Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

อัปเดตข่าวมอเตอร์ไซค์ล่าสุด 2026 รุ่นใหม่ ราคา รีวิวครบทุกสไตล์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
XF30 วิบากไฟฟ้าจากแดนทิวลิป จี๊ดจ๊าดระดับ 720 นิวตันเมตร

XF30 วิบากไฟฟ้าจากแดนทิวลิป จี๊ดจ๊าดระดับ 720 นิวตันเมตร เปิดให้จองแบบพรีออเดอร์กันแล้วกับ XF30 วิบากไฟฟ้าจากแดนทิวลิป หรือก็คือโมโตครอสไฟฟ้าจากทางบริษัท EMX Powertrain บริษัทเทคโนโลยีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นการพัฒนา วิศวกรรม สร้างระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ารวมไปถึงยานยนต์ ซึ่งน่าจะตอบโจทย์โลกในยุคใหม่ ยุคที่น้ำมันกำลังแพงหูฉี่ จากพิษของสงครามรัสเซีย-ยูเครนในตอนนี้ แถมล่าสุดยังซ้ำร้ายที่โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ระดับท็อป ๆ ของโลกที่เกาหลีใต้ดันระเบิดซะอีก หลังจากทุ่มเทการพัฒนากว่า 2 ปี ในที่สุดทาง EMX Powertrain ก็พร้อมแล้วที่จะเปิดให้จับจองเจ้า XF30 โมโตครอสไฟฟ้าของทางค่าย ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ขับขี่ได้แบบสาแก่ใจสายลุย ทั้งยังมีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวล้ำสมัยพร้อมกับความตื่นเต้นเร้าใจที่คุณจะได้จากระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่แน่นอนว่าจี๊ดจ๊าดทันใจ แต่ก็ไม่มีไอเสียให้อากาศเป็นพิษ ตัวรถใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าขนาด 30 กิโลวัตต์ที่สามารถรีดกำลังที่ล้อหลังคิดคำนวณออกมาได้มากถึง 40 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลมากถึง 720 นิวตันเมตร วางลงบนเฟรมแบบบีมคู่อลูมิเนียมและเลือกใช้ระบบกันสะเทือนจาก KYB ระบบเบรกจาก Nissin ล้อซี่ลวดจาก Excel ซึ่งช่วงล่างดังกล่าวน่าจะทำให้ผู้ขับขี่ในสายทางวิบากนี้ทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก ซึ่งในส่วนของแชสซีนั้นมี Yamaha เป็นซัพพลายเออร์ให้ นอกจากนี้ตัวรถยังมีการออกแบบระบบระบายความร้อนที่ล้ำสมัย ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่เองก็ถูกสร้างมาเพื่อให้สามารถตอบสนองกับสไตล์การขับขี่โมโตครอสที่ต้องการพละกำลังแบบตลอดเวลา ซึ่งสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนานถึง 2.5 ชม. (ขึ้นอยู่กับโหมดที่ใช้งาน) และใช้ชาร์จจนเต็มเพียง 1.5 ชม.เท่านั้น ข้อดีของเจ้านี่ที่เป็นรถไฟฟ้าคือไม่ต้องการการดูแลรักษามากนัก ทำให้คุณสามารถขับขี่มันได้มากเท่าที่ต้องการ ทั้งยังขับขี่ง่ายด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 115 กก.แม้ว่าจะรวมแบตเตอรี่แล้วก็ตาม สุดท้ายนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องน่าเสียดายสักเล็กน้อยเพราะล็อตแรกที่พร้อมจะส่งมอบในปี 2023 จะมีจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน อันมีสาเหตุมาจากการผลิตด้วยมืออย่างปราณีตเสียเป็นส่วนใหญ่ และจะจำหน่ายในสหภาพยุโรป อิสราเอล นอร์เวย์ ตุรกี สวิตเซอร์แลนด์และอังกฤษเท่านั้น โดยจำหน่ายในราคา 18,750 ยูโร หรือราว ๆ 680,000 บาท ดูแล้วอาจจะแพง แต่ข้อดีของคันนี้ก็อย่างที่บอกมีชิ้นส่วนที่ต้องใช้แล้วหมดไปหรือสึกหรอน้อยกว่ารถที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายใน ทำให้เมื่อใช้ไประยะยาวแล้วจะมีความคุ้มค่ามากขึ้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Honda Wave110i 2022 พร้อมเรือนไมล์ใหม่อ่านค่าง่ายยิ่งขึ้น

New Honda Wave110i 2022 พร้อมเรือนไมล์ใหม่อ่านค่าง่ายยิ่งขึ้น   รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดตัว New Honda Wave110i รุ่นใหม่ล่าสุด ตอบสนองการใช้งานของคนไทย ด้วยประสิทธิภาพขั้นสุด และสมรรถนะจากเครื่องยนต์ Honda Smart Engine ที่ให้ทั้งความประหยัด เเรง ทน ตามแบบฉบับของ ฮอนด้า เวฟ ไม่มีเปลี่ยนเเปลง มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถครอบครัวที่ได้รับความนิยมจากคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมี Honda Wave110i เป็นผู้นำของตลาดในกลุ่มนี้ด้วยยอดจำหน่ายสูงสุด 13 ปีติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่คนไทยมีต่อรถรุ่นนี้อย่างชัดเจน” “สิ่งนี้ทำให้เราพัฒนา Honda Wave อย่างไม่ลดละตลอดหลายปีที่ผ่านมา และในปีนี้เราพร้อมแล้วสำหรับการเปิดตัว New Wave110i ไทป์ใหม่ที่มาพร้อม ENRICH METER รวมถึงเทคโนโลยีอันทันสมัย ใช้งานสะดวกสบาย พัฒนาเพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สมกับเป็นรถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของคนไทย” โมเดลใหม่นี้มาพร้อมคอนเซปต์ถึงไหนถึงกันกับคนไทย ด้วย ENRICH METER หน้าปัดเรือนไมล์อนาล็อกแบบแยกสัดส่วนอย่างลงตัว แสดงผลชัดเจนทุกรายละเอียด พร้อมฟังก์ชันสำหรับการใช้งานที่ทันสมัย และเต็มสมรรถนะการขับขี่จากเครื่องยนต์ Honda Smart Engine เทคโนโลยีที่ดีที่สุดของรถครอบครัว ให้ทั้งความประหยัด ความแรง และความทนทาน สำหรับการใช้งานของคนไทยยุคใหม่ ตัวรถมีดีไซน์ที่ทันสมัย และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุมไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED ส่องสว่างคมชัดทุกเส้นทาง ไฟท้ายโฉบเฉี่ยว เห็นชัดแม้ระยะไกล ถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ จุมากถึง 5 ลิตร ใส่ของได้เยอะด้วย U-Box ขนาดใหญ่พร้อม โช้กหน้า-หลังซับแรงกระแทกได้ดี แม้บรรทุกของมาก และโครงตัวถังที่มีน้ำหนักเบา ช่วยให้ขับขี่ง่าย มั่นคง มั่นใจทุกเส้นทาง   สุดท้าย New Honda Wave110i 2022 มาพร้อมราคาใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ประกอบด้วย – รุ่นสตาร์ตมือ ดิสก์เบรกหน้า ล้อแม็ก มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีแดง-เทา, สีน้ำเงิน-เทา และสีดำ-เทา ราคาแนะนำที่ 45,700 บาท – รุ่นสตาร์ตมือและสตาร์ตเท้า ดิสก์เบรกหน้า ล้อซี่ลวด มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีแดง-ดำ, สีน้ำเงิน-ดำ, สีดำ-เทา และสีเทา-ดำ โดยรุ่นสตาร์ตมือ ราคาแนะนำที่ 43,700 บาท และรุ่นสตาร์ตเท้า ราคาแนะนำที่ 40,800 บาท – รุ่นสตาร์ตเท้า ดรัมเบรก ล้อซี่ลวด มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีแดง-ดำ และสีดำ ราคาแนะนำที่ 37,100 บาท โดยพร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ศูนย์ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

BMW M1000RR 2022 โมเดลพิเศษฉลองครบรอบ 50 ปีรถตระกูล M

BMW M1000RR 2022 โมเดลพิเศษฉลองครบรอบ 50 ปีรถตระกูล M ล่าสุดค่ายรถสัญชาติเยอรมันก็ได้ทำการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของแผนกมอเตอร์สปอร์ตของทางค่ายตัวเองที่เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1972 ด้วยการส่งโมเดลพิเศษพิกัดเรือธงอย่าง BMW M1000RR 2022 สำหรับเจ้าเรือธงสุดพิเศษคันนี้จะมีพื้นฐานอยู่บนซูเปอร์ไบค์ตัวพันอย่าง S1000RR ที่มาพร้อมกับชุดของแต่ง M Competition Package ซึ่งในชุดของแต่งดังกล่าวจะเต็มไปด้วยอะไหล่แต่งพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นอะไหล่แบบ CNC ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ ระบบเบรก M Braking System พัฒนาจากสนามแข่ง WorldSBK สวิงอาร์มอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ล้อคาร์บอน โซ่เกรดทนทานพิเศษ ท่อไอเสียไทเทเนียมเต็มระบบ Akrapovic โค้ดสำหรับปลดล็อกระบบ M GPS Laptrigger หรือตัวจับเวลาแล็ป และครอบเบาะคนซ้อนหรือตูดมด นอกจากนี้ในฐานะที่โมเดลจากแผนกมอเตอร์สปอร์ต ตัวรถจะยังมีการจูนเครื่องยนต์ให้แรงขึ้นอีกกลายเป็น 212 แรงม้าที่ 14,500 รอบ และแรงบิดที่ 113 นิวตันเมตรที่ 11,000 รอบ แฟริ่งด้านหน้าจะมาพร้อมวิงก์เล็ตหรือปีกที่สร้างแรงกดได้มากถึง 16.3 กก. และยังมีการปรับเปลี่ยนมิติของตัวรถอีกเล็กน้อยให้เหมาะกับการขับขี่แบบเรซซิ่งมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่โมเดลสำหรับสะสมที่มาพร้อมสีสันพิเศษอย่างที่เห็นที่ทางค่ายเรียกมันว่าสีเหลือง Sao Paulo Yellow เท่านั้น ทว่าระบบช่วงล่างแบบปรับไฟฟ้าจากรุ่น Sport นั้นจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นระบบกันสะเทือนแบบปรับเองจาก Marzocchi แบบเดียวกับ S1000RR ตัวสแตนดาร์ดแทน ด้วยเหตุผลว่ามันไม่มีจำเป็นต่อการขับขี่แบบเรซซิ่งนั่นเอง ซึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะไม่ถูกใจก็เป็นได้ โดยโมเดลพิเศษนี้จะเริ่มเปิดให้สั่งจองตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคมถึง 30 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ราคาน้ำมัน ขึ้นอีกแล้ว กลุ่มเบนซิน +80 สต. E85 +50 สต. มีผลพรุ่งนี้..!!

ราคาน้ำมัน ขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผลตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 5.00 น. เป็นต้นไป ** เบนซิน 95 +0.80 สตางค์ ราคาใหม่ 51.16 บาท อัพเดต..!! 19/5/2565 เวลา 17.43 น. แจ้งยกเลิกปรับขึ้นราคาน้ำมัน…!! สำหรับตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยก ก้อง สมเกียรติ

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยก ก้อง สมเกียรติ ฮีโร่ของคนไทยหลังสร้างผลงานระดับโลก เมื่อวันพุธ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแสดงความยินดีกับ ก้อง สมเกียรติ จันทรา ฮีโร่นักบิดไทยจากโครงการ “Honda Race to The Dream” พร้อมชื่นชมในความสามารถหลังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ด้วยการคว้า 3 โพเดี้ยมในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรุ่น Moto2 โดยได้กล่าวให้กำลังใจ และพร้อมให้การสนับสนุนนักกีฬาไทยอย่างสุดความสามารถ โดย นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย  ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และ นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ ผู้อำนวยการสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้เดินทางมาต้อนรับนักบิดไทย และเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสานต่อแนวทางในการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยด้วย ขณะที่ สมเกียรติ เปิดเผยว่า “รู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นตัวแทนคนไทยไปสร้างชื่อเสียงในระดับโลก ขอขอบคุณไทยฮอนด้าและแรงสนับสนุนจากแฟนชาวไทย ที่ทำให้ผมมีกำลังใจ จนสามารถนำความสำเร็จครั้งนี้กลับมาสู่แฟน ๆ ชาวไทยได้” “เป้าหมายต่อไปตั้งใจจะทำผลงานให้ดีที่สุดในฐานะคนไทย และขอโฟกัสกับการแข่งขัน Moto2 เพื่อสร้างผลงานให้ดีที่สุดในฤดูกาลนี้” สมเกียรติ เผย สำหรับ “ก้อง-สมเกียรติ” มีกำหนดการแข่งขันในศึก โมโตทู สนามถัดไประหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคมนี้ ในรายการ อิตาเลียน กรังด์ปรีซ์ ที่ มูเจลโล เซอร์กิต ประเทศอิตาลี ต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Yamaha XSR155 2022

Yamaha XSR155 2022 ปรับสีสันใหม่หล่อเข้มเร้าใจ! บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้นำรถจักรยานยนต์สไตล์สปอร์ตเฮอริเทจตัวจริง! เอาใจผู้หลงใหล “ตำนาน” พร้อมส่ง New Yamaha XSR155 2022 สีสันใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอดีต Inspired By The Past, Built For The Future ขับเคลื่อนวิถีเดิม…ให้ชีวิตไปได้ไกลกว่า ซึ่งมาพร้อมกับสีสันใหม่สุดเร้าใจ! ให้คุณได้สนุกได้มากยิ่งขึ้น โดยมีให้เลือกด้วยกันถึง 3 สีใหม่! โดยโมเดลสีสันใหม่นี้ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นสปอร์ตกับเฮอริเทจสไตล์ ที่ครบครันด้วยฟีเจอร์การใช้งานที่ทันสมัยไว้ได้อย่างลงตัว เริ่มจากไฟหน้า LED ทรงกลมสไตล์เฮอริเทจผสานเทคโนโลยีที่เหนือชั้น สว่างชัดทุกระยะการขับขี่ เพิ่มความปลอดภัยในทุกเส้นทางด้วยไฟท้าย LED ทรงกลมสไตล์ย้อนยุคอีกเช่นกัน ส่องสว่างชัดเจน และสอดรับกับดีไซน์ของตัวรถด้วยเรือนไมล์ LCD ดิจิทัลเต็มระบบที่มาในสไตล์เดียวกันและแสดงผลได้ครบทุกฟังก์ชัน พร้อมแสดงตำแหน่งบอกเกียร์ ผสานความล้ำสมัยได้อย่างลงตัว สำหรับขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์ 155 ซีซี ที่มาพร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA แรงเร้าใจ ไปได้ไกลกว่า ในทุกประสบการณ์การขับขี่ พร้อมตอบสนองทุกเส้นทางการขับขี่ด้วยยาง Dual Purpose หรือยางสองประสงค์ดีไซน์พิเศษ รองรับเส้นทางที่แตกต่างได้หลากหลายเส้นทางการขับขี่ เพิ่มความสบายด้วยเบาะนั่งตอนเดียวสไตล์คลาสสิก ดีไซน์พิถีพิถัน นั่งสบาย รองรับการเดินทางตลอดเส้นทางการขับขี่ สอดรับกับถังน้ำมันทรงหยดน้ำสวยงามไร้กาลเวลาพร้อมกริพถังหรือ Knee Grip ที่ทำให้คุณกับรถเป็นเสมือนหนึ่งเดียวกัน และสุดท้ายสีสันใหม่นั้นมีให้เลือกเป็นเจ้าของด้วยกันถึง 3 สี 3 สไตล์ คือ สีน้ำเงิน Matt Blue, และสีดำ Classic Black พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำ 96,000 บาท พร้อมกับสีขาว-แดง WGP 60th Anniversary ที่ราคาแนะนำ 98,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ที่ยามาฮ่า สแควร์ และร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 ติดตามข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวของยามาฮ่าได้ที่ Website​: www.yamaha-motor.co.th Facebook ​: Yamaha Society Thailand Instagram​: @Yamaha Society Thailand Youtube​: Yamaha Society Thailand อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Yamaha MT-15 2022

New Yamaha MT-15 2022 เปิด 3 เฉดสีใหม่ เติมเต็มสีสันความมันยิ่งกว่าเคย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์สไตล์เน็กเก็ดสปอร์ตตัวจริง!! พร้อมส่งที่สุดแห่งความเร้าใจกับสไตล์เน็กเก็ดสปอร์ต New Yamaha MT-15 2022 ที่มาพร้อม 3 เฉดสีใหม่ที่จะมาเติมสีสันและกระตุ้นอะดรีนาลีนให้กับผู้ขับขี่ ที่มาพร้อมแรงบิดเต็มพิกัด ด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากยามาฮ่า พร้อมเครื่องยนต์ 155 ซีซี VVA ให้คุณปลดปล่อยตัวตนบนถนนได้อย่างเต็มที่ เต็มสปีดด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ 155 ซีซี สูบเดียว 4 วาล์ว เกียร์สปอร์ต 6 สปีด ระบบหัวฉีดอัจฉริยะระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVA ให้อัตราเร่งดีเยี่ยมตอบสนองได้ทันใจ พร้อมด้วยระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลังขณะลดเกียร์ เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ ทั้งนี้ยังโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามสไตล์ MT-SERIES ด้วยฟีเจอร์ล้ำสมัย ตั้งแต่ไฟหน้าแบบโมโนโฟกัส LED (MONO FOCUS LED) สว่างชัดทุกระยะการขับขี่, หน้าปัด NEGATIVE LCD หรือเรือนไมล์แบบกลับสี แสดงผลข้อมูลได้หลากหลาย พร้อมตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์ ระบบไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (SHIFT LIGHT), เบาะนั่ง FREESTYLE RIDING SEAT สนุกได้ไม่มียั้ง คล่องตัวในทุกองศาการขับ และ MT IDENTITY นิยามแบบ MT-SERIES เฉดสีใหม่เอกลักษณ์ของสายดาร์คตัวจริง นอกจากนี้ยังให้ฟีลลิ่งการขับขี่แบบเน็กเก็ดสปอร์ตเต็มอารมณ์ ด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบหัวกลับช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ควบคุมตัวรถได้ดั่งใจ พร้อมด้วยระบบกันสะเทือนหลังแบบโมโนครอสเป็นโช้คเดี่ยวทำงานร่วมกับกระเดื่องซับแรง และสวิงอาร์มอะลูมิเนียมแบบไดแคส เพื่อเพิ่มสมรรถนะการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้น สำหรับโมเดลใหม่ปีนี้จะมาพร้อมสีสัน 3 เฉดสีใหม่! คือ สีเทา Metallic Gray, สีน้ำเงิน Racing Blue และ สีดำ Matt Black โดยสีของล้อแม็กและลายกราฟิกจะดีไซน์ให้เป็นสีเดียวกัน พร้อมวางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 101,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ที่ยามาฮ่า สแควร์ และร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263-9999 ติดตามข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวของยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th Facebook : Yamaha Society Thailand Instagram: @Yamaha Society Thailand Youtube: Yamaha Society Thailand อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki ยืนยันเลิกแข่ง MotoGP

Suzuki ยืนยันเลิกแข่ง MotoGP สิ้นปี 2022 นี้ เนื่องจากพิษเศรษฐกิจ ล่าสุดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้ค่ายรถจากเมืองฮามามัตสึหรือ Suzuki ยืนยันเลิกแข่ง MotoGP สิ้นปี 2022 นี้กับทาง Dorna ผู้จัดการแข่งขันแล้ว โดยทางซูซูกิอ้างว่าด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในตอนนี้และความจำเป็นที่จะต้องทุ่มเทความพยายามไปในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการยานยนต์ที่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ ทำให้ทางซูซูกิต้องลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันลงอย่างมาก และเพื่อที่จะใช้ทรัพยากรทั้งทางการเงินและบุคลากรในการที่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมา ทาง Dorna ก็ขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ่งกับทาง Suzuki Ecstar Team และทุกคนที่สนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ของซูซูกิตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา รวมไปถึงแฟน ๆ ซูซูกิที่ให้กำลังใจและให้กำลังสนับสนุนเสมอมา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Keeway Versilia 150

Keeway Versilia 150 สกู๊ตเตอร์คันใหม่หรูหราสไตล์อิตาเลียน ล่าสุดทางคีเวย์ ประเทศไทยก็ทำการรุกตลาดเพิ่มเติมตอกย้ำการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปี ในประเทศไทย พร้อมก้าวสู่ปีที่ 11 อย่างมั่นใจ ด้วยการเปิดตัว Keeway Versilia 150 สกู๊ตเตอร์ออโตเมติกพรีเมียม ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อเมืองเวอร์ซิเลีย เมืองทางตอนใต้สุดของอิตาลีที่มีความสนุกและเต็มไปด้วยวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความสมบูรณ์แบบในด้านสุนทรียะแบบคลาสสิกอย่างมีสไตล์ ดังนั้นสำหรับสกู๊ตเตอร์คันนี้จึงมาในสไตล์ของอิตาเลียนสกู๊ตเตอร์ที่แฝงไปด้วยความสนุกสนานภายใน โดดเด่นด้วยการออกแบบที่มีกลิ่นอายของความคลาสสิก และเพื่อความสนุกสนานในการขับขี่โมเดลนี้ก็เลยมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 149.6 ซีซีแบบสูบเดียว 4 จังหวะ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้า ให้กำลังแรงสูงสุดที่ 7.2 กิโลวัตต์หรือ  9.65 แรงม้าที่ 7,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 10.5 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ขณะที่ในส่วนของช่วงล่างนั้นออกแบบมาพอเหมาะพอดี ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก และโช้คหลังเดี่ยว ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้า ด้านหลังจะเป็นดรัมเบรก ส่วนขนาดล้อจะเป็นขนาด 12 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ใช้ยางแบบไม่ต้องใช้ยางในขนาด 120/70 – 12” ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งเป็นการออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นความคล่องตัวจากการมีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบ เหมาะกับการใช้งานในเมือง ตัวรถเต็มไปด้วยลูกเล่นมากมาย อาทิ ระบบกุญแจแบบคีย์เลส (เฉพาะรุ่น Special) พร้อมสัญญาณกันขโมย ระบบไฟหน้าพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบ LED ที่มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย ทัศนวิสัยแจ่มชัด เรือนไมล์แบบมินิมัลแต่มีสไตล์ พร้อมพอร์ตจ่ายไฟแบบ USB ภายในเกะหน้ารถ และที่เก็บของใต้เบ่ะหรือ Ubox ขนาด 23 ลิตร เก็บหมวกเต็มใบได้ 1 ใบ ตัวรถยังมีถังน้ำมันขนาดใหญ่ถึง 5.6 ลิตร นั่งสบายด้วยเบาะสไตล์วินเทจแบบ 2 ตอน สุดท้ายนี้จะมีจำหน่าย 2 เวอร์ชันได้แก่ Standard จะมีสีแดง Rosso Corsa Red เปิดราคาแนะนำที่ 61,200 บาท Special ได้กุญแจคีย์เลส จะมีสีขาว Super White และสีเทา Lava Grey เปิดราคาแนะนำที่ 63,500 บาท โดยทั้ง 2 เวอร์ชันจะมาพร้อมการรับประกัน 3 ปีหรือ 30,000 กม. อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Puig Diablo

Puig Diablo สปอร์ตไบค์สุดเท่ที่แปลงมาจาก MT-09 SP Puig Diablo คันที่คุณเห็นอยู่นี้ถ้าบอกว่าแปลงมาจาก MT-09 SP นี่บางคนอาจจะไม่เชื่อ แต่ว่าไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะครับ เพราะคันนี้มีพื้นฐานเป็น Yamaha MT-09 SP จริง ๆ ครับ และสำหรับชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อของบอสจากทีม Repsol Honda อย่างแน่นอนครับ แต่เป็นแบรนด์ของแต่งมอเตอร์ไซค์สัญชาติสเปนต่างหาก โดยเจ้าปีศาจร้ายสีแดงคันนี้เป็นโปรเจ็กต์ล่าสุดจากทางแบรนด์ นำมาดัดแปลงใส่แฟริ่งแบบบางส่วนและสร้างภาพให้มันกลายเป็นสปอร์ตไบค์ในสไตล์ล้ำยุคแบบฟิวเจอร์จ๋า ๆ โดยแฟริ่งสีแดงที่เห็นเป็นงานออกแบบของทางแบรนด์เองเมื่อติดตั้งร่วมกับบังโคลนหน้าแบบปลายตัดก็ทำให้มันดูละม้ายคล้ายรถแข่ง MotoGP ซึ่งทางแบรนด์อธิบายโปรเจ็กต์ปีศาจร้ายคันนี้ว่า แบบฝึกหัดเชิงสร้างสรรค์ที่ปราศจากข้อจำกัด ซึ่งใครก็ตามที่ได้เห็นเจ้าแดงคันนี้ก็น่าจะเข้าใจถึงคำอธิบายนี้ได้ดี ไม่เพียงแต่การเพิ่มเติมแฟริ่งเท่านั้น ทางแบรนด์ยังได้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งท่านั่งหลังจากที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการยศาสตร์เพื่อเพิ่มความลื่นไหลทางแอโรไดนามิกส์หรืออากาศพลศาสตร์และการป้องกันผู้ขับขี่อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีปีกสุดล้ำที่ช่วยให้มันดูเป็นดั่งรถในฝันและยังช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ได้จริงอีกด้วย งานนี้บอกเลยว่าคันนี้ดูดีมาก ๆ ถ้าทำชุดแต่งออกมาขายจริงคงจะดีไม่น้อย แต่ติดตรงที่มันแปลก ๆ ไปหน่อยคือยางหน้าและยางหลังดันเป็นคนละแบรนด์กันซะอย่างนั้น อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Flat Track

Flat Track ประสบการณ์การขี่แนวใหม่สุดมันที่ Yamaha จัดให้ ล่าสุดสื่อมวลชนชาวไทยก็ได้เข้าร่วมหลักสูตรพิเศษ การขับขี่แบบ Flat Track  ประสบการณ์การขี่แนวใหม่สุดมันที่ Yamaha จัดให้ โดยเป็นหลักสูตรที่ทางเราเองก็ยังไม่เคยได้มีโอกาสสัมผัสการขับขี่แบบนี้มาก่อน การขับขี่สไตล์นี้เราอาจจะได้เห็นกันบ่อย ๆ จากนักแข่ง MotoGP หรือ นักแข่งทางเรียบหลาย ๆ รายการที่จะต้องมีโอกาสได้ฝึกซ้อมการขับขี่ในสไตล์นี้ สำหรับในครั้งนี้มีโค้ชระดับมืออาชีพจาก Yamaha มาแนะนำการขับขี่ นำโดยโค้ชตั้น เดชา ไกรศาสตร์ และโค้ช เบ็น ประสิทธิ์ ฮัลเกรน ที่จะมาแนะนำการขับขี่ในครั้งนี้ให้ถูกต้อง เข้าใจมากขึ้น ซึ่งสนามสำหรับเรียนการขับขี่วันนี้คือที่ค่ายนวภพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ที่ถูกออกแบบพิเศษสำหรับการขับขี่สไตล์แฟล็ตแทร็กโดยเฉพาะ พื้นผิวเป็นดินอัดแน่น ออกแบบโค้งต่อเนือง มีเนินซึมบาง ๆ บอกเลยว่าขี่มันแน่นอน… ด้วยสถานการณ์โควิดแบบนี้ เราเรียนรู้การอยู่ร่วมกับโรคระบาดอย่างถูกต้อง โดยการแบ่งกลุ่มขับขี่ วอร์มร่างกาย ลดความแออัดในรอบการขับขี่ พร้อมกับรับคำแนะนำจากโค้ชเบื้องต้นกันก่อน ในรอบแรกโค้ชต้องการให้เราจับฟีลของตัวรถให้ได้ก่อน ไม่จำเป็นต้องขี่เร็วมาก เน้นฟีลลิ่ง จัดท่านั่ง การคอนโทรลตัวรถให้ได้ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรก ๆ ในการขับขี่ โดยรถที่มีให้ได้ลองสไลด์มีหลายรุ่นเลย นำโดย WR155R, Exciter, XSR155 และ MT-15 โดยเราจะเริ่มกันในส่วนของท่านั่งการขับขี่กันก่อนเลย โค้ชเบ็น แนะนำให้นั่งอยู่กลางลำรถ ไม่จำเป็นต้องถอยท้าย หรือนั่งหน้าจนเกินไปพยายามให้อยู่กลางตัวรถให้มากที่สุด เน้นสร้างบาลานซ์ให้กับตัวรถ จะมีเพียงช่วงตอนเลี้ยวสไลด์เท่านั้นให้ขยับตัวออกเล็กน้อยเพื่อหาบาลานซ์ ในส่วนของแฮนด์ไม่จำเป็นต้องเกร็งแขนมากนัก ดันแฮนด์ส่วนทางกับทางที่จะเลี้ยวเพื่อที่บังคับตัวรถให้ท้ายรถสไลด์ออกไปจับฟีลลิ่งด้านท้ายให้ได้ ถ้าจะให้เข้าใจง่าย ๆ คือ เข้าโค้งแบบเอ็นดูโร่ และออกโค้งแบบทางเรียบ การควบคุมคันเร่งต้องเนียน จังหวะเบรกต้องได้ แรก ๆ มันจะงง ๆ หน่อยตอนเข้าโค้ง เพราะต้องทำอะไรหลายอย่าง ทั้งเบรก ทั้งเติมคันเร่ง ทุกอย่างต้องได้จังหวะ ซึ่งเบรกก็ไม่ได้เพื่อให้ช้าลง แตะเบรก (หลัง) ช่วยเล็กน้อย เผื่อที่จะให้ท้ายรถเกิดอาการสไลด์สร้างองศาในการเข้าโค้ง พร้อมกับการเปิดคันเร่งตามทันทีเพื่อที่จะให้ล้อหลังเกิดการปั่นฟรีทิ้ง สไลด์ไปตามไลน์ที่เราต้องการ ทั้งนี้รอบเครื่องยนต์ กำลังเครื่องยนต์ ต้องพอดี ที่มีกำลังส่งที่ล้อหลัง เอาง่าย ๆ คือเกียร์ต้องพอดีไม่ต่ำหรือสูงเกินไป ความรู้สึกของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน ตรงนี้อาจจะให้ลองจับฟีลลิ่งดู เพราะ WR155R คาแรคเตอร์เครื่องยนต์เป็นอีกสไตล์ ส่วน XSR155 ก็มีสไตล์ที่แตกต่างกัน ยางหลังเองก็เป็นอีกองค์ประกอบที่จะทำให้รถสไลด์ได้มากน้อยไม่เท่ากัน ถ้าเราเข้าใจการเลี้ยวสไลด์และชินกับอาการท้ายสไลด์ ก็จะทำให้การขับขี่สนุกมากขึ้น เพราะการขับขี่แบบแฟล็ตแทร็กจะเป็นการขับขี่แบบสไลด์ไปตลอดทั้งทาง ทุกอย่างคือการฝึกซ้อม คันเร่ง เบรก ท่าขับ ทุกอย่างต้องแม่นยำจะทำให้การขับขี่สมบูรณ์แบบที่สุด “ขี่ Flat Track ดียังไง ขนาดนักแข่งระดับโลกยังต้องมาขี่” โค้ชตั้น ให้ข้อมูลว่านักแข่งทางเรียบอย่างทีม YAMAHA Thailand Racing Team มาลงซ้อมแฟล็ตแทร็กจะช่วยในเรื่องของการแก้อาการท้ายสไลด์ สร้างความเคยชินเวลารถแข่งสไลด์ สร้างบาลานซ์ในการขับขี่ได้ดีขึ้นมากกว่าเดิม เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เดินคันเร่งออกโค้งได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม และการขับขี่สไตล์นี้จะช่วยเสริมในเรื่องความฟิตร่างกายเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย สำหรับวันนี้ได้มีโอกาสมาขับขี่กับโค้ชตั้น โค้ชเบ็น ได้อะไรกลับมาพัฒนาตัวเองเยอะเลย เพื่อที่จะกลับมาประยุกต์ใช้ในการขับขี่รถในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั้งการขับขี่ทดสอบในสนามแข่ง ฝึกขับขี่แบบแฟล็ตแทร็กแบบนี้ช่วยแก้อะไรหลาย ๆ อย่างได้ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ไทย ยามาฮ่า มอเตอร์ ที่ได้เชิญเราเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่สไตล์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยลองมาก่อน ถือว่าได้ประสบการณ์และได้ประโยชน์มากจริง ๆ ครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Tricity 125 2022

Yamaha Tricity 125 2022 ปรับปรุงชุดใหญ่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ยิ่งขึ้น นับตั้งแต่เปิดตัวมาในปี 2014 เจ้าสามล้อพร้อมตะลุยเมืองคันนี้ก็ได้รับความนิยมในยุโรปเป็นอย่างดี จากการที่มันทั้งโดดเด่น รวมถึงยังขับขี่ได้มั่นใจและคล่องตัวผิดกับที่หลาย ๆ คนคิด และมาครั้งนี้ก็กลับมาอีกครั้ง Yamaha Tricity 125 2022 ที่ปรับปรุงขนาดใหญ่ให้ตอบโจทย์การใช้งานคนรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้นครับ เริ่มกันที่เครื่องยนต์ Blue Core สูบเดียว 125 ซีซีใหม่ที่รองรับ Euro5 แล้ว ซึ่งโดดเด่นด้วยลูกสูบฟอร์จ มีการดีไซน์ฝาสูบใหม่ ปรับวาล์วไอดีให้ใหญ่ขึ้น และเพิ่มกำลังอัดให้มากขึ้น นอกจากนี้ตัวเครื่องยนต์ยังมีระบบ VVA หรือวาล์วแปรผันที่ช่วยให้เร่งได้ดีมีกำลัง แต่ขณะเดียวกันก็ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น มีตัวควบคุมสตาร์ทเตอร์เจเนเรเตอร์ใหม่ (SGCU) ที่ทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ อาทิ การจ่ายน้ำมัน การจ่ายไฟ และระบบสตาร์ทแอนด์สต็อป เพื่อให้ใช้งานได้ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น ทั้งยังควบคุมระบบสมาร์ทมอเตอร์เจเนเรเตอร์ ทำให้ตัวควบคุมใหม่นี้กลายเป็นชุดเดียวกัน ไม่แยกชิ้นเหมือนตัวเก่า โดยเจ้าระบบสมาร์ทมอเตอร์เจเนเรเตอร์จะหมุนเพลาข้อเหวี่ยงโดยตรง ทำให้ไม่มีเสียงรบกวนดังเหมือนแต่เดิมอีกด้วย เรียกว่าประหยัดขึ้นและเงียบกว่าที่เคย   ช่วงล่างที่โดดเด่นไม่เหมือนใครกับระบบบังคับเลี้ยวแบบหลายล้ออัคเคอร์มานน์ (LMW Ackermann) แบบเดียวกับที่ใช้ใน Niken และ Tricity300 ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนให้มีออฟเซ็ตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้สามารถเข้าโค้งได้ดีและนิ่งเนียนยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ตัวช่วงล่างด้านหน้าที่ปรับ ตัวรถใช้เฟรมที่ออกแบบมาใหม่ ปรับปรุงหลายจุด เช่น ฐานล้อที่ยาวขึ้น จุดยึดเครื่อง เป็นต้น โดยมุ่งเน้นให้บาลานซ์โดยรวมดีขึ้น ขับขี่ได้สนุกและสบายยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีความแข็งแรงมากขึ้น แต่ก็มีความยืดหยุ่นที่พอเหมาะให้ควบคุมรถได้ดี ยังไม่เหมาะเรื่องช่วงล่าง ยังมีการปรับโช้คหลังคู่ใหม่อีกด้วย โดยปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับเฟรมใหม่ ด้วยการเพิ่มความยาวของโช้คหลัง 90 ม.ม. มีการเพิ่มสปริงเรทและแดมปิ้งให้มากขึ้น ช่วยให้ท้ายนิ่งเนียนยิ้งขึ้นแม้ว่ามีคนซ้อนหรือถนนย่ำแย่ ในส่วนของระบบเบรกเองก็มีการปรับปรุงเช่นเดียวกัน ระบบเบรกแบบกระจายแรงเบรกหรือ Unified Brake System (UBS) ได้ปรับให้กระจายแรงเบรกไปทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้สมูทและให้แรงเบรกที่ดีมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถขับขี่ได้ปลอดภัยมากขึ้น ยังมีอีกจุดที่ทางยามาฮ่าใส่ใจคือความสบายของผู้ขับขี่และคนซ้อน โดยมีการปรับเพิ่มฟุตบอร์ดให้ใหญ่ขึ้น ช่วยให้นั่งขับขี่ได้สบายกว่า ขณะที่ด้านคนซ้อนนั้นมีพักเท้าคนซ้อนดีไซน์ใหม่ที่กางออกได้ง่ายขึ้น และอีกจุดที่ไม่เกี่ยวกับความสะดวกสบายแต่เกี่ยวกับความปลอดภัยคือ ระบบไฟหน้าที่ปรับให้มีแสงที่กว้างขึ้นทั้งไฟสูงและต่ำ ช่วยให้ได้ทัศนวิสัยที่ดีขึ้นเวลาขับขี่ยามค่ำคืนนั่นเอง นอกจากนี้ก็ยังมีการอัปเดตในด้านเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย อาทิ หน้าจอเรือนไมล์ LCD ใหม่ที่อ่านค่าต่าง ๆ ได้ง่าย พร้อมระบบเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่าน MyRide แอพพลิเคชัน ช่วงแจ้งเตือนสายเรียกเข้า ข้อความ อีเมล และอื่น ๆ รวมถึงสามารถดูข้อมูลต่าง ๆ ของตัวรถได้ในแอพพลิเคชัน และแชร์ประสบการณ์การขับขี่ให้คนอื่น ๆ ดูได้ มีระบบสมาร์ทคีย์ที่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้สะดวกอีกระดับ โดยสามารถสตาร์ทรถ ดับเครื่อง ล็อกคอจนถึงเปิดเบาะได้โดยไม่ต้องเสียบกุญแจอีกต่อไป สุดท้ายกับเรื่องของดีไซน์สำหรับโมเดลใหม่นี้ก็ปรับปรุงรายละเอียดเล็กน้อย เช่น บริเวณฟุตบอร์ด บริเวณสวิตช์สตาร์ทรถดีไซน์ใหม่ บังโคลนหลังใหม่อีกด้วย ทั้งนี้ตัวใหม่นี้จะจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงิน Petrol Blue สีน้ำตาล Sand Gray และสีเทาด้าน Matte Gray อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ค่าตัวนักแข่ง MotoGP ปี 2022 เท่าไหร่ เรามีคำตอบ

ค่าตัวนักแข่ง MotoGP ปี 2022 เท่าไหร่ เรามีคำตอบ หลังจากที่ผมได้ทำบทความเรื่องการแข่งขันในระดับพรีเมียร์คลาสนั้นต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ไปก็พบว่ามีคนให้ความสนใจค่อนข้างมากเลยทีเดียว และก็มีเสียงถามเข้ามาว่า นักแข่ง MotoGP ได้เงินค่าตัวเท่าไหร่ ผมก็เลยไปหาข้อมูลและรวบรวมมาลงไว้ในนี้ครับผม ลำดับ นักแข่ง ทีม ค่าตัวต่อปี ค่าตัวต่อเรซ หมายเหตุ 1 Marc Márquez Repsol Honda Team 476,000,000 25,500,000 แชมป์โลก 8 สมัย (รวมทุกรุ่น) 2 Maverick Vinales Aprilia Racing 340,000,000 18,360,000 แชมป์โลก Moto3 3 Fabio Quartararo Monster Energy Yamaha MotoGP 204,000,000 10,744,000 แชมป์โลก MotoGP 1 สมัย 3 Joan Mir Team Suzuki Ecstar 204,000,000 10,744,000 แชมป์โลก 2 สมัย (MotoGP, Moto3) 5 Pol Espargaro Repsol Honda 119,000,000 6,273,000 6 Franco Morbidelli Monster Energy Yamaha MotoGP 102,000,000 5,338,000 แชมป์โลก Moto2 6 Jack Miller Ducati Lenovo Team 102,000,000 5,338,000 6 Alex Rins Team Suzuki Ecstar 102,000,000 5,338,000 9 Andrea Dovizioso WithU Yamaha RNF MotoGP Team 42,500,000 1,870,000 แชมป์โลก (รุ่น 125 ซีซี) 10 Jorge Martín Pramac Racing 34,000,000 1,785,000 แชมป์โลก Moto3 10 Álex Márquez LCR Honda Castrol 34,000,000 1,768,000 แชมป์โลก 2 สมัย (Moto2, Moto3) 12 Aleix Espargaro Aprilia Racing 25,500,000 1,377,000 13 Miguel Oliveira Red Bull KTM Factory Racing 21,250,000 1,105,000 14 Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 17,000,000 901,000 แชมป์โลก Moto3 14 Takaaki Nakagami LCR Honda Idemitsu 17,000,000 901,000 16 Enea Bastianini Gresini Racing MotoGP 12,750,000 646,000 แชมป์โลก Moto2 16 Fabio Di Giannantonio Gresini Racing MotoGP 12,750,000 646,000 18 Luca Marini Mooney VR46 Racing Team 10,200,000 510,000

Honda หนุน แฟลช เอ็กซ์เพรส

Honda หนุน แฟลช เอ็กซ์เพรส ร่วมส่งกำลังใจให้ไรเดอร์ไทยผ่านแคมเปญ “คนส่งฝัน” รถจักรยานยนต์ฮอนด้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแคมเปญ “คนส่งฝัน” ของแฟลช เอ็กซ์เพรสเพื่อขอบคุณ และส่งกำลังใจให้ไรเดอร์ไทย สำหรับความมุมานะพยายามในการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา (Honda หนุน แฟลช เอ็กซ์เพรส) โดยแคมเปญ “คนส่งฝัน” เกิดขึ้นโดยความตั้งใจของแฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) ผู้ให้บริการขนส่งเอกชนชั้นนำของเมืองไทย เพื่อเป็นการขอบคุณในความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะส่งฝันของลูกค้าไปให้ถึงปลายทาง พร้อมไปกับการส่งความฝันของตัวเองไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจ โดยเล่าเรื่องผ่านเพลงร็อกในมิวสิควิดีโอ (MV) เพลง “คนส่งฝัน” ที่มีพนักงานขนส่งของแฟลช เอ็กซ์เพรสขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่น Wave110i นำพัสดุไปส่งไม่ว่าจะเป็นที่ไหน หรือช่วงเวลาไหน ก็ไม่สามารถทำให้ความตั้งใจของไรเดอร์แฟลช เอ็กซ์เพรสเปลี่ยนไป ทั้งนี้ ท่านสามารถร่วมส่งกำลังใจให้ไรเดอร์ไทยผ่าน MV คนส่งฝันได้จากช่องทางดังต่อไปนี้   Facebook > https://fb.watch/cGfcwHePDq/ JOOX > https://bit.ly/3MSCXmP Spotify > https://spoti.fi/3ETQ6sJ Apple music > https://apple.co/3xYWLjR Youtube > https://bit.ly/38uQ8es อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Shoei โชว์เหนือ

Shoei โชว์เหนือ เผยโฉมหมวกต้นแบบที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลภายใน ผมเชื่อว่าแฟน ๆ SuperBike Thailand หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักหมวกกันน็อกสัญชาติญี่ปุ่นแบรนด์นี้ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำและให้การสนับสนุนนักแข่งระดับโลกหลายคน อาทิ Marc Marquez, Toprak Razgatlioglu และ John McGuinness เป็นอย่างดี โดยล่าสุด Shoei โชว์เหนือ เผยโฉมหมวกต้นแบบที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลภายใน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับวงการหมวกกันน็อก อย่างไรก็ดีเจ้าเทคโนโลยีจอแสดงผลภายในหรือเจ้า HUD (Head Up Display) ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับวงการยานยนต์อะไร โดยเจ้าระบบนี้มีการใช้งานในรถยนต์มาได้ระยะนึงแล้ว แต่สำหรับวงการมอเตอร์ไซค์นั้นยังถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่อยู่ นอกจากนี้หน้าจอแสดงผลของ HUD บนรถยนต์ก็อยู่บนกระจกหน้าซึ่งไม่ได้ขยับไปไหน ขณะที่ในหมวกกันน็อกนั้นมันจะมีการขยับไปมา อีกทั้งหน้าจอ HUD บนรถยนต์ก็อยู่ห่างจากสายตาของผู้ขับขี่ ขณะที่หน้าจอในหมวกนั้นใกล้กว่ามาก ดังนั้นการออกแบบจึงทำได้ยากกว่า เนื่องจากจะต้องออกแบบขนาดให้พอเหมาะพอดีและยังต้องคำนึงอีกว่าจะไม่ไปรบกวนทัศนวิสัยของผู้ขับขี่อีกด้วย ส่วนข้อดีของเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ก็คือสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ แม้จะไม่มากนักก็ตาม โดยหน้าจอแสดงผลในหมวกนี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนนเพื่อที่จะดูข้อมูลของตัวรถได้สะดวกนั่นเอง ทั้งนี้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ยังอาจจะนำไปใช้ในการแข่งขันได้อีกด้วย เช่น ส่งข้อความเกี่ยวกับการเรซไดเร็กชัน หรือว่าจะเป็นข้อความจากทางทีมได้อีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้มีส่งข้อความผ่านทางหน้าจอของรถแข่งแทน แต่ถ้าใช้เทคโนโลยีนี้จะทำให้สามารถรับข้อความได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะตอนที่ต้องเข้าโค้งองศามาก ๆ ซึ่งจังหวะนี้จะไม่สามารถมองหน้าจอที่รถได้ แต่เทคโนโลยีใหม่นี้จะไม่เป็นปัญหา ซึ่งจะช่วยเพิ่มในเรื่องความปลอกภัยและสมรรถนะในการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น แต่แน่นอนว่าจะต้องไม่รบกวนผู้ขับขี่มากเกินไปเป็นสำคัญ ฟังแล้วก็ดูดีมากเลยใช่มั้ยล่ะครับ ตอนนี้ก็เหลือแค่ว่าอีกนานแค่ไหนที่ทาง Shoei จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในโมเดลผลิตขายจริงเท่านั้นแล้วล่ะครับ ขอบคุณภาพจาก motor-fan.jp อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

Yamaha MT-15 V2 เปิดตัวที่อินเดียนั้นมีอะไรใหม่

Yamaha MT-15 V2 เปิดตัวที่อินเดียนั้นมีอะไรใหม่ เมื่อไม่นานนี้ยามาฮ่าอินเดียได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Yamaha MT-15 V2 พร้อมกับการอัปเดตเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับเน็กเก็ดรุ่นเล็กยอดนิยมคันนี้ หลังจากที่ทางค่ายได้ทยอยอัปเดตโมเดลเน็กเก็ดไบค์ในตระกูล Master of Torque ไปกันจนเกือบหมดแล้ว คราวนี้ก็ถึงคิวของน้องเล็กพิกัดเริ่มต้นกับเครื่องยนต์สูบเดียว 155 ซีซีกันบ้าง สำหรับโมเดลนี้จะมีการปรับปรุงให้เครื่องยนต์สูบเดียว 155 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำที่มาพร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ที่ช่วยให้ลดมีกำลังดีในทุกย่านความเร็ว โดยในโมเดลนี้จะมีแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและมาเร็วขึ้น จากเดิม 13.9 นิวตันเมตรที่ 8,500 รอบเป็น 14.1 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบ ส่วนแรงม้าจะอยู่ที่ 18.4 แรงม้าที่ 10,000 รอบ  นอกจากนี้ในส่วนของเครื่องยนต์จะยังคงมีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์อยู่เช่นเดิม ซึ่งจะช่วยให้รถเข้าเกียร์ได้ง่ายจากคลัตช์เบา และช่วยให้สามารถควบคุมเอ็นจิ้นเบรกได้ดีขึ้นเวลาเชนเกียร์เพื่อลดความเร็ว ทำให้ปลอดภัยมากขึ้น      ส่วนช่วงล่างนั้นก็จะยังคงเดิม โดยระบบกันสะเทือนจะเป็นโช้คหน้าแบบหัวกลับและโช้คหลังเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียม ขณะที่ระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS (เฉพาะล้อหน้า)  และอีกส่วนที่อัปเดตเพิ่มเข้ามาและในบ้านเรายังไม่มีก็คือเจ้าระบบ Y-Connected นั่นเอง ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้รถสามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น แจ้งเตือนข้อความ อีเมล สายเรียกเข้าต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ในแอ็ปนี้ยังช่วยให้คุณรับรู้ถึงข้อมูลเชิงลึกอื่น ๆ ของตัวรถได้อีกด้วยครับ ก็ต้องมารอดูกันครับว่าโมเดลใหม่ปี 2022 ในบ้านเราจะอัปเดตรุ่น Y-Connected มาให้ด้วยเลยหรือไม่ครับผม แต่บอกเลยว่าต้องมีสีสันใหม่จี๊ด ๆ โดนใจสาวกยามาฮ่าอย่างแน่นอน ค่ายนี้สีสวยไม่มีใครเกินอยู่แล้ว อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MV Agusta Superveloce 800 Testalarga

MV Agusta Superveloce 800 Testalarga พิเศษสุดระดับคันเดียวในโลก ล่าสุดค่ายรถสุดสวยจากอิตาลีก็ได้ทำการยั่วน้ำลายสาวกด้วยการเผยโฉมโมเดลใหม่อย่าง MV Agusta Superveloce 800 Testalarga โมเดลคาเฟ่เรเซอร์สุดพิเศษคันเดียวในโลก  ค่ายรถอิตาเลียนค่ายนี้กำลังทำงานอย่างหนักอยู่หลังจากเปิดตัวโมเดลใหม่ไปและยอดขายล้นทะลักถึง 4 เท่าตัวจาก 5,000 คัน เป็น 20,000 คันต่อคัน ซึ่งเจ้าโมเดลใหม่ที่ว่าคือ Lucky Explorer 5.5 และ 9.5 สองพี่น้องแอดเวนเจอร์ และตามมาด้วยเรือธง F4 ของทางค่าย ทว่าค่ายก็ยังคงเปิดตัวโมเดลพิเศษสุด ๆ โดยมีพื้นฐานมาจากซูเปอร์เวโลเช่อีก 1 โมเดลซะอย่างนั้น โมเดลนี้จะเป็ยโมเดลยูนีคหรือคือมีเพียงคันเดียวไม่มีซ้ำ ที่ดำเนินทางเดียวกันกับโมเดลพิเศษก่อนหน้านี้อย่าง Alpine ที่ทำร่วมกันกับแบรนด์ที่เป็นเจ้าของสปอร์ตคาร์อย่าง Renault และ Ago ที่ได้แรงบันดาลใจจากนักแข่งระดับตำนานจากสนามแข่งระดับโลก Giacomo Agostini  แต่สำหรับโมเดลนี้จะได้แรงบันดาลใจมาจากตัวแข่งเมื่อปี 1973 ที่มีจุดเด่นจากการมีฝาสูบแบบโอเวอร์ไซส์ตรงกับภาษาอิตาลีที่เป็นชื่อโมเดลนั่นเอง ตัวรถจะเลือกใช้สีแดงและสีเงินแต้มด้วยเพลตหมายเลขสีเหลืองที่แฟริ่งด้านข้าง บวกกับเพลตพิเศษบ่งบอกความจำกัดจำนวนคันเพียงคันเดียวเท่านั้นที่แผงคอ  นอกจากนี้ยังมีการปรับโปรไฟล์หรือทรงของจมูกรถด้านหน้าและชิลด์บังลมใหม่ และยังมีปรับปรุงอีกจำนวนนึงเพื่อเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ 3 สูบ 798 ซีซี 147 แรงม้าอีกด้วย อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดแบบเต็ม ๆ ของโมเดล ต้องรอเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกทีครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rossi รับรางวัล Laureus Sporting Icon 2022

Rossi รับรางวัล Laureus Sporting Icon 2022 อีกแล้วรางวัล Laureus World Sports Awards เพิ่งจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในปี 2022 อย่างเป็นทางการเมื่อเร็ว ๆ นี้ และก็มี Valentino Rossi รับรางวัล Laureus Sporting Icon 2022 พร้อมถ้วยไปประดับวางบนชั้นอีก 1 ใบ ด้วยความจริงที่ว่า เพราะเขาคือตำนานผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ยังมีชีวิต และเป็นที่รู้จักไปทั่วแม้กระทั่งคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องการแข่งขันก็ยังรู้จัก  รางวัลในปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 กับทางนี้ สำหรับทางพ่อหมอแล้ว โดยเขาถูกเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลนี้มากถึง 9 ครั้งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยครั้งล่าสุดที่ได้รางวัลนี้ย้อนไปไกลถึงปี 2011 และครั้งแรกเมื่อปี 2006 ในฐานระบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจในวงการกีฬา  แม้ว่าเขาจะรีไทร์จากการแข่งขัน MotoGP เมื่อปลายปี 2021 แต่สำหรับแฟน ๆ แล้ว พ่อหมอยังคงเป็นคนในดวงใจเสมอ และไม่เพียงเท่านั้นเขายังคงไปแข่งกีฬาประเภทอื่นแทนนั่นก็คือการไปขับรถแข่งนั่นเอง เรียกได้ว่าการแข่งขันรถคือส่วนนึงของเขาไปแล้ว และความรักของเขาที่มีต่อการแข่งขันนั้นเป็นอะไรที่มากกว่าความสุขที่พร้อมจะแชร์ไปยังแฟน ๆ ของเขาทั่วโลก สถิติตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับเขานั้นหาใครเปรียบไม่ได้ รอสซี่นั้นคว้าแชมป์โลกได้มากถึง 9 สมัย ชนะการแข่งขันทั้งหมด 115 ครั้ง 235 โพเดี้ยมตลอดช่วงชีวิตการแข่งขันของเขา และจนถึงวันนี้ยังไม่มีนักแข่งคนใดที่สามารถเป็นแชมป์โลกได้ทั้งในรุ่น 125 ซีซี 250 ซีซี 500 ซีซี และ MotoGP ได้เลย (และสถิตินี้ก็ไม่น่าจะมีใครทำลายได้ในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากการแข่งขันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอีกด้วย)  พ่อหมอออกโรงกล่าวรับรางวัลไว้ว่า “ความจริงก็คือว่ารางวัลนี้มอบโดยตำนานแห่งวงการกีฬาทำให้มันยิ่งพิเศษขึ้นไปอีก ปี 2006 ผมอยู่ที่บาร์เซโลนาที่พิธีมอบรางวัล ผมได้พบกับไอดอลในใจผมหลายต่อหลายคน ดังนั้นมันจึงยอดเยี่ยมมาก ๆ ผมเคยได้รางวัลนี้ไปสองรางวัลแล้ว ดังนั้นผมก็ต้องขอบคุณทุกคนสำหรับรางวัลนี้ด้วย นี่มันยอดเยี่ยมมาก ๆ ผมโชคดีเพราะผมเคยประสบความสำเร็จมากมายในช่วงชีวิตการแข่งขันของผม แน่นอนว่าชัยชนะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ผู้คนมากมายรู้จักการแข่งขัน MotoGP และเริ่มที่จะขี่รถมอเตอร์ไซค์เพราะผม นี่คือกีฬาที่ผมรักและผมภูมิใจกับรางวัลนี้มาก ๆ ครับ” แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ คิดว่าไง ถ้าไม่ใช่รอสซี่จะมีใครเหมาะกับรางวัลนี้บ้างครับ? อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha XSR125 Legacy 2022

Yamaha XSR125 Legacy 2022 เก๋ายิ่งกว่าเดิม ด้วยสีใหม่และล้อซี่ และนี่คือโมเดลใหม่ล่าสุดจากตระกูลสปอร์ตเฮริเทจของทางค่ายยามาฮ่า Yamaha XSR125 Legacy 2022 ที่เปิดตัวกันจากทางฝากฝั่งตะวันตก (บ้านเราจะเป็น XSR155) ก็ถือว่าเป็นโมเดิร์นคลาสสิคไบค์น้องเล็กคันใหม่จากทางค่ายส้อมเสียง  โดยโมเดลนี้จะดูดีพรีเมียมในแบบคลาสสิคเพิ่มมากขึ้นจากเฉดสีดำทอง ล้อซี่ลวดอลูมิเนียมขอบสีทองและยางแบบกึ่งทางดำทางฝุ่น ให้ความงดงาม และยังมีบังท่อไอเสียใหม่แบบ 2 ชิ้นประกอบเข้าด้วยกันเพิ่มความเนี้ยบมากยิ่งขึ้น ตัวขุมพลังนั้นจะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี สูบเดียวระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งให้กำลังแรงม้าที่ 14.8 แรงม้าที่ 10,000 รอบ และแรงบิดหรือทอร์คที่ 11.5 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบ โดยจะวางบนเฟรมแบบเดลต้าบ็อกซ์ที่เราได้เห็นกันในโมเดล MT นั่นเอง  มาต่อในส่วนของช่วงล่างกันบ้าง ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะมีโช้คหน้าหัวกลับขนาด 37 ม.ม. ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ขณะที่ระบบเบรกจะดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อจะเป็นล้อซี่ลวดอลูมิเนียมขอบสีทองและยางแบบกึ่งทางดำทางฝุ่น Metzeler Karoo Street  รายละเอียดเด่นอื่น ๆ ก็จะเป็นไฟหน้าและไฟท้าย LED ให้ความสว่างคมชัดเพิ่มทัศนวิสัยได้เป็นอย่างดี บังโคลนท้ายสีเดียวกับตัวรถดูกลมกลืนเนียนตา เรือนไมล์ LCD ทรงกลมเข้ากันกับสไตล์ของตัวรถ  ก็ถือว่าเป็นโมเดลใหม่ที่สวยงามลงตัวมากครับ ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าบ้านเราจะนำมาใช้กับ XSR155 ด้วยหรือไม่ครับ ถ้ามาก็จะดีมาก ๆ เลย เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับแฟน ๆ ที่ชอบรถในสไตล์คลาสสิคมากขึ้นครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CFMoto 450 SR สปอร์ตตัวแรงคันใหม่จากค่ายมังกรฟ้าเผยโฉมแล้ว

CFMoto 450 SR สปอร์ตตัวแรงคันใหม่จากค่ายมังกรฟ้าเผยโฉมแล้ว CFMoto 450 SR สปอร์ตไบค์โมเดลใหม่ล่าสุดจากค่ายมังกรฟ้าเปิดตัวแล้วที่ประเทศจีน โดยเคลมมาว่ามีกำลังมากถึง 50 แรงม้าและมีท็อปสปีดสูงกว่า 190 กม./ชม.  สำหรับโมเดลนี้หากใครติดตามข่าวมาโดยตลอดจะเห็นได้ว่าเจ้าคันนี้มีดีไซน์เหมือนกับ SR-C21 ที่เป็นคอนเซ็ปต์ไบค์ในงาน EICMA เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งแบรนด์นี้เองก็เป็นแบรนด์จากจีนที่พยายามจะรุกตลาดยุโรปและก็มีดีไซน์และสเปกที่เรียกได้ว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปล่อยโมเดลสไตล์เฮริเทจอย่าง 700CL-X และแอดเวนเจอร์ทัวริ่งอย่าง 800MT ไปให้สาวกชาวไทยน้ำลายหกรอลุ้นให้เข้าไทยกันไปไม่เท่าไหร่ ล่าสุดก็มาหันมาดันโมเดลฝั่งสปอร์ตไบค์กันบ้างแล้ว  ในส่วนของดีไซน์นั้นถือว่าทำออกมาได้ดูดุดันเฉียบคมมากจริง ๆ โดยเฉพาะในส่วนของด้านหน้า โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบ LED กระจกมองหลังแบบมีไฟเลี้ยวในตัว นอกจากนี้ยังมีวิงเล็ตยื่นออกมาด้านข้างไฟหน้าอีกด้วย ขณะที่ไฟท้ายเองก็มีดีไซน์โดดเด่นเช่นเดียวกัน    ตัวแฟริ่งเองก็มีลูกเล่นลวดลายแบบคาร์บอนไฟเบอร์ดูเท่ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น โดยแฟริ่งที่ออกแบบมาเนี่ยทางค่ายเคลมมาว่าทั้งจำลอง ทั้งทดลองจริงในอุโมงค์ลมหลายครั้ง กระทั่ง  ถัดเข้ามาด้านในตัวรถมีหน้าจอเรือนไมล์สีแบบ TFT แบบตามสมัยนิยมอีกด้วย ถือว่าได้กลิ่นอายแบบรถยุโรปเลยทีเดียว  สำหรับขุมพลังสำหรับโมเดลนี้จะเป็นเครื่องสูบเดียวขนาด 449 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่เคลมมาว่าแรงถึง 50 แรงม้า 39 นิวตันเมตรและทำท็อปสปีดได้มากกว่า 190 กม./ชม. ในขณะที่น้ำหนักตัวรถนั้นกลับเบาเพียง 168 กก. ซึ่งถือว่ามีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักดีมาก ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมาดูกันจริง ๆ อีกที เพราะถ้าได้เท่านี้จริง ๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในกระดาษล่ะก็ถือว่าค่ายอื่นมีหนาว ๆ ร้อน ๆ กันเลยทีเดียว  ช่วงล่างก็เป็นอีกจุดนึงที่ถือว่าโดดเด่นไม่น้อยเลยทีเดียว โดยระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหน้าหัวกลับ ขณะที่โช้คหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์ม ขณะที่ระบบเบรกแม้ว่าจะไม่ได้ดิสก์หน้าคู่ แต่ก็มีคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์จาก Brembo มาเลยทีเดียว ถือว่าเป็นจุดเด่นมาก ๆ ขณะที่ด้านหลังก็จะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมระบบเบรก ABS แบบดูอัลแชนเนลอีกด้วย  เรียกได้ว่าเป็นสปอร์ตไบค์ที่น่าสนใจมากคันนึงเลยทีเดียว แต่ทว่าจะมาขายไทยหรือเปล่านั้น คงต้องลุ้นกันเยอะหน่อยละมั้งครับผมว่า  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Hawk11

