้างความได้เปรียบได้ในภายหลัง ดังนั้นเราจะทุ่มเทในทุกๆ วัน ทุกๆ เซสชัน ในทุกๆ รัน และในทุกรอบสนาม ผมรู้ว่าในเบื้องหลังนั้นยามาฮ่าทำงานอย่างหนัก ดังนั้นพวกเราจะพยายามผลักดันตนเองให้ถึงขีดจำกัดในทุกๆ ด้าน และหวังว่าจะมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมร่วมกัน ผมต้องการขับเคี่ยวในกลุ่มหน้าและอยากทักทายแฟนๆ บนโพเดียมอีกครั้ง” ส่วน อเล็กซ์ รินส์ ส่งท้ายว่า “แม้จะได้บิด M1 ร่วมกับ ทีมโรงงานยามาฮ่า ในการทดสอบที่บาเลนเซีย รวมถึงเช็กดาวน์เทสต์ ทว่ายังคงรู้สึกตื่นเต้นในงานเปิดตัวของทีม รู้สึกเหมือนเป็นวันแรก ก่อนหน้านี้เราทำได้ดีในการทดสอบที่บาเลนเซีย ซึ่งผมพอใจกับสิ่งนั้นและรอไม่ไหวที่จะลงบิดทดสอบที่เซปังฯ ยังมีหลายอย่างที่ต้องลองซึ่งผมค่อนข้างมั่นใจ และเชื่อว่าจะสามารถเดินหน้ายกระดับได้ในการทดสอบที่ เซปังฯ ผมทำงานอย่างหนักเพื่อให้ร่างกายมีความสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และสิ่งที่ผมอยากทำในตอนนี้คือการได้ลงบิดอีกครั้ง” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปู่ผู้ผลักดันสองพี่น้อง Marquez เสียชีวิตแล้ว ปู่ผู้ผลักดันสองพี่น้อง Marquez เสียชีวิตแล้ว “ขอบคุณมาก ๆ สำหรับทุก ๆ อย่างที่ปู่ดูแลพวกเราและสอนพวกเรา” Marc เขียนเอาไว้บนโซเชียลมีเดียเพื่อเป็นการอุทิศให้ปู่ที่จากไป “หลับให้สบายนะ เรารักปู่นะ” โดยมีบัญชีทางการของทาง MotoGP มาร่วมแสดงความเสียใจด้วย “เราเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการสูญเสียนี้ ขอส่งกำลังใจและความรักไปให้คุณและครอบครัว” หลาย ๆ ครั้งที่พวกเขาบอกว่าปู่คือแรงบันดาลใจของพวกเขาในอาชีพนักแข่งรถ MotoGP เขาเคยปรากฎตัวในสารคดีของ Marc ทาง Amazon Prime เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนำเสนอการแข่งขันของพวกเขาให้อดีตอันดุเดือดจนไปถึงการบาดเจ็บที่ส่งผลกระทบต่ออาชีพของพวกเขา ในความเป็นจริง Marc เผยว่าปู่เคยขอให้เขารีไทร์จากปัญหาเรื่องตาและแขนของเขา “ปู่ของผมเคยบอกผมว่า เลิกได้แล้ว แค่นี้ก็ใช้ชีวิตต่อไปได้สบาย ๆ สิ่งที่หลานได้ทำมามันเพียงพอแล้ว เลิกเถอะ“ Marc เคยพูดไว้เมื่อปี 2022 “ผมสัญญากับปู่ของผมว่า มันคือโอกาสสุดท้ายสำหรับแขนของผมแล้ว ถ้าแขนข้างนี้มันจะไม่ไหว ก็แสดงว่ามันไม่มีที่ให้ผ่าแล้ว” “ปู่ของผมคือคนที่สนับสนุนให้ผมเลิกแข่ง” “เพราะเขาพูดว่าเขามีมากพอที่จะใช้ชีวิตต่อไปแล้ว เขาพูดออกมาตรง ๆ และผมก็บอกเขาว่า ปู่ครับ ผมสัญญากับปู่นะว่านี่จะเป็นการผ่าตัดครั้งสุดท้ายแล้ว ขอผมพยายามอีกครั้งนะ เพราะมันมีวิธีแก้และพวกเขากำลังแก้ให้ผม ขอผมลองหน่อย” สุดท้ายนี้ทางทีมงาน SuperBike Thailand ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว Marquez มา ณ ที่นี้ด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Gresini Racing Team เผยโฉมรถแข่ง MotoGP 2024 แล้ว และนี่คือรถแข่ง MotoGP 2024 ของ Gresini Racing Team ที่ปีนี้มี Marc Marquez เป็นส่วนนึงของทีมและพร้อมที่จะเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ๆ ไปพร้อม ๆ กัน งานเปิดตัวทีมแข่งของทางเกรสินีเรซซิ่งทีมนั้นจัดขึ้นที่ Cocoricò disco ใน Riccione ประเทศอิตาลีเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ไกลจากสนามแข่ง Misano ที่เป็นสถานที่ ๆ Marc ได้ชัยในการแข่งขัน MotoGP เมื่อปี 2021 ตัวรถแข่งยังคงใช้ชุดสีคล้ายกันกับปีที่แล้ว โดยยังเป็นสีฟ้าอ่อนตัดด้วยสีแดง ซึ่งทางทีมใช้สีนี้มาสองฤดูกาลแล้ว โดยทางทีมมีผลงานคว้าชัยมาแล้ว 5 ครั้งจากอดีตนักแข่งของทางทีมอย่าง Enea Bastianini (4 ครั้งในปี 2022) และ Fabio di Giannantonio (1 ครั้งในปี 2023) แม้ทางทีมจะมี Marc Marquez มาอยู่ในทีม แต่ก็ไม่ได้มีไตเติ้ลสปอนเซอร์อะไรตามมามีผลกับชื่อทีม (อย่าง Red Bull มีเพียงแต่สปอนเซอร์ส่วนบุคคลเท่านั้นที่ยังคงต่อเนื่องมา) รถของ Alex ใช้หมายเลข 73 สีน้ำเงิน และของ Marc จะเป็น 93 สีแดงอ่อน ๆ สองพี่น้องจะได้ขี่รถแข่ง GP23 เหมือนกับทาง Marco Bezzecchi และ Fabio di Giannantonio ส่วน Francesco Bagnaia และเพื่อนร่วมทีมอย่าง Bastianini และ นักแข่งจากทีม Pramac ที่มี Jorge Martin และ Franco Morbidelli จะได้ขี่ GP24 ซึ่งสำหรับ Marc แล้วการที่เขาไม่ได้ชัยชนะจากการแข่งขันเลยตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2021 นั้นน่าจะทำให้เข้าหมดความอดทนกับทางฮอนด้า เมื่อบวกรวมกับอีก 1 ปีแห่งความทนมารจากการล้มมากถึง 29 ครั้ง แม้ว่าเขาจะเป็นนักแข่งที่ใช้รถฮอนด้าแล้วได้ผลงานดีที่สุดก็ตาม (อันดับ 14) ทางด้าน Alex เองหลังจากที่เข้าร่วมกับทีมเมื่อปีที่แล้ว และเริ่มคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของทางทีม แน่นอนว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ Marc ตัดสินใจครั้งใหญ่ และทำให้นักแข่งวัยสามสิบปีผู้นี้มีรอยยิ้มปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าได้อีกครั้งหลังจากที่ได้ลองสัมภาษณ์กับ Desmosedici GP เป็นครั้งแรกในการทดสอบทที่ Valencia เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในการทดสอบเขาทำเวลาได้เร็วที่สุดเป็นอันดับ 4 และกลายเป็นตัวเต็งสำหรับชิงแชมป์ในปี 2024 แล้วเรียบร้อย แม้ว่าเขาจะยืนยันว่ามันยังไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคิดว่านี่คือผลสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ กระทั่งเขาจะชนะได้อีกครั้ง สำหรับปี 2024 นี้เป็นปีที่ 5 ของเขาในการแข่งขันระดับสูงสุด โดยเขาเปิดตัวเคียงข้างกับ Marc กับทีม Repsol Honda ในปี 2020 ตอนที่พี่ชายไม่ได้แข่งขันเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่แขนและตามหลอกหลอนเขามาจนกลางปี 2022 ตอนนี้ Marc ร่วมทีมกับน้องชายของเขา หลังจากที่คนน้องมีฤดูกาลที่ย่ำแย่กับทาง LCR โดยนักแข่งวัย 27 ผู้นี้มีผลงานคว้าชัยในสปรินท์เรซ 2 ครั้ง โพเดี้ยม 2 ครั้ง และได้ตำแหน่งโพลและจบที่อันดับที่ 9 บนตารางคะแนนรวมกับ Desmosedici แม้ว่าเขาจะพลาดการแข่งที่อินเดีย ญี่ปุ่น และอินโดนีเซียเนื่องจากซี่โครงร้าว หลังจากนี้สองพี่น้องมาร์เกวซจะกลับลงสนามอีกครั้งกับรถในชุดสี 2024 ในช่วงการทดสอบอย่างเป็นทางการที่เซปังช่วงวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์นี้ โดยการเปิดตัวทีมแข่ง MotoGP ของทางเกรสินีถือเป็นทีมแรกเลยที่ทำการเปิดตัวทีมแข่งในฤดูกาลนี้ โดยจะมีคิวของ Ducati Lenovo, VR46 Ducati และ Trackhouse Aprilia ตามมาในสัปดาห์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

บอสใหญ่ Gresini เผยเบื้องหลัง การทดสอบของ Marc ครั้งนี้เรายังคงตามติดข่าวสารเกี่ยวกับนักแข่งคนดังคนฮ็อตกันต่อ ล่าสุดหลังจากที่ Marc Marquez มาเผยความรู้สึกที่ได้ขี่รถแข่งคันใหม่กับทีมใหม่กันไปแล้ว ตอนนี้ Nadia Padovani บอสใหญ่ Gresini เผยเบื้องหลัง การทดสอบของ Marc ว่าเธอรู้สึกอย่างไร และมีความเห็นยังไงกันบ้าง หลังจากการทดสอบครั้งแรกที่วาเลนเซียหลาย ๆ คนน่าจะได้เห็นความพึงพอใจของ Marquez ที่มีให้กับรถใหม่ของเขาอย่างเห็นได้ชัด ทางด้าน Nadia Padovani เจ้าของทีม Gresini เองก็ออกมายอมรับว่าความทะยานของเธอเพิ่มมากขึ้นหลังจากได้เห็นปฏิกิริยาตอบสนองของนักแข่งคนใหม่ในทีมหลังได้ทดสอบรถคันใหม่ เธอให้สัมภาษณ์ว่า “ตอนนั้นฉันอยู่ในพิทและกำลังรอให้เขาถอดหมวกออกหลังจากได้ลองสตาร์ทรถเป็นครั้งแรก ฉันอยากที่จะเห็นท่าทีเขาครั้งแรกตอนที่เขาลงจากรถ และฉันก็ได้เห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้าของเขาและฉันก็ชอบรอยยิ้มนั้น” “เขาดีใจมาก เขายังเลือกที่จะหยุดทดสอบก่อนหน้าจะหมดเวลาทดสอบ 1 ชั่วโมงเพื่อที่จะไม่ต้องเสี่ยงเกินไป” “มันชัดเจนว่า เขาอยากจะกลับไปอยู่ในเกมการแข่งขัน หลังจากหลายปีของความยากลำบากเนื่องจากปัญหา ทั้งเรื่องเบรก เรื่องแขน และการกลับมาเจอกับรถที่ยาก รถที่ไม่เอื้อให้เขากลับมาทำผลงานได้ดีอีกต่อไป และเขาเองก็ล้มอีกหลายต่อหลายครั้ง” “อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยยอมแพ้ และกระหายที่จะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุดเสมอ” Padovani ยังอธิบายอีกว่าแชมป์โลก 8 สมัยคนนี้มีประสบการณ์วันแรกกับทีมงานใหม่ยังไงบ้าง “เขาเข้ามาแนะนำตัวเองกับทีมแบบนิ่ง ๆ แล้วก็ถ่อมตัว คุณเองก็น่าจะคาดหวังว่าจะเป็นยังไงใช่มั้ยล่ะ กับคนที่ชนะมากมาย แต่มันตรงกันข้ามกันเลย อันที่จริงแล้วตอนแรกเขาออกจะประหม่าเสียด้วยซ้ำ” Marquez ประทับใจกับการขี่ Ducati ครั้งแรกของเขามาก ๆ จนหลาย ๆ คนคิดว่าเขาพร้อมจะเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ในปี 2024 โดยเขาจะได้ขี่ GP23 ส่วน Francesco Bagnaia และ Jorge Martin จะขยับไปคันใหม่ที่มีการอัปเดตเพิ่มเติม “มันก็ชัดเจนที่ Bagnaia นั้นเป็นนักแข่งที่แข็งแกร่งมาก ๆ เขาคุมรถได้ดัมาก ๆ และเขาเองก็เติบโตขึ้นมากในปีหลัง ๆ มานี้ ด้านMartin เองก็อยู่กันคนละระดับเลย และเขาเองก็ขี่ Ducati ได้ในแบบที่น่าทึ่งมาก ๆ ส่วน Marco Bezzecchi เองก็พัฒนาขึ้นมาได้ดี” “มันคงไม่โจ่งแจ้งเกินไปหรอกนะที่เราหวังจะคว้าแชมป์โลก เราจะพยายามทำมันดู ตอนนี้เราอยู่ในระดับที่คาดหวังแบบนั้นได้ และเราจะพัฒนาเพื่อมุ่งหน้าไปหามัน” งานนี้บอกเลยว่าปีนี้ MotoGP จะต้องสนุกมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ เจ้าของทีมเองยังมั่นใจมากขนาดนี้ ส่วนตัวผมเองก็ได้แต่หวังว่าเจ้าเด็กระเบิดคนนี้จะปรับตัวเข้ากับรถได้ดี และทีมช่างเองก็จะสามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้ล่ะครับ รับรองว่างานนี้ลุ้นแชมป์กันสนุกแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha จ้างวิศวกร Ducati หวังรั้งตัว Fabio Quartararo ข่าวล่ามาแรง ล่าสุด Yamaha จ้างวิศวกร Ducati หวังรั้งตัว Fabio Quartararo โดยวิศวกรที่จ้างมาทั้งหมด 2 คนนั้นล้วนเป็นอดีตคนสำคัญจากทางค่ายแดง คนแรกคือ Massimo Bartolini ที่เดิมทีเป็นวิศวกรดูแลเรื่องสมรรถนะของรถของทางดูคาติ และจะมาทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายเทคนิคคนใหม่ของทางยามาฮ่า คนต่อมาคือ Marco Nicotra ออกจากดูคาติเช่นกัน โดยมาทำงานกับยามาฮ่าตั้งแต่เดือนตุลาคมในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายแอโรไดนามิกส์ของทางยามาฮ่า การเซ็นสัญญากับทาง Bartolini แสดงให้เห็นถึงการพยายามครั้งใหญ่ของยามาฮ่าหลังผลงานย่ำแย่ในปี 2023 โดยชายผู้นี้เป็นคนสนิทของบอสใหญ่ค่ายแดงอย่างลุง Gigi Dall’Igna และทางยามาฮ่าก็หวังว่าผู้เชี่ยวชาญคนนี้จะช่วยเพิ่มความจี๊ดจ๊าดให้รถยามาฮ่าได้แบบถูกใจขาแรง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าเขาจะมาแทนที่หัวหน้าโปรเจกต์ M1 ปีที่แล้วอย่าง Kazutoshi Seki หรือจะทำงานร่วมกันกับเขา แต่ที่แน่ ๆ การมาของ Bartolini มีนัยสื่อถึงโครงสร้างภายในของยามาฮ่าที่มีเน้นยุโรปเป็นศูนย์กลางมากขึ้นตามแผนปี 2024 ของทางค่าย การเปลี่ยนแปลงเบื้องหลังครั้งนี้คือการพยายามรั้งตัวดาวเด่นของทางค่ายไว้ โดยสัญญาของแชมป์โลกปี 2021 กับทางค่ายจะหมดลงหลังจบฤดูกาล 2024 นี้ และค่ายรถแดนปลาดิบรู้ดีว่าเขาจะออกไปจากทีมแน่หากไม่ส่งมอบรถที่มีศักยภาพดีกว่าเดิมให้เขาได้ โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าคือว่าเป็นหมากเด็ดจริง ๆ สำหรับทางยามาฮ่า แต่ก็เป็นหมากที่คนญี่ปุ่นที่ชาตินิยมมาก ๆ อาจจะไม่ถูกใจก็เป็นได้ แต่สำหรับสาวกยามาฮ่าก็อาจจะถูกใจก็ได้ ในเมื่อต่อต้านไม่ได้ก็เข้าร่วมมันซะ เอ้ยไม่ใช่ ดึงส่วนนึงของความสำเร็จมาอยู่กับตัวเองซะเลย ขำ ๆ นะครับ วงการต่าง ๆ ในโลกมันก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ ใครมีศักยภาพ ใครมีฝีมือก็มีการดึงตัวกันเป็นปกติธรรมดา งานนี้ก็ได้แต่หวังว่าหมากเกมนี้จะส่งผลดีแบบก้าวกระโดดให้กับยามาฮ่าล่ะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวจะได้เห็นแต่ดูคาติอยู่โพเดียมตลอด เครดิตภาพจาก GPOne อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc เล่าความรู้สึกตอนที่ได้ขี่ Ducati ครั้งแรก เมื่อปีใหม่มาถึงก็เป็นสัญญาณเริ่มต้นสัญญาใหม่ของ Marquez กับทาง Gresini Ducati หลังจากที่สัญญาเดิมกับทาง Honda ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา คราวนี้ก็ได้เวลาที่ Marc เล่าความรู้สึกตอนที่ได้ขี่ Ducati ครั้งแรก เขาเฉิดฉายมากตอนทดสอบช่วงท้ายฤดูกาลกับทางดูคาติครั้งแรก แต่ไม่มีโอกาสได้พูดจนกระทั่งเดือนมกราคม ตอนที่เขาย้ายทีมได้อย่างเป็นทางการ “ผมค่อนข้างกังวลนะและก็รู้สึกตื่นเต้นมาก แม้ว่าผมจะแข่งมาแล้วหลายปี แต่นี่มันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่หลังจากนั้นผมก็เริ่มเย็นลงและผ่อนคลายมากขึ้น ผมพยายามทำความเข้าใจตัวเองกับทีมช่างเทคนิคทีมใหม่และรถคันใหม่ของผม” มาร์ก กล่าว ในท้ายที่สุดคุณก็ย้ายมาสู่รถค่ายที่เป็นแชมป์ตอนนี้ ดังนั้นโอกาสมันอยู่ในมือคุณแล้วสินะ “ตอนแรกนั้นมันคือการปรับตัวให้เข้ากับท่านั่งขับขี่ เราเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่าง เพราะบางจุด ผมไม่รู้สึกสบายเอาซะเลย แต่ความเร็วมันได้ มันมีอยู่ จนผมเริ่มเข้าใจรถ และรู้ว่าต้องจัดการยังไง แต่ผมก็ยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ อาจจะไม่ได้ขี่เร็วขึ้น แต่จะรักษาเวลาไว้ได้ดีขึ้นและปลอดภัยขึ้น” นอกจากนี้เขายังทิ้งท้ายเกี่ยวกับฮอนด้าของเขาไว้อีกว่า “ผมไม่ชอบที่จะเปรียบเทียบรถเลย โดยเฉพาะเวลาอยู่ในที่สาธารณะ รถมันคนละคันกันเลย แถมยังมีสไตล์การขี่ที่ต่างกันอีก” “ผมปรับตัวได้เร็วกว่าที่คาดเพราะผมรู้สึกดีมาก ๆ ทันทีที่ลองขี่เลย มันให้ฟีลลิ่งชัดเจนมาก และเวลาก็ช่วยให้รับรู้ได้โดยไม่ต้องพยายามตามหามัน” “ในการทดสอบตอนช่วงท้ายของวันเรามีโอกาสได้ลองยางซอฟต์ตัวใหม่แล้วผมก็ว่ามันดีนะ มันมีหลายอย่างที่ผมต้องทำความเข้าใจ ทั้งเรื่องระดับของตำแหน่งและการสื่อสารในทีม ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลนะ เพราะผมทำงานกับคนกลุ่มเดิมมานานกว่า 11 ปี แต่เขาก็ต้อนรับผมดีมาก ๆ เลย และเรื่องนี้ก็ช่วยให้ผมสบายใจมากขึ้น” การเปิดตัวทีม Gresini Ducati 2024 อย่างเป็นทางการนั้นจะจัดขึ้นในวันที่ 20 มกราคมนี้ ส่วนด้านเจ้ามดแดงนั้นจะกลับคืนแทร็กอีกครั้งในวันที่ 6 – 8 กุมภาพันธ์นี้กับการทดสอบที่เซปัง โดยเขาจะเป็นเพื่อนร่วมทีมกับ Alex Marquez ในปีนี้ หลังจากการย้ายทีมครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน MotoGP ทั้งนี้ Marquez แชมป์โลกรวม 8 สมัยได้ออกจาก Honda หลังจากสามปีของการบาดเจ็บและผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานเนื่องจากรถของเขา หลังจากนี้ไปเขาจะขี่รถแข่งดูคาติอายุ 1 ปี หรือ Desmosedici GP23 และคู่แข่งของเขาเองก็คาดการณ์กันแล้วว่าเขาผู้นี้น่าจะออกล่าแชมป์ปี 2024 ได้อย่างถึงพริกถึงขิงแน่นอน ตัวผมเองก็คาดว่าการแข่งขันในปีนี้ของเจ้าเด็กระเบิดคนนี้น่าจะมีอะไรให้น่าตื่นเต้นกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เว้นแต่ว่าดูคาติจะทำรถปีใหม่ได้เหนือกว่าเดิมมาก ๆ ก็จะกลายเป็นอีกเรื่องนั่นล่ะครับ อย่างไรก็อย่าลืมติดตามชม และตามผลรวมถึงตามข่าวทางเว็บไซต์ได้เช่นเดิม สุดท้ายนี้เราชาวไทยชอบคนไหนเชียร์คนนั้นครับ แต่ที่สำคัญอย่าลืมเชียร์ ก้อง สมเกียรติ จันทราใน Moto2 ด้วยนะเออ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Raul Fernandez บอก Aprilia คันใหม่ แรงจริง ๆ ท่ามกลางความสับสนอลหม่านของสปอนเซอร์อย่าง Cryptodata RNF บวกกับ Oliveira เองก็มาบาดเจ็บ งานนี้เฟอร์นานเดซก็เลยต้องมาทดสอบรถ RS-GP 2023 ในตอนทดสอบที่วาเลนเซียจน Raul Fernandez บอก Aprilia คันใหม่ แรงจริง ๆ กับทางสื่อ นักแข่งหนุ่มชาวสเปนผู้นี้จบการทดสอบในอันดับที่ 5 โดยทำเวลาห่างจาก Maverick Vinales ที่ขี่ให้กับทีมโรงงานของทางอาพริเลียผู้นำในการทดสอบเพียง 0.263 วินาทีเท่านั้น “เราเริ่มทดสอบกันด้วยรถเก่าปี 2022 และก็ทำเวลาได้ดีขึ้นบ้างช้าลงบ้างสลับกันไปตามสปีดของผม แต่พอผมได้โดดไปขี่คันใหม่ปี 2023 ผมก็เริ่มทำเวลาได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนผมเองก็ยังงงและไม่เข้าใจมันได้ดี” โดยที่ทาง Espargaro และ Vinales เคยอธิบายรถปี 2023 ไว้แค่ว่ามันพัฒนาขึ้นมาแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับปี 2022 แต่ Fernandez กลับสัมผัสว่ามันได้พัฒนามามาก “ผมเร็วกว่าเดิมเกือบ 1 วินาที ผมรู้สึกได้ และเราก็เห็นหลักฐานได้จากข้อมูล!” “ด้านหน้าคือส่วนที่พัฒนาขึ้นมามากที่สุดจนผมรู้สึกได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องของแอโรไดนามิกที่พัฒนาขึ้นไปอีกระดับ จนผมสัมผัสฟีลลิ่งที่ด้านหน้าได้ชัดขึ้น ผมสามารถรุกไล่ได้มากขึ้นเวลาผมเข้าโค้ง” “โดยทั่วไปแล้วผมก็รู้สึกโอเคกับรถมาก ๆ นะ ผมรู้สึกได้เลยว่า Aprilia ทำรถออกมาได้ดีมาก ๆ เลย” เขายังเสริมอีกว่า “ผมไม่ค่อยชอบรถตอนที่ผมแตะคันเร่งเพราะว่ามันยากมากที่จะเข้าโค้ง แต่นั่นมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่บางทีเราอาจจะพัฒนาตรงนี้ให้เทียบชั้นกับดูคาติได้ แต่โดยทั่วไปผมว่ามันก็ดีจริง ๆ นะ” และเมื่อมีการเข้ามาของสปอนเซอร์ใหม่อย่าง Trackhouse ซึ่งมาพร้อมผู้จัดการทีมใหม่ Justin Mark เองก็ตั้งเป้าหมายว่าจะสอย RS-GP 2024 ที่ Aleix Espargaro และ Maverick Vinales ขี่ มาให้ได้ “ผมต้องการที่จะได้รถแบบเดียวกับนักแข่งทีมโรงงานมี ซึ่งเรื่องนี้น่าจะช่วยให้ผลงานโดยรวมของทางค่ายดีขึ้นด้วย แล้วผมเองก็ไม่อยากจะทำทีมแบบประหยัด ๆ ผมอยากจะทำให้ทุกคนประทับใจด้วยการเป็นทีมอิสระที่ดีและทุ่มเททำงานกับทางทีมโรงงานอย่างใกล้ชิด” ผู้จัดการทีมคนใหม่กล่าว งานนี้บอกเลย MotoGP ปีหน้าเดือดแน่นอนครับ รถก็เรื่องนึง แต่ฝีมือและความขิงของนักแข่งรุ่นใหม่ไฟแรงก็เดือดพล่านกันจริง ๆ ครับ แต่ต้องมาพิสูจน์กันว่า “ไม่ได้โม้” แบบพี่สมรักษ์หรือเปล่า อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati ยัน Marquez จะได้ขี่รถของ Zarco ไม่ใช่ของ Bagnaia หรือ Martin ล่าสุดทาง Ducati ยัน Marquez จะได้ขี่รถของ Zarco ไม่ใช่ของ Bagnaia หรือ Martin ซึ่งเป็นรถที่มีศักยภาพลุ้นแชมป์ อย่างที่หลาย ๆ คนคาดการณ์กัน ดังนั้นการแข่งขันในปี 2024 นั้นทางทีม Gresini จะยังใช้รถสเปกเก่าลงแข่ง ส่วนทีมโรงงานและทีม Pramac จะได้ใช้รถที่มีการอัปเดตใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่ารถเก่าอย่างแน่นอน “มาร์กจะเป็นเหมือนกับทีมอื่น ๆ ที่จะได้ใช้รถ Desmosedici GP23 ซึ่งจะเป็นของซาร์โก้ที่ใช้แข่งปีที่แล้ว” Gigi Dall’lgna ผู้จัดการทั่วไปของดูคาติให้ข่าว “ส่วนรถของ Pecco Bagnaia, Jorge Martin และ Enea Bastianini จะมีการพัฒนาขึ้นไปอีก แต่เราก็มีปัญหาอยู่บ้างเหมือนกันในเรื่องของความเหนียวและสมรรถนะ ดังนั้นเราจึงคิดว่าการพัฒนานี้ไม่เหมาะกับทีมอิสระแน่ เราเลยเลือกที่จะไม่เอาของใหม่ให้พวกเขาในเคสนี้” “เรายังคงกระหายที่จะทุ่มเทให้สุดตัวเพื่อให้นักบิดทุกคนที่มีโลโก้ดูคาติอยู่บนถังน้ำมัน ในท้ายที่สุดเราจะรับฟังนักแข่งทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เราจะไม่ยึดโยงกับคนใดคนนึงเพียงคนเดียว” สรุปว่ารถที่ Marquez จะได้เริ่มออกผจญภัยกับทางดูคาตินั้นจะไม่ได้มีการอัปเดตแบบที่รถของแชมป์โลกและผู้ท้าชิงคนสำคัญมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ช่วยออกตัวใหม่หรือว่าวิงก์เล็ตที่โช้คหน้า แน่นอนว่าฝ่ายหลังจะได้รถแข่งที่อัปเดตใหม่เพิ่มเติมด้วย แต่ส่วนตัวผมก็เชื่อว่า #93 น่าจะมีฝีมือมากพอที่จะทำให้แชมป์โลกคนปัจจุบันสั่นคลอนได้อย่างแน่นอนครับ เกมปีหน้าน่าจะสนุกมากขึ้นแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Alex Rins เผยเปลี่ยนรถใหม่ ปัญหาใหญ่ไม่ใช่เรื่องเครื่องยนต์ ล่าสุดนักแข่งสัญชาติสเปนอีกคนนึงอย่าง Alex Rins เผยเปลี่ยนรถใหม่ ปัญหาใหญ่ไม่ใช่เรื่องเครื่องยนต์ แต่กลับเป็นเรื่องของแอโรไดนามิกมีผลมาก ในศึก MotoGP มากเสียกว่าเรื่องของเครื่องยนต์ แฟน ๆ ที่ตามข่าวอยู่ตลอดน่าจะทราบกันดีว่าในปี 2024 นี้เขาจะย้ายมาขี่ให้กับทาง Monster Yamaha team ซึ่งเรื่องนี้น่าจะสะท้อนให้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างเลยทีเดียว นักแข่งชาวสเปนผู้นี้เคยขี่รถที่มีเครื่องยนต์ทั้งแบบ V4 และสี่สูบเรียงมาแล้วภายในไม่กี่ปีให้หลังมานี้ เขาเคยชนะการแข่งขันมา 5 เรซกับ Suzuki ที่ใช้เครื่องแบบสูบเรียงในช่วงปี 2017 – 2022 จากนั้นเขาก็ย้ายมาขี่เครื่อง V4 กับ LCR Honda และมาคว้าชัยชนะที่อเมริกาในปี 2023 นี้นี่เอง อย่างไรก็ดีโชคไม่ค่อยเข้าข้างนักแข่งวัย 27 ปีผู้นี้หลังจากที่เขาต้องมารักษาอาการกระดูกขาแตกจากศึกที่ Mugello แต่ตอนนี้เขาก็จะกลับมาขี่สี่สูบเรียงกับทางยามาฮ่าอีกครั้ง หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าจุดหลักในการออกแบบของ GSX-RR และ YZR-M1 นั้นอาจจะคล้ายคลึงกันเมื่อดูจากสเปกชีต แต่เขากลับบอกว่ายามาฮ่าคือรถแข่งที่ไม่เหมือนกับ Suzuki เลยสักนิด “ยกตัวอย่างเช่น ตอนผมเขาโค้งผมเบรกหน้าได้มากขึ้น และมันเป็นเรื่องดีเพราะคุณสามารถทำเวลาต่อแล็ปได้ดี” จากนั้นเขาก็อธิบายต่ออีกว่า “ผมคิดว่าตอนนี้เลยสิ่งที่แตกต่างระหว่างเครื่องยนต์ V4 และ 4 สูบเรียงไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุดของรถ ผมคิดว่าตอนนี้สิ่งที่แตกต่างที่สุดคือเรื่องแอโรไดนามิก จากประสบการณ์ของผม ผมคิดว่าแอโรไดนามิกมันช่วยให้คุณเข้าโค้งได้ดีหรือไม่ดีก็ได้” “เช่นตอนผมขี่ยามาฮ่าที่วาเลนเซีย ผมขี่กับรถที่ใช้แฟริ่งเดิม ล้อหน้าผมลอยเยอะมากเวลาเจอลม และเมื่อเราลองใช้แฟริ่งใหม่ ผมรู้สึกว่าหน้าลอยน้อยลงและเข้าโค้งได้ดีขึ้น กลายเป็นว่าความต่างเรื่องการออกแบบเครื่องยนต์นั้นหายไปเลย” ในการทดสอบนั้นเขาทำเวลาได้เร็วเป็นอันดับที่ 19 กับการได้ลองขี่รถแข่งของยามาฮ่าเป็นครั้งแรก แต่ก็ทำเวลาช้ากว่าเพื่อร่วมทีมอย่าง Fabio Quartararo เพียง 0.5 วินาทีเท่านั้น “มันดีมาก ๆ เลยนะ ผมรู้สึกค่อนข้างโอเคกับรถเลย เราแบ่งวันทดสอบเป็น 2 ช่วง ในช่วงเช้าพวกเขาให้ผมลองเซ็ตอัพของ Fabio ที่เขาใช้ตอนแข่ง และผมก็ลองขี่ไปหลาย ๆ แล็ปเพื่อที่จะทำความเข้าใจกับรถ” “พอช่วงบ่ายเราก็ทดสอบแฟริ่งใหม่หลายชุดด้วยกัน เท่าที่ผมรู้มีชุดนึงที่ใช้งานได้ดีกว่าของเดิม ดังนั้นผมก็เลยรู้สึกแฮปปี้ดี” งานนี้ก็ต้องมาตามดูกันต่อไปครับว่าจะเป็นไงสำหรับ Alex Rins เพราะดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีปัญหาเรื่องการปรับตัวกับรถใหม่แต่อย่างใด ผมคาดว่าการกลับมาทดสอบอีกครั้งช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าเขาหน้าจะทำผลงานได้ดีขึ้นไปอีก แล้วการกลับมาสู้ศึก MotoGP ของเขาให้กับยามาฮ่าน่าจะสร้างสีสันและความสนุกให้กับการแข่งขันไม่น้อยเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Trackhouse Racing จับมือ Aprilia พร้อมรันทีมรองในศึก MotoGP ล่าสุดก็มีข่าวที่น่าสนใจของวงการแข่งรถโปรโตไทป์อย่างการที่ Trackhouse Racing จะมาจับมือกับทาง Aprilia เพื่อรันทีมใหม่แต่นักแข่งหน้าเดิมจากทาง RNF ซึ่งน่าจะเข้ามาร่วมเพิ่มสีสันความมันให้กับการแข่งขัน MotoGP ได้ไม่น้อย เพราะทางแทร็กเฮาส์เรซซิ่งเองก็เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จจากการแข่งขันรายการอื่นมาก่อน สำหรับคนที่ยังไม่รู้ทางแทร็กเฮาส์เรซซิ่งนั้นประสบความสำเร็จกับการแข่งขัน Nascar มาก่อน และทีมเชื้อสายอเมริกันนี้จะนำเอาความทะเยอทะยานจากการแข่งขัน 4 ล้อมาใช้กับ 2 ล้อจากการเข้าร่วมในการแข่งขัน MotoGP ในฐานะทีมอิสระและจับมือกับ Aprilia และลงแข่งด้วย RS-GP ที่เป็นรถแข่งของทางค่ายนั่นเอง โดยทีมจะมี Miguel Oilveira #88 และ Raul Fernandez #25 เป็นคนควบรถศึกให้แบบเต็มฤดูกาลในปี 2024 และในระหว่างการเปิดตัวทีมแข่งนั้นมีการโชว์รถที่มาในลายธงชาติอเมริกาเฉดสีแบบเดียวกันกับรถของ Nicky Hayden เพื่อเป็นการระลึกถึงเขาและประวัติศาสตร์การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ของสหรัฐฯ อีกด้วย งานนี้แฟน ๆ Aprilia น่าจะดีใจที่มีทีมใหญ่ ๆ ที่มีประสบการณ์การแข่งขันในระดับโลกที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วมาคุมทีม แม้จะเป็นทีมรองก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าน่าจะส่งผลต่อการแข่งขันโดยรวมมากเลยทีเดียว เพราะนักแข่งทั้งสองคนเอง หนึ่งก็เป็นคนที่ชนะมาแล้วหลายครั้งมีประสบการณ์และฝีมือที่น่าจับตามอง อีกฝ่ายเองก็เป็นเลือดใหม่มาแรงที่ยังพัฒนาได้ อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องตามดูตามลุ้นกันต่อไปครับ ว่าศึกในปีหน้าจะเป็นยังไง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายมากมาย รับรองสนุกแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Moto2 และ Moto3 เปลี่ยนยาง Pirelli ปุ๊บทำลายสถิติเดิมปั๊บ ในการทดสอบอย่างเป็นทางการของฤดูกาล 2024 กับยาง Pirelli มี Lopez ในรุ่น Moto2 และ Holgado ในรุ่น Moto3 เป็นนักแข่งที่เร็วที่สุดพร้อมกันนี้ยังได้ทำสถิติใหม่ในรุ่นของตัวเองให้กับสนามวาเลนเซีย จนพูดได้เต็มปากว่า Moto2 และ Moto3 เปลี่ยนยาง Pirelli ปุ๊บทำลายสถิติเดิมปั๊บ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่สนาม Ricardo Tormo Circuit ในวาเลนเซียซึ่งเป็นสถานที่จัดทดสอบอย่างเป็นทางการของโมโตทูและโมโตทรี สำหรับการแข่งขันฤดูกาล 2024 และเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเปลี่ยนยางมาใช้ยาง Pirelli เรียกว่าเป็นยุคใหม่ของพีเรลลี่เลยก็ว่าได้ ในการทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกนี้ Alonso Lopez (Beta Tools SpeedUp – BOSCOSCURO) เป็นนักบิดในรุ่นโมโตทูที่เร็วที่สุดของวันด้วยเวลา 1’33.061 และยังเป็นสถิติเวลาใหม่ของสนามและพิกัดนี้ด้วย ขณะเดียวกัน Daniel Holgado (Red Bull KTM Tech3) เองก็เป็นนักบิดที่เร็วที่สุดในรุ่นโมโตทรีด้วยเวลา 1’37.300 ซึ่งเป็นการยกระดับสถิติเวลาของรุ่นนี้ถึง 1 วินาที โดย Lopez ทำสถิติเวลาใหม่ในแล็ปที่ 24 จากทั้งหมด 26 แล็ปในช่วงแรกของการทดสอบ ดีขึ้นกว่าสถิติเวลาเดิมที่ Aldeguer ที่ทำไว้ในรอบ FP3 ในปีนี้ 0.2 วินาที ส่วน Holgado เองก็ทำได้ในแล็ปที่ 13 จากทั้งหมด 17 แล็ปในช่วงการทดสอบที่สอง ทำลายสถิติเวลาของ Binder (1’38.286) ที่เคยทำไว้ปี 2020 โดยนักแข่งทุกคนใช้ยางสลิก DIABLO™ Superbike ในซอฟต์และมีเดียมคอมปาวด์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยรุ่นโมโตทูจะเป็นยางหน้าขนาด 125/70 R17 และยางหลังขนาด 200/65 R17 ส่วนรุ่นโมโตทรีจะเป็นยางหน้าขนาด 100/70 R17 และยางหลังขนาด 120/70 R17 และทั้งหมดเป็นยางสแตนดาร์ดไม่ใช่ยางโปรโตไทป์ ซึ่งคนทั่วไปก็สามารถหาซื้อมาลองใช้ได้ Moto2™ 1) 21 Alonso LOPEZ (Beta Tools SpeedUp – BOSCOSCURO) 1’33.061 – แล็ปที่ 24/26 ช่วงที่ 1 – สถิติเวลาใหม่ของพิกัดและสนามนี้ 2) 44 Aron CANET (Fantic Racing – KALEX) 1’33.074 – แล็ปที่ 24/25 ช่วงที่ 1 3) 54 Fermín ALDEGUER (Beta Tools SpeedUp – BOSCOSCURO) 1’33.151 – แล็ปที่ 27/27 ช่วงที่ 2 Moto3™ 1) 96 Daniel HOLGADO (Red Bull KTM Tech3) 1’37.300 – แล็ปที่ 13/17 ช่วงที่ 2 – สถิติเวลาใหม่ของพิกัดและสนามนี้ 2) 99 José Antonio RUEDA (Red Bull KTM Ajo – KTM) 1’37.683 – แล็ปที่ 15/17 ช่วงที่ 3 3) 80 David ALONSO (Gaviota GASGAS Aspar Team – GASGAS) 1’37.975 – แล็ปที่ 14/15

หรือ MotoGP ต้องใช้ระบบซื้อขายตัวแบบวงการลูกหนังถึงจะดี? ชัยชนะของ Fabio Di Giannantonio ในโมโตจีพีครั้งแรกที่กาตาร์มาถึงเมื่อสายเกินไป เพราะตอนนี้อนาคตของเขานั้นเหมือนจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายเสียแล้ว ที่นั่งที่เคยเป็นของเขาบัดนี้ก็กลายเป็นของ Marc Marquez ในปี 2024 ที่ใกล้จะมาถึงนี้แล้ว ซึ่งดู ๆ แล้วก็ไม่ค่อยจะยุติธรรมเท่าไหร่สำหรับเขา หรือ MotoGP ต้องใช้ระบบซื้อขายตัวแบบวงการลูกหนังถึงจะดี? แนวคิดเรื่องการซื้อขายตัวนักแข่งแบบวงการฟุตบอลถูกบรรดากูรูพูดถึงขึ้นมาหลังจากมีประเด็นของ Fabio Di Giannantonio ที่มีฟอร์มดีและอันดับในตารางคะแนนก็ไม่ได้แย่ แต่กลับตกอยู่ในที่นั่งลำบากไปเสียอย่างนั้น Frankie Carchedi หัวหน้าทีมของ Di Giannantonio ออกมากล่าวกับสื่อว่า“ผมเห็นด้วยกับเรื่องการซื้อขายตัวแบบวงการฟุตบอลนะ วงการนั้นเขาถึงขั้นตกชั้นไปอยู่อีกดิวิชันนึง และจะเลื่อนชั้นขึ้นเมื่ออยู่ที่อันดับท็อป Fabio เขาอยู่อันดับที่ 12 เลยนะ มันไม่ยุติธรรมเลย รายการนี้มันมีการเมืองมากไป คุณทำได้แค่เห็นเขาจากไป ทั้ง ๆ ที่เขาควรจะได้อยู่” ซึ่งดู ๆ แล้วก็เป็นเรื่องตลกร้ายจริง ๆ เพราะมีนักแข่งที่มีสัญญาแบบเต็มฤดูกาล 3 คนรั้งท้ายตารางคะแนนรวมอยู่ ซึ่งนั่นก็ได้แก่ Pol Espargaro, Joan Mir และ Raul Fernandez ด้านของ Sylvain Guintoli นักแข่งมืออาชีพชาวฝรั่งเศสและนักวิเคราะห์การแข่งขันทางโทรทัศน์ ปัจจุบันลงแข่งแทนนักแข่งคนอื่นบ้างเป็นครั้งคราว ให้ความเห็นว่า “ผมได้คุยกับ Davide Brivio (ผู้จัดการทีมแข่งรถชาวอิตาลี ปัจจุบันคุมทีม Alpine F1) เขาเองก็กำลังคุยว่าควรมีเรื่องตลาดซื้อขายนักแข่ง และมีเรื่องของช่วงเวลาซื้อขายที่ล่าช้าออกมาสักหน่อยแบบในฟุตบอล ผมคิดว่ามันเป็นไอเดียที่น่าสนใจ เพราะบางครั้งสัญญาถูกเซ็นขึ้นก่อนหน้านั้นเป็นปี มันเป็นอะไรที่น่าคิดนะ” สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับฟุตบอล ปกติแล้วตลาดซื้อขายนักเตะจะมี 2 ช่วงเวลาต่อปี ซึ่งจะเปิดให้แต่ละทีมสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนักเตะได้ โดยช่วงแรกคือช่วงกลางฤดูกาลและช่วงพักฤดูกาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการแข่ง MotoGP มีเรื่องจำนวนรถเข้ามาจำกัดมากกว่า จนทำให้เกิดกรณีร้าย ๆ กับ Fabio เขาแบบที่เกริ่นไว้ในตอนต้น ซึ่งโดยปกติแล้วนักแข่งมักจะเซ็นสัญญา 2 ปีกับทีมใดทีมนึง แต่ไม่ใช่กับ Di Giannantonio ที่ทำให้ง่ายต่อการถูกเท ทั้งนี้ฟอร์มของนักแข่งผู้นี้กลับเริ่มมาดีเอาตอนที่ทีมของเขาเองตอบคอนเฟิร์มแล้วว่าตำแหน่งของเขาจะมี Marc มาเสียบแทน Suzi Perry ผู้ประกาศข่าว MotoGP ทางช่อง BT Sport เองก็ออกมาบอกว่า “เราได้เห็นการเซ็นสัญญานักแข่งหลายคน แล้วการแข่งในปีนี้มันก็เลยดูแย่อย่างที่เห็น ซึ่งมันน่าจะเป็นเพราะว่าทีมเซ็นสัญญาเร็วเกินไป” Frankie Carchedi ยังเสริมอีกว่า “แน่นอนว่าผมจะไม่เอ่ยว่าเป็นใคร แต่มีหลายคนเลยที่ต่อสู้และพยายามมีหลายคนที่เป็นแบบนั้นมาหลายปีแล้ว แต่ Fabio เพิ่งจะเป็นปีที่ 2 เอง ไม่ใช่ว่าเขาแข่งมา 5 ปี 10 ปีแล้วสักหน่อย เขาออกสตาร์ทจากอันดับที่ 17 ที่ Mandalika และจบที่อันดับ 4 เขาสู่เพื่อชัยชนะที่ Phillip Island มันเป็นเรื่องยากเพราะว่าผมรู้ดีว่าเขาเองก็ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน” แล้วคุณล่ะคิดเห็นยังไงหาก MotoGP จะมีกติกาเรื่องการซื้อขายแลกเปลี่ยนนักแข่งแบบเดียวกับวงการค้าแข้ง เพื่อเพิ่มความยุติธรรม หรือความตื่นเต้นในเกมการแข่งขันให้มากขึ้น? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 19 ที่กาตาร์ ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 19 ที่กาตาร์ สนามที่ร้อนแรงมาก ๆ จนต้องไปแข่งกันตอนกลางคืน เป็นไฮไลท์เด็ดในการแข่งขันสนามนึงเลยทีเดียว แถมสนามนี้ก็ยังมีทางตรงที่ยาวมาก ๆ โดยยาวถึง 1,068 เมตร ทำความเร็วกันได้สูง ๆ กันทั้งนั้นเลย สนามนี้หัวแถวท็อปสปีด 3 อันดับแรกดาหน้ากันมาเป็นรถ Ducati ล้วน ๆ แต่ก็แอบมี Honda โผล่มาที่ท็อป 5 เหมือนกัน ตกลงมันยังไงกันแน่นะ อันดับ เบอร์ นักแข่ง รถ Top Speed เฉลี่ย 1 5 Johann Zarco Ducati 356.4 355.8 2 23 Enea Bastianini Ducati 356.4 354.5 3 72 Marco Bezzecchi Ducati 356.4 354.8 4 33 Brad Binder KTM 355.2 352.7 5 36 Joan Mir Honda 355.2 353.8 อันดับ เบอร์ นักแข่ง รถ Top Speed เฉลี่ย 6 1 Francesco Bagnaia Ducati 354.0 349.2 7 20 Fabio Quartararo Yamaha 354.0 353.3 8 41 Aleix Espargaro Aprilia 354.0 351.7 9 10 Luca Marini Ducati 352.9 352.4 10 12 Maverick Viñales Aprilia 352.9 352.9 11 25 Raul Fernandez Aprilia 352.9 350.8 12 43 Jack Miller KTM 352.9 352.3 13 44 Pol Espargaro KTM 352.9 351.9 14 93 Marc Marquez Honda 352.9 351.6 15 21 Franco Morbidelli Yamaha 351.7 350.8 16 30 Takaaki Nakagami Honda 351.7 347.6 17 89 Jorge Martin Ducati 351.7 350.9 18 37 Augusto Fernandez KTM 350.6 349.6 19 49 Fabio Di Giannantonio Ducati 350.6 348.8 20 73 Alex Marquez Ducati 349.5 349.5 21 27 Iker Lecuona

Martin โอดยางไม่ดี ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น หลังจากหวดไล่ทำคะแนนตาม Francesco Bagnaia จนห่างกันแค่เพียง 7 แต้มด้วยชัยชนะในรอบสปรินท์เรซในวันเสาร์ มาวันอาทิตย์ Martin โอดยางไม่ดี ทำให้โอกาสที่จะได้ลุ้นแชมป์ของเขากลับยิ่งห่างไกลออกไป เนื่องจากตอนที่เขาออกตัวล้อหลังเกิดหมุนฟรีตอนออกสตาร์ทจากกริดในวันแข่งนั่นเอง เขารั้งอยู่อันดับที่ 8 ในแล็ปแรก ต่อมา Martin ขยับมาได้อีก 1 อันดับเมื่อ Johann Zarco เพื่อร่วมทีมบาน จากนั้นเขาก็ตามสลิปสตรีมรอบ ๆ Marc Marquez ในแล็ปที่ 5 จากการแข่งขันทั้งหมด 22 แล็ป แต่เขาก็ไม่อาจจะแซงได้แม้ว่าจะมีช่องและคลีนแอร์โล่ง ๆ ให้เขา เขากลับยิ่งห่างจากกลุ่มนำไปเรื่อย ๆ เมื่อการแข่งขันดำเนินไปได้ครึ่งทาง นักแข่งหลายคนต่างต่อคิวแซงผ่านเขาไป ทิ้งให้นักแข่งชาวสเปนส่ายหัวหนัก ๆ ด้วยความสับสนเนื่องจากอันดับที่ตกลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเขาเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 10 แต่อย่างไรก็ตาม Bagnaia ถูกแย่งชัยชนะไปโดย Fabio di Giannantonio ที่แย่งชัยไป และกลายเป็นว่าแชมป์คนปัจจุบันมีแต้มหนีห่างออกไปเป็น 21 แต้ม และกลายเป็นแชมป์โลกต้องไปวัดกันสนามหน้าที่ Valencia โดยยังมีคะแนน 37 คะแนนให้แย่งกัน ด้านนักแข่งสเปนกล่าวว่า “แน่นอนว่าผมไม่โอเคเลย คุณเองก็น่าจะได้เห็นแล้วตอนออกสตาร์ทที่ผมล้อฟรีและคุณน่าจะเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ยางหลังมันไม่โอเค ผมผิดหวังมาก ๆ ที่แชมป์จะถูกตัดสินด้วยยางไม่ดี แล้วมันก็ดันเกิดขึ้นกับผม ผมพยายามอย่างมาก แต่ยางหลังมันไม่มีกริปเลย ผมหยุดรถไม่ได้ เข้าโค้งไม่ได้ เปิดคันเร่งไม่ได้ มันเหมือนกับตอนฝนตกเลย ผมคิดว่าด้วยประสบการณ์ของผม ผมน่าจะจบแบบมีแต้มบ้าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ตอนนี้ผมก็มูฟออนแล้ว ไปหวังว่าเราจะทำได้ที่วาเลนเซีย” เขายังกล่าวเสริมอีกว่า “ที่วาเลนเซีย อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ Pecco อาจจะพลาดก็ได้ และผมก็น่าจะชนะทั้ง 2 เรซได้ แต่ผมจะชนะได้นั้นก็ต้องไม้ใช่ยางแบบวันนี้” ทางด้าน Piero Taramasso หัวหน้าจากทาง Michelin ยังบอกว่าอยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูล แต่บอกได้ตอนนี้เลยว่ายางของเขาออกมาจาโรงงานแล้วตรงมาที่นี่เลยไม่ได้ผ่านการใช้งานหรือวอร์มอัพอะไรทั้งนั้น โดยเขาใช้ยาง Hard ทั้งด้านหน้าและด้านหลังทั้ง 2 เรซเลย โดยในรอบสปรินท์เรซนั้นเขาสามารถทำสถิติความเร็วสูงสุดได้ ขณะที่แข่งจริงกลับทำได้แค่อันดับที่ 11 ขณะที่ Enea Bastianini ที่ใช้ยางแบบเดียวกันกับเขาและขี่ Ducati เหมือนกันกลับทำเวลาได้ดีกว่า โดย Jorge ทำเวลาได้ที่ 1’53.693 ขณะที่ฝ่ายหลังกลับทำได้ 1’52.978 งานนี้ก็บอกเลยว่าน่าแปลกจริง ๆ ครับ ไม่รู้ว่าเซ็ตติ้งรถมีปัญหา หรือว่ายางเฉพาะของเขาเท่านั้นที่มีปัญหา เอาเป็นว่าการลุ้นแชมป์ยังคงต้องติดตามกันต่อจนสนามสุดท้ายจริง ๆ ครับฤดูกาลนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ชมคลิปดราม่า Marco บั๊มท้าย Pol 6 ครั้ง ในรอบซ้อมที่ Qatar มันเกิดอะไรขึ้นระหว่าง Marco Bezzecchi และ Pol Espargaro กัน จนศิษย์สำนัก VR46 ต้องไปบั๊มท้าย Pol รัว ๆ ไป ชมคลิปดราม่า Marco บั๊มท้าย Pol 6 ครั้งในรอบซ้อมที่ 1 ที่ Qatar GP กันครับ The full thing as to why Bez gave @polespargaro a few little nudges 👇#QatarGP 🇶🇦 pic.twitter.com/p70WVKXL4v — MotoGP™🏁 (@MotoGP) November 17, 2023 สังเกตจากในคลิปจะเห็นได้ว่ามีการกระทบกระทั่งกันก่อนระหว่างสองคนนี้ โดยครั้งแรกเป็น Bezzecchi ไปบานใส่ Pol ก่อน และหลังจากนั้นเหมือนจะมีการเอาคืนจากทางฝั่ง Pol แต่เรื่องราวยังไม่จบ จนคนในโซเชียลถึงกับวิพากย์วิจารณ์ว่านี่เราดูเด็กอนุบาลกันอยู่ใช่มั้ยเนี่ย ส่วนทาง FIM Stewards ยังไม่ได้มีการประกาศว่าทั้งคู่จะได้รับโทษอะไรหรือไม่ งานนี้พี่น้องแฟน ๆ MotoGP คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง ลองพูดคุยกันได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Martin เผยว่าทำไมไม่แชร์ข้อมูล ให้นักแข่ง Ducati คนอื่น จริง ๆ แล้วเรื่องการแชร์ข้อมูลทางเทคนิคกันและกันระหว่างเพื่อนร่วมทีมเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องนี้กลับกลายเป็นเรื่องเด่นประเด็นร้อนได้ในทันทีเมื่อการแข่งขันมันงวดเข้า และทีมเมตของตัวเองดันเป็นคู่แข่งที่มีสิทธิ์จะแย่งแชมป์โลกกับตัวเองนี่สิ ปัญหามันก็เลยเกิดอย่างเคสของ Jorge Martin เผยว่าทำไมไม่แชร์ข้อมูล เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกันมาระหว่าง Jorge Lorenzo และ Valentino Rossi ในอดีต ในอดีตนั้นก็เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นเช่นกัน และทางค่ายก็จะตัดสินใจที่จะเคารพและทำตามที่นักแข่งร้องขอ ดังนั้นช่วงปลาย ๆ ฤดูกาล นักแข่งจะแข่งโดยไม่มีข้อมูลจากทีมเมตของตัวเอง หรือจากรถคันอื่น ๆ ทีนี้มาโฟกัสกันในเคสปัจจุบันคือกรณีของ Jorge จากทาง Pramac และ Francesco จากทีมโรงงาน ซึ่งใช้รถ Ducati เหมือนกัน แต่ตอนนี้ทั้งสองมีแต้มห่างกันเพียง 14 คะแนน มีสิทธิ์ลุ้นแชมป์กันทั้งคู่ แล้วทางค่ายมีนโยบายที่จะเปิดเผยและแชร์ข้อมูลของรถและนักแข่งทุกคน 8 คัน 8 ชีวิต ทำให้เป็นจุดแข่งของทางค่าย ที่ทำให้นักแข่งแต่ละคนเรียนรู้จากข้อมูลของอีกฝ่ายที่ทำผลงานได้ดีกว่า แต่เมื่อการแข่งขันเข้าสู่จุดไคลแม็กซ์ ทางมาร์ตินก็เลยเลือกที่จะไม่ขอแชร์ข้อมูล มาร์ตินบอกว่า “ผมคิดว่าแผนการนี้ของดูคาตินี่ดีมาก ๆ เลยนะ เพราะนักแข่งคนอื่น ๆ เองก็สามารถใช้ตรงนี้พัฒนาตัวเองได้ แต่ผมมองว่าผมขอไม่รู้ข้อมูลของคนอื่นและคนอื่นไม่รู้ข้อมูลของผมดีกว่า แน่นอนว่าแบบนี้บางทีทำแบบนี้มันก็ช่วยผมได้นิดหน่อย อาจจะสัก 10% และที่เหลือผมก็ต้องพยายามเอาเอง ผมรู้สึกว่าผมมาถึงลิมิตของผมเองเร็วนะ และจากนั้นคนอื่น ๆ ก็ไล่ตามผมทัน” “มันแฟร์มั้ย ก็แฟร์ดีนะ เพราะตอนที่ผมเซ็นสัญญาเข้ามาผมก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว” งานนี้เราก็ต้องมาติดตามกันดูครับว่าใครจะคว้าแชมป์โลก MotoGP 2023 กันครับ แล้วแทคติกนี้จะช่วยให้ Jorge บู๊ได้ดั่งที่เขาตั้งใจไว้หรือไม่กันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก