SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

KTM RC 8C ตัวแรงสเปกรถแข่ง สำหรับซิ่งในสนามเท่านั้น เรียกได้ว่าคลอดออกมาจากพิทเลนแล้วคลานเข้าไปพร้อมวิ่งบนกริดทันทีสำหรับเจ้า KTM RC 8C คันนี้ มันคือรถซิ่งสำหรับใช้งานในสนามเท่านั้น และผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น เพื่อตอบสนองนักบิดเลือดสีส้มที่ชอบที่จะพิชิตเอเป็กซ์สมกับสโลกแกน READY TO RACE! จริงๆ เจ้า RC 8C มันคือรถแข่งน้ำหนักเบาที่สร้างขึ้นมาอย่างมีจุดประสงค์ มันใช้ขุมพลัง LC8c เช่นเดียวกับเจ้า 890 Duke R ซึ่งออกแบบมาให้พร้อมใช้งานในสนามพร้อมกับของแต่งระดับไฮเอนด์ เพื่อที่จะทำให้เจ้าโมเดลนี้มีความใกล้เคียงกับรถแข่งจากทีมโรงงานมากที่สุด โดยไม่ต้องการทีมงานพิเศษเพื่อมาคอยดูแลมัน หรือพูดง่ายๆ ว่ามันเป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในสนามเท่านั้น และแต่ละคันจะประกอบขึ้นด้วยมือ พร้อมขุมพลังที่ให้แรงบิดสูงพร้อมง่ายต่อการดูแลรักษา ตัวรถจะมีแฟริ่ง GRP ที่เป็นคาร์บอนเคฟลาร์ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก RC16 ห่อหุ้มส่วนขุมพลัง LC8c ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบสองสูบเรียง ขนาด 889 ซีซี ที่ให้แรงม้าสูงสุด 128 แรงม้า ติดตั้งลงบนเฟรมแบบท่อกลม 25CrMo4 ที่ทำมาจากโลหะผสมพิเศษ โครโมลีและใช้ช่วงล่างระดับโปรจาก WP ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็น WP APEX PRO 7543 โช้คหัวกลับแบบโคลสคาร์ทริดจ์ขนาด 43 ม.ม. ที่ใช้วัสดุคุณภาพสูงและมีน้ำหนักเบาผลิต การันตีว่าเหมาะกับการแข่งขัน ด้วยประสบการณ์ที่ได้จากทางทีมแข่งของทีมโรงงาน ด้านหลังจะเป็น WP APEX PRO 7746 โช้คเดี่ยวพร้อมตัวปรับพรีโหลดที่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับผู้ขับขี่ได้ง่าย และแน่นอนว่ายังปรับไฮและโลสปีดคอมเพรสชันรวมถึงรีบาวด์ได้อีกด้วย ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่แบบโฟลตติ้งขนาด 290 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema พร้อมเลือกสกรูไทเทเนียมมายึดจานไว้ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 พ็อต ด้านบนยังมีปั๊มบน Brembo 19RCS CORSA CORTA หรือที่บ้านเราชอบเรียก ปั๊มบนอิตาลีใหม่ เพื่อให้เบรกได้ดั่งใจนึก และด้วยการที่มันเป็นรถสนามมันจึงเลือกใช้ยางสำหรับแข่งอย่างยางสลิก Pirelli Diablo Slick SC1 รัดที่ล้อ Dymag น้ำหนักเบา พร้อมกับชุดแฟริ่งที่เลือกใช้ระบบควิกรีลีสหรือถอดไว รวมไปถึงฟังก์ชั่นสำหรับสนามอย่างแท้จริงอย่างหน้าจอเรือนไมล์ ขนาด 5.5 นิ้ว พร้อมตัวเก็บข้อมูลหรือดาต้าล็อกเกอร์ AIM MXS 1.2 RACE ซึ่งสามารถนำข้อมูลต่างๆ ไปวิเคราะห์และพัฒนาได้ผ่านแอพ AIM Race Studio สรุปสั้นๆ กันอีกที: 100 คันเท่านั้น ประกอบมือและใช้งานในสนามเท่านั้น แรง 128 ม้า น้ำหนักรถเปล่า 140 กก. ทำให้ได้อัตราส่วนแรงม้าใกล้เคียง 1:1 มาก ปลายท่อสูตรไทเทเนียม Akrapovic แอร์บ็อกซ์และกรองอากาศแบบเรซซิ่ง เฟรมสั่งถามพิเศษจากวัสดุโครโมลี 25CrMo4 โช้ค WP APEX PRO ระบบเบรกสเปกซิ่งจาก Brembo ล้อน้ำหนักเบาพิเศษจาก Dymag โดยจะเปิดให้พรีออเดอร์ในวันที่ 22 กรกฎาคม เวลา 21.00 น.ในบ้านเรา โดยลูกค้าผู้ซื้อรถจะมีโอกาสเข้าร่วมงานพิเศษได้ขี่รถกับเทสต์ไรเดอร์ของทาง Red Bull KTM Factory Racing ซึ่งได้แก่ Dani Pedrosa และ Mika Kallio พร้อมรับเทคนิคแบบเต็มๆ ที่สนาม Circuito de Jerez สำหรับลูกค้า 25 คนเท่านั้น และคนที่เลือกที่จะไปสัมผัสประสบการณ์ในสนามแข่งกับทางค่าย จะได้รับชุดแพ็กเกจพิเศษของ KTM RC 8C เป็นเรซแทร็กแพ็กเกจ ซึ่งจะเพิ่มล้ออีก 1 ชุด จานเบรกหน้าหลังอีก 1 ชุด แพ็ดด็อกสแตนด์ 1 ชุด ผ้าวอร์มยาง และพรม KTM Race carpet อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิด ตัวใหม่ Vespa Sprint S 150 i-Get ABS TFT สกู๊ตเตอร์สายสปอร์ตเหนือชั้น รุ่นล่าสุดจากซีรีส์ SPRINT S ด้วยคอนเซ็ปต์ “When style meets technology, a new attraction is born” ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ กับครั้งแรกของหน้าจอ TFT (Full-Colour TFT Display) ในรุ่น SPRINT พร้อมขับเน้นดีเอ็นเอแห่งดีไซน์โมเดิร์นสปอร์ตที่สะท้อนความคลาสสิกและเรียบหรูเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้นด้วย 2 เฉดสี นำโดยสีใหม่ “สีบรอนซ์ Bronzo Antico” ที่โดดเด่นด้วยรายละเอียดตกแต่งสีดำ และ “สีดำด้าน Nero Opaco” ที่ดึงดูดด้วยรายละเอียดตกแต่งสีบรอนซ์ สกู๊ตเตอร์รุ่นนี้นับเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่มากกว่ายานพาหนะ พร้อม ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างมีดีเทลให้กับหนุ่มๆ ผู้หลงใหลในดิจิทัลไลฟ์สไตล์อย่างโดดเด่นและลงตัว Vespa Sprint S 150 i-Get ABS (TFT) สีบรอนซ์ Bronzo Antico ยกระดับความสปอร์ตอย่างมีชั้นเชิง ด้วยตัวถังรถสีบรอนซ์ สะท้อนความรู้สึกหรูหราและสง่างาม ขับเน้นอารมณ์สปอร์ตด้วยการใช้สีดำตกแต่งบริเวณส่วนต่างๆ ของสกู๊ตเตอร์ อาทิ กรอบไฟหน้าและไฟท้าย คิ้วบริเวณตัวถังด้านหน้า บังแตร ที่พักเท้า และล้อแม็ก พร้อมเบาะปั๊มลอนลวดลาย Diamond Shape เพิ่มดีไซน์ความโมเดิร์นที่ยากจะปฏิเสธ สีบรอนซ์ Bronzo Antico จัดจำหน่ายในราคา 148,900 บาท * ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. และประกันรถหาย 1 ปี พร้อมรับ Welcome kit Vespa Sprint S 150 i-Get ABS (TFT) สีดำด้าน Nero Opaco ตัวถังรถสีดำด้าน พร้อมมอบอารมณ์สปอร์ต เท่ น่าค้นหา บนความเรียบหรูสง่างามเช่นกัน สีดำด้าน Nero Opaco นี้ถูกทำให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยการเลือกใช้สีบรอนซ์มาตกแต่งที่บริเวณต่างๆของรถ อาทิ กรอบไฟหน้าและไฟท้าย บังแตร คิ้วบริเวณตัวถังด้านหน้า และล้อแม็ก เสริมด้วยเบาะปั๊มลอนลวดลายDiamond Shape ผสานความทันสมัยอย่างลงตัว สีดำ Nero Opaco จัดจำหน่ายในราคา 149,900 บาท * ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. และประกันรถหาย 1 ปี พร้อมรับ Welcome kit ฟีเจอร์เด่น Vespa ตัวใหม่ ที่ถูกอัปเกรดไว้ในสกู๊ตเตอร์สปอร์ตพรีเมี่ยมรุ่นนี้ ครั้งแรกของสกู๊ตเตอร์ซีรีส์ SPRINT ที่เวสป้าได้อัปเกรดเทคโนโลยี จอแสดงผล TFT (Full-Colour TFT Display) ขนาด 4.3 นิ้ว พร้อมเรือนไมล์แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบมาอยู่บน สกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ ระบบอัจฉริยะ VESPA MIA ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่ ผ่านทาง Application Vespa เพื่อมอบประสบการณ์และความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง พิถีพิถันในทุกรายละเอียดของตัวรถ ผ่านการดีไซน์แบบ Transformation ระหว่าง 2 เฉดสีกับสีบรอนซ์ BRONZO ANTICO และ สีดำด้าน NERO OPACO ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวรถ และโดดเด่นยิ่งกว่าที่เคย ตอบโจทย์การขับขี่ด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์ i-Get ขนาด 154.8 ซีซี. พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติแบบ CVT ขับขี่มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบเบรก ABS ความพิเศษอีกขั้นของ ยังมาพร้อมกับของแถมสุดพรีเมี่ยมสำหรับ 500 ท่านแรกเท่านั้น สำหรับ 300 ท่านแรก ท่านจะได้รับชิลด์สั้นสี Smoke