Honda Hawk11 กับ 10 เรื่องที่คุณต้องรู้ ก่อนกำเงินรอ Honda Hawk11 กับ 10 เรื่องที่คุณต้องรู้ ก่อนกำเงินรอนั้น เราได้รวบรวมประเด็นที่น่าสนใจมาทั้งหมด 10 เรื่องเกี่ยวกับเจ้าเหยี่ยวหมายเลข 11 โมเดลสไตล์คาเฟ่เรเซอร์คันล่าสุดจากค่ายปีกนกคันนี้   โมเดลนี้คือคาเฟ่เรเซอร์แบบตั้งใจทำขึ้นมาให้เป็นโมเดลใหม่เลย ไม่ใช่แค่การหยิบโมเดลเน็กเก็ตอย่าง CB1000R หรือ CB1100 มาใส่โม่งเฉย ๆ เท่านั้น ยังมีการปรับเปลี่ยนในหลาย ๆ ส่วนให้เหมาะกับสไตล์และการขับขี่ของรถอีกด้วย เช่น แฮนด์แบบจับโช้ค กระจกทรงกลม เรือนไมล์ทรงกลม เป็นต้น และแม้ว่าจะมีพื้นฐานหลาย ๆ อย่างคล้ายกับโมเดลอื่นก็ตาม แต่นั่นเป็นเรื่องปกติของค่ายรถอยู่แล้ว เพื่อที่จะไม่สิ้นเปลืองในเรื่องค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโมเดลใหม่ ๆ  ขุมพลังของโมเดลนี้คือเครื่อง 2 สูบขนาด 1,082 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งหลายคนน่าจะสังเกตได้ว่าเครื่องนี้คือเครื่องเดียวกันกับ Africa Twin 1100 และ NT1100 แต่ไม่ใช่ยกมาใส่ดื้อ ๆ ตัวเครื่องนั้นมีการปรับปรุงระบบไอดีและไอเสียให้โมเดลนี้โดยเฉพาะ โดยปรับให้สามารถขับขี่ได้ดีทั้งในแบบสปอร์ตที่เน้นความเร้าใจและแบบนุ่ม ๆ สบาย ๆ เวลาอย่างท่องเที่ยวออกทริปกับเพื่อนฝูงชาวคณะ และไม่มีโมเดล DCT แต่อย่างใด  เครื่องยนต์มีกำลังสูงสุด 102 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 104 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ ตัวเลขสมรรถนะอาจจะดูไม่เยอะดังรถสปอร์ตไซส์ใหญ่ ๆ สมัยนี้ ดังนั้นขอให้รับรู้ว่าคันนี้เน้นขี่หล่อมากกว่าจะซิ่ง แต่ก็สามารถขับในแบบสไตล์สปอร์ตได้ไม่เคอะเขิน  ตัวรถใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้า จึงมีโหมดการขับขี่ให้เลือก โดยจะมีให้เลือก 4 โหมดด้วยกัน ได้แก่  Sport, Standard, Rain และ User ซึ่งแน่นอนว่าโหมดสุดท้ายสามารถปรับตั้งค่าต่าง ๆ ได้เอง  ช่วงล่างนั้นใช้โช้คหน้าหัวกลับแบบ SFF-BP จาก Showa ส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์มแบบโปรลิงก์ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ และดิสก์หลังเดี่ยวร่วมกับคาลิเปอร์เบรกจาก Nissin ปิดท้ายด้วยล้ออลูมิเนียมขนาด 17 นิ้ว ระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดในโมเดลนี้เป็น LED เต็มระบบ เรียกว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของรถในยุคนี้แล้วก็ว่าได้ กระจกมองหลังนั้นไม่ได้ยึดติดกับแฟริ่งหรือโม่งด้านหน้า แต่อยู่ด้านในบริเวณจุดยึดโม่งหน้าแทน ดังนั้นหากว่าจะนำไปซิ่งในสนามในวันแทร็กเดย์ ก็สามารถถอดกระจกออก แล้วซิ่งในสนามแบบหล่อ ๆ เนียน ๆ ได้เลย ไม่ต้องใช้ที่อุดกระจกอีกต่อไป ตัวรถมีระบบช่วยเหลือในเรื่องของความปลอดภัย อาทิ ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบเบรก ABS และระบบ ESS หรือระบบไฟกระพริบเตือนฉุกเฉิน ซึ่งระบบต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เริ่มจะเป็นมาตรฐานอีกอย่างนึงของทางฮอนด้าบิ๊กไบค์แล้ว โดยมีในเกือบแทบจะทุกโมเดลใหม่ของทางค่ายแล้ว  โมเดลนี้มีจำหน่ายด้วยกัน 2 เฉดสี คือ สีน้ำเงิน และสีกราไฟต์ จากแหล่งข่าวของทางฮอนด้าประเทศญี่ปุ่นระบุไว้ว่าจะผลิตขึ้นเพียง 1200 คัน และจำหน่ายในราคา 1,397,000 เยน หรือราว ๆ 373,467 บาท ซึ่งโมเดลนี้จะเป็นโมเดลจากทางฝั่งญี่ปุ่น ยังไม่มีการเปิดตัวในฝากยุโรป ดังนั้นมีความเป็นไปได้ว่า ถ้ามาจำหน่ายในไทยจะราคาประมาณสี่แสนกว่าบาท แต่ก็เป็นไปได้ว่าบ้านเราอาจจะไม่ได้ลุ้นเลยก็เป็นได้ แต่บอกตรง ๆ ช่วงนี้เดาใจฮอนด้ายากจริง ๆ ครับ  สุดท้ายนี้สำหรับคนที่เห็นหน้าตาแล้วถูกใจและอยากจะกำตังรอ ก็ขอให้เพื่อใจเอาไว้บ้างนะครับว่าอาจจะมาหรือไม่มาจำหน่ายในไทยก็ได้ครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Honda Night Course

Honda Night Course กับ 6 เหตุผลว่าทำไมคุณต้องมาเรียน สำหรับกิจกรรมการเรียนการสอน Honda Night Course ให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้และฝึกทักษะขับขี่ปลอดภัยได้มากที่สุดและ เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจมาเรียนแต่ไม่มีเวลาในช่วงกลางวัน สามารถมาเข้ารับการฝึกในช่วงภาคค่ำแทนได้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง เพิ่มความสะดวกให้กับคนรุ่นใหม่ทั้งกลุ่มพนักงานบริษัท นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไป  1.กลางวันไม่ว่างไม่ใช่ปัญหา เพราะคอร์สนี้จัดในช่วงเย็นยันค่ำ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศหรือคนทำงานทั่วไป ซึ่งอยากที่จะเสริมทักษะการขับขี่บิ๊กไบค์และทักษะการขับขี่ปลอดภัย ซึ่งคอร์สเรียนนี้ออกมาได้ตอบโจทย์เรื่องเวลามาก ๆ แถมใคร ๆ ก็เรียนได้ ขอแค่มีพื้นฐานเคยขี่รถมีคลัตช์มาบ้าง โดยคอร์สนี้จริง ๆ แล้วจะเปิดให้บุคคลทั่วไป หรือจะเป็นนักเรียนนักศึกษา หรือผู้ที่อยากขับขี่รถบิ๊กไบค์ และเนื่องจาก 2.ปลอดภัยไร้กังวล สถานที่เรียนไนท์คอร์สนั้นคือที่ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า Honda Safety Riding Park Bangkok เป็นสถานที่ ๆ ปลอดภัยมีการติดตั้งไฟสป็อตไลท์เพิ่มแสงสว่างในการมองเห็นเพียงพอในการฝึกสอน ทั้งยังมีการออกแบบสนามให้ใช้ความเร็วได้ไม่มาก เพราะงั้นจึงไม่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงแน่นอน สำหรับในส่วนสำคัญเลย ที่ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัย มีอุปกรณ์ป้องกันขับขี่ให้ยืมครบทุกส่วนในช่วงเวลาของการฝึกขับขี่ Night Course 3.อากาศดีไม่ร้อน แน่นอนว่าคอร์สนี้ก็ตามชื่อเลยครับ การขับขี่จะเริ่มกันในช่วงเย็นไปจนถึงหัวค่ำดังนั้นจึงไม่มีแดดจัด ๆ มาทำให้ร้อนจนเหงื่อไหลไคลย้อยอีกด้วย เรียกว่าชิลล์ ๆ กันเลย  4.สถานีฝึกหลากหลาย เช่น สลาลม ทางโค้ง ทางตรง ร่วมไปถึงในส่วนของสถานี Dirt ซึ่งเหมาะไว้สำหรับ สายวิบาก รถเอ็นดูโร่ รถโมโตครอสนั่นเองครับ  5.ไม่ต้องกลัวรถที่เรารักพังหรือเสียหาย เพราะที่นี่มีรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าให้เรียนเสริมทักษะการขับขี่แบบครบทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ 110 ซีซี ขึ้นไป มีครบทุกประเภท ทั้งรถเกียร์ รถออโตเมติก รถโมโตครอส กระทั่งรถบิ๊กไบค์ เรียกได้ว่าไม่ต้องเอารถตัวเองมาให้เสี่ยงเลย  6.เรียนกับครูฝึกผู้ชำนาญการ ครูฝึกจากฮอนด้าอธิบายการสอนในการขับขี่ได้อย่างดี เข้าใจง่าย ฝึกสอนแบบตัวต่อตัว เป็นกันเอง และสามารถให้คำแนะนำในการขับขี่กับเราได้อย่างดี และในครั้งนี้ คอร์สขับขี่ปลอดภัยที่เรามาเรียนเป็นแบบ Pre BigBike หรือ การเริ่มต้นขับขี่รถบิ๊กไบค์ อย่างถูกต้อง โดยบทเรียนที่จะเจอในคอร์สนี้จะถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับคนที่กำลังจะพัฒนาขึ้นมาขี่รถบิ๊กไบค์ โดยมุ่งเน้นการเรียนการสอนให้ผู้มาเรียนกลับไปขี่รถบิ๊กไบค์ของตัวเองได้ดีและถูกต้องมากกว่าเดิม โดยทักษะการเรียนการสอนถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ โดยเริ่มจาก  ส่วนที่ 1 ภาคทฤษฎี ซึ่งจะเป็นการอธิบาย และท่าทางการขับขี่  การใช้สายตา ต้องมองให้ไกล ให้มากพอที่จะมีระยะในการเบรกเพื่อเข้าโค้ง  ท่านั่งขับขี่ หัวไหล่ต้องผ่อนคลาย ให้หัวไหล่ขนานกับแฮนด์ ต้องให้เป็นส่วนเดียวกับรถ ท่อนแขนต้องงอ เวลารถเร่งออกตัวไปข้างหน้าข้อศอกต้องรับน้ำหนัก ไม่หนีบหรือแนบลำตัว ให้กางออกเล็กน้อย เวลาเบรกแขนต้องตึงเพื่อให้ตัวรถมั่นคงเวลาเบรก มือกำแฮนด์ จับให้กระชับ เฉียงข้อมือออกมาเล็กน้อย 4 นิ้วไว้ที่เบรก  ส่วนลำตัว นั่งให้กระชับกับตัวรถมากที่สุด เพื่อให้ควบคุมตัวรถได้ง่าย หัวเข่า ให้ชิดชี้ตรงไปข้างหน้ามากที่สุด ไม่กางออกจากตัวรถ ส่วนการวางเท้า ต้องวางเท้าแล้วสามารถยืนขี่ได้ อยู่ในจุดที่มั่นคง ไม่สอดลงใต้เกียร์หรือใต้เบรก ส่วนที่ 2 ภาคปฏิบัติ เริ่มจากการวอร์มร่างกายก่อนขับขี่ วอร์มยาง และทำความรู้จักรถ  เรียนรู้ผ่านการขับขี่ในสเตจต่าง ๆ เช่น สลาลม การเข้าโค้งแบบซิกแซก เข้าโค้งในทางแคบ เข้าโค้งในโค้งทางกว้าง  การใช้คลัตช์และคันเร่ง ในการคอนโทรลตัวรถในการเข้าโค้งเพื่อไม่ให้รถดับเวลาเข้าโค้ง  การใช้เบรก การเบรกในระยะที่กำหนด หรือการกำหนดจุดเบรก และการเบรกกะทันหัน  การให้สัญญาณมือ ในการตั้งแถวคู่ เดี่ยว และการจอดรถ หลังจากที่ได้ฝึกขับขี่ปลอดภัยจากทางฮอนด้า รู้สึกว่าทำให้เรามองขับขี่ได้มากขึ้นมองไกลขึ้นควบคุมตัวรถได้ดี และเข้าโค้งได้มั่นใจกว่าเดิม  สำหรับ “Night Course” คือ หลักสูตรการฝึกขับขี่ปลอดภัยที่เปิดการฝึกสอนในภาคค่ำ ตั้งแต่เวลา 17:30 น. ถึงเวลา 20:30 น. ทุกวันพุธถึงวันเสาร์ โดยคอร์สการฝึกสอนประกอบด้วย วันพุธ-วันพฤหัสบดี คอร์ส Pre Riding/Pre Clutch วันศุกร์ คอร์ส Pre Big Bike วันเสาร์ คอร์ส Riding Clinic นอกจากนี้ ในทุกวันศุกร์และวันเสาร์สุดท้ายของเดือน จะเป็นคอร์สจิมคานาที่จะเพิ่มความท้าทายให้กับผู้ขับขี่รถได้เข้ามาร่วมแข่งขันทักษะการขับขี่พร้อมชิงถ้วยรางวัล โดยทางฮอนด้าจะเริ่มเปิดให้บริการที่ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าเซฟตี้่ไรดิ้งปาร์ค กรุงเทพ ตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้ เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Honda Call Center : โทร.02-725-4000 เว็บไซต์

V-Strom SX

V-Strom SX แอดเวนเจอร์หัวใจสปอร์ตไซส์เล็กจาก Suzuki เปิดตัวแล้วที่อินเดีย ล่าสุดแบบสด ๆ ร้อน ๆ ซูซูกิ อินเดียก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลที่ทางค่ายเรียกว่าสปอร์ตแอดเวนเจอร์อย่าง Suzuki V-Strom SX ซึ่งมีพื้นฐานเครื่องยนต์มาจากเจ้า Gixxer 250 ที่ใช้เครื่องยนต์แบบสูบเดียวแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งโมเดลนี้นิยมมากในอินเดีย  โดยคันนี้จะมีจุดแตกต่างกับวีสตรอม 250 ที่เป็นเครื่องสองสูบตรงที่ตัวรถมีความเพรียวและเบากว่ามาก โดยตัวรถน้ำหนักเบาเพียง 167 กก.เท่านั้น เครื่องยนต์ 249 ซีซีเครื่องนี้ มีการเคลมแรงม้ามาที่ 26.5 แรงม้าที่ 9,300 รอบ และแรงบิดมาที่ 22.2 นิวตันเมตรที่ 7,300 รอบ  และขนาดล้อจะมีขนาด 19 นิ้วและ 17 นิ้ว หน้าหลังตามลำดับ ซึ่งถือว่าออกมาในเชิงกึ่ง ๆ แอดเวนเจอร์ซะมากกว่า นอกจากเรื่องข้างต้นแล้วซูซูกิยังนำระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมันเครื่องหรือออยล์คูลลิ่งอย่าง “ซูซูกิออยล์คูลลิ่งซิสเต็ม (SOCS) มาใส่ให้โมเดลนี้อีกด้วย  สำหรับในส่วนของการออกแบบดีไซน์นั้นตัวรถยังให้ความรู้สึกย้อนยุคอยู่เล็กน้อย โดยจะมาในเส้นสายเป็นเหลี่ยมมุมแบบรถในปี 80 ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก DR-Z แบบเดียวกับรุ่นพี่ใหญ่อย่าง 1050 มีไฟหน้า LED อยู่ในโคมแบบแปดเหลี่ยมคล้าย ๆ กับ Gixxer 250 และไฟท้าย LED ในเรื่องของช่วงล่างก็จะแตกต่างจาก 250 ตรงที่เปลี่ยนเป็นล้อมีขนาด 19 และ 17 นิ้วตามลำดับอย่างที่กล่าวไปแล้ว และล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียมดีไซน์คล้ายกับ Gixxer 250 ส่วนระบบเบรกจะดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบเบรกแบบ ABS แบบ 2 ชาแนล ขณะที่ระบบกันสะเทือนจะมีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกธรรมดา ส่วนโช้คหลังจะเป็นแบบโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้ 7 ระดับ   ขณะที่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็พอมีพอใช้ ไม่ได้ใส่มามากนัก โดยจะมีระบบอีซี่สตาร์ทที่กดครั้งเดียวไม่ต้องกดค้างเหมือนรถจากค่ายอื่น ๆ ยังมีระบบ Suzuki Ride Connect ซึ่งจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธ ช่วยให้สามารถรับสายโทรเข้ามาได้ ใช้งานระบบนำทางแบบเทิร์นบายเทิร์นได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีช่องจ่ายไฟแบบ USB ที่ด้านซ้ายของเรือนไมล์เพื่อให้สามารถชาร์จไฟอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้สะดวกอีกด้วย  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เผยโฉม Interceptor และ Continental GT

เผยโฉม Interceptor และ Continental GT รุ่นลิมิเต็ด เฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปี Royal Enfield  ล่าสุดรอยัล เอ็นฟีลด์ เปิดตัวรถจักรยานยนต์ Interceptor 650 และ Continental GT 650 รุ่นลิมิเต็ด เฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปี ของแบรนด์ และทุกความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 รุ่น มีจำหน่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพียงรุ่นละ 60 คันเท่านั้น มีจำหน่ายในประเทศออสเตรเลีย 60 คัน, ประเทศญี่ปุ่น 24 คัน, ประเทศเกาหลี 16 คัน และประเทศฟิลิปปินส์ 10 คัน ส่วนในประเทศไทยจะมีเฉพาะรุ่น Interceptor 650 จำหน่าย จำนวน 10 คัน ราคาคันละ 290,000 บาท เนื่องจากเป็นโอกาสพิเศษ รอยัล เอ็นฟีลด์จึงมอบหมายให้ทีมในสหราชอาณาจักร และประเทศอินเดียเป็นผู้ออกแบบตัวรถจักรยานยนต์ รวมถึงทำชิ้นส่วนบางชิ้นขึ้นด้วยมือทั้งหมด รอยัล เอ็นฟีลด์พัฒนาสีดำโครเมียมอันโดดเด่นของถังน้ำมันขึ้นเอง ด้วยเทคโนโลยีชุบโครเมียมชั้นนำในอุตสาหกรรมของแบรนด์ ที่โรงงานผลิตดั้งเดิม ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1950 ในธีรุโวตติยุร (Thiruvottiyur), เมืองเจนไน (Chennai) ประเทศอินเดีย รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 รุ่น ถูกชุบแบบไตรวาเลนท์ (trivalent) ในกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เพื่อความเข้ากันกับถังน้ำมันสีดำโครเมียม ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ Interceptor 650 และ Continental GT 650 มาพร้อมชิ้นส่วนโทนสีดำทั้งหมด เช่น เครื่องยนต์และท่อไอเสีย ส่วนอุปกรณ์เสริมของแท้ก็เป็นสีดำทั้งหมดเหมือนกัน เช่น ฟลายสกรีน อุปกรณ์ป้องกันเครื่องยนต์ อุปกรณ์ป้องกันส้นเท้า กระจกมองหลัง และกระจกปลายแฮนด์ รอยัล เอ็นฟีลด์ฉลองครบรอบ 120 ปี อย่างภาคภูมิใจใน DNA ของแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ในด้านการผลิตรถจักรยานยนต์ทำมือ ด้วยสัญลักษณ์ รอยัล เอ็นฟิลด์ ด้านข้างถังน้ำมันที่ช่างทำขึ้นด้วยมือทั้งหมดจากทองเหลือง สัญลักษณ์ที่ดูวิจิตรนี้ทำขึ้นร่วมกับตระกูลเซอร์ปี เซนธิล (Sirpi Senthil) ซึ่งเป็นช่างฝีมือหลากหลายชั่วอายุคนจากเมืองวัด กุมภโกนัม (Kumbakonam), รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย ที่เชี่ยวชาญในการทำหุ่นจำลองทองเหลืองที่สง่างามให้กับวัดต่าง ๆ ที่ผู้คนเคารพ และนับถือมากที่สุดในประเทศอินเดียมานานหลายศตวรรษ โดยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ช่างฝีมือเหล่านี้ร่วมมือกับแบรนด์ยานยนต์ นอกจากมีสัญลักษณ์ด้านข้างถังน้ำมันที่ทำขึ้นด้วยมือทั้งหมดจากทองเหลืองแล้ว รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 รุ่น ก็มีลวดลายที่วาดด้วยมือตกแต่งบนตัวรถ เป็นการระลึกถึงตำนานการผลิตรถจักรยานยนต์ทำมือของแบรนด์ สุดท้ายเพื่อให้รถจักรยานยนต์แต่ละคันมีความพิเศษยิ่งขึ้น สัญลักษณ์ด้านบนของถังน้ำมันจะมีเลขเฉพาะประจำคันอยู่ โดยไล่ตั้งแต่เลข 1 ถึง 60 เป็นแบบนี้เหมือนกันใน 4 ภูมิภาคทั่วโลกที่มีจำหน่าย (ภูมิภาคละ 120 คัน) และตัวรถก็ยังมีลวดลายดีคอล (decal) ประดับอยู่บนด้านข้างอีกด้วย เผยโฉม Interceptor และ Continental GT รุ่นลิมิเต็ด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก