SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าว MotoGP อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Moto2 และ Moto3 เปลี่ยนยาง Pirelli

Moto2 และ Moto3 เปลี่ยนยาง Pirelli ปุ๊บทำลายสถิติเดิมปั๊บ ในการทดสอบอย่างเป็นทางการของฤดูกาล 2024 กับยาง Pirelli มี Lopez ในรุ่น Moto2 และ Holgado ในรุ่น Moto3 เป็นนักแข่งที่เร็วที่สุดพร้อมกันนี้ยังได้ทำสถิติใหม่ในรุ่นของตัวเองให้กับสนามวาเลนเซีย จนพูดได้เต็มปากว่า Moto2 และ Moto3 เปลี่ยนยาง Pirelli ปุ๊บทำลายสถิติเดิมปั๊บ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่สนาม Ricardo Tormo Circuit ในวาเลนเซียซึ่งเป็นสถานที่จัดทดสอบอย่างเป็นทางการของโมโตทูและโมโตทรี สำหรับการแข่งขันฤดูกาล 2024 และเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเปลี่ยนยางมาใช้ยาง Pirelli เรียกว่าเป็นยุคใหม่ของพีเรลลี่เลยก็ว่าได้ ในการทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกนี้ Alonso Lopez (Beta Tools SpeedUp – BOSCOSCURO) เป็นนักบิดในรุ่นโมโตทูที่เร็วที่สุดของวันด้วยเวลา 1’33.061 และยังเป็นสถิติเวลาใหม่ของสนามและพิกัดนี้ด้วย ขณะเดียวกัน Daniel Holgado (Red Bull KTM Tech3) เองก็เป็นนักบิดที่เร็วที่สุดในรุ่นโมโตทรีด้วยเวลา 1’37.300 ซึ่งเป็นการยกระดับสถิติเวลาของรุ่นนี้ถึง 1 วินาที โดย Lopez ทำสถิติเวลาใหม่ในแล็ปที่ 24 จากทั้งหมด 26 แล็ปในช่วงแรกของการทดสอบ ดีขึ้นกว่าสถิติเวลาเดิมที่ Aldeguer ที่ทำไว้ในรอบ FP3 ในปีนี้ 0.2 วินาที ส่วน Holgado เองก็ทำได้ในแล็ปที่ 13 จากทั้งหมด 17 แล็ปในช่วงการทดสอบที่สอง ทำลายสถิติเวลาของ Binder (1’38.286) ที่เคยทำไว้ปี 2020 โดยนักแข่งทุกคนใช้ยางสลิก DIABLO™ Superbike ในซอฟต์และมีเดียมคอมปาวด์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยรุ่นโมโตทูจะเป็นยางหน้าขนาด 125/70 R17 และยางหลังขนาด 200/65 R17 ส่วนรุ่นโมโตทรีจะเป็นยางหน้าขนาด 100/70 R17 และยางหลังขนาด 120/70 R17 และทั้งหมดเป็นยางสแตนดาร์ดไม่ใช่ยางโปรโตไทป์ ซึ่งคนทั่วไปก็สามารถหาซื้อมาลองใช้ได้ Moto2™ 1) 21 Alonso LOPEZ (Beta Tools SpeedUp – BOSCOSCURO) 1’33.061 – แล็ปที่ 24/26 ช่วงที่ 1 – สถิติเวลาใหม่ของพิกัดและสนามนี้ 2) 44 Aron CANET (Fantic Racing – KALEX) 1’33.074 – แล็ปที่ 24/25 ช่วงที่ 1 3) 54 Fermín ALDEGUER (Beta Tools SpeedUp – BOSCOSCURO) 1’33.151 – แล็ปที่ 27/27 ช่วงที่ 2 Moto3™ 1) 96 Daniel HOLGADO (Red Bull KTM Tech3) 1’37.300 – แล็ปที่ 13/17 ช่วงที่ 2 – สถิติเวลาใหม่ของพิกัดและสนามนี้ 2) 99 José Antonio RUEDA (Red Bull KTM Ajo – KTM) 1’37.683 – แล็ปที่ 15/17 ช่วงที่ 3 3) 80 David ALONSO (Gaviota GASGAS Aspar Team – GASGAS) 1’37.975 – แล็ปที่ 14/15

หรือ MotoGP ต้องใช้ระบบซื้อขายตัวแบบวงการลูกหนังถึงจะดี?

หรือ MotoGP ต้องใช้ระบบซื้อขายตัวแบบวงการลูกหนังถึงจะดี? ชัยชนะของ Fabio Di Giannantonio ในโมโตจีพีครั้งแรกที่กาตาร์มาถึงเมื่อสายเกินไป เพราะตอนนี้อนาคตของเขานั้นเหมือนจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายเสียแล้ว ที่นั่งที่เคยเป็นของเขาบัดนี้ก็กลายเป็นของ Marc Marquez ในปี 2024 ที่ใกล้จะมาถึงนี้แล้ว ซึ่งดู ๆ แล้วก็ไม่ค่อยจะยุติธรรมเท่าไหร่สำหรับเขา หรือ MotoGP ต้องใช้ระบบซื้อขายตัวแบบวงการลูกหนังถึงจะดี? แนวคิดเรื่องการซื้อขายตัวนักแข่งแบบวงการฟุตบอลถูกบรรดากูรูพูดถึงขึ้นมาหลังจากมีประเด็นของ Fabio Di Giannantonio ที่มีฟอร์มดีและอันดับในตารางคะแนนก็ไม่ได้แย่ แต่กลับตกอยู่ในที่นั่งลำบากไปเสียอย่างนั้น Frankie Carchedi หัวหน้าทีมของ Di Giannantonio ออกมากล่าวกับสื่อว่า“ผมเห็นด้วยกับเรื่องการซื้อขายตัวแบบวงการฟุตบอลนะ วงการนั้นเขาถึงขั้นตกชั้นไปอยู่อีกดิวิชันนึง และจะเลื่อนชั้นขึ้นเมื่ออยู่ที่อันดับท็อป Fabio เขาอยู่อันดับที่ 12 เลยนะ มันไม่ยุติธรรมเลย รายการนี้มันมีการเมืองมากไป คุณทำได้แค่เห็นเขาจากไป ทั้ง ๆ ที่เขาควรจะได้อยู่”   ซึ่งดู ๆ แล้วก็เป็นเรื่องตลกร้ายจริง ๆ เพราะมีนักแข่งที่มีสัญญาแบบเต็มฤดูกาล 3 คนรั้งท้ายตารางคะแนนรวมอยู่ ซึ่งนั่นก็ได้แก่ Pol Espargaro, Joan Mir และ Raul Fernandez ด้านของ Sylvain Guintoli นักแข่งมืออาชีพชาวฝรั่งเศสและนักวิเคราะห์การแข่งขันทางโทรทัศน์ ปัจจุบันลงแข่งแทนนักแข่งคนอื่นบ้างเป็นครั้งคราว ให้ความเห็นว่า “ผมได้คุยกับ Davide Brivio (ผู้จัดการทีมแข่งรถชาวอิตาลี ปัจจุบันคุมทีม Alpine F1) เขาเองก็กำลังคุยว่าควรมีเรื่องตลาดซื้อขายนักแข่ง และมีเรื่องของช่วงเวลาซื้อขายที่ล่าช้าออกมาสักหน่อยแบบในฟุตบอล ผมคิดว่ามันเป็นไอเดียที่น่าสนใจ เพราะบางครั้งสัญญาถูกเซ็นขึ้นก่อนหน้านั้นเป็นปี มันเป็นอะไรที่น่าคิดนะ” สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับฟุตบอล ปกติแล้วตลาดซื้อขายนักเตะจะมี 2 ช่วงเวลาต่อปี ซึ่งจะเปิดให้แต่ละทีมสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนักเตะได้ โดยช่วงแรกคือช่วงกลางฤดูกาลและช่วงพักฤดูกาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการแข่ง MotoGP มีเรื่องจำนวนรถเข้ามาจำกัดมากกว่า จนทำให้เกิดกรณีร้าย ๆ กับ Fabio เขาแบบที่เกริ่นไว้ในตอนต้น ซึ่งโดยปกติแล้วนักแข่งมักจะเซ็นสัญญา 2 ปีกับทีมใดทีมนึง แต่ไม่ใช่กับ Di Giannantonio ที่ทำให้ง่ายต่อการถูกเท ทั้งนี้ฟอร์มของนักแข่งผู้นี้กลับเริ่มมาดีเอาตอนที่ทีมของเขาเองตอบคอนเฟิร์มแล้วว่าตำแหน่งของเขาจะมี Marc มาเสียบแทน Suzi Perry ผู้ประกาศข่าว MotoGP ทางช่อง BT Sport เองก็ออกมาบอกว่า “เราได้เห็นการเซ็นสัญญานักแข่งหลายคน แล้วการแข่งในปีนี้มันก็เลยดูแย่อย่างที่เห็น ซึ่งมันน่าจะเป็นเพราะว่าทีมเซ็นสัญญาเร็วเกินไป” Frankie Carchedi ยังเสริมอีกว่า “แน่นอนว่าผมจะไม่เอ่ยว่าเป็นใคร แต่มีหลายคนเลยที่ต่อสู้และพยายามมีหลายคนที่เป็นแบบนั้นมาหลายปีแล้ว แต่ Fabio เพิ่งจะเป็นปีที่ 2 เอง ไม่ใช่ว่าเขาแข่งมา 5 ปี 10 ปีแล้วสักหน่อย เขาออกสตาร์ทจากอันดับที่ 17 ที่ Mandalika และจบที่อันดับ 4 เขาสู่เพื่อชัยชนะที่ Phillip Island มันเป็นเรื่องยากเพราะว่าผมรู้ดีว่าเขาเองก็ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน” แล้วคุณล่ะคิดเห็นยังไงหาก MotoGP จะมีกติกาเรื่องการซื้อขายแลกเปลี่ยนนักแข่งแบบเดียวกับวงการค้าแข้ง เพื่อเพิ่มความยุติธรรม หรือความตื่นเต้นในเกมการแข่งขันให้มากขึ้น? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 19 ที่กาตาร์

ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 19 ที่กาตาร์ ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 19 ที่กาตาร์ สนามที่ร้อนแรงมาก ๆ จนต้องไปแข่งกันตอนกลางคืน เป็นไฮไลท์เด็ดในการแข่งขันสนามนึงเลยทีเดียว แถมสนามนี้ก็ยังมีทางตรงที่ยาวมาก ๆ โดยยาวถึง 1,068 เมตร ทำความเร็วกันได้สูง ๆ กันทั้งนั้นเลย สนามนี้หัวแถวท็อปสปีด 3 อันดับแรกดาหน้ากันมาเป็นรถ Ducati ล้วน ๆ แต่ก็แอบมี Honda โผล่มาที่ท็อป 5 เหมือนกัน ตกลงมันยังไงกันแน่นะ อันดับ เบอร์ นักแข่ง รถ Top Speed เฉลี่ย 1 5 Johann Zarco Ducati 356.4 355.8 2 23 Enea Bastianini Ducati 356.4 354.5 3 72 Marco Bezzecchi Ducati 356.4 354.8 4 33 Brad Binder KTM 355.2 352.7 5 36 Joan Mir Honda 355.2 353.8   อันดับ เบอร์ นักแข่ง รถ Top Speed เฉลี่ย 6 1 Francesco Bagnaia Ducati 354.0 349.2 7 20 Fabio Quartararo Yamaha 354.0 353.3 8 41 Aleix Espargaro Aprilia 354.0 351.7 9 10 Luca Marini Ducati 352.9 352.4 10 12 Maverick Viñales Aprilia 352.9 352.9 11 25 Raul Fernandez Aprilia 352.9 350.8 12 43 Jack Miller KTM 352.9 352.3 13 44 Pol Espargaro KTM 352.9 351.9 14 93 Marc Marquez Honda 352.9 351.6 15 21 Franco Morbidelli Yamaha 351.7 350.8 16 30 Takaaki Nakagami Honda 351.7 347.6 17 89 Jorge Martin Ducati 351.7 350.9 18 37 Augusto Fernandez KTM 350.6 349.6 19 49 Fabio Di Giannantonio Ducati 350.6 348.8 20 73 Alex Marquez Ducati 349.5 349.5 21 27 Iker Lecuona

Martin โอดยางไม่ดี

Martin โอดยางไม่ดี ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น หลังจากหวดไล่ทำคะแนนตาม Francesco Bagnaia จนห่างกันแค่เพียง 7 แต้มด้วยชัยชนะในรอบสปรินท์เรซในวันเสาร์ มาวันอาทิตย์ Martin โอดยางไม่ดี ทำให้โอกาสที่จะได้ลุ้นแชมป์ของเขากลับยิ่งห่างไกลออกไป เนื่องจากตอนที่เขาออกตัวล้อหลังเกิดหมุนฟรีตอนออกสตาร์ทจากกริดในวันแข่งนั่นเอง เขารั้งอยู่อันดับที่ 8 ในแล็ปแรก ต่อมา Martin ขยับมาได้อีก 1 อันดับเมื่อ Johann Zarco เพื่อร่วมทีมบาน จากนั้นเขาก็ตามสลิปสตรีมรอบ ๆ  Marc Marquez ในแล็ปที่ 5 จากการแข่งขันทั้งหมด 22 แล็ป แต่เขาก็ไม่อาจจะแซงได้แม้ว่าจะมีช่องและคลีนแอร์โล่ง ๆ ให้เขา เขากลับยิ่งห่างจากกลุ่มนำไปเรื่อย ๆ เมื่อการแข่งขันดำเนินไปได้ครึ่งทาง นักแข่งหลายคนต่างต่อคิวแซงผ่านเขาไป ทิ้งให้นักแข่งชาวสเปนส่ายหัวหนัก ๆ ด้วยความสับสนเนื่องจากอันดับที่ตกลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเขาเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 10 แต่อย่างไรก็ตาม Bagnaia ถูกแย่งชัยชนะไปโดย Fabio di Giannantonio ที่แย่งชัยไป และกลายเป็นว่าแชมป์คนปัจจุบันมีแต้มหนีห่างออกไปเป็น 21 แต้ม และกลายเป็นแชมป์โลกต้องไปวัดกันสนามหน้าที่ Valencia โดยยังมีคะแนน 37 คะแนนให้แย่งกัน ด้านนักแข่งสเปนกล่าวว่า “แน่นอนว่าผมไม่โอเคเลย คุณเองก็น่าจะได้เห็นแล้วตอนออกสตาร์ทที่ผมล้อฟรีและคุณน่าจะเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ยางหลังมันไม่โอเค ผมผิดหวังมาก ๆ ที่แชมป์จะถูกตัดสินด้วยยางไม่ดี แล้วมันก็ดันเกิดขึ้นกับผม ผมพยายามอย่างมาก แต่ยางหลังมันไม่มีกริปเลย ผมหยุดรถไม่ได้ เข้าโค้งไม่ได้ เปิดคันเร่งไม่ได้ มันเหมือนกับตอนฝนตกเลย ผมคิดว่าด้วยประสบการณ์ของผม ผมน่าจะจบแบบมีแต้มบ้าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ตอนนี้ผมก็มูฟออนแล้ว ไปหวังว่าเราจะทำได้ที่วาเลนเซีย” เขายังกล่าวเสริมอีกว่า “ที่วาเลนเซีย อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ Pecco อาจจะพลาดก็ได้ และผมก็น่าจะชนะทั้ง 2 เรซได้ แต่ผมจะชนะได้นั้นก็ต้องไม้ใช่ยางแบบวันนี้” ทางด้าน Piero Taramasso หัวหน้าจากทาง Michelin ยังบอกว่าอยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูล แต่บอกได้ตอนนี้เลยว่ายางของเขาออกมาจาโรงงานแล้วตรงมาที่นี่เลยไม่ได้ผ่านการใช้งานหรือวอร์มอัพอะไรทั้งนั้น  โดยเขาใช้ยาง Hard ทั้งด้านหน้าและด้านหลังทั้ง 2 เรซเลย โดยในรอบสปรินท์เรซนั้นเขาสามารถทำสถิติความเร็วสูงสุดได้ ขณะที่แข่งจริงกลับทำได้แค่อันดับที่ 11 ขณะที่ Enea Bastianini ที่ใช้ยางแบบเดียวกันกับเขาและขี่ Ducati เหมือนกันกลับทำเวลาได้ดีกว่า โดย Jorge ทำเวลาได้ที่ 1’53.693 ขณะที่ฝ่ายหลังกลับทำได้ 1’52.978 งานนี้ก็บอกเลยว่าน่าแปลกจริง ๆ ครับ ไม่รู้ว่าเซ็ตติ้งรถมีปัญหา หรือว่ายางเฉพาะของเขาเท่านั้นที่มีปัญหา เอาเป็นว่าการลุ้นแชมป์ยังคงต้องติดตามกันต่อจนสนามสุดท้ายจริง ๆ ครับฤดูกาลนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ชมคลิปดราม่า Marco บั๊มท้าย Pol 6 ครั้ง ในรอบซ้อมที่ Qatar

ชมคลิปดราม่า Marco บั๊มท้าย Pol 6 ครั้ง ในรอบซ้อมที่ Qatar มันเกิดอะไรขึ้นระหว่าง Marco Bezzecchi และ Pol Espargaro กัน จนศิษย์สำนัก VR46 ต้องไปบั๊มท้าย Pol รัว ๆ ไป ชมคลิปดราม่า Marco บั๊มท้าย Pol 6 ครั้งในรอบซ้อมที่ 1 ที่ Qatar GP กันครับ The full thing as to why Bez gave @polespargaro a few little nudges 👇#QatarGP 🇶🇦 pic.twitter.com/p70WVKXL4v — MotoGP™🏁 (@MotoGP) November 17, 2023 สังเกตจากในคลิปจะเห็นได้ว่ามีการกระทบกระทั่งกันก่อนระหว่างสองคนนี้ โดยครั้งแรกเป็น Bezzecchi ไปบานใส่ Pol ก่อน และหลังจากนั้นเหมือนจะมีการเอาคืนจากทางฝั่ง Pol แต่เรื่องราวยังไม่จบ จนคนในโซเชียลถึงกับวิพากย์วิจารณ์ว่านี่เราดูเด็กอนุบาลกันอยู่ใช่มั้ยเนี่ย ส่วนทาง FIM Stewards ยังไม่ได้มีการประกาศว่าทั้งคู่จะได้รับโทษอะไรหรือไม่ งานนี้พี่น้องแฟน ๆ MotoGP คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง ลองพูดคุยกันได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Martin เผยว่าทำไมไม่แชร์ข้อมูล ให้นักแข่ง Ducati คนอื่น

Martin เผยว่าทำไมไม่แชร์ข้อมูล ให้นักแข่ง Ducati คนอื่น จริง ๆ แล้วเรื่องการแชร์ข้อมูลทางเทคนิคกันและกันระหว่างเพื่อนร่วมทีมเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องนี้กลับกลายเป็นเรื่องเด่นประเด็นร้อนได้ในทันทีเมื่อการแข่งขันมันงวดเข้า และทีมเมตของตัวเองดันเป็นคู่แข่งที่มีสิทธิ์จะแย่งแชมป์โลกกับตัวเองนี่สิ ปัญหามันก็เลยเกิดอย่างเคสของ Jorge Martin เผยว่าทำไมไม่แชร์ข้อมูล เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกันมาระหว่าง Jorge Lorenzo และ Valentino Rossi ในอดีต ในอดีตนั้นก็เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นเช่นกัน และทางค่ายก็จะตัดสินใจที่จะเคารพและทำตามที่นักแข่งร้องขอ ดังนั้นช่วงปลาย ๆ ฤดูกาล นักแข่งจะแข่งโดยไม่มีข้อมูลจากทีมเมตของตัวเอง หรือจากรถคันอื่น ๆ ทีนี้มาโฟกัสกันในเคสปัจจุบันคือกรณีของ Jorge จากทาง Pramac และ Francesco จากทีมโรงงาน ซึ่งใช้รถ Ducati เหมือนกัน แต่ตอนนี้ทั้งสองมีแต้มห่างกันเพียง 14 คะแนน มีสิทธิ์ลุ้นแชมป์กันทั้งคู่ แล้วทางค่ายมีนโยบายที่จะเปิดเผยและแชร์ข้อมูลของรถและนักแข่งทุกคน 8 คัน 8 ชีวิต ทำให้เป็นจุดแข่งของทางค่าย ที่ทำให้นักแข่งแต่ละคนเรียนรู้จากข้อมูลของอีกฝ่ายที่ทำผลงานได้ดีกว่า แต่เมื่อการแข่งขันเข้าสู่จุดไคลแม็กซ์ ทางมาร์ตินก็เลยเลือกที่จะไม่ขอแชร์ข้อมูล มาร์ตินบอกว่า “ผมคิดว่าแผนการนี้ของดูคาตินี่ดีมาก ๆ เลยนะ เพราะนักแข่งคนอื่น ๆ เองก็สามารถใช้ตรงนี้พัฒนาตัวเองได้ แต่ผมมองว่าผมขอไม่รู้ข้อมูลของคนอื่นและคนอื่นไม่รู้ข้อมูลของผมดีกว่า แน่นอนว่าแบบนี้บางทีทำแบบนี้มันก็ช่วยผมได้นิดหน่อย อาจจะสัก 10% และที่เหลือผมก็ต้องพยายามเอาเอง ผมรู้สึกว่าผมมาถึงลิมิตของผมเองเร็วนะ และจากนั้นคนอื่น ๆ ก็ไล่ตามผมทัน” “มันแฟร์มั้ย ก็แฟร์ดีนะ เพราะตอนที่ผมเซ็นสัญญาเข้ามาผมก็รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว” งานนี้เราก็ต้องมาติดตามกันดูครับว่าใครจะคว้าแชมป์โลก MotoGP 2023 กันครับ แล้วแทคติกนี้จะช่วยให้ Jorge บู๊ได้ดั่งที่เขาตั้งใจไว้หรือไม่กันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 18 ที่เซปัง ประเทศมาเลเซีย

ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 18 ที่เซปัง ประเทศมาเลเซีย สำหรับการแข่งขันในรอบ PETRONAS Grand Prix of Malaysia ซึ่งเป็นสนามที่ 18 แล้ว ไปแข่งที่สนาม PETRONAS Sepang International Circuit มีทางตรงที่ยาวที่สุด 920 เมตร ก็มีนักแข่งทำท็อปสปีดกันได้พอสมควร ไปดูกันเลยว่าใครได้เท่าไหร่กันบ้าง อันดับ เบอร์ นักแข่ง รถ Top Speed เฉลี่ย 1 89 Jorge Martin Ducati 333.3 332.5 2 1 Francesco Bagnaia Ducati 332.3 331.2 3 5 Johann Zarco Ducati 331.2 327.4 4 12 Maverick Vinales Aprilia 330.2 328.8 5 72 Marco Bezzecchi Ducati 330.2 329.5 ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 18 อันดับ เบอร์ นักแข่ง รถ Top Speed เฉลี่ย 6 73 Alex Marquez Ducati 330.2 328.8 7 93 Marc Marquez Honda 330.2 329.6 8 10 Luca Marini Ducati 329.2 326.5 9 23 Enea Bastianini Ducati 329.2 327.5 10 43 Jack Miller KTM 329.2 327.7 11 19 Alvaro Bautista Ducati 328.2 325.6 12 20 Fabio Quatararo Yamaha 328.2 326.7 13 37 Augusto Fernandez KTM 328.2 326.6 14 41 Aleix Espargaro Aprilia 328.2 323.1 15 21 Franco Morbidelli Yamaha 327.2 235.3 16 49 Fabio Di Giannantonio Ducati 326.2 322.3 17 25 Raul Fernandez Aprilia 325.3 320.8 18 27 Iker Lecuona Honda 324.3 320.5 19 30 Takaaki Nakagami Honda 324.3 322.9 20 44 Pol Espargaro KTM 324.3 321.9 21 33 Brad Binder KTM 321.4 318.9 22 88 Miguel

Rossi อยู่กับเด็ก 2 คนนี้ คือใครให้ทาย…

เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวสาร MotoGP มามากมาย ต้องรู้จักผู้ชายคนนี้ที่ชื่อ Rossi นักแข่งหมายเลข 46 หรือแม้กระทั้งเรื่องรถแข่ง ผลการแข่งขัน เทคโนโลยีรถแข่ง เรื่องราวของนักแข่งหลายๆ ไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัวมาไม่มากก็น้อยก็ตาม วันนี้เราก็อยากจะหยิบภาพน่ารักๆ ของ Rossi อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่เร็วที่สุดในโลกอย่าง MotoGP เป็นตำนานมากประสบการณ์ ที่มีดีกรีคว้าแชมป์โลกมาแล้วหลายสมัยมาให้ชม พร้อมกับปริศนาที่อยู่ในภาพ ว่าเด็ก 2 คน ที่อยู่กับ วาเลนติโน่ ร๊อซซี่คือใคร วันนี้เรามีคำตอบ เด็กน้อยด้านซ้ายสุดของภาพสวมใส่เสื้อสีเขียว หน้าตาน่ารัก นัยตาหวาน ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเลย ปัจจุบันเขาอยู่ สังกัดทีม CryptoDATA RNF MotoGP™ Team นั้นก็คือ Miguel Oliveira ดีกรีไม่ธรรมดา ปัจจุบันเขายังคงแข่งขันในรุ่นใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง MotoGP เด็กน้อยคนกลาง เสื้อสีแดง นัยตามุ่งมั่น เบ้าหน้ามาหล่อเหลาเอาการแต่เด็กเลย คนนี้ก็ไม่ธรรมดาสาวๆแฟนคลับเรียกได้ว่าติดกันแบบง่อมแง่ม แต่ก็พ่ายให้กับแฟนสาวคนสวยได้ครองใจเขาไปเรียบร้อย คนนี้คือ Maverick Viñales ปัจจุบันเข้าแข่งรถให้กับทีมโรงงาน Aprilia Racing   ต้องบอกก่อนเลยว่ารูปบางรูปก็บอกอะไรให้กับเราได้หลายอย่าง หนุ่มรูปงามในตอนนั้นอย่าง Valentino Rossi ที่มีประสบการณ์มากมาย เดินทางแข่งมาทั่วโลกกาลเวลาค่อยๆผลักเขาออกไปเป็นตำนาน และเด็กสองคนในวันนั้น ที่ได้เติมโตขึ้นมาอยู่ในวงการการแข่งขันรถระดับโลก ทำให้เห็นว่าทุกสิ่งบนโลกไม่มีอะไรยั่งยืน ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ว่าแต่ MotoGP 2023 ให้จะเป็นแชมป์โลกกันนะ.. ติดตามผลคะแนน คลิกได้เลย  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin ทุบสถิติ..ทำเวลาดีที่สุดใน ThaiGP 2023 

Jorge Martin ทุบสถิติ..ทำเวลาดีที่สุดใน ThaiGP 2023  หลังจากจบการแข่งขันไปแล้วสำหรับรายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ 2023 แอดก็ขอแสดงความยินดีแก่นักแข่งทุกท่านที่สามารถคว้าโพเดียมไปได้สำเร็จในครั้งนี้ และอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจนั่นก็คือ นักบิดคนไหนกันนะ ที่สามารถโชว์ฟอร์มสุดฮอต ทำเวลาได้ดีที่สุดในสนามบ้านเรากันแน่ และแน่นอนจะเป็นใครไม่ได้นอกจากเจ้าของโพเดียม อันดับ 1 รุ่นโมโตจีพีสนาม 17 อย่าง Jorge Martin นักบิดหมายเลข 89 จาก Prima Pramac Racing นั่นเอง โดยทำเวลาที่ดีที่สุดในรอบควอลิฟาย (Q2) ที่ 1:29.287 นาที ซึ่งถือเป็นการสร้างสถิติใหม่ ทุบสถิติเก่าอย่าง Marco Bezzecchi ที่เคยทำไว้ที่ 1:30.896 นาที เมื่อปีที่ผ่านมา  นับว่าเป็นสถิติเรคคอร์ดใหม่ในสนามช้าง ฯ เลยก็ว่าได้ สำหรับนักบิดเซียน ๆ ชาวไทยเคยทำเวลาดีที่สุดในสนามนี้ไว้ที่เท่าไหร่กันครับ มาแชร์กัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทำไมเครื่อง Moto2 แรงกว่า

ทำไมเครื่อง Moto2 แรงกว่า เครื่องที่อยู่ในรถ Triumph ปกติ หลาย ๆ คนที่เป็นไบเกอร์สายสตรีทน่าจะรู้จักกันดีกับโมเดล Street Triple RS ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์ตัวแรงที่ใช้เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงพิกัด 765 ซีซี แล้วรู้อะไรมั้ยครับ เครื่องยนต์ที่เป็นหัวใจหลักของรถโมโตทูที่แข่งกันในตอนนี้เนี่ย พัฒนามาจากเครื่องยนต์ของเจ้า Street Triple RS รถถนนนี่ล่ะครับ แล้ว ทำไมเครื่อง Moto2 แรงกว่าเครื่องที่อยู่ในรถขี่ถนนล่ะครับ? วันนี้เราจะมาเฉลยให้ทุกท่านได้รับรู้กันครับ สาเหตุที่ทำให้แรงกว่าเครื่องปกติ มี 2 ส่วนด้วยกันคือ ส่วนของการเสริมสมรรถนะ และส่วนของการใส่ของแต่งซิ่ง หรือเรซซิ่งพาร์ทนั่นเอง ทีนี้ในแต่ละส่วนก็จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมลงไปอีกครับ แน่นอนว่าเราก็จะมาบอกเช่นกันครับว่ามีอะไรบ้าง ส่วนของการเสริมสมรรถนะ ปรับแต่งฝาสูบด้วยการปรับแต่งพอร์ตไอดีและไอเสียเพื่อเพิ่มอัตราการไหลเวียนของน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มอัตราส่วนการอัด ใช้วาล์วไทเทเนียมและสปริงวาล์วที่แข็งขึ้นเพื่อเพิ่มรอบของเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น ใช้ชุดอัลเทอร์เนเทอร์แบบเรซที่ให้กำลังไฟต่ำเพื่อลดแรงเฉื่อยในระบบ ปรับอัตราทดเกียร์ 1 และเกียร์ 2 ใหม่ ใช้สลิปเปอร์ที่พัฒนามาสำหรับการแข่งขัน (สามารถปรับจูนเพิ่มได้) ใช้ ECU สำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะจากทาง Magneti Marelli ปรับปรุงฝาเครื่องใหม่เพื่อลดขนาดความกว้างของเครื่องยนต์ เปลี่ยนอ่างน้ำมันเพื่อให้ออกแบบการไหลของไอเสียในช่วงคอทอทำได้ดีขึ้นเร ใช้สารเคลือบผิวสมรรถนะสูงเคลือบชิ้นส่วนสำคัญภายใน เพื่อเพิ่มความทนทานและความลื่นไหล ส่วนของเรซซิ่งพาร์ท เพิ่มความกว้างของกระบอกสูบและระยะชัก ใช้เพลาข้อเหวี่ยงใหม่ ใช้ลูกสูบใหม่ ใช้ก้านสูบและเพลาบาลานเซอร์ใหม่ ใช้กระบอกสูบอลูมิเนียมเคลือบนิคาซิล ปรับแต่งเกียร์บ็อกซ์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่น ๆ อีกรวมในหัวข้อนี้กว่า 80 ชิ้นกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าวิศวกรของไทรอัมพ์ก็ศึกษาและพัฒนาเครื่องยนต์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้เครื่องยนต์ที่แรงและทนทานมากที่สุด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ลือดีลลับ ระหว่าง Marc และ Honda

ลือดีลลับ ระหว่าง Marc และ Honda ระดับโลกต้องอึ้ง ล่าสุดมีข่าว ลือดีลลับ ระหว่าง Marc และ Honda ระดับโลกต้องอึ้ง โดยรายงานข่าวบอกว่าเป็นสัญญาที่ไม่ได้เขียนขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะกลับมาจอยกันอีกครั้งในปี 2025 แต่มีเงื่อนไขบางอย่างกำหนดเอาไว้ แชมป์โลก MotoGP 6 สมัย Marc Marquez กำลังจะจบความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 11 ปีกับทาง Honda เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้ เพื่อที่จะไปร่วมทีม Gresini Ducati ในปี 2024 แต่มีสัญญาแค่เพียงปีเดียว La Gazzetta dello Sport สื่ออิตาลีเจ้านึงรายงานว่า “มีเสียงพูดคุยกันเรื่องสัญญาลับระหว่างฮอนด้าและมาร์เกซ” ซึ่งนั่นหมายความว่าอาจจะมีความเชื่อมโยงกัน และอาจจะกลับมาฮอนด้าหลังจากครบสัญญา 1 ปีกับทีมอิสระที่ใช้รถ Ducati นอกจากนี้มาร์เกซยังได้รับการปล่อยตัวออกโดยไม่โดนโทษปรับเป็นตัวเงิน ซึ่งสืออิตาลียังอ้างว่านี่คือ “รายละเอียดสำคัญ” ซึ่งอาจจะเป็นการสื่อว่าต้องกลับมาค่ายปีกนกอีกครั้ง แต่จะกลับมา Honda ก็ต่อ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคขนานใหญ่ ในระหว่าง 1 ปีที่เขาไม่อยู่ ซึ่งนี่อาจจะรวมไปถึง การเข้ามาของทีมวิศวกรจากรถแข่ง F1 การกลับมาอาจจะขึ้นอยู่กับการที่ Honda สามารถชนะในการแข่งขันได้อีกครั้งในช่วงที่เขาไม่อยู่อีกด้วย งานนี้เขาอาจจะอยากกลับมาบ้านของเขาอีกครั้งในปี 2025 ตอนที่เขาเป็นนักแข่งไร้สังกัดและสามารถที่จะเจรจาต่อรองกับทุก ๆ คนในแพ็ดด็อกได้ด้วย แต่เขาคงจะไม่เจอ Alberto Puig แล้ว เพราะอาชีพผู้จัดการทีมของเขาคงไม่มั่นคงอีกต่อไปหลังจากเกิดเหตุการณ์หลายอย่างในการแข่งขัน สุดท้ายนี้การยกเครื่องเทคโนโลยีสำหรับรถแข่งคันใหม่นั้นได้เริ่มต้นขึ้นไปแล้วหลังจากที่ Shinichi Kokubu ได้ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค และทางค่ายเองก็ได้พยายามดึงตัว Gigi Dall’Igna จากดูคาติมาแล้วด้วย แต่กลับเหลว ขณะเดียวกันทีมงานที่ใกล้ชิดกับแชมป์โลก 6 สมัยคนนี้เองก็ยังคงอยู่กับ เรปโซลฮอนด้า แม้กระทั่ง Santi Hernandez หัวหน้าทีมช่างที่อยู่กับเขามาอย่างยาวนานเองก็ยังอยู่แม้ว่าเขาจะออกจากทีมไปแล้วก็ตาม งานนี้เราจะรู้ได้ว่าดีลนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็คงต้องไปพิสูจน์กันในปี 2025 นู่นเลยล่ะครับ แต่งานนี้ก็ต้องมารอลุ้นกันว่ารถแข่งคันใหม่ของค่ายปีกนกจะมีอะไรมาสู้กับค่ายแดงเขาบ้างในปี 2024 ที่ใกล้จะถึงนี้แล้วล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

ThaiGP 2023 ศึกดวลเดือด สุดมันส์ สมคำร่ำลือ

ThaiGP 2023 ศึกดวลเดือด สุดมันส์ สมคำร่ำลือ สำหรับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2023 สนาม 17 รายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วอย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทย โดยไฮไลต์ของอยู่ที่การรวมเอานักบิดระดับพระกาฬกว่า 80 คน จากการแข่งขันทั้งสิ้น 3 รุ่นได้แก่ โมโตจีพี, โมโตทู และ โมโตทรี มาดวลคันเร่งให้แฟนชาวไทยได้ชมกันอย่างสุดมันส์ MotoGP สมคำร่ำลือที่ทุกคนรอคอย สำหรับการแข่งขันโมโตจีพี เป็นไปอย่างสุดมันส์ สมราคา สมคำร่ำลือ โดย ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก พรีม่า พรามัค เรซซิ่ง ระเบิดฟอร์มเหมาชัยชนะในรุ่น โมโตจีพีไปครอง ไล่จี้ ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า แชมป์โลกชาวอิตาเลียนจาก ดูคาติ เหลือเพียง 13 คะแนน  สถานการณ์ในรุ่น โมโตจีพี อยู่ในช่วงสำคัญของการลุ้นแชมป์โลกระหว่าง ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า จ่าฝูงชาวอิตาเลียนจาก ดูคาติ เลโนโว ทีม ซึ่งมีคะแนนนำคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก พรีม่า พรามัค เรซซิ่ง หลังผ่านรอบ “สปรินต์” ในวันเสาร์เพียง 18 คะแนนเท่านั้น ตำแหน่งโพลในเรซนี้เป็นของ มาร์ติน ขนาบข้างด้วย ลูก้า มารินี นักบิดอิตาเลียนจาก มูนนีย์ วีอาร์46 เรซซิ่ง ทีม และ อเลช เอสปาร์กาโร นักบิดสแปนิชจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ในกริดที่ 3 ส่วน บันยาญ่า ได้เริ่มเกมในกริดที่ 6 เกมเรซนี้มีความพลิกผันตลอด 26 รอบสนาม โดย มาร์ติน สามารถบิดคว้าชัยชนะไปครองอย่างสุดมันส์ด้วยเวลา 39 นาที 40.045 วินาที เฉือน บันยาญ่า ที่ไล่บี้เข้าเข้าชัยในอันดับ 3 แต่ได้รับการเลื่อนขึ้นมาคว้าอันดับ 2 ตามหลัง 0.253 วินาที แทนที่ของ แบรด บินเดอร์ นักบิดแอฟริกาใต้จาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ทีม ที่พลาดเหยียบแทร็กลิมิตในรอบสุดท้าย ขณะที่ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักบิดเฟรนช์จาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี และ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 8 สมัยจาก เรปโซล ฮอนด้า ตามเข้าป้ายในอันดับ 6 และ 7 ผ่านการแข่งขันสนามนี้ บันยาญ่า ยังรั้งจ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสมมีทั้งสิ้น 389 คะแนน โดน มาร์ติน ไล่บี้เข้ามาเหลือเพียง 13 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันอีกทั้งสิ้น 3 สนามนี้ปีนี้ ส่วน มาร์โก เบซเซ็คคี นักบิดอิตาเลียนจาก มูนนีย์ วีอาร์46 เรซซิ่ง ทีม รั้งอันดับ 3 ตามหลัง 79 คะแนน “ก้อง สมเกียรติ” สร้างประวัติศาสตร์ คว้าโพเดียมในโฮมเรซได้สำเร็จ ด้าน“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย สร้างประวติศาสตร์คว้าโพเดียมในบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก พร้อมสร้างสถิติเป็นนักบิดไทยคนไทยในประวัติศาสตร์ที่ขึ้นโพเดียมใน “โฮมกรังด์ปรีซ์” ได้สำเร็จ ด้านเกมการแข่งขันในรุ่น โมโตทู ซึ่งแฟนชาวไทยติดตามเชียร์ทั่วประเทศปรากฏว่า ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ออกสตาร์ตจากกริดที่ 5 ทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ในช่วงต้นเรซ ก่อนบิดเข้าเส้นชัยในอันดับดังกล่าว

Moto GP สนาม 17 คึกคัก กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำเงินสะพัดกว่า 4.4 พันล้าน

Moto GP สนาม 17 คึกคัก กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำเงินสะพัดกว่า 4.4 พันล้าน ปิดฉาก Moto GP สนาม 17 ใน โออาร์ ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ 2023 ที่ จ.บุรีรัมย์ เงินสะพัด กว่า 4,400 ล้านบาท กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยผลสำรวจเบื้องต้น ของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ 2023 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2566 พบว่า ในช่วงระยะเวลา 3 วัน มีผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 179,811 คน สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ในจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดอื่น ๆ ประมาณ 4,493 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงาน ประมาณ 3,783 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมงานชาวไทยที่เดินทางมาร่วมงานประเภทพักค้างและท่องเที่ยว มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย คนละ 14,831 บาท ส่วนชาวต่างชาติ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 27,503 บาท ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมรายได้จากนักท่องเที่ยวภายในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ไม่ได้เข้าร่วมงาน การแข่งขันในครั้งนี้ได้รับงบประมาณจากภาครัฐและเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน ประมาณ 710 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน มากถึง 6,426 ตำแหน่ง ซึ่งเทียบเท่ากับการจ้างงานในระยะเวลา 1 ปี ขณะที่การถ่ายทอดสดการแข่งขันรถจักรยานยนต์รุ่น โมโต ทู และโมโตจีพี ในครั้งนี้ มีผู้ชมจากทั่วโลก กว่า 800 ล้านคน นับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจเพราะนอกจากจะได้แสดงอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดบุรีรัมย์ให้ทั่วโลกได้รับรู้แล้ว ยังแสดงถึงศักยภาพของจังหวัดบุรีรัมย์ในการเป็นเมืองกีฬามาตรฐานโลกอย่างแท้จริง สำหรับการสำรวจครั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ สำนักงานสถิติจังหวัดบุรีรัมย์ได้ทำการเก็บข้อมูลการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงาน ระหว่างวันที่ 27 -29 ตุลาคม 2566 ไม่น้อยกว่า 1,500 ราย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สมเกียรติ จันทรา คว้าโพเดี้ยม Moto2 โฮมเรซให้ชาวไทยสำเร็จ…

สมเกียรติ จันทรา คว้าโพเดี้ยม Moto2 ไทยจีพี “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม”​ ทำสำเร็จ! ทะยานคว้าโพเดียมโฮมเรซต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทยนับแสนที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ หลังบิดคว้าอันดับ 3 ในศึกโมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2023 สนาม 17 รายการ โออาร์ ไทยแลนด์​ กรังด์ปรีซ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดย สมเกียรติ จันทรา คว้าโพเดี้ยม Moto2 ได้ถือว่าทำสถิติ เป็นนักบิดไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าโพเดียมใน “โฮม กรังด์ปรีซ์” สำหรับการแข่งขัน โมโตทู อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ไอเดีย กฤตภัทร เก็บฟอร์มได้ดีในโฮมเรซ ใน ThaiGP 2023 รุ่นโมโตทรี

ไอเดีย กฤตภัทร เก็บฟอร์มได้ดีในโฮมเรซ ใน ThaiGP 2023 รุ่นโมโตทรี ไทยยามาฮ่า เดินหน้าเต็มสูบ พานักบิดไทยลุยเกมส์การแข่งขันเวทีระดับโลก ส่ง “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยหนึ่งเดียวจากโครงการ Yamaha bLU cRU Thailand หมายเลข 32 ลงศึกรายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023 รุ่นโมโตทรี ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์  โดยยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยวัย 18 ปี ซึ่งได้รับโอกาสทองลงแข่งขันในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดเป็นครั้งแรกในชีวิตภายใต้สังกัด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ด้วยรถแข่งหมายเลข 32 ต้องทำงานอย่างหนักในการปรับตัวกับรถแข่งตลอดการซ้อมทั้ง 3 ช่วง โดยผลในรอบการซ้อม ปรากฏว่ายอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทย รั้งอันดับที่ 30 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 45.723 วินาที ตามหลังจ่าฝูงอย่าง เดนิซ ออนจู นักบิดเติร์กอยู่ 3.816 วินาที และต่อด้วยในรอบ Qualifying 1 ไอเดีย สามารถจบในอันดับที่ 15 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 46.1580 วินาที คว้ากริดสตาร์ทในอันดับที่ 29 เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา และในรอบการแข่งขันสุดท้ายเจ้าตัว ออกจากกริดสตาร์ทที่ 29 ซึ่งถือเป็นเกมที่กดดันและท้าทายของเจ้าตัวเป็นอย่างมากกับเกมการแข่งขันระดับโลก โดยตลอดเกมการแข่งขัน ไอเดีย สามารถสร้างผลงานได้เป็นอย่างดี กับการเข้าเส้นชัยได้ในอันดับที่ 27 และเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่สามารถจบการแข่งขันได้ในรุ่นนี้ นับเป็นการเก็บประสบการณ์แข่งขันอันมีค่าเพื่อปรับใช้ในเกมการแข่งขันในครั้งต่อๆไป  อย่างไรก็ตาม ก็ขอเชียร์เป็นกำลังใจ ให้กับน้องไอเดีย ตั้งใจเก็บประสบการณ์เพื่อพัฒนาตนเองในครั้งต่อๆ ไป และในอนาคต พวกเราอาจเห็นนักบิดชาวไทยคนนี้ เฉิดฉายอยู่แถวหน้าในเวทีแข่งขันระดับโลกก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc ยันไม่ได้แข่งให้ Gresini ฟรี

Marc ยันไม่ได้แข่งให้ Gresini ฟรี แน่นอน หลาย ๆ คนน่าจะรู้กันแล้วว่าแชมป์โลกหลายสมัยอย่าง Marquez #93 ได้ประกาศว่าจะไปจอยกับทาง Gresini Racing Team แล้วพร้อมเซ็นสัญญา 1 ปี สำหรับลงแข่งในฤดูกาล 2024 แม้ว่าจะได้รายได้จากทาง Honda สูงที่สุดในบรรดานักแข่ง MotoGP ก็ตาม แต่ก็ดันมีข่าวลือพิลึก ๆ ว่าจะแข่งให้ฟรี ซึ่งต่อมา Marc ยันไม่ได้แข่งให้ Gresini ฟรี แน่นอน มาร์กให้สัมภาษณ์กับทาง Crash.net ที่บุรีรัมย์ ว่า “บางช่วงนึงในชีวิตคุณน่ะนะ แต่สำหรับตลอดการทำงานของผม สิ่งที่สำคัญของผมคือ สมรรถนะในการขับขี่ ไม่ใช่ตัวเงิน” “เงินเป็นสิ่งสำคัญเสมอ และถ้าใครบอกว่าไม่ใช่ พวกนั้นกำลังโกหกแน่นอน แต่บางครั้งคุณเองก็ต้องการที่จะเชื่อมั่นในตัวเองและทำตามความรู้สึกบ้าง” “ในชีวิตนักแข่งของผมมันคือสิ่งสำคัญที่สุดของผมเสมอ กระทั่งไลฟ์สไตล์ที่บ้านหรือที่สนามแข่ง มันคือการพยายามที่จะหาวิธีที่จะรีดศักยภาพตัวเองในสนามแข่งให้ได้มากที่สุด” “แล้วเรื่องค่าตัวแพงสุดมันก็เป็นเรื่องจริงนะ แต่ผมก็ยินดีที่จะได้รับค่าตัวในสิ่งที่ผมจะได้ในปีหน้า” “แต่เรื่องแข่งฟรีนี่มันไม่จริงเลย ผมไม่ขอลงรายละเอียดนะ เพราะว่าจริง ๆ แล้วก็ไม่มีใครรู้ค่าตัวผมจริง ๆ ตอนนี้ ตอนที่ผมอยู่ที่ฮอนด้าหรอก ผมเคยได้ยินมาเยอะนะ แต่ไม่มีใครรู้เป๊ะ ๆ เลย แต่ปีหน้าผมก็ยังแฮปปี้กับตัวเลขที่ผมได้อยู่นะ” แฟน ๆ 93 ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับว่าปีหน้าฟ้าใหม่ เขาจะกลับมาทวงแชมป์โลกด้วยรถใหม่ของเขาได้หรือไม่ แล้วฮอนด้าจะปรับแก้เกมกันยังไงครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Shoei Asia Thailand จัดงานต้อนรับ 2 พี่น้อง Marquez

Shoei Asia Thailand จัดงานต้อนรับ 2 พี่น้อง Marquez ก่อนลุยศึก ThaiGP Shoei Asia Thailand จัดงานต้อนรับ 2 พี่น้องนักเเข่ง MotoGP  ในงาน SHOEI x Marc and Alex Marquez ที่ SHOEI เเบรนด์หมวกกันน็อกชื่อดัง จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้สนับสนุนหมวกที่ใช้ในการเเข่งขันของสองพี่น้องมาโดยตลอด โดยในงานนี้เปิดโอกาสให้บรรดาสื่อและตัวแทนจำหน่ายได้ใกล้ชิดกับสองพี่น้องแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมให้โอกาสในการสัมภาษณ์ 2 พี่น้อง Marquez แบบเป็นกันเอง ตลอดไปจนถึงมอบของที่ระลึก ถ่ายภาพเเละรับลายเซ็น จาก Marc และ Alex ทั้งนี้ยังมีไฮไลท์สุดพิเศษในงาน คือการเปิดตัวหมวกกันน็อก X-Fifteen ลายพิเศษ สุดลิมิเต็ด ของเจ้าตัว Marc Marquez ที่จะใช้ในการซ้อมระหว่างการแข่งขัน ThaiGP ซึ่งเป็นการแข่งขัน MotoGP สนามที่ 17 แล้วในสัปดาห์นี้ โดยแฟน ๆ MM93 สามารถรอชมภาพเเละข้อมูลพร้อมกันวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ในการลงขี่ช่วง Free practice ครับผม   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc Marquez เผย สเปครถแข่ง MotoGP ในฤดูกาล 2024 

Marc Marquez เผย สเปครถแข่ง MotoGP ในฤดูกาล 2024  สำหรับเจ้าของแชมป์โลก MotoGP 8 สมัย อย่าง Marc Marquez ออกมายืนยันแล้ว สำหรับสเปครถที่ใช้แข่งในฤดูกาล 2024 หลังย้ายสังกัดจากบ้านเก่าอย่าง ฮอนด้า เรปโซล สู่ เกรซินี ทีม ในฤดูกาลหน้า  ซึ่งมาร์เกซ จะได้ควบรถแข่ง Ducati Desmosedici GP23 ตัวแข่งโปรโตไทป์สเปคปี 2023 ซึ่งเป็นโฉมตัวเดียวกันกับนักแข่งระดับหัวตารางอย่าง Francesco Bagnaia และ Jorge Martin ที่ใช้แข่งในฤดูกาลนี้นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าสนใจของแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตไม่น้อยเลยทีเดียว  เท่ากับว่าในฤดูกาลหน้า มาร์ค มาร์เกซจะได้ควบ Ducati Desmosedici GP23 ปี 2023 แบบเดียวกันกับน้องชายของเขาอย่าง Alex Marquez และนักแข่งร่วมค่ายอย่าง Bezzecchi และ Luca Marini ส่วนตัวเต็งทั้ง Bagnaia, Martin, Enea Bastianini และ Franco Morbidelli จะได้ใช้ตัวแข่งปี 2024 ซึ่งเป็นโฉมล่าสุดนั่นเอง โดยเจ้าตัวเผยว่า “ปีหน้ามีความน่าสนใจมาก ท้ายที่สุดแล้ว ผมจะได้ใช้รถแข่งที่กำลังจะคว้าแชมป์โลกในปีนี้” “ผมจะได้ขี่รถแข่งปี 2023 (Ducati Desmosedici GP23) แต่ไม่รู้มันจะพัฒนาไปขนาดไหน”  ยังไงก็รอลุ้นกันว่ารถแข่งดูคาติโฉมใหม่ของมาร์เกซ จะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ ผมเชื่อเลยว่าในฤดูกาลหน้าเดือดอย่างแน่นอน เดี๋ยวพาไปชมสเปค Ducati Desmosedici GP23 กันว่าจะมีอะไรน่าสนใจกันบ้าง สเปค Ducati Desmosedici GP 2023 เครื่องยนต์ V4 ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,000 ซีซี พละกำลังแรงม้า 250 แรงม้าขึ้นไป ความเร็วสูงสุด มากกว่า 350 กม./ชม. ระบบวาล์ว DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบบขับเคลื่อน โซ่ (D.I.D) ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบเกียร์ 6 สปีด ประเภทน้ำมันที่เติม Shall Racing V-Power ท่อ Akrapovic. เฟรม อลูมิเนียมอัลลอย ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับพร้อมซับแทงค์ (Ohlins) ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว (Ohlins) ปรับพรีโหลดและแดมปิ้ง ขนาดล้อหน้า 17 นิ้ว ขนาดล้อหลัง 17 นิ้ว เบรกหน้า ดิสก์เบรกคาร์บอนคู่ขนาด 340 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Brembo 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกคาร์บอนเดี่ยว  พร้อมคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ น้ำหนักรวม 157 กก. ระบบอิเล็กทรอนิกส์ Marelli ECU programmed with Dorna Unified Software อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc อาจจะรีไทร์ ถ้าอยู่กับ Gresini แล้วไม่จอย

Marc อาจจะรีไทร์ ถ้าอยู่กับ Gresini แล้วไม่จอย แน่นอนแล้วว่าปีหน้าฟ้าใหม่ 2024 พี่น้องมาร์เกซจะได้กลับไปอยู่ด้วยกันอีกครั้งในทีมแซทเทิลไลท์ที่ใช้ Ducati หลังจากข่าวคราวที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการเผยว่า Marc อาจจะรีไทร์ ถ้าอยู่กับ Gresini แล้วไม่จอย นับเป็นการเดิมพันของ Marc และตอนนี้แต้มเดิมพันก็สูงมากขึ้นหลังจากที่พี่น้องได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว เมื่อมีคนถาม Alex ว่าพี่ของเขาอยากที่จะอยู่นานกว่าสัญญา 1 ปีหรือไม่ น้องชายได้ตอบกลับมาว่า “เราจะได้รู้กัน มันคล้ายกับว่าคุณเหลือเวลาอีกแค่ 1 ปีที่จะได้สนุกกับโลกนี้อีกครั้ง เขาบอกอีกว่าถ้ามันไม่สนุก ก็จะรีไทร์ มันก็แบบนี้แหละ เพราะงั้นมันมีความเป็นไปได้” “เขาอยากที่จะสนุกไปกับการแข่งอีกครั้ง ถ้าเขายังขี่ได้เร็วอย่างที่ต้องการแม้ว่าจะมีอาการบาดเจ็บแบบที่ผ่านมา ผมไม่สงสัยเลย แต่ตัวเขาเองเริ่มสงสัยตัวเอง เขามีเหตุผลที่จะสงสัยเพราะผมเองก็สงสัยตอนที่ผมขี่ Honda เมื่อปีที่แล้ว” “ผมมั่นใจว่าเมื่อไปถึงที่วาเลนเซียแล้ว เขาจะสนุกกับการแข่งรถอีกครั้ง สิ่งที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ในหัวจะหายไปอย่างรวดเร็วเลยแหละ” Alex อดีตนักแข่งจากทีม LCR Honda ที่ตอนนี้อยู่กับทาง Gresini Ducati ยังถูกถามอีกว่าเขาคิดยังไงกับการตัดสินใจของพี่ชายของเขา “ผมไม่เห็นด้วยเลย แต่ก็อย่างที่เขาบอกนั่นแหละ เขาเปลี่ยนใจและความคิดของเขาไปเรื่อย ผมบอกเขาว่า พี่เปลี่ยนไปมากนะ ผมขอพูดกับพี่ในฐานะน้องชายนะ ไม่ใช่นักแข่งทีม Gresini Ducati” “เขาต้องเปลี่ยน ต้องเรียกฟีลลิ่ง แพชชันที่จะเป็นแชมป์โลกกลับมาให้ได้ ซึ่งตอนที่เห็นเขายืนบนโพเดียมที่โมเตกิ ที่ญี่ปุ่น เขากลับไม่ดีใจเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา” “เขาย้ายมาอยู่ทีมเล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่าทีมจะไม่เป็นมืออาชีพ แต่เป็นเหมือนครอบครัวเล็ก ๆ ซึ่งเมื่อเราอยู่ด้วยกัน นี่อาจจะช่วยให้เขากลับมาสนุกกับการขี่รถ กับการได้ลงแทร็กอีกครั้งก็ได้” แล้วรถแข่ง Ducati ที่เก่ากว่ารถของทีมโรงงาน 1 ปีมีอะไรให้คาดหวังได้บ้าง? “แน่นอนว่าเป็นเครื่องที่ดีจริง ๆ เป็นอะไรที่คาดหวังได้” Alex บอก “รถที่ให้ฟีลลิ่งได้ชัดเจน แต่ว่าเขาขี่รถที่เหมือน ๆ เดิมมาตลอด 11 ปี ดังนั้นจะต้องปรับอะไรอีกหลาย ๆ อย่างเลยล่ะ ผมเองก็เปลี่ยน แต่ผมแค่ขี่ Honda มาแค่ 3 ปีไง ดังนั้นลองคิดดูว่า 11 ปี จะเป็นยังไง แต่เขาเป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับอะไรได้เร็วนะ คงไม่มีปัญหาหรอก แล้วก็น่าจะขี่ได้เร็วเลยแหละ” Alex ยังยืนยันปิดท้ายอีกว่าพี่ชายของเขากำลังจะได้มีรถที่ช่วยพิสูจน์ได้ว่าพี่ชายของเขาคือนักแข่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดใน MotoGP อีกด้วยว่า “มันเป็นเวลาหลายปีแล้วที่เขาไม่ได้แสดงศักยภาพตรงนั้นให้เห็น มันเป็นเพราะว่าเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ปีหน้าเขาจะมีโอกาสแสดงศักยภาพให้เราเห็นอีกครั้ง”   ก็นั่นล่ะครับ งานนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปยาว ๆ ครับว่า #93 นักแข่งขวัญใจคนรุ่นใหม่หลาย ๆ คนจะคัมแบ็กกลับมายิ่งใหญ่ เดินหน้าสานต่อทำสถิติไปเทียบกับตำนานตลอดกาลอย่าง #46 Valentino Rossi ที่เป็นขวัญใจหลาย ๆ คนทั้งรุ่นใหม่รุ่นเก๋าได้หรือไม่ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha

Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha ไม่แรง มีย้าย!!   ล่าสุดแชมป์โลก MotoGP ปี 2021 หรือ Fabio เผยถ้าปีหน้า Yamaha ไม่ทำรถแข่งปี 2024 ให้ได้ตามที่เขาบอก ไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะย้ายทีม!! โดยเรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากอดีตแชมป์เมื่อปี 2021 เอ่ยปากวิพากษ์วิจารณ์ความก้าวหน้าของทีมในเรื่องการพัฒนารถซึ่งเขาบอกว่ารู้สึกผิดหวังหลังจากที่ได้ทดสอบรถที่ Misano ซึ่งใคร ๆ ที่ตามก็น่าจะทราบกันดีว่าสัญญา Quartararo นั้นจะหมดในปี 2024 ซึ่งหมายความทางทีมยามาฮ่ามีเวลา 1 ปีที่จะทำให้ดาวเด่นของพวกเขาพอใจ หรือไม่อย่างนั้นก็แยกย้าย “เรามีเวลาไม่มากนักที่จะปฏิวัติ” Fabio กล่าว “อนาคตในตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในมือผมแล้ว แต่มันอยู่ในมือของยามาฮ่า” “แน่นอนว่า ผมชอบที่จะอยู่กับยามาฮ่า แต่ถ้าพวกเขาไม่ทำตามที่ผมต้องการ เรื่องรถที่สามารถใช้แข่งได้สูสีล่ะก็ ผมคงต้องพิจารณาตัวเองเรื่องการย้ายทีมในปี 2025” ความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีระหว่าง Quartararo และ Yamaha เริ่มต้นขึ้นระหว่างการป้องกันแชมป์ของเขาเมื่อปี 2022 หรือปีที่แล้วนั่นเอง จนกลายเป็น Francesco Bagnaia ที่สามารถไล่ตามกลับมาแล้วกลายเป็นแชมป์โลกปี 2022 ไปได้ แต่ผลงานของเขาในปีนี้กลับไม่ดีขึ้นเลย ไม่เพียงแต่ตามหลัง Ducati แต่บางครั้งยังตกลงไปเป็นรอง KTM และ Aprilia แม้ว่าที่อินเดีย Quartararo จะสามารถจบที่อันดับที่ 3 แต่เขาก็อธิบายว่า “มันยากมาก ๆ มันยากตอนที่เราต้องต่อสู้มาตลอด 3 ปี จากแรกเริ่มคือเพื่อให้คว้าแชมป์ กลายมาเป็นแค่คว้าชัย คว้าโพเดียม ในทุก ๆ เรซแทน” “บางทีนักแข่งอาจจะช่วยคัฟเวอร์ปัญหาของตัวรถได้บ้าง แต่บางครั้งปัญหาจากตัวรถก็เกินกว่าที่ผมจะทำอะไรได้” “โดยพื้นฐานแล้วมันเป็น 3 ปีที่ผมอยู่กับรถที่ไม่ต่างไปจากเดิม มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมาย และเราก็พัฒนาอะไรไม่ได้” “ปีหน้าและในอนาคต มันอยู่ในมือของยามาฮ่าที่จะต้องทำรถที่ดีกว่านี้ และจะได้เห็นว่ามันจะเป็นอย่างไร” การทดสอบที่ Misano นั้นเป็นโอกาสแรกที่เขาจะได้สัมผัสแนวทางการพัฒนาของทางค่ายสำหรับฤดูกาลถัดไป แต่เขากลับรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก เขาบอก “ว่ามันเป็นการทดสอบที่ไม่ดีเท่าไหร่ มันเป็นที่ตัวรถ ผมบอกได้เลยว่าผมรู้สึกอย่างไร เราพูดคุยกับ 1 ชั่วโมง มีคนไม่ต่ำกว่า 20 คนอยู่ในมีตติ้งนั้น ผมบอกเขาไปตรง ๆ กับทีมงานว่าผมไม่แฮปปี้ และพวกเราต้องพัฒนา” “ผมขอเขาไปเยอะด้วย ผมจะดีใจมากที่เขาทำตามที่ผมขอได้สักครึ่งนึง ครึ่งในปีหน้า และอีกครึ่งในปี 2025 ผมจะดีใจมาก” “ถ้ายามาฮ่าจะดูเป็นมืออาชีพและแข่งขันได้อย่างสูสีในปีหน้า เขาจะต้องวางเดิมพันให้มากกว่านี้” สุดท้ายนี้แฟน ๆ MotoGP ก็ต้องติดตามเชียร์กันต่อไปครับ โดยเฉพาะค่ายรถจากฝั่งญี่ปุ่นที่ตอนนี้ตกเป็นรองค่ายยุโรปอยู่ ปีหน้า 2024 สถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่ต้องติดตามกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ดูคาติกังวล

ดูคาติกังวล Marc อาจจะแวะมาดึงความลับรถแรงของเรา แชมป์โลก MotoGP 6 สมัย Marc Marquez ที่เชื่อกันว่าจะไปจอยกับทีม Gresini Ducati ในฤดูกาลหน้า 2024 หลังจากคอนเฟิร์มว่าความสัมพันธ์อันดีกับทาง Honda ที่ยาวนานถึง 11 ปีได้จบลง และก็มีท่าทีที่ว่า ดูคาติกังวล Marc อาจจะแวะมาดึงความลับก่อนจะไปต่อกับทีมอื่น เรื่องนี้เกิดขึ้นจากผู้จัดการทั่วไปของ Ducati หรือก็คือ Gigi Dall’Igna นั้นเคยออกมาเผยถึงความคิดที่เขามีต่อ Marquez ที่กำลังจะเซ็นสัญญา 1 ปีกับทาง Gresini ซึ่งนั่นทำให้เขาจะกลายเป็นนักแข่งไร้สังกัดอีกทีปีในปี 2025 ซึ่งการที่เขาได้มาขี่ Desmosedici ของเรา 1 ปีและมาร่วมงานกับ Ducati ที่กำลังเป็นผู้นำ ที่มากทั้งประสบการณ์และความรู้อาจจะไปเป็นประโยชน์ให้กับทีมอื่นที่เลือกจ้างเขาไปขี่ให้ต่อในปี 2025 ก็เป็นได้ Dall’Igna เคยให้สัมภาษณ์กับทาง SKY ไว้ว่า “ผมเกรงว่าเขาอาจจะดึงความลับเราไปเพื่อไปดีกว่าในปี 2025?” “Johann Zarco เองก็จะย้ายไป Honda ในปีหน้า มันเป็นอะไรที่คล้ายกันเลย” “เขาจะต้องเอาข้อมูลและความรู้ไปด้วยแน่นอน แต่มันจะแย่กว่าถ้าวิศวกรออกตามไปด้วย” หลาย ๆ คนก็คาดว่า Marquez เองก็น่าจะย้ายมา Gresini คนเดียว โดยไม่มีคนจากวงในที่เคยเคียงข้างในช่วงเวลาอันรุ่นเรืองของเขามาด้วยแน่ ๆ อย่างหัวหน้าทีมช่าง Santi Hernandez จะไม่มาแน่ ๆ   ซึ่งนั่นหมายความว่า Marc จะต้องได้รับการแนะนำและซัพพอร์ตจากคนใหม่ ๆ ซึ่งก็มาจากทางทีม และถ้าหากเขาเลือกที่จะทดสอบคุณค่าในตัวของเขาเองในช่วงที่เขายังไม่มีสัญญาในปี 2025 นั้น อย่างน้อย ๆ เลยทาง Ducati ก็น่าจะต้องส่งวิศวกรไปประกบและทำงานกับเขาอย่างใกล้ชิดตลอดปี 2024 เพื่อให้เขาไม่หลุดไปไหนเป็นแน่ งานนี้ก็ต้องมาดูกันล่ะครับว่า Marc Marquez ในปี 2024 และในอนาคตนั้นจะมีผลงานอย่างไร จะย้ายทีมอีกมั้ย นั่นล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ กับ 5 สถิติน่าทึ่ง ที่ Motegi ในศึก Moto2 2023

ก้อง สมเกียรติ กับ 5 สถิติน่าทึ่ง ที่ Motegi ในศึก Moto2 2023 แฟน ๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ตน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักแข่งหมายเลข 35 จากสังกัด IDEMITSU Honda Team Asia ซึ่งเป็นหนึ่งในนักแข่งจากโครงการ Race to The Dream ของทาง Thai Honda ที่ได้คว้าชัยในศึก Japanese Grand Prix สนาม Mobility Resort Motegi รุ่น Moto2 ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เจ้าคิงคองก้องนั้นไม่ได้แค่ชนะ แต่ยังมีการทำสถิติที่น่าทึ่งไว้อีก 5 สถิติกันด้วย เราไปดูกันดีกว่ามีอะไรกันบ้าง สถิติแรกคือการทำเวลาควอลิฟายในรอบ Q2 ได้ดีที่สุดและได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลด้วยเวลา 1:49.898 นาที เวลานี้ได้กลายเป็นเวลาที่ดีที่สุดของผู้ที่ได้ตำแหน่งโพล (Best Pole) ของสนามแห่งนี้ ทำลายสถิติเดิมของทางสนาม สถิติที่ 2 ยังเป็นตัวเลขเดิมคือ 1:49.898 นาที ซึ่งไม่เพียงเป็นเวลาที่ดีที่สุดของผู้ที่ได้ตำแหน่งโพล แต่ยังควบสถิติเวลาแล็ปที่ดีที่สุดในพิกัดนี้ของสนามแห่งนี้อีกด้วย (All Time Lap Record) สถิติที่ 3 เจ้าก้องออกสตาร์ทในตำแหน่งโพลและคว้าชัยชนะในการแข่งขันแบบขึ้นนำม้วนเดียวจบจนกระทั่งเข้าเส้นชัย เรียกว่าเข้าเส้นเป็นอันดับที่ 1 ทุกแล็ป สถิติที่ 4 นอกจากจะคว้าชัยชนะมาแล้ว ยังทำสถิติเวลาแล็ปในการแข่งขันที่ดีที่สุดของสนามนี้ด้วยเวลา 1:50.679 นาที (Best Race Lap) สถิติที่ 5 เจ้าก้องยังเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ชนะ Japanese Grand Prix ในรุ่น Moto2 และถือเป็นชัยชนะครั้งที่ 2 ของเจ้าก้อง นับจากชัยชนะครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วที่อินโดนีเซีย เรียกว่าสนามแห่งนี้เป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก ๆ สำหรับ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ส่วนสนามหน้าที่สนาม Pertamina Mandalika International Circuit ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 13 – 15 ตุลาคมนี้ แฟน ๆ ชาวไทยก็อย่าลืม “เชียร์ให้ก้อง” กันด้วยนะครับ ก้อง สมเกียรติ กับ 5 สถิติน่าทึ่ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

รีวิวมอเตอร์ไซค์

หมวดหมู่