ชม Chief Tattoo Edition คันแรก จากโปรเจ็กต์ Indian Motorcycle X No Regrets Mayonaize ศิลปินช่างสักชื่อดังระดับนานาชาติได้มีโอกาสวาดลวดลายไอเดียลายสักของเขาลงบน Indian Chief รุ่นใหม่ล่าสุด และนี่คือผลงานลำดับแรกจากโปรเจ็กต์ Indian Motorcycle X No Regrets โดยในขั้นนี้จะเป็นแบบภาพกราฟิกจำลองจากคอมพิวเตอร์ก่อนและภายหลังเราจะได้ ชม Chief Tattoo Edition ในรูปแบบคันจริงในปีหน้าที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งยังมีอีก 2 คันที่ยังไม่ได้เผยโฉมให้เห็น แต่จะมีช่างสักอีก 2 คนก็คือ Shige ชาวญี่ปุ่น และ Carlos Torres ชาวอเมริกันซึ่งจะทยอยเผยโฉมให้เห็นทีหลังภายใน 3 เดือนให้หลังจากนี้ แต่ตอนนี้เรามาพูดถึง Mayonaize หรือ Mayo ช่างสักที่เกิดที่นิวซีแลนด์แต่ตอนนี้มาอยู่ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียกันก่อนดีกว่า เขาเป็นที่รู้จักจากฝีมือการออกแบบดีไซน์คาลิกราฟิกที่โดดเด่นพร้อมกับสไตล์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ผลงานของเขาเป็นที่นิยมมากไม่ใช่เฉพาะแค่ในฐานะช่างสักเท่านั้น แต่เขายังมีชื่อในฐานะศิลปินในหลายแวดวงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสตรีทอาร์ต บนผืนผ้าใบ และกระทั่งจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ โดย Mayo ได้ลงมือเพนต์ออกแบบลวดลายให้กับเจ้า Chief ลงบนเทมเพลตขนาดใหญ่ก่อนที่จะถ่ายภาพและนำมาเรนเดอร์ลงบนถังน้ำมันและบังโคลนท้ายตามแบบที่เขาดีไซน์ไว้ และได้ออกมาเป็นผลงานที่น่าทึ่งมากเลยทีเดียวเลย ทั้งนี้ผลงานของเขาจะกลายเป็นจริงๆ ภายในปลายปีนี้และจะไปจัดแสดงโชว์ในงาน VIP ที่ลอนดอนในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2022 พร้อมๆ กับรถอีก 2 คันจากผลงานของช่างสักอีก 2 คนที่เหลือ นอกจากนี้ทางอินเดียนเองยังเปิดโอกาสให้ช่างสักระดับแนวหน้าของโลกอีกกว่า 40 ชีวิตได้แข่งขันกันออกแบบรถอีกด้วย โดยจะเปิดให้โหวตกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงภายในปีนี้ครับ สุดท้ายนี้แฟนๆ ไบเกอร์ที่ชื่นชอบการสักน่าจะชอบโมเดลนี้แน่ๆ ครับ และหากใครได้ไอเดียอะไรก็ลองๆ คัสตอมกับรถที่ตัวเองมีก่อนก็ได้นะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Harley-Davidson Sportster S 2021 แล้วเจเนอเรชันใหม่ของเจ้าสปอร์ตสเตอร์จากฮาร์ลีย์เดวิดสันก็มาถึงแล้ว นั่นก็คือ Harley-Davidson Sportster S 2021 นั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการยั่วน้ำลายสาวกฮาร์ลีย์ด้วยการโชว์โมเดล 1250 Custom ซึ่งหลายๆ คนก็น่าจะทราบกันว่ามันเป็นรถโมเดลใหม่มาในดีไซน์แบบโมเดิร์น และคาดกันว่าจะเป็นเจ้าสปอร์ตสเตอร์ตัวใหม่นั่นเอง โดยเจ้าสปอร์ตสเตอร์ เอส คันใหม่นี้จะมาพร้อมขุมพลัง Revolution Max 1250T วางบนเฟรมถักโดยใช้เครื่องยนต์เป็นส่วนนึงของเฟรม ทั้งนี้ตัวเครื่องซึ่งมีการปรับจูนให้มีแรงบิดในรอบต่ำๆ มากขึ้นครับ และจะมาพร้อมระบบวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย ซึ่งทางค่ายเคลมแรงม้ามาที่ 121 แรงม้าแทนที่จะเป็น 150 ม้าเหมือนเจ้า Pan America 1250 ส่วนแรงบิดจะเป็น 124 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ ส่วนเรดไลน์นั้นจะอยู่ที่ 9,500 รอบ ขนาดถังน้ำมันจะอยู่ที่ 11.73 ลิตร และน้ำหนักรถรวมของเหลวจะอยู่ที่ 228 กก. ส่วนเรื่องของช่วงล่างนั้น ด้านหน้าจะมาพร้อมโช้คแบบหัวกลับเทเลสโคปิกจาก Showa ที่ปรับแต่งได้ ส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คหลังเดี่ยวพร้อมซับแทงก์สามารถปรับพรีโหลดได้จาก Showa โดย มาที่ระบบเบรกกันบ้าง ระบบเบรกจะใช้คาลิเปอร์เบรกหน้าจาก Brembo เลย แต่ด้านหน้ายังเป็นเพียงแค่ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 320 ม.ม. เท่านั้น ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 260 ม.ม.ครับ ในส่วนของเทคโนโลยีก็แอบซ่อนเอาไว้มากพอสมควร เริ่มต้นกันที่หน้าจอเรือนไมล์ทรงกลมแบบสี TFT ขนาด 4 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธเพื่อใช้งานการรับสายเรียกเข้า ฟังเพลง และระบบนำทาง ระบบไฟ LED รอบคัน แต่เท่านี้ยังไม่หมดนะครับ ตัวรถยังมีระบบแทร็คชันคอนโทรลและระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ พร้อมกับโหมดการขับขี่ 3 โหมดที่มาจากโรงงาน และโหมดที่คัสตอมเองได้อีก 2 โหมดครับ หากมองลึกลงไปในสเปกชีตนะครับ ทางค่ายยังเคลมมาว่าโมเดลใหม่นี้จะมีมุมเอียงเข้าโค้งได้มากสุดถึง 34 องศา เรียกว่าแตกต่างจากโมเดลอื่นๆ ของทางค่าย เรียกว่าเป็นโมเดลครูเซอร์ไบค์ที่มีความสปอร์ตมากๆ ของทางค่าย HD เอง และจัดว่าเป็นโมเดลที่ค่อนข้างจะทันสมัย แม้ว่าจะยังเทียบกับเจ้า Pan America ไม่ได้ก็ตาม ทั้งนี้สนนราคาจะเปิดมาที่ 14,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 490,000 บาท แต่มาไทยคงโดนบวกขึ้นไปอีกน่าเยอะเลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Vespa GTS Super Swiss Edition รุ่นพิเศษจริงๆ นะ แค่ 300 คันเท่านั้น สาวกเวสป้าทุกคนต่างรู้ว่าค่ายนี้มีชื่อเรื่องการทำรุ่นพิเศษ เอ้ย การดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ในระดับที่ว่าแค่เอ่ยชื่อเวสป้า ขนาดคนที่ไม่ขี่มอเตอร์ไซค์ยังรู้จักเลย ว่าหน้าตามันเป็นแบบไหน เรียกว่าเป็นตำนานเลยก็ไม่เกินจริงไปนัก และครั้งนี้ก็ทำเซอร์ไพรส์ (มั้งนะ) ให้กับแฟนๆ อีกครั้ง โดยเฉพาะกับชาวสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการเปิดตัว Vespa GTS Super Swiss Edition ซึ่งจะจำหน่ายในสวิตเซอร์แลนด์เพียง 300 คันเท่านั้น โดยจะมีทั้งในรุ่น 125 ซีซี และรุ่น 300 ซีซีให้เลือก และส่วนที่พิเศษในโมเดลสุดพิเศษนี้คือภายนอกล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับสมรรถนะของรถเลย ซึ่งหลักๆ ก็คือสีเทา Grigio Materia พร้อมกับเพลตอลูมิเนียมบอกหมายเลขของรถแต่ละคัน ซึ่งโดยปกติแล้วโมเดลจีทีเอสซูเปอร์จะไม่มีสีนี้จำหน่าย ส่วนที่อยู่ภายใต้ตัวถังสีเทานั้นยังคงเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 125 ซีซี 14 แรงม้า หรือสูบเดียวขนาด 300 ซีซี 23.8 แรงม้าขึ้นอยู่กับรุ่น ส่วนช่วงล่างก็เหมือนเดิมเช่นกันคือ มีล้อขนาด 12 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกและระบบเบรก ABS ส่วนฟังก์ชันที่ทันสมัยตอบโจทย์การใช้งานก็จะมีไฟ LED เต็มระบบ พอร์ต USB สำหรับชาร์จไฟสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ และระบบค้นหารถด้วยกุญแจรีโมต ทั้งนี้รุ่น 125 ซีซีจะขายในราคา 5,745 ฟรังก์สวิสหรือราวๆ 205,000 บาท และสำหรับรุ่น 300 ซีซีจะขายในราคา 255,000 บาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโมเดลพิเศษจะขายในสวิสฯ เท่านั้นครับ คนไทยอดครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha Exciter 155 VVA 2021 โฉมใหม่เปิดตัวแล้ว ในที่สุดก็เปิดตัวสักทีกับ All New Yamaha Exciter 155 VVA 2021 ซึ่งเปิดตัวในวันเลขสวยอย่างวันที่ 7 เดือน 7 กับรูปแบบการเปิดตัวแบบออนไลน์ผ่านทาง Facebook ของทาง Yamaha Society Thailand โดยเป็นการเปิดตัวถึง 6 โมเดลด้วยกัน และ 1 ในนั้นคือเจ้าเอ็กซ์ไซเตอร์ที่เปิดตัวมาในรูปแบบของ All New โมเดลครับ สำหรับเอ็กซ์ไซเตอร์โมเดลใหม่นี้ ไม่เพียงแต่จะมีดีไซน์ใหม่ที่ใช้คอนเซ็ปต์ R-Series DNA ที่ทำให้ตัวรถมีรูปทรงแบบแอโรไดนามิกแล้ว ก็ยังมีจุดเด่นหลายอย่างด้วยกัน อาทิเครื่องยนต์ 155 ซีซี VVA พร้อมกับเกียร์สปอร์ต 6 สปีดพร้อมคลัตช์มือและระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์สมกับเป็นสปอร์ตโมเป็ดที่แท้ทรู ตัวรถยังดีไซน์เฟรมใหม่เป็นรูปตัว Y ที่มีน้ำหนักเบา เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวดีขึ้น และแข็งแรงขึ้น โดยทำงานสัมพันธ์กับโช้คหน้าเทเลสโคปิคที่ปรับระยะยุบใหม่ให้มากขึ้น ช่วยให้ซับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น และยังนุ่มนวลและเกาะถนนมากขึ้น ด้านหลังมีโช้คเดี่ยวที่ได้รับการออกแบบตามหลัก “คันโนะเฮียวกะ”* พร้อมส่วนป้องกันโช้คอัพที่แผงกันล้อหลัง ผสานการทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ช่วยลดแรงกระแทก ขับขี่นุ่ม นั่งสบาย ทรงตัวดี *ประเมินสมรรถนะการขับขี่จากมุมมองและความรู้สึกของนักขี่ทดสอบ เจ้าโฉมใหม่คันนี้ยังมีความทันสมัยตั้งแต่หัวจดท้าย ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า LED รูปแบบใหม่ แบบแยกโคมไฟสูงและไฟต่ำ พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ พร้อมด้วยไฟท้าย ดีไซน์ใหม่แบบ LED โฉบเฉี่ยวเร้าใจทุกมุมมอง ส่วนไฟเลี้ยวจะแบบแยกชิ้นสไตล์สปอร์ต สว่างปลอดภัย ตัวรถด้านหน้ายังมีหน้าจอเรือนไมล์ Full LCD แบบดิจิทัล Full LCD ดีไซน์สปอร์ต ทันสมัย แสดงฟังก์ชันการทำงานที่ครบครัน พร้อมตอบสนองทุกการเดินทางไกลด้วย ถังน้ำมัน ความจุมากขึ้น ไปได้ไกลขึ้น ด้วยถังน้ำมันขนาดความจุ 5.4 ลิตร สุดท้ายนี้เจ้าสปอร์ตโมเป็ดคันนี้จะมาพร้อมกับสีสันใหม่ด้วยกัน 2 สี 2 สไตล์ คือ สีน้ำเงิน GP BLUE และสีดำ RC BLACK และวางจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 68,000 บาท ติดตามข่าว Yamaha ได้ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha YZF-R3 2021 เพิ่มสีใหม่ โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ล่าสุดวันนี้ยามาฮ่า มอเตอร์ ประเทศไทยก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่มากถึง 6 โมเดลด้วยกัน โดยโมเดลที่จะพูดถึงในบทความนี้จะเป็นเจ้า Yamaha YZF-R3 2021 ซึ่งจะเป็นสีใหม่ 1 สี และสีเดิมยังคงจำหน่ายต่ออีก 2 สี โดยสีใหม่ที่ว่าคือสีฟ้าเมทัลลิก Cyan Metallic ครับ และสีเดิมที่ยังจำหน่ายต่อจะเป็นสีน้ำเงิน-เทา Yamaha Racing Blue และสีดำด้าน Matt Black ส่วนสีเดิมอย่างสีเทา-ดำนั้นไม่ได้ไปต่อครับ รายละเอียดในส่วนของสเปกนั้นยังคงเดิมครับ ยังคงใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 321 ซีซี พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด ให้ความแรงระดับแถวหน้าของคลาส จุดเด่นอื่นๆ ก็จะมีโช้คหน้าหัวกลับ แฟริ่งดีไซน์รองรับอากาศพลศาสตร์ ไฟหน้าแบบ Full LED หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิทัลและชิฟต์ไลท์ นอกจากยังมีระบบเบรกแบบ ABS อีกด้วย ส่วนราคานั้นจะแนะนำอยู่ที่ 198,200 บาทครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว Grand Filano Hybrid 2021 ปรับสีใหม่ ถูกใจวัยรุ่น ล่าสุดวันนี้ Yamaha ประเทศไทยก็ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Yamaha Grand Filano Hybrid 2021 และ Grand Filano Hybrid ABS 2021 ซึ่งก็จะเป็นสีใหม่นั่นเอง แต่ในส่วนของสเปกนั้นยังคงเดิมไม่ได้ดีการเปลี่ยนแปลงอะไรครับ สำหรับรุ่นสแตนดาร์ดนั้นจะมีสีใหม่ให้เลือกทั้งหมด 4 เฉดสีด้วยกันครับ ได้แก่ สีแดง Energetic Red, สีเทา Luxury Grey, สีน้ำเงิน Fresh Blue และสีดำ Majestic Black โดยจะจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 58,600 บาท (แพงขึ้น 400 บาท) และสำหรับรุ่น ABS ก็จะมีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีชมพู Chaming Old Rose และสีน้ำตาล Earth Brown โดยจะจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 63,100 บาท (แพงขึ้น 400 บาท) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

VESPA S125 สกู๊ตเตอร์ขวัญใจวัยรุ่น อีกหนึ่งโมเดลยอดนิยมจากเวสป้า กลับมาสร้างความสนุกบนเส้นทางแห่งสีสันอีกครั้งกับเฉดสีและดีเทลที่อินสไปร์ให้ทุกคนสัมผัสถึงอารมณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวสุดขั้ว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ในเมืองได้อย่างลงตัว พร้อมสะกดทุกสายตาให้จับจ้องกับ 2 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีส้ม ORANGE TAORMINA และ สีแดง RED PASSIONE มาพร้อมกับการตกแต่งด้วยเฉดสีดำและลวดลายกราฟิกที่พร้อมสะกดทุกสายตาให้จับจ้อง สำหรับ VESPA S125 I-GET สี ORANGE TAORMINA คือเฉดสีที่บ่งบอกถึงความทันสมัย เปรียบเสมือนอะดรีนาลินที่คอยขับเคลื่อนพลังให้ออกไปสนุกกับกิจกรรมหรือสิ่งใหม่ๆ รอบตัว พร้อมสะท้อนบุคลิกมั่นใจ โดดเด่น เป็นตัวของตัวเอง ต้องการความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครด้วยสีจัดจ้านและพร้อมเป็นจุดสนใจของผู้คนอย่างง่ายดาย VESPA S125 I-GET สี ORANGE TAORMINA ราคา 98,900 บาท* และอีกหนึ่งในเฉดสียอดนิยมตลอดกาลกับ สีแดง RED PASSIONE สีที่ขับเน้นความโดดเด่นชัดเจน สีแดงยังนับว่าเป็น สีที่สะท้อนความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง กระตุ้นอารมณ์ให้รู้สึกถึงความรวดเร็วและปราดเปรียว เข้ากับบุคลิกของ VESPA S ที่เป็นสกู๊ตเตอร์สายสปอร์ตได้เป็นอย่างดี VESPA S 125 I-GET สี RED PASSIONE ราคา 98,900 บาท* *ราคานี้เป็นราคา ON THE ROAD PRICE ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าจดทะเบียน พ.ร.บ. ประกันรถหายและ Welcome kit ไฟหน้าทรงหกเหลี่ยมแบบ LED และดีไซน์เนกไท โฉบเฉี่ยวกว่าที่เคยกับดีไซน์ไฟหน้าทรงเหลี่ยมที่มาพร้อมหลอดไฟแบบ LED ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ขณะขับขี่ทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน มาพร้อมดีไซน์เนกไทที่ช่วยเพิ่มมิติความโดดเด่น ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของเวสป้าได้อย่างชัดเจน แผงหน้าปัดเรือนไมล์ แสดงผลการใช้งานขณะขับขี่ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การบอกความเร็ว สัญญาณเตือนต่างๆ และจอแสดงผลข้อมูลสำคัญ เช่น ระยะทาง, รอบระยะ (Trip), ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง, และนาฬิกา ที่พักเท้า ลดความกว้างของพื้นที่วางเท้า เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายขณะขับขี่และจอดที่พักเท้าของ รุ่น S ได้ถูกดีไซน์มาเพื่อผู้ขับขี่ที่วางเท้าไม่ถึงพื้นขณะจอด โดยการลดความกว้างจะช่วยให้ ผู้ขับขี่สามารถวางเท้าบนพื้นได้ถนัดและทรงตัวได้ดีมากยิ่งขึ้น ช่องสายชาร์จ USB เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ยิ่งขึ้น เมื่อต้องการชาร์จโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ขนาดเล็ก ที่มาพร้อมฝาปิด เพิ่มความสปอร์ต ด้วยเฉดสีดำ ด้วยการนำเฉดสีดำมาตกแต่งพาร์ทต่างๆ ของรถ ไม่ว่าจะเป็น กรอบไฟหน้า กรอบไฟท้าย บังแตร กระจกมองหลัง คิ้วตัวถังด้านหน้า ล้อแม็กซ์ ที่จับของ ผู้โดยสาร ฝาครอบท่อไอเสีย และเพิ่มความโฉบเฉี่ยวด้วยสติกเกอร์ลายกราฟิกที่ข้างตัวถัง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายเวสป้าทั่วประเทศ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account : vespathailand รวมถึงติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.vespa.co.th เฟซบุ๊ก Vespa และอินสตาแกรม @vespathailand อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว Honda Monkey Johney Red Edition เด่นด้วยสีแดงร้อนแรงโดนใจ CUB House สานต่อโปรเจกต์พิเศษ The Monkey Custom เดินหน้าสร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์ความสนุกครั้งใหม่ให้กับแฟนๆ ฮอนด้า มังกี้ ล่าสุด เสิร์ฟความซุกซนพร้อมดีกรีความร้อนแรง ด้วยสีแดงสุดชิค ในเวอร์ชัน “Monkey Johney Red Edition” ตัวรถเติมแต่งความสนุกด้วยโลโก้หน้าลิง Super Monkey ที่ด้านข้างถังน้ำมัน พร้อมด้วยลวดลายตัวอักษรบ่งบอกเอกลักษณ์ของมังกี้รุ่นพิเศษที่ตัดกับสี Metallic อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมาพร้อมดีไซน์กระเป๋าข้างโดดเด่นทุกสายตากับสัญลักษณ์ Z125 ตอกย้ำตำนานสุดวินเทจของรถต้นตระกูล Z ที่ได้รับการยกระดับความเท่ บิดสนุกทุกไลฟ์สไตล์กับขุมพลังจากเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 125 ซีซี เกียร์ 5 สปีด Monkey Johney Red Edition วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ด้วยราคาแนะนำ 107,900 บาท พบกันที่โชว์รูม CUB House ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3xnP6IU

Indian จับมือ TANK MACHINE เปิดตัว Scout Bobber NEON Edition ล่าสุดทางตัวแทนจำหน่ายรถอินเดียนในปารีสได้จับมือกับสำนักคัสตอม Tank Machine สร้าง Scout Bobber สีสันพิเศษขึ้นมา 3 คัน 3 เฉดสีด้วยกัน โดยโมเดลพิเศษเหล่านี้จะมีแรงบันดาลใจมาจากสีสันรถแข่งในการแข่งขัน American Nascar Series โดยแห่งสำนัก Tank Machine ได้จับมือกับ Indian Étoile ในปารีสสร้างเป็นโมเดลพิเศษ 3 โมเดลที่มาพร้อมเฉดสีสันสดใส โดยใช้ Scout Bobber Sixty เป็นรถต้นแบบ ทั้งนี้โมเดลพิเศษเหล่านี้จะเรียกรวมๆ ว่า Neon Scout Series (Scout Bobber NEON Edition) จากการเลือกใช้สีสะท้อนแสงนั่นเองครับ โดยจะมีรายละเอียดดังนี้ มีสีให้เลือก 3 สี เบาะและเครื่องหนังที่เย็บด้วยด้ายสีเดียวกับตัวรถ เพลตที่ยึดไฟหน้า Tank Machine พร้อมสวิตช์สำหรับเปิดเดย์ไลท์ที่แฮนด์บาร์ ที่ยึดทะเบียน Tank Machine แฮนด์บาร์แบบสตรีทพร้อมกระจกปลายแฮนด์และไฟเลี้ยวปลายแฮนด์ ชุดกรองอากาศ Trask ท่อไอเสีย Supertrapp Black Edition ชุดไฟท้ายมัลติฟังก์ชัน ยาง AVON ทำสีพาร์ทต่างๆ เป็นสีดำด้านรวมถึงล้อด้วย ปลอกยางหุ้มโช้คหน้า ก็เรียกได้ว่าสวยงามตามท้องเรื่องนะครับ มีสไตล์ แต่ว่าบ้านเราไม่ค่อยนิยมครูเซอร์ไบค์สักเท่าไหร่ และก็โมเดลพิเศษนี้คงไม่มาขายในไทยแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW R18 2022 เพิ่มสีใหม่ สดใสกว่าที่เคย เพื่อต้อนรับปี 2022 ที่ใกล้จะถึงนี้ (อีกครึ่งปีอ่ะนะ) ค่ายรถบาวาเรียนยกทัพปรับสีใหม่ทั้งแผง โดยในข่าวนี้จะเป็นเจ้า BMW R18 2022 ครูเซอร์ไบค์เครื่องบิ๊กบ็อกเซอร์ที่มีความจุมากที่สุดของทางค่ายก็เป็นอีกหนึ่งรหัสที่มีการปรับเปลี่ยน แม้จะยังไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงในส่วนของสเปก แต่ก็มีความน่าสนใจด้วยสีสันใหม่ ที่น่าจะดึงดูดผู้ใช้หน้าใหม่ได้มากขึ้น สำหรับสีใหม่นั้นจะมีให้กับทั้งโมเดลสแตนดาร์ดและโมเดล Classic เพิ่มสีใหม่ 2 สีได้แก่ สีแดงเมทัลลิก Mars Red Metallic และสี Manhattan Metallic Matt มีการปรับตำแหน่งจุดยึดกระเป๋าข้างรถใหม่ ไม่ต้องถอดเวลาที่จะถอดกระเป็าขับ (เฉพาะรุ่น Classic) สำหรับสี Option 719 Galaxy Dust Metallic ในแพ็กเกจ Aero จะมีครอบฝาสูบและครอบหน้าเครื่องเป็นอลูมิเนียมปัดเงา มีเบาะนั่งและของแต่งสำหรับ Option 719 โดยเฉพาะ สุดท้ายก็ต้องมาดูกันครับว่าจะสีใหม่นี้จะเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราเมื่อไหร่ครับ ส่วนท่านที่สนใจสามารถอ่านรีวิวได้ที่ลิงก์นี้ครับ คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Kymco AK 550 ETS 2021 ปรับใหม่เพียบพร้อมเพิ่มคันเร่งไฟฟ้า เดิมที Kymco AK 550 ETS 2021 นั้นคือเจ้า AK 550i ซึ่งเป็นคู่แข่งของ Yamaha TMAX โดยตรงเลยก็ว่าได้เพราะพิกัดนั้นใกล้เคียงกันมาก มาคราวนี้ค่ายสกู๊ตเตอร์จากไต้หวันค่ายนี้ได้ทำการปรับปรุงให้รองรับ Euro5 พร้อมเพิ่มระบบคันเร่งไฟฟ้าใส่เข้ามาอีกหวังสู้ศึกบิ๊กสกู๊ตเตอร์ได้ดียิ่งขึ้น โดย ETS ท้ายรหัสโมเดลนี้ย่อมาจาก Electronic Throttle System หรือพูดแบบบ้านเราก็คือระบบคันเร่งไฟฟ้านั่นเอง ซึ่งทางค่ายใส่มาเพื่อให้มันขับขี่ได้สมู้ทขึ้นนั้นเองครับ และทำให้มีโหมดการขับขี่ 2 โหมด คือ โหมด Full Power และ โหมด Rain ทั้งนี้ขุมพลังปรับปรุงใหม่ของมันที่ผ่าน Euro5 แล้วจะเป็นเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 550 ซีซี ให้กำลังแรงม้าที่ 51 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 51.0 นิวตันเมตรที่ 5,750 รอบ ลดลงจากเดิมเล็กน้อยทั้งในส่วนของแรงม้าและแรงบิด แต่อย่างไรก็ดีทางค่ายได้เคลมท็อปสปีดมาที่ 160 กม./ชม. ก็ถือว่าไม่แย่อะไร ตัวเฟรมจะทำจากอลูมิเนียม ใช้โช้คหน้าแบบหัวกลับขนาด 41 ม.ม. ส่วนด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มเดี่ยวร่วมกับโช้คเดี่ยววางนอน ส่วนล้อจะเป็นล้อขนาด 15 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo ดิสก์หลังเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS แบบ 2 Channel จาก Bosch ในส่วนของลูกเล่นเพื่อความสะดวกสบายก็ค่อนข้างจัดเต็ม มีเบาะนั่งแบบ 2 ตอนพร้อมที่พิงหลังแบบปรับได้ ชิลด์หน้าปรับระดับได้ 2 ตำแหน่ง มีอุ่นมือ ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่พร้อมไฟ LED ส่องสว่างด้านใน สามารถเก็บหมวกเต็มใบและหมวกเปิดหน้าได้อย่างละ 1 ใบพร้อมกัน ช่องเก็บของด้านหน้าอีก 2 ช่องพร้อมกับช่องจ่ายไฟแบบ USB ในช่องเก็บของด้านซ้ายอีกด้วย นอกจากนี้ระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดเป็น Full LED กระจกมองหลังแบบตัดแสงสะท้อน เรือนไมล์ LCD ที่เชื่อมต่อกับระบบตรวจวัดลมยางอัตโนมัติ และยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานระบบนำทาง โทรศัพท์และอ่านข้อความได้อีกด้วย โดยเปิดราคาที่ยุโรปที่ 9,740 ยูโร หรือประมาณ 371,000 บาทครับ ส่วนบ้านเรานั้นคงไม่มีเข้ามาจำหน่าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

S1000RR 2022 เพิ่มสีใหม่พร้อมอัปเกรดแชสซีให้ใหม่ เปิดก่อนได้เปรียบ BMW Motorrad ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่รับปี 2022 โดยสามารถสั่งจองได้ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ส่วนทางไทยน่าจะต้องรอไปอย่างน้อยๆ ก็ปลายปีถึงต้นปีหน้าเลย สำหรับเจ้า S1000RR 2022 ก็จะมีการเพิ่มสีใหม่เข้ามาเป็นสีเทาเมทัลลิก Mineral grey metallic ซึ่งจะสีแดงตัดมาให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น และที่ดีมากๆ คือ ไม่ได้มีแค่สีใหม่ มีชุด M Chassis Kit มาเป็นของติดรถไม่ต้องซื้อเพิ่ม ซึ่งในชุดก็จะมีตัวยกความสูงท้ายรถและสวิงอาร์มแบบปรับจุดหมุนได้ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้สามารถปรับเซ็ตรถให้เข้ากับตัวผู้ขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น และจะทำให้สามารถควบคุมขับขี่รถได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้จะมีรายละเอียดอ็อปชันเพิ่มเติม ดังนี้ ชุดไดนามิกแพ็กเกจ (Dynamic Package) จะมีระบบเพิ่มมากขึ้น โดยตอนนี้จะมี โหมดการขับขี่แบบโปร ระบบไดนามิกแดมปิ้งคอนโทรล ครูซคอนโทรล และฮีตกริป ชุดเรซแพ็กเกจ (Race Package) พร้อมโซ่ M Endurance ปลายท่อสปอร์ตหรือปลายท่อ M Titanium ชุดเอ็มแพ็กเกจ (M Package) มาพร้อมเบาะนั่ง M Sports Seat แบตเตอรี่น้ำหนักเบา M Light weight battery ตัวจับเวลาแล็ป M GPS laptrigger ล้อคาร์บอน M Carbon wheels หรือล้อฟอร์จ M Forged wheels ฝาปิดถังน้ำมันสีดำ ลดราคาชุดบิลเล็ตแพ็ก (Billet pack) จะมีมือเบรกและมือคลัตช์พับได้ M Brake lever/M clutch lever foldable พักเท้า M Footrest system การ์ดเบรก M Brake lever guard ri การ์ดเครื่องและการ์ดมือคลัตช์ (แต่บ้านเราต้องสอบถามก่อนนะครับ) ชุดสปอร์ตแพ็กเกจ ปรับราคาลง ทั้งนี้สามารถผสมแต่ละแพ็กเก็จเข้าด้วยกันได้ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ในด้านของสเปกเครื่องยนต์นั้นยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Thailand ปรับทัพใหม่พร้อมเปิดโชว์รูมใหม่ ใหญ่สุดในเอเชียแปซิฟิก เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกับ โมโตเร อิตาเลียโน ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Ducati ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการรายใหม่ พร้อมกันนี้ยังได้เปิดให้บริการโชว์รูมใหม่สาขาสุวรรณภูมิ หนึ่งในแฟล็กชิพโชว์รูมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้มีคุณกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ได้ออกมาชี้แจงในการเปิดตัวแบบออนไลน์ผ่านทาง Facbook แฟนเพจ ดูคาติ ไทยแลนด์ รวมถึงแถลงเกี่ยวแผนปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ช่วงแรกจะมุ่งไปที่การยกระดับคุณภาพ 4 ด้านด้วยกันเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าดูคาติทั้งเก่าและใหม่ กลยุทธ์หลักที่ทางแบรนด์ให้ความสำคัญ อย่างแรกคือ คุณภาพของการบริการหลังการขายที่เราถือว่าเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ อย่างที่ 2 คือ ความพร้อมของเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการที่ตั้งเป้าจะขยายให้เป็น 10 สาขาครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคภายในสิ้นปี 2021 นี้ เรื่องที่ 3 คือ มีโปรดักต์หรือสินค้าที่หลากหลาย และราคาที่สมเหตุสมผล และเรื่องที่ 4 คือเรื่องของการตลาดและการสื่อสารที่มีสีสันที่จะโดนใจและสร้างความตื่นเต้นให้กับลูกค้าและแฟนๆ ดูคาติ โดยได้ทำการประกาศเปิดตัวโชว์รูปใหม่สาขาสุวรรณภูมิที่ใหญ่สุดในเอเชียแปซิฟิก มีเนื้อที่มากกว่า 1,000 ตารางเมตร ที่จัดแสดงรถได้มากถึง 30 คันรวมถึงพื้นที่สำหรับรองรับการเซอร์วิสและบริการขนาดใหญ่ มุ่งมั่นจะให้กลายเป็นพื้นที่รวมตัวแห่งใหม่สำหรับสาวกดูคาติ รวมถึงมีรถพร้อมให้ทดลองขับทุกรุ่น และที่เด็ดที่สุดคือ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถใหม่ จะได้รับประกัน 3 ปีโดยไม่จำกัดระยะทาง เน้นบริการหลังการขายอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อม Welcome Home Package ที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และการใช้งานของผู้ใช้รถในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายทัวริ่งหรือสายจอดก็ตาม ปรับโครงสร้างราคาอะไหล่ให้เหมาะสมพร้อมกับสต็อกอะไหล่ไว้จำนวนมาก เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน ศูนย์บริการยังเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ช่างเทคนิคที่เชี่ยวชาญผ่านการอบรมตามมาตรฐานของ Ducati ให้สามารถตรวจวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างแม่นยำ ด้วยระบบ Ducati Diagnosis System 3.0 ทั้งนี้ยังได้ดึงคุณดอม เหตระกูล มาเป็นกรรมการผู้จัดการมาช่วยดูแลแบรนด์ Ducati อีกทางนึง ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์และสร้างความมั่นใจให้ทางแบรนด์ได้เป็นอย่างดี สุดท้ายนี้โชว์รูมใหม่สาขาสุวรรณภูมิเปิดให้ใช้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WMC250EV รถไฟฟ้าต้นแบบที่ตั้งเป้าทำสถิติ 400 กม./ชม. ล่าสุด White Motorcycle Concepts เปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นโปรโตไทป์หรือรุ่นต้นแบบในชื่อว่า WM250EV โดยตั้งเป้าว่าจะทำลายสถิติด้วยการทำท็อปสปีดที่ 400 กม./ชม. บริษัทดังกล่าวนั้นเป็นบริษัทน้องใหม่สัญชาติอังกฤษ มีเป้าหมายที่จะทำลายสถิติของอังกฤษและสถิติโลกภายในปี 2022 ด้วยเจ้าจรวดทางเรียบคันดังกล่าว ที่ทางค่ายทุ่มเทพัฒนามานาน 2 ปี และทำให้ทุกคนต้องทึ่งในเรื่องของแอโรไดนามิกส์และระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ นอกจากเรื่องของดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อแอโรไดนามิกส์แบบจัดเต็มแล้ว ยังคำนึงถึงเรื่องสรีรศาสตร์หรือเออร์โกโนมิกส์อีกด้วยครับ โดยตำแหน่งท่านั่งของผู้ขับขี่ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ต่ำๆ หรือนอนขับ ยังคงเป็นท่านั่งแบบปกติทั่วไป อย่างไรก็ตามต้องหมอบลงมา และตัวรถจะมีท่อกลวงขนาดใหญ่ที่ทางค่ายเรียกว่า V-Air ตัดผ่านรถตั้งแต่หัวจรดท้าย ซึ่งเจ้าวีแอร์นี้มีการทดลองแบบจำลองในอุโมงค์ลม และคำนวณออกมาได้ว่าดีไซน์นี้สามารถลดแรงต้านจากลมได้ถึง 70% เมื่อเทียบกับสตรีทไบค์ทั่วไป ตัวรถยังมีระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเข้าไป หรือที่เรียกกันว่า F-Drive เป็นการขับด้วยโซ่ที่ใส่ไว้ภายในสวิงอาร์มซึ่งดูเหมือนว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ดีกว่าแบบทั่วๆ ไป ส่วนชื่อโมเดลที่ดูแปลกๆ อย่าง WMC250EV นั้นมีที่มาครับ 250 คือความเร็ว 250 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือมากกว่า 400 กม./ชม.ที่เป็นเป้าหมายนั่นเองครับ ซึ่งถ้าทำได้ก็จะเร็วกว่าสถิติที่ Max Biaggi ทำไว้ด้วยรถ Voxan Wattman เมื่อปีที่แล้วที่ 366 กม./ชม. ส่วน WMC คือคำย่อของชื่อบริษัทนั่นเองครับ และ EV ด้านท้ายคือ Electric Vehicle หรือการบอกว่ามันคือรถไฟฟ้านั่นเองครับ ในช่วงแรกนั้นทางแบรนด์จะเล็งทำสถิติความเร็วที่ 200 ไมล์ต่อชั่วโมงหรือ 321 กม./ชม.ก่อน และถือว่าเป็นการทำลายสถิติของอังกฤษด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว (ด้านหลัง 2 ตัวและด้านหน้า 3 ตัว) ซึ่งให้กำลังรวมกันที่ 100 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่า 134 แรงม้า จากนั้นจะไปทำลายสถิติอีกครั้งที่โบลิเวียในปีหน้า 2022 เพื่อเป้าหมายสถิติโลก ทั้งนี้รถต้นแบบคันนี้ไม่ใช่แค่สร้างออกมาเพื่อทำสถิติเท่านั้น แต่ยังเป็นการหาวิธีที่จะเพิ่มระยะทางในการใช้งานด้วยการคิดหาวิธียังไงให้มันประหยัดมากที่สุด ก็เรียกว่าเป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจและน่าติดตามมากๆ ครับ ถือว่าเป็นความพยายามพัฒนาของรถไฟฟ้าให้มาเป็นทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้นไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Taro TR400 สกู๊ตเตอร์ดีไซน์เท่จากแดนกังฟู ค่ายรถสัญชาติจีนอย่าง Taro ได้ทำการเปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดคือ Taro TR400 เพื่อจำหน่ายในประเทศจีน เป็นการตอบสนองตลาดที่ในระยะหลังมีความนิยมในสกู๊ตเตอร์ขนาดกลางแบบนี้มากขึ้น จากการที่เป็นรถที่ขับขี่ได้ไม่ยากและใช้เดินทางไกลก็ยังไหว จนเป็นที่ชื่นชอบของไบเกอร์ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า เจ้า TR คันนี้เป็นเหมือนผู้สืบทอดของ Explorer 300 ซึ่งเป็นสกู๊ตเตอร์สไตล์เดียวกันที่เปิดตัวไปในปี 2019 และตอนนี้ทางค่ายก็เริ่มที่จะทำโมเดลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความพรีเมี่ยมมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นโมเดลใหม่ล่าสุดนี้ โดยมันมีสไตล์ตามแบบแม็กซี่สกู๊ตเตอร์สมัยใหม่ แลดูคล้ายแบรนด์ยอดนิยม ดูสปอร์ตและปราดเปรียวดีทีเดียว ขุมพลังของมันเป็นเครื่องสูบเดียวขนาด 359 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ทางค่ายเคลมมาว่าใช้เวลาพัฒนานานถึง 3 ปี ทั้งยังบอกว่าตัวกระบอกสูบทำจากเซรามิกอัลลอยที่อ้างว่าจะช่วยเพิ่มแรงม้าและลดอัตราการสิ้นเปลือง โดยสามารถให้แรงม้าสูงสุดที่ 28 แรงม้า (น้อยกว่าค่ายอื่นๆ) ลูกเล่นอื่นๆ ก็จะมีระบบไฟ LED ครบเซ็ต ระบบกุญแจแบบคีย์เลส ระบบเบรก ABS เปิดปิดได้ เรือนไมล์ดิจิทัล สวิตช์แบบแบ็กไลต์ และชิลด์หน้าปรับระดับได้ ก็เรียกว่ามีลูกเล่นน่าสนใจไม่น้อยกว่าแบรนด์อื่นเลยทีเดียว ถือว่าเป็นสกู๊ตเตอร์ที่น่าสนใจเลยทีเดียวครับ แต่ไม่รู้จะมีตัวแทนจำหน่ายในไทยมาขายในบ้านเราหรือไม่ครับ เอาเป็นว่ารับชมกันไปก่อนก็แล้วกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2022 KTM 450 Rally Factory Replica แรลลี่สเปกดาการ์ แค่ 80 คันเท่านั้น ในทุกๆ ปี เคทีเอ็มมักจะเปิดโอกาสให้ผู้โชคดีได้ครอบครองรถแข่งแรลลี่ที่มีสเปกใกล้เคียงกับรถแข่งของทีมโรงงานมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และในปีนี้ค่ายส้มก็ยังคงทำแบบเดียวกับทุกๆ ปีครับ โดย 2022 KTM 450 Rally Factory Replica คันนี้ถูกสร้างและปรับแต่งขึ้นจากข้อมูลฟีดแบ็กของ Toby Price, Matthias Walkner และ Sam Sunderland นักแข่งดาการ์ของทาง KTM ไฮไลท์เด่นๆ ของโมเดลนี้ก็คือ ช่วงล่างจาก WP โดยด้านหน้าจะเป็น WP XACT PRO ขนาด 48 ม.ม.แบบคาร์ทริดจ์พร้อมวาล์วทรงกรวย ส่วนด้านหลังจะเป็น WP XACT PRO สามารถปรับแต่งได้ทุกค่า ท่อไอเสีย Akrapovic เรซซิ่งแบบเต็มระบบ และระบบเกียร์จาก PANKL Racing ที่ใช้อัตราทดแบบเดียวกับทีมโรงงาน เครื่องยนต์ก็จะเป็นเครื่องสูบเดียวขนาด 450 ซีซีแบบ SOHC และจ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด โดยโมเดลนี้จะผลิตขึ้นเพียง 80 คันเท่านั้น พร้อมสนนราคาที่ 25,900 ยูโรหรือราวๆ 1 ล้านบาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha FZ-X 2021 โมเดิร์นเรโทรรุ่นใหม่ขายในอินเดีย หลายๆ คนน่าจะรู้จักเจ้า XSR155 มอเตอร์ไซค์สไตล์เรโทรจากทางยามาฮ่า และมีขายไปหลายๆ ประเทศทั่วเอเชีย และยังบุกไปฝั่งยุโรป แต่ซีซีน้อยลง ทว่าสาวกทีมบลูในอินเดียกลับได้แต่เฝ้ารอว่าทำไมไม่เข้ามาขายซักที และสุดท้ายมันก็ไม่ขายอินเดียจนได้ แต่ชาวภารตะไม่ต้องน้อยใจเพราะยามาฮ่าเปิดโมเดลใหม่ให้เลยกลายเป็นเจ้า Yamaha FZ-X นี่ล่ะครับ ซึ่งก่อนหน้านี้คาดกันว่าเจ้าโมเดลรหัสนี้จะเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ขนาดเล็ก แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนกระทั่งมันเปิดตัวก็กลายว่ามาเป็นรถในสไตล์โมเดิร์นเรโทรซะอย่างนั้น ถ้าลองมองให้ดีๆ จะเห็นได้ว่าเจ้าโมเดลใหม่นี้เหมาะกับตลาดอินเดียมากกว่าไม่เหมือนกับเจ้า XSR155 เนื่องจากว่ามันมีเครื่องยนต์แบบระบายความร้อนด้วยอากาศที่ง่ายต่อการดูแลรักษาและทนทานมากกว่า เครื่องยนต์มีขนาดลดลงมาเล็กน้อย เป็นเครื่องขนาด 149 ซีซี ระบบวาล์ว 2 วาล์วต่อสูบ แต่อย่าคิดว่าจะล้าสมัย มันมีระบบหัวฉีดตามแบบสมัยใหม่แล้ว แน่นอนว่าผ่านมาตรฐานไอเสียใหม่อันเข้มงวดของอินเดียด้วย เครื่องยนต์สูบเดียวนี้ให้กำลัง 12 แรงม้าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ระบบเกียร์ 5 สปีดเช่นเดียวกับ FZ-S Fi ที่เป็นพื้นฐานให้ ในส่วนของฟีเจอร์อื่นๆ ก็จะมีหน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัลเต็มระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธและแอพลิเคชัน Y-Connect เหมือนเจ้า NMAX ในบ้านเรา ช่วยให้ผู้ขับขี่ดูข้อมูลต่างๆ ของตัวรถได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งยังแจ้งเตือนหากว่ามีข้อความหรือสายเรียกเข้าได้อีกด้วย ซึ่งเท่ากับว่าตอนนี้เป็นโมเดลเดียวของทางค่ายแล้วในอินเดียที่เป็นโมเดลในสไตล์โมเดิร์นเรโทร ก็เรียกได้ว่าน่าจะต้องเป็นที่ต้องการของนักบิดสายนี้อย่างมากแน่นอน แม้ว่าสนนราคาแรงกว่าโมเดลอื่นอยู่ก็ตาม โดยเปิดราคาขายที่ 120,000 รูปีหรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 51,500 บาท แต่ก็จะมีรุ่นที่ไม่มีระบบบลูทูธโดยขายที่ราคา 117,000 รูปีหรือราวๆ 50,000 บาท ก็ถือว่าเป็นโมเดลที่มีดีไซน์แปลกตาทีเดียว แต่ก็ไม่น่าจะมาจำหน่ายในบ้านเรา เป็นอันว่ารับชมรับฟังว่ามีโมเดลนี้ไว้กันนะครับ อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

S1000RR Isle of Man Edition จากฝรั่งเศส มีแค่ 50 คันเท่านั้น เมื่อหลายเดือนก่อน บีเอ็มดับเบิ้ลยู ฝรั่งเศส เพิ่งเปิดตัวโมเดลพิเศษอย่าง F 900 R Force ไป มาคราวนี้ทำเซอร์ไพรส์อีกครั้ง แต่มาในซูเปอร์ไบค์เรือธงของทางค่ายแทนพร้อมความลิมิเต็ดแบบสุดๆ คือผลิตเพียง 50 คันเท่านั้น โมเดลพิเศษที่ว่าก็คือ S1000RR Isle of Man Edition เวอร์ชันที่ได้ชื่อมาจากการแข่งขันโร้ดเรซที่โด่งดังไปทั่วโลก อย่าง Tourist Trophy ซึ่งถ้าไม่มีโควิด-19 ก็คงจะได้ดูการแข่งขันกันไปแล้ว เจ้าโมเดลพิเศษนี้จะเขยิบใกล้กับความสุดของ M1000RR ไปอีกขั้นนึง และมีสีพิเศษเป็นสีเขียว Isle of Man Green ที่เป็นสีเดียวกับ BMW M3 Competition รุ่นล่าสุดของทางค่าย นอกจากสีแล้วรายละเอียดความพิเศษนี้ก็คือการเพิ่มอ็อปชันเพิ่มเติมเข้าไป ดังนี้ ระบบไดนามิกแดมปิงคอนโทรล ระบบอุ่นมือ ระบบครูซคอนโทรล โซ่ M endurance ระบบจับเวลาแล็ป M GPS Laptrigger ระบบช่องจ่ายไฟ USB แบตเตอรี่น้ำหนักเบา M Lightweight battery สวิงอาร์ม M swingarm ล้อฟอร์จ M forged rims โหมดการขับขี่แบบโปร ท่อไทเทเนียม M Line Akrapovic ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ โคมไฟหน้าเหลือง ตัวหนังสือ Isle of Man Edition บนถังน้ำมัน พร้อมตัวเลขบอกว่าเป็นคันที่เท่าไหร่ เบาะนั่งหนังอัลคันทาร่า และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่แฟนๆ อยากรู้คือสนนราคานั่นเองครับ เจ้าเขียวเหนี่ยวทรัพย์ (ไม่ได้เข้าตัวแน่ เข้าทางค่ายเขาแทน) อยู่ที่ 33,005 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 1,250,000 บาทครับ เรียกว่าราคาเอาเรื่องไม่เบา แต่ถ้าคิดว่าคุณได้รถสุดพิเศษอ็อปชันแน่นแบบนี้บอกเลยว่าไม่แพงเกินไปครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

YSS โช้คแบรนด์ไทย กับเหตุผลว่าทำไมต้องซื้อ หากคุณเป็นคนที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ เราเชื่อว่าคุณน่าจะรู้จักแบรนด์โช้คอัพแบรนด์ YSS หรือเจ้าแบรนด์โช้คที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือสปริงโช้คหลังสีแดงสะดุดตามองเห็นได้จากไกลๆ และผมก็เชื่ออีกว่าหากคุณเป็นไบค์เกอร์ตัวจริงเสียงจริง คุณก็น่าจะรู้ดีว่าในวงการสองล้อเนี่ยมีโช้คมากมายขนาดไหน แต่จะมีกี่แบรนด์กันที่เราจะเชื่อใจได้ แล้วซื้อไปแล้วจะมีบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน วันนี้ทางเรา SuperBike Thailand จะนำคุณไปทำความรู้จักกับแบรนด์โช้คมาตรฐานระดับโลก สายเลือดไทย 100% ว่าดียังไง ทำไมคุณถึงควรเลือกใช้โช้คหรือผลิตภัณฑ์จาก วาย.เอส.เอส. ภูมิใจแบรนด์ไทย คุณภาพระดับโลก วาย.เอส.เอส.นั้นถึงแม้จะเป็นแบรนด์ไทย ผลิตในประเทศไทยก็จริงๆ แต่ต้องยอมรับว่าคุณภาพของเขานั้นเข้าขั้นระดับโลก ทั้งยังมีทีมวิจัยและพัฒนาจากต่างประเทศที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี มาร่วมพัฒนาและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ จนต้องยอบรับว่าของเขาดีและมีคุณภาพจริงๆ อีกทั้งยังการันตีด้วยมาตรฐานต่างๆ ตั้งแต่โรงงานการผลิต โดยได้รับทั้งมาตรฐาน ISO 9001 และการรับรอง TUV RHEILAND จากประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จาก วาย.เอส.เอส. ซึ่งเป็นโช้คอัพในเอเชียเพียงแบรนด์เดียวเท่านั้นที่ผ่านการทดสอบจนได้รับการรับรองมาตรฐาน ABE ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดจากทางสถาบัน KBA ที่ทำการทดสอบและให้คะแนนในเรื่องของคุณภาพการผลิตในประเทศเยอรมนี และมีไม่กี่แบรนด์ในโลกที่ได้รับมาตรฐานนี้ เท่านั้นยังไม่พอ วาย.เอส.เอส. ยังมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยรวมไปถึงทีมวิจัยและพัฒนาทั้งในยุโรปและเอเชีย อาทิ เนเธอร์แลนด์ อิตาลี สเปน ญี่ปุ่นและมาเลเซีย เพื่อช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และรองรับลูกค้ากลุ่มต่างๆ จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง และยังรวมไปถึงกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นจักรยานยนต์, สกู๊ตเตอร์, รถยนต์, ATV, UTV, Side by Side, สโนว์โมบิล และยานพาหนะอื่นๆ อีกมากมาย การันตีคุณภาพด้วยรางวัลจากมอเตอร์สปอร์ตระดับสากลและระดับโลก นอกจากคุณภาพจะได้มาตรฐานระดับโลก ทั้งการเเข่งขันจากหลากหลายสถาบัน ผลิตภัณฑ์จาก วาย.เอส.เอส. ยังได้รับการไว้วางใจและถูกเลือกใช้จากทีมแข่งมอเตอร์สปอร์ตทั้งในระดับสากลและระดับโลกหลากหลายทีมทั้งในในประเทศไทยจนถึงต่างประเทศ รวมถึงรายการเเข่งขันระดับโลก เช่น MTM Kawasaki racing ที่คว้าแชมป์โลก World Supersport 300 ปี 2020 รวมถึงผลงานในฤดูกาล 2021 ก็ยังยอดเยี่ยม ทีม TECH2 & YSS คว้าแชมป์รายการ JP250 4 Hours Endurance Road Race 2021 (ญี่ปุ่น) คว้าแชมป์ในรายการ CIVS Championship 2021 (อิตาลี) และล่าสุด Altogo Racing Team กับเเชมป์รุ่น WSSP 600 Challenge Cup 2021 เป็นต้น ซึ่งถือเป็นการการันตีคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยผลงานการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกที่ต้องวัดกันที่สมรรถนะของชิ้นส่วนทุกชิ้น หายห่วงด้วยการรับประกันและบริการที่ได้มาตรฐาน แน่นอนว่าเมื่อเป็นแบรนด์ไทย ไม่ใช่ของหิ้วหรือของนำเข้ามาขาย ดังนั้นสินค้าจึงมีการรับประกันคุณภาพและการบริการ หากมีปัญหาสามารถส่งเข้าเซอร์วิสหรือซ่อมแซมได้ หายห่วงได้เลย เพราะชิ้นส่วนทุกชิ้นได้รับการออกแบบและพัฒนาผลิตในโรงงานประเทศไทย มีอะไหล่รองรับทุกเคสจึงสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรออะไหล่ ราคาไม่แพง เข้าถึงง่าย ถือว่าเป็นจุดเด่นสำหรับ YSS นั้นมีโรงงานผลิตในไทย ดังนั้นจึงไม่มีการบวกเพิ่มจากภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดังนั้นจึงสามารถที่จะตั้งราคาในแบบที่จับต้องได้มากกว่า ต่างกับแบรนด์อื่นๆ ที่ต้องนำเข้ามาและต้องเสียภาษีและค่าขนส่ง และแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็จะถูกบวกเพิ่มเข้ามาในราคาขายด้วยครับ ทำให้เกิดจุดแข็งในส่วนนี้ ราคาที่ถูก และคุณภาพเกินราคา คุ้มค่าแน่นอน นอกจากนี้ยังเข้าถึงได้ง่ายกว่าจากการมีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทยอีกด้วยครับ ความหลากหลาย เหมาะกับงบประมาณและการใช้งาน YSS นั้นมีโช้คและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้เลือกหลากหลายรุ่น หลากหลายราคา ซึ่งก็จะตอบโจทย์ได้มากกว่า สำหรับคนงบน้อยก็จะมีรุ่นที่ไม่แพงมากแต่ให้สมรรถนะที่คุ้มค่า หรือสำหรับคนงบเยอะจะใส่แบบเรซซิ่งเลยก็มีตัวสินค้ารองรับ นอกจากนี้ยังมีให้เลือกสีสันได้อีกด้วยครับ ต่างกับแบรนด์อื่นๆ ที่อาจจะมีคนนำเข้ามาเฉพาะรุ่นท็อป ซึ่งส่วนมากก็จะราคาแพง คนงบน้อยก็อาจจะเข้าถึงได้ยาก หรือเกินความต้องการการใช้งานไป ได้ของตรงรุ่น ไม่ต้องเสียเวลาดัดแปลงให้ลำบาก ได้ของตรงรุ่นไม่ต้องเสียเวลาดัดแปลงให้ยุ่งยากมากความ แน่นอนว่า วาย.เอส.เอส. มีโรงงานในไทย โดยมีทีมพัฒนาและผลิต ให้สอดคล้องกับตลาดรถในไทย ก็ต้องบอกเลยว่ารถคันไหนขายในไทย วาย.เอส.เอส. ก็จะคอยผลิตตัวโช้คหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ให้ออกมารองรับรถรุ่นนั้นๆ โดยทีมจะทำการออกแบบตั้งแต่การผลิตรูปทรง เลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม รวมไปถึงเทคโนโลยีการรับแรงกระแทกของรถรุ่นนั้นๆ ให้ออกมาแบบสมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อที่ จะได้โช้คที่ออกแบบมาตรงรุ่น เหมาะกับการใช้งาน ไม่ต้องมาดัดแปลง ตัดนู่นนี่นั่นของตัวรถ หรือมาทำขายึดอะไรให้ยุ่งยากอีกต่อไปครับ และทั้งหมดนี้คือเหตุผลว่าทำไมคุณต้องซื้อผลิตภัณฑ์จาก YSS โช้คแบรนด์ไทย คุณภาพระดับโลกมาใช้ในรถของคุณครับ สนใจสินค้าติดต่อได้ที่ YSS-THAiLAND | Facebook

ส่องสีใหม่ Kawasaki Ninja 400 2021 หลังเปิดตัวที่เมืองลุงแซม เปิดตัวกันไปพักนึงแล้วกับ Kawasaki Ninja 400 2021 ที่ประเทศอเมริกา แม้ว่าที่อเมริกาจะเรียกว่าเป็นโมเดล 2022 ก็ตามที สำหรับโมเดลใหม่นี้ก็จะยังคงเป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงในส่วนของสีสันและลวดลายกราฟิกเท่านั้นครับ เจ้านินจาคันนี้ยังคงมีขุมพลัง 2 สูบ 399 ซีซีวางบนเฟรมถักที่ซ่อนอยู่ด้านหลังแฟริ่งเช่นเดิม โดยจะมีจุดเด่นที่ไฟหน้า LED เรือนไมล์แบบกึ่งดิจิตอล และระบบสลิปเปอร์คลัตช์ มาดูในส่วนที่เปลี่ยนกันบ้าง ซึ่งก็มีเฉพาะลวดลายกราฟิกภายนอกเท่านั้นเอง โดยทางอเมริกาจะจำหน่ายทั้งหมดด้วยกัน 3 โมเดล ได้แก่ โมเดลไม่มี ABS ซึ่งจะมีให้เลือกด้วยกัน 2 เฉดสีคือ สีน้ำเงินเมทัลลิกแบบด้านตัดด้วยสีเทากราไฟต์เมทัลลิก และสีเทาคาร์บอนเมทัลลิกตัดด้วยสีดำเมทัลลิก ในราคา 4,999 เหรียญหรือราวๆ 157,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) โมเดล ABS ก็จะมีสองเฉดสีเหมือนกับโมเดลไม่มี ABS คือ สีเทาด้านตัดด้วยสีดำเมทัลลิก และสีขาวมุกตัดด้วยสีเทาคาร์บอนเมทัลลิก ในราคา 5,399 เหรียญหรือราวๆ 170,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) และโมเดล KRT Edition ซึ่งจะมาในเฉดสีเดียวกับทีมแข่ง WorldSBK คือสีเขียวตัดด้วยสีดำและสีขาวมุก ในราคา 5,599 เหรียญหรือราวๆ 176,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) นักบิดคนไหนอยากได้รถที่มีกำลังแรง แต่ยังไม่อยากสอบใบขับขี่บิ๊กไบค์เจ้านินจาสี่คูณร้อย เอ้ย สี่ร้อยคันนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดีนะครับผม ยังไงก็ตามสีใหม่ก็น่าจะต้องรอกันหน่อยนะครับ แต่น่าจะเปิดตัวในปีแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Leoncino 800 2022 เตรียมรีดน้ำหนักพร้อมขยับซีซี สาวกมอเตอร์ไซค์ค่ายสิงโตเตรียมตัวเตรียมเงินให้พร้อม เพราะล่าสุดมีเอกสารที่ได้รับการยืนยันเผยแพร่ออกมาในประทศจีนระบุว่า Benelli Qianjiang บริษัทแม่ในจีน ระบุว่าจะมีการอัปเกรด Leoncino 800 2022 เดิมทีโมเดลนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 และตอนนั้นใช้เครื่องยนต์ 2 สูบ 754 ซีซี ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกับ 752S เน็กเก็ดไบค์ของทางค่าย แต่เอกสารใหม่ที่ออกมานั้นมีการระบุว่าเครื่องยนต์ของโมเดลใหม่นี้จะเพิ่มเป็น 799 ซีซีแทน และจะมีแรงม้าที่ 87 แรงม้าหรือเพิ่มจากเดิม 7 ตัว ซึ่งน่าจะถูกใจนักบิดมากขึ้น และที่น่าสนใจมากๆ คือ น้ำหนักของรถจะลดลงมาอีก 11 กิโลกรัมเลยจากเดิมที่ 220 กก.ก็จะเหลือเพียง 209 กก.เท่านั้น ถือว่าเป็นการอัปเดตที่น่าจับตามองมากๆ ครับ นอกจากนี้จะมีการอัปเดตในรุ่นอื่นๆ อีกด้วย ที่พิกัดใกล้เคียงกันก็จะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกันนี้ด้วย อาทิ เจ้าตัว Trail, SRT750 และ TRK800 ที่เป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ ทั้งนี้คาดว่าโมเดลนี้จะวางจำหน่ายได้ในช่วงปี 2022 พร้อมๆ กับเจ้า TRK800 เลยครับ ส่วนบ้านเรานั้นก็ต้องรอยาวๆ กันไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Brixton Rayburn 125 บ็อบเบอร์ไซส์สุดแนว เรียกได้ว่าแม้ซีซีจะน้อย แต่สไตล์ไม่น้อยตามไปด้วยเลยสำหรับเจ้า Brixton Rayburn 125 เรโทรไบค์ที่มีเป้าหมายสำหรับนักบิดที่ใจรักในสไตล์มากกว่าสิ่งอื่นใด มันมีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นมากกว่าสมรรถนะ และยังมาในราคาที่เป็นมิตร แม้ว่าบริกซ์ตันจะเป็นแบรนด์น้องใหม่ในวงการสองล้อ เพราะเพิ่งมีการผลิตในปี 2017 นี้เอง โดยมีเจ้าของเป็น KSR Group ที่อยู่ในออสเตรียซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์อื่นๆ อย่าง CFMoto, Lambretta และ Motron Motorcycles โดยที่ทางแบรนด์บริกซ์ตันค่อยๆ สร้างตัวตนในตลาดยุโรปและเอเชียทีละน้อย โดยยังไม่ไปทำตลาดที่อเมริกาเหนือแต่อย่างไร เจ้าบ็อบเบอร์ไซส์เล็กคันนี้มีหน้าตาดูเป็นรถวินเทจพร้อมฟังก์ชันที่ช่วยให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้หลากหลาย จากการที่มีแร็คท้ายและกระเป๋าหนังด้านข้างขนาดเล็ก ตัวรถยังเด่นด้วยเบาะหนังสีน้ำตาล ถังน้ำมันเพ็นท์สีน้ำเงินด้านแบบทูโทน ไฟหน้ากลม ปลอกหุ้มโช้ค คอท่อแบบแร็พ ท่อไอเสียแบบพีชูตเตอร์ และบังโคลนท้ายแบบคลาสสิค ตัวรถใต้ถังน้ำมันลงมายังถูกทำสีดำทั้งหมด ไม่ว่าจะเครื่องยนต์ พักเท้า บังโคลน โช้ค หรือแม้กระทั่งล้อ ยิ่งทำให้มันดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร ขุมพลังของมันเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 125 ซีซีแบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้กำลังที่ 11 แรงม้า วางบนเฟรมแบบเปลเดี่ยวและใช้เครื่องยนต์เป็นส่วนนึงของเฟรมช่วยแชร์โหลด ซึ่งทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 134 กก. ในส่วนของระบบกันสะเทือน ด้านหน้าจะเป็นโช้คเทเลสโคปิกธรรมดา ด้านหลังจะเป็นโช้คคู่ และยังมีสปริงช่วยซับแรงที่เบาะนั่งอีกทางนึง ระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลังแทนที่จะเป็นดรัมเบรกตามแบบคลาสสิคจริงๆ และยังแอบใส่ระบบคอมบายด์เบรกเข้ามาด้วยซึ่งเป็นอะไรที่ดีมากๆ และหาได้ยากสำหรับรถราคาไม่แรงนี้ ทั้งนี้ราคาของเข้าเรย์เบิร์นคันนี้อยู่ที่ราคา 3,099 ยูโรหรือราวๆ 117,000 บาท ส่วนบ้านเราก็ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายนะครับ แต่ถ้ามีตัวแทนจริงๆ ถ้าทำราคาดีๆ อาจจะเป็นรถที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก